Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมใบความรู้ ม.ต้น 1/2563

รวมใบความรู้ ม.ต้น 1/2563

Published by nissaa.nga, 2020-06-05 05:18:03

Description: รวมใบความรู้ ม.ต้น 1/2563

Search

Read the Text Version

98 ใบควำมรู้ คร้งั ท่ี 18 วิชำโครงงำนเพือ่ พัฒนำทกั ษะกำรเรียนรู้ รหัสวชิ ำ ทร02006 ระดบั มธั ยมศกึ ษำตอนต้น เรอื่ ง หลกั กำรและแนวคิดของโครงงำนเพอื่ พัฒนำทกั ษะกำรเรยี นรู้ หลักกำรของโครงงำนเพ่อื พัฒนำทักษะกำรเรียนรู้ ผู้เรียนจะมีความเข้าใจและสามารถนาโครงงานไปใช้ในการแสวงหาความรู้ได้อย่างดี ดังน้ันผู้เรียนควรมี โลกทัศน์ต่อโครงงานเพ่ือพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่กว้างขวาง ซ่ึงจาเป็นต้องทาความเข้าใจหลักการของโครงงาน ซงึ่ ได้ประมวลหลักการเฉพาะท่สี าคัญมาให้ศกึ ษาดงั น้ีหลกั การของการทาโครงงานเพ่ือพฒั นาทักษะการเรียนรู้ 1) เนน้ การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 2) ผูเ้ รยี นเปน็ ผวู้ างแผนในการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง 3) ผู้เรยี นลงมอื ปฏบิ ตั ดิ ้วยตนเอง 4) ผู้เรียนเป็นผนู้ าเสนอโครงงานดว้ ยตนเอง 5) ผ้เู รียนร่วมกาหนดแนวทางวัดผลและประเมินผล จดุ ม่งุ หมำยของกำรทำโครงงำน (www. thaigoodview.) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2545 หมวด 4 มาตรา 22 กลา่ วว่า “การจัดการศกึ ษายดึ หลกั วา่ ใหผ้ เู้ รยี นทกุ คนมคี วามสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และ ถือว่ามีความสาคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและ เต็ม ศักยภาพ” และมาตรา 24 กล่าวว่า “การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ดาเนินการดังต่อไปน้ี...(7) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน... (11) ฝึกทักษะกระบวนการคิดและการจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกัน และแก้ปัญหา...(15) จัดกจิ กรรมให้ผเู้ รยี นได้เรยี นรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทาได้คิดเป็นทาเป็น รัก การอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเน่ือง...(23) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ต่างๆ อย่างได้ สัดสว่ นสมดลุ กัน รวมทงั้ ปลูกฝังคณุ ธรรมค่านยิ มท่ีดงี าม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ไวใ้ นทุกวิชา...(33) จัดการ เรียนรใู้ ห้เกดิ ขน้ึ ไดท้ ุกเวลา ทุกสถานท่ี มีการประสานความร่วมมือกับบิดา มารดา ผู้ปกครองและบุคคล ในชุมชน ทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ” “โครงงานเป็นกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีใช้พัฒนา ความสามารถของผู้เรียน อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ ตอบสนองต่อกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ จึงมี ความจาเปน็ อยา่ งยิง่ ทค่ี รูตอ้ งนาไปใชใ้ นการจัด กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถของผู้เรียนในทุกสาระ การเรียนรู้ซึ่งผู้เรียนต้องมีความสามารถใน การเลือกสรรให้ถูกต้อง และเหมาะสมกับระดับการศึกษาของตนเอง รวมถงึ ความสามารถในการนาความรู้ที่ เกิดจากการเสาะแสวงหาไปประยุกต์ใช้ชีวิตจริงได้จึงนับว่าเป็นการปฏิรูป ผู้เรียนใหร้ ู้จักแสวงหาความรู้ดว้ ย ตนเองจากสื่อท่ีหลากหลายอยา่ งตอ่ เนอ่ื งและย่ังยืน” เรียนรู้เพ่มิ เติม https://www.youtube.com/watch?time_continue=2&v=R8OBke0u08M&feature=emb_logo

99 แนวคิดของโครงงำนเพ่ือพัฒนำทกั ษะกำรเรยี นรู้ การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นการเรียนรู้ท่ีให้ความสาคัญต่อผู้เรียน ในการเลือกเรียนส่ิงต่างๆ ด้วยตนเอง ท้งั เน้ือหา วธิ กี าร โดยมีครูเป็นผคู้ อยอานวยความสะดวก ช่วยเหลอื ให้ผเู้ รยี นไดป้ ระสบความสาเร็จในการเรียน ทั้ง ในแง่ของความรู้ด้านวิชาการ และความรู้ที่ใช้ในการดาเนินชีวิตและการทางานในอนาคตเป็นผู้ที่มีความสมดุลทั้ง ด้านจิตใจ รา่ งกาย ปญั ญา อารมณ์ และสังคม การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนเรื่องการจัดทาโครงงาน น้ัน นอกจากจะมคี ุณคา่ ทางดา้ นการฝึกให้ผู้เรียนมีความร้คู วามชานาญและมีความม่ันใจในการนาเอาวิทยาศาสตร์ ไปใชใ้ นการแกป้ ญั หาหรอื คน้ ควา้ หาความรูต้ ่างๆ ดว้ ยตนเองแลว้ ยังให้คณุ คา่ อื่นๆ คอื 1) รู้จกั ตอบปัญหาโดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ไมเ่ ป็นคนท่ีหลงเชื่องมงายไร้เหตผุ ล 2) ไดศ้ ึกษาค้นคว้าหาความร้ใู นเรื่องท่ีตนสนใจ ได้อย่างลึกซ้งึ กว่าการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ของครู 3) ทาให้ผ้เู รียนได้แสดงออกถงึ ความสามารถพิเศษของตนเอง 4) ทาใหผ้ ู้เรยี นเกิดความสนใจเรยี นในกลมุ่ สาระการเรยี นรูน้ ั้นๆ มากย่ิงขึ้น 5) ผเู้ รยี นไดใ้ ชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ กำรเรียนร้โู ดยใชโ้ ครงงำน สำมำรถชว่ ยให้ผเู้ รียนได้ฝึกทกั ษะสำคญั ๆ ดังน้ี 1) สมั พันธภาพระหว่างบคุ คล (Interpersonal skill) 2) การแก้ปญั หาและความขัดแย้ง (Conflict resolution) 3) ความสามารถในการถกเถียงเจรจาเพอ่ื นาไปสู่การตดั สนิ ใจ (Consensus on decision) 4) เทคนิคการติดต่อส่ือสารระหว่างบุคคลที่มีประสิทธิภาพ (Effective interpersonal Communication techniques) 5) การจดั การและการบริหารเวลา (Time management) 6) เตรยี มผ้เู รียนเพื่อจะออกไปทางานรว่ มกับผู้อื่น 6.1) ทักษะในแง่ความรู้เก่ียวกับความสามารถในการควบคุมจิตใจและควบคุมตนเอง (Discipline knowledge) 6.2) ทกั ษะเก่ยี วกับกระบวนการกลมุ่ (Group-processskill) 7) ช่วยให้ผู้เรียนได้มีความรู้มากขึ้น มีมุมมองหลากหลาย(Multi perspective) อันจะนาไปสู่ ความสามารถทางสติปัญญา การรับรู้ ความเข้าใจ การจดจา และความสามารถในการทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้ดี ยิ่งขึ้น 8) เพมิ่ ความสามารถในการเขา้ ใจสิง่ ตา่ งๆ ไดด้ ีขึน้ อันนาไปสู่ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และทักษะ การสอื่ สาร (Criticalthinking and Communication skill) (Freeman, 1995) 9) ช่วยสนับสนุนการพัฒนาทักษะการทางานเป็นทีม จากการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential learning) (Kolb, 1984) 10) การเรียนแบบโครงงานช่วยให้เกิดการเรียนรู้แบบร่วมมือกัน (Cooperative learning) ในกลุ่มของ ผู้เรียน ซ่ึงผู้เรียนแต่ละคนจะแลกเปลี่ยนความรู้ซ่ึงกันและกันในการเรียน โดยอาศัยกระบวนการกลุ่ม(group dynamic)

100 แนวคิดสำคัญ การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นการเรียนรู้ที่เช่ือมโยงหลักการพัฒนาการคิดแบบบลูม (Blom) ท้ัง 6 ข้ันคือ ความรู้ความจา (Knowledge) ความเข้าใจ (Comprehension) การนาไปใช้ (Application) การวิเคราะห์ (Analysis) การสังเคราะห์ (Synthesis) การประเมินค่า (Evaluation) และยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ต้ังแต่การ วางแผนการเรยี นรู้ การออกแบบการเรียนรู้ การสร้างสรรคป์ ระยุกตใ์ ช้ผลผลติ และการประเมินผลงานโดยผู้สอนมี บทบาทเปน็ ผ้จู ัดการเรียนรู้ แคทซ์และชาร์ด (Katz and Chard, 1994) กล่าวถึงการสอนแบบโครงงานว่า วิธีการสอนน้ีมี จุดมุ่งหมายท่ีจะพัฒนาผู้เรียนทั้งชีวิตและจิตใจ (Mind) ซึ่งชีวิตจิตใจในที่น้ีหมายรวมถึง ความรู้ ทักษะ อารมณ์ จรยิ ธรรมและความรสู้ ึกถึงสุนทรยี ศาสตร์ และไดเ้ สนอวา่ การจัดการเรยี นการสอนโดยใช้การสอนแบบ โครงงานวา่ ควรมเี ปา้ หมายหลกั 5 ประการ คือ 1) เป้าหมายทางสติปัญญาและเป้าหมายทางจิตใจของผู้เรียน (Intellectual Goals and the Life ofthe Mind) คือการจัดการเรียนการสอนแบบเตรียมความพร้อม มุ่งให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับส่ิงแวดล้อมอย่าง หลากหลาย และการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ รอบตัว ผู้เรียนควรจะได้เข้าใจประสบการณ์และส่ิงแวดล้อมรอบ ตัวอยา่ งลกึ ซ้ึง ดงั นั้นเป้าหมายหลักของการเรียนระดบั น้ี จงึ เป็นการม่งุ ให้ผู้เรยี นพฒั นาความรู้ ความเข้าใจโลกท่ีอยู่ รอบๆ ตวั เขา และปลกู ฝังคุณลกั ษณะการอยากรอู้ ยากเรยี นให้กับผู้เรยี น 2) ความสมดุลของกิจกรรม (Balance of Activities) การสอนแบบโครงงานจะทาให้ผู้เรียน ได้ปฏิบัติ กิจกรรมที่เหมาะสมทั้งกิจกรรมทางวิชาการ ใช้กิจกรรมเป็นส่ือทาให้เกิดการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ ทา กจิ กรรมคน้ หาความรู้ เป็นการเรียนร้ผู า่ นการเล่นและการมีปฏิสัมพันธ์กบั สง่ิ แวดล้อมต่างๆ ท่ีอยูร่ อบตัว 3) สถานศึกษาคอื สว่ นหน่ึงของชวี ติ (School as Life) การเรียนการสอนในสถานศึกษาต้องเป็นส่วนหนึ่ง ในชีวิตของผ้เู รยี นไม่ใช่แยกออกจากชวี ิตประจาวนั โดยทวั่ ไป กจิ กรรมในสถานศึกษาจึงควรเป็นกิจกรรมที่เก่ียวข้อง กับการดาเนนิ ชีวติ ปกติ การมปี ฏสิ มั พันธ์กบั สงิ่ แวดล้อมและผคู้ นรอบๆ ตัวผเู้ รยี น 4) ศกร.เป็นชุมชนหน่ึงของผู้เรียน (Community Ethos in the Class) ทุกคนมีลักษณะเฉพาะตัวการ สอนแบบโครงงานเปดิ โอกาสให้ผเู้ รียนแต่ละคนไดแ้ สดงออกถึงคณุ ลักษณะ ความรู้ ความเข้าใจ ความเช่อื

101 ของเขา ในการจดั กิจกรรมการเรียนรแู้ บบน้จี ึงเกิดการแลกเปลยี่ น การมปี ฏสิ มั พนั ธก์ ันอย่างลกึ ซง้ึ ผู้เรียนได้เรยี นรู้ ความแตกตา่ งของตนกบั เพื่อนๆ 5) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นส่ิงท่ีท้าทายครู (Teaching as a Challenge) ในการจัดกิจกรรมการ เรียนร้แู บบโครงงาน ครไู มใ่ ช่ผถู้ า่ ยทอดความรู้ใหก้ ับผูเ้ รียน แต่เป็นผู้คอยกระต้นุ ช้ีแนะ และให้ความสะดวกในการ เรียนรูข้ องผ้เู รยี น โครงงานบางโครงงานครูเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับผู้เรียน ครูร่วมกันคิดหาวิธีแก้ปัญหา ลงมือปฏิบัติ ไปด้วยกนั ถือเป็นการเรียนรรู้ ่วมกนั เรียนรู้เพิม่ เติม https://www.youtube.com/watch?v=AhU876lqhf0&feature=emb_logo

102 ใบควำมรู้ ครงั้ ท่ี 19 วชิ ำโครงงำนเพ่อื พัฒนำทกั ษะกำรเรียนรู้ รหัสวชิ ำ ทร02006 ระดับมธั ยมศกึ ษำตอนต้น เร่ือง ควำมหมำยของโครงงำนเพอื่ พัฒนำทกั ษะกำรเรียนรู้ ควำมหมำยของโครงงำนเพ่ือพฒั นำทกั ษะกำรเรียนรู้ มีผู้รู้ได้ให้ความหมายของคาว่าโครงงานไว้ในหลายมุมมอง ซึ่งได้ประมวลมาให้ผู้เรียนได้ศึกษาดังน้ี “โครงงาน” หมายถึง วิธีการเรียนวิธีหน่ึงท่ีผู้เรียนมุ่งทางานเพื่อให้เกิดความรู้ ควบคู่กับการทางานให้บรรลุ เปา้ หมาย มใิ ชม่ ่งุ ทางานเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายอย่างเดียว ผู้ทาโครงงานจะต้องกาหนดภาระงานใด ภาระงานหนึ่ง ขึน้ มาทา แล้วใช้ภาระงานนั้นทาภาระงานอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่าภาระงานการศึกษาเรียนรู้ สร้างความรู้ข้ึนเพื่อนา ความรู้ไปใช้ปรับปรุงการทางานให้บรรลุเป้าหมาย ในระหว่างที่ทางานให้บรรลุเป้าหมายก็ทางานเพ่ือการศึกษา เรียนรอู้ ีกควบคกู่ ันไปตลอด (จานง หนนู ลิ . 2546:13) “โครงงาน” คือ การศึกษาค้นคว้าหาความรู้หรือหาคาตอบในข้อสงสัยเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง อย่างลึกซ้ึงด้วย วิธีการที่หลากหลาย เกิดภาระงานในการศึกษาค้นคว้าด้วยความสนใจของผู้เรียนเอง มีคุณค่ากว่าการทางานให้ บรรลุเป้าหมายทเี่ รียกวา่ การทาโครงการ หรอื การทารายงานธรรมดาท่มี ผี ้กู าหนดหัวขอ้ ข้นึ ใหไ้ ปทา” (จานงหนูนิล. 2546:14 ) “โครงงาน” หมายถึง กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า และลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตาม ความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอ่ืนไปใช้ใน การศึกษาหาคาตอบ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนาและให้คาปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ต้ังแต่ การเลือก หัวข้อที่จะศึกษาค้นคว้า ดาเนินการวางแผน กาหนดขั้นตอนการดาเนินงาน และการนาเสนอผลงาน ซึ่งอาจทา เปน็ รายบคุ คลหรอื เปน็ กลมุ่ (วโิ รจน์ ศรโี ภคา และคณะ. 2544:9 ) “โครงงาน” คือ งานวิจัยเล็กๆ สาหรับผู้เรียน เป็นการแก้ปัญหาหรือข้อสงสัย หาคาตอบโดยใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หากเน้ือหาหรือข้อสงสัยเป็นไปตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ใด จะเรียกว่าโครงงานใน กลมุ่ สาระนั้นๆ (www. tet2. org/index.) “โครงงาน” คือ การเรียนรู้ท่ีเกิดจากความสนใจของผู้เรียน ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับส่ิงใดสิ่งหน่ึง หรือหลายๆ ส่งิ ท่ีสงสัยและตอ้ งการคาตอบใหล้ กึ ซ้ึงชดั เจน หรอื ต้องการเรยี นรู้ในเร่ืองนั้นๆ ให้มากขึ้นกว่าเดิมโดย ใชค้ วามรู้หลายๆ ดา้ นและทักษะกระบวนการท่ีตอ่ เนือ่ ง มีการวางแผนในการศึกษาและรับผิดชอบปฏิบัติตามแผน จนได้ข้อสรปุ หรือผลการศกึ ษา หรือคาตอบเกี่ยวกับเรื่องน้ันๆ อยา่ งเปน็ ระบบ เรอ่ื งที่จะทาโครงงานควรเป็นเร่ืองท่ี ผู้เรียนสนใจ และสอดคล้องตามสาระการเรียนรู้ตามรายวิชาน้ัน (สานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย.แนวทางการจัดการเรียนร้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 .นนทบรุ ี : บรษิ ัทไทย พบั บลคิ เอ็ดดูเคชั่น จากดั , 2553.) โครงงาน (project) จึงเป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างผู้เรียนกับห้องเรียน และโลกภายนอก ซ่ึงผู้เรียน สามารถจะนาความรทู้ ่ไี ดร้ บั มาปรับใช้ได้ในชีวิตจริงของผู้เรียน ท้ังนี้เพราะว่า ผู้เรียนต้องนาเอาความรู้ท่ีได้จากชั้น เรียนมาบูรณาการเข้ากับกิจกรรมท่ีจะกระทา เพ่ือนาไปสู่ความรู้ใหม่ๆ ด้วยการสร้างความหมายการแก้ปัญหา และการค้นพบด้วยตนเอง ผู้เรียนต้องสร้างและกาหนดความรู้ จากความคิดและแนวคิดที่มีอยู่กับความคิดและ แนวคิดท่ีเกิดข้ึนใหม่ ทาให้เกิดการปรับเปล่ียนความรู้ให้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ส่ิงใหม่ตามมุมมองในทัศนะ ต่างๆ ท่รี วบรวมมาให้ผเู้ รยี นได้ศึกษา จะเห็นได้ว่าโครงงานเป็นวิธีแสวงหาซึ่งความรู้ด้วยตนเองอีกหนทางหนึ่ง ซึ่ง มีคุณค่าแตกต่างไปจากการเรียนรู้ด้วยวิธีอ่ืนๆ อยู่บ้าง โดยมีข้อเด่นตรงที่เป็นการแสวงหาความรู้ที่ต้องสัมผัสด้วย ตนเอง อย่างไรก็ตามผู้เรียนควรสรุปความหมายของคาว่า โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เป็นความเข้าใจ ของตวั ท่านเอง

103 https://www.youtube.com/watch?v=rMl1N_k3o14&feature=emb_logo ควำมหมำยของกำรเรียนรแู้ บบโครงงำน การเรียนรู้แบบโครงงาน คือ การจัดให้นักศึกษารวมกลุ่มกันทากิจกรรมร่วมกัน โดยมีจุดมุ่งหมายใน การศกึ ษาหาความรู้ หรอื ทากจิ กรรมใดกิจกรรมหนึ่งตามความสนใจของนักศึกษา การเรียนรู้แบบโครงงานน้ีจึงมุ่ง ตอบสนองความสนใจ ความกระตือรือร้น และความใฝ่เรียนรู้ของผู้เรียนเอง ในการแสวงหาข้อมูล ความรู้ต่างๆ เพ่ือทาโครงงานร่วมกันให้ประสบความสาเร็จตามจุดมุ่งหมายของโครงงาน การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็น ศนู ย์กลางการเรียนรู้ (Project Centered Learning) ซ่ึงหมายถงึ การกระทากจิ กรรมร่วมกัน ช่วยเหลือกันในการ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในกลุ่ม ด้วยวิธีการปฏิบัติจริง เพื่อการเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา อันนาไปสู่ความสามารถใน การคดิ วเิ คราะห์ แสวงหาขอ้ มูลและแนวทางในการแก้ปัญหาเหล่านั้น การเรียนรู้แบบโครงงานอาจมีช่ือเรียกอื่นท่ี มีความหมายเดียวกัน ได้แก่ การเรียนรู้โดยใช้โครงงาน การเรียนรู้แบบโครงการ การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็น ศนู ยก์ ลางการเรยี นรู้ ในเรือ่ งความหมาย ได้มผี ูก้ ล่าวถงึ ไวห้ ลายคน เช่น จากิซ และโรบิน (Jaques, 1984; Robbins, 1997) ได้ให้ความหมายของวิธีการเรียนรู้แบบโครงงาน (Group Project) ว่าหมายถึง การรวมกลุ่มกันของบุคคลมากกว่า 2 คนขึ้นไป มีปฏิสัมพันธ์กันร่วมกันกระทา กิจกรรมอันนาไปสู่จุดมุ่งหมายบางประการ นอกจากน้ันแล้วโครงงานเป็นการจัดสถานการณ์ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้ทางานรว่ มกนั แลกเปลยี่ นขอ้ มูลซึ่งกัน และกันและสนบั สนุนกนั ในการเรียนรู้ (Fascilitate Learning) สุชาติ วงศ์สุวรรณ (2542) กล่าวถึงความหมายของการเรียนรู้โดยใช้โครงงานว่าหมายถึง การจัดการ เรียนรู้อีกรูปแบบหน่ึง ที่เป็นการให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงในลักษณะของการศึกษา สารวจ ค้นคว้า ทดลอง ประดษิ ฐ์คดิ ค้น โดยมคี รูเป็นผู้กระตุน้ แนะนา และให้คาปรกึ ษาอยา่ งใกล้ชดิ สรุปได้ว่า การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นการเสริมสร้างศักยภาพการเรียนรู้ของแต่ละคน ให้ได้รับการ พัฒนาได้เต็มขีดความสามารถที่มีอยู่อย่างแท้จริง ทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ได้เรียนวิธีการเรียนรู้ สามารถสรา้ งองคค์ วามร้ไู ดด้ ว้ ยตนเอง รวมท้ังปลกู ฝงั นิสัยรักการเรยี นรู้ อนั จะนาไปส่กู ารเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ได้ในทีส่ ดุ ความสาคญั ของการเรียนรู้แบบโครงงาน การที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านโครงงาน ทาให้มองเห็นความสัมพันธ์ ระหว่างความคิดกับข้อเท็จจริง ซ่ึงจะถูกเชื่อมโยงเข้าเป็นเร่ืองเดียวกัน ในลักษณะของความสัมพันธ์และการ เชื่อมโยง อันจะสามารถนาไปใช้ในสถานการณ์อ่ืนได้อย่างหลากหลาย สามารถบูรณาการความรู้มาช่วยกันทา โครงงาน เรยี นรู้จกั การทางานรว่ มกบั ผู้อ่ืน รู้จกั การหาขอ้ มูลความรตู้ า่ งๆ ดว้ ยตนเองฝึกทักษะการส่ือสาร รู้จักการ คิดแก้ไขปัญหาในสว่ นของผู้เรียน การเรียนรู้จากโครงงานถือได้ว่าเป็นการเรียนรู้ร่วมกันภายในกลุ่ม เพราะทุกคน ได้เขา้ มามสี ่วนรว่ มในการค้นหาคาตอบหาความหมาย ตลอดจนแนวทางแก้ไขปัญหา ร่วมคิด ร่วมทางาน ส่งผลให้ เกิดกระบวนการค้นพบกระบวนการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเอง สามารถนาความรู้ที่ได้รับมา แลกเปล่ียน

104 ประสบการณ์ และแลกเปล่ียนพื้นฐานความรู้ระหว่างผู้เรียนด้วยกัน เป็นลักษณะของการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaboration learning) ความร้แู ละสามารถดา้ นต่างๆ ที่มีอยู่ในตัวของผู้เรียน จะถูกกระตุ้นให้ได้แสดงออกมา อย่างเต็มทขี่ ณะที่ปฏิบัติกิจกรรม เช่นเดียวกับทักษะต่างๆ ท่ีจาเป็นสาหรับชีวิต เช่น ทักษะการทางาน ทักษะการ อยู่ร่วมกัน ทักษะการจัดการ ฯลฯ ก็จะถูกนาเอามาใช้อย่างเต็มตามศักยภาพ ในขณะที่ร่วมกันแก้ปัญหาท่ีเกิดขึ้น ระหว่างการทาโครงงาน การเรียนรู้แบบโครงงานยังช่วยส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมทั้งหลายก็จะถูก ปลูกฝังและส่ังสมในตัวผู้เรียน ในขณะท่ีทุกคนร่วมกันทางาน รวมท้ังเป็นการปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตย ฝึกหัดการรู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืนเนื่องจากว่าแนวคิดหลักของการเรียนรู้แบบโครงงาน จะใช้หลักการ เรียนรู้ร่วมกัน (Team learning) อันจะนาไปสู่การเรียนรู้ด้วยการนาตนเอง ซ่ึงมีผลโดยตรงต่อการเพิ่มโอกาสใน การเจริญก้าวหน้าของบุคคล ในการเรียนรู้และพัฒนาความรู้ ความสามารถของตนเอง ความสามารถในการมี ปฏสิ ัมพันธ์และทางานร่วมกับผู้อื่นได้ดีและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่สิ่งท่ีเกิดขึ้นเองได้หากแต่เป็นสิ่งท่ีต้องเกิดจากการ เรียนรู้ เพื่อจะทาให้ทักษะดังกล่าวเกิดข้ึนในตัวของบุคคล การเรียนรู้เพื่อให้เกิดความสามารถและทักษะดังกล่าว สามารถทาให้เกิดได้โดยใช้หลักการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนรวมกลุ่มกัน มีโอกาสร่วมกันในการเรียนรู้และทางาน ร่วมกัน โดยใช้วิธี “group assignments in their courses” ซึ่งมีครูเป็นผู้อานวยความสะดวกให้แก่ผู้เรียน และ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ทักษะดังกล่าวจากประสบการณ์ในการการทาโครงงานร่วนกัน ดังนั้นในการจัดการ เรียนรู้แบบโครงงานจึงต้องเน้นและให้ความสาคัญที่ตัวผู้เรียน โดยมุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาขีดความสามารถ ของ ตนเองอย่างเต็มตามศักยภาพ มีความสมดุลทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย ปัญญา และสังคม เป็นผู้รู้จักคิด วิเคราะห์ รัก การเรียนรู้ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีเจตคติที่ดี มีวินัย มีความรับผิดชอบ และมีทักษะที่จาเป็นสาหรับการดารงชีวิต รวมท้ังทักษะทางอาชีพ สามารถพึ่งตนเองและร่วมมือกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ การเรียนรู้แบบโครงงานต้องมุ่ง พัฒนาความสามารถทางอารมณไ์ ดแ้ ก่ ความสามารถในการมีสติ รู้ตวั และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสังคม ซ่ึงถือว่าเป็นปัจจัยสาคัญท่ีจะทาให้คนเราประสบความสาเร็จในชีวิต เช่นเดียวกับความสามารถทางปัญญา ความสามารถหรือความฉลาดทางอารมณ์ท่ีจะต้องปลูกฝังให้ผู้เรียน ได้แก่ การรู้จักตนเอง การเข้าใจตนเอง ความสามารถในการควบคุมตนเอง ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความเช่ือมั่นและเห็นคุณค่าในตัวเอง ความสามารถในการแกไ้ ขขอ้ ขดั แยง้ ทางอารมณ์

105 ผจู้ ดั ทำ ทปี่ รึกษำ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอปราสาท ๑. นางอรสา สภุ ารี ครู ๒. นางธีรตา อุตมาน บรรณารกั ษ์ฯ ๓. นางธารนิ ี พบบุญ ครอู าสาสมัครฯ ๔. นางกานต์สินี ขบวนดี คณะผู้จัดทำ ครู กศน.ตาบล 1. นางฐิติรตั น์ ศรวี ะสุทธิ์ ครู กศน.ตาบล 2. นายวรเดช ซ่อนศรี ครู กศน.ตาบล 3. นางวิมลรตั น์ วงศพ์ รหม ครู กศน.ตาบล 4. นายภควัฒน์ เสาวพันธ์ ครู กศน.ตาบล 5. นางวราลี จนั ทร์งาม ครู กศน.ตาบล 6. นางสาวอุทุมพร บรู ณ์เจริญ ครู กศน.ตาบล 7. นางปิน่ อนงค์ กะการดี ครู กศน.ตาบล 8. นางสาวปพชิ ญา รจนัย ครู กศน.ตาบล 9. นางสาววรนชุ ศรีสขุ ครู กศน.ตาบล 10.นายพัฒนพงศ์ เสาว์ใหญ่ ครู กศน.ตาบล 11.นางสาวนฤมล ละอองทอง ครู กศน.ตาบล 12.นางจรู นิ ทร์พร สานเล็ก ครู กศน.ตาบล 13.นางสาวจามีกร กลบี แดง ครู กศน.ตาบล 14.นางสาวพชิ าภคั มีมาก ครู กศน.ตาบล 15.นางวรรณวิมล สุมา ครู กศน.ตาบล 16.นางสาวบณุ ยานุช บตุ มิ าลย์ ครู กศน.ตาบล 17.นางเรณู โคตุทา ครู กศน.ตาบล 18.นางสาววงเดอื น รัตนกรณ์ ครู กศน.ตาบล 19.นางสาวประณัฏฐ์จรี ตงั้ ใจดี ครู กศน.ตาบล 20.นางสาวนวลจิรา จรจรัญ ครู กศน.ตาบล 21.นางสาวนสิ ราวดี โรปรัมย์ ครู ศรช. 22.นายนพรัตน์ กมลวฒั นานนท์ ครู ศรช. 23.นายสุวศิ ิษฎ์ ปะระกรรม ครู ศรช. 24.นายคณุ ภทั ร อินทรนุช ครู ศรช. 25.นางสาววรรณิดา ยอดเสาดี ครู ศรช. 26.นางสาวสุณสิ า ศลิ างาม ครู ศรช. 27.นางสาวปยิ ะวรรณ ชุนกล้า

106 คณะผู้จดั ทำ (ต่อ) ครู ศรช. 28. นางสาวอรุณี เกดิ เหลย่ี ม ครู ศรช. ๒๙. นางสาวปิยาภรณ์ สายสินธุ์ ครู ศรช. ๓๐. นางสาวรัตนา นนทวงค์ ครู ศรช. ๓๑. นายดนัย แกน่ พะเนา ครู กศน.ตาบล ผู้เรยี บเรียง/จัดทำเล่ม 1. นางสาวนิสราวดี โรปรัมย์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook