632 วิชาการข่าวเบื้องตน้ บทท่ี กปลรยะทุชธาช์กนาร-ฝเกา่ ายะตตดิรงพข้นื า้ ทมี่- ตอนท่ี 1 บรบิ ทภยั คกุ คามรปู แบบใหม่ (Non-Traditional Threats) 1. สภาวะแวดล้อมทางยทุ ธศาสตร์ ปัจจุบันสถานการณ์ของโลก โดยท่ัวไปมีการเปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซงึ่ การเปลย่ี นแปลงดงั กลา่ ว อาจกลา่ วไดว้ า่ เปน็ การเปลย่ี นแปลงในเชงิ โครงสรา้ ง ทงั้ มติ ิ ด้านการเมอื ง เศรษฐกิจ วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความม่ันคง การเปลย่ี นแปลง เกดิ ขน้ึ อยา่ งเปน็ พลวตั มคี วามซบั ซอ้ นเกดิ ขนึ้ ทงั้ ในรปู แบบทเี่ ปน็ ระบบและไมเ่ ปน็ ระบบ ซึ่งส่งผลกระทบ เช่ือมโยงกันอย่างเป็นเครือข่ายหลีกเลี่ยงมิได้ ทั้งน้ีเร่ืองดังกล่าว เป็นผลสืบเน่ืองมาจากภาวะโลกไร้พรมแดน ดังนั้น การท�ำความเข้าใจสถานการณ์ ของโลกในเร่ืองดังกล่าว จึงถือเป็นสิ่งส�ำคัญท่ีรัฐใดรัฐหน่ึงไม่สามารถหลีกเล่ียงได้ โดยจำ� เปน็ ตอ้ งตดิ ตาม ศกึ ษา วเิ คราะห์ และนำ� มาปรบั เปลยี่ นบทบาทของตนใหส้ อดคลอ้ ง สามารถพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เนื่องจากเร่ืองดังกล่าวได้ส่งผล กระทบตอ่ ความมนั่ คงของชาติ และผลประโยชนข์ องชาตโิ ดยตรง ทง้ั ในสภาพแวดลอ้ ม ปัจจุบนั และในอนาคตผลกระทบต่าง ๆ จะมรี ะดบั ความรนุ แรงเพม่ิ ข้ึนต่อไป
2. สถานการณท์ ัว่ ไป วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 633 โครงสร้างอ�ำนาจของโลกภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และ กลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกได้เปลี่ยนแปลงไป เกิดความไม่สมดุลมากขึ้น ระหวา่ งประเทศมหาอำ� นาจ ทงั้ น้ี เนอ่ื งจากสหรฐั อเมรกิ าไดก้ ลายเปน็ เอกอคั รอภมิ หาอำ� นาจ (Supreme Power) เนอื่ งจากมแี สนยานภุ าพทางการทหารสงู กวา่ ประเทศใด ๆ ไมว่ า่ จะเปน็ จนี ญ่ีปุ่น หรือรัสเซีย แสนยานุภาพทางการทหาร ท�ำให้สหรัฐฯ ด�ำเนินนโยบายฝ่ายเดียว อีกท้ังพยายามจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order) ให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ ของประเทศตนเอง แมว้ า่ หลายประเทศจะไมเ่ หน็ ดว้ ย แตก่ ไ็ มส่ ามารถทดั ทานได้ อยา่ งไรกต็ าม การก่อการร้ายต่อสหรัฐฯ ท่ีเกิดข้ึนเมื่อวันท่ี 11 กันยายน ค.ศ. 2001 ส่งผลกระทบต่อ โครงสรา้ งอำ� นาจโลก และความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศใหท้ วคี วามซบั ซอ้ นมากขนึ้ มปี จั จยั ใหม่ ๆ ในเวทีระหว่างประเทศเพ่ิมมากข้ึน ทั้งท่ีอยู่ในรูปแบบของรัฐ (State) และไม่ใช่รัฐ (Nonstate) เช่น ขบวนการข้ามชาตทิ ่ถี กู กฎหมาย (NGOs) และไม่ถกู กฎหมาย ความขดั แย้ง ระหว่างประเทศต่าง ๆ ในโลกได้เปล่ียนแปลงจากความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทาง การเมอื งมาเปน็ ความขดั แยง้ ทางดา้ นเศรษฐกจิ วฒั นธรรม เชอ้ื ชาติ และศาสนา ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยแี ละกระแสโลกาภวิ ตั น์ สง่ ผลใหข้ อ้ มลู ขา่ วสารของโลกมอี ทิ ธพิ ลตอ่ โครงสรา้ ง อ�ำนาจโลก และการด�ำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากขึ้น บทบาทขององค์การ
634 วิชาการข่าวเบื้องตน้ สหประชาชาติในฐานะที่เป็นเวทีพหุภาคี เพื่อ การแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดย สันติวิธี ได้ถูกบ่ันทอนจนเสมือนไร้ซึ่งบทบาท ในการท�ำหน้าที่ในฐานะดังกล่าว ภัยคุกคามต่อ สันติภาพและความม่ันคงของโลกในศตวรรษ ท่ี 21 จะมีท้ังภัยแบบเดิม (Traditional Threats) และภยั แบบใหม่ (Non-Traditional Threats) 3. สถานการณ์ในภมู ิภาค ส�ำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การพัฒนาของประเทศเพ่ือนบ้าน มีระดับแตกต่างจากประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะยากจน ขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพ้ืนฐาน มีความล้าหลังทางด้านการสาธารณสุข และ ด้านอน่ื ๆ ของประเทศ นอกจากน้นั ภายในประเทศยงั คงมีความขดั แย้งทางด้านการเมือง ท�ำให้ยังคงมีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเคล่ือนไหวสร้างความไม่สงบข้ึนบริเวณพื้นที่ชายแดน ทตี่ ิดกับประเทศไทย ซงึ่ ก่อให้เกดิ ปัญหาในด้านต่าง ๆ ตามมา อาทิ การลกั ลอบเข้าเมือง โดยผิดกฎหมาย ปัญหาอาชญากรรมข้ามแดน เส้นทางผ่านและท่ีพักพิงของผู้หนีภัย จากการสู้รบ ปัญหาดังกล่าวเป็นสาเหตุส�ำคัญที่น�ำไปสู่การก่อให้เกิดปัญหาภายในพ้ืนที่ ประเทศไทย และมแี นวโน้มขยายตวั มากข้ึนจนยากต่อการควบคุมในอนาคต
4. สถานการณภ์ ายในประเทศ วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 635 ทางดา้ นสถานการณแ์ ละภยั คกุ คามภายในประเทศไทย ปจั จบุ นั ไดเ้ ปลยี่ นแปลง ไปอย่างรวดเร็ว ภัยคุกคามที่เกิดข้ึนส่วนใหญ่มีความสลับซับซ้อนหลากหลาย รวมท้ัง ยังมีความเช่ือมโยงกันในหลายมิติ เกิดข้ึนได้ในหลายรูปแบบ ท้ังท่ีเกิดข้ึนอย่างเป็นระบบ และไม่เป็นระบบ ท�ำให้มีความจ�ำเป็นต้องพิจารณาทบทวนและตรวจสอบภัยคุกคาม ทง้ั ปวงทอ่ี าจสง่ ผลกระทบตอ่ ความมนั่ คงภายในประเทศอยา่ งครอบคลมุ ในทกุ ดา้ น ทงั้ ดา้ น การเมอื ง เศรษฐกิจ สงั คมจติ วทิ ยา การทหาร และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สงิ่ แวดล้อม ทั้งนี้ เพ่ือเตรียมการในการแก้ไขปัญหาความม่ันคงของประเทศในภาพรวมเป็นไป อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ อย่างไรกต็ าม ปัญหาเร่งด่วนท่ปี รากฏอยู่ในปัจจบุ ัน ซึง่ ส่งผลกระทบ ต่อความมั่นคงในทุกภาคของประเทศ ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาการขาดเสถียรภาพทาง การเมอื ง การขาดปัจจยั พ้ืนฐานทางเศรษฐกิจ ปัญหาความปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ย์สนิ ของประชาชน รวมถึงปัญหาอันเกิดจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบมายังประเทศไทย อย่างสะสมเป็นระยะเวลายาวนานจนถงึ ปัจจุบนั 5. ภัยคกุ คามรูปแบบใหม่ ภัยคุกคามรูปแบบเดิม หรือภัยคุกคามทางทหาร เป็นการคุกคามท่ีเกิดขึ้น ในลักษณะรัฐต่อรัฐ คุกคามต่ออ�ำนาจอธิปไตย และบูรณภาพเหนือดินแดนของรัฐ เป็น บรรยากาศทค่ี รอบง�ำความมน่ั คงระหว่างประเทศ มาต้งั แต่ยุคของสงครามโลก ตลอดช่วง ยุคสงครามเย็นในอดีตสงครามขยายดินแดน สงครามอุดมการณ์ ถือว่ารัฐต้องมาก่อน จวบจนสงครามเยน็ สน้ิ สดุ ลงในปี 1990 รวมไปถงึ การก่อการร้าย เม่อื 11 กันยายน 2001 ได้ส่งผลให้เกิดจุดพลิกผัน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ได้แพร่ระบาดเข้าสู่ประเทศในภูมิภาค ต่าง ๆ รวมท้ังประเทศไทย เช่น ในพ้ืนที่ จชต. ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (Non-Traditional Threats) ยึดเอามนุษย์เป็นศูนย์กลางของปัญหาความม่ันคงภายใต้กระบวนทัศน์ใหม่ ในค�ำว่า ความม่ันคงของมนุษย์ ปัญหาความมั่นคงจึงปรับเปล่ียนมุ่งเน้นจากรัฐไปสู่คน ชมุ ชน และสงั คม
636 วิชาการข่าวเบื้องตน้ ภยั คกุ คามรปู แบบใหม่ (Non-Traditional Threats) เปน็ ภยั คกุ คามทมี่ ไิ ดเ้ กดิ จากรฐั ไม่ได้มุ่งรุกรานหรือยึดครองดินแดน แต่คุกคามต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน ซงึ่ จะสง่ ผลตอ่ ความมนั่ คงโดยรวมของประเทศตอ่ ไป ภยั คกุ คามรปู แบบใหม่ ท่เี กิดขนึ้ ในประเทศไทย สามารถจำ� แนกออกได้ดงั นี้ 5.1 ภัยคุกคามจากความแตกแยกทางความคิดของคนในสังคม : สังคมไทยขาดกลไกในการเตรียมความพร้อมต่อการเผชิญกับโลกไร้พรมแดนอย่างมี ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะจากเทคโนโลยีการส่ือสารและส่ือสารมวลชน ซ่ึงถูกใช้เป็น เครอื่ งมอื ในการกอ่ อาชญากรรมในรปู แบบตา่ ง ๆ กอ่ หนสี้ นิ ใหก้ บั ประชาชน ซงึ่ ตกเปน็ เหยอ่ื ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีทันสมัย บ่ันทอนความผูกพันและการปฏิสัมพันธ์ ในครอบครวั และเกดิ ชอ่ งวา่ งอนั นำ� ไปสคู่ วามแตกตา่ งทางความคดิ เปน็ แตล่ ะขว้ั อยา่ งชดั เจน จนไม่สามารถประสานประโยชน์ร่วมกันขยายผลเป็นความแตกแยกทางความคิดของกลุ่ม ผลประโยชน์ และพร้อมท่จี ะท�ำลายฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่คำ� นึงถงึ ผลกระทบต่อส่วนรวม 5.2 ภัยคุกคามจากความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบและสถาบัน ทางการเมือง : แม้ว่าระบบการเมืองไทยได้พัฒนาตามแนวทางประชาธิปไตยมา อย่างต่อเน่ืองเป็นเวลาเกือบศตวรรษ ซึ่งในบางห้วงสถาบันทางการเมืองจะมีเสถียรภาพ แต่ผู้มีอ�ำนาจทางการเมืองกลับใช้ความมีเสถียรภาพเพื่อเอ้ือประโยชน์เฉพาะกลุ่มในทาง มิชอบขาดคุณธรรมและจริยธรรมทางการเมือง อีกทั้งยังมีการแทรกแซงสภานิติบัญญัติ บางส่วนของกระบวนการยุติธรรม และส่วนใหญ่ขององค์กรอิสระที่ท�ำหน้าที่ตรวจสอบ รัฐบาล ตลอดจนภาคราชการ ให้ทำ� หน้าท่ใี นส่งิ ท่ไี ม่ถกู ต้อง โดยให้ผลประโยชน์ตอบแทน เพื่อเอ้ือประโยชน์ในการสร้างความเข้มแข็งของสถาบันการเมืองที่เป็นแกนน�ำรัฐบาล นอกจากน้ี ยังแทรกแซงกระบวนการเลอื กตั้ง ทำ� ให้เกิดความไม่บรสิ ุทธยิ์ ตุ ิธรรม เป็นผลให้ ได้คนไม่ดเี ข้ามาบรหิ ารประเทศ
5.3 ภัยคุกคามจากการขาดความสมดุลของการจัดการทรัพยากร วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 637 ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม : การย้ายถิ่นของประชาชนจากภาคเกษตรกรรมไปสู่ภาค อุตสาหกรรมตามทิศทางการพัฒนาประเทศในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมภายใต้สภาวะ โลกาภิวัตน์ การไหลเวียนเข้า-ออก ของเงินลงทุนอย่างเสรี การเข้ามาลงทุนของต่างชาติ โดยอาศัยเพียงทรัพยากรและแรงงานจากไทย เพื่อน�ำรายได้กลับสู่ประเทศของตน โดย มไิ ดถ้ า่ ยทอดความรเู้ ทคโนโลยี ทำ� ใหไ้ ทยไดร้ บั ประโยชนเ์ พยี งการจา้ งงานและอตุ สาหกรรม ปลายน้�ำ ซ่ึงได้ปล่อยท้ิงของเสียและกากสารพิษสะสมมากขึ้นทุกขณะ ก่อให้เกิดปัญหา สง่ิ แวดลอ้ ม คอื มลพษิ ทางนำ้� ดนิ และอากาศ อกี ทงั้ ยงั ขาดกลไกภาครฐั ในการบรหิ ารจดั การ ตอ่ ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นภาพรวมเพอ่ื ใหช้ มุ ชนไดร้ บั ประโยชนจ์ ากโครงการพฒั นาขนาดใหญ่ 5.4 ภยั คกุ คามจากภยั พบิ ตั ิ ซงึ่ เกดิ จากการเปลยี่ นแปลงของสภาพแวดลอ้ ม ทางธรรมชาติ และโรคระบาด : ทศวรรษนี้โลกต้องเผชิญกับภัยคุกคามในรูปภัยพิบัติ ท่ีเกิดจากธรรมชาติอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น อาทิ วาตภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว ดนิ ถล่ม สนึ ามิ และไฟป่า โดยมีมนุษย์เป็นตัวเร่ง การทำ� ลายสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และส่งผลให้โลกร้อนข้ึน การเปล่ียนแปลงของภูมิอากาศและความเสื่อมโทรมของสภาพ แวดลอ้ ม ทำ� ใหเ้ กดิ โรคระบาดรนุ แรงขนึ้ ในภมู ภิ าคตา่ ง ๆ โดยเฉพาะในเอเชยี อาทิ ไขห้ วดั นก และเอดส์ นอกจากนี้ การขาดจิตสำ� นึกของประชาชนในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมใน ชุมชน ส่งผลให้เกดิ การท�ำลายทรัพยากรธรรมชาตอิ ย่างต่อเน่ือง 5.5 ภยั คกุ คามจากความมน่ั คงในพนื้ ทจี่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ : มแี นวโนม้ สถานการณ์การก่อความไม่สงบในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้อาจยดื เยอื้ ต่อไป ซงึ่ จะส่งผลต่อ ความรสู้ กึ ไมป่ ลอดภยั เกดิ บรรยากาศความหวาดระแวงในชมุ ชน โดยเปน็ จดุ ทเ่ี ปราะบางมาก ต่อความมน่ั คงของประชาชนในพ้นื ท่ี และความม่นั คงของประเทศโดยรวม นอกเหนือจาก ขบวนการใชค้ วามรนุ แรง ยงั มอี สิ ระในการกอ่ ความไมส่ งบแลว้ ยงั ปรากฏการใชค้ วามรนุ แรง ที่เกิดจากแรงจูงใจส่วนบุคคล ซ่ึงมีท้ังในส่วนที่รู้สึกเคียดแค้นและที่รู้สึกแบ่งฝ่ายเพ่ิมมาก ขึ้น ความรุนแรงประเภทน้ีเป็นเร่ืองยากต่อการควบคุม และอาจไม่เก่ียวข้องกับขบวนการ ใช้ความรนุ แรงที่มีอยู่ นอกจากน้ี ยังปรากฏว่ามีเจ้าหน้าท่ขี องรฐั ที่ไม่เข้าใจและมที ศั นคตทิ ่ี ไมถ่ กู ตอ้ งเกยี่ วกบั ลกั ษณะเฉพาะทางวฒั นธรรมและวถิ ชี วี ติ ของคนในพนื้ ท่ี สงั คมสว่ นใหญ่ ยงั ไมเ่ ขา้ ใจบรบิ ททแี่ ทจ้ รงิ ของปญั หาทเี่ กดิ ขน้ึ สงั คมบางสว่ นยงั มองชาวไทยมสุ ลมิ ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้เป็นคนละฝ่าย ชาวไทยพุทธในพ้ืนที่รู้สึกหวาดผวากับความไม่ปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนชาวไทยมุสลิมส่วนใหญ่ในพ้ืนที่แม้ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความ
638 วิชาการข่าวเบื้องตน้ รนุ แรงแตย่ งั ไมก่ ลา้ ใหค้ วามรว่ มมอื อยา่ งเปดิ เผยกบั ภาครฐั ในการรว่ มแกไ้ ขปญั หา ทางดา้ น ครอบครวั ของผตู้ กเปน็ เหยอ่ื การใชค้ วามรนุ แรงในพน้ื ท่ี ยงั คงมคี วามรสู้ กึ วา่ ยงั ไมไ่ ดร้ บั ความ เป็นธรรมจากกระบวนการยตุ ธิ รรม 5.6 ภยั คกุ คามจากการกอ่ การรา้ ยและอาชญากรรมขา้ มชาติ : การตอ่ ตา้ น ประเทศมหาอำ� นาจและลทั ธกิ ารยดึ ครองดว้ ยการใชค้ วามรนุ แรงและการกอ่ การรา้ ยไดแ้ พร่ ขยายและมีเครือข่ายโยงใยไปทั่วทุกภูมิภาค นอกจากน้ีจะมีความเป็นไปได้ท่ีผู้ก่อการร้าย อาจใชว้ ธิ กี ารกอ่ การรา้ ยในรปู แบบทไี่ มค่ าดคดิ อนื่ ๆ ซงึ่ ยงั ผลใหเ้ กดิ ความสญู เสยี ถงึ ชวี ติ และ ทรัพย์สินอย่างมหาศาล สมาชิกของกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติที่เป็นเยาวชนมีจำ� นวนเพ่ิม มากขน้ึ เยาวชนเหลา่ นเ้ี ปน็ กลมุ่ ทถ่ี กู จงู ใจดว้ ยแนวคดิ สดุ โตง่ และชงิ ชงั ฝา่ ยตรงขา้ มอยา่ งฝงั ลกึ ซ่งึ ถูกน�ำมาใช้ในพ้นื ท่ี 3 จังหวดั ชายแดนภาคใต้ 5.7 ภัยคุกคามจากผู้หลบหนีเข้าเมืองในประเทศ : ประเทศไทยเป็นพนื้ ที่ รองรับผู้หลบหนีเข้าเมืองจากประเทศเพ่ือนบ้านและถูกใช้เป็นทางผ่านไปยังประเทศท่ีสาม โดยเฉพาะชาวมง้ ทม่ี ปี รมิ าณเพมิ่ ขนึ้ อยา่ งต่อเนอื่ ง โดยขาดฐานข้อมลู ทส่ี มบรู ณ์ ทงั้ ในเรอ่ื ง รายละเอยี ดสว่ นบคุ คล จ�ำนวน และแหลง่ ทอี่ ยอู่ าศยั จ�ำนวนของผหู้ ลบหนเี ขา้ เมอื งในกล่มุ ผใู้ ชแ้ รงงาน มสี ดั สว่ นทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ ภาคการผลติ ของประเทศ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม ประมง และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จ�ำนวนผู้หลบหนีเข้าเมืองจะกลายเป็นประเด็นท่ีจะมี ผลกระทบต่อความม่นั คงในระยะยาว
5.8 ภยั คกุ คามจากยาเสพตดิ : สถานการณก์ ารผลติ จากแหลง่ ผลติ ภายนอก วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 639 ประเทศ ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข จึงส่งผลให้ปรากฏการลักลอบน�ำเข้ายาเสพติดสู่พ้ืนที่ ตอนในของประเทศอย่างต่อเน่ือง และเป็นมูลเหตุส�ำคัญท่ีก่อให้เกิดปัญหาสังคม และ ปัญหาอื่น ๆ ซ่ึงแม้ว่าในห้วงที่ผ่านมาได้มีการบูรณาการใช้ก�ำลังจากหลายหน่วยงาน เข้าแก้ไขปัญหาโดยต่อเนอ่ื ง ปัญหายาเสพตดิ กย็ งั มไิ ด้เบาบางลง 5.9 ภัยคุกคามจากความยากจน : เป็นปัญหาขั้นพ้ืนฐานของประชาชน หลายกลมุ่ ทวั่ ประเทศ ทข่ี าดโอกาสและชอ่ งทางในการประกอบอาชพี ทเี่ หมาะสม ในการแสวงหา รายได้ตามขีดความสามารถและปัจจัยพ้ืนฐานที่ตนเองมีอยู่ ให้สามารถด�ำรงชีวิตและ เลย้ี งดูครอบครวั ของตนเองให้มชี วี ิตอยู่อย่างมคี วามสขุ และพอเพยี ง
ตอนที่ 2 นโยบายการด�ำ เนนิ การ ทบ. จะตอ้ งมคี วามพรอ้ มในการแกไ้ ขปญั หาดา้ นความมนั่ คงของชาตใิ นทกุ พน้ื ที่ ต้ังแต่ภาวะปกติ โดยใช้กลยุทธ์การเกาะติดพ้ืนท่ี-ประชาชน-ฝ่ายตรงข้าม (สถานการณ์) เป็นหลักในการดำ� เนินการ ทงั้ น้ี เพ่ือให้สามารถที่จะแจ้งเตอื น ป้องกัน ยับย้ัง และตอบโต้ เผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบท่ีจะกระทบต่อความม่ันคงภายในของชาติได้อย่างทัน สถานการณ์ มีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการคือ ทบ. ได้มีข้อมูลท่ีครอบคลุม และเข้าใจถึงสภาพปัญหาและเงื่อนไขในด้านต่าง ๆ ในทุก ๆ พ้ืนท่ีของประเทศ มกี ารตดิ ตาม-เฝา้ ระวงั ตงั้ แตใ่ นยามทส่ี ถานการณอ์ ยใู่ นสภาวะปกติ รวมทง้ั สามารถทจ่ี ะเขา้ ไปยบั ยง้ั หรอื แก้ไขปัญหาสถานการณ์สภาวะฉกุ เฉนิ ให้อย่ใู นลกั ษณะทเี่ บาบางลง หรอื มใิ ห้ ปรากฏผลกระทบต่อสภาพความมั่นคงของชาติ ตลอดจนบรรลุผลตามเป้าหมาย จนกว่า จะมกี ารเปล่ยี นผ่านท่จี ะน�ำไปสู่การปกครองท่ีมีประสทิ ธภิ าพของชาตอิ ย่างแท้จริงต่อไป 640 วิชาการข่าวเบื้องตน้
ตอนที่ 3 วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 641 วตั ถุประสงค์ 1. เพอ่ื ให้หน่วยทหารในพน้ื ทไี่ ด้รบั ทราบปัญหาต่าง ๆ ทอี่ าจส่งผลกระทบต่อ ความมน่ั คงของชาตแิ ตเ่ นน่ิ และสามารถปอ้ งกนั ไมใ่ หก้ ลมุ่ ผลประโยชนใ์ ชป้ ระชาชนผบู้ รสิ ทุ ธิ์ เป็นเครอ่ื งมอื ในการตอบโต้อ�ำนาจรฐั ได้อย่างทันสถานการณ์ 2. เพอ่ื ใหก้ ำ� ลงั พลของ ทบ. ไดม้ คี วามคนุ้ เคยกบั พน้ื ท่ี ประชาชน และกลมุ่ ตา่ ง ๆ ในพืน้ ท่รี บั ผิดชอบ รวมท้ังรับทราบปัญหาทเ่ี กดิ ข้นึ ในพ้ืนท่ีอย่างแท้จริง 3. เพ่อื ให้หน่วยของ ทบ. ได้มีข้อมูล พืน้ ที่ ประชาชน กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ รวมทงั้ สภาวะแวดล้อมในพ้นื ทรี่ บั ผดิ ชอบ น�ำมาแสวงประโยชน์ทางด้านการทหาร 4. เพอื่ ใหห้ นว่ ยของ ทบ. ทรี่ บั ผดิ ชอบพน้ื ทไี่ ดม้ ขี อ้ มลู ภยั คกุ คามทต่ี อ้ งเผชญิ ไดแ้ ก่ 4.1 ปัญหายาเสพตดิ 4.2 ปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนเี ข้าเมือง 4.3 ปัญหาการกระทำ� ผดิ พ.ร.บ. ต่าง ๆ 4.4 ปญั หาความขดั แยง้ ของกลมุ่ ผลประโยชน์ ทนี่ �ำไปสกู่ ารใชพ้ ลงั มวลชน ตอบโต้อำ� นาจรฐั 4.5 ปัญหาพ้นื ฐานของประชาชน 5. เพอ่ื ให้ ทบ. ไดม้ คี วามพรอ้ มในการเผชญิ ภยั คกุ คามดา้ นความมน่ั คงภายใน ประเทศทกุ รูปแบบ
642 วิชาการข่าวเบื้องตน้ ตอนท่ี 4 การดำ�เนนิ การ 1. กลยุทธก์ ารเกาะติด หน่วยต่าง ๆ ทง้ั ในและนอก ทบ. ดำ� เนนิ การอย่างเป็นขั้นตอน โดยมีแนวทาง ในการปฏิบตั ิดงั น้ี 1.1 การเกาะตดิ พ้นื ท่ี 1.1.1 แบ่งมอบพ้ืนที่รับผิดชอบให้แก่หน่วย/ก�ำลังพล ต้ังแต่ภาวะปกติ : โดยกำ� หนดหนว่ ยเพอ่ื มอบหมายความรบั ผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน ซง่ึ ในขนั้ ตน้ ไดก้ ำ� หนด 1 อำ� เภอ ต่อ 1 หน่วยทหาร ทง้ั นี้ ในการก�ำหนดพืน้ ทีค่ วามรบั ผดิ ชอบ ยงั จ�ำเป็นต้องคำ� นงึ ถงึ ปัจจัย ในด้านต่าง ๆ เช่น ท่ีต้ังของหน่วยทหาร ความสัมพันธ์ของหน่วยกับชุมชนที่มีอยู่เดิม เป็นต้น ส�ำหรับการแบ่งมอบพื้นท่ีความรับผิดชอบแก่ก�ำลังพล ต้องกระท�ำอย่างละเอียด เป็นรายบุคคล ซ่งึ หากพน้ื ทที่ ่ไี ด้รบั มอบหมายกว้างขวางหรอื มีเป็นจำ� นวนมาก หน่วยอาจ พจิ ารณากำ� หนดความเรง่ ดว่ นการจดั กำ� ลงั เขา้ ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ตามสถานการณห์ รอื เหตกุ ารณ์ ในห้วงเวลา 1.1.2 รวบรวมข้อมูลพื้นท่ีรับผิดชอบท้ังในแง่ทางทหารและข้อมลู ท่ัวไป : เม่ือหน่วย/ก�ำลังพลได้รับมอบหมายพื้นท่ีรับผิดชอบตามข้อ 1.1.1 แล้ว ก�ำลังท่ีได้รับมอบ พื้นท่ีต้องด�ำเนินการรวบรวมข้อมูลในพ้ืนที่ ท้ังในแง่ทางทหาร และข้อมูลท่ัวไป ลักษณะ เช่นเดยี วกบั การจดั ท�ำส�ำมะโนประชากรของ มท. ซ่ึงในขน้ั ต้นอาจดำ� เนินการโดยประสาน ส่วนราชการหรือผู้น�ำชุมชนในพื้นที่ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเบ้ืองต้น จากที่มีอยู่แล้ว น�ำมาใช้ประโยชน์ได้ในบางส่วน ก่อนการดำ� เนินการรวบรวมด้วยตนเองต่อไป 1.1.3 การเฝ้าระวงั พ้ืนท่ลี ่อแหลมในเขตรบั ผดิ ชอบ : ภายหลงั การจัดทำ� ข้อมูลต่าง ๆ ในพนื้ ทีร่ บั ผดิ ชอบ หน่วยต้องก�ำหนดพน้ื ท่ที ่ีต้องเฝ้าระวัง โดยอาจพิจารณา แยกเปน็ พนื้ ทท่ี อ่ี าจเกดิ ปญั หาขน้ึ จากภยั คกุ คามทางดา้ นการทหาร และภยั คกุ คามในดา้ น อ่ืน ๆ เพ่ือสามารถน�ำไปวางแผนการใช้ก�ำลัง และแผนการแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสมต่อไป
1.1.4 วางแผน ควบคุมพื้นท่ี เม่ือมีสถานการณ์ และ/หรือได้รับมอบ : วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 643 โดยหน่วยต้องจดั ท�ำแผนเผชญิ เหตุขน้ึ เพื่อรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ท่ีอาจเกิดข้ึนบรเิ วณ พื้นทล่ี ่อแหลมท่ไี ด้ส�ำรวจไว้ในข้อ 1.1.3 ทัง้ น้ี การวางแผนดำ� เนนิ การ หากเป็นกรณรี องรบั ภัยคุกคามด้านอื่น ๆ ที่มิใช่ทางทหาร ให้พิจารณากระท�ำร่วมกันในลักษณะพลเรือน ตำ� รวจ ทหาร 1.2 การเกาะตดิ ประชาชน 1.2.1 การรวบรวมข้อมูลประชากร จัดทำ� ส�ำมะโนประชากร และข้อมูล หมู่บ้าน : โดยก�ำหนดความเร่งด่วนในการจัดทำ� ให้กบั จังหวัดตามแนวชายแดน และพ้ืนท่ี ที่มีปัญหาความมั่นคงภายในเป็นล�ำดับแรก การรวบรวมข้อมูลด�ำเนินการจากพ้ืนฐาน ทไี่ ด้รับจากส่วนราชการต่าง ๆ นำ� ไปสำ� รวจรายละเอียดข้อเท็จจรงิ ท่ถี กู ต้องและทนั สมยั 1.2.2 การเสริมสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน ผู้น�ำชุมชน จนท.รัฐ และกลุ่มต่าง ๆ ในพ้นื ทร่ี บั ผดิ ชอบ : โดยให้ความช่วยเหลอื หรอื สนับสนุนการดำ� เนินการ ต่าง ๆ เท่าท่สี ามารถปฏบิ ัตไิ ด้ ท้งั นี้ หากเป็นความเดอื ดร้อนของประชาชนที่เกย่ี วข้องกับ ส่วนราชการอ่นื ๆ ให้หน่วยประสานส่วนราชการ หรอื หน่วยงานที่เก่ยี วข้องเข้าช่วยเหลือ/ บรรเทาความเดอื ดรอ้ นดงั กลา่ ว และหากเกนิ ขดี ความสามารถของหนว่ ยในพนื้ ทใี่ หร้ ายงาน เรอ่ื งดงั กลา่ วตามสายการบงั คบั บญั ชา เพอื่ ยกระดบั การดำ� เนนิ การขน้ึ สรู่ ะดบั สงู ตามขนั้ ตอนตอ่ ไป
644 วิชาการข่าวเบื้องตน้ 1.2.3 การสร้างความเข้าใจ ไว้วางใจ ระหว่างหน่วยทหารกับประชาชน ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบ : โดยการด�ำเนินการท้ังในระดับบุคคล และในระดับหน่วย ท้ังน้ี ดว้ ยการคลกุ คลหี รอื เขา้ ไปสมั ผสั กบั ปญั หาทม่ี อี ยใู่ นพน้ื ทชี่ ่วยเหลอื ในการดำ� เนนิ การเทา่ ที่ จะสามารถดำ� เนนิ การได้ ยกระดบั ความสมั พนั ธจ์ ากทมี่ อี ยู่ ตามขอ้ 1.2.2 ใหเ้ ขา้ ถงึ ประชาชน ได้อย่างแท้จรงิ 1.2.4 การจัดต้ังกลุ่มมวลชนในพ้ืนที่รับผิดชอบ : ด้วยการน�ำมวลชน ทมี่ อี ยหู่ รอื ทเี่ คยไดจ้ ดั ตง้ั ไว้ โดยหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทงั้ พลเรอื น ตำ� รวจ ทหาร นำ� มาบรู ณาการ และจดั วางระบบ/เครอื ข่าย เช่อื มโยงซ่งึ กันและกัน เพอ่ื น�ำมาใช้ประโยชน์ต่อไป 1.3 การเกาะติดฝา่ ยตรงข้าม 1.3.1 การรวบรวมข้อมูลกลุ่มผู้กระท�ำผิดกฎหมายในพ้ืนที่ : ภายหลัง การเข้าไปสร้างความสมั พันธ์กบั ประชาชนและกลุ่มมวลชนต่าง ๆ ในพน้ื ท่ี หน่วยจะได้รบั ทราบข่าวสารกลุ่มอิทธิพลหรือกลุ่มผู้กระท�ำผิดกฎหมายที่มีอยู่ในพื้นที่ ทั้งทางตรง และทางอ้อม ท้งั นี้ หน่วยต้องนำ� ข้อมลู เหล่าน้ันรวบรวม และจัดทำ� รายงานให้หน่วยเหนอื ได้ทราบ ตามล�ำดับ โดยมุ่งเน้นถึงอิทธิพลและผลประโยชน์ต่าง ๆ ท่ีมีอยู่ในพื้นท่ีซึ่งอาจ ส่งผลกระทบต่อความม่นั คงของชาติโดยรวมในอนาคต
1.3.2 การเฝา้ ระวงั กลมุ่ ผกู้ ระทำ� ผดิ กฎหมาย : ภายหลงั การรวบรวมขอ้ มลู วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 645 กลุ่มอิทธิพลหรือกลุ่มผู้กระท�ำผิดกฎหมายในพื้นท่ี ตามข้อ 1.3.1 แล้วก�ำลังพลที่เกาะติด ในพ้ืนท่ีจะท�ำการเฝ้าระวงั กลุ่มดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยมอบข้อมลู หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ท่ีมีอยู่ให้แก่ส่วนราชการท่ีเก่ียวข้องในพื้นที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ ให้ด�ำเนินการ ตามบทบาทหน้าทข่ี องส่วนราชการนน้ั ๆ ต่อไป 1.3.3 การใหก้ ารสนบั สนนุ เจา้ หนา้ ท/ี่ หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งในการปราบปราม ผู้กระท�ำผิดกฎหมาย : ก�ำลังพลหรือหน่วยท่ีเกาะติดในพ้ืนที่ ต้องให้การสนับสนุน การด�ำเนินการตามกฎหมายของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กลุ่มผู้กระทำ� ผิดกฎหมายได้ลดอิทธิพล และหมดบทบาทท่ีมีต่อประชาชนในพื้นท่ีลง ซึ่งจะท�ำให้ง่าย ต่อการจดั ระเบียบชุมชน และการปฏิบตั ขิ องฝ่ายเราในอนาคตต่อไป 2. กลไกการบริหาร ก�ำลังพลหรือหน่วยทหารในพื้นท่ีรายงานข้อมูลสภาพปัญหามายังห้องปฏิบัติ การของหนว่ ย (War room) โดยหนว่ ยตา่ ง ๆ จะบรหิ ารวกิ ฤตการณต์ ามสายการบงั คบั บญั ชา ตง้ั แต่หน่วยในพ้นื ท่-ี กองพนั -กรม-กองทัพภาค (หน่วย นขต.อ่นื ๆ) - ทบ. 3. การแบ่งมอบพื้นทรี่ บั ผิดชอบ แบ่งพื้นทร่ี ับผิดชอบออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 3.1 พน้ื ทต่ี ามแนวชายแดน : มอบหมายให้ กกล.ป้องกนั ชายแดนเป็นหน่วย รบั ผดิ ชอบหลกั ในการด�ำเนนิ การ โดยมขี อบเขตรบั ผดิ ชอบบรเิ วณอ�ำเภอทต่ี ดิ แนวชายแดน และใช้เส้นแบ่งเขตตามพน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบของ กกล.ป้องกนั ชายแดน 3.2 พื้นท่ีภายใน : มอบหมายให้ ทภ. เป็นหน่วยรบั ผดิ ชอบหลกั ในเขตพ้ืนท่ี ตามการแบ่งเขตการปกครอง
646 วิชาการข่าวเบื้องตน้ บทท่ี NEWS การรวบรวมข่าวสาร ตอนท่ี 1 1. แนวทางการปฏบิ ตั ิงาน กล่าวทั่วไป จากการท่ีภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้มีจ�ำนวนมากขึ้น และแพร่กระจาย ออกไปท่วั ประเทศ เช่น การแพร่ระบาดของยาเสพติด การก่อการร้าย และผู้มอี ทิ ธิพล ท�ำให้แหล่งข่าวท่ีหน่วยข่าวต่าง ๆ รับผิดชอบ มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการป้องกันและ ขจัดภัยคุกคามเหล่านั้นได้อย่างท่ัวถึง รัฐบาลจึงด�ำเนินนโยบายโดยขอความร่วมมือ จากประชาชนทุกคนในชาติ ให้ช่วยเป็นแหล่งข่าวและเป็นหูเป็นตาให้กับทางราชการ เป็นการใช้พลังแผ่นดินเพื่อขจัดภัยของชาติ โดยพิจารณาใช้ประโยชน์จากหน่วยงาน ของ ทบ. ในการรวบรวมข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทุกพื้นท่ี โดย เป็นการเพม่ิ ศกั ยภาพด้านการข่าวเพอ่ื ความมนั่ คง นโยบายการปฏิบัติงานด้านการข่าว ของ ทบ. ที่ส่งเสริมให้ประชาชน มสี ว่ นรว่ มในการสนบั สนนุ งานดา้ นการขา่ วเพอ่ื ความมนั่ คง โดยขยายขา่ ยงานขา่ ว ภาคประชาชน ให้ครอบคลุมมากย่ิงข้ึน ใช้ประโยชน์จากทหารกองประจ�ำการ และ ท่ปี ลดประจำ� การแล้วเป็นแหล่งข่าวของกองทพั ด้วย
การข่าวเป็นปัจจัยหลักท่ีส�ำคัญในการเสริมขีดความสามารถด้านก�ำลังรบ วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 647 การข่าวท่ีดี ถูกต้อง ทันเวลา จะช่วยให้การวางแผนและตกลงใจของผู้บังคับบัญชา มีความถูกต้องช่วยลดอัตราการเสี่ยงและทวีอ�ำนาจก�ำลังรบ ท�ำให้การบรรลุภารกิจของ หน่วยเป็นไปอย่างมปี ระสิทธภิ าพ การข่าวเป็นงานที่จะต้องปฏิบัติอย่างต่อเน่ือง ต้ังแต่ยามปกติและในทุกระดับ ของความขัดแย้งเป็นหน้าที่ทั้งของก�ำลังพลเป็นรายบุคคลและทุกระดับหน่วย ท่ีจะต้อง ให้ความส�ำคัญด้วยส�ำนึกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสายงานด้านการข่าวต้องปรับข้อมูล ใหท้ นั สมยั ตอ่ เนอื่ งทนั เหตกุ ารณแ์ ละสามารถคาดการณไ์ ดล้ ว่ งหนา้ ถงึ เหตกุ ารณท์ จี่ ะเกดิ ขน้ึ โดยเฉพาะเร่ืองท่ีเก่ียวกับภัยคุกคาม เพื่อให้หน่วยได้เตรียมการปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม อกี ทง้ั เป็นการพฒั นาบุคลากรด้านการข่าว ความมงุ่ หมาย เพ่ือใช้เป็นพ้ืนฐานในการปลูกฝังอบรมก�ำลังพลให้เกิดจิตส�ำนึกในงาน ดา้ นการขา่ ว และใหป้ ระชาชนรว่ มมอื ในการแจง้ เบาะแสตามเปา้ หมายท่ี ทบ.กำ� หนด ให้แก่ทางราชการ และยังช่วยในการป้องกันปราบปรามบุคคลที่คิดจะก่อการอันเป็น การบ่อนท�ำลายความม่นั คงของชาติ เพ่ือก�ำหนดแนวทางการปฏิบัติงานด้านการข่าวตามโครงการแหล่งข่าว ประชาชน กองทัพบก ในทุกระดับของ ทบ. ท้ังหน่วยท่ีปฏิบัติงานในที่ตั้งปกติและหน่วย ที่ปฏิบัติงานในสนาม ยึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติให้สามารถปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นการสนธิและเสริมงานด้านการข่าวให้ครอบคลุมพื้นที่ ทวั่ ประเทศ โดยใช้เครอ่ื งมอื และทรพั ยากรของ ทบ. ท่ีมีอยู่ให้เกดิ ประโยชน์สูงสดุ ขอบเขต ขอบเขตการด�ำเนินในแนวทางปฏิบัตินี้ จะระบุเพียงวิธีการที่จะน�ำมาใช้เป็น หลักการปฏิบัติงานด้านการข่าวในโครงการแหล่งข่าวประชาชน กองทัพบก รายละเอียด ท่ีนอกเหนือจากน้ี ยังคงให้หน่วยยึดถือนโยบาย ระเบียบ ค�ำส่ัง ค�ำชี้แจง หรือเอกสาร สายการข่าวท่เี กี่ยวข้องและมผี ลบังคับใช้ในปัจจบุ นั
648 วิชาการข่าวเบื้องตน้ หน่วยทหารที่ไม่มีเจ้าหน้าที่สายงานด้านการข่าวในอัตราให้ยึดถือ และ ปฏิบัติตามแนวทางนี้ด้วยตามหลักนิยมด้านการข่าวท่ีว่า “หน่วยทหารทุกหน่วยมี ขดี ความสามารถรวบรวมขา่ วสารได”้ การปฏบิ ตั ิ หน่วยทหารทุกหน่วยใน ทบ. มีหน้าที่ในการรวบรวมข่าวสารโดยออกเป็น ค�ำส่ัง ระเบียบ ค�ำชี้แจง นโยบาย และปลูกฝังจิตส�ำนึกให้แก่ก�ำลังพลของหน่วย เพื่อให้ ก�ำลังพลทุกนายถือเป็นหน้าท่ีที่จะต้องปฏิบัติในฐานะผู้ให้ข่าว และรายงานตาม สายการบงั คบั บญั ชาหรอื ตอ่ หนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง หนว่ ยทมี่ เี จา้ หนา้ ทสี่ ายงานดา้ นการขา่ ว ในอัตราจะต้องด�ำเนินการตามวงรอบข่าวกรอง หากข่าวที่ได้รับรายงานเป็นเร่ืองท่ีอยู่ นอกพ้นื ทีร่ บั ผดิ ชอบของหน่วยให้ส่งไปยงั หน่วยที่เกยี่ วข้องเพ่ือด�ำเนินการต่อไป แนวความคิดในการปฏิบัติ หน่วยด�ำเนินงานด้านการข่าวเชิงรุกโดยการรักษา แหล่งข่าวประชาชนทไ่ี ดจ้ ดั ตงั้ ไว้แลว้ ทว่ั ประเทศในทกุ สาขาอาชพี พร้อมทง้ั จดั ตง้ั แหลง่ ข่าว ประชาชนเพิ่มขึ้นใหม่จากเดิมให้ครอบคลุมท่ัวประเทศในทุกสาขาอาชีพ เพ่ือใช้เป็นระบบ ข่ายงานข่าวเสริมให้กับข่ายงานข่าวหลักในการแจ้งเบาะแสบุคคล หรือขบวนการท่ีกระท�ำ การใด ๆ อนั เป็นการบ่อนทำ� ลายความม่นั คงของชาติ รวมทงั้ เพือ่ เป็นการป้องปรามบุคคล และขบวนการดงั กลา่ ว ไมใ่ หก้ ระทำ� การหรอื กระทำ� การดว้ ยความยากลำ� บาก จากนน้ั ดำ� เนนิ การตรวจสอบโดยหน่วยงานข่าวหลกั ที่ ทบ. รับผดิ ชอบอยู่แล้ว ค�ำแนะน�ำในการประสาน การจดั ตง้ั แหล่งข่าวประชาชน กำ� หนดความเร่งด่วนไปที่ ทหารกองประจำ� การ/ ทหารกองหนนุ กำ� ลงั พลของหนว่ ย และครอบครวั นศท. และประชาชนในชมุ ชนรอบบรเิ วณ ท่หี น่วยทหารต้งั อยู่ รวมถงึ ให้ครอบคลุมพืน้ ทที่ ่ัวประเทศ ตามล�ำดบั ข่าวสารใดท่ีเร่งด่วนและกระทบต่อความม่ันคง ให้หน่วยท่ีเกี่ยวข้องติดตาม ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาและหน่วยที่เก่ียวข้อง ให้ทราบโดยเรว็
ข่าวท่ีก�ำลังพลพบเห็นหรือได้รับทราบ หากอยู่ห่างไกลจากหน่วยต้นสังกัด วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 649 หรือไม่สามารถรายงานได้ทันเวลาหากข่าวสารน้ัน มีผลกระทบต่อความม่ันคงหรือ พิจารณาว่าเป็นข่าวด่วน ที่จ�ำเป็นต้องให้ผู้บังคับบัญชารับทราบโดยทันที ให้รายงานให้ กับหน่วย ทบ. ท่ใี กล้ท่ีสดุ หรอื หน่วยงานราชการที่เก่ียวข้องได้รบั ทราบโดยเรว็ เจ้าหน้าที่และก�ำลังพลทุกนาย จะต้องไม่แอบอ้างเพ่ือแสวงผลประโยชน์ จากการทำ� หน้าทผ่ี ู้ให้ข่าวโดยเดด็ ขาด นยิ ามศพั ท์เฉพาะ นายทหารฝา่ ยการขา่ ว หมายถงึ เจา้ หนา้ ทที่ ป่ี ฏบิ ตั งิ านดา้ นการขา่ วของหนว่ ย ในระดบั กองพนั กรม กองพล มณฑลทหารบก และจังหวดั ทหารบก แหล่งข่าว หมายถึง บุคคลท่ีสามารถให้ข่าวกับทางราชการ ซ่ึงเป็นบุคคล ท่ีได้รับการจดั ตั้งจากทางราชการให้เป็นแหล่งข่าว ผู้ให้ข่าว หมายถึง บุคคลท่ัวไปท่ีสามารถให้ข่าวกับทางราชการ ไม่จ�ำเป็น จะต้องได้รบั การจดั ต้งั ให้เป็นแหล่งข่าว แหล่งข่าวประชาชน ในท่ีน้ีหมายถึง ประชาชนทั่วไปท่ีสามารถให้ข่าวกับ ทางราชการ จะเป็นแหล่งข่าวท่ไี ด้รับการจดั ต้ัง หรอื เป็นเพียงผู้ให้ข่าวกไ็ ด้ ผปู้ ระสานงานขา่ ว หมายถงึ เจา้ หนา้ ทที่ หาร ทที่ ำ� หนา้ ทด่ี ำ� รงการตดิ ตอ่ สอื่ สาร กับประชาชนผู้ให้ข่าว ด้วยการสร้างกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีสนับสนุนงานความม่ันคงด้วย การปฏิบตั กิ ารจิตวทิ ยา และประชาสัมพนั ธ์ เพ่อื ให้เกิดความเข้าใจและความสัมพันธ์อนั ดี ระหว่างหน่วยทหารและประชาชนในพ้ืนท่ี อันน�ำมาซ่ึงความร่วมมือร่วมใจในการรายงาน ข่าวสารด้านความม่นั คงในพ้ืนท่ี หน่วยควบคุมงานด้านการข่าว (Chief of Information Office: CIO) หมายถึง หน่วยบังคับบัญชาของผู้ประสานงานข่าวในพื้นที่ที่ได้รับการแบ่งมอบพื้นท่ี ความรับผดิ ชอบในการสร้างเครอื ข่ายงานข่าวประชาชน เจา้ หนา้ ทที่ ปี่ ฏบิ ตั งิ านดา้ นการขา่ ว หมายถงึ เจา้ หนา้ ทขี่ องหนว่ ยทรี่ บั ผดิ ชอบ เกยี่ วกับงานด้านการข่าวต่าง ๆ ท่เี ข้าร่วมโครงการเครอื ข่ายข่าวประชาชน
650 วิชาการข่าวเบื้องตน้ สัสดีจังหวัด/สัสดีอ�ำเภอ หมายถึง เจ้าหน้าท่ีของกองทัพบกที่ท�ำหน้าท่ี เก่ียวกับการเกณฑ์บุคคลพลเรือนเข้ารับราชการทหาร และการระดมสรรพก�ำลังประจ�ำอยู่ ตามจังหวดั /อ�ำเภอต่าง ๆ ศูนยข์ ่าวประชาชน หมายถงึ ศนู ย์รวมท่รี ับรายงานข่าวสารจากหน่วยต่าง ๆ ท่ีเข้าร่วมโครงการแหล่งข่าวประชาชน น�ำข่าวสารท่ีได้รับมาด�ำเนินกรรมวิธีแล้วรายงาน ให้หน่วยเหนอื ทราบ การมีสว่ นรว่ มของประชาชนด้านการข่าว ในท่ีน้ีหมายถึง การท่ีประชาชน เกิดความส�ำนึกในความเป็นพลเมือง ตระหนักถึงภัยคุกคามด้านความมั่นคงต้องการ มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความม่ันคงของชาติ โดยแสดงออกด้วยการเป็นพลเมืองดี รายงานข่าวสารทม่ี ีผลกระทบต่อความมนั่ คง กิจกรรมสนบั สนนุ ด้านความม่นั คง หมายถงึ กิจกรรมทห่ี น่วยทหารทไี่ ด้รับ การแบ่งมอบพื้นที่ความรับผิดชอบในการสร้างเครือข่ายข่าวประชาชนและสร้างกิจกรรม ร่วมกับประชาชน เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างความสมานฉันท์ กระตุ้นให้ประชาชน เกิดความรัก ความหวงแหนประเทศชาติ และเกิดส�ำนึกในการร่วมกันแก้ไขปัญหา ด้านความม่นั คงของประเทศชาติ ตอนท่ี 2 2. การเตรียมการ การอบรมการใหค้ วามรดู้ า้ นงานขา่ ว กลา่ วทวั่ ไป การจัดอบรมชี้แจงแนวทางปฏิบัติให้แก่ ฝอ. 2 ระดับกองพันในโครงการ และเจ้าหน้าท่ีที่เกี่ยวข้องท่ีรับผิดชอบด�ำเนินการ โดยการอบรม เป็นการเพ่ิมพูนทักษะ และความรู้ (refreshment) มากกว่าการอบรมใหม่ อีกทั้งให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อปรับรายละเอยี ดแนวทางในการปฏบิ ัติเป็นประจำ� ตามห้วงเวลา
ในระดบั กองทพั ภาค และกองพล จดั การอบรมโดยเชญิ ผแู้ ทนหนว่ ยทเี่ กยี่ วขอ้ ง วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 651 เช่น ผู้บังคับหน่วย ฝอ.2 กองพัน เจา้ หน้าทด่ี ้านการข่าว มทบ./จทบ. และสัสดีจังหวัด เป็นต้น ในระดับกองพัน หรือเทียบเท่า จัดการอบรมให้กับก�ำลังพลของหน่วยหรือ เชญิ ผู้น�ำชมุ ชน และแหล่งข่าวประชาชนท่ีคดั สรรแล้วเข้ารบั การอบรม ความร้ดู า้ นงานข่าวเบ้ืองต้น วงรอบข่าวกรอง วงรอบข่าวกรอง เป็นหลักการท่ีทางกองทัพบกได้น�ำมาอบรมเจ้าหน้าท่ีด้าน การข่าวกรอง เพื่อให้น�ำไปใช้ในระบบงานข่าวในปัจจุบัน ท้ังท่ีเป็นภัยคุกคามทางทหาร และภัยคุกคามท่ีมิใช่ทางทหาร ในปัจจุบันไม่ว่าหน่วยใดหรือกองทัพใดจะต้องมีเจ้าหน้าท่ี ฝ่ายอำ� นวยการ หรือฝ่ายเสนาธกิ าร เพื่อทำ� การช่วยเหลอื ผู้บังคบั บญั ชาในการดำ� เนนิ งาน ท่ียุ่งยาก ซับซ้อนเก่ียวกับการปฏิบัติการทางทหารกองทัพบกไทยแบ่งความรับผิดชอบ ในเร่ืองการปฏิบัติงานของฝ่ายอ�ำนวยการในหน่วยเล็กที่สุด ได้แก่ หน่วยระดับกองพัน และกรม ทม่ี เี จ้าหน้าท่ีฝ่ายอ�ำนวยการหลัก 4 สายงาน ได้แก่ นายทหารฝ่ายการก�ำลังพล นายทหารฝ่ายการข่าว นายทหารฝ่ายยุทธการ และนายทหารฝ่ายส่งก�ำลังบ�ำรุง ซ่ึงใน หนว่ ยทหารระดบั สงู ตง้ั แตร่ ะดบั กองพลขน้ึ ไป จะมนี ายทหารฝา่ ยกจิ การพลเรอื นเพมิ่ เตมิ ขนึ้ มารวมเป็น 5 สายงานฝ่ายเสนาธกิ าร ในระดบั กองทพั ภาคและกองทพั บก กจ็ ะมสี ายงาน ปลดั บัญชี ทร่ี ับผิดชอบเกี่ยวกับการงบประมาณ เป็นสายงานฝ่ายเสนาธกิ ารท่ี 6 สำ� หรับ นายทหารฝ่ายการข่าวน้ัน มีหน้าที่ผลิตข่าวกรองเพ่ือรายงานให้ผู้บังคับบัญชาของตน ทราบอยตู่ ลอดเวลา ในเรอ่ื งทเ่ี กยี่ วกบั ขา้ ศกึ สภาพลมฟา้ อากาศ ภมู ปิ ระเทศ และประชาชน ทอ่ี ยใู่ นพน้ื ที่ ดว้ ยในบรบิ ทปจั จบุ นั ทภ่ี ยั คกุ คามเปลยี่ นแปลงรปู แบบจากภยั คกุ คามทางทหาร มาเป็นรูปแบบภัยคุกคามท่ีมิใช่ทางทหารมากขึ้น ประชาชนจึงเป็นเป้าหมายหลักทาง ดา้ นการขา่ วอนั สำ� คญั ทจี่ ะใหก้ ารสนบั สนนุ หรอื ขดั ขวางการปฏบิ ตั กิ ารทางทหาร โดยเฉพาะ อย่างยงิ่ งานด้านการข่าว นายทหารฝ่ายการข่าว จึงต้องเป็นผู้ทช่ี ่วยเหลอื ผู้บงั คับบญั ชา โดย การก�ำกบั ดแู ลกจิ กรรมดา้ นการขา่ ว และการตอ่ ตา้ นการขา่ วกรองของหนว่ ยทหารนน้ั ๆ อกี ดว้ ย
652 วิชาการข่าวเบื้องตน้ ความหมายของข่าวกรอง และวงรอบข่าวกรอง ข่าวกรอง คือ ผลผลิตที่ได้จากการรวบรวม ประเมินค่า ตีความของข่าวสาร ทั้งหมดท่ีได้มา ซึ่งข่าวสารเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์เก่ียวกับเร่ืองหน่ึงเรื่องใด หรือ หลายเรื่องของภัยคุกคามท่ีเกิดข้ึน หรือของพ้ืนท่ีปฏิบัติการข่าวสารเหล่าน้ี มีความสำ� คัญ อย่างย่ิงต่อการวางแผน และการปฏิบัติการทางทหาร การด�ำเนินการหรือการจัดการ เป็นกรรมวิธีในการก�ำหนดวัตถุประสงค์ หรือกรรมวิธีในการก�ำหนดเป้าหมาย เพื่อท่ี จะด�ำเนินการตามท่ไี ด้รบั ผดิ ชอบให้บรรลภุ ารกจิ ทไ่ี ด้รับมอบไป วงรอบ หมายถึง ล�ำดับ ชุด หรือติดต่อกัน หรือเป็นตอน ๆ ของเหตุการณ์ หรอื การปฏบิ ตั กิ ารตา่ ง ๆ ทม่ี ขี นึ้ ใหเ้ ปน็ ไปอยา่ งสม่�ำเสมอ การปฏบิ ตั ดิ งั กลา่ วนก้ี จ็ ะยอ้ นกลบั มาเร่ิมต้น ณ จุดที่เริ่มต้นใหม่นี้อยู่ตลอดเวลา จากค�ำจ�ำกัดความของค�ำว่า “วงรอบ การด�ำเนินงานข่าวกรอง” นี้อาจจะกล่าวอีกนัยหน่ึงน่ันก็คือ “กรรมวิธีในการจัดตั้ง และปฏบิ ตั ใิ หบ้ รรลคุ วามมงุ่ หมายของขา่ วกรอง” หรอื กค็ อื “การผลติ ขา่ วกรอง” นน่ั เอง การผลิตข่าวกรอง หรือขา่ วกรองการรบ แบ่งออกเป็น 4 ขั้น ดังน้ี 1. การวางแผน เก่ียวกับความพยายามในการรวบรวมข่าวสาร และการ เตรยี มคำ� ส่ังต่าง ๆ ท่เี กย่ี วข้องกบั ภารกิจหรืองานทไ่ี ด้รบั มอบ 2. การรวบรวมขา่ วสาร 3. การด�ำเนนิ กรรมวธิ ตี ่อขา่ วสารทรี่ วบรวมไดใ้ หเ้ ปน็ ข่าวกรอง 4. การกระจายและการใชข้ า่ วสารหรอื ข่าวกรอง ท้ัง 4 ข้ันน้ี นับว่า มีความจ�ำเป็นต่อการผลิตข่าวกรองเป็นอย่างมาก และ ถ้าเราได้น�ำเอาข้ันตอนท้ัง 4 ขั้นนี้ มาเรียงกันเข้าก็จะเรียกว่า “วงรอบข่าวกรอง” และ วงรอบข่าวกรองนจ้ี ะเรมิ่ ต้น หรือเกดิ จากภารกจิ ของผู้บงั คบั บญั ชา หรอื เริม่ ต้นจากภารกจิ ของหน่วย การด�ำเนินงานตามวงรอบข่าวกรอง ข้ันตอนของการด�ำเนินงานตามวงรอบข่าวกรอง ประกอบด้วยการวางแผน และการด�ำเนินการรวบรวมข่าวสาร การจัดท�ำค�ำสั่งรวบรวมข่าวสาร การด�ำเนินกรรมวิธี ต่อข่าวสารให้เป็นข่าวกรอง และกระจายข่าวสาร/ข่าวกรองให้แก่ผู้ใช้
ในข้ันการวางแผนรวบรวมข่าวสาร แผนการรวบรวมข่าวสารตามภารกิจ วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 653 ของหน่วยและสถานการณ์ภัยคุกคาม จะต้องจัดทำ� ข้ึนจากแผนดังกล่าวน้ี ก็จะเกิดความ ต้องการข่าวสาร หรือข่าวกรอง โดยจัดท�ำเป็นแผนการรวบรวมข่าวสาร เพ่ือแสดงให้ เห็นถึงความเก่ียวข้องกับภารกิจ ซ่ึงออกมาในรูปของ หัวข้อข่าวสารส�ำคัญ (หขส.) และ ความตอ้ งการขา่ วกรองอน่ื ๆ (ตขอ.) และใหเ้ หน็ ถงึ กรรมวธิ แี สดงความคดิ เหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล ซงึ่ นายทหารฝา่ ยการขา่ วใชผ้ ลติ คำ� สง่ั และคำ� ขอดา้ นการขา่ วใหเ้ จา้ หนา้ ทรี่ วบรวมขา่ วสาร ต่าง ๆ ไปปฏบิ ัติ การรวบรวมขา่ วสาร เปน็ งานขน้ั ตอ่ จากการวางแผนรวบรวมขา่ วสารหลงั จาก ทพ่ี จิ ารณาเลอื กเจา้ หนา้ ทรี่ วบรวมขา่ วสารตามขดี ความสามารถ และสง่ คำ� สง่ั /คำ� ขอขา่ วสาร ไปแลว้ นายทหารฝา่ ยการขา่ วจะกำ� กบั ดแู ลการดำ� เนนิ การรวบรวมขา่ วสาร เพอ่ื ตรวจสอบ ว่าคำ� สง่ั /คำ� ขอ และค�ำแนะนำ� ต่าง ๆ นั้น ได้ท�ำให้เกดิ การตดิ ต่อสอื่ สารอย่างใกล้ชดิ เพือ่ ท่ี จะได้รับทราบข่าวสารท่ีทันสมัยตลอดเวลา และทำ� ให้สามารถพิจารณาปรับปรุงแผนการ รวบรวมข่าวสารได้อย่างต่อเน่ือง ตามสถานการณ์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป หรือตาม สถานการณข์ องภยั คกุ คามทกี่ ระจา่ งมากขนึ้ เจา้ หนา้ ทร่ี วบรวมขา่ วสารตา่ ง ๆ ยอ่ มตอ้ งการ ที่จะได้รับข่าวสารท่ีมีปริมาณมากกว่าท่ีหน่วยเหนือก�ำหนด เพื่อน�ำไปใช้ประโยชน์ในการ ผลติ ข่าวกรอง โดยน�ำเอาข่าวสารและข่าวกรองท่ไี ด้รวบรวมมาแล้วน้ัน นำ� มาสนธิเข้าด้วย กันอย่างเหมาะสม ให้มคี วามหมายเป็นอันหน่งึ อันเดยี วกนั แผนรวบรวมข่าวสารจะเป็นเครอื่ งมอื ช่วยเหลือนายทหารฝา่ ยการข่าวในการ ประสานงานและการสนธิการปฏิบัติงานในการรวบรวมข่าวสารของหน่วยหรือเจ้าหน้าที่ รวบรวมขา่ วสาร รวมทงั้ ชว่ ยใหเ้ จา้ หนา้ ทท่ี กุ สว่ นในแผนกงานขา่ วกรองรบั ทราบถงึ การปฏบิ ตั ิ งานด้านการรวบรวมข่าวสารท่จี ัดท�ำ และดำ� เนนิ การโดยหน่วยงานของตน แผนรวบรวมข่าวสารฉบับสมบูรณ์ โดยมีบัญชีความต้องการข่าวกรอง ที่จัดท�ำขึ้นใหม่ทั้งหมดนั้น มักจะปรากฏเมื่อหน่วยเร่ิมปฏิบัติงาน หรือเข้าปฏิบัติการเป็น คร้ังแรก ทั้งนี้เพราะแผนรวบรวมข่าวสารจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป็นผลมาจากการ รวบรวมข่าวสารซ่ึงมีส่วนสัมพันธ์และผลกระทบ จึงต้องท�ำการวางแผนโดยต่อเนื่อง ท�ำให้เกดิ ความจำ� เป็นท่จี ะพัฒนาแผนรวบรวมข่าวสารให้ทนั สถานการณ์อยู่เสมอ
654 วิชาการข่าวเบื้องตน้ หวั ขอ้ ข่าวสารส�ำคญั (หขส.) คอื ความต้องการข่าวกรอง ซ่งึ มคี วามเร่งด่วน ในอันดับสูงที่สุด เป็นข่าวกรองหรือข่าวสารในเรื่องใดเรื่องหน่ึง ท่ีเกี่ยวข้องกับลักษณะ พื้นท่ีปฏิบัติการ และภัยคุกคามซ่ึงผู้บังคับบัญชาคิดว่าตนมีความต้องการทราบ ก่อนท่ี จะสามารถตกลงใจได้ในลักษณะที่เก่ียวข้องกับภารกิจของหน่วย และการเลือกหนทาง ปฏิบัติเพื่อให้ภารกิจนั้นบรรลุผลส�ำเร็จ ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่าง หขส. กับการ ตกลงใจของผู้บังคับบัญชาในโอกาสหน่ึงนั้น ย่อมเป็นผลให้มีการก�ำหนดการเพิ่มเติม หรือยกเลิก หขส. ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาก่อนเสมอ ถึงแม้ว่า หขส. เป็นเร่ืองท่ีเกี่ยวกับผู้บังคับบัญชาโดยเฉพาะก็ตาม แต่ฝ่ายอ�ำนวยการอาจก�ำหนดข้ึน ในรูปของข้อเสนอ ซ่ึงข้อเสนอเหล่าน้ีย่อมมีการประสานงานกันอย่างดีเสียก่อน แล้ว นายทหารฝ่ายการข่าว จึงน�ำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติ ในกรณีที่มีข่าวสารและ ข่าวกรองสมบูรณ์ที่จะสนองตอบให้ผู้บังคับบัญชาใช้ตกลงใจได้อย่างมั่นใจแล้วผู้บังคับ บัญชาย่อมไม่ต้องการมีการจัดล�ำดับ ความเร่งด่วนในความต้องการข่าวสารที่มีความ เร่งด่วนมาก แต่อย่างไรก็ตาม มีข้อเท็จจริงอยู่ประการหน่ึงว่า ไม่มีข่าวสารหรือข่าวกรอง ชนิดที่สมบูรณ์โดยไม่ต้องการข่าวสารเพ่มิ เตมิ อกี ความต้องการข่าวกรองอนื่ ๆ (ตขอ.) ย่อมเกดิ จากความต้องการข่าวสาร/ ข่าวกรองของหน่วยนั้น ซ่ึงยังไม่ถึงขนาดท่ีจะจัดเป็น หขส. และที่เกิดจากความต้องการ ของฝ่ายอ�ำนวยการ การจัดล�ำดับหรือการก�ำหนดความต้องการข่าวกรองอ่ืน ๆ ตลอดจน การแบ่งมอบเครื่องมือในการรวบรวมข่าวสารตามความต้องการเหล่าน้ี เป็นความ รบั ผดิ ชอบของนายทหารฝ่ายการข่าว หัวข้อข่าวสารส�ำคัญ (หขส.) และความต้องการข่าวกรองอื่น ๆ (ตขอ.) เปน็ การแจง้ ให้ทราบถงึ ภารกจิ ข่าวกรองของหนว่ ยกต็ าม แต่กย็ งั มคี วามจำ� เปน็ จะตอ้ งมอบ งานรวบรวมข่าวสารเก่ียวกับการปฏิบัติของฝ่ายที่เป็นภัยคุกคามหรือลักษณะภูมิประเทศ ในพื้นที่ปฏิบัติการ ให้เจ้าหน้าท่ีรวบรวมข่าวสารเป็นการแน่นอนลงไปอีกด้วย เพราะ การปฏิบัติของฝ่ายตรงข้ามประการใดประการหนึ่งที่เกิดข้ึน หรือลักษณะพ้ืนท่ีปฏิบัติ การอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจเป็นสิ่งบอกเหตุแสดงให้เห็นถึงหนทางปฏิบัติหลายหนทาง ที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามกระท�ำได้ จึงจะต้องก�ำหนดให้แน่นอนลงไปว่า ควรจะมอบ ภารกิจให้แก่เจ้าหน้าที่รวบรวมข่าวสาร เพ่ือท�ำการรวบรวมข่าวสารเก่ียวกับการปฏิบัติใด ของฝ่ายตรงข้าม หรอื ลักษณะพ้นื ท่ีปฏิบัติการใด
เจ้าหน้าที่รวบรวมข่าวสาร คือ บุคคลหรือหน่วย ซ่ึงรวบรวมหรือด�ำเนิน วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 655 กรรมวิธีต่อข่าวสาร เจ้าหน้าท่ีรวบรวมข่าวสารอาจรวบรวม ด�ำเนินกรรมวิธีหรือทั้งสอง อย่างก็ได้ ไม่มีข้อจำ� กัดเป็นพิเศษลงไปว่า เจ้าหน้าท่ีพวกน้ีรวบรวมข่าวสาร และพวกนั้น ด�ำเนินกรรมวิธีโดยปกติถือว่าทุกคนเหล่านั้นเป็นเจ้าหน้าท่ีรวบรวมข่าวสารด้วยกันทั้งสิ้น เจ้าหน้าท่ีของหน่วยรอง หน่วยข้างเคียง และหน่วยเหนือ ตลอดจนเจ้าหน้าท่ีผู้ชำ� นาญ การข่าวกรองเฉพาะเรอ่ื ง กถ็ อื ว่าเป็นเจ้าหน้าทร่ี วบรวมข่าวสารด้วย การคัดเลือกเจ้าหน้าที่รวบรวมข่าวสาร เม่ือได้ก�ำหนดข่าวสารท่ีต้องการ ต่าง ๆ ขึ้นแน่นอนแล้ว ก็คัดเลือกเจ้าหน้าที่รวบรวมข่าวสารท่ีมีอยู่เพื่อให้หาข่าวสารใน การคดั เลอื กนี้ มปี จั จยั ทจ่ี ะตอ้ งพจิ ารณา คอื ขดี ความสามารถความเหมาะสม ความเพยี งพอ และความสมดลุ การรวบรวมขา่ วสาร การรวบรวมข่าวสาร ถือว่าเป็นขน้ั ทม่ี คี วามยากล�ำบากในวงรอบของข่าวกรอง ฝ่ายตรงข้ามย่อมสนใจและปฏิบัติการทั้งปวงท่ีจะท�ำลายการรวบรวมข่าวสารของฝ่ายเรา มิให้ได้ข่าวสารเก่ียวกับปฏิบัติการต่าง ๆ ของตน เพราะฉะน้ันฝ่ายตรงข้ามในสนามรบ จงึ มกี ารปกปิดกำ� ลงั การประกอบกำ� ลงั การวางกำ� ลงั และการเคลอื่ นยา้ ยกำ� ลงั มกี ารระวงั ป้องกันในการติดต่อส่ือสาร มีการแพร่ข่าวลวง และการปฏิบัติทางยุทธวิธีในลักษณะ ท่ีจะลวงให้ฝ่ายเราเข้าใจผิด ฝ่ายเราจะต้องแสวงประโยชน์จากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง ที่มีอยู่ทุกแหล่งอยู่ตลอดเวลา เพ่ือจะได้ท�ำลายการต่อต้านต่าง ๆ ของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ เช่นเดียวกันในสถานการณ์ภัยคุกคามที่มิใช่ทางทหาร ฝ่ายที่เป็นภัยคุกคามก็พยายาม ท่ีจะปกปิดการด�ำเนนิ การของตนเช่นกนั แหล่งขา่ ว หมายถงึ บุคคล วตั ถุ พฤตกิ รรม หรือระบบงาน ซ่งึ เป็นต้นกำ� เนิด ให้เกิดข่าวสาร แหล่งข่าวอาจอยู่หรอื อาจไม่อยู่ภายใต้ความควบคมุ ของฝ่ายเรากไ็ ด้ ข้อพจิ ารณาทส่ี ำ� คญั ยงิ่ กค็ อื จะต้องเลอื กแหล่งขา่ วให้สามารถรวบรวมข่าวสาร ให้บรรลุถึงความต้องการข่าวกรองท่ีก�ำหนดข้ึน ด้วยเหตุผลประการนี้ จึงจ�ำเป็นที่จะต้องรู้ ว่าแหล่งข่าวอะไรบ้างท่มี ีอยู่เพื่อการวางแผนรวบรวมข่าวสาร
656 วิชาการข่าวเบื้องตน้ แหล่งข่าวท่ีใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมากท่ีสุด ส�ำหรับความมุ่งหมายทาง ข่าวกรองด้านความม่ันคง ได้แก่ ก�ำลังพลของหน่วยท่ีอาศัยอยู่ในพ้ืนที่หน่วยทหาร และก�ำลังท่ีต้ังอยู่ในพื้นที่ องค์กรรักษาความปลอดภัยพลเรือนในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และสว่ นทอ้ งถนิ่ หนว่ ยปอ้ งกนั ฝา่ ยพลเรอื นและองคก์ รทค่ี ลา้ ยคลงึ กนั หนงั สอื พมิ พ์ วารสาร วิทยุ โทรทศั น์ และส่อื มวลชนแขนงอ่นื ๆ การลาดตระเวนและการสงั เกตการณ์บนพ้ืนดนิ - ทางอากาศ แผนท่ี และภาพถ่ายก�ำลงั พลเป็นรายบคุ คลของหน่วย แหล่งข่าวอื่น ๆ ได้แก่ ผู้ให้ข่าว เอกสารรายงาน และข้อพิจารณาข่าวกรอง ของหน่วยเหนือ หน่วยรอง และหน่วยข้างเคียง และเอกสารต่าง ๆ ท่ีจัดท�ำโดยหน่วย ข่าวกรองทางฝ่ายพลเรอื น เช่น ส�ำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นต้น การดำ� เนินกรรมวิธี การดำ� เนนิ กรรมวธิ ี เปน็ การปฏบิ ตั ขิ น้ั หนงึ่ ในวงรอบขา่ วกรอง กระทำ� เพอ่ื เปลย่ี น ข่าวสารให้เป็นข่าวกรอง การดำ� เนนิ กรรมวธิ ีจะประกอบด้วยการปฏบิ ตั ิ 3 ประการ ดงั นี้ 1) การบันทึก เป็นการลดปริมาณข่าวสารลงในรูปของการบันทึกหรือแสดง โดยการใช้แผ่นภาพ และยังเป็นการจัดระเบียบข่าวสารท่ีมีความเก่ียวข้องกันไว้เป็นพวก การบันทกึ จะท�ำให้การตคี วามในโอกาสต่อไปง่ายและมคี วามแน่นอนมากข้นึ นอกจากนั้น ยังช่วยอ�ำนวยความสะดวกในการจัดท�ำรายงานข่าวกรอง ด้วยการวาดภาพข่าวสาร ท่ีมีอยู่รวมกันเข้าเป็นเรื่องใดเร่ืองหน่ึง เคร่ืองมือท่ีใช้ในการบันทึกจะต้องมีจำ� นวนเพียงพอ ที่จะปฏิบัติต่อข่าวสารและข่าวกรองที่ได้รับเข้ามาเป็นจ�ำนวนมาก และสามารถสนอง ความต้องการให้แก่เจ้าหน้าท่ีต่าง ๆ เคร่ืองมือและวิธีการในการบันทึกจะต้องอ�ำนวยให้ สามารถกระจายข่าวสารและข่าวกรองได้ทนั เวลา 2) การประเมนิ คา่ เปน็ การก�ำหนดความเกย่ี วขอ้ ง ความแนน่ อนของขา่ วสาร และความเชอื่ ถอื ไดข้ องแหลง่ ขา่ ว รวมทงั้ เจา้ หนา้ ทร่ี วบรวมขา่ วสารการประเมนิ คา่ ขา่ วสาร ในหน่วยระดับต�่ำ จะมีข้ันตอนการปฏิบัติง่าย ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับข้ันตอนการปฏิบัติ ในหนว่ ยสงู ขนึ้ ไป ในระดบั กรมและกองพนั ขา่ วสารทม่ี คี วามเกยี่ วขอ้ ง คอื ขา่ วสารทเี่ กยี่ วกบั พื้นที่ต้องสนใจของหน่วยส�ำหรับข่าวสารนอกพื้นที่ต้องสนใจ อาจจะมีความเก่ียวข้อง
หรือไม่ก็ได้ ในหน่วยระดับนี้อาจจะไม่สามารถตัดสินความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวได้ เพราะว่านายทหารฝ่ายการข่าวอาจจะไม่คุ้นเคยกับแหล่งข่าวดังกล่าว ความแตกต่าง ระหว่างหน่วยเหนือและหน่วยรองดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากข้อเท็จจริงท่ีว่าข่าวสาร ท่ีได้รับจากหน่วยเหนือโดยปกติได้ผ่านการด�ำเนินกรรมวิธีมาแล้ว ผ่านการประเมินค่า และการตีความมาแล้ว แต่ข่าวสารท่ีรวบรวมโดยหน่วยระดับต�่ำโดยทั่วไปจะได้จาก แหล่งข่าวโดยตรง หรอื การประสบกบั เหตุการณ์ด้วยตนเอง การใหค้ ะแนนการประเมนิ คา่ การประเมนิ คา่ ขา่ วสารแตล่ ะรายการจะกระท�ำ ด้วยระบบมาตรฐานระบบหน่ึง คือ การประเมินค่าความเชื่อถือได้แสดงด้วยตัวอักษร และการประเมินค่าความแน่นอนแสดงด้วยตัวเลข การประเมินค่าจะกระท�ำในหน่วย ระดับต�ำ่ สุดเท่าท่สี ามารถจะกระท�ำได้ การประเมินค่าความเชอ่ื ได้ของแหล่งข่าวสาร และ เจ้าหน้าทร่ี วบรวมข่าวสารก�ำหนดได้ดังน้ี.- ก. เชื่อถือได้เต็มท่ ี (A - Completely reliable) ข. เชื่อถือได้ (B - Usually reliable) วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 657 ค. พอเชอื่ ถอื ได ้ (C - Fairly reliable) ง. ไม่นา่ เช่อื ถือ (D - Not usually reliable) จ. เช่ือถือไมไ่ ด ้ (E - Unreliable) ฉ. ไม่อาจตัดสินความเชือ่ ถอื ไดย้ ังไมม่ ีข้อมูล (F - Reliable cannot be judged) การประเมนิ คา่ ความแน่นอนของข่าวสารก�ำหนดได้ ดงั น้ี 1. ไดร้ ับการยืนยันจากแหลง่ ข่าวอ่ืน (1 - Confirmed by other sources) 2. นา่ จะเปน็ จริง (2 - Probably True) 3. อาจจะเป็นจริง (3 - Possibly true) 4. สงสยั ว่าจะเปน็ จรงิ (4 - Doubtfully true) 5. ไม่นา่ จะเปน็ จรงิ (5 - Improbable) 6. ไม่อาจตัดสินความจรงิ ได้ (6 - Truth Cannot be judged)
658 วิชาการข่าวเบื้องตน้ 3) การตีความ ประกอบด้วยงาน 3 ประการ คือ การวิเคราะห์ (แยกออก) การสนธิ (รวมเขา้ ดว้ ยกนั ) และการอนมุ าน (ทำ� เปน็ ขอ้ สรปุ ) ในระหวา่ งขนั้ ตอนนข้ี องวงรอบ ข่าวกรอง คอื การเปลี่ยนข่าวสารให้เป็นข่าวกรอง การวิเคราะห์ คือ การคัดกรองและแยกข่าวสารที่ประเมินค่าแล้ว เพื่อแยก เอาส่วนส�ำคัญ โดยค�ำนึงถึงภารกิจและการปฏิบัติของหน่วยออกต่างหาก การวิเคราะห์ ย่อมอาศัยการวินิจฉัยท่ีดี มีความรู้อย่างถ่องแท้ในเร่ืองหลักพ้ืนฐานการปฏิบัติทางทหาร และลักษณะของพื้นท่ีปฏิบัติการ และสถานการณ์ของฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งหลักนิยม ทางยุทธวิธี และการปฏิบัติที่ผ่านมาของฝ่ายตรงข้ามในหน่วยระดับสูงกว่ากองพล การวิเคราะห์มีบ่อยคร้ังท่ีมักจะต้องท�ำการวิจัยอย่างละเอียดด้วยความยากล�ำบากเป็น อย่างมาก เนื่องจากปริมาณข่าวสารมีมากข้ึน จะมีเจ้าหน้าทจ่ี ำ� นวนมากเข้ามามสี ่วนร่วม ในการวเิ คราะห์ จะตอ้ งระลกึ ถงึ การปฏบิ ตั ติ ามภารกจิ ของหนว่ ย เพอื่ หลกี เลยี่ งการสญู เสยี เวลาหรอื ใช้แรงงานไปโดยไม่จ�ำเป็น การสนธิ คือ การรวมส่วนต่าง ๆ ของข่าวสารท่ีได้แยกออกจากกันในข้ัน วิเคราะห์ แล้วน�ำไปรวมเข้ากับข่าวสารอื่น ๆ ท่ีทราบแล้วเพ่ือแสดงให้เห็นภาพข่าวกรอง ที่สมเหตุผล หรือให้ได้สมมติฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้ามหรืออิทธิพล ของลกั ษณะพน้ื ทป่ี ฏบิ ตั กิ ารทมี่ ตี อ่ ภารกจิ ของหนว่ ย วธิ กี ารเช่นนอี้ าจจะกำ� หนดสมมตฐิ าน ขน้ึ มากกว่าหนง่ึ ข้อกไ็ ด้ โดยอาศยั พืน้ ฐานของข่าวกรองทม่ี ีอยู่ การสนธโิ ดยเฉพาะอย่างยิง่ ในการต้ังสมมติฐานย่อมต้องการการวินิจฉัยท่ีดีและความรู้ถึงเบื้องหลังอย่างถ่องแท้ ซึ่งเป็นเรื่องส�ำคัญในการท�ำการวิเคราะห์ท่ีดี นายทหารฝ่ายการข่าวกรองจะต้องหลีกเล่ียง ความคดิ เหน็ อยา่ งอปุ าทานและการก�ำหนดสมมตฐิ าน โดยอาศยั พนื้ ฐานจากประสบการณ์ และความปรารถนาของตนแต่ผู้เดียว แต่ต้องพยายามวางตัวในบทบาทของผู้บังคับ หน่วยทหารของฝ่ายตรงข้ามหลังจากที่กำ� หนดสมมติฐานข้ึนแล้ว ก็จะต้องมีการวิเคราะห์ และทดสอบสมมติฐานทั้งปวง การวิเคราะห์สมมติฐานจะรวมถึงการก�ำหนดส่ิงบอกเหตุ ซึ่งควรจะมีอยู่ ถ้าสมมติฐานน้ันเป็นผลใช้ได้ การทดสอบรวมถึงการตรวจสอบให้แน่นอน วา่ สงิ่ บอกเหตเุ หลา่ นน้ั จะยงั มอี ยหู่ รอื ไม่ ทงั้ นี้ ภายใตข้ อ้ จ�ำกดั ของเวลาและเครอื่ งมอื ทมี่ อี ยู่ การสนธอิ าจกระทำ� ในใจใหเ้ สรจ็ สมบรู ณโ์ ดยใชเ้ วลาเพยี งเลก็ นอ้ ย หรอื อาจจดั ทำ� โดยใชเ้ วลา ยาวนาน ท้งั นเี้ กยี่ วข้องกบั การรวบรวมข่าวสารเพิ่มเตมิ ว่ามปี รมิ าณเพียงใด
การอนมุ าน ในขนั้ สดุ ทา้ ยของการตคี วามขา่ วสาร ไดแ้ ก่ การอนมุ านความหมาย วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 659 ของการอนุมาน ก็คือ การพิจารณาเหตุผลจากสมมติฐานที่ได้ก�ำหนดข้ึน แล้วก็ทดสอบ และพิจารณาถึงความเป็นไปได้จากผลการที่ได้น�ำมาสนธิดังกล่าว การอนุมานก�ำหนด ขึ้นเพ่ือตอบค�ำถามที่ว่า “ข่าวสารน้ีมีความหมายเก่ียวข้องอะไรบ้าง เก่ียวกับสถานการณ์ ภัยคุกคามและพื้นที่ปฏิบัติการ” ค�ำตอบที่ได้รับจะเป็นข้อสรุปท่ีมีประโยชน์ ซึ่งจะใช้เป็น พ้ืนฐานในการก�ำหนดหนทางปฏิบัติของภัยคุกคามในอนาคต และเพื่อจัดท�ำประมาณ การข่าวกรองให้ทนั สมยั อยู่เสมอ การกระจายข่าวสารและข่าวกรอง การกระจาย หมายถึง การส่งข่าวสารและข่าวกรองอย่างทันเวลา ไปยัง ผู้ที่มีความต้องการท้ังปวง เพ่ือน�ำไปใช้ประโยชน์ ความมุ่งหมายหลักของการกระจาย อย่างทันเวลา ก็เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสามารถตกลงใจได้อย่างเชื่อมั่น ความมุ่งหมายรอง กเ็ พอ่ื ให้ความรู้แก่ฝ่ายอ�ำนวยการ น�ำไปใช้ในการดำ� เนนิ กรรมวธิ ีต่อข่าวสารทีไ่ ด้รบั มาใหม่ ขา่ วกรองทไี่ ดร้ บั จะน�ำไปใชใ้ นลกั ษณะเชน่ เดยี วกนั นใี้ นทกุ ระดบั หนว่ ย เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการ กระจายจะเหมือนกันในทุกระดับหน่วย แต่จะมีความแตกต่างกันก็เน่ืองจากปริมาณ ของข่าวสารขอบเขตท่ตี ้องการให้ครอบคลุม และความถี่ในการกระจายเท่านั้น การเตรยี มการปฏบิ ัติงานดา้ นการขา่ ว 1) การรวบรวมข้อมูลและการสรุปสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ด้านการข่าว จะต้องเร่งดำ� เนินการรวบรวมข้อมลู ต่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วกบั สถานการณ์และพืน้ ทป่ี ฏิบัตกิ าร เพ่ือ น�ำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้ท่ีมอบหัวข้อข่าวสารส�ำคัญ ซึ่งสามารถรวบรวมข่าวสาร ได้จากแหล่งข่าวต่าง ๆ ดงั น้ี ก. การสอบถามหรือลวงถาม จากผู้ท่ีใกล้ชิดกับเป้าหมายหรือผู้ที่อยู่ ในพ้ืนทเี่ ป้าหมาย ข. แหลง่ ขา่ วเปดิ ตา่ ง ๆ เชน่ สถานวี ทิ ยโุ ทรทศั น์ หนงั สอื พมิ พเ์ อกสารวจิ ยั ของหน่วยราชการต่าง ๆ เก่ยี วกับสถานการณ์ในพืน้ ที่ เครือข่ายอินเทอร์เนต็ ต่าง ๆ ค. การสมั ภาษณ์ ก�ำลงั พลของหน่วยทม่ี ีภูมลิ ำ� เนาอยู่ในพ้นื ท่ีปฏบิ ัติการ ของหน่วย ง. การรวบรวมขอ้ มลู จากการเดนิ ทางไปตรวจภมู ปิ ระเทศ
660 วิชาการข่าวเบื้องตน้ 2) เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวจะต้องศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลท่ีได้รับจาก แหล่งข่าวต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้ได้ข้อสรุปในเบ้ืองต้นเก่ียวกับพ้ืนท่ีปฏิบัติการ และสถานการณ์ของกลุ่มเป้าหมาย แล้วจึงจัดเตรียมการน�ำเสนอข้อมูลด้านการข่าวไว้ ใหพ้ รอ้ มทจ่ี ะนำ� เสนอไดท้ นั ทที ไี่ ดร้ บั การสง่ั การ โดยมหี วั ขอ้ ในการนำ� เสนอทสี่ ำ� คญั คอื ใคร ท�ำอะไร ท่ไี หน เมอ่ื ใด อย่างไร และท�ำไม จงึ มกี ารปฏบิ ตั ิดงั กล่าว 3) ภายหลังท่ีเจ้าหน้าที่ด้านการข่าวเข้าสู่พ้ืนที่ปฏิบัติการแล้วจะต้อง วางแผนการศกึ ษาพนื้ ทจี่ รงิ ดว้ ยตนเอง หรอื มอบหมายใหเ้ จา้ หนา้ ทด่ี า้ นการขา่ วอนื่ ๆ รวบรวมมาใหโ้ ดยใชห้ ลกั การของการส�ำรวจสถานทแี่ ละเตรยี มบรรยายสรปุ เพม่ิ เตมิ ให้ ผบ. และ ฝอ. อ่ืน ๆ ทราบเฉพาะที่มีข้อมูลเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงจากสรุปสถานการณ์ ทเ่ี คยบรรยายสรปุ มาแล้ว การศึกษาพน้ื ทป่ี ฏบิ ตั ิการ การวเิ คราะห์พน้ื ท่ปี ฏิบตั ิการ เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวจะต้องเริ่มการวิเคราะห์พื้นท่ีปฏิบัติการทันทีที่รับทราบ หรอื สามารถกำ� หนดพนื้ ทร่ี บั ผดิ ชอบของหนว่ ยไดแ้ ลว้ โดยใชห้ วั ขอ้ ตามและขอ้ มลู ทเี่ กย่ี วขอ้ ง จากเอกสารทไ่ี ด้รบั จากข่าวสารทางเปิดหรือจากหน่วยงานต่าง ๆ ดงั ต่อไปนี้ การพจิ ารณาและประเมินผลพื้นท่ี ในกรณีท่ีเป็นการปฏิบัติการในเมืองหรือในเขตชุมชน นอกจากจะท�ำการ วิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการแล้ว เจ้าหน้าท่ีด้านการข่าวจะต้องท�ำการพิจารณาและประเมิน ผลพ้ืนที่ด้วย เนื่องจากพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยจะมีปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งได้แก่ การเมือง การปกครอง สังคมจิตวิทยา และความรู้สึกนึกคิดของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เป็นตัวแปรส�ำคัญท่ีจะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจของหน่วยมากที่สุด ดังน้ัน เจ้าหน้าท่ดี ้านการข่าวจะต้องรวบรวมข้อมูล และท�ำการศกึ ษาอย่างละเอียด การปฏบิ ัติเมอ่ื เขา้ พื้นท่ีปฏบิ ตั ิการ เม่ือเจ้าหน้าที่ด้านการข่าวเข้าสู่ที่ตั้งในพ้ืนที่ปฏิบัติการแล้ว เจ้าหน้าที่ด้าน การขา่ วจะตอ้ งดำ� เนนิ การรวบรวมขอ้ มลู ทส่ี ำ� คญั เกย่ี วกบั พน้ื ที่ เพอ่ื นำ� มาใชใ้ นการปรบั ปรงุ หรือแก้ไข วิเคราะห์พ้ืนท่ีปฏิบัติการ โดยพิจารณาและประเมินผลพื้นที่ของหน่วยท่ีได้ จัดท�ำไว้แล้วตั้งแต่ต้น วิธีการรวบรวมข่าวสาร เจ้าหน้าท่ีด้านการข่าวอาจท�ำด้วยตนเอง หรอื มอบหมายให้กำ� ลังพลในความควบคุมเป็นผู้ดำ� เนินการ จะกระท�ำได้โดย
• การช่วยเหลอื ประชาชนและพฒั นาสัมพันธ์กบั ชมุ ชน วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 661 • การลาดตระเวนพน้ื ท่ีและการลาดตระเวนเส้นทาง • การส�ำรวจสถานท่ี • การประสานกบั หน่วยราชการอ่นื ๆ ในพ้นื ท่ี เช่น อ�ำเภอ จงั หวดั เป็นต้น • พบปะกับประชาชนในพ้ืนท่ีตามโอกาสอันควรเพ่ือศึกษาอุปนิสัยท่าที และ ทศั นคติของประชาชนในพน้ื ท่ี การสงั เกตการณ์และการบรรยายรปู ร่างลกั ษณะ กลา่ วน�ำ เจ้าหน้าทร่ี วบรวมข่าวสารมจี ดุ อ่อน 2 ประการ คือ 1) การรายงานข่าวท่ขี าดความถกู ต้อง 2) ไม่ตรงตามความเป็นจรงิ การรายงานของเจ้าหน้าที่รวบรวมข่าวสารจะท�ำได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์น้ัน จะต้องมีคุณลักษณะที่ส�ำคัญคือ จะต้องเป็นคนที่ช่างสังเกตและรอบคอบ เพ่ือให้ได้ รายละเอยี ดจนสามารถจดจำ� และตอบค�ำถามได้ว่า ใคร ? ทไ่ี หน ? เมื่อไร ? ทำ� ไม ? และ อย่างไร ? ซง่ึ มีความส�ำคญั และเกย่ี วข้องกบั การปฏิบตั ิงานตามภารกิจที่ได้รับมอบ การสังเกตการณ์ คือ การรอบรู้อย่างสมบูรณ์เกี่ยวกับส่ิงแวดล้อม โดย อาศยั การใช้ประสาทท้งั 5 ของเรา (อายตนะ 5 : ตา หู จมกู ลนิ้ กาย) ได้แก่ การเห็น การได้ยินการได้กล่ิน การรู้รส และการสัมผัสทางกาย การสังเกตการณ์ จะช่วยให้รู้และ จดจำ� วตั ถุ บคุ คล สถานที่ และเหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ ทป่ี ระสบอยา่ งถกู ตอ้ งชดั เจน ความสามารถ ของการสงั เกตการณข์ นึ้ อยกู่ บั ความสามารถทม่ี มี าแตก่ �ำเนดิ ประสบการณ์ และการฝกึ ฝน ซ่งึ ขึ้นอยู่กบั สิง่ แวดล้อม และคณุ ลกั ษณะท่ีเออ้ื คือความตน่ื ตวั อยู่เสมอ ความสามารถในการบรรยายสิ่งที่เราได้รับจากการสังเกต ข้ึนอยู่กับ ความรใู้ นศพั ทต์ า่ ง ๆ ทม่ี ใี นแตล่ ะคน และความเขา้ ใจในค�ำเหลา่ นนั้ จะเหน็ ไดว้ า่ ผหู้ ญงิ มกั จะสามารถบรรยายเก่ียวกับสีต่าง ๆ ได้ดี หรือละเอียดถูกต้องกว่าผู้ชายหรือนักกฎหมาย ย่อมสามารถบรรยายเหตุการณ์ท่ีตนเองประสบจากศาลได้ถูกต้องกว่าคนขับรถรับจ้าง เป็นต้น อาจพูดอีกอย่างหน่งึ ได้ว่า ความสามารถในการบรรยายเหตกุ ารณ์ท่ปี ระสบมานัน้
662 วิชาการข่าวเบื้องตน้ ขึ้นอยู่กับความสนใจ และความรู้ของแต่ละบุคคล แต่ด้วยเหตุว่าปกติมนุษย์จะให้ความ สนใจและจดจ�ำเฉพาะเรื่องที่ตนสนใจและคนที่มีความรู้มาก ก็ย่อมจะมีความสามารถ ในการใช้ศัพท์ต่าง ๆ ได้แตกฉานกว่า ดังนั้น การเพ่ิมความน่าสนใจของเป้าหมายและ การฝกึ ฝนเกยี่ วกบั ความสามารถในการบรรยาย หรอื การใชศ้ พั ทต์ า่ ง ๆ และมกี ารตรวจสอบ ประเมินผลการสังเกตของเจ้าหน้าท่ีรวบรวมข่าวสารอยู่เสมอ จะทำ� ให้ทักษะในการสังเกต ของเจ้าหน้าทร่ี วบรวมข่าวสารมปี ระสทิ ธิภาพ โดยธรรมชาติแล้ว เราจะไม่สามารถสังเกตหรือรับรู้รายละเอียดเกี่ยวกับ เปา้ หมาย หรอื เหตกุ ารณท์ เ่ี ราไดป้ ระสบมาทงั้ หมด ฉะนนั้ จงึ ตอ้ งฝกึ ฝนตนเองในการมอง เฉพาะรายละเอียดที่ส�ำคัญ หรือท่ีเห็นได้เด่นชัดของเป้าหมายหรือเหตุการณ์ท่ีได้ ประสบมาเท่านน้ั รายละเอียดท่เี หน็ เด่นชดั ของเป้าหมาย คือ รายละเอียดซงึ่ ผดิ แผกไปจากปกติ ไม่ว่าจะเพยี งเล็กน้อยหรอื มาก จนดงึ ดดู ความสนใจของเรากไ็ ด้ รายละเอียดที่ส�ำคัญของเหตุการณ์ คือ รายละเอียดซ่ึงมีความหมายเก่ียวกับ การปฏิบัตกิ ารเท่าน้นั ควรหลกี เลยี่ งรายละเอียดอืน่ ๆ ท่ไี ม่เก่ยี วข้องกบั การปฏิบัตงิ าน วธิ ีสังเกต ระบบสังเกต การสังเกตการณ์ท่ีถูกต้อง จะต้องมีระบบการสังเกตท่ีเป็นไป ตามล�ำดับ กล่าวคือ ให้เริ่มต้นจากจุดคงที่จุดหนึ่งของเป้าหมาย แล้วค่อย ๆ สังเกต เร่ือยไปเป็นวงรอบ จนมาบรรจบที่จุดเริ่มต้นอีกคร้ังหน่ึง หรือถ้าวัตถุนั้นมีลักษณะ เป็นเส้นตรง ก็ให้เริ่มต้นสังเกตจากปลายข้างหน่ึง แล้วค่อย ๆ เล่ือนสายตาเรื่อย ๆ ไป จนถึงปลายอีกข้างหนึ่ง เช่น การสังเกตขบวนรถไฟเรากระท�ำจากหัวขบวนเป็นวงรอบ จนมาบรรจบที่ประตูเข้าด้านหน้าอีกคร้ังหน่ึง เป็นต้น สำ� หรับการบรรยายรูปร่างลักษณะ ก็กระท�ำในลกั ษณะเดยี วกนั การวัดขนาด โดยปกติหากมีการถ่ายภาพเป้าหมายจะท�ำให้การประมาณ ขนาดท�ำได้ดีและเป็นหลักฐานท่ีน่าเชื่อถือได้ แต่ก็เป็นสิ่งท่ีท�ำได้ยากและไม่สามารถ ที่จะกระท�ำได้ในทุกโอกาส ดังนั้น จึงต้องเสริมสร้างและฝึกฝนศิลปะในการวัดหรือ การกะโดยประมาณเพื่อใช้ประโยชน์ในการรายงานข่าวสารให้มีความสมบูรณ์มากข้ึน มวี ธิ กี ารในการวดั ขนาด 4 วธิ ี ดงั น้ี
1) วิธีเบื้องต้น ถ้าเราสามารถจะเข้าใกล้เป้าหมายจนสามารถสัมผัสได้เรา วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 663 กอ็ าจวดั ขนาดดว้ ยการใชอ้ วยั วะของรา่ งกาย อาทิ คบื หรอื ฝา่ มอื ฯลฯ หรอื อาจใชค้ วามยาว ของรองเท้า ส่วนสูงของเรา หนังสือ ดินสอ หรือปากกา เป็นเสมือนไม้บรรทัดวัดมาก่อน แล้วน�ำผลมาคำ� นวณขนาดจรงิ ภายหลงั 2) การวัดด้วยก้าว คือ การวัดระยะด้วยจ�ำนวนก้าวเดินอย่างปกติของเรา แล้วน�ำมาค�ำนวณหาระยะทางภายหลัง โดยวัดขนาดก้าวปกติของเราด้วยบรรทัดอีกครั้ง หรือมีการฝึกวัดระยะด้วยการก้าวโดยการทดลองนับก้าวในระยะ 100 เมตร ว่าได้กี่ก้าว จากนนั้ จงึ ทดลองท�ำอกี 2 - 3 คร้งั จนได้ค่าคงทแ่ี ล้วก็สามารถท่จี ะนำ� มาใช้ในการวัดระยะ ในครง้ั ต่อไป 3) การเปรียบเทียบ ถ้าไม่สามารถวัดระยะด้วยการนับก้าวได้เนื่องจาก ระยะทางไกลมากหรือวัดขนาดสิ่งของในทางด่ิง ก็ให้ใช้วิธีการเปรียบเทียบโดยใช้วัตถุ ทเ่ี ลก็ กวา่ เปน็ หลกั แลว้ หาโอกาสวดั ขนาดของวตั ถนุ นั้ ในภายหลงั เชน่ ใชข้ นาดของตรู้ ถไฟ, รถยนต์, สะพาน ฯลฯ ในการวัดขนาดส่วนสูงให้เปรียบเทียบเป็นระยะรวมซึ่งสามารถ จะท�ำการวดั ได้ 4) การคาดคะเน ถา้ ไมส่ ามารถจะวดั ขนาดทแี่ นน่ อนได้ อาจใชก้ ารคาดคะเน โดยต้องระบขุ อบเขตไว้ด้วย เช่น นายด�ำสูงระหว่าง 165 - 170 ซม. และมีนำ้� หนักระหว่าง 58 - 62 กก. เป็นต้น การจดบันทึก ปกติการจดบันทึกถือว่าเป็นการเส่ียงอันตราย ฉะนั้น การสังเกตการณ์จ�ำเป็นต้องจดจ�ำไว้ก่อนแล้วไปจดบันทึกเม่ืออยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย แต่ในกรณีที่เห็นว่าไม่ปลอดภัย ผู้สังเกตการณ์อาจจดบันทึกโดยใช้ดินสอจดขณะล้วง กระเป๋าอยู่หรือการจดด้วยการอ�ำพราง ว่าเป็นก�ำลังเขียนจดหมาย ก็ได้ ฯลฯ ปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ทันสมัยมีบทบาทต่อการปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก มีการพัฒนาเคร่ืองอัดเสียง ทีม่ ขี นาดเลก็ และราคาไม่สูง อาทิ Handy drive ท่ีสามารถอดั เสียงได้ หรือเครื่องอัดแบบ ดิจิทัล กล้องท่ีมีระบบการอัดเสียง เป็นต้น ดังนั้น จึงเป็นเครื่องมือท่ีน่าใช้เป็นเครื่องช่วย ในการบันทกึ ท่ีมีประสทิ ธิภาพ และมคี วามน่าเชอื่ ถอื ได้
664 วิชาการข่าวเบื้องตน้ การท่องจ�ำ ถ้าไม่สามารถจะจดบันทึกได้จะต้องท่องจ�ำให้ได้ ความสามารถ ในการท่องจ�ำขึ้นอยู่กับการฝึกฝนอย่างสม�่ำเสมอ อาจใช้การจ�ำภาพท่ีเห็นให้ติดตา การจ�ำเสียง และบางคนอาจเขียนส่ิงต่าง ๆ ลงในกระดาษหลาย ๆ คร้ัง แล้วท�ำลาย กระดาษนน้ั ๆ เครื่องช่วยความจ�ำ ถ้าสามารถท�ำได้ให้ใช้เครื่องช่วยความจ�ำ เช่น การใช้ อกั ษรยอ่ รวมเปน็ ค�ำทง่ี ่ายตอ่ การจ�ำ หรอื ใชอ้ กั ษรยอ่ รวมเป็นค�ำใชแ้ ทนคำ� อน่ื ๆ ในประโยค ท่ีง่ายต่อการจ�ำ เหตุการณ์ส่วนตัวต่าง ๆ (วันเกิด วันแห่งความหลัง ฯลฯ) อาจใช้เป็น เคร่อื งช่วยความจำ� ได้เป็นอย่างดี การฝึกฝนการสงั เกต พยายามฝึกการสังเกต และมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเก่ียวกับบุคคล เหตุการณ์ สถานท่ี และส่งิ แวดล้อมต่าง ๆ ท่เี ราประสบในชีวติ ประจ�ำวันของเรา พยายามศึกษาและสงั เกตอยา่ งละเอยี ดถถี่ ้วน พยายามฝึกตนเองในการคาดคะเนให้ได้ผลใกล้เคียงความจริงท่ีสุด โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ในเรอ่ื งเกยี่ วกบั เวลาทผี่ ่านไป ความเรว็ ในการเคลอ่ื นทข่ี องวตั ถุ ทศิ ทาง และระยะทาง พยายามฝึกตนเองใหค้ ้นุ เคยกับการเรยี กสตี ่าง ๆ โดยเฉพาะสีอ่อน สีเข้ม และความเปล่ยี นแปลงไปจากสีเดมิ เม่ือมีแสงอ่นื ๆ เข้ามากระทบกับสีเหล่านั้น พยายามฝกึ จนสามารถนึกภาพ หรือเหตกุ ารณ์ทป่ี ระสบมาได้อย่างชดั เจน พยายามฝึกการสังเกตพฤติการณ์ต่าง ๆ ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ การลับ การบรรยายลกั ษณะบคุ คล การบรรยายลกั ษณะบคุ คล และการสงั เกตบคุ คล การเรม่ิ ตง้ั แตศ่ รี ษะเรอื่ ยลงมา จนถึงเท้า เพ่อื ความสะดวกในการจดจ�ำรายละเอียด และง่ายต่อการบรรยาย ในการรายงานลกั ษณะบคุ คลซง่ึ เราไดส้ งั เกตมาในขน้ั แรกใหใ้ ชร้ ายงานแบบยอ่ ซง่ึ ประกอบด้วยหวั ข้อส�ำคัญ ๆ ดงั นี้
1) ส่วนเด่นของร่างกายท่สี งั เกตเหน็ เด่นชัด วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 665 2) ส่วนสูง 3) รปู ร่าง อ้วน ผอม โปร่ง ล่�ำสัน ฯลฯ 4) นำ้� หนัก 5) อายุ 6) เชอื้ ชาตหิ รือเผ่าพนั ธุ์ เช่น แขก ไทย นิโกร ผิวขาว ฯลฯ 7) เพศ 8) ลกั ษณะจมูก 9) ลกั ษณะตา 10) ลักษณะใบหู ลกั ษณะรูปร่างโดยเฉพาะ ลกั ษณะใบหน้าและศรี ษะ ได้แก่ รปู หน้า สีหน้า โหนกแก้ม แก้มตอบ ชอบยิม้ หรือหน้ายุ่งอยู่เสมอ ขนาดของศีรษะ (กว้าง ยาว) งุ้มไปข้างหน้าหรือเบี้ยวไปทางข้าง คอเอียงซ้ายหรอื ขวา ฯลฯ ผม - สีของผม การตดั ผม การหวหี รอื แสก หนา้ ผาก - สูง กว้าง ลาด ฯลฯ ค้วิ - ลักษณะ สขี องคว้ิ ความดก ความบาง ยาว กว้าง ตา - ขนาด สขี องตา จมกู - โด่ง แบน ใหญ่ เลก็ ร้นั ฯลฯ ปากและริมฝีปาก - ขนาดของรมิ ฝีปาก ลกั ษณะฟัน ปากกว้าง คาง - ลกั ษณะกว้างยาว ขนาด ใบหู - แต่ละคนมลี กั ษณะใบหตู ่างกนั และยากท่จี ะเปลีย่ นแปลงไปตามวัย ลำ� คอ - ความยาว ความหนา ไหล่ - ความลาด ความกว้าง เอยี งข้างใดข้างหนึง่ มือ - ความยาวของฝ่ามอื น้ิว รปู ร่างของมือ ฯลฯ
666 วิชาการข่าวเบื้องตน้ สรปุ การที่จะเป็นนักสังเกตการณ์ที่ดีจะต้องมีการฝึกฝนอยู่เสมอ เจ้าหน้าท่ี คุมข่ายต้องศึกษาถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของใบหน้า และลักษณะเด่นของเป้าหมายหรือ เหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้น เขาต้องสามารถรู้ข้อแตกต่างระหว่างความจริงท่ีตนสังเกตกับสิ่งที่คน บรรยายว่า สิง่ ทค่ี นบรรยายตามความรู้สึกนกึ คิดนนั้ เป็นความผดิ พลาดจากความเป็นจริง ในการซักถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่คุมข่ายควรเปิดโอกาส ให้เขาเล่าจากความทรงจ�ำเท่าน้ัน อย่าได้พยายามบังคับเอาค�ำตอบด้วยค�ำถามน�ำหรือ ค�ำถามแนะเป็นอันขาด เพราะเหตุว่าผู้ถูกซักถามจะเอาและตอบตามความนึกคิดของเขา ซึง่ จะผดิ ไปจากความจรงิ ท่เี กดิ ขึ้น การได้ยินอย่างถูกต้อง และการจดจ�ำส่ิงที่เราได้ยิน ต้องได้รับการฝึกฝน เชน่ เดยี วกนั ฉะนนั้ เจา้ หนา้ ทคี่ มุ ขา่ ยควรฝกึ การจดจำ� สงิ่ ทไี่ ดย้ นิ มา โดยการตง้ั ใจฟงั คำ� สนทนา หรอื คำ� บรรยายต่าง ๆ แล้วจดบนั ทกึ รายละเอยี ดในกระดาษเฉพาะส่งิ ทตี่ นได้ยนิ มา การฝึกท่ีถูกต้องในการสังเกต ด้วยการใช้ประสาทตา เจ้าหน้าท่ีคุมข่าย ไม่จ�ำเป็นต้องพยายามทจ่ี ะสงั เกต และจดจำ� ลกั ษณะใบหน้าของทกุ ๆ คน หรอื เหตกุ ารณ์ ที่ปรากฏข้ึนทุก ๆ เหตุการณ์ หากแต่เขาควรจะมุ่งความสนใจเฉพาะรายละเอียดที่อาจ เกี่ยวข้องกบั การปฏบิ ตั ิงานของเขา การรายงาน กลา่ วทั่วไป ความหมายของการรายงาน การรายงานคือการท่ีข่าวสารถูกส่งผ่านจาก บุคคลหน่ึงไปยังอีกบุคคลหน่ึง ซ่ึงตามปกติแล้วกระท�ำในทุกระดับของการบังคับบัญชา จากผู้ที่อยู่ในระดับต�่ำกว่า ไปยังผู้ท่ีอยู่ในระดับสูงกว่าภายในหน่วยงานเดียวกัน หรือ จากผทู้ อ่ี ยใู่ นระดบั เดยี วกนั ของหนว่ ยงานคนละหนว่ ยการรายงานกระท�ำไดด้ ว้ ยวาจา หรอื ด้วยการเขยี น หรือสองวธิ ีรวมกัน
ความสำ� คญั ของการรายงาน การรายงานมคี วามสำ� คญั เทา่ ๆ กบั การปฏบิ ตั ิ วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 667 เพราะการปฏบิ ตั ิใด ๆ ก็ตามท่ีได้กระทำ� ไป หากไม่รายงานให้ผู้อืน่ ทราบ การปฏบิ ตั นิ นั้ ๆ ก็เกอื บจะไม่มปี ระโยชน์หรือมคี ณุ ค่าอะไรเลย เนื่องจากผู้บงั คบั บญั ชาหรอื ผู้อืน่ ทีเ่ กี่ยวข้อง ไมท่ ราบผลการปฏบิ ตั หิ รอื ขา่ วสารทไี่ ดจ้ ากการปฏบิ ตั เิ พราะจากขา่ วสารทไ่ี ดร้ บั การรายงาน ให้ทราบเท่านั้น ที่ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงสุดจะสามารถวางนโยบายหรือตัดสินใจกระท�ำ การสง่ิ ใดลงไปได้ถูกต้อง หน้าที่ของผู้รายงาน ก่อนปฏิบัติหน้าที่ผู้รายงานต้องทราบรายละเอียด ของงานที่ได้รับมอบหมาย ต้องเข้าไปให้ถึงบุคคลหรือสถานที่ ซ่ึงจะรวบรวมข่าวสาร ทไ่ี ดร้ บั มอบหมายใหร้ วบรวม ตอ้ งรวบรวมขา่ วสารโดยละเอยี ดครบถว้ น และตอ้ งสง่ ขา่ วสาร ที่รวบรวมมาได้น้นั ให้ผู้บงั คับบญั ชาโดยเรว็ ท่สี ดุ ท่สี ามารถกระทำ� ได้ นอกจากน้ีผู้รายงาน ควรเป็นบุคคลท่ีสามารถปฏิบัติการตามที่ได้รับมอบหมายได้ดี โดยสามารถเข้าถึงแหล่ง ขา่ วสาร รวบรวมขา่ วสาร และรายงานขา่ วสารไดอ้ ยา่ งปลอดภยั และการเปน็ บคุ คลทซ่ี อ่ื สตั ย์ โดยรายงานข่าวสารตามความเป็นจริง การรายงานการปฏบิ ัติ การรายงานเป็นหน้าทซ่ี ึง่ ต้องปฏิบตั ิ และการปฏิบัติ เปน็ สง่ิ ซง่ึ ทำ� ใหส้ ามารถบรรลหุ นา้ ท่ี คอื การรายงานได้ การรายงานจะเกดิ ขนึ้ โดยปราศจาก การปฏิบัติท่ีดีและปลอดภัยไม่ได้ การปฏิบัติการท�ำให้ผู้รายงานทราบเก่ียวกับงานที่ได้ รับมอบหมาย และช่วยให้ผู้รายงานสามารถเข้าไปในสถานท่ี ซ่ึงอาจรวบรวมข่าวสาร ทต่ี อ้ งการได้ นอกจากน้ี การปฏบิ ตั กิ ารยงั ชว่ ยให้ผ้รู ายงานสามารถรวบรวมข่าวสารได้ดว้ ย การสงั เกตการณ์ การวาดภาพสเกตช์ การถา่ ยภาพ การสำ� เนาเอกสาร การฟงั บคุ คลสนทนา การเฝา้ สงั เกต บคุ คล การเคลอ่ื นไหว และการแทรกซมึ เขา้ ไปในองค์การหรอื หมคู่ ณะอนื่ ๆ เพื่อสืบทราบเก่ียวกับองค์กร นโยบายและการเคลื่อนไหว ซ่ึงในที่สุดการปฏิบัติการท�ำให้ ผู้รายงาน สามารถส่งรายงานต่อไปยังผู้บังคบั บัญชาได้ ดังนัน้ การรายงานและการปฏบิ ัติ จึงเป็นการกระท�ำซ่ึงถือว่าผสมผสานเป็นอันหน่ึงอันเดียวกันหรือเป็นของคู่กันในการผลิต ข่าวสารทไ่ี ด้รับมอบหมาย หลกั เบอ้ื งตน้ ของการรายงาน ผรู้ ายงานตอ้ งรายงานขา่ วสารทไี่ ดร้ บั มอบหมาย ให้รวบรวมข่าวสาร ซึ่งผู้รายงานรวบรวมต้องเป็นความจริง คือ ได้จากการสังเกตการณ์ ทถ่ี กู ต้อง แม่นยำ� หรือได้พสิ จู น์แล้วว่าเป็นจริง นอกจากนขี้ ่าวสารนน้ั ๆ ผู้รายงานต้องรู้สึก ว่ามีความสำ� คัญ และประการสดุ ท้ายข่าวสารทีร่ วบรวมมาได้จะต้องสมบูรณ์
668 วิชาการข่าวเบื้องตน้ ลักษณะของรายงานทดี่ ี รายงานทด่ี ีจะต้องมลี ักษณะดงั ต่อไปน้ี 1. ประกอบดว้ ยขา่ วสารทเ่ี ปน็ ความจรงิ ขา่ วสารทเี่ ปน็ ความจรงิ หมายถงึ ข่าวสารที่ได้มาจากการสังเกตการณ์โดยตรง อย่างถูกต้องและแม่นย�ำหรือข่าวสารที่ได้ มาจากแหล่งข่าว ซ่ึงได้มีการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง รายงานที่ดีจะต้องประกอบด้วย ข่าวสารที่เป็นความจริงท้ังหมด สิ่งใดท่ีคิดอ้างเอาเอง หรือสิ่งใดท่ีบิดเบือนจากความจริง จะต้องไม่ปะปนอยู่กบั ความจรงิ 2. ประกอบดว้ ยขา่ วสารทม่ี คี วามสำ� คญั ขา่ วสารทมี่ คี วามส�ำคญั หมายถงึ ขา่ วสารทจ่ี ะนำ� ไปใชใ้ หเ้ ปน็ ประโยชนไ์ ด้ รายงานทด่ี ตี อ้ งประกอบดว้ ยขา่ วสารทมี่ คี วามส�ำคญั ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไปได้ เช่น เพื่อก�ำหนดสิ่งท่ีต้องการ นโยบาย หรือข้อตกลงใจต่าง ๆ 3. ประกอบด้วยข่าวสารท่ีตรงประเด็น ข่าวสารท่ีตรงประเด็น หมายถึง ข่าวสารทเ่ี กยี่ วข้องโดยตรงกบั สง่ิ ทตี่ ้องการ คอื ไม่อยู่นอกเรอื่ งทต่ี ้องการ รายงานทด่ี ตี ้องมี ข่าวสารซ่งึ กล่าวเฉพาะในเรอ่ื งที่ต้องการเท่านั้น 4. ประกอบด้วยข่าวสารท่ีสมบูรณ์ ข่าวสารที่สมบูรณ์ หมายถึง ข่าวสาร ท่ีมีรายละเอียดต่าง ๆ อย่างครบถ้วน รายงานท่ีดีและมีคุณค่าต้องประกอบด้วย ข่าวสารที่สมบูรณ์ โดยตอบคำ� ถาม เม่ือไร ใคร เท่าใด อะไร ทำ� ไม ที่ไหน และอย่างไร ได้โดยครบถ้วน 5. ประกอบด้วยข่าวสารท่ีถูกส่งต่อไปได้อย่างรวดเร็ว ข่าวสารที่ถูกส่ง ต่อไปได้อย่างรวดเร็ว หมายถึง ข่าวสารซ่ึงถูกส่งต่อไปยังผู้รับรายงานได้โดยทันเวลา รายงานทด่ี แี ละมคี ณุ ค่าย่อมต้องไปถงึ มือผู้รบั รายงานได้อย่างรวดเรว็ และทนั เวลา 6. ประกอบด้วยข่าวสารที่มีลักษณะอื่น ๆ นอกจากลักษณะ 5 ประการ ซ่ึงกล่าวมาแล้ว ข่าวสารท่ีดีหรือรายงานท่ีดีต้องประกอบด้วยลักษณะอ่ืน ๆ อีก เช่น ชดั เจน รัดกมุ และแม่นย�ำ คอื หมายความว่าสามารถอ่านให้เข้าใจได้โดยง่าย ไม่เย่นิ เย้อ ตลอดจนต้องมคี วามถกู ต้องและแม่นย�ำ
ประเภทของรายงาน วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 669 รายงานแบง่ เปน็ ประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คอื รายงานขา่ วสารและรายงาน การปฏิบตั ิ ซง่ึ จะแยกกล่าวเป็นหวั ข้อไปดงั น้ี 1. รายงานข่าวสาร หมายถึง การรายงานความจริง หรือส่ิงที่เป็นจริง เกี่ยวกับบุคคล องค์การ หรือสิ่งของ ซึ่งเป็นท่ีสนใจของผู้อุปถัมภ์และไม่เก่ียวกับเร่ืองราว ของการปฏิบัติการของฝ่ายเราท้ังส้ิน รายงานข่าวสารอาจเป็นรายงานการเคล่ือนไหว ของขา้ ศกึ หนว่ ยงานของขา้ ศกึ หรอื อาคารตา่ ง ๆ ของขา้ ศกึ รายงานขา่ วสารมไิ ดถ้ อื เปน็ ขา่ ว กรอง เพราะขา่ วกรองเปน็ ผลผลติ ขน้ั สดุ ทา้ ยทไี่ ดจ้ ากการนำ� ขา่ วสารมาประเมนิ คา่ รวบรวม เปรียบเทยี บ แปลความ และวเิ คราะห์แล้ว 2. รายงานการปฏิบัติ หมายถึง การรายงานความจริงเก่ียวกับการปฏิบัติ ต่าง ๆ ที่ได้กระทำ� ไป เช่น การวางแผนการปฏิบัติงาน การป้องกันรักษา การตรวจสอบ หรือการเลิกปฏิบัติการลับ เป็นต้น ซ่ึงมีความส�ำคัญต่อการปฏิบัติการโดยเฉพาะ และ เป็นท่ีสนใจของหมู่คณะท่ีเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติการนั้น ๆ เท่าน้ัน รายงาน การปฏิบตั อิ าจเป็นรายงานการพบปะ รายงานความก้าวหน้า เป็นต้น แบบฟอร์มของรายงานขา่ วสาร รายงานข่าวสารทน่ี ยิ มกนั ในปัจจุบนั มแี บบฟอร์มดังต่อไปน้ี 1. ชั้นความลับ รายงานข่าวสารต้องมีชั้นความลับเขียนไว้ทางหัวกระดาษ ด้านซ้ายเพื่อความมุ่งหมายในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ขั้น คือ ลับ ลับมาก และลบั ท่ีสุด ลับ ได้แก่ ความลับซ่ึงมีความส�ำคัญเก่ียวกับเอกสารวัตถุหรือบุคคล ซึ่งหากถูกเปิดเผยทั้งหมด หรือเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อทาง ราชการหรือต่อเกียรติภูมิของประเทศหรือพันธมิตร เอกสารช้ันลับ ได้แก่ รายงานประจ�ำ ทางทหาร รปจ. เป็นต้น ลับมาก ได้แก่ ความลับซ่ึงมีความส�ำคัญมากเกี่ยวกับเอกสารวัตถุ หรือบุคคล ซ่ึงหากถูกเปิดเผยทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนจะก่อให้เกิดความเสียหายหรือ เปน็ อนั ตรายตอ่ ความมนั่ คง ความปลอดภยั หรอื ความสงบเรยี บรอ้ ยภายในของประเทศชาติ
670 วิชาการข่าวเบื้องตน้ หรอื พนั ธมติ ร อย่างร้ายแรง เอกสาร ช้ันลับมาก ได้แก่ แผนการสงคราม ขดี ความสามารถ ทางทหาร ท�ำเนียบก�ำลังรบ การจัดทางทหารของกองทัพข้ึนไป หรือข่าวสารของกลุ่ม เปา้ หมายทม่ี ปี ระโยชนต์ อ่ ฝา่ ยเราทก่ี ลมุ่ เปา้ หมายไมท่ ราบวา่ เราทราบ ตลอดจนรายละเอยี ด เกี่ยวกบั แหล่งข่าว เป็นต้น ลับท่ีสุด ได้แก่ ความลบั ซ่ึงมคี วามส�ำคัญมากที่สดุ เกย่ี วกบั เอกสาร วตั ถุ หรือบุคคล ซึ่งหากถูกเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน จะก่อให้เกิดความเสียหาย หรือเป็น อันตรายต่อความม่ันคง ปลอดภัย หรือความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติหรือพันธมิตร อย่างร้ายแรงที่สุด เอกสารประเภทลับท่ีสุด ได้แก่ แผนยุทธศาสตร์ แผนป้องกันประเทศ แผนหรือนโยบายทม่ี คี วามส�ำคญั อย่างยงิ่ ต่อประเทศชาต ิ 2. วันของข่าว หมายถึง วันซ่ึงข่าวสารเกิดขึ้นจริง ๆ หากข่าวสารท่ีเกิดขึ้น กินเวลาหลายวนั ก็ใส่ห้วงเวลาดงั กล่าวลงในหัวข้อนี้ เช่น • 10 มิ.ย. 49 หรอื 10 - 18 ม.ิ ย. 46 • หากข่าวสารนั้นเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. 49 แต่ไม่ทราบวันที่แน่นอน ก็ใส่ว่า ม.ิ ย. 49 • หากข่าวสารนั้นเกิดข้ึนในห้วงเวลาท่ีไม่แน่นอนลงไป เช่น ระหว่าง ม.ค. 49 ถงึ ประมาณ เม.ย. 49 กใ็ ห้ใส่ว่า ต้นปี 49 เป็นต้นไป • สำ� หรบั ขา่ วสารเกยี่ วกบั สง่ิ ทคี่ าดวา่ จะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต ใหใ้ สว่ นั ของขา่ ว ในปัจจบุ นั เช่น แหล่งข่าวทราบเมอื่ 10 ม.ิ ย. 49 ว่า จะมกี ารปฏิวตั ใิ นวนั ท่ี 25 ก.ค. 49 และ รายงานใหผ้ เู้ ขยี นรายงานทราบ เมอื่ 15 ม.ิ ย. 49 วนั ของขา่ วจะตอ้ งเปน็ 10 ม.ิ ย. 49 สำ� หรบั เรอื่ งวนั ของข่าวนเี้ ป็นสงิ่ สำ� คญั สำ� หรบั ผ้อู ่านรายงาน เพราะผ้อู ่านรายงานต้องการทราบว่า ข่าวสารนน้ั ๆ เกดิ ข้นึ เม่อื ไร 3. เรื่อง หมายถึง เร่ืองของข่าวสารที่จะกล่าวถึงซึ่งจะต้องประกอบด้วย ข้อความส้นั ๆ ที่รดั กุม ชัดเจน และมีความหมายมากทีส่ ดุ บางหน่วยถอื ว่าเรื่องเป็นสรปุ อย่างกะทัดรัดของข่าวสาร จะเห็นได้ว่าเรื่องน้ีเป็นของยากท่ีจะเขียนให้ได้ดีตามปกติแล้ว ผู้รายงานท่ีดีมักเขียนเน้ือข่าวเสียก่อน เม่ือเขียนจบแล้วจึงมาเขียนเร่ือง ตัวอย่างเช่น ข้อคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีไทยเกี่ยวกับการบ่อนท�ำลายในไทย ซ่ึงอาจเกิดขึ้นภายหลัง การหยุดยิงในเวียดนามใต้ หากเขียนว่า การสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีไทย เฉย ๆ ถือว่า เป็นการเขียนเร่ืองท่ีกว้างเกินไป และไม่ให้ความหมายอะไรมากนัก หรือเร่ืองแผนการ ของประเทศ ก. ในการหยดุ ผลติ จรวดประเภทเอบเี อ็กซ์-2 ก็ถือว่าเป็นเร่อื งทด่ี อี ันหนึ่ง
4. แหล่งข่าว หัวใจของรายงานอยู่ที่แหล่งข่าว แหล่งข่าว หมายถึง บุคคล วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 671 ที่ให้ข่าวสาร แหล่งข่าวท�ำให้ผู้อ่านรายงานทราบว่าผู้เขียนรายงานได้ข่าวสารมาจากใคร อย่างไร และเชอื่ ถือได้หรือไม่ เพียงใด ข่าวสารจะปราศจากความหมายหากไม่มแี หล่งข่าว เพราะสิ่งแรกที่ผู้อ่านรายงานต้องการทราบ ก็คือ ข่าวสารในรายงานนั้นเชื่อถือได้หรือไม่ เพยี งใด แหลง่ ขา่ วประกอบดว้ ยรายละเอยี ดตา่ ง ๆ เกยี่ วกบั บคุ คลทใี่ หข้ า่ วสาร คอื ลกั ษณะ การเข้าถึงเป้าหมาย ความเชื่อถือได้และวิธีการที่ได้ข่าวสารมา ซ่ึงในการเขียนบรรยาย เกยี่ วกับแหล่งข่าวจะเขียนติดต่อกันไป แต่เพ่ือให้เข้าใจได้ง่ายขน้ึ นอกจากนี้ ความเชือ่ ถือได้ กล่าวถึงว่าบุคคลท่ีให้ข่าวสารน้ีเคยรายงานมาก่อน หรือเคยรายงานข่าวสารที่เชื่อถือได้ มาเป็นเวลา 6 เดือนแล้ว เป็นต้น ความเช่ือถอื ทบ่ี รรยายนท้ี ำ� ให้ผู้อ่านรายงานประเมนิ ค่า ว่าน่าจะเชอ่ื ถอื ได้เพยี งใด 5. เนอื้ เร่อื ง หมายถึง เน้อื ข่าวสาร ซ่ึงควรประกอบด้วย ลักษณะต่าง ๆ ของ การรายงานที่ดี ดังได้กล่าวไว้ในข้อ 2 คือ ต้องเป็นความจริงมีความสำ� คัญ ตรงประเด็น สมบูรณ์ ชัดเจน รดั กมุ และแม่นย�ำ กล่าวถงึ วนั เดอื น ปี อย่างชดั เจน เมื่อกล่าวถึงบุคคล เขียนช่ือให้ถูกต้องและใส่ต�ำแหน่งของเขาลงไปด้วย ถ้ากล่าวถึงสถานท่ีให้ใส่ข้อมูลของ เขตการปกครองตั้งแต่ระดับหมู่บ้านขึ้นไป หรือพิกัดทางทหาร (ถ้าทราบ) หากต้องการ จะใช้ค�ำย่อใด ๆ ต้องใส่ตัวเต็มไว้ก่อนเมื่อเอ่ยถึงเป็นครั้งแรกแล้ว วงเล็บตัวย่อไว้ข้างหลัง และต่อ ๆ ไป จึงใช้เฉพาะตัวย่อ การเขียนข่าวสารควรเขียนข่าวสารท่ีส�ำคัญท่ีสุดไว้ ในตอนต้น ๆ หรือในย่อหน้าแรกของเน้ือเรื่องหากมีหลายย่อหน้า เพ่ือดึงดูดความสนใจ ของผู้อ่านรายงานหลีกเลี่ยงการผนวกข้อคิดเห็นหรืออารมณ์ส่วนตัวเข้าไป ส่วนเน้ือเรื่อง ส่ิงใดที่สงสัยว่าไม่น่าเป็นจริงหรือขัดกับข่าวสารท่ีแหล่งข่าวอ่ืนให้ ไม่ควรรายงานลงไป ในแต่ละย่อหน้าควรก�ำกบั หมายเลขลงไปด้วย เพื่อประโยชน์ในการอ้างองิ ในโอกาสต่อไป 6. ข้อคิดเห็น หมายถึง ข้อคิดเห็นซ่ึงเกิดขึ้นจากสิ่งยืนยันที่เป็นความจริง ซ่ึงข้อคิดเห็นน้ีอาจเป็นจริงหรือไม่จริงก็ได้ ข้อคิดเห็นนี้ตามปกติแล้วจะอยู่ท้ายรายงาน แต่บางหน่วยนิยมเขียนข้อคิดเห็นไว้ในวงเล็บ และแทรกเข้าไปในเน้ือเร่ืองโดยต่อท้าย เข้ากับข่าวสารท่ีต้องการแสดงข้อคิดเห็นน้ัน ๆ เพ่ือให้ผู้อ่านรายงานสะดวกสบายขึ้น ข้อคิดเห็น แบ่งออกเป็นข้อคิดเห็นของแหล่งข่าว และข้อคิดเห็นของผู้เขียนรายงาน ซงึ่ ควรระบใุ ห้ชดั เจนว่าเป็นของผู้ใด
672 วิชาการข่าวเบื้องตน้
วิชาการขา่ วเบ้ืองตน้ 673
674 วิชาการข่าวเบื้องตน้
วิชาการขา่ วเบ้ืองตน้ 675
676 วิชาการข่าวเบื้องตน้
วิชาการขา่ วเบ้ืองตน้ 677
678 วิชาการข่าวเบื้องตน้
3. ข้นั การดำ� เนนิ งาน วิชาการ ่ขาวเ ้ืบองต้น 679 กล่าวทว่ั ไป หลงั จากผา่ นขนั้ ตอนการอบรม และการประชาสมั พนั ธ์ หนว่ ยน�ำความรทู้ ไ่ี ดร้ บั มาประยกุ ตใ์ ชใ้ หส้ ามารถดำ� เนนิ การจดั ตงั้ แหลง่ ขา่ วประชาชน หรอื ดำ� เนนิ การพฒั นาความ สัมพันธ์กบั แหล่งข่าวเดมิ ท่จี ัดต้งั ไว้แล้ว และขยายผลไปยังประชาชนอืน่ ๆ โดยดำ� เนินการ ควบคู่ไปกับแผนการพัฒนาและช่วยเหลือชาวบ้านของหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่ ท้ังน้ีเพื่อให้ การด�ำเนินการด้านงานข่าวเชิงรุกมีประสิทธิภาพครอบคลุมพ้ืนท่ีท่ัวประเทศ และเป็น การตอบสนองนโยบาย 3 เกาะติดของผู้บังคับบัญชา จึงให้แต่ละหน่วยแบ่งมอบพ้ืนที่ รับผดิ ชอบ ตง้ั แต่ระดบั กองทัพภาคลงไป โดยอาศยั เกณฑ์การแบ่งมอบพื้นทใ่ี นการปฏิบัติ งานด้านกจิ การพลเรอื น การชว่ ยเหลอื ประชาชน หรอื การบรรเทาสาธารณภยั นอกจากนนั้ ให้มีการจดั ตัง้ ชุดปฏบิ ัตงิ าน โดยมกี ารคัดเลอื กคน (Recruit) และให้ความรู้ด้านการหาข่าว (Training) ซึ่งจะน�ำไปสู่ระบบ Network ที่มีเจ้าหน้าที่คุมข่ายที่ผ่านการอบรมเป็นอย่างดี และควรให้ความส�ำคัญประชาชนท่ีได้ผ่านการอบรมด้านการข่าวหรือแสวงประโยชน์ จากมวลชนที่ได้จัดตั้งไว้แล้ว ผลที่ได้รับจากการจัดต้ังแหล่งข่าวประชาชนในปีน้ี จะนำ� ไป สู่การ Recruit แหล่งข่าวที่มีประสิทธิภาพให้กับหน่วยในข่ายงานข่าวลับต่อไปได้ ทั้งน้ี ให้ระมดั ระวงั ในประเดน็ ของการทจ่ี ะสร้างความหวาดระแวงทีจ่ ะเกิดข้ึนในสงั คม วิธกี ารด�ำเนินการ การรวบรวมขา่ วสาร นน้ั กระทำ� ได้ ทงั้ โดยมนษุ ย์ และโดยเครอ่ื งมอื ทางเทคนคิ การรวบรวมข่าวสารทั้งสองแบบนี้ มีข้อดีและข้อจ�ำกัดแตกต่างกัน แต่ระบบข่ายงาน รวบรวมข่าวสารทางเปิดนั้น เหมาะสมกับการรวบรวมข่าวสารโดยมนุษย์เพราะข่าวสาร เกิดข้ึนไม่แน่นอน มีความต้องการข่าวสารทางกว้าง ต้องการรายละเอียดในระดับหน่ึง เท่านั้น ซ่ึงหากทางราชการมีความต้องการหารายละเอียดที่ลึกซึ้งมาก จึงจะใช้เจ้าหน้าที่ และเครอ่ื งมือโดยเฉพาะในการปฏบิ ตั ิการในโอกาสต่อไป
Search