โดยจัดหาแพะพันธ์ุดี เพ่ือเล้ียงขยายพันธ์ุ โดยเฉพาะในโครงการฟาร์มตัวอย่าง ตาม พระราชดำริ ซ่ึงทรงโปรดฯ ให้จัดต้ังขึ้น ตามพืน้ ท่ีจงั หวดั ต่างๆ ๓.๓ การส่งเสริมวิชาชพี ดา้ นช่างและงานฝมี อื (๑) ในคราวเสด็จฯ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเพ่ือทรงเย่ียมทหารบาดเจ็บจากราชการสงครามในสาธารณรัฐเวียดนาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปรารภว่า กองทัพบกควรมีหน่วยงานฟื้นฟูสมรรถภาพ และฝึกอาชีพให้แก่ทหารพิการ เพื่อให้มีอาชีพเล้ียงตนและครอบครวั ได้ “ศนู ยฝ์ กึ อาชพี พระราชทาน” จงึ ไดก้ อ่ กำเนดิ ขน้ึ ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเม่ือปี ๒๕๑๓ ซ่ึงต่อมาได้แยกออกมาสร้างเป็นสถานฝึกอาชีพท่ีถนนวิภาวดรี ังสิต โดยพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพยเ์ ป็นค่า พระม่ิงขวัญของชาวไทย ผ้ทู รงเปน็ พลงั พฒั นาประเทศ
ก่อสร้างตึก และเครื่องมือเคร่ืองใช้ ที่จำเป็นในการรักษา สำหรับผู้ท่ี ขาดทุนทรัพย์ หรือผู้ทุพพลภาพ ทย่ี งั พอทำงานเลี้ยงตวั ได้ นอกจากน้ี ทรงพระกรณุ า โปรดเกลา้ ฯ ใหส้ รา้ งโรงเรยี นฝกึ วชิ าชพีตามโครงการพระดาบส เพ่ือให้บุคคลดังกล่าว ได้มีโอกาสศึกษาและใช้วิชาชีพในการหาเล้ียงชีพและครอบครัว โดยผู้รับการอบรม ไม่ต้องเสียคา่ ใชจ้ า่ ยใดๆ ทงั้ นี้ เปดิ อบรมวชิ าชา่ งไฟฟา้ ชา่ งวทิ ยุ ตงั้ แตป่ ี ๒๕๑๙ สบื เนอ่ื งถึงปัจจุบันมี ๗ หลักสูตร โดยมีหลักสูตรที่เพิ่มเติม ได้แก่ วิชาชีพช่างยนต์ช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิชาชีพเกษตรพอเพียง ชา่ งซอ่ มบำรงุ เคหบรบิ าล และช่างไม้เครือ่ งเรือน (๒) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงริเริ่มให้มีการฟื้นฟูและพัฒนางานฝีมือพ้ืนบ้านในแต่ละภูมิภาคข้ึน โดยทรงส่งเสริมให้ราษฎรมีอาชีพเสริมตามทักษะความสามารถเพ่ือเพ่ิมรายได้ อันเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการให้พระม่ิงขวญั ของชาวไทย ผทู้ รงเปน็ พลงั พฒั นาประเทศ
ราษฎรฝึกอาชีพกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิพระบรมราชินีนาถ ทีท่ รงจัดตั้งขึ้น โดยพระราชทานแนวทางการดำเนินงานเป็น ๒ ประเภทคือ การส่งเสริมสนับสนุนงานฝีมือท่ีชาวบ้านทำเป็นอยู่แล้วเช่น ผ้าไหมมัดหม่ี ผ้าตีนจก ฯลฯ และการฝึกอบรมให้ชาวบ้านทำงานฝีมือที่ตนเองไม่เคยทำมาก่อน เช่น การปั้นตุ๊กตา เป็นต้น ซ่ึงนอกจากราษฎรจะมีรายได้เล้ียงชีพแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์งานศิลปะท้องถิ่นอันทรงคุณค่าของชาตดิ ว้ ย ๓.๔ การส่งเสริมคณุ ภาพชวี ิต (๑) เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปิดเส้นทางการพัฒนาสู่ชนบทท่ีห่างไกล โดยถนนประวัติศาสตร์สายแรกท่ีสร้างตามพระราชดำริคือ โครงการสร้างถนนเข้าสู่หมู่บ้านห้วยมงคล ต.หินเหล็กไฟ (ปัจจุบันคือ ต.ทับใต้) อ.หัวหินจ.ประจวบคีรีขันธ์ เม่ือปี ๒๔๙๕ ซึ่งในเวลานั้นไม่มีถนนออกจากหมู่บ้านทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ ๒๐ กิโลเมตรเท่านั้น ต่อมาทรงมี พระม่งิ ขวญั ของชาวไทย ผู้ทรงเป็นพลังพัฒนาประเทศ
พ ร ะ ร า ช ด ำ ริ ใ ห้ ตั ด เ ส้ น ท า ง ค ม น า ค ม และปรับปรุงถนนในพ้ืนที่ทุรกันดาร เพ่ือ อำนวยประโยชน์ให้พสกนิกรในด้านต่างๆ อีกมากมาย อาทิ เส้นทางสาย อ.รามัน- บา้ นตะโละหะลอ อ.รือเสาะ จ.นราธวิ าสเพ่ือความม่ันคงทางการเมืองและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เส้นทางสายบ้านวาก-บ้านใหม่-บ้านแม่ตะไคร้ จ.เชียงใหม่-ลำพูน เพ่ือประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและสังคม และพัฒนาเส้นทางข้ามภูเขาระหว่างบ้านเปาสามขาอ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ไป อ.แม่ทา จ.ลำพูน โดยปรับปรุงทางหลวงหมายเลข ๑๒๒๙ เป็นตน้ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงมพี ระราชดำรใิ หส้ รา้ งเสน้ ทางคมนาคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการขยายสะพานรถไฟข้ามคลองฉวางจ.สรุ าษฎร์ธานี ตลอดจนโครงการก่อสรา้ งสะพานและทางเข้าหมูบ่ ้านต่างๆ (๒) นอกจากเส้นทางคมนาคมเพื่อการสัญจรของราษฎรในถิ่นทุรกันดารแล้ว พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้สร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ราษฎรมีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ อาทิพระม่งิ ขวัญของชาวไทย ผู้ทรงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
ในปี ๒๕๒๕ ได้มีพระราชดำรัสในคราวเสด็จพระราชดำเนินโครงการหลวงห้วยลึกทรงให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก ซ่ึงมีอยู่เป็นจำนวนมากนำมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะในการผลิตกระแสไฟฟ้าส่งไปถึงแหล่งชุมชนที่อยู่ห่างไกล และจากการพัฒนาแหล่งน้ำอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ ที่ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดส่งน้ำในแต่ละพ้ืนที่ให้ท่ัวถึงทุกครวั เรอื น เกดิ เปน็ โครงการกอ่ สรา้ งประปาหมบู่ า้ นอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ เช่น โครงการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านท่ีบ้านแม่ต่ืนน้อย ต.แม่ต่ืน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และที่บ้านค้อต.หนองลาด อ.วารชิ ภูมิ จ.สกลนคร เป็นต้น (๓) สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเอ้ืออาทรในคุณภาพชีวิตของราษฎรเช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเม่ือปี ๒๕๔๔ ขณะเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรบ้านทุ่งต้นง้ิว ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อยจ.เชียงใหม่ ทรงเห็นสภาพความเป็นอยู่ของราษฎรที่ด้อยโอกาส ท้ังทางเศรษฐกิจและสังคม จึงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพ พระมิ่งขวญั ของชาวไทย ผทู้ รงเป็นพลงั พฒั นาประเทศ
ชีวิตราษฎร บ้านทุ่งต้นง้วิ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพอื่ ช่วยเหลอื และพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร โดยการพัฒนาด้านต่างๆ และทรงให้กองทัพภาคท่ี ๓เป็นหน่วยงานหลักในการประสานกับส่วนราชการต่างๆ ท่ีเข้าไปดำเนินการตามพระราชดำริ (๔) นอกจากทรงมีพระราชดำริในการจัดต้ังโครงการต่างๆ เพ่ือช่วยเหลือประชาชนให้มีอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนแล้ว พระองค์ยังทรงมีพระเมตตาช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก อาทิ เม่ือปี ๒๕๔๑สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานเงินที่ได้รับจากการจำหนา่ ยดอกมะลงิ านวนั แมแ่ หง่ ชาติ ใหส้ ภาสงั คมสงเคราะหแ์ หง่ ประเทศไทยจัดต้ังเป็นกองทุนอาหารกลางวันเล้ียงผู้ตกงาน และผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน โดยจัดต้ังเป็นโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน เลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ตกงานและผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน รวมทั้งครอบครัวในภาวะวิกฤต ทุกวันเว้นวันหยุดราชการ และเม่ือปี ๒๕๔๗ เมื่อทรงทราบว่าการกอ่ ความไมส่ งบใน ๓ จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ทำให้ชาวสวนในจงั หวดัเหลา่ นไ้ี มส่ ามารถจำหนา่ ยผลไมไ้ ด้ จงึ ทรงมพี ระราชเสาวนยี ใ์ หจ้ ดั ซอ้ื ลองกองถึงสวนของชาวบ้าน ต่อจากน้ันได้มีหน่วยงานต่างๆ เข้าช่วยเหลือซื้อและนำมาจำหน่ายท่ีกรุงเทพฯ โดยจัดทำเป็นโครงการเฉพาะกิจชื่อ “โครงการนำ้ พระทัยสู่ ๓ จงั หวัดภาคใต”้ พระมิง่ ขวัญของชาวไทย ผ้ทู รงเป็นพลงั พฒั นาประเทศ
๔. ด้านการศกึ ษา พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และสมเดจ็ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถทรงสนพระราชหฤทัยเรื่องการศึกษาเป็นอย่างย่ิง ด้วยทรงตระหนักว่าการศกึ ษาเปน็ ปจั จยั สำคญั ในการเสรมิ สรา้ งและพฒั นาความคดิ สตปิ ญั ญา ความประพฤตแิ ละคณุ ธรรมของคนในชาติ ซง่ึ จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป จึงทรงมีพระราชปณิธานที่จะส่งเสริมการศึกษาให้แพร่หลาย ทั้งในเมืองและในชนบทที่ทุรกันดาร โดยเฉพาะแก่เด็กยากจนและด้อยโอกาส เพ่ือท่ีจะได้มีคณุ ภาพชวี ติ ที่ดีข้นึ ต่อไป๔.๑ การสร้างโรงเรยี น (๑) ด้วยทรงมุ่งมั่นให้พสกนิกรได้มีการศึกษา เพ่ือเป็นรากฐานที่ดีของชีวิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชทรัพย์ พระม่ิงขวัญของชาวไทย ผู้ทรงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
ส่วนพระองค์ในการจัดสร้างโรงเรียนสำหรับผู้ท่ีอยู่ห่างไกลทุรกันดาร และผู้ด้อยโอกาสท้ังชาวไทยและชาวไทยภูเขามากมาย อาทิ เมื่อปี ๒๔๙๙ทรงสนับสนุนให้ตำรวจตระเวนชายแดนจัดตั้ง โรงเรียนชาวเขาเยาวชนไกลคมนาคม เพอื่ เปดิ โอกาสใหช้ าวเขาและเยาวชนถ่ินไกลคมนาคม ได้มีโอกาสเรียนรู้หนังสือไทย ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมไทย และเป็นการสรา้ งสำนกึ ของความเปน็ คนไทยมากย่งิ ขน้ึ ปี ๒๕๐๖ ทรงใหจ้ ดั ตง้ั โรงเรยี นทห่ี า่ งไกลทง้ั บรเิ วณชายแดนและพื้นที่ที่ไม่สงบจากภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ คือโรงเรียนเจา้ พอ่ หลวงอปุ ถมั ภ์ที่ จ.เชยี งใหม่ เป็นแห่งแรก ในระยะต่อมาเพ่ิมจำนวนมากขึ้นกว่า ๒๐๐โรงเรียน โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมสนับสนุนก่อสร้างโรงเรียนเพ่ือแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงให้สร้างโรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ ๑ และ ๒ สำหรับชาวไทยภูเขาเผ่าเย้าทีบ่ ้านหว้ ยขาน ต.แมง่ อน อ.ฝาง และชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ต.แม่ริม อ.แมร่ มิจ.เชียงใหม่อีกด้วย โดยทรงมอบโรงเรียนให้อยู่ในความดูแลของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ปัจจุบันเป็นโรงเรียนท่ีสอนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ สังกดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พระมิง่ ขวัญของชาวไทย ผู้ทรงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
นอกเหนือจากนี้ยังมีโรงเรยี นร่มเกลา้ ซึ่งพระบาทส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั ว ท ร งพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ในความดูแลของกองทัพภาคท่ี ๒ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) โดยทรงริเริ่มให้สร้างขึ้นสำหรับเยาวชนในท้องถิ่นชนบทห่างไกลท่ีมีความไม่สงบจากภัยต่างๆรวมท้ังพนื้ ทช่ี ายแดนและพน้ื ท่ีสชี มพู ซ่งึ ต่อมาไดส้ รา้ งโรงเรยี นร่มเกล้าขึน้ อีกหลายแห่ง และขยายถึงระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย สำหรับในพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น มหาวาตภัยท่ีแหลมตะลุมพุกอ.ปากพนัง จ.นครศรธี รรมราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ จัดสร้างโรงเรียนให้แก่ท้องท่ีที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ เรียกว่า“โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห”์ ซ่ึงปัจจุบันมีอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ และทรงให้มูลนธิ ิราชประชาสมาสยั ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ จดั สร้างโรงเรียนราชประชาสมาสัย สำหรับลูกหลานท่ีมีบิดามารดาป่วยเป็นโรคเรื้อนซ่ึงสังคม พระมิง่ ขวญั ของชาวไทย ผทู้ รงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
รังเกียจได้รับการศึกษา โดยปัจจุบันได้พัฒนาและสามารถรับเด็กนักเรียนปกติเข้าร่วมเรียนด้วย ตลอดจนทรงให้จัดตั้งโรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจนขึ้นในวัดหลายแห่งใน จ.สมทุ รปราการ น่าน นครพนม และราชบรุ ี (๒) สำหรับพระราชโอรสและพระราชธิดา บุตรข้าราชบริพารในพระราชวงั ทรงใหจ้ ดั ต้ังโรงเรยี นจิตรลดา โดยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนทั่วไปได้เรียนด้วยโดยมิได้เลือกช้ันวรรณะ และพระราชทานที่ดินให้แก่กรมสามัญศึกษาเพื่อใช้เป็นที่ก่อสร้างโรงเรียนราชวินิต สำหรับบุตรหลานของข้าราชการสำนักพระราชวังและประชาชนในท้องถ่ิน โดยเสด็จฯทรงเปิดโรงเรียนเมอ่ื ๑๘ มถิ นุ ายน ๒๕๑๐ ต่อมาได้พระราชทานท่ีดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่มุมสนามม้าราชตฤณมัยสมาคม กอ่ สรา้ ง “โรงเรียนราชวินติ มธั ยม” ตลอดจนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโรงเรียนวังไกลกังวลไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ซ่ึงจัดตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๔๘๑ ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เพ่ือให้การศึกษาแก่บุตรหลานของเจ้าหน้าท่ีผู้ดูแลรักษาวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินให้กรุงเทพมหานคร สร้างโรงเรียนในบริเวณชุมชนพระราม ๙ และพระราชทานนามวา่ “โรงเรียนพระราม ๙กาญจนาภิเษก” เป็นโรงเรียนพระราชทานสาธิตแห่งแรกของกรุงเทพฯพระมงิ่ ขวญั ของชาวไทย ผทู้ รงเป็นพลังพัฒนาประเทศ
ซึ่งเน้นการบริการด้านการศึกษาระดับปฐมวัยและประถมศึกษา เพ่ือให้บริการทางการศกึ ษาแก่เยาวชนในกรงุ เทพฯ ดว้ ย ส่วนโรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์เดิมคือโรงเรียนราชวิทยาลัย ต้ังขึ้นในรัชกาลที่ ๕ เมื่อปี ๒๔๔๐ ต่อมาคณะครูและศิษย์เก่าได้ร่วมกันจัดตั้งและดำเนนิ กจิ การโรงเรยี นราชวทิ ยาลยั ขึ้นใหม่ โดยขอใช้สถานท่ีของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สามพรานเดิมและทรงรับไวใ้ นพระบรมราชูปถมั ภ์ตัง้ แตป่ ี ๒๕๐๗ (๓) ในปี ๒๕๐๓ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงรเิ รม่ิ ใหม้ สี ถาบนัเกี่ยวกับการพัฒนาการบริหาร อันเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาประเทศโดยได้พระราชทานพระราชดำริให้ศึกษาแนวทางการก่อต้ังสถาบันบัณฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร์ หรือ NIDA ซง่ึ ก่อตง้ั สำเรจ็ ในปี ๒๕๐๙ ๔.๒ การจัดตั้งกองทนุ และมลู นธิ เิ พอื่ การศกึ ษา (๑) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์สร้างโอกาสในการศึกษาให้กว้างขวางยิ่งข้ึน ด้วยการพระราชทานทุนการศึกษาต่างๆอาทิ ทุนอานันทมหิดล พระราชทานพระราชทรัพย์ก่อต้ังข้ึนเมื่อปี ๒๔๙๘โดยเดิมพระราชทานเฉพาะบัณฑิตสาขาแพทยศาสตร์ท่ีเรียนดี เพ่ือไปศึกษาต่อต่างประเทศ ต่อมาปี ๒๕๐๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ต้ังเป็น“มูลนิธิอานันทมหิดล” และให้ขยายสาขาวิชาเพิ่มขึ้น ได้แก่ สาขาวิชา พระม่งิ ขวญั ของชาวไทย ผู้ทรงเป็นพลงั พฒั นาประเทศ
วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ อักษรศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และโบราณคดี และเมื่อปี ๒๕๐๘ ทรงฟื้นฟูทุนเล่าเรียนหลวงที่รัชกาลที่ ๕ กอ่ ตงั้ ขน้ึ พระราชทานแกน่ กั เรยี นเรยี นดที จ่ี บการศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาให้ไปเรียนตอ่ ต่างประเทศ (๒) สำหรับนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จะศึกษาขั้นอุดมศึกษาทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งทุนภูมิพลข้ึน เพื่ออุดหนุนนักเรียนเหล่านี้รวมท้ังทุนนวฤกษ์ สำหรับนักเรียนท่ีมีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตลอดจนทุนการศึกษาพระราชทานแก่นักเรียนเฉพาะกรณี เช่นทุนพระราชทานแก่นักเรียนชาวเขาและนักเรียนเฉพาะสถานศึกษา รางวัลพระราชทานแกน่ กั เรยี นและโรงเรยี นดเี ดน่ และสถาบนั เทคโนโลยแี หง่ เอเชยี เปน็ ตน้ (๓) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญไปถึงครูอาจารย์โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ต้ังมูลนิธิช่วยเหลือครูอาวุโสพระมง่ิ ขวญั ของชาวไทย ผ้ทู รงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
ในบรมราชานุเคราะห์ พร้อมพระราชทานพระราชทรัพย์ให้แก่คุรุสภาเม่ือปี ๒๕๑๐ เป็นทุนประเดิม เพ่ือช่วยเหลือครูอาวุโสที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีมาจนเกษียณอายุ มีประวัติการทำงานและความประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีและมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติเพ่ือส่งเสริมให้ครูมีกำลังใจในการปฏิบัติหนา้ ท่ี (๔) สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา โดยพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนประเดิมให้แก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย จัดต้ังทุนช่ือว่าทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน เพอ่ื ช่วยเหลือการศกึ ษาแกเ่ ด็กยากจน ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาตามสมควรแก่อัตภาพและความสามารถของตนโดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงรับนักเรียนยากจนขาดโอกาสทางการศึกษาที่ทรงพบ ให้เป็นนักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์รวมถึงพระราชทานทุนการศึกษาแก่เด็กพิการให้เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ และมีพระราชเสาวนีย์ให้กองราชเลขานุการฯ ติดตามผลการศึกษา และช่วยเหลือเพื่อใหไ้ ปประกอบอาชพี เล้ียงตนเองได้ ๔.๓ การศึกษานอกระบบ (๑) นอกจากการศึกษาในระบบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษานอกระบบและการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.เชียงใหม่ ได้สนอง พระมง่ิ ขวญั ของชาวไทย ผ้ทู รงเป็นพลงั พฒั นาประเทศ
แนวพระราชดำริ จัดทำโครงการพฒั นา ชุมชน ต.บ้านจันทร์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซ่ึงชาวบ้านส่วนใหญ่เป็น ชาวเขาเผ่ากะเหร่ียงขาดโอกาสทางการศึกษา โดยได้จัดการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน จัดหนังสือหมุนเวียนทุกหมู่บ้าน จัดการศึกษาผู้ใหญ่ระดับ ๓-๔ รวมถึงจัดอบรมกลุม่ แม่บา้ น และจดั โครงการวชิ าชพี เคลื่อนที่สู่ชนบท สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเจริญรอยตามแนวพระราชดำริ โดยทรงให้สร้างศาลารวมใจ เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้ท่ีชาวบ้านสามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง เป็นท่ีแลกเปล่ียนความรู้ความคิด สร้างความสามัคคี และหนังสือประเภทต่างๆ ที่พระราชทานไว้ท่ีศาลารวมใจ รวมทั้งมีห้องปฐมพยาบาล ยาพระราชทาน สำหรับให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้น และเจ้าหน้าที่ท่ีผ่านการอบรมหลักสูตร “หมอหมู่บ้าน”เปน็ ผดู้ แู ลอยา่ งนอ้ ย ๑ คน (๒) สำหรบั การศกึ ษาทางไกล กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดจ้ ดั ทำ “โครงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม” โดยเลือกโรงเรียนไกลกังวล อ.หัวหินพระมิ่งขวญั ของชาวไทย ผู้ทรงเป็นพลงั พัฒนาประเทศ
จ.ประจวบครี ขี นั ธ์ เปน็ แมข่ า่ ยการถา่ ยทอดระบบทางไกลผ่านดาวเทียม รวมท้ังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดต้ังสถานีโทรทัศน์ขึ้นท่ีโรงเรียนไกลกังวลส่งสัญญาณออกอากาศแพร่ภาพไปยังโรงเรียนต่างๆ ในเครือข่ายการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมทั่วประเทศโดยแพร่ภาพเปน็ ครัง้ แรกเมอ่ื ๕ ธนั วาคม ๒๕๓๘ รวมทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนเริ่มต้นในการจัดตั้งมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อเป็นผู้บริหารงาน ซ่ึงมูลนิธิฯได้ดำเนินการต่างๆ อาทิ โครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้แก่วัดไทย โดยจัดการศึกษาผ่านเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ทตามโครงการ DEFe-School ให้ลูกหลานไทยในต่างประเทศ และชาวต่างประเทศท่ีสนใจสามารถเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประเทศไทย จดั ทำรายการ “ศกึ ษาทศั น”์ หรอื รายการQuest for Knowledge เป็นรายการเพื่อการศึกษาท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมดำเนินรายการในรูปแบบของการพานักเรียนไปศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียน และการอบรมครูสอนภาษาอังกฤษด้วยวิธีการประชุมทางไกลระบบวดี ิทศั น์ เป็นต้น พระม่งิ ขวัญของชาวไทย ผทู้ รงเป็นพลังพฒั นาประเทศ
๕. ดา้ นอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ นี าถ เสด็จฯ ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ไ ด้ ท อ ด พ ร ะ เ น ต ร เ ห็ น ค ว า ม เสื่อมโทรม ของทรัพยากรธรรมชาติ จึงทรงมีพระราชดำริ ให้มีการฟื้นฟู พร้อมทั้งอนุรักษ์ธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อมด้านต่างๆ เสมอมา โดยทรงคิดค้นดัดแปลง ปรับปรุง และแก้ไขให้เป็นงานท่ีดำเนินการได้โดยง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่และระบบนิเวศน์โดยสว่ นรวม และถูกต้องตามหลักวิชา ๕.๑ การฟน้ื ฟูและอนุรกั ษป์ ่าไม้ (๑) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไมท้ ่ีสำคัญหลายวิธี อาทิ ปลูกป่าในใจคนพระมิ่งขวญั ของชาวไทย ผู้ทรงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
โดยการทำความเข้าใจกับราษฎรให้รู้ถึงประโยชน์ของป่าและการอยู่ร่วมกับป่าอย่างพ่ึงพาอาศัยกัน ให้ราษฎรได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกป่า โดยจัดจำแนกความเหมาะสมการใช้ที่ดินตามลักษณะโครงสร้างของดิน ส่งเสริมให้ราษฎรมีส่วนร่วมในกิจกรรมการปลูกป่า ตลอดจนรู้จักนำพืชมาใช้สอยอย่างถูกต้อง เพอ่ื ให้ชมุ ชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยง่ั ยืน ดังเช่น โครงการพฒั นาพื้นท่ีลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเน่ืองมาจากพระราชดำริจ.มุกดาหาร และโครงการพัฒนาพื้นท่ีลุ่มน้ำแม่อาว อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จ.ลำพนู ปลกู ปา่ ๓ อยา่ ง ใหป้ ระโยชน์ ๔ อยา่ ง เปน็ แนวคดิ ของการผสมผสานการอนุรักษ์ ดิน น้ำ และการฟ้ืนฟูทรัพยากรป่าไม้ ควบคู่กับความตอ้ งการด้านเศรษฐกจิ ด้วยการจำแนกป่า ๓ อย่าง คอื ป่าไม้ใช้สอย ปา่ ไม้กนิ และป่าไม้เศรษฐกจิ การปลูกป่าทดแทน ได้แก่ การปลูกป่าทดแทนตามไหล่เขาเช่น โครงการพัฒนาดอยตุง จ.เชียงราย โดยเชิญชวนให้ราษฎรร่วมปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูตามไหล่เขา การปลูกป่าทดแทนในพื้นที่ป่าเส่ือมโทรม ในโครงการพัฒนาพ้ืนที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริจ.มุกดาหาร ซึ่งมีพระราชดำริให้แบ่งเขตป่าไม้ออกจากเขตชุมชน และให้มีการส่งเสรมิ การปลูกป่าฟื้นฟธู รรมชาติ พระมง่ิ ขวัญของชาวไทย ผทู้ รงเปน็ พลังพฒั นาประเทศ
ทฤษฎีป่าเปียก เป็นกลยุทธ์การ พัฒนาป่าไม้โดยใช้ทรัพยากรน้ำเข้ามาช่วยใน การสร้างแนวป้องกันไฟเพ่ือป้องกันไฟไหม้ป่า ในระยะยาว โดยได้พระราชทานคำแนะนำ ให้หาวิธีให้น้ำจากป่าไหลผ่านลึกลงไปใต้ดิน เพ่ือรักษาหน้าดินให้มีความช้ืน รากของต้นไม้ และพืชจะได้รับอาหารจากน้ำ ด้วยวิธีนี้ ไมเ่ พยี งปา่ จะชมุ่ ชน้ื ขนึ้ ในฤดแู ลง้ แตค่ วามชมุ่ ชนื้ยังทำหน้าทเ่ี ป็นเขตกันชนคมุ้ ครองปา่ อกี ด้วย รวมทง้ั ทรงเน้นให้ทำวิจัยอย่างตอ่ เนือ่ ง เพื่อลดปัญหานำ้ เหอื ดแหง้ จากบรเิ วณตน้ นำ้ ลำธารดว้ ย ภูเขาป่า โดยการสร้างฝายชะลอความชุ่มช้ืน หรือ CheckDam ปิดกั้นร่องนำ้ ในเขตต้นน้ำลำธาร เพื่อแผ่กระจายความชุ่มชน้ื ออกไปให้กว้างขวาง อันจะช่วยฟ้ืนฟูสภาพป่าในบริเวณที่สูงให้สมบูรณ์ข้ึนเป็นภูเขาป่าน้ำในอนาคต ภูเขาป่าท่ีเขียวขจีจากแนวพระราชดำรินี้ สามารถพบเห็นและศึกษาได้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเน่ืองมาจากพระราชดำริโดยเฉพาะท่ีเด่นชัดคือ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พระมิ่งขวญั ของชาวไทย ผทู้ รงเป็นพลงั พฒั นาประเทศ
(๒) จากแนวพระราชดำริการ ฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าดังกล่าว พระองค์ได้พระราชทานและนำไปใช้ในการฟ้ืนฟูสภาพป่าและปลูกป่าในพ้ืนที่ต่างๆโดยทรงใชก้ ารฟืน้ ฟตู ามหลกั ธรรมชาติ คือ การปลกู ปา่ โดยไมต่ ้องปลูก โดยอาศัยระบบวงจรป่าไม้ คือ การปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเติบโตของต้นไม้และควบคุมไม่ให้คนเข้าไปตัดไม้ ไม่มีการรบกวนเหยียบย่ำต้นไม้เล็กๆ เมอื่ ทง้ิ ไวช้ ว่ งระยะเวลาหนง่ึ พชื ลกู ไม้ พนั ธไุ์ มต้ า่ งๆ จะสามารถคอ่ ยๆเจริญเติบโต และขยายพันธุ์ฟ้ืนตัวขึ้น ทำให้ระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตเร่ิมเกิดข้ึนและเกื้อกูลกัน เช่น โครงการศึกษาวิธีการฟ้ืนฟูท่ีดินเส่ือมโทรมเขาชะง้มุ อันเนือ่ งมาจากพระราชดำริ ต.เขาชะงุม้ อ.โพธาราม จ.ราชบุรีและการปลูกป่าทดแทน โดยการปลูกป่าทดแทนตามไหล่เขา เช่นที่โครงการพัฒนาดอยตุง และการปลูกป่าทดแทนในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม เช่นโครงการพัฒนาพ้ืนที่ลุ่มนำ้ หว้ ยบางทราย จ.มุกดาหาร เปน็ ตน้ (๓) ในการอนุรักษ์ป่าไม้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชกรณียกิจมากมายที่ทรงสืบสานต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว รวมท้ังทท่ี รงพระราชดำริขนึ้ ใหม่ อาทิ ทรงรเิ ร่ิม โครงการป่ารักน้ำ โดยชักชวนราษฎรให้ร่วมกันปลูกป่าเป็นครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๒๕ ที่ พระมงิ่ ขวัญของชาวไทย ผทู้ รงเปน็ พลงั พัฒนาประเทศ
บริเวณเชงิ เขาภผู าเหลก็ อ.สอ่ งดาว จ.สกลนคร และพระราชทานพันธ์ุไม้ รวมท้ังทรงช้ีแจง ใหร้ าษฎรเหน็ ความสำคญั ของปา่ ไม้ มคี วาม เข้าใจในวิธีการช่วยกันดูแลรักษาป่าไม้ และใช้ประโยชน์จากป่าโดยไม่ทำลายป่าการดำเนินงานประสบผลสำเร็จดีย่ิง และได้ขยายพื้นท่ีโครงการออกไปอยา่ งกวา้ งขวางจนถงึ ปจั จบุ นั (๔) ต่อมาในปี ๒๕๒๖ ทรงมีพระราชประสงค์ท่ีจะสอนและชี้ให้ประชาชนเห็นว่า ป่าถูกสร้างเพื่อประโยชน์แก่คน หากรู้จักใช้ประโยชน์ในทุกตารางนว้ิ โดยคงสภาพความสมบูรณ์ไว้ได้ กจ็ ะสามารถใชผ้ ืนป่าหาเลยี้ งครอบครัวได้ตลอดชีวิต จึงทรงริเริ่มโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ในพ้ืนท่ีบา้ นหนองไผ่ ต.โคกสี อ.สวา่ งแดนดนิ จ.สกลนคร ซง่ึ ชว่ ยทำใหร้ าษฎรในพน้ื ท่ีโครงการมคี วามเปน็ อยดู่ ขี น้ึ และสามารถดแู ลรกั ษาปา่ ไมใ้ นพนื้ ทไี่ ดเ้ ปน็ อยา่ งดี และโครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า โดยมีพระราชประสงค์ให้มีการฟ้ืนฟูสภาพป่าให้อุดมสมบูรณ์เหมือนในอดีต ให้คนและป่าอยู่ด้วยกันได้ โดยให้จัดทำโครงการฝึกอบรมราษฎรพิทักษ์ป่าขึ้นเป็นพระม่งิ ขวัญของชาวไทย ผูท้ รงเปน็ พลงั พัฒนาประเทศ
ครั้งแรกในพ้ืนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เม่ือปี ๒๕๓๘ โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ใช้ในการฝึกอบรมรวมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานธงและเข็ม “พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต” เพ่ือเป็นกำลังใจแก่ราษฎรในหมู่บ้านท่ีได้รับการคัดเลือกว่าเป็นหมู่บ้านและเป็นสมาชิกราษฎรอาสาสมัครท่ีอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ดีเด่น เป็นประจำทุกปีในทุกภาคของประเทศ เรียกวา่ “หมบู่ า้ นรกั ษ์ปา่ ประชารักษ์สตั ว์” (๕) นอกจากน้ี ยังมีโครงการอ่ืนๆ อีกมากมายที่ล้วนทรงมีพระราชดำริข้ึนเพ่ือฟื้นฟูสภาพป่า อนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร ศึกษา ค้นคว้าทดลอง วิจัย และสำรวจหาข้อมูลทางวิชาการในการสนับสนุนการอนุรักษ์และฟ้ืนฟูสภาพป่าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน โดยคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพ้ืนท่ี พัฒนาอาชีพ ส่งเสริมยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิต และสร้างสำนึกเก่ียวกับสิ่งแวดล้อมข้ึน เพ่ือการฟื้นฟูและอนุรักษ์ท่ีไดผ้ ลอย่างจรงิ จงั และย่งั ยนื อาทิ โครงการสวนปา่ สิริกิติ์ โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า พ้ืนที่รอยต่อ ๕ จังหวัดภาคตะวันออก พระมง่ิ ขวัญของชาวไทย ผทู้ รงเปน็ พลงั พัฒนาประเทศ
โครงการพัฒนาพ้ืนที่รอยต่อ อ.เมือง อ.เมืองปาน และ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง โครงการหมู่บ้านป่าไม้แผนใหม่ อันเน่ืองมาจากพระราชดำริ บา้ นนาศริ ิ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และทรงมีพ ร ะ ร า ช ด ำ ริ ใ ห้ จั ด ตั้ ง โ ค ร ง ก า ร ส ถ า นี พั ฒ น า ก า ร เ ก ษ ต ร ท่ี สู ง ต า มพระราชดำริ ตงั้ แตป่ ี ๒๕๔๖ โดยทรงมหี ลกั การใหฟ้ น้ื ฟสู ภาพปา่ สกดั เสน้ ทางขนยาเสพติดตามแนวชายแดน สนับสนุนแผนป้องกันประเทศ ช่วยรักษาเขตตน้ นำ้ ลำธารสรา้ งงานใหร้ าษฎร ดแู ลประชากรชาวเขา และมแี หลง่ ผลติ อาหาร เชน่โครงการสถานพี ฒั นาการเกษตรทสี่ งู ตามพระราชดำรพิ น้ื ทภี่ พู ยคั ฆ์ ต.ขนุ นา่ นอ.เฉลมิ พระเกยี รติ จ.นา่ น และทบ่ี า้ นหว้ ยหยวกปา่ โซ อ.แมฟ่ า้ หลวง จ.เชยี งราย เปน็ ตน้๕.๒ การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรน้ำและการอนุรักษด์ ิน (๑) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวทรงมพี ระราชดำรวิ ่า การปา่ ไม้กับการอนุรักษ์ดินและทรัพยากรน้ำ เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันเสมอ จึงควรแก้ปัญหาโดยรวมมากกว่าจะคำนึงถึงเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของปัญหาส่ิงแวดล้อมพระม่ิงขวัญของชาวไทย ผู้ทรงเปน็ พลังพฒั นาประเทศ
พระองค์จึงได้พระราชทานหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตามแนวพระราชดำริ เพ่ือให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างสูงสุด ร่วมกับการอนุรักษ์ป่าไม้และดนิ อาทิ การบรหิ ารจดั การนำ้ แลง้ ไดพ้ ระราชทานโครงการฝนหลวง และทรงมพี ระราชดำริในการพัฒนาแหล่งน้ำผิวดิน อาทิ อ่างเก็บน้ำ และฝายทดน้ำ ดังท่ีได้กล่าวในข้อ ๒.๓ โครงการเกี่ยวกบั การแกป้ ัญหาขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก อาทิ ฝายต้นน้ำ (Check Dam) การขุดลอกหนองบึงทตี่ นื้ เขนิ ใหร้ องนำ้ หลากในฤดฝู น ประตรู ะบายนำ้ สระเกบ็ นำ้ อโุ มงคผ์ นั นำ้ ฯลฯ (๒) สำหรับการบริหารจัดการน้ำท่วม ทรงมีพระราชดำริและแนวทางการบริหารจัดการอันหลากหลาย อาทิ เข่ือนเก็บกักน้ำ ได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องแก้ไขปัญหาน้ำท่วมด้วยการสร้างเข่ือนเก็บกักน้ำในหลายพ้ืนที่ อาทิ เขื่อนขุนด่านปราการชลจ.นครนายก เพอ่ื บรรเทาปญั หาวกิ ฤต ๓ ประการคือ น้ำท่วม น้ำแลง้ และปัญหาดินเปรี้ยว และเข่ือนป่าสักชลสิทธ์ิ จ.ลพบุรี เพ่ือแก้ปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลากบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสักตอนล่างและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทสี่ ง่ ผลสบื เนอื่ งถงึ กรงุ เทพฯ และปรมิ ณฑลอกี ดว้ ย พระม่งิ ขวญั ของชาวไทย ผทู้ รงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
ทางผันน้ำ อาทิ การผนั นำ้ จากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยทาง ตะวันตก ผันเข้าแม่น้ำท่าจีน แล้ว ผันลงสู่ทุ่งบริเวณ จ.สุพรรณบุรี ก่อนระบายออกสู่ทะเล ส่วนด้าน ตะวันออกผันน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์เข้าสู่คลอง ๑๓ จากนั้นระบายออกคลอง ๑๔ โดยน้ำส่วนหน่ึงผันไปลงแม่น้ำบางปะกง อีกส่วนหนึ่งลงคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตผ่านสู่คลองชายทะเล การปรับปรุงสภาพลำน้ำ โดยการขุดลอกลำน้ำในบริเวณท่ีตื้นเขิน ตกแต่งดินตามลาดตล่ิงที่ถูกกัดเซาะ กำจัดวัชพืชหรือทำลายสิ่งกีดขวางทางน้ำไหลเปน็ ต้น การระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่ม ตัวอย่างที่สำคัญคือ โครงการแก้มลิง ซึ่งมีแนวทางบรรเทาปัญหาน้ำท่วมโดยจัดหาพ้ืนท่ีรองรับและกักเก็บน้ำพระม่ิงขวัญของชาวไทย ผทู้ รงเป็นพลงั พัฒนาประเทศ
ในชว่ งฝนตก มนี ำ้ มาก และระบายออกในช่วงที่น้ำลดลง โดยการขุดลอกคลองต่างๆ เพื่อให้น้ำไหลมาร ว ม กั น แ ล้ ว น ำ ม า เ ก็ บ ไ ว้ ใ น บ่ อพักน้ำอันเปรียบเสมือนกับแก้มลิงแลว้ จงึ ระบายนำ้ ลงทะเลเมอ่ื ปรมิ าณนำ้ ทะเลลดลง การหาความสัมพันธ์ของระดับน้ำและปริมาณน้ำปากแม่น้ำเจา้ พระยา คือการศึกษาหาความสัมพันธ์ของน้ำทะเลหนุน และปริมาณน้ำเหนือหลากผ่านเขตกรุงเทพฯ แล้วนำผลการวิเคราะห์ไปใช้สำหรับการบริหารจัดการปริมาณน้ำเหนือท่ีไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสทิ ธ์ิ พระม่ิงขวัญของชาวไทย ผูท้ รงเป็นพลังพฒั นาประเทศ
โครงการแก้มลิง ในปี ๒๕๓๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจา้ หน้าทดี่ ูแลปัญหาน้ำท่วมเข้าเฝ้าฯ เพือ่ รบั พระราชทานแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิง และดำเนินโครงการแก้มลิงท่ีสำคัญในเขตกรุงเทพฯ ได้แก่โครงการแก้มลิงฝ่ังตะวันออกและฝ่ังตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา และโครงการแก้มลิงนอกเขตกรุงเทพฯ ท่เี ออ้ื ประโยชน์กับในเขตกรงุ เทพฯ ไดแ้ ก่โครงการแก้มลิงแม่น้ำท่าจีนตอนล่าง โครงการแก้มลิงคลองมหาชัย-สนามชัย และโครงการแกม้ ลงิ คลองสนุ ัขหอน นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการเฉพาะกิจต่างๆ อาทิ คราวน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปี ๒๕๓๑ได้พระราชทานพระราชดำรโิ ครงการบรรเทาอทุ กภยั อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาโดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น ขุดลอกคลองธรรมชาตินอกตัวเมืองหาดใหญ่ อาทิ คลองอูต่ ะเภา คลองทา่ ช้าง-บางกลำ่ และคลองหวะ รวมทั้งการขุดลอกคลองระบายน้ำสายใหม่ ๕ สาย คือ คลองระบายน้ำ ร.๑ ร.๓ร.๔ ร.๕ และ ร.๖ การจัดทำแก้มลิงคลองเรยี น และการจดั การสง่ิ กอ่ สรา้ งทขี่ วางทางนำ้ ไหล เปน็ ตน้ ซง่ึ บรรเทาวกิ ฤตนำ้ ทว่ มในปี ๒๕๕๓ ทม่ี ปี รมิ าณน้ำสงู ถงึ ๑,๖๒๓.๕๐ ลกู บาศกเ์ มตรตอ่ วนิ าที สงู มากกวา่ ปี ๒๕๓๑ ทมี่ ปี รมิ าณนำ้๘๓๙ ลูกบาศก์เมตรตอ่ วนิ าที โดยสามารถแบง่ รับน้ำและระบายนำ้ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ ลดความรุนแรงของอุทกภยั ทีเ่ กิดขึ้น กล่าวคอื นำ้ ลดลงภายในพระมิ่งขวญั ของชาวไทย ผทู้ รงเป็นพลงั พฒั นาประเทศ
๓ วัน ซง่ึ ก่อนหน้าน้ีใช้เวลาถึง ๗ วัน โครงการปรับปรุงคลองลัดโพธ์ิอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ทรงคนองอ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเคยมีพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริเม่ือวันที่๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ ให้หน่วยราชการท่ีเก่ียวข้องร่วมกันดำเนินโครงการขุดลอกคลองลัดโพธิ์ เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลเน่อื งจากแมน่ ำ้ เจา้ พระยาตอนล่างในเขต จ.สมทุ รปราการมีลักษณะโค้งอ้อมก า ร ขุ ด ล อ ก ค ล อ ง นี้ ช่ ว ย ล ด ร ะ ย ะ ท า ง ก า ร ไ ห ล ข อ ง น้ ำ ใ น แ ม่ น้ ำ จ า ก๑๘ กิโลเมตร เหลือประมาณ ๖๐๐ เมตรเท่าน้ัน นับเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำ โดยยึดหลักการ “เบี่ยงน้ำ” โดยเฉพาะช่วงก่อนน้ำทะเลหนุน ภายหลังดำเนินการเสร็จในปี ๒๕๔๘ ช่วยให้สามารถควบคุมปริมาณน้ำ ป้องกันน้ำเค็มไหลย้อน และช่วยลดระดับน้ำหลากในลมุ่ เจ้าพระยาตอนลา่ ง รวมทงั้ ลดระยะเวลานำ้ ทว่ มขงั ลง พระมง่ิ ขวญั ของชาวไทย ผูท้ รงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงมพี ระราชดำรใิ หศ้ กึ ษาเพม่ิ เตมิ ในการนำพลงั งานนำ้ ทรี่ ะบายผา่ นประตรู ะบายนำ้ นไี้ ปใชป้ ระโยชน์ กรมชลประทานและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงร่วมกันประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ และชุดสำเร็จของเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ข้ึน รวมท้ังย่ืนขอจดสิทธิบัตรงานท้ัง ๒ ชิ้นในพระปรมาภิไธย ในขณะเดียวกันทาง จ.สมทุ รปราการไดเ้ ตรยี มวางโครงการตดิ ตง้ั เครอื่ งผลติ กระแสไฟฟ้าพลังลม เพื่อใชพ้ ลงั งานธรรมชาติให้เป็นประโยชน์มากยิง่ ข้นึ (๓) การบรหิ ารจดั การนำ้ เสยี พระองคท์ รงใชห้ ลกั การงา่ ยๆ บนพนื้ ฐานหลักวิชาการ อาทิ น้ำดีไล่น้ำเสีย เป็นวิธีการใช้น้ำท่ีมีคุณภาพดีช่วยผลักดันน้ำเนา่ เสียออกไป และชว่ ยใหน้ ้ำเนา่ เสยี มสี ภาพเจือจางลง เครอ่ื งกรองนำ้ ธรรมชาติ ได้พระราชทานพระราชดำริให้ปลูกผักตบชวาในการดำเนินโครงการปรับปรุงบึงมักกะสัน เพื่อดูดซึมสารท่ีเป็นโลหะหนกั กรองนำ้ เสยี ชว่ ยใหพ้ ชื และปลาอาศยั อยใู่ นนำ้ ได้ โดยเปน็ โครงการท่ีพระองค์ทรงศึกษาและวางแผนการศึกษาด้วยพระองค์เอง และจากการทดสอบคุณภาพน้ำในบึงพบว่าปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำตามจุดต่างๆมปี รมิ าณเพม่ิ ขนึ้ ซงึ่ แสดงใหเ้ หน็ วา่ นำ้ ในบงึ หลงั ปรบั ปรงุ โดยทว่ั ไปมคี ณุ ภาพดขี น้ึตลอดจนสามารถนำผักตบชวามาทำปุ๋ยหมักและเช้ือเพลิง รวมถึงผู้คนที่อาศัยบริเวณน้ันได้รับความช่วยเหลือในรูปของการฝึกอาชีพในการทำอตุ สาหกรรมพระมง่ิ ขวัญของชาวไทย ผทู้ รงเป็นพลงั พฒั นาประเทศ
ในครัวเรือน โดยใช้ผักตบชวาเป็นวัสดุทำตะกร้า กระเป๋า และส่ิงของต่างๆสร้างเสริมรายได้ให้ครอบครัว นอกจากนี้ บึงมักกะสันยังเป็นแหล่งเก็บน้ำหรือระบายนำ้ ในยามท่ีมภี ัยนำ้ ท่วมอกี ดว้ ย สระเติมอากาศชีวภาพบำบัด ทรงใช้เครื่องจักรกลเติมอากาศมาช่วยเพิ่มออกซิเจนละลายน้ำ เพ่ือให้แบคทีเรียย่อยสลายสารอินทรีย์ในนำ้ เสยี เมอ่ื นำ้ ใสแลว้ จงึ ระบายทงิ้ อาทิ สระเกบ็ นำ้ พระราม ๙ ทรงมพี ระราชดำริให้เป็นแหล่งเก็บน้ำอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ เพ่ือใช้ในการจัดการน้ำสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นท่ีตอนล่างโครงการ และปญั หานำ้ เน่าเสยี ตามคลองและชุมชนบางแหง่ การผสมผสานระหว่างพื้นน้ำกับระบบเติมอากาศ โดยการสร้างบ่อดักสารแขวนลอย ปลูกต้นกกอียิปต์ เพ่ือใช้ดับกลิ่น และปลูกผักตบชวาดูดสิง่ สกปรกและโลหะหนกั จากน้ันใช้ กงั หันน้ำชยั พัฒนา และแผงเติมอากาศให้กับน้ำเสียตามความเหมาะสม ตลอดจนให้ตกตะกอนก่อนปล่อยลงแหล่งน้ำ โดยนำมาทดลองที่หนองสนม จ.สกลนคร และท่ีบึงพระราม ๙ กรุงเทพฯ ซง่ึ สามารถพิสูจน์ไดว้ ่าคณุ ภาพนำ้ สะอาดยิง่ ข้ึน หลักธรรมชาติบำบัดธรรมชาติ ทรงบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบ่อบำบัดและพืชน้ำ ประกอบด้วย ๔ ระบบ คือ ระบบบ่อบำบัดน้ำเสียระบบบ่อชีวภาพ ระบบหญ้ากรอง และระบบบำบัดน้ำเสียโดยใช้ป่าชายเลน พระมงิ่ ขวัญของชาวไทย ผทู้ รงเปน็ พลงั พฒั นาประเทศ
เช่น โครงการศึกษาวิจัย พั ฒ น า สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม แ ห ล ม ผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.บา้ นแหลม จ.เพชรบุรี นอกจากน้ี ทรงอาศัยวิธีทางวิทยาศาสตร์ อาทิ การบำบัดน้ำเสียด้วยกระบวนการทางฟิสิกส์เคมี “สารเร่งตกตะกอน” เช่น โครงการบำบัดน้ำเสียหนองสนม-หนองหาน ซ่ึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไดพ้ ระราชทานชอ่ื รุ่นของเครอื่ งบำบัดน้ำเสยี น้วี า่ “TRX-๑” เป็นต้น (๔) พระองค์ทรงพัฒนาแหล่งน้ำเพ่ืออุปโภคบริโภค โดยได้พระราชทานพระราชดำริและแนวทางต่างๆ แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแหง่ ประเทศไทย และกรมชลประทาน ในการสรา้ งเขอื่ นตา่ งๆ ซง่ึ พระวสิ ยั ทศั น์ท่ีทรงคำนงึ ถงึ ประโยชนข์ องประชาชนทกุ หมเู่ หลา่ นเี้ องชาวไทยจงึ มกี ระแสไฟฟา้ใช้มากขึ้น มีน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและใช้ในการเกษตร รวมทั้งยังลดปัญหาอุทกภัยลงได้ด้วย อาทิ เขื่อนภูมิพล เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์โครงการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เช่น โครงการเข่ือนคลองท่าด่านจ.นครนายก โครงการพัฒนาที่ลุ่มน้ำปากพนัง และการเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพ้ืนที่โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ (พ้ืนที่นำร่อง ๙ จังหวัด) เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเน่ืองและเปน็ ระบบ โดยเนน้ การมสี ว่ นรว่ มของราษฎร ใหเ้ ปน็ ผดู้ ำเนนิ การดว้ ยตนเอง พระม่ิงขวัญของชาวไทย ผู้ทรงเปน็ พลังพฒั นาประเทศ
รวมทั้งทรงให้จัดตั้ง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เพ่ือดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วสำเนากระจายข้อมูลนี้กลับไปใหห้ นว่ ยงานตา่ งๆ อกี ครงั้ ใหไ้ ดใ้ ชข้ อ้ มลู รว่ มกนั เกดิ เปน็ กลไกในการประสานงานในการวจิ ัยและพัฒนาระบบดงั กล่าว (๕) สำหรับการอนุรักษด์ ิน พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ทรงเหน็ วา่ดินเป็นปัจจัยพ้ืนฐานสำคัญเช่นเดียวกับน้ำ จึงทรงริเริ่มโครงการจัดและพัฒนาที่ดินเมื่อปี ๒๕๑๑ เพื่อพลิกผนื ดนิ ทแ่ี หง้ แลง้ ขาดความอดุ มสมบรู ณใ์ ห้สามารถผลติ พืชพนั ธธ์ุ ัญญาหารได้ โดยทรงแนะใหใ้ ช้วธิ กี ารทดลองต่างๆ เพื่ออนุรักษ์บำรุงรักษาดิน ซ่ึงส่วนใหญ่เปน็ วธิ กี ารตามธรรมชาติที่เป็นหนทางสร้างความสมดุลของสภาพแวดล้อมให้เกิดขึ้น พระราชดำริที่เก่ียวกับวิธีการแก้ไขปัญหาเร่ืองดินจึงเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะที่สอดคล้องกับพ้ืนที่นั้นๆโดยนำความรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติมาใช้ให้เกิดผลชัดเจน โดยพระองค์ทรงศกึ ษาวจิ ยั เพอื่ แกไ้ ขปญั หาดนิ ตา่ งๆ โดยไดก้ ลา่ วในขอ้ ๒.๒ โครงการเกยี่ วกบั การแก้ปัญหาดินเพ่ือการเพาะปลูก โดยเฉพาะปัญหาดินที่เส่ือมโทรมพังทลายจากการชะล้างหน้าดิน ท่ีพระราชทานพระราชดำริให้ใช้หญ้าแฝกร่วมกบั ระบบอนรุ กั ษ์ดนิ และนำ้ ซ่ึงได้ขยายผลการศกึ ษา วจิ ัย ทดลอง และรณรงคก์ ารใชห้ ญา้ แฝกอยา่ งกวา้ งขวาง อาทิ การศกึ ษากระบวนการตรงึ ไนโตรเจนทางชวี ภาพ และความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งการกระจายมวลชวี ภาพของรากหญา้ แฝกและการจดั ทำระบบฐานขอ้ มลู หญา้ แฝกในประเทศไทย ฯลฯ พระมิ่งขวัญของชาวไทย ผู้ทรงเป็นพลังพฒั นาประเทศ
๕.๓ การอนรุ ักษส์ ัตวแ์ ละพันธพุ์ ืช (๑) จากวิกฤตการณ์การบกุ รกุ ทำลายพน้ื ทป่ี า่ การคกุ คามชวี ติ สตั วป์ า่ จนสัตว์ป่าได้สูญพันธ์ุไปเป็นจำนวนมากและอีกหลายชนิดอยู่ในสภาวะที่ใกล้จะสูญพันธ์ุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรพันธ์ุสัตว์ป่ารวมท้ังแหล่งท่ีอยู่อาศัยตามธรรมชาติของสัตว์ป่า ดังโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำรมิ ากมาย อาทิ การจดั ตง้ั สถานเี พาะเลย้ี งสตั วป์ า่ โคกไมเ้ รอืจ.นราธิวาส เนื่องในคราวเสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎร จ.นราธิวาส เม่ือปี๒๕๒๔ ทรงมีพระราชดำริที่จะยกระดับความเป็นอยู่และสภาวะเศรษฐกิจของประชาชนให้ดีขึ้น จึงได้เกิดโครงการศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธ์ุสัตว์ปา่ โคกไมเ้ รือ ซงึ่ ต่อมาได้เปล่ียนเปน็ สถานีเพาะเลีย้ งสตั วป์ า่ โคกไมเ้ รอื การจัดตั้งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง เมื่อปี ๒๕๒๕ โดยทรงมีพระราชดำริให้มีการเพาะเล้ียงสัตว์ป่าในรูปสวนสัตว์เปิด โดยในขั้นต้นให้จัดทำคอกอนุบาลเพ่ือเป็นที่พักของสัตว์ป่า ในระยะต่อไปให้พิจารณานำพระมง่ิ ขวญั ของชาวไทย ผูท้ รงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
สัตว์ไปเล้ียงในสวนสัตว์เปิด เพ่ือเป็นตัวอย่างแก่ราษฎรได้ยึดเป็นอาชีพหลักอย่างหนึ่งและเป็นที่พักผ่อนของประชาชนทั่วไป รวมทั้งทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี สถานีเพาะเล้ียงสัตว์ป่าภเู ขยี ว จ.ชยั ภมู ิ สถานเี พาะเลย้ี งสตั วป์ า่ เขาคอ้จ.เพชรบูรณ์ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย จ.เพชรบุรี สถานเี พาะเลยี้ งสตั วป์ า่ ดอยตงุ จ.เชยี งราย เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ เขาชโี อน จ.ชลบรุ ี ฯลฯ (๒) ขณะโดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการลงพ้ืนที่ในภูมิภาคต่างๆ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยชีวิตสัตว์ต่างๆ ที่ใกล้สูญพันธุ์ จึงทรงสานงานอนุรักษ์สัตว์ต่างๆ มากมาย อาทิสถานีเพาะเล้ียงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จ.สระแก้ว สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยยางปาน และสถานีเพาะเล้ียงสัตว์ป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่ โครงการ พระมงิ่ ขวัญของชาวไทย ผูท้ รงเป็นพลังพัฒนาประเทศ
คืนสัตว์ป่าสู่พงไพร โครงการอนุรักษ์พันธ์ุ สตั วป์ า่ ภเู ขยี ว จ.ชยั ภมู ิ โครงการพระราชดำริ สวนป่าหาดทรายใหญ่ จ.ประจวบครี ีขันธ์ (๓) นอกจากสัตว์ป่าแล้ว ทรงมี พระราชดำริให้กรมประมงฟ้ืนฟูปลาไทย และอนุรักษ์ปลาหายาก จึงได้เกิดโครงการฟน้ื ฟปู ลาไทย เปน็ โครงการต่อเน่ือง ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ ซึ่งประสบความสำเรจ็ในการเพาะเลี้ยงปลาไทยได้เกือบทุกชนิด รวมถึงโครงการวังปลา ซึ่งจัดสถานท่ีแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดวังปลา ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อันเป็นสถานอนุรักษ์พันธ์ุปลาน้ำจืด และเปรียบเป็นเสมือนตู้ปลาขนาดใหญ่ของประเทศรวมท้ังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราษฎรศึกษาการเล้ียงและเพาะฟักลูกกุ้งก้ามกราม ควบคู่ไปกับการฝึกอาชีพหัตถกรรมและการเพาะปลูกพืชไร่โดยทรงรับซ้ือและไปปล่อยท่ีแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณใกล้เคียงศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หลังจากน้ันกรมประมงได้นำพันธุ์กุ้งก้ามกรามไปปล่อยสมทบอีก โดยปฏิบัติเช่นน้ีอยู่สองสามปี ทำให้พื้นท่ีบริเวณน้ันมีกุ้งก้ามกรามชุกชุมชาวบา้ นบางไทรจงึ พากนั เรียกว่า “กงุ้ สมเดจ็ ฯ”พระมิง่ ขวัญของชาวไทย ผ้ทู รงเป็นพลังพัฒนาประเทศ
(๔) สำหรับทรัพยากรธรรมชาติชายฝ่ังทะเล ทรงให้อนุรักษ์สัตว์ต่างๆ ท่ีใกล้สูญพันธ์ุอีกมากมายหลายโครงการ เช่น โครงการสมเด็จฯ อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ท่ี อ.สัตหีบจ.ชลบุรี ซ่ึงสามารถเพ่ิมและขยายพันธ์ุเต่าทะเลในธรรมชาติท่ีใกล้สูญพันธ์ุให้กลับฟื้นคืนมา โครงการคนื สัตว์สูป่ า่ ชายเลน อาทิ โครงการฟื้นฟอู นุรักษ์ป่าทุ่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.กระบี่ โครงการฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาตชิ ายฝั่งทะเล อันเนอ่ื งมาจากพระราชดำริ ฯลฯ (๕) ส่วนการอนุรักษ์ช้าง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงรับดำเนินตามพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาทิโครงการสตั วแพทยส์ ญั จร เพอื่ ใหม้ กี ารแลกเปลยี่ นความรรู้ ะหวา่ งสตั วแพทย์เรื่องโรคช้าง โดยสัตวแพทย์จะเดินทางพร้อมกับควาญช้างเข้าไปในพื้นท่ีห่างไกลเพ่ือตรวจรักษาช้าง และทำทะเบียนประวัติและบัตรสุขภาพช้างโครงการจัดการช้างตกมันและช้างอาละวาด เพ่ือส่งผู้ชำนาญไปยังพ้ืนที่ท่ีช้างอาละวาดอยู่และช่วยควาญช้างหรือเจ้าของช้างระงับความเสียหายทเ่ี กดิ ข้นึ และควบคุมช้าง พระมิง่ ขวัญของชาวไทย ผู้ทรงเปน็ พลงั พัฒนาประเทศ
โครงการดูแลช้างสุขภาพไม่ดี เพื่อดูแลช้างที่เจ้าของไม่สามารถเล้ียงดูได้ โดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ได้จัดเขต บริบาลช้างสุขภาพไม่ดีดังกล่าวให้ และโครงการทดลองการคืนช้างสู่ธรรมชาติ โดยการเลือกช้างที่ทดลองปล่อยและเลือกป่าที่จะใช้เป็นท่ีอยู่ของช้างท่ีมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ เพื่อเป็นที่สำหรับเล้ียงช้างท่ีพิการ ช้างชรา ช้างดุร้าย ช้างท่ีเจ้าของไม่ต้องการ และเปน็ สสุ านชา้ ง เป็นตน้ (๖) เมื่อเสด็จฯ ไปทรงงาน ณ พ้ืนที่แห่งใด สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยในธรรมชาติรอบพระวรกายอยู่เสมอ จึงทรงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์พันธุ์พืชและไม้ดอกธรรมชาติ อาทิ โครงการคืนชีวิตกล้วยไม้สู่ไพรพฤกษ์ ในพระราชดำริโครงการอนุรักษ์กล้วยไม้พันธ์ุเอื้องแซะ จ.แม่ฮ่องสอน โครงการอนุรักษ์กล้วยไม้รองเท้านารี ศูนย์รวมพรรณไม้บ้านร่มเกล้า และศูนย์การศึกษาวจิ ัยรวบรวมและขยายพนั ธด์ุ อกดาหลา เปน็ ตน้ รวมทง้ั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระนามาภิไธยเป็นช่ือพรรณไม้ต่างๆอาทิ กหุ ลาบควนี สริ กิ ติ ์ิ แคทลยี าควนี สริ กิ ติ ์ิ โมกราชนิ ี รวมทง้ั ไดพ้ ระราชทานนามพรรณไมต้ า่ งๆ อาทิ ดสุ ติ า มณเี ทวา สรอ้ ยสวุ รรณา และทพิ เกสร เปน็ ตน้ พระมง่ิ ขวัญของชาวไทย ผูท้ รงเปน็ พลงั พฒั นาประเทศ
๖. ด้านเทคโนโลยีและการสอ่ื สาร ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถทรงเล็งเห็นว่า เทคโนโลยีและการสื่อสารเป็นปัจจัยพ้ืนฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศจึงทรงศึกษา วิจัย และนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน การเกษตรการแพทย์และการรักษาพยาบาล และนวัตกรรมการประดิษฐ์ ตลอดจนการสร้างสรรค์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพ่ือใช้ในกิจการทั้งปวงอันสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศเป็นอย่างย่ิง โดยมีโครงการแและกิจกรรมต่างๆ อาทิ พระมง่ิ ขวัญของชาวไทย ผทู้ รงเป็นพลงั พฒั นาประเทศ
๖.๑ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมดา้ นพลงั งานทดแทน (๑) พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงหว่ งใยเรอื่ งนำ้ มนั ในโลกซง่ึ นบั วนัจะคอ่ ยๆ หมดไป จงึ พระราชทานพระราชดำรใิ หค้ น้ ควา้ วจิ ยั หาพลงั งานทดแทนน้ำมัน โดยให้นำพืชผลการเกษตรมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนตั้งแต่ปี๒๕๒๒ เม่ือทดลองและพัฒนาได้ผลดีแล้วจึงพระราชทานเผยแพร่เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนท่ัวไป อาทิ โครงการพัฒนาพลังงานแก๊สชีวภาพด้วยการทดลองใช้มูลโคในโครงการโรงโคนมในสวนจิตรลดาผลิตแก๊สชีวภาพต่อมาได้รับการพัฒนาให้สามารถผลิตพลังงานเพิ่มจำนวนมากข้ึน จนกระท่ังผู้ประกอบการฟาร์มขนาดกลางและขนาดใหญ่สามารถนำกระบวนการไปพัฒนาสร้างโรงงานผลิตก๊าซเป็นพลังงานหมุนเวียนในฟาร์มของตนได้และทรงศึกษาต้นทุนการผลิตแอลกอฮอลล์จากอ้อย และได้ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผลิตเอทานอลในปริมาณเพียงพอสำหรับผสมกับน้ำมันเบนซินเป็นแก๊สโซฮอล์ และร่วมกับการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ปรับปรุงคุณภาพจนสามารถนำออกจำหน่ายเพ่ือใช้เติมรถยนต์ของประชาชนทว่ั ไปได้ ซ่งึ เป็นพลังงานสำคัญในปัจจุบัน สำหรับดีโซฮอล์ คือน้ำมันเช้ือเพลิงที่ได้จากการผสมน้ำมันดีเซลเอทานอล และสารอ่ืนที่จำเป็นเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล โดยร่วมกับ ปตท. ทดลองผสมเอทานอล จนในท่ีสุดสามารถนำไปใช้สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลในรถยนต์ของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาพระมง่ิ ขวญั ของชาวไทย ผู้ทรงเปน็ พลงั พฒั นาประเทศ
ซึ่งมีประสิทธิภาพดี สามารถลดมลพิษได้ นอกจากนี้ ได้มีพระราชดำริให้พัฒนาไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มโดยให้กองงานส่วนพระองค์วิจัยและพัฒนานำน้ำมันปาล์มบริสุทธ์ิมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลในชื่อ“การใช้น้ำมันปาล์มกล่ันบริสุทธิ์เป็นเช้ือเพลิงสำหรับเคร่ืองยนต์ดีเซล”และไดจ้ ดสิทธบิ ัตรทก่ี ระทรวงพาณิชยเ์ ม่อื ๙ เมษายน ๒๕๔๔ (๒) พระองคท์ รงมพี ระราชดำรใิ หท้ ดลองนำวสั ดเุ หลอื ใชจ้ ากการเกษตรมาพัฒนาใช้ให้เกิดประโยชน์จึงมีการนำวัสดุต่างๆ เช่น แกลบบด ผักตบชวาและขี้เล่ือยจากถุงเพาะเห็ด มาอัดเป็นแท่งเช้ือเพลิง เรียกว่าเชื้อเพลิงเขียวซึ่งเป็นเชือ้ เพลงิ ท่ีใหค้ วามร้อนได้ดี โดยปจั จุบันมีจำหน่ายแกบ่ คุ คลท่วั ไป (๓) สำหรับพลังงานด้านอื่นๆ พระองค์ทรงศึกษาเกี่ยวกับน้ำอย่างละเอยี ดลกึ ซง้ึ ทำใหท้ รงทราบถงึ ปรมิ าณนำ้ ทส่ี ามารถนำมาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ด้านต่างๆ และพระราชทานข้อสังเกต แนวทางแก้ปัญหาแก่เจ้าหน้าท่ีท่ีเกยี่ วขอ้ งนำไปพฒั นาการใชพ้ ลงั งานนำ้ ใหส้ มบรู ณย์ งิ่ ขน้ึ รวมถงึ พระราชดำริเก่ียวกับการสร้างเข่ือนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก เพ่ือกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์และสร้างกระแสไฟฟ้าให้ชุมชนในละแวกใกล้เคียงในพื้นท่ีชนบทห่างไกล เสริมการทำงานของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ของภาครัฐอาทิ โรงไฟฟา้ พลงั นำ้ บา้ นสนั ติ จ.ยะลา โรงไฟฟา้ พลงั นำ้ บา้ นบาง จ.เชยี งใหม่ และทรงมพี ระราชดำรพิ ฒั นาพลงั งานลม เพอ่ื นำไปใชป้ ระโยชน์ในโครงการหลวงเป็นจำนวนมาก อาทิ การติดกังหันลมเพื่อใช้สูบน้ำ พระมิ่งขวญั ของชาวไทย ผ้ทู รงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
ในโครงการพระราชดำริการพัฒนาน้ำเพ่ือ การเกษตรทุ่งสาเมาะ อ.รามัน จ.ยะลา ซึ่งสามารถทำให้เกษตรกรท่ีอยู่ในพ้ืนที่สูง ส า ม า ร ถ มี น้ ำ เ พ่ื อ ก า ร เ ก ษ ต ร ไ ด้ โ ด ย ใ ช้ พลังงานท่ีประหยัด และกระทรวงพลังงานได้สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่ีทรงสนพระราชหฤทัยในการนำพลังงานจากแสงอาทติ ยม์ าใชป้ ระโยชน์ ด้วยการติดต้งั ระบบเซลล์แสงอาทิตย์ ผลิตกระแสไฟฟ้าในโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริต่างๆเช่น โครงการฟาร์มตัวอย่างบ้านพุระกำ จ.ราชบุรี โครงการศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จ.อยุธยา สถานีพัฒนาเกษตรที่สูง จ.เชียงใหม่ และโรงเรียนจติ รลดา เป็นตน้ ๖.๒ เทคโนโลยีและนวัตกรรมดา้ นการแพทย์ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงมพี ระอจั ฉรยิ ภาพในการประดษิ ฐค์ ดิ คน้นวตั กรรมตา่ งๆ อาทิ มพี ระราชดำรใิ หส้ รา้ งหนุ่ ยนตค์ ณุ หมอพระราชทาน และพระม่งิ ขวัญของชาวไทย ผทู้ รงเป็นพลังพัฒนาประเทศ
พระราชทานเงนิ จำนวน ๒ หมนื่ บาทใหว้ ทิ ยาลยั เทคนคิ กรงุ เทพ (ปจั จบุ นั คือมหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ)สร้างถวาย เพ่ือใชใ้ นการประชาสมั พันธเ์ ชิญชวนประชาชนทมี่ างานกาชาดให้บริจาคช่วยกาชาด เมอื่ ปี ๒๔๙๘ รวมทงั้ ทรงออกแบบภาชนะรองรบั ของเสยี ท่ีขบั ออกจากรา่ งกายเปน็ อปุ กรณท์ ใี่ ชส้ ำหรบั รองรบั ของเสยี ของผปู้ ว่ ย เพอ่ื ให้สะดวกตอ่ การใชง้ าน และไดร้ บั จดสทิ ธบิ ตั รเปน็ ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาเมอ่ื ๑๐มถิ นุ ายน ๒๕๔๖๖.๓ เทคโนโลยีและนวตั กรรมการประดษิ ฐ์ (๑) แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระราชภารกิจต่าง ๆมากมาย แต่ก็โปรดท่ีจะต่อเรือใบพระที่น่ังด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงโปรดกีฬาเรือใบเป็นอย่างย่ิง โดยเรือใบลำแรกที่ทรงต่อเองเมื่อปี ๒๕๐๗ชื่อ “เรือราชปะแตน” และลำต่อมา ได้แก่ “เรือเอจี” “เรือนวฤกษ์”หลงั จากนนั้ ทรงออกแบบและต่อเรือใบประเภทม็อธด้วยพระองค์เองจำนวน พระม่ิงขวัญของชาวไทย ผู้ทรงเป็นพลงั พฒั นาประเทศ
หลายลำ อันเป็นจุดกำเนิดของการต่อเรือที่ทรงพระราชทานนามว่า “เรือมดเรอื ซเู ปอรม์ ด และเรอื ไมโครมด” (๒) นอกจากประดษิ ฐกรรมเพอ่ื การกฬี าดงั กลา่ วแลว้ พระบาทสมเดจ็พระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระอัจฉริยภาพในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อใช้ในงานพัฒนาตา่ งๆ อาทิ ทรงโปรดเกลา้ ฯ ให้มลู นิธิชัยพัฒนาสนบั สนุนงบศึกษาและวิจัยร่วมกับกรมชลประทานผลิตเคร่ืองกลเติมอากาศท่ีเป็นกังหันน้ำแบบทุ่นลอย ในปี ๒๕๓๒ จากนั้นได้พัฒนาจนเป็นที่รู้จักกันในชื่อ“กงั หนั นำ้ ชยั พฒั นา” เพอื่ ใชใ้ นการปรบั สภาพนำ้ ทเี่ นา่ เสยี ของแหลง่ นำ้ ตา่ งๆ รวมทั้งพระราชทานเอกสารทางเทคนิคเก่ียวกับจักรยานเผินน้ำให้แกก่ รมอทู่ หารเรอื เพอ่ื ศกึ ษาและดำเนนิ การสรา้ งจกั รยานเผนิ นำ้ ซง่ึ สามารถสร้างเป็นผลสำเร็จ โดยใช้ว่า “ไฮโดรไมด์” และทรงให้มีการสร้างอุปกรณ์ควบคมุ การผลักดันของเหลวหรือท่ีเรียกว่าเรือหางกุด เป็นอุปกรณ์ท่ีติดต้ังท่ีท้ายเรือสำหรับการขับเคล่ือน สามารถนำไปติดตั้งทำให้เป็นเรือไม่มีหางเพือ่ ใชใ้ นพนื้ ทต่ี า่ งๆ ไดง้ ่ายและสะดวกข้นึ พระม่ิงขวญั ของชาวไทย ผ้ทู รงเป็นพลงั พฒั นาประเทศ
๖.๔ เทคโนโลยีด้านสารสนเทศและการสอื่ สาร (๑) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. ขึ้นท่ีพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เม่ือปี๒๔๙๕ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านต่างๆ และข่าวสารตลอดจนความบันเทิงแก่ประชาชนโดยตรง ซึ่งวิทยุ อ.ส. ได้มีบทบาทในการเผยแพร่ข่าวภัยพิบัติท่ีเกิดในประเทศ และได้ประกาศขอรับบริจาคเงินและส่ิงของช่วยผปู้ ระสบภัยหลายครงั้ และทรงใช้วิทยุส่ือสารเป็นเครื่องมือในการติดต่อและดำเนินงานเร่ืองต่างๆ รวมท้ังทรงสดับข่าวสารทุกข์สุขของประชาชนโดยเฉพาะอย่างย่ิงสาธารณภัยท่ีเกิดข้ึนกับประชาชน เพื่อจะได้พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์หรือทรงแก้ไขปัญหาได้ทันเหตุการณ์ ตลอดจนพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำระบบสื่อสารแบบถ่ายทอดสัญญาณหรือ Repeater ให้มูลนิธิแพทย์อาสา (พอ.สว.) นำไปใช้ในการดำเนินงานใหบ้ รกิ ารรกั ษาพยาบาลผ้เู จบ็ ป่วยในท้องถ่นิ ทุรกนั ดารหา่ งไกล พระมง่ิ ขวญั ของชาวไทย ผูท้ รงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
(๒) นอกจากน้ี ด้วยการที่ พ ร ะ อ ง ค์ ท ร ง เ ป็ น พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ ที่สนพระทัยใฝ่รู้และทรงศึกษาอย่าง จริงจังโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสาร สนเทศ จึงทรงศึกษาคิดค้นสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อการประมวลผลข้อมูลต่างๆ ด้วยพระองค์เองทรงประดิษฐ์รูปแบบตัวอักษรไทยที่มีลักษณะงดงาม อาทิ แบบจิตรลดาและแบบภพู งิ คเ์ พอื่ แสดงผลบนจอภาพคอมพวิ เตอรแ์ ละเครื่องพิมพ์ และทรงติดตั้งเครือข่ายสื่อสารคอมพิวเตอร์เพ่ือสนับสนุนพระราชภารกิจต่างๆท้ังยังทรงประดิษฐ์ ส.ค.ส. ด้วยคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนเพอ่ื ทรงอวยพรปวงชนชาวไทย ทรงใชเ้ ครอ่ื งคอมพวิ เตอรใ์ นงานสว่ นพระองค์ทางด้านดนตรี โดยป้อนโน้ตเพลงและเน้ือร้อง ท้ังนี้ พระองค์ทรงศึกษาวธิ กี ารใช้เคร่ืองและโปรแกรมทีเ่ กย่ี วข้องดว้ ยพระองค์เองพระมิ่งขวญั ของชาวไทย ผ้ทู รงเปน็ พลังพฒั นาประเทศ
๗. ด้านอนุรักษแ์ ละฟ้ืนฟูศิลปวฒั นธรรมและประเพณี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงตระหนักในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมและขนมธรรมเนียมประเพณีของไทยอันเป็นมรดกซึ่งบรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และสืบทอดมาจนปัจจุบัน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อนุรักษ์และฟื้นฟูมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพซึ่งมีอยู่ท่ัวทุกภูมิภาค เพ่ือส่งเสริมและฟ้ืนฟูงานศิลปหัตถกรรมพ้ืนบ้านไทยโบราณ ให้กลับมาแพร่หลาย ซึ่งนอกจากเป็นการสร้างอาชีพเสริมแก่ราษฎรแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพ้ืนบ้านอันเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศชาติใหค้ งอยตู่ อ่ ไป พระมง่ิ ขวญั ของชาวไทย ผทู้ รงเปน็ พลงั พฒั นาประเทศ
๗.๑ ศิลปวัฒนธรรมไทย (๑) พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงให้รักษาและฟ้ืนฟูศิลป วัฒนธรรมไทย ที่กำลังสูญหายจาก สังคมไทย อาทิ ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำและซ่อมแซมงานศิลปกรรมต่างๆ เช่น การออกแบบเหรียญประจำรัชกาล พระราชลัญกรประจำพระองค์ การปั้นและหล่อพระพุทธรูปประจำรัชกาล การซ่อมเรือสุพรรณหงส์ เรืออนันตนาคราช และการสร้างเรือพระท่ีนั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ซึ่งงานดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยฝีมือช่างท่ีมีความเช่ียวชาญ และรักษาไว้ซึ่งแบบอย่างขนบธรรมเนียม จารีตและประเพณีไทยเป็นสำคญั ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานเสอ้ื ชดุ ไทยพระราชทานเมือ่ ปี ๒๕๒๓ เพ่อื รกั ษาวฒั นธรรมการแต่งกายแบบไทย ซ่งึ คณะรัฐมนตรไี ด้มีมติให้น้อมนำแบบเสื้อชุดไทยพระราชทานใช้แทนชุดสากลได้ ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้ออกแบบพระมิง่ ขวญั ของชาวไทย ผทู้ รงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
ชุดไทย และมีพระบรมราชานุญาตให้จัดพิมพ์ “สมุดภาพหญิงไทย”เผยแพร่การแต่งกายชุดไทยพระราชนิยม ๕ แบบ คือ ชุดไทยเรือนต้นชดุ ไทยจติ รลดา ชุดไทยอมรนิ ทร์ ชุดไทยบรมพิมานและชุดไทยจักรี ต่อมาได้ทรงสรา้ งสรรค์ขนึ้ อีก ๓ แบบ คือ ชดุ ไทยดสุ ิต ชุดไทยจักรพรรดิ และชุดไทยศวิ าลยั และทรงนำผ้าไทยไปเผยแพรเ่ ปน็ ทีร่ ูจ้ ักแพร่หลายในตา่ งประเทศ (๒) เม่ือวนั ท่ี ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๐๕ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวัทรงร่วมอภิปรายกับผู้ทรงคุณวุฒิทางภาษาไทยของชุมนุมภาษาไทยคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับปัญหาการใช้คำไทยทรงแสดงความหว่ งใย และทรงปลกุ จิตสำนกึ ใหช้ าวไทยเหน็ ความสำคญั ของภาษาไทย เม่ือปี ๒๕๔๒ รัฐบาลจึงมีมติให้วันท่ี ๒๙ กรกฎาคมของทุกปีเป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ” รวมทั้งทรงอนุรักษ์หนังสือ โดยส่งเสริมให้ห้องสมุดและหอสมุดแห่งชาติเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์หนังสืออันมีคุณค่าพระราชทานในโอกาสตา่ งๆ เชน่ ประชมุ โคลงสภุ าษติ พระราชนพิ นธ์ในรชั กาลที่ ๕ (๓) ในการอนุรักษ์นาฏศิลป์และดนตรีไทย ทรงจัดให้มีพระราชพิธี พระมง่ิ ขวญั ของชาวไทย ผ้ทู รงเปน็ พลงั พัฒนาประเทศ
ครอบครโู ขน-ละคร เพอื่ สบื ทอดนาฏศลิ ป์ ของไทยสืบไป โดยจดั ข้ึน ๒ ครั้ง คือ ในปี ๒๕๐๖ ณ พระทนี่ ง่ั อัมพรสถานพระราชวังดุสติ และในปี ๒๕๒๗ ณ ศาลาดสุ ิดาลยั ทรงมีพระราชดำริใหท้ ำวิจัยมาตรฐานความถี่ของเสียงเคร่ืองดนตรีไทย และจัดทำหนังสือโน้ตเพลงไทย และทรงจัดการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีไทย ในโอกาสที่มีพระราชอาคนั ตกุ ะมาเยอื นประเทศไทย และในโอกาสทรงแปรพระราชฐาน นอกจากนี้ ได้พระราชทานคำแนะนำเก่ียวกับการปรับปรุงการแต่งหน้าและเคร่ืองแต่งกายของโขน ละครไทย ซ่ึงสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชนิ นี าถ ไดพ้ ระราชทานพระราชทรพั ยส์ ว่ นพระองค์ ใหก้ รมศลิ ปากรนำไปปรบั ปรงุ เครอื่ งแตง่ กายโขนตามพระราชดำริ ตลอดจนเสดจ็ พระราชดำเนนิไปทอดพระเนตรการแสดงโขนธรรมศาสตรห์ ลายครั้ง (๔) พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัว ทรงตระหนกั วา่ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และโบราณสถานในยุคสมัยต่างๆ ของไทย เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แสดงถึงความเจริญทางอารยธรรมของประเทศ จึงเสด็จฯพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรโบราณสถานตา่ งๆ และไดม้ พี ระราชดำรวิ า่ โบราณสถานและโบราณวตั ถซุ ง่ึ พบ ณ ทใ่ี ดก็ควรเก็บรักษาไว้ ณ ท้องถิ่นน้ัน กรมศิลปากรจึงได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์สถานในส่วนภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งทรงมีพระราชประสงค์ให้กรมศิลปากรพระม่งิ ขวัญของชาวไทย ผูท้ รงเป็นพลงั พัฒนาประเทศ
เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถพระพุทธรตั นสถาน โดยยึดความสำคญั ของพระพุทธรัตนสถานเป็นหัวใจในการกำหนดภาพ และทรงแก้ไขภาพร่างทุกภาพด้วยพระองค์เองอยา่ งละเอยี ด ๗.๒ ประเพณไี ทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รักษาพระราชพธิ ปี ระจำปตี ามแบบแผนทเ่ี คยปฏบิ ตั สิ บื ทอดกนั มา รวมทง้ั พระราชพธิ ีในโอกาสพิเศษและการบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ เพ่ือสร้างสิริมงคลแก่พระราชวงศ์ และบ้านเมือง ตลอดจนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฟ้ืนฟูพระราชพิธีบางอย่างท่ีเลิกปฏิบัติไป แต่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและบ้านเมืองข้ึนมาใหม่ อาทิ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญการจัดกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค พระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญ พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พระราชพิธีในมงคลสมัยครบรอบการเสด็จเถลงิ ถวัลย์ราชสมบัติ เปน็ ต้น พระมิ่งขวัญของชาวไทย ผูท้ รงเปน็ พลังพฒั นาประเทศ
๘. ดา้ นศาสนา (๑) ภายหลงั จากทรงขนึ้ ครองสริ ริ าชสมบตั คิ รบ ๑๐ ปี พระบาทสมเดจ็พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระผนวช ในพระพุทธศาสนาตามโบราณราชประเพณีทรงได้รับพระสมณฉายาว่า “ภูมิพโล” โดยตลอดระยะเวลา ๑๕ วันท่ีทรงดำรงสมณเพศ ทรงศึกษาพระธรรมวินัยร่วมกับพระภิกษุสามเณรตามที่พระราชอุปัฌาย์จัดถวาย และทรงปฏิบัติโดยเคร่งครัด ไม่มีบกพร่องจนถึงวนั สุดทา้ ยท่ีทรงลาสกิ ขาบท (๒) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ทรงเกื้อกูลค้ำจุนทุกศาสนาอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ท้ังศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ทุกนิกายศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิก โดยทรงเชื่อว่าทุกศาสนาล้วนสอนให้ทุกคนเป็นคนดี อาทิ สนับสนุนพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อใช้ในการแปลพระคัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาไทยข้ึน เมื่อปี ๒๕๐๕ นอกจากน้ีทั้งสองพระองค์ ยังทรงให้การสนับสนุนพระราชทรัพย์เพ่ือการก่อสร้างซ่อมแซม ทำนุบำรุงมัสยิดในจังหวัดต่างๆ เสด็จฯ เยือนนครวาติกัน เมื่อพระมงิ่ ขวัญของชาวไทย ผู้ทรงเปน็ พลังพัฒนาประเทศ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125