Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมเล่ม-เอกสารประกอบการเรียน_การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล

รวมเล่ม-เอกสารประกอบการเรียน_การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล

Published by aui811, 2022-03-30 04:25:22

Description: รวมเล่ม-เอกสารประกอบการเรียน_การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล

Search

Read the Text Version

40 ต่อภาคธุรกิจที่จะสามารถม่ันใจได้ว่าหนังสือค้าประกันมีความถูกต้อง แม่นยาและลดต้นทุนใน การจัดเก็บและนาส่งหนังสือค้าประกันไปให้กับคู่ค้าอีกด้วย นอกจากน้ี ยังมีการนาเอาบล็อกเชนเข้า มาใชเ้ พ่ือการโอนเงนิ ระหวา่ งประเทศ ซ่ึงจะทาให้มีต้นทุนที่ต่า และรวดเรว็ มากข้นึ ด้วย ประโยชน์ของเทคโนโลยที างการเงนิ เทคโนโลยีทางการเงิน มีประโยชน์กับบุคคลท่ัวไปในลักษณะการขยายโอกาสการเข้าถึง บริการทางการเงินที่ทาใหค้ นท่ีไม่มีบัญชีธนาคารสามารถใช้จ่าย ทาธุรกรรม รวมถึงสามารถขอสินเช่ือ ลงทุนไดด้ ว้ ยตนเอง เทคโนโลยีทางการเงิน มีประโยชน์กับสถาบันการเงิน คือ การสร้างระบบธนาคารย่อย ๆ แบบ Mobile Banking ลงมาให้อยู่ในโทรศัพท์มือถือ เป็นอีกช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า และเก็บ ขอ้ มลู ธุรกรรมต่าง ๆ ของลกู ค้าได้ง่ายขึน้ เทคโนโลยีทางการเงิน มีประโยชน์กับผู้ให้บริการ E-Commerce ใช้ประโยชน์ได้ทั้งใน รูปแบบของระบบ Payment จากการเช่ือมต่อ API Data และ Banking Technology ทาให้ค้าขาย ในออนไลน์งา่ ยขน้ึ จากการจ่ายเงินผ่านแพลตฟอรม์ ออนไลน์ดงั กลา่ ว เทคโนโลยีทางการเงิน มีประโยชน์ต่อนักลงทุน เอ้ือต่อการลงทุนท้ังในรูปแบบตลาดสกุลเงิน ดจิ ทิ ลั ประกันภยั และการระดมทนุ ซ่งึ ถอื เปน็ โอกาสสาหรบั นกั ลงทุนทีอ่ ยากลองลงทนุ ในรูปแบบใหม่ เทคโนโลยที างการเงิน มปี ระโยชน์ต่อผูป้ ระกอบการ ทาให้สามารถเขา้ ถงึ แหลง่ เงนิ ทุนได้ง่ายขึ้น ผ่านการระดมทุนรวมถึง สามารถจัดการบริหารระบบต่าง ๆ ในองค์กรได้ดีย่ิงข้ึน จากเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ ทีพ่ ฒั นามาเพอ่ื ใชก้ บั องค์กรโดยเฉพาะ ผลกระทบของเทคโนโลยที างการเงินตอ่ ระบบธรุ กิจ เทคโนโลยีทางการเงิน ทาให้คนท่ัวไปมีอานาจจัดการการเงินของตัวเองมากพอ ๆ กับท่ี ธนาคารสามารถทาได้ ประกอบกับมีรูปแบบการให้บริการทางการเงินที่หลากหลายและทันสมัยมากขึ้น นอกจากประโยชน์ท่ีเกิดขึ้นแล้ว ยังส่งผลกระทบให้เกิดการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว (Disruption) กบั ระบบการเงินแบบดัง้ เดิมด้วย โดยกลมุ่ ที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีทางการเงินมีมากมายตัง้ แต่ บุคคลท่วั ไป ผูป้ ระกอบการ ธนาคารและสถาบันการเงนิ ธนาคารหรอื สถาบันการเงนิ การทาธุรกรรมทางการเงิน แต่ก่อนต้องทาธุรกรรมผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงินเท่านั้น และอยภู่ ายใตเ้ งอ่ื นไขและข้อจากัดของธนาคารแห่งประเทศไทย การรับฝากเงนิ การกู้เงนิ เป็นไปตาม เง่ือนไขของธนาคารแห่งประเทศไทย บุคคลธรรมดาบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินได้ ตามเง่ือนไขของธนาคาร เม่ือมีการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน สามารถเปิดกว้างให้บุคคลทั่วไป สามารถเข้าถึงธรุ กรรมทางการเงนิ ได้อย่างง่ายขึ้น มีผลการตอบแทนท่ีเกิดจากการตกลงของทุกฝ่ายอย่าง เปน็ ธรรม ดังน้ัน ธนาคารจึงมีบทบาทลดลงจากการเข้ามาของเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารทุกแห่งต้อง

41 เปลี่ยนรูปแบบการให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น สาขาของธนาคารปิดตัวลง คู่แข่งทางธุรกิจ เพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ให้บริการทางการเงินไม่ได้จากัดเพียงแค่ธนาคารหรือสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ เป็นท้ังบรษิ ทั ตวั แทนเงนิ ทนุ และประชาชนท่ัวไปท่ผี า่ นระบบการระดมทนุ ห้างสรรพสินค้า เม่ือการซื้อขายออนไลน์แบบครบข้ันตอนในแพลตฟอร์มเกิดข้ึนจากความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีทางการเงิน การซ้ือขายสินค้าที่ต้องเดินทางออกไปเพ่ือจับจ่ายใช้สอยจึงมีความจาเป็น ลดลง ดังจะเห็นได้จากภาพรวมมูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยแบบ B2C (Business to Customer) ธุรกิจท่ี ขายสินค้าระหว่างเจ้าของธุรกิจและผู้บริโภครายบุคคล เพ่ิมข้ึนเป็น 4.02 ล้านล้านบาทในปี พ.ศ. 2562 หรือเติบโตข้ึน 6.91%สูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน (สานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), 2563) การซ้ือขายออนไลน์ระหว่างผู้ขายรายย่อยกับลูกค้าโดยตรง จึงเป็นสว่ นหน่งึ ทีอ่ าจทาให้หา้ งสรรพสนิ ค้าได้รับผลกระทบไปด้วย ตวั อย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยที างการเงินในชีวติ ประจาวัน ธนาคารดจิ ทิ ลั ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยไดเ้ พ่มิ บรกิ ารด้านโมบายแบงก์ก้ิง (Mobile Banking) เพื่อให้ สอดคล้องกับการพัฒนาและเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล ท้ังยังอานวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ เพื่อจัดการเก่ียวกับธุรกรรมทางการเงิน เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยาให้บริการแอปพลิเคชัน KMA (Krungsri Mobile App) ธนาคารไทยพาณิชย์ให้บริการแอปพลิเคชนั SCB Easy App ธนาคารกสิกร ไทยให้บริการแอปพลิเคชนั K PLUS ธนาคารทหารไทยใหบ้ ริการแอปพลเิ คชนั TMB Touch ธนาคาร ออมสินให้บริการแอปพลิเคชัน MyMo By GSB Mobile Banking เป็นต้น โดยรูปแบบการให้บริการ หลักจะมีความคล้ายคลึงกันได้แก่ การโอนเงิน ถอนเงิน ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ ดูประวัติการ เคลื่อนไหวของบัญชี จ่ายค่าสาธารณูปโภค บริการด้านการลงทุน และบริการเสริมอ่ืน ๆ เน้ือหาใน เอกสารฉบับน้จี ะยกตวั อย่างแอปพลเิ คชนั ของธนาคารกรงุ เทพและธนาคารกรงุ ไทย ที่มาของคลปิ : Napatsarun Chatchawalanonth ตอน การใชช้ ีวิตในยุคดจิ ิทลั ธรุ กรรมการเงินกบั เทคโนโลยี

42 ธนาคารกรุงเทพได้เปิดให้บริการบัวหลวงไอแบงก์ก้ิง (Bualuang iBanking) มีสโลแกนว่า แอปคใู่ จ ใหช้ วี ติ ง่ายขึน้ จัดการเร่อื งเงนิ ได้ครบ จบในแอปเดยี ว แอปพลเิ คชันมีการปรบั ปรุงล่าสุดในปี (2563) ภายใตค้ วามสะดวกและเป็นกันเอง เพ่ือให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกขน้ึ โดยการให้บริการหลกั ผ่านแอปพิลเคชันของธนาคาร รายละเอียดดงั นี้ 1. บริการดา้ นบัญชี 1.1 เปิดบัญชีออมทรัพย์ ผู้ใช้บริการสามารถเปิดบัญชีออมทรัพย์ผ่านแอปพลิเคชันได้ และเลอื กวิธียืนยันตวั ตนท่ีสะดวกจาก 2 วธิ ี คือ 1) NDID การยืนยนั ตวั ตนผา่ นแอปธนาคารอน่ื เหมาะ สาหรับคนท่ีเคยยืนยันตัวตนมาแล้ว และ 2) Be My ID ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจาตัวประชาชน ท่ี จุดให้บริการ Be My ID ทส่ี าขาธนาคารกรงุ เทพทว่ั ประเทศ 1.2 ตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวบัญชี ผู้ใช้สามารถตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวบัญชี เงินฝาก บตั รเดบิต บตั รเครดิต กองทนุ รวม และพันธบตั รไดท้ นั ที 1.3 เพิ่มบัญชเี งินฝาก เพ่มิ บตั รเครดิต กองทุนรวม พันธบัตร และสนิ เชอื่ บวั หลวง 2. บริการบตั รเครดติ ตรวจสอบยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิต เช็คคะแนนสะสม เปิดการใช้งานบัตรเครดิต ตรวจสอบวงเงินคงเหลอื หรือแจ้งเตอื น (mAlert) เมอ่ื ถงึ วนั ครบกาหนดชาระ 3. บริการโอน/ จา่ ย/ เติม/ ถอน 3.1 บริการโอนเงิน (Transfer) ผู้ใช้บริการสามารถโอนเงินได้จากเมนูลัดหรือหน้าแสดง บญั ชี อีกท้ังยังสามารถคัดลอกเลขทบี่ ัญชีและวางได้อย่างสะดวก เลือกโอนเงินบัญชีตนเอง โอนเงินไป บัญชีผูอ้ นื่ โอนเงนิ พรอ้ มเพย์ หรือโอนเงินเบอรม์ อื ถอื เอ็มแบงก์กิง้ ได้ 3.2 บริการควิกเพย์ (QuickPay) ผใู้ ชบ้ ริการสามารถใช้แอปพลิเคชนั ในการจ่ายคา่ สนิ ค้า และบริการ เพียงแค่เปิดแอปพลิเคชันและสแกนจ่าย ลดข้ันตอนในการทาธุรกรรม โดยไม่ต้องใส่ รหัสผา่ น พรอ้ มกาหนดวงเงนิ ได้สงู สดุ วันละ 5,000 บาท 3.3 บริการจ่ายเงิน ผู้ใช้จ่ายบิลบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ สแกนคิวอาร์โค้ด/บาร์โค้ด คน้ หาผใู้ หบ้ ริการไดง้ ่าย ดว้ ยโลโก้ หรือเลือกค้นหาตามความนยิ ม หมวดหมธู่ ุรกิจ หรือช่อื บริษทั 3.4 บริการเติมเงิน (Top Up) สามารถเติมเงินได้เร็ว โดยเลือกจากเมนูลัด เลือกผู้ ให้บริการ เลือกเติมเงนิ ไดท้ ง้ั เบอรม์ ือถือ e-Wallet บตั รทางดว่ น และผใู้ ห้บริการอ่ืน ๆ 3.5 บริการถอนเงิน (Withdrawal) ผู้ใช้บริการสามารถเลือกใช้บริการถอนเงินสดโดยไม่ ใช้บัตรผ่านเครื่องเอทีเอ็ม เพียงทารายการถอนเงินและสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านโมบายแบงก์กิ้ง ท่ีเครื่อง บวั หลวงเอทีเอ็มทั่วประเทศ 3.6 บริการถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร ผู้ใช้สามารถถอนเงินสดได้ง่าย ๆ เพียงสร้าง รายการถอนเงิน พร้อมสเเกนคิวอาร์ โค้ด/ บาร์โค้ด บนโมบายแบงก์กิ้ง และทารายการกับเจ้าหน้าท่ี แคชเชยี ร์ ที่ 7-Eleven สาขาใกล้คณุ 4. บริการด้านการลงทนุ 4.1 บริการลงทุนในกองทุนรวม ผู้ใช้สามารถซื้อ/ ขาย/ สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนได้ทันที ตดิ ตามผลการลงทุนในกองทุนตา่ ง ๆ

43 4.2 บริการซ้ือพันธบัตรรัฐบาล ส่งคาสั่งซ้ือพันธบัตรรัฐบาลได้ตลอด 24 ช่ัวโมง เลือกซื้อ พนั ธบัตร และเลือกบัญชีทตี่ อ้ งการใชห้ กั เงินได้สะดวก 4.3 บริการซื้อหลักทรัพย์ สร้างโปรไฟล์จองซื้อหลักทรัพย์ และเลือกซ้ือหลักทรัพย์ ประเภทห้นุ ก้/ู หนุ้ สามัญ/ IFF/ REIT ที่อยู่ระหวา่ งเปิดขายไดอ้ ยา่ งสะดวก 5. บริการอ่ืน ๆ 5.1 บริการแรบบิทไลน์เพย์ ผู้ใช้บริการสามารถล็อกอินด้วยบัญชีไลน์ เช็คยอด และเติม เงินแรบบิทไลน์เพย์ ตรวจสอบเท่ียวเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสได้สะดวก แสดงยอดเงินคงเหลือและ เงนิ ทไี่ ด้ชาระในการบรกิ าร ผา่ นแอปพลิเคชนั LINE สามารถนาไปชาระคา่ บรกิ ารแทนเงินสด 5.2 บริการเวสเทิร์นยูเน่ียน ผู้ใช้บริการสามารถสมัครใช้บริการ และรับเงินโอนจาก ตา่ งประเทศเขา้ บญั ชไี ด้ 5.3 บริจาคเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ใช้บริการสามารถบริจาคเงินให้กับวัด โรงพยาบาล สถานศกึ ษา และองคก์ รการกุศลอืน่ ๆ ทั่วไทย สามารถนาไปลดหยอ่ นภาษีได้ 5.4 บริการเตือนเพ่ือจ่าย (PayAlert) ผ้ใู ชส้ ามารถเปิดใช้บริการ เพ่ือส่ง-รับข้อความแจ้ง เตือนผา่ นพรอ้ มเพย์ ชว่ ยให้ไมพ่ ลาดการโอนจ่ายเงินให้กัน 5.5 บริการแจ้งเตือน (mAlert) แจ้งความเคลื่อนไหวของบัญชี แจ้งเตือนการชาระเงิน และแจง้ เตือนดา้ นความปลอดภัยในการใชง้ าน ผ่านแอป ข้อความ SMS และอเี มล 6. สมคั รบริการ 6.1 บริการพร้อมเพย์ สมัครใช้พร้อมเพย์รับเงินเข้าบัญชีได้สะดวก โดยใช้เลขประจาตัว ประชาชน / หรือหมายเลขโทรศพั ทท์ ผี่ กู กบั เลขท่บี ัญชีธนาคารทตี่ ้องการรับเงนิ โอน 6.2 บริการเบอร์มือถือเอ็มแบงก์ก้ิง โอนและรับเงินระหว่างผู้ใช้บัวหลวงเอ็มแบงก์กิ้ง โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ สมัครใชบ้ ริการและเลือกบัญชีท่ตี อ้ งการรับเงนิ โอน 7. การตัง้ ค่า แอปพลิเคชันสามารถจัดการรายการทีใ่ ช้บ่อย เพ่ิมลด ปรับแต่งได้ สามารถเปล่ียนรหสั ผา่ น ได้ เปล่ียนแปลงวงเงินโอนและจ่ายเงินต่อวันได้ รวมถึงต้ังค่าการใช้งานด้วยการสแกนลายน้ิวมือ/ ใบหน้า หรือบนั ทกึ สลปิ อตั โนมตั ไิ ด้ รวมถงึ จดั การและลบอปุ กรณท์ ่ีเคยใชบ้ ริการติดตง้ั แอปพลเิ คชันได้ ธนาคารกรุงไทยได้เปิดให้บริการ Krungthai NEXT ให้ผู้ใช้ทารายการธุรกรรมทางการเงิน ดว้ ยตนเอง ได้ทุกที่ ทุกเวลา ใช้งานง่าย ท้ังเรียกดูบัญชี โอนเงนิ ชาระเงิน และบริการทางการเงินอื่น เสมือนทาธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคารด้วยตนเองตลอด 24 ช่ัวโมง แอป Krungthai NEXT ได้ถูก ออกแบบให้มีความปลอดภัย พร้อมท้ังนาเทคโนโลยีมาช่วยให้การทาธุรกรรมทางธนาคารใช้งานง่าย และ สะดวกมากข้ึน เช่น การลงทะเบียนเข้าใช้งาน Krungthai NEXT โดยการยืนยันตัวตนด้วย ใบหน้า ไม่จาเป็นต้องใช้ Username/Password ค้นหาหน่วยงานท่ีต้องการชาระค่าสินค้าง่ายข้ึน พร้อมทั้งนาเทคโนโลยี AI มาช่วยตอบโจทย์ Lifestyle ของผู้ใช้มากขึ้น โดยการให้บริการหลักผ่าน แอปพลเิ คชนั ของธนาคาร รายละเอียดดังน้ี

44 1. บริการเปิดบัญชีออนไลน์ ผู้ใช้สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ บัญชี NEXT Saving ได้บน Application Krungthai NEXT โดยการกรอกข้อมูลส่วนตัวพร้อมข้อมูลตามบัตรประชาชน และ ยืนยันตัวตนดว้ ยการสแกนใบหนา้ 2. บริการโอนเงิน ผู้ใช้สามารถโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน โดยการลงทะเบียนเข้าใช้งานโดย การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า ไม่ต้องกังวลเรื่อง Username และ Password และสามารถต้ังค่าการ โอนเงิน เติมเงิน จ่ายเงินล่วงหน้าได้สูงสุด 24 เดือน และสามารถปรับเปลี่ยนเมนูลัด รายการโปรด และรูปโปรไฟล์ ตามความพอใจได้ 3. บรกิ ารถอนเงนิ ไม่ใชบ้ ัตร ผู้ใชส้ ามารถทารายการถอนเงินผ่านแอป Krungthai NEXT เพอื่ สร้างรหัสถอนเงิน (Withdrawal Code) แล้วนาไปถอนเงินจากเครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทยได้ โดยไมต่ อ้ งใช้บัตร 4. บริการจ่าย ผู้ใช้สามารถจ่ายบิล ค่าสาธารณูปโภคและอ่ืน ๆ เติมเงิน จ่ายค่าบัตรเครดิต โดยการค้นหาผู้ให้บริการได้ง่าย ด้วยโลโก้ หรือเลือกค้นหาตามความนิยม หมวดหมู่ธุรกิจ หรือชื่อ บรษิ ัทไดส้ ะดวก 5. บรกิ ารบตั รเครดิต แอปพลิเคชันสามารถเช่ือมโยงขอ้ มลู บัตรเครดติ กรงุ ไทย KTC เขา้ มายงั แอปพลิเคชันเพื่อตรวจสอบยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิต เช็คคะแนนสะสม เปิดการใช้งานบัตรเครดิต ตรวจสอบวงเงนิ คงเหลือ 6. บริการกองทุน ผู้ใช้สามารถเปิดบัญชีกองทุน เปิดหน่วยลงทุน ซื้อกองทุน ขายกองทุน สบั เปล่ียนกองทนุ ยกเลกิ ธรุ กรรม พร้อมซอื้ SSF RMF เพ่อื ลดหยอ่ นภาษไี ดท้ นั ที 7. บริการอื่น ผู้ใช้สามารถรับดอกเบี้ยสูงตามเงื่อนไขของธนาคาร เมื่อเปิดบัญชีเงินฝากออม ทรัพยอ์ อนไลน์ และซอ้ื ประกนั และตรวจสอบกรมธรรม์ผา่ นแอปพลิเคชนั ได้ทกุ ทท่ี ุกเวลา การจ่ายเงิน แอปพลิเคชัน เป๋าตัง เป็น e-Wallet เป็นแอปพลิเคชันท่ีรัฐบาลใช้สาหรับร่วมกิจกรรม โครงการช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น โครงการชิม ช้อป ใช้ โครงการเราเท่ียวด้วยกัน โครงการคนละคร่ึง โครงการเราชนะ เปน็ ต้น ซง่ึ ถอื เป็นจุดเดน่ ของแอปพลเิ คชนั นี้ นอกจากน้ีบรกิ ารที่ธรุ กรรมทางการเงนิ เช่น โอนเงิน เติมเงินมือถือ ชาระค่าน้าค่าไฟ ชาระสินค้าไปรณีย์ไทย เป็นต้น โดยผู้ใช้สามารถดาวน์ โหลดและติดตั้งใช้งานได้ทันทีเพียงมี รหัสผู้ใช้งานหรือลงทะเบียนใช้งานแอปพิลเคชัน Krungthai NEXT หมายเลขบัตรเอทีเอ็ม/เดบิตกรุงไทย หรือ บัตรประจาตัวประชาชน ก็สามารถลงทะเบียนใช้ งานเป๋าตังได้ รวมถึงสามารถใชส้ ิทธติ ามมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่าน G-Wallet และลงทุนใน พนั ธบัตรหน่วยละบาทกับวอลเล็ต สบม. (สะสมบอนดม์ ั่งค่ัง) ลูกค้า กยศ. สามารถดูยอดหน้ีและยอด ชาระได้ ชาระค่าสินค้าและบริการกับร้านที่ร่วมรายการได้ เมื่อผู้ใช้บริการดาเนินการตามข้อกาหนด ของแอปพิลเคชนั เรียบร้อย ลงชอื่ เข้าใช้งาน ความสามารถของแอปพลเิ คชันเป๋าตงั มรี ายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. ใชจ้ า่ ย G-Wallet ตามสิทธิโครงการท่ีรา้ นค้าถงุ เงนิ ทัว่ ประเทศ (ตามเงอื่ นไขของโครงการ) - สแกน QR Code เพือ่ ชาระเงินจาก G-Wallet เพอ่ื ใชจ้ า่ ยตามสิทธิโครงการ - สรา้ ง QR Code เพื่อเติมเงินเข้า G-Wallet เพอื่ ใช้จ่ายตามสทิ ธโิ ครงการ และโอน เตมิ จา่ ย

45 - ใชเ้ งนิ จาก G-Wallet ทารายการ โอนเงิน เติมเงนิ จ่ายบิล โอนเงินพรอ้ มเพย์ และสแกน QR - ผกู บัตรเครดติ บน G-Wallet ตามสิทธโิ ครงการ เพอื่ ใชจ้ า่ ยทีร่ ้านค้าถุงเงนิ ที่ร่วมโครงการ 2. วอลเล็ต สบม. เพ่ือลงทุนในพนั ธบตั รหน่วยละบาท - สมัครบริการวอลเล็ต สบม. เพ่ือลงทุนในพันธบัตรหน่วยละบาท รองรับผู้ใช้งานตั้งแต่ 15 ปีบริบรู ณ์ข้นึ ไป - สามารถซ้อื พนั ธบัตรหนว่ ยละ 1 บาท ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตงั ได้ - เปล่ยี นแปลงขอ้ มูลผ้ลู งทนุ 3. บริการกระเปา๋ สุขภาพ Health Wallet - ตรวจสอบขอ้ มูลสทิ ธแิ ละเงอ่ื นไขการใชบ้ รกิ ารด้านหลักประกันสุขภาพของตนเอง - รองรบั การนดั หมายเพือ่ เข้ารับบรกิ ารลว่ งหน้ากบั หน่วยบริการ - รองรบั การคน้ หาหนว่ ยบรกิ ารทอ่ี ยใู่ กลค้ ุณ - ดขู ้อมลู ประวตั กิ ารใช้สทิ ธปิ ระโยชน์ - บริการแจง้ เตอื นนัดหมายหรือเปลีย่ นแปลงลว่ งหน้า 4. ฟีเจอรส์ าหรบั ลกู คา้ ธนาคารกรุงไทย - โอนเงิน ใช้งานง่าย จบได้ไม่กี่ขั้นตอน พร้อมระบบความปลอดภัยระดับสูงท่ีทาให้คุณ ม่ันใจในทกุ ครงั้ ท่โี อน - เติมเงิน เติมได้ง่าย ทุกค่ายมือถือ พร้อมบริการสาหรับตัวแทนเติมเงินมือถือ True และ Dtac รวมถงึ ค่าทางดว่ น Easy Pass หรอื M-Pass - จา่ ยบลิ ได้ครอบคลุมทุกค่าใช้จา่ ย ไม่ว่าจะเป็นสาธารณปู โภคตา่ ง ๆ เช่น ค่านา้ ค่าไฟฟ้า (การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต รวมไปถึงบิลภาครัฐต่าง ๆ เชน่ เงินกู้ กยศ. คา่ ปรับจราจร - กรุงไทย เติมบุญ (e-Donation) สแกนบริจาคผ่านแอป รับใบอนุโมทนาทางอีเมลได้ ทันที พรอ้ มสง่ ขอ้ มลู เพื่อใชล้ ดหยอ่ นภาษี - รองรบั การสแกน QR Code เพอื่ โอนเงินหรือชาระเงนิ ตามมาตรฐานธนาคารแหง่ ประเทศไทย - รองรับการสร้าง QR Code เพ่ือรบั เงนิ ตามมาตรฐานธนาคารแห่งประเทศไทย - รองรบั การสรา้ งสลปิ ที่มี QR Code สาหรับตรวจสอบรายการ และสแกนตรวจสอบสลิป ทม่ี ี QR Code สาหรบั ตรวจสอบรายการ - บันทกึ สลปิ รายการลงโทรศัพทม์ ือถือโดยอัตโนมัติ และแชรไ์ ปผ่านทาง Social Network ได้ - ควบคุม ทุกยอดใช้จ่ายด้วยการกาหนดวงเงินสูงสุดต่อวัน พร้อมตรวจสอบยอดธุรกรรม ย้อนหลงั ไดถ้ ึง 3 เดือน - รองรบั บริการพิเศษ สาหรบั ลูกคา้ กยศ. ในการดขู ้อมลู และชาระเงนิ - รองรับการสมัครแจ้งเตือนเงินเข้า-ออกผ่านไลน์ ด้วยการเช่ือมโยงกับบัญชี Line Official ชื่อ Krungthai Connect ท่ีรายงานสถานการณท์ ารายการทางการเงนิ

46 แอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet แอปพลิเคชัน TrueMoney เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล (e-Wallet) จากบริษัท True Corporation ประเภท Non-Bank โดยผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดและติดต้ังใช้งานได้ทันที โดยไม่จากัดเครือข่ายของ โทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชัน TrueMoney สามารถใช้บริการกับร้านค้าจานวนมาก เช่น ร้าน 7-11 ร้านอาหาร ชาระค่าโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ค่าน้า ค่าไฟ เบี้ยประกัน ชาระค่าบัตรเครดิต เติมเงินเกม ซือ้ ตวั๋ ภาพยนตรใ์ นเครือ Major สวนดสุ ติ Homebakery เปน็ ต้น โดยการใชบ้ ริการแอปพลิเคชันต้อง ทาการเติมเงิน การเติมเงินสามารถทาได้หลายช่องทาง เช่น บัตรเติมเงิน โอนผ่านตู้ ATM ตู้ทรูมันน่ี และการผกู บญั ชธี นาคาร เปน็ ตน้ ความสามารถของแอปพลเิ คชัน TrueMoney มรี ายละเอยี ดดังต่อไปน้ี 1. การเตมิ เงนิ (Add Money) สามารถเติมเงินเข้า TrueMoney ผ่าน บญั ชีธนาคารท่ีผกู ไว้ กับ True Money หรอื เตมิ เงนิ ผ่าน Counter บริการของ 7-11 ผา่ นตู้บุญเตมิ 2. การชาระค่าสนิ ค้าและบรกิ ารดว้ ยการ Scan QR code ของร้านคา้ หรือแสดง QR Code เพ่อื ใหร้ า้ นค้าใชเ้ ครื่องอ่านเพื่อตัดเงนิ ใน True Money การลงทุน แอปพลิเคชัน Settrade เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จากัด เพื่อเป็นเคร่ืองมือรองรับการลงทุนสาหรับผู้ที่มีความสนใจในการลงทุน สามารถติดตาม ข้อมูลการซ้ือ ขายหลักทรัพย์ อนุพันธ์ กองทุน ข่าวสารการลงทุนหรือบทความที่น่าสนใจ รวมถึงผู้ใช้งานสามารถ เลือกใช้เคร่อื งมือตา่ ง ๆ เพ่ือใหส้ ามารถใช้ศึกษา วิเคราะห์ และเตรยี มความพร้อมสาหรับการลงทุนได้ โดยมกี ารจาลองพอร์ตการลงทุนให้ทดลองใชง้ าน (SalaryInvestment, 2561) ความสามารถของแอปพลิเคชนั Settrade มีรายละเอียดดงั ตอ่ ไปนี้ – เมนู Market ติดตามข้อมูลภาพรวมการซื้อขายหลักทรัพย์และอนุพันธ์ ข้อมูลการ จัดลาดับของหลักทรัพย์ อนุพันธ์และกองทุน รวมถึงบันทึกหลักทรัพย์ อนุพนั ธ์และกองทุนในรายการ Favorite – เมนู Quote เรียกดูข้อมูลการซ้ือขายและข้อมูลสถิติต่าง ๆ ของหลักทรัพย์ อนุพันธ์และ กองทุน แบบรายตัว – เมนู Backtesting ตรวจสอบผลตอบแทนบนหลักทรัพย์หรือกองทุนท่ีสนใจ จากการ จาลองลงทุนแบบ DCA (ลงทนุ แบบถัวเฉลย่ี ต้นทุน) โดยใชข้ ้อมลู ย้อนหลงั – เมนู Simulation ทดลองใช้เคร่ืองมือต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสาหรับการลงทุน ประกอบดว้ ย Virtual Portfolio พอรต์ การลงทนุ จาลอง และ Click2Win โปรแกรมทดลองสง่ คาส่ัง ซ้ือขายด้วยข้อมลู ราคาตลาดจรงิ – เมนู More อา่ นข่าวสารการลงทนุ บทวิเคราะห์ และบทความทนี่ า่ สนใจ พร้อมทง้ั สามารถ link เชอ่ื มโยง ไปยงั Websites ทีเ่ กีย่ วข้อง และ SET Social Media – เมนู Notification รับการแจ้งเตือนข่าวประกาศจากตลาดหลักทรัพย์ และข่าวประกาศ จากบริษัทจดทะเบียนท่อี ยใู่ นรายการ Favorite

47 แอปพลิเคชัน Streaming แอปพลิเคชัน Streaming ให้บริการสาหรับการลงทุนซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์แบบ Multi- Market ไดง้ า่ ย รวดเรว็ และปลอดภัยทีอ่ อกแบบและพัฒนาข้ึนโดยบริษทั เซท็ เทรด ดอท คอม จากัด มีท้ังระบบซื้อขายผ่านทางอินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และแท็บเล็ตในทุก ระบบปฏิบัติการ โดยในแอปพลิเคชันมีให้บริการข้อมูลการลงทุนแบบเรียลไทม์ เพ่ือเกาะติดภาวะ ตลาดหลักทรัพย์และดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อขายได้ทันทีด้วย Smart Shortcut ที่ออกแบบ ใหใ้ ชง้ านได้ง่ายและรวดเร็ว โดยมีรายละเอยี ดของฟงั กช์ นั ตา่ ง ๆ ดังน้ี - เมนู Realtime จะแสดงขอ้ มูลตลาดและราคาหนุ้ และอนพุ ันธ์แบบเรียลไทม์ - เมนู Buy/Sell สาหรบั สง่ คาส่งั ซื้อขายหุ้นและอนพุ นั ธ์ - เมนู Portfolio แสดงพอรตก์ ารลงทุนและสถานะคาสงั่ - เมนู My Menu เป็นคาสงั่ เพ่มิ เตมิ เช่น หนา้ จอกราฟยอ้ นหลัง ข่าวเรยี ลไทมจ์ ากตลาดหุ้น การแจ้งเตือน (ฟังกช์ นั แตกต่างกนั ตามโบรกเกอร)์ และตง้ั คา่ การใช้งานโปรแกรม เปน็ ต้น นอกจากเมนูการซื้อขายแล้ว แอปพลิเคชัน Streaming ยังมีหน้าจอวิเคราะห์กราฟเทคนิคที่ สามารถเรียกดูข้อมูลได้ทั้งหุ้นและอนุพันธ์ รวมถึงดัชนีหลักทรัพย์ต่าง ๆ มี Indicators พร้อมให้ เลือกใช้กว่า 50 ชนิด และสามารถส่งคาสั่งซื้อขายพร้อมดูกราฟทางเทคนิค เพื่อการวิเคราะห์ได้ใน หนา้ จอเดียว แอปพลเิ คชนั IQ Option แอปพลิเคชนั IQ Option เปน็ แอปพลิเคชนั สาหรับการเทรดฟอเร็กซ์ เงนิ ดจิ ิทัล ออปชนั ดจิ ิทัล และไบนารี ของโบรกเกอร์ CFD จากโซนยุโรป ที่มีการพฒั นาแอปพลิเคชนั สาหรับระบบปฏิบัติการที่ หลากหลายได้แก่ ระบบ Windows ระบบ Mac OS ระบบ Android และระบบ iOS และเป็นโบรกเกอร์ ท่ีได้รับการรับรองจากองค์กร Cysec (Cyprus Securities and Exchange Commission) ซึ่งเป็น องคก์ รที่ตรวจสอบโบรกเกอรแ์ หง่ สหพันธย์ ุโรป มคี วามนา่ เชื่อถืออยูค่ ่อนขา้ งมาก ผู้ใช้งานสามารถฝากถอนเงินผ่านการโอนเงินหรือผ่านบัตรเครดิตแล้วเลือกลงทุนเทรดได้ใน สินทรัพย์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นน้ามัน เงิน ทองคา ค่าเงิน เงินดิจิทัล โดยสามารถเทรดได้ตลอดเวลา เน่ืองจากเป็นอัตราแลกเปล่ียนของแต่ละสกุลเงิน และการเปิดทาการของตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละ ประเทศมีช่วงเวลาท่ีคาบเกี่ยวกันอยู่ โดยที่ตลาดลอนดอนทับซ้อนกับท้ังตลาดเอเชีย (โตเกียว) และ ตลาดอเมริกา (นิวยอร์ก) ส่วนตลาดซิดนีย์ก็เปิดเมื่อตลาดนิวยอร์กปิด ดังน้ันเวลาที่เลือกเทรดท่ีจะ แลกเปลย่ี นกับ ค่สู กลุ เงิน จะมีบทบาทตอ่ ความสาเรจ็ เชน่ กัน ผู้ใช้งานท่ีต้องการเรียนรู้เก่ียวกับการเทรดค่าเงิน หรือสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin สกุล Ethereum หรือ Ripple ก็สามารถเร่ิมเทรดด้วยบัญชีทดลองไม่ว่าจะฝากเงินไปแล้วหรือว่ายังไม่ได้ ฝากเงิน โดยทส่ี ามารถสลับระหว่างบัญชที ดลองและบญั ชจี รงิ ไดต้ ลอดเวลา อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับเกี่ยวกับการเทรด forex และ binary options ดงั น้นั การเลอื กโบรกเกอรท์ ี่นา่ เชื่อถอื จึงเป็นสิ่งสาคญั ท่คี วรคานึงใหม้ าก

48 สรปุ การดารงชีวิตในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการเงินเข้ามามีบทบาทมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยี ระบบธนาคาร เทคโนโลยีการจ่ายเงิน เทคโนโลยีระบบประกันภัย และเทคโนโลยีด้านการลงทุน ซึ่งเทคโนโลยีทางการเงินเป็นเทคโนโลยีท่ีมีแนวโน้มการใช้งานอย่างกว้างขวางมากข้ึน ดังนั้น การมี ทักษะการใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ จึงมีความสาคัญ จาเป็นต้องเรียนรู้ทา ความเข้าใจเทคโนโลยีดิจิทัลท่ีนามาพัฒนาในเทคโนโลยีทางการเงิน เพ่ือรู้เท่าทันเทคโนโลยี และ สามารถนามาใช้ประโยชนแ์ ละพจิ ารณาถงึ ผลกระทบทจ่ี ะเกิดขนึ้ ในอนาคต เทคโนโลยีทางการเงินช่วยให้ชีวิตมีความสะดวกสบายมากขึ้น จากวิกฤต Covid-19 ตั้งแต่ ต้นปี พ.ศ. 2563 ภาครัฐมีมาตรการท่ีหลากหลายรูปแบบเพ่ือลดการแพร่กระจายของเชื้อทาให้ผู้คน ไม่สามารถออกไปนอกเคหสถาน วิถีชีวิตเปลี่ยนไป ผู้คนหันมาสั่งสินค้าออนไลน์ ขายสินค้าออนไลน์ มากขึ้น การปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างฉับพลันของทั้งผู้ให้บริการทางการเงิน ที่หันมาพัฒนาและ ปรับปรุงรูปแบบการให้บริการทางการเงินเพื่อรองรับกับคนทุกกลุ่ม และผู้รับบริการทางการเงินท่ี หันมาแสวงหาความรู้ พัฒนาศักยภาพความสามารถในการทาธุรกรรมทางการเงินและการเรียนรู้ การปรับพฤติกรรมทางการเงินจากภาครัฐเพื่อความอยู่รอด จากตัวอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นยังมี การให้บริการทางการเงินอีกหลายรูปแบบที่ถูกพัฒนาขึ้นให้ใช้งาน อย่างไรก็ตามในฐานะผู้ใช้งาน หรือผู้รับบริการควรศึกษาและทาความเข้าใจกับรูปแบบการทาธุรกรรมและวิธีการรักษาความ ปลอดภัยของแอปพลิเคชันและไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่สามารถหลอกลวงได้หลากหลาย รูปแบบ การต้ังสติ การใช้งานแอปพลิเคชันอย่างรัดกุม ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่ารหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน ให้เป็นความลับส่วนบุคล การตรวจสอบยอดเงินทุกครั้งที่มีการใช้งาน เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยี ทางการเงินได้อย่างมั่นใจในความปลอดภัย คาถามทา้ ยบท 1. จงสรปุ แนวคิดธนาคารดจิ ิทัลมาพอสงั เขป พร้อมยกตัวอย่างการประยุกตใ์ ช้ 2. จงสรุปแนวคดิ การจา่ ยเงินมาพอสงั เขป พร้อมยกตัวอย่างการประยกุ ตใ์ ช้ 3. จงสรปุ แนวคิดประกันภัยมาพอสังเขป พรอ้ มยกตวั อยา่ งการประยกุ ตใ์ ช้ 4. จงสรุปแนวคดิ การลงทนุ มาพอสังเขป พรอ้ มยกตวั อย่างการประยกุ ตใ์ ช้ 5. ใหน้ กั ศึกษายกตวั อย่างการเปลี่ยนพฤตกิ รรมการจ่ายเงินในชีวิตประจาวนั มา 1 ตัวอยา่ ง 6. ใหน้ ักศึกษาบอกประโยชน์ของเทคโนโลยีทางการเงนิ ท่นี ักศึกษาไดร้ บั มาพอสังเขป 7. ให้นกั ศึกษาบอกผลกระทบทนี่ กั ศึกษาได้รับจากการพฒั นาของเทคโนโลยีทางการเงิน

เอกสารอ้างอิง ธนาคารกรุงเทพ. (2564). โมบายแบงกก์ ง้ิ จากธนาคารกรุงเทพ. สืบคน้ เมอ่ื 9 มีนาคม 2564, เข้าถงึ ได้ จาก https://krungthai.com/th/content/personal/krungthai-next ธนาคารกรุงไทย. (2564). Krungthai NEXT. สืบค้นเม่ือ 9 มีนาคม 2564, เข้าถึงได้จาก https://krungthai.com/th/content/personal/krungthai-next. ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2564). กา้ วทันระบบการชาระเงนิ ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส.์ สบื คน้ เมือ่ 1 มีนาคม 2564, เข้าถงึ ได้จาก https://www.bot.or.th/Thai/Segmentation/Student/setthatat/ Doclib_presenttraining2013/กา้ วทนั ระบบการชาระเงินอิเลก็ ทรอนิกส.์ pdf ------- . (2562). ภาพรวม Fintech กับระบบการเงินของไทย. สืบค้นเม่ือวันท่ี 14 มีนาคม 2564, จาก https://www.bot.or.th/Thai/BOTMagazine/Pages/256203 CoverStory.aspx บริษัท G-ABLE. (2563). FinTech ความทา้ ทายโลกบรกิ ารทางการเงนิ ยุคใหม่. สบื ค้นเมื่อ 1 มนี าคม 2564, เข้าถงึ ได้จาก https://www.g-able.com/digital-review/fintech บริษัท เพียร์ พาวเวอร์ แพลตฟอร์ม จากัด. (2562). ฟินเทค (Fintech) เทคโนโลยีทางการเงิน. สืบค้น เม่ือวันที่ 14 มีนาคม 2564, จาก https://www.peerpower.co.th/blog/investor/invest/ fintech-technology/ บริษัท ฟินโนมีนา จากัด. (2560). Fintech คืออะไร. สืบค้นเมื่อวันท่ี 14 มีนาคม 2564, จาก https://www.finnomena.com/fundtalk/what-is-fintech/ วชั รากร รว่ มรกั ษ.์ (2559). Fintech กับบทบาทสถาบันการเงนิ ในยุค digital. สบื คน้ เมอื่ 1 มีนาคม 2564, เขา้ ถงึ ไดจ้ าก https://www.gsbresearch.or.th/wp-content/uploads/2016/07/ 3IN_hotissue_fintech_detail.pdf SalaryInvestment. (2561). รวมสุดยอด 10 แอปหนุ้ ผชู้ ่วยนกั ลงทนุ …ของมันต้องมี!. สบื คน้ เมื่อ 1 มนี าคม 2564, เข้าถึงไดจ้ าก https://salaryinvestor.com/trend/10-invest-app/

บทท่ี 4 ความรับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสงั คมในโลกออนไลน์ การเขา้ ใจความรบั ผิดชอบตอ่ การกระทาของตนเองในสงั คม และสงั คม ออนไลน์ 1. เข้าใจสิทธิ เสรีภาพ และความรับผิดชอบ โดยหลักแล้ว สิทธิและเสรีภาพในการใช้สื่อออนไลน์ของคนเราจะไม่แตกต่างกับสิทธิและ เสรีภาพในการใช้ส่ืออื่น ๆ เพราะถือว่าเป็นเสรีภาพในการแสดงออกผ่านสื่อ ในปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนษุ ยชนได้มีการรบั รองเสรีภาพในลักษณะนไี้ วใ้ นขอ้ 19 ว่า “.. Article 19 Everyone has the right to freedom of opinion and expression; this right includes freedom to hold opinions without interference and to seek, receive and impart information and ideas through any media and regardless of frontiers. ..” (United Nation, 1948) ซ่ึงหมายถึง “ทุกคนมีสิทธิท่ีจะมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก สิทธินี้ รวมถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง และในการแสวงหา รับ และให้ ข้อมูลและความคิดผ่านส่ือใดๆ และโดยไม่คานึงถึงพรมแดน” ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ก็มีการรับรองการกระทาประเภทนี้เชน่ กัน ในมาตรา 34 วรรคแรก ว่า “บคุ คลย่อมมเี สรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการส่ือความหมายโดยวิธีอื่น การจากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอานาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายท่ีตรา ขึ้นเฉพาะเพ่ือรักษาความมั่นคงของรัฐ เพ่ือคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความ สงบเรียบรอ้ ยหรือศีลธรรมอนั ดขี องประชาชน หรือเพอ่ื ปอ้ งกันสุขภาพของประชาชน” ดังนั้นการกระทา เช่นนจี้ ึงถอื เปน็ สทิ ธมิ นษุ ยชนขน้ั พื้นฐานเชน่ กัน แต่ในความเป็นจริง เม่ือมีเสรีภาพเกิดขึ้น เป็นท่ีแน่นอนว่าเขตแดนของเสรีภาพแต่ละบุคคล ย่อมจะชนและทับซ้อนกัน ในบางกรณีกลายเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะ อย่างยิง่ ในโลกเครอื ขา่ ยสังคมออนไลน์ทด่ี เู หมอื นวา่ เขตแดนของเสรภี าพในการแสดงความคิดเหน็ จะมี มากจนบางครั้งอาจมีมากเกินไปด้วยซ้า ความจาเป็นในการท่ีต้องกากับ ดูแล และตรวจสอบการใช้งาน รวมถงึ มาตรฐานจรรยาบรรณจึงเปน็ ส่งิ จาเป็นในสังคมออนไลน์ปจั จุบัน ในเร่ืองเกี่ยวกับการเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวน้ัน จริง ๆ แล้วเป็นเร่ืองสิทธิข้ันพื้นฐาน ของคนท่ีได้รับการคุ้มครองตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2540 ซึ่งคนในสังคมสว่ นมากอาจละเลยและ ไม่ใส่ใจถึงความสาคัญของจุดนี้ ปัจจุบันรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2560 ในมาตรา 32 มีระบุเกี่ยวกับ เรื่องนี้ไว้ชัดเจนว่า “บุคคลย่อมมีสิทธใิ นความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ช่อื เสียง และครอบครัว การกระทา อันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลตามวรรคหน่ึง หรือการนาข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้

52 ประโยชน์ไม่ว่าในทางใดๆ จะกระทามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายท่ีตราข้ึน เพียงเท่าท่ีจาเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ” ซ่ึงหากคนในสังคมให้ความสาคัญและปฏิบัติตามแล้วนั้น ปัญหาของสังคมออนไลน์อาจมนี ้อยลงกเ็ ปน็ ไป แต่ปัจจุบัน เม่ือคนละเลยถึงการเคารพในสิทธิข้ันพ้ืนฐานของคนด้วยกัน รัฐจึงมี ความจาเป็นต้องจัดทากฎหมายเกี่ยวกับเร่ืองน้ีโดยเฉพาะ “พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550” จึงเกิดขึ้นมาเพือ่ กาหนดมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทา ท่ีใช้ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สังคมและความ ม่ันคงของรัฐ รวมท้ังความสงบสุขและศลี ธรรมอนั ดีของประชาชน (ธรี พฒั น์ อังศุชวาล, 2554) และได้ มีการปรับปรุงเพอื่ ให้เท่าทันตอ่ ความเปลย่ี นแปลงของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่รวดเร็ว เป็นฉบับ ท่ี 2 ในปี พ.ศ.2560 2. เข้าใจสิทธิและเสรีภาพในความเป็นส่วนตัว (Privacy) พ้ืนท่ีสาธารณะ (Public) พื้นทีส่ ่วนตวั (Private) ประชาชนในแตล่ ะพื้นที่ของโลกใบนี้ มีความเป็นพลโลก และพลเมืองของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะยุคสมัยท่ีมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นส่วนสาคัญในการดาเนินชีวิตเช่นน้ีแล้ว จึงเกิดศัพท์คาใหม่เรียกว่า พลเมืองดิจิทัล อย่างไรก็ดี แต่ละพ้ืนที่พลเมืองท่ีดี คือพลเมืองที่มี ความเขา้ ใจในสิทธิและความรับผิดชอบ ซ่ึงเปน็ องค์ประกอบสาคัญต่อการสรา้ งสังคมประชาธิปไตยท่ีดี พลเมืองดิจิทัลเองก็ต้องตระหนักถึงสิทธิและความรับผิดชอบของตนเช่นเดียวกัน เพียงแต่สิทธิและ ความรบั ผดิ ชอบในยคุ ดิจทิ ัลไดถ้ กู ตีความและต่อยอดใหส้ มั พนั ธก์ ับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทั้งน้ี สิทธิ หมายถึง เสรีภาพข้ันพ้ืนฐานท่ีรัฐบาลมีพันธะหน้าที่ต้องปกป้องและส่งเสริม สิทธิบางอย่างถูกบญั ญัติไวใ้ นกฎหมายระดับประเทศ ขณะท่ีสิทธิบางประการถูกรับรองไว้ในปฏิญญา สากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซ่ึงตั้งอยู่บนหลักการเร่ืองอิสรภาพ ความเท่าเทียม และความเสมอภาค เช่น เสรีภาพในการแสดงความเห็น เสรีภาพในการรวมกลุ่มและการสมาคม เสรีภาพส่ือ เสรีภาพใน การนับถือศาสนา เสรีภาพในความเป็นส่วนตัว (สิทธิและความรับผิดชอบแห่งศตวรรษที่ 21, ม.ป.ป.) แต่ท้งั นส้ี ิทธมิ ีขอ้ จากัดและต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบในการคานงึ ถึงประโยชน์สว่ นรวมและหลัก จริยธรรม เช่น การเคารพสิทธิ ความเชอ่ื และความเห็นของผอู้ ่นื องค์การสหประชาชาติ (UN) กองทุนเพ่ือเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) สภายุโรป (Council of Europe) ไดพ้ ัฒนาคู่มือ วา่ ด้วยสิทธิมนุษยชนสาหรับผู้ใชอ้ ินเทอร์เน็ตของสภายุโรป ซ่ึงอา้ งอิง จากกฎบัตรว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและหลักการพื้นฐานสาหรับอินเทอร์เน็ต (Charter of Human Rights and Principles for the Internet) (United Nation, 2014) โดยมีในความสรปุ พอสังเขป ดงั น้ี 1) สทิ ธิในการเขา้ ถงึ และไม่ถกู เลอื กปฏบิ ัติ สิทธิในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ควรเป็นสิทธิข้ันพ้ืนฐานสาหรับมนุษย์ทุกคน บางประเทศ กาหนดให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นสิทธิมนุษยชนข้ันพื้นฐาน การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ไม่เพียงช่วยเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมให้กับผู้ใช้ แต่ยังเสริมสร้างสิทธิมนุษยชน ข้ันพน้ื ฐานหลายอย่าง อาทิ เสรีภาพในการแสดงออก สิทธิในการเข้าถึงการศึกษา สิทธิในการสมาคม และชุมนมุ โดยสนั ติ สทิ ธิในการมีสว่ นร่วมกบั รฐั บาล

53 ประเด็นสาคญั ทเี่ ก่ียวข้องกบั สิทธใิ นการเข้าถงึ และไมถ่ กู เลอื กปฏบิ ัติ ไดแ้ ก่ - การใช้ประโยชนจ์ ากสือ่ ดิจิทลั เพอื่ คนทั้งมวล - คุณภาพบรกิ าร - เสรภี าพในการใช้ซอฟต์แวร์ และระบบปฏบิ ตั กิ าร - ความเปน็ กลางของเครอื ข่าย 2) เสรภี าพในการแสดงความเห็นและการเข้าถงึ ขอ้ มูล เสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิทธิที่มีความสาคัญต่อสังคมประชาธิปไตยและ การพัฒนาของมนุษย์ หลักการสากลยืนยันถึงสิทธิในการแสดงตัวตน มุมมอง ความคิด ความเห็น รวมทั้งสิทธิในการเข้าถึงและเผยแพร่ข้อมูล/ ความเห็นของผู้อ่ืนบนโลกออนไลน์ได้อย่างเสรี เสรีภาพ ดังกล่าวครอบคลุมถึงการพูดทางการเมือง มุมมองทางศาสนา ความเห็นและการแสดงออกท่ีไม่สร้าง ความขุ่นเคือง ซ่ึงต้องพิจารณาควบคู่กับเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น กฎหมายและวัฒนธรรมในแต่ละประเทศ อย่างไรก็ดีเสรีภาพในการแสดงความเห็นไม่ใช่สิทธิที่ไร้ข้อจากัด ทว่าต้องคานึงถึงสิทธิอ่ืน ๆ เข้ามา พจิ ารณาร่วมด้วย เช่น สิทธิในการปกป้องช่ือเสียงและความเป็นส่วนตัวของผู้อ่ืน รวมถึงผลประโยชน์ สาธารณะด้วย ประเดน็ สาคญั ท่ีเกย่ี วขอ้ งกับเสรภี าพในการแสดงความเหน็ และการเขา้ ถึงข้อมลู ได้แก่ เสรีภาพจากการเซ็นเซอร์ ประชาชนทุกคนมีสิทธิในการใช้อินเทอร์เน็ตโดย ปราศจากการเซ็นเซอร์ทุกรูปแบบ การคุกคามข่มขู่การแสดงออกผ่านอินเทอร์เน็ตน้ันถือเป็น การละเมิดเสรีภาพ รวมถึงการเซ็นเซอร์ผ่านการบล็อกและฟิลเตอร์ โดยเฉพาะการบล็อกเน้ือหา ล่วงหน้าเพ่ือไม่ให้ประชาชนท้ังหมดเข้าถึงได้น้ัน ถือเป็นการเซ็นเซอร์ท่ีขาดความชอบธรรม เว้นแต่ เนือ้ หาเฉพาะนั้น ๆ ถกู ตัดสนิ วา่ ผิดกฎหมาย และผ่านกระบวนการตรวจสอบความชอบดว้ ยกฎหมายแล้ว - สิทธิในข้อมูล ประชาชนทุกคนมีสิทธิในการค้นหา เข้าถึง และส่งต่อข้อมูลและ ความคิดผ่านอินเทอร์เน็ต นอกจากน้ันประชาชนยังสามารถแบ่งปันผลงานและสร้างสรรค์งานจาก การปรับเปลี่ยนงานต้นฉบับของผู้อ่ืน แต่สิทธิดังกล่าวต้องพิจารณาควบคู่กับสิทธิของผู้ผลิตงาน ต้นฉบับท่ีจะได้รับการคุ้มครองลิขสิทธ์ิ โดยระบบลิขสิทธิ์ต้องไม่บั่นทอนศักยภาพของอินเทอร์เน็ตใน การสร้างสรรค์และต่อยอดเนื้อหา ซ่ึงหลักการสาคัญในการพิจารณาคือ หลักการใช้อย่างเป็นธรรม (Fair Use) นอกจากน้ีประชาชนจะมีสิทธิในการใช้ผลงานสร้างสรรค์ของผู้อื่นตามหลักการใช้อย่าง เปน็ ธรรม หากผลงานสร้างสรรคน์ นั้ อยภู่ ายใต้สญั ญาอนุญาตครเี อทฟี คอมมอนส์ (Creative Commons) ก็สามารถนาผลงานน้ันไปใช้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของผลงาน แต่ต้องใช้ภายใต้ขอบเขตการอนุญาต ทเ่ี จ้าของกาหนด - สิทธิในการชุมนุมและการสมาคมออนไลน์ เป็นการประยุกต์มาจากปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เพ่ือใช้กับโลกอินเทอร์เน็ต ด้วยเหตุน้ี ประชาชนทุกคนจึงควรมีเสรีภาพท่ีจะ เลือกใช้เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน บริการออนไลน์ใด ๆ ตลอดจนเครื่องมือดิจิทัล เพ่ือการจัดต้ัง ขับเคลื่อน และมีส่วนร่วมในการชุมนุมหรือการสมาคม เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพ่ือจัดตั้งสหภาพ แรงงาน โดยการมีส่วนร่วมดงั กล่าวผ่านอินเทอร์เน็ตจะตอ้ งไม่ถูกบล็อกหรือฟิลเตอร์ ทั้งนี้การกระทาใด ๆ ตามสทิ ธินั้น ควรตระหนกั และพจิ ารณาควบคู่ไปกบั กฎหมายอนื่ ๆ ของประเทศ เพราะหากการประท้วง

54 นาไปสู่ความรุนแรง การทาลายทรัพย์สิน หรือทาความเสียหายให้กับระบบอินเทอร์เน็ต ก็มีความผิด ทางกฎหมายได้เชน่ กนั - สิทธิในความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในโลกดิจิทัลที่มีการ เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้มากมาย พลเมืองมีสิทธิเรียกร้องชีวิตส่วนตัวในอินเทอร์เน็ต รวมถึงความเป็น ส่วนตวั ในการส่ือสารถึงกัน นอกจากนั้น ยังมีสิทธริ บั รูว้ ่าข้อมูลสว่ นตวั อะไรบา้ งท่ีถูกบนั ทึกไว้ จะถูกใช้ อยา่ งไร และเราจะจดั การอะไรกบั มันได้บ้าง สิทธิในความเป็นสว่ นตวั ครอบคลมุ สทิ ธติ า่ ง ๆ ดงั น้ี ๐ รัฐมีพันธะหน้าที่ในการออกกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองความเป็น ส่วนตัวของประชาชน ๐ ผู้ให้บริการออนไลน์ต้องประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวท่ีชัดเจนและให้ผู้ใช้ เข้าถงึ ได้งา่ ย ๐ ระบบสารสนเทศต้องมีมาตรฐานการรักษาความลับ (Confidentiality) และ บรู ณภาพของระบบ (Integrity) เพื่อปอ้ งกันไม่ให้บุคคลอืน่ เขา้ สรู่ ะบบโดยปราศจากความยินยอม ๐ ทุกคนมีสิทธิท่ีจะสร้างตัวตนในโลกออนไลน์และได้รับความเคารพในตัวตนนั้น ๆ ซึง่ รวมถึงการเลือกไม่เปดิ เผยตวั ตนแท้จริง ทวา่ สทิ ธดิ ังกลา่ วจะตอ้ งไมถ่ ูกใช้ในทางทผ่ี ิดหรอื เป็นภัยตอ่ ผูอ้ ่นื ๐ ทุกคนมสี ิทธิในการสอ่ื สารแบบนิรนามในโลกออนไลน์ และมีสิทธิในการใช้ เทคโนโลยกี ารเข้ารหัสเพือ่ รกั ษาความเปน็ ส่วนตวั ความปลอดภัย และการสือ่ สารแบบนิรนาม ๐ ทุกคนมีเสรภี าพทจี่ ะสื่อสารโดยปราศจากการสอดแนมตามอาเภอใจในโลกออนไลน์ ๐ ทกุ คนมีสทิ ธิในความเป็นส่วนตวั ในทท่ี างาน 3. เข้าใจขอบเขตหน้าที่ ความรับผิดชอบในสงั คมออนไลน์ “อานาจทีย่ ง่ิ ใหญม่ าพรอ้ มกับความรับผิดชอบอันใหญย่ ิง่ ” ประโยคที่มีคนกล่าวถึงมากมายจากภาพยนตร์สไปเดอร์แมน สามารถประยุกต์ใช้กับ พลเมืองดิจิทัลได้เป็นอย่างดี เมื่ออินเทอร์เน็ตมอบอานาจอันยิ่งใหญ่ให้กับเรา ทุกคนก็ต้องรู้จักใช้มัน อย่างมีความรับผดิ ชอบเชน่ กัน ถึงแม้ว่าสิทธิและเสรีภาพที่กล่าวมาข้างต้น สามารถทาได้หลาย ๆ สิ่ง ทว่าสิทธิต้องมา พร้อมกับความรับผิดชอบ ซึ่งเปน็ องค์ประกอบสาคัญในการสร้างสงั คมออนไลน์ท่ีดี การกระทาใดท่ไี ม่ เหมาะสมในโลกแห่งความเปน็ จริง ก็มักเป็นส่ิงท่ีไม่ต้องการในโลกไซเบอร์ด้วยเช่นกัน เช่น การพูดจา ด้วยคาพูดรุนแรง การละเมิดสิทธิในผลงานผู้อ่ืน การขโมยตัวตนของผู้อ่ืน ดังนั้นในฐานะพลเมือง ดิจิทัล จึงจาเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมท่ีจะต้องหลีกเลี่ยงการกระทาท่ีไม่ถูกต้อง รวมถึง สนบั สนนุ ใหผ้ ู้มีหน้าท่ีความรับผิดชอบปฏบิ ัตงิ านด้วยความยุตธิ รรมดว้ ยเชน่ เดยี วกัน ดังน้ัน ความรับผิดชอบของพลเมืองดิจิทัลที่ควรตระหนัก น่ันคือ มารยาทในการใช้ อินเทอร์เน็ต (Netiquette) สื่อสารกับผู้อื่นอย่างสุภาพ คิดถึงผลกระทบท่ีจะเกิดกับผู้อ่ืน และเป็น แบบอยา่ งทดี่ ีในโลกออนไลน์ ประกอบด้วย - อยา่ กระพอื ความขัดแยง้ หลกี เล่ียงการใชภ้ าษารนุ แรงและกา้ วรา้ ว - หลกี เลีย่ งการประชดประชันผ่านการสื่อสารผ่านอินเทอรเ์ น็ต เน่อื งจากไม่เหน็ ภาษากายและ สีหนา้ ซึ่งชว่ ยในการส่อื สาร ดงั น้ันการแสดงความเหน็ เชงิ ประชดประชันอาจทาใหเ้ กดิ ความเข้าใจผดิ ไดง้ ่าย

55 - ไม่โกหก หลอกลวง และไม่เสแสร้งปลอมตัวเป็นคนอื่น แต่ควรซื่อสัตย์ต่อผู้อ่ืน เว้นแต่ กรณีท่ีจาเป็นต้องปกปิดอัตลักษณ์ - ใชอ้ ินเทอร์เนต็ โดยคานึงถงึ ผลกระทบท่มี ีตอ่ ผู้อ่ืน เช่น ไม่แชร์ขอ้ มูลสว่ นตวั ของเพ่ือนใน หน้าเฟซบกุ๊ ไม่ส่งต่ออเี มลสว่ นตวั ให้คนอนื่ โดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าต - ไม่โพสต์หรือแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งของตนเองและผู้อ่ืนที่อาจนาภัยอันตรายมาได้ โดยเฉพาะกับคนไม่รู้จักและเว็บไซต์ที่ดูน่าสงสัยและไม่รองรับการเข้ารหัส เช่น ไม่แชร์แผน การทอ่ งเท่ยี วที่อาจทาให้ผู้ไมป่ ระสงค์ดรี ูว้ ่าเราจะไมอ่ ยบู่ า้ นเวลาไหน - ใช้อินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบท เช่น ไม่ส่งข้อความหรือเล่น โทรศัพท์มือถือระหว่างท่ีสนทนากับผู้อื่นหรือขณะร่วมโตะ๊ อาหาร หรือเรียนรู้กฎของชุมชนออนไลน์ที่ เราสนใจกอ่ นเขา้ รว่ ม - ไมโ่ พสต์ความรูส้ กึ ส่วนตัวเกี่ยวกับงานหรือความสัมพันธ์ หากตอ้ งการส่อื สารในเรื่องท่ีมี อารมณ์ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องมากๆ พยายามส่ือสารกับคนท่ีเก่ียวข้องโดยตรงด้วยช่องทางที่มี ความเป็นสว่ นตัว - ไม่แชร์ข้อมูลหรือข่าวสารโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อน โดยเฉพาะในกรณีที่อาจทาให้ บคุ คลหรือองค์กรใดเส่ือมเสียชื่อเสยี ง ที่มาของคลปิ : มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ ตอน ความรับผิดชอบตอ่ ตนเองและสงั คมในโลกออนไลน์ ตอนท่ี 1 ประเด็นเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบในสังคมออนไลน์ 1. จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยคี อมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยคี อมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ 4 ด้าน ได้แก่ ความเป็นส่วนตัว (Privacy) ความถูกต้อง (Accuracy) ความเป็นเจ้าของ (Property) และ การเข้าถึง (Accessibility) มีรายละเอียดดงั นี้ (มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล, 2559) - ความเป็นส่วนตัว เป็นสิทธิของบุคคลในการควบคุมข้อมูลของตนเองที่จะเปิดเผยให้กับ ผู้อ่ืนได้ แต่หากมีการละเมิดความเป็นส่วนตัว เช่น การลักลอบเข้าไปอ่านอีเมล การใช้คอมพิวเตอร์ ตรวจจับการทางาน การส่งอีเมลขายสินค้า การใช้อีเมลสแปม (Spam Mail) การรวบรวมข้อมูลส่วน บุคคลแล้วเอาไปขายให้ผู้อ่ืน หรือแม้แต่การทาธุรกิจผ่านเว็บไซต์เพื่อรวบรวมข้อมูลไปขาย ก็เข้าข่าย การละเมิดความเป็นส่วนตัว - ความถูกต้อง ท้ังนี้ข้ึนอยู่กับปัจจัยหลายด้าน อันได้แก่ ความถูกต้องของเนื้อหาข้อมูล ความถกู ต้องในการบันทกึ ข้อมลู ทั้งนผ้ี ู้เป็นเจ้าของข้อมูล ย่อมมคี วามรบั ผิดชอบในขอ้ มูลน้ัน ๆ เพอ่ื ให้ การเผยแพร่ และการใชข้ ้อมูลเกิดประโยชน์ ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลควรตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะ

56 นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อเผยแพร่ในชอ่ งทางใดช่องทางหนึ่ง ในทางกลับกัน หากผู้ใช้บริการเป็น ผู้บันทึกข้อมูลด้วยตนเอง ผู้ให้บริการจาเป็นต้องให้สิทธิในการเข้าไปตรวจสอบ แก้ไขเปล่ียนแปลง ขอ้ มลู เพื่อใหข้ ้อมูลมคี วามทันสมัยอยเู่ สมอ - ความเป็นเจ้าของ หมายรวมถึง กรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สินทั้งท่ีจับต้องได้ และ ทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ หรืออาจเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ในทางกฎหมายผู้ใดผลิต หรือถือครองใน ทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ เคร่ืองจักรกล หรือทรัพย์สินท่ีจับต้องไม่ได้ เช่น ทรัพย์สนิ ทางปญั ญา โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ไดม้ ีการบนั ทึกลงในสือ่ ต่าง ๆ จะได้รบั การคมุ้ ครองสทิ ธิ ความเปน็ เจา้ ของภายใตก้ ฎหมาย อันไดแ้ ก่ ๐ ความลับทางการค้า ซ่ึงเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสูตรทางเคมี กรรมวิธีในการผลิต หรือ รปู แบบสนิ คา้ ท่ีมีการคิดคน้ ข้ึนใหม่ ๐ ลิขสิทธ์ิ เป็นสิทธิที่เกิดจากการกระทาใด ๆ เกี่ยวกับงานเขียน ดนตรี ศิลปะ ซ่ึงจะมี การคุ้มครองเก่ียวกับการคัดลอก การทาซ้า โดยมีความคุ้มครองถึง 50 ปี นับตั้งแตม่ ีการแสดงผลงาน คร้ังแรกต่อสาธารณะ ๐ สิทธิบัตร เป็นหนังสือเอกสารที่คุ้มครองเกี่ยวกับส่ิงประดิษฐ์ หรืองานออกแบบ ผลติ ภัณฑ์ โดยมคี วามถงึ ครองถึง 20 ปี นักตง้ั แตว่ ันท่ีขอรบั สทิ ธิ - การเข้าถึง เป็นกระบวนการที่ผู้ให้บริการใช้สาหรับกาหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล สารสนเทศของระบบสารสนเทศน้ัน ๆ ซึ่งผู้ใช้บริการจะต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตในการเข้าถึงระบบ สารสนเทศ โดยจะได้รับหรืออนุญาตให้สามารถกาหนดช่ือผู้ใช้ ( Username) และรหัสผ่าน (Password) ได้ด้วยตนเอง เพ่ือเข้าใชข้ ้อมูลในระบบฯ ดงั นั้นในฝ่ังของผู้ให้บริการ ควรรักษาความลับ หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการให้ปลอดภัย ไม่นาไปเผยแพร่กับผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต สาหรับฝั่งของ ผู้ใช้บริการ ควรรักษาข้อมูลชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน มิให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่วงรู้ เน่ืองจากอาจนามาซ่ึงการ กระทาผิดกฎหมาย และจาเปน็ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบผลทจ่ี ะเกดิ ขึ้นดว้ ยตนเองทงั้ หมด อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต หรือผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ มีคุณธรรมจริยธรรม เคารพกฎกติกาและกฎระเบียบของสังคมโดยเคร่งครัด มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างถูกต้อง ไม่ เผยแพร่ข้อมูลที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตระหนักถึงการกระทาท่ีจะส่งผลกระทบในทางไม่ ดีต่อสังคม จะทาให้สังคมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นสังคมท่ีมีความน่าเช่ือถือ เกิดประโยชน์ในเชิง สรา้ งสรรค์ มคี วามปลอดภยั และสามารถนามาซง่ึ ความสุขในการใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ 2. การละเมดิ สิทธสิ ว่ นบคุ คล และการหมนิ่ ประมาท การละเมินสิทธิส่วนบุคคลของผู้อ่ืนอาจเกิดข้ึนโดยไม่รู้ตัว ส่วนหน่ึงเกิดจากการขาด ความเข้าใจในสิทธิพ้ืนฐานของแต่ละบุคคล หรืออาจเป็นความเข้าใจผิด และคิดเอาเองว่าเป็นเพียง การหยอกล้อ ล้อเล่น ทาเพื่อให้เกิดความขบขัน ดังจะเห็นได้จากสถานการณ์ต่าง ๆ เมื่อเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมแล้ว ผู้ละเมิดสิทธิของผู้อ่ืน มักกล่าวอ้างว่า “คิดมาก แค่ล้อเล่น ขา ๆ จริงจัง เกนิ ไปหรอื เปลา่ ” หรอื “รู้เทา่ ไม่ถึงการ” แต่ในความเปน็ จรงิ การกระทาใด ๆ ทีส่ ่งผลกระทบตอ่ จติ ใจ ของผู้อ่ืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การดูถูกเหยียดหยาม ในทางสากลถือว่าเป็นการ ละเมิดสทิ ธสิ ว่ นบุคคลทง้ั ส้นิ

57 ย่ิงในสังคมออนไลน์ พิษภัยจากการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเกิดขึ้นมาก และเกิดขึ้นได้ง่าย กวา่ ปกติ และย่ิงทวีความรุนแรงมากข้ึน เนื่องจากการใชส้ ื่อสังคมออนไลน์ท่ีกระจายเข้าถึงคนจานวน มากได้อย่างรวดเร็ว ฉะน้ันหากไม่ทาความเข้าใจเก่ียวกับสิทธิส่วนบคุ คลให้ถ่องแท้ วันหนึ่งเราอาจตก เปน็ จาเลยของสังคม โดยไมร่ ู้ตัว ๐ สิทธิมนุษยชน ตามความหมายของ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights : UDHR) ระบไุ วว้ า่ “บุคคลชอบท่ีจะมีสิทธิและเสรีภาพประดามีท่ีระบุไว้ในปฏิญาณนี้ ทั้งนี้โดยไม่มี การจาแนกความแตกต่างในเร่ืองใด ๆ เช่น เช้ือชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมือง หรือทางอ่ืนใด ชาติหรือสังคมอันเป็นท่ีมาเดิม ทรัพย์สิน กาเนิด หรือสถานะอื่นใด นอกจากนี้การ จาแนกขอ้ แตกต่างโดยอาศยั มูลฐานแหง่ สถานะทางการเมอื งทางดุลอาณาหรอื ทางเรื่องระหว่างประเทศ ของประเทศ หรือดินแดนซ่ึงบุคคลสังกัดจะทามิได้ ท้ังน้ีไม่ว่าดินแดนดังกล่าวจะเป็นเอกราชอยู่ในความ พทิ ักษ์ มไิ ดป้ กครองตนเองหรืออยภู่ ายใตก้ ารจากดั แห่งอธิปไตยอ่นื ใด” หากพจิ ารณาการใช้ชีวติ ประจาวัน คนเรามีสิทธใิ นลักษณะต่าง ๆ ได้แก่ (คุณกาลังละเมิด สทิ ธสิ ่วนบคุ คลของผ้อู ืน่ โดยไมร่ ตู้ ัว อย่หู รอื ไม่ ?, ม.ป.ป.) ๐ สิทธิในชีวิต ถือได้ว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้และได้รับ การคุ้มครองให้ปลอดภัยได้รับการตอบสนองตามความต้องการขั้นพ้ืนฐานของชีวิต ได้แก่ อาหาร เครือ่ งนุ่มห่ม ยารกั ษาโรค และทีอ่ ยู่อาศัย เพราะทุกชวี ิตล้วนมีคณุ ค่าด้วยกันทั้งส้ิน ไมว่ าจะเปน็ บคุ คล ทต่ี ้องการความช่วยเหลอื เพือ่ การดารงชีวิตอย่เู ป็นพิเศษจากผ้อู นื่ เชน่ คนพิการ คนชรา ฯลฯ ๐ สิทธิในการดาเนินชีวิตและพัฒนาตนเองตามแนวทางท่ีถูกต้อง คนในสังคมต้องให้ โอกาสกับคนท่ีเคยกระทาไม่ถูกต้อง ให้โอกาสคนเหล่านี้ได้รับการอบรมแก้ไขและพัฒนาตนเองใหม่ ให้สามารถมีชวี ติ ท่ีดขี ้นึ มีคณุ ภาพชีวิตที่สูงขึน้ ๐ สิทธิในการยอมรับนับถือ หมายถึง การที่บุคคลพึงปฏิบัติต่อกันด้วยการยอมรับซ่ึงกัน และกนั ให้ความสาคญั กบั ศักด์ศิ รีและคณุ ค่าของชีวิตด้วยความเทา่ เทียมกนั สาหรับการใช้ชีวิตในโลกออนไลน์ ก็มีประเด็นที่ต้องระมัดระวังเก่ียวกับการละเมิดสิทธิ สว่ นบคุ คล ไดแ้ ก่ ๐ การเผยแพร่ภาพหรือคลิปของเด็กผ่านสื่อสังคมออนไลน์ น้อยคนจะรู้ว่าการกระทา เหล่านี้เป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของเด็ก และเป็นการกระทาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ท้ังนี้ องค์กรปกป้องสิทธิเด็ก ได้มีการเรียกร้องสังคม ถ่าย-โพสต์-แชร์ คลิปเด็กและผู้ถูกกระทาใน โลกออนไลน์วา่ เขา้ ขา่ ยละเมิดสทิ ธิ สามารถฟ้องเอาผิดตามกฎหมายได้ ๐ การวิพากษ์ วิจารณ์คนอื่นในโลกออนไลน์ หรือการเชิญชวนให้ผู้คนมาร่วมแสดงความ เกลียดชังต่อกลุ่มบุคคลท่ีถึงแม้เขาเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบต่อส่วนรวมก็ตาม ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะเป็นการชี้นา ปลุกปั่น หรือสร้างความแตกแยก และนามาซ่ึงพฤติกรรม ละเมดิ สทิ ธิสว่ นบุคคล

58 ๐ การเผยแพร่ภาพถ่ายพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือล้อเลียน เป็นพฤติกรรมที่ละเมิดสิทธ์ มนุษยชนอยา่ งชัดเจนในเรื่อง “สิทธใิ นการยอมรบั นับถอื ” และมีความเชื่อมโยงไปถงึ การกระทาผิดใน ฐานหมนิ่ ประมาทอกี ด้วย 3. รูปแบบและวิธีการกระทาความผิดเก่ียวกบั คอมพิวเตอร์ และสงั คมออนไลน์ พระราชบัญญัติ ว่าด้วย การกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับล่าสุดได้มีการ ประกาศใช้เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นฉบับที่ 2 มีเน้ือหาปรับปรุงเพ่ิมเติมจาก ฉบับท่ี 1 เล็กน้อย โดยมีเน้ือหาใจความท่ีระบุถึงการกระทาความผิด 13 ประเด็นสาคัญ ดังต่อไปนี้ (Nuch, 2562) (ฝ่ายเทคโนโลยสี ารสนเทศ บก.อก.บช.ส., 2563) 3.1 การเขา้ ถึงระบบ หรอื ข้อมลู ของผอู้ ื่นโดยไม่ชอบ เกิดขึ้นในกรณีการเข้าไปเจาะข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ของคนอ่ืน โดยท่ีเจ้าของข้อมูล ไม่ได้อนุญาต (เช่ือมโยงกับการละเมิดความเป็นส่วนตัว) หรือในกรณีท่ีรู้จักกันดีก็คือ การปล่อยไวรัส มัลแวร์เขา้ คอมพวิ เตอรข์ องผู้อื่น เพอื่ เจาะข้อมลู บางอยา่ ง หรอื พวกแฮคเกอร์ ทีเ่ ขา้ ไปขโมยขอ้ มูลของ คนอนื่ กถ็ ือวา่ เปน็ ความผดิ 3.2 การแกไ้ ข ดัดแปลง หรอื ทาให้ขอ้ มูลผู้อ่นื เสยี หาย กรณีนี้หมายรวมถึงการทาให้ข้อมูลเสียหาย ทาลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง เพ่ิมเติม ข้อมูลของผู้อ่ืนโดยมิชอบ หรือเป็นการกระทาให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อ่ืนไม่สามารถทางานได้ ตามปกติ อย่างเช่น กรณีของกลุ่มคนท่ีไมช่ อบใจกับการกระทาของอีกฝ่าย แล้วต่อต้านดว้ ยการเข้าไป ขดั ขวาง ทารา้ ยทาลายระบบเวบ็ ไซต์ของฝ่ายตรงข้าม ให้บุคคลอื่น ๆ ใชง้ านไมไ่ ด้ 3.3 การสง่ ขอ้ มูลหรืออเี มลกอ่ กวนผู้อื่น หรือสง่ อเี มลสแปม กรณีน้ีมักเก่ียวข้องกับผู้ประกอบอาชีพพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ หรือนักการตลาด ออนไลน์ท่ีมักใช้วิธีส่งอีเมลขายสินค้าไปยังอีเมลของลูกค้าท่ีไม่ยินดีท่ีจะรับข้อมูล หรือท่ีรู้จักในช่ือว่า อีเมลสแปม หรือแมแ้ ต่การฝากรา้ นค้าตาม Facebook หรอื Instagram กเ็ ป็นส่งิ ท่ไี ม่ควรกระทา และ ยังรวมถึงการนาข้อมลู ลกู คา้ จากคนอ่ืนไปส่งอเี มลขายสนิ ค้าของตวั เอง 3.4 การเข้าถงึ ระบบ หรอื ขอ้ มูลทางดา้ นความม่ันคงโดยมชิ อบ กรณีนี้มักเห็นในการโพสต์เก่ียวกับเรื่องการเมืองที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายหรือ ความม่ันคงต่อประเทศ หรือโพสต์ท่ีเปน็ การก่อกวน หรือการก่อการร้าย เพราะมาตรา 12 ไดก้ ล่าวไว้ว่า การเข้าถึงระบบหรือข้อมูลทางด้านความมั่งคงโดยมิชอบ หรือการโพสต์ข้อความในโลกออนไลน์ท่ี เข้าข่ายข้อมูลเท็จทน่ี ่าจะเกิดความเสียหายต่อความมนั่ คงของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ หรือ ทาให้ประชาชนเกดิ อาการต่ืนตระหนก และลว่ งรถู้ งึ มาตรการการป้องกนั การเข้าถงึ ระบบคอมพวิ เตอร์ และนาไปเปิดเผย ถอื วา่ เปน็ ความผิด 3.5 การจาหนา่ ยหรอื เผยแพรช่ ดุ คาสัง่ เพ่อื นาไปใช้กระทาความผดิ ความผิดในลักษณะน้ี อาจแบ่งออกเป็น 2 กรณี กล่าวคือ กรณีที่ 1 การนาไปเป็น เคร่ืองมือในการกระทาความผิดทางคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 5-11 (เกิดความเสียหายเฉพาะกลุ่ม) และหากมีผู้นาไปใช้กระทาความผิด ผู้จาหน่ายหรือผู้เผยแพร่ต้องรับผิดชอบร่วมด้วย และกรณีท่ี 2 การนาไปเป็นเครื่องมือในการกระทาความผิดทางคอมพิวเตอร์ มาตรา 12 (เกิดความเสียหายกับ

59 ประชาชน) หากมีผู้นาไปใช้กระทาความผิด ผู้จาหน่ายหรือผู้เผยแพร่ต้องรับผิดชอบร่วมด้วย โดยมี ระวางโทษท่แี ตกต่างกนั ตามความเสยี หายที่เกิดข้ึน 3.6 การนาขอ้ มูลที่ผดิ พ.ร.บ.เขา้ สรู่ ะบบคอมพิวเตอร์ ความผิดในลักษณะนี้ มกั พบเห็นได้ใน 5 ฐานความผิด คอื - โพสต์ข้อมูลปลอม ทุจริต หลอกลวง เช่น ข่าวปลอม โฆษณาธุรกิจลูกโซ่ที่ หลอกลวงเอาเงินลูกค้า และไม่มีการส่งมอบของใหจ้ รงิ เปน็ ต้น - โพสต์ข้อมลู ความผดิ เกี่ยวกบั ความมงั่ คงปลอดภยั - โพสต์ขอ้ มูลความผิดเก่ยี วกับความมน่ั คง ก่อการรา้ ย - โพสต์ขอ้ มูลลามก ทป่ี ระชาชนเข้าถึงได้ - เผยแพร่ ส่งต่อข้อมูล ท่ีรู้แล้วว่าผิด เช่น การกด Share ข้อมูลท่ีมีเน้ือหาเข้าข่าย ความผิด พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ 3.7 การใหค้ วามร่วมมอื ยนิ ยอม รเู้ ห็นเปน็ ใจกบั ผู้รว่ มกระทาความผดิ กรณีน้ี มักพบเห็นได้จากการที่เพจต่าง ๆ เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็น แล้วมี ความคิดเห็นท่ีมีเนอ้ื หาผดิ กฎหมาย ผรู้ บั ผดิ ชอบระบบฯ จะมีความผิด หากแตผ่ ้รู ับผิดชอบระบบฯ นัน้ ๆ มกี ารกระทาท่ีแสดงให้เห็นถงึ การตรวจสอบ หลงั จากพบเจอเหตุการณแ์ ล้วมีการตกั เตือน และลบออก ออกจากระบบฯ จะถือว่าเปน็ ผทู้ ีพ่ ้นความผดิ 3.8 การตดั ตอ่ เติม หรือดดั แปลงภาพ กรณนี ้ี มกี ารกระทาความผดิ จาแนกไดเ้ ปน็ 2 ลกั ษณะ คอื - การโพสตภ์ าพของผู้อื่นที่เกิดจากการสร้าง ตัดตอ่ หรือดัดแปลง ท่ีน่าจะทาให้ผู้อื่น นน้ั เสยี ช่อื เสยี ง ถกู ดหู มน่ิ เกลียดชัง เชน่ กรณที เ่ี อาภาพดาราไปตดั ต่อ และตกแตง่ เรื่องข้ึนมา จนทาให้ บคุ คลนนั้ เกดิ ความเสยี หาย กถ็ อื วา่ มีความผิด - การโพสต์ภาพผู้เสียชีวิต หากเป็นการโพสต์ที่ทาให้บิดามารดา คู่สมรส หรือบุตร ของผ้ตู ายเสยี ช่อื เสยี ง ถกู ดูหมิน่ เกลียดชัง หรือไดร้ บั ความอับอาย ก็ถือวา่ มีความผิด 3.9 การเผยแพร่ข้อมูลเกยี่ วกับเยาวชน ตอ้ งกระทาโดยปกปดิ ไมใ่ ห้ทราบตวั ตน กรณีนี้มีไว้เพ่ือปกป้องด็กและเยาวชน เพราะเยาวชนท่ีมีอายุต่ากว่า 18 ปี ในทาง กฎหมายถือว่ายังเป็นเด็กอยู่ หากถูกเปิดเผยตัวตน อาจทาให้การใช้ชีวติ ในสังคมทาไดล้ าบากขึ้น อาจ เกิดการถูกดูหมิ่น เกลียดชัง หรือโดนตามตัวโดยมิจฉาชีพได้ แต่ข้อห้ามน้ีก็มีข้อยกเว้นเหมือนกันคือ สามารถเปดิ เผยข้อมูลเก่ยี วกับเดก็ และเยาวชนได้ หากขอ้ มูลนัน้ เปน็ การยกยอ่ ง เชิดชู ใหเ้ กียรติ 3.10 การเผยแพรเ่ น้อื หาลามก อนาจาร กรณีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการนาภาพหรือสื่อท่ีมีลักษณะลามก อนาจาร อาจจะเป็น ข้อความ รูปภาพ หรือคลิปวีดิโอ ไม่ว่าจะเป็นภาพของตนเอง หรือภาพของผู้อื่นเผยแพร่ทาง อนิ เทอร์เน็ต และทาให้เจา้ ของภาพเกดิ ความเสยี หาย อบั อาย จะมโี ทษตาม พ.ร.บ. ฉบับน้ี ท้ังน้ี เน้ือหาลามก อนาจาร ครอบคลุมสื่อหลากหลายรูปแบบ อาทิ ภาพ ข้อความ หรือวตั ถุใด ๆ ทีม่ ีลกั ษณะน่าเกลยี ด น่าอบั อายในทางเพศ อุจาดบดั สี น้อมนาจติ ใจไปส่คู วามต่า ความชวั่ ย่ัวยุกามอารมณ์ มุง่ หมายทางกามารมณ์แต่อย่างเดียว ตรงกันข้ามกับศิลปะอนั แสดงถึงความงามและ

60 ฝีมือของศิลปิน และแม้สิ่งนั้นจะมไิ ดใ้ ชถ้ ้อยคาหยาบคาย ก็ถือได้ว่าเปน็ สิ่งลามก โดยลักษณะทั้งหลาย เหล่านตี้ ้องเป็นการพจิ ารณาตามความรู้สกึ ของวญิ ญชู น (กองเฝ้าระวงั ทางวฒั นธรรม, 2559) 3.11 การกด Like & Share ถือเป็นวธิ หี น่งึ ในการเผยแพรข่ ้อมลู กรณีนี้ สืบเนื่องจากการให้คานิยามตาม พ.ร.บ. ฉบับน้ี ที่กาหนดว่า การกด Like หรือ การ Share ถอื เปน็ การเผยแพรข่ ้อมูล น่ันหมายความวา่ หากข้อมูลนนั้ เป็นขอ้ มูลปลอม เท็จ หรือ นามาซึง่ ความเสียหายต่อผู้หนงึ่ ผูใ้ ด เทา่ กบั ว่าไดร้ ่วมกระทาความผดิ ตาม พ.ร.บ. ฉบับนีด้ ้วย 3.12 การแสดงความคดิ เห็นทผี่ ิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีนี้ มักเกิดกับผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ท่ีชอบแสดงความคิดเห็น การโพสต์ ข้อความ ตามความรู้สึกนึกคิดของตนเองโดยขาดการยั้งคิด ว่าข้อความดังกล่าวกระทบกับผู้ใด หรือ เปน็ ข้อหา้ มตาม พ.ร.บ. ฉบบั น้ี ก็มคี วามผิดได้ 3.13 การละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ นาผลงานของผอู้ ่ืนมาเปน็ ของตนเอง กรณีน้ี เป็นการกล่าวโทษกับผู้ที่มีการนาผลงานของคนอ่ืนมาเป็นของตนเอง ซึ่งใน พ.ร.บ. ฉบับน้ีได้มีการให้โทษกับผู้ละเมิดลิขสิทธ์ิด้วย โดยหากนาผลงานของผู้อื่นมาใช้ในเชิงพาณิชย์ จะถอื ว่ามีความผิด และตอ้ งได้รบั โทษ จากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสาระสาคัญของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทาความผิดทาง คอมพิวเตอร์ ท่ีสรุปมาโดยสังเขป ซึ่งยังมีอีกหลายประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานส่ือสังคม ออนไลน์ ดังนั้นจึงควรรู้กฎกติกาการใช้งานให้เข้าใจ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเส่ียงต่อการทาผิด กฎหมายได้ 4. รอยเทา้ ดิจทิ ัล รอยเท้าดิจิทัล (Digital Footprint) เป็นร่องรอยข้อมูลท่ีถูกบันทึกไว้ภายหลังจากการ พิมพ์ การโพสต์ การอัปโหลด สิ่งต่าง ๆ ไว้ในสื่อออนไลน์ที่มีหลากหลายช่องทาง โดยผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ตในสถานท่ีน้ัน ๆ จาเป็นต้องเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log File) ไม่ว่าจะเป็น วัน, เวลา, IP Adress และ MAC Adress ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ ซ่ึงเป็นไปตามข้อบังคับของพระราชบัญญัติ ว่าด้วย การกระทาผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตามมาตรา 26 ซ่ึงต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท สาหรับรอยเท้าดิจิทัลของผู้ใช้บริการแต่ละคนจะเกิดข้ึนเม่ือใช้งานบน ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ท่ีเปิดดูข้อมูล อีเมลท่ีส่งหรือรับข้อมูล หรือข้อมูลใด ๆ ท่ีมีการป้อนเข้าสู่ระบบบริการลักษณะออนไลน์ ท้ังนี้รอยเท้าดิจิทัลมี 2 ประเภท คือ (ศิริกร เอื้อไพจิตร, 2562) ๐ รอยเทา้ ดจิ ิทัลทเ่ี กดิ โดยไมเ่ จตนา (passive digital footprint) คอื ข้อมลู ผ้ใู ชอ้ ินเทอร์เนต็ ที่ถูกบันทึกไว้โดยไม่ตั้งใจ เช่น IP address ท่ีเว็บเซิร์ฟเวอร์บันทึกไว้เมื่อเราเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ ประวตั ิการค้นหาออนไลนท์ ่ีถกู บันทึกไวโ้ ดยโปรแกรมคน้ หา (search engines) ๐ รอยเทา้ ดิจทิ ลั ทเี่ กิดโดยเจตนา (active digital footprint) คอื ขอ้ มลู ทีผ่ ู้ใช้จงใจบันทึก ลงในระบบ เช่น อีเมล การเขียนบล็อก การโพสต์ข้อความในส่ือสังคมออนไลน์ ทุกข้อความที่ทวีต ทุกสเตตสั ท่ีโพสตห์ รือกดไลก์ในเฟซบกุ๊ ทุกรูปที่โพสต์ลงบนอนิ สตาแกรมล้วนกลายเปน็ รอยเท้าดิจิทัล

61 ของเรา ยิ่งเราเล่นส่ือสังคมออนไลน์มากเท่าไหร่ รอยเท้าดิจิทัลของเราก็ย่ิงโตขึ้นเท่าน้ัน เมื่อข้อมูล ดิจิทัลถูกเผยแพร่ไปแล้ว ก็ยากท่ีจะนามันออกจากระบบ แม้ว่าเราจะลบเน้ือหาท่ีโพสต์ในส่ือสังคม ออนไลนไ์ ปแลว้ กต็ าม ปัจจุบันองค์กรภาคธุรกิจให้ความสนใจรอยเท้าดิจิทัลของผู้สมัครงานมากขึ้น โดย ตรวจสอบจากเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวติ เตอร์ของผู้สมัคร ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา นายกสมาคมการ จัดการงานบุคคลแหง่ ประเทศไทย ไดก้ ลา่ ววา่ “... ส่ือสังคมออนไลน์เหล่านี้เก็บข้อมูลของบุคคลได้ท้ังหมด ทาให้ฝ่ายบุคคลวิเคราะห์ ผ้สู มัครไดง้ า่ ย และได้ผลมากกว่าการนั่งสมั ภาษณ์แบบเดิม ๆ เพราะเราจะร้ไู ด้วา่ เขาให้ความสาคัญกับ เรอ่ื งไหนในชวี ิต ทัศนคติ วิธบี น่ วิธคี ดิ ...\" ดังน้ันผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ควรตระหนักถึงสิ่งที่ทาลงไปบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสิ่งท่ี โพสตห์ รอื นาเข้าไปในระบบ อาจสง่ ผลกระทบตอ่ ตัวเองไดใ้ นอนาคต ท่ีมาของคลิป: มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต ตอน ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมในโลกออนไลน์ ตอนท่ี 2 ครเี อทฟี คอมมอนส์ ในฐานะของการเป็นนักศึกษา และอนาคตอันใกล้ที่นักศึกษาต้องออกไปสู่ตลาดแรงงาน การทางานหลาย ๆ อย่าง บางครั้งมีการนาข้อมูล ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว จากแหล่งต่าง ๆ มาใช้ ประกอบในผลงาน ควรตระหนักอยู่เสมอว่า ส่ิงเหล่าน้ันมีความคุ้มครองในลักษณะทรัพย์สินทาง ปัญญาอย่างใดอย่างหน่ึงในตัวเองเสมอ และนั่นเป็นเหตุผลที่ควรเข้าใจลิขสิทธ์ิอีกประเภทหนึ่งที่ เรียกว่า ครเี อทฟี คอมมอนส์ (Creative Commons) ภาพท่ี 4.1 สญั ลกั ษณข์ องครเี อทฟี คอมมอนส์ โดยปกตผิ ลงานตา่ ง ๆ ผู้ท่ตี อ้ งการนาไปใชป้ ระโยชน์ สามารถขออนญุ าตดว้ ยการเจรจาติดต่อ กับผู้ท่ีเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ไดโ้ ดยตรง แตก่ ็มีขั้นตอนมากพอสมควรในการดาเนินการ เช่น หาช่องทาง ในการตดิ ต่อ การนัดหมายเจรจา การส่งเอกสารขออนุญาต และการอนุญาต ฯลฯ ในขณะท่ีผลงานที่ มีทรัพย์สินทางปัญญาคุ้มครองอยู่นั้น ผู้เป็นเจ้าของผลงานบางรายอาจจะมีความยินดีให้นาไปใช้

62 ประโยชน์หรือเผยแพร่ต่ออยู่เดิมแล้ว อาทิ บทความวิชาการ ภาพถ่าย เพลง ฯลฯ แต่มักมีเง่ือนไข บางอย่างในการนาไปใช้ เช่น ต้องระบุแหล่งท่ีมา ห้ามนาไปดัดแปลง ห้ามนาไปหารายได้จากผลงาน ดังกลา่ ว เป็นต้น จากท่ีกล่าวมา จึงมีองค์กรไม่แสวงหาผลกาไรในประเทศสหรฐั อเมริกา ได้ก่อต้ัง ครีเอทีฟคอมมอนส์ หรืออาจเรียกว่า สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการใช้ข้อมูลโดยไม่ถูก จากดั จากสญั ญา ซงึ่ ปัจจบุ ันมสี มาชกิ เขา้ รว่ มประมาณ 60 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยดว้ ย สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ เป็นสัญญาอนญุ าตแบบเปิดที่ช่วยให้เจ้าของทรัพยส์ นิ ทาง ปัญญาแบ่งปันการใช้ข้อมูล โดยสามารถกาหนดการให้สิทธิ์ท้ังหมด หรือเพียงบางส่วนแก่สาธารณะ ตามท่ีตนต้องการ อีกนัยหนึ่งเป็นการบอกให้คนท่ัวไปทราบว่า ผลงานนั้น ๆ ผู้ต้องการใช้สามารถ นาไปใชป้ ระโยชน์ในลกั ษณะใดไดบ้ า้ ง ซ่งึ ผนู้ าไปใชง้ านหากปฏบิ ัติตามเง่ือนไขทีก่ าหนดไว้อย่างถูกต้อง กไ็ ม่ตอ้ งกงั วลว่าจะถูกดาเนนิ คดีในฐานความผิดละเมดิ ทรัพย์สนิ ทางปัญญา สาหรับเง่ือนไขใบอนุญาต (License Conditions) ของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ประกอบด้วย 4 เงือ่ นไข ใน 4 สญั ลักษณ์ (ดวงพร วริ ยิ า, 2562) ได้แก่ 1. Attribution (BY) เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่า อนุญาตให้ผู้อนื่ สามารถนาผลงานไปใช้ ทาซ้า แจกจ่าย หรือดัดแปลงงานน้ันได้ แต่ต้องให้เครดิตที่มาของเจ้าของผลงานน้ันด้วย แต่หากประสงค์ใช้ ผลงานน้ันโดยไม่มีเครดิตชอ่ื เจ้าของผลงานกากับไว้ จะต้องทาการขออนุญาตเสียก่อน สาหรับเง่ือนไข นีม้ กั ปรากฏอยใู่ นใบอนญุ าตทกุ ประเภท 2. NonCommercial (NC) เปน็ สัญลักษณ์ท่ีแสดงวา่ อนุญาตให้ผู้อื่นสามารถนาผลงานไปใช้ ทาซ้า แจกจ่าย หรอื ดัดแปลงงานนน้ั ได้ แตไ่ ม่ใช่เพอ่ื การคา้ หรือ แสวงหากาไร เวน้ แตจ่ ะได้รบั อนุญาต จากเจา้ ของผลงานแลว้ เทา่ นนั้ 3. NoDerivatives (ND) สัญลักษณ์ที่แสดงว่า อนุญาตให้ผู้อื่นสามารถนาผลงานไปใช้ ทาซ้า แจกจ่ายได้ แต่ห้ามดดั แปลงงาน เว้นแตจ่ ะได้รบั อนุาตจากเจา้ ของผลงานน้นั เสยี ก่อน 4. ShareAlike (SA) เป็นสัญลักษณ์ท่ีแสดงว่า อนุญาตให้ผู้อื่นสามารถนาผลงานไปใช้ ทาซ้า แจกจ่าย หรือดัดแปลงงานน้ันได้ แต่ผลงานใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นหรือดัดแปลงจากภาพต้นฉบับจะต้อง กากับดว้ ยสญั ญาอนญุ าตภายใตเ้ งือ่ นไขเดิมเท่านนั้ ภาพท่ี 4.2 สญั ลักษณเ์ งือ่ นไขสญั ญาอนญุ าตครีเอทีฟคอมมอนส์ ในทางปฏิบัติสัญลักษณ์เงื่อนไขสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ มีการนาไปใช้สร้าง ใบอนญุ าต 6 ชนดิ ได้แก่

63 1. Attribution (CC BY) เป็นใบอนุญาตที่สามารถนาผลงานไปเผยแพร่ ดัดแปลง ปรับเปลี่ยน ผสมผสาน หรือนาไปแสวงหาผลกาไรต่อได้ ตราบใดท่ีคุณให้เครดิตแหล่งที่มา ของตน้ ฉบบั เอาไว้ด้วย 2. Attribution-ShareAlike (CC BY-SA) เป็นใบอนุญาตทใ่ี หน้ าผลงาน ไปเผยแพร่ ดัดแปลง ปรับเปล่ียน ผสมผสานได้ แต่จะต้องติดสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ รูปแบบเดิมกบั ต้นฉบบั เทา่ นั้น 3. Attribution-NoDerivs (CC BY-ND) เป็นใบอนุญาตที่ให้นาผลงาน ไปใช้งานต่อได้อย่างอิสระ รวมถึงการแสวงหาผลกาไร แต่ห้ามดัดแปลงโดยเด็ดขาด รวมถึงต้องให้ เครดติ เจา้ ของผลงานดว้ ย 4. Attribution-NonCommercial (CC BY-NC) เป็นใบอนุญาตท่ีให้ นาผลงานไปทาอะไรต่อได้อย่างอิสระ ตราบใดท่ีให้เครดิตเจ้าของผลงานอย่างถูกตอ้ ง และไม่นาไปใช้ ในการแสวงหาผลกาไร 5. Attribution-NonCommercial-ShareAlike (CC BY-NC-SA) เป็น ใบอนุญาตที่ให้นาผลงานไปทาอะไรต่อได้อย่างอิสระ ตราบใดท่ีให้เครดิตเจ้าของผลงานอย่างถูกต้อง และไม่นาไปใช้ในการแสวงหาผลกาไร แต่ผลงานใหม่ท่ีเกิดข้ึน หรือนาไปใช้ ต้องติดสัญญาอนุญาต ครเี อทฟี คอมมอนส์ รปู แบบเดมิ กบั ตน้ ฉบบั เทา่ น้ัน 6. Attribution-NonCommercial-NoDerivs (CC BY-NC-ND) เป็น ใบอนุญาตที่ให้ทาได้เพียงแค่เผยแพร่ต่อเท่านั้น โดยห้ามดัดแปลงแก้ไข หรือนาไปแสวงหารายได้โดย เด็ดขาด และตอ้ งให้เครดิตเจ้าของผลงานอยา่ งถูกตอ้ ง ทง้ั นเี้ วบ็ ไซตห์ ลายแห่ง ได้นาสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์มาใชง้ าน ซ่งึ สามารถสงั เกตได้ จากสัญลักษณ์ดงั ท่ีไดก้ ล่าวมาข้างต้น และหากตอ้ งการหาข้อมูลภาพที่องค์กรสัญญาอนุญาตครีเอทีฟ คอมมอนสจ์ ัดทาขน้ึ สามารถเข้าไปใชง้ านไดท้ ี่ https://search.creativecommons.org และเวบ็ ไซต์ ตา่ ง ๆ อกี มากมาย จากที่กล่าวมาข้างต้น การดาเนินการใด ๆ ท่ีเป็นการเผยแพร่ผลงาน โดยเฉพาะช่องทางสังคม ออนไลน์บนโลกอินเทอร์เน็ต ควรคานึงถึงสาระสาคัญของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทาความผิดทาง คอมพิวเตอร์ การป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ท่ีสรุปมาโดยสังเขป และยังมีอีกหลาย ประเด็นท่ีส่งผลกระทบต่อการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้นจึงควรรู้กฎกติกาการใช้งานให้เข้าใจ ก็ จะชว่ ยป้องกนั ไม่ให้เราเสย่ี งต่อการทาผิดกฎหมายได้

64 ที่มาของคลิป: ETDA Channel ตอน มาทาความรูจ้ กั สัญญา Creative Commons ท้งั 6 แบบ ท่มี าของคลปิ : ETDA Channel ตอน วิธกี ารใช้ Creative Commons พระราชบญั ญตั ิคุ้มครองขอ้ มูลส่วนบุคคล ปัจจุบันการใช้เคร่ืองมือเทคโนโลยีสารสนเทศกลายเป็นสิ่งจาเป็นพ้ืนฐานของทุกคนไปแล้ว และหาก สังเกตกันให้ดีการใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ยังมีสิ่งที่เก่ียวข้องควบคู่กันไปคือ การเข้าใช้ แอพพลิเคชันตา่ ง ๆ ในการเข้าถึงข้อมลู และบริการตามความสนใจของแต่ละบุคคล ซึ่งการเข้าใช้งาน แอพพลิเคชันน่ัน ส่วนใหญ่ผู้ใช้งานจะต้องแสดงตัวตน หรือการสมัครเป็นสมาชิกคนหน่ึงเพื่อเข้าใช้ บริการ ส่ิงท่ีเกิดข้ึนในข้ันตอนนี้ ท่ีผู้ใช้งานควรตระหนักให้เป็นปกติวิสัย คือ การส่งผ่านข้อมูลส่วนตัว ของผูใ้ ช้ไปยงั ผู้ให้บริการ นนั่ เอง เน้ือหาในส่วนน้ีจะแนะนาให้รับรู้ถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Act: PDPA) ซ่ึงพระราชบัญญัติฉบับน้ีจะเร่ิมบังคับใช้เต็มรูปแบบ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ มุ่งให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบคุ คล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ บัญชีธนาคาร อีเมล ไอดีไลน์ บัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์ ลายนิ้วมือ ประวัติสุขภาพ และข้อมูลใด ๆ ท่ีสามารถระบุให้ทราบว่าเป็นบุคคลใดได้ ท้ังข้อมูลท่ีเป็นเอกสาร กระดาษ หนังสือ หรือจดั เก็บอยใู่ นรูปแบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ก็รวมอยูใ่ นความคมุ้ ครองนี้ ทม่ี าของพระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบุคคล พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกฎหมายท่ีมีต้นแบบมาจากกฎหมาย GDPR (General Data Protection Regulation) ของสหภาพยุโรป โดยมีเป้าหมายในการป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ ประสงค์ดีทาการนาข้อมูล หรือละเมิดความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อหวังผลประโยชน์ใด ๆ ท้ัง จากผู้เป็นเจ้าของข้อมูล หรือผู้ท่ีดูแลข้อมูล (สรุป PDPA คืออะไร ฉบับเข้าใจง่าย พร้อมแนะแนว, 2564)

65 ผูเ้ กี่ยวขอ้ งกบั พระราชบัญญตั คิ ้มุ ครองขอ้ มูลสว่ นบุคคล บุคคลทุกคนที่มีการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคดิจิทัล มีความเกี่ยวข้องกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง แต่จะเก่ียวข้องในบทบาท หรือสถานะใดนั้น ต้อง ลองพิจารณาตามข้อมูลตอ่ ไปนี้ 1. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) ในฐานะผู้ใช้งาน มีบทบาทในการเป็น ผู้นาเข้าข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองเข้าสู่ระบบ และเป็นผู้ที่จะยินยอมหรือไม่ยินยอมให้นาข้อมูลส่วน บุคคลไปใช้ 2. ผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) มีบทบาทในการดแู ลระบบ เป็นฝ่ายปฏิบัติงานที่ มีหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูล และนาข้อมูลส่วนบคุ คลที่ได้รับการยินยอม (Consent) จากเจ้าของข้อมูล ส่วนบคุ คลไปใช้งาน ตัวอยา่ งของข้อมลู ที่จะเกิดขึ้นเมื่อใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เว็บไซต์ขายของออนไลน์ ผู้ซื้อจะต้องดาเนินการสมัครเป็นลูกค้าของเว็บไซต์ ซึ่งจะต้องกรอกข้อมูลที่แสดงตวั ตน เพ่ือประโยชน์ ในการติดต่อส่ือสาร การส่งสินค้า ให้กับทางเว็บไซต์ และเม่ือมีกระบวนการส่งั ซ้อื สินค้ากจ็ ะเกดิ ขอ้ มลู การส่ังซื้อและการจัดส่งสินค้าเกิดขึ้นแต่ละข้ันตอน ซึ่งข้อมูลเหล่าน้ันนั่นเองที่ต้องมีการกาหนด มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลทเ่ี กดิ ขน้ึ ขัน้ ตอนการดาเนนิ การใหพ้ ร้อมตามพระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองขอ้ มลู สว่ นบุคคล เจ้าของข้อมูล และผู้ควบคุมข้อมูล จาเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้หลักการของพระราชบญั ญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเตรียมตัวเองให้พร้อมและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากหากมีการ ฟ้องร้องเอาผิดก็จะทาให้องค์กรเสียโอกาส เสียงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสียชื่อเสียงของ บรษิ ัทท่ีสัง่ สมมาเป็นเวลานาน และยากตอ่ การสร้างข้นึ ใหม่ทอ่ี าจต้องใช้เวลาและค่าใช้จา่ ยจานวนมาก ดังนั้นการป้องกันย่อมเป็นหนทางท่ีดีที่สุดก่อนที่จะเกิดปัญหา อย่างไรก็ตามองค์กรจาเป็นต้อง มีการคัดเลอื กบุคลากรข้นึ มาทาหนา้ ทผ่ี คู้ วบคุมขอ้ มลู เพอื่ มาดาเนินการสง่ิ ต่าง ๆ ตอ่ ไปน้ี 1) ก่อนการเข้าใชแ้ อพพลเิ คชั่น องค์กรหรือเจ้าของเว็บไซต์ ต้องแจ้งนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ใหแ้ กผ่ ใู้ ช้งาน หรอื ลูกคา้ ทราบ ซ่ึงอาจประกาศไวบ้ นเว็บไซต์ หรือหน้าแรกของแอพพลเิ คชนั หรอื ชอ่ ง ทางการสื่อสารอนื่ ๆ ทเ่ี หน็ ควรว่าจะเข้าถึงผู้เปน็ เจา้ ของข้อมูลได้ โดยสงิ่ ทตี่ อ้ งแจง้ ไดแ้ ก่ - เวบ็ ไซตจ์ ะเกบ็ ข้อมูลใดบา้ ง เพอ่ื วัตถปุ ระสงคใ์ ด - สิทธิของเจ้าของข้อมูลที่จะได้รับ และช่องทางการยกเลิกความยินยอมให้ใช้ข้อมูล ได้ทุกเมื่อโดยสะดวก ทั้งนี้ การแจ้งข้อความให้ผู้ใช้งานทราบ ควรเป็นข้อความที่อา่ นเข้าใจง่าย ไม่กากวม ใชภ้ าษาชดั เจน ไม่มีเงอื่ นไขอ่ืนใดในการยินยอม

66 ภาพท่ี 4.3 ตวั อยา่ งการประกาศ Privacy Policy ของเวบ็ ไซต์ UNESCO 2) การเขา้ ใช้แอพพลเิ คชนั องค์กรหรือเจ้าของเว็บไซต์ หากจะจัดเก็บข้อมูลคุกกี้ (Cookie) ก็จาเปน็ ต้องแจ้งให้ ผู้ใช้งานทราบ และขอความยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วย โดยมักพบเห็นข้อความเป็นป๊อปอัพ (Pop up) เล็ก ๆ ข้ึนมาส่วนใดส่วนหน่ึงของหน้าจอ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถจะกดปิดหรือกดตกลง เพ่ือ แสดงเจตนารมณ์ในการยนิ ยอมหรือไมย่ ินยอมใหเ้ ก็บข้อมลู การใช้งานบนเวบ็ ไซตน์ ้ันไดด้ ้วยตนเอง นอกจากน้ี หากเว็บไซต์มีบุคคลอ่ืน (Third Party) เข้ามามีส่วนร่วมในเว็บไซต์ ก็ จาเป็นต้องมีการแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบวัตถุประสงค์ และขอความยินยอมการให้ข้อมูลไว้ในนโยบาย ข้อมูลส่วนบคุ คลด้วยเชน่ กนั สาหรับบางองค์กรที่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ก็จาเป็นต้องจัดทา นโยบายข้อมูลส่วนบคุ คลสาหรบั พนักงาน (HR Privacy Policy) เพอื่ แจ้งวัตถุประสงค์ในการนาขอ้ มูล ส่วนบุคคลของพนักงานไปใช้ร่วมในการประมวลผลในกระบวนการต่าง ๆ ของระบบสารสนเทศ โดย การแจ้งอาจดาเนินการในช่วงการรายงานตัวบรรจุเข้าทางาน สาหรับพนักงานใหม่ ส่วนพนักงานเก่า อาจทาเป็นเอกสารเพิ่มเติม ท้ังนี้ควรกาหนดระยะเวลาในการขอความยินยอมให้ใช้ข้อมูลให้ชัดเจน เม่อื ครบกาหนดเวลากส็ ามารถดาเนินการตามข้ันตอนใหมอ่ กี ครัง้ 3) การนาขอ้ มูลไปใชป้ ระมวลผล ข้อมูลทุกอย่างของผู้ใช้งานได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล ดังนั้นองค์กรควรต้องกาหนดแนวทางหรือนโยบายการดาเนินการด้านข้อมูลส่วนบุคคล (Standard Operating Procedure) และบันทึกรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการบันทึกหรือนาไปใช้ (Records of Processing Activity: ROPA) อย่างครบถ้วน รวมถึงการห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนใดสว่ นหนึ่งใหก้ บั บคุ คลทีไ่ ม่มคี วามรับผิดชอบเปน็ อันขาด 4) การป้องกันความปลอดภัยของขอ้ มูล นอกจากองค์กรต้องกาหนดแนวทางหรือนโยบายการดาเนินการด้านข้อมูลส่วน บุคคลแล้ว องค์กรยังต้องมีมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ การ รักษาความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ซึ่งควรครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกันดา้ นเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) ตามประกาศกระทรวงดจิ ิทลั เพอื่ เศรษฐกิจและสงั คม นอกจากน้ี องค์กรต้องกาหนดนโยบายรักษาระยะเวลาการเก็บข้อมูล และการ ทาลายข้อมูลเมื่อครบกาหนดเวลา (Data Retention Policy) และกระบวนการแจ้งเตือน (Breach Notification Protocol) เมือ่ ข้อมูลส่วนบุคคลถูกโจมตจี ากผู้ไมห่ วงั ดี

67 5) การสง่ ตอ่ หรอื เปิดเผยขอ้ มูลส่วนบคุ คล องค์กรที่ต้องการส่งต่อ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับผู้อ่ืน ในกรณีท่ีว่าจ้างให้ ประมวลผลข้อมูลจากองค์กรอ่ืนอีกทอดหนึ่ง ต้องมีการแจ้งในนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลท่ีครอบคลุม อย่างครบถ้วน โดยองคก์ รจะตอ้ งมกี ารทาสญั ญา หรอื ข้อตกลงกบั ผใู้ ห้บรกิ ารประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement) จากองค์กรภายนอกทุกครั้ง เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตคิ ุม้ ครองขอ้ มลู สว่ นบคุ คล 6) การกากบั ดูแลข้อมูลส่วนบุคคล หนว่ ยงานท่คี วบคมุ ดูแลการบังคับใช้พระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย คือ “สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ซ่ึงเป็นหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้กากับดูแล ให้แต่ละองค์กรต้องปฏิบัติตาม โดยที่แต่ละองค์กรต้องมี “เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล” (Data Protection Officer : DPO) ซ่ึงเป็นผู้มีความรู้ด้านพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล ด้านเทคโนโลยี และเข้าใจบริบทขององค์กร มีหน้าท่ีให้คาปรึกษากับองค์กร และดูแลการดาเนินการให้เป็นไปตาม กฎหมาย หากองค์กรใดมีความพร้อม ควรจัดอบรมแนวปฏิบัติหรือให้ความรู้เกี่ยวกับ พระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจใน การปฏิบัตงิ านไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ซ่งึ จะสรา้ งความเชื่อมัน่ ตอ่ องค์กรใหก้ ับผ้ใู ชง้ านได้เปน็ อย่างดี ทมี่ าของคลิป: กระทรวงดิจิทลั เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตอน สาระสาคัญ พ.ร.บ.ค้มุ ครองข้อมลู ส่วนบคุ คล พ.ศ.2562 สรุป การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลนี้ การมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมในโลกออนไลน์ เป็นความจาเปน็ อย่างมาก เน่ืองจากในโลกของการสื่อสารเต็มไปดว้ ยผู้คนมากมายท้ังที่รู้จักกันจริง ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง และยงั มผี ู้คนอกี มากมายที่เรารูจ้ ักกันในโลกเสมือน ซ่ึงมนี สิ ยั ใจคอ ความช่ืนชอบ และความคลั่งไคล้ท่ีแตกต่างกัน บางคร้ังอาจมีหลายส่ิงท่ีไม่ถูกใจ ไม่ตรงกับความคิด ความเชื่อ หรือ ไม่เห็นดว้ ยกับส่งิ ทพี่ บเห็นในโลกส่อื สังคมออนไลน์ แต่ยังคงจาเป็นทเ่ี ราตอ้ งปฏบิ ัติต่อทุกคนดว้ ยความ เคารพซ่ึงกันและกัน และควรตระหนักถึงการใช้งานเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เข้าใจและรู้วิธีป้องกัน ความเป็นส่วนตัว และระวังที่จะไม่ล่วงละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น นั่นคือ พฤติกรรมที่จะ ทาใหก้ ารใชช้ วี ติ ในสังคมยคุ ดจิ ทิ ลั ได้อย่างมีความสขุ

68 คาถามท้ายบท 1. นกั ศกึ ษายกตวั อย่างการกระทาหรือพฤติกรรมที่แสดงให้เหน็ ถงึ เสรภี าพ และ สทิ ธิ มาอยา่ งละ 1 พฤติกรรม 2. นักศึกษายกตัวอยา่ งการกระทาหรือพฤตกิ รรมท่ีแสดงใหเ้ หน็ ถึงเสรีภาพ และ สิทธิ ในฐานะเป็นนักศกึ ษาของมหาวิทยาลยั สวนดุสิต มาอยา่ งละ 1 พฤตกิ รรม 3. นักศึกษาจะมน่ั ใจไดอ้ ย่างไรวา่ ข้อมลู หรอื ภาพถ่ายท่นี ามาจากอินเทอรเ์ นต็ นน้ั สามารถ นาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ไมเ่ ข้าขา่ ยการละเมดิ ลขิ สิทธ์ิ 4. กรณที นี่ กั ศกึ ษานาข้อมลู หรอื ภาพที่มสี ญั ลกั ษณน์ ี้ ปรากฏอยู่มาใช้งาน ผลงานทน่ี ักศึกษาทาเสรจ็ แล้วจะมีสญั ญาอนญุ าตครเี อทฟี คอมมอนสอ์ ยา่ งไรบา้ ง 5. นักศกึ ษาคดิ อย่างไร เกยี่ วกบั เสรีภาพ และสิทธิ ในการใชง้ านส่อื สังคมออนไลน์ท่ีเปน็ อยูใ่ น ปจั จบุ ัน

เอกสารอา้ งองิ กองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเก่ียวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี. (22 มีนาคม 2562). ความรับผิดชอบและมารยาทในการใช้สื่อสังคมออนไลน์. สืบค้นเม่ือวันที่ 28 มกราคม 2564, จาก https://tcsd.go.th/ความรบั ผิดชอบและมารยาท. กองเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม. (28 มิถุนายน 2559). ป้ายโฆษณาลามกอนาจาร ผิดอาญา มีโทษปรับ. สืบค้นเม่ือวันที่ 31 กรกฎาคม 2564, จาก https://www.m-culture.go.th/surveillance/ ewt_news.php?nid=1273&filename=index คุณกาลังละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อ่ืน โดยไม่รู้ตัว อยู่หรือไม่ ?. (ม.ป.ป.). สืบค้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2564, จาก True ปลูกปัญญา: http://www.trueplookpanya.com/new/cms_ detailgeneral_knowledge/26301. ดวงพร วิริยา. (2562). Creative Commons ลิขสิทธิ์ทางผลงาน ใช้แบบไหนถึงถูกต้อง. เรียกใชเ้ มื่อ 24 กรกฎาคม 2564 จาก https://creativetalklive.com/creative-commons-license/ ธีรพัฒน์ อังศุชวาล. (13 มีนาคม 2554). ความเป็นสื่อสังคม (Social Media) กับมาตรฐานและ จรรยาบรรณ. สืบค้นเมื่อวันท่ี 30 มกราคม 2564, จาก http://publiclaw.net/publaw/ view.aspx?id=1564 ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บก.อก.บช.ส. (5 พฤษภาคม 2563). สรุป 13 ข้อ สาระสาคัญจาง่ายๆ พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์ 60. สืบคน้ เม่ือ 31 มกราคม 2564, จาก http://www.sbpolice.go.th/ news/สรปุ 13ขอ้ สาระสาคญั จาง่ายๆพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์60_189.html. มหาวทิ ยาลัยมหิดล. (2559). จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ. สบื ค้นเมือ่ วันที่ 31 มกราคม 2564, จาก https://sites.google.com/ska1.go.th/digitalliteracy/บทเรียนออนไลน์/1-สิทธิ และความรับผดิ ชอบ ศิริกร เอ้ือไพจิตร. (8 กรกฎาคม 2562). รอยเท้าดิจิทัล : ฝ่ายบุคคลเตือน ตัวตนและความคิดเห็นใน โลกออนไลน์มีผลต่อการสมัครงาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2564 จาก, https://www.bbc.com/thai/thailand-48902824 สิทธิและความรับผิดชอบแห่งศตวรรษที่ 21. (ม.ป.ป.). สืบค้นเม่ือวันที่ 31 มกราคม 2564, จาก https://thaidigizen.com/digital-citizenship/ch4-digital-rights-and-responsibilities สรุป PDPA คอื อะไร ฉบับเข้าใจงา่ ย พร้อมแนะแนว. (15 กมุ ภาพนั ธ์ 2564). เรียกใชเ้ มอ่ื 17 สิงหาคม 2564 จาก https://pdpa.pro/blogs/in-summary-what-is-pdpa Nuch. (20 มิถุนายน 2562). สรุป พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์: กรณีศึกษาและเน้ือหา 13 เร่ืองที่ชาวเน็ตตอ้ งรู้. สืบค้นเมอ่ื วนั ท่ี 31 มกราคม 2564, จาก https://contentshifu.com/blog/computer-law#1 United Nation. (1948, December 10). Universal Declaration of Human Rights. Retrieved July 4, 2021, from https://www.un.org/sites/un2.un.org/files/udhr.pdf United Nation. (2014). the charter of human rights and principles for the internet. Retrieved July 4, 2021, from https://www.ohchr.org/Documents/Issues/Opinion/Communications/ InternetPrinciplesAndRightsCoalition.pdf

บทท่ี 5 การรเู้ ท่าทนั โลกออนไลน์ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบนั ไม่ว่าจะเปน็ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แท็บเล็ต และส่ือสังคม ออนไลน์ เป็นการนามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสาหรับการสื่อสารในชีวิตประจาวันและ การปฏิบัติงาน ส่วนใหญ่เป็นการส่ือสารออนไลน์โดยใช้เครื่องมือการส่ือสาร เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อนิ สตราแกรม และทวิตเตอร์ เป็นต้น รูปแบบการส่ือสารมีทั้งการแชท การแชร์ข้อมูลข่าวสาร การกดถูกใจ ซ่งึ การสื่อสารออนไลนม์ ีลกั ษณะเปิดเผยแตอ่ ยู่ในพ้ืนทีส่ าธารณะทาให้ง่ายต่อการเขา้ ถงึ ข้อมลู ต่าง ๆ ประโยชน์จากใช้สื่อสังคมออนไลน์ทาให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ตลอดเวลา เผยแพร่ ข้อมูลได้ทันที ทุกท่ี ทุกเวลา และเปน็ แหล่งพบปะพูดคุยกันในเรื่องที่มีความสนใจเหมือนกัน นาเสนอ ตัวตน นอกจากน้ียังเชื่อมโยงและส่ือสารกับผู้คนได้ทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหน่ึงการใช้ส่ือ สังคมออนไลน์ก็ต้องใชอ้ ย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดผลกระทบในทางไม่ดกี ับผู้อืน่ และในการรับส่งข้อมูล ข่าวสารต้องใช้วิจารณญาณและพิจารณาข้อมูลข่าวสารว่าเป็นจริงหรือไม่อย่างไร ก่อนท่ีจะเชื่อหรือ เผยแพร่ขอ้ มลู ข่าวสารนัน้ การรู้เท่าทันส่ือสังคมออนไลน์มีความสาคัญสาหรับทุกคนเพ่ือให้ใช้ส่ือสังคมออนไลน์ในการ สื่อสารไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและมีความรับผิดชอบตอ่ ตนเองและสังคม ซ่ึงการรู้เท่าทันส่ือออนไลน์ คือ การ ไม่เชื่อเน้ือหาหรือข้อมูลขา่ วสารท่ีได้อ่าน ได้ยิน ไดฟ้ ัง แต่สามารถคิด วิเคราะห์เน้ือหา ข้อมูล ข่าวสาร ไดว้ ่าเป็นจริงหรอื ไม่ รวมท้ังตระหนักถึงผลกระทบของการสอื่ สารท่จี ะเกิดขึน้ เม่ือมีการเผยแพรอ่ อกไป การรู้เท่าทันโลกออนไลน์ทาให้เกิดการใช้งานส่ือสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบต่อตนเอ งและ สงั คม ดังนั้นการนาสอื่ สงั คมออนไลน์มาใชใ้ นชวี ติ ประจาวันอยา่ งร้เู ท่าทนั จึงสรปุ เปน็ 3 ประเด็น ได้แก่ การสื่อสารและแลกเปล่ียนข้อมูลอย่างสร้างสรรค์บนโลกออนไลน์ การรเู้ ท่าทันขา่ วปลอมทางสือ่ สังคม ออนไลน์ และการร้เู ท่าทันพฤตกิ รรมการใชส้ ือ่ สังคมออนไลนอ์ ยา่ งปลอดภัย การสอ่ื สารและแลกเปล่ียนขอ้ มูลอยา่ งสรา้ งสรรคบ์ นโลกออนไลน์ การสื่อสารบนโลกออนไลน์ตอ้ งตระหนกั ถึงสิทธขิ องบุคคลทงั้ ประเด็นสว่ นบคุ คลและประเด็น สาธารณะ ควรนาเสนอในส่ิงทีเ่ ปน็ ความจริงไมส่ ร้างความเขา้ ใจผิดหรือความเดือดร้อนให้แกผ่ ูอ้ ื่น การโพสต์ข้อมูลบนสอ่ื สงั คมออนไลน์ ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ (2561) ได้อธิบายถึง มารยาทในการแสดงความคิดเห็นผ่าน เทคโนโลยี ไว้วา่ 1) กอ่ นแสดงความคิดเหน็ ควรย้อนกลบั ไปอา่ นคาถามและความคิดเห็นของผู้อื่นทไ่ี ด้ตอบไว้แลว้ บา้ ง 2) เคารพความคิดเหน็ ของผูอ้ น่ื 3) แสดงความคดิ เห็น อภปิ รายประเด็นใหต้ รงมากท่สี ุด 4) การใชภ้ าษาสภุ าพมคี วามสาคญั ทั้งต่อตัวเองและผรู้ บั สาร

72 5) ไมใ่ ช้การแสดงความคดิ เหน็ ท่ีแสดงอารมณข์ นั ประชดประชัน ดถู กู ดูหมิ่น ผ่านภาษาเขยี น 6) พจิ ารณาให้ถถ่ี ้วนวา่ ผู้รับสารที่ตอ้ งการโต้ตอบดว้ ยนัน้ อยใู่ นสถานะใด การโพสต์ข้อมูลบนส่ือสังคมออนไลน์ มีแนวทางการใชท้ ี่เหมาะสม ดังน้ี (ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สานกั งานกองทนุ สนบั สนุนการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ (สสส.), 2562) 1) ไมโ่ พสต์เนอื้ หาทีพ่ าตัวเองเดอื ดรอ้ น เชน่ การเขียนวจิ ารณค์ นอน่ื ดว้ ยภาษาที่ไม่สุภาพ 2) มีศีลธรรมและจริยธรรมในการโพสต์ ควรคานึงผลกระทบต่อสงั คม 3) การแต่งเติมเนื้อหาแต่พอดี การใช้ส่ือ เช่น การตัดต่อภาพ ตัดต่อวิดีโอ ตัดเสียง เม่ือ จาเป็นต้องทา ควรคานึงถึงความเหมาะสม ไม่แต่งเติมเนื้อหามากเกินไปจนทาให้คนท่ีเห็นเข้าใจผิด เชน่ ไมต่ ัดต่อหนา้ บุคคลอ่ืนกอ่ นได้รับอนุญาต เปน็ ต้น 4) เข้าใจเนอื้ หาแบบไมต่ ัดสนิ ตวั คนโพสต์ 5) แชรอ์ ย่างมีสติ 6) สร้างความนิยมอย่างสร้างสรรค์ สร้างค่านิยมในทางท่ีถกู ตอ้ ง เช่น แสดงความสามารถพเิ ศษ รีววิ อยา่ งตรงไปตรงมา ไม่โกหก ตง้ั อยบู่ นความจริงใจไม่จาเป็นตอ้ งใหค้ นชอบดว้ ยคลปิ วิดโี อทไี่ มเ่ หมาะสม 7) สนกุ กับเน้ือหา ไม่จับผิดเกนิ ไป การรเู้ ทา่ ทันตนเอง เป็นการใช้สอื่ สงั คมออนไลน์อย่างมสี ติ คือ การไมแ่ ชรท์ นั ทีโดยทย่ี งั ไมไ่ ดอ้ ่านรายละเอยี ดและไตรต่ รองอย่างสมเหตุสมผล ส่ิงท่ีไม่ควรโพสต์บนโลกออนไลน์ (กองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี, 2562ข) 1) สถานที่ตั้ง มีข้อมูลตาแหน่งท่ีควรคานึงถึง คือ ข้อมูลที่เลือกโพสต์ (ขณะกาลังใช้งานอยู่) และข้อมูลท่ีรวบรวมโดยแอปพลิเคชันและอุปกรณ์บนเคร่ืองมือที่ใช้งาน เช่น โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ส่ิงทีต่ ้องทา ไดแ้ ก่ - ตรวจสอบการตงั้ ค่าความเป็นสว่ นตวั บนสื่อสงั คมออนไลน์ - ปดิ ใชก้ ารตดิ แทก็ ตาแหนง่ อัตโนมัติสาหรับการอัปเดตสถานะหรือทวีต - อย่าเชค็ อนิ ท่ีบา้ นของตนเอง - ตรวจสอบพ้ืนหลงั ของภาพสาหรับจดุ สังเกตท่ีระบุได้ - อ่านข้อตกลงและเงื่อนไขเพื่อดูแอปพลิเคชันหรือบริการว่าแอปพลิเคชันเหล่านั้นจะทา อยา่ งไรกบั ขอ้ มลู ตาแหน่งของเรา - เปลีย่ นการตงั้ ค่ากลอ้ งเพอื่ ไมใ่ ห้ระบขุ อ้ มลู ตาแหน่งในภาพทถี่ า่ ย 2) ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ คนส่วนมากไม่ได้ให้ท่ีอยู่ของตนเองกับคนแปลกหน้าบน อินเทอรเ์ นต็ อย่างไรกต็ ามอาจมบี างครั้งที่ไมไ่ ด้ตั้งใจจะเปดิ เผยที่อย่ขู องเราตอ่ โลกดิจทิ ัล สงิ่ ทต่ี ้องทา ไดแ้ ก่ - เมอื่ ซื้อสินค้าออนไลน์ใหค้ ้นหา “https” แทนที่ “http” ใน URL - อยา่ โพสตท์ อี่ ยู่ของตนเองในทสี่ าธารณะ - อ่านข้อตกลง เงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์เพ่ือตรวจสอบว่าข้อมูล ของเราไม่ไดถ้ ูกนาไปขายหรือใช้อยา่ งไม่เหมาะสม - แก้ไขหรอื ลบท่ีอย่จู ากรปู ภาพกอ่ นโพสต์

73 3) การระบุบัตรเครดิตและข้อมูลการธนาคาร การขโมย ID ของเราเป็นสิ่งท่ีอาจเกิดข้ึนได้ อาจถูกสวมตัวตนเปน็ เจา้ ของบตั รเครดติ หรือแม้แต่บญั ชธี นาคาร สิง่ ที่ต้องทา ไดแ้ ก่ - อย่าโพสตภ์ าพทีเ่ ปน็ ความลบั ขอ้ มูลทางการเงินส่วนบคุ คลหรือรหสั ผ่านทางออนไลน์ - หากมีเหตผุ ลที่ถูกต้องในการโพสต์ ควรแกไ้ ขหรือลบข้อมูลทเี่ ปน็ ความลบั ท้ังหมดออก 4) อย่าโพสต์เรื่องท่ีทางาน แม้ว่างานของเราจะมีอุปสรรคมากเพียงใด แต่ควรที่จะแยกชีวิต เรอ่ื งงานและความเปน็ สว่ นตวั ออกจากกนั ใหไ้ ด้ สิง่ ที่ต้องทา ไดแ้ ก่ - สร้างรายช่ือเพ่ือนบนเฟซบุ๊ก สาหรับเพื่อนร่วมงาน และจากัดโพสต์ส่วนตัวเพ่ือยกเว้น เพอื่ นร่วมงาน - อย่าโพสต์โครงการทางานหรอื ขอ้ มูลความลบั อนื่ ๆ ในสอ่ื สังคมออนไลน์ - อยา่ ใช้หรอื สง่ เอกสารทางอีเมล นอกเสียจากว่าบญั ชหี รอื อปุ กรณข์ องบริษทั ไดร้ ับการอนมุ ัติ - อย่าวิพากษ์วิจารณ์ธรุ กิจ (ปัจจุบันหรือก่อนหน้าน้ี) หรือเพอื่ นร่วมงานในพน้ื ท่ีสาธารณะ หรือทางสื่อสังคมออนไลน์ ท่มี าของคลิป: รายการ iT24Hrs ตอน เรอ่ื ง 5 สงิ่ ท่หี ้ามโพสตล์ ง Social Network เดี๋ยวภัยมา การรู้เทา่ ทันข่าวปลอมทางส่อื สังคมออนไลน์ ขา่ วปลอมหรือขา่ วลวง (Fake news) หมายถงึ ข่าวทม่ี ีเน้อื หาอันเปน็ เทจ็ หลอกลวง หรอื ขา่ วสร้าง สถานการณ์ รวมถึงการเขียนข่าวท่ีได้รับการสนับสนุนอย่างปิดบังหรือแอบแฝง ซึ่งนาเสนอในแพลตฟอร์ม ออนไลน์อื่น ๆ (Lazer, el.al, 2018; เฉลมิ พล กก๊ เกียรตกิ ลุ และธัญญนนทณฐั ดา่ นไพบูลย์, 2561) ผลกระทบของขา่ วปลอมในส่ือสงั คมออนไลน์ สานกั งานพฒั นาธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (2562) ไดก้ ลา่ วถึง ผลกระทบของขา่ วปลอมหรอื ขา่ วลวงท่ีมตี ่อผรู้ ับขา่ วสาร ดงั น้ี - ผู้รับได้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ทาให้ตัดสินใจผิดพลาด อาจส่งผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เช่น แชร์ข้อมูลว่าดมื่ น้ามะนาวช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ ผู้ป่วยอาจเลิกไปรักษาด้วยวิธเี คมีบาบัดกับหมอ ทา ใหม้ ะเรง็ ลกุ ลามถึงขั้นเสียชวี ติ - ผู้รับเกิดความตระหนกตกใจ เช่น ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับภัยพิบัติ หรือโรคระบาดต่าง ๆ อาจ ทาให้ผู้คนแตกตื่น กักตุนของกินของใช้หรือไปเข้าคิวฉีดวัคซีนป้องกันโรคซ่ึงไม่เกิดข้ึนจริง ขา่ วการเมืองหรือนโยบายของรัฐที่อาจทาใหห้ ุ้นข้ึนหรอื ลง นกั ลงทนุ เทขายห้นุ หรอื ซื้อเพือ่ เก็งกาไร

74 - ผู้ถูกแอบอา้ งไดร้ ับความเสียหาย เชน่ ถูกล้อเลียน ดูหมิ่น กลั่นแกล้งรังแก เพราะข้อมูลเท็จ ที่เกิดจากการตัดตอ่ ให้ดตู ลกขบขัน ถูกเกลียดชังจากข้อมูลเท็จเชิงใส่ร้ายปา้ ยสีหรือตัวอย่างข่าวดาราดัง ป่วยหนักใกล้เสียชีวิต ทาใหป้ ระชาชนสงสาร มจิ ฉาชีพฉกฉวยโอกาสเรี่ยไรเงินช่วยเหลอื ครอบครวั ดารา - ข้อมูลที่ทาให้เกิดความขัดแย้งในสังคม เช่น ข้อมูลเท็จทางด้านการเมือง ข่าวสถานการณ์ ระหวา่ งประเทศ อาจนาไปสูค่ วามไมส่ งบสุขในสังคม สร้างปัญหาระหว่างประเทศได้ ข่าวปลอมหรือข่าวลวงที่เกิดข้ึนได้ส่งผลกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการทหาร สรปุ ได้ดังนี้ (ศูนยศ์ กึ ษายุทธศาสตร์ สถาบนั วิชาการป้องกันประเทศ, 2559) ดา้ นการเมอื ง ด้านการเมือง ข่าวปลอมที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด ประเทศไทยอาจมีผู้ใช้ ข่าวปลอมเปน็ เครอ่ื งมือในการเลือกตัง้ ได้ ด้านเศรษฐกจิ ด้านเศรษฐกิจข่าวปลอมถูกส่งต่อหรือแชร์ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ อาจส่งผลให้นักลงทุน เกิดความไม่มัน่ ใจในการลงทนุ ทาใหต้ ลาดหนุ้ มคี วามผันผวน และอาจสง่ ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ในระยะยาวได้ สาหรับประเทศไทยนอกจากจะส่งผลต่อการลงทุนแล้วยังอาจกระทบต่อการท่องเท่ยี ว ซึ่งไทยเป็นประเทศท่ีมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นจานวนมาก เพราะฉะน้ันหากเกิดข่าวปลอมที่ เกย่ี วข้องกบั การท่องเท่ียวหรือชาวตา่ งชาติขนึ้ จะสง่ ผลกระทบตอ่ รายได้เข้าประเทศและสง่ ผลกระทบ ต่อผู้ค้ารายย่อยด้วย ซึ่งต่อไปในอนาคตข่าวปลอมที่มาจากเว็บไซต์ปลอมเหล่านี้ อาจจะไม่ใช่แค่ ข่าวปลอมเทา่ นัน้ แต่ผู้สร้างสามารถฝังซอฟตแ์ วร์มุ่งร้ายตา่ ง ๆ ไว้ และหลอกลวงเอาทรัพย์สินไปได้ ดา้ นสงั คม ด้านสังคม ข่าวปลอมท่ีแพร่กระจายออกไปโดยเฉพาะข่าวที่มีผลกระทบตอ่ ความรู้สึกของคน จานวนมาก จะทาให้เกิดผลกระทบด้านจิตวิทยาของประชาชนทาให้เกิดความสับสน เข้าใจผิด และ ตนื่ ตระหนกซงึ่ ในระยะยาวอาจจะส่งผลต่อการดารงชวี ติ ของประชาชนได้ ดา้ นการทหาร ด้านการทหาร อาจมีผู้สร้างข่าวปลอมข้ึนมาเพ่ือสร้างความแตกแยกโดยใช้การทหารเป็น เคร่อื งมือ ดังเหตุการณ์การปลอ่ ยข่าวปลอมทเี่ ก่ียวกับการรฐั ประหารท่ีเคยเกดิ ขึน้ หรือผกู้ ่อการรา้ ยอาจ สร้างข่าวปลอมขน้ึ มาทาใหส้ ่งผลกระทบต่อความมนั่ คงทง้ั ในประเทศและต่างประเทศได้ รปู แบบของเนอ้ื หาขา่ วปลอม ลักษณะเนื้อหาของข่าวปลอม First Draft News เป็นองค์กรท่ีตั้งข้ึนมาเพ่ือต่อสู้กับข่าวปลอม ร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ และ Publisher รวมถึง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ New York Times หรือ BuzzFeed ไดจ้ ัดรูปแบบของขา่ วปลอมไว้ 7 แบบ โดยเรียงตามระดับความรุนแรงจากนอ้ ยไปมาก ดังน้ี (สรานนท์ อินทนนท,์ 2563) 1) เนือ้ หาลอ้ เลียนเสียดสี (Satire or Parody) ข่าวล้อเลียนไม่ได้มีเจตนาในการสร้างความเข้าใจผิดหรือต้องการให้ผู้อ่ืนหลงเชื่อ แต่ ต้องการล้อเลียนหรือทาให้ขบขัน มักเป็นการล้อเลียนเหตุการณ์บา้ นเมืองในปจั จุบัน หรือล้อเลียนคน มีช่ือเสียง โดยมักมีการจัดหน้าเลียนแบบหรือรูปแบบให้เหมือนข่าวจริง จนบางคร้ังผู้อ่านหลงเชื่อว่า

75 เปน็ ข่าวจริงได้ เช่น บทความใน “ผู้จัดกวน” หรือ ในเวบ็ ไซต์ “ข่าวปด” ซ่ึงเปน็ ข่าวล้อเลียน ไม่ใชข่ ่าวปลอม แตถ่ า้ ผอู้ ่านขาดความรู้ความเขา้ ใจ จึงทาให้ขา่ วลอ้ เลยี นมคี ณุ ลักษณะถกู จัดวา่ เป็นข่าวปลอมได้ ดังน้ัน ข่าวประเภทน้จี งึ มรี ะดบั ความรนุ แรงนอ้ ยท่สี ดุ 2) เนื้อหาไม่ตรงพาดหัว (False connection) เน้ือหาไม่ตรงพาดหัว คือ ข่าวท่ีมีการเชื่อมโยงเน้ือหาท่ีผิด พาดหัวข่าว รูปภาพ หรือ คาบรรยาย ไม่ได้เช่ือมโยงกับเนื้อหาข่าวจริง ๆ เป็นการเชื่อมโยงสองสิ่งท่ีไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยแต่ ถกู นามากลา่ วถงึ ในข่าวเดยี วกนั หรือทาใหม้ าเช่ือมโยงกันโดยพาดหัวมกั จะเปน็ การเรา้ อารมณด์ งึ ดดู ให้ คนเข้ามาอ่าน เน่ืองจากปัจจุบันผู้อ่านมักจะมีช่วงความสนใจที่สั้นลงจึงทาให้สานักข่าวออนไลน์ เนน้ พาดหวั ขา่ วใหห้ วือหวา 3) เนอ้ื หาช้นี า (Misleading) เน้ือหาชี้นา เป็นข่าวที่มีเน้ือหาข้อเท็จจริงแต่จงใจบิดเบือนเร่ืองราวหรือใส่ร้ายผู้อ่ืน ใหเ้ ข้าใจผิดโดยการชีน้ าไปในทางใดทางหนึ่ง เปน็ การเขียนข่าวโดยใช้อคติของผเู้ ขียน 4) เนื้อหาที่ผิดบรบิ ท (False Context) เน้ือหาท่ีผิดบริบท เป็นข่าวที่มีเน้ือหาข้อมูลจริงแต่นาบริบทที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาน้ัน มาเชื่อมโยงทาให้คนตีความผิด เช่น เน้ือหาของข่าวเป็นเร่ืองจริงแต่นาภาพประกอบจากแหล่งอื่น มาประกอบ ทาให้ข่าวกับรูปภาพไม่สอดคลอ้ งกัน 5) เนอื้ หาแอบอา้ ง (Impostor) เนื้อหาแอบอ้าง คือ ข่าวที่มีการแอบอ้างบุคคล แหล่งข้อมูลหรือแหล่งข่าวที่ไม่จริงหรือ อ้างตัวเป็นแหล่งข่าวท่ีน่าเช่ือถือ ข่าวปลอมประเภทน้ีมักเป็นข่าวออนไลน์ที่สร้างรูปแบบให้เหมือน สานักข่าวจริง ๆ หรือแอบอ้างชอ่ื สานักข่าวทีม่ ีชือ่ เสยี งซงึ่ ทาความสบั สนใหผ้ อู้ า่ น 6) เนื้อหาหลอกลวง (Manipulated) เน้ือหาหลอกลวง คือ ข่าวตัดต่อหรือข่าวที่มีเนื้อหาข้อมูลหรือภาพข่าวจริง ๆ แต่ถูก ดดั แปลงดว้ ยการปลอมหรือตัดต่อเพ่อื สรา้ งเร่ืองหลอกลวง 7) เนือ้ หาทกี่ ุขึ้นมา (Fabricated) เนื้อหาที่กุข้ึนมา คือ ข่าวที่กุเร่ืองข้ึนมาทั้งหมดเป็นข้อมูลเท็จ 100% มีเจตนาที่จะ หลอกลวงหรือใส่ร้าย ข่าวกุถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้ไม่หวังดี ซ่ึงอาจจะทาเองหรือจ่ายเงินจ้างให้ผู้อ่ืนทา เพื่อหวงั ผลใหเ้ กดิ ความเข้าใจผดิ ในวงกว้าง ขา่ วประเภทน้ีมีระดบั ความรนุ แรงมากท่ีสุด ทมี่ าของคลิป: Thai Media Fund ตอน การรเู้ ท่าทนั ขา่ วปลอม Fake News EP 2: รูปแบบขา่ วปลอม

76 การพิจารณาความถูกต้องและความน่าเช่ือถือของข้อมูลข่าวสารในสื่อสังคม ออนไลน์ การสังเกตขา่ วปลอม (ศนู ย์ช่วยเหลือเฟซบุ๊ก, 2564) 1) สงสัยข้อความพาดหัว ข่าวปลอมมักมีข้อความพาดหัวท่ีดึงดูดความสนใจโดยใช้ตัวพิมพ์ ใหญ่ทั้งหมดและเครื่องหมายอัศเจรีย์ หากข้อความพาดหัวท่ีน่าต่ืนตระหนกฟังดูไม่น่าเช่ือถือ ข่าวน้ัน นา่ จะเป็นขา่ วปลอม 2) สังเกตท่ี URL ซึ่ง URL หลอกลวง หรือดูคล้ายอาจเป็นสญั ญาณของข่าวปลอมได้ เว็บไซต์ ข่าวปลอมจานวนมากเปลี่ยนแปลง URL เพียงเล็กน้อยเพ่ือเลียนแบบแหล่งข่าวจริง ซึ่งเราอาจไปท่ี เวบ็ ไซตเ์ พือ่ เปรยี บเทียบ URL กบั แหล่งขา่ วท่มี ี 3) สังเกตแหล่งที่มา ตรวจดูให้แน่ใจว่าเรื่องราวเขียนขึ้นโดยแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือและมี ชื่อเสียงด้านความถูกต้อง หากเร่ืองราวมาจากองค์กรที่ชื่อไม่คุ้นเคยให้ตรวจสอบที่ส่วน “เก่ียวกับ” เพอ่ื เรียนร้เู พิม่ เตมิ 4) มองหาการจัดรูปแบบท่ีไม่ปกติ เว็บไซต์ข่าวปลอมจานวนมากมักมีการสะกดผิดหรือวาง เลย์เอาท์ไมป่ กติ โปรดอ่านอยา่ งระมัดระวงั หากเหน็ สญั ญาณเหล่าน้ี 5) พิจารณารูปภาพ เรื่องราวข่าวปลอมมักมีรูปภาพหรือวิดีโอที่ไม่เป็นความจริง บางคร้ัง รูปภาพอาจเป็นรูปจริง แต่ไม่เก่ียวข้องกับบริบทของเรื่องราว สามารถค้นหาเพื่อตรวจสอบได้ว่า รูปภาพเหล่าน้ันมาจากทไ่ี หน 6) ตรวจสอบวันที่ เรือ่ งราวข่าวปลอมอาจมีลาดบั เหตกุ ารณท์ ไี่ ม่สมเหตผุ ล หรือมีการเปลี่ยนแปลง วนั ทีข่ องเหตกุ ารณ์ 7) ตรวจสอบหลักฐาน ตรวจสอบแหล่งข้อมูลของผู้เขียนเพ่ือยืนยันว่าถูกต้อง หากไม่มี หลกั ฐานหรอื ความน่าเชอื่ ถือของผู้เชีย่ วชาญที่ไมม่ ชี ่อื เสยี ง อาจระบไุ ด้ว่าขา่ วดังกลา่ วเปน็ ขา่ วปลอม 8) ดูรายงานอนื่ ๆ หากไม่มแี หลง่ ทีม่ าอืน่ ๆ ทร่ี ายงานเรื่องราวเดียวกัน อาจระบุได้ว่าข่าวดังกล่าว เป็นขา่ วปลอม หากมกี ารรายงานข่าวโดยหลายแหลง่ ขา่ วท่เี ชือ่ ถอื ได้ มีแนวโน้มว่าขา่ วดงั กลา่ วจะเป็นข่าวจรงิ 9) เร่ืองราวน้ีเป็นเร่ืองตลกหรือไม่ บางคร้ังอาจแยกข่าวปลอมจากเรื่องตลกหรือการล้อเลียน ได้ยาก ตรวจสอบดูว่าแหล่งที่มาของข่าวข้ึนช่ือเรื่องการล้อเลียนหรือไม่ และรายละเอียดตลอดจน น้าเสยี งของข่าวฟงั ดเู ปน็ เรื่องตลกหรือไม่ 10) เรื่องราวบางเร่ืองอาจตั้งใจเป็นข่าวปลอม ใช้วิจารณญาณเพ่ือคิดวิเคราะห์เรื่องราวที่ เราอา่ น และแชรเ์ ฉพาะข่าวทีเ่ ราแนใ่ จว่าเชอื่ ถือไดเ้ ท่านนั้ หน่วยงานท่ีดแู ลเก่ียวกบั ข่าวปลอม ได้แก่ ศูนย์การต่อตา้ นข่าวปลอม ประเทศไทย กระทรวง ดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าข่าวท่ีได้รับมาเป็นข่าวปลอมหรือไม่ รวมทั้งสามารถแจ้งเบาะแสข่าวท่ีน่าสงสัยได้ โดยสามารถเข้าใช้งานได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ เว็บไซตน์ ีม้ กี ารแสดงผลดังภาพที่ 5.1

77 ภาพท่ี 5.1 เวบ็ ไซตศ์ ูนย์ตอ่ ต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ที่มา: ศูนยต์ ่อตา้ นขา่ วปลอม ประเทศไทย, 2563 เว็บไซต์ศูนยต์ ่อตา้ นข่าวปลอม ประเทศไทย จะมีข้อมูลเกีย่ วกบั ข่าวปลอมหรือขา่ วบิดเบอื นที่ เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งผู้ใช้สามารถค้นหาข่าวปลอมท่ีต้องการและแจ้งเบาะแสข่าวปลอมได้ ตัวอย่างข่าว ปลอมและขา่ วบิดเบอื นในเวบ็ ไซต์ศนู ย์ต่อต้านขา่ วปลอม แสดงดงั ภาพที่ 5.2 ภาพที่ 5.2 ตวั อยา่ งขา่ วปลอมและข่าวบดิ เบือน ท่มี า: ศนู ยต์ อ่ ต้านข่าวปลอม ประเทศไทย, 2563

78 นอกจากนี้ สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้จัดทาแอปพลิเคชัน เช็ก ชัวร์ แชร์และเว็บไซต์ https://sure.oryor.com เพ่ือลดปัญหาการแชร์ข้อมูลท่ีไม่ถูกต้องเก่ียวกับการ บริโภคเพื่อสุขภาพและรักษาโรค ซึ่งเว็บไซต์น้ีสามารถใช้ค้นหาความจริงก่อนแชร์และให้ข้อเท็จจริง รวมท้ังความรู้ท่ีถูกตอ้ งเก่ียวกบั การบรโิ ภคเพ่ือดูแลสุขภาพและรักษาโรคท่ีมีการสง่ ต่อกันทางสื่อสงั คม ออนไลน์ เวบ็ ไซต์นี้แสดงข้อมูลดงั ภาพที่ 5.3 ภาพท่ี 5.3 เชก็ ชวั ร์ แชร์ ผ่านเว็บไซต์ https://sure.oryor.com ทม่ี า: สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา, 2561 การรู้เทา่ ทนั พฤติกรรมการใช้ส่ือสังคมออนไลนอ์ ย่างปลอดภัย พฤติกรรมการใช้ส่ือสังคมออนไลน์มีท้ังส่วนที่เป็นภัยและเป็นประโยชน์ ดังน้ันการใช้ สอ่ื สงั คมออนไลน์อย่างถูกวธิ กี จ็ ะเกดิ ความปลอดภยั และหลีกเลยี่ งภยั ทเ่ี กิดจากการใชส้ ่อื สังคมออนไลน์ พฤตกิ รรมการใชส้ ือ่ สงั คมออนไลนท์ ม่ี คี วามเส่ียงตอ่ ตนเองและมีผลกระทบตอ่ ผอู้ ่ืน จากการศึกษาข้อมูลจากเอกสารตา่ ง ๆ ตวั อย่างพฤตกิ รรมการใชส้ ื่อสังคมออนไลน์ที่มีความเส่ียง ต่อตนเองและมผี ลกระทบตอ่ ผูอ้ ่นื เชน่ 1) การเชค็ อินในสถานทีต่ า่ ง ๆ อาจมคี วามเสยี่ งต่อความปลอดภยั ของตนเองได้

79 2) การ Login สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ หรือ ทวิตเตอร์ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ สาธารณะ และเม่ือใช้เสร็จแล้วไม่ทาการ Logout อาจจะทาให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาใช้งานต่อ ทาให้ เกดิ ความเสียหายกบั เราได้ 3) การต้ังรหสั ผ่านทคี่ าดเดาง่าย ทาใหผ้ ้อู ืน่ คาดเดารหสั ผ่านของเราได้และเขา้ ไปใชง้ านระบบ ต่าง ๆ ของเราโดยทเ่ี ราไม่รู้ 4) การใช้รหสั ผา่ นเดมิ เป็นระยะเวลานานโดยไมม่ กี ารเปลี่ยนแปลง 5) ใส่ข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดต่าง ๆ ในเฟซบุ๊ก อาจเกิดความไม่ปลอดภัยและเป็น อันตรายต่อตนเองได้ 6) การเปดิ อีเมลจากคนหรอื องค์กรทไี่ ม่รจู้ ัก 7) การบอกรหัสผา่ นกับผอู้ ่นื ในการเข้าระบบต่าง ๆ 8) การแชรข์ า่ วปลอมหรือข่าวลวง ทาให้ผอู้ นื่ ได้รบั ผลกระทบจากขา่ วนัน้ 9) โพสตต์ ่อวา่ คนอืน่ ด้วยคาหยาบคายหรอื เรอ่ื งไมจ่ รงิ ทาให้เกดิ ผลกระทบต่อผู้อน่ื 10) โพสต์ข่าวปลอมหรือข่าวลวงทาให้ผู้อ่ืนได้รับข้อมูลข่าวสารท่ีเป็นเท็จก่อให้เกิด ความตระหนก สรา้ งความเดือนรอ้ นใหผ้ ู้อนื่ การใช้สือ่ สังคมออนไลน์อยา่ งปลอดภยั การใช้งานส่ือสังคมออนไลน์อย่างปลอดภัย มีคาแนะนาบางประการ ดังน้ี (กองบังคับการ ปราบปรามการกระทาความผดิ เกย่ี วกบั อาชญากรรมทางเทคโนโลย,ี 2562ก) 1) ระวังเพื่อนสนิท อย่าวางใจคาขอจากเพ่ือนหรือคนรัก โดยเฉพาะรหัสผ่านของตนเองใน สื่อต่าง ๆ อย่าใหร้ หัสผา่ นของเรากบั ผูอ้ ่นื 2) ระวังส่ิงทเ่ี ราโพสตไ์ ว้ จงตระหนักไวเ้ สมอว่าเกอื บทกุ อย่างท่ีเราโพสตส์ ามารถรีโพสต์ใหมไ่ ด้ 3) หลีกเลย่ี งการแสดงอดุ มการณท์ ชี่ ัดเจนในสถานการณต์ า่ ง ๆ โดยเฉพาะทางการเมือง 4) จดั การโปรไฟล์ของตนเอง เปดิ เผยเฉพาะสงิ่ ท่ีตอ้ งการให้คนอืน่ รู้ 5) พิจารณาการตั้งค่าความปลอดภยั ของตนเองอยา่ งรอบคอบ 6) คิดก่อนโพสตภ์ าพ ควรคิดกอ่ นวา่ ต้องการใหญ้ าติหรอื นายจา้ งของเราเห็นโพสตห์ รอื ไม่ 7) คิดกอ่ นติดแทก็ ผ้อู นื่ พวกเขาต้องการถูกแทก็ ออนไลน์หรอื ไม่ 8) อยา่ ไวใ้ จลงิ กท์ ี่เหน็ เพราะบางลงิ กอ์ าจนาเราไปยงั เวบ็ ไซต์ทต่ี ดิ ไวรสั การใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้ปลอดภัย ควรคิดให้รอบคอบก่อนโพสตใ์ ชว้ ิจารณญาณในการรบั รู้ ข่าวสารอย่าเชื่อในทันทีซ่ึงพฤติกรรมที่ควรปฏิบัติ สรุปได้ดังน้ี (สานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาต,ิ 2564) 1) คิดให้รอบคอบกอ่ นโพสต์เพราะเป็นการเปิดเผยขอ้ มูลและบุคคลอ่ืนสามารถเขา้ ถึงได้ง่าย 2) พมิ พ์ URL โดยตรง หลีกเล่ียงการคลิกลิงก์โดยตรง เพราะอาจเป็น URL ปลอมเพ่ือหลอก เอาบัญชไี ปใชง้ านได้ เชน่ การเข้าใชง้ านเฟซบุ๊ก ควรเขา้ ใชง้ านจาก URL: facebook.com เป็นตน้ 3) ต้ังค่าความเป็นส่วนตัว หลีกเล่ียงการตั้งค่าแบบสาธารณะและอนุญาตให้เพ่ือนเท่าน้ัน ทสี่ ามารถมองเห็นกจิ กรรมของเราได้

80 4) ควบคมุ การใชง้ าน ควบคุมระมัดระวังการใช้งานสอื่ สังคมออนไลน์ 5) ระมัดระวังการคลิกลิงก์ท่ีมากับการแชร์ของลิงก์ อาจนาไปสู่ไวรัสหรือช่องทางการขโมย ขอ้ มลู ของแฮกเกอร์ 6) รอบคอบก่อนรับเพ่ือน คัดกรองคนที่มาขอเป็นเพื่อนโดยเข้าไปดูโปรไฟล์ก่อนทุกคร้ัง เพราะอาจเปน็ ผปู้ ระสงค์รา้ ยแอบแฝงตัวเข้ามา 7) ไม่แสดงข้อมูลส่วนตัว หลีกเล่ียงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น บัตรประชาชน บัตรเคดติ เลขทะเบยี นรถยนต์ ไมว่ า่ จะอยู่ในรูปแบบขอ้ ความหรอื รปู ภาพก็ตาม 8) ตระหนักถึงสังคมเสรี แม้ว่าทุกคนจะมีสิทธ์ิในการแสดงความคิดเห็นแต่การกระทาท่ีไม่ เหมาะสมก็อาจเปน็ เหตุใหถ้ กู ฟอ้ งรอ้ งได้และศาลอาจรบั ฟงั คารอ้ งนัน้ ดว้ ย ทมี่ าของคลปิ : รายการ iT24Hrs ตอน 10 วธิ ใี ช้ Social Network อย่างปลอดภัย สรุป การส่ือสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างสร้างสรรค์บนโลกออนไลน์ เช่น การโพสต์ข้อความต่าง ๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ ควรระมัดระวังในการโพสต์ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือการโพสต์ ข้อมูลส่วนบุคคล เพ่ือไม่ให้เกิดผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืนหรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย ตัวอย่าง พฤติกรรมที่ไม่ควรโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ เช่น ไม่โพสต์ข้อความที่ให้ร้ายผู้อื่น ภาพตัดต่อ การล้อเลียนบุคคลอ่ืน เหตุการณ์ท่ีไม่สามารถตรวจสอบแหล่งท่ีมาได้ รวมท้ังข้อมูลส่วนบุคคลของ ตนเอง เช่น บัตรประชาชน บัตรนักศึกษา เป็นต้น นอกจากน้ีการกดถูกใจ (Like) หรือกดแชร์ข้อมูล ข่าวสารบนสอ่ื สงั คมออนไลน์ควรตรวจสอบข่าวนัน้ ใหถ้ ูกตอ้ งก่อนจะโพสต์ลงบนสื่อสงั คมออนไลน์เพือ่ ไม่ใหเ้ กดิ ขา่ วปลอมทางสื่อสงั คมออนไลน์ เพราะจะสง่ ผลกระทบหลายด้าน ๆ วิธีการพิจารณาเบอ้ื งต้น ว่าข่าวนั้นเป็นข่าวปลอม เช่น การตรวจสอบแหล่งท่ีมาของข่าว อ่านเน้ือหาของข่าวเนื้อหาเกินจริงหรือไม่ หรือตรวจสอบวันท่ีโพสต์ว่าสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ หรือเป็นข่าวเก่าแล้ว เป็นต้น ซ่ึงถ้าข่าวน้ันเปน็ ขา่ วปลอมหรือข่าวลวงหา้ มโพสต์ลงบนส่ือสังคมออนไลน์ ดังน้ัน การรู้เท่าทนั พฤตกิ รรม การใชส้ อ่ื สังคมออนไลนอ์ ย่างปลอดภัยเพยี งตระหนักก่อนใชง้ านควรคิดให้รอบคอบก่อนโพสต์คานึงถึง ผลกระทบท่จี ะเกดิ ข้นึ ท้ังต่อตนเองและผู้อ่ืน

81 คาถามท้ายบท 1. การโพสตข์ อ้ ความในสื่อสังคมออนไลน์ เชน่ เฟซบุ๊ก พฤติกรรมใดควรทาและพฤตกิ รรมใด ไมค่ วรทา บอกมาอย่างละ 5 ข้อ 2. จงยกตัวอย่างข่าวปลอมทางส่ือสังคมออนไลน์ และบอกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากข่าว ปลอมนัน้ มา 1 ขา่ ว 3. ถา้ นกั ศึกษาไดร้ บั ข้อมูลวา่ “มีโปรโมชนั่ ลดราคาคอมพวิ เตอร์ยห่ี ้อหนง่ึ มากกว่า 70%” นักศึกษาจะนาข้อความน้ไี ปโพสต์บนเฟซบ๊กุ ทนั ที หรอื ไม่ เพราะอะไร 4. วิธกี ารพจิ ารณาความถูกตอ้ งและความนา่ เชอ่ื ถอื ของข้อมลู ขา่ วสารในสอ่ื สงั คมออนไลน์ มี วิธกี ารอยา่ งไร 5. จงยกตัวอย่างพฤติกรรมการใช้งานสอื่ สงั คมออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย มา 5 ตวั อยา่ ง

เอกสารอ้างองิ กองทุนพัฒนาสอื่ ปลอดภยั และสร้างสรรค์. (2563). การรเู้ ทา่ ทนั ข่าวปลอม Fake News EP 2 : รูปแบบขา่ วปลอม. สืบค้นเม่อื วนั ที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=iSI2U8YDw3Q กองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี. (2562). วธิ ีการใช้ ส่ื อโซ เชีย ล มี เดีย อย่ างชาญ ฉ ลาด . สื บค้นเมื่ อวันที่ 30 ม กราคม 2 5 6 4, จาก https://tcsd.go.th//วิธีการใช้สื่อโซเชียลม/ ----------. (2562). 4 สิ่งที่คุณไม่ควรโพสต์บนโลกออนไลน์. สืบค้นเม่ือวันที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://tcsd.go.th/4-สิง่ ท่ีคุณไมค่ วรโพสตบ์ / เฉลิมพล ก๊กเกียรติกุล และธัญญนนทณัฐ ด่านไพบูลย์. (2561). ข่าวลวง: ปัญหาและความท้าทาย. วารสารวิชาการ กสทช ประจาปี 2561. 174-192. ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ. (2561). วัคซีนคุ้มภัยคนยุคดิจิทัล ประเด็นจริยธรรมและข้อควรรู้ทาง กฎหมาย. กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม ตาราและเอกสารทางวิชาการ คณะ ครุศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย. รายการ iT24Hrs. (2561). 10 วธิ ีใช้ Social Network อย่างปลอดภยั . สืบค้นเมื่อวนั ที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?v=BOUQD0GZGd8 ----------. (2563). เรื่อง 5 สิ่งท่ีห้ามโพสต์ลง Social Network เดี๋ยวภัยมา. สืบค้นเม่ือวันที่ 30 มกราคม 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?v=37kqBuqokcU ----------. (2563). เรื่อง 5 วิธตี รวจสอบข่าวปลอม Fake News | DGTH. สบื ค้นเมอื่ วันท่ี 30 มกราคม 2564, จาก https://www.youtube.com/watch?v=p-PtKBqXKZI ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส). (2562). อย่าตกหลุม โซเชียลมีเดีย. สืบค้นเม่ือวันท่ี 30 มกราคม 2564, จาก https://dol.thaihealth.or.th/ Media/Index/1a5f53d6-2c9a-e811-80e7-00155d93ef05# ศูนย์ช่วยเหลือเฟซบ๊กุ . (2564). เคล็ดลับในการสังเกตข่าวปลอม. สืบค้นเมื่อวันท่ี 30 มกราคม 2564, จาก https://th-th.facebook.com/help/188118808357379 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย. (2563). ข่าวปลอม. สืบค้นเมื่อวันท่ี 3 กรกฎาคม 2564, จาก https://www.antifakenewscenter.com/ ศนู ยศ์ กึ ษายุทธศาสตร์ สถาบันวิชาการปอ้ งกันประเทศ. (2559). ข่าวปลอม มหันตภยั ร้ายจาก Social Network. เอกสารวิเคราะห์สถานการณย์ ทุ ธศาสตรแ์ ละความมัน่ คง. สรานนท์ อนิ ทนนท์. (2563). รู้เทา่ ทันขา่ ว (New Literacy). ปทมุ ธาน:ี วอล์ค ออน คลาวด.์ สานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). การใช้สังคมออนไลน์ให้ ปลอดภยั เพยี งตระหนกก่อนใช้. สบื คน้ เมอ่ื วันที่ 11 2564, จาก https://www.dlbaseline. org/explore?lightbox=dataItem-jz3mnohh4 สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2561). เช็ก ชัวร์ แชร์. สืบค้นเม่ือวันที่ 3 กรกฎาคม 2564, จาก https://sure.oryor.com

83 สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2562). Fake News ลวงให้เช่ือ หลอกให้แชร์. สืบค้นเมื่อ วันท่ี 11 มีนาคม 2564, จาก https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/knowledge -sharing/articles/IFBL/FakeNews.aspx Lazer, D. M. J., Buam, M. A., Benkler, Y., Berinsky, A. J., Greenhill, K. M., Menczer, F., Zittrian, J. L. (2018). The Science of Fake News. Science Magazine, 359(6380), pp. 1094-1096.

บทท่ี 6 การรบั มือในโลกออนไลน์ การใช้งานตา่ ง ๆ ผา่ นสื่อออนไลน์ ผู้ใชค้ วรรู้ถึงวิธปี ้องกันตนเองจากภัยในโลกออนไลน์ ได้แก่ การถูกแฮกบญั ชโี ซเชียล การใช้ธนาคารออนไลน์ หรือการกล่ันแกล้งบนโลกออนไลน์ เปน็ ต้น เพือ่ เป็น การลดผลกระทบที่อาจเกิดข้ึนกับตนเองและสังคม ด้วยการตระหนักรู้ถึงวิธีการป้องกัน สาเหตุ สัญญาณเตอื น และวิธแี กไ้ ขปัญหาทเ่ี กดิ ข้ึนจากการใช้งานบนโลกออนไลน์ ภัยในโลกออนไลน์ ภัยในโลกออนไลน์ กาลังเป็นภัยคุกคามเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ มากขน้ึ ซึ่งภัยในโลกออนไลนท์ พี่ บไดบ้ อ่ ย (ฉตั รช์ ัย นกด,ี 2563) มดี งั น้ี 1) ถูกกล่ันแกล้งบนโลกออนไลน์ เป็นการถูกล้อเลียน กล่ันแกล้ง แฉ ประจาน ทาให้อับอาย เสียใจ กีดกันออกจากกลมุ่ เพื่อน 2) ถูกติดตามคุกคามออนไลน์ การถูกติดตามความเคลื่อนไหวบนส่ือสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบกุ๊ หรอื อนิ สตาแกรม ถูกติดตอ่ ส่ือสารท่ีทาใหร้ ู้สึกหวาดกลวั ถูกคกุ คาม ไม่ปลอดภยั หรอื ไม่สบายใจ 3) ถูกล่อลวงให้พูดคุยเรื่องเพศท่ีไม่เหมาะสม การได้รับการติดต่อพูดคุย รับส่งเนื้อหาเร่ือง เพศทไ่ี ม่เหมาะสมโดยทีเ่ ราอาจไม่มีความสนใจหรอื ไมไ่ ดร้ อ้ งขอ ไม่ตอ้ งการ 4) ถูกแบล็กเมลทางเพศ การถูกขม่ ข่เู รยี กเงินหรือแสวงหาประโยชนอ์ ย่างอ่ืน โดยผกู้ ระทาใช้ ภาพหรือวดิ ีโอทางเพศของถกู ขม่ ขู่ 5) ถูกล่อลวงทางเพศ การติดต่อพูดคุยสร้างสัมพันธ์ ให้เกิดความไว้วางใจเพ่ือแสวงหา ประโยชน์ทางเพศ 6) เนื้อหาที่ผิดกฎหมายและอันตราย การเข้าถึงส่ือลามกอนาจาร การพนัน สารเสพติด อาวุธความรุนแรง ลิทธิความเช่อื ค่านิยม พฤติกรรมท่ีไมเ่ หมาะสม อาจทาให้เกิดพฤติกรรมเลยี นแบบ ครอบครองหรือเผยแพรเ่ นอ้ื หาท่ผี ดิ กฎหมาย 7) เล่นพนันออนไลน์ การพนันออนไลน์มาในรปู แบบทเ่ี ขา้ ถึงงา่ ย เช่น พนันบอล พนันในเกม สมัครเข้ารว่ มกิจกรรมเพ่ือส่มุ รับของรางวัล ทาให้ผู้ใช้คนุ้ ชนิ กบั การพนนั และการเส่ียงโชค 8) เสพติดเกมและอินเทอร์เน็ต การท่ีผู้ใช้หมกมุ่นเล่นวิดีโอเกมมากเกินไปโดยปราศจาก การกากับดูแล ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต สูญเสียค่าใช้จ่าย หันเหจากเป้าหมายด้านการเรียน และ อาจนาไปสู่ปัญหาอ่นื ๆ การใชเ้ วลาออนไลน์มากเกินไปจนกระทบกับหน้าที่การงาน สุขภาพ การเข้า สงั คม หงดุ หงิดเมื่อไมไ่ ดใ้ ช้ ล้มเหลวในการลดเวลาออนไลน์ คือเสพตดิ อนิ เทอร์เนต็ 9) ใช้ส่ือโดยอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ การท่ีพ่อแม่ให้เด็กใช้สื่อออนไลน์เร็วเกินไป ขาดการดูแล ช้ีแนะ อาจทาให้เกิดผลเสีย เช่น เด็กต่ากว่า 2 ขวบ ซน สมาธิส้ัน ก้าวร้าว นอนไม่หลับ พัฒนาการ ล่าช้า เด็กอายุยังไม่ถึง 13 ขวบ ยังขาดวจิ ารณญาณในการแยกแยะข่าวสารข้อมูล การเลือกคบเพื่อน ออนไลน์ อาจเชอ่ื ข่าวปลอมขอ้ มูลเท็จ ถกู ล่อลวง นดั พบแล้วเกิดอันตราย

86 10) เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวอาจทาให้ผู้ใช้ตกอยู่ใน อันตราย เช่น ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกนารูปภาพไปตัดต่อให้เสียหาย ถูกนาข้อมูลไปแอบอ้างหรือใช้ ในทางที่ไม่เหมาะสม ถูกติดต่อหรือรบกวนจากคนแปลกหน้า ถ้าเป็นเด็กเล็กอาจถูกลักพาตัวหรือถูก นาภาพไปใช้เพือ่ การแสวงหาประโยชนท์ างเพศ ส่ือออนไลน์ เป็นส่ิงที่คนรุ่นใหม่ให้ความสาคัญ ไม่ว่าจะใช้ไปเพื่อความบันเทิง การค้นคว้าหา ข้อมูลความรู้ต่าง ๆ บางคนสามารถต่อยอดทาเป็นธุรกิจสร้างรายได้ อย่างไรก็ตามมีคนจานวนไม่น้อยที่ ได้รับผลกระทบจากส่ือออนไลน์ ท้ังความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือถูกรังแกจากผู้ไม่หวังดี ดังน้ัน การเลือกใชส้ ื่อออนไลนอ์ ย่างเข้าใจ ย่อมดีกวา่ ปิดกั้น ก็จะเปน็ การสร้างเกราะป้องกนั ให้พ้นจากภยั ใน โลกออนไลน์ทุกรูปแบบ การปอ้ งกันการถกู แฮกบัญชโี ซเชียล การถูกแฮกบัญชีโซเชียล ทาให้เกิดความเดือดร้อนภายหลังได้ ซึ่งสัญญาณที่บอกว่าบัญชี โซเชียลถูกแฮก เช่น หากการใช้บัญชีโซเชียลแล้ววันหนึ่งรู้สึกว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น หรือมีคนบอก ว่าทาไมเรามีการโพสต์อย่างนั้นอย่างน้ี ซงึ่ โดยปกตเิ ราจะไม่ไดโ้ พสต์ข้อความดังกล่าว หรือส่งข้อความ ไปหาเพื่อนท้ัง ๆ ที่เราไม่ได้ส่ง หรือเข้าใช้บัญชีของตัวเองไม่ได้ ดังนั้นจึงควรป้องกันการถูกแฮกบัญชี โซเชียล ด้วยวิธีการง่าย ๆ ได้แก่ การต้ังรหัสผ่านท่ีคาดเดาได้ยาก อย่าคลิกลิงก์ท่ีแนบมาทางโซเชียล ไม่โหลดโปรแกรมท่ีไม่รู้จัก การไม่ Login เครื่องสาธารณะทิ้งไว้ หรือเม่ือใช้เครื่องสาธารณะแล้วควร Logout ออกจากบัญชีท่ีใช้งาน การตดิ ต้งั Antivirus หรือการไม่เปดิ หนา้ จอคอมพวิ เตอรไ์ ว้โดยที่ไม่ได้ ใช้งาน เพราะอาจมผี ไู้ มห่ วังดีเขา้ มาใชง้ านได้ ซงึ่ วิธกี ารดังกลา่ วจะเปน็ การชว่ ยป้องกันการถูกแฮกเบื้องต้น ได้เป็นอยา่ งดี (บรษิ ัท โทรคมนาคมแหง่ ชาติ จากัด (มหาชน), 2562) 1. แฮกเกอรเ์ ข้าไปในบญั ชโี ซเชียลของเราได้อย่างไร Facebook: วิธีท่ีแฮกเกอร์นิยมหลอกเหย่ือเพื่อที่จะได้เข้าถึงบัญชี คือ การส่งอีเมล Phishing ที่อ้างว่ามาจากทีมงานของ Facebook ซึ่งแฮกเกอรม์ ีวิธีการทแี่ ยบยลทาให้คล้ายกบั อเี มลที่ ส่งมาจาก Facebook จริง ๆ ในอเี มลปลอมนี้จะแจ้งให้ทราบว่ามีการแจ้งเตือน (Notifications) ทย่ี ัง ไม่ได้เปดิ อา่ นจานวนมาก เน้ือหาในอีเมลก็จะกระตุ้นให้เราเข้าไปตรวจสอบการแจง้ เตอื นดงั กล่าวและ คลิก URL ท่ีให้ไว้ หลังจากน้ันจะนาเราเข้าสู่เพจปลอมท่ีดูแล้วเหมือนกับหน้าล็อกอิน Facebook ซ่ึง ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็แทบจะไม่พบความผิดปกติใด ๆ เม่ือเราเผลอใส่ข้อมูล อีเมลและรหัสผ่านไป ก็เท่ากับสทิ ธิในการเขา้ ถึง Account ของเราตกอยใู่ นมอื ของแฮกเกอร์เรียบร้อยแลว้ Twitter: แอปพลิเคชันบนมือถือจานวนมากท่ีโหลดจาก Play Store หรือ App Store นั้นมักจะเชื่อถือได้ แต่ก็มีจานวนมากที่ควรจัดอยู่ในข่ายต้องสงสัยไว้ก่อน ปกติหลังโหลด แอปพลิเคชัน มักจะพบว่ามีการแจ้งเตือน prompt ข้ึนมาหน้าจอ เช่น: “[แอปพลิเคชัน] ต้องการ เข้าถึงบัญชี Twitter/ Facebook ของคุณ คลิกตกลงเพ่ืออนุญาต” เป็นต้น ควรฉุกคิดสักนิดว่า การอนุญาตให้แอปพลิเคชันที่เราไม่มั่นใจในความปลอดภัยสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเรา

87 กเ็ ทา่ กับเพ่มิ ความเสยี่ งใหบ้ ญั ชขี องเราถูกแฮกได้ง่ายยงิ่ ขึ้น ไม่ไดแ้ นะนาว่าใหง้ ดโหลดแอปพลิเคชนั ไปเลย แต่ควรใช้เวลาสักนิดในการหาข้อมูลผู้พัฒนาหรืออ่านรีวิวของแอปพลิเคชันที่กาลังจะติดตั้งเสียก่อน เพราะแฮกเกอร์จะใช้ช่องโหว่จากแอปพลิเคชันท่ีไม่น่าเชื่อถือเหล่าน้ี จากน้ันล็อกอินเข้าสู่ Twitter หรือแอปพลิเคชนั อน่ื ๆ ท่เี ขา้ ถึงไดต้ ่อไป Instagram หรือ Pinterest: วิธีการแฮกแนวน้ีถูกนาไปใช้กับทุกโซเชียลมีเดียเช่นกัน แต่ เพ่ือเสนอเป็นตัวอย่าง ขอยกเคส Pinterest ที่แฮกเกอร์เข้าถึงบัญชีของเราได้ผ่านอีเมล Phishing มีโลโก้ของ Pinterest ออกแบบให้ดูเหมือนกับอีเมลท่ีส่งมาจาก Pinterest จริง ๆ ซึ่งอีเมลปลอม จะแจ้งว่ามีคนพยายามเข้าถึงบัญชีของเราจากต่างประเทศ เช่น อาร์เจนตินา หรือประเทศอ่ืน ๆ เช่นเดียวกับอีเมล Notification เพื่อให้เรารับรู้ทุกครั้งที่มีการเข้าสู่ระบบ ซึ่งปัจจุบันหลาย ๆ แพลตฟอร์มก็นิยมแจ้งผู้ใช้เพ่ือความปลอดภัยย่ิงขึ้น โดยคนส่วนใหญ่เม่ือได้รับอีเมลประเภทน้ีมักจะ ใจไม่ดีทันที กลัวว่าบัญชีของตัวเองกาลังจะถูกแฮก และด้วยความกลัวเข้าครอบงา ก็มักจะเผลอไป คลิกปุ่ม “That was not me” (น่ันไม่ใช่ฉัน) ซ่ึงมันจะพาเราเข้าสู่หน้าเว็บที่ดูเหมือนหน้าที่เข้าสู่ ระบบ Pinterest ในทนั ที ซึ่งหลงั จากที่ผ้ใู ช้เผลอใสข่ อ้ มูล ชื่อผ้ใู ชแ้ ละรหัสผ่าน แฮกเกอร์กส็ ามารถเข้า ระบบเพื่อเปลี่ยนรหสั ผา่ นและเข้ายึด Account ของเราได้ทันที ข้อความ หรือ โฆษณา: วิธีการแฮกแนวนี้ถูกนามาใช้ในการส่งข้อความเข้ ามาใน โทรศพั ทม์ อื ถือ อเี มล หรือแมแ้ ตโ่ ฆษณาที่เดง้ ขึ้นมาระหว่างทอ่ งเวบ็ ไซต์ เพื่อหลอกให้เราคลิกเข้าไปยัง ลิงก์ท่ีส่งมา โดยมีวิธีการหลอกลวงในรูปแบบบต่าง ๆ เช่น “โชคดีเป็นของคุณแล้ว แค่คลิก เงินหน่ึง ล้านบาทก็จะเป็นของคุณ” “ยินดีด้วย คุณได้รับสิทธิ์เงินกู้ 200,000 บาท คลิก XXX” เป็นต้น ซึ่งมัก เป็นการหลอกลวงว่าได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ได้รับเงิน ได้สิทธิ์กู้เงิน ได้ส่วนลด เมื่อผู้ใช้ หลงเชื่อคลิกลิงก์เข้าไป จะพาให้เข้าไปหน้าเพจเพ่ือกรอกข้อมูลส่วนตัวและเบอร์โทรศัพท์ จากน้ัน มจิ ฉาชีพก็จะตดิ ต่อกลับมาโดยอา้ งเหตผุ ลเพ่ือให้ผใู้ ช้หลงเชื่อ เช่น อ้างว่าการก้เู งินต้องมเี งินค้าประกัน หรืออ้างวา่ ถ้าอยากได้เงินเร็วต้องมีค่าหัวคิวในการลัดคิว เป็นตน้ เพ่ือหลอกให้ผู้ใช้แจ้งข้อมูลเลขบัญชี หรอื รหัสผ่าน รวมถงึ หลอกให้โอนเงนิ ไปให้ 2. สาเหตุทท่ี าใหบ้ ัญชโี ซเชยี ลถูกแฮก - ตง้ั Password ท่ีเดางา่ ย - การใหเ้ ว็บเบราว์เซอรช์ ว่ ยจารหัสผ่านเราไว้ - Web Phishing หลอกผใู้ ช้ให้กรอกขอ้ มูลสว่ นตัว - ลมื Logout จากอุปกรณ์ทใี่ ช้รว่ มกับผอู้ ่นื ทม่ี าของคลิป: iT24Hrs ตอน 5 สาเหตุ ที่ทาให้ Facebook ไอจี line twitter และโซเชยี ลเราถกู แฮก | DGTH

88 3. สญั ญาณบอกว่าบัญชโี ซเชียลถกู แฮก - พบโพสตแ์ ปลก ๆ โดยท่ตี นเองไมไ่ ด้เป็นคนโพสตส์ ่ิงนั้นเอง - มีอเี มลแจง้ เตอื นจาก Facebook วา่ มีคนพยายาม Login เข้าส่บู ญั ชผี ใู้ ช้ - เจอบญั ชปี ลอมทป่ี ลอมเป็นตัวเรา - บางอยา่ งเราตงั้ คา่ เปน็ ส่วนตัวไว้ แต่มีคนอ่นื สามารถเห็นได้ - มขี ้อความในช่องประวัตแิ ชทท่ีเราไม่ได้เป็นคนส่งเอง - sms แจง้ เตอื นจาก Facebook ขอรีเซตรหสั ผ่าน - เพ่อื นของเราถกู Unfriend ไปหลาย ๆ คน โดยท่ีเราไมไ่ ดท้ าเอง - มีเพื่อนใหมเ่ พิม่ เขา้ มาจานวนมากโดยทีเ่ ราไม่ไดก้ ดรบั - มีเพจแปลก ๆ โผล่ขน้ึ มาบนหน้าฟีดจานวนมากโดยที่เราไมเ่ คยไปถูกใจมาก่อน ทมี่ าของคลิป: iT24Hrs ตอน สญั ญาณบง่ บอกวา่ Facebook ถกู แฮก 4. วธิ ีป้องกันการถูกแฮกบัญชีโซเชียล การป้องกันการถูกแฮกบัญชีโซเชียลเป็นส่ิงท่ีควรให้ความสาคัญโดยในการใช้ส่ือ โซเชียล เชน่ เฟซบกุ๊ มีศูนย์ชว่ ยเหลือเฟซบุก๊ ซ่ึงไดแ้ นะนาวิธีการรักษาบัญชีเฟซบกุ๊ ให้ปลอดภัย มีดังน้ี (ศนู ยช์ ่วยเหลอื เฟซบ๊กุ , 2564) 1) ปกป้องรหัสผ่าน อย่าใช้รหัสผ่านเฟซบุ๊กของตนเองในท่ีอื่นในโลกออนไลน์และห้าม แชร์ให้กับผู้อ่ืนโดยเด็ดขาด ควรต้ังรหัสผ่านท่ีคาดเดาได้ยาก เพราะฉะนั้นอย่าใช้ชื่อของตนเองเป็น รหสั ผา่ นโดยเด็ดขาด 2) อย่าแชร์ข้อมูลการเข้าสู่ระบบของตนเอง ผู้หลอกลวงอาจสร้างเว็บไซต์ปลอมท่ีดู เหมือนเฟซบุ๊ก และขอให้เราเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านของเรา นอกจากน้ันต้องตรวจสอบ URL ของเว็บไซต์ก่อนจะป้อนข้อมูลการเข้าสู่ระบบของเราเสมอ หากเม่ือมีข้อสงสัย ให้พิมพ์ www.facebook.com ลงในเบราว์เซอร์ของคุณเพ่ือไปยัง Facebook และห้ามส่งต่ออีเมลจาก เฟซบุ๊กไปให้บคุ คลอนื่ เนือ่ งจากอาจมขี ้อมูลทล่ี ะเอยี ดอ่อนเก่ยี วกับบญั ชขี องเรา 3) ออกจากระบบเฟซบุ๊ก เมือ่ ใชค้ อมพิวเตอรท์ ่ีมกี ารใชร้ ่วมกันหรือแชรก์ บั บคุ คลอื่นทกุ ครงั้ 4) ไม่ควรรับคาขอเป็นเพ่ือนจากบุคคลที่เราไม่รู้จัก ผู้หลอกลวงอาจสร้างบัญชีผู้ใช้ ปลอมขึ้นมาเพ่ือเป็นเพื่อนกับผู้คน การเป็นเพื่อนกับผู้หลอกลวง อาจทาให้พวกเขาสามารถส่งสแปม มาในไทม์ไลนข์ องเราได้ หรืออาจแท็กเราในโพสต์และสง่ ขอ้ ความที่เปน็ อนั ตรายถงึ เราได้

89 5) ระมัดระวังซอฟต์แวร์ท่ีไม่ปลอดภัย ซอฟต์แวร์ท่ีมุ่งร้ายสามารถก่อให้เกิดความ เสียหายแก่คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ และอัปเดตเว็บเบราว์เซอร์ของเรา เสมอและลบแอปพลเิ คชันหรือส่วนขยายของเบราวเ์ ซอรท์ ่ีน่าสงสยั ออก 6) อย่าคลิกลิงก์ต้องสงสัยโดยเด็ดขาด แม้ว่าลิงก์น้ันจะดูเหมือนว่ามาจากเพ่ือนหรือ บริษัทท่ีเรารู้จักก็ตาม ลิงก์ต้องสงสัยน้ียังรวมถึงลิงก์บนเฟซบุ๊ก (เช่น ในโพสต์) หรื อทางอีเมล โปรดทราบว่าเฟซบุ๊กจะไม่ขอรหัสผ่านของคุณทางอีเมลโดยเด็ดขาด หากคุณเห็นลิงก์ท่ีน่าสงสัยใน เฟซบกุ๊ โปรดแจ้งให้ศนู ย์ชว่ ยเหลอื เฟซบกุ๊ ทราบ 7) ใช้ตัวเลือกการรักษาความปลอดภัยพิเศษของเรา ซ่ึงสามารถรับการแจ้งเตือน เก่ียวกับการเข้าสู่ระบบท่ีไม่รู้จัก และตั้งค่าการยืนยันตัวตนแบบสองช้ันได้ ถ้าเราเข้าสู่ระบบไปยัง เฟซบุ๊กบนคอมพิวเตอร์ และสามารถใช้การตรวจสอบความปลอดภัยเพื่อตรวจสอบการต้ังค่าความ ปลอดภยั ของเราได้ 5. วธิ ีแกไ้ ขหากบญั ชโี ซเชยี ลถกู แฮก ถ้าใช้บัญชีโซเชียลแล้วรู้สึกว่ามีความผิดปกติเกิดข้ึน หรือมีคนบอกว่าทาไมเรามีการโพสต์ อย่างน้ันอย่างน้ี ซ่ึงโดยปกติเราจะไม่โพสต์ข้อความดังกล่าว หรือส่งข้อความไปหาเพ่ือนทั้ง ๆ ที่เรา ไม่ไดส้ ่ง หรือเข้าใชบ้ ญั ชีของตัวเองไมไ่ ด้ ทั้งหมดนี้ใหส้ นั นษิ ฐานหรือตั้งข้อสงสยั ไว้กอ่ นวา่ บัญชโี ซเชียล ของเราอาจจะถูกแฮก ดังนั้นส่ิงท่ีควรทามีดังน้ี (กองบังคับการอานวยการ สานักงานเทคโนโลยี สารสนเทศและการสือ่ สาร, 2563) 1) แจง้ ความ 2) เปลยี่ นรหัสผา่ นทงั้ หมด 3) ตดิ ต่อฝา่ ย Customer Service ของผู้ให้บริการบญั ชีที่ถกู แฮก 6. ตวั อยา่ งการถูกแฮกบัญชโี ซเชยี ล - กลุ่มแรก พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ คนกลุ่มนี้มักจะถ่ายภาพบัตรประชาชนคู่กับสมุดบัญชี ธนาคาร จดุ ประสงคเ์ พ่ือแสดงตวั ตนทแี่ ท้จรงิ ให้กบั ลกู คา้ เพิ่มความมั่นใจในการซือ้ ขายทางออนไลน์ - กลุ่มท่ีสอง กลุ่มคนท่ีชอบลงทะเบยี นรับของฟรี โดยโจรออนไลน์จะใช้วิธีการหลอกให้ เหยื่อใส่ชื่อนามสกุล เลขท่ีบัตรประชาชน และท่ีอยู่ กรณีแบบนี้ควรตรวจสอบแหล่งท่ีมาของการต้ัง กระทูใ้ หช้ ัดเจน เพราะคนท่ตี ง้ั ใจแจกส่ิงของ เพื่อทาการตลาดจรงิ ๆ กม็ ี - กลุ่มท่ีสาม กลุ่มนี้โจรออนไลน์จะใช้วิธีการหลอกขอข้อมูลส่วนตัว โดยส่งข้อความตรง ถึงผู้ถูกหลอก ซ่ึงวิธีการนี้โจรออนไลน์มักจะหลอกว่า เป็นทีมงานของเฟซบุ๊กและแจ้งว่าท่านได้ทาผิด กฎของเฟซบุ๊กขอให้ส่งอีเมลและรหัสผ่าน เพื่อทาการตรวจสอบต่อไป โดยจะมีลิงก์มาให้ท่านกรอก ขอ้ มลู อเี มลและรหัสผ่าน เม่ือคนร้ายเขา้ สบู่ ญั ชผี ู้ใช้เฟซบุก๊ ได้แลว้ คนรา้ ยจะเข้าไปศึกษาความสัมพันธ์ และถ้อยคาที่ ใช้ในการสนทนาในกล่องข้อความส่วนตัว ระหว่างเจ้าของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กกับเหย่ือ เพื่อความสมจริง ในการเจรจา และทาให้เหย่ือตายใจหลงเชือ่ ว่ากาลังสนทนาอยู่กับเจ้าของบัญชีผใู้ ช้เฟซบุก๊ จรงิ ๆ ท้งั นี้ สาเหตุหลักทท่ี าใหผ้ ู้ถูกหลอกหลงเชือ่ และโอนเงินให้แก่คนร้ายไปนั้น เปน็ เพราะความเกรงใจ ความใจดี ความมีนา้ ใจของผ้ถู กู หลอกลวงน่นั เอง (ไทยรัฐออนไลน์, 2559)

90 ที่มาของคลิป: กลุม่ งานประชาสมั พันธ์ กระทรวงดจิ ิทลั เพื่อเศรษฐกจิ และสงั คม ตอน รทู้ ันภัยไซเบอร์ : กรณศี ึกษาโดนแฮก Instagram การใช้ธนาคารออนไลน์อยา่ งปลอดภัย ธนาคารออนไลน์ (E-Banking) คือ การทาธุรกรรมต่าง ๆ กับธนาคาร โดยผ่านเครือข่าย อนิ เทอร์เน็ต เช่น การฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน หรือ สอบถามยอดเงิน เป็นต้น E-Banking อาจเรียก ด้วยชื่ออ่ืน เช่น Internet Banking (ธนาคารอินเทอร์เน็ต), Online Banking (ธนาคารออนไลน์), Electronic Banking (ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์), Cyber Banking (ธนาคารไซเบอร์) เป็นต้น (ธนาคาร กรงุ ศรีอยธุ ยา จากดั (มหาชน), 2564) 1. วธิ กี ารใช้ธนาคารออนไลนใ์ หป้ ลอดภยั (บรษิ ัท G-ABLE, 2563) - ในกรณีทเ่ี ข้าใช้งานดว้ ยชื่อผใู้ ชง้ านและรหสั ผ่าน ควรตง้ั รหสั ผ่านทีม่ อี ักขระพเิ ศษ (เช่น !, @ $, %) ผสมด้วยตวั อักษรตัวใหญ่หรือเลก็ และตวั เลข ผสมกนั ดว้ ยความยาวอยา่ งน้อย 8 ตัวอักษร หรือใช้รหัสผ่านท่ีมีความยาว 15 ตัวอกั ษรขึ้นไป เช่น การใช้คาหรือวลมี าประกอบขึ้นเปน็ ประโยคยาว ๆ ไม่ควรใช้ข้อมูลส่วนตัวมาเป็นส่วนหน่ึงของรหัสผ่าน เช่น หมายเลขบัตรประจาตัวประชาชน เลขวัน เดอื น ปีเกิด หรอื เบอรโ์ ทรศัพท์ เป็นต้น - ไมบ่ อกรหัสผา่ นใหผ้ อู้ ่ืนทราบ - ไม่ละเมิดระบบความปลอดภัยของโทรศพั ท์ - ไม่ต้ังรหัสผ่านของ Mobile Banking ให้เหมือนกับรหัสผ่านของอีเมล หรือเฟซบุ๊ก หรือโซเชยี ลอ่ืน ๆ รวมทงั้ รหสั ผา่ นของ Mobile Banking ของแต่ละธนาคารก็ไม่ควรเหมือนกนั ด้วย - เม่ือใช้งานเสร็จต้องทาการ Logout ออกจากโปรแกรมหรือแอปพลิเคชัน Mobile Banking ทุกครง้ั - ตง้ั คา่ การใชง้ านให้ทาการแจง้ เตอื นทกุ ครั้งทีเ่ ข้าใชบ้ ริการ Mobile Banking - ไม่คลิกลิงก์จาก E-Mail หรือ SMS ที่ดูเหมือนว่าจะส่งมาจากธนาคารหรือแหล่งที่ไม่ น่าเชอื่ ถือ ซง่ึ ตอ้ งสังเกตใหด้ ี 2. การป้องกันธนาคารออนไลน์ถกู แฮก (วธิ ีการใช้แอปธนาคารออนไลนใ์ หป้ ลอดภยั ไมถ่ กู แฮกขโมยเงิน, 2561) กอ่ นใช้งานแอปธนาคารออนไลน์ 1) ตั้งรหสั ล็อกหนา้ จอในการเขา้ ใช้โทรศัพทม์ อื ถอื และไม่บอกรหัสใหผ้ ู้อ่นื ทราบโดยเดด็ ขาด 2) ตั้งรหสั ท่ียากตอ่ การคาดเดา แต่เราตอ้ งจาได้ดี

91 3) อย่าโหลดแอปเถ่ือน นอก Store หรือแอปที่ไม่ปลอดภัย ไม่เป็นท่ีรู้จัก เพ่ือเป็นการ ปอ้ งกันแอปแฝงมัลแวร์ขโมยขอ้ มูล 4) ใชแ้ อปตรวจสแกนไวรัส หรอื มลั แวร์ เพ่ือความปลอดภัยมากขึ้น 5) จากัดวงเงินในการทาธุรกรรมออนไลน์ ป้องกันแฮกเกอร์ขโมยเงินโดยผ่าน การสั่งโอนเงนิ เปน็ จานวนมาก 6) ผู้ใช้ต้องรู้ว่าธนาคารไม่มีนโยบายส่ง SMS, E-mail เพื่อให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือ เข้าสู่ระบบผ่านทางออนไลน์ หรือหากมีการลิงก์ไปที่เว็บธนาคารเพื่อให้กรอกข้อมูล ให้คิดไว้ก่อนว่า อาจเปน็ เวบ็ ปลอม ไม่ใส่ขอ้ มลู ใด ๆ ลงไปจะดีที่สุด ขณะใชง้ านแอปพลิเคชันธนาคารออนไลน์ 1) หลังจากใชง้ านเสร็จควรเปลยี่ นรหสั ผ่านของแอปพลิเคชนั ธนาคารอยู่เสมอ 2) ทาการ Logout หรือ Log off ออกจากระบบทกุ ครงั้ หลงั ใชง้ าน 3) ไม่ควรใช้ Wi-fi ในการทาธุรกรรมการเงิน ควรใช้อินเทอร์เน็ตผ่านทางเครือข่าย 3G, 4G บนมอื ถือ จะปลอดภยั กวา่ 4) หมั่นตรวจสอบการทาธุรกรรมออนไลน์ เช่น รายการโอนเงิน ยอดเงินท่ีโอน ยอดเงิน คงเหลือ เพ่อื เช็คว่ามคี วามผดิ ปกติใด ๆ หรอื ไม่ 5) หมัน่ จาเว็บไซต์ธนาคารท่ีเราใชบ้ ริการ และพมิ พ์ URL ของธนาคารทีใ่ ช้ให้ถูกตอ้ ง 6) หากพบลงิ กห์ รือสิ่งใดทนี่ า่ สงสยั ใหต้ ดิ ตอ่ ธนาคารทีใ่ ชบ้ รกิ ารทนั ที ทม่ี าของคลปิ : SCB Thailand ตอน คุณชายทลายโกง ตอน หกั เหลย่ี มบญั ชลี วง 3. ตัวอยา่ งการถูกแฮกบัญชีธนาคาร - ผู้ประกาศขา่ วถกู แฮกบัญชีธนาคาร (https://www.youtube.com/watch?v=YpD4Rq1B_nU) - สาวถกู แฮกบญั ชธี นาคาร เสยี เงิน-ถูกแจ้งขอ้ หา (https://www.youtube.com/watch?v=kRZuBHhlPvM) ทมี่ าของคลปิ : ข่าวช่อง 8 ตอน สาวถกู แฮกบญั ชธี นาคาร เสยี เงนิ -ถูกแจง้ ขอ้ หา

92 การกลนั่ แกลง้ บนโลกออนไลน์ การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ (Cyberbullying) คือ รูปแบบการรังแกกันท่ีมีทั้งการใส่ร้ายป้ายสี การใช้ถอ้ ยคาหยาบคายตอ่ ว่าผอู้ ่ืน หรอื การส่งตอ่ ข้อมูลลบั เพือ่ ทาให้ผู้อ่นื เสยี หายผ่านทางออนไลน์ใน รูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การส่งข้อความ (text message) คลิปวีดิทัศน์ (video-clip) จดหมาย อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (e-Mail) เพ่ือทาใหฝ้ ่ายทถี่ กู กระทารูส้ กึ อบั อาย รสู้ กึ เจ็บปวด ได้รับผลกระทบทางจิตใจ (ธีรศานต์ สหสั สพาศน์, 2561) โดยสาเหตขุ องการเกดิ การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์เกือบท้ังหมด มกั เริ่มก่อตัวจากความขัดแย้ง ความเห็นต่าง หรือมีกรณีพิพาทระหว่าง 2 คน ลุกลามจนเป็นชนวนของ การกล่ันแกล้งกันในโลกออนไลน์ นอกจากน้ีผู้คนยังเข้าใจว่าโซเชียลมีเดียคือพ้ืนที่ส่วนตัว สามารถใช้ ระบายความรู้สึกได้ ถ้อยคาที่ใช้โพสต์จึงออกแนวรุนแรง โพสต์เสียดสี หรือสร้างความเสียหายให้อีก ฝ่ายและแสดงอารมณแ์ ง่ลบออกมาไดอ้ ยา่ งเตม็ ทโ่ี ดยไมต่ ้องเกรงใจ (มลู นิธยิ วุ พฒั น์, 2562) 1. ประเภท/รปู แบบของการกล่นั แกล้งบนโลกออนไลน์ (Influencer, 2563) - Hate Speech : การด่า เหยียด ตอกย้าความผดิ พลาด - Trolling/Flaming : การแหย่ ล้อเลียน ต้ังฉายา แซว การสร้างเพจต่อต้านหรือ ล้อเลยี น การสร้างเพจเพือ่ เปรียบเทียบวา่ ใครหนา้ ตาดีและหนา้ ตาแยท่ ่สี ดุ - Harassment : การก่อกวน คกุ คาม ขม่ ขใู่ หเ้ หยอ่ื หวาดกลัว หรอื คุกคามทางเพศ - Cyberstalking : การขม่ ขู่วา่ จะทาใหเ้ หย่ือเสียหาย ทาร้ายรา่ งกาย หรือกระทาอนาจารเหยอ่ื - Vaguebooking : การโพสต์ข้อความคลุมเครือ โดยไม่เอ่ยช่ือเหยื่อ แต่เหยื่อหรือคน อ่ืนอา่ นก็รวู้ า่ เป็นใคร - Exclusion : การกีดกนั เหยอื่ การเตะเหยอ่ื ออกจากกลุ่ม Social Media - Gossip : การตง้ั กลุ่มนินทาเหย่ือ โดยไม่มีเหยื่ออยู่ในกลมุ่ - Outing : การเผยแพรค่ วามลับให้เหยอ่ื เสยี หาย - Denigration/Dissing : การใส่ความ การปล่อยข่าวลือให้เหย่ือเสียหาย การโพสต์ ขอ้ ความ รูป VDO หรอื สง่ิ ใด ๆ ท้งั ของจริงหรอื จากการตัดต่อท่ที าใหเ้ หยอ่ื เสยี หายหรอื อบั อาย - Trickery : การใช้อุบายให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือความลับท่ีน่าอับอายแล้ว นาไปเผยแพร่ตอ่ - Impersonation/Fraping : การแอบใช้บัญชีของเหยื่อที่ลืมออกจากระบบแล้วโพสต์ สง่ิ ที่ทาใหเ้ หย่ืออบั อาย - Catfishing : การสร้างบัญชปี ลอมเปน็ เหยื่อ - Fake Profile : การสรา้ งบัญชีปลอมเพอื่ ไปรงั แกผอู้ ืน่ - Cyber Threat : การเขา้ ไปร่วมรงั แกเม่ือเห็นการกล่นั แกลง้ บนโลกออนไลน์