Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ร่าง คู่มือเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) พ.ศ.2563-2566

ร่าง คู่มือเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) พ.ศ.2563-2566

Published by NKRAFA EduQA, 2020-12-25 07:24:12

Description: ร่าง คู่มือเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (EdPEx) พ.ศ.2563-2566

Search

Read the Text Version

(รา่ ง) เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพ่อื การดาเนินการทเี่ ป็นเลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 เรียบเรยี งจาก 2019-2020 Baldrige Excellence Framework (Education) Proven leadership and management practices for high performance สานักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศกึ ษา สานกั งานปลดั กระทรวงการอุดมศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วจิ ัย และนวตั กรรม (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

สารบญั หน้า คานา ก ทม่ี าของเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพือ่ การดาเนนิ การท่ีเป็นเลิศ จ วิธใี ช้เกณฑฉ์ บับนี้ 1 คา่ นิยมและแนวคิดหลัก 13 เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพอ่ื การดาเนนิ การทเี่ ปน็ เลศิ และโครงสร้าง 16 หวั ข้อและคะแนนของเกณฑ์คณุ ภาพการศกึ ษาเพอื่ การดาเนนิ การทีเ่ ป็นเลิศ 17 เกณฑ์คณุ ภาพการศกึ ษาเพ่อื การดาเนนิ การที่เปน็ เลศิ 17 บทนา : โครงรา่ งองค์กร 23 29 1. การนาองค์กร 35 2. กลยทุ ธ์ 39 3. ลกู ค้า1 44 4. การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ 49 5. บคุ ลากร 54 6. ระบบปฏบิ ตั กิ าร 62 7. ผลลัพธ์ 65 ระบบการให้คะแนน 66 แนวทางการใหค้ ะแนน สาหรบั หมวด 1-6 69 แนวทางการใหค้ ะแนน สาหรบั หมวด 7 75 แนวทางการใช้เกณฑ์ EdPEx 83 การเปลย่ี นแปลงที่สาคญั ของ Baldrige Excellence Framework (Education) ซ่ึงเป็นที่มาของเกณฑ์ Educational Performance Excellence (EdPEx) จากเกณฑป์ ี 2558-2561 ถึงฉบบั ปจั จุบนั อภิธานศพั ท์ 1หมายเหตุ ดูความหมายของลูกค้า ในอภิธานศัพท์ CUSTOMER: ลูกค้า หนา้ 86 On the Web สามารถ download เกณฑ์ EdPEx และเอกสารต่างๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งได้ท่ี www.edpex.org (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คุณภาพการศกึ ษาเพื่อการดาเนนิ การท่ีเป็นเลศิ ฉบับปี 2563-2566  ก ที่มาของเกณฑ์คณุ ภาพการศกึ ษาเพ่ือการดาเนนิ การทเ่ี ป็นเลิศ (Education Criteria for Performance Excellence: EdPEx) เกณฑ์ EdPEx เสริมพลังให้สถาบันบรรลุเป้าหมาย ปรับปรุงผลลัพธ์ และเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน องค์กรจานวนมากทว่ั โลกใช้ Baldrige Excellence Framework (เกณฑ์บัลดริจ) เพ่ือปรับปรุง และนาไปสู่ผลลัพธ์ที่ย่ังยืน องค์กรท่ีได้รับรางวัลบัลดริจคือองค์กรท่ีได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบ ระดับประเทศ และจากการที่องค์กรเหล่าน้ี ได้แบ่งปันแนวปฏิบัติท่ีเป็นเลิศกับหน่วยงานอ่ืน ๆ อย่าง กวา้ งขวาง ทาให้องคก์ รจานวนมากสามารถนาไปพฒั นาทง้ั แนวทางการดาเนินการและผลลัพธ์ สง่ ผลดีต่อการ เติบโตของเศรษฐกิจของประเทศและโลก ในประเทศไทยได้เร่ิมปรับใช้เกณฑ์บัลดริจ มาเป็นเกณฑ์รางวัล คุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพ่ือการดาเนินการที่เป็นเลิศ (Education Criteria for Performance Excellence: EdPEx) การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award: PMQA) และกรอบการประเมินผลการดาเนินงาน รัฐวิสาหกิจ (State Enterprise Assessment Model: SE-AM) รวมทั้งเป็นส่วนหน่ึงของเกณฑ์มาตรฐาน โรงพยาบาลและบรกิ ารสขุ ภาพ (Hospital Accreditation: HA) สาหรับเกณฑ์ EdPEx น้ัน เป็นการนาเกณฑ์บัลดริจด้านการศึกษามาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของ การอุดมศึกษาไทย เพื่อให้สถาบันใช้พัฒนาการบริหารจัดการได้อย่างต่อเน่ืองสู่ความเป็นเลิศ ซ่ึงจะยกระดับ การพฒั นาคุณภาพการศึกษาของสถาบนั และของประเทศให้ทัดเทียมกับนานาชาติ เกณฑ์ EdPEx จะช่วยสถาบนั ของทา่ นไดอ้ ย่างไร ไม่ว่าสถาบันของท่านจะเพ่ิงจัดตั้งใหม่ กาลังเติบโต หรือจัดต้ังมาแล้วเป็นเวลานาน ทุกแห่งจะเผชิญ กับความท้าทายในทุก ๆ วันและในระยะยาว ในขณะเดียวกัน ก็มีจุดแข็งที่ให้ประโยชน์กับสถาบันเช่นกัน เกณฑ์ EdPEx ช่วยให้ท่านค้นพบและใช้จุดแข็งเหล่านั้นและเตรียมสถาบันให้รับมือความท้าทายท่ีเกิดข้ึนได้ นอกจากนี้ เกณฑ์ EdPEx ยงั เออ้ื ให้สถาบนั สามารถระบปุ ระเดน็ สาคัญดงั นี้ • คุณลักษณะที่สถาบันจาเป็นต้องมีเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ และประสบความสาเร็จในระยะยาว ในสภาวะแวดล้อมดา้ นการศกึ ษา • การทาใหผ้ ู้นา ผู้บริหารแตล่ ะระดับ และบุคลากรทัง้ หมดเหน็ ภาพเดียวกัน • การทาให้ม่ันใจวา่ บคุ ลากรเข้าใจและร่วมขบั เคลือ่ นสถาบันไปสู่ความสาเร็จ • การทาความเขา้ ใจ และตอบสนอง หรอื ทาได้เหนือกว่าความต้องการและความคาดหวังของผู้เรียน และลูกค้ากลุ่มอืน่ • การทาให้ม่ันใจว่า การดาเนินการของสถาบันมีประสิทธิภาพ และนาไปสู่ความสาเร็จในระยะส้ัน และระยะยาว ประเด็นข้างต้นนี้ จะส่งผลให้สามารถวางตาแหน่งสถาบันเพ่ือปฏิบัติพันธกิจให้ประสบผลสาเร็จ มีความ ชัดเจนข้ึน และทุกกลุ่ม (ผู้นา บุคลากร ผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืน รวมทั้งคู่ความร่วมมือท่ีเป็นทางการท่ีสาคัญ) สามารถดาเนนิ การไปในแนวทางท่สี อดคลอ้ งกัน (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพือ่ การดาเนนิ การทเี่ ปน็ เลศิ ฉบับปี 2563-2566  ข จะทราบไดอ้ ยา่ งไรวา่ เกณฑ์ EdPEx เหมาะกับสถาบันของทา่ น เกณฑ์ EdPEx สามารถนาไปปรับใช้ให้สอดรับกับความต้องการของสถาบันใด ๆ ก็ได้ เพราะไม่ได้ กาหนดว่า ควรมีโครงสรา้ งหรอื แนวการดาเนนิ การอยา่ งไร ในโครงรา่ งองค์กร (หน้า 17-22) สถาบันจะระบุเองว่าอะไรคือเรื่องท่ีสาคัญ เกณฑ์ EdPEx กระตุน้ ให้ สถาบันใชว้ ิธกี ารท่สี รา้ งสรรค์ ปรบั เปล่ียน สรา้ งนวตั กรรมและมคี วามคล่องตัว ทั้งยังให้เลอื กเครอ่ื งมือท่ีเหมาะ กบั สถาบันมากทส่ี ุดและเป็นเครื่องมือท่ีมีประสิทธผิ ลเต็มท่ีต่อการขับเคล่ือนการปรับปรงุ และการทาให้ผลการ ดาเนินการดีต่อเน่ือง เช่น Plan-Do-Study-Act [PDSA] การประเมินตนเองเพื่อให้ได้การรับรอง การใช้ International Organization for Standardization [ISO] series เป็นต้น เกณฑ์ EdPEx มีบทบาทที่สาคญั 3 ดา้ นในการทาให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแขง่ ขันท่ีดขี ้นึ • เกณฑ์ชว่ ยปรับปรุงวิธกี ารดาเนินงานของสถาบันการศึกษา เพมิ่ ขีดความสามารถ และผลลัพธ์ใหด้ ขี น้ึ • เกณฑ์ช่วยกระตุ้นให้เกิดการส่ือสารและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศระหว่างสถาบันต่าง ๆ ในประเทศ • เกณฑ์เป็นเคร่ืองมือท่ีสร้างความเข้าใจและบริหารจัดการผลการดาเนินการของสถาบัน ชี้แนะ แนวทางการจดั ทาแผนกลยุทธ์ และเปิดโอกาสการเรียนรู้ เกณฑ์ EdPEx มลี ักษณะอย่างไร เกณฑ์นช้ี ่วยใหส้ ถาบนั ของทา่ นตอบคาถามสาคญั 3 ข้อคอื 1. สถาบนั ของทา่ นดาเนนิ การไดด้ ีอย่างทีต่ ้องเปน็ หรอื ไม่ 2. สถาบันทราบไดอ้ ย่างไร 3. สถาบันของทา่ นควรจะปรบั ปรุงหรอื เปล่ียนแปลงอะไรและอย่างไร เกณฑ์ EdPEx ช่วยให้สถาบันบริหารจัดการทุกเร่ือง/องค์ประกอบของสถาบันให้เป็นหน่ึงเดียว เพอื่ ให้บรรลุพันธกจิ ประสบความสาเรจ็ อยา่ งต่อเนอื่ ง และมีผลการดาเนนิ การทเ่ี ป็นเลิศ ซึง่ กค็ อื “มุมมองเชิง ระบบ” องค์ประกอบและกลไกท่ีบูรณาการในเกณฑ์ ได้แก่ ค่านิยมและแนวคิดหลัก เกณฑ์ 7 หมวดที่มีความ เชอื่ มโยงกัน และแนวทางการให้คะแนน ค่านยิ มและแนวคิดหลัก เกณฑ์ EdPEx มีฐานคิดมาจากความเช่ือและพฤติกรรมท่ีพบในองค์กรท่ีมีผลการดาเนินการที่ดี (หนา้ 1-12) 11 ดา้ นดงั นี้ • มมุ มองเชิงระบบ (Systems perspective) • การนาองคก์ รอย่างมวี ิสยั ทัศน์ (Visionary leadership) • ความเปน็ เลศิ ที่ม่งุ เน้นผ้เู รียน และลกู คา้ กลมุ่ อนื่ (Student- and customer-centered Excellence) • การให้ความสาคัญกบั คน (Valuing people) • การเรียนรรู้ ะดบั องคก์ รและความคลอ่ งตัว (Organizational learning and agility) (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดาเนินการท่เี ป็นเลศิ ฉบับปี 2563-2566  ค • การมุ่งเนน้ ความสาเรจ็ (Focus on success) • การจดั การเพ่ือนวัตกรรม (Managing for innovation) • การจัดการโดยใชข้ อ้ มูลจรงิ (Management by fact) • การสรา้ งประโยชนใ์ ห้สังคม (Societal contributions) • จริยธรรมและความโปร่งใส (Ethics and transparency) • การสง่ มอบคณุ ค่าและผลลัพธ์ (Delivering value and results) เกณฑ์คุณภาพการศกึ ษาเพอื่ การดาเนินการที่เป็นเลศิ ด้วยการตอบคาถามของเกณฑ์ EdPEx (หน้า 17-61) สถาบันจะสารวจจุดแข็งและโอกาสในการ พัฒนาของตนเอง ใน 7 หมวดทีส่ าคัญเพอ่ื บริหารจดั การและดาเนินการของทง้ั สถาบัน 1. การนาองค์กร: สถาบันแบ่งปันวิสัยทัศน์และนาองค์กรอย่างไร และทาให้มั่นใจถึงการกากับดูแล สถาบนั ท่ดี อี ยา่ งไร 2. กลยุทธ:์ สถาบันเตรียมความพร้อมสาหรบั อนาคตอย่างไร 3. ลูกค้า: สถาบันรับฟัง สร้างความพึงพอใจ และสร้างความผูกพันกับผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น อยา่ งไร 4. การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้: สถาบันใช้ข้อมูลและสารสนเทศท่ีเช่ือถือได้ เพื่อการตัดสินใจอยา่ งไร 5. บุคลากร: สถาบันสร้างความผกู พันและเพม่ิ อานาจการตดั สินใจใหแ้ กบ่ ุคลากรอย่างไร 6. ระบบปฏิบัติการ: สถาบันมั่นใจได้อย่างไรว่า ระบบปฏิบัติการที่ใช้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซ่งึ จะทาให้สามารถจดั การศกึ ษา ผลติ บณั ฑติ วิจยั บรกิ าร และตอบสนองตอ่ พนั ธกิจอนื่ ๆ ไดอ้ ย่างมีคุณภาพ 7. ผลลพั ธ:์ สถาบนั ดาเนนิ การได้ดเี พยี งใด ความเช่ือมโยงระหว่างเกณฑ์หมวดต่าง ๆ เหล่านี้ ทาให้เกิดมุมมองเชิงระบบของสถาบัน ตัวอย่าง ความเชื่อมโยงระหวา่ งกนั เชน่ 1. การเช่อื มโยงระหว่างแนวทางของสถาบนั ในหมวด 1-6 และผลลัพธ์ท่ีเกดิ ขน้ึ (หมวด 7) 2. การเช่ือมโยงระหวา่ งการวางแผนบคุ ลากรกับการวางแผนเชงิ กลยุทธ์ 3. ความจาเป็นต้องมีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่นและตลาดเพ่ือสร้างกลยุทธ์และ แผนปฏบิ ัติการ แนวทางการใหค้ ะแนน สาหรับเกณฑ์ EdPEx นี้ การระบุเพียงกระบวนการหรือผลลัพธ์ ยังไม่เพียงพอต่อการพัฒนาองค์กร สถาบนั สามารถประเมนิ ระดบั พฒั นาการของท้ังกระบวนการ (หมวด 1-6) และผลลัพธ์ (หมวด 7) ไดใ้ น 4 มติ ิ รายละเอียด แนวทางการให้คะแนน (หน้า 66-67) (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศึกษาเพือ่ การดาเนินการท่เี ปน็ เลศิ ฉบบั ปี 2563-2566  ง กระบวนการ หมายถึง วิธีการต่าง ๆ ท่ีสถาบันใช้เพื่อทาให้งานสาเร็จ เกณฑ์ EdPEx ช่วยให้สถาบัน ตรวจประเมนิ และปรบั ปรงุ กระบวนการ ใน 4 มิติ ดงั น้ี 1. แนวทาง (Approach): สถาบันมีวิธีการอย่างไรที่จะทาให้งานของสถาบันประสบผลสาเร็จ แนวทางทีส่ าคญั ของสถาบนั เป็นระบบและมปี ระสิทธผิ ลอยา่ งไร 2. การถ่ายทอดเพื่อนาไปปฏิบัติ (Deployment): สถาบันนาแนวทางที่สาคัญไปใช้อย่างคงเส้นคงวา ในหน่วยงานท่ีเกีย่ วข้องอย่างไร 3. การเรียนรู้ (Learning): สถาบันประเมินและปรับปรุงแนวทางท่ีสาคัญของตนได้ดีเพียงใด มีการ แบง่ ปนั ผลการปรบั ปรงุ ภายในสถาบันได้ดีเพียงใด องค์ความรู้ใหม่ ๆ นาไปสกู่ ารสรา้ งนวตั กรรมหรอื ไม่ 4. การบูรณาการ (Integration): แนวทางต่าง ๆ ที่ใช้สะท้อนส่ิงที่สถาบันจาเป็นต้องทา/มี (Organizational needs) ท้ังในปัจจุบันและอนาคตอย่างไร กระบวนการและระบบปฏิบัติการประสาน สอดคลอ้ งกนั ท่ัวทงั้ องค์กรไดด้ ีเพียงใด เพ่ือใหบ้ รรลเุ ป้าประสงคท์ ี่สาคญั ระดบั สถาบัน เกณฑ์ EdPEx ชว่ ยให้สถาบนั ประเมินผลลัพธ์ ใน 4 มติ ิ ดังน้ี 1. ระดบั (Levels): ระดบั ผลการดาเนนิ การปจั จบุ นั ตามตวั วัดท่เี หมาะสมเปน็ อยา่ งไร 2. แนวโนม้ (Trends): ผลลัพธ์มกี ารเปลย่ี นแปลงดีขึ้น คงเดิม หรือด้อยลงกวา่ เดิม 3. การเปรียบเทียบ (Comparisons): ผลการดาเนินการของสถาบันเทียบกับสถาบัน/องค์กรอื่น ทเี่ หมาะสมเปน็ อย่างไร เชน่ เทียบกับค่แู ขง่ หรอื ระดบั เทยี บเคียง หรือผูน้ าในวงการ 4. การบรู ณาการ (Integration): มีการแสดงผลลัพธ์ที่สาคัญและจาเปน็ ของสถาบนั หรือไม่ สถาบันใช้ ผลลัพธ์นนั้ ๆ เพือ่ การตดั สนิ ใจหรือไม่ เม่ือสถาบันตอบคาถามตามเกณฑ์และประเมินคาตอบดังกล่าวกับแนวทางการให้คะแนน สถาบันจะ สามารถระบุจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนา ท้ังจากเกณฑ์ในแต่ละหมวดและระหว่างหมวด วงจรการ ปรับปรุงต่าง ๆ จะเกิดข้ึนเมื่อมีการสอดประสานระหว่างกระบวนการทส่ี าคัญ และใช้ข้อมูลป้อนกลับระหว่าง กระบวนการและผลลพั ธ์ การใช้เกณฑ์นี้อย่างต่อเนื่อง จะทาให้สถาบันได้รู้จักตนเองเพ่ิมข้ึนเร่ือย ๆ และจะสามารถระบุวิธีท่ีดี ท่ีสดุ ในการสร้างจุดแขง็ ปิดชอ่ งวา่ ง และสร้างนวัตกรรม เกณฑ์ EdPEx จะทาใหเ้ กิดผลกระทบอะไร ในระดบั ชาติและนานาชาติ เกณฑ์ EdPEx สร้างเสรมิ ความสามารถในการแขง่ ขนั 3 ด้าน ไดแ้ ก่ 1. เพอื่ ชว่ ยปรับปรงุ กระบวนการ ขดี ความสามารถ และผลลัพธ์ของท้ังสถาบนั 2. เพอื่ เอ้อื ต่อการส่อื สารและการแลกเปล่ยี นเรยี นร้วู ิธีการปฏิบตั ิทดี่ ีระหวา่ งสถาบนั /องคก์ รต่าง ๆ 3. เพอ่ื เป็นเครื่องมือสรา้ งความเข้าใจและบรหิ ารจัดการผลการดาเนินการของสถาบนั ดว้ ยการชี้แนะ วธิ ีคดิ เชิงกลยทุ ธ์และสรา้ งโอกาสในการเรยี นรู้ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศกึ ษาเพ่อื การดาเนนิ การท่เี ปน็ เลิศ ฉบับปี 2563-2566  จ วธิ กี ารใชเ้ กณฑเ์ ลม่ น้ี สถาบันทั้งขนาดใหญ่หรือเล็ก สามารถจะใช้เกณฑ์นี้เพ่ือการพัฒนา การทาความเข้าใจกับเกณฑ์ EdPEx น้ี จะช่วยให้สถาบนั ตัดสินใจไดว้ ่า ควรจะเร่ิมตน้ อยา่ งไร หากสถาบนั เพิ่งเรม่ิ เรียนรเู้ กณฑ์ EdPEx สถาบันสามารถจะใชแ้ นวทางบางอย่างตอ่ ไปน้ี เพ่อื พฒั นา องค์กร 1. อ่านคาถามในโครงร่างองค์กรอย่างคร่าว ๆ (หน้า 17-22) เพ่ือหาคาตอบร่วมกับกับทีมผู้นา ระดบั สูง ซ่งึ อาจถือไดว้ ่า เป็นการเร่มิ ประเมนิ ตนเองตามเกณฑ์ EdPEx 2. ศึกษาค่านิยมและแนวคิดหลัก 11 ข้อของเกณฑ์ (หน้า 1-12) พิจารณาวิธีท่ีสถาบันจะปรับเพ่ิม มาตรการท่ีเกี่ยวข้องกบั คา่ นิยมหลัก และประเดน็ ทีค่ วรจะปรับปรุง 3. ตอบคาถามในหัวข้อท้ัง 17 ข้อ เพื่อให้เข้าใจพ้ืนฐานเกี่ยวกับเกณฑ์และผลการดาเนินการของ สถาบัน 4. ทาความเข้าใจกับเค้าโครงแบบง่าย ๆ ของระบบการบริหารจัดการ เพ่ือผลการดาเนินการ ในภาพรวมได้ ด้วยการอา่ นหวั ขอ้ หลกั ๆ (หน้า 17-61) สถาบนั ได้คานึงถึงมิตติ า่ ง ๆ เหลา่ นี้ เพอ่ื วางระบบการ นาองค์กรและวดั ผลการดาเนินการหรอื ไม่ 5. ใช้เกณฑ์ EdPEx และเอกสารประกอบ (สามารถศึกษาเพ่ิมเตมิ ท่ี http://www.edpex.org และ http://nist.gov/baldrige/publications/education_criteria.cfm หรือแหล่งอ่ืน ๆ) เพื่อเป็นแหล่งข้อมูล สาหรับการพัฒนาผลการดาเนินการของสถาบัน อาจช่วยให้สถาบันมีมุมมองหรือแนวคิดท่ีแตกต่างไปจาก เดิมหรอื แสวงหาแหลง่ อา้ งองิ ใหม่ ๆ สาหรับสถาบันท่ีมีความพร้อมที่จะตรวจประเมินองค์กรดว้ ยเกณฑ์ EdPEx พจิ ารณาใชค้ าแนะนาต่อไปนเี้ พ่ือประเมนิ สถาบนั ดว้ ยเกณฑ์ EdPEx 1. จัดทาโครงร่างองค์กรให้เสร็จสมบูรณ์ (หน้า 17-22) ขอให้ทีมผู้นาระดับสูงร่วมตอบคาถามใน โครงร่างองค์กร หากพบประเด็นใดที่ยังขาดสารสนเทศ มีน้อย หรือยังขัดแย้งกัน สถาบันสามารถใช้ประเด็น ดังกล่าวมาจัดทาแผนพัฒนา ในหลายสถาบัน แนวทางนี้จะเป็นข้ันแรกในการประเมินตนเองตามเกณฑ์ EdPEx 2. ใช้คาถามท้ังชุดในเกณฑ์เป็นแนวทางในการทาทุกเร่ืองที่สาคัญเพ่ือนาองค์กร สถาบันอาจพบ จุดบอดหลายดา้ นท่ีไม่เคยนกึ ถงึ และเปน็ ประเด็นท่ีควรใหค้ วามสาคญั มากข้ึน 3. ทบทวนแนวทางการให้คะแนน (หนา้ 65-66) แนวทางน้ี จะช่วยประเมินระดับพัฒนาของสถาบัน โดยเฉพาะเม่ือใช้ร่วมกับ “จากการผจญเพลิงสู่นวัตกรรม: อุปมาอุปมัยสาหรับการเรียนรู้” (หน้า 67) และ “ขั้นตอนสู่ความก้าวหนา้ ในการพฒั นา” (หน้า 68) (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพ่อื การดาเนนิ การท่ีเป็นเลิศ ฉบับปี 2563-2566  ฉ 4. ตอบคาถามในหมวดที่เห็นว่าจาเป็นต้องปรับปรุง ผู้รับผิดชอบจะตอบด้วยตนเองหรือ ตอบร่วมกันกับทีมผู้นาก็ได้ จากน้ันจึงประเมินจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนา เพ่ือจัดทาแผนปฏิบัติการ โปรดตระหนักว่า การประเมินในลักษณะน้ีอาจจะทาให้ได้ประโยชน์จากมุมมองเชิงระบบซ่ึงฝังลึกอยู่ในเกณฑ์ ท้งั 7 หมวดไมเ่ ตม็ ที่ 5. จัดให้มีการประเมินสถาบันโดยทีมผู้นาระดับสูง ระหว่างการประชุมทบทวน (Retreat) ให้ทีมผู้นา ตอบโครงร่างองค์กรและเกณฑ์ท้ัง 7 หมวด และบันทึกไว้ จากนั้นจึงวิเคราะห์จุดแข็งและโอกาสในการพัฒนา และร่วมกันกาหนดแผนปฏิบัติการ 6. ดาเนินการประเมินตนเองตามเกณฑ์ EdPEx จัดทีมในสถาบันเพ่ือตอบคาถามตามโครงร่าง องค์กรและเกณฑท์ ง้ั 7 หมวด เมื่อสถาบนั พร้อมที่จะย่นื ขอรบั การประเมนิ จากภายนอก สถาบันสามารถดาเนินการได้หลายรูปแบบ เช่น เชิญผู้ตรวจประเมินจากภายนอกมาตรวจประเมิน ยื่นขอรับการประเมินจากสานักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป อว.) ตามประกาศข้ันตอนการดาเนินการ โดยติดตาม จากเว็บไซต์ www.edpex.org หรือย่ืนขอรับการประเมินจาก คณะกรรมการรางวัลคุณภาพแห่งชาติ . (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศึกษาเพ่ือการดาเนินการท่เี ปน็ เลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 1 ค่านิยมและแนวคิดหลกั (Core Values and Concepts) ค่านิยมและแนวคิดหลักของเกณฑ์ EdPEx เป็นความเช่ือและพฤติกรรมที่ฝังลึกอยู่ในองค์กรท่ีมี ผลการดาเนินการที่เป็นเลิศหลายแห่ง ค่านิยมหลักและแนวคิดจึงเป็นฐานรากที่ก่อให้เกิดความเช่ือมโยง ระหว่างความต้องการหลักของสถาบันและกระบวนการปฏิบัติงานภายใน ภายใต้กรอบการจัดการที่เน้น ผลลพั ธ์ ซ่ึงเป็นพืน้ ฐานสาคญั ของ 1) การปฏิบัติ 2) ผลตอบรับ และ 3) ความสาเรจ็ อย่างตอ่ เนื่อง เกณฑ์ EdPEx จัดทาข้ึนโดยอาศยั ค่านยิ มและแนวคิดหลกั ต่าง ๆ ดังน้ี • มมุ มองในเชงิ ระบบ (Systems perspective) • การนาองค์กรอย่างมวี ิสัยทัศน์ (Visionary leadership) • ความเป็นเลิศทมี่ ุ่งเน้นผ้เู รียน และลูกค้ากลมุ่ อ่ืน (Student- and customer-centered Excellence) • การใหค้ วามสาคญั กับคน (Valuing people) • การเรียนรรู้ ะดบั องค์กร และความคลอ่ งตวั (Organizational learning and agility) • การมุง่ เน้นความสาเรจ็ (Focus on success) • การจดั การเพื่อนวตั กรรม (Managing for innovation) • การจดั การโดยใชข้ ้อมลู จรงิ (Management by fact) • การสรา้ งประโยชนใ์ หส้ งั คม (Societal contributions) • จรยิ ธรรมและความโปรง่ ใส (Ethics and transparency) • การสง่ มอบคุณคา่ และผลลพั ธ์ (Delivering value and results) มมุ มองในเชิงระบบ (Systems Perspective) มุมมองในเชิงระบบ หมายถึง สถาบันบริหารจัดการทุกเรื่อง/องค์ประกอบของสถาบันให้เป็น หน่ึงเดียว เพ่ือให้บรรลุพันธกิจ ประสบความสาเร็จอย่างต่อเนื่อง และมีผลการดาเนินการท่ีเป็นเลิศ มุมมอง ในเชิงระบบ ยังหมายถึงการจัดการสถาบันภายใต้บริบทของระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เช่ือมโยงซ่ึงกันและ กนั ซงึ่ แสดงให้เหน็ ถงึ โอกาสสาหรบั ความสัมพนั ธ์ใหม่ ๆ และนวัตกรรม การจดั การผลการดาเนินการโดยรวมของสถาบนั จะประสบความสาเรจ็ ได้ ตอ้ งอาศยั การตระหนกั รู้ว่า สถาบันเป็นระบบที่มีการปฏิบัติการที่เช่ือมโยงกัน การสังเคราะห์ในประเด็นเฉพาะของแต่ละสถาบัน ความสอดคลอ้ งไปในแนวทางเดียวกนั และการบูรณาการ เปน็ สงิ่ ท่ที าให้ระบบประสบความสาเรจ็ “การสังเคราะห์” (Synthesis) หมายถึง การมองภาพรวมของท้ังสถาบันซึ่งรวมถึงคุณลักษณะ ที่สาคัญของสถาบัน ได้แก่ สมรรถนะหลักของสถาบัน วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ ระบบงาน และความต้องการของบคุ ลากร “ความสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน” (Alignment) หมายถึง การใช้ความเชื่อมโยงที่สาคัญ ในสถาบัน เพื่อทาให้ม่ันใจว่าแผนงาน กระบวนการ ตัววัด และการปฏิบัติการต่าง ๆ มีความสอดคล้องไป ในแนวทางเดยี วกัน (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศกึ ษาเพ่อื การดาเนนิ การท่เี ป็นเลศิ ฉบับปี 2563-2566 2 “การบูรณาการ” (Integration) เป็นการต่อยอดจากความสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน เพ่ือให้ ทุกองค์ประกอบของการจัดการผลการดาเนินการของสถาบัน เช่น แผนงาน กระบวนการ ตัววัด และการ ปฏิบัติการต่าง ๆ มีความสอดประสาน และเชื่อมโยงเป็นภาพใหญ่ภาพเดียวกัน ในลักษณะที่เสริมประโยชน์ ซึ่งกันและกัน นอกจากน้ี สถาบันเป็นส่วนหน่ึงของระบบนิเวศที่ประกอบด้วย เครือข่ายองค์กรต่าง ๆ รวมถึงคู่ความ ร่วมมือทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผู้ส่งมอบ คู่แข่ง ผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น ชุมชน และองค์กร ท่ีเก่ียวข้องอ่ืน ๆ ท้ังภายในและภายนอกภาคส่วนการศึกษา ภายในระบบนิเวศขนาดใหญ่นี้ บทบาทระหว่าง องค์กรอาจเป็นไปอย่างลื่นไหล เมื่อมีโอกาสเกิดขึ้นและจาเป็นต้องเปล่ียนแปลง สาหรับระบบนิเวศ การสังเคราะห์หมายถึงการเข้าใจว่าสถาบันเป็นส่วนหน่ึงของภาพรวมใหญ่ ซึ่งรวมคุณสมบัติท่สี าคัญที่สถาบัน มีส่วนร่วมในการให้และต้องได้รับจากคู่ความรว่ มมือทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ คู่แข่ง ผู้เรียน ลูกค้า กลมุ่ อ่นื ชมุ ชนและองคก์ รทเ่ี กีย่ วข้องอ่ืน ๆ แนวคิดดังกล่าวข้างต้นนี้ แสดงไว้ในภาพรวมการบริหารจัดการตามแนวทาง EdPEx (หน้า 13) มุมมองเชิงระบบ ครอบคลุมถึงการท่ีผู้นาระดับสูงของสถาบันให้ความสาคัญต่อทิศทางเชิงกลยุทธ์และการ มุ่งเน้นผู้เรียน และลูกค้ากลุ่มอื่น ซ่ึงหมายความว่า ผู้นาระดับสูงต้องตรวจติดตาม ตอบสนอง และจัดการผล การดาเนนิ การ โดยอาศัยผลลพั ธเ์ ป็นพน้ื ฐาน นอกจากนี้ มมุ มองเชงิ ระบบยังหมายรวมถึงการใชต้ วั วัด ตัวชีว้ ัด สมรรถนะหลักของสถาบัน และความรู้ของสถาบัน เพ่ือสร้างกลยุทธ์ท่ีสาคัญ และเชื่อมโยงกลยุทธ์เหล่านั้น เข้ากับระบบงานและกระบวนการท่ีสาคัญ บริหารความเสี่ยง และจัดสรรทรัพยากรให้มีความสอดคล้องไปใน แนวทางเดียวกัน เพ่ือปรับปรุงผลการดาเนินการโดยรวม และเพ่ือมุ่งเน้นผู้เรยี น ลูกค้ากลุ่มอื่น และผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย ค่านิยมและแนวคิดหลัก เกณฑ์ท้ัง 7 หมวด และแนวทางการให้คะแนน เป็นองค์ประกอบและกลไก การบูรณาการระบบเข้าดว้ ยกัน การนาองคก์ รอย่างมีวิสยั ทัศน์ (Visionary Leadership) ผู้นาระดบั สูงของสถาบนั 1) ควรกาหนดวสิ ัยทศั น์ 2) แสดงให้เห็นถงึ คา่ นยิ มและจรยิ ธรรมของสถาบัน ที่มีความชัดเจนและเปน็ รปู ธรรม 3) ทาให้เกิดการมุ่งเน้นผู้เรียนและลูกค้ากลมุ่ อื่น และ 4) ชี้ให้เห็นว่าสถาบนั มคี วามคาดหวงั ตอ่ ผลการดาเนินงานท่ีดียง่ิ จากบุคลากร วิสัยทัศน์ ค่านิยม และความคาดหวังของสถาบัน ควรมีความสมดุลระหว่างความต้องการของ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ผู้นาต้องทาให้ม่ันใจว่ามีการกาหนดกลยุทธ์ ระบบ และวิธีการต่าง ๆ เพ่ือสร้าง องค์ความรู้ และขีดความสามารถ กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม บริหารความเส่ียง กาหนดให้มีความรับผิดชอบ (Accountability) ทาให้บรรลุผลการดาเนินการที่เป็นเลิศ เพื่อทาให้มั่นใจได้ว่าสถาบนั จะประสบความสาเร็จ อย่างตอ่ เน่ือง (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศกึ ษาเพ่ือการดาเนนิ การท่ีเป็นเลศิ ฉบับปี 2563-2566 3 ค่านิยมและกลยุทธ์ท่ีผู้นาได้กาหนดไว้ ควรช่วยชี้นาการตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมของสถาบัน ผู้นาระดับสูงต้องสร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนมีส่วนสนับสนุนงานของสถาบัน มีการ พัฒนาและการเรียนรู้ ใฝ่สร้างนวัตกรรม และเปิดรับการเปลี่ยนแปลงท่ีสาคัญ ผู้นาระดับสูงควรรับผิดชอบ ต่อการกระทาและผลการดาเนินงานของคณะกรรมการกากับดูแลสถาบัน ในขณะเดียวกัน คณะกรรมการชุดนี้ ควรรับผดิ ชอบตอ่ ผู้มสี ว่ นได้สว่ นเสยี ทุกกลุ่ม ทง้ั ในดา้ นจรยิ ธรรม การปฏบิ ัติการ รวมทั้งผลการดาเนินการของ สถาบันและของผ้นู าระดับสูงดว้ ย ผ้นู าระดบั สูงควรปฏบิ ตั ติ นเปน็ แบบอย่างทด่ี ี โดยการประพฤตปิ ฏบิ ัติอย่างมีจรยิ ธรรม และมีสว่ นรว่ ม ด้วยตนเองในเรื่องการวางแผน การสร้างสภาวะแวดล้อมท่ีเกื้อหนุนต่อการสร้างนวัตกรรม การสื่อสาร การสอนงานและสร้างแรงจูงใจให้แก่บุคลากร การพัฒนาผู้นาในอนาคต และการทบทวนผลการดาเนินการ ของสถาบนั รวมท้ังการแสดงใหเ้ ห็นวา่ ผู้นาตระหนักถึงคณุ คา่ ของบคุ ลากร ในการเป็นแบบอย่างท่ีดี ผู้นาระดับสูงสามารถเสริมสร้างจริยธรรม ค่านิยม และความคาดหวังของ สถาบันไปพร้อม ๆ กับการสร้างภาวะผู้นา ความมุ่งม่ัน และความคิดริเร่ิมให้เกิดข้ึนทั่วทั้งสถาบัน นอกจากนี้ ผู้นาระดับสูงควรแสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวตนท่ีแท้จริง (Authenticity) และการยอมรับความผิดพลาด รวมทัง้ โอกาสในการปรับปรุงพฒั นาตนเอง ความเปน็ เลศิ ที่มุ่งเนน้ ผู้เรียนและลกู ค้ากลุ่มอื่น (Student- and customer-Centered Excellence) เนื่องจากผู้เรียน และลูกค้ากลุ่มอ่ืนของสถาบันเป็นผู้ตัดสนิ ผลการดาเนินการและคุณภาพของการจัด การศึกษาและบริการฯ ดังน้ัน สถาบันจึงต้องคานึงถึงลักษณะเฉพาะท่ีโดดเด่นของการจัดการศึกษาและ บริการฯ รวมท้ังช่องทางในการเข้าถึงและสนับสนุนเพื่อเป็นการส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น เหล่าน้ี ซง่ึ จะนาไปสกู่ ารได้ผู้เรยี นและลูกค้าใหม่ ความพงึ พอใจ ความนยิ ม และความภักดี การกลา่ วถงึ ในทาง ท่ดี ี ไปจนถงึ ความสาเร็จอยา่ งตอ่ เนอื่ งของสถาบันในท่ีสุด ความเป็นเลิศท่ีมุ่งเน้นผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น มีส่วนประกอบท้ังท่ีเป็นปัจจุบันและอนาคตคือ การเข้าใจความปรารถนา (desires) ในปัจจุบัน และการคาดการณ์ถึงความปรารถนาในอนาคตของผู้เรียน และลูกคา้ กลมุ่ อื่น และโอกาสของตลาด คุณค่าและความพึงพอใจของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืนอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยต่าง ๆ ท่ีมาจาก ประสบการณ์ทั้งหมดที่พวกเขามีกับสถาบัน ปัจจัยดังกล่าวรวมถึงการจัดการความสมั พันธ์ระหว่างสถาบันกับ ผ้เู รยี นและลกู คา้ กลุ่มอนื่ ซึ่งช่วยสร้างความไวว้ างใจ ความเชือ่ ม่นั และความภักดี ความเป็นเลิศท่ีมุ่งเน้นผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น สถาบันไม่ควรมองเพียงแค่ความสาเร็จของผู้เรียน เชน่ ความสามารถตามมาตรฐานข้ันตา่ สุด ความจาเป็นทตี่ ้องสอบซ่อม/เรียนเสรมิ แม้วา่ ปัจจัยเหลา่ นีเ้ ป็นสิ่งท่ี มีผลต่อมุมมองของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืนท่ีมีต่อสถาบัน และเป็นสิ่งสาคัญในเร่ืองความเป็นเลิศท่ีสถาบัน ต้องการมุ่งเน้น เช่น หากต้ังวิสัยทัศน์ในการผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถระดับนานาชาติ อาจใช้ตัวชี้วัด ความสามารถในการสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนา 10 ลาดับแรกของต่างประเทศ หรือ การได้ รบั เขา้ ทางานในองค์กรขา้ มชาติ/องค์การระหว่างประเทศ หรอื ไดร้ ับรางวลั ในระดบั นานาชาติ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศึกษาเพอื่ การดาเนนิ การทีเ่ ป็นเลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 4 นอกจากน้ี ความสาเร็จของสถาบันในการพัฒนาความสามารถของผู้เรียนเพ่ือให้บรรลุเป้าหมาย การลดข้อร้องเรียน หรือ ความผิดพลาดของกระบวนการให้บริการ และข้อบกพร่อง เป็นส่ิงสาคัญอย่างย่ิง ในการรักษาผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืน และการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว การรักษาความปลอดภัยและ ความเปน็ ส่วนตวั ของข้อมูลลูกค้าเปน็ คณุ ลกั ษณะท่จี าเปน็ ในการรักษาลกู คา้ ไว้ สถาบันท่ีมุ่งเน้นผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น ไม่เพียงแต่ให้ความสาคัญต่อลักษณะของการจัดการศึกษา วิจัย และบริการฯ ท่ีตอบสนองความต้องการพื้นฐานของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่นเท่าน้ัน แต่ยังต้องให้ ความสาคัญตอ่ ลักษณะเฉพาะทโ่ี ดดเด่นท่ีทาให้สถาบันแตกต่างจากคู่แขง่ เช่น นวัตกรรม บรกิ าร ท่ผี สมผสาน หลายอย่างเข้าด้วยกัน การจัดการศึกษา และบริการฯ ตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะราย กลไกที่ หลากหลายในการเขา้ ถงึ การสอื่ สารสภู่ ายนอก การตอบสนองอย่างรวดเรว็ หรือความสมั พันธพ์ ิเศษ ทงั้ หมดนี้ อาจรวมถึงการมีส่วนร่วมในเครือข่ายพันธมิตรหรือเครือข่ายความร่วมมือที่ขับเคล่ือนประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและนวตั กรรม ดังนั้น ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่นจึงเป็นแนวคิดเชิงกลยุทธ์ท่ีมุ่งเน้น การรักษา ผเู้ รียนและลูกคา้ กลมุ่ อนื่ และสร้างความภักดี การรบั รภู้ าพลกั ษณข์ องสถาบัน (Brand recognition) การเพิ่ม ส่วนแบ่งตลาด และการเติบโตของสถาบัน นอกจากนี้ สถาบันต้องมีความไวอย่างต่อเน่ืองต่อความต้องการ ของผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอ่ืน และตลาดท่ีเปลี่ยนแปลงและเกิดขึ้นใหม่ รวมทั้งปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อความผูกพัน ของลูกค้า สถาบันต้องรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างตั้งใจ และต้องคาดการณ์ความเปล่ียนแปลงในตลาด ดังนั้น ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืน จึงต้องประกอบด้วยวัฒนธรรมท่ีมุ่งเน้นผู้เรียนและลูกค้า กลุม่ อ่นื และความคล่องตัวของสถาบัน การใหค้ วามสาคัญกับคน (Valuing People) ความสาเร็จของสถาบันขึ้นกับบุคลากรที่มีความผูกพัน ซ่ึงเกิดจากการได้ทางานที่มีความหมาย ทิศทางสถาบันชัดเจน โอกาสในการเรียนรู้ ความรับผิดชอบในผลการดาเนินการ รวมท้ังสภาวะแวดล้อมท่ี ปลอดภยั มคี วามไวเ้ นื้อเชือ่ ใจ และให้ความรว่ มมอื ซง่ึ กันและกนั สถาบันท่ีประสบความสาเร็จจะต้องมีวัฒนธรรมที่ใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของภูมิหลังและ คุณลักษณะ ความรู้ ทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และแรงจูงใจของบุคลากร และคู่ความร่วมมือทั้งที่เป็น ทางการและไม่เป็นทางการ สถาบันที่ประสบความสาเร็จจะให้ความสาคัญแก่ทุกคนท่ีมีส่วนร่วมในสถาบัน ลกู ค้ากลุ่มอืน่ สมาชิกในชมุ ชน และบคุ คลอนื่ ๆ ทไ่ี ด้รับผลกระทบจากการดาเนินงานของสถาบนั การใหค้ วามสาคัญกับคน ในส่วนของบุคลากร หมายถึง ความมุ่งมั่นต่อการสร้างความผูกพัน การพัฒนา และความผาสุกของบุคลากร ซ่ึงอาจต้องเสนอการทางานที่มีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับสถานที่ทางานและ ความต้องการในชีวิตที่มีความแตกต่างกันมากข้ึนเร่ือย ๆ ความท้าทายท่ีสาคัญในการให้ความสาคัญกับ บุคลากร มดี ังนี้ 1. การแสดงให้เหน็ ถึงความมงุ่ ม่นั ของผู้นาที่มีต่อความสาเรจ็ ของบุคลากร 2. การสร้างระบบจงู ใจและยกยอ่ งชมเชยหรอื ใหร้ างวลั ท่ีเกนิ กวา่ ระบบการให้ผลตอบแทนตามปกติ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศกึ ษาเพ่อื การดาเนินการทีเ่ ป็นเลิศ ฉบับปี 2563-2566 5 3. ขอ้ เสนอดา้ นการพัฒนาและความกา้ วหน้าของบุคลากรท่ีมใี นสถาบัน 4. การแบง่ ปันความรู้ของสถาบันเพื่อใหบ้ ุคลากรสามารถให้บริการผู้เรยี นและลูกค้ากลุ่มอ่นื และช่วย ใหส้ ถาบันบรรลุวตั ถปุ ระสงค์เชงิ กลยุทธไ์ ด้ดียงิ่ ข้ึน 5. การสร้างสภาวะแวดล้อมท่ีส่งเสริมให้บุคลากรกล้าท่ีจะเส่ียงโดยประเมินผลได้ผลเสียอย่างรอบด้าน เพอ่ื นาไปสู่นวตั กรรม 6. การสรา้ งระบบความรบั ผิดชอบในผลการดาเนินการของบุคลากรและสถาบัน ความสาเร็จของบุคลากร รวมท้ังผู้นา ข้ึนอยู่กับการท่ีบุคลากรมีโอกาสท่ีจะเรียนรู้ การเรียนรู้ หมายรวมถึงการเตรียมบุคลากรสาหรับสมรรถนะหลักในอนาคตของสถาบันด้วย การสอนงานในขณะ ปฏิบัติงานเปน็ วธิ กี ารพัฒนาบุคลากรท่มี ีความคมุ้ คา่ ท่ีจะอบรมขา้ มสายงานและเช่อื มโยงเร่ืองการฝึกอบรมกับ ความจาเปน็ ดา้ นอัตรากาลงั ของสถาบัน ในสถาบันท่ีการทางานต้องพึ่งพาอาสาสมัคร การพัฒนาและการเรียนรู้ของอาสาสมัครแต่ละคน ถือเปน็ สง่ิ สาคญั ท่ีควรพิจารณาเชน่ กัน สถาบันท่ีประสบความสาเร็จต้องสร้างความร่วมมือทั้งภายในและภายนอก และคู่ความร่วมมือ แบบพหุภาคี ทัง้ กบั กบั บุคคลอนื่ และองค์กรอ่ืน เพอ่ื ใหส้ ามารถบรรลุเป้าประสงคโ์ ดยรวมได้ดีข้ึน ความร่วมมือ ภายในสถาบัน อาจรวมถึงความร่วมมือระหว่างบุคลากรและผู้บริหาร การสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลข้ามสายงานในหน่วยงานต่าง ๆ และในพ้ืนที่ต่าง ๆ หรือระหว่างอาจารย์ บุคลากร และ อาสาสมคั ร เพ่อื พฒั นาความยืดหยนุ่ การตอบสนอง และการแบ่งปันความรู้ให้มากขน้ึ เมื่อการจัดการศึกษา วิจัย และบริการฯ มีความเป็นสหสาขามากข้ึนเรื่อย ๆ สถาบันอาจต้องการ พันธมิตรกลมุ่ ใหม่ การจดั การค่คู วามรว่ มมือ กลุม่ สถาบนั เครือข่ายทม่ี ีคณุ ค่า และรปู แบบธุรกิจใหม่ ๆ เพอ่ื ให้ บรรลุเป้าประสงค์ การจดั การท้งั หมดเหล่าน้ี จะช่วยทาให้สถาบันประสบความสาเร็จอยา่ งต่อเนอ่ื ง การเรยี นรรู้ ะดับองค์กรและความคล่องตวั (Organizational Learning and Agility) ความสาเรจ็ ในภาวะปัจจุบนั ท่ีมีการเปล่ยี นแปลงตลอดเวลาและมีการแขง่ ขันในระดับโลก จาเป็นต้อง อาศัยการเรียนรู้ระดับองค์กรอย่างต่อเนื่องและมีความคล่องตัว ซึ่งหมายถึง ขีดความสามารถในการ เปลี่ยนแปลงอย่างฉับไวและความยืดหยุ่นในการปฏิบัติการ สถาบันการศึกษากาลังเผชิญหน้ากับรอบเวลา ทสี่ ้ันลงเร่ือย ๆ ในการนาเสนอหลกั สูตรใหม่ หรอื หลักสตู รท่มี ีการปรับปรงุ หรือบริการตา่ ง ๆ อย่างตอ่ เนื่อง องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกาไรและองค์กรภาครัฐเองก็มีความจาเป็นต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อ ประเด็นใหม่ ๆ เหตุการณ์ท่ีเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง (Disruptive events) ซ่ึงเกิดบ่อยข้ึน อาจสืบเนื่อง มาจากการเกิดข้ึนของเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม หรือการเสนอการจัดการศึกษา วิจัย และบริการฯ วิกฤต เศรษฐกิจ สภาพภูมิอากาศท่ีเปลี่ยนแปลง ข้อบังคับใหม่ หรือเสียงเรียกร้องจากชุมชนหรือสังคม ดังน้ัน สถาบันจึงต้องมีความสามารถในการรับมือกับการบริหารความเสี่ยงและการเปล่ียนแปลงแบบพลิกโฉม ด้วยรอบเวลาที่สั้นลง การปรับปรุงเร่ืองเวลาในการตอบสนองมักต้องอาศัยระบบงานใหม่ การปรับ กระบวนการทางานให้เรยี บง่ายขึ้น เครือข่ายผู้ส่งมอบและคู่ความรว่ มมือที่คล่องตัว หรือความสามารถในการ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศกึ ษาเพ่ือการดาเนินการที่เป็นเลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 6 ปรับเปล่ียนจากกระบวนการหนึ่งไปสู่อีกกระบวนการหน่ึง หรือจากสถานที่หน่ึงไปสู่อีกสถานที่หน่ึงอย่าง รวดเร็ว ดังนั้น การจัดการองค์ความรู้ของสถาบันให้ทันสมัยและมีประสิทธิผล และบุคลากรท่ีได้รับการอบรม ข้ามสายงานและได้รับอานาจในการตัดสินใจเพิ่มขึ้น จึงเป็นสินทรัพย์สาคัญอย่างย่ิงท่ามกลางสถานการณ์ที่มี ความผันแปรตลอดเวลา การเรียนรู้ระดับองค์กรประกอบด้วยการปรับปรุงแนวทางท่ีมีอยู่แล้วอย่างต่อเน่ือง และการเปลี่ยนแปลง ท่ีสาคัญหรือการสร้างนวัตกรรมที่นาไปสู่เป้าประสงค์ใหม่ แนวทางใหม่ การจัดการศึกษา วิจัย และบริการฯ และตลาดใหม่ การเรียนรู้ต้องถกู ปลกู ฝังลงไปในวิถีการปฏิบตั ิงานของสถาบนั ซง่ึ หมายความว่า การเรยี นรคู้ วรเปน็ 1. สว่ นหนงึ่ ของการปฏิบตั ิงานประจาวนั ท่ีทาจนเป็นกจิ วตั ร 2. ส่ิงท่ีสง่ ผลตอ่ การแกป้ ญั หาที่ต้นเหตุโดยตรง (รากเหงา้ ของปญั หา) 3. การเน้นการสร้างองค์ความรูแ้ ละแบ่งปันความรทู้ ว่ั ท้ังสถาบนั 4. ส่ิงที่ถูกผลักดันจากการเห็นโอกาสท่ีจะนาไปสู่การเปล่ียนแปลงที่สาคัญและมีความหมาย รวมทั้ง การสรา้ งนวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้ ได้แก่ แนวคิดของอาจารย์ บุคลากรและอาสาสมัคร ผลการวิจัยและพัฒนา ข้อมูล นาเข้าจากผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น การแบ่งปันวิธีปฏิบัติท่ีเป็นเลิศ ผลการดาเนินการของคู่แข่ง และ กระบวนการเทยี บเคยี งการเรียนรู้ระดบั องค์กร ส่งผลดังนี้ 1. การเพ่มิ คุณค่าใหแ้ กผ่ เู้ รียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืน ผ่านการจดั การศกึ ษาใหม่ ๆ /ปรบั ปรุงใหม่ และการ บริการฯ และการสนบั สนุนใหม่ ๆ ตอ่ ผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอน่ื 2. การสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางการศึกษา 3. การสรา้ งและปรับปรุงกระบวนการใหมห่ รือรปู แบบธรุ กิจใหม่ ๆ /ปรับปรุงใหม่ 4. การลดความผิดพลาด ของเสยี ความสญู เสยี และต้นทุนที่เกี่ยวข้อง 5. การเพิม่ ผลติ ภาพและประสิทธผิ ลในการใช้ทรัพยากรทง้ั หมดของสถาบัน 6. การเพมิ่ ความสามารถในการดาเนนิ การของสถาบันเพ่ือการสร้างประโยชนใ์ ห้สงั คม 7. การเพิ่มความคล่องตัวในการจดั การการเปลี่ยนแปลงและภาวะการหยุดชะงักของการปฏบิ ัตกิ าร ปัจจัยความสาเร็จในการตอบสนองความท้าทายเชิงแข่งขัน คือ ระยะเวลาตั้งแต่ออกแบบจนถึง การนาไปสกู่ ารนาเสนอ (Design-to-introduction time) (คอื ระยะเวลาที่ใช้เพ่อื กาหนดคุณลักษณะหลักสูตร หรือบริการ) หรือรอบเวลาในการสร้างนวัตกรรม สถาบันจาเป็นต้องบูรณาการกิจกรรมต่าง ๆ จากข้ันตอนหนึ่ง ไปสู่อีกขั้นตอนหน่ึงอย่างรวดเร็ว จากการวิจัยและแนวความคิดไปสู่การนาไปใช้ได้ เพ่ือตอบสนอง การเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาด ตัววัดท่ีเก่ียวกับเวลาในทุกแง่มุมมีความสาคัญมากข้ึน และตัววัดรอบเวลากลายเป็นตัววัดท่ีสาคัญ ตัวหน่ึงของกระบวนการ การให้ความสาคัญเรื่องเวลายังก่อให้เกิดประโยชน์สาคัญอื่น ๆ เช่น การปรับปรุง “เวลาท่ีใช้ในการดาเนินงาน” (Time improvement) จะส่งผลต่อการปรับปรุงหรือการเปลี่ยนแปลง (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศกึ ษาเพ่ือการดาเนินการทีเ่ ป็นเลิศ ฉบับปี 2563-2566 7 ระบบงาน สถาบัน คุณภาพ ต้นทุน การบูรณาการเครือข่ายอุปทาน ผลิตภาพ และความสาเร็จอย่างต่อเน่ือง ในสภาพตลาดทที่ ้าทายไปพรอ้ ม ๆ กนั การเรียนรู้ระดับองค์กรและความคล่องตัวจะประสบความสาเร็จได้ โดยพันธมิตรหรือคู่ความร่วมมือ เชิงกลยุทธ์ ซ่ึงอาจมีสมรรถนะหลักท่ีเติมเต็มให้แก่สถาบัน ทาให้สถาบันสามารถเข้าสู่ตลาดใหม่หรือเป็น พื้นฐานสาหรับการจัดการศึกษา วิจัย และบริการฯ ใหม่ นอกจากน้ี การร่วมมือหรือเป็นพันธมิตรอาจช่วย ผสมผสานและเสริมความแข็งแกร่งให้สมรรถนะหลักของสถาบัน/ขีดความสามารถของผนู้ าของท้ังสององค์กร ในประเด็นที่เป็นความสนใจร่วมกัน ความร่วมมือเช่นน้ีจะทาให้เกิดความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ใหม่ ๆ ของ สถาบัน ผลลพั ธ์ท่ไี ดอ้ าจเป็นเครือขา่ ยความร่วมมือที่กว้างขวางและพงึ่ พากนั ซง่ึ หมายถึงพันธมิตรและคู่ความ ร่วมมือทั้งท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการแบบเดิม หรือขยายไปถึง คู่แข่ง ผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น ชุมชน และ องค์กรที่อย่นู อกภาคส่วนการศกึ ษา การมงุ่ เน้นความสาเร็จ (Focus on Success) การสร้างสถาบันท่ีประสบความสาเร็จในปัจจุบันและในอนาคตต้องอาศัยความเข้าใจปัจจัยต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวท่ียาวข้ึน ซ่ึงมีผลกระทบต่อสถาบันและตลาด ดังน้ันเพ่ือให้เกิดความสาเร็จอย่าง ต่อเนื่อง สถาบนั ต้องจัดการกบั ความไมแ่ นน่ อนของสภาวะแวดล้อม รวมถึงการสรา้ งความสมดุลระหว่างความ ต้องการระยะส้ันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางกลุ่ม กับความจาเป็นท่ีต้องทา/มี ของสถาบันและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสยี กลมุ่ อน่ื ในการลงทุนเพ่ือความสาเร็จในระยะยาว ในการสร้างความย่ังยืนและเป็นผู้นาด้านผลการดาเนินการ สถาบันต้องมีแนวทางท่ีมุ่งเน้นอนาคตท่ี เข้มแข็งและมีความมุ่งม่ันที่จะสร้างพันธะระยะยาวกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ีสาคัญ ได้แก่ ผู้เรียน ลูกค้า บุคลากรกลุ่มอ่ืน ผู้ส่งมอบ คู่ความร่วมมือ สาธารณชน และชุมชนของสถาบัน ซึ่งต้องอาศัยความคล่องตัว ในการปรับเปลยี่ นแผน กระบวนการ และความสมั พันธ์ เม่ือสถานการณ์บังคับ การวางแผนงานของสถาบันและการจัดสรรทรัพยากรจึงควรคาดการณ์ล่วงหน้าถึงปัจจัยต่าง ๆ กลา่ วคอื • ความคาดหวังของผเู้ รียน และลกู คา้ กล่มุ อน่ื ทั้งในระยะสนั้ และระยะยาว • โอกาสในการสร้างการจัดการศึกษา วจิ ัย และบรกิ ารฯ ใหม่ ผู้ให้ความร่วมมือใหม่ • วกิ ฤตทีอ่ าจเกดิ ขึน้ ในอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกจิ • ความจาเป็นด้านอตั รากาลงั และขดี ความสามารถของบุคลากร • ตลาดโลกท่ีมีการแขง่ ขันสงู • การพัฒนาด้านเทคโนโลยี • ความเส่ยี งด้านความปลอดภยั และการรักษาความปลอดภยั บนโลกไซเบอร์ • การเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน ลูกคา้ กล่มุ อ่นื หรือสว่ นตลาด • รปู แบบธุรกิจใหม่ ๆ • การเปล่ยี นแปลงของกฎระเบียบขอ้ บังคบั ตา่ ง ๆ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศกึ ษาเพื่อการดาเนนิ การที่เปน็ เลิศ ฉบบั ปี 2563-2566 8 • ความต้องการและความคาดหวังของชุมชนและสงั คมท่ีเปล่ียนไป • การปรบั เปลี่ยนกลยุทธข์ องคู่แข่ง ดังน้ัน วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และการจัดสรรทรัพยากรของสถาบัน จึงต้องพิจารณาถึงปัจจัย ดังกล่าวดว้ ย การมุ่งเน้นความสาเร็จ ครอบคลุมถึงการพัฒนาผู้นา บุคลากร และผู้ส่งมอบ การวางแผนสืบทอด ตาแหน่งที่มีประสิทธิผล การสร้างสภาวะแวดล้อมท่ีสนับสนุนความกล้าเสี่ยงท่ีผ่านการประเมินผลได้ผลเสีย อย่างรอบด้าน และการกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม ตลอดจนการคาดการณ์ถึงประเด็นการสร้างประโยชน์ให้ สงั คมและความกงั วลของสงั คม การจัดการเพื่อนวตั กรรม (Managing for Innovation) นวัตกรรม หมายถงึ การเปล่ียนแปลงท่มี คี วามหมายเพอ่ื ปรับปรงุ หลักสูตรการจดั การศึกษา วจิ ัย และ บรกิ ารฯ กระบวนการ การปฏิบัติการ และรูปแบบธรุ กิจของสถาบนั หรือประสทิ ธิผลของสถาบัน รวมท้งั สรา้ ง คุณค่าใหม่ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นวัตกรรมควรนาสถาบันไปสู่มิติใหม่ของผลการดาเนินการ การสร้าง นวตั กรรมจาเป็นต้องมีสภาวะแวดล้อมท่ีเก้ือหนุน กระบวนการในการระบุโอกาสเชิงกลยุทธ์ และการแสวงหา ประเด็นทผ่ี า่ นการประเมินผลได้ผลเสียอยา่ งรอบดา้ นว่าสมควรที่จะเส่ียง นวัตกรรมเป็นแนวคดิ ท่ีแตกตา่ งจาก การปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเน่ือง (Incremental continuous improvement) แต่เติมเต็มซึ่งกันและกัน สถาบนั ทปี่ ระสบความสาเร็จใชท้ งั้ นวัตกรรมและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพ่อื ให้มีผลการดาเนินงานท่ีดีขน้ึ นวตั กรรมไม่จากัดอยู่ในขอบเขตของฝา่ ยวจิ ัยและพฒั นาเท่านน้ั แตย่ งั มคี วามสาคัญต่อการปฏบิ ัติการ ระบบงาน และกระบวนการทางานของสถาบันในทุก ๆ ดา้ น ผ้นู าจึงควรช้นี าและบรหิ ารสถาบันเพื่อทาให้การ ระบโุ อกาสเชงิ กลยุทธ์ และความกลา้ เสย่ี งทผ่ี ่านการประเมินผลไดผ้ ลเสยี อย่างรอบด้านกลายเปน็ สว่ นหนึ่งของ วัฒนธรรมการเรียนรู้ของสถาบัน ผู้นาควรบูรณาการนวัตกรรมเข้าไว้ในการปฏิบัติงานประจาวัน และมีระบบ การปรับปรุงผลการดาเนินการของสถาบันช่วยเก้ือหนุน กระบวนการระบุโอกาสเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นระบบควรมี การปฏิบัติอย่างทั่วถึงทั้งสถาบัน และควรค้นหาพันธมิตรเชิงกลยทุ ธ์ที่สามารถเติมเต็มให้แก่สถาบัน ตลอดจน องคก์ รใหมท่ ไ่ี มเ่ คยอยู่ในเครือข่ายความรว่ มมือมาก่อน นวัตกรรมอาจเกิดจากการปรับใช้นวัตกรรมของอุตสาหกรรมอ่ืนเพื่อทาให้เกิดการเปล่ียนแปลงอย่าง ก้าวกระโดดในภาคการศึกษา นวตั กรรมเกดิ จากการส่ังสมความรู้ของสถาบันและบุคลากร และนวัตกรรมของ คู่ความร่วมมือท้ังที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ คู่แข่ง ลูกค้า และองค์กรที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ นวัตกรรมอาจ เป็นความร่วมมือระหว่างบุคลากรซ่ึงปกติไม่ได้ทางานด้วยกันและอยู่ในหน่วยงานที่แตกต่างกันใน สถาบัน รวมท้ังบุคลากรอื่น ๆ ในองค์กรเครือข่ายความร่วมมือ ดังน้ัน ความสามารถในการเผยแพร่และใช้ประโยชน์ จากความรใู้ หม่และทสี่ งั่ สมมาเหล่านี้อย่างรวดเร็ว จึงมคี วามสาคญั ตอ่ การผลกั ดนั นวตั กรรมของสถาบัน (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศึกษาเพือ่ การดาเนนิ การทเี่ ป็นเลศิ ฉบับปี 2563-2566 9 การจดั การโดยใชข้ อ้ มูลจริง (Management by Fact) การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง ต้องมีการวัดและการวิเคราะห์ผลการดาเนินการของสถาบัน ท้ังภายใน สถาบันและในสภาพแวดล้อมการแข่งขัน การวัดผลควรพัฒนาจากความต้องการและกลยุทธ์ และควรส่ือถึง ข้อมูลและสารสนเทศท่ีสาคัญอย่างย่ิงเก่ียวกับกระบวนการ ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลสัมฤทธิ์ที่สาคัญ รวมทั้ง ผลการดาเนินการของคู่แข่ง ของวงการศึกษาและวงการอื่นที่เกี่ยวข้อง การบริหารผลการดาเนินการของ สถาบันอย่างมีประสิทธิผลต้องอาศัยข้อมูลและสารสนเทศหลากหลายรูปแบบประกอบกัน ข้อมูลสารสนเทศ อาจอยู่ในหลายรูปแบบ เช่น ตัวเลข กราฟ หรือข้อมูลเชิงคุณภาพ และมาจากหลายแหล่ง ทั้งกระบวนการ ภายใน ผลสารวจ และอินเทอร์เนต็ (รวมทั้งสอ่ื สังคมออนไลน์) ระบบการวดั ผลการดาเนินการควรครอบคลมุ ถงึ • ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ผลการดาเนินการด้านลูกค้า การจัดการศึกษา วิจัย และบริการฯ และ กระบวนการ • การเปรยี บเทียบผลการดาเนนิ การดา้ นการปฏบิ ัตกิ าร ดา้ นตลาด และการแข่งขนั • ผลการดาเนินการดา้ นผสู้ ่งมอบ บคุ ลากร คคู่ วามร่วมมอื ตน้ ทุน งบประมาณ และการเงนิ • ผลลัพธ์ด้านการกากับดูแลองค์กรและการปฏิบัติตามกฏระเบียบข้อบังคับ และการบรรลุ วัตถปุ ระสงค์เชงิ กลยุทธ์ ในการปรับปรุงผลการดาเนินการและการจัดการการเปล่ียนแปลง สถาบันควรให้ความสาคัญกับ การเลือกและใช้ตัววัดหรือตัวชี้วัดผลการดาเนินการ ตัววัดหรือตัวชี้วัดท่ีเลือกมาต้องเป็นตัวท่ีดีที่สุดในการ สะท้อนถึงปัจจัยที่นาไปสู่ผลการดาเนินการที่ดีข้ึนในด้านผลการเรียนรู้ของผู้เรียน และผลการดาเนินการ ทดี่ ขี นึ้ ในดา้ นผเู้ รยี น ลกู ค้ากล่มุ อน่ื การปฏิบตั กิ าร งบประมาณ การเงนิ และสงั คม กลุ่มตัววัดหรือตัวชี้วัดควรผ่านการคัดเลือกมาอย่างรอบคอบ โดยต้องเช่ือมโยงกับความต้องการของ ผู้เรยี น และลกู ค้ากลุ่มอ่ืน และผลการดาเนินการของสถาบัน ตัววัดหรอื ตวั ชว้ี ัดดงั กล่าวจะชว่ ยให้กระบวนการ ท้ังหมดสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันกับเป้าประสงค์ของสถาบัน สถาบันอาจจาเป็นต้องใช้ตัววัดและ ตัวชี้วัดเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในสภาพแวดล้อมท่ีมีการเปล่ยี นแปลงอย่างรวดเร็ว การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ จากกระบวนการติดตามจะทาให้สถาบันสามารถประเมินและปรับเปลี่ยนตัววัดหรือตัวช้ีวัดเหล่าน้ันเพื่อให้ สนบั สนุนเปา้ ประสงคข์ องสถาบันยงิ่ ขึน้ การวิเคราะห์ หมายถึง การสกัดสาระสาคัญของข้อมูลและสารสนเทศออกมา เพื่อใช้สนับสนุน การประเมินผล การตัดสินใจ การปรับปรุง และการสร้างนวัตกรรม ในการวิเคราะห์สถาบัน จาเป็นต้องใช้ ข้อมูลเพื่อกาหนดแนวโน้ม การคาดการณ์ ตลอดจนความเป็นเหตุเป็นผลกัน ซ่ึงอาจจะยังไม่เห็นเด่นชัด ในช่วงแรก การวิเคราะห์จะสนับสนุนจุดมุ่งหมายหลายประการ เช่น การวางแผน การทบทวนผลการ ดาเนินการโดยรวม การปรับปรุงการปฏิบัติการ การเปรียบเทียบผลการดาเนินการกับคู่แข่ง หรือกับระดับ เทยี บเคยี งที่เปน็ เลศิ และการจัดการการเปลีย่ นแปลง เพอื่ อานวยความสะดวกในการวิเคราะห์ อาจต้องมีการรวบรวมข้อมูลจากแหลง่ ต่าง ๆ ทัง้ น้ี อาจต้อง มีการจาแนกข้อมูล เช่น ตามส่วนตลาด การจัดการศึกษา วิจัย และบริการฯ และกลุ่มบุคลากร เพื่อความ เขา้ ใจท่ีลึกซ้ึงขึน้ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศกึ ษาเพอ่ื การดาเนินการทเี่ ปน็ เลิศ ฉบับปี 2563-2566 10 การสรา้ งประโยชนใ์ ห้สังคม (Societal Contributions) ผู้นาของสถาบันควรใหค้ วามสาคัญต่อความการสร้างประโยชน์ให้สงั คม และการคานึงถึงความผาสุก และประโยชน์ของสังคม ผู้นาควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สถาบันและบุคลากรในการคุ้มครองป้องกันสุขอนามัย ความปลอดภัย และสิง่ แวดลอ้ ม ซง่ึ ครอบคลมุ ถึงผลกระทบของการปฏบิ ัติการของสถาบัน นอกจากนี้ สถาบัน ควรให้ความสาคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากร การนากลับมาใช้ใหม่ และการลดความสูญเสียต้ังแต่ต้นทาง การวางแผนจึงควรคาดการณ์ล่วงหน้าถึงผลกระทบในเชิงลบที่อาจเกิดข้ึนจากการ บริหารส่ิงอานวยความ สะดวก การทางานและการขนส่ง การวางแผนท่ีมีประสิทธิผลควรลดหรือป้องกันมิให้เกิดปัญหา แก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา และจัดให้มีสารสนเทศและการสนับสนุนท่ีจาเป็นเพื่อให้สาธารณะมีความ ตระหนกั ในเร่ืองดังกลา่ วอยู่เสมอ รวมทง้ั รกั ษาความปลอดภยั และความเชอ่ื มน่ั ของสาธารณะ สถาบันควรปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับของท้องถ่ิน จังหวัด หรือประเทศ และควร ถือเอาข้อบังคับเหล่าน้ัน เป็นโอกาสในการทาให้เหนือกว่าส่ิงที่จาเป็นตอ้ งปฏิบตั ิตามกฎระเบียบ การคานึงถึง ความผาสุกและประโยชนข์ องสงั คม หมายถึงการเป็นผนู้ าและการสนบั สนนุ ความต้องการทส่ี าคญั (เทา่ ทท่ี าได้ ตามข้อจากัดทางทรัพยากรของสถาบัน) ในเร่ืองสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจในขอบข่ายท่ีสถาบัน สามารถสรา้ งการเปลยี่ นแปลงได้ การเปน็ ผู้นาและการสนบั สนุนดงั กล่าว อาจรวมถงึ • การปรับปรุงดา้ นการศึกษา การดูแลสขุ ภาพ และบรกิ ารอ่ืนในชุมชน • การสรา้ งความเปน็ เลศิ ด้านสิง่ แวดลอ้ ม • การเปน็ แบบอย่างทด่ี ขี องสังคมในประเด็นท่ีมคี วามสาคัญ • การอนุรกั ษ์ทรพั ยากร • การลดคารบ์ อนฟุตพร้นิ ท์ • การใหบ้ รกิ ารชมุ ชนและกจิ กรรมเพ่ือการกุศล • การปรบั ปรุงการศึกษา และปรบั ปรุงวธิ ปี ฏิบัติของสถาบัน และ • การแบ่งปนั สารสนเทศท่ีไม่เป็นความลบั ทั้งน้ี การแสดงภาวะผู้นาในฐานะท่ีเป็นต้นแบบสามารถส่งผลต่อองค์กรอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ในการสรา้ งความร่วมมือเพอื่ ใหบ้ รรลุเจตจานงดงั กลา่ วดว้ ย ในการจัดการสร้างประโยชน์ให้สังคม สถาบันต้องใช้ตัววัดท่ีเหมาะสม และผู้นาต้องรับผิดชอบตัววัด ดังกล่าว จรยิ ธรรมและความโปร่งใส (Ethics and Transparency) สถาบันควรแสดงให้เห็นถึงความสาคัญของการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมต่อการทาธุรกรรม และการปฏิสมั พันธ์กับผูม้ สี ่วนไดส้ ว่ นเสียทุกกลุ่ม คณะกรรมการกากับดูแลองค์กรต้องมีจริยธรรมสูงและตรวจ ติดตามการดาเนินการทั้งหมด ผู้นาระดับสูงควรปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของการประพฤติปฏิบัติอย่าง มจี ริยธรรม และแสดงให้เห็นอยา่ งชัดเจนถงึ ความคาดหวงั ตอ่ บคุ ลากรในเรื่องดังกลา่ ว (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศกึ ษาเพอ่ื การดาเนินการท่เี ป็นเลิศ ฉบับปี 2563-2566 11 แนวปฏิบัติเรื่องการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมของสถาบันเป็นพ้ืนฐานสาหรับวัฒนธรรมและ ค่านิยมของสถาบันและเป็นส่ิงที่แยกแยะ “ความถูกต้อง” ออกจาก “ความไม่ถูกต้อง” การกาหนด หลักจริยธรรมท่ีออกแบบเป็นอย่างดีและค่านิยมของสถาบันจะเพ่ิมอานาจในการตัดสินใจแก่บุคลากรเพื่อให้ สามารถตัดสินใจอยา่ งมีประสิทธิผลด้วยความมนั่ ใจยิ่งข้ึน และอาจเป็นขอบเขตในการกาหนดบรรทัดฐานและ ขอ้ หา้ มของสถาบนั คุณลักษณะของความโปร่งใส คือ การสื่อสารอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาอย่างสม่าเสมอ ความรับผิดชอบ และการแบ่งปันข้อมูลท่ีชัดเจนและถูกต้องโดยผู้นาและผู้บริหาร ความโปร่งใสมีประโยชน์ ต่อสถาบันหลายประการ และเป็นปัจจัยที่สาคัญในการสร้างความผูกพันของบุคลากร ทาให้บุคลากรเข้าใจ เหตุผลของการกระทาและส่ิงที่พวกเขาจะมีส่วนร่วมได้ความโปร่งใสและความ รับผิดชอบยังมีความสาคัญ ในการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ทาให้เกิดการมีส่วนร่วม ความผูกพัน และความเชื่อมั่น ในสถาบนั การประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมและความโปร่งใสจะสร้างความไว้วางใจให้แก่ สถาบันและผู้นา สร้างความเชือ่ เรื่องความเทา่ เทียมและความเป็นธรรม ซงึ่ เป็นส่งิ ที่ผมู้ สี ่วนได้ส่วนเสียท่ีสาคัญทกุ กลมุ่ ใหค้ ณุ คา่ การส่งมอบคณุ คา่ และผลลพั ธ์ (Delivering Value and Results) การส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ีสาคัญและสร้างสมดุลของคุณค่าระหว่างกลุ่มเหล่านั้น จะช่วยในเรื่องการสรา้ งความภกั ดีต่อสถาบัน ทาให้มีความเติบโตทางเศรษฐกิจและเปน็ การสร้างประโยชนใ์ ห้ สังคมด้วย ในการตอบสนองต่อเป้าหมายท่ีเปล่ียนแปลงและขัดแย้งกันในบางคร้ัง เพ่ือรักษาสมดุลระหว่าง คุณค่าของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไว้ อาจหมายถึงว่ากลยุทธ์ของสถาบันต้องระบุความต้องการของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียที่สาคัญไว้ให้ชัดเจน เพ่ือช่วยให้มั่นใจว่าแผนและการปฏิบัติต่าง ๆ สนองความต้องการของทุกฝ่าย โดยหลกี เลี่ยงการเกดิ ผลกระทบด้านลบตอ่ ผูม้ ีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี กลมุ่ ใดกล่มุ หนง่ึ การใช้ตัววัดผลการดาเนินการแบบนาและแบบตาม (Leading & lagging measures) ร่วมกันอย่าง สมดุล เปน็ วิธกี ารทีม่ ปี ระสทิ ธิผลในการส่อื สารถึงจุดเนน้ สาคัญในระยะสั้นและระยะยาวของสถาบนั การตรวจ ติดตามผลการดาเนนิ การจริง และเป็นพนื้ ฐานเพอื่ การปรับปรงุ ผลลัพธ์ การวัดผลการดาเนินการของสถาบัน จาเป็นต้องมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่สาคัญ ซ่ึงนาไปใช้เพื่อสร้างคุณค่า และรักษาความสมดุลของคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ีสาคัญ ได้แก่ ผู้เรียนและผู้ปกครอง ลูกค้ากลุ่มอื่น บคุ ลากร ผู้สง่ มอบ คคู่ วามร่วมมือท้ังทเ่ี ปน็ ทางการและไม่เป็นทางการ สาธารณะ และชมุ ชน ดังน้ันผลลัพธ์จึง ต้องประกอบดว้ ยตวั วัดตา่ ง ๆ ท่ีไมใ่ ชต่ วั วดั เฉพาะด้านการเรยี นรู้ของผเู้ รยี นและการเงนิ แต่รวมถึงผลลัพธด์ ้าน กระบวนการ ความพงึ พอใจและความผูกพันของผเู้ รียน ลูกค้ากลุม่ อนื่ และบคุ ลากร รวมทั้งผลการดาเนินการ ดา้ นการนาสถาบัน กลยทุ ธ์ และดา้ นสังคม (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดาเนนิ การทีเ่ ป็นเลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 12 บทบาทของคา่ นยิ มและแนวคดิ หลัก (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพือ่ การดาเนนิ การท่ีเป็นเลิศ ฉบบั ปี 2563-2566 13 เกณฑ์คณุ ภาพการศกึ ษาเพือ่ การดาเนนิ การทเ่ี ปน็ เลิศและโครงสร้าง เกณฑ์คุณภาพการศกึ ษาเพือ่ การดาเนินการทเ่ี ปน็ เลศิ : มมุ มองเชิงระบบ ระบบการดาเนินการที่เป็นเลิศประกอบดว้ ยเกณฑ์ 7 หมวด ที่ส่วนกลางของภาพซงึ่ ระบุกระบวนการ และผลลัพธ์ตามท่สี ถาบันกาหนดไว้ การดาเนนิ การท่เี ป็นเลิศต้องอาศยั การนาองคก์ รทเ่ี ขม้ แขง็ และแสดงให้เหน็ ได้จากผลลพั ธ์ทีโ่ ดดเด่น คาว่า “บูรณาการ” ตรงกลางภาพ แสดงให้เห็นว่าทุกองค์ประกอบของระบบมีความสัมพันธ์และ เชื่อมโยงกัน ลกู ศรแนวนอนตรงกลางภาพ แสดงความเชอ่ื มโยงท่ีสาคัญในกลุ่มการนาองค์กร (หมวด 1-3 ทางด้านซ้าย) และในกลุ่มผลลัพธ์ (หมวด 5-7 ทางด้านขวา) ทั้งยังแสดงถึงความสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างกลุ่มการนาองค์กร และกลุ่มผลลพั ธ์ หวั ลกู ศรแนวตงั้ ตรงกลางภาพ ช้ไี ปทีโ่ ครงร่างองค์กรและฐานหลกั ของระบบที่จะใหส้ ารสนเทศและ ขอ้ มลู สะทอ้ นกลบั แก่กระบวนการท่สี าคญั และสภาวะแวดลอ้ มขององค์กร (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศึกษาเพอื่ การดาเนนิ การทเ่ี ปน็ เลิศ ฉบบั ปี 2563-2566 14 โครงสร้างของเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพ่อื การดาเนินการท่ีเปน็ เลิศ เกณฑ์ EdPEx ท้ัง 7 หมวดประกอบดว้ ยหัวขอ้ และประเดน็ ทีค่ วรพิจารณาต่าง ๆ ดังน้ี หัวข้อ เกณฑ์มีท้ังหมด 17 หัวข้อ (และมีอีก 2 หัวข้อในโครงร่างองค์กร) แต่ละหัวข้อมีจุดมุ่งเน้นท่ี เฉพาะเจาะจง หวั ขอ้ เหลา่ น้แี บง่ เป็น 3 กลมุ่ ตามประเภทของสารสนเทศทส่ี ถาบนั ต้องอธิบายดงั นี้ • โครงร่างองคก์ ร กาหนดให้อธบิ ายสภาวะแวดลอ้ มของสถาบัน • หวั ขอ้ ที่เก่ียวกบั กระบวนการ (หมวด 1-6) กาหนดให้อธบิ ายกระบวนการของสถาบนั • หัวขอ้ ทีเ่ ก่ียวกับผลลพั ธ์ (หมวด 7) กาหนดให้รายงานผลลัพธ์ของกระบวนการของสถาบนั ดูชื่อหวั ข้อและคะแนนในหนา้ 15 หมายเหตุ หมายเหตมุ จี ดุ ประสงคเ์ พื่อ (1) อธิบายคาศัพทห์ รือข้อคาถามให้ชดั เจน (2) ใหค้ าแนะนาและตวั อย่าง ในการตอบ และ (3) ระบุความเช่ือมโยงท่ีสาคญั กับหัวขอ้ อื่น ๆ ประเด็นเพื่อพจิ ารณา ในแต่ละหัวข้อ จะมีประเด็นเพื่อพิจารณาในรูปแบบของคาถามหรือข้อความ ซ่ึงแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ • คาถามพื้นฐาน (Basic questions) จะต่อจากหวั ข้อหลกั • คาถามโดยรวม (Overall questions) จะเป็นคาถามที่ใช้ตัวอักษรเข้ม คาถามช้ีนาเหล่านี้เป็น จดุ เรม่ิ ตน้ ในการตอบคาถามของเกณฑ์ • คาถามย่อย (Multiple questions) เป็นคาถามเด่ียว ๆ ในแต่ละประเด็นพิจารณา รวมท้ังคาถาม ทใี่ ชต้ วั อกั ษรเขม้ คาถามข้อแรกเป็นคาถามทส่ี าคญั ทส่ี ดุ ในชุดคาถามน้นั คาศัพท์ท่ีสาคัญ สถาบนั สามารถดูความหมายของคาศัพท์สาคัญ (พิมพ์ด้วยภาษาองั กฤษตัวใหญ)่ ได้ในอภิธานศพั ท์ ตง้ั แต่หนา้ 83-105 (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศกึ ษาเพอ่ื การดาเนนิ การทเ่ี ป็นเลศิ ฉบับปี 2563-2566 15 รปู แบบของหัวขอ้ หมายเลขหัวข้อ ช่อื หวั ขอ้ คาถามพื้นฐาน คะแนนของหวั ขอ้ ประเดน็ พจิ ารณา คาถามโดยรวม คาถามย่อย สรปุ หวั ขอ้ ของ คาถามยอ่ ย หมายเหตุ เช่อื มโยงไปยังคาอธิบาย เพิม่ เติมของเกณฑแ์ ละหัวข้อ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศึกษาเพ่ือการดาเนินการทีเ่ ป็นเลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 16 หวั ข้อและคะแนนของเกณฑค์ ุณภาพการศกึ ษาเพอ่ื การดาเนินการท่เี ป็นเลศิ (หน้า 62-66) แสดงระบบการให้คะแนนที่ใชก้ ับเกณฑ์ EdPEx บทนา: โครงร่างองคก์ ร คะแนน สว่ นท่ี 1 ลกั ษณะองค์กร 120 สว่ นท่ี 2 สภาวการณข์ ององค์กร 70 50 หมวดและหวั ข้อตา่ งๆ 85 1 การนาองคก์ ร 45 1.1 การนาองค์กรโดยผู้นาระดบั สงู 40 1.2 การกากับดแู ลองคก์ รและการสรา้ งประโยชน์ให้สังคม 85 2 กลยทุ ธ์ 40 2.1 การจัดทากลยทุ ธ์ 45 2.2 การนากลยทุ ธไ์ ปปฏิบัติ 90 3 ลูกค้า 45 3.1 ความคาดหวังของลกู ค้า 45 3.2 ความผกู พันของลูกค้า 85 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ 40 4.1 การวัด วเิ คราะห์ และปรับปรุงผลการดาเนินการขององค์กร 45 4.2 การจัดการสารสนเทศและการจดั การความรู้ 85 5 บุคลากร 45 5.1 สภาวะแวดลอ้ มด้านบคุ ลากร 40 5.2 ความผูกพนั ของบุคลากร 450 6 การปฏิบตั กิ าร 120 6.1 กระบวนการทางาน 6.2 ประสทิ ธผิ ลของการปฏิบัติการ 80 80 7 ผลลัพธ์ 80 7.1 ผลลพั ธด์ ้านการเรียนร้ขู องผูเ้ รยี น การตอบสนองตอ่ ลูกค้ากลุ่มอื่น 90 และด้านกระบวนการ 7.2 ผลลพั ธด์ า้ นผูเ้ รยี นและลูกคา้ กลุ่มอืน่ 1,000 7.3 ผลลัพธ์ด้านบคุ ลากร 7.4 ผลลัพธด์ า้ นการนาองค์กร และการกากบั ดูแลองคก์ ร 7.5 ผลลพั ธ์ดา้ นงบประมาณ การเงิน ตลาด และกลยุทธ์ คะแนนรวม (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศกึ ษาเพ่ือการดาเนินการที่เป็นเลิศ ฉบบั ปี 2563-2566 17 เกณฑค์ ณุ ภาพการศึกษาเพ่อื การดาเนินการทเี่ ป็นเลิศ เร่มิ ตน้ ด้วยโครงรา่ งองคก์ ร โครงร่างองค์กรเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมท่ีสุดในการประเมินตนเอง และเพ่ือเขียนรายงาน หากต้องการขอรับการตรวจประเมินจากภายนอก โครงร่างองค์กรมีความสาคัญเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผล ดงั ต่อไปนี้ • สถาบันสามารถใช้ประเมินตนเองในเบื้องต้น หากสามารถระบุได้ว่ามีประเด็นใดท่ีไม่มีสารสนเทศ มนี อ้ ย หรือขดั แยง้ กนั จะสามารถใช้ประเดน็ เหลา่ นัน้ มาวางแผนเพือ่ ใหเ้ กิดการปฏิบตั ิ • โครงร่างองค์กรทาให้เข้าใจบริบทของสถาบัน วิธีท่ีใช้ปฏิบัติการ และทาให้สถาบันสามารถระบุ ลักษณะเฉพาะของตน เพื่อใช้ตอบคาถามของเกณฑ์ในหมวด 1 – 7 การตอบคาถามทั้งหมดในเกณฑ์ควรสัมพันธ์ กบั บริบทของสถาบันทอ่ี ธบิ ายไว้ในโครงรา่ งองคก์ ร • โครงร่างองค์กรช่วยให้สถาบันสามารถระบุสารสนเทศสาคัญที่อาจขาดหายไป และช่วยให้สถาบัน มุ่งเนน้ ไปท่ขี อ้ กาหนดและผลลพั ธ์การดาเนินการที่สาคัญ บทนา: โครงร่างองคก์ ร โครงร่างองค์กร คอื ภาพรวมของสถาบัน และสภาวะแวดล้อมเชิงกลยทุ ธ์ P.1 ลักษณะองคก์ ร (Organizational Description): คุณลกั ษณะสาคญั ขององค์กรคอื อะไร ก. สภาพแวดลอ้ มขององค์กร (Organizational Environment) (1) หลักสตู รและบรกิ ารทางการศึกษาอื่น ๆ ท่ีสาคัญตามพนั ธกจิ (EDUCATIONAL PROGRAM AND SERVICE and Service Offerings) สถาบันมีการจัดการศึกษา วิจัย บริการ และตอบสนองต่อพันธกิจอื่น ๆ ที่สาคัญตามพันธกิจ อะไรบ้าง (ดคู าอธิบายในหมายเหตุ) ความสาคัญเชงิ เปรยี บเทียบของแตล่ ะหลักสูตร วิจยั และบรกิ ารฯ ท่มี ีต่อ ความสาเร็จของสถาบันคืออะไร สถาบันใช้วิธีการอย่างไร ในการจัดการศึกษา วิจัย บริการ และตอบสนอง พนั ธกจิ อ่ืนๆ (2) พนั ธกจิ วิสัยทศั น์ ค่านยิ ม และวัฒนธรรม (MISSION, VISION, VALUES, and Culture) พันธกิจ วิสัยทัศน์ ค่านิยม ของสถาบัน คืออะไร นอกเหนือจากค่านิยมแล้ว คุณลักษณะของ วัฒนธรรมองค์กรคืออะไร (ถ้ามี) สมรรถนะหลักของสถาบัน (CORE COMPETENCIES) คืออะไร และมีความ เก่ยี วขอ้ งอยา่ งไรกบั พันธกจิ ของสถาบนั (3) ลักษณะโดยรวมของบุคลากร (WORKFORCE Profile) ลักษณะโดยรวมของบุคลากรเป็นอย่างไร มีการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ ที่เกิดข้ึนด้าน องค์ประกอบของบุคลากรหรือท่ีเก่ียวกับความจาเปน็ ของสถาบันในเรื่องนี้ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศึกษาเพื่อการดาเนินการท่ีเปน็ เลิศ ฉบบั ปี 2563-2566 18 • กลุ่มและประเภทของบคุ ลากรหรอื คณาจารย์/พนักงาน เปน็ อย่างไร • ข้อกาหนดด้านวุฒิทางการศึกษาของคณาจารย์/พนักงานในแต่ละกลุ่มแต่ละประเภท มอี ะไรบา้ ง • อะไรคอื ปัจจัยขับเคล่อื นทสี่ าคัญทท่ี าใหบ้ คุ ลากรผกู พันและเขา้ มามสี ่วนร่วมอยา่ งจรงิ จังเพื่อให้ สถาบนั บรรลุพนั ธกจิ และวสิ ยั ทัศน์ • กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเจรจาสิทธิประโยชน์กับสถาบัน (เช่น สภาพนักงาน/สภาคณาจารย์/ สภาลกู จา้ ง) มีอะไรบ้าง (ถา้ ม)ี • ขอ้ กาหนดพเิ ศษด้านสขุ ภาพและความปลอดภยั ที่สาคัญของสถาบนั มีอะไรบา้ ง (ถ้ามี) (4) สินทรพั ย์ (Assets) สถาบัน มีอาคารสถานท่ี อุปกรณ์ เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาที่สาคัญกับการบรรลุ วิสยั ทศั นแ์ ละพันธกิจ อะไรบ้าง (5) สภาวะแวดล้อมด้านกฎระเบียบข้อบังคับ (Regulatory Environment) สถาบันดาเนินการภายใต้กฎระเบียบข้อบังคับที่สาคัญอะไรบ้างในด้านต่อไปน้ี 1) อาชีวอนามัย และความปลอดภัย 2) การรบั รองมาตรฐาน/วทิ ยฐานะ (accreditation) การรับรองคุณสมบัติหรือการขึ้นทะเบียน (certification) 3) มาตรฐานการศึกษา และ 4) กฎระเบียบข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม การเงิน และด้านการจัด การศึกษา วจิ ยั บรกิ าร และตอบสนองต่อพันธกิจอ่ืน ๆ ทีส่ าคญั ตามพันธกจิ ข. ความสัมพันธ์ระดับองคก์ ร (Organizational Relationships) (1) โครงสรา้ งองค์กร (Organizational Structure) โครงสร้างการนาองค์กร (Leadership Structure) และการกากับดูแลองค์กร (GOVERNANCE Structure) มีลักษณะอย่างไร โครงสร้างและกลไกระบบการนาองค์กร (LEADERSHIP SYSTEM) มีอะไรบ้าง ระบบการรายงานระหวา่ งคณะกรรมการกากบั ดูแลองค์กร ผูน้ าระดับสูง และองค์กรแม่ มีลกั ษณะเช่นใด (*) (2) ผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอ่ืน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Students, Other CUSTOMERS and STAKEHOLDERS) ส่วนตลาด ผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ีสาคัญของสถาบัน มีอะไรบ้าง (*) กลุ่มดังกล่าวมีความต้องการและความคาดหวงั ที่สาคัญอะไรตอ่ การจัดการศึกษา วิจัย บริการ และตอบสนอง ต่อพันธกิจอ่ืน ๆ การบริการสนับสนุน และการปฏิบัติการ อะไรคือความแตกต่างในความต้องการและความ คาดหวังของแต่ละกลุ่ม (3) ผู้ส่งมอบ คู่ความร่วมมือท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการ (Suppliers, PARTNERS, and COLLABORATORS) ผู้ส่งมอบ คู่ความร่วมมือท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการท่ีสาคัญมีใครบ้าง แต่ละกลุ่มต่าง ๆ เหลา่ นม้ี บี ทบาทอย่างไรต่อ • การสร้างหลักสูตรและการดาเนินการจัดการศึกษา วิจัย บริการ และตอบสนองต่อพนั ธกจิ อน่ื ๆ • การเสริมสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขันของสถาบนั (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศึกษาเพ่ือการดาเนินการที่เปน็ เลิศ ฉบับปี 2563-2566 19 กลมุ่ ต่างๆ เหลา่ นี้ มสี ว่ นช่วยและร่วมทาใหเ้ กิดนวัตกรรมของสถาบันอยา่ งไร สถาบันมีขอ้ กาหนด ทสี่ าคญั ของเครอื ข่ายอุปทาน (supply-network) อะไรบ้าง คาศัพท์ท่ีสาคัญต่าง ๆ สามารถดคู วามหมายของคาศพั ทส์ าคญั ได้ในอภิธานศพั ท์ หน้า 83-105 หมายเหตุ หมายเหตุ P.1 ก(1) การจัดการศึกษา วิจัย บริการ และตอบสนองต่อพันธกิจอ่ืน ๆ ที่สาคัญ หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ที่สถาบันนามาสู่ตลาดเพ่ือดึงให้ผู้เรียนเข้ามาเรียนรู้ และลูกค้ากลุ่มอื่นมาใช้บริการ หรือมีส่วนในการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาศาสตรห์ รือองค์ความรู้ กระบวนการจัดการศึกษา และบริการฯ ต่อ ผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่นของสถาบันอาจเป็นการจัดให้โดยตรง หรือโดยผ่านคู่ความร่วมมือทั้งท่ีเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ การจัดการศึกษา วิจัย และบริการ ของสถาบันท่ีไม่แสวงหาผลกาไร (รวมถึงสถาบัน ภาครัฐ) อาจหมายถงึ โปรแกรม/แผนงาน โครงการหรอื บริการต่าง ๆ หมายเหตุ P.1 ก(2) หากสถาบนั มกี ารกาหนดเจตจานงและพันธกิจ ควรอธิบายถึงสิง่ เหลา่ นั้นในการ ตอบคาถาม บางสถาบันอาจระบุพันธกิจและเจตจานง และบางสถาบันใช้คาเหล่านี้แทนกัน ในบางสถาบัน เจตจานงหมายถึงเหตุผลพื้นฐานในการดารงอยู่ของสถาบัน ส่ิงเหล่าน้ีมีบทบาทในการสร้างแรงบันดาลใจให้ สถาบันและชี้นาการกาหนดค่านยิ ม หมายเหตุ P.1 ก(2) ค่านิยมของสถาบันเป็นส่วนหน่ึงของวัฒนธรรมองค์กร คุณลักษณะอ่ืนของ วัฒนธรรมองค์กร อาจรวมถึงความเชื่อและบรรทัดฐานร่วมกัน (Shared beliefs and norms) ซึ่งนาไป สู่ลักษณะเฉพาะของบรรยากาศแวดล้อมภายในสถาบัน หมายเหตุ P.1 ก(3) กลุ่มและประเภทของบุคลากรหรือคณาจารย์/พนักงาน (รวมถึงกลุ่มท่ีจดั ตงั้ ขน้ึ เพ่ือเจรจาสิทธิประโยชน์กับสถาบัน) อาจจัดแบ่งตามประเภทของการจ้าง หรือสัญญาจ้าง สถานท่ีปฏิบัติงาน (รวมทั้งการทางานผ่านระบบออนไลน์) การทางานนอกสถานที่ สภาวะแวดล้อมในการทางาน นโยบาย ที่เอื้อต่อการดูแลครอบครัว หรือปัจจัยอ่ืน ๆ สาหรับสถาบันท่ีมีอาสาสมัครและพนักงานฝึกหัดที่ไม่ได้รับ คา่ จา้ งมาชว่ ยทางานให้สถาบนั ให้รวมกลุม่ เหล่าน้เี ป็นส่วนหน่งึ ของบุคลากรของสถาบันด้วย หมายเหตุ P.1 ก(5) ในเกณฑ์ EdPEx คาว่า “มาตรฐานด้านการศึกษา” อาจรวมถึงข้อกาหนดตาม กฎหมาย หลักปฏิบัติ (Codes of conduct) และนโยบาย (policy guidance) ท่ีใช้ทั่วไปในภาคส่วนการศึกษา ท้ังนี้ขึ้นกับพ้ืนที่ท่ีสถาบันดาเนินการอยู่ ซ่ึงอาจมีกฎระเบียบข้อบังคับด้านสภาพแวดล้อม ที่ครอบคลุมถึงการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก การควบคุมและการแลกเปล่ียนคาร์บอนเครดิต รวมถึงการใช้พลังงานอย่างมี ประสทิ ธภิ าพ หมายเหตุ P.1 ข(1) ในโครงร่างองค์กร จะถามคาถาม “อะไร (What)” สาหรับการนาองค์กร (โครงสร้างและกลไกระบบการนาองค์กร) ส่วนหมวด 1 และหมวด 5 จะถามว่าระบบถูกนาไปใช้ “อย่างไร (How)” หมายเหตุ P.1 ข(2) กลุ่มผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น อาจจัดกลุ่มตามความคาดหวัง พฤติกรรม ความนิยม หรือคุณลักษณะร่วมกัน ภายในแต่ละกลุ่มอาจมีการแบ่งย่อยเพ่ิมเติมอีกตามความแตกต่าง ความ เหมอื น หรอื ท้งั สองอยา่ ง สาหรบั สว่ นตลาดอาจจาแนกตาม (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศึกษาเพือ่ การดาเนนิ การท่ีเปน็ เลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 20 • หลกั สูตร วจิ ยั และบริการฯ หรอื รูปแบบเฉพาะ • วิธีการจัดการศึกษา วจิ ยั และบริการฯ ตา่ ง ๆ • พ้ืนทีท่ างภมู ิศาสตร์ หรือ • ปจั จยั อื่น ๆ ทไ่ี ดร้ ะบุไว้ หมายเหตุ P.1 ข(2) ความต้องการและความคาดหวังของผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และความต้องการด้านการปฏิบัติการ ผลักดันให้สถาบันตระหนักถึงความเส่ียงที่เกิดจากการหยุดชะงักของ การจัดการศึกษา วิจัย บริการ และตอบสนองต่อพันธกิจอื่น ๆ กระบวนการสนับสนุน และเครือข่ายอุปทาน รวมถงึ ความเส่ียงท่เี กดิ จากภยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาติและภาวะฉกุ เฉินอ่นื หมายเหตุ P.1 ข(3) ผู้ส่งมอบและคู่ความร่วมมือท่ีเป็นทางการ ควรรวมถึงโรงเรียนหลักที่เตรียม ความพร้อมของนกั เรียนทีจ่ ะเข้ามาเรยี นตอ่ ในสถาบนั หมายเหตุ P.1 ข(3) เครือข่ายอุปทานของสถาบัน ประกอบด้วย หน่วยงาน/องค์กรท่ีเกี่ยวข้องกับ การพัฒนาหลักสูตร และบริการฯ และการจัดการศึกษา วิจัย บริการ และตอบสนองต่อพันธกิจอ่ืน ๆ ให้แก่ ผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอน่ื ในบางสถาบนั หน่วยงาน/องค์กรเหล่านจ้ี ะอยใู่ นรูปแบบของห่วงโซ่ โดยทีห่ นว่ ยงาน หนึ่งทาหน้าที่เป็นผู้ส่งมอบให้อีกหน่วยงาน/องค์กรหนึ่งโดยตรง อย่างไรก็ตาม หน่วยงาน/องค์กรเหล่านี้มี โครงข่ายท่ีเช่ือมโยงและพึ่งพาซ่ึงกันและกันมากข้ึนเรื่อย ๆ ไม่เพียงแค่เป็นความสัมพันธ์เชิงเส้นตรง (Linear relationships) เกณฑ์ใช้คาว่า “เครือข่ายอุปทาน” แทน “ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)” เพ่ือชี้ให้เห็นถึงการ พ่งึ พาซ่ึงกนั และกันระหวา่ งสถาบันและผสู้ ่งมอบ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศึกษาเพอื่ การดาเนนิ การทเี่ ปน็ เลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 21 P.2 สถานการณ์ของสถาบนั (Organizational Situation): สถานการณ์เชงิ กลยุทธ์ของสถาบนั คืออะไร ก. สภาพแวดลอ้ มดา้ นการแขง่ ขนั (Competitive Environment) (1) ลาดับในการแขง่ ขนั (Competitive Position) ให้อธิบายขนาดและการเติบโตของสถาบัน เมื่อเปรียบเทียบกับองค์กรในธุรกิจหรือตลาดเดียวกัน ค่แู ขง่ มีจานวนเท่าไรและประเภทอะไรบ้าง (2) การเปลย่ี นแปลงความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness Changes) การเปล่ียนแปลงท่ีสาคัญ (ถ้ามี) ซ่ึงมีผลต่อสถานการณ์การแข่งขันของ สถาบัน รวมถึง การเปล่ยี นแปลงทส่ี รา้ งโอกาสสาหรบั การสร้างนวัตกรรมและความรว่ มมอื คืออะไร (*) (3) แหลง่ ข้อมูลเชงิ เปรยี บเทียบ (Comparative Data) ระบุแหล่งท่ีมาที่สาคัญสาหรับข้อมูลเชิงเปรียบเทียบและเชิงแข่งขันในธุรกิจเดียวกัน รวมท้ังข้อมูล เชิงเปรียบเทียบท่ีสาคัญจากธุรกิจอื่น สถาบันมีข้อจากัดอะไรบ้าง (ถ้ามี) ในการได้มาซ่ึงข้อมูล หรือข้อจากัด ในการใช้ประโยชน์จากข้อมลู เหลา่ น้ี ข. บริบทเชิงกลยทุ ธ์ (Strategic Context) ระบุความท้าทายเชิงกลยุทธ์และความได้เปรยี บเชงิ กลยทุ ธ์ทีส่ าคัญ ค. ระบบการปรบั ปรุงผลการดาเนินการ (PERFORMANCE Improvement System) ระบุระบบการปรับปรุงผลการดาเนินการรวมถึงกระบวนการของสถาบัน สาหรับการประเมินผลและ การปรบั ปรุงโครงการและกระบวนการของสถาบนั ท่สี าคัญ คาศัพทท์ ีส่ าคญั ต่าง ๆ สามารถดคู วามหมายของคาศัพทส์ าคญั ได้ในอภิธานศัพท์ หน้า 83-105 หมายเหตุ หมายเหตุ P.2 (ก) องค์กรไม่แสวงหาผลกาไรต้องแข่งขันกับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกาไรอ่ืน และกับ หนว่ ยงานอน่ื ทใ่ี หบ้ ริการคลา้ ยคลงึ กนั เพ่ือให้ไดแ้ หลง่ ทนุ สนับสนุนและอาสาสมัคร สมาชิกภาพ การเป็นทีร่ จู้ ัก ในชุมชนที่เหมาะสม และการไดร้ บั ความสนใจจากส่ือ หมายเหตุ P.2 (ข) ความท้าทายและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ อาจเก่ียวข้องกับด้านการจัดการศึกษา วิจัย บริการ และตอบสนองต่อพันธกิจอื่น ๆ ด้านการปฏิบัติการ ด้านการสร้างประโยชน์ให้สังคม และด้าน บุคลากร ความท้าทายและความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ อาจสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ การเงิน โครงสร้างและ วัฒนธรรมองค์กร เทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging technology) การบูรณาการด้านดิจิทัล (Digital integration) ความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ ช่ือเสียงของสถาบัน เช่น ความสาเร็จของผู้เรียน อัตราการสร้าง นวัตกรรม ทาเลทตี่ ้ังและการเขา้ ถงึ บรกิ ารได้โดยสะดวก และความสามารถในการสรรหา และรักษาบคุ ลากร หมายเหตุ P.2 (ค) ระบบการให้คะแนนของเกณฑ์ EdPEx (หน้า 62-66) พิจารณาการปรับปรุงผล การดาเนินการ ผ่านการเรียนรู้และการบูรณาการ ซึ่งเป็นมิติหน่ึงในการตรวจประเมินระดับพัฒนาการของ แนวทางและการถ่ายทอดเพ่ือนาไปปฏิบัติของสถาบัน คาถามนี้ช่วยกาหนดบริบทโดยรวมของแนวทางท่ีใช้ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คุณภาพการศกึ ษาเพื่อการดาเนินการท่ีเป็นเลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 22 ในการปรับปรุงผลการดาเนินการของสถาบัน แนวทางที่สถาบันใช้ควรสัมพันธ์กับความจาเป็นท่ีต้องทา/มี ของสถาบัน ทั้งนี้ อาจรวมถึง PDSA การประเมินตนเองเพื่อขอการรับรอง การใช้ระบบ UK Professional Standards Framework (UKPSF) เพอ่ื พฒั นาการสอน การประเมินระดับคณะ สถาบัน จากองค์กรภายนอก เช่น World Federation for Medical Education (WFME, ASEAN University Network Quality Assurance (AUNQA), Association to Advance Collegiate Schools of Business (AACSB), Accreditation Board for Engineering and Technology (ABET) รวมถึงเคร่ืองมือพัฒนาคุณภาพองค์กรอ่ืน เช่น การใช้ระบบ Lean Enterprise, Six Sigma, Story Board หรอื เครื่องมือปรับปรงุ อน่ื ๆ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศึกษาเพ่อื การดาเนนิ การทเ่ี ปน็ เลศิ ฉบับปี 2563-2566 23 1. การนาองคก์ ร (Leadership) (120 คะแนน) ในหมวดการนาองค์กร เกณฑ์ถามว่าการปฏิบัติตนของผู้นาระดับสูง ชี้นา และทาให้สถาบันมีความ ยั่งยืนอย่างไร นอกจากน้ี เกณฑ์ยังถามถึงระบบการกากับดูแลองค์กร (GOVERNANCE system) รวมท้ัง วิธีการที่สถาบันใช้เพื่อบรรลุผลความรับผิดชอบด้านกฎหมายและจริยธรรม และวิธีการท่ีสถาบันใช้เพ่ือตอบ แทนสังคม 1.1 การนาองคก์ รโดยผนู้ าระดบั สูง (Senior Leadership): ผู้นาระดับสงู นาองคก์ รอย่างไร (70 คะแนน) ก. วสิ ยั ทศั น์และคา่ นิยม (VISION and VALUES) (1) กาหนดวสิ ัยทศั นแ์ ละค่านยิ ม (VISION and VALUES) ผู้นาระดบั สูง (SENIOR LEADERS) ดาเนินการอยา่ งไรในการกาหนดวสิ ยั ทศั น์และคา่ นิยม ผู้นาระดับสูงดาเนินการอย่างไรในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์และค่านิยมสู่การปฏิบัติโดยผ่านระบบ การนาองค์กร (LEADERSHIP SYSTEM) ไปยังบุคลากร ผู้ส่งมอบและคู่ความร่วมมือท่ีเป็นทางการท่ีสาคัญ ผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น รวมท้ังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอ่ืน ๆ (*) การปฏิบัติตนของผู้นาระดับสูงแสดงให้เห็นถึง ความมงุ่ ม่นั ต่อค่านิยมของสถาบนั อยา่ งไร (2) การส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและอย่างมีจริยธรรม (Promoting Legal and ETHICAL BEHAVIOR) การปฏิบัติตนของผู้นาระดับสูงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อการประพฤติปฏิบัติตาม กฎหมายและอย่างมจี รยิ ธรรมอยา่ งไร ผู้นาระดับสูงสรา้ งสภาวะแวดล้อมในสถาบันเพือ่ ส่ิงเหล่านีอ้ ยา่ งไร ข. การสือ่ สาร (Communication) ผู้นาระดับสูงดาเนนิ การอย่างไรในการส่ือสารและสร้างความผูกพันกบั บุคลากร (WORKFORCE) ทัว่ ท้งั สถาบนั คูค่ วามร่วมมือสาคญั ทีเ่ ป็นทางการ ผูเ้ รยี น และลกู ค้ากลุ่มอืน่ ท่ีสาคัญ ผู้นาระดบั สงู ดาเนินการในเร่ืองต่อไปนี้อย่างไร • กระตุ้นใหเ้ กิดการส่ือสารสองทางทตี่ รงไปตรงมา • สอ่ื สารใหท้ ราบถึงการตัดสินใจท่สี าคญั และความจาเปน็ ตอ่ การเปล่ียนแปลงของสถาบนั • แสดงบทบาทโดยตรงในการจูงใจบุคลากรเพื่อให้มีผลการดาเนินการท่ีดี ให้ความสาคัญกับผู้เรียน ลูกค้ากลมุ่ อ่ืน และมงุ่ เน้นการเรยี นรขู้ องผูเ้ รียน ค. พันธกิจและผลการดาเนนิ การของสถาบัน (MISSION and Organizational PERFORMANCE) (1) การสร้างสภาวะแวดลอ้ มเพอื่ ความสาเร็จ (Creating an Environment for Success) ผู้ น าระดั บสู งด าเนิ นการอย่ างไรในการสร้ างสภา วะแวดล้ อมเพ่ื อท าให้ สถาบั น ป ร ะ ส บ ความสาเร็จทัง้ ในปัจจุบนั และในอนาคต (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศึกษาเพอ่ื การดาเนินการทเี่ ป็นเลศิ ฉบับปี 2563-2566 24 ผู้นาระดบั สงู ดาเนินการในเรือ่ งต่อไปนอี้ ยา่ งไร • สร้างสภาวะแวดล้อมเพ่อื ให้เกิดการบรรลพุ ันธกิจ • สร้างและเสริมสร้างให้เกิดวัฒนธรรมองค์กร และวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความผูกพันของผู้เรียน ลกู ค้ากลมุ่ อน่ื และบคุ ลากร • พัฒนาให้เกิดความคล่องตัวของสถาบัน ความรับผิดชอบ การเรียนรู้ระดับองค์กรและระดับ บุคคล นวัตกรรม และความกล้าท่ีจะเสยี่ งโดยประเมนิ ผลไดผ้ ลเสยี อยา่ งรอบด้าน (INTELLIGENT RISK taking) • มีสว่ นรว่ มในการวางแผนสืบทอดตาแหน่ง และการพฒั นาผ้นู าในอนาคตของสถาบัน (2) การทาใหเ้ กิดการปฏิบตั ิการอยา่ งจริงจัง (Creating a Focus on Action) ผู้นาระดับสูง ดาเนินการอย่างไรในการทาให้เกิดการปฏิบัติการอย่างจริงจังเพื่อให้บรรลุ พนั ธกิจของสถาบัน ผูน้ าระดับสงู ดาเนนิ การอยา่ งไรในเรอ่ื งตอ่ ไปนี้ • ทาให้เกิดการปฏิบัติอย่างจรงิ จงั ท่ีทาใหเ้ กิดการปรับปรุงผลการดาเนินการของสถาบนั • กาหนดเรอ่ื งที่จาเป็นต้องทา • ในการต้ังความคาดหวังต่อผลการดาเนินการ ไดพ้ จิ ารณาถงึ การสรา้ งคณุ ค่าและทาให้เกดิ ความสมดุลของคุณคา่ ระหวา่ งผู้เรียน ลูกค้ากลุม่ อน่ื และผู้มีส่วนไดส้ ว่ นเสยี อนื่ ๆ • แสดงใหเ้ ห็นถงึ ความรับผดิ ชอบส่วนตนต่อการดาเนินการของสถาบัน คาศพั ท์ที่สาคญั ต่าง ๆ สามารถดคู วามหมายของคาศัพท์สาคัญไดใ้ นอภธิ านศัพท์ หนา้ 83-105 หมายเหตุ หมายเหตุ 1.1 ผลลัพธ์การดาเนินการของสถาบันควรรายงานในหัวข้อ 7.1 - 7.5 ผลลัพธ์ด้าน ประสิทธผิ ลของการนาองค์กรและระบบการนาองคก์ รควรรายงานในหัวขอ้ 7.4 หมายเหตุ 1.1 ก(1) วิสัยทัศน์ของสถาบันควรเป็นตัวกาหนดบริบทสาหรับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ และแผนปฏิบตั กิ ารทีไ่ ดอ้ ธิบายไว้ในหัวข้อ 2.1 และ 2.2 หมายเหตุ 1.1 ข การส่ือสารในลักษณะสองทาง อาจรวมถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น การส่ง ข่าวสารเป็นระยะ ๆ ผ่านเว็บไซต์ทั้งภายในและภายนอก ทวีต (Tweet) บล็อก (Blogging) และวงสนทนา อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic forums) ของผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น และบุคลากร รวมทั้งการติดตามและ การตอบกลบั (*) ช่องทางสอ่ื สังคมออนไลนจ์ ากภายนอก หมายเหตุ 1.1 ข บทบาทโดยตรงของผู้นาระดับสูงในการสร้างแรงจูงใจแก่บุคลากร อาจรวมถึงการ มสี ่วนรว่ มในการให้รางวัลและยกยอ่ งชมเชย หมายเหตุ 1.1 ข สาหรับสถาบันที่ต้องพึ่งพาอาสาสมัครอย่างมากในการทางาน ควรกล่าวถึงวิธีการ ท่ีสถาบนั ใชใ้ นการส่ือสารและสร้างความผูกพนั กับบุคลากรที่เป็นอาสาสมัครเหลา่ นัน้ ด้วย (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศกึ ษาเพ่ือการดาเนินการทีเ่ ปน็ เลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 25 หมายเหตุ 1.1 ค(1) องค์กรท่ีประสบความสาเรจ็ ตอ้ งสามารถตอบสนองต่อความจาเป็นของสถาบัน ในปัจจุบัน ให้ความสาคัญกับความเสี่ยง ความคล่องตัว และการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ ต้องพร้อมรับต่อ สภาวะแวดล้อมในอนาคต ของสถาบนั ตลาด และการปฏิบัตกิ าร ในการสร้างสภาวะแวดล้อมเพื่อความสาเร็จผู้นาควรคานึงถึงท้ังปัจจัยภายในและภายนอก ปัจจัย เหล่าน้ี อาจรวมถงึ • ระดับความเสีย่ งและความสามารถในการยอมรับความเสย่ี งนน้ั • วัฒนธรรมองค์กร • ระบบงาน • ความจาเป็นในการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉม (Transformational changes) ในด้าน โครงสรา้ งและวัฒนธรรมของสถาบนั ทอี่ าจเกดิ ข้ึน • ขดี ความสามารถและอตั รากาลงั ของบคุ ลากร • การมีทรพั ยากรพร้อมใชง้ าน • สมรรถนะหลกั ของสถาบัน • ความจาเปน็ ในการสรา้ งนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดบั สถาบัน ปัจจัยอื่น ๆ รวมถึงความเสี่ยงและโอกาสต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนจากเทคโนโลยีอุบัติใหม่ การบูรณาการ ข้อมลู ความปลอดภัยด้านขอ้ มลู และสารสนเทศ รวมทั้งการพจิ ารณาปัจจยั สิ่งแวดลอ้ ม หมายเหตุ 1.1 ค(2) การมุ่งเน้นการปฏิบัติการอย่างจริงจังของผู้นาระดับสูงต้องคานึงถึงกลยุทธ์ บุคลากร ระบบงาน และสินทรัพยข์ องสถาบนั ท้ังน้ี รวมถึงความกล้าเส่ยี งท่ผี า่ นการประเมนิ ผลได้ผลเสียอย่าง รอบด้าน การนานวัตกรรมไปใช้ และการปรับปรุงผลการดาเนินงานและผลิตภาพอย่างต่อเน่ือง ผู้นาระดับสงู ต้องคานึงถึงส่ิงที่ต้องการปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ของสถาบัน (Strategic objectives) (ดู 2.2.ก(1)) และอาจเกี่ยวข้องกับการวางแผนบรหิ ารเพื่อจัดการเปล่ียนแปลงท่ีสาคัญ หรือการ ตอบสนองอยา่ งรวดเรว็ ต่อสารสนเทศใหม่ท่สี าคญั 1.2 การกากับดแู ลองคก์ รและการสรา้ งประโยชนใ์ ห้สังคม (Governance and Societal Contributions): สถาบันดาเนนิ การอยา่ งไรในการกากับดแู ลองคก์ รและสร้างประโยชน์ให้สังคม (50 คะแนน) ก. การกากบั ดแู ลองค์กร (Organizational GOVERNANCE) (1) ระบบการกากับดแู ลองคก์ ร (GOVERNANCE System) สถาบันทาให้มั่นใจได้อย่างไรว่ามีการกากับดูแลองค์กรด้วยความรับผิดชอบอย่างครอบคลุม และรอบด้าน สถาบันดาเนินการอย่างไรในการทบทวนและทาให้ประสบความสาเร็จในระบบการกากับดูแล องค์กรดงั ตอ่ ไปน้ี • ความรบั ผดิ ชอบในการกระทาของผนู้ าระดับสงู • ความรับผดิ ชอบต่อกลยุทธ์ • ความรับผดิ ชอบดา้ นการเงนิ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศกึ ษาเพอ่ื การดาเนินการที่เปน็ เลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 26 • ความโปรง่ ใสในการดาเนนิ การ • การคัดเลือกคณะกรรมการกากับดูแลองค์กร และนโยบายในเร่ืองการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ของคณะกรรมการกากบั ดแู ลองค์กร (*) • ความเปน็ อิสระและมีประสิทธผิ ลของการตรวจสอบภายในและภายนอก • การปกปอ้ งผลประโยชนข์ องผูม้ ีส่วนได้ส่วนเสยี และผู้ถือหุ้น (*) • การวางแผนสบื ทอดตาแหน่งสาหรับผูน้ าระดบั สงู (2) การประเมินผลการดาเนินการ (PERFORMANCE Evaluation) สถาบันประเมินผลการดาเนินการของผู้นาระดับสูงและคณะกรรมการกากับดูแลองค์กร อย่างไร สถาบันใช้การประเมินผลการดาเนินการเหล่าน้ีเพ่ือกาหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารอย่างไร ผู้นา ระดับสูงและคณะกรรมการกากับดูแลองค์กร ใช้ผลการประเมินผลการดาเนินการดังกล่าวเพ่ือการพัฒนา ตนเองและปรบั ปรุงประสิทธิผลทั้งการนาองค์กรของผนู้ าแต่ละคน และของคณะกรรมการ และระบบการนาองค์กร ต่อไปอย่างไร (*) ข. การประพฤติปฏบิ ัติตามกฎหมายและอย่างมีจรยิ ธรรม (Legal and ETHICAL BEHAVIOR) (1) การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และการรับรองคุณภาพ (Legal, Regulatory, and Accreditation Compliance) สถาบนั ดาเนินการดา้ นกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับในปัจจุบนั และในอนาคต รวมถงึ ความ กงั วลของชุมชน ท่มี ีต่อหลักสูตรการศึกษา บรกิ ารฯ และการปฏิบัตกิ ารอย่างไร สถาบันดาเนินการในเรอ่ื งตอ่ ไปน้อี ย่างไร • ดาเนินการในกรณีที่หลักสูตรการศึกษา บริการฯ และการปฏิบัติการมีผลกระทบในเชิงลบ ต่อสงั คม • คาดการณ์ล่วงหน้าถึงความกงั วลของสาธารณะ (Public concerns) ทีม่ ตี ่อหลกั สูตร บริการฯ และ การปฏบิ ัติการในอนาคตฯ • เตรยี มการเชิงรกุ ต่อความกงั วลและผลกระทบเหลา่ น้อี ยา่ งไร สถาบันมีกระบวนการ ตัววัด และเป้าประสงค์ท่ีสาคัญอะไรเพื่อให้การดาเนินการเป็นไปตาม กฏหมาย ระเบียบข้อบังคับ และการรับรองคุณภาพท่ีกาหนดหรือดีกว่าท่ีกาหนด (*) สถาบันมีกระบวนการ ตัววัด และเป้าประสงค์ที่สาคัญอะไรในการดาเนินการเรื่องความเส่ียงท่ีเก่ียวข้องกับ หลักสูตรการศึกษา บริการฯ และการปฏบิ ตั กิ ารของสถาบนั (2) การประพฤตปิ ฏิบัติอยา่ งมจี ริยธรรม (ETHICAL BEHAVIOR) สถาบันดาเนินการอย่างไรในการส่งเสริมและสร้างความม่ันใจว่าปฏิสัมพันธ์ทุกด้านข อง สถาบันเป็นไปอย่างมีจรยิ ธรรม (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คุณภาพการศกึ ษาเพื่อการดาเนนิ การทีเ่ ปน็ เลศิ ฉบับปี 2563-2566 27 สถาบันมีกระบวนการและตัววัดหรือตัวชี้วัดท่ีสาคัญอะไรในการส่งเสริมและทาให้มั่นใจว่า มีการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรมท่ัวทั้งสถาบัน ภายใต้โครงสร้างระบบการกากับดูแลองค์กร รวมทั้ง ในการปฏิสัมพนั ธก์ ับบคุ ลากร ผู้เรยี น ลูกค้ากลมุ่ อื่น ค่คู วามร่วมมอื ทเี่ ป็นทางการ ผ้สู ง่ มอบ และผู้มีสว่ นได้ส่วน เสียอื่น ๆ สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการติดตาม และดาเนินการในกรณีที่มีการกระทาท่ีขัดต่อการประพฤติปฏิบัติ อย่างมีจริยธรรม ค. การสร้างประโยชนใ์ ห้สงั คม (Societal Contributions) (1) ความผาสุกของสงั คม (Societal Well-Being) สถาบันคานึงถึงความผาสุกและผลประโยชน์ของสังคมเป็นส่วนหน่ึงในกลยุทธ์และการ ปฏิบตั กิ ารประจาวันอย่างไร สถาบันมสี ว่ นร่วมอย่างไรในการสร้างความสมบูรณแ์ ก่ระบบส่งิ แวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ (2) การสนับสนนุ ชมุ ชน (Community Support) สถาบันดาเนนิ การอย่างไรในการสนับสนนุ และสร้างความเข้มแข็งให้แกช่ ุมชนที่สาคัญ (KEY communities) ของสถาบนั ชุมชนที่สาคัญของสถาบันมีอะไรบ้าง สถาบันมีวิธีการในการกาหนดชุมชนดังกล่าวอย่างไร รวมทั้งวิธีการกาหนดเรื่องท่ีสถาบันจะเข้าไปมีส่วนร่วม ผู้นาระดับสูง และบุคลากรร่วมมือกันพัฒนาชุมชน ดังกล่าวอย่างไร คาศพั ทท์ ่ีสาคญั ตา่ ง ๆ สามารถดคู วามหมายของคาศัพทส์ าคัญได้ในอภิธานศัพท์ หนา้ 83-105 หมายเหตุ หมายเหตุ 1.2 ควรนาเรื่องการสร้างประโยชน์ให้สังคมในประเด็นท่ีมีความสาคัญอย่างยิ่งต่อ ความสาเร็จด้านการตลาดของสถาบันไปใช้ประกอบการจัดทากลยุทธ์ (หัวข้อ 2.1) และในการมุ่งเน้นการ ปฏิบัติการ (หมวด 6) ด้วย ควรรายงานผลลัพธ์สาคัญด้านสังคมในหัวข้อผลลัพธ์ด้านการนาองค์กรและ การกากับดแู ลองค์กร (หวั ขอ้ 7.4) หมายเหตุ 1.2 หัวข้อน้ีไม่ครอบคลุมเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของบุคลากร ควรอธิบายเร่ือง ดังกลา่ วในหัวข้อ 5.1 และหวั ขอ้ 6.2 ตามลาดับ หมายเหตุ 1.2 ก(1) หากคณะกรรมการกากับดูแลองค์กร มีการทบทวนผลการดาเนินการและ ความก้าวหน้าของสถาบนั ใหร้ ายงานใน 4.1(ข) (*) หมายเหตุ 1.2 ก(1) ความโปร่งใสในการดาเนินการของระบบการกากับดูแลองค์กร ควรครอบคลุม เร่ืองการควบคุมภายในของกระบวนการกากับดูแลองค์กร สาหรับสถาบันการศึกษาบางแห่ง องค์กรแม่หรือ คณะกรรมการท่ีปรึกษาภายนอกอาจทาหน้าที่ของคณะกรรมการกากับดูแลองค์กรทั้งหมดหรือบางส่วน สถาบนั การศึกษาบางแห่งที่ทาหน้าที่ดูแลรักษาเงนิ กองทุนของสาธารณะ ตอ้ งเนน้ ความสาคัญในเรือ่ งการดูแล รักษาเงนิ กองทนุ สาธารณะ และความโปรง่ ใสในการดาเนนิ งานดว้ ย (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศกึ ษาเพ่อื การดาเนินการทีเ่ ปน็ เลิศ ฉบับปี 2563-2566 28 หมายเหตุ 1.2 ก(2) การประเมินผลการดาเนินการของผู้นา อาจใช้ข้อมูลที่ได้จากการประเมินโดย ผู้ร่วมงาน การทบทวนผลการดาเนินการของผู้บริหารอย่างเป็นทางการ การประเมินจากคณะกรรมการ ทป่ี รึกษาภายนอก รวมทัง้ ข้อมลู ปอ้ นกลับทง้ั ท่ีเป็นทางการหรอื ไมเ่ ปน็ ทางการ และผลสารวจทไี่ ด้จากบคุ ลากร และผ้มู สี ่วนได้ส่วนเสยี อ่นื ๆ หมายเหตุ 1.2 ข(1) การเตรียมการเชงิ รกุ ต่อผลกระทบเชงิ ลบและความกังวลของสงั คม อาจรวมถึง การอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละกระบวนการจัดการเครือขา่ ยอุปทานทม่ี ปี ระสิทธผิ ล (*) หมายเหตุ 1.2 ข(2) ตัววดั หรือตวั ช้ีวดั ของการประพฤตปิ ฏบิ ตั อิ ย่างมจี รยิ ธรรม อาจรวมถึงเหตกุ ารณ์ การละเมดิ จริยธรรมหรอื การฝา่ ฝนื กฎเกณฑ์และการตอบสนองต่อเหตกุ ารณน์ ั้น ๆ ผลสารวจความคิดเห็นของ บุคลากรต่อจริยธรรมของสถาบัน การติดต่อผ่านโทรศัพท์สายด่วนจริยธรรม การทดสอบอย่างตรงไปตรงมา (The integrity of testing) การเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม และการดาเนินการของคณะกรรมการ จริยธรรมในคนและสัตว์ทดลอง (Institutional Review Boards: IRB) ในการทาวิจัย ตัววัดหรือตัวชี้วัดของ การประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม อาจรวมถึงหลักฐานท่ีแสดงให้เห็นว่าสถาบันมีนโยบาย การฝึกอบรม บุคลากร และระบบการติดตามเฝ้าระวังในเร่ืองผลประโยชน์ทับซ้อน การป้องกันและการใช้ข้อมูลที่มีความ อ่อนไหว สารสนเทศ และองค์ความรู้ท่ีเกิดจากการสงั เคราะหแ์ ละหาความสัมพันธ์ของข้อมูลเหล่าน้ี ตลอดจน การใช้เงินกองทุนอย่างเหมาะสม (อ่านเพ่ิมเติมที่ อภิธานศัพท์ ETHICAL BEHAVIOR: การประพฤติปฏิบัติ อยา่ งมีจริยธรรม หนา้ 91) หมายเหตุ 1.2 ค(1) ควรรายงานความผาสุกและผลประโยชน์ของสังคมท่ีนอกเหนือจากการปฏิบัติ ตามกฎหมายที่อธบิ ายใน 1.2 ข(1) ซ่ึงอาจรวมถึงการดาเนินการของสถาบันหรือความร่วมมือกับหนว่ ยงานอ่ืน ในการปรับปรุงสิง่ แวดลอ้ ม สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในงานบริการ การศึกษา รวมท้ังปรับปรงุ วิธปี ฏิบัติ ขององค์กร/สมาคมวิชาชีพตา่ ง ๆ หมายเหตุ 1.2 ค(2) การมีส่วนสนับสนุนชุมชนที่สาคัญอาจรวมถึงเรื่องท่ีใช้ประโยชน์จากสมรรถนะ หลกั ของสถาบัน (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศึกษาเพ่ือการดาเนินการที่เป็นเลิศ ฉบบั ปี 2563-2566 29 2. กลยุทธ์ (Strategy) (85 คะแนน) ในหมวดกลยุทธ์ ถามว่าสถาบันมีวิธีการอย่างไรในการจัดทาวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ วิธีการในการนาแผนไปปฏิบัติ การปรับเปล่ียนแผนเม่ือสถานการณ์เปล่ียนไป ตลอดจนวิธีการวัดผล ความก้าวหน้า 2.1 การจัดทากลยุทธ์ (Strategy Development): สถาบันมวี ิธีการอย่างไรในการจดั ทากลยุทธ์ (45 คะแนน) ก. กระบวนการจัดทากลยทุ ธ์ (Strategy Development PROCESS) (1) กระบวนการวางแผนกลยทุ ธ์ (Strategic Planning PROCESS) สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการวางแผนกลยุทธ์ ข้ันตอนท่ีสาคัญของกระบวนการวางแผน กลยุทธ์มีอะไรบ้าง ผู้เกี่ยวข้องที่สาคัญมีใครบ้าง กรอบเวลาของการวางแผนระยะส้ันและระยะยาวคืออะไร และสถาบันมีวิธีการอย่างไรในการทาให้กระบวนการวางแผนกลยุทธ์มีความสอดคล้องกับกรอบเวลาดังกลา่ ว กระบวนการวางแผนกลยทุ ธไ์ ดค้ านงึ ถึงความจาเป็นท่ีอาจเกดิ ขนึ้ ของสถาบันในเรื่องต่อไปนี้อย่างไร • การเปล่ยี นแปลงแบบพลิกโฉม • การจัดลาดับความสาคญั ของเร่ืองทร่ี ิเร่มิ ขึ้นเพอ่ื ให้เกดิ การเปลย่ี นแปลง • ความคล่องตัวของสถาบัน (2) นวตั กรรม (INNOVATION) กระบวนการจัดทากลยุทธ์ของสถาบันกระตุ้นและทาใหเ้ กดิ นวตั กรรมได้อย่างไร สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการกาหนดโอกาสเชิงกลยุทธ์ และมีวิธีการอย่างไรในการตัดสินใจว่า จะเลอื กโอกาสเชิงกลยุทธ์เร่ืองใดเปน็ ความเสี่ยงทีผ่ ่านการประเมนิ ผลไดผ้ ลเสียอย่างรอบดา้ น (INTELLIGENT RISKS) โอกาสเชงิ กลยทุ ธ์ทสี่ าคัญของสถาบันมีอะไรบา้ ง (3) การวเิ คราะห์และกาหนดกลยุทธ์ (Strategy Considerations) ส ถ า บั น มี วิ ธี ก า ร อย่ า ง ไ ร ใ น ก า ร ร วบ ร วมแ ล ะ วิ เ ค ร า ะ ห์ ข้ อมู ล ที่ เ กี่ ย วข้ อง ร วมท้ั ง พั ฒ น า สารสนเทศเพือ่ ใชใ้ นกระบวนการวางแผนกลยทุ ธ์ ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกลา่ ว สถาบันคานึงถึงองค์ประกอบท่ีสาคัญของความเส่ยี ง ต่อไปนีอ้ ย่างไร • ความทา้ ทายเชิงกลยุทธ์ และความไดเ้ ปรียบเชงิ กลยุทธ์ของสถาบัน • การเปลย่ี นแปลงที่อาจเกดิ ขน้ึ จากกฎระเบียบ ข้อบงั คับ และสภาวะแวดลอ้ มภายนอก • จดุ บอดทอี่ าจเกิดข้ึนในกระบวนการและสารสนเทศท่ีใชใ้ นการวางแผนกลยทุ ธ์ • ความสามารถของสถาบนั ในการนาแผนกลยุทธ์ไปปฏบิ ตั ิ (4) ระบบงานและสมรรถนะหลัก (WORK SYSTEMS and CORE COMPETENCIES) สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการตัดสินใจว่ากระบวนการสาคัญใดจะดาเนินการโดยบุคลากร ของสถาบันและกระบวนการใดจะดาเนินการจากภายนอกโดยผู้ส่งมอบ คู่ความร่วมมือที่เป็นทางการและ ไม่เปน็ ทางการ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศึกษาเพื่อการดาเนนิ การที่เป็นเลิศ ฉบับปี 2563-2566 30 การตัดสินใจเหล่านี้ ได้คานึงถึงวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ สมรรถนะหลักของสถาบัน และ สมรรถนะหลักของผู้ส่งมอบ คู่ความร่วมมือที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการอย่างไร สถาบันมีวิธีการอย่างไร ในการกาหนดสมรรถนะหลักและระบบงานในอนาคตท่ีจาเป็นสาหรับสถาบัน (ดคู าอธบิ ายเรื่องระบบงานและ สมรรถนะหลัก ท่ีหมายเหตุ 2.1ก(4) และ อภิธานศัพท์ CORE COMPETENCIES: สมรรถนะหลักของสถาบัน หนา้ 88 และ WORK SYSTEMS: ระบบงาน หน้า 106) ข. วตั ถปุ ระสงค์เชิงกลยุทธ์ (STRATEGIC OBJECTIVES) (1) วัตถปุ ระสงคเ์ ชิงกลยทุ ธ์ทสี่ าคัญ (KEY STRATEGIC OBJECTIVES) วตั ถุประสงคเ์ ชงิ กลยทุ ธท์ ี่สาคญั ของสถาบันมีอะไรบ้าง ให้ระบุตารางเวลาที่จะบรรลุวัตถุประสงค์เหล่าน้ัน เป้าประสงค์ท่ีสาคัญที่สุดของวัตถุประสงค์ เชิงกลยุทธ์เหล่าน้ันมีอะไรบ้าง สถาบันได้วางแผนการเปลี่ยนแปลงที่สาคัญอะไรบ้าง (ถ้ามี) ในด้านหลักสูตร และบริการฯ ลกู คา้ และตลาด ผูส้ ง่ มอบและค่คู วามรว่ มมือที่เปน็ ทางการ และการปฏบิ ตั กิ าร (2) การพิจารณาวตั ถุประสงคเ์ ชงิ กลยุทธ์ (STRATEGIC OBJECTIVE Considerations) วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ของสถาบัน สามารถสร้างความสมดุลอย่างเหมาะสมกับความ ตอ้ งการทีม่ ีความหลากหลายและทม่ี ีโอกาสจะแขง่ ขนั กันเองได้อย่างไร วัตถุประสงคเ์ ชงิ กลยุทธ์ของสถาบันไดด้ าเนินการในเร่ืองต่อไปน้ีอยา่ งไร • ตอบสนองความท้าทายเชิงกลยุทธ์ และใช้ประโยชน์จากสมรรถนะหลัก ความได้เปรียบ เชิงกลยทุ ธ์ และโอกาสเชงิ กลยุทธ์ของสถาบนั • สร้างสมดลุ ระหวา่ งกรอบเวลาระยะสนั้ และระยะทย่ี าวขึ้น • พิจารณาและสรา้ งสมดลุ ระหว่างความตอ้ งการของผูม้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสียทีส่ าคัญทง้ั หมด คาศัพท์ท่สี าคัญตา่ ง ๆ สามารถดูความหมายของคาศัพท์สาคญั ไดใ้ นอภิธานศพั ท์ หนา้ 83-105 หมายเหตุ หมายเหตุ 2.1 หัวข้อน้ีกล่าวถึงกลยุทธ์โดยรวมของสถาบัน ซึ่งอาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร และบริการฯ รวมท้ังกระบวนการสร้างความผูกพันกับผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืน อย่างไรก็ตามสถาบันควร อธิบายกลยุทธ์ในการออกแบบหลักสูตร และบริการฯ รวมท้ังกลยุทธ์ในการสร้างความผูกพันกับผู้เรียนและ ลกู ค้ากลุ่มอน่ื ในหวั ขอ้ 3.2 และ 6.1 ตามความเหมาะสม หมายเหตุ 2.1 การจัดทากลยุทธ์ หมายถึง แนวทางของสถาบันท่ีจะเตรียมการสาหรับอนาคต ในการจัดทากลยุทธ์ สถาบันควรพิจารณาถึงระดับความเส่ียงท่ียอมรับได้ของสถาบันเพื่อการตัดสินใจและ การจัดสรรทรัพยากร สถาบันอาจใช้รูปแบบต่าง ๆ ของการพยากรณ์ การคาดการณ์ ทางเลือก สถานการณ์ จาลอง องค์ความรู้ (ดูหัวข้อ 4.2 ข. เกี่ยวกับความรู้ของสถาบัน) การวิเคราะห์ หรือแนวทางอ่ืนที่ช่วยให้เห็น ภาพในอนาคต การจัดทากลยุทธ์อาจให้ผู้ส่งมอบ คู่ความร่วมมือท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผู้จัด จาหนา่ ย/ผู้ได้รับมอบอานาจ (distributors) ผูเ้ รียนและลกู คา้ กลมุ่ อืน่ เข้ามามสี ว่ นรว่ ม (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศกึ ษาเพอ่ื การดาเนนิ การทเ่ี ป็นเลิศ ฉบบั ปี 2563-2566 31 หมายเหตุ 2.1 คาว่า \"กลยุทธ\"์ ควรตีความใหก้ วา้ ง กลยทุ ธอ์ าจเป็นผลมาจากหรือนาไปสู่สง่ิ ตอ่ ไปนี้ • การเพิม่ หลกั สูตร และบริการฯ ใหม่ • บริการท่ีจัดขนึ้ เพ่ือรองรบั กลุ่มผเู้ รยี นใหม่ กลุ่มที่เปล่ยี นไปหรอื กล่มุ ทมี่ คี วามตอ้ งการพเิ ศษ • นิยามหรือกาหนดนิยามใหม่ถึงบทบาทของสถาบันในระบบนิเวศ (เครือข่ายคู่ความร่วมมือ ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผู้ส่งมอบ คู่แข่ง ผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น ชุมชน และสถาบันท่ีเก่ียวข้องท้ัง ภายในและภายนอกภาคสว่ นการศกึ ษาทมี่ ีโอกาสเป็นแหลง่ ทรัพยากรที่มีศักยภาพ) • การหาคู่ความร่วมมอื ท่เี ปน็ ทางการและพันธมิตรใหมห่ รือกาหนดบทบาทใหม่ • การสรา้ งความแตกต่างใหก้ ับภาพลักษณ์หรือชอื่ เสยี งของสถาบัน • การสร้างสมรรถนะหลกั ใหม่ของสถาบัน • การไดม้ าและการเขา้ สูบ่ ริการใหมเ่ พอื่ เพิ่มการเขา้ ถึง เพิม่ รายได้ หรือลดตน้ ทุน • การสรา้ งความสัมพันธ์กบั บคุ ลากรใหม่และอาสาสมคั ร • การมุ่งตอบสนองความต้องการของชุมชนหรือสาธารณะ หมายเหตุ 2.1 ก(1) ความคล่องตัวของสถาบัน หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ อย่างรวดเรว็ และความสามารถในการปรับเปลี่ยนการปฏิบัติการของสถาบนั เมื่อมีโอกาสหรือมีความจาเป็น หมายเหตุ 2.1 ก(3) การบูรณาการข้อมูลจากทุกแหล่งเพื่อสร้างสารสนเทศท่ีนาไปใช้สร้างกลยุทธ์ ถือวา่ เป็นขอ้ พจิ ารณาทส่ี าคญั ข้อมูลและสารสนเทศ อาจเกยี่ วข้องกับ • ความตอ้ งการของผู้เรยี น ลูกค้ากล่มุ อ่ืน และตลาด • ความคาดหวัง โอกาส และความเสี่ยง • ความเสี่ยงและโอกาสในด้านการเงิน สังคม จริยธรรม กฎระเบียบข้อบังคับ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ รวมทง้ั ประเด็นอน่ื ๆ • สมรรถนะหลกั ของสถาบัน • สภาพแวดล้อมด้านการแข่งขันและผลการดาเนินการของสถาบันในปัจจุบันและอนาคต เมื่อเปรยี บเทียบกบั คแู่ ข่งและสถาบนั ทเี่ ปรียบเทยี บกันได้ • การปฏิรปู การศกึ ษา • นวตั กรรมดา้ นเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมท่ีสาคัญอ่ืน ๆ หรอื การเปล่ียนแปลงที่อาจมีผลกระทบ ตอ่ หลกั สตู รและบรกิ ารฯ ตลอดจนวธิ ีการปฏบิ ัติของสถาบัน รวมทงั้ อัตราการสรา้ งนวัตกรรม • ความต้องการดา้ นทรพั ยากรบคุ คลและทรัพยากรอนื่ ๆ • ความสามารถในการใช้ประโยชนจ์ ากความหลากหลาย • โอกาสในการผนั ทรัพยากรทีม่ ีอยู่ไปใชก้ ับหลักสตู ร บริการฯ หรือกิจกรรมอน่ื ท่ีมีความสาคญั กว่า • ความสามารถของสถาบนั ในการป้องกนั และตอบสนองต่อภัยพบิ ัติ และภาวะฉกุ เฉิน • การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในระดับท้องถน่ิ ระดับประเทศ หรือระดบั โลก • ขอ้ กาหนด รวมทัง้ จดุ แขง็ และจดุ อ่อนของคู่ความร่วมมือที่เป็นทางการและเครอื ข่ายอปุ ทาน • การเปลย่ี นแปลงขององคก์ รแม่ • ปัจจยั อ่นื ๆ ท่เี ปน็ ลกั ษณะเฉพาะของสถาบนั (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศึกษาเพือ่ การดาเนินการทีเ่ ป็นเลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 32 หมายเหตุ 2.1 ก(3) การวางแผนกลยุทธ์ของสถาบัน ควรคานึงถึงความสามารถในการระดมทรัพยากร และความรู้ท่ีจาเป็นเพื่อนาแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติ รวมถึงความสามารถของสถาบันท่ีจะนาแผนสารองมาใช้ หรอื ปรบั เปลยี่ นและนาแผนใหม่ไปปฏบิ ัตอิ ยา่ งรวดเร็วในกรณีทส่ี ถานการณ์บังคับ หมายเหตุ 2.1 ก(4) ระบบงานของสถาบัน คือ การรวมกันของกระบวนการทางานภายในและ ทรัพยากรภายนอกทสี่ ถาบนั ต้องการเพื่อพฒั นาและผลิตหลกั สตู ร และบรกิ ารฯ สง่ มอบใหก้ ับผ้เู รยี นและลูกค้า กลุ่มอ่ืน และเพื่อให้สถาบันประสบความสาเร็จในตลาด ทรัพยากรภายนอกอาจรวมถึงคู่ความร่วมมือท่ีเป็น ทางการและไม่เป็นทางการ ผู้ส่งมอบ คู่แข่ง หรือองค์กรอ่ืน ๆ ท่ีเป็นส่วนหน่ึงของระบบนิเวศของสถาบัน การตัดสินใจเก่ียวกับระบบงานเก่ียวข้องกับการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา การใช้ประโยชน์จากสมรรถนะ หลักของสถาบนั และการลดความเสี่ยง หมายเหตุ 2.1 ข(1) วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ควรมุ่งเน้นความท้าทาย ความได้เปรียบ และโอกาสที่ เป็นลักษณะเฉพาะของสถาบัน ซ่ึงมีความสาคัญอย่างย่ิงต่อความสาเร็จอย่างต่อเนื่องของสถาบัน และ เสริมสรา้ งให้ผลการดาเนนิ การโดยรวมของสถาบนั ดขี น้ึ ท้ังในปัจจบุ นั และอนาคต 2.2 การนากลยทุ ธไ์ ปปฏิบัติ (Strategy Implementation): สถาบนั นากลยทุ ธไ์ ปสู่การปฏบิ ัติอย่างไร (40 คะแนน) ก. การจัดทาแผนปฏิบัติการและการถา่ ยทอดสู่การปฏบิ ัติ (ACTION PLAN Development and DEPLOYMENT) (1) แผนปฏบิ ัตกิ าร (ACTION PLANS) แผนปฏิบตั กิ ารที่สาคญั ท้ังระยะส้นั และระยะยาวขน้ึ ของสถาบนั มีอะไรบ้าง แผนดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ของสถาบันอย่างไร สถาบันมีวิธีการ อย่างไรในการจัดทาแผนปฏิบตั ิการ (2) การนาแผนปฏิบตั กิ ารไปใช้ (ACTION PLAN Implementation) สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการถ่ายทอดแผนปฏบิ ัตกิ ารไปสู่การปฏิบตั ิ สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการถ่ายทอดแผนปฏิบัติการไปยังบุคลากร ผู้ส่งมอบที่สาคัญและ คคู่ วามรว่ มมอื ทส่ี าคญั ทัง้ ทเ่ี ป็นทางการและไม่เปน็ ทางการ (*) เพื่อใหม้ ่ันใจว่าสถาบนั บรรลุวตั ถุประสงค์เชิงกล ยุทธ์ที่สาคัญ สถาบันมีวิธีการอย่างไรเพ่ือทาให้ม่ันใจว่าผลการดาเนินการท่ีสาคัญตามแผนปฏิบัติการนี้จะมี ความย่ังยืน (3) การจัดสรรทรัพยากร (Resource Allocation) สถาบันทาอยา่ งไรให้มั่นใจวา่ มีทรพั ยากรด้านการเงินและด้านอื่น ๆ พร้อมใชใ้ นการสนับสนุน แผนปฏบิ ตั ิการจนประสบความสาเรจ็ และบรรลพุ ันธะผูกพนั ในปัจจบุ ัน สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการจัดสรรทรัพยากรเหล่านี้เพ่ือสนับสนุนแผนปฏิบัติการ สถาบัน จดั การความเสย่ี งตา่ ง ๆ ทเ่ี ก่ยี วกับแผนดงั กล่าวอยา่ งไรเพื่อให้ม่ันใจว่าฐานะการเงนิ ยังมคี วามม่ันคง (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คุณภาพการศกึ ษาเพ่ือการดาเนนิ การทเี่ ป็นเลศิ ฉบับปี 2563-2566 33 (4) แผนด้านบคุ ลากร (WORKFORCE Plans) แผนด้านบุคลากรที่สาคัญท่ีสนับสนุนวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการทั้งระยะสัน้ และระยะทยี่ าวขึน้ มีอะไรบา้ ง แผนดังกล่าวได้คานึงถึงผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้นต่อบุคลากร และการเปลี่ยนแปลงท่ีอาจเกิดขึ้น ตอ่ ความจาเป็นดา้ นขดี ความสามารถและอตั รากาลงั ของบุคลากรอย่างไร (5) ตวั วดั ผลการดาเนนิ การ (PERFORMANCE MEASURES) ตัววดั หรอื ตัวช้ีวดั ทส่ี าคัญที่ใช้ตดิ ตามความสาเรจ็ และประสิทธิผลของแผนปฏบิ ัติการมีอะไรบา้ ง สถาบันมีวิธีการอย่างไรเพ่ือทาให้ระบบการวัดผลโดยรวมของแผนปฏิบัติการเสริมสร้างให้ สถาบันดาเนินการ สอดคลอ้ งไปในแนวทางเดยี วกนั (6) การคาดการณผ์ ลการดาเนนิ การ (PERFORMANCE PROJECTIONS) การคาดการณ์ผลการดาเนินการของตัววัดหรือตัวช้ีวัดที่สาคัญตามกรอบเวลาของการ วางแผนทั้งระยะส้นั และระยะทยี่ าวข้ึนของสถาบันมอี ะไรบา้ ง หากพบว่าผลการดาเนินการท่ีคาดการณ์ไว้มีความแตกต่างเม่ือเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือกับ สถาบนั ทเ่ี ปรียบเทยี บกันได้ สถาบันจะพจิ ารณาปรับแผนปฏิบัตกิ ารอยา่ งไร ข. การปรบั เปล่ียนแผนปฏบิ ตั กิ าร (ACTION PLAN Modification) สถาบนั รับรแู้ ละตอบสนองอย่างไร ในกรณที ี่สถานการณ์บังคบั ใหต้ ้องปรับแผนปฎิบัติการและนา แผนใหม่ไปปฏบิ ตั ิอย่างรวดเรว็ คาศัพทท์ ่สี าคญั ตา่ ง ๆ สามารถดคู วามหมายของคาศัพท์สาคัญได้ในอภิธานศพั ท์ หนา้ 83-105 หมายเหตุ หมายเหตุ 2.2 การจัดทากลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ รวมทั้งการถ่ายทอดสู่การปฏิบัตมิ ีความเชือ่ มโยงกัน อยา่ งใกล้ชดิ กับหวั ข้ออื่นในเกณฑ์ EdPEx ตัวอย่างความเชอื่ มโยงท่สี าคัญ มดี งั นี้ • หวั ขอ้ 1.1 วิธีการท่ีผนู้ าระดบั สูงใช้ในการกาหนดและส่ือสารทิศทางของสถาบนั • หมวด 3 วิธีการรวบรวมความรู้เกี่ยวกับผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่นและตลาด เพ่ือเป็นข้อมูลนาเข้า สาหรับการวางแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการของสถาบัน รวมท้ังใช้ในการถ่ายทอดแผนปฏิบัติการไป สกู่ ารปฏบิ ัติ • หมวด 4 สถาบันมวี ิธีการวัด และวิเคราะห์ข้อมูล และจัดการความรู้เพ่ือสนับสนุน 1) ความจาเป็น ด้านสารสนเทศท่ีสาคัญ 2) สนับสนุนการจัดทากลยุทธ์ 3) เป็นพ้ืนฐานที่มีประสิทธิผลในการวัดผล การดาเนินการ และ 4) ติดตามความกา้ วหนา้ ของการบรรลุวตั ถปุ ระสงค์เชิงกลยทุ ธแ์ ละแผนปฏิบตั ิการ • หมวด 5 วิธีการที่สถาบันบรรลุความจาเปน็ ด้านขีดความสามารถและอัตรากาลังของบุคลากร ค้นหาความจาเป็น และออกแบบระบบการเรียนรู้ และการพัฒนาบุคลากร และเปลี่ยนแปลงที่เก่ียวข้องกับ บุคลากรซงึ่ เปน็ ผลจากแผนปฏบิ ัตกิ าร • หมวด 6 วิธีการปรบั เปลีย่ นกระบวนการทางานซ่ึงเป็นผลมาจากแผนปฏิบตั ิการ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศึกษาเพื่อการดาเนนิ การที่เป็นเลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 34 • หัวขอ้ 7.1 การบรรลวุ ัตถุประสงคเ์ ฉพาะท่เี กี่ยวข้องกับกลยุทธ์และแผนปฏบิ ตั กิ ารของสถาบนั • หวั ข้อ 7.5 ผลลพั ธ์โดยรวมของการบรรลุกลยุทธแ์ ละแผนปฏบิ ัติการ หมายเหตุ 2.2 ก(6) การคาดการณ์ผลการดาเนินการ อาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงทเี่ กิดจาก • นวตั กรรมสาคัญที่คาดหมายไว้ในหลกั สตู ร บรกิ ารฯ และเทคโนโลยี • การผันทรัพยากร • การเปลย่ี นแปลงตลาดและการเข้าสู่ตลาดใหม่ • การปรับปรงุ การบรหิ ารและหน่วยงานสนบั สนุนต่าง ๆ • การปรบั ปรงุ ดา้ นความปลอดภยั • กฎหมายใหมท่ ่ีใช้บังคับ ข้อกาหนดดา้ นกฎหมาย มาตรฐานการศึกษาหรือการรับรองมาตรฐาน กระบวนการคาดการณผ์ ลการดาเนินการในอนาคตควรรายงานไว้ใน 4.1ค(1) (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศึกษาเพ่อื การดาเนินการท่ีเป็นเลิศ ฉบับปี 2563-2566 35 3. ลกู คา้ (CUSTOMERS) (85 คะแนน) ในหมวดลูกค้านี้ ถามถึงวิธีการท่ีสถาบันสร้างความผูกพันกับผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น เพื่อความสาเร็จ ด้านตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมท้ังวิธีการที่สถาบันรับฟังเสียงของลูกค้า (VOICE OF CUSTOMERS) ตอบสนองและ ทาให้เหนือความคาดหวังของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืน รวมท้ังสร้างความสัมพันธ์กับผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น ในระยะยาว 3.1 ความคาดหวังของลูกค้า (Customer Expectations): สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการรับฟังผู้เรียน และลูกค้ากลุ่มอื่น และกาหนดหลักสูตร และบริการฯ เพ่ือตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและ ลูกคา้ กลุ่มอนื่ อย่างไร (40 คะแนน) ก. การรับฟงั ผ้เู รียนและลูกค้ากลุม่ อื่น (Listening to Students and Other CUSTOMERS) (1) ผู้เรียนและลกู ค้ากล่มุ อน่ื ทีม่ อี ย่ใู นปัจจบุ ัน (Current Students and Other CUSTOMERS) สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการรับฟัง ปฏิสัมพันธ์ และสังเกตผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืนเพ่ือให้ ไดม้ าซง่ึ สารสนเทศท่ีสามารถนาไปใช้ได้ วิธีการรับฟังดังกล่าวแตกต่างกันอย่างไรระหว่างกลุ่มผู้เรียน กลุ่มลูกค้าอื่น ๆ หรือส่วนตลาด (Market SEGMENT) วิธีการดังกล่าวแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของการสานสัมพันธ์กับสถาบันอย่างไร สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการค้นหาข้อมูลป้อนกลับท่ีเกี่ยวกับคุณภาพหลักสูตร และบริการฯ การสนับสนุน และการให้บริการ จากผู้เรียนและลกู คา้ กลุ่มอนื่ ได้อยา่ งทนั ท่วงทแี ละสามารถนาไปใชไ้ ด้ (2) ผเู้ รยี นและลูกคา้ กลุ่มอนื่ ที่พงึ มี (Potential Students and Other CUSTOMERS) สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการรับฟังผู้เรียน และลูกค้ากลุ่มอื่นที่พึงมีเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ นาไปใชไ้ ด้ สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการรับฟังผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืนท้ังในอดีต ท้ังท่ีพึงมี และท้ังของ คู่แข่ง เพ่ือให้ได้ข้อมูลป้อนกลับเกี่ยวกับหลักสูตร และบริการฯ ตลอดจนการสนับสนุนและการให้บริการ ผ้เู รียนและลูกคา้ กลุ่มอน่ื (*) ข. การจาแนกกล่มุ ผู้เรียนและลูกคา้ กลุ่มอนื่ และการกาหนดหลักสตู รและบรกิ ารฯ (Student and Other CUSTOMER Segmentation, and Program and Service Offerings) (1) การจาแนกกลุ่มผ้เู รียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืน (Student and Other CUSTOMER Segmentation) สถาบันมวี ธิ กี ารอยา่ งไรในการกาหนดกลุ่มผ้เู รียน ลกู ค้ากลุม่ อ่ืน และสว่ นตลาด สถาบันมีวธิ ีการอยา่ งไรในการ • ใช้สารสนเทศท่ีมีเก่ียวกับผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่นและส่วนตลาด รวมถึงหลักสูตร และบริการฯ เพอ่ื กาหนดกลุม่ ผู้เรยี นปจั จบุ นั คาดการณ์เก่ียวกับผู้เรียนและลูกคา้ กลุ่มอน่ื รวมท้งั ส่วนตลาดในอนาคต • กาหนดว่ากลุ่มผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น และส่วนตลาดใด ท่ีจะให้ความสาคัญและเชิญชวนให้มา ใช้บริการทีส่ ถาบันมากข้ึน (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศึกษาเพื่อการดาเนินการท่เี ปน็ เลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 36 (2) การจัดการศกึ ษา และบริการฯ (Program and Service Offerings) สถาบันมวี ิธีการอย่างไรในการจัดการศึกษา และบรกิ ารฯ สถาบันทาอยา่ งไรในการ • ค้นหาความจาเป็นและความต้องการด้านหลักสูตร และบริการฯ จากผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอื่น และตลาด • กาหนดและปรับการจัดการศึกษา รวมท้ังกาหนดหลักสูตร และบริการฯ เพ่ือให้ตอบสนองต่อ ความตอ้ งการและทาใหเ้ หนือความคาดหวังของแต่ละกลุ่มผู้เรียน กล่มุ ลูกค้าอ่ืน และสว่ นตลาด (ตามทรี่ ะบุไว้ ในโครงรา่ งองคก์ ร) • กาหนดและปรบั การจัดการศึกษา รวมทั้งกาหนดหลักสูตร และบริการฯ เพ่ือดึงดดู ผเู้ รยี นและ ลูกค้ากลมุ่ ใหม่ ๆ เจาะตลาดใหม่ และสรา้ งโอกาสในการขยายความสัมพันธ์กับผู้เรียนและลูกคา้ กลมุ่ อืน่ ใน ปจั จบุ นั (*) คาศพั ท์ที่สาคญั ต่าง ๆ สามารถดูความหมายของคาศัพทส์ าคญั ได้ในอภิธานศพั ท์ หนา้ 83-105 หมายเหตุ หมายเหตุ 3.1 ผลลพั ธข์ องผลการดาเนนิ การท่ีเกย่ี วกบั คุณลักษณะของหลกั สตู ร และบริการฯ สาคัญ ควรรายงานไว้ในหัวขอ้ 7.1 หมายเหตุ 3.1 ก(1) วิธีการรับฟังเสียงผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่นอาจรวมถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และเทคโนโลยีที่ใช้งานบนเว็บ (Web-based technologies) การรบั ฟังผา่ นสื่อสังคมออนไลน์อาจรวมถึงการ ติดตามขอ้ คิดเหน็ ตา่ ง ๆ บนส่อื ฯ ของสถาบนั และสอ่ื อื่น ๆ ท่ีเปน็ อิสระ หมายเหตุ 3.1 ก(1) วิธีการรับฟังควรครอบคลุมทุกช่วงที่สถาบันเกี่ยวข้องกับผู้เรียนและลูกค้า กลมุ่ อืน่ ของสถาบัน ชว่ งตา่ ง ๆ ดังกลา่ ว อาจรวมถึงระยะการสร้างความสัมพันธ์ การรักษาความสมั พันธ์ และ กลยทุ ธใ์ นการตดิ ตามผล (*) หมายเหตุ 3.1 ข(2) ในการกาหนดหลักสูตร และบริการฯ นั้น สถาบันควรพิจารณาคุณลักษณะ สาคัญทั้งหมดและผลที่ได้จากหลักสูตร และบริการฯ ในแต่ละช่วงท่ีผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืนอยู่กับสถาบัน ควรใส่ใจต่อองค์ประกอบที่มีผลต่อความชอบและความภักดีของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืน ตัวอย่างเช่น องค์ประกอบที่ทาให้หลักสูตร และบริการฯ ของสถาบันแตกต่างจากคู่แข่งหรือสถาบันอ่ืน ๆ อย่างชัดเจน องค์ประกอบดังกล่าวอาจรวมถึง จุดเน้นของหลักสูตร รูปแบบการจัดการศึกษา รูปแบบการจัดหางานให้ ผู้เรียนหลังจากท่ีสาเร็จการศึกษา องค์ประกอบของผู้ปฏิบัติงาน กิจกรรมนอกหลักสูตร หรือค่าเล่าเรียนและ ค่าใช้จ่ายท่ีเก่ียวข้อง นอกจากนี้ยังอาจต้องคานึงถึงวิธีการในการติดต่อระหว่างกัน รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความเป็นสว่ นตัวและความปลอดภยั ของขอ้ มูลของผู้เรียนและลูกคา้ กล่มุ อนื่ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพอ่ื การดาเนินการทเี่ ปน็ เลศิ ฉบับปี 2563-2566 37 3.2 ความผูกพันของลูกค้า (Customer Engagement): สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการสร้าง ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั บ ผู้ เ รี ย น แ ล ะ ลู ก ค้ า ก ลุ่ ม อ่ื น แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ แ ล ะ ค ว า ม ผู ก พั น (45 คะแนน) ก. ความสัมพันธ์และการสนับสนุนผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ (Student and Other CUSTOMER Relationships and Support) (1) การจัดการความสมั พนั ธ์ (Relationship Management) สถาบนั มีวิธีการอยา่ งไรในการสรา้ ง และจดั การความสมั พันธก์ ับผู้เรียนและลกู ค้ากลมุ่ อืน่ สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการทาการตลาดหรือประชาสัมพันธ์ สร้าง และจัดการความสัมพันธ์ กบั ผ้เู รยี นและลูกค้ากลุ่มอืน่ เพ่อื • ใหไ้ ด้ผ้เู รยี นและลูกค้ากลุ่มอืน่ และสร้างส่วนแบง่ ตลาด • จดั การและเสริมสรา้ งภาพลกั ษณ์ • รักษาผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่นไว้ และสนองความต้องการและทาให้เหนือกว่าความคาดหวัง ในแตล่ ะช่วงทม่ี กี ารสานสมั พนั ธก์ ับสถาบนั (2) การเข้าถึงและการสนับสนุนผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืน (Student and Other CUSTOMER Access and Support) สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการช่วยให้ผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่นสามารถสืบคน้ สารสนเทศและ รับการสนับสนุนจากสถาบัน สถาบันช่วยให้กลุ่มเหล่าน้ีมาใช้บริการอย่างไร สถาบันมีการสนับสนุนท่ีสาคัญแก่ผู้เรียนและ ลูกค้ากลุ่มอืน่ รวมท้ังกลไกหลกั ในการสื่อสารอะไรบา้ ง วธิ กี ารดงั กลา่ วมีความแตกต่างกนั อย่างไรในแต่ละกลุ่ม ผู้เรยี น กลุ่มลกู คา้ และสว่ นตลาด (*) สถาบันมวี ิธกี ารอย่างไรในการ • คน้ หาความต้องการหลกั ของผเู้ รยี นและลูกคา้ กลมุ่ อื่น ในการรบั การสนบั สนนุ • ถา่ ยทอดความต้องการดงั กล่าวไปสู่ทกุ คนและทุกกระบวนการท่เี กีย่ วข้องเพ่ือปฏบิ ัติ (3) การจดั การข้อร้องเรียน (Complaint Management) สถาบันมวี ธิ ีการอยา่ งไรในการจดั การข้อรอ้ งเรยี นจากผเู้ รียนและลกู คา้ กลมุ่ อืน่ สถาบันมีวิธีการอยา่ งไรในการแกไ้ ขข้อร้องเรยี นอยา่ งทนั ท่วงทีและมีประสิทธิผล วิธีการดังกลา่ ว ทาให้ความเชื่อม่ันของผู้เรียนและกลุ่มลูกค้าอ่ืนกลับคืนมาอย่างไร รวมทั้งสร้างเสริมความพึงพอใจและ ความผูกพัน และหลีกเลยี่ งขอ้ รอ้ งเรียนลกั ษณะเดยี วกันในอนาคตอย่างไร ข. การค้นหาความพงึ พอใจและความผูกพนั ของผเู้ รยี นและลูกค้ากลมุ่ อ่ืน (Determination of Student and Other CUSTOMER Satisfaction and ENGAGEMENT) (1) ความพงึ พอใจ ความไม่พงึ พอใจและความผูกพนั (Satisfaction, Dissatisfaction, and ENGAGEMENT) (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศึกษาเพื่อการดาเนินการที่เปน็ เลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 38 สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการค้นหาความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ และความผูกพันของ ผูเ้ รยี นและลูกคา้ กลุม่ อนื่ วิธีการเหล่านี้มีความแตกต่างกันอย่างไรสาหรับแต่ละกลุ่มผู้เรียน กลุ่มลูกค้าอ่ืนและส่วนตลาด (*) การวัดผลของวธิ กี ารขา้ งต้นใหส้ ารสนเทศที่สามารถนาไปใช้ได้อย่างไร (2) ความพงึ พอใจเปรยี บเทียบกบั องคก์ รอน่ื (Satisfaction Relative to Other Organizations) สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการรวบรวมสารสนเทศเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้เรียนและ ลูกค้ากลุ่มอ่ืนเปรียบเทียบกบั องคก์ รอนื่ สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการรวบรวมสารสนเทศเก่ียวกับความพึงพอใจของผู้เรียนและลูกค้า กลุ่มอื่น โดย • เปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืนของสถาบัน กับความพึงพอใจที่มีต่อ สถาบนั ค่แู ข่ง • เปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่นของสถาบัน กับความพึงพอใจท่ีมีต่อ สถาบันอ่ืน ซงึ่ มีหลกั สตู ร และบริการฯ ท่คี ลา้ ยคลงึ กัน หรอื กับคา่ เทียบเคียงในวงการการศึกษา (*) ค. การใชข้ ้อมูลเสยี งของลกู ค้าและตลาด (Use of VOICE-OF-THE-CUSTOMER and Market Data) สถาบันมีวิธีการอยา่ งไรในการใช้ข้อมูลและสารสนเทศท่ีไดจ้ ากเสียงของลูกคา้ และตลาด สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการใช้ข้อมูลและสารสนเทศที่ได้จากเสียงของลูกค้าและตลาด เพื่อสร้าง วัฒนธรรมทีม่ งุ่ เนน้ ผู้เรียนใหม้ ากขึ้นและสนับสนุนการตัดสนิ ใจในการปฏิบัตกิ าร คาศัพทท์ ่สี าคญั ต่าง ๆ สามารถดคู วามหมายของคาศัพท์สาคัญได้ในอภิธานศัพท์ หนา้ 83-105 หมายเหตุ หมายเหตุ 3.2 ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับมุมมองและการตอบสนองของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอื่นควร รายงานไว้ในหวั ขอ้ 7.2 หมายเหตุ 3.2 ข(1) การค้นหาความไม่พึงพอใจของผู้เรียนและลูกค้ากลุ่มอ่ืนควรพิจารณามากกว่า เพียงแคเ่ ป็นการดคู ่าความพึงพอใจที่ได้คะแนนน้อย การค้นหาความไม่พงึ พอใจควรแยกต่างหากเพ่ือวิเคราะห์ ถึ ง ส า เ ห ตุ ท่ี ม า ข อ ง ค ว า ม ไ ม่ พึ ง พ อ ใ จ แ ล ะ ใ ห้ ส า ม า ร ถ ท า ก า ร แ ก้ ไ ข อ ย่ า ง เ ป็ น ร ะ บ บ เ พื่ อ ห ลี ก เ ลี่ ย ง ความไมพ่ งึ พอใจในอนาคต หมายเหตุ 3.2 ข(2) การค้นหาความพึงพอใจของผู้เรียนและลูกค้ากลมุ่ อ่ืนในเชงิ เปรียบเทียบอาจได้ จากการเปรียบเทียบกับคู่แข่ง กับสถาบันอ่ืน ๆ ท่ีมีหลักสูตร หรือบริการฯ ท่ีคล้ายคลึงกัน แต่ไม่ได้เป็นคู่แข่ง ในตลาดเดียวกัน หรือสารสนเทศจากวงการศึกษาหรือองค์กรอื่น ๆ สารสนเทศเชิงเปรียบเทียบดังกล่าวอาจ รวมถงึ เหตุผลท่ีผู้เรยี นและลกู คา้ กลุ่มอื่นเลอื กสถาบนั คู่แข่ง หมายเหตุ 3.2 ค สถาบนั ควรใชข้ ้อมลู และสารสนเทศเกี่ยวกบั ผู้เรยี นและลูกค้ากลุ่มอื่นเพ่ือสนับสนุน การทบทวนผลการดาเนินการโดยรวมที่ไดร้ ะบุไวใ้ น หัวขอ้ 4.1ข ขอ้ มลู สารสนเทศทีไ่ ดจ้ ากเสยี งของลกู ค้าและ ตลาดอาจรวมถงึ ข้อมลู ท่ีรวบรวมไดจ้ ากข้อรอ้ งเรยี นของลกู ค้าและข้อมลู สารสนเทศจากสื่อสังคมออนไลน์ (*) (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศึกษาเพือ่ การดาเนนิ การท่ีเป็นเลิศ ฉบับปี 2563-2566 39 4. การวัด การวเิ คราะห์ และการจัดการความรู้ (Measurement, Analysis, and Knowledge Management) (90 คะแนน) ในหมวดการวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ เกณฑ์ถามว่าสถาบันมีวิธีการเลือก รวบรวม วิเคราะห์ จดั การ และปรับปรงุ ข้อมลู สารสนเทศ และสินทรัพยท์ างความรู้ (KNOWLEDGE ASSETS) อย่างไร สถาบนั ใชผ้ ลการทบทวนเพ่อื ปรบั ปรุงผลการดาเนินการและสรา้ งการเรยี นรู้ในระดับสถาบนั อย่างไร 4.1 การวัด วิเคราะห์ และปรับปรุงผลการดาเนินการของสถาบัน (Measurement, Analysis, and Improvement of Organizational Performance): สถาบันมวี ิธีการอยา่ งไรในการวัด วเิ คราะห์ และเพ่อื นามาปรบั ปรุงผลการดาเนินการของสถาบนั (45 คะแนน) ก. การวดั ผลการดาเนนิ การ (PERFORMANCE Measurement) (1) ตัววดั ผลการดาเนินการ (PERFORMANCE MEASURES) สถาบันมีวิธีการติดตามข้อมูลและสารสนเทศของการปฏบิ ัตงิ านประจาวนั (Organizational PERFORMANCE) และการดาเนนิ การโดยรวมของสถาบนั อย่างไร สถาบนั มวี ธิ ีการอย่างไรในการ • เลือก รวบรวม ปรับให้สอดคล้องและบูรณาการข้อมูลสารสนเทศ เพ่ือติดตามการปฏิบัติการ ประจาวันและผลการดาเนินการโดยรวมของสถาบัน • ติดตามความกา้ วหน้าของการบรรลุผลตามวัตถุประสงคเ์ ชงิ กลยุทธ์และแผนปฏบิ ตั กิ าร สถาบันมีตวั วัดผลการดาเนินการทสี่ าคัญอะไรบ้าง รวมทัง้ ตัววัดด้านการเงินและงบประมาณท่ีสาคัญ ทั้งระยะสนั้ และระยะยาว สถาบนั มกี ารติดตามตวั วดั เหล่านบ้ี อ่ ยเพียงใด (2) ขอ้ มูลเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Data) สถาบันมีวิธีการเลือกและใช้ข้อมูล สารสนเทศเชิงเปรียบเทียบอย่างไร เพื่อสนับสนุนการ ตดั สินใจโดยใชข้ อ้ มูลจริง (3) ความคลอ่ งตัวของการวัดผล (Measurement Agility) สถาบันม่ันใจได้อย่างไรว่าระบบการวัดผลการดาเนินการของสถาบันสามารถตอบสนอง ต่อ การเปลี่ยนแปลงทั้งภายในหรือภายนอกสถาบันที่เกิดข้ึนอย่างรวดเร็วหรือที่ไม่ได้คาดคิด และให้ข้อมูล ทที่ ันเวลา ข. การวเิ คราะห์และทบทวนผลการดาเนินการ (PERFORMANCE ANALYSIS and Review) สถาบนั มีวธิ กี ารทบทวนผลการดาเนินการและขีดความสามารถของสถาบันอยา่ งไร สถาบันมีวิธีการใช้ตัววัดผลการดาเนินการท่ีสาคัญของสถาบันอย่างไร รวมทั้งการใช้ข้อมูล เชิงเปรียบเทียบในการทบทวนเหล่านี้ สถาบันวิเคราะห์อะไรบ้างเพ่ือสนับสนุนการทบทวนและทาให้ม่ันใจว่า ผลสรุปน้ันใช้ได้ สถาบนั และผูน้ าระดบั สูงใชผ้ ลการทบทวนในเร่ืองตอ่ ไปนอ้ี ย่างไร • ประเมินความสาเร็จของสถาบัน ผลการดาเนินการในเชิงแข่งขัน ความมั่นคงทางการเงิน (financial health) และความกา้ วหนา้ ของการบรรลผุ ลตามวัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ กลยุทธ์และแผนปฏบิ ตั กิ าร (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ุณภาพการศึกษาเพ่อื การดาเนินการทเี่ ปน็ เลิศ ฉบบั ปี 2563-2566 40 • ตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อความเปลี่ยนแปลงในด้านความต้องการของสถาบันและความท้าทาย ในสภาพแวดลอ้ มทส่ี ถาบนั ดาเนนิ งานอยู่ คณะกรรมการกากับดูแลสถาบัน มีวิธีการอย่างไรในการทบทวนผลการดาเนินการของสถาบันและ ความกา้ วหนา้ ของการบรรลผุ ลของวัตถปุ ระสงค์เชิงกลยุทธ์และแผนปฏบิ ตั ิการ (*) ค. การปรับปรุงผลการดาเนินการ (PERFORMANCE Improvement) (1) ผลการดาเนินการในอนาคต (Future PERFORMANCE) สถาบนั คาดการณผ์ ลการดาเนินการในอนาคตอย่างไร สถาบันใช้ผลการทบทวนผลการดาเนินการ ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบและเชิงแข่งขันท่ีสาคัญเพื่อ คาดการณผ์ ลการดาเนินการของสถาบนั อยา่ งไร (2) การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและการสร้างนวัตกรรม (Continuous Improvement and INNOVATION) สถาบันใช้ผลการทบทวนผลการดาเนินการ นาไปจัดลาดับความสาคัญของเรื่องท่ีต้อง ปรบั ปรงุ อย่างต่อเนื่องและโอกาสในการสร้างนวตั กรรม อยา่ งไร สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการถ่ายทอดในเรื่องที่จัดลาดับความสาคัญและโอกาสดังกล่าวสู่การ ปฏบิ ตั ิ ไปยงั • คณาจารย์ บุคลากร คณะทางานและระดับปฏิบตั ิ • สถาบันอน่ื ท่สี ง่ ผูเ้ รียนเขา้ มาศึกษาหรือรับผูเ้ รียนของสถาบันเขา้ ศึกษาต่อ ผ้สู ง่ มอบและคู่ความ ร่วมมือท้ังท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพ่ือให้มั่นใจว่ามีการดาเนินการท่ีสอดคล้องในแนวทางเดียวกัน กับสถาบนั (*) คาศพั ทท์ สี่ าคญั ตา่ ง ๆ สามารถดคู วามหมายของคาศัพทส์ าคัญไดใ้ นอภิธานศพั ท์ หนา้ 83-105 หมายเหตุ หมายเหตุ 4.1 คาถามในหวั ข้อน้ีมีการเช่ือมโยงอยา่ งใกลช้ ิดระหวา่ งกนั ภายในหัวข้อและเชื่อมโยงกับ หัวข้ออ่นื ในเกณฑ์ ตวั อยา่ งของการเชอ่ื มโยงท่สี าคัญ มดี ังนี้ • การวัดผลการดาเนินการของสถาบัน (4.1ก) รวมถึงข้อมูลสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบที่ สถาบันเลือก และตัววัดผลการดาเนินการท่ีรายงานในเกณฑ์หัวข้ออ่ืน ๆ ควรนาเข้าสู่การทบทวนผลการ ดาเนินการของสถาบัน (4.1ข) • การทบทวนผลการดาเนินการของสถาบัน (4.1ข) ควรสะท้อนถึงวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์และ แผนปฏิบัติการ (หมวด 2) และผลลัพธ์การวิเคราะห์และทบทวนผลการดาเนินการของสถาบัน ควรใช้เป็น ข้อมูลสารสนเทศ ในการจัดทากลยุทธ์ การนากลยุทธ์ไปปฏิบัติ การจัดลาดับความสาคัญในการปรับปรุงและ เป็นโอกาสสาหรบั นวตั กรรม (4.1ค) • การคาดการณผ์ ลการดาเนินการของแผนปฏบิ ัติการท่ีสาคัญของสถาบัน ควรรายงานใน 2.2 ก(6) • ควรรายงานผลการดาเนนิ การของสถาบนั ในหวั ขอ้ 7.1 ถงึ 7.5 (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑค์ ณุ ภาพการศกึ ษาเพื่อการดาเนินการท่เี ป็นเลิศ ฉบบั ปี 2563-2566 41 หมายเหตุ 4.1 ก ข้อมูลและสารสนเทศจากการวัดผลการดาเนินการ ควรนามาใช้สนับสนุนการ ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริงเพื่อกาหนดและปรับให้สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันในเรื่องทิศทางของ สถาบันและทรัพยากรที่ใช้ในหน่วยงานในระดับต่าง ๆ กระบวนการที่สาคัญ ระดับภาควิชา คณะ/สานักวิชา/ สว่ นงาน และระดับสถาบัน หมายเหตุ 4.1 ก(2) ข้อมูลและสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบท่ีสถาบันเลือกมาควรนามาใช้สนับสนุน การตัดสินใจในระดับปฏิบัติการและในระดับกลยุทธ์ ข้อมูลและสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบได้มาจากการ เทียบเคียงกับองค์กรอ่ืนด้วยกระบวนการเทียบเคียง และการค้นหาตัวเปรียบเทียบในเชิงแข่งขัน คาว่า “กระบวนการเทียบเคียง” หมายถึง การเฟ้นหากระบวนการและผลลัพธ์ ซ่ึงแสดงถึงวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศและ ผลการดาเนินการในกิจกรรมที่คล้ายคลึงกัน ทั้งภายในและภายนอกวงการศึกษา ข้อมูลเปรียบเทียบ เชิงแข่งขันเป็นการเปรียบเทียบผลการดาเนินการระหว่างสถาบันกับคู่แข่งและสถาบันอื่นๆ ที่มีหลักสูตร และบรกิ ารฯ ท่คี ล้ายคลงึ กัน หมายเหตุ 4.1 ก(3) สถาบันอาจจาเปน็ ตอ้ งมคี วามคล่องตวั ในเร่ืองระบบการวัดผลเพื่อตอบสนองต่อ การเปล่ียนแปลงต่างๆ ในด้านกฎระเบียบข้อบังคับ รวมท้ังการเปล่ียนแปลงอื่น ๆ ของสภาวะแวดล้อมด้าน การเมือง นวตั กรรมดา้ นกระบวนการหรือรูปแบบธรุ กจิ (business models) หลกั สูตร และบริการฯ ใหม่ของ คู่แข่ง ตัวอย่างการตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงดังกล่าว เช่น การปรับใช้ตัววัดผลการดาเนินการที่แตกต่าง กนั หรอื การปรับความถ่ขี องการวัดผล หมายเหตุ 4.1 ข การวิเคราะห์ผลการดาเนินการ ประกอบด้วย การประเมินแนวโน้มของผลการ ดาเนินการ การคาดการณ์ในระดับสถาบัน วงการการศึกษา และเทคโนโลยี การเปรียบเทียบ การหา คา่ ความสัมพันธ์เชงิ เหตุและผล และค่าปฏิสัมพันธร์ ะหว่างกนั การวเิ คราะห์ดงั กล่าวควรสนบั สนนุ การทบทวน ผลการดาเนินการ ช่วยให้ทราบต้นเหตุของปัญหา และช่วยจัดลาดับความสาคัญของการใช้ทรัพยากร ด้วยเหตุน้ี การวเิ คราะห์จงึ ต้องใช้ขอ้ มูลทุกประเภท เชน่ การเรยี นรขู้ องผู้เรียน ข้อมูลของผู้เรียนและลกู คา้ กลุ่มอ่ืน ขอ้ มูล ด้านงบประมาณ การเงินและตลาด ข้อมูลด้านปฏิบัติการและข้อมูลเชิงแข่งขันและเทียบเคียง การวิเคราะห์น้ีควรคานึงถึงตัววัดท่ีเป็นมาตรการบังคับจากภาครัฐด้วย (*) รวมทั้งอาจมาจากผลการตรวจ ประเมนิ ภายในหรือภายนอกตามเกณฑ์ EdPEx หมายเหตุ 4.1 ข การตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อความเปลี่ยนแปลงด้านความต้องการและความท้าทาย ของสถาบัน อาจรวมถึงการตอบสนองความจาเป็นต่อการเปล่ียนแปลงแบบพลิกโฉมในโครงสร้างและ ระบบงานของสถาบนั 4.2 การจัดการสารสนเทศ และการจัดการความรู้ (Information, and Knowledge Management): สถาบันมี วธิ ีการอย่างไรในการจดั การสารสนเทศและสนิ ทรัพย์ทางความรู้ของสถาบัน (45 คะแนน) ก. ขอ้ มลู และสารสนเทศ (Data and Information) (1) คณุ ภาพ (Quality) สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการทวนสอบและทาให้มั่นใจว่าข้อมูลและสารสนเทศท่ีใช้ใน สถาบันมีคณุ ภาพ (Draft) EdPEx Criteria V_18112563

เกณฑ์คณุ ภาพการศึกษาเพ่ือการดาเนินการท่ีเปน็ เลศิ ฉบบั ปี 2563-2566 42 สถาบันมีวิธีการจัดการอย่างไรในการจัดการข้อมูลและสารสนเทศเชิงอิเล็กทรอนิกส์และ ในรปู แบบอ่นื ๆ เพ่ือให้มัน่ ใจวา่ มคี วามแมน่ ยา ถูกตอ้ ง ความคงสภาพ (integrity) เช่อื ถอื ได้ และเป็นปัจจบุ นั (2) ความพรอ้ มใช้ (Availability) สถาบันทาใหม้ นั่ ใจได้อยา่ งไรวา่ ขอ้ มูลและสารสนเทศของสถาบนั มคี วามพร้อมใช้ สถาบนั มวี ธิ ีการอย่างไรเพื่อให้ข้อมลู และสารสนเทศที่จาเป็น มีพรอ้ มใช้ในรูปแบบท่ีใช้งานง่าย และ ทันการสาหรับบุคลากร ผู้ส่งมอบ คู่ความร่วมมือท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผู้เรียน และลูกค้ากลุ่มอ่ืน (*) สถาบันวธิ ีการอย่างไรในการทาใหม้ ั่นใจวา่ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสถาบนั เชอ่ื ถอื ได้และใชง้ านง่าย ข. ความร้ขู องสถาบนั (Organizational Knowledge) (1) การจัดการความรู้ (Knowledge Management) สถาบนั มีวธิ ีการอย่างไรในการสรา้ งและจดั การความรขู้ องสถาบัน สถาบนั มวี ิธีการอยา่ งไร ในการ • รวบรวมและถา่ ยทอดความรู้ของบคุ ลากร • ผสานและเช่ือมความสมั พนั ธข์ องข้อมลู จากแหล่งต่าง ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ • ถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์ ระหว่างสถาบันกับผู้เรียน ลูกค้ากลุ่มอ่ืน ผู้ส่งมอบ คูค่ วามร่วมมอื ทงั้ ที่เปน็ ทางการและไม่เปน็ ทางการ • รวบรวมความรู้และถ่ายทอดความรู้ท่ีเป็นประโยชน์ไปใช้ในการสร้างนวัตกรรมและ ในกระบวนการวางแผนเชงิ กลยุทธ์ (2) วธิ ีปฏิบตั ทิ ีเ่ ป็นเลศิ (Best Practices) สถาบันมวี ธิ กี ารอยา่ งไรในการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้วธิ ีปฏิบตั ทิ ่ีเป็นเลิศในสถาบัน สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการค้นหาหน่วยงานหรือการปฏิบัติการ ทั้งภายในและภายนอก สถาบัน ที่มีผลการดาเนินการที่โดดเด่น สถาบันมีวิธีการอย่างไรในการค้นหาวิธีปฏิบัติท่ีเป็นเลิศเพ่ือ การแลกเปลย่ี นเรียนรแู้ ละนาไปปฏบิ ัติท่ัวท้ังสถาบัน (*) (3) การเรยี นรู้ระดบั สถาบนั (Organizational LEARNING) สถาบันใช้ความรู้และทรัพยากรอย่างไร เพื่อให้การเรียนรู้ฝังลึกเข้าไปในวิถีการปฏิบัติงาน ของสถาบนั คาศพั ทท์ ส่ี าคัญตา่ ง ๆ สามารถดูความหมายของคาศพั ทส์ าคญั ได้ในอภิธานศัพท์ หน้า 83-105 หมายเหตุ หมายเหตุ 4.2 ก(2) ตวั อยา่ งระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ ได้แก่ ระบบและอุปกรณต์ ่าง ๆ (ฮารด์ แวร์) ซอฟแวร์แพลตฟอร์ม (Software platforms) และแอพพลิเคช่ัน รวมถึงระบบสารสนเทศภายนอก เช่น ระบบทจ่ี ัดเกบ็ บนคลาวน์ (Cloud) หรอื ระบบอน่ื ที่นอกเหนือการควบคุมของสถาบัน (Draft) EdPEx Criteria V_18112563