แผนปฏิบตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 38 ท่ี ตัวช้ีวัด หน่วยนบั 2566 คา่ เปา้ หมาย 2570 หนว่ ยงาน 2567 2568 2569 ที่รบั ผดิ ชอบ 6. ร้อยละของนักเรียนท่ีมีคะแนนผลการทดสอบ ร้อยละ 3 3 3 3 3 สทศ. ทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ร้อยละ 50 ข้นึ ไปเพ่มิ ขึน้ จากปกี ารศึกษาท่ผี ่านมา 7. ร้อยละของครูสอนภาษาอังกฤษในระดับชั้น รอ้ ยละ 50 55 60 65 70 ศบศ. ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกคน ได้รับ การพัฒนาและยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษ ของครทู ส่ี อนภาษาองั กฤษโดยใชร้ ะดบั การพัฒนา ทางด้านภาษา (CEFR) ตามเกณฑท์ กี่ ำหนด 8. จำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สามารถ คน 100,000 100,000 100,000 100,000 100,000 ศบศ. จัดการเรียนร้เู ชิงรุก 9. ร้อยละของครูและบุคลากรทางการศึกษา รอ้ ยละ 20 30 40 50 60 ศบศ. / สทร. ทไี่ ดร้ บั การพฒั นาทักษะเทคโนโลยดี จิ ิทลั 10. ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัด ที่มีหลักสูตร ร้อยละ 60 70 80 90 100 สวก. สถานศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัด และความสนใจ ของผ้เู รยี น 11. ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัด ท่ีสามารถจดั รอ้ ยละ 30 35 40 50 60 สวก./ สบว. / การเรยี นการสอนหรือจัดกจิ กรรม เพ่อื ส่งเสรมิ สกก. พหุปัญญาของผู้เรยี น โดยใช้เครอ่ื งมือคดั กรอง/ สำรวจแวว/วดั ความสามารถความถนดั ของผเู้ รียน 12. ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัดมีนโยบาย ร้อยละ 20 40 60 80 90 สนก. และจัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาให้ความรู้ ที่ถูกต้อง และสร้างนักเรียนให้มีคุณลักษณะ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวติ ทีด่ ี นำไปปฏิบตั ิท่ีบา้ นและชมุ ชน 13. ร้อยละของสถานศกึ ษาไดร้ บั การพฒั นาใหม้ คี วามรู้ รอ้ ยละ 40 50 60 70 80 สนก. ความเข้าใจในการสร้างนวัตกรรมการบริหาร เพอื่ พัฒนาผเู้ รียนตามเป้าหมายการพัฒนาทยี่ ง่ั ยืน 14. ร้อยละของสถานศึกษาทมี่ ีการจดั การเรยี นรู้เชิงรุก รอ้ ยละ 50 55 60 65 70 สวก. / สนก. / (Active Learning) และมีการวัดและประเมินผล ศนฐ. / เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment For Learning) ดว้ ยวธิ กี ารท่หี ลากหลาย เพอื่ สง่ เสรมิ การเรียนรูเ้ ปน็ รายบุคคล (Personalized Learning) 15. รอ้ ยละของสถานศึกษาท่ีมกี ารส่งเสรมิ และพัฒนา ร้อยละ 60 70 80 80 80 สทร. / สทศ. ผู้เรยี น ครู ให้เข้าถงึ แพลตฟอรม์ สื่อการเรียนรู้ ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน การวัด ประเมนิ และพัฒนาผู้เรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ เปน็ รายบุคคลสำหรับผเู้ รยี นทุกชว่ งวัย
แผนปฏบิ ัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน 39 ท่ี ตวั ชว้ี ัด หน่วยนับ 2566 คา่ เปา้ หมาย 2570 หน่วยงาน 2567 2568 2569 ทรี่ บั ผิดชอบ 16. ร้อยละของสถานศึกษาที่เสริมสร้างศักยภาพ ร้อยละ 65 70 75 80 85 สทศ. ด้ า น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ใ ห้ กั บ ค รู ผู้ ส อ น ใ น ร ะ ดั บ มัธย ม ศึกษาตอนต้น ให้สามารถสร้าง และใช้เครื่องมือประเมินสมรรถนะความฉลาดรู้ ของผู้เรียนด้านการอ่าน ด้านวิทยาศาสตร์ แ ล ะ ด้ า น ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ ใ น ร ะ ดั บ ชั้ น เ รี ย น เพื่อการพฒั นาการเรยี นรู้ 17. ร้อยละของสถานศึกษาที่สอนในระดับ ร้อยละ 65 70 75 80 85 สทศ. มัธยมศึกษาตอนต้น ส่งเสริมการประเมิน ความฉลาดรู้ตามแนวทางการประเมิน PISA ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เ พื่ อ เ ต รี ย ม ค ว า ม พ ร้ อ ม รั บ ก า ร ป ร ะ เ มิ น ระดับนานาชาติ 3) แนวทางการพัฒนา คุณภาพผูเ้ รียน 3.1) จัดการศึกษาระดบั ปฐมวัยใหม้ ีพัฒนาการสมวยั ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา 3.2) ส่งเสริมให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะการเรยี นรู้ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อยา่ งครบถว้ น เป็นคนดี มีวนิ ยั มคี วามรักในสถาบันหลัก ของชาติ ยึดม่ันการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และน้อมนำ พระบรมราโชบายด้านการศกึ ษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว ส่กู ารปฏิบตั ิ 3.3) พัฒนาและส่งเสริมผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล โดยมีเครื่องมือคัดกรอง/ สำรวจแวว/วัดความสามารถ ความถนัด สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายตอบสนองความแตกต่าง ทางพหุปัญญาของผู้เรยี น โดยครอู อกแบบการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการสอดคล้องตามบรบิ ทและวัฒนธรรม คำนงึ ถึงความแตกต่างของแตล่ ะบุคคลตามความถนัด ความสนใจ ส่งผลต่อการพัฒนาผูเ้ รยี นใหเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ 3.4) จดั การศึกษาตามขดี ความสามารถของผู้เรยี นการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ความถนัดและศักยภาพ ของแต่ละบุคคล วางรากฐานการศึกษาเพื่ออาชีพให้สอดคล้องกับบรบิ ทพื้นท่ี ความต้องการของตลาดแรงงาน และการพฒั นาประเทศ 3.5) พัฒนาผู้เรียนให้มสี มรรถนะและทักษะด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ การคิดขั้นสงู นวัตกรรม วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีดิจิทลั และภาษาต่างประเทศ เพ่อื เพ่มิ ขีดความสามารถในการแขง่ ขัน เชื่อมโยงสู่อาชีพ และการมีงานทำ มีทกั ษะอาชีพท่สี อดคล้องกบั ความต้องการของประเทศ 3.6) ส่งเสริม พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่นำไปสู่ Digital Life & Learning
แผนปฏิบตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน 40 3.7) ส่งเสริมใหน้ ักเรยี นนำความรดู้ ้านเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวันและหารายได้ระหวา่ งเรียน 3.8) ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการศึกษาเพ่ือสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับส่ิงแวดล้อม คณุ ภาพครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา 3.9) สง่ เสริมใหค้ รูสามารถจดั การเรียนรเู้ ชิงรกุ (Active Learning) และเปน็ ผสู้ รา้ งสรรค์นวัตกรรม (Co-creation) ให้กบั ผูเ้ รยี นในทกุ ระดับชนั้ 3.10) ส่งเสรมิ สนบั สนุนครูและบคุ ลากรทางการศึกษาให้มีการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง มีจรรยาบรรณ และจติ วิญญาณความเป็นครู 3.11) พัฒนาศกั ยภาพครูในด้านการวดั และประเมนิ ผลเพื่อพฒั นาการเรียนรู้ของผ้เู รียน (Assessment For Learning) ดว้ ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย เพือ่ ส่งเสรมิ การเรียนรู้เปน็ รายบุคคล (Personalized Learning) เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการแบบ Intensive Training การอบรมแบบออนไลน์ (Online Training) การอบรม แบบเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง (e-learning) เปน็ ตน้ หลกั สตู รและอื่น ๆ 3.12) พฒั นาหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และหลักสูตร สถานศึกษาบนฐานมโนทัศนท์ ่ีหลากหลาย เช่น Career Education , Competency Building , Creative Education 3.13) พัฒนาคณุ ภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั แหง่ ชาติ 3.14) พัฒนาระบบคลังขอ้ สอบมาตรฐานในการประเมินคณุ ภาพผู้เรียนรอบด้าน เพื่อให้บริการ แก่สำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา และสถานศกึ ษาในรูปแบบออนไลน์ 3.15) พฒั นาและส่งเสริมนวัตกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา ของผเู้ รยี น และสมรรถนะของผูเ้ รียน 3.16) พัฒนาและส่งเสริมให้มีแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้อัจฉริยะ ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ กระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อการสอนที่มีคุณภาพ และการประเมินและพัฒนาผู้เรียนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ เปน็ รายบคุ คล (Personalized learning) สำหรับผ้เู รียนทกุ ช่วงวยั 3.17) บรู ณาการการศึกษาเพื่อการศึกษาต่อด้านอาชีพและการประกอบอาชีพ หรอื การมีงานทำ ตามความต้องการและความถนัดของผูเ้ รยี น 3.18) สนับสนุนการปรับปรุงหลักสูตรและการพัฒนาครู สายสามัญ ปฐมวัย การศึกษาพิเศษ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้สอดคล้องกับบรบิ ทพื้นที่ สนับสนุนการพัฒนาระบบและกระบวนการบรหิ ารจัดการ กระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และระบบการนิเทศการศึกษา และการสอนงานของครูพี่เลี้ยง ในสถานศกึ ษา 3.19) ส่งเสริมสนับสนุนศูนย์พัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (HCEC) เป็นศูนย์กลาง ในการพัฒนาครูและบคุ ลากรทางการศึกษาโดยใช้พ้นื ท่ีเปน็ ฐาน 3.20) พฒั นาศึกษานเิ ทศก์ รปู แบบ วิธีการนิเทศที่ส่งเสรมิ การจัดการเรียนรู้เชงิ รุก (Active Learning) เพือ่ ตอบสนองการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21
แผนปฏิบตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน 41 3.21) พัฒนาศึกษานิเทศก์และผู้บริหารสถานศึกษาให้มีสมรรถนะในการนิเทศการศึกษา และการพัฒนางานวิชาการทส่ี ่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และสอดคล้องกับลักษณะงานและวิธีการพัฒนางาน ตามมาตรฐานตำแหนง่ 4) แผนงาน/โครงการสำคัญ 4.1) กลมุ่ โครงการพัฒนาหลกั สตู ร กระบวนการจัดการเรียนรู้สอื่ เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการศึกษา 4.2) กลุ่มโครงการพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลทสี่ อดคล้องกบั ผู้เรยี น และการเปล่ียนแปลง ของโลกยุคใหม่ 4.3) กลุ่มโครงการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์และทักษะที่จำเป็นพร้อมรับ การเปลยี่ นแปลงในโลกยคุ ใหม่ 4.4) กลมุ่ โครงการส่งเสริมและพฒั นาศักยภาพผ้เู รยี นตามพหปุ ัญญา 4.5) กลุ่มโครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณวิชาชพี 4.6) กล่มุ โครงการสนับสนนุ เสรมิ สรา้ งความเข้มแขง็ ในการพัฒนาครูอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 4.7) กลมุ่ โครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพื่อสรา้ งเสริมคุณภาพชวี ิตที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ในสถานศึกษา 4.2.4 กลยุทธ์ท่ี 4 เพิ่มประสิทธภิ าพการบรหิ ารจัดการศึกษา 1) เปา้ หมาย 1.1) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีการนำระบบข้อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยีดจิ ิทัลมาใชใ้ นการบริหารจัดการและการใหบ้ ริการอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ 1.2) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มรี ะบบการบริหารจดั การทไ่ี ด้มาตรฐาน 1.3) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สถานศึกษา มีระบบการจัดสรรทรพั ยากร โดยเฉพาะอัตรากำลงั และงบประมาณท่ีมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบรบิ ท 1.4) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สถานศึกษา มีการส่งเสรมิ การมีสว่ นร่วมที่มปี ระสิทธภิ าพ เหมาะสมกบั บริบท 1.5) สถานศึกษาในพ้ืนท่ีนวัตกรรมการศึกษา สถานศึกษาที่อยู่ในเขตพื้นที่ลักษณะพิเศษ และโรงเรยี นคุณภาพ ไดร้ ับการพฒั นาประสทิ ธิภาพท่ีเหมาะสมกับบริบท
แผนปฏบิ ัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน 42 2) ตัวชว้ี ดั คา่ เป้าหมาย ที่ ตัวชีว้ ัด หน่วยนบั 2566 ค่าเป้าหมาย 2570 หนว่ ยงาน 2567 2568 2569 ท่รี บั ผดิ ชอบ 1. ร้อยละของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน รอ้ ยละ 80 85 90 95 100 สทร. คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน มีการพัฒนา บริหารจัดการ และการให้บริการการศึกษา ด้วยเทคโนโลยดี ิจทิ ลั 2. ร้อยละของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน ร้อยละ 80 88 92 96 100 สนก. คณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐานที่ผ่านเกณฑ์ การประเมนิ ITA Online 3. ร้อยละของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ร้อยละ 80 85 90 95 100 กพร. และสถานศึกษาที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับ ชุมชน/หน่วยงาน/องค์กร/บุคคลภายนอก ในการบรหิ ารจดั การ และการให้บรกิ ารการศึกษา 4. ร้อยละของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ร้อยละ 70 75 80 85 85 กพร. และสถานศึกษา ที่มีการบริหารจัดการ กับบุคคลภายนอก โดยมีส่วนร่วมอย่างมี ประสิทธิภาพ 5. ร้อยละของสถานศึกษาที่มีผลการประกัน รอ้ ยละ 76 77 78 79 80 สทศ. คุณภาพภายในระดบั ดีเลิศขึ้นไป 6. ร้อยละของสถานศึกษานำร่องในพ้ืนท่ี ร้อยละ 80 85 90 95 100 สบน./สนผ./ นวตั กรรมการศกึ ษา สถานศกึ ษาในเขตพื้นท่ี สพก.จชต. / ลักษณะพิเศษ เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ สมป. / สนก. จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC) และโรงเรียนคุณภาพ ได้รบั การพฒั นาประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ตามบริบทพน้ื ที่ 7. ร้อยละของโรงเรียนคุณภาพท่ีมีการบริหาร ร้อยละ 80 85 90 95 100 สนก. จัดการและการใช้ทรัพยากรร่วมกนั ได้สำเรจ็ ตามเป้าหมาย 8. จำนวนครั้งของประชาชนที่เข้าถึงหลักสูตร ครั้ง 100,000 100,000 100,000 100,000 100,000 สทร. สื่อ แหล่งเรียนรู้ที่จัดการศึกษาในรูปแบบ การเรยี นรตู้ ลอดชีวติ (Lifelong Learning) 9. ร้อยละของสถานศึกษาและหน่วยงาน ร้อยละ 80 81 82 83 84 สนผ. ใชร้ ะบบบรหิ ารจดั การทเี่ ปน็ ดจิ ทิ ลั จดั เกบ็ ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ปจั จุบนั
แผนปฏิบัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน 43 ท่ี ตัวชีว้ ัด หนว่ ยนบั 2566 ค่าเป้าหมาย 2570 หน่วยงาน 2567 2568 2569 ท่ีรบั ผิดชอบ 10. ร้อยละของโครงการของหน่วยงานในสังกัด ร้อยละ 10 - - - - สตผ. สพฐ. ที่บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามค่าเป้าหมาย ยทุ ธศาสตร์ชาติ 3) แนวทางการพฒั นา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีการนำระบบข้อมูลสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ 3.1) พัฒนาระบบสารสนเทศในหนว่ ยงานทกุ ระดับให้มีระบบข้อมูลจัดการและรายงาน (ปพ. Online/ ระบบรายงานผลต่อพระราชบัญญตั อิ ำนวยความสะดวก/พระราชบญั ญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบคุ คล/ระบบสารสนเทศ เพื่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา/สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (นักเรยี น ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา สถานศกึ ษา (อาคาร ครุภณั ฑ์))/ด้านบคุ ลากร) 3.2) พัฒนาระบบพื้นฐานทางเทคโนโลยีให้ครอบคลุมทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้ันพื้นฐาน (การให้ความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะพ้ืนฐานด้านเทคโนโลยี การใชโ้ ครงข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต การใชอ้ ปุ กรณ์ด้าน ICT และการพฒั นา Software) อยา่ งคมุ้ คา่ และมปี ระสทิ ธภิ าพสูงสดุ 3.3) สรา้ ง พัฒนาและส่งเสรมิ การใชร้ ะบบบริหารด้านการจดั การศึกษาพืน้ ฐานท่ีดสี ำหรับสถานศึกษา ใหเ้ ปน็ ระบบเดยี วเพ่ือลดภาระงานครู ลดความซำ้ ซอ้ นของระบบงานและการจัดเกบ็ ขอ้ มลู 3.4) จดั หาอุปกรณ์ เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมในทุกระดับและเพียงพอต่อความต้องการของการดำเนินงาน สนบั สนุนงบประมาณด้านเทคโนโลยีแกส่ ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน/สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา/ สถานศึกษาให้ครบถ้วน โดยวิธีการต่าง ๆ รวมถึงการประสานสนับสนุนจากส่วนราชการและภาคีเครือข่าย เพือ่ รองรับการทำงาน และการจดั การเรียนการสอน 3.5) ปรบั ปรงุ ระเบยี บ กฎหมาย แนวปฏบิ ัตใิ หส้ อดคล้องกับการดำเนนิ งานท่ีเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ด้วยเทคโนโลยดี ิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มีระบบการบรหิ ารจดั การที่ไดม้ าตรฐาน 3.6) สง่ เสริม สนับสนนุ การประกนั คุณภาพของหน่วยงานในสงั กัด 3.7) พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ท่สี อดคล้องกับ Digital Literacy และสมรรถนะครใู นทุกดา้ น 3.8) พัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณธรรม จริยธรรม และการปฏบิ ตั ิงานตามหลักธรรมาภิบาล
แผนปฏบิ ตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน 44 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา มรี ะบบการจดั สรรทรัพยากร โดยเฉพาะอตั รากำลังและงบประมาณทมี่ ีประสทิ ธิภาพ เหมาะสมกับบรบิ ท 3.9) จัดสรรงบประมาณที่สอดคล้องกับประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางการศึกษาที่เกิดขึ้น โดยจดั สรรงบประมาณในรูปแบบวงเงนิ รวม (Block Grant) 3.10) ปรับเงนิ อุดหนนุ ค่าใชจ้ า่ ยรายหวั ผูเ้ รียนให้เหมาะสมกบั สถานการณป์ ัจจุบนั 3.11) ปรับจำนวนเงินข้ันต้นและจัดสรรให้แก่สถานศึกษาเพื่อการจัดการศึกษาให้เหมาะสม กับสภาพปัจจบุ นั 3.12) ปรับโครงสรา้ งองค์กรใหย้ ืดหย่นุ ทันสมัยรองรบั การเปลีย่ นแปลง 3.13) ปรบั ปรุงกฎหมาย ระเบยี บ วิธกี ารให้มกี ารกระจายอำนาจการบรหิ ารงานบุคคล 3.14) จัดกรอบอัตรากำลังที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานในสถานการณ์ปัจจุบัน ท้ังข้าราชการ พลเรือนสามัญ/ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และสายสนับสนนุ เช่น พนักงานราชการลกู จ้างประจำ ลกู จ้างรายปี (ครอู ตั ราจ้าง นกั การภารโรง ธรุ การโรงเรยี น พ่เี ลย้ี งเดก็ พกิ าร) และอ่ืน ๆ 3.15) เสริมสรา้ งขวัญกำลงั ใจในความก้าวหน้าทางวิชาชพี และการยกยอ่ งเชิดชเู กียรตบิ ุคลากร สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา มกี ารสง่ เสริมการมสี ว่ นร่วมทีม่ ีประสิทธภิ าพ เหมาะสมกับบรบิ ท 3.16) บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานในการจัดการศึกษา (Open Data/Data Catalog) ทั้งในและนอกสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน 3.17) ส่งเสรมิ ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาท้ังในและนอกสังกัด เพอ่ื บูรณาการการใช้ทรัพยากร ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โดยใช้พน้ื ทเ่ี ป็นฐานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สามารถจัดการเรียนรู้ไดอ้ ย่างมีคุณภาพ โดยนำเทคโนโลยเี ขา้ มาสนบั สนนุ 3.18) ส่งเสรมิ ทกุ ภาคสว่ นให้มสี ่วนรว่ มในการจัดการศึกษา สนบั สนนุ ทรัพยากร (มาตรการทางภาษี บุคลากร ส่งิ อำนวยความสะดวก) 3.19) สง่ เสริมการมสี ่วนร่วมในการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ การบริหารจดั การศึกษาจากภาคสว่ นตา่ ง ๆ สถานศึกษาในพนื้ ท่ีลกั ษณะพิเศษ ได้รับการพฒั นาประสิทธิภาพ ทเ่ี หมาะสมกับบริบท 3.20) ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาในพื้นท่ีลักษณะพิเศษ ให้ได้รับการพัฒนาการจัดการศึกษา ท่ีเหมาะสมตามบรบิ ทของพน้ื ที่ 3.21) บูรณาการการบริหารจัดการทุกภาคส่วนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ในการจดั การศกึ ษา 3.22) ขยายผลนวตั กรรมที่ใช้ในการบรหิ ารจัดการศกึ ษาจากพ้ืนท่ีนวตั กรรมการศึกษาสู่พื้นทอ่ี ่ืน ๆ สถานศกึ ษาอนื่ ๆ 3.23) พัฒนาสถานศึกษาในสังกัดให้มีคุณภาพ ย่ังยืน สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะ โรงเรียนคุณภาพประถมศึกษา และมัธยมศึกษา โรงเรียนที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมคี ุณภาพ (Stand Alone) สถานศกึ ษาตามโครงการพระราชดำริ
แผนปฏบิ ัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน 45 4) แผนงาน/โครงการสำคญั 4.1) กลุ่มโครงการพฒั นาระบบราชการและบริการภาครัฐยุคดิจิทลั 4.2) กล่มุ โครงการพฒั นาโครงสรา้ งพ้ืนฐานเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพอ่ื การศึกษาและแพลตฟอร์มดิจิทัล เพือ่ การศึกษา 4.3) กลมุ่ โครงการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาและการประเมินคุณภาพการศึกษา ท่ีมปี ระสิทธภิ าพ 4.4) กล่มุ โครงการส่งเสริมใหท้ ุกภาคส่วนมสี ่วนร่วมจัดการศึกษาและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ดา้ นการศกึ ษากับหนว่ ยงานองคก์ รทั้งภายในประเทศและตา่ งประเทศ 4.5) กลุ่มโครงการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต้ 4.6) กลมุ่ โครงการสนบั สนุนการบรหิ ารจดั การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน 4.3 ประมาณการวงเงนิ งบประมาณรวม (ปงี บประมาณ พ.ศ. 2566 - 2570) 4.3.1 ประมาณการวงเงนิ งบประมาณท้ังหมด แหล่งเงิน (ล้านบาท) ประเภท เงนิ งบประมาณ เงินรายได้ เงนิ กู้ อ่นื ๆ แผ่นดนิ ของหนว่ ยงาน ในประเทศ ต่างประเทศ - - รวมทัง้ ส้นิ 1,539,118,861,900 - -- - 1. แผนงานบคุ ลากรภาครฐั 1,136,792,942,000 - -- 2. กลุม่ โครงการ 402,325,919,900 - -- 4.3.2 ประมาณการวงเงินงบประมาณตามแผนปฏบิ ตั ริ าชการ 1) กลยุทธที่ 1 สง่ เสริมการจดั การศกึ ษาให้ผเู้ รียนมีความปลอดภยั จากภัยทกุ รปู แบบ แผนปฏิบัตริ าชการ วงเงนิ งบประมาณ (ล้านบาท) เงนิ งบประมาณแผ่นดิน 2566 2567 2568 2569 2570 วงเงนิ รวม เงนิ รายไดข้ องหน่วยงาน 140,982,100 187,647,300 782,463,700 เงินกใู้ นประเทศ 128,165,600 155,080,300 170,588,400 เงินกู้ต่างประเทศ - - - - - - อ่นื ๆ -- - - - - - - - - - - - - - - - - -
แผนปฏบิ ัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน 46 2) กลยทุ ธท่ี 2 เพ่มิ โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กบั ประชากรวยั เรยี นทุกคน แผนปฏบิ ตั ริ าชการ วงเงินงบประมาณ (ลา้ นบาท) เงินงบประมาณแผ่นดิน 2566 2567 2568 2569 2570 วงเงนิ รวม เงนิ รายได้ของหน่วยงาน 47,187,150,800 51,905,865,900 57,096,452,600 62,806,098,000 261,892,977,000 เงนิ กู้ในประเทศ 42,897,409,700 เงินกู้ตา่ งประเทศ - - - - - - อน่ื ๆ -- - - - - - - - - - - - - - - - - - 3) กลยุทธที่ 3 ยกระดับคณุ ภาพการศกึ ษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษท่ี 21 แผนปฏิบตั ริ าชการ วงเงนิ งบประมาณ (ล้านบาท) เงนิ งบประมาณแผ่นดิน 2566 2567 2568 2569 2570 วงเงินรวม เงินรายไดข้ องหน่วยงาน เงินกู้ในประเทศ 883,496,800 971,846,600 1,069,031,400 1,175,934,700 1,293,528,200 5,393,837,700 เงนิ กูต้ า่ งประเทศ - - --- - อ่ืน ๆ - - --- - - --- - - - --- - - 4) กลยทุ ธที่ 4 เพ่ิมประสิทธิภาพการบรหิ ารจัดการศึกษา แผนปฏบิ ัติราชการ วงเงนิ งบประมาณ (ลา้ นบาท) เงินงบประมาณแผ่นดิน 2566 2567 2568 2569 2570 วงเงนิ รวม เงินรายได้ของหน่วยงาน เงินกู้ในประเทศ 21,990,899,400 24,189,989,400 26,608,988,700 29,269,887,500 32,196,876,500 134,256,641,500 เงนิ ก้ตู า่ งประเทศ - - - - - - อื่น ๆ - - - - - - - - - - - - - - - - - -
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน 47 สว่ นที่ 5 การบริหารแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี การบริหาร แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย แนวทางการบริหารแผนสู่การปฏิบัติ เงื่อนไขความสำเร็จ และบทบาท ของหนว่ ยงานในสงั กดั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปน้ี แนวทางการบริหารแผนส่กู ารปฏบิ ตั ิ แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เปน็ เครื่องมือที่กำหนด กรอบ และแนวทางสำคัญในการขับเคล่ือนการปฏิบัติงานดา้ นการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาขั้นพ้ืนฐานในระยะ 5 ปี ท่เี ชอื่ มโยงสอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตรช์ าติ พ.ศ. 2561 - 2580 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ (พ.ศ. 2566 - 2580) (ฉบับแก้ไขเพ่ิมเติม) แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความม่ันคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 - 2570) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของกระทรวงศึกษาธิการ และแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน เพอ่ื ใหก้ ารบริหารแผนสูก่ ารปฏิบตั ไิ ด้อย่างมีประสทิ ธภิ าพและเกดิ ประสิทธิผลสงู สดุ ท่ีสอดคล้อง กบั เป้าหมายการให้บริการทางการศึกษา และการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้นั พื้นฐาน จงึ กำหนดแนวทางในการบริหารแผนสู่การปฏบิ ตั ิ ดังนี้ 1. สรา้ งการรับรู้และความเขา้ ใจให้กับผู้บริหารและบุคลากรในหนว่ ยงานทุกระดับ ในความเป็นมา และความเช่ือมโยงของแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขัน้ พน้ื ฐาน กบั นโยบายและแผนที่สำคญั อ่นื ๆ ท่เี กย่ี วข้อง เพื่อใหเ้ กิดการรับรู้และเข้าใจในทิศทางเดียวกนั 2. เน้นย้ำให้ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดทุกระดับ พิจารณานำแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพือ่ ใช้เป็นกรอบทิศทางในการกำหนด นโยบายและจัดทำแผนการดำเนินงานในระยะเวลา 5 ปี ของหน่วยงาน โดยยึดหลักธรรมาภิบาลของการบรหิ าร กิจการบ้านเมอื งท่ีดี เน้นการมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคส่วนในการขบั เคล่ือนแผนปฏบิ ตั ิการในหนว่ ยงานทุกระดับ 3. มกี ารบูรณาการ แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) สแู่ ผนปฏิบตั ิการประจำปี และแผนต่าง ๆ ของหน่วยงานในสังกัด เพ่อื ขบั เคลื่อนนโยบาย กลยุทธ์ และกำหนดแผนงาน/ผลผลิต/โครงการ/ กจิ กรรม/งบประมาณ ใหส้ อดคล้องกัน 4. มกี ารกำกบั ตดิ ตาม และรายงานผลการปฏิบัตงิ าน โดยหนว่ ยงานที่เกีย่ วขอ้ ง ตามแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี โดยสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน ส่วนกลาง
แผนปฏิบตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน 48 เงื่อนไขความสำเร็จ แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะสง่ ผลให้เกดิ เป้าหมายทก่ี ำหนดไว้ ดว้ ยเง่ือนไขความสำเรจ็ ดงั น้ี 1. ความต่อเนื่องของนโยบาย 2. การมีแผนและกลยุทธ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีสอดคล้อง กับแผนปฏิบัติราชการดังกล่าว โดยมีการกำหนดเป้าหมาย ตัวช้ีวัด ผู้รับผิดชอบ และกำหนดเวลาที่เหมาะสม โดยหนว่ ยงานท่เี กีย่ วข้องทุกระดับ 3. การได้รับการสนับสนุนทรัพยากรด้านบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และบริหารจัดการ อย่างต่อเน่ืองและครอบคลุมภารกิจ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการสนับสนุน ทรัพยากรดังกล่าว รวมถึงการมีบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านนโยบายและแผน ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ทม่ี ีความรู้ ความสามารถ เป็นเครอื ขา่ ยทีแ่ ลกเปลยี่ นเรยี นรู้ระหว่างกัน 4. การมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งระหว่างหน่วยงานรัฐ หน่วยงานเอกชน องค์กร ภายนอกอืน่ ๆ เพ่ือสนบั สนนุ การดำเนินงานตามแผน 5. การดำเนินการท่ีมีประสิทธิภาพ เกดิ ประสิทธิผล โปรง่ ใส เปน็ ธรรม มผี ลผลิตและผลลัพธ์ท่ีชัดเจน เปน็ ไปตามยุทธศาสตร์ชาติ เพ่อื ให้หนว่ ยงานและองค์กรท่ีเก่ียวข้อง เชอ่ื มั่นในการดำเนินงาน และให้ความสนับสนุน ทรพั ยากรอย่างต่อเนือ่ ง 6. การตดิ ตาม ประเมินผล และทบทวนกลยุทธ์ แนวทางการพัฒนากลุม่ โครงการ เพื่อให้เหมาะสม กบั สถานการณป์ ัจจุบนั บทบาทของหน่วยงานในสังกดั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน เพื่อให้แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขน้ั พนื้ ฐานประสบผลสำเรจ็ หน่วยงานในสงั กดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ควรดำเนนิ การ ดงั น้ี สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน (สว่ นกลาง) ไดแ้ ก่ สำนกั ต่าง ๆ นำแผนปฏบิ ัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ไปเปน็ แนวทางในการเสนอ โครงการและกำหนดตัวชว้ี ัดในการจัดทำคำขอ และจัดทำแผนปฏิบัติการรายปีและแผนอืน่ ๆ ทเี่ หมาะสม สอดคล้อง กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการปฏิบตั ิงานในพนื้ ที่ท่ีเพียงพอ มกี ารให้คำแนะนำ กำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินการที่เหมาะสม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล ไม่เพิ่มภาระงาน ใหแ้ กผ่ ปู้ ฏิบัตใิ นพืน้ ท่ี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา นำแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) แผนปฏิบัติการรายปี และแผนอ่ืน ๆ ท่ีเก่ียวข้อง ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พิจารณา การจัดทำแผนที่เก่ียวข้องในพื้นท่ี มีตัวชี้วัดท่ีเหมาะสม สามารถบรรลุผลได้ สอดคล้องกับนโยบายส่วนกลาง และบริบทของพื้นที่ มีการให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ ดูแล นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลการจัดทำแผน และการดำเนินการของสถานศึกษาที่เหมาะสม เป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล ไม่เพ่ิมภาระงาน ใหแ้ กผ่ ู้ปฏิบัติ ในสถานศึกษา
แผนปฏบิ ตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 49 สถานศึกษา จัดทำแผนที่สอดคล้องกับแผนดังกล่าว และดำเนินการตามเป้าหมายให้สอดคล้อง กับบริบทของสถานศึกษา ประสานเพื่อสนับสนุนทรัพยากรสำหรับการปฏิบัติงาน ลำดับความสำคัญงาน ทีส่ ง่ ผลต่อผ้เู รียนก่อน มกี ารนเิ ทศภายใน กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนนิ การที่เหมาะสม เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ส่งเสริมการพัฒนาศกั ยภาพให้แกผ่ ูเ้ รยี นต่อไป
แผนปฏบิ ัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน 50 ภาคผนวก ก รายละเอียดตัวชี้วัดแผนปฏบิ ัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน กลยทุ ธท์ ่ี 1 ส่งเสรมิ การจดั การศกึ ษาใหผ้ ู้เรียนมคี วามปลอดภยั จากภยั ทกุ รูปแบบ ตัวชวี้ ดั ท่ี 1 ประเด็น รายละเอียด ตวั ชีว้ ดั 1 ร้อยละของผ้เู รียน ท่ีมคี วามรู้ความเขา้ ใจ และทักษะเพื่อรบั มือกบั ภยั คุกคามรูปแบบใหม่ ทกุ รูปแบบ ค่าเป้าหมาย ปี 2570 รอ้ ยละ 100 คำอธิบาย - ผู้เรยี น หมายถึง ผู้เรียนในสังกัด ท่ีเข้ารว่ มกิจกรรมส่งเสริม สนบั สนุน สร้างการรับรู้ ให้มีความรคู้ วามเข้าใจในการป้องกนั ภัยคกุ คาม รปู แบบใหม่ทกุ รปู แบบ รู้เท่าทันส่ือ และเทคโนโลยี สามารถป้องกันตนเองและแก้ปัญหา จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้ง ในการดำเนินชีวิตวถิ ีใหมแ่ ละชีวิตวิถีถดั ไป - ภยั คกุ คาม หมายถึง ภัยคกุ คาม จำนวน 9 รูปแบบ ดงั น้ี 1. ภัยยาเสพตดิ หมายถึง ภัยจากยาหรอื สารเคมหี รือวัตถชุ นดิ ใด ทเี่ ปน็ ผลิตภัณฑ์ จากธรรมชาติหรือจากการสังเคราะห์ ท่เี มอ่ื เสพเข้าสู่ร่างกาย โดยวิธีการกนิ ดม สูบ ฉดี หรือวธิ ีใดเป็นชว่ งระยะเวลานาน หรือการเข้าไปยุง่ เกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภท ทำให้รา่ งกายทรุดโทรมและตอ้ งเพ่ิมขนาดการเสพมากขึ้น และมีผลต่อร่างกายและจติ ใจ เช่น สารระเหย ยาอี กระท่อม โคเคน เฮโรอนี แอมเฟตามิน รวมถงึ เหลา้ บุหรี่ เปน็ ต้น 2. ภัยความรนุ แรง หมายถึง ภยั ท่ีเกดิ จากการใช้กำลังหรือพลงั ทางกาย การทำร้าย จติ ใจ การใชถ้ ้อยคำหยาบคาย เหยียดหยาม ดา่ ทอ ดูหมิน่ เสยี ดสี ขม่ เหง โดยเจตนา ตอ่ ตนเองและผูอ้ ่ืน หรอื การแกล้งรงั แกกนั ในชั้นเรียน ครูลงโทษนักเรยี นเกินกวา่ เหตุ ครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน การคุกคามให้หวาดกลัว การทำลายหรือรีดไถ ทรพั ย์สนิ สมบัติ กลา่ วโทษผู้อื่นทำใหม้ ีสิ่งไมด่ ีเกิดขึน้ รวมถงึ การรังแกผ่านโลกไซเบอร์ (cyber bullying) โดยใชอ้ ินเทอร์เน็ต เครือข่ายสังคมออนไลน์ อีเมล การส่งข้อความ SMS เพือ่ สร้างความเดือดร้อนใจหรือเป็นอันตรายต่อผู้อืน่ เป็นตน้ 3. ภัยพิบัติต่าง ๆ หมายถึง ภัยท่ีก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สิน โดยส่งผลกระทบตอ่ วถิ ชี วี ติ ของผคู้ นในสังคมท้งั ในระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งประกอบด้วย 3.1 อทุ กภยั คือ ภยั และอนั ตรายท่ีเกดิ จากสภาวะน้ำท่วมหรือน้ำท่วมฉับพลัน มสี าเหตมุ าจากการเกดิ ฝนตกหนักหรอื ฝนตกตอ่ เนื่องเปน็ เวลานาน 3.2 วาตภัย คือ ภัยที่เกิดขึ้นจากพายุลมแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหาย แก่อาคารบา้ นเรือน ตน้ ไม้ และสิ่งก่อสรา้ ง
ประเดน็ แผนปฏบิ ตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน 51 รายละเอียด 3.3 ภัยหนาว คือ ภัยท่ีเกิดข้ึนจากสภาพอากาศท่ีหนาวจัด อุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซยี ส และอุณหภูมลิ ดลงอยา่ งตอ่ เนอื่ ง 3.4 ภัยแล้ง คือ ภัยท่ีเกิดจากการขาดแคลนน้ำในพนื้ ท่ีใดพ้ืนท่ีหนึ่งเปน็ เวลานาน จนกอ่ ให้เกดิ ความ แหง้ แล้ง และส่งผลกระทบต่อชมุ ชน 3.5 อัคคภี ยั คือ ภัยอนั ตรายทเ่ี กิดจากไฟฟ้าที่ขาดการควบคุมดแู ล ทำให้เกิด การติดตอ่ ลกุ ลามไปตามบรเิ วณท่ีมเี ช้ือเพลิงเกดิ การลกุ ไหม้ต่อเน่ือง สร้างความสูญเสีย ให้ทรพั ย์สนิ และชวี ิต 3.6 ธรณพี ิบตั ิภยั หมายถึง ภัยธรรมชาติท่ีเกิดจากกระบวนการ ทางธรณีวิทยา เช่น แผ่นดินไหวหลุมยุบ ดินถล่ม สึนามิ เป็นต้น ถือเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจาก กระบวนการทางธรณวี ทิ ยาท่ีเกิดข้ึนโดยฉับพลนั และรุนแรง ก่อให้เกิด ความเสยี หาย แกบ่ ้านเรือน ชีวิต และทรพั ยส์ นิ ของประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพืน้ ท่ที เ่ี กิดเหตุ 4. อุบัติเหตุ หมายถึง ภัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดและไม่ตั้งใจ โดยไม่มีสิ่งบอกเหตุล่วงหน้าแต่มีสาเหตุและส่งผลกระทบที่เป็นผลเชิงลบ เช่น อุบตั เิ หตุจากการเดินทางจากบ้านมาโรงเรียน อุบัตเิ หตุจากการขบั ขรี่ ถจักรยานยนต์ อุบัติเหตจุ ากการเลน่ นำ้ เปน็ ตน้ 5. โรคอบุ ตั ิใหม่ หมายถึง โรคติดเชอ้ื ชนิดใหม่ มแี นวโนม้ ที่จะพบมากขึ้นในอนาคต เช่น โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นต้น โรคอุบัติซ้ำ หมายถึง โรคติดเชื้อทีเ่ คยแพร่ระบาดในอดตี กลับมาระบาดข้ึนอีก เช่น โรควณั โรค โรคไข้เลอื ดออก และโรคมอื เท้า ปาก เปน็ ต้น 6. ฝุ่น PM 2.5 หมายถึง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน ที่สามารถ แพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยวะอ่ืน ๆ ในร่างกาย โดยตัวฝนุ่ เปน็ พาหะนำสารอืน่ เขา้ มาด้วย เช่น แคดเมยี ม ปรอท และสารก่อมะเร็งอ่ืน ๆ หากได้รับฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานาน หรือสะสมในร่างกายจะก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อสุขภาพ เชน่ โรคทางเดนิ หายใจเรอื้ รัง โรคปอดเรอื้ รังหรือมะเรง็ ปอด เป็นตน้ 7. การค้ามนุษย์ หมายถึง การจัดหา การขนส่ง การส่งต่อ การจัดให้อยู่อาศัย หรือการรับไว้ ซ่ึงบุคคลดว้ ยความมิชอบตามกฎหมาย ดว้ ยวธิ กี ารข่เู ข็ญ การใช้กำลัง การบีบบังคับ การลักพาตัว การฉ้อโกง การหลอกลวง การใช้อำนาจโดยมิชอบ มีการให้ หรือรับเงิน หรือผลประโยชน์เพื่อให้ได้มาซึ่งความยินยอมของบุคคล รวมถึงการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีของบุคคลอื่น การแสวงประโยชน์ ทางเพศในรูปแบบอื่น การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การกระทำอื่นเสมือนการ เอาคนลงเป็นทาส การทำให้ตกอยใู่ ตบ้ งั คบั หรือการตดั อวัยวะออกจากร่างกาย 8. การคกุ คามในชีวติ และทรัพย์สนิ หมายถงึ การแสดงอำนาจดว้ ยกริ ิยาหรือวาจา เป็นพฤติกรรมท่ีกระทำอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหน่ึง โดยการเฝ้าติดตาม
แผนปฏบิ ตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน 52 ประเด็น รายละเอียด ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและข่มขู่ ทำให้เหย่ือเกิดความตกใจ หวาดกลัว เชน่ การข่มขเู่ หยือ่ วา่ จะทำอนั ตรายใหถ้ ึงแกช่ ีวติ ร่างกายหรือทรพั ยส์ นิ เปน็ ต้น 9. อาชญากรรมไซเบอร์ หมายถึง ความผิดท่ีกระทำขึ้นต่อปัจเจกบุคคล หรอื กลมุ่ ของปจั เจกบุคคลด้วยเหตุ จงู ใจทางอาญา มเี จตนาทำใหเ้ หย่อื เส่อื มเสียชื่อเสียง หรือทำร้ายร่างกาย หรือจิตใจของเหยื่อทั้งทางตรง ทางอ้อม โดยใช้เครือข่าย โทรคมนาคมสมัยใหม่ เช่น อินเทอร์เน็ต เครือข่ายสังคมออนไลน์ (ห้องแชท อีเมล กระดานประกาศ และกลมุ่ ขา่ ว) โทรศัพทเ์ คลอื่ นที่ (เอสเอม็ เอส/เอ็มเอ็มเอส) เปน็ ตน้ ขอ้ มูลทใี่ ช้ a จำนวนนักเรียนท่ีเข้าร่วมกิจกรรม ได้รับการส่งเสริม สนับสนนุ ในการสร้างการรับรู้ ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจในภัยคุกคาม รูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ รูเ้ ท่าทันสอ่ื และเทคโนโลยี สามารถปอ้ งกนั ตนเองและแกป้ ัญหา จากภยั คกุ คามทุกรปู แบบ ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งสามารถนำไปปรบั ประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวันได้ b จำนวนนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน วธิ ีการวิเคราะห์ขอ้ มูล (a / b) * 100 แหล่งข้อมลู ศป. สพฐ. ตวั ชีว้ ัดที่ 2 รายละเอยี ด ประเดน็ ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการประเมินความเสี่ยง และมแี ผน/มาตรการ กจิ กรรมในการ สรา้ งความตระหนักรู้ (Safety Awareness) หรอื ทักษะในการรับมือด้านความปลอดภัย ตัวชว้ี ดั 2 (Safety Action) ทุกรปู แบบ และมีการดำเนินการตามแผนอย่างเปน็ ระบบ ร้อยละ 100 คา่ เป้าหมาย ปี 2570 - สถานศึกษา หมายถึง สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา คำอธิบาย ขั้นพนื้ ฐานทงั้ หมด - ภัยคกุ คาม หมายถึง ภัยคุกคาม จำนวน 9 รูปแบบ ดังน้ี 1. ภยั ยาเสพติด หมายถึง ภัยจากยาหรอื สารเคมีหรือวตั ถุชนดิ ใด ทีเ่ ปน็ ผลติ ภัณฑ์ จากธรรมชาตหิ รือจากการสังเคราะห์ ทเี่ ม่ือเสพเข้าสู่ร่างกาย โดยวธิ ีการกนิ ดม สูบ ฉีด หรอื วธิ ีใดเป็นชว่ งระยะเวลานาน หรอื การเข้าไปย่งุ เกยี่ วกับยาเสพติดทุกประเภท ทำให้ร่างกายทรุดโทรมและต้องเพิ่มขนาดการเสพมากขึ้น และมีผลต่อร่างกาย และจิตใจ เช่น สารระเหย ยาอี กระทอ่ ม โคเคน เฮโรอีน แอมเฟตามิน รวมถึงเหล้า บุหร่ี เปน็ ต้น 2. ภยั ความรุนแรง หมายถงึ ภัยท่เี กดิ จากการใชก้ ำลังหรือพลังทางกาย การทำร้าย จิตใจ การใชถ้ ้อยคำหยาบคาย เหยียดหยาม ด่าทอ ดหู ม่นิ เสยี ดสี ขม่ เหงโดยเจตนา ตอ่ ตนเองและผอู้ น่ื หรือการแกล้งรงั แกกัน ในช้ันเรียน ครลู งโทษนักเรยี นเกนิ กว่าเหตุ
ประเดน็ แผนปฏบิ ตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน 53 รายละเอียด ครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน การคุกคามให้หวาดกลัว การทำลายหรือรีดไถ ทรัพยส์ นิ สมบตั ิ กลา่ วโทษผู้อื่นทำให้มสี ่ิงไม่ดเี กดิ ข้นึ รวมถึง การรงั แกผา่ นโลกไซเบอร์ (cyber bullying) โดยใช้อินเทอรเ์ น็ต เครอื ข่ายสังคมออนไลน์ อเี มล การส่งข้อความ SMS เพอื่ สรา้ งความเดือดรอ้ นใจหรอื เปน็ อนั ตรายต่อผู้อืน่ เป็นต้น 3. ภัยพิบัติต่าง ๆ หมายถึง ภัยท่ีก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สิน โดยสง่ ผลกระทบต่อวิถชี ีวติ ของผู้คนในสังคมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ประกอบด้วย 3.1 อุทกภยั คอื ภัยและอันตรายท่ีเกิดจากสภาวะนำ้ ทว่ มหรือน้ำทว่ มฉับพลัน มสี าเหตมุ าจากการเกดิ ฝนตกหนักหรอื ฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน 3.2 วาตภัย คือ ภัยที่เกิดขึ้นจากพายุลมแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหาย แกอ่ าคารบา้ นเรอื น ต้นไม้ และสง่ิ กอ่ สรา้ ง 3.3 ภัยหนาว คอื ภยั ที่เกดิ ขน้ึ จากสภาพอากาศทห่ี นาวจัด อุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซยี ส และอณุ หภมู ลิ ดลงอยา่ งตอ่ เนือ่ ง 3.4 ภัยแล้ง คอื ภัยทีเ่ กิดจากการขาดแคลนน้ำในพ้ืนทใ่ี ดพนื้ ทีห่ นงึ่ เป็นเวลานาน จนก่อใหเ้ กดิ ความ แห้งแลง้ และสง่ ผลกระทบต่อชมุ ชน 3.5 อัคคภี ัย คือ ภัยอนั ตรายทีเ่ กิดจากไฟฟ้าท่ีขาดการควบคุมดูแล ทำให้เกิด การติดต่อลกุ ลามไปตามบริเวณท่ีมเี ชื้อเพลิงเกิดการลุกไหมต้ ่อเนื่อง สร้างความสูญเสีย ให้ทรพั ยส์ ินและชีวิต 3.6 ธรณีพบิ ัตภิ ยั หมายถงึ ภยั ธรรมชาตทิ ีเ่ กดิ จากกระบวนการ ทางธรณวี ิทยา เช่น แผ่นดินไหวหลุมยุบ ดินถล่ม สึนามิ เป็นต้น ถือเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจาก กระบวนการทางธรณวี ิทยาทเี่ กิดขึ้นโดยฉบั พลัน และรุนแรง ก่อใหเ้ กิด ความเสียหาย แก่บ้านเรือน ชวี ติ และทรัพยส์ ินของประชาชน ท่ีอาศัยอย่ใู นพนื้ ที่ทเ่ี กิดเหตุ 4. อุบัติเหตุ หมายถึง ภัยจากเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดและไม่ตั้งใจ โดยไม่มีสิ่งบอกเหตุล่วงหน้าแต่มีสาเหตุและส่งผลกระทบที่เป็นผลเชิงลบ เช่น อุบตั ิเหตุจากการเดนิ ทางจากบ้านมาโรงเรยี น อบุ ตั เิ หตจุ ากการขบั ข่ีรถจักรยานยนต์ อบุ ัตเิ หตจุ ากการเลน่ น้ำ เปน็ ต้น 5. โรคอบุ ตั ิใหม่ หมายถงึ โรคติดเชอื้ ชนดิ ใหม่ มแี นวโนม้ ท่ีจะพบมากขึน้ ในอนาคต เช่น โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นต้น โรคอุบัติซ้ำ หมายถึง โรคติดเชือ้ ทีเ่ คยแพร่ระบาดในอดีตกลับมาระบาดขึ้นอีก เช่น โรควณั โรค โรคไข้เลอื ดออก และโรคมอื เท้า ปาก เป็นตน้ 6. ฝุ่น PM 2.5 หมายถึง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน ที่สามารถ แพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และเข้าสู่อวัยวะอ่ืน ๆ ในร่างกาย โดยตัวฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาดว้ ย เช่น แคดเมียม ปรอท และสารก่อมะเร็งอื่น ๆ
แผนปฏิบตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน 54 ประเด็น รายละเอียด หากได้รับฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานาน หรือสะสมในร่างกายจะก่อให้เกิดผลกระทบ ตอ่ สุขภาพ เช่น โรคทางเดนิ หายใจเรื้อรัง โรคปอดเรือ้ รังหรอื มะเรง็ ปอด เปน็ ตน้ 7. การค้ามนุษย์ หมายถึง การจัดหา การขนส่ง การส่งต่อ การจัดให้อยู่อาศัย หรือการรบั ไว้ ซง่ึ บคุ คลดว้ ยความมิชอบตามกฎหมาย ด้วยวิธีการขู่เข็ญ การใช้กำลัง การบีบบังคับ การลักพาตัว การฉ้อโกง การหลอกลวง การใช้อำนาจโดยมิชอบ มีการให้ หรือรับเงิน หรือผลประโยชน์เพื่อให้ได้มาซึ่งความยินยอมของบุคคล รวมถึงการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีของบุคคลอื่น การแสวงประโยชน์ ทางเพศในรูปแบบอื่น การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การกระทำอื่นเสมือนการ เอาคนลงเป็นทาส การทำใหต้ กอย่ใู ตบ้ งั คับ หรือการตดั อวยั วะออกจากรา่ งกาย 8. การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน หมายถงึ การแสดงอำนาจด้วยกริ ิยาหรือวาจา เป็นพฤติกรรมที่กระทำอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยการเฝ้าติดตาม ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและข่มขู่ ทำให้เหย่ือเกิดความตกใจ หวาดกลัว เชน่ การข่มขู่เหย่อื วา่ จะทำอันตรายให้ถงึ แก่ชวี ติ ร่างกายหรอื ทรัพย์สนิ เป็นต้น 9. อาชญากรรมไซเบอร์ หมายถึง ความผิดที่กระทำขึ้นต่อปัจเจกบุคคล หรือกลุม่ ของปัจเจกบคุ คลดว้ ยเหตุ จงู ใจทางอาญา มเี จตนาทำใหเ้ หยอ่ื เสอ่ื มเสียชื่อเสียง หรือทำร้ายร่างกาย หรือจิตใจของเหย่ือทั้งทางตรง ทางอ้อม โดยใช้เครือข่าย โทรคมนาคมสมัยใหม่ เช่น อินเทอร์เน็ต เครือข่ายสังคมออนไลน์ (ห้องแชท อีเมล กระดานประกาศ และกลมุ่ ข่าว) โทรศพั ท์เคล่อื นท่ี (เอสเอม็ เอส/เอ็มเอ็มเอส) เป็นต้น ข้อมูลทใ่ี ช้ a สถานศึกษามีการประเมินความเสีย่ งและมีการจดั ทำแผน/มาตรการดา้ นความปลอดภยั b สถานศกึ ษาในสังกัดสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐานทั้งหมด วธิ ีการวเิ คราะห์ข้อมลู (a / b) * 100 แหล่งข้อมลู ศป. สพฐ. / สอ. ตัวช้วี ัดท่ี 3 รายละเอยี ด ประเดน็ ร้อยละของครู บุคลากรทางการศึกษา ดำเนินการตามแนวทางในการจัดภัยพิบัติ และภัยคุกคามทุกรูปแบบ ให้สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่ และโรคอุบัติซ้ำ ตวั ช้วี ดั 3 รองรับวิถีชวี ติ ใหม่ เกบ็ คา่ เปา้ หมายถึง ปี 2566 ร้อยละ 80 คา่ เป้าหมาย ปี 2570 - ครู บคุ ลากรทางการศึกษา หมายถงึ ครู บุคลากรทางการศึกษา ในสงั กดั สำนักงาน คำอธบิ าย คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความตระหนัก ความรู้และความเขา้ ใจในการ ปฏิบัติงานป้องกันและแก้ปัญหาจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ และการจัดการภัยพิบัติ ที่จะเกดิ ข้นึ กับนักเรียนได้อย่างเหมาะสมและทันทว่ งที เนื่องดว้ ยสถานการณ์การแพร่
แผนปฏบิ ัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน 55 ประเดน็ รายละเอยี ด ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในปัจจุบันได้ก่อให้เกิด ความนิยมในรูปแบบการเรียนออนไลน์มากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อการเตรียมผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และความสามารถในการ ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงปัญหาความปลอดภัยของสถานศึกษา และปัญหาความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการศึกษาที่นับวันจะทวีความรุนแรง มากยิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพมีความสุข และได้รับ การปกป้องคมุ้ ครองความปลอดภัย ท้ังด้านร่างกายและจิตใจ รวมท้งั การสรา้ งทกั ษะ ให้ผู้เรียนมีความสามารถในการดูแลตนเองจากภัยอันตรายต่าง ๆ ท่ามกลาง สภาพแวดลอ้ มทางสงั คม จึงควรพัฒนาศักยภาพครู บุคลากรทางการศึกษาใหม้ ีสมรรถนะ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการจัดการภัยพิบัติ และภัยคุกคามทุกรปู แบบให้กับ ผู้เรียนในสถานศึกษา ให้สามารถปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ รองรับ วิถชี ีวติ ใหม่ (New Normal) - รูปแบบภัยคุกคาม ได้แก่ ภัยยาเสพติด ภัยความรุนแรง การคุกคามในชีวิต และทรัพยส์ ิน การค้ามนษุ ย์ อาชญากรรมไซเบอร์ ภยั พิบัติตา่ ง ๆ อบุ ตั เิ หตุ โรคอุบัติใหม่ (โควดิ -19) ฝนุ่ PM 2.5 - แนวทางการจัดการภัยพิบตั ิ ไดแ้ ก่ สรา้ งความตระหนัก สร้างการรบั รใู้ นการเตรียมพร้อม รับมอื เมอื่ เกดิ ภัยพิบัติ และจดั ทำแผนทคี่ วามเสี่ยงภยั พบิ ตั ิ รวมทง้ั สนบั สนุนงบประมาณ ในการดำเนนิ งานใหส้ ำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษา และสถานศกึ ษา ขอ้ มูลท่ีใช้ a จำนวนครู บุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีสมรรถนะ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้เร่ืองการจัดการภัยพิบัติ และการป้องกันภัยคุกคาม ทุกรูปแบบให้กับผเู้ รียนในสถานศึกษา b จำนวนครู บุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน วิธีการวเิ คราะห์ขอ้ มลู (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมลู ศป. สพฐ.
แผนปฏิบตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน 56 กลยทุ ธท์ ี่ 2 เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาให้กบั ประชากรวัยเรียนทกุ คน ตวั ชว้ี ัดที่ 4 ประเดน็ รายละเอยี ด ตัวชี้วดั 4 อัตราการเข้าเรียนสุทธิระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน คา่ เป้าหมาย ปี 2570 รอ้ ยละ 70 คำอธบิ าย อตั ราดงั กล่าว จำกัดเฉพาะในสงั กดั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ขอ้ มูลที่ใช้ a จำนวนนกั เรียนในสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ท่กี ำลังศึกษาหรือได้รบั บริการการศึกษา ในระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น (ม.1 - ม.3) ทมี่ อี ายุ 12 - 14 ปี b จำนวนประชากรกลมุ่ อายุ 12 - 14 ปี วธิ ีการวเิ คราะหข์ อ้ มลู (a / b) * 100 แหล่งข้อมลู สนผ. ตัวชี้วดั ท่ี 5 ประเด็น รายละเอียด ตวั ช้ีวัด 5 จำนวนของผ้เู รียนทีเ่ ปน็ ผู้พิการ ผดู้ อ้ ยโอกาส ได้รับการศกึ ษาท่ีเหมาะสม ตามความจำเป็น และศกั ยภาพ ค่าเปา้ หมาย ปี 2570 ไม่นอ้ ยกวา่ 2,000,000 คน/ปี คำอธบิ าย - ผ้เู รียน หมายถงึ นกั เรียนในสังกดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน - ผู้เรียนพิการได้รับการพัฒนาสมรรถภาพหรือบริการทางการศึกษาที่เหมาะสม ตามความต้องการจำเป็น หมายถึง ผู้เรียนพิการที่ได้รับการพัฒนาสมรรถภาพ หรือได้รับบริการทางการศึกษาอย่างเต็มตามศักยภาพ เหมาะสมกับประเภทความพิการ ตามที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program : IEP) - ผู้เรียนด้อยโอกาสได้รับบริการทางการศึกษาที่เหมาะสมตามความต้องการจำเป็น หมายถึง ผู้เรียนด้อยโอกาสที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก มีชีวิตความเป็นอยู่ด้อยกว่า เดก็ ปกติท่วั ไป เน่อื งจากประสบปญั หาต่าง ๆ และไดร้ ับความชว่ ยเหลอื เป็นกรณีพิเศษ เพื่อใหม้ ีคุณภาพชวี ติ ที่ดขี ึ้น และพง่ึ พาตนเองได้ ข้อมูลทใี่ ช้ a จำนวนผู้เรียนพิการได้รับการพัฒนาสมรรถภาพหรือบริการทางการศกึ ษาที่เหมาะสม ตามความตอ้ งการจำเปน็ b จำนวนผเู้ รียนดอ้ ยโอกาสไดร้ ับบรกิ ารทางการศึกษาท่เี หมาะสมตามความต้องการจำเป็น วิธีการวิเคราะห์ขอ้ มลู a+b แหลง่ ข้อมูล สศศ. / สนผ.
แผนปฏบิ ตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน 57 ตัวช้วี ดั ท่ี 6 รายละเอียด ประเดน็ จำนวนของผเู้ รยี นที่เป็นผมู้ คี วามสามารถพิเศษ ได้รับการส่งเสรมิ ศักยภาพทีเ่ หมาะสม ไมน่ ้อยกวา่ 20,000 คน/ปี ตัวชวี้ ัด 6 - ผู้เรียนที่เป็นผู้มีความสามารถพิเศษ ดังกล่าว หมายถึง ผู้เรียนที่เรียนในโรงเรียน ค่าเปา้ หมาย ปี 2570 วิทยาศาสตร์จฬุ าภรณ์ราชวิทยาลัย และผู้เรียนในโครงการห้องเรยี นพเิ ศษวทิ ยาศาสตร์ คำอธิบาย คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสงิ่ แวดลอ้ ม ตามกลุ่มเปา้ หมายของการพัฒนา 2 กลุ่ม ดงั นี้ ข้อมูลที่ใช้ 1. นักเรียนผู้มคี วามสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์ ของโรงเรียน วทิ ยาศาสตรจ์ ุฬาภรณราชวทิ ยาลัย จำนวน 12 โรงเรยี น จำนวน 8,640 คน 2. นักเรียนผู้มคี วามสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ของโรงเรียน ในโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และส่ิงแวดล้อม จำนวน 220 โรงเรียน จำนวน 19,800 คน - ผู้เรียนภายใต้โครงการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัด และความสามารถ ทศั นศลิ ป์ นาฏศลิ ป์ ดนตรี กฬี า หมายถึง นักเรียนผมู้ คี วามสามารถพิเศษด้านทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ท่ีผ่านการคัดกรองเข้าร่วมโครงการและกิจกรรม ได้รับการพัฒนา เตม็ ตามศักยภาพ และตามความถนัด ตามกลมุ่ เป้าหมายของการพฒั นา 3 กล่มุ ดังนี้ 1. นกั เรียนผ้มู ีความสามารถพิเศษด้านดนตรี ของโรงเรียนในโครงการห้องเรียนดนตรี 19 โรงเรยี น จำนวน 1,771 คน 2. นักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษด้านทัศนศิลป์ ด้านดนตรี และด้านนาฏศิลป์ ในสงั กัดสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐานที่ไดร้ บั คัดเลือกใหเ้ ข้าร่วมกิจกรรม พัฒนาผู้มีความสามารถพเิ ศษ จำนวน 100 คน 3. นักเรียนของโรงเรียนในโครงการห้องเรียนกีฬา จำนวน 9 โรงเรียน จำนวน ไม่น้อยกว่า 1,192 คน - ผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ ด้านวิทยาศาสตร์และคณติ ศาสตร์ หมายถึง ผู้เรียน ท่มี ีศกั ยภาพสูง ได้รับการอบรมหลักสูตรโอลิมปกิ วิชาการ a จำนวนนกั เรยี นโรงเรยี นวทิ ยาศาสตร์จุฬาภรณราชวทิ ยาลยั b จำนวนนักเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดลอ้ ม c จำนวนนกั เรียนผูม้ คี วามสามารถพเิ ศษดา้ นดนตรี ของโรงเรียนในโครงการห้องเรยี นดนตรี d จำนวนนกั เรียนผู้มีความสามารถพิเศษด้านทัศนศิลป์ ดา้ นดนตรี และดา้ นนาฏศิลป์ ในสงั กดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีไดร้ ับการคัดเลือกให้เข้าร่วม กจิ กรรมพฒั นาผมู้ ีความสามารถพิเศษ e จำนวนนกั เรียนผู้มคี วามสามารถพิเศษด้านกีฬา f จำนวนผู้เรียนทผี่ ่านการอบรมหลักสูตรโอลมิ ปกิ วิชาการ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน 58 ประเด็น รายละเอยี ด วิธกี ารวเิ คราะห์ขอ้ มลู a+b+c+e+f แหล่งข้อมูล สบว. / สวก. / ศบศ. ตัวชว้ี ดั ที่ 7 ประเดน็ รายละเอียด ตัวชี้วัด 7 ร้อยละของเด็กออกกลางคันระดับการศึกษาภาคบังคับ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรอื ได้รับการศกึ ษาด้วยรปู แบบทีเ่ หมาะสม ค่าเปา้ หมาย ปี 2570 ร้อยละ 95 คำอธบิ าย - การศึกษาภาคบังคับ หมายถึง การศึกษาระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 - เดก็ ออกกลางคนั หมายถึง เด็กในวยั การศึกษาภาคบังคบั ทเ่ี คยเขา้ เรยี นในสถานศกึ ษาแล้ว แต่ออกจากสถานศึกษาก่อนที่จะจบการศึกษาภาคบงั คบั ข้อมูลที่ใช้ a จำนวนเด็กในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ที่ออกกลางคันในระดับการศึกษาภาคบังคับ (ป.1 - ม.3) ในแต่ละปีการศึกษา ท่กี ลบั เข้าเรยี น หรือไดร้ ับการศึกษาด้วยรูปแบบทเ่ี หมาะสม b จำนวนเด็กการศึกษาภาคบังคับ (ป.1 - ม.3) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ที่ออกกลางคันทง้ั หมด วิธกี ารวเิ คราะห์ขอ้ มูล (a*100)/b แหลง่ ข้อมลู - ศูนย์พัฒนาระบบขอ้ มูลทางการศกึ ษา สำนักนโยบายและแผนการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน - กลุ่มวิจัยและพัฒนานโยบาย สำนักนโยบายและแผนการศึกษาข้ันพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน - รายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” ของสำนักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน ตวั ชว้ี ดั ท่ี 8 รายละเอยี ด ประเดน็ ร้อยละของเด็กตกหล่น ช่วงวัยการศึกษาภาคบังคับ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือไดร้ ับการศกึ ษาดว้ ยรูปแบบที่เหมาะสม ตวั ชวี้ ดั 8 ร้อยละ 95 เดก็ ตกหลน่ หมายถึง เดก็ ทีไ่ ม่เคยอยู่ในระบบการศกึ ษาใดใดเลย เดก็ กล่มุ นีม้ ักมีปัญหา คา่ เป้าหมาย ปี 2570 เปราะบางในหลายมติ ิ เช่น เด็กไร้สญั ชาติ เด็กพิการ แรงงานเด็ก เด็กกำพร้า เป็นต้น คำอธบิ าย ดังนั้น ในการส่งเสริมให้เด็กตกหล่นสามารถเข้าถึงบริการทางการศึกษาทีส่ อดคล้อง
แผนปฏิบตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน 59 ประเด็น รายละเอยี ด และเหมาะสมกับผู้เรียนที่ตกหล่นไดเ้ ป็นรายบคุ คล ตามบริบทของครอบครัว ชุมชน และสังคม โดยใชร้ ูปแบบการศกึ ษาตามมาตรา 15 ท่ีระบวุ ่าการจัดการศกึ ษามี 3 รปู แบบ ได้แก่ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย รวมท้ัง การศึกษาทางเลือกตามมาตรา 12 ที่เรียกว่า ศูนย์การเรียน ซึ่งเป็นการศึกษาที่มี ความยดื หยุ่น และคล่องตัว สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีความพิเศษเฉพาะ ผู้ซึ่งขาดโอกาส ในการศึกษาในระบบโรงเรียนปกติ เพ่ืออำนวยการเรียนร้ใู หผ้ ู้เรยี นได้เป็นรายบุคคล และมุ่งพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ และคณุ ภาพการศกึ ษา ทั้งทักษะวชิ าการ วิชาชีพ และวชิ าชวี ิต ข้อมูลท่ใี ช้ a ฐานข้อมลู เด็กตกหล่นในระดับจังหวดั b แผนการจัดการศกึ ษารายบุคคล c แผนพฒั นาศักยภาพ ทคี่ รอบคลุมทงั้ ทักษะวิชาชีพ และวชิ าชีวติ วิธีการวเิ คราะห์ขอ้ มูล (a / b) * 100 แหล่งข้อมูล สนผ. ตัวชี้วดั ท่ี 9 ประเดน็ รายละเอียด ตัวชีว้ ดั 9 ร้อยละของสถานศกึ ษามีการนำข้อมูลสารสนเทศ มาใช้ในการรับและใหบ้ ริการการศึกษา รวมถงึ การสง่ ตอ่ ผูเ้ รยี น ระดับปฐมวัย และการศึกษาขนั้ พ้นื ฐานอย่างเป็นระบบ คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 ร้อยละ 100 คำอธิบาย - ผู้เรยี นปฐมวยั หมายถึง ผู้เรียนระดับก่อนประถมศึกษา - ผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง ผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีท่ี 1 ถงึ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ขอ้ มูลทีใ่ ช้ a จำนวนสถานศกึ ษาสังกดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ที่มีการนำ ขอ้ มูลสารสนเทศของผู้เรียนเป็นรายบุคคลมาใช้ในการรับและใหบ้ ริการการศึกษา รวมถึงการส่งต่อผู้เรียน ระดับปฐมวัย และการศึกษาข้นั พนื้ ฐานอยา่ งเปน็ ระบบ b จำนวนสถานศกึ ษาสงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐานท้ังหมด วธิ ีการวิเคราะหข์ อ้ มลู (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมูล - การติดตามของสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา - ฐานขอ้ มูล DMC ศนู ยพ์ ัฒนาระบบข้อมลู ทางการศึกษา สำนักนโยบายและแผนการศึกษา ขน้ั พ้นื ฐาน สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
แผนปฏบิ ัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน 60 ตวั ชี้วดั ท่ี 10 ประเด็น รายละเอยี ด ตวั ชวี้ ดั 10 ร้อยละของสถานศกึ ษาทจี่ ดั การศึกษาในรปู แบบท่หี ลากหลายเหมาะสมกับผ้เู รียน ค่าเปา้ หมาย ปี 2570 รอ้ ยละ 80 คำอธิบาย การจัดการศึกษาในรปู แบบท่ีหลากหลาย หมายถึง การจดั การศึกษาให้แก่เด็กพิการ เรียนรวม เด็กดอ้ ยโอกาส เด็กที่มคี วามสามารถพิเศษ และเด็กปกติทว่ั ไป ในรูปแบบ ที่หลากหลายทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เพื่อให้ผูเ้ รียนได้รับการศึกษา เตม็ ตามศกั ยภาพ การศึกษาในระบบ (Formal Education) คือ การศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธกี ารศึกษา หลกั สูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึง่ เปน็ เงื่อนไข ของการสำเรจ็ การศกึ ษาที่แน่นอน การศึกษานอกระบบ ( Non-formal Education) หรือการศึกษานอกระบบโรงเรียน เป็นการศึกษาที่มีการจัดหลักสูตร ระยะเวลาในการเรียนและการวัดและประเมินผล ยืดหยุ่นสอดคล้องกับสภาพและความตอ้ งการของผู้เรียน โดยไม่เป็นการจำกัด อายุ รูปแบบการเรยี นการสอนหรอื สถานที่ การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal education) เป็นการศึกษาที่ไม่มีรูปแบบตายตัว ไม่มีหลักสตู รและระยะเวลาในการเรียนที่แน่นอน โดยการจัดการศึกษาในรูปแบบน้ี เป็นการศึกษาองค์ความรู้ต่าง ๆ ผ่านประสบการณต์ รงที่ได้ประสบในชีวิตประจำวัน โดยการศึกษาตามอัธยาศยั จะกลายเป็นรากฐานสำคญั ของการศึกษาตลอดชีวิต ขอ้ มูลทใี่ ช้ a จำนวนสถานศึกษาสงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน ท่ีจัดการศึกษา ในรปู แบบทห่ี ลากหลาย เหมาะสมกับผเู้ รียนทกุ กลุ่ม b จำนวนสถานศกึ ษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐานท้ังหมด วิธีการวิเคราะห์ขอ้ มูล (a / b) * 100 แหล่งข้อมูล สนก. / สมป. / สนผ. / สบน. / สพก.จชต. / สศศ. / สบว. ตวั ชว้ี ัดที่ 11 รายละเอยี ด ประเด็น ร้อยละของผเู้ รยี นที่ได้รับเงินอดุ หนนุ ปัจจยั พน้ื ฐานสำหรบั นักเรียนยากจน ร้อยละ 20 ตวั ชว้ี ดั 11 ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน มีแนวทาง ค่าเปา้ หมาย ปี 2570 ในการดำเนนิ การโดยพิจารณาจากขอ้ มลู ประกอบ ดังน้ี คำอธิบาย 1. จำนวนนกั เรียนในสงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ทีไ่ ดร้ ับ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 6,648,312 คน ข้อมูล ณ วันที่ 10 พ.ย.2564 (ขอ้ มลู คำขอต้ังงบประมาณรายจ่ายประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2566)
แผนปฏิบตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน 61 ประเด็น รายละเอียด 2. นักเรียนท่ีพิจารณาจากเกณฑ์การคัดกรองนักเรียนยากจนต้องมีรายได้เฉลี่ย ต่อครัวเรือนไม่เกิน 3,000 บาท/เดือน โดยมีการกำหนดค่าเป้าหมายร้อยละ 20 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน คิดเป็นประมาณการจำนวนนักเรียนยากจน 1,329,662 คน ท่ีได้รับการสนับสนุน งบประมาณปจั จยั พืน้ ฐานสำหรับนกั เรยี นยากจน 3. เงินอดุ หนุนปัจจัยพน้ื ฐานสำหรับนักเรียนยากจน เปน็ เงินงบประมาณที่จัดสรร ให้แก่สถานศึกษาท่ีมีนักเรียนยากจน เพ่อื จัดหาปัจจัยพืน้ ฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และเพิ่มโอกาสทางการศึกษา เป็นการชว่ ยเหลือนักเรียนท่ียากจนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนจบการศึกษาภาคบังคับ และให้มีโอกาสได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น งบประมาณที่จัดสรรให้สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาจำนวน 500 บาท/คน/ ภาคเรียน (1,000 บาท/คน/ปี) และระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ จำนวน 1,500 บาท/ คน/ภาคเรยี น (3,000 บาท/คน/ปี) ขอ้ มูลทีใ่ ช้ a จำนวนนกั เรยี นยากจนทไี่ ด้รบั เงนิ อุดหนุนปจั จัยพนื้ ฐานสำหรบั นักเรยี นยากจน b จำนวนนกั เรียนในสงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน วธิ ีการวเิ คราะหข์ ้อมูล (a / b) * 100 แหล่งข้อมูล สนผ. ตวั ช้วี ดั ที่ 12 ประเด็น รายละเอยี ด ตัวชว้ี ดั 12 อัตราการเข้าเรียนสุทธิของผู้เรียนปฐมวัย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้นั พื้นฐาน คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 เกบ็ ค่าเป้าหมายถงึ ปี 2566 ร้อยละ 70 คำอธบิ าย อตั ราดงั กล่าว จำกดั เฉพาะในสังกดั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน ขอ้ มูลที่ใช้ a จำนวนนกั เรียนในสถานศึกษาในสังกดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ทกี่ ำลังศกึ ษาหรือไดร้ บั บรกิ ารการศึกษา ในระดับปฐมวัย หรือในช่วงอายุ 3-7 ปี b จำนวนประชากรกล่มุ อายุ 3-7 ปี วธิ ีการวิเคราะห์ข้อมลู (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมูล สนผ.
แผนปฏิบตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน 62 กลยุทธท์ ี่ 3 ยกระดบั คุณภาพการศกึ ษาให้สอดคล้องกับการเปลยี่ นแปลงในศตวรรษท่ี 21 ตวั ชี้วดั ที่ 13 ประเด็น รายละเอียด ตัวชว้ี ัด 13 ร้อยละของผู้เรียนปฐมวัยในสังกัดมีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 ร้อยละ 85 คำอธบิ าย นกั เรยี นปฐมวัยในสังกัดมีพฒั นาการสมวัย ทั้งดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ วินัย สังคม และสติปัญญา หมายถึง นักเรียนปฐมวัยมีผลการประเมินพัฒนาการตามมาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ผ่านเกณฑ์การประเมิน พฒั นาการคณุ ภาพระดบั ดขี น้ึ ไปทง้ั 4 ดา้ น ข้อมูลทใี่ ช้ a จำนวนนักเรียนปฐมวัยในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพ้ืนฐาน ท่ีมีคุณภาพตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย b จำนวนนักเรียนปฐมวัยในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานท้ังหมด วิธีการวิเคราะห์ขอ้ มลู (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมูล - ผลการประเมินพัฒนาการนักเรียนปฐมวัยตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ซึ่งตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน ระดบั ปฐมวัย ทง้ั 4 ดา้ น - สพป. รายงานผลในระบบ e-MES (Electronic Monitoring and Evaluation System) - สวก. (ทำรายงานวิจัยแบบปีเว้นปีการศึกษาโดยสุ่มกลุ่มตัวอย่างเฉพาะนักเรียน อนุบาลปีท่ี 3 ) - สตผ. (สพป.รายงานในระบบ e-MES ทุกปี) ตัวช้ีวัดท่ี 14 รายละเอียด ประเดน็ ร้อยละของผ้เู รยี นมีคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ระดับดีขึ้นไป รอ้ ยละ 90 ตวั ชี้วัด 14 นักเรียนที่ผ่านการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรระดับดีขึ้นไป คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 หมายถึง นักเรียนในสถานศึกษาสงั กัดสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน คำอธบิ าย ที่เข้ารับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 ซ่ึงคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้เรยี น 8 ประการ ได้แก่ 1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2) ช่ือสตั ย์สุจริต 3) มวี ินัย 4) ใฝเ่ รียนรู้ 5) อยอู่ ย่างพอเพียง 6) มุ่งมั่นในการทำงาน 7) รักความเป็นไทย 8) มีจิตสาธารณะ และมีผลการประเมิน ระดับดขี นึ้ ไป
แผนปฏบิ ตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน 63 ประเด็น รายละเอียด ขอ้ มูลทใ่ี ช้ a จำนวนนักเรียนที่เข้ารับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร และมผี ลการประเมนิ ระดับดีขนึ้ ไป b จำนวนนกั เรยี นในสังกดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน วธิ กี ารวเิ คราะห์ข้อมูล (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมูล - สพป. รายงานผลในระบบ e-MES (Electronic Monitoring and Evaluation System) - สตผ. (สพป.รายงานในระบบ e-MES ทุกป)ี - สวก. ตวั ช้ีวดั ท่ี 15 รายละเอยี ด ประเดน็ ร้อยละของผู้เรยี นไดร้ ับการพัฒนาใหม้ ีสมรรถนะ และทักษะทจ่ี ำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21 รอ้ ยละ 80 ตัวชี้วัด 15 - ความสำเร็จของการดำเนินโครงการส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะและทักษะ ค่าเป้าหมาย ปี 2570 การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 หมายถึง การดำเนินกิจกรรม/โครงการของสำนักงาน คำอธิบาย เขตพ้นื ท่ีการศึกษา เพ่อื ส่งเสริม สนบั สนุนและพัฒนาผูเ้ รยี นให้มีคุณลักษณะและทักษะ การเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 - คุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตามโครงการพัฒนาการจัดการ เรยี นรูท้ ้ังระบบสู่การยกระดับผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนและการเตรียมผู้เรียนให้สอดคล้อง กับศตวรรษท่ี 21 ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ในเร่ืองทักษะ การเรียนรู้ (Learning Skill) คือ การเรียนรู้ 3Rs8Cs ดังน้ี 3Rs 1. Reading คือ สามารถอา่ นออก 2. (W)Riteing คอื สามารถเขียนได้ 3. (A)Rithmatic คือ มีทักษะในการคำนวณ 8Cs 1. Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมวี ิจารณญาณและสามารถแก้ไขปญั หาได้ 2. Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสรา้ งสรรค์และคิดเชิงนวตั กรรม 3. Cross-cultural understanding คือ ความเขา้ ใจในความแตกต่างของวฒั นธรรม และกระบวนการคิดข้ามวฒั นธรรม 4. Collaboration teamwork and leadership คอื ความรว่ มมือ การทำงาน เป็นทมี และภาวะความเป็นผ้นู ำ
แผนปฏิบตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน 64 ประเด็น รายละเอียด 5. Communication information and media literacy คือ มีทักษะ ในการสื่อสารและการรู้เท่าทนั สอ่ื 6. Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทัน เทคโนโลยี 7. Career and learning skills คือ มีทกั ษะอาชีพและการเรยี นรู้ 8. Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมรี ะเบียบวนิ ยั ขอ้ มูลท่ใี ช้ a จำนวนนักเรียนในโรงเรียน สังกัด สพฐ. 245 เขตพ้ืนที่การศึกษา ท่ีผ่านเกณฑ์ การประเมินในการพัฒนาให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) b จำนวนนักเรยี นในสงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน วิธกี ารวิเคราะหข์ อ้ มลู (a / b) * 100 แหล่งข้อมูล สวก. โดยมกี ระบวนการได้มาซง่ึ ขอ้ มูล ดงั นี้ ให้ สพป./สพม. ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานของโรงเรยี นตามกจิ กรรมท่ีกำหนด และรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ โดยส่งผ่านระบบรายงานผลการประเมิน สว่ นราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบตั ิราชการของส่วนราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (ระบบ KRS) ปีละ 1 ครงั้ ตวั ช้วี ัดท่ี 16 รายละเอยี ด ประเด็น รอ้ ยละของนักเรียนท่ีไดร้ บั การคดั กรอง เพื่อพัฒนาพหปุ ัญญารายบุคคล รอ้ ยละ 60 ตัวชวี้ ัด 16 - พหุปัญญา หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของมนุษย์ตามทฤษฎีพหุปัญญา คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 แบ่งออกเป็น 8 ด้าน ได้แก่ ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence) ปัญญา คำอธิบาย ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence) ปัญญา ด้านมิติสัมพนั ธ์ (Visual-Spatial Intelligence) ปัญญาดา้ นร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily-Kinesthetic Intelligence) ปัญญาด้านดนตรี (Musical Intelligence) ปญั ญาดา้ นมนุษยส์ ัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence) ปญั ญาด้านความเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence) และปญั ญาดา้ นธรรมชาติวทิ ยา (Naturalist Intelligence) - ความสามารถพิเศษ หมายถึง ความสามารถท่ีโดดเด่นของบุคคลด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้านเหนือบุคคลในวัยเดียวกันซึ่งอาจเป็นความสามารถทางสติปัญญา ความสามารถทางวิชาการเฉพาะดา้ น จำแนกออกเป็น 8 ดา้ น ได้แก่ 1. ความสามารถพิเศษด้านภาษา (Verbal/Linguistic Abilities) 2. ความสามารถพเิ ศษดา้ นคณิตศาสตร์ (Mathematical/Rembolic Abilities)
แผนปฏิบัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน 65 ประเด็น รายละเอยี ด 3. ความสามารถพิเศษด้านวทิ ยาศาสตร์ (Science/Realistic Abilities) 4. ความสามารถพเิ ศษด้านเครื่องกลและอิเล็กทรอนิกส์ (Mechanical/Electronics Abilities) 5. ความสามารถพิเศษด้านศิลปะ/มติ สิ มั พันธ์ (Artistic/Spatial Abilities) 6. ความสามารถพเิ ศษดา้ นการได้ยิน (Sonance/Auditory Abilities) 7. ความสามารถพิเศษดา้ นการเคล่ือนไหวกล้ามเน้ือ (Somatic/Bodily Abilities) 8. ความสามารถพเิ ศษดา้ นสงั คมและอารมณ์ (Social and Emotional Abilities) - การคัดกรอง หมายถึง ผลการสำรวจจากการคัดกรองผ่านระบบสำรวจแวว ความสามารถพิเศษด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา พฒั นาขึ้น - การพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล หมายถึง การนำแนวทางการพัฒนาพหุปัญญา 8 ด้าน ไปพฒั นาผเู้ รียนเปน็ รายบุคคลตามผลการคดั กรองผา่ นระบบสำรวจแววความสามารถพเิ ศษ ด้วยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกสท์ ี่สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาพฒั นาขึ้น ข้อมูลท่ใี ช้ a จำนวนนกั เรยี นแตล่ ะระดบั ชน้ั ท่ีไดร้ ับการคัดกรอง b จำนวนนักเรียนในสงั กัดสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน วิธีการวิเคราะห์ขอ้ มูล (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมูล สวก. ตวั ช้วี ัดท่ี 17 รายละเอียด ประเดน็ ร้อยละของนกั เรยี นในสงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานทไ่ี ดร้ บั การพัฒนา พหปุ ญั ญาตามความสนใจและความถนดั ตวั ช้ีวดั 17 ร้อยละ 90 - พหุปัญญา หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของมนุษย์ตามทฤษฎีพหุปัญญา ค่าเปา้ หมาย ปี 2570 แบ่งออกเป็น 8 ด้าน ได้แก่ ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence) ปัญญา คำอธิบาย ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence) ปัญญา ด้านมิติสมั พนั ธ์ (Visual-Spatial Intelligence) ปัญญาด้านร่างกายและการเคล่ือนไหว (Bodily-Kinesthetic Intelligence) ปัญญาด้านดนตรี (Musical Intelligence) ปญั ญาด้านมนุษย์สัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence) ปัญญาด้านความเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence) และปญั ญาดา้ นธรรมชาติวทิ ยา (Naturalist Intelligence) - การพฒั นาพหปุ ญั ญาตามความสนใจและความถนดั หมายถึง การทผ่ี เู้ รยี นไดเ้ ข้าร่วม กิจกรรมที่ผู้เรียนสนใจ มีความถนัดและมีทักษะในเร่ืองดังกล่าวเป็นพิเศษเพิ่มเติม จากการเรียนการสอน หรือการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยกิจกรรมนั้นจะช่วยให้ผู้เรียน
แผนปฏบิ ัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน 66 ประเดน็ รายละเอยี ด ได้รับการพัฒนาศักยภาพและพหุปัญญาด้านใดด้านหนึ่ง หรือในหลาย ๆ ด้าน เพื่อนำไปสู่เส้นทางของการศึกษาต่อตามความถนัด มีแนวทางในการประกอบอาชีพ ในอนาคต และสามารถแขง่ ขันในเวทีนานาชาติ ข้อมูลที่ใช้ a จำนวนนักเรียนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาพหุปัญญา 8 ด้าน ตามความสนใจ และความถนัด b จำนวนนักเรียนในสังกดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน วิธกี ารวิเคราะห์ข้อมลู (a / b) * 100 แหล่งข้อมลู สกก. ตวั ชว้ี ัดท่ี 18 ประเดน็ รายละเอยี ด ตัวชีว้ ดั 18 ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-NET) ร้อยละ 50 ขึน้ ไปเพม่ิ ขึ้นจากปกี ารศึกษาท่ผี ่านมา คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 ร้อยละ 3 คำอธบิ าย คะแนนเฉลี่ยรวมทุกวิชาของผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (O-NET) ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 โดย ชั้น ป.6 และ ม.3 ประกอบด้วย วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ในส่วนชั้น ม.6 ประกอบด้วย วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ขอ้ มูลทใี่ ช้ 1. คะแนนเฉล่ียรวมทุกวิชาของ O-NET ช้ัน ป.6 ประกอบด้วย วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ 2. คะแนนเฉลี่ยรวมทุกวิชาของ O-NET ชั้น ม.3 ประกอบด้วย วิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์ 3. คะแนนเฉลี่ยรวมทุกวิชาของ O-NET ชั้น ม.6 ประกอบด้วย วิชาภาษาไทย ภาษาองั กฤษ คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม วธิ กี ารวิเคราะห์ขอ้ มูล นำเข้าข้อมลู ท่ีคำนวณโดยสำนกั ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์กรมหาชน) แหล่งข้อมลู สทศ.
แผนปฏิบตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน 67 ตวั ช้ีวดั ที่ 19 ประเดน็ รายละเอยี ด ตัวช้ีวดั 19 ร้อยละของครูสอนภาษาอังกฤษในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกคน ได้รับ การพัฒนาและยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษของครูที่สอนภาษาอังกฤษโดยใช้ระดับ การพัฒนาทางดา้ นภาษา (CEFR) ตามเกณฑท์ ีก่ ำหนด ค่าเป้าหมาย ปี 2570 ร้อยละ 70 คำอธบิ าย ข้อมูลของครูผู้สอนภาษาอังกฤษในระดับช้ันประถมศึกษาและมัธยมศึกษาได้รั บ การพัฒนาและยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษของครูที่สอนภาษาอังกฤษโดยใช้ระดับ การพฒั นาทางภาษา (CEFR) ตามเกณฑ์ทกี่ ำหนด หรอื ผา่ นการสอบวดั ระดับ CEFR ข้อมูลท่ีใช้ a จำนวนครผู ้สู อนภาษาองั กฤษในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมของ สพฐ. ท่ีได้รับ การพัฒนาและยกระดับความรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้ระดับการพัฒนาทางดา้ นภาษา (CEFR) ตามเกณฑ์ทีก่ ำหนด หรือผา่ นการสอบ CEFR อยา่ งใดอยา่ งหน่ึง b จำนวนครูผู้สอนภาษาอังกฤษในระดับชนั้ ประถมศึกษาและมธั ยมของ สพฐ. วิธกี ารวเิ คราะห์ข้อมูล (a / b) * 100 แหล่งข้อมูล ศบศ. ตัวชว้ี ัดท่ี 20 รายละเอยี ด ประเด็น จำนวนครูและบคุ ลากรทางการศึกษาทส่ี ามารถ จัดการเรียนรเู้ ชิงรกุ 100,000 คน ตวั ชว้ี ัด 20 ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษามสี มรรถนะด้านการจัดการเรยี นรู้สู่ฐานสมรรถนะ คา่ เป้าหมาย ปี 2570 ประกอบด้วย การออกแบบการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning คำอธิบาย มีจิตวิทยาการเรยี นรู้ ส่ือและการใชส้ ่ือ เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาและการเรียนรู้ การวัด และประเมินผลการเรยี นรูต้ ามสภาพจริง มีความศรัทธาในวชิ าชพี และความเป็นครู ขอ้ มูลท่ีใช้ a จำนวนครผู ูส้ อนทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรทู้ ีส่ ามารถจดั การเรยี นรเู้ ชงิ รกุ แลกเปลี่ยน วิธกี ารวิเคราะห์ขอ้ มูล เรยี นรู้ เผยแพร่แนวทางการจัดการเรยี นร้ขู องตนเอง แหลง่ ข้อมูล b จำนวนผูบ้ ริหารสถานศึกษาท่ีสามารถช้แี นะและสนับสนุนให้ครูจดั การเรียนรู้เชงิ รุก c จำนวนผ้บู ริหารการศึกษาท่ีสนับสนุนให้สามารถจัดการเรียนร้เู ชงิ รุก d จำนวนศึกษานิเทศกท์ สี่ ามารถใหก้ ารนเิ ทศการจัดการเรียนรู้เชิงรุก a+b+c+d ศบศ.
แผนปฏิบัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน 68 ตวั ช้วี ัดท่ี 21 ประเด็น รายละเอยี ด ตัวชีว้ ดั 21 ร้อยละของครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาที่ไดร้ บั การพฒั นาทักษะเทคโนโลยดี จิ ิทัล คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 รอ้ ยละ 60 คำอธิบาย ข้อมูลการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผ่านการพัฒนาให้มีทักษะ เทคโนโลยีดิจิทัลในด้านความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลในด้านต่าง ๆ ท่ีเป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง วิธีการนำไปใช้ ตลอดจนกระบวนการพัฒนา ท่ีสามารถ เรียนรู้และเพิ่มพูนได้ ด้านทักษะความสามารถ หรือความชำนาญเกี่ยวกับการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างขึ้นได้จากการเรียนรู้ การฝึกฝน การทำงานร่วมกับผู้อื่น และดา้ นการนำไปประยุกต์ใช้ การนำความรู้เก่ยี วกับเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการ จัดการเรียนการสอน หรือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับตนเอง หรือเพื่อการพัฒนางาน ให้มีประสทิ ธภิ าพเพม่ิ ข้นึ ขอ้ มูลที่ใช้ a จำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัด สพฐ. ที่มีทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถนำไปใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน หรอื การทำงานที่เกย่ี วขอ้ งกบั ตนเอง b จำนวนครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา ในสังกดั สพฐ. ที่ได้รบั การพฒั นาให้มีทักษะ เทคโนโลยดี ิจทิ ลั วธิ กี ารวิเคราะหข์ อ้ มลู (a / b) * 100 แหล่งข้อมูล ศบศ. / สทร. ตวั ช้วี ัดท่ี 22 รายละเอียด ประเด็น รอ้ ยละของสถานศึกษาในสังกัด ท่มี ีหลกั สตู รสถานศกึ ษาท่ียืดหยุน่ ตอบสนองตอ่ ความถนัด และความสนใจของผเู้ รียน ตัวชี้วดั 22 ร้อยละ 100 - หลกั สูตรสถานศกึ ษา หมายถึง แผนหรือแนวทางหรือข้อกำหนดของการจัดการศึกษา คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 ท่ีจะพัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ โดยส่งเสริมให้แต่ละบุคคลพัฒนาไปสู่ คำอธบิ าย ศักยภาพสูงสุดของตน รวมถงึ ลำดับข้นั ของมวลประสบการณท์ ก่ี ่อให้เกดิ การเรียนรู้สะสม ซ่ึงจะช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ไปสู่การปฏิบัติได้ ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ ดว้ ยตนเอง รู้จกั ตนเอง มชี วี ติ อยู่ในโรงเรียน ชุมชน สังคม และโลกอย่างมคี วามสุข - หลกั สูตรสถานศึกษาท่ียดื หยุ่น หมายถึง แผนหรือแนวทางหรือข้อกำหนดของการจัด การศกึ ษาท่เี อื้อใหผ้ ู้เรียนไดม้ ีโอกาสเลือกเรยี นตามความสนใจ และความถนัดของตนเอง เป็นหลักสูตรที่มีรูปแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เอื้อต่อวิธีการเรียนรู้ ท่ีแตกต่างกันของผูเ้ รียน ทำใหผ้ ู้เรียนมที างเลือกในการเรยี นรู้ เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ
แผนปฏิบัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน 69 ประเดน็ รายละเอยี ด ขอ้ มูลท่ีใช้ a จำนวนสถานศึกษาที่มีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบสนองต่อความถนัด และความสนใจของผู้เรยี น b จำนวนสถานศึกษาสงั กดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐานทัง้ หมด วธิ กี ารวิเคราะห์ขอ้ มลู (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมลู สวก. ตวั ชว้ี ัดท่ี 23 รายละเอียด ประเด็น ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัด ที่สามารถจัดการเรียนการสอน หรือจัดกิจกรรม เพอื่ สง่ เสริมพหุปัญญาของผูเ้ รียน โดยใชเ้ ครื่องมือคัดกรอง/สำรวจแวว/วัดความสามารถ ตวั ชวี้ ัด 23 ความถนัดของผูเ้ รียน ร้อยละ 60 ค่าเปา้ หมาย ปี 2570 - พหุปัญญา หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของมนุษย์ตามทฤษฎีพหุปัญญา คำอธิบาย แบ่งออกเป็น 8 ด้าน ได้แก่ ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence) ปัญญา ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence) ปัญญา ด้านมิติสัมพันธ์ (Visual-Spatial Intelligence) ปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily-Kinesthetic Intelligence) ปัญญาด้านดนตรี (Musical Intelligence) ปัญญาด้านมนุษย์สัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence) ปัญญาด้านความเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence) และปัญญาดา้ นธรรมชาติวทิ ยา (Naturalist Intelligence) - การจัดการเรยี นการสอนตามพหปุ ัญญา หมายถึง การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมเสริมหลักสูตร โครงการ/โครงงาน รวมถึงการจัดห้องเรียนพิเศษประเภทต่าง ๆ เพื่อเสรมิ สรา้ งคณุ ลกั ษณะของผมู้ ีความสามารถพิเศษ - ความสามารถพิเศษ หมายถึง ความสามารถท่ีโดดเด่นของบุคคลด้านใดด้านหน่งึ หรือหลายด้านเหนือบุคคลในวัยเดียวกันซึ่งอาจเป็นความสามารถทางสติปัญญา ความสามารถทางวิชาการเฉพาะด้าน จำแนกออกเป็น 8 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1. ความสามารถพิเศษด้านภาษา (Verbal/Linguistic Abilities) รวมถึงการพัฒนา เดก็ ผู้มีศกั ยภาพด้านภาษาต่างประเทศผ่านการเรียนการสอนห้องเรียนพเิ ศษภาษาอังกฤษ ห้องเรียนพิเศษภาษาจีน หรอื การจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศตามท่ีนักเรียน มคี วามสนใจ 2. ความสามารถพเิ ศษด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical/Rembolic Abilities) 3. ความสามารถพิเศษด้านวทิ ยาศาสตร์ (Science/Realistic Abilities) 4. ความสามารถพิเศษด้านเครื่องกลและอิเล็กทรอนิกส์ (Mechanical/ Electronics Abilities)
แผนปฏิบัตริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน 70 ประเดน็ รายละเอยี ด 5. ความสามารถพิเศษด้านศิลปะ/มิตสิ มั พันธ์ (Artistic/Spatial Abilities) 6. ความสามารถพิเศษด้านการได้ยิน (Sonance/Auditory Abilities) 7. ความสามารถพิเศษด้านการเคล่ือนไหวกล้ามเนื้อ (Somatic/Bodily Abilities) 8. ความสามารถพิเศษดา้ นสังคมและอารมณ์ (Social and Emotional Abilities) ขอ้ มูลทใี่ ช้ a จำนวนสถานศกึ ษาทสี่ ามารถจัดการเรยี นการสอนตามพหปุ ัญญา b จำนวนสถานศกึ ษาสงั กดั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน วิธกี ารวเิ คราะหข์ ้อมลู (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมลู สวก. / สบว. / สกก. ตัวชีว้ ดั ท่ี 24 ประเด็น รายละเอยี ด ตวั ชวี้ ดั 24 ร้อยละของสถานศึกษาในสงั กัดมีนโยบายและจัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาให้ความรู้ ที่ถกู ต้อง และสร้างนกั เรียนใหม้ ีคณุ ลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชวี ิตท่ดี ี นำไปปฏิบัตทิ ี่บ้านและชมุ ชน คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 รอ้ ยละ 90 คำอธิบาย - นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม หมายถึง สถานศึกษามีการกำหนดนโยบาย/วิสัยทัศน์/ พันธกจิ /เปา้ หมาย/และแผนงานด้านส่งิ แวดลอ้ มศกึ ษาท่เี ป็นลายลกั ษณ์อักษร - กิจกรรมส่ิงแวดล้อมศึกษา หมายถงึ สถานศึกษามหี ลักสูตรบรู ณาการจัดการเรียนรู้ หรือมีสาระเพิ่มเติม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดลอ้ มโดยจดั กจิ กรรมด้วยกระบวนการสงิ่ แวดลอ้ มศกึ ษา - นกั เรยี นมีคุณลกั ษณะและพฤติกรรมท่ีพึงประสงคด์ ้านสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตที่ดี นำไปปฏบิ ตั ทิ บ่ี ้านและชมุ ชน หมายถงึ นักเรียนมคี วามรู้ และเจตคตทิ ่ีดีเกีย่ วกบั ประโยชน์ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับรู้ในสถานการณ์สิ่งแวดล้อม เห็นปัญหาของสิ่งแวดล้อม สามารถรับมือกับภัยพิบัติ มีพฤติกรรมในการใช้ชีวิต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งที่บ้าน โรงเรียน และชุมชน นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิต ในสิง่ แวดลอ้ มที่ดีอย่างยั่งยืน ข้อมูลท่ใี ช้ a จำนวนสถานศึกษาทีม่ นี โยบายและจดั กจิ กรรมสง่ิ แวดล้อมศกึ ษา b จำนวนสถานศกึ ษาสังกัดสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน วิธกี ารวเิ คราะหข์ ้อมูล (a / b) * 100 แหล่งข้อมลู สนก.
แผนปฏบิ ตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน 71 ตวั ชวี้ ัดที่ 25 ประเดน็ รายละเอยี ด ตวั ช้วี ัด 25 ร้อยละของสถานศึกษาได้รับการพัฒนาให้มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการสร้างนวัตกรรม การบริหาร เพอื่ พฒั นาผู้เรยี นตามเป้าหมายการพัฒนาท่ยี ง่ั ยืน คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 ร้อยละ 80 คำอธิบาย - สถานศึกษา หมายถึง โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้ันพน้ื ฐานท้งั หมด - นวัตกรรมการบริหาร หมายถึง เทคนิควิธี กระบวนการ การคิดค้นรูปแบบ การบริหารจัดการ การพัฒนาแนวทาง และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ใหม่ เพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษาที่ชว่ ยใหโ้ รงเรียนเป็นแหล่งเรยี นรู้ทส่ี ่งเสริมให้เกิด การจัดการเรยี นการสอนใหก้ ับผู้เรยี นไดเ้ รยี นร้อู ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ - ผู้เรียน หมายถึง นักเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และสำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษา - เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หมายถึง การพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับการสรา้ งสมดลุ ทั้ง 3 มิติของการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบบูรณาการให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ซึ่งเป็นวาระของประเทศสมาชิก ของสหประชาชาติ ประกอบด้วย 17 เป้าหมาย ประกอบดว้ ย 1) การขจดั ความยากจน 2) การขจัดความหิวโหย 3) การมสี ขุ ภาพและความเป็นอยู่ท่ีดี 4) การศึกษาท่ีมีคุณภาพ 5) ความเท่าเทียมทางเพศ 6) การมีน้ำสะอาดและสขุ าภบิ าลที่ดี 7) การมีพลังงานสะอาด 8) การมีอาชีพและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี 9) การมีอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน 10) การลดความเหลอื่ มล้ำ 11) การมีเมอื งและชุมชนท่ีย่ังยืน 12) การบริโภคและการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ 13) การปฏิบัติการเกี่ยวกับ สภาพภูมิอากาศท่ีเหมาะสม 14) การใช้ทรัพยากรในมหาสมุทรอย่างยั่งยืน 15) การใช้ท่ีดินอย่างย่ังยืน 16) การมสี ันติภาพ ความยตุ ิธรรม และสถาบันท่ีเข้มแข็ง 17) การร่วมมือกนั เพ่ือเปา้ หมายการพัฒนาท่ียงั่ ยนื ขอ้ มูลทใ่ี ช้ a จำนวนสถานศึกษาที่สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ของโครงการพฒั นานวัตกรรมการบริหารส่เู ป้าหมายการพัฒนาท่ยี ่ังยนื b จำนวนสถานศกึ ษาในสงั กัดสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน วิธกี ารวิเคราะห์ข้อมลู (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมลู สนก.
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 72 ตวั ชว้ี ดั ที่ 26 ประเด็น รายละเอยี ด ตัวช้วี ดั 26 ร้อยละของสถานศึกษาท่ีมีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และมีการวัด และประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล (Personalized Learning) คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 ร้อยละ 70 คำอธบิ าย การจัดการเรยี นรูเ้ ชงิ รกุ (Active Learning) เปน็ แนวคิดการจดั การเรยี นรู้ ท่เี นน้ ผู้เรียน เป็นสำคญั โดยใหค้ วามสำคัญกับการใหน้ ักเรียนได้ลงมือปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนรู้ ได้คิด เพ่อื สร้างความรู้จากกจิ กรรมการเรียนรู้และใช้ความรู้ในการทำงาน โดยควบคู่กับการวัด และประเมินผลเพื่อการเรียนรู้ (Assessment for Learning) ซ่งึ เปน็ กระบวนการรวบรวม หลกั ฐานขอ้ มูลเชิงประจักษ์ต่าง ๆ ตามสภาพจริงเก่ียวกบั การเรียนรู้ของผูเ้ รียน เพ่ือระบุ และวินจิ ฉัยปัญหาการเรยี นรู้ และให้ข้อตชิ มทม่ี คี ณุ ภาพแก่ผเู้ รยี น เพือ่ ปรบั ปรุงการเรียนรู้ ให้ดีข้ึน โดยใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย และเพื่อให้เข้าใจการเรียนรู้ของผู้เรียน ในแงม่ ุมตา่ ง ๆ อย่างรอบดา้ น อนั จะนำไปสกู่ ารปรับการเรียนและเปลย่ี นการสอนให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การออกแบบกจิ กรรมการจัดการเรียนรสู้ ามารถทำได้หลากหลายวิธี/ รูปแบบขึ้นอยู่กับเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้ อาจออกมาในลักษณะของรูปแบบ การจัดการเรียนรู้ เช่น การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem - based Learning) การจัดการเรียนรูโ้ ดยใช้กจิ กรรมเปน็ ฐาน (Activity -Based Learning) ข้อมูลทใี่ ช้ a จำนวนสถานศกึ ษาที่สามารถจดั การเรยี นรเู้ ชิงรุก (Active Learning) b จำนวนสถานศึกษาสังกัดสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน วธิ ีการวิเคราะหข์ ้อมลู (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมลู สวก. / สนก. / ศนฐ. ตวั ชวี้ ดั ที่ 27 รายละเอยี ด ประเด็น ร้อยละของสถานศึกษาที่มีการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ครู ให้เข้าถึงแพลตฟอร์ม ส่ือการเรียนรู้ท่ีใช้ในการจัดการเรียนการสอน การวัด ประเมิน และพัฒนาผู้เรียน ตัวชวี้ ัด 27 เพ่อื สง่ เสริมการเรียนรเู้ ป็นรายบุคคลสำหรบั ผู้เรียนทุกชว่ งวยั ร้อยละ 80 คา่ เป้าหมาย ปี 2570 แพลตฟอร์มส่ือการเรียนรู้ หมายถึง แหล่งเก็บส่ือเทคโนโลยีดิจิทลั เพ่ือการเรียนรู้ออนไลน์ คำอธิบาย ทเ่ี ปดิ ให้บรกิ ารเผยแพรแ่ ก่สาธารณชนสามารถเข้าถงึ สอ่ื และนำไปใช้ได้ a จำนวนสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ท่ีส่งเสริม ขอ้ มูลที่ใช้ และพฒั นาผเู้ รยี น ครูให้เขา้ ถงึ แพลตฟอรม์ ส่อื การเรยี นรู้
แผนปฏิบตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน 73 ประเด็น รายละเอยี ด b จำนวนสถานศึกษาสงั กดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐานทัง้ หมด วิธกี ารวิเคราะห์ขอ้ มลู (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมลู การติดตามของสำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา / สทร. / สทศ. ตวั ช้ีวดั ท่ี 28 ประเด็น รายละเอยี ด ตัวช้ีวดั 28 ร้อยละของสถานศึกษาที่เสริมสร้างศักยภาพด้านการประเมินให้กับครูผู้สอน ในระดับ มัธยมศึกษาตอนต้นให้สามารถสร้าง และใช้เครื่องมือประเมินสมรรถนะความฉลาดรู้ ของผู้เรียนด้านการอ่าน ด้านวิทยาศาสตร์ และด้านคณิตศาสตร์ในระดับชั้นเรียน เพ่อื การพัฒนาการเรยี นรู้ ค่าเปา้ หมาย ปี 2570 รอ้ ยละ 85 คำอธิบาย - สถานศกึ ษา หมายถงึ โรงเรียนในสังกัดสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน - เสริมสร้างศักยภาพด้านการประเมิน หมายถึง การดำเนินการผ่านกระบวนการ ที่หลากหลาย อาทิ การประชุมเชิงปฏิบัติการ ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) หรือ E-Learning เป็นต้น ที่มุ่งให้ครูมคี วามรู้ความเข้าใจการสร้างและใช้เครื่องมือประเมิน เพอื่ นำไปสกู่ ารพัฒนากจิ กรรมการเรยี นรทู้ ีม่ ุง่ ให้ผเู้ รียนไดเ้ รยี นรูด้ ขี น้ึ ขอ้ มูลท่ใี ช้ a จำนวนสถานศึกษาท่ีมีโครงการ/กิจกรรม ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรในสังกัดให้มี ความรู้ความเข้าใจด้านเคร่ืองมือประเมินสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียนด้านการอ่าน ด้านวทิ ยาศาสตร์ และดา้ นคณติ ศาสตรใ์ นระดับช้ันเรียน เพือ่ การพฒั นา การเรียนรู้ ให้กบั ครผู ู้สอน b จำนวนสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ท่ีเปิดสอน ในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น วธิ ีการวเิ คราะหข์ ้อมูล (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมูล สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา ตวั ชวี้ ดั ท่ี 29 ประเดน็ รายละเอยี ด ตัวช้วี ดั 29 ร้อยละของสถานศึกษาที่สอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ส่งเสริมการประเมิน ความฉลาดรู้ตามแนวทางการประเมิน PISA ให้กบั นกั เรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น ค่าเปา้ หมาย ปี 2570 เพอื่ เตรียมความพรอ้ มรับการประเมนิ ระดับนานาชาติ คำอธิบาย รอ้ ยละ 85 - สถานศึกษา หมายถึง โรงเรียนในสงั กดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน 74 ประเดน็ รายละเอียด - การได้รับการเตรียมความพร้อม หมายถึง การนำนักเรียนเข้าใช้งานระบบ PISA STYLE ONLINE TESTING หรอื แบบฝึกทักษะการแก้ปญั หาตามแนวทางการประเมิน PISA ทีส่ ำนักทดสอบทางการศึกษาเผยแพร่ และให้บรกิ าร รวมท้งั วธิ กี ารอ่นื ๆ ทเ่ี หมาะสม กบั บรบิ ทของโรงเรียนแต่ละแห่ง ขอ้ มูลท่ีใช้ a จำนวนสถานศึกษาที่สอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้รับการเตรียมความพร้อม (ด้านการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์) ในการประเมินระดับนานาชาติ ตามโครงการ PISA b จำนวนสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เปิดสอน ในระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น วธิ ีการวิเคราะหข์ ้อมลู (a / b) * 100 แหล่งข้อมูล สทศ. / สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา (ข้อมูลจากฐานระบบ PISA STYLE ONLINE TESTING และหลักฐานร่องร่อยการทำ แบบฝึกทกั ษะการแกป้ ัญหาตามแนวทางการประเมนิ PISA ของนักเรียน)
แผนปฏิบตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน 75 กลยทุ ธ์ท่ี 4 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจดั การศกึ ษา ตัวชี้วัดท่ี 30 ประเด็น รายละเอียด ตัวช้ีวัด 30 ร้อยละของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา มีระบบการบริหารจัดการ และการให้บริการการศึกษา ด้วยเทคโนโลยีดิจทิ ัล คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 ร้อยละ 100 คำอธบิ าย - สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หมายถึง สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาในสังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน - สถานศกึ ษา หมายถึง สถานศกึ ษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ตามกลมุ่ เป้าหมายท่ีกำหนด - ระบบบริหารจัดการที่เป็นดิจิทัล หมายถึง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อุปกรณ์ หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ใช้ในการสนับสนุนการบริหารจัดการของหน่วยงาน และสถานศึกษา 4 ดา้ นไดค้ รบถ้วน ได้แก่ ดา้ นบรหิ ารงานท่วั ไป ดา้ นแผนงานและงบประมาณ ด้านบรหิ ารงานบุคคล และดา้ นวชิ าการ ขอ้ มูลทีใ่ ช้ a จำนวนหนว่ ยงานและสถานศึกษาท่มี ีระบบบรหิ ารจดั การท่ีเป็นดิจทิ ลั ไดค้ รบถ้วน b จำนวนหนว่ ยงานและสถานศึกษาท้ังหมดตามกล่มุ เปา้ หมาย วิธีการวเิ คราะห์ขอ้ มูล (a / b) * 100 แหล่งข้อมลู สทร. ตวั ชีว้ ดั ท่ี 31 ประเด็น รายละเอียด ตัวชี้วดั 31 ร้อยละของหนว่ ยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานท่ีผ่านเกณฑ์ การประเมิน ITA Online ค่าเปา้ หมาย ปี 2570 รอ้ ยละ 100 คำอธบิ าย หน่วยงานในสังกัด สพฐ. หมายถึง สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และสถานศึกษา ในสงั กดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ข้อมูลทีใ่ ช้ 1. ผลการประเมิน ITA ของสำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา 2. ผลการประเมิน ITA ของสถานศกึ ษา วธิ กี ารวิเคราะหข์ ้อมูล นำเข้าข้อมลู จากระบบการประเมิน ITA Online แหล่งข้อมูล สนก. (ผลการประเมนิ ITA ของสำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา) สพท. (ผลการประเมิน ITA ของสถานศึกษา)
แผนปฏบิ ัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน 76 ตวั ช้วี ดั ที่ 32 ประเดน็ รายละเอยี ด ตัวชว้ี ัด 32 ร้อยละของสำนกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษา และสถานศกึ ษาท่สี ง่ เสรมิ การมีส่วนร่วมกับชุมชน/ หน่วยงาน/องคก์ ร/บคุ คลภายนอก ในการบรหิ ารจดั การ และการใหบ้ รกิ ารการศกึ ษา ค่าเป้าหมาย ปี 2570 รอ้ ยละ 100 คำอธิบาย - การบริหารจดั การ หมายถงึ การจดั องค์กรและการใช้ทรัพยากร รวมถึง งบประมาณ กำลังคน ส่ือวัสดุอุปกรณ์ และทรัพยากรอ่ืน ๆ ให้บรรลุเป้าหมายท่ีกำหนดไว้ ได้แก่ การจัดและส่งเสริมการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน - การให้บริการการศกึ ษา หมายถงึ การใหบ้ ริการทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับการจดั การศึกษา ข้อมูลทใี่ ช้ a จำนวนสำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา และสถานศกึ ษาสังกัดสำนกั งานคณะกรรมการ การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน ทีส่ ่งเสรมิ การมสี ว่ นร่วมกับชุมชน/หนว่ ยงาน/องค์กร/บุคคลภายนอก ในการบริหารจดั การ และการให้บริการการศึกษา b จำนวนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาข้นั พืน้ ฐานทงั้ หมด วธิ ีการวิเคราะห์ข้อมลู (a / b) * 100 แหล่งข้อมูล รายงาน PMQA ของสำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษา / กพร. ตัวช้วี ัดท่ี 33 รายละเอยี ด ประเดน็ ร้อยละของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ที่มีการบริหารจัดการ กับบคุ คลภายนอก โดยมีส่วนร่วมอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ตวั ชีว้ ดั 33 รอ้ ยละ 85 เป็นการทำงานแบบมีส่วนร่วมในระดับความร่วมมือ (Collaborate) โดยพิจารณา คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 แนวทางขบั เคลือ่ น ประกอบไปด้วย คำอธิบาย 1. การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กลุ่มดังกล่าวไม่สามารถมีส่วนร่วม ไดห้ ากไม่ไดร้ บั ข้อมลู ทีส่ มบูรณ์ทเ่ี ปน็ จริง ซงึ่ จะเปน็ พนื้ ฐานเพ่ือการตดั สนิ ใจ 2. การเปิดโอกาสให้ประชาชนในการให้ข้อมูล ขอ้ เทจ็ จรงิ และแสดงความคิดเห็น รวมทงั้ ขอ้ เสนอแนะเกยี่ วกับการดำเนินการ/การปฏิบตั ิงานของหนว่ ยงาน 3. การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามสี ่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องในกระบวนการตัดสินใจ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งในรูปแบบคณะกรรมการ 4. เป็นการให้บทบาทของประชาชนในการรวมกลุ่ม/เครือข่าย สร้างกฎกติกา การกำหนดเป้าหมาย/ทิศทาง หรือมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อให้เกิดความย่ังยืน สมาชิกในกล่มุ มีบทบาทหน้าทใ่ี นการทำงานร่วมกัน ต้ังแต่การระบปุ ญั หา พัฒนาทางเลือก
แผนปฏบิ ัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน 77 ประเด็น รายละเอียด และแนวทางแก้ไข (บทบาทหน้าท่ีของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย) รวมทั้งการเข้ามามีบทบาท ร่วมในการดำเนนิ งาน/กจิ กรรมของหน่วยงาน 5. มีผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม สร้างผลกระทบต่อการดำเนินงานตามพันธกิจหลัก ของหน่วยงานได้ ขอ้ มูลทีใ่ ช้ a จำนวนโครงการที่เกี่ยวข้องบุคคลภายนอกเข้ามามีบทบาทร่วมบริหารจัดการ ตามแผนปฏบิ ัติการท้ังหมด b ผลสำเร็จของโครงการ/กิจกรรม ที่เป็นรูปธรรม สร้างผลกระทบต่อการดำเนินงาน ตามพันธกิจหลกั ของหนว่ ยงานได้ วิธีการวิเคราะห์ขอ้ มลู (a / b) * 100 แหล่งข้อมลู กพร. ตวั ชว้ี ดั ท่ี 34 ประเด็น รายละเอยี ด ตวั ชว้ี ดั 34 ร้อยละของสถานศึกษาท่ีมผี ลการประเมินคุณภาพภายในระดบั ดเี ลศิ ขนึ้ ไป ค่าเป้าหมาย ปี 2570 รอ้ ยละ 80 คำอธบิ าย - ผลการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษา สังกดั สพฐ. จำแนกเป็น กำลังพัฒนา ปานกลาง ดี ดเี ลิศ ยอดเยีย่ ม - มาตรฐานการประเมินคุณภาพภายในมี 3 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพ ของผ้เู รยี น มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและจัดการ มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการ จดั การเรียนการสอนทเ่ี นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ขอ้ มูลท่ีใช้ a จำนวนสถานศึกษาสงั กัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน ทม่ี ผี ลการประเมิน คุณภาพภายในในระดับดเี ลศิ และยอดเยยี่ ม b จำนวนสถานศกึ ษาสงั กดั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐานทั้งหมด วิธกี ารวเิ คราะหข์ อ้ มลู (a / b) * 100 แหลง่ ข้อมลู สทศ. ตวั ช้วี ัดที่ 35 รายละเอยี ด ประเด็น ร้อยละของสถานศึกษานำร่องในพ้ืนที่นวัตกรรมการศึกษา สถานศึกษาในเขตพื้นท่ี ลักษณะพิเศษ เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขตพัฒนาพิเศษ ตวั ชี้วัด 35 ภาคตะวันออก (EEC) และโรงเรียนคุณภาพ ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพการจัด การศึกษาตามบริบทพนื้ ที่ ค่าเป้าหมาย ปี 2570 รอ้ ยละ 100
แผนปฏิบตั ริ าชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน 78 ประเดน็ รายละเอยี ด คำอธิบาย - สถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา หมายถึง สถานศึกษาที่ทดลองนำร่อง การปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน 8 จังหวัด ข้อมูลที่ใช้ ไดแ้ ก่ จงั หวัดสตูล จังหวดั ระยอง จังหวัดเชยี งใหม่ จังหวัดกาญจนบรุ ี จังหวัดศรีสะเกษ จงั หวดั ยะลา จังหวดั ปัตตานี และจงั หวัดนราธวิ าส วิธกี ารวิเคราะหข์ อ้ มูล - สถานศึกษาในเขตพื้นที่ลักษณะพิเศษ หมายถึง โรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลักษณะพิเศษ แหล่งข้อมลู กลุ่มโรงเรียนพน้ื ทสี่ งู ในถนิ่ ทุรกนั ดารและโรงเรียนพ้ืนทีเ่ กาะ - โรงเรียนคุณภาพ หมายถึง โรงเรียนคุณภาพ หมายถึง โรงเรียนที่มีการพัฒนา ยกระดับการศึกษาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง ทั้งยังลด ความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาสให้นักเรียนได้เข้าถึงการศึกษาที่ดี ได้รับการพัฒนา ทั้งด้านทักษะวิชาการ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ 21 a จำนวนสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่ได้รับการพัฒนาประสิทธิภาพ การจดั การศึกษาตามบริบทพ้นื ท่ี b จำนวนสถานศึกษาในเขตพ้นื ทีล่ ักษณะพเิ ศษที่ได้รับการพฒั นาประสทิ ธภิ าพการจัด การศึกษา c จำนวนโรงเรียนคุณภาพที่มีการพัฒนาและยกระดับการศึกษาท่ีมีคุณภาพ และมีมาตรฐานตามบรบิ ทของตนเอง d จำนวนสถานศึกษาในสงั กดั สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน (a+b+c/d) * 100 สบน. / สนผ. / สพก.จชต. / สมป. / สนก. ตวั ช้ีวดั ที่ 36 รายละเอียด ประเดน็ ร้อยละของโรงเรียนคุณภาพท่ีมีการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรรว่ มกันได้สำเร็จ ตามเปา้ หมาย ตวั ชีว้ ดั 36 รอ้ ยละ 100 โรงเรียนคุณภาพ หมายถึง โรงเรียนท่ีมีการพัฒนายกระดับการศึกษาให้มีคุณภาพ คา่ เป้าหมาย ปี 2570 และได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง ทัง้ ยงั ลดความเหลือ่ มล้ำ เพมิ่ โอกาสให้นักเรียน คำอธบิ าย ได้เขา้ ถึงการศึกษาท่ีดี ได้รับการพัฒนาทง้ั ด้านทกั ษะวชิ าการ ทกั ษะอาชีพ และทักษะชีวิต ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย 1. โรงเรียนคุณภาพ ระดับประถมศึกษา หมายถึง การพัฒนายกระดับคุณภาพ การศึกษา สามารถรองรับนักเรียนโรงเรียนเครือข่ายโดยรอบให้มีการเรียนรวม
แผนปฏิบตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน 79 ประเด็น รายละเอียด ที่โรงเรียนคุณภาพ (โรงเรียนหลัก) มีการแบ่งปันทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกัน อย่างมีคุณภาพ ส่งผลใหผ้ ู้ปกครองและชมุ ชนเกิดความเช่อื มน่ั 2. โรงเรียนคุณภาพ ระดับมัธยมศึกษา หมายถึง การส่งเสริมให้มีศักยภาพ ทั้งในด้านการบริหารจัดการท่ีมีประสิทธิภาพ ด้านวัสดุอุปกรณ์ สื่อและเทคโนโลยี ที่มีความพร้อมด้านการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ดึงดูดนักเรียนจากโรงเรียน แข่งขันสูง สามารถรองรับนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่เป็นโรงเรียน เครือข่ายโดยรอบ เปน็ ทางเลอื กใหแ้ กผ่ ปู้ กครองและชุมชน 3. โรงเรียนท่ีสามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างมีคุณภาพ (Stand Alone) หมายถึง การส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เสริมสร้างทักษะชีวิต และทักษะอาชีพให้เหมาะสมตามบริบทพื้นที่ เชื่อมโยงสู่อาชีพและการมีงานทำ ของนกั เรียน ขอ้ มูลทใี่ ช้ a จำนวนโรงเรียนคุณภาพที่มีการพัฒนาและยกระดับการศึกษาที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานตามบรบิ ทของตนเอง b จำนวนโรงเรียนคุณภาพท่ีเข้ารว่ มโครงการ วธิ ีการวิเคราะห์ข้อมูล (a / b) * 100 แหล่งข้อมลู สนก. ตัวช้วี ัดท่ี 37 รายละเอียด ประเด็น จำนวนครั้งของประชาชนที่เข้าถึงหลักสูตร สื่อ แหล่งเรียนรู้ที่จัดการศึกษาในรูปแบบ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ตวั ช้ีวัด 37 100,000 ครั้ง - ข้อมูลจำนวนประชาชนที่เข้าใช้งาน ระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงาน คา่ เป้าหมาย ปี 2570 คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Obec Content Center) ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ คำอธิบาย สำหรับใหบ้ ริการเผยแพร่เนื้อหาอเิ ล็กทรอนิกส์แก่นกั เรียน ครู ศึกษานเิ ทศ และบุคลากร ทางการศึกษา รองรับการเข้าถึงเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 8 ประเภท ได้แก่ แอปพลิเคชัน หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ วีดิทัศน์ รูปภาพ เสียง สื่อมัลติมีเดีย แทมเพลต และงานวิจัยทางการศึกษา สามารถใช้งานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ หรอื เคร่ืองคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ที่รองรับระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชั่น 8.0 ขึ้นไป หรือ Android เวอร์ชน่ั 4.3 ข้ึนไป หรอื Windows เวอร์ชัน่ 8.1 ขน้ึ ไป - โครงการของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถงึ โครงการที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ตามแผนปฏบิ ัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีการดำเนินการ
แผนปฏิบตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน 80 ประเด็น รายละเอยี ด และนำเข้าข้อมูลโครงการในระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ (eMENSCR) เพ่ือดำเนินการขับเคลือ่ นการใชง้ านระบบคลงั สื่อเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั สำนักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน (Obec Content Center) - การบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามค่าเป้าหมายยุทธศาสตร์ หมายถึง การนำผลการดำเนินงาน โครงการไปเปรียบเทียบกับค่าเปา้ หมายของยุทธศาสตรช์ าติทีส่ อดคล้องกับโครงการนั้น ๆ ข้อมูลทีใ่ ช้ ผลรวมของจำนวนประชาชนที่เข้าใช้งาน ระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน (Obec Content Center) วิธกี ารวเิ คราะห์ขอ้ มูล ผลรวมจำนวนผเู้ ข้าใช้งานระบบคลังส่ือฯ แหลง่ ข้อมลู สทร. ตัวช้วี ดั ที่ 38 ประเดน็ รายละเอยี ด ตัวชว้ี ัด 38 ร้อยละของสถานศึกษาและหน่วยงานใชร้ ะบบบรหิ ารจัดการที่เป็นดิจิทัล จัดเก็บข้อมูล ทีเ่ ป็นปจั จบุ นั คา่ เปา้ หมาย ปี 2570 เก็บค่าเปา้ หมายถงึ ปี 2566 ร้อยละ 80 คำอธิบาย - หนว่ ยงาน หมายถึง สำนัก/หนว่ ยงานเทยี บเท่าในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้นั พนื้ ฐาน (ส่วนกลาง) และสำนกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา - สถานศกึ ษา หมายถงึ สถานศกึ ษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ตามกลุ่มเป้าหมายทีก่ ำหนด - ระบบเชือ่ มโยงขอ้ มูลในระบบแบบ Real Time หมายถึง ระบบบริหารจัดการท่เี ปน็ ดิจิทัล ที่ใช้สามารถเรียกดูข้อมูลได้แบบ Real time จัดเก็บข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน สามารถมีการสรุปผลการดำเนินงานได้ ขอ้ มูลท่ใี ช้ a จำนวนหน่วยงานและสถานศึกษาที่มีใช้ระบบบริหารจัดการที่เป็นดิจิทัลสามารถ มกี ารสรปุ ผลการดำเนนิ งานได้ ไดค้ รบถว้ น b จำนวนหนว่ ยงานและสถานศกึ ษาทง้ั หมดตามกลุ่มเป้าหมาย วธิ ีการวเิ คราะห์ข้อมูล (a / b) * 100 แหล่งข้อมลู สนผ. ตัวชว้ี ัดท่ี 39 รายละเอียด ประเดน็ ร้อยละของโครงการของหน่วยงานในสงั กัด สพฐ. ที่บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามค่าเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ชาติ ตัวชวี้ ัด 39 เก็บค่าเป้าหมายถงึ ปี 2566 ร้อยละ 10 ค่าเปา้ หมาย ปี 2570
แผนปฏบิ ัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน 81 ประเดน็ รายละเอยี ด คำอธบิ าย - โครงการของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน หมายถึง โครงการที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา และโครงการใหม่ ที่จัดทำขึ้นระหว่างปีงบประมาณโดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงโครงการ/การดำเนินงาน ที่ไม่ใช้งบประมาณ ที่มีการดำเนินการ และนำเข้าข้อมูลโครงการ/การดำเนินงาน ในระบบตดิ ตามและประเมินผลแห่งชาติ (eMENSCR) - การบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ หมายถึง การนำผลการดำเนินงาน โครงการ/การดำเนินงานไปเปรียบเทียบกับเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติท่ีสอดคล้อง กับโครงการนั้น ๆ ขอ้ มูลท่ีใช้ a จำนวนโครงการทีม่ ีการดำเนนิ การและนำเข้าข้อมลู จากระบบตดิ ตามและประเมินผล แห่งชาติ (eMENSCR) ทบี่ รรลผุ ลสัมฤทธต์ิ ามเปา้ หมายยทุ ธศาสตรช์ าติ ท่ีสอดคล้อง กับโครงการน้ัน ๆ b จำนวนโครงการทีไ่ ด้รบั จัดสรรงบประมาณ ตามแผนปฏิบตั ิราชการประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2566 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโครงการใหม่ ที่จัดทำขึ้นระหว่างปีงบประมาณโดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงโครงการ/การดำเนินงาน ทไี่ ม่ใช้งบประมาณในระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติ (eMENSCR) วิธกี ารวเิ คราะห์ข้อมลู (a / b) * 100 แหล่งข้อมูล 1. สำนัก/หน่วยงานเทียบเท่าสำนกั และสำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา 2. ระบบตดิ ตามและประเมนิ ผลแห่งชาติ (eMENSCR)
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน 82 ภาคผนวก ข ช่ือย่อสำนกั /ศูนย/์ หนว่ ยงานเทียบเท่า สังกดั สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน ชอ่ื ย่อ ชอ่ื เต็ม กพร. กลมุ่ พัฒนาระบบบรหิ าร ตสน. กลุ่มตรวจสอบภายใน ศนฐ. หนว่ ยศึกษานิเทศก์ ศบศ. ศนู ย์บริหารงานการพัฒนาศักยภาพบคุ คลเพื่อความเปน็ เลศิ ศป.สพฐ. ศนู ยค์ วามปลอดภยั สพฐ. ศรต. ศูนย์ขบั เคลื่อนโครงการโรงเรียนคณุ ภาพประจำตำบล สกก. สำนกั พฒั นากิจกรรมนักเรยี น สกว. สำนกั งานกองทุนเพ่ือโครงการอาหารกลางวัน สคส. สำนกั การคลงั และสินทรัพย์ สตผ. สำนกั ติดตามและประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน สทร. สำนักเทคโนโลยีเพ่ือการเรียนการสอน สทศ. สำนกั ทดสอบทางการศกึ ษา สน. สำนกั นติ กิ าร สนก. สำนักพฒั นานวตั กรรมการจัดการศึกษา สบน. สำนกั งานบริหารพืน้ ท่ีนวัตกรรมการศึกษา สบว. สำนักบรหิ ารงานความเป็นเลศิ ดา้ นวิทยาศาสตร์ศกึ ษา สนผ. สำนกั นโยบายและแผนการศึกษาขน้ั พื้นฐาน สพก.จชต. สำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ สพร. สำนกั พัฒนาระบบบรหิ ารงานบคุ คลและนติ ิการ สมป. สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สวก. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สศศ. สำนักบรหิ ารงานการศึกษาพเิ ศษ สอ. สำนักอำนวยการ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน 83 ภาคผนวก ค
แผนปฏบิ ตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน 84
แผนปฏบิ ตั ิราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน 85
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103