Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอนการออกแบบและเทคโนโลยี-ว32106

แผนการสอนการออกแบบและเทคโนโลยี-ว32106

Published by Prasong Nusonthara, 2021-10-26 08:41:29

Description: แผนการสอนการออกแบบและเทคโนโลยี-ว32106

Keywords: แผนการสอนการออกแบบและเทคโนโลยี ม,.5

Search

Read the Text Version

ขน้ั สรปุ 1. ผู้เรียนร่วมกนั สรุปความรทู้ ่ีไดจ้ ากการทากิจกรรม โดยครูคอยสรปุ เพิ่มเตมิ ในส่วนที่ไม่สมบรู ณ์ 2. ครูแจ้งใหผ้ ู้เรยี นทราบว่า ผูเ้ รียนสามารถกลับไปศึกษา ทบทวนเนอื้ หาและค้นหาข้อมูล เรื่อง การพัฒนาโครงงานโดยใช้กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เพิม่ เตมิ ได้จากแหลง่ ความร้เู พม่ิ เตมิ ท่ีมอี ยใู่ น อินเทอร์เนต็ ได้ทุกที่ ทกุ เวลา ช้ินงาน/ ภาระงาน 1. ใบงาน เรื่อง การพัฒนาโครงงานโดยใช้กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม สอ่ื การเรียนรู้ /แหลง่ การเรียนรู้ 1. สอื่ นาเสนอ PowerPoint เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 2. หนังสือเรียน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 สสวท. 3. เครื่องคอมพิวเตอร์ 4. อนิ เทอรเ์ น็ต 5. วิดิโอประกอบการสอน project 14 วิทยาการคานวณ ม.5 สสวท. การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ 1. ประเมินจากใบงาน เร่ือง การพฒั นาโครงงานโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม 2. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การวัดและประเมนิ ผลการจัดการเรียนรู้ จุดประสงค์ วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน 5 หมายถงึ ดี ผ้เู รียนสามารถบอกปัญหา -การอภิปราย - การอภิปราย คะแนน 3-4 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 1-2 หมายถึง รวบรวมข้อมูล และออกแบบ -สงั เกตพฤติกรรม - ใบงาน เรื่อง การ ปรบั ปรงุ วธิ ีการแกป้ ัญหา โดยใช้ พฒั นาโครงงานโดยใช้ คะแนน 5 หมายถึง ดี คะแนน 3-4 หมายถึง พอใช้ กระบวนการออกแบบเชงิ กระบวนการออกแบบ คะแนน 1-2 หมายถงึ ปรับปรุง วศิ วกรรมได้ (K) เชงิ วศิ วกรรม คะแนน 5 หมายถึง ดี คะแนน 3-4 หมายถงึ พอใช้ ผูเ้ รยี นสามารถพัฒนา - ตรวจใบกิจกรรม - ใบงาน เร่ือง การ คะแนน 1-2 หมายถึง โครงงานโดยใช้กระบวนการ - สังเกตพฤติกรรม พฒั นาโครงงานโดยใช้ ปรบั ปรุง ออกแบบเชงิ วศิ วกรรมได้ (P) กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม นักเรียนมีความสามารถใน - ตรวจใบกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรม การทางานอยา่ งเป็นระบบ - สังเกตพฤตกิ รรม มรี ะเบียบวินัย (A)

เกณฑก์ ารประเมนิ จดุ ประสงค์ เกณฑ์การประเมิน 5 432 1 ผูเ้ รียนสามารถบอก อธบิ ายการระบุ อธบิ ายการระบุ อธิบายการ อธบิ ายการระบุ อธบิ ายการระบุ ปญั หา รวบรวม ปัญหา รวบรวม ปัญหา รวบรวม ระบปุ ญั หา ปัญหา รวบรวม ปญั หา รวบรวม ข้อมลู และ ข้อมลู และ ข้อมลู และ รวบรวมขอ้ มลู ข้อมูล และ ข้อมูล และ ออกแบบวิธีการ ออกแบบวิธกี าร ออกแบบวิธกี าร และออกแบบ ออกแบบวธิ กี าร ออกแบบวธิ กี าร แกป้ ัญหา โดยใช้ แกป้ ญั หา โดยใช้ แก้ปัญหา โดย วธิ ีการ แกป้ ัญหา โดย แก้ปญั หา โดย กระบวนการ กระบวนการ ใชก้ ระบวนการ แกป้ ัญหา โดย ใช้ระบวนการ ใชก้ ระบวน การ ออกแบบเชิง ออกแบบเชงิ ออกแบบเชิง ใชก้ ระบวน ออกแบบเชงิ ออกแบบเชิง วศิ วกรรมได้ (K) วิศวกรรมได้ ครบ วศิ วกรรมได้ การออกแบบ วิศวกรรมได้ วศิ วกรรมไมไ่ ด้ ทกุ หัวขอ้ ตรง ครบทุกหวั ขอ้ เชงิ วศิ วกรรม และไมต่ รงตาม ประเด็นถูกต้อง แตไ่ ม่ตรง ได้ แต่ไมค่ รบ ประเดน็ และชัดเจน ประเดน็ ทกุ หวั ข้อ ผู้เรยี นสามารถ วเิ คราะห์ระบุ วเิ คราะหร์ ะบุ วิเคราะหร์ ะบุ วเิ คราะหร์ ะบุ วเิ คราะหร์ ะบุ พัฒนาโครงงานโดย ปญั หา รวบรวม ปญั หา รวบรวม ปัญหา ปญั หา รวบรวม ปญั หา รวบรวม ใช้กระบวนการ ขอ้ มลู และ ข้อมูล และ รวบรวมข้อมูล ขอ้ มูล และ ขอ้ มูล และ ออกแบบเชิง ออกแบบวิธกี าร ออกแบบวิธีการ และออกแบบ ออกแบบวธิ ีการ ออกแบบวิธีการ วิศวกรรมได้ (P) แกป้ ญั หาได้ แกป้ ัญหาได้ วิธีการ แกป้ ญั หาได้ แกป้ ัญหาไม่ได้ ครบถว้ น ถูกต้อง ครบถว้ น แกป้ ญั หาได้ ไม่ครบถ้วน และชดั เจน ถูกตอ้ ง ครบถ้วน แต่ และไม่ถกู ต้อง ไม่ถกู ตอ้ ง บางส่วน บางส่วน นกั เรียนมี นกั เรียนมกี าร นกั เรียนมีการ นักเรียนมกี าร นกั เรียนมกี าร นกั เรยี นมกี าร ความสามารถใน ทางานอย่างเป็น ทางานอย่างเป็น ทางานอย่าง ทางานอยา่ ง ทางานอย่างเป็น การทางานอยา่ ง ขั้นเปน็ ตอน และ ขน้ั เป็นตอน เปน็ ข้ันเป็น เป็นขั้นเป็นตอน ขัน้ เปน็ ตอน แต่ เป็นระบบ มี ถกู ต้อง ร้อยละ และถกู ตอ้ งร้อย ตอน และ และถูกตอ้ งต่า ไมถ่ ูกตอ้ ง ระเบยี บวนิ ัย (A) 80 ข้ึนไป ละ 60-79 ถูกตอ้ งตา่ กวา่ กวา่ รอ้ ยละ 30 ร้อยละ 50

ใบงาน เร่ือง การพัฒนาโครงงานโดยใช้กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม คาช้ีแจง : ให้นักเรียนกาหนดปัญหา 1 ปัญหา รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และ ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หา โดยใช้กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม ระบปุ ญั หา …….………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… รวบรวมข้อมูลและแนวคิดทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ปัญหา …….………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….………………………………………………………………………………………………………………………………………………….… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ออกแบบวธิ ีการแก้ปญั หา …….………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …….…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 9 เร่ือง การเขียนเค้าโครงของโครงงาน รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหสั วิชา ว32106 ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2/2564 จานวน 1 ชัว่ โมง ครผู สู้ อน นายประสงค์ นุสนทรา โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยเี พ่อื การดารงชีวติ ในสังคมทีม่ ีการเปลยี่ นแปลง อย่างรวดเรว็ ใชค้ วามร้แู ละทักษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ่ืน ๆ เพือ่ แก้ปญั หาหรอื พฒั นางานอย่างมีความคิดสร้างสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสม โดยคานงึ ถึงผลกระทบตอ่ ชวี ิต สงั คม และส่ิงแวดล้อม ตัวช้วี ัด ม.5/1 ประยกุ ตใ์ ช้ความรแู้ ละทกั ษะจากศาสตร์ตา่ งๆ รวมท้ังทรพั ยากร ในการทาโครงงานเพื่อ แกป้ ญั หาหรอื พัฒนางาน สาระสาคัญ โครงงาน เป็นการศึกษาทีเ่ ปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นศึกษาค้นควา้ หาความรแู้ ละลงมอื ปฏบิ ัติดว้ ยตนเอง ในเร่อื งใดเรือ่ งหนึง่ ทีต่ ้องการร้คู าตอบให้ลึกซงึ้ โดยใชก้ ระบวนการหรือวธิ ีการทม่ี รี ะบบ ภายใต้การดแู ลและ ให้คาปรึกษาของครูหรือผูเ้ ชยี่ วชาญตงั้ แตก่ ารเลอื กหวั ขอ้ เรือ่ งท่ีจะทาโครงงาน การกาหนดขอบเขตการ วางแผนดาเนินงานและขน้ั ตอน และลงมอื ปฏิบตั ติ ามแผนทีว่ างไว้ จนไดข้ อ้ สรปุ ที่เป็นคาตอบในเรื่องน้นั ๆ การทาโครงงานเพื่อแกป้ ญั หาดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมมจี ดุ เนน้ ในด้านของการนาแนวคดิ หลกั การหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และความร้จู ากศาสตรอ์ ่นื ๆ มาบูรณาการเพื่อพฒั นา ส่งิ ของเครอ่ื งใชห้ รือวิธีการเพอื่ การแกป้ ญั หาหรือสนองความต้องการของมนษุ ย์ ผ่านกระบวนการออกแบบ เชงิ วศิ วกรรม โดยสารวจ สถานการณป์ ัญหาทีส่ นใจ เพอ่ื กาหนดปัญหาหรอื ความตอ้ งการเป็นหวั ขอ้ โครงงาน แล้วรวบรวมข้อมลู และแนวคิดท่ีเกย่ี วข้องกับปญั หา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ทีม่ ีการวาง แผนการทางานอย่างเปน็ ข้นั ตอนเพอ่ื แก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรบั ปรุงแกไ้ ขวธิ กี ารแกป้ ัญหา หรือ ชน้ิ งาน และนาเสนอวิธกี ารแกป้ ัญหา

สาระการเรียนรู้ 1. การทาโครงงาน เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ และทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมท้ังทรัพยากรใน การสร้างหรือพัฒนาชิน้ งานหรือวิธีการ เพอื่ แกป้ ัญหาหรอื อานวยความสะดวกในการทางาน 2. การทาโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี สามารถดาเนินการได้ โดยเริ่มจากการสารวจ สถานการณ์ปัญหาที่สนใจ เพ่ือกาหนดหวั ข้อโครงงาน แล้วรวบรวมขอ้ มูลและแนวคดิ ท่ีเก่ยี วข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา วางแผน และดาเนินการแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไข วิธกี ารแกป้ ัญหาหรอื ช้นิ งาน และนาเสนอวิธกี ารแก้ปัญหา จุดประสงค์การเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (K) ผู้เรียนสามารถบอกรายละเอยี ดการเขียนเค้าโครงของโครงงานได้ ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ (P) ผู้เรยี นสามารถวางแผนการเขียนเค้าโครงของโครงงานได้ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A) นกั เรียนมคี วามสามารถในการทางานอย่างเปน็ ระบบ มรี ะเบยี บวนิ ยั คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี ินยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ม่งุ มั่นในการทางาน สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ 2. ความสามารถในการสอ่ื สาร 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ความสามารถในการแก้ปญั หา จดุ เน้นส่กู ารพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น ทกั ษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อา่ นออก) (W) Riting (เขยี นได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทักษะดา้ นการคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกไ้ ขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทางานเป็นทีมและภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and Leadership)

ทกั ษะด้านการสือ่ สาร สารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั สือ่ (Communications, Information, and Media Literacy) ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT Literacy) ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and Learning) ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชพี ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยนุ่ และการปรบั ตัว การริเริ่มสรา้ งสรรคแ์ ละเปน็ ตัวของตัวเอง ทกั ษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม การเป็นผู้สร้างหรอื ผผู้ ลิต (Productivity) และความรับผิดชอบเชอ่ื ถอื ได้ (Accountability) ภาวะผูน้ าและความรับผดิ ชอบ (Responsibility) คณุ ลกั ษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผู้นา คุณลักษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การชน้ี าตนเอง การตรวจสอบการเรียนร้ขู องตนเอง คณุ ลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผ้อู นื่ ความซอ่ื สตั ย์ ความสานึกพลเมือง การบูรณาการ โครงการสถานศกึ ษาพอเพยี ง โครงการโรงเรียนคุณธรรม คุณธรรม ค่านิยม 12 ประการ หลกั สตู รต้านทจุ รติ ศกึ ษา กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (สอนโดยใช้ทฤษฎกี ารเรียนรู้ Constructivism) ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น 1. ครกู ลา่ วทกั ทายผเู้ รยี น และอธบิ ายเก่ียวกับการเรยี นสัปดาหน์ ้ี 2. ครูทบทวนความรเู้ ดมิ เร่ือง การพฒั นาโครงงานโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เพอ่ื กระตุ้นผู้เรียนรู้ ขน้ั สอน 1. ครูและผเู้ รยี นร่วมกันพดู คุยเกย่ี วกับ เรื่อง การเขียนเคา้ โครงของโครงงาน เพ่อื กระตุ้นการ เรียนรู้ 2. ครูเปิดส่อื PowerPoint เร่ือง การเขยี นเคา้ โครงของโครงงาน โดยอธิบายขั้นตอนการเขียนเค้า โครงของโครงงานในแต่ละขน้ั ตอน 3. ผ้เู รียนรว่ มกนั ปรกึ ษาและพดู คยุ กนั เก่ียวกับ การเขยี นเคา้ โครงของโครงงาน 4. ผ้เู รียนจดั ทาเค้าโครงของโครงงาน โดยอาศัยความรู้และข้อมูลจากการศึกษาหวั ข้อการเขียน จากหนังสือเรยี น และผู้สอนอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ในแต่ละหวั ข้อ 5. ครูใหผ้ ู้เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุม่ ละ 3 คน และแจกใบงาน เร่ือง การเขียนเคา้ โครงของโครงงาน ให้ ผเู้ รยี นแตล่ ะกลุม่ 6. ครูใหผ้ เู้ รยี นเขยี นเค้าโครงของโครงงานจากหัวข้อโครงงานทีก่ ลมุ่ ของตนเองสนใจ

7. ครูสังเกตการทางาน ตลอดจนคอยให้ความช่วยเหลือ ให้คาแนะนาและตอบข้อสงสัยของ ผู้เรียน 8. ให้ผ้เู รยี นกล่มุ ทีเ่ ขียนเค้าโครงของโครงงานเสร็จแล้ว นาเคา้ โครงของโครงงานทีไ่ ด้มานาเสนอต่อ ครทู ่ปี รึกษาโครงงาน ขั้นสรปุ 1. ผเู้ รยี นรว่ มกันสรุปความรูท้ ไ่ี ดจ้ ากการทากจิ กรรม โดยครคู อยสรุปเพ่มิ เตมิ ในส่วนทไี่ ม่สมบรู ณ์ 2. ครูแจ้งให้ผู้เรียนทราบว่า ผู้เรียนสามารถกลับไปศึกษา ทบทวนเนื้อหาและค้นหาข้อมูล เร่ือง การเขียนเค้าโครงของโครงงาน เพ่มิ เตมิ ไดจ้ ากแหล่งความร้เู พมิ่ เตมิ ทีม่ ีอยูใ่ นอนิ เทอร์เนต็ ได้ทุกท่ี ทกุ เวลา ชิ้นงาน/ ภาระงาน 1. ใบงาน เรื่อง การเขยี นเคา้ โครงของโครงงาน สอื่ การเรียนรู้ /แหล่งการเรียนรู้ 1. สือ่ นาเสนอ PowerPoint เร่ือง การเขยี นเค้าโครงของโครงงาน 2. หนงั สอื เรยี น เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 สสวท. 3. เครอื่ งคอมพิวเตอร์ 4. อินเทอรเ์ นต็ 5. วดิ ิโอประกอบการสอน project 14 วิทยาการคานวณ ม.5 สสวท. การวดั และประเมนิ ผลการจัดการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์ วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนน 5 หมายถึง ดี ผ้เู รยี นสามารถบอก -การอภิปราย - การอภปิ ราย คะแนน 3-4 หมายถงึ พอใช้ รายละเอยี ดการเขยี นเค้า -สงั เกตพฤตกิ รรม - ใบงาน เรอื่ ง การ คะแนน 1-2 หมายถงึ ปรบั ปรงุ โครงของโครงงานได้ (K) เขยี นเค้าโครงของ โครงงาน คะแนน 5 หมายถงึ ดี คะแนน 3-4 หมายถงึ พอใช้ ผู้เรียนสามารถวางแผนการ - ตรวจใบงาน - ใบงาน เรื่อง การ คะแนน 1-2 หมายถึง ปรบั ปรุง คะแนน 5 หมายถึง ดี เขียนเค้าโครงของโครงงานได้ - สงั เกตพฤตกิ รรม เขยี นเค้าโครงของ คะแนน 3-4 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1-2 หมายถึง ปรับปรุง (P) โครงงาน นักเรียนมคี วามสามารถใน - ตรวจใบกิจกรรม - สังเกตพฤติกรรม การทางานอย่างเป็นระบบ มี - สงั เกตพฤติกรรม ระเบยี บวินัย (A)

เกณฑ์การประเมนิ จุดประสงค์ เกณฑก์ ารประเมิน ผูเ้ รียนสามารถบอก 5 4 3 21 รายละเอยี ดการเขยี น บอกรายละเอียด เค้าโครงของโครงงาน การเขียนเคา้ บอก บอก บอก บอก ได้ (K) โครงของ โครงงานได้ ครบ รายละเอียดการ รายละเอียดการ รายละเอยี ด รายละเอียด ผเู้ รยี นสามารถวาง ทุกหัวขอ้ ตรง แผนการเขยี นเคา้ ประเดน็ ถูกต้อง เขียนเค้าโครง เขียนเคา้ โครง การเขยี นเค้า การเขียนเค้า โครงของโครงงานได้ และชัดเจน (P) เขียนเคา้ โครง ของโครงงานได้ ของโครงงานได้ โครงของ โครงของ ของโครงงานได้ ครบถ้วน ถูกต้อง ได้ครบทกุ หัวข้อ แตไ่ มค่ รบทกุ โครงงานได้ โครงงานไมไ่ ด้ และชดั เจน แต่ไมต่ รง หัวข้อ และไม่ตรงตาม ประเดน็ ประเดน็ เขยี นเคา้ โครง เขยี นเค้าโครง เขยี นเค้าโครง เขียนเคา้ โครง ของโครงงานได้ ของโครงงานได้ ของโครงงานได้ ของโครงงาน ครบถ้วน ครบถว้ น แต่ ไมค่ รบถว้ น ไมไ่ ด้ ถูกตอ้ ง ไมถ่ กู ต้อง และไมถ่ กู ตอ้ ง บางส่วน บางสว่ น นกั เรยี นมี นักเรียนมกี าร นกั เรียนมกี าร นกั เรยี นมีการ นักเรยี นมีการ นักเรยี นมกี าร ความสามารถในการ ทางานอย่างเปน็ ทางานอย่าง ทางานอยา่ งเปน็ ข้ัน ทางานอย่าง ทางานอยา่ ง ทางานอยา่ ง เป็นขน้ั เป็น ระบบ มรี ะเบียบวินยั เปน็ ตอนและ ตอน แต่ไม่ (A) ถูกตอ้ ง ร้อยละ เป็นขน้ั เปน็ ตอน เป็นขั้นเป็นตอน เปน็ ข้นั เปน็ ถูกต้อง 80 ขึ้นไป และถูกตอ้ งร้อย และถกู ตอ้ งต่า ตอน และ ละ 60-79 กวา่ รอ้ ย ถูกต้องต่ากว่า ละ 50 รอ้ ยละ 30

ใบงานที่ 2 การเขยี นเค้าโครงของโครงงาน 1. ช่ือโครงงาน ............................................................................................................... 2. รายช่อื คณะผ้ทู าโครงงาน 1) ...................................................... 2) ........................................................ 3) ...................................................... 4) ........................................................ 3. ชอ่ื ครทู ี่ปรกึ ษาโครงงาน……………………………………………………………………………………….. 4. ทม่ี าและความสาคญั ................................................................................................................................................................ .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................... 5. จดุ ประสงค์ของโครงงาน 1 ) ......................……………………………………………………………………………………………………………….. 2 ) .................................................................................................................................................... 6. ขอ้ มูลที่เก่ยี วขอ้ ง …………………………………………………………………………………………………………….…….....................………. ………………………………………………………………………………………………………….………….....................……. ………………………………………………………………………………………………………………….…….....................…. 7. แผนผัง หรอื ภาพรา่ งของแนวทางการแกป้ ัญหา และวธิ ีการดาเนินงาน ………………….................................................................................................................................. ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ………………….................................................................................................................................. …………………................................................................................................................................. .

8. แผนดาเนินงานและงบประมาณ ท่ี กจิ กรรม ระยะเวลา สถานที่ วสั ดอุ ุปกรณ์ ผูร้ ับผิดชอบ 9. ประโยชนท์ ีค่ าดว่าจะไดร้ บั …………………………………………………………………………………………….…………………………… ……………………………………………………………………………………………………………….………… 10. บรรณานกุ รม ......................................................................................................................................... .........................................................................................................................................

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 เร่อื ง การวางแผนและดาเนินการแก้ปญั หา รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว32106 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2/2564 จานวน 1 ช่วั โมง ครผู ูส้ อน นายประสงค์ นสุ นทรา โรงเรยี นพนมไพรวทิ ยาคาร สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยเี พ่ือการดารงชวี ติ ในสงั คมที่มกี ารเปล่ียนแปลง อย่างรวดเรว็ ใชค้ วามรแู้ ละทกั ษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือแกป้ ัญหาหรือ พัฒนางานอยา่ งมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่าง เหมาะสม โดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวติ สังคม และส่งิ แวดลอ้ ม ตวั ช้วี ัด ม.5/1 ประยกุ ตใ์ ช้ความรแู้ ละทกั ษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมทง้ั ทรพั ยากร ในการทาโครงงานเพ่อื แก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน สาระสาคัญ โครงงาน เป็นการศึกษาทเี่ ปิดโอกาสให้นักเรียนศึกษาค้นควา้ หาความร้แู ละลงมือปฏิบตั ิด้วยตนเอง ในเรื่องใดเรือ่ งหนง่ึ ที่ตอ้ งการรู้คาตอบใหล้ ึกซ้ึง โดยใช้กระบวนการหรือวิธีการทมี่ รี ะบบ ภายใต้การดแู ลและ ใหค้ าปรึกษาของครหู รือผเู้ ชี่ยวชาญตั้งแต่การเลือกหวั ข้อเรอื่ งท่จี ะทาโครงงาน การกาหนดขอบเขตการ วางแผนดาเนนิ งานและขนั้ ตอน และลงมือปฏิบตั ิตามแผนทีว่ างไว้ จนได้ข้อสรปุ ทเี่ ปน็ คาตอบในเร่อื งนนั้ ๆ การทาโครงงานเพอื่ แกป้ ัญหาดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมมจี ุดเน้นในดา้ นของการนาแนวคดิ หลกั การหรือทฤษฎที างวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และความรจู้ ากศาสตรอ์ ื่น ๆ มาบูรณาการเพ่อื พฒั นา สิง่ ของเคร่ืองใช้หรอื วธิ ีการเพอ่ื การแกป้ ญั หาหรอื สนองความตอ้ งการของมนษุ ย์ ผ่านกระบวนการออกแบบ เชงิ วศิ วกรรม โดยสารวจ สถานการณ์ปัญหาท่สี นใจ เพื่อกาหนดปัญหาหรอื ความต้องการเปน็ หัวข้อ โครงงาน แล้วรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกย่ี วข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการแกป้ ญั หา ท่มี ีการวาง แผนการทางานอยา่ งเปน็ ข้นั ตอนเพื่อแกป้ ัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรงุ แก้ไขวธิ กี ารแกป้ ญั หา หรือ ชิ้นงาน และนาเสนอวิธกี ารแกป้ ญั หา

สาระการเรยี นรู้ 1. การทาโครงงาน เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ และทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรใน การสรา้ งหรอื พฒั นาชิ้นงานหรือวธิ กี าร เพื่อแก้ปัญหาหรอื อานวยความสะดวกในการทางาน 2. การทาโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี สามารถดาเนินการได้ โดยเร่ิมจากการสารวจ สถานการณ์ปัญหาทีส่ นใจ เพ่ือกาหนดหัวขอ้ โครงงาน แล้วรวบรวมข้อมูลและแนวคดิ ทีเ่ กี่ยวข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา วางแผน และดาเนินการแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไข วธิ ีการแกป้ ัญหาหรอื ชนิ้ งาน และนาเสนอวิธีการแก้ปญั หา จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (K) ผู้เรยี นสามารถหาวธิ กี ารวางแผนและดาเนินการแก้ปัญหาได้ ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) ผ้เู รยี นสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการวางแผนและดาเนินการแกป้ ัญหาได้ ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) นักเรียนมคี วามสามารถในการทางานอยา่ งเปน็ ระบบ มรี ะเบยี บวนิ ยั คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี ินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มงุ่ ม่ันในการทางาน สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 1. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ความสามารถในการแกป้ ัญหา จดุ เน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น ทักษะของคนในศตวรรษท่ี 21 คือการเรยี นรู้ 3R X 8C Reading (อา่ นออก) (W) Riting (เขยี นได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ ) ทักษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทกั ษะในการแกไ้ ขปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความรว่ มมือ การทางานเป็นทมี และภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สาร สารสนเทศและร้เู ท่าทันสอื่ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทกั ษะด้านชวี ิตและอาชพี ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยดื หยนุ่ และการปรบั ตัว การริเรมิ่ สร้างสรรค์และเป็นตวั ของตวั เอง ทักษะสังคมและสงั คมข้ามวฒั นธรรม การเป็นผสู้ ร้างหรอื ผผู้ ลติ (Productivity) และความรับผิดชอบเช่ือถือได้ (Accountability) ภาวะผนู้ าและความรับผิดชอบ (Responsibility) คุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเป็นผนู้ า คุณลักษณะด้านการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชนี้ าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ ความเคารพผ้อู ่ืน ความซอ่ื สตั ย์ ความสานกึ พลเมอื ง การบรู ณาการ โครงการสถานศึกษาพอเพียง โครงการโรงเรียนคุณธรรม คุณธรรม คา่ นยิ ม 12 ประการ หลกั สตู รต้านทจุ รติ ศกึ ษา กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ (สอนโดยใช้ทฤษฎีการเรยี นรู้ Constructivism) ขัน้ นาเข้าส่บู ทเรียน 1. ครกู ล่าวทกั ทายผู้เรียน และอธบิ ายเกยี่ วกับการเรยี นสัปดาหน์ ี้ 2. ครทู บทวนความรเู้ ดมิ เรอ่ื ง การเขยี นเค้าโครงของโครงงาน โดยครใู ช้คาถาม เพื่อกระตุ้น ผเู้ รยี น (แนวคาถาม: การเขียนเค้าโครงของโครงงานมกี ารกาหนดหัวข้ออะไรบ้าง) ข้ันสอน 1. ครแู ละผเู้ รยี นร่วมกนั พูดคยุ เกีย่ วกบั เร่อื ง การวางแผนและดาเนินการแกป้ ญั หา เพื่อกระตุ้นการ เรยี นรู้ 2. ครูอธบิ ายถึงการวางแผนที่จะใช้ดาเนนิ การแกป้ ัญหา โดยการยกตวั อย่างใหน้ กั เรยี น เชน่ การ การสรา้ งบ้านสงิ่ แรกทีต่ ้องทาก็คอื การวางแผน อาจจะเปน็ การกาหนดวสั ดุ อุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการสรา้ ง การ วาดแผงผังแสดขนั้ ตอน หรอื ไม่วา่ จะทางานใด ๆ การวางแผนคอื สิง่ ที่จาเปน็ ที่จะต้องทาในการดาเนินงาน ต่าง ๆ 3. ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันวางแผนการแก้ปัญหาโครงงาน ตามหัวข้อท่ีตนเองรับผิดชอบ และผู้สอนอธบิ ายเพม่ิ เติมระหวา่ งปฏบิ ัตกิ ิจกรรม 4. ครูสงั เกตการทากิจกรรม ตลอดจนคอยให้ความช่วยเหลือ ให้คาแนะนาและตอบข้อสงสัยของ ผู้เรียน 5. ครสู ุ่มผู้เรียน 2-3 กลมุ่ ออกมานาเสนอการวางแผนการแกป้ ญั หาโครงงานของกลุม่ ตนเอง โดยมี ครูคอยเพิ่มเติมในส่วนที่ไมส่ มบรู ณ์

ขนั้ สรุป 1. ผูเ้ รยี นรว่ มกนั สรุปความรูท้ ีไ่ ดจ้ ากการทากจิ กรรม โดยครคู อยสรุปเพ่ิมเติมในส่วนทีไ่ มส่ มบูรณ์ 2. ครูแจ้งให้ผู้เรียนทราบว่า ผู้เรียนสามารถกลับไปศึกษา ทบทวนเน้ือหาและค้นหาข้อมูล เร่ือง การวางแผนและดาเนินการแก้ปัญหา เพ่ิมเติมได้จากแหล่งความรู้เพ่ิมเติมที่มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุก เวลา ชนิ้ งาน/ ภาระงาน 1. กิจกรรม เรอื่ ง การวางแผนการแก้ปญั หาโครงงาน สือ่ การเรยี นรู้ /แหล่งการเรยี นรู้ 1. สอ่ื นาเสนอ PowerPoint เรอื่ ง การวางแผนการแก้ปญั หาโครงงาน 2. หนังสือเรยี น เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.5 สสวท. 3. เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ 4. อินเทอรเ์ น็ต 5. วดิ ิโอประกอบการสอน project 14 วิทยาการคานวณ ม.5 สสวท. การวัดและประเมนิ ผลการจัดการเรียนรู้ 1. ประเมนิ จากใบงาน เรอื่ ง กจิ กรรม เรือ่ ง การวางแผนการแกป้ ญั หาโครงงาน 2. แบบสงั เกตพฤติกรรม

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11 เรอื่ ง การวางแผนและดาเนนิ การแกป้ ญั หา (ตอ่ ) รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว32106 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2/2564 จานวน 1 ช่ัวโมง ครผู ้สู อน นายประสงค์ นสุ นทรา โรงเรยี นพนมไพรวิทยาคาร สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยเี พ่ือการดารงชวี ติ ในสงั คมท่ีมกี ารเปล่ยี นแปลง อยา่ งรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ นื่ ๆ เพ่ือแกป้ ญั หาหรอื พฒั นางานอยา่ งมีความคิดสรา้ งสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยีอยา่ ง เหมาะสม โดยคานึงถึงผลกระทบตอ่ ชีวติ สังคม และส่งิ แวดล้อม ตวั ชีว้ ัด ม.5/1 ประยุกต์ใชค้ วามรูแ้ ละทกั ษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมทง้ั ทรัพยากร ในการทาโครงงานเพือ่ แกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน สาระสาคัญ โครงงาน เป็นการศึกษาทเ่ี ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนศึกษาคน้ คว้าหาความรแู้ ละลงมอื ปฏบิ ัติด้วยตนเอง ในเรอื่ งใดเร่ืองหน่ึงที่ต้องการรคู้ าตอบใหล้ ึกซงึ้ โดยใช้กระบวนการหรือวิธีการทม่ี ีระบบ ภายใต้การดแู ลและ ให้คาปรึกษาของครูหรือผูเ้ ชี่ยวชาญต้ังแต่การเลือกหวั ข้อเร่อื งท่ีจะทาโครงงาน การกาหนดขอบเขตการ วางแผนดาเนินงานและข้นั ตอน และลงมอื ปฏบิ ตั ิตามแผนท่วี างไว้ จนไดข้ ้อสรปุ ที่เปน็ คาตอบในเรอื่ งน้ัน ๆ การทาโครงงานเพ่ือแก้ปญั หาดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมมจี ดุ เนน้ ในดา้ นของการนาแนวคดิ หลกั การหรอื ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และความรู้จากศาสตรอ์ ่นื ๆ มาบรู ณาการเพอ่ื พัฒนา สิง่ ของเคร่ืองใช้หรือวิธีการเพอื่ การแกป้ ญั หาหรอื สนองความต้องการของมนุษย์ ผ่านกระบวนการออกแบบ เชงิ วศิ วกรรม โดยสารวจ สถานการณป์ ัญหาที่สนใจ เพือ่ กาหนดปัญหาหรอื ความต้องการเปน็ หัวข้อ โครงงาน แล้วรวบรวมข้อมลู และแนวคดิ ที่เกยี่ วข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหา ทม่ี ีการวาง แผนการทางานอยา่ งเปน็ ขนั้ ตอนเพือ่ แกป้ ญั หา ทดสอบ ประเมนิ ผล ปรับปรงุ แกไ้ ขวิธกี ารแกป้ ัญหา หรอื ช้นิ งาน และนาเสนอวธิ กี ารแกป้ ัญหา

สาระการเรยี นรู้ 1. การทาโครงงาน เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ และทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรใน การสรา้ งหรอื พฒั นาชิ้นงานหรือวธิ กี าร เพื่อแก้ปัญหาหรอื อานวยความสะดวกในการทางาน 2. การทาโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี สามารถดาเนินการได้ โดยเร่ิมจากการสารวจ สถานการณ์ปัญหาทีส่ นใจ เพ่ือกาหนดหัวขอ้ โครงงาน แล้วรวบรวมข้อมูลและแนวคดิ ทีเ่ กี่ยวข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา วางแผน และดาเนินการแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไข วธิ ีการแกป้ ัญหาหรอื ชนิ้ งาน และนาเสนอวิธีการแก้ปญั หา จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (K) ผู้เรยี นสามารถหาวธิ กี ารวางแผนและดาเนินการแก้ปัญหาได้ ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) ผ้เู รยี นสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการวางแผนและดาเนินการแกป้ ัญหาได้ ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) นักเรียนมคี วามสามารถในการทางานอยา่ งเปน็ ระบบ มรี ะเบยี บวนิ ยั คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี ินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มงุ่ ม่ันในการทางาน สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 1. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ความสามารถในการแกป้ ัญหา จดุ เน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น ทักษะของคนในศตวรรษท่ี 21 คือการเรยี นรู้ 3R X 8C Reading (อา่ นออก) (W) Riting (เขยี นได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ ) ทักษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทกั ษะในการแกไ้ ขปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความรว่ มมือ การทางานเป็นทมี และภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สาร สารสนเทศและร้เู ท่าทันสอื่ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทักษะดา้ นชวี ิตและอาชพี ของคนในศตวรรษท่ี 21 ความยืดหยุ่นและการปรับตวั การรเิ ริ่มสร้างสรรค์และเป็นตวั ของตวั เอง ทกั ษะสงั คมและสังคมข้ามวัฒนธรรม การเป็นผูส้ ร้างหรอื ผผู้ ลิต (Productivity) และความรบั ผิดชอบเชือ่ ถอื ได้ (Accountability) ภาวะผูน้ าและความรบั ผดิ ชอบ (Responsibility) คุณลักษณะของคนในศตวรรษท่ี 21 คุณลกั ษณะดา้ นการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเป็นผนู้ า คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การชีน้ าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง คณุ ลักษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อน่ื ความซ่ือสตั ย์ ความสานกึ พลเมอื ง การบูรณาการ โครงการสถานศกึ ษาพอเพียง โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม คณุ ธรรม ค่านิยม 12 ประการ หลกั สูตรต้านทุจริตศึกษา กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (สอนโดยใชท้ ฤษฎกี ารเรียนรู้ Constructivism) ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. ครูกล่าวทกั ทายผ้เู รยี น และอธิบายเกยี่ วกบั การเรยี นสปั ดาห์น้ี 2. ครูทบทวนความรู้เดิม เรื่อง การวางแผนการแก้ปัญหาโครงงาน จากสปั ดาห์ที่แล้ว เพ่ือกระตุ้น ผเู้ รียน ขัน้ สอน 1. ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนาการวางแผนการแก้ปัญหาโครงงาน จากสัปดาห์ท่ีแล้วมาดาเนินการ ตามแผนท่ีวางไว้ 2. ครคู อยสงั เกต และควบคมุ นักเรยี น ตลอดจนคอยให้คาปรกึ ษานกั เรยี นเปน็ รายกลุม่ ในการ ทางาน ขน้ั สรปุ 1. ผ้เู รียนรว่ มกันอภิปรายถึงปัญหาและอุปสรรคในการทากจิ กรรม โดยครเู ปน็ ผู้สรปุ ปญั หาและหา แนวทางการแกป้ ญั หาร่วมกัน 2. ครูแจ้งให้ผู้เรียนทราบว่า ผู้เรียนสามารถกลับไปศึกษา ทบทวนเน้ือหาและค้นหาข้อมูล เร่ือง การวางแผนและดาเนินการแก้ปัญหา เพิ่มเติมได้จากแหล่งความรู้เพ่ิมเติมท่ีมีอยู่ในอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุก เวลา

ช้ินงาน/ ภาระงาน 1. กิจกรรม เรอื่ ง การวางแผนการแก้ปัญหาโครงงาน ส่อื การเรียนรู้ /แหล่งการเรยี นรู้ 1. สอื่ นาเสนอ PowerPoint เรอ่ื ง การวางแผนการแกป้ ัญหาโครงงาน 2. หนังสอื เรยี น เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 สสวท. 3. เครอื่ งคอมพิวเตอร์ 4. อนิ เทอร์เน็ต 5. วดิ โิ อประกอบการสอน project 14 วิทยาการคานวณ ม.5 สสวท. การวดั และประเมินผลการจัดการเรียนรู้ 1. ประเมินจากใบงาน เรอ่ื ง กิจกรรม เรอ่ื ง การวางแผนการแกป้ ัญหาโครงงาน 2. แบบสังเกตพฤติกรรม การวดั และประเมินผลการจัดการเรยี นรู้ จุดประสงค์ วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ คะแนน 5 หมายถึง ดี ผูเ้ รียนสามารถหาวิธีการ -การอภปิ ราย -การอภปิ ราย คะแนน 3-4 หมายถึง พอใช้ วางแผนและดาเนินการ - คาถาม - คาถาม คะแนน 1-2 หมายถึง ปรับปรุง แก้ปญั หาได้ (K) -สงั เกตพฤตกิ รรม -สังเกตพฤตกิ รรม - กิจกรรม - กจิ กรรม คะแนน 5 หมายถึง ดี คะแนน 3-4 หมายถึง พอใช้ ผ้เู รยี นสามารถปฏิบตั ิตาม -การอภิปราย -การอภปิ ราย คะแนน 1-2 หมายถงึ ปรับปรงุ ข้นั ตอนการวางแผนและ - คาถาม - คาถาม ดาเนนิ การแก้ปญั หาได้ (P) -สงั เกตพฤติกรรม -สังเกตพฤตกิ รรม คะแนน 5 หมายถึง ดี - กิจกรรม - กจิ กรรม คะแนน 3-4 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1-2 หมายถงึ ปรับปรุง นกั เรยี นมคี วามสามารถใน - ตรวจใบกิจกรรม - สงั เกตพฤติกรรม การทางานอย่างเปน็ ระบบ มี - สังเกตพฤตกิ รรม ระเบียบวินัย (A)

เกณฑก์ ารประเมนิ จุดประสงค์ เกณฑก์ ารประเมนิ ผู้เรยี นสามารถหา 5 4 32 1 วิธกี ารวางแผนและ หาวธิ กี าร หาวธิ ีการ ดาเนินการแกป้ ัญหา วางแผนและ หาวิธีการ หาวธิ กี าร หาวธิ กี าร วางแผนและ ได้ (K) ดาเนนิ การ ดาเนินการ แกป้ ญั หาได้ ตรง วางแผนและ วางแผนและ วางแผนและ แกป้ ญั หาไมไ่ ด้ ผู้เรยี นสามารถปฏิบตั ิ ประเดน็ ถูกตอ้ ง ตามประเด็น ตามข้ันตอนการ และชัดเจน ดาเนินการ ดาเนินการ ดาเนนิ การ วางแผนและ ปฏิบัตติ าม ปฏบิ ตั ติ าม ดาเนนิ การแกป้ ัญหา ขนั้ ตอนการ แกป้ ัญหาได้ แก้ปญั หาได้แต่ แก้ปัญหาได้ ขัน้ ตอนการ ได้ (P)) วางแผนและ วางแผนและ ดาเนินการ ครบแตไ่ มต่ รง ไมค่ รบ ดาเนนิ การ แกป้ ญั หาได้ แกป้ ัญหาไม่ได้ ครบถว้ น ถกู ตอ้ ง ประเดน็ และชัดเจน ปฏิบัตติ าม ปฏบิ ัติตาม ปฏบิ ัตติ าม ขน้ั ตอนการ ขัน้ ตอนการ ขั้นตอนการ วางแผนและ วางแผนและ วางแผนและ ดาเนินการ ดาเนินการ ดาเนนิ การ แก้ปญั หาได้ แก้ปัญหาได้ แก้ปัญหาได้ ครบถ้วน ครบถว้ น แต่ ไม่ครบถว้ น ถูกตอ้ ง ไม่ถกู ต้อง และไมถ่ กู ตอ้ ง บางสว่ น บางสว่ น นักเรยี นมี นักเรยี นมกี าร นกั เรยี นมกี าร นักเรียนมกี าร นกั เรยี นมกี าร นักเรยี นมกี าร ความสามารถในการ ทางานอย่างเป็น ทางานอย่าง ทางานอยา่ งเปน็ ขน้ั ทางานอยา่ ง ทางานอยา่ ง ทางานอย่าง เปน็ ขัน้ เปน็ ระบบ มีระเบยี บวนิ ัย เป็นตอนและ ตอน แต่ไม่ (A) ถูกต้อง รอ้ ยละ เป็นข้ันเปน็ ตอน เป็นขัน้ เป็นตอน เปน็ ข้นั เปน็ ถกู ต้อง 80 ข้ึนไป และถกู ตอ้ งร้อย และถูกตอ้ งตา่ ตอน และ ละ 60-79 กวา่ ร้อย ถกู ต้องต่ากวา่ ละ 50 ร้อยละ 30

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 12 เร่อื ง ทดสอบประเมินผลและปรับปรงุ แกไ้ ขวธิ กี ารแก้ปญั หา รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว32106 ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2/2564 จานวน 1 ชวั่ โมง ครูผู้สอน นายประสงค์ นสุ นทรา โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยเี พ่ือการดารงชวี ิตในสงั คมที่มีการเปลย่ี นแปลง อย่างรวดเรว็ ใช้ความรแู้ ละทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ืน่ ๆ เพอ่ื แก้ปญั หาหรือ พัฒนางานอย่างมคี วามคดิ สร้างสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ ง เหมาะสม โดยคานึงถงึ ผลกระทบต่อชีวิต สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ ม ตัวชว้ี ัด ม.5/1 ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้และทกั ษะจากศาสตร์ตา่ งๆ รวมทัง้ ทรพั ยากร ในการทาโครงงานเพอื่ แกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน สาระสาคญั โครงงาน เป็นการศึกษาท่ีเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นศึกษาคน้ คว้าหาความรู้และลงมอื ปฏิบัติด้วยตนเอง ในเรอื่ งใดเร่ืองหนึ่งที่ตอ้ งการรูค้ าตอบใหล้ ึกซึง้ โดยใช้กระบวนการหรือวิธีการท่มี ีระบบ ภายใตก้ ารดแู ลและ ให้คาปรึกษาของครหู รอื ผเู้ ชี่ยวชาญตงั้ แต่การเลอื กหวั ขอ้ เรื่องท่จี ะทาโครงงาน การกาหนดขอบเขตการ วางแผนดาเนินงานและขน้ั ตอน และลงมอื ปฏิบตั ติ ามแผนที่วางไว้ จนได้ขอ้ สรปุ ทเ่ี ป็นคาตอบในเร่อื งน้ัน ๆ การทาโครงงานเพอ่ื แก้ปญั หาด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมมจี ุดเนน้ ในด้านของการนาแนวคดิ หลกั การหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และความรู้จากศาสตรอ์ ืน่ ๆ มาบรู ณาการเพ่อื พัฒนา ส่ิงของเคร่อื งใช้หรือวธิ ีการเพอ่ื การแก้ปญั หาหรือสนองความต้องการของมนษุ ย์ ผ่านกระบวนการออกแบบ เชงิ วศิ วกรรม โดยสารวจ สถานการณ์ปัญหาทส่ี นใจ เพื่อกาหนดปัญหาหรอื ความตอ้ งการเป็นหัวขอ้ โครงงาน แล้วรวบรวมข้อมลู และแนวคิดท่เี กยี่ วข้องกับปญั หา ออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหา ท่มี ีการวาง แผนการทางานอยา่ งเป็นข้นั ตอนเพอ่ื แกป้ ัญหา ทดสอบ ประเมนิ ผล ปรบั ปรงุ แกไ้ ขวธิ กี ารแกป้ ัญหา หรือ ชิ้นงาน และนาเสนอวธิ ีการแกป้ ัญหา

สาระการเรยี นรู้ 1. การทาโครงงาน เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ และทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรใน การสรา้ งหรอื พฒั นาชิ้นงานหรือวธิ กี าร เพื่อแก้ปัญหาหรอื อานวยความสะดวกในการทางาน 2. การทาโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี สามารถดาเนินการได้ โดยเร่ิมจากการสารวจ สถานการณ์ปัญหาทีส่ นใจ เพ่ือกาหนดหัวข้อโครงงาน แล้วรวบรวมข้อมูลและแนวคดิ ทีเ่ กี่ยวข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา วางแผน และดาเนินการแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไข วธิ ีการแกป้ ัญหาหรอื ชนิ้ งาน และนาเสนอวิธีการแก้ปญั หา จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (K) ผู้เรยี นสามารถหาวธิ กี ารวางแผนและดาเนินการแก้ปัญหาได้ ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) ผ้เู รยี นสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการวางแผนและดาเนินการแกป้ ัญหาได้ ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) นักเรียนมคี วามสามารถในการทางานอย่างเปน็ ระบบ มรี ะเบยี บวนิ ยั คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี ินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มงุ่ ม่ันในการทางาน สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 1. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ 2. ความสามารถในการสื่อสาร 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ความสามารถในการแกป้ ัญหา จดุ เน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น ทักษะของคนในศตวรรษท่ี 21 คือการเรยี นรู้ 3R X 8C Reading (อา่ นออก) (W) Riting (เขยี นได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ ) ทักษะด้านการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและทกั ษะในการแกไ้ ขปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความรว่ มมือ การทางานเป็นทมี และภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สาร สารสนเทศและร้เู ท่าทันส่อื (Communications, Information, and Media Literacy)

ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing and ICT Literacy) ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning) ทกั ษะด้านชีวิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยุ่นและการปรบั ตัว การรเิ รมิ่ สร้างสรรคแ์ ละเป็นตวั ของตวั เอง ทักษะสงั คมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม การเปน็ ผ้สู รา้ งหรือผูผ้ ลติ (Productivity) และความรบั ผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้ (Accountability) ภาวะผนู้ าและความรับผิดชอบ (Responsibility) คุณลกั ษณะของคนในศตวรรษท่ี 21 คณุ ลักษณะด้านการทางาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผู้นา คุณลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชน้ี าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรขู้ องตนเอง คุณลักษณะด้านศลี ธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผู้อ่ืน ความซื่อสัตย์ ความสานึกพลเมือง การบูรณาการ โครงการสถานศึกษาพอเพียง โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรม คุณธรรม คา่ นยิ ม 12 ประการ หลกั สูตรต้านทุจรติ ศึกษา กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ (สอนโดยใชท้ ฤษฎีการเรยี นรู้ Constructivism) ขัน้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน 1. ครกู ลา่ วทักทายผู้เรียน และอธิบายเกย่ี วกับการเรียนสปั ดาหน์ ้ี 2. ครูทบทวนความรู้เดมิ เร่ือง วางแผนและดาเนินการแกป้ ัญหา เพื่อกระตุ้นผู้เรยี น ข้ันสอน 1. ครแู ละผู้เรยี นรว่ มกนั พูดคุยเก่ยี วกับ เร่อื ง ทดสอบประเมินผลและปรบั ปรงุ แก้ไขวธิ ีการ แกป้ ญั หา เพอื่ กระตนุ้ การเรยี นรู้ 2. ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาในหนังสือเรียน หัวข้อ ข้ันทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการ แกป้ ญั หาหรือช้ินงาน โดยครูคอยสรุปเพ่มิ เติมในส่วนท่ไี ม่สมบรู ณ์ 3. ผู้เรียนนาความรู้มากาหนดเกณฑ์การทดสอบวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานของกลุ่มโดยปฏิบัติ กิจกรรม การทดสอบ ประเมนิ ผล และปรบั ปรุงแก้ไขวธิ กี ารแกป้ ญั หาหรือชิ้นงาน 4. ครูสังเกตการณ์ทากิจกรรม ตลอดจนให้ความช่วยเหลือ ให้คาแนะนาและตอบข้อสงสัยของ ผเู้ รียน 5. กรณีที่ผู้เรียนได้ดาเนินการสร้างช้ินงานหรือแก้ปัญหาเสร็จ ผู้สอนให้ผู้เรียนทดสอบและ ประเมินผลการทางานของช้ินงานหรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตามจุดประสงค์ท่ีกาหนดไว้หรือไม่ หากยงั มขี อ้ บกพร่องหรอื ไม่สามารถแกป้ ัญหาไดต้ ามวัตถุประสงคค์ วรนาผลการทดสอบมาวเิ คราะห์ และหา วธิ ีการปรบั ปรุงแก้ไขโดยเสนอแนวทางการแก้ไข หรอื ทาการปรับปรุงแกไ้ ขหากดาเนนิ การได้

ขัน้ สรุป 1. ผเู้ รียนรว่ มกันอภิปรายถึงปัญหาและอุปสรรคในการทากิจกรรม โดยครูเปน็ ผู้สรปุ ปัญหาและ หาแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกนั 2. ครูแจ้งให้ผู้เรียนทราบว่า ผู้เรยี นสามารถกลับไปศึกษา ทบทวนเน้ือหาและค้นหาข้อมูล เรื่อง ทดสอบประเมินผลและปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหา เพิ่มเติมได้จากแหล่งความรู้เพ่ิมเติมท่ีมีอยู่ใน อนิ เทอรเ์ น็ตไดท้ กุ ที่ ทุกเวลา ชนิ้ งาน/ ภาระงาน 1. กิจกรรม เรอื่ ง การทดสอบประเมนิ ผลและปรบั ปรงุ แกไ้ ขวธิ ีการแกป้ ญั หาหรอื ชิ้นงาน สื่อการเรยี นรู้ /แหล่งการเรยี นรู้ 1. สอื่ นาเสนอ PowerPoint เรอ่ื ง การทดสอบประเมนิ ผลและปรับปรงุ แก้ไขวิธีการแกป้ ัญหา หรือชิ้นงาน 2. หนังสือเรยี น เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 สสวท. 3. เครือ่ งคอมพิวเตอร์ 4. อนิ เทอร์เนต็ 5. วิดิโอประกอบการสอน project 14 วิทยาการคานวณ ม.5 สสวท. การวัดและประเมนิ ผลการจัดการเรยี นรู้ 1. ประเมินจากใบงาน เร่ือง กจิ กรรม การทดสอบประเมนิ ผลและปรับปรงุ แก้ไขวิธีการแก้ปัญหา หรอื ชนิ้ งาน 2. แบบสังเกตพฤติกรรม จดุ ประสงค์ วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ ผูเ้ รยี นสามารถทดสอบ คะแนน 5 หมายถงึ ดี ประเมินผลและปรบั ปรุงแกไ้ ข -การอภิปราย -การอภปิ ราย คะแนน 3-4 หมายถงึ พอใช้ วธิ ีการแกป้ ัญหาได้ (K) คะแนน 1-2 หมายถึง ปรับปรงุ ผเู้ รยี นสามารถปฏิบตั ิการ -สงั เกตพฤติกรรม -สงั เกตพฤติกรรม คะแนน 5 หมายถงึ ดี ทดสอบประเมนิ ผลและ คะแนน 3-4 หมายถึง พอใช้ ปรับปรุงแก้ไขวิธกี ารแก้ปญั หา - กิจกรรม - กจิ กรรม คะแนน 1-2 หมายถงึ ปรับปรุง ได้ (P) -การอภปิ ราย -การอภิปราย -สงั เกตพฤติกรรม -สังเกตพฤตกิ รรม - กจิ กรรม - กิจกรรม จุดประสงค์ วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน - ตรวจใบ - สังเกตพฤติกรรม คะแนน 5 หมายถึง ดี นักเรยี นมีความสามารถในการ กิจกรรม คะแนน 3-4 หมายถงึ พอใช้ ทางานอย่างเปน็ ระบบ มี - สงั เกต คะแนน 1-2 หมายถงึ ปรับปรุง ระเบยี บวินัย (A) พฤตกิ รรม

เกณฑก์ ารประเมนิ จดุ ประสงค์ เกณฑ์การประเมิน ผูเ้ รียนสามารถ 5 4 32 1 ทดสอบประเมนิ ผล และปรบั ปรงุ แกไ้ ข ทดสอบประเมินผล ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ ทดสอบ วิธกี ารแก้ปัญหาได้ ประเมินผลและ (K) และปรบั ปรุงแกไ้ ข ประเมนิ ผลและ ประเมินผลและ ประเมินผลและ ปรบั ปรงุ แกไ้ ข วิธกี ารแกป้ ัญหา ผู้เรียนสามารถ วิธีการแกป้ ัญหาได้ ปรบั ปรุงแก้ไข ปรบั ปรุงแกไ้ ข ปรบั ปรุงแกไ้ ข ไมไ่ ด้ ตาม ปฏิบตั กิ ารทดสอบ ประเด็น ประเมนิ ผลและ ตรงประเดน็ ถูกตอ้ ง วธิ ีการแก้ปัญหาได้ วิธีการแก้ปญั หาได้ วธิ ีการแก้ปญั หา ปฏิบตั ิการ ปรับปรุงแก้ไขวธิ ีการ ทดสอบ แก้ปญั หาได้ (P) และชดั เจน ครบแต่ไม่ตรง แต่ไม่ครบ ได้ ประเมนิ ผลและ ปรบั ปรุงแก้ไข นักเรียนมี ประเด็น วธิ ีการแก้ปญั หา ความสามารถในการ ไมไ่ ด้ ทางานอย่างเปน็ ปฏบิ ตั กิ ารทดสอบ ปฏิบตั ิการทดสอบ ปฏบิ ตั กิ ารทดสอบ ปฏิบัตกิ าร ระบบ มีระเบียบวนิ ัย นักเรียนมกี าร (A) ประเมินผลและ ประเมินผลและ ประเมินผลและ ทดสอบ ทางานอย่างเป็น ขนั้ เป็นตอน แต่ ปรบั ปรุงแกไ้ ข ปรับปรุงแกไ้ ข ปรบั ปรุงแก้ไข ประเมนิ ผลและ ไมถ่ กู ต้อง วธิ กี ารแกป้ ัญหาได้ วธิ กี ารแก้ปัญหาได้ วธิ ีการแกป้ ัญหาได้ ปรับปรงุ แกไ้ ข ครบถว้ น ถูกต้อง ครบถ้วน ถกู ต้อง ครบถว้ น แต่ วธิ ีการแก้ปญั หา และชดั เจน ไมถ่ กู ตอ้ งบางสว่ น ได้ไม่ครบถ้วน และไมถ่ ูกตอ้ ง บางสว่ น นกั เรยี นมีการ นักเรียนมกี าร นกั เรียนมกี าร นักเรยี นมกี าร ทางานอยา่ งเปน็ ขั้น ทางานอยา่ งเป็น ทางานอย่างเป็น ทางานอย่างเป็น เป็นตอนและ ขนั้ เปน็ ตอน และ ขั้นเป็นตอน และ ขั้นเป็นตอน และ ถูกตอ้ ง รอ้ ยละ 80 ถกู ต้องร้อยละ ถูกต้องต่ากว่าร้อย ถูกตอ้ งต่ากว่า ขึน้ ไป 60-79 ละ 50 ร้อยละ 30

กจิ กรรมการเรยี นรู้

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 13 เรือ่ ง การนาเสนอโครงงาน รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว32106 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 2/2564 จานวน 1 ชวั่ โมง ครผู สู้ อน นายประสงค์ นุสนทรา โรงเรยี นพนมไพรวิทยาคาร สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยเี พื่อการดารงชีวติ ในสังคมท่มี กี ารเปลย่ี นแปลง อย่างรวดเร็ว ใชค้ วามรู้และทกั ษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อนื่ ๆ เพ่อื แกป้ ัญหาหรอื พัฒนางานอย่างมคี วามคดิ สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยอี ย่าง เหมาะสม โดยคานงึ ถงึ ผลกระทบต่อชวี ติ สงั คม และส่งิ แวดล้อม ตัวชวี้ ัด ม.5/1 ประยกุ ตใ์ ช้ความรแู้ ละทกั ษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมท้งั ทรัพยากร ในการทาโครงงานเพือ่ แก้ปัญหาหรือพัฒนางาน สาระสาคัญ โครงงาน เป็นการศึกษาทีเ่ ปดิ โอกาสให้นกั เรียนศึกษาคน้ คว้าหาความรูแ้ ละลงมือปฏบิ ัติด้วยตนเอง ในเรอ่ื งใดเรื่องหนึง่ ทีต่ ้องการรูค้ าตอบให้ลกึ ซงึ้ โดยใช้กระบวนการหรือวธิ ีการทมี่ รี ะบบ ภายใต้การดูแลและ ให้คาปรึกษาของครหู รอื ผู้เช่ยี วชาญตัง้ แตก่ ารเลือกหัวขอ้ เรื่องทจ่ี ะทาโครงงาน การกาหนดขอบเขตการ วางแผนดาเนินงานและขัน้ ตอน และลงมอื ปฏิบัตติ ามแผนทว่ี างไว้ จนไดข้ อ้ สรปุ ที่เป็นคาตอบในเรอ่ื งนนั้ ๆ การทาโครงงานเพอื่ แกป้ ัญหาด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมมจี ดุ เนน้ ในดา้ นของการนาแนวคดิ หลักการหรอื ทฤษฎที างวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และความรู้จากศาสตรอ์ ่ืน ๆ มาบูรณาการเพอ่ื พัฒนา สง่ิ ของเครอ่ื งใช้หรือวิธกี ารเพือ่ การแก้ปญั หาหรอื สนองความต้องการของมนุษย์ ผ่านกระบวนการออกแบบ เชงิ วิศวกรรม โดยสารวจ สถานการณ์ปญั หาที่สนใจ เพื่อกาหนดปัญหาหรอื ความตอ้ งการเปน็ หัวข้อ โครงงาน แลว้ รวบรวมข้อมลู และแนวคิดที่เก่ยี วข้องกับปญั หา ออกแบบแนวทางการแกป้ ญั หา ทม่ี ีการวาง แผนการทางานอยา่ งเป็นขนั้ ตอนเพื่อแกป้ ญั หา ทดสอบ ประเมนิ ผล ปรบั ปรุงแก้ไขวธิ กี ารแก้ปญั หา หรือ ชิน้ งาน และนาเสนอวิธีการแกป้ ญั หา

สาระการเรยี นรู้ 1. การทาโครงงาน เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ และทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมท้ังทรัพยากรใน การสรา้ งหรอื พฒั นาชิ้นงานหรอื วธิ กี าร เพอื่ แกป้ ญั หาหรืออานวยความสะดวกในการทางาน 2. การทาโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี สามารถดาเนินการได้ โดยเร่ิมจากการสารวจ สถานการณ์ปัญหาที่สนใจ เพื่อกาหนดหัวข้อโครงงาน แล้วรวบรวมขอ้ มูลและแนวคดิ ที่เกย่ี วข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา วางแผน และดาเนินการแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไข วธิ ีการแกป้ ัญหาหรอื ชิ้นงาน และนาเสนอวธิ ีการแก้ปัญหา จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) ผ้เู รียนสามารถอธิบายหลกั การนาเสนอโครงงานได้ ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) ผูเ้ รียนสามารถนาเสนอโครงงานและแกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ ได้ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) นักเรยี นมีความสามารถในการทางานอย่างเปน็ ระบบ มีระเบยี บวนิ ัย คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี ินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มงุ่ ม่ันในการทางาน สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น 1. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ 2. ความสามารถในการสือ่ สาร 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ความสามารถในการแกป้ ัญหา จดุ เน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผูเ้ รยี น ทักษะของคนในศตวรรษท่ี 21 คอื การเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อา่ นออก) (W) Riting (เขียนได)้ (A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ ) ทักษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเปน็ ทมี และภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะดา้ นการส่อื สาร สารสนเทศและรูเ้ ทา่ ทนั สื่อ (Communications, Information, and Media Literacy)

ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทกั ษะด้านชวี ิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษท่ี 21 ความยืดหยุ่นและการปรบั ตัว การรเิ ร่มิ สร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง ทักษะสงั คมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม การเปน็ ผสู้ ร้างหรือผูผ้ ลิต (Productivity) และความรบั ผิดชอบเชือ่ ถือได้ (Accountability) ภาวะผ้นู าและความรบั ผดิ ชอบ (Responsibility) คณุ ลักษณะของคนในศตวรรษท่ี 21 คุณลักษณะดา้ นการทางาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า คณุ ลกั ษณะด้านการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรขู้ องตนเอง คุณลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผู้อื่น ความซอ่ื สัตย์ ความสานกึ พลเมือง การบรู ณาการ โครงการสถานศกึ ษาพอเพียง โครงการโรงเรียนคณุ ธรรม คุณธรรม ค่านยิ ม 12 ประการ หลกั สตู รต้านทจุ รติ ศกึ ษา กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ (สอนโดยใชท้ ฤษฎีการเรียนรู้ Constructivism) ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น ครูนาเขา้ สู่บทเรียน หวั ข้อ ระยะนาเสนอโครงงาน โดยนาภาพตัวอยา่ งหรือวดี ิทศั นก์ ารจดั นทิ รรศการโครงงาน หรอื การนาเสนอ/ประกวดผลงานโครงงานจากแหลง่ เรียนรู้แบบออนไลน์ให้ผูเ้ รียนดู ขั้นสอน 1. ครูและผู้เรียนรว่ มกนั อภปิ รายจดุ ประสงค์ของการนาเสนอผลงานตา่ ง ๆ เพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ สรุป เก่ยี วกบั การนาเสนอผลงานว่า “เป็นการเผยแพร่ หรอื สื่อสารผลการทาโครงงานของนกั เรยี นให้ผู้อื่นเข้าใจ เกี่ยวกบั ภาพรวมของกระบวนการทางาน ตงั้ แตแ่ นวคดิ ในแก้ปญั หา ขน้ั ตอนการแกป้ ัญหา รวมทงั้ ผลของ การแกป้ ญั หาและแนวทางการปรับปรุงแก้ไขใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพมากขึ้น” โดยการนาเสนอผลงานมหี ลายวธิ ี เชน่ การเขียนรายงานโครงงาน การนาเสนอดว้ ยโปสเตอร์ การนาเสนอด้วยซอฟตแ์ วร์นาเสนอ หรือ การ นาเสนอผ่านสือ่ ออนไลน์ 2. ผเู้ รียนนาเสนอผลงาน ในช้ันเรยี นในรปู แบบทเ่ี หมาะสม เชน่ การจดั ทารายงาน การทาแผน่ พับ การนาเสนองานโดยใช้โปรแกรมประยกุ ต์ 3. ครูและผู้เรียนมสี ่วนรว่ มในการซักถาม ใหข้ ้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นรวมท้งั การประเมนิ ผล การนาเสนอผลงานของผ้เู รยี น

ขั้นสรุป ผูเ้ รยี นและครูสรปุ รว่ มกนั ถงึ การทาโครงงาน และให้ขอ้ เสนอแนะกับผู้เรียนในเรือ่ งการทางาน เช่น ระยะเวลาในการทางานโครงงานควรเหมาะสมกับเวลา ความรู้พื้นฐานของผู้เรียนมีส่วนสาคัญต่อการทา โครงงานให้ประสบความสาเร็จ งบประมาณควรมีการจัดสรรและใช้อย่างคุ้มค่า รวมทง้ั กระตนุ้ ให้ผู้เรียนคิด วา่ โครงงานของผเู้ รียนทท่ี าขึน้ จะมีแนวทางในการสรา้ งประโยชนจ์ ากผลงานของตนเองไดอ้ ยา่ งไร ช้ินงาน/ ภาระงาน 1. กจิ กรรมการนาเสนอโครงงาน สื่อการเรยี นรู้ /แหล่งการเรยี นรู้ 1. สอ่ื นาเสนอ PowerPoint เร่อื ง การนาเสนอโครงงาน 2. หนังสือเรียน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 สสวท. 3. เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ 4. อนิ เทอร์เน็ต 5. วดิ โิ อประกอบการสอน project 14 วิทยาการคานวณ ม.5 สสวท. การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ 1. ประเมินจากการนาเสนอโครงงาน 2. แบบสังเกตพฤติกรรม การวัดและประเมินผลการจัดการเรยี นรู้ รายการประเมิน วธิ ีการวดั เครอ่ื งมอื ทีใ่ ชว้ ดั เกณฑ์การประเมินการผา่ น แบบประเมนิ คะแนน 13-16 หมายถงึ ดีมาก การนาเสนอผลงาน ประเมนิ การนาเสนอ คะแนน 9-12 หมายถึง ดี ผลงาน คะแนน 5-8 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 1-4 หมายถงึ ปรับปรุง

เกณฑ์การประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ การนาเสนอโครงงาน รายการ 4 32 1 รูปแบบการนาเสนอ นาเสนอไม่เป็น นาเสนอเป็น เปน็ ลาดบั ข้ันตอน นาเสนอเป็น ลาดบั ขนั้ ตอน ไมน่ า่ สนใจ และ ลาดับขน้ั ตอน หรือมคี วามน่า ลาดบั ข้ันตอน เขา้ ใจยาก มีความนา่ สนใจ สนใจ หรอื เข้าใจ หรือมีความน่า และเขา้ ใจง่าย งา่ ย (มี 2 ขอ้ ) สนใจหรือเขา้ ใจ (ครบ 3 ข้อ) ง่าย (มี 1 ข้อ) เนอ้ื หาที่นาเสนอ เน้อื หาถูกตอ้ ง เนอื้ หาถกู ตอ้ ง เนอื้ หาบางสว่ น เนอ้ื หาโดยส่วน ตรงประเดน็ และ ตรงประเด็นแต่ ไม่ถกู ต้องและ ใหญ่ไมถ่ ูกต้อง มีรายละเอียด มรี ายละเอียด ไม่ครอบคลุม และไมค่ รอบคลมุ ครอบคลุม บางสว่ น ไม่ครอบคลมุ การอธบิ ายความรู้ ท่ี อธบิ ายความรู้ อธบิ ายความรู้ อธบิ ายความรู้ ไมส่ ามารถ เกยี่ วขอ้ งและเชอ่ื มโยง ทเี่ กยี่ วข้องและ ท่เี กยี่ วขอ้ งและ ทเี่ กยี่ วขอ้ งและ อธบิ ายความรู้ กับการแกป้ ญั หา เชือ่ มโยงกับการ เช่ือมโยงกบั เชอื่ มโยงกับการ ทเี่ กี่ยวขอ้ ง ได้ถูกต้อง ชดั เจน แกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ ง การแกป้ ัญหา แกป้ ัญหาได้ ไมเ่ ช่ือมโยงกบั ได้อย่างถกู ตอ้ ง อย่างถูกต้องและ การแก้ปัญหา ถกู ต้องชดั เจน และชดั เจน ชัดเจนไดบ้ างสว่ น ไมถ่ ูกต้องและ และสมบูรณ์ เปน็ สว่ นใหญ่ นาเสนอผลงาน ไมช่ ัดเจน นาเสนอผลงาน นาเสนอผลงาน การนาเสนอผลงาน นาเสนอผลงาน เกนิ เวลาทก่ี าหนด เกนิ เวลาท่กี าหนด เกินเวลาทก่ี าหนด ตามเวลาทกี่ าหนด ภายในเวลาที่ แตไ่ มเ่ กิน 2 นาที แตไ่ ม่เกนิ 5 นาที ตงั้ แต่ 5 นาที กาหนด ขึ้นไป

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 14 เรื่อง การเพิม่ มลู คา่ และการสร้างมูลค่า รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว32106 ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2/2564 จานวน 1 ชวั่ โมง ครูผู้สอน นายประสงค์ นุสนทรา โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชวี ิตในสังคมทีม่ กี ารเปล่ยี นแปลง อยา่ งรวดเรว็ ใช้ความรูแ้ ละทักษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ่นื ๆ เพอ่ื แกป้ ญั หาหรือ พัฒนางานอย่างมคี วามคิดสรา้ งสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยอี ย่าง เหมาะสม โดยคานงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ิต สงั คม และส่งิ แวดลอ้ ม ตวั ชวี้ ัด ม.5/1 ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้และทักษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมทง้ั ทรัพยากร ในการทาโครงงานเพอื่ แกป้ ัญหาหรือพฒั นางาน สาระสาคญั การสร้างประโยชน์จากผลงาน เป็นการพัฒนาผลงานทั้งท่ีเป็นช้ินงาน (ผลิตภัณฑ์) หรือท่ีเป็น วิธีการในการแก้ปัญหา ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนา คิดสร้างสรรค์ โดยบูรณาการความรู้ทาง วทิ ยาศาสตร์รว่ มกับศาสตรต์ ่าง ๆ เพื่อให้ผลงานมีมูลค่าเพิ่มขึ้น คาว่า “มูลค่า” นอกจากจะหมายถึงราคา ของส่ิงของน้ันแล้วในทางการตลาดยังหมายถึงคุณค่าทางจิตใจท่ีได้จากการประเมินค่าส่ิงใดส่ิงหนึ่ง หาก ผลงานท่ีพัฒนาขึ้นนั้นมีความแปลกใหม่ และไม่เคยมีผู้ใดคิดทามาก่อน ผู้สร้างก็จะได้ผลงานใหม่ท่ีเรียกว่า นวัตกรรมซ่ึงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้สร้าง และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย นอกจากน้ียัง สามารถสร้างประโยชน์ด้วยการนาเสนอผลงานต่อสาธารณะเพ่ือพัฒนาต่อยอดผลงานในเชิงพาณิชย์ หรือ เพ่ือการประกอบอาชีพในอนาคต สาระการเรยี นรู้ การทาโครงงานเป็นการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้และทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งทรพั ยากรในการ สร้างหรือพัฒนาชิน้ งานหรอื วธิ กี าร เพื่อแกป้ ญั หาหรืออานวยความสะดวกในการทางาน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ด้านความรู้ (K) ผู้เรยี นสามารถประยกุ ตใ์ ช้ความรู้และทกั ษะจากศาสตรต์ ่างๆ รวมท้งั ทรัพยากร เพื่อสรา้ ง หรือพฒั นาผลงาน ด้านทกั ษะ / กระบวนการ (P) ผู้เรยี นสามารถสร้างหรือพัฒนาผลงานจากศาสตรต์ ่างๆรวมทงั้ ทรัพยากร ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) นกั เรียนมคี วามสามารถในการทางานอยา่ งเปน็ ระบบ มรี ะเบียบวนิ ยั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทางาน สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น 1. ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ 2. ความสามารถในการสอื่ สาร 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ความสามารถในการแก้ปญั หา จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คอื การเรยี นรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขยี นได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทักษะด้านการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทางานเปน็ ทมี และภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะด้านการสอ่ื สาร สารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT Literacy) ทกั ษะอาชีพ และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and Learning) ทกั ษะดา้ นชวี ิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยดื หยนุ่ และการปรับตวั การรเิ ร่ิมสร้างสรรค์และเปน็ ตวั ของตัวเอง ทกั ษะสังคมและสงั คมขา้ มวฒั นธรรม การเป็นผสู้ รา้ งหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรบั ผิดชอบเชื่อถอื ได้ (Accountability)

ภาวะผนู้ าและความรบั ผิดชอบ (Responsibility) คณุ ลักษณะของคนในศตวรรษท่ี 21 คุณลกั ษณะด้านการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเป็นผ้นู า คุณลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การชีน้ าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง คุณลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผู้อื่น ความซ่ือสัตย์ ความสานึกพลเมอื ง การบรู ณาการ โครงการสถานศกึ ษาพอเพยี ง โครงการโรงเรียนคณุ ธรรม คุณธรรม ค่านิยม 12 ประการ หลกั สตู รต้านทุจรติ ศึกษา กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (สอนโดยใช้ทฤษฎกี ารเรียนรู้ Constructivism) ขัน้ นาเข้าส่บู ทเรยี น ทบทวนความร้เู ดมิ ของผู้เรียนเกย่ี วกับการนา ความรู้และทกั ษะจากศาสตร์ตา่ งๆ รวมทงั้ ทรัพยากร เพื่อนามาแก้ปญั หาผา่ นการทาโครงงานโดยใช้กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม ขนั้ สอน 1. ครูใหค้ วามรู้เกีย่ วกบั การสร้างประโยชนจ์ ากผลงานโดยการเพิม่ มลู ค่าและการสรา้ งมูลคา่ ให้ ผลติ ภัณฑ์ เช่น การใช้กลยุทธท์ างการตลาดที่สาคัญอย่างหน่ึง คอื สว่ นประสมทางการตลาด (marketing mix) 4P: Product ผลิตภัณฑ์ Price ราคา Place สถานที่จาหน่าย และ Promotion กลยุทธ์ส่งเสริมการ ขายจากนั้นผูส้ อนยกตัวอยา่ งผลิตภัณฑ์หรอื วธิ กี ารในการแกป้ ัญหาที่มกี ารเพม่ิ มูลค่าหรอื สร้างมูลคา่ 2. ผ้เู รียนทากิจกรรม เรื่อง การเพ่มิ มลู ค่าและการสร้างมลู ค่า นกั เรียนเลือกผลงานของผูอ้ น่ื ท่สี นใจ โดยอา้ งอิงแหลง่ ทีม่ าใหช้ ัดเจน แล้ววเิ คราะห์ถึงวิธกี ารท่ีแสดงถึงการเพิม่ มลู ค่าและการสร้างมูลคา่ จาก ผลงานนนั้ จากนน้ั นาเสนอ แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ 3. ครูและผเู้ รยี นมสี ว่ นร่วมในการซักถาม ให้ขอ้ เสนอแนะ ข้อคิดเห็นรวมทัง้ การประเมนิ ผล การนาเสนอผลงานของผูเ้ รยี น ขัน้ สรปุ ผู้เรียนและครูสรปุ รว่ มกนั เรอื่ งความแตกต่างของแนวทางการเพมิ่ มูลค่าและการสร้างมลู ค่าจาก ผลงาน โดยท่ีผลงานชิ้นเดยี วอาจจะเปน็ ทง้ั แบบเพ่ิมมลู คา่ และสรา้ งมลู ค่าก็ได้ ช้ินงาน/ ภาระงาน 1. กจิ กรรม เรือ่ ง การเพม่ิ มลู ค่าและการสรา้ งมลู คา่ สื่อการเรียนรู้ /แหลง่ การเรียนรู้ 1. ส่อื นาเสนอ PowerPoint เร่อื ง การเพ่มิ มลู ค่าและการสรา้ งมูลค่า 2. หนงั สือเรียน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.5 สสวท. 3. เครื่องคอมพวิ เตอร์ 4. อินเทอรเ์ นต็ 5. วิดโิ อประกอบการสอน project 14 วิทยาการคานวณ ม.5 สสวท.

การวดั และประเมินผลการจัดการเรยี นรู้ 1. ประเมนิ จากกจิ กรรม เร่อื ง การเพ่ิมมูลค่าและการสร้างมลู ค่า 2. แบบสังเกตพฤตกิ รรม กจิ กรรม เร่ือง การเพ่ิมมลู ค่าและการสรา้ งมลู คา่

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 15 เรอ่ื ง การสรา้ งประโยชนจ์ ากผลงาน รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหัสวิชา ว32106 ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5 กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2/2564 จานวน 1 ชัว่ โมง ครผู ูส้ อน นายประสงค์ นุสนทรา โรงเรยี นพนมไพรวิทยาคาร สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชวี ติ ในสงั คมท่มี กี ารเปล่ยี นแปลง อย่างรวดเร็ว ใชค้ วามรู้และทกั ษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อนื่ ๆ เพอ่ื แกป้ ัญหาหรอื พัฒนางานอย่างมีความคดิ สรา้ งสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสม โดยคานงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวติ สงั คม และสิง่ แวดลอ้ ม ตวั ชวี้ ัด ม.5/1 ประยกุ ตใ์ ช้ความรแู้ ละทกั ษะจากศาสตร์ตา่ งๆ รวมทั้งทรพั ยากร ในการทาโครงงานเพ่อื แกป้ ญั หาหรอื พัฒนางาน สาระสาคญั การสร้างประโยชน์จากผลงาน เป็นการพัฒนาผลงานทั้งที่เป็นช้ินงาน (ผลิตภัณฑ์) หรือท่ีเป็น วิธีการในการแก้ปัญหา ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนา คิดสร้างสรรค์ โดยบูรณาการความรู้ทาง วิทยาศาสตร์รว่ มกับศาสตร์ต่าง ๆ เพ่ือให้ผลงานมีมูลค่าเพิ่มขึ้น คาว่า “มลู ค่า” นอกจากจะหมายถึงราคา ของส่ิงของนั้นแล้วในทางการตลาดยังหมายถึงคุณค่าทางจิตใจท่ีได้จากการประเมินค่าส่ิงใดสิ่งหนึ่ง หาก ผลงานที่พัฒนาขึ้นน้นั มีความแปลกใหม่ และไม่เคยมีผู้ใดคิดทามาก่อน ผู้สร้างก็จะได้ผลงานใหม่ท่ีเรียกว่า นวัตกรรมซ่ึงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้สร้าง และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย นอกจากน้ียัง สามารถสร้างประโยชน์ด้วยการนาเสนอผลงานต่อสาธารณะเพื่อพัฒนาต่อยอดผลงานในเชิงพาณิชย์ หรือ เพื่อการประกอบอาชพี ในอนาคต สาระการเรียนรู้ การทาโครงงานเป็นการประยกุ ต์ใชค้ วามรแู้ ละทักษะจากศาสตรต์ ่าง ๆ รวมท้งั ทรพั ยากรในการ สรา้ งหรอื พฒั นาชิน้ งานหรือวิธีการ เพือ่ แก้ปญั หาหรอื อานวยความสะดวกในการทางาน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ด้านความรู้ (K) ผู้เรยี นสามารถประยกุ ตใ์ ช้ความรู้และทกั ษะจากศาสตร์ตา่ งๆ รวมท้งั ทรัพยากร เพื่อสรา้ ง หรือพฒั นาผลงาน ด้านทกั ษะ / กระบวนการ (P) ผู้เรยี นสามารถสร้างหรือพัฒนาผลงานจากศาสตรต์ ่างๆรวมทงั้ ทรัพยากร ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) นกั เรียนมคี วามสามารถในการทางานอยา่ งเปน็ ระบบ มรี ะเบียบวนิ ยั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทางาน สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น 1. ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ 2. ความสามารถในการสอื่ สาร 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ความสามารถในการแก้ปญั หา จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คอื การเรยี นรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขยี นได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทักษะด้านการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทางานเปน็ ทมี และภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะด้านการสอ่ื สาร สารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT Literacy) ทกั ษะอาชีพ และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and Learning) ทกั ษะดา้ นชวี ิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยดื หยนุ่ และการปรับตวั การรเิ ร่ิมสร้างสรรค์และเปน็ ตวั ของตัวเอง ทกั ษะสังคมและสงั คมขา้ มวฒั นธรรม การเป็นผสู้ รา้ งหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรบั ผิดชอบเชื่อถอื ได้ (Accountability)

ภาวะผูน้ าและความรับผดิ ชอบ (Responsibility) คณุ ลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คุณลักษณะด้านการทางาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผู้นา คุณลกั ษณะด้านการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชนี้ าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง คณุ ลกั ษณะด้านศีลธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผอู้ ื่น ความซอื่ สตั ย์ ความสานกึ พลเมือง การบูรณาการ โครงการสถานศึกษาพอเพียง โครงการโรงเรยี นคุณธรรม คุณธรรม ค่านยิ ม 12 ประการ หลักสตู รต้านทุจริตศึกษา กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (สอนโดยใชท้ ฤษฎีการเรยี นรู้ Constructivism) ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ครูทบทวนความรู้เดมิ ของผู้เรยี นเกย่ี วกับการนา ความรแู้ ละทักษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมทง้ั ทรัพยากรเพอ่ื นามาแกป้ ญั หาผ่านการทาโครงงานโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม ขนั้ สอน 1. ครูใหค้ วามรู้เกยี่ วกับโครงงานของผ้เู รยี นหรือผทู้ ่เี รยี นสนใจ ใหผ้ ู้เรยี นช่วยกนั วิเคราะหแ์ ละสรปุ ร่วมกันในประเด็น “ปญั หาคอื อะไร” “ชนิ้ งานหรอื วิธีการแก้ปญั หาได้อย่างไร” ตามข้นั ตอนของ กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม 2. ผู้เรยี นแบ่งกลุ่มๆละเท่ากนั ผู้เรยี นแต่ละกล่มุ ทากจิ กรรม เรือ่ ง การสร้างประโยชน์จากผลงาน การออกแบบแนวทางการสร้างประโยชน์จากผลงานของผู้เรียน ทแี่ สดงถงึ การเพม่ิ มลู ค่า การสรา้ งมูลค่า และใช้ความคดิ สรา้ งสรรค์ผเู้ รียน รวมท้งั วิเคราะห์ต้นทนุ การผลิต จดุ ค้มุ ทนุ ช่องทางการจาหนา่ ย และ ผลตอบแทน จากนัน้ นาเสนอ แลกเปลย่ี นเรียนรู้ 3. ครูและผู้เรยี นมสี ว่ นรว่ มในการซักถาม ให้ขอ้ เสนอแนะ ข้อคดิ เห็นรวมทงั้ การประเมินผล การนาเสนอผลงานของผูเ้ รยี น ขั้นสรปุ ผ้เู รียนและครูสรปุ รว่ มกันเรอื่ งการสรา้ งประโยชนจ์ ากผลงาน การออกแบบแนวทางการสร้าง ประโยชน์จากผลงาน ช้ินงาน/ ภาระงาน 1. กจิ กรรม เรื่อง การสรา้ งประโยชน์จากผลงาน ส่อื การเรยี นรู้ /แหลง่ การเรยี นรู้ 1. สื่อนาเสนอ PowerPoint เรือ่ ง การสรา้ งประโยชนจ์ ากผลงาน 2. หนังสือเรียน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 สสวท. 3. เครือ่ งคอมพิวเตอร์ 4. อนิ เทอรเ์ น็ต

5. วิดโิ อประกอบการสอน project 14 วิทยาการคานวณ ม.5 สสวท. การวดั และประเมนิ ผลการจัดการเรยี นรู้ 1. ประเมินจากกิจกรรม เรอื่ ง การสรา้ งประโยชนจ์ ากผลงาน 2. แบบสงั เกตพฤติกรรม

กจิ กรรม เรื่อง การสร้างประโยชน์จากผลงาน

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 16 เรื่อง การจดทะเบียนคุม้ ครองผลงาน รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว32106 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2/2564 จานวน 1 ช่ัวโมง ครผู ้สู อน นายประสงค์ นสุ นทรา โรงเรียนพนมไพรวทิ ยาคาร สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยเี พอื่ การดารงชวี ติ ในสังคมที่มกี ารเปลย่ี นแปลง อย่างรวดเรว็ ใชค้ วามรู้และทกั ษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ่นื ๆ เพอื่ แก้ปญั หาหรือ พฒั นางานอยา่ งมีความคิดสรา้ งสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยอี ย่าง เหมาะสม โดยคานึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ติ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชีว้ ัด ม.5/1 ประยุกตใ์ ชค้ วามรแู้ ละทักษะจากศาสตร์ตา่ งๆ รวมทงั้ ทรัพยากร ในการทาโครงงานเพ่อื แกป้ ญั หาหรือพัฒนางาน สาระสาคญั การสร้างประโยชน์จากผลงาน เป็นการพัฒนาผลงานทั้งที่เป็นชิ้นงาน (ผลิตภัณฑ์) หรือที่เป็น วิธีการในการแก้ปัญหา ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนา คิดสร้างสรรค์ โดยบูรณาการความรู้ทาง วิทยาศาสตร์รว่ มกับศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อให้ผลงานมีมูลค่าเพิ่มข้ึน คาว่า “มูลค่า” นอกจากจะหมายถึงราคา ของส่ิงของนั้นแล้วในทางการตลาดยังหมายถึงคุณค่าทางจิตใจที่ได้จากการประเมินค่าสิ่งใดส่ิงหนึ่ง หาก ผลงานที่พัฒนาข้ึนน้นั มีความแปลกใหม่ และไม่เคยมีผู้ใดคิดทามาก่อน ผู้สร้างก็จะได้ผลงานใหม่ที่เรียกว่า นวัตกรรมซ่ึงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้สร้าง และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย นอกจากน้ียัง สามารถสร้างประโยชน์ด้วยการนาเสนอผลงานต่อสาธารณะเพ่ือพัฒนาต่อยอดผลงานในเชิงพาณิชย์ หรือ เพอื่ การประกอบอาชีพในอนาคต สาระการเรยี นรู้ การทาโครงงานเป็นการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้และทักษะจากศาสตร์ตา่ ง ๆ รวมทง้ั ทรพั ยากรในการ สร้างหรือพฒั นาช้ินงานหรอื วธิ กี าร เพอื่ แกป้ ัญหาหรืออานวยความสะดวกในการทางาน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ด้านความรู้ (K) ผู้เรยี นสามารถประยกุ ตใ์ ช้ความรู้และทกั ษะจากศาสตร์ตา่ งๆ รวมท้งั ทรัพยากร เพื่อสรา้ ง หรือพฒั นาผลงาน ด้านทกั ษะ / กระบวนการ (P) ผู้เรยี นสามารถสร้างหรือพัฒนาผลงานจากศาสตรต์ ่างๆรวมทงั้ ทรัพยากร ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A) นกั เรียนมคี วามสามารถในการทางานอยา่ งเปน็ ระบบ มรี ะเบียบวนิ ยั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทางาน สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น 1. ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ 2. ความสามารถในการสอื่ สาร 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ความสามารถในการแก้ปญั หา จุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน ทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 คอื การเรยี นรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขยี นได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทักษะด้านการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทางานเปน็ ทมี และภาวะผู้นา (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะด้านการสอ่ื สาร สารสนเทศและรเู้ ทา่ ทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT Literacy) ทกั ษะอาชีพ และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and Learning) ทกั ษะดา้ นชวี ิตและอาชีพ ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยนุ่ และการปรับตวั การรเิ ริม่ สร้างสรรค์และเปน็ ตวั ของตัวเอง ทกั ษะสังคมและสังคมขา้ มวฒั นธรรม การเป็นผสู้ รา้ งหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรบั ผิดชอบเชื่อถอื ได้ (Accountability)

ภาวะผ้นู าและความรบั ผดิ ชอบ (Responsibility) คุณลกั ษณะของคนในศตวรรษท่ี 21 คุณลักษณะด้านการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตวั ความเป็นผนู้ า คุณลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การช้นี าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรขู้ องตนเอง คุณลักษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผูอ้ ่นื ความซอื่ สัตย์ ความสานกึ พลเมือง การบรู ณาการ โครงการสถานศึกษาพอเพียง โครงการโรงเรียนคณุ ธรรม คณุ ธรรม คา่ นิยม 12 ประการ หลกั สูตรต้านทจุ ริตศึกษา กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (สอนโดยใชท้ ฤษฎีการเรียนรู้ Constructivism) ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรยี น ครูนาผูเ้ รยี นเขา้ สู่เน้อื หาเรอ่ื งสิทธแิ ละการค้มุ ครองผลงานโดยใช้คาถามชวนคิด “นักเรยี น คิดว่าการจดทะเบยี นคมุ้ ครองผลงานกบั การไม่จดทะเบยี นคุ้มครองผลงาน มขี อ้ ดแี ละขอ้ จากัดอยา่ งไร อภิปราย” ขั้นสอน 1. ผู้เรียนศึกษาเนือ้ หา เรื่อง สทิ ธิและการคุ้มครองผลงาน และอภิปรายรว่ มกันเกยี่ วกับการให้ ความสาคัญ ในการพัฒนานวัตกรรมและจดทะเบียนทรัพย์สนิ ทางปัญญา ซงึ่ ในหวั ขอ้ น้ีจะยกตัวอยา่ ง เฉพาะสทิ ธบิ ตั ร สทิ ธิบัตรการออกแบบผลติ ภัณฑ์ และอนสุ ทิ ธบิ ตั ร โดยเชอื่ มโยงกับ คาถามชวนคิดว่า “สทิ ธบิ ตั รสาหรบั การออกแบบผลิตภัณฑค์ รอบคลุมผลติ ภณั ฑ์ชนดิ ใดบ้าง” 2. ผูเ้ รยี นทากจิ กรรม เรอ่ื ง สทิ ธิและการค้มุ ครองผลงาน โดยใหผ้ ู้เรียนวิเคราะหผ์ ลงานของ ตนเองวา่ เป็นทรัพยส์ ินทางปญั ญาหรือไม่ อยา่ งไร ใหเ้ หตุผลและอภิปราย 3. ครูและผเู้ รียนมีสว่ นร่วมในการซักถาม ให้ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ คิดเห็นรวมท้งั การประเมินผล การนาเสนอผลงานของผู้เรยี น ข้ันสรุป ผเู้ รยี นและครูสรปุ รว่ มกนั เรื่อง สิทธิและการคุ้มครองผลงาน มขี อ้ ดีและขอ้ จากัดในการพัฒนา นวัตกรรมและจดทะเบียนทรพั ย์สนิ ทางปัญญา ชิ้นงาน/ ภาระงาน 1. กิจกรรม เรือ่ ง สทิ ธแิ ละการคุม้ ครองผลงาน ส่ือการเรียนรู้ /แหล่งการเรยี นรู้ 1. สอ่ื นาเสนอ PowerPoint เรอ่ื ง สิทธแิ ละการคุ้มครองผลงาน 2. หนังสือเรยี น เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 สสวท. 3. เครอื่ งคอมพิวเตอร์ 4. อินเทอร์เนต็

5. วิดโิ อประกอบการสอน project 14 วทิ ยาการคานวณ ม.5 สสวท. การวดั และประเมนิ ผลการจัดการเรยี นรู้ 1. ประเมินจากกิจกรรม เรอื่ ง สทิ ธิและการคมุ้ ครองผลงาน 2. แบบสงั เกตพฤติกรรม

กจิ กรรม เร่อื ง สทิ ธิและการค้มุ ครองผลงาน

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 17 เร่อื ง การนาเสนอผลงาน รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหัสวชิ า ว32106 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ 2/2564 จานวน 1 ชั่วโมง ครผู ้สู อน นายประสงค์ นุสนทรา โรงเรียนพนมไพรวทิ ยาคาร สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยีเพือ่ การดารงชีวิตในสงั คมทมี่ กี ารเปลีย่ นแปลง อย่างรวดเร็ว ใชค้ วามรแู้ ละทกั ษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ ่ืน ๆ เพือ่ แก้ปญั หาหรอื พฒั นางานอย่างมคี วามคิดสร้างสรรคด์ ้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ยา่ ง เหมาะสม โดยคานงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวิต สงั คม และสิ่งแวดล้อม ตวั ชี้วัด ม.5/1 ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้และทักษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมท้งั ทรัพยากร ในการทาโครงงานเพอ่ื แก้ปัญหาหรือพัฒนางาน สาระสาคญั การสร้างประโยชน์จากผลงาน เป็นการพัฒนาผลงานทั้งที่เป็นชิ้นงาน (ผลิตภัณฑ์) หรือที่เป็น วิธีการในการแก้ปัญหา ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนา คิดสร้างสรรค์ โดยบูรณาการความรู้ทาง วิทยาศาสตร์รว่ มกับศาสตรต์ ่าง ๆ เพื่อให้ผลงานมีมูลค่าเพิ่มขึ้น คาว่า “มลู ค่า” นอกจากจะหมายถึงราคา ของสิ่งของน้ันแล้วในทางการตลาดยังหมายถึงคุณค่าทางจิตใจท่ีได้จากการประเมินค่าส่ิงใดสิ่งหนึ่ง หาก ผลงานที่พัฒนาข้ึนน้ันมีความแปลกใหม่ และไม่เคยมีผู้ใดคิดทามาก่อน ผู้สร้างก็จะได้ผลงานใหม่ที่เรียกว่า นวัตกรรมซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้สร้าง และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย นอกจากนี้ยัง สามารถสร้างประโยชน์ด้วยการนาเสนอผลงานต่อสาธารณะเพื่อพัฒนาต่อยอดผลงานในเชิงพาณิชย์ หรือ เพอื่ การประกอบอาชีพในอนาคต สาระการเรยี นรู้ การทาโครงงานเปน็ การประยุกต์ใช้ความร้แู ละทกั ษะจากศาสตรต์ า่ ง ๆ รวมทง้ั ทรัพยากรในการ สร้างหรอื พัฒนาชิน้ งานหรอื วิธีการ เพอื่ แกป้ ญั หาหรืออานวยความสะดวกในการทางาน

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) ผูเ้ รียนสามารถประยุกตใ์ ชค้ วามรแู้ ละทักษะจากศาสตรต์ า่ งๆ รวมทง้ั ทรัพยากร เพื่อสร้าง หรือพฒั นาผลงาน ดา้ นทักษะ / กระบวนการ (P) ผู้เรียนสามารถการนาเสนอผลงานได้ ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A) นกั เรยี นมีความสามารถในการทางานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวนิ ยั คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี ินยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทางาน สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น 1. ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ 2. ความสามารถในการสอื่ สาร 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ความสามารถในการแกป้ ัญหา จดุ เน้นส่กู ารพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะของคนในศตวรรษท่ี 21 คอื การเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อา่ นออก) (W) Riting (เขยี นได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความรว่ มมือ การทางานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะดา้ นการส่ือสาร สารสนเทศและรเู้ ท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทักษะดา้ นชีวิตและอาชพี ของคนในศตวรรษท่ี 21 ความยืดหยุ่นและการปรบั ตวั การริเร่มิ สรา้ งสรรค์และเป็นตวั ของตัวเอง ทกั ษะสังคมและสงั คมขา้ มวัฒนธรรม

การเป็นผู้สร้างหรอื ผู้ผลติ (Productivity) และความรับผิดชอบเชอ่ื ถือได้ (Accountability) ภาวะผูน้ าและความรบั ผดิ ชอบ (Responsibility) คณุ ลกั ษณะของคนในศตวรรษที่ 21 คณุ ลกั ษณะด้านการทางาน ได้แก่ การปรบั ตวั ความเป็นผู้นา คุณลักษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นาตนเอง การตรวจสอบการเรียนรขู้ องตนเอง คณุ ลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผอู้ ื่น ความซ่ือสัตย์ ความสานึกพลเมอื ง การบูรณาการ โครงการสถานศกึ ษาพอเพยี ง โครงการโรงเรยี นคุณธรรม คณุ ธรรม คา่ นยิ ม 12 ประการ หลักสูตรต้านทจุ ริตศกึ ษา กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ (สอนโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ Constructivism) ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรยี น ครูนาผ้เู รียนเข้าสู่เน้ือหาผู้สอนเช่ือมโยงเนอ้ื หาเขา้ สกู่ ารนาเสนอผลงาน โดยใช้คาถามชวนคิดวา่ “เมอ่ื นกั เรียนจะเผยแพรผ่ ลงานของตนเองต้องคานงึ ถึงอะไรบ้าง” แล้วให้ผู้เรยี นอภิปรายรว่ มกัน แนวคาตอบ ชือ่ ผลงาน ผ้พู ัฒนาหรอื เจา้ ของผลงาน การเตรยี มความพร้อมของผู้นาเสนอผลงาน ข้อมลู ทเ่ี กี่ยวข้องกบั ผลงาน เชน่ ใชแ้ ก้ปญั หาอะไร ทางานอย่างไร ใครคือลกู ค้ากลุ่มเปา้ หมาย ความ แตกตา่ งของกลุ่มลูกค้าแตล่ ะกลมุ่ วธิ กี ารนาเสนองานทีด่ งึ ดดู ความสนใจ ข้ันสอน 1. ผู้เรียนเล่าหรอื แชร์ประสบการณเ์ กี่ยวกบั การนาเสนอผลงานระดับภาค ระดบั ชาติ มคี วาม แตกตา่ งอยา่ งไรและมคี วามสาคัญอยา่ งไร ผู้ฟังแตล่ ะกลุ่มมขี อ้ จากดั เรื่องเวลาอย่างไรบ้าง ผเู้ รยี นแต่ละกล่มุ อภปิ ราย 2. ผูเ้ รยี นศกึ ษาเพิม่ เติมเก่ียวกับทักษะการนาเสนองานอย่างมอื อาชพี และดวู ีดทิ ศั น์เกย่ี วกับ การนาเสนออย่างมืออาชพี 3. ครใู ห้ความรเู้ พมิ่ เติมเก่ยี วกับการนาเสนอผลงานอย่างมืออาชีพ ขน้ั สรุป ครูช้ีแจงให้ผูเ้ รยี นเตรยี มตวั ลว่ งหนา้ สาหรบั ชัว่ โมงต่อไปเพ่ือทากจิ กรรม เรอ่ื งการนาเสนอผลงาน อยา่ งมอื อาชพี โดยให้ผู้เรียนเลือกศกึ ษาหัวขอ้ ผลงานของผู้อน่ื ที่สนใจโดยอา้ งอิงขอ้ มลู เจ้าของผลงาน ให้ชัดเจน แลว้ วเิ คราะหว์ า่ ผลงานนนั้ ใช้แก้ปญั หาอะไร มีการเพ่มิ หรือสรา้ งมูลค่าอยา่ งไร มีการคุม้ ครอง ทรัพย์สนิ ทางปญั ญาอยา่ งไร จะนาเสนอขายผลงานน้นั ได้อยา่ งไร และจะปรบั ปรงุ การนาเสนอไดอ้ ย่างไร บา้ งอภปิ ราย ช้ินงาน/ ภาระงาน 1. กจิ กรรม เรื่อง สทิ ธแิ ละการคมุ้ ครองผลงาน

สอ่ื การเรียนรู้ /แหล่งการเรียนรู้ 1. ส่อื นาเสนอ PowerPoint เรอื่ ง สิทธแิ ละการค้มุ ครองผลงาน 2. หนงั สอื เรียน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.5 สสวท. 3. เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ 4. อินเทอรเ์ น็ต 5. วิดโิ อประกอบการสอน project 14 วิทยาการคานวณ ม.5 สสวท. การวดั และประเมนิ ผลการจัดการเรยี นรู้ 1. แบบสังเกตพฤติกรรม

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 18 เรื่อง การนาเสนอผลงาน (ตอ่ ) รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหสั วิชา ว32106 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรียนท่ี 2/2564 จานวน 1 ชว่ั โมง ครผู สู้ อน นายประสงค์ นุสนทรา โรงเรียนพนมไพรวิทยาคาร สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยีเพอื่ การดารงชวี ติ ในสงั คมที่มีการเปล่ยี นแปลง อย่างรวดเรว็ ใช้ความรู้และทกั ษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ่ืน ๆ เพอื่ แกป้ ญั หาหรือ พัฒนางานอย่างมคี วามคิดสรา้ งสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยอี ยา่ ง เหมาะสม โดยคานงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม และสงิ่ แวดล้อม ตวั ชีว้ ัด ม.5/1 ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรแู้ ละทกั ษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมท้ังทรัพยากร ในการทาโครงงานเพ่อื แก้ปญั หาหรอื พัฒนางาน สาระสาคญั การสร้างประโยชน์จากผลงาน เป็นการพัฒนาผลงานท้ังท่ีเป็นชิ้นงาน (ผลิตภัณฑ์) หรือท่ีเป็น วิธีการในการแก้ปัญหา ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนา คิดสร้างสรรค์ โดยบูรณาการความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ร่วมกับศาสตร์ต่าง ๆ เพ่ือให้ผลงานมีมูลค่าเพ่ิมขึ้น คาว่า “มูลค่า” นอกจากจะหมายถึงราคา ของส่ิงของนั้นแล้วในทางการตลาดยังหมายถึงคุณค่าทางจิตใจที่ได้จากการประเมินค่าส่ิงใดส่ิงหน่ึง หาก ผลงานที่พัฒนาข้ึนนั้นมีความแปลกใหม่ และไม่เคยมีผู้ใดคิดทามาก่อน ผู้สร้างก็จะได้ผลงานใหม่ที่เรียกว่า นวัตกรรมซ่ึงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้สร้าง และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย นอกจากนี้ยัง สามารถสร้างประโยชน์ด้วยการนาเสนอผลงานต่อสาธารณะเพ่ือพัฒนาต่อยอดผลงานในเชิงพาณิชย์ หรือ เพอื่ การประกอบอาชพี ในอนาคต สาระการเรยี นรู้ การทาโครงงานเป็นการประยุกตใ์ ช้ความรแู้ ละทกั ษะจากศาสตร์ตา่ ง ๆ รวมทัง้ ทรัพยากรในการ สรา้ งหรือพัฒนาชน้ิ งานหรอื วิธกี าร เพื่อแก้ปัญหาหรอื อานวยความสะดวกในการทางาน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ด้านความรู้ (K) ผูเ้ รยี นสามารถประยกุ ต์ใชค้ วามรูแ้ ละทกั ษะจากศาสตร์ตา่ งๆ รวมทง้ั ทรัพยากร เพอ่ื สร้าง หรือพัฒนาผลงาน ดา้ นทักษะ / กระบวนการ (P) ผู้เรยี นสามารถการนาเสนอผลงานได้ ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) นกั เรยี นมีความสามารถในการทางานอย่างเป็นระบบ มรี ะเบียบวินยั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี ินยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มัน่ ในการทางาน สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น 1. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 2. ความสามารถในการสือ่ สาร 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ความสามารถในการแกป้ ัญหา จดุ เนน้ สูก่ ารพฒั นาคุณภาพผู้เรียน ทกั ษะของคนในศตวรรษที่ 21 คือการเรยี นรู้ 3R X 8C Reading (อา่ นออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเปน็ ) ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทางานเป็นทีมและภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะดา้ นการส่ือสาร สารสนเทศและร้เู ท่าทันสอื่ (Communications, Information, and Media Literacy) ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing and ICT Literacy) ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทกั ษะด้านชีวิตและอาชพี ของคนในศตวรรษที่ 21 ความยืดหยุ่นและการปรบั ตัว การริเริม่ สร้างสรรคแ์ ละเป็นตวั ของตวั เอง ทักษะสงั คมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม การเป็นผู้สรา้ งหรอื ผผู้ ลติ (Productivity) และความรบั ผิดชอบเชอื่ ถอื ได้ (Accountability)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook