รหสั วิชา 2204 - 2005 เรยี บเรียงโดย ตรงตามหลกั สตู รของ นางสาวฐาณิยา เมฆา กระทรวงธิการ พทุ ธศกั ราช 2556
คานา เอกสารประกอบการเรียน วิชา คอมพิวเตอร์และการ บาํ รงุ รักษา (2 -2 -3) รหสั วิชา 2204 – 2005 นี้ ไดเ้ รียบเรียงจาก ประสบการณ์ในการเรียน การเขา้ อบรม ประชมุ สัมมนา การจัดการ เรียน การสอนและการฝึ กอบรมสาขาวิชาชีพคอมพิวเตอรแ์ ละศึกษา คน้ ควา้ เพิ่มเติมจากหนงั สือ เอกสาร แหล่งเรียนรอู้ ่ืนๆ โดยยึดเนอ้ื หา ของหลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พทุ ธศักราช 2556 ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขาวิชาคอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ ของสาํ นกั งาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยม่งุ หวังใหผ้ เู้ รียนมีความรู้ มี ทักษะในวิชาชีพ ตลอดจนยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ น ชีวิตจริง เพ่ือนาํ สิ่งท่ีไดจ้ ากการเรียนรไู้ ปใชป้ ระกอบอาชีพตรงตาม ความสามารถ และความตอ้ งการ ของตลาดแรงงาน โดยม่งุ หวังให้ ผเู้ รียนมีความเขา้ ใจดี ยิ่งขน้ึ สามารถฝึ กปฏิบัติงานไดจ้ ริง จากความ ตั้งใจดังกล่าว เพ่ือให้ผูเ้ รียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ตรงตาม วัตถปุ ระสงค์ของหลักสตู ร ผเู้ รียบเรียงหวังเป็ นอย่างยิ่งว่าเอกสาร ประกอบการเรียนการสอนเล่มนีจ้ ะเอ้ือประโยชนต์ ่อการจัดการเรียนรู้ ของครู ผเู้ รียน และผสู้ นใจไดเ้ ป็ นอย่างดี
สารบญั 1 บทที่ 1 ความรพู้ ้ืนฐานเก่ียวกบั คอมพิวเตอร์ 1-2 2-4 1.1 ความหมายและคณุ ลกั ษณะท่ีสาํ คญั ของคอมพิวเตอร์ 5 1.2. ยคุ ของคอมพวิ เตอร์ 6-11 1.3. ประเภทของคอมพวิ เตอร์ 12-13 1.4. องคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์ 14 1.5. การใชค้ อมพิวเตอรใ์ นดา้ นตา่ งๆ 15 1.6. วิธเี ปิ ดและปิ ดเครื่องคอมพวิ เตอร์ 1.7. หลกั การใชค้ อมพิวเตอรใ์ หม้ ปี ระสิทธภิ าพ 16 บทที่ 2 การทางานของคอมพิวเตอร์ 16-18 และอปุ กรณต์ ่อพ่วง 18-26 2.1. หลกั การทาํ งานของคอมพิวเตอร์ 27 2.2. หนา้ ทแ่ี ละหลกั การทาํ งานของอปุ กรณต์ อ่ พว่ ง 27 บทที่ 3 การประกอบเครอื่ งคอมพิวเตอร์ 28-31 32 3.1. การเลือกอปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ 3.2. อปุ กรณท์ ี่ใชใ้ นการประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอร์ 32 3.3. ขอ้ ควรพิจารณาในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ดว้ ยตนเอง 3.4. ขอ้ ดแี ละขอ้ เสยี ของการประกอบเครื่องดว้ ยตนเอง
สารบญั 33 บทที่ 4 การติดตง้ั และการถอดถอนโปรแกรม 33-34 34 4.1. การตรวจคณุ สมบตั ขิ องเคร่ืองคอมพิวเตอร์ 4.2. คณุ สมบตั ขิ องเครื่องคอมพิวเตอร์ 34-36 ที่จะตดิ ตงั้ Windows 7 4.3. วิธีทาํ แผน่ Windows 7 37-44 \"System Recovery Disc\" 45 4.4. การตดิ ตง้ั ระบบปฏิบตั กิ าร Windows 7 46-47 4.5. โปรแกรมที่ตดิ ตงั้ มาพรอ้ มกบั Windows 7 47-48 4.6. การถอดถอนโปรแกรมออกจาก Windows 7 4.7. การตดิ ตงั้ ไดรฟ์ เวอร์ 49 บทท่ี 5 การบารงุ รกั ษาอปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ 49-51 52-53 5.1. การตรวจสอบเครื่องคอมพวิ เตอร์ 5.2. การบาํ รงุ รกั ษาเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ 54 บทที่ 6 โปรแกรมอรรถประโยชน์ 54-57 57-64 6.1. ความหมายและหนา้ ที่ของโปรแกรมอรรถประโยชน์ 5.2. ชนดิ ของโปรแกรมอรรถประโยชน์
1 บทท่ี 1 ความรพู้ ้ืนฐานเกี่ยวกบั คอมพิวเตอร์ 1.1 ความหมายและคณุ ลกั ษณะที่สาคญั ของคอมพิวเตอร์ พจนานกุ รม ฉบบั เฉลมิ พระเกียรติ พทุ ธศักราช 2530 ใหค้ วามหมาย ของคอมพิวเตอรไ์ วว้ ่า \"เครื่องอิเล็กทรอนกิ สแ์ บบอัตโนมตั ิทาํ หนา้ ที่เหมือนสมอง กล ใชส้ าํ หรบั แกป้ ัญหาตา่ งๆ ทง้ั ทง่ี า่ ยและซบั ซอ้ นโดยวิธที างคณิตศาสตร\"์ พจนานกุ รมไทย มานิต มานติ เจริญ ใหค้ วามหมายของคอมพิวเตอร์ ไวว้ า่ \"เคร่ืองคาํ นวณแบบอตั โนมตั ิ สมองกล \" คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละติว่า Computer หรือตรงกับภาษาไทยว่า \"คณิตกรณ์\" ซึ่งหมายถึง การนับ การคํานวณ ดังน้ัน คอมพิวเตอร์จึงเป็ น เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ท่ีถูกสรา้ งข้ึนเพื่อทํางานแทนมนุษย์ในดา้ นการคิด คาํ นวณและสามารถจดจาํ ขอ้ มลู ที่เป็ นตวั อกั ษร ตวั เลขเพื่อการใชง้ านในคร้ังตอ่ ไป นอกจากนี้ยังสามารถจัดการกับสัญลักษณ์ไดด้ ว้ ยความเร็วสงู โดยปฏิบัติตาม ขั้นตอนการสัง่ งานของโปรแกรม มีความสามารถในการรับ - ส่งขอ้ มลู การ เปรียบเทยี บประมวลผลขอ้ มลู จดั เก็บขอ้ มลู ไวเ้ พื่อนาํ มาใชใ้ นครง้ั ตอ่ ๆไป รปู ที่ 1.1 ไมโครคอมพิวเตอร์
2 ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) หรือคอมพิวเตอร์ พีซี (PC :Personal Computer) หรือดจิ ิตอลคอมพิวเตอร์ (Digital Computer) หมายถึง คอมพิวเตอรส์ ว่ นบคุ คลทีใ่ ชก้ นั ทวั่ ๆ ไป 1.2. ยคุ ของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอรแ์ บ่งเป็ น 5 ยคุ คอมพิวเตอรย์ คุ ท่ี 1 (First Generation Computer) พ.ศ. 2488 ถึง พ.ศ. 2501 เป็ นคอมพิวเตอร์ที่ใชห้ ลอดสญุ ญากาศซึ่งใชก้ ําลังไฟฟ้ า สงู จึงมีปัญหาเรื่องความรอ้ นและไสห้ ลอดขาดบ่อย ถึงแมจ้ ะมีระบบระบาย ความรอ้ นท่ีดีมาก การสัง่ งานใชภ้ าษาเครื่องซ่ึงเป็ นรหัสตัวเลขท่ีย่งุ ยาก ซับซอ้ น เครื่องคอมพิวเตอรข์ องยคุ นมี้ ขี นาดใหญ่โต เชน่ มารค์ วนั (MARK I), อีนแิ อค (ENIAC), ยนู แิ วค (UNIVAC) รปู ท่ี 1.2 หลอดสญุ ญากาศ รปู ที่ 1.3 เคร่อื ง Mark 1 คอมพิวเตอรย์ คุ ที่ 2 (Second Generation) พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2506 เป็ นคอมพวิ เตอรท์ ี่ใชท้ รานซิสเตอร์ โดยมแี กนเฟอรไ์ รทเ์ ป็ น หนว่ ยความจาํ มอี ปุ กรณเ์ ก็บขอ้ มลู สาํ รองในรปู ของสอื่ บนั ทึก แมเ่ หล็ก เชน่ จานแมเ่ หล็ก
3 รปู ท่ี 1.3 ทรานซซิสเตอร์ (Transistor) คอมพิวเตอรย์ คุ ที่ 3 (Third Generation Computer) พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512 มีการประดิษฐค์ ิดคน้ เก่ียวกบั วงจรรวม (IC Integrated Circuit) วงจรเหล่านส้ี ามารถวางลงบนชปิ เล็กๆ เพียงแผน่ เดียวและนาํ ชิปเหล่านม้ี า ใชแ้ ทนทรานซิลเตอร์ ทาํ ใหป้ ระหยดั พื้นที่ไดม้ าก ชิป (Chip) เป็ นการเรียกไมโครชิปอย่างส้นั ๆ เป็ นโมดลุ ขนาดเล็ก และซับซอ้ น ใชเ้ ป็ นหน่วยความจําของคอมพิวเตอร์ หรือเป็ นวงจรทาง ต ร ร ก ะ ข อ ง ไ ม โ ค ร โ ป ร เ ซ ส เ ซ อ ร์ ชิ ป ท่ี รู้จั ก กั น ดี คื อ Pentium ไมโครโปรเซสเซอรข์ อง Intel หรือ Power PC ไมโครโปรเซสเซอรท์ ีพ่ ฒั นา โดย Apple, Motorola และ IBM ใชใ้ นเครื่อง Macintosh และเครื่อง เวิรก์ สเตชนั่ บางรนุ่ AMD และ Cyrix เป็ นผผู้ ลติ ชิปของไมโครโปรเซสเซอร์ ทม่ี ชี อื่ เสยี ง คอมพิวเตอรย์ คุ ที่ 4 (Fourth Generation Computer) พ.ศ. 2513 จนถึงปัจจบุ ัน เป็ นยคุ ของคอมพิวเตอรท์ ี่ใชว้ งจรรวมความจสุ งู มาก (Very Large Scale Integration : VLSI) รปู ที่ 1.4 วงจรรวมความจสุ งู (VLSI : Very Last Scale Integrated Circuit)
4 คอมพิวเตอรย์ คุ ท่ี 5 (Fifth Generation Computer) พ.ศ.2533- ปัจจบุ นั คอมพวิ เตอรย์ คุ ท่ี 5 นี้ มงุ่ หนา้ พฒั นาความสามารถในการทาํ งาน ของระบบคอมพิวเตอร์ และความสะดวกสบายในการใชค้ อมพิวเตอร์ มี การพฒั นาสรา้ งเคร่ืองคอมพวิ เตอรแ์ บบพกพาขนาดเล็ก โครงการพฒั นาอปุ กรณ์ VLSI (Very Large Scale Integrated Circuit) ใชง้ านงา่ ยมีความสามาสงู ขึ้น รวมท้ังโครงการวิจัย ปัญญาประดษิ ฐ์ เป็ นหัวใจของการพัฒนาระบบคอมพิวเตอรใ์ นยคุ น้ี โดย หวังใหร้ ะบบคอมพิวเตอรม์ คี วามรคู้ วามสามารถวิเคราะหป์ ัญหาอยา่ งมเี ห ตผู ล รปู ที่ 1.5 เครอื่ งคอมพิวเตอรแ์ บบพกพา
5 1.3 องคป์ ระกอบของระบบปัญญาประดิษฐ์ ประกอบดว้ ย 1. ระบบห่นุ ยนต์ หรือแขนกล (Robotics or Robotarm System) คือ ห่นุ จาํ ลองรา่ งกายมนษุ ยท์ ่ีควบคมุ การทาํ งานดว้ ยเคร่ือง คอมพิวเตอร์ มีจดุ ประสงค์เพื่อใหท้ ํางานแทนมนุษย์ในงานที่ตอ้ งการ ความเร็ว หรือเสย่ี งอนั ตราย 2. ระบบประมวลภาษาพดู (Natural Language Processing System) คือ การพฒั นาใหร้ ะบบคอมพวิ เตอรส์ ามารถสงั เคราะหเ์ สียงท่มี ี อย่ใู นธรรมชาติ (Synthesize) เพอื่ สอื่ ความหมายกบั มนษุ ย์ 3. การรจู้ าเสียงพดู (Speech Recognition System) คือ การ พัฒนาใหร้ ะบบคอมพิวเตอร์เขา้ ใจภาษามนษุ ย์ และสามารถจดจาํ คาํ พดู ของมนษุ ยไ์ ดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง กลา่ วคือเป็ นการพัฒนาใหเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์ ทาํ งานไดด้ ว้ ยภาษาพดู 4. ระบบผเู้ ช่ียวชาญ (Expert System) คือ การพฒั นาใหร้ ะบบ คอมพิวเตอรม์ คี วามรู้ รจู้ กั ใชเ้ หตผุ ลในการวิเคราะหป์ ัญหา โดยใชค้ วามรู้ ที่มี หรือจากประสบการณใ์ นการแกป้ ัญหาหนง่ึ ไปแกไ้ ขปัญหาอ่ืนอยา่ งมี เหตผุ ล ระบบนีจ้ าํ เป็ นตอ้ งอาศัยฐานขอ้ มลู (Database) ซึ่งมนษุ ยผ์ มู้ ี ความรคู้ วามสามารถเป็ นผกู้ าํ หนดองคค์ วามรไู้ วใ้ นฐานขอ้ มลู รปู ที่ 1.6 อาซีโม ห่นุ ยนตเ์ ลยี นแบบมนษุ ยข์ องบริษทั ฮอนดา้
6 1.4. ประเภทของคอมพิวเตอร์ 1. แบ่งตามลกั ษณะของการประมวลผลได้ 3 ประเภท 1.1 อนาล็อกคอมพิวเตอร์ (Analog computer) คอื เคร่ือง คาํ นวณอิเล็กทรอนกิ สท์ ีไ่ มไ่ ดใ้ ชค้ า่ ตวั เลขเป็ นหลกั ของการคาํ นวณ แตจ่ ะใช้ ระดบั แรงดนั ไฟฟ้ าแทน เช่น ไมบ้ รรทดั คาํ นวณมีขดี ตวั เลขกาํ กับอยู่ เม่ือ ไมบ้ รรทดั คาํ นวณหลายอนั มาประกอบรวมกนั การประมวลผล เชน่ การ คณู จะเป็ นการเลื่อนไมบ้ รรทัดคาํ นวณอันหน่ึงไปตรงกับตัวตงั้ และตัวคณู ของขีดตัวเลขชดุ หนึ่ง แลว้ ไปอ่านผลลัพธ์ของขีดตัวเลขอีกชดุ หน่ึง ซ่ึง อนาล็อกคอมพิวเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์จะใชห้ ลักการเดียวกันกับไม้ บรรทัดคํานวณ โดยใชแ้ รงดันไฟฟ้ าแทนขีดตัวเลขตามแนวยาวของไม้ บรรทัด อนาล็อกคอมพิวเตอรจ์ ะมอี นาล็อกคอมพิวเตอรจ์ ึงเหมาะสาํ หรับ งานคํานวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่อย่ใู นรปู ของสมการทาง คณิตศาสตร์ เช่น การศึกษาเรื่องการสัน่ สะเทือนของตึกเน่ืองจาก แผ่นดินไหว การจาํ ลองการบิน ขอ้ มลู นาํ เขา้ อาจเป็ นอณุ หภมู ิความดัน ของอากาศหรืความเร็ว ซึ่งจะตอ้ งแปลงใหเ้ ป็ นค่าแรงดนั ไฟฟ้ า เพ่ือนาํ เขา้ อนาล็อกคอมพิวเตอร์ ผลลพั ธท์ ่ีไดอ้ อกมาเป็ นแรงดนั ไฟฟ้ าแปรกบั เวลาซึ่ง ตอ้ งแปลงกลบั ไปเป็ นค่าของตวั แปรท่กี าํ ลงั ศึกษา รปู ที่ 1.7 สญั ญาณอนาลอ็ ก รปู ท่ี 1.8 ไมบ้ รรทดั คานวณ (Slide Rule)
7 1.2 ดิจิตอลคอมพิวเตอร์ (Digital Computer) หรือไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) หรือคอมพิวเตอรส์ ว่ นบคุ คล (PC : Personal Computer) คือ เคร่ืองคอมพิวเตอรแ์ บบหน่ึงท่ีแกป้ ัญหาดว้ ยวิธีการทางคณิตศาสตร์ โดยป้ อนขอ้ มลู นาํ เขา้ เป็ นตัวเลข และใหผ้ ลลัพธ์เป็ นตวั เลข คอมพิวเตอร์ ชนิดน้ีจะประมวลผลในระบบตัวเลขดว้ ยสัญญาณดิจิตอล คือ การบวก ลบ คณู หาร และเปรียบเทียบ ใหค้ ่าท่ีไมต่ อ่ เนอื่ ง คอมพิวเตอรท์ ี่นยิ มใช้ กนั ในปัจจบุ นั คอื ดจิ ติ อลคอมพิวเตอร์ รปู ท่ี 1.9 สญั ญาณดิจิตอล 1.3 ไฮบรดิ คอมพิวเตอร์ (Hybrid Computer) คือ เคร่ือง คอมพิวเตอรท์ ี่นาํ ลกั ษณะการทาํ งานของอนาล็อกคอมพิวเตอรแ์ ละดิจิตอล คอมพิวเตอร์มาผสมกัน ลักษณะการทํางานจะมีการรับขอ้ มลู เขา้ เคร่ือง หรือมีการแสดงผลขอ้ มลู ออกมารอย่างตอ่ เนอื่ ง คอมพิวเตอรป์ ระเภทนมี้ ี ความสามารถในการคํานวณท่ีถกู ตอ้ งและแม่นยํา สามารถทํางานตาม โปรแกรมท่ีสลบั ซบั ซอ้ นได้ งานท่ีจาํ เป็ นตอ้ งใชค้ อมพิวเตอรแ์ บบไฮบริด คือ งานดา้ นวิทยาศาสตร์ การฝึ กการบนิ และใชใ้ นงานอตุ สาหกรรม หรืองาน ดา้ นการแพทย์
8 2.แบ่งตามขนาดของเครือ่ งคอมพิวเตอร์ 2.1 ซเู ปอรค์ อมพิวเตอร์ (Super Computer) คอื คอมพิวเตอรท์ ่ี มีความสามารถในการประมวลผลสงู สดุ โดยทัว่ ไป ซเู ปอร์คอมพิวเตอร์ สร้างข้ึนมาเป็ นการเฉพาะสําหรับงานทางด้านวิทยาศาสตร์ท่ีมีการ ประมวลผลสลบั ซับซอ้ นและตอ้ งการความเร็วสงู เชน่ งานโครงการอวกาศ ของสหรัฐอเมริกา (NASA : National Aeronautics and Space Administration) งานสอื่ สารผา่ นดาวเทียม หรืองานพยากรณอ์ ากาศ เป็ นตน้ ลกั ษณะของซเู ปอรค์ อมพิวเตอร์ 1) มขี าดใหญ่ 2) ราคาสงู 3) ใชค้ าํ นวณทางคณิตศาสตรไ์ ดห้ ลายแสนลา้ นครงั้ /วินาที 4) ใชแ้ กป้ ัญหาทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ไดอ้ ย่าง รวดเร็ว รปู ที่ 1.10 Super Computer
9 2.2 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) คือ คอมพิวเตอรข์ นาดใหญ่ มรี าคาแพง ประกอบดว้ ย ตขู้ นาดใหญ่ ภายในตู้ จะมีชิ้นส่วนและอปุ กรณต์ ่างๆ อย่เู ป็ นจาํ นวนมาก เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มกั จะอย่ทู ี่ศนู ยค์ อมพิวเตอรห์ ลกั ขององคก์ ร และอย่ใู นหอ้ งที่มีการควบคมุ อณุ หภมู สิ งู มกี ารดแู ลรกั ษาเป็ นอยา่ งดี ลกั ษณะของเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ 1) ใหบ้ ริการผใู้ ชไ้ ดห้ ลายๆ คนพรอ้ มๆกนั 2) มคี วามเร็วและสมรรถนะการทาํ งานสงู 3) นยิ มใชใ้ นองคก์ รขนาดใหญ่ รปู ท่ี 1.11 Mainframe Computer
10 2.3 มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer) คอื เครื่องคอมพิวเตอร์ ขนาดกลาง ใชก้ บั ธรุ กิจขนาดกลาง เชน่ โรงพยาบาล สถาบันการศึกษาที่ มกี ารออนไลนภ์ ายในตวั อาคาร ลกั ษณะมินิคอมพิวเตอร์ 1) ใชง้ านในองคก์ รขนาดกลาง 2) ใชเ้ ป็ นเคร่ืองแมข่ า่ ย (Server) ทาํ หนา้ ที่ใหบ้ ริการแก่เคร่ืองลกู ขา่ ย (Client) รปู ท่ี 1.12 Mini Computer
11 2.4 ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) คอื คอมพิวเตอรท์ ีม่ ี ขนาดเล็ก หรือคอมพิวเตอรท์ ใ่ี ชง้ านสว่ นบคุ คล (PC : Personal Computer) หรือดจิ ิตอลคอมพิวเตอร์ (Digital Computer) ใชไ้ มโครโปรเซสเซอรเ์ ป็ น หนว่ ยประมวลผลกลาง สามารถใชเ้ ป็ นเครื่องต่อ เชื่อมในระบบเครือขา่ ย หรือใชเ้ ป็ นเคร่ืองปลายทาง (Terminal) ลกั ษณะของไมโครคอมพิวเตอร์ 1) ราคาถกู มปี ระสิทธภิ าพสงู 2) ไดร้ บั ความนยิ มในปัจจบุ นั 3) นยิ มใชส้ ว่ นตวั สถาบนั การศึกษาตา่ งๆ Flash Drive หรือ Thumb Drive คือ สอ่ื บนั ทึกขอ้ มลู ที่ตอ่ เขา้ กบั เครื่องคอมพิวเตอรผ์ า่ นทางพอรต์ USB Flash Drive หรือ Thumb Drive มีขนาดเล็ก สะดวกในการพกพา โดยทวั่ ไป OS ตา่ งๆ จะใชว้ ิธีการที่ เรียกวา่ ‚Write Caching‛ ในการเขยี นไฟลไ์ ปยงั ไดรฟ์ ตา่ งๆ ซ่ึง Write Caching ก็คือการ ‚สะสม‛ หรือ ‚Cache‛ คาํ สงั่ รอ้ งขอในการเขยี นไฟล์ ไปยังไดร์ฟต่างๆ ไวจ้ ํานวนหนึ่งก่อนแลว้ ทําทีเดียวพรอ้ มกัน เพ่ือเพ่ิม ประสทิ ธิภาพในการเชอ่ื มตอ่ และเขยี นไฟลไ์ ปยงั ไดรฟ์ นน้ั ๆ หากผใู้ ชด้ ึงแฟลชไดร์ฟออก เพราะคิดว่าคัดลอกไฟลเ์ รียบรอ้ ย แลว้ โดยไมท่ าํ การ Eject เสียกอ่ นจะทาํ ใหข้ อ้ มลู ที่คา้ งอยหู่ รือยงั ไมไ่ ดเ้ ขยี น ลงไปจริงๆ หรือเขียนยังไมเ่ สร็จเกิดความเสียหายไดเ้ นื่องจากการ Eject นนั้ ป็ นการบอก OS ว่า ‚มีอะไรที่ทาํ คา้ งอยกู่ ็ทาํ ใหเ้ สร็จก่อน ฉนั จะเอา แฟลชไดรฟ์ ออกแลว้ ‛
12 1.5. การใชค้ อมพิวเตอรใ์ นดา้ นต่างๆ 1. การใชค้ อมพิวเตอร์ในสถานศึกษา ปัจจบุ ันสถานศึกษาทกุ ระดบั ไม่ว่าจะเป็ นโรงเรียนวิทยาลัย มหาวิทยาลัยต่างก็นาํ คอมพิวเตอร์ มาใชบ้ ริหารการเรียนการสอน เช่น ใชค้ อมพิวเตอร์บริหารระบบงาน ทะเบียนของนักเรียน-นักศึกษา ใชค้ อมพิวเตอร์จัดตารางสอน ตัด เกรด แจง้ ผลการเรียน การลงทะเบียนออนไลน์ เป็ นตน้ 2. การใชค้ อมพิวเตอรใ์ นงานคมนาคมและการส่ือสาร ปัจจบุ ัน เป็ นยกุ ตข์ องการสื่อสารไรพ้ รมแดนมีการส่ือสารในรปู แบบสาธารณะท่ี เรียกว่า ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สามารถส่ือสารกันไดท้ ัว่ โลกทาง อิน ฯลฯ 3. การใชค้ อมพิวเตอรใ์ นโรงงานอตุ สาหกรรม คอมพิวเตอรเ์ ขา้ มามีบทบาทในโรงงานอตุ สาหกรรม เช่น การสางแผนการผลิต การ ควบคมุ การผลิต การใชค้ อมควบคมุ การทํางานของเคร่ืองจักร การใช้ ห่นุ ยนตท์ าํ งานแทนมนษุ ยใ์ นงานทอ่ี าจเป็ นอนั ตราย เป็ นตน้ 4. การใชค้ อมพิวเตอร์ในส่วนราชการ ปัจจบุ ันส่วนราชการ ตา่ งๆ ไดน้ าํ คอมพิวเตอรม์ าใชก้ นั อย่างแพร่หลาย เชน่ การชาํ ระภาษีเงนิ ไดผ้ ่าน Web การนาํ คอมพิวเตอรม์ าใชใ้ นงานทะเบียนราษฏร์ ไดแ้ ก่ การ ทาํ บตั รประจาํ ตวั ประชาชน การสาํ รวจสาํ มโนประชาราช ฯลฯ 5. การนาํ คอมพิวเตอรม์ าใชใ้ นงานธนาคาร เชน่ การคดิ อกเบี้ย เงนิ ฝากธนาคาร การถอน-ฝากเงนิ ผา่ นตู้ ATM 6. การใชค้ อมพิวเตอรใ์ นงานวิศวกรรม การนาํ คอมพิวเตอรใ์ น การออกแบบ CAD and Cam
13 CAD ย่อมาจาก Computer Aided Design หมายถึง คอมพิวเตอรใ์ นการออกแบบเทคโนโลยีน้ี คือ การใชค้ อมพิวเตอรม์ าชว่ ยใน การสรา้ งชิ้นส่วนดว้ ยแบบจําลองทางเรขาคณิต ชิ้นส่วนท่ีถกู สรา้ งข้ึนมา เรียกว่า แบบจาํ ลอง (Model) ซึ่งแบบจาํ ลองนี้สามารถแสดงเป็ นแบบ Drawing หรือไฟลข์ อ้ มลู CAD CAM ยอ่ มาจาก Computer Aided Manufacturing หมายถึง คอมพิวเตอร์ช่วยในการผลิตเป็ นเทคโนโลยีท่ีใชค้ อมพิวเตอร์มาช่วยในการ สรา้ ง G-code เพ่ือควบคมุ เคร่ืองจกั ร CNC โดยใชข้ อ้ มลู Modeling จาก CAD G-code คือ เคร่ืองหมายคาํ สงั่ ทอ่ี ย่หู นา้ ตวั เลข เพ่ือนาํ คาํ สงั่ น้ี ไปสงั่ การใหเ้ ครื่องจกั ร CNC ทาํ งานตามทต่ี อ้ งการ CNC ย่อมาจาก Computer Numerical Control หมายถึง การควบคมุ เชิงตัวเลขดว้ ยคอมพิวเตอร์ เป็ นการใชค้ อมพิวเตอรค์ วบคมุ การทํางานของเครื่องจักรกลต่างๆ ที่ทําใหก้ ารผลิตช้ินส่วนไดถ้ กู ตอ้ ง รวดเร็ว และเทย่ี งตรง 7. การใชค้ อมพิวเตอร์ในองคก์ รธรุ กิจ บริษัท หา้ งรา้ นต่างๆ นาํ คอมพิวเตอรม์ าเก็บขอ้ มลู พนกั งานผลิตภณั ฑ์ และใชค้ อมพิวเตอรจ์ ดั ทาํ เอกสารตา่ งๆ ท่ใี ชใ้ นการดาํ เนนิ งานทางธรุ กิจ 8. การใช้คอมพิวเตอร์ในงานสังคมศาสตร์ เช่น การใช้ คอมพวิ เตอรม์ าชว่ ยในงานวิจยั โดยใชโ้ ปรแกรม SPSS (Statistical Package for Social Science)
14 1.6. วิธีเปิ ดและปิ ดเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ การเปิ ดเครอื่ งคอมพิวเตอรท์ ่ีถกู ตอ้ ง 1. ตรวจสอบปลกั๊ วา่ เสียบถกู ตอ้ งเรียบรอ้ ย 2. กดสวิตชท์ ่ีจอภาพ 3. กดสวิตชท์ ่ีเคส 4. กรณุ ารอสักครู่ ท่ีจอภาพจะปรากฏขอ้ ความเพื่อตรวจสอบระบบ ตา่ งๆ 5. จะมเี สียงดงั 1 ครง้ั 6. จะปรากฏคาํ ว่า ‚Windows‛ ที่หนา้ จอเป็ นการเริ่มตน้ การใชเ้ ครื่อง เพราะเครื่องคอมพิวเตอรจ์ ะตอ้ งเรียกโปรแกรมควบคมุ เคร่ืองคอมพิวเตอรท์ ่ี ชอ่ื ว่า ‚Windows‛ กอ่ น 7. จะปรากฏ Icon, Shortcut ท่เี ดสกท์ อป เพ่ือใหผ้ ใู้ ชเ้ ลือกใชง้ านได้ สะดวก
15 1.7. หลกั การใชค้ อมพิวเตอรใ์ หม้ ีประสทิ ธิภาพ หลกั การใชค้ อมพิวเตอรใ์ หม้ ปี ระสทิ ธิภาพ 1. ปรับอณุ หภมู ิของหอ้ งปฏิบัติการใหส้ บายไม่รอ้ นหรือหนาว จนเกินไป 2. นัง่ ใหห้ ่างจากจอภาพประมาณ 45-60 เซนติเมตร ขอบ จอภาพอย่รู ะดบั สายตา 3. เกา้ อี้ท่ีนัง่ พิมพค์ อมพิวเตอร์ควรปรับความสงู -ตา่ํ ไดเ้ พ่ือให้ การนงั่ พิมพอ์ ย่ใู นทา่ ท่สี บาย 4. วางขอ้ มือใหอ้ ย่ใู นตาํ แหนง่ ที่เป็ นธรรมชาติไมค่ วรเอียงขอ้ มือ ไปทางซา้ ยหรือทางขวา 5. ยกแป้ นที่อย่ขู า้ งใตแ้ ป้ นคียบ์ อรด์ ข้ึน เพื่อความสะดวกสบาย ในการพิมพ์ 6. วางคยี บ์ อรด์ และเมา้ สอ์ ยใู่ นระดบั เดยี วกนั 7. เลอื กใชค้ ียบ์ อรด์ และเมา้ สท์ ่ีมคี ณุ ภาพดี 8. หมนั่ เอาใจใสใ่ นการรักษาความสะอาดของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ สมา่ํ เสมอ อย่างนอ้ ยสปั ดาหล์ ะ 1 ครง้ั 9. ปรบั คา่ ความสวา่ งของจอภาพ (Brightness) และความคมชดั (Contrast) ใหพ้ อเหมาะพอดี 10. เม่ือมอี าการเมื่อยลา้ สายตาควรมองไปยังที่ท่ีอย่ไู กลๆ เพื่อ พกั สายตาและหาทศั นยี ภาพที่สบาย
16 บทท่ี 2 การทางานของคอมพิวเตอร์ และอปุ กรณต์ ่อพ่วง 2.1 หลกั การทางานของคอมพิวเตอร์ การทาํ งานของคอมพิวเตอร์ จะตอ้ งประกอบดว้ ย หนว่ ยรบั ขอ้ มลู (Input Unit) เพ่ือรบั ขอ้ มลู และคาํ สงั่ หรอโปรแกรมเขา้ ไปเก็บไวใ้ น อุปกรณ์เก็ บข้อมูลหรือหน่วยความจําหลัก คําสั่งที่เก็ บไว้ใน หน่วยความจาํ หลักจะไปตีความ และประมวลผลโดยหนว่ ยประมวลผล กลาง (CPU) ซึ่งเปรียบเป็ นสมองของคอมพิวเตอร์ ผลท่ีไดจ้ าการ คํานวณหรือเปรียบเทียบจะไปเก็บยังหน่วยความจาํ แรมและพรอ้ มท่ีจะ แสดงผล รปู ที่ 2.1 แสดงขน้ั ตอนการทางานของคอมพิวเตอร์
17 กอ่ นท่ีคอมพิวเตอรจ์ าํ ทาํ งานไดจ้ ะตอ้ งโหลดเอาระบบปฏิบตั ิการ เขา้ ไปเก็บไวใ้ นหนว่ ยความจาํ ของเครื่องคอมพิวเตอรก์ ่อน กระบวนการน้ี เรียกวา่ “การบตู เครื่อง (Boot)” มี 7 ขนั้ ตอนดงั นี้ 1. เมอื่ ปิ ดสวิตชเ์ คร่ืองคอมพิวเตอร์ Power Supply จะสง่ สญั ญาณไฟฟ้ าไปใหซ้ ีพียู (CPU : Central Processing Unit) เร่ิมทาํ งาน 2. ซีพียู สงั่ ใหไ้ บออส (BIOS : Basic Input Output System) ทาํ งาน 3. เร่ิมทาํ งานตามกระบวนการ POST เพื่อตรวจเช็ตอปุ กรณ์ ตา่ งๆ หากมขี อ้ ผดิ พลาดจะมีสญั ญาณเตอื น เชน่ เสียงยาว 1 ครั้ง และ เสียงสั้น 3 ครั้ง แสดงว่าเกิดขอ้ ผิดพลาดจากการด์ จอ ไบออสแต่ละร่นุ จะมรี หสั สญั ญาณท่ีแตกตา่ งกนั 4. ผลลพั ธท์ ี่ไดจ้ ากกระบวนการ POST จะนาํ ไปเปรียบเทยี บกบั ขอ้ มลู ท่ีอย่ใู น CMOS (Complementary Metal Oxide Semiconductor) ขอ้ มลู ของอปุ กรณต์ า่ งๆ ท่ีตดิ ตง้ั อยใู่ นเคร่ือง หรือ ค่า Configuration จะ เก็บไวใ้ นหนว่ ยความจาํ นี้ถา้ ถกู ตอ้ งก็จะทาํ งานตอ่ ไป ถา้ เกิดผิดพลาดตอ้ ง แจง้ ผใู้ ชใ้ หแ้ กไ้ ขขอ้ มลู กอ่ น รปู ท่ี 2.2 cmos
18 การบตู มี 2 ชนิด คือ 1. โคลบตู (Cold Boot) คือ การบตู เคร่ืองทีอ่ าศัยการทาํ งาน ของฮารด์ แวร์ โดยการกดป่ ุมสวิตชเ์ พาเวอร์ 2. วอรม์ บตู (Warm Boot) คือ การบตู เครื่องโดยทาํ ใหเ้ กิด กระบวนการบตู ใหมห่ รือท่เี รียกว่า ‚รีสตารต์ เคร่ือง‛ ส่วนใหญ่จะใชใ้ นกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์หยดุ ชะงกั (Hang) เมอื่ คอมพิวเตอรห์ ยดุ ชะงกั สามารถแกไ้ ขได้ 3 วิธี คอื 1) กดป่ ุม Reaet บนเครื่อ 2) กด Ctrl+Alt+Del 3) สงั่ รีสตารต์ เคร่ืองจากเมนปู ฏิบตั กิ าร 2.2 หนา้ ท่ีและหลกั การทางานของอปุ กรณต์ ่อพ่วง อปุ กรณ์ต่อพ่วง คือ อปุ กรณ์ที่สามารถต่อเขา้ กับอปุ กรณ์ของหน่วย ประมวลผลกลางและประกอบเขา้ กับระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อใหส้ ามารถใช้ งานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 1. แผงแป้ นอกั ขระ (Keyboard) เป็ นอปุ กรณห์ ลกั ท่ใี ชใ้ นการ นาํ ขอ้ มลู ลงในเคร่ืองคอมพิวเตอร์มีลักษณะเป็ นแป้ นตวั อักษรเหมือนแป้ น เครื่องพิมพ์ดีด เป็ นอุปกรณ์นําข้อมูลเขา้ พื้นฐานที่ต้องใช้ในเครื่อง คอมพิวเตอรท์ กุ เคร่ือง คียบ์ อรด์ จะมแี ป้ นตวั เลขแยกไวต้ า่ งหาก เพ่ือความ สะดวกในการป้ อนขอ้ มลู ที่เป็ นตัวเลขและสะดวก การวางตําแหน่งแป้ น อักษรจะเป็ นไปตามมาตรฐานของระบบพิมพส์ ัมผัสของเครื่องพิมพ์ดีดท่ีมี การใชแ้ ป้ นยกแคร่ (Shift) เพ่ือใชพ้ ิมพต์ วั อกั ษรบน ตวั พิมพใ์ หญ่ และ ตัวพิมพ์เล็ก ระบบรหัสตัวอักษรท่ีใชใ้ นทางคอมพิวเตอร์จะเป็ นรหัส 7 หรือ 8 บิต เมอ่ื มีการกดแป้ นพิมพ์ เครื่องจะสง่ รหัส 7 หรือ 8 บิตเขา้ ไปในระบบคอมพิวเตอร์
19 คียบ์ อรด์ มี 5 แบบ คือ รปู ท่ี 2.3 Desktop Keyboard Desktop Keyboard with Hot Keys คอื คียบ์ อรด์ ที่มี จาํ นวนแป้ นมากกว่า 101 แป้ นขนึ้ ไปขน้ึ อย่กู ับวตั ถปุ ระสงคก์ ารใชง้ าน ซึ่ง จะมปี ่ ุมพิเศษสาํ หรบั ระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows รปู ที่ 2.4 Desktop Keyboard with Hot Keys Wireless Keyboard คอื คียบ์ อรด์ ไรส้ ายไมต่ อ้ งตอ่ สายเขา้ กบั ตวั เครื่องคอมพวิ เตอร์ แตจ่ ะมอี ปุ กรณร์ บั สญั ญรจากคยี บ์ อรด์ การทาํ งาน จะใช้ความถี่วิทยุในการสื่อสาร ซึ่งความถี่ท่ีใช้จะอยู่ท่ี 27 MHZ (Megahertz) อปุ กรณช์ นดิ นมี้ กั จะมาคกู่ บั อปุ กรณเ์ มา้ ส์ MHZ (Megahertz) เป็ นหนว่ ยวดั กระแสไฟฟ้ าชนดิ กระแสไฟสลบั (AC : Alternating Current Bectricity)
20 2. เมา้ ส์ (Mouse) คือ อปุ กรณท์ ีท่ าํ หนา้ ที่ป้ อนขอ้ มลู อย่าง หนึ่ง แต่ที่เห็นการทํางานโดยทัว่ ไปจะเป็ นอปุ กรณ์ท่ีใชค้ วบคมุ ลกู ศรให้ เคลื่อนที่ไปยังตาํ แหน่งต่างๆ บนจอภาพ เหมาะกบั การใชง้ านท่ีตอ้ งเลือก หรือเลื่อนวตั ถตุ า่ งๆ บนจอคอมพวิ เตอร์ การทาํ งานของเมา้ ส์ มี 3 ประเภท คือ 1. เมา้ สท์ างกล (Mechanical Mouse) อาศัยลกู บอลยางท่กี ลง้ิ ไปมาได้ เมื่อเคล่ือนยา้ ยเมา้ ส์ ลกู บอลจะกดแนบอย่กู ับลกู กล้ิง แกนของ ลกู กลิ้งจะต่อกับจานแปลรหัส บนจานจะมีหนา้ สัมผัสเป็ นจดุ ๆ เมื่อจดุ สัมผัสเลื่อนมาตรงแกนสัมผัสก็จะสรา้ งสัญญาณแจง้ ไปยังคอมพิวเตอร์ โปรแกรมควบคมุ เมา้ สจ์ ะทาํ หนา้ ท่ีแปลคาํ สงั่ เพ่ือเคล่ือนยา้ ย Cursor บน จอภาพตอ่ ไป รปู ที่ 2.5 Mechanical Mouse 2. เมา้ สไ์ รส้ าย (Wireless Mouse) คอื เมา้ สท์ ่ีมกี ารทาํ งาน เหมือนเมา้ สท์ วั่ ๆไป แต่จะไม่มีสายตอ่ ออกมาจากตวั เมา้ ส์ เมา้ สช์ นดิ นีจ้ ะมี ตวั รบั และตวั สง่ สญั ญาณ ตวั รบั สญั ญาณอาจเป็ นหวั ตอ่ แบบ PS/2 หรือ แบบ USB ท่ีเรียกวา่ Thumb USB Receiver รปู ที่ 2.6 Dptical Mouse
สญั ลกั ษณข์ องเมาส์ 21 Normal Select ความหมาย สญั ลกั ษณข์ องการชต้ี าํ แหนง่ Help Select สญั ลกั ษณข์ องการชต้ี าํ แหนง่ ขอความชว่ ยเหลือ Working In Background มกี ารทาํ งานอย่เู บ้ืองหลงั Busy กาํ ลงั ดาํ เนนิ การ
22 3. แผน่ รองสมั ผสั (Touch Pad) คือ แผน่ รองสมั ผสั (Touch Pad) คอื อปุ กรณท์ ี่มลี กั ษณะเป็ นแผน่ สเ่ี หล่ียมบางๆ ตดิ ตงั้ ไวอ้ ยู่ ในคอมพิวเตอรแ์ บบพกพาเพื่อใชท้ าํ งานแทนเมา้ ส์ เม่ือกดสมั ผสั หรือใชน้ ิ้ว ลากผ่านบริเวณดงั กล่าวสามารถทาํ งานแทนกันได้ ส่วนมากจะติดตงั้ ไว้ บริเวณดา้ นลา่ งของแป้ นพิมพ์ รปู ที่ 2.7 Touch Pad 4. กา้ นควบคมุ (Joy Stick) คือ อปุ กรณท์ มี่ ีลกั ษณะเป็ น คันโยกมีป่ ุ มบังคับท่ีด้านคันโยก เพื่อการควบคุมตําแหน่งบน จอคอมพวิ เตอร์ รปู ที่ 2.8 Joy Stick
23 5. ลกู กลมควบคมุ (Trackball) อปุ กรณท์ ใ่ี ชน้ าํ เขา้ ขอ้ มลู ลกั ษณะการทาํ งานคลา้ ยเมา้ ส์ แตเ่ อาลกู บอลมาวางอย่ดู า้ นบน นยิ มใชก้ บั คอมพวิ เตอรโ์ นต๊ บคุ๊ รปู ท่ี 2.9 ลกู บอลควบคมุ 6. แท่งช้ีควบคมุ (Track Point) อย่ตู รงกลางแป้ นพิมพใ์ ช้ นว้ิ หวั แมม่ อื บงั คบั เพื่อเลือ่ นตาํ แหนง่ ของ Pointer บนจอคอมพิวเตอรล์ กั ษณะ การทาํ งานคลา้ ยเมา้ ส์ รปู ท่ี 2.10 Track Point 7. ปากการแสง (Light Pan) คอื อปุ กรณร์ ับขอ้ มลู ชนดิ หนงึ่ ที่มีเซลลแ์ บบ Photoelectric มีความไวตอ่ แสง ทาํ งานคลา้ ยกบั เมา้ สท์ ่ีใชใ้ น การตดิ ตอ่ กบั คอมพวิ เตอร์ มีรปู ร่างเหมอื นปากกาและมแี สงอย่ตู อนปลาย มี สายสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอรไ์ ด้ ปลายขา้ งหนงึ่ ของปากกาจะมีสาย เชอ่ื มตอ่ กบั คอมพวิ เตอร์
24 8. เครือ่ งอ่านพิกดั (Digitizing Tablet) เป็ นอปุ กรณร์ ับ ขอ้ มลู ที่มกั จะใชง้ าน CAD/CAM มีลกั ษณะเป็ นแผน่ ส่ีเหล่ียมเท่ากบั จอคอมพิวเตอร์ และมีอปุ กรณ์ชี้ตาํ แหนง่ คลา้ ยเมา้ ส์วางบนแผ่นส่ีเหลี่ยม เรียกว่า ทรานสดวิ เซอร์ เมอื่ เล่ือนตวั ชี้ตาํ แหนง่ ไปบนกระดาน จะมีการสง่ สญั ญาณจากตะแกรงใตแ้ ผน่ กระดานไปใหค้ อมพวิ เตอร์ รปู ที่ 2.11 เคร่ืองอ่านพิกดั 9. หนา้ จอสมั ผสั (Touch Screen) คือ การใชห้ นา้ จอ คอมพิวเตอร์เป็ นอปุ กรณ์นําเขา้ ขอ้ มูล ซ่ึงจะใชแ้ รงกดผูใ้ ช้โตต้ อบกับ คอมพวิ เตอรด์ ว้ ยการสมั ผสั ภาพหรือคาํ บนหนา้ จอ รปู ท่ี 2.12 จอสมั ผสั
25 2.10 เคร่ืองอ่านบารโ์ คด้ (Bar Code Reader) รหสั แถบ (Bar Code) คอื แถบเสน้ ดาํ ยาวที่พิมพเ์ รียงเป็ นแถว บนตัวภาชนสาํ หรับบรรจสุ ินคา้ ที่วางขายตามซเู ปอร์มารเ์ ก็ต การใชร้ หัส แถบบวกกบั เครื่องอ่านรหสั แถบ ทาํ ใหเ้ กิดความสะดวกรวดเร็ว และมคี วาม แมน่ ยาํ ในการทาํ งานไดม้ าก หลกั การทางานของเครอื่ งอ่านบารโ์ คด้ 1. เคร่ืองอ่านจะฉายแสงลงบนแท่งบารโ์ คด้ หรือแหลง่ กาํ เนดิ แสง (Light Source) ภายในเคร่ืองอ่านบารโ์ คด้ จะฉายแสงลงบนแทง่ บารโ์ คด้ และ กวาดแสงอา่ นผา่ นแทง่ บารโ์ คด้ 2. รีบแสงทส่ี ะทอ้ นกลบั มาทต่ี วั บารโ์ คด้ ฉายการอ่านบารโ์ คด้ จะใช้ หลกั การสะทอ้ นแสงกลบั มาท่ตี วั รบั แสง 3. เปลี่ยนปริมาณแสงท่ีสะทอ้ นกลับมาใหเ้ ป็ นสัญญาณไฟฟ้ า ภายในเคร่ืองอ่านบารโ์ คด้ จะมอี ปุ กรณเ์ ปลยี่ นปริมาณแสงท่ีสะทอ้ นกลบั มาให้ เป็ นสญั ญาณทางไฟฟ้ า 4. เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้ าให้เป็ นข้อมูลท่ีนําไปใช้งานได้ สญั ญาณไฟฟ้ าจะไปเปรียบเทียบกบั ตารางบารโ์ คด้ ท่ีตวั ถอดรหสั (Decoder) และเปล่ยี นใหเ้ ป็ นขอ้ มลู ทีส่ ามารถนาํ ไปใชง้ านได้ รปู ท่ี 2.13 เคร่อื งอ่านบารโ์ คด้ รปู ท่ี 2.14 บารโ์ คด้
26 2.11 สแกนเนอร์ (Scanner) คือ อปุ กรณท์ ่ีทาํ หนา้ ที่เปล่ยี น ภาพตน้ ฉบบั (ภาพถ่าย ตวั อกั ษรบนหนา้ กระดาษ ภาพวาด) ใหเ้ ป็ นขอ้ มลู เพ่ือให้คอมพิวเตอร์นาํ ขอ้ มลู ดังกล่าวไปใชป้ ระโยชนเ์ พื่อการแสดงผลที่ จอคอมพวิ เตอรร์ วมทงั้ แกไ้ ข ตกแตง่ เพม่ิ เตมิ และจดั เก็บได้ รปู ที่ 2.15 สแกนเนอร์ หลกั การทางานของสแกนเนอร์ เครื่องอ่านภาพจะทาํ การอ่านภาพโดยอาศัยการสะทอ้ น หรือ การส่องผ่านของแสงกับภาพตน้ ฉบับท่ีทึบแสง หรือโปร่งแสงใหต้ กมา กระทบกบั แถบของอปุ กรณไ์ วแสง (Photosensitive) มชี อ่ื ในทางเทคนคิ ว่า Charge-Couple Device (CCD) ตวั CCD จะรบั แสงลงไปเก็บไวใ้ นเสน้ เล็กของเซลล์ และจะแปลงคล่ืนแสงของแต่ละเซลลเ์ ล็กๆ ใหก้ ลายเป็ น คล่ืนความต่างศักย์ ซ่ึงจะแตกต่างกันไปตามอัตราส่วนของระดบั ความ เขม้ ของแสงแตล่ ะจดุ ตวั แปลสญั ญาณอนาล็อกเป็ นดิจิตอลจะแปลงคลื่นความตา่ ง ศักย์ให้เป็ นขอ้ มูลและอยู่ในรปู แบบที่คอมพิวเตอร์เขา้ ใจได้ ในเวลา เดียวกันโปรแกรมในการอ่านท่ีใชค้ วบคมุ การทาํ งานของเคร่ืองอ่านภาพ ให้รับข้อมูลเข้าและจัดรูปแบบเป็ นแฟ้ มข้อมูลของภาพ ในระบบ คอมพวิ เตอรต์ อ่ ไป
27 บทท่ี 3 การประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอร์ 3.1 การเลือกอปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ 1.1 เคส (Case) คอื ตวั ถังหรือกลอ่ งคอมพิวเตอร์ หลายคน เรียกวา่ ซีพยี ู ดว้ ยความเขา้ ใจผดิ เคสใชส้ าํ หรบั บรรจอุ ปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ หลกั ของคอมพวิ เตอร์ ไดแ้ ก่ เมนบอรด์ ซีพียู การด์ จอ ฮารด์ ดสิ ก์ พดั ลม ระบายความรอ้ น และที่ขาดไมไ่ ด้ คอื Power Supply สว่ นประกอบของเคส Power Button ป่ ุม เปิ ด-ปิ ดเครื่อง Bay Cover พ้นื ทบี่ ริเวณท่ีกาํ หนดไวใ้ หเ้ ป็ นท่ีกาํ บงั 3.5‛ Drive Bay พ้ืนทบ่ี ริเวณที่กาํ หนดไวใ้ หใ้ สไ่ ดรฟ์ ขนาด 3.5‛ 5.25‛ Drive Bay พนื้ ทีบ่ ริเวณทกี่ าํ หนดไวใ้ หใ้ สไ่ ดรฟ์ ขนาด 5.25‛ ปัจจบุ นั เลกิ ใชแ้ ลว้ Power LED เป็ นอปุ กรณส์ ารก่งึ ตวั นาํ ชนดิ หนง่ึ ท่ยี อมรบั ใหร้ ะแส ไฟไหลผา่ น และจะปลอ่ ยแสงสวา่ งออกมาทนั ที มนี า้ํ หนกั เบา แสงสว่างท่เี กิด ขน้ึ มาจากการเคล่ือนที่ของอิเล็กตรอนภายในสารก่ึงตวั นาํ รปู ท่ี 3.1 ดา้ นหนา้ เคส
28 3.2 อปุ กรณท์ ่ีใชใ้ นการประกอบเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ 1.1 ไขควงส่แี ฉก กลอ่ งสาหรบั ใสน่ อต ค่มู ือเมนบอรด์ คีมปากจ้ิงจก คีมตดั รปู ท่ี 3.32 ไขควงและคีมที่ใชป้ ระกอบเครื่อง 1.2 เข็มรดั สายไฟและสญั ญาณต่างๆ รปู ท่ี 3.33 เข็มขดั รดั สายไฟ รปู แบบของ LED 1. Lamp Type เป็ น LED ทีพ่ บอย่ทู วั่ ไป มขี ายื่นออกมาจากตวั Epoxy 2 ขา หรือมากกว่า มขี นาดเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง ตง้ั แต่ 3 มม. ขน้ึ ไป บริษทั ผผู้ ลิต จะออกแบบใหข้ บั กระแสไฟไดไ้ ม่ เกนิ 150 mA รปู ท่ี 3.34 LED
29 2. Surface Mount Type มีลีกษณะเป็ น Packet บางๆ เวลาประกอบตอ้ ง ใชเ้ คร่ืองมอื ชนดิ พเิ ศษ มขี นาดการขบั กระแสไฟฟ้ าตง้ั แต่ 20 mA- มากกว่า 1A สาํ หรบั LED แบบ Surface Mount Type ถา้ ขบั กระแสไฟฟ้ าได้ ตงั้ แต่ 300 mA ขนึ้ ไปจะเรียกวา่ Power LEDการใชง้ านสว่ น ใหญ่จะใชภ้ ายใน เนื่องจากสารเคลือบหนา้ หลอด LED ส่วนใหญ่จะเป็ น ซิลโิ คน ซ่ึงละอองนาํ้ หรือความชน้ื สามารถซึมผา่ นได้ ปัจจบุ ันไดน้ าํ หลอด LED มาใชป้ ระโยชนก์ ันอย่างแพร่หลาย เช่น ใน เคร่ืองคิดเลข เครื่องพิมพ์ ไฟสัญญาณจราจร ไฟท้ายรถยนต์ ป้ าย สญั ญาณ ป้ ายโฆษณา ไฟฉาย จอวีดีทศั นข์ นาดใหญ่ โคม Down Light และ หลอดไฟประดบั และตกแตง่ ภายใน รปู ท่ี 3.35 SMT ปัจจบุ ันไดน้ าํ หลอด LED มาใชป้ ระโยชนก์ ันอย่างแพร่หลาย เช่น ในเคร่ืองคิดเลข เคร่ืองพิมพ์ ไฟสัญญาณจราจร ไฟทา้ ยรถยนต์ ป้ าย สญั ญาณ ป้ ายโฆษณา ไฟฉาย จอวีดที ศั น์ ขนาดใหญ่ โคม Down Light และ หลอดไฟประดบั และตกแตง่ ภายใน รปู ท่ี 3.56 หลอดLEDที่ใชใ้ นการตกแต่งภายใน
30 การเลอื กเคส 1. มคี วามแข็งแรง ทนทาน ตวั เคสไมบ่ ิดงองา่ ย ทดลองนาํ เคสวางลงบน พื้นราบเรียบ ถา้ โยกเยกแสดงว่าตัวเคสอาจมีการบิดงอ จะมีผลกับการ ติดต้ังเมนบอรด์ อาจทาํ ใหเ้ มนบอร์ดบิด และเกิดความเสียหายกับอปุ กรณ์ เมนบอรด์ ได้ รปู ท่ี 3.37 มาตรฐานการใชง้ านเคส 2.เปิ ดดา้ นขา้ งได้ เพอ่ื ความสะดวกในการตดิ ตง้ั อปุ กรณ์ 3.ทาํ จากวสั ดทุ ีไ่ มเ่ ป็ นสื่อนาํ ไฟฟ้ า 4.ขอบเคสไมแ่ หลมคม เพราะถา้ ขอบเคสแหลมคมอาจจะบาดมอื เวลาถอด หรือใสอ่ ปุ กรณต์ า่ งๆ 5.มขี นาดใหญเ่ พยี งพอกบั การตดิ ตง้ั อปุ กรณแ์ ละมพี ืน้ ท่วี า่ งพอที่ จะระบายความรอ้ นภายในไดเ้ ป็ นอยา่ งดโี ดยเฉพาะการทาํ งานในหอ้ งทไ่ี ม่ ไดต้ ดิ ตง้ั เคร่ืองปรบั อากาศ ฮารด์ ดสิ ก์ 1 ลกู อาจมอี ณุ หภมู สิ ะสมถึง 70 องศา และถา้ ตอ้ งการตดิ ตงั้ อปุ กรณภ์ ายในเคสมากควรมองหาเคสขนาด ใหญ่หรือท่ีเรียกว่า เคสแบบตงั้ ขนาดใหญ่(Full Siza Tower)
31 Spindle คอื แกนทีใ่ ชย้ ึดแผน่ ดสิ กบ์ นั ทกึ ขอ้ มลู (Platter) ทกุ แผน่ เขา้ ดว้ ยกันและทาํ หนา้ ท่ีควบคมุ ให้ Platter ทกุ ๆแผน่ มีความเร็วเทา่ กัน โดยถกู ควบคมุ จากมอเตอรค์ วบคมุ Platter (Spindle Stepping Motor) อีกตอ่ หนง่ึ Actuator และหวั อ่านเขยี น (Read/Write Heads) เป็ นตวั ควบคมุ การอ่านเขยี น และเขยี นขอ้ มลู บน Platter ซ่ึงจะมแี กนและแขนตอ่ ไปยงั Platter โดยท่ีปลายแขน Actuator จะมีหัวอ่านตดิ อยู่ ทาํ หนา้ ท่ีอ่านและเขียนขอ้ มลู ลงบนแผน่ Platter โดยจะประกบท้งั ดา้ นบนและดา้ นล่างของแตล่ ะแผน่ ดงั นนั้ Platter 1แผ่น จึง ประกอบดว้ ยหัวอ่าน 2หัว การเขียนขอ้ มลู ทําไดโ้ ดยเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กท่ีหัวอ่าน/เขียน เพ่ือใหเ้ ปล่ียนแปลงสนามแมเ่ หล็กบนแผน่ Platter อีกครง้ั หนง่ึ สว่ นการอ่าน ขอ้ มลู จะใชก้ ารเปล่ียนแปลงสนามแมเ่ หล็กท่ีหวั อ่านนเ้ี ชน่ เดียวกันJump และ Cocnector เชอื่ มตอ่ สายสญั ญาณตา่ งๆกรณีตอ่ ฮารด์ ดิสกม์ ากกว่า1ตวั เขา้ กบั เคร่ืองคอมพิวเตอร์ จาํ เป็ นตอ้ งเซต Jumper สาํ หรบั กาํ หนดฮารด์ ดิสกท์ ีจ่ ะ ใชแ้ ตล่ ะตวั ว่าตอ้ งการใหค้ อมพิวเตอรเ์ คร่ืองบตู เครื่องจากฮารด์ ดิสกต์ วั ไหน กอ่ น
32 3.3 ขอ้ ควรพิจารณาในการประกอบเครอื่ งคอมพิวเตอร์ ดว้ ยตนเอง 1. งบประมาณ 2. ความตอ้ งการของตนเอง ว่าตอ้ งการนาํ คอมพวิ เตอรไ์ ปใชง้ านอะไร เชน่ ใชง้ านเกยี่ วกบั มลั ตมิ เี ดยี เชน่ ตดั ตอ่ ภาพ แชตกบั เพอื่ น เลน่ เกม 3. เลือกใชซ้ ีพียูท่ีเหมาะสมกับงาน ซีพียู หรือไมโตรโปรเซสเซอร์เป็ น อปุ กรณ์ที่สําคัญการเลือกซ้ือซีพียทู ี่เหมาะสมจะทาํ ใหเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์ ทาํ งานไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ 4. เลอื กกราฟฟิ กการด์ ทเี่ หมาะสมกบั การใชง้ าน เชน่ เลน่ เกม ดภู าพยนตร์ ชมวิดีโอ ก็เลือกกราฟฟิ กชิปแบบท่ีรวมอย่ใู นซีพียู หรือแบบแยก การเลือก จบั คกู่ ราฟฟิ กการด์ ทีม่ ปี ระสิทธิภาพสงู กบั ซีพยี ธู รรมดา เกิดปัญหากราฟฟิ ก ทาํ งานชา้ การเลือกซีพียขู องอินเทลคอร์ โปรเซสเซอรท์ ่ีมีกราฟฟิ กในตวั จะ ชว่ ยใหเ้ ครื่องสามารถประมวลผลดา้ นกราฟฟิ กและการทาํ งานดา้ นอ่ืนๆ ใหม้ ี ประสิทธภิ าพมากขนึ้ 3.4. ขอ้ ดีและขอ้ เสียของการประกอบเครอ่ื ง ดว้ ยตนเอง ขอ้ ดีของการประกอบเครอ่ื งดว้ ยตนเอง 1. มคี วามภาคภมู ใิ จ 2. สะสมประสบการณด์ า้ นฮารด์ แวร์ สามารถนาํ ความรแู้ ละ ประสบการณไ์ ปประกอบธรุ กจิ รา้ นซ่อมเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ ซึ่งเป็ นอาชพี อิสระ ขอ้ เสียของการประกอบเครอื่ งดว้ ยตนเอง 1. เทคนคิ ประกอบเคร่ืองยงั ไมด่ พี อ เพราะขาดประสบการณ์ อปุ กรณ์ บางตวั ใสไ่ มแ่ นน่ เก็บสายไฟไมเ่ รียบรอ้ ย รกรงุ รงั 2. บอรด์ หลน่ ฮารด์ ดสิ กห์ ลน่ เปล่ยี นไมไ่ ด้ 3. เสียบสายไฟ หรือใสอ่ ปุ กรณผ์ ดิ เกดิ ความเสียหาย เสียคา่ ใชจ้ ่าย
33 บทท่ี 4 การตดิ ตงั้ และการถอดถอนโปรแกรม 4.1. การตรวจคณุ สมบตั ิของเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ 1. อยทู่ ี่ Desktop 2. คลกิ ขวาที่ไอคอน Computer 3. เลอื ก Properties จะปรากฏหนา้ ตา่ ง System ดงั รปู
34 4.จากรปู แสดงใหเ้ ห็นว่า เครื่องคอมพิวเตอรท์ ่ใี ชอ้ ยนู่ ้ี 4.1 ใชร้ ะบบปฏบิ ตั กิ าร Windows 7 Professional 4.2 หนว่ ยประมวลผลกลาง Processor : Intel Pentlum CPU P6300 @2.27 GHz 4.3 แรม (RAM : Random Access Memory) 4.00 GB 4.4 ระบบปฏิบตั กิ าร (System Type) 32-bit Operating Syatem 4.5 ชอื่ คอมพิวเตอร์ Computer Name POJ-PC 4.2 คณุ สมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะติดตั้ง Windows 7 1. CPU ความเร็วขน้ั ตา่ํ 1 GHz ( Gigahertz) (32 bit หรือ 64 bit ) 2. RAM ไมน่ อ้ ยกว่า 1 GB (Gigabyte) 3.มพี ืน้ ท่ีว่างใน Hard Disk ไมน่ อ้ ยกวา่ 16 GB 4. Graphic Card มหี นว่ ยความจาํ ขนั้ ตาํ่ 128 MB และควรสนบั สนนุ Direct X9 5. Drive DVD-R/W (Read/Write) สาํ หรบั การลง Windows 7 ดว้ ยแผน่ DVD 4.3. วิธีทาแผ่น Windows 7 \"System Recovery Disc\" System Recovery Disc คือ การกรู้ ะบบปฏิบตั กิ ารใหก้ ลบั มาใชง้ านได้ เหมอื นเดมิ 1. เปิ ดใชง้ าน Windows 7 ตามปกติ
35 2.ใสแ่ ผน่ DVD ในชอ่ ง DVD Writer 3. คลกิ เมนู Stast พิมพค์ าํ วา่ ‚Backup‛ในชอ่ ง จะปรากฏหนา้ ตา่ ง 4. คลิกหัวขอ้ Backup and Restore จะปรากฏหนา้ ตา่ ง Backup and Restore คือการทาํ สาํ เนาตวั ระบบปฏิบตั กิ ารเก็บไว(้ Backup) และ เกิดปัญหากบั ระบบปฏิบตั สิ ามารถเรียกคืน (Restore)จากไฟลท์ ี่ได้ สาํ รองไว้ ซ่ึงสะดวกและรวดเร็วกวา่ การลงWindows ใหมใ่ หเ้ กิดการ ย่งุ ยากและเสยี เวลา
36 System Repair Disc เป็ นเคร่ืองมอื ของ Windows 7 ท่มี มี า พรอ้ มกบั แผน่ ตดิ ตงั้ สาํ หรบั ใชแ้ กป้ ัญหาระบบWindows 7 โดยเฉพาะอย่าง ยงิ่ ในกรณีทไ่ี มส่ ามารถบตู เขา้ Windows 7 ไดป้ กติ System Repair Disc ประกอบดว้ ย 1) System Repair 2) System Restore 3) System Image Recovery 4) Windows Memory Diagnostic 5) Command Prompt 5.คลิกหวั ขอ้ ‚Create a system repair disc‛ จะปรากฏหนา้ ตา่ ง 6.เลอื ก DVD (Digital Versatile Disk) Drive 7.คลิกป่ ุม ‚Create Disc‛ 8.รอจนกระทงั่ เสร็จสนิ้ 9.ทดสอบโดยการ Restart Windows (ควรกาํ หนด BIOS ให้ สามารถจากแผน่ CD (Compact Disc)/DVD (Digital Versatile Disk) ไดก้ อ่ น)
37 4.4. การติดตง้ั ระบบปฏิบตั ิการ Windows 7 Windows 7 เป็ นระบบปฏิบตั กิ ารที่มหี นา้ ทีด่ แู ลระบบ คอมพิวเตอรใ์ หท้ าํ งานประสานกนั เทา่ นน้ั หากตอ้ งการทาํ งานใดๆ เชน่ พมิ พเ์ อกสาร ฟังเพลง หรือเลน่ เกมส์ ผใู้ ชจ้ ะตอ้ งเรียกใชโ้ ปรแกรมท่ี ตอ้ งการผา่ นทาง Windows 7 1. เมอื่ บตู แผน่ วินโดสเ์ สร็จเรียบรอ้ ยแลว้ จะปรากฏหนา้ ตา่ ง สาํ หรบั เร่ิมตน้ การตดิ ตง้ั Windows 7 จะปรากฏภาพดา้ นลา่ ง ในสว่ นนี้ สามารถกด Next ไดเ้ ลย 2. จะเขา้ สหู่ นา้ ตา่ งทีป่ รากฏตราสญั ลกั ษณห์ รือโลโก้ Windows 7 ใตโ้ ลโกจ้ ะมขี อ้ ความว่า Install Now ใหค้ ลิกป่ ุมInstall Now โลโก้ (Logo) คอื สญั ลกั ษณท์ ่ีแสดงถึงภาพสญั ลกั ษณแ์ ละเคร่ืองหมาย ตา่ งๆ ไดแ้ ก่ สนิ คา้ และบริษทั ผผู้ ลิต
38 3. อ่าน License (สิทธิการดาํ เนนิ การ) ของโปรแกรม แลว้ กดคลิก l accept the license terms แลว้ คลิกป่ ุม Next
39 4.คลกิ เลอื กทีห่ วั ขอ้ Custom (advanced) 5.จะปรากฏไดรฟ์ ตา่ งๆ ของฮารด์ ดสิ ก์ จะเขา้ สกู่ ารฟอรแ์ มต เพือ่ ลบขอ้ มลู ของวินโดวสท์ ง้ิ ไป โดยเลือกที่ Drive option (advanced)
40 6.จะปรากฏเมนDู elete,Format,new และ Extend เพ่ิมขน้ึ มา ให้ คลิกเลือกไดรฟ์ C จากนนั้ คลกิ ท่ไี อคอน 7.ไดรฟ์ ทีเ่ ลือกแลว้ จะปรากฏ Free Space ขน้ึ มาพอๆกบั Total Space แสดงว่าขอ้ มลู ถกู ลบไปเรียบรอ้ ยแลว้ ใหค้ ลกิ ทฮ่ี ารด์ ดิสก์ Partition แลว้ คลิก Next
41 9.เมอ่ื ระบบทาํ การตดิ ตง้ั เสร็จเรียบรอ้ ย จะทาํ การรสี ตาร์ (Restart) เครื่องเอง 1 ครงั้ 10.จะเขา้ สโู่ หมดการเซตค่าตา่ งๆ ของเครื่อง
42 12. จะเขา้ สหู่ นา้ ตา่ งการกาํ หนดรหสั ผา่ น หรือ Password กอ่ น เขา้ สู่ Windows ถา้ ไมต่ อ้ งการกาํ หนดรหสั ผา่ น สามารถกดNext ผา่ นไปได้
43 13. ระบบจะถาม Product Key (รหัสของผลิตภณั ฑ)์ ของตวั วินโดวส์ ผใู้ ชส้ ามารถหา Product Keyไดจ้ ากกลอ่ งของแผน่ Windows 7 ท่ซี ื้อ มา หากยังไม่ตอ้ งการกรอกในขณะน้ี ใหค้ ลิกที่ Automaticay Activate Windows when I’m onlineออก จากนนั้ คลิก Next 14. คลกิ เลอื ก Ask me later
44 15. จะเขา้ สหู่ นา้ ตา่ งการตง้ั เวลา Time zone ใหค้ ลกิ เลือกเขต เวลาของกรงุ เทพฯ คือ (UTC +07.00) Bangkok ฮานอย(Hanoi) จาการต์ า (Jakarta) แลว้ คลิก Next 16. เสร็จส้นิ การลง Windows 7 ระบบจะทาํ การโหลดเขา้ สู่ หนา้ จอวินโดวส์
Search