Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัย เรื่อง วงจรไฟฟ้า ปี 65

วิจัย เรื่อง วงจรไฟฟ้า ปี 65

Published by nong nobell, 2022-09-17 07:16:26

Description: วิจัย เรื่อง วงจรไฟฟ้า ปี 65

Search

Read the Text Version

วิจยั ในชนั้ เรียน เรื่อง กำรพฒั นำควำมสำมำรถในกำรสรปุ ผลกำรทดลอง ชนั้ ประถมศกึ ษำปี ท่ี 6 เรอื่ ง วงจรไฟฟ้ำ โดยกำรจดั กำรเรียนรแู้ บบสืบเสำะหำควำมรู้ (5E) นางสาววภิ ารตั น์ ลามทมุ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนชมุ ชนประชำธิปัตยว์ ิทยำคำร สงั กดั สำนักงำนเขตพนื้ ท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำปทุมธำนี เขต 2 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พนื้ ฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร

หวั ข้อวจิ ัย : การพัฒนาความสามารถในการสรปุ ผลการทดลองของ นักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เรือ่ ง วงจรไฟฟ้า โดยการจดั การเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ ผู้วิจัย : นางสาววภิ ารัตน์ ลามทุม บทคดั ย่อ การวจิ ัยในครั้งนีม้ ีจดุ มงุ่ หมายเพื่อศึกษาแนวทางการจดั การเรยี นรขู้ องครโู ดยการจดั การเรยี นรแู้ บบ สบื เสาะหาความรู้ เพือ่ พัฒนาความสามารถในการสรปุ ผลการทดลองของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6/5 และเพอ่ื ศกึ ษาความสามารถในการสรปุ ผลการทดลองของนกั เรยี นประถมศึกษาปที ี่ 6/5 จากการเรียนรูโ้ ดย การจดั การเรยี นรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ โดยกลมุ่ ที่ศึกษาเป็นนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6/5 จำนวน 32 คน เคร่ืองมือในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล คอื ใบกิจกรรม แบบทดสอบ และบนั ทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ซ่ึงผู้วิจัยได้ วิเคราะหข์ อ้ มูลจากใบกจิ กรรมท่ีนกั เรียนเขียนสรุปผลการทดลอง ข้อมูลจากการบนั ทึกหลงั การสอนทกุ แผนการจดั การเรียนรู้ โดยการวิเคราะห์เน้ือหาและวเิ คราะห์ข้อมูลจากแบบทดสอบหลงั เรยี นโดยการหา คา่ เฉลี่ยและรอ้ ยละ ผลการวิจัยพบวา่ แนวทางในการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ในแต่ละขนั้ มีดังนี้ ข้ันสร้างความสนใจ มีการใช้รูปภาพ การเล่าเหตุการณ์สมมติท่ีดึงดูดความสนใจให้นกั เรยี นเกดิ ความสงสยั และ นำไปสู่การตงั้ คำถามในการศึกษาค้นควา้ และการจัดกิจกรรมในระยะเวลาส้นั ๆ เพ่ือนำไปสูก่ ารเช่อื มโยง ความรู้ท่ีต้องการศกึ ษาที่ทำให้นักเรียนไดส้ งั เกตหรือปฏิบัติดว้ ยตนเอง ขั้นสำรวจและคน้ หา มีกิจกรรมให้ นกั เรียนไดล้ งมือปฏบิ ัติด้วยตนเอง ทำให้นักเรยี นเกดิ ทกั ษะการสังเกต การทดลอง ได้เรยี นรู้กระบวนการทาง วทิ ยาศาสตร์ และสามารถที่จะเข้าใจในเนอ้ื หาและนำไปสูก่ ารสรุปผลจากการทำกิจกรรมได้และควรมกี าร อภิปรายกอ่ นการทดลองรว่ มกันใหล้ ะเอยี ดและชัดเจน ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรปุ มีการอธิบายความรูท้ ่ไี ด้จาก การสำรวจและค้นคว้า แลกเปล่ยี นเรียนรู้และแสดงความคิดเห็นรว่ มกัน เพือ่ นำไปสู่ข้อสรุปและเกดิ ความคิด รวบยอดในการทำกิจกรรม และสามารถเขยี นสรุปผลการทดลองได้อย่างถกู ต้อง ขน้ั ขยายความรู้ ควรให้ผ้เู รยี น นำความรูท้ ่ีไดไ้ ปอธิบายกบั เหตุการณ์ต่างๆ หรือนำความรูไ้ ปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้โดยการใชส้ อ่ื ประเภทตา่ งๆ ได้แก่ การใชส้ ่อื PHET หรอื รปู ภาพ ข้นั ประเมิน โดยประเมนิ ผเู้ รียนไดจ้ ากการตรวจใบงาน ใบ กิจกรรม แบบทดสอบ หรอื การใช้เกม ซึง่ จะเปน็ แนวทางในการปรับปรุงการจดั การเรยี นรู้ของครทู ่ดี ีขนึ้ ได้ หลงั การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ พบวา่ นกั เรยี นสว่ นใหญส่ ามารถสรปุ ผลการทดลองเรื่อง วงจรไฟฟ้า ได้ถกู ต้อง กระชบั และชัดเจน มเี หตุผล โดยครูต้องแนะนำเปน็ บางส่วน คดิ เป็นร้อยละ 42.98 รองลงมาคอื สรปุ ผลการทดลองไดถ้ ูกต้อง กระชับและชัดเจน มีเหตุผล สมบูรณ์ คดิ เป็นร้อยละ 34.37 สรปุ ผลการทดลอง ได้ถูกตอ้ ง กระชบั และชัดเจน มเี หตุผล โดยครูตอ้ งแนะนำเปน็ ส่วนมาก คิดเป็นร้อยละ 19.53 และสรุปผลการ ทดลองได้ไมถ่ กู ตอ้ ง คิดเป็นร้อยละ 3.12

ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา หอ้ งเรียนท่ีทำการศึกษาคอื ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6/5 มีนักเรยี นจำนวน 32 คน โดยมีนกั เรียนชาย จำนวน 18 คน และมีนกั เรยี นหญิงจำนวน 14 คน ซึง่ นกั เรยี นสว่ นใหญ่มพี ฤตกิ รรมทคี่ ่อนไม่ต้ังใจเรียนและ สนใจในการเรยี นรู้น้อย ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ตอ้ งได้รบั การกระตนุ้ สรา้ งแรงจูงใจนกั เรียนถงึ จะให้ รว่ มมือและมีความกระตือรอื ร้นขึ้นมาในการทำกจิ กรรม นกั เรียนบางส่วนสามารถตอบคำถามและร่วมกนั อภปิ รายความรใู้ นการทำกิจกรรมได้ แต่ก็ยังมีนกั เรยี นส่วนมากท่มี ีพฤติกรรมไมค่ ่อยต้งั ใจเรยี นและยงั ไม่ค่อย กระตอื รอื รน้ ในการทำกิจกรรม จากการศกึ ษาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนของนักเรยี นจากภาคเรียนท่ีผา่ นมา พบว่า นักเรียนส่วนใหญม่ ีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์พอใช้ และยงั มนี กั เรยี นบางส่วนทม่ี ีผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรยี นอย่ใู นระดับต่ำ จากการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ทผี่ ่านมาทำใหพ้ บว่า นกั เรียนไม่สามารถสรุปผลการการทดลองได้ ซึ่ง นกั เรยี นสว่ นใหญส่ ามารถตอบคำถามได้ แต่ยงั เขียนสรุปผลการทดลองคลาดเคลื่อนและยงั มีใจความทีไ่ ม่ สมบรู ณ์ โดยผูว้ ิจยั ไดส้ งั เกตจากการตรวจสมุดและใบกิจกรรมของนักเรยี นทำใหท้ ราบถึงปัญหา สาเหตุทที่ ำใหน้ กั เรยี นสรปุ ผลการทดลองไม่ถกู ตอ้ งอาจเนอื่ งมาจากเนื้อหาที่ค่อนขา้ งยาก ทำให้ นกั เรียนยงั ไม่สามารถเข้าใจในแนวคดิ หลักและยังไมส่ ามารถสรปุ ความรู้หรือสรปุ ผลการทดลองได้ อีกทัง้ ใน การจดั กิจกรรมการเรียนร้ทู ผ่ี า่ นมาของครยู งั ขาดความน่าสนใจ มีการใช้คำถามในการกระตนุ้ ให้นักเรยี นคิด และตอบคำถามยังไมช่ ัดเจน นักเรยี นยงั ไมไ่ ดส้ ืบเสาะหาความรู้ด้วยตนเองอยา่ งเตม็ ท่ี ครูชี้แจงรายละเอยี ด ขัน้ ตอนการทดลองใหน้ กั เรยี นทำตามและไมไ่ ดอ้ ภิปรายขั้นตอนการทดลองรว่ มกบั นักเรยี น ในระหวา่ งการ ตอบคำถามมีนักเรยี นบางส่วนสามารถตอบคำถามได้เน่ืองจากครบู อกคำตอบใหน้ กั เรียนโดยท่ไี มไ่ ด้รอคำตอบ จากนกั เรยี น ทำใหน้ กั เรียนตอบคำถามตามครแู ละยังไมไ่ ด้ผ่านกระบวนการคดิ ของตนเอง นักเรียนจึงไมเ่ ขา้ ใจ ในการทดลองด้วยตนเองอยา่ งแท้จริงและไม่สามารถสรปุ ผลการทดลองได้ การจัดการเรยี นรโู้ ดยกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ เปน็ การดำเนินการเรียนการสอนทีผ่ สู้ อนจะ กระตุ้นผูเ้ รยี นใหเ้ กิดคำถาม เกดิ ความคดิ และลงมือเสาะแสวงหาความรู้ เพอ่ื นำมาประมวลหาคำตอบ หรอื ลง ขอ้ สรปุ ดว้ ยตนเอง โดยท่ีผูส้ อนช่วยอำนวยความสะดวกในการเรยี นรู้ด้านตา่ งๆ ให้แกผ่ เู้ รียน เช่น ดา้ นการค้นหาแหล่งเรียนรู้ การศึกษาหาข้อมูล การวิเคราะห์ การสรุปขอ้ มลู การอภปิ รายโต้แย้งทาง วชิ าการ การทำงานรว่ มกับผู้อ่นื (ทิศนา แขมมณี, 2545) จากการศกึ ษางานวิจัยตา่ ง ๆ พบว่า การจัดการเรียนรโู้ ดยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ช่วยพฒั นา ผเู้ รียนในดา้ นตา่ ง ๆ มากมาย ตวั อยา่ งเชน่ จิตติมา ดมหอม (2553) พบว่า การจัดการเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหา ความร้สู ามารถพัฒนาแนวคิด เรื่อง เซลล์และการแบง่ เซลล์ ของนักเรียนไปเป็นแนวคดิ ทถี่ ูกต้องมากยง่ิ ข้ึนได้ นักเรยี นมีเจตคติท่ดี ีต่อการจดั เรยี นรูว้ ิชาชวี วทิ ยาในระดับท่สี ูงขึ้น โดยนักเรียนมีเจตคตทิ ่ีดีในดา้ นการช่นื ชอบ กจิ กรรมการเรยี นร้มู ากท่สี ุด เนตรดาว น่มุ เกลยี้ ง (2554) พบว่า นกั เรียนมีแนวคิดสมบูรณ์เรื่อง ความหมาย และรปู รา่ งลักษณะของเซลล์ โครงสรา้ งของดอก และปัจจยั ในการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพืชเพ่มิ มากขน้ึ หลัง

เรยี นหน่วยการเรยี นรู้ พบว่า จำนวนนกั เรียนท่ีมีแนวคดิ คลาดเคลื่อนลดลงในทุกแนวคิด ส่วนการคิด สร้างสรรคพ์ บวา่ นกั เรยี นมกี ารคิดคลอ่ ง การคิดยืดหย่นุ และการคดิ รเิ ร่มิ เพิ่มข้นึ จรนิ ทร จนั ทร์เพ็ง (2556) พบว่า ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ นั้ บรู ณาการหลงั เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ สงู กวา่ กอ่ นเรียน การจดั การเรียนรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ครูต้องใช้รูปแบบกิจกรรมและสือ่ การสอนท่ี หลากหลายเหมาะสมกับวัย และให้นกั เรียนไดล้ งมอื ปฏบิ ัตทิ ุกข้ันตอน โดยครมู ีบทบาทสำคัญในการเตรียมสื่อ การเรยี นรกู้ ระตุ้นความสนใจ และใหค้ ำแนะนำชว่ ยเหลือ ดังนน้ั ผูว้ จิ ยั จึงสนใจนำเอาการจดั การเรียนร้แู บบสืบเสาะหาความรมู้ าใช้เพื่อพัฒนาความสามารถใน การสรปุ ผลการทดลองของนักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เร่อื ง วงจรไฟฟา้ โดยหวงั ว่าการจัดการเรียนรู้แบบ สืบเสาะหาความรจู้ ะสามารถช่วยใหผ้ ู้เรยี นไดร้ ู้จักสืบเสาะหาความรู้ รูจ้ กั คดิ ตอบคำถาม สามารถลงมอื ปฏิบัติ จนเกิดทกั ษะในการสรุปผลการทดลอง และสรปุ ความรไู้ ด้ดว้ ยตนเอง รวมทง้ั ส่งผลให้นกั เรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนทีด่ มี ากยิ่งข้นึ วตั ถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั 1. เพอ่ื ศกึ ษาแนวทางการจัดการเรียนรขู้ องครูโดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เพื่อพฒั นา ความสามารถในการสรปุ ผลการทดลองของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6/5 2. เพ่ือศกึ ษาความสามารถในการสรุปผลการทดลองของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6/5 จากการเรยี นรโู้ ดย การจัดการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะไดร้ ับจากการวิจัย 1. เป็นแนวทางใหค้ รูวิทยาศาสตร์ท่สี อนในระดับชั้นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6/5 สามารถจัดการเรยี นรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้ เพอื่ พัฒนาความสามารถในการสรปุ ผลการทดลองของนักเรยี น 2. เป็นแนวทางใหค้ รูท่ีสอนในระดับช้นั ต่าง ๆ สามารถจดั การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เพื่อชว่ ยสง่ เสริม ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของนักเรยี น ขอบเขตงานวิจัย 1. กลมุ่ ที่ศกึ ษา นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6/5 จำนวน 32 คน เป็นนักเรยี นชาย จำนวน 18 คน และนกั เรียนหญงิ จำนวน 14 คน 2. เนอื้ หา เนื้อหาเรื่อง วงจรไฟฟ้า ประกอบด้วย - วงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย จำนวน 1 แผนการจดั การเรยี นรู้ - การนำไฟฟา้ ของวสั ดุชนดิ ตา่ งๆ จำนวน 1 แผนการจดั การเรียนรู้ - การตอ่ เซลล์ไฟฟา้ จำนวน 1 แผนการจดั การเรยี นรู้ - การต่อหลอดไฟฟ้า จำนวน 1 แผนการจัดการเรียนรู้

3. ระยะเวลา ระยะเวลาในการสอนจำนวน 9 ช่วั โมง โดยสอนจำนวน 2 คาบต่อสัปดาห์ รวมระยะเวลาในการสอน ทัง้ หมด 4 สัปดาห์ นิยามศพั ท์ ความสามารถในการสรปุ ผลการทดลอง คือ ความสามารถในการเขยี นสรปุ ผลท่ไี ด้จากการทดลองซ่ึง ข้อมูลท่ีได้น้ีสามารถรวบรวมไวใ้ ช้สำหรับยืนยนั วา่ สมมตฐิ านท่ีตัง้ ไวถ้ ูกต้องหรอื ไม่ เป็นขน้ั ตอนที่นำเอาข้อมลู ที่ ได้จากขั้นตอนของการรวบรวมข้อมูลมาเรยี บเรียงและเขยี นสรุปให้เกดิ เปน็ องคค์ วามรู้ การจัดการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ คอื กระบวนการทม่ี ุ่งส่งเสริมให้นักเรยี นรจู้ ักค้นควา้ หา ความรู้ดว้ ยตนเอง โดยใชก้ ระบวนการแสวงหาความรู้ ซง่ึ ครมู หี น้าท่เี พียงเปน็ ผคู้ อยให้ความชว่ ยเหลือ จัดเตรยี มสภาพการณ์และกิจกรรมให้เออ้ื ต่อกระบวนการท่ีฝึกใหค้ ิดหาเหตุผล สืบเสาะหาความรู้ รวมทั้งการ แก้ปัญหาใหไ้ ดโ้ ดยใช้คำถามและสอื่ การเรียนการสอนตา่ ง ๆ เชน่ ของจรงิ สถานการณ์ ใหน้ กั เรยี นลงมือ ปฏบิ ตั กิ ารสำรวจ ค้นหาดว้ ยตนเอง บรรยากาศการเรียนการสอนใหน้ กั เรียนมอี สิ ระในการซักถาม การ อภปิ รายและมีแรงเสรมิ อาจกลา่ วได้วา่ เปน็ การสอนใหน้ ักเรียนคดิ เป็น ทำเป็น และแก้ปญั หาได้นั่นเอง กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (5E) มีขัน้ ตอนดังนี้ (BSCS. 1997) 1) การสรา้ งความสนใจ (Engage) ข้นั ตอนนเี้ ปน็ ขนั้ ตอนแรกของกระบวนการเรียนรทู้ จ่ี ะนำเขา้ สู่ บทเรียน จุดประสงค์ท่สี ำคัญของขนั้ ตอนนี้ คือ ทำใหผ้ ู้เรยี นสนใจ ใคร่รู้ในกิจกรรมทีจ่ ะนำเข้าสู่บทเรียน ควร จะเช่อื มโยงประสบการณ์การเรียนรเู้ ดมิ กับปจั จุบัน และควรเปน็ กิจกรรมที่คาดว่ากำลงั จะเกดิ ข้นึ ซ่ึงทำให้ ผ้เู รยี นสนใจจดจอ่ ท่ีจะศึกษาความคดิ รวบยอด กระบวนการ หรือทกั ษะ และเร่ิมคิดเช่อื มโยงความคิดรวบยอด กระบวนการ หรือทักษะกบั ประสบการณเ์ ดิม 2) การสำรวจและค้นหา (Explore) ขัน้ ตอนนี้เป็นขัน้ ตอนท่ีทำให้ผเู้ รียนมปี ระสบการณ์รว่ มกนั ในการ สร้างและพัฒนาความคิดรวบยอด กระบวนการ และทักษะ โดยการให้เวลาและโอกาสแก่ผ้เู รยี นในการทำ กิจกรรมการสำรวจและค้นหาสงิ่ ที่ผ้เู รยี นต้องการเรยี นรตู้ ามความคิดเหน็ ผู้เรยี นแตล่ ะคน หลังจากน้ันผูเ้ รียน แต่ละคนไดอ้ ภปิ รายแลกเปลีย่ นความคดิ เหน็ เก่ียวกบั การคดิ รวบยอด กระบวนการ และทักษะในระหวา่ งที่ ผ้เู รียนทำกจิ กรรมสำรวจและคน้ หา เปน็ โอกาสท่ีผเู้ รยี นจะไดต้ รวจสอบหรือเก็บรวบรวมข้อมูลเก่ยี วกับ ความคิดรวบยอดของผ้เู รยี นทีย่ ังไมถ่ ูกต้องและยังไม่สมบรู ณ์ โดยการให้ผเู้ รยี นอธบิ ายและยกตวั อย่างเกยี่ วกบั ความคิดเห็นของผ้เู รยี น ครคู วรระลกึ อยเู่ สมอเก่ียวกับความสามารถของผเู้ รียนตามประเดน็ ปญั หา ผลจากการ ที่ผ้เู รียนมใี จจดจ่อในการทำกิจกรรม ผู้เรยี นควรจะสามารถเชื่อมโยงการสงั เกต การจำแนกตวั แปร และคำถาม เกี่ยวกับเหตกุ ารณน์ ้ันได้ 3) การอธบิ าย (Explain) ขน้ั ตอนนีเ้ ป็นขัน้ ตอนทใี่ หผ้ เู้ รยี นได้พฒั นาความ สามารถในการอธิบาย ความคิดรวบยอดที่ไดจ้ ากการสำรวจและคน้ หา ครคู วรให้โอกาสแก่ผู้เรยี นไดอ้ ภิปรายแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น กนั เกย่ี วกบั ทกั ษะหรือพฤตกิ รรมการเรียนรู้ การอธิบายน้นั ตอ้ งการใหผ้ เู้ รยี นได้ใช้ขอ้ สรปุ ร่วมกนั ในการ

เชอื่ มโยงสิง่ ที่เรยี นรู้ ในช่วงเวลาทเี่ หมาะสมนีค้ รคู วรชแี้ นะผเู้ รยี นเกี่ยวกับการสรปุ และการอธิบายรายละเอยี ด แตอ่ ย่างไรกต็ ามครคู วรระลกึ อยู่เสมอวา่ กิจกรรมเหล่านีย้ งั คงเนน้ ผ้เู รียนเปน็ ศูนย์กลาง นนั่ คอื ผู้เรียนได้พฒั นา ความสามารถในการอธิบายดว้ ยตวั ผู้เรียนเอง บทบาทของครเู พยี งแตช่ ี้แนะผ่านทางกิจกรรม เพอื่ ใหผ้ ู้เรียนมี โอกาสอยา่ งเตม็ ที่ในการพฒั นาความรู้ความเข้าใจในความคิดรวบยอดให้ชดั เจน ในท่ีสดุ ผเู้ รยี นควรจะสามารถ อธิบายความคิดรวบยอดไดอ้ ยา่ งเขา้ ใจ โดยเชือ่ มโยงประสบการณ์ ความร้เู ดิมและสิง่ ท่เี รียนรู้เขา้ ด้วยกัน 4) การขยายความรู้ (Elaborate) ขน้ั ตอนนเี้ ป็นข้ันตอนท่ีให้ผู้เรียนไดย้ นื ยันและขยายหรอื เพิ่มเติม ความรู้ ความเขา้ ใจในความคิดรวบยอดให้กว้างขวางและลึกซง้ึ ยิง่ ขน้ึ และยงั เปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นไดฝ้ ึกทกั ษะ และปฏบิ ัติตามท่ีผู้เรยี นตอ้ งการ ในกรณีที่ผเู้ รียนไม่เข้าใจหรือยังสับสนอยูห่ รอื อาจจะเข้าใจเฉพาะข้อสรปุ ท่ี ได้ จากการปฏิบตั ิการสำรวจและคน้ หาเทา่ นั้น ควรให้ประสบการณใ์ หม่ผเู้ รียนจะได้พัฒนาความรคู้ วามเขา้ ใจใน ความคิดรวบยอด ให้กว้างขวางและลกึ ซึง้ ยิง่ ข้ึน เปา้ หมายท่ีสำคญั ของขนั้ นี้ คือ ครูควรช้ีแนะใหผ้ ูเ้ รียนได้นำไป ประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั จะทำให้ผู้เรยี นเกดิ ความคิดรวบยอด กระบวนการ และทักษะเพ่มิ ข้ึน 5) การประเมินผล (Evaluate) ขนั้ ตอนนผี้ ้เู รยี นจะได้รับข้อมลู ย้อนกลับเกยี่ วกับการอธบิ ายความรู้ ความเข้าใจของตนเอง ระหวา่ งการเรยี นการสอนในข้นั นี้ของรูปแบบการสอน ครูตอ้ งกระต้นุ หรอื ส่งเสริมให้ ผู้เรยี นประเมินความรู้ความเขา้ ใจและความสามารถของตนเอง และยงั เปิดโอกาสให้ครไู ด้ประเมนิ ความรคู้ วาม เข้าใจและพฒั นาทักษะของผู้เรยี นดว้ ย วิธีดำเนินการวิจัย 1. รปู แบบการวิจยั งานวจิ ัยในครงั้ นีเ้ ป็นวจิ ัยปฏิบัตกิ ารในช้ันเรียน ประกอบด้วยวงจร PAOR ซึ่งมี รายละเอียดดงั น้ี – Plan (P) ผ้วู ิจยั วางแผนในการจดั การเรยี นรแู้ ละเขยี นแผนการจดั การเรยี นรู้โดยการจัดการ เรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้เพื่อเปน็ แนวทางในการแก้ปญั หาหรือพฒั นาผู้เรียน – Act (A) ในขน้ั นี้ผวู้ จิ ยั ไดป้ ฏิบตั ิการสอนโดยจดั การเรยี นร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ตามที่ได้ วางแผนไว้ – Observe (O) ผู้วิจัยสังเกตผลจากการจัดการเรยี นร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ โดยสังเกตจาก พฤตกิ รรมผู้เรยี น จากการตรวจใบกิจกรรม ใบงาน และแบบทดสอบ – Reflect (R) ในข้ันนผ้ี ู้วิจัยได้วิเคราะหผ์ ลหลงั จากการจดั การเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ และสะท้อนผลหลงั จากการปฏิบัติการสอน ซึง่ นำไปสกู่ ารปรบั ปรงุ แกไ้ ขในการวางแผนการ ปฏบิ ตั กิ ารสอนครั้งต่อไปใหด้ ขี ึ้น 2. เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั เครอื่ งมอื ทใี่ ช้ในการวิจยั มี 4 ชนดิ ดงั น้ี 1. แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่จดั การเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน หนว่ ยการเรียนรเู้ รอ่ื ง แสง จำนวน 4 แผน ใช้เวลา 9 ช่ัวโมง ได้แก่ เนื้อหาเรอ่ื ง วงจรไฟฟา้ ประกอบดว้ ย - วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย จำนวน 1 แผนการจดั การเรียนรู้ ใชเ้ วลา 3 คาบ - การนำไฟฟา้ ของวัสดุชนิดต่างๆ จำนวน 1 แผนการจดั การเรยี นรู้ ใช้เวลา 2 คาบ - การต่อเซลล์ไฟฟา้ จำนวน 1 แผนการจดั การเรยี นรู้ ใชเ้ วลา 2 คาบ

- การตอ่ หลอดไฟฟ้า จำนวน 1 แผนการจดั การเรียนรู้ ใช้เวลา 2 คาบ 2. ใบกจิ กรรมเรื่อง วงจรไฟฟ้า มีท้งั หมด 4 กิจกรรม โดยใหน้ ักเรยี นเขียนสรปุ ผลการทดลองลง ในใบกจิ กรรม 3. แบบทดสอบเรอ่ื ง วงจรไฟฟา้ โดยทดสอบหลงั จากเสรจ็ สน้ิ การจัดการเรียนรู้ ซ่งึ แบบทดสอบ เปน็ ขอ้ สอบแบบปรนัย 4. บันทกึ หลังการจัดการเรียนรู้ โดยครเู ขียนบันทึกหลังการสอนในแตล่ ะคาบ เพอ่ื เป็นการเก็บ รวบรวมข้อมลู ในการจัดการเรยี นรู้ของครโู ดยการจัดการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ และเป็นการ สะทอ้ นการสอนของครูและผลการเรยี นรู้ที่เกิดกบั นักเรียน ซงึ่ ประกอบด้วย 3 ประเด็น ได้แก่ พฤติกรรมการเรยี นรขู้ องผู้เรียน ปญั หาและอุปสรรคในการจดั การเรยี นรู้ และขอ้ ค้นพบท่ีเกิดขน้ึ จาก การจัดการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ การเก็บรวบรวมข้อมลู ผวู้ จิ ยั ดำเนนิ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู โดยนำเคร่อื งมอื ต่างๆ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ดังนี้ 1. ใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้ในการปฏิบตั ิการสอนโดยการจดั การเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ ใน หนว่ ยการเรียนรู้เรอื่ ง แสง จำนวน 4 แผน ใช้เวลา 9 ชั่วโมง 2. ใช้ใบกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนเขียนสรปุ ผลการทดลองในแตล่ ะแผนการจดั การเรียนรู้ 3. ใช้แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นของนกั เรียนหลงั การจัดการเรยี นรู้ 4. ผู้วจิ ัยบนั ทึกหลงั การสอนเพ่ือศกึ ษาแนวทางการจดั การเรียนรู้ของครโู ดยการจัดการเรียนร้แู บบ สบื เสาะหาความรู้ เพือ่ พฒั นาความสามารถในการสรปุ ผลการทดลองของนักเรยี น การวิเคราะหข์ อ้ มูล ผู้วิจยั มกี ารวเิ คราะห์ข้อมูลท่ีได้จากเก็บรวบรวมขอ้ มูลโดยใช้เครอ่ื งมอื ต่างๆ แบง่ เป็น 2 ประเภท ดังน้ี 1. การวเิ คราะห์เชงิ คุณภาพโดยการวเิ คราะหเ์ นื้อหา ผู้วิจัยวิเคราะหข์ อ้ มูลทีไ่ ดจ้ ากใบกจิ กรรมที่ นกั เรยี นเขียนสรปุ ผลการทดลองและวเิ คราะหข์ ้อมูลจากการบันทกึ หลังการสอนทุกแผนการจัดการ เรยี นรู้ 2. การวิเคราะหเ์ ชิงปริมาณ ผวู้ ิจยั วิเคราะหข์ ้อมูลโดยการหาค่าเฉลยี่ และรอ้ ยละจากการทำ แบบทดสอบแบบปรนยั

ตารางแสดงวัตถุประสงคก์ ารวจิ ยั เคร่ืองมอื ที่ใช้ การเกบ็ รวบรวมข้อมลู และการวิเคราะห์ขอ้ มูล วัตถุประสงคก์ ารวิจัย เครือ่ งมือ การเก็บรวบรวมขอ้ มูล การวเิ คราะห์ขอ้ มูล 1. เพอื่ ศกึ ษาแนวทางการ 1. บันทกึ หลงั การสอน ครเู ขียนบนั ทกึ หลงั การสอนในแต่ การวิเคราะหเ์ นื้อหา จดั การเรียนรูข้ องครโู ดย ละคาบ เพอ่ื เป็นการเก็บรวบรวม การจัดการเรียนรู้แบบสบื ขอ้ มูลในการจดั การเรียนรู้ของครู เสาะหาความรู้ เพอ่ื โดยการจัดการเรียนร้แู บบสืบ พัฒนาความสามารถใน เสาะหาความรู้ และเป็นการสะทอ้ น การสรปุ ผลการทดลอง การสอนของครแู ละผลการเรียนร้ทู ี่ ของนักเรยี นชัน้ เกิดกบั นกั เรียน ประถมศึกษาปที ่ี 6/5 2. เพ่ือศึกษา 1. แบบทดสอบ เรื่อง แบบทดสอบเรอ่ื ง วงจรไฟฟ้า ใช้ใน การวเิ คราะห์เชงิ ปริมาณ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู จากนกั เรียน การวเิ คราะหเ์ น้ือหา ความสามารถในการ วงจรไฟฟา้ จำนวน 32 คน โดยทำการทดสอบ นักเรียนหลงั การจัดการเรยี นรู้ สรปุ ผลการทดลอง ใชใ้ บกิจกรรมในการเก็บรวบรวม นักเรยี นช้ันประถมศึกษา ข้อมูลจากนกั เรยี น จำนวน 32 คน โดยใหน้ กั เรียนเขยี นสรุปผลการ ปที ่ี 6/5 จากการเรยี นรู้ 2. ใบกิจกรรม ทดลองลงในใบกิจกรรมหลังจากจดั กจิ กรรมการเรียนร้ใู นแตล่ ะ โดยการจดั การเรยี นรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ แบบสบื เสาะหาความรู้

ผลการวิจยั จากการศึกษาการพฒั นาความสามารถในการสรปุ ผลการทดลอง ของนกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6/5 เรอื่ ง วงจรไฟฟา้ โดยการจัดการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ ผวู้ จิ ยั ได้วเิ คราะหข์ ้อมลู จากการดำเนินการ วจิ ยั และจากบนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรทู้ กุ ครั้ง ซง่ึ สามารถสรุปแนวทางการจัดการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหา ความรู้ ดงั น้ี 1. ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement) การจัดการเรยี นรูใ้ นขนั้ น้ี มีการใชร้ ปู ภาพ การเล่าเหตกุ ารณ์สมมตทิ ่ีดึงดูดความสนใจให้นักเรยี นเกิด ความสงสัยและนำไปสูก่ ารตงั้ คำถามในการศึกษาค้นควา้ และการจัดกจิ กรรมในระยะเวลาส้นั ๆ ท่ีทำให้ นักเรยี นได้สงั เกตหรอื ปฏบิ ัตดิ ้วยตนเองเพ่อื นำไปส่กู ารเชอ่ื มโยงความรู้ที่ต้องการศกึ ษา โดยมีรายละเอยี ดดงั น้ี 1) การใชร้ ปู ภาพรว่ มกับการใช้คำถามเป็นการกระตนุ้ ความสนใจของนกั เรยี น ทำใหน้ กั เรยี นเกดิ ความ สนใจในการเรียนรู้ เกิดความสงสยั ใครร่ ู้ และให้ความรว่ มมอื ในการตอบคำถาม และยังสามารถตรวจสอบ ความรูเ้ ดมิ ของนักเรยี น 2) การเล่าเหตกุ ารณ์สมมติท่ีดึงดูดความสนใจให้นกั เรยี นเกิดความสงสัยและนำไปสูก่ ารตงั้ คำถามใน การศึกษาค้นคว้า 3) การจัดกิจกรรมในระยะเวลาส้ัน ๆ ทท่ี ำให้นักเรียนได้สงั เกตหรอื ปฏบิ ัตดิ ว้ ยตนเองเพื่อนำไปสู่การ เช่อื มโยงความรทู้ ่ีต้องการศึกษา 2. ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration) การจัดการเรยี นรูใ้ นขัน้ นมี้ กี ิจกรรมทนี่ ำไปสู่การเรยี นร้ขู องนักเรยี น โดยใหน้ กั เรียนได้ลงมือปฏิบัตดิ ว้ ย ตนเอง ทำให้นกั เรยี นเกดิ ทกั ษะการสังเกต การทดลอง ไดเ้ รียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และสามารถ ทจี่ ะเขา้ ใจในเนื้อหาและนำไปส่กู ารสรปุ ผลจากการทำกจิ กรรม 3. ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation) การจดั การเรียนรู้ในข้นั นนี้ ักเรียนควรไดอ้ ธบิ ายความรทู้ ่ไี ดจ้ ากการสำรวจและคน้ ควา้ แลกเปล่ียนเรยี นร้แู ละแสดงความคิดเหน็ ร่วมกนั เพื่อนำไปสขู่ ้อสรุปและเกดิ ความคิดรวบยอดในการทำ กจิ กรรม และสามารถเขียนสรุปผลการทดลองไดอ้ ย่างถกู ต้อง และครูควรเขียนตารางบันทึกผลบนกระดาน และใหน้ กั เรยี นออกมาเขียนผลการทดลองบนกระดาน เพ่อื ใหน้ กั เรียนไดเ้ ห็นผลเปรยี บเทียบจากการทดลอง และร่วมกันอภิปรายร่วมกนั 4. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) การจัดการเรยี นร้ใู นขน้ั นี้ควรให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ทีไ่ ด้ไปอธบิ ายกบั เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ หรอื นำ ความรไู้ ปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวันได้ การใช้ส่ือ PHET หรือรปู ภาพก็สามารถทำให้ผู้เรยี นได้เรยี นรู้เกดิ ประสบการณใ์ หมๆ่ และเกิดทักษะหรอื ความรทู้ ่ีมากขนึ้ ได้

5. ข้นั ประเมนิ (Evaluation) การจดั การเรียนรูใ้ นขั้นน้เี ปน็ การตรวจสอบความรู้ของผเู้ รียน โดยสามารถประเมินผเู้ รียนไดจ้ ากการ ตรวจใบงาน ใบกิจกรรม แบบทดสอบ หรือการใช้เกม ซ่ึงทำใหร้ ู้ว่าผ้เู รยี นเข้าใจในกิจกรรมหรือมีแนวความคดิ ท่ไี ด้จากการเรียนรู้อย่างไร ซง่ึ จะเปน็ แนวทางในการปรบั ปรงุ การจัดการเรียนรขู้ องครูทดี่ ขี ้ึน ตารางที่ 1 แสดงรอ้ ยละของนักเรียนท่ีมคี วามสามารถในการสรุปผลการทดลองหลงั การจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ เร่ือง วงจรไฟฟา้ ของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6/5 เนอ้ื หา ความสามารถในการสรปุ ผลการทดลอง 1. วงจรไฟฟ้าอยา่ งงา่ ย สรุปผลการ สรปุ ผลการ สรปุ ผลการ สรปุ ผลการ ทดลองได้ ทดลองได้ ทดลองได้ถกู ตอ้ ง ทดลองไดไ้ ม่ ถูกตอ้ ง กระชับ ถกู ตอ้ ง กระชบั กระชบั และ ถูกตอ้ ง และชัดเจน มี และชัดเจน มี ชัดเจน มีเหตุผล เหตุผล สมบูรณ์ เหตุผล โดยครู โดยครตู ้อง ต้องแนะนำเปน็ แนะนำเปน็ (ระดับ ดีมาก) บางสว่ น ส่วนมาก (ระดบั ดี) (ระดับพอใช้) (ระดบั ปรบั ปรุง) 9 คน 14 คน 8 คน 1 คน (28.12 %) (43.75 %) (25.00 %) (3.12%) 2. การนำไฟฟ้าของวัสดชุ นดิ 11 คน 14 คน 6 คน 1 คน ตา่ งๆ (34.37 %) (43.75 %) (18.75 %) (3.12%) 3. การตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ 12 คน 13 คน 6 คน 1 คน (37.50 %) (40.62 %) (18.75 %) (3.12%) 4. การต่อหลอดไฟฟา้ 12 คน 14 คน 5 คน 1 คน (37.50 %) (43.75 %) (15.62 %) (3.12%) รวม 34.37 % 42.98 % 19.53 % 3.12%

จากการวิเคราะห์ตารางแสดงร้อยละของนกั เรยี นท่มี ีความสามารถในการสรุปผลการทดลองหลังการ จดั การเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรือ่ ง วงจรไฟฟา้ ของนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6/5 พบวา่ นักเรยี น สามารถสรุปผลการทดลองได้ถูกตอ้ ง กระชบั และชัดเจน มีเหตุผล สมบรู ณ์ คิดเปน็ ร้อยละ 34.37 สรปุ ผลการ ทดลองได้ถูกต้อง กระชบั และชดั เจน มีเหตุผล โดยครูต้องแนะนำเป็นบางสว่ น คดิ เปน็ ร้อยละ 42.98 คดิ เป็น รอ้ ยละ สรปุ ผลการทดลองไดถ้ ูกต้อง กระชบั และชัดเจน มีเหตุผล โดยครูต้องแนะนำเปน็ ส่วนมาก คิดเป็น ร้อยละ 19.53 และสรุปผลการทดลองไดไ้ มถ่ ูกต้อง คิดเปน็ ร้อยละ 3.12 ซ่ึงกจิ กรรมทนี่ ักเรยี นสามารถสรปุ ผลการทดลองได้มากท่ีสุดคอื การตอ่ หลอดไฟฟ้า และ การตอ่ เซลล์ไฟฟ้า รองลงมาคอื การนำไฟฟ้าของวัสดุชนิดตา่ งๆ และวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย อภปิ รายและสรปุ ผลการวจิ ัย จากการศึกษาการพัฒนาความสามารถในการสรปุ ผลการทดลอง ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6/5 เร่อื ง วงจรไฟฟา้ โดยการจดั การเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ พบว่านักเรยี นสว่ นใหญ่มคี วามสามารถใน การสรปุ ผลการทดลองอยใู่ นเกณฑ์ดี ซ่งึ ในการจัดการเรียนรคู้ รูจะตอ้ งมกี ารนำเขา้ สู่บทเรยี นท่นี ่าสนใจ มกี ารใช้ คำถามให้นกั เรียนได้อภปิ รายรว่ มกนั ในชั้นเรียน โดยการใช้รูปภาพรว่ มกับการใช้คำถาม การเล่าเหตุการณ์ สมมติทดี่ งึ ดูดความสนใจให้นักเรยี นเกดิ ความสงสัยและนำไปสกู่ ารตงั้ คำถามในการศึกษาค้นคว้า และการจัด กจิ กรรมในระยะเวลาสนั้ ๆ ที่ทำใหน้ กั เรียนได้สงั เกตหรอื ปฏบิ ตั ดิ ้วยตนเองเพอื่ นำไปสูก่ ารเชอ่ื มโยงความรู้ที่ ต้องการศกึ ษา ในขัน้ การจดั กิจกรรมการทดลองครจู ะต้องชี้แจงขนั้ ตอนการทดลองใหช้ ดั เจน มีการใชค้ ำถาม ตรวจสอบว่านกั เรียนสามารถท่ีจะลงมอื ปฏิบตั ิกิจกรรมได้เพ่ือให้นกั เรยี นสามารถปฏิบัติกิจกรรมได้ถกู ต้องและ เขา้ ใจในองคค์ วามรูท้ ่ีได้จากกิจกรรม โดยในการอภิปรายความรู้ที่จะนำไปสกู่ ารสรุปผลครจู ะต้องมกี ารใช้ คำถามและให้นกั เรียนได้มสี ว่ นร่วมในการตอบคำถามเช่น การให้นักเรยี นออกมาเขียนผลการทดลองหน้า กระดาน หรือการตอบคำถามและอภิปรายความรู้รว่ มกันในช้ันเรยี น ซง่ึ ทำให้นักเรียนได้มีสว่ นร่วมและเกดิ ความสนใจเพื่อท่ีจะนำไปสกู่ ารสรุปผลการทดลองทถ่ี ูกตอ้ ง และเกิดการเรยี นรู้ได้ดีมากยงิ่ ขึ้น หลงั การจัดการเรียนรูแ้ บบสบื เสาะหาความรู้ยงั พบว่านักเรยี นมผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นอยใู่ นเกณฑ์ดี ซง่ึ ในการจดั การเรยี นรคู้ รมู กี ารนำเข้าสบู่ ทเรียนท่ีน่าสนใจ มกี ารอภปิ รายกอ่ นการทำกิจกรรมท่ีชดั เจน และใช้ คำถามหรอื ให้นกั เรยี นไดม้ ีสว่ นรว่ มในการตอบคำถามกอ่ นการสรปุ ผลจากกิจกรรม ทำใหน้ ักเรียนสามารถท่จี ะ สรปุ ความรู้และเกิดการเรยี นรทู้ ด่ี ขี ึ้นได้ ดงั นัน้ การจัดการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ครูจึงต้องเป็นผกู้ ระตุ้น ใหน้ ักเรียนเกิดความสนใจ มีการใช้คำถามทด่ี ีเพอ่ื ใหน้ ักเรยี นเกิดความอยากร้อู ยากเหน็ และสนใจในการปฏบิ ัติ กิจกรรมเพื่อนำไปส่กู ารเรยี นรู้ ในการศึกษาและค้นคว้าควรให้นกั เรยี นไดล้ งมือปฏบิ ตั ิดว้ ยตนเองมีการอภิปราย ก่อนการทำกิจกรรมและหลังทำกจิ กรรมทีช่ ดั เจน ซ่งึ จะทำใหน้ กั เรยี นเกดิ ความเขา้ ใจและเกิดการสร้างองค์ ความร้ดู ้วยตัวเองได้ และทำใหน้ กั เรยี นมคี วามสามารถในการสรุปผลการทดลองและมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ทดี่ ีขน้ึ ได้

ขอ้ เสนอแนะในการทำวิจยั ครั้งตอ่ ไป 1. ครคู วรมกี ารนำสอื่ ท่ีดงึ ดดู ความสนใจและการใช้คำถามท่ีดีในการนำเขา้ สู่บทเรียน 2. ครแู ละนกั เรยี นจะต้องมีการอภิปรายจดุ ประสงค์ และข้นั ตอนการทำกจิ กรรมใหล้ ะเอียดและชัดเจน ก่อนการปฏิบัตกิ ิจกรรม 3. ครูควรให้นกั เรียนมสี ่วนร่วมในการตอบคำถามกอ่ นและหลงั การปฏิบตั กิ จิ กรรม และมกี ารใช้คำถามท่ี เข้าใจง่ายและชดั เจน

เอกสารอา้ งอิง ทศิ นา แขมมณี. 2545. รูปแบบการเรียนการสอนทางเลอื กทห่ี ลากหลาย. กรุงเทพฯ : ด่านสทุ ธาการพิมพ์. จติ ตมิ า ดมหอม. 2553. ผลของการจดั การเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความร้ตู ่อการพฒั นาแนวคิดและเจตคติตอ่ การเรยี น เรื่อง เซลล์และการแบ่งเซลล์ ของนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4. วิทยานพิ นธศ์ กึ ษาศาสตร์ มหาบัณฑิต มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. เนตรดาว นุ่มเกลีย้ ง. 2554. การศึกษาแนวคิดสรา้ งสรรคข์ องนักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 เรือ่ ง หนว่ ยของ สิ่งมชี วี ติ และดำรงชวี ิตของพืช. วิทยานพิ นธศ์ กึ ษาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. จรนิ ทร จนั ทรเ์ พ็ง. 2556. การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ น้ั บรู ณาการของนักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรม์ หาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์.

โรงเรียนชมุ ชนประชำธิปัตยว์ ิทยำคำร สงั กดั สำนักงำนเขตพนื้ ที่กำรศึกษำประถมศึกษำปทมุ ธำนี เขต 2 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขนั้ พนื้ ฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook