Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ข้าวของพ่อ

ข้าวของพ่อ

Published by NaraSci, 2021-12-03 13:42:27

Description: ข้าวของพ่อ

Search

Read the Text Version

ข้าวของพ่อ

ข้าวของพ่อ เฉลิมพระเกียรติพระบา ทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เน่ืองในโอกาสครบ ๖๐ ปี พระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๓ กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิมพ ์ Dhammaintrend รว่ มเผยแพรแ่ ละแบ่งปัน

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดชฯ ประทบั พระทนี่ ง่ั ราชยานพตุ ตาลทอง มเี จา้ พนกั งานเชญิ พระแสงคเู่ คยี งขนาบพระทน่ี ง่ั ในกระบวนราบใหญ่ วนั ที่ ๕ พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๙๓

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดชฯ มพี ระปฐมบรมราชโองการแกป่ ระชาชนชาวไทยวา่ “เราจะครองแผน่ ดนิ โดยธรรม เพอ่ื ประโยชนส์ ขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม” แลว้ ทรงหลง่ั ทกั ษิโณทกตง้ั พระราชสตั ยาธษิ ฐาน จะทรงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ โดยทศพธิ ราชธรรมจรยิ า ณ พระทนี่ ง่ั ไพศาลทกั ษณิ

พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว ทรงหว่านเมล็ดพนั ธ์ขุ า้ วในนาสาธิต สวนจติ รลดา พระราชวังดสุ ิต

“…ขา้ วตอ้ งปลูก เพราะอกี ๒๐ ปี ประชากรอาจจะ ๘๐ ลา้ นคน ข้าวจะไม่พอ ถา้ ลดการปลูกขา้ วไปเรือ่ ยๆ ข้าวจะไม่พอ เราตอ้ งซ้อื ข้าวจากตา่ งประเทศ เร่ืองอะไร ประชาชนคนไทยไมย่ อม คนไทยนี้ตอ้ งมีขา้ ว แม้ขา้ วทีป่ ลกู ในเมอื งไทย จะสขู้ า้ วทีป่ ลกู ในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก...” พระราชดำรสั พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ในโอกาสเสดจ็ พระราชดำเนนิ ทอดพระเนตร โครงการโคกกแู ว จงั หวดั นราธวิ าส พ.ศ. ๒๕๓๖

6 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  สาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓ นบั เปน็ ศภุ วาระสำคญั อกี วาระหนงึ่ ของปวงชนชาวไทย เน่ืองด้วยเป็นโอกาสมหามงคล ครบ ๖๐ ปี แห่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาท สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เสดจ็ ขน้ึ ครองราชยเ์ ปน็ พระมหากษตั รยิ ์ไทยอยา่ งเปน็ ทางการ และ ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพ่ือประโยชน์สุขแห่ง มหาชนชาวสยาม” เมอื่ วนั ท่ี ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทย ท่ัวหล้า ด้วยเป็นท่ีประจักษ์ชัดว่า ตลอดระยะเวลาท่ีทรงครองสิริราชสมบัติ พระราช กรณยี กจิ อเนกประการ ทท่ี รงบำเพญ็ ลว้ นเพอื่ บำบดั ทกุ ข์ บำรงุ สขุ กอ่ ประโยชนแ์ กอ่ าณา ประชาราษฎร์ใตร้ ม่ พระบารมอี ยา่ งถว้ นทวั่ เนื่องในโอกาสมหามงคลดังกล่าว กอปรกับโอกาสพระราชพิธีพืชมงคลจรด พระนังคัลแรกนาขวัญ กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้จัดพิมพ์หนังสือเร่ือง “ข้าวของพ่อ” ฉบับภาษาไทย และ “Father’s Rice” ภาษาอังกฤษขึ้น เป็นส่วนหน่ึงของกิจกรรม เฉลมิ พระเกยี รต ิ “ข้าว” เป็นบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมไทย ข้าวเป็นหน่ึงในปัจจัยส่ีที่ผูกพันกับ วิถีชีวิตไทยมายาวนาน พระมหากษัตริย์ไทยทรงตระหนักถึงความสำคัญของชาวนาไทย

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 7 ทมี่ อี าชีพหลกั คอื ทำนา ปลูกขา้ ว ไดพ้ ระราชทานความชว่ ยเหลอื คำแนะนำตลอดมา และได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จนถึงรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ฟ้ืนฟูราชประเพณีจรด พระนงั คลั แรกนาขวญั ใหเ้ หมาะสมกบั ยคุ สมยั และกำหนดเปน็ พระราชพธิ พี ชื มงคลจรด พระนงั คลั แรกนาขวญั ถอื เปน็ พระราชพธิ ที เี่ ปน็ สริ มิ งคล สรา้ งกำลงั ใจแกช่ าวนาผปู้ ลกู ขา้ ว เปน็ อยา่ งมาก กระทรวงวฒั นธรรม หวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ หนงั สอื เรอ่ื ง “ขา้ วของพอ่ ” จะชว่ ยให้ คนไทยได้ศึกษาเรียนรู้ ตระหนักถึงประโยชน์และคุณค่าความสำคัญของข้าวเป็นอย่างดี ประการสำคัญคือ ทำให้เข้าใจความหมายของ “ข้าวของพ่อ” ได้อย่างลึกซึ้ง ชัดเจน และนอ้ มสำนกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ อนั ยง่ิ ใหญ่ไพศาลของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ในฐานะ “พอ่ แหง่ แผน่ ดนิ ” (นายธรี ะ สลกั เพชร) รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงวฒั นธรรม

8 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  คำนำ …เมืองสุโขทัยน้ีดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว... ข้อความดังกล่าวปรากฏบน ศิลาจารึกหลักท่ี ๑ ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นถ้อยคำที่คนไทยส่วนใหญ่จำได้ ข้นึ ใจ สะท้อนให้เห็นวิถีไทย และความอุดมสมบูรณข์ องแผ่นดนิ ไทย “ข้าว” คำส้ันๆ พยางค์เดียว ท่ีเป็นบ่อเกิดและสะท้อนวิถีวัฒนธรรมไทย ในหลายมติ ิ อาทิ พระราชพิธี ขนบธรรมเนยี มประเพณี พิธกี รรม ความเชื่อ ฯลฯ ได้แก่ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประเพณีทำขวัญแม่โพสพ หรือ ทำขวัญข้าว ประเพณี (แห่นางแมว) ขอฝน ประเพณีบุญบั้งไฟ การละเล่นพ้ืนบ้าน เต้นกำรำเคียว ระบำชาวนา เปน็ ต้น ในโอกาสมหามงคล ครบ ๖๐ ปี พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัฐบาลได้ มอบหมายให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันดำเนินโครงการ จัดกิจกรรม เพ่ือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กระทรวงวัฒนธรรม น้อมสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จึงได้จัดพิมพ์หนังสือเร่ือง “ข้าวของพ่อ” ภาษาไทย และ “Father’s Rice” ภาษาอังกฤษ ซงึ่ นางสาววมิ ลพรรณ ปีตธวชั ชยั ผเู้ ขียน ไดก้ รุณา มอบต้นฉบับมาให้จัดพิมพ์ และนางขนิษฐา บุนปาน ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษ เนื้อหา ของหนังสือ “ข้าวของพ่อ” เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของข้าวต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยภาษาที่สละสลวย เข้าใจง่าย ประการสำคัญคือ สะท้อนพระราชกรณียกิจและ

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 9 พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ีทรงมีต่อชาวนาไทยในฐานะ กระดูกสันหลังของชาติ โดยได้พระราชทานขวัญกำลังใจ ทรงห่วงใยพระราชทานความ ช่วยเหลือ แนะนำ เกยี่ วกบั การปลูกข้าวมาโดยตลอด จนเป็นทมี่ าของ “ขา้ วของพอ่ ” ในนามของกระทรวงวัฒนธรรม ผมขอขอบคุณผู้เขียนและผู้แปลท้ังสองท่าน เป็นอย่างย่ิงมา ณ โอกาสนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเร่ือง “ข้าวของพ่อ” จะเป็นส่วนหนึ่งท่ีช่วยเผยแพร่พระเกียรติคุณอันย่ิงใหญ่ไพศาลของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวให้ขจรไกลทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความ ภาคภูมิใจ และความปีติยินดีให้แก่พสกนิกรชาวไทยผู้อยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระบาท สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว พระมหากษัตรยิ ผ์ ทู้ รงพระคุณอนั ประเสริฐ (นายวรี ะ โรจนพ์ จนรตั น)์ ปลดั กระทรวงวฒั นธรรม

10 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  จากผู้เขียน นับเป็นเร่ืองที่น่ายินดีท่ีกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดพิมพ์หนังสือเรื่อง “ข้าวของพ่อ” ข้ึนมาเผยแพร่อีกวาระหนึ่ง โดยมีภาคภาษาอังกฤษ จากฝีมือการแปลอันงดงามของขนิษฐา บุนปาน นักแปลคุณภาพอีกคนหน่ึงของวงการแปลในประเทศไทย ด้วยวัตถุประสงค์ท่ีจะ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสอันเป็นมหามงคล เน่ืองในการ พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกครบ ๖๐ ปี ในเดอื นพฤษภาคม ปนี ้ี หนงั สอื เรอื่ ง “ขา้ วของพอ่ ” เปน็ เรอ่ื งราวและประวตั คิ วามเปน็ มาของขา้ วในแผน่ ดนิ ไทย รวมไปถึงความเช่ือทางวัฒนธรรมและสายใยความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย ์ กบั ชาวนาไทย ในฐานะทที่ รงเปน็ ศนู ยร์ วมแหง่ การดำรงอยู่ และหลอ่ หลอมวถิ ชี วี ติ จติ วญิ ญาณ ของคนไทย สังคมไทยมิให้แตกสลาย ทำให้ผู้อ่านได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ ของข้าวไทยและ ชาวนาไทย ภายใตพ้ ระบรมโพธสิ มภารแหง่ องคพ์ ระมหากษตั รยิ ผ์ ทู้ รงคณุ อนั ประเสรฐิ เปย่ี มลน้ ดว้ ยพระมหากรณุ าธคิ ณุ ทรงเปน็ “ขวญั ขา้ วขวญั แผน่ ดนิ ” เปน็ รากฐานและเปน็ หลกั ชยั แหง่ ชวี ติ ของคนไทยทกุ คน ผเู้ ขยี นจงึ มคี วามเตม็ ใจและภาคภมู ิใจทก่ี ระทรวงวฒั นธรรมไดเ้ หน็ คณุ คา่ ของหนงั สอื เล่มน้ีและได้ดำเนินการจัดพิมพ์ข้ึนมาอีกครั้งหน่ึงในวโรกาสอันสำคัญท่ีเป็นความปลาบปลื้มปีติ และเปน็ ความสขุ ยง่ิ ของคนไทยทงั้ ชาติ อกี วาระหนง่ึ

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 11 บทนำ เรอ่ื งใหญท่ ส่ี ดุ ของมนษุ ยน์ อกจากการหายใจกค็ อื การกนิ และสงิ่ ทค่ี นทงั้ โลกกนิ มาก ทส่ี ดุ นอกจากนำ้ กค็ อื ขา้ ว แผน่ ดนิ ไทยเปน็ อขู่ า้ วอนู่ ำ้ ทอ่ี ดุ มสมบรู ณท์ ส่ี ดุ แหง่ หนง่ึ ในโลก และ เปน็ อนั ดบั หนงึ่ ในเอเชยี คนไทยปลกู ขา้ ว กนิ ขา้ ว และมกี จิ กรรมตา่ งๆ เกย่ี วกบั ขา้ วมากยง่ิ กวา่ เรอ่ื งอนื่ ๆ แต่ เดมิ เราปลกู ขา้ วเพอ่ื กนิ และนำสว่ นทเ่ี หลอื ไปแลกกบั สง่ิ ทผ่ี ลติ เองในครวั เรอื นไม่ได้ ตอ่ มากก็ ลบั กนั คอื คนไทยเปน็ ชาวนานอ้ ยลง แทนทจ่ี ะทำกนิ กก็ ลายเปน็ ทำมาหากนิ คอื ทำอาชพี อน่ื ๆ กนั มากขนึ้ แลว้ คอ่ ยนำเงนิ ตราไปแลกอาหาร และแลกกบั ปจั จยั อน่ื ๆ ทง้ั ปจั จยั ทจ่ี ำเปน็ และไมจ่ ำเปน็ คนไทยยุคใหม่กินข้าวโดยเน้ือแท้น้อยลง แต่กินข้าวแปรรูปและกับข้าว ตลอดจน ของกินเล่นและของที่ไม่จำเป็นต้องกนิ มากข้ึน ตามแรงโฆษณาชวนเชื่อและตามความนยิ มท่มี า จากตา่ งประเทศ สว่ นกจิ กรรมและพธิ กี ารตา่ งๆ เกยี่ วกบั ขา้ วกพ็ ลอยเลอื นหายไปไมน่ อ้ ย เพราะวตั ถุ เข้ามาแทนที่มนุษย์และสัตว์ ผู้คนอ้างว่าไม่มีเวลาจึงใช้เครื่องทุ่นแรงแทนคน กสิกรยุคใหม ่ ผู้ปฏิเสธภูมิปัญญาของบรรพบุรุษก็อ้างว่าการเกษตรสำเร็จได้ด้วยวิทยาศาสตร์และการฝืน ธรรมชาติ และละทง้ิ จติ วญิ ญาณและความเชอ่ื ตลอดจนพธิ กี รรมตา่ งๆ ทแ่ี ทจ้ รงิ แลว้ บรรพบรุ ษุ ก็ได้สร้างสมมาอย่างแนบเนียนด้วยวิธีการและเหตุผลท่ีสอดคล้องกันดีย่ิงกับประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ธรรมชาติแห่งฤดูกาลและภูมิปัญญาอันมีภูมิธรรมเป็นแก่น มีพิธีการและวัตถุต่างๆ เปน็ กระพแ้ี ละเปลอื ก

12 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  ความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมชาติอย่างหน่ึง หากเปลี่ยนแปลงแล้วได้ผลดีก็น่าจะ เปลยี่ น แตห่ ากไดผ้ ลในทางกลบั กนั ผลนนั่ แหละจะกลบั มาทำลายมนษุ ยเ์ อง พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดชฯ ทรงเปน็ พระมหากษตั รยิ น์ กั พฒั นา โดยเฉพาะอย่างย่ิงทรงพัฒนาแผ่นดินสมดังพระปรมาภิไธย ทรงพัฒนาชีวิตของผู้ที่อยู่ติดดิน มากทส่ี ดุ คอื ชาวนา ทรงตระหนกั มาตง้ั แตย่ งั ทรงพระเยาว์ ผลผลติ ทมี่ ปี รมิ าณมากทส่ี ดุ มคี ณุ คา่ สงู สดุ ทง้ั ตอ่ ชวี ติ คนไทย ตอ่ สงั คม และเศรษฐกจิ ของชาตกิ ค็ อื ขา้ ว จงึ ทรงเอาพระทยั ใสต่ อ่ กจิ กรรมของ กสกิ รอยา่ งจรงิ จงั ดงั ประจกั ษพ์ ยานไดป้ รากฏแกพ่ สกนกิ รไปจนถงึ ชาวตา่ งประเทศทว่ั โลก ข้าวของพ่อ เป็นหนังสือสำคัญท่ีคนไทยทุกเพศทุกวัยพึงอ่าน เพื่อให้ได้ทราบและ ซาบซ้ึงในพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้า ลน้ กระหมอ่ มแกช่ าวนาชาวไร่ และคนไทยทกุ ชน้ั วรรณะ ผอู้ า่ นจะไดท้ ราบประวตั แิ ละตำนานขา้ วในโลกจนถงึ ขา้ วในดนิ แดนไทย ไดร้ จู้ กั พนั ธุ์ ขา้ ว การปลกู ขา้ ว การขายขา้ ว อาหาร และขนมไทยทท่ี ำจากขา้ ว รวมทงั้ คณุ คา่ ทางโภชนาการ ของขา้ ว แตข่ า้ วมิไดม้ คี วามสำคญั แตเ่ พยี งเปน็ อาหารสำหรบั คนไทยแต่โบราณมา ขา้ วคอื ชวี ติ และวฒั นธรรม คนไทยจงึ มที ง้ั พธิ หี ลวงและพธิ รี าษฎร์ ตงั้ แตก่ อ่ นปลกู ขา้ ว ขณะทข่ี า้ วเจรญิ เตบิ โต และเมอื่ เกยี่ วขา้ ว เกบ็ ขา้ วแลว้ แตล่ ะขนั้ ตอนของพธิ เี หลา่ นน้ั ลว้ นแสดงความสำนกึ บญุ คณุ ของ ขา้ ว เทวดาอารกั ษ์ บรรพบรุ ษุ ดนิ และนำ้ ตลอดจนสตั วแ์ ละสงิ่ ของท่ีใช้ในการทำนา ธรรมชาตแิ ละพธิ กี รรมตา่ งๆ อาจมิไดเ้ ออื้ อำนวยใหพ้ ชื พรรณธญั ญาหารอดุ มสมบรู ณ์ เสมอไป และระบบสงั คมเศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ มไดซ้ ำ้ เตมิ ใหช้ าวนาแทๆ้ ทกุ ขย์ ากลำบากยง่ิ กวา่ เดมิ ราวกบั วา่ ขา้ วชว่ ยใหผ้ ทู้ ี่ไม่ไดท้ ำนารำ่ รวยขนึ้ สว่ นชาวนาจำนวนมากตอ้ งซอ้ื ขา้ วกนิ ทงั้ ยงั เปน็ หนท้ี ช่ี ดใชท้ ง้ั ชวี ติ ก็ไมห่ มด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรเห็นปัญหาเหล่าน้ีทั้งหมด และทรง พยายามแก้ไขด้วยกุศโลบายนานาประการ อาทิ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ประกอบพระราชพธิ พี ชื มงคลจรดพระนงั คลั แรกนาขวญั อยา่ งโบราณราชประเพณี และโปรดฯ ให้ นักวิชาการเกษตรทำแปลงนาทดลองในบริเวณพระตำหนักสวนจิตรลดา แล้วพระราชทาน

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 13 ข้าวเปลือกเพ่ือใช้ในพระราชพิธีน้ัน นับเป็นข้าวขวัญแก่ชาวนาทั่วประเทศ ทรงมีโครงการตาม พระราชดำรหิ ลายโครงการ ซงึ่ เออ้ื อำนวยปจั จยั เพอ่ื การเกษตร ไดแ้ ก่ การจดั การทรพั ยากรนำ้ การทำฝนหลวง ส่วนท่ีเป็นพระราชดำริสำหรับชาวนาชาวไร่โดยตรงคือ โรงสีข้าวพระราชทาน ธนาคารโค-กระบอื โครงการสหกรณพ์ ฒั นาพระราชดำริ และธนาคารขา้ ว มาจนถงึ การเกษตร ทฤษฎีใหม่ เพอ่ื ความเปน็ อยทู่ พ่ี อดแี ละพอเพยี ง การลงทุนลงแรง ท้ังแรงกายและแรงใจ แม้มากเท่าใดก็ยังมิอาจนับความสำเร็จได้ หากคนไทยยงั ไมต่ ระหนกั ถงึ คณุ คา่ และมลู คา่ ของขา้ ว ยงั นยิ มกนิ อาหารแปรรปู และกนิ ทง้ิ กนิ ขวา้ ง นยิ มสง่ิ ปรงุ แตง่ ซง่ึ เนน้ รสชาตมิ ากกวา่ คณุ คา่ ทแ่ี ทจ้ รงิ การแปรรปู จนเกนิ พอดี นอกจากจะทำให้ คุณค่าทางโภชนาการสลายไปมากแล้ว ยังสลายคุณค่าของวัฒนธรรมการกินการอยู่แบบไทย อกี ดว้ ย หนงั สอื เรอื่ ง “ขา้ วของพอ่ ” จงึ ใหค้ วามรแู้ ละเตอื นสตคิ นไทยใหร้ จู้ กั รากเหงา้ ทม่ี า แหง่ เลอื ดเนอ้ื และจติ วญิ ญาณของคนไทยแต่โบราณถงึ ปจั จบุ นั และใหค้ วามคดิ วา่ เราควรกนิ ขา้ ว กนั อยา่ งไร ท่ีสำคัญเหนือส่ิงอ่ืนใด คือการท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหา- กรณุ าธคิ ณุ ลน้ เกลา้ ลน้ กระหมอ่ ม โปรดเกลา้ ฯ ใหเ้ กดิ โครงการตา่ งๆ นบั พนั โครงการ เพอ่ื ชว่ ย ชาวนาให้มีกำลังกาย กำลังใจ และใช้กำลังปัญญา เพ่ือให้ได้ข้าวดี บริบูรณ์ ทำให้ครอบครัว ส่ิงแวดล้อม และคนกินข้าวปลอดภัย ได้คุณค่าเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถ้าขายก็ขายได้ราคาดีและ ชาวนาเปน็ ผู้ไดร้ ายไดน้ น้ั อยา่ งยตุ ธิ รรม “พอ่ ” ไดด้ แู ลกสกิ รและพสกนกิ รมาโดยตลอด เมอ่ื ใดทเ่ี รากนิ ขา้ วเจา้ ขา้ วเหนยี ว ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง ข้าวแดง ข้าวขัดขาว หรือข้าวแปรรูปอย่างใดก็ตามที พึงระลึกถึง พระมหากรณุ าธคิ ณุ วา่ เราไดก้ นิ “ขา้ วของพอ่ ” นน่ั เอง สเุ มธ ตนั ตเิ วชกลุ ประธานกรรมการมลู นธิ ขิ า้ วไทยในพระบรมราชปู ถมั ภ ์

14 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  สารบัญ

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 15 ๑. ข้าวแดงแกงร้อน ๑๗ ๒. ข้าวของแผ่นดิน ๒๗ ๓. พระคุณข้าว ๓๗ ๔. คุณวิเศษของข้าว ๔๗ ๕. ข้าวกับพระมหากษัตริย์ไทย ๕๗ ๖. แรกนาขวัญ ๖๗ ๗. ขวัญชีวิตชาวนาไทย ๗๗ ๘. ขวัญข้าว ขวัญแผ่นดิน ๘๙ ๙. นาข้าว นาขวัญ ๙๙ ๑ ๐. “พันธ์ุข้าวมงคล” ๑๐๙ ๑๑. “ฝนหลวง” ๑๒๓ ๑ ๒. สหกรณ์ข้าว-ธนาคารข้าว ๑๓๓ ๑ ๓. เม่ือวัว-ควาย เข้าธนาคาร ๑๔๗ ๑๔. การเกษตรทฤษฎีใหม่ “พอดีและพอเพียง” ๑๕๗ ๑ ๕. “ข้าวของพ่อ” ๑๖๗

16 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 

๑  ข้าวของพ่อ 17 ข้าวแดงแกงร้อน ฉัน ก็เหมือนกับเด็กสมัยนี้ท่ัวไปที่ไม่ชอบกินข้าวนัก ฉนั ชอบอาหารฟาสตฟ์ ดู้ อยา่ ง พซิ ซา่ แฮมเบอรเ์ กอร์ แซนวชิ ฮอ็ ทดอ็ ก และขนมปังมากกว่า ทกุ มื้อท่ีกนิ ข้าว ฉนั ตอ้ งกล้ำกลนื ฝนื ใจ พอ่ คงจะสงั เกตเหน็ อาการเบอื่ ขา้ วของฉนั มานานแลว้ วนั หนงึ่ พอ่ จงึ ได้เปรยกบั ฉันข้ึนมาวา่ “ลูกต้องกนิ ขา้ ว”

18 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  พอ่ บอกว่า แผน่ ดนิ ของเราเปน็ อขู่ า้ วอนู่ ำ้ โคตรตระกลู ของเรา ของคนไทย ทำนาปลูกข้าวและกินข้าวกันตลอดมาแต่ชั่วบรรพบุรุษ ข้าว คือ ธัญญาหารของแผน่ ดนิ ทีเ่ หมอื นวา่ สวรรค์ได้ประทานลงมาให้ คนไทยเป็นตัวตน เปน็ ชาติ เป็นประเทศขึ้นมาได้ก็เพราะขา้ ว โดยแท้ ข้าวเปรียบเสมือนหน่ึงธารน้ำนมท่ีหล่อเล้ียงคนไทยทุกรุ่น ให้เติบโตมา ดุจดัง่ แม่ดูแลลูกฉะนัน้

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 19

20 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  “ลูกรู้ไหม” พ่อว่า “พระเจ้าแผ่นดินไทยแต่ก่อนก็ทำนา ปลูกข้าว แม้แต่ในหลวงของเรา ทุกวันน้ี ท่านก็ทำนาปลูกข้าวและ กินขา้ วเหมือนกับคนไทยทุกคน” แลว้ พอ่ ก็เริม่ ตน้ เล่าเรอื่ งข้าวใหฉ้ ันฟงั ... พ่อบอกว่า ข้าวคือ อาหารแห่งอารยะ เป็นเคร่ืองหมาย บง่ บอกถงึ อารยธรรมแหง่ มนุษย์

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 21 ข้าวต้นแรกเกิดข้ึนในเอเชีย มนุษย์ที่เพาะปลูกข้าวขึ้นเป็น พวกแรกก็ได้แก่ คนเอเชีย อย่างจีน และในเขตร้อนช้ืนแถบเอเชีย ตะวันออกเฉยี งใต้ อย่างไทย พมา่ ทีม่ ีมานานนบั กวา่ หม่ืนปีแล้ว มนุษย์เริ่มอารยธรรมเมื่อ ๔-๕ พันปีก่อน พร้อมกับการ ทำนาปลูกข้าว มนุษย์กินข้าวเป็นอาหารหลักมานานช้า โดยเฉพาะ อยา่ งยิ่งในเอเชีย

22 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  ภาพเขียนสยี ุคก่อนประวัตศิ าสตร์ ที่ผาหมอนหอ้ ย อำเภอโขงเจียม จังหวดั อุบลราชธานี แสดงใหเ้ ห็นวิถีเกษตรกรรม คนเอเชียมีตำนานและนิทานเกี่ยวข้องอยู่กับข้าวมากมาย ที่ แสดงให้เห็นว่า ข้าวนั้นมีความสำคัญยิ่งใหญ่ คนเอเชียทุกประเทศ ตา่ งยกยอ่ งให้ขา้ วเปน็ พชื ทพิ ยว์ เิ ศษที่มาจากสรวงสวรรค ์ ย่งิ สำหรับคนไทยแลว้ ขา้ วคอื สง่ิ สำคัญของชวี ติ

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 23 มีหลักฐานว่า คนไทย-สยาม ทำนาและปลูกข้าวกันมาแล้ว ตั้งแต่เม่ือกว่าห้าพันปีก่อน ข้าวเป็นจิตวิญญาณของคนไทย วัฒนธรรมประเพณี ตลอดจนคติความเชื่อต่างๆ ของคนไทย ล้วน เกดิ ขน้ึ มาจากขา้ วท้ังสิ้น คนไทยทำนาข้าวเหนียวและกินข้าวเหนียวมาแต่โบราณ เพ่ิงจะมาปลูกข้าวกินข้าวเจ้าเอาในยุคหลังกรุงศรีอยุธยา เม่ือได้ม ี การติดต่อค้าขาย และแลกเปล่ียนวัฒนธรรมกับอินเดีย และได้รับ พันธข์ุ ้าวใหมค่ ือขา้ วเจา้ จากอนิ เดียเขา้ มา

24 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  และนับต้ังแต่น้ันมาข้าวในความหมายของคนไทย ก็คือ ขา้ วเจา้ กบั ข้าวเหนยี ว คนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลัก ท้ังยังใช้ข้าวเจ้าข้าวเหนียว ทำเป็นขนมกนิ อกี ดว้ ย ทุกวันน้ีประชาชนกว่าคร่ึงโลกกินข้าว แต่สำหรับคนไทยแล้ว มีมากกว่าร้อยละ ๘๐ ท่ีกินข้าวเป็นอาหารหลัก คนไทยบริโภคข้าว ตกวันละ ๓ มื้อ ๓ ครงั้ เฉลยี่ แลว้ ก็ประมาณถงึ ๑๓๐ กิโลกรัมตอ่ ป ี และต่อคน มีคนไทยมากถึง ร้อยละ ๗๐ ที่เป็นชาวนาอยู่ในทุ่งกว้าง ทั่วประเทศรวมพื้นที่แล้วถึง ๖๐ ล้านไร่ ได้เอาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน อยา่ งเหนด็ เหนอื่ ยเมอื่ ยลา้ ปลกู ขา้ วใหเ้ รากนิ และเลย้ี งคนในแผน่ ดนิ น้ี กว่า ๖๐ ลา้ นคน พ่อบอกว่า เป็นคนไทยไม่ควรลืมพระคุณข้าว และอย่าให้ เหมือนกับคำเปรียบเปรยคนโบราณทีว่ ่า “ไม่รู้คุณข้าวแดงแกงร้อน” ฉนั ฟังแล้วก็ไดแ้ ตน่ ่งั นงิ่ อึง้

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 25

26 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  แม่โพสพ คอื เจา้ แมแ่ หง่ ข้าว คอื เทพธิดาผู้รักษาข้าว จึงเปรยี บเสมือนกบั มารดา ท่ีให้นำ้ นมแกบ่ ุตร

๒  ข้าวของพ่อ 27 ข้าวของแผ่นดิน พ่อ กำข้าวสารไว้ในกำมือก่อนโปรยลงตรงหน้าฉัน ให้ เหน็ เมล็ดขา้ วสีขาวนวลสะอาด เปลง่ ปลงั่ และสกุ ใส “ยกมือไหวข้ า้ วสิลกู ” พอ่ วา่ ฉนั ปฏบิ ตั ิตามคำพ่อทัง้ ท่ยี ังงงอยู่ “ไหว้แม่โพสพ” พ่อบอก “แม่โพสพคือเจ้าแม่แห่งข้าว คือ เทพธดิ าผ้รู ักษาขา้ ว” ตำนานและนทิ านไทย เชอื่ วา่ ขา้ วมาจากเทวดา พระฤๅษี และ แม่โพสพ แล้วพอ่ ก็เลา่ นิทานโบราณพ้นื บา้ นทเ่ี กยี่ วกับขา้ วใหฉ้ ันฟงั

28 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  นิทานของพ่อช่างแสนสนุก เม่ือกล่าวถึงแรงอธิษฐานของ เทพเทวดาที่ได้สังเวยตนเองเป็นทาน ให้กลายเป็นข้าว เป็นอาหาร ของมนุษย์ และกล่าวถึงพระฤๅษีว่า เป็นผู้บริโภคข้าวเป็นคนแรก ก่อนใคร

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 29 แม่โพสพ และพอ่ โพสพ (จากสมดุ ข่อยคู่มอื ทำมาหากนิ ของชาวนาภาคใต้ พุทธศักราช ๒๕๓๕) ข้าวท่ีพระฤๅษีได้แนะนำให้มนุษย์ได้รู้จักกินต่อมาน้ัน ท่ีแท้ แล้วก็คอื เนือ้ หนงั มังสาหรอื ว่าเลือดเน้อื ของแม่โพสพ โดยทีแ่ ม่โพสพ ได้อทุ ิศรา่ งกายตนให้เปน็ ทาน เป็นอาหารของมนษุ ย ์ แม่โพสพผู้เป็นเจ้าแม่แห่งข้าว จึงเปรียบเสมือนกับมารดาท่ี ใหน้ ้ำนมแกบ่ ตุ ร

30 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 31 ตามตำนานข้าวนั้น เมื่อเป็นข้าวแล้วต้นข้าวก็จะข้ึนเองตาม ธรรมชาติ มีเมล็ดโตเท่าผลแตงโม โตเท่าผลมะพร้าว และจะมีปีก บินได้ เม่ือสุกแล้วข้าวก็จะบินไปสู่ยุ้งฉางได้เองโดยไม่ต้องเก่ียวให้ เหนอื่ ยแรง พอ่ บอกวา่ ตำนานและนทิ านท่ีไดเ้ ลา่ มานี้ ลว้ นแลว้ แตเ่ กย่ี วกบั คตคิ วามเช่อื ประเพณี หรอื พิธกี รรมอันเกยี่ วกับขา้ วของคนไทย ส่วนพระเจ้าแผ่นดินนั้น ตามคติของคนไทยแล้ว คือ เจ้า ชีวิต เจ้าของแผ่นดิน และเป็นเจ้าของท่ีนาในพระราชอาณาจักรนี้ โดยท้ังหมด

32 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  พระเจ้าแผ่นดินไทยทุกพระองค์ ต่างก็ทรงอุปถัมภ์บำรุงการ ปลูกข้าว และชาวนา ไทย-สยาม ตลอดมาในทกุ ยุคทกุ สมยั ตามหลกั วชิ าพฤกษศาสตร์ มขี า้ วปา่ ขน้ึ ตามธรรมชาตอิ ยแู่ ลว้ ต่อมามนุษย์จึงนำมาปลูก มีการพัฒนาข้าวปลูกโดยคัดเลือกข้าวป่า มาผสมข้ามสายพันธ์ุกันรุ่นแล้วรุ่นเล่า จนได้พันธ์ุข้าวปลูกที่ปรับตัว เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี มีรสชาติตามความต้องการของมนุษย์ แต่ละภมู ภิ าค คาดว่าในโลกนี้มีพันธุ์ข้าวปลูกเพ่ือบริโภคอยู่นับเป็นแสน พันธุ์ สำหรับเฉพาะประเทศไทยแล้ว มีพันธุ์ข้าวปลูกเพ่ือบริโภคอยู่ มากกวา่ หกพนั สายพนั ธ์ุ พันธุ์ข้าวไทยชื่อปิ่นแก้ว ได้เคยสร้างช่ือเสียงไปท่ัวโลก เมื่อ ได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นพันธ์ุข้าวดีเย่ียมเป็นที่หน่ึงของโลก จากการ ประกวดขา้ วทว่ั โลกในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ พ่อบอกว่า ข้าวปิ่นแก้วเป็นพันธุ์ข้าวเจ้านาสวน ท่ีมีเมล็ด ขา้ วเปลือกยาวรี สวยงาม สะอาดและเป็นมันเลอ่ื ม ไมต่ ่างไปจากข้าว ท่พี ่อไดเ้ อามาโปรยลงอยูต่ รงหนา้ ฉันนี ้

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 33 ป ฏิ ทิ น ช า ว น า พฤษภาคม มถิ ุนายน มถิ ุนายน เรมิ่ ทำนา โดยหวา่ นเมลด็ พนั ธุข์ ้าวลงในทน่ี า สว่ นนาดำจะทำหลังจากเตรียมดนิ และ ฝนเรม่ิ ตก เตรยี มดินด้วยการไถดะ เพอื่ พลกิ หนา้ ดิน สำหรบั ประเภทนาหว่านมีการทำขวัญข้าว แล้วไถแปรเพ่อื กำจัดวชั พืช แลว้ จงึ เรม่ิ เพาะต้นกลา้ ตกกล้าไว้แลว้ ประมาณ ๑ เดอื น ในเดอื นนม้ี ีการประกอบพิธกี รรมเกย่ี วกบั การทำนา และไหว้แม่โพสพ มหี ลายพิธี เชน่ พิธีขอฝนในภาคตา่ งๆ พระราชพิธีจรดพระนังคลั แรกนาขวัญ เป็นต้น กรกฎาคม - สงิ หาคม กนั ยายน ตลุ าคม กำจัดวัชพืช และใสป่ ยุ๋ บำรงุ ข้าวเริม่ ต้ังท้อง (เริม่ สกุ ) กำจัดวัชพชื ขา้ วต้งั ท้อง ทำพธิ รี ับขวัญข้าว ไหว้แม่โพสพ ท่รี บกวน และมีการทำบุญสารทไทย ดว้ ยการถวายของ และดอกไม ้ โดยผูกไว้กบั ผ้าแดงบนไมท้ ีป่ กั ไวข้ า้ งทีน่ า

34 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  ปัจจุบันพันธุ์ข้าวป่ินแก้วได้สูญหายไปนานแล้วด้วยภัย ธรรมชาติ ในขณะท่ีข้าวหอมมะลิได้เข้ามาสร้างชื่อเสียงแทนให้แก่ ข้าวไทยจนเปน็ ท่ีรจู้ กั กันดีไปท่ัวโลก ข้าวพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิหรือว่าข้าวหอมมะลิของไทย ปัจจุบันน้ี ได้เป็นที่นิยมแก่ผู้บริโภคข้าวท่ัวไป ทั้งในและนอกประเทศ ข้าวหอมมะลิของไทยเป็นท่ีต้องการของตลาดโลกมากท่ีสุด ก็เพราะ วา่ เป็นพนั ธ์ขุ า้ วที่ดที ่ีสดุ พนั ธ์หุ น่ึงของโลก ปัจจุบันประเทศไทยครองตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวมากเป็น อันดบั ๑ ของโลก ตดิ ต่อกันมากว่า ๒ ทศวรรษแล้ว ขา้ วจากผนื แผน่ ดนิ ไทยกำลงั สง่ กลนิ่ หอมฟงุ้ กระจายไปทว่ั โลก ข้าวจึงนบั วา่ มพี ระคุณตอ่ ประเทศและคนไทยย่งิ นกั พอ่ บอกฉนั ใหย้ กมอื ไหวข้ า้ วของแผน่ ดนิ ไหวแ้ ม่โพสพอกี ครงั้ คราวน้ีฉนั ทำตามคำพอ่ อยา่ งไม่ลังเล

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 35 พฤศจกิ ายน ธนั วาคม - มกราคม ธนั วาคม - มกราคม ข้าวเริ่มสกุ ใกลเ้ วลาเกบ็ เก่ยี ว ขา้ วสกุ เตม็ ทีแ่ ลว้ ถงึ ฤดกู าลเกบ็ เกี่ยว ชาวนา ขา้ วสกุ เตม็ ท่แี ลว้ ถึงฤดกู าลเก็บเกย่ี ว ชาวนา มกี ารทำพิธีแรกขวญั ขา้ ว ดว้ ยการเกบ็ ข้าว ช่วยกนั เกย่ี วขา้ วในทน่ี าทั้งหมด มกี ารละเลน่ ช่วยกนั เกีย่ วขา้ วในที่นาท้งั หมด มกี ารละเล่น มาไว้ท่ีบา้ น เหน็บไว้บนหลังคา พนื้ บา้ น ฉลองฤดกู าลนี้ เชน่ การเตน้ กำรำเคยี ว พน้ื บา้ น ฉลองฤดกู าลน้ี เชน่ การเตน้ กำรำเคยี ว เพอ่ื รบั ขวญั กอ่ นเก่ยี ว กมุ ภาพนั ธ์ มนี าคม เมษายน นำข้าวขึ้นลาน และนวดข้าว เสรจ็ แลว้ นำขา้ ว หมดฤดกู าลเก็บเก่ียว ชาวนาอาจปลูกพืช คัดเลอื กพนั ธขุ์ า้ วเกบ็ ไวป้ ลูก หรอื แบง่ ขาย สวนครัว บำรุงดนิ หรอื ทำเครื่องมือจกั สาน เก็บไวก้ ินในครอบครวั และเตรียมทำนา ขนึ้ ยุง้ หรอื สง่ โรงสี มกี ารทำบญุ ลาน และทำขวญั ยงุ้ ดว้ ย ทอผา้ ตามฤดกู าลต่อไป

36 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 

๓  ข้าวของพ่อ 37 พระคุณข้าว วัน หนึ่งพ่อนำรูปชาวนาซึ่งทำพิธีไหว้ต้นข้าวที่กำลัง ออกรวงเหลอื งอร่ามไปทงั้ ทุ่ง มาใหฉ้ ันดู พลางกพ็ ดู ข้นึ ว่า “ชาวนามกั จะมพี ธิ เี ซน่ ไหว้ข้าวอยู่เสมอ เพื่อรำลกึ ถึงพระคณุ ขา้ ว” ข้าวนนั้ มีพระคณุ ต่อเราใหญห่ ลวงนกั นอกจากข้าวจะเลี้ยงคนไทยทั้งหลายให้อิ่มปากอิ่มท้องอยู่กัน อย่างอุดมสมบูรณ์มานานนักหนาแล้ว ข้าวยังถือเป็นเสบียงกรังท่ีเป็น รากฐานของความมั่นคงของชาติ และบ่งบอกถึงความก้าวหน้าทาง เศรษฐกิจของประเทศดว้ ย

38 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  “ลูกรู้หรอื เปลา่ ” พอ่ วา่ “ขา้ วช่วยก้ชู าติเรามาแล้ว” เอ๊ะ ยังไง ! ฉันสงสัย พ่อกล่าวความย้อนไปไกลถึงเรื่องการค้าข้าวของไทยกับต่าง ประเทศวา่ ได้มมี านานแล้วต้ังแต่สมยั สุโขทยั โนน่ ลงมาจนยุคอยุธยา กรงุ ธนบรุ ี กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ และกรงุ เทพฯ ปจั จบุ นั ขา้ วถอื เปน็ สนิ คา้ ออก ทส่ี ำคัญของไทยสืบเนือ่ งมาไมข่ าดสาย พ่อวาดภาพให้ฉันเห็นเรือสำเภาค้าขายเนืองแน่นอยู่ในแม่น้ำ ใหญ่ และเรือเล็กเรือน้อยท่ีขึ้นล่องไปตามแม่น้ำและลำคลองสาย ต่างๆ ซ่ึงล้วนแล้วแต่บรรทุกข้าว เมืองไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำก็เพราะว่า มีข้าวอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในฤดูฝนท้ังแผ่นดินเขียวชอุ่มไปด้วยนาข้าว และเมอ่ื ถึงฤดหู นาวทงั้ ท่งุ นาก็เหลืองอรา่ มดว้ ยต้นขา้ วสีทอง และมีคนปลูกขา้ วอยู่ทัว่ ผืนแผน่ ดินนี้

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 39

40 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 41 ขา้ ว คือทรพั ย์สนิ ที่เหมอื นว่า ฟ้าและดินนนั้ ประทานมาให้แก่ เราคนไทยทง้ั หลาย ชาวนาไทยแต่โบราณมาปลูกข้าวด้วยมือ มีควายและวัวช่วย ไถนา ชาวนาใช้แรงงาน หยาดเหงอ่ื ตำขา้ วด้วยครกกับสาก ปัจจุบนั มีควายเหล็ก มีเครื่องจักรกล มีโรงสีท่ีใหญ่โตทันสมัย ข้าวได้นำ ความม่งั คงั่ มาส่สู ังคมไทยและประเทศไทยตลอดมา รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ นับเป็นยุคที่การค้าข้าวของสยามเจริญรุ่งเรืองมากยุคหน่ึง และนับ เป็นยุคเร่ิมต้นของการเปล่ียนแปลงจากการผลิตแบบพอมีพอกิน พอ เลย้ี งตัวเองและครอบครัวไปสู่การผลิตเชิงเศรษฐกจิ แบบการคา้ ปรากฏว่าการค้าขายกับต่างประเทศของไทยเจริญรุ่งเรืองข้ึน อย่างท่ีไม่เคยมีมาก่อน สินค้าไทยหลายชนิดเป็นสินค้าออกท่ีนานา ประเทศตอ้ งการมากทสี่ ดุ อยา่ งเชน่ นำ้ ตาล ไมส้ กั แรด่ บี กุ ยางพารา และข้าว การขายข้าวให้ชาวต่างประเทศได้มาก ช่วยให้ข้าวมีราคาสูง ข้ึน อันนับเป็นก้าวแรกในการยกระดับเศรษฐกิจของชาวไร่ชาวนาไทย ให้สูงขึ้นตามไปด้วย

42 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 43 ข้าวได้กลายเป็นสินค้าออกที่สำคัญของไทย และได้เป็นยุทธ ปัจจัยที่สำคัญอย่างย่ิง เมื่อโลกมีสงคราม ข้าวก็ได้ช่วยคนไทยไว้ใน ยามยาก สงครามโลกครั้งที่ ๒ ทำให้โลกเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร และอดอยากไปทั่ว ทุกคนหิวโหยต้องการข้าว แต่ประเทศไทยและ คนไทยไม่เคยอดอยากขาดแคลนขา้ ว หลังสงครามโลกคร้ังที่ ๒ สิ้นสุดลง ประเทศไทยซึ่งต้องตก อยู่ในฐานะผู้พ่ายแพ้สงคราม เพราะเป็นมิตรกับญ่ีปุ่นนั้น ก็ถูกฝ่าย สัมพนั ธมติ รบังคบั ใหส้ ่งขา้ วไปชดใช้คา่ สงคราม

44 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  ไทยต้องส่งข้าวให้เป็นการชดใช้ค่าสงคราม ถึงปีละ ๑ ล้าน ๕ แสนตัน ข้าวไม่เพียงแต่เล้ียงคนไทยให้อยู่รอด ไม่อดตาย และผ่าน สงครามอันร้ายกาจมาได้เท่านั้น ข้าวยังได้ช่วยชาติให้พ้นจากภัยใน ฐานะผู้พ่ายแพอ้ ีกดว้ ย ประเทศไทยไม่ตกระกำลำบาก และคนไทยไม่ต้องประสบ เคราะห์กรรมในยามสงคราม ก็เพราะได้ข้าวชว่ ยเอาไว้โดยแท ้ พระคุณเอ๋ย พระคณุ ข้าว ข้าวไทยทุกวันน้ีส่งออกไปขายท่ัวโลกมากถึง ๑๗๓ ประเทศ แต่ละปที ำรายได้ให้ประเทศมากเกือบแปดหมนื่ ล้านบาท รายได้ของประเทศซ่ึงได้จากการขายสินค้าให้ต่างประเทศน้ัน ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละห้าสบิ ไดม้ าจากการขายข้าว..... พอ่ เล่าจบแลว้ กย็ กมอื ไหวข้ ้าวไปทัว่ สารทิศ

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 45

46 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 

๔  ข้าวของพ่อ 47 คุณวิเศษของข้าว วนั นพี้ อ่ ซอ้ื ขนมหลายอยา่ งเขา้ บา้ น ลว้ นแตเ่ ปน็ ขนมไทย ขนมของคนไทยกล็ ว้ นแตท่ ำขนึ้ จากขา้ ว ทง้ั ขา้ วเจา้ และขา้ วเหนยี ว ด้วยการแปรรูปข้าวด้วยภูมิปัญญาหลากหลายของคนไทยแต่ดั้งเดิม เราจึงไดม้ อี าหารทง้ั คาวหวานกนิ กนั กระท่งั ถึงทกุ วันนี ้ แป้งทำขนมทำจากข้าว โดยเอาข้าวและปลายข้าวมาโม่ให้ ละเอยี ดจนเปน็ แปง้ ผสมแปง้ เขา้ กบั นำ้ ตาลมะพรา้ วและกะทิ ใสผ่ ลไม้ บ้าง ใส่ถ่ัวบ้าง แล้วทำให้สุกด้วยวิธีต่างๆ ก็กลายเป็นขนมในรูปแบบ ตา่ งๆ กนั

48 ข้ า ว ข อ ง พ่ อ  ขนมที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าท่ีพ่อยกตัวอย่างให้ดู ก็ได้แก่ ขนม ตาล ขนมกล้วย และขนมสอดไสต้ า่ งๆ สว่ นขนมที่ทำจากข้าวเหนียว ก็มีเชน่ ข้าวหลาม ข้าวตม้ มัด ขา้ วเหนียวเปยี ก ขา้ วเหนยี วตดั และ ข้าวเหนียวมนู ก๋วยเต๋ียว เสน้ หมี่ ก๋วยจ๊บั ขนมจนี ผลิตภณั ฑเ์ สน้ ต่างๆ ก็ ล้วนแต่แปรรปู ขน้ึ จากแป้งขา้ วทัง้ สิน้ พ่อบอกว่าการแปรรูปข้าวเป็นการถนอมอาหารวิธีหน่ึง ของคนไทยแต่โบราณ เมื่อยามจะออกเดินทางไกล หรือว่าต้องไป สงครามไปรบพุ่ง ก็เอาห่อใบตองใส่ไถ้ไป เก็บเอาไว้กินได้นาน อย่าง ข้าวตาก ขา้ วตู หรอื ข้าวเมา่

  ข้ า ว ข อ ง พ่ อ 49 คุณวิเศษของข้าวท่ีคนไทยแต่เก่าก่อนได้ทำเป็นขนม และ ดัดแปลงพัฒนาจนตกมาถงึ ลูกหลานทกุ วนั นีน้ น้ั ยังมีอกี นานัปการ เชน่ ขนมใส่ไข่ท่ีได้อทิ ธพิ ลจากฝรง่ั อยา่ งทองหยอด หรอื ว่า ขนมหม้อแกง ขนมท่ีได้จากจีน อย่างขนมจันอับ ขนมเป๊ียะ จนถึง ขนมท่ีใช้แป้งข้าวเจ้าผสมกับแป้งอ่ืนๆ เป็นต้นว่า แป้งมัน ทำเป็น ขนมชั้นทกี่ ินกนั อรอ่ ย ขนมไทยไม่เป็นแต่เพยี งแคข่ องกนิ เล่นเท่าน้นั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook