หลักสตู รหนึ่งอาเภอหน่งึ อาชพี หลักสตู รอาชพี ทอผา้ มดั หม่ลี ายขอเจ้าฟา้ สริ ิวณั ณวรีฯ จานวน...๖๐....ช่ัวโมง กล่มุ อาชีพพาณิชยกรรมและการบริการ ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอชาติตระการ สานักงานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจงั หวัดพษิ ณโุ ลก สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ก คานา การศึกษาด้านอาชีพให้กับประชาชนเป็นส่วนหน่ึงของการจัดการศึกษาต่อเน่ือง เป็น การศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพของบุคคล เพื่อให้บุคคลสามารถ ประกอบอาชพี หรือพัฒนาอาชีพของตนเองได้ โดยพิจารณาถึงความต้องการในการเรียนของแต่ละบุคคล ให้ ความสาคัญกับการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนางานและอาชีพระดับพื้นฐาน ระดับก่ึงฝีมือ และระดับฝีมือ ท่ี สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถนาความรู้ไปใช้ในการ ประกอบอาชีพ หรือเพิม่ พนู รายได้ ทง้ั นใ้ี ห้มกี ารพัฒนาหลักสูตรและวิธีการท่ีหลากหลายและทันสมัย สามารถ ใหบ้ ริการไดอ้ ยา่ งท่วั ถึงในทกุ พ้ืนที่ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอชาติตระการ จึงได้พฒั นาหลกั สูตร การทาขนมดอกจอกขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นการ แลกเปล่ยี นเรียนรู้ประสบการร่วมกัน และพัฒนาตอ่ ยอดเปน็ อาชพี เสรมิ เพ่ิมรายไดใ้ หก้ ับประชาชน สดุ ท้ายน้ี ทางศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอชาติตระการ ต้อง ขอขอบคุณคณะทางานทุกท่านที่ได้จัดทาข้อมูล เพ่ือให้การดาเนินการจัดหลักสูตรกลุ่มสนใจการทาขนม ดอกจอก เป็นไปตามวัตถุประสงค์ท่ีได้ต้ังไว้ เพ่ือนาไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับประชาชนต่อไป หากพบ ขอ้ ผิดพลาดมีข้อเสนอแนะท่คี ิดว่าเป็นประโยชน์ กรุณาแจ้งให้ทางผู้จัดทาทราบด้วยจักเป็นพระคุณย่ิง เพ่ือจะ ไดน้ าไปเปน็ ข้อมูลในการปรบั ปรุงแกไ้ ขหลักสตู รในโอกาสต่อไป กศน.อาเภอชาติตระการ ผ้จู ัดทา
ข หน้า ก สารบญั ข 1 เร่อื ง 2 คานา 2 สารบญั 2 ความเปน็ มา 2 หลักการของหลักสตู ร 2 จดุ มุ่งหมายของหลกั สูตร 3 กลมุ่ เปาู หมาย 3 ระยะเวลา 3 โครงสรา้ งหลกั สตู ร 3 การจดั กระบวนการเรียนรู้ 3 ส่อื การเรยี นรู้ 3 การวัดและประเมนิ ผล 4 การจบหลกั สูตร 6 เอกสารหลักฐานการศึกษา 7 การเทียบโอน 7 รายละเอยี ดโครงสร้างหลกั สูตร 11 ภาคผนวก 18 รายละเอยี ดเนื้อหาโครงสร้างหลกั สตู ร 26 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ชอ่ งทางการประกอบอาชพี 27 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 ทกั ษะการประกอบอาชีพ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 การบรหิ ารจดั การในการประกอบอาชีพ ความเห็นชอบอนุมตั ิหลักสตู รการศึกษาต่อเนอื่ ง คณะทางาน
หลักสตู รอาชพี ทอผา้ มัดหมลี่ ายขอเจ้าฟา้ สริ วิ ณั ณวรฯี จานวน...๖๐....ช่วั โมง กลุ่มอาชพี พาณชิ ยกรรมและการบริการ ความเปน็ มาของหลกั สตู ร วนั ท่ี ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ในครั้งท่ี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟูาสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ เปน็ ประธานในพธิ ีเปิดงาน OTOP City 2020 และทรงออกแบบลายมดั หมพี่ ระราชทานช่างทอผ้าใหก้ ับช่างไทยท่ัว ประเทศ เพอื่ วถิ ีชมุ ชนท่ียั่งยืน ทรงมีพระดารัสความว่า \"ขา้ พเจ้าไดม้ ีโอกาสตามเสดจ็ สมเด็จยา่ สมเดจ็ พระพนั ปีหลวง มาต้ังแต่เด็ก ได้เห็น ทา่ นทรงงานและรับรู้ถึงความทุ่มเทของพระองค์ท่านในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพ้ืนบ้าน และสืบสานภูมิปัญญา ไทยมาโดยตลอด เห็นการสร้างงาน สรา้ งรายได้ ใหป้ ระชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ขา้ พเจา้ มคี วามต้งั ใจทจ่ี ะสืบสานพระราชปณิธาน โดยข้าพเจ้าได้นาประสบการณ์การทางาน การศึกษา เดินทางไป ชมผ้าไทย และงานหัตถกรรมพื้นบ้านตามภาคต่าง ๆ ทาให้เห็นผลงานที่สามารถนามาพัฒนาให้ร่วมสมัยและเป็น สากลได้ จากการค้นควา้ เก็บข้อมูล ลงพนื้ ทีจ่ ริง ข้าพเจา้ จึงได้ออกแบบลายผา้ มัดหม่ี มอบให้ช่างทอผ้าเป็นของขวัญ ปีใหม่ โดยออกแบบลายให้มีความหมายถึงการส่งมอบความรัก ความสุข ให้ชาวไทยทุกคน เป็นการจุดประกาย ความคิดในการพฒั นาลายผ้า ออกแบบให้ร่วมสมยั ใชไ้ ดจ้ ริง ในหลายโอกาส\" ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟูาสิริวัณณวรีฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟูาสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรง ออกแบบลายมัดหมี่พระราชทานช่างทอผา้ ชอื่ ลาย ‘ผ้ามดั หมลี่ ายขอเจ้าฟาู สริ ิวัณณวรีฯ’ ที่ทุกลวดลายเป่ียมไปด้วย ความหมาย อาทิ ลาย S หมายถึง Sirivannavari สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟูาสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ลาย S จานวน ๑๐ แถว หมายถึงพระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกลา้ เจา้ อยู่หวั รัชกาลที่ ๑๐ ลายเชิงผา้ รูปหัวใจ หมายถึงความ รกั ทพ่ี ระองคม์ ีตอ่ ประชาชนชาวไทยทุกคน = Eternal Love เพื่อเป็นการจดุ ประกายความคิดในการพฒั นาลวดลาย ผ้า และพัฒนาผลิตภณั ฑ์ผ้าไทยให้มคี วามร่วมสมยั สามารถก้าวสรู่ ะดับสากลเพือ่ วิถีชมุ ชนท่ียง่ั ยนื อาเภอชาติตระการ เป็นอาเภอหน่ึงในจังหวัดพิษณุโลก ที่มีวัฒนธรรมการทอผ้ามานาน และได้สืบทอด เป็นมรดกทางวัฒนธรรมจนเป็นเอกลักษณ์ของตนเองท่ีโดดเด่น ย่ิงหากได้ศึกษาอย่างลึกซ้ึงแล้วจะค้นพบเหตุผล หลายประการที่สนับสนุนในเรื่องการทอผ้าพ้ืนบ้านท่ีเป็นเอกลักษณ์ของอาเภอชาติตระการ ในด้านต่าง ๆ เช่น วฒั นธรรมประเพณี การทอผ้า ลวดลายผ้าผา้ และกรรมวิธกี ารทอผา้ ตลอดท้ังการใชผ้ ้าทอพื้นเมืองในโอกาสต่าง ๆ และยังเป็นการอนรุ กั ษ์ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ให้คงอยู่ตลอดไป ดว้ ยเหตนุ ี้ กศน.ตาบลปุาแดง จึงได้ถอดความรู้จากภูมิปัญญาเป็นบทเรียน โดยจัดทาหลักสูตร ทอผา้ มดั หมล่ี ายขอเจ้าฟาู สิรวิ ณั ณวรีฯ ให้กับผู้สนใจที่ต้องการเข้าสู่อาชีพน้ี และเป็นการยกระดับมาตรฐานฝีมือ แรงงานให้ไดม้ าตรฐาน เพ่ือเป็นการสร้างโอกาสให้กับประชาชนในการประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้แก่ ตนเองและครอบครัวต่อไป หลกั การของหลักสตู ร ๑. เน้นการเลอื กใช้เสน้ ดา้ ยสีขาวในการทอเพอ่ื ที่จะนามามดั ลายและยอ้ มสไี ดต้ ามความตอ้ งการและ สวยงามสดดุ ตาเป็นเอกลักษณ์ ท่โี ดดเดน่
๒. เนน้ การมดั ลายขอเจา้ ฟา้ สริ วิ ัณณวรฯี และประยกุ ต์ลวดลาย และสีย้อม ท่สี อดคล้องกันสีสันสวยงาม ๓. เปน็ รปู แบบการมดั ลายขอเจา้ ฟา้ สิริวณั ณวรีฯ ท่ีสามารถประยุกต์ใช้ไดอ้ ย่างหลากหลาย จดุ ประสงค์ 1. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนเกิดทกั ษะความรู้ ความเข้าใจ เทคนคิ การทอผ้ามัดหมี่ลายขอเจา้ ฟูาสิริวัณณวรีฯ สามารถนาไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ 2. เพอื่ ให้ผู้เรียนสามารถออกแบบการมัดลาย การย้อมสี ทส่ี อดคลอ้ งกับความตอ้ งการของตลาด 3. เพอื่ เปน็ การอนุรกั ษ์ภูมิปญั ญาท้องถนิ่ และอาชีพด้งั เดมิ ของบรรพบุรษุ 4. เพอ่ื เป็นการสบื สานวัฒนธรรมการทอผ้ามดั หมลี่ ายขอเจา้ ฟาู สิริวัณณวรฯี กลมุ่ เปา้ หมาย ๑. ผูท้ ีไ่ มม่ ีอาชีพ ๒. ผู้ทม่ี ีอาชีพแลว้ และตอ้ งการอาชีพเสรมิ ระยะเวลา ๕ ชั่วโมง ใช้เวลาเรียน ๖๐ ชัว่ โมง ๕๕ ชว่ั โมง ภาคทฤษฎี จานวน ภาคปฏิบัติ จานวน โครงสร้างหลกั สูตร 1.ชอ่ งทางการประกอบอาชีพ จานวน ๓ ช่วั โมง - ความสาคญั ของการทอผ้า - ความเปน็ ไปไดใ้ นการประกอบอาชพี - แหลง่ เรียนร้เู ก่ียวกบั การทอผา้ - การตดั สินใจเลือกอาชีพทอผ้า 2.ทกั ษะการประกอบอาชีพ จานวน ๕๕ ช่วั โมง 2 ชว่ั โมง 2.1.ความรเู้ บ้ืองต้นเกีย่ วกบั การทอผ้า จานวน 53 ชัว่ โมง 2.2 การทอผ้ามัดหม่ีลายขอเจ้าฟูาสริ วิ ณั ณวรีฯ จานวน - เทคนคิ การเลอื กดา้ ยเพ่อื ใชม้ ัดลายขอเจ้าฟาู สริ วิ ณั ณวรีฯ - การค้นด้ายเพือ่ เตรียมมดั ลายขอเจ้าฟาู สริ ิวัณณวรีฯ - การมัดลายขอเจ้าฟาู สิรวิ ณั ณวรีฯ - การยอ้ มสดี ้ายให้ได้สีตามความต้องการ - การทอผ้าลายขอเจา้ ฟูาสิริวัณณวรีฯ
3. การบรหิ ารจดั การในการประกอบอาชีพ จานวน ๒ ชั่วโมง - องค์ประกอบการประกอบอาชีพ - การจัดการอาชีพ - การทาจดั ทาบญั ชรี ายรบั – รายจ่าย - คุณลกั ษณะของผู้ประกอบธุรกจิ ทดี่ ี การจดั กระบวนการเรยี นรู้ เรยี นรตู้ ามหลักสตู รการทอผา้ มดั หมี่ลายขอเจา้ ฟาู สิรวิ ัณณวรีฯ เนน้ การเรยี นรูแ้ ละการฝกึ ปฏบิ ัตดิ ้วยตนเอง มคี าแนะนาสาหรับผเู้ รยี น ดังนี้ 1.ผู้เรียนทาความเข้าใจในคูม่ ือการเรยี น วิธกี ารปฏบิ ัติ รวมถึงรายละเอียดทีเ่ กี่ยวกบั หลกั สตู ร 2.ฝกึ ปฏบิ ัตริ ่วมกับวทิ ยากร ให้ผูเ้ รยี นฝึกฝนด้วยตนเองจนเกดิ ทักษะและชานาญ 3.การสาธติ 4.การแลกเปลีย่ นเรียนรู้ สื่อการเรยี นรู้ 1. สอ่ื เอกสาร/เอกสารประกอบการเรยี นรู้ 2. ภูมิปญั ญาท้องถน่ิ 3. วสั ดฝุ กึ การวัดและประเมนิ ผล 1. การประเมนิ ความรู้ภาคทฤษฏรี ะหวา่ งเรยี นและจบหลักสูตร 2. การประเมนิ ผลงานระหวา่ งเรียนจากการปฏบิ ตั ิ ไดผ้ ลงานที่มคี ณุ ภาพสามารถสร้างรายได้ และจบ หลกั สูตร การจบหลกั สตู ร 1. มเี วลาเรียนและฝึกปฏิบัติตามหลกั สูตร ไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 80 2. มผี ลการประเมินผ่านตลอดหลกั สตู รไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 80 3. มผี ลงานท่มี ีคุณภาพจึงจะไดร้ บั วุฒิบัตร เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา 1. หลกั ฐานการประเมนิ ผล 2. ทะเบียนคุมวฒุ ิบัตร 3. วฒุ บิ ตั ร ออกโดยสถานศึกษา การเทยี บโอน ผ้เู รยี นทจี่ บหลกั สูตรน้สี ามารถนาไปเทียบโอนผลการเรยี นรกู้ ับหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้น พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชีพวชิ าเลือกทีส่ ถานศกึ ษาไดจ้ ัดทาขน้ึ
โครงสรา้ งหลักสูตร รายละเอยี ดโครงสรา้ งหลักสตู รทอผ เรือ่ ง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา 1. ช่องทางการ 1. เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นบอก 1. ความสาคญั ของการท ประกอบอาชพี ในทอ 2. ความเปน็ ไปไดใ้ นการ ผา้ มัดหมี่ลายขอเจ้า ความสาคญั ในการประกอบ ฟาู สิริวัณณวรีฯ อาชพี การทอผ้าได้ ประกอบอาชพี จานวน 3 ชัว่ โมง 2. เพอ่ื ให้ผู้เรยี นวิเคราะห์ 3. แหลง่ เรยี นรูเ้ กย่ี วกบั ก ความเป็นไปไดใ้ นการ ผา้ ประกอบอาชพี ทอผา้ 4. ทศิ ทางการประกอบอ 3. เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นบอกทิศ ผา้ ทางการประกอบอาชีพทอ ผ้า
ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสริ ิวณั ณวรฯี การจัดกระบวนการเรียนรู้ จานวนช่ัวโมง ทฤษฎี ปฏิบตั ิ ทอผ้า 1. วทิ ยากรบรรยายความสาคัญของการทอผ้ามดั หม่ีลาย 3 ขอเจ้าฟูาสิริวัณณวรีฯ ผู้เรยี นร่วมแลกเปล่ยี นเรียนรู้ และสรปุ ผลการเรียนรู้ การทอ 2. ผู้เรียนร่วมแลกเปลย่ี นเรียนรู้และวิเคราะหข์ อ้ มูลความ เป็นไปได้ในการประกอบอาชพี ทอผ้ามดั หม่ีลายขอเจ้า อาชพี ทอ ฟาู สิริวณั ณวรีฯ และสรปุ ผลการเรยี นรู้ วิทยากรชว่ ย เสนอแนะเพม่ิ เติม 3. วิทยากรแนะนาแหลง่ เรียนรู้การทอผา้ ให้ผู้เรียนได้ ศึกษาเพม่ิ เตมิ แลว้ สรุปผลการเรยี นรู้ 4. ผู้เรียนสรุปผลการเรียนร้จู ากการฟงั บรรยาย ผลการ วเิ คราะหข์ อ้ มูลจากการแลกเปลยี่ นเรยี นรคู้ วามเป็นไป ไดใ้ นการประกอบอาชีพ และการศึกษาแหลง่ เรยี นรู้ เพม่ิ เติม แลว้ เขียนแนวคดิ เก่ยี วกบั ทศิ ทางการ ประกอบอาชพี ทอผ้า วทิ ยากรตรวจสอบและ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ
เรอื่ ง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา 2. ทักษะการ 1. บอกความเปน็ มาและ 2.1. ความรเู้ บื้องตน้ ประกอบอาชีพ จานวน 55 ชวั่ โมง ประโยชน์ของการทอผา้ ลาย เกยี่ วกับการทอผา้ มดั ห ขอเจา้ ฟาู สิริวณั ณวรีฯ ขอเจา้ ฟ้าสริ ิวัณณวรีฯ 2. เลอื กดา้ ยตามท่กี าหนดให้ ประวัตคิ วามเปน็ มาและ ได้ ประโยชน์ของการทอผ้า 3. เลือกวสั ดุในการทอผ้าได้ ขอเจ้าฟาู สิรวิ ัณณวรฯี อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม 1.2 การเลือกและเตรีย ได้ 1.3 เลือกวสั ดุในการท 4. เตรียมวัสดอุ ปุ กรณ์และ 1.4 การเตรยี มวสั ดอุ ปุ เลือกใช้ให้เหมาะสมกบั การ ผ้าลายขอเจ้าฟูาสิริวณั ณว ทอผ้า 1.5 การเก็บรกั ษาผา้ ท 5. บอกวธิ ีเก็บรักษาผา้ ทอ ผ้าลายขอเจ้าฟาู สริ วิ ัณณว ระหวา่ งประดษิ ฐ์ และหลงั ประดิษฐ์ได้
การจัดกระบวนการเรียนรู้ จานวนชั่วโมง ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ 1 ผ้เู รียนแลกเปลีย่ นเรียนรู้ถงึ ความเป็นมาและ ความสาคัญของการทอผา้ มดั หมี่ลายขอเจา้ ฟูาสิริ ๒ วัณณวรฯี ผู้สอนรวบรวมข้อมูลสรุปและอธิบาย หม่ีลาย เพม่ิ เติม ฯ 1.1 ะ 2 ผู้สอนอธบิ ายและสาธิตวิธีการเลือกด้ายและสีสนั ของ ผาลาย ดา้ ยผูเ้ รียนฝกึ ปฏบิ ัติเลือกดา้ ยตามทก่ี าหนด ผู้สอน สงั เกต ตรวจสอบ ประเมนิ ผลการปฏิบตั ิ ยมด้าย ทอผา้ 3 ผูส้ อนสาธติ วธิ กี ารเลือกด้ายยนื และด้ายพุง่ ของผู้เรียน ปกรณ์ทอ ฝกึ ปฏิบตั ิการทอผ้าลายขอเจ้าฟูาสริ ิวณั ณวรีฯ วรฯี ตามท่ีกาหนด ผู้สอนสงั เกต ตรวจสอบ ประเมินผลการ ทอ ปฏบิ ัติ วรฯี 4 ผู้สอนบรรยายประกอบตวั อยา่ งของจริงเรื่องวสั ดุ อปุ กรณท์ ใ่ี ช้ในการทอฟาู ลายขอเจ้าฟูาสิริวณั ณวรฯี ผู้เรยี นสังเกต สอบถาม และบันทกึ การเรยี นรู้ และทา กิจกรรมตามทก่ี าหนด ผสู้ อนสงั เกตการมสี ว่ นรว่ ม ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติ
เร่อื ง จุดประสงค์การเรยี นรู้ เนื้อหา 1. ผู้เรยี นสามารถปฏิบัติตาม 2.2. ทกั ษะการประกอบอ ข้ันตอนการทอผา้ มดั หมี่ ลายขอเจ้าฟาู สริ ิวัณณวรฯี ๒.2.1 ความร้เู บอ้ื งต้นเก่ีย การทอผ้าลายขอเจา้ ฟาู สิร รฯี 2. ผ้เู รียนสามารถเลือกด้ายที่ ๒.2.๒ การอุปกรณ์และด้า จะนามามดั ยอ้ ม และทอ มดั หม่ลี ายขอเจ้าฟูาสิริ วณั ณวรีฯ 3. ผู้เรยี นสามารถมัด ย้อมสี ๒.2.๓ การมัดลาย และกา ลายขอเจา้ ฟูาสิริวัณณวรีฯ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและสวยงาม 4. ผเู้ รียนสามารถทอผา้ มัดหมี่ ๒.2.๔ การทอผ้าลายขอเจ ลายขอเจา้ ฟูาสริ ิวัณณวรีฯ วณั ณวรฯี ไดอ้ ย่างสวยงามตรงตาม รูปแบบ
การจดั กระบวนการเรียนรู้ จานวนชว่ั โมง ทฤษฎี ปฏิบัติ อาชพี 1. วิทยากรให้ดูตัวอย่างผา้ ทอลายขอเจา้ ฟาู สริ ิวัณณวรีฯ 2. วทิ ยาการแนะนาผ้าลายขอเจา้ ฟูาสิรวิ ณั ณวรีฯ ๑ ยวกับ รวิ ณั ณว าย 1. วิทยากรแจกอปุ กรณก์ ารทอผ้า และสอนการเลอื ก ๑ ด้ายทจี่ ะนามามัดลายขอเจ้าฟาู สริ ิวัณณวรฯี ารย้อมสี 1. วทิ ยากรสอนการมัดลายลายขอเจ้าฟูาสิริวัณณวรีฯใหไ้ ด้ ๒๒ ตามตน้ แบบ และการย้อมสดี า้ ยใหไ้ ด้สตี ามตอ้ งการ ๒๙ และการแกะลาย การกรอด้ายไสห่ ลดเพอ่ื เตรียมการ ทอข้ึนก่ีต่อไป จ้าฟาู สิริ ๑. วทิ ยากรสอนการค้นเครือเพ่อื นามาเป็นเส้นยนื ในกรทอ และสอนการทอผ้าลายขอเจา้ ฟูาสิรวิ ัณณวรีฯ ให้ได้ ความสวยงามตามตอ้ งการ
เร่ือง จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เนื้อหา 3. การบริหาร 1. บอกองคป์ ระกอบในการ การบริหารจดั การในการ จดั การในการ ประกอบอาชีพ ประกอบอาชพี ได้ ประกอบอาชีพ 2. บอกวธิ ีการเพิม่ มลู ผา้ ทอ 1. องคป์ ระกอบการประก มัดหมล่ี ายขอเจ้าฟูาสิริวณั ณวรฯี อาชพี คา่ ได้ - เวลา 3. คานวณราคาจาหนา่ ยผ้าทอ - แรงงาน มัดหมลี่ ายขอเจ้าฟาู สริ วิ ัณณวรีฯ - ทนุ ได้ - แหล่งวัตถดุ ิบ 4. ระบุช่องทางการจัดจาหนา่ ย - แหลง่ จัดจาหน่าย ผ้าทอลายขอเจ้าฟาู สิรวิ ณั ณวรีฯ 2. การจัดการอาชพี 5. บอกวธิ ีการสง่ เสริมการ จาหนา่ ยผา้ ทอลายขอเจ้าฟูาสริ ิ - ผลิตภัณฑ์ - ราคา วัณณวรฯี - การจดั จาหน่าย 6. จัดทาบญั ชรี ายรบั – - และการสง่ เสริม รายจ่าย ได้ การตลาด 7. บอกคณุ ลักษณะของผู้ ประกอบธรุ กจิ ทดี่ ีได้ 3. การทาจดั ทาบัญชรี ายร รายจ่าย 4. คณุ ลักษณะของผู้ประก ธรุ กจิ ที่ดี
การจัดกระบวนการเรียนรู้ จานวนช่วั โมง ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ 1. ผู้เรยี นแลกเปลย่ี นเรยี นรู้เร่อื งองคป์ ระกอบในการ ๒ ประกอบอาชพี วธิ เี พ่ิมมูลค่าทอผ้าลายขอเจ้าฟาู สริ ิ กอบ วัณณวรฯี วิทยากรอธิบายเพ่มิ เตมิ 2. วทิ ยากรบรรยายความรู้เรอ่ื งส่วนผสมทางการตลาดใน การจัดการอาชีพ 3. ผู้เรยี นร่วมแลกเปลี่ยนเรยี นรเู้ รอ่ื งการเพิ่มมลู ค่าทอผ้า มดั หมล่ี ายขอเจ้าฟาู สริ วิ ณั ณวรฯี ชอ่ งทางการจัด จาหนา่ ยหรอื รบั งาน วิธกี ารส่งเสริมการจาหนา่ ย ย วทิ ยากรอธิบายเพ่ิมเตมิ และใหข้ ้อเสนอแนะ 4. ผู้เรียนฝึกปฏบิ ตั ิวิธีการคานวณราคาจาหน่ายหรอื ราคา ผ้าทอมดั หม่ีลายขอเจา้ ฟาู สริ วิ ณั ณวรฯี 5. วทิ ยากรบรรยายวิธีการจัดทาบญั ชีรายรับ-รายจา่ ยใน การประกอบอาชีพรับปักผ้า ผูเ้ รยี นฝึกปฏบิ ัติจัดทา บัญชี 6. ผู้เรยี นระดมความคดิ เห็นเก่ยี วกบั คุณลกั ษณะของ รับ – ผปู้ ระกอบการธรุ กจิ ทีด่ ี วทิ ยากรสรุปและอธิบาย เพ่มิ เตมิ กอบ
ภาคผนวก
7 รายละเอยี ดเนอื้ หาโครงสร้างหลกั สูตร หน่วยการเรียนท่ี ๑ เรือ่ ง ช่องทางการประกอบอาชพี เวลา 3 ชว่ั โมง สาระสาคัญ ความสาคญั ของการประกอบอาชพี ความเปน็ ไปได้ของการประกอบอาชีพ ความต้องการของตลาด การใช้แรงงาน การจดั หาวัสดุ อปุ กรณ์ ทนุ แหล่งเรยี นรู้ ทิศทางการประกอบอาชพี ขอบข่ายเนื้อหา 1.ความสาคัญของการทอผา้ 2.ความเปน็ ไปได้ในการประกอบอาชพี 3.แหล่งเรียนรู้เก่ียวกับการทอผ้า 4.ทิศทางการประกอบอาชีพทอผา้ ความสอดคลอ้ งหมวดวชิ า วิชาทกั ษะการพัฒนาอาชพี , วชิ าพัฒนาสงั คมและชมุ ชน และวิชาเลือก จดุ ประสงค์ปลายทาง 1.เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนบอกความสาคญั ในการประกอบอาชีพการทอผ้าได้ 2.เพ่อื ใหผ้ ูเ้ รียนวเิ คราะห์ ความเป็นไปได้ในการประกอบอาชพี ทอผ้า 3.เพื่อใหผ้ ู้เรียนบอกทศิ ทางการประกอบอาชพี ทอผา้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. การบรรยายใหค้ วามรู้ 2. การถาม – ตอบ 3. การสาธติ 4. การฝกึ ปฏิบัตจิ ริง สอื่ 1. คูม่ ือการเรยี นรู้ 2. แผ่นพบั แหลง่ การเรยี นรู้ - หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอชาติตระการ/ ศนู ย์การเรยี นชุมชนประจาตาบล - กศน.อาเภอชาติตระการ
8 การวัดผลประเมินผล 1. สงั เกตพฤติกรรมการมสี ว่ นร่วมในการทากิจกรรม 2. การถาม – ตอบ 3. การปฏบิ ตั งิ าน 4. ชน้ิ งาน/ผลงาน ความสัมพันธ์กับสาระในหลักสตู ร - ด้านการพฒั นาคุณภาพชวี ติ การเตรียมงาน 1. การเตรยี มเนื้อหาการเรยี นร้ใู ห้สอดคล้องกับการพฒั นาบคุ คล และสภาพทอ้ งถ่ิน 2. การออกแบบกิจกรรม การเตรยี มคาถาม 3. การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์
9 ใบความรู้ ช่องทางการประกอบอาชีพ 1. ความสาคญั ของประกอบอาชีพการทอผ้ามดั หมล่ี ายขอเจ้าฟาู สิริวณั ณวรีฯ วันท่ี ๑๐ ธนั วาคม ๒๕๖๓ ในคร้ังที่ สมเดจ็ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟูาสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ เปน็ ประธานในพธิ เี ปิดงาน OTOP City 2020 และทรงออกแบบลายมดั หมพี่ ระราชทานชา่ งทอผ้าให้กับชา่ งไทยทั่ว ประเทศ เพื่อวิถชี มุ ชนท่ียง่ั ยนื ทรงมพี ระดารัสความว่า \"ข้าพเจา้ ไดม้ ีโอกาสตามเสด็จสมเดจ็ ย่า สมเดจ็ พระพนั ปหี ลวง มาตั้งแต่เด็ก ได้เห็น ท่านทรงงานและรับรู้ถึงความทุ่มเทของพระองค์ท่านในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน และสืบสานภูมิปัญญา ไทยมาโดยตลอด เหน็ การสรา้ งงาน สรา้ งรายได้ ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ท่ีดี สามารถพ่ึงพาตนเองได้อย่างม่ันคง ขา้ พเจา้ มคี วามตั้งใจท่จี ะสบื สานพระราชปณิธาน โดยข้าพเจ้าได้นาประสบการณ์การทางาน การศึกษา เดินทางไป ชมผ้าไทย และงานหัตถกรรมพื้นบ้านตามภาคต่าง ๆ ทาให้เห็นผลงานที่สามารถนามาพัฒนาให้ร่วมสมัยและเป็น สากลได้ จากการคน้ ควา้ เก็บข้อมลู ลงพนื้ ที่จริง ข้าพเจ้าจึงไดอ้ อกแบบลายผ้ามดั หมี่ มอบให้ช่างทอผ้าเป็นของขวัญ ปีใหม่ โดยออกแบบลายให้มีความหมายถึงการส่งมอบความรัก ความสุข ให้ชาวไทยทุกคน เป็นการจุดประกาย ความคิดในการพัฒนาลายผา้ ออกแบบให้ร่วมสมยั ใช้ไดจ้ ริง ในหลายโอกาส\" 2. ความรเู้ บือ้ งตน้ ในการประกอบอาชีพการทาขนมดอกจอก ผ้ามัดหม่ีลายขอเจ้าฟูาสิริวัณณวรีฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟูาสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรง ออกแบบลายมดั หม่ีพระราชทานช่างทอผ้า ชอ่ื ลาย ‘ผ้ามดั หมลี่ ายขอเจา้ ฟาู สริ วิ ัณณวรีฯ’ ท่ีทุกลวดลายเป่ียมไปด้วย ความหมาย อาทิ ลาย S หมายถงึ Sirivannavari สมเดจ็ พระเจา้ ลูกเธอ เจ้าฟูาสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ลาย S จานวน ๑๐ แถว หมายถึงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว รชั กาลที่ ๑๐ ลายเชงิ ผ้ารูปหวั ใจ หมายถึงความ รักท่พี ระองคม์ ตี ่อประชาชนชาวไทยทกุ คน = Eternal Love เพอื่ เปน็ การจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลาย ผ้า และพัฒนาผลติ ภัณฑ์ผา้ ไทยให้มีความร่วมสมยั สามารถก้าวส่รู ะดบั สากลเพ่ือวถิ ชี ุมชนทยี่ ่งั ยืน
2.1 ความต้องการของตลาด การสวมใสผ่ า้ ทอพ้ืนเมืองของคนไทยเป็นที่นิยม เพิ่มข้ึนเป็นอย่างมากเนื่องจากสามารถนามาตัดเป็น ชุดทีท่ ันสมยั สวยงาม เพ่อื ใหเ้ ขา้ กับยุคมีรูปแบบทีห่ ลากหลาย จึงเป็นที่นิยมของคนท่วั ไป 2.2 การใช้แรงงาน การทอผ้ามัดหมลี่ ายขอเจา้ ฟาู สริ วิ ณั ณวรฯี สามารถทาเองไดท้ บี่ า้ น หรือรว่ มกลุ่มกนั ทาได้ 2.3 การจัดหาวัสดอุ ปุ กรณ์ 1) การเตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ เช่น เส้นไหมประดษิ ฐ์ ก่ี กระสวย หลา หลอดด้าย ฟืม เป็นต้น 2) การเตรียมวัสดตุ า่ งๆ เพอื่ ใช้ในการทอตามข้ันตอน ท่ตี ้องใชเ้ วลา 2.4 การเลือกทาเลท่ีตงั้ การจัดหาหรือสรรหาสถานที่ สาหรับประกอบธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคานึงถึง กาไร ค่าใช้จ่าย พนักงาน ความสัมพันธ์กับลูกค้าความสะดวก ตลอดจนสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่ดีตลอดระยะเวลาที่ ประกอบธรุ กจิ น้ัน 2.5 แหลง่ เรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ หมายถึง แหล่งข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ และประสบการณ์ ที่สนับสนุนส่งเสริมให้ ผเู้ รียนใฝุเรยี น ใฝรุ ู้ แสวงหาความรแู้ ละเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองตามอัธยาศยั อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้าง ใหผ้ ู้เรียนเกิดกระบวนการเรยี นรู้ และเป็นบุคคลแหง่ การเรยี นรู้ 4. ทศิ ทางการพัฒนาการประกอบอาชีพทอผ้ามัดหมี่ลายขอเจา้ ฟ้าสิริวณั ณวรฯี สากรับทศิ ทางการพัฒนา การลงทนุ การทอผ้ามัดหม่ีลายขอเจ้าฟูาสิริวัณณวรีฯนั้นมีมาก อุปกรณ์ทุกอย่าง จะมี ความสาคัญทุกอย่างเพราะ อุปกรณ์ทุกอย่างมีหน้าที่ ที่ต้องใช้แต่งต่างกันไปทุกชิ้นจึงมีความสาคัญและ จาเปน็ ในการทอ ทุกกระบวนการ แต่เป็นอุปกรณ์ที่ทาแล้วสามารใช้ได้ตลอด การต่อยอดประกอบอาชีพเสริม หรอื อาชพี หลกั มกี ารพัฒนาลวดลายตา่ งๆและอนุรักษ์ลายโบราณทีเ่ ปน็ เอกลกั ษณไ์ ว้
11 เร่อื ง ทกั ษะการประกอบอาชพี รายละเอียดเนอื้ หาโครงสรา้ งหลักสูตร หน่วยการเรียนที่ ๒ เวลา ๕๕ ชวั่ โมง สาระสาคัญ การเตรียมการประกอบอาชพี ทอผา้ มัดหม่ีลายขอเจ้าฟา้ สิรวิ ัณณวรีฯ ขอบข่ายเนอื้ หา ความรเู้ บอ้ื งต้นเกี่ยวกบั การทอผ้ามัดหมลี่ ายขอเจ้าฟาู สิรวิ ณั ณวรีฯ 1.1 ประวัตคิ วามเป็นมาและประโยชนข์ องการทอผ้าลายขอเจ้าฟูาสิริวัณณวรฯี 1.2 การเลอื กและเตรยี มด้าย 1.3 เลอื กวัสดุในการทอผ้า 1.4 การเตรยี มวสั ดอุ ุปกรณ์ทอผ้าลายขอเจ้าฟูาสิรวิ ัณณวรีฯ 1.5 การเกบ็ รักษาผา้ ทอผ้าลายขอเจ้าฟาู สริ วิ ัณณวรีฯ ความสอดคล้องหมวดวชิ า วิชาทกั ษะการพฒั นาอาชพี , วชิ าพฒั นาสงั คมและชุมชน และวิชาเลอื ก จดุ ประสงคป์ ลายทาง 1.บอกความเป็นมาและประโยชน์ของการทอผ้าลายขอเจา้ ฟูาสิริวัณณวรฯี 2.เลอื กด้ายตามที่กาหนดใหไ้ ด้ 3.เลอื กวัสดใุ นการทอผ้าไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสมได้ 4.เตรยี มวสั ดอุ ุปกรณ์และเลอื กใชใ้ หเ้ หมาะสมกับการทอผา้ 5.บอกวิธเี กบ็ รกั ษาผา้ ทอระหวา่ งการทอ และหลังทอได้ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. การบรรยายให้ความรู้ 2. การถาม – ตอบ 3. การสาธิต 4. การฝึกปฏบิ ัติจริง สือ่ 1. คูม่ ือการเรยี นรู้ 2. แผ่นพับ แหล่งการเรยี นรู้ - หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอชาติตระการ/ ศูนย์การเรยี นชมุ ชนประจาตาบล - กศน.อาเภอชาติตระการ
การวัดผลประเมินผล 12 1. สงั เกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วมในการทากิจกรรม 2. การถาม – ตอบ 3. การปฏบิ ตั งิ าน 4. ชน้ิ งาน/ผลงาน ความสัมพันธ์กับสาระในหลักสตู ร - ด้านการพฒั นาคุณภาพชีวติ การเตรียมงาน 1. การเตรียมเนื้อหาการเรยี นร้ใู ห้สอดคล้องกับการพฒั นาบคุ คล และสภาพทอ้ งถ่ิน 2. การออกแบบกิจกรรม การเตรยี มคาถาม 3. การเตรียมวัสดุ อุปกรณ์
13 ใบความรู้ ทักษะการประกอบอาชพี 1. ข้ันตอนการทอผ้าลายขอเจ้าฟาู สิริวณั ณวรีฯ การทอผา้ ลายขอเจา้ ฟาู สริ วิ ณั ณวรฯี มวี ธิ ีการทาท่ีเป็นขน้ั ตอนกระบวนการทกุ ขน้ั ตอนตอ้ งอาศยั ประสบการณแ์ ละความชาชองในการ ท่ีจะทอ สาหรบั คนทไ่ี ม่เคยทาหรอื ไมม่ ีความร้กู ็ตอ้ งอาศยั เวลาและการเรยี นรู้ และจดจาข้นั ตอนตา่ งๆ เพ่ือให้เกิดการชานาญ ไมอ่ ยากเกนิ ความพยายาม 1.1 วัสด/ุ อุปกรณ์ - เส้นไหมประดิษฐ์ - ก่ี - กระสวย - หลา - หลอดดา้ ย - หลักค้น - กงดา้ ย - กงค้นหมี่ - โฮงมดั หมี่ (โครงมัดหม่)ี - เปน็ ตน้
1.2 ขั้นตอนการทอผ้าลายขอเจา้ ฟ้าสิริวณั ณวรีฯ ๑. คน้ หม่เี พอ่ื ใช้ในการทาการมดั ลายทาเส้นพุ่ง การ ค้นตอ้ งไดต้ ามจานวนลายทตี่ อ้ งการมัด ทอออก มาแลว้ จะไดค้ วามยาวผ้าประมาณ ๔ เมตร ๒. คน้ เสรจ็ แลว้ นามาโฮงมัดหม่ี (โครงมดั หม)ี่ เพอื่ เตรียมการมัดลายทตี่ ้องการตอ่ ไป
1.3 การบรรจผุ ลติ ภณั ฑ์ จัดเรียงขนมใส่ถุงแพค็ ให้สวยงามตามขนาดของถงุ 2. วิธีการเกบ็ รกั ษา ขนมดอกจอกสามารถเก็บไวไ้ ด้นานถึง 15 วนั ขอ้ ควรระวังอย่าวางขนมทบั ซ้อนกันมากเกินไป เพราะจะทา ให้ขนมแตกหักได้งา่ ย
18 รายละเอียดเนอื้ หาโครงสร้างหลักสูตร หนว่ ยการเรยี นท่ี ๓ เรื่อง การบริหารจดั การในการประกอบอาชพี เวลา 30 นาที สาระสาคญั การบรหิ ารจดั การในการประกอบอาชีพการทาขนมดอกจอก การจดั การควบคมุ คุณภาพ การลดตน้ ทนุ ใน การทาขนมดอกจอก การวางแผนการผลิต การจดั การตลาด และการวางแผนการดาเนินงาน ขอบขา่ ยเน้อื หา ๑. การบรหิ ารจัดการ 2. การจัดการตลาด ๓. การวางแผนการดาเนินงาน ความสอดคล้องหมวดวชิ า วชิ าทกั ษะการพัฒนาอาชีพ , วชิ าพฒั นาสงั คมและชุมชน และวชิ าเลอื ก จดุ ประสงคป์ ลายทาง 1. สามารถบรหิ ารการทาขนมดอกจอกอย่างถกู ต้อง 2. สามารถจัดการตลาดในการทาขนมดอกจอกได้ 3. สามารถวางแผนการดาเนนิ งานได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. การบรรยายใหค้ วามรู้ 2. การถาม – ตอบ 3. การสาธติ ๔. การฝกึ ปฏิบัติจรงิ ส่ือ 1. ค่มู อื การเรียนรู้ 2. แผ่นพบั แหลง่ การเรยี นรู้ หอ้ งสมุดประชาชนอาเภอชาติตระการ/ ศูนย์การเรียนชุมชนประจาตาบล - กศน.อาเภอชาติตระการ - -
19 การวดั ผลประเมินผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วมในการทากิจกรรม 2. การถาม – ตอบ 3. การปฏบิ ัตงิ าน 4. ชิน้ งาน/ผลงาน ความสัมพันธก์ บั สาระในหลกั สูตร - ดา้ นการพฒั นาคุณภาพชวี ติ การเตรียมงาน 1. การเตรียมเน้ือหาการเรียนร้ใู ห้สอดคล้องกับการพฒั นาบคุ คล และสภาพทอ้ งถ่ิน 2. การออกแบบกจิ กรรม การเตรยี มคาถาม 3. การเตรียมวสั ดุ อุปกรณ์
20 ใบความรู้ การบรหิ ารจดั การในการประกอบอาชีพ ๑. การบรหิ ารจดั การ 1.1 การจดั การควบคุมคุณภาพ ความสาคัญของคุณภาพ ทาให้ผ้ผู ลิตสนิ ค้าทุกรายต้องใหค้ วามสนใจและคานงึ ถึงคุณภาพในการผลิตสินค้า หรอื การใหบ้ รกิ าร ทั้งน้ีเพ่ือให้สินค้านั้นออกมาดี มีคุณภาพเหมาะสมในการใช้งานสินค้าและการรับบริการ ฉะน้ัน ขัน้ ตอนตา่ ง ๆ ของการควบคมุ คณุ ภาพนนั้ จึงไมจ่ ากดั อยู่แคก่ ระบวนการตา่ งๆ ภายในสถานประกอบการเท่าน้ัน แต่ จะคลุมไปถึงการออกแบบสินคา้ การกาหนดมาตรฐานการผลิต การตลาด รวมท้งั การให้บริการลกู คา้ อกี ดว้ ย 1.2 การลดต้นทนุ ในการทาขนมดอกจอก การสารวจและแก้ไขจุดบกพร่องภายในองค์กรธุรกิจ ซึ่งกลยุทธ์น้ีสามารถนาไปประยุกต์ใช้เพ่ือความอยู่ รอดขององคก์ รธรุ กจิ ในยุคท่เี ศรษฐกิจตกตา่ และเพ่อื การเพ่ิมศกั ยภาพของการแข่งขนั ในยุคที่เศรษฐกิจรุ่งเรืองโดยมี ความจาเปน็ อย่างยิ่งทีอ่ งค์กรธรุ กจิ จะต้องรวู้ ่าจะสามารถเพม่ิ รายได้และลดต้นทุนได้อย่างไร ซ่ึงหลักการลดต้นทุนท่ี สาคัญก็คอื ทาใหต้ น้ ทนุ ต่อหนว่ ยต่าท่ีสุด ทาให้ปริมาณน้อยลง หรือตัดงานที่ไม่จาเป็นออกไป อย่างไรก็ตามการลด
21 ต้นทุนต้องคานึงถึงผลกระทบต่อคุณภาพของสินค้า และการบริการท่ีมีผลต่อระดับความพึงพอใจของลูกค้าเป็น สาคัญ โดยมแี นวทางสาคัญที่ใช้ในการวเิ คราะห์เพอ่ื ลดต้นทุนการผลิต โดยทตี่ น้ ทนุ การผลติ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ (1) ต้นทุนผนั แปร หมายถงึ ตน้ ทุนทไี่ ม่มกี ารผลติ ก็ไม่ต้องจ่าย ผลิตมากใช้เงินมากแต่ต่อหน่วยเท่าเดิม เชน่ ค่าวตั ถดุ บิ เชอื้ เพลิง ไฟฟูา น้า น้ามนั ค่าแรงพนกั งาน ค่าจา้ งเหมาประจาเดอื น คา่ ขนสง่ เปน็ ต้น (2) ตน้ ทนุ คงที่ หมายถึงตน้ ทนุ ที่ถงึ แม้ว่าจะไม่มีการผลิตก็ต้องจ่าย ซ่ึงหากผลิตได้น้อยกว่าที่ประมาณ การณ์จะทาให้ต้นทุนต่อหน่วยเพิ่มข้ึน เช่น ค่าติดต้ังเครื่องจักร – อุปกรณ์ ค่าธรรมเนียม ค่าซ่อมบารุง ค่าเส่ือม ราคา เปน็ ตน้ 1.3 การวางแผนการผลติ การสง่ เสรมิ เสรมิ สร้างขดี ความสามารถการผลติ เสรมิ สร้างศักยภาพของการรวมกลุ่ม ให้เป็นกลไกหลักใน การบริหารจัดการ โดยอาศัยแนวคิดและกระบวนการสหกรณ์เป็นพ้ืนฐานในการเสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้ ครอบคลุมเกษตรกรและประชาชนในทุกพ้ืนทีแ่ ละขยาย ผลเช่ือมโยงเครอื ข่ายระบบการผลิต การตลาดและการเงิน กลมุ่ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และการวางแผนการผลิต เป็นการวางแผนในการจัดการปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เช่น แรงงาน เครื่องจักร วัตถุดิบ กระบวนการผลิต หรือ 4M (Man Machine Machine Method) เพ่ือให้ผลการ ผลิตบรรลุตามเปูาหมายที่ถูกกาหนดไว้โดยความต้องการของลูกค้า (Customer Demand) ซึ่งความต้องการของ ลูกค้าน้ันอาจเกิดจากการส่ังซื้อจริงที่เกิดขึ้นแล้ว และการพยากรณ์ความต้องการท่ีจะซื้ อสินค้าในอนาคตตาม ช่วงเวลาต่าง ๆ 2. การจัดการตลาด เทคนิคในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมีหลายขน้ั ตอน และหลายรูปแบบ แต่ทสี่ าคัญผลิตภัณฑ์อาหาร แปรรูปนน้ั ๆจะตอ้ งมคี วามอร่อย ผู้บรโิ ภครับประทานแลว้ ตอ้ งติดใจในรสชาติ ซึ่งผลิตภัณฑอ์ าหารแปรรปู สามารถ ทารายได้ใหแ้ กเ่ กษตรกร และผูป้ ระกอบการ ไมว่ า่ จะจาหน่ายในประเทศ หรอื การส่งออกที่สามารถเปน็ รายได้ นาเข้าสปู่ ระเทศ 2.1 ขอ้ มลู ความตอ้ งการของลกู คา้ ผู้บริโภคต่างก็มีความจาเป็น ความต้องการ และอุปสงค์ ที่สามารถนาไปบริโภคเพ่ือสนองความ ต้องการของตนเอง โดยจะคานึงถึงผลประโยชน์ที่ผลิตภัณฑ์น้ันสามารถสนองความต้องการของตนเองได้ ซ่ึงทาให้ ได้รับผลประโยชน์ในด้านคุณค่า คุณภาพ และความพอใจ โดยผู้บริโภคจะแลกเปล่ียนหรือทาการค้ากับเจ้าของ ผลิตภัณฑ์น้ัน ๆ ความสัมพันธ์ก็จะดาเนินการต่อไป การท่ีมีผู้บริโภคจานวนมากดาเนินการในลักษณะดังกล่าวเรา เรียกว่าเป็นตลาด และเรยี กกจิ กรรมทงั้ หมดน้วี ่าการตลาด องค์ประกอบของการตลาด การวเิ คราะห์เก่ยี วกับความจาเป็น ความตอ้ งการ และความตอ้ งการซอ้ื (อปุ สงค)์ 1) ความจาเป็น เป็นอานาจพ้ืนฐานทท่ี าให้บุคคลตอ้ งการสิ่งใดสิ่งหน่ึง เพ่ือสนองความต้องการข้ัน พ้นื ฐานของร่างกาย ประกอบด้วยความต้องการในปจั จัย 4 ได้แก่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ท่ีอยู่อาศัย และยารักษาโรค รวมถึงความต้องการพกั ผ่อน และความตอ้ งการทางเพศ 2) ความต้องการ เป็นรูปแบบหน่ึงของความจาเป็นท่ีพัฒนามาจากความจาเป็นขั้นพ้ืนฐาน เป็น ความปรารถนาของบุคคลท่ีจะไดร้ ับการตอบสนองความพอใจ ซึ่งเป็นความต้องการในระดบั ที่ลกึ ซึ้งกว่าความจาเป็น โดยได้รบั อิทธพิ ลมาจากวฒั นธรรมและบุคลิกภาพส่วนบุคคลเกิดจากการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและสังคม และการ ยกย่องทางสังคมรวมถึงต้องการประสบความสาเร็จสูงสุดในชีวิต เช่นความต้องการรับประทานอาหารในร้านหรู
22 ราคาหลายสิบล้านบาท ต้องการท่ีดินทาเลดี เพื่อหวังผลกาไรสูงสุดในอนาคต ฯลฯ มักจะให้ความสาคัญกับความ ลกึ ซ้ึงของความหมาย เพ่อื ใชป้ ระโยชน์ในการกระตนุ้ ใหผ้ ู้บรโิ ภคเกิดความตอ้ งการสนิ คา้ และบริการ 3) ความต้องการซ้อื (อปุ สงค)์ เป็นความตอ้ งการผลิตภัณฑใ์ ดผลิตภณั ฑห์ นึ่ง ทต่ี ้องมีความสามารถ ในการซื้อ ซงึ่ จะประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการ คอื 3.1 ความตอ้ งการหรอื ความจาเป็นในผลิตภัณฑ์ 3.2 ความสามารถในการซือ้ หรอื มอี านาจซอ้ื มีเงินพอท่ีจะซื้อ 3.3 ความเต็มใจทจ่ี ะซื้อสนิ คา้ นน้ั ความจาเปน็ หรอื ความตอ้ งการสามารถเปลี่ยนเป็นความต้องการซ้ือได้ถ้ามีอานาจซ้ือและมีความเต็ม ใจซื้อมาประกอบกัน ความจาเป็น ความต้องการและความต้องการการซื้อเป็นจุดเร่ิมต้นของการตลาด ทาให้เกิด ความคดิ ท่ีจะเสนอสนิ ค้าและผลติ ภัณฑ์ เพ่ือที่จะสนองความต้องการของบุคคล ดังน้ันจุดเร่ิมต้นของการตลาดก็คือ การวิเคราะห์และวิจัยถึงความต้องการของบุคคลที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว จึงจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เพ่ือที่จะ สนองความตอ้ งการเหลา่ นั้น 2.2 การกระจายผลิตภัณฑส์ ู่ผู้บรโิ ภค การกระจายผลิตภัณฑ์แปรรูปไปสู่ผู้บริโภค หรือ การจัดจาหน่ายสินค้า หมายถึง การนาสินค้าจาก ผู้ผลิตไปถึงลูกค้าผู้บริโภค จึงหมายรวมถึงการขายและซ้ือสินค้าโดยผ่านพ่อค้าคนกลาง ผู้ค้าส่ง และผู้ค่าปลีก รวมทัง้ วธิ กี ารขนส่ง สินค้าแต่ละขน้ั ตอน การจัดจาหน่ายโดยทวั่ ไปแบง่ ออกเปน็ 2 ชอ่ งทาง คอื 1. จากผูผ้ ลิต - ผู้บริโภค 2. จากผผู้ ลิต - คนกลาง - ผูบ้ รโิ ภค ชอ่ งทางจาหน่ายสินค้าที่ดีที่สุด คือ ช่องทางการจัดจาหน่ายที่ให้ผลกาไรแก่ผู้ผลิตมากที่สุด เพื่อให้ การขายหรือจาหนา่ ยสินค้าทมี่ ปี ริมาณมากได้รบั ผลกาไรท่ดี ี ดังนัน้ ควรเลอื กชอ่ งทางจัดจาหน่ายท่ีหลากหลาย อาจ มชี ่องทางหลกั อยหู่ นง่ึ ชอ่ งทาง และชอ่ งทางเสริมเพอื่ ให้การจาหนา่ ยมปี ระสิทธิภาพมากข้นึ 2.3 การวางแผนการตลาด การตลาด คือ กลุ่มเปูาหมายของการขายผลิตภัณฑ์ซ่ึงหมายถึงลูกค้าซึ่งมีศักยภาพทั้งหมดท่ีมีความ จาเป็น และความต้องการผลิตภัณฑ์ซึ่งอาจมีความเต็มใจและความสามารถที่จะแลกเปลี่ยนเพ่ือสนองความจาเป็น หรือความต้องการให้ได้รับความพอใจของตน โดยใช้เงินในการจ่ายซ้ือความพึงพอใจเหล่านั้น องค์ประกอบ ท้ัง 5 ประการเป็นกระบวนการทางการตลาด (marketing process) ซ่ึงเร่ิมจากการกาหนดและวิเคราะห์ความ ต้องการของลกู คา้ และส่งิ แวดล้อม การวางแผนสว่ นประสมการตลาด การปฏิบัติตามแผนและการควบคุมให้เป็นไป ตามแผนถือว่าเป็นกระบวนการตลาดมาประยุกต์ใช้กับปัญหาทางธุรกิจ ทั้งด้านการวางแผนและการควบคุม ส่วน ใหญ่ข้อมูลที่ได้มักได้มาจากแบบจาลอง (model) ที่ใช้เทคนิคความรู้ทางธุรกิจและทางการตลาดข้ันสูงสร้างข้ึนมา แลว้ นาเอาความรูท้ างสถติ ไิ ปพิจารณาหาความสัมพนั ธข์ องข้อมูล และทดสอบความน่าเช่ือถือของข้อมูลด้วย ข้อมูล ที่ได้จากแบบจาลองเหล่าน้ีจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจวางแผนและแก้ไขสถานการณ์ทางธุรกิจได้ เช่น การ พฒั นาผลิตภัณฑใ์ หม่ การกาหนดราคา การวางแผนการตลาด การตลาดอาจถูกมองว่าเป็นหน้าที่ขององค์การและกลุ่มกระบวนการเพื่อการผลิต การส่งสินค้าและ การสือ่ สารคุณค่าไปยงั ลกู คา้ และการจัดการความสัมพันธ์ต่อลูกค้า ในทางที่เป็นประโยชน์แก่องค์การและผู้ถือหุ้น การจัดการการตลาดถือเป็นส่ิงสาคัญในการเลือกตลาดเปูาหมาย ตลอดจนการได้มาและการรักษาลูกค้า ผ่าน ทางการจดั หาคณุ คา่ ของลกู คา้
23 2.3.1 การศกึ ษาความต้องการของตลาด ประโยชน์ของการศึกษาความตอ้ งการของตลาด 1) ช่วยในการวางแผนการผลิต/จาหน่าย 2) ลดต้นทุนการผลติ 3) ติดตามสถานการณ์เพื่อวางแผนการจาหน่าย 2.3.2 ขอ้ มูลการตลาดที่จาเป็นสาหรบั ผปู้ ระกอบการ 1) คน้ พบความต้องการทางการตลาด 2) เลอื กสินค้าหรือบรกิ ารทนี่ าไปเสนอขายแล้วสนองความต้องการของลูกคา้ ได้ 3) ตงั้ ราคาขายและดาเนนิ การขาย 4) ทาการโฆษณาสนิ ค้า และส่งเสรมิ ใหม้ ผี สู้ นใจซ้ือมากข้ึน 5) นาสินค้าออกเสนอขายและจดั จาหนา่ ยใหท้ ่วั ถงึ 6) ทาให้เกิดผลกาไรจากการขายสนิ ค้าหรือบริการขึ้นมา ตัวอยา่ งการคดิ ราคาขาย การทาแหนม 1 กโิ ลกรัม ใช้ต้นทนุ ทั้งหมด 100 บาท ตอ้ งการกาไรร้อยละ 5 กาไรต่อ 1 กิโลกรมั 50 x = 50 บาท ต้องต้ังราคาขายกิโลกรัมละ 150 บาท การคิดราคาขายจะมีการยืดหยุ่นได้ตามราคาของวัตถุดิบและ คา่ ใช้จา่ ยอน่ื ๆ ทมี่ กี ารเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 2.4 การออกแบบบรรจุภณั ฑ์ การออกแบบ บรรจภุ ัณฑก์ ลว้ ยกวน ในการอบรมคร้ังน้ีชาวบ้านได้รู้ถึงความสาคัญของบรรจุภัณฑ์ท่ีมี ต่อตวั สนิ คา้ การเพิ่มคณุ คา่ สินค้าด้วยบรรจภุ ัณฑอ์ กี ทง้ั ไดเ้ รียนรกู้ ระบวนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การบรรจุหีบห่อหรือบรรจุภัณฑ์ หมายถึง การจัดนาผลผลิตที่ผ่านการทาความสะอาด การคัดขนาด และคุณภาพแล้วบรรจุลงในภาชนะทเ่ี ตรียมไว้ โดยภาชนะนน้ั สามารถปูองกนั การกระทบกระแทกและความเสียหาย ได้ เพ่ือนาผลผลติ ออกจาหนา่ ยแกผ่ ้บู รโิ ภค ความสาคญั ของการบรรจุหบี ห่อ มีดังนี้ 1. เพ่ือรวบรวมผลผลิตมาบรรจุรวมกันเป็นหน่วยเดียว ซึ่งทาให้ขนส่งได้รวดเร็วและเก็บรักษาง่าย 2. เพอื่ ปอู งกันการสูญเสยี ทีอ่ าจเกดิ ขนึ้ ระหวา่ งการขนสง่ 3. เพ่อื แจ้งรายละเอยี ดของผลผลติ 3. การวางแผนการดาเนินงาน การวางแผน เป็นงานท่ีสาคัญและจาเป็นต่อการบริหารขององค์การ เป็นภารกิจท่ีผู้บริหารต้องกระทาเป็น ดาดับแรกของการบวนการบริหาร การดาเนนิ การใด ๆ ถ้ามีการวางแผนท่ดี ีมขี ัน้ ตอนการปฏิบัตทิ จ่ี ดั เจนก็ เชื่อได้ว่า งานน้นั ย่อมประสบผลสาเรจ็ และบรรลเุ ปาู หมาย โดยเฉพาะการพฒั นางาน การปูองกันความผิดพลาดทาได้โดยการ วิเคราะห์ ขนั้ ตอนการทางานและปัจจัยการดาเนนิ งาน องคก์ ารไม่มแี ผนงานยอ่ มมโี อกาสที่ประสบกับความล้มเหลว
24 ได้ง่าย ด้ังน้ัน องค์การจึงต้องมีการวางแผนเพื่อให้กระบวนการปฏิบัติงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ กระบวนการ PDCA ภาพวงจรเดมมิง่ 1. Plan (วางแผน) การวางแผน ( Planning ) เป็นกระบวนการกาหนดวัตถุประสงค์สิง่ ทจ่ี ะต้องกระทาเพ่ือท่ีจะทาให้บรรลุ ถงึ วตั ถุประสงคท์ ก่ี าหนด การวางแผนผงั เปน็ กาตดั สนิ ใจลว่ งหน้าเกี่ยวกบั งานทีจ่ ะทาในอนาคตเป็นการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจก่อนลงมือกระทา เป็นการมุ่งปูองกัน ปัญหามากกว่าการคอยแก้ปัญหาท่ีจะเกิดข้ึน จะเห็นได้ว่าการ วางแผนเป็นการเชื่อมโยงจากปัจจุบันท่ีเป็นอยู่ไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการวางแผน จึงเป็นกระบวนการในการคิด วิเคราะห์ เพ่ือให้ทราบถงึ สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ท่ีต้องการให้เกิดข้ึนท้ังนี้จะต้องมี การคิดพิจารณาถึงรายละเอียดของสิ่งที่ต้องทาพร้อมกับการระบุผลสาเร็จต่าง ๆ ที่ต้องการ ซ่ึงจะนาไปสู่ วตั ถปุ ระสงคต์ ามทไ่ี ดต้ งั้ ไว้ 2. Do (ปฏิบตั ติ ามแผน) การทาตามแผนท่ไี ด้ตั้งเปูาหมายไวด้ ว้ ยความต้ังใจ ม่งุ มัน่ พยายามทั้งน้ี การปฏิบัติเปน็ การลงมอื ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตามทางเลอื กทไี่ ด้กาหนดไวใ้ นขน้ั ตอนการวางแผน ซ่งึ ต้องตรวจสอบระหว่างการปฏิบัติน้ันว่าได้ดาเนิน ไปในทิศทางท่ีตั้งใจหรือไม่ พร้อมกับสื่อสารให้ผู้ท่ีเกี่ยวข้องทราบ และติดตามการปฏิบัตินั้นอย่างสม่าเสมอ เพ่ือ ศกึ ษาถงึ ความเป็นไปได้และหาแนวทางแก้ไขปัญหาท่ีอาจจะเกิดข้ึนได้ในระหว่างการปฏิบัติ เพื่อจะมั่นใจได้ว่าการ ปฏิบัติตามแผนท่ีวางไว้น้ันเกิดความผิดพลาดน้อยท่ีสุดประโยชน์ของการปฏิบัติตามแผน ช่วยให้ทราบ ขั้นตอน วธิ ีการและสามารถเตรียมงานได้ล่วงหนา้ ดงั น้ัน การปฏิบตั งิ านก็จะเปน็ ไปตามเปาู หมายที่กาหนดไว้ โดยไม่มีปัญหา หรืออุปสรรคเกิดข้นึ 3. Check (ตรวจสอบการปฏิบัตติ ามแผน)
25 การประเมินเปูาหมายชีวิตที่วางแผนไว้ว่าสามารถปฏิบัติได้สาเร็จหรือไม่ และต้องปรับปรุงหรือแก้ไข อย่างไรบ้างจึงจะทาให้ประสบความสาเร็จในชีวิต ทังน้ี การตรวจสอบเป็นการประเมินผลท่ีได้รับจากการปฏิบัติ (DO) โดยการตรวจสอบทาให้ทราบว่าในการปฏิบัตินั้นสามารถบรรลุเปูาหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ได้กาหนดไว้ หรือไม่ สิ่งสาคัญก็คือ ต้องรู้ว่าจะตรวจสอบอะไรบ้างและมีความสม่าเสมอมากน้องเพียงใด ข้อมูลที่ได้จากการ ตรวจสอบจะเปน็ ประโยชน์ในขน้ั ตอนต่อไป 4. Act (ปรบั ปรงุ แก้ไข) การนาเอาผลการประเมนิ มาปรับปรุง และ/ หรือพฒั นาวิธีการทาให้ชวี ติ ประสบความสาเร็จมากข้ึน ทั้งนี้ เป็นการดาเนินงานให้เหมาะสมซึ่งจะพิจารณาผลท่ีได้จากการตรวจสอบซ่ึงมี 2 กรณี คือ ผลที่เกิดข้ึนเป็นไปตาม แผนที่วางไว้ หรือไมเ่ ป็นไปตามแผนทว่ี างไว้ ถา้ ผลทีเ่ กิดขน้ึ เปน็ ไปตามแผนทว่ี างไว้ กจ็ ะนาแนวทางหรือกระบวนการ ปฏิบัติ (DO) นั้นมาจัดทาให้เป็นมาตรฐานพร้อมทั้งหาวิธีการท่ีจะปรับปรุงให้ดีย่ิงข้ึน ซ่ึงอาจจะสามารถบ รรลุ เปาู หมายไดเ้ ร็วกว่าเดิม และเสียคา่ ใช้จ่ายนอ้ ยกวา่ เดิม รวมทง้ั ทาใหค้ ุณภาพดียิง่ ขนึ้ กไ็ ด้ ถ้าหากไม่เป็นไปตามแผนที่ วางไว้กค็ วรจะนาขอ้ มูลท่ีรวบรวมไวม้ าวิเคราะห์ และพจิ ารณาว่าควรจะดาเนนิ การอย่างไรตอ่ ไป การจดั ทาบญั ชี การจัดทาบัญชี หมายถงึ การจดบนั ทึกรายการซื้อขายทกุ อยา่ งทม่ี ีข้นึ ในการประกอบธุรกิจ ซง่ึ เรา สามารถกาหนดค่าออกมาเปน็ ตวั เงนิ ไว้เป็นฐานได้ การทาบัญชรี ายรบั รายจ่ายนนั้ เป็นส่งิ บันทกึ จาเปน็ อยา่ งยิ่งใน การลงทุนประกอบอาชพี เพราะทาใหไ้ ดท้ ราบถงึ ตน้ ทุน กาไร รวมถึงปริมาณการผลิต และการขายสนิ คา้
26
27 คณะทางาน ทป่ี รกึ ษา กันตง ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอชาตติ ระการ 1. นางพรสวรรค์ ภาศรี ครูชานาญการ 2. นายร้งุ ภธู ร ล้วนมงคล ครผู ้ชู ่วย 3. นางสาวชมพูนชุ คณะทางาน ลว้ นมงคล ครูผูช้ ่วย 1. นางสาวชมพนู ชุ วันชื่น ครอู าสาสมัครฯ 2. ว่าที่ พ.ต.บุญสง่ ยศปญั ญา ครอู าสาสมคั รฯ 3. นางสาวภาณุมาศ บญุ ประกอบ ครอู าสาสมัครฯ 4. นางสาวประยรู แตง่ เนตร ครู กศน.ตาบลบ้านดง 5. นางสาวสภุ าพร พระคาสอน ครู กศน.ตาบลชาติตระการ 6. นางสาวนิภาพร มั่นหยวก ครู กศน.ตาบลสวนเมีย่ ง 7. นางสาวกัญญณชั พว่ งปนิ่ ครู กศน.ตาบลปุาแดง 8. นายอษั ฎาพร แสงสบี าง ครู กศน ตาบลทา่ สะแก 9. นางสาวเปยี ทพิ ย์ ฟองจางวาง ครู กศน.ตาบลบอ่ ภาค 10. วา่ ที่รอ้ ยตรหี ญิงสุธาสนิ ี โคกนอ้ ย ครู ศรช.ตาบลปุาแดง 11. นางสาวพรพนา แฟงวัชรกุล บรรณารักษ์อัตราจา้ ง 12. นางสาวนา้ อ้อย ผู้เรยี บเรียง/จดั พมิ พ์รปู เลม่ /ออกแบบปก 1. นางสาวเปยี ทิพย์ แสงสบี าง ครู กศน.ตาบลท่าสะแก ครู กศน.ตาบลชาติตระการ 2. นางสาวนิภาพร พระคาสอน ครอู าสาสมัครฯ 3. นางสาวประยูร บุญประกอบ
Search
Read the Text Version
- 1 - 35
Pages: