6. Human Thought
7. Thinking Positively
เปน กระบวนการทางความคิดของบุคคลอันเกดิ จากการท่ี บคุ คลมรี ปู แบบการรบั รูและการรูค ดิ (Perception and Cognitive Style) ไปในทิศทางทดี่ มี องและรบั รสู ง่ิ ตางๆ ตามความเปนจรงิ เปน เหตเุ ปนผล ดว ยอารมณที่ผองใส ท าใหมพี ฤตกิ รรมท่ีเหมาะสม ดีงามและสรางสรรค สามารถสรา งก าลงั ใจและความสุขให เกิดขึน้ ได
คุณคาของการคิดบวก ● ทําใหม ีสุขภาพจิตดี ลดภาวะซึมเศรา ● ทาํ ใหม ีสขุ ภาพรางกายทแ่ี ข็งแรง ● ทาํ ใหป ระสบความสาํ เร็จในทุก ๆ ดานมากกวาคนท่ีมองโลกในแง ลบ ● ทาํ ใหมีสมั พนั ธภาพกับผูอืน่ ไดด ีกวา เนื่องจากจะรูจกั ใหอภัยผูอ่นื และพรอ มสรา งสมั พนั ธภาพกบั คนอนื่ ● เกิดความภาคภมู ิใจในตนเอง รูส ึกวาตนเองเปน คนสําคัญ และได รบั ผดิ ชอบตอ ตนเองและบคุ คลอน่ื ๆ ● มีความเปนตัวของตวั เอง สามารถทาํ อะไรคนเดียวได ● รถู ึงความสามารถของตนเอง และเกิดความรูสึกภมู ใิ จในสิ่งน้นั ● สามารถควบคมุ อารมณของตนเองได ● สามารถบอกความรูสึกของตนเองตอบคุ คลอื่นได ● สนใจและดูแลตนเอง ท้ังทางกาย วาจา ใจ
องคป ระกอบของการคดิ เชงิ บวก
การควบคมุ อารมณที่ดี ความกะตอื รือรน ความเช่อื มัน่ ในตนเอง ความมงุ มน่ั การมองโลกในแงด ี การอดทน รอคอย การรบั ฟง และใหเ กียรติผอู นื่ การคดิ พูด และทาํ ดี การกลา เผชญิ ปญ หา การมีมนุษยสมั พนั ธท่ดี ี การยืดม่ันในคณุ ธรรม การมคี วามคดิ ริเรมิ่ สรา งสรรค การแกปญ หาอยา งสรา งสรรค ความต้งั ใจและเอาใจใส การรจู ักทบทวนส่ิงที่ผานไป การประเมินตนเองตามจรงิ
สรุป 6 องคป ระกอบหลกั การควบคุมอารมณท ด่ี ี มคี วามเชือ่ มั่นในตนเอง มองโลกในแงดี รบั ฟง และใหเกียรตผิ อู ืน่ กลา เผชิญปญหาและอปุ สรรค การยดึ มั่นในหลักคณุ ธรรม
ปจ จยั ที่สง ผลตอการคดิ เชงิ บวก
การถา ยทอดจากพอแม และผปู กครอง
ความกระทบกระเทือน ทางจิตใจในครงั้ แรก
ความลมเหลวในการแก ปญ หา
คดิ อยา งไรใหไ ดบ วก
Positive thinking strategies
Positive thinking strategies
เมือ่ …คดิ บวกเปนพษิ (Toxic Positivity)
ไมเปน ไร ชา งเถอะ ยังไหวอยู แลว ทุกอยางจะดขี ึน้
การคิดบวกไมใชยาพษิ แตม ัน กลายเปน พษิ ถา เราละเลย ความจริงทว่ี า มนษุ ยเปน สิ่งมชี ีวิตทม่ี ีความหลากหลาย มี อารมณความรสู กึ และความสขุ ก็ไมใ ชสง่ิ เดยี วทีม่ นษุ ย ตองการ การเกบ็ กดความรสู กึ และการแสดงความรสู ึกอยา งลนเหลอื จะพาเราจมดง่ิ ลงบอ พษิ ความพอดีๆ นา จะเปนกุญแจสําคัญ
คาํ แนะนาํ หรอื พฤตกิ รรมทเี่ กดิ จากความหวงั ดที ข่ี าดความเขา อก เขา ใจอาจกลายเปน การละเลยความรสู ึกของอีกฝา ยโดยไมร ูตวั ลอง สงั เกตตัวเองดูวาคุณกําลงั เผลอใชค วามคิดบวกที่เปนพษิ ทาํ รา ยคน รอบขา งอยหู รอื ไม เชน ● ตอบกลบั ความทุกขหรอื ปญ หาของคนอ่ืนดว ยประโยคคิดบวก ‘อยาไปคดิ ถงึ มนั เลย’ ‘ทุกอยางจะผานไปดว ยดี’ ● การเอาตัวเขา ไปตัดสนิ แทนทีจ่ ะทาํ ความเขาใจวา อีกฝายรูสึก อยา งไร ‘ดแี คไหนแลว ที่…’ ‘ถา ฉันผานมาได เธอก็ทําไดเหมือน กัน’ ● การกลาวโทษเมื่ออกี ฝายแสดงอารมณโกรธหรอื ไมพ อใจ เชน ‘แคนไ้ี มเห็นตองโกรธ’ ‘ทําไมตองทําใหเ ปน เรือ่ งใหญ’ ● การตอ วาวาอกี ฝายทาํ เสยี บรรยากาศหรอื ไมน าอยใู กลเ มอ่ื พวก เขาเร่มิ พดู ถึงปญหาหรือความเศรา ทีก่ าํ ลังเผชิญ
Search