นับตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน ปี 2564 จังหวัดล้ำพูนไม่พบคดีที่เก่ียวข้องกับกำรค้ำมนุษย์ โดยในปี 2565 จังหวัดล้ำพูนได้ด้ำเนินคดีค้ำมนุษย์และมีผู้เสียหำย จำกกำรค้ำมนุษย์ ตำมพระรำชบัญญัติป้องกันและ ปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ พ.ศ.2551 จ้ำนวน 3 รำย ดังนี้ 1) คดีค้ำมนุษย์กำรแสวงหำประโยชน์โดยมิชอบจำกกำร ผลิตและเผยแพร่วัตถหุ รือส่ือลำมกเดก็ มผี เู้ สยี หำยจำกกำรคำ้ มนษุ ยซ์ งึ่ มีภูมลิ ้ำเนำจังหวัดล้ำพูน เป็นเพศชำยอำยุต้่ำ กวำ่ 18 ปี จำ้ นวน 1 รำย 2) คดีค้ำมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นในพ้ืนที่อ่ืนแต่ผู้เสียหำยจำกกำรค้ำมนุษย์ซึ่งมีภูมิล้ำเนำจังหวัด ล้ำพูน จ้ำนวน 2 รำย ได้แก่ (1) แสวงหำประโยชน์โดยมิชอบจำกกำรผลิตและเผยแพร่วัตถุหรือส่ือลำมกเด็ก เป็น เพศหญงิ อำยุต่ำ้ กวำ่ 18 ปี จ้ำนวน 1 รำย และ (2) กำรแสวงหำประโยชน์ โดยมิชอบกำรค้ำประเวณี(ถูกหลอกลวง ไปคำ้ ประเวณปี ระเทศดไู บ) เปน็ เพศชำย(อำยุ 33 ปี) จำ้ นวน 1 รำย นอกจำกน้ียังมีคดีซึ่งผู้เสียหำยมีภูมิล้ำเนำจังหวัดล้ำพูน เม่ือได้ท้ำกำรสัมภำษณ์คัดแยกผู้เสียหำยแล้ว ไมเ่ ปน็ ผ้เู สียหำยจำกกำรคำ้ มนุษย์ แตเ่ ป็นคดที ีเ่ ก่ียวขอ้ งกับกำรละเมดิ ทำงเพศและกำรแสวงหำผลประโยชน์ผ่ำนทำง ออนไลนซ์ ่งึ เหตุเกิดขึ้นในพื้นท่ีอ่ืน จ้ำนวน 3 รำย ดังนี้ 1) คดีรีดเอำทรัพย์ ผู้เสียหำยเป็นเพศหญิงอำยุต้่ำกว่ำ 18 ปี จ้ำนวน 1 รำย (สง่ รูปภำพของเดก็ มำข่มขู่ ให้เด็กโอนเงินให้ เพอื่ แลกกับกำรลบภำพ) และ 2) ครอบครองสื่อลำมำก อนำจำร ผู้เสยี หำยเป็นเพศหญงิ อำยตุ ำ้่ กว่ำ 18 ปี จ้ำนวน 1 รำย (ถูกแฟนเก่ำแชร์ขำยภำพโป๊เปลือยของเด็กอยู่โซ เชียล) ผู้เสียหำยเป็นเพศชำย อำยตุ ่ำ้ กว่ำ 18 ปี จ้ำนวน 1 รำย (ถูกข่มขู่จะน้ำภำพถ่ำยโป๊เปลือย ไปประจำนและส่ง ตอ่ ให้บคุ คลอ่ืนหำกไม่ส่งเงินมำ) จะเห็นได้ว่ำสถำนกำรณ์กำรค้ำมนุษย์จังหวัดล้ำพูน ประจ้ำปี 2565 ถึงแม้พบกำรด้ำเนินคดีกำรค้ำ มนษุ ย์ และพบผู้เสียหำยจำกกำรค้ำมนษุ ย์ แต่ยังไมถ่ งึ เป็นปญั หำ ทมี่ ีควำมรุนแรงมำก ซ่ึงมีรูปแบบท่ีเปล่ียนแปลงไป จำกปี 2557 ที่เป็นคดีกำรแสวงหำประโยชน์โดยมิชอบกำรค้ำประเวณี เนื่องจำกปัจจุบันมีกำรปรับเปลี่ยนรูปแบบ หรือวิธีกำรท่ีแยบยลข้ึนเพ่ือให้สอดรับกระแสควำมเปล่ียนแปลงในทุกมิติ ทั้งทำงสังคม เศรษฐกิจ กำรเมือง และ เทคโนโลยี ซ่ึงควำมก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยีสำรสนเทศ เป็นสังคมโลกท่ีไร้พรมแดน เป็นช่องทำงให้เกิดกำรละเมิด ทำงเพศและแสวงหำผลประโยชน์ กำรลักลอบกระท้ำกำรชกั จูงบุคคลโดยเฉพำะเด็กที่รู้ไม่เท่ำทันภัยออนไลน์ รวมถึง ปัจจุบนั มีผู้ได้รับผลกระทบจำกปัญหำ กระบวนกำรทำงจิตวิทยำที่เรียกว่ำ กำรล่อลวง (หรือ grooming) ท้ำให้เด็ก เกิดควำมคุ้นเคยและมักจะแฝงเจตนำของกำรละเมิดและแสวงหำผลประโยชน์ทำงออนไลน์ไว้ในรูปแบบ ควำมสัมพันธ์เชิงชู้สำวกับเด็กวัยรุน่ โดยจุดเร่มิ ต้นตสี นทิ และสรำ้ งควำมไว้เนอื้ เชื่อใจกับเด็กท่ีหมำยตำเอำไว้ อีกส่วน ที่ท้ำให้กระบวนกำรเกิดผลส้ำเร็จคือกำรหลอกล่อด้วยของขวัญและสิ่งของที่เด็กชื่นชอบ เช่น เส้ือผ้ำ อำหำร หรือ โทรศัพท์เครื่องใหม่ จนถึงขั้นสุดท้ำยที่ใช้ควำมกลัวเป็นอ้ำนำจท้ำให้เด็กตกอยู่ในภำวะจ้ำยอมด้วยค้ำขู่ท่ีว่ำจะน้ำ เร่อื งรำวไปเผยแพร่ อันจะนำ้ ควำมอบั อำยมำสู่ตวั เองและครอบครัวภำยหลงั ได้ ถึงแม้จังหวัดล้ำพูน ไม่พบกำรกรท้ำควำมผิดที่เข้ำข่ำยกำรบังคับใช้แรงงำนหรือบริกำรหรือกำรค้ำ มนุษย์ด้ำนแรงงำน แต่ทุกภำคส่วนท่ีเก่ียวข้องยังคงเฝ้ำระวังและติดตำมสถำนกำรณ์ที่อำจก่อให้เกิด กำรกระท้ำ ควำมผิดดงั กล่ำว เนอ่ื งจำกจังหวัดล้ำพูนมีกำรขยำยตัวของภำคอุตสำหกรรม ผู้ประกอบกำรรำยใหม่ สถำนบันเทิง/ ร้ำนคำรำโอเกะ เพือ่ รองรบั กำรเจรญิ และขยำยตัวของเมอื ง ตลอดจนแนวโน้มกำรสง่ ออกผลผลิต ทำงกำรเกษตรที่มีปริมำณเพ่ิมขึ้น มุ่งเน้นกำรเป็นเมืองเกษตรสีเขียว ก่อให้เกิดปัญหำท่ีส้ำคัญ คือ ปัญหำกำรขำด แคลนแรงงำนในกลุ่ม Worker หรือกลุ่มแรงงำนไร้ฝีมือ พบว่ำมีแรงงำนข้ำมชำติลักลอบเข้ำเมืองโดยผิดกฎหมำย กำรล่อลวงเพ่ือแสวงประโยชนจ์ ำกกล่มุ แรงงำนข้ำมชำติ หรอื ถกู ล่อลวงมำจำกจังหวดั ใกลเ้ คียง รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่ือแสวงหำขอ้ บง่ ช้ี 1
ซ่ึงมีรูปแบบของกำรค้ำทำสท่ีเรียกว่ำModern Slavery หรือ ‘ทำสสมัยใหม่” คือ กำรที่บุคคลตก อยูใ่ นกำรแสวงหำประโยชน์จำกผ้อู ื่น ถูกควบคมุ ถูกบงั คบั ใช้งำน ไม่ว่ำจะเป็นท้ังชำย หญิง และเด็ก โดยที่บุคคลน้ัน ไมส่ ำมำรถปฏเิ สธไดห้ รือไมส่ ำมำรถไปจำกได้ เพรำะคุกคำม ถกู ใช้ควำมรนุ แรง มีกำรบีบบังคับ ถูกล่อลวง หรือมีกำร ใช้อำ้ นำจในทำงทผ่ี ิด ท้ำให้เสรภี ำพและสทิ ธสิ ว่ นบคุ คลถกู ลดทอนหรอื สญู เสยี ไป เสน้ ทำงกำรคำ้ มนุษยข์ องจังหวดั ล้ำพนู จำกกำรคดั แยกผ้ตู ้องสงสัยตกเป็นเหย่ือกำรคำ้ มนุษย์ในปี 2565 พบว่ำ เดินทำงมำจำกเส้นทำงกำร คมนำคมขนส่งทำงบก คือทำงรถโดยสำรประจ้ำทำง โดยผ่ำนทำงหลวงแผ่นดินหมำยเลข 11 (สำยซุปเปอร์ไฮเวย์ ล้ำปำง – เชยี งใหม่) และทำงหลวงแผ่นดินหมำยเลข 106 กำรมีเส้นทำงคมนำคมขนส่งที่เชื่อมโยงกับเมืองท่ีมีควำม ต้องกำรใชแ้ รงงำนเปน็ จ้ำนวนมำก หรือกำรมอี ำณำเขตตดิ ต่อใกล้เคียงกับจังหวัดชำยแดนก็เป็นอีกปัจจัยท่ีก่อให้เกิด ควำมเส่ียงต่อกำรค้ำมนุษย์ ที่จังหวัดล้ำพูนต้องเฝ้ำระวังอย่ำงต่อเน่ือง นอกจำกเส้นทำงกำรค้ำมนุษย์ของจังหวัด ล้ำพูน ท่ีเป็นเส้นทำงกำรคมนำคมแล้ว จำกสถิติกำรเกิดคดี และมีผู้เสียหำยจำกำรค้ำมนุษย์ และผู้เสียหำยท่ีถูก ละเมิดและแสวงหำประโยชน์ผ่ำนทำงออนไลน์ ดังท่ีได้กล่ำวมำแล้วน้ัน จังหวัดล้ำพูนจึงมีเส้นทำงกำรค้ำมนุษย์ เพ่มิ ข้นึ จำกเดิมอีก 1 เส้นทำง คือ ช่องทำงออนไลน์ต่ำงๆ ซึ่งเป็นช่องทำงท่ีจ้ำเป็นต้องเฝ้ำระวังและส่งเสริมกำรรับรู้ ถงึ ภยั ออนไลนใ์ หก้ บั กลมุ่ เส่ยี ง ในปี 2565 พบว่ำ จังหวัดล้ำพูน มีสถำนะเป็นท้ัง ทำงผ่ำนและปลำยทำง ของแรงงำนเข้ำมำ และ อยใู่ นรำชอำณำจักร โดยไม่ไดร้ บั อนญุ ำต เพื่อมำหำงำนท้ำ จำกสถิติกำรจับกุมแรงงำนต่ำงด้ำว ปี 2565 มีจ้ำนวน 269 รำย จำ้ แนกดงั น้ี 1. ทำงผ่ำน เพ่ือเดินทำงไปท้ำงำนจังหวัดอื่นๆ จ้ำนวน 237 รำย ซ่ึงเป็นแรงงำนที่เดินทำงเข้ำมำ ประเทศไทยโดยช่องทำงธรรมชำติและกำรลักลอบเข้ำเมืองแบบผิดกฎหมำย เดินทำงผ่ำนจังหวัดล้ำพูนเพื่อไปยัง จังหวดั อื่น ตำมคำ้ ชักชวนของเพอื่ นหรอื ญำตทิ ้ำงำนในประเทศไทย 2. ปลำยทำง ท่ีเข้ำมำท้ำงำนในจังหวัดล้ำพูน จ้ำนวน 32 รำย ซ่ึงเป็นแรงงำน ท่ีเดินทำงเข้ำมำ ประเทศไทยโดยช่องทำงธรรมชำติและกำรลักลอบเข้ำเมืองแบบผิดกฎหมำย เดินทำงเข้ำมำยังจังหวัดอื่นก่อน ท่ีจะ เดนิ ทำงเพ่ือเข้ำมำท่ีจังหวัดล้ำพูน เพื่อเข้ำมำเป็นแรงงำน ภำคเกษตรกรรมเนื่องจำกในฤดูเก็บเกี่ยวล้ำไยซึ่งเป็นพืช ผลผลิตทำงกำรเกษตรหลักของจังหวัดจ้ำเป็นต้องใช้แรงงำนจ้ำนวนมำกท้ำให้เกิดกำรเคลื่อนย้ำยและจ้ำงแรงงำน ตำ่ งด้ำวสงู ในช่วงนี้ รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพื่อแสวงหำข้อบ่งชี้ 2
กำรด้ำเนนิ งำน ข้อ ข้อเสนอแนะทีส่ ำ้ คัญต่อกำรด้ำเนินงำนปอ้ งกันและปรำบปรำมกำรคำ้ มนษุ ย์ ของประเทศไทย ด้ำเนนิ คดี 1 เพิ่มการดาเนินคดีและการตัดสินลงโทษท่ีเก่ียวกับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะกรณีการค้ามนุษย์ ดำ้ นด้ำเนินคดี ดา้ นการบังคับใชแ้ รงงาน ดำ้ นค้มุ ครอง ดำ้ นปอ้ งกนั ฝึกอบรมเจา้ หน้าทีแ่ ละการดาเนินการเพ่ือให้แน่ใจว่า มีการปฏิบัติตามแนวทางใหม่ในการ ดำ้ นด้ำเนินคดี 2 ดาเนินงานตามมาตร 6/1 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ดำ้ นคมุ้ ครอง 2551 และที่เพ่ิมเติม และการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เป็นไป ดำ้ นปอ้ งกัน ด้ำนดำ้ เนินคดี อย่างมีประสทิ ธิภาพ ดำ้ นด้ำเนนิ คดี 3 สร้างความม่ันใจว่าทีมสหวิชาชีพ (MDTs) มีเจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกอบรมและเป็นผู้มี ด้ำนคมุ้ ครอง ประสบการณ์ในการทางานคดีค้ามนษุ ย์เพ่อื เพม่ิ ประสิทธภิ าพของการคดั แยกผูเ้ สยี หาย ด้ำนปอ้ งกัน 4 สืบสวนสอบสวนเชิงรุกและดาเนินคดีกับเข้าหน้าที่ท่ีมีส่วนรู้เห็นและสนับสนุนการค้า มนุษยแ์ ละลงโทษผกู้ ระทาความผิดด้วยบทลงโทษที่เหมาะสม 5 ให้ผเู้ สียหาย โดยเฉพาะผู้ใหญม่ ีอสิ ระในการเดินทาง เขา้ -ออกสถานคมุ้ ครองและเขา้ ถงึ เคร่อื งมืออปุ กรณส์ ื่อสาร รวมถงึ ใหม้ ีการทบทวนอย่างตอ่ เน่ืองเพอ่ื ให้มั่นใจวา่ ผเู้ สียหายจะ ไมต่ ้องอยู่ในสถานค้มุ ครองนานเกนิ ความจาเปน็ รำยงำนกำรตรวจคัดกรองเพื่อแสวงหำขอ้ บง่ ช้ี 3
กำรด้ำเนนิ งำน ข้อ ขอ้ เสนอแนะทส่ี ้ำคญั ต่อกำรด้ำเนินงำนปอ้ งกันและปรำบปรำมกำรคำ้ มนษุ ย์ ของประเทศไทย ด้ำนป้องกัน 6 ตรวจสอบให้แน่ว่าเจา้ หน้าท่ีของรัฐใช้กระบวนการคานงึ ถึงบาดแผลทางจิตใจ (trauma-informed procedure) ด้ำนดำ้ เนินคดี ในระหว่างการสัมภาษณ์ผทู้ ี่อาจเปน็ ผูเ้ สยี หาย รวมถงึ ในระหว่างการตรวจแรงงาน ดำ้ นคุ้มครอง 7 ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการดาเนินการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) รวมถึงการดาเนินการตาม ระยะเวลาฟ้นื ฟไู ตรต่ รอง (Reflection Period) สาหรบั ผูเ้ สียหายเป็นไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ด้ำนค้มุ ครอง เพ่มิ ความตระหนักรูใ้ ห้กบั เจ้าหนา้ ทท่ี เ่ี ก่ียวข้องให้เข้าใจข้อบ่งช้ีการค้ามนุษย์ ให้มากข้ึน เช่น การใช้ภาระ ดำ้ นปอ้ งกัน 8 หน้ีบีบบังคับ (แรงงานขัดหนี้) การทางานล่วงเวลาท่ียาวนานการยึดเอกสารประจาตัว และการไม่จ่าย คา่ จ้าง ดาเนินการเพ่ือให้แน่ใจว่าสถานคุ้มครองท่ีดาเนินการโดยรัฐและ NGO ให้การดูแลผู้เสียหายโดยใช้ ดำ้ นค้มุ ครอง 9 กระบวนการทคี่ านึงถึงบาดแผลทางจติ ใจ (trauma-informed procedure) ทีเ่ หมาะสมตามสภาพของแต่ละ บคุ คล เชน่ ความช่วยเหลอื ทางกฎหมายและการดูแลดา้ นจติ ใจ และพัฒนานโยบายในการให้บรกิ ารผู้เสียหายใน สถานค้มุ ครองทกุ แหง่ ให้มีมาตรฐานเดยี วกัน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการละเมิดสิทธิด้านแรงงานและข้อรอ้ งทุกข์ของแรงงานต่างชาติทมี่ ขี อ้ บ่งชี้การบังคบั ใช้ ดำ้ นป้องกนั 10 แรงงานจะไดร้ บั การพิจารณาสอบสวนถึงความผิดฐานค้ามนุษย์ด้วย รวมทั้งบังคบั ใช้มาตรฐาน การปฏบิ ัติงาน (SOP) สาหรบั เจา้ หนา้ ที่แรงงานในการสง่ ตอ่ คดที ีม่ ีเหตุอันควรสงสัยได้วา่ เป็นการคา้ มนุษยด์ า้ น 1121ข1อ้ แปจขผายรู้รเสกงะาฝเดสงียสยพากึา้ถงชห่ิมนนคาอ่อานกใ์เกบยงขขหคาทคารา้้กอ้รุม้ารรวมบัดเคงว่บรสเกทรามเจงัขฎอนเดมีา้คน้างหาสอหไับสินเมดหนแนู่กใคาเ้วนิชนมร้ายดชิ คะแ้อื่ทใะาีแหดบพรท่ีแชลีต้แงวรพีลสี่ะงน่อ้อกะากำ้ผม่ผก(กนMคา้คูจู้าเสราะร้าัญDตียรไมคTดดหตนััดดsร้ าาษุแส่อ)ับยเยยแินกโนตอก์ลลำ่ิานกอะรงงากยผชโดสท่บู้าาากำ้ขงรตษังาเเอเคิใปนรทพนับจง็นินี่เส่ือ้าปใกทถชงงใี่ยรงาหา้กำาะวงนฎนน้แกกเคหจทนปาับุ้มามรศ่ใอ้กคแาจไภงรายลวทอการะ่ายงคยนัสซน้มาาแึ่งอมมีกเลกปนาาะร็นุรษปถชปยเารขฏ์วำโ้าติบดบถ่ายัตึงปงบเิชตฉรราาพำิกตมมาาิ แเะรกชนกตำ่นร่าวรณงอทคนๆาีกำ้ ุญงมาใไรานหดตคมุ้ษแใ้าหม่ใมยน้อ้วน์ อ่ากุษจกาะจยรไา์ มก่ กำรดำ้ เนินงำน ด้ำนค้มุ ครอง ด้ำนดดำ้ ำ้ เเนนินินคคดดี ี ดดำ้ น้ำคนุม้ ดค้ำรเอนงนิ คดี ดำ้ดน้ำปนอ้ คงุ้มกันครอง 13 2 บงั คดับาใเหน้มินกี งาราจนา่ ตยคามา่ จมา้ างเตปร็นป6ร/ะ1จาแรหว่มงพถงึรมะขี ร้อากชาบหนัญดญใหัตน้ ิปาย้อจงา้ กงเันปแ็นผลู้จะ่าปยรคา่าธบรปรมรเานมียกมาการรคจ้าา้ มงแนรงุษงยาน์ ตพา่.งศด.า้ ว ด้ำนป้องกัน และ2ใ5ห5้ล1กู จแา้ งลมะีสททิ ี่เธพิใน่ิมกเาตริมเกแ็บลเอะกกสาารรปครัดะแจยาตกัวผเู้เอสกียสหารากยาจราเงกินกแาลระคส้าญั มญนาุษจยา้ ง์ดข้าอนงตแนรเงองงาน เป็นไป ด้ำดนดดำ้ ดำ้ ้ำนำ้นนดเคนป้ำินุ้มเ้อนคคงดนิรกจีอคันำงกดขี ้อ1เส4น3อกสทลง่ เี่สับอปสส้จำรยรราคิม้ะาา่กัสญสงงนภมคบาขาีปยวก้ำพจารางแ้ามระตงวณสม้ดนโทิด่ันล์ในยสอ้ธใบก่ภิมจงงัาผแวาครก่พลาับท่ผทใใู้าเหชีมสงก้้ปียาสฎหนรหหะาควมยเดิาทชแยคี าศลใา้ชหะไมทผี้สพนู้รายมาษุ โ(ยาMดยรงย์เถาDพเนยTฉื่อกสsพฟเถ)พ้อาำมิ่มนงะีเคปกกจดารร้าีทระะหณมี่สทนเี ทิ์กจร้าาตธวรทนิภงคา่ีแไา้าทดพรมจุ้รงขนรังบอุษติ ำกงหยนกรา์โซดาอืรรึ่ยขงฝคไรม่ ึกมัดับขอ่ตู่จแผบ้อายิดเงรกลชกมยผังอแูเ้วบสลลยีนวะห่าโเจยาปะยบ็นถำูกผยฟู้มห้อี ลงัก “ด้ำนป้อดงำ้ กนันด”้ำ(เPนrินevคeดnี tion)4ตอ้ งเสรืบ่งขสับวเนคลส่อือนบกสำวรดนำ้ เเชนิงินรงุกำแนลเพะือ่ ดใาหเเ้ นกิดินผคลดสีกัมับฤเทขธ้า์ิอหยน่ำง้าเทปี่ท็นร่ีมูปีสธ่วรนรมรู้เแหล็นะรแวลดะเรส็วนภับำยสในตุน้คกวำามรทค้ำ้าทำย แกำลระอสบถอำนรมกเำพรอ่ืณสท์ รีม่ำ้ งเี ปกลำรยี่ รนับแรปใู้ ลหง้กจบั ึงเไจมด้ำน้กห้ำุษนหยำ้ นท์แด่ีผลแูป้ะนฏลวบิงทโตั ำทิงงษำกนผำดรู้กดำ้ รนำ้ ะเกนทำินารคงปำวอ้ นางใมกนันผลกดิ กั ำดษร้วณบยงัะบคขบัทอใลงชแง้แผโรทนงษงงำำทนนี่เ/หโหคมรราอื งะบกสรำมิกรำ“รQแuลiะcกkำWรคinำ้ ม”นเชุษน่ย์ด1้ำ)นโแครรงงงกำำนร 2) กำรจดัดำ้ ทน้ำดมำ้ เตนรินฐำคนดกี ำรปฏ5ิบัติงำในห้ผSู้เtสaยีnหdาaยrdโดOยpเฉeพraาtะinผgใู้ หPญrม่ocีอeิสdรuะrใeนก(าSรOเดPิน) ทกาำงรตเขรา้ว-จอคอัดกกสรถอางนเบค้ือุม้ งคตร้นองเพแลื่อะแเสขว้างถหึงำข้อบ่งช้ี ส้ำหรบั บดคุ ้ำคนลทคมี่มุ้ เี คหรตอุองันควรสงสยั ไดเว้ คำ่ รื่ออำงจมเอื ปอน็ ุปผกเู้ สรยีณหส์ ำ่อืยสจำากรกรำวรมแถสึงวใงหหม้ ำีกปารระทโยบชทนว์ดน้ำอนยแา่ รงงตงอ่ำนเนแือ่ รงงเพงำอ่ื นใบหัง้มคัน่ ับใจหวรา่ ือผกู้เำสรยีคห้ำมานยจุษะย์ด้ำน แแรกง้ไงขำเนพ่ิม3ดเ)ตำ้ ิโนมคปร4้อง)กงโำกครันรองบกรำมรหฝลึกักอสบูตรรมไมพเพต่น่ืออ้ักพงงอำัฒนยนเู่ใจนำ้ำทสหักถนษา้ำนะทกค่ีตำุม้ ำรคมครพัดอแรงะยนรกาำผนชู้เเบสกัญียินหคญำวัตยาิปจม้อำจกงากกเปันำน็รแคล้ำะมปนรุษำยบ์รป่วรมำกมับกทำรีมคส้ำหมวนิชุษำยช์ ีพพ.แศล. ะ๒5๕)๕โ๑ครแงลกะำทร่ี สนับสนุนภำรกิจกำรตรวจคัดกรองเพ่ือแสวงหำข้อบ่งช้ีเบ้ืองต้น เพื่อแสวงหำข้อบ่งช้ีส้ำหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็น ผเู้ สยี หำยจำกกำรแสวงหำประโยชนด์ ้ำนแรงำน แรงงำนบงั คบั หรอื กำรคำ้ มนษุ ย์ด้ำนแรงงำน รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพอ่ื แสวงหำขอ้ บง่ ช้ี 4
กำรค้ำมนษุ ยเ์ ปน็ หนงึ่ ในปัญหำอำชญำกรรมข้ำมชำติทม่ี ผี ลกระทบต่อควำมมั่นคงของประเทศ และ เปน็ ปรำกฏกำรณ์ส้ำคัญที่มีสำเหตุเก่ียวพันกับปัญหำเศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพำะควำมเจริญของประเทศ รัฐบำลจึง ได้มีควำมพยำยำมในกำรแก้ไขปัญหำดังกล่ำวอย่ำงจริงจังในกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ ทุกรูปแบบ นอกจำกนี้ ยังให้ควำมส้ำคัญกับกำรส่งเสริมควำมร่วมมือกับทุกภำคส่วนท้ังในประเทศ และต่ำงประเทศ ตลอดจน องคก์ ำรระหวำ่ งประเทศ จนทำ้ ใหส้ ถำนกำรณ์กำรคำ้ มนษุ ย์ของประเทศไทยดีข้นึ ตำมล้ำดับ ในปี พ.ศ. 2565 กระทรวงกำรต่ำงประเทศสหรัฐอเมริกำใต้เผยแพร่รำยงำนสถำนกำรณ์กำรค้ำ มนษุ ย์ ประจ้ำปี 2565 (TiP Report 2022) โดยประเทศไทยได้รับกำรจัดระดับให้อยู่ใน Triers แต่รำยงำนดังกล่ำว ยังมีข้อสังเกตว่ำแม้จะมีรำยงำนว่ำมีแรงงำนบังคับอย่ำงแพร่หลำยในกลุ่มแรงงำนต่ำงด้ำวหลำยอุตสำหกรรม ของ ประเทศไทย แต่กำรสัมภำษณ์ที่ไม่มีประสิทธิภำพและไม่ตรงกันในระหว่ำงกำรตรวจแรงงำน ท้ำให้มีแรงงำนที่เป็น ผู้เสียหำยจ้ำนวนมำกไม่ได้ถูกระบุตัว และมีข้อเสนอแนะให้มีกำรสืบสวนกำรกระท้ำ ควำมผิดฐำนค้ำมนุษย์ในกรณี กำรละเมิดสิทธิแรงงำนและข้อร้องเรียนของแรงงำนต่ำงด้ำวที่มีข้อบ่งชี้ว่ำเข้ำขำย เป็นแรงงำนบังคับ รวมถึง กำรบังคับใช้แนวทำงกำรส่งหำกรณีที่อำจเข้ำข่ำยกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน จำกพนักงำนตรวจแรงงำนไปยังทีม สหวิชำชพี และหน่วยงำนบงั คับใช้กฎหมำย กระทรวงแรงงำนซึ่งเป็นหน่วยงำนหลักในกำรด้ำเนินกำรป้องกันกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน มีกำรขับเคล่ือนกลไกกำรป้องกันและแก้ไขปัญหำกำรค้ำมนุษย์ท้ังในส่วนกลำงและส่วนภูมิภำค โดยส่วนกลำง ด้ำเนินกำรโดยส้ำนักงำนเลขำนุกำรศูนย์บัญชำกำรป้องกันกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน ส่วนภูมิภำคขับเคลื่อน โดยหน่วยงำนสังกัดกระทรวงแรงงำน ผ่ำนศูนย์ปฏิบัติกำรป้องกันกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำนจังหวัด รวมทั้ง ในปี 2566 กระทรวงแรงงำนได้ก้ำหนดให้หน่วยงำนในสังกัดน้ำแผนปฏิบัติกำรว่ำด้วยกลไกกำรส่งต่อระดับชำติ กำรบริหำรจัดกำรคดี และกำรช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหำยจำกกำรค้ำมนุษย์ และกำรบังคับ ใช้แรงงำนหรือบริกำร พ.ศ. 2465 และมำตรฐำนกำรปฏิบัติงำน (SOP) กำรตรวจคัดกรองเบื้องต้น เพ่ือแสวงหำข้อบ่งช้ีส้ำหรับบุคคลที่มี เหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำกกำรแสวงหำประโยชน์ ด้ำนแรงงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำมนุษย์ ดำ้ นแรงงำน ตำมพระรำชบญั ญัตปิ ้องกนั และปรำบปรำม กำรคำ้ มนษุ ย์ พ.ศ. 2553 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม มำตรำ 6/1 ไปบังคับไข้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภำพกำรปฏิบัติงำน ดังนั้น จึงเห็นควรด้ำเนินโครงกำรสนับสนุนภำรกิจกำรตรวจคัด กรองเพ่อื แสวงหำขอ้ บง่ ช้เี บ้อื งตน้ เพอื่ แสวงหำขอ้ บ่งชี้ส้ำหรับบุคคลท่มี ีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำก กำรแสวงหำประโยชน์ ด้ำนแรงงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน เพื่อให้สำมำรถระบุตัวผู้เสียหำย จำกกำรบังคับ ใช้แรงงำนหรือบรกิ ำร และกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำนจงั หวดั ล้ำพูน รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพอ่ื แสวงหำข้อบ่งช้ี 5
2.1 แสวงหำข้อบ่งช้ีส้ำหรับบุคคลท่ีมีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำย จำกกำรแสวงหำ ประโยชน์ด้ำนแรงงำน แรงงำนบงั คับ หรอื กำรค้ำมนษุ ย์ด้ำนแรงงำน 2.1 เพื่อตรวจคัดกรองสถำนประกอบกำรโดยกำรนำ้ มำตรฐำนกำรปฏิบตั ิงำน (SOP) กำรตรวจ คัดกรองเบ้ืองต้นเพื่อแสวงหำข้อบ่งชี้ส้ำหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำกกำรแสวงหำ ประโยชน์ด้ำนแรงงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน ตำมพระรำชบัญญัติป้องกัน และปรำบปรำม กำรค้ำมนษุ ย์ พ.ศ.2551 และทแี่ ก้ไขเพิม่ เตมิ มำตรำ 6/1 มำใช้ 2.3 เพอื่ ดำ้ เนนิ กำรส่งตอ่ ตำมแผนปฏบิ ตั ิกำรวำ่ ดว้ ยกลไกกำรส่งต่อระดับชำติ กำรบริหำรจัดกำรคดี และกำรช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหำยจำกกำรค้ำมนุษย์ และกำรบังคับใช้แรงงำนหรือบริกำร พ.ศ. 2565 กรณีพบผู้ ที่อำจเป็นผูเ้ สียหำย สถำนประกอบกิจกำรกลุ่มเสี่ยง จำ้ นวน 20 ครัง้ /แห่ง ลูกจำ้ ง จำ้ นวน 200 คน 4.1 ก้ำหนดสถำนประกอบกำรที่อำจมีกำรถูกบังคับใช้แรงงำนหรือบริกำร และกำรค้ำมนุษย์ ดำ้ นแรงงำน โดยพจิ ำรณำตำมแนวทำงกำรกำรกำ้ หนดสถำนประกอบกำรทอี่ ำจเขำ้ ข่ำยกำรถูกบังคับใชแ้ รงงำน หรือ บริกำร หรือกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน และก้ำหนดจ้ำนวนเป้ำหมำยในกำรตรวจบูรณำกำรร่วมกัน หน่วยงำนท่ี เกี่ยวข้อง เช่น ส้ำนักงำนสวัสดิกำรและคุ้มครองแรงงำนจังหวัด ส้ำนักงำนจัดหำงำนจังหวัด ปกครองจังหวัด ส้ำนักงำนพฒั นำสังคมและควำมมน่ั คงของมนษุ ย์จังหวัด ตรวจคนเข้ำเมืองจังหวัด กองอ้ำนวยกำรรักษำควำมมั่นคง ภำยใน (กอ.รมน.) ฯลฯ ส่วนภูมิภำค โดยมีแนวทำงกำรตรวจ คัดกรองแรงงำนในสถำนประกอบกำร ซึ่งไม่จ้ำกัด เพียงแรงงำนต่ำงด้ำวท่ีอยู่ในงำนภำคประมงเท่ำน้ัน แต่รวมไปถึงแรงงำนสัญชำติอื่น รวมสัญชำติไทย ในกิจกำร ประเภทอ่ืน ๆ เช่น ภำคเกษตร กิจกำรประมง ต่อเน่ือง ฯลฯ 4.2 บูรณำกำรออกตรวจคัดกรองเพ่ือแสวงหำข้อบ่งช้ีส้ำหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจ เป็นผูเ้ สียหำยจำกกำรแสวงหำประโยชนด์ ำ้ นแรงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน โดยใช้แบบตรวจ คัดกรองเบ้ืองต้น กำรบังคับใช้แรงงำนหรือบริกำร และกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน กระทรวงแรงงำน (ตำม พระรำชบัญญัติป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ พ.ศ. 2551 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม) (แบบ รบ. 1) ร่วมกับ หน่วยงำนท่ีเกี่ยวข้อง เช่น ปกครองจังหวัด ส้ำนักงำนพัฒนำสังคมและควำมม่ันคงของมนุษย์จังหวัด ตรวจคนเข้ำ เมืองจังหวัด กองอ้ำนวยกำรรักษำควำมม่ันคงภำยใน (กอ.รมน.) ฯลฯ (เจ้ำหน้ำที่ส้ำนักงำนแรงงำนจังหวัดทุกคนท่ี ได้รับมอบหมำยจำกแรงงำนจังหวัดสำมำรถเข้ำร่วมทีมสหวิชำชีพ เพื่อคัดแยกผู้เสียหำยจำกกำรบังคับใช้แรงงำน หรือบรกิ ำร และกำรคำ้ มนุษยด์ ำ้ นแรงงำนได้ ยกเว้นจำ้ งเหมำบริกำร) อย่ำงน้อยตัง้ แต่ 2 หนว่ ยงำนขนึ้ ไป 4.3 ส้ำนักงำนแรงงำนจังหวัดรำยงำนผลกำรด้ำเนินงำนพร้อมผลงบประมำณ แบบตำมตำรำง แผนปฏิบัติงำน ภำยในวนั ที่ 5 ของทกุ เดือน ในรปู แบบไฟล์ pdf ผำ่ น E-mail: [email protected] รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพือ่ แสวงหำขอ้ บ่งชี้ 6
2 พฤษภำคม – 15 กนั ยำยน 2566 จังหวัดล้ำพูน งบประมำณรำยจ่ำยประจ้ำปีงบประมำณ พ.ศ. ๒๕๖๖ (งบกลำง) รำยกำรเงินส้ำรองจ่ำยเพ่ือ กรณฉี กุ เฉินหรอื จ้ำเป็น จำ้ นวน 78,000 บำท (เจด็ หมื่นแปดพนั บำทถว้ น) 1. ตวั ชว้ี ัดเชิงปรมิ ำณ (1) มีแผนบูรณำกำรตรวจคัดกรองเพื่อแสวงหำข้อบ่งชี้เบ้ืองต้น เพื่อแสวงหำข้อบ่งช้ีส้ำหรับ บุคคล ทม่ี เี หตุอนั ควรสงสัยได้ว่ำอำจเปน็ ผู้เสียหำยจำกกำรแสวงหำประโยชน์ด้ำนแรงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำ มนษุ ยด์ ้ำนแรงงำน จำ้ นวน 1 แผน (สถำนประกอบกำรกลุ่มเสี่ยง จำ้ นวน 20 ครงั้ /แหง่ ลูกจ้ำงจ้ำนวน 200 คน) (2) มีกำรตรวจคัดกรองเบือ้ งต้นสถำนประกอบกำรกลุ่มเสยี่ งต่อกำรบงั คบั ใช้แรงงำนหรือบริกำร และกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำนตำมมำตรฐำนกำรปฏิบัติงำน (SOP) และแผนปฏิบัติกำรว่ำด้วยกำรส่งต่อกลไก ระดับชำติ (NRM) 2. ตัวช้วี ดั เชงิ คณุ ภำพ (1) ร้อยละควำมส้ำเร็จของกำรปฏิบัติงำนตำมแผนบูรณำกำรตรวจคัดกรองเพ่ือแสวงหำ ข้อบ่งชี้เบื้องต้น เพื่อแสวงหำข้อบ่งช้ีส้ำหรับบุคคล ท่ีมีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำกกำรแสวงหำ ประโยชน์ดำ้ นแรงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรคำ้ มนษุ ยด์ ้ำนแรงงำน (2) ควำมส้ำเร็จในกำรปฏิบัติกำรตรวจคัดกรองตัวบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็น ผเู้ สยี หำยจำกกำรแสวงหำประโยชน์ดำ้ นแรงงำน แรงงำนบังคับ หรอื กำรคำ้ มนุษย์ด้ำนแรงงำนในสถำนประกอบกำร กลุ่มเสี่ยงเป็นไปตำมมำตรฐำนกำรปฏิบัติงำน (SOP) และเพื่อกำรส่งต่อคดีแรงงำนบังคับผ่ำนกลไกกำรส่งต่อ ระดับชำติ (National Referral Mechanism : NRM) ไดอ้ ย่ำงมีประสทิ ธิภำพ 1. สำมำรถด้ำเนินกำรระบุตัวบุคคลท่ีมีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำกกำรแสวงหำ ประโยชนด์ ำ้ นแรงงำน แรงงำนบงั คบั หรอื กำรคำ้ มนุษย์ดำ้ นแรงงำนได้อยำ่ งมีประสทิ ธภิ ำพ 2. สำมำรถดำ้ เนินกำรสง่ ตอ่ ตำมแผนปฏบิ ตั ิกำรว่ำด้วยกลไกกำรส่งต่อระดับชำติ กำรบริหำรจัดกำร คดีและกำรชว่ ยเหลอื คุ้มครองผเู้ สยี หำยจำกกำรค้ำมนษุ ย์ และกำรบังคับใช้แรงงำนหรือบรกิ ำร พ.ศ. 2565 รำยงำนกำรตรวจคัดกรองเพ่อื แสวงหำข้อบ่งช้ี 7
กระทรวงแรงงำน โดยศูนย์บัญชำกำรป้องกัน กำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน (ศปคร.) ได้จัดประชุม มอบนโยบำยและชี้แจงแนวทำงกำรด้ำเนินงำน โครงกำรสนับสนุนภำรกิจกำรตรวจคัดกรอง เพ่ือ แสวงหำข้อบ่งช้ีเบ้ืองต้น เพื่อแสวงหำข้อบ่งช้ี ส้ำหรับบุคคล ท่ีมีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็น ผู้เสียหำยจำกกำรแสวงหำประโยชน์ด้ำนแรงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน เมื่อ วันที่ 14 มีนำคม 2566 ผ่ำนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรม (Zoom) ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติกำร กระทรวงแรงงำน (ศปก.รง) จังหวัดล้ำพูน ผู้เข้ำร่วมประชุมประกอบด้วยหัวหน้ำส่วนรำชกำร สังกัดกระทรวงแรงงำนจังหวัดล้ำพูนและเจ้ำหน้ำที่ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง ส้ำนักงำนแรงงำนจังหวัดล้ำพูน มอบหมำยให้นำงสำวพรวิไล ผ่องศรี นักวิชำกำรแรงงำนช้ำนำญกำร เจ้ำหน้ำท่ีผู้รับผิดชอบเข้ำร่วมประชุมเชิงปฏิบัติกำรทบทวนมำตรฐำนกำรปฏิบัติงำน (SOP) และประเมินผลกำร ด้ำเนินงำนตำมแผนปฏิบัติกำรว่ำด้วยกลไกกำรส่งต่อระดับชำติ กำรบริหำรจัดกำรคดี และกำรช่วยเหลือคุ้มครอง ผู้เสียหำยจำกกำรค้ำมนุษย์ และกำรบังคับใช้แรงงำนหรือบริกำร พ.ศ.2565 เพ่ือให้ข้อเสนอและปรับปรุง (แบบ รบ.1) ซึ่งเป็นเครื่องมือในกำรตรวจคัดกรองเพื่อแสวงหำข้อบ่งช้ีเบื้องต้นฯ ระหว่ำงวันท่ี 23 -24 มีนำคม 2566 ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหำนคร โดยมี นำยบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงำน เป็นประธำน ในพธิ ีเปิดกำรประชมุ รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพื่อแสวงหำข้อบ่งช้ี 8
ส้ำนักงำนแรงงำจังหวัดล้ำพูน จัดท้ำค้ำส่ัง แต่งตั้งคณะท้ำงำนตรวจคัดกรองเพื่อแสวงหำข้อ บ่งช้ีเบื้องต้น เพ่ือแสวงหำข้อบ่งชี้ส้ำหรับบุคคล ที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำก กำรแสวงหำประโยชนด์ ำ้ นแรงงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน จังหวัดล้ำพูน เสนอผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดล้ำพูนลงนำมเม่ือวันท่ี 1 พฤษภำคม 2566 ส้ำนักงำนแรงงำนจงั หวดั ล้ำพูนร่วมกับหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง จดั ประชมุ เพ่อื จดั ทำ้ แผน สนบั สนนุ ภำรกจิ กำรตรวจคัดกรอง เพื่อแสวงหำข้อบ่งชี้เบื้องต้น เพ่ือแสวงหำข้อบ่งช้ีส้ำหรับ บุคคลท่ีมีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำกกำร แสวงหำประโยชน์ด้ำนแรงงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำ มนุษย์ด้ำนแรงงำน เม่ือวันท่ี 16 พฤษภำคม 2566 ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 2B อำคำรศูนย์รำชกำรกระทรวง แรงงำนจังหวัดล้ำพูน ต้ำบลบ้ำนกลำง อ้ำเภอเมืองล้ำพูน จังหวัดล้ำพูน โดยมีนำยโชติวัฒน์ ธิสำร แรงงำนจังหวัดล้ำพูน เป็นประธำนกำรประชุม ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ก้ำหนด สถำนประกอบกจิ กำรกลุม่ เสย่ี งใน 4 ประเภทกจิ กำร ไดแ้ ก่ 1) กิจกำรกอ่ สรำ้ ง 2) กิจกำรเฟอร์นเิ จอร์ 3) กจิ กำรตอ่ เนอื่ งกำรเกษตร และ4) กิจกำรท่ีใช้แรงงำนต่ำงด้ำว เป้ำหมำย ด้ำเนินกำรสถำนประกอบกิจกำร จำ้ นวน 20 แหง่ /ลกู จำ้ ง จำ้ นวน 200 คน รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพอ่ื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 9
ส้ำนักงำนแรงงำนจังหวัดล้ำพูนจัดประชุม คณะท้ำงำนตรวจคัดกรองเพื่อแสวงหำข้อบ่งชี้ เพ่ือแสวงหำข้อบ่งชี้ส้ำหรับบุคคลที่มีเหตุอัน ควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำกกำร แสวงหำประโยชน์ด้ำนแรงงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน จังหวัดล้ำพูน คร้ังท่ี 1/2566 เมื่อวันท่ี 24 กรกฎำคม 2566 ณ ห้องประชุม 1 ช้ัน 3B อำคำรศูนย์รำชกำร กระทรวงแรงงำนจังหวัดล้ำพูน ต้ำบลบ้ำน กลำง อ้ำเภอเมืองล้ำพูน จังหวัดล้ำพูน โดยนำยโชตวิ ฒั น์ ธิสำร แรงงำนจังหวัดล้ำพูน หัวหน้ำคณะท้ำงำนเป็นประธำนกำรประชุม เพ่ือก้ำหนดแนวทำงกำรด้ำเนินงำน พร้อมท้ัง สรุปปัญหำอุปสรรคจำกกำรลงพ้ืนที่บูรณำกำร ตรวจคกั รองสถำนประกอบกำรเปำ้ หมำย เปำ้ หมำยกำรบรู ณำกำรตรวจคดั ผลกำรดำ้ เนนิ งำน ผลกำรด้ำเนินงำน ผลกำรด้ำเนนิ งำน กรองสถำนประกอบกิจกำรกล่มุ (สะสม) ประจ้ำเดือนสิงหำคม (ร้อยละ) เสย่ี ง 7 2566 55.00 20 แห่ง 43 4 67.00 ลูกจำ้ ง 200 คน 91 กำรออกตรวจบูรณำกำรคดั กรอง 1. สถำนประกอบกิจกำรกลุ่มเสีย่ ง จำ้ นวน 11 แหง่ จำ้ แนกเป็น (1) กิจกำรกอ่ สรำ้ ง จำ้ นวน - แห่ง (2) กจิ กำรเฟอร์นเิ จอร์ จำ้ นวน - แหง่ (3) กจิ กำรตอ่ เน่อื งกำรเกษตร จำ้ นวน 9 แหง่ (4) กิจกำรท่ใี ชแ้ รงงำนต่ำงด้ำว จ้ำนวน 2 แหง่ 2. จำ้ นวนลกู จ้ำงทต่ี รวจ ท้งั สน้ิ จำ้ นวน 134 คน จ้ำแนกเป็น • แรงงำนคนไทย จำ้ นวน 8 คน • แรงงำนต่ำงดำ้ ว จ้ำนวน 126 คน - สญั ชำติพมำ่ จ้ำนวน 115 คน - สัญชำติลำว จำ้ นวน - คน - กัมพูชำ จ้ำนวน 11 คน - บุคคลบนพื้นที่สงู จ้ำนวน - คน รำยงำนกำรตรวจคัดกรองเพือ่ แสวงหำข้อบง่ ชี้ 10
ท้ังน้ี ในกำรตรวจบูรณำกำรป้องกันกำรบังคับใช้แรงงำนหรือบริกำร และกำรค้ำมนุษย์ด้ำน แรงงำน ในสถำนประกอบกิจกำรกลุ่มเสี่ยง ทีมตรวจบูรณำกำรฯ ได้ด้ำเนินกำรตำมแนวทำงที่กระทรวง แรงงำนก้ำหนด โดยปฏิบัติงำนตำมคู่มือมำตรฐำนกำรปฏิบัติงำน (Standard Operating Procedure : SOP) นำ้ แบบตรวจคัดกรองเบือ้ งต้นฯ (แบบ รบ.1) ไปใช้ในกำรตรวจแรงงำน เพ่ือกำรส่งต่อคดีแรงงำนบังคับ ผ่ำนกลไกกำรส่งต่อระดบั ชำติ (National Referral Mechanism : NRM) 3. ผลกำรออกตรวจคัดกรอง - เมื่อวันท่ี 9 สิงหำคม 2566 พบแรงงำนด้ำวสัญชำติเมียนมำ จ้ำนวน 6 คน กระท้ำ ควำมผิดฐำนท้ำงำนโดยไม่มีใบอนุญำตท้ำงำนจึงได้ควบคุมตัวและด้ำเนินคดีตำมพระรำชก้ำหนดกำรบริหำร จดั กำรกำรทำ้ งำนของคนต่ำงด้ำว พ.ศ. 2560 และแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2561 โดยผลกำรตรวจคัด กรองเพอ่ื แสวงหำข้อบ่งช้ีเบื้องต้นฯ ไม่พบกำรกระท้ำควำมผิดที่เข้ำข่ำยกำรบังคับใช้แรงงำนหรือบริกำร และ กำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงงำนตลอดจนกำรใช้แรงงำนเด็กในรูปแบบที่เลวร้ำยแต่อย่ำงใด ทั้งนี้ ได้ให้ข้อแนะน้ำ กำรจ่ำยค่ำจ้ำงให้เป็นตำมประกำศคณะกรรมกำรค่ำจ้ำง เร่ือง อัตรำค่ำจ้ำงข้ันต่้ำ (ฉบับที่ 11) ซ่ึงได้ประกำศ ใหม้ ีผลใช้บังคับ ตง้ั แต่วนั ที่ 1 ตลุ ำคม 2565 เป็นตน้ ไป รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพอื่ แสวงหำขอ้ บ่งช้ี 11
ส้ำนักงำนแรงงำนจังหวัดลำ้ พนู 1. เพื่อตรวจติดตำมกำรด้ำเนินงำนกำรตรวจคุ้มครองแรงงำน และกำรตรวจคัดกรองเบื้องต้น เพ่อื แสวงหำข้อบ่งชี้สำ้ หรับบคุ คลทม่ี ีเหตอุ นั ควรสงสัยได้วำ่ อำจเป็นผู้เสียหำยจำกกำรแสวงหำประโยชน์ ด้ำนแรงงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำนในแรงงำนต่ำงด้ำวของหน่วยงำนในสังกัด กระทรวงแรงงำนส่วนภูมิภำค 2. เพื่อตรวจติดตำมกำรรำยงำนผลกำรตรวจคัดกรองเบ้ืองต้นจำกกำรใช้มำตรฐำนกำรปฏิบัติงำน (Standard Operating Procedure : SOP) และแบบ รบ. 1 เพื่อแสวงหำข้อบ่งช้ีส้ำหรับบุคคลท่ีมี เหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำกกำรแสวงหำประโยชน์ด้ำนแรงงำน แรงงำนบังคับ หรือ กำรคำ้ มนษุ ยด์ ้ำนแรงงำนในแรงงำนตำ่ งดำ้ วในพน้ื ทท่ี ง้ั 76 จงั หวัด ใหม้ ีประสทิ ธิภำพและเป็นไปตำม NRM 3. เพื่อรับทรำบปัญหำอุปสรรคกระบวนกำร วิธีกำรตรวจคุ้มครองแรงงำน และกำรตรวจคัดกรอง เบ้ืองต้นเพื่อแสวงหำข้อบ่งชี้ส้ำหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำกกำรแสวงหำ ประโยชน์ด้ำนแรงงำน แรงงำนบังคับ หรือกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำนในแรงงำนต่ำงด้ำว และให้แนว ทำงกำรท้ำงำนใหม้ ีประสทิ ธภิ ำพ 1. ปัญหำ อุปสรรค กำรด้ำเนินงำนกำรตรวจคัดกรองเบื้องต้นกำรบังคับใช้แรงงำนหรือบริกำรและ กำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำนในแรงงำนต่ำงด้ำว ของหน่วยงำนในสังกัดกระทรวงแรงงำนในส่วนภูมิภำค จำกกำรใชม้ ำตรฐำนกำรตรวจคัดกรองเบอื้ งต้น (SOP) ด้วยแบบ รบ. 1 ในกลุ่มแรงงำนตำ่ งด้ำว 2. ขอ้ เสนอแนะในระดบั พน้ื ที่ จำกกำรกำรตรวจคัดกรองเบือ้ งตน้ กำรบังคบั ใช้แรงงำน หรือบรกิ ำร และกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำนในแรงงำนต่ำงด้ำว จำกกำรใช้มำตรฐำนกำรตรวจคัดกรองเบื้องต้น (SOP) ด้วยแบบ รบ. 1 ในกล่มุ แรงงำนตำ่ งดำ้ ว ของหนว่ ยงำนในสังกดั กระทรวงแรงงำน 3. ผลกำรด้ำเนินงำนกำรตรวจคัดกรองเบื้องต้นกำรบังคับใช้แรงงำนหรือบริกำรและกำรค้ำมนุษย์ด้ำน แรงงำนในแรงงำนต่ำงด้ำว ตำมข้อเสนอแนะของผตู้ รวจรำชกำรกระทรวงแรงงำน จำกกำรใช้มำตรฐำน กำรตรวจคดั กรองเบื้องต้น (SOP) ด้วยแบบ รบ. 1 ในแบบฟอร์ม 3 รำยงำนกำรตรวจคัดกรองเพือ่ แสวงหำข้อบง่ ช้ี 12
1. ส้ำนกั งำนแรงงำนจงั หวดั ลำ้ พนู 1.1 มีแผนปฏิบัติกำรตรวจคัดกรองเพื่อแสวงหำข้อบ่งชี้เบ้ืองต้น เพ่ือแสวงหำข้อบ่งชี้ส้ำหรับบุคคล ท่ีมีเหตุอันควรสงสัยได้ว่ำอำจเป็นผู้เสียหำยจำกกำรแสวงหำประโยชน์ด้ำนแรงำน แรงงำนบังคับ หรือ กำรคำ้ มนุษย์ดำ้ นแรงงำน จังหวัดล้ำพนู ประจำ้ ปงี บประมำณ พ.ศ. 2566 จำ้ นวน 1 แผน 1.2 มีกำรปฏิบัติงำนตำมแผนปฏิบัติกำรตรวจคัดกรองเพ่ือแสวงหำข้อบ่งช้ีเบื้องต้นฯ สถำนประกอบกำรคิดเปน็ ร้อยละ 55.00 จ้ำนวนลูกจ้ำงคิดเป็นรอ้ ยละ ร้อยละ 67.00 ของเปำ้ หมำย 1.3 กำรรำยงำนผลกำรปฏบิ ัติงำนตำม “มำตรฐำนกำรปฏิบัติงำน (SOP)”กำรน้ำแบบตรวจคัด กรองเบื้องต้น (รบ.1) ไปใช้ในกำรตรวจคดั กรองเบ้อื งตน้ 1) ออกตรวจบูรณำกำรคดั กรอง จ้ำนวน 3 ครั้ง 2) ไดร้ บั กำรประสำนขอควำมรว่ มมอื จำกหนว่ ยงำนอ่นื จ้ำนวน - คร้ัง 3) ไดร้ ับเรอื่ งรอ้ งทกุ ข์ร้องเรียน จ้ำนวน - ครั้ง 4) อ่นื ๆ ระบุ - จำ้ นวน - คร้งั 1.4 แรงงำน/ผถู้ กู สมั ภำษณ์ รวม 134 คน จ้ำแนกตำมสัญชำติ ดงั นี้ ไทย 8 คน เมียนมำ 115 คน ลำว - คน กมั พชู ำ 11 คน อ่ืน ๆ ( บคุ คลพื้นที่สูง) - คน 1.5 ไมพ่ บขอ้ บง่ ชี้ รวม 134 คน 1.6 พบขอ้ บง่ ชีก้ ำรกระท้ำควำมผิดเกี่ยวกบั กำรบงั คับใช้แรงงำน รวม - คน จำ้ แนกตำมสญั ชำติ ดังน้ี ไทย - คน เมยี นมำ - คน ลำว - คน กัมพูชำ - คน อน่ื ๆ - คน 1. ควรมกี ำรปรับข้อค้ำถำมของแบบตรวจคดั กรองเบื้องต้น (รบ.1) ให้กระชบั หรอื มีจำ้ นวนขอ้ คำ้ ถำมน้อยลง 2. ส่วนกลำงอำจมีกำรทบทวนกำรใช้แบบตรวจคัดกรองเบ้ืองต้น (รบ.1) เฉพำะในกรณีท่ีพบว่ำมีข้อบ่งช้ีท่ี อำจเข้ำข่ำยเปน็ ผู้เสยี หำยจำกกำรกระท้ำควำมผดิ ฐำนบังคับใช้แรงงำนหรือบรกิ ำร กำรค้ำมนษุ ย์ดำ้ นแรงงำน รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพอ่ื แสวงหำขอ้ บ่งช้ี 13
1) แบบคัดกรองเบื้องต้น (รบ.1) มีจ้ำนวนหลำยหน้ำ 1) ปรับปรุงแบบคัดกรองเบื้องต้น (รบ.1) ให้มี ก่อใหล้ ่ำชำ้ ในกำรปฏบิ ตั ิงำน ข้อค้ ำถำ มท่ีก ระ ชับข้ึ น เ พื่อล ดร ะยะ เวล ำใ น 2) กำรก้ำหนดองค์ประกอบของควำมผิดตำมพรบ.ป้องกัน กำรปฏิบตั งิ ำน และปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ มำตรำ 6/1 ไม่ทันต่อ 2) แก้ไข พรบ. ป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ สถำนกำรณ์หรอื รปู แบบกำรค้ำมนษุ ยท์ ่ีมีวิธกี ำรแยบยลข้ึน มำตรำ 6/1 ในสว่ นทเ่ี ปน็ องค์ประกอบของควำมผิดให้ หรอื ทเี่ รียกวำ่ ทำสสมยั ใหม่ (Modern Slavery) สอดคล้องกับรูปแบบ/วิธีกำรบังคับใช้แรงงำนหรือ 3) กำรด้ำเนินงำนตำมกลไกกำรส่งต่อระดับชำติ (National บริกำรท่ีมีกำรพัฒนำปรบั เปลยี่ นที่ทันสมยั ขน้ึ Referral Mechanism) NRM ยงั ตดิ ปญั หำในเร่ืองของกำร 3) ศูนย์ปฏิบัติกำรป้องกันกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน ประสำนและแนวทำงกำรปฏิบัติงำนของหน่วยงำนสังกัด กระทรวงแรงงำน (ศปคร.) ควรจัดท้ำแนวทำงปฏิบัติ กระทรวงแรงงำนที่ชัดเจน ตลอดจนปัญหำกำรจัดสรร ของกระทรวงแรงงำนหรือออกประกำศกระทรวง งบประมำณที่จะน้ำมำบรหิ ำรจัดกำรภำยภำยในศูนย์บูรณำ เ พื่ อ ใ ห้ ส อ ด รั บ กั บ แ น ว ท ำ ง ก ำ ร ขั บ เ ค ล่ื อ น กำรคดั แยกใหเ้ ปน็ ไปตำมมำตรฐำนทกี่ ้ำหนด ก ำ ร ด้ ำ เ นิ น ง ำ น ต ำ ม ก ล ไ ก ก ำ ร ส่ ง ต่ อ ร ะ ดั บ ช ำ ติ 4) พนักงำน/เจ้ำหน้ำที่ผู้ปฏิบัติงำนยังขำดควำมรู้ควำม (National Referral Mechanism) NRM เพ่ือลด เข้ำใจแนวทำง/ขัน้ ตอนกำรปฏบิ ตั งิ ำนตำมพระรำชบัญญัติ ปัญหำ/อุปสรรคในกำรปฏิบัติงำนในพื้นท่ี รวมทั้ง ป้องกันและปรำบปรำมกำรทรมำนและกำรกระท้ำให้บุคคล กระบวนกำรคัดกรอง/คัดแยก สูญหำย พ.ศ. 2565 ซ่ึงได้ก้ำหนดแนวทำงกำรควบคุมตัว 4) จัดอบรมสร้ำงกำรรับรู้ตำมพระรำชบัญญัติป้องกัน และกำรจับกุมด้ำเนินคดีท่ีเก่ียวข้องกับกำรปฏิบัติงำน และปรำบปรำมกำรทรมำนและกำรกระท้ำให้บุคคล พนักงำน/เจ้ำหน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ “ให้ควำมคุ้มครอง สูญหำย พ.ศ. 2565 เพ่ือเพิ่มประสิทธิภำพในกำร บุคคลทุกคน จำกกำรทรมำนและกำรกระท้ำให้บุคคลสูญ ปฏบิ ัตงิ ำนของเจำ้ หนำ้ ท่ี หำย ซึ่งกระทำ้ โดยเจำ้ หนำ้ ทรี่ ัฐ” รำยงำนกำรตรวจคัดกรองเพื่อแสวงหำขอ้ บ่งชี้ 14
รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่อื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 15
รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่อื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 16
รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่อื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 17
รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่อื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 18
รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่อื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 19
รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่อื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 20
รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่อื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 21
รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่อื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 22
รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่อื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 23
รำยงำนกำรตรวจคดั กรองเพ่อื แสวงหำข้อบง่ ช้ี 24
Search
Read the Text Version
- 1 - 27
Pages: