บทบาทนกั ศกึ ษากับการประกันคณุ ภาพของคณะครุศาสตร์ ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเรื่องของคุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องสำ�คัญเพราะการศึกษาเป็นการพัฒนาคุณภาพ ชวี ติ ของคน ดงั นนั้ ทกุ คนจงึ ตอ้ งใหค้ วามส�ำ คญั และมสี ว่ นรว่ มในการผลกั ดนั สง่ เสรมิ ใหผ้ ลผลติ ทางการศกึ ษามคี ณุ ภาพ การประกันคณุ ภาพการศึกษาจงึ มคี วามส�ำ คัญเพราะเปน็ การสรา้ งความพึงพอใจให้กบั ลูกคา้ ซ่ึงหมายถงึ นกั ศึกษา ดังน้ัน บทบาทนกั ศกึ ษาในการสง่ เสรมิ และสนับสนนุ การด�ำ เนนิ งานประกนั คณุ ภาพของคณะจึงควรมีดงั น้ี 1. บทบาทในการศกึ ษา ตดิ ตาม รบั รกู้ ารด�ำ เนนิ งานประกนั คณุ ภาพของคณะ ทงั้ ในภาพรวมและโดยเฉพาะองค์ ประกอบในสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ งและมผี ลตอ่ นกั ศกึ ษาโดยตรงไดแ้ ก่ องคป์ ระกอบดา้ น การผลติ บณั ฑติ ดา้ นกจิ กรรมการพฒั นา นักศกึ ษา และด้านท�ำ นุบ�ำ รงุ ศลิ ปะและวฒั นธรรม โดยควรศึกษาวา่ คณะได้กำ�หนดนโยบายคุณภาพและแนวทางการ ด�ำ เนนิ งานประกันคุณภาพในแตล่ ะองคป์ ระกอบอยา่ งไร 2. บทบาทในการใหข้ ้อเสนอแนะ การด�ำ เนนิ งานประกันคุณภาพต่อคณะ ในส่วนทน่ี กั ศึกษาพจิ ารณาว่า หากไดม้ กี ารกำ�หนดดัชนเี พ่ิมเติม จะกอ่ ให้เกิดประโยชน์หรอื เปน็ การเพิ่มประสิทธิภาพในการด�ำ เนินงานมากยง่ิ ข้นึ 3. บทบาทในการให้ความร่วมมือ และให้ข้อมูลย้อนกลับในส่วนที่เก่ียวข้องกับการประเมินการดำ�เนิน งานประกันคณุ ภาพ ซง่ึ ทางคณะจะด�ำ เนนิ การด้วยขอ้ มลู ที่ตรงกับความเป็นจริง ตามความคดิ เหน็ ของนกั ศึกษา เพอื่ ประโยชนใ์ นการน�ำ มาใชใ้ นการพฒั นาการด�ำ เนินงานประกนั คณุ ภาพของคณะ 4. บทบาทในการสะท้อนภาพการด�ำ เนินงานของคณะ หรือบทบาทของคณาจารยแ์ ละบุคลากรของคณะ ในกรณที น่ี กั ศกึ ษาพจิ ารณาเหน็ วา่ การด�ำ เนนิ งานดงั กลา่ วไมเ่ ปน็ ไปตามขนั้ ตอนหรอื เกณฑท์ กี่ �ำ หนดไว้ หรอื ไมค่ รบองค์ ประกอบการดำ�เนินงานที่ควรจะเป็น อันจะเป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องได้ปรับแนวทางการดำ�เนินงานให้ เป็นไปตามแนวทางการประกนั คณุ ภาพต่อไป 5. บทบาทในการเผยแพร่ เชิญชวนให้เพือ่ นนักศึกษาในคณะไดใ้ หค้ วามสนใจและให้ความส�ำ คัญในการ ด�ำ เนนิ งานดา้ นประกนั คณุ ภาพของคณะ 6. บทบาทในการรวมกลุ่มเพ่ือจัดตง้ั เครือข่ายนักศึกษา ในการส่งเสริมและสนับสนนุ การประกันคุณภาพ ของคณะสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ เพ่ือเสริมสร้างวิสัยทัศน์และโลกทัศน์การดำ�เนินงาน ดา้ นการประกนั คุณภาพ เพื่อให้การด�ำ เนินงานดา้ นประกันคุณภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแทจ้ รงิ แกน่ กั ศกึ ษา นกั ศกึ ษาในฐานะผูร้ ับประโยชน์โดยตรงจากการด�ำ เนินงานประกนั คุณภาพการศึกษา ของคณะครุศาสตร์ จึงควรมีบทบาทในการมีส่วนสนับสนุนและส่งเสริมให้การดำ�เนินงานด้านประกันคุณภาพภายในของคณะครุศาสตร์ เปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ทงั้ นเ้ี พราะผลการด�ำ เนนิ งานทมี่ คี ณุ ภาพ ยอ่ มสง่ ผลโดยตรงตอ่ คณุ ภาพชวี ติ นกั ศกึ ษาเชน่ กัน ดังวงจรคุณภาพทีช่ อ่ื วา่ PDCA PDCA วงจรคณุ ภาพ” ทน่ี กั ศึกษาควรปฏิบตั ิ PDCA มาจากค�ำ ภาษาอังกฤษ 4 คำ� ไดแ้ ก่ Plan (วางแผน) Do (ปฏิบัต)ิ Check (ตรวจสอบ) Act (ด�ำ เนิน การให้เหมาะสม) แนวคดิ เกย่ี วกบั วงจร PDCA เรมิ่ ขน้ึ เปน็ ครง้ั แรกโดยนกั สถติ ิ Walter Shewhart ซง่ึ ไดพ้ ฒั นาจากการควบคมุ กระบวนการเชงิ สถติ ทิ ่ี Bell Laboratories ในสหรัฐอเมริกาเมอ่ื ทศวรรษ 1930 ในระยะเร่ิมแรก วงจรดงั กลา่ วเป็นท่ี รู้จักกนั ในชื่อ “วงจร Shewhart” จนกระท่ังราวทศวรรษท่ี 1950 ได้มกี ารเผยแพร่อย่าง กวา้ งขวางโดย W.Edwards Deming ปรมาจารย์ทางดา้ นการบรหิ ารคณุ ภาพ หลายคนจงึ เรยี กวงจรนีว้ า่ “วงจร Deming” เมอื่ เริ่มแรก Deming ไดเ้ น้นถงึ ความสมั พันธ์ 4 ฝ่าย ในการด�ำ เนินธรุ กจิ เพ่ือใหไ้ ด้มาซง่ึ คณุ ภาพ และความ พึงพอใจของลกู ค้า ซึง่ ได้แก่ ฝ่ายออกแบบ ฝ่ายผลติ ฝา่ ยขาย และฝ่ายวิจยั ความสัมพันธ์ของท้งั 4 ฝ่ายน้ัน จะตอ้ ง ดำ�เนนิ ไปอยา่ งตอ่ เนอื่ ง เพ่ือยกระดบั คณุ ภาพของสนิ คา้ ตามความต้องการของลกู ค้าที่เปลย่ี นแปลงอยู่ตลอดเวลา โดย ใหถ้ ือวา่ คุณภาพจะตอ้ งมาก่อนสงิ่ อ่ืนใด วงจร PDCA สามารถประยุกตใ์ ช้ไดก้ บั ทุกๆ เรื่อง นับตั้งแตก่ จิ กรรมสว่ นตวั เชน่ การปรุงอาหาร การเดินทางไปท�ำ งานในแต่ละวัน การตง้ั เป้าหมายชวี ิต การด�ำ เนนิ งานในระดับบรษิ ทั จนกระทง่ั ในระดับสถาบนั การศึกษา หรือท่นี ำ�มาใช้ในระบบประกันคณุ ภาพการศึกษา 100
P AD P C A D มาตรฐาน ปรับปรุง P C อย่างตอ่ เนื่อง A D มาตรฐาน ปรบั ปรุง และยกระดบั C มาตรฐานเดมิ ใหส้ ูงขึน้ มาตรฐาน ภาพแสดงวงจร PDCA กับการปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเนือ่ ง โครงสร้างของวงจร PDCA ขน้ั ตอนทงั้ 4 ขนั้ ตอนของวงจร PDCA ประกอบดว้ ย “การวางแผน” อยา่ งรอบคอบ เพอื่ “การปฏบิ ตั ”ิ อยา่ ง ค่อยเป็นค่อยไป แล้วจึง “ตรวจสอบ” ผลทเ่ี กิดขึ้น วิธีการปฏบิ ตั ใิ ดมีประสทิ ธิผลทสี่ ุด กจ็ ะจดั ให้เปน็ มาตรฐาน หากไม่ สามารถบรรลเุ ป้าหมายได้ ก็ต้องมองหาวธิ กี ารปฏบิ ัตใิ หม่หรือใชค้ วามพยายามใหม้ ากขึน้ กวา่ เดิม ข้นั ตอนการวางแผน (Plan) ขน้ั ตอนการวางแผนครอบคลมุ ถงึ การก�ำ หนดกรอบหวั ขอ้ ทตี่ อ้ งการปรบั ปรงุ เปลยี่ นแปลงซงึ่ รวมถงึ การพฒั นา สิ่งใหม่ๆการแก้ปัญหาที่เกิดข้ึนจากการปฏิบัติงานฯลฯพร้อมกับพิจารณาว่ามีความจำ�เป็นต้องใช้ข้อมูลใดบ้างเพ่ือรับ การปรับปรุงเปล่ียนแปลงนั้น โดยควรเร่ิมระบุวิธีการเก็บข้อมูลให้มีความชัดเจน นอกจากน้ีจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่ รวบรวมได้แล้วกำ�หนดทางเลอื กในการปรบั ปรุงหรอื เปลี่ยนแปลงดังกลา่ ว การวางแผนยงั ช่วยใหเ้ ราสามารถคาดการณส์ ิ่งทีเ่ กดิ ขน้ึ ในอนาคต และยงั ช่วยลดความสญู เสยี ตา่ งๆ ที่อาจ เกดิ ขึ้นได้ ท้ังในดา้ นแรงงาน วัตถดุ ิบ ชัว่ โมงการท�ำ งาน เงนิ เวลา ฯลฯ โดยสรุปแลว้ การวางแผนช่วยใหร้ ับรู้สภาพ ปัจจบุ นั พร้อมกบั กำ�หนดสภาพทีต่ อ้ งการใหเ้ กดิ ข้ึนในอนาคต ดว้ ยการผสานประสบการณ์ ความรู้ และทกั ษะอย่าง ลงตัว โดยท่วั ไปการวางแผนทีด่ ีมอี ยู่ดว้ ยกัน 2ประเภทหลกั ๆ ดังน้ี ประเภทท1่ี การวางแผนเพ่อื อนาคต เปน็ การวางแผนส�ำ หรบั สิง่ ทีจ่ ะเกดิ ขน้ึ ในอนาคตหรอื กำ�ลังจะเกิดขึน้ บางอย่างเรา ไมส่ ามารถควบคุมส่ิงนน้ั ไดเ้ ลย แต่อาจเป็นการเตรยี มความพรอ้ มของเราสำ�หรบั สิง่ นนั้ ประเภทท่ ี 2 การวางแผนเพอ่ื การปรับปรงุ เปลี่ยนแปลง เป็นการวางแผนเพ่ือเปลีย่ นแปลงสภาพท่เี กดิ ข้ึนในปจั จุบนั เพ่ือ สภาพท่ีดขี ึ้น ซ่งึ เราสามารถควบคุมผลท่เี กิดในอนาคตไดด้ ้วยการเริม่ ตน้ เปลี่ยนแปลงตง้ั แตป่ ัจจุบัน 101
ข้ันตอนการปฏบิ ัติ (DO) ขัน้ ตอนการปฏิบัติ คือ การลงมอื ปรับปรุงเปลยี่ นแปลงตามทางเลอื กทไ่ี ด้ก�ำ หนดไวใ้ นขั้นตอนการ วางแผน ในขนั้ นต้ี อ้ งตรวจสอบระหวา่ งการปฏบิ ตั ดิ ว้ ยวา่ ไดด้ �ำ เนนิ ไปในทศิ ทางทต่ี งั้ ใจหรอื ไม่ พรอ้ มกบั สอ่ื สารใหผ้ ทู้ เี่ กย่ี วขอ้ งรบั ทราบดว้ ย เราไมค่ วรปลอ่ ยใหถ้ งึ วนิ าทสี ดุ ทา้ ยเพอ่ื ดคู วามคบื หนา้ ทเ่ี กดิ ขน้ึ หากเปน็ การปรบั ปรงุ ในหนว่ ยงานผบู้ รหิ าร ยอ่ มตอ้ งการทราบความคบื หน้าอย่างแนน่ อน เพ่ือจะได้มน่ั ใจว่าโครงการปรบั ปรุงเกิดความผิดพลาดน้อยท่ีสดุ ข้นั ตอนการตรวจสอบ (Check) ขนั้ ตอนการตรวจสอบ คือ การประเมนิ ผลทีไ่ ดร้ บั จากการปรบั ปรุงเปลย่ี นแปลง แต่ขน้ั ตอนนมี้ ักจะถูกมอง ข้ามเสมอการตรวจสอบทำ�ให้เราทราบว่าการปฏิบัติในข้ันที่สองสามารถบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ได้กำ�หนด ไว้หรือไม่ สิ่งสำ�คัญก็คือ เราต้องรู้ว่าจะตรวจสอบอะไรบ้างและบ่อยครั้งแค่ไหน ข้อมูลท่ีได้จากการตรวจสอบจะเป็น ประโยชน์สำ�หรับข้ันตอนถัดไป ขน้ั ตอนการดำ�เนนิ งานให้เหมาะสม (Act) ขัน้ ตอนการดำ�เนนิ งานให้เหมาะสมจะพิจารณาผลทีไ่ ดจ้ ากการตรวจสอบ ซงึ่ มอี ยู่ 2 กรณี คอื ผลทเ่ี กิดข้ึน เปน็ ไปตามแผนทีว่ างไว้ หรือไม่เปน็ ไปตามแผนท่ีวางไว้ หากเปน็ กรณแี รก กใ็ ห้น�ำ แนวทางหรอื กระบวนการปฏิบัตนิ ั้น มาจัดท�ำ ใหเ้ ปน็ มาตรฐาน พร้อมท้ังหาวิธกี ารท่จี ะปรบั ปรุงใหด้ ยี ิ่งขึ้นไปอกี ซ่งึ อาจหมายถึงสามารถบรรลุเปา้ หมายได้ เรว็ กว่าเดมิ หรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยกวา่ เดิม หรอื ท�ำ ให้คณุ ภาพดยี ิ่งข้ึนก็ไดแ้ ตถ่ า้ หากเปน็ กรณีทีส่ อง ซ่ึงก็คอื ผลทไี่ ดไ้ ม่ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคต์ ามแผนทว่ี างไว้ เราควรน�ำ ขอ้ มลู ทร่ี วบรวมไวม้ าวเิ คราะห์ และพจิ ารณาวา่ ควรจะด�ำ เนนิ การอยา่ งไร ตอ่ ไปน้ี - มองหาทางเลอื กใหมท่ ่นี ่าจะเป็นไปได้ - ใช้ความพยายามให้มากขน้ึ กวา่ เดมิ - ขอความช่วยเหลอื จากผ้รู ู้ - เปลี่ยนเปา้ หมายใหม่ (ขอบคณุ ขอ้ มูลอา้ งองิ จาก http://youth.ftpi.or.th/index.php?option=com) ตวั อยา่ งการวางแผน PDCA P = Plan ในขน้ั นเ้ี ปน็ ขนั้ ของการวางแผนซงึ่ นกั ศกึ ษาจะตอ้ งน�ำ หวั ขอ้ ทค่ี รใู หจ้ ดั ท�ำ รายงานมาวเิ คราะหแ์ ละ แยกย่อยหวั ขอ้ ตา่ งๆ เพ่ือทำ�การคน้ หาขอ้ มลู ตา่ งๆ ตามหัวขอ้ ย่อยเพือ่ นำ�มาจัดท�ำ เปน็ รายงาน จากนน้ั จะตอ้ งท�ำ การ กำ�หนดวิธีการหาข้อมูลว่าจะได้มาจากแหล่งใด กำ�หนดวิธีการได้มาของข้อมูล เช่น จากหนังสือ แล้วจะหาหนังสือ ได้จากท่ีใด และโดยปกติทั่วไปแล้วหนังสือส่วนใหญ่ก็จะหาได้จากห้องสมุด ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดของมหาวิทยาท่ี นักศึกษากำ�ลังศึกษาอยู่ มหาวิทยาลัยอ่นื ๆ หรือจากส�ำ นกั หอสมดุ แหง่ ชาติ หรือการหาข้อมลู จากการค้นหาผา่ นเครอื ขา่ ยอนิ เตอร์เนต็ เป็นตน้ D = Do เปน็ ขน้ั ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ดงั นน้ั นกั ศกึ ษาจะลงมอื หาขอ้ มลู จากแหลง่ ตา่ งๆ ทนี่ กั ศกึ ษาไดก้ �ำ หนดไวแ้ ลว้ และน�ำ มาจดั พิมพ์เป็นรายงาน ตามหว้ ขอ้ ตา่ งๆ ท่ไี ดก้ �ำ หนดไวแ้ ล้ว C = Check ในขนั้ ตอนของการตรวจสอบนี้ นกั ศกึ ษาจะตอ้ งท�ำ การตรวจสอบความเรยี บรอ้ ย ความสมบรู ณ์ ของขอ้ มลู ทจี่ ดั ท�ำ เปน็ รายงาน เมอ่ื ตรวจสอบพบวา่ ขอ้ มลู ทไี่ ดม้ านนั้ ไมส่ มบรู ณ์ นกั ศกึ ษาจะตอ้ งด�ำ เนนิ การในขน้ั ตอ่ ไป A = Act ในตอนนี้เปน็ ข้ันตอนของการทบทวนการปฏิบตั ิงาน ซึง่ ในการจดั ทำ�รายงาน เมอ่ื พบว่าข้อมูลท่ี นกั ศกึ ษาจะใสใ่ นรายงานนนั้ ไมม่ คี วามสมบรู ณ์ นกั ศกึ ษาจะตอ้ งท�ำ การวางแผนใหมอ่ กี คง้ี เพอ่ื จะด�ำ เนนิ การคน้ หาขอ้ มลู ใหไ้ ดค้ รบตามท่ไี ด้ตงั้ กรอบของรายงานไวแ้ ล้ว จากการด�ำ เนนิ งานทง้ั 4 กระบวนการตามวงจร PDCA จะเปน็ การด�ำ เนนิ งานแบบวนรอบ ซงึ่ จะท�ำ ใหก้ ารท�ำ งาน มคี วามละเอยี ดรอบครอบและสง่ ผลใหน้ กั ศกึ ษาไดร้ ายงานทมี่ คี วามสมบรู ณ์ และสง่ ผลใหน้ กั ศกึ ษาเปน็ คนทที่ �ำ งานไดด้ ี อยา่ งมคี ณุ ภาพแลว้ เรอื่ ง ด.ี .ดจี ะตามมา เชน่ โครงการสถานศกึ ษา 3 D จากแนวคดิ ของ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดป้ ระกาศ นโยบายสถานศึกษา 3 D เม่ือเดือนมิถุนายน 2552 โดยมีแนวคิดว่าการจัดการศึกษามีความสำ�คัญต่อการพัฒนา คุณภาพผูเ้ รยี นกระบวนการจดั การศกึ ษาท่สี มบรู ณ์จะต้องพฒั นาผเู้ รยี นให้มีความรู้ค่คู ณุ ธรรม คือ 102
1. การจัดการเรียนการสอนและจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรการศึกษา เพื่อสร้างองค์ความรู้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ เพ่อื ให้ผูเ้ รยี นมคี วามร้คู วามสามารถ และประสบการณ์ มที กั ษะการดำ�รงชีวติ สามารถใช้ ความรู้ให้เกดิ ประโยชน์ในการพัฒนาตนเองและประกอบอาชีพ 2. การบม่ เพาะ ปลกุ กล่อมเกลา ปลูกฝงั และจิตสำ�นึก เพื่อให้ผเู้ รียนมคี ุณธรรมจริยธรรม มีความรับผิด ชอบต่อตนเอง สังคม ชุมชน และสิ่งแวดลอ้ ม เกดิ ความตระหนักในบทบาทหน้าท่ขี องตน เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นสามารถด�ำ รง ตนอยใู่ นสงั คมรว่ มกบั ผู้อนื่ ไดอ้ ย่างมีความสุข ดังนนั้ สถานศกึ ษาทกุ แหง่ และหน่วยงานตา่ ง ๆท่มี หี น้าทีส่ ่งเสริมสนับสนุน และรว่ มจัดการศึกษา จึงมีส่วน ส�ำ คญั ในการจดั การเรยี นการสอน และจดั กจิ กรรมทจี่ ะสง่ เสรมิ สนบั สนนุ และพฒั นาผเู้ รยี นอยา่ งเหมาะสมโดยประสาน ความรว่ มมอื กับทกุ ภาคสว่ นจัดกจิ กรรมมงุ่ เน้น 3 ดา้ น (3D) คือ D1. ดา้ นประชาธิปไตย (Democracy) D2. ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม และความเป็นไทย (Decency) D3. ด้านภูมิคมุ้ กันภยั จากยาเสพตดิ (Drug-Free) คณุ ธรรม ความเป็นไทย สถานศกึ ษา 3 ดี สง่ เสริม หา่ งไกล ประชาธิปไตย ยาเสพตดิ คุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ของผเู้ รียน การจัดกจิ กรรมตามนโยบายสถานศกึ ษา 3D ได้กำ�หนดคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผเู้ รียนไวด้ งั น้ี 1.ดา้ นประชาธิปไตย (Democracy) มคี วามตระหนัก เห็นความสำ�คัญ ศรัทธา และเช่ือมัน่ การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข รวมทง้ั รงั เกียจการทุจรติ และต่อตา้ นการซ้อื สิทธขิ ายเสียง 2.ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความเปน็ ไทย (Decency) มีคุณธรรม จริยธรรม ความดงี าม รผู้ ดิ ชอบช่วั ดี มีความภาคภูมใิ จในความเป็นไทย และยดึ ถอื ปฏิบตั ิในวถิ ีชวี ติ 3.ด้านภูมิคุ้มกนั ภัยจากยาเสพติด(Drug-Free) รู้จักหลีกเล่ยี งหา่ งไกลยาเสพตดิ 103
แนวทางในการจัดกิจกรรม 3D 1. กิจกรรมส่งเสรมิ ประชาธิปไตย 1.1 กจิ กรรมทส่ี อดคลอ้ งกบั บรบิ ทของสถานศกึ ษาและชุมชน เช่น เวทีแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ 1.2 ดำ�เนนิ งานสภานักศกึ ษา/กรรมการนักศึกษา 1.3 จดั ค่ายประชาธปิ ไตย/กิจกรรมประชาธิปไตยส่ชู มุ ชน 1.4 ส่งเสรมิ กิจกรรมสรา้ งสำ�นึกความรักชาติ 1.5 นำ�หลักธรรมาภิบาลมาใชใ้ นการบรหิ ารจดั การสถานศกึ ษา 2. กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความเปน็ ไทย 2.1 จัดกิจกรรมพัฒนาคุณธรรมท่ีสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา วัด ศาสนา และชุมชน เช่นส่ง เสริมครพู ระสอนศลี ธรรมในสถานศึกษา จัดเวทแี ลกเปลย่ี นเรียนรู้ กจิ กรรมจติ อาสา จดั เขา้ ค่ายพทุ ธบตุ ร พุทธธรรม คา่ ยคณุ ธรรมจริยธรรม จัดใหส้ ถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรทู้ างศาสนา 2.2 จดั กิจกรรมการสง่ เสริมนยิ มไทย ประวัติศาสตร์ชาติไทยหรือความภูมใิ จในความเป็นไทย 2.3 มีการบริหารจดั การตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 3. กจิ กรรมป้องกันและแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ 3.1 มีระบบดแู ลชว่ ยเหลือผู้เรียน เชน่ การคัดกรองผ้เู รียนท่เี ปน็ กลุ่มเส่ียง การชว่ ยเหลือแบบเพอื่ นช่วย เพ่อื น การท�ำ ให้จำ�นวนนักศึกษาท่มี ีพฤตกิ รรมเส่ยี งลดลง 3.2 สง่ เสรมิ กจิ กรรมทเ่ี หมาะสม เชน่ กจิ กรรมนกั ศกึ ษาแกนน�ำ ครแู กนน�ำ กจิ กรรมรณรงคเ์ พอ่ื การไมส่ บู บหุ รี่ (สถานศกึ ษาปลอดบุหร่)ี กจิ กรรม/ชมรม TO BE NUMBER ONE การประกวดดนตรี การแขง่ ขันกีฬา การจัด นิทรรศการความรู้ 3.3 การบรหิ ารจดั การสวสั ดิศกึ ษา (Safety Education) เช่น การขจัดมุมอับลบั ตา 3.4 จดั หาแหลง่ เรียนรดู้ า้ นยาเสพตดิ 3.5 ประสานความรว่ มมอื การด�ำ เนนิ งานกจิ กรรมปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ รว่ มกบั ชมุ ชน/ทอ้ งถน่ิ นโยบาย 3D เป็นนโยบายท่ี คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ติ ได้ยึดถือปฏิบัตอิ ย่างเคร่งคัดเพอื่ เรง่ สร้างนักศกึ ษาให้จบไปตามคุณลักษณะบณั ฑติ ที่พึงประสงค์ (เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). แผนยุทธศาสตร์ตามนโยบายสถานศึกษา 3 ดี (3D). กรุงเทพฯ:อกั ษรไทย.) 104
Á Ë Ò ÔÇ· Â Ò ÅÑ Â Ê Ç´Ø ÊÔ µ เทคนิค 15 ข้อ ของครทู ปี่ ระสบความสำ�เรจ็ Suan Dusit
เทคนคิ 15 ข้อ ของครูทีป่ ระสบความสำ�เร็จ คณุ ภาพของนักเรยี นจะดหี รือไม่นัน้ ข้นึ อยู่กบั คุณภาพของครูเป็นสำ�คญั ความจริงข้อนี้คงไมม่ ีใครปฏิเสธ แตก่ ารที่ จะเป็นครทู ม่ี คี ุณภาพและประสบความส�ำ เรจ็ ในวิชาชีพได้ ครูจะต้องมีความตั้งใจทีจ่ ะพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง “เรยี นรขู้ า้ มโลก” ฉบบั นี้ ขอน�ำ เสนอเทคนคิ 15 ขอ้ ของการเปน็ ครทู มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพมาเลา่ สกู่ นั ฟงั โดยเทคนคิ ดงั กลา่ ว นำ�มาจากจดหมายขา่ วรายเดือนช่ือ Teaching for Excellence ทีต่ พี ิมพใ์ นสหรฐั อเมรกิ า ซึง่ มจี ดุ ประสงคใ์ นการจัดท�ำ เพ่ือ ชว่ ยเหลือครใู ห้ประสบความส�ำ เรจ็ ในชั้นเรียนลองส�ำ รวจดูว่า ท่านมีคุณสมบตั ิดังตอ่ ไปนอ้ี ย่มู ากนอ้ ยเพียงใด 1. กระตือรอื ร้น หากทา่ นเปน็ ครทู มี่ คี วามกระตอื รอื รน้ ในการสอน จงอยา่ รรี อทจ่ี ะแสดงออกมาใหค้ นอน่ื เหน็ โดยจดั การเรยี นใหส้ นกุ และเปน็ ประโยชนต์ อ่ การเรยี นรขู้ องเดก็ ครทู อ่ี ยากสอนและตง้ั ใจสอนจะกระตนุ้ ใหเ้ ดก็ เกดิ ความตน่ื ตวั ในการเรยี นรนู้ อกจาก นี้ยังส่งผลดีไปถึงนอกห้องเรียน เพราะคุณลักษณะเช่นนี้ของครูจะช่วยสร้างการทำ�งานเป็นทีมกับเพื่อนครูอื่นๆ ง่ายขึ้น และทำ�ใหค้ นทีอ่ ยูร่ อบข้างทา่ นพลอยกระตอื รอื ร้นไปดว้ ย 2. รอบรเู้ ร่ืองท่สี อน ทา่ นจ�ำ เปน็ ตอ้ งตดิ ตามขอ้ มลู ความรทู้ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั งานอยา่ งตอ่ เนอ่ื งสม�่ำ เสมอ เชน่ สมมตุ ทิ า่ นเปน็ ครอู นบุ าลกค็ วร จะบอกรบั นติ ยสารเกย่ี วกบั เดก็ เลก็ หรอื นติ ยสารเกย่ี วกบั การศกึ ษาประเภทน้ี หากทา่ นสอนวชิ าเคมกี อ็ าจจะเขา้ รว่ มสมั มนา กบั สถาบนั การศกึ ษาทเ่ี ชยี่ วชาญดา้ นเคมเี ปน็ ครง้ั คราว เปน็ ตน้ แตไ่ มว่ า่ ทา่ นจะเพงิ่ เปน็ ครปู แี รกหรอื เปน็ มา 30 ปแี ลว้ กต็ าม ท่านจะต้องติดตามความเปล่ยี นแปลงข้อมลู ความรู้ทางวชิ าการในวชิ าชพี ของท่านใหท้ ันอยเู่ สมอ 3. จัดเปน็ ระบบ การจัดการที่มีประสิทธิภาพจะช่วยใหท้ า่ นใช้เวลาในการเรียนการสอนกับนักเรียนไดม้ ากข้ึน ครจู ะต้องมวี ธิ ีจดั การ เรือ่ งประจำ�วันในหอ้ งเรียนอย่างเปน็ ระบบ ไม่วา่ จะเปน็ การเรยี กเกบ็ งานจากนักเรียน การแจกจา่ ยเอกสารขอ้ มลู การมอบ หมาย งานใหน้ กั เรยี นทำ� และกิจกรรมหลังจากนัน้ ตลอดจนการสื่อสารข่าวภายในห้องเรยี นกบั นักเรียนเปน็ ตน้ 4. ขยัน ครใู หญห่ รอื ผอู้ �ำ นวยการโรงเรยี นกไ็ มต่ า่ งจากซบุ เปอรไ์ วเซอรห์ รอื ผจู้ ดั การในโลกธรุ กจิ ทช่ี น่ื ชมลกู นอ้ งทท่ี �ำ งานหนกั ซง่ึ ก็คือครูทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพครูเหล่านไี้ ม่หยุดนิง่ และไมค่ อ่ ยมเี วลาว่างมากนัก มขี อ้ สงั เกตวา่ ครทู ่ขี ยันมักมีความสมั พันธ์ ใกลช้ ิดกับนักเรยี นและเพื่อนครูด้วยกันซงึ่ เป็นประโยชน์อยา่ งยงิ่ ตอ่ ความรว่ มมือจัดการเรยี นรู้ 5. แสดงพฤตกิ รรมดา้ นบวก โวลแตร์ นักปรัชญาผู้ย่ิงใหญ่ชาวฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ว่า “การตัดสินใจที่กล้าหาญที่สุดท่ีคนเราทำ�ในแต่ละวันคือ การตดั สินใจทจ่ี ะมีอารมณ์ท่ดี ี” รอ้ ยทง้ั ร้อย ไมม่ ีเดก็ คนไหนอยากเรียนกับครทู หี่ งุดหงิดงา่ ย เพราะจะทำ�ให้เกดิ บรรยากาศ ตงึ เครียดในช้ันเรยี นลองทบทวนดวู า่ วันหน่ึงๆ คณุ พูดอะไรกบั นักเรยี นหรือเพ่ือนครบู า้ ง และน�้ำ เสียงของคุณเป็นอยา่ งไร ครูทด่ี คี วรจะแสดงความเป็นหว่ งใย เอาใจใสแ่ ละใหค้ วามนับถอื คนรอบข้าง 106
6. สรา้ งกฏระเบยี บในหอ้ งเรยี น ครูที่ดีจะต้องวางกฏเกณฑ์และระบบบริหารห้องเรียนตั้งแต่วันแรกในชั้นเรียน กฏระเบียบและโครงสร้างที่สมเหตุ สมผลจะช่วยให้ห้องเรียนดำ�เนินไปอย่างเป็นระบบระเบียบ และที่สำ�คัญคือ ครูจะต้องมีความเสมอต้นเสมอปลายกับ การบงั คบั ใชก้ ฏเกณฑเ์ หลา่ นนั้ พยายามหลกี เลย่ี งกฏระเบยี บทค่ี รไู มไ่ ดก้ วดขนั อยา่ งจรงิ จงั เพราะพฤตกิ รรมเชน่ นอี้ าจท�ำ ให้ เด็กเรียนรวู้ ่า ครไู ม่ได้ใส่ใจในสิง่ ท่ีตนเองพูด 7. จดั ลำ�ดับการสอน เด็กจะเรียนร้มู ากเท่าใด ขึ้นอยู่กบั โอกาสที่พวกเขาจะได้เรียนรู้โดยมากนักเรียนจะเรียนรจู้ ากการลงมือปฏบิ ตั ไิ มใ่ ช่ แคก่ ารจอ้ งมองหรอื การฟงั ดงั นนั้ ครจู งึ ควรวางแผนเวลาการสอนในแตล่ ะวชิ าใหด้ ีไมม่ อี ะไรเลวรา้ ยไปกวา่ เมอื่ ใกลจ้ ะ ปดิ เทอม แล้ว แตค่ รเู พิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้สอนเร่ืองส�ำ คัญๆ อีกหลายหวั ขอ้ 8. มมี นษุ ยสัมพันธด์ ี ผบู้ ริหารมกั ตอ้ งการครทู ส่ี ามารถทำ�งานร่วมกับคนอืน่ ๆไดด้ ี ไมว่ ่าจะเปน็ เพอ่ื นครู พอ่ แมผ่ ู้ปกครอง หรอื แม้แตเ่ ดก็ นักเรยี น เพราะหากคนเหลา่ น้ีไม่ชอบพฤตกิ รรมของท่านในฐานะครู พวกเขากจ็ ะไม่อยากอยใู่ กล้ท่าน นั่นยอ่ มหมายถงึ การใหค้ วามรว่ มมอื กบั ทา่ นในเรอ่ื งตา่ งๆ จะนอ้ ยไปดว้ ย การมที กั ษะความสมั พนั ธท์ ดี่ กี บั ผอู้ นื่ เปน็ ปจั จยั ทจี่ �ำ เปน็ มากส�ำ หรบั ครทู ่ตี ้องการประสบความส�ำ เร็จ 9. สื่อสารชัดเจน ครทู ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพตอ้ งเปน็ ครทู ใี่ หข้ อ้ มลู ไดช้ ดั เจนและกระชบั สามารถสาธติ ตวั อยา่ งไดด้ พี อๆ กบั การอธบิ ายรวม ทง้ั การน�ำ เสนอขอ้ มลู ความรใู้ หมใ่ หแ้ กน่ กั เรยี นแตล่ ะครง้ั จะตอ้ งด�ำ เนนิ ไปอยา่ งถกู ตอ้ งและแมน่ ย�ำ กระบวนการนคี้ รอบคลมุ ถึงการวางโครงเรื่องทีจ่ ะสอน การอธิบาย การสรปุ ความ และการทบทวนบทเรียน เพราะบ่อยคร้งั ท่เี ดก็ ๆ ไม่ร้วู ่าพวกเขา ก�ำ ลงั เรียนเรอ่ื งอะไรและท�ำ ไมจึงต้องเรียนเรื่องน้ี 10. ตั้งค�ำ ถามอย่างมีประสทิ ธภิ าพ การตั้งคำ�ถามเป็นเคร่ืองมือในการสอนท่ีทรงพลังมาก เพราะความคิดจะเกิดข้ึนในกระบวนการแสวงหาคำ�ตอบ ครูสามารถตง้ั ค�ำ ถามกับเดก็ นักเรียนทัง้ ห้อง หรือใหเ้ ด็กตอบเปน็ รายบุคคลกไ็ ด้ ถ้าครตู อ้ งการเรียกเด็กตอบเปน็ รายบุคคล ครคู วรต้งั ค�ำ ถามกอ่ นเรยี กช่อื ของเดก็ จากนน้ั ทิ้งช่วงเลก็ น้อย เพ่ือใหเ้ ด็กทั้งหอ้ งร่วมกันคดิ หาค�ำ ตอบไม่ควรเรยี กช่อื เดก็ ท่ี ตอ้ งการให้ตอบเร็วเกินไป ส�ำ หรับตวั อย่างคำ�ถามทีม่ ีประสิทธภิ าพนอ้ ยคือ “สมศักด์ิ, ส่ิงประดษิ ฐ์ชิน้ ไหนของเอดิสนั ทเ่ี ปน็ ประโยชน์มากทีส่ ดุ และทำ�ไม?” การต้ังค�ำ ถามโดยเรยี กชือ่ เดก็ ก่อนแบบน้ี จะท�ำ ใหเ้ ดก็ ทีเ่ หลอื ท้งั หมดในห้องไม่คดิ ตามไป ดว้ ย ทถ่ี กู ตอ้ งครคู วรจะตอ้ งตงั้ ค�ำ ถามเชน่ น้ี “สงิ่ ประดษิ ฐช์ น้ิ ไหนของเอดสิ นั ทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ มนษุ ยม์ ากทส่ี ดุ และท�ำ ไม?” จากน้นั ให้ครหู ยุดประมาณ 3 - 5 วนิ าที เพ่อื ให้เดก็ ทงั้ หอ้ งไดม้ สี ่วนรว่ มคดิ ด้วย แมค้ รจู ะไมไ่ ด้เรียกให้ตอบกต็ าม 11. สอนด้วยวิธหี ลากหลาย สงิ่ ทา้ ทายในการสอนทส่ี ดุ ของครเู รอื่ งหนงึ่ คอื การสอนเดก็ ทมี่ คี วามถนดั บคุ ลกิ ภาพ และระดบั การเรยี นรทู้ แ่ี ตกตา่ ง หลากหลาย ครจู ะตอ้ งผสมผสานรปู แบบการสอนตา่ งๆ เขา้ ดว้ ยกนั ไมว่ า่ จะเปน็ การบรรยาย การเรยี นรทู้ เี่ นน้ การใชส้ ายตา การสมั ผสั หรอื การลงมอื ปฏิบตั ิ เป็นตน้ 12. สรา้ งความสำ�เรจ็ ในหอ้ ง ความส�ำ เรจ็ ในการเรยี นเปน็ สง่ิ ส�ำ คญั หากครมู อบหมายงานทห่ี นกั และยากเกนิ ไปส�ำ หรบั เดก็ อยตู่ ลอดเวลาจะท�ำ ให้ เดก็ รสู้ กึ เครยี ดและทอ้ แท้ โดยงานวจิ ยั ชวี้ า่ ระดบั ความส�ำ เรจ็ ในการเรยี นทนี่ า่ พอใจควรจะอยทู่ ี่ 80% เปน็ อยา่ งนอ้ ยในกรณี ทเ่ี ดก็ ไมป่ ระสบความส�ำ เรจ็ ในการเรยี นรู้ ครจู ะตอ้ งปรบั เปลยี่ นวธิ สี อนของตนเอง หรอื ไมก่ ม็ อบหมายงานใหมใ่ หง้ า่ ยขน้ึ จน กวา่ เด็กจะสามารถท�ำ งานช้นิ นัน้ ไดด้ แี ลว้ จงึ จะเพ่ิมความยากไปเป็นล�ำ ดับ 107
13. ตั้งมาตรฐานสงู ครูควรต้ังมาตรฐานการเรียนรู้ของเด็กไว้สูง ซ่ึงหมายถึงเด็กจะต้องมีการแสดงออกในการเรียนรู้ท่ีดี โดยทั่วไปครู ท่ีประสบความส�ำ เร็จมกั จะไมย่ อมรับแค่การมสี ่วนร่วมในการเรยี นของเดก็ เทา่ น้นั แต่ครูจะตอ้ ง “เรยี กร้อง” ใหเ้ ด็กเข้ามา มีส่วนร่วม ทั้งนี้ การเรียกร้องดังกล่าวสามารถทำ�ได้โดยที่ครูไม่จำ�เป็นต้องเล่นบทโหด แต่จะด้วยวิธีใดน้ันขึ้น อยกู่ บั สถานการณ์ หรอื เทคนคิ สว่ นตวั ของครู นอกจากนยี้ งั พบวา่ นกั เรยี นมกั จะใหค้ วามเคารพครทู คี่ าดหวงั ใหพ้ วกเขาท�ำ ดี ท่สี ุด 14. สร้างสรรคบ์ รรยากาศในห้องเรยี น อยา่ ท�ำ ใหน้ กั เรยี นรสู้ กึ หอ้ งเรยี นเปน็ สถานทท่ี น่ี า่ สะพรงึ กลวั หรอื อบอวลไปดว้ ยความเครยี ด เพราะบรรยากาศเชน่ นจี้ ะท�ำ ใหอ้ ตั ราการเรยี นรขู้ องนกั เรยี นต�่ำ ลง ตรงกนั ขา้ ม หอ้ งเรยี นทม่ี คี วามสขุ และไมเ่ ครยี ดจะกระตนุ้ ใหเ้ ดก็ เกดิ การเรยี นรู้ แต่ทัง้ น้ี ครูไมจ่ �ำ เป็นต้องถึงขั้นเนรมิตหอ้ งเรียนให้เป็นสวนสนกุ เพียงแคส่ ร้างบรรยากาศสบายๆ ทเ่ี ด็กร้สู ึกปลอดภัยและ ไมเ่ กร็งก็เพียงพอต่อการเรยี นรู้แลว้ 15. มคี วามยดื หยุ่น การสอนควรมคี วามยดื หยนุ่ บา้ ง บางครงั้ ครอู าจตอ้ งเปลย่ี นหวั ขอ้ ทสี่ อนตามความเหมาะสม แมว้ า่ จะวางแผนการสอน ไว้อีกเร่ืองหนึ่งก็ตาม ครูจะต้องสัมผัสได้ถึงความต้องการของเด็ก โดยปรับเปล่ียนรูปแบบบางอย่างท่ีเคยทำ�ๆ มาหากจ�ำ เป็นเพือ่ ช่วยเหลือ เด็กในการเรยี นรู้ นอกจากนค้ี รูต้องท�ำ ใจและควบคมุ อารมณใ์ หไ้ ด้ หากแผนการสอนท่ดี ที ส่ี ุด ทีค่ รูคิดขนึ้ มอี นั จะตอ้ งเปลยี่ นแปลงไปโดยทีค่ รูเองไมส่ ามารถควบคุมได้ เทคนคิ ตา่ งๆดงั กลา่ วมาขา้ งตน้ น้ี ครบู างคนจะเคยท�ำ อยบู่ า้ งแลว้ ในบางขอ้ แตส่ �ำ หรบั ผทู้ ยี่ งั ไมเ่ คยลงมอื ปฏบิ ตั เิ ลย ขอแนะน�ำ ใหค้ อ่ ยๆ เรม่ิ ท�ำ ทลี ะขอ้ แลว้ เพมิ่ ขน้ึ ไปเรอ่ื ยๆ จะกระทงั่ ครบ แมอ้ าจจะตอ้ งใชเ้ วลาอยบู่ า้ งกต็ าม เมอ่ื ครบแลว้ ลอง ประเมนิ ผลดทู า่ นจะพบความแตกตา่ งในทางทดี่ ขี น้ึ อยา่ งเหน็ ไดช้ ดั ทง้ั ในหอ้ งเรยี นของทา่ นเอง ตลอดจนความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ท่านกับเพ่อื นครกู ับผบู้ รหิ ารโรงเรียน 108
Á Ë Ò ÔÇ· Â Ò ÅÑ Â Ê Ç´Ø ÊÔ µ ภาคผนวก Suan Dusit
Á Ë Ò ÔÇ· Â Ò ÅÑ Â Ê Ç´Ø ÊÔ µ หมวดวิชาศกึ ษาท่วั ไป Suan Dusit
หมวดวชิ าศกึ ษาทั่วไป การจดั การเรียนการสอน หลกั สตู รหมวดวชิ าศกึ ษาทว่ั ไป มจี �ำ นวน 11 รายวชิ า มลี กั ษณะเปน็ รายวชิ าบรู ณาการขา้ มศาสตร์ 4 กลมุ่ วชิ า ไดแ้ ก่ กลมุ่ วชิ าสงั คมศาสตร์ กลมุ่ วชิ ามนษุ ยศาสตร์ กลมุ่ วชิ าภาษา และกลมุ่ วชิ าวทิ ยาศาสตรก์ บั คณติ ศาสตร์ โดยก�ำ หนดใหเ้ รยี น ไมน่ ้อยกวา่ 33 หนว่ ยกติ ดงั นี้ 1500202 ความเป็นสวนดสุ ิต 3(2-2-5) Suan Dusit Spirit 3(2-2-5) 1500122 ทกั ษะการส่ือสารภาษาไทย 3(2-2-5) Thai Language Communication Skills 3(2-2-5) 1500123 ภาษาอังกฤษส�ำ หรับวิถีชีวิตสมยั ใหม่ 3(3-0-6) English for Modern Lifestyle 3(2-2-5) 1500124 ภาษาองั กฤษเพื่อการสอ่ื สารสากล 3(3-0-6) English for International Communication 3(2-2-5) 2500118 อาหารการกิน 3(2-2-5) Food for Life 3(2-2-5) 2500119 วถิ ีชีวติ ตามแนวคดิ เศรษฐกจิ หมุนเวียน 4(2-4-6) Lifestyle for Circular Economy 2500120 คณุ คา่ ของความสุข Values of Happiness 2500121 พลเมอื งไทยและพลเมืองโลก Thai and Global Citizens 4000114 จุดประกายความคิดเชิงธรุ กิจ Business Thinking Inspiration 4000115 การใชช้ วี ิตในยคุ ดิจทิ ลั Living in the Digital Era 4000112 วทิ ยาศาสตรแ์ ละคณติ ศาสตร์ในชีวิตประจำ�วนั Science and Mathematics in Daily Life 111
คำ�อธบิ ายรายวิชาหมวดวิชาศึกษาทัว่ ไป 1500202 ความเปน็ สวนดุสติ 3(2-2-5) Suan Dusit Spirit ความเปน็ มาของสวนดสุ ติ ความเขา้ ใจอตั ลกั ษณแ์ ละความเชยี่ วชาญขององคก์ ร การสรา้ งจติ วญิ ญาณ ความเป็นสวนดุสิต การพัฒนาบุคลิกภาพและความเป็นสากลแบบสวนดุสิต ความเคารพตนเองและผู้อ่ืน ความ เขา้ ใจตนเองและการพฒั นาศกั ยภาพแหง่ ตนบนพนื้ ฐานความเปน็ สวนดสุ ติ การท�ำ งานบนรากฐานแหง่ ความประณตี ร้จู รงิ ในสง่ิ ทีท่ �ำ รักและศรัทธาในมหาวิทยาลัย History of Suan Dusit; understanding of organizational identities and expertise; building up Suan Dusit spirit; personality development and internationalization following Suan Dusit characters; self-respect and mutual respect; understanding and capability development of oneself based upon Suan Dusit spirit; work with refinement, thoroughness, passion and faith in the university 1500122 ทกั ษะการส่ือสารภาษาไทย 3(2-2-5) Thai Language Communication Skills องคป์ ระกอบและกระบวนการสื่อสาร ภาษาไทยในส่อื ภาษาและการส่อื สารในสงั คม การฝกึ ทกั ษะ การฟัง พดู อา่ น เขียนภาษาไทยในบรบิ ทต่าง ๆ เทคนิคการเขยี นภาษาไทยตามวัตถปุ ระสงคก์ ารใช้งาน Communication elements and process; Thai language in media; language and communication in society; listening, speaking, reading and writing skills practice in various contexts; techniques of writing Thai for specific purposes 1500123 ภาษาองั กฤษส�ำ หรับวถิ ีชวี ติ สมยั ใหม่ 3(2-2-5) English for Modern Lifestyle ไวยากรณ์และคำ�ศัพท์ภาษาอังกฤษระดับต้นที่ใช้ในวิถีชีวิตสมัยใหม่ การพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนเพื่อการส่ือสารในวิถีชีวิตสมัยใหม่ การใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษสำ�หรับวิถีชีวิต สมัยใหม่โดยเนน้ การใชง้ านโปรแกรมภาษาอังกฤษ English Discoveries Basic English grammar and vocabulary used in modern lifestyle; English skills practice: listening, speaking, reading, and writing for communication in modern lifestyle; using technology to develop English skills for modern lifestyle by focusing on English Discoveries multimedia program 1500124 ภาษาองั กฤษเพอื่ การสื่อสารสากล 3(2-2-5) English for International Communication ไวยากรณแ์ ละค�ำ ศพั ทภ์ าษาองั กฤษระดบั กลางเพอื่ การสอ่ื สารสากล การพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษ ดา้ นการฟงั พดู อา่ น และเขยี นในระดบั กลาง เทคนคิ การฟงั และการอา่ นเพอ่ื การท�ำ แบบทดสอบภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสารสากล การฝึกปฏิบตั ิด้วยแบบทดสอบสอบภาษาองั กฤษเพ่อื การสอ่ื สารสากล Intermediate English grammar and vocabulary for international communication; English skills practice: listening, speaking, reading, and writing at an intermediate level; listening and reading techniques for taking an English for international communication test; practicing English for international communication tests 112
2500118 อาหารการกิน 3(3-0-6) Food for Life ความรเู้ กยี่ วกบั อาหารในชวี ติ ประจ�ำ วนั วตั ถดุ บิ และสว่ นประกอบในอาหาร การจดั การและการเกบ็ รักษาอาหาร การใชเ้ ครือ่ งมอื ในการปรุง ประกอบและอนุ่ อาหาร งานครัวเบือ้ งต้นในท่พี ักอาศยั ประเภทอาหาร เครื่องดื่ม โภชนาการและการออกแบบรายการอาหาร วัฒนธรรมการรับประทานอาหารตามแบบไทยและแบบ สากล ความปลอดภัยอาหารและสขุ าภิบาล กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้อง และอาหารการกินในปจั จบุ นั Knowledge of food in daily life; raw materials and ingredients in food; food preparation and preservation; tools and equipment for cooking and reheating; basic kitchen work for household; food types; drinks; nutrition and food listing; Thai and international dining etiquette; food safety and sanitation; relevant regulations; current food trends 2500119 วถิ ีชวี ิตตามแนวคดิ เศรษฐกิจหมนุ เวยี น 3(2-2-5) Lifestyle for Circular Economy ความรู้พ้ืนฐานเร่ืองสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ภูมิอากาศและสภาวะด้านอากาศ ภาวะวิกฤติของ ปญั หาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม การเรยี นรเู้ พอ่ื อยกู่ บั ธรรมชาติ การคดิ เชงิ วเิ คราะหโ์ ดยตลอดวฏั จกั รชวี ติ ความรูท้ ั่วไปเกี่ยวกับเป้าหมาย การพฒั นาที่ยั่งยนื (SDGs) เศรษฐกิจหมุนเวียน ความตระหนักและแรงผลักดันสู่ พลเมอื งสีเขียวและวิถีชวี ิตภายใตแ้ นวคดิ เศรษฐกจิ หมุนเวียน เขตทางทะเลไทยกบั การจดั การทรัพยากรทางทะเล และชายฝงั่ ตามแนวคิดเศรษฐกจิ หมนุ เวยี น กรณศี กึ ษา Basic Knowledge of environment and ecosystem; Climate and climate change; natural resources and environment crises; learning how to live with nature; analytical thinking throughout a life cycle; general knowledge about Sustainable Development Goals; circular economy; awareness and drive for becoming a green citizen, and lifestyle into the circular economy; The maritime zone of Thailand and the marine and coastal resource management according to the circular economy concept; case studies 2500120 คุณค่าของความสขุ 3(3-0-6) Values of Happiness ความสขุ การจดั การทางอารมณ์ เทคนคิ การสรา้ งความสขุ เทคนคิ การสรา้ งสมั พนั ธภาพอยา่ งยง่ั ยนื ศิลปะการใช้ชีวิตด้วยตนเอง ศิลปะการอยรู่ ว่ มกับผ้อู ่นื สนุ ทรยี ภาพและการใชช้ วี ิตเพ่ือความสขุ การพฒั นากรอบ ความคิดเชงิ วพิ ากษ์ คิดวเิ คราะห์ และคิดสรา้ งสรรค์ เพอื่ เสรมิ พลังอำ�นาจตนและใหค้ ณุ คา่ กับความสขุ Happiness; emotional management; techniques to increase happiness; techniques to build long-lasting relationship; the art of living by oneself; the art of living with others; aesthetic and happiness living; thinking development based on critical thinking, analytical thinking, and creative thinking, to empower oneself and value happiness 2500121 พลเมืองไทยและพลเมอื งโลก 3(2-2-5) Thai and Global Citizens สงั คมอารยชนในศตวรรษที่ 21 พลเมอื งแหง่ โลกไรพ้ รมแดน ความเปน็ พลเมอื งไทยและพลเมอื งโลก การเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคและหน้าท่ีของประชาชนตามระบอบ การเมอื งการปกครองของรฐั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองและสงั คม การปกปอ้ งผลประโยชนส์ าธารณะ จติ สาธารณะ ธรรมาภบิ าลภาคปฏบิ ตั ิ การตอ่ ตา้ นการทจุ รติ กฎหมายพน้ื ฐานในการด�ำ รงชวี ติ ตลอดจนการเรยี นรผู้ า่ นกรณศี กึ ษา Civilized societies in the 21st century; citizenship of the borderless world; Thai and global citizenship; respect of cultural diversity; rights, liberty, equality, and duties of citizens of the governing states; self-responsibility and social responsibility; protection of the public interests; public volunteerism; good governance in practice; anti-corruption; basic laws for life, and learning through case studies 113
4000114 จดุ ประกายความคดิ เชงิ ธุรกจิ 3(2-2-5) Business Thinking Inspiration ความสำ�คัญของระบบเศรษฐกิจท่ีมีต่อการใช้ชีวิตและการสร้างอาชีพ การเป็นผู้ประกอบการในยุค เศรษฐกิจแบบอาชีพอสิ ระ การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ ภาวะผูน้ ำ�และการทำ�งานเป็นทมี จิตบริการ การบรหิ าร เวลา การบริหารจัดการเงนิ สขุ ภาวะทางการเงนิ ความเสีย่ งและการบรหิ ารความเส่ยี ง เทคนิคการสร้างสรรค์คอน เทนตแ์ ละสอื่ เทคนิคการสื่อสารทางการตลาด ภาษี และกฎหมายธุรกิจ The importance of an economic system to living and job creation; entrepreneurship in Gig economy; discovering business opportunities; leadership and teamworking; service mind; time management; financial management; financial health; risks and risk management; media and contents creation techniques; marketing communication techniques; taxes; and business law 4000115 การใช้ชวี ติ ในยุคดิจทิ ลั 3(2-2-5) Living in the Digital Era เทคโนโลยีดิจิทัลในชีวิตประจำ�วัน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีการเงิน ความรบั ผดิ ชอบตอ่ การกระทำ�ทางดิจทิ ลั และทักษะความเป็นพลเมืองดจิ ิทัล Digital technology in daily life; digital and financial technology application; digital responsibility; and digital citizenship skills 4000112 วิทยาศาสตร์และคณติ ศาสตรใ์ นชวี ิตประจำ�วัน 4(2-4-6) Science and Mathematics in Daily Life การคดิ และการใหเ้ หตผุ ล การบรหิ ารการเงนิ สว่ นบคุ คล การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และการตดั สนิ ใจ ทกั ษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตรก์ บั ปัจจยั การด�ำ รงชวี ิต การประยกุ ตว์ ทิ ยาศาสตร์เพ่ือสขุ ภาพ คณุ ภาพ ชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ความกา้ วหนา้ ทางดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ การวเิ คราะหแ์ ละใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ ง คุ้มค่า สื่อสังคมออนไลน์กับการดำ�เนินชีวิตในยุคดิจิทัล และการบูรณาการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ เทคโนโลยสี ารสนเทศ สำ�หรับการแกป้ ัญหาในชีวิตประจำ�วนั ทีเ่ ป็นประโยชน์ตอ่ การดำ�รงชีวติ และการทำ�งาน Thinking and reasoning, personal finance, data analysis and decision-making, scientific skills and procedures, science and living factors, application of science for health, life quality and environment, information technology advancement, analysis and worthwhile use of information technology, online social media and ways of living in the digital age, and integration of science, mathematics and information technology, to solve everyday problems for benefits of living and working 114
ทป่ี รึกษา รศ.ดร.ศโิ รจน์ ผลพันธิน จดั ท�ำ ต้นฉบบั / คณะครุศาสตร์ 115 ดร.สุวมาลย ์ ม่วงประเสรฐิ ตรวจตน้ ฉบบั ส�ำ นักส่งเสริมวชิ าการและงานทะเบยี น รศ.ดร.สุขมุ เฉลยทรัพย์ ศนู ย์บรกิ ารสือ่ และสง่ิ พิมพก์ ราฟฟิคไซท์ คล้ายสุบรรณ มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ บรรณาธกิ าร ผศ.ดร.จิตต์วมิ ล จันทรกลู ศลิ ปกรรม ศนู ยบ์ ริการส่อื และสง่ิ พิมพก์ ราฟฟิคไซท์ นางสาวจติ ราพร พ่วงสุข ปีทีพ่ ิมพ์ 2565 นางสาววารณุ ี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116