โรงเรยี นทหารม้า วิชา หลักการสอ่ื สาร รหัสวชิ า ๐๑๐๒๐๑๐๕๐๑ หลักสูตร ชน้ั นายพัน แผนกวชิ าสื่อสาร กศ.รร.ม.ศม. ปรชั ญา รร.ม.ศม. “ฝึกอบรมวชิ าการทหาร วทิ ยาการทันสมยั ธารงไวซ้ งึ่ คุณธรรม”
ปรัชญา ทหารม้าเป็นทหารเหล่าหนึ่งในกองทัพบก ที่ใช้ม้าหรือสิ่งกาเนิดความเร็วอื่น ๆ เป็นพาหนะ เป็นเหล่าท่ีมีความสาคัญ และจาเป็นเหล่าหนึ่ง สาหรับกองทหารขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับเหล่าทหารอื่น ๆ โดยมีคุณลักษณะ ที่มีความคล่องแคล่ว รวดเร็วในการเคล่ือนท่ี อานาจการยิงรุนแรง และอานาจในการทาลายและข่มขวัญ อันเปน็ คณุ ลักษณะทสี่ าคัญและจาเปน็ ของเหล่า โรงเรยี นทหารมา้ ศนู ยก์ ารทหารม้า มีปรชั ญาดงั น้ี “ฝกึ อบรมวิชาการทหาร วทิ ยาการทันสมัย ธารงไว้ซ่ึงคณุ ธรรม” ปณธิ าน “ โรงเรียนทหารม้า ศูนยก์ ารทหารม้า มุ่งพัฒนาการฝึกศกึ ษา วชิ าการ และงานวิจัยเพ่ือให้กาลังพลเป็นผู้มีความรู้ ทางวิชาการของเหล่า รวมท้ังเทคโนโลยีท่ีทันสมัย ผลิตผู้นาทางทหารที่ดีมีคุณธรรม มีความรับผิดชอบ และ สามารถนาความรูไ้ ปใชใ้ นการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ไี ด้อย่างมีประสทิ ธิภาพ ” วสิ ัยทัศน์ “ มคี วามเปน็ เลศิ ในการจัดการเรียนการสอน การบริการการศึกษา และงานวิจัยผลิตกาลังพลของเหล่าทหารม้า เพือ่ เป็นกาลังหลักของกองทัพบก ” อตั ลกั ษณ์ “เขม้ แขง็ มวี นิ ยั ใฝค่ วามรู้ เชิดชูคณุ ธรรม นอ้ มนาพระราชดารัส ปฏบิ ัตติ ามนโยบาย” เอกลกั ษณ์ “โรงเรียนทหารม้า มุ่งศึกษา องค์ความรู้ บูรณาการการรบทหารม้า ร่วมพัฒนาชาติ เพ่ิมอานาจกาลังรบของ กองทพั บก” พันธกิจ ๑. พัฒนาคุณภาพครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศกึ ษา ๒. จดั การฝกึ ศกึ ษาใหก้ ับกาลงั พลเหลา่ ทหารมา้ และเหล่าอื่นๆ ตามนโยบายของกองทัพบก ๓. ผลิตนายทหารชัน้ ประทวนของเหล่าทหารมา้ ตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย ๔. วิจัยและพัฒนาระบบการศึกษา ๕. ปกครองบงั คบั บญั ชากาลงั พลของหนว่ ย และผ้เู ขา้ รบั การศกึ ษาหลักสตู รตา่ งๆ ๖. พัฒนาส่อื การเรยี นการสอน เอกสาร ตาราของโรงเรยี นทหารม้า ๗. ทานบุ ารุงศิลปวัฒนธรรม วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพ่ือพฒั นาครู อาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ให้กับ ผ้เู ขา้ รบั การศกึ ษาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ ๒. เพอื่ พัฒนาระบบการศกึ ษา และจัดการเรยี นการสอนผา่ นสือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์ ให้มคี ณุ ภาพอย่างตอ่ เน่ือง ๓. เพ่ือดาเนินการฝึกศึกษา ให้กับนายทหารชั้นประทวน ท่ีโรงเรียนทหารม้าผลิต และกาลังพลที่เข้ารับการศึกษา
ใหม้ คี วามรู้ความสามารถตามทหี่ นว่ ย และกองทัพบกต้องการ ๔. เพ่อื พฒั นาระบบการบริหาร และการจัดการทรัพยากรสนับสนุนการเรียนรู้ ใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ ๕. เพือ่ พฒั นาปรับปรงุ สอื การเรยี นการสอน เอกสาร ตารา ให้มีความทนั สมัยในการฝึกศึกษาอยา่ งตอ่ เน่อื ง ๖. เพื่อพัฒนา วิจัย และให้บริการทางวิชาการ ประสานคว ามร่วมมือ สร้างเครือข่ายทางวิชาการ กบั สถาบนั การศกึ ษา หน่วยงานอน่ื ๆ รวมท้งั การทานุบารงุ ศิลปวัฒธรรม
คำนำ เอกสารตาราวิชาสื่อสารทหารมา้ เล่มน้ี ใชเ้ ป็ นคู่มือประกอบการเรียนสาหรับนายทหาร นกั เรียนหลกั สูตร ช้นั นายพนั เหล่าทหารมา้ ซ่ึงประกอบดว้ ยเน้ือหาสาระท้งั หมด 12 บทเรียน และจะมี ขอบเขตครอบคลุมในเรื่องหลกั การสื่อสาร และการแนะนาเคร่ืองมือสื่อสารประเภทวทิ ยแุ ละทางสาย ที่มีใชใ้ นหน่วยทหารมา้ ซ่ึงประเภทวิทยนุ ้ันจะมีท้งั ระบบ FM และ AM แต่เน้ือหารายละเอียดของ เครื่องสื่อสาร จะกล่าวเฉพาะส่วนประกอบชุดและคุณลักษณะทางเทคนิคเท่าน้ัน ท้ังน้ีเพ่ือให้ นายทหารนักเรียนใช้เป็ นแนวทางในการวางแผนการใชง้ านทางยุทธวิธี และใช้กากับดูแลการ ปฏบิ ตั ิงานของเจา้ หนา้ ทีท่ ีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั เครื่องมือสื่อสารของหน่วยอยา่ งมีประสิทธิภาพ เอกสารตาราเล่มน้ีไดร้ วบรวมจากหนังสือของทางราชการ ไดแ้ ก่ คู่มือราชการสนาม(รส.) ทบ.ไทยท่เี กี่ยวขอ้ ง รวมท้งั การแปลและเรียบเรียงจากคู่มือราชการสนาม (FM) ของ ทบ.สหรฐั อเมริกา และ คูม่ ือทางเทคนิค (TM) ของเคร่ืองสื่อสารแตล่ ะชนิด ซ่ึงในแต่ละทา้ ยบทจะระบหุ ลกั ฐานอา้ งอิงไว้ เพอื่ การศึกษาและ คน้ ควา้ เพม่ิ เติมต่อไป หากผรู้ ับการศึกษาและ/หรือท่านใดก็ตามที่พบขอ้ บกพร่อง หรือมีขอ้ เสนอแนะ กรุณาแจง้ โดยตรงท่ี แผนกวชิ าสื่อสาร กศ.รร.ม.ศม. เพอื่ จะไดด้ าเนินการแกไ้ ขและ ปรับปรุงต่อไป แผนกวชิ าส่ือสาร กองการศึกษา โรงเรียนทหารมา้ ศนู ยก์ ารทหารมา้ คา่ ยอดิศร สระบุรี
สำรบัญ วชิ าส่ือสารทหารม้า สาหรับหลกั สูตรช้ันนายพนั เร่ือง หนา้ บทที่ 1 การส่ือสารในกองร้อย และกองพนั ทหารมา้ 1 - 22 บทที่ 2 ระบบการสื่อสารในทบี่ งั คบั การ 23 - 39 บทที่ 3 การสื่อสารทางยทุ ธวธิ ี 42 - 52 บทท่ี 4 สงครามอิเลก็ ทรอนิกส์ 53 - 56 บทท่ี 5 คาส่ัง บนั ทึก และรายงานการสื่อสาร 57 - 79 …………………………
1 บทท่ี 1 การส่ือสารในกองร้อยและกองพันทหารม้า (COMMUNICATIONS IN CAVALRY UNIT) 1. กล่าวทวั่ ไป ทหารมา้ เป็นทหารเหล่าหน่ึงในกองทพั บกไทย ปัจจบุ นั การจดั หน่วยทหารมา้ มีการจดั ตามลกั ษณะ การจดั ดงั น้ี เป็ นหน่วยระดบั กองพลเรียกวา่ “กองพลทหารมา้ ” เป็ นหน่วยระดบั กรมเรียกว่า “กรมทหาร มา้ ” เป็ นหน่วยระดบั กองพนั เรียกวา่ “กองพนั ทหารมา้ ” เป็ นหน่วยระดบั กองร้อยอิสระเรียกวา่ “กองร้อย ทหารมา้ ลาดตระเวนกองพลทหารราบ” ส่วนการบงั คบั บญั ชา หน่วยทหารมา้ ไดแ้ ยกประเภทตามการ บงั คบั บญั ชาเป็น 2 ประเภทคือ ทหารมา้ ในอตั ราการจดั ของกองพลทหารมา้ และทหารมา้ ในอตั ราการจดั ของหน่วยท่ีอยนู่ อกกองพลทหารมา้ การแบ่งประเภทของทหารมา้ ศูนยก์ ารทหารมา้ ไดก้ าหนดหลกั นิยม และรูปแบบการจดั หน่วยทหารมา้ ใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ปัจจุบนั โดยแบ่งประเภทของทหารมา้ เป็ น 3 ประเภทคือ ทหารมา้ ลาดตระเวน, ทหารมา้ รถถัง และ ทหารม้าบรรทุกยานเกราะ ทหารมา้ ท้งั 3 ประเภท ปัจจุบนั ไดจ้ ดั ต้งั ข้ึนแลว้ ประกอบดว้ ย 2 กองพลทหารมา้ , 6 กรมทหารมา้ , 30 กองพนั ทหารมา้ , 5 กองร้อยอิสระ และ 1 กองร้อยทหารมา้ อากาศ จากท่ีกล่าวมาขา้ งตน้ ทาให้ทหารมา้ แต่ละประเภทมีอตั รา การจดั เครื่องมือสื่อสารทแี่ ตกต่างกนั สาหรับในบทน้ี จะขอกล่าวเฉพาะหน่วยทหารมา้ ระดบั กองพนั และกองรอ้ ย 2. เคร่ืองมือสื่อสารของกองพันทหารม้าและกองร้อยทหารม้า จะได้รับแบ่งมอบตามอตั ราการจดั (อจย.) ของหน่วย ทหารมา้ ท้งั 3 ประเภท มีหมายเลข อจย. ท่ีไม่เหมือนกนั แต่ละ อจย. ในส่วนของสายสื่อสารจะ ไดร้ ับเคร่ืองมือสื่อสารชนิดต่าง ๆ ตามภารกิจและความจาเป็ นของหน่วย สาหรับในบทน้ี จะนาเฉพาะ เคร่ืองมือสื่อสารประเภทวิทยทุ ่ีมีใน อจย. ของแต่ละกองพนั และกองร้อย รวมถึงชุดวิทยุที่หน่วยไดร้ ับ ทดแทนและ/หรือจดั หาเองมาบรรจุไวใ้ นบทเรียนเพอื่ ใชป้ ระกอบการจดั ขา่ ยวทิ ยขุ องแตล่ ะหน่วย อยา่ งไร ก็ตาม หลกั การใชเ้ ครื่องมือสื่อสารของทหารมา้ จะตอ้ งจดั ใหม้ ีเครื่องมือส่ือสารทุกประเภทไวใ้ ชเ้ สริมซ่ึงกนั และกนั จะไม่จดั เพยี งประเภทใดประเภทหน่ึงเท่าน้นั 2.1 ชุดวทิ ยทุ ่ีมีในกองพนั ทหารมา้ (รถถงั ) อจย. 17-15 หน่วยในกองพลทหารม้า ชุดวิทยุใน อจย. ชุดวทิ ยุนอก อจย. ม.พนั .5 รอ. < ม.4 รอ. พล.ม.2 > **/*** AN/PRC-77 VRC-745 ** ม.พนั .6 < ม.6 ทภ.2 > * AN/GRC-160 VRC-750 ** ม.พนั .17 รอ. < ม.1 รอ. พล.ม.2 > ** AN/VRC-12 BDR-510 *** ม.พนั .20 รอ. < ม.5 รอ. พล.ม.2 > ** AN/VRC-46 AN/VRC-43 * ม.พนั .26 < พล.ม.1> AN/VRC-47 หน่วยนอกกองพลทหารม้า AN/VRC-49 ม.พนั .2 < พล.ร.2 รอ. > */*** AN/GRC-106 ม.พนั .4 รอ. < พล.1 รอ. > ม.พนั .8 < พล.ร.3 >
ม.พนั .9 < พล.ร.4 > 2 ม.พนั .16 < พล.ร.5 > ม.พนั .21 < พล.ร.6 > ชุดวิทยุนอก อจย. 2.2 ชุดวทิ ยทุ มี่ ีในกองพนั ทหารมา้ (บรรทกุ ยานเกราะ) อจย.17-25 พ. UK/VRQ-301 VRC-745 * หน่วย ชุดวิทยุใน อจย. GRC-1600 * TRA-906 ** ม.พนั .1 รอ. < ม.1 รอ. พล.ม.2 > * AN/PRC-77 (RACAL 5 W) VRC-950 * ม.พนั .3 รอ. < ม.1 รอ. พล.ม.2 > * AN/VRC-64 ชุดวิทยุนอก อจย. ม.พนั .11 รอ. < ม.4 รอ. พล.ม.2 > */** AN/GRC-160 TRA-906* (RACAL 5W) ม.พนั .25 รอ. < ม.4 รอ. พล.ม.2 > * AN/VRC-46 PRC-624 ม.พนั .13 < ม.3 พล.ม.1 > AN/VRC-47 ชุดวิทยนุ อก อจย. PRC-624 ม.พนั .18 < ม.3 พล.ม.1 > ** AN/VRC-49 AN/VRC-64 * VRC-745 ** ม.พนั .15 < ม.3 พล.ม.1 > AN/GRC-106 GRC-1600 ** UK/VRQ-301 ม.พนั .14 < ม.6 พล.ม.1> PRC-624 TRA-931 X ม.พนั .23 รอ. < ม.5 รอ. พล.ม.2 > * ม.พนั .24 รอ. < ม.5 รอ. พล.ม.2 > * 2.3 ชุดวทิ ยทุ มี่ ีในกองพนั ทหารมา้ (ลาดตระเวน) อจย.17-55 ก. หน่วย ชุดวิทยใุ น อจย. ม.พนั .7 < ม.2 พล.ม.1 > AN/PRC-77 ม.พนั .10 < ม.2 พล.ม.1 > * AN/VRC-46 ม.พนั .12 < ม.2 พล.ม.1 > * AN/VRC-49 AN/GRC-160 AN/GRC-106 PRC-1099 2.4 ชุดวทิ ยทุ ่ีมีในกองพนั ทหารมา้ (ลาดตระเวน) อจย.17-55 พ. หน่วยในกองพลทหารม้า ชุดวทิ ยุใน อจย. ม.พนั .27 < พล.ม.2 > ** AN/PRC-77 ม.พนั .28 < พล.ม.1 > *** AN/VRC-46 หน่วยนอกกองพลทหารม้า AN/VRC-47 ม.พนั .19 < พล.ร.9 > * AN/VRC-49 ม.พนั .30 < พล.ร.2 รอ. > AN/GRC-160 AN/GRC-106
3 AN/ARC-131*** TRA-906 ** (RACAL 5 W) VRC-950 ** VRC-6020 ** 2.5ชุดวทิ ยทุ ม่ี ีในกองร้อยทหารมา้ (ลาดตระเวน) อจย.17-57 พ. หน่วย ชุดวิทยใุ น อจย. ชุดวิทยนุ อก อจย. ร้อย ลว.ที่ 1 < พล.1 รอ. > */** AN/PRC-77 PRC-624 รอ้ ย ลว.ท่ี 3 < พล.ร.3 > AN/VRC-12 VRC-745 * รอ้ ย ลว.ที่ 4 < พล.ร.4 > ** AN/VRC-46 GRC-1600 * รอ้ ย ลว.ที่ 5 < พล.ร.5 > AN/GRC-160 UK/VRQ-301 รอ้ ย ลว.ท่ี 6 < พล.ร.6 > AN/GRC-106 TRA-931 X PRC-730 * VRC-2100 ** 2..6 ชุดวทิ ยทุ ่มี ีในกองรอ้ ยเครื่องยงิ ลูกระเบดิ อจย.17-24 หน่วย ชุดวิทยใุ น อจย. ชุดวทิ ยนุ อก อจย. รอ้ ย ค.ม.1 รอ. AN/PRC-77 PRC-624 ร้อย ค. ม.2 AN/VRC-46 GRC-1600 * ร้อย ค. ม.3 ** AN/GRC-160 AN/VRC-47 ** รอ้ ย ค. ม.4 รอ. * รอ้ ย ค. ม.5 รอ. หมายเหตุ ขอ้ มูลชุดวทิ ยตุ ามขอ้ 2.1-2.6 สารวจเม่ือ พ.ค.44 3. ความรับผดิ ชอบต่อการส่ือสาร 3.1 ภารกิจของหน่วยจะสาเร็จลุล่วงไปดว้ ยดีน้นั ผบู้ งั คบั บญั ชาทกุ ระดบั ช้นั จะตอ้ งมีมาตรการในการบงั คบั บญั ชา (Command) และการควบคุม (Control) โดยใชก้ ารติดต่อสื่อสาร (Communication) เป็นเครื่องมือ ใน การนาขอ้ มูลข่าวสารไปยงั หน่วยและ/หรือบุคคลที่เก่ียวขอ้ งไดร้ ับและปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและ ทนั ต่อ เหตุการณ์ ดังน้ัน การบังคับบัญชา(Command), การควบคุม (Control) และการติดต่อสื่อสาร (Communication) หรือเรียกว่า C 3 จึงจาเป็ นตอ้ งมีใชค้ วบคู่กนั ไปเสมอ ในส่วนของการติดต่อสื่อสารน้ันก็ จาเป็นตอ้ งมีเคร่ืองมือสื่อสารเป็ นองคป์ ระกอบ ซ่ึงเหล่าทหารมา้ จดั เคร่ืองมือส่ือสารออกเป็ น 5 ประเภทคือ ประเภทวทิ ย,ุ ประเภททางสาย, ประเภทการนาสาร, ประเภททศั นสญั ญาณ และประเภทเสียงสญั ญาณ ท้งั 5 ประเภทน้ี ถือว่ามีความสาคญั เท่าเทียมกัน ดังน้ันการวางแผนการใชง้ านจะตอ้ งจดั เตรียมไวท้ ุกประเภท
4 เพราะโอกาสการใชง้ านยอ่ มข้ึนอยกู่ บั เวลาและสถานการณ์ การใชเ้ คร่ืองมือส่ือสารเพยี งประเภทเดียวจะเป็ น อนั ตรายตอ่ การบงั คบั บญั ชาและการควบคุม 3.2 ความรบั ผดิ ชอบในการวางการส่ือสาร ตอ้ งกระทาในทุกระดบั ของการบงั คบั บญั ชา และตอ้ งดารง ไวซ้ ่ึงความเหมาะสม โดยอาศยั หลกั การดงั น้ี 3.2.1 หน่วยเหนือวางการตดิ ต่อส่ือสารไปยงั หน่วยรองและหน่วยข้นึ สมทบ 3.2.2 หน่วยสนบั สนุนวางการตดิ ต่อส่ือสารไปยงั หน่วยรับการสนบั สนุน 3.2.3 หน่วยเพม่ิ เตมิ กาลงั วางการตดิ ตอ่ ส่ือสารไปยงั หน่วยรับการเพมิ่ เติมกาลงั 3.2.4 หน่วยเคลื่อนท่ีผา่ นวางการติดต่อสื่อสารไปยงั หน่วยอยกู่ บั ท่ี (เมื่อมีการผ่านแนวในพ้นื ที่ ส่วนหนา้ ) 3.2.5 หน่วยอยกู่ ับที่วางการติดต่อส่ือสารไปยงั หน่วยเคล่ือนที่ผ่าน (เมื่อมีการผ่านแนวในพ้นื ท่ี ส่วนหลงั ) 3.2.6 การวางการตดิ ตอ่ ส่ือสารระหวา่ งหน่วยขา้ งเคียง ผบู้ งั คบั บญั ชาระดบั สูงข้นึ ไปเป็ นผูก้ าหนด ข้นึ และ/หรืออาจถูกกาหนดไวใ้ นระเบียบปฏิบตั ิประจา (รปจ.) ของหน่วยก็ได้ แต่ถา้ ไม่มีการ สงั่ การและ/ หรือกาหนดไว้ ให้ยดึ ถือหลกั ว่า หน่วยทางซา้ ยตอ้ งวางการติดต่อสื่อสารไปใหห้ น่วยท่ีอยทู่ างขวา(ซา้ ยไป ขวา) และหน่วยขา้ งหลงั ตอ้ งวางการตดิ ต่อส่ือสารไปใหห้ น่วยท่ีอยขู่ า้ งหนา้ (หลงั ไปหนา้ ) 3.2.7 ในกรณีทก่ี ารตดิ ต่อส่ือสารระหว่างหน่วยเกิดขาดหาย ใหท้ ุกหน่วยปฏิบตั ิการแกไ้ ขเพื่อให้ การติดตอ่ สื่อสารกลบั คืนสู่สภาพการใชง้ านปกติในทนั ที โดยไม่ตอ้ งคานึงวา่ ความรับผดิ ชอบน้ันจะเป็ นของ หน่วยใด 3.3 นายทหารฝ่ายการส่ือสาร (ฝสส.) และ/หรือ ผบู้ งั คบั หมวดส่ือสาร (ผบ.มว.ส.) ของกองพนั จดั ต้งั การ ถ่ายทอดการสื่อสารตามคาสง่ั /นโยบายของผบู้ งั คบั กองพนั 3.4 ผบู้ งั คบั กองรอ้ ยตอ้ งรบั ผดิ ชอบตอ่ เคร่ืองมือส่ือสารที่มีอยใู่ นอตั ราของกองร้อยให้อยใู่ นสภาพพร้อม รบเสมอ ซ่ึงสภาพความพรอ้ มรบของหน่วยจะข้ืนอยกู่ บั ความชานาญเฉพาะบุคคลของกาลงั พล,ความพร้อม ของยทุ โธปกรณ์และความเอาใจใส่ดูแลอยา่ งจริงจงั ของผบู้ งั คบั หน่วย ในเร่ืองความชานาญเก่ียวกบั การใช้ เคร่ืองมือส่ือสารและการติดต่อส่ือสารส่วนใหญ่จะข้ึนอยกู่ บั ระเบยี บปฏิบตั ิประจา (รปจ.) ของหน่วย และแต่ ละหน่วยไดท้ าการฝึกตาม รปจ.ไดด้ ีเพยี งใด 3.5 ผูบ้ งั คบั หมวดเป็ นผูร้ ับผิดชอบในการวางแผน, การซ่อมบารุง, การฝึ กและการใช้ระบบการ ติดตอ่ ส่ือสารภายในหมวด นอกจากน้ีผบู้ งั คบั หมวดยงั ตอ้ งรบั ผดิ ชอบการใชง้ านระบบการติดต่อส่ือสารภายใน กองร้อยอีกดว้ ย 4. ข้อพิจารณาการใช้เคร่ืองมือสื่อสาร 4.1 เครื่องมือสื่อสารในเหล่าทหารมา้ แบ่งออกเป็ น 5 ประเภท คือ ประเภทวิทยุ, ประเภททางสาย, ประเภท การนาสาร, ประเภททศั นสัญญาณ และประเภทเสียงสัญญาณ ซ่ึงท้งั 5 ประเภทน้ีจะถูกใชเ้ ป็ น เคร่ืองมือสาหรับการติดต่อส่ือสารของผูบ้ งั คบั บญั ชาในการบงั คบั บญั ชาและควบคุมหน่วย โดยทวั่ ไปจะ ทราบกนั ดีในรูปของ C3 (Command, Control, and Communication) ดงั น้นั ในสายการบงั คบั บญั ชา (Chain of Command) และลาดบั การบงั คบั บญั ชา (Succession of Command) จึงมีความจาเป็ นตอ้ งทราบการจดั หน่วย
5 โดยตลอด และตอ้ งมีการเปิ ดช่องทางการสื่อสารเช่ือมโยงท้งั หน่วยเหนือ, หน่วยรอง และหน่วยขา้ งเคียง ผบู้ งั คบั บญั ชาทกุ ระดบั หน่วยควรพจิ ารณาในเรื่องการใชเ้ ครื่องมือสื่อสารดงั น้ี จดั หาเครื่องมือสื่อสารไวท้ กุ ประเภทเพอื่ ใชเ้ สริมซ่ึงกนั และกนั จดั เตรียมมาตรการการต่อตา้ นการรบกวน โดยระบุการปฏิบตั ิไวใ้ น รปจ. ของหน่วย เพื่อใหห้ น่วยรอง ไดท้ ราบและปฏิบตั ไิ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งในกรณีทถี่ ูกรบกวน หลีกเลี่ยงการใชร้ ะบบการติดตอ่ ส่ือสารท่ีมากเกินไป ควรใชเ้ ม่ือจาเป็ นเทา่ น้นั พยายามใชว้ ทิ ยใุ หน้ อ้ ยท่สี ุด และตอ้ งฝึกใหพ้ นกั งานวทิ ยมุ ีวนิ ยั ในการใชว้ ทิ ยอุ ยา่ งเคร่งครดั ใหค้ วามสนใจเป็ นพเิ ศษในเร่ืองการดารงไวซ้ ่ึงการติดตอ่ สื่อสารทางขา้ งอยา่ งมีประสิทธิภาพ 4.2 วนิ ยั ในการรกั ษาความปลอดภยั ทางการสื่อสาร การรักษาความปลอดภยั ทางการสื่อสาร คือ กระบวนการหน่ึงท่ีมีความมุ่งหมายเพื่อปฏิเสธหรือ หน่วงเหนี่ยวมิใหบ้ ุคคลท่ีมิไดเ้ กี่ยวขอ้ ง หรือไดร้ ับอนุมตั ิไดร้ ับข่าวสารขอ้ มูลอนั มีค่าของ ฝ่ ายเราไป ผบ. หน่วย จะประสบผลสาเร็จในการรักษาความปลอดภยั ทางการส่ือสารได้ โดยการนาการรับรองฝ่ ายมาบงั คบั ใชภ้ ายในข่ายวิทยุ ท้งั น้ีเพอ่ื ใหม้ นั่ ใจวา่ สถานีซ่ึงไดร้ ับอนุมัติแลว้ เท่าน้นั ที่อยใู่ นข่ายของหน่วยตนและอีก หนทางปฏบิ ตั หิ น่ึงก็คือ การจากดั การใชเ้ คร่ืองส่งวทิ ยเุ ม่ือไม่มีการปะทะเกิดข้ึนแต่จะมีผลบงั คบั เฉพาะการ ใชง้ านทางธุรการเท่าน้นั โดยปกติวิทยทุ ุกเครื่อง ยกเวน้ ของ ผบ.หน่วย ควรอยใู่ นสถานการณ์ เงียบ-รับฟัง และจะเลิกใช้ สถานการณ์ เงียบ - รับฟัง เมื่อเกิดการปะทะข้ึน หรือเมื่อ ผบู้ งั คบั บญั ชาสงั่ การ เจา้ หนา้ ท่สี ่ือสารทุกคนตอ้ ง ทาความเขา้ ใจอยา่ งกระจ่างชดั ในเรื่องการควบคุมวินยั , การลดเวลาการส่งวิทย,ุ การใชข้ ่ายวิทยุ และการใช้ ลกั ษณะภูมิประเทศเป็ นที่ต้งั เสาอากาศระหว่างท่ีต้งั หน่วยฝ่ ายเรา และหน่วยขา้ ศึก สาหรับการใช้ทางสาย และ/หรือการนาสาร ควรนามาใชง้ านทกุ โอกาส เม่ือสถานการณ์อานวย 4.3 4.3.1 การพสิ ูจนท์ ราบ พนกั งานวทิ ยตุ อ้ งใชค้ วามพยายามในการพสิ ูจนท์ ราบถึงสาเหตุท่ีมาของ การรบกวน อยา่ ด่วนสรุปลงไปว่าเป็ นเทคนิคการรบกวนท่ีขา้ ศึกกาลงั ใชอ้ ยู่ เพราะอาการที่เกิดข้ึน อาจ เหมือนกบั อาการรบกวนท่ีเกิดข้นึ จากเคร่ืองวทิ ยเุ องกไ็ ด้ การพสิ ูจน์ทราบกระทาไดโ้ ดยการถอดสายอากาศ เคร่ืองรับวทิ ยอุ อก ถา้ เสียงรบกวนลดลงแสดงวา่ การรบกวนน้นั เกิดจากภายนอกเครื่องวทิ ยุ และ/หรืออาจถูก ขา้ ศึกรบกวน 4.3.2 ดารงการปฏิบตั ิต่อไป หลงั จากทราบว่าเป็ นการรบกวนจากขา้ ศึก ให้พนกั งานวทิ ยดุ ารงการ ปฏบิ ตั งิ านต่อไปตามปกติ การกระทาดงั กล่าวน้ีอาจทาใหข้ า้ ศกึ หลงเขา้ ใจผดิ คดิ วา่ การรบกวนน้นั ไม่ประสบ ผล พนกั งานวทิ ยปุ ฏิบตั งิ านต่อไปตามปกติจนกวา่ จะไดร้ ับคาสง่ั เปลี่ยนแปลง 4.3.3 การรายงาน พนกั งานวิทยทุ ุกคนตอ้ งรายงานการถูกรบกวนไปให้หน่วยเหนือทราบ โดยใช้ เคร่ืองมือสื่อสารประเภทอ่ืน เช่น ทางสาย,พลนาสาร หรือ วทิ ยเุ ขา้ รหสั
6 4.3.4 การใชก้ าลงั ส่งต่า จะช่วยลดโอกาสจากการถูกขา้ ศกึ ตรวจพบสญั ญาณวทิ ยไุ ด้ 4.3.5 การซ่อนท่ตี ้งั เสาอากาศ วธิ ีเอาชนะเคร่ืองคน้ หาทศิ ทางวทิ ยแุ บบง่ายๆ ก็คือ การเลือกทตี่ ้งั สายอากาศให้อยู่ด้านหลังสิ่งกาบังในภูมิประเทศ เช่น หน้าผา,ภูเขา,อาคารสูงๆ เป็ นตน้ การ แพร่กระจายของคลื่นวทิ ยจุ ะถูกหกั เหและสะทอ้ น เมื่อเกิดเหตกุ ารณ์เช่นน้ีก็จะเป็ นการยากต่อการคน้ หาท่ีมา ของคล่ืน แต่ในเวลาเดียวกนั ความแรงของสญั ญาณก็จะมีผลนอ้ ยมาก พนกั งานวิทยตุ ิดต้งั สายอากาศให้อยู่ ในระดบั ต่าเท่าท่ีจะเป็ นไปได้ และยงั คงดารงการติดต่อส่ือสารใหเ้ พยี งพอกบั หน่วยรอง,หน่วยเหนือ และ หน่วยขา้ งเคียง 4.3.6 การใชร้ ะบบบอกพวก พนกั งานวิทยุและ ผบ.หน่วย พึงระวงั ในเรื่องการลวงเลียนไวเ้ สมอ เพราะขา้ ศึกมกั จะนามาใชใ้ นการขยายเวลาการติดต่อสื่อสารให้นานออกไป พนกั งานวิทยตุ อ้ งมน่ั ใจและ จดจาเสียงของพนักงานวิทยุคู่สถานีได้ ถา้ เกิดความสงสยั คู่สถานีภายในข่าย ควรใชร้ ะบบการบอกพวก ในทนั ที หรือใชว้ ธิ ีส่งข่าวแบบเขา้ รหสั เพอ่ื ช่วยลดการลวงเลียน 4.3.7 การต่อตา้ นการรบกวน ระเบียบปฏบิ ตั ปิ ระจา (รปจ.) ของหน่วยจะกาหนดระเบียบปฏิบตั ิการ ต่อตา้ นการถูกรบกวนไว้ เม่ือขา่ ยวทิ ยกุ องรอ้ ยถูกรบกวน ผบ.ร้อย.หรือ รอง ผบ.ร้อย. ซ่ึงทาการแทนในกรณี ที่ ผบ.ร้อย.ไม่อยู่ จะเป็นผตู้ กลงใจในการเปลี่ยนไปใชค้ วามถี่อ่ืน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความถ่ีใชง้ าน ควรใช้ วทิ ยุ 1 เครื่องเปิ ดและต้งั ความถ่ีของข่ายเดิมไวช้ วั่ คราว เพื่อเป็ นการตรวจสอบมิใหส้ ถานีใดๆ หลงอยใู่ นข่าย เดิม แต่ตอ้ งระวงั การรอ้ งขอความถี่ใหม่โดยไม่ยอมแจง้ นามสถานีในข่ายเดิมน้ีดว้ ย ความถ่ีที่เปล่ียนไปใชใ้ น ขา่ ยวทิ ยใุ หม่ตอ้ งรายงานใหห้ น่วยเหนือทราบโดยเร็วท่ีสุดเทา่ ที่จะเป็ นไปได้ 5. การใช้เคร่ืองมือสื่อสาร การติดต่อส่ือสารในกองร้อยและกองพนั ทหารมา้ ท้งั 3 ประเภท ไดแ้ ก่ ทหารมา้ รถถงั , ทหารม้า บรรทุกยานเกราะ และทหารมา้ ลาดตระเวน ซ่ึงท้งั 3 ประเภทไดร้ บั มอบภารกิจท่ีแตกต่างกนั ไป แต่สิ่งสาคญั ทที่ หารมา้ ท้งั 3 ประเภท ตอ้ งปฏิบตั ิเหมือนกนั น้นั กค็ ือ การบรรลุภารกิจท่ไี ดร้ ับมอบ ในระดบั กองร้อย และ กองพนั น้ี ผบ.ร้อย.และ ผบ.พนั .เป็ นผทู้ ่ีมีบทบาทสาคญั จึงตอ้ งมีความเขา้ ใจ และรู้จกั ใชอ้ านาจกาลงั รบให้ เหมาะสมกบั สถานการณ์ในรูปแบบของสงครามสมยั ใหม่ ปัจจยั สาคญั ประการหน่ึงที่ ผบ.ร้อย.และ ผบ.พนั . ตอ้ งใชเ้ พอ่ื สรา้ งความ มน่ั ใจใหก้ บั ความสาเร็จในภารกิจของหน่วยก็คือ การติดต่อสื่อสาร (Communication) ซ่ึงถือวา่ เป็นปัจจยั หน่ึงของมาตรการการบงั คบั บญั ชา (Command) (Control) หรือท่ีเรียกวา่ C3 การติดต่อสื่อสารของหน่วยทหารมา้ ปัจจุบนั มีอยดู่ ว้ ยกนั หลายวธิ ี แต่ละวธิ ีประกอบไปดว้ ยเครื่องมือ ส่ือสารชนิดต่างๆ ซ่ึงไดพ้ ฒั นาใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ปัจจุบนั ผูบ้ งั คบั หน่วยในระดบั กองพนั ต้งั แต่ ผบ.พนั . จนถึง ผบ.มว. ตอ้ งมีความรูใ้ นเร่ืองการส่ือสารอยา่ งถูกตอ้ ง เพราะการติดต่อส่ือสารเป็ นปัจจยั หน่ึงที่ จะทาให้การบงั คบั บญั ชาและการควบคุมไดผ้ ลสมบูรณ์ ภารกิจที่ไดร้ ับมอบก็จะสาเร็จลุล่วง จากการแบ่ง ประเภททหารมา้ ซ่ึงอาศยั ปัจจยั ภารกิจเป็ นสาคญั ทาใหห้ น่วยทหารม้าในปัจจุบนั มีภารกิจ 2 ประการ คือ ภารกิจในการลาดตระเวน ไดแ้ ก่ หน่วยทหารมา้ ลาดตระเวน และภารกิจในการดาเนินกลยทุ ธ ไดแ้ ก่ หน่วย
7 ทหารมา้ รถถงั และหน่วยทหารมา้ บรรทุกยานเกราะ ดงั น้นั การใชเ้ ครื่องมือสื่อสารของกองร้อยและกองพนั ทหารมา้ จงึ มีความแตกตา่ งกนั ตามภารกิจของทหารมา้ แต่ละประเภท ซ่ึงจะกล่าวใหท้ ราบตอ่ ไป 6. กองร้อยรถถังและกองร้อยทหารม้า ( บรรทกุ ยานเกราะ ) 6.1 ประเภทวทิ ยุ จดั เป็ นเคร่ืองมือสื่อสารหลกั ใชใ้ นโอกาสเมื่อเกิดการปะทะขา้ ศึก ถึงแมว้ ่าวิทยจุ ะ เป็นเคร่ืองมือสื่อสารทีใ่ หค้ วามรวดเร็วและอ่อนตวั สูง แต่ในเวลาเดียวกนั ก็มีความปลอดภยั นอ้ ยท่ีสุด เพราะ เป็ นเคร่ืองมือสื่อสารที่ล่อแหลมต่อการดักฟังและตรวจพบ เพ่ือหลีกเลี่ยงการตรวจค้นจากเคร่ืองมือ หาทิศทางของขา้ ศกึ กองร้อยตอ้ งใชเ้ คร่ืองมือส่ือสารประเภทอื่นที่มีอยทู่ ้งั หมดดารง การส่ือสารไว้ และจะ ใชว้ ิทยเุ ม่ือมีความจาเป็ นเท่าน้นั การใชว้ ทิ ยอุ ยา่ งระมดั ระวงั และเป็ นห้วงส้นั ๆ เป็ นส่ิงสาคญั ในการลดการ ปฏิบตั ิการสงครามอิเลก็ ทรอนิกส์ การจดั ข่ายและความถ่ีของกองรอ้ ย มีความมุ่งหมายเพอื่ การบงั คบั บญั ชา, การควบคุม,การประสาน การปฏิบตั ิงานท้งั ทางยุทธวิธีและทางธุรการ,การส่งกาลังบารุงและอ่ืนๆผบ.ร้อย.แต่ละกองร้อยเป็ นผู้ กาหนดการจดั ขา่ ยวทิ ยขุ องกองรอ้ ย โดยการพจิ ารณาหลกั การใชห้ น่วยและนาจานวนความถี่ท่ีไดร้ ับอนุมตั ิ ตามคาแนะนาปฏิบตั ิการสื่อสารและอิเลก็ ทรอนิกส์ (นปสอ.) ของหน่วยเหนือมาใชใ้ นการประกอบข่าย โดย ปกตสิ ถานีบงั คบั ข่าย ( สบข. ) ไดแ้ ก่ รถของ ผบ.ร้อย สถานีอ่ืนๆ ภายในขา่ ยเป็ น สถานีรอง แต่ ผบ.ร้อย. อาจ มอบหมายใหร้ ถคนั ใดคนั หน่ึงในกองบงั คบั การเป็น สบข. ก็ได้ เพราะหนา้ ท่ีของ สบข. ก็คือ การรักษาวินัย การใชว้ ทิ ยุ และดารงการติดตอ่ ส่ือสารแทน ผบ.หน่วย สบข. จะไม่มีหนา้ ทใ่ี ชว้ ทิ ยสุ ง่ั การทางยทุ ธวิธี ดว้ ย เหตผุ ลน้ีจงึ ทาให้ ผบ.รอ้ ย. มีเสรีในการปฏิบตั มิ ากข้ึน สามารถ สงั่ การทางวทิ ยจุ ากรถคนั ใดคนั หน่ึงภายใน ขา่ ยกองรอ้ ยไดท้ ุกเวลาเม่ือตอ้ งการโดยปกติในการปฏบิ ตั ิ ผบ.ร้อย. จะมอบหมายใหร้ ถ ทก.ร้อย. เป็ น สบข. ในเร่ืองความถี่ของกองร้อย ( ดูผงั แสดงการจดั ความถ่ี ร้อย.ถ. ) ผบ.ร้อย.เป็ นผูป้ ระกอบข่ายบงั คบั บญั ชา กองร้อย โดยนาความถ่ีทีไ่ ดร้ บั อนุมตั ิตาม นปสอ. มาแบง่ มอบใหก้ บั นขต. กองร้อย ( บก.ร้อย. และหมวด ) ตามปกติข่ายบงั คบั บญั ชากองร้อย ประกอบดว้ ยความถ่ี 2 ประเภท คือ ความถี่คล่ืนแยก และ ความถ่ีคลื่นร่วม ความถี่แต่ละประเภทมีความมุ่งหมายการ ใชท้ ่ีแตกต่างกนั กล่าวคือ ความถี่คล่ืนแยกเป็ น ความถี่ท่ใี ชต้ ดิ ตอ่ กบั นขต. กองร้อย จะแบ่งเป็ นความถี่หลกั ( ก. ) และความถี่รอง ( ข. ) ท้งั น้ีเพอ่ื เป็ นการ สารองช่องการสื่อสารไวใ้ นกรณีที่ถูกขา้ ศึกรบกวน (Jamming ) ส่วนความถ่ีคล่ืนร่วม ( ค. ) เป็ นความถี่ เพม่ิ เตมิ ท่ีกองร้อยอาจไดร้ ับหรือไม่ไดร้ ับอนุมตั ิกไ็ ด้ ในกรณีท่ีไม่ไดร้ ับอนุมตั ิ ผบ.ร้อย.อาจดดั แปลงความถ่ี คลื่นแยกใชเ้ ป็นความถ่ีคล่ืนร่วมตามความจาเป็ น โอกาสในการใชค้ วามถ่ีคลื่นร่วม ไดแ้ ก่ ในกรณีท่ี ผบ.ร้อย. ตอ้ งการรวบอานาจการบงั คบั บญั ชาท้งั กองร้อย (ต้งั แต่ ทก.ร้อย.จนถึงรถลูกแถวทุกคนั ) เพ่ือผลในดา้ นการ ปฏบิ ตั ิรวมการ เช่น การรวมอานาจการยงิ หรือการควบคุมรูปขบวนเดินทาง เป็ นตน้ ความถ่ีข่ายบงั คบั บญั ชา กองรอ้ ยท้งั 2 ประเภท โดยปกติจะใชง้ านท้งั ทางยทุ ธวิธีและทางธุรการ แต่ความถี่คล่ืนร่วมในทางปฏิบตั ิ จะไม่นิยมใชท้ างยทุ ธวธิ ี เพราะจะเกิดขอ้ เสียมากกว่าขอ้ ดี เพ่ือให้ ผบ.ร้อย. มีเสรีภาพในการปฏิบตั ิการรบ รอง ผบ.ร้อย. จะทาหนา้ ท่ี ช่วยเหลือ ผบ.ร้อย. โดยการติดตามรับฟังข่ายบงั คบั บญั ชากองพนั และถ่ายทอด ข่าวสารสาคญั ๆ ใหก้ บั ผบ.ร้อย.ไดร้ ับทราบเท่าท่ีจาเป็ น นอกจากน้ี รอง ผบ.ร้อย. ยงั ตอ้ งทา หนา้ ท่ีเป็ นผู้
8 ประสานงานหรือ แนะนาและสนับสนุนการเคลื่อนยา้ ยในส่วนท่ี ผบ.ร้อย. ไม่สามารถควบคุมไดใ้ นขณะท่ี กาลงั สงั่ การส่วนหน้าในระหวา่ งการรบ การติดต่อสื่อสารทางขา้ งระหวา่ ง ผบ.มว. และ ผบ.ร้อย. เป็ นส่ิง สาคญั ยงิ่ ผบ.มว. ทกุ คนตอ้ งส่งขา่ วใหท้ ราบซ่ึงกนั และกนั ตลอดการรบ ท้งั น้ีเพื่อดารงการรายงานเหตุการณ์เก่ียวกบั การรบที่กาลังเกิดข้ึน และควรแจง้ ข่าวสารเก่ียวกับ สถานการณ์ทางขา้ งหรือทางหลงั ของแตล่ ะหมวดใหท้ ราบซ่ึงกนั และกนั ดว้ ย เช่น การปฏิบตั ิของขา้ ศึก, การ ปฏิบตั ิของแต่ละหมวดที่กระทาต่อขา้ ศึกไปแล้ว และ/หรือมีแผนจะปฏิบตั ิอยา่ งไรต่อไป รวมท้งั การให้ คาแนะนาแก่ ผบ.มว. คนอื่นๆ และ ผบ.ร้อย. เม่ือ ผบ.ร้อย. รับทราบสถานการณ์ในพ้นื ที่รับผิดชอบของ ตนจากการติดตามการติดต่อสื่อสารทางขา้ ง ก็จะส่ังการปฏิบตั ิไปยงั หมวดต่างๆ โดยใชข้ ่ายบงั คบั บญั ชา กองรอ้ ย
9
10 6.2 ประเภททางสาย จดั เป็นเครื่องมือส่ือสารรอง โอกาสในการใชม้ ีนอ้ ยแตจ่ ะกลายเป็ นเครื่องมือ ส่ือสารหลกั สาหรบั การรบดว้ ยวธิ ีรับ เช่น ใชใ้ นที่มนั่ รบ, จดุ ตา้ นทานแขง็ แรง, ที่ตรวจการณ์หรือฟังการณ์, ขบวนสมั ภาระรบ และพ้นื ทีร่ วมพล 6.3 ประเภทการนาสาร เมื่อหน่วยเขา้ วางกาลงั ในพน้ื ทีร่ วมพล หรือในทีม่ น่ั รบหรือเสริมความ มน่ั คง บนที่หมาย การนาสารจะถูกพจิ ารณานามาใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ เพราะเป็ นเคร่ืองมือ ส่ือสารท่ีให้ ความคล่องตวั ,ปลอดภยั ดีท่ีสุดและเช่ือถือได้ดีกว่าเคร่ืองมือสื่อสารประเภทอื่นๆ แต่การ นาสารก็มี จุดอ่อนและขีดจากดั กล่าวคือ ตอ้ งใชค้ นทาหนา้ ท่ีเป็ นพลนาสาร จึงมีขีดจากดั ในเร่ืองความรวดเร็วและมี จุดอ่อนในเร่ืองความล่อแหลมตอ่ อนั ตรายทีอ่ าจจะถูกยงิ หรือตรวจพบจากขา้ ศกึ ไดเ้ ม่ือปฏิบตั ิการในแนวหนา้ เมื่อเปรียบเทียบกบั เครื่องมือสื่อสารประเภทอ่ืน การนาสารควรพิจารณาในเร่ืองความปลอดภยั ,เวลา,ชนิด และปริมาณของขา่ ว ในการใชพ้ ลนาสารน้ันถา้ เป็ นไปไดค้ วรมีการฝึ กวธิ ีการนาและรักษาเอกสารประกอบ กบั การใชเ้ สน้ ทางนาสารท้งั กลางวนั และกลางคืน (การใชพ้ ลนาสารน้ีควรเขียนรายละเอียดไวใ้ น รปจ. ของ กองรอ้ ยดว้ ย ) สาหรับการนาสารของกองร้อยรถถงั จะพจิ ารณาใช้ นายสิบติดต่อซ่ึงทาหนา้ ที่พลขบั รถ 1/4 ตนั ของ รอง ผบ.ร้อย. ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีพลนาสารของกองร้อย เพราะไม่มีอตั ราพลนาสาร การเดินเอกสาร ภายในใชพ้ ลทหารประจากองบงั คบั การ ถา้ เป็ นข่าวสาคญั ใชน้ ายทหารสญั ญาบตั รเป็ นพลนาสาร 6.4 ประเภททศั นสญั ญาณ จดั เป็นเครื่องมือส่ือสารเพม่ิ เติมเพอ่ื ใชเ้ สริมเคร่ืองมือส่ือสารประเภทอื่น การ ใชท้ ศั นสญั ญาณยอ่ มข้ึนอยกู่ บั ชนิดของการรบ, ความใกลไ้ กลของขา้ ศึก, ภมู ิประเทศและลมฟ้าอากาศ ความ มุ่งหมายในการใชก้ เ็ พอ่ื ใชเ้ ป็นเครื่องมือส่งข่าวส้ันๆ ที่ไดเ้ ตรียมไวล้ ่วงหนา้ ในระยะใกลๆ้ ไดร้ วดเร็ว แต่จะ ไม่ใชเ้ พื่อทาใหเ้ ป็ นการแสดงท่ีต้งั แก่ขา้ ศึก หรือทาให้เกิดอนั ตรายแก่ทหารฝ่ ายเดียวกนั ทศั นสญั ญาณที่ใช้ ไดแ้ ก่ แสงไฟ, ธงสญั ญาณ, มือและแขนสญั ญาณ, พลุสญั ญาณ, แผน่ ผา้ สญั ญาณ ส่วนความหมายของทศั น สญั ญาณรวมท้งั วธิ ีการใชจ้ ะถูกกาหนดไวใ้ นคาแนะนาปฏิบตั ิการส่ือสารและอิเล็กทรอนิกส์ ( นปสอ. ) ของ หน่วยเหนือ หรือในระเบยี บปฏิบตั ปิ ระจา ( รปจ. ) ของ กองร้อย 6.5 ประเภทเสียงสัญญาณ จดั เป็ นเคร่ืองมือสื่อสารเพ่มิ เติมอีกประเภทหน่ึงท่ีมีไว้ เพื่อเสริมเครื่องมือ สื่อสารประเภทอ่ืน เช่นเดียวกบั ประเภททศั นสญั ญาณ ความหมาย, วธิ ีการใชแ้ ละเวลาที่จะใชต้ อ้ งตกลงกนั ไว้ ล่วงหนา้ โดยจะถูกกาหนดไวใ้ นคาแนะนาปฏิบตั ิการส่ือสารและอิเลก็ ทรอนิกส์ ( นปสอ. ) ของหน่วยเหนือ หรือในระเบยี บปฏิบตั ิประจา ( รปจ. )ของกองรอ้ ย 7. กองร้อยทหารม้า ( ลาดตระเวน ) การติดต่อส่ือสารเป็ นสิ่งจาเป็ นต่อการปฏิบตั ิงานของทหารม้าลาดตระเวน เพราะการรายงานขอ้ มูล ขา่ วสารการรบ คือ พน้ื ฐานหนา้ ทีข่ องการลาดตระเวนและระวงั ป้องกนั ขา่ วสารที่ไดม้ าตอ้ งเชื่อถือไดแ้ ละถูก ส่งอยา่ งรวดเร็ว ทหารมา้ ลาดตระเวนตอ้ งออกไปปฏิบตั ิภารกิจในพน้ื ท่หี ่างไกลมากๆ จาก บก.ควบคุม รัศมี รับผิดชอบท้งั ด้านหน้าและดา้ นขา้ งตอ้ งกวา้ งไกลและลึกมากท่ีสุดเท่าท่ีจะเป็ นได้ ท้งั น้ีเพื่อให้ไดม้ าซ่ึง ขา่ วสารอนั เป็นประโยชนต์ ่อหน่วยดาเนินกลยทุ ธ รวมท้งั ฝ่ ายอานวยการของหน่วยเหนืออีกดว้ ย การไดม้ า ซ่ึงข่าวสารน้ันอาจใชว้ ธิ ีการดกั ฟังหรือวธิ ีอื่นๆ ก็ได้ ดงั น้ันการติดต่อส่ือสารระหว่างหน่วยลาดตระเวนกับ
11 บก.ควบคุม จึงตอ้ งใชเ้ ครื่องมือส่ือสารที่ทันสมยั และมีขีดความสามารถในการส่งระยะไกลได้อย่างมี ประสิทธิภาพขอ้ พจิ ารณาการใชเ้ ครื่องมือส่ือสารของทหารมา้ ลาดตระเวนมีดงั น้ี.- 7.1 ประเภทวิทยุ จดั เป็ นเคร่ืองมือส่ือสารหลักในการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างย่งิ ในระหว่าง ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและระวังป้องกัน อย่างไรก็ตามหน่วยลาดตระเวนก็ยงั คงต้องใช้เคร่ืองมือ สื่อสารทุกประเภทเพ่ือเสริมและทดแทนวทิ ยุ อีกท้งั ยงั เป็ นการหลีกเลี่ยงมิให้ขา้ ศึกตรวจพบจากการใช้ อุปกรณ์คน้ หาทิศทางได้อีกดว้ ย โดยปกติหน่วยทหารมา้ ที่มีภารกิจในการดาเนินกลยทุ ธจะใชว้ ิทยรุ ะบบ VHF./FM. เท่าน้นั แต่หน่วยทหารมา้ ลาดตระเวนจะใชท้ ้งั ระบบ VHF./FM. และ HF./AM. เสริมซ่ึงกนั และ กัน สาหรับการจัดข่ายและความถี่ของกองร้อยลาดตระเวน [ ดูแบบอย่างข่ายวิทยุกองพนั ทหารม้า ( ลาดตระเวน ) ] การจดั ข่ายแบ่งออกเป็ น 2 ข่าย ไดแ้ ก่ ข่ายบงั คบั บญั ชากองร้อย FM. และข่ายบงั คบั บญั ชา กองร้อย AM./SSB. ผบ.ร้อย. จะไดร้ ับแบ่งมอบความถ่ีจากคาแนะนาปฏิบตั ิการส่ือสารและอิเล็กทรอนิกส์ ( นปสอ. ) ของหน่วยเหนือ เพ่ือนามาประกอบข่ายวิทยใุ หก้ บั นขต. กองร้อย ( บก.ร้อย. และหมวด ) การ แบ่งมอบหนา้ ทคี่ วามรับผดิ ชอบภายในขา่ ยกองร้อย มีลกั ษณะคลา้ ยคลึงกบั กองร้อยรถถงั และกองร้อยทหาร มา้ บรรทกุ ยานเกราะ ผบ.ร้อย. ตอ้ งดดั แปลงใหเ้ หมาะสมกบั ภารกิจและเครื่องมื สื่อสารที่มีอยู่ 7.2 ประเภททางสาย ตามปกติจะถูกนามาใชส้ าหรับการติดต่อสื่อสารภายในที่บงั คบั การ และท่ีรวม พลหรือในโอกาสใดกต็ ามทีส่ ถานการณ์อานวย 7.3 ประเภทการนาสาร จะใชร้ ะหวา่ งทบ่ี งั คบั การ, ขบวนสมั ภาระ, บก.หน่วยเหนือ และหน่วยรอง ถึงแมว้ า่ การนาสารจะเป็ นเครื่องมือสื่อสารที่ชา้ กว่าเคร่ืองมือสื่อสารทุกประเภทก็ตาม แต่ก็มีความปลอดภยั และเชื่อถือไดด้ ีท่ีสุด สาหรบั หน่วยลาดตระเวนโดยเฉพาะทหารมา้ อากาศ จะมีขดี ความสามารถในการใชก้ าร นาสารมายงั พ้นื ที่ส่วนหลงั ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ, รวดเร็ว และทุกโอกาส ถึงแมว้ า่ หน่วยจะอยรู่ ะหวา่ งการ ปะทะ และ/หรือ การตดิ ตอ่ ส่ือสารทางวทิ ยจุ ะถูกขดั ขวางหรือถูกรบกวนกต็ าม 7.4 ประเภทเสียงและทศั นสญั ญาณ โดยปกตจิ ะถูกกาหนดไวใ้ นคาแนะนาปฏบิ ตั ิการสื่อสาร และอิเลก็ ทรอนิกส์ ( นปสอ. ) ของหน่วยเหนือ ถา้ ไม่มีใน นปสอ. กองร้อยตอ้ งกาหนดข้ึนไวใ้ น รปจ. ของ หน่วย ผูบ้ งั คบั หน่วยและฝ่ ายอานวยการตอ้ งวางแผนและตกลงใจอยา่ งรอบคอบเกี่ยวกบั การใชเ้ สียงและ ทศั นสญั ญาณ 7.5 ประเภททางสายท้องถิ่น ( Local Telephones )ได้แก่ โทรศพั ท์, โทรสารที่มีอยู่ทวั่ ไปตาม ทอ้ งถ่ินแตก่ ารท่ีจะนามาใชต้ อ้ งไดร้ บั อนุมตั ิจาก บก.หน่วยเหนือก่อน ในบางโอกาสหน่วยลาดตระเวนจะ พบว่าวทิ ยไุ ม่สามารถใชเ้ ป็ นเคร่ืองมือในการส่งข่าวหรือถ่ายทอดขอ้ มูลข่าวสารได้ เพราะอยใู่ นพ้ืนท่ีท่ี ห่างไกลมากหรือพ้นื ที่ในการรับ-ส่งไม่อานวย หรืออุปกรณ์ของหน่วยขดั ขอ้ ง ประเภทของเครื่องมือ ส่ือสารท่จี ะนามาใชน้ อกเหนือจากพลนาสารก็คือ ระบบทางสายทอ้ งถ่ิน ดงั น้นั หน่วยลาดตระเวนจึงควร วางแผนและ/หรือเตรียมการไวล้ ่วงหน้าด้วย เช่น ควรรู้หมายเลขโทรศพั ทข์ องหน่วยเหนือ ศึกษาและ ทาความคุน้ เคยกบั ระบบทางสายทอ้ งถ่ินและรู้หมายเลขโทรศพั ทฉ์ ุกเฉินท่ีจาเป็ น การใชร้ ะบบโทรศพั ท์ ทอ้ งถ่ินน้ีมกั ถูกมองขา้ มไปท้งั ๆ ที่เป็ นเครื่องมือสื่อสารที่มีประโยชน์มาก เพราะให้ความรวดเร็ว, ใช้
12 ทดแทนวิทยไุ ด้ อยา่ งไรก็ตามทางสายทอ้ งถ่ินไม่ใช่เครื่องมือสื่อสารท่ีปลอดภยั และไม่ควรยดึ ถือเป็ น เครื่องมือสื่อสารหลกั แตส่ ามารถใชใ้ หเ้ กิดประโยชนอ์ ยา่ งสูงไดเ้ มื่อโอกาสอานวย 8. การจัดการส่ือสารของกองพนั ทหารม้า 8.1 กองพนั ทหารมา้ (รถถงั ) อจย. 17-15 8.1.1 การส่ือสารของกองบงั คบั การกองพนั แบง่ เป็ น 8.1.1.1 การส่ือสารทางการบงั คบั บญั ชา (Command Communications) ในระหวา่ ง ปฏบิ ตั ิการยทุ ธ กองบงั คบั การกองพนั รถถงั จะแบง่ ออกเป็น ๒ ส่วน ไดแ้ ก่ ท่บี งั คบั การกองพนั (ทก.พนั .) และ ขบวนสมั ภาระของกองพนั การส่ือสารของที่บงั คบั การ (Command Post Communications) จะมีศนู ยก์ ลางใน การบงั คบั บญั ชาและการควบคุมของกองพนั อยทู่ ี่ ทก. ซ่ึงจะจดั ใหม้ ีส่ิงอานวยความสะดวกในการสื่อสาร อยา่ งเพยี งพอ สิ่งอานวยความสะดวกและยทุ โธปกรณ์สายส่ือสารท่ีจาเป็ น ไดแ้ ก่ สถานีบงั คบั ข่าย ( สบข.) ใช้ สาหรบั ข่ายบงั คบั บญั ชาและส่งกาลงั บารุง, ชุดวิทยแุ บบ AM. ใชส้ าหรับติดต่อกบั บก.หน่วยเหนือ, บริการ ทางสาย, และเคร่ืองสลบั สาย, บริการนาสารและศูนยข์ ่าว สาหรับการสื่อสารของขบวนสัมภาระ ( Trains Communications ) โดยปกติขบวนสมั ภาระของกองพนั จะแบง่ ออกเป็ น ขบวนสมั ภาระรบ ( Combat Trains ) และขบวนสมั ภาระพกั ( Field Trains ) ขบวนสัมภาระรบ มักจะอยู่บริเวณใกล้เคียงกบั ทก.พนั . ซ่ึงจะ ประกอบดว้ ยยานพาหนะ, ยทุ โธปกรณ์ และกาลงั พลที่จะใชส้ นบั สนุนการปฏิบตั ิการรบไดท้ นั ที ส่วนขบวน สมั ภาระพกั จะอยใู่ นพ้นื ทขี่ บวนสมั ภาระของ กรม. ซ่ึงประกอบดว้ ย ยานพาหนะ, ยทุ โธปกรณ์ และกาลงั พลท่ี ไม่จาเป็ นในการสนับสนุนทางการช่วยรบโดยทนั ที ในการติดต่อระหวา่ งขบวนสมั ภาระ เจา้ หนา้ ที่ส่งกาลัง บารุงจะใชช้ ุดวทิ ยุ แบบ FM. ติดต่อในข่ายธุรการและส่งกาลงั บารุงกองพนั FM. สาหรับการติดต่อดา้ นการ ส่งกาลงั กบั หน่วยเหนือ คงใชช้ ุดวทิ ยแุ บบ FM. 8.1.1.2 การส่ือสารในการสนับสนุนการรบ (Combat Support Communications) เม่ือกองพนั รถถงั จดั กาลงั เพอื่ ทาการรบอาจประกอบดว้ ย หน่วยสนบั สนุนการรบ ไดแ้ ก่ ทหารปื นใหญ่และ ทหารช่าง หน่วยสนบั สนุนการรบเหล่าน้ี เม่ืออยใู่ นสถานะสนบั สนุนจะเขา้ มาติดต่อในข่ายบงั คบั บญั ชากอง พนั และยงั คงดารงการติดตอ่ ในข่ายของหน่วยเดิมต่อไป แต่ถา้ อยใู่ นสถานะข้ึนสมทบจะเขา้ มาติดต่อในข่าย ต่างๆ ของกองพนั โดยไม่จาเป็นตอ้ งติดตอ่ กบั หน่วยแม่ของตนตอ่ ไป 8.1.1.3 การสื่อสารทางธุรการ (Administrative Communications) การควบคุมการ สนบั สนุนทางดา้ นการส่งกาลงั บารุงและธุรการ จะรวมศูนยอ์ ยทู่ ่ีรถของ ฝอ.1 และ ฝอ.4 ซ่ึงโดยปกติจะจอด อยทู่ ข่ี บวนสมั ภาระของกองพนั 8.1.2 การสื่อสารกบั บก.หน่วยเหนือ ( Communications to Higher HQ ) 8.1.2.1 ข่ายวิทยกุ องทพั อากาศ ( Air Force Radio Nets ) ชุดควบคุมอากาศยานทาง ยทุ ธวธิ ี (ชคอย.) จากกองทพั อากาศท่ีประจาอยกู่ บั กองพนั จะดารงการติดตอ่ ในข่ายคาขอทางอากาศ (Air Request Net ) และขา่ ยนาทางอากาศยานทางยทุ ธวธิ ี ( Tactical Air Direction Net ) และมีชุดวิทยแุ บบ FM. ทจ่ี ะตดิ ตอ่ ในขา่ ยบงั คบั บญั ชากองพนั
13 8.1.2.2 ข่ายวิทยขุ องกรม ( Regiment Radio Nets ) กองพนั ดารงการติดต่อในข่าย วทิ ยขุ องกรม เพือ่ รับคาสง่ั และข่าวสารจาก กรม รวมท้งั รายงานต่างๆ ท้งั ทางดา้ นยทุ ธการและทาง ธุรการ ไดแ้ ก่ขา่ ยต่างๆ ดงั น้ี.- 1) ข่ายบังคับบัญชากรม FM. (บช.กรม FM.) ข่ายน้ีช่วยให้ บก.พนั . สามารถตดิ ต่อกบั บก.กรม ไดด้ ว้ ยสญั ญาณแบบคาพดู ข่ายน้ีจะใชใ้ นการส่งขา่ วทางยทุ ธวธิ ีเป็ นหลกั 2) ข่ายบงั คบั บญั ชากรม AM./ SSB.(บช.กรม AM./ SSB.) เป็ นข่ายท่ีกอง พนั ใชร้ บั คาสงั่ และขา่ วสารต่างๆ จากกรม และใชส้ ่งรายงานต่างๆ ขา่ ยน้ีจะใชแ้ ทนขา่ ยบงั คบั บญั ชากรม FM. เมื่อกองพนั ตอ้ งปฏบิ ตั กิ ารห่างไกลจากกรมจนไม่สามารถติดต่อดว้ ยชุดวทิ ยแุ บบ FM. ได้ 3) ข่ายยทุ ธการ–การข่าว กรม AM./ SSB. ( ยก.- ขว.กรม AM./ SSB.) ตอนยทุ ธการและการขา่ วของกองพนั จะดารงการตดิ ต่อในขา่ ยน้ีเพอ่ื รับคาสงั่ และข่าวสารจากกรม และ รายงานดา้ นยทุ ธการและการขา่ วไปยงั กรม รวมท้งั การประสานงานระหวา่ ง ฝอ.2 และ ฝอ.3 ของกองพนั และของหน่วยขา้ งเคียง 4) ข่ายธุรการ–ส่งกาลงั บารุงกรม. FM. ( ธก.–กบ. กรม FM.) ขา่ ยน้ีจดั ไว้ เพอ่ื ใหส้ ่วนต่างๆ ของกองพนั สามารถติดต่อกบั ส่วนสนบั สนุนต่างๆ ท่อี ยใู่ นพ้นื ท่ีของขบวนสมั ภาระของ กรม และช่วยให้ ตอน ฝอ.1/ฝอ.4 ของกองพนั ไดป้ ระสานกบั ตอน ฝอ.1/ฝอ.4 ของกรม เก่ียวกบั ส่วน สนบั สนุนทางการช่วยรบของกองพล และขา่ ยน้ีจะใช้ ในระหวา่ งการเคลื่อนยา้ ยขบวนสมั ภาระของกรม และ ช่วย ฝอ.4 กรม เก่ียวกบั การควบคุมและระวงั ป้องกนั พน้ื ท่ีของขบวนสมั ภาระ 5) ข่ายการข่าว กรม FM. (ขว.กรม FM.) กรม อาจจดั ต้งั ข่ายน้ีเพ่ือใช้ สาหรับแลกเปลี่ยนขอ้ มูลทางการข่าวกรองระหวา่ งนายทหารฝ่ ายการขา่ วของกรม และกองพนั 6) ขา่ ยอานวยการยงิ ป. FM. 8.1.2.3 การสื่อสารทางสาย (Wire Communications) เม่ือสถานการณ์ทาง ยทุ ธวธิ ี เอ้ืออานวย หมวดสื่อสารของกรมจะวางการสื่อสารไปยงั ที่บงั คบั การของกองพนั ดาเนินกลยทุ ธซ่ึงจะทาให้ กองพนั สามารถตอ่ เขา้ กบั ระบบการส่ือสารของกองพลไดโ้ ดยผา่ นตูส้ ลบั สายของ กรม 8.1.3 การส่ือสารภายในกองพนั ( Internal Battalion Communications ) ประกอบดว้ ย 8.1.3.1 ขา่ ยวทิ ยุ ( Radio Nets ) แบ่งเป็ น 1) ขา่ ยบงั คบั บญั ชากองพนั FM. ( บช.พนั .FM.) เป็ นข่ายทีใ่ ชส้ ญั ญาณการ รบั ส่งแบบคาพดู ทีใ่ หค้ วามรวดเร็วในการตดิ ต่อแก่ ผบ.พนั ., ฝอ., และหน่วยรอง, หน่วยข้ึนสมทบ และหน่วย สนับสนุน ชุดวิทยุมีใช้ท้ังแบบติดต้ังบนยานยนต์และแบบประจากายซ่ึงจะช่วยให้มีความอ่อนตัว และ สนองตอบต่อความตอ้ งการในการบงั คบั บญั ชา ข่าวที่ติดต่อในข่ายน้ีได้แก่ การสั่งการทางยทุ ธวิธี, การ ประสานงานและข่าวกรอง สถานีบงั คบั ข่าย ไดแ้ ก่ รถของ ทก.พนั ซ่ึงจะมีสายอากาศแบบ Ground Plane เพอ่ื เพม่ิ ระยะติดตอ่ ไดไ้ กลข้ึน
14 2) ข่ายธุรการ–ส่งกาลงั บารุงกองพนั FM. ( ธก. – กบ. พนั . FM.) ข่ายน้ีใช้ ติดต่อเกี่ยวกบั การสนบั สนุนทางการช่วยรบตา่ งๆ โดยมีรถของ ฝอ.4 ของกองพนั เป็ นสถานีบงั คบั ข่าย ส่วน ต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้ งในการรายงานให้ดารงการติดต่อในข่ายน้ี และเป็ นข่ายที่ ฝอ.4 ของกองพนั ใชต้ ิดต่อกบั ขบวนสัมภาระพกั ของกองพนั ซ่ึงประจาอยใู่ นพ้ืนท่ีขบวนสัมภาระของ กรม.อีกดว้ ย ถา้ ระยะทางไม่ไกล เกินไป 3) ข่ายบงั คบั บญั ชากองร้อย FM. (บช. ร้อย.FM. ) เป็ นข่ายวิทยหุ ลกั ท่ีใช้ ในการบงั คบั บญั ชา และควบคุมทางยทุ ธวิธีแก่หน่วยรอง, หน่วยข้ึนสมทบ และหน่วยสนับสนุน และยงั ใช้ เป็นขา่ ยทางดา้ นธุรการและส่งกาลงั บารุงของกองรอ้ ยรถถงั ดว้ ย สถานีบงั คบั ข่ายไดแ้ ก่ รถ ทก.ร้อย. 4) ข่ายบงั คบั บญั ชาหมวด FM. ( บช.มว. FM.) เป็ นข่ายสาหรับควบคุม การปฏบิ ตั ิทางยทุ ธวธิ ีของหมวดรถถงั โดยมีรถของ ผบ.มว. เป็ นสถานีบงั คบั ขา่ ย 8.1.3.2 ระบบทางสาย (Wire System) ถึงแม้ว่าวิทยุจะเป็ นวิธีการสื่อสารท่ี กองพนั ทหารมา้ (รถถงั ) ใชม้ ากท่ีสุด แต่เมื่อสถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ีเอ้ืออานวยหรือเม่ือเป็ นความประสงค์ ของผบู้ งั คบั บญั ชา กอ็ าจจดั สร้างระบบทางสายข้นึ ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั ความจาเป็ น, เวลาที่มีอย,ู่ การส่งกาลงั บารุง ทางสาย, และความตอ้ งการระบบทางสายในอนาคต 8.1.3.3 การนาสาร (Messenger) กองบงั คบั การกองพนั อาจจดั การนาสารพิเศษ เพ่อื ดารงการติดต่อกบั บก.หน่วยเหนือตามตอ้ งการ แต่ปกติการนาสารตามกาหนดเวลาจาก บก.กรม. จะมา รับ–ส่งให้ถึงศูนยข์ ่าวของกองพนั ซ่ึงจะส่งต่อไปยงั กองร้อยโดยการนาสารตามกาหนดเวลาหรือไม่ กาหนดเวลากไ็ ด้ 8.2 กองพนั ทหารมา้ (บรรทุกยานเกราะ) อจย.17-25 พ. 8.2.1 การส่ือสารกบั บก. หน่วยเหนือ ( Communications to Higher HQ ) 8.2.1.1 ขา่ ยวทิ ยขุ องกรม ( Regiment Radio Nets ) แบง่ เป็ น 1) ข่ายบงั คบั บญั ชากรม FM (บช.กรม FM) 2) ขา่ ยบงั คบั บญั ชากรม AM./ SSB.(บช.กรม. AM./ SSB) 3) ข่ายธุรการ – ส่งกาลงั บารุงกรม. FM. ( ธก. – กบ. กรม. FM.) 4) ขา่ ยธุรการ – ส่งกาลงั บารุงกรม. AM. ( ธก. – กบ. กรม. AM.) 5) ขา่ ยการขา่ วกรองกรม FM (ขว. กรม FM.) **เมื่อตอ้ งการ** 8.2.1.2 การส่ือสารทางสาย (Wire Communication) 8.2.2 การสื่อสารภายในกองพนั ( Internal Battalion Communications ) ประกอบดว้ ย 8.2.2.1 ขา่ ยวทิ ยุ (Radio Nets) แบง่ เป็ น 1) ข่ายบงั คบั บญั ชากองพนั FM. ( บช.พนั .FM.) 2) ข่ายธุรการ – ส่งกาลงั บารุงกองพนั FM. ( ธก. – กบ. พนั . FM.) 3) ข่ายบงั คบั บญั ชากองรอ้ ย FM. ( บช.รอ้ ย.FM.)
15 4) ขา่ ยบงั คบั บญั ชาหมวด FM. ( บช.มว.FM.) 5) ขา่ ยบงั คบั บญั ชาหมวดลาดตระเวน FM. ( บช.มว.ลว.FM.) 6) ข่ายบงั คบั บญั ชาหมวดตอ่ สูร้ ถถงั FM. ( บช.มว.ตถ.FM.) 7) ขา่ ยบงั คบั บญั ชาหมวดเครื่องยงิ ลูกระเบิด FM. ( บช.มว.ค.FM.) 8.2.2.2 ระบบทางสาย (Wire System) 8.2.2.3 การนาสาร (Messenger) 8.3 กองพนั ทหารมา้ (ลาดตระเวน) อจย. 17-55 ก. 8.3.1 การสื่อสารกบั บก. หน่วยเหนือ ( Communications to Higher HQ ) 8.3.1.1 ข่ายวทิ ยขุ องกรม ( Regiment Radio Nets ) แบง่ เป็ น 1) ข่ายบงั คบั บญั ชากรม FM. (บช.กรม FM) 2) ข่ายยทุ ธการและการข่าวกรม AM./ SSB.(ยก.-ขว.กรม AM./ SSB.) 3) ข่ายธุรการ – ส่งกาลงั บารุงกรม FM. ( ธก.– กบ. กรม FM.) 8.3.1.2 การส่ือสารทางสาย (Wire Communication) 8.3.2 การสื่อสารภายในกองพนั (Internal Squadron Communications) ประกอบดว้ ย 8.3.2.1 ข่ายวทิ ยุ (Radio Nets) แบ่งเป็ น 1) ข่ายบงั คบั บญั ชากองพนั FM. ( บช.พนั .FM.) 2) ข่ายบงั คบั บญั ชากองพนั AM./SSB. ( บช.พนั .AM./SSB.) 3) ขา่ ยธุรการ – ส่งกาลงั บารุงกองพนั FM. ( ธก. – กบ. พนั . FM.) 4) ขา่ ยบงั คบั บญั ชากองร้อย FM. ( บช.รอ้ ย.FM.) 5) ขา่ ยบงั คบั บญั ชาหมวด FM. ( บช.มว.FM.) 8.3.2.2 ระบบทางสาย (Wire System) 8.3.2.3 การนาสาร (Messenger) 8.4 กองพนั ทหารมา้ (ลาดตระเวน) อจย. 17-55 พ. 8.4.1 การส่ือสารกบั บก. หน่วยเหนือ ( Communications to Higher HQ ) 8.4.1.1 ข่ายวทิ ยขุ องกองพล ( Division Radio Nets ) แบง่ เป็ น 1) ขา่ ยบงั คบั บญั ชากองพล FM (บช.พล. FM.) 2) ข่ายศูนยป์ ฏบิ ตั ิการทางยทุ ธวธิ ีกองพล AM/SSB (ศปย.พล.AM/ SSB) 3) ข่ายคาขอทางอากาศ AM./SSB. 4) ขา่ ยนาทางอากาศยาน UHF/AM. 5) ขา่ ยเตือนภยั กองพล AM./SSB 6) ขา่ ย ธก./กบ. พล. AM/SSB 8.4.1.2 การสื่อสารทางสาย (Wire Communication)
16 8.4.2 การสื่อสารภายในกองพนั ( Internal Squadron Communications ) ประกอบดว้ ย 8.4.2.1 ข่ายวทิ ยุ (Radio Nets) แบ่งเป็ น 1) ขา่ ยบงั คบั บญั ชากองพนั FM. ( บช.พนั .FM.) 2) ขา่ ยบงั คบั บญั ชากองพนั AM./SSB ( บช.พนั .AM./SSB.) 3) ข่ายธุรการ – ส่งกาลงั บารุงกองพนั FM. ( ธก–กบ. พนั . FM.) 4) ข่ายบงั คบั บญั ชากองรอ้ ย FM. ( บช.ร้อย.FM.) 5) ขา่ ยบงั คบั บญั ชากองรอ้ ย AM./SSB. ( บช.ร้อย.AM./SSB.) 6) ขา่ ยบงั คบั บญั ชาหมวด FM. ( บช.มว.FM.) 8.4.2.2 ระบบทางสาย (Wire System) 8.4.2.3 การนาสาร (Messenger) 9. การจดั การส่ือสารของกองร้อยทหารม้า (ลาดตระเวน) กองพลทหารราบ อจย.17-57 พ. ดว้ ย ร้อย ( ม. ) ลว. เป็ นกองร้อยลาดตระเวน ท่ีข้ึนตรงกบั กองพลทหารราบ จึงจดั เป็ นกองร้อย ทหารมา้ อิสระ ท่มี ีการจดั การสื่อสารที่แตกต่างไปจากกองร้อยทหารมา้ แต่ละประเภท อยา่ งไรก็ตาม อจย.ที่ ใช้ก็ยงั คงใช้ อจย. 17-57 พ. เช่นเดียวกับกองร้อยทหารม้า (ลาดตระเวน) ของกองพนั ทหารม้า (ลาดตระเวน) อจย.17-55 พ. กองร้อยทหารมา้ (ลาดตระเวน) กองพลทหารราบ มีอยดู่ ว้ ยกนั 5 กองร้อย ไดแ้ ก่ รอ้ ย ม.( ลว. ) ท่ี 1 พล.1 รอ. ร้อย ม.( ลว. ) ที่ 3 พล.ร 3 รอ้ ย ม.( ลว. ) ที่ 4 พล.ร.4 รอ้ ย ม.( ลว. ) ที่ 5 พล.ร.5 รอ้ ย ม.( ลว. ) ที่ 6 พล.ร.6 การจดั การสื่อสารของกองรอ้ ยทหารมา้ (ลาดตระเวน) กองพลทหารราบ มีดงั น้ี 9.1 การส่ือสารกบั บก.หน่วยเหนือ ( Communication to Higher HQ ) 9.1.1 ข่ายวทิ ยขุ องกองพล ( Division Radio Net ) แบง่ เป็ น 1) ขา่ ยบงั คบั บญั ชากองพล FM. ( บช.พล. FM. ) 2) ขา่ ยบงั คบั บญั ชากองพล AM./SSB. ( บช.พล.AM./SSB.) 3) ขา่ ยคาขอทางอากาศกองพล AM./SSB. 4) ขา่ ยการขา่ วกรองกองพล AM./SSB. 9.1.2 การสื่อสารภายในกองรอ้ ย ( Internal Troop Communications ) ประกอบดว้ ย 9.1.2.1 ขา่ ยวทิ ยุ ( Radio nets ) แบ่งเป็ น 1) ขา่ ยบงั คบั บญั ชากองร้อย FM. ( บช.ร้อย.FM.)
17 2) ข่ายบงั คบั บญั ชากองร้อย AM./SSB. ( บช.ร้อย.AM./SSB.) 3) ขา่ ยบงั คบั บญั ชาหมวด FM. ( บช.มว.FM. ) 9.1.2.2 ระบบทางสาย ( Wire System ) 9.1.2.3 การนาสาร (messenger) ร้อย ม.( ลว.) พล.ร. ใชน้ ายสิบติดต่อซ่ึง ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีเป็ นพลขบั รยบ.¼ ตนั ของ ผบ.ร้อย. ทาหนา้ ที่เป็ นพลนาสาร แต่การนาสาร พเิ ศษจะใชน้ ายทหารตดิ ตอ่ ส่วนการแลกเปล่ียนข่าวสารในเขตหน้ากบั หน่วยอื่น เช่น มว.ลว. และการข่าวของ กรม ร. เจา้ หนา้ ท่ี ตอนคอยเหตจุ ะแลกเปลี่ยนขา่ วสารโดยตรง 9.1.2.4 ทศั นสญั ญาณ และเสียงสญั ญาณ ปฏิบตั ิเช่นเดียวกบั รอ้ ย.ถ. ………………………………… หลกั ฐานอ้างองิ : 1. FM. 17 – 1 TANK & MECHANIZED INFANTRY COMPANY TEAM, 22 NOVEMBER 1988 (หน้า 2-28, - 2-32) 2. FM. 17 – 2 TANK & MECHANIZED INFANTRY BATTALION TASK FORCE, 17 AUGUST 1994 (หน้า 2-29, - 2-32) 3. FM. 17 – 15 TANK PLATOON, 7 OCTOBER 1987 (หน้า 2-21, 2-22) 4. FM. 17 - 95 CAVALRY OPERATIONS, 19 SEPTEMBER 1991 (หน้า 2-37, - 2-39) 5. FM. 17 – 98SCOUT PLATOON, 9 SEPTEMBER 1994 (หน้า 2-37, 2-38) 6. นส. 17-11-6 (รร.ม.ศม.)
18
19
20
21
22
33 บทท่ี 2 ระบบการส่ือสารในทบี่ งั คบั การ (COMMAND POST COMMUNICATION SYSTEM) 1. กล่าวทวั่ ไป ส่วนของ “กองบงั คบั การ” และ/หรือ “กองบญั ชาการ” ทีอ่ อกไปปฏิบตั ิราชการสนาม หรือปฏิบตั ิ การรบ เรียกวา่ “ท่บี งั คบั การ” และ/หรือ “ท่ีบญั ชาการ” ท้งั น้ีข้นึ อยกู่ บั ขนาดของหน่วย ถา้ เป็ นหน่วยต้งั แต่ ระดบั กองพลข้ึนไป เรียกวา่ “ท่ีบญั ชาการ” และหน่วยระดบั ต่ากว่ากองพลลงมา เรียกวา่ “ที่บงั คบั การ” ท้งั ที่บงั คบั การ/ที่บญั ชาการ จะเขียนยอ่ ว่า “ทก.” ไม่ว่าจะเป็ นหน่วยระดับใดก็ตาม ความมุ่งหมายของ ทก. ก็คือ การสนบั สนุนผทู้ ่เี ก่ียวขอ้ งกบั การแสวงขอ้ ตกลงใจดว้ ยการจดั โครงสร้างอยา่ งมีระเบียบ เพ่อื ทา หนา้ ทีอ่ านวยความสะดวกหรือเก้ือกลู ตอ่ การแสวงขอ้ ตกลงใจ ซ่ึงในหน่วยระดบั กองทพั นอ้ ยและกองพล เป็นเร่ืองสาคญั เพราะมีการปฏิบตั ิการทซ่ี บั ซอ้ นยงุ่ ยากมากมาย 2. โครงสร้างของทีบ่ ังคบั การ/ท่ีบัญชาการ (ทก.) 2.1 โดยทวั่ ไป แบบของ ทก. ไดแ้ ก่ ทก.ยทุ ธวธิ ี, ทก.หลกั , ทก.สารอง และทก.หลงั ทก.ดงั กล่าวน้ี ลว้ นจดั ข้ึนเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระหน้าที่ของผูบ้ งั คบั บญั ชาในการบงั คบั บญั ชาและการควบคุมการ ปฏิบตั ิการรบ ฝอ. และ ฝสธ. ท่ีถูกจดั ข้ึนใน ทก. จะทาหน้าที่จดั หา, รวบรวม และประสานงานเกี่ยวกบั ข่าวสารทีผ่ บู้ งั คบั บญั ชาตอ้ งการ เพอื่ การบงั คบั บญั ชา และการควบคุมการปฏิบตั ิการรบ 2.2 ภาระหนา้ ที่อนั สาคญั ที่สุดของ ฝอ. และ ฝสธ. . ซ่ึงจะตอ้ งเป็ นข่าวท่ี ทนั เวลา, ถูกตอ้ งแม่นยา และเป็นข่าวท่ีสาคญั จริงๆ การดาเนินงานของ ฝอ. และ ฝสธ. ต่างๆ ท่ีสอดคลอ้ ง ซ่ึงกนั และกนั จะทาให้ผบู้ งั คบั บญั ชาสามารถผสมผสานอานาจกาลงั รบ ณ ตาบล และเวลาท่ีตอ้ งการได้ อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมตลอดช่วงการปฏิบตั ิการรบ 2.3 โดยปกติแล้ว ทก.ทุกระดับหน่วยจะทาหน้าท่ีในการบงั คบั บญั ชาและควบคุมไดต้ ลอดพ้ืนท่ี ปฏิบตั ิการ ซ่ึงไดแ้ ก่ พ้นื ที่ในทางลึกหรือพ้นื ที่แนวหลงั ของฝ่ ายตรงขา้ ม, พ้ืนที่การรบระยะใกล,้ พ้นื ที่ การรบหลกั และพน้ื ทสี่ ่วนหลงั ฝ่ายเรา 3. การจดั ทก.ของหน่วยทหารระดับต่าง ๆ 3.1 กองทพั นอ้ ย จดั ต้งั ทก.ยทุ ธวธิ ี, ทก.หลกั และ ทก.หลงั 3.2 กองพลจดั ต้งั ทก.ยทุ ธวธิ ี, ทก.หลกั และกาหนดใหม้ ี ทก.สารอง ตามปกตจิ ะเป็น บก.ป.พล. หรือ บก.กรม สาหรับพ้ืนที่ส่วนหลงั คือพ้ืนที่สนับสนุนของกองพล จะบงั คบั บญั ชาโดยผูบ้ งั คบั การกรม สนบั สนุน และจะดาเนินการสนบั สนุนการปฏิบตั ิการรบ ส่วนการปฏิบตั ิการรบในพ้ืนท่ีส่วนหลงั อาจมี ความตอ้ งการการจดั ต้งั ทก. สาหรับพ้ืนท่ีส่วนหลงั ก็ได้ และหากจดั ต้งั ข้ึนก็อาจจะบงั คบั บญั ชาโดยรอง ผบ.พล. ฝ่ายสนบั สนุน 3.3 กรม จดั ต้งั ทก.ยทุ ธวธิ ี, ทก.หลกั และอาจกาหนด ทก.สารอง ไวด้ ว้ ย พ้นื ทส่ี ่วนหลงั ของกรมจะ สนบั สนุนการปฏิบตั ิการรบขา้ งหนา้
34 3.4 กองพนั จดั ต้งั ศูนยป์ ฏบิ ตั กิ ารทางยทุ ธวธิ ี (ศปย.) ซ่ึงจะทาหนา้ ทเี่ สมือน ทก.หลกั และหากจาเป็น กองพนั อาจจดั กลุ่มการบงั คบั บญั ชาข้ึนเพอ่ื ทาหน้าที่เหมือนกบั ทก.ยทุ ธวิธีก็ได้ ส่วน ทก.สารอง อาจจะ กาหนดดว้ ยก็ไดเ้ ช่นกนั 4. ท่ีบงั คบั การกองพนั และขบวนสัมภาระกองพัน 4.1 ทบ่ี งั คบั การกองพนั (ทก.พนั ) เป็นที่ปฏิบตั งิ านของผบู้ งั คบั กองพนั และฝ่ ายอานวยการ เพอ่ื ควบคุม และบญั ชาการรบ ทก.พนั จึงเป็นศนู ยค์ วบคุมการบงั คบั บญั ชา, รวบรวมและกระจายข่าว, ส่งคาส่ังไปยงั หน่วยรอง ตลอดจนดารงการติดต่อกบั หน่วยเหนือ, หน่วยขา้ งเคียง หน่วยสมทบและหน่วยสนบั สนุน ทบี่ งั คบั การระดบั กองพนั จะแบ่งเป็ น 2 ส่วน เรียกว่า ที่บงั คบั การส่วนหน้า (ทก.หนา้ ) และ ที่บงั คบั การ ส่วนหลงั (ทก.หลงั ) 4.1.1 ท่บี งั คบั การส่วนหนา้ (ทก.หนา้ ) เป็นทบ่ี งั คบั การทางยทุ ธวธิ ี ดารงการตดิ ต่อกบั หน่วยเหนือ, หน่วยรอง และหน่วยอื่นโดยตรง ในกรณีท่ีผูบ้ งั คบั บญั ชา, ฝ่ ายอานวยการและเจา้ หนา้ ที่ฝ่ ายกิจการพเิ ศษ ออกไปอานวยการรบขา้ งหนา้ ทบ่ี งั คบั การ เรียกวา่ พวกบงั คบั บญั ชา หรือ ทก.ยทุ ธวธิ ี 4.1.2 ที่บงั คบั การส่วนหลงั (ทก.หลงั ) เป็ นท่ีบงั คบั การทางธุรการ เก่ียวกบั การส่งกาลงั บารุง และควบคุมขบวนสมั ภาระ ไม่มีหนา้ ท่ตี ดิ ตอ่ สื่อสารทางยทุ ธวธิ ีโดยตรง 4.2 ขบวนสมั ภาระของกองพนั แบ่งออกเป็น ขบวนสมั ภาระรบ และขบวนสมั ภาระพกั 4.2.1 ขบวนสมั ภาระรบ มกั จะอยบู่ ริเวณใกลเ้ คียงกบั ทก.พนั จะประกอบดว้ ย กาลงั พล, ยานพาหนะ และยทุ โธปกรณ์ ซ่ึงจะสามารถใชส้ นบั สนุนการรบไดท้ นั ที 4.2.2 ขบวนสมั ภาระพกั จะอยใู่ นพน้ื ท่ีขบวนสมั ภาระของกรม จะประกอบดว้ ย กาลงั พล, ยานพาหนะและยทุ โธปกรณ์ทีไ่ ม่จาเป็นในการสนบั สนุนการรบโดยทนั ที 5. เส้นหลกั การเคลอื่ นย้ายและเส้นหลกั การสื่อสาร 5.1 เสน้ หลกั การเคลื่อนยา้ ย คือ เสน้ ทางการเคลื่อนที่ของท่บี งั คบั การในอนาคต ซ่ึงคาดวา่ จะไปต้งั เป็นหว้ ง ๆ ณ ตาบลและเสน้ ทางท่ีกาหนด จะระบหุ รือไม่ระบไุ วใ้ นขอ้ 5 ของคาสง่ั ยทุ ธการก็ได้ 5.2 เสน้ หลกั การส่ือสาร ในขณะท่ีหน่วยทหารเคลื่อนทไ่ี ปขา้ งหนา้ หรือถอยลงมาขา้ งหลงั กต็ าม มีความ จาเป็นตอ้ งเคลื่อนยา้ ยหรือเปล่ียนทต่ี ้งั ทบ่ี งั คบั การและ/หรือท่ีบญั ชาการดว้ ย ในการท่ีจะใหก้ ารบญั ชาการ และการสื่อสารระหวา่ งการเคลื่อนยา้ ยดาเนินไปโดยต่อเนื่อง จึงจาเป็ นตอ้ งเลือกที่บงั คบั การและ/หรือ ที่บญั ชาการไวล้ ่วงหน้าตามลาดบั เส้นสมมุติซ่ึงลากเช่ือมต่อที่ต้งั ที่เลือกไวก้ ่อนล่วงหนา้ เรียกว่า เส้น หลกั การสื่อสาร แมว้ า่ ท่บี งั คบั การและ/หรือท่บี ญั ชาการจะไม่ไดต้ ้งั ณ ทต่ี ้งั ทีไ่ ดเ้ ลือกไวแ้ ต่ละแห่งกต็ ามท่ี บงั คบั การและ/หรือท่ีบญั ชาการ ก็ยงั คงเคล่ือนยา้ ยตามเสน้ ทางหรือเสน้ หลกั ดงั กล่าวน้ี 6. การเลอื กที่ต้งั ที่บังคบั การ ผบู้ งั คบั หมวดส่ือสารหรือนายทหารฝ่ ายการสื่อสาร เสนอแนะและร่วมในการจดั ต้งั ที่บงั คบั การ โดยอาศยั ปัจจยั และขอ้ พจิ ารณาเพ่อื เป็ นมูลฐานในการเลือกท่ีบงั คบั การให้เหมาะสมกบั กิจการทางการ สื่อสารโดยไม่ขดั กบั ภารกิจทางยทุ ธวธิ ี การเลือกทต่ี ้งั ท่บี งั คบั การควรพจิ ารณาในเรื่องตอ่ ไปน้ี
35 6.1 ในระหวา่ งการเดิน ทบี่ งั คบั การจะยา้ ยเป็นหว้ งๆ ตามเสน้ ทางทีก่ าหนด และจะอยคู่ อ่ นไปขา้ งหนา้ ของขบวน 6.2 การรบดว้ ยวิธีรุก ทก. จะต้งั ล้าไปข้างหน้า เพ่ือสะดวกต่อการควบคุมและหลีกเลี่ยงการเคล่ือน ยา้ ยบอ่ ย 6.3 การรบด้วยวิธีรับ ทก. จะต้ังค่อนไปขา้ งหลัง อาจต้งั อยใู่ กล้กบั กองหนุน เพ่ือจะไดร้ ับการระวงั ป้องกนั แมข้ า้ ศึกจะเจาะแนวเขา้ มาเฉพาะตาบล 6.4 การปฏิบตั กิ ารยทุ ธชนิดอ่ืน ทก. จะต้งั อยู่ ณ ตาบลท่ีผูบ้ งั คบั บญั ชาสามารถควบคุมและอานวยการ รบไดผ้ ลดีที่สุด การต้งั ท่ีบงั คบั การห่างไกลยอ่ มเป็ นการเพ่มิ ภาระแก่ระบบการสื่อสารโดยไม่จาเป็ น ท่ีบงั คบั การของหน่วยเหนือและหน่วยรองที่ปฏิบตั ิการเขา้ ตีหลกั ตอ้ งระบุถึงความตอ้ งการท่ีต้งั ที่บงั คบั การของ หน่วยไวด้ ว้ ย สาหรบั หน่วยขนาดเลก็ มีความตอ้ งการท่ตี รวจการณ์/ท่ีฟังการณ์ใกลท้ ่ีบงั คบั การเพ่ิมเติมข้ึน ดว้ ย ท่บี งั คบั การส่วนหนา้ และท่ีบงั คบั การส่วนหลงั ควรจะอยใู่ กลก้ นั เท่าท่ีสถานการณ์จะอานวยให้ 6.5 ตอ้ งคานึงถึงผลของระยะทางและภูมิประเทศ, เสน้ ทางจราจรทม่ี ีไปขา้ งหนา้ และขา้ งหลงั ระหวา่ ง หน่วยเหนือกบั หน่วยรอง (มีสองเสน้ ทางยง่ิ ดี) ใหผ้ ลดีแก่การวางสาย การนาสาร และไม่เป็ นอุปสรรคต่อ การติดต่อส่ือสารทางวทิ ยุ มีการกาบงั และซ่อนพราง มองไม่เห็นจากถนนหลกั และทางอากาศ ที่ต้งั ควร ห่างกนั ประมาณ 50 เมตร ทบี่ งั คบั การจะไม่ต้งั ณ ทห่ี มายเด่นหรือภมู ิประเทศท่ดี ึงดูดความสนใจให้ขา้ ศึก ทาการยงิ หรือตรวจพบ แต่จะอยใู่ นภูมิประเทศท่ีมีท่ีหมายซ่ึงฝ่ ายเดียวกันสามารถสังเกตุรู้ไดง้ ่ายท้งั ใน แผนทแี่ ละในภมู ิประเทศ เช่น หมู่บา้ น หรือทางแยก ถนนสะดวกแก่การเขา้ ตดิ ตอ่ มีการจดั คนนาทางหรือ ทาเคร่ืองหมายขนาดใหญใ่ หม้ องเห็นไดช้ ดั ขณะรถวง่ิ เร็ว 6.6 สะดวกตอ่ การวางสายไปขา้ งหนา้ และขา้ งหลงั 6.7 ผลของสายไฟฟ้าแรงสูง, สถานีไฟฟ้า, เนินเขา, ป่ าทึบ, สะพานเหล็ก และตึกสูง 6.8 ใกลก้ บั ภูมิประเทศที่เหมาะสม จะใชเ้ ป็ นสนามบินเบาหรือสนาม ฮ. หรืออยา่ งน้อยก็ให้ใกลก้ บั พ้นื ที่โล่งแจง้ เพอื่ ใชใ้ นการท้ิงขา่ วและตกข่าวและการปูแผน่ ผา้ สญั ญาณ 6.9 เสน้ ทางคมนาคมและสภาพการจราจร มีเสน้ ทางคมนาคมทสี่ ะดวกสามารถใชไ้ ดท้ ุกฤดูกาล ไม่เป็ น อุปสรรคและเกิดความยงุ่ ยากในการควบคุมทางยทุ ธวธิ ี ไม่เป็ นหล่มโคลนหรือช่องทางท่ีจากดั 6.10 ความจาเป็นสาหรับท่ตี ้งั ที่มีแนวเสน้ สายตาไปยงั หน่วยทหารฝ่ ายเดียวกนั สาหรบั การสื่อสารดว้ ย ทศั นสญั ญาณ 6.11 การปฏิบตั ิการเลือกท่ีต้งั ที่บงั คบั การ ฝอ.3 เป็ นผูเ้ ลือกที่ต้ังท่ีบงั คับการอย่างกวา้ งๆ ฝสส.จะ พจิ ารณาเลือกในเร่ืองการตดิ ตอ่ สื่อสาร ฝอ.1 เลือกที่ต้งั ทีเ่ ป็นไปไดข้ องฝ่ ายอานวยการและส่วนสนบั สนุน อื่นๆ ทตี่ ้งั ทก.ทีแ่ น่นอนจะถูกกาหนดโดย ฝอ.1 ร่วมกบั ฝสส. โดยไดร้ ับอนุมตั จิ ากผบู้ งั คบั กองพนั
36 7. เจ้าหน้าท่สี ่ือสาร เจา้ หนา้ ที่สื่อสารของ ทก. จดั จากตอนสื่อสารหรือหมวดสื่อสารของกองพนั อานวยการสื่อสารโดย ผบ.มว.ส. หรือ ฝสส. ภายใตก้ ารกากบั ดูแลของ ฝอ.3 เพ่ือให้ระบบการสื่อสารสนองความตอ้ งการทาง ยทุ ธวธิ ีไดท้ ุกชนิดการรบโดยฉบั พลนั และทนั ท่วงที 8. การสารองเคร่ืองส่ือสาร พิจารณาใชเ้ คร่ืองส่ือสารใหเ้ หมาะสมกบั ความตอ้ งการทางยทุ ธวิธี หลีกเล่ียงการร้องขอความ ช่วยเหลือจากหน่วยเหนือ โดยปกติจานวนเคร่ืองสื่อสารของแต่ละหน่วยจะจดั ไวพ้ อดีแก่การควบคุม หน่วย (ไม่มีอะไหล่) อยา่ งไรกต็ ามจะตอ้ งหาวิธีสงวนเคร่ืองส่ือสารจากบุคคลท่ีมีความสาคญั อนั ดบั รอง ลงไปเพอื่ สารองไวแ้ กป้ ัญหาเมื่อเครื่องส่ือสารจากส่วนกาลงั รบเกิดการชารุด เพอื่ จะไดจ้ ดั ส่งไปทดแทน ไดท้ นั ทว่ งทีและหมุนเวยี นส่งซ่อมได้ การหวงั พ่งึ การสนับสนุนเคร่ืองสื่อสารจากหน่วยเหนือกระทาได้ ยากเพราะตา่ งกม็ ีเคร่ืองสื่อสารจากดั ตามอตั รา 9. เครื่องส่ือสารในทบ่ี งั คบั การกองพัน (ทก.พัน.) เคร่ืองส่ือสารของ ทก.พนั . จะประกอบดว้ ย วทิ ยุ, โทรศพั ท,์ นาสาร ส่วนเสียงสญั ญาณและแสง สญั ญาณจะใชน้ อ้ ยมาก ใน ทก.พนั มีวธิ ีการจดั และการใชเ้ ครื่องส่ือสารแตล่ ะชนิดดงั น้ี 9.1 แสงสัญญาณ จดั ให้มีใชใ้ นลักษณะพรางอย่างจากดั เพ่ือพิสูจน์ฝ่ ายระหวา่ งผูท้ ี่จะเขา้ มายงั ท่ีบงั คบั การหรือระหวา่ งหมู่ระวงั ป้องกนั ทบี่ งั คบั การหรือหมู่ตรวจหรือส่งขา่ วส้นั ๆ 9.2 เสียงสญั ญาณ ระฆงั จดั ไวข้ า้ งประตทู างเขา้ ทก. เพอ่ื ใหย้ ามรักษาการณ์ทบี่ งั คบั การตีระฆงั แจง้ เหตุอนั ตราย สาหรบั สญั ญาณไซเรน จะติดต้งั สวติ ชอ์ ยใู่ นที่บงั คบั การ 9.3 การนาสาร เสมียนศูนยข์ ่าวมีหน้าที่รับข่าว จดั ระเบียบข่าวและแยกข่าวให้ตอนเคร่ืองมือ ไม่มี หนา้ ท่ีสาเนาข่าว และยงั ทาหนา้ ท่ีนาสารระหว่างศูนยข์ ่าวกับศูนยข์ ่าวหรือศูนยข์ ่าวกบั ศูนยร์ ับ-ส่ง ไม่มี หนา้ ที่รับส่งข่าวระหวา่ งบุคคล การรับ-ส่งขา่ วเป็นส่วนบคุ คลหรือการส่งข่าวภายในหน่วยเป็ นหนา้ ท่ีของ เจา้ หนา้ ท่ีรบั -ส่งของศนู ยร์ บั -ส่ง ซ่ึงจดั จาก ฝอ.1 และการรับ-ส่งไปรษณียเ์ ป็นหน้าที่ของนายสิบไปรษณีย์ ของ ฝอ.1 เช่นเดียวกนั 9.4 การส่ือสารทางสาย ตอนส่ือสารและ/หรือหมวดส่ือสารติดต้งั ตสู้ ลบั สายในท่ีบงั คบั การหรือใกล้ ทบ่ี งั คบั การ และควรห่างจากทป่ี ฏิบตั งิ านของผบู้ งั คบั บญั ชาเพอ่ื ไม่เป็ นทีส่ ่งเสียงรบกวน ทางสาย 1 คู่สาย จะไดร้ ับการวางมาจากหน่วยเหนือ เพอ่ื เช่ือมต่อเป็ นระบบสื่อสารส่วนใหญ่ของหน่วยเหนือ ในทานอง เดียวกันตอนส่ือสารหรือหมวดสื่อสารของกองพนั จะวางสายไปยงั ตูส้ ลบั สายของกองร้อย ทางสาย ระหวา่ งตูส้ ลบั สายน้ีเรียกว่า ทางสายหลกั (Trunk Line) นอกจากน้ี จะวางสายไปยงั ส่วนระวงั ป้องกนั , หมู่ซ่อม, หมวดเสนารกั ษ,์ ร้อย บก. และส่วนบริการอื่นๆ ภายใน ทก. จะติดต้งั โทรศพั ทใ์ หก้ บั ผบ.พนั ., รอง ผบ.พนั ., ฝอ.2,3, ฝอ.1,4,5 และเจา้ หน้าท่ีรับ-ส่งของ ฝอ.1 ทางสายชนิดน้ีเรียกวา่ ทางสายภายใน (Local Line) ทางสายอีกชนิดหน่ึงเรียกวา่ ทางสายตรง (Hot Line) มีความมุ่งหมายเพอื่ ใชค้ วบคุมการยงิ
37 และควบคุมการปฏบิ ตั ิทางยทุ ธวธิ ีโดยใกลช้ ิด เป็ นทางสายระหวา่ งเคร่ืองโทรศพั ทต์ ่อเคร่ืองโทรศพั ทโ์ ดย ไม่ผา่ นตูส้ ลบั สาย สามารถเรียกรับข่าวและส่งข่าวไดร้ วดเร็ว ไดแ้ ก่ทางสายจาก บก.ป.พล., บก.ฉก.หรือ ป. ทสี่ นบั สนุนโดยตรง ผใู้ ชไ้ ดแ้ ก่ ผบ.พนั ., รอง ผบ.พนั ., ฝอ.2-3 และพลวิทยปุ ระจา ทก. การติดต้งั โทรศพั ท์ ภายใน ทก. ติดต้งั เท่าท่ีจาเป็ นและเพียงพอต่อการใชง้ าน ลาดับความเร่งด่วนในการติดต้งั โทรศพั ท์เป็ นไป ตามที่กาหนดไวใ้ น รปจ. 9.5 การส่ือสารทางวทิ ยุ สถานีวทิ ยุ ณ ทก.พนั จะทาหนา้ ท่เี ป็ นสถานีบงั คบั ข่าย (สบข.) เพอ่ื ควบคุม ข่ายบงั คบั บญั ชา, ข่ายธุรการและส่งกาลงั บารุง และข่ายอ่ืนๆ ตามความจาเป็ น ปกติสถานีวิทยจุ ะต้งั ห่างจาก ทก. ประมาณ 200 เมตร เพอื่ หลีกเลี่ยงการถูกทาลายดว้ ยกระสุนปื นใหญ่นัดเดียวกนั กรณีน้ีตอ้ งจดั ชุดควบคุม วทิ ยหุ ่างจากตวั เคร่ือง (Remote Control) ไวท้ ี่ ทก. เพอื่ ให้ ผบ.พนั , รอง ผบ.พนั และ ฝอ. 2-3 ใชค้ วบคุม อานวยการรบ ถา้ เป็น ทก.ทีม่ ีบงั เกอร์แขง็ แรง จะต้งั สถานีวทิ ยไุ วใ้ น ทก. กไ็ ดท้ าใหส้ ะดวกแก่การใชข้ อง ผบู้ งั คบั บญั ชาไม่ตอ้ งใช้ ชุดควบคุมวทิ ยหุ ่างจากตวั เคร่ือง (Remote Control) โทรศพั ทส์ ายตรง (Hot Line) จะต้งั ไวใ้ กลก้ บั สถานีวิทยเุ พ่ือพนักงานวทิ ยจุ ะใชไ้ ดส้ ะดวก สายอากาศแบบ Ground Plane มีไวส้ าหรับ ติดต่อกับหน่วยที่ออกปฏิบตั ิการในระยะไกล การจดั ข่ายวิทยพุ ิจารณาหน่วยท่ีปฏิบตั ิภารกิจเดียวกัน ใชค้ วามถี่เดียวกนั หน่วยท่ีปฏิบตั ิต่างภารกิจใหใ้ ชค้ วามถี่อื่น ท้งั น้ีเพ่ือป้องกันการสับสนและลดความ คบั คงั่ ของข่าว โดยเฉพาะกรณีท่ีมีการปะทะกบั ขา้ ศึกพร้อมกนั ฉะน้ัน ณ ทก. อาจมีสถานีบงั คบั ข่าย 2 หรือ 3 สถานีก็ได้ พนกั งานวทิ ยผุ ลดั หน่ึง ๆ ควรจดั 2 นายเพ่อื ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ปฏิบตั ิหน้าท่ีตลอด 24 ชวั่ โมง เพอื่ สามารถติดตามสถานการณ์ไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่ือง 9.6 ศูนยข์ ่าว มกั จะต้งั อยบู่ ริเวณทางเขา้ ท่ีบงั คบั การ สถานีพลนาสารจะอยใู่ กลก้ บั ศูนยข์ ่าว รถยนต์ นา สาร จะจอดใกลเ้ คยี งกบั ศนู ยข์ ่าวและสถานีพลนาสาร แหล่งรวมรถจะอยใู่ นทีก่ าบงั ซ่อนพรางห่างจาก ทก. พอสมควรและเป็นตาบลทเ่ี มื่อถูกตรวจการณ์ทางอากาศพบจะไม่เป็ นท่เี ปิ ดเผย ทก.ดว้ ย 9.7 ลาดบั ความเร่งด่วนในการติดต้งั โทรศพั ทใ์ น ทก. โดยปกติมกั จะตดิ ต้งั ใหก้ บั ตอนศูนยข์ า่ ว, ฝ่าย ยทุ ธการ (ฝอ.3), ผบ.พนั ., รอง ผบ.พนั , ฝ่ ายข่าวกรอง (ฝอ.2), ฝ่ ายส่งกาลงั (ฝอ.4), ฝ่ ายสื่อสาร (ฝสส.), ฝ่ ายกาลงั พล (ฝอ.1) และส่วนอ่ืนๆ 10.การจัดภายในท่บี ังคบั การ ฝอ.1 รบั ผดิ ชอบการจดั ภายในท่บี งั คบั การ และเป็ นผเู้ ลือกทตี่ ้งั ของส่วนตา่ งๆ ยกเวน้ ท่ตี ้งั ทางการ ส่ือสาร ผบู้ งั คบั บญั ชาและฝ่ายอานวยการจะอยู่ ณ ท่ซี ่ึงสามารถปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ฝสส. จะเลือกทตี่ ้งั ทางการส่ือสาร โดยพจิ ารณาคุณลกั ษณะของวธิ ีการส่ือสารแบบต่างๆ เพอื่ ใหบ้ ริการตอ่ ผบู้ งั คบั บญั ชาและฝ่ายอานวยการไดอ้ ยา่ งดีทส่ี ุด .,
38 1) . .- 2) . . . . . ่่าว–ส่งขา่ วไดอ้ ยา่ ง รวดเร็วมีประสิทธิภาพและทนั เวลา ข่าวเขา้ ท้งั หมดจะส่งเขา้ มาที่ศูนยข์ ่าว (ยกเวน้ ขา่ วท่สี ่งมาทาง ไปรษณีย)์ ขา่ วออกจะมีการดาเนินกรรมวธิ ีจดั ประเภทและเลือกวธิ ีการส่งข่าวทเี่ หมาะสม ยานพาหนะท่ี ผา่ นเขา้ –ออก ทก. จะตอ้ งกวดขนั อยา่ งเขม้ งวดมีการกาหนดจุดลงรถและสถานทจ่ี อดรถ 11. การศึกษาสถานการณ์ ผบู้ งั คบั บญั ชา, ฝอ. และเจา้ หนา้ ทรี่ วมท้งั พนกั งานวทิ ยจุ ะศกึ ษาสถานการณ์ไดจ้ าก สมุดบนั ทึกข่าว, สรุปผลการปฏบิ ตั ปิ ระจาวนั , ข่าวความเคล่ือนไหวของขา้ ศกึ , ขา่ วพยากรณ์อากาศ, สญั ญาณผา่ นประจาวนั , ขา่ วธุรการและส่งกาลงั บารุง, แผนท่สี ถานการณ์ และคาสงั่ อ่ืนๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง 14. การจัดห้องปฏบิ ัตงิ านวทิ ยุ 14.1 จัดต้ังสถานีวิทยุให้พอเพียงสาหรับเป็ นสถานีบังคับข่าย เพิ่มเติมด้วยเครื่องรับช่วยไวเ้ ปิ ดฟัง สถานการณ์ 14.2 สายอากาศแบบแส้ (Whip) และแบบสองทศิ ทาง (Long Wire) จดั ใหเ้ พยี งพอกบั เครื่องรับ-ส่งวิทยุ เพม่ิ เตมิ ดว้ ยสายอากาศแบบ Ground Plane ไวท้ ุกยา่ นความถี่ หรือจดั ต้งั เฉพาะความถ่ีท่ีไดร้ ับอนุมตั ิตาม ความเหมาะสม 14.3 แผงประมวลลบั ยทุ ธการ ประมวลลบั ตวั เลข ประมวลลับบุคคลสาคญั ( เท่าท่ีจาเป็ น ) ติดไว้ ดา้ นหนา้ พนกั งานวทิ ยเุ พอ่ื ใหส้ ามารถมองเห็นไดง้ ่าย 14.4 แผนทีส่ ถานการณ์สื่อสาร ตดิ ต้งั ไวด้ า้ นหนา้ หรือดา้ นขา้ งเพอื่ สะดวกแก่การทาเคร่ืองหมาย (Plot) บนแผนท่ี 14.5 สรุปสถานการณ์ประจาวนั แผนการปฏิบตั ิการประจาวนั ของ ฝอ.3 พยากรณ์อากาศของ ฝอ.2 คาสงั่ ที่เก่ียวขอ้ งอื่นๆ ข่ายวทิ ยุ และนาฬิกา ติดต้งั ไวด้ า้ นหนา้ ดา้ นขา้ งหรือดา้ นหลงั 14.6 นปสอ., นสอป., สมุดบนั ทึกขา่ ว, กระดาษเขยี นขา่ ว, กระดาษเปล่า, ปากกา, ดินสอเขยี นแผนที่, วางไวบ้ นโตะ๊ ดา้ นหนา้ พนกั งาน
39 15.การเคล่ือนย้ายทบี่ งั คบั การ การยา้ ยที่บงั คบั การบอ่ ยจะเป็ นการขดั ขวางต่อการปฏิบตั ภิ ารกิจ แต่เมื่อจาเป็ นตอ้ งกระทาจะตอ้ ง ดาเนินการใหแ้ ลว้ เสร็จโดยเร็ว มีอุปสรรคน้อยท่ีสุด และสามารถดารงการติดต่อส่ือสารได้ตลอดเวลา โดยผบู้ งั คบั บญั ชาจะไปต้งั ท่ีบงั คบั การทางยทุ ธวิธีเป็ นอนั ดบั แรกและค่อยๆ เพ่ิมเติมจนเป็ นที่บงั คบั การ อยา่ งสมบูรณ์ วธิ ีน้ีใชเ้ ฉพาะเมื่อมีการปฏิบตั ิของขา้ ศึกหรือมีขอ้ จากดั ในเร่ืองการขนส่ง เมื่อไดว้ างการ ตดิ ต่อส่ือสาร ณ ทก. แห่งใหม่แลว้ เสร็จ ทก. ใหม่และ ทก. เก่าจะทาการเปิ ดและปิ ด ทก.พร้อมกนั ฝอ.3 จะแจง้ ให้หน่วยเหนือ, หน่วยรอง, หน่วยขา้ งเคียงทราบที่ต้งั ทก. ผบ. มว.ส. หรือ ฝสส.จะตอ้ ง ไดร้ ับทราบแผนการเคลื่อนยา้ ย ทก.ล่วงหน้าแต่เน่ินๆ และวางแผนไม่ให้การติดต่อส่ือสารขาดตอนเป็ น อนั ขาด การยา้ ย ทก. อาจมีเหตุผลเพ่ือความปลอดภยั ของ ทก., หรือเพ่อื ใหส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์ หรือเพอื่ ใหเ้ หมาะสมกบั ภูมิประเทศ การยา้ ยท่ีบงั คบั การควรพจิ ารณาในเร่ืองต่อไปน้ี 15.1 จะตอ้ งมีการประสานเพอ่ื มิใหก้ ารส่ือสารขาดตอนและเสียการควบคุม ก่อนการเปล่ียนแปลงที่ ต้งั ทบ่ี งั คบั การ 15.2 ฝอ.3 จะประสานกบั ผบ.หมวดสื่อสารหรือ ฝสส.และ ฝอ.1 ก่อนท่ีจะมีการเสนอแนะที่ต้งั ทก. แห่งใหม่, กาหนดเวลาในการเคล่ือนยา้ ย ทก. และลาดบั การเคลื่อนยา้ ย ทก. ตอ่ ผบู้ งั คบั บญั ชา 15.3 ฝอ. 1 จะประสาน ฝอ. ต่างๆ ดงั น้ี 1) ประสาน ฝอ.2 ในเร่ืองสถานการณ์ขา้ ศึก, สภาพภมู ิประเทศและสภาพลมฟ้าอากาศ 2) ประสาน ฝอ.4 ในเร่ืองการขนส่งและการส่งกาลงั บารุง 3) ประสานกบั ฝอ.5 ในเรื่องขอ้ พจิ ารณาเกี่ยวกบั ดา้ นกิจการพลเรือน 4) ประสานกบั ฝสส. ในเรื่องการตดิ ต่อส่ือสาร, การติดต้งั สถานีวทิ ยแุ ละการส่ือสารวธิ ีอื่นๆ 5) ประสานกบั หน.บก. ในเร่ืองการเคล่ือนยา้ ย ทก., การระวงั ป้องกนั , การนาทาง และการแจง้ เวลาการเคล่ือนยา้ ย 15.4 การต้งั ทก. และการเคลื่อนยา้ ย ทก. จะตอ้ งมีการฝึกการปฏบิ ตั ิของเจา้ หนา้ ทอี่ ยา่ งสม่าเสมอ เพอ่ื ให้เกิดความคล่องตวั ในการปฏิบตั ิท้งั ในเวลากลางวนั และเวลากลางคืนโดยปกติแผนผงั แสดงท่ีต้งั ต่างๆ ของ ทก. จะเขียนไวใ้ น รปจ. ของหน่วย สามารถนา รปจ. น้ีมาใชเ้ ป็ นแนวทางปฏิบตั ิโดยปรับแก้ หรือเปลี่ยนแปลงใหเ้ หมาะสมกบั สภาพภูมิประเทศและสถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ี ………………………………… หลักฐานอ้างองิ : 1. นส. 101 – 5 (รร.สธ.ทบ.) 2. นส. 17 - 11 – 6 (รร.ม.ศม.)
42 บทที่ 3 การสื่อสารทางยุทธวธิ ี (TACTICAL COMMUNICATIONS) 1. กล่าวท่ัวไป ความตอ้ งการเบ้ืองตน้ ของระบบการสื่อสารทางยุทธวิธี จะตอ้ งจดั ใหม้ ีความรวดเร็ว, ความ เช่ือถือได้ และความปลอดภยั ในการส่งขา่ วการรบ และส่งขอ้ ตกลงใจของผบู้ งั คบั บญั ชาท้งั ภายใน และระหว่าง กองบญั ชาการหน่วยรบต่างๆ ระบบการสื่อสารดังกล่าวน้ันจะตอ้ งสามารถเปล่ียนเส้นทาง (RE-ROUTE) ส่งข่าวใหม่ได้ ท้งั น้ีเพอื่ หลีกเลี่ยงการถูกทาลาย, เพอ่ื ลดความคบั คง่ั ของข่าว, และเพ่ือเป็ นการจดั เส้นทางเขา้ ระบบเสียใหม่ใหเ้ พยี งพอสาหรับหน่วยรบ อาวธุ ยทุ โธปกรณ์ท่ีไดผ้ ลดั เปลี่ยนเขา้ มาสู่พ้นื ทนี่ ้นั อยตู่ ลอดเวลา การใช้เครื่องสื่อสารอยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสมหมายถึง การใช้แต่เพียงเท่าที่ตอ้ งการและเท่าท่ีหน่วยจะ สามารถให้การสนบั สนุนได้ จะทาใหเ้ กิดการเชื่อมโยงในการบงั คบั บญั ชาและการควบคุมตามท่ีตอ้ งการ โดยมีความส้ินเปลืองน้อยท่ีสุด ดังน้ันจะตอ้ งออกแบบสร้างและใช้ระบบการสื่อสารทางยุทธวิธีให้ เหมาะสมกับขีดความสามารถของกาลังคน (MANPOWER) และตรงตามความรับผิดชอบต่อภารกิจทาง ยทุ ธวธิ ีของหน่วย ผูบ้ งั คบั หน่วย, และฝ่ ายอานวยการที่ให้การสนบั สนุน จะตอ้ งไม่ร้องขอหรือจะตอ้ งไม่ หวงั พ่งึ พาระบบการสื่อสารท่ีนอกเหนือไปจากความมุ่งหมายหลกั ของหน่วย ยงิ่ กว่าน้ันระบบการส่ือสาร ควรจะจากดั การใชเ้ ฉพาะข่าวที่สาคญั เท่าน้ัน เพราะระบบการส่ือสารทางยทุ ธวิธี ถา้ ใชส้ ่งข่าวท่ีไม่สาคญั ภายในข่ายมากเกินไปจะทาใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาไดร้ ับขา่ วท่สี าคญั ๆ นอ้ ยลงหรืออีกนยั หน่ึงคือ ไม่ควรจดั ระบบ การส่ือสารให้มีลักษณะที่จะให้มีการส่งข่าวกันอย่างฟ่ ุมเฟ่ื อย เพราะการกระทาเช่นน้ันจะทาให้ ประสิทธิภาพในการบงั คบั บญั ชาและการควบคุมทางการรบเสียไป ประการสุดทา้ ยควรจะใชว้ นิ ัยในการ บงั คบั บญั ชาให้เกิดประโยชน์ในการควบคุมระบบการส่ือสารทางยทุ ธวธิ ี เช่นเดียวกบั ท่ีใชค้ วบคุมอาวธุ , กระสุน, และยทุ โธปกรณ์อื่นๆ 2. การสื่อสารทางยทุ ธวิธีของหน่วยระดบั ต่าง ๆ 2.1 การส่ือสารทางยุทธวธิ ีระดับกองร้อย ณ ระดบั กองร้อย ใชพ้ ูดโตต้ อบกันส้นั ๆ ระยะใกล้ และ โดยทว่ั ไปไม่ตอ้ งบนั ทึกการสื่อสารน้นั ไว้ ( เช่น แผน่ สาเนาโทรพมิ พ์ ) ระบบการส่ือสารระดบั น้ีก็เพยี งพอ กบั ความตอ้ งการเบ้ืองตน้ ในการควบคุมตอนร่วม ( Joint Section Control ) การควบคุมบงั คบั บญั ชาหมวด และการควบคุมบงั คบั บญั ชากองร้อยต่างๆ ในกองทพั สนาม กองทพั นอ้ ยและกองพลน้นั ตามปกติจะมี เคร่ืองมือประจาหน่วยเพยี งพอท่ีจะจดั การส่ือสารเพอ่ื บงั คบั บญั ชาและควบคุมภายในหน่วยของตน การติดต่อ ระยะต่างๆ น้ี คงใชว้ ทิ ยขุ ่ายบงั คบั บญั ชาแบบ FM ชนิดสะพายหลงั และติดต้งั บนยานยนต์ สาหรับข่าย โทรศพั ทส์ นามของกองร้อยทหารมา้ และ/หรือของกองร้อยทหารราบ เม่ือเทียบกันแลว้ ไม่ยุ่งยากเหมือน หน่วยทหารปื นใหญ่ซ่ึงใชใ้ นข่ายบงั คบั บญั ชาและควบคุมการยงิ ในสภาวการณ์ที่เคร่ืองมือประจาหน่วย ไม่อาจสนองตอบความตอ้ งการได้ หน่วยเหนือจะตอ้ งช่วยเหลือใหก้ ารสื่อสารเพมิ่ เตมิ
43 2.2 การสื่อสารทางยทุ ธวธิ ีระดบั กองพนั ในระดบั กองพนั ความตอ้ งการในการส่ือสารมีกวา้ งขวางข้ึน แตอ่ ยา่ งไรก็ตามคงลกั ษณะเดียวกบั กองร้อย กล่าวคือเครื่องสื่อสารหลกั ไดแ้ ก่วิทยุ และในระดบั กองพนั น้ี ระยะการตดิ ตอ่ ตอ้ งเพม่ิ มากข้นึ และมีความตอ้ งการเก่ียวกบั การสื่อสารท่ีมีการบนั ทึกท้งั ข่าวชนิดที่กาหนด ช้นั ความลบั และไม่กาหนดช้นั ความลบั ระบบการส่ือสารของกองพนั จดั ต้งั เครื่องมือภายในกองบงั คบั การ กองพนั ไปยงั กองร้อยต่างๆ ส่วนต่างๆ ของกองบงั คบั การและหน่วยสมทบ สาหรับหน่วยสมทบน้ัน ตามปกติจะมีเจา้ หนา้ ทีแ่ ละอุปกรณ์สาหรับติดต้งั เครื่องปลายทางหรือขยายการสื่อสารออกไปได้ กองพนั ใช้ วิทยชุ นิด VHF/FM ในข่ายบงั คบั บญั ชาและส่งกาลังบารุง และใช้วทิ ยโุ ทรพิมพค์ วามถี่สูง (HF./RATT.) หรือวทิ ยุ HF./SSB ในข่ายของหน่วยเหนือ ในระดบั กองพนั ยงั มีความตอ้ งการอยา่ งท่ีสุดท่ีจะจดั ต้งั ทางสาย หลกั (Trunk Line)ไปยงั หน่วยรองตา่ งๆ เพอื่ เพม่ิ เสริม (Back Up) ระบบวทิ ยขุ องกองพนั นอกจากน้ีกองพนั ยงั จดั ให้มีการนาสารข้ึนใช้ในระยะที่ไม่ไกลเกินไป เพ่ือใชส้ ่งมอบข่าวท่ีมีจานวนมากๆ ซ่ึงเป็ นข่าวที่ ตอ้ งการความปลอดภยั และใหค้ วามแน่นอนอยา่ งสูง การสื่อสารประเภททศั นสญั ญาณและเสียงสัญญาณมี ประโยชน์อยา่ งยง่ิ ในการใชใ้ นระดบั กองพนั และระดบั ที่ต่ากว่า เพ่อื ใชใ้ นระบบเตรียมพร้อมและเตือนภยั ภายในกองพนั การบอกฝ่ายระหวา่ งอากาศกบั พน้ื ดิน ควบคุมหน่วยและการปฏบิ ตั กิ ารเช่ือมตอ่ 2.3 การสื่อสารทางยทุ ธวธิ ีระดบั กรม 2.3.1 ระบบการสื่อสารของกองพลเป็ นส่วนหน่ึงทส่ี นธิเขา้ กบั ระบบการสื่อสารของกรมท้งั หมด และทาหนา้ ทเ่ี ป็นส่วนปลายทาง ทางดา้ นหนา้ กองพนั ทหารสื่อสารกองพลจะเชื่อมตอ่ บก.กรม ตา่ งๆ เขา้ กบั ทก.พล.หลกั และ บก.พล. ส่วนหลงั ดว้ ยวทิ ยถุ ่ายทอดชนิดหลายช่องการส่ือสารและ/หรือเคเบิล 2.3.2 ระบบการสื่อสารของกรมจดั ใหม้ ีลกั ษณะดงั น้ี 1) การนาสารทางพ้นื ดินและทางอากาศ ใชเ้ มื่อมีขา่ วที่ตอ้ งส่งมอบเป็ นจานวนมาก และ ในกรณีทีต่ อ้ งการส่งมอบอยา่ งเร็ว 2) เคร่ืองสื่อสารประเภททศั นสัญญาณและเสียงสัญญาณจากดั การใชเ้ ฉพาะในระบบ เตรียมพรอ้ มและเตอื นภยั ภายในที่ต้งั ของกองบงั คบั การเทา่ น้นั 3) วิทยเุ ป็ นเคร่ืองสื่อสารหลกั ภายในกรม มีการใชท้ ้งั วิทยชุ นิด VHF./FM. และ วทิ ยุโทรพิมพค์ วามถี่สูง (HF/RATT) หรือวทิ ยุ HF./SSB. ข่ายวทิ ยขุ องกรมน้ันปกติประกอบดว้ ยข่าย บงั คบั บญั ชา และข่ายธุรการ/ส่งกาลงั บารุง มีหลายสถานีทใี่ ชง้ านอยใู่ นขา่ ยวทิ ยขุ องกรม 4) การส่ือสารประเภทสายใชเ้ ป็ นหลกั ระหวา่ งหน่วยตา่ งๆ ในกองบงั คบั การ และสาหรบั ใชค้ วบคุมวทิ ยจุ ากท่ีไกล เน่ืองจากระยะทางระหวา่ ง ทก. และหน่วยรอง, สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง อยา่ งรวดเร็ว, ความจากดั ของอุปกรณ์ และเจา้ หน้าท่ีทาใหไ้ ม่อาจจดั ต้งั ระบบทางสายหลกั (Trunk Line) อยา่ งประณีตได้ 3. การส่ือสารตามสถานการณ์ต่างๆ ของการปฏบิ ตั ิการทางยุทธวธิ ี 3.1 การส่ือสารในพน้ื ที่รวมพล
44 3.1.1 พ้นื ท่ีรวมพลคือ พ้นื ที่ซ่ึงหน่วยต่างๆ มารวมกนั เพือ่ เตรียมการปฏิบตั ิทางยุทธวธิ ีต่อไป ในสถานการณ์น้ีส่วนต่างๆ ท้งั หมดยอ่ มไดร้ ับข่าวสารท่ีเกี่ยวกบั การปฏิบตั ิท่ีตอ้ งกระทา การทาแผนและ แกไ้ ขขอ้ บกพร่องเก่ียวกบั การซ่อมบารุงและส่งกาลงั เป็นคร้งั สุดทา้ ย 3.1.2 กิจกรรมการส่ือสารในพ้นื ทีร่ วมพล เพอ่ื ป้องกนั การตรวจพบ (Detection) ของขา้ ศกึ การรักษาความปลอดภยั ทางการส่ือสารจะตอ้ งกระทาตลอดทุกข้นั ตอนเกี่ยวกบั การเลือกและการใช้ เครื่องสื่อสาร 3.1.2 การส่ือสารท่ีตอ้ งจดั ใหม้ ีข้นึ ในท่ีรวมพล ไดแ้ ก่ 1) ทก.ที่สาคญั ๆ จะตอ้ งจดั ต้งั ศูนยก์ ารสญั ญาณข้ึนและมีการปฏิบตั งิ าน ศูนยอ์ ื่น ๆ อาจ จดั ต้งั ข้นึ ตามความจาเป็ น เช่น ที่สนามบนิ ตาบลข้ึนบก ตาบลลงรถ และอื่นๆ 2) ทุกศูนยก์ ารสัญญาณหรือศูนยก์ ารส่ือสารท่ีจดั ต้งั ข้ึนในการนาสารสาหรับเหตุผล เกี่ยวกบั การรักษาความปลอดภยั แลว้ ตามปกติยอ่ มถือวา่ การนาสารมีความเช่ือถือไดอ้ ยา่ งสูง 3) ในพน้ื ท่ีรวมพลหา้ มใชท้ ศั นสญั ญาณ และเสียงสญั ญาณ ท้งั น้ีเพอ่ื ป้องกนั การสืบ คน้ หาของขา้ ศึกต่อการรวมพลของฝ่ายเรา 4) ในข้นั การรวมพล ตามปกติการส่ือสารดว้ ยวทิ ยจุ ะถูกจากดั การใช้ ชุดวทิ ยถุ ่ายทอด อาจตอ้ งกระจายออกไวท้ ้งั พ้ืนท่ีรวมพล แต่ไม่ตอ้ งเปิ ดใชง้ านยกเวน้ ในกรณีการกระจายเสียงเตือนภยั และ การส่งข่าวจากส่วนลาดตระเวนท่ีเกาะอยกู่ ับขา้ ศึก ชุดวิทยุท้งั หมดจะตอ้ งใชง้ านและทดลองใชช้ ่องการ สื่อสารที่กาหนดไวต้ าม นปสอ. และ นสอป. ท่ใี ชอ้ ยู่ 5) การส่ือสารทางสายในพน้ื ทรี่ วมพลเป็ นไปอยา่ งจากดั เพอ่ื อานวยความสะดวกอาจใช้ ทางสายทอ้ งถิ่นท่มี ีอยใู่ นพ้นื ทกี่ ไ็ ด้ แต่ตอ้ งไดร้ ับอนุมตั ิจากผบู้ งั คบั บญั ชาก่อน ในการสร้างทางสายเพ่มิ เติม จะตอ้ งทาใหน้ อ้ ยท่ีสุดเท่าท่ีจาเป็น โดยเฉพาะสาหรับการบงั คบั บญั ชาและการควบคุมเทา่ น้นั 6) เม่ือมีหน่วยสมทบและ/หรือหน่วยสนบั สนุนอยใู่ นพน้ื ทีร่ วมพลดว้ ย ควรปฏิบตั ดิ งั น้ี 6.1) ตรวจสอบความถี่และนามเรียกขานของหน่วยสมทบและ/หรืหน่วยสนบั สนุน ถา้ จาเป็นตอ้ งเปล่ียนแปลงรายการ เพอ่ื ป้องกนั การรบกวนกนั เอง ตอ้ งแจง้ ใหฝ้ ่ ายการสื่อสารประสานงาน กบั หน่วยเหนือ 6.2) ทาและแจกจ่าย นปสอ. รายการทเี่ กี่ยวขอ้ ง (เช่นประมวลลบั ทีเ่ ตรียมไว้ สาหรบั ขา่ วและนามเรียกขาน ฯลฯ) นอกจากน้ันใหส้ รุปไวใ้ น รปจ. ของหน่วย วา่ ดว้ ยการสื่อสารเพอ่ื ใหเั จา้ หนา้ ท่ตี า่ ง ๆ ไดร้ บั ทราบและปฏิบตั ดิ ว้ ย 6.3) ตรวจสอบสถานภาพของเคร่ืองสื่อสารและเจา้ หนา้ ท่สี ่ือสาร 6.4) ดาเนินการฝึกอยา่ งตอ่ เน่ืองและเนน้ หนกั ถึงการปฏิบตั ทิ กี่ าลงั จะมาถึง 6.5) จา่ ยคาแนะนาการสื่อสารพเิ ศษสาหรับการปฏิบตั ทิ ีไ่ ดว้ างแผนไว้
45 3.2การส่ือสารระหวา่ งการเคลื่อนยา้ ยและการพกั 3.2.1 การเคลื่อนยา้ ยแบง่ ออกเป็ นทางยทุ ธวธิ ีและทางธุรการ และอาจทาไดเ้ ป็ นข้นั ตอนเดียว หรือหลายข้นั ตอน, รูปขบวนเดียวหรือหลายรูปขบวน และใชเ้ ส้นทางเดียวหรือหลายเส้นทางก็ได้ การสื่อสารจะถูกใชส้ าหรับการควบคุมรูปขบวน สาหรับติดต่อกบั ส่วนลาดตระเวนและระวงั ป้องกนั และใชส้ าหรับติดต่อกบั หน่วยสนับสนุนและหน่วยเหนือ เพ่อื ใหม้ ีการวางการส่ือสารที่จาเป็ นและนอ้ ย ท่ีสุดในระหวา่ งการเคล่ือนยา้ ยและการพกั ฝ่ ายการสื่อสารจะตอ้ งไดร้ ับคาช้ีแจงล่วงหน้าเกี่ยวกบั แผนการ เคล่ือนยา้ ย ถา้ สามารถทาไดฝ้ ่ายการส่ือสารควรจะทาการลาดตระเวนเสน้ ทางที่จะเคลื่อนยา้ ย เพือ่ พิจารณา ว่าสถานีวิทยถุ ่ายทอดหรือสถานีส่งต่อจะตอ้ งใชห้ รือไม่ในการท่ีจะดารงการส่ือสารใหม้ ีอยา่ งต่อเน่ือง โดยตลอด 3.2.2 ถา้ มีอากาศยานสาหรับควบคุมขบวน เครื่องส่ือสารทีจ่ ะตดิ ตอ่ กบั อากาศยานควรจะ กระจายอยใู่ นขบวน ระหวา่ งที่จากดั การใชว้ ทิ ยใุ หใ้ ชท้ ศั นสญั ญาณซ่ึงไดม้ ีการนดั หมายไวล้ ่วงหนา้ ทาการ ส่ือสารระหวา่ งอากาศยานกบั ยานพาหนะบนพ้นื ดิน 3.2.3 คาแนะนาการสื่อสารน้นั มีอยใู่ น รปจ. ของหน่วย อาจไม่จาเป็ นตอ้ งนามากล่าวอีก แต่ เพอื่ ที่จะใหค้ าแนะนาน้ีสมบูรณ์ ตามปกตคิ าสงั่ การเคล่ือนยา้ ยจะบอกทีต่ ้งั ทก. ควบคุมขบวนเดินทางไว้ 3.2.4 การสื่อสารในการเคลื่อนยา้ ยทางยทุ ธวธิ ี 1) ทก. ท่ีจัดข้ึนเพ่ือควบคุมขบวนจะจัดต้งั ศูนยก์ ารสัญญาณหรือศูนยก์ ารสื่อสาร เคลื่อนท่ขี ้นึ ตามตอ้ งการ ศูนยเ์ หล่าน้ีอยใู่ นรถนาขบวนคนั ใดคนั หน่ึงซ่ึงใกลก้ บั ทก. ขบวนเดินทางนนั่ เอง 2) ในระหวา่ งการเคล่ือนยา้ ย ทุกหน่วยใชก้ ารนาสาร พลนาสารเดินเทา้ และยานยนตจ์ ะ ใชจ้ ากขา้ งหน้าไปขา้ งหลงั และระหว่างขบวนขา้ งเคียง พลนาสารยานยนตป์ ฏิบตั ิงานจากศูนยก์ ารสื่อสาร เคล่ือนทีซ่ ่ึงอยใู่ กลๆ้ กบั ทก.ขบวนเดินทาง พลนาสารจะไดร้ ับมอบหน้าท่ีให้ติดตามผบู้ งั คบั หน่วย และรถ เจา้ หนา้ ทที่ ่ีสาคญั บางคนั และถา้ มีอากาศยานจะใชพ้ ลนาสารทางอากาศดว้ ย 3) การส่ือสารประเภททศั นสญั ญาณ จะใชเ้ ป็นหลกั อยา่ งกวา้ งขวาง รวมท้งั แผน่ ผา้ สญั ญาณ มือสญั ญาณและพลุสัญญาณ วิธีการและเคร่ืองมือทศั นสญั ญาณเหล่าน้ีซ่ึงตอ้ งอาศยั สญั ญาณท่ี ไดน้ ดั หมายกนั ไวล้ ่วงหนา้ น้นั ใชใ้ นการเตอื นภยั เก่ียวกบั การโจมตีของขา้ ศึกที่กาลงั จะเกิดข้ึน, การพสิ ูจน์ ทราบขบวนเดินทางฝ่ายเดียวกนั , ยานพาหนะพเิ ศษบางคนั , ทก.ขบวนเดินทาง และตาบลตกข่าว/ท้ิงข่าว 4) เมื่อการสื่อสารดว้ ยวิทยไุ ดร้ ับอนุญาตใหใ้ ชไ้ ด้ จะเป็ นเครื่องมือท่ีถูกใชใ้ นการ ควบคุมการเคลื่อนยา้ ยท่ีรวดเร็วและไดผ้ ลดีท่ีสุด อยา่ งไรก็ตาม การใชว้ ทิ ยอุ าจจะถูกห้ามใชด้ ว้ ยเหตุผล เพอื่ การรกั ษาความปลอดภยั ทางการส่ือสารและหวงั ผลในการจู่โจม 5) วทิ ยถุ ่ายทอดอาจใชร้ ะหวา่ งการเคล่ือนยา้ ยได้ ถา้ ไม่เป็ นอนั ตรายต่อการรักษา ความปลอดภยั และถ่วงความเร็วในการเคลื่อนที่ ตามปกติในระหว่างการเคล่ือนยา้ ยน้ัน การใช้วิทยุ ถ่ายทอดจะใชต้ ามแนวเดียวซ่ึงไปตามเส้นทางการเคล่ือนยา้ ย ในการจดั ต้งั การส่ือสารดว้ ยวิทยถุ ่ายทอด สถานีหลกั ควรจะต้งั ณ ทม่ี ีการบงั คบั บญั ชามากท่ีสุด สถานีดงั กล่าวควรช่วยตวั เองได้
46 6) ปกติในระหวา่ งการเคล่ือนยา้ ย ไม่มีการสรา้ งทางสาย เวน้ แตท่ างสายทหารและ พลเรือนทมี่ ีอยเู่ ดิมแลว้ จะใชไ้ ด้ 3.2.5 การเคล่ือนยา้ ยทางธุรการ การเคลื่อนยา้ ยแบบน้ีกระทาเมื่อคาดวา่ จะไม่มีการรบกวน จากขา้ ศึกทางพ้ืนดิน ดังน้ันวิทยแุ ละเจา้ หนา้ ท่ีนาสารที่ใชพ้ าหนะจึงเป็ นเคร่ืองมือหลักในการส่ือสาร การรักษาความปลอดภยั ทางวทิ ยจุ ะตอ้ งนามาใช้ เพอื่ ลดหรือป้องกนั ข่าวมิใหข้ า้ ศึกทราบ ถา้ สามารถทาได้ ก็ใหจ้ ดั วางทางสายข้ึน ณ ทก. แห่งใหม่ เพอื่ ปฏบิ ตั ิงานไดเ้ มื่อไปถึง 3.2.6 การสื่อสารระหวา่ งการหยดุ พกั ระหวา่ งการหยดุ พกั ชวั่ คราวการส่ือสารใหใ้ ชเ้ ช่นเดียว กบั ระหว่างเวลาเดิน ระหวา่ งการหยดุ พกั นานให้ใชก้ ารนาสาร ส่วนวิทยยุ งั คงใช้ได้ ยกเวน้ ในกรณีถูก หา้ มใชด้ ว้ ยเหตุผลในการรักษาความปลอดภยั ถา้ มีส่วนล่วงหนา้ อยดู่ า้ นหนา้ ขบวนเดินควรจะมีเจา้ หนา้ ที่ สื่อสารร่วมอยดู่ ว้ ยเพอ่ื ทาการติดต้งั การสื่อสารในพน้ื ท่พี กั แรมซ่ึงอาจจะตอ้ งจดั วางทางสายข้ึน แตจ่ ะมาก นอ้ ยเพยี งใดน้นั ข้ึนอยกู่ บั ความตอ้ งการในการใชโ้ ทรศพั ทป์ ริมาณสายท่ีมีอยู่ และหว้ งเวลาในการหยดุ พกั 3.3 การส่ือสารระหวา่ งการเคล่ือนที่เขา้ ปะทะ 3.3.1 ชนิดของหน่วย (ยานเกราะ, ยานยนตห์ รือทหารราบ) จะบง่ ใหท้ ราบถึงปริมาณในการ ประสานงานทจี่ าเป็ นก่อนที่หน่วยจะไปถึงฐานออกตี เน่ืองจากบางหน่วย เช่นยานเกราะหรือยานยนตซ์ ่ึง ยดึ หรือผ่านฐานออกตีชั่วระยะเวลาส้ันๆ อาจไม่มีเวลาพอที่จะประสานงานเก่ียวกับการส่ือสารคร้ัง สุดทา้ ยได้ ถา้ จะมีการจดั ขบวนรบผา่ นแนวออกตจี ะตอ้ งจดั นตต.ระหวา่ งหน่วยและตอ้ งมีเจา้ หน้าที่ช้ีทาง ในฐานออกตดี ว้ ย 3.3.2 การใชว้ ทิ ยุ ควรจะมีแผนเพอ่ื ใชค้ วบคุมการสื่อสารทางวทิ ยจุ นกวา่ จะถึงเวลาเขา้ ตี การ เปล่ียนแปลงปริมาณข่าวจากปกตจิ ะเป็ นการแสดงออกใหท้ ราบถึงการรบท่ีใกลจ้ ะเกิดข้ึน ดงั น้ันเพื่อเป็ น การป้องกนั การดกั ฟังของขา้ ศึก การส่งข่าวตอ้ งใช้ข่าวลวงเพ่ือรักษาปริมาณข่าวให้คงระดับเดิมไว้ ในระหวา่ งทม่ี ีการเร่ิมจดั รูปขบวนรบน้ี วทิ ยถุ ่ายทอดจะไม่มีการใชง้ าน แต่ชุดวทิ ยอุ ื่นๆ คงประจาอยู่ ณ ตาบลทีส่ นบั สนุนการปฏิบตั กิ ารยทุ ธท่ีจะเกิดข้นึ 3.3.3 เครื่องสื่อสารท่ีใชเ้ สริม ไดแ้ ก่ การนาสารและทศั นสญั ญาณจะถูกนามาใชอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง ในหว้ งเวลาทีเ่ กิดทศั นวสิ ยั ไม่ดีหรืออากาศปิ ดท้งั พลนาสารและเจา้ หนา้ ท่ีนาทางควรจะมีเคร่ืองกรองแสง เพอื่ ลดมิใหข้ า้ ศึกสังเกตุเห็นไดง้ ่าย การส่ือสารประเภทสายมีความตอ้ งการนอ้ ยมากในฐานออกตี หรือ ระหวา่ งเคล่ือนที่เขา้ ปะทะ 3.4 การส่ือสารในระหวา่ งการรบดว้ ยวธิ ีรุก 3.4.1 มาตรฐานของการรบดว้ ยวธิ ีรุกคือ การเขา้ ตีตรงหน้าและเขา้ ตีโอบ การขยายผลเป็ นการ ปฏิบตั ิการรบดว้ ยวิธีรุกอย่างเดียวซ่ึงกระทาหลงั จากการเขา้ ตีตรงหนา้ หรือการเขา้ ตีโอบสาเร็จลงแลว้ การไล่ติดตามเป็นการปฏิบตั ิต่อจากการขยายผลไดเ้ สร็จส้ินลง ความสามารถของผบู้ งั คบั บญั ชาในการ บงั คบั บญั ชาและควบคุมหน่วยต่างๆ ของตนไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเป็ นปัจจยั สาคญั ในการจะนาไปสู่ความสาเร็จ ของการปฏิบตั ิการรบดว้ ยวิธีรุก การสื่อสารที่เหมาะสมและเช่ือถือไดเ้ ป็ นสิ่งสาคญั ท่ีสุดในการเขา้ ตี
47 การสื่อสารยงั ช่วยใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาสามารถสง่ั การรวบรวมกาลงั ที่กระจดั กระจายกนั อยู่ และใชป้ ระโยชน์ ของความคล่องตวั ทางยทุ ธวธิ ีไดอ้ ยา่ งเตม็ ทใ่ี นอนั ท่ีจะดารงความมุ่งหมายของภารกิจท่ีไดร้ บั มอบไว้ 3.4.2 แผนและคาสง่ั การสื่อสาร แผนการสื่อสารซ่ึงสนบั สนุนการเขา้ ตจี ะตอ้ งประสาน สอดคลอ้ งกบั แผนยทุ ธการ และข้ึนอยกู่ บั ภารกิจและการประกอบกาลังรบโดยตรง แผนจะตอ้ งมีความ อ่อนตวั เพียงพอท่ีจะจดั การสื่อสารใหก้ บั กองหนุนที่จดั ต้งั ข้ึนได้ดว้ ย ฝ่ ายการส่ือสารจะตอ้ งประสาน แผนการสื่อสารกบั หน่วยท่ีข้ึนสมทบและหน่วยใหก้ ารสนบั สนุนต่างๆ ถา้ หากมีเวลาเพียงพอ ควรให้ฝ่ าย อานวยการรบั รองแผนเสียก่อน แต่อยา่ งไรก็ตาม การเร่ิมตน้ ปฏิบตั ิจริงๆ น้ันไม่ควรเสียเวลารับรองแผน เม่ือไม่มีคาแนะนาโดยละเอียดก็ใหใ้ ชค้ าสง่ั เป็ นส่วน หรือ รปจ. ของหน่วยไม่วา่ เป็ นลายลกั ษณ์อกั ษรหรือ ดว้ ยวาจาก็ได้ คาแนะนาการส่ือสารสาหรบั หน่วยรองควรจะกล่าวถึงการใชก้ ารนาสาร วทิ ยุ วทิ ยถุ ่ายทอด และระบบทางสาย ตลอดจนเร่ืองทีจ่ ะตอ้ งประสานงานอื่นๆ ซ่ึงมิไดก้ ล่าวไวใ้ น รปจ. ของหน่วย 3.4.3 การสื่อสารระหวา่ งการเขา้ ตีตรงหน้าในการเขา้ ตีน้ันเวลาที่มีในการเตรียมการจะบงั คบั ขอบเขตและชนิดของเครื่องส่ือสารที่จะใช้ ลกั ษณะของการสื่อสารทีใ่ ชม้ ีดงั น้ี 1) ศนู ยก์ ารสญั ญาณหรือศูนยก์ ารส่ือสาร แตล่ ะ ทก.หลกั ของหน่วยทที่ าการเขา้ ตี จะ จดั ต้งั ศูนยก์ ารสัญญาณหรือศูนยก์ ารส่ือสารข้ึนตามความเหมาะสมเพื่อใช้ในการดาเนินงาน ศูนยก์ าร สญั ญาณและ/หรือศูนยก์ ารส่ือสาร ที่จดั ต้งั ข้ึนน้ันตอ้ งให้อยใู่ นลกั ษณะท่ีสามารถสนับสนุนการปฏิบตั ิ การรุกในข้นั ต่อๆ ไปไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยให้มีการเคล่ือนยา้ ยน้อยที่สุด ถา้ มีการเคล่ือนยา้ ยศูนย์ เหล่าน้ันให้ปฏิบตั ิดว้ ยความรวดเร็ว โดยให้พิจารณาแหล่งการสื่อสารที่มีอยกู่ ่อนแลว้ รวมถึงเคร่ือง สื่อสารสารองหรือทใ่ี ชง้ านนอ้ ย 2) การนาสารใชไ้ ดผ้ ลดีเป็นอยา่ งมากระหวา่ งการเขา้ ตี การนาสารทใ่ี ชอ้ ยา่ งกวา้ ง ขวางน้นั ไดแ้ ก่ พลนาสารพเิ ศษเดินเทา้ ยานยนตแ์ ละอากาศยาน ท้งั น้ีเพราะว่าลกั ษณะท่ีอ่อนตวั ไดต้ าม สถานการณ์ในการเขา้ ตีเป็ นส่วนมาก อยา่ งไรก็ดีความเร็วเป็ นสิ่งสาคญั ท่ีสุด และเป็ นส่วนหน่ึงสาหรับ ลกั ษณะของขา่ วท่ีจะส่งดว้ ยการนาสารดงั กล่าวน้ี 3) การส่ือสารประเภททศั นสญั ญาณและเสียงสญั ญาณ ใชใ้ นระหวา่ งการเขา้ ตี เพอื่ ส่งข่าวทน่ี ดั หมายกนั ไวล้ ่วงหนา้ ตามท่รี ะบไุ วใ้ น นปสอ. 4) การสื่อสารประเภทวทิ ยุ โดยปกตจิ ะจากดั การใชว้ ทิ ยกุ ่อนการปะทะกบั ขา้ ศกึ ท้งั น้ี เพอ่ื ผลการจู่โจม หลงั จากการเขา้ ตหี รือปะทะกบั ขา้ ศึกแลว้ จงึ เร่ิมใชว้ ทิ ยไุ ด้ ขอ้ จากดั พเิ ศษต่างๆ สาหรับ การใชง้ านของวทิ ยถุ ่ายทอดจะยกเลิกไปและจะกลายเป็นเครื่องส่ือสารหลกั ทนั ที อยา่ งไรกต็ ามการรักษา ความปลอดภยั ทางวทิ ยจุ ะตอ้ งดารงไว้ เน่ืองจากวิทยนุ ้ันเป็ นแหล่งข่าวกรองท่ีดีย่ิงสาหรับขา้ ศึก สถานี วทิ ยตุ า่ งๆ ควรจะรกั ษาปริมาณของขา่ วไวต้ ามปกติ เพอื่ เป็ นการลวงมิใหข้ า้ ศึกทราบถึงการเปล่ียนแปลง ใหม่ๆ หรือท่จี ะเกิดข้ึนตามแผนการเขา้ ตี 5) การสื่อสารประเภทสาย ในระยะของการเขา้ ตีจดั เป็นเครื่องส่ือสารรองจากวทิ ยุ
48 ในข้นั แรกจะจดั ต้งั วงจรที่สาคญั ให้น้อยท่ีสุดเท่าที่จาเป็ น และจากน้ันระบบทางสายจะขยายออกอย่าง รวดเร็วเท่าที่จะทาได้จนเพียงพอแก่ความต้องการ ปัจจัยเวลาที่มีอยู่และสถานการณ์ทางยุทธวิธีที่ เปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเร็ว รวมถึงอุปกรณ์ประเภทสายและเจา้ หน้าท่ีที่มีอยจู่ ะเป็ นปัจจยั จากดั เก่ียวกบั การ ขยายการติดต้งั ระบบทางสาย 3.4.4 การส่ือสารในการเขา้ ตโี อบ ในการเขา้ ตโี อบน้นั กาลงั ส่วนเขา้ ตีจะหลีกเล่ียงจากบริเวณ ตา้ นทานหลักของขา้ ศึกและอ้อมไปยงั ท่ีหมายในพ้ืนที่ด้านหลังโดยผ่านด้านปี กของข้าศึก ดังน้ัน การสื่อสารทีใ่ ชจ้ ึงเหมือนกบั การเขา้ ตตี รงหนา้ แต่ก็มีขอ้ แตกต่างกนั บา้ งเน่ืองจากระยะทางการส่ือสารท่ี ไกลข้ึน และความตอ้ งการเกี่ยวกบั ความเร็วในการปฏิบตั ิทางยทุ ธวิธีและการจู่โจมจะเพมิ่ ข้ึน ระยะเวลา ในการจากดั การใชว้ ทิ ยอุ าจจะนานข้นึ 3.4.5 การสื่อสารระหวา่ งการขยายผล การปฏบิ ตั กิ ารระหวา่ งการขยายผลของการรบดว้ ย วธิ ีรุกตอ้ งทาในลกั ษณะห้าวหาญ ใชอ้ านาจจากการยงิ เท่าที่มีอยอู่ ยา่ งฉบั พลบั ใชก้ องหนุนอยา่ งรวดเร็ว และไม่ลงั เล หน่วยตา่ งๆ ทเี่ กาะอยกู่ บั ขา้ ศึกทก่ี าลงั ถอยหนี ใชก้ ารสื่อสารเช่นเดียวกบั การเขา้ ตีตรงหนา้ การเคลื่อนยา้ ย ทก. ระหวา่ งการขยายผลจะตอ้ งรวดเร็วและบ่อยคร้ัง แต่อยา่ งไรก็ตามศูนยก์ ารสญั ญาณ กย็ งั ตอ้ งปฏบิ ตั ิงานอยา่ งตอ่ เนื่องเสมอ ในการปฏบิ ตั ิการเขา้ ตเี พอ่ื ขยายผลน้ีมีการใชเ้ คร่ืองส่ือสารดงั น้ี 1) การนาสาร พลนาสารยานยนตท์ ้งั หมดเทา่ ท่ีมีอยจู่ ะถูกนามาใชท้ ี่ศูนยก์ ารสญั ญาณ หรือศูนยก์ ารส่ือสาร เพราะระยะทางระหวา่ ง ทก. และหน่วยตา่ งๆ ท่ีไกลเกินไปสาหรับพลนาสารเดินเทา้ และอาจจะตอ้ งต้งั ตาบลช่วงต่อพลนาสารข้ึนมารองรับ นอกจากน้ันจะตอ้ งเพ่ิมการใชพ้ ลนาสารทาง อากาศใหม้ ากข้นึ 2) การส่ือสารประเภททศั นสญั ญาณ กาลงั ทหารฝ่ ายเดียวกนั ที่ปิ ดลอ้ มขา้ ศกึ อยู่ จะ ติดต่อสื่อสารกบั เครื่องบินฝ่ายเดียวกนั โดยการใชแ้ ผ่นผา้ สัญญาณปูแสดงเพ่อื บอกฝ่ ายให้กบั เคร่ืองบินท่ี ทาการสนบั สนุนตน พลุสญั ญาณชนิดต่างๆ ใหน้ ามาใชไ้ ดด้ ว้ ย 3) การสื่อสารประเภทวทิ ยุ อตั ราการเคล่ือนทีไ่ ปขา้ งหนา้ อยา่ งรวดเร็วทาใหว้ ทิ ยเุ ป็น เคร่ืองส่ือสารท่ีเหมาะสมที่สุดในการเขา้ ตีเพ่อื การขยายผล ระยะทางระหวา่ งหน่วยต่างๆ และศูนยก์ าร สญั ญาณอาจมีความตอ้ งการใชว้ ทิ ยตุ ิดต่อในระยะไกล การใชว้ ิทยุถ่ายทอดระหว่างการขยายผลมกั ถูก จากดั เสมอเนื่องจากความเร็วในการรุกไปขา้ งหนา้ ถา้ ทาไดร้ ะบบวทิ ยถุ ่ายทอดจะถูกตดิ ต้งั ข้ึนโดยใชแ้ ผน เดียวกนั กบั การเคลื่อนยา้ ยทางยทุ ธวธิ ี 4) การส่ือสารประเภททางสาย การปฏิบตั ิการขยายผลอนั รวดเร็ว ทาใหไ้ ม่สามารถ จดั สรา้ งทางสายข้ึนได้ ทางสายทอ้ งถิ่นท่ีมีอยแู่ ลว้ ตามเสน้ ทางอาจจะใชไ้ ดถ้ า้ มีโอกาส 3.5 การส่ือสารระหวา่ งการต้งั รับ 3.5.1 ระบบการส่ือสารในสถานการณ์ต้งั รบั จะตอ้ งพจิ ารณาอยา่ งกวา้ งขวางในเรื่องปัจจยั เวลา ทม่ี ีอย,ู่ การวางแผนล่วงหนา้ ในการใชเ้ ครื่องส่ือสาร และการลาดตระเวนของเจา้ หน้าที่ส่ือสารซ่ึงนับว่า เป็ นสิ่งสาคญั ยง่ิ การดาเนินการและการปฏิบตั ิต่างๆ เช่นเดียวกบั การเขา้ ตี แต่ระบบการสื่อสารในการ
49 ต้งั รบั จะตอ้ งมีความประณีตแน่นแฟ้นยงิ่ กวา่ ปกติมกั จะมีเวลาปรบั ปรุงระบบการส่ือสารใหด้ ีข้นึ รวมท้งั การเลือกและเตรียม ทก.สารอง ซ่ึงจะอยหู่ ่างออกมาทางดา้ นหลงั มากกวา่ การเขา้ ตี แบบของการต้งั รับจะ เป็นเคร่ืองกาหนดประเภทของการส่ือสารทีใ่ ชใ้ นภารกิจตา่ งๆ ไดแ้ ก่ 3.5.1.1 เมื่อภารกิจกาหนดใหย้ ดึ ภมู ิประเทศแห่งใดแห่งหน่ึงไว้ ผบู้ งั คบั หน่วยอาจจะ ทาการต้งั รับเป็ นพ้ืนที่ และมอบความไวว้ างใจส่วนใหญ่ไวก้ ับอานาจการยงิ และกาลงั ที่มีอย่ใู นที่มั่น ซ่ึงในสถานการณ์เช่นน้ี การสื่อสารประเภททางสายจะถูกนามาใชเ้ ป็นเคร่ืองสื่อสารหลกั 3.5.1.2 ถา้ ทาการต้งั รบั แบบคล่องตวั ความไวว้ างใจส่วนใหญ่จะมอบไวก้ บั การดาเนิน กลยทุ ธ, การยงิ และการปฏบิ ตั กิ ารรุกเพอื่ ใหภ้ ารกิจในการต้งั รับบรรลุผลสาเร็จลงได้ ในสถานการณ์เช่นน้ี การสื่อสารประเภทวทิ ยแุ ละการนาสารจะถูกนามาใชเ้ ป็นเคร่ืองส่ือสารหลกั 3.5.1.3 เมื่อจะตอ้ งทาการต้งั รับแบบใดแบบหน่ึงอยา่ งเร่งด่วน เคร่ืองส่ือสารเท่าท่ีใชอ้ ยู่ แลว้ คงใชต้ ่อไป เครื่องมือเหล่าน้ีจะตอ้ งไดร้ บั การเพมิ่ เตมิ เมื่อเวลาและเหตกุ ารณ์ทางยทุ ธวธิ ีอานวย 3.5.2 โดยทว่ั ไป ถ้าเป็ นการจดั ที่มัน่ ต้งั รับแข็งแรงและมีกาลังเขม้ แข็ง การใช้การสื่อสาร ยอ่ มจะกระทาไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง 3.5.3 การใชก้ ารส่ือสารในการต้งั รบั ระบบการสื่อสารจะเชื่อมต่อกบั หน่วยหลกั ต่างๆ ท่ีมีอยู่ ไดแ้ ก่ หน่วยกาบงั , กองรักษาด่านรบ และกองหนุนเขา้ ดว้ ยกนั นอกจากน้ีหน่วยอาจมีความตอ้ งการต่อเขา้ กบั ระบบการส่ือสารของหน่วยอื่นกไ็ ด้ เช่น สนามบิน, หน่วยสมทบและ/หรือหน่วยสนับสนุนการช่วยรบ และส่วนตา่ งๆ ของ ทก. ประเภทการส่ือสารที่ใชไ้ ดแ้ ก่ 3.5.3.1 ศนู ยก์ ารสญั ญาณ ตามปกติในขณะทาการต้งั รบั จะไม่มีการเคล่ือนยา้ ยบ่อยๆ แต่อยา่ งไรก็ตามอยา่ งนอ้ ยทสี่ ุดเจา้ หนา้ ท่ีประจาศูนยก์ ารสญั ญาณกจ็ ะตอ้ งพร้อมทจ่ี ะยา้ ยท่ตี ้งั ไดใ้ นทนั ทีที่ ไดร้ ับคาสง่ั 3.5.3.2 พลนาสารพเิ ศษนบั วา่ มีความจาเป็ นในขณะการจดั ทีม่ นั่ ต้งั รับ หลงั จากการจดั ท่มี นั่ เสร็จเรียบร้อยแลว้ พลนาสารพเิ ศษก็เปล่ียนเป็ นพลนาสารตามกาหนดเวลาไป 3.5.3.3 ทศั นสญั ญาณ อาจใชเ้ ป็นประโยชนไ์ ดใ้ นการต้งั รับเช่นเดียวกบั สถานการณ์ อ่ืนๆ แผ่นผา้ สัญญาณหรือเครื่องทศั นสัญญาณอ่ืนๆ จะถูกใช้ในการหมายแนวหรือหมายหน่วยก็ได้ นอกจากน้นั แผน่ ผา้ สญั ญาณยงั ใชส้ ่งขา่ วส้นั ๆ เป็ นประมวลสญั ญาณไดอ้ ีกดว้ ย 3.5.3.4 การสื่อสารประเภทวทิ ยุ ใชเ้ ป็นเครื่องสื่อสารรองจากการส่ือสารประเภทสาย แบบหลายช่องและการนาสาร ข่ายวทิ ยยุ งั คงเปิ ดทาการ แต่ใหอ้ ยใู่ นสถานการณ์เงยี บรับฟัง ท้งั น้ีเพื่อเสริม การสื่อสารประเภททางสายแบบหลายช่องในกรณีที่เกิดขดั ขอ้ งข้ึน อยา่ งไรก็ตามในห้วงเวลาของการ เริ่มตน้ ในการปฏบิ ตั กิ ารต้งั รบั ถา้ มีความปลอดภยั เพยี งพอ ระบบวทิ ยถุ ่ายทอดอาจจะถูกนามาใชไ้ ด้ ท้งั น้ี เพอ่ื ใหจ้ านวนวงจรมีมากพอตามความตอ้ งการ 3.5.3.5 การส่ือสารประเภททางสายจะถูกนามาใชอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง และตอ้ งจดั ทาอยา่ ง
50 ประณีตเท่าท่ีเวลาและความสามารถจะอานวยให้ วงจรที่มีความเร่งด่วนสูงจะตอ้ งจดั สร้างข้ึนอยา่ ง รวดเร็วทส่ี ุดเท่าทีจ่ ะทาได้ เพอ่ื สนองความตอ้ งการไดท้ นั ที ต่อจากน้ันจะตอ้ งจดั วงจรเพม่ิ เติมข้ึน เพ่อื ให้ สามารถส่งขา่ วและมีความคล่องตวั สูงข้นึ 3.6 การสื่อสารระหวา่ งการร่นถอย 3.6.1 การร่นถอยไดแ้ ก่ การถอนตวั การรบหน่วงเวลา การผละจากการรบหรือการใชก้ าร ปฏบิ ตั เิ หล่าน้ีร่วมกนั โดยทว่ั ไปแลว้ ในการร่นถอยมกั จะตอ้ งใชก้ ารปฏบิ ตั ิเหล่าน้ีร่วมกนั เสมอ การใชก้ าร ส่ือสารระหว่างการร่นถอย ในขณะเตรียมการร่นถอยระบบการสื่อสารที่มีอยู่ยงั คงใช้งานต่อไป อยา่ งไรก็ตาม ณ ที่ต้งั ทก. ซ่ึงจะทิ้งไปในไม่ชา้ น้นั ให้มีการติดต้งั เคร่ืองสื่อสารใหม่แต่ให้นอ้ ยที่สุดโดย พยายามใชเ้ ครื่องสื่อสารทีม่ ีอยเู่ ดิมให้มากท่สี ุด การส่ือสารทีใ่ ชน้ ้นั จะมีดงั ต่อไปน้ี 3.6.1.1 การนาสารในระหวา่ งการร่นถอย จะเพมิ่ พลนาสารพิเศษข้ึนท่ีศนู ยก์ ารส่ือสาร หรือศูนยก์ ารสัญญาณและเพื่อสนับสนุนความตอ้ งการเป็ นพิเศษของผูบ้ งั คบั หน่วยและฝ่ ายอานวยการ พลนาสารบางคนใหท้ ิ้งไว้ ณ ท่ตี ้งั ทก. เก่า เพอื่ เป็นการประกนั วา่ การสนบั สนุนหน่วยทท่ี งิ้ ไวป้ ะทะขา้ ศึก ยงั คงมีตอ่ เน่ืองกนั ไป 3.6.1.2 ทศั นสญั ญาณและแผน่ ผา้ สญั ญาณ เป็ นเคร่ืองมือท่ใี ชไ้ ดผ้ ลดีในการแสดงบอก ฝ่ ายและใชเ้ ป็ นเครื่องหมายสาหรบั หน่วยท่กี าลงั ถอนตวั 3.6.1.3 การสื่อสารประเภทวทิ ยุ จะตอ้ งวางระเบียบการใชร้ ะหวา่ งหน่วยทจ่ี ะถอนตวั ท้งั หมดเพอื่ เป็นการลวง อาจต้งั สถานีลวงข้ึน ณ ที่มน่ั เก่าก็ได้ เพอ่ื รักษาปริมาณของข่าวให้อยใู่ นระดบั ปกติไว้ การเงยี บรบั ฟังอาจตอ้ งบงั คบั ใชจ้ นกวา่ หน่วยที่ทาการถอนตวั จะไปถึงทม่ี น่ั ท่กี าหนดไว้ หรือเม่ือ มีการปะทะกบั ขา้ ศึก ณ ท่ใี ดทีห่ น่ึง 3.6.1.4 การส่ือสารประเภทสาย ในระหวา่ งการร่นถอยการสื่อสารทางสายท่ีใชอ้ ยเู่ ดิม ยงั คงใชต้ ่อไป การจดั สร้างทางสายข้ึนใหม่น้ันจะตอ้ งใหม้ ีนอ้ ยที่สุด เมื่อการร่นถอยไดด้ าเนินต่อไป ทางสายต่างๆ ซ่ึงหน่วยที่ถอนตวั ออกไปหรือหน่วยที่ท้ิงไวป้ ะทะขา้ ศึกเลิกใชแ้ ลว้ จะตอ้ งทาการเก็บ ถา้ หากไม่สามารถทาการเก็บสายไดจ้ ะตอ้ งทาลายทางสายเหล่าน้นั เสีย โดยการร้ือถอนออกเท่าท่ีจะทาได้ ถา้ เป็ นไปได้ ณ ตาบลควบคุมการเดินตามเส้นทาง ควรจะจัดให้มีการส่ือสารข้ึนโดยการเกาะวงจร ทางสายท่ีต่อไปขา้ งหลงั ซ่ึงมีอยแู่ ลว้ 3.7 การสื่อสารระหวา่ งการผา่ นแนวและการผลดั เปล่ียนกาลงั 3.7.1 ในการผา่ นแนวและการผลดั เปล่ียนกาลงั ใหป้ ระสบผลสาเร็จอยา่ งสมบรู ณ์น้นั ฝ่ายการ ส่ือสารของหน่วยที่เก่ียวขอ้ ง จะตอ้ งประสานงานกนั อยา่ งใกลช้ ิดเพือ่ ป้องกนั ไม่ให้เกิดการสบั สน และการ ตรวจพบโดยขา้ ศึก หรือถา้ เกิดข้นึ ก็ใหน้ อ้ ยที่สุด ถา้ สามารถจะทาไดห้ นทางปฏิบตั ิที่ดี คือการส่งเจา้ หน้าที่ สื่อสารของหน่วยท่ีจะไปสับเปล่ียนหรือผ่านแนวเขา้ ไปยงั พ้ืนที่น้ันเพื่อศึกษาหารายละเอียดก่อนกาลงั ส่วนใหญจ่ ะเขา้ ไปในพน้ื ท่ี 3.7.2 การส่ือสารระหวา่ งการผา่ นแนว สาหรบั หน่วยทจี่ ะผา่ นแนวจะตอ้ งใชก้ ารส่ือสารอยา่ ง
51 จากดั ใหม้ ากทส่ี ุดเท่าท่ีจะทาได้ จงจรบางจงจรของหน่วยในที่มน่ั ต้งั รับที่มีอยอู่ าจจะยอมใหห้ น่วยท่ีจะผ่าน ใชไ้ ด้ คาแนะนาการปฏบิ ตั เิ ก่ียวกบั การสื่อสารที่ใชม้ ีดงั น้ี 3.7.2.1 การนาสารของหน่วยผา่ นแนว ให้ปฏิบตั ิในลกั ษณะพิเศษ ส่วนการนาสาร ของหน่วยที่ถูกผา่ นยงั คงปฏิบตั ิตามปกติ ระหวา่ งหน่วยท้งั สองจะตอ้ งมีการนาสารถึงกนั 3.7.2.2 การส่ือสารประเภททศั นสญั ญาณ ใชส้ าหรบั การบอกฝ่ายและตอ้ งเป็ นสญั ญาณ ทไี่ ดน้ ดั หมายกนั ไวล้ ่วงหนา้ เท่าน้นั เช่น แขนและมือสญั ญาณ แผน่ ผา้ สญั ญาณและพลุสญั ญาณ เป็ นตน้ 3.7.2.3 การสื่อสารประเภทวทิ ยุ การใชง้ านจะตอ้ งอยใู่ นขอบเขตจากดั ท้งั หน่วยอยู่ กบั ทแี่ ละหน่วยเคลื่อนที่ผา่ นแนว ความถ่ีต่างๆ ทีใ่ ชแ้ ละระเบยี บปฏบิ ตั จิ ะตอ้ งมีการประสานงานกนั อยา่ ง ระมดั ระวงั ระหวา่ งหน่วยทเี่ ก่ียวขอ้ ง 3.7.2.4 อุปกรณ์วทิ ยถุ ่ายทอดของหน่วยที่จะผา่ นแนวทหารฝ่ายเดียวกนั ไม่ควรใช้ จนกว่าจะผ่านไปแลว้ อย่างไรก็ตามหน่วยในท่ีมั่นต้งั รับ ควรจะรักษาจานวนข่าวของวิทยุถ่ายทอดไว้ ตามปกติหน่วยที่จะผา่ นแนว อาจขอใชเ้ คร่ืองสื่อสารของหน่วยในทม่ี นั่ ต้งั รบั กไ็ ด้ 3.7.2.5 การส่ือสารประเภทสายของหน่วยทถี่ ูกผา่ นไม่มีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งใด ถา้ เป็นไปได้ ใหห้ น่วยท่เี คล่ือนท่ีผา่ นใชว้ งจรทางสายของหน่วยท่ีถูกผา่ นใหม้ ากท่สี ุดเท่าที่จะอานวยให้ 3.7.3 การส่ือสารระหว่างการผลัดเปลี่ยนกาลัง เครื่องส่ือสารของหน่วยท่ีไดร้ ับการ ผลดั เปลี่ยนยงั คงอยใู่ นสภาพเดิมจนกว่าการผลดั เปล่ียนกาลงั จะเรียบร้อย เครื่องสื่อสารท่ีใชอ้ ยเู่ ดิมใหใ้ ช้ งานต่อไปจนกว่าหน่วยใหม่ที่มาผลดั เปลี่ยนกาลงั จะเขา้ รับหนา้ ท่ีแทนหรือหมดความตอ้ งการใชง้ าน เครื่อง ส่ือสารแลว้ เพอื่ ป้องกนั มิใหข้ า้ ศึกทราบถึงการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ทางยทุ ธวธิ ี หน่วยใหม่ ทเ่ี ขา้ มาผลดั เปลี่ยนตอ้ งใชม้ าตรการต่างๆ ที่จาเป็ นในการรักษาความปลอดภยั ทางการส่ือสาร มาตรการ เหล่าน้ีไดแ้ ก่ การใชร้ ะบบบอกพวก, การใชป้ ระมวลลบั และรหสั ของหน่วยเดิม ทางที่ดีหน่วยใหม่ท่ีมา ผลดั เปลี่ยนควรจะใชเ้ ครื่องส่ือสารทีม่ ีอยแู่ ลว้ ต่อไปใหม้ ากทส่ี ุดโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ วงจรทางสาย อยา่ งไรก็ ตามการแลกเปล่ียนเคร่ืองส่ือสารตามอตั ราการจดั (อจย.) น้นั จะตอ้ งไดร้ ับการยนิ ยอมร่วมกนั ของหน่วย ที่เกี่ยวขอ้ ง การแลกเปล่ียนดงั กล่าวน้ียอ่ มข้ึนอยกู่ บั สถานการณ์ฉุกเฉินทางยทุ ธวธิ ี คาแนะนาเก่ียวกบั การปฏบิ ตั กิ ารสื่อสารมีดงั น้ี 3.7.3.1 การนาสาร หน่วยใหม่ที่เขา้ ผลัดเปล่ียนจดั การนาสารโดยทาตารางการ นาสารร่วมตามขอ้ ตกลงระหวา่ งหน่วยท้งั สองน้นั 3.7.3.2 ประเภทวทิ ยุ ขา่ ยวทิ ยขุ องหน่วยท่ีถูกผลดั เปลี่ยนจะตอ้ งถูกใชง้ านตอ่ ไป จนถึงเวลาที่ได้ตกลงกันไวร้ ะหว่างฝ่ ายการสื่อสารของท้งั สองหน่วย ตามปกติภายหลังจากท่ีการ ผลดั เปล่ียนไดเ้ สร็จส้ินแลว้ หน่วยที่ถูกผลดั เปล่ียนจะตอ้ งใชข้ ่ายวิทยขุ องหน่วยตนต่อไปชวั่ ระยะเวลาหน่ึง ท้งั น้ีเพอ่ื เป็นการรักษาความปลอดภยั ทางการส่ือสาร โดยจะตอ้ งมีการประสานงานและตกลงกนั ระหวา่ ง นายทหารการข่าว และฝ่ายการสื่อสารของหน่วยทีเ่ ก่ียวขอ้ ง ข่ายวทิ ยขุ องนายทหารตดิ ตอ่ อาจจดั สร้างข้ึน ใหม่ก็ได้ หรืออนุญาตให้นายทหารติดต่อของหน่วยท้งั สองน้ันใช้ความถ่ีในข่ายวิทยุท่ีใช้งานอยู่
52 ทาการตดิ ตอ่ กนั ดว้ ยวิทยทุ ่ีมีในอตั รา การใชว้ ทิ ยถุ ่ายทอดสาหรับการผลดั เปลี่ยนกาลงั จะตอ้ งปฏิบตั ิใน ลกั ษณะเดียวกนั กบั การผา่ นแนว 3.7.3.3 ประเภททางสาย วงจรทางสายและเครื่องสลับสายต่างๆ ของหน่วยท่ีถูก ผลัดเปลี่ยนน้ัน หน่วยที่ทาการผลัดเปล่ียนจะเข้ารับหน้าท่ีแทนต่อไป ท้ังน้ีข้ึนอยู่กับการพิจารณา แลกเปล่ียนอุปกรณ์ตามท่กี ล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ ------------------------------------------ หลกั ฐานอ้างอิง : 1. รส.11-21, 2. นส. 17-11-6 (รร.ม.ศม.)
53 บทที่ 4 สงครามอเิ ลค็ ทรอนิกส์ (ELECTRONICS WARFARE) 1. กล่าวทวั่ ไป จดุ อ่อนของระบบการส่ือสารในการจดั กองทพั สมยั ใหม่ หน่วยทหารระดบั ต่างๆ จาเป็ นตอ้ งพ่ึงพา อาศยั อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกสเ์ พมิ่ มากข้นึ เพอ่ื ใชใ้ นการบงั คบั บญั ชาและควบคุมหน่วยและการใชอ้ าวธุ แบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาวุธประเภทนาวิถี ด้วยเหตุท่ีการใช้พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้ามีความ ล่อแหลมต่อการทข่ี า้ ศึกจะดกั ฟัง ขดั ขวางและรบกวนไดโ้ ดยงา่ ย ท้งั น้ีเพราะการดกั ฟังจะช่วยใหข้ า้ ศึกได้ ทราบชนิดและความมุ่งหมายของอุปกรณ์ ที่ต้งั และการประกอบข่าย และหน่วยท่ีเก่ียวขอ้ งรวมท้ัง ขอ้ พิจารณาทางเทคนิคต่างๆ การขัดขวางและการรบกวนจะลดประสิทธิผลในการใช้พลังงานคล่ืน แม่เหล็กไฟฟ้าของฝ่ ายเรา ดงั น้ัน การปฏิบตั ิการดา้ นอีเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงนับวา่ มีความสาคญั เป็ นอยา่ ง มากในการทาสงครามในปัจจุบัน หน่วยจะต้องวางแผนปฏิบัติการต่างๆ เพ่ือให้ใช้ระบบการ ติดต่อส่ือสารและ อีเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะถูกขัดขวางและรบกวนจากขา้ ศึก นอกจากน้ันจะตอ้ งวางแผน ที่จะใช้การปฏิบตั ิต่างๆเพ่ือลดประสิทธิภาพหรือขดั ขวางระบบการ ติดต่อส่ือสารและอีเล็กทรอนิกส์ของขา้ ศึกอีกด้วย การต่อสูป้ ้องกนั ที่ดีท่ีสุดคือ การปฏิบตั ิการสงคราม อีเล็กทรอนิกส์จากฝ่ายขา้ ศึกไดโ้ ดยการขดั ขวางหรือกาจดั การไดร้ บั ข่าวสารทางอีเล็กทรอนิกส์ของขา้ ศึก ซ่ึงวิธีท่ีให้ผลท่ีดีที่สุด ไดแ้ ก่ การปฏิบตั ิตามระเบียบปฏิบตั ิในการรักษาความปลอดภยั ทางการสื่อสาร อยา่ งเหมาะสม และจากดั ปริมาณในการ ตดิ ตอ่ ส่ือสารใหน้ อ้ ยลงเทา่ ทจ่ี าเป็นตอ่ การปฏบิ ตั ภิ ารกิจ 2. ขอบเขตของสงครามอีเลก็ ทรอนกิ ส์ สงครามอิเลก็ ทรอนิกส์ หมายถึง การปฏบิ ตั กิ ารทางทหารเกี่ยวกบั การใชพ้ ลงั งานคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้าเพ่อื ที่จะกาหนดแนวทาง, ขยายผล, ลดหรือขดั ขวางการใชแ้ ถบยา่ นความถ่ีคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า ของฝ่ ายขา้ ศึกและปฏิบตั ิการใดๆ ท่ีจะปกป้องการใชแ้ ถบยา่ นความถ่ีคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าของฝ่ ายเรา การสงครามอีเล็กทรอนิกส์ประกอบดว้ ย มาตรการสนบั สนุนสงครามอีเล็กทรอนิกส์ (Electronic War- fare Support Measure = ESM ), มาตรการต่อตา้ นทางอีเล็กทรอนิกส์ ( Electronic Counter Measure = ECM) และมาตรการตอบโตก้ ารต่อตา้ นอีเล็กทรอนิกส์ (Electronic Counter-Counter Measure = ECCM ) สงครามอีเลก็ ทรอนิกส์ EW มาตรการสนบั สนุน มทาาตงรอกีเลาก็รตท่อรตอาน้ นิกส์ มาตรการตอบโตก้ าร สงครามอีเลก็ ทรอนิกส์ ต่อตา้ นอีเล็กทรอนิกส์ ECM ESM ECCM
54 3. มาตรการสนับสนุนสงครามอิเลคทรอนิกส์ ( ESM ) มาตรการสนบั สนุนสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เป็นองคป์ ระกอบของสงครามอีเล็กทรอนิกส์แบบหน่ึง ที่เกี่ยวขอ้ งกับการปฏิบตั ิต่างๆ เพ่ือคน้ หา, ดักฟัง, หาที่อยู่, บนั ทึก,วิเคราะห์การแพร่กระจายคลื่น แม่เหลก็ ไฟฟ้าของฝ่ายขา้ ศกึ การปฏบิ ตั กิ ารดงั กล่าวจะช่วยใหไ้ ดข้ ่าวสารเกี่ยวกบั กาลงั ฝ่ ายขา้ ศกึ เช่นท่ีต้งั , ขนาดของหน่วย, ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนท่ี, อานาจการยงิ , การจดั หน่วย, และภารกิจของหน่วย ซ่ึงจะเป็ นประโยชน์ในการวางแผนการปฏิบตั ิการทางทหารของฝ่ ายเรา นอกจากน้ันยงั จะช่วยให้ได้ ข่าวสารทางสงครามอีเล็กทรอนิกส์ซ่ึงไดแ้ ก่ คุณลกั ษณะ, ขีดความสามารถ, ลกั ษณะการใชง้ าน, และ จดุ อ่อนของระบบการสื่อสารและอีเล็กทรอนิกส์ของขา้ ศึก เพื่อใชเ้ ป็ นขอ้ มูลในการพิจารณาวางแผนการ ใชม้ าตรการต่อตา้ นทางอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรการตอบโตก้ ารต่อตา้ นทางอีเล็กทรอนิกส์ของฝ่ ายเรา ขา่ วสารที่ไดจ้ ากมาตรการสนบั สนุนสงครามอีเล็กทรอนิกส์ หากไดม้ ีการประสานกบั ข่าวสารที่ไดจ้ าก การเฝา้ ตรวจ, การลาดตระเวนทางพ้นื ดิน, การลาดตระเวนและถ่ายภาพทางอากาศ และการซกั ถามเชลย ศกึ จะทาใหไ้ ดร้ บั ข่าวกรอง เพอ่ื สนบั สนุนการปฏบิ ตั ิการทางทหารท่ีสมบรู ณ์ยงิ่ ข้ึน 4. มาตรการต่อต้านทางอิเลคทรอนิกส์ ( ECM ) มาตรการตอ่ ตา้ นทางอีเล็กทรอนิกส์ เป็ นองคป์ ระกอบของสงครามอีเล็กทรอนิกส์ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การปฏิบตั ิต่างๆ เพอื่ ขดั ขวางหรือลดประสิทธิผลในการใชแ้ ถบยา่ นความถี่คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าของขา้ ศึก มาตรการตอ่ ตา้ นทางอีเล็กทรอนิกส์ ประกอบดว้ ยการรบกวน (Jamming) และการลวง (Deception) 4.1 การรบกวน (Jamming) ไดแ้ ก่ การจงใจแพร่กระจาย, ถ่ายทอด, หรือสะทอ้ นพลงั งานคล่ืน แม่เหล็กไฟฟ้า โดยมุ่งหมายท่ีจะลดประสิทธิผลในการใช้อุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์ หรือระบบการ ตดิ ต่อสื่อสารของขา้ ศึกดว้ ยกาลงั ของสญั ญาณทสี่ ูงพอทีจ่ ะข่มหรือรบกวนสญั ญาณของขา้ ศึก การรบกวน กระทาได้ 2 แบบ คือ การรบกวนเฉพาะความถ่ี และการรบกวนเป็ นยา่ นกวา้ ง แต่ละแบบอาจปรุงคลื่น ( Modulation ) ดว้ ยเสียงรบกวนแบบต่างๆ เช่น เสียงซู่ซ่า, เสียงร้องเพลง, เสียงผวิ ปาก, เสียงดนตรีและ เสียงหวั เราะ สญั ญาณรบกวนน้ีจะไปลบลา้ งหรือทาใหร้ ับ - ส่ง ข่าวกนั ไม่ได้ 4.2 การลวง (Deception) ไดแ้ ก่ การส่งข่าวเพอื่ ลวงหลอก, ทาใหเ้ กิดความสบั สนหรือก่อใหเ้ กิดความ เข้าใจผิดต่อพนักงานวิทยุ ผูบ้ งั คบั บัญชา และฝ่ ายอานวยการของขา้ ศึกท่ีจะตอ้ งปฏิบัติต่อข่าวน้ัน พนกั งานวทิ ยทุ จี่ ะส่งขา่ วลวงจะตอ้ งไดร้ ับการฝึ กเป็ นอยา่ งดีในการจดจาและเลียนแบบ การใชค้ าแสลง, การใชถ้ อ้ ยคาและลกั ษณะนิสยั ประจาตวั ในการพูดของพนกั งานวิทยขุ องฝ่ ายขา้ ศึก และโดยการส่งข่าว ลวงท่ีมีเสียงรบกวนเบาๆ รวมไปด้วยอาจช่วยกลบเกลื่อนสาเนียงท่ีแตกต่างกันได้ หรืออาจใช้เทป บนั ทกึ เสียงการส่งขา่ วของพนกั งานวทิ ยขุ องฝ่ายขา้ ศึกเอาไว้ แลว้ นามาส่งข่าวออกไปภายหลงั เพื่อใหเ้ กิด ความสบั สนข้ึนในระบบการติดตอ่ ส่ือสารของขา้ ศกึ การลวงอาจแบง่ ออกได้ 2 แบบ คอื 4.2.1 การลวงเลียน (Imitative Deception) คือ การส่งข่าวลวงเขา้ ไปในระบบการตดิ ต่อสื่อสาร ของขา้ ศึก โดยเลียนแบบเพอ่ื ใหข้ า้ ศึกคิดวา่ ไดร้ ับขา่ วน้นั จากฝ่ ายเดียวกนั
55 4.2.2 การลวงหลอก (Manipulative Deception) ได้แก่ การส่งข่าวลวงภายในระบบการ ติดต่อสื่อสารของฝ่ ายเราเอง ซ่ึงจะทาให้ขา้ ศึกท่ีดักฟังการติดต่อส่ือสารของฝ่ ายเราอยเู่ กิดความเขา้ ใจผิด เกี่ยวกบั ทีต่ ้งั , กาลงั , ความเคลื่อนไหวหรือเจตนาของฝ่ายเรา ตวั อยา่ งเช่น เราอาจส่งคาส่งั ลวงให้กาลงั ฝ่ ายเราที่เผชิญหนา้ กบั ขา้ ศกึ อยถู่ อนตวั เพอื่ หลอกใหก้ าลงั ฝ่ ายขา้ ศกึ เขา้ มาตดิ กบั ของฝ่ ายเรา เป็ นตน้ 5. มาตรการตอบโต้การต่อต้านทางอเี ล็กทรอนิกส์ ( ECCM ) มาตรการตอบโตก้ ารต่อตา้ นทางอีเล็กทรอนิกส์ เป็ นองค์ประกอบของสงครามอีเล็กทรอนิกส์ ทใ่ี ชต้ อ่ สูป้ ้องกนั ระบบการติดต่อสื่อสารและอีเล็กทรอนิกส์ของฝ่ ายเราจากการใชม้ าตรการต่อตา้ นทาง อีเลก็ ทรอนิกส์ ( ECM ) ของขา้ ศึก ในระดบั หน่วยปฏิบตั ิอาจถือไดว้ า่ มาตรการตอบโตก้ ารต่อตา้ นทาง อีเลก็ ทรอนิกส์เป็ นมาตรการท่ีสาคญั ที่สุด มาตรการตอบโตก้ ารต่อตา้ นทางอีเล็กทรอนิกส์ของหน่วยต้งั แต่ ระดบั หมวดถึงระดบั กรมหรือกองพลนอ้ ยใชเ้ ป็ นส่วนใหญ่ ไดแ้ ก่ การรักษาความปลอดภยั ทางการส่ือสาร (Communication Security) และเทคนิคการต่อตา้ นการรบกวน(Antijamming Techniques) มาตรการตอบ โตก้ ารต่อตา้ นทางอีเลก็ ทรอนิกส์ มี 2 แบบ คอื 5.1 มาตรการป้องกนั (Preventive ECCM) มาตรการป้องกนั ใชเ้ พอ่ื เอาชนะความพยายามในการใช้ มาตรการสนบั สนุนสงครามอีเล็กทรอนิกส์ ( ESM ) ของขา้ ศึก มาตรการป้องกนั ท่ีหน่วยทางยทุ ธวธิ ีใชไ้ ดแ้ ก่ 5.1.1 เปล่ียนความถ่ีและนามสถานี ความถี่ระบไุ วใ้ น นปสอ. 5.1.2 การใชส้ ายอากาศบงั คบั ทิศ ( Directional Antenna ) 5.1.3 ใชป้ ระมวลลบั และรหสั เฉพาะท่ไี ดร้ ับอนุมตั ิ 5.1.4 ทาการส่งใหส้ ้นั ทสี่ ุดเท่าทีจ่ ะทาได้ 5.1.5 เลือกทีต่ ้งั สถานีใหเ้ หมาะสม 5.1.6 ใชก้ ารเงียบรับฟังหรือการระงบั วทิ ยุ 5.1.7 กวดขนั วนิ ยั ของข่าว 5.1.8 ใชอ้ ุปกรณ์การรักษาความปลอดภยั ในการส่งดว้ ยคาพดู 5.1.9 ใชก้ าลงั ออกอากาศใหต้ ่าที่สุด เพยี งเพอื่ ใหส้ ามารถติดตอ่ กนั ได้ 5.2 มาตรการแกไ้ ข (Remedial ECCM) มาตรการแกไ้ ข ไดแ้ ก่ การใชเ้ ทคนิคการต่อตา้ นการรบกวน แต่ก่อนจะใชม้ าตรการแกไ้ ขน้ี จะตอ้ งมน่ั ใจวา่ ถูกรบกวนอยา่ งแทจ้ ริง เพราะมีบ่อยคร้ังท่ีเกิดจากสภาพ อากาศ ทาใหก้ ารทางานผดิ ปกติเกิดข้นึ ภายในตวั อุปกรณ์เอง แต่มีอาการคลา้ ยถูกรบกวนซ่ึงอาจตรวจสอบ ไดโ้ ดยการถอดสายอากาศ หากยงั มีการรบกวนอยู่ กแ็ สดงวา่ การรบกวนมาจากภายในตวั เครื่องเอง แต่ถา้ การรบกวนน้ันลดลงหรือหมดไป ก็แสดงว่าการรบกวนมาจากภายนอก มาตรการแกไ้ ขท่ีใช้ในการ เอาชนะหรือลดประสิทธิภาพของการรบกวนไดแ้ ก่ 5.2.1 ยา้ ยท่ีต้งั เสาอากาศใหม้ ีเทือกเขาและป่ าทบึ บงั ทศิ ทางสถานีวทิ ยทุ ่รี บกวน 5.2.2 ใชส้ ายอากาศบงั คบั ทิศ ตวั อยา่ งของสายอากาศบงั คบั ทิศท่ีสามารถสร้างข้ึนใช้ในสนาม ไดแ้ ก่ สายอากาศแบบ Doublet, Long-Wire, และ Half Rhombic
56 5.2.3 ยา้ ยทต่ี ้งั สถานีเขา้ ไปใหใ้ กลส้ ถานีท่ีตดิ ตอ่ ดว้ ย 5.2.4 เพมิ่ กาลงั ส่งใหส้ ูงข้นึ เพอ่ื ข่มสญั ญาณรบกวน 5.2.5 เปลี่ยนความถี่และนามสถานี เป็ นมาตรการที่จะใชเ้ ป็ นลาดบั สุดทา้ ย เพราะถา้ ขา้ ศึกทราบว่า เราเปลี่ยนความถ่ีไป ขา้ ศกึ กส็ ามารถเปลี่ยนความถ่ีตามไปรบกวนอีกได้ 5.2.6 มาตรการต่อไปน้ี แมจ้ ะนบั ไดว้ า่ เป็ นมาตรการแกไ้ ขแต่ไม่ถือวา่ เป็ นเทคนิคในการต่อตา้ น การรบกวน อยา่ งไรกต็ ามมาตรการเหล่าน้ีมีความสาคญั ช่วยใหเ้ ราไดร้ บั ขา่ วกรองและขดั ขวางการหาข่าว กรองของขา้ ศกึ 5.2.6.1 ดารงการติดตอ่ สื่อสารตอ่ ไปอยา่ งต่อเนื่อง ท้งั ๆ ท่ีถูกรบกวนอยู่ จะทาใหข้ า้ ศึก ไม่สามารถประเมินผลการรบกวนของฝ่ ายตนได้ 5.2.6.2 จดั ทาแฟ้มรายงานการรบกวน รายงานการรบกวนเหล่าน้ี จะเป็ นข่าวสารท่ี จาเป็ น อยา่ งยงิ่ สาหรบั เจา้ หนา้ ทีฝ่ ่ายการขา่ วและผบู้ งั คบั บญั ชาเกี่ยวกบั การวางกาลงั และแผนปฏิบตั ิการในอนาคต ของฝ่ ายขา้ ศึก และยงั อาจใช้ประกอบการตกลงใจท่ีจะทาลายล้างสถานีส่งคลื่นรบกวน ซ่ึงถือว่าเป็ น มาตรการตอบโตก้ ารต่อตา้ นทางอีเล็กทรอนิกส์ที่ไดผ้ ลท่ีสุดอีกดว้ ย พงึ ระมดั ระวงั เกี่ยวกบั การรายงาน การรบกวน เพราะในการรายงานจะประกอบด้วยข่าวสารเกี่ยวกบั นามหน่วยและผลของการรบกวน ดงั น้นั รายงานการรบกวน จงึ ตอ้ งส่งโดยวธิ ีการติดตอ่ สื่อสารทใี่ หค้ วามปลอดภยั เพยี งพอ 5.2.6.3 ขา้ ศึกมีความสามารถท่ีจะลอกเลียนระเบียบการติดต่อสื่อสารและตดิ ตอ่ เขา้ มาใน ข่ายของฝ่ ายเราได้ โดยมีจุดมุ่งหมายทจ่ี ะใหไ้ ดร้ บั ขา่ วสารหรือส่งข่าวลวงฝ่ ายเรา ในการตอบโตก้ ารลวงเลียน ต่อฝ่ายขา้ ศึก เราตอ้ งใชร้ ะบบการบอกพวก ( Authentication ) ซ่ึงจะกาหนดไวใ้ น นปสอ. ********************************* หลักฐานอ้างองิ : 1. นส. 24-5 การส่ือสาร พ.ศ. 2536 2. FM 34-1 Intelligence and Electronic Warfare Operations, 27 September 1994
57 บทท่ี 5 คาสั่ง บนั ทกึ และรายงานการสื่อสาร (SIGNAL ORDER,MEMORANDUMS and REPORTS) 1. กล่าวทั่วไป ในบทน้ีจะกล่าวถึงรายละเอียดการจดั ทาแผนและคาสง่ั การส่ือสาร รวมถึงการจดั ทาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวกบั การสื่อสารซ่ึงเป็ นส่วนหน่ึงของงานในหน้าที่ของนายทหารฝ่ ายการสื่อสาร (ฝสส.) ของหน่วย ลาดบั ข้นั การจดั ทาแผนจะเริ่มจากการประมาณสถานการณ์ การประมาณการและแผนการส่ือสาร ฝสส. ของหน่วยตอ้ งมีความเข้าใจและความรอบรู้ในเรื่องการจัดทาแผนการสื่อสารเป็ นอย่างดี และเพ่ือให้ แผนการสื่อสารเป็ นไปอย่างมีระบบ ฝสส. ตอ้ งมีความรู้ในเรื่องการเขียนคาสั่งการส่ือสาร ตลอดจน มาตรการควบคุมและกากบั ดูแลการปฏิบตั ิงานของเจา้ หนา้ ท่ีสื่อสารและยทุ โธปกรณ์สายส่ือสารอีกดว้ ย 2. การประมาณสถานการณ์ การประมาณสถานการณ์ คือ การคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรข้ึนต่อไป ผลของการ ประมาณสถานการณ์จะแตกต่างกนั ไปตามผูป้ ระมาณสถานการณ์น้นั กล่าวคือผบู้ งั คบั บญั ชาประมาณ สถานการณ์เพอื่ หาขอ้ ตกลงใจ ส่วนฝ่ายอานวยการก็ประมาณสถานการณ์เพ่อื หาขอ้ เสนอแนะ ในหน่วย ระดับกองพลลงมามักทาประมาณสถานการณ์เพียงในใจ ส่วนหน่วยใหญ่กว่ากองพล การประมาณ สถานการณ์จะกระทาเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร 3. หัวข้อการประมาณสถานการณ์ 3.1 ภารกิจ 3.2 สถานการณ์และหนทางปฏิบตั ิ 3.3 การวเิ คราะห์หนทางปฏบิ ตั ิของท้งั สองฝ่าย 3.4 การเปรียบเทียบหนทางปฏิบตั ขิ องฝ่ายเรา 3.5 ขอ้ ตกลงใจ / ขอ้ เสนอแนะ 4. การประมาณการส่ือสาร 4.1 การประมาณการไดม้ าจากการรวบรวมความรู้ต่างๆมาประกอบเขา้ ดว้ ยกนั หรือพจิ ารณาหา หนทางปฏิบตั ิไปสู่การบรรลุภารกิจ ผูบ้ งั คบั บญั ชาทุกระดบั ช้ันรวมท้งั ผูบ้ งั คบั บญั ชาทางการส่ือสาร จาเป็นตอ้ งรูใ้ นส่ิงต่างๆ ท้งั ขอ้ ทีเ่ ป็นไปไดแ้ ละขอ้ ขดั ขอ้ งหรืออุปสรรคที่ตอ้ งประสบ ความรู้และข่าวสาร ต่างๆเป็ นองคป์ ระกอบของประมาณการทหารสื่อสาร เรียกว่า ประมาณการส่ือสาร ท้งั น้ีเพ่ือจดั การ สื่อสารให้เป็ นผลสาเร็จเป็ นสิ่งซ่ึงนาไปสู่ความสาเร็จภารกิจของหน่วย จากการประมาณการน้ีก็จะเขา้ ไปสู่ “แผน” ทางทหารสื่อสาร กค็ อื แผนการส่ือสาร นั่นเอง (สาหรับหน่วยขนาดใหญ่เป็ นส่วนหน่ึงของ แผนยทุ ธการของหน่วย) 4.2 การจะทาการสื่อสารจะต้องมีการติดตามการเคลื่อนไหวต่างๆ แล้วคิดประมาณการไว้ ตลอดเวลา เพอ่ื นามาใชเ้ ป็นประโยชน์เวลาทาแผนการส่ือสาร
Search