ก คำนำ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอแม่วาง ได้ดำเนินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับ กลุ่มเป้าหมาย ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามประกาศใช้ ทั่วประเทศ ตั้งแต่ ปีการศึกษา 2553 ของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้การ ดำเนินการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพการดำเนิน และเพื่อสร้างความเข้าใจ ในการดำเนินงานของบุคลากรของ ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้อำเภอแม่วาง งานการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงได้จัดทำคู่มือการดำเนินงานหลักสูตรการศึกษานอก ระบบระดับการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ขึน้ งานการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน ศนู ยส์ ่งเสรมิ การเรยี นรูอ้ ำเภอแม่วาง หวงั เปน็ อย่างยิง่ ว่าคู่มือการดำเนินงาน หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครู กศน.ทุกประเภท ในการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ใหเ้ กิดประสทิ ธภิ าพอย่างสูงสุด ขอขอบคุณทุกท่านที่ มสี ว่ นร่วมในการจดั ทำค่มู ือครง้ั น้ี ให้สำเรจ็ ลุล่วงดว้ ยดี งานการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน
สารบญั ข คำนำ หน้า สารบัญ บทนำ ก หลกั การ ข จดุ มงุ่ หมาย 1 โครงสรา้ งหลักสตู ร 2 เอกสารหลกั ฐานการศึกษา 2 การบรหิ ารหลกั สตู ร 3 วธิ กี ารขัน้ ตอนดำเนนิ งานการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน 13 ภาคผนวก 13 15 - นิยามศพั ท์ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง - แผนการลงทะเบียน 29 - แบบฟอรม์ ตา่ ง ๆ 34 37
3 หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ความนำ การพัฒนาประเทศในปัจจุบันท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเกินกว่าจะ คาดการณ์ได้แน่นอนทั้งภาคเศรษฐกิจการเมืองการปกครองสังคมและวัฒนธรรมล้วนส่งผลกระทบต่อความ เป็นอยู่ของประชาชนท้ังมวลประเทศต่างๆพยายามที่จะปฏิรูปหรือปรบั เปล่ียนระบบหรือกลไกทางสังคมต่างๆ เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัตน์ให้นำพาสังคมไปสู่ความมั่นคงยั่งยืนสำหรับประเทศไทย การพัฒนาประเทศทุกขัน้ ตอนต้องอาศัยความรอบรูร้ อบคอบเป็นไปตามลำดับขัน้ ตอนและความสอดคล้องกบั วิถีชีวิตของสังคมไทยรวมทั้งการเสริมสร้างศีลธรรมและสำนึกในคุณธรรมจริยธรรมใน การปฏิบัติหน้าที่และ ดำเนินชวี ติ ด้วยความเพยี รอันจะเป็นภูมิคุ้มกนั ในตัวท่ดี ีให้พร้อมเผชิญกบั การเปลยี่ นแปลงท่ีเกิดขึ้นทั้งในระดับ ครอบครัวชุมชนสังคมและประเทศชาติดังนั้นจะเห็นว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในระยะหลังๆ ให้ความสำคญั กบั การมสี ่วนรว่ มของทุกภาคสว่ นในสังคมและมงุ่ ให้ “คนเป็นศนู ย์กลางการพัฒนา” ปรบั เปลี่ยน วิธีการพัฒนาแบบแยกส่วนมาเป็นบูรณาการแบบองค์รวมเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สงั คมการเมอื งการปกครองและส่ิงแวดล้อมเพ่ือนำไปสู่การพัฒนาท่ยี ั่งยืนและความอยู่เยน็ เป็นสุขร่วมกันดังนั้น เพอ่ื ให้การพฒั นาประเทศเปน็ ไปในทิศทางเดียวกนั ตอ้ งอาศยั ความรว่ มมือกันของหนว่ ยงานต่างๆ กระทรวงศกึ ษาธิการมีหน้าที่จัดการศึกษาให้กับประชาชนโดยเฉพาะการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานซึง่ กำหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 49 ว่าบุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับ การศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพและมาตรา 80 ได้กำหนดเป็น นโยบายด้านการศึกษาว่าต้องดำเนินการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุก รปู แบบให้สอดคล้องกับความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมจัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติกฎหมายเพ่ือ พัฒนาการศึกษาของชาติซึ่งกฎหมายเพื่อการพัฒนาการศึกษาของชาติกำหนดให้มีการส่งเสริมการศึกษาใน ระบบการศึกษานอกระบบการศึกษาตามอัธยาศัยการเรียนรู้ด้วยตนเองการเรียนรู้ตลอดชีวิตวิทยาลัยชุมชน หรือรูปแบบอื่นรวมทั้งปรับปรุงกฎหมายเพื่อกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบการ จัดการศึกษาที่เหมาะสมและ สอดคล้องกับระบบการศึกษาทุกระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐานและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ .ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 15 กำหนดนิยามการศึกษานอกระบบว่าเป็น การศึกษาที่ยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมายรูปแบบวิธกี ารจัดการศึกษาระยะเวลาของการศึกษาการวัดและ ประเมินผลซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเรจ็ การศึกษาโดยเนือ้ หาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้อง กับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่มการศึกษานอกระบบได้กล่าวถึงการแบ่งระดับไว้ใน มาตรา 16 วรรคท้ายว่าให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงทั้งนี้กฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและการ
4 เทียบระดับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยพ.ศ. 2546 ได้กำหนดให้มีการแบ่งระดับ เช่นเดียวกันกับการแบ่งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและยังได้กำหนดให้การศึกษานอกระบบที่มีระดับเดียวกัน กับการศึกษาในระบบใหถ้ อื ว่ามีมาตรฐานการศกึ ษาเท่าเทยี มกนั เมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยพ.ศ. 2551 สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จึงพัฒนาหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและ ความต้องการของบุคคลที่อยู่นอกระบบโรงเรียนซึ่งเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์จากการทำงานและการ ประกอบอาชีพโดยการกำหนดสาระการเรียนรู้มาตรฐานการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้การวัดและประเมินผลให้ ความสำคัญกับการพัฒนากลุ่มเป้าหมายด้านจิตใจให้มีคุณธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาการเรียนรู้สร้าง ภมู ิคมุ้ กันสามารถจดั การกับองค์ความรู้ทง้ั ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยีเพ่ือให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวอยู่ใน สังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาสร้างภูมิคุ้มกันตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงรวมทั้งคำนึงถึง ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ที่อยู่นอกระบบและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจสังคมการเมืองการปกครองความ เจรญิ กา้ วหน้าของเทคโนโลยีและการส่อื สาร หลกั การ หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพทุ ธศักราช 2551 กำหนดหลักการไวด้ ังนี้ 1. เป็นหลักสูตรที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นด้านสาระการเรียนรู้เวลาเรียนและการจัดการเรียนรู้โดยเน้น การบูรณาการเน้อื หาใหส้ อดคลอ้ งกบั วิถชี ีวติ ความแตกตา่ งของบุคคลและชมุ ชนสังคม 2. ส่งเสริมให้มีการเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศยั 3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวติ โดยตระหนักว่าผูเ้ รียนมีความสำคญั สามารถพฒั นาตนเองได้ตามธรรมชาติและเตม็ ตามศักยภาพ 4. ส่งเสรมิ ให้ภาคเี ครอื ข่ายมสี ่วนร่วมในการจดั การศึกษา จดุ หมาย หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมี คุณธรรมจริยธรรมมีสติปัญญามีคุณภาพชีวติ ที่ดมี ีศักยภาพในการประกอบอาชีพและการเรียนรูอ้ ย่างต่อเนือ่ ง ซงึ่ เป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทต่ี อ้ งการจึงกำหนดจุดหมายดงั ต่อไปนี้ 1. มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมคา่ นยิ มท่ดี งี ามและสามารถอยู่ร่วมกนั ในสังคมอย่างสันติสขุ 2. มีความรู้พื้นฐานสำหรบั การดำรงชวี ติ และการเรียนร้อู ย่างตอ่ เน่อื ง
5 3. มคี วามสามารถในการประกอบสัมมาอาชีพให้สอดคล้องกับความสนใจความถนดั และตามทันความ เปลีย่ นแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและการเมอื ง 4. มีทักษะการดำเนินชีวิตที่ดีและสามารถจัดการกับชีวิตชุมชนสังคมได้อย่างมีความสุขตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพยี ง 5. มีความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทยภูมิใจในความเป็นไทยโดยเฉพาะภาษาศิลปะวัฒนธรรม ประเพณีกีฬาภูมิปัญญาไทยความเป็นพลเมืองดีปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนายึดมั่นในวิถีชีวิตและการ ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ 6. มจี ติ สำนกึ ในการอนุรกั ษแ์ ละพัฒนาทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม 7. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้มีทักษะในการแสวงหาความรู้สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และบูรณาการ ความร้มู าใชใ้ นการพัฒนาตนเองครอบครัวชุมชนสงั คมและประเทศชาติ กลมุ่ เปา้ หมาย ประชาชนทว่ั ไปท่ีไมไ่ ดอ้ ยู่ในระบบโรงเรยี น โครงสรา้ ง เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักการจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ให้ สถานศึกษาและภาคีเครือข่ายมีแนวปฏิบัติในการจัดหลักสูตรสถานศกึ ษาจึงได้กำหนดโครงสร้างของหลักสูตร การศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานพทุ ธศักราช 2551 ไวด้ ังนี้ 1. ระดบั การศึกษา ระดับการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ระดับดงั น้ีคือ 1.1 ระดับประถมศึกษา 1.2 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 1.3 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 2. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรูป้ ระกอบด้วย 5 สาระดังน้ี 2.1 สาระทักษะการเรียนรู้เป็นสาระเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตนเองการใช้แหล่งเรียนรู้การจัดการ ความรกู้ ารคิดเป็นและการวจิ ัยอยา่ งงา่ ย 2.2 สาระความรู้พื้นฐานเป็นสาระเกี่ยวกับภาษาและการสื่อสารคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี
6 2.3 สาระการประกอบอาชีพเป็นสาระเกีย่ วกบั การมองเหน็ ช่องทางและการตดั สนิ ใจประกอบอาชีพ การมีทักษะในอาชพี การจัดการอาชีพอย่างมีคุณธรรมและการพัฒนาอาชีพให้มีความม่นั คง 2.4 สาระทกั ษะการดำเนินชีวติ เปน็ สาระเกย่ี วกับปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง สขุ ภาพอนามยั และความปลอดภยั ในการดำเนนิ ชีวิตศลิ ปะและสนุ ทรยี ภาพ 2.5 สาระการพัฒนาสงั คมเปน็ สาระเกีย่ วกับภูมิศาสตร์ประวัตศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมืองการปกครองศาสนาวัฒนธรรมประเพณีหน้าที่พลเมืองและการพัฒนาตนเองครอบครัว ชมุ ชนสงั คม 3. กจิ กรรมพัฒนาคณุ ภาพชีวิต กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวติ เป็นกจิ กรรมทจ่ี ัดข้นึ เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนพฒั นาตนเองครอบครวั ชมุ ชนสงั คม 4. มาตรฐานการเรยี นรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กำหนดมาตรฐานการ เรียนรตู้ ามสาระการเรยี นรทู้ งั้ 5 สาระทเี่ ป็นข้อกำหนดคุณภาพของผูเ้ รียนดงั น้ี 4.1 มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้นื ฐานเป็นมาตรฐาน การเรียนรู้ในแต่ละสาระการเรียนรู้เมื่อผู้เรยี นเรียนจบหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 4.2 มาตรฐานการเรยี นรรู้ ะดับเป็นมาตรฐานการเรียนรูใ้ นแตล่ ะสาระการเรยี นรู้เม่อื ผูเ้ รยี นเรยี นจบใน แตล่ ะระดบั ตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พน้ื ฐานพุทธศักราช 2551 เวลาเรยี น ในแต่ละระดับใชเ้ วลาเรียน 4 ภาคเรียนยกเว้นกรณีท่ีมีการเทียบโอนทั้งน้ีผู้เรียนตอ้ งลงทะเบียนเรยี น ในสถานศึกษาอยา่ งนอ้ ย 1 ภาคเรียน หนว่ ยกิต ใช้เวลาเรยี น 40 ช่วั โมงมีคา่ เท่ากับ 1 หน่วยกติ
7 โครงสร้างหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พื้นฐานพทุ ธศักราช 2551 จำนวนหน่วยกิต ที่ สาระการเรยี นรู้ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนตน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย วิชาบงั คับ วชิ าเลอื ก วชิ าบงั คับ วิชาเลอื ก วชิ าบังคบั วชิ าเลอื ก 1 ทักษะการเรยี นรู้ 5 55 2 ความรูพ้ ้นื ฐาน 12 16 20 3 การประกอบอาชพี 8 88 4 ทกั ษะการดำเนนิ ชีวติ 5 55 5 การพัฒนาสงั คม 6 66 รวม 36 12 40 16 44 32 48 หนว่ ยกิต 56 หนว่ ยกติ 76 หนว่ ยกิต กจิ กรรมพฒั นาคุณภาพชวี ิต 200 ชั่วโมง 200 ชั่วโมง 200 ช่ัวโมง
8 รายวชิ าบังคบั หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 มาตรฐาน ระดบั ประถมศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ที่ รหัส รายวิชา หน่วย รหัส รายวิชา หน่วย รหสั รายวชิ า รายวิชา หน่วย รายวชิ า กติ รายวิชา กิต กติ สาระทกั ษะการเรยี นรู้ 1.1-1.5 ทร11001 ทักษะการเรียนรู้ 5 ทร21001 ทกั ษะการเรยี นรู้ 5 ทร31001 ทักษะการเรยี นรู้ 5 สาระความรู้พนื้ ฐาน (ภาษาไทย) 2.1 พท11001 ภาษาไทย 3 พท21001 ภาษาไทย 4 พท31001 ภาษาไทย 5 สาระความรพู้ ื้นฐาน (ภาษาตา่ งประเทศ) 2.1 พต11001 ภาษาองั กฤษ 3 พต21001 ภาษาองั กฤษ 4 พต31001 ภาษาอังกฤษเพื่อ 5 พนื้ ฐาน ในชวี ิตประจำวนั ชวี ิตและสังคม สาระความรพู้ ื้นฐาน (คณิตศาสตร์) 2.2 พค11001 คณิตศาสตร์ 3 พค21001 คณติ ศาสตร์ 4 พค31001 คณติ ศาสตร์ 5 สาระความร้พู ้นื ฐาน (วิทยาศาสตร์) 2.2 พว11001 วทิ ยาศาสตร์ 3 พว21001 วทิ ยาศาสตร์ 4 พว31001 วิทยาศาสตร์ 5 สาระการประกอบอาชีพ 3.1 อช11001 ชอ่ งทางการเขา้ สู่ 2 อช21001 ช่องทางการ 2 อช31001 ชอ่ งทางการขยาย อาชีพ พัฒนาอาชีพ อาชีพ 2 3.2-3.3 อช11002 ทกั ษะการ 4 อช21002 ทักษะการพัฒนา อช31002 ทกั ษะการขยาย ประกอบอาชพี อาชีพ 4 อาชีพ 4 3.4 อช11003 พฒั นาอาชีพใหม้ ี 2 อช21003 พฒั นาอาชีพใหม้ ี 2 อช31003 พฒั นาอาชพี ให้มี 2 อยู่มีกนิ ความมัน่ คง ความเข้มแขง็ สาระทกั ษะการดำเนินชวี ติ 4.1 ทช11001 เศรษฐกิจพอเพยี ง 1 ทช21001 เศรษฐกิจพอเพียง 1 ทช31001 เศรษฐกิจพอเพียง 1 4.2 ทช11002 สุขศกึ ษา 2 ทช21002 สุขศึกษา 2 ทช31003 สุขศกึ ษา 2 พลศกึ ษา พลศกึ ษา พลศกึ ษา 4.3 ทช11003 ศลิ ปศกึ ษา 2 ทช21003 ศิลปศกึ ษา 2 ทช31003 ศลิ ปศกึ ษา 2 สาระการพฒั นาสังคม 5.1 สค11001 สังคมศึกษา 3 สค21001 สงั คมศกึ ษา 3 สค31001 สังคมศึกษา 3 5.2-5.3 สค11002 ศาสนา และ 2 สค21002 ศาสนา และ 2 สค31002 ศาสนา และ 2 หน้าทพ่ี ลเมือง หนา้ ทพ่ี ลเมือง หน้าทพ่ี ลเมอื ง 5.4 สค11003 การพัฒนาตนเอง 1 สค21003 การพัฒนาตนเอง 1 สค31003 การพัฒนาตนเอง 1 ชุมชน สงั คม ชมุ ชน สงั คม ชุมชน สังคม
9 หมายเหตุ 1. จำนวนหน่วยกติ ในแตล่ ะระดบั แบ่งเป็นดังน้ีคือ 1.1 ระดบั ประถมศึกษาไมน่ อ้ ยกวา่ 48 หน่วยกติ แบ่งเปน็ วชิ าบงั คับ 36 หน่วยกติ และวชิ าเลือกไม่นอ้ ยกว่า 12 หนว่ ยกติ 1.2 ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ ไม่น้อยกว่า 56 หน่วยกิต แบง่ เปน็ วชิ าบงั คับ 40 หนว่ ยกิตและวิชาเลือกไมน่ ้อยกวา่ 16 หน่วยกติ 1.3 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไมน่ ้อยกว่า 76 หน่วยกิต แบง่ เป็นวิชาบงั คบั 44 หนว่ ยกติ และวชิ าเลือกไมน่ ้อยกวา่ 32 หนว่ ยกติ 2. จำนวนหน่วยกิตวิชาเลือกผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความต้องการโดยเลือกสาระการเรียนรู้ใดสาระ การเรยี นรหู้ นึ่งหรอื หลายๆสาระการเรยี นรกู้ ็ได้ใหค้ รบตามจำนวนหน่วยกติ ทกี่ ำหนดในแตล่ ะระดบั การลงทะเบียนเรยี นรายวชิ า การลงทะเบียนเรียนตามโครงสร้างหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐา น พุทธศักราช 2551 ให้ลงทะเบียนเรียนเป็นรายวิชาและแต่ละหน่วยกิตในแต่ละภาคเรียนดังนี(้ ปรับเพิ่มจำนวน หน่วยกิตตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ปรับแก้ไขคู่มือการดำเนินงานหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ลงวันท่ี 30 มนี าคม พ.ศ.2555) 1. ระดับประถมศึกษาลงทะเบียนเรียนทั้งหมด ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิตให้ลงทะเบียนเรียนได้ภาค เรียนละไม่เกนิ 14 หน่วยกติ 2. ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้นลงทะเบยี นเรียนท้ังหมด ไม่นอ้ ยกวา่ 56 หน่วยกิตให้ลงทะเบียนเรียนได้ ภาคเรยี นละไม่เกิน 17 หนว่ ยกิต 3. ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลายลงทะเบยี นเรยี นทัง้ หมด ไม่น้อยกว่า 76 หนว่ ยกิตให้ลงทะเบียนเรียน ไดภ้ าคเรยี นละไม่เกนิ 23 หนว่ ยกติ กรณีที่นักศึกษาจะต้องจบหลักสูตรแต่มีจำนวนกิตที่ต้องลงทะเบียนเรียนเกินกว่าจำนว นหน่วยกิตที่ กำหนด ให้ลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคเรียน เนื่องจากมีการเทียบโอนผลการเรยี นหรือนักศกึ ษาที่มีการสอบ ซ่อม ให้สถานศึกษาจัดให้มีการลงทะเบียนเพิ่มเติมในภาคเรียนสุดท้ายได้ไม่เกิน 3 หน่วยกิต จากที่กำหนดใน แต่ละระดับการศึกษา (หนังสือสำนักงาน กศน. ด่วนมากที่สุดที่ ศธ. 0210.30/3805 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2553)
10 การจดั หลกั สตู ร หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ที่สถานศึกษานำไปใช้ จัดการเรียนรู้นั้นประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ 5 สาระคือทักษะการเรียนรู้ความรู้พื้นฐานการประกอบอาชีพ ทักษะการดำเนินชีวิตและการพัฒนาสังคมโดยโครงสร้างหลักสูตรกำหนดจำนวนหน่วยกิตในแต่ละระดับทั้ง วิชาบังคับและวิชาเลือกซึ่งผู้เรียนทุกคนต้องเรียนวิชาบังคับตามที่กำหนดเพื่อให้เป็นพื้นฐานในการประกอบ อาชีพหรือศกึ ษาต่อสำหรับวิชาเลือกให้ผู้เรยี นเลือกเรยี นได้ตามแผนการเรยี นรู้เป็นรายบุคคลและหรือกลุ่มโดย เลือกเรยี นในสาระการเรียนรู้ใดสาระการเรียนรู้หนึง่ หรือหลายสาระการเรยี นรู้ก็ได้ให้ครบจำนวนหน่วยกิตตาม โครงสร้างหลกั สตู รในแต่ละระดบั ตามความตอ้ งการของผูเ้ รยี นที่จะประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อ การจดั การศึกษาสำหรบั กลุม่ เปา้ หมายเฉพาะ การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเช่นผู้บกพร่องในด้านต่างๆผู้มีความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือกที่จัดโดยครอบครัวและองค์กรต่างๆการจัดการศึกษาเหล่านี้สามารถปรับใช้มาตรฐานการ เรยี นรใู้ นหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 ไดต้ ามความเหมาะสม สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ประกอบด้วยสาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ดังน้ี 1. สาระทักษะการเรยี นรู้ประกอบดว้ ย 5 มาตรฐานดังน้ี มาตรฐานท่ี 1.1 มีความร้คู วามเข้าใจทักษะและเจตคติท่ีดตี ่อการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง มาตรฐานท่ี 1.2 มีความรู้ความเขา้ ใจทักษะและเจตคติทด่ี ตี ่อการใช้แหลง่ เรยี นรู้ มาตรฐานท่ี 1.3 มีความรคู้ วามเขา้ ใจทักษะและเจตคติท่ีดีต่อการจดั การความรู้ มาตรฐานท่ี 1.4 มีความรู้ความเข้าใจทักษะและเจตคติที่ดตี ่อการคดิ เปน็ มาตรฐานที่ 1.5 มีความรคู้ วามเข้าใจทักษะและเจตคติทีด่ ตี ่อการวิจัยอย่างงา่ ย 2. สาระความรู้พนื้ ฐานประกอบด้วย 2 มาตรฐานดังน้ี มาตรฐานที่ 2.1 มีความรคู้ วามเขา้ ใจและทักษะพื้นฐานเกย่ี วกับภาษาและการส่ือสาร มาตรฐานที่ 2.2 มีความรู้ความเข้าใจและทักษะพน้ื ฐานเก่ยี วกบั คณติ ศาสตร์วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี
11 3. สาระการประกอบอาชีพประกอบด้วย 4 มาตรฐานดังน้ี มาตรฐานท่ี 3.1 มีความรู้ความเข้าใจและเจตคติที่ดีในงานอาชีพมองเห็นช่องทางและตัดสินใจ ประกอบอาชพี ไดต้ ามความตอ้ งการและศักยภาพของตนเอง มาตรฐานที่ 3.2 มีความร้คู วามเขา้ ใจและทักษะในอาชีพทต่ี ดั สนิ ใจเลือก มาตรฐานท่ี 3.3 มคี วามรูค้ วามเข้าใจในการจดั การอาชีพอย่างมคี ณุ ธรรม มาตรฐานที่ 3.4 มคี วามรู้ความเขา้ ใจในการพัฒนาอาชพี ใหม้ คี วามมน่ั คง 4. สาระทกั ษะการดำเนินชีวิตประกอบด้วย 3 มาตรฐานดงั นี้ มาตรฐานที่ 4.1 มีความรู้ความเข้าใจเจตคติที่ดีเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดำเนินชีวติ ได้อย่างเหมาะสม มาตรฐานที่ 4.2 มีความรู้ความเข้าใจและทักษะเกี่ยวกับการดูแลส่งเสริมสุขภาพอนามัยและความ ปลอดภัยในการดำเนินชีวติ มาตรฐานท่ี 4.3 มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจและเจตคตทิ ่ีดเี กย่ี วกับศลิ ปะและสุนทรยี ภาพ 5. สาระการพฒั นาสังคมประกอบดว้ ย 4 มาตรฐานดังนี้ มาตรฐานที่ 5.1 มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมอื งการปกครองสามารถนำมาปรับใชใ้ นการดำรงชวี ิต มาตรฐานที่ 5.2 มีความรู้ความเข้าใจเห็นคุณค่าและสืบทอดศาสนาวัฒนธรรมประเพณีเพื่อการอยู่ รว่ มกันอย่างสนั ติสขุ มาตรฐานที่ 5.3 ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมอื งดีตามวิถปี ระชาธปิ ไตย มีจิตสาธารณะเพื่อความสงบสขุ ของสงั คม มาตรฐานท่ี 5.4 มคี วามร้คู วามเข้าใจ เหน็ ความสำคญั ของหลักการพฒั นาและ สามารถพัฒนาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน/สังคม หมายเหตุ สาระการเรียนรู้ความรู้พื้นฐาน มาตรฐานที่ 2.1 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ พื้นฐาน เกีย่ วกับภาษาและการสือ่ สาร ซึ่งภาษาในมาตรฐานน้ี หมายถึง ภาษาไทย และ ภาษาต่างประเทศ
12 วิธกี ารจัดการเรียนรู้ การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีวิธีการจัดการเรียนรู้ท่ี หลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนได้ เลอื กวิธกี ารเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกบั ความตอ้ งการสอดคลอ้ งกับวิถชี ีวติ และการทำงานของผเู้ รียนไดแ้ ก่ 1. การเรียนรู้ด้วยตนเองเปน็ การเรียนรู้ทีผ่ ู้เรียนศกึ ษาหาความรู้ด้วยตนเองจากสื่อเอกสารภูมิปญั ญา ผรู้ ูห้ นว่ ยงานตามแผนการเรยี นของผู้เรียนทก่ี ำหนดไว้ 2. การเรยี นรูแ้ บบพบกลมุ่ เปน็ การจัดการเรยี นรู้ท่ีใหผ้ ู้เรียนมาพบกันเปน็ กลุม่ โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม เพอ่ื ใหม้ กี ารอภปิ รายแลกเปล่ยี นเรียนร้แู ละหาขอ้ สรุปร่วมกัน 3. การเรียนรู้แบบทางไกลเป็นการเรียนรู้ที่ใช้สื่อถ่ายทอดเนื้อหาวิชาองค์ความรู้หรือมวล ประสบการณต์ ่างๆโดยที่ผเู้ รยี นและผูส้ อนไม่ต้องมาพบกันหรือถ้าจำเป็นอาจตอ้ งมีการพบกันเป็นคร้ังคราวโดย มีจุดมุ่งหมายเพื่อทบทวนหรือซักถามประเด็นปัญหาหรือข้อสงสัยในสิ่งที่เรียนด้วยตนเองไม่เข้าใจรวมถึงอาจ เป็นการสรุปหรือเป็นการฝึกทักษะที่สำคัญจากเนื้อหาวิชานั้นๆโดยผู้เรียนจะต้องบริหารการเรียนด้วยตนเอง ภายในเวลาทสี่ ถานศึกษากำหนด 4. การเรยี นรู้แบบชนั้ เรียนเป็นวิธกี ารเรียนรทู้ ่สี ถานศึกษาเปน็ ผกู้ ำหนดสถานท่วี ชิ าเวลาเรียนที่ชดั เจน และมีผ้สู อนประจำวิชา 5. การเรียนรูต้ ามอธั ยาศัยเปน็ การเรียนที่ผู้เรียนสามารถเรยี นรู้ได้ตามอัธยาศยั จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ สื่อเอกสารสื่ออเิ ล็กทรอนิกสห์ รือจากการฝึกปฏิบตั แิ ล้วนำความรู้และประสบการณ์มาเทียบโอนเขา้ สูห่ ลกั สูตร 6. การเรียนรู้จากการทำโครงงานเป็นการเรียนรู้ที่ผู้เรียนกำหนดโครงงานขึ้นตามความสนใจความ ต้องการและนำไปสู่การศึกษาค้นคว้าทดลองและลงมือปฏิบัติจริงผลจากการทำโครงงานคือผลผลิตที่เปน็ องค์ ความรู้ทีเ่ ป็นประโยชน์มีการบูรณาการสาระอื่นๆที่จำเป็นและสอดคล้องกันโดยมคี รูเป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำ อำนวยความสะดวกในการเรยี นรแู้ ละกระตนุ้ เสริมแรงใหเ้ กดิ แลกเปลยี่ นเรยี นร้ใู นกลุม่ 7. การเรียนรู้รูปแบบอื่นๆสถานศึกษาสามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบอื่นๆตามความ ต้องการของผู้เรยี นได้ การเรียนรู้ดังกลา่ วข้างต้นผู้เรียนสามารถเลือกเรียนวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีได้ตามความต้องการซึ่ง จะทำใหก้ ารเรียนร้ขู องแต่ละบุคคลมีประสิทธิภาพสูงข้นึ
13 การจดั กระบวนการเรียนรู้ การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถเรียนรู้ตามปรัชญาพื้นฐานของการศึกษานอกโรงเรียนคิดเป็นโดยมี กระบวนการเรยี นรดู้ ังนี้ 1.กำหนดความต้องการสภาพปัญหาโดยผู้เรียนครูและผู้เกี่ยวข้องกำหนดสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ให้ สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนให้เชือ่ มโยงกบั ประสบการณ์เดิมและคำนึงถึงความแตกต่าง ระหวา่ งบุคคล 2.ศึกษาค้นคว้าหาความรู้โดยศึกษาและรวบรวมข้อมูลของตนเองข้อมูลของสภา พแวดล้อมในชุมชน สังคมและข้อมูลทางวิชาการจากแหลง่ ความรู้ที่หลากหลายมีการระดมความคิดเห็นวิเคราะห์สงั เคราะห์ข้อมลู และสรุปเป็นความรู้มีการผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆอย่างสมดุลกันรวมทั้งปลูกฝังคุณธรรมค่านิยมที่ดี งามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3.นำความรู้ทไ่ี ด้ไปประยกุ ต์ใช้ให้สอดคลอ้ งกบั สถานการณเ์ หมาะสมกบั วฒั นธรรมและสังคม 4.ประเมนิ และทบทวนการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้แลว้ สรุปเป็นความรูใ้ หม่พร้อมกับเผยแพรผ่ ลงาน สือ่ การเรยี นรู้ ในการจัดการเรียนรูม้ ุ่งเน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเองโดยการใช้สื่อหลากหลายลักษณะของ สอ่ื ที่จะนำมาใชใ้ นการจัดการเรียนรู้เชน่ สื่อสิ่งพิมพ์ส่ืออิเล็กทรอนิคส์สื่อบุคคลภมู ิปญั ญาแหลง่ การเรียนรู้ที่มีอยู่ ในท้องถิ่นชุมชนและแหล่งอื่นๆผู้เรยี นผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาสื่อการเรียนรูข้ ึ้นเองหรือนำสื่อต่างๆที่มี อย่รู อบตวั และระบบสารสนเทศมาใช้ในการเรียนรโู้ ดยใช้วิจารณญาณในการเลือกใช้สื่อต่างๆซึ่งจะช่วยส่งเสริม ให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณค่าน่าสนใจชวนคิดชวนติดตามเข้าใจง่ายรวมทั้งกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักวิธีการ แสวงหาความรเู้ กิดการเรียนรู้อย่างกวา้ งขวางลกึ ซง้ึ และตอ่ เน่ืองตลอดเวลา การเทียบโอน สถานศึกษาต้องจดั ใหม้ ีการเทยี บโอนผลการเรยี นหรือเทยี บโอนความรแู้ ละประสบการณ์ของผเู้ รียนให้ เป็นส่วนหนึ่งของผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 โดยสถานศึกษาต้องจัดทำระเบียบหรือแนวปฏิบัติการเทียบโอนให้สอดคล้องกับแนวทางการ เทียบโอนที่ สำนกั งานกศน. กำหนด
14 การวดั และประเมนิ ผล การวัดและประเมินผลเป็นกระบวนการที่ให้ผู้สอนใช้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนเพราะจะช่วยให้ได้ข้อมูล สารสนเทศทแี่ สดงถึงการพัฒนาความกา้ วหน้าและความสำเรจ็ ทางการเรยี นรู้ของผเู้ รียนรวมท้ังข้อมูลที่จะเป็น ประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเรียนรู้เต็มศักยภาพซ่ึ งสถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบ การจัดการศึกษาจะต้องจัดทำระเบียบและแนวปฏิบัติในการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา เพื่อใหบ้ ุคลากรทเี่ ก่ยี วข้องทกุ ฝ่ายถือปฏิบัตริ ว่ มกนั และเป็นไปในมาตรฐานเดยี วกนั การวัดและประเมินผลระดับสถานศึกษาเป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนมี จุดหมายทสี่ ำคัญคือมงุ่ หาคำตอบว่าผู้เรยี นมีความก้าวหน้าท้ังด้านความรู้ ทกั ษะ กระบวนการคุณธรรม และ คา่ นยิ มอันพึงประสงค์ อันเปน็ ผลเนอ่ื งจากการจดั กจิ กรรมการเรียนรหู้ รือไม่เพียงใดดังน้นั การวัดและประเมิน จงึ ตอ้ งใช้วธิ ีการท่ีหลากหลายเนน้ การปฏิบตั ิให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสาระการเรียนรู้กระบวนการเรียนรู้ ของผู้เรียนและสามารถดำเนินการอย่างต่อเนือ่ งควบคูไ่ ปกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของผูเ้ รียนโดยประเมิน จากความประพฤติพฤติกรรมการเรียนการร่วมกิจกรรมและผลงานจากโครงงานหรือแฟ้มสะสมผลงานผู้เรียน จะทราบระดับความก้าวหน้าความสำเร็จของตนครูจะเข้าใจความต้องการของผู้เรียนแต่ละคนแต่ละกลุ่ม สามารถประเมนิ ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ของตนเองได้ การประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติ (National Test) สถานศึกษาจัดให้ผู้เรียนเข้ารับการ ประเมินคุณภาพการศึกษาระดบั ชาติโดยใหส้ อดคลอ้ งกับกลมุ่ เปา้ หมายนอกโรงเรยี นไม่เน้นความรู้ความจำเป็น การประเมินเชิงคุณภาพเพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของ สถานศกึ ษาต่อไปทั้งน้ไี ม่มผี ลต่อการไดห้ รือตกของผเู้ รยี น การจบหลักสตู ร ผู้จบการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ในแต่ ละระดบั ตอ้ งผา่ นเกณฑก์ ารจบหลกั สตู รดังนี้ 1. ผ่านการประเมินและได้รับการตัดสินผลการเรียนตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดทั้ง 5 สาระการ เรยี นรู้และได้ตามจำนวนหนว่ ยกิตทีก่ ำหนดในโครงสร้างหลกั สูตร 2. ผา่ นกระบวนการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตไมน่ ้อยกวา่ 100 ชว่ั โมง 3. ผา่ นกระบวนการประเมนิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม 4. เขา้ รับการประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษาระดบั ชาติ (National Test)
15 เอกสารหลกั ฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษาให้เป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดสถานศึกษาทุกแห่งต้องใช้ เหมอื นกันเพื่อประโยชน์ในการสอื่ ความเข้าใจที่ตรงกันและการสง่ ต่อไดแ้ ก่ 1. ระเบียนแสดงผลการเรียน 2. หลักฐานแสดงวฒุ กิ ารศกึ ษา (ประกาศนียบัตร) 3. แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษาอื่นๆสถานศึกษาต้องพิจารณาจัดทำเพื่อใช้ประกอบการจัดการศึกษาตาม หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ตามที่เห็นสมควรเช่นแบบ ประเมินผลกจิ กรรมพฒั นาคณุ ภาพชีวติ การบรหิ ารหลักสูตร สถานศึกษาที่จะนำหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551 ไปใช้ ควรดำเนนิ งานดงั น้ี 1. วางแผนสถานศึกษาชี้แจงสร้างความเข้าใจให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องและร่วมกันวางแผนการ ดำเนินงานโดยสำรวจกลุ่มเป้าหมายภาคีเครือข่ายที่จะร่วมจัดการศึกษาวางแผนเกี่ยวกับบุคลากรงบประมาณ หลกั สูตรเอกสารส่ืออปุ กรณ์ทางการศกึ ษาและขอความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา 2. อบรมครูสถานศึกษาจัดให้มีการอบรมครูให้มีความรู้ความเข้าใจการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้การวดั และประเมนิ ผลและอนื่ ๆทเ่ี กยี่ วข้อง 3. ประชาสัมพันธ์สถานศึกษาดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดการศึกษาตามหลักสูตร การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ให้กับประชาชนทั่วไปรับทราบข่าวสาร ข้อมลู อย่างต่อเนอื่ งโดยใชส้ อื่ ทีห่ ลากหลาย 4. ประสานความรว่ มมอื กับภาคีเครอื ขา่ ยให้สถานศกึ ษาประสานงาน ชี้แจงทำ ความเข้าใจกับ ภาคเี ครอื ข่ายเพอื่ ร่วมกันส่งเสริมสนบั สนนุ การจัดและพัฒนาคุณภาพการศึกษา 5. รับสมัครและขึ้นทะเบียนผู้เรียนสถานศึกษาและหรือภาคีเครือข่ายดำเนินการรับสมัครและข้ึน ทะเบียนผูเ้ รียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐานพุทธศักราช 2551 6. แนะแนวการเรียนเมื่อรับสมัครผู้เรียนแล้วจัดให้ผู้เรียนได้รับการแนะแนวเกี่ยวกับกระบวนการ เรียนการสอนตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขั้นพ้นื ฐานพุทธศักราช 2551 7. เทยี บโอนสถานศึกษาจัดใหม้ กี ารเทียบโอนความรูแ้ ละประสบการณห์ รือเทยี บโอนผลการเรยี น
16 8. วางแผนการเรียนสถานศึกษาและผู้เรียนร่วมกันจัดทำแผนการเรียนให้สอดคล้องกับศักยภาพ ความต้องการความจำเป็นในการศึกษาและการดำเนินชีวติ ของผู้เรยี นแต่ละบุคคล/กลุ่มเพ่ือเปน็ แนวทางในการ พฒั นาตดิ ตามและประเมินผู้เรยี น 9. ลงทะเบียนเรยี นสถานศึกษาจัดให้ผเู้ รยี นลงทะเบยี นเรียนตามแผนการเรียนรายบคุ คล/กลุ่มโดยให้ ลงทะเบียนเรียนเป็นรายวชิ าและหรือลงทะเบียนเรยี นในลักษณะบูรณาการ 10. จัดการเรียนรู้ตามแผนการเรียนให้สถานศึกษาดำเนินการจัดการเรียนรู้โดยเน้นให้บรรลุ วัตถุประสงค์ตามแผนการเรยี นตามปรัชญาและหลกั การการศึกษานอกโรงเรียน 11. วัดและประเมินผลการเรียนให้สถานศึกษาร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้อง ดำเนนิ การจัดทำระเบียบ/แนวปฏิบตั ิในการวัดและประเมินผลให้สอดคล้องกบั แนวทางการวัดและประเมินผล ท่สี ำนกั งานกศน. กำหนด 12. จบหลกั สตู รการจบหลักสตู รให้เป็นไปตามทก่ี ำหนดไวใ้ นหลักสูตร
17 วิธกี ารและขัน้ ตอนในการดำเนินงานการจัดการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมของสถานศกึ ษา วิธีการและขนั้ ตอนในการดำเนนิ งาน เอกสารทเี่ ก่ยี วข้อง 1. ประกาศรบั สมัครนกั ศกึ ษา 1. จัดทำแผนการประชาสมั พันธ์ -ประกาศของอำเภอเรื่องการรบั ใหม/่ ประชาสัมพันธ/์ การแนะ 2. จดั ทำตดิ ต้งั ปา้ ยประกาศรับสมัครในพนื้ ท/ี่ สมคั รนกั ศึกษา แนว เอกสารการรบั สมัคร/โปสเตอร์/แผน่ พบั /แผน่ -คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการรับ สมคั ร ปลิว เสียงตามสาย - ใบสมัครขึ้นทะเบยี น 3.ประกาศรับสมัคร - ใบลงทะเบยี นเรียน 4.แต่งตง้ั เจ้าหนา้ ทรี่ บั สมัคร - แผน่ พับ/ใบปลิว/ป้าย 5.จดั เตรียมเอกสารการรบั สมัคร ประชาสมั พันธ์การรบั สมัคร 6.ดำเนนิ การรบั สมคั รขึ้นทะเบียนผเู้ รยี น -ขอหนงั สอื ความอนุเคราะห์ ประชาสัมพนั ธ์ 2. ตรวจสอบเอกสารการ 1. ครู กศน.ตำบล/เจา้ หนา้ ที่รับสมัคร -คณุ สมบตั แิ ละหลักฐานการ สมคั รเรยี น ตรวจสอบหลักฐานการรบั สมัครนกั ศึกษา สมัคร ตามคู่มือการดำเนินงาน 2. เจ้าหน้าท่ีฝา่ ยทะเบยี นตรวจสอบเอกสารการ หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ รบั สมคั ร(รอบ2) ระดบั การศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. 3. ตรวจสอบคุณสมบตั ิตามท่ีสมัครเรยี นอย่าง 2551 ( ปรับปรงุ 2555) หน้า ละเอยี ดให้ถกู ต้องครบถว้ น 64-65 4. ตรวจสอบหลักฐานประกอบการรบั สมคั ร อย่างละเอียดให้ถูกต้องครบถ้วน 3. บันทึกประวัตนิ ักศกึ ษา/ 1. รวบรวมใบสมัครเพื่อขน้ึ ทะเบยี นเปน็ - ใบสมัครขึ้นทะเบียน ขึน้ ทะเบยี น นศ. นักศกึ ษา - เอกสารประกอบการสมคั ร 2. บนั ทึกประวตั ติ ามเอกสารการสมัครใน โปรแกรม itw51 แยกเป็นระดบั พรอ้ มออกออก รหสั ผ้เู รียนตามโปรแกรม 4. เทยี บโอนผลการเรยี น 1. จดั ทำประกาศการเทยี บโอนจากสถานศึกษา -ประกาศการรับสมัครเทียบโอน กศน.อำเภอ - คำสงั่ แตง่ ตัง้ คณะกรรมการ 2. แต่งตง้ั คณะกรรมการการเทียบโอน เทยี บโอน 3. จำแนกเอกสาร(เกรดแต่ละรายวชิ า) -แบบยน่ื ความจำนงขอเทยี บโอน - แบบสรุปผลการเทยี บโอน
18 กจิ กรรมของสถานศึกษา วิธกี ารและขั้นตอนในการดำเนนิ งาน เอกสารท่ีเกีย่ วขอ้ ง 4. ผูข้ อเทียบโอนเขียนคำร้องขอเทียบโอนเสนอ - แบบเสนอขออนมุ ัตผิ ลการ ต่อคณะกรรมการ เทียบโอน 5. เสนอผลการเทียบโอนกับผู้บริหารเพ่ือขอ -คุณสมบัติและแบบฟอร์มตาม อนมุ ตั ผิ ลการเทยี บโอน คู่มอื 6. นำผลการเทยี บโอนบนั ทึกในโปรแกรม 1.แนวทางการเทียบโอนผลการ ITw51 เรียนหลกั สูตร กศน. 51 2. แนวทางการเทยี บโอนผลการ เรยี นจากความรู้และ ประสบการณ์กลุ่มเป้าหมาย เฉพาะ 5. ลงทะเบยี นนกั ศึกษา 1. ลงทะเบียนเรยี นตามระดับช้นั /ตามแผนการ - ใบลงทะเบียนเรียน ลงทะเบียน (โปรแกรมitw51) -ใบลงทะเบยี นเทยี บโอนผลการ 2. การลงทะเบียนกจิ กรรมพัฒนาคณุ ภาพชีวิต เรยี น/เทียบโอนความรแู้ ละ โดยเขยี นเปน็ โครงการ/กจิ กรรมเสนอ ประสบการณ์ สถานศึกษาใหค้ วามเหน็ ชอบ และอนุมตั ิ -ใบลงทะเบยี นทำกิจกรรมพัฒนา โครงการเพ่ือดำเนินการต่อไป(โปรแกรมitw51) คณุ ภาพผเู้ รยี น 3. ลงทะเบยี นเทียบโอนผลการเรียน ผูเ้ รียนนำ -ใบลงทะเบยี นรักษาสภาพ ความรูท้ ักษะและประสบการณท์ ไ่ี ด้จาก การศึกษา การเรยี นรู้ และ/หรอื จากการทำงาน จากประสบการณช์ วี ิต หรอื จากการประกอบ อาชพี มาเทียบโอน เป็นผลการเรยี นตาม หลกั สตู รในระดบั ที่กำลังศึกษาอยู่ได้ โดย จะต้องลงทะเบยี นเทียบโอนผลการเรยี นตาม ระยะเวลาที่สถานศึกษากำหนด(โปรแกรม itw51) 4. การลงทะเบยี นรักษาสถานภาพ ในกรณีที่ ผเู้ รยี นไมส่ ามารถลงทะเบยี นเรียนใน ภาคเรยี นใดจะต้องลงทะเบียนรกั ษาสถานภาพ เป็นนกั ศกึ ษาทุกภาคเรยี น หากไม่สามารถ ลงทะเบียนรักษาสถานภาพการเปน็ นักศึกษาใน ภาคเรยี นใดไดจ้ ะต้องลงทะเบียนรักษา สถานภาพการเป็นนักศึกษาย้อนทุกภาคเรียนท่ี
19 กจิ กรรมของสถานศกึ ษา วธิ ีการและขนั้ ตอนในการดำเนินงาน เอกสารทีเ่ กยี่ วข้อง ไม่ได้ลงทะเบียน ท้ังน้ตี ้องไม่เกนิ 6 ภาคเรียน ติดต่อกัน หากพ้นระยะเวลาจะตอ้ งขึน้ ทะเบียน เป็นผูเ้ รยี นใหม(่ โปรแกรมitw51) 5. การบนั ทกึ ผลการลงทะเบียนแต่ละภาค เรียน/แต่ละรายวิชา ตามแบบฟอร์มของ สถานศกึ ษา เกบ็ รวบรวมกบั ประวัตนิ ักศึกษาที่ ลงทะเบียนภาคเรยี นนนั้ ๆ 6.ลงทะเบยี นเพ่ิม/ถอนรายวิชา 6. ขออนุญาตจดั ตงั้ กลมุ่ 1. จัดตง้ั กล่มุ ผเู้ รียนตามผรู้ ับผิดชอบ แต่ละ -แบบขออนุญาตจดั ตั้งกล่มุ ผเู้ รียน ผู้เรียน ตำบลโดยไมน่ ้อยกว่า 40 คน(โปรแกรมitw51) - แผนที่ เสนอต่อผ้บู รหิ ารระดบั อำเภอ - แผนการจดั การเรียนการสอน 2.จดั ตั้งกลุ่มท2่ี ขอความเหน็ ขอบจงั หวัด -รายชื่อนกั ศกึ ษาท่ีลงทะเบียน - หนงั สือขอความเหน็ ชอบจงั หวัด เพือ่ จัดตั้งกลุ่มท่ี 2 7. รายงานผลการลงทะเบยี น 1. รายงานสรุปการลงทะเบยี นตามกล่มุ /ภาค - แบบรายงานสรุปผลการ เรยี น (โปรแกรมitw51) เสนอตอ่ ผู้บรหิ าร ลงทะเบียน 2. มอบหมายให้ครูผรู้ บั ผดิ ชอบนักศึกษาแตล่ ะ กลุ่มทราบและดำเนนิ การต่อไป 8. ตรวจสอบวฒุ กิ ารศกึ ษา การตรวจสอบวุฒิการศกึ ษาของผู้สมคั รเข้า -หนังสือตรวจสอบวุฒิ เรยี น กศน. - หนงั สือแจง้ ผลการตรวจสอบ 1. ดำเนินการตรวจสอบวฒุ กิ ารศึกษาเดิมของ วุฒิ ผูส้ มคั รเรียน โดยจัดทำหนังสอื แจง้ หนว่ ยงานท่ี - รายงานผสู้ ำเรจ็ การศึกษา รับผิดชอบในการตรวจสอบวุฒิ (กศน. 3) 2. กรณีทส่ี ถานศึกษาตรวจสอบวฒุ ิการศึกษา เปน็ จริงตามหลักฐานให้บันทึกขอ้ มลู วุฒิ การศึกษาเดมิ พร้อมเอกสาร หลกั ฐาน สำเนา วฒุ ิการศกึ ษาใหเ้ ป็นระบบ สถานศึกษาหรือหน่วยงานอื่นขอตรวจสอบ วุฒิการศกึ ษาผสู้ ำเร็จหลักสูตร กศน.
20 กจิ กรรมของสถานศึกษา วิธกี ารและข้ันตอนในการดำเนนิ งาน เอกสารทเ่ี กี่ยวข้อง 1. ตรวจสอบแล้วถกู ต้องตามจรงิ ให้แจง้ ผลการ ตรวจสอบไปยงั ผขู้ อตรวจสอบ 2. ตรวจสอบแลว้ เปน็ หลกั ฐานไมถ่ ูกต้องให้ ดำเนินการ ดังนี้ - แจ้งผลการตรวจสอบไปยงั ผู้ขอตรวจสอบ - รายงานหน่วยงานต้นสงั กัดตามลำดับเพื่อ ดำเนินการต่อไป 3. ตรวจสอบแลว้ ไม่ถูกต้องให้นำเรยี นผบู้ ริหาร ทราบและลงมตใิ หห้ มดสภาพการเปน็ นักศึกษา 9. Upload ข้อมูลนักศึกษา 1. ดำเนนิ การนำข้อมูลออก(Export) จาก - รายงานข้อมูลนักศึกษา รายบคุ คล (Website) โปรแกรม Itw51 นักศึกษาทุกระดบั ที่ รายบคุ คล ลงทะเบียน 2. Upload ขอ้ มูลนักศึกษารายบุคคล (Website)ระบบฐานขอ้ มลู และการบริหาร จัดการ http://mis.nfe.go.th/NFE-MIS/ 3. ติดตามการรายงานท่ีสถานศกึ ษา Upload ขน้ึ และสรุปรายงานใหผ้ บู้ รหิ ารทราบ 10. ตรวจสอบขอ้ มลู นักศึกษา 1. ตรวจสอบข้อมูลนักศึกษาระบบฐานข้อมูล - รายงานผลข้อมลู นกั ศกึ ษา ซ้ำซ้อน ซำ้ ซอ้ น (Website) และการบริหารจัดการ (นกั ศึกษาซ้ำซ้อน)และ ดำเนินการแก้ไข http://mis.nfe.go.th/NFE-MIS/ 2. ติดตามการรายงานทีส่ ถานศกึ ษา Upload ข้นึ และสรปุ รายงานใหผ้ บู้ ริหารทราบ 11. รวบรวมและจดั สง่ ขอ้ มลู 1. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของขอ้ มลู โดย - หนงั สอื ส่งขอ้ มลู รายบุคคลถึง นักศึกษารายบคุ คล ดำเนนิ การรวบรวมข้อมลู การลงทะเบยี นทุกวิธี สำนักงาน กศน. จงั หวัด (ตรวจสอบเสรจ็ แล้ว back เรยี นส่งสำนกั งาน กศน.จงั หวัด - แบบรายงานขอ้ มูลนกั ศึกษา up ส่งจงั หวดั ) 2. รายงานให้ผบู้ ริหารทราบ รายบุคคล
21 กจิ กรรมของสถานศึกษา วธิ กี ารและขั้นตอนในการดำเนินงาน เอกสารที่เกยี่ วข้อง 12. สง่ รายงานนักศึกษาคาด 1. บันทกึ ข้อมูลผู้คาดว่าจะจบระดับสถานศึกษา - หนังสือสง่ ข้อมลู นักศึกษาคาด วา่ จะจบ (สง่ จังหวัด) ในภาคเรียนส่งสำนกั งาน กศน.จงั หวดั วา่ จะจบถงึ สำนกั งาน กศน. 2. รายงานให้ผู้บริหารทราบ จังหวัด - แบบรายงานข้อมลู นกั ศึกษา คาดว่าจะจบทุกระดบั 13. โครงการการแนะแนว 1. ประชมุ บุคลากร/แตง่ ตั้งคณะทำงาน/ - โครงการ และปรับพื้นฐานนักศึกษา โครงการ - คำสง่ั แต่งต้ังคณะทำงาน กศน. 2. ดำเนนิ การโครงการแนะแนวและปรบั - สรุปรายงานผลการดำเนินงาน พ้ืนฐานนกั ศึกษา กศน. 3. สรปุ และรายงานผลการดำเนินงาน 14. กจิ กรรมการเรียนการ 1. ขออนุมตั ิแผนการจดั กิจกรรมการเรียนการ - แบบวิเคราะหร์ ายวิชา สอน กศน.ตำบล สอน - แผนการจัดกิจกรรมการเรียน 1.1 การจดั ทำแผนการสอน รายภาค/ราย การสอน สัปดาห์ - ปฏิทนิ การเรยี นการสอน - วเิ คราะห์เนอ้ื หารายวชิ าท่ีลงทะเบียนใน -บนั ทึกหลังสอน ภาคเรยี น - ครูผู้สอนต้องจดั การเรียนการสอนแยกเป็น ระดับการศึกษา - จัดทำแผนการจดั การเรียนรู้ ให้ผูเ้ รยี น ได้เรียนสปั ดาห์ละ 6 ช่ัวโมง - เนอื้ หายากมาก ให้สอนเสรมิ โดย วิทยากรภายนอก 4 ครง้ั (12 ชัว่ โมง/ภาค เรยี น) ไม่รวมอยใู่ นแผนการ จัดการเรียนรู้ 6 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ - จัดทำปฏทิ ินการเรยี น แผนการจัดการ เรียนรู้ แผนการสอนรายสัปดาห์ - ผ้บู รหิ ารสถานศึกษาอนุมัตแิ ผนการจดั การ เรียนรู้ 2. จัดกิจกรรมการเรียนการสอน ตามแผนการ จัดการเรยี นรู้รายบุคล
22 กจิ กรรมของสถานศึกษา วิธกี ารและขนั้ ตอนในการดำเนินงาน เอกสารทเ่ี กีย่ วขอ้ ง รายสปั ดาห์ /รายภาค/บันทึกการสอน เอกสาร อน่ื ๆ และเสนอบันทึกหลงั การสอนต่อผบู้ รหิ าร สถานศกึ ษา 15. โครงการกิจกรรมพัฒนา 1.ศึกษาวธิ ีการหลกั เกณฑก์ ารจัดกจิ กรรมตาม - กรอบการจดั กิจกรรมพัฒนา ผเู้ รยี น กรอบการจัดกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนตามนโยบาย ผเู้ รยี นตามนโยบายการจัด 1. กจิ กรรมพัฒนาวิชาการ การจดั การศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ การศึกษานอกระบบระดับ 2. กิจกรรมพัฒนาทักษะ พน้ื ฐาน กศน. (หนังสือสำนักงาน กศน.ด่วน การศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน กศน. ชีวิต ทสี่ ุด ท่ี 0210.04/475 ลงวนั ท่ี 2 กมุ ภาพนั ธ์ (หนงั สือสำนกั งาน กศน.ด่วนทส่ี ุด 3.กิจกรรมพัฒนาความรู้ 2558) ท่ี 0210.04/475 ลงวันที่ 2 ดา้ น ICT 2.ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กุมภาพนั ธ์ 2558) 4. กิจกรรมเตรยี มความ สถานศกึ ษา - หนังสอื ส่งขออนุมัติแผนการจัด พร้อมสปู่ ระชาคม 3.เสนอแผนการจัดกจิ กรรมเพ่ือให้ผู้อำนวยการ กิจกรรม อาเซยี น สำนักงาน กศน.จงั หวดั อนุมัติ - โครงการ 5. กิจกรรมแสดงออกความ 4. จดั ทำโครงการขออนมุ ัตจิ ดั กจิ กรรมตามแผน - คำส่ังแต่งตง้ั คณะกรรมการ จงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนาและ พรอ้ มแต่งตงั้ คณะทำงาน - รายงานสรปุ ผลการจดั กจิ กรรม สถาบนั พระมหากษตั ริย์ 5.สรปุ ผลการจัดกิจกรรม 6. กิจกรรมเรยี นรู้ด้าน เศรษฐกิจพอเพยี ง 7.กจิ กรรมลกู เสือและ กิจกรรมยุวกาชาด 8.กจิ กรรมด้านกีฬา และ สง่ เสริมสขุ ภาพ 9. กิจกรรมเสรมิ สร้าง ความสามารถพเิ ศษ 16.โครงการกจิ กรรมพฒั นา 1.ครูร่วมกับผ้เู รยี นรว่ มจัดทำแผนกจิ กรรม - แนวทางการจดั กจิ กรรมพฒั นา คณุ ภาพชีวติ (กพช.) กพช. คุณภาพชีวิต (กพช.) ตามคู่มือ 1.กิจกรรมศีลธรรมเพ่ือ 2.ผู้เรยี นรวมกลมุ่ เสนอโครงการเพ่ือขออนมุ ตั ิ การดำเนนิ งานหลักสตู ร พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ โครงการ การศึกษานอกระบบระดับ 2.กจิ กรรมตามนโยบาย 3.ครทู ี่ปรึกษาใหค้ ำแนะนำในการวางแผนการ การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พ.ศ.2551 ( กศน. ดำเนนิ งาน ปรับปรุง 2555) บทที่ 2 หนา้ 11 4.แตง่ ต้ังคณะกรรมการพิจารณา / ประเมนิ ผล -31 การปฏิบัตกิ ิจกรรม กพช.
23 กจิ กรรมของสถานศึกษา วธิ กี ารและขั้นตอนในการดำเนนิ งาน เอกสารทีเ่ กย่ี วข้อง 5.นิเทศตดิ ตามกิจกรรม กพช.โดยครูท่ปี รกึ ษา - กพช.1 ใบลงทะเบียนกิจกรรม 6.ผ้เู รียนจดั ทำเอกสารรายงานผลการ กพช. ดำเนนิ งานสง่ สถานศึกษา - กพช.2แบบประเมนิ ตนเอง 7.คณะกรรมกรรมการประเมินค่าผลสำเร็จของ กจิ กรรมกพช. โครงการเป็นจำนวนชว่ั โมง - กพช.3แบบเสนอโครงการ 8. สถานศกึ ษาบันทกึ ผลจำนวนชวั่ โมงทที่ ำ กิจกรรมกพช. กจิ กรรม กพช. ไวเ้ ป็นหลักฐาน -กพช.4 แบบรายงานความสำเร็จ ของโครงการกิจกรรมกพช. - กพช.5แบบประเมนิ ผลการ ปฎิบัตโิ ครงการกจิ กรรมกพช. - กพช.6ใบแจง้ ผลกิจกรรมกพช. 17.บนั ทกึ คะแนนระหว่าง 1. บันทกึ คะแนนตามแบบบันทึก กศน.4 - กศน.4 ทกุ ระดับ ภาคเรียนนักศึกษา(กศน. 4) 2. บนั ทกึ คะแนนในระบบโปรแกรม Itw51 - รายงานคะแนนสอบ 18.บันทึกกจิ กรรมพฒั นา บันทกึ การทำกจิ กรรม กพช. และจำนวนชว่ั โมง - แบบรายงานการทำกิจกรรม คณุ ภาพชีวิต(200 ชว่ั โมง) ของกจิ กรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ รายบุคคล กพช. 1-6 บันทกึ ลงในโปรแกรม Itw51 19. ส่งั ข้อสอบรายวิชาบงั คับ 1. ตรวจสอบจำนวนผลู้ งทะเบียนเรยี นใน - แบบรายงานการสัง่ ข้อสอบวิชา ปลายภาคเรยี น รายวิชาบงั คับให้ถกู ต้อง บงั คบั จาก เวปไซต์ (เวปไซต์) 2. สั่งข้อสอบรายวิชาบงั คบั ปลายภาคเรียน http://exam.nfe.go.th/exorder/index.php 20. สงั่ ขอ้ สอบรายวิชาเลอื ก 1. ตรวจสอบจำนวนผลู้ งทะเบยี นเรยี นใน - หนังสอื ราชการสง่ จังหวัด ปลายภาคเรียน(จังหวดั ) รายวิชาเลือกใหถ้ ูกต้อง - แบบรายงานการสั่งข้อสอบวชิ า 2. ส่ังข้อสอบรายวิชาเลือก สำนกั งาน กศน. เลือก จงั หวัด 21. สง่ รายชือ่ นกั ศึกษาสอบ 1. ตรวจสอบรายชอื่ ผ้มู ีสทิ ธเิ์ ข้ารับการประเมิน - ขอ้ มูลนักศึกษาคาดว่าจะจบ N-NET โปรแกรม Itw51
24 กจิ กรรมของสถานศึกษา วธิ กี ารและขั้นตอนในการดำเนินงาน เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2. สง่ รายช่ือนกั ศกึ ษาท่ีคาดว่าจะจบไปที่ สถาบันทดสอบทางการศกึ ษาแห่งชาติ(สทศ) http://www.niets.or.th/ 22. ประกาศรายช่อื ผู้มสี ทิ ธ์ิ 1. ตรวจสอบรายชือ่ ผู้มีสทิ ธิ์ N-NET จากเวป - รายชื่อผู้มสี ทิ ธิส์ อบจากเวปไซต์ สอบ N-NET ไซต์ http://www.niets.or.th/th/ สทศ. 2. ทำบันทึกรายชอื่ ผู้มีสิทธิส์ อบ N-NET เสนอ ผบู้ รหิ าร 3. ติดประกาศรายชื่อผู้มีสทิ ธ์ิสอบ N-NET ท่ี ศนู ยก์ ศน.ตำบล ศนู ย์กศน.อำเภอ สนามสอบ และแจง้ นักศึกษาที่มสี ิทธเ์ิ ขา้ รบั การทดสอบ 23. ดำเนนิ การทดสอบ 1. ศึกษาระเบยี บว่าดว้ ยการสอบ -คูม่ อื การสอบ N-Net ของ สทศ. N-NET 2. รวบรวมคำสงั่ พรอ้ มสรปุ รายงายการ ดำเนนิ การจัดสอบของทกุ สถานศกึ ษา 3. ตรวจความถูกต้องของคำส่ังตามหลกั เกณฑ์ 24. ประเมนิ คุณธรรม 1. ศกึ ษารปู แบบแนวทางการประเมนิ คุณธรรม - แนวทางการประเมนิ คุณธรรม 25. ดำเนินการจัดสนามสอบ 2. ดำเนินการประเมนิ คณุ ธรรม ทง้ั 3 กลุ่มคอื - แบบรายงานและแบบประเมนิ และหอ้ งสอบในโปรแกรม ITW 51ตามตารางสอบ คุณธรรมเพ่ือพฒั นาตนเอง การทำงานและการ คุณธรรม อยรู่ ว่ มกนั ในสงั คม - คมู่ ือการประเมินคณุ ธรรมตาม คู่มือการดำเนนิ งานหลกั สูตร การศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พ.ศ.2551 ( ปรับปรุง 2555) หนา้ 46 -61 1. ตรวจสอบข้อมูลนักศกึ ษาที่มสี ทิ ธิ์สอบ - รายช่ือนักศึกษาผู้มีสทิ ธสิ์ อบ 2. ดำเนนิ การจดั สนามสอบเป็นรายวิชา - ประกาศสำนักงาน กศน. เร่อื ง 3. ตรวจความถูกต้อง ปรบั เกณฑ์การวัดและประเมินผล และการกำหนดระยะเวลาในการ มีสทิ ธ์ิเข้าสอบปลายภาคเรยี น หลักสูตร กศน. 2551 ลงวันที่ 8 ตลุ าคม 2555
25 กจิ กรรมของสถานศกึ ษา วิธกี ารและข้ันตอนในการดำเนนิ งาน เอกสารทีเ่ กยี่ วข้อง 26.ประกาศรายชอ่ื ผู้มีสทิ ธิ์ - ติดประกาศตารางสอบ ที่ กศน.ตำบล กศน. - ตารางสอบ สอบ ปลายภาคเรยี น อำเภอ และสนามสอบ -รายชอ่ื นกั ศึกษาผู้มีสทิ ธส์ิ อบ - ตดิ ประกาศรายชอ่ื ผู้มีสิทธิ์สอบ ที่ กศน.ตำบล กศน.อำเภอ สนามสอบ 27. ดำเนินการสอบปลาย - ศึกษาระเบยี บวา่ ดว้ ยการสอบ - ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการว่า ภาค - ประสานสนามสอบ รายชือ่ คณะกรรมการคุม ดว้ ยการปฏบิ ัตขิ องผกู้ ำกบั การ สอบ สอบ พ.ศ. 2548 - แตง่ ต้ังคณะกรรมการคมุ สอบ - ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการวา่ - ยืมเงินงบประมาณเพอ่ื ดำเนินการสอบ ด้วยการปฏบิ ัติของผู้เข้าสอบ - ดำเนนิ การสอบ พ.ศ. 2548 - เบกิ จ่ายงบประมาณค่าดำเนินการสอบ - หนงั สอื ขอความอนเุ คราะห์ สนามสอบและกรรมการคมุ สอบ - คำสัง่ แต่งตั้งคณะกรรมการคมุ สอบ -หนังสือสง่ ยมื เงนิ และสัญญายืม -เอกสารเบกิ จา่ ยงบประมาณคา่ ดำเนนิ การสอบ - ขอ้ สอบ และกระดาษคำตอบ 28. ประกาศผลสอบปลาย ตดิ ประกาศผลสอบปลายภาคท่ี กศน.ตำบล - ประกาศผลสอบของกศน. ภาค กศน.อำเภอ และ แจง้ ให้นกั ศึกษาทราบ - ผลการสอบ 29. ลงทะเบยี นประเมินซ่อม 1. ลงทะเบียนโดยเลือกจากทุกคนท่ีสอบไมผ่ า่ น - ใบลงทะเบยี นสอบซ่อม (โปรแกรม Itw51) - รายชอื่ ผู้มีสิทธ์ิสอบซ่อม 2. ประกาศรายชื่อผูม้ ีสิทธิส์ อบซอ่ ม 3. บันทึกเสนอรายชือ่ ผมู้ ีสทิ ธิส์ อบซอ่ มต่อ ผูบ้ ริหารสถานศึกษา 30. ดำเนนิ การประเมนิ ซ่อม 2. ประชุม/แต่งต้ังคณะกรรมการดำเนนิ การ - ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารว่า สอบซอ่ ม/กรรมการจัดทำขอ้ สอบซอ่ ม ด้วยการปฏิบตั ิของผู้กำกับการ 3. ตรวจสอบรายชอื่ ตามประกาศรายช่ือ สอบ พ.ศ. 2548 นกั ศกึ ษาสอบซ่อม 4. ดำเนนิ การสอบซ่อม
26 กจิ กรรมของสถานศกึ ษา วธิ กี ารและขนั้ ตอนในการดำเนินงาน เอกสารทเี่ ก่ยี วขอ้ ง 5. ตรวจกระดาษคำตอบสอบซ่อม - ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารว่า 6. บนั ทึกคะแนนสอบซ่อมในระบบโปรแกรม ดว้ ยการปฏบิ ัตขิ องผูเ้ ขา้ สอบ Itw51 พ.ศ. 2548 7. ข้นั ตอนการสอบซ่อมมวี ิธีการดำเนนิ การที่ - หนงั สือขอความอนเุ คราะห์ หลากหลาย เช่นการทำรายงานโดยมกี าร สนามสอบและกรรมการคมุ สอบ แต่งตงั้ คณะกรรมการประเมินผลงานเพอ่ื อนมุ ัติ - คำสง่ั แต่งตง้ั คณะกรรมการคมุ การใหค้ ะแนนการซอ่ ม สอบ -หนงั สือสง่ ยมื เงนิ และสัญญายืม -เอกสารเบิกจ่ายงบประมาณค่า ดำเนนิ การสอบ - แนวทางการประเมนิ ซ่อม สามารถเลือกทำได้หลายวิธตี าม ความเหมาะสม ตามคู่มือแนว ทางการดำเนินงานการจดั การศกึ ษาของสถานศึกษาใน กำกบั ของสำนักงาน กศน.(หน้า 20-21) 31. ประกาศผลสอบซ่อม/ 1. ประมวลผลการสอบซ่อม โปรแกรม Itw51 - ประกาศรายงานคะแนนผลสอบ อนมุ ตั ิผลการเรยี นและการ 2. รายงานผลสอบซ่อม ซ่อม จบภาคเรียน 3. บนั ทึกเสนอผูบ้ ริหารและจัดทำประกาศผล - แบบอนุมตั ผิ ลการเรยี น การสอบซ่อม 32. จัดพิมพ์ระเบยี นแสดงผล 1. ตรวจสอบความถกู ต้องประวัตนิ ักศึกษาที่ - ระเบยี นแสดงผลการเรียน การเรยี น/ สำเรจ็ การศกึ ษา (กศน.1) ใบประกาศนยี บตั รผู้จบ 2. แกไ้ ขขอ้ มลู ให้ถูกต้องตามเอกสารประกอบที่ - ประกาศนียบัตร (กศน. 2) หลักสตู ร แนบตามประวัติ 3. จัดพมิ พ์ระเบยี นแสดงผลการเรยี นตามแบบ พมิ พ์ทีก่ ระทรวงศึกษาธิการกำหนดเท่าน้นั จำนวน 2 ฉบับมอบใหผ้ ู้เรยี น 1 ฉบบั และเกบ็ ไวท้ สี่ ถานศึกษา 1 ฉบับ 33. รายงานผู้จบหลกั สูตร 1. จัดพมิ พร์ ายงานผู้จบหลักสูตร (กศน.3) แต่ - แบบรายงานผจู้ บหลักสตู ร (สง่ จงั หวดั ) ละระดบั (กศน.3)
27 กจิ กรรมของสถานศึกษา วธิ กี ารและข้นั ตอนในการดำเนนิ งาน เอกสารทเี่ กีย่ วข้อง - หนงั สอื สง่ จังหวัด 2. จดั ส่งรายงานผูจ้ บหลักสตู ร ไปกศน.จังหวัด 1 ชุด กศน.อำเภอเก็บไว้ 1 ชุด 34. สง่ ผลการเรียนเฉล่ีย 1. ประมวลผลในโปรแกรม ITW 51 - แบบรายงานผล GPA/PR ( GPA/PR) 2. บนั ทึกข้อมลู สง่ กศน.จังหวดั 35. ปจั ฉมิ นเิ ทศนักศึกษาจบ 1.ประชุมวางแผนการจดั กจิ กรรม -ประกาศนยี บัตร (กศน.2) - โครงการ หลักสูตรมอบวุฒิบัตรผสู้ ำเร็จ 2.จัดเตรียมประกาศนยี บัตร - คำส่ังแต่งต้ังคณะทำงาน - สรุปรายงานผลการดำเนินงาน การศึกษา 3.จดั ทำโครงการ 4.ดำเนินงานตามโครงการ 5.สรุปผลการดำเนนิ งาน 36.การประเมินระดบั การรู้ 1. จัดทำปฏทิ นิ การดำเนินงาน - แตง่ ตง้ั คณะทำงาน หนังสอื ของนกั ศึกษา 2. จำแนกระดับนักศึกษา กศน. แตล่ ะระดบั - เครอ่ื งมือการประเมิน การศกึ ษา - รายงานผลการประเมินระดับ 3. จดั เตรยี มเครือ่ งมือการประเมนิ ระดับการรู้ การรูห้ นังสอื ของนักศึกษา หนงั สอื ของนกั ศกึ ษา กศน. พร้อมทง้ั แบบ บันทึกการประเมิน 4. ประชมุ ชีแ้ จงผู้เกย่ี วขอ้ ง 5. แต่งตั้งคณะทำงานการประเมินระดับการรู้ หนังสอื และผู้ทำนเิ ทศ ตดิ ตามการประเมนิ 6. สรุปผลการประเมนิ จากระบบบันทึกผลการ ประเมินระดับการรู้หนงั สือของนกั ศึกษา กศน. (การอ่านออกเขียนได้) http://203.147.24.85/student65/login.php
28 ภาคผนวก
29 นิยามศพั ท์ที่เก่ียวขอ้ ง หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้นั พื้นฐานพทุ ธศกั ราช 2551 การศึกษา (Education) หมายถึง กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของ บุคคลและสังคม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้า ทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัด สภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้ บุคคลเรียนรูอ้ ย่างตอ่ เนื่องตลอด ชีวติ หลกั สูตร (Curriculum) หมายถงึ การประมวลความรู้และประสบการณ์ท่ีจัดขึน้ เพอ่ื พฒั นาผู้เรียนให้ มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะตามที่กำหนดไว้ หลักสูตรจึงเป็นเสมือนแผนที่กำหนดทิศทาง ในการพัฒนาผู้เรียนไปสู่มาตรฐานการเรียนรู้ ซึ่งเป็นเป้าหมาย และมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อให้ ทราบความก้าวหนา้ ของ ผเู้ รียนในการพัฒนาไปส่มู าตรฐานทก่ี ำหนด การศึกษาขน้ั พื้นฐาน (Basic Education) หมายถงึ การศกึ ษากอ่ นระดับอดุ มศกึ ษา การศึกษาตลอดชีวิต (Life Long Education) หมายถึง การศึกษาที่เกิดจากการ ผสมผสานระหว่าง การศกึ ษาในระบบ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั เพื่อใหส้ ามารถพัฒนาคณุ ภาพชีวิตได้อย่าง ต่อเนือ่ งตลอดชวี ิต มาตรฐานการศึกษา (Educational Standard) หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับ คุณลักษณะ คุณภาพ ที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่งและเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียง สำหรบั การส่งเสรมิ และกำกบั ดูแล การ ตรวจสอบ การประเมินผล และการประกนั คณุ ภาพทางการศกึ ษา หลักสูตรสถานศึกษา (School Curriculum) หมายถึง แผนหรือแนวทางในการ จัดการเรียนการ สอนเพื่อพัฒนาผู้เรียน ซึ่งจัดทำโดยบุคคลหรือคณะบุคคลในระดับสถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้และสง่ เสริมให้ผูเ้ รยี นรู้จักตนเอง มีชวี ิตอยู่ในโรงเรยี น ชุมชน และสังคม อย่างมีความสขุ ภาคีเครือข่าย (Net Work Party) หมายถึง บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กร ปกครองส่วน ทอ้ งถน่ิ องค์กรเอกชน องคก์ รวชิ าชพี สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และองค์กรอน่ื รวมทั้งสถานศึกษาอ่ืน ท่ีมิไดส้ งั กัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยที่มสี ว่ นรว่ ม หรือมีวัตถุประสงค์ ในการดำเนินงานการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Desired Characteristics) หมายถึง คุณภาพของผู้เรียน ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมท่ีสถานศึกษากำหนดข้นึ เพิ่มเติมจากท่ีกำหนดไว้ในมาตรฐาน การเรียนรู้ของกลุม่ สาระต่าง ๆ โดยอาจพจิ ารณาจากสภาพปัญหาของชมุ ชน สังคม และ การเปล่ยี นแปลง
30 สาระการเรยี นรู้ (Contents) หมายถงึ องค์ความรู้ ทักษะกระบวนการ และ คุณลกั ษณะสำคัญรวมไว้ ในมาตรฐานการเรยี นรู้ ซงึ่ ผู้เรยี นตอ้ งรู้และปฏิบัตไิ ด้ หนว่ ยกติ (Credit) หมายถงึ ค่านำ้ หนกั ทก่ี ำหนดใหใ้ นการเรียนแตล่ ะรายวิชา โดยคดิ จากระยะเวลาท่ี ใช้ในการเรียนการสอนเพื่อบรรลุมาตรฐานหรือจุดประสงค์ที่ตั้งไว้สำหรับรายวิชานั้น โดยใช้เวลาเรียนไม่น้อย กว่า 40 ชั่วโมง มีคา่ เท่ากบั 1 หนว่ ยกติ แผนการจัดการเรียนรู้ (Lesson Plan) หมายถึง แผนหรือแนวทางการจัดการเรียนการ สอน ซึ่งเปน็ ส่วนหนึ่งของหน่วยการเรียนรู้ เมื่อดำเนินการเรียนการสอนครบทกุ แผนของ แต่ละหน่วยการเรียนรู้ ผู้เรียนจะ ได้พัฒนาคณุ ภาพบรรลตุ ามมาตรฐานที่กำหนดเปน็ เปา้ หมายของแต่ละหนว่ ยการเรยี นรู้ วิธีการเรียนรู้ (Learning Styles) หมายถึง รูปแบบหรือวิธีการที่ผู้เรียนใช้ในการ แสวงหาความรู้ สรา้ งความเข้าใจหรือมีปฏิกิริยาสนองตอบต่อส่ิงต่างๆในสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ของการเรยี นรู้ ผู้เรียน แต่ละคนอาจใช้วิธีการแตกต่างกัน ไปเพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบ ความถนดั ภมู หิ ลังดา้ นสังคม วัฒนธรรม หรือพฒั นาการของแตล่ ะบคุ คล สื่อการเรียนรู้ (Learning Materials) หมายถึง สื่อที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความ สนใจ มีความ เข้าใจ เกิดการเรียนรู้และช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มีหลายรูปแบบ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี สื่อธรรมชาติ การเลือกสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนควรคำนึงถึงความน่าสนใจ ชวนคดิ ชวนตดิ ตาม เป็นสอ่ื ท่เี ขา้ ใจงา่ ย กระต้นุ ให้ผเู้ รียนรู้จกั วิธีแสวงหาความรู้ และที่สำคัญ คือ สอดคลอ้ ง กับ วตั ถปุ ระสงค์ของการเรียน วิธีการเรียนรู้ของผูเ้ รยี นและความแตกต่างระหว่างบุคคล ทักษะการเรยี นรู้ (Learning Skills) หมายถงึ เคร่อื งมือทมี่ นุษย์ต้องใช้ในการ ดำรงชีวติ ต้องมีการคิด การตดั สินใจการเลอื กแก้ปญั หาเป็นการคิดหาคำตอบและปฏิบัติอย่างดีท่สี ุดสำหรบั ตนเองและใชเ้ ป็นเคร่ืองมือ ในการเรียนรู้ ความเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้าทางวิชาการต่างๆเพื่อให้มนุษย์ได้ปรับตนเองให้ทันกับความ เปล่ียนแปลงและความก้าวหนา้ น้ัน ๆ การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self – directed Learning) หมายถึง การเรียนรู้ด้วยความ ตั้งใจของผู้เรียน ซึ่งมีความปรารถนาจะรู้ในเรื่องนั้นผู้เรียนจึงคิดหาวิธีการเรียนด้วย วิธีการต่าง ๆ หลังจากนั้นจะมีการ ประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเองจะเป็นรูปแบบการ เรียนรู้ที่ทวีความสำคัญในโลกยุคโลกาภิวัตน์ บุคคลซึ่ง สามารถปรบั ตนเองให้ตามทัน ความก้าวหน้าของโลก โดยใชส้ ่ืออุปกรณ์ยุคใหมจ่ ะทำใหเ้ ป็นคนที่มีคุณค่า และ ประสบ ความสำเรจ็ ไดอ้ ยา่ งดี คิดเป็น (Khit -pen) หมายถึง กระบวนการที่คนเรานำมาใช้ในการตัดสินใจ โดย ต้องแสวงหาข้อมูล ของตนเอง ข้อมูลของสภาพแวดล้อมในชุมชนและสังคม และข้อมูล ทางหลักวิชาการแล้วนำมาวิเคราะห์ หาทางเลือกในการตัดสินใจที่เหมาะสม มีความพอดี ระหว่างตนเองและสังคม หรือ เป็นการแสดงศักยภาพ ของมนุษย์ ในการชี้นำชะตาชีวิตของตัวเองโดยการ พยายามปรับตัวเอง และสิ่งแวดล้อมให้ผสมกลมกลืนกัน
31 ด้วยกระบวนการแก้ปัญหา ซึ่ง ประกอบด้วยการพิจารณาข้อมูล 3 ด้าน ได้แก่ ข้อมูลตนเอง ข้อมูลสังคมและ ส่งิ แวดล้อม และ ขอ้ มูลทางวิชาการ เพ่ือเปา้ หมายที่สำคญั คอื การมีความสุข การวิจัยอย่างง่าย (Baby Research) หมายถึง การศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างมี ระบบ เชื่อถือได้ สอดคล้องกับการปฏิบัติงานตามปกติของครู และเขียนรายงานสั้น ๆ มี ความสมบูรณ์ในตัวเอง หรือ กระบวนการแสวงหาความรู้เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนากระบวนการเรียน การสอนในห้องเรียนหรือนอก ห้องเรียนอย่างมีระบบ และมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน โดยมี กระบวนการทำงานอย่างตอ่ เนือ่ ง คือ มีการกำหนด เป้าหมายที่ต้องการปรับปรุงแก้ไข หรือพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม วางแผนการดำเนินงาน ปฏิบัติตามแผนท่ี กำหนดไว้ สังเกต ผลที่เกิดขึ้น และสะท้อนผลหลังจากปฏิบัติตามแผน ถ้ายังไม่บรรลุเป้าหมายให้ ดำเนินการ ปรับปรุงแผนเสียใหม่ ลงมือปฏิบัติตามแผนที่ปรับไว้ สังเกตและสะท้อนผล เป็นวงจรไปเรื่อย ๆ จนบรรลุ เปา้ หมายทีต่ อ้ งการ การจัดการความรู้ (Knowledge Management) หมายถึง กระบวนการในการ สร้างและจัดหา ความรู้ (Create & Acquisition) มีการจัดการและจัดเก็บความรู้ (Knowledge Organization & Storage) และการกระจายความรู้ (Knowledge Distribution) เพื่อการประยุกต์ความรู้เพื่อการใช้งาน (Knowledge Application) โดยเฉพาะเปน็ การใช้ เพื่อการตัดสินใจหรือการแขง่ ขันกันในทางธุรกจิ หรือเพื่อเปน็ การ อนุรักษ์ ให้เป็นสินทรัพย์ขององค์การต่อไป โดยอาจใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็น เครื่องมือในการจัดเก็บและ แพรก่ ระจายความรู้ แหล่งการเรียนรู้ (Learning Resources) หมายถึง สถานที่ หรือแหล่งข้อมูลทั้งใน สถานศึกษาและ นอกสถานศึกษาที่ผู้เรียนสามารถเข้าไปศกึ ษา แสวงหาประสบการณ์ ความรู้ เพื่อช่วยพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ อยา่ งกว้างขวางลกึ ซ้ึง ค่านิยม (Value) หมายถึงสิ่งที่สังคมถือว่ามีค่าพึงปรารถนาต้องการให้เป็น เป้าหมายของสังคมและ ปลูกฝงั ใหส้ มาชิกของสังคมยึดถอื เปน็ เปา้ หมายในการดำเนิน ชีวิต เจตคติ (Attitude) หมายถงึ สภาพความรู้สกึ ทางด้านจิตใจทเี่ กดิ จากประสบการณ์ และการเรยี นรู้ของ บุคคลอันเป็นผลทำให้เกิด มีท่าทีหรือมีความคิดเห็น รู้สึกต่อสิ่งใดสิ่ง หนึ่งในลักษณะที่ชอบ หรือไม่ชอบ เห็น ด้วยหรือไมเ่ หน็ ด้วย พื้นฐานการงานอาชีพ (Basic Vocational Education) เปน็ การเรียนรทู้ ี่มุ่งให้ ผเู้ รยี นมีความรู้ ความ เข้าใจเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ ไดแ้ ก่ หลักการ วิธกี าร ข้ันตอน กระบวนการทำงาน การจัดการและแนวทาง ในการทำงาน ปัญหาอุปสรรคในการทำงาน ความจำเป็นในการมีคุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ เพอ่ื ใหเ้ ปน็ พ้ืนฐานใน การประกอบอาชีพ ทักษะชีวิต (Life Skills) หมายถึง คุณลักษณะหรือความสามารถเชิงสังคม จิตวิทยา (Psychosocial Competence) ที่เป็นทักษะภายในที่จะช่วยให้บุคคลสามารถเผชิญ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน
32 ชวี ิตประจำวันได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ และเตรยี มพร้อม สำหรับการปรับตวั ในอนาคต สามารถพฒั นาข้ึนได้ด้วย การฝึกและกระทำซ้ำ ๆ ให้เกิด ความคล่องแคล่ว เคยชิน จนเป็นลักษณะนิสัย ประกอบด้วยทักษะต่าง ๆ ดังน้ี คือ การ รู้จักตนเอง เข้าใจตนเองและเห็นคุณค่าของตนเอง การรู้จักคิดอย่างมีวิจารณญาณและคิด สร้างสรรค์ การรู้จักคิด ตัดสินใจและแก้ไขปัญหา การรู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลความรู้ การสื่อสารและการสร้าง สัมพันธภาพกับผู้อื่น การจัดการกับอารมณ์และความเครียด การปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง การ ตงั้ เปา้ หมาย การวางแผนและดำเนนิ การตาม แผน ความเหน็ ใจผู้อน่ื ความรับผดิ ชอบต่อสังคมและซาบซึ้งในสิ่ง ทด่ี งี ามรอบตวั ทักษะการดำเนินชีวิต (Skill For Living) หมายถึง ทักษะภายนอกที่สามารถ มองเห็นได้ชัดเจนจาก การกระทำ หรือจากการปฏิบัติ ซึ่งทักษะดังกล่าวนั้นเป็นทักษะท่ี จำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่จะทำให้มีทักษะ เหลา่ นั้น มีชีวติ ท่ีดี สามารถดำรงชพี อยู่ใน สงั คมได้ โดยมโี อกาสทด่ี ีกวา่ ผไู้ ม่มีทกั ษะดงั กล่าว การเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student – centered) หมายถึง การจัดการเรียนการสอนที่ ผู้เรียนมี ส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ บทบาทของครูจะเปลี่ยนแปลง จากการเป็นผู้ชี้นำ หรือผู้ ถ่ายทอดความรู้ ไปเปน็ ผู้ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก ส่งเสริม สนับสนุนผูเ้ รยี นในการแสวงหาความรู้ ลงมือ ปฏิบัติ และสร้างสรรค์ความรู้ โดยใช้วิธีการ ต่าง ๆ หลากหลายรูปแบบ ทั้งน้ี โดยคำนึงถึงความถนัด ความ สนใจ และความแตกตา่ ง ระหว่างบคุ คล การวดั และประเมินผล (Assessment) เปน็ กระบวนการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ร่องรอย หลกั ฐานทแ่ี สดง ให้เห็นถึงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการ เรียนของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็น ประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการ พัฒนา และเรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ การวัดและประเมินผล การเรยี นรสู้ ามารถจดั ให้ มีข้ึนท้งั ระดบั ชนั้ เรยี น ระดบั สถานศกึ ษา ระดับเขตพื้นท่ีการศึกษาและระดับชาติ การเทียบโอน (Credit Transfer) หมายถึง การนำความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ที่ได้จาก การศึกษาในรปู แบบตา่ ง ๆ หรอื จากการประกอบอาชีพมาเทียบเป็นผลการเรียน ของหลกั สตู รใดหลักสูตรหน่ึง ท้ังน้กี ารเทยี บโอนสามารถทำได้ท้งั จากการศึกษารูปแบบ เดยี วกนั หรอื ระหว่างการศึกษาต่างรูปแบบ ไม่ว่าจะ เป็นผลการเรียนจากสถานศึกษา เดียวกันหรือต่างสถานศึกษา รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝกึ อาชีพ หรือจากประสบการณ์การทำงาน การบริหารหลักสูตร (Curriculum Management) หมายถึง การนำหลักสูตรไปใช้ อย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การวางแผนทั่วไปการจัดทำแผนด้านวิชาการ การกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ การจัดทำหลักสูตร สถานศึกษา การดำเนินงานตามแผน การนำ หลักสูตรไปใช้จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวย่อมขึ้นอยู่กับ การบรหิ ารหลกั สูตร ดว้ ย จิตสำนึก (Awareness) หมายถึง การรับรู้ การรู้ตัว รู้สึกตัว เป็นระดับที่รู้สึกตัวดี ในทางจิตวิทยา หมายถึง สภาวะที่ตื่นอยู่ รู้ได้ เข้าใจได้ สั่งการได้ เจตนาอันเป็นปัจจุบัน ในทางสังคม หมายถึง การรับรู้ใน
33 หนา้ ทีแ่ ละความรับผดิ ชอบตอ่ ผ้อู นื่ ตอ่ สังคม ตอ่ ส่งิ แวดล้อม เป็นความหมายทีเ่ กยี่ วข้องกบั คุณคา่ หรอื ศลี ธรรม เชน่ วนั น้ีมีการรณรงค์ ปลุกจิตสำนึกในเร่อื งการอนรุ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม บา้ นเมอื งเรามีการโกงกนิ อย่างไร้จิตสำนกึ จิตสาธารณะ (Public Minded) หมายถึง บุคคลที่มีจิตสำนึกทางสังคม มีความ รับผิดชอบและ เสยี สละเพ่ือส่วนรวม เป็นคนใจกวา้ งเหน็ แกป่ ระโยชน์ผอู้ ืน่ ประโยชน์ ส่วนรวมมากกวา่ ประโยชน์สว่ นตน บูรณาการ (Integration) หมายถึง การจัดการเรียนรู้โดยการนำเนื้อหาที่เป็นหน่วย ย่อยหรือทักษะ ยอ่ ยมาสัมพนั ธ์กันให้กลมกลืนเป็นองคร์ วม มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ลกั ษณะสำคญั ของการบูรณาการ 1. การบรู ณาการความรู้กับทกั ษะหรอื กระบวนการเรียนรู้ 2. การบรู ณาการทักษะใหญ่กบั ทกั ษะย่อยเปน็ กระบวนการเรยี นรู้ 3. การบูรณาการความรกู้ ับการปฏบิ ัตใิ นชีวิตจริงเพอ่ื พฒั นาคณุ ภาพ ชีวติ 4. การบรู ณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรยี นร้ตู า่ ง ๆ ภูมิปัญญา (Local Wisdom) หมายถึง ปรัชญาอันเป็นที่มาของความรู้ต่าง ๆ ด้วยเหตุ นี้จึงมักกล่าว ด้วยว่า ภูมิปัญญาหมายถึงความรู้ต่าง ๆ ที่สืบทอด ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่ บรรพบุรุษ ที่คนรุ่นต่อๆ มาจนถึง ปัจจุบันได้อนุรักษ์ ฟื้นฟู ประยุกต์ รวมถึงสร้างสรรค์ ให้เกิดเป็นความรู้ใหม่ในสังคมที่ผสมผสานกันระหว่าง ความรู้ที่มาจากที่อื่น ๆ ทั่วโลก คำว่า ภูมิปัญญาไทย หมายถึง รากฐานปรัชญาชีวิตของคนไทย อันเป็นที่มา ของความรู้ความสามารถต่าง ๆ ที่แสดงออกในวิถีชีวิตของคนไทย ในจารีตประเพณี วัฒนธรรมความเป็นอยู่ อาหาร บ้านเรอื น เส้ือผ้า ยารักษาโรค เครอื่ งมือในการทำมาหา กิน ศลิ ปะการแสดงเครื่องประดบั ตกแตง่ เป็น ฐานความคิด ความฝัน ความใฝฝ่ ัน และ ความเป็นคนไทย คุณธรรม (Virtue) หมายถึง คุณงามความดีด้านกาย วาจา ใจ จึงจะทำให้ผู้ปฏิบัติ และสังคมเกิด ความสงบสุข อนั ได้แก่ หลกั ธรรมในศาสนาตา่ ง ๆ
34 แผนการลงทะเบียน
35
36
37 แบบฟอรม์ ตา่ งๆ
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47 ประกาศศูนย์สง่ เสริมการเรยี นรอู้ ำเภอแม่วาง เรื่อง การเทียบโอนผลการเรียน ---------------------------- ดว้ ยศูนยส์ ง่ เสรมิ การเรยี นร้อู ำเภอแมว่ างมีความประสงค์ จะดำเนนิ การเทยี บโอนผลการเรยี น สำหรบั นกั ศกึ ษาศูนยส์ ง่ เสรมิ การเรยี นรูอ้ ำเภอแมว่ าง ในระดับประถมศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนต้นและ มธั ยมศกึ ษาตอนปลายประจำภาคเรยี นท่ี ........................... ระว่างวันที่ ............................................... รายละเอยี ดดังนี้ ๑. เทียบโอนผลการเรียนจากหลักเกณฑ์และวธิ กี ารจดั การศึกษานอกโรงเรยี นตามหลกั สตู ร การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๔๔ เขา้ ส่กู ารศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒. เทียบโอนผลการเรียนจากความรแู้ ละประสบการณ์กลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ ๒.๑ กลมุ่ อาสาสมคั รสาธารณะสุข (อสม) ๒.๒ กลมุ่ ผู้บริหารองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินและสมาชิกสภาองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน ๒.๓ กลมุ่ ผนู้ ำท้องท่ี ๒.๔ กล่มุ ทหารกองประจำการ ทหารประจำการ และอาสาสมคั รทหารพราน ๓. เทียบโอนผลการเรียนจากหลักสูตรการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๔๔ เขา้ สู่ การศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นกั ศึกษาทีส่ นใจติดต่อไดท้ ่ีครู กศน.ตำบล หรืองานการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐานศูนย์สง่ เสริมการเรียนรูอ้ ำเภอแมว่ าง ประกาศ ณ วนั ท่ี (นายวัลภัทร เขียวดี) ผ้อู ำนวยการ ศนู ยส์ ่งเสรมิ การเรยี นรอู้ ำเภอแม่วาง
48 แบบยืน่ ความจำนงขอเทียบโอนผลการเรียนจากความรแู้ ละประสบการณ์ กล่มุ อาสาสมคั รสาธารณสขุ (อสม.) เขยี นที่............................................................... วนั ที่.............เดอื น......................พ.ศ. ................. เรอ่ื ง ขอเทียบโอนผลการเรยี นจากความรู้และประสบการณ์กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เรยี น ผู้อำนวยการศนู ยส์ ่งเสรมิ การเรียนรู้อำเภอแม่วาง ดว้ ยข้าพเจ้า..........................................................รหัสประจำตวั นกั ศึกษา............................................ เกดิ วนั ที่..............เดอื น............................พ.ศ. ..........................เลขประจำตัวประชาชน................................... บ้านเลขที.่ ....................ตำบล...........................................อำเภอ..................................จังหวดั ............................. ปจั จบุ นั เปน็ อาสาสมัครสาธารณสขุ (อสม.) เคยเปน็ อาสาสมคั รสาธารณสขุ (อสม.) มคี วามประสงคข์ อเทยี บโอนผลการเรียนจากความรู้และประสบการณเ์ พื่อการศกึ ษาตอ่ ใน ระดับ.............................ภาคเรยี นท่ี..........................ปกี ารศึกษา........................................................ 1.โดยมเี อกสาร / หลักฐาน / ผลงาน / ประกอบการพจิ ารณาดงั นี้ (ใหท้ ำเครอื่ งหมาย / ในชอ่ ง เพือ่ ระบุเอกสารประกอบการพิจารณา) บัตรประจำตวั อาสาสมคั รสาธารณสขุ หนงั สือรบั รองของประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข จงั หวดั /อำเภอ / ตำบล หรอื เจ้าหน้าท่ี สถานีอนามัยใกลบ้ า้ น ( กรณีทีเ่ คยเปน็ อสม. แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำหนา้ ท)่ี หลกั ฐานการผ่านการอบรมหลกั สตู รการอบรมมาตรฐาน อาสาสมคั รสาธารณสุข หลกั ฐานการเป็นอาสาสมคั ร สาธารณสขุ ดเี ดน่ (ถา้ มี) อน่ื ๆ (โปรดระบ)ุ ...................................................................................................................... 2. มคี วามร้แู ละประสบการทางดา้ น (โปรดระบุ)................................................................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ........................................................................................................................................................ ........ จึงเรียนมาเพ่ือโปรดพจิ ารณา ลงชอ่ื ........................................................ (......................................................) ผู้ขอเทียบโอน
49 สำหรับเจา้ หน้าท่ี ไดพ้ จิ ารณาคุณสมบตั แิ ละเอกสารหลักฐานแล้ว เหน็ ว่า สามารถเทียบโอนผลการเรยี นจากความรแู้ ละประสบการณ์ได้ จำนวน....................สาระในรายวิชา ดังน้ี 1. ....................................................................... 2. ......................................................................... 3. ....................................................................... 4. ......................................................................... 5. ....................................................................... 6. ......................................................................... 7. ....................................................................... 8. . ......................................................................... 9. ....................................................................... 10. ......................................................................... 11. ....................................................................... 12. ......................................................................... 13........................................................................ ไม่สามารถเทียบโอนผลการเรียนจากความรู้และประสบการณ์ได้ เน่ืองจาก ................................................................................................................................................... ........................... ....................................................................................................... ....................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. หมายเหตุ ใหส้ ถานศึกษาตรวจสอบหลักฐานและรายวิชาเลือกใดทผ่ี ขู้ อเทยี บโอนเคยนำมาเทยี บโอนไว้แล้วไม่ วา่ ระดับใดก็ตาม ไม่สามารถนำหลกั ฐานและรายวชิ าเลือกนน้ั มาขอเทียบโอนหรอื ลงทะเบยี นเรียน ไดอ้ ีก ลงช่อื ................................................เจา้ หนา้ ท่ี (..............................................) วนั ท.ี่ .............../........................../.........................
Search