Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นักจักรยาน 2 ล้อ

นักจักรยาน 2 ล้อ

Published by DaiNo Scout, 2023-05-23 13:13:32

Description: EP 51-นักจักรยาน 2 ล้อ (ทดสอบ)

Search

Read the Text Version

คมู ือ สง เสรมิ การเรียนรู วิชาพิเศษลกู เสอื สามัญ นักจกั รยาน 2 ลอ สาํ นักการลกู เสอื ยวุ กาชาดและกิจการนักเรียน สํานกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ

นกั จักรยาน 2 ลอ้ สำ�นักการลกู เสอื ยวุ กาชาดและกิจการนักเรยี น ส�ำ นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธิการ

คูม่ อื ส่งเสรมิ การเรยี นรู้วิชาพเิ ศษลูกเสอื สามญั นกั จักรยาน 2 ล้อ ปที ี่พิมพ ์ พ.ศ. 2564 จำ� นวนพมิ พ ์ 350 เล่ม ผจู้ ัดพิมพ์ กลมุ่ ส่งเสริมและพัฒนาการลูกเสอื สำ� นกั การลกู เสอื ยวุ กาชาดและกิจการนักเรียน พิมพ์ท ่ี ห้างหุน้ ส่วนจ�ำกัด โรงพมิ พ์อักษรไทย (น.ส.พ. ฟ้าเมอื งไทย) เลขที่ 85, 87, 89, 91 ซอยจรญั สนทิ วงศ์ 40 ถนนจรญั สนิทวงศ์ แขวงบางยขี่ ัน เขตบางพลดั กรุงเทพมหานคร 10700 โทร. 0-2424-4557, 0-2424-0694 โทรสาร 0-2433-2858 นายไพสิฐ ปวณิ วิวัฒน์ ผูพ้ มิ พผ์ โู้ ฆษณา

ค�ำ น�ำ ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 มาตรา 9 ก�ำหนดไว้ว่า กระทรวงศึกษาธิการมีหน้าท่ีส่งเสริมและสนับสนุนงานของคณะลูกเสือ แห่งชาติ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติในการพัฒนา ทั้งทางกาย สติปญั ญา จติ ใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความรบั ผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีและมีความเจริญก้าวหน้า เพ่ือความสงบสุขและความม่ันคงของประเทศชาติ ตามแนวทางให้มีนิสัยใน การสงั เกต จดจำ� เชอ่ื ฟงั และพง่ึ ตนเอง ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ มรี ะเบยี บวนิ ยั และเหน็ อก เห็นใจผู้อ่ืน รู้จักบ�ำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ ฝึกฝนให้ท�ำกิจการต่าง ๆ ตามความเหมาะสม และรู้จักรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความม่ันคงของประเทศชาติ ในการน้ี กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้ หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 โดยมเี ปา้ หมายในการพฒั นา คุณภาพผู้เรียน จัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคน ให้มีคุณภาพ มีความรู้ ทักษะที่จ�ำเป็นส�ำหรับใช้เป็นเคร่ืองมือในการด�ำรงชีวิต ในสังคม และได้ก�ำหนดกิจกรรมลูกเสือไว้ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนท่ีมุ่งพัฒนา เด็กและเยาวชนให้มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ การท�ำงานร่วมกัน การรจู้ กั แกป้ ญั หาการตดั สนิ ใจทเ่ี หมาะสมความมเี หตผุ ลการชว่ ยเหลอื แบง่ ปนั กนั เน้นการท�ำงานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมสอดคล้องกับวุฒิภาวะของ ผเู้ รยี น

ส�ำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ส�ำนักงานปลัด กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เลง็ เหน็ ความสำ� คญั ของการพฒั นาผเู้ รยี นดว้ ยกระบวนการ ลูกเสือผ่านกระบวนการฝึกอบรมลูกเสือเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มี คณุ ลกั ษณะทด่ี ตี ามทไ่ี ดก้ ลา่ วมาขา้ งตน้ จงึ ไดน้ ำ� หลกั สตู รวชิ าพเิ ศษลกู เสอื สามญั ตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษ ลกู เสือสามัญ (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2525 มาเปน็ แนวทางในการจัดทำ� คมู่ ือสง่ เสรมิ การเรียนรู้วิชาพิเศษลูกเสือสามัญ เพ่ือให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือในสถานศึกษา ไดม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจ และแนวทางการดำ� เนนิ การสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื สามญั ทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ ่อเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาอย่างแท้จริง ส�ำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน ส�ำนักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ ขอขอบคุณคณะกรรมการจัดท�ำคู่มือส่งเสริมการเรียนรู้ วิชาพิเศษลูกเสือทุกท่านที่ได้ร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล เน้ือหา และ ด�ำเนินการจัดท�ำคู่มือส่งเสริมการเรียนรู้วิชาพิเศษลูกเสือให้ส�ำเร็จลุล่วงด้วยดี และหวังเป็นอย่างย่ิงว่าคู่มือส่งเสริมการเรียนรู้วิชาพิเศษลูกเสือสามัญ จะเป็น ประโยชน์แก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือ และผู้ที่สนใจทุกท่าน ในการศึกษา หาความรเู้ พมิ่ เตมิ และใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื หรอื ทางเลอื กในการสอบวชิ าพเิ ศษลกู เสอื สามัญ เพื่อส่งเสริมและสนบั สนุนใหเ้ ดก็ และเยาวชนเปน็ ผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และเป็นพลเมืองดี สามารถด�ำรงชีวิตในสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการลูกเสือ สำ� นกั การลกู เสอื ยวุ กาชาดและกิจการนักเรยี น

สารบัญ หนา้ คำ� นำ� สารบัญ ค�ำช้แี จง จดุ มุ่งหมาย หลักสูตรวชิ าพเิ ศษ นกั จกั รยาน 2 ล้อ 1 วัตถปุ ระสงคร์ ายวิชา 2 เนอื้ หาวชิ า 3 - ความเปน็ มาและประเภทของจักรยาน 2 ลอ้ 3 - การปรบั ปรงุ แกไ้ ข และซ่อมแซมสิ่งท่ีชำ� รุดจกั รยาน 2 ลอ้ 13 - การปฏิบตั ติ ามกฎจราจร สญั ญาณจราจร 19 ก�ำหนดเวลาเปิดไฟ ปา้ ย และเครอ่ื งหมายจราจรบนถนน - ระบบเลขท่ถี นน และการอ่านแผนท่ีถนน 27 ข้อสอบภาคทฤษฎวี ิชาพเิ ศษ นกั จกั รยาน 2 ลอ้ 45 - ภาคทฤษฎี - ภาคปฏบิ ัติ บรรณานุกรม 63

สารบัญ (ต่อ) หนา้ ภาคผนวก 65 - ข้ันตอนการด�ำ เนินการสอบวิชาพเิ ศษลูกเสอื และ 67 การขออนุมัติ - การประดบั เครอื่ งหมาย 83 - คำ�สัง่ สำ�นกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 85 ท่ี 1240/2563 ลงวนั ที่ 18 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2563 - ค�ำ สัง่ ส�ำ นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร 87 ท่ี 1347/2563 ลงวันท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ค�ำ ชี้แจง 1. คู่มือเล่มน้ีจัดท�ำข้ึนเพ่ือให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือใช้เป็นแนวทาง ในการดำ� เนนิ การสอบและขออนมุ ตั ปิ ระดบั เครอ่ื งหมายวชิ าพเิ ศษ ลกู เสอื วิชานักจกั รยาน 2 ล้อ ตามข้อบงั คบั คณะลกู เสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือสามัญ (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2525 2. ผู้บังคับบัญชาลูกเสือมีหน้าท่ีสนับสนุน ส่งเสริมการเรียนรู้ตาม ความถนัดและความสนใจของลูกเสือ อาจเชิญผู้ทรงคุณวุฒิหรือ ผเู้ ชย่ี วชาญ มาร่วมเป็นคณะกรรมการวชิ าพเิ ศษด้วยกไ็ ด้ 3. ผบู้ งั คบั บญั ชาลกู เสอื สามารถปรบั เปลยี่ นแบบทดสอบ และเกณฑ์ การประเมินผลได้ตามบรบิ ทและความเหมาะสม 4. คู่มือเล่มน้ี มีตัวอย่างแบบฝึกทักษะ ส�ำหรับลูกเสือฝึกปฏิบัติ กจิ กรรม เพ่อื เตรียมความพรอ้ มกอ่ นการสอบวิชาพเิ ศษ ผบู้ งั คับ บัญชาลูกเสือสามารถปรับเปลี่ยนหรืองดเว้นก็ได้ ตามความ เหมาะสม

จดุ มุ่งหมาย จุดมุ่งหมายในการฝึกอบรมลูกเสือสามัญ นอกจากพัฒนาทางด้าน ร่างกาย สติปัญญา จิตใจ และสังคมแล้ว ยังพัฒนาทางด้านทักษะทางลูกเสือ อีกด้วย นอกจากน้ียังจัดให้มีวิชาพิเศษเพ่ือให้ลูกเสือสามัญท่ีมีความถนัดและ ความสนใจได้เลือกที่จะสมัครสอบวิชาพิเศษ และปฏิบัติงานร่วมกับลูกเสืออ่ืน ตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษ ลูกเสือสามัญ (ฉบบั ที่ 13) พ.ศ. 2525 โดยผู้ให้ก�ำเนดิ ลกู เสือโลก บี - พี มงุ่ หวงั ท่ีจะให้ลูกเสือสามัญได้น�ำวิชาพิเศษไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจ�ำวัน และอาจนำ� ไปประกอบเปน็ อาชพี ในอนาคตต่อไป

หลกั สตู รวชิ าพิเศษ นกั จักรยาน 2 ล้อ หลักสตู ร 1. มีจักรยาน 2 ล้อ เป็นของตนเอง หรือเคยใช้รถจักรยาน 2 ล้อ ไดด้ พี อสมควรเปน็ เวลาอยา่ งนอ้ ย 6 เดอื น โดยมอี ปุ กรณค์ รบถว้ น และอยูใ่ นสภาพทใี่ ช้งานได้ 2. สามารถปรบั ปรงุ แกไ้ ขและซอ่ มแซมสง่ิ ทช่ี ำ� รดุ ตามทก่ี รรมการสอบ กำ� หนดให้ เชน่ เปลยี่ นยางนอกและยางใน ปะยาง เปลยี่ นหา้ มลอ้ ปรบั ระดับอาน หัวรถจักรยาน และมอื ถือ เพือ่ ให้เด็กเล็กขี่ได้ 3. สาธติ ใหเ้ หน็ วา่ มคี วามรแู้ ละปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจร สญั ญาณจราจร กำ� หนดเวลาเปิดไฟ ป้าย และเครื่องหมายจราจรบนถนน ระบบ เลขทถ่ี นนและทศิ ทาง กบั สามารถอ่านแผนท่ถี นนไดถ้ กู ตอ้ ง 4. เข้ารว่ มในกิจกรรมลูกเสอื ซ่ึงมีการใชร้ ถจักรยาน 2 ลอ้ คมู่ อื สง่ เสรมิ การเรียนรวู้ ิชาพิเศษลกู เสอื สามญั 1 นักจกั รยาน 2 ลอ้ 1

วัตถุประสงคร์ ายวิชา 1. เพื่อให้ลูกเสือสามัญสามารถปรับปรุง แก้ไข และซ่อมแซม สง่ิ ทช่ี ำ� รดุ เชน่ เปลย่ี นยางนอกและยางใน ปะยาง เปลยี่ นหา้ มลอ้ ปรับระดับอาน หวั รถจักรยาน และมอื ถอื เพื่อใหเ้ ดก็ เล็กข่ไี ด้ 2. ลูกเสือสามัญสาธิตเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎจราจร สัญญาณ จราจร การเปดิ +ไฟสวา่ งได้ถกู ต้อง 3. ลูกเสือสามัญสามารถอ่านป้าย และเคร่ืองหมายจราจรบนถนน ระบบเลขทถี่ นน และบอกทศิ ทางได้ถูกต้อง 4. ลูกเสือสามัญสามารถขับขี่รถจักรยาน 2 ล้อได้อย่างคล่องแคล่ว และเข้าร่วมในกิจกรรมลูกเสือท่ีมีการใช้รถจักรยานได้อย่างน้อย 1 คร้ัง 2 คมู่ ือส่งเสรมิ การเรยี นรู้วิชาพเิ ศษลกู เสอื สามัญ 2 นักจักรยาน 2 ล้อ

เนือ้ หาวชิ า 1. ความเปน็ มาและประเภทของจักรยาน 2 ล้อ จักรยานนับเป็นส่วนหน่ึงในชีวิตประจ�ำวัน ไม่ว่าจะปั่นไปซ้ือของ ไปท�ำงาน ไปเที่ยว ออกก�ำลังกาย และอ่ืน ๆ และท่ีส�ำคัญการปั่นจักรยาน ยงั ไมต่ อ้ งใชพ้ ลงั งานเหมอื นรถทวั่ ไป ทำ� ใหเ้ ราประหยดั และยงั ไดส้ ขุ ภาพรา่ งกาย ที่แข็งแรงอีกด้วย ถ้าพูดถึงจักรยาน หลายคนคงต้องเคยปั่นเม่ือตอนเด็ก ๆ หกลม้ บา้ ง เจบ็ บา้ ง จกั รยานถอื เปน็ พนื้ ฐานของการขบั ขย่ี านพาหนะ กอ่ นทจ่ี ะขบั รถ จักรยานยนต์ได้ก็ต้องปั่นจักรยานให้เป็นก่อน โดยเฉพาะปัจจุบันมีการรณรงค์ เกยี่ วกับการประหยัดพลงั งาน ท�ำให้จกั รยานเปน็ ส่งิ ท่เี หมาะสำ� หรับการช่วยกนั ประหยดั พลงั งาน แถมยงั ไดอ้ อกกำ� ลงั กายไปในตวั ดว้ ย ลกู เสอื สามญั ควรสามารถ ขจี่ ักรยานได้อยา่ งคลอ่ งแคลว่ และสามารถปรบั ปรงุ แก้ไข ซ่อมแซมสว่ นท่ชี ำ� รดุ หรือบ�ำรงุ รักษาตามต้องการได้ จักรยานคันแรกของโลกได้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1837 (พ.ศ. 2377) โดย เคริ ค์ พาทรคิ แมคมิลแลน (KIRK PATRICK MACMILLAN) ชา่ งทำ� เกอื กมา้ ชาวสกอ๊ ต โดยไดด้ ดั แปลงแบบมาจากของ ยีน ทีสัน (JEEN THESON) ซง่ึ สร้าง ในปี ค.ศ. 1645 (พ.ศ. 2288) ทีสันได้เก็บหลักฐานการสร้างแบบจักรยาน ที่เขียนไว้ที่ฝาผนังปูนในประเทศอียิปต์ และในเมืองปอมเปอี โดยแมคมิลแลน ได้ใสก่ ้านบันไดล้อหน้า คูม่ อื ส่งเสรมิ การเรยี นรวู้ ิชาพเิ ศษลกู เสือสามญั 3 นกั จักรยาน 2 ล้อ 3

รถจกั รยานที่ประดิษฐ์ขน้ึ โดย Kirkpatrick MacMillan ในปี ค.ศ. 1860 (พ.ศ. 2403) ปีแอร์ และเออณ์เน็สทุ มิโซส์ (PIERRE & ERNEST ICHAUS) ชาวฝรงั่ เศส ไดส้ ร้างจกั รยานใหช้ ่ือว่า VELOC- IPEDE อานติดกับเหล็กแหนบมีล้อท�ำด้วยไม้และมีห้ามล้อสาย ผู้ผลิตตระกูล มิโซส์ ได้ส่งเสริมให้มีการแข่งขันจักรยานที่เขาออกแบบ จึงท�ำให้มีคนนิยมใช้ ในขณะนนั้ เปน็ จำ� นวนมาก ค.ศ. 1855 (2498) เจมส์ สตาร์เล่ย์ (JAMES STARLEY) ช่างท�ำ จกั รยานเยบ็ ผา้ ชาวองั กฤษ ไดป้ ระดษิ ฐจ์ กั รยานเรยี กวา่ PENNY FARTHING คอื มีล้อหนา้ ใหญ่ ล้อหลงั เลก็ เงนิ สกุลองั กฤษ เหรยี ญเพน็ นีใหญก่ วา่ เหรียญฟาร์ธงิ คนไทยเรียกว่า รถจักรยาน เหรียญบาท เหรียญสลึง และจากแบบนี้ได้มี การปรับปรงุ ล้อ และซลี่ วดเช่นท่ีใชใ้ นปัจจุบัน จักรยานมีหลายแบบ หลายชนดิ และขนาดตา่ ง ๆ ขนาดเลก็ ส�ำหรบั เดก็ เลก็ เดก็ โต และขนาดมาตรฐาน ต้องเลือกให้เหมาะแกก่ ารท่ีจะน�ำมาใช้งาน ดังนี้ 4 คมู่ ือสง่ เสรมิ การเรียนรวู้ ิชาพเิ ศษลกู เสือสามัญ 4 นกั จกั รยาน 2 ลอ้

1. จกั รยานทวั่ ไป (Utility Bike) มที ง้ั แบบลอ้ เลก็ และลอ้ ใหญ่ ขง่ี า่ ย ไมค่ อ่ ยลม้ ความเรว็ ต่ำ� ควบคุมรถไดง้ ่าย โครงสรา้ งแข็งแรง ไมม่ ีเกียร์ มตี ะกรา้ หนา้ ตะแกรงหลงั เพอ่ื ใสแ่ ละบรรทกุ ของ มอี ปุ กรณค์ รบ คอื ขาตงั้ บงั โคลน บงั โซ่ กระดง่ิ ติดตั้งไฟฉาย ในกรณีที่ใชก้ ลางคืนด้วย คมู่ อื ส่งเสรมิ การเรียนรู้วชิ าพิเศษลูกเสือสามัญ 5 นกั จกั รยาน 2 ลอ้ 5

2. จักรยานเสือภูเขา (Mountain Bike) จักรยานเสือภูเขา ออกแบบมาเพอื่ ใช้งานแบบมนั ๆ หรือ ออฟโรด ใชใ้ นการข่ขี น้ึ เขา ข่ตี ามทางที่ วบิ าก หรอื ถนนลูกลงั ถูกออกแบบใหม้ คี วามแข็งแรงมากกว่าจกั รยานประเภท อน่ื ๆ อปุ กรณจ์ ะเยอะมาก เช่น มีโชค้ หนา้ หลัง, เกียร์ 16 - 27 เกียร์ ซึง่ MTB นี้ เป็นท่ีนิยมกันมากในบ้านเราเนื่องด้วยเป็นจักรยานท่ีปั่นสนุก แม้จะปั่นไปบน ทางเรยี บ 6 คู่มอื ส่งเสรมิ การเรียนรวู้ ิชาพิเศษลกู เสือสามญั 6 นกั จกั รยาน 2 ลอ้

3. จักรยานไฮบริด (Hybrid Bike) คือ จักรยานท่ีออกแบบมา ให้เหมาะสมกับการข่ีในเมือง มีหน้าตาคล้าย MTB ซ่ึงอาจจะมีหรือไม่มีโช้ค กนั กระเทอื นกไ็ ด้ แตจ่ ะมกี ารใชห้ นา้ ยางทเี่ ลก็ กวา่ และดอกยางลกึ ซง่ึ เปน็ จดุ สงั เกต สำ� คญั เพอื่ ใหจ้ กั รยานทำ� ความเรว็ ไดบ้ นถนน แตก่ ส็ ามารถขบั ขไี่ ปบนทางวบิ ากได้ หากเส้นทางไมท่ ุรกันดารหรอื เปน็ หลุมโคลนจนเกินไป คมู่ ือสง่ เสรมิ การเรียนรู้วิชาพิเศษลกู เสอื สามญั 7 นกั จักรยาน 2 ลอ้ 7

4. จักรยานประเภทถนน (Road Bike) จักรยานประเภทน้ี ถูกออกแบบมาเพื่อขี่บนถนนท่ัวไปท่ีเป็นทางค่อนข้างเรียบ เช่น ถนนลาดยาง มะตอย หรอื ถนนคอนกรตี จกั รยานประเภทนี้ เรยี กกนั วา่ “จกั รยานเสอื หมอบ” ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ความเร็วได้สูงกว่าจักรยานประเภทอื่น ๆ สังเกตว่า ล้อจักรยานประเภทนี้จะมีหน้ายางขนาดเล็กมาก เพ่ือลดแรงเสียดทานบนพื้นถนน รูปทรงมีลักษณะลู่ลม เพื่อลดแรงเสียดทานกับอากาศ ใช้ส�ำหรับการแข่งขัน เปน็ สว่ นใหญ่ 8 คู่มอื ส่งเสริมการเรียนร้วู ิชาพิเศษลูกเสอื สามัญ 8 นกั จักรยาน 2 ลอ้

5. จกั รยานฟกิ เกยี ร์ (Fix Gear) จกั รยานประเภทนมี้ คี วามคลา้ ยคลงึ กับจักรยานที่ใช้ส�ำหรับแข่งขันในประเภทลู่ แต่ถูกผลิตหรือดัดแปลงมาเพ่ือใช้ บนถนนทว่ั ไป ไมม่ ีเกียร์ คอื จะมีเฟืองหลังเพียงอันเดียว ทส่ี �ำคัญมนั ฟรีเทา้ ไม่ได้ นิยมกันในกลุ่มวัยรุ่น จักรยานประเภทฟิกเกียร์ท่ีใช้บนท้องถนนน้ัน ในตา่ งประเทศจะเปน็ จักรยานทเ่ี ขาใช้ในการสง่ เอกสาร หรือผทู้ ่ีทำ� งานทางด้าน สง่ เอกสารระหว่างบริษัทท่ีมรี ะยะทางไม่ไกลมากนัก ค่มู อื สง่ เสรมิ การเรียนรู้วิชาพเิ ศษลูกเสือสามัญ 9 นกั จกั รยาน 2 ล้อ 9

6. จกั รยานทอ่ งเท่ยี ว (Touring Bike) ถกู ออกแบบมาเพ่ือสำ� หรับ การขที่ อ่ งเที่ยวโดยเฉพาะ ลกั ษณะจะคล้ายกับจักรยานเสือหมอบ แต่จกั รยาน ท่องเที่ยวจะเน้นให้ผู้ขี่นั้นได้รับความสะดวกสบายมากกว่าจักรยานเสือหมอบ และจักรยานประเภทอ่ืน ๆ จักรยานท่องเท่ียวน้ันจะมีจุดยึดเพ่ือท่ีจะสามารถ ตดิ ตงั้ อุปกรณท์ ่ีจ�ำเปน็ ในการเดินทางเขา้ ไป เช่น กระเป๋าสมั ภาระ และอุปกรณ์ ทจี่ ำ� เป็นในการเดนิ ทางไกลได้ จกั รยานประเภทนจี้ งึ มีนำ�้ หนกั ค่อนขา้ งเยอะกวา่ จกั รยานประเภทอ่ืน ๆ 10 คมู่ ือสง่ เสรมิ การเรียนรู้วิชาพิเศษลูกเสือสามญั 10 นักจกั รยาน 2 ล้อ

7. จักรยานครุยเซอร์ (Cruiser Bike) จักรยานประเภทน้ี ส่วนใหญ่จะใช้ข่ีเที่ยวตามชายหาด หรือ ชายทะเล ลักษณะจะเป็นจักรยาน เฟอื งเดยี่ ว (single-speed) หรอื บางทจี ะนำ� มาใส่ระบบเกียร์เพิม่ เข้าไปเพอื่ เปน็ ทางเลือกส�ำหรับลูกค้า ส่วนทางด้านตัวถังหรือเฟลมส่วนใหญ่จะผลิตมาจากเหล็ก จงึ ทำ� ให้จกั รยานครยุ เซอร์นน้ั มนี ้ำ� หนักเยอะพอสมควร ค่มู ือส่งเสริมการเรยี นรู้วิชาพิเศษลูกเสอื สามัญ 11 นักจักรยาน 2 ล้อ 11

ผู้ขับขี่จักรยาน ควรจะรู้การซ่อมจักรยานได้ในส่ิงที่จ�ำเป็น เช่น การเปลย่ี นยางนอก ยางใน ปะยาง เปลย่ี นหา้ มลอ้ ปรบั ระดบั อาน ปรบั หวั จกั รยาน ที่จับคันเลี้ยว (แฮนด์) ส่ิงเหล่านี้ไม่ควรท่ีจะต้องส่งให้ช่าง ควรจะจัดการซ่อม หรอื ปรบั ไดด้ ว้ ยตวั เอง การแนะนำ� ตอ่ ไปนคี้ งเปน็ แนวทางใหจ้ ดั การเองได้ การเปลย่ี น ยางนอก ยางใน ยางนอกท่ีหมดสภาพ หรือใช้งานมากจนดอกสึกหมด หรือแตกเป็นแผลยาวใหญ่ เหล่านจ้ี �ำเปน็ ต้องเปลีย่ นเสน้ ใหม่ 12 คมู่ อื สง่ เสริมการเรยี นรวู้ ชิ าพเิ ศษลกู เสอื สามญั 12 นกั จกั รยาน 2 ลอ้

การปรบั ปรงุ แก้ไข และซอ่ มแซมส่งิ ท่ีชำ�รุดจักรยาน 2 ลอ้ 1. การเปลี่ยนยางนอก ต้องถอดล้อออกจากรถ แล้วใช้เหล็ก งดั ยางออกจากขอบล้อเหลก็ งดั ยาง ตอ้ งใชส้ องอนั งัดแลว้ คา้ งไว้ ใช้อกี อนั งัดตอ่ ไป สลบั กนั จนสามารถดงึ ยางในออกได้ ตอ่ ไปกง็ ดั ขอบยางอกี ดา้ นหนงึ่ จนหลดุ พน้ จากขอบล้อทั้งสองข้าง เมื่อเอายางนอกเส้นเก่าออกได้แล้วก็น�ำเส้นใหม่ท่ี เตรยี มไวเ้ ขา้ ทขี่ อบลอ้ ขา้ งหนง่ึ กอ่ น เอายางในใส่ ตง้ั จบุ๊ ยางในใหต้ รงรทู เ่ี จาะไวท้ กี่ งลอ้ เมื่อตรงแล้วเอาแหวนบังคับใส่ แล้วงัดยางนอกให้เข้าที่กับขอบล้ออีกข้างหนึ่ง เอาไส้ไก่ใส่จุ๊บยางใน ใส่น็อตยึดไส้ไก่ลงจนสุด สูบลมเข้ายางใน จนเต็มได้ ความดันตามต้องการ น�ำลอ้ ใส่กลับเขา้ ทีเ่ ดิม คู่มอื สง่ เสรมิ การเรยี นรู้วิชาพเิ ศษลูกเสอื สามญั 13 นักจักรยาน 2 ล้อ 13

2. การเปลี่ยนห้ามล้อ เมื่อรถเบรกไม่อยู่ต้องตรวจดูยางห้ามล้อ หากยางห้ามล้อสกึ มากหรอื กนิ ไมเ่ ท่ากนั หรือยางแขง็ ตัวจนเลือ่ นไม่จบั ขอบลอ้ สาเหตุเหล่าน้ีควรที่จะเปล่ียนยางห้ามล้อได้แล้ว เม่ือได้ยางห้ามล้อใหม่มาแล้ว ซึ่งต้องมีขนาดเท่าของเดิม ใช้กุญแจปากตาย หรือกุญแจเลื่อน คลายน็อตยึดยาง ห้ามลอ้ ออกจนสดุ ดงึ ยางห้ามล้ออันเก่าออก เอายางห้ามลอ้ อันใหมใ่ ส่เข้าที่ต้งั ยางห้ามล้อให้ตรงและเข้าท่ีตามเดิมขันน็อตบังคับให้แน่น ตั้งสายเบรกเสียใหม่ เพราะยางห้ามล้อใหม่ย่อมสูงกว่าเก่า การเปลี่ยนยางห้ามล้อ ควรเปลี่ยนทั้งคู่ ในขา้ งเดยี วกนั เพอ่ื ใหแ้ รงจบั ขอบลอ้ เมอื่ เวลาเบรกเทา่ กนั การหยดุ รถจะแนน่ อน 3. การปรับระดับอาน หรือต้องการเล่ือนอานไปข้างหน้า ถอยไป ข้างหลัง มีน็อตบังคับอยู่ใต้อานและมีแหวนบังคับด้วย คลายน็อตตัวนี้ แล้วขยับอานให้ได้ระดับ และถอยหรือเลื่อนอานไปให้ได้ระยะที่ต้องการ ขันน็อตเข้าท่ใี หต้ งึ มอื การปรับอานให้สูงหรือลดต�่ำลง ให้คลายน็อตที่บังคับท่อนั่ง ตัวท่ีติดกับตัวถังให้คลายออกขยับท่อน่ังสูงหรือต่�ำตามที่ต้องการ มีข้อห้ามมิให้ ปรบั สูงไปจนเลยขดี บอกระดบั ท่ีตดิ อย่ทู ่อนงั่ อยา่ งเด็ดขาดเพราะอนั ตราย 4. การปรับท่ีจับคันเล้ียว (แฮนด์) การปรับให้แฮนด์งอข้ึน หรือโค้งลงให้คลายน็อตตัวที่อยู่กึ่งกลางแฮนด์ แล้วขยับแฮนด์ให้โค้งไปตาม ที่ต้องการขันนอ็ ตเข้าที่ใหแ้ น่น การปรบั ใหส้ งู หรอื ตำ่� ตอ้ งคลายนอ็ ตทยี่ ดึ หวั จกั รยาน หากคลาย จนลกู หมากหลดุ จากแกน กจ็ ะสามารถเอาแฮนดอ์ อกทง้ั หมด แตถ่ า้ คอจกั รยาน หลวมต้องใช้เครื่องมือชุดใหญ่ หากมีเองก็ตั้งได้ หากไม่มีก็ต้องอาศัยช่างท่ีร้าน ซ่อมจกั รยาน 14 ค่มู ือสง่ เสรมิ การเรยี นรูว้ ชิ าพเิ ศษลกู เสอื สามัญ 14 นกั จกั รยาน 2 ล้อ

5. การปรับโซ่ โซ่ตึงเกินไป หรือหย่อนเกินไป จะต้องต้ังให้พอดี การปรับต้องปรับน็อตบังคับที่หางปลายล้อหลัง ดึงให้ตึงหรือหย่อนลงตามที่ ตอ้ งการ แล้วขนั นอ็ ตบงั คับหางปลาให้ตึงและแนน่ ตามเดิม 6. การปะยางใน อปุ กรณใ์ นการปะยางในจักรยาน ประกอบด้วย 1) กระดาษทรายใช้เบอร์ประมาณ 180 กระดาษทราย เบอร์ย่ิงเยอะยิ่งเน้ือหยาบ เช่น เบอร์ 100 มีความละเอียดมาก แนะน�ำให้ใช้ ระหว่าง เบอร์ 150 - 180 2) กาวสำ� หรบั ปะยาง 3) ยางสำ� หรับปะแบบสำ� เร็จรูป ขนั้ ตอนการปะยาง 1) น�ำยางในออกมาสูบลมเข้าพอประมาณก็พอ แล้วน�ำไป จุม่ นำ้� เพื่อหารอยร่วั 2) พอเจอรอยร่ัวแล้วก็ใช้ปากกาท�ำเคร่ืองหมาย แล้วใช้ กระดาษทรายที่เตรียมไว้ขัดรอบ ๆ จุดท่ีเราท�ำเคร่ืองหมายไว้ พอขัดรอบ ๆ เสร็จแล้วก็ขัดตรงกลางท่ีเราท�ำเครื่องหมายไว้ได้เลย ส่วนจะขัดให้กว้าง ขนาดไหนนั้น เราจะขัดให้กว้างกว่าที่ปะยางส�ำเร็จรูปนิดหน่อย เวลาขัด ก็ไม่ตอ้ งออกแรงกดมากแคล่ ูบ ๆ กพ็ อเพราะยางจะทะลไุ ด้ จดุ ประสงคเ์ พ่อื ให้ พืน้ ผวิ สะอาดกอ่ นท่ีเราจะทากาวแคน่ ้ันเอง ค่มู อื ส่งเสรมิ การเรียนรูว้ ชิ าพเิ ศษลกู เสอื สามญั 15 นักจักรยาน 2 ลอ้ 15

3) พอขัดเสร็จก็ทากาวได้เลย ทาให้ท่ัวตรงบริเวณท่ีเรา ขัดทำ� ความสะอาด ไมต่ อ้ งหนามาก ทาพอดี ๆ แลว้ ทิ้งไว้ประมาณ 2 - 3 นาที เพ่อื ให้กาวแหง้ และหายเยิ้ม 4) น�ำที่ปะยางส�ำเร็จรูปแปะไปตรงที่เราทากาวไว้ แล้วบีบนวด ให้แน่น ๆ เพอื่ ให้ทั้งสองส่วนตดิ กนั เม่ือปะรูรั่วที่ยางในเรียบร้อยแล้ว หากจะทดสอบว่ายางใน ทป่ี ะแล้วยงั รั่วอยหู่ รือเปล่า กส็ ูบลมเข้ายางในให้เต็มแล้วทดลองกดยางในส่วนทป่ี ะ ลงใต้ผวิ นำ�้ หากไมม่ ีพรายน้ำ� ผดุ ขนึ้ แสดงวา่ ยางไมร่ วั่ แล้ว เมอื่ แนใ่ จวา่ ยางในไมร่ ว่ั แลว้ กน็ ำ� ยางในใสล่ งในวงลอ้ งดั ยางนอก เข้าที่ เสรจ็ แลว้ สูบลมในยางในให้เต็มแล้วนำ� รถไปขับขี่ได้ 16 คมู่ อื ส่งเสรมิ การเรียนรู้วชิ าพิเศษลูกเสือสามญั 16 นักจักรยาน 2 ล้อ

ความปลอดภัย การตรวจรถจักรยานก่อนน�ำไปขับขี่ให้สภาพ รถสมบูรณ์เพ่ือความปลอดภัยนอกจากการตรวจเบ้ืองต้นดังกล่าวแล้ว ยังมี ส่วนละเอียดและการเตรยี มอุปกรณ์เพื่อการเดินทางไกล ดังตอ่ ไปนี้ 1. ตรวจดมุ ปลดลอ้ ตั้งตรง ติดแน่นพอหรือไม่ 2. ตรวจนอ็ ตยึดลอ้ แน่นหรอื ไม่ 3. ตรวจเบรก ยางเกรก สายเบรก มีรอยขาด เป็นสนิม หลดุ เลอื่ นหรือไม่ 4. ตรวจสภาพยางนอก มรี อยบวม ดอกยางลกึ มาก ยางหัวโล้น ความดันของลมได้ตามมาตรฐานไม่มาก - น้อย 5. ทดลองเกยี ร์ว่าท�ำงานครบวงจรหรอื ไม่ 6. หากเป็นการเดินทางกลางคืนต้องตรวจดูไฟหน้า ไฟท้าย ว่าท�ำงานและปิด - เปิดได้ดี ก่อนการเดินทางไกลต้องเตรียมอุปกรณ์ท่ีจ�ำเป็น และอะไหล่ไปด้วย เช่น ยางในชุดปะยาง - งัดยาง ไขควง ท่ีขันน็อตต่าง ๆ สูบลม ผ้าเช็ดรถ เติมน�ำ้ ในขวดน้�ำประจ�ำรถใหเ้ ต็ม ฯลฯ 7. หยอดนำ้� มนั ตามขอ้ ตอ่ เฟอื ง สว่ นทเี่ คลอ่ื นไหวและเสยี ดสใี ห้ คลอ่ งตัวและไมม่ ีเสยี งดัง 8. ตอ้ งสวมหมวกกนั น็อคทกุ ครง้ั ขณะขบั ข่ี คมู่ ือสง่ เสรมิ การเรยี นรู้วิชาพเิ ศษลูกเสือสามัญ 17 นกั จักรยาน 2 ล้อ 17

แบบฝึกทกั ษะท่ี 1 1. ให้ลูกเสือสามัญฝึกปฏิบัติในการเปลี่ยนห้ามล้อ ปรับระดับอาน หัวรถจักรยาน และมอื ถือให้ถกู ต้อง เหมาะสม 2. ให้ลูกเสือสามัญฝึกปฏิบัติปะยางในจักรยานให้เรียบร้อย ใช้งานได้ จำ� นวน 1 ที่ 3. ให้ลูกเสอื สามัญฝกึ ปฏิบัติในการขับขจี่ กั รยาน 2 ลอ้ ใหค้ ล่องแคลว่ 18 คู่มือส่งเสรมิ การเรียนรวู้ ชิ าพิเศษลูกเสอื สามญั 18 นักจกั รยาน 2 ลอ้

การปฏิบัตติ ามกฎจราจร สญั ญาณจราจร กำ�หนดเวลา เปดิ ไฟ ปา้ ย และเครือ่ งหมายจราจรบนถนน กฎจราจร เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับการจราจรบนท้องถนน จะมีการ ปรบั ปรงุ แกไ้ ข เปลยี่ นแปลง เพอ่ื ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพการจราจรอยตู่ ลอดเวลา จึงจำ� เป็นต้องเรยี นรอู้ ย่างตอ่ เน่อื ง มคี วามสำ� คัญอย่างมากสำ� หรบั ผใู้ ช้รถใช้ถนน และแมก้ ระท่ังคนเดินเทา้ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรเชน่ เดียวกัน กฎจราจรของ คนเดินเท้าก็มีความส�ำคัญไม่แพ้กัน เช่น การเดินข้ามถนนจะต้องเดินข้ามตรง ทางม้าลายหรือสะพานลอยเท่าน้นั เพอ่ื ความปลอดภยั การปฏิบัติตามกฎจราจรท�ำให้การจราจรบนท้องถนนไม่ติดขัด เม่ือทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดในการขับขี่ยานพาหนะแต่ละคน ก็ขับข่ีไปตามเส้นทางของตน ตรงกันข้ามถ้ามีบางคนไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ก็อาจจะท�ำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดขึ้นได้ และที่ส�ำคัญเป็นการป้องกัน อบุ ตั เิ หตทุ จ่ี ะนำ� มาซง่ึ ความสญู เสยี ทง้ั ชวี ติ รา่ งกาย และทรพั ยส์ นิ ของประชาชน และประเทศชาติ ในปจั จบุ นั นยี้ งั มผี ฝู้ า่ ฝนื กฎหมายจราจรอยเู่ สมอ จะเหน็ ไดจ้ าก ข่าวอุบัติเหตุตามท้องถนนสายต่าง ๆ ผู้ขับข่ีจักรยาน ต้องมีความรู้ในกฎ และระเบียบการจราจรเช่นเดียวกับการขับข่ียานพาหนะอ่ืน เพราะผู้ขับขี่น�ำ จักรยานไปขับข่ีในท้องถนนร่วมกับรถยนต์ นอกจากน้ันจะต้องปฏิบัติไปตาม เครอ่ื งหมายจราจรทตี่ ดิ ตงั้ ไว้ เชน่ ทหี่ า้ มจอด สามแยก สแ่ี ยก การใหส้ ญั ญาณมอื ในการเบารถ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา และหยุด เป็นต้น สิ่งท่ีผู้ขับข่ีจักรยาน ควรทราบ ดังนี้ คมู่ ือส่งเสรมิ การเรียนร้วู ิชาพเิ ศษลกู เสือสามญั 19 นักจกั รยาน 2 ล้อ 19

1. สญั ญาณจราจร หมายความวา่ สัญญาณใด ๆ ไม่ว่าจะแสดงด้วย ธงไฟฟ้า มือ แขน เสียงนกหวีด หรือวิธีอ่ืนใดส�ำหรับให้ผู้ขับขี่ คนเดินเท้า หรือคนทจ่ี ูง ขี่ หรือไล่ตอ้ นสตั ว์ ปฏบิ ตั ิตามสัญญาณนัน้ การใช้สัญญาณมือส�ำหรับผ้ขู ับขจ่ี ักรยาน 20 ค่มู อื ส่งเสรมิ การเรียนรู้วิชาพิเศษลกู เสอื สามัญ 20 นักจักรยาน 2 ล้อ

2. เครอื่ งหมายจราจร หมายความวา่ เครอ่ื งหมายใด ๆ ทไี่ ดต้ ดิ ตงั้ ไว้ หรือท�ำให้ปรากฏในทางส�ำหรับให้ผู้ขับข่ี คนเดินเท้า หรือคนที่จูง ขี่ หรือไล่ต้อนสัตว์ ปฏิบัติตามเคร่ืองหมายนั้น ซ่ึงสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่ 1) เครื่องหมายจราจรประเภทป้ายบังคับ มีไว้เพื่อควบคุมให้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามเล้ียวซ้าย ห้ามรถจักรยานยนต์ หา้ มจอดรถ เปน็ ต้น 2) เคร่ืองหมายจราจรประเภทป้ายเตือน มีไว้เพ่ือแจ้งเตือน ใหก้ บั ผขู้ บั ขไี่ ดร้ ะมดั ระวงั และทราบลว่ งหนา้ วา่ มอี ะไรอยขู่ า้ งหนา้ เชน่ สญั ญาณไฟ ทางโค้งขวา ทางตดั กัน เปน็ ต้น 3) เคร่ืองหมายจราจรป้ายแนะน�ำ มีไว้เพ่ือแนะน�ำข้อมูล การเดินทางต่าง ๆ ให้กับผู้ขับข่ี เช่น เส้นทแยงห้ามจอดรถ เส้นแบ่งทิศทาง จราจรคู่ เสน้ หา้ มหยุดรถหรือจอดรถ เป็นตน้ คมู่ อื ส่งเสริมการเรยี นร้วู ชิ าพเิ ศษลกู เสอื สามัญ 21 นักจักรยาน 2 ลอ้ 21

เครื่องหมายจราจรประเภทปา้ ยบังคบั 22 คมู่ ือส่งเสริมการเรยี นรวู้ ชิ าพเิ ศษลกู เสือสามญั 22 นักจักรยาน 2 ล้อ

เครื่องหมายจราจรประเภทปา้ ยเตือน คมู่ ือสง่ เสริมการเรียนรู้วชิ าพเิ ศษลกู เสอื สามญั 23 นกั จักรยาน 2 ล้อ 23

24 คมู่ อื ส่งเสริมการเรียนรู้วิชาพเิ ศษลกู เสือสามญั 24 นกั จกั รยาน 2 ลอ้

เคร่อื งหมายจราจรปา้ ยแนะน�ำ คู่มือส่งเสริมการเรียนรู้วิชาพิเศษลูกเสอื สามัญ 25 นักจักรยาน 2 ลอ้ 25

เครอ่ื งหมายจราจรป้ายบนพื้นทาง 26 คมู่ ือส่งเสรมิ การเรียนรู้วิชาพิเศษลูกเสอื สามัญ 26 นักจกั รยาน 2 ลอ้

3. แนวปฏิบัติตามกฎจราจรอื่นๆ ส�ำหรับการขับขี่จักรยาน มีดังนี้ คอื 1) รถจกั รยานตอ้ งตดิ กระดงิ่ กระดง่ิ ตอ้ งไดย้ นิ ในระยะ 30 เมตร 2) โคมไฟติดหน้ารถจักรยาน ต้องเป็นสีขาว ส่องไปได้ไกล ไมน่ ้อยกวา่ 15 เมตร 3) โคมไฟท้ายต้องเป็นสีแดง หรือติดวัสดุสะท้อนแสงสีแดง (ทับทิม) เอาไว้ 4) การกำ� หนดใหเ้ ปดิ ไฟตอ้ งเปิดในเวลาพระอาทิตยต์ กดิน 5) การขับขี่รถจักรยานต้องแอบชิดขอบทางด้านซ้าย หากมี ทางจกั รยานก็ใหใ้ ชท้ างน้ัน ระบบเลขที่ถนน และการอ่านแผนทีถ่ นน ทางหลวงในประเทศไทย เป็นเครือข่ายของทางหลวงท่ีอยู่ ในประเทศไทย โดยปกติมักหมายถึงทางหลวงแผ่นดินซ่ึงอยู่ในความควบคุม ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ทางหลวงในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผน่ ดิน ทางหลวงชนบท ทางหลวง ทอ้ งถน่ิ และทางหลวงสมั ปทาน ทั้งน้ี กรมทางหลวงรับผิดชอบดแู ล 3 ประเภท คอื ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงสัมปทาน คู่มอื สง่ เสรมิ การเรียนรู้วิชาพเิ ศษลูกเสอื สามญั 27 นกั จักรยาน 2 ล้อ 27

ทางหลวงแผน่ ดนิ เปน็ เสน้ ทางสาธารณะสายหลกั ทเี่ ปน็ โครงขา่ ยเชอ่ื ม ระหว่างภาค จังหวัด อ�ำเภอ ตลอดจนสถานท่ีท่ีส�ำคัญ เพื่อให้การเดินทาง และขนสง่ เปน็ ไปไดส้ ะดวกย่ิงขน้ึ ในยคุ สมยั เร่ิมตน้ ของการก่อสรา้ งทางหลวง กรมทางหลวงนิยมใชช้ อื่ ของบุคคลที่มีความส�ำคัญในสายทางน้ันมาต้ังช่ือถนน เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต การใช้ช่ืออาจจะก่อให้เกิดการสับสน และไม่สามารถทราบว่า ทางสายนั้นอยู่ ในต�ำแหน่งใด ดังน้ัน จึงได้มีการน�ำ “ระบบหมายเลขทางหลวง” มาใช้ก�ำกับ ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงสัมปทาน ท่ีอยู่ในความดูแล ของกรมทางหลวง โดยหมายเลขก�ำกับ มีความหมายบอกถึงภาคท่ีต้ังของ เส้นทาง แต่อาจจะมีการคาบเก่ียวกันระหว่างภาค เน่ืองจากแต่ละหน่วยงาน มีการแบง่ จังหวดั ในแตล่ ะภาคต่างกันบ้างเลก็ น้อย ดงั น้ี ปา้ ยทางหลวง การแบง่ ภาค ทางหลวงทีข่ ึ้นต้นด้วย หมายเลข 1 แสดงวา่ ทางสายน้นั อยูใ่ นภาคเหนอื และบางส่วนของ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื 28 คู่มอื สง่ เสรมิ การเรยี นรวู้ ิชาพิเศษลูกเสือสามญั 28 นักจกั รยาน 2 ลอ้

ปา้ ยทางหลวง การแบ่งภาค ทางหลวงที่ขึ้นตน้ ดว้ ย หมายเลข 2 แสดงวา่ ทางสายนน้ั อยใู่ นภาคตะวนั ออก เฉยี งเหนอื และบางส่วนของ ภาคเหนอื และภาคกลาง ทางหลวงทขี่ ึ้นตน้ ด้วย หมายเลข 3 แสดงวา่ ทางสายน้ันอยใู่ นภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวนั ตก และบางส่วนของภาคใต้ ทางหลวงท่ขี นึ้ ตน้ ด้วย หมายเลข 4 แสดงวา่ ทางสายนั้นอยู่ในภาคใต้ คมู่ ือสง่ เสรมิ การเรยี นรูว้ ชิ าพิเศษลกู เสือสามญั 29 นกั จกั รยาน 2 ลอ้ 29

ซึ่งระบบหมายเลขทางหลวงดังกล่าวได้ก�ำหนดให้ใช้ตัวเลขจ�ำนวน 4 หลัก ในการเรียกขานอ้างอิงทางหลวง โดยได้จ�ำแนกทางหลวงออกเป็น 4 ระดับยอ่ ย ดังนี้ ปา้ ยทางหลวง การแบง่ ภาค ทางหลวงทม่ี ีหมายเลข ตวั เดยี ว หมายถงึ ทางหลวงหลกั ที่เช่ือมต่อ ระหว่างกรุงเทพมหานคร ไปยงั ภมู ภิ าคหลกั ของ ประเทศไทย มีทง้ั หมด 4 สาย ไดแ้ ก่ ทางหลวง แผน่ ดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธนิ ), ทางหลวง แผน่ ดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ), ทางหลวง แผน่ ดนิ หมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) และทางหลวง แผน่ ดนิ หมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) 30 ค่มู อื ส่งเสริมการเรยี นรู้วิชาพเิ ศษลกู เสอื สามัญ 30 นักจักรยาน 2 ล้อ

ป้ายทางหลวง การแบง่ ภาค ทางหลวงทีม่ ีหมายเลข สองตวั หมายถงึ ทางหลวง แผ่นดินสายประธานตาม ภาคต่าง ๆ ท่ีมีลกั ษณะ โครงขา่ ยเช่อื มตอ่ กบั ทางหลวงหมายเลข ตัวเดยี วผา่ นพ้ืนทีส่ �ำคญั หลายจงั หวดั เชือ่ มตอ่ กัน เป็นระยะทางยาวและ มลี ักษณะกระจายพน้ื ท่ี ให้บริการของทางหลวง จากทางหลวงแผน่ ดิน หมายเลขตัวเดียว ออกสูพ่ ้นื ทที่ ั่วประเทศ อยา่ งเหมาะสม ค่มู ือส่งเสรมิ การเรยี นร้วู ิชาพิเศษลูกเสอื สามัญ 31 นักจักรยาน 2 ลอ้ 31

ป้ายทางหลวง การแบง่ ภาค ทางหลวงท่มี ีหมายเลข สามตัว หมายถงึ ทางหลวง แผน่ ดนิ สายรองประธาน ทีม่ ลี กั ษณะโครงขา่ ย เชอื่ มตอ่ กบั ทางหลวง หมายเลขตัวเดยี ว หรือสองตวั เข้าสู่สถานท่ีสำ� คัญของ จงั หวดั หรืออาจจะไมผ่ า่ น พ้นื ที่สำ� คัญแต่มลี ักษณะ เชอื่ มต่อเปน็ โครงข่ายที่ดี สามารถกระจายพ้นื ทใี่ ห้ บรกิ ารทางหลวงออกสู่พ้ืนท่ี ย่อย หรือเป็นทางลกั ษณะ ขนานกับแนวชายแดน ต่อเน่ืองกันเปน็ ระยะทาง ยาว 32 คูม่ อื ส่งเสริมการเรยี นรวู้ ิชาพิเศษลกู เสอื สามัญ 32 นกั จกั รยาน 2 ล้อ

ป้ายทางหลวง การแบ่งภาค ทางหลวงที่มหี มายเลขสี่ตัว หมายถงึ ทางหลวงแผ่นดนิ ที่เชอ่ื มระหวา่ งจังหวัดกบั อ�ำเภอ หรือสถานท่ีสำ� คัญ ของจงั หวัดนัน้ ในลกั ษณะ การกระจายพน้ื ท่ใี หบ้ ริการ ทางหลวงออกสู่พื้นทยี่ อ่ ย แตไ่ มไ่ ดเ้ ชอ่ื มต่อเป็น โครงข่ายระยะทางยาว ทางหลวงชนบท คอื ทางหลวงทกี่ รมทางหลวงชนบทเปน็ ผดู้ ำ� เนนิ การ กอ่ สรา้ ง ขยาย บรู ณะ และบำ� รงุ รกั ษา และไดล้ งทะเบยี นไวเ้ ปน็ ทางหลวงชนบท อธิบดีกรมทางหลวงชนบทเป็นผู้จัดให้ลงทะเบียนไว้ ณ กรมทางหลวงชนบท ในการเรียกช่ือทางหลวงชนบท จะนิยมใช้หมายเลขทางหลวงแผ่นดิน หรือ ชอื่ หมบู่ า้ น หรอื ชอ่ื สถานทส่ี ำ� คญั ทเ่ี ปน็ จดุ เรมิ่ ตน้ โครงการและจดุ สน้ิ สดุ โครงการ ในสายทางน้ันมาตั้งช่ือถนน เช่น สายแยกทางหลวงหมายเลข 314 - บ้านลาดกระบัง หรือ สายบา้ นคลอง 20 - บ้านตลาดคลอง 16 เป็นต้น ต่อมา เมอื่ มี การพฒั นาระบบโครงขา่ ยทางหลวงชนบทมากขน้ึ การใชช้ อื่ เพยี งอยา่ งเดยี ว อาจจะก่อให้เกิดการสับสน และไม่สามารถทราบวา่ สายทางน้นั อยูใ่ นจงั หวัดใด ดังนั้น จึงมีการน�ำรหัสสายทางเข้ามาเป็นตัวบอกถึงท่ีตั้ง และล�ำดับของ คู่มือส่งเสรมิ การเรียนร้วู ิชาพเิ ศษลูกเสอื สามัญ 33 นักจักรยาน 2 ล้อ 33

สายทาง ซ่ึงรหัสสายทางของทางหลวงชนบทประกอบด้วยตัวอักษรย่อของ จังหวดั 2 ตัว และตวั เลข 4 ตัว มาใชก้ ำ� กับทางหลวงชนบท โดยมคี วามหมาย ดังนี้ ตัวอกั ษรย่อ บอกถงึ จังหวัดที่ต้ังของสายทางนนั้ ๆ เช่น มค. หมายถงึ ทางหลวงชนบททอี่ ยูใ่ นเขตจงั หวดั มหาสารคาม หรอื ชบ. หมายถึง ทางหลวง ชนบททอี่ ยู่ในเขตจงั หวัดชลบรุ ี เป็นตน้ 1. ระบบหมายเลขถนน หมายเลขตัวแรกจะบอกถึงลักษณะของการเชื่อมโยง ของสายทางว่าจุดเร่ิมต้นสายทางเป็นอย่างไร มีทั้งหมด 6 หมายเลข และหมายเลขสายทางแบบพิเศษ แต่ละหมายเลขมีความหมาย ดังน้ี 34 คู่มอื สง่ เสรมิ การเรียนรูว้ ิชาพิเศษลกู เสือสามัญ 34 นกั จกั รยาน 2 ลอ้

ลักษณะปา้ ยทางหลวงชนบท มี 2 แบบ คอื แบบทีใ่ ชก้ บั เขตทางหลวง (ซา้ ย) และแบบท่ใี ชก้ ับเขตทางหลวงชนบท (ขวา) ปา้ ยทางหลวง การแบ่งภาค เลข 1 หมายถึง เริม่ ตน้ จากทางหลวง แผน่ ดินท่มี ีหมายเลขตวั เดียว เลข 2 หมายถงึ เรมิ่ ตน้ จากทางหลวง แผ่นดนิ ที่มหี มายเลขสองตัว เลข 3 หมายถงึ เรม่ิ ตน้ จากทางหลวง แผ่นดนิ ทม่ี หี มายเลขสามตัว คู่มอื สง่ เสรมิ การเรยี นร้วู ิชาพิเศษลกู เสอื สามัญ 35 นกั จกั รยาน 2 ล้อ 35

ปา้ ยทางหลวง การแบง่ ภาค เลข 4 หมายถงึ เรมิ่ ตน้ จากทางหลวง แผน่ ดนิ ที่มหี มายเลขสต่ี ัว เลข 5 หมายถงึ เรมิ่ ตน้ จากทางหลวง ชนบทหรือทางหลวงท้องถิ่น เลข 6 หมายถงึ เร่มิ ต้นจากสถานที่ เชน่ โรงเรยี น วดั บา้ น ตำ� บล อำ� เภอ 36 คมู่ ือส่งเสรมิ การเรยี นรูว้ ิชาพเิ ศษลกู เสือสามญั 36 นักจักรยาน 2 ล้อ

ปา้ ยทางหลวง การแบง่ ภาค เลข 3 หลัก หมายถึง เป็นสะพาน และถนนต่อเช่ือม ในการดูแลของ กรมทางหลวงชนบท ทางหลวงท้องถ่ิน คือ ทางหลวงที่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เป็นผู้ด�ำเนินการก่อสร้าง ขยาย บูรณะ และบ�ำรุงรักษา และได้ลงทะเบียนไว้ เปน็ ทางหลวงทอ้ งถนิ่ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั เปน็ ผจู้ ดั ใหล้ งทะเบยี นไว้ ณ ศาลากลาง จังหวัด ทางหลวงท้องถ่ินท่ัวประเทศมีระยะทางประมาณ 352,465 กิโลเมตร มีการก�ำหนดรหัสสายทางเป็นตัวอักษร 3 ตัว แล้วตามด้วยตัวเลข 5 หลัก โดยมีรายละเอียด ดังน้ี คู่มือส่งเสรมิ การเรียนรูว้ ิชาพิเศษลูกเสือสามัญ 37 นกั จักรยาน 2 ลอ้ 37

ลักษณะป้ายทางหลวงท้องถิ่น มี 2 แบบ คือ ป้ายแนะน�ำโครงการ (ซา้ ย) และป้ายหมายเลขทางหลวง (ขวา) ตวั อกั ษรยอ่ ตวั อกั ษร 2 ตัวแรก เปน็ อักษรย่อของจงั หวัด ตามดว้ ย ตวั อักษร ถ หมายถงึ ถนนทางหลวงทอ้ งถนิ่ เช่น สข.ถ., สต.ถ., ปต.ถ., พท.ถ. เป็นต้น หมายเลข โดยหมายเลขตวั แรก, 2 ตวั แรก หรือ 3 ตัวแรก เปน็ ลำ� ดับ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัดตามบัญชีที่กรมทางหลวงชนบท ก�ำหนดไว้ และตามด้วยตัวเลขท่ีเหลือซ่ึงเป็นล�ำดับของสายทาง ที่ลงทะเบียน ในเขต อปท. นน้ั ๆ ตวั อยา่ งเชน่ รหสั สายทาง สข.ถ 25-100 มคี วามหมายวา่ เปน็ ทางหลวง ท้องถ่ินในพ้ืนที่จังหวัดสงขลา โดยท่ีมีเทศบาลต�ำบลนาทวีเป็นผู้รับผิดชอบ สายทางและมีลำ� ดับสายทางทล่ี งทะเบียนล�ำดบั ท่ี 100 ปา้ ยทางหลวงท้องถนิ่ ความหมาย ป้ายเลขทางท้องถ่ินโดยองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดดแู ล 38 ค่มู อื สง่ เสรมิ การเรียนรวู้ ิชาพเิ ศษลูกเสอื สามญั 38 นกั จักรยาน 2 ลอ้

ป้ายทางหลวงท้องถน่ิ ความหมาย ปา้ ยเลขทางท้องถิ่นโดยเทศบาลดูแล ป้ายเลขทางท้องถ่ินโดยองค์การบริหาร สว่ นต�ำบลดูแล ปา้ ยหมายเลขทางหลวงท้องถนิ่ จะบอกรหสั สายทาง ซึ่งแบ่งออกเป็น สามบรรทดั ได้แก่ บรรทดั แรก เป็นตวั อักษรยอ่ จงั หวัด 2 ตัว ตามด้วยตวั อกั ษร ถ บรรทดั ท่ีสองเป็นหมายเลข 5 ตวั และบรรทัดท่ีสามเปน็ ช่อื องค์กรปกครอง ส่วนทอ้ งถ่นิ คมู่ อื สง่ เสรมิ การเรยี นรวู้ ชิ าพิเศษลูกเสอื สามัญ 39 นักจกั รยาน 2 ล้อ 39

2. การอา่ นแผนทถ่ี นน แผนท่ี คือรูปลายเส้นท่ีเขียนหรือก�ำหนดขึ้นเพ่ือแสดง ลักษณะของพื้นผิวพิภพทั้งหมด หรือเพียงบางส่วนลงบนพ้ืนราบ (พื้นแบน) ตามมาตราส่วน โดยใช้สีและสัญลักษณ์แทนรายละเอียดของภูมิประเทศ ทเ่ี กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติและทีม่ นษุ ยส์ รา้ งข้นึ แผนท่ีถนนส่วนใหญ่เป็นแผนที่แบบแบน (Planmetric Map) คือ แผนทที่ ่ีแสดงแต่เพียงลกั ษณะที่ตั้งตา่ ง ๆ เฉพาะทางราบเทา่ นั้น จะแสดง เสน้ ทางสายต่าง ๆ และสญั ลักษณส์ ถานทสี่ ำ� คญั ๆ ไว้พอสังเขป 40 คู่มอื สง่ เสรมิ การเรยี นร้วู ชิ าพิเศษลกู เสอื สามัญ 40 นักจกั รยาน 2 ล้อ

ตวั อย่างแผนทถ่ี นน ค่มู อื สง่ เสริมการเรยี นรวู้ ชิ าพิเศษลกู เสือสามญั 41 นักจกั รยาน 2 ล้อ 41


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook