ประเมนิ ผล นอกจากนย้ี ังมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยอ่ืน ๆ ได้แก่ แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน แบบสอบถาม ความคิดเห็นต่อกิจกรรมนันทนาการของนักเรียนระดับ ปวช.3/1 รูปแบบการทดลอง pre-experimental design แบบ one-group pre-test-post-test design วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ (%) ค่าเฉล่ีย ( x ) ส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่า t-test แบบ dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) สามารถสรุปผลการวจิ ัย ซ่ึงมีรายละเอยี ดดังตอ่ ไปน้ี สรุปผลการวจิ ัย การวจิ ยั เร่อื งการพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษสาหรับวิชาชพี สถาปัตยกรรมด้วยกิจกรรมนนั ทนาการ วิชาการออกแบบเขยี นแบบสถาปัตยกรรมภายใน 2 ระดับช้นั ปวช.3/1 สรุปผลการวจิ ัยได้ดงั น้ี 1. ผลการเรยี นร้ทู กั ษะภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับช้ัน ปวช.3/1 นักเรียนมีคะแนนเฉล่ียทุกทักษะ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานการวิจัยที่ว่า การ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษโดยการสอนแบบสอดแทรกภาษาอังกฤษกิจกรรมนันทนาการ จะช่วยพัฒนาทักษะ ดา้ นการฟงั การพดู การอ่าน การเขียน ของนักเรียนท่ีเรียนวิชาการออกแบบเขียนแบบสถาปัตยกรรมภายใน 2 สูงข้ึนกว่าก่อนใช้กิจกรรมนันทนาการ และทักษะที่นักเรียนมีผลการเรียนมากที่สุด คือ ทักษะการอ่าน รองลงมาคือทักษะการฟัง และทักษะการเขียน ส่วนทักษะท่ีผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ต่ากว่าทักษะอ่ืน คือ ทักษะ การพดู อภิปรายผล การวิจัยเร่ืองการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษสาหรับวิชาชีพสถาปัตยกรรมด้วยกิจกรรมนันทนาการ วชิ าการออกแบบเขยี นแบบสถาปัตยกรรมภายใน 2 ระดบั ชั้น ปวช.3/1 อภิปรายผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษสาหรับวิชาชีพสถาปัตยกรรมด้วยกิจกรรมนันทนาการ วิชาการ ออกแบบเขียนแบบสถาปัตยกรรมภายใน 2 ระดับช้ัน ปวช.3/1 ส่งผลให้นักเรียนมีผลการเรียนรู้หลังเรียนสูง กว่าก่อนเรียนทั้ง 4 ทักษะ คือ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน พบว่าการสอนโดยใช้กิจกรรม นันทนาการทาให้ผู้เรียนมีผลการเรียนสูงข้ึน และทักษะที่นักเรียนคะแนนมากที่สุดคือ ทักษะการอ่าน การท่ี ทักษะการอ่านสูงขึ้นน้ัน เป็นเพราะกิจกรรมนันทนาการมีการเสนอรูปแบบแปลกใหม่ น่าสนใจ ครูปฏิบัติ พฤติกรรมต่าง ๆ ให้ดูเป็นตัวอย่าง ในการฝึกปฏิบัติจะมีครูคอยแนะนา มีการกาหนดเปูาหมาย ทบทวน กาหนดรูปแบบการจัดกิจกรรมในการสอน การส่ือสาร ช่วยเหลือในการค้นคว้าข้อมูล ถ่ายโอนข้อมูล แลกเปล่ียนเรยี นรู้ซง่ึ กนั และกัน ท้ังน้ีเนื่องจากการท่ีนักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ในการส่ือสารทางภาษา มีทัศนคติที่ดี ต่อการเรยี นทาให้การเรียนรูม้ ปี ระสิทธภิ าพมากข้ึน สอดคล้องกบั รายงานการวิจยั ของ ศุภชัย ไพศาลวัน (2548: บทคดั ย่อ) ซ่ึงศึกษาการพัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพ่ือส่งเสริมทักษะการใช้ภาษาอังกฤษสาหรับนักเรียนช่วง ช้ันที่ 3 1) ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการ พบว่านักเรียนและบุคคลท่ีเก่ียวข้องต้องการพัฒนา กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียนเพ่อื สง่ เสริมทักษะการใช้ภาษาองั กฤษสาหรับนกั เรียนช่วงชนั้ ที่ 3 โดยให้มีการจัดกิจกรรม ท่ีใช้เพลง เทป และจัดสถานการณ์สมมติเป็นกิจกรรมท่ีสนุกสนาน เน้นให้นักเรียนได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษ จัด เน้ือหาของกิจกรรมให้ตอบสนองความต้องการ ความถนัดและความสนใจของผู้เรียน ใช้วิธีวัดผลและ ประเมินผลโดยการสัมภาษณ์ และการพูดและแบบสอบถาม 2. ความคิดเหน็ ตอ่ กิจกรรมนันทนาการของนักเรยี นระดับ ปวช.3/1 พบวา่ ดา้ นท่ี 1 บรรยากาศในการ เรยี นการสอน ผูเ้ รยี นมีความคดิ เหน็ ว่า ผู้เรียนมีความต้องการให้จัดกิจกรรมนันทนาการทุกรายวิชามากท่ีสุด มี ระดับความคิดเห็นเฉล่ียรวมทุกด้านเท่ากับ ( x = 2.74) ซึ่งถือว่านักเรียนมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการจัด กิจกรรมนันทนาการอยใู่ นระดบั เหน็ ด้วยมาก ซ่ึงเป็นไปตามสมมตุ ิฐานที่ตง้ั ไว
ข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษสาหรับวิชาชีพสถาปัตยกรรมด้วยกิจกรรมนันทนาการ วิชาการออกแบบเขียนแบบสถาปัตยกรรมภายใน 2 ระดับชั้น ปวช.3/1 ผู้วิจัยได้สรุปข้อเสนอแนะเก่ียวกับ ประเด็นต่อไปนี้ คอื ข้อเสนอแนะเพื่อการนาไปใชแ้ ละข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครัง้ ต่อไป โดยมรี ายละเอียดดังน้ี ข้อเสนอแนะเพื่อการนาผลการวจิ ยั ไปใช้ การวิจัยคร้ังนี้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางและประโยชน์ต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษาคร้งั ตอ่ ไป โดยมรี ายละเอียดดังน้ี 1. จากผลการวิจัยพบว่าการสอนโดยใช้กิจกรรมนันทนาการทาให้นักเรียนมีผลการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษเพ่ิมข้ึน โดยเฉพาะทักษะการอ่าน โดยผู้สอนควรเตรียมความพร้อม จัดกิจกรรมการสอนให้ สนุกสนาน เพ่ือให้ผู้เรียนไม่รู้สึกเบ่ือหน่ายในการอ่าน สามารถจดจาบทเรียนได้ดีย่ิงข้ึน และทักษะที่ได้คะแนน เฉล่ียน้อยที่สุด คือ ทักษะการพูด ดังนั้น ครูควรสร้างความคุ้นเคยด้านการพูดภาษาอังกฤษแก่นักเรียน โดย วิธีการมอบหมายงานให้นักเรียนไปสัมภาษณ์ชาวต่างชาติ ฝึกบทบาทสมมุติในสถานการณ์ต่าง ๆ เพ่ือเกิด พฒั นาการด้านการพูดมากยงิ่ ข้ึน 2. จากผลการวิจัยพบว่าความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมนันทนาการนั้น นักเรียนทุกคน ตอ้ งการมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมท่ีครูจดั ครอู าจให้นักเรยี นมีส่วนร่วมไม่ท่ัวถึงดังนั้นครูควรเปิดโอกาสให้นักเรียนมี ส่วนร่วมในกจิ กรรมให้ท่ัวถึง โดยครูคอยดูแลแกไ้ ขทันทีเมื่อพบความผิดพลาด และกล่าวชมเชยนักเรียนทุกคร้ัง ท่ที าถกู ต้องเพือ่ เป็นการเสริมแรงและใหก้ าลงั ใจนกั เรยี น 3. ก่อนการจัดกิจกรรมนันทนาการ ควรมีการสารวจความต้องการของผู้เรียนในขณะน้ันว่า มีความ สนใจในด้านใดเป็นพิเศษ เช่น ด้านศิลปะ กีฬา การแสดงบทบาทสมมติ และการร้องเพลง เป็นต้น เพื่อจะได้ นามาปรบั ใชใ้ นกจิ กรรมการเรยี นการสอนในชั่วโมงกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนต่อไป 4. ควรจัดกลุ่มให้คละความสามารถของนักเรียนที่มีระดับความรู้ความสามารถานกลางและน้อย เพื่อให้นักเรียนท่ีมีระดับความรู้ ความสามารถมากกว่า ช่วยแนะนาและช่วยเหลือนักเรียนท่ีมีระดับความรู้ ความสามารถน้อย ซ่ึงนักเรียนจะได้เรียนรู้ การทางานร่วมกันเพ่ือฝึกการปรับตัวให้เข้ากับผู้อ่ืน อีกท้ังยังช่วย สรา้ งความมนั่ ใจในการใช้ภาษาอังกฤษได้ดยี ง่ิ ข้ึน ขอ้ เสนอแนะเพ่ือการวจิ ัยครัง้ ตอ่ ไป 1. ควรมกี ารวิจัยและพัฒนากจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นเพ่ือพฒั นาทกั ษะการใช้ภาษาองั กฤษในทุกช้ันเรยี น 2. ควรศึกษาวจิ ัยเก่ยี วกบั การใช้กิจกรรมนนั ทนาการโดยการบรู ณาการวชิ าภาษาอังกฤษกับวชิ าอนื่
บรรณานุกรม ภาษาไทย กมล สวุ รรณศร.ี (ม.ป.ป.). นนั ทนาการ. เอกสารประกอบการสอน. กรงุ เทพฯ: วทิ ยาลยั สวนดสุ ติ . ถา่ ย เอกสาร. กรรณิกา พนสั อาพล. (2529). “ความต้องการเขา้ รว่ มกจิ กรรมในสถาบันผลติ ครจู ังหวัดชายแดนภาคใต้ ซ่ึงประชากรส่วนใหญ่เปน็ ไทยมสุ ลมิ .” ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (พลศกึ ษา) สงขลา: มหาวทิ ยาลัยศรีนครวโิ รฒสงขลา. กรรณกิ า ไวยสุรา. (2549). “ศึกษาปัญหาในการเข้าร่วมกิจกรรมนนั ทนาการของพนกั งานสายการผลติ บริษัทในเครือเซ็นทรลั มารเ์ ก็ตตง้ิ กรปุ๊ .” ปรญิ ญานิพนธ์ วท.ม. (การจดั การนนั ทนาการ). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั ศรนี ครวิโรฒ. ถา่ ยเอกสาร. กระทรวงศึกษาธิการ กรมวชิ าการ. (ม.ป.ป.) กิจกรรมสง่ เสริมภาษาองั กฤษ ระดับมัธยมศึกษา. ม.ป.ท. (2541). คูม่ ือการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้นและมัธยมศึกษา ตอนปลาย เล่ม 1 ตามหลักสูตรภาษาอังกฤษ พทุ ธศกั ราช 2539. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพรา้ ว. (2542). การสังเคราะหง์ านวิจัยเกยี่ วกับการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ครุ สุ ภา ลาดพร้าว. ก ค่มู ือการจดั กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับสง่ สินค้าและพัสดุภัณฑ,์ 2545. กรชวลั สวุ รรณกลาง. (2548). “การพฒั นาการเรียนรู้คาศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยเกม.” การศกึ ษาคน้ ควา้ อสิ ระ กศม. มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม. คณติ เขยี ววิชยั . (2531). หลักนันทนาการ. นครปฐม: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทบั แกว้ . จรงุ แสงจันทร์. (2539). การใชเ้ กมเป็นสอ่ื ในการเรียนการสอนภาษา. สารพัฒนาหลกั สูตร. ชยั วฒั น์ เหล่าสบื สกุลไทย. (2546). เพลงเพ่ือการสอนและการจัดกจิ กรรมนั ทนาการ. กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ชชู ีพ เยาวพฒั น.์ (2543). นันทนาการ. กรงุ เทพฯ: โอ เอส พร้นิ ต้ิง เฮ้าส์. เตือนตา นาควิเชยี ร. (2548). นนั ทนาการโลกแหง่ การเรยี นรขู้ องเดก็ . กรุงเทพฯ: องค์การรับสง่ สินค้าและ พัสดุภัณฑ์. ทิศนา แขมมณ.ี (2543). 14 วธิ สี อน สาหรับครูมอื อาชีพ. กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . พรี ะพงศ์ บญุ ศิริ. (2542). นนั ทนาการเยาวชนและชุมชน. พิมพค์ รงั้ ท่ี 5. เชียงใหม่: สถาบันราชภัฎเชียงใหม่. มาเรียม นลิ พนั ธ์ุ. (2549). วิธวี ิจัยทางพฤติกรรมศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร.์ พิมพ์ครั้งท่ี 2 นครปฐม: โครงการ ส่งเสริมผลิตตาราและเอกสารการสอน คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร. เรอื งศักดิ์ อมั ไพพันธ์. (2536). 100 Language Games. พมิ พค์ รัง้ ที่ 2. กรงุ เทพฯ: ไทยวัฒนาพานชิ . วฒั นาพร ระงบั ทุกข์. (2542). การจดั การเรียนการสอนทเี่ น้นผ้เู รียนเป็นศนู ยก์ ลาง. กรุงเทพฯ: เลฟิ แอน ลพิ เพรส. วัลลภาภรณ์ คงถาวร. (2539). เกมภาษาองั กฤษ. พิมพ์คร้ังท่ี 2. กรงุ เทพฯ: สานกั พิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลัย. สุกิจ ศรีพรหม. (2544). “เกมกบั การเรียนการสอน.” วารสารวชิ าการ 4 (พฤษภาคม): 73-76.
สุนนั ท์ สริ ิวรรณ์. (2544). “การพัฒนากิจกรรมชมุ นมุ ภาษาองั กฤษเพอื่ การสือ่ สาร สาหรับนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาตอนตน้ โรงเรยี นท่ายางวิทยา จังหวัดเพชรบุรี.” วทิ ยานพิ นธป์ ริญญา ศึกษาศาสตร- มหาบณั ฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษตา่ งประเทศ บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยศิลปากร. สุภาภรณ์ ทองใบ. (2538). เกมประกอบการเรียนการสอนภาษาองั กฤษ. กรุงเทพฯ: โอ.เอส.พริน้ ต้ิง.เฮ้าส.์ สมิทธชิ าติ จตั มุ า. (2549). “ศึกษาการใช้เวลาวา่ งในการเข้าร่วมกจิ กรรมนันทนาการของบคุ ลากร กรมสวัสดกิ ารทหารบก. “ปรญิ ญานพิ นธ์ วท.ม. การจดั การนนั ทนาการ บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ. สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ. (2542). หลากหลายวธิ ีสอนของครตู ้นแบบ 2541 วิชาภาษาองั กฤษ. กรุงเทพฯ: บรษิ ัท พิมพ์ดี จากัด. อรณุ ี วริ ยิ ะจิตรา. (2532). การเรียนการสอนภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์อกั ษรเจรญิ ทัศน์ ภาษาองั กฤษ Andrees, Jo Ann Hurd. Z1997, June). “Study of the Relationships between Organizational Communication Climate and Conflict Management Styles.” USA. Ausubel, David P. (1968). Education Psycological: A Cognitive View. New York: Holt Renechart and Winston, Inc. Best, John W. (1981). “Research in Education.” New Jersey: Prentice Hall, Inc. Butler, G.D. (1959). “Introduction to Community Recreation. 2nd ed. “New Year: McGrawHill. Byrne, D. (1987). Teaching Oral English. New Year: Longman. Carroll E.Goering. (1989). Engine Tractor Power. American Society of Agricultural Engineers. USA. Charles K. Brightbill : & Mayer, D. Harold. (1963). Community Recreation. Englewood Cliffs, Prentice-Hall, Inc. Erickson, Carton W.H. and David H. Curl. (1972). Fundamentals of Teaching with Audiovisual Technology. New York: The Macmillan Company. Flower, L. & Hayes, J. (1981). The cognitive of discovery defining a rhetorical problem. College Composition and Communication, 31, 21-24. Freedman, Glenn, and Eliazbeth G Reynolds. (1980). “Enriching Basal Reader Lesson with Semantic Webbing.” The Reading Teacher 33 (March) : 722-A. Goodman, (1972). Reading : A Psycholinguistic Guessing Game. In the Theoretical Models And Process of Reading. Edited by H. Singer and R.B. Ruddell. Newark Delaware: International Reading Association. Holbrook, James Edward. (1993). “ Current Problems and Trends in Facility Planning for Health” Physical Education Recreation and Athletics at Colleges and Universities, Dissertation Abstracts international. 53: 2735-A
Humphrey, J. (2001). Advancing the science and symptom. Journal of Advance Nursing, 35(5), 668-676 Hurley, Patrick J. A Concise Introduction to Logic. California : Wadsworth Publishing Company, 111985. Kivel, Beth Dana. (1996). “In on The Outside, Out on the Inside : Lesbianl Gay/bisexual,” Dissertation Abstracts International. Dai-A 57(3) : 1322. Krashen, Stephen D. (1982). Principles and Practice in Second Language Acquisition. New York : Pergamon Press, Madsen, H.S. (1983). Techniques in testing. London : Oxford University Press. Nash, jay B. (1959). The Philosophy of Recreation and Leisur. St.Louis: G.U. Mosby Co. Williams, Eddie. (1986). Reading in the Language Classroom. London: The Macmillan Publisher.
ภาคผนวก ก คะแนนกอ่ นเรียนและหลงั เรียนของนักเรยี นทม่ี กี ารพฒั นาทกั ษะภาษาอังกฤษ ของนกั เรยี นระดับชน้ั ปวช.3/1 โดยใช้กิจกรรมนนั ทนาการ ตารางที่ 9 คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนกั เรยี นท่ีมีการพฒั นาทกั ษะภาษาอังกฤษของนกั เรียนระดบั ช้นั ปวช.3/1 โดยใชก้ ิจกรรมนันทนาการ ทกั ษะการฟงั ค่าความ ทักษะการพดู คา่ ความ ชื่อ-สุกล Pre-Test Post-Test แตกต่าง Pre-Test Post-Test แตกตา่ ง (10 คะแนน) (10 คะแนน) (D) (10 คะแนน) (10 คะแนน) (D) 1) นายธีรพนั ธ์ คงคชวรรณ 9 10 1 9 10 1 2) นายณัฐวัฒน์ ปานนิยม 9 10 1 8 91 3) นางสาวปชติ า แกว้ สิงขรณ์ 8 10 2 7 10 3 4) นายกฤติพงศ์ จันทโร 8 10 2 9 10 1 5) นางสาวเมธิณี ไสยรนิ ทร์ 7 927 81 6) นางสาวฐฌิ าพร โลหตุ างกรู 8 917 81 7) นางพงศกร ปานนวุ งศ์ 6 829 90 8) นางสาวณฐั ธยาน์ แก้วนาค 8 10 2 9 10 1 9) นายชาญณรงค์ ภักดเี พชร 7 819 10 1 10) นายณัฐชนน พลายสุวรรณ 8 10 2 9 10 1 11) นางสาวปณั ฑารีย์ วงศพ์ ันธรรม 7 818 91 12) นายวริ ะชยั รัตนสาลี 8 9 1 7 9 2 13) นายภูธเนศณ์ จิตนิยม 7 9 2 8 10 2 14) นายชาครสิ ปานเหลอื ง 7 928 10 2 15) นางสาวกติ ติมา ระวงั ภยั 8 917 92 16) นายเจษฎากรณ์ สานพคณุ 7 10 3 6 82 17) นางสาวภัทรพร แกว้ มณี 8 91 6 93 18) นางสาววราภรณ์ นามนยิ ม 7 9 2 7 9 2 19) นางสาวสโรชา แกว้ กญั ญาติ 8 10 2 10 10 0 20) นายทิวากรณ์ ขนุ โหร 7 9 2 8 10 2 21) นายอนันตศกั ด์ิ ทว้ มสขุ 8 10 2 8 10 2 22) นางสาววรรณพร แกว้ ศรอี อ่ น 7 927 92 23) นางสาวณฐั ริกา เตม็ บางงอน 8 918 91 24) นายภูธิป บญุ เลยี้ ง 9 10 1 9 10 1 25) นางสาวเพญ็ สุดา ถงุ ทอง 8 91 8 91 26) นางสาวปณิตา กาญจนารักษ์ 7 817 92 รวม 199 240 41 205 243 38 เฉลี่ย 7.65 9.23 1.58 7.88 9.35 1.46
ตารางท่ี 9 (ต่อ) คะแนนกอ่ นเรียนและหลังเรยี นของนักเรยี นทีม่ กี ารพฒั นาทักษะภาษาอังกฤษของนกั เรียน ระดบั ชั้น ปวช.3/1 โดยใชก้ ิจกรรมนนั ทนาการ ทกั ษะการอ่าน ค่าความ ทกั ษะการเขยี น คา่ ความ ชือ่ -สุกล Pre-Test Post-Test แตกตา่ ง Pre-Test Post-Test แตกตา่ ง (10 คะแนน) (10 คะแนน) (D) (10 คะแนน) (10 คะแนน) (D) 1) นายธีรพนั ธ์ คงคชวรรณ 7 928 10 2 2) นายณัฐวฒั น์ ปานนิยม 9 10 1 8 91 3) นางสาวปชิตา แกว้ สิงขรณ์ 9 10 1 7 92 4) นายกฤติพงศ์ จนั ทโร 9 10 1 8 10 2 5) นางสาวเมธิณี ไสยรนิ ทร์ 8 10 2 8 10 2 6) นางสาวฐิฌาพร โลหุตางกูร 8 918 91 7) นางพงศกร ปานนวุ งศ์ 7 927 92 8) นางสาวณัฐธยาน์ แกว้ นาค 8 10 2 7 81 9) นายชาญณรงค์ ภกั ดเี พชร 7 926 92 10) นายณฐั ชนน พลายสวุ รรณ 8 10 2 9 10 1 11) นางสาวปณั ฑารยี ์ วงศพ์ นั ธรรม 7 819 10 1 12) นายวริ ะชัย รัตนสาลี 7 929 10 1 13) นายภูธเนศณ์ จิตนิยม 7 10 3 9 10 1 14) นายชาคริส ปานเหลือง 8 919 90 15) นางสาวกติ ตมิ า ระวังภัย 7 927 81 16) นายเจษฎากรณ์ สานพคุณ 8 10 2 7 10 2 17) นางสาวภัทรพร แก้วมณี 7 92 8 91 18) นางสาววราภรณ์ นามนิยม 7 8 1 7 10 3 19) นางสาวสโรชา แก้วกญั ญาติ 8 918 91 20) นายทวิ ากรณ์ ขุนโหร 8 10 2 9 10 1 21) นายอนันตศกั ด์ิ ท้วมสุข 7 10 3 9 10 1 22) นางสาววรรณพร แก้วศรีอ่อน 9 908 91 23) นางสาวณฐั ริกา เต็มบางงอน 8 10 2 7 92 24) นายภธู ปิ บุญเลย้ี ง 7 928 10 2 25) นางสาวเพญ็ สุดา ถงุ ทอง 8 9 1 9 10 1 26) นางสาวปณติ า กาญจนารักษ์ 8 10 2 7 92 รวม 201 244 43 206 245 37 เฉลี่ย 7.73 9.38 1.65 7.92 9.42 1.42
Search