Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนฯหน่วยที่ 2 รู้ เข้าใจ ใช้เป็น แผนที่

แผนฯหน่วยที่ 2 รู้ เข้าใจ ใช้เป็น แผนที่

Published by nattanunya2519, 2019-10-27 05:14:30

Description: แผนฯหน่วยที่ 2 รู้ เข้าใจ ใช้เป็น แผนที่

Search

Read the Text Version

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªéѹÁ¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 การออกแบบการจัดการเรียนรู กลมุ สาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตร ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ÃËÊÑ ÇªÔ Ò Ç 33208 ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ·èÕ 2 àÃè×ͧ Ì٠ࢌÒ㨠ãªàŒ »š¹ … á¼¹·Õè จดั ทาํ โดย ¹Ò§ÊÒdzѰ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö µíÒá˹‹§ ¤ÃÙ ¤È. 2 โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 ตําบลชา งเคิ่ง อาํ เภอแมแจม จงั หวดั เชยี งใหม สาํ นกั บริหารงานการศกึ ษาพิเศษ สาํ นักงานการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 ˹‹Ç¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ·èÕ 2 : Ì٠àªÒŒ 㨠ãªàŒ »¹š ….á¼¹·èÕ ÃÒÂÇÔªÒ âÅ¡´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé ÁѸÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 àÇÅÒ㪨Œ ´Ñ ¡Ô¨¡ÃÃÁ 15 ªÇèÑ âÁ§ 1. ผลการเรียนรู 5. อานและแปลความหมายจากแผนทภี่ มู ิประเทศและแผนทีธ่ รณวี ิทยาของพ้นื ทที่ ี่กาํ หนด พรอมท้ังอธิบาย และยกตวั อยา งการนาํ ไปใชประโยชน 2. สาระการเรียนรู 2.1 สาระการเรยี นรูเพิ่มเติม 1) แผนที่ภมู ิประเทศ เปน แผนทที่ ี่สรา งเพ่ือจําลองลักษณะของผิวโลกหรือบางสวนของพื้นที่บนผวิ โลก โดยมที ศิ ทางท่ีชัดเจน และมาตราสวนขนาดตา งๆ ตามความเหมาะสมกับการใชงาน แผนทภ่ี มู ิประเทศ มกั แสดงเสน ชนั้ ความสูง และคาํ อธบิ ายสัญลักษณตา งๆ ทีป่ รากฏในแผนท่ี 2) แผนท่ีธรณวี ิทยา เปนแผนทแ่ี สดงการกระจายตัวของหินกลมุ ตางๆ ท่ีโผลใหเหน็ บนพืน้ ผิว ทาํ ใหทราบ ถึงขอบเขตของหินในพื้นท่ี นอกจากนี้ ยังแสดงลักษณะการวางตัวของช้นั หิน ซากดึกดําบรรพ และ ธรณโี ครงสรา ง 3) ขอมูลจากแผนที่ภูมิประเทศและแผนที่ธรณีวิทยา สามารถนําไปใชวางแผนการใชประโยชนและ ประเมินศกั ยภาพของพ้นื ท่ีไดอ ยา งเหมาะสม เชน ประเมินศักยภาพแหลงทรัพยากรธรณีตางๆ การวาง ผงั เมือง การสรางเขื่อน 2.2 สาระการเรยี นรูทองถนิ่ (พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา) 3. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด แผนท่ี คือ สิ่งที่แสดงลักษณะผิวโลกท้งั สวนทเี่ ปนธรรมชาตแิ ละสว นท่ีมนุษยส รางขึ้น โดยนาํ มาแสดงลง ในพ้ืนราบดว ยการยอสวนใหเ ล็กลงตามขนาดที่ตอ งการ พรอ มทงั้ กาํ หนดเครอื่ งหมาย สัญลกั ษณ ทิศทาง มาตรา สว น ฯลฯ เพอ่ื ใหแปลความหมายแผนที่ไดอยางถูกตอง และเมื่อเพิ่มขอมลู ทางธรีวิทยาลงในแผนที่ภมู ิประเทศ จะไดแ ผนทธ่ี รณีวทิ ยา แผนท่ีธรณีวิทยาบรรจุขอมูลทางธรณวี ทิ ยาทีไ่ ดจากการสาํ รวจ ซ่ึงมหี ลายชนิด เชน แผนทีธ่ รณีวทิ ยาประเทศ ไทยแผนที่ธรณีสณั ฐานชายฝงทะเล แผนท่ีแสดงจดุ ศูนยเกดิ แผนดินไหว แผนทีแ่ สดงรอยเลอื่ นมีพลัง เปน ตน โดยแผนที่แตละชนิดลวนมีประโยชนแตกตางกัน ไมว าจะเปนดา นการจดั การทรพั ยากร การสงเสริมแหลง ทองเทีย่ วทางธรณีวิทยา หรอื แมแตก ารเตรยี มรบั มือกบั พิบัติภยั ตางๆ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªé¹Ñ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 4. สมรรถนะสําคัญของผเู รยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี ินยั 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ รยี นรู 3. มงุ ม่ันในการทํางาน 2.1 ทักษะการสังเกต 2.2 ทักษะการสาํ รวจคนหา 2.3 ทักษะการนาํ ความรูไปใช 2.4 ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น 3. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต 5. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ใบงานที่ 1.1 เรอื่ ง การสรา งแผนทีภ่ ูมิประเทศ ประกอบแผนการเรียนรทู ี่ 1 - ใบงานที่ 2.1 เรื่อง การอา นแผนท่ีธรณีวิทยา ประกอบแผนการเรยี นรทู ี่ 2 6. การวดั และการประเมินผล รายการวดั วธิ วี ัด เคร่ืองมือ เกณฑก ารประเมิน 6.1 การประเมนิ ชน้ิ งาน/ - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - ใบงานที่ 1.1 - รอยละ 70 ผานเกณฑ - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ใบงานท่ี 2.1 - รอยละ 70 ผานเกณฑ ภาระงาน (รวบยอด) 6.2 การประเมนิ กอ นเรียน - แบบทดสอบกอ นเรียน - ประเมินตามสภาพจริง - แบบทดสอบกอ นเรียน - ตรวจแบบทดสอบ หนว ยการเรยี นรูที่ 2 กอนเรียน - ใบงานท่ี 1.1 - รอยละ 70 ผานเกณฑ เรือ่ ง รู เขา ใจ - แบบฝก หดั - รอ ยละ 70 ผา นเกณฑ ใชเปน … แผนที่ - ใบงานที่ 2.1 - รอ ยละ 70 ผานเกณฑ - แบบฝก หดั - รอ ยละ 70 ผา นเกณฑ 6.3 การประเมนิ ระหวาง การจัดกิจกรรม - แบบประเมนิ - ระดับคณุ ภาพ 2 1) แผนทภี่ ูมิประเทศ - ตรวจใบงานท่ี 1.1 การปฏบิ ตั กิ าร ผา นเกณฑ - ตรวจแบบฝก หดั - แบบประเมิน - ระดับคณุ ภาพ 2 2) แผนท่ีธรณวี ทิ ยา - ตรวจใบงานที่ 2.1 การนาํ เสนอผลงาน ผา นเกณฑ - ตรวจแบบฝก หัด 3) การปฏบิ ัติการ - ประเมินการ ปฏิบัติการ 4) การนําเสนอ - ประเมิน ผลงาน การนาํ เสนอผลงาน â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 รายการวัด วธิ วี ัด เคร่ืองมอื เกณฑการประเมนิ 5) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2 ทํางานรายบคุ คล การทาํ งานรายบคุ คล การทาํ งานรายบคุ คล ผานเกณฑ 6) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2 การทาํ งานกลมุ การทํางานกลมุ การทํางานกลมุ ผา นเกณฑ 7) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมนิ - ระดับคณุ ภาพ 2 อนั พึงประสงค ใฝเ รียนรู และ คุณลกั ษณะ ผานเกณฑ มงุ ม่นั ในการทาํ งาน อันพึงประสงค 6.4 การประเมนิ หลงั เรียน - แบบทดสอบหลังเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรียน - รอยละ 70 ผา นเกณฑ หนว ยการเรียนรูท่ี 2 หลงั เรียน เร่อื ง รู เขา ใจ ใชเปน … แผนท่ี 7. กิจกรรมการเรียนรู • แผนการเรยี นรูที่ 1 : แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศ วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู (5Es Instructional Model) เวลา 8 ชัว่ โมง • แผนการเรยี นรูท่ี 2 : แผนทธ่ี รณวี ิทยา เวลา 7 ชว่ั โมง วธิ ีสอนแบบสืบเสาะหาความรู (5Es Instructional Model) 8. ส่ือ/แหลง การเรยี นรู 8.1 ส่อื การเรยี นรู 1. หนังสอื เรยี น โลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4 เลม 2 หนวยการเรยี นท่ี 6 แผนท่ี 2. ใบงานที่ 1.1 เร่ือง การสรา งแผนทีภ่ ูมิประเทศ 3. ใบงานท่ี 2.1 เรือ่ ง การอา นแผนทีธ่ รณีวทิ ยา 4. ใบความรูที่ 1.1 เรอื่ ง ลักษณะและกฎเกณฑข องเสนชน้ั ความสงู 5. ใบความรูท่ี 2.1 เรอื่ ง แผนท่ธี รณวี ทิ ยาจังหวัดขอนแกน 6. PowerPoint เรือ่ ง องคประกอบของแผนท่ี 7. PowerPoint เรอ่ื ง สญั ลักษณทางธรณวี ทิ ยา 8. แบบฝก หดั โลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4 เลม 2 หนวยการเรียนที่ 6 แผนที่ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªéѹÁ¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 Ẻ·´Êͺ¡Í‹ ¹àÃÕ¹ ˹Nj ¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·Õè 2 : ÃÙŒ à¢ÒŒ 㨠ãªàŒ »¹š …. á¼¹·èÕ ÃÒÂÇÔªÒ âÅ¡´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªéѹÁ¸Ñ ÂÁÈÖ¡ÉÒ»‚·èÕ 4 *************************** คาํ ชี้แจง : ใหน ักเรียนเลือกคาํ ตอบท่ีถูกตองท่ีสุดเพียงขอเดียว 1. ในชวี ติ ประจาํ วนั ของมนษุ ยใชประโยชนจากแผนท่ีในดา นใดมากทีส่ ุด 1. ใชศ กึ ษาเสน ทางในการเดินทาง 2. ใชสํารวจพ้ืนท่เี กษตรกรรมเพอ่ื เพาะปลกู พชื 3. ใชเปนคูมอื การเดินทางทอ งเท่ียวระหวางประเทศ 4. ใชศ กึ ษาลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเพ่ือวางแผนการสรางเมือง 5. ใชศึกษาลักษณะภูมปิ ระเทศเพอ่ื วางแผนการสรา งเข่ือน พจิ ารณาภาพ แลว ตอบคาํ ถามขอ 2-3 จดุ A B C D และ E แสดงตําแหนงบนแผนที่ ซึง่ ระดบั ความสูงมหี นว ยเปนเมตร 2. ผลตา งของระดับความสงู ระหวา งจุด C กับจดุ D มคี าเทา ใด 1. 250 เมตร 2. 500 เมตร 3. 750 เมตร 3. 1,599 เมตร 4. 1,000 เมตร 5. 1,250 เมตร 3. ระดบั ความสูงทส่ี ูงท่ีสุดที่จะเปนไปไดของจุด E มคี าเทาใด 1. 1,000 เมตร 2. 1,550 เมตร 4. 1,650 เมตร 5. 1,699 เมตร â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 4. ขอใดกลาว ไมถ กู ตอง เก่ยี วกับเสนชน้ั ความสูง 1. ชว งความหา งของแตละเสน ชั้นความสูงจะเปนเลขจํานวนเต็ม 2. เสน ชั้นความสูงทกุ เสน ตอ งบรรจบกันใน แผนท่นี ้นั หรือแผนทีแ่ ผน ถดั ไป 3. เสนชั้นความสงู 2 เสน ทลี่ อ มรอบบริเวณเดียวกนั จะมคี วามสงู ตอ เนื่องกัน 4. เสนชัน้ ความสงู 2 เสน ทีอ่ ยูใกลเ คียงกนั แตไมไดล อมรอบบรเิ วณเดียวกัน จะมคี วามสงู ตอเนือ่ งกัน 5. เสนชัน้ ความสงู 2 เสน ทล่ี อ มรอบบรเิ วณเดยี วกนั และเสนหนงึ่ เปน เสนชน้ั บริเวณท่ตี า่ํ เสนชั้นความสงู 2 เสน น้ี จะมีความสงู เทากัน พิจารณาภาพ แลว ตอบคําถามขอ 5.-7. จดุ A B C และ D แสดงตาํ แหนงบนแผนท่ี ซ่ึงระดับความสูงมหี นวยเปน เมตร 5. จุดใดบนแผนทท่ี ีม่ รี ะดับความสูงเทา กนั 1. A และ C 2. A และ D 3. A และ B 4. C และ B 5. C และ D 6. ระดบั ความสูงที่สงู ท่ีสุดและต่ําท่สี ดุ ในแผนที่นี้มคี ากี่เมตร 1. 400 และ 200 2. 350 และ 250 3. 350 และ 230 4. 360 และ 250 5. 360 และ 230 7. ลักษณะภูมิประเทศบริเวณจุด C ถึงจดุ D เปน แบบใด 1. ท่รี าบ 2. ทางนาํ้ 3. เหวลึก 4. ยอดเขา 5. หนา ผา 8. ขอ ใด ไมใช ประโยชนของแผนท่ธี รณีวทิ ยา 1. ใชแ สดงของเขตของหิน 2. ใชแสดงแหลง ทรพั ยากรปา ไม 3. ใชแ สดงการกระจายตวั ของหิน 4. ใชแ สดงโครงสรางทางธรณวี ิทยา 5. ใชแ สดงอายุของหินแขง็ ที่โผลบนผวิ โลก 9. ในแผนทธ่ี รณีวทิ ยาใชสใี ดแสดงบรเิ วณทพี่ บหนิ อัคนี 1. ดาํ 2. ฟา 3. แดง 4. เขียว 5. เหลือง 10. อกั ษรยอ “P” ในแผนทธี่ รณีวิทยา แสดงถึงยคุ ใด 1. พาลโี อจนี 2. เพอรเ มยี น 3. ควอเทอรนารี 4. พรีแคมเบรียน 5. เพนซิลวาเนยี น â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªé¹Ñ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 à©ÅÂẺ·´Êͺ¡‹Í¹àÃÕ¹ ˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹÷ŒÙ èÕ 2 : ÃÙŒ à¢ÒŒ 㨠ãªàŒ »š¹ … á¼¹·Õè ÃÒÂÇÔªÒ âÅ¡´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»‚·Õè 4 ¢ŒÍ ¤íҵͺ 11 22 34 44 51 63 72 82 93 10 2 â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑ¹é Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 Ẻ·´ÊͺËÅ§Ñ àÃÕ¹ ˹Nj ¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·èÕ 2 : Ì٠ࢌÒ㨠㪌໚¹ …. á¼¹·èÕ ÃÒÂÇÔªÒ âÅ¡´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹éÑ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 คาํ ชีแ้ จง : ใหน กั เรยี นเลือกคาํ ตอบท่ีถูกตองที่สุดเพียงขอเดียว พิจารณาขอ ความและภาพ แลวตอบคําถามขอ 1-4 แผนทภ่ี มู ิประเทศแสดงพน้ื ทีเ่ กาะแหงหน่งึ จดุ A B C และ D แสดงตําแหนง ตา งๆ บนเกาะ สญั ลกั ษณ รูปสามเหล่ยี มแสดงตําแหนงทีม่ รี ะดับความสูงที่สุด ซึ่งระดับความสงู มหี นว ยเปน เมตร และเสนชั้นความสงู แตล ะ เสน มคี วามสูงตางกนั 20 เมตร 1. ผลตา งของระดบั ความสูงระหวางจุด C กบั จดุ D มีคา เทาใด 1. 10 เมตร 2. 20 เมตร 3. 40 เมตร 4. 60 เมตร 5. 80 เมตร 2. ภาพตดั ขวางทางธรณวี ิทยาตามแนว AB มลี กั ษณะอยางไร 1. วงรี 2. เสน ตรง 3. ครง่ึ วงกลม 4. เสน โคง รูประฆงั ควาํ่ 5. เสน โคง รูประฆงั หงาย 3. การไหลของน้าํ ตามทางนํ้าท่ีปรากฏในแผนท่ี มีทศิ ทางไปแนวใด 1. ทิศใต 2. ทศิ เหนอื 3. ทศิ ตะวันตกเฉยี งใต 4. ทิศตะวนั ออกเฉียงใต 5. ทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือ 4. ลกั ษณะใดทแ่ี สดงใหเห็นวาพ้ืนทีด่ านทิศเหนือของเกาะมีความลาดชันมาก 1. เสนช้ันความสูงอยูชิดกันมาก 2. เสนชั้นความสงู อยหู า งกนั มาก 3. เสน ชัน้ ความสูงมลี ักษณะเปนวงรี 4. เสนช้ันความสงู มีลักษณะเปนวงกลม 5. เสนชน้ั ความสูงมลี ักษณะเปน รปู ตวั วี â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªé¹Ñ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 5. หากสรางเสน ชั้นความสงู จากลกั ษณะภูมิประเทศในภาพ จะไมสามารถพบเสนชัน้ ความสูงแบบใด 1. เสน ช้ันความสูงชดิ กันมาก 2. เสนช้นั ความสูงเปน รปู วงรี 3. เสน ช้ันความสูงเปน รปู ตวั ยู 4. เสนช้นั ความสงู ท่ีไมบ รรจบกนั 5. เสนชัน้ ความสูงท่ีหางกันอยา งสมาํ่ เสมอ 6. ขอ ใด ไมถ ูกตอง เกี่ยวกับแผนท่ี 1. การแสดงทศิ ทางในแผนทีม่ กั ใชท ิศเหนือเปน ทศิ ทางหลกั 2. เสน รุง เปน เสน สมมติบนผวิ โลกท่ลี ากในแนวนอนขนานกับเสนศนู ยสูตร 3. เสน แวง เปน เสน สมมติบนผวิ โลกที่ลากในแนวตง้ั จากขวั้ โลกเหนือไปข้ัวโลกใต 4. ระบบพิกดั UTM เปนระบบทใ่ี ชในการทําแผนท่ีบริเวณละตจิ ดู 84o เหนอื ขึน้ ไป และละตจิ ูต 80o ใตล งไป 5. ระบบพิกดั ภูมิศาสตร เปนระบบพกิ ัดท่กี ําหนดตาํ แหนงตา งๆ บนพ้นื โลกโดยอา งอิงเปน คาระยะเชงิ มุมของ ลองจจิ ูดและละตจิ ูด 7. การใชส ีแสดงส่งิ ตางๆ ในแผนท่ีภมู ิประเทศในขอใด ไมถ กู ตอง 1. วดั : สีดาํ 2. ถนน : สีเทา 3. ปา ไม : สีเขยี ว 4. ทะเล : สีนํ้าเงิน 5. เทือกเขา : สนี ้าํ ตาล 8. หากตองการเลอื กสถานทีท่ ิ้งสารเคมี ควรใชขอมลู จากแผนทีใ่ ดมาประกอบการตัดสนิ ใจ 1. แผนท่ีแหลงแร 2. แผนท่ีธรณีวิทยา 3. แผนท่ีภูมิประเทศ 4. แผนท่ีทรัพยากรปาไม 5. แผนที่แหลงขดุ เจาะน้าํ มัน 9. หากพจิ ารณาแผนทธี่ รณีวทิ ยาของสถานทหี่ น่ึง พบวา มสี ีแดงเปนสวนมาก แสดงวา พ้นื ท่นี ้นั ประกอบดว ย หินชนดิ ใดเปนสวนมาก 1. หนิ ชนั้ 2. หนิ แปร 3. หนิ อคั นี 4. หินทราย 5. หนิ ตะกอน 10. สีใดในแผนท่ธี รณีวทิ ยาท่ีแสดงถึงยคุ ทเ่ี กาแกท ส่ี ดุ 1. สขี าว 2. สีเขยี ว 3. สีเหลอื ง 4. สีน้ําเงิน 5. สีน้าํ ตาล â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 à©ÅÂẺ·´ÊͺËÅѧàÃÂÕ ¹ ˹‹Ç¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ·Õè 2 : ÃÙŒ ࢌÒ㨠㪌໚¹ …. á¼¹·Õè ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé ÁѸÂÁÈÖ¡ÉÒ»‚·èÕ 4 ¢ŒÍ ¤Òí µÍº 15 24 34 41 52 64 72 82 93 10 3 â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªé¹Ñ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 แบบประเมนิ การปฏิบัตกิ าร คําช้ีแจง : ใหผ สู อนประเมนิ การปฏบิ ตั ิการของนักเรยี นตามรายการทก่ี ําหนด แลว ขดี  ลงในชองทตี่ รงกบั ระดับคะแนน ลําดับที่ รายการประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 1 การปฏิบตั ิการทดลอง 2 ความคลอ งแคลวในขณะปฏบิ ัติการ 3 การนําเสนอ รวม ลงชือ่ ................................................... ผปู ระเมนิ …............../................../.................. â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªé¹Ñ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 เกณฑการประเมินการปฏบิ ัติการ ประเด็นท่ีประเมนิ ระดับคะแนน 4 32 1 ตอ งใหค วามชว ยเหลือ 1. การปฏิบตั กิ าร ทําการทดลองตาม ทาํ การทดลองตาม ตอ งใหความชว ยเหลอื อยางมากในการทํา การทดลอง และการ ทดลอง ขั้นตอน และใช ขั้นตอน และใช บา งในการทาํ การ ใชอ ุปกรณ อปุ กรณไ ดอ ยา ง อุปกรณไ ดอยา ง ทดลอง และการใช ทาํ การทดลองเสรจ็ ไมทันเวลา และทํา ถกู ตอง ถกู ตอง แตอ าจตอง อุปกรณ อปุ กรณเ สียหาย ไดรับคาํ แนะนําบาง ตองใหความชว ยเหลอื อยางมากในการ 2. ความ มคี วามคลอ งแคลว มคี วามคลองแคลว ขาดความคลอ งแคลว บนั ทกึ สรุป และ คลองแคลว นาํ เสนอผลการทดลอง ในขณะ ในขณะทําการทดลอง ในขณะทาํ การทดลอง ในขณะทําการทดลอง ปฏบิ ตั ิการ โดยไมต องไดร ับ แตต องไดร บั จงึ ทําการทดลองเสรจ็ คาํ ชี้แนะ และทําการ ทดลองเสรจ็ ทนั เวลา คําแนะนาํ บาง และทาํ ไมท ันเวลา การทดลองเสร็จ ทนั เวลา 3. การบนั ทึก สรุป บนั ทกึ และสรปุ ผลการ บนั ทกึ และสรปุ ผลการ ตองใหคาํ แนะนาํ ใน และนําเสนอผล ทดลองไดถ ูกตอง การทดลอง รัดกุม นําเสนอผลการ ทดลองไดถูกตอ ง แต การบันทกึ สรุป และ ทดลองเปนข้นั ตอน การนาํ เสนอผลการ นาํ เสนอผลการทดลอง ชัดเจน ทดลองยงั ไมเ ปน ขั้นตอน เกณฑก ารตัดสินคณุ ภาพ ชว งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 11-12 ดีมาก 9-10 ดี 6-8 พอใช ตาํ่ กวา 6 ปรบั ปรุง â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªé¹Ñ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล คําช้แี จง : ใหผ สู อนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว ขดี ลงในชอ งท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน ลาํ ดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 321 1 การแสดงความคดิ เหน็  2 การยอมรับฟงความคิดเหน็ ของผูอ นื่  3 การทํางานตามหนา ท่ีท่ไี ดร ับมอบหมาย  4 ความมนี ้ําใจ  5 การตรงตอ เวลา  รวม ลงชื่อ ................................................... ผปู ระเมิน .................../................../.................. เกณฑการใหคะแนน ให 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยางสมาํ่ เสมอ ให 2 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ ยคร้ัง ให 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช ต่ํากวา 8 ปรับปรุง â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑ¹é Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ คําช้ีแจง : ใหผ ูสอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว ขดี ลงในชองท่ี ตรงกับระดับคะแนน ลาํ ดับท่ี ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทาํ งาน ความมนี ํา้ ใจ การมี รวม ของนักเรยี น ความคิดเหน็ ฟง คนอื่น ตามที่ไดร บั สวนรวมใน 15 มอบหมาย การปรับปรุง คะแนน ผลงานกลุม 321321321321321 เกณฑการใหคะแนน ลงชอื่ ................................................... ผูประเมิน ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยางสมา่ํ เสมอ ................../.................../.................. ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบอยครัง้ ให 3 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให 2 คะแนน ให 1 คะแนน เกณฑการตัดสินคุณภาพ ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช ต่ํากวา 8 ปรับปรงุ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹éÑ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค คาํ ชีแ้ จง : ใหผ ูสอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียน แลว ขีด ลงในชอ งที่ ตรงกบั ระดบั คะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน อนั พึงประสงคดาน 321 1. รกั ชาติ ศาสน 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และรองเพลงชาติได กษตั ริย 1.2 เขารว มกิจกรรมทสี่ รางความสามคั คี ปรองดอง และเปน ประโยชน ตอ โรงเรียน 1.3 เขารว มกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เขารว มกิจกรรมทเ่ี กีย่ วกบั สถาบันพระมหากษัตริยตามที่โรงเรียนจดั ขน้ึ 2. ซ่ือสัตย สจุ ริต 2.1 ใหขอ มูลทีถ่ กู ตองและเปน จริง 2.2 ปฏิบัติในส่ิงท่ถี กู ตอง 3. มีวนิ ัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ ตกลง กฎเกณฑ ระเบยี บ ขอบังคบั ของครอบครัว มีความตรงตอเวลาในการปฏิบตั ิกจิ กรรมตาง ๆ ในชีวิตประจําวนั 4. ใฝเรียนรู 4.1 รูจักใชเวลาวา งใหเปนประโยชนแ ละนําไปปฏิบตั ไิ ด 4.2 รูจักจดั สรรเวลาใหเ หมาะสม 4.3 เชอ่ื ฟงคาํ สั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไมโ ตแ ยง 4.4 ตงั้ ใจเรยี น 5. อยูอ ยา งพอเพยี ง 5.1 ใชท รัพยส นิ และสงิ่ ของของโรงเรียนอยา งประหยัด 5.2 ใชอ ุปกรณการเรียนอยา งประหยัดและรคู ุณคา 5.3 ใชจายอยางประหยดั และมีการเก็บออมเงิน 6. มุงมน่ั ในการทํางาน 6.1 มคี วามตัง้ ใจและพยายามในการทํางานท่ไี ดรับมอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไมทอแทตอ อุปสรรคเพอื่ ใหง านสําเร็จ 7. รักความเปน ไทย 7.1 มีจติ สํานึกในการอนุรกั ษว ัฒนธรรมและภูมิปญ ญาไทย 7.2 เหน็ คุณคา และปฏบิ ตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย 8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู ักชวยพอแม ผปู กครอง และครูทาํ งาน 8.2 รูจักการดแู ลรกั ษาทรัพยสมบตั ิและสิ่งแวดลอ มของหองเรียนและโรงเรียน ลงชื่อ ................................................... ผปู ระเมิน ................../................../................... เกณฑก ารใหคะแนน เกณฑก ารตดั สินคุณภาพ ชวงคะแนน ระดบั คุณภาพ พฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั ิชดั เจนและสม่ําเสมอ ให 3 คะแนน 14-15 ดีมาก พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและบอยครั้ง ให 2 คะแนน 11-13 ดี พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั ิบางครง้ั ให 1 คะแนน 8-10 พอใช ตา่ํ กวา 8 ปรับปรุง â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹éÑ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 แผนการจดั การเรยี นรู หนวยการเรียนรูท่ี 2 เรอ่ื ง รู เขา ใจ ใชเ ปน … แผนที่ แผนจัดการเรียนรทู ี่ 1 เร่อื ง แผนท่ีภูมปิ ระเทศ รายวิชา โลกดาราศาสตร และอวกาศ รหัสวิชา ว 31208 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศึกษา 2562 น้าํ หนกั เวลาเรยี น 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชัว่ โมง/สปั ดาห เวลาทใี่ ชในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู 8 ชัว่ โมง *********************************** 1. สาระสําคัญ (ความเขาใจทีค่ งทน) แผนที่ คอื ส่ิงทีแ่ สดงลักษณะผิวโลกทงั้ สวนทเ่ี ปนธรรมชาตแิ ละสวนท่ีมนษุ ยสรา งขึน้ โดยนาํ มาแสดงลง ในพ้ืนราบดวยการยอ สวนใหเลก็ ลงตามขนาดท่ีตองการ พรอ มทัง้ กาํ หนดเครอ่ื งหมาย สญั ลักษณ ทิศทาง มาตรา สวน ฯลฯ เพ่อื ใหแปลความหมายแผนทีไ่ ดอยางถูกตอ ง 2. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ดั ช้ันป/ผลการเรียนรู/เปาหมายการเรียนรู ผลการเรียนรู 5. อานและแปลความหมายจากแผนที่ภูมิประเทศและแผนท่ีธรณีวิทยาของพื้นที่ที่กําหนด พรอมทง้ั อธิบายและยกตวั อยา งการนาํ ไปใชประโยชน จดุ ประสงคการเรยี นรู 1. อานและแปลความหมายจากแผนที่ภมู ิประเทศของพนื้ ทท่ี กี่ ําหนดได (K) 2. อธบิ ายและยกตัวอยางการนําแผนท่ภี มู ิประเทศไปใชประโยชนไ ด (K) 3. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพือ่ ศึกษาการใชแ ผนท่ภี มู ิประเทศได (P) 4. สนใจใฝร ูใ นการศึกษา (A) 3. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรเู พ่ิมเตมิ สาระการเรียนรทู อ งถ่ิน - แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศ เปนแผนทที่ ีส่ รา งเพือ่ จํา ลอง พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา ลักษณะของผิวโลกหรือบางสวนของพ้นื ทีบ่ น ผิวโลก โดยมที ศิ ทางที่ชัดเจน และมาตรา สวน ขนาดตา งๆ ตามความเหมาะสมกับการใชงาน แผนท่ีภมู ิประเทศมักแสดงเสนชนั้ ความสูง และ คาํ อธบิ ายสญั ลักษณต างๆ ที่ปรากฏในแผนที่ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 สาระการเรยี นรเู พิ่มเตมิ สาระการเรียนรทู องถิ่น - แผนทธ่ี รณวี ิทยา เปน แผนท่ีแสดงการกร ะจาย พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา ตวั ของหินกลมุ ตางๆ ท่ีโผลใ หเหน็ บนพน้ื ผิว ทํา ใหท ราบถึงขอบเขตของหินในพื้นท่ี นอกจากน้ี ยังแสดงลกั ษณะการวางตวั ของชน้ั หนิ ซากดกึ ดําบรรพ และธรณีโครงสราง - ขอมูลจากแผนท่ภี มู ปิ ระเทศและแผนที่ ธรณีวทิ ยา สามารถนาํ ไปใชวางแผนการใช ประโยชนแ ละประเมนิ ศักยภาพของพ้นื ท่ีได อยางเหมาะสม เชน ประเมินศกั ยภาพแหลง ทรพั ยากรธรณตี างๆ การวางผังเมอื ง การสรางเขอ่ื น 4. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียนและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค สมรรถนะสําคัญของผูเรียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 2. ความสามารถในการคิด 1. มวี นิ ัย 2. ใฝเรียนรู 2.1 ทักษะการสงั เกต 3. มุงมน่ั ในการทํางาน 2.2 ทักษะการสาํ รวจคน หา 2.3 ทักษะการทดลอง 2.4 ทักษะการนําความรูไปใช 2.5 ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น 3. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต 6. กิจกรรมการเรียนรู แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model) ªèÇÑ âÁ§ 1 ¢éѹ¹íÒà¢ÒŒ ʺً ·àÃÕ¹ กระตุน ความสนใจ (Engage) 1. ครแู จง ใหนกั เรยี นทราบวาจะเรียนเก่ียวกบั เร่ืองแผนท่ี 2. ครูต้ังคําถามกระตุนความสนใจ โดยใหนักเรียนชว ยกันระดมความคิดในการตอบคําถาม ซ่ึงอาจใช คาํ ถาม BIG QUESTION จากหนงั สือเรียนโลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4-6 เลม 2 หรอื คําถามอืน่ ๆ ตัวอยางเชน â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 • แผนท่คี ืออะไร (แนวตอบ : แผนที่ คือ สิง่ ท่แี สดงลกั ษณะผวิ โลกทัง้ สว นที่เปน ธรรมชาติและสว นท่ีมนุษยสรางข้ึน โดยนํามาแสดงลงในพื้นราบดวยการยอสวนใหเล็กลงตามขนาดที่ตองการ พรอมท้ังกําหนด เครอ่ื งหมาย สัญลกั ษณ ทศิ ทาง มาตราสว น ฯลฯ เพ่อื ใหแ ปลความหมายแผนที่ไดอยา งถกู ตอง) • นักเรยี นเคยใชแผนทีห่ รือไม อยา งไร (แนวตอบ : พจิ ารณาจากคาํ ตอบของนกั เรียน เชน เคยใชแผนทีเ่ พือ่ เดินทางทองเทย่ี วตา งจังหวัด เคยใชแ ผนที่ใน google map) 3. ใหนักเรยี นทําแบบทดสอบกอนเรยี น เพ่อื วดั ความรเู ดมิ ของนักเรียน 4. ใหน กั เรยี นทาํ กิจกรรมนําเขาสบู ทเรียน โดยการแบง กลมุ กลมุ ละ 5 คน แลว ครนู ําแผนท่ีทางหลวงของ ประเทศไทยมาใหน กั เรยี นรวมกันพิจารณา จากน้นั ครตู ง้ั คาํ ถามใหน กั เรียนแตละกลุมรว มกันอภิปราย • หากนักเรยี นตองการเดนิ ทางจากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดนครราชสีมา จะตอ งผานทางหลวง หมายเลขใดบาง (ครอู าจเปล่ียนจังหวดั เพอื่ ใหเหมาะสมกบั จังหวัดท่ีโรงเรียนตั้งอย)ู (แนวตอบ : ทางหลวงหมายเลข 1 และทางหลวงหมายเลข 2) • ระยะทางจากอําเภอเมืองเพชรบุรีถึงอําเภอเมืองประจวบคีรีขันธ มีคาประมาณเทาใด (ครอู าจ เปลี่ยนจงั หวดั เพอื่ ใหเ หมาะสมกบั จงั หวัดทโ่ี รงเรียนตง้ั อยู) (แนวตอบ : ประมาณ 158 กิโลเมตร ) ªèÇÑ âÁ§ 2 ¢éѹ¨Ñ´¡¨Ô ¡ÃÃÁ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ สํารวจคน หา (Explore) 1. ใหน ักเรยี นกลุมเดิมรว มกันศกึ ษาขอมูลเก่ียวกบั การออกแบบแผนที่ องคประกอบของแผนท่ี และระบบ พิกัดบนแผนที่ จากหนงั สือเรียนโลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ ม. 4-6 เลม 2 หรอื จากแหลง เรียนรูตา งๆ โดยแบง หนา ที่ความรับผดิ ชอบของสมาชกิ ในกลุม ตามความคดิ เห็นของแตล ะกลุม เชน สมาชิกคนทที่ ี่ 1 ศึกษาเรอ่ื ง การออกแบบแผนท่ี สมาชกิ คนทีท่ ี่ 2 และ 3 ศกึ ษาเรอื่ ง องคป ระกอบของแผนที่ สมาชิกคนท่ที ี่ 4 และ 5 ศึกษาเรือ่ ง ระบบพิกัดบนแผนท่ี 2. ใหส มาชกิ แตละกลุมสรปุ ความรูที่ศกึ ษา แลวทง้ั กลุมรวมกนั อภิปรายและสรุปความรูท ่ีไดจากการศึกษา อธบิ ายความรู (Explain) 1. ครูตง้ั คาํ ถามเก่ยี วกับการออกแบบแผนที่ เพอื่ ตรวจสอบความเขาใจของนักเรียน โดยอาจใหแตละกลุม แขง ขันกนั ตอบคําถาม ซ่ึงครอู าจเตรียมของตา งๆ เชน ลกู อม ปากกา สมุดโนต เปนตน เพอ่ื เปน ของ รางวลั â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 • การออกแบบแผนทป่ี ระกอบดว ยหลกั การใดบาง (แนวตอบ : การออกแบบแผนทีป่ ระกอบดวยหลักการ ดงั น้ี - ภาพ-พืน้ (figure-ground) - ความสมดุลเชงิ ทศั น (visual balance) - ความเปรยี บตาง (contrast) - ลาํ ดับเชงิ ทศั น (visual hierarchy)) • ภาพหลกั กับภาพพ้นื หลังบนแผนทีค่ วรมลี กั ษณะอยา งไร (แนวตอบ : ภาพหลกั ควรมีความโดดเดน เปน จุดสนใจมากกวาภาพพื้นหลัง โดยอาจใชสี ความ สวา ง ความเขม หรือลวดลายตางไปจากภาพพื้นหลงั ซึ่งเปนภาพประกอบ) 2. ครูต้ังคาํ ถามเกี่ยวกับองคประกอบของแผนทเ่ี พื่อตรวจสอบความเขาใจของนกั เรียน • องคประกอบของแผนทีม่ เี พื่อวัตถุประสงคใด (แนวตอบ : องคประกอบของแผนท่ีมีไวเพ่ือทําใหผใู ชไดรบั ขอมูลและรายละเอียดเพียงพอ สําหรบั การใชแ ผนทน่ี นั้ ๆ) • จงอธิบายความแตกตางระหวางเสน รุงกบั เสน แวง (แนวตอบ : เสนรงุ (latitude) หรอื เสนขนาน เปนเสนสมมตบิ นผิวโลกท่ลี ากเปน แนวนอนขนาน กับเสนศูนยส ูตร มีคา ละติจูดเปน องศาเหนอื หรือองศาใต เสน แวง (longitude) หรอื เสนต้งั เปนเสน สมมตบิ นผิวโลกทลี่ ากเปน แนวตั้งจากขั้วโลกเหนือไป ข้ัวโลกใต มีคา ลองจจิ ดู เปน องศาตะวันออกหรือองศาตะวันตก) • เคร่อื งหมายตา งๆ ในแผนท่มี ปี ระโยชนอยา งไร (แนวตอบ : ใชแสดงรายละเอียดแทนคําอธิบาย ทําใหผูอานเขาใจและแปลความหมายได โดยงา ย) ªÇèÑ âÁ§ 3 3. ครตู งั้ คาํ ถามเก่ียวกบั ระบบพิกดั บนแผนที่เพือ่ ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรยี น • ระบบพกิ ดั บนแผนท่ีคอื อะไร (แนวตอบ : ระบบพิกัด (coordinate systems) เปนระบบท่กี ําหนดขนึ้ เพอ่ื ใชอ า งอิงตาํ แหนงใน แผนท่)ี • เสน ละตจิ ูด 0 องศา และลองจิจดู 0 องศา คอื บริเวณใด (แนวตอบ : เสน ละตจิ ูด 0 องศา คอื บริเวณเสน ศูนยสูตร สว นลองจจิ ดู 0 องศา คอื เสนทล่ี าก ผานเมืองกรนี ชิ (Greenwich) ประเทศองั กฤษ) â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 • คาของมมุ ละติจดู และลองจิจดู มีหนว ยอะไร (แนวตอบ : คาของมุมละติจูดและลองจิจดู มีหนวยวัดเปนองศา (degree o) ลิปดา (lipda ') และฟลิปดา (philipda \"´) โดย 1 องศา แบงออกเปน 60 ลิปดา และ 1 ลิปดา แบงออกเปน 60 ฟลปิ ดา) • ระบบพกิ ดั กริดที่นยิ มใชในกจิ การทหารในปจจบุ ันคือระบบใด (แนวตอบ : ระบบพกิ ัดกรดิ ท่ีนยิ มใชในกจิ การทหาร (military grid) ในปจจบุ นั คอื ระบบพกิ ดั ก รดิ ยนู ิเวอรซ ัลทรานสเวอรส เมอรเคเตอร (Universal Transverse Mercator ; UTM)) 4. ครูอธิบายเพม่ิ เติมวา แผนทม่ี ีหลายชนิด นกั เรียนควรเลือกใชใหเหมาะสมกับวัตถุประสงคการใชงาน โดยหากพิจารณาจากลักษณะการใชงานและรายละเอยี ดทแ่ี สดงไวในแผนท่ี สามารถจําแนกได 4 ชนิด ดังนี้ - แผนทที่ ั่วไป (general map) - แผนท่แี สดงทางราบ (planimetric map) - แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศ (topographic map) - แผนทเ่ี ฉพาะเรือ่ ง (special map/thematic map) ซ่ึงอาจใหนักเรียนศึกษาเพ่ิมเติมไดจากหนังสือเรียนหรือแหลงขอมูลตางๆ จากน้ันครูแจงวา ในช่วั โมงถัดไปนักเรยี นจะไดศ กึ ษาเก่ียวกบั แผนท่ีภมู ิประเทศ ªèÑÇâÁ§ 4 สํารวจคนหา (Explore) 1. ครนู าํ แผนท่ีภมู ปิ ระเทศซ่ึงมีการแสดงเสนชน้ั ความสูงมาใหนักเรยี นรวมกนั พจิ ารณา แลวใหน กั เรียน รว มกนั อภิปรายวา เสน ทล่ี ากเชื่อมตอ กนั แตล ะเสนแสดงถงึ สง่ิ ใด 2. ใหนักเรียนศึกษาเรื่อง เสนชั้นความสูงและชวงตางเสน ชั้น จากหนังสือเรยี นโลก ดาราศาสตร และ อวกาศ ม.4-6 เลม 2 3. ครอู ธบิ ายเพิม่ เติมเกีย่ วกับเสนชนั้ ความสูง โดยใชขอ มลู จากใบความรูท่ี 1.1 เรือ่ ง ลกั ษณะและกฎเกณฑ ของเสนช้ันความสงู 4. ใหนักเรียนท้ังหองรวมกันทํา กิจ กรร มเร่ือง การสรางเสนช้ันควา มสูง จากหนังสือเรียน โ ลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4-6 เลม 2 โดยใชอ ุปกรณจาํ ลองการสรา งเสน ชนั้ ความสงู ซึ่งอาจใชกลอง พลาสตกิ ใสท่มี ีฝาปด â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 ªÑèÇâÁ§ 5 อธิบายความรู (Explain) 1. ครใู ชคาํ ถามใหน ักเรียนรว มกันอภิปรายหลงั จากทํากิจกรรม • ลกั ษณะเสน ชัน้ ความสงู ทบี่ ีบแคบเขาหายอดเขาคืออะไร (แนวตอบ : รองนาํ้ ) • ลกั ษณะเสนชัน้ ความสูงทช่ี ดิ กนั เปนลักษณะภูมปิ ระเทศแบบใด (แนวตอบ : พื้นท่ลี าดชัน) • ลักษณะเสน ชั้นความสงู ท่ีหา งกนั อยางสมํา่ เสมอ เปน ลกั ษณะภมู ิประเทศแบบใด (แนวตอบ : พ้ืนท่ลี าดเอยี งซง่ึ มีมุมเทไมเ ปลยี่ นแปลง) 2. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั อภปิ รายการทํากิจกรรม โดยแนวการอภิปรายควรเปน ดงั น้ี “เสน ชน้ั ความสงู เปนเสนทแ่ี สดงใหทราบวา ลกั ษณะความสูงต่าํ ของภูมปิ ระเทศจรงิ ท่ปี รากฏบน แผนที่น้ันเปนอยา งไร โดยแตละเสนจะลากผานบริเวณที่มีระดับความสูงเทากัน โดยสามารถแปล ความหมายไดว า หากบรเิ วณทีเ่ ราตองการทราบคาความสงู มีเสนชนั้ ความสงู ใดลากผา น บริเวณนน้ั จะมี ระดบั ความสูงเทากบั คา ของเสนชัน้ ความสูง เชน เสน ชนั้ ความสูง 200 เมตร ลากผา นบริเวณ A แสดงวา บริเวณ A มีความสงู 200 เมตร” สํารวจคน หา (Explore) 1. ครนู าํ อภปิ รายวา สามารถนําความรูเรื่องเสนช้นั ความสงู มาแปลงเปน ภาพธรณีสัณฐานของพ้นื ท่ีได 2. ใหน กั เรยี นทง้ั หองรวมกนั ทํากจิ กรรมเรือ่ ง การสรางภูมิประเทศจําลองจากเสน ช้ันความสูง จากหนังสอื เรยี นโลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4-6 เลม 2 ªèÑÇâÁ§ 6 อธิบายความรู (Explain) 1. ครูและนักเรียนรว มกันอภปิ รายผลการทํากิจกรรม โดยครตู ง้ั คาํ ถามเพื่อใหน ักเรียนแตละกลุมรว มกัน แสดงความคิดเหน็ วา • ภมู ิประเทศทีน่ ักเรยี นคิด และแบบจาํ ลองภูมิประเทศที่นกั เรียนสรา งนั้น เหมอื นหรอื แตกตางกัน อยางไร เพราะเหตุใดจงึ เปนเชนน้ัน (แนวตอบ : สวนมากจะมีความคลายคลึงกัน แตมีสวนที่แตกตางกันบาง เน่ืองจากการแปล ความหมายของเสนช้ันความสูงคลาดเคลอื่ นไป) â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 • นักเรียนจําเปน ตองสรางแบบจาํ ลองภูมิประเทศเพื่อทาํ ความเขา ใจแผนท่ภี ูมิประเทศหรือไม เพราะ เหตุใด (แนวตอบ : ไมจาํ เปน เพราะเมอื่ สามารถแปลความหมายของเสนชน้ั ความสูงบนแผนทไ่ี ดอยาง คลองแคลว เราจะสามารถนกึ ภาพภูมิประเทศจรงิ ของพนื้ ทเ่ี หลาน้นั ไดจากลักษณะของเสนชน้ั ความ สูง) 2. ครนู าํ อภปิ รายเพ่ิมเติมเกีย่ วกับลกั ษณะของเสนชั้นความสูง ดังนี้ - บริเวณภูเขาทีม่ ีความลาดชันนอยและลาดชนั สม่ําเสมอ จะมีเสน ช้ันความสูงที่มรี ะยะหา งมากและ ระยะหางเทา ๆ กัน - บริเวณภเู ขาท่ีมีความลาดชันมากและลาดชันสมํา่ เสมอ จะมเี สนชน้ั ความสูงท่ีมรี ะยะหา งนอย และ ระยะหา งเทาๆ กัน - บริเวณพ้ืนท่ีที่มีความลาดชันไมสม่ําเสมอ จะมีเสนช้ันความสูงท่ีมีระยะหางไมสมํ่าเสมอ นัน้ คอื บรเิ วณลาดชันนอย เสน ชนั้ ความสงู จะหางกนั มาก แตบ รเิ วณลาดชนั มาก เสน ชัน้ ความสูงจะหา งกัน นอย - บรเิ วณยอดเขา จะมเี สนชนั้ ความสูงเปนวงบรรจบเขาหากัน ªÑÇè âÁ§ 7 ขยายความเขาใจ (Elaborate) 1. ครูนาํ อภิปรายเกีย่ วกับการสรางแผนท่ีภมู ิประเทศโดยการลากเสนช้ันความสูง แลวใหน กั เรยี นกลุมเดิม ทํากจิ กรรมในใบงานที่ 1.1 เรื่อง การสรางแผนทภ่ี มู ิประเทศ ตามขนั้ ตอน ดังน้ี 1) ศึกษาใบความรทู ่ี 1.1 เรือ่ ง ลกั ษณะและกฎเกณฑข องเสน ช้นั ความสูง 2) หาคา ความสงู ที่สงู ท่สี ดุ และตา่ํ ทส่ี ดุ จากแผนทีท่ ก่ี ําหนดให 3) คาํ นวณหาจาํ นวนเสนช้ันความสูงทั้งหมดท่ีตองวาดลงในแผนที่ โดยกําหนดใหแตละเสนมีควา มสูง หางกนั 10 เมตร (ใชขอมูลทไ่ี ดจ ากขอ 2) ประกอบการคํานวณ) 4) วาดเสนช้ันความสงู จากพ้นื ทท่ี ่มี ีความสูงนอ ยทีส่ ุด หากในพ้ืนทมี่ เี สนขอบทะเลสาบหรอื ขอบระดับน้ํา ใหยึดแนวขอบดังกลา วเปน เสน ชั้นความสงู ทตี่ าํ่ ที่สุด แลว วาดเสน ช้ันความสูงเสน ถัดไปโดยเพ่ิมความ สูงขน้ึ ทุกๆ 10 เมตร จนครบตามจาํ นวนที่คํานวณไวในขอ 3) 5) อภปิ รายลกั ษณะของพน้ื ทจี่ ากแผนท่ีเสนชัน้ ความสูงท่ีได 2. ครแู ละนกั เรียนรว มกันอภิปรายผลการทํากิจกรรม โดยครตู ้งั คําถามเพ่ือใหน ักเรียนแตล ะกลุมรวมกัน ตอบ ดงั นี้ • ระดบั ความสงู ท่สี งู ท่สี ดุ และตา่ํ ทส่ี ดุ มคี า เทา ใด (แนวตอบ : 750 เมตร และ 822 เมตร) • จาํ นวนเสน ชน้ั ความสงู ทต่ี องวาดในแผนทม่ี ีจํานวนเทาใด (แนวตอบ : 7 เสน โดยคาํ นวณจาก (822-750)÷ 10 = 7.2) â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 • อธบิ ายความหมายของพนื้ ทีไ่ ดอยางไร (แนวตอบ : เปนพืน้ ทล่ี าดชันจากทิศเหนือลงมาทางทะเลสาบ ทางดา นทิศตะวนั ตกมที า งนํ้า ทางดา นทศิ ตะวนั ออกอาจมถี ้าํ หรอื หลุมยบุ ) 3. ครูมอบหมายใหนกั เรียนทําแบบฝกหัด จากแบบฝกหดั โลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4-6 เลม 2 ªèÇÑ âÁ§ 8 ¢¹Ñé ÊÃØ» ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครตู รวจสอบความเขาใจของนักเรียนเกย่ี วกบั แผนทภ่ี ูมประเทศ โดยอาจใชคาํ ถาม ดังนี้ • เสน ชั้นความสงู ตดั กันไดหรือไม เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ : ไมไ ด เนือ่ งจากเสน ชั้นความสงู แตล ะเสนมีคาความสูงแตกตางกัน) • เสนชัน้ ความสงู สามารถอยชู ิดกนั มากจนเกือบจะทบั กนั ไดหรอื ไม อยางไร (แนวตอบ : ได ซ่ึงพบในกรณที ีเ่ ปน บริเวณหนาผาสูงชนั ) • ในแผนท่ีหน่ึงๆ นั้นจะสามารถระบุเสนชนั้ ความสูงไดละเอียดเพียงใด นักเรียนคิดวามีปจจัยใด เกีย่ วของบา งเพราะเหตใุ ด (แนวตอบ : มาตรสว นของแผนท่ี จุดประสงคในการใชแ ผนที่ เนอ้ื ทีท่ ี่ทาํ การสาํ รวจ ระยะเวลา และคาใชจา ยในการสาํ รวจ เปน ตน ) • แผนทีภ่ มู ปิ ระเทศมปี ระโยชนอยา งไร จงยกตัวอยาง (แนวตอบ : แผนที่ภมู ปิ ระเทศมีประโยชนในการวางแผนจดั การพืน้ ที่ ไมวา จะเปน ดา นการทหาร การทอ งเท่ยี ว เปน ตน) 2. ครูตรวจสอบผลการทาํ แบบทดสอบกอนเรียน 3. ครูประเมินผล โดยการสงั เกตการตอบคําถาม การรวมกนั ทาํ กิจกรรม 4. ครวู ัดและประเมินการทําใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง การสรา งแผนที่ภูมิประเทศ 5. ครตู รวจสอบผลการทําแบบฝกหัด â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑการประเมิน 7.1 การประเมนิ กอนเรยี น - แบบทดสอบกอ นเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบกอ นเรียน - รอยละ 70 ผา นเกณฑ หนวยการเรียนรูที่ 2 กอ นเรยี น 7.2 ประเมนิ ระหวางการจัด กิจกรรมการเรยี นรู 1) แผนทภ่ี มู ิประเทศ - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - ใบงานที่ 1.1 - รอยละ 70 ผานเกณฑ - แบบฝกหดั - รอยละ 70 ผานเกณฑ - ตรวจแบบฝก หัด - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2 2) การปฏบิ ตั ิการ - ประเมินการ การปฏบิ ัตกิ าร ผา นเกณฑ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2 ปฏบิ ัติการ การทาํ งานรายบคุ คล ผา นเกณฑ 3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คณุ ภาพ 2 การทาํ งานกลมุ ผา นเกณฑ ทาํ งานรายบคุ คล การทํางานรายบคุ คล - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2 คุณลักษณะ ผา นเกณฑ 4) พฤตกิ รรมการ - สังเกตพฤติกรรม อันพึงประสงค ทาํ งานกลุม การทํางานกลุม 5) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมวี ินัย อนั พงึ ประสงค ใฝเรยี นรู และมุงม่ัน ในการทํางาน 8. ส่อื /แหลง การเรียนรู 8.1 ส่อื การเรียนรู 1) หนงั สือเรียน โลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4 เลม 2 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 6 แผนที่ 2) ใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง การสรา งแผนทภี่ มู ิประเทศ 3) ใบความรูท่ี 1.1 เรอ่ื ง ลักษณะและกฎเกณฑข องเสนชัน้ ความสูง 4) แบบฝกหัด โลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4 เลม 2 หนวยการเรยี นรูท ี่ 6 แผนท่ี 8.2 แหลงการเรยี นรู 1) หองเรียน 2) หองสมดุ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 9. การบรู ณาการตามจดุ เนน ของโรงเรยี น หลกั ปรัชญา ครู นักเรียน ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1. ความพอประมาณ พอดีดา นเทคโนโลยี พอดีดา นจิตใจ รจู ักใชเ ทคโนโลยีมาผลติ สื่อที่ มจี ิตสํานึกท่ดี ี จติ สาธารณะรวม 2. ความมีเหตผุ ล อนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ เหมาะสมและสอดคลองเนื้อหาเปน สงิ่ แวดลอ ม ประโยชนตอนกั เรียนและพัฒนาจาก ภูมิปญ ญาของนกั เรียน ศกึ ษาหาความรูดว ยตนเอง เพอ่ื คนหา ยึดถอื การประกอบอาชีพดวยความ คาํ ตอบเพ่ือใหห ลดุ พนจากความไมร ู ถูกตอ ง สุจรติ 3. มภี มู ิคุมกันในตัวทด่ี ี ภมู ปิ ญ ญา : มคี วามรู รอบคอบ และ ภมู ปิ ญญา : มีความรู รอบคอบ 4. เงอ่ื นไขความรู ระมัดระวงั รับผิดชอบ ระมัดระวงั สรา งสรรค ความรอบรู เรอื่ ง อานและแปล นาํ ความรู เรื่อง อา นและแปล ความหมายจากแผนที่ภมู ิประเทศ ความหมายจากแผนที่ภูมปิ ระเทศ ของพื้นทที่ ก่ี ําหนด พรอ มทง้ั อธิบาย ของพ้นื ทที่ ก่ี าํ หนด พรอมท้ังอธิบาย และยกตัวอยางการนาํ ไปใชประโยชน และยกตัวอยา งการนําไปใชป ระโยชน ทเ่ี กี่ยวของรอบดา น นําความรูมา และสามารถนําความรูเ หลานน้ั มา เชอื่ มโยงประกอบการวางแผน การ พจิ ารณาใหเกิดความเชอื่ มโยง ดาํ เนินการจัดกจิ กรรมการเรยี นรใู หก ับ สามารถประยกุ ตใ ชในชวี ิตประจาํ วนั ได นักเรยี น 5. เง่อื นไขคณุ ธรรม ความซอ่ื สัตยส ุจรติ และอดทน มี มคี ณุ ธรรม ซ่อื สัตยสจุ ริตและอดทน ความเพยี ร ใชส ติปญญาในการดาํ เนิน ใชส ติปญญาในการเรียนและดําเนิน ชวี ิต ชวี ติ สวนพฤกษศาสตรโ รงเรียน ครู นักเรยี น แผนทภี่ มู ปิ ระเทศ ใหน กั เรยี นทาํ แผนทบี่ ริเวณเขต สาํ รวจ ศึกษาหาขอมูล วางแผน รับผิดชอบงานสวนพฤกษศาสตร ออกแบบการจัดทําแผนทีบ่ รเิ วณเขต โรงเรียน(กําหนดบรเิ วณใหนักเรยี น รับผิดชอบงานสวนพฤกษศาสตร ศกึ ษา สาํ รวจและจัดทาํ แผนท่ี โรงเรียน(กําหนดบริเวณใหนักเรยี น ทีมละ 2 คน) ศึกษา สาํ รวจและจัดทาํ แผนท่ี ทมี ละ 2 คน) â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 งานสิง่ แวดลอม ครู นักเรยี น แผนท่ภี มู ปิ ระเทศ แผนทภี่ ูมิประเทศ แผนทภ่ี ูมปิ ระเทศ ใหนักเรียนอานและแปลความหมาย อา นและแปลความหมาย สืบคนขอมลู เกี่ยวกับอานและแปล จากแผนที่ภูมปิ ระเทศของพน้ื ที่ท่ี จากแผนท่ภี มู ิประเทศของพืน้ ที่ ความหมายจากแผนที่ภมู ิประเทศของ กําหนด ที่กําหนด พน้ื ที่ทีก่ าํ หนด (กําหนดหัวขอใหนักเรียนสบื คน ) (ตามหัวขอท่ไี ดม อบหมาย) â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªé¹Ñ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 แบบบนั ทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู ชอ่ื หนวยการเรยี นรูที่ 2 เรอื่ ง รู เขาใจ ใชเ ปน ….แผนท่ี แผนการเรยี นรทู ่ี 1 เร่อื ง แผนท่ีภูมิประเทศ รายวชิ า โลกดาราศาสตรและอวกาศ 2 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 รหสั วชิ า ว 31208 ครูผูสอน นางสาวณัฐธนญั า บุญถงึ ตําแหนง ครู คศ. 2 เวลาทีใ่ ช 2 ช่ัวโมง (ช่วั โมงที่ 1-2 ) ************************* ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู ขอคน พบระหวาง ปญหาที่พบ แนวทางแกไข ท่มี ีการจดั กจิ กรรมการเรียนรู เนอื้ หา กิจกรรมการเรยี นรู สือ่ ประกอบการเรียนรู พฤติกรรม/การมีสว นรวมของ นักเรยี น ลงช่ือ …..........………….......................…….. ครูผูจ ัดกจิ กรรมการเรยี นรู (นางสาวณฐั ธนัญา บุญถึง) ตาํ แหนง ครู คศ. 2 ………../………………../…………….. â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªé¹Ñ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 แบบบนั ทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู ชอ่ื หนวยการเรยี นรูที่ 2 เรอื่ ง รู เขาใจ ใชเ ปน ….แผนท่ี แผนการเรยี นรทู ่ี 1 เร่อื ง แผนท่ีภูมิประเทศ รายวชิ า โลกดาราศาสตรและอวกาศ 2 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 รหสั วชิ า ว 31208 ครูผูสอน นางสาวณัฐธนญั า บุญถงึ ตําแหนง ครู คศ. 2 เวลาทีใ่ ช 2 ช่ัวโมง (ช่วั โมงที่ 3-4 ) ************************* ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู ขอคน พบระหวาง ปญหาที่พบ แนวทางแกไข ท่มี ีการจดั กจิ กรรมการเรียนรู เนอื้ หา กิจกรรมการเรยี นรู สือ่ ประกอบการเรียนรู พฤติกรรม/การมีสว นรวมของ นักเรยี น ลงช่ือ …..........………….......................…….. ครูผูจ ัดกจิ กรรมการเรยี นรู (นางสาวณฐั ธนัญา บุญถึง) ตาํ แหนง ครู คศ. 2 ………../………………../…………….. â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªé¹Ñ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 แบบบนั ทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู ชอ่ื หนวยการเรยี นรูที่ 2 เรอื่ ง รู เขาใจ ใชเ ปน ….แผนท่ี แผนการเรยี นรทู ่ี 1 เร่อื ง แผนท่ีภูมิประเทศ รายวชิ า โลกดาราศาสตรและอวกาศ 2 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 รหสั วชิ า ว 31208 ครูผูสอน นางสาวณัฐธนญั า บุญถงึ ตําแหนง ครู คศ. 2 เวลาทีใ่ ช 2 ช่ัวโมง (ช่วั โมงที่ 5-6 ) ************************* ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู ขอคน พบระหวาง ปญหาที่พบ แนวทางแกไข ท่มี ีการจดั กจิ กรรมการเรียนรู เนอื้ หา กิจกรรมการเรยี นรู สือ่ ประกอบการเรียนรู พฤติกรรม/การมีสว นรวมของ นักเรยี น ลงช่ือ …..........………….......................…….. ครูผูจ ัดกจิ กรรมการเรยี นรู (นางสาวณฐั ธนัญา บุญถึง) ตาํ แหนง ครู คศ. 2 ………../………………../…………….. â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 แบบบันทกึ หลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู ช่ือหนว ยการเรยี นรทู ี่ 2 เรอ่ื ง รู เขาใจ ใชเปน ….แผนท่ี แผนการเรยี นรทู ี่ 1 เรอื่ ง แผนทภี่ ูมปิ ระเทศ รายวชิ า โลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 2 ชั้น มัธยมศกึ ษาปท ี่ 4 รหัสวิชา ว 31208 ครูผูส อน นางสาวณัฐธนญั า บุญถงึ ตําแหนง ครู คศ. 2 เวลาทีใ่ ช 2 ชั่วโมง (ชั่วโมงที่ 7-8) ************************* ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู ขอคนพบระหวาง ปญหาทพ่ี บ แนวทางแกไ ข ท่ีมีการจดั กิจกรรมการเรียนรู เนือ้ หา กจิ กรรมการเรยี นรู สอ่ื ประกอบการเรียนรู พฤตกิ รรม/การมสี วนรวมของ นกั เรียน ลงชื่อ …..........………….......................…….. ครูผจู ัดกจิ กรรมการเรียนรู (นางสาวณัฐธนัญา บญุ ถึง) ตาํ แหนง ครู คศ. 2 ………../………………../…………….. â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªéѹÁ¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 àÍ¡ÊÒûÃСͺ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ÙŒ èÕ 1 â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 ใบความรทู ี่ 1.1 เรอ่ื ง ลักษณะและกฎเกณฑข องเสนชน้ั ความสงู รายวิชาโลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 2 ขนั้ มธั ยมศึกษาปที 4 ******************* ลักษณะและกฎเกณฑของเสนชน้ั ความสูง 1. ผสู รา งเสน ชั้นความสงู โดยทัว่ ไปมกั กาํ หนดชวงความหา งของแตละเสน ชั้นความสงู เปนเลขจาํ นวนเต็มงายๆ เชน 5 , 10 , 20 , 30 , ... , 100 , 150 , 200 , … , 500 , 1,000 เมตร 2. หนว ยเสนช้ันความสูง มีคาเปน หนว ยความสูงที่อิงกับระดบั มาตรฐาน เชน เมตรจากระดบั นํา้ ทะเลปากลา ง หรือเซนติเมตรจากหมุดสาํ รวจมาตรฐานทีส่ รางขน้ึ มาเอง 3. เสน ช้นั ความสูง เปน เสน แบงระหวา งบรเิ วณทีม่ คี วามสูงมากกวา และบริเวณทม่ี ีความสูงนอยกวา 4. เสน ขอบทะเลสาบและชายฝงในแผนที่ เปนเสน ท่มี ีลกั ษณะเชนเดียวกบั เสน ชั้นความสูง 5. ในการสรา งเสน ชน้ั ความสูง ใหอ า นงายมักมีเสน หลกั (index contour) แสดงดว ยเสน ทเี่ ขมกวาและแสดง คาระดบั ความสูงเปน ตัวเลข 6. สี ท่นี ิยมใชเ ขียนเสนชั้นความสงู คอื สีน้ําตาลและสดี ํา 7. เสนชัน้ ความสูง จะไมแยกและไมแ ตกจากกัน 8. เสนชนั้ ความสงู เปนเสน ตอเน่ืองในแผนทแี่ ละเสนชนั้ ความสูงจะมาบรรจบกนั เสมอ 9. รูปรา งของเสน ช้ันความสูง จะคด โคง และเวา 10. เสน ชน้ั ความสูงเสนหนึง่ เปน ตัวแทนของระดบั ความสูงคาหนง่ึ เทา นัน้ 11. เสน ชั้นความสูงจะไมตดั กัน ในกรณที ี่เปนหนาผาเสน ชั้นความสูงจะถชี่ ดิ กันมาก 12. เสนชนั้ ความสงู ตา งๆ เมอื่ ลากผานทางนา้ํ จะมีรปู รางเปน รปู ตัว V หรอื U โดยท่ีมีฐานของตัว V และ U ช้ไี ป ยงั บริเวณทส่ี งู กวา ทางนา้ํ ที่ไหลในบรเิ วณท่ีมีความลาดชันมาก รูปรา งของเสน ชน้ั ความสงู จะมีลักษณะเปนรูป ตัว V สวนทางนาํ้ ทไ่ี หลในบริเวณที่เปนทรี่ าบหรือคอ นขางราบ เสน ช้ันความสูงจะมีลักษณะเปนรูปตัว U 13. เสนช้นั ความสูงทชี่ ิดติดกันมาก บอกถึงลกั ษณะภูมปิ ระเทศทีม่ ีความชันมาก ในขณะทีเ่ สนช้นั ความสงู ท่ีหาง กนั บอกถงึ ลกั ษณะภมู ิประเทศท่ีมคี วามลาดชันนอ ย 14. เสน ชัน้ ความสงู ที่มีลักษณะเปน รูปวงกลม วงรี หรอื วงแบบอ่นื ๆ แสดงถึงลกั ษณะของพ้ืนที่ที่เปนยอดเขา สวนเสนช้ันความสูงท่ีเปนวงและมีขีดเล็กๆ รอบเสน ช้ีไปยังบริเวณที่ต่ํากวา เรียกวา เสนช้ันแอง (depression contour) ซึ่งแสดงถงึ ภูมปิ ระเทศทีต่ ่าํ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง การสรา งแผนท่ีภมู ิประเทศ รายวชิ าโลกดาราศาสตรและอวกาศ 2 ขั้นมัธยมศึกษาปท ี 4 ******************************** คําชี้แจง : ใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามขน้ั ตอนที่กาํ หนด วิธปี ฏิบตั ิ 1. ศกึ ษาใบความรทู ี่ 1.1 เรอ่ื ง ลักษณะและกฎเกณฑข องเสนชน้ั ความสูง 2. หาคาความสงู ทส่ี ูงท่ีสดุ และตํา่ ทส่ี ุดจากแผนท่ีทีก่ าํ หนดให 3. คํานวณหาจํานวนเสนชั้นความสูงท้งั หมดที่ตอ งวาดลงในแผนท่ี โดยกาํ หนดใหแตล ะเสนมี ความสงู หา งกัน 10 เมตร (ใชข อมลู ท่ไี ดจากขอ 2) ประกอบการคํานวณ) 4. วาดเสน ชั้นความสงู จากพน้ื ทท่ี ม่ี คี วามสูงนอยที่สุด หากในพนื้ ทมี่ เี สนขอบทะเลสาบหรอื ขอบ ระดบั นํ้า ใหย ึดแนวขอบดงั กลา วเปนเสนช้นั ความสงู ที่ตํา่ ท่สี ุด แลววาดเสนชน้ั ความสงู เสน ถัดไป โดยเพม่ิ ความสูงขน้ึ ทกุ ๆ 10 เมตร จนครบตามจาํ นวนที่คํานวณไวในขอ 3) 5. อภปิ รายลักษณะของพืน้ ท่จี ากแผนทีเ่ สน ชัน้ ความสงู ที่ได â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹éÑ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 เฉลยใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง การสรางแผนทภ่ี มู ปิ ระเทศ รายวชิ าโลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 2 ข้นั มัธยมศึกษาปที 4 ******************************** คําชแี้ จง : ใหนักเรียนปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามขัน้ ตอนท่ีกาํ หนด ÇÔ¸»Õ ¯ºÔ µÑ Ô 1. ศกึ ษาใบความรู้ท่ี 1.1 เร่อื ง ลกั ษณะและกฎเกณฑ์ของเส้นชนั้ ความสูง 2. หาคา่ ความสูงที่สูงท่สี ุดและตํ่าทีส่ ุดจากแผนทท่ี ี่กําหนดให้ 3. คาํ นวณหาจํานวนเส้นชนั้ ความสูงทงั้ หมดที่ต้องวาดลงในแผนท่ี โดยกําหนดให้แต่ละเส้นมี ความสูงห่างกนั 10 เมตร (ใช้ข้อมลู ที่ได้จากข้อ 2) ประกอบการคํานวณ) 4. วาดเส้นชนั้ ความสูงจากพืน้ ท่ที ม่ี คี วามสูงน้อยท่ีสุด หากในพืน้ ทีม่ เี ส้นขอบทะเลสาบหรือขอบ ระดบั นํา้ ให้ยดึ แนวขอบดงั กล่าวเป็นเส้นชนั้ ความสูงทตี่ ํา่ ที่สุด แล้ววาดเส้นชนั้ ความสูงเส้น ถดั ไป โดยเพม่ิ ความสูงขนึ ้ ทกุ ๆ 10 เมตร จนครบตามจาํ นวนท่คี ํานวณไว้ในข้อ 3) 5. อภปิ รายลักษณะของพืน้ ท่จี ากแผนที่เส้นชนั้ ความสูงที่ได้ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 แผนการจดั การเรยี นรู หนวยการเรียนรูท ี่ 2 เรือ่ ง รู เขา ใจ ใชเปน … แผนท่ี แผนจัดการเรียนรทู ี่ 2 เรอ่ื ง แผนทธี่ รณีวิทยา รายวิชา โลกดาราศาสตร และอวกาศ รหสั วิชา ว 31208 ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2562 นํา้ หนกั เวลาเรยี น 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชัว่ โมง/สัปดาห เวลาที่ใชในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู 7 ชวั่ โมง *********************************** 1. สาระสาํ คญั (ความเขา ใจทค่ี งทน) แผนทธี่ รณีวทิ ยาบรรจขุ อมูลทางธรณวี ทิ ยาท่ีไดจ ากการสาํ รวจ ซง่ึ แผนท่ธี รณีวทิ ยามหี ลายชนิด เชน แผน ที่ธรณวี ทิ ยาประเทศไทย แผนท่ธี รณีสัณฐานชายฝงทะเล แผนท่แี สดงจุดศูนยกลางแผน ดนิ ไหวและรอยเล่ือน มี พลัง เปนตน โดยแผนท่ีแตละชนดิ ลวนมปี ระโยชนใ นการจัดการ ไมว า จะเปน การจดั การทรพั ยากร การสง เสรมิ แหลง ทองเท่ยี วทางธรณวี ิทยา หรือการเตรียมรบั มอื กบั ภยั พิบัติ 2. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชวี้ ดั ชั้นป/ผลการเรยี นร/ู เปาหมายการเรียนรู ผลการเรียนรู 5. อานและแปลความหมายจากแผนที่ภมู ิประเทศและแผนที่ธรณีวิทยาของพ้ืนท่ีที่กําหนด พรอมทง้ั อธบิ ายและยกตวั อยางการนาํ ไปใชป ระโยชน จดุ ประสงคก ารเรยี นรู 1. อา นและแปลความหมายจากแผนทธ่ี รณวี ิทยาของพื้นทที่ ก่ี าํ หนดได (K) 2. อธิบายและยกตวั อยางการนําแผนท่ธี รณวี ทิ ยาไปใชประโยชนได (K) 3. ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมเพอื่ ศกึ ษาการใชแผนทธ่ี รณวี ิทยาได (P) 4. สนใจใฝร ใู นการศกึ ษา (A) 3. สาระการเรยี นรู สาระการเรียนรูเพ่มิ เตมิ สาระการเรียนรูทอ งถ่ิน - แผนทภ่ี ูมิประเทศ เปน แผนท่ที ส่ี รางเพื่อจํา ลอง พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา ลักษณะของผิวโลกหรือบางสวนของพ้นื ท่ีบน ผวิ โลก โดยมีทิศทางท่ีชัดเจน และมาตรา สวน ขนาดตางๆ ตามความเหมาะสมกับการใชงาน แผนที่ภูมปิ ระเทศมักแสดงเสนชั้นความสูง และ คําอธิบายสัญลักษณต างๆ ท่ปี รากฏในแผนที่ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªéѹÁ¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 สาระการเรยี นรูเพิ่มเติม สาระการเรยี นรูทองถนิ่ - แผนทธ่ี รณีวิทยา เปน แผนท่แี สดงการกร ะจาย พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา ตัวของหนิ กลุม ตา งๆ ท่ีโผลใ หเ หน็ บนพ้ืนผวิ ทํา ใหทราบถงึ ขอบเขตของหินในพ้ืนที่ นอกจากนี้ ยังแสดงลักษณะการวางตัวของช้ันหิน ซาก- ดึกดําบรรพ และธรณโี ครงสราง - ขอมูลจากแผนทภี่ ูมิประเทศและแผนท่ี ธรณวี ิทยา สามารถนาํ ไปใชวางแผนการใช ประโยชนแ ละประเมนิ ศักยภาพของพน้ื ทไี่ ด อยางเหมาะสม เชน ประเมินศกั ยภาพแหลง ทรพั ยากรธรณีตางๆ การวางผังเมือง การสรางเขอ่ื น 4. สมรรถนะสําคัญของผูเรยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 2. ความสามารถในการคดิ 1. ซอ่ื สัตย สจุ ริต 2. มีวนิ ัย 2.1 ทกั ษะการสงั เกต 3. ใฝเ รยี นรู 2.2 ทกั ษะการสํารวจคนหา 4. มงุ ม่ันในการทาํ งาน 2.3 ทักษะการทดลอง 2.4 ทักษะการนาํ ความรไู ปใช 2.5 ทักษะการสรุปลงความเหน็ 3. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑ¹é Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 5. กจิ กรรมการเรียนรู แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : สบื เสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model) ªÇèÑ âÁ§ 1 ¢é¹Ñ ¹íÒà¢ÒŒ ʺً ·àÃÂÕ ¹ กระตนุ ความสนใจ (Engage) 1. ครตู ง้ั คาํ ถามกระตนุ ความสนใจ โดยใหน ักเรยี นชว ยกนั ระดมความคดิ เพ่ือตอบคําถาม ตวั อยา งเชน • นักเรยี นเคยเหน็ แผนท่ีธรณีวิทยามากอ นหรือไม (แนวตอบ : นกั เรียนบางคนอาจเคยเห็น สว นบางคนอาจไมเ คยเหน็ ) ครูอาจใหน กั เรียนคนทีเ่ คยเหน็ แผนท่ีธรณีวิทยาอธิบายลักษณะของแผนที่ธรณีใหเพอ่ื นท่ไี มเคย เหน็ ฟง โดยอาจใชค าํ ถามดงั ตอ ไปน้ี • แผนที่ธรณีวิทยาตา งจากแผนท่ีภูมิประเทศอยางไร (แนวตอบ : แผนท่ธี รณีวิทยามลี กั ษณะเหมือนแผนทภ่ี ูมิประเทศ แตม ีขอ มูลทางธรณีวทิ ยาแสดง อยูในแผนท่ีดว ย) 2. ครนู ําแผนทธี่ รณวี ิทยามาใหนกั เรยี นรวมกนั พิจารณา โดยอาจสั่งซ้ือไดจ ากกรมทรัพยากรธรณี หรอื เปด จากเว็บไซต http://www.dmr.go.th/main.php?filename=map_service ¢¹Ñé ¨´Ñ ¡¨Ô ¡ÃÃÁ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ สํารวจคนหา (Explore) 1. ใหนกั เรยี นแบงกลุม กลมุ ละ 5 คน เพือ่ ศกึ ษาลกั ษณะ สัญลกั ษณ และสีทใี่ ชในแผนท่ีธรณีวิทยา 2. ครูแจกภาพแผนทีธ่ รณีวทิ ยารายจังหวัดใหนกั เรียนแตละกลุม (ครูสามารถนาํ ภาพแผนทธ่ี รณีวทิ ยา มา จากใบความรูทายแผนฯ หรอื ดาวนโ หลดไดจากเวบ็ ไซต http://www.dmr.go.th/more_news.php?cid=296&filename=index) (ในกิจกรรมนจี้ ะใชแผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดขอนแกน เปนตัวอยางในการศึกษา ซงึ่ ครอู าจใชแผนท่ี ธรณีวทิ ยาจังหวัดทโี่ รงเรียนต้งั อยหู รอื จงั หวดั ใกลเคยี ง) ªÑÇè âÁ§ 2 3. ใหน ักเรียนแตละกลุมรวมกันศกึ ษาสญั ลักษณท างธรณวี ิทยา จากหนังสือเรยี นโลก ดาราศาสตร และ อวกาศ ม.4-6 เลม 2 จากน้นั สังเกตสัญลกั ษณต างๆ ที่อยใู นแผนท่ี แลว อภปิ รายรวมกันวา ลกั ษณะทาง ธรณวี ิทยาของพ้นื ท่เี ปนอยางไร โดยแผนท่ีธรณวิทยาจงั หวดั ขอนแกน มีแนวการอภิปราย ดงั นี้ “แนวขีดเปนเสนสนั้ ๆ ในแผนท่ี หมายความวา บริเวณน้นั มีรอยเล่ือน หรอื แนวขดี ทมี่ ลี ูกศรช้ีออก จากกัน หมายความวา บริเวณน้ันเปน รอยคดโคง รปู ประทนุ เปน ตน ” â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹éÑ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 4. ใหน ักเรยี นรวมกนั อภปิ รายวา เราจะแปลความหมายสีตางๆ ในแผนท่ีธรณีวทิ ยาไดอ ยา งไร โดยแนวการ อภปิ รายควรเปน ดังนี้ “ศึกษาจากคาํ อธบิ ายในแผนท่ีเปน หลัก เพราะถงึ แมว าการใชสีในแผนท่ีธรณีวทิ ยาจะมหี ลักเกณฑ เดยี วกัน เชน หนิ อัคนใี ชสแี ดง หินชนวนใชส เี ทา เปน ตน แตใ นความเปนจริงแลว แตล ะพื้นทมี่ ีลักษณะ ของหนิ โผลต างกัน จงึ อาจกําหนดสีตา งกนั ได” ªÇèÑ âÁ§ 3 อธบิ ายความรู (Explain) 1. ใหนักเรียนกลมุ เดมิ ทํากิจกรรมในใบงานท่ี 2.1 เรื่อง การอา นแผนท่ีธรณีวิทยา โดยปฏิบตั ิตามขนั้ ตอน ดังน้ี 1) สงั เกตและบนั ทึกองคประกอบและสญั ลักษณบ นแผนท่ีธรณีวทิ ยา 2) สบื คน ขอมูลจากแผนทธ่ี รณีวทิ ยาเพือ่ ตอบคาํ ถามตอไปน้ี • นกั เรยี นสังเกตเห็นลกั ษณะทางธรณวี ทิ ยาใดมากท่สี ุด (แนวตอบ : ตะกอนนาํ้ พัด กรวด ทราย ทรายแปง และดินเหนยี วสะสมตัวตามพื้นทองนํ้า และการไหลของมวลในการสรา งเนนิ รปู พดั บริเวณขอบแอง ) • นกั เรียนสังเกตเห็นสัญลักษณทางธรณีวิทยาใดในแผนที่ (แนวตอบ : รอยเล่อื น) • นักเรยี นจะสามารถพบซากดกึ ดาํ บรรพที่จงั หวดั กาํ แพงเพชรหรือไม (แนวตอบ : สามารถพบซากดึกดําบรรพได เชน พบซากหอยสองฝาสกุลพาวามิวเซียมในหิน โคลนยคุ จแู รสซกิ (บริเวณสีนํา้ เงิน) เปน ตน) ªèÑÇâÁ§ 4 สาํ รวจคน หา (Explore) 1. ครนู าํ อภปิ รายวา จากการทาํ กิจกรรมเรื่อง การอา นแผนที่ธรณีวิทยานน้ั นกั เรียนจะสามารถอาน และ แปลความหมายของแผนท่ีได ดงั น้นั หากนักเรยี นสามารถแปลความหมายของแผนท่ธี รณวี ทิ ยาออกมา เปนแนวการวางตัวของหนิ โผลไ ด นกั เรียนจะสามารถสรา งภาพจาํ ลองของชั้นหนิ ใตด ินในบริเวณน้ันได เชนกัน 2. ใหนกั เรยี นกลมุ เดิมจากการทาํ กจิ กรรมท่ีผา นมา รวมกนั ศกึ ษาเร่อื ง ภาพตัดขวางทางธรณีวทิ ยา จาก หนังสือเรียนโลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4-6 เลม 2 แลวสรุปวิธีการสรางภาพตัดขวางทาง ธรณวี ทิ ยาในรปู แบบท่ีกลมุ ตนเองเขาใจไดงาย â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 3. ใหนกั เรียนแตล ะกลุมทาํ กจิ กรรมเรอ่ื ง การสรางภาพตดั ขวางทางธรณวี ิทยา จากหนังสอื เรียน โลก ดารา ศาสตร และอวกาศ ม.4-6 เลม 2 ตามขนั้ ตอน ดังน้ี 1) ศึกษาชนิดของหนิ โครงสราง และการวางตัวของหินโผลจ ากแผนที่ทีก่ าํ หนดให 2) วาดเสน ขอบเขตหรือเสนรอยตอของชุดหนิ จากแผนท่ี แลววาดภาพตัดขวางจากจดุ A-จุด B เพอ่ื แสดงโครงสรา งของหนิ หรอื ความสมั พนั ธของหินแตละชนิดในแผนที่ ªèÑÇâÁ§ 5 อธบิ ายความรู (Explain) 1. หลังจากทํากจิ กรรมเร่ือง การสรางภาพตดั ขวางทางธรณีวิทยา ใหน ักเรียนรวมกันอภิปรายในประเด็น ตา งๆ ดังน้ี • จากขอมูลทางธรณีวิทยาชดุ เดียวกัน นักเรียนแตละคนจะวาดภาพตัดขวางไดเหมือนกันหรือไม อยางไร (แนวตอบ : ไมเหมือนกัน แตอาจคลา ยกัน เน่ืองจากการวาดภาพตดั ขวางทางธรณวี ิทยานัน้ นอกจากขอ มูลหินโผลท่ีเพียงพอแลว ยังตอ งขึ้นอยกู ับศักยภาพการแปลความหมายแผนทธ่ี รณีวิทยา ของผวู าดดวย) • การแปลความหมายของแผนทธ่ี รณวี ิทยาออกมาเปนภาพตัดขวาง สามารถนาํ ไปใชประโยชนได อยา งไร (แนวตอบ : ภาพตดั ขวางที่ดสี ามารถนําไปใชประโยชนไ ดอ ยา งมากมาย เชน การหาแหลง แร การ หาแหลงนา้ํ มัน การวงแผนสรา งเขอ่ื น เปน ตน) 2. ครูตั้งคาํ ถามเกย่ี วกับความรูเบอื้ งตนในการทาํ ความเขาใจแผนทีธ่ รณีวิทยา ใหนักเรียนรวมกนั ตอบ ดังนี้ • การทําความเขาใจและตีความแผนที่ธรณีวิทยา ตลอดจนขอมูลตางๆ ที่ปรากฏในแผนที่ ผูใช จําเปนตอ งมคี วามรเู ก่ียวกบั กฎพื้นฐานใดบา ง (แนวตอบ : - กฎการวางตวั ซอนทบั - กฎความสัมพนั ธแ บบตัดกนั - กฎการวางตัวแนวราบ - กฎความตอเน่อื งด้งั เดิม - กฎการสบื ทอดสตั วชาติ) • หากขดุ พบชั้นหินวางตัวซอ นทบั กนั ช้นั หินใดที่มีอายเุ กาแกก วา จงอธิบาย (แนวตอบ : จากกฎการวางตัวซอ นทบั กลา ววา ช้นั หนิ ท่เี กดิ ภายหลงั จะวางตัวอยูบนช้ันหนิ ท่ีเกิด กอน ดังน้ัน ชัน้ หินท่ีอยดู นลางจะมอี ายุเกาแกกวาช้นั หนิ ท่ีอยูดา นบน) â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªé¹Ñ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 3. ครูตั้งคําถามเกยี่ วกบั แผนที่ธรณวี ทิ ยาประเทศไทย ใหน กั เรียนรว มกันตอบ ดงั นี้ • หากตอ งการขอมลู ดา นธรณีวทิ ยาของประเทศไทย ควรศึกษาคน ควาขอ มูลจากหนว ยงานใด (แนวคําตอบ : สามารถคนควา ขอ มูลไดจากหนว ยงานตางๆ หลายหนว ยงาน ตวั อยางเชน - กรมทรพั ยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม http://www.dmr.go.th/main.php?filename=index - เว็บไซตของวชิ าการธรณไี ทย http://www.geothai.net/what-is-geology/ - ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวทิ ยาศาสตร จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย http://www.geo.sc.chula.ac.th/whatisgeology/ - สาขาธรณศี าสตร มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล http://ka.mahidol.ac.th/division/geoscience/index.html) ªÑÇè âÁ§ 6-7 ขยายความเขา ใจ (Elaborate) 1. ครูนําอภปิ รายวา ในชวี ติ ประจาํ วันนกั เรียนใชประโยชนจากแผนทีอ่ ยางไรบาง ซึง่ นักเรยี นอาจอภิปราย รวมกนั ดงั น้ี “แผนทีส่ ามารถนาํ มาใชป ระโยชนใ นชวี ิตประจาํ วนั ไดห ลายดา น เชน ใชแ สดงเสน ทางคมนาคม วาง แผนการทอ งเท่ยี ว ตรวจสอบสภาพพน้ื ท่เี พ่ือปองกนั และแกปญหาภัยพบิ ัติ เปนตน” 2. ใหนกั เรียนสบื คน ขอ มูลการใชป ระโยชนจากแผนท่ี โดยอาจสบื คนจากหนงั สือเรยี นหรือแหลงเรียนรอู ื่นๆ แลว แลกเปล่ยี นความรูกัน ¢¹éÑ ÊÃØ» ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ใหนกั เรยี นแตล ะคนทบทวนความรูห นวยการเรียนรูที่ 6 แผนท่ี จาก Summary ในหนงั สือเรียน โลก ดาราศาสตร ม.4 เลม 2 2. ใหนักเรียนแตละคนตรวจสอบความรูความเขา ใจของตนเอง โดยพิจารณาขอ ความในกรอบ Self Check ซึง่ หากยงั เขาใจไมถ กู ตองใหกลบั ไปทบทวนเนอื้ หาในหัวขอนั้นๆ 3. ใหนกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น 4. ใหน ักเรียนทําแบบฝกหดั ใน Unit Question 6 5. ครตู รวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรยี น 6. ครูประเมินผล โดยการสงั เกตการตอบคาํ ถาม การรวมกนั ทาํ กจิ กรรม 7. ครวู ัดและประเมินการทาํ ใบงานที่ 2.1 เร่อื ง การอา นแผนที่ธรณวี ทิ ยา 8. ครตู รวจสอบผลการทาํ แบบฝกหัด â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªéѹÁ¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวัด วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑการประเมนิ - - 7.1 การประเมนิ กอนเรยี น -- 7.2 ประเมนิ ระหวางการจัด กิจกรรมการเรียนรู 1) แผนที่ธรณวี ทิ ยา - ตรวจใบงานที่ 2.1 - ใบงานที่ 2.1 - รอ ยละ 70 ผานเกณฑ - แบบฝก หดั - รอ ยละ 70 ผา นเกณฑ - ตรวจแบบฝก หดั - แบบประเมิน - ระดบั คณุ ภาพ 2 การปฏบิ ัตกิ าร ผา นเกณฑ 2) การปฏิบตั กิ าร - ประเมินการ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2 ปฏิบตั ิการ การทาํ งานรายบคุ คล ผานเกณฑ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2 3) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤติกรรม การทาํ งานกลุม ผา นเกณฑ ทาํ งานรายบคุ คล การทาํ งานรายบคุ คล - แบบประเมนิ - ระดบั คณุ ภาพ 2 คุณลักษณะ ผานเกณฑ 4) พฤตกิ รรมการ - สังเกตพฤติกรรม อันพงึ ประสงค ทํางานกลุม การทาํ งานกลุม 5) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมีวนิ ยั อนั พงึ ประสงค ใฝเ รียนรู และมงุ ม่ัน ในการทํางาน 7.3 การประเมินหลังเรยี น - แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลงั เรยี น - รอ ยละ 70 ผา นเกณฑ หนวยการเรยี นรูท่ี 2 หลังเรียน 8. สือ่ /แหลงการเรยี นรู 8.1 ส่อื การเรียนรู 1) หนังสอื เรียน โลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4 เลม 2 หนวยการเรยี นรทู ่ี 6 แผนท่ี 2) ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง การอา นแผนท่ธี รณีวทิ ยา 3) ใบความรูท่ี 2.1 เรอื่ ง แผนท่ธี รณีวทิ ยาจังหวัดขอนแกน 4) แบบฝกหัด โลก ดาราศาสตร และอวกาศ ม.4 เลม 2 หนว ยการเรียนรทู ี่ 6 แผนที่ 8.2 แหลง การเรยี นรู 1) หอ งเรยี น 2) หอ งสมุด â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑ¹é Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 . การบูรณาการตามจดุ เนน ของโรงเรยี น หลกั ปรัชญา ครู นกั เรยี น ของเศรษฐกิจพอเพยี ง 1. ความพอประมาณ พอดดี านเทคโนโลยี พอดีดานจิตใจ รจู กั ใชเทคโนโลยีมาผลิตสอื่ ท่ี มจี ติ สํานึกที่ดี จติ สาธารณะรว ม 2. ความมเี หตผุ ล อนุรกั ษ ทรัพยากรธรรมชาติและ เหมาะสมและสอดคลอ งเนอื้ หาเปน สง่ิ แวดลอม ประโยชนตอ นักเรยี นและพัฒนาจาก ภมู ิปญญาของนักเรียน ศึกษาหาความรูด ว ยตนเอง เพ่ือคน หา ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความ คาํ ตอบเพอื่ ใหหลดุ พนจากความไมรู ถูกตอง สุจริต 3. มภี มู ิคมุ กนั ในตวั ที่ดี ภมู ิปญญา : มีความรู รอบคอบ และ ภมู ิปญญา : มคี วามรู รอบคอบ 4. เง่ือนไขความรู ระมดั ระวงั รบั ผิดชอบ ระมดั ระวงั สรางสรรค ความรอบรู เรอ่ื ง อา นและแปล นาํ ความรู เรอ่ื ง อานและแปล ความหมายจากแผนทธี่ รณวี ิทยาของ ความหมายจากแผนท่ธี รณีวิทยาของ พืน้ ที่ที่กําหนด พรอมทง้ั อธบิ ายและ พน้ื ทีท่ กี่ าํ หนด พรอ มทงั้ อธบิ ายและ ยกตัวอยางการนาํ ไปใชประโยชน ท่ี ยกตวั อยางการนําไปใชป ระโยชนและ เกี่ยวขอ งรอบดาน นาํ ความรมู า สามารถนําความรูเหลานั้นมาพจิ ารณา เช่ือมโยงประกอบการวางแผน การ ใหเกดิ ความเช่ือมโยง สามารถ ดําเนนิ การจัดกิจกรรมการเรยี นรูใ หก ับ ประยุกตใ ชในชวี ติ ประจําวันได นักเรียน 5. เงอื่ นไขคณุ ธรรม ความซ่อื สัตยสุจริตและอดทน มี มคี ุณธรรม ซื่อสตั ยส ุจริตและอดทน ความเพยี ร ใชส ติปญญาในการดาํ เนิน ใชสติปญ ญาในการเรยี นและดําเนิน ชวี ติ ชวี ิต สวนพฤกษศาสตรโ รงเรียน ครู นักเรียน - - - งานส่งิ แวดลอม ครู นักเรียน แผนที่ธรณีวิทยา แผนทธี่ รณีวิทยา แผนทธ่ี รณีวิทยา ใหนกั เรียนอานและแปลความหมาย อานและแปลความหมาย จากแผนทีธ่ รณวี ทิ ยาของพน้ื ท่ที ี่ สืบคนขอมูลเกี่ยวกบั อา นและแปล กาํ หนดเปรียบเทยี บกบั ทอ งถิน่ ของ ความหมายจากแผนที่ธรณีวทิ ยาของ จากแผนทีธ่ รณีวทิ ยาของพนื้ ท่ี นกั เรียน พืน้ ท่ที ่ีกาํ หนด เปรยี บเทยี บกับทอ งถน่ิ ของนักเรยี น ทก่ี ําหนด â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 แบบบันทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู ชอื่ หนวยการเรยี นรูที่ 2 เรือ่ ง รู เขาใจ ใชเ ปน ….แผนที่ แผนการเรียนรทู ี่ 2 เรื่อง แผนทธี่ รณวี ิทยา รายวิชา โลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 2 ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 รหสั วชิ า ว 31208 ครผู สู อน นางสาวณัฐธนญั า บญุ ถึง ตาํ แหนง ครู คศ. 2 เวลาทใี่ ช 2 ชั่วโมง (ชั่วโมงที่ 1-2 ) ************************* ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู ขอคน พบระหวาง ปญหาทพี่ บ แนวทางแกไข ทม่ี กี ารจัดกจิ กรรมการเรียนรู เน้ือหา กิจกรรมการเรียนรู ส่ือประกอบการเรียนรู พฤตกิ รรม/การมสี ว นรว มของ นกั เรยี น ลงชอ่ื …..........………….......................…….. ครูผจู ัดกิจกรรมการเรยี นรู (นางสาวณฐั ธนัญา บญุ ถึง) ตาํ แหนง ครู คศ. 2 ………../………………../…………….. â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 แบบบันทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู ชอื่ หนวยการเรยี นรูที่ 2 เรือ่ ง รู เขาใจ ใชเ ปน ….แผนที่ แผนการเรียนรทู ี่ 2 เรื่อง แผนทธี่ รณวี ิทยา รายวิชา โลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 2 ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 รหสั วชิ า ว 31208 ครผู สู อน นางสาวณัฐธนญั า บญุ ถึง ตาํ แหนง ครู คศ. 2 เวลาทใี่ ช 2 ชั่วโมง (ชั่วโมงที่ 3-4 ) ************************* ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู ขอคน พบระหวาง ปญหาทพี่ บ แนวทางแกไข ทม่ี กี ารจัดกจิ กรรมการเรียนรู เน้ือหา กิจกรรมการเรียนรู ส่ือประกอบการเรียนรู พฤตกิ รรม/การมสี ว นรว มของ นกั เรยี น ลงชอ่ื …..........………….......................…….. ครูผจู ัดกิจกรรมการเรยี นรู (นางสาวณฐั ธนัญา บญุ ถึง) ตาํ แหนง ครู คศ. 2 ………../………………../…………….. â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 แบบบันทึกหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู ชอื่ หนวยการเรยี นรูที่ 2 เรือ่ ง รู เขาใจ ใชเ ปน ….แผนที่ แผนการเรียนรทู ี่ 2 เรื่อง แผนทธี่ รณวี ิทยา รายวิชา โลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 2 ชน้ั มธั ยมศึกษาปท ่ี 4 รหสั วชิ า ว 31208 ครผู สู อน นางสาวณัฐธนญั า บญุ ถึง ตาํ แหนง ครู คศ. 2 เวลาทใี่ ช 2 ชั่วโมง (ชั่วโมงที่ 5-6 ) ************************* ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู ขอคน พบระหวาง ปญหาทพี่ บ แนวทางแกไข ทม่ี กี ารจัดกจิ กรรมการเรียนรู เน้ือหา กิจกรรมการเรียนรู ส่ือประกอบการเรียนรู พฤตกิ รรม/การมสี ว นรว มของ นกั เรยี น ลงชอ่ื …..........………….......................…….. ครูผจู ัดกิจกรรมการเรยี นรู (นางสาวณฐั ธนัญา บญุ ถึง) ตาํ แหนง ครู คศ. 2 ………../………………../…………….. â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑ¹é Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 แบบบนั ทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรียนรู ชอ่ื หนว ยการเรยี นรูท ่ี 2 เร่ือง รู เขาใจ ใชเ ปน ….แผนท่ี แผนการเรียนรทู ี่ 2 เร่ือง แผนทธี่ รณวี ิทยา รายวชิ า โลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 2 ช้ัน มัธยมศกึ ษาปที่ 4 รหสั วิชา ว 31208 ครูผสู อน นางสาวณฐั ธนัญา บญุ ถงึ ตําแหนง ครู คศ. 2 เวลาท่ีใช 2 ชวั่ โมง (ช่ัวโมงที่ 7 ) ************************* ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู ขอคน พบระหวาง ปญ หาทีพ่ บ แนวทางแกไ ข ท่มี กี ารจดั กิจกรรมการเรยี นรู เนอ้ื หา กิจกรรมการเรยี นรู สือ่ ประกอบการเรียนรู พฤติกรรม/การมสี ว นรวมของ นักเรยี น ลงช่ือ …..........………….......................…….. ครูผูจ ัดกจิ กรรมการเรยี นรู (นางสาวณฐั ธนัญา บญุ ถึง) ตาํ แหนง ครู คศ. 2 ………../………………../…………….. â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÑÞÒ ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªéѹÁ¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ èÕ 4 àÍ¡ÊÒûÃСͺ¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ á¼¹¡ÒÃàÃչ̷٠Õè 2 â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªÑé¹Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 ใบความรทู ี่ 2.1 เรือ่ ง แผนท่ธี รณวี ิทยาจงั หวัดขอนแกน รายวิชาโลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 2 ข้ันมธั ยมศกึ ษาปที 4 ******************* ลักษณะและกฎเกณฑของเสนชัน้ ความสงู â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁØ‹ ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÃᏠÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง การอานแผนท่ธี รณีวิทยา รายวิชาโลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 2 ขัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี 4 ******************************** คาํ ชีแ้ จง : ใหนกั เรยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมตามขนั้ ตอนทีก่ ําหนด ¾Ô¨ÒóÒá¼¹·¸Õè óÇÕ Ô·ÂÒ·¡èÕ íÒ˹´ãËŒ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31

á¼¹¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ ÃÒÂÇªÔ Ò âÅ¡ ´ÒÃÒÈÒʵÏáÅÐÍÇ¡ÒÈ 2 ªéѹÁ¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè 4 Ç¸Ô Õ»¯ºÔ µÑ Ô 1. สังเกตและบนั ทกึ องค์ประกอบและสัญลักษณ์บนแผนที่ธรณีวิทยา 2. สืบค้นข้อมลู จากแผนทธ่ี รณีวทิ ยาเพอ่ื ตอบคําถามต่อไปนี ้ • แผนทีธ่ รณีวทิ ยาข้างต้นเป็นของจงั หวดั ใด • นอกจากภาพแสดงลกั ษณะทางธรณีวิทยาของพืน้ ทแ่ี ล้ว ยงั มอี งคป์ ระกอบใดอกี บ้างท่ีมีความสําคญั ในแผนที่ • นกั เรยี นสังเกตเห็นลกั ษณะทางธรณีวิทยาใดมากท่ีสุด • นกั เรยี นสังเกตเหน็ สญั ลักษณ์ทางธรณีวิทยาใดในแผนท่ี • นกั เรยี นจะสามารถพบซากดึกดําบรรพ์ท่จี งั หวดั กําแพงเพชรหรือไม่ â´Â ¹Ò§ÊÒdz°Ñ ¸¹ÞÑ Ò ºÞØ ¶§Ö ¤ÃÙ ¤È.2 ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃÇÙŒ ·Ô ÂÒÈÒʵÏ âçàÃÂÕ ¹ÃÒª»ÃЪҹàؤÃÒÐˏ 31


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook