หน่วยการเรียนรู้เร่ือง จากผาแต้ม...สู่อยี ปิ ต์ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ เรื่อง จากผาแต้ม...สู่อยี ปิ ต์ รายวชิ า ท16101 ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา 7 ช่ัวโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั สาระท่ี ๑ การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพอ่ื นาไปตดั สินใจแกป้ ัญหาใน การดาเนิน ชีวติ และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ ป.๖/ ๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความที่เป็นโวหาร ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องที่อา่ น ท ๑.๑ ป.๖/๕อธิบายการนาความรู้และความคิดจากเร่ืองท่ีอ่านไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวติ ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน สาระที่ ๒ การเขยี น มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวในรูปแบบ ต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วดั ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพอ่ื ใชพ้ ฒั นางานเขียน ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขียน สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์ ตวั ชี้วดั ท ๓.๑ ป.๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ ป.๖/๒ ต้งั คาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู ท ๓.๑ ป.๖/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษา มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ ตัวชี้วดั ท ๔.๑ ป.๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค ท ๔.๑ ป.๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด การเรียนรู้คา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาไทยในบทเรียนและนาไปใช้ให้ถูกตอ้ ง ถือเป็ นการ พฒั นาทกั ษะทางภาษาท่ีผเู้ รียนควรไดร้ ับการฝึ กฝน การอ่านในใจให้เกิดความเขา้ ใจชดั เจนลึกซ้ึงจะตอ้ งอ่าน แลว้ สามารถต้งั คาถาม ตอบคาถาม อภิปรายแสดงความคิดเห็นเน้ือเร่ือง ลาดบั เหตุการณ์ และสรุปใจความสาคญั ของเรื่องได้ การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง จะช่วยให้นกั เรียนเขา้ ใจเร่ืองและจาเรื่องท่ีอ่านไดแ้ ม่นยายงั เป็ นการ ช่วยฝึ กทกั ษะ และพฒั นาในด้านการเขียน การพูด การอ่านออกเสียง เป็ นการอ่านให้ผูอ้ ื่นฟัง ฉะน้นั ผูอ้ ่าน จะต้องแบ่งวรรคตอน เน้นเสียงหนักเบา และออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน จึงจะสื่อความหมายได้อย่างมี ประสิทธิภาพ การรู้หลกั เกณฑ์ทางภาษา เร่ืองการใชเ้ ลขไทยใหถ้ ูกตอ้ งตามความหมายและถูกตอ้ งตามหนา้ ที่ ของประโยค เลขไทยมีใชม้ าต้งั แต่กาเนิดตวั อกั ษรไทยสมยั พอ่ ขุนรามคาแหงมหาราช ใชแ้ ทนจานวน ใชแ้ ทน วนั แต่ละวนั ในสปั ดาห์ แทนเดือนในแต่ละเดือนในรอบปี เสียงท่ีเปล่งออกมาแตล่ ะคร้ัง จะมีความหมายหรือไม่ มีความหมายก็ตาม เรียกว่า “พยางค์” ถา้ พยางคม์ ีความหมายจะเรียกวา่ “คา” การอ่านและการฟังทาใหเ้ กิดการ เรียนรู้อยา่ งมาก เช่น ไดร้ ับความรู้อยา่ งหลากหลาย ไดข้ อ้ คิด คติสอนใจ ตวั อยา่ งที่ควรปฏิบตั ิและไม่ควรปฏิบตั ิ การเกิดจินตนาการ สาระการเรียนรู้ ความรู้ (K) ๑. หลกั การอ่านคาและความหมายของคา ๒. หลกั การอา่ นจบั ใจความ ๓. มารยาทในการอา่ น ๔. หลกั การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ๕. หลกั การอา่ นออกเสียง ๖. บทอ่านเสริม ตวั เลขไทย ๗. หลกั การอา่ นวนั เดือนปี แบบไทย ๘. ความรู้เร่ืองพยางคแ์ ละคา ๙. หลกั การฟังและดู ๑๐.การหาขอ้ คิดจากเรื่องที่อ่าน ฟังและดู ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๑. อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคา ๒. อ่านจบั ใจความ ๓. เขียนแผนภาพโครงเรื่อง ๔. เล่าเร่ืองตามแผนภาพโครงเรื่อง
๕. อา่ นออกเสียง ๖. อ่านจบั ใจความ ๗. อา่ นวนั เดือนปี แบบไทย ๘. อ่านพยางคแ์ ละคา ๙. จบั ใจความสาคญั ของเร่ืองที่ไดฟ้ ังและดู เจตคติ (A) ๑. ตระหนกั และเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย ๒. รักความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพ่อื พฒั นาตนเอง ๓. มีมารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพดู สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด - ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ - กระบวนการทางานกลุ่ม - กระบวนการปฏิบตั ิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑. มีวนิ ยั ๒. ใฝ่ เรียนรู้ ๓. มุง่ มน่ั การทางาน ชิ้นงาน/ภาระงาน - เขียนคาศพั ทแ์ ละความหมายลงในสมุดบนั ทึก - ใบงาน เรื่อง ต้งั คาถาม-คน้ หาคาตอบ จากผาแตม้ สู่อียปิ ต์ - ใบงาน เรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง -. การอา่ นออกเสียงรายบุคคล -. ใบงาน เรื่อง การอ่านคาและขอ้ ความ - ใบงาน เร่ือง การอ่าน วนั เดือน ปี แบบไทย - ใบงาน เร่ือง พยางคแ์ ละคา - สังเกตการฟังและการดู
การวดั และการประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์ สงั เกตการอา่ นคาและความหมายของคา แ บ บ สั ง เ ก ต ก า ร อ่ า น ค า แ ล ะ ร้ อ ย ล ะ ๖ ๐ ข้ึ น ไ ป ความหมายของคา ผา่ นเกณฑ์ สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ร้ อ ย ล ะ ๖ ๐ ข้ึ น ไ ป ในกิจกรรมกลุ่ม กลุ่ม ผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมความมีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ แ บ บ ป ร ะ เ มิ น คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ผ่านเกณฑ์การประเมิน และมุ่งมนั่ การทางาน อนั พงึ ประสงค์ ระดบั พอใช้ สงั เกตพฤติกรรมการอ่าน แบบประเมินการอ่านจบั ใจความ ร้ อ ย ล ะ ๖ ๐ ข้ึ น ไ ป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ื อง ต้ังคาถาม-ค้นหา แบบประเมินใบงานเร่ือง ต้งั คาถาม- ร้ อ ย ล ะ ๖ ๐ ข้ึ น ไ ป คาตอบ จากผาแตม้ สู่อียปิ ต์ คน้ หาคาตอบ จากผาแตม้ สู่อียปิ ต์ ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานการเขียนแผนภาพโครงเร่ือง แบบประเมินการเขียนแผนภาพ ร้ อ ย ล ะ ๖ ๐ ข้ึ น ไ ป โครงเรื่อง ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ื อง การอ่านคาและ ใบงาน เร่ือง การอา่ นคาและขอ้ ความ ร้ อ ย ล ะ ๖ ๐ ข้ึ น ไ ป ขอ้ ความ ผา่ นเกณฑ์ สังเกตการอา่ นออกเสียงรายบุคคล แบบประเมินการอ่านออกเสียง ร้ อ ย ล ะ ๖ ๐ ข้ึ น ไ ป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ือง การอ่าน วนั เดือน ปี ใบงาน เรื่อง การอ่าน วนั เดือน ปี ร้ อ ย ล ะ ๖ ๐ ข้ึ น ไ ป แบบไทย แบบไทย ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ือง พยางคแ์ ละคา ใบงาน เรื่อง พยางคแ์ ละคา ร้ อ ย ล ะ ๖ ๐ ข้ึ น ไ ป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ือง ขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการอ่าน แบบประเมินสรุปความรู้ ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้ / การฟัง ข้ึนไป กจิ กรรมการเรียนรู้ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๑. เรียนรู้คา คู่ความหมาย เวลา ๑ ชวั่ โมง ๒. อา่ นคิดพินิจเร่ืองราว เวลา ๑ ชวั่ โมง ๓. คิดวเิ คราะห์ดว้ ยแผนภาพโครงเรื่อง เวลา ๑ ชว่ั โมง ๔. การอา่ นออกเสียง เวลา ๑ ชวั่ โมง ๕. ตวั เลขไทย
๖. พยางคแ์ ละคา เวลา ๑ ชวั่ โมง ๗. การนาความรู้ ความคิดจากการอา่ น การฟัง ไปใชใ้ นการดาเนินชีวติ เวลา ๑ ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรู้ เร่ือง ควาย ข้าว และชาวนา หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ควาย ข้าว และชาวนา รายวชิ า ท16101 ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา 9 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ ดาเนิน ชีวติ และมีนิสยั รักการอา่ น ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ ป.๖/๒อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความที่เป็นโวหาร ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองที่อา่ น ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธิบายการนาความรู้และความคิดจากเร่ืองที่อา่ นไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวติ ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอา่ น สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวใน รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ ง มีประสิทธิภาพ ตัวชี้วดั ท ๒.๑ ป.๖/๒ เขียนส่ือสารโดยใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน และเหมาะสม ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพ่อื ใชพ้ ฒั นางานเขียน ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขียน สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วดั ท ๓.๑ ป.๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรื่องท่ีฟังและดู สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและ พลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ ตัวชี้วดั ท ๔.๑ ป.๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด การเรียนรู้คา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาไทยในบทเรียนและนาไปใช้ให้ถูกตอ้ ง ถือเป็ นการ พฒั นาทกั ษะทางภาษาท่ีผเู้ รียนควรไดร้ ับการฝึ กฝน การอ่านในใจให้เกิดความเขา้ ใจชดั เจนลึกซ้ึงจะตอ้ งอ่าน
แลว้ สามารถต้งั คาถาม ตอบคาถาม อภิปรายแสดงความคิดเห็นเน้ือเรื่อง ลาดบั เหตุการณ์ และสรุปใจความ สาคญั การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง จะช่วยใหน้ กั เรียนเขา้ ใจเร่ืองและจาเร่ืองที่อา่ นไดแ้ มน่ ยา การอ่านออกเสียง ให้ถูกตอ้ งชดั เจน จึงจะสื่อความหมายไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ การอ่านเสริมบทเรียน ทาให้ผอู้ ่านไดร้ ับความรู้ ความบนั เทิงและขอ้ คิด การสะกดคาน้นั จาเป็นตอ้ งรู้จกั การผนั วรรณยกุ ต์ ซ่ึงการผนั วรรณยกุ ตใ์ หถ้ ูกตอ้ งจะตอ้ ง เขา้ ใจเร่ืองไตรยางค์ และคาเป็ น คาตาย ความหมายตรงและความหมายเปรียบเทียบ หรือความหมายแฝง และคา พอ้ งหรือคาไวพจน์ มีประโยชน์ในการเขียนและการพูด ผเู้ ขียนผู้พูดตอ้ งเลือก คานามาใชใ้ ห้ถูกตอ้ งเหมาะสม กบั การสื่อสาร จะตอ้ งมีความรู้เร่ืองความหมายของคา หนา้ ที่ของคา และความเหมาะสมในเลือกใชค้ าเป็ นอยา่ ง ดี การเขียนเพื่อสื่อสารความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ และความ การใช้ภาษาน้ันตอ้ งใช้คาถูกต้องตรงตาม ความหมาย เหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล สาระการเรียนรู้ ความรู้ (K) ๑. หลกั การอ่านคาและความหมายของคา ๒. หลกั การอ่านจบั ใจความ ๓. มารยาทในการอ่าน ๔. หลกั การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง ๕. หลกั การอ่านออกเสียง ๖. การอ่านบทเรียนเสริมเร่ือง ประเพณีลงแขกทานา ๗. หลกั เกณฑข์ องอกั ษร ๓ หมู่ ๘. คาเป็น คาตาย ๙. การผนั วรรณยกุ ต์ ๑๐. ความหมายตรงและความหมายแฝง ๑๑. คาพอ้ งความ หรือคาไวพจน์ ๑๒. การเขียนส่ือสาร ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๑. อา่ นออกเสียงและบอกความหมายของคา ๒. อา่ นจบั ใจความ ๓. เขียนแผนภาพโครงเร่ือง
๔. เล่าเร่ืองตามแผนภาพโครงเร่ือง ๕. อา่ นออกเสียง ๖. สรุปใจความสาคญั เน้ือหา ๗. แยกอกั ษรสูง อกั ษรกลางและอกั ษรต่า ๘. แยกคาเป็น คาตาย ๙. ผนั วรรณยกุ ตจ์ ากคาท่ีใชอ้ กั ษรกลาง อกั ษรสูง อกั ษรต่า ๑๐. การเลือกใชค้ าไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมกบั การส่ือสาร ๑๑. การเลือกใชภ้ าษาเพ่ือการสื่อสาร เจตคติ (A) ๔. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของภาษาไทย ๕. รักความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพอื่ พฒั นาตนเอง ๖. มีมารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพดู ๕. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการคิด - ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ - กระบวนการทางานกลุ่ม - กระบวนการปฏิบตั ิ ๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๔. มีวนิ ยั ๕. ใฝ่ เรียนรู้ ๖. มุ่งมนั่ การทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๗. ชิ้นงาน/ภาระงาน - เขียนคาศพั ทแ์ ละความหมายลงในสมุดบนั ทึก - ใบงาน เร่ือง ต้งั คาถาม-คน้ หาคาตอบ เร่ือง ควาย ขา้ วและชาวนา
- ใบงาน เรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง - การอ่านออกเสียงรายบุคคล - ใบงาน คาถามทา้ ยบท “ประเพณีลงแขกทานา” - ใบงาน เร่ือง อกั ษร ๓ หมู่ - ใบงาน เร่ือง คาเป็ น คาตาย - ใบงาน เรื่อง การผนั วรรณยกุ ต์ - ใบงาน ความหมายตรง ความหมายแฝง - ใบงาน เร่ือง การเขียนสื่อสาร - ใบงาน เรื่อง คาขวญั ๑๐. การวดั และการประเมินผล เคร่ืองมอื เกณฑ์ วธิ ีการ แบบสงั เกตการอ่านคาและ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ความหมายของคา ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตการอา่ นคาและความหมายของคา แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป กลุ่ม ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม แบบประเมินคุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน ในกิจกรรมกลุ่ม อนั พงึ ประสงค์ ระดบั พอใช้ สังเกตพฤติกรรมความมีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ แบบประเมินการอา่ นจบั ใจความ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป และมุง่ มน่ั การทางาน ผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการอ่าน ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ตรวจใบงาน เร่ือง ต้งั คาถาม-คน้ หา แบบประเมินใบงาน เรื่อง ต้งั ผา่ นเกณฑ์ คาตอบ เร่ือง ควาย ขา้ วและชาวนา คาถาม-คน้ หาคาตอบ เรื่อง ควาย ขา้ วและชาวนา ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ือง การเขียนแผนภาพ แบบประเมินการเขียนแผนภาพ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป โครงเรื่อง โครงเรื่อง ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ือง คาถามทา้ ยบท ควาย ใบงาน เรื่อง คาถามทา้ ยบท ควาย ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ขา้ วและชาวนา ขา้ วและชาวนา ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตการอ่านคาและขอ้ ความ แบบประเมินการอ่านคา
สังเกตการอ่านออกเสียงรายบุคคล แบบประเมินการอ่านออกเสียง ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน คาถามทา้ ยบท “ประเพณีลง ใบงาน คาถามทา้ ยบท “ประเพณีลง แขกทานา” แขกทานา” ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ตรวจใบงาน เร่ือง อกั ษร ๓ หมู่ ใบงาน เร่ือง อกั ษร ๓ หมู่ ผา่ นเกณฑ์ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ตรวจใบงาน เรื่อง คาเป็น คาตาย ใบงาน เรื่อง คาเป็น คาตาย ผา่ นเกณฑ์ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ตรวจใบงาน เรื่อง การผนั วรรณยกุ ต์ ใบงาน เรื่อง การผนั วรรณยกุ ต์ ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานคาที่มีความหมายตรง แบบประเมินใบงานคาที่มี ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ความหมายแฝง และคาไวพจน์ ความหมายตรง ความหมายแฝง ผา่ นเกณฑ์ และคาไวพจน์ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เรื่อง การเขียนสื่อสาร ใบงาน เร่ือง การเขียนส่ือสาร ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ตรวจใบงานา เร่ือง คาขวญั ผา่ นเกณฑ์ แบบประเมินคาขวญั เพือ่ การสื่อสาร ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ กจิ กรรมการเรียนรู้ เวลา ๑ ชว่ั โมง ๑. เรียนรู้คา คู่ความหมาย เวลา ๑ ชวั่ โมง ๒. อ่านคิดพินิจเร่ืองราว เวลา ๑ ชว่ั โมง ๓. คิดวเิ คราะห์ดว้ ยแผนภาพโครงเร่ือง เวลา ๑ ชว่ั โมง ๔. การอ่านออกเสียง เวลา ๑ ชว่ั โมง ๕. การอ่านเสริมบทเรียน เวลา ๑ ชว่ั โมง ๖. อกั ษร ๓ หมู่ และคาเป็นคาตาย เวลา ๑ ชวั่ โมง ๗. การผนั วรรณยกุ ต์ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๘. ความหมายของคา เวลา ๑ ชว่ั โมง ๙. การเขียนส่ือสาร
หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง อ่านป้ ายได้สาระ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง อ่านป้ ายได้สาระ รายวชิ า ท16101 ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๘ ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหาใน การดาเนิน ชีวิตและมีนิสยั รักการอ่าน ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ ป.๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความท่ีเป็นโวหาร ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธิบายการนาความรู้และความคิดจากเร่ืองท่ีอ่านไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวติ ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอา่ น สาระท่ี ๒ การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวใน รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ ง มีประสิทธิภาพ ตวั ชี้วดั ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อใชพ้ ฒั นางานเขียน ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขียน สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วดั ท ๓.๑ ป.๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรื่องท่ีฟังและดู สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ ตวั ชี้วดั ท ๔.๑ ป.๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล ท ๔.๑ ป.๖/๔ ระบุลกั ษณะของประโยค
สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด การเรียนรู้คา กลุ่มคาหรือวลี คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาไทยในบทเรียนและนาไปใชใ้ ห้ถูกตอ้ ง ผูเ้ รียนควรไดร้ ับการฝึ กฝน เพื่อพฒั นาทกั ษะให้ถูกตอ้ ง การอ่านออกเสียง การอ่านในใจให้เกิดความเขา้ ใจ ชัดเจนลึกซ้ึงจะตอ้ งอ่านแล้วสามารถต้งั คาถาม ตอบคาถาม อภิปรายแสดงความคิดเห็นเน้ือเร่ือง ลาดับ เหตุการณ์ และสรุปใจความสาคญั ของเรื่องได้ การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง จะช่วยใหน้ กั เรียนเขา้ ใจเร่ืองและ จาเรื่องที่อ่านไดแ้ ม่นยายงั เป็ นการช่วยฝึ กทกั ษะ และพฒั นาในดา้ นการเขียน การพูดต่อไป “ภาษาพูด” หรือ “ภาษาปาก” เป็ นการใชภ้ าษาท่ีไม่เคร่งครัดดา้ นกฎเกณฑ์และไม่เป็ นทางการ ส่วน“ภาษาเขียน” เป็ นภาษาที่ใช้ อยา่ งเป็ นทางการตอ้ งเลือกใชใ้ หถ้ ูกตอ้ งตามกฎเกณฑ์ ทาใหผ้ อู้ ่านไดร้ ับความรู้ ความบนั เทิงและขอ้ คิดจากการ อ่าน และสามารถเลือกหนงั สืออา่ นไดต้ รงตามความตอ้ งการ สาระการเรียนรู้ ความรู้ (K) ๑. หลกั การอ่านคาและความหมายของคา ๒. หลกั การอา่ นจบั ใจความ ๓. มารยาทในการอา่ น ๔. หลกั การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ๕. หลกั การอ่านออกเสียง ๖. ลกั ษณะของวลี ๗. ส่วนประกอบของประโยค ๘. หลกั ภาษาพดู ภาษาเขียน ๙. การอ่านบทเรียนเสริมเร่ือง คาไทย เกิดใหม่เป็นธรรมดา ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๑. อา่ นออกเสียงและบอกความหมายของคา ๒. อา่ นจบั ใจความ ๓. เขียนแผนภาพโครงเร่ือง ๔. อ่านออกเสียง ๕. แยกวลีและประโยค ๖. แต่งประโยคใชใ้ นการสื่อสาร ๗. ใชภ้ าษาพดู และภาษาเขียนไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม ๘. สรุปใจความสาคญั เน้ือหา
เจตคติ (A) ๗. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของภาษาไทย ๘. รักความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพื่อพฒั นาตนเอง ๙. มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพดู ๕. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการคิด - ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ - กระบวนการทางานกลุ่ม - กระบวนการปฏิบตั ิ ๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๘. มีวนิ ยั ๙. ใฝ่ เรียนรู้ ๑๐. มุ่งมน่ั การทางาน ชิ้นงาน/ภาระงาน - เขียนคาศพั ทแ์ ละความหมายลงในสมุดบนั ทึก - ใบงาน เร่ือง ต้งั คาถาม-คน้ หาคาตอบ เรื่อง อ่านป้ ายไดส้ าระ - ใบงาน เรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง - การอ่านออกเสียงรายบุคคล - ใบงาน เร่ือง การอา่ นคาและขอ้ ความ - ใบงาน เร่ือง ประโยค หรือ วลี - ใบงาน เร่ือง ส่วนประกอบของประโยค - ใบงาน เรื่อง ภาษาพดู ภาษาเขียน - ใบงาน เรื่อง คน้ หาคาไทยสมยั ใหม่
การวดั และการประเมนิ ผล เครื่องมอื เกณฑ์ วธิ ีการ แบบสังเกตการอ่านคาและ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ความหมายของคา ผา่ นเกณฑ์ สังเกตการอา่ นคาและความหมายของคา แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ น กลุ่ม เกณฑ์ สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม แบบประเมินคุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้ ในกิจกรรมกลุ่ม อนั พึงประสงค์ ข้ึนไป สังเกตพฤติกรรมความมีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ แบบประเมินการอา่ นจบั ใจความ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป และมุง่ มน่ั การทางาน ผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการอ่าน แบบประเมินใบงาน เร่ือง ต้งั ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป คาถาม-คน้ หาคาตอบ เร่ือง อ่านป้ าย ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ือง ต้งั คาถาม-คน้ หา ไดส้ าระ คาตอบ เรื่อง อา่ นป้ ายไดส้ าระ แบบประเมินการเขียนแผนภาพ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป โครงเรื่อง ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานการเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ใบงาน เร่ือง การอา่ นคาและ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ขอ้ ความ ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เรื่อง การอ่านคาและ แบบประเมินการอ่านออกเสียง ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ขอ้ ความ ผา่ นเกณฑ์ สังเกตการอา่ นออกเสียงรายบุคคล ใบงาน เรื่อง วลี หรือ ประโยค ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง วลี หรือ ประโยค ใบงาน เร่ือง ประโยค ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานเร่ือง ประโยค ใบงาน เรื่อง ภาษาพดู ภาษาเขียน ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานกลุ่ม เร่ือง ภาษาพดู ภาษา ใบงาน เร่ือง คน้ หาคาไทยสมยั ใหม่ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป เขียน ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เรื่อง คน้ หาคาไทยสมยั ใหม่
กจิ กรรมการเรียนรู้ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๑. เรียนรู้คา คู่ความหมาย เวลา ๑ ชว่ั โมง ๒. อ่านคิดพนิ ิจเรื่องราว เวลา ๑ ชว่ั โมง ๓. คิดวเิ คราะห์ดว้ ยแผนภาพโครงเร่ือง เวลา ๑ ชวั่ โมง ๔. การอ่านออกเสียง เวลา ๒ ชว่ั โมง ๕. วลีและประโยค เวลา ๑ ชว่ั โมง ๖. ภาษาพดู ภาษาเขียน เวลา ๑ ชวั่ โมง ๗. การอ่านเสริมบทเรียน
หน่วยการเรียนรู้ เร่ือง กทลตี านี หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เร่ือง กทลตี านี รายวชิ า ท16101 ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๖ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา 7 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ ดาเนิน ชีวติ และมีนิสัยรักการอ่าน ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ ป.๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความที่เป็นโวหาร ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องท่ีอ่าน ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธิบายการนาความรู้และความคิดจากเร่ืองที่อา่ นไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวติ ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน สาระท่ี ๒ การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราวใน รูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ ง มีประสิทธิภาพ ตวั ชี้วดั ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใชพ้ ฒั นางานเขียน ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขียน สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์ ตวั ชี้วดั ท ๓.๑ ป.๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรื่องที่ฟังและดู สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ ตัวชี้วดั ท ๔.๑ ป.๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้คา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาไทยในบทเรียนและนาไปใช้ให้ถูกตอ้ ง ถือเป็ นการ พฒั นาทกั ษะทางภาษาที่ผเู้ รียนควรไดร้ ับการฝึกฝน จึงจะทาให้การเรียนรู้ภาษาเป็ นไปดว้ ยดีและเกิดการพฒั นา ตามมา การอ่านออกเสียง การอ่านในใจใหเ้ กิดความเขา้ ใจชดั เจนลึกซ้ึงจะตอ้ งอ่านแลว้ สามารถต้งั คาถาม ตอบ คาถาม อภิปรายแสดงความคิดเห็นเน้ือเร่ือง ลาดบั เหตุการณ์ และสรุปใจความสาคญั ของเรื่องได้ การเขียน แผนภาพโครงเร่ือง จะช่วยให้นักเรียนเขา้ ใจเร่ืองและจาเร่ืองที่อ่านไดแ้ ม่นยายงั เป็ นการช่วยฝึ กทกั ษะ และ พฒั นาในดา้ นการเขียน การพดู ต่อไป การอ่านเสริมบทเรียน ทาให้ผอู้ ่านไดร้ ับความรู้ ความบนั เทิงและขอ้ คิด จากการอ่าน และสามารถเลือกหนงั สืออ่านไดต้ รงตามความตอ้ งการ การเรียนรู้เรื่องหลกั เกณฑ์ทางภาษา เร่ือง คา และชนิดของคา การรู้จกั ใช้คาให้ถูกตอ้ งตามชนิดและหนา้ ท่ี จะช่วยให้ใชภ้ าษาในการสื่อสารไดอ้ ยา่ งมี ประสิทธิภาพ สาระการเรียนรู้ ความรู้ (K) ๑. หลกั การอ่านคาและความหมายของคา ๒. หลกั การอ่านจบั ใจความ ๓. มารยาทในการอา่ น ๔. หลกั การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง ๕. หลกั การอา่ นออกเสียง ๖. การอา่ นบทเรียนเสริมเร่ือง กลว้ ยตานี ๗. คานาม ๘. คาสรรพนาม ๙. คากริยา ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๑. อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคา ๒. อา่ นจบั ใจความ ๓. เขียนแผนภาพโครงเรื่อง ๔. อา่ นออกเสียง ๕. สรุปใจความสาคญั เน้ือหา ๖. เขียนแผนภาพความคิด ๗.ใชแ้ ละแยกประเภทของคานาม คาสรรพนาม และคากริยา
เจตคติ (A) ๑๐. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของภาษาไทย ๑๑. รักความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพอื่ พฒั นาตนเอง ๑๒. มีมารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพดู ๕. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด - ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ - กระบวนการทางานกลุ่ม - กระบวนการปฏิบตั ิ ๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑๑. มีวนิ ยั ๑๒. ใฝ่ เรียนรู้ ๑๓. มุ่งมนั่ การทางาน ชิ้นงาน/ภาระงาน - เขียนคาศพั ทแ์ ละความหมายลงในสมุดบนั ทึก - ใบงาน เร่ือง ต้งั คาถาม-คน้ หาคาตอบ เรื่อง กทลีตานี - ใบงาน เรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง - การอา่ นออกเสียงรายบุคคล - ใบงาน เร่ือง การอ่านคา - ใบงาน เร่ือง แผนภาพความคิด “กลว้ ยตานี” - ใบงาน เรื่อง คานาม - ใบงาน เร่ือง คาสรรพนาม - ใบงาน เร่ือง คากริยา - ใบงาน เร่ือง คานาม คาสรรพนาม และคากริยา
การวดั และการประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์ วธิ ีการ แบบสังเกตการอา่ นคาและ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ความหมายของคา ผา่ นเกณฑ์ สังเกตการอ่านคาและความหมายของคา แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ น กลุ่ม เกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม แบบประเมินคุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้ ในกิจกรรมกลุ่ม อนั พึงประสงค์ ข้ึนไป สงั เกตพฤติกรรมความมีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ แบบประเมินการอ่านจบั ใจความ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป และมุง่ มน่ั การทางาน ผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการอ่าน ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เรื่อง ต้งั คาถาม-คน้ หา แบบประเมินใบงาน เรื่อง ต้งั คาตอบ เรื่อง กทลีตานี คาถาม-คน้ หาคาตอบ เรื่อง กทลี ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ น ตานี เกณฑ์ ตรวจใบงาน เรื่อง การอา่ นคา ใบงาน เร่ือง การอา่ นคา ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ น เกณฑ์ สงั เกตการอ่านออกเสียงรายบุคคล แบบประเมินการอ่านออกเสียง ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ือง แผนภาพความคิด แบบประเมินแผนภาพความคิด ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป “กลว้ ยตานี” แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ผา่ นเกณฑ์ กลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ใบงาน เรื่อง คานาม ผา่ นเกณฑ์ ในกิจกรรมกลุ่ม ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ตรวจใบงานเรื่อง คานาม ผา่ นเกณฑ์ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ตรวจใบงานเรื่อง คาสรรพนาม ใบงาน เร่ือง คาสรรพนาม ผา่ นเกณฑ์ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ตรวจใบงานเร่ือง คากริยา ใบงาน เร่ือง คากริยา ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง คานาม คาสรรพนาม ใบงานเรื่อง คานาม คาสรรพนาม และคากริยา และคากริยา
กจิ กรรมการเรียนรู้ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๑. เรียนรู้คา คู่ความหมาย เวลา ๑ ชวั่ โมง ๒. อา่ นคิดพนิ ิจเรื่องราว เวลา ๑ ชว่ั โมง ๓. คิดวเิ คราะห์ดว้ ยแผนภาพโครงเรื่อง เวลา ๑ ชว่ั โมง ๔. การอา่ นออกเสียง เวลา ๑ ชวั่ โมง ๕. การอ่านเสริมบทเรียน เวลา ๒ ชวั่ โมง ๖. คานาม คาสรรพนามและคากริยา
หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง ละครย้อนคิด หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๕ เรื่อง ละครย้อนคดิ รายวชิ า ท16101 ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปี ที่ ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา 9 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั สาระท่ี ๑ การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการ ดาเนิน ชีวติ และมีนิสัยรักการอ่าน ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ป.๖/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ ป.๖/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความท่ีเป็นโวหาร ท ๑.๑ ป.๖/๔ แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องที่อา่ น ท ๑.๑ ป.๖/๕ อธิบายการนาความรู้และความคิดจากเร่ืองที่อ่านไปตดั สินใจแกป้ ัญหาในการดาเนิน ชีวติ ท ๑.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการอา่ น สาระท่ี ๒ การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเร่ืองราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วดั ท ๒.๑ ป.๖/๓ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่อื ใชพ้ ฒั นางานเขียน ท ๒.๑ ป.๖/๔ เขียนเรียงความ ท ๒.๑ ป.๖/๙ มีมารยาทในการเขียน สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณและพดู แสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึกในโอกาสต่างๆอยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วดั ท ๓.๑ ป.๖/๑ พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเร่ืองท่ีฟังและดู สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของ ชาติ ตัวชี้วดั ท ๔.๑ ป.๖/๑ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ที่ของคาในประโยค ท ๔.๑ ป.๖/๒ ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด การเรียนรู้คา คายาก ขอ้ ความและสานวนภาษาไทยในบทเรียนและนาไปใช้ให้ถูกตอ้ ง ถือเป็ นการ พฒั นาทกั ษะทางภาษาท่ีผเู้ รียนควรไดร้ ับการฝึกฝน จึงจะทาใหก้ ารเรียนรู้ภาษาเป็ นไปดว้ ยดีและเกิดการพฒั นา ตามมา การอา่ นออกเสียง การอ่านในใจให้เกิดความเขา้ ใจชดั เจนลึกซ้ึงจะตอ้ งอ่านแลว้ สามารถต้งั คาถาม ตอบ คาถาม อภิปรายแสดงความคิดเห็นเน้ือเร่ือง ลาดบั เหตุการณ์ และสรุปใจความสาคญั ของเร่ืองไดก้ ารเขียน แผนภาพโครงเร่ือง จะช่วยให้นกั เรียนเขา้ ใจเร่ืองและจาเร่ืองท่ีอ่านไดแ้ ม่นยายงั เป็ นการช่วยฝึ กทกั ษะ การพูด ต่อไป คา และชนิดของคา การรู้จกั ใชค้ าให้ถูกตอ้ งตามชนิดและหน้าท่ี จะช่วยให้ใช้ภาษาในการส่ือสารได้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ ประโยคท่ีใช้ในการสื่อสารมีหลายชนิด ตอ้ งพิจารณาเลือกใช้ให้ตรงตามจุดประสงค์ ท้งั ภาษาพูดและ การเขียนเรียงความ เป็ นการเรียบเรียงความรู้ความคิด ความรู้สึก โดยใชค้ า สานวนภาษาท่ีถูกตอ้ ง เหมาะสมกบั เรื่อง ส่วนประกอบของเรียงความ มีรูปแบบฉบบั ประกอบด้วยส่วนสาคญั ๓ ส่วน คือ คานา เน้ือ เร่ือง และสรุปภาษาเขียน การอ่านเสริมบทเรียน ทาใหผ้ อู้ ่านไดร้ ับความรู้ ความบนั เทิงและขอ้ คิดจากการอ่าน และสามารถเลือกหนงั สืออ่านไดต้ รงตามความตอ้ งการ สาระการเรียนรู้ ความรู้ (K) ๑. หลกั การอา่ นคาและความหมายของคา ๒. หลกั การอา่ นจบั ใจความ ๓. มารยาทในการอ่าน ๔. หลกั การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ๕. หลกั การอา่ นออกเสียง ๖. คาวเิ ศษณ์ ๗. คาบุพบท ๘. ประโยคบอกเล่า ๙. ประโยคปฏิเสธ ๑๐. ประโยคคาถาม ๑๑. ประโยคขอร้อง ๑๒. ประโยคแสดงความตอ้ งการ ๑๓.หลกั การเขียนเรียงความ ๑๔.การอา่ นบทเรียนเสริมเรื่อง ละครใน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๑. อา่ นออกเสียงและบอกความหมายของคา ๒. อา่ นจบั ใจความ ๓. เขียนแผนภาพโครงเร่ือง ๔. อ่านออกเสียง ๕. ใชแ้ ละแยกประเภทของคาวเิ ศษณ์และคาบุพบท ๖. เลือกใชค้ าวเิ ศษณ์และคาบุพบทไดถ้ ูกตอ้ งตามชนิดและหนา้ ท่ี ๗. การใชป้ ระโยคเพ่ือการส่ือสาร ๘. การเขียนเรียงความ ๙. สรุปใจความสาคญั เน้ือหา ๑๐. เขียนแผนภาพความคิด เจตคติ (A) ๑๓. ตระหนกั และเห็นคุณคา่ ของภาษาไทย ๑๔. รักความเป็นไทย ใชภ้ าษาแสวงหาความรู้เพื่อพฒั นาตนเอง ๑๕. มีมารยาทในการอา่ น การเขียน การฟัง การดู และการพดู สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการคิด - ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ - กระบวนการทางานกลุ่ม - กระบวนการปฏิบตั ิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑๔. มีวนิ ยั ๑๕. ใฝ่ เรียนรู้ ๑๖. มุง่ มน่ั การทางาน ชิ้นงาน/ภาระงาน - เขียนคาศพั ทแ์ ละความหมายลงในสมุดบนั ทึก - ใบงาน เร่ือง ต้งั คาถาม คน้ หาคาตอบ “ละครยอ้ นคิด” - ใบงาน เรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง - การอ่านออกเสียงรายบุคคล
- ใบงาน เรื่อง การอ่านคาและขอ้ ความ - ใบงาน เรื่อง คาวิเศษณ์ - ใบงาน เรื่อง คาบุพบท - ใบงาน เรื่อง ประโยคเพ่ือการสื่อสาร - ใบงาน เร่ือง การเขียนเรียงความ - ใบงาน เร่ือง แผนภาพความคิด “ละครใน” การวดั และการประเมนิ ผล วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์ สังเกตการอ่านคาและความหมายของคา แบบสงั เกตการอ่านคาและ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ความหมายของคา ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ในกิจกรรมกลุ่ม กลุ่ม ผา่ นเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมความมีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ แบบประเมินคุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้ และมุ่งมนั่ การทางาน อนั พึงประสงค์ ข้ึนไป สงั เกตพฤติกรรมการอา่ น แบบประเมินการอ่านจบั ใจความ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เรื่อง ต้งั คาถาม คน้ หา แบบประเมินใบงาน ต้งั คาถาม ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป คาตอบ “ละครยอ้ นคิด” คน้ หาคาตอบ “ละครยอ้ นคิด” ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานการเขียนแผนภาพโครงเร่ือง แบบประเมินการเขียนแผนภาพ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป โครงเร่ือง ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ือง การอ่านคาและ ใบงาน เรื่อง การอา่ นคาและ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ขอ้ ความ ขอ้ ความ ผา่ นเกณฑ์ สงั เกตการอา่ นออกเสียงรายบุคคล แบบประเมินการอา่ นออกเสียง ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานเร่ือง คาวเิ ศษณ์ ใบงาน เรื่อง คาวเิ ศษณ์ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงานเรื่อง คาบุพบท ใบงาน เรื่อง คาบุพบท ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เร่ือง การใชป้ ระโยคเพ่อื การ แบบประเมินการใชป้ ระโยคเพ่อื การ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ส่ือสาร ส่ือสาร ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงาน เร่ือง การเขียนเรียงความ แบบประเมินการเขียนเรียงความ ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป แบบประเมินแผนภาพความคิด ผา่ นเกณฑ์ ตรวจใบงาน เรื่อง แผนภาพความคิด “ละครนอก” ร้อยละ ๖๐ ข้ึนไป ผา่ นเกณฑ์ กจิ กรรมการเรียนรู้ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๑. เรียนรู้คา คู่ความหมาย เวลา ๑ ชว่ั โมง ๒. อ่านคิดพินิจเรื่องราว เวลา ๑ ชว่ั โมง ๓. คิดวเิ คราะห์ดว้ ยแผนภาพโครงเรื่อง เวลา ๑ ชว่ั โมง ๔. การอ่านออกเสียง เวลา ๒ ชว่ั โมง ๕. คาวเิ ศษณ์และคาบุพบท เวลา ๑ ชว่ั โมง ๖. การแบ่งประโยคเพอ่ื การส่ือสาร เวลา ๑ ชวั่ โมง ๗. การเขียนเรียงความ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๘. การอา่ นเสริมบทเรียน
Search
Read the Text Version
- 1 - 26
Pages: