รถมา้ ศกึ
รถม้าศึกถือกำเนิดเมื่อราว 5000ปีก่อน และเริ่มได้รับความนิยมในสมัย ราชวงศ์ชาง ชาวจีนได้นำรถม้าศึก มาใช้ในการรบ เพราะเชื่อว่าความเร็วของรถม้าย่อม เหนอื กว่ากำลงั พลทหารราบทีต่ ้องเดนิ เทา้ ต่อมาในสมยั ราชวงศโ์ จวตะวนั ออกหรือยคุ ชนุ ชิว ซง่ึ เป็นชว่ งท่ีแคว้นนอ้ ยใหญ่ทำสงครามกนั แทบทกุ วนั จึงไดค้ ิดวธิ ที ำสงครามแบบใหม่ ขนึ้ เพ่อื ประหยัดเวลาและไมต่ ้องเสยี ไพร่พลเปน็ จำนวนมาก น่ันคือ ท้ังสองกองทัพจะต้ัง แนวรถมา้ ศึกประจัญหน้ากนั และมีทหารราบเปน็ กองหนุน หากแนวรบของใครแตกกอ่ น ก็จะพ่ายแพ้ไป ซึ่งในขณะนั้นรถม้าเป็นที่นิยมในการทำสงครามมากและในที่สุดก็มาถึง จดุ เปล่ียน คร้งั หน่งึ ชนเผ่าหยงต๋ี อนารยชนทางเหนอื ได้ยกทัพเข้ามารกุ รานแควน้ จิ้น เจ้า แควน้ จิ้นไดส้ ่งแมท่ พั นำรถมา้ ศกึ 1000คนั และทหารราบเข้ารบั ศกึ ของศตั รู ท้ังสองฝ่ายสู้ รบกันอย่างดุเดือด จนฝ่ายชนเผ่าหยงตี๋ ล่าถอยเข้าในตั้งรับในป่า จึงเป็นเรื่องยากที่ กองทพั ของแคว้นจน้ิ จะนำรถม้าศกึ ไลต่ ามไป ขนุ พลของแคว้นจิน้ จงึ คิดวธิ ปี รบั ขบวนทัพ ใหม่ ยกเลิกการใช้รถม้าศึก และเปลี่ยนเป็นเดินเท้า โดยแบ่งพลทหารออกเป็นหมู่ กระจายกันไปออกไปล้อมทหารของชนเผ่าหยงตี๋ เมื่อทหารของชนเผ่าหยงตี๋เห็นทหาร ของแคว้นจิ้นกระจัดกระจายจึงคิดว่าทัพแตกแล้ว จึงเข้าโจมตี แต่ว่าทหารแคว้นจิ้นได้ ซ้อนแผนเข้ามาล้อมทหารชนเผ่าหยงตี๋ไว้ และโจมตีกลับ จนได้รับชัยชนะ จากการทำ สงครามครั้งนี้ทำให้แคว้นอื่นๆ เห็นข้อด้อยของรถม้าศึกว่า รถม้าศึกมีประสิทธิภาพใน การปะทะ ทำลายแนวทหารราบได้ดีมากกว่า แต่ก็มีข้อเสียในด้านความคล่องตัวและไม่ สามารถใช้ในพ้นื ท่ขี รุขระได้ ทำใหร้ ถม้าศึกไมไ่ ดร้ บั ความนยิ มอีกตอ่ ไป
Search
Read the Text Version
- 1 - 2
Pages: