Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการสอบวิชาพิเศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่วิชานักธรรมชาติวิทยา

คู่มือการสอบวิชาพิเศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่วิชานักธรรมชาติวิทยา

Published by ปริญญา, 2021-11-13 16:33:21

Description: คู่มือการสอบวิชาพิเศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่วิชานักธรรมชาติวิทยา

Keywords: ลูกเสือ,ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่,วิชาพิเศษ,วิชานักธรรมชาติวิทยา

Search

Read the Text Version

คู่มือ การสอบวิชาพิเศษ ลูกเสอื เนตรนารี สามัญรุน่ ใหญ่ วชิ า นกั ธรรมชาติวทิ ยา สำ� นกั การลูกเสือ ยุวกาชาดและกจิ การนักเรยี น สำ� นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - ค่มู อื การสอบวชิ าพิเศษลูกเสอื เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ วิชา นกั ธรรมชาตวิ ิทยา สำ� นักการลูกเสือ ยวุ กาชาดและกิจการนักเรยี น ส�ำนักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 2 คู่มอื การสอบวชิ าพิเศษลกู เสือ เนตรนารี สามญั รุน่ ใหญ่

ค�ำน�ำ - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือในสถานศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ แนวทาง การดำ� เนนิ งานสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื โดยเฉพาะลกู เสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ ดงั นนั้ ส�ำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน จึงแต่งต้ังคณะกรรมการด�ำเนินงาน การประชุมจัดท�ำคู่มือการสอบวิชาพิเศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ วิชานกั ธรรมชาตวิ ทิ ยา ส�ำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ขอขอบคุณคณะกรรมการ ด�ำเนินงานการประชุมจัดท�ำคู่มือการสอบวิชาพิเศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ โดยมี นางสุวัฒนา ธรรมประภาส นักวิชาการศึกษาช�ำนาญการพิเศษ หัวหน้าฝ่าย ส่งเสริมกิจการลูกเสือ เป็นเลขานุการคณะกรรมการ ซ่ึงคณะกรรมการได้จัดท�ำ คู่มือการสอบวิชาพิเศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ ครั้งน้ีจนส�ำเร็จลุล่วงด้วย ความเรยี บรอ้ ย โดยมงุ่ หวงั เผยแพรใ่ หผ้ บู้ งั คบั บญั ชาลกู เสอื ในสถานศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษา ตอนต้นสามารถน�ำไปใช้เป็นคู่มือการสอบวิชาพิเศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ วชิ านกั ธรรมชาติวิทยา ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ผู้อ�ำนวยการสำ� นกั การลกู เสือ ยุวกาชาดและกจิ การนกั เรียน สำ� นักการลกู เสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรยี น 3ก

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - สารบัญ หน้า ก เนอ้ื หา ข ค�ำนำ� 1 สารบญั 1 การสอบวิชาพิเศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ ่ 2 วตั ถปุ ระสงค์ 3 หลกั สตู รวชิ าพิเศษ วชิ านักธรรมชาตวิ ิทยา ค เนือ้ หาวิชา 33 ตวั อย่างแบบทดสอบ ง บรรณานกุ รม 35 ภาคผนวก จ - ข้ันตอนการด�ำเนินการสอบวชิ าพเิ ศษ การขออนมุ ตั ิ 52 และการประดับเครอื่ งหมาย ตัวอยา่ งเอกสาร - ค�ำสง่ั สำ� นกั การลกู เสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนกั เรียน ท่ี 141/2561 ลงวนั ท่ี 19 มกราคม 2561 ข4 คู่มอื การสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื เนตรนารี สามัญรนุ่ ใหญ่

การสอบวิชาพิเศษลูกเสอื เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่ - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - 1. ลกู เสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ ตอ้ งสอบไดร้ บั เครอื่ งหมายลกู เสอื โลก และ ผ่านพิธีเข้าประจ�ำกองแล้ว จึงประดับเครื่องหมายลูกเสือโลกท่ีก่ึงกลางกระเป๋าเส้ือ ขา้ งซา้ ยได้ 2. ลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ เมื่อสอบได้เครื่องหมายลูกเสือโลกแล้ว จึงมีสิทธิ์เลือกสอบวิชาพิเศษตามท่ีตนมีความถนัดและมีความสนใจ โดยสถานศึกษา เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการสอบวิชาพิเศษ และเมื่อด�ำเนินการสอบทั้งภาคปฏิบัติและ ภาคทฤษฎีเรียบร้อยแล้ว ให้สถานศึกษาท�ำเร่ืองขออนุมัติผลการสอบไปยังผู้มีอ�ำนาจ อนมุ ัติต่อไป วัตถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ เปน็ การสง่ เสริมกิจกรรมการสอบวิชาพเิ ศษตามแนวทางการฝึกอบรม ตามหลกั สตู รขอ้ บงั คบั คณะลกู เสอื แหง่ ชาตวิ า่ ดว้ ยการปกครองหลกั สตู รและวชิ าพเิ ศษ ลูกเสอื สามัญรุน่ ใหญ่ 2. เพ่ือเปิดโอกาสให้มีการสอบวิชาพิเศษตามความถนัด ความสนใจและ ความต้องการของลูกเสือเนตรนารี สามัญร่นุ ใหญ่ 3. เพอื่ เปน็ ประโยชนต์ อ่ การนำ� ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั และการประกอบ อาชีพในอนาคต สำ� นกั การลูกเสอื ยุวกาชาดและกจิ การนักเรยี น 1

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - หลกั สตู รวิชาพิเศษ วิชานกั ธรรมชาติวทิ ยา หลกั สูตร 1. แสดงหลักฐานวา่ เปน็ ผูส้ นใจในเรือ่ งราวเกย่ี วกับธรรมชาตโิ ดยทวั่ ไป และ มีความร้ใู นเรือ่ งหนง่ึ เรอ่ื งใดต่อไปนี้เป็นพิเศษ 1.1 ต้นไมใ้ หญแ่ ละไม้พมุ่ 1.2 ดอกไม้ปา่ 1.3 ชวี ติ ของนก 1.4 ผีเส้อื หรอื แมลงอยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง 1.5 สตั วป์ า่ (พน้ื เมอื ง) 1.6 ตน้ เฟิน หรือหญ้าชนิดตา่ งๆ 1.7 ชวี ติ ตามชายทะเล หรอื ในสระ 1.8 หนิ หรอื ซากสตั ว์และต้นไม้ที่กลายเปน็ หิน ทั้งน้ี ให้มีการสะสม เก็บตัวอย่าง ท�ำสมุดปูมและอื่นๆ เพ่ือแสดงว่ามีความสนใจ ในเร่อื งราวเก่ียวกับธรรมชาตโิ ดยแทจ้ ริง 2. อภิปรายกับกรรมการสอบถึงผลของการสังเกตของตนและแหล่งความรู้ ท่ีไดม้ า เชน่ พพิ ิธภณั ฑ์ หนงั สอื เปน็ ต้น 2 คมู่ ือการสอบวิชาพเิ ศษลกู เสือ เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่

เนื้อหาวชิ า - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - ธรรมชาติ หมายถึง สิ่งท่ีเกิดมีและเป็นอยู่ตามธรรมดาของสิ่งนั้นๆ ภาพภมู ปิ ระเทศและถ้านำ� ไปรวมกับคำ� ว่าวิทยา คอื ธรรมชาตวิ ิทยา จะมคี วามหมาย เพิ่มข้ึน คือ วิชาความรู้ที่เก่ียวกับสิ่งท่ีเกิดหรือเป็นอยู่ตามธรรมดา โดยท่ีมิได้มี การปรบั ปรุงเปล่ียนแปลงใดๆ ท้งั ส้นิ ธรรมชาติส�ำคัญที่มนุษย์ได้มีส่วนเก่ียวข้องด้วยนั้น มีเป็นจ�ำนวนมาก จะกล่าวถึงเฉพาะธรรมชาติของ พืช สัตว์ หิน ซากสัตว์ และต้นไม้ท่ีกลายเป็นหิน ส่ิงมีชีวิตแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ สัตว์และพืช โดยมีความแตกต่างกับที่ มองเหน็ เดน่ ชดั คอื สตั ว์เคล่ือนท่ีไปมาได้ อย่างอสิ ระ แต่พชื สว่ นมากอย่กู ับท่ี พชื สร้าง อาหารเองได้ แตส่ ตั ว์ตอ้ งอาศยั อาหารจำ� พวกพชื หรอื สัตวอ์ ื่น สตั ว์มีชวี ิตความเป็นอยู่ แตกต่างกัน บางชนิดเป็นสัตว์น้�ำ บางชนิดเป็นสัตว์บก บางชนิดบินได้ ส่วนพืชเป็น สว่ นหนงึ่ รอบตวั เราทมี่ ีมากเปน็ หน่งึ ในบรรดาความอุดมสมบูรณ์ ทุกชวี ิตบนโลกอาศยั พืชสัตว์ท่ีกินเน้ือเป็นอาหารก็ต้องอาศัยพืช เพราะอาหาร ของสัตว์ที่กินเนื้อก็คือ สัตว์ที่กินพวกรากไม้ ใบไม้เป็นอาหารพืชและสัตว์ต่างก็มีการปรับตัว ซึ่งเป็นขั้นตอน ส�ำคญั ของพฒั นาการของสง่ิ มชี ีวิต สำ� นักการลกู เสือ ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรยี น 3

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - เดนิ ทางตามหว่างสงิ ขร พระสก่ี รชมพรรณพฤกษา ประด่ดู อกดกดาษดา กระดงั งาจำ� ปาแกมกัน บนุ นาคลำ� ดวนสายหยดุ ชาตบษุ ยส์ กุ รนมสวรรค์ พกิ ุลสารภีมะลวิ นั คนั ทรงกุหลาบจำ� ปี พุทธชาดรกั ซ้อนซ่อนกลิ่น อินทนลิ ช้องนางนางคล่ี นางแยม้ กล้วยไม้มะลุลี ยส่ี นุ่ โยทะกาชบาบาน กรรณิการ์การเกตถแ์ กว้ กาหลง ประยงค์พะยอมหอมหวาน ชมพลางเดด็ ดวงผกากาญจน ์ พระอวตารส่งใหว้ นดิ า พระลักษมณเ์ ด็ดดอกการะเกด ถวายองค์อคั เรศสุณสิ า สามกษตั ริย์ส�ำราญวิญญาณ์ ไปตามมรรคาพนาลี 1. ตน้ ไมใ้ หญแ่ ละไมพ้ มุ่ ลักษณะของล�ำต้นพืชอาจใช้เป็นเกณฑ์ง่ายๆ ในการแบ่งชนิดของพืชดอก ซึง่ มอี ยู่ประมาณสองแสนหา้ หมน่ื ชนดิ โดยแบง่ ออกเป็นไมใ้ หญ่ ไม้พ่มุ และไมล้ ้มลุก ไม้ใหญ่และไม้พุ่มจะมีล�ำต้นเป็นไม้เน้ือแข็ง ซ่ึงจะคงอยู่ช่ัวชีวิตของพืชน้ันๆ ไมใ้ หญเ่ ปน็ พชื หลายปี แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภทตา่ งกนั คอื พวกทมี่ สี เี ขยี วตลอดปี และ พวกผลดั ใบในเขตอากาศรอ้ น เชน่ เอเชียอาคเนย์ ตน้ ไม้ใหญเ่ กอื บทั้งหมดเป็นแบบ สีเขยี วตลอดปี มีเพียงไมก่ ่ชี นิดท่ีผลดั ใบเล็กน้อยในฤดแู ลง้ กระดังงา เป็นไม้ใหญ่พวกไม้ดอก ใบเขียวใหญ่คล้ายใบกระท่อมหรือ เล็บมือนาง ดอกเป็นกลีบๆ ยาวและอ่อน เกสรกลางแบน สีเขียวเหลืองกล่ินหอม นำ� ไปลนไฟจงึ จะหอมมาก ใชอ้ บขนมหรอื อาหาร ในสมยั โบราณ กระดังงามีหลายชนิด เชน่ กระดงั งาจนี กระดงั งาเถา การะเวก กระดังงาสงขลา กระดังงาไทย ขยายพันธ์ุ โดยการตอนกงิ่ หรือเพาะเมล็ด ประดู่ เป็นไม้ใหญ่ แก่นมีชนิดแดงอมเหลืองถึงแดงสีอิฐ ดอกเป็นช่อ มีชนิด สแี ดงและชนดิ สเี หลอื ง บานพรอ้ มกนั รว่ มพรอ้ มกนั มกี ลนิ่ หอมเยน็ ประดมู่ หี ลายชนดิ เชน่ ประดแู่ ดง ประด่ทู ะเล ประด่เู หลือง ประดู่ดำ� ฯลฯ 4 คูม่ ือการสอบวิชาพิเศษลูกเสอื เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่

ประดู่ขาว เป็นไม้ใหญ่ใบแผ่เป็นพุ่มกว้างทึบมาก ดอกขาวๆ ยาวราว - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - 2 – 5 ซม. ออกเปน็ ชอ่ ยาวราว 5 – 15 ซม. ผลกลมๆ ยาวราว 5 ซม. กว้างราว 4 ซม. ดอกผลดกชอบเกิดตามริมลำ� น้ำ� เนอ้ื ไมข้ าวแข็งทน เอาราก เปลือก ใบ ดอก ผล ท้ังห้า ต้มกินมื้อละหนึง่ ถว้ ยชา เช้า – เย็น และอาบดว้ ย แกไ้ ข เชน่ หัด เหอื ด ดำ� แดง สุกใส ฝดี าษ กน้ หลบลงลำ� ไส้ จะทำ� ใหเ้ กดิ ทอ้ งร่วงหรือหลบลงปอด ท�ำใหห้ อบ ประดู่ลาย เปน็ ไมใ้ หญ่ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลกั ษณะคล้ายประดู่สม้ แก่น ลาย กลนิ่ หอมรอ้ นรสฝาดขมนดิ หนอ่ ย ขน้ึ ตามปา่ ราบปา่ โปรง่ ทวั่ ไป ใชท้ ำ� ยาบำ� รงุ เลอื ด คมุ ธาตุกล่อมเลือด ระงับเสลดรากแกไ้ ขพษิ เซอ่ื งซมึ ยางสดทาแกป้ ากเปื่อย เปลือกตม้ อมแกป้ ากเปื่อย ปากแตกระแหง ขยายพนั ธ์โุ ดยการเพาะเมลด็ จ�ำปา เป็นไมใ้ หญข่ นาดกลาง ใบใหญย่ าวคลา้ ยใบมะมว่ ง ดอกเปน็ กลีบยาว สีเหลือง กลิ่นหอม ฝักคล้ายช่อล�ำไย มีเมล็ดเล็กๆ สีแดงคล้ายมะกล่�ำตาช้าง เป็น ไมเ้ ปราะ ไมค่ อ่ ยนยิ มปลกู ในบา้ น มรี สขมใชแ้ กโ้ รคเรอ้ื น หดิ ฝี แกไ้ ข้ โรคธาตเุ สยี จำ� ปา มไี ม้ท่คี ลา้ ยกนั คอื จ�ำปาเทศ และจำ� ปาปา่ ขยายพันธโุ์ ดยการตอนหรือเพาะเมลด็ สารภี เปน็ ไมใ้ หญข่ นาดกลางถงึ ขนาดใหญ่ ใบกลมหนาแขง็ สเี ขยี วสด ใบตก หนาทึบ ดอกสขี าว เกสรเหลือง กลน่ิ หอมคงท่ี ผลกลมยาว หัวท้ายแหลม สกุ สีแดงกนิ ได้ แต่ต้องบีบลูกปล้ินเข้าปากเลยจึงจะหวาน เพราะยางในสุกถ้าถูกลมจะท�ำให้ขม ดอกปรุงยาหอม บำ� รงุ หวั ใจให้ชุ่มชน่ื ชูก�ำลงั อโศก เปน็ ไม้ใหญ่ขนาดกลางถงึ ขนาดใหญ่ ใบเป็นชอ่ แตกเป็นพมุ่ ใหญจ่ นดู หนาทบึ ใบเปน็ ชอ่ รปู ยาวรี มสี เี ขยี วสด ออกดอกเปน็ ช่อสีแดงแสด ดอกหนึง่ มี 4 กลีบ คล้ายดอกเข็มก้านเกสรยาวผลเป็นฝักแบน ยาวประมาณ 20 ซม. ขึ้นในท่ีกลางแจ้ง แดดจดั นำ�้ มาก นยิ มปลกู เปน็ ไมป้ ระดบั เพราะดอกสวย กลนิ่ หอม ใบออ่ น ดอกและยอด ใชร้ บั ประทานได้ เชน่ เดยี วกบั ชอ่ มะมว่ ง ชอ่ มะกอก ฯลฯ ขยายพนั ธโ์ุ ดยการเพาะเมลด็ ทรงบาดาล (ขี้เหล็กบ้าน) เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ดอกเป็นช่อสีเหลืองสด กลีบค่อนข้างบางปลายกลีบโค้งมน ดอกหน่ึงมี 5 กลีบ ดอกตูมคล้ายดอกขี้เหล็ก ดอกบานอยู่ไม่นาน โรยแลว้ เป็นฝักแบนคล้ายฝกั ส้มป่อย ใบยาวรี ปลายแหลม สเี ขียว อ่อนคล้ายใบชมุ เหด็ ได้ ใบรวมเปน็ ก่ิงเล็กๆ แตกเปน็ คๆู่ รากกินถอนพิษส�ำแดง ส�ำนกั การลูกเสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรียน 5

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - ปรุงรวมกับเถาสะอึกและรากมะกล่�ำเครือ กินแก้สะอึกเนื่องจากกระเพาะอาหาร ขยายตัว นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะขึ้นง่ายโตเร็วออกดอกมาก ทนแดดและ ส่ิงแวดล้อมทุกสภาพให้ดินและน้�ำบริบูรณ์ก็งอกงามทั้งดอกและใบ ขยายพันธุ์โดย การตอนหรอื เพาะเมลด็ กุหลาบ เป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่มีหลายชนิด ดอกมีกล่ินหอม ดอกมีท้ังดอกท่ีเป็นดอกเดียวและดอกพวง ใบมีขอบใบหยัก ใบแบน ใบอ่อนเป็น สีน�้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียว ล�ำต้นมีหนาม ใช้กลีบดอกกล่ันท�ำน้�ำหอม มีการผสม ข้ามพันธุ์เพ่ือให้เกิดพันธุ์ใหม่ ดอกมีท้ังสองเพศ ซึ่งมีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ เป็นจ�ำนวนมาก กุหลาบมีหลายร้อยชนิด เช่น กุหลาบมอญ กุหลาบควีนอลิซาเบธ กุหลาบหนู กุหลาบดอ๊ ก ฯลฯ ขยายพันธ์โุ ดยการตอน ช�ำ ทาบก่งิ หรอื เพาะเมลด็ หางนกยูงไทย เป็นไมพ้ ุ่มขนาดย่อม สูงราว 2 – 3 วา ใบย่อยเล็กๆ ใบคล้าย ใบหางนกยูงฝรั่ง ดอกออกเป็นช่อแบนกว้างแบบหางนกยูงฝรั่ง สีดอกเป็นสีแดงหรือ เหลอื งแลว้ แตช่ นดิ ฝกั แบนเลก็ ๆ มอี ยทู่ วั่ ไป รากใชท้ ำ� ยาขบั ประจำ� เดอื น การขยายพนั ธ์ุ โดยการเพาะเมล็ด ชุมเห็ดเทศ เป็นไม้พุ่ม ใบคล้ายใบฝร่ัง มีหลายใบใน 1 ก่ิง คล้าย ใบชมุ เห็ดไทยแตใ่ หญ่กว่ามาก ออกดอกเปน็ ช่อสีเหลือง ฝกั ดำ� ยาวเปน็ ส่กี ลบี ขน้ึ ตาม ทช่ี น้ื แฉะ ใบดำ� ทาแกเ้ กลอื้ นกลาก โรคผวิ หนงั ชนดิ มตี วั ตน้ เลก็ ๆ ทงั้ ตน้ ตม้ กนิ ขบั พยาธิ และไสเ้ ดือน ดอกกิน 1 ช่อ ระบายทอ้ ง การขยายพนั ธโุ์ ดยการตอนและเพาะเมล็ด 2. ดอกไมป้ า่ กล้วยไม้ เป็นดอกไม้ท่ีสวยมีหลากสี บานในป่าดินช้ืนในแถบร้อน เป็นพืช ประเภทกาฝากกล้วยไม้มีใบหนา เหนียว รูปใบยาวรี ก้านอวบ ลักษณะทั่วไปใน แต่ละดอกเหมือนกันคือ กลีบดอกสามกลีบ กลีบดอกกลีบหนึ่งเรียกว่า “ปาก” ซึ่งมี กลีบใหญ่กว่ากลีบอ่ืน เมื่อดอกบานกลีบ “ปาก” จะเป็นส่วนที่อยู่ต�่ำสุดของดอก ใช้เป็นที่ส�ำหรับแมลงท่ีมาขนถ่ายละอองเกสร ดอกกล้วยไม้มีขนาด รูปร่าง สีกลิ่น ฤดูที่บานแตกต่างกัน ตามปกติแล้วการผสมละอองเกสรระหว่างกล้วยไม้สองชนิด จะไม่เกิดข้นึ ตามธรรมชาติ แตม่ นษุ ย์ได้ผสมกลว้ ยไม้ตา่ งพนั ธุ์สวยๆ ขึ้นมา 6 คูม่ ือการสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่

กลว้ ยไม้บางชนดิ ขึน้ บนดิน เชน่ รองเทา้ นารี - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - กลว้ ยไมป้ า่ ของไทยมหี ลายชนดิ และเปน็ ทรี่ จู้ กั กนั แพรห่ ลาย มดี อกหอม ออกดอก ปีละครั้งประมาณเดอื นพฤศจิกายน ถงึ พฤษภาคม กล้วยไม้ป่าอาศัยเกาะต้นไม้อ่ืนๆ ในประเทศไทยมีราว 100 สกุล ราว 1,000 ชนดิ สายน�้ำผ้ึง เป็นดอกไม้ที่พบในดินแดนระหว่างบริเวณภูเขาหิมาลัย จนถึง อินโดนีเซีย ล�ำต้นเป็นไม้เลื้อย สีน้�ำตาลเข้ม ในด้านบนสีเขียวเข้ม ใต้ใบสีอ่อนและ มขี นละเอยี ด ดอกจะออกมาเปน็ ชอ่ ยาวประมาณ 5-10 ซม. มกี ลนิ่ หอมสขี าว กลบี ดอก จะมว้ นปลายเลก็ นอ้ ย ลักษณะเปน็ รูปล้อหรือกรวย บางชนิดเปล่ียนสีขาวเป็นสเี หลือง ขณะทบี่ านอยู่ ดอกมนี ำ�้ หวานเปน็ ทชี่ น่ื ชอบของแมลง ผลเปน็ เนอ้ื มเี มลด็ แขง็ เมลด็ เดยี ว หรอื เป็นพวงหลายเมล็ด เปน็ อาหารของนกปา่ ดอกสายนำ�้ ผึ้งมีประมาณ ๒๗๕ ชนิด 3. ชวี ติ ของนก สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องมีเกิดและตาย นกก็เช่นเดียวกันทุกปีต้องมีช่วงเวลา ในการผสมพันธุ์ซึ่งตรงกับช่วงปลายฤดูหนาวก่อนถึงฤดูหนาวอวัยวะสืบพันธุ์ เกดิ การเปลยี่ นแปลงมากทสี่ ดุ ภายใตก้ ารควบคมุ ของฮอรโ์ มนทห่ี ลงั่ มาจากตอ่ มใตส้ มอง สว่ นหน้า อัณฑะของนกอาจมขี นาดใหญ่กว่าในช่วงฤดหู นาวหลายเท่า เป็นสัญลกั ษณ์ บอกว่าช่วงเวลาผสมพนั ธก์ุ �ำลังใกลเ้ ข้ามาแลว้ เมอ่ื เวลาสรา้ งรงั ใกลเ้ ขา้ มานกตวั ผจู้ ะเปน็ ผเู้ ลอื กอาณาจกั รของตนเอง โดยบนิ วนไปมาอยู่ตรงบริเวณยอดพุ่มไม้ท่ีมันเลือกแล้ว และส่งเสียงร้องท้าทายและประกาศ ความเปน็ เจ้าของนกแตล่ ะชนิดสร้างรงั ของมันในขั้นต้นมันจะใชเ้ ทา้ เหยียบเสน้ หญ้า ใหต้ ดิ แนน่ อยกู่ บั กงิ่ ไม้ ในขณะเดยี วกนั จะใชจ้ ะงอยปากผกู ปมเชอื กหรอื ทำ� ใหเ้ สน้ หญา้ พันกันไปมา รังที่เริ่มสร้างนี้จะถักด้วยหญ้า เป็นรูปวงแหวนห้อยลงมาจากก่ิงไม้หรือ ใบไม้ จากน้ันจะใช้ปากสานเส้นหญ้าให้ยาวต่อไปจนรังมีรูปร่างเป็นทรงกลมข้างใน เป็นโพรงมีขนาดโตกว่าตัวนกเพียงเล็กน้อย รังหนึ่งต้องใช้เส้นหญ้ามาประสานกัน ประมาณ 300 เสน้ ภายในรังมบี างบรเิ วณใชส้ �ำหรับเก็บไข่ คอื สว่ นทยี่ ื่นเปน็ กระพุ้ง เพือ่ กันมิใหไ้ ข่ตกลงจากจากรัง สำ� นกั การลกู เสือ ยวุ กาชาดและกจิ การนกั เรียน 7

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - การวางไข่ของนกจะมจี �ำนวนไม่เทา่ กันขึ้นอยู่กับอายุขยั โดยเฉลีย่ ของนก ถ้านกอายยุ ืนจะมอี นั ตรายน้อยกว่าจะไข่ จ�ำนวนน้อยเพียง 1-2 ฟอง นกเปด็ นำ้� วางไข่ แต่ละครงั้ จ�ำนวนมาก อาจถงึ 12-15 ฟอง ไขน่ กทเี่ ล็กทส่ี ดุ คือ ไข่นกฮัมมงิ เบริ ด์ มขี นาดเท่ากับเมลด็ ถว่ั เขียว ไข่นกท่ีใหญ่ที่สุดท่ียังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน คือ ไข่นกกระจอกเทศ ความยาวไข่ประมาณ 5-7 น้ิว และมีเปลือกหนามาก ใช้เวลาในการต้มไข่ให้สุก อยา่ งน้อยนานถึง 40 นาที เมอื่ ไขแ่ ลว้ แมน่ กจะกกไข่ ถา้ บางชนดิ พอ่ นกจะชว่ ยกกไขด่ ว้ ยการฟกั ไขข่ องนก อาจใช้เวลาไมเ่ ทา่ กนั อาจเพยี ง 11 นาที หรอื มากกวา่ อีกหลายเทา่ กไ็ ด้ กระบวนการ เจรญิ เตบิ โตของไขน่ กคล้ายคลึงกนั ลกู นกจะเจาะเปลอื กไข่ใหแ้ ตก ดิ้นรน จนออกมา จากเปลอื กไขไ่ ดแ้ ลว้ มนั จะชว่ ยตวั เองไมไ่ ด้ ยงั ไมล่ มื ตาไมม่ ขี นปกคลมุ ตวั มคี วามสามารถ เพียงเลก็ นอ้ ยแค่อา้ ปากคอยรบั อาหารและขบั ถา่ ยของเสีย ตลอดเวลาที่หาอาหารมาเลี้ยงลูก พ่อแม่นกยังดูแลเอาใจใส่ลูกของมัน อย่างระมดั ระวงั เลยี้ งดู สอนให้บิน รวมท้งั สอนให้รู้จกั หาอาหารกินเอง เจมส์ ฟชี เชอร์ นกั ปกั ษวี ทิ ยาชาวองั กฤษไดป้ ระมาณวา่ มนี กในโลกนปี้ ระมาณ 100 พนั ล้านตวั นกในประเทศไทยที่พบเหน็ ได้บ่อยและเปน็ ทีร่ จู้ กั ดไี ดแ้ ก่ นกกางเขน เป็นนกขนาดค่อนข้างเล็กท�ำรังตามต้นไม้ ในสวนและป่าโปร่ง ขนตวั ดำ� ทอ้ งขาว ขยบั ตวั ยกหางวอ่ งไว สงา่ งาม รอ้ งเสยี งหวานเจอ้ื ยแจว้ มที ว่ งทำ� นอง ต่างๆ กันเหมอื นได้ฟงั เพลง อาหาร คือ แมลงและหนอน ชอบเลน่ น้�ำ สถานที่พบเห็น ได้ท่ัวไปทกุ ภาค นกชาปีไหน เป็นนกขนาดกลาง มขี นาดใหญก่ วา่ นกพริ าบ สีขนทว่ั ไปสเี ขียว ปนทอง ขนปลายปกี ทง้ั สองขา้ งสดี �ำแกมนำ�้ เงนิ บริเวณรอบคอมขี นยาวปกคลุมมาถึง กง่ึ กลางคอกบั อก ขนดา้ นใตท้ อ้ งและลำ� ตวั สเี ท่าปนดำ� ออกหากินเปน็ ฝงู เล็กๆ ไมช่ อบ เกาะอยู่ตามต้นไม้ หาอาหารบนพ้ืนดินเหมือนนกพิราบ อาหารคือ หนอนและแมลง วางไข่ครงั้ ละ 1 ฟอง พบมากตามเกาะแก่งในทะเลทางภาคใตข้ องประเทศ นกเค้าแมว เป็นนกล่าเหยื่อที่ออกหากินกลางคืน มีตาแหลมคมและมีหู 8 คมู่ ือการสอบวิชาพเิ ศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่

ท่ีรับฟังได้อย่างวิเศษ มันสามารถล่าหนูและสัตว์อ่ืนได้ง่ายเวลากลางคืน มีขนอ่อน - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - นุ่มมากจึงบินได้อย่างเงียบ แม้เสียงที่เบาท่ีสุดบนพื้นดินมันก็รับฟังได้ดี และสัตว์อื่น จะไม่ได้ยินเสียงมันเลยเม่ือมันจู่โจมเข้าล่าในเวลากลางวัน นกเค้าแมวจะเกาะอยู่ ตามต้นไม้หรือตามตึกร้าง เราจึงไม่ค่อยเห็นมันนอกจากพบร่องรอยของมันท่ีได้ จับเหย่ือกินและถ่มเศษขนท้ิงเอาไว้ นกเค้าแมวส่วนมากสร้างอยู่ตามต้นไม้ อาหาร ของมนั คือ สตั วเ์ ล็กๆ เช่น งู นกแกว้ เป็นนกขนาดเลก็ – ขนาดใหญ่ อาศัยในป่าเขตร้อนของโลก นกแกว้ จะมีจะงอยปากแหลมคมงุ้มเป็นขอ คนน�ำมาเล้ียงเป็นสัตว์เลี้ยงหลายร้อยปีมาแล้ว นกแกว้ มีขนสวยหลายสีสลบั กนั นกแก้วขนาดใหญ่ในอเมริกาใต้ เช่น มาร์คอ อเมซอน โลรกิ ตี มขี นสีสวยสด ส่วนนกแกว้ ในออสเตรเลียมีขนาดเล็กและอยกู่ นั เปน็ ฝงู มนั กิน เมล็ดพชื เปน็ อาหาร เราสามารถฝกึ นกแกว้ ใหพ้ ดู ไดเ้ ปน็ คำ� เปน็ ประโยค แตม่ นั กไ็ มเ่ ขา้ ใจความหมาย โดยมันเลยี นแบบเสยี งและลีลาให้เหมือนมนุษยพ์ ดู เท่านัน้ เอง นกเขา เปน็ นกขนาดค่อนขา้ งเล็ก คนนิยมเลย้ี งไว้ดูเล่นและฟงั เสยี งรอ้ ง (ขนั ) นกเขาหลวงมขี นรอบคอด้านหลังมีแถบดำ� จุดขาว อกขาว ส่วนนกเขาชวาขนดา้ นหลัง ตลอดตวั เปน็ ลายดำ� สลบั ขาว นกเขาวางไข่ปลี ะ 2-3 ครัง้ มันท�ำรังบนตน้ ไม้ รองดว้ ย ใบหญ้านุ่มๆ ท้ังตัวผู้และตัวเมียช่วยกันท�ำรังและเล้ียงลูก นกเขากินเมล็ดธัญพืช เมลด็ หญา้ และผลไมเ้ ป็นอาหาร ในปัจจุบันนี้ นกเขาชวาเป็นท่ีนิยมเล้ียงโดยเฉพาะทางภาคใต้ นกเขา มีหลายชนดิ เชน่ นกเขาไฟ นกเขาชวา นกเขาหลวง นกเขาแขก นกเขาเปลา้ 4. ผเี สอื้ ผีเส้ือ ผีเส้ือกลางคืนและผีเส้ือบินเร็วเป็นแมลงที่มีปีก 2 คู่ ปีกมีเส้นปีก ไมม่ ากนกั ปกี และลำ� ตวั ปกคลมุ ดว้ ยขนรายหรอื เกลด็ เลก็ ๆ ซงึ่ เมอ่ื ถกู ตดิ มอื จะมลี กั ษณะ เหมือนแป้ง ผีเส้ือมีสีสันสดใส หนวดยาวเรียวและมีปุ่มตรงปลาย มีปีกใหญ่ติดกันอยู่ บนหลัง ใชช้ วี ติ รอบๆ ดอกไม้ดดู น้ำ� หวานจากดอกไม้และของเหลวอน่ื ๆ โดยใช้งวงยาว สำ� นกั การลูกเสือ ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรียน 9

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - ซึ่งมันจะม้วนเก็บเป็นวง เมื่อไม่ได้ใช้ หนอนผีเสื้อเป็นศัตรูของพืช มันจะกัดกินพืช ดว้ ยเขยี้ วส�ำหรับเคี้ยว สามารถสร้างใยไหมและจะเขา้ ดกั แก้ในรงั ไหมหรือรังใบไม้ การจ�ำแนกผีเส้ือจะจ�ำแนกโดยสังเกตสี รูปปีก และขนาดตัวอย่าง ผีเสื้อปีก เหลือง มขี นาดกลาง ปกี สีขาว เหลือง และสม้ เส้นปีกและขอบปสี ีดำ� มไี ข่ยาวและเป็น คล่นื หนอนผีเสือ้ ชนดิ นมี้ สี ีเขยี ว ผอมยาว ดักแด้มสี ีเขียวหุ้มด้วยใย ตวั เต็มวัยมี 6 ขา ผีเสื้อท่ีเราเห็นส่วนมากจะเป็นผีเส้ือขาพู่กัน ผีเสื้อหางแฉก ผีเส้ือนก ผีเส้ือ จกั รพรรดสิ มี ว่ ง (ผเี สอ้ื ประจำ� ชาตขิ องญปี่ นุ่ ) ผเี สอื้ ยายจาด (แพรห่ ลายในเอเชยี อาคเนย)์ ผีเสื้อเปอร์ฟิกซ์ลีซี (รูปร่างคล้ายต่อมีลายด�ำและเหลืองสลับกัน) ผีเสื้อเหย่ียว ผีเส้ือสลอท ผีเส้อื หัวสุนัข ขั้นตอนการเจรญิ เติบโตของหนอนผีเสือ้ เมอ่ื ตัวแกไ่ ข่ทงิ้ ไวบ้ นทท่ี ี่อย่ใู กล้สง่ิ ท่ี เป็นอาหาร เม่ือไข่กลายเป็นตัวหนอนจะกินอาหารตลอดจะลาจนถึงเวลาส้ินสุด หยดุ กินเม่ือตวั หนอนเข้าดักแด้ เมื่อครบกำ� หนดดักแด้จะหลุดออกและเปน็ ผเี ส้อื ตัวแก่ วงจรชีวติ มี 4 ข้ันตอน อาหารของผเี สอ้ื คือ น้�ำหวานจากเกสรดอกไม้ 5. แมลง ด้วง อาศัยอยู่ตามท่ีต่างๆ มันมีโครงสร้างตัวท่ีหนาและแข็ง หรือเรียกว่า แมลงปกี แขง็ จะมปี กี หนา้ แขง็ เปน็ มนั ปกี หนา้ นจี้ ะคลมุ ลำ� ตวั เกอื บทงั้ หมด เพอื่ ปอ้ งกนั ปกี หลกั ซงึ่ บอบบางไมใ่ หฉ้ กี ขาด แมลงปกี แขง็ มปี ระมาณ 250,000 ชนดิ ดว้ งมปี กี กวา้ ง มันกระพือปีกค่อนข้างช้า ถ้ามันบินเร็วจะได้ยินเสียงดังห่ึงๆ ด้วงจะบินเป็นเส้นตรง มันจะชนสิ่งขวางหน้า เม่ืออยู่เฉยๆ มันจะเก็บปีกเรียบร้อย ภายใต้ปีกใหญ่ท่ีแข็งแรง การพับปีกของมนั มีแบบแผน ด้วงบางชนดิ มีเขา งวงปากยาวและมีลายกระ มนั อาจจะมขี นาดเล็กหรือใหญ่ สีมัวๆ หรือสดใส ขาของมันใช้ว่ายน้�ำ ขุด หรือกระโดดได้ บางชนิดเป็นตัวท�ำลาย ดว้ งทุกชนดิ ตอ้ งผ่านการเปลยี่ นแปลงรูปร่างอยา่ งสมบรู ณ์ วงจรชีวติ คล้ายคลงึ กนั ดว้ งกนิ พชื เปน็ อาหาร นอกจากนนั้ ยงั กนิ แมลงอนื่ เชอ้ื ราและสง่ิ ทเ่ี นา่ เปอ่ื ยดว้ ย ด้วงหลายชนิด บางชนิดท�ำลายพืชผักเศรษฐกิจ เช่น ด้วงญี่ปุ่น หนอนกระทู้อ้อย หนอนด้วงจูน หนอนด้วงเจาะต้นแอปเปิ้ล มอดกินเมล็ดพืช มอดข้าวเปลือก 10 คมู่ อื การสอบวิชาพิเศษลกู เสือ เนตรนารี สามญั ร่นุ ใหญ่

ดว้ งเจาะสมอฝ้าย มอดแป้ง - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - ด้วงกินใบไม้มักจะปรับตัวได้ดี เพราะขาของมันสามารถจับและปล่อยใบไม้ ได้อยา่ งรวดเร็ว ทีเ่ ป็นไดเ้ ชน่ นเ้ี พราะการผสมผสานระหวา่ งตะขอและขนแขง็ ๆ ซ่งึ อยู่ ตรงปลายขาของมัน ดว้ งมีหลายชนดิ เชน่ ดว้ งกวาง ดว้ งรา ดว้ งหนวดยาว ด้วงเข้ยี วกาง ด้วงใน ด้วงเต่าแตง ด้วงดีด ด้วงเต่าทอง ด้วงใบมรกตเล็ก ด้วงหนอนใบไม้ ด้วงจมูกเลือด ดว้ งนำ�้ มนั ดว้ งรวงขา้ ว ด้วยไฟ ด้วงดิน ด้วงเสอื หิ่งห้อย ดว้ งก้นกระดก ดว้ งกระดก ดว้ งสีต่ า ดว้ งดง่ิ ฯลฯ ผ้ึง ผ้ึงอาศัยอยู่ในรังขนาดใหญ่ เรียกว่า รังผึ้ง ในรังผ้ึงประกอบด้วย นางพญาผ้ึงซ่งึ ทำ� หน้าทีอ่ อกไข่ท้ังหมด และมผี งึ้ ตวั ผู้หลายร้อยตวั ผึ้งงานหลายพันตวั ชว่ ยกนั ดแู ลรงั สรา้ งรงั และเลยี้ งลกู ออ่ น นอกจากนนั้ ยงั ออกจากรงั ไปหานำ�้ หวานและ เกสรดอกไม้ ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นน้�ำผึ้ง เมื่อถึงเวลาหน่ึง นางพญาผ้ึงจะบินออก จากรังพรอ้ มดว้ ยผงึ้ งานเพอ่ื หาท่สี ร้างรังใหม่ ผึง้ มอี ยู่หลายชนดิ ด้วยกนั ผึ้งชอบละอองเกสรมาก มนั ขนละอองเกสรกลับไป ยงั รงั ดว้ ยวิธนี ้ี ผง้ึ จงึ ท�ำหนา้ ที่ช่วยถ่ายละออกเกสรให้พืชด้วย ต้ักแตน ต้ักแตนหนวดสั้นใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ตามล�ำพัง แบบเดียวกับ ตกั้ แตนตำ� ขา้ ว และพวกจง้ิ หรดี แตเ่ มอ่ื ถงึ เวลาหนง่ึ มนั จะรวมกนั เขา้ เปน็ ฝงู ขนาดมหมึ า เปน็ ตัก้ แตนนับลา้ นๆ ตวั แลว้ เร่มิ บนิ ไปตามกระแสลม มันจะพากันกดั กินใบของพชื ผล ณ ทน่ี ัน้ จนเกลยี้ งโกร๋นหมด ต้ักแตนมขี นาดเลก็ ไปจนถึงขนาดใหญ่ทีส่ ุด ตั๊กแตนกิ่งไม้และต๊ักแตนใบไม้ สามารถเลียนแบบส่วนของต้นไม้ ได้อย่างแนบเนียนมาก จนกระทั่งเราจะเห็นมันก็ต่อเม่ือมันเคลื่อนไหว โตเต็มวัย ปีกของมันจะมสี เี ขม้ ขน้ึ ตก๊ั แตนตำ� ขา้ วมลี ำ� ตวั สเี ขยี ว ขาหน้าของมันจะงออยู่ตลอดเวลา หัวของมนั มี ตาใหญย่ ่ืนออกมาทางด้านข้างของหัว ท�ำให้มนั เหน็ ภาพไกลไดช้ ัดเจน และกะระยะได้ ถกู ตอ้ งเมอ่ื เขา้ ใกลเ้ หยอื่ มนั จะโยกตวั ไปขา้ งหนา้ และขา้ งหลงั เพอื่ ใหด้ คู ลา้ ยดอกไมห้ รอื ใบไมท้ ป่ี ลวิ ตามลม แลว้ จะหนั คอไปหาเหยอ่ื และใชข้ าหนา้ ทม่ี รี ปู รา่ งคลา้ ยเคยี วทม่ี ขี อบ เป็นซ่ีหนีบไว้ทันที การผสมพันธุ์ ตัวเมียจะกินตัวผู้ท่ีมีขนาดเล็กกว่า การท่ีต้องกิน ส�ำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกจิ การนกั เรยี น 11

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - ส่วนหัวของตัวผเู้ พ่ือทำ� ใหต้ ัวผจู้ ะสามารถท�ำการผสมพันธ์ไุ ด้ 6. สตั วป์ า่ (พืน้ เมอื ง) ในประเทศไทยสัตว์ป่าพ้ืนเมืองมีจ�ำนวนมากมายหลายชนิดแต่บางชนิด ก็ไดส้ ญู พนั ธุไ์ ปจากประเทศไทย สตั วป์ ่าทพ่ี อจะพบไดบ้ า้ ง เชน่ หมูป่า ลักษณะคล้ายหมูบ้าน มีเข้ียวและจมูกกลม เข้ียวทั้ง ๒ ข้างของ ขากรรไกร โตขึ้นตรง หมูป่ า่ มี ๔ นิ้วบนเทา้ หน้า และ มี ๓ – ๔ นิว้ บนเท้าหลังอาศัย อยปู่ ่าโปรง หมปู ่าเปน็ สัตว์ที่ว่งิ เรว็ และต่อสูเ้ ก่งเมื่อตกใจหรอื เม่ือมอี นั ตราย กวาง เปน็ สตั วป์ า่ ขนาดใหญม่ ลี กั ษณะเดน่ คอื เขา มหี ลายชนดิ บางชนดิ เขาแตก ออกเป็นกิ่งแขนง บางชนิดเป็นเขาเดียว ข้างละ ๑ เขา ท่ีมีเขาเป็นก่ิงแขนง ได้แก่ กวางดาว กวางป่า และเนือ้ ทราย ที่มีเขาขา้ งละ ๑ เขา คือ เลียงผา อีเก้ง และเน้อื สมนั สีของกวางเปล่ียนตามฤดูกาลและสิ่งแวดล้อม กวางในทุ่งหญ้าสีอ่อนกว่า กวางป่า อาหารของกวางคือ ยอดไม้ใบหญา้ และผลไมน้ อกจากจะอยู่ในพวกเดียวกนั กวางยงั อยู่รวมกับสัตวอ์ ่นื ทไี่ มเ่ ปน็ ศตั รูได้ เช่น วัวและลงิ สัตว์ที่เป็นศัตรูของกวางคือ เสือ สิงโต หมาป่า สุนัขจิ้งจอก และที่ส�ำคัญคือ คนล่าสัตว์ เพื่อเอาเนื้อ เขา และ เพ่อื ความสนกุ สนาน กระต่ายป่า อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าและป่าละเมาะ กัดกินต้นพืชและ ท�ำลายพืชผล กระต่ายขุดโพรงอยู่ ลูกอ่อนเกิดใหม่นัยน์ตาเปิดและตัวมีขนปกคลุม มฟี นั หนา้ บน 4 ซี่ เรยี งอยู่ 2 แถว แถวหนา้ 2 ซใ่ี หญ่ สว่ นแถวหลงั อยดู่ า้ นในเปน็ ซเี่ ลก็ ๆ อกี 2 ซี่ ซง่ึ ไมไ่ ดใ้ ชป้ ระโยชนเ์ ลย ฟนั หนา้ จะโตขนึ้ เรอื่ ยๆ และมเี คลอื บฟนั ทกุ ดา้ น เพดาน ปากบนขากรรไกรบนกวา้ งกวา่ กระต่ายบ้าน มีหางสนั้ งู เปน็ สัตวเ์ ลอ้ื ยคลานทไี่ ม่มีแขนขา หนังตา หสู ่วนนอกหรือกระดูกส่วนนอก ล�ำตัวเป็นเกลด็ และลอกคราบปีละครัง้ ลำ� ตัวประกอบด้วยซี่โครงและกระดูกสันหลงั งูตัวใหญ่จะมีกระดูกสันหลังถึง 400 ช้ิน งูเคลื่อนที่โดยดันตัวไปข้างหน้าแบบ ลูกคล่ืนซัดเป็นระลอก หรือใช้เกล็ดที่ท้องดันตัวเคล่ือนออกไปข้างหน้า งูทุกชนิด วา่ ยน�ำ้ ได้ มฟี ันซง่ึ เฉเอยี งไปขา้ งหลงั งพู ษิ มเี ข้ยี วซึง่ สะสมพิษอยู่ขา้ งใน ลนิ้ ของงูแคบ 12 คู่มือการสอบวชิ าพิเศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รุน่ ใหญ่

และเป็นแฉกตรงปลาย และงไู ดก้ ลน่ิ ผ่านทางลิ้น งูไมเ่ ค้ยี วเหย่อื แตจ่ ะใช้วธิ ีกลนื ทง้ั ตวั - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - งทู กุ ชนดิ กินเนือ้ เป็นอาหาร 7. เฟนิ ถ้าเราพลิกใบเฟินบางชนิดดูข้างใต้ใบจะเห็นปุ่มเล็กๆ อยู่ทั่วไป น่ันคือ อบั สปอร์ สปอร์คอื เซลลเ์ ล็กนดิ เดียวมีผนังหนา ซึ่งชว่ ยกันไมใ่ หแ้ หง้ ท�ำหน้าทีเ่ หมอื น เมล็ดคือ เป็นตัวสืบพันธุ์ของพืช พืชหลายชนิดสืบพันธุ์โดยสปอร์เรียกว่า สปอโรไฟท์ เฟินก็เป็นสปอโรไฟท์ชนิดหน่ึง ซ่ึงมีวงจรชีวิต คือ เมื่ออับสปอร์ใต้ใบสุกจะแตกออก ปล่อยสปอร์กระจายไปตามสายลมเม่ือตกลงที่ที่มีอุณหภูมิความช้ืนและแสงสว่าง ที่เหมาะสมก็จะเกิดเป็นพืชข้ึนมา แต่จะเป็นพืชประเภทแกนมีโทไฟต์ ซ่ึงผลิต สเปอร์มผู้และไข่สเปิร์มผู้จะอาศัยน้�ำพาไปผสมกับไข่แล้วก็จะเกิดเป็นพืชสปอร์โรไฟท์ กลบั มาอกี คร้ังหน่งึ เป็นครบวงจร เฟินมหี ลายชนดิ เช่น เฟินลนิ้ มังกร เฟนิ ก้านดำ� เฟิน ลนิ้ งู เฟินขนนก เฟนิ ทอง ทางภาคเหนือเรียกเฟนิ ทกุ ชนดิ วา่ กดู เพราะมีใบคลา้ ยผักกดู เปน็ ไมใ้ ชป้ ระดับ 8. หญ้า หญา้ เปน็ พชื ทส่ี ำ� คญั ทส่ี ดุ เพราะตน้ ขา้ ว ตน้ ไผ่ ฯลฯ จดั เปน็ พชื ในตระกลู หญา้ ด้วยเช่นกัน พืชตระกูลหญ้าจัดเป็นเพื่อเศรษฐกิจที่ส�ำคัญ ล�ำตันของหญ้ามักเป็นทรง กระบอกกลวงยาว เว้นตรงข้อต่อท่ีมีใบอยู่ มีดอกเป็นช่อและผสมละอองเกสร โดยอาศยั ลม บางทด่ี อกกไ็ มเ่ ปน็ ดอกอยา่ งทเ่ี ราคดิ กลมุ่ เกสรตวั เมยี จะเปน็ เสน้ ไหมโผล่ ออกมาจากส่วนยอดของแต่ละช่อ สว่ นใบนน้ั โดยทวั่ ไปมีลกั ษณะยาวและแคบ มกี าบ ท่ีฐานหุ้มล�ำต้นอยู่ ใบเป็นแบบเรยี งสลบั ผลมลี ักษณะคลา้ ยเมล็ดพืชในตระกูลหญ้า ท่เี ราพบเห็นเสมอ ได้แก่ ขา้ วโพด ขา้ วฟา่ ง ขา้ วเจ้า ข้าวบาร์เล่ย์ ขา้ วโอต้ ออ้ ย ไผ่ ลกู เดอื ย 9. ชวี ิตตามชายทะเล สัตว์ตามชายทะเลมีชีวิตความเป็นอยู่อีกแบบหนึ่ง ไม่ใช่สัตว์บกและไม่ใช่ สตั วน์ ำ�้ เนอ่ื งจากชายทะเลเปน็ บรเิ วณทน่ี ำ�้ ทะเลขน้ึ ถงึ และลดลง คอื ขน้ึ ๆ ลงๆ เชน่ นน้ั ส�ำนกั การลูกเสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรยี น 13

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - ทุกวัน สัตว์จึงคุ้นเคยกับการท่ีจะมีชีวิตอยู่บนพื้นที่ท่ีไม่มีน้�ำ เฉพาะช่วงที่น�้ำทะเล ลดเท่าน้ันเอง หากมันขาดน�้ำเป็นเวลานานเกินกว่าระยะที่กล่าวนี้ ส่วนมากจะทน ไมไ่ ดแ้ ละมเี พยี งไมก่ ชี่ นดิ เทา่ นนั้ ทจ่ี ะรอดชวี ติ อยไู่ ด้ สตั วเ์ หลา่ นี้ ไดแ้ ก่ หอยตา่ งๆ ฟองนำ�้ เพรียง ปู กงุ้ ปลา ปลาหมกึ หอยโข่งทะเล ฯลฯ ปลาดาว (Star Fish) มแี ตแ่ ขนเปน็ สว่ นใหญ่ มหี า้ แขน บางชนดิ อาจมมี ากกวา่ อาหารชอบกินหอยกาบ หอยฝาชี ปลาและสัตว์เล็กๆ ถา้ เราตดั แขนปลาดาวโดยให้มี สว่ นหนง่ึ ของลำ� ตวั ตดิ ไปดว้ ยมนั สามารถเจรญิ เตบิ โตเปน็ ปลาดาวตวั ใหมไ่ ดอ้ กี และสว่ น ทเ่ี หลอื ยงั มชี ีวติ อยูก่ จ็ ะสร้างแขนข้ึนใหม่ได้อีกทหี ลังจากนน้ั ไมน่ าน หอยเม่น (Sea Urchins) เป็นสัตว์ตัวกลมมีเปลือกบางๆ ท่ีท�ำด้วยหินปูน หุ้มล�ำตัวอยู่ใต้ผิวหนังท่ัวทั้งตัวมีหนามแหลมที่เคลื่อนไหวได้ ระหว่างหนามมีท่อดูด อาหารหรือมีตีนเป็นหลอดเลก็ ๆ บางชนดิ ใชห้ ลอดเดิน บางชนดิ ใช้หนามเดิน หอยเม่น สว่ นมากดดู สาหร่ายกิน ปะการัง (Coral) เป็นสัตว์ขนาดเล็กมีล�ำตัวกลมอ่อนน่ิม มีแขนและหนวด ทใ่ี ชต้ อ่ ยใหเ้ จบ็ ปวดได้ รา่ งกายปกคลมุ ดว้ ยโครงแขง็ ทำ� ดว้ ยหนิ ปนู นานๆ เขา้ โครงแขง็ ของปะการังเป็นจ�ำนวนมากเช่ือมติดตัวกัน เกิดเป็นกิ่งก้านปะการังมองดูคล้ายต้นไม้ ผ่านไปหลายปีโครงแข็งปะการังท่ีเชื่อมต่อกันเกิดจากปะการังเป็นจ�ำนวนล้านได้ กอ่ ให้เกดิ แนวหินปะการัง ปู กุ้ง เป็นสัตว์ที่มีเปลือกหุ้มแข็ง มีขาห้าคู่ใช้ส�ำหรับเดินและว่ายน�้ำเสียส่ีคู่ ส่วนขาคหู่ นา้ มกี ้ามใหญใ่ ชส้ �ำหรับต่อสู้และจับอาหาร ปู กินสัตวเ์ ลก็ ๆ และปลาที่ตายแล้วเป็นอาหาร มนั ใชก้ ้ามใหญ่ฉกี อาหาร กุ้ง มีรปู ร่างต่างจากปู มนั มีสว่ นทอ้ งยาว ใต้ทอ้ งมขี าสำ� หรับว่ายน�้ำหลายคู่ กุง้ ทะเล กินสัตวเ์ ลก็ ๆ และปลาที่ตายเปน็ อาหารเชน่ กนั 10. ชวี ิตในสระ ตามสระท่ีน้�ำไหลไม่รุนแรงนัก เราจะพบตัวอ่อนของแมลงหลายชนิด เช่น ตัวอ่อนแมลงปอ แมลงชีปะขาว แมลงหนอนปลอกน้�ำ แต่เม่ือโตเต็มวัยจะขึ้นมาจาก สระ แมลงปีกแข็งและมวนหลายชนิดที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในสระมันจะมีฟองอากาศ 14 คู่มอื การสอบวชิ าพิเศษลกู เสอื เนตรนารี สามัญรนุ่ ใหญ่

เล็กๆ อยู่ใต้ปีกเพ่ือช่วยหายใจ มันว่ายน�้ำด้วยขาทั้งสองข้างแบบเดียวกับ - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - การตกี รรเชยี งเรอื บางชนดิ กใ็ ชห้ ลงั ไถลลน่ื ไป บางชนดิ เคลอื่ นทแี่ บบสะเกต็ บนนำ้� แขง็ บางชนดิ หมนุ วนแบบลูกฟตุ บอล แมลงในสระท่ีพบเห็นกนั ทวั่ ไป ไดแ้ ก่ จิ้งหรีดนำ�้ จิงโจน้ ำ้� มวน - วน ด้วงนำ้� (ดว้ งตบั เตา่ ) ตัวอ่อนของแมลงปอ มวนแมลงป่องน้ำ� ตัวออ่ นของแมลงหนอนปลอกน้ำ� ตวั ออ่ นของชีปะขาว ดว้ งดี 11. หิน การแบ่งหนิ ธรรมชาติ แบ่งออกเปน็ 2 ชนดิ ใหญ่ๆ คอื 1. หนิ เนอื้ แข็ง คือ หินทแ่ี ขง็ ตวั จาก “สารรอ้ นหลอมเหลว” เป็นหนิ ทีเ่ กิดจาก ความร้อนและความดนั สงู ซง่ึ อยู่ลกึ มากในเปลอื กโลก ซึง่ เรียกวา่ แมกมา เมื่อแมกมา ถกู แรงดนั ขนึ้ สผู่ วิ โลกหรอื ชนั้ เปลอื กโลกตน้ื ๆ แลว้ เยน็ ตวั และแขง็ ตวั กลายเปน็ หนิ อคั นี ถ้าแข็งตวั ใต้ผิวโลกเรยี กหนิ พลโู ทนกิ หินแปร เกดิ ขึ้นเมือ่ หนิ ท่ีมีอยูเ่ ดมิ ถูกแรงบีบ โดยการเคลอ่ื นตัวของโลก ทำ� ให้ เกิดสารประกอบทางเคมีและแร่ชนิดใหม่ขึ้น อาจจะหนักหรือเบากว่าเดิมได้ เนื้อหิน แปรสภาพเกิดเปน็ หินชนิดใหมใ่ นระยะเวลาอนั สั้น เรยี กวา่ หินแปร หนิ ทงั้ สองชนดิ น้ี สว่ นใหญเ่ กดิ ใตผ้ วิ โลกในความลกึ มากๆ จนเราไมส่ ามารถจะ สงั เกตเหน็ ได้ แตม่ ักจะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นบนผิวโลกไดเ้ ม่ือหินเกา่ แกน่ ับลา้ นปี และ หนิ ที่อยูเ่ บอ้ื งบนถกู กัดกรอ่ นออกไป 2. หนิ เนอ้ื ออ่ น เมอ่ื หนิ โผลอ่ ยเู่ หนอื ผวิ โลก ถกู นำ้� คา้ งแขง็ ลม และนำ้� ฝนทำ� ลาย ก่อให้เกิดการแตกตัวอย่างช้าๆ เศษหินที่แตกหลุดก็จะถูกสายน้�ำล�ำธารพัดพาไปเป็น ระยะทางไกลๆ ผวิ หนิ กค็ อ่ ยๆ เกลยี้ งเกลาจนกลมมนในทส่ี ดุ เมอ่ื ถกู ชะลงชายหาดหรอื ก้นทะเลจึงกลายเป็นตะกอนทรายและโคลนตม ทับถมกันช้ันแล้วชั้นเล่าในท่ีสุดก็จะ กลายเปน็ ชน้ั หนาของหินตะกอน หรอื หนิ ชน้ั ตอ่ มาถกู แรงดนั ทำ� ใหเ้ กดิ การคดโคง้ หรอื เกิดรอยเลื่อนปรากฏในเทือกเขา กระบวนการนี้บางคร้ังมีมวลหินอัคนีผ่านและท�ำให้ หินบางสว่ นเปลยี่ นเป็นหินแปร ส�ำนกั การลกู เสือ ยุวกาชาดและกจิ การนกั เรยี น 15

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - หนิ ตะกอน บางชนิดมีลกั ษณะเปน็ ชน้ั ๆ ซ่งึ สามารถเหน็ เป็นชนั้ ทรายหรอื ชั้น ดนิ เหนยี วได้ แตบ่ างชนดิ กไ็ มม่ ลี กั ษณะเปน็ ชนั้ ซง่ึ ทำ� ใหเ้ ขา้ ใจผดิ เปน็ หนิ อคั นไี ด้ หนิ ตะกอน เรยี กชอ่ื ตามสว่ นประกอบของหนิ เชน่ หนิ กรวดมน หนิ ทราย หนิ ดนิ ดาน สว่ นหนิ ทเ่ี กดิ จากซากพืช ซากสตั ว์ คือ หนิ ปูน 12. ซากสัตว์และต้นไมท้ ่ีกลายเป็นหิน ซากสิ่งที่มีชีวิตทุกชนิดไม่จ�ำเป็นต้องกลายเป็นหิน ตามปกติซากสัตว์หรือ พืชที่สูญพันธ์ุแล้ว สามารถบอกถึงธรณีวิทยาในอดีตได้ ซากบางชนิดคงสภาพเกือบ สมบูรณ์ บางชนิดเหลือเพียงรูปรอยหรือร่องรอยจากซากเท่าน้ันซากสัตว์และพืช สนั นษิ ฐานไดว้ า่ ประมาณ ๒๕๐ ลา้ นปมี าแลว้ ทวปี ทกุ ทวปี เชอื่ ตดิ กนั เปน็ ทวปี ใหญเ่ พยี ง ทวีปเดียว เพราะพบซากพืชลักษณะคล้ายเฟินและซากสัตว์เล้ือยคลานท่ีอาศัยอยู่ บนบกในหนิ และอยู่หา่ งไกลกนั มาก เช่นทวีปแอฟริกา อนิ เดยี และอเมรกิ าใต้ ต้นไม้ท่ีกลายเป็นหินน้ันเกิดจากการแทนที่ทางเคมี โดยเซลล์ต้นไม้ถูกแทนท่ี โดยซลิ กิ า เมอ่ื ทบั ถมกนั นานเขา้ เซลลท์ ถ่ี กู แทนทจ่ี งึ กลายเปน็ หนิ โดยยงั คงลกั ษณะเดมิ คอื ต้นไมท้ ีก่ ลายเป็นหิน 16 คมู่ อื การสอบวิชาพิเศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่

- วิชา นักธรรมชาติวิทยา - ตวั อยา่ งแบบทดสอบ สำ� นกั การลกู เสอื ยุวกาชาดและกจิ การนักเรยี น 17ค

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - แบบทดสอบภาคปฏบิ ตั ิ 1. มคี วามรู้ในเร่อื งตน้ ไม้ใหญ่และไม้พมุ่ โดยใช้สมดุ ปูม 2. สามารถบอกชอ่ื ดอกไม้ปา่ และลกั ษณะไมน่ อ้ ยกวา่ 2 ชนดิ 3. สามารถบอกชอ่ื และลกั ษณะนกในประเทศไทยไมน่ อ้ ยกวา่ 5 ชนดิ 4. สามารถอธบิ ายวงจรของผเี สื้อหรอื แมลงอย่างใดอยา่ งหนึ่งได้ 5. สามารถบอกชอื่ สัตว์ป่าพื้นเมอื งไม่นอ้ ยกว่า 2 ชนดิ ในแบบฟอรม์ (ดงั แนบ) 6. อธบิ ายเร่ืองตน้ เฟินหรือหญา้ ชนดิ ต่างๆพอสงั เขป 7. สามารถบอกไดว้ ่าส่ิงมีชีวติ ตามชายทะเลหรอื ในสระอยา่ งใดอย่างหน่งึ 8. สามารถอธบิ ายซากสตั ว์หรอื ต้นไม้ทก่ี ลายเป็นหนิ ได้ 9. จดั ใหม้ ีการอภปิ รายโดยให้ลูกเสือเป็นผดู้ �ำเนินการตามงานทีท่ �ำ 18 คูม่ ือการสอบวิชาพเิ ศษลกู เสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่

ตัวอย่างใบบันทึกการทำ� สมุดปมู - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - โรงเรยี น...................................................... วิชาพิเศษลกู เสอื สามัญรุ่นใหญ่ วิชานักธรรมชาติวิทยา ( ภาคปฏบิ ตั )ิ ........................................................................ ตารางสังเกตและบนั ทึกการเจรญิ เตบิ โตของ.................................................. เรม่ิ ตัง้ แตเ่ กบ็ ตัวอย่าง สะสมจนมาถึงระยะเวลา...................................(เดือน/สปั ดาห์) การบันทกึ การเจริญเตบิ โตของ..................................................................................... วนั /เดอื น/ปี งานปฏิบัติ การเจรญิ เตบิ โต หมายเหตุ ทีป่ ฏิบัติ ผู้บนั ทึก.................................................. หม.ู่ .........................กอง......................... ส�ำนกั การลกู เสือ ยวุ กาชาดและกิจการนกั เรียน 19

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - ตารางรายละเอยี ดประเภท/ช ินด ลกั ษณะสว่ นต่างๆลักษณะ ั่ทวไป ราก ลำ� ตน้ ใบ ดอก ผลการขยาย ัพนธ์ุ ประโยชน์ 20 คู่มอื การสอบวชิ าพิเศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่หมายเหตุ

ดอกไมป้ า่ ล�ำดบั ท่ี ช่ือดอกไมป้ ่า ลักษณะของดอกไม้ปา่ - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - 1. 2. 3. 4. ส�ำนักการลกู เสือ ยวุ กาชาดและกิจการนกั เรยี น 21

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - ตารางและรายละเอยี ด สตั ว์ปา่ (พ้นื เมอื ง)ประเภทช ินด 22 คู่มอื การสอบวชิ าพิเศษลูกเสอื เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ัลกษณะ ั่ทวไป นิสัย การ ืสบพันธุ์ อาหาร ิ่ถน ี่ทอยู่อา ัศย ประโยชน์ หมายเหตุ

ตารางและรายละเอียด หนิ ซากสตั ว์ ต้นไมท้ ก่ี ลายเป็นหนิ ประเภทชนิด ลักษณะ ่ัทวไป ขนาด สถาน ี่ทพบ อายุประมาณ ฯลฯ หมายเหตุ - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - ส�ำนกั การลูกเสือ ยวุ กาชาดและกิจการนักเรยี น 23

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - แบบทดสอบภาคทฤษฎี จงวงกลมล้อมรอบหัวข้อค�ำตอบที่ถกู ตอ้ งเพียงข้อเดียว 1.เครอ่ื งหมายวิชาพเิ ศษนักธรรมชาตวิ ิทยา ก. รูปหมีแพนดา้ ข. รูปดอกไม้ ค. รูปต้นไม้ ง. รูปใบไม้ 2. ธรรมชาตหิ มายถงึ ก. อากาศ นำ�้ ลม ดนิ ข. สงิ่ ที่เกิดและเป็นอยู่ตามธรรมดาของสง่ิ น้ันๆ ค. ป่าไม้ ภูเขา แม่นำ้� ง. ผิดทกุ ข้อ 3. ส่งิ มีชีวิตตามธรรมชาตแิ บ่งออกเปน็ ก. สัตว์และพืช ข. สัตว์และปลา ค. สตั วแ์ ละนก ง. มนษุ ยแ์ ละพืช 4. ต้นไมใ้ หญม่ ีลำ� ต้นเปน็ ลักษณะใด ก. มีล�ำต้นสูงใหญ่ ข. มีล�ำต้นท่มี ีเปลือกหนา ค. มีล�ำตน้ เปน็ ไม้เนอ้ื แขง็ ง. มลี ำ� ต้นท่มี กี ง่ิ กา้ นดกหนา 5. ข้อใดคอื ชอื่ ตน้ ไม้ใหญ่ ก. ตน้ หางนกยูงไทย ข. ตน้ ประดู่ ค. ต้นจ�ำปา ง. ตน้ ทรงบาดาล 24 คมู่ อื การสอบวิชาพเิ ศษลกู เสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่

6. เปลอื กของตน้ ไมใ้ หญบ่ างประเภท - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - ก. รักษาโรคบางชนดิ ได้ ข. ตอ้ งมลี ักษณะใหญ่ แข็งแรงและเหนยี ว 25 ค. สามารถปลอกเปลือกได้ ง. ถกู ทกุ ขอ้ 7. ขอ้ ใดคือประโยชนข์ องไมพ้ มุ่ ก. เปน็ ไมป้ ระดับ ข. มีกล่ินหอม ค. รกั ษาโรคบางชนิดได้ ง. ถูกทกุ ขอ้ 8. ไมพ้ มุ่ ทีน่ ำ� มาเปน็ ไม้ประดบั ควรมีคณุ สมบตั ิ ก. ขึ้นงา่ ยโดยเร็ว ข. ออกดอกมาก ค. ทนแดดและส่งิ แวดล้อม ง. ถูกทุกข้อ 9. ดอกไม้ป่าได้แก่ ก. ดอกมะมว่ ง ข. ดอกอุตพิด ค. ดอกกลว้ ยไม้ ง. ดอกมะยม 10. นกมีชว่ งเวลาในการผสมพันธุ์ ก. ชว่ งปลายฤดูฝน ข. ช่วงฤดูร้อน ค. ช่วงฤดฝู น ง. ช่วงฤดูหนาว ส�ำนักการลกู เสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรยี น

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - 11. การสร้างรังเป็นหน้าที่ของ ก. ผูเ้ ลย้ี ง ข. คาบตามธรรมชาติ ค. ถ้�ำเล็กๆตามธรรมชาติ ง. นกตัวผู้ 12. ไข่นกทใ่ี หญท่ ่สี ดุ คือขอ้ ใด ก. ไข่นกพิราบ ข. ไขน่ กกระจอกเทศ ค. ไข่นกฮัมมงิ่ เบริ ์ด ง. ไข่นกฮกู 13. ไข่นกที่เล็กทสี่ ดุ คือข้อใด ก. ไขน่ กพริ าบ ข. ไขน่ กกระจอกเทศ ค. ไขน่ กฮัมมิ่งเบริ ด์ ง. ไข่นกฮูก 14. นกทวี่ างไขค่ รั้งละจ�ำนวนมาก ( ๑๒ – ๑๕ ฟอง) ไดแ้ ก่ ก. นกกางเขน ข. นกเขา ค. นกแกว้ ง. นกเปด็ นำ�้ 15. รังของนกทด่ี ที ส่ี ุดในโลก ก. นกกระจาบ ข. นกกระจอก ค. นกเอ้ียง ง. นกแก้ว 26 คู่มือการสอบวิชาพเิ ศษลูกเสอื เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่

16. รงั นกท�ำจากอะไร - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - ก. ดินเหลว ข. เศษกงิ่ ไม้ 27 ค. เส้นหญ้ามาประสานกนั ง. ใบไม้ใบหญ้า 17. นกในประเทศท่ีพบเห็นบอ่ ย ได้แก่ ก. นกเปด็ น�้ำ ข. นกกางเขน ค. นกกระยาง ง. ถูกทุกขอ้ 18. นกท่ีลา่ เยอ่ื ตอนกลางคืน ก. นกแกว้ ข. นกกระจาบ ค. นกกระจอก ง. นกเค้าแมว 19. นกที่นิยมเล้ยี งไวป้ ระกวด เสียงรอ้ ง ก. นกพริ าบ ข. นกเขา ค. นกแกว้ ง. ถูกทุกขอ้ 20. วงจรชีวติ ของผีเสอ้ื ก. ไข่ – ตัวแกว้ – ดกั แด้ - ผเี สือ้ ข. ไข่ – ดักแด้ – ตวั แก้ว - ผีเส้ือ ค. ไข่ – ดกั แด้ - ผเี สือ้ ง. ไข่ – ตวั แกว้ - ผีเส้ือ สำ� นกั การลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรยี น

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - 21. อาหารของผเี สอ้ื ก. หนอนตัวเลก็ ข. แมลงตวั เลก็ ค. ใบไม้ ง. น้�ำหวานจากเกสรดอกไม้ 22. ดว้ งกนิ อะไรเปน็ อาหาร ก. พืช ข. แมลง ค. เชอ้ื รา ง. ถูกทกุ ข้อ 23. ชนิดของดว้ ง ก. ดว้ งกลาง ข. ดว้ งรา ค. ดว้ งเตา่ ทอง ง. ถูกทุกขอ้ 24. สตั ว์ปา่ (พืน้ เมอื ง) ทใ่ี กลส้ ญู พันธ์ ก. หมปู ่า ข. กวาง ค. กระตา่ ยปา่ ง. ถกู ทกุ ขอ้ 25. งูทกุ ชนดิ กินอะไรเป็นอาหาร ก. ขา้ วสาร ข. ผลไม้ ค. เนื้อ ง. รังผงึ้ 28 คมู่ อื การสอบวิชาพเิ ศษลูกเสือ เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่

26.พืชในตระกลู หญา้ - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - ก. ตน้ ข้าว ข. ต้นมะยม 29 ค. ต้นลำ� ไย ง. ผดิ ทกุ ข้อ 27. สัตวต์ ามชายทะเล ก. หอย ข. เมน่ ค. กระรอก ง. กระแต 28. อาหารของปู ก. โคลน ข. สัตว์เลก็ ๆและปลาที่ตายแล้ว ค. สาหร่าย ง. ผิดทุกขอ้ 29. ลักษณะของปลาดาว ก. เป็นลายๆ ข. เปน็ รปู ห้าดาว ค. มีหา้ แขน ง. ผิดทกุ ขอ้ 30. ปะการงั ก. เปน็ ปลา ข. เป็นฟอสซลิ ค. เป็นสัตวข์ นาดเลก็ ง. ผิดทุกขอ้ สำ� นักการลูกเสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรยี น

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - 31. แมลงท่พี บในสระ ก. งู ข. ปลาไหล ค. ปู ง. แมลงปอ 32. แมลงท่ีใช้ชวี ิตส่วนใหญอ่ ย่ใู นสระใช้อะไรช่วยในการหายใจ ก. เหงอื ก ข. ผิวหนัง ค. ฟองอากาศเล็กๆ อย่ใู ต้ปีก ง. ผิดทกุ ข้อ 33. การเคล่ือนไหวของแมลงในสระว่ายน้�ำ ก. ว่ายน�้ำดว้ ยขา ข. ใช้หลงั ลน่ื ไถล ค. เคลือ่ นทแ่ี บบสเกต็ ง. ถูกทกุ ข้อ 34. แมลงทอ่ี าศยั อย่ใู นสระน้�ำเมื่อโตเตม็ วัย ก. จะอาศยั บนใบบัว ข. จะขึน้ มาจากสระน�ำ้ ค. จะอาศัยอยู่ในรปู ริมสระ ง. ผดิ ทกุ ขอ้ 35. หินธรรมชาติแบง่ ออกเปน็ ็ ก. ๑ ชนดิ ข. ๒ ชนดิ ค. ๓ ชนดิ ง. ๔ ชนดิ 30 คมู่ ือการสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสือ เนตรนารี สามญั รุน่ ใหญ่

36. การเกดิ ของหิน - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - ก. เกิดใตผ้ วิ โลกในความลึกมากๆ ข. เกดิ จากนำ�้ คา้ งแข็ง 31 ค. เกดิ จากภเู ขาไฟ ง. ถกู ทกุ ข้อ 37. หนิ ทีเ่ กดิ จากซากพืช ก. หินทราย ข. หนิ ดินดาน ค. หนิ ปูน ง. ผิดทกุ ข้อ 38. หนิ แปรเกิดจาก ก. ถูกน้�ำค้างแขง็ ข. ถูกนำ�้ ฝนท�ำลาย ค. ถกู ความร้อน พืช ถูกแรงบีบ ง. ถกู ทุกข้อ 39. หนิ ตะกอนได้แก่ ก. หินกรวดมน ข. หินทราย ค. หนิ ปูน ง. ผดิ ทุกข้อ 40. ตน้ ไมท้ ่กี ลายเปน็ หนิ ก. เกิดจากการทบั ถม ข. เกิดจากการเผาไหม้ ค. เกิดจากการฝงั อย่ใู นน�ำ้ แข็ง ง. เกดิ จากการแทนทีท่ างเคมี สำ� นักการลูกเสอื ยวุ กาชาดและกิจการนกั เรียน

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - เฉลยข้อสอบภาคความรู้วิชา นกั ธรรมชาติวทิ ยา ขอ้ ที่ ค�ำตอบ ขอ้ ที่ ค�ำตอบ ขอ้ ที่ ค�ำตอบ ขอ้ ท่ี ค�ำตอบ 1. ง 11. ง 21. ง 31. ง 2. ข 12. ข 22. ก 32. ค 3. ก 13. ค 23. ง 33. ง 4. ค 14. ง 24. ง 34. ข 5. ข 15. ก 25. ค 35. ข 6. ก 16. ค 26. ก 36. ก 7. ง 17. ข 27. ก 37. ค 8. ง 18. ง 28. ข 38. ค 9. ค 19. ข 29. ข 39. ก 10. ก 20. ก 30. ค 40. ง 32 คู่มือการสอบวิชาพเิ ศษลกู เสือ เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่

บรรณานุกรม - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - กลมุ่ สง่ เสรมิ และพฒั นาการลกู เสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนกั เรยี น, สำ� นกั งาน. คมู่ อื การ เคร่ืองหมายลูกเสอื โลก การสอบเครอ่ื งหมายลกู เสือช้ันพิเศษ การสอบ เคร่อื งหมายลูกเสือ : โรงพมิ พ์ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ�ำกดั . 2560. คณะกรรมการบริหารลกู เสอื แห่งชาติ, สำ� นักงาน. ขอ้ บงั คับคณะลูกเสือแหง่ ชาติว่า ดว้ ยการปกครอง หลักสตู รและวชิ าพิเศษลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่ (ฉบับท่ี 19) พ.ศ. 2528. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์องคก์ ารคา้ ของครุ ุสภาของ สกสค., 2548. ส�ำนักงานคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสอื แห่งชาต,ิ การอนรุ กั ษธ์ รรมชาติ. โรงพมิ พค์ ุรุ สภาลาดพร้าว. 2548 ส�ำนกั การลูกเสอื ยุวกาชาดและกจิ การนักเรยี น 33

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - ภาคผนวก 3ง4 คมู่ อื การสอบวิชาพิเศษลกู เสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่

ขนั้ ตอนการด�ำเนินการสอบวชิ าพิเศษ การขออนุมตั ิ และการประดบั เครื่องหมาย - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - 1. ลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ เมื่อสอบเคร่ืองหมายลูกเสือโลกได้แล้ว และไดเ้ ขา้ พธิ ปี ระจำ� กอง จงึ มสี ทิ ธป์ิ ระดบั เครอื่ งหมายลกู เสอื โลกจากนนั้ จงึ มสี ทิ ธเ์ิ ลอื ก สอบวิชาพิเศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ 2. เม่ือลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่แสดงความประสงค์ที่จะสอบเพ่ือรับ เคร่ืองหมายวิชาพิเศษ คณะกรรมการด�ำเนินงานของกองลูกเสือจะต้องพิจารณา เหน็ ชอบใหม้ ีการสอบวชิ าพิเศษลูกเสอื เนตรนารี ตามที่เสนอ 3. ผู้ก�ำกับกองลูกเสือ เนตรนารี เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติต่อ ผู้อ�ำนวยการลกู เสือโรงเรียน 4. เมอื่ ได้รบั การอนุมัติแลว้ จึงจดั ท�ำคำ� สง่ั แต่งต้ังคณะกรรมการสอบวิชาพเิ ศษ ลูกเสือ เนตรนารี โดยประธานคณะกรรมการสอบต้องได้รับเครื่องหมายวูดแบดจ์ ประเภทสามญั รนุ่ ใหญ่ สว่ นกรรมการตอ้ งผา่ นการฝกึ อบรม ขน้ั ความรเู้ บอื้ งตน้ ประเภท สามญั ร่นุ ใหญ่เป็นอย่างนอ้ ย 5. ดำ� เนนิ การสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญท่ งั้ ภาคปฏบิ ตั แิ ละ ภาคทฤษฎี 6. เมื่อสอบเสร็จแล้ว สถานศึกษาท�ำหนังสือขออนุมัติผลการสอบวิชาพิเศษ ลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ และการประดับเครื่องหมายไปยัง ผู้มีอ�ำนาจอนุมัติ พร้อมแนบหลกั ฐาน ดังนี้ 6.1 โครงการสอบวชิ าพิเศษ 6.2 ค�ำสงั่ แตง่ ตัง้ คณะกรรมการสอบ 6.3 ขอ้ สอบภาคปฏบิ ัติ 6.4 ข้อสอบภาคทฤษฎี 6.5 รายชอ่ื ลกู เสอื เนตรนารี ท่ีสอบผา่ น/ไมผ่ ่าน ส�ำนกั การลกู เสอื ยวุ กาชาดและกิจการนักเรียน 35

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - 7. สว่ นกลางหรอื สว่ นภมู ภิ าคอนมุ ตั ผิ ลการสอบและอนมุ ตั กิ ารประดบั เครอ่ื งหมาย 8. เมอื่ สถานศกึ ษาไดร้ บั หนงั สอื อนมุ ตั ผิ ลการสอบและการประดบั เครอื่ งหมาย แลว้ จะต้องดำ� เนินการดังนี้ 8.1 สถานศกึ ษาออกหนงั สอื รบั รองใหล้ ูกเสอื เนตรนารี ท่ีสอบผ่าน 8.2 สถานศึกษาลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐานในสมุดทะเบียนกอง ลูกเสอื เนตรนารี (ลส. 8/นน. 8) 8.3 สถานศึกษาบันทึกหลักฐานในสมุดประจ�ำตัวลูกเสือ เนตรนารี (ลส. 17/นน. 17) 9. ประดับเครอื่ งหมายวชิ าพิเศษลกู เสือ เนตรนารี 36 คู่มือการสอบวชิ าพิเศษลูกเสอื เนตรนารี สามญั ร่นุ ใหญ่

- วิชา นักธรรมชาติวิทยา - ตวั อย่างเอกสาร สำ� นกั การลกู เสอื ยวุ กาชาดและกิจการนกั เรยี น 37จ

ตัวอยา่ ง สถานศกึ ษาขออนุมตั ิผลการสอบวิชาพิเศษ และขออนมุ ัติการประดบั เครือ่ งหมาย - วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - หนงั สือขออนุมัติผลการสอบวชิ าพเิ ศษ วิชา......................... และขออนุมัตกิ ารประดบั เครือ่ งหมาย ที่......../.............. สถานศกึ ษา............................... วนั ที่..........เดือน.....................พ.ศ.......... เรอื่ ง ขออนุมัติผลการสอบวชิ าพเิ ศษ วชิ า....... และขออนุมตั ิการประดับเครอื่ งหมาย เรยี น เลขาธิการสำ� นกั งานลกู เสอื แห่งชาติ/ผอู้ �ำนวยการลูกเสอื จงั หวดั (แลว้ แตก่ รณี) ส่งิ ทีส่ ่งมาดว้ ย 1. โครงการสอบวชิ าพเิ ศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุน่ ใหญ่ วิชา....... 2. คำ� ส่งั แตง่ ต้งั คณะกรรมการสอบวิชาพเิ ศษวิชา............. 3. ขอ้ สอบภาคปฏิบัติ 6 ฐาน 4. ขอ้ สอบภาคทฤษฎี 40 ข้อ 5. รายช่อื ลกู เสอื เนตรนารี สามัญรนุ่ ใหญท่ ่ีสอบผา่ น – ไม่ผ่าน หลกั สูตรเครื่องหมายวิชาพิเศษ วิชา.............................. ด้วยสถานศึกษาได้จัดท�ำโครงการฯและแต่งต้ังคณะกรรมการสอบวิชาพิเศษ ลูกเสอื เนตรนารี สามญั รุน่ ใหญ่ ตามสง่ิ ทส่ี ง่ มาด้วย บดั นี้ สถานศึกษาไดด้ ำ� เนนิ การ สอบท้ังภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ัตเิ ป็นทเ่ี รยี บรอ้ ยแล้ว ผลปรากฏวา่ มลี กู เสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ จ�ำนวน.........คน สอบผ่าน (รายช่อื ดังแนบ) จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดพจิ ารณาอนมุ ตั ผิ ลการสอบวชิ าพเิ ศษและอนมุ ตั กิ ารประดบั เครอื่ งหมาย ขอแสดงความนับถอื (……………………………………………) ผอู้ ำ� นวยการลกู เสือโรงเรียน....................... 38 คู่มือการสอบวิชาพเิ ศษลูกเสือ เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่

ตวั อยา่ ง - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - โครงการสอบวชิ าพเิ ศษลูกเสือ เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ วชิ า........................... ประจ�ำป…ี .....……… 1. ช่ือโครงการ “การสอบวิชาพิเศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รุน่ ใหญ่ วิชา ................ประจ�ำปี พ.ศ..............” 2.หลักการและเหตผุ ล ด้วยท่ีประชมุ คณะกรรมการดำ� เนนิ งานของกองลกู เสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ คร้งั ท.่ี ...../........... เม่อื วันที่....เดือน.........พ.ศ........... ณ ห้องประชุมลูกเสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ ไดม้ มี ตสิ อบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ วชิ า....................... ให้แก่ลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ ท่ีสอบได้เคร่ืองหมายลูกเสือโลก และผ่าน พิธีเข้าประจ�ำกองแล้ว จ�ำนวน.......คน โดยมีลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ จ�ำนวน....คน สมัครสอบเพื่อรับเคร่ืองหมายวิชาพิเศษวิชา..........โดยได้น�ำเสนอไปยัง ผ้อู �ำนวยการลกู เสือโรงเรยี นตามลำ� ดบั และได้รับความเห็นชอบแลว้ 3. วตั ถุประสงค์ 3.1 เพอื่ ใหน้ กั เรยี นในระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ เหน็ คณุ คา่ ของกิจกรรม ลูกเสือ เนตรนารี สามญั รุน่ ใหญ่ 3.2 เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แกล่ ูกเสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ สมัครสอบ เพือ่ รับเครือ่ งหมายวชิ าพเิ ศษ วชิ า..................... 4. เป้าหมาย รับสมคั รลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ จำ� นวน............คน 5. วธิ ีด�ำเนนิ การ 5.1 เปดิ รบั สมัครลกู เสือ เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่ ทตี่ ้องการสอบเพ่ือรับ เครือ่ งหมายวชิ าพิเศษ วชิ า............. 5.2 จดั ทำ� ค�ำส่ังแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวิชาพเิ ศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญร่นุ ใหญ่ วิชา................... 5.3 เริ่มด�ำเนินการสอบตั้งแต่บดั น้ีเปน็ ต้นไป ส�ำนักการลกู เสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนกั เรยี น 39

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - 6.งบประมาณ เกบ็ จากลกู เสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ คนละ 50 บาท 7.วันและสถานท่ี ระหว่างเดอื น...........ถึงเดือน........... 25..... ณ........................... 8. ผลท่จี ะไดร้ ับ ลกู เสอื เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ จ�ำนวน............คน จะไดร้ บั เคร่อื งหมายวชิ าพิเศษ วิชา............. อย่างน้อย.......คน 9. ผู้รบั ผิดชอบโครงการ รองผูอ้ ำ� นวยการลูกเสอื โรงเรยี น.................... 10. ชนดิ ของโครงการ เปน็ โครงการตอ่ เนอ่ื งทกุ ปี 40 คู่มอื การสอบวิชาพิเศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่

ตวั อยา่ ง คำ� สัง่ โรงเรยี น.......................... ท่ี......../............. เร่ือง แตง่ ตัง้ คณะกรรมการสอบวิชาพิเศษ ลกู เสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ วชิ า…………………………. - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - เพื่อใหก้ ารสอบเครอ่ื งหมายวิชาพิเศษ วชิ า.........................ใหแ้ กล่ กู เสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ ระหวา่ งวนั ที.่ .......ถึงวนั ท.ี่ ......เดือน..................พ.ศ.......... ณ ............... จงั หวดั ..................เป็นไปด้วยความเรยี บรอ้ ยและมีประสทิ ธภิ าพ จึงแตง่ ต้งั บุคลากรทางการลกู เสือตอ่ ไปน้ี ด�ำเนินการสอบตามก�ำหนดวนั และ สถานที่ดังกลา่ วข้างต้น ดงั นี้ 1. รองผู้อำ� นวยการลูกเสอื โรงเรียน A.L.T./SS.W.B. ประธาน 2. ผูก้ ำ� กบั กลมุ่ ลูกเสอื โรงเรยี น A.L.T./SS.W.B. รองประธาน 3. รองผู้กำ� กบั ลูกเสอื โรงเรยี น SS.W.B. กรรมการ 4. ผู้กำ� กบั กองลูกเสอื สามญั รนุ่ ใหญ่ กองท่ี 1 กลุ่มที่ 1 SS.W. B. กรรมการ 5. ผ้กู ำ� กับกองเนตรนารสี ามญั ร่นุ ใหญ่กองที่ 1 กลุม่ ท่ี 1 SS.W.B. กรรมการ 6. กรรมการ 7. ฯลฯ กรรมการ 8. กรรมการ 9. กรรมการ 10. รองฯกองลกู เสอื สามัญรุ่นใหญ่ กองที่ 1 กลุม่ ที่ 1 SS.B.T.C. กรรมการ 11. รองฯกองเนตรนารสี ามญั รุ่นใหญ่กองที่ 1 กลุ่มที่ 1 SS.B.T.C กรรมการ ฯลฯ (................................................) 41 ผู้อำ� นวยการลูกเสอื โรงเรียน.................. ส�ำนกั การลกู เสือ ยวุ กาชาดและกจิ การนกั เรียน

ตัวอยา่ ง โรงเรยี น............................... รายชือ่ ลกู เสอื เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่ ที่สอบวิชาพเิ ศษ - วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - ล�ำดับ ช่อื ลูกเสือ เนตรนารี วิชา.......... หมายเหตุ วิชา.......... วิชา.......... 1. .................................... / / x 2. .................................... 3. .................................... หมายเหตุ - ถ้าใส่เครื่องหมาย / แสดงวา่ สอบผ่าน - ถ้าใสเ่ คร่ืองหมาย x แสดงว่า สอบไมผ่ ่าน ลงชือ่ ................................. ลงชอ่ื ................................. (........................................) (........................................) กรรมการ กรรมการ ลงช่ือ................................. (........................................) ประธาน 42 คมู่ อื การสอบวิชาพิเศษลูกเสอื เนตรนารี สามญั รุน่ ใหญ่

ตวั อยา่ ง หนงั สือจากสว่ นกลาง หรือส่วนภมู ิภาคอนุมัติผลการสอบวชิ าพเิ ศษลูกเสือ สามญั รนุ่ ใหญ่ และอนมุ ตั กิ ารประดบั เคร่ืองหมาย เมื่อทางส�ำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ส�ำนักงานลูกเสือจังหวัด (แล้วแต่กรณี) - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - พิจารณาตามหลกั ฐาน ท่ีสถานศึกษาส่งไป และตรวจสอบได้วา่ มีการด�ำเนินการสอบ จรงิ จึงออกหนงั สืออนุมตั ผิ ลการสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ และ การประดบั เครือ่ งหมาย ดังน้ี ตวั อย่างหนงั สอื อนมุ ัติผล ที่......../.......... ส�ำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ส�ำนักงานลกู เสือจงั หวดั (แล้วแต่กรณี) วนั ที่.........เดือน................พ.ศ............ เรือ่ ง อนมุ ัตผิ ลการสอบวชิ าพิเศษลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุน่ ใหญ่ และอนุมัตกิ ารประดบั เครอื่ งหมาย เรยี น ผู้อ�ำนวยการลูกเสอื โรงเรยี น............. อ้างถงึ หนงั สอื ของโรงเรียนที.่ ........./.................... ลงวนั ที.่ ........................... ตามหนงั สอื ทอ่ี า้ งถงึ โรงเรยี นจดั สง่ รายงานผลการสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื เนตร นารี สามญั รนุ่ ใหญ่ และขออนมุ ัตปิ ระดับเครอ่ื งหมายวิชาพเิ ศษใหแ้ ก่ลูกเสอื เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่ ผ้ทู ี่สอบผา่ น ความแจ้งแล้วนนั้ สำ� นกั งานลกู เสอื แหง่ ชาติ สำ� นกั งานลกู เสอื จงั หวดั (แลว้ แตก่ รณ)ี ไดร้ บั ทราบ แลว้ ดว้ ยความยนิ ดี จงึ อนมุ ตั ผิ ลการสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ ตาม ทีเ่ สนอ และอนุมัตให้ประดับเครือ่ งหมายวชิ าพิเศษได้ และขอให้ผ้บู ังคบั บัญชาลูกเสือ เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่ แจง้ ให้ลกู เสือ เนตรนารี สามญั รุ่นใหญ่ ทราบถงึ ความส�ำคัญ ของวิชาพิเศษที่ตนสอบผ่าน และเอาใจใส่ให้ลูกเสือ เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ ได้ใช้ วิชาพเิ ศษนน้ั ๆ ปฏิบตั ใิ ห้เปน็ ประโยชน์อยเู่ สมอด้วย ส�ำนักการลูกเสอื ยวุ กาชาดและกจิ การนักเรยี น 43

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - อนง่ึ ในการจัดซอ้ื เครอื่ งหมายวชิ าพิเศษ ใครข่ อให้โรงเรียนตดิ ตอ่ ขอหนงั สือ อนุญาตซื้อเคร่ืองหมายวิชาพิเศษที่งานวิชาการ ส�ำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (ปัจจุบันคือส่วนสิทธิประโยชน์ ส�ำนักงานลูกเสือแห่งชาติ) ตามหนังสือของสำ� นักงาน คณะกรรมการบริหารลกู เสอื แห่งชาติ ท่ี 147/2517 ลงวนั ที่ 7 มกราคม 2517 หรือท่ี สำ� นกั งานลกู เสือจังหวัด (แลว้ แตก่ รณี) เพ่ือให้ลกู เสือ เนตรนารี ประดับเครื่องหมาย ดังกลา่ ว จะขอบคุณมาก ขอแสดงความนับถือ (..................................................) ตำ� แหนง่ ....................................... 44 คู่มอื การสอบวิชาพเิ ศษลูกเสือ เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่

ตวั อยา่ ง - วิชา นักธรรมชาติวิทยา - สถานศกึ ษาออกหนงั สือรับรองให้กบั ลกู เสอื เนตรนารี ที่สอบผา่ น เมอื่ สถานศกึ ษาไดร้ บั หนงั สอื ตอบอนมุ ตั ผิ ลการสอบ และใหป้ ระดบั เครอื่ งหมาย วิชาพเิ ศษแลว้ ก็ให้ออกหลักฐานคอื หนงั สอื รับรองแกล่ ูกเสือ เนตรนารี สามัญรนุ่ ใหญ่ ทสี่ อบผา่ นและลงทะเบยี นไวเ้ ปน็ หลักฐาน ท.่ี .../.................... สถานศึกษา............................... วนั ท.่ี .........เดือน...................พ.ศ.............. ขอรบั รองวา่ .........(1)..........................สอบผา่ นวชิ าพเิ ศษ วชิ า...... (2)..................... โดยการอนุมัติผล การสอบของ...........(3).....................ท่ี............/..............ลงวัน ท่.ี ....................และไดแ้ นบสำ� เนาหนังสอื อนุมัตผิ ล มาด้วยแลว้ (ลงชอ่ื )................................................. (................................................) ผู้อำ� นวยการลูกเสอื โรงเรียน....................... หมายเหตุ 1. ระบชุ ือ่ ลูกเสือ เนตรนารี 2. ระบวุ ชิ าพเิ ศษท่ีสอบ 3. ระบหุ น่วยงานที่อนมุ ตั ิ (ส�ำนักงานลูกเสอื แหง่ ชาตหิ รือส�ำนกั งานลกู เสือจงั หวดั ) สำ� นักการลกู เสือ ยุวกาชาดและกจิ การนกั เรยี น 45

- วชิ า นกั ธรรมชาตวิ ิทยา - สถานศกึ ษาลงทะเบยี นไวเ้ ป็นหลักฐาน ขนั้ ตอนสดุ ทา้ ย ผกู้ ำ� กบั กองลกู เสอื หรอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญต่ อ้ งดำ� เนนิ การ ดงั น้ี 1. ลงรายช่ือลูกเสือหรือเนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่ ที่สอบผ่านในทะเบียน กองลกู เสือหรอื เนตรนารี สามญั ร่นุ ใหญ่ (ลส.8) หรือ (นน.8) 2. ลงรายชอ่ื การสอบผา่ นในบตั รประจำ� ตวั ลกู เสอื หรอื เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ (ลส.17) หรอื (นน.17) ไวเ้ ป็นหลักฐานดว้ ย 46 คู่มือการสอบวิชาพเิ ศษลกู เสอื เนตรนารี สามัญรุ่นใหญ่