Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เมฆที่มองไม่เห็น

เมฆที่มองไม่เห็น

Published by Thalanglibrary, 2020-12-22 03:04:22

Description: รวมบทความเกี่ยวกับเมฆ พิมพ์ครั้งแรก 24 มิถุนายน 2555 สารบัญ - เมฆบ้า อิกคิวซัง - การดูเมฆเบื้องต้น - การทับศัพท์ชื่อเมฆเป็นภาษาไทย - เมฆในตำราพิชัยสงคราม - เมฆในพระไตรปิฎก พระคริสตธรรมคัมภีร์ และพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน - การดูทรงกลดเบื้องต้น - การเขียนทับศัพท์ halo แบบต่าง ๆ เป็นภาษาไทย

Search

Read the Text Version

เมฆท่เี กิดจากระเบดิ นวิ เคลยี ร์ทเี่ มอื ง Nagasaki ญี่ป่ นุ 9 สงิ หาคม 1945 ที่มา : http://en.wikipedia.org/wiki/File:Nagasakibomb.jpg asperatus 4 กมุ ภาพนั ธ์ 2008 Hanmer Springs นิวซีแลนด์ โดย Merrick Davies ท่มี า : http://cloudappreciationsociety.org/gallery/photo-03400/ 51

Kelvin-Helmholtz เหนืออา่ ว Jervis ออสเตรเลยี โดย Giselle Goloy ทีม่ า : http://cloudappreciationsociety.org/collecting/giselle-goloy/ Morning Glory 11 สงิ หาคม 2009 ใกล้ Burketown, Queensland ออสเตรเลยี โดย Mick Petroff ที่มา ; http://en.wikipedia.org/wiki/File:MorningGloryCloudBurketownFromPlane.jpg 52

โปสเตอร์รหสั เมฆ มจี าํ หนา่ ยที่ห้องสมดุ กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา บางนา กรุงเทพฯ ราคาแผน่ ละ 25 บาท พร้อมเอกสารประกอบ สอบถามโทร. 0 2366 9324 53

แผนภาพเมฆจดั ทําโดย องคก์ ารบริหารบรรยากาศและมหาสมทุ รแหง่ ชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration ยอ่ วา่ NOAA) และ องค์การบริหารการบินและอวกาศแหง่ ชาติ (National Aeronautics and Space Administration ยอ่ วา่ NASA) ประเทศ สหรัฐอเมริกา ดาวน์โหลด (ฟรี) ได้ท่ี http://science-edu.larc.nasa.gov/cloud_chart 54

แผนผงั รหสั เมฆ CL ทม่ี า : หนงั สอื International Cloud Atlas หน้า 99 55

แผนผงั รหสั เมฆ CM ท่ีมา : หนงั สอื International Cloud Atlas หน้า 100 56

แผนผงั รหสั เมฆ CH ท่ีมา : หนงั สอื International Cloud Atlas หน้า 101 57

จาํ นวนเมฆ เป็ นการบอกวา่ มเี มฆมากน้อยเทา่ ไหร่ ใช้ในการรายงานหรือพยากรณ์สภาพอากาศ การบอกจาํ นวนเมฆมี 2 แบบดงั นี ้ จาํ นวนเมฆ แบบท่ี 1 แบ่งท้องฟ้ าเป็ น 8 ส่วน* แบบท่ี 2 แบ่งท้องฟ้ าเป็ น 10 ส่วน** ท้องฟ้ าแจม่ ใส ไมม่ เี มฆ หรือมเี มฆน้อยกวา่ 1/8 ไมม่ ีเมฆ หรือมเี มฆน้อยกวา่ 1/10 ท้องฟ้ าโปร่ง มีเมฆมากกวา่ 1/8 – 2/8 มเี มฆมากกวา่ 1/10 – 3/10 ท้องฟ้ ามเี มฆบางสว่ น มีเมฆมากกวา่ 2/8 – 4/8 มีเมฆมากกวา่ 3/10 – 5/10 ท้องฟ้ ามเี มฆเป็ นสว่ นมาก หรือเมฆคล้มุ มีเมฆมากกวา่ 4/8 – 6/8 มีเมฆมากกวา่ 5/10 – 8/10 ท้องฟ้ ามเี มฆมาก หรือมเี มฆคล้มุ มาก มเี มฆมากกวา่ 6/8 – 7/8 มีเมฆมากกวา่ 8/10 – 9/10 เมฆเตม็ ท้องฟ้ า มีเมฆมากกวา่ 7/8 – 8/8 มเี มฆมากกวา่ 9/10 – 10/10 ท่ีมา : * การแบง่ ท้องฟ้ าเป็ น 8 สว่ นจาก นิยามศัพท์อตุ ุนิยมวิทยา จดั พมิ พ์โดย กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา พ.ศ. 2522 หน้า145-146 สามารถดไู ด้ที่เวบ็ ไซต์กรมอตุ นุ ยิ มวิทยา http://www.tmd.go.th/met_dict.php ** การแบง่ ท้องฟ้ าเป็ น 10 สว่ นจากเว็บไซต์กรมอุตนุ ิยมวทิ ยา http://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=29 สงั เกตวา่ ในเวบ็ ไซต์กรมอตุ นุ ิยมวทิ ยามใี ช้ทงั้ 2 แบบ 58

ตวั อยา่ งแผนทีอ่ ากาศ วนั ที่ 17 พฤษภาคม 2555 เวลา 7.00 น. ที่มา : เวบ็ ไซต์กรมอตุ นุ ยิ มวิทยา http://www.tmd.go.th/programs/uploads/maps/2012-05-17_TopChart_07.jpg ภาพขยายแผนท่ีอากาศ (รูปบน) บริเวณกรุงเทพฯ แสดงข้อมลู เมฆแลข้อมลู อน่ื ๆ 59

ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกดิ จากเมฆบางอย่างท่นี ่าสนใจ ฝน (rain) คือหยดนาํ ้ ท่ลี งมาจากเมฆ หมิ ะ (snow) คอื ผลกึ นาํ ้ แขง็ (ice crystal) ทีล่ งมาจากเมฆ ลูกเห็บ (hail) คอื ก้อนนาํ ้ แข็งท่ลี งมาจากเมฆ Cumulonimbus มกั เกิดตอนฝนฟ้ าคะนอง มฟี ้ าผา่ ฟ้ าแลบ ฟ้ าร้อง บางครัง้ อาจเหน็ ลกู เห็บมี ลกั ษณะหลายชนั้ ซ้อนกนั คล้ายหวั หอม ทรงกลด เราอาจแบง่ ทรงกลดเป็ น 2 ชนิดคือ 1. halo (เฮโล)่ 2. corona (คอโรนา) 1. ทรงกลดแบบ halo เกิดจากแสงอาทติ ย์หรือแสงจนั ทร์หกั เหหรือสะท้อนผลกึ นํา้ แขง็ ในเมฆ Cirrus, Cirrostratus, Altocumulus, Stratus (ที่เย็นจดั ) หรือยอดของ Cumulonimbus เรามกั เห็นเกดิ กบั เมฆ Cirrostratus เป็ นสว่ นใหญ่ halo นนั้ มีทงั้ แบบวงกลม, วงรี, เส้นโค้ง, เส้นตรง และจดุ halo ท่พี บบอ่ ย ทมี่ า : http://www.atoptics.co.uk/halo/common.htm 60

halo ทพ่ี บไมบ่ อ่ ย ทม่ี า : http://www.atoptics.co.uk/halo/unusual.htm ทรงกลดแบบผลกึ พีระมดิ (pyramidal crystal halo) เห็นเป็ นวงกลมหลายวงซ้อนกนั อยคู่ ล้ายหวั หอม เป็ นทรงกลดที่หายากชนดิ หนงึ่ 15 สงิ หาคม 2553 เวลา 15:57:37 น. อ.หางดง เชียงใหม่ กล้อง Canon PowerShot SX10 IS, 1/1250 วินาท,ี f/8, ISO 80 โดยผ้เู ขยี น อา่ นคําอธิบายภาพนเี ้พม่ิ เตมิ ได้ท่ี http://www.atoptics.co.uk/fz524.htm 61

2. ทรงกลดแบบ corona เป็ นวงสรี ุ้ง (อาจมีหลายชดุ แตม่ กั ไมเ่ กิน 3 ชดุ ) เกิดจากแสงอาทติ ย์, แสงจนั ทร์, แสงดาว หรือแสงไฟอื่น ๆ เลยี ้ วเบนผา่ นเมฆ, หมอก, ควนั หรืออากาศที่มหี ยดนาํ ้ หรืออนภุ าคขนาดเลก็ ลอยอยู่ บางครัง้ เราอาจเหน็ เพยี งวงชนั้ ในสดุ ของ corona เป็ นขอบแดงหรือนาํ ้ ตาลเรียกวา่ aureole (ออรีโอล) เมฆทที่ าํ ให้เกดิ corona ได้แก่ Cirrocumulus, Cirrostratus, Altocumulus, Altostratus, Stratocumulus, Stratus, และ Cumulus เรามกั เห็น corona เกดิ กบั Altocumulus เป็ นสว่ นใหญ่ corona 11 มีนาคม 2554 เวลา 12:12:21 น. อ.หางดง เชียงใหม่ กล้อง Canon PowerShot SX10 IS, 1/2500 วินาท,ี f/8, ISO 80 โดยผ้เู ขยี น aureole 23 สงิ หาคม 2011 เวลา 21:47:46 น., อ.หางดง เชียงใหม่ กล้อง Canon PowerShot SX10 IS, 1 วินาท,ี f/4.5, ISO 80, Day light โดยผ้เู ขยี น 62

เมฆสรี ุ้ง (iridescent cloud) เป็ นเมฆทม่ี ีสตี า่ ง ๆ คล้ายหอยมกุ (แตไ่ มใ่ ชเ่ มฆมกุ หรือ nacreous) เกิดจากแสงอาทติ ย์หรือแสงจนั ทร์เลยี ้ วเบน เมฆสรี ุ้งเกิดได้กบั เมฆ Cirrocumulus, Altocumulus และ Stratocumulus เมฆสรี ุ้ง 29 พฤษภาคม 2012 เวลา 18:24:00 น., ทิศตะวนั ตก, 1/640 วินาท,ี f/8, ISO 80, (ปรับแตง่ ให้เห็นชดั เจนขนึ ้ ) โดยผ้เู ขยี น Glory (กลอรี) วงสรี ุ้ง (อาจมีมากกวา่ 1 ชดุ ) รอบเงาบนเมฆหรือหมอกทอี่ ยตู่ าํ่ กวา่ ผ้สู งั เกต เช่น มองลงมาจากเคร่ืองบนิ , ภเู ขา ฯลฯ glory 31 มนี าคม 2012 โดย silyld ทม่ี า : http://www.flickr.com/photos/silyld/7157839896/ 63

รุ้ง (rainbow) เป็ นวงสตี า่ ง ๆ เกิดจากแสงอาทติ ย์หรือแสงจนั ทร์หกั เหและสะท้อนในหยดนาํ ้ ในอากาศ บางครัง้ เกิดมากกวา่ 1 วง วงชนั้ ในท่ีมีสชี ดั เจนเรียกวา่ รุ้งตวั แรกหรือรุ้งปฐมภมู ิ (primary rainbow) มีสมี ว่ งอยดู่ ้านในสดุ (40 องศา) แล้วเรียงลาํ ดบั สคี ราม, นํา้ เงิน, เขยี ว, เหลอื ง, แสด และแดง อยดู่ ้านนอกสดุ (42 องศา) บางครัง้ เราอาจเห็นอีกวงหนง่ึ อยถู่ ดั ออกมาจากรุ้งตวั แรกเรียกวา่ รุ้งตวั รอง, รุ้งตัวท่สี อง หรือรุ้งทตุ ยิ ภมู ิ (secondary rainbow) จะจางกวา่ และสลบั ลาํ ดบั สตี รงข้ามกบั รุ้งตวั แรก คอื สแี ดงอยดู่ ้านในสดุ (50 องศา) และสมี ว่ งอยดู่ ้าน นอกสดุ (54 องศา) นอกจากนยี ้ งั มรี ุ้งแบบอืน่ ๆ ดงั นี ้ รุ้งแบบตา่ ง ๆ ทมี่ า : http://www.atoptics.co.uk/bows.htm รุ้งจะเกิดฝั่งตรงข้ามกบั ดวงอาทติ ย์เสมอ ตวั อยา่ งเช่น ถ้าดวงอาทิตย์อยทู่ างทศิ ตะวนั ออก รุ้งจะเกิดทางทิศตะวนั ตก และเกิดเมอ่ื ดวงอาทติ ย์ อยสู่ งู จากขอบฟ้ าไมเ่ กิน 42 องศา (primary rainbow) ดวงอาทิตย์ยิ่งต่ํา รุ้งก็จะยง่ิ สงู และยงิ่ วงใหญ่ 64

ปรากฏการณ์ท่มี ีสตี า่ ง ๆ คล้ายสรี ุ้ง แตไ่ มใ่ ช่รุ้งกินนาํ ้ (rainbow) ท่ีมา : http://www.atoptics.co.uk/rainbows/notabow.htm รังสีครีพสั ควิ ลาร์ (crepuscular ray) เป็ นลาํ แสงท่ีเกิดจากเมฆบงั ดวงอาทิตย์ บางครงั้ อาจยาวข้ามท้องฟ้ า ลาํ แสงทศิ ตรงข้ามนนั้ จะเรียกวา่ anticrepuscular (แอนตคิ รีพสั ควิ ลาร์) crepuscular ray 7 มกราคม 2012 โดย James Brown ท่มี า ; http://en.wikipedia.org/wiki/File:Angel%27s-stairs.jpg 65

เงาเมฆ (cloud shadow) เป็ นเงาท่เี กิดจากเมฆบงั แสงอาทติ ย์ มี 2 แบบคือ เงาบนท้องฟ้ า และเงาบนพนื ้ เงาเมฆ 2 ชนั้ 4 สงิ หาคม 2006 Georgia สหรัฐอเมริกา โดย Tom Byron ที่มา : http://www.atoptics.co.uk/atoptics/rayim13.htm เงาเมฆบนทะเลอา่ ว Mexico, Florida สหรัฐอเมริกา โดย Kelly Johnson ทม่ี า : http://www.flickr.com/photos/duna12/4253457299/ 66

ฟ้ าแลบ (lightning), ฟ้ าร้อง (thunder) และฟ้ าผ่า (thunderbolt) ฟ้ าแลบและฟ้ าผา่ เป็ นกระแสไฟฟ้ าทเี่ กดิ จากเมฆ Cumulonimbus ฟ้ าร้องเป็ นเสยี งทเ่ี กิดจากฟ้ าแลบหรือฟ้ าผา่ ในหนงั สอื International Cloud Atlas เลม่ 1 หน้า 126 ได้แบง่ ฟ้ าแลบเป็ น 3 แบบคอื 1. ground discharges หรือ thunderbolt หรือฟ้ าผา่ เกิดระหวา่ งเมฆกบั พืน้ ดิน 2. cloud discharges หรือ sheet lightning หรือฟ้ าแลบเป็ นแผน่ เกิดในเมฆ 3. air discharges หรือ streak lightning หรือฟ้ าแลบเป็ นทางคดเคีย้ วแตกสาขาในอากาศ โดยไมล่ งพนื ้ ฟ้ าผา่ ตกึ 9 มถิ นุ ายน 2008 Atlanta สหรัฐอเมริกา โดย David Selby ที่มา : http://en.wikipedia.org/wiki/File:Atlanta_Lightning_Strike_edit1.jpg การป้ องกนั ตัวจากฟ้ าผ่า - ไมค่ วรอยใู่ ต้หรือใกล้เมฆ Cumulonimbus ท่มี ฟี ้ าคะนอง มฟี ้ าแลบ ฟ้ าร้อง ฟ้ าผา่ - อาจคาํ นวณระยะทางจากฟ้ าผา่ ถึงตวั เราได้โดยนบั หรือจบั เวลาระหวา่ งฟ้ าแลบและฟ้ าร้อง เนือ่ งจากแสงเดินทางเร็วกวา่ เสยี งมาก คอื แสงเดินทางได้ 299,792,458 เมตรตอ่ วินาที สว่ นเสยี งเดนิ ทาง 343 เมตรตอ่ วนิ าที ดงั นนั้ เราจงึ เหน็ ฟ้ าแลบกอ่ นได้ยนิ ฟ้ าร้อง เมอ่ื เห็นฟ้ าแลบให้เริ่มนบั หรือจบั เวลาจนได้ยินเสยี งฟ้ าร้อง นําเวลาท่ไี ด้มาหารด้วย 3 จะได้ระยะทางโดยประมาณเป็ นกิโลเมตร ตวั อยา่ งเช่น เวลาหา่ งระหวา่ งฟ้ าแลบและฟ้ าร้องเป็ น 30 วินาที หารด้วย 3 ได้ 10 หมายความวา่ ฟ้ าแลบหา่ งจากเราประมาณ 10 กิโลเมตร (ฟ้ าผา่ อาจเดนิ ทางได้ไกลถึง 40 กิโลเมตร) - ไมค่ วรอยใู่ นท่โี ลง่ , ทเ่ี ปี ยก หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ - เม่ืออยใู่ นทีโ่ ลง่ ควรนงั่ ยอง ๆ ไมค่ วรนอนราบกบั พนื ้ - ควรอยใู่ นอาคารหรือในรถยนต์ท่ปี ิ ดประตแู ละหน้าตา่ ง 67

เราอาจถา่ ยรูปหรือวดี โิ อเมฆไว้ด้วย ถ้าไมแ่ นใ่ จวา่ เมฆชื่ออะไรอาจเข้าไปโพสต์รูปใน Facebook ของชมรมคนรักมวลเมฆ, สถานีหางดง เชียงใหม่ หรือเว็บอน่ื ๆ ที่เกี่ยวกบั เมฆ หรือสง่ อเี มลมาถงึ ผมก็ได้ครับ บทความนถี ้ ้ามีสง่ิ ใดบกพร่องผิดพลาด หรือมีคําแนะนําใด ขอความกรุณาชว่ ยแจ้งให้ผ้เู ขยี นทราบ เพอ่ื จะได้แก้ไขปรับปรุงตอ่ ไป ขอบคณุ มากครับ ขอให้ทกุ คนมีความสขุ กบั การดเู มฆนะครับ (^_^) ดรู ูปขยายได้ท่ี Facebook ของสถานหี างดง เชียงใหม่ http://www.facebook.com/hangdongstation 1. รูปจากหนงั สอื International Cloud Atlas คลกิ Photos > See All > International Cloud Atlas หรือดทู ่ี http://www.facebook.com/media/set/?set=a.231538480230337.77760.179685445415641&type=3 2. รูปเมฆอ่ืน ๆ คลกิ Photos > See All > Cloud หรือดทู ี่ http://www.facebook.com/media/set/?set=a.236351309749054.78760.179685445415641&type=3 68

อ้างองิ หนงั สอื 1. International Cloud Atlas Volume I : manual on the observation of clouds and other meteors. Revised ed. Geneva : World Meteorological Organization, 1975. 2. International Cloud Atlas Volume II. Geneva : World Meteorological Organization, 1987. 3. Pretor-Pinne, Gavin. The cloud collector’s handbook. [London] : Sceptre, [2009]. 4. นิยามศัพท์อุตนุ ิยมวทิ ยา. กรุงเทพฯ : กรมอตุ นุ ิยมวิทยา, 2522. 5. บญั ชา ธนบญุ สมบตั ิ. Cloud guidebook คู่มือเมฆ และปรากฏการณ์บนท้องฟ้ า. กรุงเทพฯ : สารคด,ี 2554. 6. พจนานุกรมศัพท์ภมู ิศาสตร์ ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน. พิมพ์ครัง้ ที่ 4 แก้ไขเพม่ิ เติม. กรุงเทพฯ : ราชบณั ฑิตยสถาน, 2549. เว็บไซต์ 1. Atmospheric Optics http://www.atoptics.co.uk 2. The Cloud Appreciation Society http://cloudappreciationsociety.org Facebook http://www.facebook.com/cloudappreciationsociety 3. Clouds Online http://www.clouds-online.com 4. NASA S'COOL On-Line Cloud Chart http://science-edu.larc.nasa.gov/SCOOL/cldchart.html 5. NASA/NOAA Cloud Chart http://science-edu.larc.nasa.gov/cloud_chart 6. NOAA Cloud Classifications http://www.srh.weather.gov/srh/jetstream/synoptic/clouds_max.htm 7. NOAA weather map http://www.srh.weather.gov/srh/jetstream/synoptic/wxmaps.htm 8. WMO guide to meteorological instruments and methods of observation (WMO-No. 8), 2008 http://www.wmo.int/pages/prog/www/IMOP/publications/CIMO-Guide/CIMO_Guide-7th_Edition-2008.html 9. กรมอุตนุ ิยมวทิ ยา : ศพั ท์อตุ ุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th/met_dict.php 10. กรมอุตุนิยมวทิ ยา : ความรู้อุตุนิยมวทิ ยา : คาํ ศพั ท์อุตนุ ิยมวทิ ยา http://www.tmd.go.th/info/info.php?FileID=29 11. ชมรมคนรักมวลเมฆ http://cloudloverclub.com Facebook Group http://www.facebook.com/groups/128849467130754/ Facebook Page http://www.facebook.com/CloudLoverClub 12. สถานีหางดง เชียงใหม่ http://www.facebook.com/hangdongstation 69

การทบั ศัพท์ช่ือเมฆเป็ นภาษาไทย พมิ พ์ครัง้ แรก 28 มกราคม 2554, พมิ พ์ครัง้ ท่ี 11 ปรับปรุงแก้ไขและเพ่ิมเติม 24 มิถนุ ายน 2555 การศกึ ษาเร่ืองเมฆนนั้ สนกุ นา่ สนใจ และมีประโยชน์อยา่ งมากทงั้ สว่ นตวั และสว่ นรวม เป็ นเรื่องนา่ ยินดีทหี่ ลกั สตู รใหมข่ อง กระทรวงศกึ ษาธิการคอื หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ได้กําหนดให้นกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 5 และ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 1 เรียนเร่ืองเมฆ โดยหลกั สตู รนจี ้ ะใช้กับทกุ โรงเรียนตงั้ แต่ปี การศึกษา 2555 เป็ นต้นไป (กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ สาระท่ี 6 กระบวนการเปลยี่ นแปลงของโลก มาตรฐานข้อท่ี 1 ตวั ชีว้ ดั ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 5 ข้อที่ 1 รหสั ว 6.1 ป.5/1 “สาํ รวจ ทดลอง และอธิบายการเกิดเมฆ หมอก นาํ ้ ค้าง ฝน และลกู เห็บ” และตวั ชวี ้ ดั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 1 ข้อท่ี 3 รหสั ว 6.1 ม.1/3 “สงั เกต วเิ คราะห์ และอภิปรายการเกิดปรากฏการณ์ทางลมฟ้ าอากาศทม่ี ีผลตอ่ มนษุ ย์”) พืน้ ฐานการศกึ ษาทสี่ าํ คญั อยา่ งหนงึ่ คือภาษา นา่ เสยี ดายทีป่ ัจจบุ นั ยงั มีปัญหาความลกั ลน่ั ในการทบั ศพั ท์ช่ือเมฆเป็ นภาษาไทย คอื ช่ือเดยี วกนั แตเ่ ขยี นสะกดแตกตา่ งกนั จะเห็นได้จากหนงั สอื (โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ หนงั สอื เรียน) และเว็บไซตต์ า่ ง ๆ ทบั ศพั ท์แตกตา่ งกนั ทาํ ให้ เกิดความสบั สนวา่ ควรเขียนอยา่ งไรจึงจะถกู ต้องหรือใกล้เคยี งกบั การออกเสยี งในภาษาองั กฤษมากท่ีสดุ ปัญหานเี ้ป็ นปัญหาสาํ คญั ในการ เรียนการสอนทกุ ระดบั ตงั้ แตโ่ รงเรียนจนถงึ มหาวทิ ยาลยั เป็ นปัญหาท่เี กิดกบั ทงั้ ครูอาจารย์ผ้สู อนและผ้เู รียนโดยเฉพาะเดก็ ๆ ขอยกตวั อยา่ ง หนังสอื เรียน รายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปี ท่ี 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ตาม หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 จดั ทําโดย สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ. 2554 หน้า 93 และ หนังสอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 1 เล่ม 2 กลุ่มสาระการ เรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 จดั ทาํ โดย สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ. 2553 หน้า 19 หนงั สอื สองเลม่ นีแ้ ม้จะจดั ทาํ โดย สสวท. เหมือนกนั แตท่ บั ศพั ท์ช่ือเมฆ “Cirrus” และ “Stratus” ไว้แตกตา่ งกนั คอื ป.5 ใช้วา่ “เซอรัส” และ “สตราตสั ” สว่ น ม.1 ใช้ “ซรี ์รัส” และ “สเตรตสั ” แม้วา่ เร่ืองนีอ้ าจดเู ป็ นเร่ืองหยมุ หยิม เป็ นเรื่องเลก็ น้อย ดไู มค่ อ่ ยสาํ คญั ไร้สาระ เขยี นตา่ งกนั ไมเ่ หน็ เป็ นไร ขอให้เข้าใจตรงกนั ก็พอ แตเ่ ม่อื ลองค้นหาข้อมลู ทางอินเทอร์เนต็ ก็จะเหน็ ความสาํ คญั ได้ชดั เจนขนึ ้ ตวั อยา่ งเช่น เม่อื ใช้เวบ็ ไซต์ Google http://www.google.co.th พิมพ์คําวา่ “เซอรัส” (ใสเ่ คร่ืองหมายคาํ พดู ด้วยเพอ่ื ให้ผลตรงกบั คาํ ทต่ี ้องการมากท่ีสดุ ) จะได้ผลการค้นหา 76,300 รายการ แตถ่ ้าพมิ พ์คําวา่ “ซีร์รัส” จะได้ 10,500 รายการ หรือแตกตา่ งกนั ประมาณ 7 เทา่ ตวั (ค้นหาเมื่อวนั ที่ 10 กมุ ภาพนั ธ์ 2555 เวลา 14.30 น.) จะเห็นได้วา่ การ สะกดแตกตา่ งกนั นนั้ มผี ลเป็ นอยา่ งมาก ผลจากการค้นหาด้วย Google ข้างต้นนนั้ ไมอ่ าจใช้เป็ นหลกั เกณฑ์ตดั สนิ ได้เสมอไปวา่ ควรเลอื กใช้คาํ ใด เพราะต้องพิจารณาจาก เหตผุ ลอื่น ๆ ด้วย ดงั้ นนั้ จงึ เป็ นเพียงข้อมลู บอกให้เราทราบวา่ Google พบอะไร มากน้อยเทา่ ไหร่ เทา่ นนั้ เอง 70

ช่ือเมฆแบบสากลท่ีเราใช้กนั อยใู่ นปัจจบุ นั นีม้ ที ี่มาจากหนงั สอื \"Essay on the Modifications of Clouds\" ค.ศ. 1803 เขยี นโดย ลุก โฮเวริ ์ด (Luke Howard) นกั อตุ นุ ยิ มวิทยาสมคั รเลน่ ชาวองั กฤษ ตอ่ มามผี ้ปู รับปรุงเพม่ิ เติมช่ือเมฆตา่ ง ๆ จนในทีส่ ดุ องค์การ อุตนุ ิยมวทิ ยาโลก (World Meteorological Organization หรือยอ่ วา่ WMO) ซง่ึ เป็ นหนว่ ยงานหนง่ึ ของสหประชาชาติ ได้กาํ หนดนยิ ามชื่อ เมฆไว้เป็ นมาตรฐาน และจดั พิมพ์เป็ นหนงั สอื ชื่อ International Cloud Atlas เมื่อ ค.ศ. 1896 และปรับปรุงลา่ สดุ ค.ศ. 1975 (เลม่ 1) เป็ นคมู่ อื อ้างองิ สาํ คญั สาํ หรับนกั อตุ นุ ยิ มวทิ ยาทว่ั โลก สาํ หรับในประเทศไทยผมยงั ไมพ่ บวา่ เร่ิมมีการเรียกช่ือเมฆแบบสากลกนั ตงั้ แตเ่ มอ่ื ใด สนั นิษฐานวา่ เมอ่ื ครัง้ พลเรือเอก พระเจ้า บรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ ทรงริเริ่มงานอตุ นุ ยิ มวิทยาในประเทศไทย โดยได้มวี ชิ า อทุ กศาสตร์ ในโรงเรียนนายเรือ เมอ่ื พ.ศ. 2449 นา่ จะมกี ารเรียกช่อื เมฆแบบสากลในสมยั นนั้ ด้วย แตไ่ มท่ ราบวา่ เรียกกนั อยา่ งไรบ้าง ตอ่ มา พ.ศ. 2466 มีการตงั้ “แผนกอตุ นุ ยิ มศาสตร์ และสถิตกิ องรักษานาํ ้ กรมทดนาํ ้ ” ก็คงมีการเรียกชื่อเมฆด้วยเช่นกนั (ปัจจบุ นั แผนกดงั กลา่ วคอื กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยา สว่ นกรมทดนาํ ้ คอื กรมชลประทาน) เดมิ การทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษตา่ งคนตา่ งใช้หลกั เกณฑ์ของตนเอง จนกระทง่ั ราชบณั ฑิตยสถานได้กําหนดหลกั เกณฑก์ ารทบั ศพั ท์ ให้เป็ นมาตรฐานเดียวกนั เพ่อื ชว่ ยแก้ปัญหาความลกั ลน่ั และความสบั สนในการใช้ภาษา โดยครัง้ แรกได้มีประกาศสาํ นักนายกรัฐมนตรี เร่ืองบัญญัติศพั ท์ ฉบบั ท่ี 1 ใบแนบท่ี 1 วธิ ีทบั ศัพท์ เร่ิมใช้เม่อื วนั ที่ 24 กนั ยายน พ.ศ. 2485 ตอ่ มาปรับปรุงใหม่ และมีประกาศสาํ นัก นายกรัฐมนตรี เร่ือง หลกั เกณฑ์การทบั ศพั ท์ภาษาอังกฤษ ลงนามโดยนายกรัฐมนตรี วนั ท่ี 26 สงิ หาคม พ.ศ. 2532 ในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ที่ 106 ตอนท่ี 153 หน้า 439 วนั ท่ี 14 กนั ยายน 2532 หลกั เกณฑ์ดงั กลา่ วมีประโยชน์อยา่ งมาก นอกจากนรี ้ าชบณั ฑิตยสถานได้จดั ทาํ หนงั สอื พจนานุกรมศพั ท์ภมู ศิ าสตร์ ฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พมิ พ์ครงั้ แรก พ.ศ. 2516 แก้ไขปรับปรุงและเพิม่ เตมิ ลา่ สดุ พ.ศ. 2549 มกี ารบญั ญตั ิศพั ท์สาํ คญั เก่ียวกบั เมฆไว้ด้วย ทางกรมอตุ นุ ิยมวิทยาก็ได้จดั ทําหนงั สอื นิยามศัพท์อุตุนิยมวทิ ยา เม่ือ พ.ศ. 2522 มีชื่อเมฆตา่ ง ๆ จํานวนมาก และกรม อตุ นุ ิยมวิทยาได้นาํ คาํ ศพั ท์ตา่ ง ๆ ในหนงั สอื นีข้ นึ ้ เผยแพร่ในเว็บไซต์ด้วยที่ http://www.tmd.go.th/met_dict.php หนงั สอื นา่ สนใจอกี เลม่ หนงึ่ คือ Cloud Guidebook คู่มือเมฆและปรากฏการณ์บนท้องฟ้ า โดย ดร.บญั ชา ธนบญุ สมบตั ิ ผ้กู ่อตงั้ ชมรมคนรักมวลเมฆ จดั พมิ พ์โดย สาํ นกั พมิ พ์สารคดี พ.ศ. 2554 มชี ่ือและภาพประกอบจํานวนมาก ผมต้องขอออกตวั วา่ ไมใ่ ช่ผ้เู ชี่ยวชาญ เป็ นเพยี งผ้สู นใจเร่ืองเมฆคนหนง่ึ เทา่ นนั้ เรียนจบปริญญาตรีทางบรรณารักษศาสตร์ ซงึ่ ดจู ะไม่ เก่ียวข้องเทา่ ไหร่ แตท่ ีเ่ ขยี นเร่ืองนีก้ ็เพอื่ แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ ทางวชิ าการ และเป็ นความพยายามเลก็ ๆ อนั หนงึ่ ทจ่ี ะชว่ ยแก้ไขปัญหาความ ลกั ลนั่ และความสบั สนในการใช้ภาษาไทย ทงั้ หมดเป็ นความคิดเห็นสว่ นตวั ของผมคนเดียวเทา่ นนั้ คําทบั ศพั ท์บางคาํ ที่ผมนาํ เสนอในที่นี ้ยงั ไมไ่ ด้เป็ นท่นี ิยมใช้กนั แพร่หลายทว่ั ไป หากนาํ ไปใช้อาจมผี ้ไู มย่ อมรับ หรืออาจเข้าใจวา่ เขยี นผดิ อยา่ งไรก็ตามหากทา่ นเหน็ ด้วยกบั ผ้เู ขียนแม้ เพียงบางสว่ น และคิดวา่ นา่ จะมปี ระโยชน์บ้าง ก็ขอฝากให้ชว่ ยกนั ใช้ ชว่ ยกนั เผยแพร่ 71

บทความนีเ้ขยี นขนึ ้ ด้วยความรัก ไมม่ เี จตนาตาํ หนิผ้ใู ด ไมต่ ้องการให้ใครหรือองค์กรใดเสยี หาย และไมไ่ ด้เป็ นคําพพิ ากษาตดั สนิ ความถกู ผดิ ในการใช้ภาษา ผมต้องขออภยั อยา่ งยง่ิ หากมีข้อความใดทาํ ให้เกิดความรู้สกึ ดงั กลา่ ว ในเนือ้ หาทีพ่ ดู ถงึ ความลกั ลน่ั การสะกด ตา่ งกนั ไมไ่ ด้หมายความวา่ “ผิด บกพร่อง ไมด่ ี ไมร่ อบคอบ ไมน่ า่ เช่ือถือ” แตห่ มายความเพียงวา่ “ไมต่ รง” กบั หลกั เกณฑ์อนั หนงึ่ อนั ใดเทา่ นนั้ เอง ซงึ่ ในที่นีจ้ ําเป็ นต้องใช้หลกั เกณฑข์ องราชบณั ฑติ ยสถาน เพราะเป็ นมาตรฐาน หรืออาจกลา่ วได้วา่ เป็ นกฎหมายภาษา เนอื่ งจากต้อง ประกาศใช้ในราชกิจจานเุ บกษา มีนายกรัฐมนตรีเป็ นผ้ลู งนาม แตห่ ลกั เกณฑ์ของราชบณั ฑติ ยสถานไมใ่ ชห่ ลกั เกณฑ์ตายตวั ไมเ่ ปลย่ี นแปลง ดงั จะเหน็ ได้วา่ ราชบณั ฑิตยสถานพยายามปรับปรุงแก้ไขเพม่ิ เติมหลกั เกณฑ์ตา่ ง ๆ อยเู่ สมอ หากทา่ นพบข้อผดิ พลาด ข้อบกพร่อง หรือมีข้อเสนอแนะใด ขอความกรุณาแจ้งให้ผมทราบ เพ่อื จะได้แก้ไขปรับปรุงในโอกาสตอ่ ไป ขอขอบพระคณุ ลว่ งหน้ามา ณ โอกาสนี,้ ขอขอบพระคณุ ราชบณั ฑิตยสถาน ทจ่ี ดั ทาํ หลกั เกณฑ์ตา่ ง ๆ ด้วยความยากลาํ บากยาวนาน เพอื่ ประโยชน์ของประชาชนชาวไทย, ขอบพระคณุ กรมอตุ นุ ยิ มวทิ ยาทจ่ี ดั พมิ พ์หนงั สอื นยิ ามศพั ท์อตุ นุ ยิ มวทิ ยา หนงั สอื ดีมปี ระโยชน์มาก ผมใช้อยู่ บอ่ ย ๆ (ถ้าจะพิมพ์เผยแพร่ใหมก่ ็จะวเิ ศษเลยครับ), ขอบพระคณุ อาจารย์สนอง สาระพนั ธ์ุ ผ้อู ํานวยการสว่ นมาตรฐานการตรวจอากาศ สาํ นกั ตรวจและเฝ้ าระวงั สภาวะอากาศ กรมอตุ นุ ิยมวิทยา ท่ีให้ทงั้ ความเมตตาและให้ความรู้อนั มคี า่ ซงึ่ หาจากทอ่ี ืน่ ไมไ่ ด้, ขอบคณุ ดร.บญั ชา ธนบญุ สมบตั ิ ที่มีสว่ นสาํ คญั ให้ผมมาสนใจเร่ืองเมฆ, ขอบคณุ คณุ Luke Howard ท่ีช่วยตงั้ ชื่อเมฆ, ขอขอบคณุ องค์การ อตุ นุ ิยมวิทยาโลก (WMO) ทีท่ าํ หนงั สอื International Cloud Atlas เป็ นคมู่ อื ให้ผมใช้อยทู่ กุ วนั , ขอบคณุ คณุ Gavin Pretor-Pinney ผ้กู ่อตงั้ The Cloud Appreciation Society ทที่ ําหนงั สอื และเว็บไซต์ให้ความรู้เร่ืองเมฆอยา่ งนา่ สนใจ, ขอบคณุ นกั วชิ าการเรื่องเมฆทกุ ทา่ นทงั้ ชาวไทย และชาวตา่ งประเทศทวั่ โลก (คงไมส่ ามารถเอย่ นามได้หมดในทนี่ ี)้ ท่ีชว่ ยกนั แสวงหาและเผยแพร่ความรู้ และสดุ ท้ายแตไ่ มท่ ้ายสดุ ขอบคณุ คณุ จนั ทรา กิจเวช ภรรยาผ้นู า่ รัก ท่ีสนบั สนนุ และอยเู่ คียงข้างมาโดยตลอด 72

หลักเกณฑ์การทบั ศัพท์ช่ือเมฆ 1. ใช้ หลักเกณฑ์การทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษ ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2535 (ประกาศสาํ นกั นายกรัฐมนตรี เร่ือง หลกั เกณฑ์ การทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษ 26 สงิ หาคม พ.ศ. 2532 ในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ท่ี 106 ตอนท่ี 153 หน้า 439 วนั ที่ 14 กนั ยายน 2532) 2. t เม่อื เป็ นพยญั ชนะต้นใช้ ท ยกเว้น ta, ti, tis, to, tor, tus, st และอ่นื ๆ ทีร่ ะบไุ ว้ในหนงั สอื หลกั เกณฑ์การทบั ศพั ท์ภาษาองั กฤษ ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2535 หน้า 23 ให้ใช้ ต ตวั อยา่ งเชน่ “Altostratus” ใช้วา่ “แอลโตสเตรตสั ” ไมใ่ ช้ “แอลโทสเทรทสั ” 3. ถือวา่ ทงั้ หมดเป็ นคาํ ศัพท์ภาษาองั กฤษ ยกตวั อยา่ งเช่น “Cirrus” ไมท่ บั ศพั ท์ตามเสยี งรากเดิมภาษาละตนิ (Latin) วา่ “กิรุส” (Classical Latin) แตจ่ ะใช้ตามเสยี งในภาษาองั กฤษวา่ “ซรี ์รัส” ดรู ายละเอยี ดเพิ่มเตมิ ทข่ี ้อ 20 เร่ืองการออกเสยี งตวั อกั ษรละตนิ ใน ภาษาองั กฤษ 4. ใช้ภาษาองั กฤษสาํ เนียงอเมริกนั (American English) เป็ นหลกั สาํ หรับชื่อสกลุ เมฆ (genus) จะเปรียบเทียบสาํ เนียงอเมริกนั กบั สาํ เนียงทใ่ี ช้ในประเทศองั กฤษหรือสหราชอาณาจกั ร (British English) ไว้ด้วย 5. ใช้สทั อกั ษรสากล (International Phonetic Alphabet ยอ่ วา่ IPA) เป็ นหลกั ในการทบั ศพั ท์ สทั อกั ษรสากลเป็ นเคร่ืองหมาย มาตรฐานสากลในการถ่ายถอดเสยี งภาษาตา่ ง ๆ ในโลก กําหนดโดยสมาคมสทั ศาสตร์สากล (International Phonetic Association) เร่ิมใช้ตงั้ แต่ ค.ศ. 1888 และมีการปรับปรุงเรื่อยมา ลา่ สดุ ปรับปรุงเมือ่ ค.ศ. 2005 เคร่ืองหมายแตล่ ะตวั มกี ารออก เสยี งทีช่ ดั เจนตายตวั ตวั อยา่ งเชน่ “u” แทนเสยี ง “อ”ุ เสมอ 6. สทั อกั ษรสากลสาํ หรับช่ือสกลุ เมฆ ได้รวบรวมจากหนงั สอื และเว็บไซต์พจนานกุ รมภาษาองั กฤษ (dictionary) ทมี่ ีชื่อเสยี งของโลก โดยคดั เลอื กจากรายช่ือ Major English dictionaries ในเว็บไซต์ Wikipedia http://en.wikipedia.org/wiki/Dictionary#Major_English_dictionaries ดงั นคี ้ ือ (เรียงลาํ ดบั อกั ษรในแตล่ ะประเภท) American English dictionary: The American Heritage Dictionary of the English Language ค.ศ. 2000 http://ahdictionary.com Dictionary.com http://dictionary.reference.com เป็ นเว็บไซต์ท่ีรวบรวม dictionary ไว้ด้วยกนั หลายเลม่ Merriam-Webster’s Collegiate Dictionary ค.ศ. 1995 http://www.merriam-webster.com American and British English dictionary: Cambridge Advanced Learner’s Dictionary ค.ศ. 2010 http://dictionary.cambridge.org Oxford Advanced Learner’s Dictionary ค.ศ. 2010 http://oald8.oxfordlearnersdictionaries.com 7. นอกจากนยี ้ งั ได้ตรวจสอบจากหนงั สอื และเวบ็ ไซต์ dictionary อน่ื ๆ ด้วย แตไ่ มไ่ ด้นาํ มาลงไว้ในตาราง เนื่องจากข้อจํากดั เรื่องขนาด หน้ากระดาษ หากลงทงั้ หมดจะทาํ ให้ตวั หนงั สอื มขี นาดเลก็ อา่ นยาก และท่สี าํ คญั คอื การออกเสยี งเหมอื นหรือใกล้เคยี งกบั dictionary ในข้อ 6 อยแู่ ล้ว American English dictionary: Webster’s New World Dictionary ค.ศ. 1994 American and British English dictionary: Longman Dictionary of Contemporary English ค.ศ. 2010 http://www.ldoceonline.com Macmillan Dictionary http://www.macmillandictionary.com British dictionary: Collins Dictionary http://www.collinsdictionary.com English-Thai dictionary: พจนานุกรมองั กฤษ-ไทย SE-ED Modern English-Thai Dictionary โดย ดร.วิทย์ เทีย่ งบรู ณธรรม พ.ศ. 2541 73

8. สามารถฟังเสยี งได้จากเว็บไซต์ตา่ ง ๆ ในข้อ 6 และ 7 สาํ หรับผ้ทู ีไ่ มไ่ ด้ฝึกฝนการฟังเสยี งแบบวิชาสทั ศาสตร์ (Phonetics) มา โดยเฉพาะ อาจปรึกษากบั นกั ภาษาศาสตร์ผ้เู ช่ียวชาญเพอื่ ความถกู ต้อง 9. เพื่อความสะดวกสาํ หรับผ้ไู มม่ คี วามรู้หรือไมส่ นั ทดั เรื่องการอา่ นสทั อกั ษรสากล ในตารางช่องสทั อกั ษรสากลจึงทบั ศพั ท์ภาษาไทย ตามหลกั เกณฑ์ของราชบณั ฑิตยสถานไว้ให้ด้วย การทบั ศพั ท์นอี ้ าจทําให้เมอื่ อา่ นออกเสยี งแล้วจะแตกตา่ งจากการออกเสยี งใน ภาษาองั กฤษบ้างเลก็ น้อย ตวั อยา่ งเชน่ เมฆ Cirrus /ˈsɪrəs/ ออกเสยี งคล้าย “ซเิ ริส” แตเ่ มอ่ื ทบั ศพั ท์ตามหลกั เกณฑ์ของ ราชบณั ฑติ ยสถานจะได้เป็ น “ซรี ์รัส” 10. สาํ หรับ dictionary ทีใ่ ช้อ้างองิ ในข้อ 6 และ 7 จะมีเฉพาะช่ือสกลุ (genus) ของเมฆ ไมม่ ีช่ือชนดิ (species), พนั ธ์ุ (varieties), ลกั ษณะเสริม (supplementary feature), เมฆประกอบ (accessory cloud), เมฆแม่ (mother-cloud), เมฆพเิ ศษ (special cloud) และเมฆอืน่ ๆ ถ้ามบี ้างก็เพยี งบางชื่อ ยกเว้น Dictionary.com ทีม่ ีชื่อเมฆตา่ ง ๆ เกือบครบถ้วน ดงั นนั้ ในทนี่ จี ้ ะใช้สทั อกั ษรสากลของ Dictionary.com เป็ นหลกั 11. The American Heritage Dictionary และ Merriam-Webster’s Collegiate Dictionary นนั้ ไมไ่ ด้ใช้สทั อกั ษรสากล (IPA) แตใ่ ช้ ระบบการอา่ นออกเสยี งของตวั เอง เพ่อื ความสะดวกในการเปรียบเทียบจงึ ได้แปลงมาใช้สทั อกั ษรสากลทงั้ หมด โดยใช้หลกั เกณฑ์ จาก Wikipedia http://en.wikipedia.org/wiki/Pronunciation_respelling_for_English 12. สาํ หรับ Dictionary.com แม้วา่ จะมีทงั้ ระบบการอา่ นออกเสยี งของตวั เองและสทั อกั ษรสากลด้วย แตส่ ทั อกั ษรสากลทใี่ ช้มีการ ปรับเปลย่ี นเองบางตวั ในท่ีนจี ้ งึ ได้ปรับให้ตรงกบั สทั อกั ษรสากลของสมาคมสทั ศาสตร์สากล 5 ตวั คือ /y/, /ɑ/, /i/, /ɜr/ และ /u/ ปรับเป็ น /j/, /ɑː/, /iː/, /ɜːr/ และ /uː/ ดตู ารางการใช้สทั อกั ษรสากลของ Dictionary.com ได้ที่ http://content.dictionary.com/help/dictionary/luna/IPA_pron_key.html 13. ช่อง “นิยามศพั ท์อตุ นุ ิยมวิทยา” คือคาํ ทใี่ ช้ในหนงั สอื นิยามศพั ท์อุตุนิยมวทิ ยา จดั ทําโดย กรมอตุ นุ ยิ มวิทยา พ.ศ. 2522 14. ช่อง “พจนานกุ รมศพั ท์ภมู ิศาสตร์” คือคาํ ทใี่ ช้ในหนงั สอื พจนานุกรมศพั ท์ภมู ิศาสตร์ ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2549 15. ช่อง “พจนานกุ รมองั กฤษ-ไทย SE-ED” คือคําทใ่ี ช้ในหนงั สอื พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย SE-ED Modern English-Thai Dictionary โดย ดร.วทิ ย์ เทีย่ งบรู ณธรรม พ.ศ. 2541 16. ชอ่ ง “คมู่ ือเมฆ” คือ คาํ ท่ีใช้ในหนงั สอื Cloud Guidebook ค่มู ือเมฆและปรากฏการณ์บนท้องฟ้ า โดย ดร.บญั ชา ธนบญุ สมบตั ิ พ.ศ. 2554 17. ช่อง “สถานหี างดง” เป็ นคําท่ีใช้โดยสถานีหางดง เชยี งใหม่ ทบั ศพั ท์โดยผมเอง 18. พยายามรักษาการทบั ศพั ท์แบบเดิมในหนงั สอื นยิ ามศพั ท์อตุ นุ ยิ มวทิ ยา, พจนานกุ รมศพั ท์ภมู ศิ าสตร์, พจนานกุ รมองั กฤษ-ไทย SE- ED และคมู่ อื เมฆ แตอ่ าจปรับสระหรือพยญั ชนะบ้างเลก็ น้อย เพอื่ ให้ใกล้เคียงกบั เสยี งในภาษาองั กฤษมากยง่ิ ขนึ ้ 19. คาํ ท่อี อกเสยี งได้มากกวา่ หนง่ึ จะเลอื กเพียงเสยี งเดียวตามหนงั สอื นิยามศพั ท์อตุ นุ ยิ มวทิ ยา, พจนานกุ รมศพั ท์ภมู ศิ าสตร์, พจนานกุ รมองั กฤษ-ไทย SE-ED และคมู่ ือเมฆ ตวั อยา่ งเช่น Stratus สามารถออกเสยี งได้ 3 แบบคอื “สตราตสั ”, “สเตรตสั ” และ “สแตรตสั ” ในท่ีนีจ้ ะเลอื ก “สเตรตสั ” ตามหนงั สอื ดงั กลา่ ว 20. เมฆ Cirrus ใน dictionary ทกุ เลม่ ทงั้ แบบ American และ British English ออกเสยี งคาํ นตี ้ รงกนั หมดเป็ น /ˈsɪrəs/ ทบั ศพั ท์ได้เป็ น “ซีร์รัส” กรณีทม่ี ผี ้ทู บั ศพั ท์เป็ น “เซอรัส” หรือ “เซอร์รัส” สนั นิษฐานวา่ อาจเทยี บเคยี งการออกเสยี งกบั คาํ ที่ขนึ ้ ต้นวา่ cir- คาํ อ่ืน ๆ ซง่ึ สว่ นใหญ่ออกเสยี ง /sɜːr/ “เซอร์” เชน่ circus /ˈsɜːrkəs/ “เซอร์คสั ”, circle /ˈsɜːrkəl/ “เซอร์เคิล” ฯลฯ การออกเสยี งอกั ษรละตินนนั ้ มหี ลายแบบ แตกตา่ งกนั ไปตามยคุ สมยั และประเทศตา่ ง ๆ ตวั อยา่ งเชน่ ถ้าออกเสยี งภาษาละตินแบบคลาสสกิ (Classical Latin) หรือแบบที่พดู กนั ในสมยั อาณาจกั รโรมนั โบราณ เม่อื ประมาณศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล ถงึ คริสต์ศตวรรษท่ี 2 หรือประมาณ 1,900-2,100 ปี ท่แี ล้ว คําวา่ Cirrus จะทบั ศพั ท์เป็ น “กิรุส” แม้วา่ การออกเสยี งตวั อกั ษรละตินในภาษาองั กฤษปัจจบุ นั อาจทบั ศพั ท์ Cirrus เป็ น “เซอรัส”, “เซอร์รัส”, “เซอรุส” หรือ “เซอร์รุส” แตเ่ ป็ นเสยี งทไี่ มม่ ีปรากฏอยใู่ น dictionary ภาษาองั กฤษเลม่ ใดเลย 74

ดตู ารางการออกเสยี งตวั อกั ษรละตนิ ในภาษาตา่ ง ๆ ได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Latin_regional_pronunciation และการออกเสยี งคาํ ภาษาละตินในภาษาองั กฤษท่ี http://en.wikipedia.org/wiki/Traditional_English_pronunciation_of_Latin 21. ช่ือเมฆทม่ี รี ากศพั ท์ cirrus ผนั เป็ น cirro- คือเมฆ Cirrocumulus และ Cirrostratus มีผ้ทู บั ศพั ท์เป็น “เซอโรควิ มลู สั ”, “เซอร์โร ควิ มลู สั ”, “เซอโรสเตรตสั ”, “เซอร์โรสเตรตสั ”, “เซอโรสตราตสั ” หรือ “เซอร์โรสตราตสั ” ก็เชน่ เดียวกบั เหตผุ ลในข้อ 20 22. เมฆ Cumulus มีผ้ทู บั ศพั ท์เป็ น “ควิ มลู สั ” นนั้ ไมต่ รงกบั กลกั เกณฑ์ของราชบณั ฑติ ยสถาน เนอ่ื งจาก dictionary ภาษาองั กฤษทกุ เลม่ ทงั้ แบบ American และ British English ออกเสยี งคํานตี ้ รงกนั หรือใกล้เคยี งกนั ทบั ศพั ทต์ ามสทั อกั ษรสากล /ˈkjuːmjələs/ ได้ เป็ น “คิวมิวลสั ” ไมใ่ ช่ “ควิ มลู สั ” อาจเปรียบเทยี บคาํ นีก้ บั คําวา่ computer /kəmˈpjuːtər/ ท่ที บั ศพั ท์เป็ น “คอมพวิ เตอร์” ไมใ่ ช้ “คอม พเู ตอร์” แม้วา่ จะมผี ้ใู ช้คาํ วา่ “ควิ มลู สั ” เป็ นจํานวนมากและเป็ นเวลานานมากกวา่ 30 ปี แล้ว แตก่ ็ไมส่ ายเกินไปทีจ่ ะแก้ไขให้ถกู ต้อง ตามหลกั เกณฑ์ของราชบณั ฑติ ยสถาน ซงึ่ ยอ่ มเกิดผลดมี ากกวา่ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ สาํ หรับเด็ก ๆ 23. เมฆทม่ี คี าํ วา่ cumulus ประกอบคอื Cirrocumulus, Altocumulus และ Stratocumulus และเมฆท่มี ีรากศพั ท์ cumulus ผนั เป็ น cumulo- คือ Cumulonimbus ในทนี่ ไี ้ ด้แก้ไขด้วยเชน่ กนั 24. การเรียงลาํ ดบั ช่ือเมฆใช้หลกั เกณฑ์ตามตารางในหนงั สอื International Cloud Atlas ขององค์การอตุ นุ ิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization- WMO) เลม่ 1 ปี 1975 หน้า 14 (ไมไ่ ด้เรียงตามลาํ ดบั อกั ษร) 25. ได้ปรับเปลยี่ นศพั ท์บญั ญตั ิบางคาํ ที่ใช้ในหนงั สอื นยิ ามศพั ท์อตุ นุ ยิ มวทิ ยาและคมู่ ือเมฆ โดยมีเหตผุ ลดงั นี ้ Cloud classification ใช้วา่ “การจดั หมเู่ มฆ” ตามวิชาบรรณารักษศาสตร์ท่แี ปล classification วา่ “การจดั หม”ู่ คําวา่ classification นอี ้ าจใช้ตามหนงั สอื ศัพท์พฤกษศาสตร์ องั กฤษ-ไทย ไทย-องั กฤษ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2546 และพจนานุกรมศพั ท์ธรณีวทิ ยา ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2544 ที่ใช้วา่ “การจําแนก” แตโ่ ดยสว่ นตวั แล้ว ผมชอบเสยี งและ ความหมายของคําวา่ “การจดั หมเู่ มฆ” มากกวา่ Genus (รูปพหพู จน์คอื genera), Species และ Varieties ใช้วา่ “สกลุ ”, \"ชนิด\" และ \"พนั ธ์\"ุ ตามหนงั สอื ศพั ท์พฤกษศาสตร์ องั กฤษ-ไทย ไทย-อังกฤษ ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2546 เน่อื งจากการแบง่ หมวดหมเู่ มฆนนั้ มีลกั ษณะคล้ายการแบง่ หมวดหมรู่ ะบบอนกุ รมวธิ าน (taxonomy) ของสงิ่ มีชวี ติ ตา่ ง ๆ (พดู อีกอยา่ งได้วา่ เมฆเหมือนสง่ิ มีชีวติ ) นอกจากนใี ้ นหนงั สอื นิยาม ศพั ท์อตุ นุ ิยมวทิ ยาได้บญั ญตั ศิ พั ท์ varieties วา่ “ชนดิ ” ทําให้เกิดความลกั ลน่ั และความสบั สนกบั การบญั ญตั ศิ พั ท์คําวา่ species ของราชบณั ฑติ ยสถานวา่ “ชนดิ ” ซาํ ้ ซ้อนกนั Accessory clouds ใช้วา่ “เมฆประกอบ” เพื่อให้สนั้ กระชบั มากกวา่ “เมฆทม่ี าผสม (เพ่มิ เตมิ )” และ “เมฆตวั ประกอบ” Mother-clouds ใช้วา่ “เมฆแม”่ ซง่ึ ตรงกบั คาํ ศพั ทเ์ ดมิ ภาษาองั กฤษมากกวา่ คําวา่ “เมฆดงั้ เดิม” คาํ ศัพท์ นิยามศพั ท์อุตนุ ิยมวทิ ยา คู่มอื เมฆ สถานีหางดง Cloud classification การจดั แบง่ แยกเมฆ การจดั จําแนกเมฆ การจดั หมเู่ มฆ Genus (รูปพหพู จน์คอื genera) ตระกลู สกลุ สกลุ Species ประเภท ชนดิ ชนดิ Varieties ชนิด พนั ธ์ุ พนั ธ์ุ Supplementary features ลกั ษณะเสริม ลกั ษณะเสริม ลกั ษณะเสริม Accessory clouds เมฆท่ีมาผสม (เพม่ิ เตมิ ) เมฆตวั ประกอบ เมฆประกอบ Mother-clouds เมฆดงั้ เดิม เมฆดงั้ เดิม (หรือ เมฆแม)่ เมฆแม่ Special clouds เมฆพเิ ศษ เมฆพเิ ศษ เมฆพเิ ศษ 75

ตารางเปรียบเทยี บสทั อกั ษรสากลของ dictionary ต่าง ๆ เมฆ British and American English Dictionary American English Cirrus Dictionary.com Cirrocumulus Cambridge Oxford American Heritage Merriam-Webster Cirrostratus US UK+US UK+US US US Altocumulus ˈsɪrəs ˈsɪrəs Altostratus ˈsɪrəs ˈsɪrəs ˈsɪrəs ซรี ์รัส ซีร์รัส ซีร์รัส ซีร์รัส ซีร์รัส US US UK UK ˌsɪroʊˈkjuːmjələs US ˌsɪroʊˈkjuːmjələs ˌsɪrəʊˈkjuːmjələs ˌsɪrəʊˈkjuːmjələs ซีร์โรควิ มวิ ลสั ˌsɪroʊˈkjuːmjələs ซีร์โรควิ มวิ ลสั US US ซีร์โรควิ มวิ ลสั ˌsɪroʊˈkjuːmjələs ˌsɪroʊˈkjuːmjələs ซีร์โรคิวมวิ ลสั ซีร์โรควิ มวิ ลสั UK UK US US US ˌsɪrəʊˈstrɑːtəs ˌsɪrəʊˈstrɑːtəs ˌsɪroʊˈstreɪtəs ˌsɪroʊˈstreɪtəs ˌsɪroʊˈstreɪtəs US ˌsɪrəʊˈstreɪtəs ˌsɪroʊˈstrætəs ˌsɪroʊˈstrætəs ˌsɪroʊˈstrætəs ˌsɪroʊˈstreɪtəs US ซีร์โรสเตรตสั ซีร์โรสเตรตสั ซรี ์โรสเตรตสั ซรี ์โรสแตรตสั ซรี ์โรสแตรตสั ซีร์โรสแตรตสั ซรี ์โรสตราตสั ˌsɪroʊˈstrɑːtəs ซรี ์โรสเตรตสั ˌsɪroʊˈstreɪtəs ซรี ์โรสตราตสั ซรี ์โรสเตรตสั UK UK US US US ˌæltəʊˈkjuːmjələs ˌæltəʊˈkjuːmjʊləs ˌæltoʊˈkjuːmjələs ˌæltoʊˈkjuːmjələs ˌæltoʊˈkjuːmjələs US US แอลโตควิ มวิ ลสั แอลโตควิ มวิ ลสั แอลโตคิวมวิ ลสั ˌæltoʊˈkjuːmjələs ˌæltoʊˈkjuːmjʊləs แอลโตควิ มวิ ลสั แอลโตคิวมวิ ลสั UK UK US US US ˌæltəʊˈstrɑːtəs ˌæltəʊˈstrɑːtəs ˌæltoʊˈstreɪtəs ˌæltoʊˈstreɪtəs ˌæltoʊˈstreɪtəs US ˌæltəʊˈstreɪtəs ˌæltoʊˈstrætəs ˌæltoʊˈstrætəs ˌæltoʊˈstrætəs ˌæltoʊˈstrɑːtəs US แอลโตสเตรตสั แอลโตสเตรตสั แอลโตสเตรตสั แอลโตสแตรตสั แอลโตสแตรตสั แอลโตสแตรตสั ˌæltoʊˈstreɪtəs ˌæltoʊˈstrɑːtəs, แอลโตสตราตสั æltoʊˈstreɪtəs แอลโตสเตรตสั แอลโตสตราตสั แอลโตสเตรตสั 76

เมฆ Cambridge Oxford American Heritage Dictionary.com Merriam-Webster Nimbostratus UK UK US US US ˌnɪmboʊˈstreɪtəs ˌnɪmboʊˈstreɪtəs nɪmbəʊˈstrɑːtəs ˌnɪmbəʊˈstrɑːtəs ˌnɪmboʊˈstrætəs ˌnɪmboʊˈstrætəs ˌnɪmboʊˈstreɪtəs US ˌnɪmbəʊˈstreɪtəs นมิ โบสเตรตสั นิมโบสเตรตสั ˌnɪmboʊˈstrætəs นมิ โบสแตรตสั นิมโบสแตรตสั nɪmbɔʊˈstrætəs US นิมโบสเตรตสั นมิ โบสแตรตสั นมิ โบสตราตสั ˌnɪmboʊˈstreɪtəs นิมโบสแตรตสั ˌnɪmboʊˈstrætəs Stratocumulus UK US US US นิมโบสตราตสั ˈstrætəʊ ˌkjuːmjələs นมิ โบสเตรตสั ˌstreɪtoʊˈkjuːmjələs ˌstreɪtoʊˈkjuːmjələs ˌstreɪtoʊˈkjuːmjələs นิมโบสแตรตสั US ˌstrætoʊˈkjuːmjələs ˌstrætoʊˈkjuːmjələs ˌstrætoʊˈkjuːmjələs UK ˌstrætoʊˈkjuːmjələs สเตรโตคิวมวิ ลสั สเตรโตคิวมวิ ลสั สเตรโตคิวมิวลสั ˌstrætəʊˈkjuːmjələs สแตรโตควิ มวิ ลสั สแตรโตคิวมวิ ลสั สแตรโตควิ มวิ ลสั สแตรโตควิ มวิ ลสั US Stratus UK US US US ˌstreɪtoʊˈkjuːmjələs Cumulus ˈstreɪtəs ˌstrætoʊˈkjuːmjələs ˈstreɪtəs ˈstreɪtəs ˈstreɪtəs Cumulonimbus US สเตรโตควิ มวิ ลสั ˈstrætəs ˈstrætəs ˈstrætəs สแตรโตควิ มวิ ลสั ˈstreɪt ̬əs สเตรตสั สเตรตสั สเตรตสั UK+US สแตรตสั สแตรตสั สแตรตสั สเตรตสั ˈstrɑːtəs US US US UK+US ˈstreɪtəs ˈkjuːmjələs ˈkjuːmjələs ˈkjuːmjələs ˈkjuːmjʊləs สตราตสั คิวมวิ ลสั ควิ มวิ ลสั ควิ มวิ ลสั ควิ มวิ ลสั สเตรตสั US US US UK UK+US ˌkjuːmjəloʊˈnɪmbəs ˌkjuːmjəloʊˈnɪmbəs ˌkjuːmjəloʊˈnɪmbəs ˌkjuːmjələʊˈnɪmbəs ˈkjuːmjələs ควิ มวิ โลนมิ บสั คิวมวิ โลนิมบสั คิวมวิ โลนิมบสั US คิวมวิ ลสั ˌkjuːmjəloʊˈnɪmbəs UK ควิ มวิ โลนิมบสั ˌkjuːmələʊˈnɪmbəs US ˌkjuːməloʊˈnɪmbəs ควิ มโู ลนิมบสั UK คอื British English ภาษาองั กฤษทใ่ี ช้ในประเทศองั กฤษ (United Kingdom) US คอื American English ภาษาองั กฤษทีใ่ ช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา (United States) UK+US คือใช้เหมือนกนั ทงั้ British และ American English 77

Genera (สกุล) เมฆ สัทอกั ษรสากล นิยามศัพท์ พจนานุกรม พจนานุกรม คู่มอื เมฆ สถานีหางดง อุตุนิยมวทิ ยา องั กฤษ-ไทย ซรี ์รัส ซรี ์รัส Cirrus ˈsɪrəs ซีร์รัส ศัพท์ภมู ิศาสตร์ Cirrocumulus SE-ED Cirrostratus ซรี ์รัส ซีร์รัส เซอรัส Altocumulus ˌsɪrəʊˈkjuːmjələs ซีร์โรควิ มลู สั ซีร์โรควิ มลู สั เซอโรคิวมิวลสั ซีร์โรคิวมลู สั ซีร์โรควิ มวิ ลสั Altostratus ˌsɪroʊˈkjuːmjələs ซีร์โรสเตรตสั ซรี ์โรสเตรตสั เซอโรสเทรทสั ซีร์โรสเตรตสั ซีร์โรสเตรตสั Nimbostratus ซีร์โรคิวมวิ ลสั แอลโตคิวมลู สั แอลโตควิ มลู สั แอลโตคิวมลู สั แอลโตควิ มวิ ลสั แอลโตสเตรตสั แอลโตสเตรตสั แอลโตสเตรตสั แอลโตสเตรตสั ˌsɪrəʊˈstrɑːtəs นิมโบสเตรตสั นิมโบสเตรตสั นมิ โบสเตรตสั นิมโบสเตรตสั ˌsɪroʊˈstrɑːtəs ˌsɪrəʊˈstreɪtəs ˌsɪroʊˈstreɪtəs ˌsɪroʊˈstrætəs ซรี ์โรสตราตสั ซรี ์โรสเตรตสั ซีร์โรสแตรตสั ˌæltəʊˈkjuːmjʊləs ˌæltəʊˈkjuːmjələs ˌæltoʊˈkjuːmjʊləs ˌæltoʊˈkjuːmjələs แอลโตคิวมวิ ลสั ˌæltəʊˈstrɑːtəs ˌæltoʊˈstrɑːtəs ˌæltəʊˈstreɪtəs ˌæltoʊˈstreɪtəs ˌæltoʊˈstrætəs แอลโตสตราตสั แอลโตสเตรตสั แอลโตสแตรตสั ˌnɪmbəʊˈstrɑːtəs ˌnɪmbəʊˈstreɪtəs ˌnɪmboʊˈstreɪtəs ˌnɪmboʊˈstrætəs นิมโบสตราตสั นมิ โบสเตรตสั นิมโบสแตรตสั 78

เมฆ สทั อกั ษรสากล นิยามศัพท์ พจนานุกรม พจนานุกรม คู่มือเมฆ สถานีหางดง Stratocumulus อุตนุ ิยมวทิ ยา อังกฤษ-ไทย สเตรโตคิวมลู สั สเตรโตคิวมิวลสั ศพั ท์ภูมิศาสตร์ Stratus ˌstreɪtoʊˈkjuːmjələs สเตรโตควิ มลู สั SE-ED สเตรตสั สเตรตสั สเตรตสั สแตรโทคิวมลู สั สเทรโทคิวมวิ ลสั Cumulus ˌstrætəʊˈkjuːmjələs ควิ มลู สั ควิ มวิ ลสั Cumulonimbus ควิ มลู สั สเตรตสั ควิ มวิ ลสั ควิ มโู ลนิมบสั ควิ มวิ โลนมิ บสั ˌstrætoʊˈkjuːmjələs ควิ มโู ลนิมบสั คิวมวิ โลนมิ บสั คิวมลู สั สเตรโตคิวมวิ ลสั คิวมโู ลนิมบสั สแตรโตคิวมวิ ลสั ˈstrɑːtəs ˈstreɪtəs ˈstrætəs สตราตสั สเตรตสั สแตรตสั ˈkjuːmjələs ˈkjuːmjuləs ˈkjuːmjʊləs คิวมวิ ลสั ˌkjuːmələʊˈnɪmbəs ˌkjuːməloʊˈnɪmbəs ˌkjuːmjəloʊˈnɪmbəs ˌkjuːmjuːloʊˈnɪmbəs คิวมโู ลนมิ บสั คิวมวิ โลนมิ บสั * ในพจนานกุ รมศพั ท์ภมู ศิ าสตร์ทบั ศพั ท์ Stratocumulus วา่ “สแตรโทควิ มลู สั ” ไมต่ รงกบั หลกั เกณฑ์ของราชบณั ฑิตยสถานคือ to จะทบั ศพั ท์เป็ น “โต” ** เมฆ Cumulonimbus เลอื กใช้ “คิวมวิ โลนิมบสั ” เนอื่ งจาก dictionary ทงั้ หมดทบั ศพั ท์ได้เช่นนนั้ ยกเว้นเพียงเลม่ เดยี วคอื Oxford Advanced Learner’s Dictionary ทที่ บั ศพั ท์เป็ น “คิวมโู ลนมิ บสั ” และเฉพาะ Cumulonimbus ของ Oxford เทา่ นนั้ ที่ “cumu-“ ทบั ศพั ท์เป็ น “คิวม-ู “ สว่ นคําอ่นื ๆ ท่ีมี Cumulus ประกอบ จะทบั ศพั ท์เป็ น “ควิ มิวลสั ” ตามสทั อกั ษรสากลท่ปี รากฏในหนงั สอื และเว็บไซต์ของ Oxford 79

Species (ชนิด) เมฆ สทั อกั ษรสากล นิยามศัพท์ พจนานุกรมศัพท์ คู่มือเมฆ สถานีหางดง fibratus อุตุนิยมวทิ ยา ภมู ิศาสตร์ ไฟเบรตสั uncinus faɪˈbreɪtəs ไฟเบรตสั อนั ไซนสั spissatus ไฟเบรตสั สปิ สเซตสั castellanus ไฟเบรตสั แคสเทลเลนสั floccus อนั ไซนสั อนั ไซนสั ฟลอกคสั stratiformis ʌnˈsaɪnəs สแตรติฟอร์มิส nebulosus สปี สซาตสั สปิ สเซตสั เนบวิ โลซสั lenticularis อนั ไซนสั เลนติคิวลาริส fractus แคสเตลลานสั เมฆรูปหอคอย แคสเทลเลนสั แฟรกตสั humilis spɪˈseɪtəs ฮิวมลิ สิ ฟลอคคสั ฟลอกคสั mediocris สปิ สเซตสั congestus สเตรติฟอร์มสิ สแตรตฟิ อร์มิส calvus ˌkæstlˈeɪnəs capillatus เนบโู ลซสั เนบิวโลซสั แคสเทลเลนสั เลนตคิ ลู าริส เมฆรูปเลนส์ เลนตคิ วิ ลาริส ˈflɒkəs แฟรคตสั เมฆขาดวนิ่ แฟรกตสั ฟลอกคสั ฮิวมิลสิ ฮิวมิลสิ ฮิวมลิ สิ ˌstrætəˈfɔrmɪs มีดิโอคริส แคพลิ ลาตสั มีดโิ อคริส มีดโี อคริส สแตรตฟิ อร์มสิ คอนเจสตสั คอนเจสตสั คอนเจสตสั แคลวสั แคลวสั แคลวสั ˌnɛbjəˈloʊsəs แคพลิ เลตสั แคพลิ เลตสั แคพิลเลตสั เนบิวโลซสั ˈfræktəs แฟรกตสั ˈhjuːməlɪs ˈjuːməlɪs ฮิวมลิ สิ ยมู ิลสิ ˌmiːdiːˈoʊkrɪs มีดีโอคริส ˈkælvəs แคลวสั ˌkæpəˈleɪtəs แคพลิ เลตสั * มี 2 คาํ ทีไ่ มม่ ีใน Dictionary.com จงึ เทยี บกบั คาํ ทีใ่ กล้เคยี งดงั นี ้ lenticurais เทียบเคยี งกบั lenticular /lɛnˈtɪkjələr/ congestus เทยี บเคยี งกบั congest /kənˈdʒɛst/ 80

Varieties (พนั ธ์ุ) เมฆ สัทอกั ษรสากล นิยามศัพท์ พจนานุกรมศพั ท์ คู่มอื เมฆ สถานีหางดง intortus อุตุนิยมวทิ ยา ภมู ศิ าสตร์ อินตอร์ตสั vertebratus ɪnˈtɔrtəs อนิ ทอร์ตสั undulatus อนิ ทอร์ตสั อินตอร์ตสั radiatus เวอร์ทิเบรตสั เวอร์ทีเบรตสั เวอร์ทเิ บรตสั lacunosus ˌvɜːrtəˈbreɪtəs duplicatus อนั ดเู ลตสั อนั ดเู ลตสั อนั ดเู ลตสั เวอร์ทิเบรตสั translucidus เรดเิ อตสั เรดิเอตสั เรดเี อตสั ˌʌnduːˈleɪtəs perlucidus ˌʌndjuːˈleɪtəs ลาคิวโนซสั ลาคิวโนซสั ลาคิวโนซสั opacus ดพุ ลเิ คตสั ดพู ลเิ คตสั ดพู ลเิ คตสั อนั ดเู ลตสั อนั ดวิ เลตสั ทรานสลซู ิดสั แทรนส์ลซู ิดสั แทรนส์ลซู ิดสั ˌreɪdiːˈeɪtəs เพอร์ลซู ิดสั เพอร์ลซู ดิ สั เพอร์ลซู ดิ สั โอเพคสั เรดีเอตสั โอเพคสั โอเพคสั ˌduːplɪˈkeɪtəs ˌdjuːplɪˈkeɪtəs ดพู ลเิ คตสั ดวิ พลเิ คตสั trænsˈluːsɪdəs trænzˈluːsɪdəs แทรนสล์ ซู ิดสั pərˈluːsɪdəs เพอร์ลซู ดิ สั oʊˈpeɪkəs โอเพคสั * คาํ วา่ lacunosus ไมม่ ใี น Dictionary.com จงึ เทียบเคยี งกบั lacunose /ləˈkjuːnoʊs/ 81

Supplementary features (ลักษณะเสริม) เมฆ สทั อกั ษรสากล นิยามศพั ท์ พจนานุกรมศัพท์ คู่มือเมฆ สถานีหางดง incus อุตุนิยมวทิ ยา ภมู ศิ าสตร์ อิงคสั ˈɪŋkəs องิ คสั องิ คสั องิ คสั mamma ˈmɑːmə แมมมา เมฆเต้านม แมมมา แมมมา məˈmɑː เมฆแมมมาทสั virga ˈmæmə เวอร์ก้า นํา้ โปรยฐานเมฆ เวอร์ก้า เวอร์กา praecipitatio พรีซิพิเตตโิ อ arcus มามา อาร์คสั พรีซิพิเตชิโอ พรีซิพเิ ตชีโอ tuba แมมมา ทิวบา อาร์คสั อาร์คสั ˈvɜːrgə ทบู า ทบู า เวอร์ก้า priːˌsɪpɪˈteɪʃiːˌoʊ พรีซพิ เิ ตชีโอ ˈɑːrkəs อาร์คสั ˈtuːbə ˈtjuːbə ทบู า ทิวบา * ในพจนานกุ รมศพั ท์ภมู ศิ าสตร์ ไมม่ คี ําวา่ mamma แตม่ คี ําทม่ี ีความหมายเดยี วกนั คอื mammatus และทถ่ี กู ต้องควรทบั ศพั ท์วา่ “แมมมาตสั ” ไมใ่ ช่ “แมมมาทสั ” ตามหลกั เกณฑ์ของราชบณั ฑิตยสถานเอง ** ในพจนานกุ รมศพั ท์ภมู ิศาสตร์ ไมม่ คี ําวา่ praecipitatio แตม่ ีคําทมี่ ีความหมายใกล้เคียงกนั คอื precipitation หยาดนํา้ ฟ้ า *** ใช้ “ทบู า” ตามหนงั สอื ศัพท์ดนตรีสากล ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2548 Accessory clouds (เมฆประกอบ) เมฆ สัทอกั ษรสากล นิยามศัพท์ พจนานุกรมศัพท์ คู่มือเมฆ สถานีหางดง pileus อุตุนิยมวทิ ยา ภมู ิศาสตร์ ไพลอี สั ˈpaɪliːəs ไพลอิ สั velum หมวกเมฆ pannus ˈpɪliːəs วลี มั วลี มั วลี มั ไพลอี สั แพนนสั แพนนสั แพนนสั พิลอี สั ˈviːləm วลี มั ˈpænəs แพนนสั 82

Mother-clouds (เมฆแม่) เมฆ นิยามศพั ท์ พจนานุกรมศัพท์ คู่มอื เมฆ สถานีหางดง อุตนุ ิยมวทิ ยา ภมู ิศาสตร์ cirrocumulogenitus ซรี ์โรควิ มโู ลเจนติ สั ซีร์โรคิวมวิ โลเจนติ สั altocumulogenitus ควิ มโู ลนมิ โบเจนติ สั แอลโตควิ มโู ลเจนติ สั แอลโตคิวมวิ โลเจนิตสั altostratogenitus ซรี ์โรสเตรโตมิวเตตสั แอลโตสเตรโตเจนิตสั แอลโตสเตรโตเจนิตสั nimbostratogenitus นมิ โบสเตรโตเจนติ สั นมิ โบสเตรโตเจนติ สั stratocumulogenitus สเตรโตคิวมโู ลเจนิตสั สเตรโตควิ มิวโลเจนติ สั cumulogenitus ควิ มโู ลเจนติ สั คิวมวิ โลเจนิตสั cumulonimbogenitus ควิ มโู ลนมิ โบเจนติ สั ควิ มวิ โลนมิ โบเจนิตสั cirromutatus ซีร์โรมวิ เตตสั ซีร์โรมิวเตตสั cirrocumulomutatus ซรี ์โรควิ มโู ลมิวเตตสั ซีร์โรควิ มวิ โลมวิ เตตสั cirrostratomutatus ซีร์โรสเตรโตมวิ เตตสั ซรี ์โรสเตรโตมิวเตตสั altocumulomutatus แอลโตควิ มโู ลมิวเตตสั แอลโตควิ มวิ โลมวิ เตตสั altostratomutatus แอลโตสเตรโตมวิ เตตสั แอลโตสเตรโตมิวเตตสั nimbostratomutatus นิมโบสเตรโตมวิ เตตสั นมิ โบสเตรโตมิวเตตสั stratocumulomutatus สเตรโตคิวมโู ลมวิ เตตสั สเตรโตคิวมวิ โลมิวเตตสั stratomutatus สเตรโตมวิ เตตสั สเตรโตมวิ เตตสั cumulomutatus คิวมโู ลมิวเตตสั ควิ มวิ โลมวิ เตตสั * เนื่องจากใน Dictionary.com ไมม่ ีสทั อกั ษรสากลของ mother-clouds จงึ ประยกุ ต์จาก genera และเทียบเคยี งกบั คาํ วา่ genitor /ˈdʒɛnɪtər/ mutate /ˈmjuːteɪt/ 83

Special clouds (เมฆพเิ ศษ) เมฆ สัทอกั ษรสากล นิยามศพั ท์ พจนานุกรมศพั ท์ คู่มอื เมฆ สถานีหางดง อุตุนิยมวทิ ยา ภมู ิศาสตร์ เมฆมกุ เนครีอสั nacreous ˈneɪkriːəs เนครีอสั noctilucent เมฆสมี กุ เนครีส เมฆทีปราตรี นอกตลิ เู ซนต์ condensation trail เนครีอสั นอคตลิ วิ เซน เมฆมกุ contrail เมฆสี เมฆสกุ ใส คอนเดนเซชนั เทรล ˌnɒktəˈluːsənt คอนเดนเซชนั่ เทรล คอนเทรล คอนเทรล แนวเมฆ คอนเทรล นอกติลเู ซนต์ พวยการกลนั่ ตวั แนวไอนาํ ้ กลนั่ ตวั kɒndɛnˈseɪʃən + treɪl kɒndənˈseɪʃən + treɪl ˈkɒntreɪl คอนเดนเซชนั เทรล คอนเทรล * special clouds นอี ้ ยใู่ นหนงั สอื International Cloud Atlas ขององค์การอตุ นุ ยิ มวทิ ยาโลก (World Meteorological Organization- WMO) เลม่ 1 ปี 1975 หน้า 65-68 ** ในพจนานกุ รมศพั ท์ภมู ศิ าสตร์ “เนครีส” อยตู่ รงคําอธิบายของ lenticular cloud *** ธวชั ชยั ดลุ ยสจุ ริต สมาชิกชมรมคนรักมวลเมฆ บญั ญตั ิศพั ท์สาํ หรับ noctilucent cloud วา่ “เมฆทปี ราตรี” **** ดร.บญั ชา ธนบญุ สมบตั ิ บญั ญตั ศิ พั ท์สาํ หรับ contrail วา่ “เมฆหางเคร่ืองบนิ ” 84

Other clouds (เมฆอ่ืน ๆ) เมฆ สัทอกั ษรสากล นิยามศพั ท์ พจนานุกรมศพั ท์ คู่มอื เมฆ สถานีหางดง asperatus อุตนุ ิยมวทิ ยา ภมู ศิ าสตร์ dissipation trail ˌdɪsəˈpeɪʃən + treɪl ดสิ ซปิ เพชน่ั เทรล แอสเพอเรตสั distrail ดิสเทรล แอสเพอเรตสั ดิสซปิ เพชนั เทรล ˈdɪsˌtreɪl พวยอนั ตรธาน ดิสเทรล föhn หรือ foehn เฟิ น ดสิ ซปิ เพชนั เทรล (เฟิน) เฟิน Kelvin-Helmholtz ดิสเทรล feɪn, German: fœn เฟน เฟิ น เคลวนิ -เฮล์มโฮลซ์ เมฆคลนื่ เคลวิน-เฮลม์ โฮลตซ์ เคลวิน-เฮล์มโฮลทซ์ Morning Glory ˈmɔrnɪŋ + ˈglɔriː, มอร์นง่ิ กลอรี่ มอร์นงิ กลอรี pyrocumulus ˈmɔrnɪŋ + ˈgloʊriː ไพโรควิ มวิ ลสั มอร์นงิ กลอรี มอร์นงิ กโลรี ˈpaɪroʊ + ˈkjuːmjələs ไพโรคิวมิวลสั * ช่ือเมฆในหมวดนไี ้ มม่ ใี นหนงั สอื International Cloud Atlas แตป่ รากฏอยใู่ นหนงั สอื วารสาร และเวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ ตวั อยา่ งเช่น Wikipedia, The Cloud Appreciation Society, ชมรมคนรักมวลเมฆ ฯลฯ จงึ นํามาลงไว้ในท่ีนีด้ ้วย ** เนื่องจากไมม่ ีคาํ เหลา่ นใี ้ น Dictionary.com จงึ เทียบกบั คาํ ทใี่ กล้เคยี งดงั นี ้ asperatus เทียบเคยี งกบั asperate /ˈæspəˌreɪt/ pyrocumulus เทียบเคยี งกบั pyro /ˈpaɪroʊ/ และ cumulus /ˈkjuːmjələs/ 85

เมฆท่ไี ม่ได้ทบั ศัพท์ แต่บัญญัตศิ ัพท์โดยคดิ คาํ ใหม่ เมฆ นิยามศพั ท์ พจนานุกรมศพั ท์ คู่มือเมฆ สถานีหางดง banner cloud อุตนุ ิยมวทิ ยา ภมู ศิ าสตร์ เมฆป้ าย เมฆป้ าย เมฆรูปธง cap cloud เมฆขนนก เมฆขนนก เมฆหมวก เมฆ (ยอดเขา) funnel cloud รูปหมวกแก๊ป เมฆหมวกแก๊ป เมฆงวง เมฆคลมุ hole punch cloud, ลาํ กรวย เมฆงวง รูเมฆ fallstreak hole งวง horseshoe vortex รูเมฆ เมฆเกือกม้า iridescent cloud เมฆรูปดอกเหด็ เมฆสรี ุ้ง mushroom cloud เมฆตามเทอื กเขา เมฆเกือกม้า เมฆเหด็ orographic cloud เมฆภเู ขา เมฆสรี ุ้ง เมฆภเู ขา เมฆกลงิ ้ roll cloud เมฆม้วนตวั เมฆม้วนกลงิ ้ เมฆม้วน rotor cloud เมฆในคลน่ื ภเู ขา เมฆโรเตอร์ เมฆหมนุ wave cloud เมฆคลน่ื อ้างองิ หนงั สอื 1. The American Heritage Dictionary of the English Language. Fourth Edition. Boston : Houghton Mifflin, 2000. 2. Cambridge Advanced Learner’s Dictionary. Third Edition. Cambridge : Cambridge University Press, 2010. 3. International Cloud Atlas Volume I : manual on the observation of clouds and other meteors. Revised ed. Geneva : World Meteorological Organization, 1975. 4. International Cloud Atlas Volume II. Geneva : World Meteorological Organization, 1987. 5. Longman dictionary of contemporary English. Fifth Edition. Essex, England : Pearson Education, 2010. 6. Merriam-Webster’s Collegiate Dictionary. Tenth Edition. Springfield, Massachusetts : Merriam-Webster, 1995. 7. Oxford Advanced Learner’s Dictionary. 8th Edition. Oxford : Oxford University Press, 2010. 8. Pretor-Pinney, Gavin. The Cloud collector’s handbook. London : The Cloud Appreciation Society, 2009. 9. Webster’s new world dictionary of American English. 3rd ed. New York : Prentice Hall, 1994. 10. นิยามศัพท์อุตุนิยมวทิ ยา. กรุงเทพฯ : กรมอตุ นุ ิยมวทิ ยา, 2522. 11. บญั ชา ธนบญุ สมบตั .ิ Cloud guidebook ค่มู ือเมฆและปรากฏการณ์บนท้องฟ้ า. กรุงเทพฯ : สารคดี, 2554. 86

12. พจนานุกรมศพั ท์ธรณีวทิ ยา ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน. กรุงเทพฯ : ราชบณั ฑติ ยสถาน, 2544. 13. พจนานุกรมศพั ท์ภมู ิศาสตร์ ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน. พิมพ์ครัง้ ท่ี 4 แก้ไขเพิ่มเติม. กรุงเทพฯ : ราชบณั ฑิตยสถาน, 2549. 14. วิทย์ เทย่ี งบรู ณธรรม. พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย SE-ED Modern English-Thai Dictionary. กรุงเทพฯ : ซเี อด็ ยเู คชน่ั , 2541. 15. ศพั ท์ดนตรีสากล ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ : ราชบณั ฑิตยสถาน, 2548. 16. ศัพท์พฤกษศาสตร์ องั กฤษ-ไทย ไทย-อังกฤษ ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน. พิมพ์ครัง้ ที่ 2. กรุงเทพฯ : ราชบณั ฑติ ยสถาน, 2546. 17. สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ. หนังสอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : องคก์ ารค้าของ สกสค., 2554. 18. สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ. หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปี ท่ี 1 เล่ม 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของ สกสค., 2553. 19. หลกั เกณฑ์การทบั ศพั ท์ ภาษาองั กฤษ ภาษาฝร่ังเศส ภาษาเยอรมนั ภาษาอติ าลี ภาษาสเปน ภาษารัสเซีย ภาษาญ่ีป่ ุน ภาษาอาหรับ ภาษามลายู ฉบับราชบณั ฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ : ราชบณั ฑติ ยสถาน, 2535. เวบ็ ไซต์ 1. The American Heritage Dictionary of the English Language http://ahdictionary.com 2. The Cloud Appreciation Society http://cloudappreciationsociety.org 3. Cambridge Advanced Learner’s Dictionary http://dictionary.cambridge.org 4. Collins Dictionary http://www.collinsdictionary.com 5. Dictionary.com http://dictionary.reference.com 6. Longman Dictionary of Contemporary English http://www.ldoceonline.com 7. Macmillan Dictionary http://www.macmillandictionary.com 8. Merriam-Webster’s Collegiate Dictionary http://www.merriam-webster.com 9. Oxford Advanced Learner’s Dictionary http://oald8.oxfordlearnersdictionaries.com 10. Wikipedia http://www.wikipedia.org 11. ชมรมคนรักมวลเมฆ http://cloudloverclub.com 12. ประวตั ิกรมอุตุนิยมวทิ ยา http://www.tmd.go.th/aboutus/history.php 13. ประวัตกิ รมอุทกศาสตร์ กองทพั เรือ http://www.navy.mi.th/hydro/hydrohis.htm 87

เมฆในตาํ ราพชิ ัยสงคราม พิมพ์ครัง้ แรก 14 พฤศจิกายน 2553, พมิ พ์ครัง้ ที่ 2 ปรับปรุง 24 มถิ นุ ายน 2555 ภาพตําราพชิ ยั สงครามฉบบั พบท่ีเพชรบรู ณ์ เมือ่ 11 ธนั วาคม 2551 ที่มา : มติชนออนไลน์ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1229260862&grpid=10&catid=04 ตาํ ราพชิ ยั สงครามเป็ นตาํ ราวา่ ด้วยวธิ ีทจี่ ะเอาชนะสงคราม เลม่ ทม่ี ชี ื่อเสยี งท่สี ดุ เลม่ หนง่ึ ของโลกคอื ตาํ ราพิชยั สงครามของซนุ วู แตง่ ขนึ ้ เมื่อประมาณ 2,600 ปี มาแล้ว และแม้ไมไ่ ด้ตงั้ ใจเขยี นให้เป็ นตําราพชิ ยั สงครามโดยตรง แตไ่ ด้รับการยกยอ่ งให้เป็ นเสมือนตาํ ราพชิ ยั สงครามนน่ั คอื หนงั สอื เรื่อง สามก๊ก สาํ หรับของไทย สมเดจ็ กรมพระยาดาํ รงราชานภุ าพทรงนิพนธ์ไว้วา่ \"อนั หนงั สอื ตาํ ราพไิ ชยสงครามนี ้ปรากฏในหนงั สอื พระราชพงศาวดารกลา่ ววา่ 'สมเด็จพระรามาธิบดี (พระองค์ท่ี ๒) แรกให้ทํา ตาํ ราพิไชยสงคราม' เม่อื ปี มะเมียสมั ฤทธิศก (พ.ศ. ๒๐๔๑) และมเี ค้าเง่ือนเป็ นทีส่ งั เกตวา่ ดเู หมือนสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชจะได้ ให้แก้ไขหรือเพ่ิมเตมิ ตําราพิไชยสงครามของสมเดจ็ พระรามาธิบดที ี่ ๒ อีก... มาถงึ ต้นสมยั รัตนโกสนิ ทร์นี ้ปรากฏได้มีการตรวจชําระตําราพไิ ชยสงครามครัง้ ๑ เมือ่ ในรัชกาลที่ ๓\" (ตําราพิไชยสงคราม คํากลอน หน้า [13] – [15]) ตอ่ มาเมอื่ ไทยเริ่มติดตอ่ กบั ตะวนั ตกตงั้ แตส่ มยั รชั กาลที่ 4 ก็เปลยี่ นมาใช้ยทุ ธศาสตร์แบบตะวนั ตกแทนตาํ ราพชิ ยั สงครามของไทย 88

ผมลองค้นคาํ วา่ \"เมฆ\" ในตาํ ราพชิ ยั สงครามของซุนวู แตไ่ มพ่ บ ลองค้นในหนงั สอื ตาํ ราพิไชยสงคราม คาํ กลอน ซง่ึ พมิ พ์มาจาก ต้นฉบบั ใบลาน ฉบบั เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช (เวก บณุ ยรตั พนั ธ์ุ) พบเร่ืองเมฆทน่ี า่ สนใจดงั นี ้(รักษาตวั สะกดตามหนงั สอื ) \"เมฆเกลอื่ นทฆิ าํ ภร อตุ รทิศชะอมุ่ สี ลาถงึ ทกั ขิณศรี เข้ากล้มุ เกลอื่ นพระสรุ ิยล สนิ ้ แสงบสญู แสง ไป่ แจม่ แจ้งยงั มวั มนท์ อยา่ ยกพยหุ พล จะพลนั แพ้เสยี ไชย เมฆมาแตท่ ิศนนั้ หมิทนั บงั พระสรุ ิยไส เมฆหมนู่ นั้ คืนไกล ให้ลนั่ ฆ้องดาํ เนินธง จกั ไชยชาํ นะ สรู ฤทธิเรืองณรงค์ สาํ ฤทธิประสง ประสทิ ธิสาธุโดยใจ ผิเ้มฆแลเกลอ่ื นมา แตป่ าจิมทิศไป บรู รพกลมุ่ รังศรีไถง อยา่ เพอ่ ยกพลากร เมฆมาแตท่ ศิ นนั้ หมทิ นั บงงรวิวร คนื ถอยจากอาํ ภร ไมบ่ ดบงั พระสรุ ิยา ลน่ั ฆ้องแล้วโบกธง จตรุ งค์พลาคลา ถ้ายทุ ธจะไชยา วทุ ธิโดยมโนไน เมฆมาทกั ขณิ ทศิ อตุ รปิ ดอะโนไท จําเริญฆ้องแลธงไชย ชะนะแท้อยา่ สงกา เมฆมาแตท่ ิศนนั้ หมิทนั กล้มุ ระววิ า แม้เมฆนนั้ คืนมา อยา่ เพอ่ ยกจะเสยี การ เมฆมาแตบ่ รุ รพทิศ สถิตยประจมิ โดยวาร กล้มุ ดวงพระสรุ ิฉาน บฉายแสงให้ยกธง เมฆมาแตท่ ิศนนั้ หมทิ นั กล้มุ เข้าในวง ถอยคนื มาทิศลง อยา่ ยาตราจะไภยยนั ต์\" (หน้า 8-9) 89

ถอดความได้วา่ 1. เมฆมาจากทศิ เหนอื ไปทศิ ใต้ บงั ดวงอาทติ ย์ อยา่ ยกทพั จะแพ้ 2. เมฆมาจากทิศเหนือ ไมท่ นั บงั ดวงอาทติ ย์ แล้วลอยกลบั ไป ให้ยกทพั จะชนะ 3. เมฆมาจากทศิ ตะวนั ตกไปทิศตะวนั ออก บงั ดวงอาทติ ย์ อยา่ ยกทพั จะแพ้ 4. เมฆมาจากทิศตะวนั ตก ไมท่ นั บงั ดวงอาทติ ย์แล้วลอยกลบั ไป ให้ยกทพั จะชนะ 5. เมฆมาจากทศิ ใต้ไปทศิ เหนอื บงั ดวงอาทติ ย์ ให้ยกทพั จะชนะ 6. เมฆมาจากทศิ ใต้ ไมท่ นั บงั ดวงอาทิตย์แล้วลอยกลบั ไป อยา่ ยกทพั จะแพ้ 7. เมฆมาจากทิศตะวนั ออกไปทิศตะวนั ตก บงั ดวงอาทิตย์ ให้ยกทพั จะชนะ 8. เมฆมาจากทศิ ตะวนั ออก ไมท่ นั บงั ดวงอาทติ ย์แล้วลอยกลบั ไป อยา่ ยกทพั จะแพ้ สรุปคือ เมฆมาจากทศิ เหนอื หรือทศิ ตะวนั ตก ถ้าบงั ดวงอาทิตย์ได้ จะแพ้ ถ้าบงั ไมไ่ ด้ จะชนะ เมฆมาจากทศิ ใต้หรือทศิ ตะวนั ออก ถ้า บงั ดวงอาทติ ย์ได้ จะชนะ ถ้าบงั ไมไ่ ด้ จะแพ้ เป็ นไปได้หรือไมว่ า่ น่เี ป็ นการถือนมิ ติ ฤกษ์ยามโดยใช้สญั ลกั ษณ์คือ ดวงอาทิตย์แทนชยั ชนะ เมฆคือกองทพั เมฆทิศไหนบงั ดวงอาทติ ย์ได้ หมายถงึ กองทพั ทีม่ าจากทศิ นนั้ จะได้ชยั ชนะ เมฆจากทศิ เหนอื หรือทิศตะวนั ตกคอื กองทพั ทมี่ าจากทศิ เหนือหรือทิศตะวนั ตก เมื่อดจู ากแผนที่แล้ว นา่ จะหมายถึง กองทพั พมา่ ศตั รูสาํ คญั ของไทยในอดีต สว่ นเมฆจากทศิ ใต้หรือทศิ ตะวนั ออกก็คอื กองทพั ไทยนน่ั เอง นอกจากนใี ้ นตาํ ราพชิ ยั สงครามดงั กลา่ วยงั มเี ร่ืองเก่ียวกบั เมฆอกี วา่ \"เหนเมฆเกลอื่ นมาเปนหมู่ เป็ นรูปเมรู อยา่ ยกฤกษนนั้ มรณา\" (หน้า 7) อนั นชี ้ ดั เจนเลยวา่ ถ้าเหน็ เมฆเป็ นรูปเมรุเผาศพ อยา่ ยกทพั จะต้องตาย 90

เมฆทเี่ ห็นเป็ นรูปตา่ ง ๆ นเี ้รียกวา่ \"เมฆฉาย\" และการทาํ นายเมฆเรียกวา่ \"ยกเมฆ\" พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้นิยามคําทงั้ สองไว้ดงั นี ้ \"เมฆฉาย น. เงาเมฆ, เมฆท่ีปรากฏให้เห็นเป็ นรูปตา่ ง ๆ เนือ่ งจากการยกเมฆ เป็ นนิมิตให้สามารถพยากรณ์ได้วา่ ร้ายหรือดี เช่น ภาวนาเขม้นเหน็ เมฆฉาย นิมิตเป็ นนารายณ์เรืองศรี. (ขนุ ช้างขนุ แผน)\" (หน้า 872) “ยกเมฆ ก. เพง่ ดเู มฆ เมอื่ เหน็ เป็นรูปอะไรแล้ว ก็ถือเป็ นนมิ ิตเพอื่ ทํานายวา่ ดีหรือร้าย เช่นในเวลาจะยกทพั ถ้าเหน็ เมฆเป็ นรูป พระนารายณ์ ก็ถือวา่ เป็ นนมิ ติ ทด่ี ี ควรยกทพั ได้ เช่น ตรงเข้าไปในป่ าแล้วปลกุ ตวั เป่ าทว่ั ด้วยคาถาประกาศติ ขยบั ยืนยกเมฆดนู มิ ติ เหน็ รูปนารายณ์เรืองฤทธิ์ตดิ อมั พร. (ขนุ ช้างขนุ แผน), ถ้าเหน็ เมฆเป็ นรูปคนหวั ขาดหรือแขนขาด ขาขาด เป็ นนิมติ ไมด่ ี ไมค่ วรยกทพั แม้ผ้ทู รงวทิ ยาคณุ อาจบริกรรมตอ่ หวั หรือแขนขาให้สมบรู ณ์ได้ ถงึ กระนนั้ ก็ไมถ่ ือวา่ เป็ นนมิ ิตทด่ี ี ไมค่ วรยกทพั เชน่ กอดอกยกเมฆดู นมิ ิต ก็วปิ ริตเป็ นรูปคนหวั หาย จะยกตอ่ คอแขนไมต่ ดิ กาย เถนสาํ คญั มนั่ หมายไมค่ นื มา. (ขนุ ช้างขนุ แผน); (สาํ ) เดาเอา, นกึ คาดเดา เอง, กเุ รื่องขนึ ้ .” (หน้า 890) นา่ จะสนใจท่คี าํ วา่ \"ยกเมฆ\" นนั้ สามารถหมายถึงสาํ นวนทแี่ ปลวา่ เดาเอาเอง เหมอื นกบั ข้อสนั นษิ ฐานของผมเรื่องเมฆทศิ เหนอื และ ตะวนั ตกวา่ เป็ นทพั พมา่ คงเข้าขา่ ยเป็ นการยกเมฆอยา่ งหนงึ่ ด้วยกระมงั (^_^) การศกึ ษาเรื่องเมฆในสงั คมไทยยงั มีอยนู่ ้อย บทความนเี ้ป็ นเพยี งบทเริ่มต้นบทหนงึ่ ในการศกึ ษาเรื่องเมฆทีป่ รากฏในวรรณกรรม ตา่ ง ๆ หากทา่ นผ้อู า่ นพบข้อบกพร่องผดิ พลาด หรือมีคาํ แนะนาํ ใด ขอความกรุณาแจ้งให้ผ้เู ขยี นทราบ เพ่อื จะได้ปรับปรุงแก้ไขตอ่ ไป ขอบคณุ มากครับ อ้างองิ 1. ตาํ ราพไิ ชยสงคราม คาํ กลอน. พมิ พ์ครัง้ ที่ 5. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ครุ ุสภา, 2510. พมิ พ์เป็ นอนสุ รณ์ในงานพระราชทางเพลงิ ศพ ร้อยเอก ขนุ วรนติ ิน์ สิ ยั (สอน นิธินนั ทน์) 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2510. 2. พจนานุกรมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ : นานมีบ๊คุ ส์พบั ลเิ คชน่ั ส์, 2546. 91

เมฆในพระไตรปิ ฎก พระคริสตธรรมคัมภรี ์ และพระมหาคัมภรี ์อัลกรุ อาน พมิ พ์ครัง้ แรก 31 ตลุ าคม 2553, พิมพ์ครัง้ ที่ 2 ปรับปรุง 24 มถิ นุ ายน 2555 เป็ นเร่ืองนา่ สนใจทเ่ี มฆมคี วามสมั พนั ธ์กบั ศาสนาตา่ ง ๆ อยา่ งไมธ่ รรมดา ดงั เราจะได้พบคาํ วา่ \"เมฆ\" ในคมั ภรี ์ทางศาสนาตา่ ง ๆ เป็น จํานวนมาก ในทนี่ ขี ้ อยกมา 3 คมั ภีร์หลกั คือ 1. พระไตรปิ ฎก ของศาสนาพทุ ธ พบคําวา่ \"เมฆ\" 216 แหง่ 2. พระคริสตธรรมคมั ภีร์ (ไบเบลิ ) ของศาสนาคริสต์ พบ 161 แหง่ 3. พระมหาคมั ภีร์อลั กรุ อาน ของศาสนาอสิ ลาม พบ 20 แหง่ เมฆทีป่ รากฏในคมั ภีร์ศาสนานนั้ มีประเด็นตา่ ง ๆ มากมาย แตใ่ นที่นีจ้ ะขอพดู ถงึ เฉพาะบางประเดน็ ทน่ี า่ สนใจ โดยแบง่ เป็ น 1. ความหมายบวก 2. ความหมายลบ 3. ความหมายกลาง การแบง่ ประเภทนดี ้ จู ากเนือ้ หารอบข้างหรือบริบทท่คี าํ วา่ \"เมฆ\" นนั้ ปรากฏอยู่ สาํ หรับตวั อยา่ งท่ียกมา จะเรียงลาํ ดบั กอ่ นหลงั ตามที่ ปรากฏในพระคมั ภีร์นนั้ ๆ 92

1. เมฆในพระไตรปิ ฎก หน้าปกหนงั สอื พระไตรปิ ฎกฉบบั สยามรัฐ ทม่ี า : http://truthoflife.fix.gs/index.php?topic=8540.0 พบคาํ วา่ \"เมฆ\" 216 แหง่ (รวมคาํ วา่ \"วลาหก\" ทแ่ี ปลวา่ เมฆด้วย) ตวั อยา่ ง : 1.1 ความหมายบวก \"เมฆมีสายฟ้ าแลบแปลบปลาบ มยี อดตงั้ ร้อยกระหม่ึ อยู่ ยงั แผน่ ดนิ ให้โชกชมุ่ อยู่ ยอ่ มยงั ทด่ี อนและทล่ี มุ่ ให้เตม็ แม้ฉนั ใด ฯ ทายกผ้มู ศี รัทธา เป็ นบณั ฑิตได้ฟังแล้ว ยอ่ มจดั หาโภชนาหารมาเลยี ้ งวณิพกด้วยข้าวนํา้ ให้อิ่มหนาํ บนั เทงิ ใจ เที่ยวไปในโรงทาน สงั่ วา่ ทา่ นทงั้ หลายจงให้ ทา่ น ทงั้ หลายจงให้ ดงั นี ้และทายกนนั้ บนั ลอื เสยี งเหมือนเสยี งกระหม่ึ แหง่ เมฆ เมือ่ ฝนกาํ ลงั ตก ฉะนนั้ ธารแหง่ บญุ อนั ไพบลู ย์นนั้ ยอ่ มยงั ทายกผ้ใู ห้ ให้ชมุ่ ช่ืน ฯ\" อิสสตั ถสตู ร ๑๕/๔๑๐ (หมายความวา่ ข้อความท่ียกมานนั้ มาจากพระสตู รชื่อ \"อิสสตั ถสตู ร\" อยใู่ นพระไตรปิ ฎกฉบบั สยามรัฐ เลม่ ที่ ๑๕ ข้อท่ี ๔๑๐) \"พระสมั พทุ ธเจ้า...เป็ นผ้ดู จุ มหาเมฆยงั ฝนให้ตกในพระสาวก\" 93

ปโรสหสั สสตู ร ๑๕/๗๔๙ \"เปรียบเหมอื นมหาเมฆ ยงั ข้าวกล้าทงั้ ปวงให้งอกงาม ช่ือวา่ ยอ่ มมมี าเพ่ือประโยชน์ เพอ่ื เกือ้ กลู เพอื่ ความสขุ แกช่ นเป็ นอนั มาก ฉนั ใด สปั บรุ ุษ เมอื่ เกิดในสกลุ ยอ่ มเกิดมาเพื่อประโยชน์ เพ่ือเกือ้ กลู เพ่ือความสขุ แกช่ นเป็ นอนั มาก คือ แกม่ ารดาบดิ า แก่บตุ รภริยา แก่ทาส กรรมกร คนรับใช้ แกม่ ติ รสหาย แกส่ มณพราหมณ์ ฉนั นนั้ เหมือนกนั ฯ\" สปั ปรุ ิสสตู ร ๒๒/๔๒ \"ทา่ นมกี ายอนั ประดบั แล้ว ทรงมาลยั นงุ่ หม่ ผ้าสวยงาม มรี ัศมเี ปลง่ ปลง่ั ดงั สายฟ้ าอนั แลบออกจากกลบี เมฆ\" ปิ ฐวมิ าน ๑๘/๑ \"ต้นไทรต้นหนง่ึ มรี ่มเงาชิดสนทิ ดี เขยี วชอมุ่ ดจุ สเี มฆ มีสแี ละสณั ฐานคล้ายเมฆ...ป่ าใหญ่เขยี วชอมุ่ ดจุ สเี มฆ มสี แี ละสณั ฐาณคล้ายเมฆ\" นนั ทิกาเปตวตั ถุ ๒๖/๑๒๓ \"ภเู ขามีสเี ขยี วดจุ เมฆงดงาม มธี ารนาํ ้ เยน็ ใสสะอาด ดารดาษไปด้วยหญ้ามสี ี เหมอื นแมลงทบั ทิมทอง ยอ่ มยงั เราให้รื่นรมย์\" มหากสั สปเถรคาถา ๒๖/๓๙๘ ท่บี อกวา่ มสี เี ขยี วเหมือนเมฆ แสดงวา่ เห็นเมฆเป็ นสเี ขยี ว นา่ จะเป็ นเมฆ Cumolonimbus หรือเมฆฝนขนาดใหญ่ ท่อี าจมกี ารก่อตวั ของพายุ ฝน พายลุ กู เห็บ พายทุ อร์นาโด หรือลมที่รุนแรง สเี ขียวนนั้ เกิดจากการกระเจิงของแสงอาทิตย์เมือ่ กระทบนาํ ้ แขง็ ในเมฆ การท่เี ลอื กสขี องเมฆ เป็ นสเี ขียว แทนทจ่ี ะเป็ นสขี าวของเมฆทเี่ ห็นสว่ นใหญ่ แสดงความช่างสงั เกตของคนสมยั กอ่ นวา่ ถ้าเหน็ เมฆสเี ขียวแสดงวา่ เมฆนนั้ มีนาํ ้ (รวมทงั้ นาํ ้ แขง็ ) มีความชืน้ ความช่มุ หรือความชอมุ่ มากกวา่ เมฆสขี าว ดงั นนั้ จึงเปรียบวา่ เขยี วชอมุ่ ดจุ สเี มฆ 94

เมฆ Cumulonimbus ทเ่ี มอื ง Pueblo รัฐ Colorado ประเทศสหรฐั อเมริกา เมือ่ วนั ที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 ถา่ ยโดย Van Truan (truan) ด้านลา่ งของเมฆจะเหน็ ฟ้ าผา่ และฝนตก ท่ีมา : http://www.flickr.com/photos/truan/2279632452 \"เมอื่ เมฆร้องกระหม่ึ นกยางมนั ยอ่ มมคี รรภ์ทกุ เมื่อ พวกมนั ยอ่ มทรงครรภ์อยแู่ ม้นาน ตลอดเวลาทส่ี ายฝนยงั ไมต่ ก พวกมนั ยอ่ มพ้นจากการ ทรงครรภ์เมือ่ เวลาที่สายฝนตก ฉนั ใด ข้าพระองค์ก็ฉนั นนั้ เมื่อพระพทุ ธเจ้าทรงพระนามวา่ ปทมุ ตุ ระ ทรงประกาศกกึ ก้องด้วยเมฆ คอื ธรรม ได้ ถือเอาครรภ์ คือ ธรรม ด้วยเสยี งแหง่ เมฆ คอื ธรรม ข้าพระองค์อาศยั แสนกลั ปทรงครรภ์ คือ บญุ อยู่ ยงั ไมพ่ ้นจากภาระ คอื สงสาร ตลอดเวลา ทีส่ ายฝนคอื ธรรมยงั ไมต่ ก ข้าแตพ่ ระศากยมนุ ี เม่ือเวลาทีพ่ ระองค์ทรงประกาศกึกก้องด้วยสายฝน คือ ธรรม ในพระนครกบิลพศั ด์ุ อนั นา่ ร่ืนรมย์ ข้าพระองค์จงึ ได้พ้นจากภาระ คือ สงสาร\" อปุ าลเี ถราปทาน ๓๒/๘ \"ไฟนรกดบั มหาเมฆยงั ฝนให้ตก\" ปฬุ นิ ปุ ปาทกเถราปทาน ๓๓/๗๗ 95

\"แก้ว ๗ ประการตกลงแล้ว มหาเมฆยงั ฝนให้ตก (มหาเมฆยงั ฝนแก้ว ๗ ประการให้ตกลง)\" เวสสนั ตรจริยา ๒๕/๙ \"ด้วยสจั จวาจานี ้ขอเมฆจงยงั ฝนให้ตกหา่ ใหญ่\" มจั ฉราชจริยา ๓๓/๓๐ 1.2. ความหมายลบ \"ครัง้ นนั้ เมฆใหญ่ในสมยั มใิ ชฤ่ ดกู าลตงั้ ขนึ ้ แล้ว ฝนตกพรําเจือด้วยลมหนาว ตลอด ๗ วนั . ครัง้ นนั้ มจุ จลนิ ทนาคราชออกจากทีอ่ ยขู่ องตน ได้ แวดวงพระกายพระผ้มู ีพระภาคด้วยขนด ๗ รอบ ได้แผพ่ งั พานใหญ่เหนอื พระเศยี รสถิตอยดู่ ้วยหวงั ใจวา่ ความหนาว ความร้อน อยา่ เบียดเบยี นพระผ้มู พี ระภาค สมั ผสั แหง่ เหลอื บ ยงุ ลม แดด และสตั ว์เลอื ้ ยคลาน อยา่ เบยี ดเบียนพระผ้มู พี ระภาค.\" มจุ จลนิ ทกถา ๔/๕ \"ท้ายเดอื นแหง่ ฤดฝู น เมอื่ อากาศแจม่ ใสปราศจากเมฆหมอก พระอาทิตย์สอ่ งนภากาศสวา่ งจ้า ยากท่จี ะดู ยอ่ มทาํ นยั นต์ าให้พร่าพรายฉนั ใด ธรรมปราสาทก็ฉนั นนั้ เหมอื นกนั ยากทจ่ี ะดู ยอ่ มทาํ นยั นต์ าให้พร่าพราย ฯ\" มหาสทุ สั สนสตู ร ๑๐/๑๗๘ \"ไมม่ ีกิเลสดจุ ตะปู มีโอฆะอนั ข้ามแล้ว ไมม่ อี าสวะ ข้ามพ้นโอฆะ ผ้ลู ว่ งความยดึ ถือได้แล้ว ดจุ พระจนั ทร์พ้นจากเมฆฉะนนั้ . ฯ\" มหาสมยั สตู ร ๑๐/๒๔๕ \"ผ้ใู ด เมือ่ ก่อน ประมาท ภายหลงั ผ้นู นั้ ไมป่ ระมาท เขายอ่ มยงั โลกนใี ้ ห้สวา่ ง ดงั พระจนั ทร์ซง่ึ พ้นแล้วจากเมฆ\" องั คลุ มิ าลสตู ร ๑๓/๕๓๔ 96

คําวา่ \"พ้นจากเมฆ\" หรือ \"ปราศจากเมฆ\" พบถึง 36 แหง่ \"พระยามารบงั คบั เสนามารในทป่ี ระชมุ นนั้ ดงั นแี ้ ล้ว เอาฝ่ ามือตบแผน่ ดนิ กระทาํ เสยี งนา่ กลวั เหมอื นเมฆยงั ฝนให้ตก คํารามอยู่ พร้อมทงั้ ฟ้ า แลบ\" มหาสมยั สตู ร ๑๐/๒๔๖ \"บาปประมาณเทา่ ปลายขนทราย ยอ่ มปรากฏประดจุ เทา่ ก้อนเมฆในนภากาศแกบ่ รุ ุษผ้ไู มม่ กี ิเลส\" ปทมุ ปบุ ผสตู ร ๑๕/๗๙๘ \"เมือ่ มหาเมฆตงั้ ขนึ ้ แล้วยอ่ มเกดิ ห้วงนํา้ ใหญ่ เม่อื เกดิ ห้วงนาํ ้ ใหญแ่ ล้ว แม้บ้านกถ็ กู นาํ ้ พดั ไป แม้นิคมก็ถกู นาํ ้ พดั ไป แม้นครก็ถกู นาํ ้ พดั ไป เมอ่ื บ้านก็ดี นิคมก็ดี นครกด็ ี ถกู นาํ ้ พดั ไปอยู่ ในทน่ี นั้ ๆ แม้มารดาก็ไมพ่ บบตุ ร แม้บตุ รก็ไมพ่ บมารดา ดกู รภกิ ษุทงั้ หลายปถุ ชุ นผ้ไู มไ่ ด้สดบั ยอ่ ม กลา่ วภยั ข้อที่ ๒ นีว้ า่ เป็ นอมาตาปตุ ติกภยั ฯ\" ภยสตู ร ๒๐/๕๐๒ \"เครื่องมวั หมองของพระจนั ทร์ และพระอาทติ ย์ อนั เป็ นเหตใุ ห้พระจนั ทร์และพระอาทิตย์ไมแ่ ผดแสง ไมส่ อ่ งแสง ไมไ่ พโรจน์ มี ๔ ประการนี ้๔ ประการเป็ นไฉน คอื เมฆ ๑ หมอก ๑ ควนั และละออง ๑ ราหจู อมอสรู ๑ เคร่ืองมวั หมองของพระจนั ทร์และพระอาทิตย์ อนั เป็ นเหตใุ ห้ พระจนั ทร์และพระอาทิตย์ไมแ่ ผดแสง ไมส่ วา่ งไสว ไมไ่ พโรจน์ ๔ ประการนแี ้ ล ดกู รภกิ ษุทงั้ หลาย อปุ กิเลสของสมณพราหมณ์ทงั้ หลาย อนั เป็ น เหตใุ ห้สมณพราหมณ์พวกหนงึ่ ไมส่ งา่ ไมร่ ุ่งเรือง ไมไ่ พโรจน์ ก็มี ๔ ประการ ฉนั นนั้ เหมือนกนั ๔ ประการเป็ นไฉน ดกู รภิกษุทงั้ หลาย มี สมณพราหมณ์พวกหนงึ่ ดม่ื สรุ าและเมรัย ไมง่ ดเว้นจากการด่มื สรุ าและเมรัย นเี ้ป็ นอปุ กิเลสของสมณพราหมณ์ประการที่ ๑ มีสมณพราหมณ์ พวกหนง่ึ เสพเมถนุ ธรรม ไมง่ ดเว้นจากเมถนุ ธรรม นีเ้ป็ นอปุ กิเลสของสมณพราหมณ์ประการที่ ๒ มสี มณพราหมณ์พวกหนง่ึ ยนิ ดที องและเงิน ไมง่ ดเว้นจากการรับทองและเงิน นีเ้ป็ นอปุ กิเลสของสมณพราหมณ์ประการที่ ๓ มีสมณพราหมณ์พวกหนงึ่ เลยี ้ งชีวติ ด้วยมจิ ฉาชีพ ไมง่ ดเว้น จากมิจฉาชีพ นเี ้ป็ นอปุ กเิ ลสของสมณพราหมณ์ประการที่ ๔ \" อปุ กิเลสสตู ร ๒๑/๕๐ \"ไมพ่ งึ กําจดั เหลา่ กิเลสเสยี โดยสว่ นเดยี ว เหมือนลมไมพ่ งึ กําจดั เมฆไซร้ สตั ว์โลกทงั้ หมดถกู ความไมร่ ู้ปกคลมุ แล้ว พงึ เป็ นโลกมดื เหมือนโลกที่ ถกู เมฆปกคลมุ แล้วเป็ นโลกมดื \" วงั คสี สตู ร ๒๕/๓๓๐ 97

\"อนั ตรายของฝนซง่ึ พวกหมอดรู ู้ไมไ่ ด้ สายตาของพวกหมอดหู ยง่ั ไมถ่ งึ ๕ ประการนี ้๕ ประการเป็ นไฉน คือ เตโชธาตเุ บือ้ งบนอากาศกําเริบ เมฆท่เี กิดขนึ ้ ยอ่ มกระจายไปเพราะเตโชธาตกุ ําเริบนนั้ นีเ้ป็ นอนั ตรายของฝนข้อท่ี ๑ ซง่ึ พวกหมอดรู ู้ไมไ่ ด้ สายตาของพวกหมอดหู ยง่ั ไมถ่ ึง อีกประการหนงึ่ วาโยธาตเุ บือ้ งบนอากาศกําเริบ เมฆท่เี กดิ ขนึ ้ ยอ่ มกระจายไป เพราะวาโยธาตกุ ําเริบนนั้ นเี ้ป็ นอนั ตรายของฝนข้อที่ ๒ ซงึ่ พวก หมอดรู ู้ไมไ่ ด้ สายตาของพวกหมอดหู ยงั่ ไมถ่ ึง\" วสั สสตู ร ๒๒/๑๙๗ \"นกยางทงั้ หลายมีขนอนั ขาวสะอาด ถกู ความกลวั ตอ่ เมฆคกุ คาม\" สปั ปเถรคาถา ๒๖/๓๓๓ \"กลอง คอื เมฆอนั เกลอื่ นกลน่ ด้วยสายฝน ยอ่ มคาํ รณร้องอยใู่ นนภากาศ\" ภตู เถรคาถา ๒๖/๓๖๙ \"ต้นงิว้ สงู เทียมเมฆ เตม็ ไปด้วยหนามเหลก็ คมกริบ กระหายเลอื ดคน\" มหานารทกสั สปชาดก ๒๘/๘๕๕ \"เวลานนั้ ลมกรรมชวาตอนั ทาํ ให้เจ็บปวดเหลอื ทนเกดิ ขนึ ้ แกด่ ิฉนั ทงั้ มหาเมฆก็เกดิ ขนึ ้ ในเวลาทีด่ ฉิ นั จะคลอด สามไี ปหาทก่ี ําบงั ก็ถกู งกู ดั ตาย\" ปฏาจาราเถริยาปทาน ๓๓/๑๖๐ \"พระองค์เสดจ็ นพิ พานพร้อมด้วยพระสาวกดงั เมฆหายไปเพราะลม นาํ ้ ค้างหายไปเพราะพระอาทิตย์ ความมดื หายไปเพราะแสงไฟ\" ตสิ สพทุ ธวงศ์ ๓๓/๑๘ 98

1.3. ความหมายกลาง \"ในวิสาณาราชธานนี นั้ มีห้วงนาํ ้ ช่ือธรณี เป็ นแดนที่เกิดเมฆ เกิดฝนตก\" อาฏานาฏิยสตู ร ๑๑/๒๑๒ \"นกยางผ้มู เี มฆเป็ นบิดา\" โลลชาดก ๒๗/๔๒๑ ยงั เร่ืองนา่ สนใจคือ มี 3 พระสตู รท่มี ีชื่อและเนอื ้ หาเกย่ี วกบั เมฆโดยตรงคอื 1. เมฆสตู ร 2. อพั ภวลาหกสตู ร 3. วลาหกสตู ร \"เมฆสตู รท่ี ๑ ผ้เู จริญอริยมรรคทาํ อกศุ ลธรรมให้สงบโดยพลนั [๒๘๔] สาวตั ถีนิทาน. ดกู รภกิ ษุทงั้ หลาย ฝ่ นุ ละอองอนั ตงั้ ขนึ ้ ในเดือนท้ายแหง่ ฤดรู ้อน เมฆก้อนใหญ่ทเ่ี กดิ ในสมยั มใิ ช่กาล ยอ่ มยงั ฝ่ นุ ละอองนนั้ ให้หายราบไปได้โดยพลนั แม้ฉนั ใด ภิกษุเจริญอริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ กระทําให้มากซงึ่ อริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ ยอ่ มยงั อกศุ ลธรรมอนั ลามกทเ่ี กิดขนึ ้ แล้ว ให้หายสงบไปได้โดยพลนั ฉนั นนั้ เหมอื นกนั . [๒๘๕] ดกู รภิกษุทงั้ หลาย เมือ่ ภิกษุเจริญอริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ กระทาํ ให้มากซงึ่ อริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ อยา่ งไร เลา่ จงึ ให้อกศุ ลธรรมอนั ลามกทเ่ี กิดขนึ ้ แล้วหายสงบไปได้โดยพลนั ? ดกู รภิกษุทงั้ หลาย ภิกษุในธรรมวินยั นี ้ยอ่ มเจริญสมั มาทิฏฐิ อนั อาศยั วิเวก อาศยั วริ าคะ อาศยั นิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ยอ่ มเจริญสมั มาสมาธิ อนั อาศยั วเิ วก อาศยั วริ าคะ อาศยั นโิ รธ น้อมไปในการสละ ดกู ร ภกิ ษุทงั้ หลาย ภิกษุเมือ่ เจริญอริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ กระทําให้มากซง่ึ อริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ อยา่ งนแี ้ ล จงึ ให้อกศุ ลธรรม อนั ลามกทีเ่ กิดขนึ ้ แล้ว หายสงบไปได้โดยพลนั .\" 99

\"เมฆสตู รที่ ๒ ผ้เู จริญอริยมรรคทาํ อกศุ ลธรรมให้สงบในระหวา่ งโดยพลนั [๒๘๖] สาวตั ถีนิทาน. ดกู รภกิ ษุทงั้ หลาย ลมแรงยอ่ มยงั มหาเมฆอนั เกิดขนึ ้ แล้วให้หายหมดไปได้ในระหวา่ งนนั่ เอง แม้ฉนั ใด ภิกษุเม่ือ เจริญอริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ กระทาํ ให้มากซง่ึ อริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ ยอ่ มยงั อกศุ ลธรรมอนั ลามกทเี่ กิดขนึ ้ แล้ว ให้หาย สงบไปในระหวา่ งได้โดยพลนั ฉนั นนั้ เหมอื นกนั . [๒๘๗] ดกู รภกิ ษุทงั้ หลาย ภกิ ษุเมอ่ื เจริญอริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ กระทาํ ให้มากซงึ่ อริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ อยา่ งไร เลา่ จึงให้อกศุ ลธรรมอนั ลามกทเี่ กิดขนึ ้ แล้ว หายสงบไปในระหวา่ งได้? ดกู รภิกษุทงั้ หลาย ภกิ ษุในธรรมวนิ ยั นี ้ยอ่ มเจริญสมั มาทิฏฐิ อนั อาศยั วเิ วก อาศยั วริ าคะ อาศยั นิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ยอ่ มเจริญ สมั มาสมาธิ อนั อาศยั วเิ วก อาศยั วริ าคะ อาศยั นิโรธ น้อมไปในการสละ ดกู รภกิ ษุทงั้ หลาย ภิกษุเจริญอริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ กระทํา ให้มากซง่ึ อริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ อยา่ งนีแ้ ล จงึ ให้อกศุ ลธรรมอนั ลามกทเี่ กิดขนึ ้ แล้ว หายสงบไปในระหวา่ งได้โดยพลนั .\" เมฆสตู ร ๑๙/๒๘๔-๒๘๗ \"อพั ภวลาหกสตู ร วา่ ด้วยเหตปุ ัจจยั ให้มเี มฆหมอกในบางคราว [๕๕๑] พระนครสาวตั ถี. ภกิ ษุนนั้ นง่ั ณ ทคี่ วรสว่ นข้างหนงึ่ แล้ว ได้ทลู ถามพระผ้มู พี ระภาควา่ ข้าแตพ่ ระองค์ผ้เู จริญ อะไรหนอเป็ น เหตุ เป็ นปัจจยั ให้เมฆหมอกมใี นบางคราวพระเจ้าข้า? พระผ้มู พี ระภาคตรัสวา่ ดกู รภิกษุ พวกเทวดาช่ือวา่ อพั ภวลาหกมอี ยเู่ มอื่ ใด เทวดาพวกนนั้ มคี วามคดิ อยา่ งนวี ้ า่ ไฉนหนอ พวกเราพงึ ยินดีด้วยความยินดีของตน เมือ่ นนั้ เมฆหมอกยอ่ มมี เพราะอาศยั ความตงั้ ใจของเทวดาพวกนนั้ . ดกู รภกิ ษุ ข้อนีแ้ ลเป็ นเหตุ เป็ นปัจจยั ให้เมฆ หมอกมใี นบางคราว.\" อพั ภวลาหกสตู ร ๑๗/๕๕๑ \"วลาหกสตู รท่ี ๑ [๑๐๑] สมยั หนง่ึ พระผ้มู พี ระภาคประทบั อยู่ ณ พระวิหารเชตวนั อารามของทา่ นอนาถบณิ ฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวตั ถี ณ ที่นนั้ แล พระผ้มู พี ระภาคตรัสเรียกภิกษุทงั้ หลายวา่ ดกู รภิกษุทงั้ หลาย ภกิ ษุเหลา่ นนั้ ทลู รับพระผ้มู พี ระภาคแล้ว พระผ้มู ีพระภาคได้ตรัสพระพทุ ธพจน์นี ้ วา่ ดกู รภิกษุทงั้ หลาย วลาหก (เมฆ) ๔ อยา่ งนี ้๔ อยา่ งเป็ นไฉน คอื วลาหกคําราม แตไ่ มใ่ ห้ฝนตกอยา่ ง ๑ ให้ฝนตก แตไ่ มค่ ํารามอยา่ ง ๑ ไม่ คํารามทงั้ ไมใ่ ห้ฝนตกอยา่ ง ๑ คาํ รามด้วยให้ฝนตกด้วยอยา่ ง ๑ ดกู รภกิ ษุทงั้ หลาย วลาหก ๔ อยา่ งนีแ้ ล ฯ 100


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook