Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมเล่มบทความวิจัย-ผลการพัฒนาทักษะระนาดเอก-มศว วิจัย ครั้งที่ 13'63-รณชัย บุญลือ-อปท.'65

รวมเล่มบทความวิจัย-ผลการพัฒนาทักษะระนาดเอก-มศว วิจัย ครั้งที่ 13'63-รณชัย บุญลือ-อปท.'65

Published by รณชัย บุญลือ, 2022-09-25 13:07:23

Description: รวมเล่มบทความวิจัย เรื่อง ผลการพัฒนาทักษะระนาดเอก - มศว วิจัย ครั้งที่13'63-รณชัย บุญลือ-อปท.'65

Keywords: ทักษะการบรรเลงระนาดเอก,ชุดฝึกทักษะ,วีดิทัศน์,ดนตรีไทย

Search

Read the Text Version

บทความวจิ ัย เพ่ือนำเสนอแบบบรรยายในการประชมุ ทางวิชาการระดบั ชาติ “มศว วิจัย” คร้ังท่ี 13 ประจำปี พ.ศ. 2563 เร่อื ง ผลการพฒั นาทักษะการบรรเลงระนาดเอกของนกั เรยี น ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โดยใช้ชดุ ฝึกทักษะการบรรเลง ระนาดเอกและวีดิทัศนป์ ระกอบการฝึก ของ นายรณชยั บญุ ลือ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรยี นบางขนุ เทียนศึกษา สำนักงานเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

2 บทความวิจยั เพ่ือนำเสนอแบบบรรยายในการประชุมทางวิชาการระดบั ชาติ “มศว วิจัย” คร้ังท่ี 13 ประจำปี พ.ศ. 2563 เร่อื ง ผลการพัฒนาทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกของนักเรียน ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โดยใช้ชดุ ฝึกทกั ษะการบรรเลง ระนาดเอกและวีดทิ ัศนป์ ระกอบการฝึก ของ นายรณชัย บญุ ลอื ตำแหนง่ ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบางขนุ เทียนศึกษา สำนกั งานเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

3

4

5

6

7 ผลการพฒั นาทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 6 โดยใช้ชดุ ฝึ กทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวีดิทศั น์ประกอบการฝึ ก THE RESULTS OF THE DEVELOPMENT OF RANAD – EAK PERFORMANCE SKILLS OF PRATHOMSUKSA SIX STUDENTS BY USING RANAD - EAK INSTRUMENTAL PERFORMANCE SKILL TRANING SET AND VIDEO TRAINING FOR PRACTICE รณชยั บุญลือ Ronnachai Boonlue โรงเรยี นบางขนุ เทยี นศกึ ษา สานกั งานเขตบางขนุ เทยี น กรุงเทพมหานคร Bangkhuntiensuksa School, Bangkhuntien District Office, Bangkok. Corresponding author, E-mail: [email protected] บทคดั ยอ่ การวจิ ยั น้ีมวี ตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั เพ่อื 1) ศกึ ษาผลการพฒั นาทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกของนกั เรยี น ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โดยใช้ชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก 2) เปรยี บเทยี บ ผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี น เรอ่ื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก ของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 กอ่ นและหลงั เรยี น โดยใชช้ ุดฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ และ 3) ศกึ ษาความพงึ พอใจของนักเรยี นท่มี ตี ่อการใช้ชุดฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ กลุ่มตวั อย่างทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั เป็นนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6/6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2561 โรงเรยี น บางขุนเทยี นศกึ ษา สานกั งานเขตบางขุนเทยี น กรุงเทพมหานคร จานวน 1 หอ้ งเรยี น นักเรยี นจานวน 40 คน ซ่ึงเลือกมาโดยการสุ่มอย่างง่าย โดยมีห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวจิ ยั ประกอบด้วย 1) ชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ิทศั น์ประกอบการฝึก กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ (สาระดนตร)ี ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 2) แผนการจดั การเรียนรู้ เร่อื ง พ้ืนฐานการบรรเลงระนาดเอก 3) แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นก่อนเรยี นและหลงั เรยี น เร่อื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก 4) เคร่อื งมอื ประเมนิ ทกั ษะ การบรรเลงระนาดเอก และ 5) แบบสอบถามความพงึ พอใจของนักเรยี นท่มี ตี ่อการใชช้ ุดฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ การวจิ ยั น้ดี าเนินการทดลองแบบกล่มุ เดย่ี วสอบก่อนและสอบหลงั สถติ ทิ ใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ไดแ้ ก่ คา่ เฉลย่ี คา่ ความเบย่ี งเบนมาตรฐาน และสถติ กิ ารทดสอบ t-test แบบ Dependent ซง่ี ผลการวจิ ยั พบว่า 1. นักเรยี นมคี ะแนนเฉล่ยี ผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นก่อนเรยี นเท่ากบั 11.33 คะแนน หลงั เรยี นเท่ากบั 25.39 คะแนน จากคะแนนเตม็ 30 คะแนน มคี ะแนนเฉลย่ี ผลการประเมนิ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกก่อนเรยี น โดยรวมเท่ากบั 200.82 คะแนน หลงั เรยี นเท่ากบั 268.60 คะแนน จากคะแนนเตม็ 328 คะแนน และมคี ะแนนเฉลย่ี ผลการประเมนิ ทกั ษะการเตรยี มความพรอ้ มก่อนการบรรเลงระนาดเอก ทกั ษะพ้นื ฐานการบรรเลงระนาดเอก และ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก ก่อนเรยี นเท่ากบั 47.62, 121.89, 31.31 คะแนน ตามลาดบั และหลงั เรยี นเท่ากบั 58.26, 161.19, 49.15 คะแนน ตามลาดบั จากคะแนนเตม็ 72, 200, 56 คะแนน ตามลาดบั 2. คะแนนผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นหลงั เรยี นสงู กว่าก่อนเรยี นอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .05 สว่ นคะแนน ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกหลงั เรยี นโดยรวมและรายทกั ษะสงู กวา่ ก่อนเรยี นอยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .05 3. นกั เรยี นมคี วามพงึ พอใจตอ่ การใชช้ ดุ ฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ อยใู่ นระดบั มากทส่ี ดุ คาสาคญั : ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก ชุดฝึกทกั ษะ และวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก

8 Abstract The purpose of this research was to 1) study the results of the development of RANAD – EAK performance skills of prathomsuksa six students by using the RANAD – EAK instrumental performance skill training set and video training for practice. 2) comparing learning achievement on basic RANAD – EAK performance skills of prathomsuksa six students before and after studying by using skill training set and video training for practice and 3) to study the satisfaction of students towards the use of skill training set and video training for practice. Sample group used in the research Is a student of prathomsuksa 6/6, 1st semester, academic year 2018, Bangkhuntiensuksa School, Bangkhuntien District Office, Bangkok, 1 classroom, 40 students, selected by simple random sampling in which the classroom is a random unit. The research instruments consisted of 1) the RANAD – EAK instrumental performance skill training set and video training for practice, learning subject, art (music content), prathomsuksa six. 2) Learning management plan on basic RANAD – EAK performance skills. 3) Test of achievement before and after learning about the basic RANAD – EAK performance skills. 4) The instruments for evaluation RANAD – EAK performance skills, and 5) the student satisfaction questionnaire towards the use of the skill training set and videos. This research was conducted in a single group experiment before and after exams. The statistics used for data analysis are the mean, standard deviation and Dependent t-test statistics. The research found that: 1. Students have an average score of 11.33 before academic achievement with a score of 25.39 out of 30 points, with the average score of the evaluation RANAD – EAK performance skills before studying overall, equal to 200.82 points after study equals 268.60 points from a full score of 328 points. And with the average score of the preparation skills before performing the RANAD – EAK, the basic RANAD – EAK performance skill. And RANAD – EAK performance skills before class equals 47.62, 121.89, 31.31 points respectively and after class is 58.26, 161.19, 49.15 points respectively from the full score 72, 200, 56 points respectively. 2. The post-learning achievement scores were higher than before at the statistical significance of .05 level, while the overall score of the RANAD – EAK performance skills after the study was higher and before the lessons were statistically significant at the .05 level. 3. Students were satisfied with the usage of the skill training set and video is at the highest level. Keyword: RANAD – EAK performance skills, skill training set, and video training for practice บทนา ชาตไิ ทยเป็นชาตทิ ม่ี คี วามเจรญิ รุ่งเรอื งทางดา้ นศลิ ปวฒั นธรรมมาเป็นเวลาชา้ นาน ศลิ ปวฒั นธรรมสาขา ต่าง ๆ ไดผ้ ่านกระบวนการววิ ฒั นาการมาเป็นลาดบั และแลกรบั ปรบั เปลย่ี นกนั ทงั้ ภายในประเทศและกบั เพ่อื นบ้าน จนกระทงั่ ก่อเกดิ เป็นรูปแบบเฉพาะของตน ศลิ ปวฒั นธรรมดา้ นหน่ึง ซง่ึ บ่งบอกถงึ เอกลกั ษณ์ของไทยอย่างเหน็ ได้ชดั นัน้ คอื ดนตรไี ทย ซ่งึ เกดิ ขน้ึ จากการสงั่ สมภูมปิ ัญญาของบรรพชนไทยในอดตี แลว้ สบื ทอดกนั มาจนถึง ปัจจุบนั (อานันท์ นาคคง. 2556: 1) ดนตรไี ทยเป็นศลิ ปวฒั นธรรมอนั ทรงคุณค่าทน่ี ับได้ว่าเป็นเอกลกั ษณ์และ เป็นสมบตั ทิ ส่ี าคญั ของชาตไิ ทย ดงั นนั้ คนไทยทกุ คนควรมคี วามเขา้ ใจดนตรไี ทยทงั้ ในแงข่ องศาสตรแ์ ละศลิ ป์ อนั จะ ก่อให้เกดิ ความตระหนักและหวงแหนในสมบตั ขิ องชาติ (จรนิ ทร์ เทพสงเคราะห.์ 2557: 3) ดงั นัน้ ดว้ ยวถิ ีแห่ง

9 วฒั นธรรมของดนตรไี ทยดงั กลา่ ว ทงั้ ในอดตี และปัจจุบนั ดนตรไี ทยจงึ มบี ทบาทสาคญั อยา่ งยงิ่ ต่อชวี ติ ของมนุษย์ เป็นเคร่อื งมอื ทต่ี อบสนองความตอ้ งการ ความสขุ ความรกั ความสามคั คี อารมณ์ และกระตนุ้ ความรสู้ กึ ของมนุษย์ อย่างมาก ดงั ท่ี กรมส่งเสรมิ วฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม (2560: 1) ไดก้ ล่าวว่า ดนตรไี ทยเป็นงานศลิ ปวฒั นธรรม ทแ่ี สดงความเป็นชาตไิ ทยอย่างสมบูรณ์ เพราะบรรพชนไทยไดส้ ร้างสรรค์สงั่ สมและสบื ทอดต่อเน่ืองกนั มาจาก อดตี สู่ปัจจุบนั ในวถิ ชี วี ติ ของคนไทยไดน้ าดนตรเี ขา้ สอดแทรกกจิ กรรมต่าง ๆ นับตงั้ แต่งานพระราชพธิ ไี ปจนถงึ พธิ กี รรมของสามญั ชน พฒั นาการของดนตรไี ทยจงึ มที งั้ ทเ่ี ป็นดนตรแี บบแผนและดนตรพี น้ื บา้ น ผลการวเิ คราะหแ์ ละสารวจสภาพปัญหาของการจดั การเรยี นการสอนกลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ (สาระ ดนตร)ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ของโรงเรยี นบางขุนเทยี นศกึ ษา ในปีการศกึ ษา 2558 และปีการศกึ ษา 2559 พบว่า คะแนนผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี น เร่อื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก ต่ากว่าเป้าหมายทงั้ 2 ปีการศกึ ษา โดยปีการศกึ ษา 2558 มคี ะแนนเฉลย่ี รอ้ ยละ 67.54 ต่ากว่าเป้าหมายคอื รอ้ ยละ 70 และปีการศกึ ษา 2559 มี คะแนนเฉล่ยี รอ้ ยละ 71.46 ต่ากว่าเป้าหมายคอื ร้อยละ 75 เหน็ ได้ว่าทงั้ 2 ปีการศกึ ษา นักเรยี นมผี ลสมั ฤทธิ ์ ทางการเรยี นไมเ่ ป็นทน่ี ่าพอใจ และเน่ืองจากสาระดนตรเี น้นกระบวนการฝึกปฏบิ ตั เิ พอ่ื ใหเ้ กดิ ทกั ษะกระบวนการ เรยี นรู้ ซ่งึ ตอ้ งไดร้ บั การถ่ายทอดโดยตรงจากครู ขณะเดยี วกนั สอ่ื นวตั กรรมการเรยี นการสอนทม่ี อี ยู่ ไม่เออ้ื อานวย ใหน้ ักเรยี นสามารถคน้ คว้าเพมิ่ เตมิ เกีย่ วกบั ดา้ นทฤษฎีและด้านปฏบิ ตั ิ ดงั นัน้ จงึ ไม่สามารถที่จะจดั กจิ กรรม การเรยี นการสอนให้บรรลุจุดประสงค์การเรยี นรู้อย่างครบถ้วนได้ และนักเรยี นส่วนใหญ่ยงั ไม่สามารถปฏิบตั ิ ระนาดเอกตามแบบฝึกทกั ษะได้ และไมส่ ามารถบรรเลงเพลงพน้ื ฐานตามหลกั สตู รได้ (กล่มุ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ โรงเรยี นบางขนุ เทยี นศกึ ษา. 2559: 5-6) ชุดฝึกทกั ษะเป็นส่อื นวตั กรรมทน่ี ่าสนใจ เพ่อื ใหผ้ ูเ้ รยี นไดศ้ กึ ษาเกดิ ความเขา้ ใจ ฝึกฝนจนเกดิ แนวคดิ ทถ่ี ูกตอ้ ง เพราะเป็นการจดั กจิ กรรมทส่ี นองความแตกต่างระหวา่ งบุคคล นกั เรยี นต้องลงมอื กระทากจิ กรรมดว้ ยตนเอง ตามความสามารถ ซง่ึ วธิ กี ารเหล่าน้ี จะทาใหน้ กั เรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบ ตรงต่อเวลา และมคี วามเช่อื มนั่ ในตนเอง นอกจากน้ี ยงั ปลกู ฝังใหร้ จู้ กั การทางานอย่างมรี ะบบระเบยี บ และทางานเป็นขนั้ ตอน ปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนา และ ขอ้ ตกลงของชดุ ฝึกทกั ษะอย่างเคร่งครดั เน่อื งจากการเรยี นรตู้ อ้ งอาศยั การฝึกบ่อย ๆ อยา่ งสม่าเสมอ จงึ จะทาให้ เกดิ ความชานาญและความคล่องแคล่ว นาความรแู้ ละทกั ษะจากการเรยี นไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้ ซ่งึ สอดคลอ้ ง กบั แนวคดิ ของ สคุ นธ์ สนิ ธพานนท์ (2551: 88-89) ทก่ี ล่าววา่ ชดุ ฝึกเป็นเคร่อื งมอื ทช่ี ่วยใหน้ กั เรยี นไดฝ้ ึกพฒั นา ทกั ษะกระบวนการคดิ เป็นการเรยี นรูท้ ี่สามารถฝึกฝนทบทวนดว้ ยตนเอง ฝึกความรบั ผดิ ชอบ นอกจากน้ี ยงั ช่วยใหผ้ เู้ รยี นจดจาเน้ือหาในบทเรยี นไดค้ งคนและตรวจสอบความก้าวหน้าของตนเองได้ ดงั ท่ี กติ ตยิ า รศั มแี จ่ม (2549: 24) ไดก้ ลา่ ววา่ ชดุ ฝึกมคี วามจาเป็นต่อการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน จงึ ถอื ไดว้ า่ แบบฝึกเป็นสอ่ื อย่างหน่ึง ของการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน ซง่ึ ครสู ามารถนาไปประกอบการสอนไดเ้ ป็นอย่างดี ดงั นนั้ ชุดฝึกทกั ษะจงึ เป็นส่อื นวตั กรรมทม่ี คี วามสาคญั อย่างยงิ่ สาหรบั ฝึกทกั ษะ เป็นเคร่อื งมอื ในการพฒั นาความรู้ความสามารถและ ทกั ษะการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น โดยเป็นการทบทวนความรใู้ นเร่อื งทไ่ี ดเ้ รยี นไปแลว้ เกดิ ความชานาญและแม่นยา ในเน้อื หาใหม้ ากยง่ิ ขน้ึ วดี ทิ ศั น์ วดิ โี อเทป เทปโทรทศั น์ หรอื ภาพทศั น์ มคี วามหมายทค่ี ลา้ ยคลงึ กนั ตามทร่ี าชบณั ฑติ สถาน บญั ญตั ศิ พั ทข์ น้ึ หมายถงึ แถบเคลอื บสารแมเ่ หลก็ ทใ่ี ชบ้ นั ทกึ สญั ญาณภาพและสญั ญาณเสยี ง (ราชบณั ฑติ ยสถาน. 2542: 215) วดี ทิ ศั น์เป็นส่อื นวตั กรรมประกอบการเรยี นการสอนทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ และไมด่ อ้ ยไปกว่าสอ่ื การสอน ชนิดอ่นื มจี ุดเดน่ ทใ่ี หค้ ุณคา่ ในการเรยี นการสอน การศกึ ษา และการฝึกอบรม เพราะสามารถทาใหผ้ เู้ รยี นไดร้ บั ทงั้ ภาพและเสยี งไปพรอ้ ม ๆ กนั อกี ทงั้ ยงั เสนอสสี นั ตวั อกั ษรประกอบ เทคนิคการถา่ ยทา และการตดั ต่อทช่ี ่วย ดงึ ดดู ความสนใจไดด้ เี ป็นพเิ ศษ ช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรใู้ นบทเรยี นตา่ ง ๆ ไดง้ า่ ยและรวดเรว็

10 ด้วยคุณสมบตั ทิ ่ดี ขี องชุดฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ ผูว้ จิ ยั จงึ สนใจสร้างชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก และวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ (สาระดนตร)ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 เพ่อื เป็นสอ่ื นวตั กรรม สาหรบั ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอนดนตรี เร่อื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก ทน่ี ักเรยี นสามารถเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง โดยมคี รูคอยใหค้ าแนะนาขอ้ สงสยั ตา่ ง ๆ ระหว่างทน่ี กั เรยี นศกึ ษาเรยี นรแู้ ละปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรยี นรู้ มกี ารกาหนด เน้อื หาสาระและกจิ กรรมการเรยี นรเู้ ป็นลาดบั ขนั้ ตอน เรมิ่ ตงั้ แต่งา่ ยไปหายาก โดยใชก้ ระบวนการพฒั นาและเสรมิ สรา้ ง ศกั ยภาพใหน้ ักเรยี นไดศ้ กึ ษาเรยี นรู้ในชวั่ โมงเรยี นกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ (สาระดนตร)ี และใหน้ ักเรยี นได้ ศกึ ษาเพมิ่ เตมิ ในเวลาว่าง หรอื สามารถนากลบั มาทบทวนดว้ ยตนเองตลอดเวลา วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั 1. เพ่อื ศกึ ษาผลการพฒั นาทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 โดยใช้ ชดุ ฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก 2. เพ่อื เปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น เร่อื ง พ้นื ฐานการบรรเลงระนาดเอก ของนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 กอ่ นและหลงั เรยี นโดยใชช้ ุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก 3. เพ่อื ศกึ ษาความพงึ พอใจของนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ท่มี ตี ่อการใช้ชุดฝึกทกั ษะการบรรเลง ระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก วิธีดาเนิ นการวิจยั 1. แบบแผนการวิจยั รูปแบบการทดลองท่ผี ูว้ จิ ยั ใช้เป็นแบบแผนการทดลอง คอื แบบกลุ่มเด่ยี วสอบก่อนและสอบหลงั (One group pretest posttest design) 2. ประชากรและกลุม่ ตวั อยา่ ง ประชากรและกลุ่มตวั อย่างทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั ไดแ้ ก่ นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6/6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2561 โรงเรยี นบางขนุ เทยี นศกึ ษา สานกั งานเขตบางขนุ เทยี น กรุงเทพมหานคร จานวน 1 หอ้ งเรยี น รวมนกั เรยี นทงั้ สน้ิ จานวน 40 คน จากจานวนทงั้ หมด 9 หอ้ งเรยี น จานวน 352 คน ซง่ึ เลอื กมาโดยการสุม่ อย่างงา่ ย (Simple Random Sampling) โดยมหี ้องเรยี นเป็นหน่วยการสุ่ม (Sampling Unit) เน่ืองจากกลุ่มตวั อย่างท่ีได้ จากการสุ่มหอ้ งเรยี นเดยี ว มลี กั ษณะเก่ง ปานกลาง อ่อนคละกนั ไป และผวู้ จิ ยั เป็นครผู สู้ อนรบั ผดิ ชอบรายวชิ า ทุกหอ้ งเรยี น จงึ สุม่ นกั เรยี นเป็นกลมุ่ ตวั อย่างหอ้ งเรยี นเดยี วสาหรบั ทดลองใชส้ อ่ื นวตั กรรมการเรยี นการสอน 3. เนื้อหาที่ใช้ในการวิจยั เน้อื หาทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั เป็นเน้อื หาสาระในรายวชิ าดนตรี กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ของหลกั สตู รสถานศกึ ษาและหลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ โรงเรยี นบางขนุ เทยี นศกึ ษา พุทธศกั ราช 2561 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ซง่ึ ผวู้ จิ ยั วเิ คราะหห์ ลกั สตู รสถานศกึ ษาและเลอื ก เน้ือหาสาระ เร่อื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ (สาระดนตร)ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โดยใชว้ ธิ กี ารวเิ คราะหผ์ ลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของนักเรยี นตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ช้วี ดั ท่ีนักเรยี นยงั มี จุดบกพร่อง แลว้ นามาสรา้ งเป็นชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก กลุ่มสาระการ เรยี นรศู้ ลิ ปะ (สาระดนตร)ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 มเี น้ือหาสาระเกย่ี วกบั ระนาดเอก จานวน 4 เรอ่ื ง ดงั น้ี เรอ่ื งท่ี 1 ความรพู้ น้ื ฐานเกย่ี วกบั ระนาดเอก เรอ่ื งท่ี 2 โน้ตไทยสาหรบั ระนาดเอก เรอ่ื งท่ี 3 แบบฝึกทกั ษะพน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก

11 เรอ่ื งท่ี 4 เพลงไทยพน้ื ฐานสาหรบั บรรเลงระนาดเอก ขอบข่ายเน้ือหาสาระภายในชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก กลุ่มสาระ การเรยี นรู้ศลิ ปะ (สาระดนตร)ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ประกอบดว้ ยสาระการเรยี นรูด้ า้ นความรแู้ ละด้านทกั ษะ กระบวนการ ดงั น้ี 1) ดา้ นความรู้ 1.1) ประวตั คิ วามเป็นมาของระนาดเอก 1.2) ลกั ษณะของระนาดเอก 1.3) ลกั ษณะการนงั่ บรรเลงระนาดเอก 1.4) วธิ กี ารจบั ไมต้ รี ะนาดเอก 1.4.1) วธิ กี ารจบั ไมต้ รี ะนาดเอกแบบปากกา 1.4.2) วธิ กี ารจบั ไมต้ รี ะนาดเอกแบบปากนกแกว้ 1.5) วธิ กี ารดแู ลเกบ็ รกั ษาระนาดเอกและไมต้ รี ะนาดเอก 1.6) เสยี งระนาดเอกเปรยี บเทยี บกบั เสยี งแบบสากล 1.7) องคป์ ระกอบของโน้ตไทยสาหรบั ระนาดเอก 1.7.1) หอ้ งเพลง 1.7.2) การจดั เรยี งโน้ต 1.8) ลกั ษณะพเิ ศษของโน้ตไทยสาหรบั ระนาดเอก 1.8.1) สญั ลกั ษณ์ทใ่ี ชแ้ ทนช่วงทบเสยี ง (Octave Sign) 1.8.2) สญั ลกั ษณ์ทใ่ี ชแ้ ทนมอื 2) ดา้ นทกั ษะกระบวนการ 2.1) ลกั ษณะการตแี ละวธิ กี ารบรรเลงระนาดเอก 2.2) ขนั้ ตอนการฝึกทกั ษะพน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก 2.3) การฝึกบรรเลงเพลงไทยพ้ืนฐานสาหรับระนาดเอก ได้แก่ บรรเลงระนาดเอก เพลงแขกบรเทศ สองชนั้ 4. ระยะเวลาในการทดลอง ผวู้ จิ ยั ดาเนินการทดลองใช้ชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก กลุ่มสาระ การเรยี นรศู้ ลิ ปะ (สาระดนตร)ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ในภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2561 จานวน 10 ชวั่ โมง ระหวา่ งวนั ท่ี 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ถงึ วนั ท่ี 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 5. เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการวิจยั 5.1 ชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระดนตร)ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 มวี ธิ กี ารพฒั นาคอื วเิ คราะห์หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ (สาระ ดนตร)ี และเน้อื หาสาระสาหรบั สรา้ งเป็นชดุ ฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ จากนนั้ นาชุดฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ทผ่ี วู้ จิ ยั สรา้ งขน้ึ ไปใหผ้ เู้ ชย่ี วชาญดา้ นดนตรไี ทย และดนตรศี กึ ษา ทม่ี คี วามเชย่ี วชาญดา้ นเน้อื หาดนตรแี ละการสรา้ งสอ่ื นวตั กรรม การเรยี นการสอน จานวน 5 คน และผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นการวดั ผล วจิ ยั การศกึ ษา ทม่ี คี วามเชย่ี วชาญในดา้ นการสรา้ ง และพฒั นาเคร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั จานวน 2 คน รวมผเู้ ชย่ี วชาญจานวน 7 คน ประเมนิ ตรวจสอบความเทย่ี งตรง ตามเน้อื หาและโครงสรา้ ง โดยผลการประเมนิ คา่ ดชั นคี วามสอดคลอ้ ง (IOC) พบว่า โดยรวมมคี า่ IOC เทา่ กบั 0.97 สามารถใชไ้ ด้ เมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายขอ้ พบวา่ มคี า่ IOC อย่รู ะหวา่ ง 0.71-1.00

12 5.2 แผนการจดั การเรยี นรู้ เรอ่ื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ (สาระดนตร)ี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 10 แผน กาหนดโครงสรา้ งและเน้ือหาของแผนการจดั การเรยี นรู้ แล้วนาไปให้ ผเู้ ชย่ี วชาญจานวน 7 คน ประเมนิ ตรวจสอบความเทย่ี งตรง โดยผลการประเมนิ ค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง (IOC) พบว่า โดยรวมมคี ่า IOC เท่ากบั 0.98 สามารถใชไ้ ด้ และเมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายขอ้ พบว่า มคี า่ IOC อยรู่ ะหวา่ ง 0.86-1.00 5.3 แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นก่อนเรยี นและหลงั เรยี น เร่อื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ (สาระดนตร)ี ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 มขี นั้ ตอนการสรา้ งคอื สร้างฉบบั ละ 30 ขอ้ นาไปใหผ้ ูเ้ ช่ยี วชาญ จานวน 7 คน ตรวจสอบหาค่าดชั นีความสอดคล้อง ซ่งึ ขอ้ สอบทุกขอ้ มคี ่า IOC มากกว่า 0.5 ทุกขอ้ และปรบั ปรงุ ตามขอ้ เสนอแนะของผเู้ ชย่ี วชาญ จากนนั้ นาไปทดสอบกบั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ทไ่ี มใ่ ช่กลุม่ ตวั อย่าง ผลปรากฏว่า แบบทดสอบจานวน 30 ขอ้ มคี า่ ความยากงา่ ย (p) อย่รู ะหว่าง 0.32-0.75 มี คา่ อานาจจาแนก (r) อยรู่ ะหว่าง 0.36-0.64 และมคี า่ ความเช่อื มนั่ เท่ากบั 0.85 5.4 เคร่อื งมอื ประเมนิ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก จานวน 4 เคร่อื งมอื ประกอบดว้ ยแบบประเมนิ ทกั ษะการเตรยี มความพรอ้ มก่อนการบรรเลงระนาดเอก แบบประเมนิ ทกั ษะพน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก ค่มู อื ดาเนินการประเมนิ และการใชแ้ บบประเมนิ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก และเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนทกั ษะการบรรเลง ระนาดเอก นาไปใหผ้ เู้ ชย่ี วชาญจานวน 7 คน ประเมนิ ตรวจสอบความเทย่ี งตรงตามเน้ือหา แลว้ ปรบั ปรุงแกไ้ ข ตามคาแนะนาของผูเ้ ชย่ี วชาญ จากนัน้ นาไปทดลองใชก้ บั นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ทไ่ี ม่ใช่กลุ่มตวั อย่าง แล้วนามาหาค่าความเช่อื มนั่ โดยใชส้ ูตรสมั ประสทิ ธสิ ์ หสมั พนั ธ์แบบเพยี รส์ นั ซ่งึ ผลการวเิ คราะหพ์ บว่า มคี ่า ความเช่อื มนั่ เทา่ กบั 0.81 5.5 แบบสอบถามความพงึ พอใจของนักเรยี นท่ีมตี ่อการใช้ชุดฝึกทกั ษะและวดี ิทศั น์ มขี อ้ คาถาม จานวน 21 ขอ้ พจิ ารณาโครงสรา้ งของรายการทต่ี อ้ งการสอบถามความพงึ พอใจ สรา้ งแบบสอบถามความพงึ พอใจ แล้วนาไปให้ผู้เช่ยี วชาญจานวน 7 คน ประเมินตรวจสอบความเท่ียงตรงเชิงพินิจ แล้วปรบั ปรุงแก้ไขตาม คาแนะนาของผูเ้ ชย่ี วชาญ นาไปทดลองใช้กบั นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ท่ไี ม่ใช่กลุ่มตวั อย่าง จากนัน้ นา คะแนนมาวิเคราะห์เพ่ือหาค่าความเช่ือมนั่ ของแบบสอบถามทงั้ ฉบับ โดยใช้สูตรสมั ประสิทธิแ์ อลฟา ของ ครอนบคั (Cronbach) ซ่งึ ผลการหาคุณภาพ พบว่า แบบสอบถามความพงึ พอใจ จานวน 21 ขอ้ มคี ่าอานาจ จาแนก (r) ตงั้ แต่ 0.49-0.72 และมคี า่ ความเช่อื มนั่ เท่ากบั 0.88 6. การเกบ็ รวบรวมข้อมลู 6.1 ดาเนินการสอนตามแผนการจดั การเรยี นรู้ เรอ่ื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก 6.2 ก่อนเรม่ิ จดั กิจกรรมการเรยี นการสอนโดยใช้ชุดฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ ผู้วจิ ยั นาแบบทดสอบ วดั ผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นก่อนเรยี นไปทดสอบนกั เรยี นทเ่ี ป็นกลมุ่ ตวั อยา่ ง 6.3 ทดสอบพน้ื ฐานความรกู้ ่อนเรยี นชดุ ฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก พรอ้ มทงั้ ตรวจใหค้ ะแนน และบนั ทกึ คะแนนเกบ็ ไวเ้ ป็นหลกั ฐาน 6.4 ทดลองใชช้ ดุ ฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์กบั นกั เรยี นทเ่ี ป็นกลมุ่ ตวั อย่าง ใชร้ ะยะเวลาทงั้ สน้ิ จานวน 10 ชวั่ โมง 6.5 ขณะจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยใช้ชุดฝึกทกั ษะและวดี ิทศั น์นัน้ ผูว้ จิ ยั ให้นักเรยี นปฏิบตั ิ กจิ กรรม พรอ้ มทงั้ ตรวจใหค้ ะแนนและบนั ทกึ คะแนนเกบ็ ไวเ้ ป็นหลกั ฐาน 6.6 หลงั จากเสรจ็ สน้ิ การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยใชช้ ุดฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์แลว้ ผวู้ จิ ยั นา แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นหลงั เรยี นไปทดสอบนกั เรยี น เพอ่ื วดั ผลการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น 6.7 เมอ่ื สอนเสรจ็ สน้ิ แลว้ นกั เรยี นตอบแบบสอบถามความพงึ พอใจทม่ี ตี อ่ การใชช้ ุดฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์

13 7. การวิเคราะหข์ ้อมูล 7.1 หาค่าสถติ พิ ้นื ฐานของคะแนนการทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น โดยใชส้ ถติ พิ ้นื ฐาน ได้แก่ ค่าเฉลย่ี และคา่ ความเบย่ี งเบนมาตรฐาน 7.2 วเิ คราะหเ์ พ่อื เสนอผลการพฒั นา โดยเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นก่อนเรยี นและหลงั เรยี น โดยใชส้ ถติ กิ ารทดสอบ t-test แบบ Dependent และกาหนดระดบั นยั สาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .05 เพอ่ื ทดสอบสมมตฐิ าน 7.3 หาค่าสถติ พิ น้ื ฐานของการสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี นทม่ี ตี อ่ การใชช้ ดุ ฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ โดยใชส้ ถติ พิ น้ื ฐาน ไดแ้ ก่ คา่ เฉลย่ี และค่าความเบย่ี งเบนมาตรฐาน ผลการวิจยั 1. ผลการพฒั นาทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใช้ชุดฝึ ก ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวีดิทศั น์ประกอบการฝึ ก 1.1 ผลคะแนนการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นก่อนเรยี นและหลงั เรยี น เรอ่ื ง พน้ื ฐานการบรรเลง ระนาดเอก พบว่า คะแนนการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นกอ่ นเรยี น เรอ่ื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก ของนกั เรยี นทเ่ี รยี นโดยใชช้ ุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก มคี ะแนนเฉลย่ี เท่ากบั 11.33 คะแนน และค่าความเบย่ี งเบนมาตรฐานเท่ากบั 1.74 จากคะแนนเตม็ 30 คะแนน สว่ นคะแนนการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นหลงั เรยี น มคี ะแนนเฉลย่ี เท่ากบั 25.39 คะแนน และค่าความเบย่ี งเบนมาตรฐานเทา่ กบั 1.65 1.2 ผลคะแนนการประเมนิ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น พบวา่ คะแนนการประเมนิ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกก่อนเรยี น ของนกั เรยี นทผ่ี า่ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนพฒั นาความรคู้ วามสามารถ และทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก ท่ีเรยี นโดยใช้ชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก โดยรวมมคี ะแนนเฉลย่ี เท่ากบั 200.82 คะแนน และคา่ ความเบย่ี งเบนมาตรฐานเทา่ กบั 1.56 จากคะแนนเตม็ 328 คะแนน ส่วนคะแนนการประเมนิ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกหลงั เรยี น โดยรวมมคี ะแนนเฉล่ยี เท่ากับ 268.60 คะแนน และค่าความเบย่ี งเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.69 และเม่อื พจิ ารณารายทกั ษะ ทงั้ 3 ทกั ษะ ไดแ้ ก่ ทกั ษะการเตรยี ม ความพรอ้ มก่อนการบรรเลงระนาดเอก ทกั ษะพ้นื ฐานการบรรเลงระนาดเอก และทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก พบว่า คะแนนการประเมนิ ก่อนเรยี น มีคะแนนเฉลย่ี เท่ากบั 47.62, 121.89, 31.31 ตามลาดบั จากคะแนนเต็ม 72, 200, 56 คะแนน ตามลาดับ สาหรบั คะแนนการประเมนิ ลงั เรยี น มีคะแนนเฉล่ยี เท่ากบั 58.26, 161.19, 49.15 ตามลาดบั 2. ผลการเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น เรื่อง พื้นฐานการบรรเลงระนาดเอก ของนักเรยี น ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 6 ก่อนและหลงั เรียนโดยใช้ชุดฝึ กทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวีดิทศั น์ประกอบการฝึ ก 2.1 ผลการเปรยี บเทยี บความแตกต่างระหว่างคะแนนการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นก่อนเรยี น และหลงั เรยี น เร่อื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก พบว่า คะแนนการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นก่อนเรยี น และหลงั เรยี นของนักเรยี นทผ่ี า่ นการจดั กจิ กรรมพฒั นาผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี น เร่อื ง พน้ื ฐานการบรรเลงระนาดเอก โดยใช้ชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก แตกต่างกนั อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ทิ ่ี ระดบั .05 โดยคะแนนการทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นหลงั เรยี นสงู กว่ากอ่ นเรยี น 2.2 ผลการเปรยี บเทยี บความแตกต่างระหวา่ งคะแนนการประเมนิ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกก่อนเรยี น และหลงั เรยี น พบว่า คะแนนการประเมนิ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกก่อนเรยี นกบั หลงั เรยี นของนกั เรยี นทผ่ี า่ น การจดั กจิ กรรมพฒั นาความรคู้ วามสามารถและทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกโดยใชช้ ุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก และวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก โดยรวมแตกต่างกนั อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .05 และเมอ่ื พจิ ารณารายทกั ษะ ทงั้ 3 ทกั ษะ ได้แก่ ทกั ษะการเตรยี มความพรอ้ มก่อนการบรรเลงระนาดเอก ทกั ษะพ้นื ฐานการบรรเลงระนาดเอก

14 และทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก พบว่า คะแนนการประเมนิ ก่อนเรยี นกบั หลงั เรยี นของนักเรยี นในทุกทกั ษะ แตกต่างกนั อย่างมนี ยั สาคญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดับ .05 โดยคะแนนการประเมนิ หลงั เรยี นสูงกว่าก่อนเรยี นทงั้ โดยรวม และรายทกั ษะ 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปี ที่ 6 ท่ีมีต่อการใช้ชุดฝึ กทกั ษะ การบรรเลงระนาดเอกและวีดิทศั น์ประกอบการฝึ ก นักเรยี นมคี วามพงึ พอใจต่อการใช้ชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ิทศั น์ประกอบการฝึก โดยรวมอย่ใู นระดบั มากทส่ี ุดและใกลเ้ คยี งกนั และเมอ่ื พจิ ารณารายขอ้ พบว่า นกั เรยี นมคี วามพงึ พอใจอย่ใู นระดบั มากทส่ี ุดทุกขอ้ โดยชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก เหมาะสาหรบั ใชใ้ นการพฒั นา ความรคู้ วามสามารถและทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกของนักเรยี นไดอ้ ย่างมคี ุณภาพและประสทิ ธภิ าพยงิ่ ขน้ึ อย่ใู น ระดบั มากทส่ี ุดเป็นอนั ดบั แรก รองลงมส 3 อนั ดบั แรก ไดแ้ ก่ ชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ิทศั น์ ประกอบการฝึก เป็นสอ่ื นวตั กรรมการเรยี นการสอนทม่ี คี ุณค่าและประโยชน์ต่อการนาไปใชป้ ฏบิ ตั จิ รงิ ชุดฝึกทกั ษะ การบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก จดั เน้อื หาสาระและกจิ กรรมการเรยี นรไู้ ดเ้ หมาะสม และเน้อื หาสาระ และกจิ กรรมการเรยี นรพู้ ฒั นาทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก สามารถนาไปใชใ้ นการศกึ ษาและปฏบิ ตั จิ รงิ ได้ และ ขอ้ คาถามทอ่ี ย่ใู นระดบั มากทส่ี ุดเป็นอนั ดบั สุดทา้ ย ไดแ้ ก่ การจดั เรยี งลาดบั เน้ือหาสาระและกจิ กรรมการเรยี นรู้ เหมาะสม สอดคลอ้ งกบั วธิ กี ารจดั การเรยี นการสอน อภิปรายผลการวิจยั 1. นกั เรยี นทไ่ี ดร้ บั การเรยี นรโู้ ดยใช้ชดุ ฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์มคี ะแนนการทดสอบหลงั เรยี นสงู กว่ากอ่ นเรยี น อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .05 สอดคลอ้ งกบั สมมตฐิ าน และสอดคลอ้ งกบั ผลงานวจิ ยั ของ วชิ ุดา พรายยงค์ (2550: บทคดั ย่อ) ทไ่ี ดท้ าการพฒั นาชุดการเรยี นดว้ ยตนเอง วชิ าวรรณคดไี ทย เร่อื ง ร่ายยาวมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มทั รี ซ่ึงผลการวิจยั พบว่า ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนักเรียนท่ีเรียนด้วยชุดการเรียนด้วยตนเองมี ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั .01 นอกจากน้ี ยงั สอดคล้องกบั ผลงานวจิ ยั ของ อมั พร น้อยสุวรรณ์ (2540: 48) ทไ่ี ดศ้ กึ ษาผลการใชว้ ดี ทิ ศั น์แบบโปรแกรมกจิ กรรมนาฏศลิ ป์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ซ่งึ ผลการศกึ ษาพบว่า ผลการเรยี นรกู้ จิ กรรมนาฏศลิ ป์ ของนักเรยี นทเ่ี รยี นจากรายการวดี ทิ ศั น์ แบบโปรแกรมสงู กวา่ นกั เรยี นทเ่ี รยี นจากการสอนปกตอิ ย่างมนี ยั สาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .01 2. ชุดฝึกทกั ษะการบรรเลงเคร่อื งดนตรไี ทยประเภทเคร่อื งตแี ละวดี ทิ ศั น์เพอ่ื การฝึก เป็นสอ่ื นวตั กรรม การเรยี นการสอนท่พี ฒั นาความรคู้ วามสามารถและทกั ษะการบรรเลงเคร่อื งดนตรไี ทยใหก้ บั นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ การประเมนิ และสรา้ งความพงึ พอใจใหก้ บั นักเรยี นในระดบั มากทส่ี ุด แสดงว่า มขี นั้ ตอนของการจดั กจิ กรรม การเรยี นการสอนพฒั นาความรคู้ วามสามารถและทกั ษะทเ่ี หมาะสม ทาใหก้ ารจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนดาเนนิ ไปไดด้ ้วยดี ส่งผลทาใหน้ ักเรยี นไม่เบ่อื หน่ายในการเรยี นรู้ เน่ืองจากมกี จิ กรรมการเรยี นการสอนท่หี ลากหลาย จงึ ทาใหน้ กั เรยี นสนใจในการเรยี นรโู้ ดยใช้ชุดฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ ดงั นนั้ ชดุ ฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ทผ่ี วู้ จิ ยั สรา้ งขน้ึ สามารถนามาใชใ้ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนพฒั นาความรคู้ วามสามารถและทกั ษะการบรรเลงเคร่อื งดนตรไี ทย ประเภทเคร่อื งตี และยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นใหก้ บั นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

15 สรปุ ผลการวิจยั 1. นักเรยี นมคี ะแนนเฉล่ยี ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นก่อนเรยี นเท่ากบั 11.33 คะแนน หลงั เรยี นเท่ากบั 25.39 คะแนน จากคะแนนเตม็ 30 คะแนน มคี ะแนนเฉลย่ี ผลการประเมนิ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกก่อนเรยี น โดยรวมเท่ากบั 200.82 คะแนน หลงั เรยี นเท่ากบั 268.60 คะแนน จากคะแนนเตม็ 328 คะแนน และมคี ะแนนเฉลย่ี ผลการประเมนิ ทกั ษะการเตรยี มความพรอ้ มก่อนการบรรเลงระนาดเอก ทกั ษะพ้นื ฐานการบรรเลงระนาดเอก และ ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอก ก่อนเรยี นเท่ากบั 47.62, 121.89, 31.31 คะแนน ตามลาดบั และหลงั เรยี นเท่ากบั 58.26, 161.19, 49.15 คะแนน ตามลาดบั จากคะแนนเตม็ 72, 200, 56 คะแนน ตามลาดบั 2. คะแนนผลสมั ฤทธทิ ์ างการเรยี นหลงั เรยี นสงู กว่าก่อนเรยี นอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .05 สว่ นคะแนน ทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกหลงั เรยี นโดยรวมและรายทกั ษะสงู กวา่ ก่อนเรยี นอยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .05 3. นกั เรยี นมคี วามพงึ พอใจต่อการใชช้ ุดฝึกทกั ษะและวดี ทิ ศั น์ อยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด กิตติกรรมประกาศ รายงานการวจิ ยั เร่อื ง ผลการพฒั นาทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกของนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โดยใชช้ ุดฝึกทกั ษะการบรรเลงระนาดเอกและวดี ทิ ศั น์ประกอบการฝึก เล่มน้ี สาเรจ็ ลุล่วงไดด้ ว้ ยความกรุณาอยา่ งสงู จากผเู้ ชย่ี วชาญ ไดแ้ ก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ณรุทธ์ สุทธจติ ต์ รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา ฉพั พรรณรตั น์ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์สงบศกึ ธรรมวหิ าร คณาจารยส์ าขาดนตรศี กึ ษา ภาควชิ าศลิ ปะ ดนตรแี ละนาฏศลิ ป์ ศกึ ษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั อาจารยส์ นั ติ อุดมศรี คณาจารยส์ าขาวชิ าดนตรี คณะศลิ ปะและการแสดง มหาวทิ ยาลยั บูรพา นายเอกลกั ษณ์ บุญลือ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นบางปลามา้ “สูงสุมาร ผดุงวทิ ย์” นางสาวมาเลยี น พ่วงอนิ ทร์ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ และนางยุพนิ ลลติ เถกงิ พงศ์ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นบางขุนเทียนศกึ ษา ทไ่ี ดใ้ ห้คาปรกึ ษา แนวคดิ แนะนาช่วยปรับปรุง ขอ้ บกพร่องต่าง ๆ ตลอดจนชว่ ยกระตนุ้ ใหก้ าลงั ใจในการทาผลงานทางวชิ าการน้ีอย่างดยี งิ่ จนสาเรจ็ ลลุ ่วงไปด้วยดี ผวู้ จิ ยั รสู้ กึ ซาบซง้ึ ในความกรณุ าของผเู้ ชย่ี วชาญเป็นอย่างยงิ่ จงึ ขอกราบขอบพระคณุ เป็นอย่างสงู ไว้ ณ ทน่ี ้ี ขอกราบขอบพระคุณ นายวนิ ัย แสงแก้ว ผูอ้ านวยการสถานศกึ ษาโรงเรยี นบางขุนเทยี นศกึ ษา และ คณะครโู รงเรยี นบางขนุ เทยี นศกึ ษา สานกั งานเขตบางขนุ เทยี น กรุงเทพมหานคร ทใ่ี หค้ วามรกั ความเมตตากรุณา และใหก้ าลงั ใจกบั ผวู้ จิ ยั มาโดยตลอด ขอขอบคุณ นางน้าทพิ ย์ บุญลอื ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรยี นบางขนุ เทยี นศกึ ษา ทใ่ี ห้ การสนบั สนุน อานวยความสะดวก และใหก้ าลงั ใจในการทารายงานการวจิ ยั เลม่ น้จี นสาเรจ็ ลุล่วงไปดว้ ยดี สุดทา้ ยน้ี ขอน้อมราลกึ ถงึ พระคณุ ของพอ่ แม่ และครอู าจารยท์ ุกคน ทเ่ี คยใหก้ ารสนบั สนุนทางการศกึ ษา แก่ผวู้ จิ ยั ตลอดมา รวมทงั้ ทุกคนในครอบครวั ทเ่ี ป็นแรงบนั ดาลใจใหท้ ารายงานการวจิ ยั เลม่ น้จี นสาเรจ็ ลุลว่ งไดด้ ว้ ยดี

16 เอกสารอ้างอิง [1] กรมสง่ เสรมิ วฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม. (2560). ดนตรไี ทยภาคปฏบิ ตั .ิ เอกสารประกอบการอบรม พฒั นาศกั ยภาพครผู สู้ อนดนตรไี ทย. กรุงเทพฯ: กรมฯ. [2] กล่มุ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ โรงเรยี นบางขนุ เทยี นศกึ ษา. (2559). รายงานผลการประเมนิ การดาเนนิ งาน โครงการสง่ เสรมิ ศกั ยภาพทกั ษะดา้ นทศั นศลิ ป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์ ปีการศกึ ษา 2559. กรงุ เทพฯ: กลุ่มสาระฯ. [3] กติ ตยิ า รศั มแี จ่ม. (2549). การพฒั นาแบบฝึกทกั ษะการอา่ นเชงิ วเิ คราะหจ์ ากหนงั สอื พมิ พร์ ายวนั ของนกั เรยี น ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรยี นมธั ยมสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บา้ นสมเดจ็ เจา้ พระยา. สารนพิ นธ์ กศ.ม. (การมธั ยมศกึ ษา). กรงุ เทพฯ: บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. [4] จรนิ ทร์ เทพสงเคราะห.์ (2557). พ้นื ฐานดนตรไี ทย. สงขลา: บนั ลอื การพมิ พ.์ [5] ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2542). ศพั ทเ์ ทคโนโลยสี ารสนเทศ, ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบณั ฑติ ยสถาน. [6] วชิ ุดา พรายยงค.์ (2550). การพฒั นาชดุ การเรยี นดว้ ยตนเองวชิ าภาษาไทย เรอื่ ง มหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑม์ ทั รี ของนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5. สารนพิ นธ์ กศ.ม. (การมธั ยมศกึ ษา). กรงุ เทพฯ: บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. [7] สคุ นธ์ สนิ ธพานนท์. (2551). นวตั กรรมการเรยี นการสอนเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพของเยาวชน. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2). กรงุ เทพฯ: 9119 เทคนคิ พรน้ิ ตง้ิ . [8] อมั พร น้อยสุวรรณ์. (2540). ผลการใชว้ ดี ทิ ศั น์แบบโปรแกรมกจิ กรรมนาฏศลิ ป์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6. ปรญิ ญานิพนธ์ กศ.ม. (เทคโนโลยที างการศกึ ษา). กรงุ เทพฯ: บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ. [9] อานนั ท์ นาคคง. (2556). การศกึ ษาวงดนตรไี ทยร่วมสมยั และผลงานดนตรไี ทยร่วมสมยั ในสงั คมไทยปัจจุบนั . กรุงเทพฯ: สานกั ศลิ ปวฒั นธรรมร่วมสมยั กระทรวงวฒั นธรรม.

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44

45

46

47

48

49

50