Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การพยาบาลเพื่อดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหากินยาก

การพยาบาลเพื่อดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหากินยาก

Published by 21-095 ประภัสรา สุพร, 2023-06-27 03:28:50

Description: somjit,+Journal+manager,+01

Search

Read the Text Version

6 Journal of Nursing and Health Care การพยาบาลเพื่อดูแลชว่ ยเหลือเด็กทมี่ ีปญั หากนิ ยาก ดวงใจ ลิมตโสภณ กศ.ม.* บทน�ำ ปัญหาเด็กกินยาก มักพบไดใ้ นเด็กเล็กชว่ งอายุ 1- 6 ปี พ่อแม่และผ้เู ลี้ยงดูเดก็ เลก็ ส่วนใหญ่จะเกิดความวติ กกงั วลคิด วา่ เดก็ มปี ญั หาในการกนิ แมว้ า่ เดก็ เหลา่ นสี้ ว่ นใหญจ่ ะเปน็ เดก็ ทมี่ ปี ญั หาการกนิ ในระดบั เลก็ นอ้ ย และสว่ นนอ้ ยทจ่ี ะพบเดก็ ที่มคี วามผิดปกตใิ นการกนิ เดก็ ทม่ี ีปญั หากนิ ยากอาจจะเกิดจากปจั จัยด้านตัวเด็ก การเลี้ยงดู และส่งิ แวดลอ้ ม บทความ น้ีจะแบ่งพฤติกรรมเดก็ ท่มี ปี ญั หากินยากเป็น 3 กลุ่มคือ เด็กไมอ่ ยากอาหาร เด็กเลอื กกนิ และเด็กกลวั การกนิ ในแตล่ ะ พฤตกิ รรมจะมรี ะดบั ความรนุ แรงตง้ั แตร่ ะดบั เลก็ นอ้ ยทเ่ี กดิ จากความไมร่ หู้ รอื เขา้ ใจผดิ ของผเู้ ลย้ี งดู จนถงึ ระดบั ทร่ี นุ แรงมาก ทเ่ี กดิ จากพฤตกิ รรมของเดก็ และความเจบ็ ปว่ ยทางกาย การแกไ้ ขปญั หาเดก็ กนิ ยาก จำ� เปน็ ตอ้ งอาศยั ความรว่ มมอื กนั ระหวา่ ง แพทย์ พยาบาล พ่อแม่และผู้เล้ียงดู พยาบาลมีบทบาทในการดูแลช่วยเหลือเด็กท่ีมีปัญหากินยาก โดยให้ความรู้และ คำ� แนะน�ำแกพ่ ่อแมแ่ ละผู้เล้ยี งดใู หเ้ ขา้ ใจพฒั นาการของเดก็ สง่ เสริมเด็กใหก้ ินอาหารได้มากขึ้นและมพี ฤตกิ รรมในการกนิ ท่ี เหมาะสม เดก็ กนิ ยากหมายถงึ เดก็ ทเ่ี ลอื กอาหาร ใชเ้ วลากบั การกนิ นาน ไมย่ อมลองอาหารชนดิ ใหม่ หรอื ไมก่ นิ อาหารทจ่ี ดั เตรยี ม ไว้ให้ เป็นเดก็ ท่ีมีลกั ษณะ กินอาหารชา้ อมขา้ ว ร้องไหอ้ าละวาด ไมย่ อมกิน บว้ นทิ้ง หรอื อาเจยี นอาหารท่ีกนิ เข้าไปแลว้ ออก มา พบบอ่ ยถึง 1 ใน 3 ของเดก็ อายุ 1-3 ปี1 พบได้ในเด็กทัว่ ไปรอ้ ยละ 3-5 ในวัย 1-6 ป2ี ปญั หาเดก็ กินยากเปน็ ปญั หาที่ทำ� ให้ พอ่ แมแ่ ละผเู้ ลยี้ งดเู กดิ ความรสู้ กึ เครยี ดหรอื วติ กกงั วลเมอื่ ลกู ไมค่ อ่ ยยอมกนิ ในตา่ งประเทศมรี ายงานการศกึ ษาทพ่ี บวา่ พอ่ แม่มากกว่า ร้อยละ 50 มกั จะบอกวา่ ลูกของตนอยา่ งน้อย 1 คนมปี ญั หากินยากซง่ึ คดิ เป็นร้อยละ 20 – 30 ของเดก็ ทั้งหมด โดยเพยี งรอ้ ยละ 1- 5 ของเดก็ เหลา่ นเ้ี ป็นเด็กที่มปี ัญหาทางกาย สว่ นที่เหลอื อกี รอ้ ยละ 20 เป็นเด็กปกติ ปญั หาการกนิ ยากของเด็กพบได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยคือ ต้ังแต่เด็กเลือกกินอาหารจนถึงระดับรุนแรงซึ่งพบในเด็กออทิสซึม3 ส่วนใน ประเทศไทยมขี ้อมลู จากรายงานการศกึ ษาของวรณุ า กลกจิ โกวินท4์ ท่ที ำ� การศึกษาความชุกของปัญหาพฤตกิ รรมอารมณ์ ของเด็กในวัย 1 – 5 ปพี บวา่ ร้อยละ 80.3 ของพอ่ แมห่ รือผปู้ กครองมีความกังวลในปัญหาพฤตกิ รรมอารมณ์ของเดก็ ปญั หา พฤติกรรมอารมณ์ท่ีพบมากท่สี ุดคือ ปัญหาการกิน (กนิ ยาก ปฏเิ สธอาหาร กินนาน อมข้าว ดูดขวดนม) ซึง่ พบได้รอ้ ยละ 35.3 โดยพบในเด็กอายุ 1- 3 ปีและอายุ 3 – 5 ปี รอ้ ยละ 33.3 และร้อยละ 40.6 ตามล�ำดับ ปญั หาการกนิ ยากของเดก็ อาจ สง่ ผลกระทบต่อการเจรญิ เตบิ โตพัฒนาการและการเรียนรขู้ องเด็กเนอื่ งจาก เด็กอาจเกิดภาวะทุพโภชนาการ เส่ยี งต่อการ มนี ำ้� หนกั ตำ�่ กวา่ เกณฑเ์ ปน็ 2 เทา่ เมอ่ื เปรยี บเทยี บเดก็ ปกตทิ วั่ ไป5 รา่ งกายเจรญิ เตบิ โตชา้ รปู รา่ งเตย้ี แคระแกรน มพี ฒั นาการ ทางสมองและการเรยี นรตู้ ำ่� กวา่ เดก็ ทว่ั ไป เมอื่ โตเปน็ ผใู้ หญก่ จ็ ะมรี ะดบั สตปิ ญั ญาตำ�่ 6 และมโี อกาสเจบ็ ปว่ ยเพมิ่ มากขนึ้ เสยี่ ง ตอ่ การตดิ เชื้อง่าย จากการที่ร่างกายสรา้ งภูมติ ้านทานไดไ้ มเ่ ตม็ ท5ี่ บทความนี้จะกล่าวถึงสาเหตุของปญั หาการกนิ ยากใน เดก็ พฤติกรรมการกินยาก การประเมนิ ปัญหาและการพยาบาลเพ่ือดแู ลชว่ ยเหลือเด็กที่มีปัญหากนิ ยาก คำ� สำ� คัญ : ปญั หากนิ ยาก เด็กกินยาก เด็กไมอ่ ยากอาหาร เด็กกลัวการกิน *อาจารย์ประจำ� คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั รงั สติ VOLUME 34 NO.4 : OCTOBER - DECEMBER 2016

วารสารการพยาบาลและการดแู ลสุขภาพ 7 สาเหตขุ องปัญหาการกินยากในเดก็ ออกไป เชน่ เสียงโทรทัศนห์ รอื เกมคอมพิวเตอร์ และเสียง ของสมาชิกอนื่ ในครอบครัว9 สาเหตขุ องปญั หาการกนิ ยากในเดก็ อาจเกดิ จากปจั จยั ด้านตัวเด็ก การเลย้ี งดูและสิ่งแวดลอ้ มดงั นี้ พฤติกรรมการกินยากของเดก็ ปจั จัยด้านตัวเดก็ ไดแ้ ก่ ความผดิ ปกตขิ องโครงสร้าง รา่ งกาย เชน่ คอหอย กลอ่ งเสยี ง หลอดลมหรอื หลอดอาหาร7 Kerzner และคณะ3 ได้แบ่งพฤติกรรมของเด็กที่มี โรคทางระบบประสาทที่เก่ียวกับการดูด กลืน เค้ียวอาหาร ปัญหากินยากตามที่พ่อแม่และผู้เล้ียงดูมีความวิตกกังวล โรคระบบทางเดินอาหาร เชน่ กรดไหลยอ้ น กระเพาะอาหาร เปน็ 3 กลมุ่ คอื พฤตกิ รรมไมอ่ ยากอาหาร (Limited appetite) บีบตัวผิดปกติ โรคหัวใจและปอดท�ำให้เด็กมีอาการเหน่ือย พฤติกรรมเลอื กกิน (Selective intake) และพฤติกรรมกลัว โรคทางระบบหู คอ จมกู ทอี่ าจทำ� ใหเ้ ดก็ สำ� ลกั เวลากลนื อาหาร การกิน (Fear of feeding) ในแต่ละพฤติกรรมจะมีระดับ การแพ้อาหาร การเบื่ออาหารท่ีเกิดขึ้นเองหรือเกิดจากผล ความรนุ แรงตามสาเหตทุ พี่ บตงั้ แตร่ ะดบั รนุ แรงเลก็ นอ้ ยคอื ข้างเคยี งของการรับประทานยา การทเี่ ด็กถกู ทอดทิง้ หรอื มี เกดิ จากการทีพ่ อ่ แม่และผ้เู ลยี้ งดไู ม่รหู้ รือเขา้ ใจผิด เกดิ จาก ภาวะซมึ เศรา้ 8 โรคทางพฒั นาการ เชน่ เดก็ คลอดกอ่ นกำ� หนด พฤติกรรมของเด็กเอง และเกิดจากความเจ็บป่วยทางกาย กลุ่มอาการออทสิ ตกิ สมาธสิ ้นั ประสาทสัมผสั ในช่องปากผิด ซงึ่ เปน็ ระดบั ทีร่ นุ แรงมาก ดงั น้ี ปกตแิ ละความผดิ ปกตขิ องกลา้ มเนอื้ ชอ่ งปาก7นอกจากนอ้ี าจ 1. พฤติกรรมไมอ่ ยากอาหาร (limited appetite) เกิดจากความรู้สึกของเด็กบางคนท่ีไม่ชอบให้มีช้อนในปาก พบในเด็กปกติรูปร่างเล็กและกินอาหารเหมาะสมแต่กินใน หรือชอบให้แยกอาหารแต่ละชนิดไม่ชอบให้ผสมคลุกเคล้า ปรมิ าณนอ้ ยตามขนาดตวั หรอื เปน็ เดก็ แขง็ แรงทใี่ ชพ้ ลงั งาน อาหารหลายชนิดภายในจานหรือเด็กบางคนอาจเกิดความ มากและกินไม่พอ หรอื เปน็ เดก็ ท่มี ีความเจ็บปว่ ยทางกาย ร้สู กึ พะอดื พะอมเมอ่ื เห็นอาหารในจานมปี ริมาณมาก9 ปัจจัยดา้ นการเล้ยี งดไู ด้แก่ การเริม่ ให้อาหารเดก็ ชา้ สาเหตขุ องพฤตกิ รรมไมอ่ ยากอาหารอาจเกดิ จาก การ หรือเร็วเกินไปไม่เป็นไปตามช่วงวัย การให้อาหารตาม ท่ีพ่อแม่และผู้เล้ยี งดไู ม่รหู้ รือเขา้ ใจผดิ (Misperceived) ไม่ ตารางเวลามากกวา่ ตามความตอ้ งการของเดก็ การใหน้ ำ�้ ผล เขา้ ใจพฒั นาการและธรรมชาตกิ ารกนิ ของเดก็ จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ไม้ นำ้� หวานหรอื ขนมมากเกนิ ไประหวา่ งมอื้ อาหาร และการ ความวติ กกงั วลมากเกนิ ไปเกย่ี วกบั การเจรญิ เตบิ โตของเดก็ เลยี้ งดเู ดก็ แบบควบคมุ ตามใจหรอื ปลอ่ ยปละละเลย ผเู้ ลยี้ ง คิดว่าเด็กมีน้�ำหนักน้อยเกินไปท้ังๆที่มีน้�ำหนักอยู่ในเกณฑ์ ดูเด็กแบบควบคมุ จะละเลยไม่สนใจวา่ เด็กหิวหรือไม่ บังคบั ปกติ เพราะไปเปรียบเทียบกับเด็กอ่ืนในวัยเดียวกันท่ีมี ท�ำโทษหรือให้รางวัลที่ไม่เหมาะสมแก่เด็กเพ่ือให้เด็กกิน3 น้�ำหนักเกิน เด็กรูปร่างเล็กจะกินอาหารในปริมาณน้อย ควบคมุ เดก็ ในขณะกนิ อาหารมากเกนิ ไป เชน่ หา้ มเลอะเทอะ คลา้ ยกนิ อาหารไดไ้ มด่ ี พอ่ แมค่ ดิ วา่ เดก็ อว้ นเปน็ เดก็ แขง็ แรง หรอื ตอ้ งกนิ ใหห้ มด8 ผเู้ ลยี้ งดแู บบตามใจจะตอบสนองความ และน่ารัก ท�ำให้มองเด็กตัวเล็กที่น�้ำหนักปกติว่าเป็นเด็ก ต้องการทุกอย่างของเด็กโดยไม่สนใจว่าเด็กจะหิวหรือไม่ ผอมเกินไป พ่อแม่ไม่รู้ว่า เด็กอายุขวบปีแรกจะกินอาหาร และให้อาหารเด็กโดยไม่จ�ำกัด ท�ำให้เด็กได้รับอาหารท่ีมี เกง่ เพราะเปน็ ชว่ งทก่ี ำ� ลงั เจรญิ เตบิ โตอยา่ งรวดเรว็ จงึ มคี วาม คณุ คา่ ในปรมิ าณนอ้ ยและไดร้ บั อาหารในสดั สว่ นทไ่ี มเ่ หมาะสม ต้องการสารอาหารมาก หวิ บ่อย เด็กจะมนี ้�ำหนกั เพ่ิมเปน็ 3 ส่วนผู้เล้ียงดูแบบปล่อยปละละเลยจะไม่สนใจการแสดง เทา่ ของนำ้� หนกั แรกเกดิ เมอื่ อายุ 1 ป1ี 0 อตั ราการเจรญิ เตบิ โต ความตอ้ งการทางกายและอารมณข์ องเดก็ นอกจากนผี้ เู้ ลย้ี ง ของเดก็ จะเรม่ิ ชา้ ลงในปลายขวบปแี รกและในขวบปที ส่ี องเดก็ ดูอาจมีปัญหาทางอารมณ์ วุฒิภาวะ ภาวะซึมเศร้าหรือมี จะมคี วามตอ้ งการสารอาหารนอ้ ยลงซง่ึ เปน็ เรอื่ งปกติ เดก็ วยั ภาวะอนื่ ๆ ทไ่ี มส่ ามารถใหอ้ าหารเดก็ ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ นจ้ี ะอยใู่ นชว่ งการพฒั นาความเปน็ ตวั ของตวั เอง เคลอ่ื นไหว ส่งผลท�ำให้เดก็ มีปัญหาการกนิ ยาก3 ร่างกายอย่างอิสระ และก�ำลังอยู่ในช่วงสนใจส่ิงแวดล้อม ปจั จยั ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ การมผี เู้ ลยี้ งดเู ดก็ หลาย รอบตัว ท�ำให้ไม่สนใจการกินอาหาร เด็กจึงมีความกระตือ คนท�ำให้ไม่มีความสม่�ำเสมอในการให้อาหาร มื้ออาหาร รือร้นในการกินอาหารลดลง นอกจากนี้ความอยากอาหาร สับสน ไม่มีระเบียบ หรือสถานท่ีกินอาหารไม่เหมาะสม9 ของเด็กยงั ขึน้ กับ ชนิดของอาหารท่ใี หเ้ ด็ก เด็กอาจมีความ กลน่ิ รนุ แรงของอาหาร การมสี งิ่ ทดี่ งึ ดดู ความสนใจของเดก็ อยากอาหารบางชนิดเป็นบางครั้งบางคราว แม้ว่าเด็กจะมี น้�ำหนักเท่ากันแต่เด็กแต่ละคนอาจกินอาหารมากน้อย ปที ี่ 34 ฉบับท่ี 4 : ตุลาคม - ธันวาคม 2559

8 Journal of Nursing and Health Care ตา่ งกนั ได้มาก ซึง่ ขึ้นกับอัตราการใชพ้ ลงั งาน การย่อย การ ประสาทการรับรู้ เช่น เสียง แสงสว่างและลักษณะผวิ สมั ผสั ดูดซึม อัตราการเผาผลาญของร่างกายของเด็กแต่ละคน10 ซึ่งเป็นภาวะปกติที่พบได้ในเด็กกลุ่มนี้ เด็กออทิสติกมาก การทเ่ี ดก็ ไมอ่ ยากอาหารอาจเกดิ จากพฤตกิ รรมของเดก็ เอง กว่ารอ้ ยละ 90 จะเปน็ เด็กท่ีมีพฤตกิ รรมเลือกกินมากทขี่ าด เชน่ เด็กแขง็ แรงทีม่ กี ารใช้พลงั งานมากและกนิ ไม่เพยี งพอ พัฒนาการของทกั ษะการเคลอ่ื นไหวทางปาก11 (the energetic active child with limited appetite) เดก็ กลมุ่ สาเหตุของพฤติกรรมเลือกกินอาจเกิดจาก การที่พ่อ นี้จะมีลักษณะเฉพาะคือ มีความตื่นตัว (active) ชอบใช้ แม่และผู้เลี้ยงดูไม่รู้หรือเข้าใจผิด ไม่รู้ว่าเด็กเล็กจะมี พลังงาน ช่างสงสัย สนใจการเล่นและชอบพูดมากกว่ากิน พฤตกิ รรมกลวั ส่งิ ใหม่ ที่เรยี กวา่ Neophobia เด็กจะปฏเิ สธ จะไม่ยอมนั่งกินอาหารและกินอาหารเพียงเล็กน้อย ท�ำให้ ทจี่ ะลองกนิ อาหารทแี่ ปลกใหมก่ วา่ ทเ่ี คยกนิ มากอ่ น เดก็ กลวั น�้ำหนักตัวไมค่ ่อยเพมิ่ ขน้ึ เล้ยี งไมโ่ ตหรือมีการเจรญิ เตบิ โต ที่จะลองอาหารใหม่ๆ (food neophobia) เป็นพฤติกรรม ช้ามากโดยไม่มีประวัติเป็นโรคทางกาย11เด็กที่มีอารมณ์ ปกตทิ พ่ี บไดใ้ นเดก็ ชว่ งปลายขวบปแี รก และพบมากทส่ี ดุ ใน เฉยเมยแยกตัว (the apathetic withdrawn child) จะขาด ชว่ งอายุ 1½ -2 ปแี ละจะหายไปในทสี่ ดุ 14 ภายหลังขวบปี ความกระตือรือร้น ไม่ค่อยสนใจในการกินและส่ิงแวดล้อม แรกเด็กจะมีพฤติกรรมการปฏิเสธอาหารหรือบ้วนอาหาร ไมค่ อ่ ยสอื่ สารไมย่ ม้ิ หรอื สง่ เสยี งออื อาหรอื สบตากบั ผเู้ ลย้ี งดู ออกมา ซงึ่ เปน็ สญั ชาตญาณทจี่ ะชว่ ยปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ ดก็ ไดร้ บั มปี ญั หาในการพดู มีภาวะทพุ โภชนาการท�ำให้เกดิ ภาวะซึม อนั ตรายหรอื พษิ จากอาหารทเี่ ดก็ อาจกนิ เขา้ ไปโดยรเู้ ทา่ ไม่ เศร้าหรือเบ่ืออาหาร การท่ีเด็กไม่ค่อยสนใจในการกินและ ถึงการณ์ พฤตกิ รรมน้จี ะพบในเด็กในระยะเวลาสั้นๆ9 การ กินไม่เพียงพอจะกลายเป็นวงจรที่กระตุ้นซ่ึงกันและกัน3 ท่ีพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูให้อาหารใหม่แก่เด็กโดยใช้วิธีท่ีไม่ นอกจากน้ีความเจ็บป่วยทางกายของเด็กอาจท�ำให้เด็กมี เหมาะสมเชน่ บงั คบั เดก็ ใหก้ นิ อาหาร จะสง่ ผลทำ� ใหเ้ ดก็ เกดิ พฤติกรรมไม่อยากอาหาร เช่นเป็นโรคภูมิแพ้อาหาร โรค ปญั หาพฤตกิ รรมตามมา ซงึ่ ปญั หาพฤตกิ รรมอาจเกดิ ขนึ้ ใน celiac disease ซงึ่ เปน็ โรคทเี่ กดิ จากการอกั เสบทลี่ ำ� ไสเ้ ลก็ 2 ลักษณะ คือ ปญั หาพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากการเล้ยี งดู ท�ำให้ไม่สามารถดูดซึมไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และสาร เด็กแบบบังคับและตามใจ หรือในทางกลับกันปัญหา อาหารอนื่ ๆ ไดอ้ ยา่ งเพยี งพอ12โรคหรอื ความผดิ ปกตทิ เี่ ปน็ พฤติกรรมจะมีความรุนแรงมากขึ้น จากการท่ีเด็กมีปัญหา สาเหตุที่ท�ำให้เกิดความเจ็บปวดจากการกิน เช่น หลอด กินยากสะสมมานานท�ำให้เด็กไม่ยอมรับอาหารชนิดใหม่3 อาหารอักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ ท้องผูก โรคกรด การที่เด็กมีความเจ็บป่วยทางกายจะส่งผลให้เด็กมี ไหลยอ้ น มผี ลท�ำให้เด็กเกดิ ความไมอ่ ยากอาหารอยา่ งมาก พฤตกิ รรมเลอื กกินภายหลงั การเจ็บป่วย มกั พบในเดก็ ทีม่ ี ทำ� ให้เดก็ ปฏเิ สธในการกนิ 3 พัฒนาการช้าท่ีมีสาเหตุจากสมองขาดออกซิเจน หรือเกิด 2. พฤตกิ รรมเลอื กกนิ (Selective intake) พบใน จากสาเหตอุ น่ื ทมี่ กี ารทำ� ลายระบบประสาท หรอื อาจเกดิ จาก เด็กท่ีเลือกกินอาหารบางชนิด หรือกินหลากหลายแต่ ประสาทการรบั รทู้ ม่ี คี วามไวมาก หรอื นอ้ ยเกนิ ไปในการตอบ ปริมาณไม่เท่ากัน มีตั้งแต่เลือกกินเล็กน้อยจนถึงเลือกกิน สนองต่อคุณสมบัติของอาหาร หรือเกิดจากการท่ีเด็กมี มาก พฤติกรรมเลือกกินเล็กน้อยจัดอยู่ในกลุ่มท่ีเรียกว่า พัฒนาการของทักษะกล้ามเนื้อทางปากช้า เด็กท่ีมี Picky eaters หมายถึง เดก็ ทมี่ พี ฤติกรรมเลอื กอาหาร ใช้ พฤติกรรมเลือกกินมากที่มีสาเหตุจากความบกพร่องของ เวลาในการกินอาหารนาน ไม่ยอมรับอาหารชนิดใหม่13 ประสาทการรบั รู้ จะปฏเิ สธการกนิ อาหารโดยจะไออาหารท่ี ปฏิเสธอาหารที่ให้ซ�้ำๆ โดยไม่ได้เกิดจากการท่ีเด็กไม่ ใสเ่ ขา้ ไปในปากออกมา และจะปฏเิ สธอาหารแขง็ ทมี่ ลี กั ษณะ ยอมรับอาหาร เด็กจะกินอาหารได้ในปริมาณท่ีน้อยกว่า หยาบ สว่ นเดก็ มพี ฒั นาการของทกั ษะกลา้ มเนอ้ื ทางปากชา้ ปริมาณอาหารเฉล่ียที่ควรได้รับ แต่ได้รับพลังงานและสาร จะยอมรับอาหารที่ใส่ในปาก แต่จะปฏิเสธอาหารเหลวและ อาหารเพียงพอ มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการปกติ14 อาหารแขง็ ทม่ี ีลักษณะหยาบ3 สว่ นเดก็ ทเ่ี ลอื กกนิ มาก จะจำ� กดั อาหารทกี่ นิ ไมเ่ กนิ 10 – 15 3. พฤตกิ รรมกลวั การกิน ( Fear of feeding) จะ ชนดิ เดก็ จะปฏเิ สธอาหารเฉพาะรส ลกั ษณะผวิ สมั ผสั กลน่ิ พบในทารกและเดก็ โต เชอ่ื วา่ อาจเกดิ ขน้ึ จากหลายสาเหตุ อุณหภูมิหรือลักษณะอาหารท่ีเห็น เมื่อให้อาหารชนิดใหม่ เช่น พ่อแม่และผู้เล้ียงดูบังคับเด็กให้กินอาหาร การ แก่เด็ก เด็กท่ีมีพฤติกรรมเลือกกินมากจะมีความไวต่อ เปลี่ยนแปลงของตุ่มรับรส15 หรืออาจเกิดจากการที่พ่อแม่ VOLUME 34 NO.4 : OCTOBER - DECEMBER 2016

วารสารการพยาบาลและการดูแลสขุ ภาพ 9 และผู้เลี้ยงดูไม่รู้หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับการร้องไห้ของเด็ก นง่ั อยบู่ นเกา้ อส้ี งู เปดิ ทวี ี พอ่ แมแ่ ละผเู้ ลยี้ งดปู ฏบิ ตั ติ วั อยา่ ง เด็กที่มีพฤติกรรมร้องไห้มากเกินไปท�ำให้ผู้เล้ียงดูเข้าใจผิด ไรในขณะกนิ อาหารเมอ่ื เดก็ ไมก่ นิ อาหารพอ่ แมแ่ ละผเู้ ลย้ี งดู คิดว่าเด็กรู้สึกหิวแต่ไม่ยอมกิน เด็กจะไม่กินท้ังนมแม่และ แสดงออกอยา่ งไร เชน่ รสู้ กึ กลวั แย่ รสู้ กึ ผดิ โกรธบงั คบั เดก็ นมขวด การทเ่ี ดก็ รอ้ งและไมส่ ามารถทำ� ใหเ้ ดก็ สงบไดท้ เี่ รยี ก หรือยืดเวลาอาหารออกไปค�ำตอบท่ีได้รับคือ พ่อแม่และผู้ ว่า อาการโคลิก (colic) ซึ่งเป็นอาการที่เด็กร้องต่อเนื่อง เล้ียงดูที่ให้อาหารเด็กแบบปล่อยปละละเลยจะตอบค�ำถาม กันยาวนานกว่าปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเร่ิมมีอาการ อยา่ งคลุมเครอื ไม่มนั่ ใจ พ่อแมแ่ ละผู้เลยี้ งดทู ใ่ี ห้อาหารเด็ก เม่อื อายุ 2-3 สัปดาห์ รอ้ งมากสดุ เมอ่ื อายุ 6-8 เดือนและจะ แบบควบคมุ จะพดู ถงึ ความกดดนั หรอื การใชก้ ำ� ลงั บงั คบั เดก็ หายได้เองเมื่อเด็กอายุ 4 เดือน อาการโคลิกมักเกิดข้ึนใน ให้กินอาหาร ส่วนพ่อแม่และผู้เล้ียงดูที่ให้อาหารเด็กแบบ ตอนเยน็ เป็นส่วนใหญ่ แตใ่ นช่วงเวลาอื่นเด็กปกติดี เล่นได้ ตามใจจะอธิบายถึงข้ออ้าง การร้องขอของเด็กและการจัด ดดู นมไดด้ ีมีการเจริญเตบิ โตปกต1ิ 6 เตรียมอาหารพิเศษให้กับเด็ก วิธีหนึ่งที่สามารถประเมิน นอกจากนี้การที่เด็กมีความเจ็บป่วยทางกายก็เป็น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูกับเด็กในช่วงมื้อ สาเหตหุ ลกั ที่ท�ำให้เดก็ มพี ฤติกรรมกลัวการกนิ เด็กทเ่ี คยได้ อาหารก็คือ การใช้โทรศัพท์มือถืออัดวิดีโอในช่วงมื้อ รับการใส่ท่อช่วยหายใจจะรู้สึกเจ็บเวลากลืนเนื่องจากมีการ อาหาร3ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมเด็ก ได้ให้วิธีการสังเกต ระคายเคอื งของหลอดอาหาร ทารกทเ่ี คยสำ� ลกั หรอื เคยไดร้ บั พฤติกรรมกินยากของเด็กที่พ่อแม่และผู้เล้ียงดูสามารถ การใสส่ ายใหอ้ าหารทางปาก จะแสดงพฤตกิ รรมกลวั การกนิ ตรวจดูว่าเด็กมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ โดยสังเกตจาก โดยการร้องไห้ โก่งตัวหรือปิดปากไม่ยอมกินนมในขณะตื่น พฤติกรรมใดพฤติกรรมหน่ึงใน 7 พฤติกรรมต่อไปน้ีคือ หรือเมื่ออยู่ในท่าศีรษะสูงและจะยอมกินนมเมื่อใกล้หลับ 1) “กินชา้ ” ใช้เวลากินต่อม้อื นานเกนิ ครง่ึ ชั่วโมง 2) “กนิ ซ้�ำ” ทารกทปี่ ฏเิ สธการกนิ อาจมสี าเหตจุ าก การทอ่ี วยั วะในระบบ กนิ แต่อาหารเดมิ ๆ ซ�้ำ ๆ 3) “กินแตข่ นม” ปฏิเสธการกิน ทางเดินอาหารไม่ค่อยได้รับการกระตุ้น เน่ืองจากเด็กได้รับ อาหารมอ้ื หลกั 4) กินนอ้ ย” กนิ ได้นดิ ๆหน่อย ๆ ก็บ่นวา่ อม่ิ อาหารทางสายยางผ่านเข้าสู่กระเพาะอาหาร หรือล�ำไส้เล็ก 5) “เลือกกิน” กินแต่อาหารบางชนิดท่ีตัวเองชอบ ไม่ชอบ มีผลทำ� ให้ความอยากอาหารถูกกด ซึ่งมกั พบในเด็กทม่ี ีการ กนิ ผักและผลไม้ 6) “อมขา้ ว” ชอบอมไม่ยอมเค้ียวขา้ ว และ เจ็บป่วยทางกายในระดับรุนแรง ส่วนเด็กโตท่ีมีอาการกลืน 7) “ชอบเข่ยี ” เขีย่ อาหารในจานเล่น ไม่ชอบกิน13 ล�ำบาก กลวั การส�ำลกั จะแสดงพฤตกิ รรมกลวั การกินโดย มี 2. การตรวจร่างกายและการวัดสัดส่วนร่างกาย อาการหายใจไม่ออก ขย้อน หรอื อาเจยี นอาหารโดยเฉพาะ เด็กที่มีปัญหากินยากทุกคนต้องได้รับการตรวจร่างกายจาก อาหารทม่ี ลี กั ษณะแขง็ และไมย่ อมกนิ อาหา3Chatoor11 เรยี ก แพทย์ก่อน เพื่อประเมินความเจ็บป่วยทางกายที่อาจส่งผล สาเหตขุ องพฤตกิ รรมกลวั การกนิ จากการไดร้ บั ประสบการณ์ ต่อการกินยากของเด็กรวมทั้งได้รับการประเมินการเจริญ ไม่ดีในอดีตวา่ เป็น Post traumatic fear of feeding เตบิ โตโดยการวดั สดั สว่ นรา่ งกายไดแ้ กก่ ารชงั่ นำ�้ หนกั วดั สว่ น สูง3วดั รอบอกและวัดรอบศีรษะในเดก็ อายุนอ้ ยกว่า 2 ป1ี 7 การประเมินเด็กท่ีมีปญั หากนิ ยาก 3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการพ้ืนฐาน เพื่อค้นหา สาเหตจุ ากความผดิ ปกตทิ างกาย เดก็ ทกุ คนทส่ี งสยั วา่ มโี รคหรอื การประเมินเดก็ ทม่ี ปี ัญหากินยาก ประกอบดว้ ย การ ความผิดปกติทางกายจะได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซักประวัติ การสงั เกตพฤตกิ รรม การตรวจร่างกายและการ พ้ืนฐาน เชน่ ความสมบรู ณ์ของเม็ดเลือดแดง (complete blood ตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร ดังนี้ count)อัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง (Erythrocyte 1. การซกั ประวตั ิ การกนิ ของเดก็ และรปู แบบในการ sedimentation rate) การตรวจ C–reactive protein การตรวจ เลย้ี งดเู ดก็ โดยใชค้ ำ� ถาม เชน่ พอ่ แมแ่ ละผเู้ ลยี้ งดมู คี วามวติ ก ปัสสาวะ (urine analysis) การตรวจทางเมตาบอลิกหรือการ กงั วลอะไรบา้ งเกย่ี วกบั การกนิ อาหารของเดก็ ขณะทเี่ ดก็ กนิ ตรวจเฉพาะสว่ นทจ่ี ำ� เปน็ เชน่ การตรวจคดั กรองโรคตดิ เชอ้ื และ อาหารมีอะไรเกดิ ข้ึนบา้ ง เดก็ แสดงอาการอะไรหรอื มขี ้อมลู โรค celiac disease3 การตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารอน่ื ๆทีแ่ สดง อะไรบา้ งท่แี สดงใหเ้ หน็ ว่าเด็กมีปญั หาการกินยาก เช่นรอ้ ง ถงึ ภาวะโภชนาการ เชน่ การตรวจระดบั โปรตนี เกลอื แร่ วติ ามนิ มากเกนิ ไป แยกตวั เฉยเมยหรอื รอ้ งแสดงอาการเจบ็ ปวดเมอ่ื นำ้� ตาล ไขมนั คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอรไ์ รด์ในเลอื ด เป็นตน้ กนิ อาหาร เดก็ อยใู่ นสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งไรขณะกนิ อาหาร เชน่ ปีท่ี 34 ฉบับที่ 4 : ตุลาคม - ธนั วาคม 2559

10 Journal of Nursing and Health Care การพยาบาลเพื่อดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหา ต้องการพลังงาน 100 กิโลแคลอร่ีต่อกิโลกรัมต่อวัน และอายุ กนิ ยาก 4-6 ปี ต้องการพลังงาน 85 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัมต่อวัน18 พยาบาลควรใหค้ วามรแู้ ละคำ� แนะนำ� กบั พอ่ แมแ่ ละผเู้ ลยี้ งดดู งั น้ี การดูแลช่วยเหลือเด็กท่ีมีปัญหากินยากจ�ำเป็นต้อง 1) ส่งเสริมให้เกิดความตระหนักและตอบ อาศัยความร่วมมือกันของแพทย์ พยาบาลและครอบครัว สนองตอ่ เดก็ เมอื่ หวิ หรอื อมิ่ อยา่ งเหมาะสม รวมทง้ั ตระหนกั ของเดก็ พอ่ แม่และผู้เลีย้ งดเู ด็กจำ� เปน็ ต้องไดร้ บั ข้อมลู และ ถึงหลักการใหอ้ าหารเดก็ ทเ่ี หมาะสม ค�ำปรึกษาท่ีถูกต้องเหมาะสม อย่างไรก็ตามจากการศึกษา 2) จัดหาอาหารท่ีจะท�ำให้เด็กกินอาหารได้ ของปราณี ทดั ศร1ี 7 พบวา่ พอ่ แมแ่ ละผเู้ ลยี้ งดไู ดร้ บั ขอ้ มลู จาก มากขนึ้ 20อาหารทใี่ หเ้ ดก็ ควรเปน็ อาหารทมี่ พี ลงั งานสงู และ ทีมสขุ ภาพนอ้ ยท่ีสดุ พยาบาลจึงมีบทบาทส�ำคัญในการให้ ควรให้อาหารเสรมิ แกเ่ ดก็ กลุม่ นดี้ ้วย ขอ้ มลู ความรู้ และคำ� ปรกึ ษาแกค่ รอบครวั การพยาบาลเพอ่ื 3) จดั ตารางอาหารให้เด็ก 5 มือ้ ต่อวัน โดย ดูแลชว่ ยเหลอื เดก็ ท่มี ีปัญหากนิ ยากมดี ังนี้ แบง่ เปน็ อาหารหลกั 3 มอ้ื และอาหารวา่ งระหวา่ งมอ้ื ไมค่ วร 1. การพยาบาลเดก็ ไม่อยากอาหาร ใหเ้ ดก็ กนิ อะไรอกี นอกจากดม่ื น�้ำเปล่าระหว่างม้ือ 1.1 เด็กไม่อยากอาหารที่เกิดจากความไม่รู้ 4) ปฏิบัติตามตารางการให้อาหารและจ�ำกัด หรอื ความเขา้ ใจผดิ ของพอ่ แมแ่ ละผเู้ ลยี้ งดู พยาบาลควร พฤตกิ รรมเดก็ ในขณะกนิ อาหาร กำ� หนดกฎระเบยี บทเี่ หมาะ ให้ความรแู้ ละค�ำแนะน�ำกับพ่อแมแ่ ละผู้เลย้ี งดดู ังน้ี สมในระหว่างมื้ออาหาร ควรให้เด็กเร่ิมกินอาหารภายใน 1) ให้อาหารเด็กตามหลักการให้อาหารเด็กท่ี เวลา 15 นาทีหลังจากทไ่ี ดร้ บั อาหารและสิ้นสุดเวลาในการ เหมาะสมคอื ให้อาหารท่เี หมาะสมตามวัยของเดก็ ใหอ้ าหาร กนิ อาหารภายใน 20 นาทตี อ่ มา ถา้ เดก็ ยงั ไมเ่ รมิ่ กนิ หรอื กนิ วา่ งแกเ่ ด็ก 4 – 6 ม้ือตอ่ วนั และใหน้ �ำ้ ระหว่างม้อื จ�ำกดั เวลาใน ไม่หมดภายในเวลาที่กำ� หนดควรเก็บจานออกไป การกนิ อาหารของเดก็ ใหอ้ ยใู่ นชว่ ง 20-30 นาที 2) มบี รรยากาศ 5) แสดงตนเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ใี หแ้ กเ่ ดก็ ในชว่ ง ทผี่ อ่ นคลายในชว่ งระหวา่ งมอ้ื อาหาร หลกี เลยี่ งไมใ่ หเ้ ดก็ ดทู วี ี ระหว่างมื้ออาหาร หรอื เล่นโทรศพั ท์ในระหวา่ งมอ้ื อาหาร 3) เปดิ โอกาสให้เด็ก 6) ใหค้ วามสนใจตอ่ เดก็ ทมี่ พี ฤตกิ รรมเหมาะ ช่วยเหลอื ตวั เองในการกินให้มากท่สี ดุ ตามวยั โดยคอ่ ย ๆ ลด สม และไม่ให้ความสนใจกับเด็กท่ีมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะ การใหค้ วามชว่ ยเหลอื ลงตามลำ� ดับ เด็กอายุตำ่� กว่า 3 ปี ให้ สมในช่วงม้ืออาหาร อาจใช้วิธี Time-out3,19 ในเด็กท่ีมี เด็กมีโอกาสถือหรือหยิบอาหารเข้าปากด้วยตัวเอง แม้จะ พฤติกรรมไม่เหมาะสมในชว่ งมอื้ กนิ อาหาร (Time-out เปน็ เลอะเทอะบ้างก็ต้องยอม เด็กอายุ 4 ปีส่วนใหญ่สามารถตัก วิธีการปรับพฤติกรรมที่กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน อาหารเขา้ ปากไดด้ ว้ ยตวั เองโดยไมต่ อ้ งปอ้ น เพยี งแตใ่ หค้ วาม พฤติกรรมกลา่ วว่า เป็นการถอนเอาสงิ่ ท่ีเด็กชอบออก และ ชว่ ยเหลอื บางสว่ น10 4) อดทนต่อความสกปรกเลอะเทอะของ ไม่ใหแ้ รงเสรมิ ทางบวกใดๆ โดยเฉพาะความสนใจหรือการ เดก็ ดแู ลใหเ้ ดก็ ใสผ่ า้ กนั เปอ้ื นหรอื ปผู า้ ยางใตเ้ กา้ อน้ี งั่ ของเดก็ มปี ฏสิ มั พนั ธก์ นั เดก็ จะไมไ่ ดร้ บั ความสนใจจากใครเลย ไมม่ ี ใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั พฒั นาการและการเจรญิ เตบิ โตของเดก็ อายุ ของเลน่ ไมม่ อี ะไรใหท้ ำ� ใหเ้ ดก็ ไดพ้ ักสงบสติอารมณ์และให้ 1 – 6 ปี 5) ชี้แจงให้พอ่ แมแ่ ละผ้เู ล้ยี งดูทราบวา่ เดก็ มกี าร เดก็ ไดส้ ำ� นกึ ผดิ กบั สงิ่ ทต่ี นเองทำ� ลงไปในระยะเวลาทเ่ี หมาะ เจริญเติบโตตามปกติหรือไม่3,18 โดยสอนวิธีการประเมินการ สมกบั อายุ ก่อนจะมี Time out ต้องมี Time in ก่อน คอื เจรญิ เติบโตของเด็ก ดังนี้ ใช้กราฟการเจริญเตบิ โตของเด็ก เวลาท่ีดีร่วมๆ กัน เด็กต้องมีความผูกพันกับผู้ที่จะลงโทษ แรกเกิดถึง 5 ปี แยกตามอายุและเพศในสมุดบันทึกสุขภาพ เขาก่อน มีความรู้สึกว่าตนเองมคี ุณค่า มคี นรัก เดก็ จงึ จะมี เดก็ จุดน�้ำหนกั และส่วนสงู ของเด็กทกุ เดือน เพ่ือดวู า่ นำ้� หนกั พฤติกรรมท่ีดีหลงั ใช้วิธี Time-out 21) และส่วนสูงเป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่ ถ้าน้�ำหนักและส่วนสูง 1.3 เด็กไม่อยากอาหารที่เด็กท่ีมีอารมณ์ เปน็ ไปตามเกณฑแ์ สดงวา่ เดก็ มกี ารเจรญิ เตบิ โตเปน็ ปกติ20 ใช้ เฉยเมยแยกตัวและไม่ค่อยสนใจการกนิ จำ� เป็นตอ้ งได้ สูตรคำ� นวณน�ำ้ หนกั จากอายุ 1- 6 ปี = อาย(ุ ปี) 2+ 8 หรอื รับการรกั ษาจากแพทย์ ค�ำนวณความสงู จากอายุ 2-12 ปี = อายุ(ปี) x 6+7718 พยาบาลควรดแู ลใหอ้ าหารเดก็ อยา่ งเพยี งพอรว่ มกบั มี 1.2 การพยาบาลเดก็ ไมอ่ ยากอาหารทใี่ ชพ้ ลงั งาน ปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งพอ่ แมแ่ ละผเู้ ลย้ี งดกู บั เดก็ จะชว่ ยใหเ้ ดก็ มากและกนิ ไมพ่ อ ประเมนิ ไดจ้ ากเด็กอายุ 1-3 ปจี ะมคี วาม VOLUME 34 NO.4 : OCTOBER - DECEMBER 2016

วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 11 มอี าการดีขึ้น3 ภายนอกของอาหารทลี ะนอ้ ย รว่ มกบั การใหแ้ รงเสรมิ ทางบวก 1.4 เด็กไม่อยากอาหารที่เกิดจากความเจ็บ 6) มีความอดทนต่อการให้อาหารชนิดใหม่ซ้�ำๆ ป่วยทางกาย จ�ำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ เพ่ือ อยา่ งนอ้ ย 10 – 15 ครง้ั ขนึ้ ไป เพราะการใหเ้ ดก็ ไดท้ ดลองรสชาด รักษาความเจบ็ ปว่ ยทางกายใหห้ าย ทำ� ใหเ้ ดก็ กนิ อาหารได้ อาหารนนั้ หลายๆคร้งั จะท�ำให้เดก็ เรียนรูท้ ่จี ะยอมรบั อาหารนนั้ มากข้ึน ภายหลังการรกั ษา ถ้าเด็กยังกินอาหารไดไ้ ม่เพียง 7) ใช้การเล่นและให้เด็กรู้สึกสนุกกับการท�ำ พอ แพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนทางให้อาหารใหม่ เช่น ให้ อาหาร จะทำ� ใหเ้ ดก็ เกดิ ความผอ่ นคลายในขณะกนิ อาหาร9 อาหารทางสายยางหรอื ใหอ้ าหารทดแทนทางหลอดเลอื ดดำ� 8) ใหร้ างวลั เดก็ ทย่ี อมกนิ อาหารชนดิ ใหม่ ให้ เพ่ือให้เด็กได้รับอาหารท่ีเพียงพอ3 พยาบาลควรให้ความรู้ ค�ำชมเชยในเด็กเลก็ ใหข้ องเลน่ เลก็ ๆ หรือรูปลอกในเดก็ โต และคำ� แนะนำ� กับพ่อแมแ่ ละผ้เู ล้ยี งดูเก่ยี วกบั การดูแลเดก็ ที่ 9) ท�ำตนเป็นแบบอย่างที่ดีในช่วงม้ืออาหาร ไดร้ บั อาหารทางสายยางหรือใหอ้ าหารทางหลอดเลอื ดด�ำ จะท�ำใหเ้ ดก็ เลียนแบบพฤตกิ รรมการกินอาหารท่ีดี 2. การช่วยเหลือเด็กเลอื กกิน 2.2 เด็กที่เลือกกินมากที่มีพัฒนาการการ 2.1 เด็กเลือกกินท่ีเกิดจากความไม่รู้หรือ เคลอ่ื นไหวของทกั ษะทางปากชา้ และเดก็ เลอื กกนิ ทมี่ ี ความเข้าใจผิดของผู้เลี้ยงดู พยาบาลต้องให้ความรู้และ สาเหตุจากความเจ็บป่วยทางกาย เช่น เด็กออทิสซึม ค�ำแนะน�ำแก่พ่อแม่และผู้เล้ียงดูเกี่ยวกับการให้อาหารชนิด จ�ำเป็นต้องได้รับการรักษากับผู้เช่ียวชาญเฉพาะทางในโรง ใหมแ่ กเ่ ดก็ ตอ้ งใหอ้ ยา่ งสมำ�่ เสมอซำ้� ๆ อยา่ งนอ้ ย 8-15 ครงั้ พยาบาล3,11,19 เดก็ กลุ่มน้จี ะไดร้ บั อาหารเสริม ได้รบั การกระ โดยไมใ่ ช้วิธีกดดันหรอื บังคับเด็ก3,19 ตนุ้ ให้เกดิ ทกั ษะการรับรกู้ ารเคล่อื นไหวทางปาก และมีการ เด็กที่เลือกกินเล็กน้อย พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูอาจ ปรับพฤติกรรมให้เด็กเผชิญกับอาหารท่ีไม่ชอบ การให้ ใหเ้ ดก็ มสี ว่ นรว่ มในการชว่ ยเตรยี มอาหาร ตง้ั ชอื่ อาหารและ อาหารและเครื่องด่ืมที่มีรสชาติร้อนแรงในเด็กที่มีความไว จดั อาหารให้มรี ูปแบบทด่ี ึงดูดความสนใจ ของประสาทสมั ผสั รบั รตู้ ำ�่ จะเพม่ิ การยอมรบั อาหารของเดก็ เด็กที่เลือกกินมาก จ�ำเป็นต้องได้รับการรักษา ได้มากข้ึน เพราะจะช่วยให้การท�ำงานประสานกันของการ จากแพทย์ พยาบาลสามารถใหค้ วามรแู้ ละคำ� แนะนำ� กบั พอ่ กลืนได้ดีข้ึน3,13,20 พยาบาลควรให้ความรู้และค�ำแนะน�ำแก่ แม่และผู้เลี้ยงดูให้เข้าใจและยอมรับความกลัวสิ่งใหม่ของ พ่อแม่และผู้เล้ียงดูให้เข้าใจถึงการจัดอาหารท่ีเหมาะสม เดก็ 19 ใหเ้ ดก็ ทดลองกนิ อาหารชนิดใหม่ โดยปฏบิ ัติดังน้ี สำ� หรบั เดก็ กลมุ่ น้ี รวมทง้ั ใหพ้ อ่ แมแ่ ละผเู้ ลย้ี งดมู สี ว่ นรว่ มใน 1) ค่อยๆให้อาหารเด็กในปริมาณน้อยๆก่อน การช่วยกระตุ้นทักษะการรับรู้การเคล่ือนไหวทางปากและ ถา้ เดก็ ไมย่ อมกนิ อาจใหเ้ ดก็ เหน็ อาหารชนดิ นน้ั บอ่ ยๆ โดย ช่วยปรับพฤตกิ รรมเด็กดว้ ย ให้เห็นคร้ังแรกในจานอาหารของแม่ เพ่ือช่วยให้เด็กเกิด 3. การพยาบาลเด็กกลัวการกิน ความคุ้นเคยกับอาหาร ไม่ควรให้อาหารเด็กจนกว่าเด็กจะ 3.1 เด็กกลัวการกินที่เกิดจากความไม่รู้หรือ มีความกลวั ลดลงและมคี วามสนใจในอาหารนนั้ ความเข้าใจผิดของของพ่อแม่และผู้เลี้ยงดู จ�ำเป็นต้อง 2) ทิ้งอาหารไว้กับเด็กโดยไม่ต้องบอกให้เด็ก ไดร้ บั การรักษาจากแพทย์ เพอ่ื คน้ หาและรกั ษาสาเหตขุ อง กิน เพราะเด็กวัยเตาะแตะมีแนวโน้มท่ีจะปฏิเสธเมื่อถูกบอก ความไมส่ ขุ สบายทที่ ำ� ใหเ้ ดก็ รอ้ งมาก เชน่ ทอ้ งผกู แพอ้ าหาร ใหก้ นิ เดก็ เรยี นรทู้ จี่ ะกนิ อาหารชนดิ ใหมโ่ ดยลองชมิ ในครง้ั แรก กรดไหลย้อน พยาบาลสามารถให้ความรู้และค�ำแนะน�ำ 3) อนุญาตให้เด็กบ้วนอาหารออกมาได้ถ้าเด็ก แก่พ่อแม่และผู้เล้ียงดูในการดูแลช่วยเหลือให้เด็กได้รับ ไมช่ อบ ไมค่ วรบงั คบั คะยนั้ คะยอหรอื ตดิ สนิ บนเดก็ ใหก้ นิ อาหาร ความสุขสบายทางกายมากข้ึน ขณะอยู่โรงพยาบาล ส่วน 4) เดก็ มอี าการไอหรอื อาเจยี นอาหารทใ่ี ห้ ใหเ้ ดก็ ทารกท่ีมีอาการร้องมากเกินไปจากการเป็นโคลิก (Colic) ลองกนิ อาหารอนื่ ทมี่ คี วามคลา้ ยคลงึ กบั อาหารทเ่ี ดก็ ชอบทดแทน พยาบาลสามารถให้ความรู้และค�ำแนะน�ำแก่พ่อแม่และ 5) ผสมอาหารชนดิ ใหมใ่ นปรมิ าณนอ้ ยมากๆ ผเู้ ล้ยี งดเู กย่ี วกับวิธีท�ำใหท้ ารกสงบดังนี้ ลงในอาหารทเ่ี ดก็ ยอมกนิ และคอ่ ยๆ เพมิ่ ปรมิ าณใหม้ ากขนึ้ 1) ใหน้ มทารกในหอ้ งทเ่ี งยี บสงบและมแี สงสลวั ๆ ใหเ้ ดก็ เผชญิ กบั อาหารทไี่ มช่ อบนนั้ และคอ่ ยๆ ปรบั พฤตกิ รรม 2) จดั ทา่ ทารกใหอ้ ยใู่ นทา่ สบายแบบแกงการู เด็กโดย ค่อยๆ เปลี่ยนรสชาด สี ผิวสัมผัสและลักษณะ (Kagaroo) หรือสัมผสั แบบเนอ้ื แนบเน้ือ ซึง่ เปน็ วธิ กี ารทแี่ ม่ ปที ี่ 34 ฉบับท่ี 4 : ตุลาคม - ธันวาคม 2559

12 Journal of Nursing and Health Care อมุ้ ทารกทนี่ งุ่ เฉพาะผา้ ออ้ มไวแ้ นบชดิ อก ใหผ้ วิ หนงั บรเิ วณ น้อย สาเหตขุ องปัญหากินยากเกดิ จากหลายสาเหตุ ไดแ้ ก่ ใบหน้า ลำ� ตวั แขน และขาของทารกสมั ผสั ผวิ หนงั บรเิ วณ ปจั จยั ทางดา้ นตวั เดก็ การเลย้ี งดแู ละสงิ่ แวดลอ้ ม พฤตกิ รรม อกของแม่ โดยจัดศีรษะของทารกเอียงให้หูแนบกับผนัง การกนิ ยากของเดก็ ทพี่ บไดแ้ ก่ ไมอ่ ยากอาหาร เลอื กกนิ และ หน้าอกซ้ายของแม่ที่บริเวณหัวใจ งอแขนและขาเข้าหา กลวั การกนิ แต่ละพฤติกรรมเกดิ ขึน้ จากหลายสาเหตุ เช่น ล�ำ ตัว จัดวางมือให้อยู่ใกล้ปาก สวมหมวก สวมถุงเท้า ความเขา้ ใจผดิ หรอื ความไมร่ ขู้ องพอ่ แมแ่ ละผเู้ ลยี้ งดเู กยี่ วกบั ใช้ผ้าออ้ ม หรือผา้ ห่มคลมุ ท่หี ลงั ทารก22 พัฒนาการในการกินของเดก็ พฤติกรรมหรอื ความเจ็บปว่ ย 3) อาบนำ้� อนุ่ ใหท้ ารก เปน็ วธิ ที ส่ี ามารถทำ� ให้ ทางกายท่ีพบตัง้ แต่ระดบั เล็กน้อยถึงระดับรนุ แรง การดแู ล ทารกหยุดร้องไดช้ ่ัวคราว19 ช่วยเหลือเด็กท่ีมีปัญหากินยาก จ�ำเป็นต้องอาศัยบุคลากร 3.2 เดก็ กลวั การกนิ ทเ่ี กดิ จากมคี วามเจบ็ ปว่ ย ทมี สขุ ภาพรว่ มกบั พอ่ แมแ่ ละผเู้ ลย้ี งดรู ว่ มมอื กนั ในการดแู ล ทางกาย จ�ำเปน็ ต้องได้รับการรกั ษาจากแพทย์ เพ่อื รักษา เดก็ พยาบาลมบี ทบาทในการประเมนิ และจดั การปญั หาเดก็ สาเหตุที่ท�ำให้เกิดความกลัว พยาบาลสามารถดูแลช่วย กินยากอย่างเป็นระบบ เพ่ือช่วยให้พ่อแม่และผู้เล้ียงดู เหลือทารกให้ได้รบั อาหารอยา่ งเพยี งพอดังนี้ สามารถค้นหาปัญหาเบ้ืองต้น ปัญหาเด็กกินยากในระดับ 3.2.1 ทารกทก่ี ลัวการกนิ ในขณะต่นื เลก็ นอ้ ยสามารถแกไ้ ขไดโ้ ดยไมต่ อ้ งอาศยั ผเู้ ชย่ี วชาญเฉพาะ 1) ควรจัดตารางเวลาให้นมในช่วงที่ทารกก�ำลัง ด้านเหมือนในระดับรุนแรง การให้แนวทางแก่พ่อแม่และ ใกลห้ ลบั หรอื ครง่ึ หลบั ครงึ่ ตนื่ และใหอ้ ยใู่ นบรรยากาศทผี่ อ่ นคลาย ผเู้ ลย้ี งดูในการดูแลเด็กทก่ี ินยาก เชน่ การจัดเตรียมอาหาร 2) ปรบั เปลย่ี นสงิ่ แวดลอ้ มและอปุ กรณใ์ นการ วิธีการให้อาหารเด็ก การให้เด็กได้เลือกอาหารและมี กนิ จะช่วยให้เดก็ ได้รบั อาหารดีขึ้น เช่น เดก็ ที่กลวั ขวดนม ส่วนร่วมในการประกอบอาหาร รวมทั้งให้ความรู้เก่ียวกับ อาจใหเ้ ดก็ จบิ นมจากถว้ ยหรอื ใชช้ อ้ นปอ้ นแทน เดก็ ทใี่ สส่ าย พัฒนาการของเด็ก จะท�ำให้พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูมีความรู้ ให้อาหารต้องมีทีมสหสาขาทางการแพทย์ช่วยในการดูแล ความเข้าใจในธรรมชาติของเด็ก ลดความวิตกกังวลของ เด็กเพ่ือชว่ ยฝึกทกั ษะการเคล่อื นไหวทางปากของเด็กก่อน ตนเองและสามารถฝึกฝนเด็กให้มีพฤติกรรมการกินอาหาร ท่ีจะเอาสายให้อาหารออก ที่เหมาะสมตั้งแต่อยู่ในวัยเยาว์ ส่งผลให้เด็กมีการเจริญ 3.2.2 เด็กโตท่ีกลัวการกิน จ�ำเป็นต้องได้ เติบโตและพฒั นาการที่ดตี อ่ ไป รบั คำ� ปรกึ ษาจากแพทย์ การใหค้ ำ� ปรกึ ษาและใหค้ วามมน่ั ใจ แก่เด็กเป็นส่ิงส�ำคัญในเด็กวัยนี้ แต่ถ้าการให้ค�ำปรึกษาไม่ References ประสบความส�ำเร็จ แพทย์จะให้ยาคลายความวิตกกังวล ปรบั พฤตกิ รรมและการรบั รขู้ องเดก็ หรอื อาจสง่ พบจติ แพทย์ 1. Benjaponpitak A. Picky Eater. [database on the ถ้ามีความจ�ำเป็น พยาบาลสามารถดูแลช่วยเหลือเด็กกลุ่ม Internet]. n.d [cited 2016 July 18]. Available from: นี้ใหไ้ ดร้ บั อาหารอยา่ งเพยี งพอดังนี้ http://nutrition.anamai.moph.go.th/temp/files/% 1) ชกั ชวนเดก็ ใหก้ นิ อาหารและใหแ้ รงเสรมิ แกเ่ ดก็ E0%B9%......8C.pdf. 2) ช่วยในการฝึกเด็กให้มีทักษะในการเค้ียว อาหารทางปาก 2. Child and Adolescent Psychiatric Society of Thailand. 3) ให้เด็กค่อยๆยอมรับอาหารทีละน้อย How to solve picky eater. [database on the Internet]. (Desensitization) โดยให้อาหารท่ีมีผิวสัมผัสท่ีนุ่มๆ ก่อน 2012 [cited 2016 May 22]. Available from: https:// และค่อยๆ เพ่ิมความหยาบของผิวสัมผัสให้มากขึ้นโดยไม่ th-th.facebook.com/notes/%E0%.... บงั คบั เดก็ และดแู ลใหอ้ าหารเหลวเสรมิ ทางปากรว่ มดว้ ย3,19 B8%A2/470941329611725/. สรปุ 3. Kerzner B, Milano K, Maclean WC, Berall G, Stuart S, Chatoor I. A Practical Approach to ปญั หาเดก็ กนิ ยากเปน็ ปญั หาทพี่ อ่ แมแ่ ละผเู้ ลยี้ งดวู ติ ก Classifying and Managing Feeding Difficulties. กงั วลคิดว่าลกู ของตนมีความผิดปกติ มรี ูปร่างเล็ก น�ำ้ หนกั Pediatrics 2015; 135(2): 344-51. 4. Kolkijkovin V. The Study of preschool behaviors in the community on the north of bangkok. Journal of the Psychiatric Association of Thailand.[Online]. VOLUME 34 NO.4 : OCTOBER - DECEMBER 2016

วารสารการพยาบาลและการดูแลสขุ ภาพ 13 1999 Jul-Sep [cited 2016 Jun 23] 44(3): 228-38. 13. Dovey TM, Staple TA, Gibson EL, Halford JG. Available from: http://www.dmh.go.th/abstract/ Food neophobia and picky/fussy eating in children: pdf/100424403283.pdf. A review. Appetite 2008; 50(2-3): 181-93. 5. Dubios L, Farmer A, Girard M, Peterson K, Tokud FT. Problem eating behaviors related to social factors 14. Kreipe RE, Palomaki A. Beyond picky eating and body weight in preschool children: a longitudinal avoidant/restrictive food intake disorder. Curr study. Int J Behav Nutr Phys Act 2007; 4(9). Psychiatry Rep 2012; 14(4): 421-31. 6. Kanchanachitra C, etal. Decrease IQ The Time to Repeat Education Renovation In: Thai health 15. Arunnak V. Common Behavioral Problems in young 2554: HIA Mechanism of Development in Public children. In: Hunsakunachai T, etal., editors. Child Policy of Life and Health. Nakhonpathom: Institute Behavior Development III : Caring of Well Being for Population and Social Research [Online] 2011 Child. Bangkok: BeyonEnterprice. [cited 2016 Jun 23]. Available from: http://www. hiso.or.th/hiso/picture/reportHealth/ThaiHealth 16. Tudsri P. Factors Associate with Nutritional Status 2011/thai2011_14.pdf. among Pre – School Children in Muang District, 7. Benjasuwanatep B. Feeding and Eating. In: Pathumtani Province Journal of Nursing and Health Hunsakunachai T, etal., editors. Child Behavior Care 2014; 32(1): 69-75. Development III : Caring of Well Being Child. Bangkok: Beyon Enterprice. 17. Wittayatornrat M. Promotion Healthy Child Growth 8. Jongsangawittayalert W. Feeding problems in and Development In Siriboonwatana P., editor. children. [database on the Internet]. n.d [cited 2016 7th Edition. Nonthaburi: Yuttarin printing. Jun 15]. Available from: http://www.rajanukul.go.th/ new/_admin/download/D0000084.pdf. 18. Kerzner B. Clinical investigation of feeding 9. Child and Family Psychology Service. A difficulties in young children : a practical approach. Psychological Guide for Families: Feeding & ClinicalPediatric 2009; 48(9): 960-5. Eating. ABHB. [database on Internet]. 2014 Feb [cited 2016 Jun 20]. Available from: http:// 19. Bareu of Nutrition. Department of Health. www.wales.nhs.uk/sitesplus/documents/866/ Assessment of Growth in Young Children. Feeding%20and%20Eating.pdf. [document on the Internet]. n.d [cited 2016 Jun 10. Viboonchart C. Fussy Eating in children. [database 18]. Available from: http://k4ds.psu.ac.th/pp57/ on the Internet]. n.d [cited 2016 July 18]. Available FileDownload/% E0%B8......pdf. from: http://www.si.mahidol.ac.th/th/department/ pediatrics/dept_article_detail.asp?a_id=723. 20. Chamroennusit S. Q&A:Time Out.[database on the 11. Chatoor, I. Diagnosis and Treatment of Feeding Internet]. 2014 [cited 2016 Jun 15]. Available from: Disorders Infants ,Todders and Young children. http://www.manager.co.th/Family/ViewNews. Washington DC: Zero to Three; 2009. aspx?NewsID=9560000017297. 12. Eisner T. Celiac disease – sprue. [database on the Internet]. 2014 [cited 2016 July 18]. Available 21. Promkeawngam J, Jintrawet U, Soontornchai P. from: https://medlineplus.gov/ency/arti Benjaponpitak Kangaroo Care Practiced for Preterm Infants by A. Treatment of Difficulty Feeding Child from Nurses Including Relative Factors. Nursing Professionalist. [database on the Internet]. 2012 Journal [Online]. 2011; 38(3) Available from: http:// [cited 2016 July 15]. Available from: http://nutrition. www.tcithaijo.org/index.php/cmunursing/article/ anamai.moph.go.th/temp/files/%E0............pdf. view/7485. ปีที่ 34 ฉบบั ที่ 4 : ตลุ าคม - ธนั วาคม 2559