Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore teacher

teacher

Published by phuttharapong2526, 2017-03-06 04:18:06

Description: teacher

Search

Read the Text Version

“ ...ความรนู้ ัน้ เปน็ หลักของการงาน ผ้ทู จี่ ะทำงานอยา่ งใดจำตอ้ งมีความรใู้ นเรอ่ื งนนั้ กอ่ นเป็นเบื้องต้น ส่วนความคิดเป็นเครอ่ื งชว่ ยความรู้ คือชว่ ยให้ใช้ความร้ไู ดถ้ ูกต้อง... ”พระบรมราโชวาทเนอ่ื งในพิธีพระราชทานปริญญาบตั รและอนุปริญญาบัตร ณ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย เม่อื วันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๘

อาศิรสดุดี พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ยอกรกรานกราบกม้ พระบรมกษัตราพระภทั รราชา พระผา่ นฟา้ แผ่นดินไทย ชาวราชภัฏกราบ ศโิ รราบพระทรงชัยด้วยล้นสำนกึ ใน พระมหากรุณา ธคิ ุณทรงประทาน เรียกนามขานตามบญั ชา“ราชภัฏ” น้ีหนา คนราชาข้าแผ่นดิน พระราชลญั จกร พระบวรพระภูมนิ ทร์พระเจ้าแห่งแผ่นดิน (พระ)ราชทานสญั ลกั ษณ์ ตอบแทนทรงเมตตา สร้างหอพาคนประจักษ์ห้องแรก ชน้ี ำชกั พระโอวาทพิลาสคำ หอ้ งหลักการทรงงาน แปดเหล่ียมสานแนวคิดลำ้สอนรูห้ ลักการทำ งานพานำไปทำงาน

พระครขู องแผน่ ดนิ พระภูมนิ ทรพ์ ระราชาห้องฉายวีดทิ ศั น์ พระประวตั ิพระภูบาล ภาพเสดจ็ อสี าน ครัง้ แรกมที ่ีบำเพ็ญโครงการพระราชดำร ิ ทรงตรองตรปิ รากฏเห็น ดนิ นำ้ ฝนหลวงเป็น วถิ ีไทยไท้นำพาภาพพระเสด็จมา เมอื งมหาสารคาม มใี นหอเฉลมิ พระเกียรตเิ พิ่มพระเมตตาราชภัฏกราบบชู า พระเจ้าฟ้า ทรงพระเจรญิ ด้วยเกลา้ ดว้ ยกระหมอ่ มขอเดชะ สำนักวทิ ยบรกิ ารและเทคโนโลยีสารสนเทศ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์กญั ญา บุรีรัตน์: ผปู้ ระพันธ์



สารอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เนือ่ งในวโรกาสมหามงคล ทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั ภมู ิพลอดลุ ยเดช ทรงเจริญพระชนมายุ๘๐ พรรษา ในวันที่ ๕ ธนั วาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ นบั เปน็ มงิ่ มหามงคลยิ่งของพสกนิกร ต่างสำนึกในพระมหากรณุ าธิคณุ ทพี่ ระองค์เป็นพระมหากษัตริยาธริ าชผู้ทรงคุณอันประเสรฐิ กอปรดว้ ยพระจริยวัตรงดงามมั่นคงในทศพิธราชธรรมพร้อมบริบูรณ์มีพระราชหฤทัยผูกพันลึกซึ้งกับพสกนิกรชาวไทยทรงอุทิศเวลาส่วนใหญ่ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในท้องถ่ินทุรกันดารทั่วทุกภูมิภาคอยา่ งตอ่ เนอ่ื งตลอดมา ทรงทุ่มเทพระกำลงั สตปิ ญั ญา ศกึ ษา คน้ ควา้ ทดลอง นำไปส่กู ารปฏิบตั เิ พอื่ เปน็แบบอย่างท่ีมีคณุ ูปการอันไพศาล ทรงสนพระราชหฤทยั และทรงใหค้ วามสำคัญกับการศกึ ษาเปน็ อย่างย่ิงทรงเปน็ พระมหากษัตรยิ ์ผู้เปน็ ครขู องแผน่ ดิน ทรงเปน็ แบบอยา่ งของครูผูย้ ิง่ ใหญ่ท่พี ระสกนิกรไดน้ ้อมนำหลักการทรงงานและแนวพระราชดำริของพระองค์มาเป็นแบบอย่างท่ีทรงคุณค่าในการเจริญรอยตามเบ้อื งพระยุคลบาท นำมาปฏิบัตเิ พื่อให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง สังคม และประเทศชาติ หนังสือ“ครูของแผ่นดิน”เป็นหนังสือประกอบการจัดทำหอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ท่ีมหาวิทยาลัยราชภฏั จัดทำขนึ้ เพอื่ เป็นการแสดงออกซ่งึความสำนึกในพระมหากรณุ าธคิ ุณอยา่ งหาทส่ี ดุ มิได้ ขอใหพ้ วกเราชาวราชภัฏและพสกนกิ รไทยทกุ คนพรอ้ มใจประกอบคุณงามความดถี วายเป็นสักการะในโอกาสน้ี ขอน้อมเกล้าถวายพระพรขอพระองค์ทรงพระเจริญ (นายสมเจตน์ ภศู ร)ี อธกิ ารบดี มหาวทิ ยาลัยราชภฏั มหาสารคาม



สารบัญ อาศิรสดุดี กสารจากอธกิ ารบดี ค๑ ตามรอยพระยุคลบาท “ครูของแผน่ ดิน” ๑ พระราชประวตั ิ ๒ หลักการทรงงาน ๗แนวพระราชดำรลิ ้ำค่าเพอื่ แผ่นดินอีสาน ๑๓ ๒ พระมหากรณุ าธิคณุ ต่อจงั หวดั มหาสารคาม ๓๕ ๖๖ จงั หวดั มหาสารคาม ๓๖ การเสด็จเยอื นภาคอสี าน ๓๘พสกนกิ รชาวมหาสารคาม ผู้ดำเนนิ รอยตามแนวพระราชดำรพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั๓ พระมหากรณุ าธคิ ุณต่อมหาวทิ ยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ๘๑ ๙๔ ราชภัฎ : มหามงคลนาม ๘๓ประวัติและพัฒนาการของมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม บรรณานกุ รม ๙๖



ครูของแผน่ ดิน 1

ครูของแผน่ ดนิ พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั เปน็ พระโอรสพระองค์เลก็ ในสมเดจ็ พระมหติ ลาธิเบศรอดลุ ยเดชวกิ รมพระบรมราชชนกและสมเด็จพระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนี เสดจ็ พระราชสมภพเมื่อวันจนั ทร์ท่ี ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ ณ สหรัฐอเมริกา เมื่อเจริญพระชนมพรรษาได้ ๘ เดือน พระองค์เสด็จนิวัตประเทศไทยพร้อมสมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนี และในปีถัดมาสมเด็จพระบรมราชชนกทรงพระประชวรและเสด็จสวรรคต ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๗๖สมเดจ็ พระบรมราชชนนที รงพาพระโอรสพระธิดายา้ ยไปประทับ ณ เมอื งโลซานน์ ประเทศสวิตเซอรแ์ ลนด์ 2

ครูของแผ่นดิน สมเด็จพระบรมราชชนนที รงอบรมอภบิ าลพระโอรสพระธิดาใหม้ ีพระราชหฤทยั ใฝร่ ู้ รักการศกึ ษา มีระเบยี บวินัยมคี วามสุจริตและเอ้อื เฟือ้ เผื่อแผ่ รวมท้งั ทรงส่งเสรมิ ใหท้ รงกฬี า และทรงงานอดิเรกเพอ่ื เสรมิ พระประสบการณ์ ทีส่ ำคญั การทรงงานอดเิ รกทส่ี ร้างสรรคห์ ลายๆ อย่างของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ขณะทรงพระเยาวไ์ ด้แสดงให้เห็นถงึ พระปรีชาสามารถท้ังในดา้ นศาสตรแ์ ละศลิ ป์ ซง่ึ พระปรีชาสามารถในดา้ นตา่ งๆ นเ้ี ม่ือประกอบกับการอภิบาลที่สมบรู ณข์ องสมเด็จพระบรมราชชนนี ไดก้ ลายเป็นเครอ่ื งมือสำคญั ให้ทรงเป็น “พระมหากษัตรยิ น์ กั พัฒนา” ทย่ี ิ่งใหญใ่ นเวลาตอ่ มา 3

ครูของแผน่ ดิน “..พระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัวทรงสนพระราชหฤทยัในวิชาความรหู้ ลายแขนง ทรงเปน็ นักคิด นักค้นควา้ และยังทรงอธิบายถ่ายทอดให้บุคคลอื่นได้ทราบและส่งเสริมการค้นคว้าความรู้ กล่าวคือ ทรงเป็นครทู ่ดี ี..” ความบางตอนจากบทพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ใหภ้ าพทีแ่ จ่มชัดถงึ ความเป็น“ครูของแผน่ ดิน” ของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวัซึ่งทรงอุทิศกำลังพระวรกายและพระสติปัญญาในการศึกษาคน้ ควา้ ทดลอง และพระราชทานองคค์ วามร้เู ชิงบรู ณาการผา่ นโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำรกิ วา่ ๓,๐๐๐ โครงการเพือ่ บำบดั ทุกขแ์ ละบำรงุ สขุ ประชาชนอนั แบ่งเป็น ๓ แนวทางคือ แนวทางแรก ทรงถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปรับแก้ปัญหาโครงสร้างพ้ืนฐานเพ่ือให้ราษฎรสามารถพลิกฟ้ืนผืนดินให้กลับมาเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยโครงการด้านฟื้นฟูเพิ่มพูนแหล่งน้ำ, การแก้ปัญหาดินลักษณะต่าง ๆ จนถึงการรักษาป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมซ่ึงล้วนก่อเกอื้ ประโยชน์สุขใหร้ าษฎรมาจนถงึ ปัจจบุ ัน 4

ครูของแผน่ ดิน แนวทางท่ีสองทรงส่งเสริมให้ราษฎรทำมาห า เ ล้ี ย ง ชี พ ด้ ว ย ค ว า ม ร อ บ รู้ แ ล ะ พึ่ ง ต น เ อ ง ไ ด้ด้ ว ย แ น ว พ ร ะ ร า ช ด ำ ริ ใ น เ ร่ื อ ง ท ฤ ษ ฎี ใ ห ม่ ป รั ช ญ าเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนการตงั้ ศูนยศ์ ึกษาการพฒั นาอันเน่ืองมาจากพระราชดำริในทุกภูมิภาคอันเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาให้ประชาชนได้พัฒนาอาชีพและมคี ณุ ภาพชวี ิตทดี่ ขี ึน้ แนวทางทส่ี ามคอื แนวพระราชดำรเิ พอ่ื อนาคตของประเทศท่เี ปี่ยมด้วยพระวสิ ัยทศั นอ์ ันกว้างไกลทง้ั ในเรือ่ งการแก้ไขปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มจนถึงการใช้พลงั งานทดแทน นอกจากนัน้ ตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์อนั ยาวนาน พระราชจริยวัตรส่วนพระองค์ยงั สะท้อนให้เหน็ ถงึ พระวริ ยิ อตุ สาหะในการทรงงาน และพระราชหฤทยัใฝ่ความรูใ้ นวิชาการสาขาต่างๆ อยเู่ สมอรวมถงึ ทรงดำรงพระชนมช์ พี อยา่ งพอเพยี ง อนั เปน็ แบบอยา่ งทด่ี งี าม และเป็นแนวทางให้พสกนิกรไดย้ ดึ ถือปฏิบตั เิ พอ่ื สรา้ งความเจรญิ ใหก้ ับชีวิต 5

ครขู องแผ่นดนิณ วันนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเป็น“ครขู องแผน่ ดนิ ” พระผ้พู ระราชทานความร้แู ละแนวทางอนั เป็นแสงสว่างแก่อาณาประชาราษฎร์ 6

ครูของแผน่ ดนิหลักการทรงงานเพื่อพัฒนาประเทศในฐานะ “ครูของแผ่นดิน” ประชาพิจารณ์ ทรงเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้ร่วมกันแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องตัดสินใจ โดยทรงเน้นย้ำให้คำนึงถึง ความคิดเหน็ และความตอ้ งการของประชาชนเปน็ หลัก บริการรวมทีจ่ ุดเดยี ว ทรงปรบั เปลย่ี นรูปแบบการบริหารงานแบบ ตา่ งคนตา่ งทำ เป็นการประสานงานระหว่างหนว่ ยงานทเี่ กี่ยวข้อง ซึ่งปรากฏ เป็นรูปธรรมชัดเจนในโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ที่เป็นศูนย์รวมการค้นควา้ ทดลองและปฏบิ ัตกิ ารพฒั นาแขนง ตา่ งๆ รู้ รัก สามัคคี ทรงเน้นว่าต้อง “รู้” ในสิ่งที่จะลงมือทำเสียก่อน รู้ถึงปัจจัยทั้งหมด รู้ปัญหา รู้วิธีแก้ไขปัญหา จากนั้นต้อง “รกั ” ที่จะเขา้ ไป ลงมือ ปฏบิ ตั ิแกไ้ ขปัญหา และต้อง “สามคั คี” รว่ มแรงร่วมใจกนั เป็นองค์กร เปน็ หม่คู ณะ จึงจะมพี ลังแกไ้ ขปัญหาใหล้ ุลว่ งไปได้ ทำตามลำดับขั้น ทรงเน้นการพัฒนาไปตาม ลำดับขั้น เริ่มต้นจาก พนื้ ฐานสขุ ภาพร่างกาย ไปส่สู าธารณปู โภคพ้ืนฐานสำหรบั ประกอบอาชีพแลว้ คอ่ ยพฒั นาเศรษฐกจิ ขัน้ ท่ีสูงขึน้ ตอ่ ไป มิใช่พฒั นาแบบก้าวกระโดด 7

ครขู องแผ่นดิน ทำการบ้าน ทรงศกึ ษาข้อมลู ล่วงหนา้ อย่างละเอยี ด และเปน็ ระบบจากเอกสารและแผนท่ี เรียนรจู้ ากคนและชมุ ชน ทรงหาข้อมูลในพ้นื ท่โี ดย ทรงสอบถามเจา้ หน้าท่ี นกั วชิ าการ และราษฎรหลงั จากนน้ั จะทรงสำรวจและ สงั เกตสภาพพน้ื ทด่ี ว้ ยพระองคเ์ อง ธรรมชาตเิ ปน็ ครู ทรงสังเกตเรยี นรู้ ทำความเขา้ ใจธรรมชาตเิ พ่ือนำมาปรบั ปรุงแก้ไขปญั หา ระเบดิ จากขา้ งใน ทรงมงุ่ เนน้ การพฒั นาคน โดยการ สรา้ งความเขม้ แขง็ใหค้ นในชมุ ชน มคี วามพร้อมก่อนท่ีจะได้รบั การพัฒนา เศรษฐกิจพอเพียง พระราชทานแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ราษฎรเดินทางสายกลาง มีความพอเพียง พอประมาณ มเี หตผุ ล มีภูมิคุม้ กันมีคุณธรรม มีความอดทน มีสติปัญญา และมีความรอบคอบ พง่ึ ตนเอง ทรงมงุ่ เนน้ ใหป้ ระชาชนสามารถพง่ึ พาตนเองได้ ทง้ั ทางเทคโนโลยีเศรษฐกจิ ทรัพยากรธรรมชาติ จติ ใจ และสังคม ขาดทุนคือกำไร ทรงคำนึงถึงความ “คุ้มค่า” หรือ ”กำไร” ซึ่งหมายถึงผลประโยชน์และความอยู่ดีมสี ขุ ของราษฎรมากกวา่ ผลสำเรจ็ ทเ่ี ป็นตวั เงิน หรอื ความ”คุ้มทนุ ” ทางธรุ กิจ 8

ครขู องแผน่ ดิน ไมต่ ดิ ตำรา ทรงไมผ่ กู มดั ยดึ ตดิ กบั วชิ าการหรอื เทคโนโลยตี ามตำรา แต่ทรงเนน้ การพัฒนาที่สอดคล้องกับ ภูมิสังคม คือสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสภาพชีวิตความเปน็ อยู่ทแ่ี ท้จริงในสังคม ทำใหง้ า่ ย ทรงทำใหก้ ารคดิ คน้ ดดั แปลง ปรบั ปรงุ และแกไ้ ขงานพฒั นาเปน็ ไปไดโ้ ดยงา่ ย ไมย่ งุ่ ยากซบั ซอ้ น มคี วามสมเหตสุ มผล ทำไดร้ วดเรว็ แกป้ ญั หาไดจ้ รงิ และนำไปเป็นตัวอยา่ งได้ ใชอ้ ธรรมปราบอธรรม ทรงใชแ้ นวทางการแกป้ ญั หา และปรบั ปรงุ สภาวะที่ไม่ปกตใิ หเ้ ขา้ สู่สภาวะทป่ี กติ โดยใชธ้ รรมชาติเป็นเครื่องมือแก้ไขหรอื บำบัดเชน่ การใชน้ ำ้ ดี ไลน่ ้ำเสีย การบำบัดน้ำเสียดว้ ยผักตบชวา ทดลองวิจยั ก่อน มพี ระราชวนิ ิจฉัยวา่ การที่จะแก้ปัญหาให้ราษฎรได้ควรจะตอ้ งทำการศึกษาทดลองให้ถอ่ งแท้ก่อนเม่อื ได้ผลสำเรจ็ แล้วจึงคอ่ ยนำออกเผยแพร่แนะนำ ดงั เช่น ทรงทดลองแนวพระราชดำริต่างๆ ในโครงการส่วนพระองค์สวนจติ รลดา 9

???ด ิ นคนว้ ำา ม ร ู ้ครูของแผน่ ดิน 10

ครูของแผน่ ดินพระราชวินจิ ฉัยสาเหตแุ หง่ ความยากจน การเสดจ็ ฯ ไปทรงเยยี่ มราษฎรชาวอสี านในคร้ังแรก ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบถึงปัญหา ความทุกข์ยากแร้นแค้นของราษฎร หลังจากนั้นได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคนี้อีกหลายครั้ง แต่ละครั้ง ทรงรวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้าน กระทั่งมีพระราชวินิจฉัย สาเหตุแห่งความยากจนของราษฎรในพื้นที่นี้ว่ามาจาก “ดิน น้ำ ความรู้” นั่นคือดินไม่ดี ไม่อุ้มน้ำ ทำให้แห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติมีไม่เพียงพอ และราษฎร ขาดความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะ การทำเกษตรกรรมอย่างถกู ต้อง และการจดั การทรัพยากร ธรรมชาติอย่างยั่งยืน 11

ครขู องแผน่ ดิน 12

ครูของแผน่ ดิน แนวพระราชดำรลิ ้ำคา่ เพ่อื แผน่ ดนิ อสี าน การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในภาคอีสานอย่างสม่ำเสมอทำให้ทรงตระหนักถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบากแร้นแค้นและปัญหานานัปการจากการทำเกษตรกรรมอันมีสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาการขาดแคลนน้ำโครงการพระราชดำริฝนหลวงและแนวพระราชดำริเรื่อง “ทฤษฎีใหม่” จึงมีจุดเริ่มต้นที่ภาคอีสานก่อนจะแพร่ไปสู่ภูมิภาคอื่นนอกจากน้ีพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว ยังได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาดินเค็มตลอดจนมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับภูมิภาคน้ีโดยเฉพาะ รวมท้ังพระราชทานโครงการพัฒนาลมุ่ นำ้ อีกหลายแหง่ จากวันเวลาที่ผา่ นมาแมห้ ลายปัญหาจะไดร้ ับการแกไ้ ขให้บรรเทาเบาบางลงแตพ่ ระราชกรณยี กจิในภาคอีสานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็มิเคยหยุดพระองค์ ยังคงใส่พระราชหฤทัยและพระราชทานแนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาเพิ่มเติมเสมอมา ด้วยทรงมุ่งหวังให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยูท่ ่ีดยี ่งิ ข้นึ 13

ครขู องแผ่นดินแนวพระราชดำริการจัดการทรัพยากรดิน 14

ครูของแผ่นดนิ “…ให้ดำเนินการศึกษาหาวิธีปรับปรุงบำรุงดินเสื่อมโทรมให้สามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้ ทดสอบ วางแผน และจัดระบบปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่…” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ในคราวเสด็จฯไปทรงเยี่ยม โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๙ 15

ครขู องแผน่ ดนิปัญหาของทรัพยากรดิน พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวทรงให้ความสำคัญตอ่ เร่ืองดินวา่ เปน็ ปจั จัยพ้นื ฐาน ทส่ี ำคญั เชน่ เดยี วกบั นำ้ ดงั นน้ั จงึ มพี ระราชดำรหิ ลายประการแตกตา่ งกนั ไปตามสภาพ ธรรมชาตใิ นแตล่ ะภมู ภิ าคในการจดั การดนิ การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาทรพั ยากรดนิ รวมไป ถงึ การแก้ไขปัญหาและป้องกันการเส่ือมโทรมของดนิ การทำเกษตรกรรมในภาคตะวัน ออกเฉียงเหนอื ส่วนใหญป่ ระสบปัญหาเกี่ยวกับดนิ ดงั น้ี - ปัญหาดนิ เคม็ สภาพพืน้ ท่ใี นภูมิภาคนี้มบี ริเวณทีม่ ีหินเกลอื หรือหินทม่ี ีเกลือ ปนอย่ใู ต้ดินเป็นบรเิ วณกวา้ งสาเหตเุ กดิ จากการที่น้ำจากผวิ ดินไหลลงส่ชู น้ั หนิ ทม่ี เี กลือ ปนทำใหเ้ กลือทอ่ี ยใู่ นดินละลายและกระจายส่แู หลง่ น้ำพนื้ ผวิ ดนิ ซงึ่ เปน็ อนั ตรายตอ่ การเกษตรและส่ิงแวดล้อม - ปัญหาดินทรายจัด ดนิ เหล่านมี้ ีลักษณะโปรง่ นำ้ จึงอมุ้ น้ำไดน้ อ้ ย มักขาดนำ้ และมคี วามอดุ มสมบรู ณต์ ำ่ ทำใหพ้ ชื ทป่ี ลกู ใหผ้ ลผลติ ตำ่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั จึงมพี ระราชดำริให้ ทดลองและวิจยั เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาดังกล่าว และพระราชทานแนว พระราชดำริแก่ศนู ย์ ศกึ ษาการพฒั นาภพู านฯ ตลอดจนหน่วยงานทีเ่ ก่ยี วขอ้ งไป ดำเนินการศึกษาอยา่ งจริงจงั 16

ครขู องแผน่ ดนิพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มพี ระราชดำรใิ นการแกไ้ ขปญั หาดงั น้ี - ปัญหาดนิ เค็ม ทรงใหใ้ ช้ระบบชลประทานในการลา้ งเกลือที่ตกคา้ งบริเวณผวิ ดนิ และลำห้วย เพ่ือใหล้ ำน้ำในหว้ ยเจือจาง ดงั มตี วั อยา่ งโครงการทีส่ ามารถแก้ไขปญั หาดนิเค็มได้ คือ โครงการแก้ไขปัญหาดินเคม็ บริเวณหว้ ยบอ่ แดง อำเภอบ้านม่วง จงั หวดั สกลนครซึ่งมกี ารทำนาเกลือบริเวณลำห้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำริให้ขดุ บอ่ เก็บน้ำไว้รองรบั นำ้ เคม็ ท่ีปลอ่ ยท้งิ จากลานตากเกลือ และกำจดั โดยการอดั นำ้ เหลา่ นี้ลงสู่ชน้ั เกลอื ที่สบู ขน้ึ มาวธิ ีการนี้สามารถปอ้ งกันนำ้ เคม็ มใิ หไ้ หลลงลำหว้ ยไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ - ปญั หาดินทรายจดั พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว พระราชทานแนวพระราชดำริใหฟ้ ืน้ ฟูสภาพความอุดมสมบูรณ์ ของดิน ดว้ ยการปลูกพืชคลุมดนิ ปลกู หญ้าแฝกปลูกพชื ในแนวระดับและการใช้ระบบพืชอนรุ กั ษด์ ิน ซึง่ ทำไดโ้ ดยการปลูกหญ้าอย่างถาวร หรือปลูกพชื บำรงุ ดินสลับกับการใช้พื้นที่เพาะปลูก เพื่อบำรุงดินและป้องกันการสกึ กร่อนพังทลายของดิน พชื ที่เหมาะสม เช่นหญ้าแฝก และต้นถวั่ มะแฮะ 17

ครูของแผ่นดินแนวพระราชดำริการจัดการทรัพยากรน้ำ 18

ครูของแผน่ ดนิ “...การพัฒนาแหล่งน้ำนั้นในหลักใหญ่คือ การควบคุมน้ำให้ได้ดังประสงค์ ทั้งปริมาณและคุณภาพ กล่าวคือ เมื่อมีปริมาณน้ำมากเกินไป ก็ต้องหาทางระบายออกให้ทันการ ไม่ปล่อยให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายได้ และในขณะที่เกิดภาวะขาดแคลนก็ต้องมีน้ำกักไว้ใช้เพียงพอ ทั้งมีคุณภาพเหมาะสมแก่การเกษตร การอุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภคปัญหาอยู่ที่ว่าการพัฒนาแหล่งน้ำนั้นอาจมีผลกระทบกระเทือนต่อสิ่งแวดล้อมบ้าง แต่ถ้าไม่มีการควบคุมน้ำที่ดีพอแล้ว เมื่อเกิดภัยธรรมชาติขึ้นก็จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนสูญเสียทั้งในด้านเศรษฐกิจและในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งส่งผลกระทบกระเทือนต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง...” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติ The Third Princess Chulabhorn Science Congress เรื่อง “น้ำและการพัฒนา : น้ำเปรียบดังชีวิต” ณ โรงแรมแชงกรีลา เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ 19

ครูของแผ่นดินปัญหาเรอ่ื งนำ้ : ปรมิ าณและคณุ ภาพ กระแสพระราชดำรสั ข้างตน้ แสดงชดั ว่า ปัญหาเรอ่ื งนำ้ เป็นปัญหาท่ีรนุ แรงและสำคญั ไมว่ ่าจะเปน็ ปรมิ าณน้ำ มากไป นำ้ นอ้ ยไป หรอื คณุ ภาพนำ้ เนา่ เสยี ยอ่ มสง่ ผลกระทบตอ่ ชวี ติ ความเปน็ อยแู่ ทบทกุ ดา้ น ความสนพระราชหฤทัย ในเรื่องน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเรื่องปริมาณและคุณภาพของน้ำให้หมดไป เท่านั้น แต่ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการจัดการทรัพยากรน้ำให้อยู่ในความสมดุล ให้มีกินมีใช้อย่างเพยี งพอ อนั เปน็ ทีม่ าของโครงการจัดการทรัพยากรน้ำตามแนวพระราชดำริมากมายหลายโครงการ การที่พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั ทรงประจักษ์ชัดถงึ ปญั หาความเดอื ดรอ้ นของราษฎรในเร่ืองน้ำ ทำใหท้ รง ทุ่มเทศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ ร่วมกับทรงใช้แผนที่และภาพถ่าย ดังจะเห็นได้ว่าทกุ คราวที่ เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสภาพภมู ิประเทศ ภาพท่ีเจนตาสำหรบั ราษฎรทวั่ ประเทศก็คือ พระองคจ์ ะทรงถือแผนท่ีเพอ่ื หาพิกดั ที่ต้ังหมูบ่ ้านทีห่ ่างไกลหรอื หาแหลง่ นำ้ ใกล้เคียง หรอื ไม่กท็ รงบนั ทึกภาพเพื่อเก็บข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ทุกครั้ง ทำให้ทรงมีข้อมูลอย่างรอบด้านในการกำหนดรปู แบบของโครงการ พัฒนาแหล่งน้ำ กอ่ นพระราชทานแกห่ นว่ ยงานที่รบั ผดิ ชอบไปดำเนินการต่อไป 20

ครขู องแผ่นดิน พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวทรงมเี ปา้ หมายหลกั ในการจดั การทรพั ยากรน้ำคือพัฒนาแหลง่ น้ำตามภมู ิภาคต่างๆ ใหเ้ หมาะสมกบั พ้ืนทโ่ี ดยเฉพาะภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ เพือ่ ให้ราษฎรมกี ินมใี ชอ้ ยา่ งเพียงพอ ให้เกษตรกรและชาวนามนี ้ำพอใชใ้ นการเพาะปลูก และเพอ่ื ให้มกี ารใช้น้ำอย่างเกิดประโยชน์สงู สดุ แนวพระราชดำรสิ ำหรบั แกไ้ ขปัญหาน้ำมดี งั นี้ - ปัญหาน้ำน้อยและน้ำมาก โปรดเกลา้ ฯ ให้จดั ทำโครงการชลประทานในรปู แบบของอ่างเกบ็ น้ำ ฝายทดน้ำคลองส่งนำ้ การขดุ ลอกหนองบึง สร้างเข่ือน ฯลฯ เพื่อใหก้ ักเก็บน้ำในยามทีม่ ีนำ้ มากเกินความต้องการ และนำไปใช้ในยามขาดแคลนนำ้ หรอื ในชว่ งฤดูแลง้ ได้ - ปญั หานำ้ เสีย มีพระราชดำริใหป้ รบั ปรุงสภาพลำน้ำ นำนำ้ ดไี ลน่ ้ำเสีย การเติมอากาศในนำ้ เสยี โดยใช้กังหันนำ้ ชัยพัฒนา ฯลฯ เพอ่ื ชว่ ยลดผลเสยี ที่จะเกดิ กับระบบนิเวศและสภาพความเปน็ อยูข่ องราษฎร 21

ครขู องแผน่ ดนิแนวพระราชดำริฝนหลวง 22

ครขู องแผ่นดิน “...ปัญหาหนึ่งที่ยังคงอยู่คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งภาค มีชื่อเสียงว่าเป็นภาคที่แห้งแล้ง ขณะนั้นข้าพเจ้าได้แหงนดูท้องฟ้า และเห็นว่ามีเมฆจำนวนมาก แต่เมฆเหล่านั้นพัดผ่านพื้นที่แห้งแล้งไปวิธีแก้ไขอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรที่จะให้เมฆเหล่านั้นตกลงมาเป็นฝนในท้องถิ่นนั้น ความคิดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการทำฝนเทียม ซึ่งประสบความสำเร็จในอีก ๒-๓ ปีต่อมา...” ตอนหนึ่งจากพระราชบันทึกเรื่อง “The Rainmaking Story” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ 23

ครูของแผน่ ดนิ นักสังเกต ในคราวทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เสดจ็ ฯ โดยเครอ่ื งบนิ พระทน่ี ง่ั ไปทรงเยย่ี มราษฎรซงึ่ ประสบกบั ภยั แลง้ ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ทรงสงั เกตเหน็กลมุ่ เมฆปรมิ าณมากปกคลมุ เหนอื พน้ื ทร่ี ะหวา่ งเสน้ ทางบนิ แตไ่ ม่สามารถก่อตัวและรวมตวัจนเกดิ ฝนได้ เปน็ เหตใุ หเ้ กดิ สภาวะฝนทง้ิ ชว่ งยาวทง้ั ทเ่ี ปน็ ฤดฝู น จงึ มพี ระราชดำรวิ า่ นา่ จะมีหนทางคดิ คน้ หาเทคนคิ หรอื วธิ กี ารวทิ ยาศาสตร์ ดา้ นการ ดดั แปรสภาพอากาศมาช่วยให้เมฆกอ่ ตวั จนเกิดฝนตกได้ แนวพระราชดำริดังกล่าวเปน็ ทีม่ าของโครงการพระราชดำริ“ฝนหลวง” คน้ คว้าและทดลอง นบั จากจดุ เรม่ิ ตน้ ทไ่ี ดท้ รงสงั เกตเหน็ ความเปน็ ไปไดใ้ นการสรา้ งฝนเทยี ม พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั จึงพระราชทานแนวพระราชดำรดิ ังกล่าวแก่ ม.ร.ว. เทพฤทธ์ิ เทวกลุผเู้ ชย่ี วชาญทางดา้ นเกษตรวศิ วกรรม ไปศกึ ษา วจิ ยั เพอ่ื ใหเ้ ปน็ รปู ธรรมขน้ึ ซง่ึ ในระหวา่ งนน้ัไดท้ รงตดิ ตามผล รวมทง้ั ทรงวางแผนทดลองปฏบิ ตั กิ ารจากรายงานการศกึ ษาอยา่ งใกลช้ ดิจนกระทง่ั การทดลองครง้ั แรกเกดิ ขน้ึ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ณ บรเิ วณอทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาใหญ่จ. นครราชสีมาก่อนจะทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหย้ ้ายไปทดลองทส่ี นามบินบอ่ ฝา้ ยอำเภอหัวหนิ จังหวัดประจวบครี ขี ันธ์ซ่ึงมสี ภาพภูมิประเทศเหมาะสมตอ่ การปฏิบัติการทดลอง 24

ครูของแผ่นดิน ปฏิบัติการสร้างฝน จากการค้นคว้าทดลองควบคู่ไปกบั การวิจัยอย่างตอ่ เนื่องทำให้ทมี ปฏบิ ตั กิ ารสามารถทำฝนจากเมฆอนุ่ ใหต้ กลงพน้ื ทเ่ี ปา้ หมายไดเ้ ปน็ ครง้ั แรกในคราวออกปฏิบัติการที่จ. พจิ ติ ร และจ. นครสวรรคใ์ นปพี .ศ. ๒๕๑๔ หลงั จากนน้ั เปน็ ตน้ มาการวจิ ยั และพฒั นาวธิ ที ำฝนเทียมก้าวหน้าไปเป็นลำดับ จนสามารถทำฝนจากเมฆเย็นได้อีกทางหนึ่งรวมถึงทำให้ ฝนตกสม่ำเสมอในพืน้ ทเี่ ป้าหมายได้ วธิ ที ก่ี า้ วหนา้ และผลสำเรจ็ ทเ่ี กดิ ขน้ึ น้ี เปน็ ผลจากการทพ่ี ระบาทสมเดจ็พระเจา้ อยูห่ ัว ทรงตดิ ตามการปฏบิ ตั กิ ารอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง พระราชทานแนวพระราชดำรติ า่ งๆแกท่ มี ปฏบิ ตั กิ าร ทรงรว่ มในการวจิ ัย วเิ คราะห์และพัฒนา และเพือ่ ใหโ้ ครงการดำเนนิการได้อย่างต่อเนื่อง ยงั ไดพ้ ระราชทานพระราชทรพั ยส์ ว่ นพระองคเ์ พอ่ื การนอ้ี กี ดว้ ย นอกจากนน้ั ยงั ทรงรว่ มวางแผน ทรงรว่ มทดลองปฏบิ ตั กิ าร รวมทง้ั ทรงบัญชาการในการปฏบิ ัติการหลายครั้ง ฝนหลวงมาแล้ว สายฝนทเ่ี กดิ จากแนวพระราชดำรแิ ละความสนพระราชหฤทยั อยา่ งจรงิ จงั จงึกลายเป็น “ฝนหลวง” ที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ที่ตอ้ งประสบภาวะฝนแลง้ ฝนหลวงของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั จงึ เปน็ การจดั การความรเู้ กี่ยวกบั การพฒั นาทรัพยากรแหล่งน้ำใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ ราษฎรและประเทศชาติ สมดังที่ทรงเปรียบว่า “น้ำคือชีวิต” นอกจากนี้ฝนหลวงของพระองค์ยังได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ และได้รบั การถวายจดสิทธิบตั รทางปัญญาอีกดว้ ย 25

ครขู องแผ่นดินแนวพระราชดำริ “ทฤษฎีใหม่” 26

ครูของแผน่ ดนิ “...ทำทฤษฎีใหม่เพื่อที่จะให้ประชาชนมีโอกาสทำเกษตรกรรม ให้พอกิน ถ้าน้ำมีพอดีในปีไหน ก็สามารถที่จะประกอบการเกษตร หรือปลูกข้าวที่เรียกว่านาปีได้ ถ้าต่อไปในหน้าแล้ง น้ำมีน้อย ก็สามารถที่จะใช้น้ำที่กักไว้ในสระเก็บน้ำของแต่ละแปลงมาทำการเพาะปลูกแม้แต่ข้าวก็ยังปลูกได้ ไม่ต้องไปเบียดเบียนชลประทานระบบใหญ่ เพราะมีของตัวเอง แต่ก็อาจจะปลูกผักหรือเลี้ยงปลา หรือทำอะไรอื่นๆ ก็ได้ทฤษฎีใหม่นี้มีไว้สำหรับป้องกันความขาดแคลน ในยามปกติก็จะทำให้ร่ำรวยมากขึ้น ในยามที่มีอุทกภัย ก็สามารถที่จะฟื้นตัวได้เร็ว โดยไม่ต้องให้ทางราชการไปช่วยมากเกินไป ทำให้ประชาชนมีโอกาสพึ่งตนเองได้อย่างดี...” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ 27

ครูของแผน่ ดินต้นแบบ “ทฤษฎีใหม่” การเสดจ็ ฯ ไปทรงเยย่ี มราษฎรในทอ้ งถน่ิ ทรุ กนั ดาร ทำใหพ้ ระบาท สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงตระหนกั ดวี า่ ปญั หาหลกั ของเกษตรกรคือการขาด แคลนน้ำเพื่อเกษตรกรรมโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในเขตทต่ี อ้ งอาศยั นำ้ ฝนเพอ่ื การเพาะปลกู และสามารถทำไดเ้ พยี งปลี ะครง้ั ในชว่ งฤดฝู นเทา่ นน้ั ดว้ ยเหตนุ ้ี พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั จงึ ไดม้ พี ระราชดำรทิ จ่ี ะแกไ้ ขปญั หาดงั กลา่ วดว้ ย การหาวธิ กี กั เกบ็ นำ้ ใหม้ ใี ชอ้ ยา่ งเพยี งพอ โดยทรงนำความรู้ท้งั หลายทีเ่ กีย่ ว ข้องมารวบรวมกับปัญหาขอ้ เทจ็ จริงท่ไี ดจ้ ากการเสดจ็ ฯ ไปยังพืน้ ท่ีตา่ งๆ โดยเฉพาะภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ แลว้ ทรงศึกษาวเิ คราะห์ จนกระท่งั สรุปเป็นแนวพระราชดำริ “ทฤษฎใี หม”่ ซ่งึ มีหลกั การสำคญั คือ การบริหาร จัดการที่ดินและน้ำในทดี่ นิ ขนาดเล็กให้เกิดประโยชนส์ งู สุด และเกษตรกร สามารถพง่ึ ตนเองได้แบบพอมีพอกิน เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ พระบาทสมเด็จ พระเจา้ อย่หู วั ทรงเลอื กสถานทีแ่ หง่ แรก เพอ่ื ทดลองทฤษฎีใหมท่ ีว่ ดั มงคลชยั พฒั นา อ. เมอื ง จ. สระบรุ ี เพ่อื ศึกษาหาขอ้ ดีและข้อเสยี เพือ่ นำไปปรบั ปรงุ ให้เหมาะสมท่สี ดุ ก่อนจะสรุปเปน็ แนวทางเพือ่ ให้เปน็ “ต้นแบบ” ทฤษฎใี หม่ ตอ่ ไป แปลงเกษตรทฤษฎใี หมแ่ ห่งแรกในอสี าน การทดลองใชท้ ฤษฎใี หมท่ ว่ี ดั มงคลชยั พฒั นาปรากฏวา่ ไดผ้ ลดี พระบาท สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั จงึ มพี ระราชดำรใิ หข้ ยายการทดลองไปทบ่ี า้ นแดนสามคั คี หมู่ ๑๓ ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธ์ุ 28

ครูของแผน่ ดินในชื่อ “โครงการพัฒนาพืน้ ที่เกษตรนำ้ ฝนบา้ นแดนสามัคคีอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ” ซ่งึ ถือเป็นการใชท้ ฤษฎใี หม่ในข้ันปฏิบัตจิ รงิ แห่งแรกในภาคอีสานผลการดำเนนิ งานเปน็ ท่ีน่าพอใจเช่นกัน ในปตี ่อมาจึงมีพระราชดำรใิ ห้ขยายผลสู่วงกวา้ ง มีการนำทฤษฎีใหม่ไปใช้ในอีกหลายพ้ืนท่ี หลายปตี อ่ มา ทฤษฎใี หมเ่ ป็นแนวทางทเี่ กษตรกรทกุ ภมู ิภาคได้ประจกั ษ์แลว้ วา่ สามารถปฏิบตั ไิ ดจ้ ริง โดยปรบั ให้เขา้ กับสภาพของพืน้ ท่ตี า่ งๆ ได้ ทำให้เกษตรกรสามารถพ่งึ ตวั เองไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐ สูตรทฤษฎีใหม่ ในการบรหิ ารจดั การท่ีดนิ และนำ้ เพื่อการเกษตรใหเ้ กิดประโยชน์สงู สุดให้จัดแบ่งการใชป้ ระโยชน์พืน้ ที่ออกเป็น ๔ สว่ นตามอตั ราสว่ น ไดแ้ ก่ สว่ นท่ี ๑ ทด่ี นิ รอ้ ยละ ๓๐ ขดุ สระเกบ็ นำ้ ไวใ้ ชเ้ พาะปลกู และใชใ้ นชว่ งฤดแู ลง้ ตลอดจนเลย้ี งสตั วน์ ำ้ และพชื นำ้ ตา่ งๆ ส่วนที่ ๒ ใช้ทำนาปลกู ขา้ วร้อยละ ๓๐ สำหรบั ครอบครวั เปน็ การลดคา่ ใช้จ่ายและให้เกษตรกรสามารถพงึ่ ตนเองได้ สว่ นท่ี ๓ ทด่ี นิ รอ้ ยละ ๓๐ ปลกู พชื ไร่ พชื สวน ไมผ้ ล ไมย้ นื ตน้พืชสมุนไพร ฯลฯ เพ่ือใชเ้ ปน็ อาหารประจำวัน หากเหลอื จากบริโภคกน็ ำไปจำหนา่ ย สว่ นท่ี ๔ พน้ื ทร่ี อ้ ยละ ๑๐ เปน็ ทอ่ี ยอู่ าศยั เลย้ี งสตั ว์ และโรงเรอื นอน่ื ๆ 29

ครขู องแผน่ ดิน 30

ครขู องแผ่นดินศูนยศ์ กึ ษาการพัฒนาภพู านอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ 31

ครขู องแผน่ ดิน 32

ครขู องแผน่ ดิน 33

ครขู องแผน่ ดิน 34

ครขู องแผน่ ดิน 35

ครขู องแผน่ ดิน จงั หวดั มหาสารคาม ทต่ี ้ังและอาณาเขต จังหวดั มหาสารคาม ตง้ั อยู่ก่ึงกลางของภาคอสี าน ตัวจังหวัดตั้งอยู่บนเนินสูง ห่างจากลำน้ำชีประมาณ ๓ กิโลเมตร ทศิ เหนอื ตดิ ตอ่ กบั อำเภอซำสงู จงั หวดั ขอนแกน่ อำเภอห้วยเม็ก อำเภอยางตลาด กิ่งอำเภอฆ้องชัย จงั หวดั กาฬสินธุ์ ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กบั อำเภอชมุ พลบรุ ี จงั หวดั สรุ นิ ทร์ อำเภอพทุ ไธสง จงั หวดั บรุ รี มั ย์ อำเภอพล อำเภอเปอื ยนอ้ ย อำเภอหนองสองห้อง จงั หวดั ขอนแกน่ ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอจังหาร อำเภอ สมเดจ็ อำเภอเกษตรวสิ ยั อำเภอปทมุ รตั น์ จงั หวดั รอ้ ยเอด็ ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเปือยน้อย อำเภอ บ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอ กระนวน จงั หวัดขอนแกน่ 36

ครขู องแผ่นดนิขนาด ลกั ษณะภูมิอากาศ มพี น้ื ทท่ี ง้ั หมด ๕,๒๙๒ ตารางกโิ มเมตร หรอื ๓,๓๐๗,๓๐๒ เน่ืองจากตงั้ อย่ใู จกลางของภาคอีสาน ลักษณะอากาศไร่ คดิ เป็นรอ้ ยละ ๓.๑๓ ของพ้ืนท่ภี าคอีสาน เปน็ จงั หวัดทีม่ ี จึงแตกต่างออกไปจากอีสานรอบนอกอยู่บ้าง โดยเฉพาะมีพนื้ ท่ี เปน็ ลำดบั ท่ี ๑๕ ของภาคอสี าน มปี ระชากร ๙๓๖,๘๕๔ ปรมิ าณนำ้ ฝนเฉลย่ี ตอ่ ปตี ำ่ กวา่ หลายๆ จงั หวดั ในภาคเดยี วกนัคน* นบั วา่ เปน็ จังหวัดทม่ี ีประชากรหนาแนน่ ท่สี ุดของภาค คอื ประมาณ ๑,๓๐๐ มลิ ลเิ มตร เนอ่ื งจากลมมรสมุ ตะวนั ตก เฉียงใต้และลมฝนจากทะเลจีนใต้พดั พาไมค่ อ่ ยถึงลกั ษณะภมู ิประเทศและโครงสรา้ งทางธรณีวิทยา ในขณะทจ่ี งั หวดั ภาคอสี านรอบนอก เชน่ อดุ รธานี ๑,๔๐๐ มลิ ลเิ มตร หนองคาย สกลนคร ๑,๕๐๐ มลิ ลเิ มตร ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเปน็ ทร่ี าบลกู คลน่ื ตวั เมอื งตง้ั อยบู่ น นครพนม ๒๐๐๐ - ๒๕๐๐ มลิ ลิเมตร และอบุ ลราชธานีเนินสูงของลูกคลื่น พื้นที่ของจังหวัดเป็นส่วนหนึ่งของแอ่ง ๑,๖๐๐ – ๑,๗๐๐ มลิ ลเิ มตร อุณหภมู ิในฤดูร้อนค่อนขา้ งสงูกระทะหงายท่ีเรยี กว่า “แอ่งโคราช “ ร้อนอบอ้าว มีฟา้ สลวั สว่ นฤดูฝนมีลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียง เหนอื พัดพาจากประเทศจีนทำให้มอี ากาศหนาวเย็น หินพื้นฐานเปน็ หนิ ทรายและหนิ เกลือ และดนิ ส่วนมากเป็นดินตะกอนเก่าที่น้ำพัดพามาทับถมกันนานแล้วเป็นดินที่มคี วามอดุ มสมบรู ณต์ ำ่ นอกจากนน้ั กม็ ดี นิ ตะกอนใหมบ่ า้ งบรเิ วณลำน้ำชีและห้วยอ่ืนๆและเน่ืองจากน้ีหินพ้ืนฐานเป็นหินเกลือบริเวณรอบๆ เมือง จึงเต็มไปด้วยพื้นที่ดินเค็มพื้นที่บางแห่งเกลอื จะดันข้นึ มาบนผิวดนิ เห็นเป็นสา่ เกลอื สขี าวอยู่ทัว่ ไป*จากประกาศสำนกั ทะเบยี นกลาง กรมการปกครอง ณ วันท่ี ๓๑ ธนั วาคม ๒๕๕๑ 37

ครขู องแผ่นดิน การเสด็จเยือนภาคอีสานพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั และสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเย่ยี มราษฎรอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันท่ี ๒ - ๒๐ พฤศจกิ ายน พทุ ธศักราช ๒๔๙๘ซ่งึ นับเปน็ คร้ังแรกทพ่ี ระมหากษตั รยิ ์ไทยเสด็จเยยี่ มหวั เมอื งภาคอีสานอย่างทว่ั ถงึ 38

ครูของแผน่ ดิน พระราชกรณยี กิจระหว่างเสด็จเยอื นภาคอีสาน ในปพี ทุ ธศักราช ๒๔๙๘ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และสมเดจ็ พระนางเจา้ พระราชกรณียกิจ เมื่อเสด็จถึงนครราชสีมา ได้แก่พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกร ทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถวายสักการะในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือเป็นเวลา ๑๙ วัน ต้ังแตว่ ันที่ ๒ พระพุทธปฎิทาวัดสุทธจินดา ทรงสักการะเจ้าพ่อหลักเมืองถึงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๘ ดังนี้ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยม กองบัญชาการกองทัพวันพธุ ท่ี ๒ พฤศจกิ ายน พทุ ธศักราช ๒๔๙๘ ภาคที่ ๒ กองโรงเรียนการบินทหารอากาศ สถานีทดลอง เวลา ๐๗.๔๐ น. เสดจ็ พระราชดำเนนิ โดยขบวนรถไฟ ข้างพิมาย ปราสาทหนิ พิมาย โรงทอกระสอบทีต่ ำบลจอหอพระที่นั่งจากสถานีจิตรลดา เมื่อถึงสถานีอยุธยา ชุมทาง วันศกุ ร์ที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๘บา้ นภาชี สระบรุ ี แก่งคอย ปากชอ่ ง สีควิ้ สงู เนิน ได้หยุด เสดจ็ ฯ โดยรถยนตพ์ ระทน่ี ง่ั เยย่ี มคา่ ยตำรวจสรุ นารายณ์ให้ผ้วู ่าราชการจังหวดั นายอำเภอนำราษฎรทม่ี ารอรบั เสดจ็ ฯ ตำบลจอหอ เสด็จอำเภอโนนไทยหนองบัวโคก อำเภอจตุรสับริเวณสถานีรถไฟ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ได้แก่ นายสวสั ด์ิ วงศป์ ฎทิ ศั น์ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ชยั ภมู เิ ฝา้ ทลู ละอองธลุ ีนายสุทัศน์ สิริสวย ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรี พระบาท เพอ่ื นำราษฎรเขา้ เฝา้ เสดจ็ ถงึ จงั หวดั ชยั ภมู ิ โปรดให้อยุธยา นายประสทิ ธิ อุไรรตั น์ ผวู้ า่ ราชการจังหวัดสระบุรี ราษฎรเขา้ เฝา้ ณ ศาลากลางจงั หวดั และประทบั ณ จวนผวู้ า่ขบวนรถไฟพระทนี่ ่งั ถึงสถานีนครราชสมี า เวลา ๑๔.๔๘ น. ราชการจังหวดั ชยั ภูมิ ซ่งึ จัดถวายเปน็ ทปี่ ระทบั แรมนายสุวรรณ ร่ืนยศ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั นครราชสมี า เขา้ เฝา้ทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อนำราษฎรเข้าเฝ้า ในวนั นี้ทรงประทับแรมท่ีค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสมี า 39

ครูของแผน่ ดินวนั เสาร์ท่ี ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๘ เสดจ็ โดยรถยนตพ์ ระทีน่ งั่ จากท่ปี ระทับจังหวดั ชัยภูมไิ ปสถานีรถไฟบวั ใหญ่ ประทับรถไฟพระที่นง่ั ผา่ นสถานเี มอื งพลสถานบี า้ นไผ่ ซง่ึ หยดุ ทกุ สถานี เพอ่ื ใหร้ าษฎรเ์ ขา้ เฝา้ จนถงึ สถานขี อนแกน่ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ขอนแกน่ กราบบงั คมทลู พระกฤษฎกี าเพอื่ นำราษฎรเข้าเฝา้ เสดจ็ ขึ้นทป่ี ระทบั ณ ศาลากลางจงั หวดั ขอนแกน่ ซง่ึ จดั ถวายเปน็ ท่ีประทับแรม 40


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook