Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนเเละโครงสร้างEnglish2564 P.6

แผนเเละโครงสร้างEnglish2564 P.6

Published by Fern Pitpim, 2021-10-28 04:01:16

Description: แผนเเละโครงสร้างEnglish2564 P.6

Search

Read the Text Version

Con S + will + be + being + V3 Per S + will + have + been + v3 Per Con S + will + have + been + being + V3 วิธีการเปลย่ี น Active Voice เปน็ Passive Voice เราสามารถเปล่ียนประโยคหนง่ึ จาก Active Voice เป็น Passive Voice ได้ตามคำแนะนำดงั ต่อไปน้ี 1.นำกรรมในประโยค Active เปลย่ี นไปเปน็ ประธานของประโยค Passive 2.ใช้ Verb to be ให้ถูกต้อง คล้อยตามประธาน เปลีย่ นคำกริยาแทใ้ หเ้ ปน็ กริยาชอ่ ง 3 (Verb3) 3.นำประธานของประโยค Active ไปเป็นกรรม ของประโยค Passive โดยวางไว้หลัง by วนั ท่สี อน........................................ ครผู ู้สอน....................................... ผตู้ รวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หนว่ ยการเรียนต้องมแี ผนการสอนท่มี ีการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนที่ใหน้ ักเรยี นสนุกกบั การเรยี น มคี ำถามใหร้ ูจ้ ักคดิ มสี ่อื การสอนที่ กระตุ้นการเรยี นรู้ และมปี ระเมินความรรู้ อบดา้ น



โครงสรา้ งแผนการสอนเชิงประจักษ์ วิชาภาษาองั กฤษ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 โรงเรยี นทรพั ย์สถติ ยว์ ิทยาคาร ครูผสู้ อนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ หน่วยการเรยี นรู้ คำถามเพือ่ การคดิ กิจกรรม Active learning สือ่ การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วนั ท่ี ...................... การพูดคยุ เก่ยี วกบั 1.ครทู บทวนการใช้ present simple โปสเตอร์ present simple หนว่ ยการเรยี นรู้ 5 Explore the world สญั ชาติและประเทศของ Present แปลว่า ปจั จุบัน ดังน้นั Present Simple tense แผนท่ี 3 ตนหรือเพื่อน สามารถใช้ Tense จึงเป็นประโยคทม่ี ีโครงสร้างแบบง่าย ๆ ใบงาน present simple (ชว่ั โมงท่ี 5-6) เพื่อใชพ้ ดู ถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันนนั่ เอง โดยมี tense present simple เช่น ลกั ษณะต่าง ๆ ดงั น้ี Mind map present simple tense Where is she from? She is from Australia. 1. ใช้เพือ่ พูดถึงความเป็นจริงในชวี ติ ประจำวัน กิจกรรม She is Australian. ได้ หรือความเปน็ จรงิ ตามธรรมชาติ ถงึ แม้วา่ 1.แมพ่ ิมพ์ เหตกุ ารณน์ ัน้ จะเปน็ อดีตหรืออนาคตกต็ าม เชน่ 2.Chocolate When the earth moves around itself, it 3.หม้อ makes Day and Night. 4.เตา (เมอ่ื โลกหมุนรอบตัวเอง มันทำให้เกดิ กลางวัน กลางคนื ) Durian is the king of fruit. (ทเุ รียนเปน็ ราชาผลไม)้ 2. ใชเ้ พื่อพดู ถงึ เหตกุ ารณ์ นิสยั หรือการกระทำท่ี เกดิ ขนึ้ ซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เป็นประจำทกุ วัน เชน่ I walk to school every day. (ฉนั เดนิ ไปโรงเรียนทุกวัน)

Nuda always help other people so everyone loves her. (นุดาช่วยเหลอื คนอน่ื เป็นประจำ ดงั น้ันทุกคน จึงรกั หลอ่ น) 3. ใช้เพือ่ ให้คำแนะนำหรือการบอกทิศทาง เชน่ Turn off the television before going to bed. (ปดิ โทรทศั นก์ อ่ นเขา้ นอน) You go straight for 300 meters, then the destination is on your left. (คุณเดนิ ตรงไป 300 เมตรและจุดหมาย ปลายทางจะอย่ทู างซ้ายมือของคุณ) รูปประโยคของ Present Simple Tense ดังทไี่ ด้กลา่ วข้างตน้ ว่า Present Simple Tense คือประโยคที่บอกเล่าเรือ่ งราวต่าง ๆ เช่น ฉนั ว่ายนำ้ ทุก ๆ วัน โดยรปู ประโยคของ Present Simple Tense มีรปู แบบดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ประโยคบอกเล่า โครงสร้างของประโยคบอกเล่า : Subject + Verb.1 + Object + (คำบอกเวลา) ท้งั นี้คำกริยาชอ่ งที่ 1 น้ันจะมีการเตมิ s หรือ es ถา้ หากประธานของประโยคเปน็ เอกพจน์ (He, She, It) แต่ถา้ ประธานเป็น I, You หรอื ประธาน พหพู จน์ (You (หลายคน), We, They) ใหค้ งรปู คำกรยิ านัน้ ๆ ไวเ้ ช่นเดมิ เช่น I go to university by bus every morning. (ฉนั ไปมหาวิทยาลยั โดยรถโดยสารประจำทางทุก เชา้ )

**ประโยคนี้ประธานคือ I แม้จะเปน็ เอกพจน์แต่ เปน็ ข้อยกเวน้ ดงั กรยิ า go จงึ ไม่ต้องเตมิ s หรอื es He plays guitar very well. (เขาเลน่ กตี ารเ์ ก่งมาก) **ประโยคน้ีประธานคือ He เป็นเอกพจน์ กรยิ าคือ play จึงตอ้ งเติม s They enjoy playing the football. (พวกเขาสนกุ กบั การเลน่ ฟตุ บอล) **ประโยคนปี้ ระธานคือ They เป็นพหพู จน์ กริยา คือ enjoy จึงไม่ต้องเติม s หรอื es ความร้เู พิม่ เตมิ : หลกั การเติม s,es น้ันงา่ ยนดิ เดียว คือ คำกรยิ าทล่ี งท้ายด้วย ch, o, s, ss, sh, x ให้เติม es เมื่อประธานของประโยคเป็นเอกพจน์ (He, She, It) เชน่ She washes her car. ประธานของประโยคคือ She ซง่ึ เป็นเอกพจน์ คำกรยิ าคือ wash ท่ีลงท้ายด้วย sh จงึ ต้องเตมิ es ตอ่ ทา้ ย ส่วนคำกรยิ าอื่น ๆ ที่ไม่ไดล้ งท้ายด้วยพยัญชนะทง้ั 6 ตัวนน้ั ใหเ้ ติม s หลงั คำกรยิ าในประโยคท่ีมี ประธานเป็นเอกพจน์ไดเ้ ลย เชน่ My mom cooks some food for me. ประธานของประโยคคือ My mom ซง่ึ เป็น เอกพจน์ เราใช้ She แทน My mom ได้ คำกริยา คือ cook ที่ไม่ไดล้ งทา้ ยด้วยพยัญชนะตามกฎ จงึ เติม s ได้ทนั ที

และถ้าหากคำกรยิ านัน้ ลงท้ายด้วย y ให้เปลย่ี น y เปน็ i แลว้ เติม es ทา้ ยคำกริยานน้ั เชน่ study - studies, fly - flies, carry - carries เปน็ ต้น แตม่ ี ข้อยกเว้นคือ ถ้าหากหน้า y เป็นสระ (A, E, I, O, U) ใหเ้ ติม s ไดท้ นั ที เช่น play - plays, buy - buys, stay - stays 2. ประโยคคำถาม โครงสรา้ งของประโยคคำถามใน Present Simple Tense มสี องรูปแบบคือ แบบที่ 1 : Verb to be + Subject + Object/ ส่วนขยาย + (คำบอกเวลา) ? ใชเ้ ม่ือในประโยคน้ันมี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู่ เชน่ She is my sister. ---> Is she your sister ? (หลอ่ นเป็นนอ้ งสาวคณุ หรือเปลา่ ?) เมอ่ื เห็น V. to be ในประโยคใหน้ ำ V. to be ข้ึนตน้ ประโยคนำหนา้ ประธานได้เลย เพียงเท่านก้ี ็ จะกลายเป็นประโยคคำถาม (และอย่าลืมเปลยี่ น คำสรรพนามด้วยนะคะ จาก my เป็น your) แบบที่ 2 : Verb to do + Subject + Verb.1 + Object + (คำบอกเวลา)? ใชเ้ มือ่ ประโยคน้นั ไม่มี V. to be จงึ ต้องนำ V. to do ไดแ้ ก่ do กับ does เข้ามาชว่ ย โดยขึน้ ตน้ ประโยคนำหนา้ ประธาน ซง่ึ มีวิธีการใชท้ ี่แตกตา่ ง กนั คือ Do ใช้นำหนา้ I, You และประธานที่เปน็ พหพู จน์ (You, We, They) ส่วน Does ใช้นำหนา้ ประธานท่เี ป็นเอกพจน์ (He, She, It) และคำกรยิ า คงรปู ชอ่ งท่ี 1 เหมอื นเดิมโดยไม่ต้องเติม s, es เชน่

They play football every evening. ---> Do they play football every evening? (พวก เขาเล่นฟุตบอลทุกเยน็ หรอื เปลา่ ?) ประโยคนไี้ ม่มี V. to be อยใู่ นประโยค จงึ นำ V. to do มาใช้ขึน้ ต้นประโยคนำหนา้ they ซ่ึงเปน็ ประธานพหูพจน์ That cat eats fish. ---> Does that cat eat fish ? (แมวตัวนนั้ กนิ ปลาหรอื เปล่า?) ประโยคนไี้ ม่มี V. to be อย่ใู นประโยค จึงนำ V. to do นน่ั กค็ อื does มาใชข้ ึ้นต้นประโยคนำหนา้ that cat หรอื ก็คอื it ซึ่งเปน็ ประธานเอกพจน์ โดย คำกริยาคือ eat มีการตดั s ออกในประโยคคำถาม 3. ประโยคปฏเิ สธ รปู แบบประโยคปฏเิ สธใน Present Simple Tense มสี องรูปแบบคล้ายกับรปู แบบประโยค คำถามคือ แบบที่ 1 : Subject + Verb to be + not + Object/ส่วนขยาย + (คำบอกเวลา) ใช้เม่ือในประโยคนั้นมี V. to be (Is, Am, Are) ปรากฎอยู่ เช่น I am your servant. ---> I am not your servant. (ฉันไมไ่ ด้เปน็ คนรับใชข้ องคุณ) เมือ่ เห็น V. to be ในประโยคใหเ้ ติม not ไว้หลัง V. to be ได้ทันที เพียงเท่านี้กจ็ ะกลายเป็น ประโยคปฏิเสธ แบบที่ 2 : Subject + Verb to do + not + Verb.1 + Object + (คำบอกเวลา) แบบท่ีสองใช้เมือ่ ประโยคนนั้ ไมม่ ี V. to be จงึ ตอ้ ง นำ V. to do ไดแ้ ก่ do กับ does เขา้ มาช่วยแล้ว ตามหลังด้วย not เพอื่ บอกความปฏเิ สธ สว่ น

คำกรยิ าให้คงรูปช่องที่ 1 เหมือนเดมิ โดยไมต่ ้อง เติม s,es เช่น He watches television at home. ---> He does not watch television at home. (เขา ไมไ่ ดด้ โู ทรทัศน์อยทู่ บ่ี า้ น) ประโยคน้ีไม่มี V. to be อยใู่ นประโยค จงึ นำ V. to do น่นั กค็ ือ does มาเป็นกรยิ าชว่ ยและตาม ด้วย not เพอื่ บอกรูปปฏิเสธ ส่วนคำกริยาเมื่ออยู่ ในรูปปฏเิ สธแล้วใหต้ ดั s,es ทิ้งคงเหลือคำกริยา ชอ่ งที่ 1 รปู เดมิ กิจกรรม นกั เรียนเตรียมแม่พิมพ์รูปแบบต่างๆที่ ชอบเพื่อนำมาทำ Chocolate เพ่อื เปน็ ของขวัญให้ คนในครอบครัวและเรยี นรจู้ ากบทอ่านในหนังสอื หนา้ ที่ 46 สรุป หลังจากนัน้ ครทู บทวน Tense อะไรไปบา้ ง โดยใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่ม ครแู จกกระดาษบรูฟ ให้ นักเรียนสรกุ Tense ท่ไี ด้เรียน และนำเสนอหนา้ ชั้นเรียน

วันที่สอน........................................ ครูผสู้ อน....................................... ผตู้ รวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หน่วยการเรียนต้องมแี ผนการสอนที่มีการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทใี่ หน้ กั เรยี นสนุกกับการเรยี น มีคำถามใหร้ ูจ้ กั คดิ มสี ื่อการสอนท่ี กระตุ้นการเรยี นรู้ และมีประเมินความรรู้ อบดา้ น

โครงสร้างแผนการสอนเชงิ ประจักษ์ วชิ าภาษาองั กฤษ ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรียนทรพั ย์สถิตยว์ ิทยาคาร ครูผสู้ อนนางสาวพิมพอ์ นงค์ มงคลการ หนว่ ยการเรียนรู้ คำถามเพื่อการคดิ กิจกรรม Active learning สื่อการสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วันที่ ...................... 1.การพูดคยุ เกย่ี วกบั การใช้ For : For is used for periods of time. E-Book since / for หนว่ ยการเรยี นรู้ 6 ระยะเวลาของกจิ กรรม For มักจะใช้ลงทา้ ยประโยคเพื่อขยายวา่ เหตุการณ์ Doing Things สามารถใช้ for และ นใ้ี ชเ้ วลานานเท่าไร เปน็ การบอก “ชว่ งเวลา” ที่ แผนที่ 1 since เชน่ I have เกิดข้ึน มีความหมายวา่ “เปน็ เวลา” นั่นเองค่ะ taught French for (ช่ัวโมงท่ี 1-2) five years. I have Ex. My family have been living in New taught French since Zealand for 5 years. 2007. ได้ 2. พดู คยุ เกี่ยวกับ (ครอบครวั ของฉันอยู่ท่ปี ระเทศนวิ ซีแลนดเ์ ปน็ เหตกุ ารณท์ ่เี กดิ ขึ้นแล้ว เวลา 5 ปมี าแลว้ [ตอนนก้ี ย็ งั อยู่ทีน่ ีย่ ังไม่ไปไหน]) หรอื เหตุการณท์ ่ียังไม่ เกิดขึ้น โดยใช้ present Ex. I have studied English for 3 hours. perfect เชน่ Have (ฉนั เรยี นภาษาอังกฤษมาเปน็ เวลา 3 ชว่ั โมง you already bought your ticket? Yes, I แลว้ [จนตอนนกี้ ็ยังเรียนอยู่]) have, and I bought your ticket, too! ได้ การใช้ Since : Since is used to a point in time in the past Since มักใช้เพ่ือบอกจุดเริ่มต้นของเวลา มี ความหมายว่า “ตง้ั แต่” ใช้บอกเหตกุ ารณท์ ีเ่ ริ่มตน้ ต้ังแตอ่ ดีตดำเนนิ มาจนถึงปัจจบุ ัน Ex. I haven’t eaten anything since 8 o’clock. (ฉันไมไ่ ด้กนิ อะไรเลยมาต้ังแต่ 8 โมงเช้าแล้ว [จนปัจจุบันตอนนี้กย็ ังไม่ได้กินอะไรเลย])

Ex. We have been married since 2017. (เราแต่งงานกันมาตัง้ แต่ปี 2017 [ตอนนี้ แตง่ งานกย็ ังอยดู่ ว้ ยกันอยู]่ สรปุ การใช้ For และ Since Ex. I have been living in Korea with my husband since 2014. (ฉนั อาศัยอย่ปู ระเทศเกาหลกี ับสามตี ง้ั แต่ปี 2014) Ex. I have been living in Korea with my husband for 4 years. (ฉันอาศยั อยู่ประเทศเกาหลกี ับสามีมาเป็น เวลา 4 ปีแล้ว) วนั ทส่ี อน........................................ ครูผูส้ อน....................................... ผู้ตรวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หน่วยการเรียนต้องมแี ผนการสอนท่ีมกี ารจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนท่ีใหน้ ักเรยี นสนกุ กับการเรยี น มีคำถามใหร้ จู้ กั คิด มสี อ่ื การสอนที่ กระต้นุ การเรยี นรู้ และมปี ระเมนิ ความร้รู อบดา้ น

โครงสรา้ งแผนการสอนเชงิ ประจกั ษ์ วิชาภาษาองั กฤษ ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นทรัพยส์ ถติ ยว์ ทิ ยาคาร ครผู ู้สอนนางสาวพิมพอ์ นงค์ มงคลการ หน่วยการเรียนรู้ คำถามเพื่อการคดิ กิจกรรม Active learning สอื่ การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วนั ท่ี ...................... การพดู ถึงเหตุการณ์ท่ี Present Perfect Progressive E-Book Present Perfect หน่วยการเรยี นรู้ 6 เกิดขึน้ อยา่ งต่อเน่อื ง Subject + have/has + present perfect Progressive Doing Things สามารถใช้ present progressive ใบงาน Present Perfect perfect progressive Progressive แผนท่ี 2 เชน่ She has been เชน่ CD 2 ไฟล์ 22 (ชว่ั โมงท่ี 3-4) riding her bicycle for The football game has been going on for 45 minutes. ได้ four hour. การแข่งขันฟุตบอล ได้ทำการแข่งขันมาเปน็ เวลาสี่ ชั่วโมงแลว้ ขณะน้ีกย็ งั แขง่ อยู่ ยังไม่หยุด John has been collecting coins since he was a kid. บกั จอหน์ ได้ทำการสะสมเหรียญตง้ั แตเ่ มื่อครง้ั ยงั เป็นเด็ก. ขณะนี้กย็ ังสะสมอย่นู ะ ยังไมเ่ ลกิ ประโยคบอกเลา่ : She has been / She's been running. ประโยคปฏิเสธ: She hasn't been running. ประโยคคำถาม: Has she been running? Iประโยคคำถามเชิงปฏิเสธ: Hasn't she been running? Present Perfect Continuous tense

Present perfect continuous tense จะใช้เพื่อ อา้ งถึงเวลาทไี่ ม่เจาะจงระหว่าง 'ก่ อ่ นหนา้ น้ี' และ 'ตอนนี้' ผูพ้ ดู คิดเกย่ี วกับส่งิ ทีเ่ ร่ิมตน้ ทำไปแลว้ แต่ อาจจะยงั ไม่เสรจ็ ในช่วงเวลานัน้ และจะให้ ความสำคญั กบั ขนั้ ตอนและผลที่ไดร้ ับมากพอ ๆ กัน โดยในขณะที่พูดสิง่ นัน้ อาจจะเกิดขน้ึ ในอดีต และยงั คงดำเนินต่อไปในปจั จบุ ันหรือยงั ไมเ่ สรจ็ ก็ ได้ การกระทำท่ีเริ่มตน้ ในอดีตและยังคงตอ่ เน่ืองมา จนถงึ ปัจจบุ ัน She has been waiting for you all day (= จนถงึ ตอนนเี้ ธอกย็ ังคงรออยู)่ . I've been working on this report since eight o'clock this morning (= จนถงึ ตอนน้ีก็ยงั ไม่ เสร็จ). They have been travelling since last October (= จนถงึ ตอนนี้พวกเขากย็ ังไมก่ ลบั บา้ น). การกระทำท่ีพึ่งทำเสร็จไปแต่เรายงั คงสนใจผลที่ เกิดข้นึ อยู่ She has been cooking since last night (= ผลทเ่ี กดิ ข้ึน คือ อาหารท่ีวางอยู่บนโต๊ะดูน่าทาน มาก). It's been raining (= ผลทีเ่ กดิ ขึน้ คือ ถนนยังคง เปยี กอยู่). Someone's been eating my chips (= ผลท่ี เกิดขน้ึ คือ คร่งึ หน่ึงหายไปแล้ว). กจิ กรรม 1.ครูถามนักเรียนวา่ How long have you been studying English? 2.อธบิ ายความหมายใหน้ ักเรียนฟงั ว่า ครูถามว่า นกั เรยี นเรยี นภาษาอังกฤษมานาเทา่ ไหรแ่ ล้ว 3.ใหค้ รูบอกนักเรยี นให้ช่วยกันหาว่าใครเรยี นมา นานท่ีสุดหรือน้อยทสี่ ดุ

4.ครสู รุปและอธบิ ายให้นักเรียนฟังวา่ คำถามนถ้ี าม ถงึ การเรยี นภาษาองั กฤษซ่ึงนักเรยี นเรม่ิ เรยี นใน อดีต ยงั เรียนอยู่และมแี นวโนม้ ทจ่ี ะยงั เรียนตอ่ ไป ในอนาคต 5.ใหน้ กั เรยี นเตรยี มสงั เกตว่าท่ีครจู ะเปิดบทสนทนา ใหฟ้ งั มีประโยคอะไรที่คลา้ ยกันอกี ตอนที่ 2 1.ครเู ปดิ CD 2 ไฟล์ 22 และให้นักเรียนทกุ คนออก เสยี งตามคำศพั ทท์ ีไ่ ดย้ นิ 2-3 รอบ 2.ให้นักเรยี นจับกลุ่มละ 4-5 คนและชว่ ยกนั เสนอ ความเหน็ คำที่มาต่อจากคำกริยาของละประโยค เชน่ คำที่ 1 นอกจาก studied English แลว้ นักเรียนสามารถใช้คำวา่ studied กบั วิชาอื่นๆ ได้ คำท่ี 2 นักเรียนสามารถเปลี่ยนสถานที่ได้ เชน่ lived in Bangkok, lived in Tak คำที่ 3 นกั เรยี นสามารถเปลี่ยนวชิ าได้ เช่น taught Science, taught Maths คำท่ี 4 นักเรยี นสามารถใชค้ ำวา่ played กบั กีฬา หรอื เครอื่ งดนตรีอื่นๆ คำที่ 5 นกั เรยี นสามารถเปน็ เจา้ ของหรือมเี ลี้ยง อะไรได้อีก เช่น had a dog, had a computer คำที่ 6 นักเรยี นสามารถไปยังสถานทีอ่ น่ื ๆ เช่น been to the library, been to the gym วันทีส่ อน........................................ ครผู ูส้ อน....................................... ผู้ตรวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หนว่ ยการเรียนตอ้ งมแี ผนการสอนท่มี ีการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนท่ใี หน้ กั เรียนสนกุ กบั การเรยี น มีคาถามใหร้ ูจ้ กั คดิ มีส่อื การสอน ท่กี ระตนุ้ การเรยี นรู้ และมปี ระเมนิ ความรูร้ อบดา้ น



โครงสร้างแผนการสอนเชงิ ประจกั ษ์ วิชาภาษาอังกฤษ ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทรัพยส์ ถิตยว์ ทิ ยาคาร ครผู ้สู อนนางสาวพิมพอ์ นงค์ มงคลการ หนว่ ยการเรียนรู้ คำถามเพอื่ การคิด กจิ กรรม Active learning ส่อื การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วันท่ี ...................... ถามความเขา้ ใจของ 1.ครูเปดิ วดิ ีโอ หรือหาภาพเกี่ยวกับกายกรรมให้ หนงั สอื เรยี นหน้าที่ 54 หนว่ ยการเรียนรู้ 6 นกั เรยี นโดยถามคำถาม นกั เรยี นดแู ละให้นกั เรียนพูดคุยวา่ ตนเองชอบ Doing Things ตอ่ ไปน้ี หรอื ไม่ เพราะอะไร -What does Mei do? 2.ครเู ปิด CD 2 ไฟล์ 30 ใหน้ ักเรียนฟงั 1 รอบ โดย แผนท่ี 3 -How long has Mei ให้นักเรยี นชีต้ ามคำทไ่ี ด้ยินไปด้วย (ช่ัวโมงที่ 5-6) been a performer? 3.ใหน้ กั เรยี นฟงั เร่ืองอกี รอบและใหเ้ วลานักเรยี น -What is Mei’s อา่ นในใจด้วยตวั เองประมาณ 5 นาที โดยใหข้ ดี routine? เส้นใตท้ ำหรอื ประโยคท่ีไมเ่ ขา้ ใจ 4.ครอู ่านเรื่องใหน้ กั เรียนฟังโดยแกค้ ำบางคำ และ นกั เรียนไดย้ นิ คำท่ีไมถ่ ูกต้องให้นักเรยี นตะโกนว่า That’s not right. และให้นักเรยี นแกเ้ ปน็ ประโยค หรอื คำที่ถกู ต้อง 5.แบง่ นักเรียนเป็นกลุม่ ละ 4-5 คน โดยคละเด็ก เก่งกับเด็กอ่อน แลว้ ให้นักเรยี นฟงั เรือ่ งอีก 1 รอบ และใหพ้ ูดคุยกันภายในกล่มุ ถึงเร่อื งที่อา่ น 6.ถามความเข้าใจของนักเรียนโดยถามคำถาม ต่อไปน้ี -What does Mei do? -How long has Mei been a performer? -What is Mei’s routine?

วันท่ีสอน........................................ ครูผู้สอน....................................... ผู้ตรวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หนว่ ยการเรยี นตอ้ งมแี ผนการสอนท่มี กี ารจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนท่ใี หน้ กั เรียนสนกุ กบั การเรยี น มีคาถามใหร้ ูจ้ กั คดิ มีส่อื การสอน ท่กี ระตนุ้ การเรียนรู้ และมีประเมนิ ความรูร้ อบดา้ น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook