87 ตนแบบ เห็นความสําคัญ และมีความเขาใจที่ตรงกันและพรอมสนับสนุนโครงการในสวนที่ตนเอง เก่ียวของ มีผลมาจากการประสานงานและบูรณาการ การทํางานในทุกภาคสวน ภาคีเครือขาย 7 ทั้ง ภาครัฐ เอกชน ชาวบาน ตอ งเช่ือมประสานระหวา งกัน และในการทาํ กจิ กรรมตา งๆ 3) การมีสวนรวม ปรึกษาหารือ ประชุมรวมกัน และทํางานรวมกัน ทําใหท้ัง เจาหนาท่ี ภาคีเครือขาย และนักพัฒนาพื้นที่ตนแบบ ตลอดจนเจาของแปลงครัวเรือนตนแบบ เกิด ความรูสึกรวม ความเปนเจาของและภูมิใจในการนอมนําแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปปฏิบัติ เปน วถิ ชี วี ติ 4) การมีจิตอาสา ความศรัทธาในส่ิงท่ีทํา และเชื่อม่นั วาทําได มีความอดทน ใฝหา ความรูและวิทยาการสมัยใหม เพ่ือนํามาปรับใช และมีทัศนคติท่ีดีตอส่ิงที่ทํา ความมุงมั่น ตั้งใจ นอมนําแนวพระราชดาํ ริมาปรับใช 5) งบประมาณ งบลงทุนในพ้ืนที่ครัวเรือนเปาหมาย งบประมาณคาจาง คาตอบแทน 6) ความสัมพันธร ะหวางเจาของแปลง กับ นักพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบ การสงเสริมการ เรียนรู ของนักพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบ ใหสามารถเปนวิทยากรกระบวนการได และเจาของแปลง มีความสามารถเปนวทิ ยากรถา ยทอดความรู มีความรักในสง่ิ ทีท่ าํ ความตั้งใจ 7) การศึกษาหาความรูเพิ่มเติมจากส่ือตาง ๆ และแลกเปล่ียนเรียนรูตลอดเวลา การลงมือปฏิบัติจริง และประยุกตใช การติดตาม โดย เจาหนาท่ีพัฒนาชุมชน และ ภาคีเครือขาย ผูมีสวนเกีย่ วของ 8) ความพรอมท้ังทางดานการแลกเปลี่ยนเรียนรู และพื้นที่ ท่ีเขารวมโครงการ ความรคู วามสามารถของบคุ ลากร 9) การแกไขปญหา โดยเฉพาะปญหาเฉพาะหนาการปรับเปล่ียนและยืดหยุน ตามความเหมาะสม ในกรอบศาสตรพระราชา 10) ความสามัคคใี นชุมชน 11) การวางแผน การเตรียมความพรอ ม 12) การใสใ จ ตดิ ตามปญหาจากเจา หนาทที่ ่ีเกี่ยวของ ในการรว มพิจารณาและแกไ ข ขบั เคลอื่ นไปพรอม ๆ กัน 13) การลงมือทํา ทําทนั ที เนนการพัฒนา ตอ ยอด 5.1.2 การประยุกตใชศาสตรพระราชาของนักพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบและเจาของแปลง ครัวเรือนตนแบบตามหลักทฤษฎีใหม ประยุกตสู โคก หนอง นา พช ในเขตพื้นที่บริการของศูนยศ ึกษา และพัฒนาชมุ ชนลําปาง ประกอบดว ย
88 1) ปฏิบัติตามหลักความเปนจริง ศึกษาพ้ืนที่ ลักษณะภูมิสังคม สภาพภูมิอากาศ ในการนํามาประกอบกับแบบแปลน ใหเหมาะสม การศึกษา ดิน น้ํา ลม ไฟไมยึดติดกับสูตรสําเร็จ ตามสภาพพ้ืนท่ีแตละแปลงจะไมเหมือนกัน ทั้งดินซ่ึงตองดูวาเหมาะสมกับพืชชนิดไหน น้ํามีเพียงพอ ที่จะใชในแตล ะปห รือไม วางแผนดานน้ํา จะนําน้ําจากไหนมาเติมในแปลง ควรเจาะบอบาดาลเพิ่มก่ีจุด ตลอดจนทิศทางลม ลมมรสุม ลมรอน ลมหนาว วาจะผานมาทิศทางไหนของแปลงเพื่อการออกแบบ แปลงที่เหมาะสมกับทั้งที่อยูอาศัย การเก็บนํ้า และการปลูกพืช ปลูกทุกอยางท่ีกิน กินทุกอยางที่ปลูก แบง ปน และขยายพันธุต อ พัฒนาไปสูการถายทอดความรแู กผูอ ่ืนตอไป 2) การประยุกตใ ชหลักภูมสิ ังคม ปรับเปลีย่ นตามภูมิประเทศ ซ่งึ มีความแตกตางกัน ในแตละทองถนิ่ ท้ังลกั ษณะทางสังคม และวัฒนธรรมใชส ง่ิ ทม่ี ีอยูแลว ใหเกิดประโยชนสูงสุด พัฒนาสิ่งที่ มีอยูแ ลวใหคงอยู ควบคูกับการพัฒนาแนวคิดใหม ๆ ไดแก รักษาตนไมใหญในพื้นที่ใหคงอยู ใชฟางขาว จากการทาํ นามาหมดิน ข้ีเลอ่ื ย ซังขาวโพด มาทาํ ปยุ แหง ปุยไมก ลับกอง ใชจอบ เสียม ลงแรงเพ่ิม หรอื ในทีเ่ ครอ่ื งยนตไมสามารถเขาถึงได ใชตนกลว ย พืชผักในแปลง เปนอาหารปลา ใชไมไ ผใหเกิดประโยชน ในการทาํ แซนวิชปลา ทําเรอื นเพาะชาํ เพาะพนั ธุกลา ไม ไวป ลกู ในแปลง ใชวัตถุดิบที่สามารถหาไดในแตละพื้นท่ีมาประยุกตใช โดยคํานึงถึงการใช ทรัพยากรธรรมชาติ อยางเกิดประโยชนสูงสุด ทําใหสามารถลดการใชสารเคมี ทุก ๆ อยางท่ีปลูกใน แปลง สามารถทานได ใชได แบงปนได ผลผลิตก็สามารถแปรรูป ไวใชแ ละจําหนายตอไป และจดั ทําเปน ฐานเรียนรูในการแบง ปนความรแู กค นท่ังไป 3) การประยุกตใชหลักการทรงงานดานการมีสวนรวม ใหความสําคัญกับ ผนู ําทองถ่ิน และประชาชนในพื้นท่ีใกลเคยี ง ผูท่ีสนใจ ประสานความรวมมือกับทีมชาง ในการออกแบบ ขุดปรับแปลง และทิศทางการไหลของน้ํา โดยเฉพาะอยางย่ิง การทําแบบคนจน ใชการจัดกิจกรรม เอาม้ือสามคั คี สามารถเปนสื่อกลางในการเพื่อเผยแพรองคค วามรใู หกับบคุ คลภายนอกทสี่ นใจ 4) ในการทํากิจกรรมเนนประโยชนสวนรวมเปนที่ต้ัง ความศรัทธาในส่ิงท่ีทํา และ เช่ือม่ันวาทําได มีเพียรและความอดทน ใฝหาความรูและวิทยาการสมัยใหม เพ่ือนํามาปรับใช และมี ทัศนคติท่ีดตี อ ส่ิงทที่ าํ ความมุงมั่น ตั้งใจ นอ มนําแนวพระราชดาํ ริมาเปน แนวทางในการดําเนินชวี ติ 5.1.3 การพัฒนากลไกการสรางนักพัฒนาพื้นท่ีตนแบบและเจาของแปลงครัวเรือน ตนแบบตามหลักทฤษฎใี หม ประยุกตสู โคก หนอง นา พช. เขตพ้ืนทบี่ ริการศูนยศ ึกษาและพฒั นาชุมชน ลําปาง ตองประกอบดวย 1) การพัฒนากลไกการประสานงานภาคีเครือขาย ประกอบดวย การลงพื้นที่ พูดคุย แลกเปล่ียนเรียนรู สรางความเขาใจเน้ือหาโครงการ รวมประชุมชี้แจง สรางความเขาใจ สรางความรวมมือ รวมแกไขปญหา การติดตอประสานกับภาคีการพัฒนา และเครอื ขายการขับเคล่ือน โครงการอยางตอเน่ือง ทําใหทราบปญหาอุปสรรค และความกาวหนาการดําเนินโครงการ สามารถใช
89 เปนขอมูลในการวางแผนแกปญหาไดทันเวลา และทราบมุมมองแนวคิดของภาคีการพัฒนาเกี่ยวกับ โครงการ เพอ่ื ชแี้ จง ทาํ ความเขาใจใหถ ูกตอ งตอ ไป ซึ่งการประสานงานหลาย ๆ คร้งั ตองใชความสัมพันธส วนตวั ในการขอความรวมมือ มีการอธิบาย พูดคุย ชี้แจงใหนายอําเภอ ทราบโดยละเอียดในทุก ๆ มิติ มีการประสานงานทองถิ่นและ ทองที่ เพื่อสรางการรับรูเชิงลึก และการสรางการรับรูแกกลุมนักพัฒนาพื้นท่ีตนแบบ และ เจาของแปลงฯ อยา งละเอยี ดและรับฟงขอเสนอ หลายๆ ครั้ง จะตองมีคําส่ังการดําเนินงาน หรือ มีหนังสือขอความรวมมือ เชน ขอความอนุเคราะหบ คุ ลากรดา นชาง หญา แฝกจากพฒั นาทดี่ นิ ตนไมจากกรมปา ไม ปลาจากประมง ซึ่งกับทางอําเภอ นายอําเภอเปนผูลงลายมือช่ือในทุกข้ันตอนของโครงการ ต้ังแตการทําหมวด 300 อนุมัติโครงการ ลงนามในการทําสัญญากับผูรับเหมาและผูตรวจรับ จึงตองมีการประสานงานและชี้แจงทุกชวง ทุกขั้นตอนของการดําเนินโครงการ ใชวิธีการประสานงาน ทั้งแบบเปนทางการและไมเปนทางการ เชนในกรณีที่เรงดวนจะมีการประสานงานไมเปนทางการ ในเบอื้ งตน ประกอบกับต้ังคณะทํางาน 7 ภาคีเครือขาย ในการพัฒนาเพ่ือประเมินความพรอม พื้นที่ในการดําเนินโครงการ ประชุมช้ีแจงนโยบาย สรางกลไกในการขับเคลื่อน ปฏิบัติ ประเมินผล ประสานการทํางาน สรางความเขาใจรวมกัน ใหเห็นข้ันตอน เปาหมายรวมกัน รายงานความกาวหนา แกปญหารว มกนั ดําเนินการตามโครงการใหเปนไปตามระเบียบและขอกฎหมายท่ีเกี่ยวของ ในการ วางแผน คือ ตองมีแผนดําเนินงาน ทุกขั้นตอนในการดําเนินโครงการ ซึ่งพัฒนาการอําเภอ พัฒนากร นักพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบ ตองมีความรูความเขาใจทุกเรื่องท่ีเกี่ยวของ ใหถูกตองตรงกัน ตองอาศัยการ มีสัมพันธไมตรีที่ดีกับภาคีเครือขาย มีการจัดทําขอมูลของ ครัวเรือนเปาหมาย และการดําเนินงาน ในพ้นื ท่คี รัวเรอื นเปา หมาย และประสานขอสนบั สนุนองคค วามรู และทรัพยากรเพ่ิมเติม อาทิ กลา ไม พันธุป ลา ปอเทอื ง มีการติดตามการดาํ เนนิ งานอยางตอ เนื่องรวมกับภาคีการพฒั นา 2) การพัฒนากลไกแผนงานและยุทธศาสตรเชิงบูรณาการ เร่ิมจากการศึกษา รายละเอียดโครงการ และข้ันตอนการปฏิบัติงานใหเกิดความเขาใจ ปฏิบัติงานอยางเปน ระบบ นาํ ไปสู การวางแผนการดําเนนิ งานตัง้ แตข ้ันแรก ดว ยความรดั กมุ รอบคอบ ลําดับแรก คือ ดเู ปา หมายการทํางานของกรมทก่ี ําหนด ทงั้ เปา หมายการดาํ เนินงาน การเบกิ จา ยและจัดทําแผนปฏบิ ตั ิการ เพ่ือใหมีการทํางานท่ีเปน ไปตามกําหนด ตลอดจนการติดตามและ รายงานผลการดําเนินงาน ปญหาอุปสรรค และขอเสนอแนะใหผูบริหารรับทราบเพ่ือใหการขับเคลื่อน งานบรรลุผลสาํ เร็จ
90 วางแผนการทํางาน โดยมุงเนนทรัพยากรดานการบริหาร ทั้งดานคน ไดแก บุคลากรทข่ี ับเคลอ่ื นในทุกระดับ เงิน ไดแก งบประมาณท่ีสามารถทําไดตามระเบียบ การบริหารจัดการ อยางเปนขั้นตอน กระบวนการพัฒนาชมุ ชน และการมีสวนรวมจากทุกภาคสวน ตลอดจนวางแผนดาน วสั ดุ เครื่องมือ เคร่อื งใชใ นการทําโครงการ ประชุมทุกภาคสวนใหเขาใจในทํานองเดียวกัน และภาคีเครือขายที่เกี่ยวของ ในการรว มมือดานตาง ๆ กําหนดแผนการทํางาน จากสถานการณจริง โดยปรับเปล่ียนใหสอดคลองกับ สภาวะปจจุบัน กําหนดแผนการทํางานและมอบหมายภารกิจใน 2 สวนหลักที่ตองทําควบคูกัน คือ การบริหารงบประมาณ การเบิกจาย การบริหารโครงการ เกี่ยวกับการขับเคล่ือนกิจกรรมในการแปลง โคก หนอง นา 3) การพัฒนากลไกการติดตามและประเมินผล ในการรวมลงพื้นท่ีแปลงที่เขารวม โครงการ และตดิ ตามประเมนิ ผลอยางตอเนอ่ื ง การรวมหารอื และวิธีการแกไ ขปญ หาที่พบในพ้ืนที่ปฏบิ ตั ิ ติดตาม สนับสนุน และแกไขปญหาอยางใกลชิด ตอเนื่อง นําขอมูลและ ขอเสนอแนะจากภาคสว นตาง ๆ มาวางแผนในการดาํ เนนิ งาน และแกไขปญหา เพ่ือการดําเนนิ โครงการ ที่บรรลุเปา หมาย ประกอบกับมีการติดตามจากจังหวัด คณะติดตาม ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ ส.ต.ง. ในการพิจารณาใหคําปรึกษา ใหคาํ แนะนํากับผูเก่ียวของ ผานการประสานงานระหวางจังหวัด กับพื้นที่ และการลงพื้นท่ีประชุม ชี้แจง รายงานผล และวางแนวทางการแกไขปญหาที่เกิดขึ้นอยางตอเน่ือง ดวยการลงไปในพื้นท่ีแปลง ใหคําปรึกษา แนะนํารวมกัน ใชการพบปะ ประชุมกลุม เฉพาะนักพัฒนา พื้นที่ตนแบบ อยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง ในการประชุม นพต. และ ครัวเรอื นเปาหมายทุกเดือน นอกจากนั้น ไดทํากลุมไลน โคก หนอง นา เปน สอ่ื กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรไู ดตลอดเวลา ลงพ้นื ทต่ี ิดตามอยา งใกลช ดิ ในทางปฏิบัติจะมีคําสั่งในการติดตาม แบงออกเปน คําสังภายในหนวยงานและ ภายนอกหนวยงาน สําหรับภายในหนวยงานน้ัน มีผูอํานวยการกลุมเปนหัวหนาทีม สวนภายนอก หนวยงาน มหี ัวหนาสว นราชการของหนวยงานนนั้ ๆ เปน หวั หนาทมี ที่คอยติดตาม ใหค าํ แนะนาํ การติดตามประเมินผลในการขุด กลาวคือ มีการตรวจรับแปลง สอบถาม ความพึงพอใจของครัวเรือนตนแบบ สอบถามปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ในการขุด เพื่อจะปรับปรุง ในแปลงอ่ืนตอไป การบํารุงดินภายหลังการขุด สภาพดินเปนอยางไร สามารถปลูกพืชไดผลดีหรือไม มกี ารจัดเก็บขอมูลดา นรายไดก อ น และ หลังดาํ เนนิ โครงการ มกี ารสนับสนุนจากทมี จังหวัด นาํ ทีมโดยผบู ริหารระดบั จังหวัด สําหรับผูปฏบิ ัติงาน ในพื้นท่ี กไ็ ดม ีการประสาน สอบถามขอ มูลทกุ ระยะ รายสัปดาห ติดตามรายงานผลใหผบู รหิ ารทราบ
91 ระหวางดําเนินการ ไดจัดเวทีสรุปผลการดําเนินงานในแตละขั้นตอน หาแนวทาง การแกไ ขปญ หาในการจดั กิจกรรมแตละขน้ั ตอน 4) การพัฒนากลไกการจัดการความรู ในสิ่งท่ีทําแลวประสบความสําเร็จ ซ่ึงมีอยู อยางหลายหลายในแตล ะพ้ืนท่ี โดยเฉพาะอยางยิ่ง การประยุกตใช สืบสาน รักษา ในภูมปิ ญญา การใช วัตถุดิบท่ีมีในทองถ่ิน อยางเกิดประโยชนสูงสุด ในการตอยอดและเปนแบบอยางใหผูสนใจเขาศึกษา เรียนรูได การจัดทําฐานเรียนรูตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ ในการถายทอดองคความรูแกผูทีส่ นใจ และ ในสิ่งที่ยงั ไมส ําเรจ็ ในการเปนบทเรยี นและหาแนวทางพัฒนางานตอ ไป 5) การพัฒนากลไกการส่ือสารสังคม ดวยใชส่ือท่ีหลากหลาย ทั้ง offline และ Online ใหบุคลทั่วไปสามารถเขาถึงและทราบขอมูล ทั้งทาง Facebook สํานักงานพัฒนาชมุ ชนจังหวัด และอําเภอ Line Website Youtube มีการประชาสมั พันธ ในระบบไลนกลุม ของ เจาหนาท่ีพัฒนาชุมชน ไลนกลุม สวน ราชการ ระบบ Facebook ของ นักพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบ และ โคก หนอง นา สํานักงานพัฒนาชุมชน อาํ เภอและจังหวดั การเผยแพรสอื่ วดี ีทศั นใ น Youtube Facebook สวนตัว อําเภอ จังหวัด ไลนโคก หนอง นา ไลน ปปช. ภาค 5 กํานัน ผูใหญบ าน
92 5.2 อภปิ รายผลการวิจยั จากการศึกษาวิจยั สามารถอภปิ รายผลตามแบบจําลอง ไดด ังน้ี ในสวนของนักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด จะมีบทบาทสําคัญในการสรางความเขาใจ ในทุกระดับกับท้ังเจาหนาทแ่ี ละอําเภอเปาหมายใหเปนไปในทิศทางเดยี วกันและตรงตามความตองการ ตลอดจนการนํานโยบายไปสูการปฏิบัติ สรางความรู ความเขาใจในวัตถุประสงค การติดตาม ใหคําแนะนํา ตอบขอสงสยั ท้ังของนักพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบและท้ังของครัวเรือนตนแบบ ซึ่งในลําดบั แรก น้ัน จะเปนการวางเปาหมายในภาพรวมใหตรงตามวัตถุประสงคของโครงการของกรมการพัฒนาชุมชน ในการท่ีจะสงเสริมการสรางการพัฒนาคุณภาพชีวิตใหเหมาะสมกับหมูบานในภูมิสังคมตา งๆ ผานการ ทํางานในรูปแบบการจางงานและการรวมกันลงแรงดวยการสนับสนุนวัสดุพื้นฐานและงบประมาณ ซึ่งเปนการทํางานโดยบูรณาการการทํางานจากภาคีภาคสวนตางๆ เพ่ือสรางงาน สรางรายไดใหกับ ครัวเรอื นและชุมชนทเ่ี ขา รวมโครงการในระดับพน้ื ฐาน ประกอบกบั การบูรณาการเพื่อการบริหารจดั การ นํา้ ขนั้ พื้นฐานอยางเหมาะสมกับสภาพภมู สิ ังคม ซงึ่ จะเปนการสรางตวั อยา งความสาํ เร็จท่ีเร่ิมตน จากการ พัฒนาคน โดยจะเปนการเตรียมความพรอมไปสูชุมชน ใหมีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ในเร่อื งของนา้ํ อาหาร และพลังงานทดแทนซงึ่ จะเปนการสรา งภูมคิ มุ กนั ของชมุ ชนตอ สภาพปจ จบุ ัน
93 และเจาหนาทีพ่ ฒั นาชุมชนอําเภอ มีบทบาทสําคญั ในการแปลงนโยบายสูการปฏิบตั ิอยาง เปน ข้ันเปนตอน พรอมกบั การบริหารจัดการ การกํากับ และแบง หนา ท่ี ไดม กี ารสรางการเรยี นรูผ านเวที ทป่ี ระชมุ สาํ หรบั ครัวเรอื นเปา หมาย โคก หนอง นา โมเดล อาํ เภอไดด ําเนินการประชมุ ซกั ซอ มทําความ เขาใจต้ังแตกอนเขารวมโครงการ ช้ีแจงในเรื่องการจะดําเนินโครงการวาตองดําเนินการอยางไร เชน ตองมีการขุดหนอง คลองไสไก ทําโคก มีการทํานาในพื้นที่ เมื่อเสร็จกิจกรรมการขุดปรับพื้นที่แลว ตองมีการเอามื้อสามัคคี และการยินยอมใชในพ้ืนท่ีในแปลงของตนเองการดําเนินกิจกรรม ซ่ึงทําให ครัวเรือนเปาหมายมีความเขาใจ และพรอมท่ีจะดําเนินการตามโครงการ มีการประสานงานเพื่อการ บริหารจัดการทรพั ยากรเพอื่ อํานวยการ ในการบรหิ ารโครงการนาํ ไปสคู วามสําเร็จ และการแกไขปญหา ทเี่ กิดขน้ึ นําไปสูการดําเนนิ กจิ กรรมอยา งตอ เน่อื ง จากการไดประชุมซักซอมทําความเขาใจเพื่อใหเกิดแนวทางการดําเนินการรวมกันแลว ยังตองประสานภาคีเครือขายที่เก่ียวของกับการดําเนินโครงการ เน่ืองจากการขุดปรับพื้นท่ี ตองอาศัย ความรวมมือจากหลายฝาย เนื่องจากนายอําเภอตองเปนผูท่ีตองลงนามในหนังสือสัญญาจาง เอกสารในการเบิกจาย และเอกสารที่เกี่ยวของอื่น ๆ จึงตองมีการประสานงาน ใหขอมูลและรายงาน ความกา วหนาในโครงการ ๆ อยา งละเอยี ดและชัดเจน ในสวนของ อปท. (องคการบริหารสวนตําบล และเทศบาล) เน่ืองจากการขุดปรับพ้ืนที่ โคก หนอง นา โมเดล ตองอาศยั องคความรู ความเชยี่ วชาญจากชา ง ในการวดั แปลง วัดคา BM กําหนด ราคากลาง ความเหมาะสมในแบบ การควบคมุ การขุด และการเปนคณะกรรมการตรวจรับแปลง จึงตอง ขอความอนุเคราะหน ายชาง จาก อปท. ในการขับเคล่อื นงานใหบ รรลวุ ัตถปุ ระสงคต ามโครงการ เน่ืองจากทางสํานักงานพัฒนาชุมชนอําเภอ จะขอความอนุเคราะหนายชางของ อปท. ดาํ เนินการในเรื่องงานขุดปรับพ้ืนท่ีเกอื บทุกกระบวนการ แตไ มไดมีคา ตอบแทนใหน ายชาง จงึ ตองอาศัย ปฏิสัมพันธระหวา งกัน เชน เออื้ อํานวยทุกอยางเทา ทีจ่ ะทําได เชน การเดินเอกสารใหเซ็น การนัดตรวจ รบั แปลง และการมีวาทศิลปในการพูด ความจรงิ ใจ และสรา งความสัมพนั ธอันดีอยา งตลอด อีกทั้งในการแตงต้ังคณะกรรมการกําหนดราคากลาง คณะกรรมการควบคุมงาน และ คณะกรรมการตรวจรับ การทําสัญญาจัดจางผูรับเหมาในการขุดปรับแปลงในพื้นท่ีของครัวเรือน เปาหมาย และตองมีปฏิสัมพันธกับภาคีเครือขายที่เกี่ยวของ เปนผูประสาน แกไขปญหาท่ีเกิดขึ้น ในระหวางดําเนินโครงการ ตลอดจนการซักซอมและทําความเขาใจกับนักพัฒนาพื้นท่ีตนแบบ และ ครวั เรอื นเปาหมายดวย
94 ในดานการพัฒนานักพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบและเจาของแปลงครัวเรือนตนแบบ เจาหนาท่ี พัฒนาชุมชนจังหวัดและอําเภอ จะเนนการมีสวนรวม และผูเขารวมโครงการจะเปนศูนยกลางในการ เรียนรูและการแลกเปลี่ยนเรียนรู เจาหนาที่พัฒนาชุมชนจังหวัดและอําเภอจะมีบทบาทสําคัญ ในการจัดการกับสถานการณเฉพาะหนาและปญหาอุปสรรคตาง ๆ ที่เกิดขึ้นระหวางการทํางาน แนวทางในการรว มคดิ และรวมลงมอื ปฏิบัติไปพรอ ม ๆกัน เจาหนาที่พัฒนาชมุ ชนอําเภอ จะใชกระบวนการแบบมีสวนรวมเปนหลักทกุ กระบวนการ ประกอบกบั การสรางจิตสํานึกดวยความจริงใจและเปนกนั เอง ในการพฒั นานกั พัฒนาพื้นท่ตี นแบบและ เจาของแปลงครัวเรือนตนแบบ ทําใหเกิดการเรียนรูไปพรอม ๆ กันในกระบวนการดําเนินงานทั้งหมด เกิดความเขา ใจท่ีถูกตองตรงกนั สงผลตอการทาํ งานทร่ี าบรื่น ลดการเกดิ ปญหาในภายหลัง ดานเจาหนาท่ีศูนยศึกษาและพัฒนาชุมชนลําปาง จะใชกระบวนการในการพัฒนา นักพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบ และเจาของแปลงครัวเรือนตนแบบ ดวยการกระตุนกระบวนการมีสวนรวมใน การรวมคดิ ใหเกิดการเรียนรูจากการทํากิจกรรมรวมกันโดยเม่ือนําทฤษฎจี ากโมเดล CIPPA มารว มใน การทําการวิเคราะห พบวา มีความสัมพนั ธก ัน โดยสามารถอธิบาย ไดดังนี้ C (Construction of Knowledge) การสรางการเรียนรู ในการพัฒ นาบุคคล กระบวนการในการเรียนรูบุคคลอนื่ อาจสรางใหไดผานกิจกรรมตาง ๆ แตการเรยี นรูจะตองเกดิ ข้ึนในตัว บุคคลเอง (กรมการพัฒนาชุมชน, 2564) เม่ือเกิดการเรียนรูและ ยอมติดตัวบุคคลน้ันไปตลอด และ สามารถนําไปปรับใชไดกับการดําเนินกิจกรรมที่เก่ียวของ ในสวนของการสรางการเรียนรูเปนปจจัย สําคญั ในการพัฒนาคน ซึ่งในทน่ี ้ี หมายถึง นักพฒั นาพ้นื ทตี่ น แบบและเจา ของแปลงครวั เรือนตน แบบ ในดานการสรางการเรียนรูจะใหความสําคัญกับการใหนักพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบและ เจา ของแปลงครัวเรือนตนแบบ ไดเกดิ การเรียนรรู วมกนั การเปดโอกาสใหไ ดท ํากิจกรรมเกี่ยวกบั การคดิ วิเคราะหทําใหเกิดการเรียนรูดวยตนเอง ประกอบการสรางจิตสํานึกดานคุณธรรม และในการ ประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปนกรอบแนวคิดหลัก ซ่ึงมุงใหทุกคนสามารถพ่ึงพา ตวั เองได รวมถึงการพัฒนาใหดียง่ิ ขึ้น จนเกิดความย่ังยืน ในคําวา พอเพียง คอื การดําเนินชีวติ แบบทาง สายกลาง โดยต้ังอยูบนหลักสําคัญสามประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และ การมีภูมิคุมกันที่ดี ควบคูกับหลักกสิกรรมธรรมชาติ ซึ่งสนับสนุนการพ่ึงพาตนเองและการชวยเหลือ เกอ้ื กลู เผ่ือแผไปยังสงั คม
95 I (Interaction) ซึง่ หมายถึง การมีปฏิสัมพันธระหวางกัน ของผูมสี วนเก่ียวของในการ ดําเนินกิจกรรมทุกฝายในการสรางนักพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบและเจาของแปลงครัวเรอื นตนแบบ ท้ังคณะ เจา หนา ทีพ่ ฒั นาชมุ ชนซึ่งการแลกเปลีย่ นเรียนรใู นประสบการณเปนปจจยั ท่ีสงผลใหเกิด องคค วามรใู หม ในทางปฏิบัติกิจกรรมจะมีท้ังความสําเร็จและความไมสําเร็จ การแลกเปลี่ยนเรียนรูจะเปนการตอยอด ความคดิ ในความไมส ําเรจ็ กจ็ ะเปน บทเรียนแนวทางการทํากจิ กรรมในคร้งั ตอ ๆ ไป ซ่งึ ไมม ีการเรียนรใู ด ที่เปน สูตรสาํ เร็จตายตวั P (Physical Participation) เปนการใหนักพัฒนาพื้นที่ตนแบบและเจาของแปลง ครัวเรือนตนแบบมีสวนรวมดวยการลงมือกระทํา ซ่ึงจะทําใหเกิดการพัฒนาในตัวบุคคลและ ความชํานาญ ในการปฏิบัติรวมกันนั้น หลังจากที่ไดผานการฝกอบรมจากศูนยศึกษาและพัฒนาชุมชน ลาํ ปาง ซ่ึงเปนการสรางเรยี นรเู ริ่มทีภ่ าคทฤษฎีและภาคปฏิบัตแิ ลวโดยรว มกบั รปู แบบใชการจดั กิจกรรม ฐานการเรียนรู และการเอาม้ือสามัคคีในพ้ืนท่ีตนแบบฯ เปนไปตามหลักกสิกรรมธรรมชาติและ ปรับตามความเหมาะสมในแตละพ้ืนที่ ท้ังหมดเปนการสงเสริมการเรียนรูในการทํางานรวมกัน สําหรับนักพัฒนาพื้นท่ีตน แบบ เมื่อนําไปปฏิบัติงานในพื้นทแี่ ปลง ไดป ฏิบัตงิ านรว มกับเจาหนาที่พัฒนา ชุมชนจังหวัดและอําเภอ ดวยวิธีเรียนรูรวมกันจากการปฏิบัติ จะมีการวางแผนการจัดการพ้ืนท่ี วางผังกําหนดจุด โดยมีการรวมวัดแปลงกอนขุด และเปนฝายสนับสนุนชาง อปท. ผูควบคุมงาน ในการขุดปรับแปลงของครัวเรอื นตนแบบ ปฏิบัติหนาที่ในการเปนครูพาทํา หลังการขุด ผานกิจกรรม การเอาม้ือสามัคคีตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ มีการเก็บขอมลู รายได และขอมูลตา ง ๆ ที่เก่ียวของของ ครัวเรือนเจาของแปลง ใชการแบงงานตามความเหมาะสมและความถนัด ทํางานรวมกับเจาหนาที่ พฒั นาชุมชนอําเภอ และรับทราบผลการปฏบิ ตั ิงานรวมกนั P (Process) ใชการเรียนรูอยางเปนข้ันเปนตอน ท้ังในขั้นกอนการปฏิบัติงานซึ่งเปน การถายทอดนโยบายสูการปฏิบัติ อยางสม่ําเสมอ ดวยวิธีการประชุมผูมีสวนรวมในการปฏิบัติงาน เปนประจํา อยางนอยเดือนละ 1 คร้ัง รวมวางแผนและดําเนินการตามแผน มีการนําปญหาที่เกิดขึ้น ระหวางการปฏิบัติงานมาหาแนวทางการแกไขรวมกัน สําหรับ นักพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบ จะเปนปญหา เกี่ยวกับการประสานงาน กับชาง อปท. และ ผูรับเหมาในการขุดเปนสวนใหญ ในการลงวัด BM และ การขุดของแตละแปลงซ่ึงกําหนดวันท่ีตางกัน การควบคุมงานของชางและเวลาในการท่ีจะมายงั แปลง ในครัวเรือนตนแบบ มีการจัดการกับปญหาในการที่ไมไดรับการขุดปรับพื้นที่ ตลอดจนความลาชา ในกระบวนการ ท้ังหมดแสดงการจัดการปญ หาในเบื้องตน อยางเปนข้ันตอน และอาศัย การประสานงานกับทุกฝาย หลังการปฏิบัติงานซึ่งเปนผลลัพธในการทํากิจกรรม มีการสรุปผล แลกเปล่ียนเรยี นรูรวมกันในกจิ กรรมทท่ี าํ
96 A (Application) เปนการนําสิ่งท่ีไดเรียนรูในกระบวนการไปประยุกตใช ตามความ เหมาะสมและภูมิสังคมในแตละพ้ืนถิ่นซึ่งแตกตางกัน โดยนักพัฒนาพ้ืนท่ีตนแบบและเจาของแปลงฯ สามารถนําความรูท่ีผานกระบวนการจากการเขารวมโครงการ ซึ่งมีการใหความสําคัญกับ การแลกเปลี่ยนเรียนรูระหวางกันของ นักพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบ และเจาของแปลงฯ เนนการเรียนรูจาก การปฏิบัติ และการลงมือทําจริง ซ่ึงเจาหนาท่ีพัฒนาชุมชนทุกสวนตลอดจนภาคีการพัฒนาในระดับ พื้นท่ี ก็จะทําการสนับสนุน เม่ือการดําเนินกิจกรรมติดขัด เพ่ือหาแนวทางแกไขรวมกัน ซ่ึงสามารถ ไปปรับใชใ นพื้นท่ีของตัวเอง และขยายผลดวยการเปนวทิ ยากรใหความรู เปนครูพาทาํ และนําไปตอ ยอด ขยายผลแกบุคคลท่ัวไป ในตวั อยางความสําเร็จ หรอื ไมสาํ เรจ็ ก็จะเปนการเรียนรู และหากพนกําหนด โครงการหมดสญั ญาก็สามารถนําไปปรับใชในชีวิตประจาํ วันได ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและหลักของทฤษฎีใหม แบงสัดสวนพ้ืนท่ีใหเหมาะสมตามภูมิสังคม เนนหลักการพึ่งพาตนเอง ใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุมกันในตัวที่ดี และใฝหาความรู โดยยึดหลักคุณธรรม นําไปสูการปฏิบัติ ตามหลักทฤษฎีใหม เรียนรู สรุปบทเรียน หาแนวทางปรบั ปรงุ แกไ ขใหดขี นึ้ จงั หวดั ไดดาํ เนินการตามแนวทางของกรม และ ไดนาํ มาประยุกตใหเปนไปตามบรบิ ทของ พ้ืนท่ี ซ่ึงจากการวิเคราะหปจจัยความสําเร็จนั้น นอกจากหลักการและความเขาใจท่ีชัดเจน ในตัวโครงการแลว ตองมีการศึกษาเรยี นรเู พ่ิมเติมดวยตนเอง และการแลกเปลี่ยนเรียนรใู นพ้ืนท่ีตัวเอง ซ่ึงตองมกี ารลงมอื ปฏิบัติ และการติดตามประเมนิ ผล จากความรวมมอื ของทกุ ภาคเี ครอื ขา ยการพฒั นา ในสวนของเจาหนาที่พัฒนาชุมชนอําเภอ ผูซ่ึงเปนผูบริหารในระดับอําเภอ(พัฒนาการ อําเภอ) มีกระบวนการที่ใชที่สําคัญคือ การสรางความรู ความเขาใจ ในแนวทางดําเนินโครงการ สรางกลไกในการขับเคล่ือนการดําเนินโครงการ ซึ่งประกอบดวย การแตงต้ังคณะกรรมการ ซึ่งจะมีการวางแผนในการขับเคล่ือนงานเปนระยะ ในการดําเนินการก็ตองมีข้ันตอน แตก็จะมี ความยืดหยุน ในสวนที่ไมตองใชงบประมาณของทางราชการ มีการตติดตาม ใหคําแนะนํา ประเมินผล ในกจิ กรรม ซ่ึงจะเปน การสนบั สนุนในการจัดการกบั ปญ หาทีเ่ กิดข้ึนไดอยตู ลอด ในการทาํ งาน นักวิชาการพัฒนาชุมชนผูเปนพัฒนากรประจําตําบล (เจาหนาที่ผูประสานงานประจํา ตําบล) จะเปนผูมีสวนสําคัญในการประสานงานการดําเนินโครงการต้ังแตเร่ิมแรก ซึ่งมีขั้นตอนต้ังแต การประชาสัมพันธรับสมัคร นักพัฒนาพื้นท่ีตนแบบ และครัวเรือนที่สนใจจะเขารวมโครงการ ไดมีบทบาทในการสงเสริมการสรางกระบวนการเรียนรูใหกับนักพัฒนาพื้นที่ตนแบบ หลังจากที่ได รวมมือกับ ศูนยศึกษาและพัฒนาชุมชนลําปาง ในการฝกอบรมในกิจกรรมที่ 1 ไดมีการแลกเปลี่ยน
97 เรียนรูในเวทีท่ีประชุมรวมกัน และมีการวางแผนใหเหมาะสมกับภูมิสังคม ใชกระบวนการมีสวนรวม ระหวางทั้ง พช.อําเภอ นพต. และเจาของแปลงฯ มีการปฏิบัติกิจกรรมตามความเหมาะสม ตลอดจน การจัดกิจกรรมเอาม้ือสามัคคี และฐานการเรียนรูในการถายทอดความรูตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ รวมกับภาคีการพัฒนา อาทิ อบต. เทศบาล ปราชญชุมชน และการสนับสนุนท่ีไมใชงบประมาณ จากท้งั เกษตร และประมง ในการประสานความรวมมอื ในการพัฒนา มีการประยุกตใชหลักภูมิสังคม เนื่องจากในแตละพื้นท่ีมีความแตกตางกันท้ังสภาพภูมิ ประเทศ ภูมอิ ากาศ ตลอดจนในแตละพ้นื ที่แปลง จงึ ตอ งมีการบรหิ ารจดั การในแปลง ในสวนสภาพพน้ื ที่ หรือดินอาจมีสภาพท่ียังไมพรอมท่ีจะเพาะปลูก ซึ่งตองมีการปรับปรุงบํารุงดินกอนดวยการหมดิน แหงชามนํ้าชาม ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ การปลูกพืชใหเหมาะสมกับสภาพพืชที่ พืชใดท่ีตองการ แสง มากนอย ปลูกปา ซึ่งเปนไมยืนตนจะตองปลูกบริเวณใด ผักสวนครัว ผักท่ีสามารถสรางรายได รายวัน การเลี้ยงสัตว การขุดหนองเลียนแบบธรรมชาติดวยการทําตะพักนํ้า ซึ่งจะชวยในการเปน แหลงที่อยูอาศัยของปลา ซงึ่ สามารถเปน แหลง อาหารเลี้ยงปลาใหส ามารถหากินเองไดแ ละเปน ที่พักผอ น ของปลาไดด วย เปนการลดตน ทนุ การผลติ มีการใชหลักการไมยึดติดตํารา ซึ่งสภาพในแตละพ้ืนที่แปลง จะไมสามารถนําตัวอยาง ความสําเร็จหรือส่ิงที่ใชได หรือ หลักวิชาการที่ใชในพ้ืนท่ีอื่น บางอยาง อาจไมเหมาะสมกับการใชใน พนื้ ที่ตัวเอง จะใชการเรียนรูจากการปฏิบตั ิเพื่อสรา งหลกั การที่ไมเคยมีการบนั ทึกในตํารามากอน น่ันคือ ในการทําการงานใดในพ้ืนที่ จะอาศัยการทํางานดวยความยืดหยุน ตามสถานการณ ไมยึดติดกับสูตร สําเร็จตาง ๆ มากจนเกินไป โดยเฉพาะการแกไขปญหาตาง ๆ ท่ีเกิดขึ้นอาจจะไมมีระบุไวในตําราหรือ สูตรสําเร็จตาง ๆ เรียนรูสิ่งใหม ๆ อยตู ลอดเวลา มีการประยุกตใชหลักการทรงงาน ดานการประหยัด เรียบงาย ไดประโยชนสูงสุด ซ่ึงใช วัตถุดิบในพ้ืนที่ใหเกิดประโยชนมากท่ีสุดกอน ท้ังการนํามาทําปุย นา้ํ หมัก การใชฟางไปเพาะเห็ดกอน นํามาหมดิน ประยุกตหลักเศรษฐกิจพอเพียงและกสิกรรมธรรมชาติ ใชตนกลวยใหเกิดประโยชนอยาง คุมคา ก็สามารถนํามาทําเชือกในการทําสะพานหรือฝายได แมแตเศษอาหารก็สามารถนําไปหมกั แบบ การผา ทอ งชาง เพือ่ ใชป ระโยชนจ ากสิ่งท่ดี ูเหมอื นไมม ีประโยชน ใชใหเ กดิ ประโยชนสูงสดุ สําหรับการจัดการเรื่องปญหาและอุปสรรคน้ัน การแกไขปญหาเฉพาะหนาสําคัญที่สุด เพราะปญหาเกิดรายชั่วโมง ท้ังสภาพภูมิอากาศ ฟาฝน ก็จะเกิดปญหาในการขุดปรับ จําเปนตองทํา ความเขา ใจและใชก ารประสานงานกับภาคีการพัฒนามีความสาํ คญั เพราะ การพัฒนาพ้ืนที่ตน แบบเนน การทาํ งานดว ยกระบวนการมสี วนรวม รวมคดิ รวมทาํ รว มแกไ ขปญหา
98 กลไกในการประสานงาน ตองมีการประสานงานกับภาคีเครอื ขายทุกภาคสว นที่เกี่ยวของ มีการลงพ้ืนที่พูดคุยสรางความเขาใจในเนื้อหาโครงการเบ้ืองตน พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู มีการทําหนังสือประสานภาคี ในการเขารวมประชุมช้ีแจง สรางความเขาใจดวย โดยเฉพาะการสราง ความรูความเขาใจกับงานปกครอง ทั้งนายอําเภอ และทองถ่ิน จะทําใหไดรับความรวมมือจากองคกร ปกครองสวนทอ งถิน่ เพื่อสนับสนุนความรูดา นระเบียบงานชาง และนายชาง ซง่ึ เปนส่ิงจาํ เปนในขั้นตอน การพัฒนาพื้นท่ีตนแบบในแตละแหง ตลอดจนในการประสานงาน ไดมีการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ใหเ กดิ ประโยชนดว ย กลไกในการวางแผน ตองมีการวางแผนการทํางาน โดยประชุมรวมกัน เพื่อความเขาใจ ที่ตรงกันกอนการทํากิจกรรม รวมกับทีมนักวิชาการและเจาของพื้นท่ี โดยเฉพาะในพ้ืนที่ ตัวอยางในพื้นท่ีท่ีมีความลาดชัน เราก็ตองหาตําแหนงที่จะกักเก็บนํ้าใหเหมาะสมกับพื้นท่ีน้ัน ๆ แผนการปลูกไม 5 ระดับตอ งเขากับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ สามารถเขากบั พืน้ ที่น้ัน ๆ ไดอยาง เกดิ ประโยชนสูงสุด ซ่ึงพื้นที่ราบ หรือลุมนํ้า ก็จะตอ งมีแผนการทาํ งานที่ตางกนั ตองจัดการเร่ืองนํ้าทวม การระบายน้ํา การจัดทําโคกใหสูงกวาระดับนํ้า คํานวณการกกั เก็บน้ําในหนาแลง รวมท้ังการระบายน้ํา กรณีที่มีน้ํามากเกินไปในชวงหนาฝน การวางแผนจัดการพื้นที่เชนการเพาะปลูก จะตองดูจากลักษณะ ของพื้นที่นั้น ๆ วาสามารถปลูกอะไรได วางแผนการขุดสระ หนอง คลองไสไก ทุกอยางตองคํานึงถึง ทิศทางลม แสงแดด สัมพันธกับภูมิสังคม ภูมิอากาศ หลกั ๆคือจะวางแผนไดเราตองรูจักพ้ืนท่ี รจู ักการ นํามาใชประโยชน ท้งั ทางตรงและทางออม กลไกในการติดตามประเมินผล มีการจัดทําแบบสรุปผลการดําเนินการของโครงการ รวมถงึ การติดตามประเมินผล ตลอดจนใหคําปรึกษาโดยเจา หนาที่พัฒนาชมุ ชนอยา งสมํ่าเสมอ มีการจัด เวทีสรุปผลการดําเนินงานในแตละขั้นตอนและแนวทางการแกไขปญหา รวมกับเครือขายการพัฒนา ซึ่งก็มีการแลกเปลี่ยนเพื่อแนะนําแนวทางการแกไขปญหาในกิจกรรมที่ไดลงมือปฏิบัติภายในแปลง ครวั เรือนตนแบบ กลไกในการจัดการความรู มีกลไกในการจัดการความรู ซึ่งในพื้นที่ มีความรูท้ังท่ีเปน ลายลักษณอักษร และที่ฝงลึกในตัวคน ซึ่งเกิดจากการส่ังสมประสบการณและการลงมือปฏิบัติ มีการ แลกเปล่ียนเรยี นรูกับท้ัง พช. และ นักพัฒนาพื้นท่ีตนแบบในการพัฒนางานการพัฒนาพื้นที่ตนแบบฯ ซ่ึงมีประโยชนในการนําไปพัฒ นาการทํางานพัฒนาพื้นท่ีตนแบบดวยการสงตอ ถายทอด องคค วามรูสูการปฏิบัติ และพฒั นาเปนกลไกในการตอยอดการดําเนินโครงการตอไป
99 กลไกในการส่ือสารประชาสัมพันธ ใชการประชาสัมพันธ และเปดโอกาสใหมีการสื่อสาร สองทาง ในการแลกเปล่ียนเรียนรใู นการพฒั นาพ้นื ทตี่ นแบบในระหวา งจงั หวัด ไดอ ยา งรวดเร็ว สามารถ หาแนวทางการทํางานท่ีสามารถนํามาปรับใชในพื้นท่ีไดอยางเหมาะสม ท้ังการส่ือสารทาง ปากตอปาก กลุมไลน Facebook(Live) TikTok อินสตราแกรม ใน เครอื ขาย พัฒนาชุมชน นักพัฒนาพื้นท่ีตนแบบ และเจา ของแปลงฯ สง ผลใหการดาํ เนนิ งานพัฒนาพ้นื ท่ตี น แบบ เปนไปอยางมีประสทิ ธภิ าพมากย่ิงข้นึ 5.3 ขอ เสนอแนะ 5.3.1 ขอ เสนอแนะเชงิ นโยบาย 1) ในการทําโครงการส่ิงสําคัญ การมีองคความรูท่ีถูกตอง มีความเขาใจใน วัตถุประสงคของโครงการ และหลักการพัฒนาพ้ืนที่ในลักษณะ โคก หนอง นา และความรูตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนศาสตรพระราชา ซึงมาจากการการสรางความเขาใจใน วัตถุประสงคกับผูเขารวมโครงการ ใหเปนไปในทิศทางเดียวกัน โดยท่ีสําคัญท่ีสุดคือจะตองยึดความ ตองการของผูเขา รว มโครงการเปนหลัก 2) เพิ่มเติมสนับสนุนงบประมาณท่ีสําคัญ ในโครงการ โดยเฉพาะอยางยิ่งกิจกรรมท่ี ตอ งอาศัยความรวมมือจากภาคเี ครือขาย และทองถ่ิน เชน คาใชจายท่ีจําเปน สําหรับงานชาง การตรวจ แบบ ตามมาตรฐาน และการจัดการกับแหลงนํ้า ซ่ึงเปนหัวใจสําคัญในการดํารงชีวิต และการพัฒนา พน้ื ทีต่ น แบบ 5.3.2 ขอเสนอแนะเชิงปฏิบัตกิ าร ใชก ารเรียนรูอยา งเปน ขนั้ เปนตอน ทัง้ ในข้นั กอ นการปฏิบัติงานซึ่งเปนการถายทอด นโยบายสกู ารปฏิบตั ิ อยา งสมา่ํ เสมอ นําสง่ิ ทไ่ี ดเรียนรใู นกระบวนการไปประยุกตใช ตามความเหมาะสม และภูมิสังคมในแตละพ้ืนถ่ินซ่ึงแตกตางกัน โดยนักพัฒนาพ้ืนที่ตนแบบและเจาของแปลงฯสามารถนํา ความรูที่ผานกระบวนการจากการเขารวมโครงการ ซ่ึงมีการใหความสําคัญกับการแลกเปล่ียนเรียนรู ระหวา งกันของ นพต. และเจา ของแปลงฯ เนน การเรียนรูจ ากการปฏบิ ตั ิ และการลงมือทําจรงิ 5.3.3 ขอเสนอแนะในการวิจัยครั้งตอไป ควรทาํ การศกึ ษาวิจัยเปรียบเทียบเพิ่มเติมใน สภาพภมู ิสังคมพื้นทีท่ ี่แตกตางกัน
บรรณานุกรม กรมการพฒั นาชุมชน. (2563). บันทกึ นักพฒั นา. ม.ป.ท. ทิพวัลย พลภักด.ี (2562). รายงานการวจิ ัย กระบวนการสอ่ื สารเพ่ือสรางความเขาใจผูเก่ยี วของสูการ ปกปอ งพนื้ ที่อาหารจังหวดั แมฮอ งสอน สาํ นักงานกองทนุ สนบั สนุนงานวจิ ัย (สกว.) ฝายวิจยั เพอ่ื ทองถิ่น. วภิ า สขุ วฒั นาวทิ ย. (2561). รายงานการวจิ ยั การผลิตส่ือสารคดีดิจติ อลเพอื่ ส่ือสารงานวิจัย สํานกั งานกองทนุ สนบั สนนุ งานวิจัย (สกว.). ปรชี า หงอกสมิ มา. (2560). รายงานการวจิ ยั กระบวนการพฒั นาศักยภาพเกษตรกรรนุ ใหมในการเปน ผูประกอบการเกษตรอินทรีย ในจังหวัดขอนแกน สาํ นักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) ฝา ยวจิ ัยเพอื่ ทองถ่นิ . เบญจางค ใจใส แดร อารสลานิออง. (2563). รายงานการวิจยั โครงการกระบวนการฟน ฟูทองถ่นิ ของประเทศญีป่ ุน : ปจ จยั แหงความสําเรจ็ และการประยุกตใชในมิติ ของมะจิซุกุริ สํานกั งานกองทุนสนับสนนุ งานวิจัย (สกว.). ประเสริฐ สรุ ิยวงษา, เจนศกั ด์ิ เย่ยี มวัฒนาพร, นํามัย วงษเ ก, พฒั นา ใจยา, สบุ นิ ชมุ พูสบื , แกวเมอื ง เตมะ, ...ดี วงศป น จันทร (2555). รายงานการวิจัย โครงการรปู แบบในการพฒั นาทักษะการเรียนรูด านการอนรุ ักษฟน ฟทู รัพยากรดิน นาํ้ ปา รวมกนั ของเครือขายลมุ นาํ้ จางและ SCG ทีเ่ หมาะสมกับบริบทของหมบู านท้ัง 6 หมูบ าน ในตําบลหัวเสอื ตาํ บลดอนไฟ อาํ เภอแมท ะ จงั หวดั ลาํ ปาง สํานักงานกองทุนสนับสนนุ งานวจิ ยั (สกว.) สํานักงานภาค และ บริษทั ปนู ซีมเมนตไทย(ลาํ ปาง) จํากัด. อมรรตั น วัฒนโยธนิ . (2560). รายงานการวิจัย โครงการ “กระบวนการสรางการเรียนรูตามแบบ เศรษฐกิจพอเพยี ง เพื่อจดั การหน้ีสินอยางยงั่ ยืนของชุมชนเกษตรพัฒนา อําเภอพัฒนานคิ ม จังหวัดลพบรุ ”ี สาํ นกั งานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) ฝายวิจัยเพ่ือทองถ่ิน. ธาํ รงค เมฆโหรา. (2562). รายงานการวิจัย โครงการ การจัดการการเกษตรเชิงระบบ ในพืน้ ท่ีอนุรกั ษต น นํา้ เข่ือนสิริกติ ิ์ สํานักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจยั (สกว.). นภิ าภรณ จงวฒุ ิเวศย, รงั สรรค สิงหเลศิ , และสมสงวน ปสสาโก. (2553). ปจ จัยทีส่ ง ผลตอความสําเรจ็ ในการดําเนินงานของธรุ กิจชมุ ชนในเขต อําเภอเมือง จงั หวดั รอยเอ็ด. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 4(2), 103-108.
101 อัครเดช ไมจ ันทร, และนุจรีย แซจ ิว๋ . (2561). ปจ จัยท่ีมผี ลตอประสิทธิภาพในการปฏิบัตงิ าน ของพนักงานกลมุ อตุ สาหกรรมตดิ ตงั้ เคร่ืองจักรสายการผลิตในจงั หวดั สงขลา. วารสารราชภฏั สรุ าษฏรธ าน,ี 5(1), 92-121. พระมหาสุเทพ สุวณโฺ ณ. (2559). ระเบียบวธิ วี ิจัยวา ดว ย : ประชากรและกลุมตวั อยาง. วารสารสิรินธรปริทรรศน, 17(1), 34-48. ณรงค ณ เชยี งใหม. (2560). การมสี ว นรวมของประชาชนเพอ่ื การพฒั นาทย่ี งั่ ยืน. วารสารรสู มแิ ล, 23(2-3), 1-7. ละเอยี ด ศลิ านอย. (2560). การใชส ูตรทางสถิติ (ท่ีถกู ตอง) ในการกาํ หนดขนาดของกลุม ตัวอยา งเพ่ือ การวิจัยเชิงปรมิ าณในทางมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร. วารสารวจิ ยั และพัฒนามหาวิทยาลัยราชภฏั บุรีรมั ย, 12(2), 50-61. จําเนียร จวงตระกูล. (2561). ปญ หาการกาํ หนดกลมุ ตวั อยางและวิธกี ารสุมตัวอยา งในการวจิ ยั เชงิ คุณภาพ. วารสารบริหารธรุ กิจและสังคมศาสตร มหาวยิ าลัยรามคาํ แหง, 1(2), 1-21. ศศิเพ็ญ พวงสายใจ. (2554). การประเมินผลเปรยี บเทียบในมติ ิตา งๆ ของประชาชน ในการนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใช. วารสารเศรษฐศาสตร มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม, 15(1), 14-43. อัควิทย เรืองรอง. (2560). การสืบทอดแนวพระราชดําริ “ศาสตรพระราชาเพอ่ื การพฒั นา มนษุ ย” ในมิตมิ นุษยศาสตร จาก “พระบรมราโชวาท” “พระมหาชนก” และ “ทองแดง”. วารสารศลิ ปะศาสตร มหาวทิ ยาลัยอุบลราชธานี, 13(2), 1-32. ภติ ินนั ท อะภยั . (2562). โขนพระราชทานกระบวนการสรา งสรรคผลงานทางศลิ ปะการแสดง โดยใชแนวคิดศาสตรพระราชา. วารสารศลิ ปกรรมศาสตรมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ, 23(2), 103-112. พระมหาวรี ะศักดิ์ อภินนฺทเวท.ี (2562). การบูรณาการหลกั พทุ ธธรรมกบั เกษตรทฤษฎีใหมของ ศาสตรพ ระราชา. วารสารมหาจฬุ านาครทรรศน, 6(8), 3773-3786. สทิ ธิเดช วงศป รัชญา. (2563). ศาสตรพระราชากับความมั่นคงของมนษุ ย : ชาวไทยภูเขาเผาลาหู (มเู ซอ) จงั หวัดตาก. วารสารสริ ินธรปริทรรศน, 21(1), 50-62. สํานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาต.ิ (2560). แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2560 - 2564). กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการ พฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาติ สํานักนายกรฐั มนตรี. สํานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาต.ิ (2561). ยุทธศาสตรช าติ ระยะ 20 ป พ.ศ. 2561 - 2580. กรุงเทพฯ: สาํ นักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแหงชาติ สาํ นักนายกรฐั มนตรี.
102 สถาบนั บณั ฑติ พัฒนบรหิ ารศาสตร. (2542). เอกสารประกอบการสมั มนา ทฤษฎใี หมในแงม ุม ของการบริหารการพฒั นา. กรงุ เทพฯ: สถาบันบัณฑติ พฒั นบริหารศาสตร. สาํ นักงานคณะกรรมการพเิ ศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ. (2552). ทฤษฎใี หมหลักการพง่ึ ตนเองท่ียงั่ ยนื . กรุงเทพฯ: บริษัทรุงศลิ ปก ารพิมพจ ํากัด. ทศิ นา แขมมนี. (2558). ถอดรหสั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง สกู ารสอนกระบวนการคิด. กรงุ เทพฯ: สาํ นักพิมพแ หงจฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย. ศิรวิ รรณ เสรีรัตน. (2548). การวจิ ัยธรุ กิจ. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร. ทศิ นา แขมมณี. (2560). ศาสตรก ารสอน: องคค วามรเู พ่อื การจดั กระบวนการเรียนรทู ีม่ ีประสทิ ธภิ าพ (พมิ พค รัง้ ที่ 21), กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั . เสรี วรพงษ. (2563). แนวทางความสาํ เร็จของโครงการตามแผนยทุ ธศาสตรการพฒั นา จังหวัดสมทุ รสาคร. วารสารสังคมศาสตรบ ูรณาการ, 7(2), 112-128. ณัฐพงศ ทองภักด.ี (2550). ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง:ความเปนมาและความหมายปรัชญา เศรษฐกจิ พอเพยี งกบั การบริหารการพฒั นา. กรุงเทพฯ: สถาบันบณั ฑิตพัฒนาบริหารศาสตร. ชยุต อนิ ทรพรหม. (2561). เศรษฐกจิ พอเพียงกับเกษตรทฤษฎใี หมประยุกตท าํ นา 1 ไร ได 1 แสน. วารสารพฒั นาสงั คม, 20(2), 1-15. ปรีดาพร คณทา. (2559). ทุนมนษุ ยก บั การพัฒนาทรพั ยากรมนุษยแนวคิดใหม. วารสารนวตั กรรมและการจดั การมหาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนสนุ นั ทา, 1(1), 62-70. บงั อร เบญ็ จาธิกุล. (2558). การพัฒนาทรพั ยากรมนษุ ยต ามแนวทางสากล. วารสารจนั ทรเกษมสาร, 21(40), 119-126. สมคิด บางโม. (2559). องคก ารและการจัดการ. (พมิ พครง้ั ท่ี 6), กรุงเทพฯ: วทิ ยพฒั น. มาริษา ศรษี ะแกว , สถาพร วชิ ัยรัมย, และสากล พรหมสถติ . (2563). ศาสตรพ ระราชา : เกษตรทฤษฎีใหมใ นรปู แบบ “โคก หนอง นา โมเดล”. วารสารสหวทิ ยาการจัดการ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏบุรีรมั ย, 4(2), 31-40. นภษร สรอ ยยอดทอง, วนั วสิ า แชมชอย, และโชติ บดรี ัฐ. (2563). ภัยพิบัตกิ บั การจัดการ ของเกษตรกรไทย. Journal of Modern Learning Development, 5(4), 173-184. Yamane, Taro. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 3rded. New York: Harper and Row Publications. Baccarini, D. (1999). The Logical Framework Method for Defining Project Success. Project Management Journal, 30(4), 25-32. Bacarrini, D. (2004). “Success Criteria in Project Management”, PM Network, 22(7).
103 UNDP. (2007). Human Development Report 2007/2008 Fighting Climate Change: Human Solidarity in a Divided World, New York: UNDP UN. (2015), Sustainable Development knowledge Platform, Sustainable Development Goals, n.p. UNEP. (2016), Fiscal Policies and the SDGs, Green Economy - Policy brief, n.p. Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample sizes for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610. Smith, M. F. (1983). Sampling considerations in evaluating cooperative extension programs. Florida Cooperative Extension Service Bulletin PE-1. Institute of Food and Agricultural Sciences. University of Florida. n.d. Likert, R.A. (1932, May). “Technique for the Measurement of Attitudes,” Arch Psychological. 25(140), 1-55. Likert, Rensis A. (1961). New Patterns of Management. New York: McGraw-Hill Book Company Inc. n.d. Inprom, C. (2018). Sufficiency and the New Theory applied to a One-Rai Plot of Land Generating an Income of 100,000 Baht. Journal of Social Development, 20(2), 1-15. Weiers, Ronald M. (2005). IntroductiontoBusinessStatistics. InternationalStudent Edition.Fifth Edition.Pennsylvania, n.p. Moser, A., & Korstjens, I. (2018). Practical guidance to qualitative research: Sampling, Data Collection and analysis. European Journal of General Practice, 24(1), 9-18. Woraphong, S. (2020). Approach of Achievement of Project In Strategy Plan Development In Samutsakhon Province. INTEGRATED SOCIAL SCIENCE JOURNAL, FACULTY OF SOCIAL SCIENCES AND HUMANITIES, MAHIDOL UNIVERSITY, 7(2), 112-128.
ภาคผนวก
105 ภาคผนวก ก รายนามคณะนกั วจิ ยั
106 1. นางอภิญญา โกมลรัตน รายนามคณะนักวิจัย 2. นายณัฐนชิ รกั ขติวงศ 3. น.ส.ศรญั ยา ปาปลูก ผูอํานวยการศนู ยศ กึ ษาและพัฒนาชมุ ชนลาํ ปาง 4. นายเกรียงไกร สิงหแ กว นกั วิชาการพัฒนาชุมชนชํานาญการ นกั ทรัพยากรบคุ คลปฏบิ ตั ิการ นกั ทรพั ยากรบุคคลชาํ นาญการ รายนามคณะผูสนับสนนุ งานวิจัย 1. นางอญั ชลี ปง แกว นกั ทรพั ยากรบุคคลชํานาญการ 2. นางกรรณิการ กาวติ า นักทรพั ยากรบคุ คลชาํ นาญการ 3. น.ส.ณฐั กฤตา ชยั ตูม นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัตกิ าร 4. น.ส.สุรีนนั ท มานะ นกั วชิ าการพัฒนาชุมชนปฏบิ ตั ิการ 5. วา ที่ ร.ต.ชัยณรงค บัวคํา นกั ทรัพยากรบุคคล 6. นายชาญณรงค จิรขจรกุล นกั ทรัพยากรบคุ คล
107 ภาคผนวก ข รายนามผเู ชย่ี วชาญ
108 1. นายชาตรี ธินนท รายนามผูทรงคุณวุฒิ 2. นายสุสงั ข ชมุ มะโน 3. นางบําเพ็ญ เมืองมลู พฒั นาการจังหวัดลําปาง 4. วาที่ ร.ต.หญงิ วิไลย ไพบลู ย พัฒนาการจังหวดั แพร พัฒนาการจงั หวดั ลาํ พนู 5. นายไกรฤกษ มลู เมือง ผอู ํานวยการกลุมงานประสานและ สนับสนนุ การบริหารงานพัฒนาชมุ ชน ขาราชการบาํ นาญ
พ้ืนท่เี รียนรูชมุ ชนตนแบบการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต (Community Lab Model for quality of life : CLM) ระดับตําบล ท่ี รหสั แปลง ชือ่ - สกลุ ผเู ขา รว ม เลขประจําตัว ชอื่ -นามสกุล ขนาดไร ระดับ หมูท่ี ตาํ บล อาํ เภอ จงั หวัด ภาค ชนิด เลขทโี่ ฉนด หนวยงาน จัดกลมุ หมายเหตุ โทรศพั ท โครงการ ประชาชนผูเขารว ม เจา ของกรรมสทิ ธิ์ กรรมสทิ ธ์ิ โครงการ 1 15875 นางกญั จว ิภา ปงวัง 3520100939872 นางกญั จว ภิ า ปงวัง 10 ไร CLM 8 บานเปา เมอื งลาํ ปาง ลําปาง เหนอื นส.3 695 กรมทดี่ ิน 2 ข้ันพื้นฐาน 08 1746 6030 2 15928 นายฉฏั ฐราชย ปะละปก 1529900595461 นายพงษเ ดช ปะละปก 10 ไร CLM 4 บา นเสด็จ เมอื งลําปาง ลาํ ปาง เหนือ โฉนด กรมทีด่ นิ71088 71089 71091 71092 71087 71259 107838 1 ข้ันพืน้ ฐาน 09 3283 4095 3 16070 นายธนกฤตย พินธสิ ืบ 3520100711642 นายธนกฤตย พนิ ธิสืบ 10 ไร CLM 9 ปงแสนทอง เมอื งลาํ ปาง ลาํ ปาง เหนอื โฉนด 124549, 128288 กรมท่ดี นิ 1 ขน้ั พื้นฐาน 09 7918 6549 4 15733 นางพงลดา ปกตะหลก 3520101384025 นางพงลดา ปก ตะหลก 15 ไร CLM 1 นคิ มพฒั นา เมืองลําปาง ลาํ ปาง เหนือ ส.ป.ก. 3788 สปก.จังหวัด 3 ขั้นพื้นฐาน 06 4613 9209 5 15860 นายวิทร เสริมไทยสงค 3520100990509 นายวิทร เสรมิ ไทย 15 ไร CLM 8 บานคา เมอื งลาํ ปาง ลาํ ปาง เหนือ โฉนด 157405 กรมท่ดี ิน 1 ขั้นพืน้ ฐาน 08 4371 5240 6 16029 นายไกร สมกูล 3520101081979 นายไกร สมกูล 15 ไร CLM 15 บา นเอ้ือม เมืองลาํ ปาง ลาํ ปาง เหนอื นส.3 121 กรมทด่ี นิ 2 ขน้ั พืน้ ฐาน 09 3251 2898 7 16054 นายมานสั จอนดอน 3311000697055 นายเสนาะ ยาวิราช,นายสุรตั น ธาตุรกั ษ 15 ไร CLM 7 บญุ นาคพัฒนา เมอื งลาํ ปาง ลําปาง เหนือ โฉนด 196522,176735 กรมที่ดนิ 1 ขัน้ พืน้ ฐาน 09 3139 9813 พนื ทเี รยี นรชู ้ มุ ชนตน้ แบบการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ (Community Lab Model for quality of life : CLM) ระดับตําบล จ.ลําพนู พนื ทเี รยี นรชู ้ มุ ชนตน้ แบบการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ (Community Lab Model for quality of life : CLM) ระดับตําบล จ.แพร่
110 ภาคผนวก ค หนงั สือออกในการดําเนินการวิจยั
ที มท ๐๔๐๖.๑๔/ ว ๒๑๔ ศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชุมชนลาํ ปาง ๘๓ หมู่ ๑๐ ถนนลําปาง-เชยี งใหม่ ตําบลปงแสนทอง อาํ เภอเมืองลําปาง จงั หวดั ลาํ ปาง ๕๒๑๐๐ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ เรอง งานวจยั กรมการพัฒนาชุมชน เรอง กลไกการสรา้ งนักพฒั นาพืนทีและเจา้ ของแปลงครวั เรอนต้นแบบ ตามหลกั ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” ในเขตพืนทบี รการของศูนยศ์ ึกษาและพฒั นาชุมชนลาํ ปาง เรยน พัฒนาการจงั หวัดลาํ ปาง พฒั นาการจงั หวดั ลําพูน และพฒั นาการจงั หวดั แพร่ สิงทีส่งมาด้วย ๑. แผนการจดั เก็บข้อมูลสําหรบั ประกอบงานวจยั ฯ จาํ นวน ๑ ฉบบั ๒. แบบสัมภาษณ์เชงิ ลึกในการศึกษาปจจยั ทสี ่งผลต่อความสําเรจ็ ฯ จาํ นวน ๑ ฉบับ ๓. แบบสัมภาษณ์เชงิ ลึกในการศึกษาแนวทางการประยุกต์ใชศ้ าสตรพ์ ระราชาฯ จาํ นวน ๑ ฉบบั ๔. แบบสัมภาษณ์เชงิ ลึกในการพัฒนากลไกฯ จาํ นวน ๑ ฉบบั กรมการพัฒนาชุมชน โดยสถาบันการพัฒนาชุมชน ได้มอบหมายให้ศูนย์ศึกษาและพัฒนา ชุมชนลําปาง ดําเนินการศึกษาวจยั เรอง กลไกการสรา้ งนักพัฒนาพืนทีและเจา้ ของแปลงครวั เรอนต้นแบบ ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” ในเขตพืนทีบรการของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ลําปาง เพือการสนับสนุนงานของกรมการพัฒนาชุมชน ในการจัดทําโครงการและพัฒนาหลักสูตร ที ตอบสนองความต้องการของชุมชน ให้มีความสามารถในการพึงพาตนเอง มีความพรอ้ มรบั มือกับสถานการณ์ ในปจจุบัน ทีประเทศกําลังเผชิญกับภาวะวกฤติความเปลียนแปลง โดยมีวัตถุประสงค์ เพือศึกษาปจจยั ที ส่งผลต่อความสําเรจ็ ในการสรา้ งนักพัฒนาพืนทีต้นแบบ และเจา้ ของแปลงครวั เรอนต้นแบบฯ, ศึกษาแนวทาง การประยุกต์ใชศ้ าสตรพ์ ระราชาของนักพัฒนาพืนทีต้นแบบและเจา้ ของแปลงครวั เรอนต้นแบบฯ และการ พัฒนากลไกการสรา้ งนักพัฒนาพืนทีต้นแบบและเจา้ ของแปลงครวั เรอนต้นแบบฯ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาํ ปาง ได้จดั ทาํ แผนการจดั เก็บข้อมูลฯ ประกอบงานวจยั ฯ และ ได้กําหนดกลุ่มเปาหมาย ในการรว่ มให้ข้อมูล/การสัมภาษณ์ ในแต่ละจงั หวัด ประกอบด้วย ๑. พัฒนาการจงั หวดั หรอ ผู้แทน ๒. นักวชาการพัฒนาชุมชน (สํานักงานพัฒนาชุมชนจงั หวัด) จาํ นวน ๑ ราย ๓. พัฒนาการอําเภอ จาํ นวน ๑ ราย ๔. นักวชาการพัฒนาชุมชน (สํานักงานพัฒนาชุมชนอําเภอ) จาํ นวน ๑ ราย ๕. นักพัฒนาพืนทีต้นแบบ (นพต.) ทสี ามารถเปนแบบอย่าง จาํ นวน ๕ ราย ๖. ครวั เรอนต้นแบบฯ หรอผู้แทนครวั เรอน ทสี ามารถเปนแบบอย่าง จาํ นวน ๕ ราย /โดยจาํ นวน...
-๒- โดยจาํ นวนผู้ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ จังหวัดอาจพิจารณาเพิมจาํ นวนได้ ตามความเหมาะสม ทังนีศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลําปาง ได้มอบหมายให้นายณัฐนิช รกั ขติวงศ์ นักวชาการพัฒนาชุมชนชาํ นาญ การ เปนผู้ประสานงาน และผู้รบั ผิดชอบการจดั เก็บข้อมูลดังกล่าว โดยได้แนบหมายเลขโทรศัพท์ และ Line : ID ลงในแผนการจดั เก็บข้อมูลฯ สิงทีส่งมาด้วยพรอ้ มหนังสือนี จงึ เรยนมาเพือโปรดพิจารณา ขอแสดงความนับถือ (นางอภิญญา โกมลรตั น์) ผู้อาํ นวยการศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชุมชนลาํ ปาง งานวชาการ ศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชุมชนลําปาง โทรศัพท์ ๐ ๕๔๘๒ ๙๗๖๘
แผนการจดั เก็บขอ้ มูล งานวจัยกรมการพัฒนาชุมชน เรอง กลไกการสรา้ งนักพฒั นาพืนทีและเจ้าของแปลงครวั เร อนต้นแบบ ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” ในเขตพืนทีบรการของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาํ ปาง ระหวา่ ง วันที ๒๓ – ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ วนั ที/เวลา รายละเอียดการจัดเก็บข้อมูลงานว จัยฯ สถานทีดําเนินงาน ๒๓ ส.ค. ๖๔ จดั เก็บข้อมลู งานวจยั ฯ โดยการสัมภาษณ์ พัฒนาการจงั หวดั /ผู้แทน และ นักวชาการพัฒนาชุมชนจงั หวดั สํานักงานพัฒนาชุมชน ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ๒๓ ส.ค. ๖๔ จดั เก็บข้อมูลงานวจยั ฯ โดยการสัมภาษณ์ พัฒนาการอําเภอ/ตัวแทน และ พัฒนากรประจาํ ตําบล จงั หวัดลาํ ปาง ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. สํานักงานพัฒนาชุมชน ๒๔ ส.ค. ๖๔ จดั เก็บข้อมูลงานวจยั ฯ โดยการสัมภาษณ์ นักพัฒนาพืนทีต้นแบบ ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. และ ตัวแทนครวั เรอนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ตฯ อาํ เภอเมืองลาํ ปาง ๒๕ ส.ค. ๖๔ ในเขตพืนทีดําเนินกิจกรรม ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. จดั เก็บข้อมูลงานวจยั ฯ โดยการสัมภาษณ์ พัฒนาการจงั หวดั /ผู้แทน และ นักวชาการพัฒนาชุมชนจงั หวดั จ.ลาํ ปาง หรอ สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ๒๕ ส.ค. ๖๔ ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. จดั เก็บข้อมลู งานวจยั ฯ โดยการสัมภาษณ์ พัฒนาการอําเภอ/ตัวแทน และ พัฒนากรประจาํ ตําบล สํานักงานพัฒนาชุมชน ๒๖ ส.ค. ๖๔ จงั หวัดแพร่ ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. จดั เก็บข้อมูลงานวจยั ฯ โดยการสัมภาษณ์ นักพฒั นาพืนทีต้นแบบ ๒๗ ส.ค. ๖๔ และ ตัวแทนครวั เรอนต้นแบบการพัฒนาคณุ ภาพชวี ตฯ สํานักงานพัฒนาชุมชน ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. อําเภอเมืองแพร่ ๒๗ ส.ค. ๖๔ จดั เก็บข้อมลู งานวจยั ฯ โดยการสัมภาษณ์ พัฒนาการจงั หวดั /ผู้แทน และ นักวชาการพัฒนาชุมชนจงั หวัด ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ในเขตพืนทีดําเนินกิจกรรม ๓๐ ส.ค. ๖๔ จดั เก็บข้อมูลงานวจยั ฯ โดยการสัมภาษณ์ พัฒนาการอําเภอ/ตัวแทน และ พัฒนากรประจาํ ตําบล จ.แพร่ หรอ สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. จดั เก็บข้อมูลงานวจยั ฯ โดยการสัมภาษณ์ นักพัฒนาพืนทีต้นแบบ สํานักงานพัฒนาชุมชน และ ตัวแทนครวั เรอนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ตฯ จงั หวัดลําพนู สํานักงานพัฒนาชุมชน อําเภอปาซาง ในเขตพืนทีดําเนินกิจกรรม จ.ลาํ พูน หรอ สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ หมายเหตุ : กาํ หนดการ/วธิ ีการจดั เก็บขอ้ มลู สามารถเปลยี นแปลงไดต้ ามสถานการณแ์ ละความเหมาะสมของผใู้ หข้ อ้ มลู ในการสมั ภาษณ์ สามารถตดิ ตอ่ ผปู้ ระสานงานการจดั เก็บขอ้ มลู นายณฐั นชิ รกั ขตวิ งศ์ โทร ๐๙๑-๐๒๑ ๕๑๑๕, ๐๕๔-๘๒๙ ๗๖๘ หรอื Line ID nutzean
114 ภาคผนวก ง ภาพประกอบการจดั เกบ็ ขอมลู
115 ภาพการจัดเกบ็ ขอ มลู ประกอบงานวิจยั 1. พ้ืนท่จี งั หวดั ลาํ ปาง 1.1 การจัดเก็บขอมลู ประกอบการวจิ ัย ดวยการสัมภาษณเ ชงิ ลกึ (เจา หนาท่)ี พนื้ ท่ี สาํ นกั งานพัฒนาชุมชนจงั หวัดลําปาง และ สาํ นักงานพฒั นาชมุ ชนอาํ เภองาว 1.2 การจดั เกบ็ ขอมลู ประกอบการวิจัย ดวยการสนทนากลมุ พนื้ ที่ อ.เมืองลาํ ปาง จ.ลําปาง 1.3 การจัดเกบ็ ขอ มูลประกอบการวิจัย ดวยการสนทนากลุม/สัมภาษณเชิงลกึ พ้ืนท่ี อ.งาว จ.ลําปาง
116 1.4 การใชวัสดุในทอ งถน่ิ ใหเ กดิ ประโยชนสูงสุด และการหม ดนิ เอามือ้ สามัคคี 2. พ้ืนท่จี งั หวัดแพร 2.1 การจดั เก็บขอมลู ประกอบการวจิ ยั ดว ยการสมั ภาษณเ ชงิ ลึก(เจาหนา ท่ี) พนื้ ที่ สํานกั งานพฒั นาชมุ ชนจงั หวัดแพร 2.2 การจัดเกบ็ ขอมลู ประกอบการวจิ ยั ดวยการสัมภาษณเ ชิงลึก/สนทนากลุม พ้ืนที่ สํานกั งานพฒั นาชมุ ชนอาํ เภอเมืองแพร และอาํ เภอรองกวาง
117 2.3 การจัดเก็บขอ มลู ประกอบการวจิ ัย ดว ยการสัมภาษณเชงิ ลึก/สนทนากลมุ พนื้ ท่ี สํานกั งานพัฒนาชมุ ชนอําเภอลอง และพื้นทเี่ รยี นรตู น แบบ จังหวดั แพร 2.4 การออกแบบพน้ื ที่เพ่อื เปนจดุ เรยี นรู พน้ื ที่ ศูนยเ รียนรูต น แบบฯ อําเภอลอง จงั หวดั แพร 3. พื้นท่ี จังหวัดลําพนู 3.1 การจดั เก็บขอมลู ประกอบการวจิ ัย ดว ยการสมั ภาษณเชิงลึกและการสนทนากลุม รวมกับสาํ นักงานพัฒนาชุมชน จงั หวัดลําพนู ณ อําเภอปา ซาง จงั หวัดลาํ พูน
118 3.2 การจัดเก็บขอ มลู ประกอบการวิจยั ดวยการสมั ภาษณเ ชิงลึก พื้นท่ี ครวั เรือนตน แบบการพฒั นาฯ อาํ เภอปา ซาง จงั หวดั ลาํ พูน 3.3 พน้ื ท่เี รยี นรคู รัวเรือนตนแบบ และการบริหารจดั การพื้นท่ี โคก หนอง นา พช. พนื้ ที่ ครัวเรือนตน แบบการพัฒนาฯ อาํ เภอปาซาง จังหวดั ลําพนู
119 ภาคผนวก จ แบบสัมภาษณท ใ่ี ชในการจัดเก็บขอ มูล
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171