Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โคลงโลกนิติ

โคลงโลกนิติ

Published by Natthaphum, 2023-07-06 07:41:59

Description: โคลงโลกนิติ

Search

Read the Text Version

โคลงโลกนติ ิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดศิ ร รายวชิ าภาษาไทย ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1

โคลงโลกนิติ โคลงโลกนิติ (อา่ นวา่ โลก-กะ-นดิ แปลว่า ระเบียบแบบแผนแหง่ โลก) เป็นวรรณคดีที่มีเนื้อหาเป็นคาสอนในด้านต่าง ๆ ทั้งทางโลกและทางธรรม ถือเป็นคาสอนที่เก่าแก่และ แพร่หลายมาตง้ั แต่สมัยโบราณ เน้ือหาสว่ นมากมีที่มาจากคาถา ภาษาบาลีที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ต่าง ๆ เช่น คัมภีร์โลกนิติ คัมภีร์ธรรมนิติ คัมภีร์ราชนีติ หิโตปเทศ ธรรมบท และ พระไตรปิฎก เป็นต้น นักปราชญใ์ นอดตี ไดเ้ ลือกสรรคาถามา แปลเปน็ ร้อยแกว้ แลว้ เรยี บเรยี งแต่งคาประพันธ์โคลงส่ีสุภาพ

ความเป็นมา โคลงโลกนติ ิ เน่ืองด้วยโคลงโลกนิติ มีเนอ้ื หาที่ทาให้ผู้อ่าน มีความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นไปของโลกเพื่อจะได้ ดาเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้องดีงาม ประกอบกับมี ถ้อยคาและเนื้อความที่ไพเราะ มีความเหมาะสมทั้ง ด้านรูปแบบและเนื้อหา ครบคุณค่าทางวรรณกรรม จึง ได้รับการยกย่องและได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งใน หนังสือดี 100 เล่มทค่ี นไทยควรอ่าน

ประวตั ิผ้แู ตง่ โคลงโลกนติ ิ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเดซาดิศร สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดซาดิศร มีพระนามว่า พระองค์เจ้าชายมั่ง เป็นพระราชโอรสใน พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ พุ ท ธ เ ลิ ศ ห ล ้ า น ภ า ลั ย กั บ เจ้าจอมมารดานิ่ม ธดิ าเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ประสูติ เมือ่ วันเสาร์ท่ี 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2336

ประวัตผิ ู้แตง่ โคลงโลกนติ ิ สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดซาดศิ ร ในสมัยรัชกาลที่ 2 ทรงรับสถาปนาเป็นกรมหมื่น เดชอดิศร กากับกรมพระอาลักษณ์ในรัชกาลที่ 3 ได้ ทรงเลื่อนเป็นกรมขุนเดชอดิศร และในรัชกาลที่ 4 ทรงเลื่อนเป็นกรมสมเด็จพระเดชาดิศร สิ้นพระชนม์ เมื่อ พ.ศ. 2402 พระชันษาได้ 67 ปี ทรงเป็น ตน้ ราชสกุล เดชาตวิ งศ์ งานพระนิพนธ์ที่ปรากฏ ได้แก่ โคลงโลกนิติ โคลงนิราศเสด็จไปทัพเวียงจันทน์ ฉันท์สังเวย พระมหาเศวตฉัตร และฉันทด์ ษุ ฎีสงั เวยต่าง ๆ

ลกั ษณะคาประพันธ์ โคลงโลกนติ ิ โคลงโลกนติ ิ แต่งด้วยคาประพันธป์ ระเภทโคลงสส่ี ุภาพและมบี างบทเป็นโคลงกระทู้ แผนผังโคลงสส่ี ภุ าพ ตวั อยา่ งโคลงสสี่ ภุ าพ นา้ เค้ียวยงู ว่าเงีย้ ว ยงู ตาม ทรายเหลอื บหางยูงงาม ว่าหญา้ ตาทรายยิ่งนลิ วาม พรายเพรศิ ลงิ วา่ หว้าหวังหวา้ หวา่ ดนิ้ โดยตาม

ลักษณะคาประพนั ธ์ โคลงโลกนิติ โคลงโลกนิติ แตง่ ดว้ ยคาประพันธ์ประเภทโคลงสี่สภุ าพและมบี างบทเปน็ โคลงกระทู้ โคลงกระทู้ คือ โคลงสีสุภาพที่มีการตั้งข้อความหรือหัวข้อ (กระทู้) วางไวข้ า้ งหนา้ โคลงทั้ง 4 บาท แล้วแตง่ ถอ้ ยคาต่อไปให้มีเนื้อความอธิบายหรือขยาย ความของกระทู้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น บางครั้งตัวกระทู้เองอาจจะไม่มีความหมายก็ต้อง แตง่ เตมิ ถ้อยคาในโคลงใหม้ ีความเหมาะสม โคลงกระทมู้ ี 4 ชนิด คือ ▪ โคลงกระทู้ 1 คา (กระทเู้ ดยี่ ว) ▪ โคลงกระทู้ 2 คา ▪ โคลงกระทู้ 3 คา ▪ โคลงกระทู้ 4 คา

โคลงโลกนติ ิ ผลเดอื่ เมอ่ื สกุ ไซร้ มพี รรณ ผ ล ม ะ เ ดื ่ อ เ มื ่ อ สุ ก แ ล ้ ว จ ะ มี ภายนอกแดงดฉู นั ชาดบ้าย ภายในย่อมแมลงวัน หนอนบอ่ น สีแดง ภายนอกดูสวยงาม แต่ข้างในมี ดจุ ดง่ั คนใจรา้ ย นอกนั้นดูงาม หนอนและแมลงวันไชอยู่ เหมือนกับคน บางคนที่หน้าตาดูดี แต่ภายในเป็นคน ใจร้าย ตามสานวนไทยที่ว่า “ข้างนอก สุกใสข้างในเปน็ โพรง” นาคีมีพษิ เพ้ยี ง สุรโิ ย งู เ ป ็ น สั ต ว ์ ที ่ มี พิ ษ แ ร ง ก ล ้ า เลือ้ ยบท่ าเดโช แช่มชา้ ดง่ั พระอาทติ ย์ แต่มันกลับชอบเลื้อยช้า ๆ พษิ นอ้ ยหยง่ิ โยโส แมลงป่อง ไม่แสดงอานาจอะไร ตา่ งจากแมงป่องที่มี ชูแต่หางเองอา้ อวดอา้ งฤทธี พิษน้อยแต่ชอบอวดอ้างชูหางตัวเองเพื่อ แสดงอานาจ

โคลงโลกนิติ ความรผู้ ปู้ ราชญ์นั้น นักเรยี น คนดีหรือคนที่มีความรู้อย่าง ฝนทั่งเท่าเขม็ เพยี ร ผา่ ยหน้า นั ก ป ร า ช ญ ์ มั ก มี ค ว า ม ข ยั น ห มั ่ น เ พี ย ร คนเกียจเกลยี ดหน่ายเวียน วนจติ สามารถที่จะฝนทั่งสาหรับตีเหล็กชิ้น กลอทุ กในตะกร้า เปี่ยมล้นฤามี ใหญ่ให้เล็กไดเ้ ทา่ เข็มเย็บผ้า แต่คนที่มี นิสัยเกียจคร้าน ไม่ว่าจะทาสิ่งใดก็ไม่ สาเร็จ เหมือนกับการตักน้าใส่ตะกร้าท่ี ไมม่ ีวนั เตม็ ได้ หา้ มเพลิงไว้อยา่ ให้ มีควนั เมือ่ ใดที่เราสามารถทาให้ไฟ ห้ามสรุ ิยแสงจนั ทร์ สอ่ งไซร้ ไร้ควัน ห้ามพระอาทิตย์และพระจันทร์ หา้ มอายุใหห้ ัน คนื เล่า ส่องแสง รวมถึงทาให้อายุของเรา หา้ มดัง่ น้ีไว้ได้ จ่งึ หา้ มนินทา ยอ้ นกลับคนื มาได้แล้ว เมอื่ นนั้ เราจึงห้าม การนินทาได้ (เทา่ กบั แปลว่า การนินทา เป็นเรื่องธรรมดาของโลกนน้ี น่ั เอง)

โคลงโลกนิติ รู้น้อยว่ารมู้ าก เริงใจ คนที่ตาหนิคนอื่นว่ามีความรู้ กลกบเกดิ อยใู่ น สระจอ้ ย น้อย แต่หลงระเริงว่าตนมีความรู้มาก ไปเ่ หน็ ชเลไกล กลางสมุทร เหมือนกบที่อยู่ในบ่อน้าไม่เคยออกไปดู ชมวา่ นา้ บ่อนอ้ ย มากลา้ ลกึ เหลอื มหาสมุทร กห็ ลงระเรงิ วา่ นา้ ในบอ่ นีม้ าก จระเข้คบั น่านน้า ไฉนหา ภกั ษเ์ ฮย จระเข้ตัวใหญ่โตคับแม่น้า รถใหญ่กว่ารัถยา ยากแท้ ย่อมหาอาหารไม่สะดวก รถที่ใหญ่กว่า เสอื ใหญ่กว่าวนา ไฉนอยู่ ไดแ้ ฮ ถนนเสือตัวโตกว่าป่า เรือลาใหญ่คับ เรอื เขือ่ งคบั ชเลแล้ แลน่ โล้ไปไฉน ทะเลเหล่าน้ีย่อมยากตอ่ การดารงอยู่

โคลงโลกนิติ ห า ก ต ้ อ ง เ ลื อ ก ร ะ ห ว ่ า ง ทรัพย์สินกับศักดิ์ศรี เราควรเลือกรักษา เสยี สนิ สงวนศักดิ์ไว้ วงศห์ งส์ ศักดิ์ศรีไว้แต่เมื่อต้องเลือกศักดิ์ศรีและ เสียศกั ดิ์สู้ประสงค์ สงิ่ รู้ ความรู้ จงเลือกลดศักดิ์ศรีและรับความรู้ เสียรเู้ รง่ ดารง ความสตั ยไ์ วน้ า มา หากเสียรู้เล่ห์เลี่ยมกลโกง ก็จงยึด เสียสตั ย์อยา่ เสยี สู้ ชพี มว้ ยมรณา มั่นความซื่อสัตย์เอาไว้ และสุดท้ายหาก ต้องเสียความซื่อ สัตย์ สู้ยอมตายเสีย น้าเคย้ี วยงู วา่ เง้ียว ยูงตาม ดีกว่า ตรงกับสุภาษิตที่ว่า “เสียชีพอย่า ทรายเหลือบหางยงู งาม ว่าหญ้า เสยี สตั ย์” ตาทรายยง่ิ นิลวาม พรายเพรศิ ลิงวา่ หว้าหวงั หว้า หว่าดน้ิ โดยตาม การหลงเชื่อในสิ่งที่ผิด หรือ การหลงผิด โดยขาดการไตร่ตรอง อาจ นามาซึ่งอันตรายถึงชีวิต เช่นนกยูงมอง จากท่ีสูงเห็นสายน้าที่คดเคี้ยวไกล ๆ ว่า เป็นงู กระโดดลงไปตาย เนื้อทรายมอง แพหางนกยูงเป็นหญ้าก็กระโดดจะกิน ก็ตาย ขณะเดียวกันลิงเห็นตาทรายที่ โผล่พ้นน้าเป็นลูกหว้า กระโดดหมายจะ กินอีก และตายตามไป

โคลงโลกนิติ พระสมทุ รสุดลึกลน้ คณนา มหา สมุทร ต ่อ ให้ลึกสัก สายดิ่งทิ้งทอดมา หย่งั ได้ เพียงใดก็ยังใช้สายดิ่งวัดความลึกได้ เขาสงู อาจวดั วา กาหนด ภูเขาต่อให้สูงสักเพียงใด ก็ยังอาจ จิตมนษุ ยน์ ไี้ ซร้ ยากแทห้ ย่ังถึง กาหนดความสูงได้ แต่จิตใจของคนเรา นี้ ช่างลึกลับ ซับซ้อนเกินกว่าจะใช้ เครอื่ งมือใด ๆ มาวดั ใหห้ ยง่ั รไู้ ด้ รักกันอยขู่ อบฟ้า เขาเขยี ว คนท่รี ักกนั แม้อยู่ไกลกัน ก็ เสมออยู่หอแห่งเดียว ร่วมห้อง เหมอื นอยู่ใกล้กนั แตค่ นท่ีเกลียดชังกัน ชงั กันบแ่ ลเหลียว ตาตอ่ กันนา ต่อให้อยู่ใกล้กัน ก็เหมือนอยู่ห่างไกล เหมือนขอบฟา้ มาปอ้ ง ป่าไมม้ าบงั กนั

โคลงโลกนิติ เจด็ วนั เว้นดีดซ้อม ดนตรี เรียนดนตรีไม่ซ้อม 7 วันก็ อกั ขระหา้ วนั หนี เน่ินช้า ลืม เรียนหนังสือไม่ทบทวน 5 วันก็ลืม สามวันจากนารี เปน็ อื่น สามวันจากหญิงคนรักก็อาจลืมกัน ไม่ วันหน่งึ เว้นล้างหน้า อบั เศร้าศรีหมอง ลา้ งหนา้ 1 วนั กม็ ีหนา้ ตาที่เศร้าหมอง ใครจกั ผกู โลกแม้ รดั รงึ ไมม่ เี สนห่ าหรอื มนตรใ์ ดที่จะ เหล็กเทา่ ลาตาลตรงึ ไป่หมน้ั ผู ก มั ด ค น ใ ห ้ ค ง มั ่ น ต ่ อ กั น เ ท ่ า ไ ม ต รี มนตร์ยาผูกนานหึง หายเส่อื ม ความเออื้ อาทรท่ดี ตี ่อกัน ผกู เพือ่ ไมตรีน้นั แน่นเทา้ วันตาย

โคลงโลกนติ ิ ความรู้ดูย่ิงล้า สนิ ทรพั ย์ ค ว า ม รู ้ นั ้ น มี ค ่ า ยิ ่ ง ก ว ่ า คดิ ค่าควรเมอื งนับ ยิง่ ไซร้ ทรัพย์สินเงินทอง เงินทองยังสามารถ เพราะเหตุจกั อยูก่ บั กายอาต-มานา นับได้ แต่ความรู้ไม่สามารถนับได้ โจรจกั เบยี นบ่ได้ เร่งรู้เรยี นเอา สาเหตุที่ความรู้นั้นล้าค่าเพราะเป็นสิ่งท่ี อยู่ติดกับตัวเรา โจรไม่สามารถขโมยได้ สนิมเหล็กเกิดแตเ่ นอื้ ในตน เหมือนขโมยเงินทอง ดังนั้นทุกคนจึง กนิ กัดเนอ้ื เหลก็ จน กรอ่ นขรา้ ควรเรง่ เพ่ิมพูนความรู้นัน่ เอง บาปเกิดแตต่ นคน เป็นบาป บาปย่อมทาโทษซ้า ใส่ผบู้ าปเอง สนิมของเหล็กนั้นที่แท้แล้ว ก็เกิดขึ้นมาจากเนื้อเหล็กนั่นเองและ สนิมนั้นก็จะกัดกินเนื้อเหล็กจนผุกร่อน ไปจนสิน้ เปรียบได้กับบาปนั้นก็เกิดขึ้น จากตัวบุคคลเอง แล้วผลแห่งบาปนั้นก็ จะให้ทุกข์ให้โทษแก่ผู้ที่กระทาบาป นนั่ เอง

โคลงโลกนติ ิ นกนอ้ ยขนน้อยแต่ พอตัว นกตัวน้อย ๆ มีขนน้อยสม รังแตง่ จุเมียผวั อยู่ได้ กับตัว มันก็ย่อมทารังแต่เพียงน้อยพอ มักใหญ่ยอ่ มคนหวัว ไพเพดิ อยู่กันได้ตามประสาผัวเมีย คนเราก็ ทาแต่พอตัวไซร้ อยา่ ใหค้ นหยัน เช่นกันอย่าได้พยายามคิดการใหญ่เกิน ตัวให้คนเขาเย้ยเยาะเอาได้ ควรทาให้ พอเหมาะพอตวั เปน็ ดที ่ีสุด เห็นทา่ นมีอยา่ เคลมิ้ ใจตาม เมื่อเห็นคนอื่นเขามั่งมีศรีสุข เรายากหากใจงาม อย่าครา้ น ก็อย่าลืมตัวลืมตนไปตามเขาแม้เราจะ อุตส่าห์พยายาม การกิจ ยากจน แต่ถ้ามีน้าจิตน้าใจดี ไม่เกียจ เอาเยย่ี งอยา่ งเพอื่ นบ้าน อย่าทอ้ ทากนิ คร้าน ขยันขันแข็งมานะทางานไป เราก็ จะได้ดเี อง ควรดูตัวอย่างดี ๆ จากเพื่อน บ้านแลว้ กอ็ ยา่ ทอ้ เรื่องการทามาหากิน

โคลงโลกนติ ิ คนใดละพอ่ ท้งั มารดา บุคคลใดก็ตามที่ละเลย ละ อนั ทพุ พลชรา- ภาพแล้ว ทิ้งการดูแลบิดามารดา ที่ชราภาพ หรือ ขบั ไล่ไมม่ ปี รา- ณีเนตร ทุพพลภาพ ย่อมนามาซึ่งภัยอันตรายสู่ คนดง่ั นี้ฤาแคล้ว คลาดพ้นไภยัน ตวั เอง ตรงกบั สานวน ลูกอกตัญญู คณุ แมห่ นาหนักเพี้ยง พสุธา พ ร ะ คุ ณ ข อ ง ผู ้ เ ป ็ น แ ม ่ นั ้ น คณุ บิดรดจุ อา- กาศกวา้ ง ยิ่งใหญ่กว่าผืนแผ่นดิน พระคุณของพ่อ คุณพีพ่ ่างศขิ รา เมรมุ าศ เปรียบดั่งท้องฟ้า พระคุณของพี่เปรียบ คณุ พระอาจารย์อา้ ง อาจสู้สาคร เ ห มื อ น ขุ น เ ข า ใ ห ญ ่ พ ร ะ คุ ณ ข อ ง ค รู บ า อ า จ า ร ย ์ นั ้ น เ ป รี ย บ เ ห มื อ น ห ้ ว ง มหาสมุทร

โคลงโลกนิติ ก้านบวั บอกลึกตนื้ ชลธาร ความยาวของก้านบัวสามารถ มารยาทส่อสันดาน ชาตเิ ชอื้ บอกความลกึ ต้ืนของแหล่งน้าที่มันอยู่ได้ โฉดฉลาดเพราะคาขาน ควรทราบ มารยาทบอกให้ทราบถึงความเป็นไปของ หยอ่ มหญา้ เหีย่ วแหง้ เร้ือ บอกรา้ ยแสลงดิน ชาติตระกูลคาพูดของคนสามารถแสดง ให้เห็นว่าบุคคลนั้น ฉลาด เขลา ชั่ว หรือเลว เหมือนกับที่หญ้าเหี่ยวแห้ง บอกถึงความไม่สมบรู ณข์ องดิน ตามตรง กบั สานวนสาเนยี งสอ่ ภาษา กรยิ าส่อสกุล ถงึ จนทนส้กู ดั กินเกลอื ถึงจะยากจนก็จงสู้กัดฟัน อย่าเท่ียวแลเ่ นอื้ เถือ พวกพอ้ ง ท น กิ น ก ้ อ น เ ก ลื อ อ ย ่ า เ ที ่ ย ว ไ ถ เ ถื อ อดอยากเยี่ยงอย่างเสือ สงวนศักด์ิ เบียดเบียนพวกพ้องและวงศ์ญาติถึง โซก็เสาะใสท่ ้อง จับเนอ้ื กนิ เอง จะอดก็องอาจไว้ศักดิ์เหมือนอย่างเสือ ยามหิวก็ไล่จับเนื้อกินเองไม่อวดเบ่ง แยง่ ใครกิน

โคลงโลกนิติ โคควายวายชพี ได้ เขาหนัง เมื่อวัวควายตายไปเราจะ เปน็ สิง่ อนั ยัง อยู่ไซร้ ไดเ้ ขาและหนัง ถ้าคนตายแล้วจะไม่มีสิ่ง คนเดด็ ดับสูญสงั - ขารรา่ ง ใดเหลืออยู่นอกจากความดีและความชวั่ ที่ เปน็ ช่อื เสียงได้ แตร่ า้ ยกบั ดี เคยทาเอาไว้ สงู สารส่เี ทา้ ย่าง เหยียบยัน ช้างสารสูงใหญ่ใช้สี่เท้า บางคาบเชี่ยวไปพลนั พลวกพลงั้ ก้าวเหยียบยัน บางครั้งเดินด่วนพลัน นักร้รู ่าเรยี นธรรม์ ถึงมาก ก็ดี อาจจะพลั้งพลาดเหมือนนักปราชญ์รู้ กล่าวด่งั น้าผล้ังผลงั้ พลาดถอ้ ยทางความ อรรถรู้ธรรมเป็นอันมากพูดดั่งน้าไหล คลอ่ งปากกอ็ าจพลาดพลั้งออกไปนอก ทาง

โคลงโลกนิติ เพอื่ นกนิ ส้ินทรัพยแ์ ล้ว แหนงหนี เพื่อนกินพอทรัพย์สินของ หางา่ ยหลายหมน่ื มี มากได้ เพื่อนหมดสนิ้ กเ็ มินหน้าหน่ายหนี เพื่อน เพอ่ื นตายถ่ายแทนชี- วาอาตม์ เช่นนี้หาง่ายมีมากมายหลายหมื่น เพื่อน หายากฝากผีไข้ ยากแท้จักหา ตายคอื เพือ่ นแทท้ ่ียดั ยนื ยอมตายแทนกัน ได้และฝากผีฝากไข้กันได้ เพื่อนเช่นน้ี หายากนักหนา อ่อนหวานมานมติ รล้น เหลือหลาย คนเรยี บร้อยอ่อนหวานย่อม หยาบบม่ เี กลอกราย เกล่ือนใกล้ มบี ริวารมติ รสหายมาก หยาบคายสาราก ดุจดวงศศิฉาย ดาวดาษ ประดบั นา ไ ม ่ มี ใ ค ร อ ย า ก เ ป ็ น เ พื ่ อ น ใ ก ล ้ ชิ ด สุรยิ สอ่ งดาราไร้ เม่ือร้อนแรงแสง เหมือนจันทร์เพ็ญเย็นสนิทมีหมู่ดาว ล้อมประดับแต่ตะวันร้อนแรงแสง ระยบั ไรด้ ารามาแวดลอ้ มรายเรยี ง

บทวิเคราะห์ โคลงโลกนติ ิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาเดชาดศิ ร

บทวเิ คราะห์ โคลงโลกนิติ โ ค ล ง โ ล ก นิ ติ เ ป ็ น โ ค ล ง สุ ภ า ษิ ต ที ่ มี จุดมุ่งหมายเพื่อสอนให้ทุกคนในสังคมเป็นคนดีได้ อย่างถูกต้องเหมาะสมในทุกโอกาสและสามารถดารงชีวิต ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ นอกจากนี้โคลงโลกติยังมีศิลปะการประพันธ์ที่ ดีเด่นด้านความเปรียบที่คมคายและมีเนื้อหาที่เป็นคติ สอนใจ จากบทที่คัดมาให้ศึกษา สามารถวิเคราะห์คุณค่า ได้ ดงั ตอ่ ไปน้ี

บทวิเคราะห์ คณุ ค่าดา้ นเนอื้ หา 1. คุณค่าด้านเนื้อหา โคลงโลกนิติ มีเนื้อหาที่สะท้อนให้เห็น ความเชื่อ ค่านิยม จริยธรรม ที่ผู้คนในสังคมยึดถือเป็นอุดมคติและเป็น หลักในการปฏิบัติตนสืบต่อมาช้านาน หากผู้อ่านพิจารณาให้ลึกซึ้ง จะทาให้เข้าใจถึงสจั ธรรมของชีวิตมากยิ่งขึ้นและสามารถนาข้อคิดไปปรับ ใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้ ดังเชน่ โคลงโลกนติ ิ สอนใหย้ ดึ มั่นในความดี สอนใหส้ นใจการศึกษา สอนให้มไี มตรจี ติ สอนใหพ้ ึ่งพาตนเอง สอนให้คดิ กตญั ญู สอนใหร้ ู้จักประมาณตน สอนใหร้ ู้รักษาความสตั ย์ สอนให้เปน็ คนต้ังใจจริง สอนใหห้ ดั เลือกคบคน สอนให้ละทิง้ ความโออ้ วด

บทวเิ คราะห์ 1) สอนให้ยดึ ม่ันในความดี โคลงโลกนติ ิมีคาสอนเรื่องการยึด มั่นในศีลธรรมหรือความดี และเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม คือ การทาดี ย่อมได้รับผลเป็นความดี การทาชั่วย่อมได้รับผลเป็นความชั่ว และ ความชั่วนั้นย่อมกัดกร่อนจิตใจและให้ผลร้ายแก่คนที่กระทาความชั่ว เช่นเดียวกับสนิมที่กัดเนื้อเหล็กให้กร่อน ใช้การไม่ได้ และผุพังไป ในท่ีสุด ดงั บทท่วี า่ โคลงโลกนิติ สนมิ เหล็กเกิดแตเ่ นอื้ ในตน กินกดั เน้อื เหลก็ จน กร่อนขรา้ บาปเกดิ แตต่ นคน เป็นบาป บาปยอ่ มทาโทษซา้ ใส่ผบู้ าปเอง

บทวเิ คราะห์ นอกจากน้ี โคลงโลกนติ ิ ยังกล่าวถงึ ความช่วั และความดี โดย เปรียบเทียบว่าวัวควายเมื่อตายไปก็ยังเหลือเขาและหนังซึ่งยังเป็น ประโยชน์ แต่คนเราเมื่อตายแล้ว ย่อมสูญสลายทุกอย่างคงเหลือแต่ คากล่าวขานถึงความดีงามและความชั่ว ที่ได้กระทาไว้เมื่อยังมีชีวิต ดังความวา่ โคลงโลกนิติ โคควายวายชพี ได้ เขาหนัง เป็นสง่ิ เปน็ อนั ยัง อยไู่ ซร้ คนเด็ดดับสญู สัง- ขารร่าง เป็นชื่อเปน็ เสยี งได้ แตร่ า้ ยกับดี

บทวเิ คราะห์ 2) สอนใหม้ ไี มตรีจติ ดังโคลงทก่ี ลา่ ววา่ ในโลกนี้จะมีสิ่งใด ที่สามารถผูกใจหมู่ชนทั้งหลายได้ แม้จะใช้เหล็กที่มีขนาดใหญ่เท่า ลาตาลมัดตรึงไว้กไ็ มแ่ น่นหนา หรือจะใชเ้ วทมนตร์คาถานานเข้าก็เสื่อม หาย แต่หากผกู ใจผูค้ นทงั้ หลายด้วยไมตรีย่อมยัง่ ยนื อย่างไม่เส่ือมคลาย โคลงโลกนิติ ใครอักผกู โลกแม้ รดั รงึ เหล็กเทา่ ลาตาลตรงึ ไปห่ มน้ั มนตร์ยาผูกนานหงึ หายเสือ่ ม ผกู เพื่อไมตรนี ้นั แน่นเท้าวนั ตาย

บทวเิ คราะห์ 3) สอนให้คิดกตัญญู โคลงโลกนิติมีคาสอนเรื่องความ กตัญญูและการรูส้ านึกในพระคณุ ของบิดา มารดา และครูอาจารย์ โดย กลา่ วเปรียบเทยี บวา่ พระคุณของมารดานั้นยงิ่ ใหญเ่ ปรียบได้กับแผ่นดิน พระคุณของบิดาก็กว้างขวางราวกับท้องฟ้าหรืออากาศ พระคุณของพ่ี นั้นก็สูงราวกับยอดเขาพระสุเมรุ และพระคุณของครูก็ล้าลึกและ กวา้ งขวางราวกบั แมน่ า้ หรอื มากมายราวกบั นา้ ในแมน่ ้า โคลงโลกนิติ คณุ แม่หนกั หนาเพยี้ ง พสุธา คณุ บดิ รดุลอา- กาศกว้าง คุณพพ่ี า่ งศขิ รา เมรุมาศ คุณพระอาจารย์อา้ ง อาจสู้สาคร

บทวเิ คราะห์ นอกจากนี้ยังมีโคลงอีกบทหนึ่งซึ่งกล่าวถึงความกตัญญู ต่อผู้มีพระคุณโดยเฉพาะบิดามารดา บุคคลใดละทิ้งหรือไม่ดูแล ยามที่ทา่ นแกช่ รา อนั เป็นการกระทาที่ปราศจากความชีวิตของผู้นั้น ยอ่ มพานพบแตส่ ิ่งไม่ดี โคลงโลกนติ ิ คนใดละพ่อทัง้ มารดา อนั ทุพพลชรา- ภาพแล้ว ขับไลไ่ ปมปี รา- ณเี นตร คนดง่ั น้ีฤๅแคล้ว คลาดพ้นไภยนั

บทวเิ คราะห์ 4) สอนให้รู้รักษาความสัตย์ โคลงโลกนิติบทหนึ่งกล่าวถึง การรักษาความสตั ยไ์ ว้ว่าเปน็ สง่ิ สาคัญมากท่ีสดุ นอกเหนือจากการรักษา ศักดิ์ศรีและการแสวงหาความรู้ แม้จะต้องสละชีวิตก็อย่ายอมเสีย ความสัตยเ์ ป็นอนั ขาด โคลงโลกนิติ เสียสนิ สงวนศกั ด์ไิ ว้ วงศ์หงส์ เสียศักดิส์ ปู้ ระสงค์ สิ่งรู้ เสียร้เู ร่งดารง ความสัตย์ ไว้นา เสยี สตั ยอ์ ยา่ เสียสู้ ชพี ม้วยมรณา

บทวเิ คราะห์ 5) สอนให้หัดเลือกคบคน โคลงโลกนิติสอนให้รู้จักการ พิจารณาและไม่ประมาทในการเลือกคบคน โดยเปรียบเทียบว่า มหาสมุทร แม้จะลึกเพียงใด ยังอาจใช้สายดิ่งวัดได้ หรือภูเขาจะสูง เพยี งใด ก็ยังวัดระยะความสูงได้ แต่จิตใจของคนนั้นยากที่จะหยั่งถึง หรอื เข้าใจได้ ดงั นนั้ จงึ ไมค่ วรไวว้ างใจหรือเชื่อใจใครง่าย ๆ ดังโคลง บทท่ีวา่ โคลงโลกนิติ พระสมุทรสดุ ลึกล้น คณนา สายดง่ิ ท้ิงทอดมา หย่ังได้ เขาสูงอาจวดั วา กาหนด จิตมนษุ ย์นไี้ ซร้ ยากแท้หยงั่ ถงึ

บทวเิ คราะห์ คุณค่าด้านวรรณศลิ ป์ โคลงโลกนิติ 2. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ โคลงโลกนิติ เป็นวรรณดีท่ี มีความดีเด่นในด้านถ้อยคาและสานวนโวหารที่เข้าใจง่าย แต่มี ความหมายลึกซึ้งและมีความไพเราะสละสลวย เนื่องด้วยกวีมี กลวธิ ีในการประพันธ์ ดังตอ่ ไปนี้

บทวเิ คราะห์ 1) การใช้ภาพพจน์ ด้วยการใช้ความเปรียบว่าสิ่งหนึ่ง เหมือนกับสิ่งหนึง่ หรือ อุปมา เป็นการเปรียบเทียบกับสิ่งใกล้ตัว โคลงโลกนิติ เพือ่ ให้เห็นจริง กลวิธีนี้เป็นการนาสิ่งใกล้ตัวที่ผู้อ่านพบเห็นหรือ รู้จักมาใช้เป็นคติเตือนใจ ทาให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจมากขึ้น ดังบทที่กล่าวถึงผลมะเดื่อ เมื่อสุกจะมีสีแดงสวยงาม แต่ภายใน กลบั มีหนอนแมลงวนั มากมายเปรียบเทยี บกบั คนที่ภายนอกดดู ี แต่ กลบั มีจิตใจชัว่ ร้าย ผลเดอ่ื เม่อื สกุ ไซร้ มพี รรณ ภายนอกแดงดูฉัน ชาดบา้ ย ภายในย่อมแมลงวัน หนอนบอ่ น ดจุ ด่ังคนใจรา้ ย นอกนน้ั ดูงาม

บทวิเคราะห์ 2) การใช้ภาษาสร้างจินตภาพ เป็นศิลปะการประพันธ์ที่พบ มากในโคลงโลกนติ ิทาใหเ้ นื้อความลึกซึ้งและสร้างจินตนาการไดอ้ ย่าง แจ่มชัด เช่นโคลงทีก่ ล่าวถึงการไม่ทาอะไรเกนิ ความพอดที วี่ า่ โคลงโลกนติ ิ จระเขค้ บั น่านนา้ ไฉนหา ภักษเ์ ฮย รถใหญก่ ว่ารัถยา ยากแท้ เสอื ใหญก่ วา่ วนา ไฉนอยู่ ไดแ้ ฮ เรือเขอ่ื งคับชเลแล้ แลน่ โล้ไปไฉน โคลงบทนี้เน้นใช้คาว่า “คับ” ซึ่งแปลว่า มีลักษณะหรือปริมาณเกิน พอดี และ “กว่า” ซึ่งแปลว่า เกิน อันเป็นคาที่ทาให้รู้สึกหรือนึกถึงเรื่องของ ขนาด เพือ่ แสดงให้เห็นวา่ การขาดความพอดีหรือความเหมาะสมจะสง่ ผลเสียอย่างไร โดยอาศัยการเปรียบเทียบคาที่สื่อความหมายเข้าคู่กันได้ตามการรับรู้ของคนทั่วไป ไดแ้ ก่

บทวเิ คราะห์ จระเขค้ บั น่านน้า ไฉนหา ภกั ษ์เฮย รถใหญ่กวา่ รัถยา ยากแท้ เสือใหญ่กว่าวนา ไฉนอยู่ ไดแ้ ฮ เรอื เขอ่ื งคับชเลแล้ แล่นโลไ้ ปไฉน โคลงโลกนติ ิ จระเข้ กับ แม่น้า - จระเข้ หากมีขนาดใหญ่กว่าแม่น้า ย่อมหาเหยื่อ ไดย้ าก รถ กับ ถนน - รถ หากมขี นาดใหญก่ วา่ ถนน ยอ่ มสัญจรตดิ ขดั เสอื กบั ป่า - เสือ หากมขี นาดใหญ่กวา่ ปา่ ย่อมมีชีวิตอยูอ่ ย่างลาบาก เรือ กับ ทะเล - เรือ หากมีขนาดใหญ่กว่าทะเล คงแล่นไปไหน ไม่ได้ จุดมุ่งหมายของโคลงบทน้ี คือ สอนใหท้ ุกคนดารงตนหรือดาเนินชีวิต ใหพ้ อเหมาะกบั สภาพแวดลอ้ มและฐานะความเป็นอยู่

บทวิเคราะห์ 3) การเล่นเสียง เป็นการใช้สัมผัสสระหรือสัมผัสอักษรใน วรรคเดยี วกันช่วยทาให้เกิดความไพเราะ มีลีลาจังหวะ และเสียงของ คากลมกลืนกัน ดงั ในโคลงบททีก่ ล่าววา่ สงู สารสเี่ ทา้ ย่าง เหยยี บยัน บางคาบเช่ยี วไปพลัน พลวกพล้งั นักรู้รา่ เรียนธรรม์ ถึงมาก ก็ดี กล่าวดง่ั นา้ ผลั้งผลง้ั พลาดถอ้ ยทางความ โคลงโลกนิติ โคลงบทนี้ใช้การเล่นเสียงสัมผัสอักษร เพื่อเน้นเนื้อความซึ่งเป็น การเปรียบเทียบกันระหว่างสัตว์สี่เท้า คือ ช้าง และสัตว์สองเท้า คือ คน ซึ่งใน ท่ีนี้ได้แก่ นกั ปราชญ์ วา่ ช้าง แม้สงู ใหญ่และใช้เทา้ ถงึ สขี่ ้างในการเดิน บางครั้ง หากรีบร้อนก็อาจทาให้เดินหรือก้าวพลาดได้ เช่นเดียวกับนักปราชญ์ แม้จะมี ความรู้ แต่หากรีบร้อน โดยเฉพาะในเรื่องของการพูด คือ ขาดความระมัดระวังใน การพูด ก็อาจพูดผิดหรือพูดในสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายและไม่เป็นประโยชน์ ได้

โคลงโลกนติ ิ โ ค ล ง โ ล ก นิ ติ น อ ก จ า ก จ ะ ไ ด ้ รั บ ก า ร ย อ ม รั บ ว ่ า เ ป ็ น ห นั ง สื อ ที ่ แ ต ่ ง ดี มี ศิ ล ป ะ การประพันธ์ที่โดดเด่น ทั้งในด้านถ้อยคาและ สานวนภาษาที่มีความไพเราะและอ่านเข้าใจง่าย ยังเป็นวรรณคดีที่ทรวคุณค่าควรแก่การศึกษาและ สามารถนาคาสอนในเรื่องต่าง ๆ ไปปรับใช้ใน การดาเนินชีวติ ประจาวนั ในปัจจบุ ันได้เป็นอยา่ งดี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook