การประชุม คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๗๔ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ จัดทำโดย กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สำนักกรรมาธิการ ๑ ฝ่ายเลขานุการฯ
สารบัญ ๑. ขัน้ ตอนการประชุม ๒. บนั ทึกการประชมุ ๓. รายช่ือหนว่ ยงานผเู้ ข้าร่วมประชมุ ๔. เอกสารประกอบจากหน่วยงาน - กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๕. เอกสารวชิ าการเกษตรพันธสัญญา
ข้นั ตอนการประชุม
ขน้ั ตอนการประชุม คณะกรรมาธกิ ารการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร คร้งั ที่ ๗๔ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ณ หอ้ งประชุมกรรมาธกิ าร CA 411 ช้นั ๔ อาคารรัฐสภา ----------------------------------- ประธานคณะกรรมาธกิ าร ประธาน : บดั นี้มีกรรมาธิการมาครบองค์ประชมุ แล้ว ดิฉันในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขอเปิดประชุมและดาเนินการประชุมตามระเบียบ วาระการประชุม ดังน้ี ประธาน : ระเบยี บวาระท่ี ๑ เรื่องท่ีประธานแจ้งต่อท่ปี ระชุม ประธาน : ระเบียบวาระท่ี ๒ รับรองบันทึกการประชุม รับรองบันทึกการประชุม ครั้งท่ี ๗๓ วนั พฤหัสบดีที่ ๙ มิถนุ ายน ๒๕๖๕ ประธาน : ขอเชญิ ฝา่ ยเลขานุการคณะกรรมาธิการ นาเสนอบนั ทกึ การประชมุ ประธาน : ขอเชญิ ทป่ี ระชุมพิจารณาทีละหนา้ ........................................................................................ ประธาน : หากไม่มีกรรมาธิการท่านใดแก้ไข ดิฉันถือว่าท่ีประชุมมีมติรับรองบันทึกการประชุม คร้ังที่ ๗๓ วนั พฤหัสบดีท่ี ๙ มถิ นุ ายน ๒๕๖๕ ประธาน : ระเบียบวาระท่ี ๓ เร่อื งพิจารณา พิจารณา “แนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมจากการทาเกษตรกรรมในระบบ เกษตรพันธสัญญาของกลุ่มเกษตรกรผู้เล้ียงไก่ และกลุ่มเกษตรกรผู้เล้ียงหมู” เน่ืองจาก คณะกรรมาธิการ ได้รับเร่ืองร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่ได้รับ ผลกระทบจากการทาสัญญาท่ีไม่เป็นธรรมในระบบเกษตรพันธสัญญา โดยเฉพาะการจัดหาพันธุ์สัตว์ อาหาร ยา และปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตจากผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรที่ไม่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สง่ ผลให้เกษตรกรไดร้ ับความเสยี หายและเปน็ หนี้สนิ จานวนมาก ท้ังนี้ เพ่ือช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร และเพ่ือหาแนวทางแก้ไข ปัญหาในระยะยาว การประชุมวันนี้ คณะกรรมาธกิ ารจึงไดเ้ ชญิ ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บริษัท (ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร) และเกษตรกรผ้รู อ้ งเรียน เข้าร่วมประชมุ โดยคณะกรรมาธกิ าร ไดแ้ บ่ง การพิจารณา ออกเปน็ ๒ วาระ ดงั น้ี
๒ ๓.๑ “แนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมจากการทาเกษตรกรรมในระบบเกษตร พันธสัญญาของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่” โดยเชิญปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี บริษัท ซันฟู้ด อินเตอร์เนช่ันแนล จากัด และ เกษตรกรผรู้ อ้ งเรียน ลาดับแรกขอเชิญนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ ผู้นาเร่ืองร้องเรียน มาสู่คณะกรรมาธิการ ประธาน : ขอเชญิ ท่านนาเสนอเรอื่ งร้องเรียนค่ะ.................................................................................... ลาดับถัดไปขอเชิญกลมุ่ เกษตรกรผู้เล้ียงไก่ เสนอประเด็นปัญหาตอ่ ที่ประชมุ ประธาน : ขอเชิญผรู้ อ้ งเสนอประเด็นปัญหาค่ะ…….............................................................................. ตอ่ ไปขอเชญิ บริษทั ซนั ฟู้ด อนิ เตอร์เนช่นั แนล จากัด ชแ้ี จงปัญหาต่อทปี่ ระชมุ ประธาน : ขอเชญิ ผู้แทนบริษัทฯ ค่ะ…….............................................................................. ลาดับสุดท้ายขอเชิญผู้แทนสานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงใน ประเด็น ดงั นี้ ประธาน : ขอเชญิ หนว่ ยงานช้แี จงค่ะ....................................................................................................... ประธาน : เชิญทีป่ ระชมุ แสดงความคดิ เหน็ /สอบถาม ผูช้ แี้ จง................................................................. มติท่ปี ระชุม .......................................................................................................................... ๓.๒ “แนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมจากการทาเกษตรกรรมในระบบเกษตร พันธสัญญาของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู” โดยเชิญปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสตั ว์ จากัด และเกษตรกรผูร้ อ้ งเรยี น ลาดับแรกขอเชิญนายคาพอง เทพาคา โฆษกคณะกรรมาธิการ ผู้นาเร่ืองร้องเรียนมาสู่ คณะกรรมาธกิ าร ประธาน : ขอเชญิ ทา่ นนาเสนอเรอื่ งรอ้ งเรยี นคะ่ ........................................................................
๓ ลาดับถัดไปขอเชญิ กลมุ่ เกษตรกรผูเ้ ลีย้ งหมู เสนอประเด็นปัญหาตอ่ ทีป่ ระชุม ประธาน : ขอเชิญผรู้ ้องเสนอประเดน็ ปัญหาค่ะ…….............................................................................. ตอ่ ไปขอเชญิ บรษิ ัท เอส พี เอ็ม อาหารสตั ว์ จากัด ชแี้ จงปญั หาต่อทป่ี ระชุม ประธาน : ขอเชิญผู้แทนบรษิ ทั ฯ ค่ะ…….............................................................................. ลาดับสุดท้ายขอเชิญผู้แทนสานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช้ีแจงใน ประเดน็ ดงั นี้ ประธาน : ขอเชิญหน่วยงานชแ้ี จงคะ่ ....................................................................................................... ประธาน : เชญิ ท่ีประชุมแสดงความคดิ เห็น/สอบถาม ผูช้ ี้แจง................................................................. มตทิ ปี่ ระชุม .......................................................................................................................... ประธาน : ระเบียบวาระที่ ๔ เรอ่ื งอ่ืน ๆ คณะกรรมาธิการขอนัดประชุมครั้งต่อไป ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬกิ า ณ หอ้ งประชมุ กรรมาธิการ CA 411 เรอื่ งพิจารณา …………………………………………………………………………………………………………. หน่วยงานผชู้ ้ีแจง ................................................................................................................ มติที่ประชมุ .......................................................................................................................... ประธาน : มีกรรมาธิการท่านใดจะเสนอเรื่องอื่น ๆ อีกหรือไม่ ถ้าไม่มี วันนี้หมดระเบียบวาระ การประชุมแลว้ ดฉิ ันขอขอบคุณทุกทา่ น และขอปดิ ประชมุ .............................................. ฝ่ายเลขานกุ ารคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์
บนั ทึกการประชมุ
รายช่อื หนว่ ยงานผู้เขา้ รว่ มประชมุ
รายชือ่ ผชู้ ี้แจงการประชมุ คณะกรรมาธกิ ารการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ครัง้ ท่ี ๗๔ วันพฤหสั บดีที่ ๑๖ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธกิ าร CA 411 ชน้ั ๔ อาคารรัฐสภา …………………………………….. สภาผแู้ ทนราษฎร สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรจังหวดั อุทัยธานี ๑. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชือ่ ๒. นางอมรรตั น์ โชคปมิตตก์ ุล สานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ - สานักงานเลขานุการคณะกรรมการสง่ เสรมิ และพัฒนาเกษตรพันธสัญญา ๑. นายเทวนิ ทน์ นริ นทร์ ผู้อานวยการสานกั กฎหมาย ๒. นายสรุ ศกั ดิ์ เหลอื งอรา่ มกุล หัวหนา้ กลุ่มกฎหมายและไกลเ่ กลย่ี ขอ้ พิพาท ๓. นางสาวปารัชญา ชาวสวน หวั หนา้ กลุ่มพฒั นาระบบเกษตร ๔. นายธรี ะวฒุ ิ ญาณรตั น์ หัวหนา้ กล่มุ ทะเบยี นและสารสนเทศ - กรมปศุสตั ว์ ๑. นายกฤตพิ ิพฒั น์ รตั นนาวนิ กุล ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นส่งเสริมและพฒั นาสตั วป์ ีก กองสง่ เสรมิ และพฒั นาการปศุสตั ว์ ๒. นางวรางคณา โตรส หัวหนา้ กล่มุ วิจยั เศรษฐกิจการปศสุ ตั ว์ - รายชือ่ ผ้มู าชแ้ี จงการพิจารณาเรอื่ ง “แนวทางการแกไ้ ขปญั หาความไมเ่ ปน็ ธรรมจากการทาเกษตรกรรม ในระบบเกษตรพนั ธสญั ญาของกลุ่มเกษตรผู้เลี้ยงไก่” บรษิ ัท ซนั ฟ้ดู อินเตอร์เนช่ันแนล จากัด ๑. นายปรญิ ญา แสงไชย รองประธานอาวโุ สสายงานผลิตไกเ่ นื้อ ๒. นายเฉลียวพนั ธ์ จนั ทะเสน ผ้จู ัดการทั่วไปสายงานสขุ ภาพสัตว์ ๓. นายอกุ ฤษฎ์ หงษ์คา ผจู้ ดั การฝา่ ยกฎหมายและสนิ เช่ือ ๔. นางสาวปณิสรา อย่มู ณี นิติกร กลมุ่ เกษตรกรผเู้ ลี้ยงไก่ ๑. นางกลั ตวลั ย์ หรรษภิญโญ ๒. นางสาวจันทรว์ ภิ า ภทั รบดี ๓. นายวชริ ณุ มุสิกไชย ๔. นายเกรียงไกร กาฬษร ๕. นายอภิศักด์ิ น้อยคายาง ๖. นายสมุ ติ ร ชัยพัฒนวงค์
2 ๗. นายคาสราวธุ มะลอน ๘. นายมณฑล เหลก็ ศิริ ๙. นางสาวภทั รนันท์ ชัยแม้น - รายช่อื ผ้มู าชี้แจงการพจิ ารณาเร่ือง “แนวทางการแก้ไขปัญหาความไมเ่ ปน็ ธรรมจากการทาเกษตรกรรม ในระบบเกษตรพันธสญั ญาของกลุ่มเกษตรผู้เลี้ยงหมู” บรษิ ัท เอส พี เอ็ม อาหารสตั ว์ จากดั ๑. นายอาวุธ วณชิ าติ ผูช้ ว่ ยกรรมการผู้จดั การฝ่ายพัฒนาธรุ กจิ ๒. นายสรายทุ ธ ปัญญาแหลม หวั หน้าแผนกขายสกุ ร ๓. นายจิรพัฒน์ ปิน่ แคน ทีป่ รกึ ษาดา้ นกฎหมาย กลมุ่ เกษตรกรผู้เลีย้ งหมู ๑. นายณรงค์ศกั ด์ิ เช่ยี วชาญ ๒. นายฆโนทยั หอมไมห่ าย ๓. นายสนิท หอมไมห่ าย ๔. นายวสนั ต์ ขาวงษ์ ๕. นางสาวรงุ่ ทพิ ย์ เมษายน ๖. นายวนิ ัย คันสวสั ด์ิ ๗. นางสาวฐาปณยี ์ ทุมพนั สนี ารี ๘. นายณฐั วุฒิ ยทุ ธศิลป์ ๙. นายอัครพชั ร์ เจรญิ ชยั สงา่
เอกสารประกอบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ลำดบั วนั ทร่ี ับเรอื่ ง/ เร่ืองร้องเรยี น ผลกำรพจิ ำรณำ ท่ี เลขหนังสือ ร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีขอให้ตรวจสอบ ได้มีหนังสือ ที่ กษ 0231/763 1. 21 มกราคม 2565 หนังสือ ท่ี และทบทวน ปรับปรุงแก้ไขอานาจของภาครัฐ ลงวันท่ี 31 มกราคม 2565 แจ้งผล กษ 0220/303 เก่ยี วกบั เกษตรพันธสัญญา (เล้ียงไกเ่ นือ้ ) การพิจารณาข้อร้องเรียนให้แก่ผู้ร้อง ทราบ 2. 27 มกราคม 2565 มลู นิธิเพื่อผูบ้ รโิ ภค ไดม้ ีหนังสือ ที มพบ.023/2565 ไ ด้ มี ห นั ง สื อ ท่ี 0 2 3 1 / 1 9 7 0 หนงั สือ ที่ ลงวนั ที่ 17 มกราคม 2565 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2565 แจ้งผล กษ 0220/409 แจ้งว่า นายวชิรุณ มุสิกไชย ได้รับการเอาเปรียบ การพิจารณาข้อร้องเรียนให้แก่มูลนิธิ จากบริษัทเอกชนสาหรับการทาเกษตรพันธสัญญา เพื่อผบู้ ริโภคทราบ (เลย้ี งไก่เนอื้ ) 3. 6 พฤษภาคม 2565 ขอคัดสาเนาเอกสารสาหรับการชี้ชวนและ สลพ. ได้จัดส่งสาเนาเอกสารชี้ชวนและ ร่างสัญญา ของบริษัท ซันฟู้ด อินเตอร์เนช่ันแนล ร่ า ง สั ญ ญ า ข อ ง บ ริ ษั ท ซั น ฟู้ ด จากดั อินเตอร์เนชั่นแนล จากัด ให้แก่ นายวชิรุณ มุสิกไชย จานวน 5 ชุด ตาม หนังสือ ท่ี กษ 0231/4611 ลงวันท่ี 8 มิถนุ ายน 2565 4. 9 พฤษภาคม 2565 ร า ย ง า น ก ร ณี ข้ อ พิ พ า ท ร ะ ห ว่ า ง เ ก ษ ต ร ก ร จากการประสานงานกับสานักงาน หนังสอื ท่ี ผู้เล้ียงไก่เนื้อในจังหวัดลพบุรีกับผู้ประกอบการ เกษตรและสหกรณืจังหวัดลพบุรี กษ 0224.ลบ/257 ในระบบเกษตรพันธสัญญา ปัจจุบันมีเกษตรกรจานวน 2 ราย ท่ีได้ยื่นคาร้องขอเข้าสู่กระบวนการ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตาม พ.ร.บ.ส่งเสริม และพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ . ศ . 2 5 6 0 โ ด ย ใ น วั น ศุ ก ร์ ท่ี 1 7 มิ ถุ น า ย น 2 5 6 5 จ ะ ไ ด้ มี ก า ร ป ร ะ ชุ ม ร ว บ ร ว ม ข้ อ เ ท็ จ จ ริ ง เ พื่ อ ร า ย ง า น ผู้ ว่ า ร า ช ก า ร จั ง ห วั ด ในฐานะประธานคณะกรรมการไกล่ เกล่ียข้อพิพาทประจาจังหวัดลพบุรี ในการนัดประชุมไกล่เกล่ียข้อพาทตาม ขน้ั ตอนของ พ.ร.บ. น้ี ต่อไป
ลำดับ วันทีร่ ับเรื่อง/ เรื่องร้องเรยี น ผลกำรพิจำรณำ ที่ เลขหนังสือ 5. 18 พฤษภาคม 2565 เชิญร่วมสนทนาในรายการสถานีประชาชน หัวหน้ากลุ่มกฎหมายและไกล่เกล่ีย หนังสือ ที่ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กรณีที่เกษตรกร ข้อพิพาท สลพ. ได้เข้าร่วมรายการ สป.115/2565 ได้รับความเดือดร้อนจากการทาสัญญาเล้ียงไก่กับ เพื่อพูดคุยข้อเท็จจริงและอธิบาย บรษิ ทั ซนั ฟดู้ อนิ เตอรเ์ นช่ันแนล จากดั แนวทางการดาเนนิ การเพื่อแก้ไขปัญหา ในกรณดี ังกล่าว ในวนั ท่ี 18 พฤษภาคม 2565 6. 18 พฤษภาคม 2565 ร้องเรียนขอความเป็นธรรม จากการถูกเอกชน กรณีเกษตรกรท่ีทาสัญญาในรูปของ หนังสือ ท่ี เอาเปรียบภายใต้ พ.ร.บ. เกษตรพันธสัญญา พ.ศ. บริษัทจากัด ไม่อยู่ในบังคับตามพ.ร.บ. กษ 0220/0101 2560 ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธ สัญญา พ.ศ. 2560 ตามหนังสือ ที่ กษ 0231/177 7. 27 พฤษภาคม 2565 สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือ ที่ อยู่ในระหว่างการดาเนินการรวบรวม หนงั สือ ท่ี นร 0105.04/41429 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม ข้อเท็จจริงเพ่ือรายงานผู้ว่าราชการ กษ 0220/2495 2565 แจ้งว่า นายวชิรุณ มุสิกไชย และพวกได้ย่ืน จังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการ หนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม กรณีเกษตรกร ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทประจาจังหวัดลพบุรี ผู้เล้ียงไก่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากคู่สัญญา ในการนัดประชุมไกล่เกล่ียข้อพาทตาม บริษัทเอกชนไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ เกษตรพันธ ขนั้ ตอนของ พ.ร.บ. น้ี ตอ่ ไป สัญญา พ.ศ. 2560
ลาํ ดับ วันท่รี บั เรอื่ ง เรือ่ งรอ้ งเรียน ผลการพจิ ารณา ท่ี 1. ชว่ งเดือนมีนาคม มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร จํานวน 15 ราย ในพ้ืนที่ 3 ตามพระราชบัญญัติฯ มาตราท่ี 33 เมษายน และ จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี 10 ราย กาญจนบุรี 4 มีหลักเกณฑ์ว่าให้คณะกรรมการไกล่ พฤษภาคม 2565 ราย และอุทัยธานี 1 ราย เกิดข้อพิพาทกับบริษัท เกล่ียข้อพิพาทในจังหวัดที่พื้นที่ในการ เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จํากัด จึงย่ืนคําร้อง ผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตร 2. 11 พฤษภาคม 2565 ขอเข้าสู่กระบวนการไกล่เกล่ียตามพระราชบัญญัติ ที่มีข้อพิพาทส่วนใหญ่ต้ังอยู่ เป็น ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. ผู้ดําเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท จึงได้ 2560 ข้อยุติว่าให้สํานักงานเกษตรและ ส ห ก ร ณ์ จั ง ห วั ด สุ พ ร ร ณ บุ รี เ ป็ น หน่วยงานจัดการประชุมไกล่เกลี่ยข้อ พิพาทในคร้ังนี้ กําหนดวันประชุมเพื่อช้ีแจงข้อเท็จจริงของคู่สัญญา จัดให้มีการประชุมช้ีแจงข้อเท็จจริงของ กล่าวคือ เกษตรกรทั้ง 15 ราย และ บริษัท เอส พี คู่สัญญา เอ็ม อาหารสตั ว์ จาํ กัด 3. วันที่ 12 พฤษภาคม คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์รัฐสภา วั น ที่ 16 พ ฤ ษ ภ า ค ม 2565 2565 มีการติดต่อประสานงานกับทางสํานักงานเกษตร คณะกรรมาธิการการเกษตรและ และสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรีเพ่ือขอรับฟัง สหกรณ์นําโดย ส.ส.คําพอง เทพาคํา, ข้อเท็จจริงเรื่องปัญหาการเล้ียงสุกรของเกษตรกร ส.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เดินทางไป ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 ยังจังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อรับฟังเรื่อง ปญั หาการเล้ยี งสกุ รจากเกษตรกร ณ หอ้ งประชุมหลวงทรงพล (ช้ัน 3 ด้านหน้า) ศาลากลางจังหวัด สุ พ ร ร ณ บุ รี โ ด ย มี เ จ้ า ห น้ า ที่ จา ก สํานักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สุพรรณบุรีให้การต้อนรับพร้อมทั้งกลุ่ม เ ก ษ ต ร ก ร บ า ง ส่ ว น ที่ ไ ด้ รั บ ค ว า ม เดือดร้อนจากการทําสัญญาเลี้ยงสุกร เ ข้ า ร่ ว ม ป ร ะ ชุ ม เ พื่ อ ใ ห้ ข้ อ มู ล แ ก่ กรรมาธกิ ารฯ
4. วันท่ี 23 พฤษภาคม จัดประชุมคณะกรรมการไกลเ่ กลย่ี ข้อพิพาทประจาํ ผลการประชุม 2565 จงั หวดั สพุ รรณบุรี ครั้งท่ี 1/2565 กรณีเกษตรกร 1. สามารถได้ข้อยุติจํานวน 3 ราย ผูเ้ ลี้ยงสุกร เกดิ ข้อพพิ าทกบั บรษิ ทั เอส พี เอม็ เตรียมยกร่างสัญญาประนีประนอม 5. วนั ที่ 2 มิถุนายน อาหารสตั ว์ จํากัด ณ ห้องประชมุ ขนุ แผน (ชนั้ 4 ยอมความของเกษตรกรท้ัง 3 รายที่ได้ 2565 ด้านหลัง) ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบรุ ี ข้อยุติกับทางบริษัทฯ (เพื่อเตรียมลง นามในวนั ท่ี 2 มถิ ุนายน 2565) 2. จัดประชุมคณะกรรมการไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทประจําจังหวัดสุพรรณบุรี ครั้ง ท่ี 2/2565 ใ น วั น พ ฤ หั ส บ ดี ที่ 2 มิถุนายน 2565 เวลา 09.30 น. เพ่ือ เจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างเกษตรกรท่ียัง ไม่ได้ข้อยุติจํานวน 12 ราย กับบริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จํากัด เพ่ือ หารอื ขอ้ ยุตริ ่วมกันตอ่ ไป จดั ประชมุ คณะกรรมการไกล่เกล่ยี ข้อพพิ าทประจาํ ทป่ี ระชมุ ได้มีมติและดําเนินการดงั นี้.- จังหวัดสุพรรณบรุ ี คร้งั ท่ี 2/2565 กรณเี กษตรกร 1. ลงนามสัญญาประนีประนอมยอม ผู้เล้ยี งสุกร เกิดข้อพิพาทกบั บรษิ ัท เอส พี เอ็ม ความเกษตรกร 3 รายท่ีได้ข้อยุติไปเมื่อ อาหารสัตว์ จาํ กดั ณ เรือนประชุมอยู่เยน็ เป็นสุข ครั้งการประชุมวันท่ี 23 พฤษภาคม ศูนยเ์ รียนรู้วถิ ชี ีวติ และจิตวิญญาณชาวนาไทย 2565 โดยทางบริษัทฯ ได้ดําเนินการ (นาเฮียใช)้ ถนนสพุ รรณบรุ ี – ดอนเจดยี ์ ตาํ บล โ อ น เ งิ น ส่ ว น ท่ี ต ก ล ง กั น ไ ด้ ใ ห้ แ ก่ บ้านโพธิ์ อําเภอเมืองสุพรรณบรุ ี จงั หวัดสุพรรณบุรี เกษตรกรทั้ง 3 รายภายหลังจากเลิก การประชุม (เวลาประมาณ 12.30 น.) 2. ส่วนเกษตรกรอกี 12 ราย ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ท่ีประชุมจึงมีมติ จําหน่ายข้อพิพาทเกษตรกรท้ัง 12 รายนี้ โดยคู่สัญญายังมีโอกาสที่จะนํา ประเด็นข้อพิพาทน้ีเข้าสู่กระบวนการ ไกล่เกล่ียข้อพิพาทภายใต้ พรบ. ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 ของ ก ร ม คุ้ ม ค ร อ ง สิ ท ธิ แ ล ะ เ ส รี ภ า พ กระทรวงยุติธรรม แต่ต้องตรวจสอบ คุ ณ ส ม บั ติ ว่ า เ ข้ า ต า ม ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ / เง่ือนไขตาม พรบ.ฯ หรือไม่เพียงใด
รวมถึงมีสิทธิโดยชอบที่จะนําข้อพิพาท ดงั กลา่ วไปดาํ เนนิ คดใี นช้นั ศาลตาม สิทธ์ิท่ีแต่ละฝ่ายมีอยู่เองแล้ว ทั้ง เกษตรกรและบรษิ ัทฯ (พ.ร.บ.ฯ ส่งเสริมและพัฒนาระบบ เกษตรพันธสัญญา พ.ศ.2560 มิได้ตัด สิ ท ธิ ใ น ก า ร ดํ า เ นิ น ค ดี แ ต่ อ ย่ า ง ใ ด ตรงกันข้าม กลับเปิดโอกาสให้คู่สัญญา มีพื้นที่ในการเจรจากันก่อนนําคดีไป ฟ้องศาลซ่ึงเป็นกลไกของกฎหมายฉบับ นอี้ ยู่แลว้ ) 3. คํ า สั่ ง จํ า ห น่ า ย ข้ อ พิ พ า ท ข อ ง เกษตรกรท้ัง 13 รายท่ีหาข้อยุติไม่ได้ ท า ง สํ า นั ก ง า น เ ก ษ ต ร แ ล ะ ส ห ก ร ณ์ จังหวัดสุพรรณบุรีได้มีการนําส่งให้แก่ คู่สัญญาในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 เพื่อนําไปเป็นเอกสารประกอบการ ดําเนินการต่อไปของคูส่ ัญญา
เอกสารวชิ าการ เร่อื ง “แนวทางการแก้ไขปัญหาความไมเ่ ป็นธรรม จากการทาเกษตรกรรมในระบบเกษตรพันธสญั ญา ของกลมุ่ เกษตรกรผเู้ ลยี้ งไก่ และ กลุ่มเกษตรกรผเู้ ลีย้ งหมู”
เอกสารประกอบการพิจารณา เร่อื ง แนวทางการแกไ้ ขปัญหาความไมเ่ ป็นธรรมจากการทา เกษตรกรรมในระบบเกษตรพันธสญั ญา ของกลมุ่ เกษตรกรผเู้ ลย้ี งไก่ และกลุ่มเกษตรกรผู้เลยี้ งหมู” การประชุมคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ครงั้ ที่ ๗๓ วันพฤหสั บดีที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ ๑. ความหมายและความสาคัญของระบบเกษตรพนั ธสญั ญา “ระบบเกษตรพันธสัญญา” หมายถึง ระบบการผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรที่ เกิดข้ึนจากสัญญาระหวา่ งผ้ปู ระกอบธุรกิจทางการเกษตรฝ่ายหนึง่ กับ (๑) บุคคลธรรมดาซ่ึงประกอบ อาชพี เกษตรกรรมต้งั แต่สิบรายข้ึนไป (๒) สหกรณ์การเกษตรหรอื กลมุ่ เกษตรกร (๓) วิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม อีกฝ่ายหน่ึง ท่ีมีเงื่อนไขในการผลิต จาหน่าย หรือจ้างผลติ ผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรอย่างหน่ึงอย่างใด โดยเกษตรกรตกลงท่ีจะผลิต จาหน่าย หรือรับจ้างผลิตผลิตผลทางการเกษตรตามจานวน คุณภาพ ราคา หรือระยะเวลาที่กาหนดไว้ และผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรตกลงที่จะซื้อผลิตผลดังกล่าว หรือจ่ายค่าตอบแทนตามที่กาหนดไว้ ตามสญั ญา โดยผู้ประกอบธรุ กจิ ทางการเกษตรเขา้ ไปมสี ่วนในกระบวนการผลิต เชน่ เป็นผู้กาหนดวธิ กี าร ผลติ จดั หาพนั ธ์ุ เมล็ดพันธุ์ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หรอื ปจั จยั การผลติ ใหแ้ กเ่ กษตรกร “ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร” หมายถึง บุคคลซ่ึงประกอบธุรกิจการผลิต แปรรูป จาหน่าย หรือการส่งออกผลิตผลทางการเกษตร หรือให้บริการดา้ นระบบการผลิตสินค้า หรือปัจจัยการ ผลิตทางการเกษตรในระบบเกษตรพันธสญั ญา “เกษตรกร” หมายถึง บคุ คลธรรมดาซง่ึ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และให้หมายความรวมถึง สหกรณ์การเกษตรหรือกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชนหรือเครือข่าย วิสาหกจิ ชมุ ชนตามกฎหมายวา่ ด้วยการสง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ชุมชน ซ่งึ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ระบบเกษตรพันธสัญญา มาจากคาว่า Contract Farming ท่ีได้ถูกริเริ่มขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหา ความไมแ่ นน่ อนของราคาสินคา้ เกษตร โดยรัฐบาลได้สง่ เสรมิ การดาเนินการธุรกจิ แบบเกษตรพันธสญั ญา ซึง่ เปน็ สว่ นหนง่ึ ของการเกษตรแบบครบวงจรมาตงั้ แตป่ ี ๒๕๓๐ เป็นต้นมา การผลิตเกษตรพันธสญั ญาได้ ขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเน่ือง จากการขับเคล่ือนของภาคเอกชนที่ทาการผลิตครบวงจร ระบบ เกษตรพันธสัญญาจึงเป็นแนวคิดที่มุ่งจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิตและเพิ่มศักยภาพในการ แข่งขัน โดยอยู่ภายใต้การดาเนินการระหว่างบริษัทเอกชนร่วมกับเกษตรผู้ผลิต โดยมีการนาเทคโนโลยี มาใช้ในการผลิต มีการวางแผนการผลิตเพ่ือให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก ดังนั้น ภาครัฐ จึงไดท้ าการส่งเสรมิ ระบบเกษตรพันธสญั ญามาโดยตลอด และได้เริม่ บรรจุระบบเกษตรพนั ธสญั ญาอยู่ใน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๖ (พ.ศ. 2530-2534) เป็นต้นมา ปัจจุบันมเี กษตรกร ทง้ั ปลูกพืชและเลย้ี งสัตวอ์ ยใู่ นระบบไมน่ อ้ ยกวา่ ๓๐๐,๐๐๐ รายทวั่ ประเทศ ซง่ึ ผกู พนั อยกู่ บั บรษิ ัทเกษตร อุตสาหกรรมหลายสบิ บรษิ ทั สัญญาในระบบเกษตรพันธะสญั ญา สามารถแบ่งได้เปน็ 3 กลุ่มหลกั ใหญ่ ๆ ไดแ้ ก่ (1) สัญญาประเภทพชื (2) สัญญาประเภทปศสุ ตั ว์ และ (3) สัญญาประเภทการเพาะเลย้ี งสัตวน์ า้
๒ โดยมีผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรท่ีประสงคจ์ ะประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญาต้องจดแจง้ การประกอบธุรกิจก่อนเร่ิมประกอบกิจการ ซึ่ง ณ วันท่ี 31 มกราคม 2565 มีผู้ประกอบธุรกิจจดแจ้ง ประกอบธรุ กจิ จานวน 441 ราย แบง่ เป็น ดา้ นพชื 379 ราย ด้านปศสุ ตั ว์ 48 ราย และการเพาะเล้ียง สัตว์นา้ 44 ราย อย่างไรก็ตาม แม้ในทางปฏิบัติเกษตรกรจะมีความแน่นอนทางรายได้ มีตลาดรับซื้อแน่นอน แต่เกษตรกรกลับต้องรับภาระในการลงทุนซึ่งมีมูลค่าการลงทุนท่ีค่อนข้างสูงเม่ือเทียบกับระดับรายได้ ของครัวเรือนมีผลให้เกษตรกรต้องรับภาระทางการเงินมากข้ึน นอกจากนี้ เกษตรพันธสัญญาบาง ประเภท เช่น การเล้ียงไก่และสุกร เป็นการทาเกษตรท่ีต้องมีการบริหารการจัดการดูแลอยา่ งเขม้ ขน้ ซ่ึงต้องอาศัยทักษะและความชานาญในการเลี้ยงดู รวมทั้งการบริหารจัดการในด้านอื่น ๆ ด้วย ซึ่ง เกษตรกรมักขาดการวิเคราะห์และคานวณถึงความคุ้มค่าและการประเมินถึงคุณภาพและน้าหนกั ที่ตอ้ ง ดาเนินการใหเ้ ป็นไปตามสัญญากับผ้ปู ระกอบธุรกิจทางการเกษตร และเกษตรกรบางรายขาดทกั ษะและ ความชานาญในการเลี้ยงดู อย่างแท้จริง จึงสร้างความเสียหายแก่ผลผลิตและประสบปัญหาหน้ีสินเป็น จานวนมาก ดังนั้น เม่ือมีการนาระบบเกษตรพันธสัญญามาใช้ในกระบวนการผลิตผลิตผลหรือบริการทาง การเกษตรมากขึ้นอย่างแพร่หลาย และภาครัฐหวังว่าหากมีการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธ สัญญาให้มีความเป็นธรรมตามหลักสากลจะช่วยสร้างความไว้วางใจ ความร่วมมือ ส่งผลให้เกษตรกรมี ความมั่นคงทางรายได้ และได้รบั การถา่ ยทอดความรอู้ ันจาเปน็ ตลอดจนเทคโนโลยกี ารผลติ ทมี่ มี าตรฐาน มีการควบคุมต้นทุนในการผลิต และผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรสามารถประกอบธุรกิจโดยได้รับ ผลิตผลท่ีมีคุณภาพมาตรฐานตามระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ โดยเฉพาะการเขา้ มาดูแลควบคมุ การทาสัญญา และข้อตกลงต่าง ๆ ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรกับเกษตรกร เพ่ือไม่ให้เกษตรกรถูกเอา เปรียบ จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. ๒๕๖๐ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือเป็นการส่งเสริม พัฒนา และรัฐเข้ามาควบคุมดูแลกาหนดหลักเกณฑ์ในการทา สัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญาเพือ่ ให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทกุ ฝา่ ย อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ระบบเกษตรพนั ธสญั ญา จาเปน็ ต้องมีการพจิ ารณาข้อมลู อย่างรอบคอบ และรอบด้านเพ่ือประกอบการตัดสินใจ รวมถึงต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงข้อสัญญาก่อนการทาสัญญา ตลอดจนข้อกฎหมายที่เกยี่ วข้อง เพ่ือป้องกันการถูกเอาเปรยี บและให้การทาเกษตรภายใต้ระบบเกษตร พันธสัญญาเกิดประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ผู้ศึกษาจึงได้สรุปผลดีและผลเสียของการ เขา้ สู่ระบบเกษตรพนั ธสญั ญา รวมถึงขอ้ กฎหมายทมี่ ีชอ่ งว่างเพ่ือให้เกดิ การแก้ไขปัญหา ดังน้ี ๒. ผลดีและผลเสียของการเข้าสู่ระบบเกษตรพันธสญั ญา ผลดีของการทาเกษตรในระบบเกษตรพนั ธสัญญา (1) เกษตรกรมีผลผลิตจาหน่ายแนน่ อน สามารถนาวตั ถุดิบป้อนเขา้ สู่กระบวนการผลิตได้อย่าง สมา่ เสมอและเปน็ การประกันรายได้ ประกันราคาสินคา้ ลว่ งหน้า
๓ (2) เกษตรกรได้รับความรู้ด้านวิชาการ ด้านเทคโนโลยี และการจัดการฟาร์มท่ีได้มาตรฐาน ไดร้ ับการสนับสนนุ ดา้ นวตั ถดุ ิบและปัจจัยการผลิตต่าง ๆ รวมไปถึงการสนับสนุนสนิ เช่ือทางการเงนิ (3) ผลผลิตไดม้ าตรฐานตามท่ีบรษิ ัทกาหนดและตรงตามความตอ้ งการของตลาด (4) มีการตกลงราคาที่ชัดเจนแน่นอน สามารถลดความเส่ียงด้านรายได้ และมีผลตอบแทนท่ี แน่นอน (5) ช่วยให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐใน การพยุงราคาสนิ คา้ เกษตรกรรม ตลอดจนชว่ ยเพิ่มโอกาสการจ้างงานในภาคเกษตรกรรม (6) เป็นการเพ่ิมประสิทธิภาพการแบ่งปันจากบริษัท เพราะมีวัตถุดิบสม่าเสมอ ควบคุมตน้ ทนุ สามารถคาดการณ์วางแผนการตลาด เน่ืองจากเป็นการผลิตขนาดใหญ่ ส่วนผู้บริโภคได้ประโยชน์จาก คุณภาพสนิ ค้าและราคาทถี่ ูกลง ผลเสียของการทาเกษตรในระบบเกษตรพันธสญั ญา (1) การทาสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรมักทาสัญญาใน รูปแบบสัญญาสาเร็จรูป หรือสัญญาที่มีการกาหนดข้อสัญญาท่ีเป็นสาระสาคัญไว้แล้ว ซ่ึงเกษตรกร จาเปน็ ตอ้ งทาความเข้าใจกับเนือ้ หาของสญั ญาเปน็ อย่างดี ไม่เช่นน้นั อาจแบกรับภาระความเสยี่ งภยั ตา่ ง ๆ และเกดิ ความเสยี เปรียบ (2) ระบบเกษตรพันธสัญญาใช้เงนิ ลงทุนค่อนขา้ งสงู เม่ือเปรยี บเทียบกับรายไดท้ จี่ ะเกิดข้นึ ทา ให้การคืนทุนต้องใช้เวลานานหลายปี ขณะท่ีแหล่งเงินทุนของเกษตรกรมาจากการกู้ยืมจากสถาบัน การเงนิ (3) เกษตรกรมีความเส่ียงสูงเมื่อได้รับผลกระทบทางธรรมชาติ เช่น น้าท่วม ภัยแล้ง หรือโรค ระบาดสัตว์ เป็นต้น นอกจากน้ี ยังมีความเส่ียงเรื่องผลตอบแทนเม่ือรวมค่าใช้จ่ายท่ีเกิดข้ึนจากการ ดาเนินงาน เชน่ ค่าไฟฟ้า คา่ ป๋ยุ ค่ายา เป็นตน้ (4) เกษตรกรขาดการคานวณรายได้ค่าตอบแทนจากการผลิตแบบขั้นบันได ทาให้เกษตรกร ไมส่ ามารถคาดการณ์ไดว้ า่ จะถึงจดุ คมุ้ ทนุ และมกี าไรจากการลงทุนเมื่อไร จงึ ทาใหเ้ กิดความเสยี เปรยี บ ๓. ปัญหาข้อกฎหมายในระบบเกษตรพนั ธสญั ญา แม้จะมีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. ๒๕๖๐ เพ่ือรัฐเข้ามาดูแลกาหนดหลักเกณฑ์ในการทาสัญญาในระบบเกษตรพันธ สัญญาเพื่อให้เกิดความเป็น ธรรมแก่ทุกฝ่าย แต่พบว่าการทาสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา มีลักษณะผสมผสานระหว่างสัญญา จ้างทาของ สัญญาจา้ งแรงงาน และสัญญาซือ้ ขาย ซ่ึงมีความซบั ซอ้ นและยุ่งยากในการวิเคราะหถ์ งึ ความ คุ้มค่าและต้นทุนในการผลิต ส่งผลให้ในกรณีท่ีคู่สัญญาเป็นเกษตรกรรายย่อย มีอานาจต่อรองในการทา สัญญาน้อยกว่าผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร มีความเสี่ยงในการปฏิบัติตามเง่ือนไขที่กาหนดไว้ใน สัญญา
๔ ดังน้ัน ท่ีผ่านมาจึงปรากฏว่าเกษตรกรได้รับความเดือดรอ้ นจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและความ ไมร่ ขู้ องเกษตรกรในหลายด้าน ซ่งึ การออกกฎหมายข้ึนมาควบคมุ ถอื เปน็ ความพยายามของภาครัฐในการ ดูแลเกษตรกรท่เี ขา้ สู่ระบบเกษตรแบบพันธสญั ญา แตพ่ ระราชบญั ญตั ิฯ ยังมขี ้อบกพรอ่ งในการใหอ้ านาจ หน่วยงานภาครฐั เข้าไปควบคมุ ดแู ลและแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมเทา่ ทคี่ วร ดงั นี้ ๓.๑ ปัญหาการไม่มีบทบัญญัติของกฎหมาย และการขาดหน่วยงานในการตรวจสอบและ แก้ไขปัญหาขอ้ สัญญาที่ไม่เป็นธรรมให้กับเกษตรกรในระบบเกษตรพันธสญั ญา เมื่อพระราชบัญญัตฯิ มีเจตนารมณ์อย่างชดั เจนให้รัฐเข้ามากาหนดหลักเกณฑ์ในการทาสัญญาเพื่อให้เกิดความเปน็ ธรรมแก่ทุก ฝา่ ย แต่พระราชบญั ญัตฯิ ไม่มบี ทบญั ญตั ิทก่ี าหนดใหห้ น่วยงานใดมีอานาจในการตรวจสอบสัญญาให้เกดิ ความเปน็ ธรรมกอ่ นทจี่ ะมีการทาสัญญากนั เกิดขึน้ หรือกาหนดรูปแบบของสญั ญาเพอื่ ใช้กบั ระบบเกษตร พันธสัญญาเป็นการเฉพาะ เนื่องจากการทาสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา คือ การทาสัญญาตกลง การผลิตซึ่งฝ่ายหน่ึงเป็นเกษตรกรกับอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรท่ีมีอานาจต่อรอง ทางธุรกิจสงู กวา่ มีผู้เชี่ยวชาญ มีนักกฎหมาย และในทางปฏิบตั ิมกั ใช้สัญญาสาเร็จรูป กล่าวคอื สัญญาที่ ทาเป็นลายลักษณ์อักษรโดยมีการกาหนดข้อสัญญาที่เป็นสาระสาคัญไว้ล่วงหน้าเข้าทาสัญญากับ เกษตรกรเพ่ือความสะดวกและรวดเร็ว โดยที่เกษตรกรอาจไม่ได้ทาการศกึ ษาหรอื ทาความ เข้าใจรายละเอียดก่อน หรืออาจนาไปปรึกษาผู้มีความรู้เพื่อให้เกิดความถูกต้องเสียก่อน ดังน้ัน การทา สัญญาในลักษณะเช่นน้ีจะทาให้เกษตรกรเกิดข้อเสียเปรียบเนื่องจากไม่มีความเข้าใจในเนื้อหาของข้ อ สัญญาทถี่ กู ต้องอยา่ งแท้จริง และเกดิ ความเสย่ี งไมส่ ามารถปฏบิ ตั ิตามเง่ือนไขที่กาหนดไวใ้ นสญั ญา ทั้งน้ี เม่ือศึกษาพระราชบัญญตั ิฯ พบว่า กฎหมายเพียงกาหนดไวเ้ ป็นพ้ืนฐานเท่านั้นว่า การทา สัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญาต้องทาเป็นหนังสือ ใช้ภาษาไทยที่เข้าใจง่าย และต้องมีรายละเอียด อยา่ งน้อย เชน่ ชื่อคสู่ ัญญา วตั ถุประสงคข์ องสญั ญา ระยะเวลาในการปฏิบตั ิตามสญั ญา รายละเอียดของ สถานที่ผลิต หน้าท่ีของคู่สัญญา ราคาและวิธีการคานวณราคาวัตถุดิบและผลิตผล วันท่ีส่งมอบผลิตผล และกาหนดวันชาระเงิน เหตุยกเว้นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย กรรมสิทธ์ิใน ทรัพย์สินในแตล่ ะข้ันตอนการผลิต การเยียวยาความเสียหาย และสิทธิการบอกเลิกสญั ญา (มาตรา 21) และกาหนดให้เป็นหน้าที่ของเกษตรกรเป็นผู้ตรวจสอบสัญญาการผลิตด้วยตนเอง (มาตรา ๒๒) ซ่ึง กฎหมายไม่ได้คานึงถึงความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายของเกษตรกรแต่อย่างใด และหากพบว่ามีข้อ สัญญาท่ีไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้เกษตรกรสามารถเพิ่มความในสัญญาให้ครบถ้วนหรือจะบอกเลิก สัญญาได้ภายใน 30 วัน แต่หากส้ินสุดเวลาดังกล่าวกฎหมายให้ถือว่าสัญญามีผลใช้บงั คับ (มาตรา ๒๒) ในกรณีเช่นนี้ หากเกษตรกรไม่รู้ข้อกฎหมายและไม่เข้าใจข้อสัญญาที่ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรทา มาน้ัน โดยไมไ่ ด้บอกเลิกหรือเพม่ิ เตมิ ข้อสญั ญาภายใน ๓๐ วัน ตามทกี่ ฎหมายกาหนด จะส่งผลให้สัญญา นัน้ ใช้บงั คับทนั ทแี ม้ว่าสญั ญานนั้ อาจมีเง่อื นไขท่ีไมเ่ ป็นธรรมกับเกษตรกรกต็ าม นอกจากน้ี พระราชบญั ญัติฯ ไม่มีบทกาหนดให้อานาจหน่วยงานใดในการตรวจสอบสัญญา ก่อนการทาสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา มีเพียงบทบัญญัติท่ีกาหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบ ธรุ กจิ ทางการเกษตรเท่านัน้ จดั ทาเอกสารสาหรบั การชีช้ วนและร่างสัญญาให้เกษตรกรผู้เข้าทาสญั ญาใน
๕ ระบบเกษตรพันธสัญญาทราบล่วงหน้าก่อนการทาสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา และจัดส่งสาเนา เอกสารดังกล่าวให้สานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกบ็ ไว้ (มาตรา ๒๐) โดยจะนาออกมาใช้ ในการตรวจสอบเม่อื เกดิ ข้อพิพาทเทา่ นั้น ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงพบปัญหาการถกู เอาเปรยี บและเกดิ ขอ้ สัญญาท่ีไม่เปน็ ธรรมมาโดยตลอด จึงจาเป็นต้องมีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบ หรือจัดทารูปแบบสัญญาที่เป็นมาตรฐานเพ่ือใช้กับระบบ เกษตรพนั ธสัญญาเป็นการเฉพาะ ๓.๒ ปัญหาการไม่มีบทบัญญัติของกฎหมาย และไม่มีแนวทางเร่ืองของการตรวจสอบ ปจั จัยการผลิตทางการเกษตรหรอื บรกิ ารทางการเกษตร ท่ีผ้ปู ระกอบธรุ กจิ ทางการเกษตรเปน็ ผู้จดั หา ให้กับเกษตรกรตามสัญญา ด้วยการทาเกษตรในระบบเกษตรพันธสัญญาน้ัน เป็นการทาเกษตรแบบมี เงื่อนไขที่ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต เช่น เป็นผู้กาหนดวิธีการ ผลติ จัดหาพันธ์ุ เมล็ดพันธุ์ ผลติ ภัณฑ์ทางการเกษตร หรอื ปจั จัยการผลิตให้แก่เกษตรกร เป็นต้น ซง่ึ จาก การศึกษาพบว่าพระราชบัญญัติฯ ไม่ได้บัญญัติให้อานาจหน่วยงานใดหรือบัญญัติถึงแนวทางการ ตรวจสอบถึงคุณภาพ มาตรฐานและความบกพร่องของปัจจัยการผลิตให้เป็นมาตรฐานก่อนการส่งมอบ ให้เกษตรกรแตอ่ ย่างใด โดยพระราชบัญญตั ฯิ เพียงกาหนดใหข้ อ้ ตกลงในสัญญาท่ีบงั คับเกษตรกรให้ต้อง รบั มอบปจั จัยการผลิตที่ผู้ประกอบธุรกจิ จัดหาให้ ไดแ้ ก่ พนั ธุพ์ ืชหรือพนั ธ์สุ ัตว์ อาหาร ยา และปัจจยั การ ผลิตสารเคมี เคร่ืองมือ อุปกรณ์ หรือส่ิงท่ีต้องนามาใช้ในการผลิตผลิตผลทางการเกษตรหรือบรกิ ารทาง การเกษตร ไม่มีคณุ ภาพ ไมเ่ ปน็ ไปตามที่กาหนดในสัญญาหรือไม่มีฉลาก หรอื ไมเ่ ป็นไปตามมาตรฐาน สินค้า ไม่มีผลใช้บังคับ (มาตรา ๒๖ (๑)) รวมถึงข้อตกลงท่ีเป็นการยกเว้นหรือจากัดความรับผิดของ ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรต่อเกษตรกรในความชารุดบกพร่องหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ สง่ิ ตา่ ง ๆ ท่ีผู้ประกอบธรุ กิจทางการเกษตรจดั หาให้กบั เกษตรกรไมม่ ีผลใช้บงั คับ (มาตรา ๒๖ (๒)) เทา่ นน้ั พระราชบัญญัติฯ ไม่ได้มีบทบัญญัติที่เป็นแนวทางหรือให้อานาจแก่หน่วยงานใดถึงการ ตรวจสอบปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ดังกล่าว ทั้งท่ีปัจจัยสาคัญที่จะมีผลกระทบโดยตรงต่อการผลิตของ เกษตรกรซ่ึงหากไม่มีคุณภาพหรือได้มาตรฐานเพียงพอ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายในการผลิตที่จะ เกิดขึ้นจนเกษตรกรไม่สามารถส่งมอบผลผลิตให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร ได้ตรงตามสัญญา แตก่ ลบั ตอ้ งแบกรับภาระคา่ ใชจ้ า่ ยต่าง ๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ โดยทผ่ี ่านมามักพบปญั หาขอ้ พพิ าทระหว่างเกษตรกร ผู้เล้ียงสัตว์ เนื่องจากพบสัตว์เล้ียงในระบบเกษตรพันธสัญญาป่วยตายด้วยโรคระบาดและไม่สามารถ พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดข้ึนจากวิธีการเลี้ยงที่ไม่ถูกสุขลักษณะหรือเกิดจากการได้รับมอบพันธุ์ สัตว์ที่ไม่มีคุณภาพ อ่อนแอต่อโรค หรือมีพาหะของเช้ือโรคติดมาด้วยก่อนการส่งมอบ เพราะไม่มีการ ตรวจสอบก่อนการส่งมอบ สุดท้ายเกษตรกรต้องเป็นผู้ผิดตามสัญญาเพราะไม่สามารถส่งมอบผลผลิต ใหก้ ับผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรได้ตามขอ้ สัญญา ดังน้นั จงึ จาเป็นอย่างยิ่งทจ่ี ะตอ้ งกาหนดแนวทางและหนว่ ยงานในการเขา้ มาตรวจสอบหรอื กาหนดคุณสมบัติกลางของปัจจัยการผลิตไว้เป็นมาตรฐาน เพ่ือสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายและ
๖ สามารถตรวจสอบได้เมื่อมขี อ้ พพิ าทเกิดขนึ้ โดยเฉพาะเกษตรกรท่จี ะไดร้ บั ปัจจัยการผลติ ท่ีมคี ณุ ภาพและ มาตรฐานอย่างแทจ้ รงิ ในการผลิต ๔. ข้อสงั เกตและข้อเสนอแนะ ระบบเกษตรพันธสัญญาเป็นการทาเกษตรกรรมแบบครบวงจร ซ่ึงจะเกิดประโยชน์ต่อ เกษตรกร และผู้ประกอบธรุ กิจทางการเกษตรเปน็ อย่างมาก หากมกี ารสง่ เสริมและพัฒนาอย่างมีคณุ ภาพ จะเป็นระบบสาคัญของภาคเศรษฐกิจของไทย แต่อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านยังพบว่า ปัญหา สาคัญส่วนใหญ่ในระบบเกษตรพันธสัญญา ท่ีนามาสู่คณะกรรมาธิการ คือ บริษัทเอกชนหรือผู้ประกอบ ธุรกจิ ทางการเกษตรทีเ่ ขา้ มาทาสัญญากับเกษตรกรรายยอ่ ยมีการออกแบบสัญญาทไี่ ม่เป็นธรรม เช่น การ กาหนดให้เกษตรกรต้องแบกรับตน้ ทนุ และความเส่ียงทีเ่ กิดจากการทาการเกษตร หรอื การทาปศสุ ตั ว์ นอกจากน้ี โครงสร้างในระบบเกษตรพนั ธสัญญาปจั จุบันยงั ขาดความสมดุล ขาดการตรวจสอบ และการบังคบั ใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ต้ังแต่รายละเอียดและรปู แบบข้อตกลงของสัญญา กระบวนการ ผลิตที่ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรเข้าไปมีส่วนร่วม รวมถึงราคาและคุณภาพของพันธุ์ เมล็ดพันธ์ุ ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หรือปัจจัยการผลิตที่ผปู้ ระกอบธุรกิจทางการเกษตรจัดหาให้กับเกษตรกร อีก ทั้งผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรมักทาสัญญาในรูปแบบสาเร็จรูปท่ีบริษัทกาหนดเง่ือนไขต่าง ๆ ใน สญั ญาล่วงหน้าฝา่ ยเดียว ขณะท่ีเกษตรกรมิได้รบั รู้หรอื เข้าใจในขอ้ กาหนดและเงอ่ื นไขทัง้ หมดของสัญญา ท่ีออกโดยบรษิ ัทจงึ ตกอยใู่ นภาวะเสยี เปรยี บ ไมส่ ามารถขายผลผลติ ไดร้ าคาตามท่ีกาหนดไวใ้ นสัญญา แต่ ต้องชาระคา่ ใช้จ่ายตา่ ง ๆ ที่ต้องใช้ในการผลิต ซงึ่ ส่วนใหญผ่ ปู้ ระกอบธรุ กิจจะหกั คา่ ใชจ้ ่ายออกจากราคา ที่ขายได้ ดังน้ัน ท้ังหน่วยงานภาครฐั และเกษตรกรตอ้ งมีความรคู้ วามเข้าใจในระบบเกษตรพันธสัญญาที่ ถูกต้อง หน่วยงานภาครฐั ต้องใช้กลไกทางกฎหมายดแู ลเกษตรกรและขบั เคลื่อนเกษตรพันธสัญญาอยา่ ง เป็นธรรม ดงั นี้ ๔.๑ หน่วยงานภาครัฐ ดา้ นนโยบาย (1) กระทรวงเกษตรฯ ควรมกี ารกาหนดสัญญาแมแ่ บบทเ่ี ป็นมาตรฐาน เพอ่ื ไมใ่ ห้สัญญามี ความซับซ้อนและยากต่อการทาความเข้าใจของเกษตรกร รวมถึงสามารถควบคุมการร่างสัญญาไม่ให้มขี ้อ สัญญาท่ีเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรเกิดขึ้น นอกจากน้ี การมีสัญญาแม่แบบที่เป็นมาตรฐานจะช่วยให้ หน่วยงานผู้รับผิดชอบตรวจสอบสัญญาสามารถตรวจสอบเนื้อหาของสัญญาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยา มากขน้ึ (๒) กระทรวงเกษตรฯ ควรจัดทาระบบฐานข้อมูลสัญญาของเกษตรกร เช่น ประวัติและ จานวนผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรผู้มาจดแจ้ง จานวนของสัญญาเกษตรพันธสัญญาท่ีเกิดข้ึน หาก หน่วยงานจัดทาระบบฐานข้อมูลและเปิดเผยต่อสาธารณชน จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร เพราะจะได้ ทราบปญั หาของการทาสัญญาและเสนอแนวทางในการแก้ไขปญั หาได้ (๓) กระทรวงเกษตรฯ ควรมีโครงการจัดอันดับหรือให้คะแนนผู้ประกอบธุรกิจทางการ เกษตร เพ่ือสะท้อนให้เห็นวา่ ผู้ประกอบธรุ กิจมีการปฏิบัตติ อ่ เกษตรกรอย่างไร และในขณะเดียวกันเพ่ือให้
๗ ผู้ประกอบการมีแรงจูงใจในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. ๒๕๖๐ และหากไดร้ ับการประเมินทด่ี ีสามารถสร้างภาพลักษณ์ท่ีดใี ห้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร ได้ด้วย และในทางกลับกันต้องมนี โยบายและมาตรการสาหรับผ้ปู ระกอบธุรกจิ ทางการเกษตรทด่ี าเนินการ เอาเปรียบเกษตรกรดว้ ย (๔) กระทรวงเกษตรฯ ควรจัดให้มีชอ่ งทางการสอบถามและปรึกษาเกีย่ วกบั ข้อสงสยั ดา้ น สัญญาและผ้ปู ระกอบธุรกจิ ทางการเกษตร ท่ีเกษตรกรสามารถเขา้ ถึงไดโ้ ดยงา่ ย ด้านกฎหมาย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติส่งเสรมิ และพฒั นา ระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. ๒๕๖๐ ควรมีการเสนอปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา ระบบเกษตรพนั ธสัญญา พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนี้ (๑) แก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติฯ โดยบัญญัติให้สานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ มอี านาจและหนา้ ท่ีตรวจสอบข้อสัญญา และมีบทบาทเสนอความคดิ เหน็ เพอ่ื ใหม้ ีการเปลี่ยนแปลง ข้อสัญญาได้หากเห็นว่าข้อสัญญานั้นไม่เป็นธรรม ตลอดจนกาหนดให้อานาจคณะกรรมการส่งเสริมและ พัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา จัดทาร่างสัญญาที่เป็นมาตรฐานขึ้นเพ่ือใช้กับระบบเกษตรพันธสัญญา โดยเฉพาะ (๒) แก้ไขปรับปรงุ พระราชบัญญตั ิฯ โดยบัญญัตใิ หอ้ านาจสานักงานปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ จัดทาแนวทางในการตรวจสอบหรอื กาหนดคุณสมบตั กิ ลางของพันธพุ์ ืช พันธ์ุสัตว์ ยา อาหาร อุปกรณ์ เคร่ืองมือ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ที่จาเป็นในการผลิต ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจ ทางการเกษตรจัดหาให้กับเกษตรกร เพื่อให้มีมาตรฐานและมีคุณภาพ สามารถพิสูจน์ได้เม่ือมีข้อพิพาท เกิดขึ้น หรือกาหนดให้มีการบูรณาการในส่วนของหน่วยงานภาครัฐอื่น เช่น สานักงานเกษตรจังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด หรือผู้ประกอบวิชาชพี การสัตวบาล ตามพระราชบัญญัติวชิ าชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ เพ่ือช่วยเหลือให้คาแนะนาหรือตรวจสอบปัจจัยการผลิตดังกล่าวท่ีผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรจัดหา ให้กับเกษตรกร ๔.๒ เกษตรกร (1) ก่อนทาสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรทุกครั้ง เกษตรกรต้องได้รับเอกสาร สาหรับการชี้ขวนและรา่ งสัญญาเพ่ือศึกษาทาความเข้าใจอย่างรอบคอบ และเกิดความชัดเจนก่อนการทา สัญญาทุกครั้ง กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารสาหรับการชี้ชวนและร่างสัญญาควรติดต่อสอบถาม หนว่ ยงานภาครฐั ท่เี ก่ยี วข้องเพ่อื ขอรับคาปรึกษากอ่ นตัดสินใจทาสญั ญา (๒) เกษตรกรต้องไม่หลงเช่ือการโฆษณาหรือชี้ชวนให้เข้าทาสัญญาจากชื่อบริษัท หรือ ดว้ ยข้อความที่เกนิ จรงิ ต้องใชค้ วามระมัดระวงั และตรวจสอบขอ้ มูลผู้ประกอบธรุ กิจทางการเกษตรให้แนใ่ จ ก่อนตัดสินใจเข้าทาสัญญาทุกคร้งั โดยสอบถามหรือขอคาปรึกษาได้ที่สานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณห์ รอื หน่วยงานในพืน้ ท่ี
๘ ประเดน็ คาถาม ดา้ นนโยบาย ๑. ปัจจุบันสานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีฐานข้อมูลสัญญาของเกษตรกรหรือไม่ และสามารถตรวจสอบได้อย่างเปดิ เผยหรอื ไม่ ๒. กระบวนการไกล่เกลี่ยของแต่ละจังหวัด สานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวทาง หรือแนวปฏิบัติท่ีวางกรอบให้สานักงานเกษตรและสหกรณ์ของแต่ละจังหวัดปฏิบัติตามเพ่ือ เกดิ มาตรฐานเดยี วกนั หรือไม่ ๓. ปัจจุบันภาพรวมของการดาเนินการตามพระราชบัญญัติเกษตรพันธสัญญาฯ สานักงาน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการประเมินผลความสาเรจ็ และสภาพปญั หาทเ่ี กดิ ขึ้นหรือไม่ และที่ ผ่านมามีความพึงพอใจ หรอื เหน็ ควรต้องปรบั ปรงุ เรอื่ งใดบา้ งหรือไม่ ๔. ปัจจุบันจากปัญหาท่ีเกิดข้ึน มีแนวทางหรือไม่ที่จะมีการแก้ไขพระราชบัญญัติเกษตร พันธสญั ญาฯ โดยเพิ่มบทบาทการควบคุมจากหน่วยงานภาครัฐให้มีบทบาทมากข้ึน
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
Search
Read the Text Version
- 1 - 39
Pages: