Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-07-28-คู่มือครู คณิต ป.3 หน่วยที่ 6

64-07-28-คู่มือครู คณิต ป.3 หน่วยที่ 6

Published by elibraryraja33, 2021-07-28 03:53:05

Description: 64-07-28-คู่มือครู คณิต ป.3 หน่วยที่ 6

Search

Read the Text Version

หนว่ ยท่ี ๖ สถติ ิ ฝ.๖.๘/ผ.๘ เฉลย แบบฝกึ หัด 6.8 พจิ ารณาข้อมลู ในตารางทางเดยี ว และเขยี นค�ำ ตอบในช่องวา่ ง 1 ข้อมูลจ�ำ นวนสินค้าภูมิปัญญาไทย (OTOP) ที่ร้านคา้ ในสนามบินขายได้ ในหน่ึงวัน จำ�นวนสินค้าภมู ปิ ัญญาไทย (OTOP) ท่ีร้านคา้ ในสนามบินขายได้ในหน่งึ วัน สนิ คา้ จ�ำ นวน (แพค็ ) มะขามแกะเม็ด (เพชรบรู ณ)์ 73 น้ำ�มันมะพร้าวสกัดเย็น Tropicana (นครปฐม) 120 ต้มย�ำ โป๊ะแตก (จนั ทบรุ )ี 52 47 ปอู บโอ่ง (จันทบรุ ี) 35 ยาดมสมนุ ไพร (ตราด) 1) ตารางทางเดยี วแสดงขอ้ มูลของอะไร จ�ำ นวนสนิ คา้ ภมู ปิ ัญญาไทย (OTOP) ทรี่ า้ นค้าในสนามบนิ ขายได้ในหน่งึ วนั 2) ร้านคา้ ขายนำ�้ มันมะพร้าวสกดั เยน็ Tropicana ไดจ้ ำ�นวนกแ่ี พ็ค ร้านค้าขายนำ�้ มนั มะพรา้ วสกดั เยน็ Tropicana ได้ 120 แพ็ค 3) เรยี งล�ำ ดบั สินคา้ ท่รี า้ นค้าขายไดจ้ ำ�นวนมากไปนอ้ ย น�้ำ มันมะพรา้ วสกดั เย็น Tropicana มะขามแกะเมด็ ต้มย�ำ โปะ๊ แตก ปอู บโอง่ ยาดมสมนุ ไพร 4) ร้านคา้ ขายสินคา้ น�ำ้ มนั มะพร้าวสกัดเยน็ Tropicana มากกว่ายาดมสมนุ ไพร จำ�นวนกี่แพค็ ร้านคา้ ขายสินค้านำ�้ มันมะพรา้ วสกัดเยน็ Tropicana มากกวา่ ยาดมสมนุ ไพร 85 แพ็ค ชุดการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครูผู้สอน) กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรับปรงุ ) 97

หน่วยที่ ๖ สถิติ ฝ.๖.๘/ผ.๘ 5) รา้ นค้าขายตม้ ย�ำ โป๊ะแตกและปูอบโอ่งได้ก่แี พ็ค ร้านค้าขายตม้ ย�ำ โปะ๊ แตกและปอู บโอ่งได้ 99 แพค็ 6) ถา้ ปอู บโอ่งมีจำ�นวนแพ็คละ 8 กล่อง รา้ นคา้ ขายปูอบโอ่งได้ทงั้ หมดกีก่ ลอ่ ง รา้ นค้าขายปูอบโอง่ ไดท้ งั้ หมด 376 กลอ่ ง 7) ถ้าวนั นรี้ า้ นคา้ ขายมะขามแกะเม็ดไดม้ ากกว่าเม่ือวานน้ี 21 แพค็ เมื่อวานนี้ ร้านคา้ ขายมะขามแกะเม็ดได้กีแ่ พค็ เมือ่ วานนี้รา้ นคา้ ขายมะขามแกะเม็ดได้ 52 แพ็ค 8) ถ้าร้านค้าขายยาดมสมนุ ไพรใหล้ กู คา้ ต่างชาติ 7 คน ลูกคา้ ตา่ งชาติ จะได้ยาดมสมนุ ไพรคนละกแี่ พค็ ลูกค้าต่างชาตจิ ะได้ยาดมสมนุ ไพรคนละ 5 แพค็ 9) รา้ นค้าขายสินคา้ ชนดิ ใดได้นอ้ ยกวา่ น�ำ้ มนั มะพร้าวสกัดเยน็ Tropicana อยู่ 68 แพ็ค ต้มย�ำ โป๊ะแตก (จนั ทบุร)ี 10) จากข้อมูลในตารางทางเดยี วหากนักเรยี นเปน็ เจ้าของรา้ นคา้ ในวันถัดไป ควรเพิม่ สนิ ค้าชนิดใด เพราะเหตุใด นำ�้ มันมะพรา้ วสกดั เย็น Tropicana เพราะวันน้ี น้ำ�มันมะพร้าวสกดั เยน็ Tropicana ขายไดจ้ �ำ นวนมากท่ีสุด แสดงให้เหน็ ว่าลูกค้ามีความต้องการ จะซื้อ และปรมิ าณของทม่ี อี ย่ใู นวันนอ้ี าจลดลงมากกวา่ สินค้าอ่ืน ๆ จงึ ควร น�ำ สินค้ามาเพิ่ม หมายเหตุ คำ�ตอบข้ึนอยู่กบั ดุลยพินจิ ของครู 98 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ�หรบั ครผู สู้ อน) กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ (ฉบับปรับปรงุ )

หนว่ ยท่ี ๖ สถิติ ฝ.๖.๘/ผ.๘ 2 ขอ้ มูลราคาบตั รผ่านเข้าสวนสนุกประเภทเทยี่ ว 1 วันของสวนสนุกแหง่ หนึง่ ราคาบตั รผ่านประตเู ข้าสวนสนกุ ประเภทเท่ียว 1 วนั ของสวนสนกุ แห่งหนึง่ บตั รผา่ นประตเู ข้าสวนสนกุ ราคา (บาท) อายุ 4 – 11 ปี 100 อายุ 12 – 17 ปี 150 อายุ 18 ปขี น้ึ ไป 200 อายุ 65 ปีขนึ้ ไป 120 120 อายุ 12 – 17 ปี ต้ังแต่ 6 คนขึ้นไป 60 สำ�หรับโรงเรียนท่ีมาเป็นกลมุ่ 1) ตารางทางเดยี วแสดงข้อมูลของอะไร ราคาบัตรผา่ นประตูเขา้ สวนสนกุ ประเภทเท่ียว 1 วันของสวนสนุกแหง่ หน่ึง 2) บตั รผ่านประตเู ข้าสวนสนกุ ส�ำ หรับอายุ 18 ปขี ้ึนไป ราคาบัตรละกี่บาท บตั รผ่านประตเู ขา้ สวนสนุกส�ำ หรับอายุ 18 ปขี ึน้ ไป ราคาบัตรละ 200 บาท 3) บตั รผา่ นประตูเขา้ สวนสนุกส�ำ หรบั โรงเรยี นทมี่ าเปน็ กลมุ่ ราคาบัตรละกีบ่ าท บัตรผา่ นประตเู ข้าสวนสนุกส�ำ หรบั โรงเรียนทม่ี าเปน็ กลมุ่ ราคาบตั รละ 60 บาท 4) บัตรผา่ นประตูเข้าสวนสนกุ ส�ำ หรบั อายเุ ท่าไรบ้างทม่ี รี าคาบัตรเทา่ กัน บตั รผา่ นประตเู ข้าสวนสนุกส�ำ หรับอายุ 65 ปีขน้ึ ไปและอายุ 12 – 17 ปี ต้งั แต่ 6 คนข้ึนไป ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (ส�ำ หรบั ครูผูส้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรับปรงุ ) 99

หนว่ ยท่ี ๖ สถิติ ฝ.๖.๘/ผ.๘ 5) ราคาบตั รผ่านประตูเข้าสวนสนุกส�ำ หรับโรงเรียนทม่ี าเป็นกลุ่ม ถูกกวา่ บตั รผา่ นประตูเขา้ สวนสนุกส�ำ หรับอายุ 12 – 17 ปี อย่เู ทา่ ใด ราคาบตั รผา่ นประตเู ข้าสวนสนกุ ส�ำ หรับโรงเรยี นท่ีมาเป็นกลุ่มถกู กวา่ บัตรผา่ นประตูเขา้ สวนสนกุ ส�ำ หรบั อายุ 12 – 17 ปี อยู่ 90 บาท 6) เดก็ หญิงแกว้ ตา อายุ 9 ปี ไปเท่ียวสวนสนกุ กับคุณแม่ อายุ 45 ปี จะต้องซ้อื บตั รผา่ นประตเู ข้าสวนสนกุ เป็นเงนิ กบ่ี าท จะต้องซ้ือบัตรผา่ นประตเู ข้าสวนสนุกเปน็ เงนิ 300 บาท 7) ถ้าคณุ ครอู ายุ 35 ปี มลี กู ชายอายนุ ้อยกวา่ คุณครูอยู่ 27 ปี คุณครูจะต้องซื้อ บัตรผา่ นประตูเขา้ สวนสนกุ กบั ลูกชายเปน็ เงินกบี่ าท คณุ ครจู ะต้องซื้อบตั รผา่ นประตูเขา้ สวนสนุกกบั ลูกชายเป็นเงนิ 300 บาท 8) ราคาบัตรผา่ นประตเู ข้าสวนสนุกส�ำ หรับอายุเทา่ ใดท่มี ีราคาบัตรผา่ นประตู เขา้ สวนสนกุ มากกวา่ บัตรผ่านประตูเข้าสวนสนุกส�ำ หรับอายุ 65 ปขี ้ึนไป อยู่ 80 บาท บัตรผ่านประตเู ขา้ สวนสนุกส�ำ หรับอายุ 18 ปีขึ้นไป 9) ถา้ นักเรียนและเพือ่ นอีก 7 คน ไปเท่ียวสวนสนุก ซอ้ื บัตรผ่านประตูเขา้ สวนสนุกจะตอ้ งจา่ ยเงนิ ทัง้ หมดก่บี าท ซอ้ื บตั รผา่ นประตูเขา้ สวนสนุกจะต้องจ่ายเงนิ ท้งั หมด 800 บาท 10) ถา้ นักเรียน อายุ 12 ปี จำ�นวน 6 คน ตอ้ งการซ้ือบตั รผ่านประตูเขา้ สวนสนกุ จะเลือกซื้อบัตรผ่านประตเู ข้าสวนสนุกแบบใด เพราะเหตุใด และจะต้อง จ่ายเงนิ ท้งั หมดก่บี าท เลอื กซ้ือบัตรผา่ นประตูเข้าสวนสนุกส�ำ หรบั อายุ 12 – 17 ปี จ�ำ นวน 6 คนขน้ึ ไป เพราะจะไดร้ าคาท่ีประหยดั กวา่ บตั รสำ�หรับอายุ 12 – 17 ปี และจะตอ้ งจ่ายเงนิ ท้งั หมด 720 บาท 100 ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สำ�หรบั ครผู ู้สอน) กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ (ฉบบั ปรับปรุง)

หนว่ ยที่ ๖ สถติ ิ ฝ.๖.๙/ผ.๙ เฉลย แบบฝกึ หัด 6.9 พจิ ารณาขอ้ มูลตอ่ ไปน้ี เขยี นตารางทางเดียว แลว้ เขยี นค�ำ ตอบในช่องว่าง 1 ครสู �ำ รวจกจิ กรรมท่ีนักเรียนระดบั ชนั้ ป.4 – ป. 6 ชืน่ ชอบในการจดั คา่ ยลกู เสือ ของโรงเรียนแหง่ หนงึ่ ครบู ันทึกข้อมลู ไดด้ งั นี้ กจิ กรรมเดนิ ทางไกล 67 คน กจิ กรรมการผกู เชอื กและเงื่อน 37 คน กจิ กรรมผจญภัย 96 คน กจิ กรรมนันทนาการ 51 คน จากขอ้ มลู เขยี นตารางทางเดียวได้ดังน้ี จำ�นวนนกั เรยี นระดบั ชน้ั ป.4 – ป.6 ท่ีช่นื ชอบกิจกรรมตา่ ง ๆ ในการจดั ค่ายลูกเสอื กจิ กรรม กจิ กรรม กิจกรรม กิจกรรม กิจกรรม เดนิ ทางไกล การผูกเชอื ก ผจญภัย นนั ทนาการ และเงื่อน จำ�นวนนกั เรียน 67 37 96 51 (คน) จากตารางทางเดยี วขา้ งต้น นกั เรียนทราบอะไรบา้ ง ค�ำ ตอบขน้ึ อยกู่ บั ดลุ ยพนิ จิ ของคร ู ตวั อยา่ งค�ำ ตอบเชน่ - นกั เรยี นระดบั ชน้ั ป.4 – ป. 6 ทง้ั หมด 251 คน - นกั เรยี นระดบั ชน้ั ป.4 – ป. 6 ชน่ื ชอบกจิ กรรมผจญภยั มากทส่ี ดุ จ�ำ นวน 96 คน - นกั เรยี นระดบั ชน้ั ป.4 – ป. 6 ชน่ื ชอบกจิ กรรมกจิ กรรมผกู เชอื กและเงอ่ื น นอ้ ยทส่ี ดุ จ�ำ นวน 37 คน ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบับปรับปรุง) 101

หนว่ ยที่ ๖ สถติ ิ ฝ.๖.๙/ผ.๙ 2 บริษัทน�้ำ หอมแหง่ หนง่ึ ไดท้ �ำ การสงั เกตวา่ นำ�้ หอมกลนิ่ ใดท่ลี กู คา้ ซ้อื มากทสี่ ุด พนกั งานร้านคา้ ได้ทำ�การบนั ทกึ ข้อมลู ในเดอื นกมุ ภาพนั ธ์ไว้ ดังน้ี น้ำ�หอมกล่นิ ดอกไม ้ 132 คน น�ำ้ หอมกลนิ่ ธรรมชาต ิ 27 คน น้�ำ หอมกลนิ่ ผลไม ้ 103 คน น�ำ้ หอมกลน่ิ อากาศสดชนื่ 41 คน น้ำ�หอมกลิน่ เครือ่ งเทศ 21 คน จากขอ้ มลู เขียนตารางทางเดียวได้ดงั นี้ จ�ำ นวนลกู คา้ ทีซ่ ้อื น้�ำ หอมแต่ละกลน่ิ ในเดือนกมุ ภาพันธ์ กลิ่นนำ�้ หอม จ�ำ นวน (คน) นำ�้ หอมกลน่ิ ดอกไม้ 132 นำ�้ หอมกลิน่ ธรรมชาติ 27 นำ�้ หอมกล่นิ ผลไม ้ 103 นำ�้ หอมกล่ินอากาศสดช่ืน 41 น้�ำ หอมกลนิ่ เครื่องเทศ 21 หรอื จ�ำ นวนลกู ค้าที่ซ้อื น้�ำ หอมแต่ละกลิน่ ในเดอื นกุมภาพันธ์ กล่นิ กล่นิ ดอกไม้ กลิน่ ธรรมชาติ กลน่ิ ผลไม้ กลน่ิ กล่ินเครอื่ งเทศ อากาศสดชืน่ จำ�นวน 132 27 103 41 21 (คน) ดังนนั้ ในเดอื นกุมภาพันธน์ ำ�้ หอมกลิน่ ด อ ก ไ ม ้ มีจำ�นวนลูกคา้ ซือ้ มากที่สดุ 102 ชุดการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (ส�ำ หรบั ครผู ้สู อน) กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ (ฉบบั ปรับปรงุ )

หนว่ ยที่ ๖ สถติ ิ ฝ.๖.๑๐/ผ.๑๐ เฉลย แบบฝึกหดั 6.10 พิจารณาข้อมูลที่กำ�หนดให้ เขยี นตารางทางเดยี ว และเขียนค�ำ ตอบในช่องว่าง 1 ขอ้ มลู การสำ�รวจเงินเดือนสูงสดุ ของแตล่ ะอาชพี ดังนี้ นักแปล (ญ่ีปุน่ /จนี ) 37,181 บาท เจ้าหนา้ ทพ่ี ัฒนาซอฟตแ์ วร์ 34,911 บาท เจ้าหนา้ ทป่ี ระกนั ภัย 32,552 บาท เภสชั กร 32,967 บาท เจา้ หนา้ ทส่ี �ำ รวจตลาด 30,538 บาท วศิ วกรพลงั งานและทรัพยากร 31,428 บาท ที่มา jobsDB.com เงินเดอื นสูงสดุ ของแตล่ ะอาชพี อาชพี เงนิ เดอื น (บาท) นกั แปล (ญป่ี นุ่ /จนี ) 37,181 34,911 เจา้ หนา้ ทพ่ี ฒั นาซอฟตแ์ วร ์ 32,552 เจา้ หนา้ ทป่ี ระกนั ภยั 32,967 30,538 เ ภสชั กร 31,428 เจา้ หนา้ ทส่ี �ำ รวจตลาด วศิ วกรพลงั งานและทรพั ยากร 1) อาชีพใดไดร้ บั เงนิ เดือนมากท่ีสดุ และเป็นจ�ำ นวนกบ่ี าท อาชพี นกั แปล (ญป่ี นุ่ /จนี ) ไดร้ บั เงนิ เดอื นมากทส่ี ดุ และเปน็ จ�ำ นวนเงนิ 37,181 บาท 2) อาชพี ท่ีไดร้ บั เงินเดอื นมากท่ีสุดได้รบั เงนิ เดอื นตา่ งจากอาชีพที่ไดร้ บั เงนิ เดือน น้อยที่สุดอยเู่ ท่าใด 6,643 บาท 3) เรยี งล�ำ ดบั อาชพี ทไ่ี ดร้ บั เงนิ เดอื นมากทส่ี ดุ ไปหาอาชพี ทไ่ี ดร้ บั เงนิ เดอื นนอ้ ยทส่ี ดุ นกั แปล (ญป่ี นุ่ /จนี ) เจา้ หนา้ ทพ่ี ฒั นาซอฟตแ์ วร ์ เภสชั กร เจา้ หนา้ ทป่ี ระกนั ภยั วศิ วกรพลงั งานและทรพั ยากร เจา้ หนา้ ทส่ี �ำ รวจตลาด ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (ส�ำ หรับครูผูส้ อน) กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรุง) 103

หนว่ ยที่ ๖ สถิติ ฝ.๖.๑๐/ผ.๑๐ 2 จ�ำ นวนนักเรยี นตัง้ แตร่ ะดบั ช้ัน ป.1 – ป. 6 เดนิ ทางไปทศั นศกึ ษาทพ่ี ิพิธภณั ฑ์ แห่งชาติ วันศกุ ร์ ท่ี 14 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2563 มขี ้อมูลดังน้ี นกั เรยี นชั้น ป.2 มจี �ำ นวนนกั เรยี นมากกว่านกั เรียนชั้น ป.1 อยู่ 17 คน นกั เรียนชน้ั ป.3 มจี �ำ นวนนักเรยี นนอ้ ยกว่านักเรยี นชนั้ ป.2 อยู่ 11 คน นักเรียนช้นั ป.4 มจี �ำ นวนนกั เรียนมากกว่านักเรยี นชน้ั ป.5 อยู่ 14 คน มจี �ำ นวนนักเรยี นเดนิ ทางไปทศั นศึกษาทงั้ หมด 330 คน เขยี นตัวเลขแสดงจ�ำ นวนในตารางทางเดียวให้สมบรู ณ์ จำ�นวนนักเรยี นตัง้ แตร่ ะดับชั้น ป.1 – ป. 6 เดนิ ทางไปทศั นศึกษา ทีพ่ ิพิธภัณฑ์แหง่ ชาติ วนั ศุกร์ ท่ี 14 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2563 ระดบั ชน้ั จ�ำ นวนนกั เรยี น (คน) ชน้ั ป.1 45 ชน้ั ป.2 62 ชน้ั ป.3 51 ชน้ั ป.4 64 ชน้ั ป.5 50 ชน้ั ป.6 58 104 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครผู ู้สอน) กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรับปรงุ )

หน่วยท่ี ๖ สถติ ิ ฝ.๖.๑๑/ผ.๑๑ เฉลย แบบฝกึ หัด 6.11 พจิ ารณาขอ้ มูลต่อไปน้ี เขียนคำ�ตอบในชอ่ งว่าง และน�ำ เสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ รปู ภาพหรอื ตารางทางเดยี ว 1 ผลการส�ำ รวจเครือขา่ ยบนโซเชียลที่นักเรียนช่ืนชอบของโรงเรยี นแห่งหน่งึ ผลการบนั ทึกขอ้ มูล ดังน้ี Facebook Google YouTube Instagram Facebook มีจ�ำ นวนนกั เรยี นชื่นชอบ 42 คน Google มีจ�ำ นวนนกั เรยี นชนื่ ชอบ 36 คน YouTube มีจำ�นวนนักเรียนชน่ื ชอบ 48 คน Instagram มจี �ำ นวนนกั เรยี นชื่นชอบ 18 คน นำ�เสนอขอ้ มลู แผนภมู ิรูปภาพ จำ�นวนนกั เรียนของโรงเรยี นแหง่ หนงึ่ ท่ีชนื่ ชอบเครอื ขา่ ยบนโซเชยี ล Facebook Google YouTube Instagram กำ�หนดให ้ แทนจำ�นวนนกั เรียน 6 คน หมายเหตุ ค�ำ ตอบข้ึนอยู่ในดลุ พินิจของผูส้ อน ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครูผ้สู อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรับปรุง) 105

หนว่ ยท่ี ๖ สถติ ิ ฝ.๖.๑๑/ผ.๑๑ 2 จ�ำ นวนคนเดนิ ทางกลบั บ้านในชว่ งวันหยดุ นกั ขัตฤกษจ์ ากสถานีขนสง่ A ไปยงั จงั หวัดต่าง ๆ ดังนี้ จงั หวดั ขอนแกน่ 960 คน จงั หวดั อตุ รดติ ถ์ 280 คน จงั หวดั พษิ ณโุ ลก 800 คน จงั หวดั อบุ ลราชธานี 440 คน จงั หวดั เชยี งใหม่ 880 คน จงั หวดั ชยั ภมู ิ 200 คน นำ�เสนอข้อมลู ดว้ ยตารางทางเดยี วได้ จ�ำ นวนคนเดนิ ทางกลับบา้ นในชว่ งวันหยดุ นกั ขัตฤกษ์ จากสถานขี นส่ง A ไปยังจังหวดั ตา่ ง ๆ จงั หวดั จ�ำ นวน (คน) ขอนแกน่ 960 อตุ รดติ ถ์ 280 พษิ ณโุ ลก 800 อบุ ลราชธานี เชยี งใหม่ 440 ชยั ภมู ิ 880 200 ท ำ� ไ ม น กั เ ร ยี น จ ึง เ ล ือ ก น �ำ เ ส น อ ข ้อ ม ูล ด ้ว ย ต า ร า ง ท า ง เ ด ยี ว เพราะ ขอ้ มลู มีจำ�นวนมาก การน�ำ เสนอดว้ ยตารางทางเดียวเปน็ การจดั ขอ้ มูลให้เป็น ระเบยี บ สามารถอ่านขอ้ มลู ได้งา่ ยขน้ึ เ ลอื กน�ำ เสนอ ข้อมลู ด ว้ ย แ ผ น ภ มู ริ ปู ภ า พ เ พ ร า ะ การน�ำ เสนอด้วย แผนภมู ริ ปู ภาพเปน็ การใชร้ ูปภาพแทนจำ�นวนขอ้ มลู ทำ�ใหก้ ารน�ำ เสนอขอ้ มูล นา่ สนใจยิง่ ข้นึ และสามารถอา่ นขอ้ มูลไดง้ า่ ยขึ้น 106 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (สำ�หรับครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ (ฉบบั ปรับปรุง)

ภาคผนวกเฉลยใบกิจกรรม ข

หนว่ ยท่ี ๖ สถติ ิ ก.๖.๑/ผ.๒ เฉลย ใบกจิ กรรม 6.1 พจิ ารณาแผนภมู ิรูปภาพ แล้วตอบคำ�ถามต่อไปนี้ 1 ขอ้ มลู การละเลน่ พ้ืนบ้านของไทยท่นี กั เรยี นช้ัน ป. 3 รจู้ ัก ดังน้ี จำ�นวนนักเรียนชัน้ ป.3 ทร่ี ูจ้ ักการละเล่นพืน้ บ้านของไทย หมากเกบ็ รีรขี ้าวสาร มอญซ่อนผ้า งกู ินหาง ปดิ ตาตหี มอ้ แทนจำ�นวนนักเรียน 4 คน กำ�หนดให้ 1) แผนภมู ิรูปภาพแสดงข้อมูลของอะไร จ�ำ นวนนกั เรยี นชั้น ป.3 ทร่ี จู้ ักการละเลน่ พนื้ บ้านของไทย 2) นักเรียนชน้ั ป.3 รจู้ ักการละเลน่ มอญซอ่ นผา้ จ�ำ นวนกี่คน นกั เรียนช้ัน ป.3 รู้จักการละเลน่ มอญซ่อนผา้ 20 คน 3) การละเลน่ พ้นื บ้านใดทนี่ ักเรียนช้นั ป.3 รจู้ ักมากที่สุด และมีจำ�นวนกค่ี น นักเรียนชน้ั ป.3 รู้จกั การละเล่นหมากเกบ็ มากที่สดุ มี 28 คน 4) การละเลน่ พ้นื บ้านใดทีน่ กั เรียนชัน้ ป.3 รจู้ กั จ�ำ นวนเท่ากันและแตล่ ะการละเลน่ มีจ�ำ นวนกค่ี น นักเรยี นชั้น ป.3 รจู้ กั การละเล่นรีรีข้าวสารและงกู นิ หางจ�ำ นวนเทา่ กันและ แต่ละการละเลน่ มี 24 คน 5) ใหน้ กั เรยี นต้งั คำ�ถามจากแผนภมู ริ ปู ภาพพร้อมทัง้ หาค�ำ ตอบ 1 ขอ้ 108 ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (สำ�หรบั ครูผู้สอน) กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

หนว่ ยท่ี ๖ สถติ ิ ก.๖.๑/ผ.๒ 2 ขอ้ มลู จ�ำ นวนประชากรที่ออกกำ�ลังกายในสวนสาธารณะแห่งหนึง่ ตัง้ แต่ วนั จนั ทร์ถึงวนั ศกุ ร์ จำ�นวนประชากรทีอ่ อกก�ำ ลงั กายในสวนสาธารณะแห่งหนึง่ ตั้งแต่วนั จันทรถ์ ึงวนั ศุกร์ วนั จนั ทร์ วนั อังคาร วนั พธุ วนั พฤหัสบดี วันศกุ ร์ ก�ำ หนดให้ แทนจำ�นวนประชากร 50 คน 1) แทนจ�ำ นวนประชากรก่คี น จำ�นวนประชากร 50 คน 2) แทนจำ�นวนประชากรกค่ี น จำ�นวนประชากร 25 คน 3) วนั อังคารมจี �ำ นวนประชากรที่ออกก�ำ ลังกายในสวนสาธารณะก่คี น วันอังคารมีจ�ำ นวนประชากร 175 คน 4) วนั ศกุ ร์มจี �ำ นวนประชากรท่ีออกก�ำ ลงั กายในสวนสาธารณะมากกวา่ หรอื น้อยกวา่ วันพฤหสั บดจี �ำ นวนก่คี น วนั ศกุ ร์มจี �ำ นวนประชากรน้อยกวา่ วันพฤหัสบดี 25 คน 5) ใหน้ ักเรยี นต้งั ค�ำ ถามเกี่ยวกบั แผนภมู ริ ูปภาพพรอ้ มทงั้ หาค�ำ ตอบ 1 ข้อ ชดุ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (ส�ำ หรับครผู ูส้ อน) กลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ (ฉบับปรบั ปรุง) 109

หน่วยที่ ๖ สถิติ ก.๖.๒/ผ.๓ เฉลย ใบกจิ กรรม 6.2 เขียน ลงใน และเขียนค�ำ ตอบในชอ่ งวา่ ง แบบสอบถามรสชาตขิ องไอศกรีมและเครือ่ งด่ืมที่ชอบ ทา่ นชอบไอศกรีมรสชาติใดมากทสี่ ดุ กะท ิ ช็อกโกแลต สตรอวเ์ บอรร์ ี่ ทา่ นชอบเคร่อื งดื่มรสชาตใิ ด นำ�้ สม้ น้ำ�มะนาว ผูใ้ ห้ขอ้ มูล แบบสอบถามรสชาตขิ องไอศกรมี และเครอ่ื งดมื่ ทีช่ อบ ทา่ นชอบไอศกรีมรสชาติใดมากทส่ี ดุ กะท ิ ชอ็ กโกแลต สตรอว์เบอรร์ ี่ ทา่ นชอบเคร่อื งด่ืมรสชาตใิ ด นำ้�สม้ น้�ำ มะนาว ผใู้ ห้ขอ้ มลู 110 ชดุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ�หรับครผู ูส้ อน) กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๓ (ฉบบั ปรับปรุง)

หน่วยท่ี ๖ สถติ ิ ก.๖.๓/ผ.๔ เฉลย ใบกิจกรรม 6.3 อา่ นสถานการณต์ อ่ ไปน้ี ไปดกู ัน ตอนเช้าหน้าโรงเรยี นเรารถติดมาก อยากร้จู ังวา่ มรี ถอะไรวงิ่ ผา่ นบ้าง ขนุ กบั ใบบวั สังเกตและจดบันทึกจ�ำ นวนรถชนดิ ตา่ ง ๆ ทผี่ า่ นหนา้ โรงเรียนเวลา 7.40 น. ถงึ 7.50 น. ได้ขอ้ มูลดงั นี้ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครูผ้สู อน) กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรุง) 111

หน่วยที่ ๖ สถติ ิ ก.๖.๓/ผ.๔ ใหน้ กั เรียนสังเกต จ�ำ แนก และจัดกลมุ่ รถตามเกณฑ์ทน่ี กั เรยี นกำ�หนดเอง และเขยี น คำ�ตอบในชอ่ งว่าง เกณฑ์ในการจ�ำ แนก ประเภทของรถต่าง ๆ รายการ จำ�นวน (คนั ) รถจกั รยาน 5 รถจกั รยานยนต์ 9 รถยนต์ 19 รถโดยสารประจ�ำ ทาง 7 จากข้อมลู นักเรียนตอบคำ�ถามต่อไปน้ี 1) รถชนิดใดผ่านหน้าโรงเรยี นเวลา 7.40 น. ถงึ 7.50 น. มากที่สุด จ�ำ นวนกีค่ ัน รถยนต ์ 19 คนั 2) รถชนิดใดผา่ นหนา้ โรงเรยี นเวลา 7.40 น. ถงึ 7.50 น. นอ้ ยทส่ี ุด จ�ำ นวนกค่ี ัน รถจกั รยาน 5 คนั 3) เรียงล�ำ ดบั ประเภทของรถชนดิ ตา่ ง ๆ จากจ�ำ นวนมากไปนอ้ ย รถยนต์, รถจกั รยานยนต์, รถโดยสารประจ�ำ ทาง, รถจกั รยาน หมายเหตุ ค�ำ ตอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครู 112 ชุดการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (สำ�หรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรับปรุง)

หน่วยท่ี ๖ สถติ ิ ก.๖.๔/ผ.๕ เฉลย ใบกิจกรรม 6.4 1 เขียนคำ�ตอบในชอ่ งวา่ ง คนทีเ่ กิดวนั คู่ คน คนท่ีเกิดวันคี่ คน 2 สร้างแผนภมู ิรปู ภาพจากขอ้ มูลจำ�นวนนักเรยี นท่เี กดิ วนั คู่และเกดิ วันคี่ โดยระบายสี ตามขอ้ ก�ำ หนด ชอื่ แผนภมู ิ คนท่ีเกดิ วันคู่ คนทีเ่ กิดวันค่ี แทนจ�ำ นวนนักเรียน คน กำ�หนดให้ ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครผู ูส้ อน) กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ (ฉบับปรับปรงุ ) 113

หนว่ ยท่ี ๖ สถติ ิ ก.๖.๕/ผ.๖ เฉลย ใบกจิ กรรม 6.5 1 เขยี นจำ�นวนเมลด็ ถัว่ แดงทน่ี ักเรยี นแตล่ ะคนตักได้ คนที่ 1 ตักได้ เมล็ด คนที่ 2 ตกั ได ้ เมลด็ คนที่ 3 ตกั ได้ เมล็ด คนที่ 4 ตกั ได ้ เมลด็ 2 สรา้ งแผนภมู ริ ปู ภาพจากข้อมูลจำ�นวนเมล็ดถ่วั แดงทีน่ กั เรียนแต่ละคนตักได้ โดยระบายสี ตามขอ้ ก�ำ หนด ชอ่ื แผนภูมิ คนที่ 1 คนท่ี 2 คนที่ 3 คนท่ี 4 เมลด็ กำ�หนดให้ แทนจ�ำ นวนเมล็ดถ่ัวแดง 114 ชุดการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ (สำ�หรับครูผู้สอน) กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

หนว่ ยที่ ๖ สถิติ ก.๖.๕/ผ.๖ 3 เขยี นจ�ำ นวนเมลด็ ถวั่ แดงทน่ี ักเรยี นแต่ละกลุ่มตกั ได้ กลุม่ ที่ 1 ตกั ได้ เมล็ด ก ลุ่มท่ี 2 ตกั ได้ เมลด็ กลุ่มที่ 3 ตักได้ เมล็ด ก ลุม่ ที่ 4 ตกั ได้ เมล็ด กลุม่ ที่ 5 ตักได้ เมลด็ ก ลุม่ ท่ี 6 ตกั ได้ เมล็ด กลุ่มที่ 7 ตกั ได้ เมล็ด กลุ่มที่ 8 ตักได้ เมลด็ 4 สรา้ งแผนภมู ริ ูปภาพจากขอ้ มูลจำ�นวนเมลด็ ถว่ั แดงทน่ี กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มตักได้ โดยระบายสี ตามข้อก�ำ หนด ช่ือแผนภมู ิ กล่มุ ที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลุ่มท่ี 3 กลมุ่ ท่ี 4 กลุ่มท่ี 5 กลมุ่ ที่ 6 กลมุ่ ที่ 7 กลุ่มท่ี 8 ก�ำ หนดให้ แทนจำ�นวนเมล็ดถัว่ แดง เมลด็ ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครผู ูส้ อน) กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ (ฉบบั ปรับปรงุ ) 115

หนว่ ยท่ี ๖ สถติ ิ ก.๖.๖/ผ.๗ เฉลย ใบกิจกรรม 6.6 1 เขียนค�ำ ตอบในช่องวา่ ง หวั ข้อ คือ ขยะในโรงเรียน ปญั หา คอื จำ�นวนถงั ขยะไมเ่ พียงพอท�ำ ใหป้ รมิ าณขยะลน้ ถังขยะในทกุ จุด ของโรงเรยี น สง่ ผลให้สกปรกและมีกลิน่ เหม็น คำ�ถาม คือ 1) ในโรงเรียนมีถังขยะทัง้ หมดก่ีใบ 2) จะลดปริมาณขยะในโรงเรยี นไดอ้ ยา่ งไร 3) ขยะในโรงเรียนมีชนดิ ใดบา้ ง ขอ้ มูลท่ีต้องการเกบ็ คือ 1) จ�ำ นวนถงั ขยะแตล่ ะอาคาร 2) วิธีการลดปรมิ าณขยะในโรงเรียน 3) ปรมิ าณขยะแตล่ ะชนิดในโรงเรียน วิธเี ก็บขอ้ มลู คือ 1) ส�ำ รวจจ�ำ นวนถังขยะแต่ละอาคาร โดยการสงั เกตและนับจ�ำ นวน 2) สอบถามวธิ ีการลดปรมิ าณขยะในโรงเรียน โดยใชแ้ บบสอบถาม 3) ส�ำ รวจปริมาณขยะแต่ละชนิดในโรงเรยี น โดยการสงั เกตและ แยกขยะตามชนดิ นำ�ขยะแตล่ ะชนิดไปชั่งเพ่อื บอกน้ำ�หนัก ข้อมลู ท่เี ก็บได ้ 116 ชุดการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครผู ูส้ อน) กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ (ฉบับปรับปรุง)

หน่วยที่ ๖ สถิติ ก.๖.๗/ผ.๙ เฉลย ใบกจิ กรรม 6.7 พิจารณาข้อมลู ต่อไปนี้ แลว้ นำ�เสนอขอ้ มลู ด้วยตารางทางเดียวในแนวตง้ั หรือแนวนอน อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ 1 จำ�นวนพลังงานที่ร่างกายไดร้ ับจากอาหารชนิดต่าง ๆ พซิ ซา่ 876 กโิ ลแคลอรี่ ผดั ซีอวิ๊ 679 กิโลแคลอรี่ ขา้ วขาหมู 690 กิโลแคลอร่ี ขา้ วผดั กะเพราไก่ไขด่ าว 630 กโิ ลแคลอร่ี ขา้ วคลกุ กะปิ 614 กโิ ลแคลอร่ี ข้าวมนั ไก่ 596 กโิ ลแคลอรี่ ขา้ วผดั 557 กโิ ลแคลอรี่ ข้าวหมูแดง 540 กิโลแคลอรี่ เปาะเปย๊ี ะทอด 317 กโิ ลแคลอร่ี ช็อกโกแลต 100 กรมั น�ำ้ อดั ลม 1 กระป๋อง เฟรนชฟ์ รายส์ 314 กโิ ลแคลอร่ี 242 กิโลแคลอร่ี 130 กิโลแคลอรี่ ชาเขยี ว (รสตน้ ต�ำ รบั ) 1 กลอ่ ง กาแฟเยน็ 1 แกว้ 115 กโิ ลแคลอร่ี โดนทั 1 ชิ้น 95 กโิ ลแคลอรี่ 317 กิโลแคลอรี่ ชุดการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๓ (ฉบับปรบั ปรุง) 117

หน่วยที่ ๖ สถิติ ก.๖.๗/ผ.๙ ตารางทางเดยี วในแนวตงั้ จำ�นวนพลังงานทรี่ ่างกายได้รบั จากอาหารทร่ี บั ประทานใน 1 วัน รายการอาหาร จ�ำ นวนพลงั งานทร่ี า่ งกายไดร้ บั (กโิ ลแคลอร)่ี ขา้ วผดั กะเพราไกไ่ ขด่ าว 630 596 ขา้ วมนั ไก่ 540 ขา้ วหมแู ดง 242 ชอ็ กโกแลต 100 กรมั 115 กาแฟเยน็ 1 แกว้ ตารางทางเดยี วในแนวนอน จ�ำ นวนพลงั งานที่รา่ งกายได้รบั จากอาหารทรี่ ับประทานใน 1 วัน รายการอาหาร ขา้ วผดั ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ชอ็ กโกแลต กาแฟเยน็ กะเพราไก่ 100 กรัม 1 แกว้ ไข่ดาว จ�ำ นวนพลังงาน ท่ีร่างกายไดร้ ับ 630 596 540 242 115 (กโิ ลแคลอร่ี) 118 ชุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (สำ�หรับครูผ้สู อน) กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรับปรงุ )

หนว่ ยที่ ๖ สถิติ ก.๖.๗/ผ.๙ 2 อาชีพในฝันของเดก็ ไทยจากการส�ำ รวจไดข้ อ้ มลู ดงั น้ี หมอ 1,215 คน ครู 1,012 คน ยทู ูปเบอร์ 810 คน นกั กฬี า 607 คน ทหาร 40 คน ตารางทางเดยี วในแนวตงั้ อาชีพในฝนั ของเดก็ ไทย อาชพี จ�ำ นวนเดก็ ไทยจากการส�ำ รวจอาชพี ในฝนั (คน) หมอ 1,215 ครู 1,012 ยทู ปู เบอร์ 810 นกั กฬี า 607 ทหาร 40 ตารางทางเดยี วในแนวนอน อาชีพในฝันของเด็กไทย อาชีพ หมอ ครู ยูทูปเบอร์ นักกีฬา ทหาร จ�ำ นวนเดก็ ไทย จากการ ส�ำ รวจอาชพี 1,215 1,012 810 607 40 ในฝนั (คน) ชุดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครูผสู้ อน) กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบับปรับปรงุ ) 119

หน่วยท่ี ๖ สถติ ิ ก.๖.๘/ผ.๑๐ เฉลย ใบกจิ กรรม 6.8 1 พจิ ารณาข้อมลู ตอ่ ไปน้ี ใหน้ ักเรียนน�ำ เสนอขอ้ มูลประเภทสนิ คา้ ตา่ ง ๆ ด้วยตารางทางเดยี วของสินค้า 2 ประเภท รายได้จากการขายสินค้าชนิดตา่ ง ๆ ในหน่ึงวนั ของห้างสรรพสนิ ค้าแห่งหนงึ่ ผงซักฟอก 33,500 บาท น�้ำ ยาปรับผ้านุม่ 2,145 บาท นำ�้ ยาลา้ งจาน 21,634 บาท นม 38,102 บาท กระดาษทิชชู่ 9,757 บาท สบู่ 14,678 บาท น้ำ�ยาล้างห้องน้�ำ 13,741 บาท น้�ำ ยาทำ�ความสะอาดพนื้ 78,145 บาท น�ำ้ เปล่า 56,219 บาท ซอสปรุงรส 7,100 บาท ปลา 8,567 บาท น้ำ�ผลไม้ 27,623 บาท เน้อื ไก่ 7,654 บาท ผกั ออร์แกนิค 15,784 บาท ส้ม 8,436 บาท องุ่นดำ�ไร้เมล็ด 12,478 บาท แอปเปลิ แดง 3,120 บาท มนั หวานญี่ปุน่ 3,234 บาท แครอท 5,892 บาท ผกั บงุ้ จนี 3,126 บาท คะน้า 2,126 บาท บะหมก่ี ่ึงสำ�เร็จรปู 2,560 บาท ปลากระป่อง 3,178 บาท ซปุ กระป๋อง 4,150 บาท ผลไมก้ ระปอ๋ ง 4,003 บาท น�ำ้ อดั ลม 5,250 บาท นมเปร้ยี ว 26,718 บาท หมอ้ หงุ ข้าว 52,780 บาท เคร่อื งป้ิงขนมปงั 63,128 บาท เครื่องหนีบผม 9,235 บาท เครอื่ งท�ำ แซนวชิ 18,350 บาท เครอื่ งชงกาแฟ 91,230 บาท เตาอบ 4,120 บาท 120 ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (สำ�หรบั ครผู ู้สอน) กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ (ฉบับปรบั ปรุง)

หน่วยท่ี ๖ สถิติ ก.๖.๘/ผ.๑๐ สนิ คา้ ปร ะเภทท ่ี 1 อาหารสด รายได้จากการขายสนิ ค้าประเภทอาหารสดในหนง่ึ วนั ของหา้ งสรรพสินคา้ แหง่ หนึ่ง รายการสนิ คา้ รายได้ (บาท) เนอ้ื ไก่ 7,654 ผกั ออรแ์ กนคิ 15,784 สม้ 8,436 องนุ่ ด�ำ ไรเ้ มด็ 12,478 แอปเปลิ แดง 3,120 มนั หวานญป่ี นุ่ 3,234 แครอท 5,892 ผกั บงุ้ จนี 3,126 2,126 คะนา้ ส นิ ค้าป ระเภท ท ่ี 2 เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้า รายไดจ้ ากการขายสนิ คา้ ประเภทเครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ ในหนง่ึ วันของหา้ งสรรพสนิ คา้ แห่งหนงึ่ รายการ หม้อหุงข้าว เครื่อง เคร่อื ง เครือ่ ง เครื่อง เตาอบ สินค้า ปิง้ ขนมปงั หนีบผม ทำ�แซนวชิ ชงกาแฟ 4,120 รายได้ 52,780 63,128 9,235 18,350 91,230 (บาท) หมายเหตุ คำ�ตอบข้ึนอยู่กับดลุ ยพินิจของครู ชดุ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครูผูส้ อน) กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบับปรับปรุง) 121

หนว่ ยที่ ๖ สถิติ ก.๖.๘/ผ.๑๐ 2 ตอบค�ำ ถามต่อไปนี้ 1) สนิ คา้ ในตารางที่ 1 สนิ ค้าใดที่ห้างสรรพสนิ คา้ มรี ายได้จากการขายในหนึ่งวัน มากทสี่ ดุ และเปน็ จ�ำ นวนเงนิ กบี่ าท ผกั ออร์แกนิค เป็นจ�ำ นวนเงิน 15,784 บาท 2) สินค้าในตารางท่ี 2 สนิ คา้ ใดท่ีห้างสรรพสินคา้ มีรายไดจ้ ากการขายในหน่งึ วนั น้อยท่ีสดุ และได้รายได้นอ้ ยกวา่ สินคา้ ทม่ี รี ายไดม้ ากที่สดุ เป็นจำ�นวนเงนิ กบ่ี าท เตาอบ มีรายได้นอ้ ยกว่าสินคา้ ที่ได้รายได้มากที่สดุ เปน็ จ�ำ นวนเงิน 87,110 บาท 3) ให้นักเรยี นตงั้ ค�ำ ถามจากตารางทางเดียวพรอ้ มทง้ั หาค�ำ ตอบ ตารางละ 1 ข้อ 1) รายไดจ้ ากการขายสนิ ค้าประเภทอาหารสดมากท่สี ุด 5 อันดบั แรกในหนง่ึ วนั ของห้างสรรพสินค้าแหง่ หนึ่งรวมเปน็ เงินทั้งหมดก่ีบาท ตอบ 50,244 บาท 2) ห้างสรรพสินค้ามีรายได้จากการขายหม้อหุงข้าวกบ่ี าท ตอบ 52,780 บาท หมายเหตุ ค�ำ ตอบขึน้ อยู่กบั ดลุ ยพินิจของครู 122 ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครูผูส้ อน) กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ (ฉบบั ปรับปรุง)

หน่วยท่ี ๖ สถิติ ก.๖.๙/ผ.๑๑ เฉลย ใบกิจกรรม 6.9 ให้นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ เขยี นน�ำ เสนอขอ้ มูลของจ�ำ นวนเมล็ดถว่ั แดงโดยใชแ้ ผนภูมิ รปู ภาพหรอื ตารางทางเดียวใหเ้ หมาะสมกับจ�ำ นวนของขอ้ มูล ค�ำ ตอบข้นึ อย่กู ับจำ�นวนของเมลด็ ถ่ัวแดง ชดุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรับครูผสู้ อน) กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 123

ภาคผนวก คกระแบบวบนปกราะรเมทินางทคักณษติะแศลาสะตร์

ชุดการกิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครผู ้สู อน) กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) แบบประเมินทกั ษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ : ด้านการให้เหตผุ ล กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ……… หนว่ ยยอ่ ยท่ี ……… เรอื่ ง …………………………………………………... ระดบั ………………………..… ภาคเรยี นท่…ี ……….…ปีการศกึ ษา ………….… วนั เดือน ปที ่ีบันทึก ……………………………………………… ช่ือผูบ้ ันทกึ ………….……………………………………..……. ค�ำ ชี้แจง จงบันทึกการปฏบิ ตั ิหรอื การแสดงพฤตกิ รรมของนกั เรยี นแต่ละคนท่สี ะทอ้ นทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ในดา้ นตอ่ ไปนี้ โดยท�ำ เคร่ืองหมาย ลงในช่อง ทีต่ รงกบั ระดับคุณภาพทน่ี กั เรยี นแสดงออกและเกิดขนึ้ จริง ผ่าน ไมผ่ า่ น เกณฑก์ ารประเมนิ นกั เรียนตอ้ งไดค้ ะแนนรวมตัง้ แต่รอ้ ยละ ๖๐ จึงผา่ นเกณฑ์ (ประมาณ ๔ คะแนนขึน้ ไป) ระดบั คุณภาพ ดีเย่ยี ม ดี เกณฑ์การพิจารณา ไดค้ ะแนนรวม ๖ คะแนน ได้คะแนนรวม ๕ คะแนน ไดค้ ะแนนรวม ๔ คะแนน ได้คะแนนรวม ๒-๓ คะแนน พฤติกรรมทแ่ี สดงออก / ระดับคุณภาพ ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ คะแนนรวม เลขท่ี ช่ือ - สกลุ น�ำ ความรู้ท่เี รยี นมาใช้ประกอบการให้เหตุผล และสรปุ ผลได้เหมาะสม (๖) ผลการประเมิน ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ (๓) (๒) (๑) (๓) (๒) (๑) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ 125 ๙

126 แบบประเมนิ ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ : ด้านการแก้ปัญหา กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ……… หน่วยย่อยที่ ……… เร่อื ง …………………………………………………... ระดับ ………………………..… ชดุ การกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครูผ้สู อน) กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ภาคเรียนท่…ี ……….…ปีการศึกษา ………….… วนั เดือน ปีท่ีบันทกึ ……………………………………………… ชื่อผู้บันทึก ………….……………………………………..……. คำ�ชีแ้ จง จงบนั ทึกการปฏิบัตหิ รือการแสดงพฤติกรรมของนกั เรยี นแตล่ ะคนท่สี ะท้อนทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นดา้ นตอ่ ไปน้ี โดยทำ�เครือ่ งหมาย ลงในชอ่ ง ที่ตรงกับระดับคุณภาพที่นักเรียนแสดงออกและเกดิ ข้ึนจริง เกณฑ์การประเมิน นักเรยี นตอ้ งได้คะแนนรวมต้งั แต่รอ้ ยละ ๖๐ จึงผา่ นเกณฑ์ (ประมาณ ๔ คะแนนข้นึ ไป) ระดบั คุณภาพ ดีเยย่ี ม ดี ผา่ น ไม่ผา่ น เกณฑก์ ารพจิ ารณา ไดค้ ะแนนรวม ๖ คะแนน ได้คะแนนรวม ๕ คะแนน ไดค้ ะแนนรวม ๔ คะแนน ได้คะแนนรวม ๒-๓ คะแนน พฤติกรรมท่แี สดงออก / ระดับคณุ ภาพ แสดงวิธีการแกป้ ัญหา คะแนนรวม เลขท่ี ชื่อ - สกุล เขา้ ใจปญั หาทผี่ ู้สอนกำ�หนด ได้ครบถว้ นสมบูรณ์ (๖) ผลการประเมนิ ๑ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง ๒ (๓) (๒) (๑) (๓) (๒) (๑) ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙

ชุดการกิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครผู ้สู อน) กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) แบบประเมนิ ทักษะ และกระบวนการทางคณิตศาสตร์ : ดา้ นการสอื่ สารและการสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ……… หนว่ ยย่อยที่ ……… เรอื่ ง …………………………………………………... ระดบั ………………………..… ภาคเรียนที่………….…ปกี ารศกึ ษา ………….… วัน เดือน ปที ่บี นั ทึก ……………………………………………… ชอ่ื ผบู้ ันทกึ ………….……………………………………..……. ค�ำ ชี้แจง จงบนั ทกึ การปฏบิ ัตหิ รอื การแสดงพฤตกิ รรมของนกั เรยี นแต่ละคนทสี่ ะทอ้ นทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ นด้านต่อไปนี้ โดยทำ�เครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ ง ที่ตรงกบั ระดบั คณุ ภาพท่ีนกั เรียนแสดงออกและเกดิ ขึน้ จริง เกณฑ์การประเมนิ นกั เรยี นต้องไดค้ ะแนนรวมต้งั แตร่ ้อยละ ๖๐ จึงผ่านเกณฑ์ (ประมาณ ๔ คะแนนข้ึนไป) ระดับคุณภาพ ดีเย่ยี ม ดี ผา่ น ไมผ่ า่ น เกณฑก์ ารพจิ ารณา ได้คะแนนรวม ๖ คะแนน ได้คะแนนรวม ๕ คะแนน ได้คะแนนรวม ๔ คะแนน ได้คะแนนรวม ๒-๓ คะแนน พฤติกรรมที่แสดงออก / ระดับคุณภาพ ใชภ้ าษาและสญั ลกั ษณใ์ นการสอ่ื สารและ น�ำ เสนอแนวคิด/ คะแนนรวม เลขท่ี ชอื่ - สกุล การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตรไ์ ดถ้ กู ตอ้ ง ความคิดเห็นท่เี หมาะสมกับปัญหา (๖) ผลการประเมิน ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง (๓) (๒) (๑) (๓) (๒) (๑) ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ 127 ๙

128 แบบประเมินทกั ษะ และกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ : ด้านการเช่ือมโยง กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ……… หนว่ ยยอ่ ยที่ ……… เรื่อง …………………………………………………... ระดับ ………………………..… ชดุ การกจิ กรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครูผ้สู อน) กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรับปรงุ ) ภาคเรียนท่ี ………….… ปกี ารศกึ ษา ………….… วนั เดือน ปที บี่ ันทึก ……………………………………………… ชอื่ ผบู้ ันทึก ……….……………………………………..……. ค�ำ ชีแ้ จง จงบนั ทึกการปฏิบตั ิหรอื การแสดงพฤตกิ รรมของนักเรียนแตล่ ะคนท่สี ะทอ้ นทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ในดา้ นต่อไปน้ี โดยทำ�เครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ ง ท่ตี รงกับระดับคณุ ภาพที่นกั เรยี นแสดงออกและเกดิ ขนึ้ จริง ผ่าน ไมผ่ า่ น เกณฑก์ ารประเมิน นักเรียนต้องไดค้ ะแนนรวมตัง้ แตร่ ้อยละ ๖๐ จึงผา่ นเกณฑ์ (ประมาณ ๔ คะแนนขน้ึ ไป) ระดบั คณุ ภาพ ดีเย่ียม ดี เกณฑ์การพิจารณา ได้คะแนนรวม ๖ คะแนน ได้คะแนนรวม ๕ คะแนน ไดค้ ะแนนรวม ๔ คะแนน ได้คะแนนรวม ๒-๓ คะแนน พฤตกิ รรมท่ีแสดงออก / ระดบั คณุ ภาพ คะแนนรวม (๖) ผลการประเมนิ เลขท่ี ชือ่ - สกุล เชอ่ื มโยงความรใู้ นสาระคณติ ศาสตรห์ รอื สถานการณใ์ นชวี ติ จรงิ ๑ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง ๒ (๖) (๔) (๒) ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙

ชุดการกิจกรรมการเรยี นรู้ (ส�ำ หรบั ครผู ้สู อน) กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) แบบประเมนิ ทักษะ และกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ : ด้านความคิดสร้างสรรค์ กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ……… หน่วยย่อยท่ี ……… เรอ่ื ง …………………………………………………... ระดบั ………………………..… ภาคเรยี นท่ี ………….… ปีการศึกษา ………….… วัน เดือน ปที ี่บันทึก …………………………………………… ชือ่ ผ้บู ันทึก ………….……………………………………..……. ค�ำ ชี้แจง จงบนั ทกึ การปฏบิ ตั หิ รอื การแสดงพฤตกิ รรมของนักเรยี นแต่ละคนทส่ี ะทอ้ นทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรใ์ นด้านต่อไปนี้ โดยทำ�เครื่องหมาย ลงในชอ่ ง ท่ตี รงกบั ระดับคุณภาพทน่ี ักเรียนแสดงออกและเกิดข้ึนจริง ผ่าน ไม่ผา่ น เกณฑ์การประเมิน นกั เรยี นต้องได้คะแนนรวมต้งั แต่รอ้ ยละ ๖๐ จึงผ่านเกณฑ์ (ประมาณ ๔ คะแนนข้ึนไป) ระดบั คณุ ภาพ ดเี ยย่ี ม ดี เกณฑก์ ารพจิ ารณา ได้คะแนนรวม ๖ คะแนน ไดค้ ะแนนรวม ๕ คะแนน ได้คะแนนรวม ๔ คะแนน ไดค้ ะแนนรวม ๒-๓ คะแนน พฤติกรรมทแี่ สดงออก / ระดับคุณภาพ คะแนนรวม (๖) ผลการประเมนิ เลขท่ี ชอ่ื - สกุล คดิ แปลกใหม/่ ดดั แปลง/ ประยกุ ต์ แตกตา่ งจากเดมิ และน�ำ ไปใชไ้ ดถ้ กู ตอ้ ง ๑ ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง ๒ (๖) (๔) (๒) ๓ 129 ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙

คณะผู้จัดทำ� ทป่ี รกึ ษามลู นธิ กิ ารศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี มในพระบรมราชปู ถัมภ์ พลเอกดาวพ์ งษ์ รตั นสุวรรณ ประธานกรรมการบริหารมลู นธิ ิการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม ในพระบรมราชปู ถัมภ์ รองศาสตราจารย์นราพร จันทร์โอชา รองประธานกรรมการบริหารมูลนธิ ิการศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทียม ในพระบรมราชปู ถัมภ์ นายอนุสรณ์ ฟูเจริญ ผชู้ ่วยเลขาธิการมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ที่ปรึกษาส�ำ นกั งานโครงการสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี นายสมเกียรติ ชอบผล ทปี่ รกึ ษาสำ�นักงานโครงการสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นายสุชาติ วงศส์ วุ รรณ ขา้ ราชการบำ�นาญ อดตี ผตู้ รวจราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ทป่ี รึกษาส�ำ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน นายณรงค์ แผว้ พลสง รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน นางสาวอษุ ณยี ์ ธโนศวรรย์ รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน นางสุกัญญา งามบรรจง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน นายอัมพร พินะสา รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน นายสนทิ แยม้ เกษร รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ทป่ี รกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกจิ ลมิ ปิจ�ำ นงค์ ผอู้ �ำ นวยการสถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.กุศลิน มุสิกุล ผู้ชว่ ยผอู้ �ำ นวยการสถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ดร.ศรเทพ วรรณรตั น์ ผอู้ ำ�นวยการสำ�นักคณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายสมเกียรติ เพญ็ ทอง ผู้อำ�นวยการสาขาคณิตศาสตรป์ ระถมศึกษา สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 130 ชุดการกจิ กรรมการเรียนรู้ (ส�ำ หรับครผู สู้ อน) กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ (ฉบับปรับปรงุ )

คณะท�ำ งานกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ผศ.เปรมฤดี เน้อื ทอง ขา้ ราชการบำ�นาญ ร.ร.สาธติ แห่งมหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ นางนงลกั ษณ์ ศรสี ุวรรณ นักวชิ าการอสิ ระ ผศ.ดร.ตอ้ งตา สมใจเพ็ง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.กนษิ ฐา เชาวว์ ฒั นกุล คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตก�ำ แพงแสน นางคนงึ นิตย์ ชาญวุฒิธรรม ขา้ ราชการบำ�นาญ โรงเรยี นคลองทรงกระเทียม ดร.ภัทรวดี หาดแกว้ สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.รณชัย ปานะโปย สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางณตั ตยา มังคลาสิริ สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางสาวพลู ศรี ทองวเิ ศษ สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางสาวปวันรตั น์ วฒั นะ สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะบรรณาธิการกิจ ศรีสุวรรณ นกั วิชาการอสิ ระ นางนงลกั ษณ์ สมใจเพง็ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ หาดแกว้ สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผศ.ดร.ต้องตา ดร.ภัทรวดี ฝ่ายสนบั สนนุ วิชาการ นางสาวละออ เจรญิ ศรี สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ออกแบบรปู เล่ม บรษิ ทั มนั เดย์ครเี อชั่น จ�ำ กัด ชดุ การกิจกรรมการเรียนรู้ (สำ�หรบั ครผู ู้สอน) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ (ฉบับปรบั ปรุง) 131


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook