97 1.6 ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน ฯลฯ 2. ขอ มลู ในขอ 1 ถูกตองตามสภาพของโรงเรียนและเปน ปจจบุ นั 3. มีการจดั เกบ็ ขอ มูลสะดวกตอ การนาํ ไปใชประโยชนไ ดท นั ที 4. มีการนําขอมูลที่จัดเก็บไปใชประโยชนในการวางแผนการนิเทศภายใน โรงเรยี น 5. มขี อ มูลยอ นกลับทจ่ี ัดเกบ็ อยา งเปนระบบอยา งนอ ย 3 ปก ารศกึ ษา ขอ มลู ประกอบการพิจารณา 1. บนั ทกึ การประชุม 2. แฟม โรงเรียน 3. เอกสารที่เกย่ี วกบั การวิเคราะหส ภาพปจจบุ ัน ปญ หา และความตองการของ ครู 4. แบบสรปุ ผลสํารวจความตอ งการของบุคลากรในโรงเรยี น มาตรฐานที่ 3 โรงเรยี นวางแผนการนิเทศภายในโรงเรยี นท่ีสอดคลอ งกบั สภาพปญหา และความ ตองการของโรงเรียน เกณฑก ารพจิ ารณา 1. มีแผนการนเิ ทศภายในโรงเรยี น 2. แผนการนิเทศภายในโรงเรียน สนองตอบปญหาและความตองการของ โรงเรียน 3. คณะบคุ คลในโรงเรยี น มสี วนรว มในการวางแผนการนิเทศภายในโรงเรยี น 4. กิจกรรมท่ีกําหนดไวในแผนฯ เปนกิจกรรมในการเสริมสรางความรู ความสามารถของครู 5. กจิ กรรมมคี วามเหมาะสมกบั สภาพและบุคลากรในโรงเรียน 6. มกี จิ กรรมพน้ื ฐาน เชน 6.1 การประชมุ 6.2 การสนทนาทางวิชาการ 6.3 การศึกษาเอกสาร 6.4 การสาธติ การสอน 6.5 การสังเกตการสอน ฯลฯ เกณฑก ารใหคะแนน คะแนน 5 หมายถงึ ปฏิบตั ไิ ดครบถวนทั้ง 6 รายการ คะแนน 4 หมายถงึ ปฏิบัตไิ ดท้งั 5 รายการ คะแนน 3 หมายถงึ ปฏิบตั ิไดทั้ง 4 รายการ คะแนน 2 หมายถึง ปฏิบตั ิไดทง้ั 3 รายการ คะแนน 1 หมายถงึ ปฏบิ ตั ิไดท ั้ง 2 รายการ
98 ขอมลู ประกอบการพจิ ารณา 1. บนั ทึกการประชมุ 2. รายละเอียดกจิ กรรมทีด่ าํ เนินการการแกป ญ หาและพฒั นาความตอ งการของ ครู 3. ลําดบั ข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิงานตามกิจกรรมท่ีกาํ หนดในการนิเทศภายใน 4. โครงการนเิ ทศภายในโรงเรียน หรืองานนเิ ทศภายในโรงเรียน 5. คําส่ังแตงตัง้ บคุ ลากรผูรบั ผดิ ชอบกจิ กรรมนเิ ทศภายในโรงเรียน 6. คําสงั่ มอบหมายงานในการดําเนินกิจกรรมนิเทศภายในโรงเรยี น มาตรฐานท่ี 4 โรงเรียนดาํ เนินการตามแผนการนิเทศภายในโรงเรียน เกณฑก ารพจิ ารณา 1. มีการมอบหมายผรู ับผิดชอบดาํ เนินการตามแผน 2. มกี ารประชมุ ชแี้ จงแผนการนิเทศภายในโรงเรยี น 3. ผนู เิ ทศและผรู ับการนิเทศ ทราบแผนการนิเทศภายในโรงเรียน 4. ผนู เิ ทศดาํ เนินการตามแผนการนเิ ทศภายในโรงเรยี น ทีก่ าํ หนดไวได 5. ผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา ใหการสนบั สนุนการดําเนินงานตามแผนฯ เชน 5.1 สนับสนนุ ดา นขวัญและกําลังใจ 5.2 สนบั สนนุ ดานงบประมาณ 5.3 สนบั สนุนดานวสั ดุอุปกรณ ขอ มลู ประกอบการพจิ ารณา 1. บันทกึ การประชุม 2. บนั ทกึ การปฏิบัติงาน ตามกจิ กรรมท่กี าํ หนดไวใ นแผนฯ 3. สมดุ บนั ทกึ การนิเทศประจําหองเรียน 4. รายงานผลการประเมินการปฏิบัติงาน ตามโครงการนิเทศภายในโรงเรียน ทั้งในดานปรมิ าณและคณุ ภาพ มาตรฐานที่ 5 โรงเรยี นประเมินผลการนเิ ทศอยา งเปนระบบ และนําการประเมินมาปรบั ปรุงการ นิเทศของโรงเรียน เกณฑการพิจารณา 1. มกี ารกําหนดกิจกรรมการประเมนิ ผล ไวใ นแผนนเิ ทศภายในโรงเรียน 2. แผนการประเมนิ ทก่ี าํ หนดไว มีลกั ษณะครอบคลุมเร่ืองตอ ไปนี้ 2.1 ระยะเวลาที่จะประเมนิ 2.2 ส่ิงท่จี ะประเมิน 2.3 วิธกี ารประเมนิ 2.4 เคร่ืองมือประเมิน 2.5 ผูประเมนิ 3. ผูการเตรียมการประเมิน เชน จัดทําเคร่ืองมือในการประเมินการประชุม ชี้แจงใหบคุ ลากรในโรงเรียน ทราบแผนการประเมินและวัตถปุ ระสงคของการประเมิน เปน ตน 4. จดั ทํารายงานการประเมนท่คี รอบคลมุ เร่อื งตอไปน้ี
99 4.1 ผลการปฏิบตั ิงานตามแผนนิเทศภายในโรงเรยี น 4.2 การปรับปรุงการจัดการเรียนรูของครู และความกาวหนาในการ ปฏบิ ัตงิ าน 4.3 ความพงึ พอใจตอการนเิ ทศภายในโรงเรียน ขอ มูลประกอบการพิจารณา 1. บันทกึ การประชมุ 2. บันทึกการประเมินผลการนิเทศฯ ตามข้นั ตอนท่ีกาํ หนด 3. รายงานผลการประเมนิ โครงการนเิ ทศภายในโรงเรยี น 4. นําขอมูลการวิเคราะหและผลการประเมินมาใชในการปรับปรุงแกไข และพัฒนา การดําเนนิ การนิเทศท่ีจะดาํ เนินการตอไป เกณฑการใหค ะแนน คะแนน 5 หมายถึง ปฏบิ ตั ิไดค รบถว นทั้ง 5 รายการ คะแนน 4 หมายถึง ปฏบิ ัติไดท ง้ั 4 รายการ คะแนน 3 หมายถึง ปฏบิ ัติไดท ั้ง 3 รายการ คะแนน 2 หมายถึง ปฏิบตั ิไดทั้ง 2 รายการ คะแนน 1 หมายถึง ปฏิบตั ิไดท ง้ั 1 รายการ หมายเหตุ เกณฑก ารใหค ะแนนชดุ น้ี ใชไดทกุ มาตรฐาน ยกเวนมาตรฐานที่ 3 (ตวั อยาง) แบบประเมินมาตรฐานการดําเนินงานนเิ ทศภายในโรงเรยี น โรงเรยี น .......................................... อาํ เภอ................................. จงั หวดั .............................................. คาํ ช้ีแจง โปรดเขยี นเครอื่ งหมาย ในชองระดบั คะแนนในแตล ะขอ ของแบบประเมนิ ท่ี รายการ ระดับคะแนน 54321 1 โรงเรยี นกาํ หนดผรู บั ผดิ ชอบงานนิเทศภายในโรงเรยี นอยางชดั เจน ผูรับผดิ ชอบมคี วามเขาใจขอบขา ยของงานและความรบั ผดิ ชอบของตนเอง 2 โรงเรียนจดั ระบบขอมูลสารสนเทศ เพือ่ การวางแผนการนเิ ทศภายใน 3 โรงเรยี นวางแผนการนเิ ทศทส่ี อดคลองกบั สภาพปญ หาและความตองการ ของโรงเรยี น 4 โรงเรียนประเมนิ ผลการนิเทศอยางเปน ระบบและนําผลการประเมินมา ปรบั ปรงุ การนิเทศภายในโรงเรยี น (ลงช่ือ) ............................................................... ผปู ระเมิน (.................................................................) ตําแหนง ..................................................................... วันที.่ ......................... เดือน ......................... พ.ศ. .....................
บทท่ี 5 การรายงานผลการนเิ ทศ การรายงานผลเปนข้ันตอนเม่ือส้ินสุดการดําเนินงานตามแผนการนิเทศจะตองมีการสรุป และรายงานผลการดําเนนิ งานใหผูเกย่ี วขอ งทราบ โดยใชร ูปแบบการรายงาน การประเมินผลโครงการหรอื การวิจัย ในบทน้ีไดน าํ เสนอตัวอยา งการเขยี นรายงาน 2 รปู แบบ คอื 1. การรายงานการนิเทศ 2. การรายงานการประเมินผลโครงการ การรายงานการนเิ ทศ สว นประกอบของรายงานทส่ี าํ คญั มี 3 สว น คือ หมวดนําเรอื่ ง หมวดเน้ือเรอื่ ง และหมวดอางองิ 1. หมวดนําเร่ือง หรือสวนหนา ประกอบดว ย 1.1 ปกหนา หรอื ปกนอก คอื สวนทีอ่ ยหู นาสดุ หรือนอกสดุ ของเลม 1.2 ปกใน เปนใบรองปกอยตู อจากปกนอก 1.3 คาํ นาํ เปนการเขียนสรุปกรอบของการทํางาน/โครงการ ผลงานทางวิชาอยางยอๆ และกลาวขอบคุณผเู กย่ี วของทช่ี ว ยใหงานสาํ เร็จ 1.4 สารบัญ เปน ดัชนบี อกการเรียนลําดบั เน้ือเร่ือง สารบญั ภาพประกอบ 2. หมวดอางอิง หรือสว นหลงั ประกอบดวย 2.1 บรรณานุกรม เปนการเขียนลําดับรายช่ือ เอกสารตํารา สื่อ วัสดอุ างอิง หรือศึกษา คนควาในการจัดทํางาน/โครงการ และผลงานวชิ าการน้ี 2.2 ภาคผนวก เปน ขอมลู เฉพาะเจาะจง เพ่ือขยายหรือเปนสวนประกอบที่ชวยใหเขาใจ สว นเน้ือหามากยิ่งขนึ้ อนั เปนสวนทไี่ มส มควรจะนาํ ไปใชใ นหมวดเนอ้ื เร่อื ง เพราะอาจจะดูรุงรงั เกนิ ไป 3. หมวดเน้ือเรอ่ื ง หรือสวนเน้อื หา ประกอบดวย 3.1 บทท่ี 1 บทนาํ 3.2 บทที่ 2 เอกสารและหลกั วิชาทเ่ี ก่ยี วขอ ง 3.3 บทท่ี 3 วธิ ีการดําเนนิ งาน 3.4 บทที่ 4 ผลการดาํ เนนิ งาน 3.5 บทท่ี 5 สรปุ อภปิ รายผล และขอเสนอแนะ บทท่ี 1 บทนาํ กลาวถงึ ความนาํ การกําหนดปญหา จุดประสงคในการนิเทศ นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ ขอบเขตของการนิเทศ บทที่ 2 เอกสารและหลักวิชาการที่เกี่ยวของ กลาวถึง แนวคิด หลักการ หรือทฤษฎี ทนี่ ํามาสูรปู แบบ หรือวธิ ีการนเิ ทศนัน้ ๆ โดยอางองิ เอกสารทางวชิ าการทีเ่ ก่ยี วขอ ง บทท่ี 3 วธิ ีการดําเนินงาน เปนการบรรยายใหเห็นภาพต้ังแตการเริ่มตนดําเนินงานนิเทศ จนเสร็จการนิเทศ อาจเขียนเปนข้ันตอน เชน การหาความตองการจําเปนในการนิเทศ การวางแผน การนเิ ทศ การเตรียมการนิเทศ การดําเนนิ การนิเทศ และการประเมินผลและปรับปรุง บทที่ 4 ผลการดําเนินงาน เปนการรายงานผลการนิเทศตามจุดประสงคของการนิเทศ ผลการวเิ คราะหขอ มูลจากการใชส ่ือ นเิ ทศ หรือผลการประเมินการนิเทศวิชา/งาน นั้นๆ วามีผลเกิดขึ้น ตรงตามจุดประสงคท ก่ี าํ หนดไวมากนอยเพียงใด
101 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ เปนการสรุปผลการดําเนินงานนิเทศ ทกุ ขน้ั ตอน มีการอภิปรายผลการสรปุ น้ัน พรอมใหข อเสนอแนะในการพัฒนาการนิเทศตอไป (ตัวอยาง) การเขียนรายงานการนิเทศ บทท่ี 1 บทนาํ ความนาํ ควรกลาวถงึ 1. จุดมงุ หมายของการนิเทศวิชา/งานวาสอดคลองกับนโยบายตนสังกัดท่ีสงเสริมในเรื่อง ทีน่ เิ ทศ หรอื รับผิดชอบอยู 2. เสนอขอมูลพื้นฐานในการปฏบิ ัติงานนิเทศ หรือสภาพการปฏบิ ัติงาน/การจัดการเรียน การสอนของครูในโรงเรยี นปจ จบุ ัน การกําหนดปญ หา ควรกลาวถงึ 1. สภาพปญ หาการนเิ ทศวิชา/งานทปี่ ระสบอยู หรือการจัดการเรียนการสอนของครูในวิชา ดงั กลาว แสดงการวิเคราะหส าเหตขุ องปญ หาทผ่ี านมา อาจจะมีตัวเลข สถิติประกอบเปนคารอยละ คะแนนเฉลยี่ หรือกราฟ/แผนภมู ิในชว งเวลายอนหลงั ที่ผานมา 2. สรุปแนวทางการดําเนินการแกปญหา/พัฒนางานนิเทศการจัดการเรียนการสอน หรืองานสนับสนุนการสอนตามที่คิดวาจะจัดทําเปนเทคนิคการนิเทศ หรือผลงาน/สื่อ/เอกสาร ประกอบการนเิ ทศ ฯลฯ จดุ ประสงคข องการดําเนินการ ควรเขียนเปน ขอๆ กลา วถึง ผลทีต่ อ งการใหเกิดขึ้น หลังจากดาํ เนนิ การนิเทศน้แี ลว โดยเขียน ใหส อดคลอ งกบั ปญหาทกี่ ลาวในบทนํา ขอบเขตของการดาํ เนินการ ควรเขียนถึงขอบเขตของเน้ือหาสาระการดําเนินงานนิเทศ กลุมเปาหมาย ระยะเวลา ในขอ กําหนด และขอ จํากัดเฉพาะเรอื่ งน้ี นิยามศัพทเฉพาะ เขยี นเฉพาะนยิ ามศัพทคาํ สาํ คัญ หรอื คําที่ไมแ นใจวาผูอานจะเขาใจตรงกันทุกคน ถามีศัพท บญั ญัติแลว ตอ งใชศพั ทบ ัญญัติ ประโยชนท ่คี าดวาจะไดร บั กลาวถึงประโยชนของการดําเนินการนิเทศวา เมื่อดําเนนิ การสําเร็จแลวจะเกดิ ประโยชน อะไรบาง หรือเกิดผลกระทบอะไรบา ง ควรเขียนใหสอดคลองกบั ความเปน มาของปญหา หรอื ความนํา
102 บทท่ี 2 เอกสารและหลักวชิ าทเ่ี กย่ี วของ ควรกลาวถงึ หลักวิชาการ หรือแนวคิดทฤษฎีทางการนิเทศที่ผูปฏิบัติงานไดศึกษาคนควา แลวนํามาวิเคราะห สังเคราะหเพ่ือสรุปเปนแนวคิด หลักการของตนในการดําเนินการวชิ า/งานน้ี อาจเขยี นเรยี งลําดับ ดงั นี้ 1. ความนํา สรุปภาพรวมของการศึกษาคนควา และจัดหมวดหมูเน้ือเร่ืองท่ีนําเสนอ เปน ตอนๆ เพ่ือใหผอู านเกดิ ความเขา ใจในภาพรวมของเอกสาร และหลกั วชิ าทีอ่ างอิงทง้ั หมด 2. ความหมายของหลักการ ที่นํามาอางอิง และคําอธิบายแนวคิด วิธีการที่กลาวอาง แลวสรุปลงทายเร่ืองแตละเรื่อง หรือแตละหลักการ แนวคิด ที่อางนั้น วาเก่ียวของหรือนําไปใช ในการนเิ ทศครง้ั นอ้ี ยา งไร บทท่ี 3 การดําเนินงาน บทนีต้ อ งเขียนใหละเอยี ดวา ไดท าํ อะไรบาง ตั้งแตเริ่มตนลงมอื ดําเนินโดยเขียนตามขั้นตอน การดําเนนิ งาน/กิจกรรม หรอื การดาํ เนนิ งานเชงิ ระบบของการนเิ ทศ 1. ศึกษาหาความตองการจําเปนในการนิเทศ (เขียนรายละเอียดใหชัดเจนมากขึ้นกวา บทที่ 1) 2. การวางแผนการนิเทศ โดยศึกษาคนควาเอกสารวิชาการตางๆ ดานการนิเทศ เพอื่ ตัดสินใจเลือกรูปแบบหรือวิธกี ารนิเทศวิชา/งานท่ีรับผดิ ชอบ (สรปุ จากเนื้อหาทีเ่ ขยี นไวใ นบทท่ี 2) ระบกุ ําหนดการนเิ ทศ กลมุ เปา หมายทร่ี ับการนเิ ทศ 3. การเตรียมการนิเทศ โดยการผลิตรูปแบบหรือวิธีการ/กิจกรรมการดําเนินการนิเทศ ทไี่ ดใชดําเนนิ การแกป ญหา/พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาในวชิ า/งานท่ีรบั ผิดชอบ อยางไร/โดยวิธีการใด ยกตัวอยางประกอบ (หรอื อธบิ ายวิธีการสรางส่ือนิเทศ/วิธกี ารนเิ ทศใหชัดเจนตามสภาพท่ีปฏิบัติจริง) รวมท้ังสรางเคร่ืองมือประเมินผล/ตรวจวัดความสําเร็จของการนิเทศ วิธีสรางทําอยางไร เครื่องมือ มีลกั ษณะอยางไร นาํ ไปใชใ นขั้นตอนใดของการนิเทศ หาคุณภาพเครอ่ื งมือดวยวธิ ีใด 4. การดําเนินการนิเทศใหระบุข้ันตอนการดําเนินการนิเทศ สภาพการนิเทศท่ีปฏิบัติจริง บรรยากาศการนิเทศ เทคนคิ การนเิ ทศที่ใช รปู แบบ/วธิ ีการนเิ ทศ รายละเอยี ดการนเิ ทศแตล ะประเภท เชน การนเิ ทศทางไกล การนเิ ทศเปนกลมุ /รายบคุ คล การนิเทศแบบประชุมสมั มนา การนิเทศแบบให คําปรึกษาหารือ การนเิ ทศแบบคลนิ กิ เปน ตน (อาจจะนาํ เสนอรายละเอียด โดยมีแผนภาพประกอบ แลว ขยายความวาแตล ะกรอบทาํ อยางไร) 5. การประเมินและปรับปรุงการนิเทศ เขียนรายละเอียดของการประเมินผลการนิเทศ วาใชร ูปแบบการประเมนิ แบบใด และมรี ายละเอียดเก่ยี วกับเครอ่ื งมอื การประเมิน ตลอดจนแนวทาง การพฒั นาและปรบั ปรงุ การนิเทศ
103 บทที่ 4 ผลการดาํ เนนิ งาน บทน้ีเปนการรายงานผลทไี่ ดจากการประเมินผลการนิเทศวา เมอ่ื ดําเนนิ การตามรปู แบบ หรอื วิธีการในบทที่ 3 แลว มีผลเกิดข้ึนตามจุดประสงคหรือไม มากนอยเพียงใด การรายงานอาจ ดําเนนิ การ ดงั น้ี 1. เสนอผลทีเ่ กิดขน้ึ ตามจุดประสงคท ่ตี ั้งไว ตอบทีละจดุ ประสงค เปน ขอ ความบรรยาย หรอื เปน ตารางคะแนน ตัวเลข ประกอบ กราฟ แผนภูมิ ก็ได แลวแตลักษณะขอมูล ตามท่ีไดผลจากการ ประเมินตามเคร่ืองมอื ท่กี ําหนดในบทท่ี 3 2. ผลกระทบอ่นื ๆ นอกเหนือจากจุดประสงคท ก่ี ําหนดไว (ถา มี) บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ บทนค้ี วรขน้ึ ตน ดวยความนาํ โดยยอ ถึงการดาํ เนนิ งานนิเทศวชิ า/งานที่รับผิดชอบ อาจเขียน แยกเปน แตละตอน ดังนี้ สรุป เขียนดงั นี้ 1. สรุปจุดประสงคของการนิเทศ และวิธีการนิเทศโดยยอ (มาจากรายละเอียดท่ีเขียนไว ในบทท่ี 1 และบทท่ี 3) 2. สรุปผล เขียนเฉพาะผลตามจุดประสงคข องการนเิ ทศตามรูปแบบการประเมินที่กําหนด ไมต อ งแสดงตาราง แผนภูมิใดๆ อภปิ รายผล เขียนเพอ่ื แสดงใหเห็นวา ผลที่ไดจากการนิเทศ สอดคลอง หรอื ขัดแยงกบั หลักการแนวคิด ทฤษฎี หรอื ผลงานท่ผี อู ่นื ทําไวอยา งไร ถาสอดคลองก็จะทําใหผลการดําเนินงานมีความนาเชื่อถือได มากและยืนยันแนวคิด ทฤษฎีท่ีอางอิง ถาหากขัดแยงก็ใหเสนอความคิดเห็น หรือเหตุผล หรอื ขอ บกพรอง หรอื ขอ จํากัดท่ีทําใหผลเปน เชนนั้น (อาจแยกเขียนเปนขอๆ ตามผลการดําเนินงาน หรอื จุดประสงคก ไ็ ด) ขอเสนอแนะ ควรเขยี นไว 2 แบบ คอื 1. ขอเสนอแนะในการนําผลการนิเทศไปใช ตลอดจนการพัฒนาหรือปรับปรุงการนิเทศ ในโอกาสตอ ไป โดยเขียนใหสอดคลอ งกบั ประโยชนทค่ี าดวาจะไดรับทีร่ ะบไุ วใ นบทที่ 1 2. ขอเสนอแนะในการดําเนินงานนิเทศในรูปแบบอื่นๆ หรือวิธีการนิเทศอ่ืนท่ีคาดวา จะดําเนนิ การไดผล ซ่ึงยังไมไดนํามาดําเนนิ การในครั้งนี้
104 การรายงานการประเมินผลโครงการ สวนประกอบของรายงาน ประกอบดว ย 3 สวน คอื สวนหนา สว นเน้อื หา และสว นทา ย 1. สว นหนา ประกอบดว ย 1.1 ปกนอก มชี ือ่ เรื่อง ผเู ขยี น และทีท่ าํ งาน 1.2 ปกใน มีชอื่ เรอ่ื ง ผเู ขยี น และทีท่ าํ งาน 1.3 บทคดั ยอ อาจมีทงั้ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 1.4 กิตติกรรมประกาศ (ถามี) เปนการกลาวคําขอบคุณบุคคลหรือหนวยงานตางๆ ท่ีใหความชวยเหลอื ในการประเมนิ ผลโครงการจนประสบความสาํ เร็จ 1.5 สารบัญ มีชื่อบทและหัวขอ ในบท 1.6 สารบญั ตาราง (ถา มี) 1.7 สารบัญภาพ (ถา ม)ี 2. สว นเนือ้ หา ประกอบดวย 2.1 บทท่ี 1 บทนํา 2.2 บทท่ี 2 เอกสารทเี่ กย่ี วขอ งกบั การประเมินผลโครงการ 2.3 บทที่ 3 วธิ กี ารประเมินผลโครงการ 2.4 บทที่ 4 ผลการประเมิน 2.5 บทท่ี 5 สรปุ ผลการประเมิน อภปิ รายผลและขอ เสนอแนะ 3. สว นทา ย ประกอบดวย 3.1 ภาคผนวก 3.2 บรรณานุกรม 3.3 ประวตั ิผปู ระเมนิ (ตัวอยาง) การเขียนรายงานการประเมนิ ผลโครงการ บทที่ 1 บทนํา ประกอบดว ยหัวขอตา งๆ ดงั นี้ 1. ความเปนมาของการประเมินผลโครงการ หรือใชคําวา หลักการและเหตุผล หัวขอน้ี การเขียนเหมือนกับที่เขียนไวในเคาโครงการประเมิน ดังน้ัน จึงเอามาใชไดเลยไมตองเขียนใหม แตถาเขียนไวไมคอยละเอียดเราสามารถเขียนบรรยายเพิ่มเติมอีกไดโดยเฉพาะตัวโครงการที่จะ ประเมนิ ถาโครงการมหี ลายหนา เราอาจจะสรปุ สวนรายละเอยี ดของโครงการนําไปไวในภาคผนวก 2. วตั ถปุ ระสงคข องการประเมนิ ผลโครงการ หัวขอนี้เหมือนกับในเคาโครงการประเมินผล โครงการ ในรายงานจะเขียนท้ังวัตถุประสงคทั่วไปกับวัตถุประสงคเฉพาะก็ได ผูประเมินบางคน จะเขยี นเฉพาะวัตถุประสงคเฉพาะอยางเดียว สวนวัตถุประสงคทั่วไปจะใสไวในตอนทายของหัวขอ ความเปนมาของการประเมินผลโครงการ
105 3. ขอบเขตของการประเมิน เขียนบอกวาประเมินโครงการอะไร ประเมินอะไรบาง และผูถกู ประเมนิ เปน ใครบาง 4. ขอจํากัดในการประเมิน (ถามี) เปนการบอกวาผูประเมินมีขอจํากัดอะไรบาง ในการประเมินคร้ังน้ี เชน ใชขอมูลท่ีมีอยูแลวจึงไมสามารถควบคุมการจัดเก็บใหมีคุณภาพได ถา ในเคาโครงการไดเ ขียนหวั ขอ น้ีไวในรายงานกต็ อ งมเี หมือนกัน 5. คํานิยามศัพทเฉพาะท่ีใชในการประเมิน คําศัพทท่ีจะนํามานิยามหรือใหความหมาย เอามาจากวัตถุประสงคของการประเมินผลโครงการ หรือวัตถุประสงคเฉพาะของการประเมินผล โครงการ การนิยามตองนิยามเชิงปฏิบัติการ เชน ความพรอม หมายถึง การมีพอหรือไมพอ ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการโครงการ ความสอดคลองหมายถึงวัตถุประสงคของโครงการ เขียนไดตรงกบั สภาพปญหา นโยบายในหัวขอหลักการและเหตุผลของโครงการ 6. ประโยชนท ีจ่ ะไดรับจากการประเมนิ ผลโครงการ การเขียนหัวขอน้ีเพ่ือตอบคําถามที่วา “ผลจากการประเมินผลโครงการน้ีจะนําไปใชอะไรไดบาง” เชน ตัดสินใจในการปรับปรุงกิจกรรม ของโครงการ หรือตัดสินใจวา จะมตี อหรือยกเลกิ โครงการ เปนตน บทท่ี 2 เอกสารทเี่ ก่ยี วขอ งกบั การประเมินผลโครงการ แนวการเขียนบทนี้ตอนแรกควรจะเปนการเสนอความคิด ทฤษฎีหรือรูปแบบ ในการประเมินผลโครงการของคนอ่ืนๆ และทายๆ ของตอนควรมีการสรุปโดยผูประเมิน และ ในการประเมินผลโครงการนี้จะใชรูปแบบการประเมินอยางไร ตอนตอมาจะเปนเอกสารเกี่ยวกับ รายงานการประเมินผลโครงการหรืองานวิจัยเชิงประเมินของคนอ่ืนๆ และตอนทายก็ควรสรุปผล รายงานการประเมินดวยวา สวนใหญป ระเมนิ โดยใชร ูปแบบการประเมินอะไร ผลการประเมินสว นใหญ เปน อยางไร สรุปแลวในบทน้ีอาจจะประกอบดวยหวั ขอ ดงั น้ี 1. แนวคิดทฤษฎีในการประเมนิ ผลโครงการ 2. รูปแบบในการประเมินผลโครงการ 3. รายงานการประเมินผลโครงการทเ่ี ก่ียวขอ ง
106 บทที่ 3 วิธกี ารประเมินผลโครงการ ประกอบดวยหัวขอตางๆ ดังนี้ (กอนที่จะเขียนหัวขอแรกควรกลาวนําวา การประเมิน โครงการนี้ มวี ัตถปุ ระสงคเพือ่ อะไรบาง) 1. ประชากรในการประเมิน เขียนบรรยายบอกวามีใครบางที่จะประเมินหรือเก็บขอมูล มจี าํ นวนเทา ไร จะประเมนิ ทั้งหมดหรอื ประเมนิ จากกลุม ตัวอยาง ถาใชกลุมตัวอยางก็ตองบรรยายวา ใชว ธิ กี ารสมุ ตวั อยางแบบใด 2. กลมุ ตวั อยางในการประเมิน (ถามี) บรรยายขั้นตอนในการสุม โดยขั้นตอนแรกบอกวา กําหนดขนาดตัวอยางแบบใดหรือใชก่ีเปอรเซ็นตของประชากร ขั้นตอนตอมาบอกวิธีการสุมวาสุม แบบใด เชน จบั ฉลาก สุม แบบแบงช้ัน หรือสมุ แบบหลายข้ันตอน (รายละเอียดหาอานไดในหนังสือ การวิจัยทางการศึกษาหรอื การวจิ ัยทางสังคมศาสตร) 3. รูปแบบการประเมิน ใชรปู แบบการประเมินของใคร หรือไมไดใชรูปแบบการประเมิน ของใคร ผปู ระเมนิ กําหนดรูปแบบการประเมนิ เองโดยการขอคาํ ปรึกษาจากผูบงั คบั บญั ชา หรอื ยดึ ตาม วัตถปุ ระสงคของโครงการเปน หลัก ถาใชรูปแบบ CIPP การเขียนบรรยายหัวขอนี้เขียนแบบที่เขียน เปน ตวั อยา งในเคาโครงการประเมินผลโครงการไดเลย 4. เคร่ืองมือที่ใชในการประเมินผลโครงการ มีเคร่ืองมืออะไรบางที่ใชในการเก็บขอมูล ซึ่งสอดคลองกับรูปแบบการประเมินถาไมไดสรางเองใชเครื่องมือของใครตองเขียนอางอิงมาดวย กรณีสรางเองตอ งบรรยายขน้ั ตอนการสรางอยางละเอียดของเคร่ืองมอื แตละชนิด 5. การเกบ็ รวบรวมขอ มูล ขอมูลแตล ะอยางท่กี ําหนดไวในรูปแบบการประเมนิ เก็บอยางไร หรือเครอ่ื งมอื ท่ใี ชในการประเมินผลโครงการใชเกบ็ ขอมลู อยางไร เก็บในชวงเวลาใด ซึง่ ตองสอดคลอ ง กับท่ีเขยี นไวใ นเคาโครงการประเมินผลโครงการ 6. วิธีวิเคราะหขอมูล ขอมูลแตละอยางใชสถิติอะไร บรรยายใหสอดคลองกับท่ีเขียนไว ในเคาโครงการประเมินผลโครงการ 7. การตัดสินคุณภาพของการประเมิน เปนการบอกเกณฑที่ใชในการตัดสินขอมูลตางๆ ซึง่ จะตองสอดคลองกับรปู แบบการประเมนิ ทีก่ าํ หนดไว และเกณฑท ีก่ ําหนดก็ตองตรงกับท่ีกําหนดไว ในเคา โครงการประเมินผลโครงการหัวขอนีบ้ รรยายเหมือนกับทเี่ ขยี นไวใ นเคา โครงไดเลย บทท่ี 4 ผลการประเมิน การเสนอผลการประเมินควรเสนอเรียงตามวัตถุประสงคของการประเมิน หรือเปนตอนๆ ตามวตั ถุประสงคของการประเมิน ถา ขอ มูลของตอนใดเปนปริมาณจะเสนอเปนตาราง
107 บทที่ 5 สรุปผลการประเมิน อภิปรายผลและขอ เสนอแนะ การเขียนบทท่ี 5 กอนท่ีจะถึงหัวขอสรุปผลการประเมิน ควรจะกลาวถึงวัตถุประสงคของ การประเมินผลโครงการและสรุปวธิ กี ารประเมินกอ น แลว จึงเร่มิ หวั ขอสรปุ ผลการประเมิน 1. สรุปผลการประเมิน จะสรุปเปนขอๆ ตามวัตถุประสงคของการประเมินผลโครงการ หรือสรปุ ผลตามคําถามกวางๆ ทกี่ าํ หนดข้นึ ในการประเมินท่กี ําหนดไวในเคาโครงการประเมิน 2. อภิปรายผล เปนการใหเหตุผลเพื่อสนับสนุนวาทําไมผลการประเมินจึงเปนอยางน้ี ทําไมโครงการจึงประสบความสําเร็จ หรอื ไมประสบความสําเร็จ ซ่ึงเหตุผลที่จะนํามาอธิบายตรงนี้ เอามาจากบทท่ี 2 เกย่ี วกับแนวคิด ทฤษฎี รายงานการประเมินผลโครงการของคนอื่นๆ ที่ประเมิน โครงการลักษณะเดยี วกัน และเหตุผลของผูประเมนิ เอง 3. ขอเสนอแนะ อาจจะแบง ออกเปน 2 หวั ขอ ยอย คอื ขอ เสนอแนะในการนาํ ผลการประเมินไปใช และขอเสนอแนะในการประเมินผลโครงการ การเขียนขอเสนอแนะในการนําผลการประเมินไปใช ใหผูประเมินตั้งคําถามวา ถาใครจะนําผลการประเมินคร้ังนี้ไปใชควรจะตองทําอยางไรบาง หรือสามารถนําผลการประเมนิ ไปใชประโยชนในดานใดบาง เชน จากการประเมินผลโครงการนี้ พบปญหาในการจัดกิจกรรม ดังนั้น ควรจะปรับหรือแกไขกิจกรรมของโครงการใหมโดย เพ่ิมระยะเวลาในการฝกปฏิบัติใหมากขึ้นกวาเดิม มีวิทยากรกลุมท่ีจะชวยใหคําปรึกษา เปนตน สว นขอ เสนอแนะในการประเมินผลโครงการเปนการเสนอแนะวา ถาจะประเมินผลโครงการแบบนี้ ควรจะทําอยางไร หรือควรจะเพม่ิ เติมสวนใด เชน ควรจะประเมนิ ผลโครงการโดยใชรูปแบบ CIPP หรือควรประเมินผลกระทบของโครงการดวย เปนตน การเขียนขอเสนอแนะ ท้ังขอเสนอแนะ ในการนาํ ไปใชแ ละขอเสนอแนะในการประเมนิ ผลควรเขียนเปน ขอ ๆ ใหชดั เจน
บทที่ 6 บทสรุป การนิเทศภายในเปน กระบวนการสําคญั ในการขับเคล่ือนและพัฒนางานในทุกดานของโรงเรียน เปนการกํากับใหการพัฒนาเปนตามวัตถุประสงคตามระยะเวลาท่ีกําหนดไวในแผนกลยุทธของ แตล ะโรงเรยี น โดยมีเปาหมายรว มกันทีส่ าํ คัญคอื การยกระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นและพัฒนาคณุ ภาพ ของนักเรียนเทียบเคียงกับมาตรฐานสากลพัฒนาคุณภาพการแขงขันกับนักเรียนในประเทศตางๆ เพ่ือรองรับเขา รว มประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี นอยา งภาคภมู ใิ นป พ.ศ. 2558 การนํากระบวนการนเิ ทศไปใชใ หเกิดประโยชนด ังทก่ี ลา วมาจาํ เปนตองศึกษาองคประกอบตา งๆ ดวยการศึกษาวิจัยและพัฒนาใหเหมาะกับบริบทขององคกร ศักยภาพเฉพาะของครู และนักเรียน ซึ่งเปน ผลผลติ ที่สําคัญท่สี ุด ดังน้ัน ผูบรหิ ารโรงเรียน ซ่ึงประกอบไปดว ย ผูอํานวยการ รองผูอํานวยการ และคณะกรรมการนิเทศภายในของโรงเรียน ซ่ึงประกอบไปดวย หัวหนากลุมสาระฯ หัวหนาระดับ หัวหนา อาคาร และผูทมี่ สี ว นไดส ว นเสยี ของโรงเรยี น จาํ เปนตองมีการใหความรูค วามเขา ใจในกระบวนการนิเทศ บทบาทหนาท่ีของตนเอง และประโยชนท่ีจะไดรับอยางชัดเจน ซ่ึงจะนําไปสูการมีสวนรวมในการดําเนินการ นเิ ทศภายในอยา งตอเนอื่ ง ทําใหไดรับความสาํ เรจ็ ตามวตั ถุประสงคท ่วี างไว นอกจากนี้ ส่ิงสําคัญหรือขอควรคํานึงในการนําระบบการนิเทศภายในไปใชในการขับเคล่ือน และพัฒนางานในโรงเรียน คอื องคประกอบเลก็ ๆ นอยๆ ท่อี ยูน อกระบบนเิ ทศภายใน ไดแ ก 1. ภาวะผูนําทางผบู รหิ าร ซงึ่ เปน บคุ คลกลุมสาํ คัญของการนเิ ทศ กํากบั ติดตามงานโดยจะตอ ง เปนผรู อบรใู นเร่ือง หรือประเด็นทีก่ ําหนดเปน หวั ขอนิเทศ มคี วามสามารถในการพัฒนาตนเอง ใหเปนท่ี เชอ่ื มนั่ และศรัทธาของทีมงานนเิ ทศ และผูรับการนเิ ทศในโรงเรียนได 2. สื่อนวัตกรรมเครื่องมือท่ีใชในการนิเทศ ตองผานการสังเคราะหใหเหมาะกับบริบท ของโรงเรยี น ศกั ยภาพของครู บุคลากร และนักเรยี นของโรงเรียนเหมาะสมกบั วัตถุประสงค และกลยุทธ ในการขับเคลอื่ นและพัฒนางานของโรงเรยี น 3. บรรยากาศในการดาํ เนินงานในระบบนิเทศภายใน ผูบ ริหารและผทู ี่มีสวนเกยี่ วของพยายาม ใหเ ปน บรรยากาศและส่ิงแวดลอ มในเชงิ บวก เปนบรรยากาศทผี่ อ นคลาย การใชส ุนทรยี ภาษา เชิญชวนให ผทู เี่ กย่ี วของ มีสวนรวมในกระบวนการนิเทศ การสรางบรรยากาศท่ีดใี นการประชุมช้ีแจง การปรับปรงุ งาน การใชเ ครอื่ งมือในการนิเทศ ฯลฯ ตามแนวทางของการนเิ ทศแบบกลั ยาณมติ ร 4. การใหขอมูลยอนกลับกับผูทําไดรับการนิเทศตองเปนไปโดยเร็วท่ีสุด เนื่องจากครูและ บุคลากรของโรงเรียนท่ีเขารวมในกระบวนการนิเทศจะดวยความยินดีหรือไมก็ตาม ยอมมีความอยากรู ขอมูลจากเครื่องมือท่ีคณะกรรมการนิเทศนํามาใช ดังน้ัน ขอมูลยอนกลับเปนส่ิงจําเปนท่ีจะทําให กระบวนการนิเทศดาํ เนนิ ตอไปได การนาํ เสนอขอ มูลยอ มกลับ ถาเปนขอมูลเชงิ บวก สามารถเปด เผยเปน สาธารณะได ถาเปนขอมูลเชิงลบ ควรปรับปรุง ใหเปนขอมูลยอนกลับสวนตัว หรือสรุปเปนภาพรวม ของกลุม และนาํ มาเปน ประเด็นในการนเิ ทศรอบตอไป 5. การสรปุ รายงานกระบวนการนิเทศ จะตองมกี ารสรุปภาพรวมของกระบวนการนิเทศภายใน อยา งนอ ยภาคเรียนละ 1 คร้ัง นาํ เสนอขอมูลของการนิเทศในภาพรวมของโรงเรยี น ผลของการขับเคล่อื น และพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียน ในที่ประชุมบุคลากรของโรงเรียน และกําหนดกลยทุ ธในการ พัฒนางานตอ ไป
109 6. การสํารวจความพึงพอใจของผูท่ีเก่ียวของ เปนความจําเปนในการพัฒนากระบวนการ การนเิ ทศภายในใหย งั่ ยนื ผบู ริหารและผทู ่ีมสี ว นเกยี่ วขอ งในการนิเทศ ตอ งคาํ นงึ ถึงความพึงพอใจของครู และบุคลากร ที่ไดรับการนิเทศและพรอมท่ีจะปรับปรุงการดําเนินงานตามคําแนะนําหรือรองขอ เพื่อใหเกดิ บรรยากาศเชงิ บวกในองคก ร นอกจากนั้น ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนกับคุณครูผูไดรับ การนเิ ทศจะเปน ตวั ยืนยันความพึงพอใจของครูตอการดาํ เนนิ งานในระบบนเิ ทศภายในไดเปนอยางดี สภาพความสําเร็จและความลม เหลวของการนเิ ทศภายในโรงเรียน สภาพความสําเร็จและความลม เหลวของการนิเทศภายในโรงเรยี นมขี อคดิ เหน็ ดงั น้ี 1. สภาพความสําเร็จ การนิเทศภายในโรงเรียนเปนกระบวนการท่ีสําคัญและจําเปนอยางยิ่งท่ีทุกสถานศึกษา ตองกําหนดเปน นโยบายและดาํ เนนิ การตามบทบาทภารกจิ ของการจัดการศกึ ษายคุ ใหม ซึ่งสภาพตัวบงช้ี ท่แี สดงถึงความสําเร็จ มีดังน้ี 1.1 ผูบริหารตระหนักอยูเสมอวา การนิเทศภายในโรงเรียนเปนภารกิจหลักอยางหน่ึง ของการบริหารโรงเรียนทีต่ องใหค วามสาํ คัญ โดยกําหนดเปนนโยบายสูก ารปฏบิ ัตทิ ีช่ ัดเจน 1.2 ผูบริหารสามารถแสดงใหเห็นถึงสภาพความเปนผูนํา มีวิสัยทัศนกวางไกล มีความ กระตอื รือรน ตลอดจนเปนผนู าํ ทางความคดิ และการเปลี่ยนแปลง 1.3 ครูมีขวัญกําลังใจในการทํางาน อุทิศเวลาและเสียสละเพ่ืองานการจัดการเรียนรู ตามความสามารถและศกั ยภาพของแตล ะบคุ คล 1.4 หองเรียน ส่ิงอํานวยความสะดวก และสภาพแวดลอม มีความพรอมเพ่ือรองรับ การปรับเปลย่ี นทางการจัดการศกึ ษายคุ ใหม 1.5 ชุมชน ทองถิ่น และผูมีสวนรวม ใหความรวมมือในการพัฒนาโรงเรียนทุกๆ ดาน และทกุ ๆ โอกาส 1.6 เกดิ การคดิ คนและพฒั นานวตั กรรมใหมๆ ในการเรยี นรอู ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ 1.7 โรงเรยี นมีเสนแนวโนมของการพัฒนาท่ีสูงขึ้น เปนองคกรตนแบบ มีความเปนมาตรฐาน ดา นการเรยี นรู มุงสอู งคก รแหงความเปน เลิศในอนาคต 2. สภาพความลม เหลว 2.1 ผูบริหารไมใ หความสําคัญของการนิเทศภายในโรงเรียน โลกทัศนแคบ ไมสามารถ สรางภาวะผูนําใหเกิดข้ึนได อาจมาจากหลายสาเหตุ เชน ขาดความรู ความสามารถและขาดทักษะ มเี จตคติ เชิงลบตอ การนเิ ทศภายในโรงเรียน 2.2 ครูในโรงเรียนขาดความกระตือรือรน ขาดความรับผิดชอบตอการพัฒนางาน ขาดความรวมมอื ในองคก ร เกิดความแตกแยกไมม คี วามสามคั คใี นหมคู ณะ 2.3 เกิดภาวการณขาดแคลนปจจัยเสริมสรางการเรียนรูในทุกๆ ดาน เชน ส่ือไมพรอม เครอ่ื งมือไมม หี รอื ไมเ พียงพอ สภาพแวดลอ มไมเ อ้อื อํานวยท่จี ะรองรบั การเปลยี่ นแปลง 2.4 ขาดความรวมมือจากชุมชนและทองถิ่นท่ีจะใหการสนับสนุนการจัดการเรียนรู ของสถานศกึ ษา 2.5 แนวโนมของการพัฒนาตาํ่ ลง ไมเ กดิ ผลผลิตตามท่คี าดหวัง
110 การนิเทศภายในโรงเรียน จะประสบผลสําเร็จหรือไมอยางไร ขึ้นอยูกับองคประกอบตางๆ คือ ระบบขอมูลและสารสนเทศ เพื่อใชในการวางแผนการนิเทศภายในโรงเรียน ระบบการวางแผนนิเทศ อยางมยี ุทธศาสตร ระบบการจัดการที่เนนการพัฒนาครแู ละนกั เรยี น ระบบการติดตาม ประเมินผลท่ีเนน ผลงานครู และระบบการเผยแพรแ ละขยายผล
บรรณานุกรม กมล สดุ ประเสริฐ. การวจิ ัยเชิงปฏบิ ัตกิ ารแบบมสี ว นรว มของผปู ฏบิ ตั ิงาน. กรุงเทพฯ : สาํ นักงาน โครงการพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย, 2537. กรองทอง จิรเดชากลุ . นวตั กรรมการศกึ ษาชุดคูมือการนิเทศภายในโรงเรยี น. กรุงเทพฯ : สํานักพมิ พ ธารอักษร จํากัด, 2550. กติ มิ า ปรดี ดี ิลก. การบรหิ ารและการนเิ ทศการศกึ ษาเบ้ืองตน. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรบณั ฑติ , 2541. การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั , ศนู ย. คมู อื การนเิ ทศภายในสถานศกึ ษา. กรุงเทพมหานคร, 2555. เขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ าษฎรธานี เขต 1, สํานกั งาน. คมู อื การนเิ ทศภายในโรงเรียน. สรุ าษฎรธ านี : กลุมงานนิเทศตดิ ตามและประเมนิ ผลระบบบริหารและการจดั การศกึ ษา กลมุ นเิ ทศตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สาํ นกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา สุราษฎรธ านี เขต 1, 2546. เขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาชมุ พร เขต 1, สํานักงาน. ชดุ การศกึ ษาดวยตนเอง “แนวทางการนิเทศภายใน”. ชมุ พร : กลมุ นิเทศตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สาํ นักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาชมุ พร เขต 1, 2550. เขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาสมทุ รสาคร, สํานกั งาน. แนวทางการนเิ ทศภายในโรงเรยี นดา นวชิ าการ เพอ่ื การเปลย่ี นแปลง. สมทุ รสาคร : กลุม งานนิเทศตดิ ตามและประเมนิ ผลระบบบรหิ ารและการ จัดการศกึ ษา กลุมนเิ ทศตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สาํ นักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา ประถมศึกษาสมุทรสาคร, 2554. เขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 11, สํานกั งาน. ผลการนิเทศการศกึ ษา ภาคเรยี นท่ี 2. สุราษฎรธานี : กลมุ งานนิเทศตดิ ตามและประเมนิ ผลระบบบริหารและการจดั การศกึ ษา กลุมนเิ ทศตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศกึ ษา สํานักงานมัธยมศกึ ษา เขต 11, 2555. คณะกรรมการการประถมศกึ ษาแหงชาต,ิ สํานักงาน. คมู อื ผบู รหิ ารโรงเรียน : การดาํ เนินงานการนิเทศ ภายในโรงเรียนประถมศกึ ษา. เอกสาร ศน.ที่ 66/2534. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพค ุรสุ ภา ลาดพราว, 2534. _______. ชดุ อบรมดว ยตนเองการนิเทศภายในโรงเรียนประถมศกึ ษาอยา งเปน กระบวนการ : กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพค รุ สุ ภา ลาดพราว, 2541. จํารัส นองมาก. บทบาทของผบู รหิ ารในการนิเทศภายในหนว ยงาน. วารสารการศึกษาเอกชน (3 กันยายน 2532) หนา 8 ฉวีวรรณ พนั วนั . การนิเทศภายในโรงเรียนมธั ยมศกึ ษา เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาลาํ พูน เขต 2. การคนควาอิสระ (การบรหิ ารการศึกษา). เชยี งใหม : บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชยี งใหม, 2552. สบื คนเม่ือ 4 ธันวาคม 2552, จากฐานขอ มลู วทิ ยานิพนธ http://www.book.cmru.ac.th เฉลิมชยั พันธเ ลศิ . การชแี้ นะ (Coaching) สอ่ื PowerPoint คณะครศุ าสตรจุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั , 2550. ชารี มณศี ร.ี การนเิ ทศการศกึ ษา. พมิ พค ร้งั ท่ี 3. กรงุ เทพมหานคร : ศลิ ปาบรรณาการ, 2538. _______. การนิเทศการศกึ ษา. พมิ พค ร้ังที่ 4. กรงุ เทพมหานคร : อมรการพมิ พ, 2542.
112 ดสุ ติ ทวิ ถนอม. การนิเทศการศกึ ษา : หลกั การและการปฏบิ ัต.ิ นครปฐม : โครงการสงเสริม การผลติ ตาํ ราและเอกสารการสอน. คณะศกึ ษาศาสตร มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร, 2540. ทวีทอง หงษว ิวฒั น. การมสี ว นรว มของประชาชน. กรุงเทพฯ : ศูนยศ ึกษานโยบายสาธารณสุข มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล, 2527. ธรี ศกั ด์ิ เล่อื ยไธสง. การนิเทศภายในโรงเรียน. สาสนน เิ ทศการศกึ ษา, ปท่ี 4 (1) : 2, 2550. นติ ยา เงินประเสริฐศร.ี การวิจัยเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารแบบมีสวนรวม. วารสารสงั คมศาสตรแ ละมนษุ ยศาสตร 2:7 (กรกฎาคม – ธันวาคม): หนา 61-71, 2544. บญุ มี พันธไุ ทย. การประเมนิ ผลโครงการในโรงเรยี น. กรงุ เทพมหานคร : สํานกั พิมพศูนยส ง เสริม วิชาการ, 2545. ปรยี าพร วงศอนตุ รโรจน. การนิเทศการสอน. กรงุ เทพมหานคร : ศูนยส่ือเสริมกรุงเทพฯ, 2535. _______. การนเิ ทศการสอน. กรุงเทพมหานคร : ศูนยส อื่ เสรมิ กรุงเทพฯ, 2548. มงคล สภุ กรรม. การนิเทศภายในโรงเรียนอยา งเปน ระบบเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน โรงเรยี นบา นตอ ง อาํ เภอสุวรรณคหู า จังหวัดหนองบัวลาํ ภ.ู หนองบวั ลําภู : วิทยานพิ นธ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม, 2546. มนตรี ภูม.ี โลกใหม : ตนื่ รูสจู ุดหมายแหง ชวี ิต กรงุ เทพมหานคร : ดเี อ็มจ,ี 2549. เยาวภา เดชะคุปต. การบรหิ ารและการนเิ ทศการศกึ ษาปฐมวยั . กรงุ เทพมหานคร : สํานักพมิ พแ มค็ , 2542. วไลรตั น บญุ สวสั ด.์ิ หลกั การนเิ ทศการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : อารต กราฟฟค , 2538. วัชรา เลาเรยี นด.ี การนิเทศการสอน. พิมพค รงั้ ท่ี 3 : นครปฐม : ภาควิชาหลกั สตู รและวธิ สี อน คณะศกึ ษาศาสตร มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร นครปฐม, 2550. ศึกษานิเทศก กรมสามญั ศกึ ษา จงั หวัดสุราษฎรธานี, หนว ย. เอกสารประกอบการอบรม การบรหิ ารระบบการนเิ ทศภายในโรงเรยี น, 2545. การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั , ศนู ย. คมู อื การนิเทศภายในสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร, 2555. สมพงศ เกษมสนิ . ขอ แนะนําในการเขียนรายงาน กรงุ เทพมหานคร : ไทยวฒั นาพานชิ , 2519. สุรศกั ดิ์ ปาเฮ. การนเิ ทศภายในโรงเรยี น. วารสารวชิ าการ, 5(8) : 25-27, 2545. สุเทพ เมฆ. การนิเทศภายในโรงเรียน. วารสารการศกึ ษาเอกชน 7,70 (พฤศจกิ ายน 2540). สุภางค จนั ทวานชิ . การวิเคราะหขอ มูลในการวจิ ัยเชงิ คณุ ภาพ. กรงุ เทพฯ : สํานักพมิ พ จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั , 2531. สงดั อทุ รานนั ท. การนเิ ทศการศกึ ษา หลกั การ ทฤษฎี และปฏิบตั ิ. พมิ พค รัง้ ท่ี 3. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พมติ รสยาม, 2530. _______. การนเิ ทศการศกึ ษา หลกั การ ทฤษฎี และปฏบิ ตั ิ. พมิ พค รงั้ ที่ 4. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพม ติ รสยาม, 2538. Costa, A. & Garmston, R. (2002). Cognitive coaching: a foundation for renaissance schools. Norwood, MA : Christopher-Gordon. Jennifer A.Moon, A Handbook of Reflective and Experiential Learning : Theory and Practice Book Newyork : Routledge Falmer.
113 Knight Janet. Internationalization Remodeled: Definition, Approaches, and Rationales, 2004. From http://jsi.sagepub.com/content/8/1/5.short สืบคนเม่ือ june1, 2555 Osborn, Alex.F. (1963) Applied imagination: Principles and procedures of creative problem solving (Third Revised Edition). New York, NY: Charles Scribner’s Sons.
ภาคผนวก เครื่องมอื การนิเทศภายในโรงเรยี น
โรงเรยี น 115 แบบตรวจสอบองคป ระกอบหลกั สูตรสถานศกึ ษา อาํ เภอ คําชีแ้ จง ใหค ณะกรรมการนเิ ทศ ตรวจสอบองคประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา ตามลาํ ดบั ดังนี้ 1. ตรวจสอบองคป ระกอบหลักสตู รสถานศึกษาตามรายการท่ีกาํ หนด แลวเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในชอ งผลการตรวจสอบตามความเปน จรงิ 2. บนั ทึกแนวทางในการปรบั ปรุง/แกไ ขแตล ะรายการเพ่อื สามารถนาํ ไปใชป ระโยชนใ นการ ปรบั ปรุงและพัฒนาสถานศกึ ษาตอ ไป 3. หากมขี อคดิ เห็นหรอื เสนอแนะอนื่ ใหบ นั ทึกในขอ เสนอแนะอนื่ ๆ 4. สรุปผลการตรวจสอบภาพรวมองคป ระกอบหลักสตู รสถานศกึ ษา โดยใสเ ครอ่ื งหมาย ลง ในตารางแสดงผล การตรวจสอบภาพรวมองคประกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษาการใหระดบั คะแนน คณะกรรมการนิเทศ ใหระดับคณุ ภาพตามที่ไดพ จิ ารณาตรวจสอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา โดยเขยี น เคร่ืองหมาย ลงในชอ งระดับคณุ ภาพ ดังนี้ ระดับคุณภาพ 3 หมายถงึ ครบถว น ถกู ตอ ง สอดคลอ ง เหมาะสมทกุ รายการ ระดบั คุณภาพ 2 หมายถงึ มีครบทุกรายการ แตม ีบางรายการควรปรับปรุงแกไข ระดับคณุ ภาพ 1 หมายถงึ ไมมี มีไมค รบทกุ รายการ ไมส อดคลอ ง ตอ งปรบั ปรุงแกไ ข ตอนท่ี 1 รายการ ระดบั คุณภาพ ขอเสนอแนะ 123 ปรบั ปรุงแกไ ข 1. สว นนาํ 1.1 ความนาํ แสดงวสิ ยั ความเชอ่ื มโยงระหวางหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กรอบหลักสตู รระดับ ทอ งถน่ิ จดุ เนน และความตอ งการของโรงเรยี น 1.2 วิสัยทศั น 1.2.1 แสดงภาพอนาคตทพี่ งึ ประสงคข องผเู รยี นที่ สอดคลองกบั วสิ ยั ทศั นข องหลกั สตู รแกนกลางฯ 1.2.2 แสดงภาพอนาคตทีพ่ งึ ประสงคข องผูเรยี น สอดคลอ งกบั กรอบหลกั สตู รทอ งถิน่ 1.2.3 แสดงภาพอนาคตท่พี งึ ประสงคข องผูเ รยี น ครอบคลมุ สภาพความตอ งการของโรงเรยี น ชมุ ชน ทองถน่ิ 1.2.4 มคี วามชดั เจน สามารถปฏบิ ตั ิได 1.3 สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รยี น มคี วามสอดคลอ งกบั หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551
116 รายการ ระดบั คณุ ภาพ ขอเสนอแนะ 123 ปรบั ปรงุ แกไข 1.4 คุณลักษณะอันพึงประสงค 1.4.1 มีความสอดคลอ งกบั หลกั สตู รแกนกลาง การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 1.4.2 มีความสอดคลองกบั เปาหมาย จดุ เนน กรอบ หลกั สตู รระดับทองถิน่ 1.4.3 สอดคลอ งกบั วิสยั ทศั นข องโรงเรยี น 2. โครงสรางหลกั สูตรสถานศกึ ษา 2.1 โครงสรางเวลาเรียน 2.1.1 มกี ารระบุเวลาเรียนของ 8 กลมุ สาระการเรยี นรู ที่เปน เวลาเรยี นพ้นื ฐานและเพม่ิ เตมิ จาํ แนกแตล ะชนั้ ปช ดั เจน 2.1.2 มีการระบเุ วลาจดั กจิ กรรมพัฒนาผเู รียนจําแนก แตละช้ันปช ดั เจน 2.1.3 เวลาเรยี นรวมของหลกั สตู รสถานศกึ ษา สอดคลองกบั โครงสรา งเวลาเรยี นตามหลักสตู รแกนกลาง การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 อยางชดั เจน 2.2 โครงสรางหลกั สูตรชั้นป 2.2.1 มกี ารระบรุ ายวิชาพื้นฐานทั้ง 8 กลุมสาระการ เรยี นรู พรอมทงั้ ระบเุ วลาเรยี นและหรอื หนว ยกติ 2.2.2 มีการระบุวชิ าเพมิ่ เตมิ ทีส่ ถานศึกษากาํ หนด พรอมทัง้ ระบุเวลาเรยี น และหรือหนวยกติ 2.2.3 มกี ารระบกุ ิจกรรมพฒั นาผเู รียน พรอ มทง้ั ระบุ เวลาเรยี น 2.2.4 มรี ายวิชาพ้ืนฐานที่ระบุรหัสวิชา ช่อื รายวชิ า จาํ นวนเวลาเรียนและหรอื หนวยกติ ไวอยางถูกตองชดั เจน 2.2.5 มรี ายวชิ าเพิม่ เติม/กิจกรรมเพ่ิมเติมสอดคลอง กบั วสิ ยั จุดเนน ของโรงเรยี น 3. คาํ อธบิ ายรายวิชา 3.1 มีการระบรุ หสั วิชา ชื่อรายวชิ า และช่อื กลมุ สาระการ เรยี นรูไ วอ ยางชดั เจน 3.2 มกี ารระบชุ นั้ ปที่สอนและจํานวนเวลาเรยี นและหรือ หนว ยกติ ไวอ ยางถูกตอ งชดั เจน 3.3 การเขยี นคาํ อธบิ ายรายวิชาเขยี นเปน ความเรยี งโดย ระบอุ งคค วามรู ทักษะกระบวนการและคณุ ลักษณะหรอื เจตคติ ที่ตองการ 3.4 มีการจัดทาํ คําอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐานครอบคลมุ ตัวชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู กนกลาง
117 รายการ ระดบั คณุ ภาพ ขอ เสนอแนะ 123 ปรับปรุงแกไข 3.5 มีการระบตุ วั ชว้ี ดั ในรายวิชาพืน้ ฐานและจาํ นวนรวม ของตัวช้ีวัด 3.6 มกี ารระบผุ ลการเรียนรู ในรายวิชาเพ่มิ เตมิ และจาํ นวน รวมของผลการเรยี นรู 3.7 มกี ารกําหนดสาระการเรยี นรูท อ งถ่นิ สอดแทรกอยูใ น คําอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐานหรอื รายวิชาเพมิ่ เตมิ 4. กจิ กรรมพัฒนาผูเ รยี น 4.1 จดั กิจกรรมทงั้ 3 กจิ กรรมตามทกี่ ําหนดไวในหลกั สตู ร แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 4.2 จดั เวลาทง้ั 3 กิจกรรมสอดคลองกับโครงสรางเวลา เรียนทหี่ ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 4.3 มีแนวทางการจัดกจิ กรรมชดั เจน 4.4 มแี นวทางการประเมนิ กิจกรรมชัดเจน 5. เกณฑก ารจบการศกึ ษา 5.1 มีการระบุเวลาเรียน/หนวยกติ รายวชิ าพื้นฐานและ รายวิชาเพม่ิ เตมิ ตามเกณฑการจบหลกั สตู รของโรงเรยี นไว อยางชดั เจน และสอดคลองกบั โครงสรางของหลกั สตู ร 5.2 มีการระบุเกณฑก ารประเมินการอา นคดิ วิเคราะหแ ละ เขยี นไวอยา งชดั เจน 5.3 มีการระบเุ กณฑก ารประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึง ประสงคไวอ ยางชดั เจน 5.4 มีการระบเุ กณฑการผา นกิจกรรมพฒั นาผเู รยี นไวอยา ง ชดั เจน ตอนที่ 2 สรปุ ผลการตรวจสอบองคป ระกอบหลกั สตู รสถานศกึ ษา จดุ เดน จุดทีต่ องเพ่ิมเติม และพฒั นา จดุ เดนของหลกั สูตรสถานศกึ ษา จดุ ทต่ี อ งเพ่มิ เตมิ /พฒั นา 1. สว นนํา ความนํา
118 วิสยั ทศั นโ รงเรียน สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค 2. โครงสรางหลกั สตู รสถานศกึ ษา 3. คาํ อธบิ ายรายวิชา 4. กจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น 5. เกณฑก ารจบการศกึ ษา ขอ เสนอแนะอน่ื ๆ ลงช่อื ผตู รวจสอบ ( ) ตําแหนง ผูรบั รองขอ มูล ) ลงชื่อ ( ตาํ แหนง
กลมุ สาระการเรยี นรู 119 ชนั้ แบบประเมนิ การจดั ทําหนวยการเรยี นรู ชอ่ื หนว ยการจัดการเรียนรู เวลา ครผู สู อน คําชีแ้ จง โปรดทาํ เครอ่ื งหมาย ลงในชื่อทต่ี รงกบั ความคดิ เหน็ ของทาน 4 หมายถงึ เหมาะสมมากท่สี ดุ 3 หมายถงึ เหมาะสมมาก 2 หมายถงึ เหมาะสมนอ ย 1 หมายถงึ ควร ปรับปรงุ รายการ ความเหมาะสม 4321 1. ชื่อหนว ยการเรยี นรู กะทดั รดั ชดั เจน ครอบคลมุ เนื้อหา นา สนใจ 2. มาตรฐานการเรยี นรู และตัวชว้ี ดั มีความเชอื่ มโยงกันอยางเหมาะสม 3. ความสอดคลอ งของสาระสําคญั กบั มาตรฐานการเรียนรู และตวั ชี้วดั 4. ความครอบคลมุ ของสาระสาํ คัญกบั ตัวชว้ี ัดทัง้ หมดของหนวยการเรยี นรู 5. ความเหมาะสมของสาระการเรยี นรูก บั จํานวนชวั่ โมง 6. ความครบถวนของสาระการเรียนรูกบั ตัวช้ีวดั ในหนว ยการเรยี นรู 7. ความครบถว นของทักษะ/กระบวนการท่จี ัดข้ึน สนองตัวช้ีวดั ไดเหมาะสม 8. แสดงคุณลักษณะของงานไดส อดคลองกับตวั ช้วี ดั 9. ความเหมาะสมของผลงาน/ช้ินงาน/ภาระงานเพ่ือการประเมินผลการเรียนรขู องหนว ยฯ 10. กจิ กรรมการเรยี นรสู ามารถทําใหผ เู รยี นมคี วามรู ทกั ษะ/กระบวนการ และคณุ ลกั ษณะ ครบตามตวั ช้ีวดั ของหนว ยฯ และเนน สมรรถนะสาํ คัญทหี่ ลักสตู รแกนกลางฯ กําหนด 11. ความเหมาะสมของสอ่ื อปุ กรณ และแหลงการเรยี นรู 12. ความเหมาะสมของวธิ กี ารวดั และประเมินผลการเรยี นรู 13. ความเหมาะสมของเครอ่ื งมอื วดั และประเมินผลการเรยี นรู 14. ความเหมาะสมของเกณฑก ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู 15. หนวยการเรยี นรสู ามารถนาํ ไปจดั การเรยี นรใู หก บั ผเู รยี นไดจ รงิ รวมคะแนน/สรปุ ผลการประเมนิ หรอื คะแนนเฉล่ยี เกณฑก ารตัดสนิ คณุ ภาพของหนว ยการเรียนรกู รณีใชคะแนนรวม คะแนน 15 – 30 หมายถงึ ปรบั ปรุง คะแนน 31 – 40 หมายถงึ เหมาะสมนอ ย คะแนน 41 – 50 หมายถงึ เหมาะสมดี คะแนน 51 – 60 หมายถงึ เหมาะสมดีมาก กรณีใชค ะแนนเฉลย่ี คะแนนเฉลยี่ 1.00 – 1.75 หมายถึง ปรับปรงุ คะแนนเฉลยี่ 1.76 – 2.50 หมายถงึ เหมาะสมนอ ย คะแนนเฉลย่ี 2.51 – 3.25 หมายถงึ เหมาะสมดี คะแนนเฉลยี่ 3.26 – 4.00 หมายถึง เหมาะสมดมี าก
120 แบบบันทกึ การตรวจแผนการจัดการเรียนรู กลมุ สาระ ช้นั โรงเรียน สพป./สพม. ชื่อผเู ขียนแผนการจดั การเรยี นรู คําช้ีแจง เขยี นเคร่อื งหมาย ในชอ งวาง ตามประเด็นทสี่ อดคลองกบั ความคิดเห็นของทา น 1. ความครบถวนขององคประกอบทสี่ าํ คัญของแผนการจัดการเรียนรู ครบถวน ไมค รบถวน กรณีไมครบถวน ยังขาดองคป ระกอบใดบาง 1. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด 2. จดุ ประสงคการเรียนร/ู ผลการเรยี นรูทค่ี าดหวงั 3. เนอ้ื หา 4. กิจกรรมการเรยี นรู 5. สือ่ การเรยี นรู 6. การวดั ประเมนิ ผล ที่ ขอ พจิ ารณา ผลการปฏบิ ตั ิ ถกู ตอ งเหมาะสม ควรปรบั ปรุง 1 ความสอดคลองของตัวชีว้ ดั กบั แผนการจดั การเรยี นรู 2 ความสอดคลอ งของมาตรฐานฯ กับแผนการจดั การเรยี นรู 3 ความถกู ตอ งเหมาะสมของการเขยี นองคประกอบทส่ี ําคัญของ แผนการจดั การเรยี นรู 1. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด 2. ระบตุ ัวช้ีวดั /ผลการเรียนรูทค่ี าดหวัง 3. เน้อื หา 4. กิจกรรมการเรียนรู 5. ส่อื การเรยี นรู 6. การวัดประเมินผล 4 ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนรูในแผน 1. ทําใหผเู รียนบรรลุตามตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นรทู ี่ คาดหวัง 2. จัดไดเ หมาะสมกับคาบเวลาเรียน 3. เนน ผเู รยี นเปนสําคญั 4. ผูเรยี นปฏบิ ตั ไิ ดจรงิ ครูเปน ผแู นะนํา สงเสริม หรือ กระตนุ ใหกิจกรรมดาํ เนินไปตามจุดประสงค 5. เปด โอกาสใหผเู รียนสราง/สรปุ องคความรดู วยตนเอง 6. เนน การพัฒนาทกั ษะในกระบวนการเรยี นรู สอดคลอ งกบั ธรรมชาตขิ องเนอ้ื หาวชิ า
121 ผลการปฏบิ ตั ิ ถกู ตอ งเหมาะสม ควรปรบั ปรงุ ท่ี ขอพจิ ารณา 5 ความเหมาะสมของส่อื การเรยี นรู 1. สอดคลอ งกบั กิจกรรมการเรยี นรู 2. เหมาะสมกบั วยั ของผเู รยี น 3. สามารถใชไ ดผ ลตามจุดประสงค 6 ความเหมาะสมของการวดั และประเมนิ ผล 1. ประเดน็ ทวี่ ดั 2. วธิ กี ารวดั 3. วัดไดต รงตัวช้ีวดั /ผลการเรียนรทู คี่ าดหวงั ความคิดเหน็ /ขอ เสนอแนะ ลงช่อื ผตู รวจแผนการจดั การเรยี นรู ( ) ตําแหนง / /
122 แบบนเิ ทศการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู ชอื่ ผรู ับการนิเทศ ชนั้ โรงเรยี น ภาคเรยี นท่ี วันที่ เดอื น พ.ศ. รายการ บันทกึ ผลการนิเทศ/ขอ เสนอแนะ 1. การประเมินผลการเรยี นรู ตามมาตรฐานการ เรียนรูและตวั ช้วี ัด 2. การประเมินการอาน คดิ วเิ คราะห และเขยี น 3. การประเมนิ สมรรถนะ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องนกั เรยี น 4. การบนั ทกึ กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น 4.1 แนะแนว 4.2 ลกู เสอื /เนตรนาร/ี ยวุ กาชาด 4.3 ชมรม/ชุมนุม 4.4 กิจกรรมเพื่อสงั คม/สาธารณประโยชน 5. การบนั ทกึ ผลการพฒั นาผเู รียน (ปพ.5) ลงช่ือ ผนู เิ ทศ ลงชื่อ ผรู บั การนเิ ทศ ( )( )
123 แบบนเิ ทศ ตดิ ตามการดาํ เนนิ งานโครงการ โครงการ แผนงาน ประจําป วนั ที่ เดอื น พ.ศ. ประเด็นในการติดตาม ผลการตดิ ตาม หมายเหตุ หลักฐานประกอบ 1. การดําเนนิ งานตามปฏิทนิ ปฏบิ ตั ิงาน เปา หมายตามโครงการ เปนไปตามเปาหมายโครงการ ดาํ เนนิ การแลว วันที่ ครบตามเปา หมาย มากกวา เปา หมาย ตาํ่ กวาเปา หมาย ระบุเหตผุ ลทต่ี ่ํากวาเปาหมาย 2. การตดิ ตาม/รายานผลการ ดําเนนิ การแลววนั ท่ี หลกั ฐานประกอบ ดาํ เนินงานโครงการ ไมไ ดด าํ เนนิ การ ระบเุ หตผุ ลทไี่ มไดด ําเนินการ 3. ปญหา/อุปสรรค ดานงบประมาณ ระบุ ดา นผูรบั ผดิ ชอบโครงการ ระบุ ดา นระยะเวลา ระบุ ดา นวสั ดุอปุ กรณ ระบุ อ่นื ๆ ระบุ 4. แนวโนม ความสําเร็จของโครงการ ไมส าํ เร็จ ระบุ สําเรจ็ ระบุ ไมแ นใ จ ระบุ
124 5. ขอเสนอแนะของผูดาํ เนนิ งานโครงการ 6. Best Practice ทไ่ี ดจ ากการดาํ เนนิ งาน ลงชอ่ื ผนู ิเทศ ลงชอื่ ผรู ับผดิ ชอบโครงการ ( )( )
โรงเรยี น 125 เครอื่ งมอื นิเทศตดิ ตามการดาํ เนนิ การตามนโยบายของรฐั บาล อาํ เภอ คําช้แี จง ใหกาเคร่ืองหมาย ลงในชองปฏิบัติ/ไมปฏิบัติ ตามขอมูลท่ีไดพบจากการนิเทศติดตาม นโยบาย โดยการประเมนิ ใชร ะดบั คณุ ภาพ 4 ระดับ คือ 5 หมายถงึ ระดบั ดมี าก (ปฏบิ ัติได 5 ขอ ) 4 หมายถงึ ระดับ ดี (ปฏบิ ัติได 4 ขอ ) 3 หมายถงึ ระดับ พอใช (ปฏิบตั ไิ ด 3 ขอ) 2 หมายถงึ ระดบั ปรบั ปรงุ (ปฏิบตั ไิ ด 2 ขอ) 1 หมายถึง ระดับ ปรับปรงุ (ปฏิบตั ิได 1 ขอ ) ท่ี รายการ ปฏบิ ัติ ไม รองรอย/หลักฐาน ปฏิบัติ 1 เรียนฟรี เรียนดี 15 ปอ ยางมคี ณุ ภาพ 1.1 มกี ารประชุมใหคณะครูรบั ทราบนโยบาย 1.2 แตง ตงั้ ผรู บั ผดิ ชอบ/มคี ณะกรรมการสถานศกึ ษา และผปู กครองมีสว นรวม 1.3 มรี องรอยขอ มลู สารสนเทศในการดําเนนิ งาน 1.4 แผนงาน โครงการ มุงสูความสําเร็จและ ดําเนนิ การตามแผนตามนโยบาย 1.5 ตดิ ตามและรายงานผลการดาํ เนนิ งาน 2 การพัฒนาคณุ ภาพผูเ รยี น 2.1 มีการแตงตั้งผูรับผิดชอบชัดเจน ชุมชน/ ผปู กครองมสี ว นรวมในการพฒั นาผเู รยี น 2.2 มีขอมูลแสดงจดุ เนนในการพฒั นา 2.3 มีการกําหนดยุทธศาสตร มาตรการ แผนงาน โครงการ การดําเนินการมงุ สูค วามสําเร็จตามนโยบาย ที่ชัดเจน 2.4 มกี ารดําเนินการตามแผนงาน/โครงการ 2.5 มีการนิเทศติดตามประเมินผลโครงการ 3 คณุ ภาพสถานศึกษายคุ ใหมแ ละแหลงเรียนรู 3.1 มีการแตงตั้งผูรับผิดชอบการดําเนินการและมี ประชาชนทกุ ภาคสวนมสี วนรวมในการพัฒนา 3.2 มรี อ งรอยขอมลู ขา วสารสนเทศในการดาํ เนนิ การ ตามนโยบาย 3.3 มีการกําหนดยุทธศาสตร มาตรการ แผนงาน โครงการ การดาํ เนินการมุงสูค วามสาํ เร็จตามนโยบาย ท่ีชัดเจน 3.4 มีการดําเนนิ การตามแผนงาน/โครงการ 3.5 มีการนเิ ทศตดิ ตามและประเมินผลโครงการ
126 ไม รอ งรอย/หลกั ฐาน ปฏิบตั ิ ที่ รายการ ปฏบิ ัติ 4 คณุ ภาพดานเทคโนโลยสี ารสนเทศ 4.1 มีการแตงต้ังผูรับผิดชอบการดําเนินการและมี ประชาชนทกุ ภาคสว นมสี วนรว มในการพฒั นา 4.2 มีรองรอยขอมูลสารสนเทศในการดําเนินการ ตามนโยบาย 4.3 มีการกําหนดยุทธศาสตร มาตรการ แผนงาน โครงการ การดาํ เนนิ การมุงสคู วามสําเร็จตามนโยบาย ทีช่ ัดเจน 4.4 มีการดําเนินการตามแผนงาน/โครงการ 4.5 มีการนิเทศตดิ ตามและประเมินผลโครงการ 5 คุณภาพครู 5.1 มีการแตงตั้งผูรับผิดชอบการดําเนินการและมี ประชาชนทกุ ภาคสว นมีสวนรว มในการพัฒนา 5.2 มีรองรอยขอมูลสารสนเทศในการดําเนินการ ตามนโยบาย 5.3 มีการกําหนดยุทธศาสตร มาตรการ แผนงาน โครงการ การดําเนนิ การมุงสคู วามสําเร็จตามนโยบาย ท่ชี ัดเจน 5.4 มกี ารดําเนนิ การตามแผนงาน/โครงการ 5.5 มีการนิเทศตดิ ตามและประเมินผลโครงการ
งาน 127 ชอื่ ผรู ับการนเิ ทศ แบบนเิ ทศการพฒั นางานในหนาทข่ี องบคุ ลากร วันท่ี เดอื น แผนงาน ช้นั โรงเรยี น พ.ศ. ที่ รายการ ระดับการปฏบิ ตั ิ ขอ คิดเหน็ / 43210 บันทกึ เพิม่ เตมิ 1 การจัดทํากรอบ/มาตรฐานการปฏิบัติงานท่ี รบั ผิดชอบ 2 การดาํ เนินการตามกรอบ/มาตรฐานการปฏิบัติงาน ท่รี ับผิดชอบ 3 ความสอดคลอง/ตรงตามแผนงาน/โครงการของ สถานศึกษา 4 การปฏิบัตอิ ยา งตอเนือ่ ง สมาํ่ เสมอ 5 การทบทวน ตรวจสอบผลการดําเนินงานระหวาง ปฏิบัตงิ าน 6 ประเมินความพงึ พอใจของผใู ชบ ริการ/ผรู ว มงาน 7 การรายงานสรปุ ผลตอผบู ังคับบญั ชา 8 การนําผลการประเมินไปปรับปรุงและพฒั นา 4 หมายถงึ ปฏิบตั ิระดับดีมาก 3 หมายถึง ปฏิบัติระดับดี 2 หมายถึง ปฏิบตั ิระดบั พอใช 1 หมายถึง ปฏิบตั ริ ะดับปรบั ปรงุ 0 หมายถงึ ไมไ ดปฏิบตั ิ ลงชื่อ ผูนเิ ทศ ลงช่อื ผรู ับการนิเทศ ( )( )
ทป่ี รึกษา ผูอ ํานวยการสํานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 11 1. นายเสรมิ ศักด์ิ ดิษฐปาน รองผูอํานวยการสาํ นกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 11 2. นายสธุ ร ชอุมวรรณ รองผูอาํ นวยการสํานักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 11 3. นายธีระวัฒน วรรณนชุ คณะผูจดั ทํา 1. นายสุชนิ บญุ เพญ็ ผูอ าํ นวยการโรงเรยี นสวนศรีวทิ ยา 2. นายจนั ทร พลสงิ ห ผูอ าํ นวยการโรงเรยี นมาบอํามฤตวิทยา 3. นางสาวจีรพันธ พทิ ักษ ผอู าํ นวยการกลุมนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา 4. นางบญุ สง ศภุ ศริ ริ ตั น สํานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 11 5. นางจนั ทรา ศรีสขุ รองผูอาํ นวยการโรงเรยี นสุราษฎรธ านี 6. นางวัลภา นาคประสม รองผูอาํ นวยการโรงเรยี นสุราษฎรพทิ ยา 7. นางจารพุ รรษ ชอมุ ผล ศึกษานิเทศก สํานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 11 8. นางพรทิพย สังขชู ศึกษานิเทศก สํานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 11 9. นางสาววิชชุลดา กาญจนประดิษฐ 10. นางสาวอรชพร มีพัฒน ศกึ ษานิเทศก สาํ นกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 11 11. นางสาวสริ ีรตั น วิเศษรตั น ศกึ ษานิเทศก สาํ นักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 11 ศึกษานเิ ทศก สาํ นักงานเขตพน้ื ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 11 อตั ราจาง บรรณาธิการกจิ นายสุชนิ บญุ เพ็ญ นางบุญสง ศภุ ศิรริ ตั น นายจนั ทร พลสงิ ห นางพรทิพย สงั ขชู นางสาวจีรพนั ธ พทิ ักษ นางสาววชิ ชลุ ดา กาญจนประดิษฐ นางจนั ทรา ศรสี ุข นางจารพุ รรษ ชอมุ ผล นางสาวสริ ีรตั น วเิ ศษรตั น ออกแบบปก/พิมพ/ รูปเลม นางสาวสิรีรัตน วเิ ศษรัตน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133