แแฟผนม้ กสาระจสัดมกาผรลเรงยี นารนู้ อ ๒๒๑0๑ วชิ าภาษาอังกฤษพื้นฐาน ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๒กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื ง Personal Identificationรายวิชาภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ22101 ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 10 ชัว่ โมงครผู ูส้ อน นางวนั ทนีย์ มุมานะวงศ์ โรงเรยี นหนั คาราษฎร์รังสฤษดิ์1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัดมาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองท่ฟี ังและอา่ นจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมเี หตผุ ลตวั ชี้วดั ม.2/1 ปฏิบัตติ ามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้แี จง และคาอธิบายงา่ ยๆ ที่ฟงั และอา่ นตัวชว้ี ดั ม.2/2 อ่านออกเสยี งข้อความ ขา่ ว ประกาศ และบทรอ้ ยกรองสัน้ ๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ นตวั ชี้วดั ม.2/3 ระบ/ุ เขียนประโยค และข้อความ ให้สมั พนั ธ์กับส่อื ท่ีไม่ใช่ความเรียง รูปแบบ ตา่ งๆ ที่อ่านมาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ้ มูลข่าวสารแสดงความรู้สกึและความคิดเห็นอย่างมปี ระสิทธิภาพตวั ช้วี ดั ม.2/1 สนทนา แลกเปลยี่ นข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เรือ่ งต่างๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ตา่ งๆในชวี ติ ประจาวันอยา่ งเหมาะสมตวั ชี้วดั ม.2/2 ใชค้ าขอร้อง ให้คาแนะนา คาชี้แจง และคาอธบิ ายตามสถานการณ์ตัวชว้ี ดั ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความตอ้ งการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ ในสถานการณ์ต่างๆ อยา่ งเหมาะสมมาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรือ่ งต่างๆ โดยการพดูและการเขยี นตวั ชว้ี ัด ม.2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กจิ วัตรประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตกุ ารณ์ ท่ีอยใู่ นความสนใจของสงั คมมาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใชไ้ ด้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะตวั ชี้วดั ม.2/1 ใชภ้ าษา นา้ เสียง และกิรยิ าทา่ ทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสงั คม และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษาตัวช้ีวัด ม.2/2 อธบิ ายเกีย่ วกับเทศกาล วันสาคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษาตวั ชว้ี ัด ม.2/3 เข้ารว่ ม/จัดกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจมาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใชอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสมตัวชี้วัด ม.2/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างการออกเสียงประโยคชนดิ ต่างๆ และการลาดบั คาตามโครงสรา้ งประโยค ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ตัวช้ีวัด ม.2/2 เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างชีวิตความเป็นอยแู่ ละวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อนื่ และเป็นพืน้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศนข์ องตน ตวั ชีว้ ดั ม.2/1 คน้ คว้า รวบรวม และสรปุ ข้อมูล/ ข้อเท็จจรงิ ทเ่ี กย่ี วข้องกับกลมุ่ สาระการเรียนรูอ้ ืน่ จากแหลง่ เรียนรู้ และนาเสนอดว้ ยการพูด/การเขียน มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ า่ งๆ ทงั้ ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม ตัวช้วี ดั ม.2/1 ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จาลองทีเ่ กิดข้ึนในหอ้ งเรยี นสถานศึกษา และชุมชน2. สาระสาคัญ(ความคดิ รวบยอด) เขา้ ใจและตีความเร่ืองที่ฟงั และอ่าน มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มลู สามารถนาเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด นาไปใชไ้ ด้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างภาษา สามารถเชือ่ มโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง (K) ศกึ ษาการฟัง การพดู การอา่ น และการเขียน เขา้ ใจและตีความเรือ่ งที่ฟงั และอ่านจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล คาขอร้อง คาแนะนา คาช้แี จง และคาอธบิ าย เชน่ การทาอาหารและเครื่องด่ืม การประดิษฐ์ ขอ้ ความ ขา่ ว ประกาศ และบทรอ้ ยกรอง การใช้พจนานุกรม หลกั การอา่ นออกเสียง ประโยค หรอื ข้อความ และความหมายเก่ียวกับตนเอง ครอบครวั สถานท่ี ภาษา และวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลขา่ วสารแสดงความร้สู กึ และความคดิ เห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ ภาษาที่ใช้ในการสอื่ สารระหว่างบุคคล เชน่ การทักทาย กล่าวลา ขอบคณุขอโทษ ชมเชย การพดู แทรกอยา่ งสภุ าพ การชกั ชวน ประโยค/ขอ้ ความ ทใี่ ชแ้ นะนาตนเอง เพื่อน และบุคคลใกลต้ ัว คาขอร้อง คาแนะนา คาชแ้ี จง และคาอธบิ าย ภาษาที่ใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณต์ ่างๆ นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรือ่ งต่างๆ โดยการพูดและการเขียนการบรรยายข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง กิจวตั รประจาวนั ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ที่อยูใ่ นความสนใจของสงั คม เช่น การเดนิ ทาง การรบั ประทานอาหาร การเล่นกีฬา/ดนตรี เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหว่างภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ การใช้ภาษา นา้ เสียง และกริ ิยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เชน่ การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใชส้ ีหนา้ ท่าทางประกอบ ความเปน็ มาและความสาคัญของเทศกาล วันสาคญั ชวี ิตความเป็นอยู่ และประเพณขี องเจา้ ของภาษากิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เชน่ การเล่นเกม การร้องเพลง เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและวฒั นธรรมไทย การเปรยี บเทียบและการอธิบายความเหมือน/ความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนดิ ต่างๆ ของเจ้าของภาษากบั ของไทย การเปรียบเทียบและการอธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งชวี ติ ความเป็นอยแู่ ละวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทยใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื และเปน็ พน้ื ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศนข์ องตนการค้นคว้า การรวบรวม การสรุป และการนาเสนอข้อมูล/ขอ้ เท็จจรงิ ท่ีเกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืนภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคมการใช้ภาษาส่อื สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณจ์ าลองที่เกดิ ข้ึนในห้องเรยี น สถานศกึ ษา และชมุ ชน
3.2 ทักษะกระบวนการ (P) โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางภาษา เพ่ือฝึกทักษะฟัง อ่าน ปฏบิ ัติ อธบิ าย เขียน แสดงความคิดเหน็สอื่ สารแลกเปลย่ี นข้อมูล สนทนา แลกเปลย่ี นข้อมูล ใช้คาขอร้อง ใหค้ าแนะนา พดู ให้ความชว่ ยเหลือบรรยาย พดู ข้อมลู เขียนข้อมูล เขยี นสรปุ ใจความสาคญั แสดงความคิดเห็น โดยใชภ้ าษาเหมาะสมกับกาลเทศะ พร้อมอธบิ ายเกี่ยวกับเทศกาล วันสาคญั ชวี ติ ความเปน็ อยู่ และประเพณีของเจา้ ของภาษา ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรม จัดกจิ กรรมเพือ่ อธิบายและเปรียบเทียบ ความเหมือนและความแตกต่างของเจ้าของภาษาค้นคว้า รวบรวม สรุปขอ้ มูล และนาเสนอ แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ และนาไปเผยแพร่ และประชาสมั พนั ธ์ 3.3 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) เพ่ือให้เกิดความรคู้ วามเข้าใจทักษะทางภาษาอย่างมเี หตุผลและถูกต้อง ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถในการใช้ภาษาเพอื่ การสือ่ สารอย่างมีประสทิ ธิภาพ มีทกั ษะการคดิ รู้จกั การทางานอยา่ งเหมาะสม และการทางานร่วมกันกบั ผู้อ่นื อยา่ งมีมารยาท เหน็ คุณคา่ และประโยชน์นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์อย่างมีเหตผุ ล และมีเจตคติที่ดตี ่อภาษาองั กฤษ 3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C) ผ้เู รยี นมีความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการแกป้ ัญหา และความสามารถในการคิด4. ภาระงาน (สะทอ้ นการทากจิ กรรม) 4.1 ภาระงาน - ใบงาน - แบบฝกึ หัด - สมดุ คาศัพท์5. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์ให้นักเรยี นฝกึ ทักษะการส่ือสาร ใบงานภาษาอังกฤษจากใบงาน ใบงาน ( 2 คะแนน) แบบฝึกหดั - สง่ ใบงานตรงเวลา ถูกต้อง เรยี บรอ้ ย สะอาดให้นักเรยี นฝึกทักษะการสื่อสาร (1 คะแนน)ภาษาองั กฤษจากแบบฝึกหดั - ส่งใบงานตรงเวลา ไมเ่ รียบรอ้ ย (0.75 คะแนน) - สง่ ใบงานไม่ตรงเวลา (0.25คะแนน) - ไมส่ ง่ ใบงาน (0 คะแนน) แบบฝกึ หดั (2 คะแนน) - ส่งแบบฝกึ หดั ตรงเวลา ถูกต้อง เรยี บร้อย สะอาด (1 คะแนน) - สง่ แบบฝกึ หัดตรงเวลา ไมเ่ รียบร้อย (0.75 คะแนน)
วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์ - สง่ แบบฝึกหัดไมต่ รงเวลา (0.25คะแนน) - ไม่สง่ ใบงาน (0 คะแนน)การสงั เกต การใชท้ กั ษะทางภาษาอังกฤษ แบบประเมินการฟัง ประเมินการฟัง พูด อ่าน เขยี น (3.66 คะแนน)ของนักเรียน ในการร่วมทากิจกรรมต่างๆ พดู อ่าน เขยี นท้งั ในหอ้ งเรยี น และนอกห้องเรียน ภาษาองั กฤษให้นักเรยี นเขียนคาศัพทท์ ่นี ักเรยี นรู้จัก สมดุ คาศัพท์ สมดุ คาศัพท์ (2 คะแนน)และคาศพั ทใ์ หมๆ่ ทน่ี กั เรยี นค้นคว้าหา - สง่ สมดุ คาศัพท์ ตรงเวลา ครบจานวนตามท่ีความร้เู พมิ่ เตมิ ด้วยตนเอง เขียนไว้ กาหนดล่วงหน้าก่อนถงึ คาบเรียน 20 คาศัพทต์ ่อ (1 คะแนน)1 เรยี น - ส่งสมดุ คาศัพท์ ไมต่ รงเวลา แตค่ รบจานวน ตามท่ีกาหนด (0.75 คะแนน) - ส่งสมดุ คาศัพท์ ไมต่ รงเวลา และไม่ครบจานวน ตามที่กาหนด (0.25คะแนน) - ไม่สง่ สมุดคาศัพท์ (0 คะแนน)การสอบเก็บคะแนนกลางภาค ข้อสอบ - สอบเกบ็ คะแนนกลางภาค (7 คะแนน) รวมคะแนนหน่วยท่ี 1 16.66 คะแนน6. กิจกรรมการเรียนรู้ บทเรยี นยอ่ ยที่ 1 (เวลา 2 ชว่ั โมง) ข้นั ท่ี 1 - Warm up - ครูพดู ทักทายและแนะนาตนเองโดยใชป้ ระโยค ดงั น้ี T: Good morning/afternoon. My name is (ช่อื คร)ู . What is your name? - ครูสุ่มให้นกั เรยี นตอบคาถาม โดยใช้ประโยค “Good morning/afternoon. My name is (ชื่อนกั เรียน).” - ใหน้ ักเรียนจบั กล่มุ กลุ่มละ 5 คน ฝกึ พดู ทกั ทายและแนะนาตนเองจนครบทุกคน ครูสงั เกตและคอยแนะนาในขณะท่ีนักเรยี นทากิจกรรม ขั้นที่ 2 - ครูทบทวนการใชค้ านาหน้าชื่อในภาษาองั กฤษ โดยยกตัวอย่างชอื่ ตนเองและเขียนประโยคบนกระดานดา ดงั นี้ - I’m Mrs./Mr./Miss/Ms. (ชือ่ และนามสกลุ ของคร)ู . - ครูอธิบายการใช้คานาหนา้ ชื่อใหน้ กั เรยี นเข้าใจ โดยดูจากข้อมลู ด้านวัฒนธรรม
ขัน้ ที่ 3 - ให้นกั เรียนดูตัวอย่างการเรียนรเู้ กีย่ วกบั Wh-questions จาก รูปภาพ เสร็จแล้ว ถามความเห็นของนักเรยี นเกย่ี วกับภาพเหลา่ นั้นในหนงั สือ เชน่ - How many people are there? (Three.) - What are they doing? (Greeting.) - ครเู ปดิ ซีดีบันทึกเสียงใหน้ ักเรียนฟงั ทลี ะภาพ และใหน้ ักเรยี นออกเสยี งตามจนคล่อง - ครูถามเกย่ี วกบั ภาพ เพ่ือประเมินความเข้าใจในการฟงั เช่น - What is the woman’s name? (Carol.) - Where is Gabriel from? (Brazil.) ขัน้ ที่ 4 - ครูเปิดซีดบี นั ทึกเสียงให้นักเรียนฟังบทสนทนาจากภาพในแถวลา่ งอกี สองภาพของกิจกรรมNew Language ในหนังสือเรยี น โดยใหฟ้ ังทีละภาพ และหยดุ ใหอ้ อกเสียงตามจนคล่อง - ครูต้ังคาถามเก่ยี วกับภาพและใหน้ ักเรยี นตอบ เชน่ - What grade is the boy in yellow T-shirt in? (Seventh grade.) - Who is his English teacher? (Mr. Webster.) - Where is the math class? (Room twenty-nine.) ขั้นท่ี 5 - ครใู ห้นักเรียนดูภาพแรกของแถวลา่ งในกิจกรรม New Language ในหนังสอื เรยี นอีกคร้ังและใหด้ คู าวา่ “seventh” จากบทสนทนา จากน้ันให้หาคาวา่ “seventh” จากกรอบ Ordinal Numbers ในหนังสือเรยี น หน้า 2 ครูอธบิ ายว่า Ordinal Numbers หมายถึง ตัวเลขที่แสดงลาดับที่ เช่น I’m in seventhgrade. (ฉนั เรยี นอยู่เกรดที่ 7) และอธบิ ายเพ่ิมเติมว่า สามารถใช้ได้ทงั้ I’m in seventh grade. หรือ I’m in theseventh grade. ทั้งน้ลี าดบั ทีโ่ ดยสว่ นใหญ่จะใช้โดยมี the กากบั - ครูอธิบายหลกั การเขยี นลาดบั ที่ โดยสว่ นใหญจ่ ะเตมิ th ทท่ี ้ายคา เชน่ tenth (10th)ลาดับท่ี 10 และ eleventh (11th) ลาดับที่ 11 เปน็ ตน้ - ครแู นะให้นักเรียนสงั เกตความแตกต่างของตวั อักษรทา้ ยตัวเลขแสดงลาดับท่ี โดยให้นกั เรียนหาตัวเลขที่ลงท้ายต่างจากตัวเลขส่วนใหญ่ (1st, 2nd, 3rd, 21st, 22nd, 23rd) ครูให้นักเรียนลองเดาวา่ st, nd และ rd ยอ่ มาจากคาว่าอะไร โดยดูจากคาเตม็ ท่อี ยู่ในกรอบเดียวกัน (st มาจาก first,nd มาจาก second, rd มาจาก third) - ครเู ปิดซดี บี นั ทกึ เสียงในหนังสอื เรียน หนา้ 2 ให้นักเรยี นออกเสยี ง Ordinal numbersตามทีละคา - ครปู ระเมินผลการอ่านออกเสยี ง Ordinal numbers โดยให้นกั เรียนแต่ละคนอา่ นออกเสียง Ordinal numbers ในหนังสือเรียน ใหถ้ กู ต้องทกุ คา โดยใช้แบบประเมนิ การอา่ นออกเสียง ขั้นท่ี 6 - ให้นกั เรียนดูภาพในหนังสือเรียน แลว้ ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามเก่ียวกับส่ิงที่เหน็ ในภาพ - Who is first in line? (Matt.) - Who is second in line? (Maria.) - Who is third in line? (Alex.) - Where is Lisa in line? (She is seventh in line.) - Where is Victor in line? (He is sixth in line.) - ครูใหน้ ักเรียนดภู าพอกี ครง้ั หน่งึ พร้อมทั้งฟงั บทสนทนา แลว้ ครูอธบิ ายคาวา่ BBQ ให้นักเรียนเข้าใจ โดยดูจากข้อมูลด้านวัฒนธรรม
ข้ันที่ 7 - ให้นกั เรยี นทากิจกรรม Comprehension ในหนงั สือเรยี น รสู ุ่มให้นกั เรยี นอ่านออกเสียงประโยคในแตล่ ะข้อและตอบคาถาม true or false ถ้าขอ้ ใดตอบ false ครกู ระต้นุ ให้นักเรียนหาคาตอบท่ถี ูกตอ้ ง ขน้ั ท่ี 8 - ครูประเมนิ ผลการเขยี น Ordinal numbers โดยให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หัด โดยใช้เกณฑ์การประเมนิ ผลการตอบคาถาม ข้ันที่ 9 - ครูเปดิ ซดี ีบันทึกเสยี งให้นกั เรยี นฟงั กิจกรรม Practice ในหนังสือเรยี น แล้วใหน้ ักเรยี นออกเสียงตามจนคลอ่ ง - ให้นักเรยี นจบั คฝู่ ึกสนทนาตามกิจกรรม Practice ในหนังสอื เรยี น หนา้ 3 จนคล่อง แลว้สมุ่ นกั เรียนออกมาพูดหน้าชัน้ เรียนบทเรียนย่อยที่ 2 (เวลา 2 ชัว่ โมง)ข้ันท่ี 1 Warm up 1. นาเขา้ สบู่ ทเรียนโดยให้นักเรยี นดูภาพในหนงั สอื เรยี น หนา้ 6 แลว้ ครู ถามคาถามนักเรียนเกย่ี วกับภาพดงั กล่าว โดยอาจใชภ้ าษาอังกฤษ หรอื ภาษาไทยก็ได้ เช่น- Who are the people? (Sara, Asim and Francesco.)- Where are they? (They’re sitting outside a café at Lambeth Pier.)- What are they doing? (They’re talking and having something to drink.)- What do you think they’re drinking? (Perhaps cola, iced tea or fruit juice.)- What have Asim and Francesco got in their hands? (Some magazines or brochures about activity courses.)- What are they wearing? (Blue jeans and T-shirts.)- What colour are the T-shirts? (Dark blue and light blue.) 2. ครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ วา่ นกั เรียนชาวอังกฤษส่วนใหญ่จะมีกิจกรรมกฬี ามากมายในระหวา่ งเรียน จากน้ันครู สนทนากับนักเรียนเกยี่ วกบั กิจกรรมโดยทวั่ ไปของนักเรียนในประเทศไทย ครูกระต้นุ ใหน้ ักเรยี นเห็น ความสาคัญของการออกกาลงั กายและการรับประทานอาหารทมี่ ีประโยชน์ และความสมดุลระหวา่ งการทา กิจกรรมในเวลาวา่ งและเกม กับการเรยี นและการทาการบ้านขัน้ ที่ 2 Presentation1. ครเู ปดิ CD1/Track 1 ให้นักเรยี นฟงั และอา่ นบทสนทนาในหนังสือเรยี น หนา้ 6 Ex.1 ตามไปดว้ ย จากนน้ัครูเปดิ CD อีกครง้ั โดยในคร้ังนค้ี รูหยุด CD เป็นระยะๆ เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี น2. ครูนาเสนอคาศัพทเ์ กีย่ วกบั กีฬา ดังต่อไปน้ีathletics martial arts tennis rollerbladingbasketball sailing gymnastics cricketswimming water polo horse riding windsurfingโดยพดู ช่อื กีฬาแตล่ ะชนดิ แลว้ ถามนักเรียนในห้องวา่ มีใครรู้จกั บา้ ง ครูใหน้ ักเรียนทีร่ จู้ ักอธบิ ายใหเ้ พือ่ นฟังคร่าวๆ วา่ กีฬาชนิดนั้นมีลักษณะเชน่ ใด เชน่ อปุ กรณ์/สถานทีส่ าหรับเล่นกีฬา สว่ นกีฬาทนี่ ักเรียนไมร่ จู้ กั ครู
อาจหาภาพจากอนิ เทอร์เนต็ มาให้นักเรียนดู หรือถา้ มีอปุ กรณ์ ครอู าจหาคลิปวดิ โี อส้ันๆ มาเปดิ ให้นักเรยี นดู ในชัน้ เรียน จากนั้นครูทดสอบว่านกั เรยี นเขา้ ใจคาศพั ท์เหลา่ น้หี รือไม่ ด้วยการแสดงท่าทางใบ้คาหรอื สุ่มเรยี กนักเรยี นที ละคนออกมาแสดงท่าทางใบ้คากีฬาแตล่ ะชนิด ให้เพ่ือนๆ ในห้องทาย3. ครูพูดประโยค play + ชอ่ื กฬี า, do + ชอ่ื กีฬา และ go + ชื่อกฬี าI play basketball. do aerobics go fishingI play baseball. do yoga go swimmingI play volleyball. do gymnastics go cyclingI play golf. do martial arts go sailing do karateครกู ระตนุ้ ถามนักเรียนว่า basketball, football, volleyball และ golf กีฬาน้มี ีลกั ษณะอะไรที่เด่นชัดร่วมกัน จนได้คาตอบวา่ อุปกรณ์ท่ใี ชเ้ ป็นลูกบอล ครอู ธิบายนักเรยี นวา่ play มักจะใช้ร่วมกบั กีฬาท่ีมีลูกบอลเปน็ อปุ กรณ์ และกีฬาทเ่ี ป็นการแข่งขันกนัครทู ากิจกรรมเช่นเดยี วกนั นก้ี ับ do และ go เพ่อื ให้นักเรยี นเขา้ ใจหลักการใช้ play, do และ go รว่ มกบักฬี า Background Informationplay ใชก้ ับกีฬาที่ใช้ลูกบอลในการเลน่ (a ball sport) หรือเกมที่เป็นการแข่งขนั ต้องมีคูแ่ ข่ง (a competitive game) และมีกฎ กตกิ า (rules) เชน่- play basketball - play baseballdo ใช้กับกจิ กรรมท่ีเปน็ การพักผอ่ นหย่อนใจ (a recreational activity) กีฬาทเ่ี ป็นการต่อสู้ (fighting sports) เช่น- do yoga - do martial arts - do aerobics- do gymnastics - do karatego มักจะใชก้ ับกจิ กรรมหรอื กีฬาท่ลี งท้ายด้วย -ing หรอื กจิ กรรมทส่ี ามารถทาได้ตามลาพงั เช่น- go fishing - go swimmingหมายเหตุ: golf สามารถใช้ได้ทัง้ play และ go ดงั น้ีDo you play golf? Did you go golfing?แล้วครถู ามนักเรยี นวา่ ในภาษาไทย มคี วามแตกตา่ งในการใช้คากริยากบั ช่อื กีฬาเหมือนอย่างในภาษาอังกฤษหรือไม่
4. ครูถามนักเรยี นว่าใครใช้ programme สาหรับ chat หรอื พดู คุยกนั ทางอนิ เทอร์เนต็ บ้าง เชน่ MSN Messenger ครูถามนักเรียนวา่ เคยใชส้ ัญลักษณแ์ ทนอารมณ์ทอ่ี ยู่ในโปรแกรมดังกลา่ วหรอื ไม่ (ในมือถือบาง รนุ่ ถ้าส่ง message ก็จะมสี ัญลักษณเ์ หล่านี้ให้) ครอู ธิบายวา่ สัญลักษณ์เหล่านเ้ี รยี กว่า emoticons ครู ถามถึงประโยชน์ของสัญลกั ษณ์เหล่าน้ี เชน่ ชว่ ยประหยัดเวลาในการส่งข้อความ จากนนั้ ครูใหน้ ักเรียนเดาว่า คาวา่ emoticons น่าจะมีรากศพั ท์มาจากคาว่าอะไร emotion (อารมณ์ ความร้สู ึก) + icon (สัญรูป) คาศัพทน์ ใ้ี นภาษาไทยจึงเรยี กวา่ “สญั รูปแสดงอารมณ์” emoticons = a symbol that you type in an email or text message to show howyou feel. For example the emoticon :-) means happy or friendly. (สญั รูปแสดงอารมณ์)ครอู ธิบายว่าในสมัยทเ่ี ทคโนโลยียังไม่ทนั สมัยเท่าปัจจุบนั การพมิ พ์สัญรปู แสดงอารมณจ์ ะใช้สญั ลกั ษณ์ที่อยู่ในแป้นพิมพ์ ซึง่ หลายๆ คนในปจั จุบันกย็ ังใชก้ ันอยู่ ครูเขยี นสัญลักษณ์เหลา่ น้ีบนกระดาน (ยงั ไม่ตอ้ งลบเพือ่ ใชใ้ นการทากจิ กรรมใน Ex.2) โดยท่ยี ังไม่เขยี นความหมายทลี ะตวั แล้วให้นกั เรยี นเดาความหมาย :)) = I love :) = I like :| = I don’t mind :( = I don’t like :(( = I hate ? = we don’t knowจากนั้นครลู บความหมายออก แลว้ เขยี นสญั ลกั ษณ์ทีละอนั บนกระดาน แลว้ ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนบอกความชอบหรือไม่ชอบเก่ียวกบั กฬี าของตนเอง โดยพยายามกระตนุ้ ใหน้ ักเรียนใช้วลีบอกความชอบ/ไม่ชอบเหล่านรี้ ่วมกบั กริยาเติม -ing เชน่ T: :(( S1: I hate football. T: That’s right. You can say I hate football or I hate playing football. T: :| S2: I don’t mind tennis. T: That’s right. You can say I don’t mind tennis or … S2: I don’t mind playing tennis.ครูทากิจกรรมเชน่ เดยี วกนั นก้ี ับวลี I love, I like, I don’t like แลว้ กระตุ้นถามนักเรยี นว่า วลแี สดงความชอบหรอื ไม่ชอบเหล่านี้สามารถตามด้วยคาชนิดใด ครอู าจพูดตัวอยา่ งให้นักเรยี นดูอกี คร้ังI love gymnastics. I love doing gymnastics. แลว้ รวบรวมคาตอบจากนกั เรียน จนไดค้ าตอบวา่ คานามหรอื คากริยาเตมิ -ingขน้ั ท่ี 3 Practice 1. อธิบายภาระงานในหนงั สือเรียน หนา้ 6 Ex.2 วา่ ให้นกั เรยี นอา่ นบทสนทนาใน Ex.1 อีกครงั้ จากนั้นให้ นักเรยี นนาข้อมลู มาเติมลงในตาราง โดยใช้ emoticons บนกระดาน (ครลู บความหมายออกแลว้ เหลือแต่ emoticons) ครูให้เวลานกั เรียนทางาน 5 นาที ในระหว่างน้ันครเู ขียนตารางเหมือนใน Ex. 2 บนกระดาน
เมือ่ นักเรยี นทางานเสรจ็ ครสู ุ่มเรยี กนักเรียนออกมาเตมิ ข้อมูลลงในตารางบนกระดาน และใหน้ ักเรยี นคนอื่นๆ ในหอ้ งตรวจความถูกตอ้ งAnswers ? :) :| ?Asim ? :(( :)) :) ?Sara :( ครูมอบหมายใหน้ กั เรียนกลบั ไปเขยี นข้อมูลในตารางให้เปน็ ประโยคที่สมบูรณ์ลงในสมดุ เป็นการบา้ น2. นักเรยี นอ่านออกเสียงชอ่ื กีฬาในหนังสือเรียน หน้า 7 Ex.3 และแปลความหมาย (ซง่ึ ช่ือกีฬาอาจจะเหมอื น หรอื คล้ายกบั เจา้ ของภาษา) จากนั้นครูใหน้ ักเรยี นจับคู่คาศัพท์ชอื่ กฬี า A-L กบั ภาพ 1-11 ทใี่ หม้ า เสร็จแล้ว ครเู ปิด CD1/Track 2 ใหน้ ักเรียนฟัง 2 ครงั้ ครั้งแรกให้นักเรยี นฟังเพื่อตรวจคาตอบ คร้ังทีส่ องใหน้ ักเรียน ฟงั และฝึกอา่ นออกเสียงคาศัพทช์ อื่ กีฬาตาม CDAudio script and answers 2. B tennis1. C basketball3. K water polo 4. E swimming5. A athletics 6. D gymnastics7. G martial arts 8. I sailing9. F horse riding 10. L windsurfing11. H rollerblading3. ให้นักเรียนอา่ นประโยคในหนังสือเรยี น หน้า 7 หัวข้อ Hot Tip! แล้วให้นกั เรียนช่วยกันสรปุ วิธกี ารใช้ play, do และ go กบั ชือ่ กฬี าอกี ครั้ง4. นกั เรยี นทากิจกรรมในหนังสือเรยี น หน้า 7 Ex.4 โดยเลือกคากริยาท่ีใชก้ ับชื่อกีฬาท่ใี ห้มาใหถ้ ูกตอ้ ง เสร็จ แลว้ ครูเปิด CD1/Track 3 ให้นกั เรยี นฟงั เพ่ือเฉลยคาตอบ แลว้ ให้นกั เรยี นฟังอกี คร้งั เพื่อฝึกพดู ตามAudio script and answersdo athletics1. playtennis 2. play basketball3. do gymnastics 4. go swimming5. go horse riding 6. do martial arts7. go rollerblading 8. go sailing9. play cricket 10. play water polo11. go windsurfing
5. ใหน้ ักเรียนอา่ นประโยคในหนังสือเรียน หนา้ 7 หัวข้อ Look & Use แล้วใหน้ ักเรียนช่วยกนั สรุปวิธกี ารใช้ วลีแสดงความชอบ/ไม่ชอบอีกคร้ัง ว่าจะต้องใชร้ ว่ มกับคานามหรอื คากรยิ าเติม-ing เสร็จแล้วครอู ธิบายวา่ นักเรียนจะต้องใช้โครงสร้างประโยคนีใ้ นการทากิจกรรมต่อไป 6. นักเรยี นดูสญั รปู ที่ให้มาในหนังสอื เรียน หน้า 7 Ex.5 ครูอธิบายว่าสญั รปู เหลา่ นีใ้ ช้แสดงถึงระดบั ความชอบ เช่นเดียวกับใน Ex.2 แต่ในกจิ กรรมนีจ้ ะให้นักเรียนหาความหมายโดยการจบั คู่คา/วลี 1-4 กับภาพ A-E ท่ใี ห้ มา ครแู ละนกั เรยี นจับคู่คา/วลี 1-4 กับภาพ A-E ปากเปลา่ ร่วมกนั ในชนั้ เรียน เพื่อให้แน่ใจว่านักเรยี นเข้าใจ ความหมายของคา/วลีเหล่าน้ี โดยเฉพาะวลี don’t mind (indifferent) และ don’t like (dislike) จากน้ันใหน้ กั เรียนจบั ค่กู ันแล้วผลัดกนั พูดบอกเกีย่ วกับกีฬาทชี่ อบและไมช่ อบ โดยใชค้ า/วลใี น Ex.5 น้ี กบั ชื่อกฬี าจากใน Ex.4 ครูเดินสังเกตขณะนักเรยี นทากิจกรรม เพอ่ื ใหแ้ นใ่ จว่านกั เรยี นใช้ภาษาอังกฤษในการ ทากจิ กรรม เสรจ็ แล้วสุ่มเรยี กนักเรียน 2-3 คน ออกมาพูดท่ีหนา้ ช้ันเรยี น Answers 1. C 2. D 3. A 4. Bขนั้ ท่ี 4 Production 1. นกั เรียนอา่ นตวั อย่างการถามและตอบท่ใี ห้มาในหนังสือเรียน หน้า 7 Ex.6 แล้วครูช้ีใหน้ ักเรยี นเหน็ ว่า ประโยคคาถามท่ีขึ้นตน้ ด้วย Do เชน่ Do you like…? ในการตอบโดยทว่ั ไปแล้วจะตอบแบบสนั้ (short answer) ดว้ ย Yes หรอื No แล้วตามดว้ ยประธาน + verb to do ครอู าจให้นกั เรียนทบทวนการตอบ คาถามแบบสน้ั ในรูป Present simple อกี ครั้ง ก่อนทากิจกรรม ตอ่ มาครสู มุ่ เรยี กนักเรียน 4 คน ให้อา่ นตวั อยา่ งทีใ่ หม้ าอีกคร้ังเปน็ คู่ แลว้ จงึ ใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ ัน ฝึกพดู ถาม-ตอบเกย่ี วกับกิจกรรมทช่ี อบ/ไมช่ อบ ครเู ดินสังเกตรอบๆ ช้ันเรยี นเพ่ือให้ความช่วยเหลือและ เพ่ือใหแ้ นใ่ จว่านกั เรียนใชภ้ าษาองั กฤษในการพูดคุยกนั 2. ครูเขยี นตัวอยา่ งคาตอบท่ีให้มาในหนงั สือเรียน หน้า 7 Ex.7 บนกระดาน ดังนี้ Lisa doesn’t like playing football or basketball but she loves playing tennis and volleyball. ครชู ้ใี หน้ ักเรยี นดูการใชเ้ อกพจนบ์ รุ ุษที่ 3 (the third person singular) กับคากรยิ า และขดี เสน้ ใต้คาเช่ือม and (เช่ือมความคิดที่คลา้ ยกัน 2 ความคิด), but (เชื่อมความคิดที่ขดั แยง้ กนั 2 ความคิด) และ or (เพ่ือ แสดงทางเลือก) จากนนั้ อธบิ ายวา่ ใหน้ ักเรยี นเรียบเรยี งคาตอบของคู่ของตนเองจาก Ex.6 มาเขียนเป็นข้อความสน้ั ๆ โดย เชอื่ มประโยคด้วย and, but หรือ or ครใู ห้นักเรียนทาลงในสมุด เมอ่ื นักเรียนทาเสรจ็ แล้ว ครูสมุ่ เรยี ก นักเรยี น 2-3 คน รายงานคาตอบของตนเอง 3. ครมู อบหมายให้นกั เรยี นเขยี นข้อความสนั้ ๆ บรรยายเกย่ี วกับสิง่ ตา่ งๆ ท่ีนักเรียนชอบหรอื ไมช่ อบ เหมือนใน Ex.6 โดยใชข้ อ้ มลู ของตนเอง เมอ่ื เขยี นเสรจ็ แล้ว ให้นักเรยี นเขยี นหัวขอ้ ว่า My likes and dislikes 1. แบง่ นักเรยี นเป็นกลมุ่ กล่มุ ละ 5 คน ใหแ้ ต่ละกลุม่ เตรียมตารางข้อมลู ในกระดาษโปสเตอร์ โดยเขยี นช่อื ของ สมาชกิ ในกล่มุ ในแนวต้งั และชอื่ กีฬา 5 ชนิดในแนวนอน แล้วพดู ถาม-ตอบกันภายในกลุ่มวา่ สมาชกิ แต่ละ คนชอบ/ไมช่ อบกีฬาที่กาหนดไว้ เมอ่ื ได้คาตอบแล้วเขยี นสัญรปู ทีเ่ รยี นมาแล้วเหมือนใน Ex.6 ลงในตาราง จากนน้ั ให้สมาชกิ ในแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั เขียนบรรยายข้อมูลในตารางไว้ใต้ตารางดงั กล่าว พร้อมท้งั ตกแต่งให้
สวยงาม เสรจ็ แล้วนาไปติดแสดงไวท้ ี่ผนังของห้องเรียน ถา้ เวลาไมพ่ อ ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรม นี้นอกเวลาเรยี น Possible Answers swimming playing doing playing playing basketball athletics football badminton Ann :)) :( :| :(( :)) Ken :) :(( :| :)) :( Um :( :)) :| :(( :| Yaya :) :( :) :| :( Boy :) :(( :) :)) :( Ann loves swimming and playing badminton but she hates playing football. She doesn’t like playing basketball. She doesn’t mind doing athletics. Ken loves playing football but he hates playing basketball. He likes swimming, but doesn’t like playing badminton. He doesn’t mind doing athletics. Um loves playing basketball but he hates playing football. He doesn’t like swimming. He doesn’t mind doing athletics or playing badminton. Yaya likes swimming and doing athletics but she doesn’t like playing basketball or badminton. She doesn’t mind playing football. Boy loves playing football but he hates playing basketball. He likes swimming and doing athletics but he doesn’t like playing badminton.2. ใหน้ ักเรียนทากจิ กรรมในแบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 4 Exs.1-4 และหน้า 5 Exs.1-2 เป็นการบา้ น3. ใหน้ กั เรียนฝกึ อ่านบทสนทนาในหนงั สือเรียน หนา้ 6 Ex.1 เปน็ การบา้ น โดยให้ผปู้ กครองเซน็ รับทราบลง ในสมดุ
บทเรยี นย่อยที่ 3 (เวลา 2 ชว่ั โมง)ขน้ั ที่ 1 Warm up 1. เขยี นสญั รูปแสดงอารมณ์บนกระดาน พร้อมกบั คาศพั ท์เกี่ยวกับกิจกรรมในเวลาวา่ งจากใน หนงั สือเรยี น หนา้ 6-7 แลว้ ให้นักเรยี นแตง่ ประโยค เช่น T: :(( cricket Class: I hate cricket. T: :| basketball Class: I don’t mind basketball. T: :) swimming Class: I like swimming. 2. นาเขา้ สูบ่ ทเรียนโดยใหน้ ักเรียนดูภาพในหนงั สอื เรียน หนา้ 8 แลว้ ครถู ามคาถามนักเรียนเก่ียวกับภาพ ดังกล่าว โดยอาจใชภ้ าษาอังกฤษหรือภาษาไทยก็ได้ เช่น - Who are the people in the picture? (Sara, Mrs Doyle and Jack with his small white dog.) - Are they standing? (No, they’re sitting.) - What are they wearing? (Mrs Doyle is wearing jeans and a black sweater, Sara is wearing jeans and a pink pullover while Jack is wearing a dark blue T-shirt and jeans.) - What are they doing? (They’re chatting and having a cup of tea. Mrs Doyle is pouring tea from a tea pot.) 3. ถามคาถามนักเรียนวา่ What do you think they’re talking about? เพ่ือกระตนุ้ นักเรยี นให้คาดเดา เนือ้ หาของบทสนทนาข้ันท่ี 2 Presentation 1. ครูเปิด CD1/Track 4 ใหน้ ักเรยี นฟังและอ่านบทสนทนาในหนงั สอื เรียน หน้า 8 Ex.1 ตามไปด้วย จากนั้น ครเู ปิด CD อีกครั้ง โดยหยดุ CD เปน็ ระยะๆ เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น 2. ครูให้นักเรียนหาประโยคในบทสนทนาใน Ex.1 ซึ่งเป็นการขอและใหค้ าแนะนา What can we do with our guests today? What shall we do? Why don’t we watch a film in the TV room? Why don’t we take photos for the Camp photo album? Why don’t we play them? How about a treasure hunt? What about a quiz? ครเู ขยี นประโยคท่นี กั เรยี นบอกบนกระดาน จากน้ันครูให้นักเรยี นช่วยกนั สรปุ โครงสรา้ งประโยคของการให้ คาแนะนา ดงั น้ี What can / shall + …
Why don’t we + … How / What about + …ครถู ามนักเรียนว่า คาชนิดใดทีจ่ ะใชก้ ับโครงสร้างที่กาหนดให้ What can / shall + verb 1 Why don’t we + verb 1 How / What about + nounข้นั 3 Practice 1. กอ่ นมอบหมายภาระงานใหน้ ักเรียน ครบู อกนกั เรียนวา่ ให้อ่านขอ้ ความแตล่ ะคู่ (A และ B) ในหนังสือเรียน หนา้ 8 Ex.2 และเลือกคาตอบทถี่ กู ต้อง จากนน้ั ให้นกั เรยี นอา่ นบทสนทนาใน Ex.1 อีกคร้ังในใจ แลว้ ทาภาระงาน เมอื่ ทาเสรจ็ แล้วครสู ุ่มเรียกนักเรยี นอ่านคาตอบที่ถูกต้องAnswers1. B 2. A 3. A 4. B2. ครูอธิบายว่าใหน้ ักเรียนเติมตารางในหนงั สือเรยี น หนา้ 8 Ex.3 ด้วยสานวนภาษาท่ีใช้ในบทสนทนาในEx.1 เพือ่ ระบุวา่ สานวนภาษาใดใช้เพ่ือใหค้ าแนะนา (suggesting) สานวนใดใชเ้ พ่ือตอบรับคาแนะนา(accepting) และสานวนใดใชเ้ พ่ือปฏเิ สธคาแนะนา (refusing) แลว้ ให้นักเรียนทา ภาระงาน ครูคอยชว่ ยเหลือนกั เรยี นและให้คาแนะนานักเรียน เสร็จแลว้ ครูเฉลยคาตอบบนกระดาน แล้วให้นักเรียนคัดลอกลงในสมุด ถ้ามีเวลาไม่พอ ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นทาเปน็ การบ้านAnswersSuggesting: Why don’t we play them? How about a treasure hunt? Why don’t we watch a film in the TV room? What about a quiz? Why don’t we take photos for the Camp photo album?Accepting: That’s a great idea! Brilliant idea! Well done.Refusing: Boring! I’m not sure. I don’t like treasure hunts because they’re too much work. TV? No, thank you!3. ใหน้ กั เรียนอ่านคาศัพท์ท่ใี ห้มาในหนงั สือเรยี น หน้า 9 Ex.4 แลว้ ครูบอกนักเรยี นวา่ คาคณุ ศัพท์เหลา่ นี้ เปน็ คาศัพท์ทส่ี ามารถใชเ้ พ่อื แสดงความคิดเห็นได้ และใหน้ กั เรยี นเดาความหมายโดยดจู ากภาพที่ใหม้ า จากนนั้ ใหน้ ักเรียนจับคูค่ าคุณศัพทก์ ับภาพ เสรจ็ แลว้ ครูตรวจความถกู ต้องAnswers 3. fun 5. dangerous1. exciting 4. tiring2. scary
4. ใหน้ ักเรยี นอา่ นประโยคคาถามในหนังสือเรยี น หน้า 9 หวั ข้อ Look & Use จากนัน้ ให้นักเรียนหาประโยค เหลา่ นใ้ี นบทสนทนาใน Ex.1 ครูชว่ ยอธิบายเพม่ิ เติมวา่ สานวนภาษาเหล่าน้ี เป็นสานวนภาษาเพ่ือใชใ้ นการชักชวนหรอื ให้คาแนะนา ซึ่งมี โครงสรา้ งประโยค ดงั นี้ What can / shall we + กรยิ าชอ่ งที่ 1? Shall we / Why don’t we + กรยิ าชอ่ งท่ี 1? What about + คานาม / กรยิ าเติม-ing? จากนั้นใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั แต่งประโยคเพ่ิมเติม What can / shall we play? Shall we meet tonight? Why don’t we speak English in class? What about going to the cinema?5. ให้นกั เรยี นบอกช่อื กิจกรรมในภาพในหนังสือเรยี น หน้า 9 Ex.5 (go swimming, play tennis, play a board game, go shopping, go rollerblading, go horse riding, watch TV) แล้วครเู ขยี นกิจกรรม ทนี่ กั เรียนบอกบนกระดาน จากนนั้ สมุ่ เรียกนักเรียน 2 คู่ อ่านตวั อยา่ งบทสนทนาท่ีใหม้ า พร้อมทั้งอธิบาย ความหมาย ต่อมาครูอธบิ ายภาระงานวา่ ใหน้ ักเรียนพูดให้คาแนะนา โดยใชโ้ ครงสร้างเหมือนดงั ตวั อย่างท่ีใหม้ าน่นั คอื Shall we / Why don’t we + กรยิ าช่องท่ี 1? และกิจกรรมทีก่ าหนดให้ในภาพ สว่ นในการตอบให้ นกั เรียนตอบรับหรือปฏเิ สธก็ได้ โดยใชค้ าคุณศัพท์จาก Ex.4 ในการพูดแสดงความคิดเห็นประกอบการตอบ ของตนเอง นอกจากนค้ี รูแนะนาโครงสรา้ ง I think….. ในการพดู แสดงความคิดเหน็ เพมิ่ เติม เมื่อนักเรียนเข้าใจภาระงานแลว้ ครูให้เวลานักเรียนทากจิ กรรม ครเู ดนิ รอบๆ ชนั้ เรียนเพ่ือสังเกตการทางาน ของนักเรยี น และให้ความชว่ ยเหลือในกรณีท่จี าเป็น Advanced classes: ครูให้นักเรยี นเขียนประโยคงา่ ยๆ บรรยายบุคคลในภาพวา่ กาลังทาอะไร โดยอาจ มอบหมายใหท้ าเปน็ การบ้าน Extra activity: ครสู ุ่มเรียกนักเรียน 2 คน ออกมาท่ีกระดาน แลว้ ครเู ขียนตาราง 2 ช่อง ชอ่ งแรกเขียน หัวขอ้ Positive ช่องที่ 2 เขยี นหัวข้อ Negative แลว้ ใหน้ ักเรยี นทเี่ หลอื บอกคาคุณศพั ทจ์ าก Ex.5 ให้เพ่ือน เขียนลงในตารางให้ถกู ช่อง ครูตรวจความถูกต้อง จากนัน้ ใหน้ ักเรยี นคดั ลอกตารางลงในสมุด และพยายาม จดจาคาคุณศัพทแ์ สดงคิดเหน็ ในเชงิ บวกหรอื ลบทุกคาท่ีเรยี นไปใหไ้ ด้ เชน่ great, funny, silly, good, nice, horrible, cool แลว้ ครใู หน้ ักเรียนนาคาคุณศพั ท์เหลา่ นมี้ าแตง่ ประโยคเปน็ การบ้าน Positive Negativegreat, funny, good, nice, cool, exciting silly, horrible, boring, tiring, scary, dangerous6. ครูถามนักเรยี นว่าศัพทท์ น่ี ักเรียนเหน็ ในหนังสือเรียน หนา้ 9 Ex.6 เป็นคาศัพทเ์ กยี่ วกับอะไร เม่ือได้คาตอบ ว่ากีฬาแล้ว ครูอธิบายเพมิ่ เติมวา่ คาศัพท์เหล่านเี้ ปน็ คาศัพท์ท่ีนกั เรยี นได้เคยพบเจอมาแล้วในบทสนทนาใน หนงั สอื เรยี น หนา้ 6 และกิจกรรมท่ีผา่ นมา
ต่อมาครูใหน้ กั เรยี นเขยี นคาศัพทเ์ หล่านลี้ งในสมุด แลว้ ครอู ธบิ ายวา่ จะเปดิ CD ใหน้ ักเรยี นฟัง แล้วให้นกั เรยี นขดี เสน้ ใต้พยางค์ที่ออกเสยี งเน้นหนักในคาเหล่าน้ี เมื่อนกั เรียนเขา้ ใจแลว้ ครูเปิด CD1/Track 5 ให้นักเรยี นฟัง และใหน้ กั เรยี นทากิจกรรมAudio script and answerscycling swimming snowboarding rock climbing footballcanoeing tennis horse riding 7. นกั เรียนทากิจกรรมในหนังสือเรียน หน้า 9 Ex.7 โดยครูเขียนคาศัพท์ใน Ex.6 บนกระดาน แลว้ เปดิ CD1/Track 5 ใหน้ กั เรียนฟังอีกครั้ง โดยครูหยุด CD หลงั จบแต่ละคา เพื่อให้นักเรียนช่วยกันระบุว่าพยางค์ ทีอ่ อกเสียงเน้นหนักคือพยางคใ์ ด ครขู ดี เสน้ ใต้พยางค์ท่ีออกเสยี งเนน้ หนักให้นักเรยี นดบู นกระดาน จากนั้น ครเู ปิด CD1/Track 5 ให้นกั เรยี นฟังและอ่านออกเสยี งตาม 2-3 คร้ัง เมอ่ื นักเรียนอ่านได้คลอ่ งแลว้ ครูสุม่ เรยี กนกั เรยี นให้อ่านคาศพั ทเ์ หล่านี้ เพ่ือตรวจความถกู ต้องในการออกเสียงของนักเรียน Weak classes: ครสู ังเกตการอา่ นของนกั เรยี น และถ้ามีนกั เรยี นคนใดท่ยี ังอ่านไม่คล่อง ครูควรให้ นกั เรียนมาฝึกอ่านกับครูนอกเวลาเรยี นข้นั ท่ี 4 Production 1. ครูสมุ่ เรียกนกั เรยี น 2 คน อา่ นประโยคถาม-ตอบเกี่ยวกับการใหค้ าแนะนาในหนงั สือเรียน หน้า 9 Ex.8 แล้วให้นักเรียนอีก 1 คน อ่านประโยคบรรยายทีใ่ ห้มาในกรอบ Annie doesn’t like board games because they are boring. จากนน้ั ครูอธบิ ายภาระงานวา่ ให้นักเรียนทางานกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน โดยนักเรยี น 2 คน ผลดั กนั พูดให้ คาแนะนา พรอ้ มท้ังตอบรับ/ปฏิเสธ สว่ นคนที่ 3 ใหเ้ ขยี นประโยคบรรยายสรุปเกยี่ วกบั ความชอบและไม่ ชอบของเพื่อนทัง้ 2 คน โดยใชค้ าว่า because ในการแสดงเหตผุ ลเหมือนดงั ตัวอย่างที่ใหม้ า ครูอาจทบทวนคากริยาที่ใชแ้ สดงความชอบ (like, don’t like, love, hate, etc.) และเตือนนกั เรียนว่า ประโยคท่ีเขยี นจะต้องเขยี นในรปู เอกพจนบ์ ุรุษท่ี 3 จากน้ันให้เวลานักเรยี นทางาน Possible answers Ann: Why don’t we play tennis? Ken: No, that’s tiring. Ken doesn’t like playing tennis because it is tiring. Boy: How about playing basketball? Margie: Yes! I think basketball is fun! Margie likes basketball because it is fun. Yaya: Why don’t we go swimming? Nadet: No, that’s boring. Nadet doesn’t like swimming because it is boring.
2. นกั เรยี นทากิจกรรมในแบบฝึกหัด (Workbook) หนา้ 5 Exs.3-4 เปน็ การบา้ น 3. ใหน้ ักเรยี นฝึกอา่ นบทสนทนาในหนังสอื เรยี น หน้า 8 Ex.1 เป็นการบา้ น และใหผ้ ปู้ กครองเซ็นช่ือรบั ทราบ ลงในสมุดบทเรียนย่อยท่ี 4 (เวลา 2 ช่วั โมง)ข้นั ท่ี 1 Warm up 1. ครูทบทวนคาศพั ทเ์ กยี่ วกบั กีฬา ดว้ ยการแบ่งนักเรยี นเป็นกลุ่มตามแถว แลว้ ครคู ดิ ถึงกีฬา 1 ประเภท และ พดู คาศัพท์เกย่ี วกับสถานทีท่ ี่เลน่ กฬี าชนิดน้ัน แลว้ ใหน้ ักเรยี นแข่งขนั กนั ทาย T: Water Team A: Swimming T: Yes. Mountain Team B: Snowboarding T: No. Team C: Rock climbing T: That’s right. 2. ครแู จ้งให้นกั เรียนทราบว่าในบทเรียนนี้ นักเรยี นจะไดเ้ รียนร้แู ละฝกึ ฝนการใชไ้ วยากรณ์ต่อไปนี้Object pronouns, love/like/hate + -ing form, Why don’t we…? Let’s… What about…? How about…? และ Linkers (and, but, or, because)ข้ันท่ี 2 Presentation 1. ใหน้ กั เรยี นอา่ นตัวอยา่ งประโยคในกรอบในหนังสือเรยี น หน้า 10 หัวขอ้ Personal object pronouns แลว้ เติมตารางในช่อง Object pronouns ให้ถูกต้อง เสร็จแลว้ ครูเฉลยคาตอบ ต่อมาใหน้ ักเรียนอ่านตวั อย่างประโยคท่ีอยดู่ า้ นล่างของตาราง ให้นกั เรยี นสงั เกตตาแหนง่ ของ Personal object pronouns ทพ่ี ิมพ์ตวั หนา จากน้นั ครูถามนกั เรยี นว่าตาแหน่งของ Personal object pronouns ในประโยคจะวางไว้หลังคากริยาและคาประเภทใดอีก Object pronouns Answers you us them preposition 2. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาคาอธิบายการใช้ love / like / hate + -ing form ในกรอบที่ให้มาในหนังสอื เรยี น หน้า 10 หัวข้อ love / like / hate + -ing form แล้วครสู รปุ การใช้คากริยา love / like / hate ให้ นักเรยี นฟงั อีกคร้ังว่า คากริยาเหลา่ นเ้ี ปน็ คากริยาท่ีใช้เพ่ือแสดงความชอบและไม่ชอบ (expressing likes and dislikes) โดยหลังคากรยิ าเหล่านจ้ี ะตอ้ งมคี านาม และคาชนิดใด ใหน้ ักเรยี นเลือกระหว่าง กริยาช่องที่ 1 หรอื กรยิ าเติม-ing เสร็จแล้วเฉลยคาตอบรว่ มกัน love / like / hate + -ing form
Answersing form3. ให้นักเรียนอ่านประโยคคาถาม 3 คาถามทใ่ี ห้มาในหนงั สอื เรียน หนา้ 11 หวั ข้อ Asking for suggestions แลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกันคิดว่าประโยคเหลา่ น้ีในภาษาไทยจะพูดว่าอย่างไร จากน้นั ครู ส่มุ เรยี กนักเรียนพูดประโยคเป็นภาษาไทย เสรจ็ แลว้ ครูสรปุ ให้นกั เรยี นฟงั ว่าเราจะใช้คาถามเหล่านใ้ี นการขอ คาแนะนาเกี่ยวกบั สิ่งทตี่ ้องทา Making arrangements Asking for suggestionsPossible answers เราจะทาอะไรกันดีWhat shall we do? เธอตอ้ งการทาอะไรWhat do you want to do?What can we do? เราทาอะไรกนั ดี4. นักเรียนอ่านคาถาม 1-4 ในกรอบในหนังสอื เรียน หนา้ 11 หวั ข้อ Making suggestions แล้วใหน้ ักเรียน ยอ้ นกลบั ไปอ่านบทสนทนาในหน้า 6 และหนา้ 8 อย่างคร่าวๆ เพ่ือหาตัวอย่างประโยคทใี่ ชโ้ ครงสร้างเหล่าน้ี ในการให้คาแนะนา Making suggestions Answers 1. Why don’t we watch a film in the TV room? Why don’t we take photos for the Camp photo album? 2. What about snowboarding? What about a quiz? 3. How about going horse riding? How about a treasure hunt? 4. Let’s do something difficult!5. นกั เรียนอ่านตวั อย่างประโยคในกรอบในหนังสือเรียน หน้า 11 หัวข้อ Linkers (1) จากนัน้ ครถู ามนักเรียน วา่ เราจะใชค้ าเช่ือมคาใดเช่ือมความคิดท่คี ลา้ ยกัน เชือ่ มความคดิ ท่ีขัดแยง้ กนั เชอ่ื มความคิดทีเ่ ปน็ ทางเลอื ก และใชอ้ ธิบายเหตุผล Linkers (1) Answers and but because
ข้นั ที่ 3 Practice 1. ให้นกั เรยี นเตมิ ประโยคในหนังสอื เรยี น หนา้ 10 Ex.1 ใหส้ มบรู ณด์ ว้ ย Object pronouns ทถ่ี ูกตอ้ ง เสรจ็ แล้วครเู ฉลยคาตอบ และใหน้ ักเรยี นอา่ นประโยคพร้อมกนัAnswers 2. them 3. him 4. her1. us2. ครทู บทวนสัน้ ๆ เกยี่ วกับการใช้ subject pronouns และ object pronouns จากนัน้ ให้นกั เรียนเตมิ บทสนทนาในหนังสือเรยี น หนา้ 10 Ex.2 ใหส้ มบูรณ์ด้วย subject pronouns หรอื object pronouns ทีถ่ ูกต้อง เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบนกั เรียน ดว้ ยการสมุ่ เรยี กนักเรยี นให้อ่านบทสนทนาAnswers 4. her, she1. him, he 2. they, them 3. it, it, it Personal Toolkit Grammar หนา้ 533. ใหน้ กั เรยี นเติมประโยคในหนังสอื เรียน หน้า 11 Ex.3 ใหส้ มบูรณ์ ดว้ ยคากรยิ าท่กี าหนดให้ โดย เปลี่ยนให้อยูใ่ นรปู ท่ีถกู ต้อง ก่อนทาครูให้นักเรียนอ่านตัวอย่างคาตอบท่ใี ห้มาพร้อมกนัAnswers 2. reading1. getting up, going 4. living3. drinking Personal Toolkit Grammar หน้า 584. นักเรียนจับคูท่ ากิจกรรมในหนงั สือเรยี น หน้า 11 Ex.4 โดยพูดสนทนาเกย่ี วกับการให้คาแนะนา พร้อมทั้ง ตอบรับหรอื ปฏเิ สธตามสถานการณ์ (1-4) ทใี่ หม้ า ถา้ นักเรียนตอบปฏเิ สธ ใหน้ ักเรยี นเสนอแนะทางเลือกอื่น แทนด้วย กอ่ นทากิจกรรมครูส่มุ เรียกนักเรียน 2 คน อ่านตัวอยา่ งให้เพื่อนฟัง
Possible answers 1. What about going to the shopping centre? Good idea! 2. Let’s watch a horror film on TV! No, I don’t like horror films. How about watching cartoons? 3. Let’s have a sandwich! Great. 4. Why don’t we organise a party? That’s a brilliant idea. 5. How about doing martial arts? No, I hate them. What about cycling?ข้ันท่ี 4 Production 1. ครูใหน้ ักเรียนช่วยกันสรปุ สง่ิ ที่ได้เรยี นรใู้ นบทเรียนนีร้ ว่ มกนั จากนัน้ ให้นักเรียนจบั คู่ ชว่ ยกันแต่งประโยค โดยใช้โครงสรา้ งภาษาทเี่ รียน โครงสร้างละ 5 ประโยค ครูสังเกตขณะนักเรยี นทากิจกรรม เสรจ็ แลว้ สุม่ เรยี กนักเรยี น 3-5 คู่ ออกมานาเสนอท่ีหน้าช้นั เรียนบทเรยี นย่อยท่ี 5 (เวลา 1 ชว่ั โมง)ขนั้ ท่ี 1 Warm up นาเข้าส่บู ทเรยี นดว้ ยการใหน้ ักเรยี นเขยี นตาราง 9 ชอ่ ง ลงในกระดาษ 1 แผ่น จากนัน้ ให้นกั เรยี นวาดภาพกีฬา หรืออปุ กรณ์ที่ใชเ้ ลน่ กฬี าดังกล่าวลงในชอ่ งทั้ง 9 ให้ ครบ โดยกีฬาดงั กล่าวจะต้องเป็นกฬี าท่ีนักเรียนได้ เรยี นมาแล้วใน Unit 1 นี้ ครูแนะนาให้นักเรียนวาด ภาพใหช้ ดั เจน เช่น กีฬาโปโลน้า กบั ว่ายน้า ต้องทาให้ ชัดเจน เสร็จแลว้ ครใู หน้ กั เรียนเขียนชือ่ ของตนเอง ดา้ นหลังของกระดาษ แลว้ ให้นักเรยี นรวบรวมกระดาษ มาส่งครู ครนู ากระดาษท่ีได้มาคละกนั แล้วแจกนักเรยี นใหม่อีก ครั้ง ไมใ่ ห้เจ้าของได้กระดาษของตนเอง แลว้ บอก นกั เรียนว่า จะใหน้ ักเรียนเล่นเกม Bingo โดยครพู ูดบอกคาศัพทช์ อ่ื กีฬาทลี ะคา แลว้ ใหน้ ักเรียนทีม่ ีภาพกีฬาดงั กลา่ วในตาราง Bingo ของตนเอง ทา เคร่อื งหมาย x ทับภาพดงั กล่าว นักเรยี นคนใดที่กากบาทภาพได้ติดกัน 3 ภาพในแนวใด กไ็ ด้ ให้ตะโกนว่า Bingo และพดู คาศัพท์ทน่ี กั เรยี นกากบาทใหเ้ พอ่ื นๆ ฟัง เพื่อใหเ้ พื่อนๆ ตรวจความถูกต้อง
ข้นั ที่ 2 Pre-speaking กิจกรรมน้ีเป็นกิจกรรมที่มรี ูปแบบเดียวกนั กบั ข้อสอบ Listening Part 1 ของ Cambridge KET (Key English Test) ซ่งึ เป็นการสอบวัดระดบั ความสามารถในการใชภ้ าษาองั กฤษในระดบั สากล 1. ครอู ธบิ ายภาระงานในหนังสอื เรยี น หนา้ 12 Ex. 1 วา่ นักเรยี นจะได้ฟังบทสนทนาส้นั ๆ 4 บท ซง่ึ แต่ละบทจะมีภาพประกอบ 3 ภาพ นักเรยี นจะได้ฟังบทสนทนาแต่ละบท 2 คร้งั และระบุภาพท่สี ัมพนั ธ์กับ บทสนทนาที่ได้ฟัง ในการเตรยี มตวั สาหรับการฟัง ให้นกั เรียนดภู าพและพดู บรรยายภาพเหล่าน้ีทีละภาพ เช่น T: For dialogue 1, what do you see in picture A? Class: Dog, woman, girl. T: What do you see in picture B? Class: Tennis racket, woman, girl, cap, skirt, T-shirt. T: What do you see in picture C? Class: Dog, girl, sun, trees, park. จากนัน้ ครูเปดิ CD1/Track 6 ให้นกั เรียนฟงั 2 ครั้ง โดยคร้ังแรกให้นักเรยี นฟังและระบุภาพทีส่ ัมพนั ธ์กบั บท สนทนา ในคร้ังทสี่ องให้นักเรียนฟังเพ่ือตรวจทานคาตอบของตนเอง ครูใหน้ ักเรียนทากจิ กรรมน้ีลงในสมดุ Audio script 1. What is Julia doing now? Boy: Hello. Girl: Oh hello. Is Julia there? Boy: No, I’m sorry. She’s walking the dog in the park. Girl: OK, no problem. Now listen again: 2. What is the boy listening to? Mum: Are you listening to me Adam? Boy: What? Mum: Oh really! Turn your music off when I’m talking to you! Boy: What mum? I’m listening to my MP3 player. I can’t hear you! Now listen again: 3. What are the people doing? Woman: Look at all those people! Man: How strange! They’re all coming out of the water! Woman: Yes, it’s really strange. Man: Maybe there’s a shark! Now listen again:
4. What is the dog doing? Girl: Oh! What a cute dog! Boy: Yes, it’s wagging its tail. Girl: It’s really happy! Now listen again:Answers 2. B 3. B 4. C1. C2. ครอู ธิบายภาระงานในหนังสอื เรยี น หนา้ 12 Ex.2 วา่ นักเรียนจะได้ฟังบทสัมภาษณเ์ กย่ี วกบั เด็กผหู้ ญงิ ทีช่ อ่ื Fiona ซึง่ จะตอบคาถามเก่ียวกบั กิจกรรมในเวลาวา่ งของเธอ พร้อมทัง้ บอกเล่าเกยี่ วกบั ส่ิงท่ีเธอชอบ จากนั้นครูเปิด CD1/Track 7 ให้นกั เรยี นฟังและระบวุ ่าประโยค 1-6 ทใ่ี ห้มา ถูก (T) หรอื ผดิ (F) ตามบท สนทนาที่ได้ฟงั โดยใหน้ ักเรียนทาลงในสมุด Audio Script Interviewer: So Fiona, tell me about your free time. Do you like watching TV? Fiona: Well, I don’t like it very much. But I love watching The O.C., my favourite programme. Interviewer: Who is your favourite character? Do you like Marissa? Fiona: Oh, I really like her and Seth and Summer and… RYAN! Interviewer: I see… you really like them! Fiona: Yes, and I’m mad about animals, too! I’ve got three dogs and four cats. Interviewer: Do they also go on holiday with you? Fiona: Well, yes… when we go to our cottage in the countryside they go with us. Interviewer: All right then… thank you Fiona for your time. Fiona: You’re welcome. Bye! Answers 1. F 2. T 3. F 4. T 5. F 6. F
Background Information The O.C. เป็นละครซีรีส์วัยรุ่นของอเมริกนั โดยเปน็ เร่ืองราวของ Ryan Atwood เด็กหนุ่มท่บี ังเอิญได้มาอยู่กับครอบครวั Cohen ใน Orange County ยา่ นของคนรวย เขา ไดก้ ลายมาเป็นเพ่ือนสนทิ ของ Seth Cohen ทาใหเ้ ขามเี พื่อนมากมาย และยงั ได้พบรกั กับ สาวสวยประจาโรงเรียน Marissa Cooper Ryan ต้องปรับตวั ใหเ้ ข้ากบั ชีวิตหรหู ราไฮโซของ California ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกบั ปญั หาวัยรนุ่ ต่างๆ โดยมกี ลมุ่ เพื่อนสนิทคอยให้กาลังใจซึง่ กันและกนั 3. ครใู ห้นกั เรียนช่วยกนั บอกคากรยิ าหรอื วลีทใี่ ชแ้ สดงความชอบ/ไมช่ อบท่ีนักเรียนไดเ้ รียนมาแล้วใน Unit นี้ เช่น like, love, don’t mind, don’t like, hate จากนนั้ ครสู มุ่ เรยี กนกั เรียน 4-5 คน ให้พดู บอกเกยี่ วกับ กีฬาทช่ี อบ แล้วครูถามคาถามนักเรียนคนอนื่ ๆ ในชนั้ เกีย่ วกบั ความชอบของเพ่ือน คนดงั กลา่ ว เช่น Ann: I like swimming. T: Does Ann like swimming? Class: Yes, she does. Ken: I like playing football. T: Does Ken like swimming? Class: No, he doesn’t.ขน้ั ที่ 3 Speaking 1. ให้นักเรียนอ่านคาศัพท์ในกรอบทอี่ ยตู่ ิดกับตารางในคอลัมน์ดา้ นซา้ ยในหนงั สอื เรียน หน้า 13 Ex.3 แลว้ ครู อธบิ ายว่าคาศัพทเ์ หล่านเี้ ป็นช่ือของหมวดหมู่ จากนั้นครูอธิบายภาระงานว่าใหน้ ักเรียนจับคูก่ ัน แล้วพดู คุย กันเกี่ยวกบั กีฬา ภาพยนตร์ หนงั สือ นกั ร้อง นกั แสดงที่ชอบ เหมือนดงั ตัวอย่างทใี่ ห้มา โดยครสู ุ่มเรยี ก นกั เรยี น 2 คน อา่ นตวั อยา่ งบทสนทนา แลว้ จึงให้เวลานกั เรียนแต่ละคู่ ฝึกพดู ถาม-ตอบกัน แลว้ นาคาตอบ ทไ่ี ดม้ าเติมลงในตารางในสมุดของตนเอง Possible answers A: I like Harry Potter and the Prisoner of Azkaban. What’s your favourite book? B: My favourite book is Twilight. A: My favourite film is Pirates of the Caribbean. And you? What’s your favourite film? B: I like Step Up. A: My favourite group is Maroon 5. Do you like them? B: No, I don’t. I like Jack Johnson.
2. ครใู ห้นกั เรยี น 2 คน อ่านตวั อยา่ งบทสนทนาในหนงั สือเรียน หน้า 13 Ex.4 แล้วใหน้ ักเรียนแตล่ ะคู่ท่ที า กิจกรรมร่วมกันใน Ex.3 มารวมกลุม่ กบั เพอื่ นอีกคู่ เพ่ือให้เป็นกลุ่มละ 4 คน จากน้นั ครใู หเ้ วลานักเรยี นคู่ แรก ดตู ารางข้อมูลใน Ex.3 ของเพื่อนอกี คู่ ภายในเวลา 30 วินาที เพื่อจดจาข้อมูล เมือ่ หมดเวลาแลว้ ให้ นกั เรยี นคูแ่ รกพดู ถามคาถามเกีย่ วกับความชอบของเพ่ือนคู่ท่ี 2 เหมือนดงั ตวั อย่างทใี่ หม้ า โดยในการตอบ ใหบ้ ุคคลท่ีไม่ไดเ้ ปน็ เจา้ ของข้อมลู เปน็ ผูต้ อบคาถาม เพื่อให้นักเรียนใช้ สรรพนามบรุ ษุ ท่ี 3 ในการพูดถาม- ตอบกัน เช่น ถ้า A คู่ B และ C คู่ D เม่อื A ถามข้อมลู ของ D ให้ C เปน็ ผูต้ อบ ถา้ B ถามขอ้ มลู ของ C ให้ D เป็นผูต้ อบ เมื่อนกั เรยี นเขา้ ใจแลว้ จงึ ใหเ้ วลานกั เรยี นในการทากิจกรรม โดยครเู ดินสงั เกตรอบๆ ชนั้ เรยี นเพ่ือใหค้ วาม ช่วยเหลือและเพื่อใหแ้ น่ใจว่านกั เรยี นใชเ้ อกพจน์บรุ ุษท่ี 3 ในการพดู คุยกัน Possible Answers A: Does (Student D) like Transformer 3 Dark of the Moon? C: No, she doesn’t. She likes Harry Potter and the Prisoner of Azkaban. B: Does (Student C) like twilight? D: Yes, she does. A: Does (Student D) like Step up? C: No, she doesn’t. She likes Pirates of the Caribbean. B: Does (Student C) like Pirates of the Caribbean? D: Yes, she does. etc. เสรจ็ แล้วครูทากจิ กรรมเชน่ เดียวกันน้ี โดยใหน้ ักเรียนคู่ที่ 2 จดจาขอ้ มูลของนกั เรียนคู่แรกจากตารางที่ทาใน Ex.3 ภายในเวลา 30 วินาที จากน้ันใหน้ ักเรยี นคูท่ ่ี 2 ผลดั กันพดู ถามคาถามนักเรยี นคู่แรก ครอู าจใหน้ ักเรยี นแข่งขันกนั โดยนักเรยี นคใู่ ดท่ีจดจาข้อมูลของเพอ่ื นได้มากที่สุด (ไดร้ บั คาตอบวา่ Yes มากท่ีสดุ ) จะเปน็ ผชู้ นะข้นั ท่ี 4 Post-speaking ครูสุ่มเรยี กนักเรียนหลายๆ กลมุ่ มาทากิจกรรมอกี คร้ังใหเ้ พ่อื นๆ ดูทห่ี น้าชน้ั เรยี น แล้วใหน้ กั เรยี นช่วยให้ คาแนะนาหรอื ต/ิ ชมเพือ่ น
บทเรยี นย่อยท่ี 6 (เวลา 1 ชวั่ โมง)ขน้ั ที่ 1 Warm up ครแู บง่ นักเรยี นเป็น 2 ทมี แล้วใหแ้ ตล่ ะทมี สง่ ตัวแทน 1 คน ออกมายนื ทีห่ นา้ ชั้น ครูเตรยี มบตั รภาพ emoticons (สัญรูปแสดงอารมณ์) ไว้ แล้วหยิบบตั รภาพนี้มาแสดงให้นักเรยี นดู ตวั แทนทีมใดท่ีแตง่ ประโยคแสดงความรูส้ กึ ตาม emoticons ได้ถูกต้องก่อน จะได้ 1 คะแนน จากนน้ั ครใู ห้แต่ละทีมสง่ ตวั แทน ออกมาเรื่อยๆ จนครบทุกคน ทีมใดได้คะแนนมากทีส่ ุด เป็นทมี ทีช่ นะขัน้ ที่ 2 Pre-writing1. ให้นกั เรียนอ่านข้อความสน้ั ๆ ในหนังสือเรยี น หน้า 13 Ex.5 อยา่ งรวดเรว็ แล้วครกู ระตุ้นถามนกั เรียนว่าข้อความนี้มรี ูปแบบหรือลกั ษณะอยา่ งไร จนได้คาตอบวา่ มีลกั ษณะไม่เป็นทางการ เพราะมีการใชส้ ัญรปู(emoticons) และตัวยอ่ (abbreviations)ครอู ธบิ ายว่าตัวยอ่ เหลา่ น้ีพบไดท้ ั่วไปในการสง่ ข้อความในภาษาอังกฤษ จากนน้ั ครูให้นกั เรียนชว่ ยกันบอกตัวยอ่ เหลา่ น้ี แล้วครูเขยี นบนกระดาน และใหน้ ักเรยี นช่วยกนั อธิบายว่าตัวยอ่ เหลา่ น้มี าจากคาเต็มๆ ว่าอะไร R U = are you Y = why U = youตอ่ มาครูสมุ่ เรยี กนักเรยี น 5 คน ให้อา่ นคาถามทใ่ี หม้ าคนละ 1 ขอ้ แลว้ ใหเ้ วลานักเรยี น 2-3 นาที ตอบคาถามเหลา่ นีล้ งในสมุด เม่ือทาเสรจ็ แลว้ ครูขออาสาสมัคร 1 คน อ่านข้อความที่ใหม้ า และสมุ่ เรยี กนักเรยี นหลายๆ คน ให้พูดรายงานคาตอบของตนเอง เพ่ือเปน็ การตรวจคาตอบ โดยครูเขยี นคาตอบทีถ่ ูกต้องบนกระดานอีกคร้ัง Answers 2. Mike 3. At Miriam’s party 1. Jane 5. The music 4. Food or drink กจิ กรรม Ex.6 น้ีมีรูปแบบเดียวกันกบั ข้อสอบ Reading & Writing Part 9 ของ Cambridge KET(Key English Test)2. ครอู ธิบายว่ากิจกรรมในหนังสือเรยี น หน้า 13 Ex.6 นี้ นักเรียนจะไดฝ้ ึกใชค้ าศัพท์และโครงสร้างภาษาทไ่ี ด้เรยี นไปแลว้จากนนั้ ครอู ธิบายภาระงานวา่ ใหน้ ักเรียนเขยี นอีเมลส้นั ๆ ถึงเพอ่ื น เพอ่ื ชวนไปทากิจกรรมที่น่าสนใจรว่ มกนัในวันหยดุ สดุ สัปดาห์ ครใู หน้ ักเรียนระดมสมองร่วมกันวา่ กิจกรรมทน่ี ่าสนใจท่ีนักเรยี นอยากจะทารว่ มกับเพอื่ นมีอะไรบา้ ง แลว้ ครเู ขียนกจิ กรรมท่ีนักเรียนบอกบนกระดาน เช่น Christmas party New Year party Birthday party concertครอู ธบิ ายว่าข้อความของนักเรยี นจะต้องมขี ้อมูลที่ตอบคาถามต่อไปน้ีได้ Where are you? What can you bring? What is great?
ขนั้ ที่ 3 Writing ใหเ้ วลานักเรยี นเขยี นรา่ งอีเมลของตนเองลงในกระดาษ โดยทาในเวลาเรียน เพื่อจะได้ขอคาปรึกษาจากครู ไดเ้ ม่ือมีปญั หา โดยครเู ดนิ สงั เกตขณะนกั เรยี นทางานอยา่ งใกลช้ ดิ เม่อื นกั เรยี นเขยี นรา่ งเสร็จแลว้ ครูให้ นกั เรยี นตรวจทานและขัดเกลางานเขยี นของตนเองอกี ครง้ั พรอ้ มทั้งตรวจทานเร่ืองตัวสะกด Weak classes: ครูให้นกั เรยี นชว่ ยกันเขยี นรา่ งอเี มลร่วมกันบนกระดาน แลว้ ครูให้นกั เรียนลอกรา่ งอเี มล ฉบบั น้ลี งในสมุด เพื่อใหน้ ักเรียนใชร้ า่ งอเี มลน้เี ป็นตน้ แบบในการเขียนอเี มลของตนเองขนั้ ท่ี 4 Post-writing 1. แบง่ นกั เรยี นเปน็ กล่มุ ยอ่ ย กลุ่มละไม่เกนิ 5 คน ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะคนอ่านข้อความของตนเองให้เพอื่ นใน กลุม่ ฟัง แล้วใหเ้ พ่ือนๆ ชว่ ยกนั แนะนา หรอื พดู ติ/ชม งานเขียนของเพ่ือน จากน้ันใหเ้ วลานักเรียนตรวจทาน และแก้ไขงานเขยี นของตนเองอีกคร้ัง แล้วลอกงานเขยี นทสี่ มบรู ณ์ลงในสมุด เพ่ือส่งครูตรวจ 2. นกั เรยี นทากิจกรรมในแบบฝึกหัด (Workbook) หนา้ 8-9 Exs.1-5 ในช้ันเรยี นหรือเปน็ การบ้าน7. ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรยี นรู้ - หนงั สอื เรียน Team Up in English 2 ม.2 - รูปภาพ - Class Audio CDs 7.2 แหล่งเรยี นรู้ - Internet
8. บนั ทกึ หลงั การสอน. 8.1 ดา้ นความรู้(K) ............................................................................................................................. .................................. 8.2ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ................................................................................................................................................... ............ 8.3 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์(A) ............................................................................................................................. ........................... 8.4 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ผูเ้ รียน(C) ........................................................................................................................................................ปญั หาอปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ............................................................................................................................. ............................................. ลงชอื่ ................................................ครผู ู้สอน (นางวันทนีย์ มุมานะวงศ์) วันที่ ........................................ความคิดเหน็ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้................................................................................................................................................ .......................... ลงชื่อ ................................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ (นางวนั ทนยี ์ มุมานะวงศ)์ วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ............................................................................................................................. ............................................. ลงชือ่ ............................................หัวหน้ากลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ (นางสาวทศั นยี ์ วงทองดี) วันที่ ........................................ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา............................................................................................................................. ............................................. ลงชื่อ .............................................................. (นายวินยั คาวเิ ศษ) วันที่ ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษดิ์
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรือ่ ง Travelรายวิชาภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ22101 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 10 ช่วั โมงครผู ู้สอน นางวนั ทนีย์ มุมานะวงศ์ โรงเรียนหนั คาราษฎร์รังสฤษดิ์1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอื่ งที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ งมเี หตผุ ล ตัวชว้ี ัด ม.2/2 อา่ นออกเสยี งขอ้ ความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองสน้ั ๆ ถูกต้องตามหลกั การอา่ น ตัวช้วี ัด ม.2/3 ระบุ/เขยี นประโยค และข้อความ ใหส้ มั พนั ธ์กับส่ือทีไ่ มใ่ ช่ความเรียง รูปแบบ ตา่ งๆ ที่อา่ น มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ้ มูลข่าวสารแสดงความรู้สึกและความคิดเหน็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ตัวชี้วัด ม.2/1 สนทนา แลกเปลี่ยนขอ้ มลู เกยี่ วกบั ตนเอง เรอ่ื งตา่ งๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ตา่ งๆในชีวิตประจาวันอย่างเหมาะสม ตัวชว้ี ดั ม.2/3 พูดและเขียนแสดงความตอ้ งการ เสนอและใหค้ วามช่วยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ ในสถานการณต์ า่ งๆ อยา่ งเหมาะสม มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา่ งๆ โดยการพดูและการเขียน ตัวชีว้ ัด ม.2/1 พูดและเขยี นบรรยายเกย่ี วกับตนเอง กิจวตั รประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตกุ ารณ์ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใชไ้ ด้อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ ตัวชี้วัด ม.2/1 ใช้ภาษา น้าเสยี ง และกริ ยิ าทา่ ทางเหมาะกับบคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา ตัวชี้วดั ม.2/2 อธบิ ายเกย่ี วกับเทศกาล วนั สาคัญ ชวี ิตความเปน็ อยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใชอ้ ยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม ตัวชว้ี ัด ม.2/2 เปรยี บเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชวี ิตความเปน็ อยู่และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กบั กลมุ่ สาระการเรียนร้อู น่ื และเปน็พ้ืนฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน ตัวชี้วดั ม.2/1 คน้ ควา้ รวบรวม และสรปุ ข้อมลู / ข้อเทจ็ จริงท่เี กย่ี วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ ่ืนจากแหล่งเรยี นรู้ และนาเสนอด้วยการพดู /การเขยี น
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ท้งั ในสถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม ตัวช้ีวัด ม.2/1 ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ าลองทีเ่ กิดขนึ้ ในห้องเรียนสถานศกึ ษา และชุมชน2. สาระสาคญั (ความคดิ รวบยอด) มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นข้อมูล สามารถนาเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด โดยการพูดและการเขยี น เข้าใจความสัมพันธร์ ะหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ได้อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ และนามาใช้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม สามารถเช่ือมโยงความรูก้ บั กลมุ่ สาระการเรยี นรูอ้ ืน่ ๆ3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง (K) ประโยค หรือข้อความ และความหมายเกย่ี วกับตนเอง ครอบครัว สถานท่ี ภาษา และวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทักษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมลู ขา่ วสารแสดงความรู้สกึ และความคดิ เห็นอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ภาษาที่ใชใ้ นการสอ่ื สารระหวา่ งบุคคล เชน่ การทกั ทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษชมเชย การพดู แทรกอยา่ งสุภาพ การชกั ชวน ประโยค/ข้อความ ทใี่ ชแ้ นะนาตนเอง เพ่ือน และบุคคลใกล้ตวั ภาษาท่ใี ช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและใหค้ วามช่วยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลอืในสถานการณ์ต่างๆ เข้าใจความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย การเปรียบเทียบและการอธบิ ายความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างชีวติ ความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทยใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อื่น และเป็นพ้นื ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน การคน้ ควา้ การรวบรวม การสรปุ และการนาเสนอข้อมูล/ข้อเท็จจริงทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อ่ืนภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ทั้งในสถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม การใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จาลองทเ่ี กิดขน้ึ ในห้องเรยี น สถานศึกษา และชมุ ชน 3.2 ทักษะกระบวนการ (P) โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางภาษา เพ่อื ฝึกทักษะฟงั อา่ น ปฏบิ ัติ อธบิ าย เขียน แสดงความคิดเหน็สือ่ สารแลกเปลีย่ นข้อมูล สนทนา แลกเปลย่ี นข้อมลู ใชค้ าขอร้อง ใหค้ าแนะนา พูด ให้ความชว่ ยเหลอืบรรยาย พูดข้อมูล เขียนข้อมูล เขียนสรุปใจความสาคญั แสดงความคิดเหน็ โดยใช้ภาษาเหมาะสมกบักาลเทศะ พรอม้ อธบิ ายเกยี่ วกบั เทศกาล วนั สาคญั ชวี ิตความเปน็ อยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา ตลอดจนเขา้ ร่วมกิจกรรม จัดกิจกรรมเพอ่ื อธบิ ายและเปรียบเทยี บ ความเหมือนและความแตกต่างของเจ้าของภาษาคน้ คว้า รวบรวม สรปุ ข้อมูล และนาเสนอ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนาไปเผยแพร่ และประชาสมั พนั ธ์ 3.3 คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A) เพือ่ ให้เกิดความร้คู วามเขา้ ใจทกั ษะทางภาษาอย่างมเี หตุผลและถูกต้อง ผู้เรยี นมีความรู้ ความสามารถในการใชภ้ าษาเพ่ือการสอ่ื สารอย่างมปี ระสิทธภิ าพ มีทกั ษะการคิด รู้จักการทางานอย่างเหมาะสม และการทางานร่วมกันกบั ผอู้ น่ื อยา่ งมีมารยาท เหน็ คุณค่าและประโยชนน์ าความรู้ไปใชป้ ระโยชน์อย่างมีเหตผุ ล และมีเจตคติท่ีดีต่อภาษาอังกฤษ 3.4 สมรรถนะสาคญั ผูเ้ รียน (C) ผเู้ รยี นมีความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการแก้ปัญหา และความสามารถในการคิด
4. ภาระงาน (สะท้อนการทากิจกรรม) 4.1 ภาระงาน - ใบงาน - แบบฝึกหัด - แผ่นพบั แนะนาสถานทท่ี ่องเทยี่ ว - สมุดคาศัพท์5. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ เครอ่ื งมือ เกณฑ์ วิธกี าร ใบงาน ใบงาน ( 2 คะแนน) - ส่งใบงานตรงเวลา ถูกตอ้ ง เรยี บรอ้ ย สะอาดให้นกั เรยี นฝึกทักษะการสื่อสาร แบบฝกึ หดัภาษาองั กฤษจากใบงาน (1 คะแนน) แบบประเมินการฟงั - ส่งใบงานตรงเวลา ไมเ่ รยี บร้อยให้นกั เรียนฝึกทักษะการสื่อสาร พดู อ่าน เขียน (0.75 คะแนน)ภาษาองั กฤษจากแบบฝึกหดั ภาษาอังกฤษ - ส่งใบงานไมต่ รงเวลา แผน่ พบั (0.25คะแนน)การสังเกต การใชท้ ักษะทางภาษาองั กฤษ - ไม่ส่งใบงานของนักเรียน ในการรว่ มทากิจกรรมต่างๆ (0 คะแนน)ท้งั ในหอ้ งเรยี น และนอกห้องเรยี น แบบฝกึ หัด (2 คะแนน)แผ่นพบั แนะนาสถานที่ทอ่ งเท่ียว - ส่งแบบฝกึ หดั ตรงเวลา ถูกตอ้ ง เรยี บร้อย สะอาด (1 คะแนน) - ส่งแบบฝกึ หัดตรงเวลา ไมเ่ รยี บรอ้ ย (0.75 คะแนน) - ส่งแบบฝกึ หดั ไม่ตรงเวลา (0.25คะแนน) - ไม่สง่ ใบงาน (0 คะแนน) ประเมินการฟัง พดู อา่ น เขียน (2.67 คะแนน) แผน่ พับ (2 คะแนน) - ส่งแผ่นพับ ตรงเวลา ถกู ต้อง เรยี บร้อย สะอาด (1 คะแนน) - ส่งแผน่ พับ ตรงเวลา ไมเ่ รียบร้อย (0.75 คะแนน) - ส่งแผน่ พับ ไม่ตรงเวลา (0.25คะแนน)
วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์ - ไมส่ ่งแผน่ พับ (0 คะแนน)ให้นกั เรียนเขยี นคาศัพทท์ นี่ ักเรียนรู้จกั สมุดคาศัพท์ สมดุ คาศัพท์ (2 คะแนน)และคาศพั ทใ์ หม่ๆท่ีนกั เรียนค้นคว้าหา - สง่ สมดุ คาศัพท์ ตรงเวลา ครบจานวนตามท่ีความรู้เพิ่มเติมดว้ ยตนเอง เขียนไว้ กาหนดลว่ งหน้าก่อนถึงคาบเรียน 20 คาศัพทต์ ่อ (1 คะแนน)1 เรียน - ส่งสมุดคาศัพท์ ไมต่ รงเวลา แตค่ รบจานวน ตามทีก่ าหนดการสอบเก็บคะแนนกลางภาค ข้อสอบ (0.75 คะแนน) - สง่ สมดุ คาศัพท์ ไมต่ รงเวลา และไม่ครบจานวน รวมคะแนนหน่วยท่ี 1 ตามท่ีกาหนด (0.25คะแนน) - ไม่สง่ สมุดคาศัพท์ (0 คะแนน) - สอบเก็บคะแนนกลางภาค (6 คะแนน) 16.67 คะแนน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้บทเรียนย่อยท่ี 1 ( เวลา 3 ช่วั โมง ) ขนั้ ท่ี 1 - นาเข้าสู่บทเรยี น - ครถู ามนักเรยี นวา่ มีใครเคยเดนิ ทางโดยเครอ่ื งบินบา้ ง อาจมีทัง้ คนทเ่ี คยและไมเ่ คย ให้นกั เรียนชว่ ยกนั คดิ วา่ ก่อนขนึ้ เครือ่ งที่สนามบินต้องทาอยา่ งไรบ้าง (ตรวจบตั รโดยสาร ตรวจหนังสอื เดนิ ทางเป็นตน้ ) - ครูเขียนคาศัพท์ทเ่ี กี่ยวข้องกบั การเดนิ ทางโดยเคร่ืองบนิ บนกระดานดา เช่นairplane, airport, check-in, arrival, departure เป็นตน้ ใหน้ ักเรยี นออกเสียงคาศัพท์ตามครูทลี ะตวั แลว้ช่วยกนั บอกความหมายของคาศัพท์ หากไม่ทราบให้คน้ หาความหมายในพจนานกุ รม ขน้ั ที่ 2 - ครูทบทวนการใช้ Wh-question ที่นักเรียนไดเ้ รยี นมาแลว้ ในหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1จากนน้ั ให้นักเรียนดภู าพในกิจกรรม New Language ในหนังสือเรยี น ครูตงั้ คาถามใหน้ ักเรียนค้นหาคาตอบหลงั จากฟังบทสนทนา เช่น - Where are the people in the picture? (At the airport.) - Where is the man in black T-shirt going? (Tokyo.) - Who is saying goodbye to friends? (The woman in pink shirt.) - What airline is the woman with a cat taking? (British Airways.) ขนั้ ท่ี 3 - ครเู ปดิ วดิ ที ศั น์ ให้นักเรียนชี้บคุ คล ตา่ ง ๆ ทก่ี าลงั พูดถึงในภาพ และขีดเส้นใต้คาศัพทท์ ่นี ักเรียนไม่ทราบ - ครูใหน้ ักเรียนเขยี นคาศัพท์ในบทสนทนาที่นักเรยี นไม่ทราบบนกระดานดา เช่นpassport, boarding pass,airline, gate, seat, destination แลว้ ให้นกั เรยี นชว่ ยกันหาความหมายของคาศัพทใ์ นพจนานุกรม - ครูเปิดวดิ ีทัศน์อีกครง้ั และใหน้ กั เรียนอา่ นตามจนคล่อง - ครสู ุม่ เรยี กนักเรียนอ่านคนละ 1 ประโยค ครแู ก้ไขหากนักเรียนออกเสียงผิด ขั้นท่ี 4 - ให้นกั เรยี นดูบัตร Globe Airlines Boarding Pass ครูอธบิ ายว่ามีส่วนประกอบ 2ส่วน ส่วนแรกเจ้าหนา้ ท่จี ะเก็บไว้ อีกส่วนหนึ่งสาหรับผู้โดยสาร แลว้ ให้นักเรยี นบอกขอ้ มูลในใบ boardingpass ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง (ช่อื ผ้โู ดยสาร เท่ียวบนิ วันทเ่ี ดินทาง จุดหมายปลายทาง เวลาขน้ึ เครอื่ ง ประตูทางออกเพื่อไปขนึ้ เคร่ือง หมายเลขทนี่ ั่ง) ครูอธิบายนักเรยี นวา่ ในจุดหมายปลายทางจะระบุชอ่ื สนามบินซง่ึประกอบด้วยตวั อักษร 3 ตวั เช่น MIA หมายถงึ Miami, MEX หมายถงึ Mexico, BUD หมายถงึ Budapestในฮงั การี และสาหรบั ประตูทางออกและหมายเลขทน่ี ัง่ มักใชอ้ ักษรผสมกบั ตวั เลข เชน่ Gate: B-21, Seat:19A เป็นตน้ (ครอู ธิบายเพมิ่ เตมิ วา่ aisle seat หมายถึง ที่นัง่ ริมทางเดิน ส่วน window seat หมายถึง ท่ีน่งัริมหน้าต่าง) - ครูเปดิ ซีดบี นั ทึกเสยี งช่วงทเี่ ก่ียวกบั GlobeAirlinesBoardingPassให้นกั เรียนฟงั1 ครั้ง หลังจากน้นั ให้นักเรียนอา่ นอีกครัง้ หนึ่ง ครถู ามข้อมลู แล้วสุ่มนักเรยี นตอบ เช่น - What time is the flight boarding? (11.30 A.M.) - What seat is Mr. Clark sitting in? (19A.) - What is the date of this boarding pass? (Jul 15.)
- What is the destination? (Miami.) - ครใู หน้ ักเรยี นเขยี น boarding pass ของตนเอง แลว้ ใหจ้ บั คู่ผลัดกนั ถาม-ตอบเก่ยี วกับเทย่ี วบนิ วันท่ีออกเดินทาง จดุ หมายปลายทาง เป็นตน้ (ถ้านักเรียนไม่ทราบรหัส 3 ตวั ของสนามบนิ ทต่ี ้องการจะใช้ ให้ใส่ชอื่ เมืองทเ่ี ปน็ จดุ หมายปลายทาง) ขน้ั ท่ี 5 - ครูทบทวนการบอกเวลาโดยเปิดซดี บี ันทึกเสียงในหัวขอ้ What time is it? ในหนังสอื เรียน ให้นกั เรียนฟังและพดู ตาม แล้วถามเวลาในเมืองต่าง ๆ ตามที่ปรากฏท่ีนาฬิกา ดงั นี้ - What time is it in Tokyo? (It’s eleven o’clock at night.) - What time is it in Mexico City? (It’s eight o’clock in themorning.) - What time is it in New York? (It’s nine o’clock in themorning.) - What time is it in Madrid? (It’s three o’clock in theafternoon.) - What time is it in Sao Paulo? (It’s eleven o’clock in themorning.) - What time is it in Beijing? (It’s ten o’clock at night.) ขั้นท่ี 6 - ให้นกั เรียนทาใบงาน ขั้นที่ 7 - ใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหัด ขน้ั ที่ 8 - ใหน้ ักเรยี นจับคู่แตง่ ประโยคถาม-ตอบ โดยดูตัวอย่างในบทสนทนา เชน่ S1: Where are you going? S2: To Chiang Mai. S1: What time is your flight? S2: At nine o’clock. - ส่มุ นกั เรยี น 4-5 คู่พูดบทสนทนาของตนเองบทเรยี นย่อยท่ี 2 ( เวลา 2 ช่วั โมง ) ขั้นที่ 1 - นาเขา้ สบู่ ทเรียน - ครูให้นกั เรียนตอบการตรวจสอบเอกสารก่อนขนึ้ เครอ่ื งบินว่าต้องมีขนั้ ตอนอย่างไรเรมิ่ ตน้ ท่สี นามบนิ การตรวจสอบบตั รโดยสาร หนังสือเดนิ ทาง กระเปา๋ สัมภาระ เปน็ ต้น ขั้นท่ี 2 - ให้นกั เรียนดภู าพในกิจกรรม Conversation แลว้ ต้งั คาถามเกี่ยวกบั ภาพ เช่น - Where is the man in the first picture? - Where is the man in the second picture? - ให้นกั เรียนเดาวา่ บทสนทนาควรจะเปน็ เรื่องเกย่ี วกบั อะไร - ครเู ปิด Conversation ให้นักเรยี นฟังและอ่านตามในใจ แลว้ ใหน้ ักเรียนขีดเส้นใต้คาศัพทท์ ่ีไม่ทราบไว้ - ให้นกั เรียนเขยี นคาศัพท์ท่ไี ม่ทราบบนกระดานดา เช่น baggage, suitcase,backpack เป็นต้น ครูใหน้ ักเรยี นพยายามหาความหมายโดยการเดาจากบรบิ ท (ถ้านักเรยี นไมส่ ามารถตอบได้ใหเ้ ปิดหาความหมายของคาศัพท์ในพจนานกุ รม)
ข้นั ท่ี 3 - ครูเปดิ Conversation ครั้งที่ 2 แลว้ ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามบนกระดานดาอีกครง้ัครเู ฉลยคาตอบท่ีถูกต้อง - Where is the man in the first picture? (At the check-incounter.) - Where is the man in the second picture? (On the plane.) ขน้ั ที่ 4 - ให้นักเรียนอา่ นคาถาม About the Conversation พร้อมกัน - ให้นักเรียนฟงั เสยี งครงั้ ที่ 3 พร้อมกบั อ่านบทสนทนาตาม แลว้ ตอบคาถามในกิจกรรม About the Conversation - ครูประเมินความเข้าใจบทสนทนาโดยใช้เกณฑก์ ารประเมินผลการตอบคาถาม - ครูสุ่มเรยี กนกั เรียนอ่านคาตอบของตนเอง จากนน้ั ครูเฉลยคาตอบ ขั้นท่ี 5 - ครูให้นกั เรียนอาสาสมคั ร 3 คนออกมาแสดงบทบาทสมมตใิ นบทบาทของ ตามกิจกรรม Conversation หลังจากนกั เรียนปฏิบัติกิจกรรมแล้ว ครูช่วยแกไ้ ขความผิดพลาดในการออกเสยี งบทสนทนา - ครูแบ่งนักเรียนทั้งช้ันออกเปน็ กลุ่ม กล่มุ ละ 3 คน ให้นักเรยี นแสดงบทบาทสมมติเหมือนนักเรยี นอาสาสมัคร 3 คนแรก จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นแต่ละคนในแตล่ ะกลุ่มสลบั บทบาทกนั โดยครคู อยแนะนาและแก้ไขการออกเสียงใหถ้ กู ต้อง ขั้นที่ 6 - ครอู ธบิ ายเกี่ยวกบั การประกาศของสนามบิน ซึ่งเปน็ การแจง้ ข่าวสารขอ้ มลู ให้ผ้โู ดยสารได้ทราบ เชน่ การประกาศข้อมูลเกยี่ วกบั เทยี่ วบิน ลักษณะการประกาศสว่ นใหญ่จะใชข้ ้อความสน้ักะทัดรดั และเข้าใจงา่ ย แล้วให้นกั เรยี นช่วยกันบอกว่าขอ้ ความท่ปี ระกาศควรจะเกี่ยวกับอะไรได้อกี บ้าง ขั้นที่ 7 - ครูให้นักเรียนอา่ น Conversation ข้ันท่ี 8 - ให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หัด กิจกรรมเสรมิ ทักษะ/ประสบการณ์ทางภาษา - ให้นกั เรียนทาแผน่ พบั แนะนาสถานท่ีทอ่ งเทีย่ วบทเรียนย่อยท่ี 3 ( เวลา 3 ชั่วโมง ) ขั้นท่ี 1 - นาเข้าสู่บทเรยี น - ใหน้ ักเรยี นทบทวนการใช้ Present progressive tense ในกรอบ Grammar โดยครเู ขยี นโครงสร้างประโยคบนกระดานดา ดงั นี้ - ครูยกตัวอย่างประโยคพร้อมกบั แสดงท่าทางขณะที่พูด เชน่ ครเู ดิน พร้อมกบั พดู วา่“I’m walking.”แลว้ ถามนักเรยี นวา่ ตวั อย่างประโยคท่ีครูพูดเกดิ ข้นึ เม่อื ไร - ครูพดู ประโยคท่ใี ชโ้ ครงสร้าง Present progressive tense แล้วใหน้ ักเรียนฝกึ ออกเสียงตามจนคล่อง เชน่ T: I’m teaching. Ss: I’m teaching. T: You’re listening.
Ss: You’re listening. - ครสู มุ่ เรยี กนักเรียน 1 คนให้ยืนขนึ้ แล้วต้ังคาถามใหน้ ักเรยี นทง้ั ชนั้ ตอบ T: (ชอ่ื นกั เรยี นท่ีครูส่มุ เรียก)stand up, please. What is (ช่อื นกั เรยี นที่ครูส่มุ เรียก)doing? Ss: She/He is standing. - ครูถามนักเรยี นที่กาลังยนื วา่ เพ่ือนทั้งชนั้ กาลงั ทาอะไร T: (ชื่อนักเรยี นที่กาลงั ยืน), are your friends running? นักเรียนที่กาลงั ยนื : No, they aren’t. T: (ชื่อนักเรียนที่กาลงั ยืน), what are they doing? นักเรียนท่ีกาลงั ยนื : They are sitting. (They are learning. หรือ They arelistening.) - ครูกับนกั เรียนชว่ ยกันสรุปวา่ Present progressive ใชก้ ับเหตกุ ารณ์ท่ีกาลังเกดิ ขน้ึ ในขณะท่ีพูด ข้ันที่ 2 - ใหน้ ักเรียนศึกษาโครงสร้างประโยคคาถามท่ีขึ้นตน้ ดว้ ย Question word: Whatและ Verb to be: is, am, are ศกึ ษาการตอบคาถามรูปเต็มและรูปย่อ และสงั เกตการใช้ Verb to be กับประธานทีต่ า่ งกนั ในกรอบ Grammar - ครเู ขยี นประโยค “What are you doing?” บนกระดานดา แลว้ สมุ่ นกั เรียนตอบโดยใช้โครงสร้างประโยค Present progressive tense คนละ 1 ประโยค - ใหน้ กั เรียนหาภาพคนกาลังแสดงกริ ิยาทา่ ทางอยา่ งใดอย่างหนง่ึ มา 1 ภาพ ครใู ห้นกั เรียนชูภาพของตนเองทลี ะคนพร้อมทงั้ พูดประโยค “What is she/he doing?” และสุม่ เรียกเพื่อนนักเรียนคนอ่ืนตอบวา่ บุคคลในภาพกาลงั ทาอะไร - ให้นักเรียนทาแบบฝึกหัด แลว้ ใหน้ ักเรยี นอา่ นพร้อมกับตรวจคาตอบกบั ครู) ขั้นที่ 3 - ใหน้ กั เรยี นดูภาพ ครถู ามนักเรียนเกยี่ วกบั รายละเอยี ดตา่ ง ๆ ในบา้ น เชน่ - How many rooms are there? (Four.) - How many people are there in the bathroom? (One.) - What is he doing? (He is taking a shower.) - How many people are there in the bedroom? (One.) - What is she doing? (She is cleaning the bedroom.) - Where is the dog? (It is in the yard.) - ให้นกั เรียนจับคูท่ าแบบฝึกหัด แล้วสุ่มนกั เรียน 8 คอู่ อกมาอา่ นประโยคคาถามและคาตอบ แล้วใหน้ กั เรียนคนอื่น ๆ บอกว่าเหน็ ดว้ ยหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วย ให้บอกคาตอบของตนและบอกว่าข้อมูลที่ถูกต้องอยู่ส่วนไหนของภาพ (ครอู ธิบายข้อมูลเพ่มิ เตมิ วา่ คาว่า big sister และ big brotherในแบบฝกึ หดั หมายถงึ พสี่ าวและพชี่ าย) - ให้นักเรยี นเขียนบรรยายสิ่งตา่ ง ๆ ทีท่ ุกคนในภาพกาลงั ทา - ครูสมุ่ ให้นกั เรียนอ่านสิ่งท่ีตนเองเขียนวา่ คนในภาพกาลงั ทาอะไร คนละ 1ประโยค แล้วให้นกั เรยี นคนอืน่ ๆ ชว่ ยกันตรวจโครงสรา้ งไวยากรณ์ ตัวสะกด และความถูกต้องพร้อมกับครู
ขน้ั ท่ี 4 - ครูอธบิ ายใหน้ ักเรยี นฟงั ว่าคาทักทายทางโทรศัพท์ต้องใชส้ านวนประโยค “Hello.Is (ชอื่ )there,please?” หรือ “Hello. Can I speak to (ชอ่ื ), please?” เพ่ือระบวุ ่าต้องการพดู สายกับใครและเมื่อจบการสนทนาจะใช้คาวา่ “Goodbye” หรอื “Bye” (ครเู ขยี นประโยคดังกลา่ วบนกระดานดา) - ครูยกตวั อย่างวธิ กี ารพูดโทรศพั ท์ เชน่ - Hello. Is Susan there, please? หรอื - Hello. Can I speak to Susan, please? - ให้นกั เรียนทากจิ กรรม โดยใหน้ ักเรยี นจับคู่แล้วพูดบทสนทนาทางโทรศัพท์โดยใช้โครงสรา้ ง Present progressive tense บรรยายส่ิงทน่ี กั เรียนและครอบครวั กาลงั กระทา เชน่ S1: Hello. Can I speak to (ช่ือ S2) , please? S2: Yes, I’m speaking. S1: What is your brother doing? S2: He’s doing homework? - ครูควรเดินสารวจว่านักเรียนใช้ Present progressive tense ทไ่ี ด้เรยี นมาแลว้ หรือไม่ และประเมนิ ผลโดยใชแ้ บบประเมินการแสดงบทบาทสมมติบทเรียนย่อยท่ี 4 ( เวลา 2 ช่วั โมง ) ข้ันท่ี 1 - นาเข้าสบู่ ทเรยี น - ครเู ขยี นคาว่า Australiaบนกระดานดา ครตู ดิ แผนที่โลกบนกระดานดา แลว้ สุ่มเรยี กนักเรยี นออกมาชีท้ ตี่ ้งั ของประเทศออสเตรเลยี - ครถู ามความร้ขู องนกั เรยี นเก่ียวกับประเทศออสเตรเลีย โดยใช้ตัวอยา่ งคาถามเช่น - What do you know about Australia? - What kind of animals live in Australia? (kangaroos, koalas, etc.) - What language do the Australians speak? (English.) ข้นั ท่ี 2 - ครูเปิดเสยี งให้นักเรยี นฟัง ในขณะท่ีฟงั ใหน้ ักเรียนอา่ นตามในใจ และขดี เสน้ ใต้คาศัพทท์ นี่ ักเรยี น ไม่ทราบความหมาย แล้วนามาเขียนบนกระดานดา - ครูให้นักเรยี นอา่ นออกเสยี งคาศัพท์บนกระดานดา และครูยกตัวอย่างประโยคแลว้ ใหน้ กั เรียนเดาความหมายของคาศัพท์จากตวั อยา่ งประโยค เช่น - The elephant is an enormousanimal. - Asia is a continent. - Australia is a famouscountry. - There are a lot of wonderful places in Thailand. - ครูเปิดเสียง อีกครั้ง แลว้ ใหน้ ักเรียนอา่ นพร้อมกันทง้ั ชน้ั - ครใู หน้ กั เรียนอา่ นบทอ่านอีกครัง้ หนึ่ง แล้วตอบคาถาม - นักเรียนแลกกนั ตรวจคาตอบ และให้อภปิ รายเมือ่ มีคาตอบท่ตี ่างกนั ครูเฉลยคาตอบท่ีถูกตอ้ ง ขน้ั ท่ี 3 - ครูตง้ั คาถามเพ่ิมเตมิ จากเน้ือเร่ือง ให้นกั เรียนหาคาตอบ เชน่
- What are the Australians called? (Aussies.) - Where is the Opera House? (In Sydney.) - How tall is Ayers Rock? (345 meters.) ขน้ั ท่ี 4 - ใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 4-5 คน อา่ นคาสัง่ และจนิ ตนาการวา่ นักเรยี นกาลังสนุกสนานมากในการท่องเที่ยวอยู่ ณ สถานท่ีหนง่ึ ใหน้ ักเรียนหาภาพจากนติ ยสารและเขียนบรรยายสถานที่และกจิ กรรมที่กาลังทาอยู่ ณ ท่ีนน้ั (ครแู นะนานักเรยี นวา่ อาจจะหารปู ภาพสถานทท่ี ่นี ่าสนใจจากอนิ เทอร์เน็ตหรอื นิตยสารตา่ ง ๆ เกี่ยวกับการท่องเทยี่ วมาประกอบการเขียนบรรยาย)7. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 7.1 ส่ือการเรียนรู้ - รูปภาพ - วิดีทัศน์ 7.2 แหล่งเรยี นรู้ - Internet8. บันทกึ หลงั การสอน. 8.1 ด้านความร(ู้ K) ............................................................................................................................. .................................. 8.2ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) ............................................................................................................................................................... 8.3 ดา้ นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์(A)
............................................................................................................................. ................................ 8.4 ด้านสมรรถนะสาคญั ผเู้ รียน(C) ............................................................................................................................. ...............................ปัญหาอปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ....................................................................................................................................... ................................... ลงชื่อ ................................................ครผู สู้ อน (นางวันทนยี ์ มมุ านะวงศ)์ วนั ที่ ........................................ความคิดเห็นหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้............................................................................................................................. ............................................. ลงชื่อ ................................................หวั หนา้ กลุ่มสาระ (นางวันทนยี ์ มมุ านะวงศ์) วันท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หนา้ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ............................................................................................................................. ............................................. ลงชื่อ ............................................หวั หน้ากลุ่มงานบริหารวิชาการ (นางสาวทัศนีย์ วงทองดี) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เห็นผ้บู รหิ ารสถานศึกษา............................................................................................................................. ............................................. ลงช่ือ .............................................................. (นายวนิ ัย คาวิเศษ) วนั ท่ี ........................................ ตาแหน่ง ผูอ้ านวยการโรงเรยี นหันคาราษฎรร์ งั สฤษดิ์
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 3 เร่อื ง Hobbiesรายวชิ าภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22101 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 2กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 10 ช่วั โมงครูผสู้ อน นางวนั ทนีย์ มุมานะวงศ์ โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ ังสฤษดิ์1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดัมาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรอื่ งทฟ่ี งั และอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เหน็อย่างมีเหตผุ ลตวั ชี้วดั ม.2/1 ปฏบิ ัติตามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้แี จง และคาอธิบายงา่ ยๆ ท่ีฟังและอา่ นตัวชว้ี ดั ม.2/2 อ่านออกเสยี งขอ้ ความ ข่าว ประกาศ และบทรอ้ ยกรองส้ันๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ นตวั ช้วี ดั ม.2/3 ระบ/ุ เขียนประโยค และข้อความ ใหส้ ัมพันธ์กับสือ่ ที่ไมใ่ ช่ความเรียง รูปแบบ ต่างๆ ท่ีอา่ นตวั ชว้ี ดั ม.2/4 เลอื กหัวขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั บอกรายละเอียดสนบั สนุน (supporting detail)มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มลู ข่าวสารแสดงความรสู้ ึกและความคิดเหน็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพตวั ช้วี ดั ม.2/2 ใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา คาช้แี จง และคาอธบิ ายตามสถานการณ์ตวั ชวี้ ัด ม.2/3 พูดและเขยี นแสดงความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความชว่ ยเหลือ ในสถานการณ์ตา่ งๆ อย่างเหมาะสมตัวชี้วัด ม.2/5 พูดและเขียนแสดงความรู้สกึ และความคิดเห็นของตนเองเกย่ี วกบั เร่ืองต่างๆ กจิ กรรมและประสบการณ์ พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลประกอบอย่างเหมาะสมมาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่ืองต่างๆ โดยการพูดและการเขยี นตัวชีว้ ดั ม.2/2 พูดและเขียนสรปุ ใจความสาคญั /แก่นสาระ หัวข้อเรือ่ ง (topic) ทไ่ี ดจ้ ากการวิเคราะห์เรือ่ ง/ขา่ ว/เหตุการณ์ ท่ีอยใู่ นความสนใจของสงั คมมาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใชไ้ ด้อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะตัวชว้ี ดั ม.2/1 ใชภ้ าษา นา้ เสียง และกิรยิ าท่าทางเหมาะกับบคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษาตวั ช้วี ัด ม.2/2 อธบิ ายเก่ียวกับเทศกาล วนั สาคญั ชวี ติ ความเป็นอยู่ และประเพณีของเจา้ ของภาษามาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรูก้ ับกลมุ่ สาระการเรียนรอู้ ่ืน และเป็นพืน้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตนตวั ชว้ี ดั ม.2/1 คน้ คว้า รวบรวม และสรปุ ข้อมลู / ข้อเทจ็ จรงิ ทีเ่ กยี่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อน่ื จากแหลง่ เรยี นรู้ และนาเสนอด้วยการพดู /การเขยี นมาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณต์ า่ งๆ ทั้งในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คม
ตัวชวี้ ดั ม.2/1 ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จาลองทเี่ กดิ ขึน้ ในห้องเรียนสถานศึกษา และชุมชน2. สาระสาคัญ(ความคิดรวบยอด) เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองที่ฟังและอา่ น มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูล สามารถนาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด โดยการพูดและการเขียน เข้าใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง (K) คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชี้แจง และคาอธบิ าย เช่น การทาอาหารและเคร่ืองดม่ื การประดษิ ฐ์ข้อความ ขา่ ว ประกาศ และบทร้อยกรอง การใชพ้ จนานุกรม หลักการอ่านออกเสยี ง ประโยค หรือข้อความและความหมายเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี บทสนทนา นทิ านเรอื่ งสนั้ และเร่ืองจากส่ือประเภทต่างๆ เช่น หนงั สอื พิมพ์ วารสาร วิทยุ โทรทศั น์ เวบ็ ไซด์ การจับใจความสาคัญ เช่น หัวข้อเรอื่ ง ใจความสาคัญ รายละเอยี ดสนบั สนุนคาถามเก่ยี วกับใจความสาคัญของเรื่อง เชน่ ใครทาอะไร ที่ไหน เม่ือไร อย่างไร ทาไม ใชห่ รือไม่ ทกั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลข่าวสารแสดงความรู้สึกและความคิดเหน็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชแ้ี จง และคาอธบิ าย ภาษาท่ีใชใ้ นการแสดงความต้องการเสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ ภาษาท่ีใชใ้ นการแสดงความรสู้ ึก ความคดิ เห็น และให้เหตุผลประกอบ เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ มีความสุข เศรา้ หิว รสชาติ สวย นา่ เกลยี ด เสยี งดงั ดี ไม่ดี จากขา่ ว เหตุการณ์ สถานการณ์ ในชวี ิตประจาวนั นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรอ่ื งต่างๆ โดยการพูดและการเขียน การจบั ใจความสาคัญ/แกน่ สาระ หวั ข้อเรื่อง การวเิ คราะหเ์ ร่อื ง/ขา่ ว/เหตกุ ารณท์ ่ีอย่ใู นความสนใจ เชน่ประสบการณ์ ภาพยนตร์ เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใชไ้ ด้อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ การใช้ภาษา น้าเสยี ง และกริ ิยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เชน่ การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใช้สีหน้าท่าทางประกอบ ความเป็นมาและความสาคัญของเทศกาล วนั สาคัญ ชีวติ ความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเช่อื มโยงความร้กู บั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อน่ื และเป็นพ้นื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตนการคน้ ควา้ การรวบรวม การสรุป และการนาเสนอข้อมลู /ข้อเท็จจรงิ ที่เกย่ี วขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นภาษาต่างประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคมการใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จาลองท่ีเกิดขึน้ ในห้องเรียน สถานศกึ ษา และชุมชน 3.2 ทักษะกระบวนการ (P) โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางภาษา เพือ่ ฝึกทกั ษะฟัง อา่ น ปฏบิ ัติ อธบิ าย เขยี น แสดงความคิดเหน็สอ่ื สารแลกเปลยี่ นข้อมูล สนทนา แลกเปล่ียนข้อมลู ใชค้ าขอร้อง ใหค้ าแนะนา พดู ให้ความชว่ ยเหลือบรรยาย พดู ข้อมลู เขียนข้อมูล เขยี นสรุปใจความสาคัญ แสดงความคิดเห็น โดยใชภ้ าษาเหมาะสมกบักาลเทศะ พรอ้มอธิบายเกีย่ วกับเทศกาล วนั สาคญั ชีวติ ความเปน็ อยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรม จัดกจิ กรรมเพอ่ื อธบิ ายและเปรยี บเทียบ ความเหมอื นและความแตกต่างของเจา้ ของภาษาคน้ ควา้ รวบรวม สรุปข้อมลู และนาเสนอ แลกเปลย่ี นเรียนรู้ และนาไปเผยแพร่ และประชาสมั พันธ์ 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรูค้ วามเข้าใจทกั ษะทางภาษาอย่างมเี หตผุ ลและถกู ต้อง ผเู้ รยี นมีความรู้ ความสามารถในการใชภ้ าษาเพ่อื การส่ือสารอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มีทักษะการคดิ รจู้ ักการทางานอย่างเหมาะสม และการ
ทางานรว่ มกันกบั ผูอ้ ื่นอย่างมีมารยาท เหน็ คุณค่าและประโยชน์นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์อยา่ งมีเหตุผล และมีเจตคตทิ ีด่ ีต่อภาษาอังกฤษ3.4 สมรรถนะสาคญั ผเู้ รยี น (C)ผู้เรยี นมีความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการแก้ปญั หา และความสามารถในการคดิ4. ภาระงาน (สะทอ้ นการทากจิ กรรม)4.1 ภาระงาน5. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์ใหน้ ักเรียนฝกึ ทักษะการสื่อสาร ใบงาน ใบงาน ( 2 คะแนน)ภาษาอังกฤษจากใบงาน - ส่งใบงานตรงเวลา ถูกตอ้ ง เรยี บรอ้ ย สะอาด (1 คะแนน) - สง่ ใบงานตรงเวลา ไมเ่ รียบร้อย (0.75 คะแนน) - ส่งใบงานไมต่ รงเวลา (0.25คะแนน) - ไมส่ ่งใบงาน (0 คะแนน)ใหน้ ักเรยี นฝกึ ทักษะการส่ือสาร แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หดั (2 คะแนน)ภาษาอังกฤษจากแบบฝึกหัด - สง่ แบบฝกึ หัดตรงเวลา ถูกตอ้ ง เรียบร้อย สะอาด (1 คะแนน) - สง่ แบบฝึกหัดตรงเวลา ไมเ่ รยี บรอ้ ย (0.75 คะแนน) - ส่งแบบฝกึ หัดไม่ตรงเวลา (0.25คะแนน) - ไมส่ ง่ ใบงาน (0 คะแนน)การสงั เกต การใชท้ ักษะทางภาษาอังกฤษ แบบประเมินการฟัง ประเมินการฟัง พูด อ่าน เขยี น (3.67 คะแนน)ของนักเรียน ในการรว่ มทากิจกรรมต่างๆ พดู อา่ น เขยี นท้ังในหอ้ งเรยี น และนอกห้องเรียน ภาษาองั กฤษให้นักเรียนเขียนคาศัพทท์ ่นี ักเรียนร้จู กั สมุดคาศัพท์ สมดุ คาศัพท์ (2 คะแนน)และคาศพั ทใ์ หมๆ่ ที่นกั เรยี นค้นคว้าหา - สง่ สมุดคาศัพท์ ตรงเวลา ครบจานวนตามท่ีความรู้เพ่มิ เติมด้วยตนเอง เขียนไว้ กาหนดล่วงหนา้ กอ่ นถงึ คาบเรยี น 20 คาศัพท์ต่อ (1 คะแนน)1 เรียน - ส่งสมดุ คาศัพท์ ไมต่ รงเวลา แตค่ รบจานวน ตามทกี่ าหนด (0.75 คะแนน)
วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์การสอบเกบ็ คะแนนกลางภาค ขอ้ สอบ - ส่งสมดุ คาศัพท์ ไมต่ รงเวลา และไม่ครบจานวน รวมคะแนนหน่วยท่ี 1 ตามท่กี าหนด (0.25คะแนน) - ไมส่ ่งสมุดคาศัพท์ (0 คะแนน) - สอบเกบ็ คะแนนกลางภาค (7 คะแนน) 16.67 คะแนน6. กจิ กรรมการเรยี นรู้บทเรยี นย่อยที่ 1 ( 2 ชวั่ โมง)ขน้ั ท่ี 1 นาเขา้ สบู่ ทเรียน 1. นักเรียนและครูทักทายกนั ตามรูปประโยค ดงั น้ี S: Good morning teacher. T: Good morning my students. How are you this morning? S: I’m o.k. Thank you and you? T: I’m good thanks. Have a nice day. I’m happy to see you all again and I hope you will happy with our English class. 2. ครถู ามนักเรียนว่าวา่ งๆนักเรยี นชอบทาอะไร นักเรียนอาจตอบเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษกไ็ ด้ ( What do you like to do on your free time? Do you like sleepy. ) 3. ครเู ลา่ เรอ่ื งกิจกรรมยามว่างทค่ี รูชอบทาเป็นภาษาอังกฤษและใหน้ ักเรยี นคดิ ตามและสรุปว่าครพู ูดถงึ อะไร (Whenever I have free time I like to listen to music and go shoppingbecause listening to music and go shopping make me relax and happy. It’s good reducemy stress. ) 4. ครูชีแ้ จงเนอ้ื หาและอธบิ ายหัวข้อท่จี ะเรยี นในคาบน้ี ได้แก่ Hobby / Free time activity (Do you know our topic for today? Today we will learn about our free time activities. )ขน้ั ที่ 2 ขัน้ สอน 1. นกั เรียนอา่ นคาศัพทเ์ รอ่ื งกิจกรรมยามวา่ งจาก Power point ตามครู (Read all wordsand repeat after me. Here we go. How many words are there in this slide?) 2. นักเรียนฝกึ อา่ น สะกด และแปลความหมายคาศัพทเ์ ร่ืองกิจกรรมยามว่าง (Have youany questions with some word. If you sure read and translate all words into Thai.) 3. นักเรียนดแู ละฝกึ สนทนาถามตอบเกี่ยวกับกิจกรรมยามวา่ งตามรูปประโยคตา่ งๆจากPower point (Time to drill. Work in pair and let’s conversation practice.)
ข้ันท่ี 3 ขนั้ สรปุ 1. นักเรียนเลน่ เกมส์ What is my hobby? โดยมีวิธกี ารเลน่ ดงั นี้ - นักเรียนยนื เปน็ วงกลมใหญ่หนง่ึ วง หรือน่งั เรียนเป็นแถวปกตกิ ็ได้ - ครูใหล้ ูกบอลกระดาษกบั นักเรยี น (ในลกู บอลกระดาษจะมกี ระดาษหลายแผน่ แต่ ละแผ่นจะมีประโยคและรูปภาพกจิ กรรมยามวา่ งต่างๆ) - ครเู ปิดเพลงและให้ลูกบอลนักเรียนคนแรกส่งตอ่ ให้เพ่ือนไปเรอื่ ยๆ หากเพลงหยุด เมือ่ ไหรน่ กั เรียนคนทถี่ ือลูกบอล ต้องแกะกระดาษแผ่นแรกอ่าน และแสดงทา่ ทางตามคาที่กาหนดให้ พร้อมถามเพ่ือนคนอ่ืนๆว่า What is my hobby? เพ่ือนๆ เดาคาตอบจากทา่ ทาง อาจตอบวา่ Fishing is your hobby. เป็นตน้บทเรียนย่อยที่ 2 ( 3 ชัว่ โมง)ขน้ั ที่ 1 นาเข้าสบู่ ทเรียน1. ครูถามนาเกยี่ วกบั กิจกรรมที่นกั เรียนชอบทาในยามว่างด้วยคาถามดังน้ี What do you do in your free time? What is your hobby?2. นกั เรยี นอาจคาตอบเป็นภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ โดยครเู ขียนคาตอบที่ได้บนกระดานดาข้นั ที่ 2 ขัน้ สอน1. นักเรียนจับค่กู นั อา่ นบทอา่ นส้ันๆเรอื่ ง What do you like?2. นักเรียนบันทกึ คาศัพทส์ านวนที่นกั เรยี นรจู้ กั และคาศัพท์ใหมห่ รือโครงสร้างประโยคใหม่ทไี่ ด้จากการอา่ น (ใบงานที่ 1 What do you like?) และ ใบงานท่ี 2 What are these words?3. นักเรียนแลกเปลีย่ นข้อคดิ เหน็ จนไดข้ ้อสรปุข้นั ที่ 2 ขัน้ สรปุ1. นกั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนีแ้ ละจดบนั ทึกลงสมุดของตน What is Wilai’s hobby? What does Wilai like? What does Sunee do every Saturday? Does Tanee swim in his free time? Does Mana collect coins every day? What does Malee do in her free time?Possible answers : Wilai’s hobby is reading. She likes to read cartoons and funny stories. EverySaturday, Sunee swims. Tanee doesn’t swim in his free time, he collects coins. Mana likes toplay football, he doesn’t collect coins. Malee likes to draw in her free time.
7. นักเรยี นอาสาสมคั รบอกคาตอบโดยเพ่ือนช่วยกนั แก้ไขและบันทึกลงสมุด Question Possible AnswerWhat is your hobby? My hobby is reading.What is his/her hobby? (playing Domino games) Her/His hobby is swimmingWhat are your hobbies? My hobbies are……... ( listening to the music., collecting stamps, swmming, etc.)What do you like to do in your free time? I like to read.What does he/she like to do? I like reading. He likes to read cartoons. He likes reading funny stories.บทเรียนย่อยท่ี 3 ( 3 ช่ัวโมง)ขั้นที่ 1 นาเขา้ สบู่ ทเรียน1. ครแู สดงภาพเกี่ยวกบั งานอดิเรก / กจิ กรรมยามวา่ ง ดว้ ย power points และนาเสนรูปประโยคและไวยากรณ์ Question Possible AnswerWhat is your hobby? My hobby is reading.What is his/her hobby? (playing Domino games) Her/His hobby is swimmingWhat are your hobbies? My hobbies are……... ( listening to the music., collecting stamps, swmming, etc.)What do you like to do in your free time? I like to read. I like reading.What does he/she like to do? He/ She likes to read cartoons. He/She like reading funny stories. She likes to dance. She likes dancing.What do they like to do? They like to walk in the garden. They like walking in the garden.
Question Possible Answer2. ครูให้นกั เรยี นสังเกตและสรปุ ความแตกตา่ งของการใช้ like to... และ like... like to + verb (กรยิ าช่อง1ทไ่ี มผ่ ัน) like + verbทีเ่ ตมิ ing Like to ตามมาดว้ ย กริยาช่อง 1 ที่ไมผ่ นั เรียก infinitive verb Like ตามมาดว้ ย กริยาช่อง1 ที่เติม –ing เรียก gerundขนั้ ที่ 2 ขั้นสอน 1. นกั เรยี นจับคกู่ นั แต่งประโยคที่มที ั้ง 2 โครงสร้าง และสุ่มนักเรียนอาสาสมัคร 2-3 คน เขยี นประโยคบนกระดานดา เพ่ือนๆช่วยกันแก้ไขข้อผดิ พลาด 2. นักเรียนจับค่เู ดิมทาแบบฝึกในใบงานท่ี 3 What is his/her hobby? และตรวจสอบความถกู ตอ้ งกบั เพ่ือน (ideas shopping)ขนั้ ท่ี 3 ขั้นสรปุ 1. นักเรยี นกล่มุ ๆละ 3-5 คน ชว่ ยกนั ระดมความคิดเก่ยี วกับงานอดิเรกต่างๆในใบงานที่ 4 What to do? เขียนความคิดลงในแผนผงั ความคิด (mind map) 2. สารวจงานอดเิ รกของสมาชิกในกลุ่มจาก ใบงานท่ี5 A survey of our hobbies โดยใช้ข้อมลู ชื่องานอดเิ รกท่ีช่วยกันระดมสมองในใบงานที่ 4 3. จากแบบสารวจทไี่ ด้ ให้สมาชกิ แต่ละคนในกลมุ่ ช่วยกนั เขยี นบรรยายความชอบ งานอดเิ รกของตัวเอง และของเพ่ือนสมาชกิ 1 คน โดยกลุ่มอาจช่วยกันเติมเต็มประโยคตามความต้องการในใบงานที่ 6 Myhobbies, his/her hobbiesบทเรียนย่อยท่ี 4 (2 ช่วั โมง)ขั้นท่ี 1 นาเขา้ ส่บู ทเรยี น 1. เล่นเกม “ A -z ” โดยครูกาหนดตัวอักษรภาษาองั กฤษขน้ึ มา 1 ตัว แลว้ ให้นกั เรียนบอกคาศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยตัวอกั ษรนัน้ เช่น “ S ” นกั เรยี นบอกว่า swim, sing, etc., 2. นาเสนอคาศพั ท์ และสนทนาถาม-ตอบกับนกั เรียนว่านกั เรยี นแตล่ ะคนมีความสามารถอะไรกนั บ้างโดยใชป้ ระโยค What can you do? และให้นักเรยี นออกมาทาทา่ ทางให้เพ่ือนทาย จากนนั้ ครูสนทนากับ
นักเรยี นเกีย่ วกบั เวลาว่างว่านักเรยี นชอบทาอะไร โดยใชป้ ระโยค What do you do in your freetime? นักเรียนตอบอา่ นหนังสือ (reading a book) ฟังเพลง (listening to music) รอ้ งเพลง (singing asong) เต้นรา (dancing)ข้นั ที่ 2 ขน้ั สอน 1. ฝกึ ออกเสียงตามพรอ้ มแสดงทา่ ทางประกอบ เชน่ T : I can sing. What can you do? S1 : I can swim. T : Can you dance? S2 : Yes, I can. S3 : I can dance and I can swim. T : What do you like to do in your free time? Ss : Singing/ Dancing/ Reading/ Drawing/ Watching TV Ss : I like cooking/ listening to music. 2. ฝกึ สนทนาและแสดงท่าทางเปน็ คู่ตามใบความรทู้ ี่ 1 T : What can you do? S1 : I can swim. T : Can you dance? S2 : Yes, I can. S3 : I can dance and I can swim. T : I like reading/drawing/cooking/ listening to musicin my free time.ขัน้ ท่ี 2 ขัน้ สรปุ 1. นักเรียนฝึกสนทนาถามตอบในใบความรู้ท่ี 1 เช่น A: What do you do in your free time? B: Singing. I like singing. C: Dancing. I like dancing. D: Reading. I like reading. E: Drawing. I like drawing.7. ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ 7.1 สอ่ื การเรยี นรู้ - power point - รูปภาพ - ใบงาน - แบบฝึกหัด
7.2 แหล่งเรียนรู้ - Internet8. บนั ทกึ หลงั การสอน. 8.1 ดา้ นความร้(ู K) ............................................................................................................................. .................................. 8.2ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) ............................................................................................................................. .................................. 8.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) ........................................................................................................................................................ 8.4 ดา้ นสมรรถนะสาคัญผู้เรียน(C) ............................................................................................................................. ...........................ปญั หาอุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ............................................................................................................................. ............................................. ลงชอ่ื ................................................ครูผ้สู อน (นางวันทนีย์ มุมานะวงศ)์ วันท่ี ........................................ความคดิ เห็นหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้.......................................................................................................................................................................... ลงช่ือ ................................................หวั หน้ากลุม่ สาระ (นางวันทนีย์ มมุ านะวงศ์) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เห็นหวั หนา้ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ............................................................................................................................. ............................................. ลงชือ่ ............................................หวั หนา้ กลมุ่ งานบริหารวิชาการ (นางสาวทศั นีย์ วงทองดี) วนั ที่ ........................................ความคดิ เห็นผบู้ รหิ ารสถานศึกษา............................................................................................................................. ............................................. ลงช่ือ .............................................................. (นายวินัย คาวเิ ศษ) วันท่ี ........................................ ตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรียนหนั คาราษฎรร์ ังสฤษดิ์
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 เร่ือง Occupationsรายวชิ าภาษาอังกฤษ รหสั วิชา อ22101 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 1 เวลา 10 ชวั่ โมงครูผู้สอน นางวันทนยี ์ มุมานะวงศ์ โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วดัมาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องท่ฟี ังและอา่ นจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เหน็อยา่ งมเี หตผุ ลตัวชว้ี ดั ม.2/1 ปฏิบตั ติ ามคาขอร้อง คาแนะนา คาชีแ้ จง และคาอธิบายง่ายๆ ท่ีฟงั และอ่านตวั ชี้วัด ม.2/2 อ่านออกเสยี งข้อความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองสั้นๆ ถกู ตอ้ งตามหลักการอ่านตวั ชี้วัด ม.2/3 ระบ/ุ เขยี นประโยค และข้อความ ให้สมั พนั ธ์กับส่ือท่ีไมใ่ ช่ความเรียง รูปแบบ ตา่ งๆ ที่อา่ นตัวชว้ี ัด ม.2/4 เลอื กหัวข้อเรื่อง ใจความสาคญั บอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail)มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมลู ข่าวสารแสดงความร้สู กึและความคิดเห็นอย่างมีประสทิ ธภิ าพตวั ชี้วัด ม.2/3 พูดและเขยี นแสดงความตอ้ งการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏเิ สธการให้ความช่วยเหลือ ในสถานการณต์ า่ งๆ อย่างเหมาะสมตวั ชว้ี ัด ม.2/4 พดู และเขยี นเพื่อขอและให้ข้อมลู บรรยาย และแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับเรอื่ งท่ีฟังหรืออ่านอยา่ งเหมาะสมมาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรอ่ื งตา่ งๆ โดยการพูดและการเขยี นตัวชว้ี ดั ม.2/1 พูดและเขียนบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และข่าว/เหตกุ ารณ์ ที่อยู่ในความสนใจของสังคมมาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากบั วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใชไ้ ด้อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะตัวช้ีวดั ม.2/1 ใชภ้ าษา น้าเสยี ง และกริ ยิ าทา่ ทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษามาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กบั กลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ืน่ และเป็นพ้นื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั นข์ องตนตวั ชว้ี ัด ม.2/1 ค้นควา้ รวบรวม และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริงทีเ่ กี่ยวข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ่ืนจากแหล่งเรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพูด/การเขียนมาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ทั้งในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คมตัวชี้วดั ม.2/1 ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณจ์ าลองทเ่ี กดิ ขึ้นในหอ้ งเรยี นสถานศกึ ษา และชุมชน
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี และการแลกเปลย่ี นเรียนรกู้ ับสงั คมโลก ตัวช้วี ัด ม.2/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ /คน้ ควา้ รวบรวมและสรุปความร/ู้ ข้อมูลตา่ งๆ จากสอ่ื และแหลง่ การเรียนรตู้ ่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ ตัวช้วี ดั ม.2/2 เผยแพร/่ ประชาสมั พันธข์ ้อมลู ข่าวสาร ของโรงเรียนเปน็ ภาษาตา่ งประเทศ2. สาระสาคัญ(ความคดิ รวบยอด) เขา้ ใจและตคี วามเร่ืองท่ีฟงั และอา่ น และแสดงความคิดเห็น มที ักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมลู ขา่ วสาร นาเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใชไ้ ด้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ ใชภ้ าษาเชอื่ มโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อน่ื และเปน็ พนื้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรยี นร้แู กนกลาง (K) คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชี้แจง และคาอธิบาย เช่น การทาอาหารและเครื่องดื่ม การประดิษฐ์ข้อความ ข่าว ประกาศ และบทรอ้ ยกรอง การใชพ้ จนานุกรม หลักการอ่านออกเสยี ง ประโยค หรือข้อความและความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว สถานท่ี ภาษา และวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี บทสนทนา นทิ านเรือ่ งสั้น และเร่ืองจากสื่อประเภทต่างๆ เช่น หนงั สือพิมพ์ วารสาร วทิ ยุ โทรทัศน์ เวบ็ ไซด์ การจับใจความสาคัญ เช่น หัวข้อเร่อื ง ใจความสาคัญ รายละเอียดสนับสนุนคาถามเกยี่ วกับใจความสาคัญของเรื่อง เชน่ ใครทาอะไร ท่ีไหน เมอื่ ไร อย่างไร ทาไม ใช่หรือไม่ ทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ้ มลู ข่าวสารแสดงความรูส้ กึ และความคดิ เห็นอย่างมปี ระสิทธิภาพภาษาที่ใชใ้ นการแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธการให้ความชว่ ยเหลอื ในสถานการณ์ตา่ งๆ คาศัพท์ สานวน ประโยค และข้อความทีใ่ ชใ้ นการขอและให้ข้อมลู บรรยาย และแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับเร่อื งท่ีฟังหรืออา่ น นาเสนอข้อมลูขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรือ่ งต่างๆ โดยการพูดและการเขียน การบรรยายข้อมูลเกย่ี วกบั ตนเอง กจิ วัตรประจาวัน ประสบการณ์ ขา่ ว/เหตุการณ์ทีอ่ ยู่ในความสนใจของสงั คม เช่น การเดินทาง การรบั ประทานอาหาร การเลน่ กีฬา/ดนตรี การใชภ้ าษา นา้ เสยี ง และกิริยาท่าทางในการสนทนาตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การชมเชย การใช้สีหนา้ท่าทางประกอบ ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความร้กู บั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อืน่ และเป็นพ้นื ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั น์ของตน การค้นคว้า การรวบรวม การสรุป และการนาเสนอข้อมูล/ขอ้ เทจ็ จริงทเี่ กย่ี วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่นื ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ท้ังในสถานศกึ ษาชุมชน และสงั คม การใชภ้ าษาสือ่ สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จาลองทีเ่ กิดขนึ้ ในห้องเรยี น สถานศึกษาและชุมชน ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเคร่ืองมือพนื้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรยี นร้กู ับสังคมโลก การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบค้น/การค้นคว้าความรู้/ข้อมลู ต่างๆ จากส่ือและแหลง่การเรียนรตู้ ่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ การใชภ้ าษาต่างประเทศในการเผยแพร่ข้อมลู ขา่ วสารของโรงเรยี น เชน่ การทาหนังสือเลม่ เล็กแนะนาโรงเรยี น การทาแผ่นปลวิ การนาเสนอข้อมลู ขา่ วสารในโรงเรียนเปน็ ภาษาอังกฤษ
Search