95 รปู แบบการบรหิ ารจัดการของบริษัท บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จ�ำกัด เพื่อไปสู่การด�ำเนินธุรกิจคาร์บอนต่�ำน้ันอยู่ภายใต้ โครงสรา้ งการบรหิ ารงานและคณะกรรมการทก่ี ำ� กบั ดแู ลกจิ การชดุ เดยี วกนั กบั เอสซจี ี ซึ่งทุกบริษัทในเครือจะต้องด�ำเนินการตามกรอบเดียวกัน โดยมีวิสัยทัศน์ที่ยึดม่ันใน การดำ� เนินธรุ กิจด้วยความรับผดิ ชอบ โปรง่ ใส และเป็นธรรม และให้ความสำ� คัญกับ แนวทางบรรษัทภิบาล จรรยาบรรณ การก�ำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตาม ระเบยี บ การต่อตา้ นการคอร์รัปชัน และการสง่ เสรมิ การแข่งขนั ทางการตามแนวทาง การก�ำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับสากล และมีการประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติ ตามแนวทางดงั กลา่ วใหพ้ นกั งานและคธู่ รุ กจิ ยดึ ถอื เปน็ แนวปฏบิ ตั ริ ว่ มกนั ทงั้ ในประเทศ และตา่ งประเทศท่ีเอสซีจเี ขา้ ไปด�ำเนนิ ธรุ กิจ ภาพ 22 กรอบการพฒั นาอย่างยั่งยืนของบรษิ ัท ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน
96 การบรหิ ารงานของบรษิ ทั มกี ารใชก้ ระบวนการประเมนิ และจดั ลำ� ดบั ความสำ� คญั อา้ งองิ ตามกรอบการรายงานความยั่งยนื สากล นัน่ คอื Global Reporting Initative (GRI) ฉบบั GRI Stardards สำ� หรบั การการบริหารความเส่ียงขององค์กร โดยมแี นวปฏบิ ัติ ตามนโยบายและแนวทางปฏบิ ตั ติ อ่ ผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี สอดคลอ้ งกบั แนวปฏบิ ตั สิ ากล ได้แก่ AA1000 Stakeholder Engagement Standard (SES) 2015 และ CSR-DIW ของกรมโรงงานอตุ สาหกรรม ในส่วนของการตลาด บริษัทได้สร้างแนวคิดการท�ำตลาดเพ่ือตอบสนองลูกค้าแบบ B2B2C เรยี กวา่ SCG Marketing Way: Building Trust Innovation คือ ความเช่ือ มนั่ ของทกุ ภาคสว่ นตอ่ สนิ คา้ และบรกิ าร โดยมงุ่ เนน้ การสรา้ งสรรคน์ วตั กรรมเพอื่ ชวี ติ ทม่ี คี ณุ ภาพและการพฒั นาไปสกู่ ารเปน็ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ่� โดยแนวทางการตลาด SCG Market Way ประกอบดว้ ยแนวคดิ 3 ดา้ น คอื การสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม (Innovation) การยกระดับคุณภาพชีวติ (Better Living) และการพฒั นาอยา่ งยั่งยืน (Sustainable Development) ซงึ่ มีความสอดคล้องกับหลักปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ภาพ 23 ตวั อยา่ งช่องทางการเขา้ ถงึ ข้อมลู สนิ ค้า
97 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน ภาพ 24 กระบวนการผลิตปูนซเี มนต์ กระบวนการผลติ และมาตรฐานการรบั รอง • กระบวนการผลติ กระบวนการผลติ ปนู ซเี มนต์ เรม่ิ ตน้ จากการนำ� หนิ ปนู จากเหมอื งเขา้ สกู่ ระบวนการ บดย่อย จากนน้ั ผสมวตั ถดุ บิ อ่ืน ๆ เช่น ดินลกู รงั ดินเชล เปน็ ต้น เสรจ็ แล้วจึงนำ� มาเผาใหค้ วามรอ้ นดว้ ยเชอื้ เพลงิ ชนดิ ตา่ ง ๆ จนกลายเปน็ เมด็ ปนู และนำ� มาบดอกี ครง้ั พรอ้ มใสส่ ว่ นผสมอนื่ ๆ ตามสูตรทต่ี ้องการ เม่ือผลติ ได้แลว้ ปูนซเี มนตท์ ่ีได้จะ น�ำมาบรรจถุ งุ ขาย โดยผา่ นผแู้ ทนจ�ำหนา่ ย หรอื ขายเปน็ ปนู ซเี มนต์ผงให้กับผผู้ ลิต คอนกรตี ผสมเสรจ็ ผลติ ภณั ฑค์ อนกรตี หรือปูนส�ำเรจ็ รปู ตอ่ ไป ในขน้ั ตอนของการทำ� เหมอื ง บรษิ ทั ไดพ้ ฒั นารปู แบบและวธิ กี ารทำ� เหมอื งอยา่ งตอ่ เน่อื ง รปู แบบทน่ี ำ� มาใชเ้ พ่ือลดผลกระทบทางดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม น่นั กค็ อื นวัตกรรม การทำ� เหมืองแบบ Semi-OpenCutแซ่งึ เปน็ การผสมผสานเทคนคิ การท�ำเหมอื ง แบบ Open Cut (การตัดยอด) และ Open Pit (การขดุ ตกั ) โดยมกี ารเว้นพื้นท่ี
98 ขอบแนวประทานบัตรเพ่ือเป็นพ้ืนที่สีเขียวหรือ Buffer zone ตลอดแนวขอบ เหมือง ดา้ นนอกจะคงเวน้ ไวใ้ ห้มสี ภาพเช่นเดมิ นอกจากน้ี พืน้ ทส่ี เี ขียวท่เี ว้นไว้ไม่ ท�ำเหมือง (Buffer Zone) ทยี่ ังคงสภาพป่าไม้เดมิ ไว้ ท�ำใหช้ ่วยเก็บรกั ษาพนั ธุไ์ ม้ ทอ้ งถ่นิ เพอ่ื เป็นแหลง่ เพาะพนั ธุก์ ลา้ ไม้ธรรมชาติส�ำหรบั งานฟน้ื ฟพู นื้ ที่ท่ีผา่ นการ ท�ำเหมือง สง่ ผลใหช้ มุ ชนโดยรอบสามารถอยรู่ ว่ มกันกับเหมอื งได้อยา่ งย่งั ยนื ภาพ 25 นวตั กรรมการท�ำเหมอื งแบบ Semi-Open Cut ในขนั้ ตอนการผลติ ในโรงงาน บรษิ ทั เอสซจี ี ซเิ มนตจ์ ำ� กดั ไดน้ ำ� เทคโนโลยี นวตั กรรม การวิจัยและพัฒนา รวมทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพต่าง ๆ มากมายมาใช้ใน กระบวนการผลติ ในธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ ตลอดหว่ งโซค่ ณุ คา่ ทยี่ ง่ั ยนื ตง้ั แตต่ น้ นำ้� จนไป ถึงปลายน้ำ� โดยตัวอยา่ งโครงการทไ่ี ดด้ ำ� เนนิ การ ดงั นี้ • การใช้พลังงานทดแทน โดยการน�ำความร้อนเหลือท้ิงจากกระบวนการผลิต ปูนซเี มนตม์ าผลิตกระแสไฟฟ้าและ Solar Farm รวมเปน็ ประมาณร้อยละ 34 และช่วยลดการปลอ่ ย CO2 ไดป้ ีละประมาณ 0.4 ลา้ นตนั • การใชเ้ ชอื้ เพลงิ ทดแทน (AF) เพอ่ื ทดแทนการใชเ้ ชอื้ เพลงิ ฟอสซลิ ประมาณรอ้ ย ละ 11 และชว่ ยลดการปลอ่ ย CO2 ไดป้ ระมาณปลี ะ 0.25 ล้านตนั • วัตถุดิบทดแทน (AR) เพ่อื ใช้ทดแทนวตั ถดุ บิ ธรรมชาตโิ ดย AR ทใี่ ชใ้ นปจั จบุ ัน เชน่ ยิปซมั่ สงั เคราะห์ (Gypsum) , เถา้ ลอย (PFA) เป็นตน้
99 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน • การปรบั ปรงุ กระบวนการผลติ ปนู ซเี มนต์ โดยปรบั มาใชห้ มอ้ บดวตั ถดุ บิ แนวตง้ั (Vertical Raw Mill) (ลดก๊าซเรอื นกระจกได้ประมาณ 5,000 ตนั ตอ่ ปี) ตดิ ต้งั อุปกรณ์ Pre-Grinding ในขั้นตอนการบดปูนซีเมนต์ (ลดก๊าซเรือนกระจกได้ ประมาณ 5,000 ตนั ต่อป)ี การลงทุนปรบั ปรงุ ระบบเผาไหม้ (Induced Draft Fan) (ลดการปลอ่ ยเรอื นกระจกลงได้ประมาณ 20,000 ตนั ต่อปี) การจดั การพลงั งานและการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมิอากาศในกระบวนการผลติ (1) จดั ทำ� โครงการนำ� รอ่ งโดยการผลติ ไฟฟา้ พลงั งาน แสงอาทิตย์ (Solar Farm และ Solar Floating) ในพน้ื ทขี่ องโรงงาน ไดแ้ ก่ โรงงานบรษิ ทั ปนู ซเิ มน ตไ์ ทย (แกง่ คอย) จำ� กดั และบรษิ ทั ปนู ซเิ มนตไ์ ทย (ท่าหลวง) จ�ำกัด เพ่ือเป็นการน�ำพลังงาน หมุนเวียนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซ่ึงถือเป็นก้าว สำ� คัญของการเข้าสกู่ ารเป็นธรุ กิจคาร์บอนตำ่� (2) การใชเ้ ทคโนโลยเี ชื้อเพลงิ แข็งทดแทน (Refuse Derived Fuel: RDF) และส่งไป เผาเปน็ เชอื้ เพลงทโ่ี รงงานผลติ ปนู ซเี มนตใ์ นพน้ื ทต่ี า่ งๆ โดยมกี ารกอ่ ตง้ั บรษิ ทั เอส ซีโอ อโี ค่ เซอร์วิสเซส จ�ำกัด (SCleco) เป็นศูนย์กลางในการรับของเสยี ทง้ั ของ เสยี อุตสาหกรรม ชีวมวล และขยะชุมชน มาแปรรูปเปน็ เช้ือเพลงิ แขง็ ทดแทน (3) การปรับปรุงกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ โดยปรับมาใช้หม้อบดวัตถุดิบแนวต้ัง (Vertical Raw Mill) ท่บี รษิ ทั ปนู ซิเมนตไ์ ทย (ทา่ หลวง) จำ� กดั ซง่ึ ช่วยลดการใช้ พลงั งานไดก้ วา่ 10 กิกะวัตตช์ วั่ โมงต่อปี (4) ตดิ ตงั้ อปุ กรณ์ Pre-Grinding ในขนั้ ตอนการบดปนู ซเี มนต์ ทบี่ รษิ ทั ปนู ซเิ มนตไ์ ทย (ลำ� ปาง) จ�ำกดั ซ่ึงช่วยเพิม่ กำ� ลังการผลิต และประหยัดพลงั งานไดก้ ว่า 10 กิกะ วัตตช์ ่ัวโมงตอ่ ปี
100 (5) การลงทุนปรบั ปรุงระบบเผาไหม้ (Induced Draft Fan) ที่บริษทั ปนู ซิเมนตไ์ ทย (ทุ่งสง) จำ� กดั ให้มขี นาดใหญข่ ้นึ ท�ำให้ใชเ้ ชอื้ เพลิงทดแทนไดม้ ากขนึ้ (6) การตดิ ตง้ั ระบบ WasteHeat Power Generator (WHG) เพื่อน�ำลมรอ้ นเหลอื ใช้จากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์กลับมาผลิตกระแสไฟฟ้า ช่วยทดแทนการใช้ พลงั งานไฟฟ้าได้ถงึ รอ้ ยละ 30 และชว่ ยลดการปลอ่ ย CO2 ไดป้ ีละประมาณ 0.4 ลา้ นตัน CO2 ตอ่ ปี ดา้ นการขนส่งและการกระจายสินค้า (Distribution and Logistics) บรษิ ัทเอสซจี ี ซเิ มนต์-ผลติ ภัณฑ์กอ่ สรา้ ง จ�ำกัด ซง่ึ เป็นบริษทั ทดี่ แู ลกิจการของบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์จ�ำกัด มีการจัดตั้งบริษัทท่ีด�ำเนินงานด้านการขนส่งและการกระจาย สนิ ค้า (Logistics ) โดยเฉพาะ เรยี กว่า บริษทั เอสซีจี ดิสทริบวิ ช่ัน จำ� กัด ซ่ึงเป็นผู้ให้
101 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน บริการโลจสิ ติกส์ครบวงจรแก่บรษิ ัทในเครอื เอสซจี ี และลกู ค้าภายนอก มกี ารดำ� เนนิ ธรุ กิจในลักษณะ Third Party Logistics (3PL) นน่ั คอื เปน็ ทั้งผอู้ อกแบบและจัดการ ระบบโลจิสติกส์ให้ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น TMS (Transportation Management System), WMS (Warehouse ManagementSystem), GPS และ RFID เป็นต้น โดยมีผู้ขนส่งในสังกัดประมาณ 370 ราย โดยได้พัฒนาและยกระดับ กิจการดา้ นโลจสิ ติกสม์ าเป็นธุรกจิ คารบ์ อนตำ�่ โดยมลี กั ษณะของการด�ำเนนิ งาน ดังน้ี • การลดการขนสง่ สินคา้ เท่ียวเปล่า (Deadhead Reduction) • การขนสง่ แบบ Multimodal หรอื การใชพ้ าหนะทม่ี อี ตั ราการใชน้ ำ�้ มนั นอ้ ยรว่ มกนั • การจดั การสนิ ค้าคงคลงั และบรหิ าร Supply Chain: VMI (Vendor Manage- ment Inventory) เปน็ ระบบจดั การสินค้าคงคลังและบรหิ าร Supply Chain ที่มีการน�ำมาใช้เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการบริหารการจัดซ้ือ จัดเก็บ และ ขนสง่ สนิ ค้าใหล้ ูกคา้ • การลดการใช้น�้ำมันเชอ้ื เพลิง สง่ เสริมพลังงานสะอาด และสนับสนุนให้ผขู้ นส่ง ในสงั กัดใช้กา๊ ซธรรมชาติ CNG (เปน็ พลังงานสะอาด) • การลดการใช้พลังงาน ด้วยการอบรมและฝึกฝนให้กับพนักงานขับรถ เพ่ือมุ่ง เน้นให้พนักงานขับรถปลอดภัย สร้างจิตส�ำนึกและปรับเปล่ียนพฤติกรรมให้ ขบั ขดี่ ว้ ยความเรว็ ทเี่ หมาะสม สง่ ผลใหเ้ กดิ การใชเ้ ชอื้ เพลงิ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ จากการบริหารจัดการดังกล่าว ท�ำให้ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการ ขนส่งแบบปกตลิ งไดก้ ว่า 55,000 ตันตอ่ ปี ในส่วนของการจัดซือ้ จดั จา้ ง (Purchasing) บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จ�ำกัด ได้ด�ำเนินการตั้งแต่ต้นทางในการจัดซ้ือท่ีเป็นแบบ คารบ์ อนต�ำ่ (Low Carbon Procurement) โดยมีคณะกรรมการดแู ลการศึกษาการ จดั ซ้ือ (Procurement Sub Academy Steering Committee) ซงึ่ ทำ� หน้าทีพ่ ฒั นา
102 ความรู้ความสามารถของพนกั งาน รวมทง้ั แลกเปลยี่ นความรู้ ข้อมลู วธิ ปี ฏิบตั ริ ่วมกบั องคก์ รจดั ซอื้ ทงั้ ภาครฐั และภาคเอกชนทงั้ งานจดั หาและการพฒั นาคธู่ รุ กจิ สคู่ วามยงั่ ยนื มาตรฐานการรบั รอง (1) SCG eco value : เอสซจี เี ปน็ ผใู้ หก้ ารรบั รองสนิ คา้ ดว้ นตนเองภายใตฉ้ ลาก“SCG eco value” ต้ังแต่ปี พ.ศ.2552 โดยก�ำหนดกฎเกณฑ์การพิจารณาอ้างอิง มาตรฐาน ISO14021: Environmental Labels and Declarations-Self- Declared Environmental Claims (2) ฉลากเขียว (Green Label) : ผลติ ภณั ฑป์ นู ซเี มนตป์ อรต์ แลนด์ ประเภท 1 ถอื เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์รายแรกท่ีได้รับการรับรองฉลากเขียว จากสถาบัน ส่ิงแวดล้อมไทย (3) ฉลากคารบ์ อนฟตุ พรน้ิ ทข์ องผลติ ภณั ฑ์ (Carbon Footprint of Product): บรษิ ทั เอสซจี ี ซเิ มนต์ จำ� กดั ไดม้ กี ารดำ� เนนิ การเพอ่ื ประเมนิ การปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจก ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ ในหลายผลิตภัณฑ์ โดยมีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือน กระจก (องคก์ รมหาชน) เปน็ ผู้ให้การรบั รอง โดยในปจั จบุ ันผลติ ภณั ฑข์ องบริษัท ท่ไี ด้การรบั รองฉลากคารบ์ อนฟตุ พร้นิ ท์มากทสี่ ดุ ในประเทศไทย (4) ฉลากคาร์บอนฟตุ พร้นิ ท์ขององคก์ ร (Carbon Footprint for Organization) :บรษิ ทั ฯ เปน็ หนง่ึ ในผทู้ ไี่ ดร้ บั รางวลั โครงการนำ� รอ่ งคารบ์ อนฟตุ ปรนิ้ ทอ์ งคก์ ร โดย บริษัททีไ่ ดร้ บั การรบั รอง ได้แก่ บรษิ ัท ปูนซิเมนต์ไทย (แกง่ คอย) จ�ำกดั บรษิ ัท ปนู ซเิ มนตไ์ ทย (ท่าหลวง) จำ� กดั โรงงานเขาวง บริษัท ปนู ซเิ มนตไ์ ทย (ลำ� ปาง) จำ� กัด และบรษิ ทั ปนู ซิเมนตไ์ ทย (ทุ่งสง) จำ� กดั (5) ฉลากลดคารบ์ อนฟตุ พรนิ้ ท์ (Carbon Footprint Reduction Label) : ในปจั จบุ นั ผลิตภัณฑ์ของบริษัทท่ีได้การรับรองฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากที่สุดใน ประเทศไทยเช่นเดยี วกับฉลากคารบ์ อนฟตุ พร้ินทข์ องผลิตภัณฑ์
103 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน (6) ฉลากลดคาร์บอน (Carbon Reduction Label) : เป็นฉลากท่ีรับรองข้ึนโดย สถาบนั สง่ิ แวดลอ้ มไทย โดยผลติ ภณั ฑท์ ไ่ี ดร้ บั การรบั รองไดแ้ ก่ ปนู งานโครงสรา้ ง เอสซจี ี และ เสอื ซเี มนต์ (7) การรับรองระดับอตุ สาหกรรมสีเขยี ว (Green Industry) : บรษิ ัทปูนซิเมนตไ์ ทย (ล�ำปาง) จ�ำกัด ได้รับการรับรอง GI5 เป็นบริษัทแรกของประเทศไทย รวมถึง บรษิ ทั ปูนซิเมนตไ์ ทย (แก่งคอย) จำ� กัด บรษิ ทั ปนู ซิเมนต์ไทย (ทา่ หลวง) จำ� กดั และบริษัทปนู ซิเมนต์ไทย (ทุ่งสง) จ�ำกัด ทไ่ี ด้รับการรับรอง GI5 เชน่ กัน ภาพ 26 ตวั อย่างผลิตภัณฑ์ท่ขี ึน้ ทะเบียนฉลากคารบ์ อนฟุตพรนิ้ ท์
104
105 บรษิ ทั พที ีที โกลบอล เคมิคอล จำ� กัด (มหาชน) บรษิ ทั พีทีที โกลบอล เคมิคอลจำ� กดั (มหาชน) เปน็ บริษทั ทีเ่ กดิ ขึ้นจากการควบรวม ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน ระหว่าง บรษิ ัท ปตท.อะโรเมตกิ ส์และการกล่นั จํากัด (มหาชน) หรอื PTTAR และ บรษิ ทั ปตท. เคมคิ อล จาํ กดั (มหาชน) หรอื PTTCH ตามพระราชบญั ญตั บิ รษิ ทั มหาชน จ�ำกดั พ.ศ.2535 เพอื่ ก้าวขนึ้ เป็นแกนน�ำของธรุ กิจเคมีภณั ฑ์ (Chemical Flagship) ของกลุ่ม ปตท. โดยจดทะเบยี นจดั ตัง้ บริษัทเมอื่ วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2554 บัน (31 ธนั วาคม 2560) บรษิ ทั ฯ มที นุ จดทะเบยี นจำ� นวน 45,088,491,170บาท มกี ำ� ลงั การผลติ ผลติ ภัณฑ์ปโิ ตรเคมีสายโอเลฟนิ ส์และอะโรเมติกส์ รวมประมาณ 9.72 ล้านตนั ต่อปี และกำ� ลงั การกลัน่ นำ�้ มันดิบและคอนเตนเสทรวม 280,000 บาร์เรลต่อวนั จากการมุง่ เน้นให้องคก์ รมีการเติบโตอยา่ งต่อเนอ่ื งและย่งั ยนื ท�ำใหบ้ ริษทั ฯ มกี ารนำ� นวัตกรรมและแนวคิดใหม่ๆ มาใช้ในการด�ำเนินกลยุทธ์และด�ำเนินงานทั้งในมิติ เศรษฐกจิ สังคม และส่ิงแวดลอ้ ม และในฐานะทเ่ี ป็นบรษิ ทั ระดับโลก จึงมีความม่งุ มัน่ ทจ่ี ะปฏบิ ัตติ ามเกณฑ์ขนั้ สูงสดุ ของข้อตกลงของโลกแห่งสหประชาชาติ (United Na- tions Global Compact LEAD level) โดยการขบั เคลอ่ื นการเปลยี่ นแปลงสง่ิ แวดลอ้ ม ใหด้ ขี น้ึ ผา่ นกระบวนการของการดำ� เนนิ งานและหว่ งโซอ่ ปุ ทานของบรษิ ทั ฯ สอดคลอ้ ง กับวิสัยทศั นข์ องบรษิ ัทฯ ในการม่งุ สู่ “การเป็นผู้นำ� ในธุรกจิ เคมภี ณั ฑเ์ พอ่ื สรา้ งสรรค์ คุณภาพชีวติ ” พร้อมนอ้ มนำ� เอาแนวทางหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งของพระบาท สมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร มาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ ธรุ กจิ อีกด้วย รปู แบบการบรหิ ารจดั การในมติ ิความยง่ั ยืน จากความมุ่งเน้นสู่การพัฒนาท่ีย่ังยืนขององค์กร และการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดี อันน�ำไปสู่เป้าหมายของการเป็นผู้น�ำและเป็นแบบอย่างการด�ำเนินธุรกิจคาร์บอนต่�ำ
106 และได้รับการยอมรับจากท่ัวโลก บริษัทฯ จึงได้น�ำเกณฑ์ของ DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) และกฎบตั รขององคก์ ารสหประชาชาติ (UN Global Com- pact) เป็นกรอบในการด�ำเนินงาน รวมถึงการน�ำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมา ปรับใช้ โดยมีเป้าหมายและแผนการด�ำเนินงานท่ีส�ำคัญต่อการด�ำเนินธุรกิจคาร์บอน ตำ�่ อยา่ งชัดเจน ดังน้ี • กำ� หนดเปา้ หมายการลดการใช้พลังงานสะสมลง ร้อยละ 10 ภายในปี พ.ศ.2565 เม่ือเทียบกบั ปฐี าน ปี พ.ศ.2555 • รับรองด้านการมีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานเป็นเลิศในระดับสากล ส�ำหรับ ทุกโรงงานภายในปี พ.ศ.2563 • ลดปรมิ าณของเสยี ตอ่ หนว่ ยผลติ ภณั ฑล์ ง รอ้ ยละ 10 ภายในปี พ.ศ.2566 เมอ่ื เทยี บ กับปฐี าน พ.ศ.2556 • ลดปรมิ าณการใช้น้ำ� ตอ่ หนว่ ยผลิตภณั ฑล์ ง ร้อยละ 10 ภายในปี พ.ศ.2566 เมือ่ เทียบกับปีฐาน พ.ศ.2556
107 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน • ลดการปลอ่ ยก๊าซเรอื นกระจก ขอบเขตท่ี 1 และ 2 ลง ร้อยละ 10 จากการดำ� เนนิ ธุรกิจปกติ ภายในปี พ.ศ.2565 เมื่อเทียบกับปีฐาน พ.ศ.2555 และลดปริมาณ กา๊ ซเรือนกระจก (ขอบเขตท่ี 1 และ 2) ต่อตนั หน่วยผลิตภณั ฑล์ ง ร้อยละ 52 ในปี พ.ศ.2595 เมอ่ื เทยี บกบั ปีฐาน พ.ศ.2555 • ดำ� เนนิ งานเพอ่ื มงุ่ สกู่ ารดำ� เนนิ งานแบบเศรษฐกจิ หมนุ เวยี น หรอื Circular Economy • ในปี พ.ศ. 2561-2569 ด�ำเนินงานตามแผนงานบริหารจัดการด้านนวัตกรรมสู่ อนาคต เพือ่ สรา้ งสรรค์วสั ดชุ ้ันสงู เทคโนโลยที สี่ ะอาดและเปน็ มิตรตอ่ ส่งิ แวดลอ้ ม • การดำ� เนินงานด้านความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ (Product Stewardship) - ประยุกตใ์ ช้ Eco Design ในการออกแบบและพฒั นาผลิตภัณฑ์ - ประเมนิ คารบ์ อนฟตุ พรน้ิ ทผ์ ลติ ภณั ฑแ์ ละฉลากลดโลกรอ้ น รวมทง้ั ฉลากสงิ่ แวด ล้อมอื่นๆ - สร้างความร่วมมอื ดา้ นความรับผิดชอบต่อผลติ ภณั ฑ์กบั ผู้มีสว่ นไดเ้ สยี - ดำ� เนนิ งานดา้ น Life Cycle Assessment, Life Cycle Cost, Product Eco-ef- ficiency ส�ำหรบั กรอบดำ� เนนิ งานดา้ นความยงั่ ยืน ประกอบไปด้วย 16 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) Materiality 2) Governance and Compliance 3) Tax Transparency 4) Risk Management 5) Supply Chain Management 6) Innovation Management 7) Customer Relationship Management 8) Product Stewardship 9) Climate Strategy 10) Operational Eco Efficiency 11) Environmental Policy and Management System 12) Contribute to Society 13) Human Right 14) Health and Safety 15) Human Capital and Development และ 16) Talent Attraction and Retention โดยมกี ารทบทวนอยูเ่ ป็นประจำ� ทุกปี เพ่ือให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ของสังคมโลกและความทา้ ทายท่มี กี ารเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็
108 โครงสร้างบริหารจดั การเพอื่ ความยัง่ ยืน บริษทั ฯ ได้จดั ต้งั คณะกรรมการในการด�ำเนินงานด้านความยั่งยืน ดังน้ี 1. คณะกรรมการกำ� กบั นโยบายความยัง่ ยืน(SustainabilitySteering Committee, SSC) มีประธานเจ้าหน้าท่ีบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นประธาน ส่วน กรรมการ ประกอบไปด้วย ประธานเจา้ หนา้ ทีป่ ฏบิ ตั ิการ กลุ่มธรุ กิจปโิ ตรเคมขี ั้น ต้น (COU) ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มปิโตรเคมีขั้นปลาย (COD) และ ประธานเจา้ หนา้ ทป่ี ฏบิ ตั กิ าร กลมุ่ ปฏบิ ตั กิ ารเพอ่ื ความเปน็ เลศิ (COE) โดยมภี ารกจิ ส�ำคญั ดังน้ี - กำ� หนดนโยบายและเป้าหมายของการพฒั นาทย่ี ั่งยนื ให้ - ขับเคล่ือนการด�ำเนนิ งานใหส้ อดคลอ้ งกบั หลกั สากล (DJSI, UNGC, CDP) - สนับสนุนคณะท�ำงานการพัฒนาอย่างย่ังยืนเพื่อให้เกิดการด�ำเนินกลยุทธ์การ พฒั นาอยา่ งยั่งยนื ขึ้นทัว่ ทง้ั องค์กร 2. คณะกรรมการการพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื (Sustainable Development Committee, SDC) มผี ูบ้ ริหารระดบั สงู สุดของสายงานกจิ การองค์กร (CAF) เป็นประธาน และ ผู้บริหารระดับสูงสุดของหน่วยงานที่เก่ียวข้องท้ังหมดเป็นกรรมการ โดยคณะกร รมการฯ มภี ารกิจสำ� คัญ ดังนี้ - กำ� หนดกลยทุ ธ์ กรอบการดำ� เนนิ งาน แนวปฏบิ ตั ิ และพจิ ารณาคดั เลอื กประเดน็ ที่ส่งเสริมการพฒั นาท่ียง่ั ยนื - พัฒนากลไกของการด�ำเนินงานด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับหลักสากล (DJSI, UNGC, CDP) - ใหค้ �ำปรกึ ษา ส่งเสริม สนับสนุนทรพั ยากร และบคุ ลากรที่เหมาะสมเพื่อให้การ ดำ� เนนิ งานกลยทุ ธก์ ารพฒั นาทย่ี งั่ ยนื เกดิ ขน้ึ ทว่ั ทง้ั องคก์ ร สรปุ ผลการดำ� เนนิ งาน
109 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน ภาพ 27 โครงสรา้ งการบริหารความยง่ั ยืนของบริษทั พที ีที โกลบอล เคมิคอล จำ� กัด (มหาชน) การกำ� กับดูแลกจิ การท่ีดี (Corporate governance) เพอ่ื สรา้ งความเชอื่ มนั่ แกผ่ ทู้ มี่ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี (Stakeholders) รวมถงึ การสรา้ งมลู คา่ เพม่ิ ใหก้ บั องคก์ ร ผถู้ อื หนุ้ และนกั ลงทนุ บรษิ ทั ฯ จงึ ยดึ มนั่ ในหลกั การกำ� กบั ดแู ลกจิ การ ทด่ี ี จรรยาบรรณธรุ กจิ (Corporate governance and business code of conduct) มีการน�ำเอาหลักการท้ังในระดับประเทศและในระดับสากลมาใช้ในการก�ำหนดเป็น หลักการส�ำคัญในการก�ำกับดูแลกิจการท่ีดีขององค์กรที่เรียกว่า CREATE มาใช้เป็น แนวทางในการดำ� เนนิ งาน
110 ภาพ 28 หลักการสำ� คญั ในการก�ำกับดแู ลทดี่ ี CREATE) ขององค์กร การบริหารจัดการความเส่ียง (Risk Management) บริษัทฯ ได้ด�ำเนินการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) โดยอ้างองิ มาตรฐานสากล คอื COSO (The Committee of Sponsoring Organizations of theTreadway Commission) และ ISO 31000 (International Organization for Standardization)
ตารางที่ 10 แสดงตัวอยา่ งของปจั จัยเสี่ยงด้านการเปล่ียนแปลงสภาพภมู อิ ากาศของ บริษัทพีทีที โกลบอล เคมคิ อล จ�ำกัด (มหาชน) เหตุการณ์ (Event) ปัจจัยเสยี่ ง (Risk Factor) มาตรการในการจัดการปัจจัยเสีย่ ง (Mitigation Plans) ความเสย่ี งด้านการเปล่ยี นแปลงสภาพภมู ิอากาศ (Climate Change Risks) การเปลยี่ นแปลงของกฎ ระเบยี บ และขอ้ ความเส่ียงด้านการเปล่ียนแปลง • เขา้ รว่ มโครงการนำ� รอ่ งระบบการซอื้ ขายใบ บังคับจากการที่ภาครัฐเข้าร่วมในการ สภาพภูมิอากาศ ซ่ึงอาจส่งผลกระ อนญุ าตปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกภาคสมคั รใจ ประชมุ รฐั ภาคอี นสุ ญั ญาสหประชาชาตวิ า่ ทบตอ่ การดำ� เนนิ ธรุ กจิ ของบรษิ ทั ฯ ของประเทศไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ด้วยเร่ืองการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิ ในการบรหิ ารจดั การก๊าซเรอื นกระจก อากาศสมัยท่ี 21 (COP21) และแผนการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ • จัดท�ำกลยุทธ์การบริหารจัดการน�้ำอย่างบู ประเทศ รณาการท้ังภายในและภายนอกองค์กร ต้นทุนการผลิตท่ีอาจเพิ่มขึ้นในอนาคต จากการเปลยี่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ • การประเมินวัฏจกั รชีวิตของผลิตภณั ฑ์ เพอ่ื การเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ป รั บ ป รุ ง ก า ร ใช ้ ท รั พ ย า ก ร ใ ห ้ เ กิ ด ทตี่ อ้ งการผลติ ภณั ฑแ์ ละเทคโนโลยที เ่ี ปน็ ประสิทธิภาพสูงสุดรวมทั้งขอการรับรอง มติ รกบั สิง่ แวดลอ้ มมากข้นึ ฉลากสง่ิ แวดลอ้ มกบั หนว่ ยงานภายนอก • น�ำปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่ง แวดลอ้ มมาพิจารณาโครงการลงทนุ ธรุ กิจยคุ ใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผลติ ยงั่ ยืน ธรุ กจิ ยั่งยืน 111
112 การจัดการด้านการตลาด บริษัทฯ มุ่งเน้นการเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อส่งมอบ สนิ ค้าและบรกิ ารทม่ี คี ุณภาพใหแ้ กล่ ูกค้า ตลอดจนการสร้างแบรนด์ “พที ีที โกลบอล เคมคิ อล”ใหเ้ ปน็ ทรี่ จู้ กั และยอมรบั ในระดบั ประเทศและในระดบั สากล บรษิ ทั ฯ ไดน้ ำ� เทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการตลาดและการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ โดยมีการ ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลการบริหารลูกค้าอิเล็กทรอนิกส์ SAP-CRM ให้สามารถ วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากท่ีสุด พร้อมท้ัง จดั ทำ� โปรแกรมประยกุ ต์ หรอื ซอฟตแ์ วรแ์ อปพลเิ คชนั สำ� หรบั สมารท์ โฟน (CRM Mobile Application) เพ่ือเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการบริหารลกู ค้าสัมพนั ธ์ใหด้ ียง่ิ ข้ึนอกี ด้วย กระบวนการผลติ และมาตรฐานการรบั รอง • อตุ สาหกรรมสีเขียว ระดับ 5 จากการด�ำเนนิ ธรุ กจิ ทม่ี กี ารบริหารจัดการส่ิงแวดลอ้ มตลอดห่วงโซ่อุปทาน ท�ำให้ โรงงานของบรษิ ทั ฯ ท้งั 14 โรงงาน ได้รับการรบั รองการเป็นอตุ สาหกรรมสีเขยี ว ระดับ 5 จากกระทรวงอุตสาหกรรม ต้ังแต่ปี พ.ศ.2559 นอกจากนี้ยังเข้าร่วม โครงการน�ำร่องการจัดท�ำตัวช้ีวัดผลิตภัณฑ์มวลรวมสีเขียว (Green Gross Do- mestic Product: Green GDP) ซงึ่ ส่งเสรมิ ให้เกิดการสรา้ งเศรษฐกจิ สเี ขยี วและ ผลกั ดันใหผ้ ลติ ภณั ฑ์มวลรวมสีเขียวของประเทศมีค่าสูงขนึ้ • คารบ์ อนฟุตพรนิ้ ท์ขององค์กร บริษัทฯ ไดก้ �ำหนดนโยบายการบรหิ ารจัดการพลงั งานและจัดท�ำแผนกลยทุ ธ์ 5 ปี ส�ำหรับบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบริษัทฯ ได้ ประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองตามแนวทางของ GHG Protocol ทัง้ น้ี บริษัทฯ ไดก้ ำ� หนดเปา้ หมายในการลดการปล่อยกา๊ ซเรือนกระจก ขอบเขตที่
113 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน 1 และ 2 ลงร้อยละ 10 จากการด�ำเนินธรุ กิจปกติ ภายในปี 2565 เมื่อเทียบกบั ปี ฐาน (พ.ศ.2555) หรือประมาณ 786,207 ตันคารบ์ อนไดออกไซด์เทยี บเทา่ และ จัดท�ำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร โดยอ้างอิงวิธีการค�ำนวณตาม มาตรฐาน ISO 14064-1: 2006, The Greenhouse Gas Protocol, American Petroleum Institute (API 2009), IPCC 2006 และองคก์ ารบริหารจัดการกา๊ ซ เรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมทั้งเข้าร่วมโครงการก�ำหนดเป้าหมายลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกฐานวิทยาศาสตร์กับโครงการและองค์กรระดับโลก เช่น โครงการเปดิ เผยขอ้ มลู คารบ์ อน ขอ้ ตกลงโลกแหง่ สหประชาชาติ สถาบนั ทรพั ยากร แห่งโลก และองคก์ รกองทนุ สตั ว์ปา่ โลกสากล ผลจากการดำ� เนินงาน พบว่า การ ปลอ่ ยก๊าซเรอื นกระจกในแตล่ ะปีดกี ว่าค่าเปา้ หมายทีต่ ง้ั ไว้ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ผลการ บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของบริษัทฯ มีทิศทางที่ดี และมุ่งมั่นในการบรรลุ เปา้ หมายการลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจกท่ตี ้ังไว้ ภาพ 29 แสดงการปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจกของบรษิ ทั พีทที ี โกลบอล เคมคิ อล จำ� กัด (มหาชน) จากการปล่อยจริง (Actual) เทียบกับค่าเป้าหมายที่ต้ังไว้ (Target) และจากการด�ำเนินธรุ กิจปกติ (BAU)
114 • ฟุตพรน้ิ ทน์ ำ�้ บริษัทฯ ได้มีการจัดท�ำฟุตพร้ินท์น้�ำ (Product Water Footprint: PWF) เพ่ือ จดั การนำ�้ ท้ังภายในองคก์ ร โดยมีแผนทจ่ี ะประเมนิ PWF ให้ครบทุกผลติ ภณั ฑใ์ น ปี พ.ศ.2561 รวมถงึ การประเมนิ ความเสย่ี งดา้ นการบรหิ ารจดั การนำ�้ โดยในปี พ.ศ. 2560 สามารถลดปรมิ าณการใชน้ ำ�้ ได้ถงึ 7.69 ลา้ นลกู บาศก์เมตร คิดเปน็ ร้อยละ 18.3 ของปรมิ าณการใชน้ ำ�้ ทง้ั หมด และการนำ� เทคโนโลยมี าชว่ ยในการผลติ นำ้� จดื จากน�้ำทะเล ซึ่งสามารถลดการปริมาณใช้น้�ำจืดได้ถึง 7.97 ล้านลูกบาศก์เมตร เปน็ ต้น • การจัดการพลงั งาน บริษัทฯ ได้มีการบริหารจัดการพลังงานโดยการใช้ระบบการจัดการพลังงานที่ได้ รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 50001 และด�ำเนินงานตามแผนการจัดการ พลังงานทเี่ ป็นเลศิ (PTTGC Energy Excellence Roadmap) ในโรงงานทกุ แห่ง ภายในปี พ.ศ.2563 โดยในปี พ.ศ.2560 สามารถลดการใชพ้ ลังงานลงได้ประมาณ 1.40 ล้านจิกะจูล หรือคิดเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ท่ีลดลงได้ประมาณ 111,382 ตัน นอกจากนี้ ยังมีการด�ำเนินโครงการอ่ืนๆ เช่น โครงการน�ำร่องระบบซื้อขาย ใบอนญุ าตปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกภาคสมคั รใจของประเทศไทย (Thailand V-ETS) รว่ มกบั องคก์ ารบรหิ ารจดั การกา๊ ซเรอื นกระจก โครงการอาคารลดคารบ์ อนรว่ มกบั สถาบนั สิ่งแวดล้อมไทย และโครงการศกึ ษาความเหมาะสมการติดตั้งโซล่ารฟู และ กังหันลมส�ำหรับผลิตไฟฟ้า ตลอดจนเข้าร่วมเป็นคณะท�ำงานคณะกรรมการร่วม ภาครัฐและเอกชน (กกร.) ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพ่อื ร่วมผลักดัน ไปสสู่ ังคมคาร์บอนตำ่� อย่างแทจ้ ริง • เศรษฐกิจหมุนเวยี น (Circular Economy) บริษัทฯ ไดน้ �ำแนวคิดของเศรษฐกจิ หมนุ เวยี น (Circular Economy) มาประยกุ ต์
115 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน ใช้เพ่ือให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในทุกขั้นตอน บริษัทฯ มุ่งเน้นในการนำ� แนวคดิ เศรษฐกจิ หมุนเวยี นมาสร้างดลุ ยภาพระหว่างเทคโนโลยกี ับชีวภาพเพ่อื ลด การเกิดของเสียและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมทั้ง บริษัทฯ ยังให้ความส�ำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพ โดยได้เข้าร่วม โครงการปฏริ ปู เศรษฐกจิ ชวี ภาพ (Bio Economy) ของภาครฐั การนำ� พลงั งานทาง เลือกมาใชภ้ ายในองค์กร ภาพ 30 การบรหิ ารจัดการของเสยี ตามแนวคิดเศรษฐกจิ หมนุ เวียน การสร้างสรรค์ผลิตภณั ฑเ์ ชิงนวัตกรรม บริษัทฯ ไดก้ �ำหนดกลยุทธด์ า้ นนวตั กรรมใหส้ อดคลอ้ งกบั ทศิ ทางและแผนการพฒั นา ขององคก์ ร โดยการจัดตั้งคณะทำ� งานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตลอดจนพฒั นา ระบบการบรหิ ารจดั การขอ้ มลู ดา้ นนวตั กรรม และสรา้ งเครอื ขา่ ยพนั ธมติ รดา้ นการวจิ ยั
116 และพัฒนาทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อริเริ่มสร้างสรรค์และต่อยอดแนว คิดใหม่ๆ ในกระบวนการผลิต โดยมุ่งสู่การเป็นผู้ที่ตอบสนองความต้องการของ ผู้บริโภคอย่างเต็มรูปแบบ (Solution Provider) ตัวอย่างของการพัฒนานวัตกรรม ใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสงิ่ แวดล้อม และสอดคลอ้ งกบั การดำ� เนนิ ธรุ กิจคาร์บอนต�ำ่ เชน่ นวัตกรรมพลาสติกชีวภาพประเภทโพลีแลกติกเอซิด (Pololactic Acid: PLA) นวัตกรรมการปรับปรุงกระบวนการขนส่งผลิตภัณฑ์โพลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (High Density Polyethylene: HDPE) ภาพ 31 แนวทางการออกแบบนเิ วศเศรษฐกจิ (Eco Design) จากแนวโน้มของผู้บริโภคจากท่ัวโลกท่ีหันมาให้ความสนใจกับสุขภาพและผลกระทบ ทางสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น บริษัทฯ จึงเริ่มมีการลงทุนค้นคว้า วิจัย และพัฒนา ผลติ ภณั ฑท์ ต่ี อบสนองแนวโนม้ ดงั กลา่ ว รวมถงึ นำ� หลกั การออกแบบเชงิ นเิ วศเศรษฐกจิ (Eco Design) มาใช้ในกระบวนการผลติ จากน้นั ได้มีการก�ำหนดนโยบาย และแผน
117 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน กลยุทธ์ในการด�ำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์มาอย่างต่อเน่ืองตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 โดยได้ด�ำเนินโครงการศึกษาการจัดการวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Management: LCM) ประกอบด้วย 3 โครงการย่อย ได้แก่ (1) การออกแบบ เชงิ นเิ วศเศรษฐกิจ (Eco Design) (2) การออกแบบโดยการประเมนิ วัฏจักรชวี ิตของ ผลติ ภณั ฑ์ (Life CycleAssessment: LCA) และ (3) การออกแบบโดยการประเมนิ ประสิทธิภาพเชิงนเิ วศเศรษฐกิจของผลิตภณั ฑ์ (Product Eco-Efficiency) ในการออกแบบโดยการประเมนิ วฏั จกั รชวี ติ ของผลติ ภณั ฑ์ (Life CycleAssessment: LCA) ได้ดำ� เนนิ การประเมินวฏั จกั รชวี ติ ของผลติ ภณั ฑค์ รบทุกผลติ ภณั ฑต์ ั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยประเมินครอบคลุมตั้งแต่การได้มาซ่ึงวัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการผลิต ผลติ ภณั ฑ์ เรียกวา่ Cradle-to-Gate คดิ เปน็ ร้อยละ 100 ของจำ� นวนเกรดผลติ ภณั ฑ์ และมีการศึกษาการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ขอบเขตต้ังแต่การได้มาซึ่ง วัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การใช้งานผลิตภัณฑ์ และการจัดการซาก ผลิตภัณฑ์ เรียกว่า Cradle-to-Graveเพิ่มเติม คิดเป็นร้อยละ 3 ของจ�ำนวนเกรด ผลิตภณั ฑ์ ดงั ภาพ ภาพ 32 แนวทางการการออกแบบโดยการประเมนิ วฏั จกั รชวี ติ ของผลติ ภณั ฑ์ (LCA)
118 นอกจากแนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รูปแบบแล้ว บริษัทฯ ยังพัฒนา ผลิตภัณฑ์ท่ีหลากหลายซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างต่อ เนอ่ื ง และสอดคลอ้ งกบั การด�ำเนนิ ธรุ กิจคาร์บอนต่�ำ เช่น ผลิตภณั ฑ์ท�ำความสะอาด หอ้ งนำ้� จากธรรมชาตแิ กว้ กาแฟยอ่ ยสลายได้ บรรจภุ ณั ฑค์ ณุ สมบตั ยิ อดเยยี่ มทลี่ ดการ ใชท้ รัพยากร เปน็ ต้น ภาพ 33 จำ� นวนผลติ ภณั ฑท์ ลี่ ดการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจก ในปี พ.ศ. 2557 ถงึ ปี พ.ศ. 2560 ภาพ 34 สรุปบญั ชคี ่าใชจ้ ่ายด้านการจดั การ ป้องกัน และควบคุมดา้ นสิ่งแวดล้อม
119 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน หมายเหตุ: คา่ ใชจ้ า่ ยทง้ั หมดทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การลงทนุ ทางดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม = การลงทนุ ในทรพั ยส์ นิ ประเภททนุ + การลงทนุ ทใ่ี ชใ้ นการดำ� เนนิ งานทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การลงทนุ ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ภาพ 35 สรุปค่าใช้จ่ายท้ังหมด การประหยัดและการลดต้นทุนท่ีเก่ียวข้องกับการ ลงทนุ ทางดา้ นสง่ิ แวดล้อม ระหว่างปี พ.ศ.2557 (2014) ถงึ ปี พ.ศ. 2560 (2017) รางวลั ที่ไดร้ ับจากการมุ่งสู่การเปน็ ธรุ กจิ คาร์บอนต่�ำ ผลของการจดั การ อนั นำ� ไปสกู่ ารเปน็ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ ซงึ่ อยภู่ ายใตก้ ารบรหิ ารจดั การ เพื่อความยั่งยืน ท่สี ามารถยืนยันได้อยา่ งเปน็ รูปธรรม คือ รางวัลและการรับรองจาก หน่วยงานต่างๆ ท้ังในระดบั ประเทศและระดับสากล โดยมีตัวอย่างดังนี้ ในระดับประเทศ • รางวลั Set Sustainability Awards เปน็ รางวัลเกยี รติยศเพื่อแสดงวา่ บริษัท เป็นบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืนอยู่ในระดับยอดเย่ียมติดต่อกันตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
120 • รางวลั ธงขาวดาวทอง รางวลั ธงขาวดาวเขยี ว บรษิ ทั ฯ ไดร้ บั รางวลั ธงขาวดาวทอง จำ� นวน 11 โรงงาน • รางวัลอุตสาหกรรมยอดเย่ียมและอุตสาหกรรมดีเด่น ประจ�ำปี 2560 (The Prime Minister’s Industry Award 2017) • รางวลั Thailand Energy Awards สาขา 6 และสาขา 2 ของบริษัทฯ ได้รบั รางวัลดีเดน่ ดา้ นการอนุรกั ษ์พลงั งาน ประเภทโรงงานควบคมุ • รางวลั รายงานความยงั่ ยนื ปี 2560 บรษิ ทั ฯ ไดร้ บั รางวลั ความยงั่ ยนื ประเภทดเี ยยี่ ม • รางวลั อุตสาหกรรมสเี ขยี ว ระดับ 5 หรือ GI5 ในระดับสากล • UN Global Compact LEAD รับรองวา่ บรษิ ทั มีการดำ� เนนิ ธุรกิจตามเกณฑ์ สงู สดุ แหง่ สหประชาชาติ เพอื่ เปน็ องคก์ รตน้ แบบดา้ นความยงั่ ยนื อยา่ งตอ่ เนอื่ ง • Dow Jones Sustainability Indices ยืนยนั ได้ว่าบริษัทฯ มกี ารดำ� เนนิ ธรุ กิจ อย่างมีประสิทธิผลตามแนวทางการพัฒนาอย่างย่ังยืน โดยติดอยู่ในอันดับ 3 ของกลมุ่ ธุรกิจเคมีภณั ฑ์ ประจ�ำปี 2560 และต่อเนอื่ งเป็นปีที่ 5 • FTSE4Good Index ได้รับการยกย่องว่าเป็นองค์กรท่ีมีความรับผิดชอบต่อ สง่ิ แวดล้อม สงั คม และการก�ำกบั องคก์ รทดี่ ี โดยไดร้ บั คะแนนอยทู่ ่ีร้อยละ 75 • Carbon Disclosure Project หรือ CDP บริษทั ถูกจัดอนั ดับอยใู่ นกลมุ่ A-List ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการบริหารจัดการน้�ำ เป็นปีที่ 3 ติดต่อกนั • Ecovadis บริษัทฯ ได้รับการประเมินดา้ น ESG ในระดับทอง ดว้ ยคะแนน 72 คะแนน • Sustainalytics บรษิ ัทฯ ไดร้ บั การจดั อันดับอยูใ่ นอันดบั 4 จาก 100 บรษิ ทั ทัว่ เอเชยี
ธรุ กจิ ยคุ ใหม่ ใสใ่ จลดโลกรอ้ น : ผลติ ยั่งยนื ธรุ กจิ ยั่งยนื 121
122 บทวเิ คราะหก์ ารดำ� เนนิ ธุรกจิ คารบ์ อนต่ำ�
123 บทวเิ คราะห์การด�ำเนินธรุ กิจคาร์บอนตำ่� การดำ� เนนิ งานธุรกจิ คารบ์ อนต่�ำตามขนาดของธุรกจิ ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน ธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในการด�ำเนินธุรกิจคาร์บอนตำ�่ ของธรุ กิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) พบวา่ มี จุดริเริ่มมาจากเจ้าของธุรกิจ/ผู้ประกอบการ ตระหนักรู้ถึงความส�ำคัญในด้านส่ิง แวดลอ้ ม มีความสนใจด้านการอนรุ ักษ์สิง่ แวดลอ้ มและพลงั งานอย่างยงั่ ยนื ท�ำใหก้ าร รับแนวคิดคาร์บอนต่ำ� จึงถกู นำ� มาปรบั ใชใ้ นการด�ำเนินธุรกิจมาตัง้ แตแ่ รกเร่มิ ทำ� ธุรกิจ และตั้งเป็นเป้าหมายส�ำคัญที่จะด�ำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับวิถีคาร์บอนต่�ำ ท้ังยังมีการ คำ� นงึ ถงึ ประโยชนท์ ส่ี งั คมจะไดร้ บั โดยเฉพาะกบั ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ หรอื ชมุ ชนรอบขา้ งจาก การทำ� ธรุ กจิ ของบรษิ ทั ซง่ึ เปน็ หนง่ึ ในปจั จยั ทที่ ำ� ใหด้ ำ� เนนิ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ่� ขณะทใ่ี น การรวมกลุ่มสร้างความร่วมมือ เพ่ือสร้างเครือข่ายมักเร่ิมต้นร่วมกลุ่มจากธุรกิจใน ท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชน เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนสามารถพ่ึงพาตนเองได้อย่างย่ังยืน จากประเดน็ ความสนใจเหลา่ นจี้ งึ ไดถ้ กู นำ� มาวางแผนการดำ� เนนิ ธรุ กจิ โดยเรม่ิ ตน้ จาก หลกั การและแนวคดิ สง่ิ แวดลอ้ มพน้ื ฐานงา่ ยๆ อยา่ งการลดใชพ้ ลงั งานทไี่ มจ่ ำ� เปน็ ในสว่ น สำ� นักงาน (Reduce) การใชซ้ ้ำ� (Reuse)การน�ำกลบั มาใช้ใหม่ (Recycle) ซึง่ แสดงให้ เห็นถึงการด�ำเนินงานอย่างค่อยเป็น ค่อยไปแต่มีการลงมือปฏิบัติอย่าง จริงจัง เพื่อสร้างคุณลักษณะในการ ปฏิบัติงานคาร์บอนต�่ำ นอกจากน้ียัง เป็นการสร้างค่านิยมให้แก่พนักงานไป พรอ้ มกันอีกดว้ ย
124 หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้แก่ธุรกิจ SMEs ใช้เป็น แนวทางด�ำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการท�ำธุรกิจคาร์บอนต่�ำ มีอิทธิพลที่ท�ำให้ด�ำเนิน ธุรกิจไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างม่ันคง และเป็นเสมือนกรอบการด�ำเนินงานหลัก ของการท�ำธุรกิจอยา่ งยัง่ ยนื ซ่ึงว่าด้วย การท�ำธุรกจิ ที่มคี วามรู้และมีคณุ ธรรม โดยมี หลกั คดิ สำ� คญั คือ การมเี หตผุ ล ความพอประมาณ และการสรา้ งภูมิคุ้มกนั ทสี่ ะทอ้ น ผา่ นการดำ� เนนิ งาน เชน่ คดิ คำ� นงึ ถงึ ความพอเพยี งพอประมาณในกระบวนการผลติ ซงึ่ ชว่ ยลดตน้ ทนุ การผลติ ทไ่ี มจ่ ำ� เปน็ สำ� รวจความสามารถในการผลติ ของธรุ กจิ เพอื่ สรา้ ง ภมู คิ มุ้ กนั และระมดั ระวงั ความเสยี่ งทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ เปน็ ตน้ นอกจากนสี้ ว่ นหนง่ึ ธรุ กจิ SMEs ยงั ไดด้ ำ� เนนิ งานตามมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรมแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง (มอก. 9999) แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการผลิตท่ีผสมผสานหลักเศรษฐกิจพอเพียงจนเกิด เป็นแนวทางปฏิบัติที่ดี อยา่ งไรกต็ าม ในกลมุ่ ธรุ กจิ SMEs ยงั ไดร้ บั อทิ ธพิ ลความรใู้ นดา้ นการจดั การสง่ิ แวดลอ้ ม และปัญหาของต่างประเทศมาเป็นบทเรยี น และปรับตัวตามสภาพแวดล้อมภายนอก เช่นกัน เพ่ือต่อยอดและพัฒนาธุรกิจของตนเอง มีการสร้างมาตรฐานการผลิตสินค้า และบริการให้เป็นท่ียอมรับในระดับสากลโดยเฉพาะมาตรฐานด้านส่ิงแวดล้อม เพื่อ สร้างความม่ันใจใหแ้ ก่ลกู คา้ ในมาตรฐานการผลิตสนิ คา้ และบริการ จากการถอดบทเรียนธุรกิจคาร์บอนต�่ำขนาดเล็ก ช้ีให้เห็นว่า จุดเริ่มต้นของการท�ำ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ มาจากความตระหนกั ถงึ เรอ่ื งสงิ่ แวดลอ้ ม การเปลย่ี นแปลงสภาพภมู ิ อากาศของเจา้ ของธรุ กจิ /ผ้ปู ระกอบการ ทงั้ ยังให้ความส�ำคญั กับสังคมและชุมชน ซงึ่ ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและบทเรียนธุรกิจจากต่าง ประเทศ มีการด�ำเนินงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ได้เปรียบในเรื่องโครงสร้างองค์กรท่ี ท�ำใหม้ ีความใกลช้ ดิ กบั พนักงานจึงเน้นการมีส่วนร่วมเปน็ หลัก
125 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน ธรุ กจิ ขนาดใหญ่ ธุรกิจขนาดใหญ่ มีการวางวิสัยทัศน์ พันธกิจให้เทียบเท่าในระดับสากล จึงเป็นส่วน หนง่ึ ทม่ี อี ทิ ธพิ ลใหธ้ รุ กจิ ขนาดใหญม่ วี ธิ กี ารดำ� เนนิ งานทมี่ องภาพกวา้ งของอนาคตธรุ กจิ ท่ีจะท�ำให้เกิดความย่ังยืน ซ่ึงไปไกลกว่าภาครัฐหรือสังคมให้ความสนใจ รวมไปถึง โอกาสการท�ำงานกับเครือข่ายธุรกิจในระดับนานาชาติ กล่าวคือ มีโอกาสร่วมแลก เปลย่ี นประสบการณค์ วามรกู้ บั กลมุ่ ธรุ กจิ เดยี วกบั จากตา่ งประเทศทำ� ใหเ้ ลง็ เหน็ ความ สำ� คญั ตอ่ ประเดน็ การเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศและรบั แนวคดิ คารบ์ อนตำ�่ ตลอดจน รับเคร่ืองมือการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ย่ิงไปกว่านั้นในเรื่องของ กฎระเบยี บขอ้ บงั คบั ตลอดจนกตกิ าในระดบั สากลทเี่ ขม้ งวดขนึ้ เปน็ ปจั จยั หนง่ึ ทที่ ำ� ให้ ธรุ กจิ ขนาดใหญม่ คี วามจำ� เปน็ ตอ้ งปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กบั สถานการณโ์ ลกทใี่ หค้ วามสนใจตอ่ ประเดน็ สงิ่ แวดลอ้ มมากยง่ิ ขน้ึ โดยเฉพาะกบั การขยายธรุ กจิ ดา้ นการสง่ ออกสนิ คา้ และ บรกิ าร และการรวมกลมุ่ เครอื ขา่ ยธรุ กจิ เชน่ สภาการคา้ โลกเพอ่ื การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื (WBCSD)ทเ่ี ปน็ ท้ังแรงผลักดันและเป็นขอ้ บังคบั ใหด้ �ำเนินธรุ กิจคารบ์ อนต่�ำ กระแสการทำ� ESG (Environmental Social and Governance) ทำ� ใหบ้ รษิ ทั ขนาด ใหญ่มีการจัดท�ำรายงานความยั่งยนื โดยใชก้ รอบการรายงานความยง่ั ยืนและตัวช้วี ดั ท้ังจาก GRI Standard และ IR (Integrated Report Framework) เพอื่ รายงานการ ประเมินผลความย่ังยืนจากการด�ำเนินงานในแต่ละปี ซ่ึงเป็นรายงานท่ีเปิดเผยเป็น สาธารณะ ทง้ั นี้ ไดม้ กี ารจดั ทำ� รายงานในสองลกั ษณะคอื (1) รายงานประจำ� ป/ี รายงาน ผลประกอบการ ซึง่ เปน็ ขอ้ มลู การดำ� เนินงานและการเงนิ และ (2)รายงานการพฒั นา อยา่ งยงั่ ยนื /รายงานความยงั่ ยนื แบบบรู ณาการ (Integrated sustainability report) จากการวางกลยทุ ธ์ นโยบาย ตลอดจนแผนการด�ำเนินงานของธุรกจิ ขนาดใหญ่ ท่ีนำ� เสนอผ่านรายงานความยั่งยืน เพ่ือแสดงให้เห็นว่าธุรกิจได้น�ำเสนอข้อมูลการด�ำเนิน งานดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มทม่ี กี ารดำ� เนนิ งานอยา่ งจรงิ จงั และสว่ นหนงึ่ เพอื่ เปน็ ไปตามกฎขอ้ บังคบั ในระดบั สากล ทงั้ ยังมสี ว่ นช่วยดงึ ดูดนกั ลงทุนใหเ้ ข้ามาลงทุน เน่อื งจากธรุ กจิ ที่
126
127 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน มกี ารจดั การดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มและการสรา้ งความยงั่ ยนื เปน็ เสมอื นการจดั การความเสยี่ ง อยา่ งหนงึ่ ประกอบกบั ธรุ กจิ ขนาดใหญม่ ศี กั ยภาพดา้ นการลงทนุ ทจี่ ะพฒั นาเทคโนโลยี และนวัตกรรมและความรู้ทางเทคนิคที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่พบว่า ธุรกิจคาร์บอนต�่ำขนาดใหญ่มีการลงทุนเทคโนโลยีระดับสูงที่ช่วยลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก เช่น การวางระบบหมนุ เวียนนำ้� ระบบนำ� พลงั งานความร้อนกลบั มา ใช้ใหม่การวางโครงสร้างในกระบวนการผลิตคาร์บอนต�่ำ เป็นต้น รวมไปถึงการตั้ง เป้าหมายกระบวนการผลติ ใหเ้ ปน็ โรงงาน Zero waste to landfill ด้านการส่ือสารภายในองค์กร พบว่าโดยธรรมชาติขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่จะมี โครงสรา้ งการบรหิ ารงานทส่ี ลบั ซบั ซอ้ น การสอ่ื สารสว่ นใหญจ่ ะเปน็ การสง่ั การจากบน ลงลา่ ง (Top-down) กลา่ วคอื ผบู้ รหิ ารระดบั สงู จะเปน็ ผกู้ ำ� หนดและสง่ั การไปยงั สว่ น อ่ืนๆ ซึ่งสว่ นใหญแ่ ล้วมักปรับใชใ้ นแงข่ องกลยทุ ธ์และนโยบายเปน็ หลกั แต่อย่างไรก็ดี ในธุรกิจคาร์บอนต่�ำขนาดใหญ่พบว่า รูปแบบการส่ือสารภายในองค์กรเป็นแบบสอง ทาง (Two-way communication) จึงมีการน�ำการสื่อสารจากล่างขึ้นบน (Bot- tom-up) รว่ มด้วย ซึ่งจะพบในแง่ของการระดมสมองในระดับทมี เพ่อื เสนอแผนงาน กิจกรรม และการปฏิบัติงาน เพื่อท�ำงานสอดรับกับนโยบายจากผู้บริหารระดับสูงท่ี เป็นผ้กู �ำหนด ทงั้ ยงั มกี ารวางระบบการสื่อสารและฐานขอ้ มูลท่ีจะตอ้ งมคี วามถูกต้อง แมน่ ยำ� และเปน็ ปจั จบุ นั เพอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจทต่ี รงกนั ทว่ั ทง้ั องคก์ รและเปน็ การรบั มอื ความเสีย่ งของข้อมลู ขา่ วสาร ส�ำหรบั ธุรกจิ คาร์บอนตำ่� ขนาดใหญ่ มกั มองภาพอนาคตธรุ กิจ แสวงหาโอกาสและวธิ ี การดำ� เนนิ งานทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ ความยงั่ ยนื ทสี่ อดคลอ้ งกบั ประเดน็ เรอื่ งสง่ิ แวดลอ้ ม ประกอบ กับแรงกดดนั จากกฎระเบยี บข้อบงั คับระดบั สากล จึงเปน็ หนงึ่ ในเหตผุ ลสำ� คญั ท่รี เิ ร่มิ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ เพอื่ ใหเ้ ทยี บเทา่ ในระดบั สากลและสามารถตอ่ รองกบั ตลาดโลก เปา้ หมายขององคก์ รจงึ เปน็ เตรยี มรบั มอื กบั สถานการณใ์ นอนาคต และวางแผนการดำ� เนนิ งานเชิงรุกมากกว่าที่กฎระเบียบและข้อบังคับในไทยก�ำหนด และมีความเป็นสากล มากกว่า มีศักยภาพในการลงทุนทั้งในแง่ของทุนมนุษย์ และทุนโครงสร้างใน กระบวนการผลติ ท่ชี ว่ ยลดผลกระทบการเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
128 ปัจจยั แหง่ ความส�ำเรจ็ ทีน่ ำ� ไปสูก่ ารด�ำเนินธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ จากการศึกษาส�ำรวจธุรกิจคาร์บอนต�่ำในประเทศไทยได้พบปัจจัยส�ำคัญท่ีช่วยให้เกิด การดำ� เนนิ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ่� ซง่ึ ไดน้ ำ� มาจำ� แนกตามปจั จยั แหง่ ความสำ� เรจ็ ทไ่ี ดม้ าจาก การทบทวนเอกสารออกเปน็ 6 ด้าน โดยมีรายละเอยี ดดังต่อไปนี้ 1. ด้านการบรหิ ารจัดการภายในองคก์ ร (Internal management) (1) การริเรมิ่ หรอื ความมงุ่ มัน่ ขอผู้บริหารระดบั สูง การด�ำเนินธรุ กจิ คารบ์ อนตำ่� ทปี่ ระสบความส�ำเร็จ ส่วนหน่ึงมาจากเจ้าของธรุ กิจ หรือผู้ประกอบการท่ีมีความสนใจในประเด็นส่ิงแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ธุรกิจ SMEs ซง่ึ เจา้ ของธุรกิจ/ผปู้ ระกอบการ หรือผบู้ รหิ ารระดบั สงู ขององคก์ ร คือผู้ผลักดันและวางเป้าหมายการด�ำเนินธุรกิจท่ีมีความมุ่งหวังว่า การด�ำเนิน ธุรกิจคาร์บอนต่�ำจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และลดผลกระทบท้ังด้านสังคมและ สิง่ แวดล้อม ซ่ึงมกี ารสร้างความรูค้ วามใจในการผลติ สนิ คา้ และบริการท่ยี ัง่ ยืนให้ แก่พนักงาน อย่างไรก็ดี ขณะท่ีในธุรกิจขนาดใหญ่ มีกรอบของวิสัยทัศน์ และพันธกิจของ องคก์ รทม่ี องภาพอนาคตและโอกาสทางธรุ กจิ เปน็ สำ� คญั การกลา่ วถงึ การดำ� เนนิ ธุรกิจท่ีย่ังยืนในระยะยาวโดยสร้างคุณค่าท้ังในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่ง แวดล้อมไปพร้อมกัน ท�ำให้เป็นตัวก�ำหนดกรอบหรือแนวทางการวางกลยุทธ์ นโยบายและแผนงานท่ีมีความสอดคล้องกับแนวคิดคาร์บอนต�่ำ และส่งผลต่อ การด�ำเนินงานภายในและภายนอกองค์กร นอกจากนแ้ี นวโนม้ การดำ� เนนิ งานในภาคธรุ กจิ ไดใ้ หค้ วามสำ� คญั กบั Triple bot- tom line ท่ใี หค้ วามส�ำคัญกบั การสร้างคุณคา่ ทส่ี มดุลทัง้ ในดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซ่ึงในกระบวนการวางเป้าหมายความส�ำเร็จของธุรกิจจะค�ำนึง ถงึ ผลประโยชนท์ จี่ ะไดร้ บั คลอบคลมุ ทงั้ สามดา้ นใหเ้ กดิ ขนึ้ อยา่ งสมดลุ สอดคลอ้ ง กบั ตวั อยา่ งธรุ กจิ ทดี่ ำ� เนนิ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ่� ซง่ึ เหน็ ไดช้ ดั จากการออกแผนงานและ
129 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน ระเบยี บขนั้ ตอนการทำ� งานมักมีการกำ� หนดกรอบเปา้ หมายความสำ� เร็จในแตล่ ะ ดา้ นไว้อยา่ งชดั เจน โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ภายในองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ (2) การจดั การทรพั ยากรบคุ คล และการรบั เอาแนวคดิ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ ไปปฏบิ ตั ขิ อง พนกั งานและมกี ารบรหิ ารจดั การสถานท่ที ำ� งานอยา่ งเหมาะสม การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรบคุ คลเพอื่ ดำ� เนนิ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ เปน็ การลงทนุ นอ้ ย แตค่ มุ้ คา่ มากทส่ี ดุ ในระยะยาว เนอ่ื งจากพนกั งานคือทนุ มนษุ ย์ ทจี่ ะชว่ ยใหไ้ ดผ้ ล การดำ� เนนิ งานทป่ี ระสบผลสำ� เรจ็ อยา่ งยง่ั ยนื ซง่ึ ตวั แปรสำ� คญั ทจี่ ะชใ้ี หเ้ หน็ วา่ การ ลงทุนน้ีประสบความส�ำเร็จคือ พฤติกรรมของพนักงานท่ีเปลี่ยนแปลงไป ซ่ึงมา จากองค์กรชีใ้ หเ้ หน็ คุณคา่ ของการทำ� งานที่เป็นมิตรกบั สิง่ แวดลอ้ มอย่างย่ังยืน มี ความรคู้ วามเขา้ ใจทตี่ รงกนั ของพนกั งานทวั่ ทง้ั องคก์ ร สรา้ งคา่ นยิ มการปฏบิ ตั งิ าน คาร์บอนต�่ำให้แก่พนักงาน รวมไปถึงการน�ำไปปรับใช้ในชีวิตประจ�ำวันของ พนักงานให้เป็นกิจจะลักษณะ ท้ังนี้ยังรวมไปถึงการจักการสถานท่ีท�ำงานและ สภาพแวดล้อมโดยรอบท่สี ง่ เสริมลกั ษณะนสิ ยั ทค่ี ำ� นึงถงึ ส่งิ แวดลอ้ ม เชน่ การจดั สำ� นกั งานใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั 5ส การลดใชพ้ ลงั งานในชว่ งพกั การจดั การขยะและ ของเสีย เป็นตน้ (3) การสนับสนนุ ในระดับนโยบายตอ่ การด�ำเนนิ งานธรุ กจิ คาร์บอนต�่ำ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ ทป่ี ระสบผลสำ� เรจ็ มกั ยดึ แนวคดิ องคก์ รแหง่ การเรยี นรู้ (Learn- ing Organization) ท่ีพร้อมสนับสนุนให้พนักงานพัฒนาความรู้ สร้างสรรค์ นวตั กรรม เพื่อให้การดำ� เนนิ งานสามารถปรบั ตัวเขา้ กับสภาพแวดลอ้ มภายนอก ผ่านการจัดฝึกอบรม การสัมมนาความรู้ มีช่องทางแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน สำ� หรบั องคก์ รธรุ กจิ ขนาดใหญท่ ม่ี โี ครงสรา้ งองคก์ รสลบั ซบั ซอ้ น มบี คุ ลากรภายใน จำ� นวนมาก จึงมกั วางกรอบก�ำหนดคา่ นิยมการท�ำงานหรอื นโยบายคารบ์ อนต�ำ่ ขน้ึ อยา่ งชดั เจน เชน่ คา่ นยิ มสเี ขยี ว แนวปฏบิ ตั งิ านสเี ขยี ว เพอ่ื เปน็ หลกั การปฏบิ ตั ิ ตา่ งๆ ใหพ้ นกั งานท่ัวทงั้ องคก์ รไดเ้ ขา้ ใจตรงกันและปฏิบัตติ ามจนกลายเป็นส่วน หน่งึ ของวัฒนธรรมองคก์ รในท้ายทสี่ ดุ
130 ขณะที่ในธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางอาจเร่ิมต้นจากการให้พนักงานเรียนรู้ และเขา้ ใจหลกั พนื้ ฐานอยา่ งงา่ ย เชน่ หลกั 3Rs (Reuse Reduce Recycle) หลกั 5ส (สะสาง สะดวก สะอาด สขุ ลกั ษณะ สรา้ งนสิ ยั ) เปน็ ตน้ และชกั จงู ใหพ้ นกั งาน ลงมือปฏิบัติจริง เพ่ือทำ� ให้เห็นผลจากการลงมือปฏิบัติจากความเข้าใจจากหลัก พ้ืนฐานเหล่าน้ี ซง่ึ ชว่ ยใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงจากสิ่งเลก็ ๆ และเป็นขวัญก�ำลงั ใจ ใหม้ กี ารเปลย่ี นแปลงไปสวู่ ถิ คี ารบ์ อนตำ่� ในขน้ั ตอ่ ๆ ไปซงึ่ สำ� หรบั ธรุ กจิ SMEs ยงั ไดใ้ หค้ วามสำ� คญั กบั ทศั นคตขิ องพนกั งานใหเ้ ปน็ หวั ใจสำ� คญั ในการคดั เลอื กบคุ คล เขา้ ท�ำงานอีกด้วย (4) การสอื่ สารและคุณภาพข้อมลู ขา่ วสาร ด้านการส่ือสารภายในองค์กรของธุรกิจคาร์บอนต่�ำเป็นปัจจัยท่ีท�ำให้ธุรกิจ คาร์บอนต�่ำประสบความส�ำเร็จ เนื่องจากการส่ือสารเป็นหัวใจส�ำคัญของการ ด�ำเนินงานในทกุ ด้าน ซึ่งพบวา่ มกี ารสื่อสารจากล่างขนึ้ บน (Bottom-up) รวม อยู่ในธุรกิจทุกขนาด มุ่งเน้นสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน ท้ังยังพบว่ามีการ สรา้ งพนื้ ทใ่ี หแ้ กพ่ นกั งานไดท้ ำ� กจิ กรรมรว่ มกนั เปดิ โอกาสใหพ้ นกั งานแสดงความ คดิ เหน็ เชน่ เสนอกิจกรรมทเ่ี ป็นมติ รกบั สิง่ แวดล้อม กจิ กรรมสาธารณประโยชน์ เปน็ ต้น ส�ำหรบั องคก์ รธุรกจิ ขนาดใหญ่ สนับสนนุ การส่ือสารแบบสองทาง ใช้การสั่งการ ในระดบั นโยบาย และใชก้ ารมสี ว่ นรว่ มในระดบั แผนงาน/กจิ กรรม เพอื่ ใหเ้ หมาะสม กับขนาดขององค์กร ส่วนธุรกิจ SMEs มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของพนักงาน เปน็ หลกั เนอื่ งจากจำ� นวนบคุ ลากรในองคก์ รเออ้ื ประโยชนใ์ หเ้ กดิ การแลกเปลย่ี น ความรู้ และการทำ� งานท่ีบรู ณาการรว่ มกนั เปน็ อย่างยง่ิ
131 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน 2. ด้านการจดั การดา้ นลกู ค้า (Customer management) (1) การกระตุ้นจากลกู คา้ การกระตนุ้ จากลกู คา้ ใหธ้ รุ กจิ แสดงความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มและสงั คมเกดิ ขึ้นกับกลุ่มธุรกิจบางประเภทที่กระบวนการผลิตมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อสิ่ง แวดลอ้ มและสังคมเปน็ วงกว้าง เช่น กลุม่ ธุรกจิ ปโิ ตเคมี กลุม่ ธุรกจิ อก่อสร้าง จึง ท�ำให้การกระตุ้นจากลูกค้าจึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งท่ีท�ำให้ธุรกิจเหล่านี้ต้องมีการ จดั การดา้ นสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการผลติ ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อส่งิ แวดล้อมใหน้ ้อย ทีส่ ุด ทง้ั ยังรวมไปถงึ การดแู ลและฟืน้ ฟธู รรมชาติ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ พยายามสื่อสารขอ้ มลู สินคา้ และบรกิ ารคารบ์ อนตำ่� ใหแ้ กล่ กู ค้า ในหลากหลายช่องทาง โดยการสื่อสารส�ำหรับธุรกิจคาร์บอนต่�ำนั้นได้ให้ความ ส�ำคัญกับฉลากสิ่งแวดล้อม เพ่ือสร้างความมั่นใจและเป็นหลักประกันถึง กระบวนการผลิตท่ีลดผลกระทบทางส่ิงแวดล้อม จึงท�ำให้ธุรกิจคาร์บอนต่�ำต่าง วางมาตรฐานการผลิตเพอ่ื ใหไ้ ดก้ ารรบั รองและน�ำเสนอสลู่ ูกค้า (2) การสนบั สนนุ ของลูกคา้ ธุรกิจคาร์บอนต่�ำได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าผ่านการซ้ือสินค้าและบริการท่ีได้ รับฉลากสิ่งแวดล้อม ซ่ึงฉลากสิ่งแวดล้อม (Eco-labeling) คือหน่ึงในความ พยายามของภาคธุรกิจท่ีจะนำ� เสนอสินค้าและบริการคาร์บอนต่�ำ เพื่อเป็นทาง เลอื กในการบรโิ ภค ซงึ่ มกี ารจดั การสนิ คา้ และบรกิ ารใหไ้ ดม้ าตรฐานจนไดร้ บั การ รับรองจากหน่วยงานภาครัฐ รวมไปถึงการสร้างมาตรฐานและพัฒนาเป็นฉลาก ควบคมุ สนิ คา้ และบรกิ ารของบรษิ ทั ซงึ่ เปน็ มาตรการขอ้ บงั คบั ควบคมุ กระบวนการ ผลติ ของบริษัท (Self-regulation) โดยมคี ณะทำ� งานท่ีดูแลรบั ผิดชอบทคี่ วบคุม ดูแลมาตรฐานสินค้าและบริการให้เป็นไปตามที่ก�ำหนด เพ่ือรับรองสินค้าและ บรกิ าร
132 3. ด้านกฎระเบียบขอ้ บงั คบั (Regulatory) (1) การสนบั สนนุ จากกลไกระหว่างประเทศ ธุรกิจคาร์บอนตำ�่ กบั กฎหมายและขอ้ บังคับ พบวา่ กฎระเบยี บข้อบังคบั ในระดบั สากลเป็นแรงกดดันและบังคับให้ธุรกิจต้องด�ำเนินธุรกิจที่ค�ำนึงถึงการลดผล กระทบการเปล่ยี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ มีการวางแผนและการดำ� เนินงานด้าน สิ่งแวดล้อมที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้เป็นท่ียอมรับระดับสากล และ เพอ่ื เพม่ิ ศกั ยภาพการแขง่ ขนั ในตลาดโลก เชน่ ขอ้ บงั คบั จากองคก์ รการคา้ โลก (WTO) สภาการค้าโลกเพื่อการพัฒนาอยา่ งย่ังยืน (WBCSD) รวมไปถงึ การด�ำเนินธรุ กิจ รว่ มกบั คูค่ ้าต่างชาติ เช่น สหรัฐอเมรกิ า จีน ญีป่ นุ่ ที่มมี าตรการด้านสิ่งแวดล้อม
133 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน ควบคมุ การดำ� เนนิ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ จงึ เปน็ สว่ นหนงึ่ ของการปรบั ตวั และสอดรบั กบั ขอ้ บงั คบั จากองคก์ รภายนอก อกี ทง้ั ยงั ไดร้ บั เครอื่ งมอื และตวั ชวี้ ดั การประเมนิ ทางสง่ิ แวดลอ้ มในระดบั สากลมาปรบั ใชใ้ นการดำ� เนนิ งาน มกี ารพฒั นาการจดั ทำ� รายงานของบรษิ ทั เป็นรายงานการพฒั นาอย่างย่ังยืน ท่ีเนน้ ประเดน็ ความยั่งยืน ของการด�ำเนินงาน เช่น GRI Standard และIR เป็นต้น ซ่ึงช่วยให้การจัดท�ำ รายงานมคี วามเป็นสากลมากขึน้ นอกจากนี้ ธรุ กจิ บางกลมุ่ คอื ธรุ กจิ ทมี่ คี วามเสย่ี งตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มและสงั คม ซงึ่ อาจ สรา้ งผลกระทบในวงกวา้ ง และเป็นทไ่ี ด้รบั ความสนใจจากองค์กรอสิ ระ (NGOs) การดำ� เนนิ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ่� และการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มจงึ เปน็ การแสดงความรบั ผิดชอบต่อสังคมและสิง่ แวดลอ้ ม 4. ดา้ นการจดั การด้านคู่ค้า (Supplier management) (1) ความตระหนักรูข้ องคูค่ ้าในห่วงโซ่อุปทาน ธุรกิจคาร์บอนต�่ำกับการจัดการคู่ค้า พบว่า การด�ำเนินธุรกิจคาร์บอนต่�ำจะให้ ความสำ� คญั กบั คคู่ า้ ในหว่ งโซอ่ ปุ ทาน เนอ่ื งจากการผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารคารบ์ อน ตำ่� นน้ั จะตอ้ งคำ� นงึ ถงึ วตั ถดุ บิ ทนี่ ำ� เขา้ สกู่ ระบวนการการผลติ วา่ มสี ว่ นชว่ ยลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยเพียงใด เพื่อให้การด�ำเนินธุรกิจคาร์บอนต่�ำ ครอบคลุมต้ังแต่ต้นน้�ำตลอดจนถึงปลายน้�ำ จึงต้องมีการวางแผนการจัดซื้อจัด จ้างกับคู่ค้า โดยบริษัทเร่ิมต้นจากคู่ค้าที่ด�ำเนินงานท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมอยู่ แล้ว หรือชกั จูงคู่ค้าใหด้ ำ� เนินธุรกจิ คาร์บอนต�่ำร่วมกนั จากการถอดบทเรยี นธรุ กจิ คารบ์ อนตำ่� พบวา่ บรษิ ทั มกั มขี อ้ กำ� หนดการจดั ซอ้ื จดั จา้ งคารบ์ อนต�ำ่ (Low carbon procurement) อย่างชัดเจน และคณุ ลกั ษณะ ของคคู่ า้ คารบ์ อนตำ�่ เชน่ วตั ถดุ บิ ทล่ี ดการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกหรอื เปน็ มติ รกบั ส่ิงแวดล้อม คู่ค้ามีการจัดการด้านส่ิงแวดล้อมที่ได้รับมาตรฐาน ISO 14001 เป็นตน้ เพอ่ื นำ� มาผลิตเปน็ สินคา้ และบริการตอ่ ไป
134 (2) การมีส่วนเกีย่ วข้องกับคคู่ า้ ในห่วงโซอ่ ุปทาน ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ�่ กำ� หนดใหค้ คู่ า้ เปน็ ผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี ทางธรุ กจิ และเปน็ องคป์ ระกอบ ของการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ซ่ึงในการด�ำเนินธุรกิจคาร์บอนต�่ำได้มีการสร้าง ความสัมพันธ์กับคู่ค้าในหลายๆ ด้าน ซึ่งเป็นการท�ำความเข้ารู้จักและท�ำความ เข้าใจคู่ค้า เพ่ือทราบลักษณะของคู่ค้าท่ีเหมาะสมทีจะด�ำเนินการจัดซ้ือจัดจ้าง คารบ์ อนตำ�่ ซง่ึ ในบางธรุ กจิ ไดย้ กระดบั ความสมั พนั ธส์ รา้ งเปน็ เครอ่ื งขา่ ยคารบ์ อน ต�่ำ หรือเครือขา่ ยหว่ งโซ่อุปทานสีเขยี ว เพื่อด�ำเนนิ งานสอดประสานระหวา่ งกนั โดนสามารพฒั นาความสมั พนั ธก์ บั คคู่ า้ ผา่ นกจิ กรรม เชน่ การจดั สมั มนา อบรมคู่ ค้า การถ่ายทอดใหค้ วามร้แู กค่ ่คู ้า เปน็ ต้น (3) การฝกึ อบรมให้กบั คู่ค้าและถา่ ยทอดเทคโนโลยีให้แก่คู่ค้า ส่วนหน่ึงของการสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้า คือการแลกเปลี่ยนความรู้และ ประสบการณก์ ารทำ� ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ่� ใหแ้ กค่ คู่ า้ รวมไปถงึ การถา่ ยทอดเทคโนโลยี ทช่ี ว่ ยลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกใหแ้ ก่คคู่ า้ ซ่งึ การสร้างความสัมพนั ธ์กับคู่คา้ มีโอกาสพัฒนาเป็นเครือข่ายคู่ค้าสีเขียว หรือการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ (partner) ที่เป็นการร่วมกลุ่มคู่ค้าของบริษัทท่ีมุ่งให้ความสนใจในการลดการ ปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจก มโี ครงการกจิ กรรมรว่ มกนั เพอื่ ชว่ ยสง่ เสรมิ การผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารอย่างยัง่ ยืน 5. ด้านสงั คม (Social) (1) สถานการณค์ วามขาดแคลน ความเส่ือมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ่� กบั ดา้ นสงั คม พบวา่ ธรุ กจิ ไดเ้ หน็ ถงึ ปญั หาความขาดแคลนและ ความเสอื่ มโทรมของทรพั ยากรธรรมชาติ ทมี่ าจากความตระหนกั ถงึ เรอ่ื ง ธรุ กจิ มี ส่วนท�ำลายสิ่งแวดล้อมที่มาจากกระบวนการผลิตเป็นจ�ำนวนมาก ซ่ึงรวมไปถึง ผลกระทบต่อชุมชนรอบข้าง การรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น การ
135 ลดใชพ้ ลงั งาน ลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจก ตลอดจนการฟน้ื ฟธู รรมชาตจิ งึ เปน็ บทบาทหนา้ ทข่ี องธรุ กจิ ทจ่ี ะแสดงความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม ทงั้ นี้ ในบางธรุ กจิ มกั ไดร้ บั ความสนใจในกระบวนการผลติ การจดั การดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม การลดผลกระทบทางสงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม จากภาคประชาสงั คม (NGO)อกี ดว้ ย (2) ประเด็นมิตทิ างสังคม การด�ำเนินธุรกิจคาร์บอนต�่ำเป็นโอกาสที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่ง การด�ำเนินธุรกิจคาร์บอนต่�ำสามารถเป็นส่วนหนึ่งของงานด้านความรับผิดชอบ ตอ่ สังคมและส่ิงแวดล้อมขององค์กร (Corporate Social Responsibility:CSR) ทมี่ กี ารคนื ประโยชนแ์ ละตอบแทนสงั คมและสง่ิ แวดลอ้ มโดยจากการถอดบทเรยี น พบวา่ ธรุ กจิ ไดก้ ำ� หนดใหช้ มุ ชนเปน็ สว่ นหนง่ึ ของผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี มกี ารทำ� งานรว่ ม กบั ชมุ ชนทอ้ งถนิ่ อยา่ งสมำ่� เสมอ และมกี ารออกโครงการ/กจิ กรรมเพอื่ ชมุ ชมรอบ ขา้ งอย่างต่อเนอื่ ง ซงึ่ มีกจิ กรรมในดา้ นสงิ่ แวดล้อมรว่ มอยู่ด้วย ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน
136 6. ดา้ นความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) (1) การเสริมภาพลักษณ์องค์กร การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท ผลประโยชนท์ างเศรษฐกจิ ธุรกิจคาร์บอนต่�ำกับความสามารถในการแข่งขัน พบว่า ธุรกิจได้ค�ำนึงถึงผล ประโยชนท์ างธรุ กิจ เชน่ การลดต้นทนุ การผลติ การใช้ทรพั ยากรท่ีไดป้ ระโยชน์ สูงสุด ความคุ้มค่าในการลงทุนนวัตกรรมและเทคโนโลยี ธุจกิจจึงการวางแผน และการออกแบบเพอ่ื ลดใชท้ รัพยากรในกระบวนการผลิต เชน่ ลดพลังงาน ลด กา๊ ซเรอื นกระจก การนำ� กลบั มาใชใ้ หม่ และการทดแทนทรพั ยากร อกี ทง้ั ใหค้ วาม ส�ำคัญกับความสามารถในการแข่งขันภายในตลาดท่ีจะก่อให้เกิดความย่ังยืน ธุรกิจมีการปรับตัวต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และมีส่วนสร้างสรรค์ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมระดบั สงู เพอื่ ชว่ ยเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพในกระบวนการผลติ ทีช่ ว่ ยลดผลกระทบทางสิง่ แวดล้อม ซงึ่ ยังรวมไปถึงการให้ความสำ� คัญของระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศระดับปฏิบตั กิ ารในแผนกส่งิ แวดล้อม การส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กร เป็นอีกปัจจัยท่ีธุรกิจคาร์บอนต�่ำได้ให้ความ สำ� คญั การสง่ เสรมิ ภาพลกั ษณข์ ององคก์ ร เหน็ ไดช้ ดั จากการไดร้ บั รองมาตรฐาน การผลิตดา้ นสิง่ แวดลอ้ ม และฉลากส่งิ แวดล้อม เพ่ือให้ลกู คา้ เกดิ ทศั นคตทิ ด่ี กี บั บริษัท และมีความพึงพอใจในสินค้าและบริการท่ีมีส่วนช่วยลดผลกระทบการ เปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
137 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน สรุปปัจจยั แหง่ ความสำ� เร็จของการดำ� เนนิ ธรุ กจิ คาร์บอนต�ำ่ ปจั จยั แหง่ ความสำ� เรจ็ ทม่ี าจาการจดั การภายในองคก์ ร คอื การเิ รม่ิ ของผบู้ รหิ ารระดบั สงู ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั บทเรียนของธรุ กจิ ทีม่ กี ารบริหารหว่ งโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนในหลายๆ ประเทศ กลา่ วคอื ผนู้ ำ� องคก์ รหรอื ผบู้ รหิ ารระดบั สงู จะตอ้ งใหค้ วามสนใจ และเปน็ ผนู้ ำ� ในการปลี่ยนแปลง ซ่ึงเป็นไปในรูปแบบเดียวกันเม่ือต้องการจะสร้างวัฒนธรรมการ ท�ำงานในองค์กร หรือเปล่ียนแปลงวัฒนธรรมองค์ให้ประสบผลส�ำเร็จน้ันจะต้องเกิด ขน้ึ จาก ความมงุ่ มน่ั ของผบู้ รหิ ารระดบั สงู โดยผบู้ รหิ ารระดบั สงู จะตอ้ งเหน็ คณุ คา่ ของ สงิ่ ทที่ ำ� มคี วามเขา้ ใจและความเชอื่ มนั่ ตอ่ แนวคดิ ทงั้ นย้ี งั ตอ้ งใหค้ วามสำ� คญั จากระดบั ล่างสุดข้นึ ไป ในทางเดียวกนั กบั แนวคดิ คาร์บอนตำ่� กบั การดำ� เนินธุรกิจ การจะสร้าง การปฏิบัตคิ าร์บอน จนกลายเปน็ วฒั นธรรมหลกั ขององคก์ ร หรือเป็นแนวทางสำ� คญั ในการด�ำเนินธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าของธุรกิจจะต้องเข้าใจถึงหลักแนวคิด เพอ่ื ออกเป็นนโยบายและแผนงานทช่ี ดั เจน จากการถอดบทเรียนธุรกิจคาร์บอนต่�ำที่ประสบความส�ำเร็จได้พิสูจน์แล้วว่า ธรุ กจิ คารบ์ อนตำ่� จะบรรลเุ ปา้ หมายไดห้ ากผบู้ รหิ ารระดบั สงู มคี วามมงุ่ มน่ั ตง้ั ใจ และรเิ รม่ิ ทจ่ี ะสรา้ งวถิ คี ารบ์ อนตำ�่ มาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดำ� เนนิ ธรุ กจิ สอดคลอ้ งไปในทศิ ทางเดยี ว กับการทบทวนเอกสารท่ีช้ีว่า ธุรกิจที่ด�ำเนินงานเชิงรุกจะต้องมีการจัดการภายใน องคก์ รที่ครบทงั้ 7 ดา้ น ดงั นี้ (1)การฝึกอบรมดา้ นสิง่ แวดลอ้ ม(2) การประเมินผลการ ปฏบิ ัติและใหร้ างวลั จากเกณฑด์ า้ นสง่ิ แวดลอ้ ม (3) คณะทำ� งานด้านสง่ิ แวดลอ้ ม (4) การเสริมพลังต่อการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมกับพนักงาน (5) การสนับสนุนการมี ส่วนร่วมในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมกับพนักงาน (6) มีวัฒนธรรมองค์กรด้านส่ิง แวดล้อม (7) การสนบั สนนุ จากผู้บริหารระดับสงู ในกจิ กรรมด้านส่ิงแวดล้อม และ (8) การเป็นองค์กรแห่งการเรยี นร้ดู า้ นสงิ่ แวดลอ้ ม
138 โปรแกรมค�ำนวณคารบ์ อนฟุตพร้นิ ท์งานอีเวนท์ CF Event Calculator การจัดงานกิจกรรม หรือ อีเว้นท์ สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการลด ปญั หาภาวะโลกรอ้ นได้ ด้วยการท�ำกจิ กรรมชดเชยคาร์บอน โดยสง่ เสรมิ ใหม้ กี ารจดั หาคารบ์ อนเครดติ จากโครงการลดกา๊ ซเรอื นกระจก ในประเทศไทยมาชดเชยกับก๊าซเรือนกระจกท่ีปล่อยออกมาจาก กิจกรรมต่าง ๆ ของการจัดงานเพ่ือท�ำให้ก๊าซเรือนกระจกลดลง เท่ากับศูนย์ เรยี กว่า Carbon Nuetral
139 ุธร ิกจ ุยคใหม่ ใส่ใจลดโลกร้อน : ผ ิลตยั่ง ืยน ธุร ิกจยั่ง ืยน ทหา่านคป�ำตลออ่ บยไกด๊าจ้ซาเกรือ..น.กระจกปีละเทา่ ใด? โปรแกรมคำ� นวณคารบ์ อนฟตุ พริ้นทร์ ะดับบุคคล Carbon Footprint Calculator แอพพลเิ คช่ันนี้ใช้ส�ำหรับคำ� นวณ ข้อมูลคารบ์ อนฟตุ พริน้ ท์ จะทำ� ให้ ผู้บริโภคทราบถึงปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก กจิ กรรมประจำ� วนั และกระตนุ้ ใหเ้ กดิ ความตระหนกั ในการเลอื กซอื้ สนิ คา้ และเปลยี่ นแปลงวธิ กี ารบรโิ ภค เพอื่ ชว่ ยลดปญั หาโลกรอ้ นและ การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
140
142
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148