ตัวชว้ี ัดชั้นปี วชิ าภาษาองั กฤษ ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โรงเรียนทรพั ยส์ ถติ ยว์ ิทยาคาร ครูผู้สอนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ Unit Contents สาระและตวั ช้ีวัด CEFR LEVEL: A1 1 1 สามารถฟัง พูด อ่าน และเขยี นคตำศ1ัพ.1ทป์ .6/1 ปฏบิ ัติตามคำสัง่ คำขอร้องและ 1. Listening เกีย่ วกับเคร่ืองแต่งกาย และวลีท่ีบอกการ คำแนะนำทีฟ่ ังหรอื อา่ น 1.1 การฟังโดยรวม (OVERALL LISTENING) กระทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ได้ ต 1.1 ป.6/2 อา่ นออกเสยี งข้อความ นทิ านและ - สามารถเขา้ ใจคำ 2. สามารถใชส้ รรพนามแสดงความเป็น บทกลอนสนั้ ๆ ถูกต้องตามหลกั การ และวลีง่าย ๆ ที่ได้ฟงั 1.2 การฟงั คสู่ นทนา เจ้าของ เพ่อื แทนการใช้คุณศัพท์แสดง อา่ น (LISTEN TO INTERLOCUTOR) ความเป็นเจ้าของ เพือ่ หลกี เลี่ยงตกา1ร.ใ1ชค้ปำ.6/3 เลือก/ระบุ ประโยคหรอื ขอ้ ความ - สามารถเข้าใจ คำถามเพื่อขอข้อมูลสว่ นตัวทคี่ ู่ ซำ้ ได้ สั้นๆ ตรงตามภาพ สญั ลักษณ์ หรือ สนทนากล่าวอย่างชา้ ๆ ชดั ๆ 2. Reading 3. สามารถสอบถามและบอกเก่ียวกับบุคคล เคร่อื งหมายที่อา่ น 2.1 การอา่ นโดยรวม และระบุกจิ กรรมท่ีกำลังกระทำอตย1ู่ได.1้ ป.6/4 บอกใจความสำคญั และตอบคำถาม (OVERALL READING) 4. สามารถบอกเลา่ เหตุการณท์ เี่ กดิ ขึน้ ในอดีต จากการฟงั และอ่านบท - สามารถจำช่ือคำ และวลีท่ีได้เรียนมาแลว้ และ โดยท่เี หตกุ ารณ์หน่ึงกำลังดำเนินอยู่แลว้ เกิด สนทนา นทิ านง่ายๆหรอื เร่ืองเลา่ สามารถนำไปใชใ้ นประโยคง่าย ๆ ท่ี มีรูปภาพประกอบ อกี เหตุการณห์ นงึ่ ขึ้นซ้อนกัน ต 1.2 ป.6/1 พดู /เขียนโตต้ อบในการสอ่ื สาร 3. Spoken Interaction 5. สามารถแยกความแตกตา่ งของคำศัพท์ที่มี ระหวา่ งบุคคล 3.1 การสนทนา (CONVERSATION) เสียงสระ aw และ ow ได้ ต 1.2 ป.6/4 พดู และเขยี น เพื่อขอและให้ข้อมูล - สามารถ 6. สามารถออกเสยี งคำกรยิ าที่เติม ed ได้ เกยี่ วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั ทักทายและกล่าวลางา่ ย ๆ ได้ และเรื่องใกล้ตวั - สามารถ ถามทุกข์-สุขได้ ต 1.3 ป.6/1 พดู /เขียนให้ขอ้ มูลเกยี่ วกับตนเอง เพ่อื นและส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว ต 2.1 ป.6/1 ใชถ้ อ้ ยคำ น้ำเสียงและกิริยาท่าทาง อย่างสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาท สงั คมและ วฒั นธรรมของเจ้าของ ภาษา ต 2.1 ป.6/2 ใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกับเทศกาล/วนั สำคญั /งานฉลอง/ชีวติ ความเปน็ อยู่ ของเจ้าของภาษา
ต 2.1 ป.6/3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางภาษาและ - สามารถโตต้ อบ วัฒนธรรมตามความสนใจ เพือ่ ถามและตอบคำถาม ต 2.2 ป.6/1 บอกความเหมือน/ความแตกต่าง งา่ ย ๆ และสามารถขอพดู ซํา้ แกไ้ ข ระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิด คำพูด และขอความชว่ ยเหลอื ได้ ต่างๆ การใชเ้ คร่ืองหมายวรรคตอน - สามารถถามและ และการลำดบั คำตามโครงสรา้ ง ตอบคำถามสว่ นตวั ง่าย ๆ ประโยคของภาษาอังกฤษ 3.2 การแลกเปล่ียนข้อมลู ต 2.2 ป.6/2 เปรียบเทียบความเหมอื น/ความ (INFORMATION แตกตา่ งระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง EXCHANGE) และประเพณี ของเจ้าของภาษากบั - สามารถถาม - ของไทย ตอบเกย่ี วกับท่ีอยูบ่ ุคคลท่รี ้จู กั ต 4.1 ป.6/1 ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์ตา่ งๆ สิง่ ของท่ีมขี องตนเองและค่สู นทนา ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในห้องเรยี นและ ถ้าคู่สนทนาพดู ช้า ๆ และชัดเจน สถานศึกษา 4. Spoken Production 2 1. สามารถใช้ particle adjectiveตs ใ1น.1กาปร.6/1 ปฏบิ ัตติ ามคำส่งั คำขอร้องและ 4.1 การบรรยาย แสดงความรู้สึก คำแนะนำที่ฟังหรอื อ่าน (DESCRIPTION) 2. สามารถใช้ particle adjectiveตs ใ1น.1 ป.6/2 อา่ นออกเสยี งข้อความ นทิ านและ - สามารถใหข้ ้อมูล รปู แบบท่ีถูกตอ้ ง ได้แก่ present บทกลอนสน้ั ๆ ถกู ต้องตามหลักการ สว่ นตัว เช่น ทอี่ ยู่ หมายเลข participle และ past participle อ่าน โทรศัพท์ สัญชาติ อายุ ครอบครัว 3. สามารถใชค้ ำศัพทท์ เี่ กี่ยวกับ aqตua1r.i1umป.6ไ/ด3้ เลือก/ระบุ ประโยคหรือขอ้ ความ และงานอดิเรก 4. สามารถใช้ reported speech อยา่ งงา่ ยได้ ส้นั ๆ ตรงตามภาพ สญั ลกั ษณ์ หรือ - สามารถบรรยาย 5. สามารถแยกความแตกต่างและออกเสียง เครอ่ื งหมายที่อา่ น เกีย่ วกับตวั เองและครอบครวั ด้วย คำศัพท์ท่ีมีเสียงสระ /oi/ และ /ตoo1/.1ไดป้.6/4 บอกใจความสำคญั และตอบคำถาม ภาษางา่ ย ๆ ถูกต้อง จากการฟงั และอ่านบท 5. Written Interaction 6. สามารถใช้ prefix คำว่า re- ได้ สนทนา นทิ านงา่ ยๆหรือ เรื่องเล่า 5.1 การเขียนโดยรวม ต 1.2 ป.6/1 พูด/เขียนโต้ตอบในการสือ่ สาร (OVERALL WRITING) ระหว่างบุคคล - สามารถเขยี น ต 1.2 ป.6/4 พูดและเขียน เพื่อขอและให้ข้อมูล ข้อความเก่ยี วกบั ตัวเอง ท่ีอยู่อาศยั เกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว ด้วยวลีสน้ั ๆ และงา่ ย ๆ ได้ และเร่ืองใกล้ตัว 6. Strategies ต 1.2 ป.6/5 พูด/เขียนแสดงความร้สู กึ ของตนเอง 6.1 การปฏิสัมพนั ธ์ เก่ียวกับเรือ่ งต่างๆใกล้ตวั กิจกรรม (INTERACTION) ต่างๆพร้อม ทัง้ ให้เหตผุ ลสนั้ ๆ ประกอบ
ต 1.3 ป.6/1 พดู /เขียนให้ข้อมลู เก่ยี วกับตนเอง - สามารถพูดตดิ ต่อ เพือ่ นและสิ่งแวดลอ้ มใกลต้ ัว กบั ผูอ้ ื่นด้วยคำ วลี หรอื ภาษา ต 1.3 ป.6/3 พูด/เขยี นแสดงความคดิ เหน็ ท่าทางง่าย ๆ เก่ียวกบั เรื่องตา่ งๆ ใกล้ตวั 7. Language Quality ต 2.1 ป.6/1 ใชถ้ อ้ ยคำ น้ำเสียงและกริ ิยาทา่ ทาง 7.1 ขอบข่ายของคำศัพท์ อย่างสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาท (RANGE) สงั คมและ วัฒนธรรมของเจา้ ของ - สามารถใช้คำ วลี ภาษา พนื้ ฐานง่าย ๆ เกยี่ วกบั ครอบครวั ต 2.1 ป.6/2 ให้ขอ้ มลู เกีย่ วกับเทศกาล/วัน และรายละเอียดสว่ นบคุ คล และ สำคญั /งานฉลอง/ชวี ติ ความเปน็ อยู่ สถานการณป์ ระจำวนั ง่าย ๆ ได้ ของเจา้ ของภาษา 7.2 ความแม่นยำ ต 2.1 ป.6/3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางภาษาและ (PRECISION) วัฒนธรรมตามความสนใจ - สามารถสือ่ สาร ต 2.2 ป.6/1 บอกความเหมือน/ความแตกต่าง ข้อมูลพน้ื ฐานเกีย่ วกับตนเอง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนดิ ครอบครัว และงานที่ทำอยา่ งง่าย ๆ ตา่ งๆ การใช้ เครอื่ งหมายวรรค ได้ ตอนและการลำดบั คำตามโครงสร้าง 7.3 การเชอื่ มโยงเร่ืองและ ประโยคของภาษาอังกฤษ ความคดิ ต 2.2 ป.6/2 เปรยี บเทยี บความเหมือน/ความ (LINKING TEXT แตกต่างระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง AND IDEAS) และประเพณี ของเจ้าของภาษากับ - สามารถเชอ่ื มวลี ของไทย ดว้ ยคำ เช่น and หรือ thenได้ 7.4 ความถกู ต้อง ต 3.1 ป.6/1 คน้ คว้า รวบรวมคำศพั ท์ท่ีเกี่ยวขอ้ ง (ACCURACY) กบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อื่นจาก - สามารถใช้วลีส้ัน แหลง่ เรยี นร้แู ละนำเสนอดว้ ยการ ๆ ท่ีจำได้แลว้ เพื่อจุดประสงค์ พดู /การเขยี น บางอยา่ งได้อยา่ งถูกต้อง และ ต 4.1 ป.6/1 ใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณ์ตา่ งๆ สมเหตสุ มผล ทเี่ กดิ ขึ้นในห้องเรยี นและ 7.5 ความคลอ่ งแคล่ว สถานศกึ ษา (FLUENCY) 3 1. สามารถใช้ indirect object prตon1o.1unป.ใ6น/1 ปฏบิ ตั ติ ามคำสั่ง คำขอร้องและ สามารถพูดด้วย การกล่าวถงึ การซ้ือของให้บคุ คล คำแนะนำทฟี่ ังหรืออา่ น ถ้อยคำเดย่ี ว ๆ หรือวลที ี่สั้นได้ 2. สามารถใช้ indirect object pตro1n.o1uปn.6/2 อ่านออกเสยี งข้อความ นทิ านและ กับคำกริยาท่ีหลากหลาย บทกลอนส้นั ๆ ถูกต้องตามหลักการ LEVEL A1+ อา่ น 1. Listening
3. สามารถใช้คำศพั ทท์ เ่ี ก่ยี วกับของตขว1ัญ.1แปล.ะ6/3 เลือก/ระบุ ประโยคหรือข้อความ 1.1 การฟังโดยรวม การซ้ือของได้ ส้นั ๆ ตรงตามภาพ สญั ลักษณ์ หรือ (OVERALL LISTENING) 4. สามารถแยกความแตกต่างและออกเสียง เคร่อื งหมายท่ีอา่ น - สามารถเขา้ ใจ คำศัพทท์ ี่มีเสียงสระ /au/ และ ต/o1o.1/ ไปด.้6/4 บอกใจความสำคัญและตอบคำถาม เร่ืองท่ีฟงั เก่ยี วกับชวี ิตประจำวนั ท่ผี ู้ ถกู ต้อง จากการฟงั และอา่ นบท พดู พดู ชา้ ๆ และชัดเจน 5. สามารถใช้ suffix คำว่า ness ได้ สนทนา นิทานงา่ ยๆหรอื เร่ืองเลา่ - สามารถเขา้ ใจการ ต 1.2 ป.6/1 พูด/เขียนโต้ตอบในการสอ่ื สาร บรรยายบคุ คล ส่ิงของและ ระหวา่ งบุคคล คุณสมบตั ิ ต 1.2 ป.6/4 พูดและเขียน เพ่ือขอและให้ข้อมลู 1.2 การฟังคู่สนทนา เกยี่ วกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครัว (LISTEN TO และเร่อื งใกลต้ วั INTERLOCUTOR) ต 1.2 ป.6/5 พดู /เขยี นแสดงความรสู้ ึกของตนเอง - สามารถเข้าใจ เก่ียวกบั เร่ืองต่างๆใกลต้ ัว กจิ กรรม เรือ่ งที่ฟัง เก่ียวกบั คำถาม คำสั่ง ตา่ งๆพร้อม ท้ังให้เหตผุ ลสนั้ ๆ คำแนะนำง่าย ๆ เมื่อผูพ้ ดู พูดอยา่ ง ประกอบ ชา้ ๆ ต 1.3 ป.6/3 พดู /เขยี นแสดงความคดิ เห็น 1.3 การฟังประกาศ เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกลต้ วั (LISTEN TO ต 2.1 ป.6/1 ใชถ้ ้อยคำ นำ้ เสียงและกิริยาท่าทาง ANNOUNCEMENTS) อย่างสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาท - สามารถเขา้ ใจสง่ิ สังคมและ วฒั นธรรมของเจา้ ของ ที่ฟัง เกีย่ วกับการบอกเสน้ ทางจาก ภาษา ทหี่ นึ่งไปอีกทหี่ นึ่ง โดยรถสาธารณะ ต 2.1 ป.6/2 ใหข้ ้อมลู เกย่ี วกับเทศกาล/วัน หรอื การเดนิ เท้า เม่ือผู้บอกทางพูด สำคญั /งานฉลอง/ชวี ิตความเป็นอยู่ ชา้ ๆ และชัดเจน ของเจา้ ของภาษา 2. Reading ต 2.1 ป.6/3 เข้ารว่ มกจิ กรรมทางภาษาและ 2.1 การอ่านโดยรวม วัฒนธรรมตามความสนใจ (OVERALL READING) ต 2.2 ป.6/1 บอกความเหมือน/ความแตกต่าง - สามารถอ่านและ ระหวา่ งการออกเสยี งประโยคชนดิ เขา้ ใจบทอา่ นส้นั ๆ และ ง่าย ๆ ต่างๆ การใช้ เคร่ืองหมายวรรค โดยจบั ใจความหลกั จากคำ วลี ที่ ตอนและการลำดบั คำตามโครงสร้าง คุ้นเคย ประโยคของภาษาอังกฤษ 2.2 การอา่ นคำสง่ั คำ ต 2.2 ป.6/2 เปรยี บเทียบความเหมือน/ความ ชี้แจงขนั้ ตอน แตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง (READ และประเพณี ของเจ้าของภาษากบั INSTRUCTIONS) ของไทย
ต 4.1 ป.6/1 ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์ต่างๆ - สามารถอา่ นและ ท่ีเกดิ ขน้ึ ในห้องเรียนและ ปฏิบตั ติ ามป้ายบอก เสน้ ทางได้ สถานศกึ ษา เชน่ การเดินทางจากท่หี นึ่งไปยังอกี ต 4.2 ป.6/2 ใชภ้ าษาอังกฤษในการสบื คน้ และ ท่ีหน่งึ รวบรวมขอ้ มูลต่างๆ 3. Spoken Interaction 4 1. สามารถบรรยายสถานท่ีโดยใชบ้ ตพุ บ1.ท1ทป่ี .6/1 ปฏบิ ัตติ ามคำสง่ั คำขอร้องและ 3.1 การสนทนา ถกู ต้อง คำแนะนำที่ฟังหรืออ่าน (CONVERSATION) 2. สามารถถาม-ตอบบทสนทนาทเ่ี กตีย่ 1ว.ก1บั ปก.า6ร/2 อ่านออกเสยี งข้อความ นทิ านและ - สามารถสอบถาม ถามทิศทางหรือทต่ี ้งั ของสถานท่ี บทกลอนสนั้ ๆ ถูกต้องตามหลกั การ ทกุ ข์สขุ ของบคุ คลและมปี ฏสิ ัมพันธ์ 3. สามารถใชค้ ำศพั ท์ วลี และประโยค อา่ น ตอ่ ข่าวสารนน้ั ๆ เกี่ยวกับสถานท่ี และการถามแลตะอ1ธ.1ิบาปย.6/3 เลอื ก/ระบุ ประโยคหรือขอ้ ความ - สามารถ ถาม ทิศทางหรือทีต่ ั้งของสถานท่ี ส้ันๆ ตรงตามภาพ สญั ลักษณ์ หรือ ตอบคำถามง่าย ๆ และโตต้ อบใน 4. สามารถแยกความแตกต่างและออกเสยี ง เครือ่ งหมายที่อา่ น เรื่องที่คุ้นเคย เชน่ ครอบครัว ความ คำศัพท์ที่มเี สยี งสระ /ow/ และต/o1r.1/ ไปด.้6/4 บอกใจความสำคัญและตอบคำถาม เป็นอยใู่ นชีวติ ประจำวนั ถกู ต้อง จากการฟังและอา่ นบท สนทนา นทิ านงา่ ยๆหรือ เรื่อง 3.2 การแลกเปล่ยี นข้อมูล เลา่ (INFORMATION ต 1.2 ป.6/1 พูด/เขยี นโตต้ อบในการสอ่ื สาร EXCHANGE) ระหวา่ งบคุ คล - สามารถบรรยายและถาม ต 1.2 ป.6/2 ใชค้ ำสั่ง คำขอรอ้ ง คำขออนุญาต เกี่ยวกบั เสอื้ ผ้า เครื่องแต่งกาย หรือ และใหค้ ำแนะนำ สิง่ ของอ่ืน ๆ ทค่ี นุ้ เคย ต 1.2 ป.6/3 พดู /เขียนแสดงความต้องการ - สามารถระบุเวลาโดยใช้ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและ วลี บ่งช้ีเวลา ปฏเิ สธการให้ ความชว่ ยเหลอื ใน 3.3 การติดตอ่ กจิ ธุระ สถานการณง์ ่ายๆ (TRANSACTIONS) ต 1.2 ป.6/4 พูดและเขยี น เพ่ือขอและให้ข้อมลู - สามารถถาม เกี่ยวกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครัว เส้นทางโดยใชป้ ระโยคง่าย ๆ เชน่ และเรอ่ื งใกลต้ วั “Where is the bank?” ต 1.2 ป.6/5 พดู /เขียนแสดงความรูส้ กึ ของตนเอง - สามารถพูดขอ เกย่ี วกบั เรือ่ งต่างๆใกลต้ วั กจิ กรรม และให้สิ่งของได้ ต่างๆพร้อมทั้งใหเ้ หตุผลสนั้ ๆ 4. Spoken Production ประกอบ 4.1 การบรรยาย ต 1.3 ป.6/1 พดู /เขยี นให้ขอ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเอง (DESCRIPTION) เพือ่ นและส่งิ แวดลอ้ มใกล้ตัว
ต 1.3 ป.6/2 เขยี นภาพ แผนผัง แผนภูมแิ ละ - สามารถแนะนำ ตารางแสดงข้อมลู ต่างๆ ตามที่ฟงั ตนเอง เชน่ บอกช่ือ ที่อยู่ และ หรืออ่าน อาชีพ ต 2.1 ป.6/1 ใชถ้ อ้ ยคำ น้ำเสยี งและกริ ิยาท่าทาง - สามารถบรรยาย อยา่ งสุภาพ เหมาะสมตามมารยาท เกยี่ วกบั ครอบครัวอย่าง สังคมและ วัฒนธรรมของเจา้ ของ งา่ ย ๆ เชน่ บุคคลในครอบครัว อายุ ภาษา และอาชีพของแตล่ ะบุคคล ต 2.1 ป.6/2 ให้ขอ้ มูลเกย่ี วกับเทศกาล/วัน - สามารถบรรยาย สำคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเปน็ อยู่ เก่ยี วกับท่ีอยขู่ องตนเอง ของเจ้าของภาษา - สามารถบรรยาย ต 2.1 ป.6/3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางภาษาและ ส่งิ ทชี่ อบ และไมช่ อบ เช่น กีฬา วัฒนธรรมตามความสนใจ ดนตรี โรงเรยี น และสตี ่าง ๆ ต 2.2 ป.6/1 บอกความเหมือน/ความแตกตา่ ง ระหว่างการออกเสยี งประโยคชนดิ - สามารถใช้คำง่าย ต่างๆ การใช้ เครือ่ งหมายวรรค ๆ เพือ่ บรรยายขนาด รูปร่าง และสี ตอนและการลำดับคำตามโครงสร้าง ของสิ่งต่าง ๆ ได้ ประโยคของภาษาองั กฤษ - สามารถบรรยาย ต 2.2 ป.6/2 เปรียบเทยี บความเหมอื น/ความ สิ่งทตี่ นเอง บุคคลอน่ื หรือสัตวช์ นดิ แตกตา่ งระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง ต่าง ๆ สามารถทำไดแ้ ละไมส่ ามารถ และประเพณี ของเจ้าของภาษากับ ทำได้ ของไทย 5. Written Interaction ต 4.1 ป.6/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์ตา่ งๆ 5.1 การเขียนโดยรวม ท่ีเกดิ ข้นึ ในห้องเรยี นและ (OVERALL WRITING) สถานศกึ ษา - สามารถเขยี น 5 1. สามารถใช้ present perfect ในตก1า.ร1ถปาม.6-/1 ปฏบิ ตั ิตามคำสง่ั คำขอร้องและ ประโยคง่าย ๆ เก่ยี วกับตนเอง เชน่ ตอบเรื่องประสบการณ์ท่ีคนอื่นหรอื ตนเอง คำแนะนำที่ฟังหรอื อา่ น อยทู่ ี่ไหน ทำอะไร เคยประสบได้ ต 1.1 ป.6/2 อา่ นออกเสยี งข้อความ นิทานและ 6. Strategies 2. สามารถพดู คุยเก่ียวกับสัญชาตแิ ละประเทศ บทกลอนส้ันๆ ถูกต้องตามหลกั การ 6.1 การปฏสิ มั พันธ์ ของตนได้ อ่าน (INTERACTION) 3. สามารถใช้คำศพั ทเ์ กี่ยวกบั ประเตทศ1ต.1่างปๆ.6/3 เลือก/ระบุ ประโยคหรือข้อความ - สามารถขอรอ้ งให้ ซงึ่ รวมทั้งคำศพั ท์เรอื่ งสัญชาติ ภาษาและ สนั้ ๆ ตรงตามภาพ สญั ลักษณ์ หรอื คู่สนทนาพดู ช้าลง อาหารของแตล่ ะประเทศได้ เคร่อื งหมายท่ีอ่าน - สามารถขอร้องให้ 4. สามารถแตง่ ประโยคท่ีใช้คำศัพทตเ์ ก1ย่ี .1วกปบั .6/4 บอกใจความสำคญั และตอบคำถาม คู่สนทนาพูดซํา้ ในส่ิงที่พูด ประเทศตา่ งๆ ในรปู แบบประโยคกรรม จากการฟังและอา่ นบท 7. Language Quality วาจก (passive voice) ได้ สนทนา นทิ านงา่ ยๆหรอื เร่ืองเล่า
5. สามารถแยกความแตกตา่ งและออกเสียง 7.1 ขอบข่ายของคำศพั ท์ คำศัพท์ท่ีมีเสียงสระ /ea/ และ ต/o1u./2 ไปด.้6/1 พูด/เขยี นโต้ตอบในการสื่อสาร (RANGE) ถูกต้อง ระหว่างบุคคล - รูจ้ ักวลพี น้ื ฐานที่ ต 1.2 ป.6/4 พูดและเขียน เพื่อขอและให้ขอ้ มลู ใช้พดู เก่ยี วกบั ตนเอง และสือ่ สารใน 6. สามารถใช้ verb + ing ในการกล่าวถึงสง่ิ ที่ เกี่ยวกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั ชวี ิตประจำวันได้ ตนกำลงั ทำพดู และเขียนได้ หรอื ใช้กบั และเร่ืองใกลต้ วั 7.2 ความแมน่ ยำ คำกริยาบางประเภทได้ ต 1.2 ป.6/5 พูด/เขยี นแสดงความรู้สกึ ของตนเอง (PRECISION) เกี่ยวกบั เรอ่ื งตา่ งๆใกล้ตวั กจิ กรรม - สามารถส่อื สาร ตา่ งๆพร้อมทั้งให้เหตุผลสนั้ ๆ แลกเปลย่ี นขอ้ มูลเฉพาะเกย่ี วกับ ประกอบ ตวั เอง ครอบครัว และอาชพี ต 1.3 ป.6/1 พูด/เขยี นให้ขอ้ มลู เกย่ี วกับตนเอง 7.3 การเชอื่ มโยงเร่ืองและ เพ่ือนและสงิ่ แวดล้อมใกลต้ วั ความคดิ (LINKING TEXT AND ต 1.3 ป.6/3 พูด/เขียนแสดงความคดิ เห็น IDEAS) เกี่ยวกับเร่อื งตา่ งๆ ใกล้ตวั - สามารถเชอ่ื มวลี ต 2.1 ป.6/1 ใชถ้ ้อยคำ น้ำเสียงและกิรยิ าท่าทาง ด้วย “and” และ “but“ หรอื อย่างสุภาพ เหมาะสมตามมารยาท “because” และ “then” สังคมและ วัฒนธรรมของเจา้ ของ 7.4 ความถกู ต้อง ภาษา (ACCURACY) ต 2.1 ป.6/2 ใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกับเทศกาล/วนั - สามารถใช้ สำคญั /งานฉลอง/ชวี ิตความเปน็ อยู่ โครงสรา้ งประโยคงา่ ย ๆ ของเจา้ ของภาษา 7.5 ความคล่องแคล่ว ต 2.1 ป.6/3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและ (FLUENCY) วัฒนธรรมตามความสนใจ - สามารถพูดชา้ ๆ ต 2.2 ป.6/1 บอกความเหมือน/ความแตกตา่ ง ดว้ ยวลีสน้ั ๆ หยุดพูดชั่วขณะและ ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด สามารถพูดต่อดว้ ยวลีสั้น ๆ ที่ ต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน แตกต่างกัน และการลำดับคำตามโครงสรา้ ง 7.6 ภาษาศาสตร์สงั คม ประโยคของภาษาอังกฤษ (SOCIOLINGUISTIC) ต 2.2 ป.6/2 เปรียบเทียบความเหมอื น/ความ - สามารถกล่าวคำ แตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง ทักทาย ขอส่ิงของ และกลา่ วลา และประเพณี ของเจ้าของภาษากับ ของไทย ต 3.1 ป.6/1 ค้นควา้ รวบรวมคำศพั ท์ทเี่ ก่ียวข้อง กบั กลุม่ สาระการเรียนรู้อืน่ จาก
แหลง่ เรียนรู้และ นำเสนอดว้ ยการ พูด/การเขยี น ต 4.1 ป.6/1 ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดข้นึ ในห้องเรียนและ สถานศกึ ษา 6 1. การพดู คยุ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกติด1ข.น้ึ 1แปล.ว้ 6/1 ปฏิบัตติ ามคำส่งั คำขอร้องและ หรือเหตุการณ์ทยี่ ังไมเ่ กดิ ขนึ้ สามารถใช้ คำแนะนำทฟ่ี ังหรืออ่าน present perfect เช่น Have yตou1.1 ป.6/2 อ่านออกเสียงข้อความ นิทานและ already bought your ticket? Yes, I บทกลอนสัน้ ๆ ถูกต้องตามหลักการ have, and I bought your ticket, too! อ่าน ได้ ต 1.1 ป.6/3 เลือก/ระบุ ประโยคหรือขอ้ ความ สั้นๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรือ 2. การพูดคุยเก่ยี วกับระยะเวลาของกจิ กรรม เครอ่ื งหมายที่อ่าน สามารถใช้ for และ since เช่นตI h1a.1veป.6/4 บอกใจความสำคญั และตอบคำถาม taught French for five years. I have จากการฟงั และอ่านบท taught French since 2007. ได้ สนทนา นิทานง่ายๆหรอื เร่ืองเลา่ 3. การพดู ถึงเหตกุ ารณท์ เ่ี กิดขึน้ อย่าตงต1.่อ2เนป่ือ.6ง/1 พูด/เขยี นโตต้ อบในการสอื่ สาร สามารถใช้ present perfect progressive ระหวา่ งบคุ คล เชน่ She has been riding heตr b1i.c2ycปl.e6/4 พดู และเขียน เพ่ือขอและให้ข้อมูล for 45 minutes. ได้ เกี่ยวกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครัว 4. การเปลย่ี นคำศัพทเ์ กย่ี วกับกิจกรรมต่างๆ และเร่อื งใกลต้ ัว ให้อยูใ่ นรปู ของ past participleต ส1า.3มาปร.ถ6/1 พูด/เขยี นให้ขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เติม –ed หรือ เปล่ยี นรูป เช่น cleaned, เพ่ือนและส่งิ แวดลอ้ มใกลต้ วั washed, watched, walked, ตgo1n.3e,ป.6/3 พูด/เขยี นแสดงความคิดเหน็ eaten, fed, done, studied, lived, เก่ยี วกับเรือ่ งตา่ งๆ ใกล้ตวั taught, played, had, been แตล2ะ.ก1าปร .6/1 ใช้ถ้อยคำ นำ้ เสยี งและกิริยาท่าทาง เปลย่ี นคำศพั ทใ์ ห้อยูใ่ นรปู ของ present อย่างสุภาพ เหมาะสมตามมารยาท participle สามารถเตมิ –ing เชน่ talking, สังคมและ วฒั นธรรมของเจา้ ของ visiting, riding, cleaning, waiting, ภาษา playing ได้ ต 2.1 ป.6/2 ให้ขอ้ มลู เกย่ี วกบั เทศกาล/วัน 5. วธิ กี ารออกเสยี งคำทม่ี ีเสยี งสระ /ar/ และ สำคัญ/งานฉลอง/ชีวติ ความเป็นอยู่ /ir/ เชน่ hard twirl arm girl อย่างถูกต้อง ของเจา้ ของภาษา เป็นอยา่ งไร ต 2.1 ป.6/3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและ 6. การใช้ suffix โดยการเติม –er เช่น วัฒนธรรมตามความสนใจ performer ใชไ้ ด้อยา่ งไร
ต 2.2 ป.6/1 บอกความเหมือน/ความแตกตา่ ง ระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนิด ตา่ งๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลำดบั คำตามโครงสรา้ ง ประโยคของภาษาอังกฤษ ต 2.2 ป.6/2 เปรยี บเทียบความเหมอื น/ความ แตกตา่ งระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง และประเพณี ของเจ้าของภาษากบั ของไทย ต 4.1 ป.6/1 ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณ์ต่างๆ ท่เี กิดขึ้นในหอ้ งเรยี นและ สถานศกึ ษา 7 1. สามารถใช้ adjectives ในการบตรร1ย.1ายป.6/1 ปฏิบตั ติ ามคำสั่ง คำขอร้องและ บุคลกิ ลักษณะได้ คำแนะนำทฟ่ี ังหรอื อ่าน 2. สามารถพดู คยุ เก่ียวชว่ งเวลาที่นกั ตเร1ีย.1น ป.6/2 อา่ นออกเสยี งข้อความ นิทานและ เรยี นรทู้ ่จี ะทำส่งิ ต่างๆ ในอดีตโดยใช้ past บทกลอนสนั้ ๆ ถูกต้องตามหลักการ simple อ่าน 3. สามารถใช้ could ในการกล่าวถึงส่ิงท่ี นกั เรียนหวงั วา่ เขาสามารถทำไดตแ้ ต1่เ.ข1าปไม.6่ /3 เลือก/ระบุ ประโยคหรอื ขอ้ ความ สามารถทำได้ สั้นๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรือ 4. สามารถใช้คณุ ศัพท์แสดงลักษณะของบุคคล เครื่องหมายท่ีอ่าน และคำกรยิ าต่างๆ ท่ีบง่ บอกถึง ต 1.1 ป.6/4 บอกใจความสำคญั และตอบคำถาม ความสามารถบางอย่างของคนได้ จากการฟงั และอา่ นบท 5. สามารถแยกความแตกตา่ งและออกเสียง สนทนา นทิ านงา่ ยๆหรอื เรื่องเลา่ คำศัพทท์ ี่มเี สยี งสระ /air/ และ ต/e1r/.2ไดป้ .6/1 พูด/เขยี นโตต้ อบในการสื่อสาร ถกู ต้อง ระหวา่ งบคุ คล 6. สามารถใช้ suffix คำวา่ -less ไตด้ 1.2 ป.6/4 พูดและเขียน เพื่อขอและให้ขอ้ มูล เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน ครอบครวั และเรื่องใกลต้ วั ต 1.2 ป.6/5 พดู /เขยี นแสดงความรู้สกึ ของตนเอง เก่ียวกบั เรอื่ งต่างๆใกล้ตวั กจิ กรรม ต่างๆพร้อม ท้งั ให้เหตผุ ลสัน้ ๆ ประกอบ ต 1.3 ป.6/1 พูด/เขียนให้ข้อมลู เก่ียวกับตนเอง เพ่ือนและส่ิงแวดล้อมใกล้ตวั
ต 1.3 ป.6/3 พูด/เขยี นแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับเรอื่ งตา่ งๆ ใกลต้ วั ต 2.1 ป.6/1 ใช้ถ้อยคำ นำ้ เสียงและกริ ยิ าท่าทาง อยา่ งสุภาพ เหมาะสมตามมารยาท สังคมและ วัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา ต 2.1 ป.6/2 ใหข้ ้อมูลเก่ียวกับเทศกาล/วนั สำคญั /งานฉลอง/ชีวติ ความเป็นอยู่ ของเจา้ ของภาษา ต 2.1 ป.6/3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมตามความสนใจ ต 2.2 ป.6/1 บอกความเหมือน/ความแตกตา่ ง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนดิ ต่างๆ การใช้ เครื่องหมายวรรค ตอนและการลำดบั คำตามโครงสรา้ ง ประโยคของภาษาองั กฤษ ต 2.2 ป.6/2 เปรียบเทยี บความเหมือน/ความ แตกตา่ งระหวา่ งเทศกาล งานฉลอง และประเพณี ของเจ้าของภาษากับ ของไทย ต 4.1 ป.6/1 ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณ์ต่างๆ ทีเ่ กิดขน้ึ ในหอ้ งเรียนและ สถานศกึ ษา 8 1. สามารถพดู ถึงส่ิงท่ีอยากทำในอนตา1ค.ต1โดปย.6/1 ปฏิบตั ติ ามคำสัง่ คำขอร้องและ การใช้ would คำแนะนำทีฟ่ ังหรืออ่าน 2. สามารถใช้ unreal condition ตใน1ก.า1รพป.ูด6/2 อ่านออกเสียงข้อความ นทิ านและ ถึงสิง่ ที่นกั เรยี นตอ้ งการทำถ้าเขาสามารถ บทกลอนสั้นๆ ถกู ต้องตามหลกั การ ทำได้ อ่าน 3. สามารถใชค้ ำศัพทท์ ีเ่ กี่ยวกับสถาตน1ท.ี่ห1รปือ.6/3 เลือก/ระบุ ประโยคหรอื ข้อความ กิจกรรมได้ สน้ั ๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรอื 4. สามารถแยกความแตกต่างและออกเสยี ง เครือ่ งหมายท่ีอา่ น คำศัพทท์ ี่มเี สียงสระ /or/ และ /ตur1/.1ไดป้ .6/4 บอกใจความสำคัญและตอบคำถาม ถกู ต้อง จากการฟังและอ่านบท 5. รจู้ กั คำประสมและสามารถสร้างคำประสม สนทนา นทิ านง่ายๆหรือ เร่ืองเลา่ ได้
ต 1.2 ป.6/1 พดู /เขียนโตต้ อบในการสอ่ื สาร ระหวา่ งบคุ คล ต 1.2 ป.6/2 ใชค้ ำสงั่ คำขอร้อง คำขออนุญาต และให้คำแนะนำ ต 1.2 ป.6/3 พดู /เขียนแสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรบั และ ปฏเิ สธการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ใน สถานการณ์ง่ายๆ ต 1.2 ป.6/4 พูดและเขยี น เพ่ือขอและให้ขอ้ มลู เกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเรื่องใกลต้ ัว ต 1.2 ป.6/5 พดู /เขียนแสดงความรู้สกึ ของตนเอง เก่ยี วกบั เรอื่ งตา่ งๆใกลต้ วั กิจกรรม ต่างๆพร้อมท้ังให้เหตผุ ลส้นั ๆ ประกอบ ต 1.3 ป.6/1 พูด/เขียนให้ข้อมลู เกยี่ วกบั ตนเอง เพอื่ นและสงิ่ แวดลอ้ มใกลต้ วั ต 1.3 ป.6/3 พดู /เขยี นแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับเรือ่ งตา่ งๆ ใกลต้ วั ต 2.1 ป.6/1 ใช้ถ้อยคำ น้ำเสยี งและกิริยาท่าทาง อยา่ งสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาท สงั คมและ วัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา ต 2.1 ป.6/2 ใหข้ อ้ มูลเกีย่ วกบั เทศกาล/วัน สำคัญ/งานฉลอง/ชวี ติ ความเป็นอยู่ ของเจ้าของภาษา ต 2.1 ป.6/3 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วฒั นธรรมตามความสนใจ ต 2.2 ป.6/1 บอกความเหมือน/ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนดิ ตา่ งๆ การใชเ้ ครื่องหมายวรรคตอน และการลำดับคำตามโครงสร้าง ประโยคของภาษาอังกฤษ ต 2.2 ป.6/2 เปรียบเทยี บความเหมือน/ความ แตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง
และประเพณี ของเจ้าของภาษากบั ของไทย ต 4.1 ป.6/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์ตา่ งๆ ที่เกดิ ขึ้นในห้องเรยี นและ สถานศึกษา
โครงสรา้ งแผนการสอนเชิงประจกั ษ์ วชิ าภาษาอังกฤษ ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โรงเรียนทรัพยส์ ถติ ย์วิทยาคาร ครผู ู้สอนนางสาวพิมพอ์ นงค์ มงคลการ หน่วยการเรยี นรู้ คำถามเพื่อการคดิ กิจกรรม Active learning สือ่ การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วนั ท่ี ...................... 1.ประโยคถามและตอบ 1. นกั เรยี นทบทวนคําศัพทส่งิ ที่มคี รเู ตรยี มมา 1.หนงั สอื เรียน Let’s Go 4 หน่วยการเรยี นรู้ 1 เกีย่ วกับบุคคลและ School Days กจิ กรรมท่ีกาํ ลังกระทํา ไดแก ผาพนั คอ ถุงมือ แวนตา เขม็ ขัด และนาฬิกา Th Edition level 6 หนา 4- อยู เชน แผนท่ี 1 Possessive Teacher: Which girl โดยการใชคําถามวา What’s this? 11 Adjective and is Lisa? possessive Pronoun Student: She’s the นกั เรียน ตอบวา It’s (a/an) _____. (scarf, 2.หนังสอื เรียน Let’s Go 4 (ช่วั โมงท่ี 1-2) girl who is writing an gloves/mittens, glasses, belt, watch) th Edition level 6 ทัง้ น้ี ใหนักเรยี นลองตอบภาษาอังกฤษกอน แต essay. หากไมทราบจริงๆ อาจตอบดวยภาษาไทยก็ได Workbook หนา 1-9 และในท่ีสุด ครสู รุปดวยคําศัพทภาษาอังกฤษ 3.Picture Cards หมายเลข แสดงบตั รคาํ ท่ีมีตัวสะกด แลวฝกออกเสยี งให 1-18 ถูกตองชดั เจน 4.ปากกาเขยี นกระดาน บตั รคาํ ท่ี 1 scarf 5.CD 1 Track 03-22 บัตรคาํ ท่ี 2 mittens 6. BBL: โมบาย บตั รคําที่ 3 gloves ( Possessive Adjective and บัตรคาํ ท่ี 4 glasses possessive Pronoun ) บัตรคาํ ที่ 5 belt บัตรคําท่ี 6 watch 7. ดนิ สอ สี กระดาษสี กาว 2. นักเรียนตอบคําถามจากสิง่ ของทคี่ รูใหดู จากนนั้ นักเรยี นคนตอไปตอบคําถามหรืออาจเปลยี่ นให นักเรยี นทุกคนในหองชวยกันถามพรอมกนั และ อาจเปล่ียนใหนกั เรยี นคนหนง่ึ เลือกสิง่ ของ และ ถามเพอ่ื น ๆ ในหองใหชวยกันตอบ 3. เมอื่ นักเรยี นรูจักคาํ ศัพทดีแลว ครเู ร่ิมถามหาเจา ของส่ิงของแตละช้นิ โดยการใชคาํ ถามวา Whose watch is this?
หากนกั เรยี นตอบไดวา It’s ______. โดยใช possessive pronouns ทีถ่ กู ตอง ใหครูชมเชย หากนกั เรยี นตอบไมไดใหครยู ื่นส่ิงของไปตรงหนา นกั เรยี นที่เปนเจาของ และถามวา Is it yours? (ครยู ่ืนนาฬิกาใหแกนกั เรยี นทีเ่ ปน เจาของ) นกั เรียนตอบวา Yes หรอื Yes, it is. 4.ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ เกีย่ วกับ Wh-question ว่ามี อะไรบา้ งและใช้อย่างไรบา้ ง 5.ครใู หเ้ วลานกั เรยี นในการจดเนื้อหาบางตอนลลง สมดุ ด้วยการสรปุ ตามความเข้าใจ 6.หลังจากนน้ั ครูเริม่ อธิบายเร่ืองการใช้ Possessive Adjective and possessive Pronoun วา่ ใช้อยา่ งไรบา้ ง
6.1 Possessive Adjective ตอ้ งมีนามตามหลัง Possessive Pronoun ไม่ตอ้ งมนี ามตามหลัง สามารถใช้แบบเด่ียว ๆ ได้เลย 6.2 Possessive Adjective / Possessive Pronoun P.A P.P my + นาม mine ของฉนั your + นาม yours ของคุณ his + นามพ his ของเขา her + นาม hers ของหล่อน its + นาม its ของมนั our + นาม ours ของพวกเรา their + นาม theirs ของพวกเขา 7.ให้นักเรียนเตรียมอปุ กรณ์ เพอ่ื ทำโมบาย Possessive Adjective / Possessive Pronoun
โดยให้นักเรียนสรุปการใช้แต่ละตวั ลงในกระดาษโม บายนี้และตกเเตง่ ใหส้ วยงาม วนั ทีส่ อน........................................ ครผู สู้ อน....................................... ผตู้ รวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หน่วยการเรียนตอ้ งมแี ผนการสอนทีม่ กี ารจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนท่ใี ห้นกั เรียนสนุกกับการเรยี น มคี ำถามใหร้ ู้จกั คิด มสี ่อื การสอนท่ี กระตุ้นการเรยี นรู้ และมีประเมินความรูร้ อบดา้ น
โครงสรา้ งแผนการสอนเชงิ ประจกั ษ์ วชิ าภาษาอังกฤษ ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทรพั ย์สถติ ย์วทิ ยาคาร ครูผู้สอนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ หน่วยการเรยี นรู้ คำถามเพอื่ การคิด กิจกรรม Active learning ส่อื การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วนั ที่ ...................... 1.ประโยคถามและตอบ 1.นักเรยี นเปดหนังสือเรียนหนาที่ 4 หวั ขอ A 1.หนังสอื เรยี น Let’s Go 4 เกย่ี วกับบุคคลและ หน่วยการเรยี นรู้ 1 กจิ กรรมท่ีกําลังกระทํา Listen and Say และฝกฟงบทสนทนา โดยครเู ปด Th Edition level 6 หนา 4- School Days อยู เชน Teacher: Which girl CD1 ไฟล 03 จํานวน 1 รอบ 11 แผนท่ี 2 Present is Lisa? Progressive and Past Student: She’s the 2.หนงั สอื เรียน Let’s Go 4 Progressive girl who is writing an (ช่ัวโมงท่ี 3-4) th Edition level 6 essay. Workbook หนา 1-9 3.ปากกาเขียนกระดาน 4.CD 1 Track 03-22 5. Scrab book 2.นกั เรียนฟงไฟลเสียงรอบท่ี 2 โดยช้ตี ามคําท่ีได ยนิ ท้งั น้ี ครูสงั เกตนักเรยี นวาสามารถชี้ตามเสยี งที่ 6. ดนิ สอ สี กระดาษสี กาว ไดฟงถกู ตองหรือไม สต้กิ เกอร์ 3. ครูเรียกนกั เรยี นท่สี ังเกตแลววาสามารถชต้ี ามได ถกู ตองใหแสดงบทบาทสมมติ และหากนักเรียน อานออกเสยี งคําใดไมถูกตอง ใหครูบอกวิธกี ารออก เสียงที่ถูกตอง 4.ครูเปด CD1 Track 12 และใหนักเรียนชตี้ ามรูป และคาํ ทไ่ี ดยิน talking on his cell phone reading a magazine walking in the park drinking some water playing a game
sitting on a bench 5. ครูสุมเรียกนักเรยี นใหอานออกเสียงตาม หมายเลขในหัวขอ A: Learn the Words 6. ใหนกั เรยี นดูภาพในหนา 8 หวั ขอ B: Make sentences และใหนักเรยี นบอกวาแตละคนใน ภาพกำลงั ทําอะไรบาง โดยใชคําศัพทหรือวลจี าก หวั ขอ A ที่เพิง่ เรยี นเม่ือครู 7. ครอู ธิบายสถานการณใหนักเรยี นทราบวา ภาพ ท่ีเหน็ นน้ั เปนเหตุการณในอดีต เราจึงตองใช คํากริยาในรูปของอดีต แตเปนเหตุการณท่ีเกิดขึน้ ในอดีตซอนกัน 2 เหตุการณ โดยท่เี หตุการณหน่ึง กำลงั ดำเนินอยูแลวเกิดอกี เหตกุ ารณหน่งึ จงึ ทําให ตองเลาหรือบอกใหชัดเจนวาเหตกุ ารณใดเกิดขึ้น กอนแลวอีกเหตกุ ารณหนงึ่ จึงเกิดตามมา 8.ครใู หนกั เรยี นอานประโยคใตรูปทว่ี า “Jenny was sitting on a bench when it started to rain.” และถามนักเรียนวาจากภาพที่เหน็ นนั้ เหตุ การณใดเกิดกอน และเหตุการณใดเกดิ ทีหลงั โดย ใหเวลานกั เรียนไดถกเถียงกนั ประมาณ 5 นาที จนแนใจแลววานกั เรียนรูคาํ ตอบท่ถี ูกตอง 9. เม่อื นักเรียนตอบวา sitting on a bench เกิด กอน ใหถามนักเรยี นตอไปวา แลวในขณะท่ี started to rain เกดิ ข้ึนน้นั เหตุการณที่เกดิ กอน คือ sitting on a bench จบส้นิ ไปหรอื ยงั โดยให เวลานักเรียนไดถกเถยี งกันประมาณ 5 นาที จนแน ใจแลววานักเรยี นรูคาํ ตอบท่ีถูกตอง 10. เม่ือนกั เรียนตอบวา sitting on a bench ยัง ไมจบส้ิน ครูจึงเขยี นโครงสรางประโยคของ สถานการณดังกลาว คือ Past Progressive + when + Past Simple บนกระดาน และให นักเรยี นบอกวาเหตุการณใดใช tense อะไร 11.ครใู ช้สไลดอ์ ธิบายเพ่มิ เติมเกย่ี วกบั ทั้งสอง Tense เพิม่ เตมิ โดยเนน้ การเล่าพร้อมภาพให้ นักเรียนจดจำและฝึกสรปุ ด้วยการทำScrab book
*ตามทแ่ี นบมาทา้ ยแผน **ตัวอย่าง Scrab book วันที่สอน........................................ ครผู ู้สอน....................................... ผูต้ รวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หนว่ ยการเรยี นตอ้ งมแี ผนการสอนท่ีมีการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทใี่ ห้นักเรียนสนกุ กบั การเรยี น มีคำถามใหร้ ู้จกั คดิ มสี ือ่ การสอนท่ี กระตุ้นการเรยี นรู้ และมปี ระเมนิ ความรรู้ อบด้าน
โครงสร้างแผนการสอนเชิงประจกั ษ์ วิชาภาษาอังกฤษ ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรียนทรพั ย์สถิตย์วทิ ยาคาร ครูผสู้ อนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ หน่วยการเรยี นรู้ คำถามเพ่อื การคิด กจิ กรรม Active learning สอ่ื การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วนั ท่ี ...................... 1. ครูถามคาํ ถามท่ี 1.ใหนักเรียนดูหัวขอบทอาน The First Ice Pop 1.หนงั สือเรียน Let’s Go 4 หน่วยการเรยี นรู้ 1 School Days เกีย่ วกับเรอ่ื งที่อาน และดภู าพประกอบเร่ืองท่ีจะอาน และใหนักเรยี น Th Edition level 6 หนา 4- แผนท่ี 3 Let’s talk 1. Who made the เดาวา ice pop คืออะไร 11 (ชวั่ โมงท่ี 5-6) first ice pop? คําตอบที่ 2. ครูออกเสยี งคําวา ice pop และใหนักเรยี นออก 2.หนังสอื เรยี น Let’s Go 4 ถกู ตองคือ Frank เสียงตาม โดยใหนกั เรยี นสังเกตวาคําวา pop นนั้ th Edition level 6 เปนสระเสยี งสน้ั Workbook หนา 1-9 3.ครูอธบิ ายใหนกั เรยี นฟงวาเร่ืองท่ีอานนั้น 2. When did Frank เปนเร่ืองทเี่ กิดขนึ้ ในอดีตผานมาแลว ดังนัน้ จึงต้อง 3.Picture Cards หมายเลข make the ice pop? ใชคาํ กริยาท่ีอยูในรูปอดตี ซงึ่ มวี ิธกี ารทําให้เป็น 1-18 คาํ ตอบทีถ่ ูกตองคือ in อดีตได 2 แบบคือ การเปล่ยี นรปู หรือเรียกวา 4.ปากกาเขียนกระดาน 1905 irregular verbsเชน go เปน went หรอื run เปน 5.CD 1 Track 03-22 ran เปนตน และอีกแบบที่พบไดบอยคอื การเติม 6. ดินสอ สี กระดาษสี กาว ed ทีข่ างหลงั คํากรยิ า 4. ใหนกั เรียนหาคําทเี่ ปนรูปอดตี แบบทีล่ งทายดวย ed จากในบทอานออกมา จะได 2 คํา คือ mixed และ pulled 5. ครูออกเสียงคําวา mixed และ pulled และให นกั เรียนสงั เกตวาทั้งสองคาํ ออกเสยี งทายเหมือน หรอื ตางกนั อยางไร 6. เม่อื นกั เรียนทราบวาทั้งสองคําออกเสยี งตางกัน แลว ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมวา นอกจาก 2 คาํ ทพี่ บใน เรอื่ งที่อานแลว โดยทัว่ ไป คํากรยิ าทลี่ งทายดวย ed นนั้ มีวิธีการออกเสยี งทตี่ างกนั ไป โดยให นักเรยี นดูคาํ ท่ี 1-4 ในขอ F
7. ครอู อกเสียงคํากริยาทเี่ ติม ed ในแตละแบบ และใหนกั เรียนเขียนคําอานและวธิ ีการอานออก เสียงลงในหนังสอื ของตนเอง 8.ครูให้นกั เรยี นทดสอบการอ่านของตนเองกับครูที ละคน ครูทำหน้าที่ฟังให้จบและจึงแนะนำการออก เสยี งใหน้ ักเรยี นหลังจากอ่านจบใหถ้ ูกต้อง วนั ท่ีสอน........................................ ครผู ้สู อน....................................... ผตู้ รวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หนว่ ยการเรยี นต้องมแี ผนการสอนทม่ี กี ารจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนท่ใี ห้นกั เรยี นสนุกกบั การเรยี น มีคำถามใหร้ ู้จักคดิ มสี ่ือการสอนท่ี กระตุน้ การเรยี นรู้ และมปี ระเมนิ ความรูร้ อบดา้ น
โครงสร้างแผนการสอนเชงิ ประจกั ษ์ วชิ าภาษาองั กฤษ ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรยี นทรัพยส์ ถิตยว์ ทิ ยาคาร ครูผู้สอนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ หนว่ ยการเรียนรู้ คำถามเพื่อการคดิ กิจกรรม Active learning สือ่ การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วนั ที่ ...................... 1.What are those 1.ครใู หนกั เรียนเปดหนังสือหนา 12 และถาม 1.หนงั สือเรียน Let’s Go 4th animals in the นกั เรยี นวา “Do you know an aquarium?” Edition level 6 หนา 12-19 pictures?” ถานกั เรียนสวนใหญ่ตอบวารูจกั ใหนักเรยี นบางคน 2.หนังสอื เรยี น Let’s Go 4th นักเรยี นตอบวา ลองบอกชือ่ ของพิพิธภณั ฑสตั วนำ้ ทรี่ จู ักมา 1 ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ 2 หากนกั เรียนสวนใหญบอกวาไมรจู ัก ใหนักเรยี นดู Edition level 6 Workbook ภาพ 3 ภาพในหนา 12 และเห็นสตั วอะไรบาง หนา 10-17 At the Aquarium “penguins” และ “shark” ครูถามวา “What are those animals in the 3.Picture Cards หมายเลข ครใู หนักเรียนเดาวา pictures?” 19-42 แผนที่ 1 past participle 2.“What is an นักเรยี นตอบวา “penguins” และ “shark” ปากกาเขียนกระดาน adjectives และใช aquarium?” ครูใหนกั เรียนเดาวา “What is an aquarium?” 4.CD 1 Track 19-32 นักเรียนตอบวา “พิพธิ ภณั ฑสัตวน้ำ” present participle นักเรยี นตอบวา 5. Worksheet Unit 2 2. ครถู ามนกั เรียนวา “Who are in the adjectives “พิพธิ ธภัณฑสตั วน้ำ” pictures?” “Do you know their name?” (ชวั่ โมงท่ี 1-2) นกั เรยี นตอบวา Scott และ Kate 3.นักเรยี นเปดหนังสอื เรยี นหนาท่ี 4 หัวขอ A Listen and Say และฝกฟงบทสนทนา โดยครเู ปด CD1 ไฟล 19 จาํ นวน 1 รอบ
4.นักเรยี นฟงไฟลเสียงรอบท่ี 2 โดยชีต้ ามคําท่ีได ยิน ทัง้ นี้ ครูสงั เกตนักเรยี นวาสามารถช้ตี ามเสียงท่ี ไดฟงถกู ตองหรือไม 5. ครเู รยี กนกั เรียนทส่ี งั เกตแลววาสามารถชต้ี ามได ถูกตองใหแสดงบทบาทสมมติ และหากนักเรยี น อานออกเสียงคาํ ใดไมถกู ตอง ใหครูบอกวธิ กี ารออก เสียงทถ่ี ูกตอง 6. ครูเรียกนกั เรยี นคนอน่ื ๆในหองอีก 2-3 คน เพื่อ แสดงบทบาทสมมติอกี คร้ัง ครูแสดงบัตรคาํ ที่ 19, 21, 23, 25, 27, และ 29 และออกเสียงทลี ะประโยคและใหนักเรยี นออก เสยี งตาม บัตรคําท่ี 19 She was amazed. บัตรคาํ ที่21 He was bored. บตั รคําท่2ี 3 She was interested. บัตรคําที่25 He was tired. บตั รคาํ ท2ี่ 7 He was excited. บัตรคาํ ท2่ี 9 She was scared. 7.ครใู หนกั เรียนสงั เกตประโยคทง้ั 6 ประโยคตาม บัตรคํา และถามคําถามวาใครเปนคนรูสกึ อยางไร และเม่ือนักเรียนตอบวา “เขารูสกึ ...” “เธอรสู กึ ...” ใหนกั เรียนสงั เกตทคี่ าํ ทีอ่ ยูตามหลัง verb to be วามีลกั ษณะอยางไร เมื่อนกั เรยี นตอบวา ลงทายดวย ed ครจู ึงสรปุ ใหนักเรียนทราบวา คํา ประเภทน้ีเรยี กวา participle adjectives คือคาํ คุณศัพทท่นี ํามาใชได 2 แบบ และแบบแรกที่ นักเรียนไดเหน็ ในบตั รคําท่ี 19,21, 23, 25, 27, และ 29 น้ัน เปนการบอกความรูสึกของประธาน ของประโยค นั่นคือ he และ she น่ันเอง
8.ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เกี่ยวกบั participle adjectives ดว้ ยสไลด์ และใหน้ ักเรียน สรปุ ดว้ ย mind map หลงั จากนัน้ ครูรวมเลม่ เพื่อให้ นักเรยี นกลบั มาอ่านทบทวน วันท่สี อน........................................ ครูผู้สอน....................................... ผตู้ รวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หน่วยการเรยี นต้องมแี ผนการสอนทีม่ กี ารจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทีใ่ หน้ ักเรยี นสนกุ กบั การเรยี น มีคำถามใหร้ ้จู ักคดิ มสี ื่อการสอนท่ี กระตุน้ การเรยี นรู้ และมปี ระเมินความร้รู อบดา้ น
โครงสร้างแผนการสอนเชิงประจักษ์ วชิ าภาษาองั กฤษ ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนทรัพย์สถิตยว์ ิทยาคาร ครผู ้สู อนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ หนว่ ยการเรียนรู้ คำถามเพอ่ื การคดิ กจิ กรรม Active learning ส่อื การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วันท่ี ...................... 1.การพูดแสดงความรูสึก 1.ครทู บทวนใหนักเรียนเขาใจวา participle 1.หนงั สอื เรยี น Let’s Go 4th หน่วยการเรียนรู้ 2 At the Aquarium ของตนเอง สามารถใช adjectives นัน้ มี 2 แบบ ไดแก present Edition level 6 หนา 12-19 participle adjectives participle 2.หนงั สือเรียน Let’s Go 4th แผนที่ 2 past เชน I am excited. ได (verb + ing) และ past participle (verb ชองที่ Edition level 6 Workbook participle adjectives 2. present participle 3) และมวี ธิ ีการใชตางกัน คือ หนา 10-17 และการใชpresent adjectives ใชเพื่อบอก - present participle adjectives ใชเพ่ือ 3.Picture Cards หมายเลข participle adjectives บรรยายลกั ษณะของคํานามที่เปนประธานของ (ชัว่ โมงที่ 3-4) ลักษณะของประธานของ ประโยความลี กั ษณะเปนอยางไร เชน 19-42 ประโยค แต past The movie was boring ปากกาเขียนกระดาน participle adjectives ภาพยนตรเรื่องนั้นนาเบือ่ 4.CD 1 Track 19-32 5. past participle ใชเพ่อื บอกความรูสึก - past participle adjectives ใชเพือ่ บรรยาย adjectives / present ความรูสึกของประธานของประโยค เชน participle adjectives ของประธานของประโยค He was bored. เขารสู กึ เบอื่ worksheet เชน The show was 2.ครแู จงจุดประสงคการเรยี นรูใหนักเรยี นทราบ amazing. She was และแจงวาจะใชรปู แบบการเรยี นรูแบบกลุม amazed. 3. นกั เรยี นจัดกลุม ๆ ละ 4-5 คน โดยคละ ความสามารถ ประกอบดวย คนเกง 1 คน ปาน กลาง 2-3 คน คนออน 1 คน (ครูอาจชวยจัดแบ งตามผลการเรยี นกอนหนาไดเชนกัน) 4. แตละกลุมสงตัวแทนออกมารับกระดาษเปลา กลมุ ละ 1 แผน เพื่อเลนเกมที่ 1 คือ A Great Day at the Aquarium
5. ครูเปด CD 1 Track 23 และใหนักเรียนทุกคน ออกเสยี งตามคําศัพทท่ีไดยิน 6.นักเรียนแตละกลุมดรู ูปในหัวขอ B. Make sentences. อานคําถามในภาพ และเขียนประโยค โดยมตี วั อยางรปู ประโยคและคาํ ศัพทท่ีตองใชคือ คําศัพท scary amazing interesting tiring ตวั อยางประโยค The shark was scary. 6. นกั เรยี นแตละกลุมเสนอประโยคบนกระดาน พรอมท้ังออกเสียง และบอกความหมาย โดยมีครู คอยดแู ล แกไขเพ่ิมเติม บางคําท่อี อกเสยี งไม่ ถูกตอง และใหนักเรยี นบันทึกลงสมดุ เฉลยประโยคท่ีถกู ตอง 1. The shark was scary. 2. The lecture was interesting. 3. an aquarium 2. a tour 3. a lecture 4. an exhibit 5. a shark 6. an octopus 7. นักเรียนแตละกลุม สงตวั แทน กลุมละ 2 คน เพ่อื เลนเกมที่ 2 คือ แขงขนั กันแตงประโยคใน หัวขอ C. Make sentences ในหนา 15 หาก นักเรียนแตงประโยคไดถูกตองจะได 1 คะแนน และกลุมท่ีถกู ตองเปนกลุมแรกจะไดคะแนนโบนัส 2 คะแนน เฉลยประโยคท่ีถกู ตอง 1. The exhibit was amazing. She was amazed. 2. The sharks were exciting. He was excited. 3. The lecture was boring. He was bored. 4. The aquarium was interesting. She was interested.
8. ครูสรปุ คะแนน และกลาวชมเชยทุกกกลุมทชี่ วย กันทํางาน โดยแจงนักเรียนวา การแขงขนั ทาํ ให นักเรยี นรูสึกสนุกและกระตือรอื รน และการรวมมอื กนั ตอบคาํ ถามคือสง่ิ สาํ คญั กวาผลของการแขงขัน 8.ครูให้นักเรียนทบทวนการใช้ วนั ท่สี อน........................................ ครูผ้สู อน....................................... ผูต้ รวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หนว่ ยการเรียนตอ้ งมแี ผนการสอนทีม่ ีการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทีใ่ หน้ ักเรยี นสนุกกับการเรยี น มคี ำถามใหร้ จู้ ักคิด มสี ่อื การสอนท่ี กระตนุ้ การเรยี นรู้ และมีประเมินความร้รู อบดา้ น
โครงสรา้ งแผนการสอนเชงิ ประจกั ษ์ วิชาภาษาอังกฤษ ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรยี นทรพั ยส์ ถติ ยว์ ทิ ยาคาร ครูผสู้ อนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ หน่วยการเรยี นรู้ คำถามเพ่อื การคิด กิจกรรม Active learning สอ่ื การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วนั ท่ี ...................... ครูถาม และใหนักเรยี น 1.ครูแบงกลุมนักเรียน กลุมละ 4-5 คน โดยใหนง่ั 1.หนงั สอื เรียน Let’s Go 4th หน่วยการเรียนรู้ 2 ตอบจนครบท้ัง 10 At the Aquarium ประโยค ดงั น้ี หันหนาเขาหากันเพอ่ื ชวยกันคดิ Edition level 6 หนา 12-19 1. What did he say? แผนที่ 3 Let’s talk He said he was 2. ครูวาดผงั เกมสเหมือนในหนังสือหนา 17 โดยมี 2.หนังสอื เรียน Let’s Go 4th (ชว่ั โมงที่ 5-6) amazed. จดุ เริม่ start และมีจุด End โดยมีชองสี่เหลยี่ มเปน 2. What did she say? เสนทางจํานวน 10 ชอง Edition level 6 Workbook She said the squid was scary. 3. ครูแจกกระดาษแผนเลก็ ๆ (ใหสามารถเขียน หนา 10-17 3. What did he say? ประโยคได 1 ประโยค) ใหทุกกลุมๆละ 10 แผน 3.Picture Cards หมายเลข He said she was excited. 4. ครอู ธบิ ายกติกาวา เมื่อครูพูดวา What did 19-42 4. What did she say? She said the lecture he/she say? ในแตละขอ ใหนกั เรยี นปรึกษากัน ปากกาเขยี นกระดาน was boring. 5. What did he say? วาจะตอบอยางไร โดยใชโครงสรางประโยค He / 4.CD 1 Track 19-32 He said they were She said ____________________ และนาํ มา 5.ขวดพลาสติกใสที่ใชแลว tired. สงใหคณุ ครตู รวจ และหากกลุมใดตอบถกู ใหใส อาจเปนขวดน้ําอดั ลมขนาด 1 6. What did she say? คะแนน 1 คะแนน ลิตรขนึ้ ไป She said the turtles 5. ครูถาม และใหนกั เรยี นตอบจนครบทงั้ 10 6. นำ้ ปริมาณประมาณครึ่ง were amazing. ประโยค ดังนี้ 5.1. What did he say? ขวด แยกไวตางหาก ยงั ไมต He said he was amazed. องเทใสขวด 5.2. What did she say? 7. สีฟา (อาจเปนสนี า้ํ หรือผงสี She said the squid was scary. ก็ได) 5.3. What did he say? 8. นำ้ มนั พชื He said she was excited. 9. กากเพชร (เพื่อเพ่ิมความ 5.4. What did she say? สวยงาม) She said the lecture was boring. 5.5. What did he say? He said they were tired.
7. What did he say? 5.6. What did she say? He said the ride was She said the turtles were amazing. exciting. 5.7. What did he say? 8. What did she say? He said the ride was exciting. She said the pedal 5.8. What did she say? She said the pedal boat was tiring. boat was tiring. 9. What did she say? 5.9. What did she say? She said the video She said the video was interesting. was interesting. 5.10. What did he say? 10. What did he say? He said he was scared. He said he was 6. เมื่อทุกกลุมไปถงึ จุด End แลวใหนับคะแนน scared. วาแตละกลุมไดก่ีคะแนน และชมเชยการทํางาน รวมกันของแตละกลุม และใหทกุ คนปรบมือให ตนเอง 7.ใหนักเรียนทาํ แบบฝกหัดใน Workbook หนา 14-15 และนาํ มาสงครูในชว่ั โมงถัดไป 8.ในกจิ กรรมนี้ ควรตองมีการลงมือปฏบิ ตั ิจริงเพือ่ ใหนักเรยี นเขาใจเรอ่ื งทอ่ี านอยางชดั เจน จงึ ใช วธิ ีการdemonstration โดยครูใหน้ กั เรียนเตรียม เตรยี มอปุ กรณ์ ตอไปนี้ 1. ขวดพลาสตกิ ใสที่ใชแลว อาจเปนขวดน้ำอัดลม ขนาด 1 ลติ รขนึ้ ไป 2. น้ำ ปรมิ าณประมาณคร่ึงขวด แยกไวตางหาก ยังไมตองเทใสขวด 3. สีฟา (อาจเปนสีน้ำหรือผงสีกไ็ ด) 4. นำ้ มันพืช 5. กากเพชร (เพื่อเพิม่ ความสวยงาม) 9.เมื่อนกั เรียนพรอมแลว ใหครบู อกนักเรียนวา อุปกรณท่ีใชน้นั มีอะไรบางและใหนักเรียนออกเสยี ง ตาม โดยใหนกั เรียนทีเ่ ปนอาสาสมัครนนั้ ชูอุปกรณ ทีค่ รูเอยชื่อใหเพื่อนดู ดงั น้ี a bottle blue color oil glitter
a bottle cap 10.ครูเปด CD Track 30 ใหนกั เรียนฟง 1 รอบ โดยใหนกั เรียนช้ีตามคาํ ท่ีไดยินไปดวย 11.. ครบู อกใหนักเรียนทําตามข้นั ตอนที่ไดอานไป โดยครอู านทวนซ้ำใหฟง และใหนักเรียนคอยๆ ชวยกัน ปรึกษากันวาตองทําอยางไรในแตละ ขนั้ ตอน 11.1. First, wash a bottle so you can reuse it. Put some water and a little blue color into the bottle. คือ (ขวดสะอาดแลว) ให นกั เรยี นเทน้ำลงในขวดประมาณครง่ึ ขวด และใส สีฟาลงไปผสมใหสีเขากันกับน้ำ 11.2. Next, put oil into the bottle. You can put in some glitter, too. คือ ใหนกั เรยี นเตมิ น้ำมนั ลงในขวด และใสกากเพชรลงไปเพื่อความ สวยงาม 11.3. Put some glue around the bottle cap and close the bottle. Close it tight! คอื ให นํากาวมาทาบรเิ วณฝาขวดและปดฝาขวดใหแนน 11.4. When you move the bottle, you will see waves! ใหนักเรียนลองถือขวดในแนวนอน แลวเอียงขวดไปมา จะเหน็ คล่ืนของน้ำท่ฟี าและ กากเพชร เหมือนคลืน่ ของน้ำทะเล 12. ใหนกั เรยี นในหองฟง CD Track 30 อีกคร้งั เพ่ือทบทวนสิง่ ที่อาน และหากมีคําศัพทใดท่ีไมเขา้ ใจใหยกมือถามครูได
วันที่สอน........................................ ครูผสู้ อน....................................... ผตู้ รวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หน่วยการเรียนต้องมแี ผนการสอนที่มีการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทใี่ หน้ กั เรยี นสนุกกับการเรยี น มีคำถามใหร้ ูจ้ กั คดิ มสี ื่อการสอนท่ี กระตุ้นการเรยี นรู้ และมีประเมินความรรู้ อบดา้ น
โครงสร้างแผนการสอนเชิงประจักษ์ วชิ าภาษาอังกฤษ ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทรพั ย์สถิตยว์ ิทยาคาร ครผู ้สู อนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ หนว่ ยการเรยี นรู้ คำถามเพือ่ การคิด กจิ กรรม Active learning สื่อการสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วันที่ ...................... ครูต้ังคำถามเกี่ยวกบั การ 1.ในกิจกรรมนี้ ครูจะตองเตรียมแผนผังครอบครวั 1.หนังสอื เรียน Let’s Go 4th ซื้อสนิ ค้าต่างๆ เพือ่ ประกอบกับการเรียนรู โดยครอู าจใชเปน Edition level 6 หนา 22-29 หน่วยการเรยี นรู้ 3 Teacher: How about future board เพ่ือดพู รอมกันทั้งหอง หรือทาํ ลง 2.หนงั สอื เรยี น Let’s Go 4th Going Shopping a scarf? ในกระดาษและสําเนาใหนกั เรยี นทุกคน Edition level 6 Workbook Student: That’s a หนา 20-27 แผนท่ี 1 conversations great idea! 2.ครูใหนักเรยี นชวยกนั เตมิ คาํ ศัพททเ่ี กี่ยวกบั 3.Picture Cards หมายเลข about buying gifts Teacher: What ครอบครัว 43-62 (ช่ัวโมงที่ 1-2) should she get her 3. ครูแสดงใหนกั เรียนดูผัง Family Tree 4.ชอลก ปากกาเขียนกระดาน mother? 4.ในทนี่ ีค้ รูสามารถใช้ Family Tree จากเว็ปไซด์ 5.CD 1 Track 37-51 Student: She should https://wordwall.net/th/resource/281183/f 6.Worksheet Unit 3 get her mother a amily-tree เพอ่ื ใช้แบบอิเล็กทรอนิกส์ (Family tree) bracelet 5.นกั เรยี นอานบทสนทนาในหนา 22 หากมีคําใดที่ 7.บอร์ดโครงสรา้ งประโยค Teacher: Should I นกั เรียนออกเสียงผดิ หรอื ออกเสียงไมได ใหทํา about buying gifts get my sister a เครื่องหมายไวในหนงั สือ 8. necklace or a ring? 6. หลังจากนักเรยี นแสดงบทบาทสมมติแลว ครูเป https://wordwall.net/th/r You should get her a ด CD 1 Track 37 ใหนักเรยี นฟง และใหเขยี นคํา esource/281183/family- ring. อานทนี่ ักเรียนทําเครื่องหมายไว tree (เกมFamily tree) Student: They should get him a novel.
7.นักเรียนฟงไฟลเสยี งรอบท่ี 2 โดยชต้ี ามคําท่ีได ยิน ทั้งนี้ ครสู งั เกตนักเรยี นวาสามารถชต้ี ามเสยี งท่ี ไดฟงถกู ตองหรือไม 8.นักเรียนฟง CD Track 38 และออกเสียงตาม 9.ครูอธบิ ายความหมายและการใชประโยค 2 ประโยคทีน่ ักเรยี นไดฟง How about a scarf? ใชเพื่อเสนอความเห็นให ซือ้ ผาพันคอ That’s a great idea! ใชเพื่อแสดงความเหน็ ดวย วาเปนความคดิ ท่ีดี 10. ครูอธบิ ายใหนักเรยี นรูวาคาํ วา get ในบท สนทนานี้ หมายความวา buy ชว่ั โมงท่ี 2 1.ครูแสดงบตั รคาํ ท่ี 43 – 48 และใหนักเรยี นออก เสยี งทลี ะคาํ บัตรคาํ ที่ 43 a scarf บัตรคาํ ท4ี่ 4 a bracelet บัตรคาํ ท4ี่ 5 a box of chocolates บัตรคําที่46 a cookbook บตั รคําที่47 a DVD บตั รคําท4ี่ 8 a book 11.ครเู ปด CD 1 Track 39 เพื่อใหนักเรียนฟง การออกเสยี งท่ถี ูกตองและพูดตามคาํ ศพั ทแตละคาํ ทงั้ หมด 3 รอบ 12. ครเู ขยี นประโยคบนกระดาน
What should she get her ________? She should get him/her __________. 13.ครอู ธบิ ายประโยคบนกระดานวา ในการขอ ความคดิ เห็นวาควรจะซอ้ื อะไรใหใครนัน้ จะใชรูป ประโยควา 14.ครใู หน้ กั เรียนสรปุ ความรู้ดว้ ยการทำ Family tree ของตนเอง วันท่ีสอน........................................ ครูผู้สอน....................................... ผู้ตรวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หนว่ ยการเรยี นตอ้ งมแี ผนการสอนที่มีการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนท่ใี ห้นักเรียนสนุกกบั การเรยี น มีคำถามใหร้ ้จู ักคิด มสี ่ือการสอนที่ กระต้นุ การเรยี นรู้ และมปี ระเมินความรรู้ อบด้าน Name: ……………………………………………………………………………………………………….. Class: ………………… No: ……………………
โครงสร้างแผนการสอนเชงิ ประจักษ์ วิชาภาษาองั กฤษ ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โรงเรียนทรพั ย์สถติ ย์วิทยาคาร ครผู สู้ อนนางสาวพิมพอ์ นงค์ มงคลการ หน่วยการเรยี นรู้ คำถามเพ่ือการคดิ กจิ กรรม Active learning สื่อการสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วนั ท่ี ...................... 1.นกั เรียนจับคู และผลดั 1.ครใู หนักเรยี นอาน family member ในขอ C 1.หนังสือเรียน Let’s Go 4th หนว่ ยการเรยี นรู้ 4 กนั ถามคําถามและตอบ หนา 23 ไดแก Edition level 6 หนา 22-29 Going Shopping โดยเปล่ยี นสมาชกิ ใน 1. Mother 2. Father 2.หนังสอื เรียน Let’s Go 4th ครอบครวั และของขวัญ 3. Grandmother 4. Grandfather Edition level 6 Workbook แผนท่ี 2 direct และ ท่ีจะซื้อให 2. สมุ ใหนกั เรียนจบั คูของขวญั ท่เี หมาะสมกบั หนา 20-27 indirect objects สมาชกิ ในครอบครัวทง้ั 4 คน พรอมท้ังถามเหตุผล 3.Picture Cards หมายเลข (ชว่ั โมงที่ 3-4) Question: What ที่ 43-62 should she get her เลือกสิง่ ของนั้นๆ โดยพยายามถามใหทั่วหอง เพือ่ 4.ปากกาเขียนกระดาน mother? ใหนักเรียนไดแสดงความคดิ เหน็ ทอี่ าจจะมีความ 5.CD 1 Track 37-51 Answer: She should แตกตางกัน 6.https://www.youtube.c get her ____สิ่งของ 4. ครูเปด CD Track 40 ใหนักเรียนอานตาม om/watch?v=ZQiaXvHma ตามทน่ี กั เรียนเลือก ประโยค จนแนใจวานักเรยี นออกเสยี งคําและ 6M (วิดโี อ direct และ เอง____. ประโยค indirect objects) ไดถูกตอง 5. นักเรียนจับคู และผลัดกนั ถามคําถามและตอบ โดยเปลีย่ นสมาชิกในครอบครัวและของขวัญทจ่ี ะ ซอ้ื ใหจนครบ 4 คน Question: What should she get her mother? Answer: She should get her ____ส่ิงของ ตามท่นี ักเรยี นเลือกเอง____. Question: What should she get her father?
Answer: She should get him ____สงิ่ ของ ตามทนี่ ักเรียนเลือกเอง____. Question: What should she get her grandmother? Answer: She should get her ____สิง่ ของ ตามที่นักเรียนเลือกเอง____. Question: What should she get her grandfather? Answer: She should get him ____สิ่งของ ตามที่นกั เรียนเลือกเอง____. 6.ใหนกั เรยี นทาํ แบบฝกหดั ในหนงั สอื Let’s Go 6 Workbook หนา 20-21 7.ครใู หนักเรียนดรู ูปและฟง CD1 Track 43 และใหนักเรยี นหาคําตอบท่ีถูกดองวาแตละคนจะ ซอื้ อะไรใหใคร โดยเปดใหนักเรียนฟง 2 รอบ 8.ครูถามนักเรียนดวยประโยคตอไปน้ี 1. Who did Jenny buy a gift for? 2. Who did Scott buy a gift for? 3. Who did Andy buy a gift for? 9. นกั เรียนตอบดงั น้ี 1. Who did Jenny buy a gift for? Her sister 2. Who did Scott buy a gift for? His father 3. Who did Andy buy a gift for? His mother 10. ครถู ามตอไปวาแตละคนจะซ้ืออะไรเปนของ ขวัญ 1. What should Jenny get her sister? 2. What should Scott get his father? 3. What should Andy get his mother? 11. นกั เรียนตอบ ดงั น้ี
1. What should Jenny get her sister? A ring. 2. What should Scott get his father? A model. 3. What should Andy get his mother? A novel. 12.คณุ ครชู ี้ให้นักเรียนเหน็ รปู ประโยคตา่ งๆทีไ่ ด้ อธิบายมา เชน่ What should Scott get his father และเริม่ อธิบายเร่อื งประโยคท่ีมี objects 2 แบบ ไดแก direct และ indirect objects ท่ีใชคํากริยา ทีห่ ลากหลาย https://www.youtube.com/watch?v=ZQiaX vHma6M 13.ครูใชว้ ดิ ีโอขา้ งต้นในการเร่ิมอธิบายใหน้ กั เรยี น ฟงั และเปรยี บเทยี บสถานการณแ์ บบเห็นภาพ ชัดเจนมากข้นึ Direct Object (D.O.) จากประโยคตวั อย่างข้างตน้ a letter จะถึงว่าเปน็ “Direct Object” (กรรมตรง) เพราะเป็นกรรมที่ ถูกกระทำโดยตรงจากกริยา ลองดตู ัวอยา่ งอีกสัก ประโยค Hugo repairs his car. Hugo = ประธาน
กระทำกริยา repair (ซ่อม) รถของเขา (his car) เปน็ กรรมทถี่ ูกกระทำ (ซ่อม) โดยตรงนน่ั เอง He invites Luna to the party. He = ประธาน กระทำกริยา invite (เชญิ ) Luna เปน็ Object ท่ถี กู เชญิ มางานปารต์ ้นี น่ั เอง Indirect Object (I.O.) สำหรับ “Indirect Object” (กรรมรอง) นน่ั คือ กรรมทเี่ ป็น “ผรู้ ับ” ผลจากกรรมตรงอีกทอดหนึง่ โดยท่ี I.O. น้นั จะมาเด่ยี วๆ ไม่ได้ จะต้องมี D.O. กอ่ นเสมอ ตวั อยา่ งเช่น I write a letter. สามารถเพ่ิม Indirect Object เขา้ ไปได้ 2 รูปแบบ คอื I write a letter to you. หรอื I write you a letter. (ทง้ั 2 ประโยคแปลวา่ ฉนั เขียนจดหมายถึงคุณ) เราทราบอยแู่ ลว้ วา่ “letter” นั้นเป็น D.O. และ เราต้องการเพิ่ม “ผู้รับ” คือ “you” เข้าไปดว้ ย ฉะนน้ั you จะถือวา่ เป็น I.O. เพราะเปน็ “ผู้รับ” จดหมายมานนั่ เอง หรืออีกตัวอยา่ งหน่งึ My mom bought a bike. (แมข่ องฉันซ้ือจักรยาน) bike = D.O. เพราะถกู ซอื้ มา เม่อื เพ่ิมผู้รบั (Indirect Object) เขา้ ไปจะไดว้ ่า My mom bought a bike for me. หรอื My mom bought me a bike. (ทงั้ 2 ประโยคแปลว่า แม่ซ้ือจกั รยานให้ฉนั ) bike = D.O. เหมอื นเดมิ
me = I.O. เพราะฉัน “ไดร้ บั ” จักรยานมาอกี ที 14. ครใู ห้เวลานักเรยี นในการจดรายละเอยี ดลง สมดุ ใหเ้ รยี บรอ้ ย 15.ใหนกั เรียนทาํ แบบฝกหดั ใน Workbook หนา 26-27 และนาํ มาสงครูในชวั่ โมงถัดไป วันทส่ี อน........................................ ครผู ู้สอน....................................... ผูต้ รวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หนว่ ยการเรียนตอ้ งมแี ผนการสอนที่มีการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนทใี่ หน้ ักเรียนสนุกกับการเรยี น มีคำถามใหร้ ู้จักคิด มสี ่ือการสอนท่ี กระตุน้ การเรยี นรู้ และมีประเมนิ ความรรู้ อบดา้ น
โครงสรา้ งแผนการสอนเชิงประจักษ์ วิชาภาษาองั กฤษ ระดับช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นทรัพย์สถิตย์วิทยาคาร ครผู สู้ อนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ หน่วยการเรยี นรู้ คำถามเพอ่ื การคิด กจิ กรรม Active learning ส่อื การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วันท่ี ...................... Question: What did 1.นกั เรียนอานเรื่อง Happiness is a Clean Park 1.หนังสือเรยี น Let’s Go 4th หน่วยการเรยี นรู้ 4 the park look like ดวยตนเองหรือเปนกลุมเลก็ ๆกับเพ่ือน Edition level 6 หนา 22-29 Going Shopping before they cleaned 2.หนงั สือเรยี น Let’s Go 4th it up? 2. ครูใหนักเรียนตอบคาํ ถามในขอ B คือ Edition level 6 Workbook แผนที่ 3 Let’s Read คาํ ตอบคอื ugly 2.1. What did the park look like before หนา 20-27 (ชวั่ โมงที่ 5-6) Question: What did they cleaned it up? 3.Picture Cards หมายเลข the park look like คําตอบคือ ugly 43-62 after they cleaned it 2.2. What did the park look like after they 4. ปากกาเขยี นกระดาน up? cleaned it up? 5.CD 1 Track 37-51 คาํ ตอบคอื beautiful คําตอบคอื beautiful 6.เร่ือง Happiness is a 3.ใหนักเรยี นในหองฟง CD Track 49 และชตี้ าม Clean Park คาํ ทไ่ี ดยนิ และหากมคี าํ ศัพทใดทีไ่ มเขาใจ ใหยก มอื ถามครูได 4.หลังจากน้ันครใู ห้เวลานกั เรียนในการฝกึ สนทนา กับเพ่ือน และแสดงบทบาทสมมติ Role play ทดสอบการสนทนากับครู กจิ กรรมยอยท่ี1 C: Understand the vocabulary 1. ครพู ดู ประโยคจากเรื่องอานไปเมื่อสักครู
I’ve lived next to this park since I was a baby, 2. ครถู ามนักเรยี นวา since I was a baby ตรง กับรปู ภาพในขอใด 3. นกั เรียนตอบวา ภาพ a กิจกรรมยอยที่2 E: Listen and write. 1. ครใู หนกั เรยี นดูภาพที่ 1-5 ในหนา 29 หัวขอ E: Listen and write. Do you hear /au/ or /oo/? และเตมิ คาํ ศพั ทท่ีถกู ตองลงไป 2. ครใู หนักเรยี นเติมตวั อักษรในชองวางท่ีหายไป โดยใหนกั เรียนทจี่ าํ ตวั สะกดไมได ยอนกลบั ไปดูใน เร่ืองที่อานในหนา 28 3. ครเู ปด CD1 Track 51 และใหนักเรียนออก เสยี งตาม 1. broom 2. August 3. afternoon 4. moon 5. autumn 4. ใหนักเรยี นแยกคาํ 5 คํา ออกเปน 2 กลมุ ตา มลักษณะการออกเสยี ง 5. ครเู ฉลยวา เสยี ง /au/ ไดแก August และ autumn สวนเสียง /oo/ ไดแก broom, afternoon และ moon 6. ใหนักเรียนจบั คแู ละฝกออกเสียง โดยครเู ดนิ สังเกตการณและหากพบนกั เรียนท่อี อกเสยี งผิด ให ชวยแกไขใหนักเรยี นดวย โดยใชเวลาประมาณ 5 นาที กิจกรรมยอยที่3 F: Learn about words. Read and write. 1. ครูอธิบายใหนักเรยี นฟงวาคําในภาษาองั กฤษ นนั้ มหี ลายคําท่ีใชการเตมิ คาํ ขางหลงั หรอื เรยี กวา suffix เพื่อเปล่ยี นหนาท่ีของคําน้ัน เชน ในเรือ่ งท่ี นกั เรยี นไดอานไปนัน้ มึคําวา happiness และ
kindness ซ่งึ เกิดจากคาํ คุณศัพท หรือ adjective มาเติม ness แตหากคาํ คุณศัพทนั้นลงทายดวย y ตองเปลย่ี น y เปน iเสยี กอน แลวจงึ เติมคาํ วา ness 2. ใหนกั เรยี นเขยี นคุณศัพทที่ถกู นาํ มาตอทายดวย คําวา ness ในแบบฝกหัดขอ F ในหนาท่ี 29 3. ครูสุมเรยี กนักเรยี น หรอื ขออาสาสมัครในการ ตอบคาํ ถามทง้ั 4 ขอ 4. ครเู ฉลย ดงั นี้ 1. sad 2. happy 3. light 4. heavy 5. ครูใหนักเรียนลองนึกวารูจักคาํ ลักษณะเดียวกนั นอ้ี กี หรือไม หากนักเรียนตอบ ใหครูตรวจสอบ ความถูกตอง หรือหากนักเรียนไมทราบ ครูอาจจะ ยกตวั อยางคํางายๆ เชน weakness, loveliness เปนตน 6.นกั เรียนทำแบบฝึกหัดหนา้ ท่ี 29 วันที่สอน........................................ ครผู สู้ อน....................................... ผตู้ รวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หน่วยการเรียนต้องมแี ผนการสอนทมี่ กี ารจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนท่ีให้นกั เรียนสนกุ กบั การเรยี น มีคำถามใหร้ จู้ กั คิด มสี ื่อการสอนที่ กระต้นุ การเรยี นรู้ และมีประเมินความร้รู อบดา้ น
โครงสร้างแผนการสอนเชงิ ประจักษ์ วิชาภาษาอังกฤษ ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรยี นทรพั ยส์ ถติ ยว์ ทิ ยาคาร ครูผู้สอนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ หน่วยการเรยี นรู้ คำถามเพ่อื การคิด กจิ กรรม Active learning ส่ือการสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วนั ท่ี ...................... การถามตอบเกย่ี วกับ การใช้ present perfect ใบงาน present perfect หนว่ ยการเรยี นรู้ 5 ประสบการณ์ทีค่ นอื่น Present Perfect Tense เปน็ Tense เป็น Explore the world หรอื ตนเองเคยทำ เหตกุ ารณ์ในอดตี ทม่ี ผี ลตอ่ เน่ืองถึงปจั จบุ ัน ประสบสามารถใช้ โครงสรา้ งของ Present Perfect Tense คือ แผนที่ 1 present perfect เช่น Subject + has / have + V3 (ชว่ั โมงท่ี 1-2) Have you met Anh? และ Yes, I have. หรือ has / have ผันตามประธาน ดังนี้ No, I haven’t. - ประธานเป็นเอกพจน์ (He, She, It, John, Jane) ใช้ Has - ประธานเป็นพหูพจน์ (I, You, We, They, The dogs, Students) ใช้ Have หลักการใช้ Present Perfect Tense คือ 1. ใช้กับเหตุการณ์ท่เี พ่ิงจบไป หรือเพิง่ จบลงใหม่ ๆ มักจะมคี ำวา่ just, already หรอื yet ใน ประโยค เช่น Has the train arrived yet? (รถไฟมาถึงหรือยงั ) Daniel has just informed us where to meet tomorrow. (แดเนยี ลเพงิ่ แจง้ เราว่าพรุ่งน้ีจะใหไ้ ปเจอกันท่ี ไหน)
2. ใชก้ ับเหตกุ ารณ์ทีเ่ กิดข้นึ ตัง้ แต่อดีตและมีผลหรือ ยงั คงสภาพจนถึงปจั จุบัน แตเ่ หตุการณ์นน้ั ไดจ้ บลง ไปแลว้ โดยสว่ นใหญจ่ ะมคี ำว่า since, for, ever since, so far อยใู่ นประโยค เชน่ I’ve known her for years. (ฉันร้จู ักเธอมาหลายปีแล้ว) Wendy has lived here ever since. (เวนด้อี ยทู่ น่ี ่ีมาต้งั แต่บัดนั้น) 3. ใช้ในการเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะมี คำวา่ never, ever, once, twice รวมอยดู่ ว้ ย เช่น Have you ever been to Japan? (คณุ เคยไปประเทศญี่ปุน่ ไหม) She has been to Japan twice. (เธอเคยไปญป่ี ุ่นสองครง้ั ) 4. ใชใ้ นโครงสรา้ ง If-clause แบบท่ี 1 ในส่วนของ เงื่อนไขทแี่ สดงวา่ ถา้ ทำเหตกุ ารณห์ น่งึ เสร็จแลว้ อกี เหตุการณจ์ ะเกิดข้ึน เช่น The children can go out, if they have finished their homework. (เด็ก ๆ สามารถออกไปเล่นขา้ งนอกได้ ถา้ พวก เขาทำการบา้ นเสรจ็ ) สรุป นกั เรียนทบทวนการใช้ present perfect tense ด้วยการทำ worksheet วันท่ีสอน........................................ ครูผูส้ อน....................................... ผู้ตรวจสอบ ………………………….
กิจกรรม ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกล่มุ และแบ่งประโยค จากในใบงานเพื่อช่วยกนั หาคำตอบโดยครใู ห้ ประโยค โดยแต่ละกลุ่ม จะได้ประโยคกล่มุ 5 ประโยค เพื่อแก้ไขประโยคให้เป็น passive หาก กลมุ่ ใดแกไ้ ขได้ถูกต้องจะไดร้ ับคะแนนพิเศษจาก คุณครู สรปุ นกั เรียนทบทวนการใช้ present perfect tense ด้วยการทำ worksheet วนั ทีส่ อน........................................ ครูผ้สู อน....................................... ผู้ตรวจสอบ …………………………. หมายเหตุ หนว่ ยการเรยี นต้องมแี ผนการสอนที่มกี ารจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนที่ให้นกั เรียนสนกุ กบั การเรยี น มีคำถามใหร้ ู้จกั คดิ มสี ื่อการสอนท่ี กระตนุ้ การเรยี นรู้ และมีประเมนิ ความรรู้ อบดา้ น
โครงสรา้ งแผนการสอนเชิงประจกั ษ์ วิชาภาษาองั กฤษ ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นทรัพยส์ ถิตย์วิทยาคาร ครผู สู้ อนนางสาวพิมพ์อนงค์ มงคลการ หน่วยการเรยี นรู้ คำถามเพอื่ การคิด กิจกรรม Active learning สอ่ื การสอน แผนการสอน ใบงาน/แบบทดสอบ วันท่ี ...................... การถามตอบเกี่ยวกบั 1.ครูจำลองสถานการณ์ข้นึ โดยสมมุตวิ ่าสุนัขกัด โปสเตอร์ passive voice หน่วยการเรียนรู้ 5 ประสบการณ์ทค่ี นอ่นื เรา และเปล่ยี นสถานการณเ์ ป็นคนกดั สุนขั บ้าง ใบงาน passive voice Explore the world หรอื ตนเองเคยทำ เพอื่ เขา้ สู่โครงสร้าง passive voice ประสบสามารถใช้ ตวั อยา่ งเก่ียวกับ passive voice แผนที่ 2 present perfect เชน่ My son was bitten by a dog จะเหน็ เลยว่าใน (ชั่วโมงท่ี 3-4) Have you met Anh? ประโยคนปี้ ระธานเป็นผทู้ ่ีถูกกระทำคือ My son และ Yes, I have. หรอื แตถ่ ้าเราใช้เป็นประโยคแบบว่า A dog bit my No, I haven’t. son ประธานจะเปล่ยี นเปน็ A dog เป็นสิ่งที่ กระทำ ดังนน้ั My son was bitten by a dog เป็นประโยค passive voice ส่วน A dog bit my son เป็นประโยค Active Voice. โครงสร้าง passive voice ของ Present Tense Sim S + is am are + V3 Con S + is am are + being + V3 Per S + have has + been + v3 Per Con S + have has + been + being + V3 โครงสร้าง passive voice ของ Past Tense Sim S + was were + v3 Con S + was were + being + V3 Per S + had + been + v3 Per Con S + had + been + being + V3 โครงสรา้ ง passive voice ของ Future Tense Sim S + will + be + V3
Search