๔๐
๔๑ ¤ÓÊèѧ¡ÃÁμÓÃǨ ·èÕ ñòñò/òõó÷ àÃÍè× § ÁÒμáÒäǺ¤ØÁáÅÐàÊÃÁÔ ÊÃÒŒ §¤ÇÒÁ»ÃоÄμÔ áÅÐÇÔ¹ÂÑ ¢ÒŒ ÃÒª¡ÒÃμÓÃǨ ------------------------------ ขาราชการตํารวจมีอํานาจหนาท่ีรักษาความสงบเรียบรอยภายในราชอาณาจักร เพ่อื บําบดั ทกุ ข บํารุงสขุ ใหแ กป ระชาชน รกั ษากฎหมายเกยี่ วแกก ารกระทาํ ผิดในทางอาญา และดูแล รักษาผลประโยชนของสาธารณะ การปฏิบัติหนาท่ีของขาราชการตํารวจ จึงตองยึดถือ กฎหมาย ระเบยี บ ขอบงั คบั คาํ ส่งั ตลอดจนแบบแผนธรรมเนียมเปน หลกั สําคัญ ปจจุบันมีขาราชการตํารวจบางคนประพฤติตนหรือปฏิบัติหนาท่ีราชการ โดยไมยึดถือ กฎหมาย ระเบยี บ ขอ บงั คบั คาํ สง่ั แบบแผนธรรมเนยี ม เปน เหตใุ หถ กู วพิ ากษว จิ ารณจ ากประชาชน เกิดความเสียหายตอภาพลักษณของกรมตํารวจและขาราชการตํารวจโดยสวนรวม ประชาชนขาด ความเลื่อมใสศรัทธา ซ่ึงสงผลกระทบตอการบริหารราชการของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทยและ กรมตํารวจ ความเสียหายที่เกิดข้ึนตามท่ีกลาวมาแลวขางตน สาเหตุสวนหน่ึงเกิดจากผูบังคับบัญชา ใกลชิดของขาราชการตํารวจไมกวดขัน กํากับ ดูแล สอดสองความประพฤติ และพฤติกรรมของ ขาราชการตํารวจภายใตการปกครองบังคับบัญชา ใหปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ คําส่ัง แบบแผนธรรมเนียมของทางราชการอยางสมํ่าเสมอโดยใกลชิด กรมตํารวจมีความจําเปน เรงดวนตองสรางขวัญ กําลังใจ ความสามัคคี ภาพลักษณของกรมตํารวจใหดีข้ึน และ สรางความเช่ือถือศรัทธาแกประชาชน เพื่อใหยอมรับวา ขาราชการตํารวจเปนมิตรที่ดีของประชาชน เปนผูพิทักษสันติราษฎรอยางแทจริง จึงเห็นสมควรปรับปรุงมาตรการควบคุม และเสริมสราง ความประพฤตแิ ละวนิ ยั ขา ราชการตาํ รวจ เพอื่ ใหบ งั เกดิ ผลในทางปฏบิ ตั อิ ยา งจรงิ จงั โดยใหย กเลกิ คาํ สง่ั กรมตาํ รวจดงั ตอ ไปน้ี คือ - คาํ สง่ั กรมตาํ รวจที่ ๔๕๕/๒๕๒๘ ลงวนั ที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๒๘ เรอ่ื ง มาตรการควบคมุ ความประพฤติและกวดขันระเบยี บวนิ ยั ขา ราชการตาํ รวจ - คําสั่งกรมตํารวจท่ี ๘๗๔/๒๕๓๑ ลงวันท่ี ๘ กันยายน ๒๕๓๑ เร่ือง กวดขัน การรักษาระเบียบวนิ ยั ของขา ราชการตํารวจ - คาํ สงั่ กรมตาํ รวจที่ ๑๓๗๐/๒๕๓๒ ลงวนั ท่ี ๑๙ ตลุ าคม ๒๕๓๒ เรอ่ื ง มาตรการควบคมุ ความประพฤติของขา ราชการตํารวจ
๔๒ - คาํ สงั่ กรมตาํ รวจที่ ๗๑๘/๒๕๓๗ ลงวนั ท่ี ๓๐ มถิ นุ ายน ๒๕๓๗ เรอ่ื ง มาตรการควบคมุ ความประพฤติและกวดขนั ระเบยี บวินัยขา ราชการตาํ รวจ ใหทุกหนวยถือปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและเสริมสรางความประพฤติ และวินัย ขาราชการตํารวจดังตอไปนี้ ๑. หลักการ ๑.๑ ขาราชการตํารวจจักตองเปนผูประพฤติปฏิบัติตนใหเหมาะสมแกหนาท่ี ในฐานะเปนผูรักษากฎหมาย ตองรักษาวินัยตามระเบียบแบบแผนของกรมตํารวจโดยเครงครัด ตองถือปฏิบัติตามคุณธรรมตํารวจ คานิยมของตํารวจ อุดมคติของตํารวจ หลักการสําคัญสําหรับ อาชพี ตาํ รวจ และขอ ปฏบิ ตั สิ าํ หรบั อาชพี ตาํ รวจ ตามทก่ี าํ หนดไวใ นคาํ สง่ั กรมตาํ รวจที่ ๑๓๘๘/๒๕๒๕ ลงวันท่ี ๒๔ กันยายน ๒๕๒๕ ๑.๒ ใหผ ูบงั คับบญั ชามีหนาท่ีดงั น้ี ๑.๒.๑ เสริมสรางและพัฒนา ใหผูใตบังคับบัญชามีวินัย โดยการ ปฏิบัติตนเปนแบบอยางที่ดี การฝกอบรม การสรางขวัญและกําลังใจ การจูงใจหรือการอื่นใด ในอันที่จะเสรมิ สรางและพัฒนาทศั นคติ จิตสาํ นกึ และพฤติกรรมของผใู ตบ ังคบั บญั ชาใหเปนผทู ่มี ีวนิ ัย ๑.๒.๒ ปองกันมิใหผูใตบังคับบัญชากระทําผิดวินัย โดยการเอาใจใส สังเกตการณขจัดเหตุที่อาจกอใหเกิดการกระทําผิดวินัยในเรื่องอันอยูในวิสัยท่ีจะดําเนินการปองกัน ตามควรแกกรณี และตองกวดขัน ควบคุม กํากับดูแล การปฏิบัติหนาท่ีของผูใตบังคับบัญชา ใหเปนไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการอยางถูกตอง มีประสิทธิภาพ เปนผลดี ตอ ทางราชการ ๑.๒.๓ ดาํ เนนิ การทางวนิ ยั แกผ ใู ตบ งั คบั บญั ชาทนั ที เมอื่ ปรากฏกรณมี มี ลู ควรกลาวหาวาผูใตบงั คบั บัญชาผใู ดกระทําผิดวนิ ัย โดยมพี ยานหลักฐานในเบื้องตนอยูแลว กรณีขาราชการตํารวจถูกฟองคดีอาญา หรือตองหาวากระทําผิด อาญา เวนแตเปนการปฏิบัติหนาที่ดวยความซื่อสัตยสุจริตหรือถูกกล่ันแกลงกลาวหา ผูบังคับบัญชา จักตองดําเนินการทางวินัยและทางคดีอาญาตามกฎหมาย ระเบียบ โดยเฉียบขาด รวดเร็วและทัน ตอ เหตกุ ารณ ๑.๒.๔ ปกครองดูแลผูใตบังคับบัญชาดวยความเที่ยงธรรมเสมอหนากัน ในการพจิ ารณาบาํ เหนจ็ ความชอบและการแตง ตงั้ โยกยา ยตอ งพจิ ารณาดาํ เนนิ การดว ยความเปน ธรรม ตามกฎเกณฑของกรมตํารวจโดยเครง ครดั ๒. มาตรการควบคุม ๒.๑ หนวยงานท่ีมีผูบังคับบัญชาระดับรองหรือผูชวย ใหหัวหนาหนวยงาน มอบหมายการปกครองบังคับบัญชาใหผูบังคับบัญชาระดับรองหรือผูชวยรับผิดชอบหรือรวมรับผิดชอบ ในการปกครองหรือกวดขัน ควบคุม กํากับ ดูแลผูใตบังคับบัญชาใหแจงชัด เพื่อผูบังคับบัญชา ระดับรองหรือผูชวย จะไดรวมกันกวดขัน ควบคุม กํากับ ดูแลผูใตบังคับบัญชาในหนวยนั้น ๆ อยางท่ัวถึงโดยหัวหนาหนวยงานผูมอบหมายตองรวมรับผิดชอบ กวดขัน ควบคุม กํากับดูแล กับผบู งั คบั บญั ชาระดบั รองหรือผูช วยอยางใกลชดิ ดว ย
๔๓ การมอบหมายการปกครองบงั คบั บญั ชาดงั กลา วขา งตน ใหท าํ เปน คาํ สงั่ ระบุ ใหช ัดเจนวาผูบงั คบั บัญชาคนใดรบั ผิดชอบตอผใู ตบังคับบญั ชาคนใดบา งลดหล่นั กนั ลงไป ๒.๒ เม่ือทราบหรือพบวา ผูใตบังคับบัญชากระทําผิดทางอาญาหรือวินัย หรือ มีพฤตกิ ารณที่ไมเหมาะสมหรืออนั อาจกอใหเ กิดความเสียหาย ตอ งรีบดาํ เนินการแกไข หากเปนกรณี ที่กระทําผดิ กฎหมาย ระเบยี บ ขอบังคบั คาํ ส่งั แบบแผน ธรรมเนยี ม ตองรบี ดาํ เนนิ การตามอํานาจ หนาทโ่ี ดยเฉยี บขาดทันที และทนั ตอเหตกุ ารณ ๒.๓ ผูบังคับบัญชาที่ละเลย นอกจากจะตองถูกพิจารณาความบกพรอง ถูกงด การขอเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนประจําป หรือถูกงดบําเหน็จความชอบ และงดการเลื่อนตําแหนง สงู ขน้ึ ในรอบปแ ลว ใหพ จิ ารณาแตง ตง้ั ปรบั เปลย่ี นตาํ แหนง หนา ท่ี หรอื เปลยี่ นแปลงหนา ทรี่ บั ผดิ ชอบ เพ่ือใหเ กิดความเหมาะสมในโอกาสแรกตามควรแกกรณอี กี สวนหนง่ึ ดวย ๒.๔ เมอ่ื มกี รณที จ่ี ะตอ งพจิ ารณาขอ บกพรอ ง หรอื พจิ ารณาทณั ฑแ กผ บู งั คบั บญั ชา ท่ลี ะเลยใหด าํ เนินการดังน้ี ๒.๔.๑ ใหผ บู งั คบั บญั ชาชน้ั เหนอื ผบู งั คบั บญั ชาใกลช ดิ ดาํ เนนิ การพจิ ารณา ขอบกพรองและรายงานผลการดําเนินการในเบื้องตน โดยใชเครื่องมือส่ือสารท่ีรวดเร็วท่ีสุดไปให กรมตํารวจทราบภายใน ๒๔ ช่ัวโมง แลว ใหร ายงานเปน ลายลกั ษณอ กั ษรภายใน ๓ วนั นับแตวันพบ ขอบกพรอ ง ๒.๔.๒ ใหผูบังคับบัญชาเหนือผูบังคับบัญชาตามขอ ๒.๔.๑ กํากับดูแล การปฏิบัติและติดตามผลเพื่อใหเปนไปตามคําสั่งนี้โดยเครงครัด และรายงานผลการดําเนินการให กรมตํารวจทราบ ๒.๔.๓ กรณีที่ตรวจพบวาผูบังคับบัญชาตามขอ ๒.๔.๑ มิไดดําเนินการ ตามคาํ สงั่ นใ้ี หผ บู งั คบั บญั ชาตามขอ ๒.๔.๒ เปน ผรู บั ผดิ ชอบดาํ เนนิ การ และพจิ ารณาขอ บกพรอ งของ ผบู งั คับบัญชาตามขอ ๒.๔.๑ แลว รายงานผลใหก รมตํารวจทราบ ๒.๔.๔ กรณีกรมตํารวจพบวาผูบังคับบัญชาตามท่ีกลาวตาม ขอ ๒.๔.๑, ๒.๔.๒ และ ๒.๔.๓ มิไดดําเนินการตามคําส่ังนี้ กรมตํารวจจะพิจารณาขอบกพรองผูบังคับบัญชา ผมู ีอํานาจหนา ทรี่ ับผิดชอบทุกระดบั ตามควรแกก รณี ๒.๕ ขาราชการตํารวจผูใด ประพฤติตนไมเหมาะสมกับตําแหนงหนาที่ราชการ หรือบกพรองหนาท่ีราชการอยูเสมอ หรือหยอนความสามารถดวยเหตุใด แตพฤติการณการกระทํา ดังกลาว ยังไมถึงข้ันที่จะดําเนินการลงโทษทางวินัยหรือทางอาญาหรือดําเนินการตามมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการตํารวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ เน่ืองจากไมมีพยานหลักฐานเพียงพอ ท่ีจะพิจารณาดําเนินการได ใหผูบังคับบัญชาดําเนินการสงตัวขาราชการตํารวจผูนั้นไปเขารับการ อบรม หรือจัดใหมีการอบรม เพื่อเสริมสรางฟนฟูจิตใจและพัฒนาทัศนคติ จิตสํานึกและพฤติกรรม ใหเ ปน ไปในทางทมี่ วี นิ ยั หากขา ราชการตาํ รวจผรู บั การฝก อบรมดงั กลา ว ยงั ไมป ระพฤตแิ ละปฏบิ ตั ติ น ใหดีข้ึน ก็ใหผูบังคับบัญชาดําเนินการตามมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการตํารวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ หรอื ตามกฎหมาย ระเบยี บขอ บังคบั คาํ สัง่ ท่ีกาํ หนดไวโดยเฉียบขาด
๔๔ ๓. มาตรการเสรมิ สราง กรมตํารวจและหนวยงานในสังกัดกรมตํารวจ จัดใหมีการคัดเลือกขาราชการ ตํารวจผมู คี วามประพฤติและวนิ ยั ดเี ดน โดยประกาศยกยอ งเกยี รติคณุ และมอบรางวลั เชิดชูเกยี รติให ปรากฏเปน ประจาํ ทกุ ป เพอ่ื เปน การยกยอ งสง เสรมิ และจงู ใจใหข า ราชการตาํ รวจไดป ระพฤตปิ ฏบิ ตั ติ น อยูในขอบเขตกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ คําสั่ง แบบแผน ธรรมเนียมท่ีดีและเปนผูรักษาวินัยดี เปน ตัวอยางท่ดี แี กข า ราชการตํารวจอน่ื ๆ ๔. ความรบั ผิดชอบของผบู งั คับบญั ชา ๔.๑ ถาผูใตบังคับบัญชาไมประพฤติปฏิบัติตนใหเปนไปตามหลักการ ตามขอ ๑.๑ และปรากฏวาผูบังคับบัญชาบกพรองตอหนาท่ีตามขอ ๑.๒ และหรือไมปฏิบัติตาม มาตรการควบคมุ ขอ ๒ หรอื มาตรการเสรมิ สรา งขอ ๓ จกั ตอ งถกู พจิ ารณาทณั ฑท างวนิ ยั ตามควรแกก รณี ๔.๒ กรณีผูใตบังคับบัญชาถูกกลาวหาวากระทําผิดวินัยอยางรายแรง จนถึง ข้ันมีการต้ังกรรมการสอบสวนแลว หรือถูกฟอง หรือตองหาวากระทําผิดอาญา ยกเวนความผิด ทก่ี ระทําโดยประมาทหรอื ลหุโทษ หากปรากฏวา ผบู ังคับบัญชาพงึ รู หรอื มีเหตุอนั ควรรู และสามารถ แกไขปองกันไดแตไมดําเนินการแกไขปองกัน หรือปลอยปละละเลยใหมีการกระทําความผิดเกิดข้ึน ใหงดการขอเลื่อนข้ันและอัตราเงินเดือน เปนกรณีพิเศษเกิน ๑ ขั้น และงดการเล่ือนตําแหนงสูงข้ึน ในรอบปน น้ั แกผบู ังคบั บญั ชาผใู กลชิดและผูบ ังคับบญั ชาผรู ับผดิ ชอบในการปกครองบงั คบั บญั ชา ๔.๓ กรณีผูใตบังคับบัญชาถูกกลาวหา ถูกฟอง หรือตองหา ตามขอ ๔.๒ โดยปรากฏวา ผบู งั คบั บญั ชาผใู ดมพี ฤตกิ ารณร เู หน็ หรอื สนบั สนนุ แตไ มม พี ยานหลกั ฐานพอทจ่ี ะดาํ เนนิ การ ทางวนิ ยั และอาญาได ใหพ จิ ารณางดบาํ เหนจ็ ความชอบประจาํ ปแ กผ บู งั คบั บญั ชาผนู นั้ ตามความในขอ ๓ วรรคสาม แหงกฎกระทรวงฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความใน พ.ร.บ.ระเบียบขาราชการ ตํารวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ วาดวยการเลื่อนข้ันและอัตราเงินเดือนขาราชการตํารวจ และใหงดการ เล่ือนตาํ แหนงใหสงู ข้นึ ในปนั้น ๕. การรายงานและการตดิ ตามประเมนิ ผล ๕.๑ ใหผูบังคับบัญชา ผูมีหนาท่ีออกตรวจราชการ ตามประมวลระเบียบการ ตํารวจไมเก่ียวกับคดี เลม ๒ ประเภทการบริหาร ลักษณะท่ี ๕๖ เปนผูตรวจสอบติดตาม ผลการปฏิบัติและรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการแหงคําสั่งนี้วา มีการดําเนินการ, การปฏิบัติ ตลอดจนผลการพจิ ารณาดําเนนิ การตามคาํ สั่งน้ี หรือไมอ ยางใด ๕.๒ ใหจเรตํารวจ ผูมีหนาท่ีรับผิดชอบตามประมวลระเบียบการตํารวจ ไมเกยี่ วกับคดเี ลม ๒ ประเภทการบริหาร ลกั ษณะที่ ๕๖ ขอ ๕ เปนผตู รวจสอบติดตามผลการปฏบิ ัติ และรายงานผลการปฏบิ ตั ติ ามขอ ๕.๑ ๕.๓ ใหสํานักงานจเรตํารวจเปนหนวยงานรับผิดชอบ ในการตรวจสอบและ รับรายงานการปฏิบัติจากหนวยตาง ๆ และทําการประเมินผล ทั้งที่จเรตํารวจตรวจสอบเองและ ท่ีหนวยตา งๆ รายงานมาเสนอกรมตาํ รวจทราบทกุ ระยะ ๓ เดือน โดยใหส าํ นักงานจเรตาํ รวจกําหนด รูปแบบรายงานแจงใหหนวยงานตางๆ ถือปฏิบัติโดยดวน และใหเริ่มรายงานผลตามคําส่ังนี้ ตั้งแต
๔๕ เดอื นมกราคม ๒๕๓๘ เปนตน ไป สําหรับป ๒๕๓๗ ใหห นวยรายงานผลการปฏบิ ัติตามคาํ สัง่ นี้ ระหวา งเดือน ตุลาคม - ธันวาคม ภายในวนั ท่ี ๕ มกราคม ๒๕๓๘ อนึ่ง เพื่อใหบรรลุถึงวัตถุประสงคตามมาตรการน้ี และใหบังเกิดผลในทางปฏิบัติ อยางจริงจัง กรมตํารวจจะไดแตงตั้งใหมีคณะกรรมการควบคุมความประพฤติและวินัยขาราชการ ตํารวจทง้ั ในระดับกรมตาํ รวจ ภาค กองบัญชาการ กองบงั คบั การ และจังหวดั เพอื่ ใหทําหนาท่ีในการ ตรวจสอบตดิ ตามผลและพจิ ารณากลนั่ กรองการดาํ เนนิ การของทกุ หนว ยเสนอผบู งั คบั บญั ชาผมู อี าํ นาจ ส่งั การตามหนา ทอ่ี กี สว นหนึ่ง ท้ังนี้ ตัง้ แตบัดน้ีเปนตนไป ส่ัง ณ วันที่ ๑ ตลุ าคม ๒๕๓๗ พลตาํ รวจเอก พจน บณุ ยะจนิ ดา (พจน บุณยะจนิ ดา) อธบิ ดีกรมตาํ รวจ
๔๖ ¡® ¡.μÃ. ÇÒ‹ ´ŒÇ»ÃÐÁÇŨÃÂÔ ¸ÃÃÁáÅШÃÃÂÒºÃó¢Í§μÓÃǨ ¾.È. òõõñ ------------------------------ อาศัยอํานาจตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ และ มาตรา ๒๘๐ พระราชบญั ญตั ิตาํ รวจแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๓๑ (๒) และมาตรา ๗๗ และ มติ ก.ตร. ในการประชมุ คร้ังท่ี ๖/๒๕๕๑ เม่อื วันท่ี ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ก.ตร. จงึ ออกกฎ ก.ตร. ไวดังตอ ไปน้ี ขอ ๑ กฎ ก.ตร. น้ี ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดหกสิบวันนับแตวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษา ขอ ๒ ใหใชประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจทายกฎ ก.ตร. น้ี เปนกรอบ แหง การประพฤตปิ ฏิบัติของขาราชการตํารวจ ขอ ๓ ใหถือวาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจทายกฎ ก.ตร. นี้ เปน ประมวลจรยิ ธรรมของขา ราชการตาํ รวจตามมาตรา ๒๗๙ แหง รฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ และเปนจรรยาบรรณของตํารวจตามมาตรา ๗๗ แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ขอ ๔ ในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรอง หรือแตงตั้งขาราชการตํารวจผูใด รวมท้ัง การโยกยาย การเลื่อนตําแหนง การเล่ือนข้ันเงินเดือน และการลงโทษบุคคล ทั้งในระดับสํานักงาน ตํารวจแหงชาติ กองบัญชาการหรือหนวยเทียบเทากองบัญชาการ กองบังคับการ กองกํากับการ สถานตี าํ รวจ และหนว ยงานทเี่ รยี กชอ่ื อยา งอน่ื ควรคาํ นงึ ถงึ พฤตกิ รรม การปฏบิ ตั ติ ามประมวลจรยิ ธรรม และจรรยาบรรณของบุคคลดงั กลาวดวย ขอ ๕ ใหกองบัญชาการศึกษาทําหนาที่เปนศูนยสงเสริมจริยธรรมและพัฒนาคุณธรรม ของขาราชการตํารวจ มีหนาที่กําหนดตัวช้ีวัดและหลักเกณฑการประเมินเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติ หนวยงานและขาราชการตํารวจท่ีประพฤติปฏิบัติดีเย่ียมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ของตํารวจ รวมทั้งรณรงค สงเสริม ประชาสัมพันธ เผยแพร กําหนดหลักสูตร พัฒนาและฝกอบรม ขาราชการตํารวจเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณ รวมท้ังสรางเครือขายท้ังภายในและภายนอก สํานักงานตํารวจแหงชาติ เพ่ือสงเสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของขาราชการตํารวจใหเทียบเทา ระดบั สากล ตวั ชวี้ ดั และหลกั เกณฑก ารประเมนิ เพอื่ ประกาศเชดิ ชเู กยี รตหิ นว ยงานและขา ราชการตาํ รวจ ท่ีประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ รวมทั้งแผนดําเนินงาน
๔๗ ตามความในวรรคแรกใหกองบัญชาการศึกษาเสนอขอความเห็นชอบตามลําดับชั้น และตองไดรับ ความเห็นชอบจาก ก.ตร. ดวย ขอ ๖ ใหสํานักงานตํารวจแหง ชาติประกาศเชิดชูเกียรติหนวยงานและขาราชการตํารวจ ในระดับสํานักงานตํารวจแหงชาติ ท่ีประพฤติปฏิบัติดีเย่ียมตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ ของตํารวจประจําทกุ ป ตามหลักเกณฑการประเมนิ ตามขอ ๕ วรรคสอง ใหสํานักงานผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ กองบัญชาการ และหนวยงานเทียบเทา กองบัญชาการ ประกาศเชิดชูเกียรติหนวยงานและขาราชการตํารวจในสังกัดตามความในวรรคแรก โดยอนโุ ลม ขอ ๗ ใหสถาบันการฝกอบรมของสํานักงานตํารวจแหงชาตินําประมวลจริยธรรม และจรรยาบรรณของตํารวจไปกําหนดเปนหลักสูตรการเรียนการสอนท่ีอยูในอํานาจหนาที่และ ความรบั ผิดชอบ และมหี นา ที่สนบั สนนุ การดาํ เนนิ งานของกองบัญชาการศกึ ษาตามขอ ๕ วรรคแรก ขอ ๘ ใหจเรตํารวจแหงชาติมีอํานาจและหนาที่ใหคําปรึกษาแนะนําเก่ียวกับการปฏิบัติ ตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ จัดทําคูมือและคําอธิบายแนวทางการปฏิบัติ และสอดสองดูแลการรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจในภาพรวมระดับสํานักงาน ตํารวจแหง ชาติ หากจเรตํารวจแหงชาติพบวา หนว ยงานตาํ รวจและหรอื ขาราชการตาํ รวจใดละเมิด ฝา ฝน หรือไมปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ โดยพฤติการณดังกลาวอาจเกิด ผลกระทบในทางเสอื่ มเสียตอชือ่ เสียงและเกียรติภมู ิของสาํ นักงานตํารวจแหงชาติ หรือวิชาชีพตาํ รวจ ใหจ เรตาํ รวจแหง ชาตริ ายงานผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ และแจง ผบู งั คบั บญั ชาในระดบั กองบญั ชาการ หรือหนวยงานเทียบเทากองบัญชาการสอบขอเท็จจริง เพ่ือดําเนินการตามอํานาจหนาท่ี หากเห็น สมควร จเรตํารวจแหงชาติอาจมอบหมายใหรองจเรตํารวจแหงชาติ จเรตํารวจ หรือรองจเรตํารวจ ไปกํากับและติดตามการสอบขอเท็จจริง หรือตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงท่ีเปนอิสระ จากกองบัญชาการ หรอื หนวยงานเทียบเทา กองบัญชาการนนั้ กไ็ ด ใหจเรตํารวจแหงชาติจัดใหมีศูนยใหคําปรึกษาแนะนําเกี่ยวกับการปฏิบัติตามวรรคหน่ึง ในระดับสํานักงานตํารวจแหงชาติ รวมท้ังประสานกับกองบัญชาการตางๆ จัดตั้งศูนยดังกลาว หรือแตงต้ังที่ปรึกษาดานจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจในระดับกองบัญชาการ หรอื กองบังคบั การตามความเหมาะสมแลวแตก รณี ขอ ๙ ใหผูบังคับบัญชาหนวยงานทุกระดับมีอํานาจและหนาที่สนับสนุนสงเสริม ใหผูใตบังคับบัญชาปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจอยางเครงครัด รวมทัง้ สอดสองดแู ลมิใหม ีการละเมิด ฝาฝน หรอื ไมปฏิบตั ิตาม หากพบวา มกี ารละเมดิ ฝาฝน หรือ ไมปฏิบัติตาม และไมดําเนินการตามอํานาจหนาท่ี ใหถือวาผูบังคับบัญชาน้ันจงใจละเมิด ฝาฝน หรือไมป ฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตาํ รวจ ขอ ๑๐ ในกรณีท่ีขาราชการตํารวจพบวาผูบังคับบัญชาของตน ขาราชการตํารวจ หรอื หนว ยงานตาํ รวจใดละเมดิ ฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของตาํ รวจ
๔๘ ใหสามารถรายงานตอผูบังคับบัญชาเหนือหนวยงานที่ตนสังกัดไดอยางนอยสามลําดับชั้น และหาก ผบู งั คบั บญั ชาทตี่ นรายงานมไิ ดด าํ เนนิ การใด ใหส ามารถรายงานถงึ จเรตาํ รวจแหง ชาติ หรอื ผบู ญั ชาการ ตํารวจแหง ชาติได การรายงานตามวรรคแรก ไมถอื วา เปน การกระทําขา มผบู งั คับบญั ชาเหนือตน ใหส าํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตโิ ดยการเสนอแนะของจเรตาํ รวจแหง ชาติ วางระเบยี บเกย่ี วกบั การรายงานตามวรรคแรกใหแลวเสรจ็ ภายในสส่ี บิ หาวันนบั แตว ันท่ี กฎ ก.ตร. นี้ ประกาศในราชกิจจา นุเบกษา ขอ ๑๑ ใหจเรตํารวจแหงชาติมีหนาท่ีเสนอความเห็นตอ ก.ตร. เพื่อแกไขเพิ่มเติม หรือปรบั ปรุงประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของตาํ รวจใหเ หมาะสมกับกาลเวลาและสถานการณ ขาราชการตํารวจหรือหนวยงานตํารวจทุกระดับมีสิทธิและเสรีภาพท่ีจะเสนอปญหา และอุปสรรคในการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ หรือเสนอความเห็นในการ แกไขปรับปรุงประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ โดยสงขอเสนอหรือความเห็นดังกลาว ไปยงั จเรตํารวจแหงชาติ ขอ ๑๒ ขาราชการตํารวจซึ่งตองปฏิบัติหนาท่ีโดยอาศัยวิชาชีพใดซึ่งมีการกําหนด ประมวลจริยธรรมหรือจรรยาบรรณของวิชาชีพน้ันไวเปนการเฉพาะ ตองถือปฏิบัติตามประมวล จริยธรรมหรอื จรรยาบรรณแหง วชิ าชพี นั้นดวย ก.ตร. อาจใหมีการกําหนดประมวลจริยธรรมหรือจรรยาบรรณของขาราชการตํารวจ ทปี่ ฏบิ ตั หิ นา ท่ใี นสายงานใดไดตามท่ีเห็นสมควร ใหไ ว ณ วนั ที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ สมัคร สนุ ทรเวช (นายสมัคร สนุ ทรเวช) นายกรฐั มนตรี ประธานกรรมการขา ราชการตํารวจ (ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลมที่ ๑๒๕ ตอนท่ี ๑๐๐ ก ๑๙ ก.ย. ๕๑)
๔๙ »ÃÐÁÇŨÃÔ¸ÃÃÁáÅШÃÃÂÒºÃó¢Í§μÓÃǨ ¾.È. òõõñ (แนบทายกฎ ก.ตร.วาดวยประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของตาํ รวจ พ.ศ. ๒๕๕๑) .................................... ดว ยสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตมิ อี าํ นาจและหนา ทท่ี สี่ าํ คญั ไดแ ก การรกั ษาความปลอดภยั สําหรับองคพระมหากษัตริย พระราชินี พระรัชทายาท ผูสําเร็จราชการแทนพระองค พระบรม วงศานวุ งศ ผแู ทนพระองค และพระราชอาคนั ตกุ ะ และการรกั ษากฎหมายคมุ ครองชีวิตและทรัพยสิน ของประชาชน รักษาความสงบเรียบรอยของสังคม บริการชุมชนใหเกิดความรมเย็น ปองกันและ ปราบปรามผกู ระทาํ ผดิ กฎหมาย และดาํ เนนิ การเพอ่ื นาํ ผกู ระทาํ ผดิ กฎหมายเขา สกู ระบวนการยตุ ธิ รรม ดงั นัน้ เพ่อื ใหก ารปฏบิ ตั ติ ามอาํ นาจหนา ทข่ี องสาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติ มีประสิทธภิ าพ ประสิทธิผล และประชาชนมีความศรัทธาเช่ือม่ัน จึงจําเปนตองกําหนดประมวลจริยธรรม และจรรยาบรรณของตาํ รวจ เปน กรอบการประพฤตปิ ฏบิ ตั ขิ องขา ราชการตาํ รวจใหม คี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณทดี่ แี ละเปนมาตรฐาน ขอ ๑ ประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจประกอบดว ย (๑) คุณธรรม คานิยมหลัก และอุดมคติของตํารวจ เปนเครื่องเหนี่ยวรั้งใหขาราชการ ตํารวจอยูในกรอบของศีลธรรมและคุณธรรม ขณะเดียวกันก็เปนแนวทางช้ีนําใหขาราชการตํารวจ บรรลุถงึ ปณิธานของการเปน ผูพ ิทกั ษสันตริ าษฎร (๒) จริยธรรมของตํารวจ คือ คุณความดีท่ีเปนขอประพฤติตนและปฏิบัติหนาท่ีของ ขา ราชการตํารวจเพ่ือใหประชาชนศรทั ธา เช่อื มั่นและยอมรับ (๓) จรรยาบรรณของตาํ รวจ คอื ประมวลความประพฤติในการปฏบิ ตั ิหนาทขี่ องวชิ าชพี ตาํ รวจ ทข่ี า ราชการตํารวจตองยดึ ถอื ปฏิบัติ เพอ่ื ธาํ รงไวซ ง่ึ ศกั ด์ศิ รีและเกยี รตภิ มู ขิ องขา ราชการตํารวจ และวชิ าชพี ตาํ รวจ ขอ ๒ ในประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจนี้ “การไมเลือกปฏิบัติ” หมายความวา การไมใชความรูสึกพึงพอใจหรือไมพึงพอใจ สวนตัวตอบุคคลหรือกลุมบุคคล อันเน่ืองมาจากชาติกําเนิด เพศ ศาสนาหรือความเช่ือ เชื้อชาติ สัญชาติ อายุ การศึกษา ความเห็นทางการเมืองหรือความเห็นอื่น ความนิยมทางเพศสวนบุคคล ความพิการ สภาพรา งกาย จิตใจหรือสุขภาพ หรือสถานะทางเศรษฐกจิ หรือสงั คม “ประโยชน” หมายความวา เงนิ ทรัพยสนิ บริการ ตาํ แหนงหนาทกี่ ารงาน สิทธิประโยชน หรอื ประโยชนอ ืน่ ใด หรอื คาํ มัน่ สญั ญาท่จี ะใหหรอื จะไดร ับสงิ่ ดงั กลา วในอนาคตดว ย “การทารุณหรือทารุณกรรม” หมายความวา การปฏิบัติหรือกระทําใดๆ ตอรางกาย หรอื จิตใจของบคุ คล ในลกั ษณะทโ่ี หดราย ไรมนุษยธรรม หรอื กอ ใหเกดิ ความเจ็บปวดอยา งแสนสาหสั หรอื ดูถกู ศกั ด์ศิ รีความเปน มนษุ ย ขอ ๓ ขาราชการตํารวจตองเคารพและปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและ จรรยาบรรณของตํารวจอยา งเครง ครดั เมื่อตนไดละเมิด ฝาฝน หรอื ไมป ฏิบัติตามประมวลจริยธรรม และจรรยาบรรณของตํารวจ จะตอ งรายงานผูบังคับบญั ชาเปน หนังสือทันที
๕๐ หากไมแนใจวาการท่ีตนไดกระทําหรือตัดสินใจ หรือจะกระทําหรือจะตัดสินใจ เปน หรือจะเปนการละเมิด ฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ หรือไมใหขาราชการตํารวจน้ันปรึกษาหารือผูบังคับบัญชา หรือปรึกษากับศูนยใหคําปรึกษาแนะนํา ตามกฎ ก.ตร. ขอ ๘ วรรคสาม ʋǹ·èÕ ñ ¤Ø³¸ÃÃÁ ¤‹Ò¹ÔÂÁËÅ¡Ñ áÅÐÍØ´Á¤μԢͧμÓÃǨ ขอ ๔ ขาราชการตํารวจตองยึดถือคุณธรรมสี่ประการตามพระบรมราโชวาท เปนเคร่ือง เหนีย่ วร้งั ในการประพฤตติ นและปฏบิ ัติหนาที่ ดงั น้ี (๑) การรักษาความสัจ ความจริงใจตอตัวเองท่ีจะประพฤติปฏิบัติแตส่ิงที่เปนประโยชน และเปนธรรม (๒) การรูจักขม ใจตนเอง ฝก ตนเองใหป ระพฤตปิ ฏบิ ตั ิอยใู นความสัจ ความดีเทานน้ั (๓) การอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไมประพฤติลวงความสัจสุจริต ไมวา ดวยเหตุประการใด (๔) การรูจักละวางความชั่ว ความทุจริต และรจู ักสละประโยชนสวนนอยของตน เพือ่ ประโยชนสวนใหญข องบานเมอื ง ขอ ๕ ขาราชการตํารวจตองปฏิบัติตามคานิยมหลักของมาตรฐานจริยธรรมสําหรับ เจา หนา ท่ีของรฐั ตามทผี่ ตู รวจการแผนดนิ กําหนด ดังนี้ (๑) การยดึ ม่ันในคณุ ธรรมและจริยธรรม (๒) การมจี ิตสาํ นึกที่ดี ซอื่ สตั ย สจุ รติ และรบั ผิดชอบ (๓) การยึดถือประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตน และไมมี ผลประโยชนท บั ซอ น (๔) การยนื หยดั ทําในส่งิ ทถี่ กู ตอง เปน ธรรม และถกู กฎหมาย (๕) การใหบ รกิ ารแกประชาชนดว ยความรวดเร็ว มอี ธั ยาศยั และไมเ ลอื กปฏิบัติ (๖) การใหข อ มูลขา วสารแกป ระชาชนอยา งครบถวน ถูกตอ ง และไมบ ดิ เบือน ขอเท็จจรงิ (๗) การมุงผลสมั ฤทธข์ิ องงาน รักษามาตรฐาน มคี ุณภาพ โปรง ใสและตรวจสอบได (๘) การยดึ มัน่ ในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ทรงเปน ประมุข (๙) การยดึ ม่ันในหลกั จรรยาวชิ าชพี ขององคก าร ขอ ๖ ขาราชการตํารวจตองยึดถืออุดมคติของตํารวจ ๙ ประการ เปนแนวทางช้ีนํา การประพฤติตนและปฏิบตั หิ นา ที่เพื่อบรรลถุ ึงปณธิ านของการเปน ผพู ทิ กั ษส นั ตริ าษฎร ดังน้ี (๑) เคารพเอ้ือเฟอตอ หนาที่ (๒) กรุณาปราณตี อ ประชาชน
๕๑ (๓) อดทนตอความเจบ็ ใจ (๔) ไมห วั่นไหวตอ ความยากลําบาก (๕) ไมม กั มากในลาภผล (๖) มงุ บาํ เพ็ญตนใหเ ปน ประโยชนแกประชาชน (๗) ดาํ รงตนในยุติธรรม (๘) กระทําการดวยปญ ญา (๙) รักษาความไมป ระมาทเสมอชีวิต ʋǹ·Õè ò ¨ÃÔ¸ÃÃÁ¢Í§μÓÃǨ ขอ ๗ ขา ราชการตาํ รวจตอ งเคารพ ศรทั ธา และยดึ มน่ั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษตั รยิ ท รงเปนประมุข ซง่ึ ตองประพฤติปฏบิ ตั ดิ งั นี้ (๑) จงรักภักดีและเทิดทูนพระมหากษัตริย พระราชินี และพระรัชทายาท และไมยอม ใหผูใดลวงละเมดิ (๒) สนับสนุนการเมืองประชาธิปไตยดวยศรัทธา มีความเปนกลางทางการเมือง ไมเปนผูบริหารหรือกรรมการพรรคการเมือง และไมกระทําการใดๆ อันเปนคุณหรือเปนโทษ แกพรรคการเมอื ง หรอื ผสู มัครรบั เลือกตง้ั ทั้งในระดบั ชาตแิ ละทอ งถิน่ ขอ ๘ ขาราชการตํารวจตองเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติ แหงรฐั ธรรมนญู และตามกฎหมายอน่ื โดยเครง ครัด โดยไมเ ลอื กปฏิบตั ิ ขอ ๙ ขาราชการตํารวจตองปฏิบัติหนาที่อยางมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและเกิด ประโยชนสูงสดุ โดยคํานึงถึงประโยชนของทางราชการ ประชาชน ชมุ ชน และประเทศชาติ เปนสาํ คัญ ซง่ึ ตอ งประพฤตปิ ฏิบัติ ดงั นี้ (๑) ปฏิบัติหนาท่ีดวยความรวดเร็ว กระตือรือรน รอบคอบ โปรง ใส ตรวจสอบได และ เปน ธรรม (๒) ปฏิบัตหิ นา ท่ีดว ยความวิริยะอุตสาหะ ขยนั หมนั่ เพยี ร เสียสละ ใชป ฏภิ าณไหวพรบิ กลาหาญและอดทน (๓) ปฏิบัติหนาที่ดวยความรับผิดชอบ ความเต็มใจ ไมละท้ิงหนาที่ ไมหลีกเลี่ยง หรือ ปดความรบั ผดิ ชอบ (๔) ดูแลรักษาและใชทรัพยสินของทางราชการอยางประหยัดคุมคา โดยระมัดระวังมิให เสยี หายหรือส้นิ เปลืองเย่ียงวิญู ชนจะพงึ ปฏบิ ตั ิตอทรัพยส ินของตนเอง (๕) รักษาความลับของทางราชการ และความลับที่ไดมาจากการปฏิบัติหนาที่ หรือ จากประชาชนผูมาติดตอราชการ เวนแตเปนการเปดเผยเพื่อประโยชนในกระบวนการยุติธรรม หรือ การตรวจสอบตามท่ีกฎหมาย กฎ ขอบังคับ กําหนด
๕๒ ขอ ๑๐ ขาราชการตํารวจตองมีจิตสํานึกของความเปนผูพิทักษสันติราษฎรเพื่อให ประชาชนศรทั ธาและเช่อื ม่ัน ซ่ึงตองประพฤติปฏบิ ัติดังน้ี (๑) มีทาทีเปนมิตร มีมนุษยสัมพันธอันดี และมีความสุภาพออนโยนตอประชาชน ผรู ับบรกิ าร รวมทัง้ ใหบรกิ ารประชาชนดว ยความเต็มใจ รวดเร็ว และไมเลอื กปฏิบัติ (๒) ปฏิบัติตนใหเปนที่เชื่อถือไววางใจของประชาชน ไมเบียดเบียน ไมแสดงกิริยา หรือทาทางไมสุภาพหรือไมใหเกียรติ รวมทั้งไมใชถอยคํา กิริยา หรือทาทาง ที่มีลักษณะหยาบคาย ดูหมิน่ หรือเหยียดหยามประชาชน (๓) เอื้อเฟอ สงเคราะห และชวยเหลือประชาชนเม่ืออยูในฐานะที่จําเปนตองไดรับ ความชวยเหลอื หรอื ประสบเคราะหจากอุบัติเหตุ การละเมดิ กฎหมาย หรอื ภยั อ่นื ๆ ไมวาบุคคลนนั้ จะเปน ผูตอ งสงสยั หรอื ผกู ระทําผิดกฎหมายหรอื ไม (๔) ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบวาดวยขอมูลขาวสารของทางราชการอยาง เครงครัด การใหขอมูลขาวสารแกประชาชนที่รองขอ ตองดําเนินการดวยความรวดเร็ว ไมถวงเวลา ใหเน่นิ ชา และไมใ หขอ มลู ขาวสารอนั เปนเท็จแกป ระชาชน ขอ ๑๑ ขาราชการตํารวจตองหมั่นศึกษาหาความรูอยูตลอดเวลา เพ่ือพัฒนา ตนเอง ใหทันโลกทันเหตุการณ และมีความชํานาญการในงานที่อยูในความรับผิดชอบ รวมท้ังตอง ศึกษาหาความรูเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ธรรมเนียมการปฏิบัติของสวนราชการในกระบวนการ ยุติธรรม เชน ฝายอัยการ ศาล ราชทัณฑ และกระทรวง ทบวง กรมอื่น ท่ีเกี่ยวของกับหนาที่และ ความรับผิดชอบของตน เพื่อสามารถประสานงานไดอยางกลมกลืนแนบเนียน และเปนประโยชน ตอราชการของสํานักงานตํารวจแหง ชาติ ขอ ๑๒ ขาราชการตํารวจตองมีความซื่อสัตยสุจริตและยึดมั่นในศีลธรรม โดยยึด ประโยชนสว นรวมเหนือประโยชนส ว นตน ซึ่งตอ งประพฤติปฏิบัติ ดงั นี้ (๑) ไมใ ชต ําแหนง อํานาจหรือหนาที่ หรอื ไมย อมใหผ ูอ ื่นใชตาํ แหนง อาํ นาจหรอื หนาท่ี ของตน แสวงหาประโยชนสําหรบั ตนเองหรอื ผอู น่ื (๒) ไมใ ชตาํ แหนง อาํ นาจหรือหนา ที่ หรอื ไมยอมใหผ อู ่นื ใชต าํ แหนง อาํ นาจหรือหนาที่ ของตน ไปในทางจูงใจหรือมีอิทธิพลตอการตัดสินใจ การใชดุลพินิจ หรือการกระทําของขาราชการ ตํารวจหรือเจาหนาที่ของรัฐอ่ืน อันเปนผลใหการตัดสินใจ การใชดุลพินิจ หรือการกระทําของผูนั้น สญู เสยี ความเทย่ี งธรรมและยตุ ิธรรม (๓) ไมรับของขวัญนอกเหนือจากโอกาสและกาลตามประเพณีนิยม และของขวัญนั้น ตองมีมูลคาตามท่คี ณะกรรมการปองกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหงชาติประกาศกําหนด (๔) ไมใ ชเ วลาราชการหรอื ทรัพยของราชการเพือ่ ธุรกิจหรอื ประโยชนสวนตน (๕) ไมประกอบอาชีพเสริมซ่ึงมีลักษณะเปนผลประโยชนทับซอน หรือเปนการขัดกัน ระหวางประโยชนส วนตนกับประโยชนสวนรวม (๖) ดํารงชีวิตสวนตัวไมใหเกิดมลทินมัวหมองตอตําแหนงหนาที่ ไมทําผิดกฎหมาย แมเห็นวาเปนเร่ืองเล็กนอย ไมหมกมุนในอบายมุขท้ังหลาย ไมฟุงเฟอหรูหรา และใชจายประหยัด ตามฐานะแหง ตน
๕๓ ขอ ๑๓ ขาราชการตํารวจตองภาคภูมิใจในวิชาชีพ กลายืนหยัดกระทําในสิ่งท่ีถูกตอง ดงี ามเพ่อื เกยี รตศิ ักด์แิ ละศักดศ์ิ รขี องความเปน ตํารวจ ซึ่งตอ งประพฤติปฏิบัติ ดังนี้ (๑) ปฏิบัติหนาที่อยางตรงไปตรงมาตามครรลองของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษัตรยิ ทรงเปน ประมขุ ตามรัฐธรรมนญู และกฎหมายอยา งเครง ครัด (๒) ไมสั่งใหผูใตบังคับบัญชาปฏิบัติการในส่ิงท่ีไมชอบดวยกฎหมายหรือขัดตอคุณธรรม และศลี ธรรม (๓) ไมปฏิบัติตามคําส่ังท่ีตนรูหรือควรจะรูวาไมชอบดวยกฎหมาย ในการนี้ใหทักทวง เปน ลายลักษณอ กั ษรตอ ผบู ังคับบัญชาผสู ่ัง (๔) ไมเลี่ยงกฎหมาย ใชหรือแนะนําใหใชชองโหวของกฎหมายเพื่อประโยชนสําหรับ ตนเองหรือผูอืน่ หรอื ทาํ ใหสูญเสียความเปน ธรรมในกระบวนการยุตธิ รรม ขอ ๑๔ ในฐานะเปน ผูบงั คับบญั ชา ขาราชการตาํ รวจตอ งประพฤติปฏิบตั ิ ดังน้ี (๑) ประพฤติปฏิบัติตนเปนผูนําและเปนแบบอยางท่ีดี รวมท้ังเปนที่ปรึกษาและท่ีพ่ึง ของผใู ตบ ังคบั บญั ชา (๒) หมั่นอบรมใหผูใตบังคับบัญชายึดถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ วา กลา วตกั เตือนดว ยจิตเมตตา และใหความรูเก่ียวกบั งานในหนาที่ (๓) ปกครองบังคับบัญชาดวยหลักการและเหตุผลท่ีถูกตองตามทํานองคลองธรรม ยอมรับฟงความคิดเห็น และไมผ ลักความรบั ผดิ ชอบใหผ ใู ตบงั คับบัญชา (๔) ใชหลักคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลท่ีอยูในความรับผิดชอบของตน อยา งเครงครดั และปราศจากความลาํ เอียง ขอ ๑๕ ในฐานะผูใตบังคับบัญชาและเพ่ือนรวมงาน ขาราชการตํารวจตองประพฤติ ปฏิบตั ิดังนี้ (๑) เคารพเชอ่ื ฟง และปฏิบัตติ ามคําส่ังผบู งั คบั บัญชาท่ชี อบดวยกฎหมาย (๒) รกั ษาวินัยและความสามัคคใี นหมคู ณะ (๓) ปฏบิ ตั ติ อ ผบู งั คบั บญั ชาและเพอื่ นรว มงานดว ยความสภุ าพมนี า้ํ ใจ รกั ใครส มานฉนั ท และมีมนุษยสัมพันธ รวมท้ังรับฟง ความคิดเหน็ ของเพื่อนรว มงาน (๔) อทุ ศิ ตนเอง ไมห ลกี เลยี่ งหรอื เกยี่ งงาน รว มมอื รว มใจปฏบิ ตั หิ นา ทโ่ี ดยยดึ ความสาํ เรจ็ ของงานและชือ่ เสียงของหนว ยเปนทต่ี ั้ง ʋǹ·èÕ ó ¨ÃÃÂÒºÃó¢Í§μÓÃǨ ขอ ๑๖ ขาราชการตํารวจจะตองสํานึกในการใหบริการประชาชนดานอํานวยความ ยุติธรรม และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน ใหสอดคลองกับรัฐธรรมนูญและสิทธิมนุษยชน เพอื่ ใหประชาชนมีความเล่อื มใส เชอื่ มน่ั และศรัทธา ซึ่งตอ งประพฤตปิ ฏิบตั ิ ดงั น้ี
๕๔ (๑) อํานวยความสะดวกแกประชาชนในการรองทุกข กลาวโทษ ขออนุญาต ขอขอมูล ขาวสาร หรือติดตอราชการอื่น ดวยความเต็มใจ เปนมิตร ไมเลือกปฏิบัติ และรวดเร็ว เพ่อื ไมใ หป ระชาชนเสียสทิ ธหิ รือเสรีภาพตามกฎหมาย (๒) สุภาพ ออนนอม และใหเกียรติประชาชนเพ่ือใหเกิดความนาเคารพยําเกรง ไมใ ชถ อ ยคาํ กิริยา หรือทา ทาง ท่ีมลี กั ษณะหยาบคาย ดูหม่ิน หรอื เหยยี ดหยามประชาชน (๓) ขณะท่ีอยูในเครื่องแบบหรือนอกเครื่องแบบ ตองดํารงตนใหอยูในสภาพที่พรอม และเหมาะสมแกก ารปฏบิ ตั หิ นาท่ดี วยความนา เชอ่ื ถือและนา ไวว างใจ (๔) พกพาอาวุธตามระเบียบแบบแผน ไมจับหรือถืออาวุธ หรือเล็งอาวุธไปยังบุคคล โดยปราศจากเหตอุ ันสมควร (๕) พกพาเอกสารหรือตราประจําตัว และแสดงเอกสารหรือตราประจําตัวเม่ือมีบุคคล รอ งขอ ขอ ๑๗ เม่ือเขาจับกุมหรือระงับการกระทําผิด ขาราชการตํารวจตองยึดถือและปฏิบัติ ตามรฐั ธรรมนูญและกฎหมายอยางเครง ครดั ซ่ึงตองประพฤตปิ ฏิบตั ดิ ังนี้ (๑) แสดงถงึ การอทุ ศิ ตนและจติ ใจใหแ กก ารปฏบิ ตั หิ นา ทอ่ี ยา งกลา หาญและมสี ตปิ ญ ญา (๒) ยืนหยัดเจตนารมณในการรักษากฎหมายใหถึงท่ีสุด ไมประนีประนอม ผอนปรน หรือละเลยการดําเนินการตามกฎหมายตอผูกระทําความผิด ท้ังน้ีใหระลึกเสมอวาการใชกฎหมาย จะตอ งคํานงึ ถึงหลกั มนุษยธรรมดว ย (๓) ไมใชมาตรการรุนแรง เวนแตการใชมาตรการปกติแลว ไมเพียงพอท่ีจะหยุดยั้ง ผูกระทําความผดิ หรอื ผูตองสงสัยได ขอ ๑๘ ขาราชการตํารวจตองตระหนักวา การใชอาวุธ กําลัง หรือความรุนแรง เปนมาตรการที่รุนแรงที่สุด ขาราชการตํารวจอาจใชอาวุธ กําลัง หรือความรุนแรง ไดตอเม่ือมี ความจาํ เปน ภายใตก รอบของกฎหมายและระเบยี บแบบแผน หรอื เมอ่ื ผกู ระทาํ ความผดิ หรอื ผตู อ งสงสยั ใชอ าวธุ ตอ สูขัดขวางการจบั กุม หรือเพื่อชว ยบุคคลอ่ืนท่อี ยใู นอนั ตรายตอ ชวี ติ เม่ือมีการใชอาวุธ กําลัง หรือความรุนแรง ไมวาจะมีผูบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม ขา ราชการตาํ รวจตอ งรายงานเปนหนังสอื ตอ ผบู งั คบั บญั ชาตามระเบยี บแบบแผนทนั ที ขอ ๑๙ ในการรวบรวมพยานหลักฐาน การสืบสวนสอบสวน การสอบปากคํา หรือ การซกั ถามผกู ระทาํ ความผดิ ผตู อ งหา ผทู อี่ ยใู นความควบคมุ ตามกฎหมาย ผเู สยี หาย ผรู เู หน็ เหตกุ ารณ หรอื บคุ คลอนื่ ขา ราชการตาํ รวจตอ งแสดงความเปน มอื อาชพี โดยใชค วามรู ความสามารถทางวชิ าการ ตํารวจ รวมท้ังใชปฏิภาณไหวพริบและสติปญญา เพื่อใหไดขอเท็จจริง และธํารงไวซ่ึงความยุติธรรม ซง่ึ ตองประพฤตปิ ฏิบตั ิ ดงั นี้ (๑) ไมทําการทารุณหรือทารุณกรรมตอบุคคล หรือตอบุคคลอื่นท่ีเก่ียวของสัมพันธ กับบคุ คลน้ัน (๒) ไมใช จาง วาน หรือยุยงสงเสริม หรือปลอยปละละเลยใหมีการทารุณ หรือ ทารุณกรรมตอบคุ คล หรอื ตอบคุ คลอ่นื ทเี่ กย่ี วขอ งสมั พันธกับบคุ คลน้ัน
๕๕ (๓) ไมกระทําการขมขูหรือรังควาน หรือไมใชอํานาจที่มิชอบ หรือแนะนําเส้ียมสอน บุคคลใหถ อยคําอนั เปนเทจ็ หรือปรักปรําผูอ่ืน (๔) ไมกักขังหรือหนวงเหนี่ยวบุคคลท่ียังไมไดถูกจับกุมตามกฎหมาย เพื่อการสอบ ปากคาํ (๕) ไมใ ชอ ํานาจทม่ี ชิ อบเพ่อื ใหไ ดมาซ่ึงพยานหลักฐาน ขอ ๒๐ ขาราชการตํารวจตองควบคุมดูแลบุคคลที่อยูในการควบคุมของตนอยาง เครง ครดั ตามกฎหมายและมมี นุษยธรรม ซึ่งตองประพฤตปิ ฏิบัติ ดงั น้ี (๑) ไมผ อ นปรนใหบ คุ คลนนั้ มสี ทิ ธหิ รอื ไดป ระโยชนโ ดยไมช อบดว ยกฎหมายและระเบยี บ แบบแผน (๒) ไมร บกวนการตดิ ตอสื่อสารระหวางบคุ คลกับทนายความตามสทิ ธแิ หง กฎหมาย (๓) จัดใหบุคคลไดรับการรักษาพยาบาลหรือการดูแลทางการแพทยตามสมควรแกกรณี เมื่อบุคคลน้ันมีอาการเจบ็ ปว ยหรอื รองขอ (๔) ไมค วบคมุ เดก็ และเยาวชนรวมกบั ผูกระทําความผดิ ท่ีเปนผูใหญ หรอื ไมคุมขงั ผูหญิง รวมกับผูชาย เวน แตเ ปนกรณีท่ีมกี ฎหมายและระเบยี บแบบแผนอนญุ าต ขอ ๒๑ ขอมูลขาวสารที่ขาราชการตํารวจไดมาจากการปฏิบัติหนาท่ีตามขอ ๑๙ หรือจากการปฏิบัติหนาท่ีอ่ืน ขาราชการตํารวจจะตองรักษาขอมูลขาวสารน้ันเปนความลับ อยางเครงครัด เพราะอาจเปนอันตรายตอผลประโยชนหรือช่ือเสียงของบุคคล หรืออาจเปนคุณ หรือเปน โทษทั้งตอผเู สยี หายหรือผกู ระทําความผิด ขาราชการตํารวจจะเปดเผยขอมูลนั้นไดตอเมื่อมีความจําเปนตอการปฏิบัติหนาที่ หรือเพื่อประโยชนในราชการตํารวจที่ชอบดวยกฎหมาย หรือเพื่อการดําเนินการตามกระบวนการ ยตุ ธิ รรมเทาน้ัน ........................................ ËÁÒÂàËμØ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎ ก.ตร. ฉบบั นคี้ อื โดยท่ีตาํ รวจเปนท่พี ่ึงสาํ คญั ของประชาชน ในดานอํานวยความปลอดภัยและความยุติธรรม เท่ียงตรง ดังน้ัน เพื่อประโยชนในการดําเนินการ ใหข า ราชการตาํ รวจปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ปน ไปอยา งมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคน โยบายของทาง ราชการ และเปนตํารวจของประชาชนอยา งแทจ ริง จงึ จําเปน ตอ งออกกฎ ก.ตร. นี้
๕๖ º¹Ñ ·¡Ö ¢ŒÍ¤ÇÒÁ ÊÇ‹ ¹ÃÒª¡Òà ตร. â·Ã. ๐-๒๒๐๕-๓๗๓๘ ·Õè ๐๐๐๑ (ผบ.)/๑๕๑ Çѹ·èÕ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ àÃÍ×è § แนวทางการรายงานตามกฎ ก.ตร.วาดวยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ พ.ศ.๒๕๕๑ จตช., รอง ผบ.ตร., ผูช ว ย ผบ.ตร. และผดู ํารงตําแหนงเทยี บเทา ผบช., ผบก.ใน สง.ผบ.ตร. และผดู ํารงตําแหนง เทียบเทา ตาม กฎ ก.ตร.วาดว ยประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๕๑ ขอ ๘ กําหนดใหจเรตํารวจแหงชาติมีอํานาจและหนาท่ีใหคําปรึกษาแนะนําเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประมวล จริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ จัดทําคูมือและคําอธิบายแนวทางปฏิบัติและสอดสองดูแล การรักษาประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจในภาพรวมระดับสํานักงานตํารวจแหงชาติ และในขอ ๑๐ วรรคสาม ใหสํานักงานตํารวจแหงชาติ โดยการเสนอแนะของจเรตํารวจแหงชาติ วางระเบียบเก่ียวกับการรายงานตามขอ ๑๐ วรรคแรก ใหแลวเสร็จภายในส่ีสิบหาวันนับแตวันท่ี กฎ ก.ตร. นป้ี ระกาศในราชกจิ จานุเบกษา น้ัน ดังน้ัน เพื่อใหการดําเนินการเกี่ยวกับการรายงานกรณีมีการพบขาราชการตํารวจละเมิด ฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจตามนัยกฎ ก.ตร. ดังกลาว เปนไปดวยความเรียบรอย จึงไดก ําหนดแนวทางเก่ยี วกบั การรายงานไวดังนี้ ๑. กรณีจเรตํารวจแหงชาติพบวาหนวยงานตํารวจและหรือขาราชการตํารวจใดละเมิด ฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ ใหจเรตํารวจแหงชาติ ดําเนนิ การดังน้ี ๑.๑ ในกรณีที่พบขาราชการตํารวจต้ังแตระดับผูบังคับการข้ึนไปใหรายงาน ผบู ัญชาการตํารวจแหง ชาติ เพอื่ ทราบ ๑.๒ แจงผูบังคับบัญชาในระดับกองบัญชาการหรือหนวยงานเทียบเทา กองบัญชาการ หรือผูบังคับการในสังกัดสํานักงานผูบัญชาการตํารวจแหงชาติสอบขอเท็จจริง เพอ่ื ดําเนินการตามอํานาจหนา ที่ ๑.๓ ในกรณีท่ีจเรตํารวจแหงชาติเห็นสมควร อาจมอบหมายให รองจเรตํารวจ แหงชาติ จเรตํารวจ รองจเรตํารวจ ไปกํากับและติดตามการพิจารณาขอเท็จจริง หรือ ตง้ั คณะกรรมการสอบขอ เทจ็ จรงิ ทเี่ ปน อสิ ระจากกองบญั ชาการหรอื หนว ยงานเทยี บเทา กองบญั ชาการ หรอื กองบังคับการในสังกัด สาํ นกั งานผูบัญชาการตํารวจแหง ชาตกิ ็ได
๕๗ ๒. กรณีขาราชการตํารวจพบวาผูบังคับบัญชาของตน ขาราชการตํารวจหรือหนวยงาน ตํารวจใดละเมิดฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ ตามขอ ๑๐ วรรคแรกใหสามารถรายงานตอผูบงั คบั บญั ชาเหนือหนว ยงานทต่ี นสงั กดั ไดอ ยา งนอ ยสามลําดบั ชั้น ๓. เม่ือผูบังคับบัญชาไดรับรายงานตามขอ ๒ แลว ใหดําเนินการสอบขอเท็จจริงหรือ ต้ังคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงภายใน ๑๕ วัน นับแตไดรับการรายงานเพ่ือดําเนินการตามอํานาจ หนา ท่ีตอ ไป ๔. หากผูบังคับบัญชาที่ไดรับรายงานมิไดดําเนินการใด ภายในระยะเวลาท่ีกําหนดให สามารถรายงานถงึ จเรตํารวจแหงชาติ หรอื ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติได โดยไมถ ือวาเปนการกระทาํ ขามผูบ งั คับบัญชาเหนือตน ทงั้ น้ี การรายงานกรณมี กี ารพบขา ราชการตาํ รวจละเมดิ ฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามประมวล จริยธรรมและจรรยาบรรณของตาํ รวจ ตามขอ ๑ และขอ ๒ ใหรายงานพรอมทงั้ แสดงพยานหลกั ฐาน ตา งๆ ซง่ึ ยนื ยนั วา มกี ารละเมดิ ฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของตาํ รวจ ใหผรู บั รายงานทราบดวย ๕. เมื่อดําเนินการสอบขอเท็จจริง หรือตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงแลวมีมูล ฟงไดวาขาราชการตํารวจหรือหนวยงานตํารวจใดกระทําละเมิด ฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามประมวล จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของตาํ รวจใหด าํ เนินการทางวนิ ยั ไปตามอาํ นาจหนาที่ จึงแจง มาเพอ่ื ทราบและถือปฏิบตั โิ ดยเครง ครัดตอ ไป พล.ต.อ. พัชรวาท วงษสวุ รรณ (พัชรวาท วงษส ุวรรณ) ผบ.ตร.
๕๘ ÃÐàºÂÕ ºÊÓ¹¡Ñ §Ò¹μÓÃǨá˧‹ ªÒμÔ ÇÒ‹ ´ŒÇ»ÃÐÁÇÅÃÐàºÂÕ º¡ÒÃμÓÃǨäÁà‹ ¡èÂÕ Ç¡Ñº¤´Õ ÅѡɳзèÕ ñö ¡ÒÃÊ‹§àÊÃÔÁ¨ÃÂÔ ¸ÃÃÁáÅШÃÃÂÒºÃó¢Í§μÓÃǨ ¾.È.òõõõ -------------------------- โดยท่ีเปนการสมควรปรับปรุงประมวลระเบียบการตํารวจไมเกี่ยวกับคดี ลักษณะท่ี ๑๖ การไหวพระสวดมนตสําหรับตํารวจ เพ่ือเสริมสรางใหขาราชการตํารวจปฏิบัติหนาท่ีอยางมีคุณธรรม จริยธรรม สอดคลอ งกับกฎ ก.ตร. วา ดวยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตํารวจ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติตํารวจแหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ผบู ัญชาการตาํ รวจแหงชาติ จึงวางระเบยี บไว ดงั ตอ ไปนี้ ขอ ๑ ใหย กเลกิ ความในลกั ษณะท่ี ๑๖ การไหวพ ระสวดมนตส าํ หรบั ตาํ รวจ แหง ประมวล ระเบียบการตาํ รวจไมเกีย่ วกับคดี และใหใชความทีแ่ นบทา ยระเบยี บนแ้ี ทน ขอ ๒ ใหใชร ะเบยี บนี้ ตั้งแตบัดน้เี ปนตน ไป ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕ พลตาํ รวจเอก เพรยี วพนั ธ ดามาพงศ (เพรยี วพันธ ดามาพงศ) ผบู ัญชาการตํารวจแหงชาติ
๕๙ ÅѡɳзèÕ ñö ¡ÒÃʧ‹ àÊÃÔÁ¨ÃÔ¸ÃÃÁáÅШÃÃÂÒºÃó¢Í§μÓÃǨ -------------------------- ¢ŒÍ ñ การไหวพระสวดมนตสําหรับขาราชการตํารวจนั้น ใหสวดและกลาวบทเจริญ และระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ โดยใหผูนําสวดมนตกลาวนํา แลวให ขาราชการตาํ รวจในทีน่ น้ั สวดและกลาวตามพรอ มกันทุกคน ดังนี้ ¤Ó¹ÁÊÑ ¡ÒþÃÐÃÑμ¹μÃÂÑ อะระหงั สมั มาสมั พทุ โธ ภะคะวา พระผมู พี ระภาคเจา เปน พระอรหนั ต ดับเพลิงกเิ ลส เพลิงทกุ ขสิน้ เชงิ ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเ อง พทุ ธงั ภะคะวันตงั อะภวิ าเทมิ. ขาพเจา ขออภวิ าท พระผมู พี ระภาคเจา ผรู ู ผูต่ืน ผูเ บิกบาน. (กราบ ๑ คร้ัง) สวากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม, พระธรรมอันพระผมู พี ระภาคเจา ตรัสไวดแี ลว, ธมั มัง นะมัสสาม.ิ ขาพเจา ขอนมัสการพระธรรม. (กราบ ๑ ครง้ั ) สุปะฏปิ นโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆสาวกของพระผูม พี ระภาคเจา ปฏบิ ัตดิ แี ลว, สังฆงั นะมามิ. ขา พเจาขอนอบนอมพระสงฆ. (กราบ ๑ คร้ัง) ¤Ó¹ÁÊÑ ¡ÒþÃмÁŒÙ ¾Õ ÃÐÀÒ¤à¨ÒŒ นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต ขอนอบนอม แดพระผมู พี ระภาคเจา พระองคน น้ั , อะระหะโต, ซงึ่ เปน ผูไกลจากกิเลส, สัมมาสมั พทุ ธัสสะ เปนผตู รสั รูชอบได โดยพระองคเ อง. (วา ๓ หน) อิตปิ โ ส ภะคะวา, º·ÊÇ´ÃÐÅÖ¡¶§Ö ¾Ãоط¸à¨ŒÒ พระผมู พี ระภาคเจานั้น, อะระหัง, เปน ผูไ กลจากกเิ ลส, สมั มาสมั พทุ โธ, เปนผตู รัสรชู อบได โดยพระองคเอง, วชิ ชาจะระณะสมั ปนโน, เปน ผถู ึงพรอ มดว ยวิชชาและจรณะ,
๖๐ สคุ ะโต, เปนผูเสดจ็ ไปแลว ดวยด,ี โลกะวทิ ู เปนผูรูโ ลกอยางแจม แจง, อะนุตตะโร ปรุ สิ ะทัมมะสาระถิ, เปน ผูสามารถฝก บรุ ษุ ที่ควรฝกไดอยา ง สัตถา เทวะมะนสุ สานงั , ไมม ีใครยง่ิ กวา , พทุ โธ, เปนครผู สู อนของเทวดาและมนษุ ย ภะคะวาติ. ท้งั หลาย, เปน ผูรู ผูต นื่ ผเู บิกบานดวยธรรม, เปน ผมู คี วามจาํ เรญิ จาํ แนกธรรมสงั่ สอน สตั ว ดงั น้.ี º·ÊÇ´ÃÐÅÖ¡¶Ö§¾ÃиÃÃÁ สวากขาโต ภะคะวะตา ธมั โม, พระธรรมน้นั เปนธรรมทพ่ี ระผมู ี พระภาคเจาตรสั ไวดีแลว, สนั ทิฏฐิโก, เปนธรรมทีพ่ งึ เหน็ ไดดวยตนเอง อะกาลิโก, เปน ธรรมทใี่ หผลไดไมจ ํากัดกาล, เอหิปส สโิ ก, เปน ธรรมทคี่ วรกลา ววา ทา นจงมาดเู ถดิ , โอปะนะยโิ ก, เปนธรรมท่ีควรนอ มเขา มาใสต วั , ปจจัตตงั เวทิตัพโพ วญิ หู ตี ิ. เปน ธรรมทีผ่ ูร ูพ งึ รไู ดเฉพาะตน ดงั นี.้ º·ÊÇ´ÃÐÅÖ¡¶Ö§¾ÃÐʧ¦ สปุ ะฏปิ นโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆสาวกของพระผมู พี ระภาคเจา ปฏิบตั ดิ แี ลว อุชุปะฏปิ น โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆส าวกของพระผูม พี ระภาคเจา ปฏบิ ตั ิตรงแลว ญายะปะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา ปฏบิ ตั เิ พอ่ื รธู รรมเปน เครอ่ื งออกจากทกุ ข แลว , สามีจปิ ะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ, พระสงฆสาวกของพระผมู พี ระภาคเจา ปฏบิ ัติสมควรแลว, ยะททิ งั , ไดแกบ ุคคลเหลา นี้ คอื , จัตตาริ ปรุ ิสะยคุ านิ อฏั ฐะ ปุริสะปคุ คะลา, คแู หงบรุ ุษ ๔ คู นบั เปนรายบุคคลได ๘ บุรษุ , เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสงั โฆ, น่ันแหละ พระสงฆส าวกของพระผมู ี พระภาคเจา,
๖๑ อาหุเนยโย, เปนผูควรแกสกั การะท่ีเขานํามาบชู า, ปาหเุ นยโย, เปน ผคู วรแกส กั การะทเ่ี ขาจดั ไวต อ นรบั , ทกั ขเิ ณยโย, เปน ผคู วรรบั ทักษิณาทาน, อญั ชะลกิ ะระณโี ย, เปน ผคู วรทําอัญชลี, อะนตุ ตะรัง ปญุ ญกั เขตตัง โลกัสสาติ. เปนเนื้อนาบุญของโลก ไมม นี าบุญอืน่ ยง่ิ กวา ดงั น.ี้ º·á¼‹àÁμμÒ สพั เพ สัตตา, สัตวท้ังหลาย, ที่เปนเพื่อนทุกข, เกิด แก เจ็บ ตาย ดวยกันทั้งหมด ท้งั สิน้ อะเวรา, จงเปน สุขเปน สขุ เถิด, อยาไดม เี วรแกกันและกนั เลย อัพะยาปชฌา, จงเปนสขุ เปนสขุ เถิด, อยาไดพ ยาบาทเบียดเบยี นซ่ึงกนั และกนั เลย อะนฆี า, จงเปนสขุ เปนสุขเถิด, อยาไดมีความทกุ ขกายทกุ ขใจเลย สขุ ี อัตตานงั ปะริหะรนั ตุ, จงมคี วามสุขกายสขุ ใจ, รกั ษาตนใหพ น จากทกุ ขภยั ท้งั สิน้ เถดิ . ¢ŒÍ ò ขา ราชการตํารวจที่นบั ถอื ศาสนาอ่นื ๆ ใหปฏบิ ตั ติ ามท่ีศาสนาน้นั ๆ กาํ หนด ¢ÍŒ ó บทปลงใจ เปนบทความท่ีประสงคจะใหขาราชการตํารวจจําฝงอยูในใจเปนคดี ในการปฏิบัติหนา ที่ โดยใหผ ูนาํ กลา วนํา แลว ใหข า ราชการตํารวจในทีน่ ั้นกลา วตาม ดังนี้ ชาติของเราเปนไทยอยูไดจนถึงทุกวันน้ี เพราะบรรพบุรุษของเรา เอาเลือด เอาเน้ือ เอาชวี ิตและความลาํ บากยากเข็ญเขาแลกไว เราตองรักชาติ เราตองรักษาชาติ เราตองบาํ รงุ ชาติ เราตองสละชีพเพือ่ ชาติ เราตอ งคมุ ครองชวี ติ และทรพั ยส ินของประชาชน ¢ŒÍ ô บทอดุ มคตขิ องตาํ รวจ กลา วดังนี้ เคารพเอ้อื เฟอตอ หนา ท่ี กรณุ าปราณตี อ ประชาชน อดทนตอ ความเจ็บใจ ไมหว่ันไหวตอความยากลาํ บาก ไมมักมากในลาภผล มุงบาํ เพ็ญตนใหเปนประโยชนแ กป ระชาชน ดํารงตนในยตุ ธิ รรม กระทาํ การดว ยปญญา รกั ษาความไมป ระมาทเสมอชีวิต
๖๒ ¢ŒÍ õ เพลงชาติ ประเทศไทยรวมเลือดเน้อื ชาตเิ ชอ้ื ไทย เปนประชารัฐไผทของไทยทกุ สว น อยดู าํ รงคงไวไดทัง้ มวล ดว ยไทยลว นหมายรักสามัคคี ไทยนร้ี กั สงบแตถึงรบไมข ลาด เอกราชจะไมใ หใ ครขมขี่ สละเลอื ดทุกหยาดเปนชาตพิ ลี เถลงิ ประเทศชาตไิ ทยทวีมชี ัย ชโย ¢ŒÍ ö คาํ ถวายสัตยปฏิญาณเพื่อเปนขาราชการท่ดี ีและพลังแผนดิน ขอเดชะฝา ละอองธลุ พี ระบาทปกเกลา ปกกระหมอ ม ขา พระพุทธเจา..........(ยศ ชอ่ื ตัว ช่อื สกลุ ).............. ขอถวายสตั ยปฏิญาณวา จะประพฤตปิ ฏบิ ตั ิเปนขาราชการทดี่ ีตามรอยพระยุคลบาท จะมงุ มนั่ แนวแนแ กไ ขปญ หาของชาติและประชาชน และเสริมสรา งคุณประโยชนใ หแ กแผนดิน โดยยึดมนั่ ในหลักธรรมและความถูกตองตลอดไป ดวยเกลา ดวยกระหมอ ม ขอเดชะ ¢ÍŒ ÷ เพลงสรรเสรญิ พระบารมี ขาวรพุทธเจา เอามโนและศริ ะกาน นบพระภมู บิ าล บญุ ดเิ รก เอกบรมจกั รนิ พระสยามนิ ทร พระยศยงิ่ ยง เย็นศริ ะเพราะพระบริบาล ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเปน สขุ ศานต ขอบันดาล ธ ประสงคใ ด จงสฤษดดิ์ ัง หวังวรหฤทัย ดจุ ถวายชยั ชโย ¢ŒÍ ø การรองเพลงชาติ ไหวพระสวดมนต กลาวบทปลงใจ กลา วบทอดุ มคตขิ องตํารวจ ถวายสัตยปฏิญาณ และรองเพลงสรรเสริญพระบารมี เปนการปลูกจิตสํานึก สรางความภาคภูมิใจ และความเล่ือมใสศรัทธาชาติไทย และเปนการกระตุน เตอื นใหขาราชการตาํ รวจ มีความตัง้ ม่ันในการ ปฏบิ ัติหนาท่ดี วยความซ่ือสตั ยสจุ รติ และยตุ ธิ รรม จึงใหปฏิบัติดังน้ี ๘.๑ สถานศึกษาและสถานฝกอบรมของสํานักงานตํารวจแหงชาติ จัดให ผเู ขา รบั การฝก อบรมรอ งเพลงชาติ ไหวพ ระสวดมนต กลา วบทปลงใจ และกลา วบทอดุ มคตขิ องตาํ รวจ รองเพลงสรรเสรญิ พระบารมี ประจาํ ทุกวนั ในเวลาทเี่ หมาะสม อยางนอ ยวันละ ๑ คร้ัง
๖๓ ๘.๒ สถานีตํารวจหรือหนวยงานท่ีมีการเชิญธงชาติขึ้นสูยอดเสาในเวลา ๐๘.๐๐ น. ใหขาราชการตํารวจที่ปฏิบัติหนาท่ีอยู ณ ที่ต้ังขณะน้ันรวมแสดงความเคารพธงชาติ กลา วบทปลงใจ และกลา วบทอดุ มคติของตาํ รวจ หลังจากเคารพธงชาติ ๘.๓ การจัดใหมีพิธีกลาวคําถวายสัตยปฏิญาณของขาราชการตํารวจ ใหจัดใน โอกาสและสถานที่ท่ีเหมาะสมหรือตามท่ีคณะรัฐมนตรีกําหนดตอหนาพระบรมฉายาลักษณ หรือ พระบรมสาทสิ ลกั ษณพ ระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั พรอ มจดั เครอ่ื งสกั การะ โดยใหผ บู งั คบั บญั ชาสงู สดุ ในพิธกี ลาวนํา แลวขาราชการตาํ รวจในทีน่ น้ั กลา วตาม (ระเบียบสํานักงานตํารวจแหงชาติ วาดวยประมวลระเบียบการตํารวจไมเก่ียวกับคดี ลักษณะท่ี ๑๖ การสง เสริมจริยธรรมและจรรยาบรรณของตาํ รวจ พ.ศ.๒๕๕๕ ลงวนั ที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕)
๖๔ หนา ๑ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๐ ก ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞμÑ Ô ÁÒμðҹ·Ò§¨ÃÂÔ ¸ÃÃÁ ¾.È. òõöò ÊÁà´ç¨¾ÃÐà¨ÒŒ ÍÂÙË‹ ÑÇÁËÒǪÔÃÒŧ¡Ã³ º´Ô¹·Ãà·¾ÂÇÃÒ§¡Ùà ãËäŒ ÇŒ ³ Çѹ·èÕ ñõ àÁÉÒ¹ ¾.È. òõöò ໚¹»‚·Õè ô ã¹ÃѪ¡ÒÅ»˜¨¨Øº¹Ñ สมเดจ็ พระเจา อยหู วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู มพี ระราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหป ระกาศวา โดยท่เี ปนการสมควรมกี ฎหมายวา ดว ยมาตรฐานทางจรยิ ธรรม จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชบญั ญตั ขิ น้ึ ไวโ ดยคาํ แนะนาํ และยนิ ยอมของ สภานติ ิบญั ญตั แิ หงชาติ ทาํ หนาท่รี ัฐสภา ดังตอไปน้ี มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั นิ เ้ี รยี กวา “พระราชบญั ญตั มิ าตรฐานทางจรยิ ธรรม พ.ศ.๒๕๖๒” มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี้ หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตน ไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญตั นิ ้ี “หนว ยงานของรัฐ” หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม สวนราชการทเี่ รียกช่อื อยางอ่ืน และมีฐานะเปนกรม ราชการสวนทองถ่ิน รัฐวิสาหกิจ องคการมหาชน หรือหนวยงานอื่นของรัฐ ในฝา ยบรหิ าร แตไ มห มายความรวมถงึ หนว ยงานธรุ การของรฐั สภา องคก รอสิ ระ ศาล และองคก รอยั การ
เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๐ ก หนา ๒ ๖๕ ราชกจิ จานเุ บกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ “เจาหนาท่ีของรัฐ” หมายความวา ขาราชการ พนักงาน ลูกจาง หรือผูปฏิบัติงานอ่ืน ในหนวยงานของรัฐ “องคกรกลางบริหารงานบุคคล” หมายความวา คณะกรรมการขาราชการพลเรือน คณะกรรมการขาราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา คณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา และคณะกรรมการขา ราชการตาํ รวจ ตามกฎหมายวา ดว ยระเบยี บขา ราชการประเภทนนั้ รวมทั้ง คณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลของเจาหนาท่ีของรัฐในฝายบริหาร และคณะกรรมการ มาตรฐาน การบรหิ ารงานบคุ คลสว นทอ งถน่ิ ตามกฎหมายวา ดว ยระเบยี บบรหิ ารงานบคุ คลสว นทอ งถนิ่ “กรรมการ” หมายความวา กรรมการมาตรฐานทางจรยิ ธรรม มาตรา ๔ ใหนายกรัฐมนตรีรกั ษาการตามพระราชบัญญัตินิี้ ËÁÇ´ ñ ÁÒμðҹ·Ò§¨ÃÔ¸ÃÃÁáÅлÃÐÁÇŨÃÔ¸ÃÃÁ มาตรา ๕ มาตรฐานทางจริยธรรม คือ หลกั เกณฑก ารประพฤตปิ ฏบิ ัตอิ ยางมคี ุณธรรม ของเจาหนา ทข่ี องรฐั ซ่ึงจะตองประกอบดวย (๑) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันไดแก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข (๒) ซ่ือสตั ยส ุจริต มจี ิตสาํ นึกทดี่ ี และรบั ผดิ ชอบตอ หนาที่ (๓) กลา ตดั สนิ ใจและกระทาํ ในสง่ิ ท่ีถกู ตองชอบธรรม (๔) คดิ ถงึ ประโยชนสว นรวมมากกวาประโยชนสว นตัว และมจี ิตสาธารณะ (๕) มุงผลสมั ฤทธิ์ของงาน (๖) ปฏบิ ตั หิ นาทีอ่ ยา งเปนธรรมและไมเ ลือกปฏิบัติ (๗) ดาํ รงตนเปน แบบอยา งทด่ี แี ละรักษาภาพลักษณของทางราชการ มาตรฐานทางจรยิ ธรรมตามวรรคหนง่ึ ใหใ ชเ ปน หลกั สาํ คญั ในการจดั ทาํ ประมวลจรยิ ธรรม ของหนวยงานของรัฐท่ีจะกําหนดเปนหลักเกณฑในการปฏิบัติตนของเจาหนาที่ของรัฐเก่ียวกับสภาพ คุณงาม ความดีที่เจาหนาทขี่ องรฐั ตอ งยึดถอื สาํ หรับการปฏบิ ตั งิ าน การตัดสินความถกู ผดิ การปฏบิ ตั ิ ที่ควรกระทาํ หรอื ไมค วรกระทํา ตลอดจนการดาํ รงตนในการกระทาํ ความดีและละเวน ความช่วั
๖๖ หนา ๓ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๐ ก มาตรา ๖ ใหอ งคก รกลางบรหิ ารงานบคุ คลของหนว ยงานของรฐั มหี นา ทจ่ี ดั ทาํ ประมวล จรยิ ธรรมสําหรบั เจาหนาที่ของรฐั ทอี่ ยใู นความรบั ผิดชอบ ในกรณที เ่ี ปน เจา หนา ทขี่ องรฐั ซง่ึ ไมม อี งคก รกลางบรหิ ารงานบคุ คลทร่ี บั ผดิ ชอบใหอ งคก ร ตอไปน้ี เปน ผูจัดทาํ ประมวลจริยธรรม (๑) คณะรัฐมนตรี สําหรับขาราชการการเมอื ง (๒) สภากลาโหม สําหรบั ขา ราชการทหารและขาราชการพลเรอื นกลาโหม (๓) สาํ นกั งานคณะกรรมการนโยบายรฐั วสิ าหกจิ สาํ หรบั ผบู รหิ ารและพนกั งานรฐั วสิ าหกจิ (๔) คณะกรรมการพัฒนาและสงเสริมองคก ารมหาชน สาํ หรบั ผบู ริหาร เจา หนาท่ี และ ผูปฏิบัตงิ านขององคการมหาชน ในกรณีท่ีมีปญหาวาองคกรใดเปนผูจัดทําประมวลจริยธรรมสําหรับเจาหนาท่ีของรัฐ ประเภทใด ให ก.ม.จ.เปน ผมู อี าํ นาจวนิ จิ ฉยั ท้ังนี้หนวยงานของรัฐอาจจัดทําขอกําหนดจริยธรรมเพ่ือใชบังคับกับเจาหนาที่ของรัฐ ในหนวยงานนั้น เพิ่มเติมจากประมวลจริยธรรมใหเหมาะสมแกภารกิจท่ีมีลักษณะเฉพาะของ หนวยงานของรฐั นนั้ ดวยก็ได การจัดทําประมวลจริยธรรมและขอกําหนดจริยธรรมของหนวยงานของรัฐตองเปนไป ตามหลักเกณฑท ี่ ก.ม.จ. กาํ หนดตามมาตรา ๑๔ ดว ย มาตรา ๗ เพอื่ ใหก ารจดั ทาํ ประมวลจรยิ ธรรมในภาครฐั มมี าตรฐานทางจรยิ ธรรมในระดบั เดียวกัน ในการจดั ทําประมวลจริยธรรมขององคก รกลางบรหิ ารงานบุคคลของศาลหรือองคกรอยั การ องคกรกลางบริหารงานบุคคลของหนวยงานธุรการของรัฐสภาและองคกรอิสระ ใหนํามาตรฐานทาง จรยิ ธรรมตามมาตรา ๕ ไปใชป ระกอบการพจิ ารณาจัดทําประมวลจรยิ ธรรมของเจาหนาท่ขี องรฐั ท่ีอยู ในความรบั ผิดชอบดวย ËÁÇ´ ò ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃÁÒμðҹ·Ò§¨ÃÂÔ ¸ÃÃÁ มาตรา ๘ ใหมีคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมคณะหน่ึง เรียกโดยยอวา “ก.ม.จ.” ประกอบดวย (๑) นายกรฐั มนตรหี รอื รองนายกรฐั มนตรซี ง่ึ นายกรฐั มนตรมี อบหมายเปน ประธานกรรมการ (๒) ผแู ทนคณะกรรมการขา ราชการพลเรอื นทไ่ี ดร บั มอบหมายเปน รองประธานกรรมการ
เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๐ ก หนา ๔ ๖๗ ราชกิจจานเุ บกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ (๓) กรรมการโดยตาํ แหนง จาํ นวนหา คน ไดแ ก ผแู ทนทไี่ ดร บั มอบหมายจากคณะกรรมการ ขาราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา คณะกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการขาราชการตํารวจ คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลสวนทองถ่ิน และ สภากลาโหมอยางละหน่ึงคน (๔) กรรมการผูทรงคุณวุฒิซง่ึ นายกรัฐมนตรแี ตงต้ังจาํ นวนไมเ กนิ หาคนเปน กรรมการ ใหเ ลขาธกิ าร ก.พ. เปน กรรมการและเลขานกุ าร และใหเ ลขาธกิ าร ก.พ. แตง ตงั้ ขา ราชการ ในสํานักงาน ก.พ. เปน ผชู ว ยเลขานกุ ารไดต ามความจําเปน เพ่ือประโยชนในการดําเนินการตามหนาท่ีและอํานาจของ ก.ม.จ. ก.ม.จ. อาจมีมติ ใหเ ชญิ ผแู ทนทไี่ ดร บั มอบหมายจากคณะกรรมการทที่ าํ หนา ทบี่ รหิ ารงานรฐั วสิ าหกจิ หรอื องคก ารมหาชน หรอื หวั หนา หนว ยงานของรฐั ทม่ี หี นา ทแ่ี ละอาํ นาจโดยตรงเกยี่ วกบั เรอื่ งทจ่ี ะพจิ ารณา หรอื ผซู งึ่ มคี วามรู ความเชยี่ วชาญและประสบการณด า นจรยิ ธรรมใหเ ขา รว มประชมุ เปน ครงั้ คราวในฐานะกรรมการดว ยกไ็ ด ในกรณเี ชน นนั้ ใหผ ทู ไี่ ดร บั เชญิ และมาประชมุ มฐี านะเปน กรรมการสาํ หรบั การประชมุ ครงั้ ทไี่ ดร บั เชญิ นน้ั ใหส าํ นกั งาน ก.พ. มหี นา ทปี่ ฏบิ ตั งิ านธรุ การ งานประชมุ งานวชิ าการ การศกึ ษาหาขอ มลู และกิจการตางๆ ที่เกี่ยวของใหแก ก.ม.จ. คณะอนุกรรมการหรือคณะทํางานที่แตงต้ังโดย ก.ม.จ. รวมท้ังใหมหี นา ท่แี ละอาํ นาจอนื่ ตามท่ีกาํ หนดในพระราชบญั ญตั ินี้ มาตรา ๙ กรรมการผูทรงคุณวุฒิตองมีความรู ความสามารถ หรือประสบการณ ดานการสงเสริมจริยธรรม ดานกฎหมาย ดา นการบรหิ ารงานบุคคล ดา นการพัฒนาทรพั ยากรมนุษย หรือดานอื่นใดอันจะเปนประโยชนแกการปฏิบัติหนาท่ีของ ก.ม.จ. โดยมีผลงานเปนท่ีประจักษ และตอ งมคี ุณสมบตั ิและไมมลี ักษณะตอ งหามดังตอ ไปน้ี (๑) มสี ญั ชาติไทย (๒) มอี ายุไมตํ่ากวาสสี่ ิบหาป (๓) ไมเ ปนบุคคลลมละลายหรอื เคยเปนบุคคลลม ละลายทจุ รติ (๔) ไมเปน คนไรความสามารถหรือคนเสมอื นไรความสามารถ (๕) ไมเ คยไดร บั โทษจาํ คกุ โดยคาํ พพิ ากษาถงึ ทสี่ ดุ ใหจ าํ คกุ เวน แตเ ปน โทษสาํ หรบั ความผดิ ที่ไดก ระทําโดยประมาท
๖๘ หนา ๕ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๐ ก (๖) ไมเปนผูดํารงตําแหนงทางการเมือง สมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถ่ิน กรรมการ หรือผูซ่ึงดํารงตําแหนงซ่ึงรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ท่ีปรึกษาพรรคการเมือง หรอื เจา หนาท่พี รรคการเมอื ง (๗) ไมเ คยถกู ลงโทษทางวนิ ยั หรอื ใหอ อก ปลดออก หรอื ไลอ อกจากราชการ รฐั วสิ าหกจิ หรอื หนว ยงานของรฐั (๘) ไมเ คยตอ งคาํ พพิ ากษาหรอื คาํ สง่ั ของศาลอนั ถงึ ทสี่ ดุ ใหท รพั ยส นิ ตกเปน ของแผน ดนิ เพราะร่ํารวยผดิ ปกติ (๙) ไมเคยตองคําพิพากษาอันถึงท่ีสุดวากระทําความผิดตอตําแหนงหนาท่ีราชการ หรอื ตอ ตาํ แหนง หนา ทใี่ นการยตุ ธิ รรม หรอื กระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวา ดว ยความผดิ ของพนกั งาน ในองคการหรือหนวยงานของรฐั (๑๐) ไมอ ยใู นระหวางตองหามมิใหดาํ รงตําแหนงทางการเมอื ง (๑๑) ไมเ คยพน จากตาํ แหนง เพราะศาลฎกี าหรอื ศาลฎกี าแผนกคดอี าญาของผดู าํ รงตาํ แหนง ทางการเมอื งมคี าํ พพิ ากษาวา ฝาฝน หรือไมป ฏบิ ัติตามมาตรฐานทางจรยิ ธรรมอยางรา ยแรง มาตรา ๑๐ กรรมการผทู รงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตาํ แหนงคราวละสามป เมื่อครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการแตงต้ังกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ข้ึนใหม ใหก รรมการผทู รงคณุ วุฒซิ ึ่งพน จากตําแหนงตามวาระนัน้ อยใู นตําแหนง เพ่ือดําเนนิ งานตอ ไป จนกวา กรรมการผทู รงคุณวุฒิซ่งึ ไดรบั แตง ตง้ั ใหมเขา รบั หนาที่ กรรมการผูทรงคุณวุฒิซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระอาจไดรับแตงต้ังอีกได แตจะดํารง ตําแหนงติดตอ กนั เกินสองวาระไมได มาตรา ๑๑ นอกจากการพน จากตาํ แหนง ตามวาระ กรรมการผทู รงคณุ วฒุ พิ น จากตาํ แหนง เม่อื (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบตั หิ รือมลี ักษณะตองหา มตามมาตรา ๙ (๔) ก.ม.จ. มีมติใหออกจากตําแหนงดวยคะแนนเสียงไมนอยกวากึ่งหน่ึงของจํานวน กรรมการเทา ทม่ี ีอยเู พราะบกพรองตอหนา ท่ี มคี วามประพฤตเิ สอื่ มเสยี หรอื หยอนความสามารถ
เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๕๐ ก หนา ๖ ๖๙ ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ มาตรา ๑๒ ในกรณีท่ีกรรมการผูทรงคุณวุฒิพนจากตําแหนงกอนวาระหรือในกรณี ทน่ี ายกรฐั มนตรแี ตง ตงั้ กรรมการผทู รงคณุ วฒุ เิ พมิ่ ขนึ้ ในระหวา งทก่ี รรมการผทู รงคณุ วฒุ ซิ งึ่ แตง ตงั้ ไวแ ลว ยังมีวาระอยูในตําแหนง ใหผูไดรับแตงตั้งแทนตําแหนงที่วางหรือเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น อยูในตําแหนงเทากับวาระท่ีเหลืออยูของผูซึ่งตนแทนหรือผูซ่ึงแตงต้ังไวแลว เวนแตวาระท่ีเหลืออยู ไมถงึ หนึ่งรอยแปดสิบวนั จะไมแตงต้ังกรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิแทนก็ได ในกรณที ก่ี รรมการผทู รงคณุ วฒุ พิ น จากตาํ แหนง กอ นวาระให ก.ม.จ. ประกอบดว ยกรรมการ ทงั้ หมดเทาที่มอี ยูจนกวาจะมกี ารแตงตงั้ ตามวรรคหน่งึ มาตรา ๑๓ ก.ม.จ. มหี นา ท่แี ละอาํ นาจ ดังตอ ไปน้ี (๑) เสนอแนะและใหคําปรึกษาเก่ียวกับนโยบายและยุทธศาสตรดานมาตรฐานทาง จรยิ ธรรม และการสงเสรมิ จริยธรรมภาครัฐตอคณะรฐั มนตรี (๒) กาํ หนดแนวทางหรอื มาตรการในการขบั เคลอื่ น การดาํ เนนิ กระบวนการรกั ษาจรยิ ธรรม รวมทั้งกลไกและการบังคับใชประมวลจริยธรรมสําหรับเจาหนาที่ของรัฐเพื่อใหองคกรกลางบริหาร งานบคุ คล องคก รตามมาตรา ๖ วรรคสอง หรอื ผบู งั คบั บญั ชานาํ ไปใชใ นกระบวนการบรหิ ารงานบคุ คล อยางเปน รูปธรรม (๓) กําหนดแนวทางในการสงเสริมและพัฒนาเพื่อเสริมสรางประสิทธิภาพใหเจาหนาที่ ของรัฐ มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมและยึดถือแนวทางปฏิบัติตามประมวล จรยิ ธรรม รวมทงั้ เสนอแนะมาตรการในการเพิ่มพนู ประสทิ ธภิ าพและเสรมิ สรา งแรงจงู ใจในการปฏิบตั ิ ตามประมวลจรยิ ธรรมแกห นวยงานของรฐั ตอคณะรฐั มนตรี (๔) กํากับ ติดตาม และประเมินผลการดําเนินการตามมาตรฐานทางจริยธรรม โดยอยางนอยตองใหหนวยงานของรัฐจัดใหมีการประเมินความรูความเขาใจเก่ียวกับมาตรฐาน ทางจรยิ ธรรม และใหมกี ารประเมนิ พฤติกรรมทางจรยิ ธรรมสําหรับเจาหนา ท่ีของรัฐในหนว ยงานนน้ั (๕) ตรวจสอบรายงานประจําปของหนวยงานของรัฐตามมาตรา ๑๙ (๓) และรายงาน สรุปผลการดําเนนิ งานดังกลาวเสนอตอคณะรัฐมนตรีเพือ่ ทราบอยางนอ ยปล ะหนง่ึ ครง้ั (๖) ตคี วามและวินจิ ฉยั ปญ หาทีเ่ กิดจากการใชบ ังคับพระราชบญั ญตั นิ ิ้ี (๗) ปฏบิ ตั หิ นา ทอี่ น่ื ตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ นพระราชบญั ญตั นิ ห้ี รอื ตามทค่ี ณะรฐั มนตรมี อบหมาย การประเมินผลตาม (๔) ใหเปน ไปตามหลักเกณฑและวิธกี ารที่ ก.ม.จ. กาํ หนด โดยอาจ จดั ใหม ีองคก รภายนอกเขารวมการประเมนิ ผลดว ยกไ็ ด
๗๐ หนา ๗ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๐ ก มาตรา ๑๔ เพื่อใหการดําเนินการจัดทําประมวลจริยธรรมและขอกําหนดจริยธรรม ตามมาตรา ๖ เปน ไปดว ยความเรยี บรอ ยและสอดคลอ งกบั มาตรฐานทางจรยิ ธรรม และเพอ่ื ประโยชน ในการดําเนินการตามหนาท่ีและอํานาจตามมาตรา ๑๓ ให ก.ม.จ. มีอํานาจกําหนดหลักเกณฑเปน ระเบยี บ คมู อื หรอื แนวทางปฏบิ ตั เิ พอื่ ใหอ งคก รกลางบรหิ ารงานบคุ คล องคก รตามมาตรา ๖ วรรคสอง และหนวยงานของรัฐใชเปนหลักเกณฑสําหรับการจัดทําประมวลจริยธรรมและขอกําหนดจริยธรรม รวมท้ังการกําหนดกระบวนการรักษาจริยธรรมของเจาหนาที่ของรัฐ ในการน้ี ให ก.ม.จ. มีหนาท่ีให คําแนะนําแกองคกรกลางบริหารงานบุคคล องคกรตามมาตรา ๖ วรรคสอง และหนวยงานของรัฐ ในการปฏิบตั ติ ามพระราชบัญญัตนิ ้ี ในกรณีที่ปรากฏแก ก.ม.จ. วาการจัดทําประมวลจริยธรรมขององคกรกลางบริหาร งานบคุ คล หรอื องคก รตามมาตรา ๖ วรรคสอง หรอื ขอกาํ หนดจรยิ ธรรมของหนวยงานของรัฐแหง ใด ไมส อดคลองกบั มาตรฐานทางจริยธรรมหรอื มกี ารปฏบิ ตั ิที่ไมเปน ไปตามหลกั เกณฑท ่ี ก.ม.จ. กําหนด ตามวรรคหน่ึง ให ก.ม.จ. แจงใหอ งคกรกลางบรหิ ารงานบคุ คล องคกรตามมาตรา ๖ วรรคสอง หรอื หนว ยงานของรฐั แหง นน้ั ดาํ เนนิ การแกไ ขใหถ กู ตอ ง และใหเ ปน หนา ทขี่ ององคก รกลางบรหิ ารงานบคุ คล องคกรตามมาตรา ๖ วรรคสอง หรือหนว ยงานของรฐั ทจ่ี ะตอ งดาํ เนินการโดยเร็ว มาตรา ๑๕ ให ก.ม.จ. จดั ใหม กี ารทบทวนมาตรฐานทางจรยิ ธรรมตามมาตรา ๕ ทกุ หา ป หรือในกรณีท่ีมีความจําเปนหรือสถานการณเปลี่ยนแปลงไป ก.ม.จ. จะพิจารณาทบทวนในรอบ ระยะเวลาที่เร็วกวานั้นก็ได โดยในการดําเนินการดังกลาวใหเชิญผูแทนจากองคกรกลางบริหาร งานบคุ คล และองคก รตามมาตรา ๖ วรรคสอง มาหารือรวมกนั ดวย มาตรา ๑๖ การประชมุ ก.ม.จ. ตอ งมกี รรมการมาประชมุ ไมน อ ยกวา กงึ่ หนงึ่ ของจาํ นวน กรรมการทั้งหมดเทา ที่มีอยจู งึ จะเปนองคประชมุ ในการประชุม ก.ม.จ. ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานกรรมการปฏบิ ัติหนาทแี่ ทน ในกรณีทไี่ มม รี องประธานกรรมการหรอื มแี ตไ มอ าจปฏิบัติ หนาท่ีได ใหทปี่ ระชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเปนประธานในท่ีประชุม การวนิ จิ ฉยั ชขี้ าดของทป่ี ระชมุ ใหถ อื เสยี งขา งมาก กรรมการคนหนงึ่ ใหม เี สยี งหนง่ึ ในการ ลงคะแนน ถา คะแนนเสยี งเทา กนั ใหประธานในท่ีประชมุ ออกเสียงเพม่ิ ขึน้ อกี เสยี งหนึ่งเปนเสียงช้ขี าด
เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๐ ก หนา ๘ ๗๑ ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ มาตรา ๑๗ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ก.ม.จ. มีอํานาจแตงตั้ง คณะอนุกรรมการ หรือคณะทํางานเพ่อื พจิ ารณาหรอื ดาํ เนินการตามที่ ก.ม.จ. มอบหมายได ใหน าํ ความในมาตรา ๑๖ มาใชบ งั คบั แกก ารประชมุ ของคณะอนกุ รรมการและคณะทาํ งานดว ย โดยอนโุ ลม มาตรา ๑๘ ใหประธานกรรมการ กรรมการ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ไดรับเบ้ียประชุมและประโยชนตอบแทนอื่นตามท่ีกระทรวงการคลังกําหนด โดยความเห็นชอบ ของคณะรฐั มนตรี ËÁÇ´ ó ¡ÒÃÃ¡Ñ ÉÒ¨ÃÂÔ ¸ÃÃÁ¢Í§à¨ÒŒ ˹Ҍ ·è¢Õ Í§Ã°Ñ มาตรา ๑๙ เพอ่ื ประโยชนใ นการรกั ษาจรยิ ธรรมของเจา หนา ทขี่ องรฐั ใหห นว ยงานของรฐั ดาํ เนินการดงั ตอไปน้ี (๑) กาํ หนดใหม ผี รู บั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั การรกั ษาจรยิ ธรรมประจาํ หนว ยงานของรฐั ในการนี้ อาจมอบหมายใหสวนงานท่ีมีหนาที่และภารกิจในดานจริยธรรม ธรรมาภิบาล หรือที่เก่ียวกับ การบริหารงานบุคคล หรือคณะกรรมการและกลุมงานจริยธรรมประจําหนวยงานของรัฐที่มีอยูแลว เปนผรู ับผิดชอบกไ็ ด (๒) ดําเนินกิจกรรมการสงเสริม สนับสนุน ใหความรู ฝกอบรม และพัฒนาเจาหนาท่ี ของรัฐในหนวยงานของรัฐ และจัดใหมีมาตรการและกลไกท่ีมีประสิทธิภาพเพ่ือเสริมสรางใหมี การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม รวมท้ังกําหนดกลไกในการสงเสริมใหประชาชนมีสวนรวมในการ ตรวจสอบพฤติกรรมของเจาหนาที่ของรัฐ ตลอดจนสรางเครือขายและประสานความรวมมือระหวาง หนว ยงานของรัฐและ ภาคเอกชน (๓) ทุกส้ินปงบประมาณ ใหจัดทํารายงานประจําปตามหลักเกณฑที่ ก.ม.จ. กําหนด เสนอตอ ก.ม.จ. โดยใหหนวยงานของรัฐเสนอรายงานประจําปผานองคกรกลางบริหารงานบุคคล หรอื องคก ร ตามมาตรา ๖ วรรคสอง แลว แตกรณี เพ่อื ประเมินผลในภาพรวมของหนว ยงานของรฐั เสนอตอ ก.ม.จ. ดวย
๗๒ หนา ๙ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๐ ก มาตรา ๒๐ ใหองคกรกลางบริหารงานบุคคลแตละประเภทและองคกรตามมาตรา ๖ วรรคสอง มีหนาท่ีกํากับดูแลการดําเนินกระบวนการรักษาจริยธรรม และการประเมินผลการปฏิบัติ ตามประมวลจรยิ ธรรม รวมทง้ั ใหม หี นา ทแ่ี ละอาํ นาจจดั หลกั สตู รการฝก อบรม การเผยแพรค วามเขา ใจ ตลอดจนการกําหนดมาตรการจูงใจเพ่ือพัฒนาและสงเสริมใหเจาหนาที่ของรัฐในหนวยงานของรัฐ มีพฤติกรรมทางจริยธรรมเปนแบบอยางที่ดี และมาตรการท่ีใชบังคับแกเจาหนาท่ีของรัฐในหนวยงาน ของรัฐซึ่งมีพฤติกรรมที่เปนการฝาฝนมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไมปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม โดยอาจกาํ หนดมาตรการเพอ่ื ใชใ นการบรหิ ารงานบคุ คลตามกฎหมายวา ดว ยระเบยี บขา ราชการประเภทนน้ั º·à©¾ÒСÒÅ มาตรา ๒๑ เมื่อ ก.ม.จ. ไดประกาศกําหนดหลักเกณฑการจัดทําประมวลจริยธรรม ตามมาตรา ๑๔ แลว ใหอ งคก รกลางบรหิ ารงานบคุ คลและองคก รตามมาตรา ๖ วรรคสอง จดั ทาํ ประมวล จรยิ ธรรมใหแลว เสรจ็ ตามระยะเวลาที่ ก.ม.จ. กําหนด มาตรา ๒๒ บรรดาประมวลจริยธรรม กฎ ระเบียบ หรือหลักเกณฑเกี่ยวกับจริยธรรม ของเจาหนาท่ีของรัฐท่ีมีผลใชบังคับอยูในวันกอนวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหคงมีผลใชบังคับ ไดตอไป เทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัตินี้ จนกวาจะมีการกําหนดประมวลจริยธรรม หรือหลักเกณฑเ กี่ยวกบั จริยธรรมตามพระราชบญั ญัติน้ี ผูรับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยทุ ธ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี
เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๕๐ ก หนา ๑๐ ๗๓ ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพ ระราชบัญญตั ฉิ บบั น้ี คือ โดยที่มาตรา ๗๖ วรรคสาม ของ รฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัตใิ หร ฐั พงึ จดั ใหมมี าตรฐานทางจรยิ ธรรม เพอ่ื ใหห นวยงาน ของรัฐใชเปนหลักในการกําหนดประมวลจริยธรรมสําหรับเจาหนาท่ีของรัฐในหนวยงานนั้นๆ ซึ่งตองไมตํ่ากวามาตรฐานทางจริยธรรมดังกลาว ดังน้ัน เพ่ือใหการจัดทําประมวลจริยธรรมเปนไป ดวยความเรียบรอยและมีมาตรฐานเดียวกัน สมควรมีกฎหมายวาดวยมาตรฐานทางจริยธรรมใชเปน หลกั สาํ คัญในการจัดทาํ ประมวลจริยธรรมของหนว ยงานของรฐั เพอื่ ใชเ ปนหลกั เกณฑใ นการปฏิบัตติ น ของเจาหนาที่ของรัฐ โดยมีหลักเกณฑการจัดทําประมวลจริยธรรม กระบวนการรักษาจริยธรรมของ เจา หนา ทขี่ องรฐั รวมทงั้ มาตรการและกลไกทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพเพอ่ื เสรมิ สรา งใหม กี ารปฏบิ ตั ติ ามประมวล จริยธรรม จึงจําเปนตอ งตราพระราชบญั ญตั นิ ี้
๗๔ ºÃóҹ¡Ø ÃÁ กองบัญชาการศกึ ษา (๒๕๕๗). คมู อื นสต. วชิ าจรยิ ธรรมตาํ รวจ ฉบบั ปรับปรงุ ๒๕๕๗. “๒๐ คําคมเปลย่ี นมมุ มองชวี ติ ใหคิดบวก”. ๒๕๖๑.[ระบบออนไลน] . แหลง ที่มา https://hilight.kapook.com/view/67603 (๑๔ ธนั วาคม ๒๕๖๑). นติ ยสาร แมแ ละเดก็ “ครอบครวั สขุ สนั ต” .๒๕๕๙ ผศ. ธนากร สริ สิ คุ นั ทา “จรยิ ธรรมทางธรุ กจิ ” ๒๕๕๙ หนา ๗-๑๑, ๑๗-๒๑.
๗๕
๗๖ จัดพิมพโดย โรงพิมพต าํ รวจ ถ.เศรษฐศิริ ดุสติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศพั ท ๐-๒๖๖๘-๒๘๑๑-๓ โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๔๖๕๘
“เปนองคกรบังคับใชกฎหมายที่นําสมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพ�อใหประชาชนเช�อมั่นศรัทธา” พลตํารวจเอก สุวัฒน แจงยอดสุข ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ
Search