การประชุมวชิ าการระดับชาติ PULINET ครง้ั ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมดุ มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ ภาพท่ี 11 แผงหนา้ ปัดรายงานการวเิ คราะห์การเขา้ ใชส้ านกั หอสมดุ และจานวนการยืมทรัพยากร 3. แผงหน้าปัดรายงานการวิเคราะห์การเข้าใช้เว็บไซต์และการสืบค้น OPAC แสดงจานวน Hits ในการเข้าเว็บไซต์และการสืบค้น OPAC จานวนการดาวน์โหลดวิทยานิพนธ์ และ Keyword ที่ถูกค้นหามาก โดย แสดงผลในรปู แบบตวั เลขและกลมุ่ คาท่มี ีลาดบั ทางสถิติ (Word Cloud) ดังภาพ เพอื่ แสดงให้เหน็ ถึงการเปรยี บเทยี บ การเข้าใช้บริการเว็บไซตแ์ ละการสืบค้น OPAC แนวโน้ม Keyword ของแตล่ ่ะวนั ภาพที่ 12 แผงหนา้ ปดั รายงานการวิเคราะห์การเขา้ ใชเ้ วบ็ ไซต์และการสบื ค้น OPAC และได้มีการแสดงแผงหน้าปัดรายงานบนอุปกรณ์ IOT โดยเช่ือมต่อกับโทรทัศน์ จัดแสดง ณ ทางเข้าห้องสมุด เพ่ือให้ผู้ใช้บริการสามารถทราบถึงผลการดาเนินงานของห้องสมุด และมีการแสดงผลในรูปแบบ ของเว็บไซต์ท่ีแสดงผลได้ทั้งอุปกรณ์ PC และโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้บริหารและผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงแผง หนา้ ปัดไดท้ ุกทที่ กุ เวลา
การประชมุ วิชาการระดับชาติ PULINET คร้งั ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมุด มหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ ภาพที่ 13 การแสดงแผงหน้าปัดผา่ นทางเว็บไซต์และดา้ นหนา้ ทางเข้าหอ้ งสมดุ ทั้งน้ีได้มีการนาเสนอผลงานในกิจกรรม “วันแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ห้องสมุด (Library KM Day)” เม่ือวันท่ี 7 สิงหาคม 2562 ของสานักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้และ นวตั กรรมจากการจัดการความรู้ และก่อให้เกิดการแลกเปลย่ี นเรียนรใู้ นการนาองค์ความรไู้ ปใชใ้ นแต่ล่ะหนว่ ยงานที่ ได้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งได้รับความสนใจจากหน่วยงานอื่น ในเร่ืองของการใช้ข้อมูลท่ีผ่านการสังเคราะห์อย่างมี ประสิทธิภาพมาขับเคลื่อนองค์กร ประกอบการตัดสินใจและวางแผนกลยุทธ์ จนนาไปสู่การขอเข้าศึกษาดูงานจาก หนว่ ยงานอื่นภายหลงั จากการจัดกจิ กรรม ภาพท่ี 14 การนาเสนอผลงานในกิจกรรม และการขอเข้าศกึ ษาดงู านจากหนว่ ยงานภายนอก
การประชมุ วิชาการระดับชาติ PULINET คร้ังท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมดุ มหาวิทยาลยั ทกั ษณิ ขอ้ มลู ท่ีนามาใชไ้ มค่ รอบคลุ มการบรกิ ารทั้งหมดในสานักหอสมดุ โดยสว่ นใหญ่เป็นข้อมูลของการ ให้บริการบางบรกิ าร ทาใหก้ ารจัดทารายงานไม่ครบทุกงานบริการ ควรนาข้อมูลการใหบ้ รกิ ารอืน่ ๆ เช่น บรกิ ารจอง ห้องศึกษา บริการคอมพิวเตอร์ Notebook, Tablet เป็นต้น เพ่ิมเติมเขา้ มา และเช่ือมโยงเพ่ือให้ไดข้ ้อมูลที่มีความ สมบูรณ์และครอบคลุมย่ิงข้ึน รวมถึงการนาข้อมูลย้อนหลังจากช่วงระยะเวลาต่าง ๆ มาวิเคราะห์ เพ่ือที่จะได้เป็น ประโยชน์ต่อองค์กรต่อไป และควรมีรูปแบบการแสดงผลรายงานในรูปแบบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับผู้ใช้ข้อมูล เช่น สาหรับผู้บริหารหรอื เจ้าหน้าที่ และพัฒนาให้รองรับการนาข้อมูลออกในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อนาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ในงานด้านอ่ืนได้ จากการทาการรวบรวมและวเิ คราะห์ขอ้ มูล โดยนาขอ้ มลู งานบรกิ ารมาจดั ทาเปน็ คลงั ขอ้ มลู และ จดั ทาแผงหนา้ ปัดรายงาน เพ่อื ใช้สนบั สนุนการตดั สนิ ใจในด้านต่างๆ เปน็ ผลใหก้ ารให้บรกิ ารเป็นไปอยา่ งมีระบบมาก ข้ึน ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก และสามารถนาไปวิเคราะห์และบริหารจัดการการให้บริการได้ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพมากยง่ิ ข้ึน ผใู้ ชบ้ รกิ ารสามารถทราบถึงขอ้ มลู การดาเนินงาน แนวโน้มการใช้บรกิ ารในแต่ละวันที่ มีการอพั เดตขอ้ มลู ตลอดเวลาผา่ นทางการแสดงผลดว้ ยภาพหรอื แผนภูมิ ทาให้ดูทันสมัย มคี วามน่าสนใจยิง่ ขน้ึ รายการอา้ งองิ สานักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2560). รายงานการประเมินตนเองตามเกณฑ์ EdPEx ระดับส่วนงาน สนับสนุน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ปีการศึกษา 2560 สานักหอสมุด บางเขน. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์ Azzam, T. & Stephanie D. H. Evergreen. (2013). Data Visualization. San Francisco: Wiley. Ferrari, A., & Russo, M. (2016). Introducing Microsoft Power BI. Washington: Microsoft. Hamauda, E. (2017). Data Analytics Lifecycle. Retrieved from https://orcalbiostat.github.io Powell, B. (2017). Microsoft Power BI Cookboo. Birmingham: Packt Publishing. Rad, R. ( 2017) . DirectQuery, Live Connection or Import Data? Tough Decision! . Retrieved from https://radacad.com/?p=6263 Wang, Y. (2018). InfoNice: Easy Creation of Information Graphics. New York: ACM.
การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ PULINET ครั้งท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมุด มหาวทิ ยาลยั ทักษณิ การศึกษาพฤติกรรมการสืบค้นและคาคน้ ของผู้ใชห้ อสมุดแห่งมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ A Study on Information Retrieval Behavior and Search Terms Usage of Thammasat University Library Users อสิ ร์ิยา หมเี งนิ งานจดั การทรพั ยากรสารสนเทศ หอสมดุ แห่งมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ [email protected] บทคดั ยอ่ วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งน้ีเพื่อให้ทราบถึงคาที่ใช้ในการสืบค้นและนามาปรับการกาหนด หัวเรื่องและคาสาคัญให้สอดคล้องกับคาค้นของผู้ใช้ รวมถึงให้ทราบถึงพฤติกรรมการสืบค้นเพื่อเป็นข้อมูลในการ พัฒนาบริการให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและได้รับสารสนเทศที่ตรงกับความต้องการ โดยการวิเคราะห์ Log file search ของฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha และสถิติที่เกี่ยวกับการสืบค้นผ่านระบบ One Search ในช่วงเวลา 1 ปี ต้งั แตเ่ ดือนสิงหาคม 2560 – กรกฎาคม 2561 ผลการศึกษาพบว่า ประเภททรัพยากรที่ถูกใช้งานผ่านระบบ One Search มากที่สุด คือ บทคัดย่อ จานวน 313,371 ครั้ง (ร้อยละ 80.92) รองลงมาคือ เอกสารฉบับเต็ม จานวน 70,002 ครั้ง (ร้อยละ 18.08) e-Book จานวน 2,056 ครั้ง (ร้อยละ 0.53) และส่อื มลั ตมิ ีเดีย จานวน 1,790 ครัง้ (รอ้ ยละ 0.46) ตามลาดับ ส่วนทรัพยากรที่ถูกใช้งานน้อยที่สุด คือ หนังสือเสียง จานวน 31 ครั้ง (ร้อยละ 0.01) โดยผู้ใช้ใช้ทรัพยากรทุก ประเภทผ่านระบบ One Search มากกว่าเข้าใช้จากฐานข้อมูลโดยตรง ส่วนฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha ผู้ใช้ส่วนใหญ่นิยมสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศภาษาไทยมากกว่าภาษาอื่น ๆ โดยใช้วิธีการสืบค้นแบบ Basic search มากที่สุด ร้อยละ 92.09 และเลือกใช้เขตข้อมูลคาสาคัญมากท่ีสุด ร้อยละ 84.14 อีกทั้งผู้ใช้เพียงส่วนน้อย รอ้ ยละ 11.30 ทจ่ี ะใชก้ ลยทุ ธ์ชว่ ยในการสืบคน้ และพบผลการสบื ค้นท่ีเป็นศูนยจ์ านวนทั้งสน้ิ 13,164 transactions (ร้อยละ 18.32) ของการสืบค้นทั้งหมด โดยเขตข้อมูลคาสาคัญได้ผลการสืบค้นเป็นศูนย์มากที่สุด ร้อยละ 78.33 สาเหตุหลกั ท่ีทาใหส้ บื ค้นไม่พบ ไดแ้ ก่ (1) คาค้นไม่มเี น้ือหาอย่ใู นฐานขอ้ มลู OPAC (2) ผู้ใช้พิมพผ์ ิด (3) คาค้นไมต่ รง กบั หวั เรือ่ งหรือขอ้ มูลบรรณานุกรมในฐานขอ้ มูล คาสาคัญ: พฤติกรรมการสบื คน้ , คาคน้ ของผใู้ ช้, การวิเคราะห์ Log file
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ PULINET ครั้งท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมุด มหาวิทยาลัยทกั ษิณ ABSTRACT The study examines the information searching behavior of Thammasat University Library users by log file search analysis from Koha (Open-Source Integrated Library System) and usage statistics via One Search (EBSCO discovery service) during August 2017-July 2018. The findings will be adapted for subject heading assignment improvement for the library service. The study found that the abstract was the most downloaded of source types from One Search 313,371 times (80.92%), full text downloaded 70,002 times (18.08%), e-Book 2,056 times (0.53%), and multimedia 1,790 times (0.46%) meanwhile the audio books were slightly downloaded 31 times (0.01%). Most users searched information via One Search more than direct databases. For Koha, most users retrieved Thai information resources by basic search method most (92.09%) and keywords searching was the most popular technique (84.14%). 11.30 % of the users had accessed their information by using other techniques like searching with limit search and collection limit was the most popular. There were 13,164 transactions (18.32%) for zero hits result and keywords searching was the most popular technique (78.33%). The main caused for zero hits searching were 1. The keyword does not exist in the OPAC 2. Wrong spelling 3. Keywords do not match with the subject headings or bibliographic records in databases. Keyword: Information Retrieval Behavior, Search Terms, Transactional Log Analysis บทนา การให้บริการทรัพยากรสารสนเทศถือเป็นหนึ่งในบริการหลักของหอสมุดแห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยกลุ่มผู้ใช้ของหอสมุดฯ ได้แก่ นักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย บุคลากรของมหาวิทยาลัย และประชาชนทั่วไป เข้าใช้บริการหอสมุดฯ ในการสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศสาหรับการเรียนการสอน การวิจัย และศึกษาหาความรู้เพ่ือเพ่ิมพูนทกั ษะชีวิตให้สามารถดารงตนอยู่ในสงั คมปัจจุบัน และเตรียมความพรอ้ มสู่อนาคตท่ี เปลี่ยนแปลง หอสมุดฯ ซึ่งมีบทบาทสาคัญในการสนับสนุนการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยและเป็นแหล่งการ เรียนรู้จึงต้องพัฒนาบริการที่ทาให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและได้รับทรัพยากรสารสนเทศที่ตรงกับความต้องการของ ตนเองมากทีส่ ดุ การเข้าถึงทรพั ยากรสารสนเทศของผูใ้ ชส้ ่วนใหญ่เป็นการสบื ค้นผ่านฐานข้อมูลตา่ ง ๆ ทห่ี อสมดุ ฯ จัดทาและจัดหา เช่น ฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศของหอสมุด (Koha-TUDB) และฐานข้อมูลออนไลน์ เป็นต้น อีกทั้งผู้ใช้สามารถสืบค้นทรัพยากรทุกประเภทที่หอสมุดฯเป็นผู้ผลิตหรือจัดหาเพื่อให้บริการ ได้จากจุดเดียวผ่าน ระบบ One Search ได้แก่ ทรัพยากรภายในห้องสมุดทั้งแบบตัวเล่มและออนไลน์ ทรัพยากรห้องสมุดที่อยู่ใน
การประชมุ วชิ าการระดับชาติ PULINET ครง้ั ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมุด มหาวิทยาลัยทักษิณ เครือขา่ ยความร่วมมอื TU THAIPUL และทรพั ยากรรูปแบบออนไลน์อ่นื ๆ ได้แก่ ฐานข้อมลู วารสารอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ที่หอสมุดฯจัดซื้อหรือได้รับการสนับสนุนจากสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) e-Book และหนังสือ เสยี งท่ีหอสมดุ ฯจัดซื้อ และวารสารที่ใหบ้ ริการแบบ Open access ซึ่งผู้ใช้จะไดร้ ับทรพั ยากรทตี่ รงกบั ความต้องการ ถ้าคาที่ใช้สืบค้นสอดคล้องกับข้อมูลทรัพยากรที่อยู่ในฐานข้อมูล เช่น ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง หัวเรื่อง ( Subject Headings) และคาสาคัญ (Keywords) แต่จากผลงานวิจัยทางบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ยังพบ ปญั หาความไมส่ อดคลอ้ งกันระหว่างคาคน้ ของผใู้ ชก้ บั หวั เรือ่ งหรือคาสาคัญที่บรรณารักษ์เป็นผู้กาหนด เปน็ สาเหตุให้ ผใู้ ชห้ าทรพั ยากรทต่ี ้องการไมพ่ บ ทง้ั ท่ีหอ้ งสมุดมีทรพั ยากรพร้อมให้บริการ สาหรับหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถึงแม้จะเปิดให้บริการฐานข้อมูลทรัพยากร สารสนเทศมาเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลพฤติกรรมการสืบค้นทรัพยากรของผู้ใช้ที่เป็นปัจจุบัน อาทิ วิธีการ สืบค้นทรัพยากร เทคนิคและกลวิธีที่ช่วยในการสืบค้น คาที่ใช้ในการสืบค้น และปัญหาในการสืบค้น เป็นต้น ดังนั้น บรรณารักษ์จงึ ไม่มขี ้อมูลท่ีใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงหัวเร่ืองและคาสาคัญ หรือการออกแบบบริการสารสนเทศ ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงทรัพยากรได้อย่างสะดวก ซ่ึงน่ันอาจเป็นเหตุผลท่ีทาให้ผู้ใช้พลาดโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรท่ี ต้องการ และทรพั ยากรที่เปน็ ประโยชนข์ องหอสมุดฯ ไมถ่ ูกนาไปใช้ ดังนั้นเพื่อให้บรรณารักษ์มีข้อมูลสาหรับกาหนดหัวเรื่องและคาสาคัญที่สอดคล้องกับคาค้นของ ผใู้ ช้มากย่งิ ข้นึ รวมถงึ หอสมดุ มแี นวทางในการพัฒนาบริการทรัพยากรสารสนเทศที่เหมาะสม นามาซ่ึงความสามารถ ในการเขา้ ถึงและได้รบั ทรัพยากรท่ตี รงกบั ความต้องการของผใู้ ชม้ ากทีส่ ุด ผ้ศู กึ ษาจึงสนใจศึกษาพฤติกรรมการสืบค้น และคาคน้ ของผู้ใชห้ อสมดุ แหง่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อให้ทราบถึงคาที่ผู้ใช้ใช้ในการสืบค้นและนามาปรับการกาหนดหัวเรื่อง ( Subject Headings) และคาสาคัญ (Keywords) ใหส้ อดคลอ้ งกบั คาคน้ ของผ้ใู ช้ 2. เพื่อให้ทราบถึงพฤติกรรมการสืบค้นของผู้ใช้เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาบริการให้ผู้ใช้ สามารถเขา้ ถงึ และได้รับสารสนเทศที่ตรงกบั ความตอ้ งการ ข้ันตอนและวธิ กี ารดาเนนิ งาน 1. ศกึ ษาเอกสารและวรรณกรรมทีเ่ ก่ยี วข้องเร่อื งพฤติกรรมการสบื คน้ และการวเิ คราะห์ Log file search 2. กาหนดประชากรและเลอื กกลมุ่ ตัวอยา่ ง ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ Log file search ในฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha และสถิติที่เกี่ยวกับการสืบค้นในระบบ One Search ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2560 – กรกฎาคม 2561 แต่ เนื่องจากข้อมูล Log file search ในฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha มีเป็นจานวนมาก จึงได้คัดเลือกกลุ่ม ตัวอย่าง Log file search ตามเดือน เป็นจานวนทั้งสิน้ 4 เดือน ด้วยวิธีการสุ่มตัวอยา่ งแบบงา่ ย (Simple random sampling) ได้แก่ 1) เดือนสิงหาคม 2560 2) เดือนมกราคม 2561 3) เดือนมีนาคม 2561 และ 4) เดือน พฤษภาคม 2561 ไดจ้ านวนกลุ่มตวั อย่างรวมท้งั สนิ้ 71,871 Transactions
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ PULINET ครง้ั ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมดุ มหาวิทยาลัยทกั ษณิ 3. กาหนดข้อมูลที่ต้องการใช้วิเคราะห์คาค้นและพฤติกรรมการสืบค้น ประกอบด้วยข้อมูลตาม ตารางท่ี 1 ตารางที่ 1 ขอ้ มลู ที่ใชว้ ิเคราะหค์ าคน้ และพฤตกิ รรมการสืบคน้ ระบบ One Search สถติ ิการเขา้ ใชท้ รัพยากร จาแนกตาม ระบบปฏบิ ตั ิการ (Operation system) เว็บเบราว์เซอร์ (Web browser) อุปกรณ์เคลือ่ นที่ (Mobile device) สถติ ิการสบื คน้ สถติ ิการใช้ทรัพยากร จาแนกตามประเภท ได้แก่ บทคดั ย่อ เอกสารฉบบั เตม็ หนงั สืออิเล็กทรอนิกส์ หนังสือเสียง และ สือ่ มลั ตมิ ีเดยี สถิตกิ ารใช้ทรพั ยากรผา่ นระบบ One Search กบั Interface อนื่ ๆ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha วันที่สบื คน้ (Date) ชว่ งเวลาการสืบค้น (Period time) คาค้น (Query) ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ภาษาอืน่ ๆ และ ตวั เลข เชน่ เลขเรียกหนังสอื , เลข ISBN, เลข Bib number เป็นต้น กลยทุ ธ์และกลวธิ ีในการสืบคน้ (Tactic) ไดแ้ ก่ วธิ กี ารสบื ค้น เขตข้อมลู (Search field) การสืบค้น ด้วยตรรกบูลนี (Boolean logic) กลยทุ ธส์ ืบค้นดว้ ยผแู้ ตง่ และช่ือเรอื่ งหรอื คาสาคญั การตดั ปลายคาและ การแทนคา (Truncation) การใช้เคร่ืองหมายอญั ประกาศ (Quotation marks) และการจากดั การ สบื ค้น (Limit search) จานวนผลการสบื ค้น (Bib found) จานวนผลการสบื ค้นทเ่ี ปน็ ศนู ย์ (Zero hits) สาเหตุผลการสบื คน้ เปน็ ศูนย์ 4. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย Log file search ในฐานข้อมูลระบบห้องสมุด อัตโนมตั ิ Koha และ สถติ ิท่เี กี่ยวกับการสืบค้นในระบบ One Search ต้งั แตเ่ ดือนสิงหาคม 2560 – กรกฎาคม 2561 โดยมีขน้ั ตอนการดาเนนิ การดังน้ี (รตานา ยามาเจริญ, 2561) 4.1 รวบรวมข้อมูล (Data collection) จากรายงานสถิติฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha ในส่วน OPAC จาแนกตามเดือนเพื่อให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ และเลือกรายงานสถิติจากระบบ One Search หัวข้อ “Reports & Statistics: EBSCOhost / EDS” และเลือกหัวข้อรายงาน “Standard Usage Reports” จากน้ันจดั เกบ็ ขอ้ มูลในรูปแบบไฟล์ Excel
การประชุมวชิ าการระดับชาติ PULINET คร้งั ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมดุ มหาวิทยาลัยทกั ษิณ 4.2 คัดเลือกข้อมูล (Data selection) ที่ต้องการนามาวิเคราะห์ สาหรับ Log file search ในฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha ได้คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างเปน็ จานวนทงั้ สิน้ 4 เดอื น ตามท่ีได้กล่าวในข้อ 2). ในสว่ นรายงานสถิติระบบ One Search คดั เลอื กข้อมูลต้งั แต่เดอื นสิงหาคม 2560 – กรกฎาคม 2561 โดยเลอื ก แสดงผลรายงานดงั น้ี - Interface Usage Report รายงานภาพรวมสถิติการสืบค้น สถิติการคลิกผลการ สืบค้น สถิติการใช้เอกสารฉบับเต็ม สถิติการใช้บทคัดย่อ สถิติการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สถิติการใช้หนังสือเสียง และสถิตกิ ารใช้ส่ือมัลติมเี ดยี - Database Usage Report รายงานสถิตกิ ารใชท้ รัพยากรฯ ผ่านระบบ One Search ได้แก่ สถิตกิ ารสืบค้นฐานข้อมูล สถิติการใช้เอกสารฉบับเต็ม สถิติการใช้บทคัดย่อ สถติ ิการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สถิตกิ ารใชห้ นงั สือเสยี ง และสถติ ิการใชส้ อื่ มัลตมิ เี ดยี - Login Usage Report รายงานสถิติการเข้าใช้ทรัพยากรฯ จาแนกตาม วิธีการLogin IP Address ผใู้ ช้ ระบบปฏิบัตกิ าร เวบ็ เบราว์เซอร์ และอปุ กรณ์เคลื่อนที่ 4.3 กาจดั ขอ้ มลู (Data cleansing) ทีม่ คี วามซา้ ซอ้ น ข้อมูลไมส่ มบูรณ์ หรอื ข้อมูลทไ่ี ม่ถูกต้อง ใน Log file search (Koha) ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกิดจากความผิดพลาดของระบบ ไม่ใช่คาค้นของผู้ใช้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ ไม่สามารถนาข้อมลู มาวเิ คราะหผ์ ลได้ 4.4 วิเคราะห์ขอ้ มลู ทางสถติ ิ ตามตารางที่ 1 โดยการแจกแจงความถี่ การหาค่ารอ้ ยละ และ การหาคา่ เฉล่ยี 5. เก็บรวบรวมขอ้ มูลและประมวลขอ้ มลู 6. วเิ คราะห์ข้อมลู สรุปผล อภิปรายผล ขอ้ เสนอแนะ และการนาไปใช้ประโยชน์ ผลการศึกษาที่ได้สามารถสรุปและเสนอแนะแนวทางปรับปรุงการให้หัวเรื่องและคาสาคัญ ระบบการสืบค้นและพฒั นาบริการไดต้ ามหัวข้อดังต่อไปนี้ 1. วิธีการเข้าใชท้ รัพยากร ผู้ใช้ที่สืบค้นทรัพยากรของหอสมุดฯ ส่วนใหญ่เข้าใช้จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่ง เป็นการสืบค้นภายในมหาวิทยาลัยและภายนอกมหาวิทยาลัยด้วยการใช้ EZProxy คดิ เป็นร้อยละ 60.02 รองลงมา เข้าใช้โดยบุคคลภายนอก (Guest access) ร้อยละ 39.88 แต่สถิติการใช้ EZProxy ซึ่งเป็นบริการเข้าถึงทรัพยากร ของหอสมุดฯ จากภายนอกมหาวิทยาลัยด้วยข้ันตอนท่ีง่ายและสะดวก มีสถิติการใช้อยู่ที่ร้อยละ 21 ของการสืบค้น จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หอสมุดฯ อาจเพิ่มการประชาสัมพันธ์วิธีใช้ EZProxy ให้มากยิ่งข้ึน ทั้งการ ประชาสัมพันธ์ผา่ นอาจารยผ์ สู้ อนซง่ึ เป็นผู้มีอิทธพิ ลตอ่ การใช้เครอ่ื งมือสบื คน้ ของนกั ศกึ ษา (Boger, Dybvik, Eng, & Norheim, 2016) และการสร้างจุดเข้าถงึ วธิ ใี ช้ EZProxy ดว้ ย QR Code ตามโรงอาหารหรือตึกคณะ เปน็ ต้น 2. อปุ กรณก์ ารสบื ค้น อปุ กรณ์ในการสืบค้นทไี่ ด้รับความนยิ มมากทส่ี ดุ คอื อปุ กรณ์คอมพิวเตอรต์ ้ังโต๊ะ/โนต้ บกุ๊ แตก่ าร ใช้ผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ตเริ่มได้รับความนิยมเช่นกัน โดยมีสถิติการใช้เป็นอันดับสองรองจากเครื่อง คอมพิวเตอร์ ดังนน้ั ถ้าตอ้ งการพัฒนาการสืบค้นผา่ นโทรศพั ท์มือถือ การออกแบบแอพพลิเคชันหรือ Interface หน้า
การประชมุ วิชาการระดับชาติ PULINET คร้งั ที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมดุ มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ สืบคน้ ไม่ควรซบั ซ้อน ควรทาหนา้ ต่างใหม่เพอื่ ไปยงั หนา้ สืบค้นใหมแ่ ละคงหน้าต่างสืบค้นเดมิ ไว้เพื่อความสะดวก ควร ทาทางลัดการสืบค้นผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น การสืบค้นเฉพาะเจาะจง การแนะนาคาค้น (Word suggestion) เพื่อ เป็นแนวทางการสืบค้นและลดปัญหาการพิมพ์ผดิ (Wu & Bi, 2017, pp. 663-665) อีกทั้งผลจากสถติ พิ บวา่ ผู้ใช้งาน ผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ IOS เป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 64.58 ของการใช้ผ่าน อปุ กรณ์เคลอื่ นท่ีท้ังหมด ดังนั้นห้องสมุดสามารถนาเทคโนโลยที ่ีทันสมยั จากการพัฒนาแอพลิเคชันโทรศัพท์มอื ถอื มา ปรับใช้ในการให้บริการห้องสมุดได้ เช่น Voice search, Visual image search, Virtual reality, Cloud computing, Virtual map เป็นต้น แต่ในส่วนการใช้ e-Book Collection (EBSCOhost) ผ่านแอพลิเคชัน โทรศัพทม์ ือถอื ยังมีการใชน้ อ้ ยเพียงรอ้ ยละ 0.53 3. เวบ็ บราวเซอร์ ผู้ใช้เข้าใช้ทรัพยากรผ่านเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome มากที่สุด ร้อยละ 55.59 รองลงมา เข้าใช้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ Firefox ร้อยละ 17.75 และเว็บเบราว์เซอร์ Mobile Safari ร้อยละ 8.62 ตามลาดับ บริการบนเว็บไซต์ต่าง ๆ ของห้องสมุดจึงควรเน้นให้ใช้งานได้อย่างเสถียรบนเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome, Firefox และ Mobile Safari เนอ่ื งจากเป็นเวบ็ เบราว์เซอร์ทผ่ี ใู้ ชข้ องหอสมุดฯ นิยมใชม้ ากทส่ี ดุ 4. ประเภททรัพยากรทใี่ ช้ ประเภททรัพยากรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากการสืบค้นผ่านระบบ One Search คือ บทคัดย่อ/ขอ้ มูลบรรณานกุ รม ร้อยละ 80.92 แสดงให้เห็นถงึ พฤติกรรมการสบื ค้นของผู้ใช้ท่ีทาการพิจารณาคัดสรร เนื้อหาทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการก่อนเข้าถึงเอกสารฉบับเต็ม ดังนั้นการที่บรรณารักษ์แค็ตตาล็อกให้เน้ือหา โดยสังเขปของทรัพยากรทั้งการจัดทาบทคัดย่องานวิจัย/รายงาน/บทความวารสาร หรือจัดทาสารบัญหนังสือ/ วารสาร และทาให้ผู้ใช้สามารถสืบค้นข้อมูลบทคัดย่อหรือสารบัญได้ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สืบค้นสารสนเทศที่ ตรงกับความต้องการได้อย่างสะดวก (ธิติวัฒน์ ตาคา, มาลี กาบมาลา และ ลาปาง แม่นมาตย์, 2559, น. 72-73; Groote, Shultz, & Blecic, 2014, p. 172) อีกทั้งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและเป็นการเพิ่มสถิติการ ใช้ทรัพยากรให้สูงขึ้น นอกจากนี้หอสมุดฯควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์หนังสือเสียง (Audiobook Collection (EBSCOhost)) ซง่ึ มีสถิตกิ ารใชท้ ้ังปีเพยี ง 31 คร้ัง (รอ้ ยละ 0.01) ให้มากขึน้ 5. การใช้ e-Book ผ้ใู ชส้ ่วนใหญใ่ ช้ e-Book Collection (EBSCOhost) ผา่ นการสบื คน้ จากระบบ One Search สงู ถึงร้อยละ 78.41 ในขณะที่เข้าใช้ยังฐานข้อมูลที่ให้บริการ e-Book โดยตรงเพียงร้อยละ 21.05 ซึ่งนโยบายของ หอสมุดฯตอ้ งการเพ่ิมสดั ส่วนการจัดซื้อ e-Book ให้มากข้ึน ดังนั้นเพื่อเป็นการเพ่ิมสถติ ิการใช้ e-Book ของหอสมุด ควรทาชอ่ งทางเข้าถึง e-Book Collection ซง่ึ เป็นการรวบรวม e-Book ท่ีหอสมุดฯจดั ซือ้ และผลติ ขึน้ เอง ไว้ในหน้า แรกของเว็บไซต์หอสมุดฯ เพื่อความสะดวกในการเข้าถึง รวมถึงการนาเสนอ e-Book ชื่อใหม่หรือเล่มที่กาลังได้รับ ความนิยม เพื่อดึงดูดการเข้าใช้ อกี ทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านส่ือสังคมออนไลน์ของหอสมดุ ฯ ในส่วนวิธีการใช้ e-Book ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่นิยมดาวน์โหลด แต่จะใช้การอ่านออนไลน์ ร้อยละ 88.38 อาจเนื่องจากข้อจากัดด้านอุปกรณ์หรือ ซอฟต์แวร์ทใี่ ชอ้ า่ น (Groote, Shultz, & Blecic, 2014) และ e-Book Collection (EBSCOhost) ที่มขี ้อจากดั เรอื่ ง Digital Rights Management (DRM) จะถกู กาหนดเงือ่ นไขจานวนหนา้ การดาวนโ์ หลดในรูปแบบไฟล์PDF
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ PULINET คร้งั ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมุด มหาวิทยาลัยทกั ษิณ 6. เครือ่ งมอื สืบค้น 6.1 Interface การสืบค้น เมื่อเทียบสถิติการสืบค้นระหว่างระบบ One Search กับ Interface การสืบค้นอื่น ๆ พบว่า ผู้ใช้เริ่มการสืบค้นทรัพยากรในฐานข้อมูลของหอสมุดฯ ด้วยการสืบค้นที่หน้า One Search ก่อน มากกว่าเข้าสืบค้นเฉพาะฐานข้อมูล ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการตั้งค่า Default เป็นเครื่องมือ สืบค้นแรกในหนา้ เวบ็ ไซตห์ อสมุดฯ ซง่ึ ผ้ใู ชส้ ่วนใหญม่ ักนิยมใช้ค่า Default ท่เี ครื่องมือสบื ค้นต้ังให้ (Dougan, 2018, pp. 93-94) แต่ในส่วนการแสดงผลควรนาเสนอทรัพยากรของหอสมุดฯให้อยู่ในลาดับแรก เนื่องจากผลการศึกษา จานวนการคลกิ ผลการสืบคน้ ของผใู้ ช้ในระบบ One Search พบว่า ผู้ใชค้ ลกิ เขา้ ดผู ลการสืบค้นอยูท่ ปี่ ระมาณ 2 คร้งั ตอ่ การสืบค้น 1 คร้ัง สอดคล้องกับผลการวิจัยท่ีวา่ พฤติกรรมผู้ใช้ไม่นิยมคลิกดูผลการสืบค้นในหน้าหลัง (Georgas, 2014; Trapido, 2016) ซึ่งการแสดงผลสืบค้นในระบบ One Search เรียงลาดับตามความเก่ียวข้องของทรัพยากร กบั คาค้นของผู้ใช้ โดยให้ค่าน้าหนักความเกี่ยวข้องระหวา่ งคาค้นที่สอดคล้องกับหัวเร่ืองเป็นหลัก ดังน้ันบรรณารกั ษ์ แค็ตตาล็อกควรให้ความสาคัญต่อความสอดคล้องของหัวเรื่องกับคาค้นที่ผู้ใช้นิยมสืบค้น และเพ่ิมการให้คาสาคัญที่ ตรงกับคาค้น เน่ืองจากการให้หัวเรื่องบางคายังมีข้อจากัดเรื่องการเป็นคาศัพท์ควบคุม รวมถึงการแสดงสัญลักษณ์ Full text ให้ชัดเจนในหน้าผลการสืบค้น ไมค่ วรใหผ้ ้ใู ชค้ ลกิ เขา้ ไปด้านในหลายคร้ัง เน่อื งจากความซับซ้อนทาให้ผู้ใช้ คิดว่าสืบค้นข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่มีทรัพยากรที่ต้องการ (Hanrath & Kottman, 2015, pp. 9-10) รวมถึงหมั่น ตรวจสอบข้อมูลทรัพยากรของหอสมุดฯ ว่าถูกแสดงในหน้าผลการสืบค้นของระบบ One Search ครบถ้วนเป็น ปัจจบุ นั หรอื ไม่ เพราะถา้ ทรัพยากรทีผ่ ใู้ ชต้ อ้ งการมีในหอสมุดฯ แตไ่ ม่ปรากฏในหนา้ ผลการสืบคน้ ความคุ้มค่าในการ จดั หาทรัพยากรยอ่ มลดลง 6.2 สถิติการสืบค้นแต่ละเดือน จากสถิติการสืบค้น พบว่า โดยส่วนใหญ่ช่วงใกล้สอบจะมี จานวนการสืบค้นสูง และในช่วงปิดภาคการศึกษาจานวนการสืบค้นทรัพยากรของหอสมุดฯ จะลดลงกว่าช่วงเปิด เรียน โดยเฉพาะทรัพยากรประเภทสิ่งพิมพ์ สอดคล้องกับสถิติการยืมหนังสือของหอสมุดฯระหว่างช่วงเวลาที่ศึกษา พบว่า เดือนที่มีสถิติการยืมหนังสือน้อยท่ีสุด คือ เดือนกรกฎาคม เดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม ตามลาดับ ซึ่ง เปน็ ชว่ งปิดภาคการศกึ ษาทงั้ สิ้น ดังนั้นการประชาสมั พันธ์ส่งเสรมิ การใชท้ รัพยากรของหอสมุดฯ ในช่วงปดิ ภาคเรียน อาจตอ้ งเน้นไปทที่ รพั ยากรในรูปแบบออนไลน์มากกว่าสิ่งพิมพ์ 6.3 ภาษาที่ใช้ในการสืบค้น จากสถิติการสืบค้นในฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha ผูใ้ ช้ส่วนใหญส่ ืบค้นด้วยภาษาไทยมากท่สี ดุ ร้อยละ 69.50 รองลงมาคือ ภาษาอังกฤษ รอ้ ยละ 24.93 แสดงใหเ้ ห็นถงึ ความตอ้ งการใช้ทรัพยากรภาษาไทยในฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอตั โนมัติ Koha เป็นหลัก ดังน้ันควรให้ความสาคัญ กับการลงรายการบรรณานกุ รม การกาหนดหัวเรื่อง/คาสาคญั การให้ข้อมูลสารบัญ หรอื ชอ่ งทางในการเข้าถึงอื่น ๆ ของทรัพยากรภาษาไทย อาทิ การพัฒนาคลังคาหัวเรื่องภาษาไทย การให้คาสาคัญที่สอดคล้องกับคาค้น ความสามารถในการสืบค้นไฟล์สแกนสารบัญในระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha เป็นต้น ในส่วนการสืบค้นภาษาที่ 3 เช่น ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จนี ญี่ปุ่น เปน็ ต้น แม้จะมีจานวนการสบื ค้นน้อยเพียงร้อยละ 0.34 แต่เพ่ือเป็นการเพิ่ม ช่องทางในการเข้าถึงทรัพยากรภาษาที่ 3 งานจัดการทรัพยากรสารสนเทศอาจต้องเพิ่มชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่งที่เป็น ตัวอกั ษรตามตน้ ฉบบั (ถ้าสามารถหาได)้ เพือ่ ให้ผู้ใช้สืบค้นทรพั ยากรไดง้ ่ายย่งิ ข้นึ ดงั ตัวอยา่ ง 100 Zhang, Bojiang. 245 Han yu gong neng yu fa yan jiu / ǂc Zhang Bojiang, Fang Mei zhu. 700 张伯江.
การประชมุ วิชาการระดับชาติ PULINET ครงั้ ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมดุ มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ 740 汉语功能语法研究. 7. กลยุทธแ์ ละกลวธิ ีในการสบื คน้ 7.1 เขตขอ้ มูลการสืบคน้ จากสถิตผิ ูใ้ ชส้ ่วนใหญน่ ยิ มสืบค้นด้วยเขตขอ้ มลู คาสาคัญ มากทสี่ ุด ร้อยละ 84.14 รองลงมาคือ เขตขอ้ มูลชือ่ ผู้แต่ง ร้อยละ 5.30 และเขตข้อมูลชอื่ เร่ือง รอ้ ยละ 4.45 ตามลาดบั ในสว่ น หัวเรื่องมีการใช้เพียงร้อยละ 2.33 สาเหตุที่การสืบค้นด้วยคาสาคัญได้รับความนิยมเนื่องจากเป็นการค้นที่ง่าย สะดวก และลักษณะยังคล้ายกับการสืบค้นใน Google ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผู้ใช้มีความคุ้นเคยอยู่แล้ว (นภัสกร กรวย สวัสดิ์, ลาปาง แม่นมาตย์, และมาลี กาบมาลา, 2559, น. 90) ดงั นั้นในหน้าการสืบคน้ หน้าแรกเขตข้อมูลที่มีให้ผู้ใช้ เลือกควรมีแค่ 3 ประเภท ได้แก่ คาสาคัญ ช่ือผู้แต่ง และชื่อเรื่อง ตามลาดับ แต่ผลเสียจากการสืบค้นด้วยคาสาคัญ คือ ผลลัพธ์การสืบค้นมีจานวนมาก ผู้ใช้ต้องเสียเวลาในการคัดกรองเนื้อหาท่ีตรงกับความต้องการ ดังนั้นการจากัด การสืบค้นด้วยเครื่องมือ Facet ในหน้าผลการสืบค้นจะช่วยลดจานวนผลการสืบค้นให้ตรงกับความต้องการมาก ยง่ิ ข้ึน 7.2 กลยุทธ์การสืบค้น จากการวิเคราะห์กลยุทธ์ที่ผู้ใช้ใช้ประกอบการสืบค้นมีการใช้น้อย เพียงร้อยละ 11.30 ของการสืบค้นทั้งหมด กลยุทธ์ที่ใช้มากที่สุด คือ การจากัดการสืบค้น รองลงมาเป็นการสืบค้น ดว้ ยตรรกบูลีน และการสืบค้นด้วยช่ือผู้แต่งประกอบกับช่ือเรื่อง/คาสาคัญ ส่วนหน่ึงอาจเกดิ จากผู้ใช้ไม่ได้เขา้ รบั การ อบรมการใช้ห้องสมุดและการสืบค้น หรือได้รับการอบรมแล้วแต่เมื่อเวลาผ่านไปทักษะในการจดจาวิธีการสืบค้น น้อยลง ดังนั้นหน้าสืบค้นควรมีกล่องตัวอย่างการใช้เครื่องมือติดกับช่องสืบค้น หรือลิงก์แนะนาการสอนสืบค้น เพื่อ แนะแนวการค้นใหผ้ ้ทู ่ีไมเ่ คยอบรมหรอื ไดร้ ับการอบรมแลว้ สามารถสืบคน้ ทรัพยากรได้ดียง่ิ ข้ึน (Khatun & Ahmed, 2018, pp. 499-500) 7.3 การจากัดการสืบค้น เมื่อพิจารณาเฉพาะกลยุทธ์การจากัดการสืบค้น ผู้ใช้เลือกจากัด การสืบค้นด้วยหมวดหมู่ทรัพยากร (Collection) มากที่สุด แสดงให้เห็นถึงความต้องการประเภททรัพยากรท่ี เฉพาะเจาะจง เช่น หนังสือ วิทยานิพนธ์ เป็นต้น ซึ่งถ้าผู้ใช้รู้จักการจากัดผลการสืบค้นด้วย Facet ซึ่งมีทั้งในระบบ One Search และ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha จะทาให้ได้ผลการสืบค้นที่ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้นและ เป็นการประหยัดเวลาในการคัดกรองผลการค้น ดังนั้นเรื่องการใช้ Facet ควรประกอบในเนื้อหาการแนะนาการใช้ ห้องสมดุ และการสืบคน้ ของหอสมดุ ฯ 8. จานวนผลการสบื ค้น ค่าเฉลี่ยจานวนผลการสืบค้นที่ผู้ใช้ได้รับอยู่ที่ 14 หน้า/ครั้งการสืบค้น สาเหตุท่ีได้ผลการสืบค้น จานวนมากเพราะผู้ใช้นิยมสบื ค้นด้วยคาสาคญั อกี ทั้งใชว้ ธิ ีการสืบค้นแบบ Basic search ร้อยละ 92.09 และมีเพยี ง ส่วนน้อยที่ใช้กลยุทธ์ช่วยในการสืบค้น โดยฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha ถูกตั้งค่าให้เรียงลาดับผลการ สืบค้นตามชื่อเรื่อง โดยระบบจะจับคาค้นที่ตรงกับข้อมูลในฐานและแสดงผลชื่อเรื่องตามลาดับอักษร ไล่จากตัวเลข ตัวอกั ษรภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ตามลาดับ ซึง่ ไมส่ อดคลอ้ งกับพฤตกิ รรมของผู้ใช้ในปัจจบุ ันท่ีใหค้ วามสนใจกับ ผลการสบื ค้นในลาดับแรก ๆ เท่าน้ัน อีกทั้งไม่สนใจผลการสืบค้นด้านล่างหรือหน้าถัดไป ถ้าไม่พบผลลัพธ์ที่ต้องการ ผู้ใช้จะสืบค้นใหม่หรือย้ายแหล่งสืบค้นไปที่อื่น เช่น Google รวมถึงพฤติกรรมผู้ใช้ไม่นิยมขอความช่วยเหลือจาก บรรณารักษ์/เจ้าหน้าที่ห้องสมุด (ศรัญญา โรจนวงศ์ชัย, 2559; Du & Evans, 2011; Georgas, 2014; Trapido, 2016) ส่งผลต่อทัศนคติที่มีต่อเคร่ืองมือสืบค้นของหอสมุดฯ คือ ใช้งานยากและไม่ได้รับทรัพยากรที่ต้องการ ดังนั้น
การประชมุ วิชาการระดบั ชาติ PULINET คร้งั ท่ี 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานักหอสมดุ มหาวทิ ยาลยั ทักษิณ เครื่องมือสบื คน้ ของหอสมุดฯ ควรเรียงผลการสืบค้นตามความเก่ียวข้องและเรยี งปพี ิมพ์จากใหม่ไปหาเกา่ เนื่องจาก ผใู้ ชน้ ิยมใช้ทรัพยากรที่มเี นือ้ หาใหม่ (ธติ ิวฒั น์ ตาคา, มาลี กาบมาลา และ ลาปาง แม่นมาตย์, 2559, น. 73-74) 9. ผลการสบื คน้ ทเ่ี ป็นศูนย์ โดยรวมผลการสืบค้นเป็นศูนย์อยู่ที่ ร้อยละ 18.32 ของการสืบค้นทั้งหมด โดยเขตข้อมูลคา สาคัญได้ผลการสืบค้นเป็นศูนย์มากท่ีสดุ ร้อยละ 78.33 เมื่อวิเคราะห์สาเหตุท่ีผู้ใช้สืบค้นแลว้ ไม่ได้ผลลัพธ์ ส่วนใหญ่ เกิดจากฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha ไม่มที รัพยากรท่ีมีเนื้อหาตรงกับคาที่ผู้ใช้สืบค้น อาจเกิดจากหลาย สาเหตุ เช่น สารสนเทศที่สืบค้นเป็นเร่ืองใหมย่ ังไม่มีข้อมลู ในฐาน ถ้าเปรียบเร่ืองเน้ือหาที่ทันสมยั ฐานข้อมูลวารสาร หรือฐานข้อมูลออนไลน์มีสารสนเทศที่เนื้อหาทันสมัยมากกว่า (กุลวรางขค์ ฤทธิเดช, เทอดศักดิ์ ไม้เท้าทอง, และ พวา พันธุ์เมฆา, 2557) ซึ่งในฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Koha จัดเก็บทรัพยากรประเภทหนังสือและ โสตทัศนวสั ดเุ ท่าน้ัน หรือการที่ผู้ใช้สบื คน้ ด้วยคาค้นภาษาธรรมชาติ (Natural language/Free text terms) ไม่ใช้ คาสาคัญสัน้ ๆ ลักษณะของคาอาจไมถ่ ูกต้องตามหลกั ไวยากรณแ์ ละไมต่ รงกบั ดรรชนคี าคน้ ท่ีอยู่ในฐานข้อมูล รวมถึง คาค้นที่เฉพาะเจาะจงเกินไป ข้อมูลบรรณานุกรมอาจให้รายละเอียดไม่พอ ตัวอย่างคาสาคัญที่ผู้ใช้สืบค้น เช่น บทบาทหน้าที่ae พ.ร.บ.สัตว์2558 การส่งตัวนักการเมือง ความขัดแย้งระหว่างพุทธศาสนากับศาสนาผี แนวคิด ทฤษฎีเก่ยี วกบั การจัดสรรท่ีดินของรัฐในรปู แบบโฉนดชมุ ชน เปน็ ต้น ผู้ใชต้ ้องดูเน้ือหาในตัวเล่มหรือสารบัญประกอบ โดยหนังสือภาษาไทยส่วนใหญ่ใช้การสแกนหน้าสารบัญซึ่งไม่สามารถสืบค้นเนื้อหาในหน้าสารบัญได้ ดังนั้นถ้ามี เทคโนโลยีที่สามารถสืบค้นไฟล์สแกนจะเพ่ิมโอกาสให้ผู้ใช้สืบค้นได้ผลลัพธ์ที่ต้องการมากยิ่งขึ้น เน่ืองจากสารบัญมี การใช้คาที่สอดคล้องกับเนื้อหาภายในเล่ม และเป็นคาศัพท์ที่เฉพาะเจาะจง สาเหตุลาดับที่สองที่ผู้ใช้สืบค้นแล้วไม่ พบ คือ ปัญหาผู้ใช้พิมพ์ผิดหรือสะกดผิด การนาเทคโนโลยี Word Suggestions เช่นเดียวกับระบบ One Search และ Feature “Did You Mean” เหมือนเครื่องมือสืบค้น Google จะช่วยลดปัญหาการพิมพ์คาค้นผิด การเว้น วรรคคาไม่ถูกต้อง การใช้คาค้นไม่ตรงกับในฐานข้อมูล หรือปัญหาที่ผู้ใช้คิดคาสืบค้นไม่ออกได้ (Hanrath & Kottman, 2015; Khatun & Ahmed, 2018) ในส่วนปญั หาการใช้คาค้นไม่ตรงกับหัวเรื่องหรอื ขอ้ มลู บรรณานุกรม ในฐานข้อมูลมีจานวนทั้งส้ิน 346 transactions งานจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ควรนาคาค้นของผู้ใช้ทไ่ี ด้จากการ วเิ คราะห์ ไปปรับหัวเร่ืองในฐานข้อมูล หรือขอ้ ตกลงการลงรายการบรรณานุกรมทรัพยากรฯ ให้สอดคล้องกบั คาค้น ของผใู้ ชต้ ่อไป แนวทางสาหรับการศกึ ษาในอนาคต ศึกษาพฤติกรรมการสืบค้นทรัพยากรของผู้ใช้โดยการสัมภาษณ์หรือการสนทนากลุ่มเพื่อให้ได้ ข้อมลู เชงิ ลึกถึงเหตผุ ล ทัศนคติ และความคิดเหน็ ทผ่ี ใู้ ชม้ ตี ่อการสืบคน้ ทรพั ยากรของหอสมุดฯ รายการอา้ งอิง กลุ วรางขค์ ฤทธเิ ดช, เทอดศกั ดิ์ ไมเ้ ท้าทอง, และ พวา พันธุเ์ มฆา. (2557). พฤติกรรมการแสวงหาสารสนเทศเพอื่ การทาวิจยั ของนักวจิ ยั ใน บรษิ ัท ศูนยว์ จิ ัยกสกิ รไทย จากดั . วารสารบรรณศาสตร์ มศว, 7(1), 40-52. ธติ ิวฒั น์ ตาคา, มาลี กาบมาลา, และ ลาปาง แม่นมาตย.์ (2559). พฤตกิ รรมการค้นคืน และการเข้าถึงความรดู้ า้ น พลังงานของนักวิจัย. วารสารสารสนเทศศาสตร,์ 34(1), 54-93.
การประชุมวชิ าการระดบั ชาติ PULINET ครั้งที่ 10 : Library Transformation in a Disrupted World, 8-9 มกราคม 2563, สานกั หอสมุด มหาวิทยาลัยทักษณิ นภสั กร กรวยสวสั ด,์ิ ลาปาง แม่นมาตย,์ และ มาลี กาบมาลา. (2559). พฤติกรรมการเขา้ ถึงสารสนเทศและการใช้ คาศัพท์ในการสืบคน้ ทรัพยากรสารสนเทศ สาขาบริหารธรุ กจิ และเศรษฐศาสตร์ของผ้ใู ช้. วารสาร สารสนเทศศาสตร,์ 36(1), 69-108. รตานา ยามาเจริญ. (2561). การวิเคราะห์คาค้น ในรูปแบบ Word cloud เพอ่ื สนบั สนุนงานบริการสารสนเทศ ของหอ้ งสมดุ . PULINET Journal, 6(2), 79-84. ศรัญญา โรจนวงศช์ ัย. (2559). พฤตกิ รรมการสบื คน้ ทรัพยากรสารสนเทศดว้ ยโอแพค (OPAC): กรณีศกึ ษา นกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สงขลา : รายงานการวจิ ัย. สงขลา: มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สงขลา. Boger, T. S., Dybvik, H., Eng, A.-L., & Norheim, E. H. (2016). An assessment of library instruction: its influence on search behavior of first- and third-year students. Journal of Information Literacy, 10(2), 63-77. Dougan, K. (2018). The “Black Box”: how students use a single search box to search for music materials. Information Technology and Libraries, 37(4), 81-106. doi: https://doi.org/10.6017/ital.v37i4.10702 Du, J.T., & Evans, N. (2011). Academic library services support for research information seeking. Australian Academic & Research Libraries, 42(2), 103-120. Georgas, H. (2014). Google vs. the Library (Part II): Student search patterns and behaviors when using Google and a federated search tool. Libraries and the Academy, 14(4), 503-532. Groote, S.L.D., Shultz, M., & Blecic, D.D. (2014). Information-seeking behavior and the use of online resources: a snapshot of current Health Sciences Faculty. J Med Lib Assoc, 102(3), 169-176. doi: 10.3163/1536-5050.102.3.006. Hanrath, S., & Kottman, M. (2015). Use and usability of a discovery tool in an academic library. Journal of Web Librarianship, 9, 1–21. Khatun, A., & Zabed Ahmed, S.M. (2018). Usability testing for an open-source integrated library system: A task-based study of the Koha OPAC interface. The Electronic Library, 36(3), 487-503. Trapido, I. (2016). Library discovery products: discovering user expectations through failure analysis. Information Technology and Libraries, 9-26. doi:10.6017/ital.v35i2.9190. Wu, D., & Bi, R. (2017). Impact of device on search pattern transitions: a comparative study based on large-scale library OPAC log data. The Electronic Library, 35(4), 650-666. doi: https://doi.org/10.1108/EL-10-2016-0239
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113