Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือจิตอาสา

คู่มือจิตอาสา

Published by kitti.mulmang, 2021-04-21 17:56:46

Description: คู่มือจิตอาสา

Search

Read the Text Version

คู่มือ จติ อาสา/จติ สาธารณะ พอเพยี ง วินัย สุจรติ จติ อาสา บริิษัทั ไซเบอร์บ์ ุคุ ส์์ แอนด์์ ปริ้�นท์์ จำ�ำ กัดั

ค่มู ือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ เรยี บเรยี ง ทีมงานวชิ าการ บริษทั ไซเบอรบ์ ุคส์ แอน ปร้นิ ท์ จ�ำ กดั ตรวจพสิ จู นอ์ ักษร ถนดั ม่วงมณี จดั พิมพ์โดย : บริษัท ไซเบอร์บุคส์ แอนด์ ปริ้นท์ จ�ำ กดั 77/24 หม่ ู 12 ตำาบลไร่ขงิ อำาเภอสามพราน จงั หวดั นครปฐม 73210 0wcy-w2b8we8r.b8cy-o7bo9ek6r26b5o5o3k@a0yn-ad2hp8or8ion8.-tc7.oc9om6m5 พิมพท์ ี่ : บริษัท เอกพิมพไ์ ท จ�ำ กัด 94 หมู่ 10 ซอยบรมราชชนน ี 117 ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน ์ เขตทวีวฒั นา กรุงเทพฯ 10170 0w0ak--w22e88wp88i.m88a--kt88eh11pa25iim_02g,[email protected],0m-2888-8486

คำ�ำ นำำ� จิิตอาสา/จิิตสาธารณะ คืือ ผู้้�ที่่�มีีจิิตใจที่่�เป็็นผู้้�ให้้ เช่่น ให้้สิ่่�งของ ให้้ เงิิน ให้้ความช่่วยเหลืือด้้วยกำำ�ลัังแรงกาย แรงสมอง ซึ่่�งเป็็นการเสีียสละ สิ่่�ง ที่่�ตนเองมีี แม้้กระทั่ �งเวลา เพื่่�อเผื่่�อแผ่่ ให้้กัับส่่วนรวม...อีีกทั้้�งยัังช่่วยลด “ อััตตา” หรืือความเป็็นตััว เป็็นตน ของตนเองลงได้้บ้ าง จิติ อาสา/จิติ สาธารณะ เป็็นงานที่่�เกิิดจากผู้้�ที่่�มีี จิิตอาสา ซึ่่�งมีีความ หมายอย่่างมาก กัับสัังคมส่่วนรวม เป็็นผู้้�ที่่�เอื้ �อเฟื้้�อ เสีียสละ เวลา แรงกาย แรงใจ เพื่่�อช่่วยเหลืือผู้้�อื่ �น หรืือ สัังคมให้้เกิิด ประโยชน์์และความสุุขมากขึ้้�น การเป็็น จิิตอาสา/จิิตสาธารณะ ไม่่ว่่าจะเป็็นงานใดๆ ก็็แล้้วแต่่ ที่่�ทำำ�ให้้เกิิดประโยชน์์ในทางบวก ล้้วนแต่่เป็็นสิ่่�งที่่�เราควรทำำ�ทั้้�งสิ้ �น คนที่่�จะ เป็็นอาสาสมััครได้้นั้�น ไม่่ได้้จำำ�กััดที่่� วััย การศึึกษา เพศ อาชีีพ ฐานะ หรืือ ข้้อจำำ�กััด ใดๆ ทั้ �งสิ้ �น หากแต่่ต้้องมีีจิิตใจ เป็็น “จิิตอาสา” ที่่�อยากจะช่่วยเหลืือ ผู้้�อื่ �น หรืือสัังคม บริิษััท ไซเบอร์์บุุคส์์ แอน ปริ้้�นท์์ จำำ�กััด

สารบัญั บทที่ แนวคิดิ เกี่�ย่ วกัับจิติ อาสาหรืือจิติ สาธารณะ 7 1.1 ความหมายของจิติ อาสา 1 32 43 1.2 ความสำ�ำ คััญของจิติ อาสา 63 1.3 คุณุ ลัักษณะของบุุคคลที่�ม่ ีีจิติ อาสา 1.4 องค์์ประกอบของจิิตอาสา บทท่ี แนวทางการเสริมิ สร้้างจิติ อาสา/จิติ สาธารณะ 2 บทท่ี การส่่งเสริิมคุุณธรรม จริยิ ธรรมด้้านจิติ อาสา 3 บทที่ งานและกิจิ กรรมด้้านจิิตอาสา/จิิตสาธารณะ 4

“อาสาสมัคั ร จะต้้องระลึึกอยู่�เสมอว่่า ศรัทั ธาในการอาสาสมััครเพื่่อ� ช่่วยเหลือื ผู้้�อื่น� นั้�น เกิดิ ขึ้�้นด้้วยตนเอง มีีความรู้�้สึึกเห็น็ ชอบในงานอาสาสมัคั ร มีีศรััทธาที่่จ� ะทำำ�งาน มีเี วลาที่�่จะปฏิบิ ัตั ิิงาน และพร้้อมที่่จ� ะเป็น็ อาสาสมัคั ร” พระราชดำ�รัส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร

การค้น้ พบที่ย�่ ิ่�่งใหญ่่ หาใช่ก่ ารพบขุมุ สมบัตั ิิ แต่่คือื การค้น้ พบว่า่ ตััวเรานั้้�นมีีคุุณประโยชน์์ ต่่อผู้�้ อื่่�นอย่า่ งไร จงออกเดิินทางสู่่�โลกอาสา ด้้วยการลงมือื ทำ�ำ จริิง เพื่่�อเรีียนรู้้�และพััฒนา ตนเองและสังั คมไปพร้อ้ มกันั

คู่มือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ 1บทที่่� แนวคิิดเกี่ย่� วกับั จิิตอาสาหรือื จิิตสาธารณะ 1.1 ความหมายของจิติ อาสา จิิตอาสา หรืือ จิิตสาธารณะ (public consciousness หรืือ Public mind) หมายถึึง จิิตสำ�ำ นึึกเพื่�่อส่่วนรวม เพราะคำำ�ว่่า “สาธารณะ” คืือ สิ่่�งที่�่มิิได้้เป็็นของ ผู้�้หนึ่่�งผู้�้ใด จิิตสาธารณะจึึงเป็็นความรู้้�สึึกถึึงการเป็็นเจ้้าของในสิ่่�งที่�่เป็็นสาธารณะ ในสิทิ ธิแิ ละหน้า้ ที่�่ที่�่จะดููแล และ บำ�ำ รุุงรักั ษาร่ว่ มกััน เราทำ�ความดดี ว้ ยหัวใจ 7

คูม่ ือ จิตอาสา/จติ สาธารณะ จิิตอาสา หรือื “มีจี ิิตสาธารณะ” ยังั หมายรวมถึึง จิิตของคนที่�่รู้้�จัักความเสีีย สละ ความร่ว่ มมือื ร่ว่ มใจ ในการทำำ�ประโยชน์เ์ พื่�อ่ ส่ว่ นรวม จะช่ว่ ยลดปัญั หาที่�่เกิิดขึ้้�นใน สังั คม ช่ว่ ยกันั พัฒั นาคุณุ ภาพชีีวิติ เพื่�อ่ เป็น็ หลักั การในการดำำ�เนินิ ชีีวิติ ช่ว่ ยแก้ป้ ัญั หาและ สร้า้ งสรรค์์ให้เ้ กิิดประโยชน์ส์ ุขุ แก่่สังั คม เช่น่ การช่ว่ ยกัันดููแลรักั ษาสิ่่ง� แวดล้้อมโดยการ ไม่ท่ ิ้้�งขยะลงในแหล่่งน้ำ�ำ การดููแลรักั ษาสาธารณสมบััติิ เช่น่ โทรศััพท์์สาธารณะ หลอด ไฟฟ้า้ ที่�่ให้ค้ วามสว่่างตามถนนหนทาง แม้แ้ ต่่การประหยัดั น้ำ�ำ ประปา หรือื ไฟฟ้า้ ที่�่เป็น็ ของส่ว่ นรวม โดยใช้้ให้้เกิิดประโยชน์์อย่า่ งคุ้้�มค่่า ตลอดจนช่ว่ ยกัันดููแลรัักษา ให้้ความ ช่ว่ ยเหลืือผู้ต�้ กทุกุ ข์ไ์ ด้้ยาก หรือื ผู้ท�้ ี่�ร่ ้อ้ งขอความช่ว่ ยเหลืือเท่า่ ที่�จ่ ะทำำ�ได้้ตลอดจนร่ว่ มมือื กระทำำ�เพื่�อ่ ไม่ใ่ ห้เ้ กิิดปัญั หา หรือื ช่ว่ ยกัันแก้้ปัญั หา แต่่ต้้องไม่ข่ ัดั ต่่อกฎหมาย เพื่�อ่ รักั ษา ประโยชน์์ส่ว่ นรวม ราชบััณฑิิตยสถาน ได้้ให้้ความหมายของ จิิตสำ�ำ นึึกทางสัังคม หรืือ จิิตสำ�ำ นึกึ สาธารณะว่่า คืือ การตระหนักั รู้้แ� ละคำำ�นึงึ ถึึงส่ว่ นรวมร่ว่ มกััน หรือื การคำำ�นึงึ ถึึง ผู้�้ อื่่�นที่�่ร่ว่ มสัมั พันั ธ์เ์ ป็น็ กลุ่่�มเดีียวกััน สำ�ำ นัักงานคณะกรรมการวิิจััยแห่่งชาติิ ได้้ให้้ความหมายว่่า การรู้้�จัักเอาใจใส่่ เป็น็ ธุุระและเข้า้ ร่ว่ มในเรื่่�องของส่ว่ นรวมที่�่เป็น็ ประโยชน์ต์ ่่อ ประเทศชาติิมีีความสำ�ำ นึกึ และยึดึ มั่่�นในระบบคุณุ ธรรม และจริยิ ธรรมที่�่ดีีงาม ละอายต่่อสิ่่ง� ผิดิ เน้น้ ความเรีียบร้อ้ ย ประหยัดั และมีีความสมดุลุ ระหว่่างมนุษุ ย์ก์ ัับธรรมชาติิ สรุุป จิิตอาสา หรืือจิิตสาธารณะ หรืือจิิตสำ�ำ นึึกสาธารณะ คืือ จิิตสำ�ำ นึึก (Conscious) เป็น็ การตระหนักั รู้้�ตััว หรือื เป็น็ จิิตส่ว่ นที่�่รู้้�ตััว รู้้�ว่่าทำำ�อะไร อยู่่�ที่�่ไหน เป็น็ อย่า่ งไรขณะที่�่ตื่่�นอยู่่�นั่่�นเอง 8 เราทำ�ความดดี ้วยหัวใจ

คู่มอื จิตอาสา/จิตสาธารณะ คำำ�ว่า่ สาธารณะ (Public) เป็น็ การแสดงออกเพื่�อ่ สังั คมส่ว่ นรวม เป็น็ การบริกิ าร ชุุมชน ทำำ�ประโยชน์เ์ พื่�อ่ สังั คม ถ้้าเป็น็ สิ่่ง� ของก็็ต้้องใช้ป้ ระโยชน์ร์ ่ว่ มกััน เมื่่�อนำ�ำ สองคำำ�มา รวม หมายถึึง การตระหนักั รู้้ต� นที่�่จะทำำ�สิ่่ง� ใดเพื่�อ่ เห็น็ แก่่ประโยชน์ส์ ่ว่ นรวม “จิติ อาสา” คือื ผู้ท้� ี่ม�่ ีีจิติ ใจที่เ�่ ป็น็ ผู้ใ�้ ห้้ เช่น่ ให้ส้ ิ่่ง� ของ ให้เ้ งินิ ให้ค้ วามช่ว่ ยเหลือื ด้ว้ ย กำำ�ลัังแรงกาย แรงสมองซึ่�ง่ เป็น็ การเสีียสละ สิ่่ง� ที่�่ตนเองมีีแม้ก้ ระทั่่�งเวลา เพื่�อ่ เผื่่�อแผ่่ ให้้ กัับส่ว่ นรวม…อีีกทั้้�งยังั ช่ว่ ยลด “อััตตา” หรือื ความเป็น็ ตััว เป็น็ ตนของตนเองลงได้้บ้า้ ง “อาสาสมััคร” เป็็นงานที่�่เกิิดจากผู้�้ที่�่มีี จิิตอาสา ซึ่�่งมีีความหมายอย่่างมาก กัับสังั คมส่ว่ นรวม เป็น็ ผู้ท�้ ี่�่เอื้้�อเฟื้� อ้ เสีียสละ เวลา แรงกาย แรงใจ เพื่�อ่ ช่ว่ ยเหลืือผู้�้ อื่่�น หรือื สังั คมให้เ้ กิิด ประโยชน์แ์ ละความสุขุ มากขึ้้�นการเป็น็ “อาสาสมัคั ร” ไม่ว่ ่่าจะเป็น็ งานใดๆ ก็็แล้้วแต่่ที่�่ทำำ�ให้เ้ กิิดประโยชน์ใ์ นทางบวก ล้้วนแต่่เป็น็ สิ่่ง� ที่�่เราควรทำำ�ทั้้�งสิ้้น� คนที่�่จะเป็น็ อาสาสมััครได้้นั้้�น ไม่่ได้้จำำ�กััดที่�่วััย การศึึกษา เพศ อาชีีพ ฐานะ หรืือ ข้้อจำำ�กััด ใดๆ ทั้้�งสิ้้น� หากแต่่ต้้องมีีจิิตใจ เป็น็ “จิิตอาสา” ที่�่อยากจะช่ว่ ยเหลืือผู้�้ อื่่�น หรือื สังั คม เท่่านั้้�น กิิจกรรมอาสาสมััคร เป็็นกระบวนการของการฝึึก “การให้้” ที่�่ดีีเพื่�่อขััดเกลา ละวางตััวตน และบ่ม่ เพาะความรักั ความเมตตาผู้้�อื่่�น โดยไม่ม่ ีีเงื่่�อนไข ทั้้�งนี้้� กระบวนการ ของกิิจกรรม ซึ่�่งเป็็นการยอมสละตน เพื่�่อรัับใช้้และช่่วยเหลืือแก้้ไขวิิกฤติิปััญหาของ สัังคม อาสาสมััครจะได้้เรีียนรู้้�ละเอีียดอ่่อนต่่อสิ่่�งที่�่เกิิดขึ้้�นรอบตััวมากขึ้้�นสััมผััสความ จริงิ เชื่่�อมโยงเหตุแุ ละปัจั จัยั ความสุขุ และความทุกุ ข์์ เจริญิ สติใิ นการปฏิบิ ัตั ิงิ าน ที่�ศ่ าสนา พุทุ ธเรีียกว่่า พรหมวิิหาร 4 คืือ เมตตา กรุุณา มุทุ ิิตา และอุุเบกขา เพื่�อ่ ให้เ้ กิิด “การให้”้ ที่�่ดีี กิิจกรรมอาสาสมัคั รจึึงเป็น็ กระบวนการที่�่ช่ว่ ยให้บ้ ุุคคลได้้ ขัดั เกลาตนเอง เรีียนรู้้ภ� ายใน และเกิิดปัญั ญาได้้ ที่�่ผ่า่ นมา คนไทยอาจเคยชิินกัับการทำำ�ความดีีด้้วยการใช้้เงิิน ลงทุุนในการทำำ�บุุญ ไม่่ค่่อยอยากออกแรงช่่วย เหลืือ เพราะถืือว่่า การทำำ�บุุญกัับสิ่่�งศัักดิ์์�สิิทธิ์์� หรืือผู้�้ มีีบุุญบารมีีจะทำำ�ให้้คน ๆ นั้้�นได้้บุุญมาก ขึ้้น� คนไทยจึงึ มักั ทำำ�บุญุ กับั พระ บริจิ าคเงินิ สร้า้ ง โบสถ์์ แต่่ละเลยการ “ช่ว่ ยเหลืือเพื่�อ่ นมนุษุ ย์”์ เราทำ�ความดีด้วยหัวใจ 9

คู่มอื จิตอาสา/จติ สาธารณะ สิ่่�งที่�่อาสาสมััคร..พึึงมีี และถืือปฏิิบััติิคืือ มีีความรัักมนุุษยชาติิ ตามหลััก พรหมวิิหาร 4 และสังั ควััตถุุ 4 พรหมวิิหาร 4 ประกอบด้ว้ ย เมตตา : ความรักั ความปรารถนาดีีให้ผ้ ู้�้ อื่่�นมีีความสุขุ , กรุุณา : ความสงสาร เห็น็ ใจ ปรารถนาให้ผ้ ู้�้ อื่่�นพ้น้ ทุกุ ข์,์ มุทุ ิิตา : ยินิ ดีีเมื่่�อผู้�้ อื่่�นมีีสุขุ , อุุเบกขา : วางเฉยไม่ล่ ำำ�เอีียง สัังควัตั ถุุ 4 ประกอบด้ว้ ย ทาน : การให้้ เอื้้�อเฟื้� อ้ เผื่่�อแผ่่ ปิยิ วาจา : กล่่าวด้้วยวาจาที่�่ซาบซึ้้�ง สุภุ าพอ่่อนหวาน อััตถจริยิ า : ทำำ�ดีี ประพฤติิดีี เป็น็ ประโยชน์ต์ ่่อตนเองและผู้้�อื่่�น สมานััตตตา : ทำำ�ตััวเสมอต้้น เสมอปลาย 10 เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ

คู่มือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ จิิตอาสา (Volunteer Spirit) หมายถึึง จิิตแห่่งการให้้โดยเต็็มใจจะช่่วยผู้�้ อื่่�น โดยไม่่คิิดค่่าตอบแทน ยอมสละเวลาทรััพย์์สิินเงิินทอง และกำำ�ลัังกายเพื่�่อกิิจกรรมอััน เป็็นประโยชน์์ต่่อสัังคม รวมถึึงยัังเป็็นการฝึึกฝนตนเองเพื่�่อลดอััตตา คืือลดความเป็็น ตััวตนของตนเองด้้วย เป็็นคำำ�ใหม่่ที่�่ถููกสร้้างขึ้้�นในช่่วงหลัังเหตุุการณ์์พิิบััติิภััยสึึนามิิที่�่ภาคใต้้ของไทย ปลายปีี 2547 โดยมองว่่างานอาสาสมััครเป็็นหนึ่่�งช่่องทางสาคััญที่�่นาไปสู่่�การมีีจิิต สานึึกใหม่่หรืือ จิิตวิิวััฒน์์ (new consciousness) จึึงเลืือกผสมคำำ�ว่่า “จิิต” กัับคำำ�ว่่า “อาสา” และเลืือกใช้ค้ าภาษาอัังกฤษว่่า “Volunteer Spirit” ปัจั จุุบันั มีีการใช้ค้ ำำ�ว่่า“อาสาสมััคร” และ “จิิตอาสา” ในลัักษณะที่�่เสมือื นหนึ่่�ง เป็น็ คาเดีียวกััน ซึ่�ง่ คำำ�ว่่า “จิติ อาสา” นี้้� อาจเทีียบได้ก้ ับั คำ�ำ ว่า่ “อุดุ มการณ์อ์ าสาสมัคั ร” หรือื “สำ�ำ นึกึ อาสาสมัคั ร” ที่�่เคยใช้ก้ ัันมาแต่่ดั้้�งเดิิมในสังั คมไทย 1.2 ความสำำ�คััญของจิิตอาสา 1. ทำำ�ให้บ้ ุคุ คลมีีความคิดิ ขั้้น� สููงช่ว่ ยยกระดับั จิติ ใจที่เ�่ ปี่่� ยมไปด้ว้ ยเมตตา เพราะ จิติ อาสามุ่่�งเน้น้ การให้ม้ ากกว่า่ การรับั ทำำ�ให้ไ้ ด้พ้ บความสุขุ ที่เ�่ กิดิ จากการให้้ ซึ่ง�่ เป็น็ ความ สุขุ ที่�่มีีคุณุ ค่่ากว่่าความสุขุ ที่�่เกิิดจากการได้้รับั 2. บุคุ คลที่ม�่ ีีจิติ อาสาย่อ่ มเป็น็ ที่ร�่ ักั ใคร่ข่ องบุคุ คลรอบข้า้ ง เพราะมองเห็น็ คุณุ ค่า่ ในความดีีที่�่มีีอยู่่�ในบุุคคลนั้้�น มากกว่่ามููลค่่าของทรัพั ย์ส์ ินิ ใดๆ นอกจากนี้้ย� ังั เป็น็ การผููก มิติ รแท้้ได้้อย่า่ งยั่่�งยืนื 3. ทำำ�ให้ส้ ังั คมมีีการแบ่ง่ ปันั การช่ว่ ยเหลืือเกื้้�อกููลซึ่�ง่ กัันและกััน ร่ว่ มมือื กัันดููแล รักั ษาสิ่่ง� ของสาธารณะเพื่�อ่ การใช้ป้ ระโยชน์ร์ ่ว่ มกััน รวมทั้้�งสิ่่ง� แวดล้้อมรอบตััว 4. ทำำ�ให้ส้ ังั คมน่า่ อยู่่�และเป็น็ สังั คมคุณุ ภาพที่ท�่ ุกุ คนสามารถอยู่่�ร่ว่ มกันั ได้้ พึ่่ง� พา อาศัยั ซึ่�ง่ กัันและกััน เราทำ�ความดดี ว้ ยหวั ใจ 11

ค่มู อื จติ อาสา/จติ สาธารณะ ความสััมพัันธ์์ระหว่่างจิิตอาสาและจิิตสาธารณะ “จิิตอาสา” (volunteer mind) หมายถึึง จิิตใจที่�่คิิดช่ว่ ยเหลืือผู้้�อื่่�น จิิตใจที่�่เป็น็ ผู้ใ�้ ห้้ เช่น่ ให้ส้ ิ่่ง� ของ ให้เ้ งิิน ให้ค้ วามช่ว่ ยเหลืือด้้วยกำำ�ลัังแรงกาย แรงสมอง ซึ่�ง่ เป็น็ การ เสีียสละ สิ่่ง� ที่�่ตนเองมีีแม้ก้ ระทั่่�งเวลา โดยมีีปัญั ญาเป็น็ เครื่่�องกำำ�กัับ เป็น็ การกระทำำ�ที่�่ไม่่ เบีียดเบีียนตนเอง ส่ง่ ผลให้แ้ สดงพฤติิกรรมหลััก 3 ด้้าน ได้้แก่่ 1) การช่ว่ ยเหลืือผู้�้ อื่่�นโดยไม่ห่ วัังสิ่่ง� ตอบแทน 2) การเสีียสละประโยชน์ส์ ่ว่ นตนเพื่�อ่ ประโยชน์ส์ ่ว่ นรวม 3) การมุ่่�งมั่่�นพัฒั นาสิ่่ง� รอบตััวให้เ้ กิิดการเปลี่�่ยนแปลงที่�่ดีีขึ้้�น “จิิตสาธารณะ” (public mind) บางครั้้�งอาจใช้้คำำ�ว่่า จิิตสำ�ำ นึึกสาธารณะ หมายถึึง จิิตใจที่�่คำำ�นึงึ ถึึงส่ว่ นรวมร่ว่ มกััน คำำ�นึงึ ถึึงบุุคคลอื่่�นที่�่ต่่างมีีความสัมั พันั ธ์เ์ ชื่่�อม โยงเป็น็ หนึ่่ง� เดีียวกันั รวมทั้้�งมีีความสำ�ำ นึกึ และยึดึ มั่่น� ในระบบคุณุ ธรรม และจริยิ ธรรมที่�่ดีี งาม ความเป็น็ ระเบีียบเรีียบร้อ้ ยประหยัดั และมีีความสมดุลุ ระหว่่างมนุษุ ย์ก์ ัับธรรมชาติิ ส่ง่ ผลทำำ�ให้แ้ สดงพฤติิกรรมหลััก 3 ด้้าน ได้้แก่่ 1) การงดเว้้นการกระทำำ�ที่�่จะส่ง่ ผลทำำ�ให้เ้ กิิดความชำ�ำ รุุดเสีียหายของทรัพั ย์ส์ ินิ ส่ว่ นรวม 2) การมีีส่ว่ นร่ว่ มดููแลรักั ษาทรัพั ย์ส์ ินิ ส่ว่ นรวม 3) การเคารพสิิทธิิของบุุคคลอื่่�นในการใช้้ทรััพย์์สิินส่่วนรวมบางครั้้�งหมายถึึง จิิตอาสา การวิิเคราะห์์ความสััมพัันธ์์ระหว่่างจิิตอาสาและจิิตสาธารณะ ถ้้าใช้้มุุมมอง ของการคิิดที่�่เป็็นระบบ ไม่่มองแยกส่่วน จะพบว่่า จิิตอาสาและจิิตสาธารณะเป็็นสิ่่�งที่�่ เกื้้�อกููลซึ่�ง่ กัันและกััน การมีีจิิตอาสาทำำ�ให้้แสดงพฤติิกรรมออกมาซึ่�ง่ อาจเป็น็ ประโยชน์์ ในระดัับส่่วนบุุคคลหรืือในระดัับส่่วนรวมถ้้าเป็็นประโยชน์์ต่่อส่่วนรวมสิ่่�งนั้้�นจะกลาย เป็น็ จิิตสาธารณะ ส่ว่ นการมีีจิิตสาธารณะ บางครั้้�งต้้องอาศัยั จิิตอาสาเป็น็ สิ่่ง� กระตุ้้�นให้้ แสดงพฤติิกรรมเช่น่ กััน 12 เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ

คมู่ ือ จติ อาสา/จติ สาธารณะ ความสำ�ำ คััญของการมีีจิิตอาสา จิิตอาสานัับเป็็นคุุณธรรมประการหนึ่่�งที่�่สัังคมปรารถนาให้้สมาชิิกของสัังคม ยึึดถืือเป็็นคุุณธรรม ที่�่กล่่าวถึึงสำ�ำ นึึกของบุุคคลทีีมีีต่่อสัังคมส่่วนรวมที่�่เเสดงออกซึ่�่ง พฤติิกรรมอาสาทำำ�ประโยชน์ช์ ่ว่ ยเหลืือผู้�้ อื่่�นและสังั คมโดยไม่ห่ วัังผลตอบแทน ปัจั จุุบันั สัังคมไทยคาดหวัังว่่า จิิตอาสาจะเป็็นคุุณธรรมที่�่สมาชิิกยึึดมั่่�นไม่่ว่่าจะมีีบทบาทอยู่่� ส่ว่ นใดของสังั คม ทั้้�งสถาบันั ครอบครัวั สถาบันั การศึกึ ษาและองค์์กรต่่างๆ ที่�่บุุคคลเป็น็ สมาชิกิ อย่า่ งไรก็็ตามได้้มีีผู้ก้� ล่า่ วถึึงความสำ�ำ คััญของการมีีจิิตอาสาไว้้อย่า่ งน่า่ สนใจ ดัังนี้้� ปิยิ ะนาถ สรวิิสููตร (2552) กล่่าวว่่า จิิตอาสาเป็น็ การทำำ�จิิตของเราให้เ้ บิกิ บาน อย่่าให้้จิิตของเราขุ่่�นข้้น ทำำ�งานร่่วมกัันระหว่่างกาย (ภายนอก) และจิิตใจ(ภายใน) การทำำ�งานอาสา คืือ การทำำ�งานที่�่ไม่ม่ ุ่่�งหวัังผลประโยชน์์ จะทำำ�ให้เ้ ราทำำ�งานได้้อย่า่ งเบิกิ บานสนุกุ สนาน จิิตเหมือื นน้ำ�ำ ใสที่�่หล่่อเลี้้�ยงชีีวิิต จึึงเป็น็ สิ่่ง� ที่�่ก่่อให้เ้ กิิดประโยชน์ม์ ากมาย ทั้้�งต่่อบุุคคล สังั คม และประเทศชาติิ หากทำำ�งานหวัังผลตอบแทนแล้้วไม่ไ่ ด้้รัับ จิิตจะ ขุ่่�นข้น้ ด้้วยอารมณ์ท์ ้้อเเท้้เหมืือนน้ำ�ำ ใสขุ่่�นข้้นด้้วยตะกอน จิิตใจจะเกิิดรููอุุดตััน เวลานั้้�น จะยิ้้ม� ไม่อ่ อก สอดคล้้องกัับพระไพศาล วิิสาโล (2550) ที่�่ได้้กล่่าวว่่า การที่�่บุุคคลมีีจิิต อาสา การรู้้�จัักให้ก้ ็็จะรับั ด้้วยในเวลาเดีียวกััน หนึ่่�งสิ่่ง� ที่�่เราได้้รับั คืือ ความสุขุ ยิ่่ง� การให้้ นั้้น� เต็ม็ ไปด้ว้ ยความปรารถนาดีี ความสุขุ เเละความภููมิใิ จก็จ็ ะยิ่่ง� ทับั ทวีี รวมทั้้�งยังั เป็น็ การ ทำำ�ให้ช้ ีีวิิตมีีพลัังในการสร้า้ งสรรค์์สิ่่ง� ดีีๆ ให้ก้ ัับสังั คมอีีกด้้วย อริสิ า พิสิ ิฐิ โสธานนท์์ และ คณะ (2555 : ออนไลน์)์ ได้้กล่่าวไว้้ว่่าจิิตอาสามีีความสำ�ำ คััญและมีีประโยชน์์ คืือบุุคคล ที่�่มีีจิิตอาสาจะได้้รับั ความสุขุ จากการให้ด้ ้้วยใจ และไม่ห่ วัังผลตอบเเทน เมื่่�อมีีความสุขุ ฮอร์์โมนเอ็็นโดรฟิิน (Endrophin) จะหลั่่�งโดยอััตโนมััติิ ส่่งผลให้้ผู้้�ให้้มีีจิิตใจที่�่เป็็นสุุข และมีีสุขุ ภาพเเข็ง็ เเรง และการมีีจิิตอาสายังั มีีประโยชน์ต์ ่่อสังั คมและประเทศชาติิในแง่่ ของการมีีชีีวิิตที่�่ปลอดภััย เนื่่�องจากทุกุ คนร่ว่ มใจช่ว่ ยเหลืือซึ่�ง่ กัันเเละกััน โดยไม่ห่ วัังผล ตอบแทนส่ง่ ผลให้ส้ ังั คมเข้ม้ เเข็ง็ ปัญั หาสังั คมลดลง ชีีวิิตมีีความมั่่�นคงปลอดภััยมากขึ้้�น เราทำ�ความดีด้วยหวั ใจ 13

คูม่ อื จติ อาสา/จิตสาธารณะ จะเห็็นได้้ว่่าจิิตอาสาเป็็นเสมืือนกิิจกรรมที่�่หลอมรวมการทำำ�งานจากภายนอก ด้้วยร่่างกายและการทำำ�งานจากภายในจิิตใจเข้้าไว้้ด้้วยกััน กล่่าวคืือ เมื่่�อเราได้้กระทำำ� สิ่่�งที่�่เป็็นประโยชน์์เกื้้�อกููลผู้้�อื่่�นโดยไม่่หวัังผลตอบเเทนเเล้้วนั้้�น ด้้วยจิิตบริิสุุทธิ์์� จิิตของ เราก็็จะอิ่่�มเอิิบเป็็นสุุข ส่ง่ ผลให้้ร่า่ งกายมีีการหลั่่�งฮอร์์โมนเอ็็นโรฟิิน(Endrophin) เป็็น ฮอร์โ์ มนที่ช�่ ่ว่ ยให้ร้ ่า่ งกายตื่่�นตัวั กระปรี้้ก� ระเปร่า่ อยู่่�เสมอจึงึ อาจกล่า่ วโดยสรุุปได้ว้ ่า่ ความ สำ�ำ คัญั ของจิติ อาสานั้้น� นอกจากจะเป็น็ สิ่่ง� ที่ท�่ ำำ�ให้บ้ ุคุ คลทำำ�งานหรือื กิจิ กรรมเพื่�อ่ สังั คมได้้ อย่า่ งมีีประสิทิ ธิภิ าพ เป็น็ ประโยชน์ต์ ่่อสังั คมประเทศชาติิแล้้ว ก็็ยังั มีีผลให้บ้ ุุคคลที่�่มีีจิิต อาสานั้้�นมีีจิิตใจที่�่เป็น็ สุขุ อีีกด้้วย จิิตอาสา หรือื จิิตสาธารณะ (public consciousness หรือื Public mind) หมายถึึง จิิตสานึกึ เพื่�อ่ ส่ว่ นรวม เพราะคำำ�ว่่า “สาธารณะ” คืือ สิ่่ง� ที่�่มิไิ ด้้เป็น็ ของผู้ห้� นึ่่�งผู้�้ ใด จิิตสาธารณะจึึงเป็น็ ความรู้้�สึกึ ถึึงการเป็น็ เจ้้าของในสิ่่ง� ที่�่เป็น็ สาธารณะ ในสิทิ ธิหิ น้า้ ที่�่ ที่�่จะดููแล และ บำ�ำ รุุงรักั ษาร่ว่ มกััน จิิตอาสา คืือ ผู้ท้� ี่�่มีีจิิตใจที่�่เป็น็ ผู้ใ�้ ห้้ เช่น่ ให้ส้ ิ่่ง� ของ ให้เ้ งิิน ให้ค้ วามช่ว่ ย เหลืือด้้วย กํําลัังแรงกาย แรงสมอง ซึ่�ง่ เป็น็ การเสีียสละ สิ่่ง� ที่�่ตนเองมีี แม้้ กระทั่่�งเวลา เพื่�อ่ เผื่่�อแผ่่ ให้้ กัับส่ว่ นรวม...อีีกทั้้�งยังั ช่ว่ ยลด “อััตตา” หรือื ความเป็น็ ตััว เป็น็ ตน ของตนเองลงได้้บ้า้ ง จิิตอาสา คืือ จิิตแห่่งการให้้ความดีีงามทั้้�งปวงแก่่เพื่�่อนมนุุษย์์ โดยเต็็มใจ สมััครใจ อิ่่�มใจ ซาบซึ้้�งใจ ปีีติิสุุข ที่�่พร้้อมจะเสีียสละเวลา แรงกาย และสติิ ปััญญา เพื่�อ่ สาธารณประโยชน์์ ในการทํํากิิจกรรม หรือื สิ่่ง� ที่�่เป็น็ ประโยชน์แ์ ก่่ผู้้�อื่่�นโดยไม่ห่ วัังผล ตอบแทน และมีีความสุุขที่�่ได้้ช่่วยเหลืือผู้�้ อื่่�น เป็็นจิิตที่�่ไม่่นิ่่�ง ดููดาย เมื่่�อพบเห็็นปััญหา หรือื ความทุกุ ข์ย์ ากที่�่เกิิดขึ้้�นกัับผู้�้ คน เป็น็ จิิตที่�่มีีความสุขุ เมื่่�อได้้ทํําความดีี และเห็น็ น้ํํา ตาเปลี่�่ยนเป็น็ รอยยิ้้ม� เป็น็ จิิตที่�่เปี่่� ยมด้้วย “บุุญ” คืือความสงบเย็น็ และพลัังแห่ง่ ความ ดีี อีีกทั้้�งยังั ช่ว่ ยลด “อััตตา” หรือื ความเป็น็ ตััวเป็น็ ตนของตนเองลงได้้บ้า้ ง “จิิตอาสา”...คืืออะไร...สมััยก่่อน ได้้ยิินแต่่คํําว่่า “อาสาสมััคร” พอมาสมััยนี้้� ...มีีคํําว่่า “จิิตอาสา”... เมื่่�อกล่่าวถึึง “อาสาสมัคั ร” จะมีีอีีกคํําหนึ่่�งที่�่มักั จะถููกกล่่าวถึึง ควบคู่่�กัันเสมอ นั่่�นคืือ คํําว่่า “จิิตอาสา” ที่�่นี้้�มาดููกัันว่่าคํําสองคํํานี้้� มีีความสํําคััญและ ความ หมายแตกต่่างกัันอย่า่ งไร “อาสาสมัคั ร” เป็น็ งานที่�่เกิิดจากผู้ท�้ ี่�่มีี จิิตอาสา ซึ่�ง่ มีีความหมายอย่า่ งมาก กัับ สังั คมส่ว่ นรวม เป็น็ ผู้ท�้ ี่�่เอื้้�อเฟื้� อ้ เสีียสละ เวลา แรงกาย แรงใจ เพื่�อ่ ช่ว่ ยเหลืือผู้้�อื่่�น หรือื สังั คมให้เ้ กิิดประโยชน์แ์ ละความสุขุ มากขึ้้�น 14 เราทำ�ความดดี ้วยหัวใจ

คมู่ อื จิตอาสา/จิตสาธารณะ การเป็น็ “อาสาสมัคั ร” ไม่ว่ ่่าจะเป็น็ งานใดๆ ก็็แล้้วแต่่ที่�่ทํําให้เ้ กิิดประโยชน์ใ์ น ทางบวก ล้้วนแต่่เป็็นสิ่่�งที่�่เราควรทํําทั้้�งสิ้้�น คนที่�่จะเป็็นอาสาสมััครได้้นั้้�น ไม่่ได้้จํํากััด ที่�่ วััย การศึกึ ษา เพศ อาชีีพ ฐานะ หรือื ข้อ้ จํํากััด ใดๆ ทั้้�งสิ้้น� หากแต่่ต้้องมีีจิิตใจ เป็น็ “จิิตอาสา” ที่�่อยากจะช่ว่ ยเหลืือผู้�้ อื่่�น หรือื สังั คม เท่่านั้้�น จิิตอาสา คํํานี้้�จะคุ้้�นหููพวกเรา มากขึ้้�น .... หากแต่่เพีียงมอง รอบตััวท่่าน ทํําสิ่่ง� ที่�่คิิดว่่าเป็น็ ประโยชน์ต์ ่่อสังั คม.. แนวคิิดเกี่�ย่ วกัับจิติ อาสา/จิิตสาธารณะ แนวคิดิ เกี่ย�่ วกับั จิิตอาสา/จิติ สาธารณะ จิิตอาสา/จิิตสาธารณะตามแนวคิิดของนัักวิิชาการด้้านพฤติิกรรมศาสตร์์ และด้้านจิิตวิิทยามองเป็็นเรื่่�อง เกี่�่ยวกัับพฤติิกรรมภายในจากความคิิด ความรู้้�สึึก แสดงออกมาเป็็นพฤติิกรรมภายนอกโดยการกระทํํา เมื่่� อใช้้หลัักการยอมรัับทาง สัังคมมาจััดประเภทของพฤติิกรรม จิิตสาธารณะจึึงเป็็นพฤติิกรรมที่�่พึึงประสงค์์ (Desirable Behavior) ที่�่สังั คมยกย่อ่ งว่่าดีีและควรกระทํํา หากพิจิ ารณาด้้านการบริหิ าร งานภาครัฐั จะมอง เป็น็ เรื่่�องเกี่�่ยวกัับการมีีส่ว่ นร่ว่ ม แนวคิดิ และรููปแบบการพัฒั นาตามแบบพฤติกิ รรมศาสตร์์ เป็น็ แนวคิดิ ที่ก�่ ล่า่ วถึงึ การมองปรากฏการณ์์ระหว่่างตััวแปรต่่างๆ และมีีวััตถุุประสงค์์ที่�่จะอธิิบายและ พยากรณ์์ปรากฏการณ์์นั้้�นๆ เช่่น พฤติิกรรมที่�่กล่่าวถึึงในแง่่ที่�่เป็็นระบบประกอบด้้วย ความสััมพัันธ์์เกี่�่ยวเนื่่�องกัันระหว่่างปััจจััยต่่างๆ ที่�่เป็็น ตััวกํําหนดพฤติิกรรม ที่�่เป็็นตััว กํําหนดพฤติิกรรม กระบวนการพัฒั นาพฤติิกรรมและผลผลิิตที่�่ได้้รับั ทั้้�งจากตััว ปัจั จััย และกระบวนการ ทฤษฎีีทางพฤติิกรรมศาสตร์จ์ ึึงสามารถอธิบิ ายและพยากรณ์ป์ ัจั จััยที่�่ กระบวนการ และผลที่�่เกิิดขึ้้�นมีีลัักษณะเช่น่ ไรดัังนั้้�น การพิจิ ารณาปัญั หาของพฤติิกรรม ต่่างๆ ในสังั คม เกี่�่ยวกัับ ปรากฏการณ์ต์ ่่างๆ เพื่�อ่ ทํําความเข้า้ ใจและหาแนวทางป้อ้ งกััน จึึงไม่ส่ ามารถทํําได้้ทัันทีี เราทำ�ความดดี ้วยหัวใจ 15

คู่มือ จติ อาสา/จติ สาธารณะ แนวคิิด และรููปแบบการพััฒนาตามแนวทางจิิตวิิทยา หลัักการสํําคััญๆ ของ จิิตวิิทยา คืือ การอธิิบาย และคาดคะเนถึึงพฤติิกรรมของแต่่ละบุุคคลโดยเน้้นที่�่ความ แตกต่่างระหว่่างบุุคคล เช่น่ การรับั รู้้� การจููงใจ เจตคติิ ที่�่จะช่ว่ ยอธิบิ ายถึึงการตอบสนอง ที่�่แตกต่่างกัันต่่อสภาพการณ์ห์ รือื ตััวกระตุ้้�นที่�่คล้้ายคลึึงกัันของแต่่ละบุุคคล นอกจากนี้้ย� ังั ศึกึ ษาถึึงสภาพแวดล้้อมและสาเหตุทุ ี่�่แต่่ละคนมีีความแตกต่่างกััน โดยเน้้นศึึกษาถึึง อิิทธิิพลของพัันธุุกรรม ที่�่เป็็นมาแต่่กํําเนิิด และอิิทธิิพลที่�่ถููกสร้้าง จากสภาพแวดล้้อม ตามแนวคิิดด้้าน จิิตวิิทยาที่�่มุ่่�งเน้น้ ด้้านกระบวนทััศน์์ (Paradigm) ของการเกิิดพฤติิกรรม การมีีวิินััยในตนเองโดยยึึดหลัักธรรมในการดํําเนิินชีีวิิต เพราะว่่าธรรมหรืือคํํา สั่่�งสอนในทุุกศาสนาที่�่นับั ถืือ สอนให้ค้ นทํําความดีีทั้้�งสิ้้�น ถ้้าปฏิิบัตั ิิได้้จะทํําให้ต้ นเองมีี ความสุุข นอกจากนี้้�ยัังก่่อให้้เกิิดประโยชน์์ ต่่อผู้้�อื่่�น และทํําให้้เราอยู่่�ในสัังคมได้้อย่่าง มีีความสุุขด้้วย จิิตสาธารณะยัังสะท้้อนคุุณค่่าความเป็็นคนในการดํําเนิินชีีวิิตอย่่าง มีีอิิสระในระดัับปััจเจกบุุคคลร่่วมกัับผู้้�อื่่�นอย่่างสร้้างสรรค์์และเอื้้�ออาทร โดยเรีียกว่่า “Collective Individuals” ในทางตรงกัันข้า้ มภายใต้้ภููมิทิ ััศน์ใ์ หม่ข่ องโลกหากในระดัับ ปัจั เจกบุุคคลไม่ม่ ีีจิิตสาธารณะก็็จะเกิิด “Contra-Individuals” ที่�่แต่่ละคนคิิดแต่่เรื่่�อง ของตนเองมากกว่่าส่ว่ นรวม สัังคมเช่่นนี้้�มีีความเปราะบางก่่อให้้เกิิดความเสื่่� อมถอยและความแตกแยก ในสังั คม คุณุ ค่่าสาธารณะปลููกฝังั ด้้วยการสร้า้ ง ความไว้้วางใจซึ่�ง่ กัันและกััน (Trusting) การเกื้้�อกููลแบ่ง่ ปันั (Sharing) การเอาใจใส่ด่ ููแลกััน (Caring) และ ความร่ว่ มมือื ร่ว่ มใจ กััน (Collaborating) 16 เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ

คู่มือ จิตอาสา/จติ สาธารณะ แนวทางการจัดั การเรีียนรู้้�เพื่อ�่ พััฒนาจิิตอาสา การจััดการเรีียนรู้้เ� พื่�อ่ พัฒั นาจิิตอาสาสามารถทํําได้้ทุกุ ช่ว่ งวััย โดยเฉพาะอย่า่ ง ยิ่่ง� วััยเด็็กที่�่เป็น็ วััยแห่ง่ การเรีียนรู้้� ผู้ส้� อน เป็น็ หัวั ใจสํําคััญในการปลููกฝังั คุณุ ลัักษณะจิิต อาสาที่�่สามารถพััฒนาพร้้อมกััน สํําหรัับแนวทางการจััดการเรีียนรู้้�จํําเป็็นต้้องนํําองค์์ ความรู้้เ� ชิงิ ทฤษฎีีมาปรับั ประยุุกต์์ให้ม้ ีีความ เหมาะสมกัับผู้เ้� รีียนในปัจั จุุบันั เริ่่ม� จากตััวผู้้� สอนเองที่�่จะต้้องเป็็นแบบอย่่างที่�่ดีีและค่่อยๆ ขยายไปสู่่� การพััฒนาผู้�้เรีียน และโดย เฉพาะอย่่างยิ่่�งต้้องพััฒนาไปให้้ถึึงระบบคิิดของผู้้�เรีียนมากกว่่าการให้้ทํํากิิจกรรมโดย ปราศจากความคิิด อย่่างไรก็็ตามต้้องถืือเป็็นหลัักการว่่าการพััฒนาจิิตอาสาสามารถ สอดแทรกได้้ในทุกุ กิิจกรรมการเรีียนรู้้� เช่น่ การช่ว่ ยเหลืือเพื่�อ่ นที่�่ทํําการบ้า้ นไม่ไ่ ด้้ก็็เป็น็ จิิตอาสาชนิดิ หนึ่่�ง หรือื การประหยัดั น้ํํา ไฟฟ้า้ การจััดทํําโครงการจิิตอาสาที่�่ออกไปนอก โรงเรีียนเป็น็ รููปแบบหนึ่่�งของการพัฒั นาเท่่านั้้�น แต่่การพัฒั นาที่�่ยั่่�งยืนื จะต้้องเชื่่�อมโยง เข้า้ กัับวิิถีีชีีวิิตของผู้เ้� รีียนในแต่่ละชุุมชน ท้้องถิ่่�น แนวทางการจััดการเรีียนรู้้เ� พื่�อ่ พัฒั นา จิิตอาสามีีดัังนี้้� 1. การเป็็นตััวแบบที่�่ทางด้้านจิิตอาสาอย่่างสม่ํําเสมอ ตามทฤษฎีีเซลล์์ กระจกเงา (mirror neuron theory) เมื่่�อผู้ส้� อนแสดงพฤติิกรรมใดๆ ออกมาอย่า่ งสม่ําํ เสมอ แม้้ไม่่ต้้องสอนโดยวาจา แต่่เป็็นการสอนโดยการกระทํํา ผู้้�เรีียนจะมีีแนวโน้้ม แสดงพฤติิกรรมนั้้�นด้้วย การพััฒนาลัักษณะนี้้� เป็็นการให้้ผู้้�เรีียนเกิิดการเรีียนรู้้�โดย กระบวนการซึมึ ซับั การสังั เกต การเลีียนแบบพฤติิกรรม แต่ค่ วรใช้้ ควบคู่่�กัับการสะท้้อน ผลตนเอง (reflection) ในข้อ้ 5 ด้้วย 2. การจััดการเรีียนรู้้�ต้้องผ่า่ นกระบวนการการปฏิิบัตั ิิ (action learning) โดย การให้้ผู้�้เรีียนลงมืือปฏิิบััติิกิิจกรรมจิิตอาสาตามความเหมาะสมด้้วยตนเอง โดยไม่่จํํา เป็็นต้้องจััดทํําเป็็นโครงการเฉพาะกิิจขึ้้�น แต่่ควรบููรณาการไปในทุุกกิิจกรรมการเรีียน รู้้� และที่�่สํําคััญจะต้้องมีีการแลกเปลี่�่ยนเรีียนรู้้� ผลการปฏิิบัตั ิิต่่อเพื่�อ่ นและผู้ส�้ อน 3. การสร้า้ งบรรยากาศที่�่กระตุ้้�นการเรีียนรู้้จ� ิิตอาสา โดยทํําให้ผ้ ู้เ�้ รีียนเกิิดความ รู้้�สึกึ ร่ว่ ม (Empathy) ความเห็น็ อกเห็น็ ใจ เอาใจผู้�้ อื่่�นมาใส่ใ่ จตนเอง เพื่�อ่ รับั รู้้�ความรู้้�สึกึ และตอบสนองโดยการแสดงพฤติกิ รรมจิติ อาสาอย่า่ งถููกต้อ้ งเหมาะสม ทั้้�งภาษาพููดและ ภาษากาย เราทำ�ความดีดว้ ยหัวใจ 17

คู่มอื จติ อาสา/จติ สาธารณะ 4. มุ่่�งเน้น้ การการเรีียนรู้้เ� พื่�อ่ ปรับั เปลี่ย�่ นความคิดิ และมุมุ มอง (Transformation of learning) ของผู้เ�้ รีียน ทํําให้เ้ ห็น็ ว่า่ ผู้เ้� รีียนแต่ล่ ะคนมีีศักั ยภาพที่�่จะช่ว่ ยเหลืือผู้�้ อื่่�นและ สังั คมส่ว่ นรวมได้้ ไม่ส่ ํําคััญว่่าจะเรีียนเก่่งสอบได้้คะแนนดีีหรือื ไม่่ การปรับั เปลี่�่ยนความ คิิดและมุมุ มองดัังกล่่าวจะทํําให้ผ้ ู้เ�้ รีียน เกิิดการพัฒั นาจิิตอาสาอย่า่ งยั่่�งยืนื และต่่อเนื่่�อง 5. การจััดการเรีียนรู้้�ต้้องเปิดิ โอกาสให้ผ้ ู้เ�้ รีียนสะท้้อนตนเอง (self - reflection) มุ่่�งให้เ้ ห็น็ ความคิิดและความรู้้�สึกึ ของตนเองเมื่่�อได้้ช่ว่ ยเหลืือผู้�้ อื่่�น หรือื ทํําประโยชน์ต์ ่่อ ส่ว่ นรวม รวมทั้้�งการกํําหนดแนวทางสํําหรับั พัฒั นาตนเองให้เ้ ป็น็ คนที่�่มีีจิิตอาสาต่่อไป 6. ผู้ส้� อนต้้องสร้า้ งความเข้า้ ใจให้ช้ ัดั เจนว่่าการมีีจิิตอาสานั้้�นจะต้้องไม่เ่ ป็น็ การ เบีียดเบีียนตนเองหรือื บุุคคลรอบข้า้ งด้้วย มิฉิ ะนั้้�นจะเกิิดปัญั หาอื่่�นๆ ตามมา สิ่่ง� ใดที่�่เกิิน กํําลัังที่�่เราจะทํําได้้คนเดีียวต้้องรู้้�จัักสร้า้ งแนวร่ว่ มหรือื เครือื ข่า่ ยมาช่ว่ ยให้ส้ ํําเร็จ็ สัังคมอยู่่�เย็็นเป็็นสุุขร่่วมกััน มีีคุุณธรรมนํําความรู้้�เท่่าทัันโลก ครอบครััวอบอุ่่�น ชุุมชนเข้้มแข็็ง สัันติิสุุข เศรษฐกิิจมีีคุุณธรรม เสถีียรภาพ และเป็็นธรรม จิิตอาสาเป็็น ปััจจััยหนึ่่�งที่�่สํําคััญในส่่วน ตััวของบุุคคลที่�่จะทํําให้้มีีจิิตสาธารณะ ทุุกคนคํํานึึงถึึง สาธารณะซึ่�ง่ อยู่่�เหนือื ความเป็น็ ส่ว่ นตััว มากกว่่าการคิิดถึึงความเป็น็ ธุุรกิิจ การทํําถููกทํํา ชอบ ได้้ชื่่�อว่่าทํําความดีีเพราะเห็น็ คุณุ ค่่าของความดีี จิิตอาสาทํําให้ท้ ุกุ คนในสังั คมสามารถอยู่่�ร่ว่ มกัันได้้ เป็น็ สังั คมที่�่มีีการให้แ้ ละแบ่ง่ ปัันซึ่�่งกัันและกััน คํํานึึงถึึงประโยชน์์ของส่่วนรวมเป็็นที่�่ตั้้�ง ซึ่�่งต้้องขัับเคลื่่�อนทั้้�งระบบ โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�ง เด็็กวััยเรีียน เพราะจิิตอาสาและจิิตสาธารณะเป็็นคุุณลัักษณะอััน พึึงประสงค์์อย่่างหนึ่่�งที่�่จะต้้องปลููกฝััง อย่่างต่่อเนื่่�อง ดัังสุุภาษิิตที่�่ว่่า “ไม้้อ่่อนดััดง่่าย ไม้แ้ ก่่ดััดยาก” 18 เราทำ�ความดดี ว้ ยหัวใจ

คมู่ ือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ 1.3 คุุณลัักษณะบุคุ คลที่�ม่ ีีจิิตอาสา ปััจจััยที่ก�่ ่่อให้้เกิดิ จิิตอาสาและพฤติิกรรมจิติ อาสา จิิตอาสา หรือื จิิตสาธารณะ เป็น็ คุณุ ธรรมของพลเมือื ง ส่ง่ เสริมิ ทํําให้ส้ ังั คมเข้ม้ แข็็งมีีศัักยภาพ ในการแก้้ไขปััญหา เนื่่�องจากการมีีพลเมืืองที่�่ตระหนัักถึึงปััญหาที่�่เกิิด ขึ้้�นในสัังคม มีีปรารถนาที่�่จะช่่วยเหลืือสัังคม เชื่่�อมั่่�นในความสามารถของตนเองและ การรวมกลุ่่�มปฏิิบัตั ิิเพื่�อ่ แก้้ไขปัญั หาที่�่เกิิดขึ้้�น ตามแนวทางที่�่ได้้กํําหนดไว้้ จะทํําให้เ้ กิิด การพัฒั นาของสังั คมนั้้�นได้้ในที่�่สุดุ การมีีจิิตอาสานั้้�นเกิิดได้้จากปััจจััยส่่วนบุุคคลและปััจจััยทางสัังคม (วิิรััตน์์ คํําศรีีจัันทร์,์ 2544 : 99) ยกตััวอย่า่ งเช่น่ ก่่อนเข้า้ ศึกึ ษาในมหาวิิทยาลััย นักั ศึกึ ษาย่อ่ ม มีีลัักษณะเฉพาะบุุคคลซึ่�ง่ ได้้รับั อิิทธิพิ ลจากการอบรมของครอบครัวั สถานศึกึ ษา และ กระบวนการทางสังั คมจากที่อ�่ ยู่่�อาศัยั แต่เ่ มื่่�อเข้า้ รับั การศึกึ ษาในมหาวิทิ ยาลัยั วัฒั นธรรม ของสถาบันั การศึกึ ษา การมีีปฏิิสัมั พันั ธ์ก์ ัับกลุ่่�ม เพื่�อ่ นและ อาจารย์์ จะมีีผลต่่อการรับั รู้้� ความเชื่่�อ ทัศั นคติิ เจตคติิ ค่า่ นิยิ ม และพฤติกิ รรมของนักั ศึกึ ษา โดย แสดงออกทางการดํํา เนิินชีีวิิต โครงสร้้างของมหาวิิทยาลััยแต่่ละแห่่งแตกต่่างกัันตามปรััชญา วััตถุุประสงค์์ วิิสัยั ทััศน์์ พันั ธกิิจ ลัักษณะการจััดการเรีียนการสอน สภาพแวดล้้อม และนโยบายของ องค์์การ มหาวิิทยาลััยที่�่มีีขนาดเล็็ก รููปแบบการดํําเนิินชีีวิิตจะมีีความแตกต่่างกัันเล็็ก น้้อยแต่่มีีความซัับซ้้อนมาก มหาวิิทยาลััยที่�่มีีขนาดใหญ่่จะมีีความแตกต่่างระหว่่าง รููปแบบการดํําเนิินชีีวิิตมากก็็แต่่มีีความซัับซ้้อนในแต่่ละรููปแบบน้้อย มหาวิิทยาลััยที่�่ มีีเจตคติิ คามสนใจ และมีีกิิจกรรมร่่วมกััน จะมีีอิิทธิิพลต่่อพฤติิกรรมมาก สัังกััดของ มหาวิิทยาลััยจึึงเป็น็ ปัจั จััยที่�่มีีผลต่่อเจตคติิและพฤติิกรรมของ บุุคคล เราทำ�ความดดี ว้ ยหัวใจ 19

คูม่ อื จิตอาสา/จิตสาธารณะ นอกจากนี้้�จิิตอาสายัังสามารถเกิิดได้้จากกระบวนการเรีียนรู้้�ร่่วมกัันกัับบุุคคล อื่่�น (ชููชััย ศุุภวงศ์์, 2539 : 22) ความรู้้�สึึกต้้องการช่่วยเหลืือเพีียงประการเดีียวจึึงไม่่ สามารถแก้้ไขปัญั หาได้้ กระบวนการเรีียนรู้้�จึึงมีีความสํําคััญต่่อการแก้้ไขปัญั หา บุุคคล ในสังั คมต้้องมีีองค์์ความรู้้� และมีี ความสามารถในการแสวงหาความรู้้� (อนุชุ าติิ พวงสํําลีี และวีีรบููรณ์์ วิิสารทกุลุ , 2540 : 17) ผู้ท้� ี่�่มีีความสามารถในการเรีียนรู้้ด� ้้วยตนเองจะสนใจ ค้น้ คว้า้ หาความรู้้ด� ้ว้ ยตนเองอย่า่ งอิสิ ระจากแหล่ง่ ความรู้้�ต่า่ งๆ เพื่�อ่ ให้บ้ รรลุวุ ัตั ถุปุ ระสงค์์ ในการเรีียนรู้้� ทํําให้ม้ ีีคุณุ สมบัตั ิิเป็น็ ผู้�้ นํํา นักั คิิด นักั วิิเคราะห์์ วิิจารณ์์ (นฤมล เถื่่�อนมา, 2539 : 7) ความสามารถในการเรีียนรู้้ด� ้้วยตนเอง และร่ว่ มกัับผู้้�อื่่�น จึึงเป็น็ ปัจั จััยอย่า่ ง หนึ่่�งที่�่เอื้้�อต่่อการแก้้ไขปััญหาที่�่เกิิดขึ้้�นในสัังคม ซึ่�่งเป็็นปััจจััยภายในของบุุคคลในการ ผลัักดัันให้เ้ กิิดพฤติิกรรมจิิตอาสาขึ้้�นมาได้้ ในขณะที่�่ไพบููลย์์ วััฒนศิริ ิธิ รรม (2550) ได้้กล่่าวถึึงจิิตอาสา-หรือื จิิตสาธารณะ หรือื จิติ สํํานึกึ สาธารณะ หรือื จิติ สํํานึกึ ของสังั คมว่า่ อยู่่�ภายใต้อ้ ิทิ ธิพิ ลของปัจั จัยั แวดล้อ้ ม ทั้้�งภายในและภายนอก ดัังนี้้� 1) ปัจั จััยภายนอก เป็น็ ปัจั จััยที่�่เกี่�่ยวข้อ้ งกัับภาวะทางสัมั พัันธภาพของมนุุษย์์ ภาวะทาง สังั คมเป็น็ ภาวะที่�่ลึึกซึ้้�งกว่่าภาวะทางกายภาพเพีียงประการเดีียว เป็น็ ภาวะที่�่ ได้อ้ บรมกล่อ่ มเกลา และสะสมอยู่่�ในส่ว่ นของการรับั รู้้ท� ี่ล�่ ะเล็ก็ ทีีละน้อ้ ย ทํําให้เ้ กิดิ สํํานึกึ ที่�่ มีีรููปแบบหลากหลาย ภาวะแวดล้้อม ทางสังั คมนี้้�เริ่่ม� ตั้้�งแต่่ พ่อ่ แม่่ ญาติิพี่น�่ ้อ้ ง เพื่�อ่ นฝููง บุุคคลทั่่�วไป จนถึึงระดัับองค์์กร วััฒนธรรม ประเพณีี ความเชื่่�อ กฎหมาย ศาสนา รวมทั้้�งภาวะแวดล้้อม 2) ปััจจััยภายใน สํํานึึกที่�่เกิิดจากปััจจััยภายใน หมายถึึง การคิิดวิิเคราะห์์ของ แต่่ละบุุคคลในการพิจิ ารณาตััดสินิ คุณุ ค่่า ความดีีงาม ซึ่�ง่ ส่ง่ ผลต่่อการปฏิิบัตั ิิ โดยเฉพาะ การปฏิบิ ัตั ิทิ างจิติ ใจ เพื่�อ่ ขัดั เกลาตนเองให้เ้ ป็น็ ไปในทางใดทางหนึ่่ง� โดยเกิดิ การรับั รู้้� การ เรีียนรู้้� การมองเห็น็ การคิิด และ นํํามาพิจิ ารณาเพื่�อ่ ตััดสินิ ใจว่่าต้้องการสร้า้ งสํํานึกึ แบบ ใด ก็็จะมีีการฝึกึ ฝนและสะสมสํํานึกึ เหล่่านั้้�น การเกิิดจิิตสํํานึึกไม่ส่ ามารถสรุุปได้้ว่่าเกิิดจากปััจจััยภายในหรืือปััจจััยภายนอก อย่า่ งใดอย่า่ งหนึ่่�ง เพราะทุกุ สรรพสิ่่ง� มีีความเกี่�่ยวข้อ้ งกััน จิิตสํํานึกึ ที่�่มาจากภายนอกนั้้�น เป็น็ การเข้า้ มาโดย ธรรมชาติกิ ระทบต่อ่ ความรู้้�สึกึ ของบุคุ คล แล้ว้ กลายเป็น็ จิติ สํํานึกึ โดย ธรรมชาติิและมัักไม่่รู้้�ตััว แต่่สํํานึึกที่�่เกิิดจากปััจจััยภายใน เป็็นความเจาะจง เลืือกสรร บุุคคลระลึึกรู้้ต� นเองเป็น็ อย่า่ งดีี เป็น็ สํํานึกึ ที่�่ สร้า้ งขึ้้น� เองระหว่่างปัจั จััยภายในและปัจั จััย ภายนอก เป็น็ ปฏิิสัมั พันั ธ์ท์ ี่�่มีีความต่่อเนื่่�องกััน การพัฒั นาจิิตสํํานึกึ จึึงต้้องกระทํําควบคู่่� กัันไปทั้้�งภายในและภายนอก 20 เราทำ�ความดดี ว้ ยหวั ใจ

คู่มือ จิตอาสา/จติ สาธารณะ อาจสรุุปได้ว้ ่า่ ปัจั จััยที่�่ทํําให้เ้ กิดิ การมีีพฤติิกรรมจิิตอาสาตามที่�ไ่ ด้้การสังั เคราะห์์ เอกสาร และงานวิิจััยต่่างๆ มีีรายงานที่�่สอดคล้้องกัันว่่า อาจจะเกิิดจากสองปััจจััย ประกอบกันั คือื ปัจั จัยั ภายในตัวั บุคุ คล เช่น่ การรับั รู้้�พฤติกิ รรมของตนเอง การเห็น็ คุณุ ค่า่ ในพฤติิกรรมของตนเอง การมีีแรงจููงใจที่�่จะทํําให้้เกิิดพฤติิกรรมจิิตอาสา และปััจจััย ภายนอก ได้แ้ ก่่ การมีีตัวั แบบทางด้า้ นจิติ อาสา ไม่ว่ ่า่ จะจากครอบครัวั เพื่�อ่ น สถานศึกึ ษา หรือื สถาบันั ทางสังั คมต่่างๆ ตลอดจนมีีความเกี่�่ยวข้อ้ งกัับการสนับั สนุนุ จากสถาบันั ทาง สังั คมที่�่ได้้เข้า้ ไปมีีบทบาท ณ ขณะนั้้�นด้้วย โดยมีีรายละเอีียดดัังนี้้� ปััจจัยั ภายใน ในการศึกึ ษานี้้� ปัจั จััยภายในตััวประกอบด้้วย 1) การรัับรู้้�ความสามารถของตนกัับพฤติิกรรมจิิตอาสา จากการทบทวน เอกสารและงานวิิจััยที่�่เกี่�่ยวข้อ้ ง พบว่่ามีีนักั วิิจััยจํํานวนมากได้้ให้ค้ วามหมาย ที่�่แสดงให้้ เห็็นถึึงคุุณลัักษณะเฉพาะที่�่คล้้ายคลึึงกัันว่่าของการรัับรู้้�ความสามารถของตนเป็็นการ ตััดสิินใจของบุุคคลเกี่�่ยวกัับตััวเองถึึงความสามารถในการจััดระบบการกระทํําและ ดํําเนินิ พฤติกิ รรมให้้ ลุลุ ่ว่ งตามเป้า้ หมายตามที่ไ�่ ด้ต้ ั้้ง� ไว้้ ประทีีป จินิ ง (2540 : 110) กล่า่ วว่า่ การรับั รู้้�ความสามารถของ ตนเอง หมายถึึง การที่�่บุุคคลตััดสินิ ใจเกี่�่ยวกัับความสามารถ ของตนเองที่�่จะจััดการและดํําเนิินการทํํา พฤติิกรรมให้้บรรลุุเป้้าหมายที่�่กํําหนดไว้้ใน สถานการณ์ท์ ี่�บ่ างครั้้ง� อาจจะมีีความคลุมุ เครือื ไม่ช่ ัดั เจน มีีความแปลกใหม่ท่ ี่�ไ่ ม่ส่ ามารถ ทํํานายสิ่่�งที่�่เกิิดขึ้้�นได้้ ซึ่�่งสภาพการณ์์เหล่่านี้้�มัักจะทํําให้้บุุคคลเกิิด ความเครีียดได้้ การรัับรู้้�ความสามารถของบุุคคลนี้้�ไม่่ได้้ขึ้้�นอยู่่�กัับทัักษะที่�่บุุคคลมีีอยู่่�ขณะนั้้�นเท่่านั้้�น หากแต่ย่ ังั ขึ้้น� อยู่่�กับั การตัดั สินิ ใจของบุคุ คลว่า่ เขาสามารถทํําอะไรได้ด้ ้ว้ ยทักั ษะที่เ�่ ขามีีอยู่่� จากข้า้ งต้น้ ผู้�้ ศึกึ ษาจึงึ ได้ใ้ ห้น้ ิยิ ามของการรับั รู้้�ความสามารถของตนไว้ว้ ่า่ หมายถึงึ การที่�่บุุคคลตััดสิินใจเกี่�่ยวกัับความสามารถของตนเองว่่าจะจััดการและดํําเนิินการ กระทํําพฤติกิ รรมให้้ สํําเร็จ็ ลุลุ ่ว่ งตามเป้า้ หมายที่ก�่ ํําหนดไว้โ้ ดยมีีความเชื่่�อมั่่น� กล้า้ เผชิญิ กัับอุุปสรรคที่�่เกิิดขึ้้�นในระหว่่างการ กระทํํา จััดการอุุปสรรคต่่างๆได้้ด้้วยตนเองโดยไม่่ เกิิดความเครีียด เราทำ�ความดีดว้ ยหัวใจ 21

คูม่ ือ จิตอาสา/จิตสาธารณะ 2) การเห็็นคุุณค่่าในตนเองกัับพฤติิกรรมจิิตอาสา ความรู้้�สึึกมีีคุุณค่่าในตนเอง หรือื การเห็น็ คุณุ ค่่าของตนเอง เป็น็ พื้้�นฐานของสุขุ ภาพจิิต (กมลพรรณ หอมนาน, 2539 : 37) ที่�่แสดงถึึงความต้้องการพื้้�นฐานของมนุษุ ย์์ ตามทฤษฎีีของมาสโลว์์ (Maslow และ Abraham, 1985 : 12) เป็็นการตััดสิิน คุุณค่่าของคน(Self) และแสดงออกในรููปของ เจตคติิที่�่บุุคคลนั้้�นมีีต่่อตนเอง การพิจิ ารณาความหมาย ของ “ตน” ในแง่่ปรัชั ญาจะมีี ลักั ษณะเป็น็ แบบนามธรรมที่ห�่ มายถึงึ เอกลักั ษณ์ข์ องบุคุ คล ซึ่ง�่ หมาย รวมถึงึ ลักั ษณะทาง กายภาพ ความสามารถทางสติิปัญั ญาแต่่ในทางจิิตวิิทยาจะมองตนในแง่่ของการเรีียนรู้้� โดยเป็น็ การรับั รู้้ต� นเองในด้้านต่า่ งๆ ที่�่ได้จ้ ากการมีีความสัมั พันั ธ์ก์ ัับสภาพแวดล้้อม และ เป็น็ กระบวนการของประสบการณ์ท์ างสังั คมจะเกิิดขึ้้�นหลัังจากที่�่บุุคคลได้้รับั การตอบ สนองทางร่า่ งกาย ได้้รับั ความปลอดภััย ได้้รับั ความรักั และความเป็น็ เจ้้าของ บุุคคลจะ มีีความรู้้�สึกึ ว่่าตนเอง เป็น็ คนที่�่มีี ประโยชน์์ และต้้องการแสดงความสามารถต่่างๆ ที่�่มีี อยู่่�ซึ่�ง่ ความสามารถที่�่จะทํําบางอย่า่ งเพื่�อ่ ให้้ ตนเองพอใจ อย่า่ งไรก็็ตามมีีนักั วิิชาการทั้้�งของต่่างประเทศ และของประเทศไทยหลายท่่าน ได้้ให้้ ความหมายเกี่�่ยวกัับความรู้้�สึกึ มีีคุณุ ค่่าของตนเองไว้้หลายท่่าน แต่่มีีคุณุ ลัักษณะ ที่�่คล้้ายคลึึงกััน ได้้แก่่ 1. เป็น็ ความรู้้�สึกึ ที่�่บุุคคลมีีต่่อตััวเอง 2. ความรู้้�สึึกนี้้�เกิิดขึ้้�นตั้้�งแต่่วััยเด็็กจากการที่�่บุุคคลใกล้้ชิิด สะท้้อนความเป็็น ตััวตนของเด็็ก เป็น็ เหมือื นกระจกสะท้้อน 3. หากตััวตนที่�่คนอื่่�นสะท้้อน ใกล้้เคีียงกัับตััวตนที่�่ตนเองรัับรู้้� ก็็จะเกิิดความ รู้้�สึึกเห็็นคุุณค่่าในตนเองและมีีความเชื่่�อมั่่�น มั่่�นใจ ศรััทธาในการที่�่ตนจะทํําสิ่่�งต่่างๆ ให้ล้ ุลุ ่่วงไปได้้ หากขาดความรู้้�สึกึ เห็น็ คุณุ ค่่าในตนเองก็็จะเป็น็ ไปในทางตรงกัันข้า้ ม 22 เราทำ�ความดดี ว้ ยหวั ใจ

คูม่ อื จิตอาสา/จติ สาธารณะ จิติ อาสา/จิติ สาธารณะตามแนวทางพระพุทุ ธศาสนา หลัักธรรมในพระพุุทธศาสนากล่่าวถึึงจิิตที่�่เป็็นกุุศล เป็็นจิิตที่�่ดีีงาม มีีเจตนาที่�่ งาม ไม่เ่ ห็น็ แก่ต่ ัวั นํําไปสู่่�การปฏิบิ ัตั ิทิ ี่ถ�่ ือื เป็น็ ภารกิจิ หลักั ที่ต�่ ้อ้ งช่ว่ ยเหลือื มนุษุ ย์แ์ ละสังั คม จิิตอาสา/จิติ สาธารณะเพื่อ่� ประโยชน์ร์ ่่วมกััน พระพุทุ ธศาสนามีีวัตั ถุปุ ระสงค์ใ์ ห้ส้ ังั คมมีีความสงบสุขุ และเกิดิ สันั ติภิ าพในการ อยู่่�ร่ว่ มกันั เป้า้ หมายเพื่�อ่ การพัฒั นาสมาชิกิ ในสังั คมให้เ้ ป็น็ ผู้้�มีีจิติ สาธารณะ ให้ส้ ังั คมเกิดิ สัันติิภาพโดยขจััดความเห็็นแก่่ตััว เพื่�่อให้้ทุุกฝ่่ายได้้รัับประโยชน์์ ได้้แก่่ ประโยชน์์ตน ประโยชน์์ผู้�้ อื่่�น ประโยชน์์ทั้้�งสองฝ่่าย ต้้องทํําหน้้าที่�่ หรืือปฏิิบััติิให้้ถููกต้้องตามกฎของ ธรรมชาติิ ที่�่เรีียกว่่าความจริิง หรืือสััจจะเกี่�่ยวกัับธรรมชาติิ โดยคนต้้องทํําหน้้าที่�่ ที่�่ถููกต้้องตามกฎของธรรมชาติินั้้�นโดยให้เ้ กิิดผลดีี เพราะการทํําตามหน้า้ ที่�่ตามกฎธรรม ชาตินิ ั้้น� ทํําให้้ มนุษุ ย์ด์ ํํารงชีีวิติ ได้อ้ ย่า่ งสงบสุขุ จะเกิดิ ผลประโยชน์์ 3 ประการ ได้แ้ ก่่ 1. ประโยชน์ส์ ่ว่ นตน(อัตั ตัตั ถะ)คือื การบรรลุจุ ุดุ หมายแห่ง่ ชีีวิติ ตนได้แ้ ก่ป่ ระโยชน์์ ที่เ�่ กี่ย�่ วข้อ้ งกับั ตนเอง ซึ่ง�่ เป็น็ ผลที่เ�่ กิดิ ขึ้้น� กับั ตนเองโดยเฉพาะการได้ป้ ระโยชน์ใ์ นทุกุ ระดับั โดยไม่เ่ ป็น็ ภาระต่อ่ ผู้แ้� ละความ เป็น็ ผู้�้ พร้อ้ มที่จ�่ ะช่ว่ ยเหลือื ผู้�้ อื่่�น ในเบื้้�องต้น้ ของประโยชน์์ คือื สิ่่ง� ที่ต�่ ามองเห็น็ ด้ว้ ยการมีีสุขุ ภาพดีี มีีร่า่ งกาย ที่แ�่ ข็ง็ แรงมีีอาชีีพที่เ�่ ป็น็ หลักั ฐานมีีความ สััมพัันธ์์ที่�่ดีีกัับเพื่�่อนมนุุษย์์และการที่�่มีีครอบครััวที่�่ดีีมีีความสุุข โดยประโยชน์์ส่่วนตน ดังั กล่า่ ว เป็น็ ประโยชน์ส์ ุขุ ระดับั ต้น้ ที่�แ่ บ่ง่ ออกเป็น็ 3 ระดับั ได้แ้ ก่่ ประโยชน์ใ์ นปัจั จุบุ ันั ที่�่มองเห็็นเกี่�่ยวกัับชีีวิิตประจํําวัันที่�่มุ่่�งหมาย ได้้แก่่ ลาภ ยศ สรรเสริิญ ทรััพย์์สิิน เกีียรติิ ฐานะ เป็็นต้้น ซึ่�่งรวมถึึงการแสวงหาสิ่่�งเหล่่านี้้�โดยชอบธรรม การปฏิิบััติิต่่อสิ่่�ง เหล่่านี้้โ� ดยถููกต้้อง การใช้ส้ ิ่่ง� เหล่่านี้้ท� ํําตน และ คนที่�่เกี่�่ยวข้อ้ งให้ม้ ีีความสุขุ การอยู่่�ร่ว่ ม กัันด้้วยดีี ประโยชน์์เบื้้�องหน้้าด้้านประโยชน์์ คุุณค่่าของชีีวิิตที่�่เป็็น หลัักประกัันชีีวิิต เมื่่�อละโลกนี้้�ไป เพื่�่อความเจริิญแห่่งชีีวิิตจิิตใจด้้วยคุุณธรรม ใฝ่่ใจในทางศีีลธรรม รััก ความดีี งามเพื่�อ่ ความสงบของจิิตใจ ประโยชน์ท์ ี่�่เป็น็ สาระแท้้จริงิ ของชีีวิิต ได้้แก่่การรู้้� แจ้้งแห่ง่ สภาวะของสิ่่�งทั้้�งหลาย ตามความเป็็นจริิง อยู่่�อย่า่ งไร้้ทุุกข์์ประจัักษ์์แจ้้งความ สุุข รู้้�เท่่าทัันคติิธรรมดา และสัังขารธรรมด้้วยความสงบโดยสมบููรณ์์ เรีียกว่่าวิิมุุตติิ และนิิพพาน ประโยชน์์ทุุกระดัับเหล่่านี้้�สััมพัันธ์์กัับความเป็็นอยู่่� การครองชีีพ และ สภาพแวดล้อ้ ม บุคุ คลทุกุ คนควรดํําเนินิ ชีีวิติ อย่า่ งน้อ้ ย 2 ระดับั จะถููกยกย่อ่ งว่า่ เป็น็ บัณั ฑิติ แปลว่า่ ผู้้�ดํําเนินิ ชีีวิติ ด้ว้ ยปัญั ญา เราทำ�ความดดี ว้ ยหัวใจ 23

คู่มอื จิตอาสา/จิตสาธารณะ 2. ประโยชน์ต์ ่อ่ ผู้�้ อื่่�น (ปรัตั ถะ) คือื การช่ว่ ยเหลือื เกื้้�อกููลผู้้�อื่่�น ให้บ้ รรลุปุ ระโยชน์์ หรือื ถึึงจุุดหมายแห่ง่ ชีีวิิตในระดัับต่่างๆ ช่ว่ ยเหลืือให้เ้ ขาสามารถพึ่่�งตนเองได้้ หมายถึึง ประโยชน์ท์ ี่�่เกี่�่ยวข้อ้ งกัับคนอื่่�น ที่�่มีีคุณุ ธรรมเป็น็ แกนนํํา การทํําหน้า้ ที่�่บํําเพ็ญ็ คุณุ ธรรม ต่่างๆของกััลยาณมิติ ร เช่น่ การแบ่ง่ ปันั การพููดด้้วยสิ่่ง� ที่�่เป็น็ ประโยชน์์ การช่ว่ ยเหลืือใน กิจิ การงานต่า่ งๆ การมีีความประพฤติทิ ี่เ�่ สมอต้น้ เสมอปลาย เพื่�อ่ ประโยชน์ต์ ่อ่ สาธารณะ ชนทั่่�วไป โดยมีีจุุดมุ่่�งหมายที่�่เกิิดประโยชน์์ในปััจจุุบัันในขั้้�นตาเห็็น คืือ การมีีสุุขภาพ ร่่างกายที่�่ แข็็งแรงมีีอาชีีพสุุจริิตสามารถพึ่่�งตนเองได้้ มีีสถานสภาพที่�่เป็็นที่�่ยอมรัับใน สัังคม มีีครอบครััวที่�่มีีความสุุขเป็็น ที่�่นัับถืือ ประโยชน์์ในอนาคต คืือมีีความอบอุ่่�นใจ มีีหลัักยึึดเหนี่�่ยวในจิิตใจให้้มีีความเข้้มแข็็งด้้วยศรััทธา มีีความภาคภููมิิใจในชีีวิิตที่�่ได้้ ประพฤติิแต่่ความสุุจริิต ดีีงามมีีปััญญาในการแก้้ปััญหาต่่างๆ คลายกัังวล เนื่่�องจากมีี ทุนุ ประกัันในภพใหม่เ่ นื่่�องจากกรรมดีีที่�่ทํํา ส่ง่ ผลให้เ้ กิิดประโยชน์ส์ ููงสุดุ คืือ การไม่ย่ ึดึ มั่่�นถืือมั่่�น มีีจิิตโล่่งสบาย มีีอิิสระ เบิกิ บาน สดใสที่�่รู้้เ� ท่่าทัันตามเหตุปุ ัจั จััย ชีีวิิตหมดจด เป็น็ อยู่่�ด้้วยปัญั ญา 3. ประโยชน์์ร่ว่ มกััน (อุุภยััตถะ) เป็็นประโยชน์์ที่�่เป็็นผลแก่่ตนเองและผู้�้ อื่่�น หรือื แก่่สังั คม แก่่ชุุมชน อัันเป็น็ ส่ว่ นรวม โดยเฉพาะสภาพแวดล้้อมความเป็น็ อยู่่�อัันเอื้้�อ อํํานวยทั้้�งประโยชน์ส์ ่ว่ นตน ประโยชน์ผ์ ู้�้ อื่่�น และประโยชน์ส์ ่ว่ นรวม คุณุ ธรรมที่�่เป็น็ แกน นํําให้บ้ รรลุจุ ุุดหมายคืือ วิินัยั และสามัคั คีีธรรม 24 เราทำ�ความดดี ว้ ยหัวใจ

คู่มอื จิตอาสา/จติ สาธารณะ หลัักพุุทธธรรมที่ส�่ ่ง่ เสริิมการพัฒั นาจิิตอาสา/จิิตสาธารณะ พระพุทุ ธศาสนามุ่่�งเน้น้ การพัฒั นาจิิตเป็น็ สํําคััญ เนื่่�องจากจิิตเป็น็ เรื่่�องที่�่ควบคุมุ ได้้ยาก เปลี่�่ยนแปลงง่่าย ชอบใฝ่่หาแต่่อารมณ์์ที่�่ปรารถนา หากจิิตที่�่ฝึึกดีีแล้้วย่่อมนํํา ความสุุขมาให้้ ผู้้�มีีปััญญาควรรัักษาจิิตที่�่เห็็นได้้ยาก ละเอีียดยิ่่�ง เพราะจิิตที่�่คุ้้�มครอง ด้้วยความดีีแล้้ว ย่่อมนํําสุุขมาให้้ หลัักธรรมที่�่เกี่�่ยวข้้องกัับจิิตสาธารณะมีีมากมาย ณ ที่�่นี้้ไ� ด้้นํําหลัักธรรมที่�่นํํามาใช้ใ้ นการพัฒั นาจิิตสาธารณะ ดัังนี้้� การพััฒนาตนเองด้้วยหลัักภาวนา 4 การพััฒนาจิิตสาธารณะในเบื้้�องต้้นต้้องพััฒนาตนเองก่่อน หลัักภาวนา 4 ที่�่ กล่่าวถึึงการพัฒั นา ตนเอง 4 ประการ กล่่าวคืือ การพัฒั นาจิิต การพัฒั นากาย พัฒั นา พฤติิกรรม และพัฒั นาความคิิด ที่�่ต้้องพัฒั นาไปพร้อ้ มๆกััน ดัังนี้้� กายภาวนา: เป็น็ การพัฒั นาร่า่ งกายให้ม้ ีีความสัมั พันั ธ์ท์ ี่�่สมดุลุ กัับสิ่่ง� แวดล้้อมใน ทางที่�่เกื้้�อกููลกัันเป็น็ คุณุ ไม่เ่ กิิดโทษ เช่น่ การรู้้�จัักบริโิ ภคปัจั จััย 4 อาหาร เครื่่�องนุ่่�งห่ม่ ยา รักั ษาโรค และที่�่อยู่่�อาศัยั ให้ต้ รงตามคุณุ ค่่าที่�่แท้้จริงิ ไม่บ่ ริโิ ภคตามค่่านิยิ ม ความโก้้หรูู อาจส่่งผลเสีียเป็็นอัันตรายต่่อสุุขภาพ นอกจากนี้้�ยัังรู้้�จัักฝึึก อิินทรีีย์์ คืือ ตา หูู ลิ้้�น กาย ใจ ในการติิดต่่อสื่่�อสาร หรืือใช้้สอยอุุปกรณ์์เทคโนโลยีีเพื่�่อการศึึกษาเรีียนรู้้� เป็น็ หลััก มิใิ ช่เ่ สพเพื่�อ่ ความสนุกุ สนาน ศีลี ภาวนา: เป็น็ การพัฒั นาทางด้า้ นพฤติกิ รรมให้เ้ กิดิ ความเกื้้�อกููลกับั เพื่�อ่ นมนุษุ ย์์ ในสังั คม โดยเฉพาะการประพฤติิ ปฏิิบัตั ิิจนความเคยชินิ ที่�่ไม่เ่ บีียดเบีียนหรือื ก่่อให้เ้ กิิด ความเดืือดร้อ้ นแก่่ผู้้�อื่่�น กลายเป็น็ วิินัยั ในตนเอง จิิตภาวนา: เป็น็ การพัฒั นาทางจิิตใจให้ม้ ีีจิิตที่�่สมบููรณ์ด์ ้้วยด้้วยคุณุ ธรรม มีีความ เอื้้�อเฟื้� อ้ เผื่่�อแผ่่ ด้้วยความเมตตา กรุุณา มีีความอ่่อนน้อ้ ม กตััญญููกตเวทีี เสีียสละ มีีหิริ ิิ โอตตััปปะละอายต่่อการกระทํําบาป ส่ง่ ผลให้ม้ ีีสุขุ ภาพจิิตที่�่ดีี มีีจิิตใจผ่อ่ งใส จิิตใจสงบ เจริญิ งอกงามด้้วยคุณุ ธรรมทั้้�งหลาย ปัญั ญาภาวนา: เป็น็ การพัฒั นาสติปิ ัญั ญาให้เ้ ป็น็ ผู้ท�้ ี่ม�่ ีีเหตุผุ ลมองทุกุ สิ่่ง� ให้เ้ ป็น็ ไป ตามเหตุปุ ัจั จััย ไม่ม่ ีีอคติิ ปราศจากการครอบงํําของกิิเลส รู้้เ� ท่่าทัันความเหตุกุ ารณ์ข์ อง โลก ชีีวิิตตามสภาพตามความเป็น็ จริงิ สามารถแก้้ปัญั หาอย่า่ งมีีประสิทิ ธิภิ าพ พัฒั นา ส่ว่ นรวมให้ม้ ีีความสงบมีีความเสมอภาค เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ 25

คู่มือ จิตอาสา/จติ สาธารณะ การพััฒนาตนเองเพื่�่อให้้มีีคุุณสมบััติิที่�่ดีี 4 ด้้าน คืือ การพััฒนากายให้้มีีความ แข็็งแรง มีีสุุขภาพดีี มีีสััมพัันธภาพที่�่ดีีกัับสิ่่�งแวดล้้อม การพััฒนาพฤติิกรรมในการอยู่่� ร่ว่ มกัันในสังั คมด้้วยดีี มีีการดํําเนินิ ชีีวิิตที่�่ดีี การพัฒั นาจิิตที่�่พร้อ้ มสมบููรณ์ด์ ้้วยคุณุ ธรรม มีีความคิิดที่�่ดีี มีีสติิ มีีความมั่่�นคง มีีจิิตใจที่�่เป็น็ สุขุ สงบ ผ่อ่ งใส และการพัฒั นาปัญั ญา ให้ม้ ีีความรู้้� ความเข้า้ ใจอย่า่ งถููกต้้องตามความเป็น็ จริงิ รู้้�วิิธีีการแก้้ไขปัญั หา สร้า้ งสรรค์์ ความสํําเร็จ็ ที่�่ทํําให้พ้ ัฒั นาตน พัฒั นาชีีวิิตและสังั คมให้เ้ จริญิ ดีีงามยิ่่ง� ขึ้้�น หลักั พรหมวิิหารธรรม ธรรมประจํําใจและกํํากัับความประพฤติิ พรหมวิิหารธรรม เป็น็ ธรรมที่�่ทุกุ คนควรมีีไว้้ประจํําใจเพื่�อ่ กํํากัับความประพฤติิ ให้ด้ ํําเนินิ ชีีวิิตโดย ชอบต่่อตน ต่่อ เพื่�อ่ นมนุษุ ย์แ์ ละสัตั ว์์ทั้้�งหลาย การมีีจิิตสาธารณะต้้อง ประพฤติิ ปฏิิบัตั ิิตนด้้วยปัญั ญา ด้้วย เจตนาที่�่ดีีบนฐานแห่ง่ จิิตใจที่�่มีีคุณุ ธรรม มีีความรับั ผิดิ ชอบสังั คม อภิิบาลสังั คม ประพฤติิตนตามหลัักธรรมที่�่ เรีียกว่่า พรหมวิิหารธรรม 4 ประการ คืือ เมตตา : เป็น็ ผู้ท้� ี่�่มีีความรักั ใคร่่ ปรารถนาดีีต่่อผู้้�อื่่�นอยากให้เ้ ขามีีความสุขุ มีีจิิต อัันแผ่ไ่ มตรีี และคิิดทํําประโยชน์แ์ ก่่มนุษุ ย์ส์ ัตั ว์์ทั่่�วหน้า้ กรุุณา : เป็น็ ผู้ท�้ ี่�่มีีความสงสารผู้�้ อื่่�น คิิดช่ว่ ยให้พ้ ้น้ ทุกุ ข์์ ใฝ่ใ่ จในอัันจะปลดเปลื้้�อง บํําบัดั ความทุกุ ข์ย์ ากเดืือดร้อ้ นของปวงสัตั ว์์ มุทุ ิติ า : เป็น็ ผู้�้ มีีความยินิ ดีีเมื่่�อผู้�้ อื่่�นอยู่่�ดีีมีีสุขุ มีีจิติ ผ่อ่ งใสบันั เทิงิ กอปรด้ว้ ยอาการ แช่ม่ ชื่่�น เบิกิ บานอยู่่�เสมอ ต่่อสัตั ว์์ทั้้�งหลายผู้้�ดํํารงในปกติิสุขุ พลอยยินิ ดีีด้้วยเมื่่�อเขาได้้ ดีีมีีสุขุ เจริญิ งอกงามยิ่่ง� ขึ้้�นไป อุุเบกขา : เป็น็ ผู้�้ มีีใจเป็น็ กลาง อัันจะให้ด้ ํํารงอยู่่�ในธรรมตามที่�่พิจิ ารณาเห็น็ ด้้วย ปัญั ญา คืือ มีีจิิตเรีียบตรงเที่�่ยงธรรมดุจุ ตราชั่่�ง ไม่เ่ อนเอีียงด้้วยรักั และซังั พิจิ ารณาเห็น็ กรรมที่�่สัตั ว์์ทั้้�งหลายกระทํําแล้้ว อันั ควรได้้รับั ผลดีีหรือื ชั่่ว� สมควรแก่เ่ หตุอุ ัันตนประกอบ พร้อ้ มที่�่จะวิินิจิ ฉัยั และปฏิิบัตั ิิไปตามธรรม รวมทั้้�ง รู้้�จัักวางเฉยสงบใจมองดูู ในเมื่่�อไม่ม่ ีี กิิจที่�่ควรทํํา เพราะเขารับั ผิดิ ชอบตนได้้ดีีแล้้ว เขาสมควรรับั ผิดิ ชอบตนเอง หรือื เขาควร ได้้รับั ผลอัันสมกัับความรับั ผิดิ ชอบของตน 26 เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ

คมู่ อื จิตอาสา/จิตสาธารณะ หลัักพรหมวิิหารธรรมเป็็นพื้้� นฐาน 4 ประการที่�่แสดงออกต่่อผู้�้ อื่่� นตาม สถานการณ์ท์ ี่�่เกิิดขึ้้�น ดัังเช่น่ สถานการณ์ท์ ี่่� 1 เมื่่�อคนอื่่�นเขาอยู่่�เป็น็ ปกติิ เรามีีเมตตา คืือ มีีความหวัังดีี มีีความ รักั มีีความเป็น็ มิติ ร สถานการณ์ท์ ี่่� 2 เมื่่�อบุคุ คลอื่่�นนั้้น� ตกต่ําํ คือื เขาเดือื ดร้อ้ นเป็น็ ทุกุ ข์์ ประสบปัญั หา เราก็็มีีกรุุณา คืือ พลอยไหวหวั่่�น สะเทืือนใจไปกัับความทุกุ ข์ข์ องเขา อยากจะช่ว่ ยบํําบัดั ทุกุ ข์น์ ั้้�น หรือื ยกเขาขึ้้�นมาจากทุกุ ข์น์ ั้้�น สถานการณ์์ที่่� 3 เมื่่�อบุุคคลอื่่�นนั้้�นเปลี่�่ยนจากปกติิ และตกต่ํําเป็น็ สููงขึ้้�น คืือ ประ สบความสํําเร็็จ มีีความสุุขทํําอะไรๆได้้ดีี หรืือก้้าวหน้้าไปในทางดีีงาม เราก็็มุุทิิตา คืือ พลอยยินิ ดีีด้้วยในความดีีงามและความสุขุ ความสํําเร็จ็ ของเราพร้อ้ มที่�่จะสนับั สนุนุ ส่ง่ เสริมิ สถานการณ์ท์ ี่�่ 4 ซึ่�ง่ สํําคััญที่�่สุดุ ที่�่จะรักั ษาสังั คมไว้้ได้้ คืือ เมื่่�อบุุคคลอื่่�นนั้้�นละเมิดิ ธรรม หรือื สมควรรับั ผิดิ ชอบต่่อธรรม เราก็็มีีอุุเบกขา คืือ วางใจเป็น็ กลางไม่ข่ วนขวาย ช่่วยเหลืือที่�่จะทํําให้้เสีียธรรม โดยวางเฉยต่่อบุุคคลนั้้�นให้้เขารัับผิิดชอบต่่อธรรมและ ตามธรรม ดํํารงอยู่่�ในความสมเหตุสุ มผล เพราะฉะนั้้�น สังั คม จึึงต้้องมีีพรหมวิิหารธรรม ให้ค้ รบ และให้เ้ หมาะสมพอดีี ถ้า้ ปฏิบิ ัตั ิไิ ด้ถ้ ููกต้อ้ งแล้ว้ สังั คมจะมีีดุลุ ยภาพ โดยเริ่่ม� ตั้้�งแต่่ สังั คมเล็็กสุดุ คืือครอบครัวั เราทำ�ความดีด้วยหัวใจ 27

คู่มอื จติ อาสา/จิตสาธารณะ หลัักสัังคหวัตั ถุุ 4 เพื่อ�่ การสงเคราะห์์กัันและกันั การพัฒั นาจิิตสาธารณะต้้องผููกสัมั พันั ธ์ท์ ี่�่ดีีต่่อกััน มีีการยึดึ เหนี่ย�่ วจิิตใจกัันและ กััน การผููกไมตรีี เอื้้�อเฟื้� อ้ เกื้้�อกููล เป็น็ หลัักสงเคราะห์ซ์ ึ่�ง่ กัันและกััน ตามหลัักสังั คหวััตถุุ ธรรม มีีอยู่่� 4 ประการ ได้้แก่่ ทาน เป็็นการพััฒนาจิิตสาธารณะตามหลัักการให้้เป็็นการการอนุุเคราะห์์ด้้วย ความเมตตา ปรานีีให้้เพื่�่อยึึดเหนี่�่ยวน้ํําใจ หรืือให้้เพื่�่อเป็็นการบุุญกุุศลโดยไม่่หวัังผล ตอบแทนก็็ได้้การให้้เป็็นการสร้้างไมตรีีไว้้ต่่อกััน เป็็นการเอื้้�อเฟื้� ้อ เผื่่�อแผ่่แก่่กััน เสีีย สละแบ่ง่ ปันั ช่ว่ ยเหลืือกัันด้้วยสิ่่ง� ของ รวมไปถึึงการให้ค้ วามรู้้� และแนะนํําสั่่�งสอน ทาน นี้้�ถืือว่่าเป็็นคุุณธรรมเบื้้� องต้้นข้้อแรกที่�่มีีอานุุภาพมากในการที่�่จะผููกมััดใจของผู้้�อื่่� นได้้ อย่า่ งดีียิ่่ง� ดัังพระพุทุ ธพจน์ท์ ี่�่ว่่า “ททํํ ปิโิ ย โหติิ ภชนฺตฺ ิิ นํํ พหูู นรชนผู้ไ�้ ม่ต่ ระหนี่ใ�่ ห้ท้ าน ย่อ่ มเป็น็ ที่�ร่ ักั ชนเป็น็ อันั มากย่อ่ มคบหานรชนนั้้น� ซึ่ง�่ จะเห็น็ ได้ว้ ่า่ การให้ท้ าน คือื แบ่ง่ ปันั เสีียสละส่่วนตนให้้กัับผู้้�อื่่�น หรืือส่่วนรวม ยิ่่�งให้้มาเท่่าไหร่่ก็็ยิ่่�งเพิ่่�มความสํําคััญให้้กัับ ตนเองในฐานะผู้�้ ช่่วยเหลืือสัังคมให้้เกิิดการเป็็นอยู่่�อย่่างมีีความสุุข อย่่างไรก็็ตามการ ให้้ก็็ย่่อมจะต้้องมีีขอบเขตจํํากััดเพราะหากมีีการให้้ที่�่มากเกิิดความจํําเป็็นและไม่่ตรง กัับความปรารถนาของผู้�้ อื่่�นย่่อมไม่่นํํามาซึ่�่งความยิินดีีต่่อสิ่่�งนั้้�น ควรที่�่จะศึึกษาความ ต้้องการของชุุมชนให้ถ้ ่่องแท้้เสีียก่่อนจึึงค่่อยดํําเนินิ การ ปิิยวาจา การพััฒนาจิิตสาธารณะด้้วย ปิิยวาจา เป็็นการให้้คํําแนะนํําหรืือตััก เตืือนเพื่�่อให้้เกิิดประโยชน์์ต่่อส่่วนรวม ต้้องอาศััยหลัักการพููดถ้้อยคํําที่�่น่่าฟััง เป็็นการ เจรจาอ่่อนหวาน เจรจาด้้วยวาจาที่�่ดีีในเชิิงปฏิิบััติิ ปิิยวาจา คืือ เจรจาถ้้อยคํําอัันเป็็น ที่�่รััก ไพเราะพููดให้้เกิิดความเข้้าใจตรงกััน เกิิดประโยชน์์และเกิิดความพึึงพอใจ พููดถ้้อยคํําเป็็นที่�่นํํามาซึ่�่งความรััก ความปรารถนาดีีต่่อผู้�้ อื่่�น ไม่่เป็็นคํําที่�่หยาบคาย การมีี จิิตสาธารณะใช้้หลัักของการพููดให้้กํําลัังใจ การพููดให้้ผู้้�อื่่�นเข้้าใจ เกิิดความ อิ่่�มเอม และสุขุ ใจ เกิิดความสบาย ใจ จููงใจในการให้ค้ วามร่ว่ มมือื กระทํําเพื่�อ่ ประโยชน์์ ต่่อส่ว่ นรวม 28 เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ

คมู่ ือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ อััตถจริิยา การพััฒนาจิิตสาธารณะตามหลัักอััตถจริิยา เป็็นการกล่่าวถึึงการ ประพฤติิตนให้้ เกิิดประโยชน์ต์ ่่อส่ว่ นรวม หลัักธรรมข้อ้ นี้้�มุ่่�งสอนตน 2 ด้้าน คืือ การทํํา ตนให้้เป็็นประโยชน์์และการทํําในสิ่่�ง ที่�่เป็็นประโยชน์์ตลอดถึึงช่่วยแก้้ไขปรัับปรุุงส่่ง เสริมิ ในทางจริยิ ธรรม ได้้แก่่ 1) การทํําตนให้เ้ ป็น็ ประโยชน์์ หมายถึึง ทํําตนให้ม้ ีีคุณุ ค่่า ในสังั คมที่�่ตนอาศัยั อยู่่� ด้้วยการตั้้�งใจ ฝึกึ ฝนอบรมตนให้เ้ ป็น็ คนเจริญิ ด้้วยความรู้้� ความ สามารถมีีคุุณธรรม เป็็นบุุตรที่�่ดีีของบิิดามารดา เป็็นศิิษย์์ที่�่ดีีของครููอาจารย์์เป็็นผู้้�ที่�่ เรีียนที่�่ดีีของสถานศึึกษา เป็็นพลเมืืองที่�่ดีีของประเทศชาติิ ตลอดจนเป็็นศาสนิิกชนที่�่ ดีีของพระพุุทธศาสนาตลอดไป และ 2) การทํําในสิ่่ง� ที่�่เป็น็ ประโยชน์์คืือ เมื่่�อทํําตนให้้ เป็็นประโยชน์์แล้้วก็็ต้้องสร้้างตนให้้เป็็นประโยชน์์กัับผู้�้ อื่่�นด้้วย การให้้ความช่่วยเหลืือ เกื้้�อกููลกััน ไม่น่ ิ่่ง� ดููดาย มีีน้ํําใจไมตรีีต่่อกััน บํําเพ็ญ็ สาธารณประโยชน์ต์ ามสติิกํําลััง ความ สามารถ ซึ่�ง่ จะเห็น็ ได้้ว่่า การพัฒั นาจิิตสาธารณะ ตามหลัักอััตถจริยิ าจะเป็น็ การทํํางาน เพื่�อ่ ให้เ้ กิิดประโยชน์ส์ ุขุ ต่่อผู้้�อื่่�นในสังั คม สมานััตตตา การพัฒั นาจิิตสาธารณะตามหลัักสมานัตั ตตา คืือ การทํําตนเสมอ ต้น้ เสมอปลาย ตลอดถึงึ วางตนเหมาะสมแก่ฐ่ านะภาวะ บุคุ คล เหตุกุ ารณ์แ์ ละสิ่่ง� แวดล้อ้ ม ที่�่มุ่่�งให้้เกิิด 1) การวางตน ให้้เหมาะสมกัับฐานะที่�่ตนมีีอยู่่�ในสัังคม เช่่น เป็็นหััวหน้้า ครอบครัวั เป็น็ บิดิ ามารดา เป็น็ ครููอาจารย์์ เป็น็ เพื่�อ่ นบ้า้ น เป็น็ ต้้น ตนอยู่่�ในฐานะอะไร ก็็วางตนให้เ้ หมาะสมกัับฐานะที่�่เป็น็ อยู่่� และทํําอย่า่ งเสมอต้้นเสมอปลาย และ 2) ปฏิิบัตั ิิ ตนอย่า่ งสม่ําํ เสมอต่่อคนทั้้�งหลาย ให้ค้ วามเสมอภาค ไม่เ่ อารัดั เอาเปรีียบผู้�้ อื่่�น เสมอใน สุขุ และทุกุ ข์์ คืือ ร่ว่ มสุขุ ร่ว่ มทุกุ ข์ก์ ััน ร่ว่ มรับั รู้้�ปัญั หา และร่ว่ มแก้้ปัญั หาเพื่�อ่ ประโยชน์์ ของสังั คม ดัังนั้้�น บุุคคลที่�่วางตนเองให้ส้ ามารถเข้า้ กัับผู้�้ อื่่�นได้้ ไม่ถ่ ืือยศ ไม่ม่ องผู้�้ อื่่�นเป็น็ ต่ําํ กว่า่ ตนเอง ไม่ด่ ููถููกดููแคลนผู้้�อื่่�น เพราะวางตนเอง ในมีีความเสมอต้้นเสมอปลายจะทํํา ให้ไ้ ด้้รับั ความรักั ความเคารพศรัทั ธาเป็น็ ที่�่สุดุ ได้้รับั การไว้้วางใจในสังั คม กล่่าวได้้ว่่า การพัฒั นาจิิตสาธารณะตามหลัักธรรมที่�่กล่่าวมาข้า้ งต้้นนั้้�น อัันดัับ แรก ต้้องพััฒนาตนเองให้้พร้้อมเป็็นผู้้�ที่�่มีีร่่างกายแข็็งแรงสมบููรณ์์และมีีจิิตใจที่�่ เบิกิ บาน ผ่อ่ งใจมีีคุณุ ธรรมดํําเนินิ ชีีวิิตที่�่ดีีงาม อัันดัับที่�่สอง ต้้องมีีความปรารถนาดีีต่่อ ผู้�้ อื่่�นปรารถนาที่�่จะให้้ผู้�้ อื่่�นมีีความสุุข พ้้นจากทุุกข์์ อัันดัับที่�่สามต้้องมีี ความเสีียสละ สงเคราะห์์แบ่่งปัันซึ่�่งกัันและกััน และอัันดัับสุุดท้้ายต้้องรวมพลัังเป็็นหนึ่่�งเดีียวเพื่�่อ หากผู้้�ใดนํําไปประพฤติิ ปฏิิบััติิตามจะสามารถนํําไปพััฒนาจิิตสาธารณะเพื่�่อให้้เกิิด ประโยชน์ต์ ่่อทั้้�งตนเอง ผู้�้ อื่่�น และ สังั คมโดยรวมสืบื ไป เราทำ�ความดดี ว้ ยหัวใจ 29

ค่มู อื จติ อาสา/จิตสาธารณะ 1.4 องค์ป์ ระกอบของจิิตอาสา/จิติ สาธารณะ จิิตอาสา/จิิตสาธารณะมีีองค์ป์ ระกอบอยู่�่ 3 ด้้านหลัักๆ ดัังนี้� 1. จิิตสํํานึึกเกี่่�ยวกัับตนเอง (Self-Consciousness) เป็็นจิิตสํํานึึกเพื่�่อพััฒนา ตนเอง ทํําให้ต้ นเองเป็น็ บุคุ คลที่ส�่ มบููรณ์ย์ ิ่่ง� ขึ้้น� จิติ สํํานึกึ ด้า้ นนี้้� การศึกึ ษาไทยมุ่่�งมั่่น� ปลููก ฝังั มานาน เกิดิ บ้า้ งไม่เ่ กิดิ บ้า้ ง ไปตามสภาพการณ์์ เป็น็ จิติ สํํานึกึ แบบคลาสสิกิ ที่ท�่ ุกุ สังั คม พยายามเหมือื นกันั ที่�่ จะสร้า้ งให้เ้ กิดิ ขึ้้น� ให้ไ้ ด้้ เช่น่ ความขยันั ความรับั ผิดิ ชอบ ความมานะ อดทน เป็น็ ต้น้ เป็น็ จิติ สํํานึกึ ที่�ถ่ ููกปลููกฝังั และมีีมานานตามสภาพสังั คมไทย 2. จิติ สําํ นึกึ เกี่่ย� วกับั ผู้้�อื่่�น (Others Oriented Consciousness) เป็น็ จิติ สํํานึกึ ของ ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่า่ งบุคุ คลของคนในกลุ่่�มชนหนึ่่ง� สังั คมหนึ่่ง� เช่น่ ความเห็น็ อกเห็น็ ใจ ความเอื้้�อเฟื้� อ้ เผื่่�อแผ่่ ความสามัคั คีี เป็น็ ต้น้ เป็น็ จิติ สํํานึกึ ที่ค�่ นไทยส่ว่ นใหญ่ถ่ ููกหล่อ่ หลอม มาจากพื้้�นฐานดั้้�งเดิมิ ของวัฒั นธรรมไทยอยู่่�แล้ว้ สร้า้ งกันั ได้ไ้ ม่ย่ ากนักั 3. จิิตสํํานึึกเกี่่�ยวกัับสัังคมหรืือจิิตสํํานึึกสาธารณะ (Social or Public Consciousness) เป็น็ จิติ สํํานึกึ ที่�ต่ ระหนักั ถึงึ ความสํําคัญั ในการอยู่่�ร่ว่ มกันั หรือื คํํานึงึ ถึงึ ผู้้�อื่่�นที่ร�่ ่ว่ มความสัมั พันั ธ์เ์ ป็น็ กลุ่่�มเดีียวกันั เป็น็ จิติ สํํานึกึ ที่�ค่ นไทยยังั ไม่ค่ ่อ่ ยมีีและขาดกันั อยู่่�มากเพราะพื้้�นฐานความเป็น็ มาของสังั คมไทย สมควรที่�จ่ ะรีีบพัฒั นาขึ้้�นโดยเร็ว็ เช่น่ จิิตสํํานึกึ ด้้านเศรษฐกิิจ จิิตสํํานึกึ ด้้านการเมือื งจิิตสํํานึกึ ด้้านสิ่่ง� แวดล้้อม จิิตสํํานึกึ ด้้าน สุขุ ภาพ เป็น็ ต้น้ 30 เราทำ�ความดดี ว้ ยหวั ใจ

คูม่ ือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ จิิตอาสา/จิิตสาธารณะเป็็นลัักษณะสํําคััญของการเป็็นพลเมืืองดีีของประเทศ เพราะบุุคคลที่�่มีีจิิตสาธารณะ จะเป็็นผู้�้ที่�่ตระหนัักในหน้้าที่�่และความรัับผิิดชอบที่�่จะ ต้้องดููแลรัักษาทรััพย์์สมบััติิส่่วนรวมของสัังคมและตระหนัักในสิิทธิิของตนเอง ไม่่ล่่วง ล้ํําสิิทธิ์์�ของผู้้�อื่่�น ถึึงเวลาที่�่ต้้องร่่วมมืือกัันในการปลููกฝัังจิิตสาธารณะให้้เกิิดกัับบุุคคล ในชาติิโดยเฉพาะในเด็็ก เพราะเด็็กเป็น็ วััยที่�่ผู้ใ้� หญ่ส่ ามารถปลููกฝังั ลัักษณะอัันดีีงามให้้ เกิิดขึ้้�นได้้ง่่ายกว่่าทํําในวััยผู้ใ�้ หญ่่ เพื่�อ่ ให้เ้ ขาได้้รับั ประสบการณ์ท์ ี่�่เพีียงพอ เป็น็ พื้้�นฐาน ที่�่สามารถนํําไปพัฒั นาตนเองได้้ การรัับใช้้สัังคมเป็็นรููปแบบการเรีียนการสอนที่�่เชื่่� อมโยงกัับสํํานึึกทางสัังคม มีีการลงมืือปฏิิบััติิและเชื่่�อมโยงกัับประสบการณ์์การเรีียนรู้้�ที่�่บููรณาการความรู้้�สู่่�ชุุมชน ด้้วยการสร้า้ งประสบการณ์์ ความรับั ผิดิ ชอบ การเรีียนรู้้โ� ดยการรับั ใช้ส้ ังั คมมาจากความ เชื่่�อของปรััชญาพิิพััฒนาการนิิยม (Progressivism) ซึ่�่งให้้ความสนใจอย่่างมากต่่อ “การปฏิิบัตั ิิ หรือื การลงมือื กระทํํา” การเรีียนโดย เน้น้ ให้ผ้ ู้เ�้ รีียนได้้ลงมือื ทํํา ได้้รับั อิิสระ ริิเริ่่�มความคิิดและลงมืือทํําตามความคิิด ผู้�้เรีียนใช้้กระบวนการ แก้้ปััญหาด้้วยตนเอง การให้้ผู้�้เรีียนมีีบทบาทสํําคััญที่�่จะสืืบค้้นหาความรู้้� ได้้เรีียนรู้้�จากประสบการณ์์ตรง ได้ท้ ดลองปฏิบิ ัตั ิิ เสาะหาข้อ้ มููล จัดั ระเบีียบข้อ้ มููล หาข้อ้ สรุุป ค้น้ คว้า้ หาวิธิ ีีการด้ว้ ยตนเอง หรือื ร่ว่ มกัันเป็น็ กลุ่่�ม ผู้เ้� รีียนได้้รู้้�จัักการทํํางานร่ว่ มกัับผู้�้ อื่่�น ศึกึ ษาค้้นคว้้าหาความรู้้ด� ้้วย ตนเองอย่า่ งมั่่�นใจ ดัังนั้้�น การจััดกิิจกรรมการเรีียนการสอนเพื่�อ่ จะพัฒั นาผู้เ�้ รีียนให้ม้ ีีจิิต สาธารณะได้้นั้้�น ต้้องเน้้นให้้ผู้้�เรีียนได้้เรีียนรู้้�ด้้วยกิิจกรรมที่�่หลากหลายจากการกระทํํา และได้้กระทํําซ้ํําๆ อย่่างต่่อเนื่่�องโดย พััฒนา ให้้ครบทั้้�งด้้านพุุทธิิพิิสััย ด้้านจิิตพิิสััย และด้้านทัักษะพิสิ ัยั เราทำ�ความดดี ว้ ยหัวใจ 31

ค่มู อื จติ อาสา/จิตสาธารณะ 2บทที่�่ แนวทางการเสริิมสร้า้ ง จิิตอาสา/จิิตสาธารณะ แนวการเสริิมสร้้างจิิตอาสา การปลููกจิิตสํํานึึกด้้านจิิตสาธารณะหรืือจิิตอาสา คืือการปลููกฝัังจิิตใจให้้ นัักศึึกษามีีความรัับผิิดชอบต่่อตนเองและสัังคม เป็็นการสร้้างคุุณธรรม จริิยธรรมให้้ บุุคคลรู้้�จัักเสีียสละ ร่่วมแรงร่่วมใจและร่่วมมืือในการทํํากิิจกรรมที่�่เป็็นประโยชน์์เพื่�่อ ส่่วนรวมหรืือกิิจกรรมที่�่ช่่วยลดปััญหาที่�่เกิิดขึ้้�นในสัังคม เพื่�่อพััฒนาคุุณภาพชีีวิิต และ สร้า้ งประโยชน์ส์ ุขุ ของคนในสังั คมร่ว่ มกััน 32 เราทำ�ความดดี ว้ ยหวั ใจ

ค่มู ือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ การปลููกจิิตสํํานึึกด้้านจิิตสาธารณะหรืือการสร้้างจิิตอาสาเพื่�่อพััฒนาชุุมชนจะ มีีส่่วนสํําคััญที่�่จะทํําให้้บุุคคลได้้พััฒนาสติิปััญญา ร่่างกาย อารมณ์์และสัังคม จะเป็็น ประโยชน์แ์ ก่่ นักั ศึกึ ษาอย่า่ งยิ่่ง� เนื่่�องจากเป็น็ ระบบการเพิ่่ม� พููนความรู้้� ทัักษะความคิิด ทัักษะความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่่างบุุคคล และความรับั ผิดิ ชอบ เป็น็ การเพิ่่ม� ประสบการณ์ใ์ ห้้ บุุคคลโดยตรง การสร้า้ งจิิตอาสาเพื่�อ่ พัฒั นาชุุมชนและ สังั คม เป็น็ กิิจกรรมที่�่ให้บ้ ุุคคล ได้้มีีกิิจกรรมจิิตอาสาหรือื กิิจกรรมการเรีียนรู้้ใ� นรููปแบบต่่างๆ ที่�่เป็น็ ประโยชน์์ ต่่อสังั คม และช่ว่ ยเหลืือสังั คมได้้ บุุคคลที่�่มีีจิติ อาสา จิิตสำ�ำ นึกึ สาธารณะ ต้อ้ งมีีคุุณลัักษณะดังั นี้� 1. การทุ่่�มเทและการอุุทิิศตน มีีความรับั ผิดิ ชอบต่่อสังั คม บุุคคลไม่เ่ พีียงแต่่ ปฏิิบััติิตามสิิทธิิเท่่านั้้�น แต่่ต้้องปฏิิบััติิเพื่�่อช่ว่ ยเหลืือให้้บริิการแก่่บุุคคลอื่่�น เพื่�่อพััฒนา สัังคมด้้วย อาทิิ ถ้้า ต้้องการให้้ผู้�้แทนราษฎรมีีความรัับผิิดชอบต่่อความต้้องการและ ประโยชน์ข์ องประชาชน ประชาชนก็ต็ ้อ้ งให้ค้ วามใส่ใ่ จและติดิ ตาม ไม่เ่ พีียงทํําการหย่อ่ น บัตั รเลืือกตั้้�งเท่่านั้้�น ต้้องเสีียสละเวลาให้ใ้ นการเข้า้ ไปมีีส่ว่ นร่ว่ มกัับการเมือื งระดัับท้้อง ถิ่่�นและในสถาบันั ต่่างๆ 2. เคารพความแตกต่่างระหว่่างบุุคคล จากกระแสปัจั เจกชนนิิยม ส่ง่ ผลให้้ คนใน สังั คมมีีลักั ษณะปิดิ กั้้น� ตนเอง ไม่ไ่ ว้ว้ างใจผู้�้ อื่่�น เลือื กคบเฉพาะกลุ่่�มที่ม�่ ีีความเหมือื นกันั ไม่ส่ นใจการเมือื ง ทํําให้ไ้ ม่ส่ ามารถปฏิิบัตั ิิภารกิิจของสังั คมเพื่�อ่ ผลปรโยชน์ข์ องส่ว่ นรวม เกิิดข้อ้ ขัดั แย้ง้ การยุุติิข้อ้ ขัดั แย้ง้ โดยการฟังั เสีียงข้า้ งมาก ไม่น่ ํําไปสู่่�ประโยชน์ข์ องส่ว่ น รวม ดัังนั้้�นผู้้�มีีจิิตสํํานึึกสาธารณะต้้อง เป็็นพลเมืืองในฐานะที่�่เป็็นเอกลัักษณ์์ทางการ เมือื งสมัยั ใหม่่ มีีความอดทน ตระหนักั ว่่าการมีีส่ว่ นร่ว่ ม ไม่ท่ ํําให้ไ้ ด้้อย่า่ งที่�่ต้้องการเสมอ ไป ต้้องเคารพและยอมรัับความแตกต่่างที่�่หลากหลาย และหาวิิธีีอยู่่� ร่่วมกัับความขััด แย้ง้ โดยการแสวงหาทางออกร่ว่ มกััน การจํําแนกประเภทปัญั หา การใช้เ้ หตุผุ ลในการ แลกเปลี่�่ยนความคิิดเห็็น การตััดสิินใจ ต้้องมีีการพููดแลกเปลี่�่ยนความคิิดเห็็นระหว่่าง กัันให้ม้ ากที่�่สุดุ เพื่�อ่ หาข้อ้ ยุุติิสร้า้ งการเข้า้ ร่ว่ มรับั รู้้� ตััดสินิ ใจ และผนึกึ กํําลัังเพื่�อ่ ให้เ้ กิิด การยอมรับั จากทุกุ ฝ่า่ ย 3. คํํานึึงถึึงผลประโยชน์์ส่ว่ นรวม คนในสังั คมต้้องคํํานึงึ ถึึงการเมือื งในฐานะ กิิจการเพื่�อ่ ส่ว่ นรวมและเพื่�อ่ คุณุ ธรรมมากขึ้้�น เราทำ�ความดีดว้ ยหวั ใจ 33

คมู่ อื จิตอาสา/จิตสาธารณะ 4. การลงมืือกระทํํา การวิิพากษ์์วิิจารณ์์ปััญหาที่�่เกิิดขึ้้�นเพีียงอย่่างเดีียวไม่่ สามารถทํําให้้สถานการณ์์ดีีขึ้้�นต้้องลงมืือทํํา โดยเริ่่�มจากครอบครััวในการวางพื้้�นฐาน ให้ก้ ารอบรมด้้านจริยิ ธรรมของพลเมือื ง สถาบันั การศึกึ ษาไม่เ่ พีียงเป็น็ สถานที่�่ฝึกึ ทัักษะ และให้้ความรู้้� ต้้องรัับช่่วงต่่อในการสร้้างค่่านิิยมที่�่เหมาะสมต่่อจากครอบครััวรวมทั้้�ง เครืือข่่ายสัังคมที่�่เกิิดขึ้้�นระหว่่างเพื่�่อนบ้้าน ที่�่ทํํางาน สโมสร สมาคมต่่างๆ เชื่่�อมโยง บุุคคลที่�่สนใจเรื่่�องของตนเข้า้ เป็น็ กลุ่่�มที่�่ใส่ใ่ จผู้้�อื่่�น ช่ว่ ยดํํารงรักั ษาประชาคม สังั คมและ กฎจริยิ ธรรม รวมทั้้�งสถาบันั ที่�่มีีอิิทธิพิ ลสููงต่่อสังั คม คืือ สถาบันั ศาสนา และสื่่�อมวลชน นับั ว่่ามีีบทบาทสํําคััญในการร่ว่ มสร้า้ งให้ส้ ังั คมแข็ง็ แรง พฤติิกรรมจิิตอาสาเกิดิ ขึ้น�้ จากจิติ สำ�ำ นึึกซึ่่�งจิิตสํํานึึกมีอี ยู่� 3 ด้า้ นหลัักๆ คืือ 1. จิิตสําํ นึึกเกี่่ย� วกัับตนเอง (Self consciousness) เป็น็ จิิตสํํานึกึ เพื่�อ่ พัฒั นา ตนเอง ให้้ตนเองเป็็นบุุคคลสมบููรณ์์ยิ่่�งขึ้้�น จิิตสํํานึึกด้้านการศึึกษาไทยมุ่่�งมั่่�นปลููกฝััง มานาน เกิิดบ้้างไม่่เกิิดบ้้างไปตามสภาพการณ์์ เป็็นจิิตสํํานึึกแบบคลาสสิิกที่�่ทุุกสัังคม พยายามเหมืือนกัันที่�่จะสร้้างให้้เกิิดขึ้้�นให้้ได้้ เช่่น ความขยััน ความรัับผิิดชอบ ความ มานะอดทน เป็น็ ต้้น เป็น็ จิิตสํํานึกึ ที่�่ถููกปลููกฝังั และมีีมานานตามสภาพสังั คมไทย 2. จิิตสําํ นึึกเกี่่ย� วกัับผู้�้ อื่่�น (Others oriented consciousness) เป็น็ จิิตสํํานึกึ ของ ความสัมั พันั ธ์ร์ ะหว่่างบุุคคลของคนในกลุ่่�มชนหนึ่่�ง เช่น่ ความเห็น็ อกเห็น็ ใจ ความ เอื้้�อเฟื้� อ้ เผื่่�อแผ่่ ความสามัคั คีี เป็น็ ต้้น เป็น็ จิิตสํํานึกึ ที่�่คนไทยส่ว่ นใหญ่ถ่ ููกหล่่อหลอมมา จากพื้้�นฐานดั้้�งเดิิมของ วััฒนธรรมไทยอยู่่�แล้้วสร้า้ งกัันได้้ไม่ย่ ากนักั 34 เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ

คู่มือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ 3. จิิตสํํานึึกเกี่่�ยวกัับสัังคม หรืือจิิตสํํานึึกสาธารณะ (Social or public consciousness) เป็็นจิิตสํํานึึกที่�่ตระหนัักถึึงความสํําคััญในการอยู่่�ร่่วมกััน หรืือคํํานึึง ถึึงผู้�้ อื่่�นที่�่ร่่วมความสััมพัันธ์์เป็็นกลุ่่�มเดีียวกััน เป็็นจิิตสํํานึึกที่�่คนไทยยัังไม่่ค่่อยมีี และ ขาดกัันอยู่่�มาก เพราะพื้้�นฐานความเป็็นมาของสัังคมไทย สมควรที่�่จะรีีบพััฒนาขึ้้�น โดยเร็็ว เช่น่ จิิตสํํานึกึ ด้้านเศรษฐกิิจ จิิตสํํานึกึ ด้้านการเมืือง จิิตสํํานึึกด้้านสิ่่ง� แวดล้้อม จิิตสํํานึกึ ด้้านสุขุ ภาพ เป็น็ ต้้น พฤติิกรรมจิติ อาสาแบ่่งได้เ้ ป็็น 3 ด้า้ น ดังั นี้� 1. การใช้โ้ ดยพิจิ ารณาจากความรู้้ค� วามเข้า้ ใจพฤติิกรรมที่่แ� สดงออก ดัังนี้้� 1.1 ดููแลรักั ษาสิ่่ง� ของ เมื่่�อใช้แ้ ล้้วมีีการเก็็บรักั ษาให้ค้ งอยู่่�ในสภาพดีี 1.2 ลัักษณะของการใช้ข้ องส่ว่ นรวมอย่า่ งประหยัดั และทะนุถุ นอม 2. การถืือเป็็นหน้้าที่่� โดยพิิจารณาจากความรู้้�ความเข้้าใจพฤติิกรรมที่่� แสดงออก ดัังนี้้� 2.1 ทํําตามหน้า้ ที่�่และเคารพกฎระเบีียบที่�่กํําหนด 2.2 รัับอาสาที่�่จะทํําบางอย่่างเพื่�่อส่่วนรวม คอยสอดส่่องดููแลสาธารณะ สมบัตั ิิของส่ว่ นรวม 3. การเคารพสิิทธิิ โดยพิิจารณาจากความรู้้�ความเข้้าใจพฤติิกรรมที่่� แสดงออกดัังนี้้� 3.1 ไม่น่ ํําของส่ว่ นรวมมาเป็น็ ของตนเอง 3.2 แบ่ง่ ปันั และเปิดิ โอกาสให้ผ้ ู้�้ อื่่�นได้้ใช้ข้ องส่ว่ นรวม เราทำ�ความดีด้วยหวั ใจ 35

คูม่ ือ จติ อาสา/จติ สาธารณะ ผลจากการขาดพฤติกิ รรมจิิตอาสา การที่�่คนมาอยู่่�รวมกัันเป็็นสัังคม ย่อ่ มต้้องมีีความสััมพัันธ์์ในรููปแบบการพึ่่�งพา กััน คนในสังั คมซึ่�ง่ มีีบทบาทหน้า้ ที่�่แตกต่่างกัันไป ถ้้าคนในสังั คมขาดจิิตสํํานึกึ สาธารณะ ซึ่�ง่ นอกจากจะมีีผลกระทบต่่อบุุคคล ครอบครัวั องค์์กรแล้้ว การขาดจิิตสํํานึกึ สาธารณะ ยังั มีีผลกระทบต่่อชุุมชนระดัับประเทศ และ ระดัับโลก จิิตอาสา หมายถึึง คุุณลัักษณะของบุุคคลที่�่แสดงออกถึึงการมีีส่่วนร่่วมใน กิิจกรรม หรืือสถานการณ์์ที่�่ก่่อให้้เกิิดประโยชน์์แก่่ผู้�้ อื่่�น ชุุมชน และสัังคม ด้้วยความ เต็็มใจ กระตืือรืือร้้นโดยไม่่หวัังผลตอบแทน ประกอบด้้วยการแสดงพฤติิกรรมใน 2 ลัักษณะ ได้้แก่่ การช่ว่ ยเหลืือผู้�้ อื่่�นด้้วยความเต็็มใจโดยไม่ห่ วัังผลตอบแทน และการเข้า้ ร่ว่ มกิิจกรรมที่�่เป็น็ ประโยชน์ต์ ่่อสถานศึกึ ษา ชุุมชน และสังั คม การช่่วยเหลืือผู้�้ อื่่�นด้้วยความเต็็มใจโดยไม่่หวัังผลตอบแทน หมายถึึง การที่�่ ผู้เ�้ รีียนช่ว่ ยพ่อ่ แม่่ ผู้้�ปกครอง ครูู ทํํางานด้้วยความเต็็มใจ อาสาทํํางานให้ผ้ ู้้�อื่่�นด้้วย กํําลัังกายกํําลัังใจ และกํําลัังสติิปัญั ญาโดยไม่ห่ วัังผลตอบแทน แบ่ง่ ปันั สิ่่ง� ของ ทรัพั ย์ส์ ินิ และอื่่�นๆ และช่ว่ ยแก้้ปัญั หาหรือื สร้า้ งความสุขุ ให้ก้ ัับผู้้�อื่่�น การเข้้าร่ว่ มกิิจกรรมที่่�เป็็นประโยชน์์ต่่อสถานศึกึ ษา ชุุมชน และสัังคม หมายถึึง การที่�่ผู้้�เรีียนดููแลรัักษาสาธารณสมบััติิและสิ่่�งแวดล้้อมด้้วยความเต็็มใจ เข้า้ ร่ว่ มกิิจกรรมที่�่เป็น็ ประโยชน์ต์ ่่อสถานศึกึ ษา ชุุมชน และสังั คม และเข้า้ ร่ว่ มกิิจกรรม เพื่�อ่ แก้้ปัญั หาหรือื ร่ว่ มสร้า้ งสิ่่ง� ที่�่ดีีงามของส่ว่ นรวมตามสถานการณ์ท์ ี่�่เกิิดขึ้้�นด้้วยความ กระตืือรือื ร้น้ 36 เราทำ�ความดดี ว้ ยหวั ใจ

ค่มู ือ จิตอาสา/จิตสาธารณะ หลักั ธรรมสังั คหวัตั ถุุ 4 หลัักสัังคหวััตถุุ 4 หมายถึึง หลัักธรรมทางพระพุุทธศาสนา แปลว่่าเครื่่�อง สงเคราะห์ซ์ ึ่�ง่ กัันและกััน ซึ่�ง่ ประกอบด้้วย ทาน คืือ การให้ป้ ันั สิ่่ง� ของ ๆ ตนต่่อผู้�้ อื่่�น การผููกใจคนต้้องอาศัยั การให้เ้ ป็น็ หลัักพื้้�นฐาน การให้เ้ ป็น็ การแสดงออกถึึงไมตรีีจิิตของผู้ใ�้ ห้ท้ ี่�่ผู้้�รับั พอใจ ปิยิ วาจา คืือ การมีีถ้้อยคํําที่�่ไพเราะอ่่อนหวาน น่า่ ฟังั ซึ่�ง่ เป็น็ อีีกส่ว่ นหนึ่่�งที่�่ จะช่ว่ ยครองใจคนด้้วยไมตรีีจิิต อััตถจริยิ า คืือ การประพฤติิตนให้เ้ ป็น็ ประโยชน์ต์ ่่อผู้้�อื่่�น เป็น็ คนไม่ด่ ููดาย รู้้�จัักช่ว่ ยเหลืือผู้�้ อื่่�น บํําเพ็ญ็ ตนให้เ้ ป็น็ ประโยชน์ต์ ่่อสังั คม สมานััตตตา คืือ ความเป็น็ ผู้�้ มีีตนสม่ําํ เสมอ ว่่างตนเหมาะสมไม่ถ่ ืือตััว หลักั ธรรมสังั คหวััตถุุ 4 1. ที่่ม� าของสัังคหวััตถุุ 4 มนุษุ ย์ข์ ึ้้น� ชื่่�อว่า่ เป็น็ สัตั ว์์สังั คม จํําเป็น็ ต้้องอยู่่�รวมกัันและมีีการพึ่่�งพาอาศัยั กััน และ การมา รวมกัันของคนหมู่่�มากก็็มักั จะนํําไปสู่่� ความคิิดเห็น็ ที่�่ไม่ต่ รงกััน อัันนํําไปสู่่�ความขัดั แย้้งในเวลาต่่อมา ดัังนั้้�นจึึงจํําเป็็นต้้องมีีกฎ เกณฑ์์ หรืือหลัักยึึดเพื่�่อให้้คนในสัังคมยึึดถืือ และปฏิิบัตั ิิเพื่�อ่ ให้เ้ กิิดความ ถููกต้้องเป็น็ ธรรม และนํําความเจริญิ มาสู่่�สังั คม หลัักสังั คหวััตถุุ 4 ถืือว่่าเป็น็ หลัักธรรมอย่า่ งหนึ่่�งที่�่ช่ว่ ย ประสานชนหมู่่�มากให้อ้ ยู่่�รวมกัันอย่า่ งมีีความสุขุ จากการศึึกษาค้้นคว้้าทบทวนเอกสารต่่างเกี่�่ยวกัั บหลัักสัังคหวััตถุุ 4 ทั้้�งจากข้้อมููลปฐมภููมิิและทุุติิยภููมิิ ซึ่�่งในส่่วนของข้้อมููลปฐมภููมิิจะเน้้นข้้อมููลจาก พระไตรปิิฎกภาษาไทย และในส่่วน ของข้้อมููลทุุติิยภููมิิเน้้นข้้อมููลจากพจนานุุกรม พุทุ ธศาสตร์ซ์ ึ่�ง่ พระเถระผู้ใ้� หญ่ท่ ่่านได้้เรีียบเรีียง รวบรวมไว้้ซึ่�ง่ ให้ง้ ่่ายต่่อการศึกึ ษาหลััก ธรรมทางพระพุทุ ธศาสนาและผู้ท�้ ี่�่เสนอแนวความคิิดเกี่�่ยวกัับ หลัักสังั คหวััตถุุ 4 ไว้้ ดัังนี้้� เราทำ�ความดีด้วยหวั ใจ 37

คู่มอื จติ อาสา/จิตสาธารณะ พระไตรปิิฎก ภาษาไทย ฉบัับมหาจุุฬาลงกรณราชวิิทยาลััย ได้้กล่่าวถึึง สังั คหวััตถุุ ซึ่�ง่ สมเด็็จพระสัมั มาสัมั พุทุ ธเจ้้าได้้ตรัสั ไว้้ใน สังั คหวััตถุสุ ููตร ว่่า ภิิกษุุทั้้�งหลาย สังั คหวััตถุุ (ธรรมเครื่่�องยึดึ เหนี่ย�่ ว) 4 ประการนี้้� สังั คหวััตถุุ 4 ประการ อะไรบ้า้ ง คืือ 1) ทาน (การให้)้ 2) เปยยวััชชะ (วาจาเป็น็ ที่�่รักั ) 3) อััตถจริยิ า (การประพฤติิประโยชน์)์ 4) สมานัตั ตตา (การวางตนสม่ําํ เสมอ) ภิิกษุุทั้้�งหลาย สังั คหวััตถุุ 4 ประการนี้้�แล ทาน เปยยวััชชะ อััตถจริยิ า ในโลกนี้้� และ สมานัตั ตตาในธรรมนั้้�นๆ ตามสมควร สังั คหธรรมเหล่่านี้้�แลช่ว่ ยอุ้้�มชููโลก เหมือื น ลิ่่�มสลัักที่�่ยึดึ คุมุ รถซึ่�ง่ แล่่นไปไว้้ได้้ฉะนั้้�น ถ้้าไม่พ่ ึงึ มีีธรรมเหล่่านี้้� มารดาหรือื บิดิ าก็็ไม่พ่ ึงึ ได้้การนับั ถืือหรือื การบููชาเพราะบุุตร เป็น็ เหตุุ แต่่เพราะบัณั ฑิิตเล็็งเห็น็ ความสํําคััญของ สังั คหธรรมเหล่่านี้้ฉ� ะนั้้�น บัณั ฑิิตเหล่่านั้้�นจึึงถึึงความเป็น็ ใหญ่แ่ ละเป็น็ ผู้�้ น่า่ สรรเสริญิ 38 เราทำ�ความดดี ว้ ยหัวใจ

คมู่ อื จติ อาสา/จติ สาธารณะ 2. ความหมายของสังั คหวัตั ถุุ 4 สังั คหวััตถุุ หมายถึึง ธรรมเครื่่�องยึดึ เหนี่�ย่ ว คืือยึดึ เหนี่ย�่ วใจบุุคคล และประสาน หมู่่�ชน ไว้้ในสามัคั คีี, หลัักการสงเคราะห์์ สังั คหวััตถุุ เป็น็ หลัักธรรมที่�่จะช่ว่ ยผดุงุ สังั คมให้อ้ ยู่่�ร่ว่ มกัันโดย หรือื ธรรมอัันเป็น็ หลัักใน การสงเคราะห์์ สังั คหวััตถุุ แปลว่่า หลัักการสงเคราะห์์ หรือื หลัักสังั คมสงเคราะห์์ หมายความว่่า เมื่่�อมนุษุ ย์อ์ ยู่่�ร่ว่ มกัันเป็น็ หมู่่� เป็น็ สังั คม คนในสังั คมจะต้้องรู้้�จัักสงเคราะห์์ อนุเุ คราะห์ก์ ััน ตามฐานะ คนใน สังั คมจึงึ มีีความรักั ใคร่ป่ รองดองกันั ซึ่ง�่ จะทํําให้ส้ ังั คมราบรื่่�นมีีความสงบ สัังคหวััตถุุ หมายถึึง เครื่่�องมืือ หรืือหลัักธรรมที่�่ช่่วยประสานคนหมู่่�มากให้้อยู่่� ร่่วมกััน อย่่างมีีความสุุข เป็็นเครื่่�องช่่วยขจััดความขััดแย้้งที่�่เกิิดขึ้้�นทํําให้้คนอยู่่�ร่่วมกััน ด้้วยความรักั สามารถ นํําไปใช้ไ้ ด้้ตั้้�งแต่่ระดัับครอบครัวั จนถึึงระดัับสังั คม เป็น็ ธรรมอััน จะก่่อให้เ้ กิิดความผาสุกุ ในบ้า้ นเมือื ง และประเทศชาติินั่่�นเอง สรุุปได้้ว่่า หลัักสัังคหวััตถุุ หมายถึึง หลัักพุุทธธรรมอัันที่�่เป็็นเครื่่�องยึึดเหนี่�่ยว ใจของผู้�้ อื่่�น ไว้้ได้้ คืือช่ว่ ยเหลืือกััน เพื่�อ่ ให้เ้ กิิดสัมั พันั ธไมตรีีต่่อกัันเป็น็ เครื่่�องยึดึ เหนี่�ย่ ว จิิตใจของกัันและกััน 3. คํําอธิบิ ายสังั คหวััตถุุ 4 พระพรหมคุณุ าภรณ์์ (ป.อ. ปยุุตโต) อธิบิ ายว่่า สังั คหวััตถุมุ ีี 4 ประการ คืือ 1) ทาน การให้้ คืือ เอื้้�อเฟื้� อ้ เผื่่�อแผ่่ เสีียสละ แบ่ง่ ปันั ช่ว่ ยเหลืือกัันด้้วยสิ่่ง� ของ ตลอดถึึงให้ค้ วามรู้้แ� ละแนะนํําสั่่�ง 2) ปิิยวาจา หรือื เปยยวััชชะ วาจาเป็็นที่่�รักั วาจาดููดดื่่�มน้ํําใจ หรืือวาจา ซาบซึ้้�งใจ คืือ กล่่าวคํําสุภุ าพไพเราะอ่่อนหวานสมานสามัคั คีี ให้เ้ กิิดไมตรีีและความรักั ใคร่่นัับถืือ ตลอดถึึงคํําแสดงประโยชน์์ประกอบด้้วยเหตุุผลเป็็นหลัักฐานจููงใจให้้นิิยม ยอมตาม 3) อััตถจริิยา การประพฤติิประโยชน์์ คืือ ขวนขวายช่่วยเหลืือกิิจการ บํําเพ็ญ็ สาธารณประโยชน์์ ตลอดถึึงช่ว่ ยแก้้ไขปรับั ปรุุงส่ง่ เสริมิ ในทางจริยิ ธรรม 4) สมานััตตตา ความมีตี นเสมอ คืือ ทํําตนเสมอด้้วยปลาย ปฏิิบัตั ิิสม่ําํ เสมอ กัันในชนทั้้�งหลาย และเสมอในสุุขทุุกข์์โดยร่่วมรัับรู้้�ร่่วมแก้้ไข ตลอดถึึงวางตนเหมาะ แก่่ฐานะ ภาวะ บุุคคล เหตุกุ ารณ์แ์ ละสิ่่ง� แวดล้้อม ถููกต้้องตามธรรมในแต่่ละกรณีี เราทำ�ความดดี ้วยหัวใจ 39

ค่มู อื จิตอาสา/จิตสาธารณะ พระธรรมโกศาจารย์์ (ประยููร ธมฺมฺ จิิตโต) ได้้อธิบิ ายว่่า สังั คหวััตถุุ มีี 4 ประการ ได้้แก่่ 1) ทาน หมายถึึง การให้้ (โอบอ้้อมอารีี) นักั บริหิ ารที่�่ดีีต้้องมีีน้ํําใจรู้้�จัักเอื้้�อเฟื้� อ้ เผื่่�อแผ่่ ให้้ ทานแก่่เพื่�อ่ นร่ว่ มงาน และผู้ใ�้ ต้้บังั คัับบัญั ชาการให้ท้ านจะช่ว่ ยให้ผ้ ููกคนอื่่�นไว้้ ได้้ ดัังพุทุ ธพจน์ท์ ี่�่ว่่า “ทโท คนฺถฺ ติิ มิติ ฺตฺ านิิ ผู้ใ�้ ห้ย้ ่อ่ มผููกใจมิติ รไว้้ได้้” นักั บริหิ ารอาจให้้ ทานได้้ 3 วิิธีี คืือ (1) อามิิสทาน หมายถึึง การให้้สิ่่�งของแก่่เพื่�่อนร่่วมงานและผู้�้ใต้้บัังคัับ บััญชา โดยเฉพาะการให้้เพื่�่อผููกใจในยามที่�่เขาตกต่ํํา หรืือมีีความเดืือดร้้อน ดัังภาษิิต อัังกฤษที่�่ว่่า “เพื่�่อนแท้้ คืือเพื่�่อนที่�่ช่่วยเหลืือในยามตกยาก” การให้้รางวััลหรืือขึ้้�นเงิิน เดืือนจััดเข้า้ ในอามิสิ ทาน (2) วิิทยาทาน คืือ ธรรมทาน หมายถึึง การให้ค้ ํําแนะนํําหรือื สอนวิิธีีทํํา งานที่�่ ถููกต้้องรวมถึึงการจััดหลัักสููตรพัฒั นาบุุคลากรหรือื ส่ง่ ไปศึกึ ษาและดููงาน (3) อภััยทาน หมายถึึง การให้อ้ ภััยเมื่่�อเกิิดข้อ้ ผิดิ พลาดในการทํํางาน หรือื ล่่วงเกิินซึ่�ง่ กัันและกััน การให้อ้ ภััยไม่ท่ ํําให้ผ้ ู้ใ�้ ห้ต้ ้้องสููญเสีียอะไร เป็น็ การลงทุนุ ราคาถููก แต่่ได้้ผลตอบแทนราคาสููงนั่่�นคืือ ได้้มิติ รภาพกลัับคืืนมา และมีีคนสนองงานเพิ่่ม� ขึ้้�นอีีก คนหนึ่่ง� มีีภาษิติ จีีน ที่ว�่ ่า่ “มีีมิติ ร 500 คนนับั ว่า่ ยังั น้อ้ ยเกินิ ไป มีีศัตั รูู 1 คน นับั ว่า่ มากเกินิ ไป อัับราฮััม ลิินคอล์์น กล่่าว ว่่า “วิิธีีทํําลายศััตรููที่�่ดีีที่�่สุุด คืือ เปลี่�่ยนศััตรููให้้เป็็นมิิตร” เราจะทํําอย่า่ งนั้้�นได้้ก็็ต่่อเมื่่�อเรารู้้�จัักให้อ้ ภััย 2) ปิยิ วาจา หมายถึงึ การพููดถ้อ้ ยคํําไพเราะอ่อ่ นหวาน (วจีีไพเราะ) นักั บริหิ าร ที่�่ดีีจะรู้้�จัักผููกใจคนด้้วยคํําพููดอ่่อนหวาน คํําพููดหยาบกระด้้างผููกใจใครไม่ไ่ ด้้ ตามปกติิ คนเราจะมััดสิ่่�งของต้้องใช้้ของอ่่อน เช่่น เชืือก หรืือลวดมััด ในทํํานองเดีียวกัันเรา จะมัดั ใจคนได้้ก็็ด้้วยถ้้อยคํําอ่่อนหวาน 3) อััตถจริิยา หมายถึึง การทํําตััวให้้เป็็นประโยชน์์แก่่ผู้�้ อื่่� น (สงเคราะห์์ ประชาชน) ตรงกัับ คํําพัังเพยที่�่ว่่า “อยู่่�บ้้านท่่านอย่่านิ่่�งดููดาย หมั่่�นปั้้� นวััวปั้้� นควายให้้ ลููกท่่านเล่่น” นักั บริหิ ารทํําอััตถจริยิ า ได้้หลายวิิธีี เช่น่ บริกิ ารช่ว่ ยเหลืือยามเขาป่ว่ ยไข้้ หรือื เป็น็ ประธานในงานพิธิ ีีของผู้ใ�้ ต้้บังั คัับบัญั ชา 4) สมานััตตตา หมายถึึง การวางตััวสม่ําํ เสมอ (วางตนพอดีี) เมื่่�อนักั บริหิ าร ไม่่ทอดทิ้้�ง ผู้�้ ร่่วมงานทั้้�งหลาย เขาจึึงจะสามารถสร้้างทีีมงานขึ้้�นมาได้้ นั่่�นคืือถืือคติิว่่า “มีีทุุกข์์ร่่วมทุุกข์์ มีีสุุขร่่วมเสพ” นัักบริิหารต้้องกล้้ารัับผิิดชอบในผลการตััดสิินใจของ ตนเอง ถ้า้ ผลเสีียตกมาถึงึ ผู้้�ปฏิบิ ัตั ิติ ามคํําสั่่ง� ของตน นักั บริหิ ารต้อ้ งออกมาปกป้อ้ งคนนั้้น� ไม่ใ่ ช่ห่ นีีเอาตััวรอดตามลํําพังั 40 เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ

คูม่ ือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ คุณุ ธรรมของผู้�มีจิิตอาสา จิิตสาธารณะ คุุณธรรมของผู้�มีจิิตสาธารณะ บุุคคลผู้�้ มีีจิิตสาธารณะย่่อมมีีคุุณธรรมประจํําใจ ประกอบด้้วย พรหมวิิหาร 4 ซึ่�ง่ เป็น็ คุณุ ธรรมในจิิตใจของบุุคคล และสังั คหวััตถุุ 4 เป็น็ คุณุ ธรรมปฏิิบัตั ิิการด้้านสังั คม การพััฒนา บุุคคลให้้มีีคุุณลัักษณะด้้านจิิตสาธารณะย่่อมต้้องบููรณาการคุุณธรรมทั้้�ง 2 ประการไปพร้อ้ มกััน (สมเด็็จพระพุทุ ธโฆษาจารย์์ (ป. อ. ปยุุตโต), 2560, น. 44-47) ดัังภาพ และคุุณธรรม ของผู้้�มีีจิิตสาธารณะที่�่แสดงออกด้้วยการมีีพรหมวิิหาร 4 และ สังั คหวััตถุุ 4 มีีความสัมั พันั ธ์ก์ ััน ดัังภาพ ภาพคุุณธรรมของผู้�ม้ ีจี ิิตสาธารณะ ธรรมะในจิิตใจ พรหมวิิหาร 4 1. เมตตา ความรักั ความปรารถนาดีีต่่อผู้้�อื่่�น 2. กรุุณา ห่ว่ งใย ปรารถนาให้ผ้ ู้�้ อื่่�นพ้น้ ทุกุ ข์์ 3. มุทุ ิิตา พลอยยินิ ดีีเมื่่�อเขาเป็น็ สุขุ 4. อุุเบกขา วางใจตนตามความเป็น็ จริงิ ธรรมะออกสู่่�สังั คม สังั คหวัตั ถุุ 4 1. ทาน การมอบให้้ด้้วยใจ ด้้วยความเคารพ ด้้วยความอ่่อนน้อ้ ม 2. ปิยิ วาจา การใช้ถ้ ้้อยคํําให้เ้ กิิดกํําลัังใจ 3. อััตถจริยิ า เต็็มใจมุ่่�งมั่่�นทํําประโยชน์์ 4. สมานัตั ตตา วางตนเสมอกััน ตามความจริงิ เพื่�อ่ ร่ว่ มสุขุ ร่ว่ มทุกุ ข์์ เราทำ�ความดดี ว้ ยหัวใจ 41

คมู่ ือ จติ อาสา/จติ สาธารณะ ภาพที่่� 2 ความสัมั พัันธ์์ระหว่า่ งคุุณธรรมพรหมวิิหาร 4 กัับสัังคหวัตั ถุุ 4 ธรรมะในจิิตใจ : พรหมวิหิ าร 4 ธรรมะออกสู่่�สังั คม : สังั คหวััตถุุ 4 เมตตา กรุุณา มทิิตา อุุเบกขา ทาน ปิยิ วาจา อัตั ถจริยิ า สมานัตั ตตา จากภาพ พรหมวิิ หาร 4 เป็็นธรรมะในจิิ ตใจของบุุ คคลผู้�้ที่�่ มีีเมตตา กรุุณา มุุทิิตา อุุเบกขา ส่่วนสัังคหวััตถุุ 4 เป็็นธรรมะออกสู่่�สัังคมที่�่เป็็นปฏิิสััมพัันธ์์กััน ระหว่่างบุุคคลด้้วย ทาน ปิิยวาจา อััตถจริิยา และสมานััตตตา ซึ่�่งสมเด็็จพระพุุทธ โฆษาจารย์์ (ป. อ. ปยุตุ โต, 2560, น. 44-47) ได้อ้ ธิบิ ายว่า่ ปฏิบิ ัตั ิกิ ารของ ผู้้�มีีจิติ สาธารณะ จะมีีคุณุ ธรรม 2 ประการที่�่ สัมั พันั ธ์ก์ ัันดัังต่่อไปนี้้� 1. การเป็น็ ผู้ใ้� ห้้ (ทาน) ด้้วยความรู้้�สึกึ รักั และปรารถนาดีี (เมตตา) การเป็น็ ผู้ใ้� ห้้ (ทาน) ด้้วยความห่ว่ งใย และปรารถนาให้พ้ ้น้ ทุกุ ข์์ การเป็น็ ผู้ใ�้ ห้้ (ทาน) ที่�่ยินิ ดีีเมื่่�อ เราเป็น็ สุขุ 2. การเป็็นผู้�้ใช้้ถ้้อยคํํา (ปิิยวาจา) ด้้วย ความรัักและปรารถนาดีี (เมตตา) การเป็็นผู้้�ใช้้ ถ้้อยคํํา (ปิิยวาจา) ด้้วยความเอื้้� อเฟื้� ้อ (กรุุณา) การเป็็นผู้้�ใช้้ถ้้อยคํํา (ปิยิ วาจา) เพื่�อ่ ให้ก้ ํําลัังใจเมื่่�อเขาเป็น็ สุขุ (มุทุ ิิตา) 3. การเป็็นผู้�้เอื้้�อประโยชน์์ (อััตถจริิยา) ด้้วยความรััก (เมตตา) การเป็็น ผู้้�เอื้้�อประโยชน์์ (อััตถจริิยา) ด้้วยความปรารถนาดีี (กรุุณา) การเป็็นผู้�้เอื้้�อประโยชน์์ (อััตถจริยิ า) ด้้วยการให้ก้ ํําลัังใจ (มุทุ ิิตา) 4. การมีสี ััมพัันธภาพที่่�เสมอกััน (สมานััตตตา) ในการยอมรัับความเป็็นไป ตามธรรม (อุุเบกขา) 42 เราทำ�ความดดี ้วยหัวใจ

คู่มือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ 3บทที่่� การส่่งเสริิมคุณุ ธรรม จริิยธรรมด้้านจิิตอาสา จิิตอาสา หมายถึึง การเป็็นผู้้�ที่่�ใส่่ใจต่่อสัังคมสาธารณะและอาสาลงมืือทำ�ำ อย่่างใดอย่่างหนึ่่�ง อัันมิิใช่่หน้้าที่่�ของตน ด้้วยความรัักความสามััคคีี เพื่�่อประโยชน์์ของ ผู้�้อื่�น ของสัังคม และของประเทศชาติิ โดยมิิได้้หวัังผลตอบแทน ทำำ�ความดีีเพื่�่อความดีี เอื้อ� อาทรต่อ่ คนร่ว่ มสัังคมทำ�ำ อย่่างสม่ำำ��เสมอจนเป็น็ นิสิ ััย เราทำ�ความดดี ว้ ยหวั ใจ 43

คูม่ อื จิตอาสา/จิตสาธารณะ จากความหมายของคุณธรรม “จิตอาสา” ข้างต้นจะเห็นลักษณะของ จิตอาสา ดังน้ีจากความหมายของคุุณธรรม “จิิตอาสา” ข้้างต้้นจะเห็็นลัักษณะของจิิตอาสา ดัังนี้้� ให้และเสยี สละประโยชน์ ท�าความดเี พอื่ ความดี ส่วนตนเพอ่ื สว่ นรวม เออื้ อาทรตอ่ คน/สงั คม ลงมือทา� ดว้ ยความรัก โดยมไิ ด้หวงั ผลตอบแทน ความสามัคคี จติ อาสา กตญั ญูรู้คณุ ตอ่ แผ่นดนิ ไมน่ ิ่งดดู ายตอ่ การช่วย ท่ีเกดิ และผู้มพี ระคณุ เหลอื เก้ือกูลสงั คมและ ผคู้ นจนเปน็ นิสัย 44 เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ

คูม่ ือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ จิิตอาสา : รวมตัวั รวมหััวใจ เพื่่�อทำ�ำ ดีี ‘จิิตอาสา’ (Volunteer Spirit) เป็็นคำำ�ศััพท์์ใหม่่ที่�่เกิิดขึ้้�นมาไม่่นาน เป็็นคำำ� ที่�่แยกมาจากคำำ�ว่่า ‘อาสาสมััคร’ โดยเลืือกผสมคำำ�ว่่า ‘จิิต’ กัับ ‘อาสา’ เข้้าด้้วยกััน เพราะงานอาสาสมััครเป็็นหนึ่่�งในปััจจััยสำ�ำ คััญที่�่จะพััฒนาไปสู่่�การมีีจิิตวิิวััฒน์์ (New Consciousness) หรืือจิิตสำ�ำ นึึกใหม่่ ดัังนั้้�น ‘จิิตอาสา’ และ ‘อาสาสมััคร’ จึึงถููกใช้้ใน ลัักษณะที่�่เสมือื นหนึ่่�งเป็น็ คำำ�เดีียวกัันดัังที่�่ปรากฏในปัจั จุุบันั จิิต + อาสา (สมัคั ร) นอกจากนี้้� ยังั มีีคำำ�ว่่า ‘จิิตสาธารณะ’ (Public Mind) ซึ่�ง่ มีีความหมายไปในทางที่�่ คล้้ายกัับสองคำำ�ข้า้ งต้้น แต่่ยกระดัับความรู้้�สึกึ ถึึงการเป็น็ เจ้้าของและใส่ใ่ จดููแลรักั ษาใน สิ่่ง� ของที่�่เป็น็ สาธารณะ ไม่ว่ ่่าจะเป็น็ สาธารณสมบัตั ิิ รวมถึึงสิ่่ง� แวดล้้อม เช่น่ ไม่ท่ ิ้้�งขยะ ลงแม่น่ ้ำ�ำ การประหยัดั น้ำ�ำ ประปา ไฟฟ้า้ ฯลฯ อาสาสมััคร   จิติ อาสา   จิิตสาธารณะ ทั้้�งสามคำำ�ที่�่กล่่าวล้้วนขับั เคลื่่�อนด้้วย ‘จิิตแห่ง่ การให้้’ อัันเป็็นหนทางสำำ�คััญใน การทำำ�ให้ผ้ ู้้�คนในสังั คมสามารถอยู่่�ร่ว่ มกัันได้้อย่า่ งสันั ติิสุขุ เราทำ�ความดีดว้ ยหวั ใจ 45

คู่มือ จติ อาสา/จติ สาธารณะ พระไพศาล วิิสาโล เคยให้น้ ิิยาม จิติ อาสา ไว้ว้ ่่า “คือื จิติ ที่่�พร้้อมจะสละเวลา แรงกาย และสติปิ ัญั ญา เพื่อ่� สาธารณประโยชน์์ เป็น็ จิิตที่�่ไม่่นิ่�งดููดาย เมื่�อพบเห็็น ปัญั หาหรืือความทุุกข์ย์ ากเกิดิ ขึ้�น้ กัับผู้้ค� น เป็็นจิติ ที่ม่� ีี ความสุุขเมื่อ� ได้้ทำ�ำ ความดีีและเห็น็ หน้้าตาเปลี่ย่� นเป็น็ รอยยิ้�ม เป็น็ จิิตที่�เ่ ปี่่�ยมด้้วย ‘บุุญ’ คืือความสงบเย็น็ และ พลัังแห่ง่ ความดีี” จะเห็น็ ได้้ว่่า หัวั ใจของจิิตอาสานั้้�น มุ่่�งเน้น้ ‘การให้’้ มากกว่่า ‘การรับั ’คนที่�่เป็น็ จิิตอาสามักั จะพบความสุขุ ที่�่เกิิดจากการให้ม้ ากกว่่าการได้้รับั วัันชััย ตัันติิวิิทยาพิิทัักษ์์ นัักเขีียนสารคดีี นัักวิิจารณ์์สัังคม การเมืืองและสิ่่�ง แวดล้้อมชื่่�อดััง เคยกล่่าวว่่า “สัังคมใดที่�่ผู้้�คนมีีจิิตอาสาจำำ�นวนมาก ช่่วยกัันคนละไม้้ คนละมือื ทำำ�งานเสีียสละให้แ้ ก่่ส่ว่ นรวม สังั คมนั้้�นก็็ย่อ่ มเปี่่� ยมด้้วยรอยยิ้้ม� มีีความเจริญิ งอกงาม ทั้้�งด้้านวััตถุแุ ละจิิตใจ เป็น็ อานิสิ งส์อ์ ัันงดงาม” จิิตอาสาจึึงมีีความสำ�ำ คััญมากต่่อสังั คมไทย ยิ่่ง� มีีมากเท่่าไร สังั คมนั้้�นก็็จะน่า่ อยู่่� กลายเป็น็ สังั คมแห่ง่ คุณุ ภาพที่�่ทุกุ คนสามารถอยู่่�ร่ว่ มกัันได้้อย่า่ งสันั ติิสุขุ ท่่ามกลางการ แบ่ง่ ปันั ช่ว่ ยเหลืือเกื้้�อกููลกัันแบบไร้เ้ งื่่�อนไข เข้้าใจ “จิติ อาสา” ผ่่านหลัักธรรมของศาสนา จิิตอาสาในพุทุ ธศาสนา คืือ กุศุ โลบายสร้า้ งความสามัคั คีี โดย จิิตอาสาเริ่่ม� จาก จิิตใจที่�่มีีพรหมวิิหารธรรม 4 ประการคืือ 1. เมตตา ความรักั ความปรารถนาให้ผ้ ู้้�อื่่�นมีีความสุขุ 2. กรุุณา ความสงสาร ความปรารถนาช่ว่ ยให้ค้ นอื่่�นพ้น้ ทุกุ ข์์ 3. มุทุ ิิตา ความพลอยยินิ ดีีที่�่เห็น็ คนอื่่�นได้้ดีีมีีความสุขุ ความเจริญิ 4. อุุเบกขา ความเป็น็ กลางในอารมณ์ค์ ืือไม่ย่ ินิ ดีียินิ ร้า้ ย ไม่ล่ ำำ�เอีียง 46 เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ

คู่มือ จติ อาสา/จิตสาธารณะ ความเมตตาและความกรุุ ณาเป็็นคุุณธรรมพื้้� นฐานของจิิตอาสาเพราะคอย กระตุ้้�นเตือื นให้ค้ ิดิ ช่ว่ ยเหลือื และให้บ้ ริกิ ารแก่ค่ นอื่่�น ต่อ่ มาเมื่่�อเห็น็ คนอื่่�นได้ด้ ีีมีีสุขุ เพราะ การช่ว่ ยเหลืือนั้้น� ก็็เกิิดมุทุ ิิตา คืือพลอยยินิ ดีีกัับเขา และในการช่ว่ ยเหลืือคนอื่่�นนั้้น� ให้ท้ ำำ� ด้้วยใจอุุเบกขา คืือมีีความยุุติิธรรมเพราะไม่ล่ ำำ�เอีียง เมื่่�อมีีจิิตอาสาด้้วยพรหมวิิหารธรรมดัังกล่่าวแล้้วนั้้�น คนเราจะทำำ�กิิจกรรมที่�่ แสดงออกถึึงความมีีจิิตอาสาด้้วยวิิธีีการที่�่เรีียกว่่า สัังคหวััตถุุ หรืือวิิธีีสงเคราะห์์คนอื่่�น 4 ประการ อย่า่ งใดอย่า่ งหนึ่่�งหรือื หลายอย่า่ งรวมกััน ดัังนี้้� 1. ทาน คืือ การให้ห้ รือื การแบ่ง่ ปันั สิ่่ง� ของ ความรู้้� และประสบการณ์อ์ ื่่�นใด 2. ปิิยวาจา คืือ การพููดจาสุุภาพอ่่อนหวานเพื่�่อให้้กำำ�ลัังใจ คำำ�แนะนำ�ำ คำำ�ตััก เตืือน เป็น็ ต้้น 3. อัตั ถจริยิ า คือื การบำ�ำ เพ็ญ็ ประโยชน์แ์ ก่ผ่ ู้้�อื่่�นด้ว้ ยกำำ�ลังั กายและกำำ�ลังั ปัญั ญา เป็น็ สำ�ำ คััญ 4. สมานััตตตา คืือ การวางตนเสมอต้้นเสมอปลาย ดัังคำำ�กล่่าวที่�่ว่่ามีีสุขุ ร่ว่ ม เสพ มีีทุกุ ข์ร์ ่ว่ มต้้าน วิิธีีการแสดงออกซึ่�ง่ จิิตอาสาทั้้�ง 4 ประการนี้้� เปรีียบเสมืือนลิ่่�มสลัักหรืือกาวใจ ที่�่เชื่่�อมประสานสมาชิกิ ในสังั คมให้ผ้ ููกรักั สมัคั รสมานสามัคั คีีกััน ขณะเดีียวกันั ในศาสนาอิสิ ลาม มีี “ซะกาต” คือื ทานประจำำ�ปีี หมายถึงึ ทรัพั ย์ส์ ินิ ส่่วนเกิินจำำ�นวนหนึ่่�ง ซึ่�่งอิิสลามิิกชนต้้องจ่่ายให้้แก่่ผู้้�ที่�่มีีสิิทธิิได้้รัับเมื่่�อครบรอบปีี อีีก นััยหนึ่่�งยัังหมายถึึง การซัักฟอก การทำำ�ให้้สะอาดบริิสุุทธิ์์�และการเจริิญเติิบโต กล่่าว คืือ ซักั ฟอกทรััพย์ส์ ินิ และจิิตใจของผู้้�จ่่ายให้้มีีความสะอาดบริสิ ุทุ ธิ์์� หมดจากความโลภ ตระหนี่ถ�่ ี่เ�่ หนีียว ซึ่ง�่ ถือื เป็น็ สิ่่ง� สกปรกทางใจ การจ่า่ ยซะกาตนี้้� นับั เป็น็ หน้า้ ที่ท�่ ี่ส�่ ำ�ำ คัญั ที่ส�่ ุดุ ที่อ�่ ิสิ ลามิกิ ชนทุกุ คนต้อ้ งปฏิบิ ัตั ิคิ วบคู่่�กับั การละหมาด ในคัมั ภีีร์อ์ ัลั กุรุ อานได้บ้ ัญั ญัตั ิไิ ว้ว้ ่า่ “หัวั ใจของการบริจิ าคทาน คือื การเสีียสละเพื่�อ่ คนขัดั สนและยากจน คล้้ายกับั การเสีียสละเผยแผ่ค่ ำำ�สอนอันั ศัักดิ์์ส� ิิทธิ์์ข� องกุรุ อาน” (กุรุ อ่่าน 9 : 60 (ซููเราะห์ท์ ี่�่ 9 อายะห์์ที่�่ 60) เราทำ�ความดดี ว้ ยหวั ใจ 47

คมู่ อื จิตอาสา/จิตสาธารณะ นั่่น� เป็น็ ที่ม�่ าที่ท�่ ำำ�ให้อ้ ิสิ ลามิกิ ชนถือื ว่า่ การทำำ�ละหมาดเป็น็ หลักั ปฏิบิ ัตั ิเิ พื่�อ่ พระเจ้า้ ส่่วนซะกาตเป็็นหลัักปฏิิบััติิเพื่�่อมนุุษย์์ และถ้้าอิิสลามิิกชนคนใดมีีทรััพย์์สิิน เงิินทองที่�่ เหลืือในรอบปีแี ล้้วไม่ท่ ำำ�การบริจิ าค จะถืือว่่าผู้้�นั้้�นทำำ�ผิดิ บัญั ญัตั ิิของอิิสลาม และในบาง ประเทศที่น�่ ับั ถือื ศาสนาอิสิ ลามเป็น็ ศาสนาประจำำ�ชาติิ ยังั ถือื เป็น็ การผิดิ กฎหมายอีีกด้ว้ ย เช่น่ เดีียวกัับในศาสนาคริิสต์์ ที่�่สอนให้้เป็็นผู้�ท้ ี่�่มีีจิิตใจกว้้างขวางช่ว่ ยเหลืือผู้�้ที่�่มีี ความลำำ�บาก ยากจน เดืือดร้อ้ น รวมถึึงให้แ้ บ่ง่ สมบัตั ิิส่ว่ นหนึ่่�งไว้้ทำำ�ทานตามสัดั ส่ว่ นที่�่มีี มีีมากให้ม้ าก มีีน้อ้ ยให้น้ ้อ้ ย ซึ่�ง่ ไม่เ่ พีียงแต่่หมายถึึงเงิินเท่่านั้้�น หากแต่่ยังั รวมถึึงอาหาร เสื้้�อผ้า้ สิ่่ง� ของเหลืือใช้้ พี่น�่ ้อ้ งทั้้�งหลาย จะมีีประโยชน์ใ์ ดหากผู้ห�้ นึ่่�งอ้้างว่่ามีีความเชื่่�อแต่่ไม่ม่ ีีการกระทำำ� ความเชื่่�อเช่น่ นี้้จ� ะช่ว่ ยให้เ้ ขารอดพ้น้ ได้้หรือื ถ้้าพี่น�่ ้อ้ งชายหญิงิ คนใดขัดั สนเครื่่�องนุ่่�งห่ม่ และไม่ม่ ีีอาหารประจำำ�วััน แล้้วท่่านคนหนึ่่�งพููดกัับเขาว่่า “จงไปเป็น็ สุขุ เถิิดขอให้อ้ บอุ่่�น และอิ่่�มเถิิด” แต่่มิไิ ด้้ให้ส้ ิ่่ง� จำำ�เป็น็ สำ�ำ หรับั ร่า่ งกายแก่่เขา จะมีีประโยชน์ใ์ ดเล่่า ความเชื่่�อ ก็็เช่น่ เดีียวกัันหากไม่ม่ ีีการกระทำำ� ก็็เป็น็ ความเชื่่�อที่�่ตายแล้้ว (ยก 2:14-17) ถ้้าผู้ใ้� ดมีีทรัพั ย์ส์ มบัตั ิิของโลกนี้้� และเห็น็ พี่น�่ ้อ้ งของตนขาดแคลน แต่่ยังั มีีใจแคบ ต่อ่ เขา ความรักั ของพระเจ้้าจะดำำ�รงอยู่่�ในผู้�้ นั้้น� ได้้อย่า่ งไร ลููกที่�่รักั ทั้้�งหลาย เราอย่า่ รักั กััน แต่่ปาก เพีียงด้้วยคำำ�พููดเท่่านั้้�น (1ยน 3:17-18) จงยื่่�นมือื ช่ว่ ยคนยากจน เพื่่�อท่า่ นจะได้ร้ ับั พระพรอย่า่ งเต็ม็ เปี่� ย่ ม จงมีใี จกว้้างต่่อมนุุษย์ท์ ุกุ คน อย่า่ มีใี จแคบแม้้ต่่อผู้ต�้ าย อย่า่ เบือื นหน้้าหนีคี นร้อ้ งไห้้ จงร่ว่ มทุกุ ข์ก์ ัับผู้้�ที่่โ� ศกเศร้า้ (บสร 7:32-34) 48 เราทำ�ความดดี ้วยหัวใจ

คู่มือ จิตอาสา/จติ สาธารณะ รวมถึึงศาสนาพรามณ์์-ฮิินดูู ที่�่มีี ‘ทาน’ หรือื การให้โ้ ดยไม่ห่ วัังสิ่่ง� ตอบแทน เป็น็ หนึ่่�งใน ‘นิยิ มะ’ หรือื ข้อ้ ควรปฏิิบัตั ิิของศาสนาฮิินดูู 10 ประการโดยให้ถ้ ืือว่่า เงิิน 1 ใน 10 ส่ว่ นของรายได้้ทั้้�งหมด เป็น็ เงิินของพระเป็น็ เจ้้า ชาวฮิินดููควรบริจิ าคเงิินส่ว่ นนี้้� ให้แ้ ก่่วััด อาศรม หรือื องค์์กรต่่างๆ เพื่�อ่ พัฒั นาจิิตใจให้ส้ ููงขึ้้�น ศาสนาพราหมณ์-์ ฮิินดูู ยังั มีีความเชื่่�อว่่า มารดาที่�่หนึ่่�งนั้้�น คืือ มารดาผู้ใ้� ห้ก้ ำำ�เนิดิ มารดาที่�่นับั ถืือยิ่่ง� ขึ้้�นไปอีีก คืือ มาตุภุ ููมิิ ซึ่�ง่ เป็น็ ที่�่รวมของมนุษุ ย์ท์ ั้้�งชาติิ ฉะนั้้�น ไม่ว่ ่่าอยู่่� ประเทศใด ชาวฮินิ ดููมีีหน้า้ ที่�ต่ ้อ้ งรักั ชนในชาติิ ทำำ�ทุกุ อย่า่ งเพื่�อ่ ความสุขุ และสันั ติขิ องคน ทั้้�งชาติิ เป็น็ หน้า้ ที่�่ของมนุษุ ย์ผ์ ู้้�มีีมนุษุ ยธรรม หากเราคิิดเห็น็ แก่่ตััวเองเท่่านั้้�น ไม่เ่ ห็น็ แก่่ ส่ว่ นรวมหรือื ประเทศชาติิ เราก็็จะเป็น็ มนุษุ ย์ไ์ ม่ไ่ ด้้ นอกจากนั้้�น หากบุุคคลใดที่�่ทำำ�ลายทรััพย์์สมบััติิของประเทศชาติิบุุคคลที่�่โลภ จนกระทั่่�งขายได้้แม้ก้ ระทั่่�งชาติิ ถืือว่่าบุุคคลนั้้�นเป็น็ คนที่�่ไร้ศ้ าสนาไร้ม้ นุษุ ยธรรม นี่เ�่ อง ที่�่ทำำ�ให้เ้ ชื่่�อว่่าหน้า้ ที่�่สำ�ำ คััญของชาวฮิินดููนั้้�นก็็คืือ การเสีียสละทุกุ สิ่่ง� ทุกุ อย่า่ ง แม้ก้ ระทั่่�ง ชีีวิิตและประเทศชาติิ ดัังคำำ�สอนที่�่ว่่า บุุคคลใดที่่เ� สียี สละชีวี ิิต เพื่่�อประเทศชาติิ เพื่่�อธรรม บุุคคลนั้้�นจะไปสู่่�คติิสููงสุดุ โดยผ่า่ นสุรุ ิยิ จัักรวาลไป เราทำ�ความดดี ้วยหวั ใจ 49


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook