คำนำ สำนักงานแรงงานจังหวัดลำพูน จัดทำรายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดลำพูน โดยรวบรวมข้อมูลด้านแรงงานจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีวัตถุประสงค์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวด้านแรงงานของจังหวัดและประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูล ด้านแรงงาน และข้อมูลจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย การบริการจัดหางาน แรงงาน ต่างด้าว การประกันสังคม การคุ้มครองแรงงาน การพัฒนาฝีมือแรงงาน และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ข้อมูลการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากร ข้อมูลด้านการศึกษา ข้อมูลด้านอุตสาห กรรม และ ข้อมูลการจดทะเบียนพาณิชย์ ในการนี้ ขอขอบคุณหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย สำนักงานจัดหางาน จังหวัดลำพูน สำนักงานประกันสังคมจังหวัดลำพูน สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพูน สำนักงาน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยสำนักงานสถิติ จังหวัดลำพูน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน สำนักงาน พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดลำพูน สำนักงานคลังจังหวัดลำพูน ที่ให้ความร่วมมือในการจัด ส่งข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ต่อการจัดทำสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดลำพูน สำนักงานแรงงานจังหวัดลำพูน หวังเป็น อย่างยิ่งว่าสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดลำพูนฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานให้แก่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป สำนกั งานแรงงานจงั หวดั ลำพูน สิงหาคม 2566
สารบญั หนา้ คำนำ 1-5 6 บทสรุปสำหรบั ผ้บู ริหาร 6 สภาพเศรษฐกิจทัว่ ไปจังหวดั ลำพนู 9 - ขอ้ มลู ทว่ั ไป 13 - ภาวะเศรษฐกจิ การคลังจงั หวัดลำพนู 13 - ผลติ ภณั ฑ์มวลรวมจงั หวัด 13 - ดัชนีราคาผบู้ รโิ ภคของจังหวัดลำพูน 14 - การจดทะเบยี นนิติบคุ คลตัง้ ใหม่ 15 - การจดทะเบียนโรงงาน 15 ตัวช้ีวัดภาวะแรงงาน 15 - ผลติ ภาพแรงงานจังหวัดลำพูน 16 - อตั ราการมสี ่วนรว่ มในกำลังแรงงาน 18 - อัตราการมีงานทำ 18 - อตั ราการวา่ งงาน - อตั ราการเปลีย่ นแปลงของจำนวนผู้ประกันตนในระบบประกนั สังคม (มาตรา 33) 19 และอตั ราการเปล่ียนแปลงของผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีวา่ งาน 20 - อตั ราการบรรจงุ าน 21 - อัตราการจ้างแรงงานตา่ งดา้ ว 21 - อัตราการไมป่ ฏิบตั ิตามขอ้ กฎหมายของสถานประกอบการ 22 - อตั ราการเกิดข้อขดั แย้งต่อสถานประกอบการ 100,000 แห่ง 23 - อตั ราแรงงานท่ีเปน็ ผูป้ ระกนั ตน 23 สถานการณแ์ รงงานจังหวัดลำพนู 23 1. กำลังแรงงาน การมงี านทำ การว่างงาน 24 26 - โครงสรา้ งประชากร 26 - จำนวนผ้มู ีงานทำ 28 - ผวู้ า่ งงาน 28 - แรงงานนอกระบบ 31 2. การส่งเสริมการมีงานทำ 32 - การจดั หางานในประเทศ - แรงงานตา่ งด้าว - แรงงานไทยในตา่ งประเทศ
สารบัญ (ต่อ) 34 36 3 การพฒั นาศกั ยภาพแรงงาน 36 4. การคมุ้ ครองแรงงานและสวสั ดกิ าร 38 40 - การตรวจแรงงาน 40 - การตรวจความปลอดภัยในการทำงาน 41 - การแรงงานสมั พนั ธ์ 41 - สถานประกอบการและจำนวนผใู้ ชแ้ รงงานจังหวัดลำพูน 43 - การสง่ เสรมิ สวัสดิการแรงงาน 45 - การเลิกจา้ งแรงงาน 45 - การประสบอันตราย/เจ็บป่วยในการทำงาน 45 5. การประกนั สังคม 47 - กองทุนเงินทดแทน 51 - กองทุนประกันสังคม 67 6. ปญั หาด้านแรงงานท่สี ำคญั 68-96 7. ผลการดำเนินงานท่สี ำคัญตามนโยบายรัฐบาล/นโยบายกระทรวงแรงงาน 8. อ่ืน ภาคผนวก - ตารางข้อมลู 1-51
สารบญั แผนภมู ิ หน้า แผนภมู ิท่ี 14 แผนภูมทิ ่ี 1 การจดทะเบยี นของนิตบิ ุคคลตัง้ ใหมต่ ามหมวดธุรกจิ จงั หวดั ลำพูน 16 แผนภูมทิ ี่ 2 อตั ราการมสี ว่ นร่วมในกำลงั แรงงานของจงั หวดั ลำพูน 17 แผนภูมทิ ี่ 3 อตั ราการมีงานทำใน/นอกภาคเกษตรของจังหวัดลำพนู 17 แผนภูมิที่ 4 อัตราการมีงานทำในภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดลำพนู 18 แผนภมู ทิ ี่ 5 อัตราการวา่ งงานของจังหวดั ลำพนู 19 แผนภมู ทิ ี่ 6 อัตราการเปลี่ยนแปลงของจำนวนผปู้ ระกนั ตนในระบบประกันสงั คม (ม.33) , 19 อัตราการเปลีย่ นแปลงของผปู้ ระกันตนที่ขอรบั ประโยชนท์ ดแทนกรณวี ่างงาน 20 และอตั ราการเลิกจา้ งลกู จา้ งในระบบประกันสังคม 21 แผนภมู ิท่ี 7 อตั ราการบรรจงุ านของจังหวัดลำพนู แผนภมู ทิ ี่ 8 อตั ราการจ้างแรงงานตา่ งด้าวในจังหวัดลำพนู 22 แผนภูมทิ ่ี 9 อัตราการไมป่ ฏบิ ัติตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน/ความปลอดภัยในการทำงาน 22 ของสถานประกอบกจิ การ 23 แผนภมู ทิ ี่ 10 อตั ราการเกิดข้อขัดแย้งแรงงานต่อสถานประกอบการ 100,000 แห่ง 24 แผนภูมทิ ี่ 11 อัตราแรงงานที่เป็นผปู้ ระกนั ตนในจังหวดั 24 แผนภมู ิท่ี 12 โครงสรา้ งประชากรจงั หวัดลำพนู ไตรมาส 2 ปี 2566 25 แผนภูมิที่ 13 ผู้มีงานทำจังหวดั ลำพนู จำแนกตามระดบั การศกึ ษา ไตรมาส 2 ปี 2566 แผนภมู ทิ ่ี 14 ผู้มงี านทำจงั หวดั ลำพนู จำแนกตามอาชีพ (5 อันดับแรก) ไตรมาส 2 ปี 2566 25 แผนภูมิท่ี 15 ผมู้ งี านทำจังหวดั ลำพนู จำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม 26 นอกภาคเกษตรกรรม (5 อนั ดบั ) ไตรมาส 2 ปี 2566 26 แผนภูมิท่ี 16 ผมู้ งี านทำจงั หวัดลำพูน จำแนกตามสภาพการทำงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 27 แผนภมู ิที่ 17 ผวู้ า่ งงานในจังหวัดลำพนู จำแนกตามเพศ ไตรมาส 2 ปี 2566 27 แผนภูมทิ ี่ 18 แรงงานนอกระบบในจงั หวัดลำพูน จำแนกตามช่วงอายุและเพศ ปี 2565 28 แผนภูมิที่ 19 แรงงานนอกระบบในจังหวดั ลำพูน จำแนกตามระดบั การศึกษา ปี 2565 แผนภมู ิที่ 20 ผแู้ รงงานนอกระบบในจังหวดั ลำพูน จำแนกตามอาชีพ (5 อันดับแรก) ปี 2565 29 แผนภมู ิท่ี 21 ตำแหนง่ งานวา่ ง/ผู้สมคั รงาน/การบรรจุงาน จังหวดั ลำพูน ไตรมาส 1 ปี 2566 29 แผนภมู ทิ ่ี 22 ตำแหน่งงานว่าง/ผสู้ มัครงาน/การบรรจุงาน จังหวดั ลำพนู จำแนกตามเพศ ไตรมาส 2 ปี 2566 31 แผนภมู ทิ ่ี 23 ตำแหนง่ งานว่าง/ผู้สมคั รงาน/การบรรจงุ าน จังหวัดลำพูน จำแนกตามช่วงอายุ ไตรมาส 2 ปี 2566 32 แผนภูมทิ ี่ 24 แรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายจังหวัดลำพูน จำแนกตามประเภท การได้รับอนญุ าต ไตรมาส 2 ปี 2566 แผนภมู ิท่ี 25 แรงงานด้าวประเภททัว่ ไป (มาตรา 59) และสง่ เสรมิ การลงทนุ (มาตรา 62) จังหวดั ลำพูน จำแนกตามประเภทอาชพี ทเี่ ขา้ มาทำงาน (5 อนั ดบั แรก) ไตรมาส 2 ปี 2566
สารบญั แผนภูมิ หนา้ แผนภูมทิ ่ี 33 แผนภมู ิท่ี 26 แรงงานไทยทีล่ งทะเบยี นแจ้งความประสงค์เดินทางไปทำงานต่างประเทศ 33 จงั หวัดลำพนู จำแนกตามระดับการศึกษา ไตรมาส 2 ปี 2566 34 แผนภูมทิ ่ี 27 แรงงานไทยจังหวัดลำพูน ท่ไี ดร้ ับอนมุ ัติเดนิ ทางไปทำงานตา่ งประเทศ 35 จำแนกตามวธิ ีการเดนิ ทาง ไตรมาส 2 ปี 2566 36 แผนภมู ทิ ี่ 28 การฝึกยกระดับฝีมอื แรงงานและผ่านการฝกึ ยกระดับฝมี ือแรงงาน 37 ในจังหวัดลำพูน จำแนกตามกลุ่มอาชพี ไตรมาส 2 ปี 2566 38 แผนภมู ทิ ่ี 29 การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและผา่ นการทดสอบมาตรฐานฝมี ือแรงงาน 39 ในจังหวดั ลำพนู จำแนกตามกลุม่ อาชีพ ไตรมาส 2 ปี 2566 40 แผนภูมิที่ 30 การฝกึ เสริมทักษะฝีมือแรงงานและผ่านการฝกึ เสรมิ ทักษะฝีมือแรงงาน 42 ในจังหวัดลำพนู จำแนกตามกลมุ่ อาชีพ ไตรมาส 2 ปี 2566 42 แผนภมู ิที่ 31 เรื่องท่สี ถานประกอบการในจงั หวดั ลำพนู ปฏิบัติไม่ถูกตอ้ งตามกฎหมาย 43 คมุ้ ครองแรงงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 42 แผนภมู ิที่ 32 ประเภทอุตสาหกรรมในจังหวดั ลำพนู ปฏบิ ตั ิไมถ่ กู ต้องตามกฎหมาย 44 ค้มุ ครองแรงงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 45 แผนภมู ทิ ี่ 33 ประเภทอุตสาหกรรมในจังหวัดลำพูน ปฏบิ ตั ิไมถ่ ูกต้องตามกฎหมาย 45 ความปลอดภยั ในที่ทำงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 แผนภูมิท่ี 34 การดำเนินการของเจ้าหนา้ ท่สี ำหรบั สถานประกอบการท่ีปฏบิ ตั ไิ ม่ถกู ต้อง ตามกฎหมายความปลอดภัยในท่ีทำงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 แผนภูมิที่ 35 สถานประกอบการที่เลกิ กจิ การ และลกู จ้างทถ่ี ูกเลิกจา้ งในจงั หวัดลำพูน จำแนกตามขนาด สถานประกอบการ ไตรมาส 2 ปี 2566 แผนภมู ทิ ี่ 36 สถานประกอบการทเี่ ลกิ กิจการ และลกู จา้ งทีถ่ ูกเลิกจา้ งในจังหวดั ลำพูน จำแนกตามประเภทกิจการ ไตรมาส 2 ปี 2566 แผนภมู ทิ ่ี 37 ผปู้ ระสบอันตรายหรอื เจบ็ ปว่ ยเนือ่ งจากการทำงาน จำแนกตามขนาดสถานประกอบการ ไตรมาส 2 ปี 2566 แผนภูมิที่ 38 ผู้ประสบอนั ตรายหรือเจบ็ ปว่ ยเนือ่ งจากการทำงานจงั หวดั ลำพูน จำแนกตามความรา้ ยแรง การประสบอันตราย ไตรมาส 2 ปี 2566 แผนภูมทิ ี่ 39 ผปู้ ระสบอันตรายหรอื เจบ็ ป่วยเนอื่ งจากการทำงานจงั หวัดลำพูน จำแนกตามสาเหตกุ ารประสบอนั ตราย (5 อนั ดับแรก) ไตรมาส 2 ปี 2566 แผนภมู ิที่ 40 ผปู้ ระกนั ในจังหวัดลำพูน จำแนกตามมาตรา ไตรมาส 2 ปี 2566 แผนภูมิที่ 41 สถานประการและผปู้ ระกนั ตนในจังหวัดลำพูน จำแนกตามมาตรา ไตรมาส 1 ปี 2566
สารบัญแผนภูมิ หนา้ แผนภมู ทิ ่ี 46 แผนภมู ิท่ี 42 สถานพยาบาลในระบบประกันสงั คมในจงั หวัดลำพนู ไตรมาส 2 ปี 2566 46 แผนภูมิท่ี 43 ผูป้ ระกนั ตนทใ่ี ชบ้ ริการกองทนุ ประกันสงั คมในจงั หวัดลำพูน จำแนกตามประเภทประโยชนท์ ดแทน ไตรมาส 2 ปี 2566 47 แผนภมู ิท่ี 44 การจ่ายเงนิ ประโยชน์ทดแทนในจังหวดั ลำพูน จำแนกตามประเภท ประโยชนท์ ดทน ไตรมาส 2 ปี 2566
บทสรปุ ผู้บริหาร สภาพเศรษฐกจิ โดยรวมของจังหวัดลำพูน เศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดลำพูนปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.3 ภายใต้ปัจจัยสนบั สนนุ ทั้งด้านการผลิตและด้านการใช้จ่ายเป็นสำคัญ โดยมีปัจจัยบวกที่เกี่ยวข้อง เช่น การขยายตัวใน ภาคเกษตรกรรม การลงทุนภาคเอกชนและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมท่ีคาดวา่ จะขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อน และภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2566 คาดว่าจะปรับตัว อยู่ที่ร้อยละ 1.8 (ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.6 – 2.0) จากการปรับตัวสูงขึ้นของระดับราคาพลังงาน และ สินค้าอุปโภคบริโภคบางชนิดที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นตามปัจจัยด้านต้นทุนและการขนส่งที่เพิ่มขึ้น สำหรับ การจ้างงาน คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.1 (ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.9 – 2.3) สอดรับกับการฟื้นตัวของภาค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการ ประกอบกับโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในพื้นท่ี จังหวัดลำพูน จะเป็นปัจจยั สนับสนุนใหก้ ารจ้างงานมีการขยายตัวในอตั ราเรง่ ขึ้น ดัชนีราคาผู้บริโภคของจังหวัดลำพูน เดือนมีนาคม 2566 เท่ากับ 107.6 เทียบกับเดือนเดียวกันของ ปี 2566 พฤษภาคม 2566 สงู ขนึ้ ร้อยละ 0.8 เม่อื เทียบกับเดือนมิถุนายน 2565 ลดลงร้อยละ 0.7 และเมื่อ เฉลยี่ 6 เดือน (ม.ค.–ม.ิ ย.) ปี 2566 เทียบกบั ชว่ งเดยี วกนั ของปีก่อน เงนิ เฟอ้ ทัว่ ไปสูงข้ึนร้อยละ 1.4 ซ่ึงจะ เห็นได้ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2566 เทียบกับ เดือนพฤษภาคม 2566 โดยมีการเปลีย่ นแปลง ในดัชนีหมวดย่อย คือ โดยมีการเปลี่ยนแปลงในดัชนีหมวดย่อย คือ ดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและ เคร่อื งด่มื สงู ขึน้ ร้อยละ 1.0 และดัชนีหมวดอาหารและเครอ่ื งดมื่ ไม่มีแอลกอฮอล์ สงู ขึ้นรอ้ ยละ 0.7 การจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตัง้ ใหม่ ทั้งสิ้น 94 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 116.83 ล้านบาท แบ่งเปน็ บริษัทจำกัด 58 ราย และห้างหุ้นส่วนจำกัด 36 รายขณะที่ดำเนินกิจการอยู่ 10,229 ราย ทุนจดทะเบียน รวม 120,947.25 ล้านบาท และเลิกกจิ การ 13 ราย ทุนจดทะเบยี น 13.90 ลา้ นบาท ในส่วนการจดทะเบียนโรงงานจัดตั้งใหม่ พบว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ จำนวน 5 โรงงาน เงินทุน 180.67 ล้านบาท ลูกจ้าง จำนวน 51 คน และมีผลิตภาพแรงงานจังหวัดเท่ากับ 199,007 บาทตอ่ คนต่อปี สถานการณ์แรงงานของจังหวัดลำพนู ประชากรวัยแรงงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 จังหวัดลำพูน มีประชากรที่อยู่ในวัยแรงงานหรือ ผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 328,736 คน เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 234,013 คน ประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 232,158 คน และผูว้ ่างงาน 1,856 คน และเปน็ ผอู้ ย่นู อกกำลงั แรงงาน 94,723 คน การมีงานทำ ผู้มีงานทำในจังหวัดลำพูน จำนวน 232,158 คน (ร้อยละ 99.21) ผู้มีงานทำ ในภาคเกษตร จำนวน 92,769 คน (ร้อยละ 39.96) ส่วนผู้ทำงานนอกภาคเกษตร จำนวน 139,389 คน ร้อยละ60.04 โดยกลุ่มนอกภาคเกษตรจะทำงานในสาขาการผลิตมากที่สุด จำนวน 56,558 คน (ร้อยละ 24.36) รองลงมา คือ การขายส่ง ขายปลีก ซ่อมแซมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ จำนวน 26,539 คน (รอ้ ยละ11.43) และผ้มู ีงานทำส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 24.18 (56,136 คน) การว่างงาน จงั หวดั ลำพนู มีผ้วู ่างงาน จำนวน 1,856 คน หรือมีอัตราการวา่ งงาน ร้อยละ 0.79 รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 1
แรงงานนอกระบบ ปี 2565 มีแรงงานนอกระบบจำนวน 138,513 คน (ร้อยละ 59.65) ของประชากรที่มีงานทำ โดยส่วนใหญ่จะทำงานในภาคเกษตร จำนวน 81,655 คน (ร้อยละ 58.95) นอกภาคเกษตร จำนวน 56,858 คน (ร้อยละ 41.05) หากจำแนกตามอายุ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้มีอายุ 60 ปีขน้ึ ไป มีจำนวน 40,343 คน (ร้อยละ 29.13) ส่วนดา้ นการศึกษา พบวา่ มีการศึกษาในระดับต่ำกว่า ประถมศกึ ษา คือ มจี ำนวน 43,936 คน (รอ้ ยละ 31.72) และแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่ มอี าชพี ดา้ นการเกษตร และประมง จำนวน 62,952 คน (ร้อยละ 45.45) จากข้อมูลของสำนกั งานจัดหางานจังหวดั ลำพนู พบวา่ การบริการจัดหางานในประเทศ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2566 (เดือนเมษายน - มิถุนายน 2566) นายจ้าง/ สถานประกอบการได้แจ้งตำแหน่งงานว่าง จำนวน 1,216 อัตรา โดยมีผู้สมัครงาน 218 คน และการบรรจุงาน จะมีอัตราบรรจุงานต่อตำแหน่งงานว่างร้อยละ 23.07 ส่วนตำแหน่งงานว่างตามระดับการศึกษาที่ต้องการ สงู สดุ คอื ระดับ ปวช./ปวส./อนุปรญิ ญา 44.24 (538 อตั รา) ระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 30.84 (375 อตั รา) และระดับปริญญาตรี มีความต้องการร้อยละ 12.50 (152 อัตรา) ตามลำดับ สำหรับอาชีพท่ีมีการบรรจุงาน มากที่สุด คือ อาชีพงานพื้นฐานต่าง ๆ 458 คน (ร้อยละ 87.57) และอุตสาหกรรมที่มีตำแหน่งงานว่างมาก ทีส่ ุด คอื การผลิต 706 อัตรา (ร้อยละ 58.06) การใช้แรงงานต่างด้าว จำนวนคนต่างด้าวทไี่ ดร้ ับอนุญาตทำงานคงเหลือจำนวน 13,713 คน จำแนกเป็นกลุ่มตา่ ง ๆ ดังนี้ 1. คนต่างด้าวตลอดชีพ ได้แก่ คนตา่ งด้าวท่ีไดร้ ับอนุญาตให้อย่ใู นราชอาณาจกั ร และ ทำงานตามประกาศของคณะปฏบิ ัติ ฉบบั ท่ี 322 ลงวนั ท่ี 13 ธันวาคม 2515 จำนวน - คน 2. คนต่างด้าวมาตรา 59 ประเภททั่วไป ได้แก่ คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจกั รเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองโดยมิใช่ไดร้ บั อนุญาตให้เข้ามา ในฐานะนักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง จำนวน 212 คน 3. คนต่างด้าวมาตรา 59 พิสูจน์สัญชาติ ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และ กัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมืองได้รับผ่อนผันให้ทำงานและอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามมติ คณะรฐั มนตรี ไดผ้ า่ นการพิสจู นส์ ัญชาติและปรับสถานะการเข้าเมืองถูกกฎหมายเรยี บร้อยแล้ว จำนวน - คน 4. คนตา่ งด้าวมาตรา 59 นำเข้าตาม MOU ได้แก่ คนตา่ งดา้ วสัญชาติเมยี นมา ลาว และ กมั พชู าท่ีเขา้ มาทำงานตามความตกลงระหวา่ งรัฐบาลไทย กับ รฐั บาลประเทศต้นทาง จำนวน 501 คน 5. คนต่างด้าวมาตรา 62 ประเภทส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงาน ในราชอาณาจกั รตามกฎหมายว่าดว้ ยการส่งเสรมิ การลงทนุ กฎหมายปโิ ตเลียม หรือกฎหมายอืน่ จำนวน 329 คน 6. คนต่างด้าวมาตรา 63 ประเภทชนกลุ่มน้อย ได้แก่ คนต่างด้าวที่ไม่ได้รับสัญชาติไทย ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และกระทรวงมหาดไทยได้ออกเอกสารเพื่อรอพิสูจน์สถานะยื่นขอใบอนุญาต ทำงาน จำนวน 1,381 คน รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจังหวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 2
7. คนต่างด้าวมาตรา 64 ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามา ทำงานบริเวณชายแดนในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาลในพื้นที่ความตกลงว่าด้วยการสัญจรข้ามแดน ระหวา่ งราชอาณาจักรไทยกบั ประเทศท่ตี ดิ กับราชอาณาจกั รไทย จำนวน - คน หมายเหตุ : แรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ ตามมาตรา 63/2 ตามมติ ครม. 5 กรกฎาคม 2565 จำนวน 11,290 คน แรงงานไทยในต่างประเทศ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2566 จังหวัดลำพูน มีผู้แจ้งความประสงค์ไป ทำงานต่างประเทศจำนวน 97 คน โดยแรงงานที่ทำงานในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นผู้มีการศึกษาระดับ การศึกษาระดับปวช. ปวส. ปวท. อนุปริญญา ส่วนวิธีการเดินทาง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นประเภท Re-Entry คือกลับไปทำงานอีกครั้งหนึ่งโดยการต่ออายุสัญญา ซึ่งมีจำนวน 48 คน (ร้อยละ 53.33) รองลงมาคือ ประเภทนายจ้างพาไปฝึกงาน จำนวน 21 คน (ร้อยละ 23.33) และนายจ้างพาไปทำงาน จำนวน 18 คน (รอ้ ยละ 20.0) ตามลำดับ และสว่ นภูมภิ าคทแ่ี รงงานไทยไปทำงานสว่ นใหญจ่ ะกระจุกตัวในภูมิภาคเอเชีย มากทสี่ ุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ประเทศญป่ี นุ่ จำนวน 42 คน รองลงมาคือ ประเทศไตห้ วนั จำนวน 14 คน และประเทศเกาหลใี ต้ จำนวน 13 คน ของแรงงานท่ีไปทำงานต่างประเทศทัง้ หมด จากข้อมูลสำนักงานพัฒนาฝมี ือแรงงานลำพูน พบวา่ การพัฒนาศกั ยภาพแรงงาน พบว่า มีผู้เข้าการฝึกเตรียมเข้าทำงาน ในไตรมาสน้ี จำนวน 38 คน เปน็ กลมุ่ อาชีพชา่ งเครอ่ื งกล 25 คน (รอ้ ยละ 55.56) รองลงมา ธุรกจิ และบริการ 12 คน (รอ้ ยละ 26.67) และช่างอุตสาหกรรมศิลป์ 1 คน (ร้อยละ 2.22) การฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน จำนวน 282 คน โดยกลุ่ม อาชีพท่ีมีการฝึกยกระดับฝีมือสูงสุด คือ ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ มีการฝึกยกระดับฝีมือ แรงงานสูงสุด 85 คน (ร้อยละ 30.14) รองลงมา ช่างเครื่องกล จำนวน 66 คน (ร้อยละ 23.40) และ ช่างอุตสาหกรรมศิลป์ จำนวน 60 คน (ร้อยละ 21.28) ตามลำดับ ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ทั้งสิ้น 45 คน ได้แก่ กลุ่มอาชีพช่างเครื่องกล 30 คน คิดเป็นร้อยละ 66.67 และกลุ่มช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ 15 คน (ร้อยละ 33.33) มีการฝึกเสริมทักษะ จำนวน 150 คน เป็นกลุ่มอาชีพธุรกิจและ บริการที่มีการฝึกมากที่สุด 60 คน คิดเป็นร้อยละ 40.0 รองลงมา ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ 55 คน คิดเป็นร้อยละ 36.67 และช่างกอ่ สรา้ ง 35 คน คิดเป็นร้อยละ 23.33 ตามลำดับ จากข้อมูลของสำนักงานสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงานจังหวดั ลำพนู พบวา่ การคุ้มครองแรงงาน จากการตรวจสถานประกอบการทั้งสิ้น 44 แห่ง มีลูกจ้างที่ผ่านการตรวจ หรือได้รับการคุ้มครองรวม 1,434 คน ซึ่งสถานประกอบการที่ตรวจส่วนใหญ่เป็นเป็นสถานประกอบการ ((ขนาด 10-19 คน) จำนวน 15 แหง่ ร้อยละ 34.09 รองลงมา (20-49 คน) จำนวน 12 แห่ง ร้อยละ 27.27 และ(ขนาด 5-9 คน) จำนวน 6 แห่ง ร้อยละ 13.64 โดยสถานประกอบการส่วนใหญ่ ร้อยละ 70.45 (จำนวน 31 แห่ง) ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่สถานประกอบการที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีร้อยละ 29.55 (จำนวน 13 แห่ง) ส่วนเรื่องที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ได้แก่ เรื่องสิทธิการลา, การจ่าย ค่าจ้าง และข้อบังคับ ตามลำดับ โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการออกคำสั่งให้เจ้าของสถานประกอบการปฏิบัติให้ ถกู ตอ้ งตามกฎหมาย รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจงั หวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 3
การตรวจความปลอดภัยในการทำงาน มีการตรวจความปลอดภัยในสถานประกอบการ ทั้งสิ้น 57 แห่ง ลูกจ้างที่ผ่านการตรวจทั้งสิ้น 15,291 คน พบว่า สถานประกอบการปฏิบัติถูกต้องตาม กฎหมายความปลอดภัย จำนวน 47 (ร้อยละ 82.46) ขณะที่สถานประกอบการที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตาม กฎหมาย มีรอ้ ยละ จำนวน 10 แหง่ (รอ้ ยละ 17.54) สว่ นใหญ่จะดำเนนิ การออกคำส่ังใหป้ รบั ปรุง การประสบอันตราย/เจ็บป่วยจากการทำงาน ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2566 จังหวัดลำพูน มีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน จำนวน 153 คน โดยประเภทของความร้ายแรง พบวา่ ส่วนใหญ่จะหยุดงานไม่เกิน 3 วัน กล่าวคอื มจี ำนวน 136 คน (รอ้ ยละ 25.0) และผหู้ ยุดงานเกนิ 3 วนั จำนวน 17 คน (ร้อยละ 3.13) เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว พบว่า มีผู้ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน เพิ่มข้นึ รอ้ ยละ 13.33 การเกิดข้อเรียกรอ้ ง/ขอ้ พพิ าทแรงงานและข้อขัดแยง้ ภายในจงั หวัดลำพูน สำหรับการเกิดข้อเรียกร้อง/ข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้งในช่วงไตรมาส 2 ปี 2566 ไม่พบ ขอ้ เรยี กร้องใด ๆ ในสถานประกอบการ การเลิกจา้ งแรงงาน สำนักสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน รายงานสถานการณ์การเลิกจ้าง ไตรมาส 2 ปี 2566 พบวา่ มกี ารเลิกจ้าง จำนวน 1 แหง่ ลูกจา้ งท่ีได้รับผลกระทบ จำนวน 6 คน ไดแ้ ก่ - การผลิตเพชรพลอยและโลหะมคี ่า สาเหตุ ปรบั ลดอัตรากำลังใหเ้ หมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ สว่ นบางสถานประกอบการใชก้ ฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตร 75 ท่ใี ห้พนักงานหยดุ งานแต่ยงั คง จา่ ยคา่ จา้ งในอัตรา 75% ของเงนิ เดือน และมกี ารกำหนดระยะเวลาการหยุดงานจนกว่าจะมคี ำส่ังซอ้ื เข้ามา จำนวน 12 แห่ง ลูกจ้างท่ีไดร้ ับผลกระทบ จำนวน 4,902 คน ไดแ้ ก่ - ผลิตอุปกรณ์กึ่งตัวนำและวงจรรวม การผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ซึ่งมิได้ จัดประเภทไว้ในที่อ่ืน แตกแต่งและเคลือบโลหะ รับชบุ เคลอื บผิวโหละ และผลติ ผลติ ภณั ฑแ์ ก้ว โดยมีสาเหตุ จากลูกค้าได้ลดยอดการสั่งซื้อสินค้า ส่งผลต่อการปรับลดแผนการผลิต ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับตัว เพ่อื ลดค่าใช้จ่าย เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกบั ความเปน็ จริงในการซื้อของลูกจ้าง จงึ มีความจำเป็นต้องหยุดกิจการชั่วคราว การสวัสดิการ ได้ดำเนนิ การส่งเสรมิ ใหส้ ถานประกอบการจัดสวัสดิการในรปู แบบตา่ ง ๆ แก่ลูกจ้าง หรือผู้ใช้แรงงาน ดังนี้ 1) ส่งเสริมการให้บริการด้านสวัสดิการแรงงานนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด 35 แห่ง ลูกจ้างที่ได้รับการส่งเสริม 4,378 คน 2) ส่งเสริมการให้สถานประกอบการกิจการ เข้าร่วมโรงงานสีขาว 5 แห่ง ลูกจ้างที่ได้รับการส่งเสริม 119 คน 3) ส่งเสริมให้ สปก. จัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ 2 แห่ง ลกู จ้างท่ีไดร้ ับการส่งเสริม 40 คน 4) มีการสง่ เสริมความรู้เกี่ยวกับสวัสดิการแรงงานโดยการอบรมให้ความรู้แก่ นายจา้ ง ลกู จ้าง ผู้ใช้แรงงาน 3 ครัง้ 109 คน และ 5) มีการจัดคาราวานแก้จนเพื่อให้บริการด้านสวสั ดิการและ คุ้มครองแรงงาน 3 ครัง้ มผี ูใ้ ชแ้ รงงานได้รับประโยชน์ 109 คน รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจงั หวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 4
จากข้อมลู ของสำนักงานประกันสงั คมจังหวดั ลำพูน พบว่า จังหวัดลำพูน มีสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม จำนวน 3,310 แห่ง ผู้ประกันตน ทั้งสิ้น 153,152 คน และมีสถานพยาบาลในสังกัดประกันสังคมที่เป็นสถานพยาบาลของรัฐบาล จำนวน 1 แหง่ คิดเป็นรอ้ ยละ 25 และสถานพยาบาลเอกชนจำนวน 3 แหง่ (รอ้ ยละ 75) กองทุนประกันสงั คม มีจำนวนผู้ใชบ้ ริการมจี ำนวน 19,860 ราย (รอ้ ยละ 23.75) ของผู้ประกันตน ทั้งหมด ประเภทประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนใช้บริการสูงสุด ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย มีผู้ประกันตน ใชบ้ ริการ 13,436 ราย คิดเปน็ รอ้ ยละ 67.65 ของผู้ใชบ้ รกิ ารท้ังหมด สำหรบั ปริมาณการจา่ ยเงินประโยชน์ทดแทน พบว่า กรณีชราภาพ มีการจ่ายเงินสูงสุดถงึ 64,814,786.25 บาท (รอ้ ยละ 45.57 ของเงินประโยชน์ทดแทนทจี่ า่ ย) รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจังหวดั ลำพนู ไตรมาส 2/2566 5
สภาพเศรษฐกจิ จงั หวัดลำพูน ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลท่วั ไปของจังหวัดลำพูน ➢ แนะนำจังหวดั จังหวัดลำพูน เดิมชื่อเมืองหริภุญชัย เป็นเมืองโบราณ มีอายุประมาณ 1,343 ปี ตามพงศาวดารโยนก เล่าสืบต่อกันถึงการสร้างเมืองหริภุญชัย โดยฤาษีวาสเุ ทพเป็นผู้เกณฑ์พวกเม็งคบุตรหรือชนเชือ้ ชาตมิ อญมาสร้าง เมืองนี้ขึ้น ในพื้นที่ระหว่างแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำกวง และแม่น้ำปิง เมื่อสร้างเสร็จได้ส่งทูตไปเชิญราชธิดา กษัตริย์เมืองละโว้พระนามว่า “จามเทวี” มาเป็นปฐมกษัตริย์ปกครองเมืองหริภุญชัย สืบราชวงศ์กษัตริย์ต่อมา หลายพระองค์ จนกระทั่งถึงสมัยพระยายีบาจึงได้เสียการปกครองให้แก่พ่อขุนเม็งรายมหาราช ผู้รวบรวมแวน่ แคว้นทางเหนือเข้าเป็นอาณาจักรลา้ นนา เมืองลำพูนถึงแม้ว่าจะตกอยูภ่ ายใตก้ ารปกครองของอาณาจักรล้านนา แต่กไ็ ดเ้ ป็นผถู้ ่ายทอดมรดกทางศลิ ปะและวัฒนธรรมใหแ้ ก่ผู้ที่เข้ามาปกครอง ดังปรากฏหลักฐานทวั่ ไปในเวยี งกุม กาม เชียงใหม่ และเชียงราย เมืองลำพูนจึงยังคงความสำคัญในทางศิลปะและวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนา จนกระทงั่ สมยั สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมืองลำพนู จึงไดเ้ ขา้ มาอยู่ในราชอาณาจกั รไทย มีผ้คู รองนครสบื ต่อ กันมาจนถึงสมยั กรงุ รัตนโกสินทร์ ตอ่ มาภายหลังการเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เมื่อเจ้าผคู้ รองนครองค์ สุดท้าย คือ พลตรีเจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์ ถึงแก่พิราลัย เมืองลำพูนจึงเปลี่ยนเป็นจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ปกครองสืบมาจนกระทั่งถึงปจั จบุ ัน แผนท่ีจังหวดั ลำพนู รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจังหวัดลำพนู ไตรมาส 2/2566 6
➢ คำขวัญจังหวัด : “พระธาตเุ ด่น พระรอดขลัง ลำไยดงั กระเทยี มดี ประเพณีงาม จามเทวี ศรีหรภิ ุญชัย” 1.1 ท่ีตั้ง อาณาเขต และขนาดพ้ืนท่ี : - ขนาด จังหวัดลำพนู เปน็ จังหวัดที่มีขนาดเล็กทีส่ ุดของภาคเหนือ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4,505.882 ตร.กม.หรือประมาณ 2,815,675 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 4.85 ของพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน บริเวณที่กว้าง ทีส่ ดุ ประมาณ 43 กม. และยาวจากเหนือจรดใต้ 136 กม. จังหวัดลำพูนตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยอยู่ห่างจากรงุ เทพมหานคร ตามทาง หลวงแผ่นดินหมายเลข 11 (สายเอเชีย) เป็นระยะทาง 689 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินสายถนน พหลโยธินเป็นระยะทาง 724 กิโลเมตร และตามทางรถไฟ 729 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหวา่ งเสน้ รุ้งที่ 18 องศา เหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศาตะวันออก อยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ ในการพฒั นาเปน็ ศูนย์กลางความเจริญของภาคเหนือและอนุภูมภิ าคลุม่ นำ้ โขงหรือพืน้ ที่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ - อาณาเขตติดตอ่ ด้านจังหวัดต่าง ๆ ทิศ เขตติดต่อ ทศิ เหนอื ติดตอ่ กับ อ.สารภี และ อ.สนั กำแพง จ.เชยี งใหม่ ทิศใต้ ตดิ ตอ่ กับ อ.เถิน จ.ลำปาง และ อ.สามเงา จ.ตาก ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กับ อ.หา้ งฉตั ร อ.สบปราบ และ อ.เสรมิ งาม จ.ลำปาง ทิศตะวันตก ตดิ ต่อกับ อ.ฮอด อ.จอมทอง อ.หางดง และ อ.สนั ปา่ ตอง จ.เชียงใหม่ 1.2 ลักษณะภูมิอากาศ จังหวัดลำพูนตั้งอยู่ในภาคเหนือ ซึ่งตามตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในเขตร้อน ที่ค่อนไปทางเขตอากาศอบอุ่น ในฤดูหนาวจึงมีอากาศเย็นค่อนข้างหนาว แต่เนื่องจากอยู่ลึกเข้าไป ในแผ่นดินห่างไกลจากทะเลจึงมีฤดูแล้งที่ยาวนาน และอากาศจะร้อนถึงร้อนจัดในฤดูร้อน จังหวัดลำพูน มีสภาพภูมิอากาศแตกต่างกันอย่างเด่นชัด 3 ช่วงฤดู คือช่วงเดือนมีนาคมกับเมษายน มีอากาศร้อนช่วง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมจะมีฝนตกชุกเป็นฤดูฝน และช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ มีอากาศหนาวเย็น เป็นฤดูหนาวซึ่งฤดูหนาวและฤดูร้อนนั้น เป็นช่วงฤดูแล้ง ที่มีระยะเวลาติดต่อกัน ประมาณ 6 เดือน ในช่วงฤดูฝนอีก 6 เดือนนั้น อากาศจะไม่ร้อนเท่ากับในฤดูร้อน และไม่หนาวเย็นเท่า ฤดูหนาว คอื มีอุณหภูมปิ านกลางอยู่ระหวา่ งสองฤดดู ังกล่าว 1.3 ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบหุบเขาและพื้นที่ภูเขาที่ราบอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ จังหวัด ส่วนหนึ่งของที่ราบแอ่งเชียงใหม่ - ลำพูน หรือที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง แม่น้ำกวง เป็นที่ตั้งของอำเภอเมือง ลำพูน อำเภอป่าซาง ตัวเมืองลำพูนมีระดับความสูง 290.29 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และ ตอนเหนือของอำเภอบ้านโฮ่ง มีความสูงเฉลี่ย 200 – 400 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่ค่อยลาด สูงขึ้นในตอนกลาง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่อำเภอแม่ทา ตอนใต้ของอำเภอ บ้านโฮ่ง อำเภอทุ่งหัวช้าง และอำเภอลี้ มีลักษณะภูมิประเทศเป็น ที่ราบสูงและภูเขาสูง มีระดับความสูง ระหวา่ ง400 – 800 เมตร ขนึ้ ไป ระดับความสงู จะลดลงเมื่อเข้าเขต ทรี่ าบในอำเภอล้ี ทร่ี ะดบั ความสงู ประมาณ 400 –800 เมตร แล้วค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้นมาทางทิศใต้ ซึ่งเป็นเขตชายแดนติดต่อกับจังหวัดลำปางและจังหวัด ตากท่ีระดบั ความสงู 600 – 1,000 เมตร รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจงั หวดั ลำพูน ไตรมาส 2/2566 7
1.4 การปกครอง และจำนวนประชากร (ทม่ี า : ทท่ี ำการปกครองจงั หวัดลำพนู ) : - เขตการปกครอง จังหวัดลำพูน แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ 51 ตำบล 594 หมู่บ้าน 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลเมือง 39 เทศบาลตำบล 17 องค์การบริหารส่วนตำบล และ 17 ชมุ ชน ตารางแสดงจำนวนเขตการปกครองพ้นื ทจ่ี งั หวดั ลำพนู จังหวัด อำเภอ ตำบล หมูบ่ ้าน ชุมชน อบจ. เทศบาล เทศบาล เทศบาล อบต. นคร เมอื ง ตำบล เมืองลำพูน 15 159 17 1 - 1 14 1 ป่าซาง 9 90 -- - 44 บา้ นโฮ่ง 5 62 -- - 24 แม่ทา 6 71 -- - 71 ลำพนู ท่งุ หัวช้าง 8 99 -- - 82 ลื้ 3 35 -- - 13 บ้านธิ 2 36 -- - 11 เวยี งหนองล่อง 3 25 -- -3- รวมทงั้ สน้ิ 51 577 17 1 - 1 39 17 ท่ีมา : ทท่ี ำการปกครองจังหวดั ลำพูน ข้อมูล ณ วนั ที่ 31 ธันวาคม 2564 - ประชากร จังหวัดลำพูนปัจจุบันมีประชากร จำนวน 396,469 คน เป็นเพศชาย 187,970 คน เพศหญิง 206,499 คน (ขอ้ มูล ณ 31 ธันวาคม 2565) 1.4 ขอ้ มลู ด้านเศรษฐกิจ ภาวะการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมในจงั หวัดลำพูน จังหวัดลำพูนมีโรงงานอุตสาหกรรมกระจายอยู่ ทุกพื้นที่ของแต่ละอำเภอ แต่ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองลำพูนมากที่สุด รองลงมา คือ อำเภอป่า ซาง และอำเภอแม่ทา โดยทั้ง 3 อำเภอมีอาณาเขตติดต่อกัน มีปัจจัยด้านวัตถุดิบในด้านการผลิต ด้าน แรงงาน ดา้ นคมนาคมขนส่ง ทีเ่ อือ้ อำนวยต่อการลงทุน ซึง่ การลงทุนสว่ นใหญ่เปน็ อุตสาหกรรมท่ตี ้องพ่ึงพา วตั ถุดบิ และทรพั ยากรธรรมชาตใิ นท้องถ่ินโดยเฉพาะวตั ถดุ ิบทางด้านการเกษตร 1.5 อาชีพที่สำคัญของจังหวัดลำพูน คือ การประกอบการเกษตร มีการทำนาข้าวและทำสวนลำไย ซง่ึ เป็นพืชเศรษฐกจิ ที่สำคัญของจงั หวดั นอกจากนยี้ ังมอี าชีพรบั จา้ งและอตุ สาหกรรมในครวั เรือน 1.6 สนิ ค้าทีส่ ำคัญของจังหวดั ลำพนู สินค้าเกษตร ลำไย แหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ อำเภอเมือง ป่าซาง ลี้ และบ้านโฮ่ง กระเทียม แหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ อำเภอลี้ ป่าซาง และบ้านโฮ่ง หอมแดง แหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ อำเภอบ้านโฮ่ง ลี้ และป่าซาง พืชผัก แหล่งผลิตสำคญั ได้แก่ อำเภอเมือง และอำเภอบ้านโฮ่ง โดยลำพูนนับเปน็ แหลง่ ผลิต รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวดั ลำพูน ไตรมาส 2/2566 8
พืชผักที่สำคัญของภาคเหนือ ผลผลิตส่วนหนึ่งจะป้อนเป็นวัตถุดิบแก่โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป และ สว่ นหนงึ่ จะถกู สง่ ไปจำหน่ายในจงั หวัดต่าง ๆ เชน่ เชียงใหม่ ลำปาง กรุงเทพฯ นครสวรรค์ ฯลฯ สนิ คา้ หัตถกรม ผา้ ฝ้ายทอมอื นิยมทำกนั ทุกอำเภอเป็นอาชีพเสรมิ หลังจากเสร็จสน้ิ งานเกษตรกรรม แต่ที่มีชื่อเสียงมากคือ อำเภอป่าซาง โดยเฉพาะที่บ้านหนองเงือก หมู่ที่ 5 ตำบลแม่แรง ผ้าฝ้ายทอมือของ จังหวัดลำพูนทำกันในหลายรูปลักษณะ ทั้งผ้าผืนสำหรับนำไปตัดเย็บผ้าซิ่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป ตลอดจน อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ผ้าปูโต๊ะ ที่รองแก้ว-จาน ฯลฯ ในด้านการจำหน่ายผ้าทอและผลิตภัณฑ์ นั้น โดยทั่วไปอาศัยตลาดใหญ่เป็นหลักคือ กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ผ้าไหมยกดอก โรงงานผลิตผ้าไหมยก ดอกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดลำพูนคือโรงงาน เพ็ญศิริไหมไทยซึ่งได้มีการปรับปรุงแบบด้านลวดลาย โดยอาศัยลายผ้าในสมัยโบราณ ประยุกต์ ปรับปรุงประกอบกับฝีมือที่ประณีต ทำให้ผ้าไหมยกดอกของ ลำพูนมีเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วไป ไม้แกะสลัก แหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในเขตอำเภอแม่ทา มีการแกะสลกั ไม้จามจุรีเป็นรปู คน สตั ว์ เครื่องใชแ้ ละเครื่องประดับภายในบา้ น เป็นทน่ี ิยมของนักท่องเท่ียว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เซรามิกส์ ถึงแม้ว่าจะมีโรงงานผลิตเพียงไม่กี่โรงแต่ก็สามารถสร้างมูลค่า ในการจำหน่ายให้ กับจังหวัดลำพูน โดยมีการส่งออกไปจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศมูลค่าปีละ หลายล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของเครื่องใช้และเครื่องตกแต่งบ้านในลักษณะ การเลียนแบบ ของโบราณ ซ่งึ เป็นทีน่ ิยมของชาวตา่ งประเทศ สินค้าอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ได้แก่ สินค้าที่ผลิตจากโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือและ สวนอุตสาหกรรมบริษัทสหพัฒนา อินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้แก่ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ – ช้นิ ส่วนและอุปกรณ์ – อาหารและเครื่องดื่ม – การแปรรปู พืชผลทางการเกษตร –อัญมณี และเครื่องประดับ – เครอ่ื งหนงั – เส้อื ผา้ สำเร็จรูป ภาวะเศรษฐกจิ การคลังของจังหวัด ด้านอุปทาน (ด้านการผลิต) คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 7.3 (ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 6.5 – 8.0) ขยายตวั จากปีก่อนหน้า โดยมีแนวโน้มขยายตัวจาก การผลิตภาคเกษตรกรรม คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 14.7 (ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 14.6 – 14.8) จากปริมาณผลผลิตทั้งด้านการเกษตรและปศุสัตว์ที่คาดว่าจะ ขยายตัวจากอุปสงค์ท่ีเพิ่มข้นึ และนโยบายสนับสนุนจากภาครฐั อาทิ มาตรการบรหิ ารจัดการผลไม้เชิงรุกปี 2566 การเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ารับซื้อสินค้าเกษตรในพื้นที่ และการประกันราคาสินค้าเกษตร ทั้งนี้ ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ความแปรปรวนของสภาพอากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งคาดการณ์ความรุนแรงในปีนี้อาจทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงยาวนานจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และส่งผลให้ อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น ทำให้หลายจังหวัดอาจประสบกับปัญหาภัยแล้งซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งภาค เกษตรกรรมและปศุสัตว์ ด้านการผลติ ภาคบรกิ าร คาดว่าขยายตัวร้อยละ 9.2 (ช่วงคาดการณท์ ่ีร้อยละ 7.6 – 10.7) จากภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 4 ปี 2565 ในขณะที่จังหวัดลำพูนแม้ จะเป็นเมืองรองแต่ก็มีศักยภาพ ในการท่องเที่ยวต่างๆ จึงมีโอกาสเติบโตมากขึ้นด้วยการเชื่อมโยงกับการ ท่องเที่ยวเมืองหลักในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ การปรับแผนการท่องเที่ยว พัฒนากิจกรรม เพื่อดึงดูดให้ นักท่องเที่ยวใช้เวลา อยู่ในจังหวัดลำพูนมากยิ่งขึ้น ประกอบกับแรงขับเคลื่อนจากมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจภาครัฐอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดมูลค่าการจับจ่ายใช้สอยของภาคประชาชนในระบบเศรษฐกิจ เพ่ิมมากขึน้ สำหรับการผลติ ภาคอตุ สาหกรรม ในปี 2566 คาดวา่ จะขยายตัวร้อยละ 2.7 (ช่วงคาดการณ์ท่ี ร้อยละ 2.2 – 3.2) ขยายตัว ในอัตราท่ีชะลอลงจากปีก่อน โดยพิจารณาแนวโน้มของอุตสาหกรรมหลักของ รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจงั หวัดลำพนู ไตรมาส 2/2566 9
จังหวัดลำพูนที่มีจำนวนเงินทุนจดทะเบียนมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร มีแนวโน้ม ผลผลิตในภาพรวมและมูลค่าการส่งออกขยายตัว ด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มขยายตัวใน อัตราที่ชะลอลงเนื่องจากราคาพลังงานที่ยังคงผันผวนส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนการ ผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขาดแคลนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตทำให้ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอ ขณะที่ชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ยังคงมีความจำเป็นต่อการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 5G, Data Center และ ผลิตภัณฑ์สำหรับโครงสร้างพ้ืนฐานทาง IT จึงทำให้ยังคงมีความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลก อย่างต่อเนื่อง และอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ คาดว่าการผลิตและการจำหน่ายจะขยายตัวได้ในอัตราที่ชะลอ ลงจากปกี อ่ น ด้านอุปสงค์ (ด้านการใช้จ่าย) คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อนร้อยละ 5.6 (ช่วงคาดการณ์ ที่ร้อยละ 5.1 – 6.1) เพิ่มขึ้นจากการลงทุนภาคเอกชน ที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 9.2 (ช่วงคาดการณ์ที่ ร้อยละ 8.9 – 9.5) ตามการฟื้นตัวของสภาวะเศรษฐกิจหลังจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คลคี่ ลาย โดยมปี จั จยั สนับสนุนจากโครงการจัดตัง้ นิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในพนื้ ทีจ่ ังหวดั ลำพูน มาตรการ ส่งเสริม การลงทุนในพื้นท่ีระเบยี งเศรษฐกิจภาคเหนอื และการขยายการลงทุนจากต่างประเทศจากปัญหา ทางภมู ริ ัฐศาสตร์จีน-สหรฐั ฯ ทำให้มีการย้ายฐานการลงทุนมาจากประเทศจีนเพื่อไมใ่ ห้ถูกกีดกันทางการค้า ขณะที่พื้นที่อนุญาตก่อสร้างรวมขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเฉพาะการขยายตัวของพื้นที่ได้ รับอนุญาต ให้ก่อสร้างประเภทที่อยู่อาศัยเป็นสำคัญ การใช้จ่ายภาครัฐ คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.9 (ชว่ งคาดการณ์ ท่รี ้อยละ 3.3 – 4.5) จากการเบิกจา่ ยงบประจำและงบลงทุนท้ังของสว่ นราชการและองค์กร ปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่คาดว่าจะเบิกจ่ายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ สำนักงบประมาณจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่ อปท. เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับแนวทางปฏิรูปรายได้ของ อปท. เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งให้ อปท. พิจารณานำเงินนอกงบประมาณหรือเงินสะสมมาใช้สมทบ เพื่อให้ อปท. ดำเนินโครงการงบลงทุนให้มากขึ้น สำหรับการบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 (ช่วงคาดการณ์ ทรี่ อ้ ยละ 1.8 - 2.8) สอดรับกบั การขยายตวั ในภาคการท่องเทีย่ วท่ขี ยายตวั ดี ประกอบ กับตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรายได้เกษตรกรในปีนี้ขยายตัวจากราคาสินค้าเกษตร ท่ีปรบั ตวั ดขี ึ้น จงึ เป็นปัจจยั สนบั สนุน การบริโภคจากกำลงั ซื้อทีเ่ พ่ิมข้ึนเป็นสำคัญ เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2566 คาดว่าจะปรับตัว อยู่ที่ร้อยละ 1.8 (ช่วง คาดการณท์ ร่ี อ้ ยละ 1.6 – 2.0) จากการปรับตวั สงู ข้นึ ของระดับราคาพลังงาน และสินคา้ อุปโภคบริโภคบาง ชนดิ ทป่ี รบั ราคาเพิ่มข้ึนตามปัจจัยด้านตน้ ทุนและการขนสง่ ทเี่ พ่มิ ข้นึ สำหรบั การจ้างงาน คาดว่าจะขยายตัว ร้อยละ 2.1 (ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 1.9 – 2.3) สอดรับกับการฟื้นตัวของภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการ ประกอบกับโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในพื้นที่จังหวัดลำพูน จะเป็นปัจจัย สนับสนนุ ให้การจ้างงานมีการขยายตัวในอตั ราเร่งข้ึน รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจังหวดั ลำพูน ไตรมาส 2/2566 10
ขอ้ จำกัดและปจั จัยเส่ียงทางเศรษฐกิจทีค่ วรระวงั 1) เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ราคาสินค้าที่ยังอยู่ในระดับสูง ดอกเบี้ยที่ยังเป็นทิศทางขาขึ้น และ คา่ เงนิ บาทที่ผนั ผวน ลว้ นเปน็ ความเส่ยี งของเศรษฐกจิ ไทยในปี 2566 2) ประเทศไทยยังเผชิญกับแนวโน้มค่าไฟขาขึ้น โดยค่าไฟในภาคธุรกิจในปีนี้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 13 จากปีก่อน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป จงึ สง่ ผลกระทบต่อท้ังค่าครองชีพและกำลังซื้อของผู้บริโภค และสร้างแรงกดดันเพิ่มต่อต้นทุนของภาคธุรกิจทัง้ ภาคการผลติ และภาคบรกิ ารท่ีกำลังเผชญิ ตน้ ทุนวัตถดุ บิ และแรงงานทีป่ รับตัวสงู ขึ้น โดยธรุ กิจทมี่ สี ดั ส่วนต้นทนุ ค่าไฟสงู สุด 3 อนั ดับแรก ไดแ้ ก่ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจ ค้าปลีก และธุรกิจการผลิต อาทิ การเจียระไนเพชรพลอย การผลิตน้ำแข็ง การผลิตสิ่งทอ การผลิตปูน รวมถึงการผลติ ช้นิ สว่ นอิเล็กทรอนกิ ส์ที่มคี วามสำคัญต่อภาคการผลติ ในจังหวัด 3) ห่วงโซ่การผลิตในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมขั้นต้นและกลางของไทยที่ส่งออกไปตลาดจีน ได้รับ ผลกระทบทางอ้อมจากคำสั่งซื้อที่ลดลง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกในหมวดสินค้า อุตสาหกรรม สินค้าฟ่มุ เฟอื ย ตลอดจนอุปกรณ์ไอทที ่ีชะลอลงตามวฏั จักรขาลงของตลาดโลก 4) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หรือปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศยังคงเป็นความเส่ยี ง ที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งด้านสถานการณ์ภายในของประเทศคู่ค้าและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงซึ่งอาจเป็นปัจจัย กดดัน การเติบโตของการส่งออก อาทิ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน วิกฤตเศรษฐกิจของ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่มีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการที่สงคราม รัสเซยี -ยูเครนยงั คงยดื เย้อื และทำให้ต้องเผชญิ ภาวะเงนิ เฟ้อทีส่ ูงขึ้นอยา่ งต่อเนอ่ื ง เปน็ ตน้ 5) ปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวลดลง เกิดความสญู เสยี ทางเศรษฐกิจจากค่าฝ่นุ ท่สี งู เกินคา่ มาตรฐานท่ีกำหนด ทำให้นกั ท่องเทยี่ วกังวลในเร่ืองของ ผลกระทบของปญั หาหมอกควันเม่ือเทยี บกับดชั นีคุณภาพอากาศซึง่ เป็นระดับคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบ ต่อสุขภาพและมีผลกระทบต่อการทำกจิ กรรมภายนอกเปน็ เวลานาน จึงส่งผลทำใหจ้ ำนวนนักท่องเท่ียวลดลง ปจั จัยสนบั สนนุ 1) การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 ได้เห็นชอบโครงการจัดตั้งนิคม อุตสาหกรรมในพ้ืนท่ีจงั หวดั ลำพูน มีมูลค่าการลงทนุ ประมาณ 2,160 ล้านบาท โดยโครงการนี้ตง้ั อยู่ในพื้นที่ ตำบลมะเขอื แจ้ และตำบลบา้ นกลาง อำเภอเมอื งลำพนู จงั หวดั ลำพนู เปน็ ทดี่ ินประเภทอุตสาหกรรมท่ัวไป ที่ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและคลังสินค้า มีเนื้อที่ประมาณ 653 ไร่ และที่ดินถนนทางเข้าประมาณ 25 ไร่ มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่ม แปรรูปอาหาร และ Bio Technology สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้ เป็นผู้ประกอบการญี่ปุ่นเช่นกัน คาดว่าพื้นที่ จะถูกขายหรือให้เช่าหมดภายใน 5 ปี หลังก่อสร้างเสร็จ และประโยชน์ท่ีจะได้รับจากโครงการนี้ ก่อให้เกิด การขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม โดยคาดว่าจะเกิดการจ้างงานประมาณ 8,415 คน และเกิดผลผลิต รวมให้กบั ประเทศในสาขาต่าง ๆ มากถึง 277.85 ล้านบาท 2) คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 มีมติเห็นชอบการกำหนดพื้นท่ี ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค โดยกำหนดให้จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน เป็นระเบียง เศรษฐกิจภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC – Creative LANNA) และเห็นชอบการ ขับเคลือ่ น การดำเนินงาน 5 ดา้ น ประกอบด้วย 5.1) การใหส้ ทิ ธปิ ระโยชน์และการอำนวยความสะดวกการ ลงทุน 5.2) การพัฒนาห่วงโซ่การผลิตและบริการ 5.3) การวิจัยและพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโนโลยี 5.4) การพฒั นาโครงสร้างพน้ื ฐาน และ 5.5) การพฒั นาแรงงานและสนบั สนุนผู้ประกอบการ รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจงั หวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 11
โดยแนวทางสำหรับการพัฒนาพน้ื ทีเ่ ศรษฐกจิ พเิ ศษภาคเหนอื นัน้ เพื่อพัฒนาเป็นฐานเศรษฐกจิ สรา้ งสรรค์ หลกั อย่างย่งั ยืนโดยจะดำเนินการพฒั นาต่อยอดอุตสาหกรรมและบริการดงั้ เดมิ ท่มี ีศักยภาพ การสร้างฐาน อุตสาหกรรมและบริการใหม่ รวมไปถึงการพฒั นาการท่องเทย่ี วเชิงสร้างสรรค์ลา้ นนา 3) ยุทธศาสตรก์ ารสง่ เสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) และมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ ของ BOI ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการพลิกโฉมประเทศไทยให้เป็นสังคมก้าวหน้าและเศรษฐกิจใหม่ที่สร้าง มูลค่าอย่างยั่งยืนโดยการปรับโครงสร้างไปสู่เศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ได้มีการประกาศสิทธิ ประโยชน์เพิ่มเติม (Top up) ณ วันที่ 3 มกราคม 66 มาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เป้าหมาย โดยปรับเปลี่ยนจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เป้าหมาย (เดิม) และเพิ่มพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษ 4 ภาค ไดแ้ ก่ ภาคเหนือ (NEC) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC) ภาคกลาง-ตะวนั ตก (CWEC) และ ภาคใต้ (SEC) โดยหากมีการลงทุนพัฒนาบุคลากรและการวิจัยและพัฒนา และเป็นกิจการเป้าหมายใน กลุ่ม A1+ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติม 2 ปี ส่วนกลุ่มที่ได้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 – 8 ปี อย่แู ล้ว จะได้รับสิทธิลดหยอ่ นภาษเี งนิ ได้ 50% เพม่ิ อีก 3 ปี 4) เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยหลักในการผลักดันให้เศรษฐกิจภาพรวมฟื้นตัว โดยมี สัญญาณที่ดีหลังจากการที่ประเทศจีนเปิดประเทศซึ่งส่งผลดีต่อภาคธุรกิจท่อง เที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม ของประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาไทยอีกครั้งเหมือนก่อนช่วงโควิดระบาด โดยประเทศไทยถือเป็น หมุดหมายปลายทางของชาวจีนอันดับต้นๆ จึงเป็นโอกาสที่ดีหากจังหวัดสามารถกำหนดนโยบาย วางแผนการ จัดงานท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพื่อผลักดันและขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ และ เม่ือมเี ม็ดเงินไหลเขา้ มามากขึ้นย่อมสง่ ผลต่อการจับจ่ายใชส้ อยและการบรโิ ภคภายในประเทศ ซ่ึงจะช่วยให้ เศรษฐกิจยังคงเตบิ โตต่อไปได้ 5) ด้านการลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะมีการขยายการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ค่อนข้างมากจากการย้ายฐานการลงทุนมาจากประเทศจีน ซึ่งมีเรื่องเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนกับ สหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยบริษัททางยุโรป อเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือแม้แต่จีนเอง เริ่มย้ายฐาน การลงทุนบางส่วนเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในส่วนที่ผลิตเพื่อตลาดจีนจะยังเก็บไว้ในประเทศจีน เพราะคมุ้ ค่ากวา่ แตส่ ว่ นที่ผลิตในประเทศจีนเพ่ือสง่ ออกจะเร่ิมมีการย้ายฐานออกมาเพื่อไม่ให้ถูกกีดกันทาง การค้า ในขณะที่จังหวัดลำพูนมีปัจจัยเอื้ออำนวยทั้งด้านวัตถุดิบและชิ้นส่วนประกอบที่เพียงพอ มีบริการ ด้านการสื่อสาร ระบบขนส่งและโลจิสติกส์ ประกอบกับจังหวัดลำพูนเป็นพื้นที่เขตส่งเสริมการลงทุน BOI เขต 3 และเป็น เขตประกอบการเสรีของกรมศุลกากร ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ได้รับยกเว้น ค่าธรรมเนียมพิเศษ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษี สรรพสามิตสำหรับเครื่องจักรอุปกรณ์เครื่องมือและเครื่องใช้ รวมทั้งส่วนประกอบที่จำเป็นในการผลิต เปน็ ต้น จงึ เป็นปจั จยั สนบั สนุนทด่ี ตี ่อดา้ นการลงทนุ 6) การย้ายฐานการผลิตและขยายการลงทุนของบริษัทต่างชาติ อาทิ บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตตัวเก็บประจุใหญ่ที่สุดในโลกและผลิตชิ้นส่วน iPhone รายสำคัญ ซึ่งจะขยาย ฐานการผลิตในประเทศไทยที่จังหวัดลำพูน ในที่ดิน 209 ไร่ บริเวณนิคมอุตสาหกรรม (เวิลด์) ลำพูน ตำบลมะเขือแจ้ จังหวัดลำพูน การขยายการลงทุนครั้งนี้จะมีขนาดใหญ่เท่ากับโรงงานแห่งเดิมในเมืองอู๋ซี ประเทศจีน ซึ่งเป็นโรงงานหลักท่ีบริษัทฯ ผลิตตัวเก็บประจุเซรามิคหลายชั้นสำหรับอุปกรณอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ ต่างๆ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดโรงงานแห่งใหมไ่ ด้ในเดือนตุลาคม 2566 และการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ เพื่อขยายกำลังการผลิต ของบริษัท แพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งภาคเศรษฐกิจและ การจ้างงาน ในจังหวดั ลำพนู ในอนาคต รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจงั หวดั ลำพนู ไตรมาส 2/2566 12
7) นโยบายส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐเพื่อส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน ผ่านโครงการสินเช่ือ ดอกเบี้ยต่ำ โครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร มาตรการขยายระยะเวลาชำระหนี้ และ มาตรการลดหย่อนภาษีในหลายประเภท จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางเศรษฐกิจและกระตุ้นการลงทุน ทัง้ ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการ (ทม่ี า: สำนักงานคลงั จงั หวดั ลำพูน ณ ไตรมาส 2/2566) 2.1 ผลิตภณั ฑม์ วลรวมจงั หวัดลำพนู (GPP : Gross Provincial Product) ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดในปี 2563 มีมูลค่า 82,588 ล้านบาท โครงสร้างการผลิตภัณฑ์มวลรวม จังหวัดลำพูน สาขาอุตสาหกรรมทีส่ ำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ การผลิต (ร้อยละ 48.91GPP) เกษตรกรรมฯ (ร้อยละ 16.53 GPP) การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคล และของใช้ ในครัวเรือน (ร้อยละ 12.95 GPP) กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย (ร้อยละ 3.66 GPP) และ การศึกษา (ร้อยละ 3.05 GPP) รายละเอียดดังตารางท่ี 1 (ภาคผนวก) ผลิตภาพแรงงานจังหวดั ในปี 2563 เท่ากบั 199,007 บาทต่อคนต่อปี เพิม่ ขนึ้ จากปีทผี่ ่านมา 4,348 บาท โดยปี 2562 มผี ลิตภาพแรงงานอยทู่ ี่ 194,659 บาทต่อคนต่อปี 2.2 ดชั นีราคาผ้บู ริโภคจงั หวัดลำพูน ดัชนีราคาผู้บริโภคของจังหวัดลำพูน เดือนมิถุนายน 2566 เท่ากับ 107.6 เทียบกับเดือนเดียวกัน ของปี 2566 พฤษภาคม 2566 สูงขึ้นรอ้ ยละ 0.8 เมือ่ เทียบกบั เดือนมิถนุ ายน 2565 ลดลงรอ้ ยละ 0.7 และ เมื่อเฉลี่ย 6 เดือน (ม.ค.–มิ.ย.) ปี 2566 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นร้อยละ 1.4 สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคของจังหวัดลำพูน เดือนมิถุนายน 2566 เทียบกับ เดือนพฤษภาคม 2566 โดยมี การเปลี่ยนแปลงในดัชนีหมวดย่อย คือ โดยมีการเปลี่ยนแปลงในดัชนีหมวดย่อย คือ ดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 1.0 และดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้นร้อยละ 0.7ปัจจัยหลักมาจากการสูงขึ้นของหมวดผักและผลไม้ สูงขึ้นร้อยละ 3.2 (เนื่องจากปริมาณ ผลผลิตเข้าสู่ตลาดน้อยลง ผลผลิตชะลอการเติบโต เนื่องจากสภาพอากาศร้อน แห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วง) หมวดไข่และผลิตภัณฑ์นม สูงขึ้นร้อยละ 2.1 (เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนส่งผลให้แม่ไก่ออกไข่น้อยลง) และจากการสูงขน้ึ ของผลิตภัณฑ์นม สูงข้นึ ร้อยละ 0.1 หมวดขา้ ว แป้งและผลิตภณั ฑจ์ ากแป้ง สงู ข้ึนร้อยละ 0.1 ในขณะทีห่ มวดเคร่ืองดม่ื ไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลงรอ้ ยละ 0.6 (ตารางที่ 2 ภาคผนวก) 2.3 การจดทะเบียนนิตบิ ุคคลต้ังใหม่ ในไตรมาสท่ี 2 ปี 2566 จังหวัดลำพูน มีการจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่ทั้งสิ้น 94 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 116.83 ล้านบาท แบ่งเป็น บริษัทจำกัด 58 ราย และห้างหุ้นส่วนจำกัด 36 ราย ขณะที่ดำเนินกิจการอยู่ 10,229 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 120,947.25 ล้านบาท และเลิกกิจการ 13 ราย ทุนจดทะเบียน 13.90 ล้านบาท เมื่อจำแนกตามประเภทธุรกิจ พบว่า มีการขอจัดตั้งนิติบุคคลประเภท กจิ การบริการซอ่ มแซม บำรงุ รกั ษา ตดิ ต้ัง ตรวจสอบ ออกแบบ ควบคุมระบบไฟฟา้ กจิ การขายสง่ กา๊ ซ และ เชื้อเพลิงชนิดต่างๆ สำหรับใช้ในครัวเรือนทุกชนิด กิจการรับเหมาก่อสร้าง และกิจการค้าอาหารทุกชนิด กิจการรับจ้างจับสัตว์ปีก สัตว์น้ำ สัตว์บก ทุกชนิด กิจการขายส่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กิจการสถานท่ี บรรจุ โรงบรรจุก๊าซ และจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียม กิจการจำหน่ายอาหารสัตว์สำเร็จรูปทุกชนิด กิจการค้า ปลีก ค้าส่ง กิจการผลิต และจำหน่าย เสื้อผ้า กิจการบริการรับออกแบบงานกราฟฟิกทุกประเภท กิจการ ขายสินค้าทางเภสัชกรรมเวชภัณฑ์ และสินค้าทางการแพทย์ กิจการค้าผลไม้ และผลไม้บรรจุภัณฑ์ รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจังหวดั ลำพูน ไตรมาส 2/2566 13
กิจกรรมให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการอื่นๆ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น กิจการขายส่งชิ้นส่วนและ อปุ กรณ์เสริมใหมข่ องยานยนต์ เปน็ ต้น (แผนภูมิที่ 1 และตารางที่ 3 ภาคผนวก) แผนภมู ิท่ี 1 การจดทะเบยี นของนิตบิ ุคคลตัง้ ใหมต่ ามหมวดธุรกิจจังหวดั ลำพนู ไตรมาสที่ 2 ปี 2566 6000 4,937 5,268 จดั ตั้งใหม่ 5000 ดาเนนิ กิจการอยู่ 4000 58 5 36 3 8 00 0 21 0 เลกิ การ 3000 2000 บรษิ ทั จากดั ที่มา : กรมพัฒนาธุรกจิ การคา้ 1000 0 ห้างหนุ้ สว่ นจากัด หา้ งหนุ้ ส่ ว่ นสามัญ บริษทั มหาชน 2.4 การจดทะเบียนโรงงาน สำหรับการจดทะเบียนโรงงานใหมใ่ นจังหวัดลำพนู พบว่า อุตสาหกรรมที่ไดร้ บั อนุญาตให้ประกอบ กิจการ จำนวน 5 โรงงาน เงินทุน 180.67 ล้านบาท ลูกจ้าง จำนวน 51 คน ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิต การขุด หรือลอก กรวด ทรายหรือดิน จำนวน 2 โรงงาน และอุตสาหกรรมการผลิตภัณฑ์โลหะ อุตสาหกรรมพลาสติก และอุตสาหกรรมการผลิตน้ำบริสุทธิ์ส่งให้โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากนั จำนวน 1 โรงงาน ตามลำดับ (ตารางที่ 4 (ภาคผนวก) รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจังหวัดลำพนู ไตรมาส 2/2566 14
ดชั นีชี้วดั ภาวะแรงงาน ภาวะดา้ นแรงงานมีการเคล่ือนไหวเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา สืบเนอ่ื งจากปจั จัยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เช่น สถานการณ์ทางการเมืองไมม่ เี สถยี รภาพ จะส่งผลถึงความเชอื่ ม่ันของนักธุรกิจ นักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ เกิดการชะลอการลงทุน ชะลอการขยายกิจการ รวมถึงชะลอการจ้างงาน ในขณะท่ี การผลิตคนเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานของภาคการศึกษายังคงมีอย่างต่อเนื่อง มิอาจชะลอตามภาวการณ์ด้าน เศรษฐกิจ จึงส่งผลต่อการว่างงาน การทำงานต่ำระดับ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีการผลิต ต้นทุนการผลิต ฤดูกาล ทัศนคติทั้งของฝ่ายนายจ้างและผู้ใช้แรงงาน เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงของภาวะด้านแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการจ้างงาน การเคลื่อนย้ายแรงงาน ฝีมือแรงงาน มาตรฐานแรงงาน ฯลฯ ดังนั้นการจะทราบความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงของภาวะ แรงงาน จึงต้องมีการพิจารณาศึกษาเพื่อกำหนดตัวชี้วัด พร้อมทั้งติดตามการเปลี่ยนแปลงเพื่อศึกษา วิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหา รวมถึงทำนายหรือคาดการณ์อนาคต อันจะเอื้อประโยชน์ต่อการตัดสินใจใน การกำหนดแผนงานที่จะต้องทำให้สนองตอบต่อความต้องการของทุกกลุ่มทัง้ นายจ้าง ผู้ใช้แรงงาน รวมท้ัง องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สถานการณ์แรงงานจังหวัดลำพูน ไตรมาส 2 ปี 2566 ฉบับนี้จะขอ นำเสนอตวั ช้ีวดั ภาวะแรงงาน ดังนี้ 1. ผลติ ภาพแรงงานจังหวดั ลำพูน ผลิตภาพแรงงาน คือ การวัดค่าประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต เป็นตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นถึง ความสามารถในการทำงานท่ีสามารถพัฒนาหรือเพิ่มศักยภาพให้สูงขึ้น คำนวณจากผลิตภัณฑ์มวลรวม จังหวัด ณ ราคาคงที่ ปี 2563 เทียบกับจำนวนผู้มีงานทำในจังหวัด ปี 2563 โดยในปี 2563 มีผลิตภาพ แรงงานอย่ทู ี่ 199,007 บาทตอ่ คนตอ่ ปี เพิ่มข้ึนจากปีทผี่ ่านมา 4,348 บาท โดยปี 2562 มีผลิตภาพแรงงาน อยทู่ ่ี 194,659 บาทต่อคนตอ่ ปี (ตารางที่ 2) ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 GPP ณ ราคาคงทใี่ นจงั หวัด (ล้านบาท) 47,290 49,459 49,135 50,861 จำนวนผู้มงี านทำในจังหวัด (คน) 260,773 255,342 252,415 255,573 ผลิตภาพแรงงานจังหวัด (บาท) 181,345 193,697 194,659 199,007 ท่ีมา : GPP ของสำนกั งานคลังจังหวดั ลำพูน และสำนกั งานสถติ ิ หมายเหตุ : ผลติ ภาพแรงงาน = GPP ณ ราคาคงท่ีจังหวดั จงั หวัดลำพนู ข้อมูล ณ ปี 2563 ผู้มงี านทำในจังหวดั 1. อตั ราการมีส่วนรว่ มในกำลงั แรงงานของจังหวดั ลำพนู อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานเป็นตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นถึงสภาพกำลังแรงงาน ในตลาดแรงงานของจังหวัดลำพูน เมื่อเทียบกับประชากรวัยแรงงานทัง้ หมด โดยคำนวณจากกำลังแรงงาน ในจังหวัดลำพูน เทียบกับประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปในจังหวัดลำพูน จะพบว่าในไตรมาส 2 ปี 2566 อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานจังหวัดลำพูน มีอัตราร้อยละ 71.19 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1 ปี 2566 ที่มีอัตรา 70.46 และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ก็พบว่า มีอัตราที่เพิ่มจาก ไตรมาส 2 ปี 2565 ท่ีมีอตั รา 68.89 (แผนภมู ทิ ี่ 2 และตารางท่ี 5 (ภาคผนวก)) รายงานสถานการณด์ า้ นแรงงานจังหวดั ลำพนู ไตรมาส 2/2566 15
แผนภูมิท่ี 2 อัตราการมีส่วนร่วมในกำลงั แรงงานของจงั หวัดลำพูน 72.5 71.85 71.73 72 71.5 70.99 71.03 71.28 71.19 71 70.46 70.5 70 69.59 ร้อยละ 69.5 69 68.89 68.5 69.38 68 67.5 67 1/2564 2/2564 3/2564 4/2564 1/2565 2/2565 3/2565 4/2565 1/2566 2/2566 ไตรมาส/ปี ที่มา : สำนักงานสถิตจิ ังหวัดลำพนู หมายเหตุ : 1.อัตราการมสี ว่ นร่วมในกำลังแรงงานในจงั หวดั = กำลงั แรงงานในจงั หวัด X 100 ประชากรอายุ 15 ปขี นึ้ ไปในจังหวัด 2. อตั ราการมีงานทำของจงั หวัดลำพนู อัตราการจ้างงานเป็นตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นภาวะการมีงานทำในตลาดแรงงานของจังหวัดลำพูน ว่ามีสัดส่วนมากน้อยเพียงใน ในไตรมาส 2 ปี 2566 พบว่า อัตราการจ้างงานในจังหวัดอยู่ที่ร้อยละ 70.62 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว ที่อยู่ที่ร้อยละ 69.73 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่อยู่ที่ร้อยละ 68.17 อัตราการจ้างงานในภาคเกษตรจังหวัดลำพูน มีอัตราร้อยละ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา พบว่า เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว ที่อยู่ที่ร้อยละ 37.77 และเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี ท่ีผ่านมา มีอัตราเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่อยู่ที่ร้อย 36.95 สำหรับอัตราการจ้างงานนอกภาคเกษตรมีสัดส่วน ท่ลี ดลง เมื่อพจิ ารณาจากไตรมาส 1 ปี 2566 มอี ตั รา 62.23 เทยี บกบั ไตรมาส 2 ปี 2566 ลดลงเปน็ 60.04 ในภาพรวมการจ้างงานเริ่มฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทั้งนี้ โดยรวมธุรกิจยังเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบ และราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ด้านการจ้างงานยังทรงตัวและไม่พบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน (แผนภมู ทิ ี่ 3 และตารางที่ 6 (ภาคผนวก)) รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจงั หวัดลำพนู ไตรมาส 2/2566 16
แผนภมู ิที่ 3 อตั ราการมงี านทำใน/นอกภาคเกษตรของจงั หวัดลำพนู อัตราการมีงานทาของจงั หวัด อัตราการมงี านทาในภาคเกษตรของจงั หวดั อตั ราการมงี านทานอกภาคเกษตรของจงั หวัด 80 70.94 70.09 70.74 70.54 68.99 68.17 70.54 68.56 69.73 70.62 70 60 59.58 60.05 59.06 59.28 63.03 63.05 63.24 64.30 62.23 60.04 50 40.42 39.95 40.94 40.72 36.97 36.95 36.76 35.70 37.77 39.96 40 30 20 ไตรมาส/ปี 10 0 1/2564 2/2564 3/2564 4/2564 1/2565 2/2565 3/2565 4/2565 1/2566 2/2566 หมายเหตุ : สำนักงานสถติ จิ ังหวัดลำพูน 1. อตั ราการการมีงานทำต่อประชากรของจังหวัด= ผูม้ ีงานทำX 100 ประชากรทีม่ ีอายุ 15 ปีข้นึ ไป 2. อัตราการจ้างงานในภาคเกษตรจังหวัด = จำนวนผูม้ งี านทำในภาคเกษตรของจังหวดั X 100 ผู้มีงานทำในจังหวัด 3. อตั ราการจา้ งงานนอกภาคเกษตรของจังหวดั = จำนวนผ้มู ีงานทำนอกภาคเกษตรของจงั หวัด X 100 ผู้มีงานทำในจังหวดั เมื่อพิจารณาอัตราการมีงานทำเฉพาะในส่วนภาคอุตสาหกรรม โดยคำนวณจากจำนวนผู้มีงานทำ ในภาคอุตสาหกรรมเปรียบเทียบกับจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมดจะพบว่า อัตราการจ้างงาน ในภาคอุตสาหกรรม มีอัตราร้อยละ 30.05 ซึ่งลดลงจากไตรมาส 1 ปี 2566 ที่มีอัตรา 30.52 (แผนภูมิที่ 4 และตารางที่ 7 (ภาคผนวก)) แผนภูมิท่ี 4 อตั ราการมีงานทำในภาคอตุ สาหกรรมของจังหวดั ลำพนู 35 28.58 30.22 28.67 28.22 29.16 30.52 30.05 30 26.76 24.91 26.29 25 ร้อยละ 20 15 10 5 0 1/2564 2/2564 3/2564 4/2564 1/2565 2/2565 3/2565 4/2565 1/2566 2/2566 ไตรมาส/ปี หมายเหตุ : 1. สำนักงานสถิตจิ ังหวดั ลำพูน 2. อัตราการอตั ราการจ้างในอตุ สาหกรรมผลิตจังหวัดลำพูน = ผมู้ ีงานทำในภาคอุตสาหกรรมของจงั หวัดX 100 ผมู้ งี านทำในจังหวดั 3. ภาคอุตสาหกรรมจดั ทำโดยสำนักงานสถิติจงั หวัดลำพนู ประกอบด้วย 1) การทำเหมืองแร่ และเหมืองหิน 2) การผลติ 3) ไฟฟ้า ก๊าซ ไอน้ำ และระบบปรบั อากาศ 4) การจัดการและการบำบัดน้ำเสยี ของเสีย และสงิ่ ปฏกิ ูล 5) ก่อสรา้ ง รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจังหวดั ลำพูน ไตรมาส 2/2566 17
โดยสรุปในภาพรวมจะพบว่าอัตราการมีงานทำหรือการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานของ จังหวัดลำพูน จะมีลักษณะการเคลื่อนย้ายแรงงานแบบเป็นวัฏจักรหรือวงจร ทั้งนี้เพราะพื้นที่จังหวัดเป็น พื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่อุตสาหกรรม ประชากรซึ่งเป็นกำลังแรงงานของจังหวัดจะอยู่ในภาคส่วนของ เกษตรกรรม และภาคอตุ สาหกรรม กลา่ วคือการทำการเกษตรเปน็ สว่ นใหญ่ เมือ่ หมดฤดูเกบ็ เกี่ยวผลผลิตก็ จะเคลื่อนย้ายไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมในจังหวัด และกลับเข้าสู่มาภาคเกษตรกรรมอีกครั้งในฤดู เพาะปลกู หมุนเวียนเป็นวฏั จกั รทุกปี จงึ อาจสง่ ผลต่อการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรในบางฤดูกาล 3. อตั ราการว่างงานของจังหวัดลำพูน ในไตรมาสที่ 2/2566 จังหวัดลำพูน มีอัตราการว่างงานร้อยละ 0.79 ลดลงจากไตรมาสก่อน ที่มีอัตราร้อยละ 1.04 เนื่องจากธุรกิจต่างๆ เริ่มฟื้นตัวทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ประกอบกับ โครงสร้างการจัดตั้งนคิ มอุตสาหกรรมแหง่ ใหม่ในพื้นทีจ่ ังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนใหม้ ีการจ้างงานเพิ่มข้ึน (แผนภมู ทิ ่ี 5 และตารางท่ี 8 (ภาคผนวก)) แผนภมู ิที่ 5 อตั ราการว่างงานของจงั หวัดลำพูน 1.6 1.38 1.4 1.28 1.2 1.25 1.18 1 1.05 1.04 1.04 ร้อยละ 0.8 0.69 0.86 0.79 0.6 0.4 0.2 0 1/2564 2/2564 3/2564 4/2564 1/2565 2/2565 3/2565 4/2565 1/2566 2/2566 ไตรมาส/ปี หมายเหตุ : 1. สำนกั งานสถิตจิ งั หวดั ลำพนู 2. อตั ราการวา่ งงานในจงั หวดั = จำนวนผ้ไู ม่มงี านทำในจงั หวดั X 100 กำลังแรงงานของจงั หวัด 4. อัตราการเปลีย่ นแปลงของจำนวนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม (ม.33) อัตราการเปลี่ยนแปลง ของผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน และอัตราการเลิกจ้างลูกจ้างในระบบ ประกนั สังคม จำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ของสำนักงานประกันสังคม ไตรมาส 2 ปี 2566 มีจำนวน 84,657 คน อัตราเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้ประกันตน (มาตรา 33) ร้อยละ -1.39 ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ร้อยละ -0.05 จำนวนผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน 2,194 คน (ใช้ข้อมูลจากสำนักงาน ประกันสังคม) อัตราเปลี่ยนแปลงของผู้ประกันตนที่ ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ลดลงร้อยละ -22.91 สำหรับจำนวนผู้ประกันตนท่ีรับประโยชนท์ ดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจา้ งอัตราการเลิกจา้ ง ลูกจ้างในระบบประกันสังคมมาตรา 33 จำนวน 121 คน ลดลงอยู่ที่ร้อยละ 0.14 (แผนภูมิที่ 6 และตารางที่ 9 (ภาคผนวก)) รายงานสถานการณด์ า้ นแรงงานจังหวัดลำพนู ไตรมาส 2/2566 18
แผนภูมิที่ 6 อัตราการเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม (ม.33) ,อัตราการเปลี่ยนแปลง ของผปู้ ระกนั ตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณวี ่างงาน และอัตราการเลกิ จ้างลกู จา้ งในระบบประกนั สังคม 100 อตั ราการเปลีย่ นแปลงของจานวนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม (มาตรา 33) 76.00 (YoY) อตั ราการเปลีย่ นแปลงของผู้ประกนั ตนที่ขอรบั ประโยชนท์ ดแทนกรณีวา่ งงาน (YoY) 50 อัตราการเลกิ จา้ งลูกจ้างในระบบประกนั สงั คม (YoY) 0 -04..6698 34.69 1/2564 1.05 5.71 5.74 7.66 5.88 17.82 9.31 0.17 0.14 -8.15 2 / 2 506.246 0.16 0.14 1.57 1 / 2 5-06.065 2 / 2 5-616.39 0.10 0.07 3.84 4 / 20.5276 5 3/2564 4/2564 1/2565 2/2565 0.11 -22.91 -23.16 3/2565 -33.99 -50 -61.08 ไตรมาส/ปี -81.01 -100 ท่ีมา: ประกนั สงั คมจังหวดั ลำพนู 1. อตั ราการเปลี่ยนแปลงของจำนวนผปู้ ระกันตนในระบบประกันสังคม (มาตรา 33) = (ผูป้ ระกนั ตน ม.33 ไตรมาสปัจจุบัน - จำนวนผูป้ ระกันตน ม.33 ไตรมาสเดยี วกันปีก่อน) x 100 จำนวนผู้ประกันตน ม.33 ไตรมาสเดียวกันปีก่อน 2. อตั ราการการเปล่ยี นแปลงของผ้ปู ระกนั ตนทีข่ อรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน = (ผปู้ ระกนั ตนทขี่ อรับประโยชนท์ ดแทนกรณวี ่างงาน ไตรมาสปัจจุบนั – ผูป้ ระกนั ตนทีข่ อรบั ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานไตรมาสเดียวกนั ปีกอ่ น) x 100 ผู้ประกันตนทขี่ อรบั ประโยชน์ทดแทนกรณวี า่ งงานไตรมาสเดยี วกนั ปกี อ่ น 3. อัตราการการเลิกจ้างลูกจ้างในประกนั สังคม = (ผู้ประกนั ตนทขี่ อรับประโยชน์ทดแทนกรณวี า่ งานสาเหตุเลกิ จา้ งx100 ผ้ปู ระกันตน มาตรา 33 ในจังหวัดลำพนู 5. อตั ราการบรรจุงาน อัตราการบรรจุงานในแต่ละไตรมาส เป็นตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของภาวการณ์ ดา้ นแรงงาน ซึ่งสามารถทำการศึกษา กับจำนวนตำแหนง่ งานว่าง และจำนวนผูส้ มัครงาน โดยเม่ือพิจารณา อัตราการบรรจุงานต่อผู้สมัครงาน พบว่า ไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ร้อยละ 239.91 ซึ่งมีอัตราลดลงจาก ไตรมาส 1 ปี 2566 ซ่งึ อยู่ที่ร้อยละ 233.13 และเมอื่ ทำการพิจารณาอัตราการบรรจงุ านต่อตำแหน่งงานว่าง พบว่าในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ร้อยละ 43.01 ซึ่งมีอัตราเพิ่มขึ้นจาก ไตรมาส 1 ปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 23.07 (แผนภมู ิท่ี 7 และตารางที่ 10 (ภาคผนวก)) แผนภูมิที่ 7 อัตราการบรรจุงานของจงั หวดั ลำพนู ร้อยละ 451.71 500.00 87.77 450.00 2/2565 400.00 304.48 350.00 50.60 300.00 259.41 237.14 233.13 239.91 250.00 221.43 45.17 1/2565 166.67 59.20 23.07 43.01 200.00 120.97 32.05 4/2564 72.18 1/2566 2/2566 150.00 103.95 100.00 51.54 50.00 55.21 0.00 1/2564 2/2564 3/2564 3/2565 4/2565 อตั ราการบรรจุงานตอ่ ผสู้ มัครงาน อตั ราการบรรจุงานต่อตาแหน่งงานว่าง หมายเหตุ : 1. สำนักงานจดั หางานจังหวดั ลำพนู 19 2. อัตราการบรรจุงานต่อผูส้ มคั รงาน = ผไู้ ดร้ ับการบรรจุงานในจงั หวดั X 100 ผ้สู มคั รงานในจังหวัด 3. อตั ราการบรรจุงานต่อตำแหน่งงานว่าง = ผู้ได้รับการบรรจงุ านในจังหวดั X 100 ตำแหนง่ งานว่างในจงั หวัด 4. ผลการบรรจุงานไม่สอดคล้องกันเน่ืองจากมียอดสะสมจากเดือนกอ่ น ๆ รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจงั หวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566
6. อัตราการจา้ งานแรงงานตา่ งดา้ ว อัตราการจ้างแรงงานต่างด้าวต่อจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 5.91 ของผู้มีงานทำ ทัง้ หมด ลดลงจากไตรมาสท่ีแล้ว ซง่ึ มอี ัตราการจา้ งแรงงานตา่ งดา้ วอยทู่ ี่ร้อยละ 5.99 ของผู้มงี านทำท้ังหมด และอัตราการจ้างแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (เมียนมา ลาว และกัมพูชา) ต่อจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด อยู่ที่ร้อยละ 5.08 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ซึ่งมีอัตราการจ้างแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ อยู่ที่ร้อยละ 5.16 แสดงว่าผู้มีงานทำทุก ๆ 100 คน จะเป็นคนจ้างงานแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว กัมพูชา 2-5 คน ซึ่งแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายจังหวัดลำพูน มีจำนวนทั้งหมด 13,713 คน ทั้งนี้ได้มีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว โดยการขน้ึ ทะเบียนแรงงาน 3 สญั ชาติ ตามมติครม.ผ่อนผนั ใหอ้ ย่ใู นประเทศอย่างถูกกฎหมาย (แผนภมู ิที่ 8 และตารางท่ี 11 (ภาคผนวก)) แผนภูมทิ ี่ 8 อตั ราการจา้ งงานแรงงานต่างดา้ วในจังหวดั ลำพนู ไตรมาส 2 ปี 2566 รอ้ 8ย.0ล0ะ 6.75 5.99 5.91 5.82 5.68 6.46 4.94 4.89 5.93 5.16 5.08 6.00 5.15 4.77 5.67 4.21 3.90 4.44 4.00 3.60 4.43 3.79 2.00 0.00 1/2564 2/2564 3/2564 4/2564 1/2565 2/2565 3/2565 4/2565 1/2566 2/2566 อัตราการจ้างงานเรงงานต่างด้าวต่อจานวนผมู้ ีงานทาทั้งหมดในจังหวดั อัตราการจ้างงานเรงงานตา่ งดา้ ว 3 สญั ชาติ (เมยี นมา ลาว กมั พูชา) ในจังหวัด ทม่ี า : สำนักงานจดั หางานจงั หวัดลำพนู หมายเหตุ : 1.อัตราการจา้ งแรงงานต่างดา้ ว = แรงงานตา่ งด้าวทัง้ หมดในจังหวดั x 100 ผู้มีงานทำในจงั หวัด 2.อตั ราการจา้ งแรงจา้ งแรงงานตา่ งดา้ ว 3 สัญชาติ = แรงงานตา่ งดา้ ว 3 สัญชาตใิ นจังหวัดx 100 (เมียนมา ลาว กมั พูชา) ผมู้ ีงานทำในจงั หวัด 7. อัตราการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน ของสถานประกอบการ อัตราการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานสถานประกอบกิจการการเป็นตัวบ่งช้ี ที่สำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงภาวการณ์ด้านแรงงาน นั่นคือหากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายย่อมส่งผล กระทบต่อความเป็นอยู่ของลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน และส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน และเกิดปัญหา ตามมา ซึ่งเมื่อพิจารณาอัตราการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานของสถานประกอบการ ในจังหวัดต่อจำนวนสถานประกอบการที่ผ่านการตรวจทั้งหมดของจังหวัดไตรมาส 2 ปี 2566 มีสถานประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว พบว่า มีอัตราลดลงร้อยละ 25.42 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสท่ีแล้ว ทั้งนี้การปฏิบัติไม่ถกู ต้องตามกฎหมายคุ้มครอง แรงงานส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง สิทธิการลา การจ่ายค่าจ้าง และข้อบังคับ อย่างไรก็ตามได้มีการออกคำสั่ง ใหด้ ำเนินการแกเ่ จา้ ของสถานประกอบการเพื่อใหป้ ฏิบตั ใิ ห้ถกู ต้องตามกฎหมายต่อไป รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจังหวดั ลำพูน ไตรมาส 2/2566 20
สำหรับอัตราการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน พบว่า ไตรมาส 2 ปี 2566 มีสถานประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน โดยเมื่อเทียบกับ ไตรมาสทีแ่ ลว้ มีอัตราลดลง ร้อยละ 17.54 (แผนภมู ิที่ 9 และตารางที่ 12 (ภาคผนวก)) แผนภมู ิท่ี 9 อตั ราการไมป่ ฏบิ ัติตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน/ความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบกจิ การ ร้อยละ 50 42.37 42.42 37.21 40 31.51 29.55 30 20.93 27.78 10.81 25.42 20.0 21.74 18.18 17.54 20 13.21 11.43 10 6.67 13.64 10.20 0 00.00 1/2564 2/2564 3/2564 4/2564 1/2565 2/2565 3/2565 4/2565 1/2566 2/2566 อตั ราการไม่ปฏิบตั ิถกู ตอ้ งตามข้อกฎหมายคุ้มครองแรงงานของสถานประกอบกจิ การ อัตราการไม่ปฏบิ ัตติ ามความปลอดภยั ในการทางานของสถานประกอบกิจการ ทมี่ า : สำนักงานสวัสดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงานจังหวดั ลำพูน หมายเหตุ : 1.อตั ราการไม่ปฏบิ ัติตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน = สถานประกอบการที่ไม่ปฏบิ ัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานในจังหวัดx 100 ของสถานประกอบกจิ การในจงั หวดั สถานประกอบการที่ผ่านการตรวจคุ้มครองแรงงานในจังหวัด 2.อัตราการไมป่ ฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภยั = สถานประกอบกจิ การที่ไมป่ ฏบิ ตั ิตามกฎหมายความปลอดภยั ในการทำงานในจงั หวัดx 100 ในการทำงานของสถานประกอบกิจการในจังหวดั สถานประกอบการทีผ่ ่านกาตรวจความปลอดภัยในการทำงานในจังหวัด 8. อตั ราการเกิดข้อพพิ าทแรงงาน/ขัดแยง้ ในสถานประกอบการ การเกิดข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้งในสถานประกอบการ เป็นตัวบ่งชี้ท่ีสำคัญที่แสดงถึง ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง การเปลี่ยนแปลงของอัตราการเกิดข้อพิพาทแรงงานจะแสดงให้ เห็นถึงทิศทางของความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ว่ามีวามอันความสัมพันธ์อันดีต่อกันหรือ ไม่ มากน้อยเพียงใด การเกิดข้อพิพาทแรงงานนั้น มีผลมาจากการทีล่ ูกจ้างได้เรยี กร้องต่อนายจา้ งและหาก ไม่สามารถหาข้อยุติ หรือข้อตกลงกันได้ก็จะทำให้เกิดเป็นข้อพิพาทแรงงานขึ้น สำหรับอัตราสถาน ประกอบการที่เกิดข้อพิพาทแรงงานในจังหวัดลำพูนต่อสถานประกอบการ 100,000 แห่ง พบว่า ไตรมาส 1 ปี 2564 – ไตรมาส 2 ปี 2566 ไม่พบข้อพิพาทแรงงาน นั่นแสดงให้ว่าที่ผ่านมา นายจ้างและลูกจ้าง มคี วามสมั พันธอ์ ันดตี อ่ กนั (แผนภูมทิ ี่ 10 และตารางท่ี 13 (ภาคผนวก)) การเกิดข้อขัดแย้งในสถานประกอบการ ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง ที่มิใช่ ข้อพิพาทแรงงานตามกฎหมายแรงงาน เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญอีกตัวหนึ่งที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่าง นายจ้างและลูกจ้างได้ โดยอัตราการเกิดข้อขัดแย้งในสถานประกอบการต่อสถานประกอบการ 100,000 แห่ง ในไตรมาส 2 ปี 2566 ไม่พบข้อขัดแย้ง ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและ ลูกจ้างในจังหวัดอยู่ในระดับดีมาก อย่างไรก็ตามกระทรวงแรงงาน และทุกหน่วยงานในสังกัดได้ดำเนินการ ตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างอย่าง ต่อเน่ือง (แผนภูมิท่ี 10 และตารางท่ี 13 (ภาคผนวก)) รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดลำพนู ไตรมาส 2/2566 21
แผนภมู ทิ ่ี 10 อตั ราการเกิดขอ้ ขดั แยง้ แรงงานต่อสถานประกอบการ 100,000 แห่ง ร้อย4ล0ะ 37.94 30 20 10 00 000 00000 1/2564 2/2564 3/2564 4/2564 1/2565 2/2565 3/2565 4/2565 1/2566 2/2566 ทม่ี า : สำนักงานสวัสดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงานจงั หวัดลำพนู หมายเหตุ : 1.อตั ราการเกดิ ข้อพพิ าทแรงงงาน = สถานประกอบการที่เกดิ ขอ้ พพิ าททั้งหมดในจงั หวดั x 100,000 ตอ่ สถานประกอบการ 100,000 แหง่ สถานประกอบการท้ังหมดในจังหวัด 2.อัตราการเกดิ ข้อขดั แยง้ ต่อสถานประกอบการ = สถานประกอบกิจการท่ีเกิดข้อขัดแยง้ ท้งั หมดในจังหวัดx 100,000 100,000 แห่ง สถานประกอบการท้งั หมดในจังหวดั 9. อตั ราแรงงานท่เี ป็นผปู้ ระกันตนในจงั หวดั อัตราแรงงานที่เป็นผู้ประกันตนคิดจากจำนวนผู้ประกันตนของกองทุนประกันสังคมตามมาตรา 33 มาตรา 39 และ มาตรา 40 ตอ่ จำนวนผู้มงี านทำของสำนักงานสถิติแหง่ ชาติ เป็นอัตราท่ีแสดงให้เห็นว่า แรงงานไทย มีหลกั ประกนั การทำงานทด่ี ีมีความมนั่ คง ไตรมาส 2 ปี 2566 คดิ เป็นร้อยละ 65.97 ซง่ึ มีอตั รา ลดลงจากไตรมาสท่ีแล้ว อยูท่ ่ีร้อยละ 66.63 (แผนภูมิ 11 และตาราง ที่ 14 (ภาคผนวก)) แผนภมู ิท่ี 11 อตั ราแรงงานทเ่ี ป็นผ้ปู ระกันตนในจังหวัด 80 67.97 66.15 67.54 66.63 65.97 70 66.19 60 55.48 57.46 58.59 59.08 ้รอยละ 50 40 30 20 10 0 1/2534 2/2564 3/2564 4/2564 1/2535 2/2565 3/2565 4/2565 1/2566 2/2566 ไตรมาส/ปี ทมี่ า : สำนกั งานประกันสังคมจงั หวัดลำพูน ท่มี า : สำนักงานประกนั สังคมจังหวัดลำพูน หมายเหตุ : อตั ราแรงงานท่ีเป็นผู้ประกนั ตนในจงั หวดั = ผปู้ ระกนั ตน ม.33 ม.39 และ ม.40x 100 ผู้มีงานทำในจังหวัด รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจังหวัดลำพนู ไตรมาส 2/2566 22
สถานการณ์แรงงานจงั หวัด สถานการณ์แรงงานจังหวัดไตรมาส 2 ปี 2566 ช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน 2566 ขอนำเสนอ ข้อมลู ในประเด็นต่าง ๆ ตามลำดับคอื 1) กำลังแรงงาน/การมงี านทำ/การวา่ งงาน 2) การส่งเสรมิ การมีงาน ทำ 3) การพัฒนาศักยภาพแรงงาน 4) การคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการ 5) การประกันสังคม 6) ปัญหา ด้านแรงงานท่ีสำคัญ 7) ผลการดำเนินงานท่สี ำคญั ตามนโยบายรัฐบาล/นโยบายกระทรวงแรงงาน 1. กำลงั แรงาน/การมงี านทำ/การวา่ งงาน 1.1 โครงสร้างประชากร สำนักงานสถิติจังหวัดลำพูน ได้ดำเนินการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาส 2 ปี 2566 สรุปรายละเอียดได้ดังนี้ จังหวัดลำพูน มีประชากรที่อยู่ในวัยทำงานหรืออายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 328,736 คน (ชาย 156,041 คน หญิง 172,695 คน) จำแนกเป็น ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 234,013 คน (ชาย 124,441 คน หญิง 109,572 คน) ได้แก่ ผู้มีงานทำ 232,158 คน (ชาย 123,780 คน หญิง 108,378 คน) และผู้ว่างงาน 1,856 คน (ชาย 661 คน หญิง 1,194 คน) ขณะที่ผู้ไม่อยู่ในกำลังแรงงานมีจำนวน 94,723 คน (ชาย 31,600 คน หญิง 63,123 คน) จำแนกเป็น ผู้ทำงานบ้าน 23,646 คน เรียนหนังสือ 21,653 คน ยังเด็ก/ชรา ป่วย/พิการจนไม่สามารถทำงานได้ 44,023 คน และอื่น ๆ 5,401 คน (แผนภูมิที่ 12 และ ตารางที่ 15 (ภาคผนวก) แผนภูมทิ ่ี 12 โครงสร้างประชากรจังหวดั ลำพนู ไตรมาส 2 ปี 2566 ประชากรอายุ 15 ปขี ึ้นไป 328,736 คน (100%) ผอู้ ยใู่ นกำลังแรงงาน ผู้ไม่อยใู่ นกำลังแรงงาน 234,013 คน (71.19%) 94,723 คน (28.81%) ผู้มีงานทำ ทำงานบา้ น เรียนหนงั สือ 21,653 คน (22.86%) 232,158 (99.21%) 23,646 คน (24.96%) อนื่ ๆ คน (99.14%) ยงั เดก็ /ชรา ป่วย/พกิ าร 5,401 คน (5.70%) จนไม่สามารถทำงานได้ ผูว้ า่ งงาน 44,023 คน (46.48%) ทม่ี า : สำนกั งานสถติ จิ ังหวดั ลำพูน 1,856 คน (0.79%) 23 รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจงั หวดั ลำพนู ไตรมาส 2/2566
1.2 ผู้มีงานทำ หากศึกษาถึงระดับการศึกษาของผู้มีงานทำพบว่า ผู้มีงานทำส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 56,136 คน คิดเป็นร้อยละ 24.18 รองลงมาเป็นผู้มีการศึกษาระดับ มหาวิทยาลัย ,ต่ำกว่าประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น คือมีจำนวน 47,448 คน (ร้อยละ 20.44) 43,789 คน (ร้อยละ 18.86) และ 33,067 คน (ร้อยละ 14.24) ตามลำดับ (แผนภูมิที่ 13 และตารางที่ 16 (ภาคผนวก)) แผนภูมิท่ี 13 ผมู้ ีงานทำจังหวัดลำพนู จำแนกตามระดบั การศึกษา ไตรมาส 2 ปี 2566 มหาวิทยาลยั , ไมม่ กี ารศึกษา, 20.44% 8.10% ต่ากวา่ ประถมศึกษา, 18.86% มัธยมศกึ ษาตอน ประถมศกึ ษา, ปลาย, 24.18% 14.18% มธั ยมศกึ ษา ตอนต้น, 14.24% ทีม่ า : สำนักงานสถติ จิ งั หวัดลำพนู เมื่อพิจารณาผู้มีงานทำตามอาชีพใน ไตรมาส 2 ปี 2566 พบว่าอาชีพที่มีผู้ทำงานมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ 1) ผู้ปฏิบัติงานที่มีฝีมือในด้านการเกษตร และการประมง จำนวน 70,002 คน (รอ้ ยละ 30.15) 2) ผปู้ ฏบิ ตั กิ ารโรงงานและเครือ่ งจักร และผปู้ ฏิบตั งิ านดา้ นการประกอบ 39,787 คน (รอ้ ย 17.14) 3) พนักงานบรกิ ารและพนกั งานในรา้ นค้า และตลาด 34,959 คน (ร้อยละ 15.06) 4) ผู้ปฏิบัติงาน ด้านความสามารถทางฝีมือ และธุรกิจการค้าที่เกี่ยวข้อง 33,482 คน (ร้อยละ 14.42) 5) อาชีพขั้นพื้นฐานต่างๆ ในด้านการขาย และการใหบ้ รกิ าร 32,407คน (รอ้ ยละ13.96) แผนภมู ทิ ่ี 14 และตารางที่ 17 (ภาคผนวก) แผนภมู ิที่ 14 ผู้มงี านทำจงั หวดั ลำพูน จำแนกตามอาชีพ (5 อันดบั แรก) ไตรมาส 2 ปี 2566 อาชีพขั้นพ้นื ฐานตา่ งๆ ในด้านการขาย และการใหบ้ ริการ 32,407 ผ้ปู ฏิบตั งิ านดา้ นความสามารถทางฝมี อื และธรุ กจิ อ่นื ๆที่เกย่ี วขอ้ ง 33,482 ผู้ปฏบิ ตั กิ ารโรงงานและเครอ่ื งจักรและผปู้ ฏบิ ตั งิ านดา้ นการประกอบ 39,787 พนกั งานบรกิ ารและพนกั งานในรา้ นคา้ และตลาด 34,959 ผปู้ ฏิบตั ิงานทม่ี ีฝีมอื ในด้านการเกษตรและการประมง 70,002 0 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 60,000 70,000 80,000 หน่วยนับ:คน ทมี่ า : สำนกั งานสถิตจิ งั หวดั ลำพูน รายงานสถานการณด์ า้ นแรงงานจงั หวดั ลำพนู ไตรมาส 2/2566 24
สำหรับผู้มีงานทำ 232,158 คน พบว่า ทำงานในภาคเกษตรกรรม 92,769 คน คิดเป็นร้อยละ 39.96 ของผู้มีงานทำทั้งหมด ส่วนผู้ทำงานนอกภาคเกษตรกรรมมีจำนวน 139,389 คน (ร้อยละ 60.04 ของผู้มีงานทำทั้งหมด) ส่วนกลุ่มผู้ทำงานนอกภาคเกษตรกรรมจะทำงานในอุตสาหกรรมการผลิตมากที่สดุ 56,558 คนคดิ เป็นรอ้ ยละ 24.36 ของผู้มงี านทำนอกภาคเกษตร ของผู้ทำงานนอกภาคเกษตรกรรมทั้งหมด รองลงมาได้แก่ อุตสาหกรรมการขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ ฯ มี 26,539 คน ร้อยละ 11.43 ที่พักโรงแรม 10,871 คน ร้อยละ 4.68 การก่อสร้าง 12,287 คน ร้อยละ 5.29 และ การบรหิ ารราชการ 8,574 คน ร้อยละ 3.69 ตามลำดบั (แผนภมู ิท่ี 15 และตารางที่ 18 (ภาคผนวก)) แผนภูมทิ ่ี 15 ผมู้ ีงานทำจงั หวัดลำพนู จำแนกตามประเภทอตุ สาหกรรมนอกภาคเกษตรกรรม (5 อันดับ) ไตรมาส 2 ปี 2566 60,000 56,558 50,000 ห ่นวย ันบ : คน 40,000 26,539 30,000 20,000 12,287 10,871 8,574 10,000 0 การผลิต การกอ่ สรา้ ง การขายสง่ และการ ที่พกั แรม การบริหารราชการ ขายปลกี ท่มี า : สำนกั งานสถิตจิ ังหวดั ลำพนู ในดา้ นสถานภาพการทำงานของผู้มีงานทำ พบว่าสว่ นใหญท่ ำงานสว่ นตัวกล่าวคือ ร้อยละ 43.82 (101,728 คน) เป็นผู้ทีท่ ำงานส่วนตัว รองลงมาลูกจา้ งเอกชน และช่วยธุรกิจครัวเรือน ร้อยละ 32.61 (75,696 คน) และร้อยละ 15.32 (35,577 คน) ตามลำดบั สว่ นผมู้ ีงานทำที่มเี ป็นนายจา้ งมีน้อยทีส่ ุด รอ้ ยละ 1.10 (2,556 คน) (แผนภูมทิ ี่ 16 และตารางที่ 19 (ภาคผนวก)) แผนภูมิที่ 16 ผู้มีงานทำจงั หวัดลำพูน จำแนกตามสภาพการทำงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 นายจ้าง, 1.10% ลูกจ้างรัฐบาล, 7.15% ช่วยธรุ กจิ ครัวเรือน, 15.32% ลูกจา้ งเอกชน, 32.61% ทางานสว่ นตัว, 43.82% ทมี่ า : สำนกั งานสถิติจงั หวัดลำพูน รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจังหวดั ลำพนู ไตรมาส 2/2566 25
1.3 ผู้ว่างงาน การว่างงานในจังหวัดลำพูน มีผู้ว่างงาน จำนวน 1,856 คน หรือมีอัตราการว่างงาน ร้อยละ 0.79 (แผนภูมทิ ี่ 17) แผนภมู ิที่ 17 ผู้ว่างงานในจงั หวัดลำพนู จำแนกตามเพศ ไตรมาส 2 ปี 2566 ชาย , 661 คน 35.61% หญิง , 1,194 คน 64.33% ทมี่ า : สำนกั งานสถิติจงั หวัดลำพนู 1.4 แรงงานนอกระบบ สำหรบั แรงงานนอกระบบ ปี 2565 จากผลการศึกษาของสำนกั งานสถิติจังหวัดลำพูน พบว่า ปัจจบุ ัน มีผู้มีงานทำ ซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบมีจำนวนทั้งสิ้น 138,513 คน หากจำแนกตามอายุ พบว่า ส่วนใหญ่ เป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวน 40,343 คน (ร้อยละ 29.13) รองลงมา อยู่ในช่วงอายุ 55-59 ปี มีจำนวน 22,287 คน (ร้อยละ 16.09) และช่วงอายุ 50-54 ปี มีจำนวน 14,453 คน (ร้อยละ 10.43) (แผนภูมิที่ 18 และตารางที่ 20 (ภาคผนวก)) แผนภมู ิท่ี 18 แรงงานนอกระบบในจงั หวดั ลำพนู จำแนกตามช่วงอายุและเพศ ปี 2565 ชาย หญงิ 20,172 20,170 หน่วยนับ : คน 2,531 764 4,933 3,617 6,292 2,199 5,835 2,089 5,676 4,108 5,237 5,261 7,409 5,478 6,090 8,363 11,456 10,831 15 - 19 20 - 24 25 - 29 30 - 34 35 - 39 40 - 44 45 - 49 50 - 54 55 - 59 60 AND OVER ที่มา : สำนกั งานสถิตจิ ังหวัดลำพูน รายงานสถานการณด์ า้ นแรงงานจงั หวดั ลำพูน ไตรมาส 2/2566 26
สำหรับด้านการศึกษา พบว่าแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่มีการศึกษาอยู่ในระดับต่ำกว่า ประถมศึกษา มีจำนวน 43,936 คน (ร้อยละ 31.72) รองลงมาคือ ระดับประถมศึกษา จำนวน 23,992 คน (ร้อยละ 17.32) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 23,819 คน (ร้อยละ 17.20) (แผนภูมิที่ 19 และตารางท่ี 21 (ภาคผนวก)) แผนภมู ิท่ี 19 แรงงานนอกระบบในจังหวดั ลำพูน จำแนกตามระดบั การศกึ ษา ปี 2565 มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย อุดมศึกษา ไม่มี 17.20% 11.49% การศึกษา 9.26% มัธยมศกึ ษา ประถม ตอนตน้ ศกึ ษา ตา่ กว่า 13.01% 17.32% ประถมศึกษา 31.72% ทมี่ า : สำนกั งานสถติ ิจงั หวัดลำพูน หากพิจารณาแรงงานนอกระบบจำแนกตามอาชีพ พบว่า แรงงานนอกระบบมงี านทำในอาชีพต่าง ๆ สูงสุด 5 อันดับแรก อันได้แก่ 1) ด้านการเกษตรและประมง จำนวน 62,952 คน (ร้อยละ 45.45) 2) พนักงานบริการ จำนวน 26,643 คน (ร้อยละ 19.24) 3) อาชีพพื้นฐานต่าง ๆ จำนวน 24,582 คน (ร้อยละ 17.75) 4) ด้านความสามารถทางฝีมือ จำนวน 13,115 คน (ร้อยละ 9.47) และ 5) ผู้ปฏิบัติงาน โรงงานเครอื่ งจกั ร จำนวน 7,891 คน (ร้อยละ 5.70) (แผนภมู ทิ ี่ 20 และตารางท่ี 22 (ภาคผนวก)) แผนภูมทิ ่ี 20 ผูแ้ รงงานนอกระบบในจังหวดั ลำพนู จำแนกตามอาชพี (5 อันดบั แรก) ปี 2565 ผูป้ ฏิบัติงาน 7,891 โรงงานเครือ่ งจักร 26,643 พนักงานบรกิ าร ด้านการเกษตรและประมง 62,952 ด้านความสามารถทางฝมี ือ 13,115 อาชพี พื้นฐานตา่ ง ๆ 24,582 0 10000 20000 30000 40000 50000 60000 70000 ที่มา : สำนกั งานสถิติจงั หวัดลำพนู รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจงั หวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 27
2. การส่งเสรมิ การมีงานทำ 2.1 การจัดหางานในประเทศ ภารกิจการส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำ เป็นภารกิจหลักของกระทรวงแรงงาน ซึ่งดำเนินการ โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน นั่นคือ เป็นการส่งเสริมการมีงานทำในรูปแบบของการจัดหางาน ทั้งการหางานในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งการจัดหางานในจังหวัดลำพู น ไตรมาส 2 (เมษายน - มิถุนายน 2566) นั้น มีตำแหน่งงานว่างที่แจ้งผ่านสำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน ทั้งสิ้น จำนวน 1,216 อัตรา ซึ่งลดลงจากไตรมาสที่แล้ว เป็นจำนวน 401 อัตรา และในส่วนของ ผู้ลงทะเบียนสมัครงาน ไตรมาสนี้ พบว่า มีจำนวน 218 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว จำนวน 58 คน ขณะที่ผู้ที่ได้รับการบรรจุงานในไตรมาสนี้มีจำนวน 523 คน ซ่ึงเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว จำนวน 150 คน (แผนภมู ทิ ี่ 21 และตารางที่ 23 (ภาคผนวก)) แผนภมู ทิ ่ี 21 ตำแหน่งงานว่าง/ผสู้ มคั รงาน/การบรรจุงาน จงั หวดั ลำพูน ไตรมาส 2 ปี 2565 - ไตรมาส 2 ปี 2566 1800 1,617 1600 1400 1,216 1200 1,055 926 1000 815 800 714 677 580 665 701 600 372450 354368 403 388472 415 373 523 400 262 204 175 160 218 217 205 200 98 101 67 0 1/2564 2/2564 3/2564 4/2564 1/2565 2/2565 3/2565 4/2565 1/2566 2/2566 ตาแหนง่ งานว่าง (อัตรา) ผลู้ งทะเบียนสมัครงาน (คน) บรรจงุ าน (คน) ทม่ี า : สำนกั งานจัดหางานจงั หวดั ลำพนู สำหรับตำแหน่งงานว่างไตรมาสนี้ พบว่า เป็นเพศชาย จำนวน 98 อัตราและเป็นเพศหญิง จำนวน 42 อัตรา และไม่ระบุเพศ จำนวน 1,076 อัตรา การที่ตำแหน่งงานว่างงานส่วนใหญ่ไม่ได้ระบุเพศ แสดงให้ เห็นว่า สถานประกอบการหรือนายจ้างพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นงานลักษณะโดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องระบุ เพศเจาะจง นั่นคือไม่ว่าชายหรือหญิงก็สามารถทำงานได้เช่นกัน หรือไม่มีความแตกต่างในเรื่องเพศ ซึ่งเป็น ผลดีต่อนายจ้างประการหนึ่ง เนื่องจากจะมีผลดีในด้านการเพิ่มโอกาสในการคัดเลือก ได้มากกว่าการระบุเพศ เจาะจง (แผนภูมิที่ 22 และตารางท่ี 23 (ภาคผนวก)) เมื่อพิจารณาถึงจำนวนผู้มาลงทะเบียนสมัครงาน ไตรมาสนี้พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 218 คน เป็นเพศชาย จำนวน 89 คน และเป็นเพศหญิง 129 คน ส่วนการบรรจุงานมีผู้ได้รับการบรรจุให้มีงานทำ ทั้งสิ้น จำนวน 523 คน กล่าวคือผู้บรรจุงานที่เป็นเพศชายจำนวน 196 คน ขณะที่เป็นเพศหญิง จำนวน 327 คน โดยสัดส่วนของเพศหญิงจะได้รับการบรรจุงานมากกว่าเพศชาย (แผนภูมิ 22 และตารางที่ 23 (ภาคผนวก)) รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจงั หวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 28
แผนภูมทิ ่ี 22 ตำแหน่งงานวา่ ง/ผสู้ มคั รงาน/การบรรจุงาน จังหวดั ลำพนู จำแนกตามเพศ ไตรมาส 2 ปี 2566 ช ัอตรา/คน ชาย 98 หญงิ 42 ไมร่ ะบุ 1,076 บ ร ร จุ ง า น ( ค น ) 89 ทม่ี า : สำนกั งานจดั หางานจังหวดั ลำพนู 129 196 327 1200 1000 800 600 400 200 0 ตา แ ห น่ ง ง า น ว่ า ง ( อั ต ร า ) ผู้ ล ง ท ะ เ บี ย น ส มั ค ร ง า น (คน) ช่วงอายุที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ไตรมาสนี้ส่วนใหญ่ จะมีอายุ 18 – 39 ปี โดยที่อายุ 18-24 ปี ตลาดแรงงานมีความต้องการสูงสุดโดยมีตำแหน่งงานว่าง 453 อัตรา (ร้อยละ 37.25) รองลงมา คืออายุ 25 – 29 ปี จำนวน 316 อัตรา (ร้อยละ 25.99) และอายุ 30 – 39 ปี จำนวน 264 อัตรา (ร้อยละ 21.71) ขณะเดียวกันผู้สมัครงานส่วนใหญ่จะมีอายุ 18-24 ปี จำนวน 136 คน (ร้อยละ 62.39) รองลงมา เป็นผู้มีอายุ 25-29 ปี จำนวน 59 คน (ร้อยละ 27.06) และอายุ 30-39 ปี จำนวน 16 คน (ร้อยละ 7.34) ตามลำดบั ขณะท่ผี ้มู ีอายุ 18-24 ปี จะไดร้ ับการบรรจุงานสงู สดุ จำนวน 204 คน (ร้อยละ 39.01) รองลงมา คือช่วงอายุ 25-29 ปี จำนวน 143 คน (ร้อยละ 27.34) และอายุ 30-39 ปี จำนวน 125 คน (ร้อยละ 23.90) (แผนภูมิท่ี 23 และตารางท่ี 24 (ภาคผนวก)) แผนภมู ิท่ี 23 ตำแหนง่ งานว่าง/ผสู้ มคั รงาน/การบรรจงุ าน จังหวดั ลำพนู จำแนกตามช่วงอายุ ไตรมาส 2 ปี 2566 1800 1,617 1600 1400 1,216 1200 1,055 926 665 1000 815 714 677 580 701 800 523 600 372450 354368 262 403 388472 415 373 218 400 101 175 160 200 217 204 205 98 67 0 1/2564 2/2564 3/2564 4/2564 1/2565 2/2565 3/2565 4/2565 1/2566 2/2566 ตาแหน่งงานวา่ ง (อัตรา) ผูล้ งทะเบียนสมคั รงาน (คน) บรรจุงาน (คน) ที่มา : สำนกั งานจัดหางานจงั หวัดลำพนู รายงานสถานการณด์ า้ นแรงงานจงั หวดั ลำพนู ไตรมาส 2/2566 29
สำหรับตำแหน่งงานว่างตามระดับการศึกษาไตรมาสนี้พบว่า ตำแหน่งงานว่างมากกว่าร้อยละ 87.39 เป็นตำแหน่งงานในระดับต่ำกว่าระดับ ปวช./ปวส./อนปุ ริญญา สำหรับระดบั ปริญญาโท มีความต้องการ น้อยมาก โดยเม่อื พิจารณารายละเอยี ดพบวา่ ตำแหนง่ งานวา่ งระดับทตี่ ้องการสงู สดุ คอื ระดบั ปวช./ปวส./ อนุปริญญา มีความต้องการร้อยละ 44.24 (538 อัตรา) รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 30.84 (375 อัตรา) ระดับปริญญาตรี มีความต้องการร้อยละ 12.50 (152 อัตรา) และระดับประถมศึกษาและ ต่ำกวา่ รอ้ ยละ 12.34 (150 อตั รา) ตามลำดบั แสดงให้เหน็ ว่าขณะน้ีตลาดแรงงานในจังหวัดลำพูน มีความ ต้องการคนในระดับปวช./ปวส./อนุปริญญามากที่สุด ขณะที่ผู้สมัครงานไตรมาสนี้ส่วนใหญ่เปน็ ผู้ท่ีมีการศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 47.71 (104 คน) รองลงมาเป็น ระดับปวช./ปวส./อนุปริญญา ร้อยละ 26.15 (57 อัตรา) และระดับปริญญาตรี 22.48 (49 อัตรา) ขณะที่ผู้บรรจุงานระดับมัธยมศึกษา มีการบรรจุงานมากที่สุด มีร้อยละ 54.68 (286 คน) รองลงมา ระดับ ปวช./ปวส./อนุปริญญา มีร้อยละ 29.45 (154 คน) และ ระดับปริญญาตรี รอ้ ยละ 10.52 (55 คน) ตามลำดับ (ตารางที่ 25 (ภาคผนวก) ประเด็นที่น่าสังเกต คือ ตำแหน่งงานว่างทุกระดับการศึกษามีสัดส่วนสูงกว่าผู้สมัครงาน แสดงให้ เห็นว่าตลาดแรงงานมีความต้องการแรงงานทั้งในระดับมัธยมศึกษา และระดับ ปวช./ปวส./อนุปริญญา เป็นจำนวนมาก ฉะนั้น ระบบการศึกษาต้องเร่งผลิตคนทั้งในระดับมัธยมศึกษา และระดับ ปวช./ปวส./ อนุปริญญา รองรับตลาดแรงงานควบคู่กับการสร้างค่านิยมในเรื่องการศึกษาให้เยาวชนเห็นคุณค่าของ การศกึ ษาระดบั ปวช./ปวส./อนปุ รญิ ญา ว่าไม่ไดด้ ้อยไปกวา่ ระดับปรญิ ญาตรี และยังสามารถหางานได้มาก และง่ายกว่า เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานมากกว่านั่นเอง ที่ผ่านมาเยาวชนมีค่านิยมและ ให้ความสำคัญกับการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีสูงมาก เมื่อตำแหน่งงานว่างไม่สอดคล้องกับระดับ การศึกษาของผู้สมัครงานท่ีจบ จึงส่งผลต่อการทำงานต่ำระดบั การศึกษาตามมา ดา้ นอาชพี พบวา่ ไตรมาสนี้อาชีพทีม่ ีตำแหน่งงานวา่ งสงู สุด 5 อนั ดับแรกคอื 1) อาชีพงานพื้นฐาน ได้แก่ อาชีพด้านการขายและการให้บริการ เช่น ผู้จำหน่ายสินค้า อาหาร ผู้ส่งเอกสาร เป็นต้น 611 อัตรา (ร้อยละ 50.25) 2) ผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ฝีมือในธุรกิจต่างๆ 411 อัตรา (ร้อยละ 33.80) 3) ช่างเทคนิคและ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง 73 อัตรา (ร้อยละ 6.0) 4) เสมียน เจ้าหน้าที่ 65 อัตรา (ร้อยละ 5.35) 5) ผู้ประกอบ วิชาชีพด้านต่าง ๆ 23 อัตรา (ร้อยละ 1.89) สำหรับอาชีพที่มีผู้สมัครงานสูงสุด คือ อาชีพงานพื้นฐาน จำนวน 172 คน (ร้อยละ 78.90) รองลงมาคือ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่าง ๆ จำนวน 18 คน (ร้อยละ 8.26) และเสมยี น เจา้ หนา้ ท่ี จำนวน 11 คน (ร้อยละ 5.05) สว่ นการบรรจุงาน มีการบรรจุงานในอาชพี งานพื้นฐาน สูงสุดเชน่ กัน จำนวน 458 คน (รอ้ ยละ 87.57) รองลงมาคอื ผ้ปู ฏิบตั งิ านโดยใช้ฝีมือในธรุ กิจต่างๆ 18 คน (รอ้ ยละ 3.44) เสมยี น เจ้าหนา้ ที่ จำนวน 17 คน (ร้อยละ 3.25) และผู้ประกอบวชิ าชพี ด้านต่าง ๆ จำนวน 11 คน (รอ้ ยละ 2.10) (ตารางที่ 26 (ภาคผนวก) หากศึกษาในด้านอุตสาหกรรมพบว่า อุตสาหกรรมที่มีตำแหน่งงานว่างสูงสุด 5 อันดับแรกใน ไตรมาส 2 ปี 2566 คือ 1) การผลิต 706 อัตรา (ร้อยละ 58.06) 2) การขายส่ง ขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ 452 อัตรา (ร้อยละ 37.17) 3) กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ 13 อัตรา (ร้อยละ 1.07) 4) การศึกษา 5 อัตรา (ร้อยละ 0.41) และ 5) ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร , การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากัน 4 อัตรา (ร้อยละ 0.33) ซึ่งสอดคล้องกับ การบรรจุงานที่พบว่า อุตสาหกรรมทบี่ รรจุงานได้สูงสุด คอื การผลิต 425 คน (รอ้ ยละ 81.26) รองลงมาคือ การขายสง่ การขายปลีก 44 คน (ร้อยละ 8.41) และกิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ 38 คน (ร้อยละ 7.27) (ตารางท่ี 27 (ภาคผนวก)) รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจังหวดั ลำพนู ไตรมาส 2/2566 30
2.2 แรงงานต่างดา้ ว 2.2.1 คนตา่ งดา้ วท่ไี ด้รับอนุญาตทำงานตาม พรก. การบรหิ ารการจัดการการทำงานของ คนตา่ งด้าว พ.ศ. 2560 และฉบบั ท่ี 2 พ.ศ. 2561 จำนวนคนตา่ งด้าวทไ่ี ดร้ ับอนุญาตทำงานคงเหลอื จำนวน 13,713 คน จำแนกเป็นกลุ่มตา่ ง ๆ ดงั นี้ 1. คนต่างด้าวตลอดชีพ ได้แก่ คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และ ทำงานตามประกาศของคณะปฏิบัติ ฉบบั ที่ 322 ลงวนั ที่ 13 ธนั วาคม 2515 จำนวน - คน 2. คนต่างด้าวมาตรา 59 ประเภททั่วไป ได้แก่ คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจกั รเปน็ การชั่วคราวตามกฎหมายวา่ ด้วยคนเข้าเมืองโดยมิใช่ไดร้ ับ อนุญาตให้เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยว หรือผู้เดินทางผ่าน และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง จำนวน 212 คน 3. คนต่างด้าวมาตรา 59 พิสูจน์สัญชาติ ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และ กัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมืองได้รับผ่อนผันให้ทำงานและอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ตามมติ คณะรัฐมนตรี ไดผ้ ่านการพสิ ูจน์สัญชาตแิ ละปรับสถานะการเข้าเมืองถูกกฎหมายเรยี บร้อยแลว้ จำนวน - คน 4. คนต่างด้าวมาตรา 59 นำเข้าตาม MOU ได้แก่ คนตา่ งด้าวสญั ชาติเมยี นมา ลาว และ กมั พูชาทเ่ี ข้ามาทำงานตามความตกลงระหวา่ งรัฐบาลไทย กบั รฐั บาลประเทศต้นทาง จำนวน 501 คน 5. คนต่างด้าวมาตรา 62 ประเภทส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้ามาทำงาน ในราชอาณาจกั รตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการสง่ เสรมิ การลงทนุ กฎหมายปิโตเลยี ม หรือกฎหมายอืน่ จำนวน 329 คน 6. คนต่างด้าวมาตรา 63 ประเภทชนกลุ่มน้อย ได้แก่ คนต่างด้าวที่ไม่ได้รับสัญชาติไทย ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และกระทรวงมหาดไทยได้ออกเอกสารเพื่อรอพิสูจน์สถานะยื่นขอใบอนุญาต ทำงาน จำนวน 1,381 คน 7. คนต่างด้าวมาตรา 64 ได้แก่ คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่เข้ามา ทำงานบริเวณชายแดนในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาลในพื้นที่ความตกลงว่าด้วยการสัญจรข้ามแดน ระหวา่ งราชอาณาจักรไทยกับประเทศท่ีติดกบั ราชอาณาจักรไทย จำนวน - คน หมายเหตุ : แรงงานตา่ งด้าว 4 สัญชาติ ตามมาตรา 63/2 ตามมติ ครม. 5 กรกฎาคม 2565 จำนวน 11,290 คน แผนภมู ิท่ี 24 แรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายจังหวดั ลำพนู จำแนกตามประเภทการไดร้ ับอนญุ าต ไตรมาส 2 ปี 2566 0.57 1.82 0.05 6.57 ญีป่ ุ่น 14.80% 0.47 0.47 14.80 ไทยใหญ่ 71.96% 0.57 จนี 2.71% อนิ เดยี 0.57% 2.71 องั กฤษ 0.47% อเมรกิ นั 0.47% 71.96 จนี ไตห้ วนั 0.57% ทมี่ า : สำนกั งานจดั หางานจงั หวัดลำพูน ฟลิ ปิ นิ ส์ 1.82% ออสเตรเลีย 0.05% สัญชาติอ่นื ๆ 6.57% รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจงั หวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 31
เมื่อศึกษาแรงงานต่างด้าวเฉพาะประเภททั่วไปและส่งเสริมการลงทุน มีจำนวนรวม 1,838 คน โดยพิจารณาตำแหน่งงานที่ทำ พบว่า อาชีพที่คนต่างด้าวทำมากที่สุด 5 อาชีพ ได้แก่ อาชีพงานพื้นฐาน ร้อยละ 75.35 รองลงมา เป็น อาชีพช่างเทคนิคและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 9.41, ผู้ประกอบ วิชาชีพด้านต่าง ๆ ร้อยละ 6.91 ,ผู้บัญญัติกฎหมายข้าราชการระดับอาวุโสและผู้จัดการ ร้อยละ 6.31 และผ้ปู ฏบิ ัติงานในโรงงาน ผ้คู วบคมุ เคร่ืองจักรและผปู้ ฏบิ ัติงานดา้ นการประกอบการ รอ้ ยละ 1.09 ตัวเลข ดงั กล่าวแสดงใหเ้ ห็นว่าในการส่งเสริมการลงทนุ จากตา่ งประเทศนัน้ ประเทศที่เปน็ เจ้าของทุนจะส่งผู้บริหาร ผปู้ ระกอบวิชาชีพ (ผู้เชย่ี วชาญ) ชา่ งเทคนิค ภาครัฐจงึ ควรส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่แรงงานไทย ซงึ่ จะทำให้แรงงานไทยสามารถพัฒนาศกั ยภาพให้มีขีดความสามารถในการแขง่ ขันเพิ่มขึ้นได้ (แผนภมู ิท่ี 25 และตารางที่ 29 (ภาคผนวก) แผนภูมทิ ่ี 25 แรงงานด้าวประเภททั่วไป (มาตรา 59) และส่งเสริมการลงทนุ (มาตรา 62) จังหวดั ลำพูน จำแนกตาม ประเภทอาชีพที่เข้ามาทำงาน (5 อันดบั แรก) ไตรมาส 2 ปี 2566 ผู้ปฏิบัตงิ านในโรงงาน 20 ผูป้ ระกอบวิชาชพี ดา้ นตา่ งๆ 127 ชา่ งเทคนคิ 173 ผบู้ ญั ญัติกฏหมาย 116 อาชีพืน้ ฐาน 1,385 0 200 400 600 800 1,000 1,200 1,400 1,600 ทม่ี า : สำนกั งานจัดหางานจังหวดั ลำพนู 2.3 แรงงานไทยในตา่ งประเทศ 2.3.1 การแจ้งความประสงค์เดนิ ทางไปทำงานต่างประเทศผ่านสำนักงานแรงงานจังหวัด แรงงานไทยที่ลงทะเบียนไปทำงานต่างประเทศในไตรมาสนี้จำนวน 97 คน เมื่อเปรียบเทียบ กับไตรมาสที่แล้ว พบว่า มีจำนวนลดลงคิดเป็นร้อยละ 36.60 (ไตรมาส 1/2566 จำนวน 153 คน) ผ้แู จ้งความประสงค์ไปทำงานต่างประเทศ เป็นเพศชาย จำนวน 69 คน เพศหญงิ จำนวน 28 คน ส่วนใหญ่ เป็นผู้มีการศึกษาระดับปวช. ปวส. ปวท. อนุปริญญา จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 42.27 รองลง คือ ระดับปริญญาตรี จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 32.99 และระดับมัธยมศึกษา จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 22.68 ตามลำดับ (แผนภูมิท่ี 26 ตารางที่ 30 (ภาคผนวก)) ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าแรงงาน ส่วนใหญ่ที่นิยมไปทำงานต่างประเทศจะเป็นแรงงานระดับล่าง หรือไร้ฝีมือซึ่งอาจจะมีผลมาจากประเทศ เหล่านั้นขาดแคลนแรงงานไร้ทักษะฝีมือ เช่น งานก่อสร้าง กรรมกร หรือผู้รับใช้ในบ้านนั่นเอง และ หากแรงงานเหล่าน้ีออกไปทำงานตา่ งประเทศกส็ ง่ ผลให้แรงงานใน จงั หวดั ลำพูน ขาดแคลนแรงงานตามมา รายงานสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 32
แผนภูมทิ ่ี 26 แรงงานไทยที่ลงทะเบียนแจ้งความประสงคเ์ ดินทางไปทำงานต่างประเทศ จังหวดั ลำพนู จำแนกตามระดับการศึกษา ไตรมาส 2 ปี 2566 ประถมศกึ ษา, 2 คน ,2.06% ปริญญาตรี, 32 คน มธั ยมศึกษา, 22 คน ,32.99% ,22.68% ปวช. ปวส. ปวท. อนปุ รญิ ญา,41 คน ,42.27% ท่มี า : สำนกั งานจัดหางานจงั หวดั ลำพูน 2.3.2 แรงงานไทยที่ไดร้ บั อนุมัติไปทำงานต่างประเทศ ในส่วนของการอนุญาตใหไ้ ปทำงานต่างประเทศไตรมาส 2 ปี 2566 พบว่า มจี ำนวนท้ังสิ้น 90 คน คิดเป็นร้อยละ 92.78 ของผู้แจ้งความประสงค์ไปทำงานต่างประเทศ และหากพิจารณาตามวิธี การเดินทางพบว่า ส่วนใหญ่เป็นประเภท Re-Entry คือกลับไปทำงานอีกครั้งหนึ่งโดยการต่ออายุสัญญา ซึ่งมีจำนวน 48 คน (ร้อยละ 53.33) รองลงมาคือ ประเภทนายจ้างพาไปฝึกงาน จำนวน 21 คน (ร้อยละ 23.33) , นายจ้างพาไปทำงาน จำนวน 18 คน (รอ้ ยละ 20.0) และเดินทางด้วยตนเอง จำนวน 3 คน (ร้อยละ 3.33) (แผนภมู ทิ ่ี 27 และตารางท่ี 31 (ภาคผนวก)) แผนภูมิท่ี 27 แรงงานไทยจังหวดั ลำพนู ที่ได้รบั อนุมตั เิ ดินทางไปทำงานตา่ งประเทศ จำแนกตามวิธีการเดินทาง ไตรมาส 2 ปี 2566 นายจา้ งพาไปทางาน Re-Entry 21 คน 23.33% 48 คน 53.33% นายจา้ งพาไปฝกึ งาน 18 คน 20.0% เดนิ ทางดว้ ยตนเอง,3 คน 3.33% ท่ีมา : สำนกั งานจดั หางานจังหวดั ลำพนู รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจงั หวดั ลำพนู ไตรมาส 2/2566 33
เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับไตรมาสที่แล้ว พบว่า ผู้ได้รับอนุญาตให้ไปทำงานต่างประเทศ ในภาพรวมไตรมาสนี้มีสดั ส่วนเพ่ิมข้ึนจากไตรมาสท่ีแลว้ จำนวน 9 คน (ไตรมาส 1/2566 จำนวน 81 คน) แรงงานไทยเดินทางไปทำงานตามที่ได้รับอนุญาตในไตรมาส 2 ปี 2566 ส่วนใหญ่จะไปทำงาน ในภูมิภาคเอเชียมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 42 คน รองลงมาคือ ประเทศไต้หวัน จำนวน 14 คน และประเทศเกาหลใี ต้ จำนวน 13 คน จำแนกเปน็ ภูมิภาคเอเชีย มจี ำนวน 78 คน คิดเป็นร้อยละ 86.67 รองลงมาเป็น ตะวันออกกลาง จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 10.0 และภูมิภาคอื่นๆ จำนวน 3 คน คิดเปน็ ร้อยละ 3.33 ของแรงงานไทยทไ่ี ปทำงานต่างประเทศท้ังหมด 3. การพฒั นาศกั ยภาพแรงงาน ในรอบไตรมาส 2 ปี 2566 (เดือนเมษายน - มิถุนายน 2566) ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำพูน ได้ดำเนินการฝึกอบรมพัฒนาผู้ใช้แรงงานในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การฝึกเตรียมเข้าทำงานการฝึกยกระดับ ฝีมือแรงงาน และการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพฝีมือแรงงานไทยให้มีมาตรฐานฝมี อื ทดั เทียมประเทศตา่ ง ๆ ขณะเดียวกันเป็นการพฒั นาทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยภาพรวมของการฝกึ ต่าง ๆ (ตารางท่ี 33 (ภาคผนวก)) หากพิจารณาตามกลุ่มอาชีพ พบว่า มีผู้เข้ารับการฝึกเตรียมเข้าทำงาน 38 คน เป็นกลุ่มอาชีพ ช่างเครื่องกล 25 คน (ร้อยละ 55.56) รองลงมา ธุรกิจและบริการ 12 คน (ร้อยละ 26.67) และ ช่างอุตสาหกรรมศิลป์ 1 คน (ร้อยละ 2.22) ของผู้เข้ารับการฝึกเตรียมเข้าทำงานทั้งหมด สำหรับผู้ผ่านการฝึก พบว่า กลุ่มอาชีพดังกล่าวข้างต้นจะผ่านการฝึกเตรียมเข้าทำงานในเดือนกรกฎาคม 2565 (แผนภูมิที่ 28 และตารางท่ี 33 (ภาคผนวก)) แผนภูมิที่ 28 การฝกึ เตรียมเขา้ ทำงานและผา่ นการฝึกในจงั หวัดลำพนู จำแนกตามกลุ่มอาชีพ ไตรมาส 2 ปี 2566 25 25 ห ่นวย ันบ :คน 20 15 12 10 5 0 0 10 0 ธรุ กจิ และบรกิ าร ชา่ งอุตสาหกรรมศลิ ป์ ชา่ งอุตสาหกรรมศิลป์ ผูเ้ ขา้ รับการฝกึ เตรยี มเขา้ ทางาน (คน) ผู้ผ่านการฝึกเตรยี มเขา้ ทางาน (คน) ที่มา : สำนกั งานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพนู รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจงั หวัดลำพนู ไตรมาส 2/2566 34
สำหรับการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน พบว่า มีผู้เข้ารับการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานทั้งสิน้ 282 คน พิจารณาตามกลุ่มอาชีพที่ฝึก ได้แก่ ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ มีการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน สูงสุด 85 คน (ร้อยละ 30.14) รองลงมา ช่างเครื่องกล จำนวน 66 คน (ร้อยละ 23.40) และ ชา่ งอตุ สาหกรรมศลิ ป์ จำนวน 60 คน (ร้อยละ 21.28) ตามลำดบั สำหรบั ผูผ้ ่านการฝึกยกระดบั ฝมี อื แรงาน มจี ำนวน 282 คน (แผนภูมิที่ 28 และตารางท่ี 33 (ภาคผนวก)) แผนภูมิท่ี 28 การฝกึ ยกระดบั ฝมี อื แรงงานและผ่านการฝึกยกระดับฝีมือแรงงานในจังหวดั ลำพูน จำแนกตามกลมุ่ อาชพี ไตรมาส 2 ปี 2566 หน่วยนับ : คน90 ผเู้ ข้ารบั การฝกึ เตรยี มเข้าทางาน (คน) 5080 ผผู้ ่านการฝกึ เตรยี มเขา้ ทางาน (คน) 5070 6660 6650 8540 8530 6020 6010 0 21 21ช่ า ง อุ ต ส า ห ก า ร ช่ า ง เ ค รื่ อ ง ก ล ช่ า ง ไ ฟ ฟ้ า ช่ า ง อุ ต ส า ห ก ร ร ม ศิ ล ป์ ธุ ร กิ จ แ ล ะ บ ริ ก า ร อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ ฯ ทีม่ า : สำนกั งานพฒั นาฝแี รงงานลำพูน ส่วนการทดสอบมาตรฐานฝีมอื แรงงานซึง่ พบว่า มีผู้เข้ารับการทดสอบ 45 คน พบว่า กลุ่มอาชีพ ที่มีการทดสอบมากที่สุด คือ กลุ่มอาชีพช่างเครื่องกล 30 คน คิดเป็นร้อยละ 66.67 และกลุ่มช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ 15 คน (ร้อยละ 33.33) สำหรับผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน 44 คน (แผนภูมิที่ 30 และตารางท่ี 33 (ภาคผนวก)) แผนภูมิที่ 29 การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานในจังหวัดลำพูน จำแนกตามกลมุ่ อาชพี ไตรมาส 2 ปี 2566 หน่วยนับ : คน35 ผู้เข้ารบั การทดสอบ (คน) 30 ผผู้ า่ นการทดสอบ (คน) 3025 1520 ช่ า ง ไ ฟ ฟ้ า อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ ฯ 15 3010 145 0 ช่ า ง เ ค ร่ื อ ง ก ล รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจังหวดั ลำพูน ไตรมาส 2/2566 ท่มี า : สำนกั งานพัฒนาฝีมอื แรงงานลำพูน 35
การฝึกเสรมิ ทกั ษะฝีมือแรงงาน พบว่า มผี เู้ ขา้ รบั การฝึกเสรมิ ทกั ษะฝีมือแรงงาน 150 คน พบว่า เป็นกลุ่มอาชีพธุรกิจและบริการที่มีการฝึกมากที่สุด 60 คน คิดเป็นร้อยละ 40.0 รองลงมา ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ 55 คน คิดเป็นร้อยละ 36.67 และช่างก่อสร้าง 35 คน คิดเป็นร้อยละ 23.33 โดยมผี ู้ผา่ นการฝกึ เสริมทกั ษะ จำนวนทง้ั สน้ิ 150 คน (แผนภมู ทิ ่ี 31) และตารางท่ี 33 (ภาคผนวก)) แผนภูมทิ ่ี 30 การฝึกเสริมทกั ษะฝีมือแรงงานและผ่านการฝึกเสริมทกั ษะฝมี อื แรงงานในจังหวัดลำพนู จำแนกตามกลุ่มอาชพี ไตรมาส 2 ปี 2566 ผเู้ ขา้ รับการฝกึ เสริมทักษะ (คน) 70 ผูผ้ ่านการฝกึ เสรมิ ทกั ษะ(คน) หน่วย ันบ : คน 3560 35 5550 55 6040 60 30 20 10 0 ก่ อ ส ร้ า ง ช่ า ง ไ ฟ ฟ้ า อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ ฯ ธุ ร กิ จ แ ล ะ บ ริ ก า ร ท่มี า : สำนกั งานพัฒนาฝีมือแรงงานลำพนู 4. การคุม้ ครองแรงงานและสวสั ดกิ าร 4.1 การตรวจแรงงาน กระทรวงแรงงานนอกจากจะมีภารกิจด้านการส่งเสริมการมีงานทำ การพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อยกระดับฝีมือให้เป็นที่ยอมรับของตลาดแรงงาน และทัดเทียมมาตรฐานสากลแล้ว อีกภารกิจหนึ่งท่ี เกิดขึ้นต่อเนื่องภายหลังการส่งเสริมให้คนมีงานทำแล้วคือ ภารกิจด้านการคุ้มครองลูกจ้าง ให้ได้รับความ เปน็ ธรรมในการทำงานโดยสำนักงานสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงานจังหวดั ลำพนู เปน็ หน่วยงานท่มี บี ทบาท ในการคุ้มครองผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงาน ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เพอ่ื ไม่ให้ถูกเอารดั เอาเปรยี บจากนายจ้างโดยมีจดุ มุ่งหมายสูงสุด คอื ให้มีคุณภาพชีวติ ที่ดีข้ึน ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมกับฝ่ายนายจ้าง กล่าวคือไม่โอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ทั้งนี้ มาตรการที่จะช่วยให้ผู้ใช้แรงงานได้รับรายได้และสวัสดิการที่เป็นธรรมเพียงพอต่อการดำรงชีวิต รวมถึง ได้รับการคุ้มครองแรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้คือการตรวจสถานประกอบการเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้ แรงงานได้รับการปฏิบัติและดูแลตามกฎหมาย ขณะเดียวกันจะเป็นมาตรการในการกระตุ้นให้ สถานประกอบการเอาใจใสด่ ูแลลูกจ้างของตนใหม้ ากขึน้ อกี ด้วย รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจงั หวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 36
สำหรับในไตรมาส 2 ปี 2566 สำนกั งานสวัสดกิ ารและคุม้ ครองแรงงานจังหวดั ลำพูน ได้ดำเนนิ การ ตรวจสถานประกอบการทั้งสิ้น 44 แห่ง มีลูกจ้างที่ผ่านการตรวจหรือได้รับการคุ้มครองรวม 1,434 คน จำแนกเป็นชาย 600 คน (ร้อยละ 41.84 ของลูกจ้างที่ตรวจทั้งหมด) หญิง 834 คน (ร้อยละ 58.16 ของ ลูกจ้างที่ตรวจทั้งหมด) ซึ่งสถานประกอบการที่ตรวจส่วนใหญ่เป็นเป็นสถานประกอบการ (ขนาด 10-19 คน) จำนวน 15 แห่ง ร้อยละ 34.09 รองลงมา (20-49 คน) จำนวน 12 แห่ง รอ้ ยละ 27.27 และ(ขนาด 5-9 คน) จำนวน 6 แห่ง ร้อยละ 13.64 โดยสถานประกอบการส่วนใหญ่ ร้อยละ 70.45 (จำนวน 31 แห่ง) ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่สถานประกอบการที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย มีร้อยละ 29.55 (จำนวน 13 แหง่ ) (ตารางท่ี 34 (ภาคผนวก)) เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบอัตราการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานจำแนก ตามขนาดสถานประกอบการ พบวา่ สถานประกอบการท่ีปฏบิ ัติไมถ่ ูกต้อง ไดแ้ ก่ ขนาด 20-49 คน จำนวน 6 แห่ง (ร้อยละ 46.15) รองลงมา ขนาด 10-19 คน จำนวน 4 แห่ง (ร้อยละ 30.77) , ขนาด 5-9 คน จำนวน 2 แห่ง (รอ้ ยละ 15.38 ) และขนาด 50-99 คน จำนวน 1 (รอ้ ยละ7.69) ตามลำดบั (ตารางท่ี 34 (ภาคผนวก) สำหรับสถานประกอบการที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จำนวน 6 แห่ง ซึ่งมีบางแห่งมีเรื่องที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องหลายเรื่อง โดยพบว่า เรื่องที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องมีทั้งสิ้น 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องสิทธิการลา, การจ่าย ค่าจ้าง และข้อบังคับ ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากัน จำนวน 2 แห่ง ร้อยละ 33.33 ตามลำดับ (แผนภมู ทิ ่ี 31 และตารางท่ี 36 (ภาคผนวก)) แผนภมู ิท่ี 31 เร่อื งท่สี ถานประกอบการในจังหวัดลำพูน ปฏบิ ตั ิไม่ถูกตอ้ งตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 2.5 222 2 ห ่นวย ันบ : แ ่หง 1.5 1 0.5 0 สทิ ธิการลา การจ่าย ค่าจ้าง ขอ้ บังคบั ทีม่ า : สำนกั งานสวสั ดกิ ารและคุ้มครองแรงงานจงั หวดั ลำพูน เมื่อพิจารณาตามประเภทอุตสาหกรรม พบว่า อุตสาหกรรมที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ได้แก่ การผลิต, การขายส่ง การขายปลีก ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากัน จำนวน 4 แห่ง ร้อยละ 30.77 รองลงมา การก่อสร้าง และการขนสง่ ซง่ึ มสี ดั ส่วนเทา่ กัน จำนวน 1 แหง่ รอ้ ยละ 7.69 (แผนภูมทิ ่ี 32 และตารางท่ี 35 ภาคผนวก) รายงานสถานการณด์ า้ นแรงงานจังหวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 37
แผนภูมิท่ี 32 ประเภทอุตสาหกรรมในจงั หวดั ลำพนู ปฏิบตั ไิ มถ่ กู ต้องตามกฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 4.5 4 4 4 3.5 หน่วยนับ : แ ่หง 3 2.5 2 1.5 1 1 1 การขนส่ง 0.5 0 การผลติ การขายสง่ ขายปลกี การก่อสร้าง ทีม่ า : สำนกั งานสวสั ดิการและคมุ้ ครองแรงงานจังหวดั ลำพนู เมื่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน ตรวจพบว่า สถานประกอบการ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จะมีการดำเนินการเพื่อให้สถานประกอบการนั้นปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามกฎหมายแรงงาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ลูกจ้าง ได้แก่ การแนะนำให้ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง การออกหนงั สอื เชิญพบ การออกคำส่ังใหด้ ำเนนิ การ การเปรยี บเทยี บปรบั หรือการส่งเรือ่ งดำเนนิ คดี ท้ังน้ี การจะดำเนินการในลักษณะใดจะพิจารณาตามความรุนแรงของปัญหา จากตัวเลขข้างต้นพบว่าเรื่องที่ ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 13 แห่ง อัตราปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานของ สถานประกอบกิจการ ร้อยละ 29.55 ได้แก่ สิทธิการลา การจ่ายค่าจ้าง และข้อบังคับ การดำเนินการของ เจ้าหน้าที่สำหรับสถานประกอบการที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานส่วนใหญ่จึงเป็น ไปในทางการออกคำส่งั ให้ดำเนนิ การแก่เจา้ ของสถานประกอบการ เพอื่ ปฏบิ ัตใิ หถ้ ูกต้องตามกฎหมายตอ่ ไป 4.2 การตรวจความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับการตรวจความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งเป็นเครื่องมือในการคุ้มครองดูแลความ ปลอดภัย อาชีวอนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทำงานของลูกจ้าง นอกจากนก้ี ารตรวจความปลอดภัยใน การทำงานยังเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ดำเนินการเพื่อกระตุ้นส่งเสริมให้เจ้าของสถานประกอบการเห็น ความสำคัญ และตระหนักถงึ เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน เพราะหากการทำงานมีความปลอดภัยย่อม ส่งผลถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ของผู้ใช้แรงงานตามมา เมื่อคนงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี จะทำงานอย่างมีความสุข และจะส่งผลต่อผลผลิตทีเ่ พิ่มสูงขึ้นของสถานประกอบการอันนำไปสู่ผลกำไรตามมาน่ันเอง ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 สำนักงานสวัสดิการและคุม้ ครองแรงงานจังหวัดลำพนู ได้ดำเนนิ การตรวจความปลอดภัยใน สถานประกอบการทั้งสิ้น 57 แห่ง ลูกจ้างที่ผ่านการตรวจทั้งสิ้น 15,291 คน โดยในไตรมาสนี้ มีการตรวจสถานประกอบการลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ร้อยละ 3.51 แห่ง (ไตรมาส 1 ปี 2566 ตรวจ 59 แห่ง) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว 4,503 คน (ไตรมาส 1 ปี 2566 ลูกจ้างผ่านการตรวจ 10,788 คน) (ตารางท่ี 37 (ภาคผนวก)) รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจังหวัดลำพนู ไตรมาส 2/2566 38
ประเภทอุตสาหกรรมที่มีการตรวจความปลอดภัยในการทำงานสูงสดุ ในไตรมาส 2 ปี 2566 ได้แก่ ประเภทการผลิต จำนวน 21 แห่ง ร้อยละ 36.84 ของสถานประกอบการที่ตรวจทั้งหมด รองลงมาคือ การขายสง่ การขายปลกี ฯ จำนวน 18 แห่ง ร้อยละ 31.58 และการไฟฟ้า กา๊ ซ และการประปา จำนวน 6 แหง่ รอ้ ยละ 10.53 (และตารางที่ 38 (ภาคผนวก)) แผนภมู ทิ ่ี 33 ประเภทอุตสาหกรรมในจังหวัดลำพูน ปฏิบตั ไิ ม่ถกู ต้องตามกฎหมายความปลอดภยั ในทท่ี ำงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 4.5 4 4 ห ่นวยนับ : แ ่หง 3.5 3 3 2.5 2 1.5 111 1 0.5 0 ท่มี า : สำนกั งานสวสั ดิการและค้มุ ครองแรงงานจังหวดั ลำพนู ประเภทอุตสาหกรรมท่ีมีอตั ราการปฏบิ ตั ิไม่ถูกต้องตามกฎหมายความปลอดภยั ในการทำงานสูงสุด ในไตรมาส 2 ปี 2566 ได้แก่ ประเภทการผลิต จำนวน 4 แห่ง ร้อยละ 40.0 รองลงมาคือ การขายส่ง การขายปลกี ฯ จำนวน 3 แห่ง คิดเปน็ รอ้ ยละ 30.0 และการก่อสร้าง การขนส่ง และข้อมลู ข่าวสารและการ สื่อสาร ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากัน จำนวน 1 แห่ง ร้อยละ 10.0 ตามลำดับ (แผนภูมิที่ 33 ตารางที่ 42 (ภาคผนวก)) การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในส่วนของสถานประกอบการที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายความ ปลอดภัยในการทำงาน ประกอบไปด้วยการให้คำแนะนำในวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง การออกคำสั่งให้ส่ง เอกสาร เรียกพบ ปรับปรุง หรือหยุดการใช้เครื่องจักร รวมทั้งการส่งเรื่องดำเนินคดี ทั้งนี้ ในบางแห่งอาจ มีการดำเนินการมากกวา่ 1 กรณี สำหรบั ไตรมาส 2 ปี 2566 ซง่ึ พบวา่ มสี ถานประกอบการปฏบิ ตั ไิ มถ่ ูกต้อง ตามกฎหมายความปลอดภัย จำนวน 10 แหง่ ส่วนใหญจ่ ะดำเนินการออกคำสง่ั ให้ปรับปรงุ จำนวน 10 แห่ง (รอ้ ยละ 100.0) ของการปฏิบตั ิไมถ่ กู ตอ้ งทง้ั หมด รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจังหวดั ลำพูน ไตรมาส 2/2566 39
แผนภมู ิท่ี 34 การดำเนนิ การของเจา้ หนา้ ท่ีสำหรบั สถานประกอบการทปี่ ฏิบตั ิไม่ถกู ต้องตามกฎหมายความปลอดภยั ในทท่ี ำงาน ไตรมาส 2 ปี 2566 ออกคาส่ังใหป้ รับปรุง , 10 แหง่ 100% ทีม่ า : สำนกั งานสวัสดิการและคมุ้ ครองแรงงานจังหวดั ลำพูน 4.3 การแรงงานสัมพนั ธ์ 4.3.1 องค์การนายจ้าง/ลกู จ้าง นอกเหนือจากภารกิจด้านการคุ้มครองแรงงานและดูแลด้านความปลอดภัย ทั้งแก่ลูกจ้างและ นายจ้างแล้ว กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน ยังมีภารกิจ ในการส่งเสรมิ และพัฒนาระบบแรงงานสัมพันธใ์ ห้เหมาะสมและสอดคล้องกับเศรษฐกจิ สังคม เพื่อป้องกัน ความขัดแย้ง และเสริมสร้างความร่วมมือที่ดีต่อกันระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างสันติสุขในวงการแรงงาน ให้นายจ้างและลูกจ้างมีทัศนคติที่ดีต่อกันใน การทำงาน เพราะหากนายจ้าง ลูกจ้างมีความเข้าใจกันเป็นอย่างดีย่อมไม่เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้น เมื่อปัญหา ข้อขัดแย้งไม่มีพลังในการขับเคลื่อนงานหรือทีมงานก็จะดีนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตหรือเพิ่มผลิตภาพใน การปฏิบัตงิ าน ลกู จา้ งหรอื ผู้ใชแ้ รงงานมีความสุขในการทำงานคุณภาพชีวิตย่อมดีขน้ึ ขณะเดียวกันนายจ้าง ก็มีความสุขเนื่องจากมผี ลผลิตเพิม่ ขึ้นเป็นผลกำไรตามมา ทั้งนี้ ในกลุ่มของนายจ้างและลูกจ้างจะมีการตง้ั องค์การเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนตนเอง โดยเมื่อพิจารณาในส่วนองค์การนายจ้าง ไตรมาส 2 ปี 2566 พบว่า มีองค์กรนายจ้าง 1 แห่ง คือ สมาคมนายจ้าง ในส่วนองค์การลูกจ้าง จำนวน 1 แห่ง คือ สหภาพ แรงงานรัฐวสิ าหกจิ (ตารางท่ี 40 (ภาคผนวก) 4.3.2 ขอ้ เรยี กร้อง/ข้อพพิ าท/ขอ้ ขดั แยง้ ในจังหวัดลำพูน ไตรมาส 2 ปี 2566 สำหรับการเกิดข้อเรียกร้อง/ข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้งในช่วงไตรมาส 2 ปี 2566 ไม่พบข้อ เรียกรอ้ งใด ๆ ในสถานประกอบการ (ตารางที่ 41 (ภาคผนวก)) 4.4 สถานประกอบการและจำนวนผู้ใชแ้ รงงานจังหวัดลำพนู จงั หวัดลำพูน มสี ถานประกอบกิจการ จำนวน 2,722 แห่ง มีลูกจ้างรวม 80,561 คน จำแนกเป็น ชาย 37,608 คน เปน็ หญงิ 42,953 คน ดังน้ี • นคิ มอตุ สาหกรรมจังหวัดลำพูน จำนวน 66 แหง่ ลูกจา้ งรวม 34,089 คน • สวนอุตสาหกรรมสหพฒั นจ์ ังหวัดลำพนู จำนวน 23 แห่ง ลกู จา้ งรวม 13,081 คน • อน่ื ๆ จำนวน 2,633 แห่ง ลกู จา้ งรวม 33,391 คน รายงานสถานการณ์ดา้ นแรงงานจงั หวัดลำพูน ไตรมาส 2/2566 40
4.5 สวสั ดกิ ารแรงงาน กิจกรรมที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนอกเหนือจากการตรวจ สถานประกอบการเพื่อให้การคุ้มครองให้ผู้ใช้แรงงานตามที่ได้กล่าวมาแล้ว สำนักงานสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน ยังมีการส่งเสริมการจัดสวัสดิการแรงงานในสถานประกอบการ โดยใน ไตรมาส 2 ปี 2566 ได้ดำเนินการส่งเสริมให้สถานประกอบการจัดสวัสดิการในรูปแบบต่าง ๆ แก่ลูกจ้าง หรือผู้ใช้แรงงาน ดังนี้ 1) ส่งเสริมการให้บริการด้านสวัสดิการแรงงานนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด 35 แห่ง ลูกจ้างที่ได้รับการส่งเสริม 4,378 คน 2) ส่งเสริมการให้สถานประกอบการกิจการ เข้าร่วมโรงงาน สีขาว 5 แห่ง ลูกจ้างที่ได้รับการส่งเสริม 119 คน 3) ส่งเสริมให้ สปก. จัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบ กิจการ 2 แห่ง ลูกจ้างที่ได้รับการส่งเสริม 40 คน 4) มีการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสวัสดิการแรงงาน โดยการอบรมให้ความรู้แกน่ ายจ้าง ลูกจ้าง ผใู้ ช้แรงงาน 3 ครง้ั 109 คน และ 5) มกี ารจดั คาราวานแก้จน เพื่อให้บริการด้านสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 3 ครั้ง มีผู้ใช้แรงงานได้รับประโยชน์ 109 คน (ตารางท่ี 42 (ภาคผนวก)) สำนักสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน รายงานสถานการณ์การเลิกจ้าง ไตรมาส 2 ปี 2566 พบว่า มกี ารเลิกจ้าง จำนวน 1 แหง่ ลูกจา้ งท่ีไดร้ ับผลกระทบ จำนวน 6 คน ได้แก่ - การผลติ เพชรพลอยและโลหะมคี ่า สาเหตุ ปรบั ลดอัตรากำลังใหเ้ หมาะสมกับสภาพเศรษฐกจิ ส่วนบางสถานประกอบการใชก้ ฎหมายคมุ้ ครองแรงงาน มาตร 75 ทใี่ ห้พนักงานหยดุ งานแตย่ งั คง จา่ ยคา่ จา้ งในอัตรา 75% ของเงนิ เดือน และมีการกำหนดระยะเวลาการหยุดงานจนกวา่ จะมีคำสง่ั ซื้อเขา้ มา จำนวน 12 แห่ง ลูกจ้างทไี่ ด้รับผลกระทบ จำนวน 4,902 คน ได้แก่ - ผลิตอุปกรณ์กึ่งตัวนำและวงจรรวม การผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ซึ่งมิได้ จดั ประเภทไวใ้ นทอี่ ่นื แตกแตง่ และเคลอื บโลหะ รับชบุ เคลือบผิวโหละ และผลติ ผลติ ภัณฑ์แกว้ โดยมสี าเหตุ จากลูกค้าได้ลดยอดการสั่งซ้ือสินค้า ส่งผลต่อการปรับลดแผนการผลิต ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับตัว เพ่ือลดค่าใช้จา่ ย เพ่ือใหส้ อดคล้องกบั ความเปน็ จริงในการซอ้ื ของลูกจา้ ง จึงมีความจำเป็นตอ้ งหยดุ กิจการช่วั คราว สำนักงานประกันสังคมจังหวัดลำพูน รายงานสถานการณ์เลิกจ้าง ไตรมาส 2 ปี 2566 มีสถานประกอบการ ที่เลิกกิจการจำนวน 66 แห่ง ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง 173 คน ส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการขนาดเล็ก คือ ขนาด 1 – 9 คน โดยมีสัดส่วนร้อยละ 93.94 ของสถานประกอบการที่เลิกกิจการทั้งหมด (62 แห่ง) ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 120 คน คิดเป็นร้อยละ 69.36 ของจำนวนลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างทั้งหมด ขณะที่สถานประกอบการขนาด 10 คนขึ้นไปเลิกกิจการเพียงจำนวน 4 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 6.06 ของ สถานประกอบการที่เลิกกิจการท้ังหมด แต่มีสัดส่วนของผู้ถูกเลิกจ้างสูงถึง 53 คน คิดเป็นร้อยละ 30.64 ของลกู จา้ งทีถ่ ูกเลิกจา้ งท้ังหมด (แผนภูมิท่ี 35) รายงานสถานการณด์ ้านแรงงานจงั หวดั ลำพนู ไตรมาส 2/2566 41
แผนภูมทิ ี่ 35 สถานประกอบการที่เลิกกิจการ และลูกจ้างที่ถูกเลกิ จา้ งในจังหวดั ลำพนู จำแนกตามขนาด สถานประกอบการ ไตรมาส 2 ปี 2566 140 120 1-9 คน 120 10 คนขนึ้ ไป แห่ง/คน 100 62 80 4 60 53 สถานประกอบการ (แหง่ ) 40 20 0 ผู้ถูกเลกิ จ้าง (คน) ท่ีมา : สำนกั งานประกนั สังคมจังหวัดลำพนู เม่ือพจิ ารณาประเภทกจิ การที่มีการเลิกจา้ งสูงสุด 3 อันดับแรกเรยี งลำดบั ไดด้ งั น้ี 1) อ่นื ๆ จำนวน 29 แหง่ (ร้อยละ 43.94) 2) ร้านสินค้าเบ็ดเตลด็ การค้าอื่น ๆ จำนวน 17 แห่ง (ร้อยละ 25.76) 3) รา้ นขาย อาหาร โรงแรม ห้องเช่า จำนวน 10 แห่ง (ร้อยละ 15.15) ตามลำดับ หากพิจารณาลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง 3 อันดับแรกเรียงลำดับ ได้ดังนี้ 1) อื่น ๆ จำนวน 80 คน (ร้อยละ 45.98) 2) ร้านสินค้าเบ็ดเตล็ด การค้า อ่นื ๆ จำนวน 39 คน (ร้อยละ 22.41) 3) การก่อสร้าง จำนวน 36 คน (ร้อยละ 20.69) ตามลำดับ (แผนภมู ิ ที่ 36 และตารางที่ 44 (ภาคผนวก)) แผนภูมทิ ี่ 36 สถานประกอบการทีเ่ ลิกกจิ การ และลกู จ้างทถี่ กู เลิกจา้ งในจงั หวดั ลำพูน จำแนกตามประเภทกจิ การ ไตรมาส 2 ปี 2566 อน่ื ๆ 0 29 80 สถาบันการเงิน บรกิ ารด้านธุรกจิ 0 36 สถานประกอบการ (แห่ง) การก่อสร้าง 9 39 ผ้ถู กู เลกิ จา้ ง (คน) 10 60 70 80 90 รา้ นขายอาหาร โรงแรม ห้งอเช่า 18 30 40 50 17 คน/แห่ง ทม่ี า : สำนกั งานประกันสังคมจังหวดั ลำพูน ร้านสินคา้ เบ็ดเตล็ด การคา้ อ่ืน ๆ 10 การค้าเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า ยานพาหนะ 11 20 0 รายงานสถานการณด์ า้ นแรงงานจังหวดั ลำพูน ไตรมาส 2/2566 42
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111