Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นิตยสารศิลปากร ปีที่ 66 ฉบับที่ 2 มี.ค.-เม.ย.2566

นิตยสารศิลปากร ปีที่ 66 ฉบับที่ 2 มี.ค.-เม.ย.2566

Published by MBUISC.LIBRARY, 2023-08-22 03:24:22

Description: นิตยสารศิลปากร ปีที่ 66 ฉบับที่ 2 มี.ค.-เม.ย.2566

Search

Read the Text Version

นติ ยสารรายสองเดอื น ปท ่ี๖๖ ฉบบั ท่ี๒ ม.ีค. - เม.ย. ๒๕๖๖ ๒ เมษายน ๒๕๖๖ ๓๘ ป� วนั อนุรกั ษม์ รดกไทย ในหลวงเลิกทาส : การเลกิ ทาสในดินแดนลา้ นนา SILPAKORN JOURNAL Vol. 66 No.2 March - April 2023 การขดุ ตรวจทางโบราณคดี อาคารปา� ไมแ้ พร่ แหลง่ เร�อจมเกาะคราม

ภาพสลักผนังบังตาแสดงการอวยพรเชื้อพระวงศชั้นสูง หรือขุนนางผูใหญตามแบบจีน ณ พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ พระนคร

นติ ยสารรายสองเดอื น กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม ปีที่ ๖๖ ฉบับท่ี ๒ มีนาคม - เมษายน ๒๕๖๖ SILPAKORN JOURNAL Vol.66 No. 2 March - April 2023 ISSN 0125-0531 จดั พมิ พ์ : จ�ำนวน ๒,๐๐๐ เลม่ วัตถปุ ระสงค ์ : เพื่อเผยแพรข่ อ้ มลู ทางวชิ าการเก่ยี วกับศลิ ปวัฒนธรรมในสาระส�ำคัญตา่ ง ๆ และเพ่อื อนุรกั ษ์สืบทอดมรดกวฒั นธรรมของชาติ Objective : To disseminate academic data and information on the fine arts Thailand. To conserve and nurture the existing national heritage of Thailand. เจา้ ของ (Proprietor) : กรมศิลปากร The Fine Arts Department www.finearts.go.th www.facebook.com/นิตยสารศิลปากร ท่ีปรกึ ษา / advisory board อธบิ ดกี รมศลิ ปากร รองอธบิ ดกี รมศลิ ปากร Director General Deputy Director General นายพนมบตุ ร จันทรโชต ิ นายสถาพร เทีย่ งธรรม นางรักชนก โคจรานนท์ นายบพติ ร วิทยาวิโรจน์ Phnombootra Chandrajoti Sathaporn Thiangtham Rakchanok Kojaranont Bophit Witthayawirot ผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร / Experts นางอมรา ศรสี ุชาต ิ นายสมชาย ณ นครพนม Amara Srisuchat Somchai Na Nakhonphanom นางสาวพมิ พ์พรรณ ไพบลู ย์หวงั เจรญิ นายมณเฑยี ร ชเู สือหงึ Pimpan Paibulwangcharoen Montien Shusauhang สมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจา้ บรรณาธกิ ารอ�ำนวยการ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ ผูอ้ �ำนวยการส�ำนกั บรหิ ารกลาง / Director of Central Administrative Office สยามบรมราชกุมารี นางพูนทิพย์ สรอ้ ยสุวรรณ Poontip Sroisuwan ดาวนโ์ หลด นติ ยสารศิลปากร บรรณาธกิ ารประจำ� ฉบับ / Editorial in charge of this issue นางสาวพมิ พพ์ รรณ ไพบูลยห์ วงั เจริญ Pimpan Paibulwangcharoen กองบรรณาธกิ าร / Editorial Board นางสาวเดน่ ดาว ศลิ ปานนท์ นางสาวพยุง วงษ์น้อย นางสาวเอมอร เชาวนส์ วน นายวสุ โปษยะนันทน ์ Dendao Silpanon Payoong Vongnoi Em-orn Chawsuan Vasu Poshyanandana นางบุศยารัตน์ คู่เทียม นายฤทธเิ ดช ทองจันทร์ นางสาวอรวรรณ ทรัพย์พลอย นางดาวรตั น์ ชทู รพั ย ์ Buthsayarat Kootiem Ritthidej Thongchan Orawan Sapploy Daorat Choosap นางพูลศรี จีบแก้ว นายเสนห่ ์ มหาผล นางบญุ ตา เขียนทองกลุ นายจกั รนิ อตุ ตะมะ Poonsri Jeabkaew Saneh Mahapol Bunta Khentongkul Chakrin Utama นางวญั ญา ประคำ� ทอง นายณัฐพงค์ ปยิ มาภรณ์ นางยนุ ีย ์ ธีระนนั ท ์ นายก่อเกียรติ ทองผุด Wanya Prakamthong Nattapong Piyamaporn Yunee Teeranun Kokiart Thongphud นางสาวอัมพิกา ศรีโพธา นางสาววนัสสดุ า ดษิ ยบุตร นางสาวสมัชญา เดชรงุ่ นางสาวรจุ ิรา ไชยคำ� ภา Ampika Sripota Wanassuda Disyabutra Samachaya Dadrung Rujira Chaikhampa นางสาววันเพญ็ พรเลิศวดี Wanpen Pornlertwadee สมาชกิ / Membership Co-ordinators นางสาวศิรพิ ร ดยี ิง่ นายคณู เกษรแย้ม นางสาวดารภา มว่ งทว ี Siriporn Deeying นายวีระพันธ์ สุขขุม Koon Gasronyam Darapha Muangtawee Veeraphan Sukkum นายกฤษณะ จนิ ดารักษ ์ Kitsana Jindarak ศิลปกรรมและภาพ / Artistic and Photographic Co-ordinators นายวุฒนิ ันท์ จินศิรวิ านชิ ย ์ นายธีรศกั ดิ์ แปน้ รส นางวรานี เนยี มสอน Wuttinun Jinsiriwanich Teerasak Panrod Varanee Niamsorn ด�ำเนินการจดั พิมพ์ กล่มุ เผยแพรแ่ ละประชาสมั พนั ธ์ ส�ำนกั บริหารกลาง กรมศิลปากร โทร ๐ ๒๑๖๔ ๒๕๐๑-๒ ตอ่ ๑๐๐๔, ๓๐๔๒ Published by the Promotion and Public Relations Group, Central Administrative Office, The Fine Arts Department. Tel. 0 2126 6660 Fax. 0 2126 6750 Call Center 1765 สายด่วนกระทรวงวฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม www.m-culture.go.th พิมพ์ท่ี: บรษิ ัท ไทภูมิ พับลิชชง่ิ จำ� กัด เลขที่ ๒๔/๖-๗ หมู่ ๗ ตำ� บลคลองข่อย อำ� เภอปากเกร็ด จังหวดั นนทบุรี ๑๑๑๒๐ โทร. ๐๒-๙๒๖-๑๒๖๑-๒ สายด่วน ๐๘๑-๘๑๗-๐๙๐๑ แฟก็ ซ์. ๐๒-๙๒๖-๑๒๖๓ E-mail : [email protected] www.thaiphumpublishing.com

มนี าคม - เมษายน ๒๕๖๖ ๒ / ๒๕๖๖ นิตยสารศิลปากร ปีท่ี ๖๖ ฉบับท่ี ๒ นับเป็นวาระพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เวียนมาบรรจบครบรอบ อีกค�ำรบหน่ึง วันอนุรักษ์มรดกไทยมีพัฒนาการและความเปล่ียนแปลงหลายประการ แด่พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อ กรมศิลปากรมเิ คยเปล่ยี นแปลง ดังปรากฏรายละเอยี ดในบทความเร่ือง ๒ เมษายน ๒๕๖๖ ๓๘ ปี แห่งวนั อนุรกั ษ์มรดกไทย อันเป็นบทความเปิดเล่มของนิตยสารฉบับน้ี ซึ่งคณะบรรณาธิการได้คัดสรรบทความท่ีน่าสนใจสอดคล้องกับการอนุรักษ์ มรดกไทย เช่น แหล่งเรือจมเกาะคราม ต�ำบลสัตหีบ อำ� เภอสตั หีบ จังหวัดชลบรุ ี : การศึกษาและคน้ พบตัง้ แต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๔ โรคและการใช้สมุนไพรในต�ำรานกกระทาค�ำฉันท์ เทคนิคการประดับกระจกโขนเรือพระท่ีน่ังนารายณ์ ทรงสุบรรณ และชาวญ่ีปุน่ ในประเทศไทยช่วงก่อนสงครามโลกครงั้ ที่ ๒ หลักฐานทางโบราณคดีทพ่ี บจากชมุ ชนเล่อื นฤทธิ์ บทบรรณาธิการ Editor’s Note เปน็ ต้น นอกจากนั้น คอลัมน์ประจ�ำยังมีเน้ือหาที่น่าสนใจ เช่น เกร็ดความรู้จากประวัติศาสตร์และโบราณคดี เร่ืองในหลวงเลกิ ทาส : การเลกิ ทาสในดนิ แดนล้านนาฯ ภาพเกา่ -เล่าอดตี เรอื่ ง พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ วั เสด็จพระราชด�ำเนินไปกรมอากาศยานทหารบก ศิลปิน-ศิลปากร เรื่อง นาฏศิลปินละครพระ : วนิดา กรินชัย ถามมา-ตอบไป เร่ือง การขุดตรวจทางโบราณคดีอาคารป่าไม้แพร่ และของชิ้นเอกในกรมศิลปากร เรื่อง ผนังบังตาหิน ดา้ นทิศใต้ ณ พพิ ิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และการอนุรักษ์ เปน็ ต้น คณะบรรณาธิการขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน และหวังว่าเร่ืองราวต่าง ๆ ท่ีน�ำเสนอแก่สมาชิกและผู้อ่าน จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า อ้างอิง และสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้อ่านและสมาชิกทุกท่าน หากมีข้อติชม และข้อเสนอแนะประการใดก็ตาม คณะบรรณาธิการพร้อมน้อมรับด้วยความยินดียิ่ง เพื่อพัฒนานิตยสารศิลปากร ให้เปน็ นิตยสารในดวงใจผอู้ า่ นสบื ไป ขอขอบคณุ และสวัสดี กองบรรณาธิการนิตยสารศลิ ปากร Silpakorn Journal Vol.66 No.2 marks another special occasion of the Thai Heritage Conservation Day that cycled around one more time. Various developments and changes happened to the Thai Heritage Conservation Day but the royal benevolence towards the Fine Arts Department has remained unchanged as publicized in details of the opening article entitled April 2, 2023, The 38th Anniversary of Thai Heritage Conservation Day. Well-picked articles in line with the conservation of Thai heritage comprised Koh Khram Shipwreck Site, Sattahip Sub-District, Sattahip District, Chonburi Province: Search and Discovery from 1974 to 2021, Diseases and Herbal Medicine from Quail and Zebra Dove Treatise, Glass Mirror Decoration Techniques for Khon Rua of the Royal Barge Narai Song Suban and Japanese in Thailand during the first half of 20th century from the archaeological evidences found in Luan Rit community site, etc. In addition, regular columns have interesting contents to offer, such as An Anecdote from History and Archaeology: The Abolition of Slavery in Lanna Territory, Old Pictures Mirror the Past: King Vajiravudh’s Visit to the Royal Thai Air Force Regiment, Silpakorn Artist: Dance Artist of Male or Phra Character: Wanida Krinchai, Q & A concerning the archaeological excavation of Phrae Forestry Building and Masterpieces of the Fine Arts Department : Conservation of the Southern Stone Blind at the National Museum, Bangkok, etc. With high hopes, the stories presented to members and readers will be useful for education, research, reference purpose as well as inspiration for. Any comments and suggestions are most welcome in order to improve as your favorite journal. Thank you. Issue Editorial Team 2

๕ ๒ เมษายน ๒๕๖๖ ๓๘ ปี วันอนุรกั ษ์มรดกไทย April 2, 2023, The 38th Anniversary of Thai Heritage Conservation Day พิมพ์พรรณ ไพบลู ยห์ วงั เจริญ / Pimpan Paibulwangcharoen ๕ ๒๕ แหล่งเรอื จมเกาะคราม ต�ำบลสัตหีบ อ�ำเภอสัตหีบ จงั หวัดชลบุรี : ๓๗ การค้นหาและค้นพบตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๔ ๕๗ Koh Khram Shipwreck Site, Sattahip Sub-District, Sattahip District, Chonburi Province : Search and Discovery from 1974 to 2021 ๑๑๙ พรนัชชา สงั ข์ประสิทธิ์ / Pornnatcha Sankhaprasit ๓๗ โรคและการใชส้ มุนไพรในต�ำรานกกระทาค�ำฉันท์ Zebra Dove Treatise Diseases and Herbal Medicine from Quail and ยวุ เรศ วุทธรี พล / Yuwaret Wuttheerapon ๔๙ เทคนิคการประดับกระจกโขนเรอื พระท่ีน่ังนารายณทรงสุบรรณ รชั กาลท่ี ๙ Glass Mirror Decoration Techniques for Khon Rua of the Royal Barge Narai Song Suban of the 9th Reign ประพนั ธ์ แก้ววเิ ศษ / Prapun Gaewviset สารบัญ Contents ๕๗ ชาวญ่ีปุ่นในประเทศไทยชว่ งก่อนสงครามโลกครง้ั ท่ี ๒ หลักฐานทางโบราณคดีท่ีพบจากชุมชนเล่ือนฤทธ์ิ Japanese in Thailand during the first half of 20th century from the archaeological evidences found in Luan Rit community site ธชั สร ตนั ติวงศ์ / Thachsorn Tantiwong ๖๙ เครอ่ ื งหมาย jihvāmūlīya (ชหิ วามูลียะ) และเครอ่ ื งหมาย upadhmānīya (อุปัธมานียะ) ท่ีปรากฏใชใ้ นจารกึ ภาษาสันสกฤตท่ีพบในประเทศไทย The jihvāmūlīya and the upadhmānīya Mark appearently used on sanskrit Inscriptions found in thailand ชญานตุ ม์ จนิ ดารกั ษ์ / Chayanut Chindarak ๗๗ เกรด็ ความรจู้ ากประวัติศาสตรแ์ ละโบราณคดี : ในหลวงเลิกทาส : การเลิกทาสในดินแดนล้านนา โครงการต่อเน่ืองระหว่าง รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว รชั กาลท่ี ๕ และรชั กาลท่ี ๖ An Anecdote from History and Archaeology : Abolition of Slavery by the Kings: Abolition of slavery in Lanna Territory, continuing project during the reign of King Rama V and King Rama VI ฉตั รลดา สนิ ธุสอน / Chatrada Sinthuson ๘๕ ภาพเก่า-เล่าอดีต : พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หัว เKสinดg็จVพaรjะirรaาvชuดd�ำhเ’นsินVไisปitกtรoมอthาeกาRศoยyาaนl TทhหaาiรAบirกForce Regiment ภาวิดา สมวงศ์ / Pawida Somwong ๙๔ ศิลปิน-ศิลปากร : นาฏศิลปินละครพระ : วนิตา กรนิ ชยั รัฐศาสตร์ จนั่ เจรญิ ๑๑๐ ถามมา-ตอบไป : การขุดตรวจทางโบราณคดี อาคารป่าไม้แพร่ สายกลาง จนิ ดาสุ ๑๑๙ ของชน้ิ เอกในกรมศิลปากร : ผนังบังตาหินด้านทิศใต้ ๙๔ ณMaพstิพerิธpภieัณceฑสoถf าthนeแหFi่งnชeาตAิrพtsรDะนepคaรrtแmลeะnกtาร: อนุรกั ษ์ Conservation of the Southern Stone Blind at the National Museum, Bangkok สรรินทร์ จรลั นภา / Sorrarin Charunnapha 3

มนี คา ม - เมษายน ๒๕๖๖ APRIL 2, 2023, THE 38TH ANNIVERSARY OF THAI HERITAGE CONSERVATION DAY On February 26, 1985, the Cabinet, led by General Prem Tinsulanonda, the Prime Minister, passed a resolution to announce the second of April each year which is the birthday of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn, is the Thai Heritage Conservation Day as proposed by the Fine Arts Department. Ministry of Education in honor of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn who has persistently patronized, maintained, preserved and restored operations related to all branches of cultural heritage of the nation and to raise awareness for the Thai people to join participating in the preservation of Thai heritage to be sustainable until the present time. The government, through the Ministry of Culture, the Fine Arts Department, has prepared activities for the annual Thai Heritage Conservation Day campaign, consisting of disseminating the honor of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn, Prime Minister's speech, selection of outstanding Thai heritage conservators, organizing Thai Heritage Conservation Day activities in both central and provincial zones, starting up a special project on Thai Heritage Conservation Day by respectfully inviting Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn to confer a pin of honor for Outstanding Thai Heritage Conservation. For 38 years, Her Royal Highness has regularly opened special exhibitions at the National Museum, Bangkok. Additionally, in case of the project implemented by the Fine Arts Department related to permanent structure, ready for service, Her Royal Highness would be invited to preside over the opening ceremony of the permanent structure too, as had been done in the past. It is indeed her boundless benevolence. Translated by Sukanya Phromphon 4

๒ เมษายน ๒๕๖๖ ๓๘ ปี วันอนุรกั ษ์มรดกไทย พิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจรญิ * ประเทศไทยมีความเป็นมาและพัฒนาการสืบเน่ืองมายาวนาน มีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ผู้เป็นศูนย์รวมดวงใจของคนท้ังชาติ และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ผลงานศิลปกรรมเพื่อรับใช้สถาบันหลักของชาติมาทุกยุค ทุกสมัย จนกลายเป็นมรดกไทย ที่แข็งแกรง่ และดงึ ดดู ความสนใจของคนทว่ั โลกในทุกวันนี้ * นกั อกั ษรศาสตรท์ รงคุณวฒุ ิ กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม 5

มีนาคม - เมษยา น ๒๕๖๖ ค�ำจำ� กัดความ มรดกไทย คณะกรรมการอ�ำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทยมีมติเห็นชอบค�ำจ�ำกัดความ มรดกไทย ตามท่ีคณะกรรมการอ�ำนวยการกองทุนอนุรักษ์มรดกไทยได้น�ำเสนอตามประกาศระเบียบ ส�ำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยกองทุนอนุรักษ์มรดกไทย พ.ศ. ๒๕๓๒ ข้อ ๗ ว่า คือ “มรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงออกถึงสัญลักษณ์ของความเป็นชาติ ซึ่งได้แก่ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ โบราณสถาน วรรณกรรม ศิลปหัตถกรรม นาฏศิลป์และดนตรี ตลอดจนถึง การด�ำเนินชีวิตและคุณค่าประเพณีต่าง ๆ อันเป็นผลผลิตร่วมกันของผู้คนในผืนแผ่นดินไทย ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา”๑ และยังได้สร้างแนวคิดเพ่ือความรับรู้และความเข้าใจร่วมกัน ในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของชาติ โดยก�ำหนดค�ำขวัญวันอนุรักษ์มรดกไทย ว่า “การรกั ษามรดกไทยเปน็ การรักษาชาติ” ไวด้ ้วย ตราสัญลักษณ์วันอนุรกั ษ์มรดกไทย คณะกรรมการอ�ำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทยได้เชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานออกแบบ ตราสัญลักษณ์วันอนุรักษ์มรดกไทยเข้าประกวด โดยคัดสรรได้รูปแบบท่ีส่ือความหมายถึง การโอบอุ้มมรดกไทย ประกอบด้วยโค้งวงกลมด้านล่าง แทนการโอบอุ้มคุ้มครอง ลายประจำ� ยาม ๔ ดอก ในทรงหน้าจั่วภายในวงโค้ง แทนมรดกไทยทั้ง ๔ ภาค ตราสญั ลักษณ์ วนั อนุรักษ์มรดกไทย ตราสัญลักษณ์วันอนุรักษ์มรดกไทยน้ี เป็นรูปแบบที่ใช้สืบมาจนปัจจุบัน โดยทั่วไป มักก�ำหนดให้เป็นสีม่วง อันเป็นสีวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ๑ จุฑาทพิ ย์ โคตรประทมุ , “๒ เมษายน วันอนุรักษม์ รดกไทย,” ศิลปากร ๔๔, ๒ (มีนาคม-เมษายน ๒๕๔๔): ๒๓-๓๙. 6

สมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจ้า ความเป็นมาของวันอนุรกั ษ์มรดกไทย กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ เมื่อวันท่ี ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะรัฐมนตรีซ่ึงมีพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปน็ นายกรฐั มนตรี ไดม้ มี ติในการประชมุ ประกาศใหว้ ันที่ ๒ เมษายนของทกุ ปี อันเป็นวนั คล้าย สยามบรมราชกมุ ารี วันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เสด็จฯ เปิดนทิ รรศการพเิ ศษ สยามบรมราชกมุ ารี เปน็ วนั อนรุ กั ษม์ รดกไทย ตามขอ้ เสนอของกรมศลิ ปากร กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เน่ืองในวันอนรุ ักษม์ รดกไทย ซึ่งในขณะน้ันมีนายชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ๒ และนายทวีศักด์ิ เสนาณรงค์ เป็นอธิบดีกรมศิลปากร เพื่อเทิดพระเกียรติและส�ำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เรื่อง สถาปัตยกรรมไทย ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมอื่ วนั ท่ี ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ท่ีได้ทรงพระวิริยอุตสาหะ อุปถัมภ์ บ�ำรุง อนุรักษ์ และฟื้นฟู การด�ำเนินงานอันเน่ืองด้วย มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติทุกสาขาเป็นอเนกอนันต์ตลอดมา รวมท้ังเพื่อรณรงค์สร้าง ณ พพิ ิธภัณฑสถานแห่งชาติ ความเข้าใจ ความส�ำนึก รักหวงแหนในมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ และสร้างโอกาส พระนคร ให้ประชาชนชาวไทย ซึ่งเป็นเจ้าของมรดกศิลปวัฒนธรรมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิทักษ ์ รกั ษามรดกไทยอนั เปน็ เอกลักษณข์ องชาตใิ หย้ งั่ ยนื มนั่ คงสบื ไป ๒ ปัจจุบนั กรมศิลปากรยา้ ยมาสงั กดั กระทรวงวฒั นธรรม เม่อื พ.ศ. ๒๕๔๕ 7

มีนคา ม - เมษยา น ๒๕๖๖ หนงั สือสำ�นักเลขาธิการคณะรฐั มนตรี ลงวนั ท่ี ๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๒๘ 8

กลไกในการด�ำเนินงานวันอนุรกั ษ์มรดกไทย คณะรัฐมนตรีต้ังแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการวันอนุรักษ์มรดกไทยขึ้น จ�ำนวนหนึ่ง มีจ�ำนวนคณะกรรมการ ๑๖ คน เพ่ือให้การด�ำเนินงานวันอนุรักษ์มรดกไทย เปน็ ไปด้วยความเรียบรอ้ ยและสมั ฤทธผิ ล โดยมสี มเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพ รัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี เปน็ องค์ท่ีปรกึ ษา มนี ายกรฐั มนตรเี ปน็ ประธาน หนว่ ยงาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมเป็นคณะกรรมการ มีอธิบดีกรมศิลปากรเป็น กรรมการและเลขานกุ าร ทำ� หนา้ ทีค่ วบคมุ กำ� หนดแนวทางการด�ำเนินงานวันอนรุ กั ษม์ รดกไทย ให้ส�ำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ ซึ่งต่อมาได้มีการปรับปรุงเปล่ียนแปลงองค์ประกอบของ คณะกรรมการอำ� นวยการวนั อนรุ กั ษม์ รดกไทยใหม้ คี วามเหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงค์ มากยง่ิ ขึน้ พ.ศ. ๒๕๓๑ ประธานคณะกรรมการอ�ำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทยมีค�ำส่ังแต่งตั้ง คณะอนกุ รรมการสรรหาผอู้ นรุ กั ษม์ รดกไทยดเี ดน่ โดยมรี ฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ท่ีดูแลกรมศลิ ปากรเป็นประธานคณะอนุกรรมการ ผแู้ ทนหน่วยงานต่าง ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ งทงั้ ภาครฐั และเอกชน เป็นอนุกรรมการ มีรองอธิบดีกรมศิลปากร ตามที่อธิบดีกรมศิลปากรมอบหมาย เป็นอนกุ รรมการและเลขานุการ เพ่อื กำ� หนดแนวทางด�ำเนนิ งานสรรหาผอู้ นรุ กั ษ์มรดกไทยดีเด่น ประจำ� แตล่ ะปี โดยพจิ ารณาคดั เลอื กหนว่ ยงานและบคุ คล เพอื่ นำ� เสนอคณะกรรมการอำ� นวยการ วันอนุรักษ์มรดกไทยประกาศเกียรติคุณต่อไป และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์วันอนุรักษ์ มรดกไทยโดยมีรัฐมนตรีประจ�ำส�ำนักนายกรัฐมนตรีท่ีดูแลกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการ ผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องท้ังภาครัฐและเอกชน เป็นอนุกรรมการ มีรองอธิบดีกรมศิลปากร ตามท่ีอธิบดีกรมศิลปากรมอบหมาย เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ มีหน้าท่ีในการรณรงค์และประชาสัมพันธ์วันอนุรักษ์มรดกไทย และการอนุรักษ์มรดกไทย ใหแ้ พร่หลายกวา้ งขวาง พ.ศ. ๒๕๓๒ มรี ะเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยกองทนุ อนรุ กั ษม์ รดกไทย พ.ศ. ๒๕๓๒ จึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการอ�ำนวยการกองทุนอนุรักษ์มรดกไทย ประกอบด้วย รัฐมนตรี ชว่ ยว่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ เป็นประธานกรรมการ ปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ ารปลดั กระทรวง มหาดไทย ปลัดส�ำนักนายกรัฐมนตรี ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธบิ ดกี รมปา่ ไม้ อธบิ ดีกรมธนารักษ์ อธิบดกี รมการศาสนา เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรม แหง่ ชาติ เปน็ กรรมการ อธบิ ดกี รมศลิ ปากร เปน็ กรรมการและเลขานกุ าร มหี นา้ ทกี่ ำ� หนดนโยบาย อนุมัติแผนการใช้จ่ายเงินกองทุน และพิจารณา วินิจฉัย ตีความการหรือสิ่งใดอันถือได้ว่าเป็น มรดกไทย โดยมีนายกรฐั มนตรี พลเอกชาติชาย ชณุ หะวนั เป็นผ้ลู งนามประกาศ เมือ่ วันท่ี ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ 9

มนี คา ม - เมษายน ๒๕๖๖ พ.ศ. ๒๕๓๕ ประธานคณะกรรมการอ�ำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทยมีค�ำสั่งแต่งตั้ง คณะอนกุ รรมการดำ� เนนิ งานและประสานงานวนั อนรุ กั ษม์ รดกไทย โดยมรี ฐั มนตรวี า่ การกระทรวง ศึกษาธิการ เป็นประธานคณะอนุกรรมการ มีหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องท้ังภาครัฐและ เอกชน เป็นอนุกรรมการ มีรองอธิบดีกรมศิลปากร ตามที่อธิบดีกรมศิลปากรมอบหมาย เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ท�ำหน้าท่ีน�ำเสนอแผนงานการจัดงานวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจ�ำแต่ละปี เสนอต่อประธานกรรมการอ�ำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย และประสานงาน กบั หน่วยงานตา่ ง ๆ ให้การปฏิบัตงิ านบรรลเุ ป้าหมาย อย่างไรก็ดี คณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ เหล่าน้ีมักแต่งตั้งให้สอดคล้องกับการจัดงาน ในแต่ละปเี ป็นสำ� คญั พ.ศ. ๒๕๔๕ มีการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการใหม่ กรมศิลปากรย้ายออก จากกระทรวงศึกษาธิการ ไปสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม แต่ยังคงมีคณะกรรมการอ�ำนวยการ วันอนุรักษ์มรดกไทย เพ่ือจัดกิจกรรมเน่ืองในวันอนุรักษ์มรดกไทยสืบมา แม้ว่า พ.ศ. ๒๕๔๖ สำ� นกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรไี ดร้ บั มอบหมายจาคณะรฐั มนตรใี หท้ บทวนคณะกรรมการทแี่ ตง่ ตงั้ โดยนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ก�ำหนดในมาตรา ๒๕ ของพระราชกฤษฎีกาว่าดว้ ยหลกั เกณฑ์และวิธีบริหารบ้านเมืองทีด่ ี กระทัง่ วนั ที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้คงคณะกรรมการของกระทรวงวัฒนธรรม ซ่ึงรวมถึงคณะกรรมการอำ� นวยการวันอนรุ กั ษ์มรดกไทยด้วย โครงสรา้ งคณะกรรมการอำ�นวยการวันอนุรกั ษ์มรดกไทย 10

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรยังคงเสนอรายชื่อคณะกรรมการอ�ำนวยการ วันอนรุ กั ษม์ รดกไทยท่ีปรับปรงุ องคป์ ระกอบใหม่ ซงึ่ คณะรัฐมนตรมี ีมติเหน็ ชอบตามทกี่ ระทรวง วัฒนธรรมเสนอ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และมีอธิบดีกรมศิลปากรเป็น กรรมการและเลขานุการ สืบมาทุกยุคทุกสมัย แม้จะไม่มีการแต่งต้ังคณะกรรมการชุดต่าง ๆ มาร่วมด�ำเนินการ แต่กรมศิลปากรซ่ึงเป็นฝ่ายเลขานุการได้มอบหมายภารกิจให้หน่วยงาน ภายในสังกัดกรมศิลปากรพิจารณาด�ำเนินภารกิจต่าง ๆ ให้สัมฤทธิผลตามแนวนโยบายด้ังเดิม เพื่อท�ำนุบ�ำรงุ รักษามรดกศลิ ปวฒั นธรรมอนั ล้�ำคา่ ของชาติ ให้สบื ทอดต่อไปอย่างไม่ขาดสาย การประกาศเกียรติคุณผู้อนุรกั ษ์มรดกไทยดีเด่น พ.ศ. ๒๕๓๑ มีการประกาศเกียรติคุณผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นเป็นคร้ังแรก โดยคณะกรรมการอ�ำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ทูลเกล้าฯ ถวายพระราช สมญั ญา สมเด็จพระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ว่า “เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย” โดยมีพลเอกมานะ รัตนโกเศศ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ประธานคณะอนุกรรมการสรรหาผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นเป็นผู้ กราบบังคมทูลประกาศราชสดดุ สี มเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เน่ืองในโอกาสท่ีพระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะกรรมการอ�ำนวยการ วันอนุรักษ์มรดกไทยเข้าเฝ้าฯ ถวายโล่เทิดพระเกียรติคุณ ณ พระต�ำหนักจิตรลดารโหฐาน เม่อื วนั จันทร์ที่ ๖ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๓๑ เวลา ๑๔.๐๐ น. ความว่า “โดยส�ำนึกในพระบารมีและพระบุญญานุภาพ ด้วยเป็นที่ทราบท่ัวกันว่าใต้ฝ่าละออง พระบาทน้ัน นับแต่เมื่อยังทรงพระเยาว์ ตราบจนทรงเจริญวัย ได้ทรงสนพระทัยศึกษาสรรพ วิทยาการ ทรงผ่านการสอบไลเ่ ป็นท่หี น่ึงของประเทศในระดับอดุ มศกึ ษา ก็ทรงเพียบพร้อมดว้ ย พระปญั ญาเปน็ เลศิ ทรงศึกษาสัมฤทธิ์ทงั้ ในระดับบณั ฑิต มหาบัณฑติ ตลอดจนดุษฎีบัณฑติ ทาง อกั ษรศาสตร์ โบราณคดี และวิชาการศึกษา ทรงพระปรีชาสามารถปราดเปรื่องในการประพันธ์ ทัง้ รอ้ ยแก้ว กาพย์ โคลง ฉันท์ อันเป็นทรพั ยส์ นิ ทางปัญญาของชาติ ปวงประชาตา่ งน้อมสดุดีว่า ใตฝ้ า่ ละอองพระบาททรงเปน็ กวแี หง่ รชั กาล ทรงเชยี่ วชาญ และโปรดพระราชทานพระราชปู ถมั ภ์ ในศิลปะการดนตรี สงั คีตศิลป์ และดุริยางคศลิ ป์ ทรงอุตสาหะ วิรยิ ะ ศึกษา และฝกึ ฝนพระองค์ จนด�ำรงฐานะศิลปินผู้ปราดเปรื่องในด้านดนตรี ด้วยเดชะพระบารมี งานด้านดนตรี และนาฏศิลป์ของไทย จึงได้รับการอนุรักษ์ให้ด�ำรงยืนยงเป็นมรดกไทยไปตลอดกาลนาน โดยด้านการพระศาสนาและศิลปวัฒนธรรมสาขาอ่ืน ๆ ตลอดรวมถึงงานด้านโบราณคดี ใต้ฝ่าละอองพระบาทก็ได้ทรงพระกรุณาอุปถัมภ์บ�ำรุง ส่งเสริม ให้มีการผดุงรักษาและพัฒนา ทรงพระวิริยอุตสาหะ เสด็จเป็นประธานงานด้านศิลปวัฒนธรรมนานัปการ เป็นต้นว่าเสด็จ พระราชด�ำเนินทรงเปิดอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ และอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อันเป็นโบราณสถานส�ำคัญยิ่งของชาติ พระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณ ล้นเกล้าล้นกระหม่อม มิอาจพรรณนาได้ครบถ้วน ได้แต่เพียงประมวลมาเป็นตัวอย่าง ด้วยพระจริยาวัตรอันงดงาม และพระวิริยอุตสาหะสรรค์สร้างประสิทธิ์ประสาทอนุรักษ์ และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรมไทยอันสูงค่า ปวงประชาต่างซาบซึ้งส�ำนึกในพระ มหากรุณาธคิ ุณ”๓ ๓ จุฑาทพิ ย์ โคตรประทุม, เร่ืองเดียวกนั . 11

มนี าคม - เมษยา น ๒๕๖๖ สมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปน็ องค์ประธานในพธิ เี ปิดอทุ ยานประวตั ิศาสตรภ์ ูพระบาท และทอดพระเนตรศลิ ปวตั ถุ ภายในอาคารจัดแสดงอุทยานประวตั ศิ าสตรภ์ พู ระบาท จังหวัดอดุ รธานี เมื่อวนั ท่ี ๒๕ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๒๕ นอกจากนี้ยังทรงพระกรณุ าพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชญิ พระนามาภิไธย สธ. จารึกบนโล่และเข็มเกียรติคุณอนุรักษ์มรดกไทย และโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ได้รับคัดสรรเป็นผู้ อนรุ กั ษม์ รดกไทยดเี ดน่ เขา้ เฝา้ ฯ เพอื่ รบั พระราชทานโลแ่ ละเขม็ เกยี รตคิ ณุ อนรุ กั ษม์ รดกไทยดเี ดน่ ณ พระต�ำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นประจ�ำทุกปี จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๖ ไม่มีการ พระราชทานโล่และเข็มเกียรติคุณ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๔๗ เปล่ียนแปลงการพระราชทานโล่ เป็นเกียรติบัตร และเข็มเกียรติคุณผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น ณ ศาลาส�ำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในวันที่เสด็จพระราชด�ำเนินมาทรงเปิดนิทรรศการพิเศษ เนือ่ งในวันอนรุ ักษ์มรดกไทย ปัจจุบันด้วยพระพลานามัย และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ส�ำนักพระราชวังจึงเสนอแนะให้ พระราชทานเฉพาะเกียรติบัตร ณ พลบั พลาพธิ ี แล้วให้ผรู้ บั คัดสรรเป็นผอู้ นรุ ักษม์ รดกไทยดเี ดน่ รับเข็มเกยี รติคุณจากเจา้ หนา้ ทขี่ องกรมศลิ ปากร หลงั จากเสด็จพระราชดำ� เนนิ กลบั 12

สมเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสดจ็ ฯ ทรงเปดิ อุทยานประวตั ิศาสตรเ์ มืองสงิ ห์ จงั หวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๐ สมเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสด็จฯ ไปทอดพระเนตร อุทยานประวัติศาสตร์เมอื งสงิ ห์ จังหวดั กาญจนบุรี เมือ่ วันที่ ๑๗ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๕๘ 13

มีนาคม - เมษายน ๒๕๖๖ สมเด็จพระกนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี พระราชทานเขม็ เกยี รติคณุ อนรุ ักษ์มรดกไทย แก่ผ้อู นุรกั ษ์มรดกไทยดเี ด่น และผสู้ นบั สนุนการดำ� เนินงานดา้ นศลิ ปวฒั นธรรมของชาติ เม่อื วนั ที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ณ พิพธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ พระนคร เขม็ ทร่ี ะลึกวนั อนุรักษม์ รดกไทย 14

การหารายได้เข้ากองทุนอนุรกั ษ์มรดกไทย ดังได้กล่าวแล้วว่า รัฐบาลได้มีประกาศระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย กองทุนอนุรักษ์มรดกไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ เพื่อรับเงินบริจาค และใช้จ่ายเงินดังกล่าว เพื่อความเหมาะสมและถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค เพราะมรดกศิลปวัฒนธรรม เป็นสมบัติร่วมกันของคนในชาติ จึงสมควรที่ประชาชนและองค์กรส่วนท้องถ่ินจะได้เข้ามา มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนามรดกวัฒนธรรมให้ยั่งยืนสถาวร และเกิดประโยชน์ แก่ท้องถ่ินตนอย่างเสมอภาค โดยให้จังหวัดต่าง ๆ ท่ัวพระราชอาณาจักรสามารถจัดต้ัง กองทุนอนุรักษ์มรดกไทยประจ�ำจังหวัดข้ึน เพื่อการรณรงค์และระดมทรัพยากรภายในท้องถ่ิน ส�ำหรับการอนุรกั ษ์มรดกไทยอย่างเต็มรูปแบบ คณะกรรมการอำ� นวยการวนั อนรุ กั ษม์ รดกไทย ซงึ่ มนี ายกรฐั มนตรเี ปน็ ประธานกรรมการ จึงได้มีมติจากการประชุม คร้ังท่ี ๑/๒๕๓๔ ให้จัดท�ำเหรียญท่ีระลึกวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ที่ปรึกษาคณะกรรมการอ�ำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย เนื่องใน อภิลักขิตสมัยทรงเจริญพระชนมายุ ๓๖ พรรษา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยจัดจ�ำหน่ายเหรียญ ดังกล่าวเป็นรายได้สนับสนุนจังหวัดต่าง ๆ ในการจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์มรดกไทยประจ�ำจังหวัด และมอบหมายให้จังหวัดต่าง ๆ ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ เชิญชวนประชาชนส่ังจอง และจำ� หน่ายเหรียญท่ีระลกึ ดงั กล่าว รายได้ท่ีจำ� หน่ายในพน้ื ที่จังหวดั ใด จะเป็นเงินทุนสนบั สนนุ การจดั ต้ังกองทุนอนรุ กั ษ์มรดกไทยประจำ� จงั หวดั น้ัน ๆ ต่อไป เหรียญที่จัดสร้างด้านหน้าเป็นพระสาทิสลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับบนพระแท่นอิงพระเขนย ด้านหลังเป็นสัญลักษณ์วันอนุรักษ์มรดกไทย พร้อมข้อความฉลองพระชนมายุ ๓๖ พรรษา และคำ� ขวญั วันอนุรักษม์ รดกไทย ประกอบดว้ ย เหรียญทองคำ� เหรยี ญเงิน (จดั สร้างตามจ�ำนวน ส่ังจอง) เหรียญทองแดง และเหรียญทองแดงชุบทอง จ�ำหน่ายราคาเหรียญละ ๕๐ บาท ปจั จุบันยังคงเหลืออยูท่ ่ีกรมศิลปากร จำ� นวนไมม่ ากนัก 15

มนี คา ม - เมษยา น ๒๕๖๖ เหรยี ญท่รี ะลึกวนั อนุรกั ษม์ รดกไทย 16

การจดั กิจกรรมเน่ืองในวันอนุรกั ษ์มรดกไทย การจดั กิจกรรมเนื่องในวนั อนรุ ักษ์มรดกไทย เบอ้ื งตน้ มีกจิ กรรม ๔ ลักษณะใหญ่ ๆ คอื ๑. กจิ กรรมรณรงค์สร้างความรู้และความเขา้ ใจในวนั อนรุ กั ษ์มรดกไทย ประกอบดว้ ย - เทปค�ำปราศรัยของนายกรัฐมนตรี หรือผู้แทน เน่ืองในวันอนุรักษ์มรดกไทย ทางโทรทัศน์รวมการเฉพะกิจแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีโทรทัศน์ดจิ ิทลั และสถานวี ทิ ยุกระจายเสยี งแห่งประเทศไทย - วีดิทัศน์เทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี - รณรงค์ดแู ลรักษามรดกไทยทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ๒. คัดเลือกบุคคล องค์กร และจังหวัดท่ีสนับสนุนการอนุรักษ์มรดกไทยประจ�ำปี เพอ่ื เขา้ รบั พระราชทานโล่ และเข็มเกียรติคุณวนั อนุรักษม์ รดกไทย ๓. การจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์มรดกไทยท้ังในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เช่น จัดนิทรรศการและมหกรรมการแสดงต่าง ๆ โดยการโอนงบประมาณวันอนุรักษ์มรดกไทย ทร่ี ฐั บาลจัดสรรประจ�ำปใี ห้แตล่ ะจงั หวัดด�ำเนนิ การ ๔. กรมศิลปากรจัดท�ำโครงการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย และกราบบังคมทูล เชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสดจ็ พระราชดำ� เนินไปทรงเป็นประธานเปิดถาวรวัตถุ ดังนี้ 17

มีนคา ม - เมษยา น ๒๕๖๖ พ.ศ. นิทรรศการ จ�ำนวนบุคลากรและองค์กรดีเดน่ กจิ กรรมพิเศษ บุคลากร องค์กร โครงการ จงั หวดั ๒๕๒๘ ประชาสมั พนั ธว์ นั อนรุ กั ษม์ รดกไทย - - - - - ๒๕๒๙ มรดกไทยทวั่ ไป - - - - - ๒๕๓๐ มรดกไทยทัว่ ไป - - - - เปดิ อทุ ยานประวัตศิ าสตรเ์ มืองสงิ ห์ จังหวดั กาญจนบรุ ี ๒๕๓๑ มรดกไทยทั่วไป ๒ ๘ - - เปิดอทุ ยานประวัติศาสตร์พนมรุง้ จงั หวัดบรุ รี มั ย์ ๒๕๓๒ มรดกไทยท่วั ไป ๘ ๓ - - เปดิ อทุ ยานประวตั ศิ าสตรพ์ มิ ายจงั หวดั นครราชสมี า ๒๕๓๓ มรดกไทยทวั่ ไป ๑๐ ๓ ๒ ๕ เปดิ อทุ ยานประวัติศาสตร์ ศรสี ัชนาลยั จงั หวดั สโุ ขทัย ๒๕๓๔ มรดกไทยทว่ั ไป ๑๒ ๓ - ๒ เปิดอทุ ยานประวัตศิ าสตร์ก�ำแพงเพชร จงั หวัดก�ำแพงเพชร ๒๕๓๕ ดนตรีและนาฏศิลป์ไทย ๑๖ ๓ ๑ ๓ เปิดอุทยานประวัตศิ าสตร์ภูพระบาท จังหวดั อดุ รธานี ๒๕๓๖ การชา่ งศลิ ป์ไทย มรดกไทย-มรดกโลก ๑๒ ๒ - - เปดิ พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติพมิ ายจงั หวดั นครราชสมี า โบราณสถานวงั พัทลงุ จงั หวดั พทั ลงุ ๒๕๓๗ ภาษาและวรรณกรรม เลิศลำ้� มรดกไทย ๔๑ ๗ ๑๑ - เปิดปราสาทนครหลวง จงั หวดั พระนครศรอี ยุธยา ๒๕๓๘ สถาปัตยกรรมไทย ๑๕ - - - - ๒๕๓๙ ศลิ ปะสถาปตั ยกรรมไทย ในพระเมรมุ าศ - - ๑๓ - - ๒๕๔๐ เอกลกั ษณ์ไทยในสถาปตั ยกรรม พื้นถนิ่ ๑๕ ๑๕ - ๒ - ๒๕๔๑ วัฒนธรรมไทย : แก้ไขวิกฤตชาต ิ - - - - - ๒๕๔๒ ภมู ปิ ัญญาและเทคโนโลยที ้องถนิ่ - - - - เปิดพิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ ชุมพร จงั หวดั ชมุ พร ๒๕๔๓ ภมู ปิ ญั ญาไทยในงานศลิ ป์ ถ่ินเมอื งกรุง - - - - - ๒๕๔๔ ของเกา่ เล่าเรื่อง ๑๙ ๑๔ - - - ๒๕๔๕ พระคเณศเทพเจา้ แหง่ ศลิ ปวิทยาการ - - - - - (๙ ส.ค. - - - - - ๒๕๔๕) ๕ ๒ - - - ๒๕๔๖ ทวารบาลผู้รกั ษาศาสนสถาน ๑๙ ๕ - - - (๒๕ ก.ย. ๑๔ ๖ - - - ๒๕๔๖) ๒๑ ๙ - - - ๒๕๔๗ แมข่ องแผน่ ดนิ ...ผสู้ ืบสาน ๗ ๒๘ - - - (๑๘ ส.ค. สมบตั ิศลิ ป์แผ่นดนิ สยาม ๒๕๔๗) ๒๕๔๘ สำ� ริด : โลหะทเ่ี ปลีย่ นโลก (๒๒ มี.ค. ๒๕๔๘) ๒๕๔๙ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว (๔ ก.ย. กับมรดกของแผ่นดิน ๒๕๔๙) ๒๕๕๐ คณุ ธรรม จริยธรรม ตามรอยโพธสิ ัตว์ (๖ ก.ค. ๒๕๕๐) ๒๕๕๑ สมเดจ็ พระเจา้ พีน่ างเธอ (๔ มิ.ย. เจา้ ฟา้ กัลยาณวิ ฒั นา ๒๕๕๑) กรมหลวงนราธวิ าสราชนครินทร์ 18

พ.ศ. นิทรรศการ จ�ำนวนบุคลากรและองค์กรดีเดน่ กิจกรรมพเิ ศษ บุคลากร องค์กร โครงการ จงั หวดั ๒๕๕๒ มรดกไทย...มรดกชาติ ๑๕ - - - - (๒ ต.ค. - - - ๒๕๕๒) - - - ๒๕๕๓ งานชา่ งกบั มรดกศลิ ปวัฒนธรรม : ๓๙ ๖ - - - (๒๖ ส.ค. ช่างพ้นื ถนิ่ - - - ๒๕๕๓) - - - ๒๕๕๔ งานชา่ งหลวง ๓๔ ๖ (๑๗ ส.ค. - - - ๒๕๕๔) - - - ๒๕๕๕ สมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกิต์ิ ๔๘ ๗ - - - (๒๓ ส.ค. พระบรมราชนิ นี าถ กับงานประณีตศิลป์ - - - ๒๕๕๕) - - - ๒๕๕๖ โขน : อจั ฉริยนาฏกรรมสยาม ๕๖ ๑๓ - - - (๓ ม.ค. - - - ๒๕๕๗) เปดิ อุทยานประวตั ิศาสตร์ สด๊กกอ๊ กธม ๒๕๕๗ สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ ๕๖ ๖ จังหวดั สระแก้ว (๒ ต.ค. สยามบรมราชกมุ ารี ๒๕๕๗) กบั การอนรุ ักษม์ รดกไทย : พพิ ิธภณั ฑสถาน โบราณคดี และประวัติศาสตร์ ตามรอย พระบาทสยามบรมราชกมุ าร ี ๒๕๕๘ เทวสตรี : คตพิ ทุ ธ พราหมณ์ ๔๕ - (๒๗ เม.ย. และความเชื่อในประเทศไทย ๒๕๕๘) ๒๕๕๙ คนแรกเร่มิ บนแผ่นดนิ เรา ๒๔ ๔ (๒๐ พ.ค. ๒๕๕๙) ๒๕๖๐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร ๓๓ ๑ (๒๐ พ.ค. มหาภูมพิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร ๒๕๖๐) พระบิดาแห่งการอนุรกั ษ์มรดกไทย ๒๕๖๑ จากบ้านสเู่ มอื ง : รัฐแรกเรมิ่ ๒๓ ๔ (๒๓ มิ.ย. บนแผ่นดินเรา ๒๕๖๑) ๒๕๖๒ นครรัฐไทยบนแผ่นดินสวุ รรณภมู ิ ๒๘ ๓ (๒๕ ก.ค. ๒๕๖๒) ๒๕๖๓ ศลิ ปะวิทยาการจากสาสน์ สมเดจ็ ๓๘ ๒ (๑๘ ส.ค. ๒๕๖๓) ๒๕๖๔ รณรงค์เนื่องในวันอนรุ กั ษ์ มรดกไทย ๒๗ ๗ (สถานการณ์โควดิ ) ๒๕๖๕ อาโรคยปณธิ าน ๑๕ ๑ (๑๔ พ.ค. ๒๕๖๕) 19

มนี คา ม - เมษายน ๒๕๖๖ สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เปิดนทิ รรศการและการแสดงศิลปวัฒนธรรมของสถานศึกษาในสงั กัดกรมศลิ ปากร จงั หวดั นครศรีธรรมราช เม่อื วันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ สมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดพพิ ธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ ร้อยเอด็ เมอ่ื วนั ที่ ๒๐ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๔๑ 20

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสด็จฯ ไปทรงเปดิ นทิ รรศการพเิ ศษ เร่ือง วฒั นธรรมไทย แกไ้ ขวกิ ฤตชาติ ณ พิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมอ่ื วนั ที่ ๒๒ มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๔๑ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสด็จฯ เปดิ นทิ รรศการพิเศษเนอ่ื งในวันอนรุ กั ษม์ รดกไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ 21

มีนาคม - เมษายน ๒๕๖๖ สมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจ้า 22 กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปิดนทิ รรศการ เนอื่ งในวันอนรุ กั ษม์ รดกไทย ๒๕๕๐ เร่อื ง คุณธรรม จริยธรรม ตามรอยพระโพธสิ ตั ว์ สมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เปดิ นทิ รรศการ ภาพถา่ ยจติ รกรรมฝาผนงั วิหารพระพทุ ธไสยาสน์ วดั เชตุพนวิมลมงั คลาราม เมอื่ วันท่ี ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสดจ็ ฯ เปดิ นิทรรศการ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว กบั การอนรุ กั ษม์ รดกไทย เม่ือวันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ณ ศูนยก์ ารประชุมแห่งชาติสิรกิ ติ ิ์

สมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสด็จฯ เปิดนิทรรศการพิเศษ เน่ืองในวันอนรุ กั ษ์มรดกไทย เรอื่ ง สมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ กบั งานประณีตศิลป์ เมอื่ วนั ท่ี ๒๓ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ พิพิธภัณฑสถานแหง่ ชาติ พระนคร บทส่งท้าย การรักษามรดกไทย เป็นการรักษาชาติ ดังนั้นวันอนุรักษ์มรดกไทยจึงถือเป็น วั น ส� ำ คั ญ ยิ่ ง ท่ี ก ร ะ ตุ ้ น เ ตื อ น ช า ว ไ ท ย ทุ ก ค น ใ ห ้ ต ร ะ ห นั ก ใ น คุ ณ ค ่ า แ ล ะ ค ว า ม ส� ำ คั ญ ข อ ง มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซ่ึงบรรพชนชาวไทยได้สร้างสรรค์ รักษาและสืบทอดส่งต่อ ใหแ้ ก่อนุชนไดภ้ าคภมู ิใจในชาตแิ ละวฒั นธรรมอันงดงามสืบตอ่ มาตราบจนปจั จุบัน มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติไทยในยุคโลกาภิวัตน์เป็นพลังศรัทธา (Soft Power) ของชาวโลก ทำ� ใหอ้ นชุ นคนไทยสามารถนำ� มรดกศลิ ปวฒั นธรรมมาสรา้ งรายรบั ไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง ดังน้ันการดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมไม่พึงเป็นหน้าท่ีของหน่วยงานภาครัฐเพียงล�ำพัง ประชาชนชาวไทยทุกคนควรมีหน้าที่รับผิดชอบและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกไทยอันล้�ำค่า เหล่านี้ ให้มั่นคงย่ังยืน และส่งต่อให้อนุชนคนไทยได้ใช้ประโยชน์จากมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย สืบตอ่ ไปชว่ั นริ ันดร์ บรรณานุกรม กรมศลิ ปากร. ๘๒ ปี วนั สถาปนากรมศิลปากร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๓๗. -----. สูจิบัตรวนั อนุรกั ษ์มรดกไทย ๒๕๓๘. กรงุ เทพฯ: ม.ป.ท., ๒๕๓๘. -----. อนุรักษ์มรดกไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๗. กรงุ เทพฯ: ม.ป.ท., ๒๕๓๗. จฑุ าทพิ ย์ โคตรประทุม. “๒ เมษายน วันอนุรกั ษม์ รดกไทย.” ศิลปากร ๔๔, ๒ (มีนาคม-เมษายน ๒๕๔๔): ๒๒-๓๙. วลยั เนาวโรจน์ และนยั นา แยม้ สาขา. “จดหมายเหตสุ มเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ทรงเปดิ อทุ ยานประวตั ิศาสตรเ์ มอื งสิงห์ กาญจนบรุ .ี ” ศิลปากร ๓๑, ๑ (มนี าคม-เมษายน ๒๕๓๐): ๔-๓๕. สารกรมศิลปากร ๑๑, ๔ (เมษายน ๒๕๔๐). กรงุ เทพฯ: ม.ป.ท., ๒๕๔๐. สารกรมศิลปากร ๑๒, ๘ (เมษายน ๒๕๔๒). กรุงเทพฯ: ม.ป.ท., ๒๕๔๒. 23

มนี าคม - เมษายน ๒๕๖๖ KOH KHRAM SHIPWRECK SITE, SATTAHIP SUB-DISTRICT, SATTAHIP DISTRICT, CHONBURI PROVINCE : SEARCH AND DISCOVERY FROM 1974 TO 2021 The accidental discovery of the shipwreck at Koh Khram, Sattahip District, Chonburi Province in 1974 led to finding key evidence of the history of maritime commerce in Ayutthaya Period. And this is the origin of underwater archeology in Thailand. At a depth of 40 meters, the excavation and survey of the shipwreck at Koh Khram took place from 1974 to 2021. Structure of the sunken ship was found, at least 25 meters long, 3-9 meters wide, with 13 holds. The ship’s hull is double-layered wood, joining the wood is edge to edge, fastening the structure with metal bolts and wooden bolts. The keel and base of the mast were built in the South China Sea Tradition style. Most of the artifacts found were pottery from domestic kilns, i.e., products from Si Satchanalai Kiln and Sukhothai Kiln, Sukhothai Province, four-ear jars from the Noi River Kiln, Singburi Province, jars from Ban Bang Poon Kiln, Suphanburi Province. Also found in the holds comprised earthenware produced from foreign countries; Vietnamese wares and Chinese wares. While metal products included piles of iron pans stacked on top of each other, Iron rods being tied together in bundles likely to be imported, and different forms of lead and tin lumps from Kanchanaburi Province. The placement of those items was taken into account the large amount of loading. At the same time, balancing the hull during the voyage was considered as well. In addition, daily-life pottery of the sailors found at the sunken ship, such as soup pots, rice pots, palm sugar pots, mortars and pelvic stoves. By taking a variety of samples to determine the age by scientific methods, it was found that Koh Khram Shipwreck Site dated back to Ayutthaya Period, 19th-21st Buddhist century, during which was the prosperous ceramic trade in Southeast Asia, corresponding to China's cessation of foreign trade in the Ming Dynasty. Koh Khram ship may have been a royal ship of Siam as it carried a large amount of domestically produced goods travelling to trade with Indonesia or the Philippines but was wrecked before sailing out of the Gulf of Thailand. Translated by Sukanya Phromphon 24

ภาพหนงั สอื พมิ พ์ไทยรัฐลงขา่ ว การค้นพบแหลง่ เรือจมเกาะคราม พ.ศ. ๒๕๑๗ การขดุ คน้ ในระวางเรือจม เกาะคราม พ.ศ. ๒๕๑๗ แหล่งเรอื จมเกาะคราม ต�ำบลสัตหีบ อ�ำเภอสัตหีบ จงั หวัดชลบุรี : การค้นหาและค้นพบ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๔ พรนัชชา สังข์ประสิทธ*ิ์ บทนำ� พ.ศ. ๒๕๑๗ ชาวประมงได้ค้นพบแหลง่ เรอื จมเกาะครามโดยบังเอิญ เมอ่ื ข่าวการคน้ พบ ซากเรือและภาชนะดินเผาทั้งท่ีสมบูรณ์และเสียหายแพร่กระจายออกไปก็ดึงดูดนักล่าสมบัติ เข้ามาด�ำน�้ำกู้เอาวัตถุขึ้นมา แต่เน่ืองจากแหล่งโบราณคดีอยู่ในระดับน้�ำท่ีลึกมาก และนักด�ำน้�ำ ในสมยั นน้ั ยงั ไมม่ คี วามรเู้ รอื่ งโรคใตน้ ำ�้ มากนกั ทำ� ใหม้ นี กั ดำ� นำ�้ เสยี ชวี ติ เปน็ อมั พฤกษห์ รอื อมั พาต ตอ่ มาเมอื่ กรมศลิ ปากรทราบขา่ วจงึ ไดส้ ง่ บคุ ลากรเขา้ ไปตรวจสอบ แตเ่ นอ่ื งจากไมม่ ใี ครในองคก์ ร สามารถด�ำน�้ำได้ในขณะนั้น จึงขอความอนุเคราะห์กองทัพเรือช่วยเก็บกู้โบราณวัตถุใต้ทะเล การด�ำเนินงานเกิดข้ึนอย่างต่อเน่ืองด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่าย จนก่อให้เกิดการจัดต้ัง โครงการโบราณคดีใต้น�้ำขึ้นเพ่ือการปฏิบัติงานด้านนี้อย่างจริงจัง นับเป็นปฐมบทของงาน โบราณคดใี ต้น้�ำในประเทศไทย * นักโบราณคดีชำ� นาญการ กองโบราณคดีใตน้ ำ้� กรมศิลปากร 25

มนี าคม - เมษายน ๒๕๖๖ ลักษณะท่ัวไปของแหล่ง แหล่งเรือจมเกาะครามอยู่บริเวณร่องน�้ำลึกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะคราม ต�ำบลสัตหีบ อ�ำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ห่างจากเกาะครามประมาณ ๗ ไมล์ จมอยู่ในระดับ ความลึก ๓๖-๔๐ เมตร บริเวณแหล่งเรือมีกระแสน�้ำแรงอยู่ตลอดเวลา และอยู่ในพื้นที่เปิด จึงมีเรือประมงและเรือพาณิชย์ต่าง ๆ สัญจรผ่านไปมา อุปกรณ์ในการส�ำรวจและขุดค้น รวมไปถึงตัวแหล่งโบราณคดีเอง จึงถูกรบกวนจากกิจกรรมดังกล่าวตลอดเวลา ช่วงเวลา ท่ีเหมาะสมในการท�ำงานคือระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม ซ่ึงเป็นช่วงท่ีมีลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ เวลาในการด�ำน้�ำต้องเลือกช่วงท่ีน้�ำทะเลนิ่งท่ีสุดโดยตรวจสอบได้จาก มาตราน�้ำของกรมอทุ กศาสตร์ กองทพั เรือ บริเวณอ่าวสัตหีบ (ชลบุร)ี ในแต่ละเดอื นของปี วงกลมสแี ดงแสดงต�ำ แหน่งแหล่งเรอื จมเกาะคราม ทมี่ า: https://gis.finearts.go.th/fineart ประวัติการขุดค้น แหลง่ เรอื จมเกาะครามมกี ารส�ำรวจและขดุ คน้ มาแลว้ ทงั้ หมด ๑๐ ครง้ั ตงั้ แต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ ถงึ พ.ศ. ๒๕๖๔ ระหวา่ ง พ.ศ. ๒๕๑๗-๒๕๑๘ กรมศลิ ปากร กองทพั เรอื และนกั โบราณคดใี ตน้ ำ้� จากประเทศเดนมาร์ก ร่วมมือกันเก็บกู้โบราณวัตถุ และส่วนหนึ่งได้รับมอบจากหน่วยงานอ่ืน ท่ีสามารถยดึ โบราณวัตถุคืนจากการลักลอบขดุ ค้น 26

พ.ศ. ๒๕๑๘ จนถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ กรมศิลปากร ดร.เพ็ญศักด์ิ จักษุจินดา โฮวิทซ์ นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน และทีมจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของประเทศ เดนมาร์ก ท�ำการขุดค้นอย่างเป็นระบบและเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจหาค่าอายุ๑ ต่อมา เม่ือ พ.ศ. ๒๕๒๐ จึงเร่ิมท�ำการขุดเจาะเข้าไปในระวางเรือ โดยเน้นขุดไปทางด้านทิศเหนือ ของแหลง่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับความรว่ มมือจาก Western Australian Maritime Museum ท�ำการขุดค้นเพ่ิมเติมและวัดขนาดการกระจายตัวของโบราณวัตถุ๓ และ พ.ศ. ๒๕๓๖ กลมุ่ งานโบราณคดใี ตน้ ำ�้ เขา้ ส�ำรวจการเปลย่ี นแปลงของแหล่ง พ.ศ. ๒๕๔๗ นับเป็นการขุดค้นอย่างละเอียดและมีระบบอีกคร้ังของแหล่งเรือจม เกาะคราม ผปู้ ฏบิ ตั งิ านมอี ปุ กรณก์ ารดำ� นำ้� ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ใชเ้ ครอื่ งดดู ทรายระบบแรงดนั อากาศ (Air lift) ในการขุดค้น มกี ารศกึ ษาโครงสรา้ งเรอื และการจัดวางโบราณวัตถุมากยิ่งขน้ึ การขดุ ค้น มีขึ้นอีก ๓ ครัง้ เมือ่ พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๖๑ และ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซ่งึ ผ้เู ขยี นได้ร่วมท�ำการขดุ ค้น ทั้งสามครั้ง เป็นการตรวจสอบข้อมูลจากการขุดค้นที่ผ่านมา และท�ำการขุดเพ่ิมเติมในพื้นที่ ๆ ยังไม่ได้มีการขุดคน้ ท�ำให้พบหลักฐานใหมจ่ �ำนวนมาก (ซา้ ย) นักด�ำน้ำ� เตรียมพรอ้ มส�ำหรบั การท�ำงาน (ขวา) ภาพวาดการขุดค้นโดยใช้เครอ่ื งดูดทรายระบบแรงดนั อากาศ (Air lift) ๑ Howitz, Pemsak Chagsuchinda, “Two ancient shipwrecks in the Gulf of Thailand: a report on archaeological investigations,” Journal of the Siam Society 65, 4 (1977): 1-22. ๒ ชาญวทิ ย์ เกษตรศริ ิ และสุภาภรณ์ จรัลพัฒน,์ การคา้ สังคโลก รายงานการสัมมนาวิเคราะหเ์ รอื โบราณท่คี ้นพบในอ่าวไทย (กรงุ เทพฯ: มูลนิธิโครงการตำ� รา สงั คมศาสตร์ และมนษุ ยศาสตร,์ ๒๕๒๖). ๓ Green Jeremy and Harper Rosemary, “The Maritime Archeology of Shipwreck and Ceramics in Southeast Asia, The maritime Connection,” Australian Institute for Maritime Archaeology Special Publication 4 (1987): 1-37. 27

การขุดคน้ ในแหล่งเรอื จมเกาะคราม โครงสรา้ งเรอื ขนาดของเรือที่แน่ชัดยังคงเป็นค�ำถามจนถึงทุกวันนี้ เน่ืองจากชิ้นส่วนหลุดหาย และผุพังไปมาก ในช่วงแรกมีการวัดขนาดการกระจายตัวของโบราณวัตถุกว้าง ๙.๕๐ เมตร ยาว ๓๐.๕ เมตร ต่อมา พ.ศ. ๒๕๔๗ มกี ารวดั จากหลกั ฐานไมเ้ รอื เทา่ ทเ่ี หลอื พบว่าเรือตะแคง ไปทางดา้ นทศิ ตะวนั ตก มีความกว้าง ๓.๐๕ เมตร ยาว ๒๐.๙๕ เมตร พ.ศ. ๒๕๖๔ มกี ารขุดค้น เพม่ิ เตมิ ทางดา้ นทศิ เหนอื กย็ งั คงพบโครงสรา้ งเรอื อยู่ จงึ สนั นษิ ฐานวา่ เรอื จมเกาะครามมคี วามยาว อย่างน้อย ๒๕ เมตร ความกว้างตั้งแต่ ๓-๙ เมตร ตัวเรือมี ๑๓ ระวาง พบฐานเสาใบเรือ (Mast step) ค่อนไปทางด้านทศิ ใต้ของแหล่ง จึงสนั นิษฐานวา่ หวั เรอื นา่ จะหันไปทางทิศเหนือ ไมเ้ รอื ท�ำจากไมส้ ัก ไมต้ ะเคียนทองและไมต้ ะแบก มีลักษณะเป็นเรอื ท้องแบน มกี ระดกู งู เปลอื กเรอื มสี องชนั้ โดยชนั้ ในมคี วามหนากวา่ ชนั้ นอก การตอ่ ไมก้ ระดานเรอื เปน็ แบบขอบชนขอบ (Edge-joined) การยดึ โครงสรา้ งเรอื ใชส้ ลกั โลหะและลกู ประสกั ๔ โดยถา้ เปน็ โครงสรา้ งแนวตง้ั ฉาก จะใชส้ ลกั โลหะ เช่น ระวางสินคา้ ต่อกบั ไมท้ ้องเรอื โครงสร้างแนวนอนจะใช้สลักไม้ เชน่ แผน่ ไม้ ระวางท้องเรือ ไม้เปลือกเรือ ระหว่างรอยต่อไม้ใช้ชันอุดเสริมความแข็งแรง ไม้ระวางเรือต่อกัน แบบบากเกยกนั ลกั ษณะเรอื เปน็ แบบเรอื ส�ำเภาทะเลจีนใต้ (South China Sea Tradition)๕ ๔ ประสัก (Pasak) มาจากภาษามลายู ใช้เรียกลิ่มไม้เนื้อแข็งใช้ตอกเสียบเพื่อเชื่อมไม้เปลือกเรือหรือกงเรือเข้าด้วยกัน เป็นค�ำท่ีใช้ ในคาบสมุทรมลายแู ละอินโดนเี ซยี ๕ Flecker, Michael. “Early voyaging in the South China Sea: Implications on territorial claims.” NSC [Nalanda-Sriwijaya Centre] Working Paper 19 (2015, August): 1-55. 28

ภาพวาดแสดงโครงสร้าง การต่อไม้ระวางเรอื โบราณวัตถุท่ีพบ ปัจจุบันโบราณวัตถุจากแหล่งเรือจมเกาะครามถูกน�ำข้ึนมาจ�ำนวนกว่า ๕,๐๐๐ ช้ิน และยังอย่ทู ีแ่ หล่งโบราณคดอี กี จำ� นวนมาก โบราณวัตถทุ ค่ี ้นพบมดี ังนี้ โบราณวัตถุจ�ำพวกภาชนะดินเผา ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นสินค้า ส่วนมากมาจากแหล่งเตา ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ได้แก่ กระปุกเคลือบสีเขียวสองหูขนาดใหญ่และขนาดเล็ก จานและชามเคลือบสเี ขยี ว ทำ� ลวดลายดอกไม้หรอื พนั ธุ์พฤกษา และภาชนะจากแหล่งเตาสุโขทยั จังหวัดสุโขทัย ได้แก่ จานเขียนลายปลาหรือลายพันธุ์พฤกษาสีด�ำใต้เคลือบ นอกจากนี้ยังพบ ไหส่ีหูหลากหลายขนาดซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากแหล่งเตาแม่น้�ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี ภาชนะ ดนิ เผาจากแหลง่ เตาบา้ นบางปนู จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี แตป่ จั จบุ นั พบเพยี ง ๔ ใบ ภาชนะดนิ เผาทมี่ า จากตา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ ชามเคลอื บสเี ขยี ว สนี �้ำตาล เปน็ ผลผลิตจากกล่มุ เตา Cay Me ซง่ึ อยู่ทาง ดา้ นทิศตะวนั ตกของจังหวัด Binh Dinh ประเทศเวียดนาม บางสว่ นเปน็ ภาชนะดินเผาทีม่ าจาก ประเทศจีน ได้แก่ กระปุกส่ีหู สามหูและโถ ทั้งหมดเคลือบสีน�้ำตาล (Monochrome wares) สันนษิ ฐานวา่ มาจากแหลง่ เตาจิโจว เมอื งจอิ ัน มณฑลเจยี งซี พบไมเ่ กิน ๑๕ ใบ จานเขียนสีดำ�ลายปลา ผลิตจากแหล่งเตาสโุ ขทยั จงั หวดั สุโขทัย 29

มนี าคม - เมษยา น ๒๕๖๖ ผลติ ภณั ฑ์จากเตาบ้านเกาะนอ้ ย อ�ำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย (ขวา) ไหสหี่ ูจากแหล่งเตาแมน่ ้�ำนอ้ ย จงั หวัดสงิ ห์บรุ ี (ซา้ ย) ไหจากแหล่งเตาบ้านบางปนู จังหวดั สพุ รรณบรุ ี 30

(ซ้าย) ภาชนะดนิ เผาจากประเทศเวียดนาม (ขวา) ภาชนะดนิ เผาจากประเทศจีน ภาชนะดินเผาท่ีใช้ในชีวิตประจ�ำวันของลูกเรือและไม่ทราบแหล่งผลิตที่แน่ชัด เช่น หม้อแกง หม้อข้าว หม้อทะนน ครก อ่าง กณุ ฑี เต้าปนู ฝาภาชนะ เตาเชิงกราน เปน็ ตน้ (ซ้าย) หม้อขา้ ว (ขวา) ฝาปดิ ภาชนะ โบราณวัตถทุ ีพ่ บมากในแหลง่ เรอื จมอีกชนิดหนึง่ คือ โลหะ ได้แก่ แทง่ เหล็กทรงสี่เหลี่ยม ผนื ผา้ ยาวประมาณ ๒๕-๓๐ เซนตเิ มตร มดั รวมกนั ดว้ ยหวายเปน็ กอ้ นสเี่ หลย่ี ม พบกลมุ่ แผน่ โลหะ ขนาดใหญ่ซ้อนทับกันเป็นก้อนใหญ่ สันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มกระทะวัสดุจ�ำพวกเหล็กน�ำเข้า จากประเทศจีน หรือญ่ีปุ่น ก้อนตะก่ัวมีหลายรูปทรง ได้แก่ ทรงกระบอก พีระมิด (นมสาว) และทรงแบน พ.ศ. ๒๕๑๘ มีการรายงานว่าพบก้อนตะก่ัวจ�ำนวนมาก สันนิษฐานว่ามีที่มาจาก อ�ำเภอทองผาภูมิ ศรสี วสั ดิ์ สงั ขละ จังหวดั กาญจนบุรี ซงึ่ มหี ลกั ฐานการท�ำเหมืองตะก่วั โบราณ ในสมยั อยุธยา ดบี กุ เป็นรูปทรงพีระมดิ ยอดตดั ๖ ๖ เอิบเปรม วัชรางกรู และวรวิทย์ หศั ภาค, มรดกใตท้ อ้ งทะเลไทย (กรงุ เทพฯ: มตชิ น, ๒๕๕๔). 31

มนี าคม - เมษายน ๒๕๖๖ กอ้ นดบี ุกและตะกวั่ หลากหลายรูปทรง นอกจากนี้ยังพบทองค�ำประดับด้วยทับทิม ๑ ชิ้น ซึ่งมีลักษณะคล้ายเคร่ืองทองท่ีพบใน กรพุ ระปรางคว์ ัดราชบรู ณะ จังหวดั พระนครศรอี ยุธยา และกระพรวนสมั ฤทธิ์ ๑ ชน้ิ สนั นิษฐาน ว่าเป็นเครอ่ื งประดบั พบแวดนิ เผาทองเหลืองและเครอ่ื งเขินอยา่ งละ ๑ ช้ิน อาจเปน็ ของใชข้ อง ลกู เรือ อินทรียวัตถุท่ีส�ำคัญอีกประเภท คือ งาช้าง พบกองงาช้างขนาดใหญ่ในซากเรือ แต่อยู่ ในสภาพทไ่ี มส่ ามารถน�ำขึน้ ได้ ยงั มรี ายงานการพบกอ้ นศลิ าแลงและก้อนอิฐดินเผาดว้ ย การจดั วางสินค้าและการค้า ก่อนการวางสินค้าลงในระวางเรือ จะมีการน�ำไม้เน้ืออ่อนและไม้ไผ่กลมวางรองเอาไว้ บนไม้ท้องเรือ ซ่ึงไม้ดังกล่าวจะถูกตัดให้พอดีกับระวางเรือวางเรียงกันอย่างมีระเบียบ ภาชนะ ดินเผาส่วนมากจะวางไม่เป็นระเบียบ น่าจะเป็นผลมาจากการแตกหักขณะที่เรือก�ำลังจม และการลักลอบขุดค้นในอดีต การวางไหเคลือบสีน�้ำตาลในระวาง จะมีท้ังการหันไปในทิศทาง เดียวกัน บ้างก็หันส่วนปากและก้นสลับกัน ไหสี่หูท่ีมีขนาดใหญ่ด้านในจะบรรจุกระปุกสองหู ขนาดเล็ก จ�ำนวน ๒๑ จนถึง ๑๓๑ ใบ จุดประสงค์ทง้ั หมดเพอ่ื ทีจ่ ะบรรทุกสินค้าใหไ้ ดม้ ากท่ีสุด จานเวียดนามวางเรียงซ้อนกันเป็นแถวเอาสนั ลงตดิ กัน มีกระทะเหล็กซ้อนทบั ด้านบน บางระวาง จานเหลา่ นี้จะวางอยดู่ า้ นบนชามสงั คโลกอกี ช้นั หน่ึง พบแท่งหินปูนบรรจุอยู่ในภาชนะจักสาน (กระออม) ซึ่งมีชันทาโดยรอบเพื่อกันน้�ำ มีแท่งเหล็กรัดด้วยตอกไม้ไผ่ ๒ มัด มัดละ ๒๐ แท่ง พบวางอยู่แถวแนวแกนกลางกระดูกงูเรือ วางซ้อนกนั เป็นชั้น จนรวมกันเป็นกอ้ นใหญ่ กล่มุ งาช้างถูกวางกองไวต้ รงกลางเรอื ใกลฐ้ านเสาใบ วัตถุประเภทโลหะถูกจัดวางไว้บริเวณกลางล�ำเรืออย่างเห็นได้ชัด เพ่ือใช้เป็นอับเฉาเรือถ่วง ให้เรอื สมดุล 32

ผังการขดุ ค้นแหล่งเรอื จมเกาะคราม พ.ศ. ๒๕๔๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ และ พ.ศ. ๒๕๖๑ 33

มนี คา ม - เมษายน ๒๕๖๖ การกำ�หนดอายุ การก�ำหนดอายุแหล่งเรือจมเกาะครามใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์โดยการน�ำชิ้นส่วน ไม้เรือและอินทรียวัตถุท่ีพบในระวางไปก�ำหนดอายุด้วยวิธี AMS (Acceleration Mass Spectroscopy) และ วธิ ี C14 (Radiocarbon Dating) จ�ำนวน ๕ ครง้ั ตง้ั แต่ พ.ศ. ๒๕๑๙ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้ค่าช่วงอายุตงั้ แต่ พ.ศ. ๑๘๔๓ ถงึ พ.ศ. ๒๐๙๑ ซึง่ เปน็ ช่วงเวลาในการก�ำหนด อายุท่ีกว้างมาก เพื่อการก�ำหนดอายุท่ีแม่นย�ำมากขึ้นจึงใช้วิธีการศึกษาเปรียบเทียบโบราณวัตถุ ประเภทภาชนะดินเผากับหลักฐานทางโบราณคดี ภาชนะดินเผาที่พบในระวางมีแหล่งผลิต จากแหล่งเตาภายในประเทศและต่างประเทศ ซ่ึงสามารถก�ำหนดอายุได้ในช่วงปลาย พุทธศตวรรษท่ี ๑๘ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๓ สอดคล้องกับหลักฐานภาชนะดินเผาที่พบในแหล่ง เรือจมในประเทศมาเลเซยี เวียดนาม อินโดนเี ซีย และฟลิ ิปปนิ ส์ ผลการศกึ ษาสามารถตีความได้ ว่าเรือล�ำนี้นา่ จะมีการสรา้ งมาตัง้ แต่ในชว่ งพระรามาธบิ ดีที่ ๑ (พ.ศ. ๑๘๙๓-๑๙๑๒) และมกี ารใช้ งานอย่างเข้มข้นเพ่ือการค้าเคร่ืองถ้วยในช่วงพระรามาธิบดีท่ี ๒ จนถึงช่วงพระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. ๒๐๓๔-๒๑๑๑) และอับปางลงในท่สี ุด การวิเคราะห์ ปัจจุบันขนาดของเรือจมเกาะครามนับว่ามีขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่เคยค้นพบในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เม่ือเปรียบเทียบกับเรือจมท่ีก�ำหนดอายุในช่วงเวลาเดียวกัน เรือล�ำนี้ ถูกต่อข้ึนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากหลักฐานชนิดของไม้เรือท่ีขึ้นในภูมิภาคน้ี เป็นหลักในตัวเรือบรรทุกผลิตภัณฑ์จากแหล่งเตาในประเทศไทย และบางส่วนจากเตาประเทศ เวียดนามและประเทศจีน รวมไปถึงของป่าและโลหะ เดินทางค้าขายในช่วงสมัยอยุธยาเม่ือ พิจารณาจากสินค้าส่วนใหญ่เป็นของสยาม จึงสนั นษิ ฐานว่าน่าจะแลน่ ออกจากอา่ วไทยไปค้าขาย ทางตอนใต้ เช่น ประเทศอนิ โดนเี ซยี หรอื ทางทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนือ เช่น ประเทศฟลิ ิปปนิ ส์ การค้นพบภาชนะดินเผาส่วนใหญ่ท่ีมีแหล่งผลิตจากสยาม รวมไปถึงเคร่ืองทอง ในระวางเรือ ท�ำให้สันนิษฐานได้ว่าเรือเกาะครามเป็นเรือหลวงของสยาม เรือจมเกาะคราม เปน็ หลักฐานแสดงใหเ้ หน็ ความรุง่ เร่อื งดา้ นการค้าเคร่ืองถ้วยทางทะเลในสมยั อยุธยา และการคา้ เคร่ืองถ้วยจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด สอดคล้องกับช่วงท่ี ประเทศจีนมีนโยบายห้ามท�ำการค้ากับต่างประเทศในช่วงสมัยราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty) พุทธศตวรรษท่ี ๒๐๗ ๗ Brown, Roxanna, The Ming Gap and Shipwreck Ceramics in Southeast Asia towards a Chronology of Thai Trade Ware (Bangkok: The Siam Society under Royal Patronage, 2009). 34

บรรณานุกรม โครงการโบราณคดใี ตน้ �้ำ งานโบราณคดใี ตน้ �้ำ ฝา่ ยวชิ าการ กองโบราณคดี กรมศลิ ปากร. โบราณคดสี คี ราม ๒ เครอ่ื งถว้ ยจากทะเล. กรุงเทพฯ: สมาพันธ์, ๒๕๓๒. ชาญวทิ ย์ เกษตรศิริ และสภุ าภรณ์ จรัลพฒั น,์ บรรณาธกิ าร. การค้าสังคโลก รายงานการสมั มนาวเิ คราะห์เรือโบราณท่คี ้นพบ ในอ่าวไทย. กรุงเทพฯ: มูลนธิ ิโครงการตำ� รา สงั คมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์, ๒๕๒๖. เอิบเปรม วัชรางกูร และวรวทิ ย์ หศั ภาค. มรดกใต้ท้องทะเลไทย. กรงุ เทพฯ: มติชน, ๒๕๕๔. Brown, Roxanna. The Ming Gap and Shipwreck Ceramics in Southeast Asia towards a Chronology of Thai Trade Ware. The Siam Society under Royal Patronage, 2009. Flecker, Michael. “Early voyaging in the South China Sea: Implications on territorial claims.” NSC [Nalanda- Sriwijaya Centre] Working Paper no. 19. (August 2015): 1-55. Green, Jeremy and Harper, Rosemary. “The Maritime Archeology of Shipwreck and Ceramics in Southeast Asia, The maritime Connection.” Australian Institute for Maritime Archaeology Special Publication. 4. (1987): 1-37. Manguin Pierre-Yves. “A Real Seafaring People: Evocations of Sailing in Malay Literature” Archipel Études interdisciplinaires sur le monde insulindien. 103. (2022): 1-32. Howitz, Pemsak Chagsuchinda. “Two ancient shipwrecks in the Gulf of Thailand: a report on archaeological investigations.” Journal of the Siam Society. 65, 4 (1977): 1-22. 35

มนี คา ม - เมษายน ๒๕๖๖ DISEASES AND HERBAL MEDICINE FROM QUAIL AND ZEBRA DOVE TREATISE Quail and Zebra Dove are pets that have been popularly raised for beauty and enjoyment in Thai society since ancient times. Manuscript collections in the National Library of Thailand have set aside textbooks on characteristics of different types of birds - a body of zoological knowledge that has been recorded and passed down from the ancestors. In addition to the details for the selection of good physical characteristics of birds, there are also some contents mentioning illnesses, diseases, and herbal medication for birds. From the study, it was found the disease was classified into 7 symptoms: fever, nasopharyngeal fever, mucous, dry eyes, soundless and insomnia, and etc. There are 14 herbal medicine treatments and 4 laxatives totaling 18 formulas. Herbal medicine consists of 41 types of plant-based substance, 3 types of animal-based substance, 3 types of element-based substance and 4 types of liquid adjuvant. The diseases and use of herbal medicine are interesting topics for further research on the history of poultry diseases treatment and medicinal properties in Thai pharmaceuticals. Translated by Yuwaret Wuttheerapon 36

ตำ�รานกกระทาค�ำ กลอน เลขที่ ๑๗๒ โรคและการใชส้ มุนไพร ในตำ�รานกกระทาคำ�ฉันท์ ยุวเรศ วุทธรี พล* สตั วเ์ ล้ยี ง เปน็ สงิ่ ท่อี ยู่คกู่ บั สงั คมไทยมาแต่โบราณ สตั ว์ปีกจ�ำพวกนกกเ็ ปน็ ท่นี ยิ มเลีย้ งไว้ เพื่อความสวยงามและหย่อนใจ พบเอกสารโบราณหลายเล่มเกี่ยวกับต�ำราดูลักษณะนกชนิด ต่าง ๆ ซึ่งให้บริการศึกษาค้นคว้าอยู่ที่กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก ส�ำนักหอสมุดแห่งชาต ิ นับเป็นองค์ความรู้ประเภทหน่ึงท่ีบันทึกสืบต่อกันมา เรื่องราวและเน้ือหาส่วนใหญ่เป็นการบอก ลักษณะทางกายภาพของนกส�ำหรับการคัดเลือกคุณลักษณะท่ีดีในการเล้ียง นอกจากน้ันยังมี เนอื้ หาบางสว่ นกลา่ วถงึ อาการเจบ็ ปว่ ย โรคและการใชย้ าสมนุ ไพรในการรกั ษา ประเดน็ ทนี่ า่ สนใจ เหล่าน้ี ไม่เคยมีผู้ศึกษาเร่ืองการรักษานกจากเอกสารโบราณมาก่อน ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึง กระบวนการบันทึกความรู้ วิธีการจ�ำแนกโรค แนวทางการรักษา ทั้งยังเป็นประวัติศาสตร์ ดา้ นการศกึ ษาโรคในสัตว์ปกี ทีเ่ กา่ ที่สดุ ของไทยทีม่ กี ารบนั ทึกด้วยลายลกั ษณอ์ ีกดว้ ย * นกั ภาษาโบราณชำ� นาญการพิเศษ สำ� นกั หอสมดุ แห่งชาติ กรมศลิ ปากร 37

มีนคา ม - เมษยา น ๒๕๖๖ ในการศึกษาครัง้ นี้ ได้เลอื กใชเ้ อกสารโบราณประเภทหนังสือสมดุ ไทย หมวดสตั วศาสตร์ เฉพาะเล่มท่ีกล่าวถึงยารักษานก จ�ำนวน ๖ เล่ม น�ำมาศึกษาข้อมูล โดยเบ้ืองต้นแบ่งกลุ่ม ตามลักษณะการบันทึกเป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทร้อยแก้ว ได้แก่ “ต�ำรานกกระทา” เลขท่ี ๑๗๓ “ต�ำรานกเขาชะวาค�ำโคลง” เลขท่ี ๑๘๐ และ“ต�ำรานกเขาชวาค�ำกลอน” เลขท่ี ๒๕๙ ประเภทร้อยกรอง (กลอนสุภาพ) ได้แก่ “ต�ำรานกกระทาค�ำฉันท์” เลขที่ ๑๗๐ “ตำ� รานกกระทาคำ� กลอน” เลขท่ี ๑๗๑ และ“ต�ำรานกกระทาคำ� กลอน” เลขท่ี ๑๗๒ การศึกษาต�ำรายานกประเภทร้อยแก้วนั้น ได้ปริวรรตเนื้อหาจากอักษรไทยโบราณ เป็นอักษรไทยปัจจุบัน จากน้ันน�ำมาจัดรูปแบบตามอาการโรคและยาแต่ละต�ำรับ เช่นเดียวกับ รูปแบบท่ีใช้ในการบันทึกต�ำราเวชศาสตร์ เพื่อสะดวกต่อการเปรียบเทียบวิเคราะห์ในขั้นตอน ตอ่ ไป ดังตัวอย่าง “๏ ถ้านกมขิ ัน ให้เอาใบต�ำลงึ ๑ ใบกะเพรา ๑ ใบแมงลัก ๑ ใบมะขาม ๑ เหด็ ไม้ไผ่ ๑ ยาด�ำ ๑ เปลอื กประดู่ ๑ เถาต�ำลงึ ๑ ต�ำให้กนิ ขันแล ฯฯ” ต�ำรานกกระทา เลขท่ี ๑๗๓ ส�ำหรับการศึกษาต�ำรายานกประเภทร้อยกรอง เม่ือปริวรรตจากอักษรไทยโบราณเป็น อกั ษรไทยปจั จบุ นั แลว้ มขี น้ั ตอนทเี่ พม่ิ เตมิ จากการศกึ ษาเอกสารประเภทรอ้ ยแกว้ คอื ตอ้ งนำ� มา จัดเปน็ วรรคตามลักษณะฉนั ทลกั ษณ์เสียก่อนเพื่อให้เห็นรูปแบบการเขยี นชดั เจนมากข้นึ จากนน้ั จึงจะจดั ข้อมลู เช่นเดียวกันกบั เอกสารประเภทรอ้ ยแก้ว ดงั ตวั อย่าง ต�ำรานกกระทาค�ำฉนั ท์ หนังสือสมุดไทยขาว เลขท่ี ๑๗๐ 38

“๏ ฉนั จดท�ำจ�ำกรึกจารึกเฃยี น ส�ำหรับนักเลงนกทาไดห้ าเรียน จงจ�ำเนียรทางไซรแ้ ตไ่ รมา มที ั่วโลกาตรบี รุ ภี พ กป็ รารภอยดู่ ว้ ยรกั ซงึ่ ปักษา เฝา้ เลี้ยงดูชูบ�ำรุงสกุณนา จงึ คอยผาสุขภาพเจริญพร อยูว่ นั หนงึ่ สกณุ นจี ะมเี หตุ ให้อาเพศเพ่อื ชีวงั จะสงั ขร โรคทง้ั สมี่ ตี ัวเขา้ รานรอญ จะม้วยมรชพี สิน้ ชีวาลยั ให้บดิ เบื่อโภชนาอาหาร ความส�ำราญสกุณนหี ามไี ม่ เป็นตานมกู ตานแหง้ ทุกแห่งไป จะเหยยี บยืนกม็ ิได้เหมอื นเดิมมา ต้องยนื เจ่าเทา้ เดียวดูอนาถ ด้วยโรครุมเขา้ พฆิ าตจะสงั ขา เหลอื ด�ำรงที่จะทรงซ่งึ กายา สกณุ นาเพียงพนิ าศจะขาดใจ” ต�ำรานกกระทาค�ำฉันท์ เลขที่ ๑๗๐ จากการศึกษาเน้ือหาท่ีบันทึกอาการป่วยของนกไว้น้ัน ในเอกสารประเภทร้อยกรอง เลขท่ี ๑๗๐ ๑๗๑ และ ๑๗๒ พบข้อมูลมีความคล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่ต่างกันบ้าง เพียงเล็กน้อย เช่น การเขียนรูปค�ำ และมีค�ำท่ีขาดหาย สันนิษฐานว่าเกิดจากการคัดลอก ตกหล่นไป หรืออาจจดบันทึกจากความทรงจ�ำมุขปาฐะ เท่านั้น ส่วนเนื้อหาในเอกสาร ประเภทร้อยแก้ว เลขท่ี ๑๗๓ ช่ือโรคและยาสมุนไพรที่ใช้ ระบุใกล้เคียงกับข้อมูลของ เอกสารเลขท่ี ๑๗๐ ๑๗๑ และ ๑๗๒ สำ� หรับเนื้อหาในเอกสาร เลขที่ ๑๘๐ และเลขท่ี ๒๕๙ พบขอ้ มูลการใชย้ าเหมือนกันทง้ั ๒ เลม่ คอื ยารุ หรอื ยาถ่าย สำ� หรบั นกเท่านน้ั แม้ว่าเอกสารโบราณท้ัง ๖ เล่ม ท่ีใช้ศึกษาจะไม่ได้ระบุผู้เป็นเจ้าของ แต่ปรากฏชื่อ “นายวงษา” เจ้าของนกผู้แสวงหายามารักษานกของตนเอง ในต�ำรานกกระทาค�ำฉันท์ เลขท่ี ๑๗๐ ความว่า “นายวงษาเศรษฐีผูเ้ จ้าของ ก็มวั หมองด้วยปักษานำ�้ ตาไหล ส้เู ก็บยาหาเหยอ่ื เพอ่ื เจอื ใจ อยู่วนั หนึ่งจงึ ไดต้ �ำรามา นายวงษาไพรสณฑค์ นฉลาด จงึ พฆิ าตทุเลาเบาโรคา แสวงหาส่งิ ทรัพยย์ ามา ได้รกั ษาสกณุ นยั ก็หายพลนั ” “นายวงษา” เองก็มีความตั้งใจจะแบ่งปันให้คนเล้ียงนกกระทาด้วยกันได้จดจ�ำไว้ใช ้ ดงั ตอนทวี่ า่ “๏ ฉันจดท�ำจ�ำกรึกจารกึ เฃยี น ส�ำหรบั นกั เลงนกทาได้หาเรียน จงจ�ำเนยี รทางไซร้แต่ไรมา” “แม้นผูใ้ ดใคร่จะเลี้ยงนกทา ใหจ้ ดจ�ำจารกึ ยาอยา่ งขยัน ต�ำราน้ีมีมาชา้ นานครัน ส�ำหรับกนั แก้โรคสกุณนา” ข้อความดังกล่าวข้างต้นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า “นายวงษา” เป็นผู้ได้ต�ำรายามาและ ตั้งใจบันทึกไว้ให้เหล่านักเลงนกและผู้เลี้ยงนกท้ังหลายได้ใช้ต�ำรายานี้รักษาความเจ็บป่วย ของนก สืบต่อกันมาน่ันเอง 39

มนี คา ม - เมษายน ๒๕๖๖ การแต่งต�ำรายานกด้วยกลอนสุภาพนั้น แม้จะมีข้อจ�ำกัดเร่ืองของการบังคับจ�ำนวน ค�ำสัมผัส พยัญชนะและสระ ตามหลักเกณฑ์ของการแต่งค�ำประพันธ์ แต่ผู้แต่งก็สามารถบันทึก ข้อมูลเก่ียวกับยาไว้ได้อย่างครบถ้วน ประกอบไปด้วย อาการของโรค ต�ำรับยาที่ใช้รักษา วธิ กี ารปรงุ ยาและข้อบ่งใช้ยาหรือวิธใี ช้ยา ซง่ึ จะกลา่ วโดยละเอียดในล�ำดบั ตอ่ ไป เม่ือนกไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยเองได้ คนเล้ียงต้องช่างสังเกต ใส่ใจ อย่ามองข้าม ความผิดปกติเหล่านั้น อาการเจ็บป่วยของนกท่ีพบในเอกสารคล้ายกันกับคน ได้แก่ เป็นไข้ เวียนศีรษะ มีน้�ำมูก ง่วงซึม ไม่นอน ไม่ขัน เป็นต้น การวินิจฉัยโรคจากอาการผิดปกติของนก ท่ีเกิดข้ึนนั้น ผู้เล้ียงหรือผู้ดูแลต้องคอยสังเกตความเป็นอยู่ พฤติกรรมการกิน นอน ขนาดตัว น�้ำหนักตวั การเคลอื่ นไหวรา่ งกาย การขับถ่าย ตลอดจนนสิ ยั หรือพฤตกิ รรมอ่ืน ๆ เพอื่ น�ำไปส ู่ การระบโุ รคและการจัดยาเพื่อรกั ษาอาการปว่ ยนน้ั ให้หายขาด เชน่ “...หน่งึ เป็นตานมกู จมูกกลดั หายใจคดั ครือครอคอปักษ.ี ..” เพราะหากปล่อยให้อาการผิดปกติเกิดข้ึนต่อไป จนป่วยและอาการทรุดหนักเกินกว่า จะรักษาได้ อาจตายลงในที่สุด จากเอกสารที่น�ำมาศึกษาท้ังหมดได้ระบุโรคและอาการป่วย ไวท้ ั้งส้ิน ๗ อาการ คือ ไข ้ ไขส้ ะแกเวยี น ตานมูก ตานแห้ง ไมข่ นั ไม่นอน และยนื เดือย เมอ่ื ทราบวา่ นกมอี าการเจบ็ ปว่ ยทส่ี งั เกตได้ ขนั้ ตอ่ ไปคอื การรกั ษาอาการนนั้ ใหท้ เุ ลาลงจน หายขาด ยาสมุนไพรต�ำรบั ต่าง ๆ ทบี่ ันทึกไว้นนั้ บางอาการบนั ทึกไว้เพียงต�ำรบั เดยี ว บางอาการ บันทึกไว้หลายต�ำรับ ยาสมุนไพรท่ีใช้ก็ประกอบไปด้วย พืชวัตถุ สัตววัตถุ และธาตุวัตถุ โดยมี นำ�้ กระสายยาเป็นส่วนผสมที่ช่วยเปน็ ตัวทำ� ละลายสรรพคณุ ยาออกมาจากเคร่อื งยา พืชวตั ถุ คือ ทเ่ี ครือ่ งยาท่ไี ด้จากส่วนตา่ ง ๆ ของพืช เช่น ราก เปลือก ตน้ ใบ ดอก และ ผล เป็นต้น ในตำ� รายานกมีการใชพ้ ืชวตั ถุเป็นเครอ่ื งยาท้ังหมด ๔๑ ชนดิ คือ รากมะอกึ รากผกั ชี รากมะเดื่อเทศ รากมะเด่ือดิน รากมะเขือข่ืน รากฟักขาว รากฟักเขียว รากฟักทอง ใบมะระ ใบกะเพรา ใบกะเมง็ ใบพทุ รา ใบมะเขอื เทศ ใบผกั คราด ใบครอบ ใบคนทสี อ ใบแมงลกั ใบมะขาม เถาต�ำลึง เปลือกประดู่ ผักเป็ด หญ้าใต้ใบ หญ้าขัดมอน ตานหม่อน คนทา ตลับ กระเทียม หัวหอม ขิง ขมน้ิ อ้อย มะขามเปยี ก ยาด�ำ จนั ทนท์ ง้ั สอง (จนั ทน์แดงและจนั ทนข์ าว) พริก มะแว้ง ท้งั สอง (มะแว้งตน้ และมะแว้งเครอื ) ขา้ วเปลอื ก เห็ดไม้ไผ่ ถ่านกะลา และ(ข้)ี เถ้าใจไฟ สตั ววตั ถุ คือ เครอื่ งยาท่ีไดจ้ ากส่วนต่าง ๆ ของสตั ว์ เชน่ ดี เปลือก ไข่ หนงั เขา นำ้� มนั เป็นต้น ในต�ำรายานกพบการใช้สัตววัตถุเป็นเคร่ืองยาทั้งหมด ๓ ชนิด คือ กะปิ ขี้วัวสด และนำ�้ ผง้ึ ธาตุวตั ถุ คือ เครื่องยาทไ่ี ด้จากแรธ่ าตตุ ่าง ๆ เช่น เกลอื กำ� มะถัน หิน ดิน ทเ่ี กิดขนึ้ เอง ตามธรรมชาติ หรือเกิดจากการผสมขึ้นโดยคน ในต�ำรายานกพบการใช้ธาตุวัตถุเป็นเครื่องยา ทง้ั หมด ๓ ชนิด คือ ดนิ ดนิ ปลวก และเกลอื น้�ำกระสายยา คือ น�้ำที่ได้จากตัวยาสมุนไพร ท้ังพืช สัตว์และธาตุ นับเป็นส่วนส�ำคัญ ในการปรุงยาเพราะมีส่วนในการเสริมฤทธ์ิยาให้ได้ผลมากย่ิงขึ้น เช่น น้�ำข้าว เหล้า และน้�ำผึ้ง เป็นต้น ในต�ำรายานกใช้น้�ำกระสายยาท้ังหมด ๔ ชนิด คือ น้�ำปลาปากไห น้�ำมูตร นำ�้ เชอื กหนังหเู กวยี น และนำ้� ต�ำลงึ 40

วิธีปรุงยา พบว่ามีวิธีการปรุงยารักษานกอยู่ ๓ แบบ คือ การบดเป็นผง การขย้ีให้ได้ กลนิ่ ตวั ยา และการปน้ั ยาเปน็ ลกู กลอน การใช้ยา พบว่ามีวิธีการใช้ยารักษานกอยู่ ๓ แบบ คือ ยากิน ยาพ่น และยาส�ำหรับ วางในกรงใหเ้ ป็นไอระเหย ยารกั ษานกทั้งหมดมรี ายละเอียดดงั น้ี ตำ� รบั ที่ ชื่อโรค อาการ/โรค ตำ� รับยา วิธกี ารปรุงยา การใช้ยา ๑ ไข ้ ขนพองทง้ั ตวั กระเทียม มะขามเปียก บดขยยี้ าทงั้ หมดดว้ ยกนั ใหน้ กกิน กะป ิ ยาด�ำ ผักเป็ด ให้นกกนิ ไข ้ พรกิ ขิง กระเทียม กะป ิ บดยาท้งั หมดด้วยกนั ใหน้ กกิน ๒ ศรี ษะสั่น ใหน้ กกิน ไข้ ขนพองท่วั ตัว แชน่ ำ้� กระสาย วางไว้ใน ๓ กระแตเวยี น รากมะอกึ (นำ้� หนงั เกวยี น) กรงนก สะแกเวียน (ไข)้ เวยี นหวั เพ่ือสดู ดม ๔ ตาน แชน่ �้ำ พ่นยาใส่ตวั นก ๕ - เอาเชือกหนงั หูเกวียน ขยี้สมุนไพร - ขงิ กระเทยี ม ใบพุทรา ให้มีกลิน่ พ่นยาใสต่ วั นก หญ้าใตใ้ บ ขมิ้นออ้ ย ตานมูก จนั ทน์ทั้งสอง ขว้ี วั สด ให้นกกนิ ๖ หญา้ ขดั มอน ใบกะเม็ง (ใช้ยาจำ� นวน หวั หอม ใบมะระ กะปิ บดยาแล้วละลาย ตานมกู จมกู กลดั รากผกั ชี ใบกะเพรา กับนำ้� กระสาย เจ็ดกอ้ น) ๗ หายใจคดั (น้�ำปลาปากไห) ใหน้ กกนิ (คดั จมกู ) ถา่ นกะลา บดยาแลว้ ละลาย จมูกกลดั หัวหอม ใบมะระ กะป ิ กบั นำ้� กระสาย ใหน้ กกนิ ตานแหง้ หายใจคดั รากฟกั ข้าว รากฟกั เขียว (น�้ำปลาปากไห) ๘ (คดั จมกู ) รากฟักทอง ใบกะเพรา บดแล้วละลายกบั ถ่านกะลา น้�ำกระสาย ไมข่ ัน ขนพองทั้งตัว ขงิ กระเทียม ขม้นิ อ้อย (น้�ำมตู ร) ๙ ใบพทุ รา จนั ทน์ทง้ั สอง หญ้าใต้ใบ (ใชย้ าสด) ปัน้ ยาเทา่ เมด็ ในมะกรดู ต�ำสมนุ ไพร แลว้ กรอง ไมข่ ัน ไม่ขนั มะแว้งท้งั สอง คลกุ ยาผสมกัน ๑๐ รากมะเขอื ข่นื ขา้ วเปลอื ก แชน่ ำ�้ กระสายยา (น้�ำมูตร) สามวนั บดแลว้ ละลายด้วย ไมข่ นั นำ้� กระสาย (น้�ำต�ำลงึ ) ใบกะเพรา เถาต�ำลงึ แมงลัก ยาด�ำ มะขามเปียก 41

มีนคา ม - เมษายน ๒๕๖๖ ยารักษานกทง้ั หมดมีรายละเอยี ดดงั น้ี (ต่อ) ต�ำรับท่ี ชอื่ โรค อาการ/โรค ต�ำรับยา วิธกี ารปรงุ ยา การใชย้ า ๑๑ ไมข่ ัน ไมข่ นั มะแว้งทั้งสอง รากมะเดอื่ เทศ ทำ� เป็นผง ให้นกกนิ รากมะเด่อื ดิน ขา้ วเปลอื ก (ผสมข้าวเปลือก) ใหน้ กกิน แช่มตู รไวส้ ามวนั ๑๒ ใส่ในกรง ไม่ขัน ไมข่ นั ใบต�ำลึง ใบกะเพรา ตำ� สมุนไพร ใหน้ กไดก้ ลิ่นและกนิ ใบแมงลัก ใบมะขาม ให้นกกนิ ๑๓ เหด็ ไม้ไผ ่ ยาดำ� ตำ� สมนุ ไพร เปลอื กประด ู่ เถาตำ� ลงึ ตากแดดพอหมาด ไม่นอน ยนื ต่ืน ใบกะเม็ง ตานหม่อน คนทา เผาดินปลวกให้สกุ ตลอดเวลา แล้วคลุกเข้าดว้ ยกนั ๑๔ ดินปลวก ตำ� สมุนไพร คลุกกบั ดิน ยาแก้ ยืนเดือย ยืนเดอื ย ขนพอง ใบคนทีสอ ใบครอบ ตลับ ดิน ยารุ ๑ ใบมะเขอื เทศ ใบมะระ ใบผกั คราด เกลอื ส้มมะขามเปยี ก กะปิดี ๒ ใหก้ นิ มูตรแชน่ ้�ำปลา (เป็นยารขุ องนกเขาชวา ชนดิ ทีเ่ รียกวา่ นกกาวาว) ๓ ดินประสวิ (เป็นยารุของนกเขาชวา ชนดิ ทเี่ รยี กว่า นกออก) ๔ ของกินรสหวาน( เชน่ นำ�้ ผ้ึง) ประสมดนิ (เปน็ ยารขุ องนกเขาชวา ชนดิ ทเี่ รียกวา่ นกยางพญาเสวย) การศึกษาเรอ่ื งโรคและการใช้สมุนไพรในต�ำรานกกระทาและนกเขาชวาน้ี ทำ� ใหต้ ระหนกั วา่ ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยน้นั นอกจากใช้ดูแลและรกั ษาสขุ ภาพของคน ยังบรู ณาการมาสู่ การดแู ลสุขภาพของสตั ว์เลย้ี งเชน่ นกดว้ ย ทัง้ ยงั สะทอ้ นใหเ้ หน็ ความใสใ่ จในสขุ ภาวะเผื่อแผไ่ ปถึง ชีวิตสัตว์เลี้ยงของตนเอง และมีการสืบทอดองค์ความรู้นั้น ส่งต่อให้อนุชนด้วยการบันทึกไว้เป็น ต�ำราเฉพาะดา้ น ไดร้ ะบโุ รคของนกไว้ ๗ อาการ คอื ไข้ ไข้สะแกเวียน ตานมูก ตานแห้ง ไมข่ นั ไมน่ อน และยนื เดอื ย มกี ารใชส้ มนุ ไพรประกอบยารกั ษาไว้ ๑๔ ตำ� รบั และยารหุ รอื ยาถา่ ย ๔ ตำ� รบั รวมทั้งส้นิ ๑๘ ตำ� รับ การฟื้นฟูด้านการแพทย์แผนไทยที่มีอยู่ในขณะนี้ หากมีการศึกษาค้นคว้า ทดลอง และสนับสนุนองค์ความรู้ด้านสมุนไพรเพื่อใช้กับสัตว์เลี้ยงเพ่ิมขึ้นอีกแขนงหน่ึง ก็จะเป็น ประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยเก่ียวกับประวัติการรักษาโรคในสัตว์ปีกและสรรพคุณทางยาในเชิง เภสชั กรรมไทยตอ่ ไป ทง้ั ยงั เป็นการลดปริมาณการใชย้ าจากสารเคมสี ังเคราะห์ต่าง ๆ ซ่ึงมโี อกาส ตกคา้ งเปน็ อันตรายต่อสขุ ภาพของคนและสตั วไ์ ด้อกี ทางหนงึ่ ดว้ ย 42

ต�ำรานกกระทาค�ำกลอน เลขที่ ๑๗๒ ต�ำรานกกระทาค�ำกลอน เลขท่ี ๑๗๒ 43

มนี าคม - เมษยา น ๒๕๖๖ ต�ำรานกเขาชวาค�ำกลอน เลขท่ี ๒๕๙ ต�ำรานกเขาชวาค�ำกลอน เลขท่ี ๒๕๙ 44

ตำ�รานกกระทาคำ�กลอน ๏ ฉันจดท�ำจ�ำกรึกจารึกเขยี น สำ� หรับนักเลงนกทาไดห้ าเรยี น จงจำ� เนยี รทางไซร้แตไ่ รมา มที ว่ั โลกาตรบี ุรีภพ ก็ปรารภอยู่ด้วยรักซึ่งปักษา เฝา้ เลี้ยงดชู ูบำ� รุงสกณุ นา จึงคอ่ ยผาสขุ ภาพเจริญพร อยวู่ ันหนงึ่ สกณุ นจี ะมีเหตุ ใหอ้ าเพศเพอ่ื ชีวงั จะสงั ขร โรคท้งั ศรีมตี วั เขา้ รานรอญ จะม้วยมรชพี สิน้ ชีวาลัย ใหบ้ ิดเบ่อื โภชนาอาหาร ความส�ำราญสกณุ นีหามีไม่ เป็นตานมกู ตานแห้งทกุ แห่งไป จะเหยยี บยืนก็มไิ ด้เหมอื นเดมิ มา ตอ้ งยนื เจ่าเทา้ เดียวดูอนาถ ด้วยโรครมุ เขา้ พิฆาตจะสังขา เหลือด�ำรงทจ่ี ะทรงซ่งึ กา(ยา) สกุณนาเพยี งพินาศจะขาดใจ นายวงษาเศรษฐผี ู้เจา้ ของ ก็มวั หมองด้วยปกั ษานำ�้ ตาไหล สเู้ กบ็ ยาหาเหยื่อเพอ่ื เจือใจ อยู่วนั หนึง่ จึงไดต้ ำ� รามา นายวงษาไพรสณฑ์คนฉลาด จงึ พฆิ าตทุเลาเบาโรคา แสวงหาสง่ิ ทรพั ย์ยามา ได้รกั ษาสกณุ นยั ก็หายพลนั แมน้ ผู้ใดใครจ่ ะเล้ยี งนกทา ใหจ้ ดจ�ำยายาขยนั ตำ� รานี้มีมาชา้ นานครัน ส�ำหรับกนั แกโ้ รคสกณุ นา นกใดเป็นไข้ให้ขนพอง สยองทัว่ โลมาปักษี เอากระเทียมมะขามเปยี กกะปิด ี ทัง้ ยาดำ� บดขย้ีด้วยกนั อีกผักเป็ดเสรจ็ สรรพถว้ นห้าส่งิ เปน็ (ยง่ิ )ยอดอย่างทางขยัน เราไดบ้ ดปอ้ นหายมลายครัน สำ� คญั มนั จ�ำไวใ้ ห้จงดี หนึ่งเป็นตานมกู จมูกกลดั หายใจคัดครคึ รอคอปกั ษี เอาหวั หอมใบมะระกะปดิ ี รากผักชใี บกะเพรามาเท่ากัน บดละลายดว้ ยน้�ำปลาปากไห เผาถ่านกะลาใส่เป็นแม่นม่ัน แล้วอมพน่ สกุณนีกด็ คี รัน จมูกกลัดอัดอ้นั กห็ ายไป ต�ำรบั น้ีมมี าแต่ครั้งก่อน ส�ำหรับผ่อนโรคร้ายให้หายได้ จงมณสกิ ารจำ� ไว ้ ท่านแตง่ ไว้เกดิ กบั สำ� หรับกัน พาตานแหง้ แตง่ ยาไวเ้ จ็ดสิง่ ให้เอาขงิ กับกะเทียมเปน็ แม่นม่นั ขมนิ้ อ้อยใบพดุ ทราทั้งสองจันทน์ เปน็ ส�ำคญั คอื ยาใต้ใบ เปน็ ยาสดบดละลายกระสายมูตร ปั้นเท่าเมด็ ในมะกรูดให้จงได้ 45

มนี คา ม - เมษยา น ๒๕๖๖ เจด็ กอ้ นป้อนป้นั ทนั ใจ เปน็ ยาประจำ� ภายในสกณุ นี ถ้าเปน็ ไข้เศรา้ ใจศรี ษะสน่ั โลมาชันพองทวั่ ตวั ปักษี เอาพริกขงิ กระเทียมกะปดิ ี บดป้อนสกูณนีเร็วไว นกใดเป็นไขก้ ระแตเวยี น ประจักษเ์ จียนชีพม้วยตกั ษยั เอารากมะอึกมาทันใด เอาแชน่ ำ้� ลงไวห้ นงั (หัว)เกวียน จึงเอายาแชน่ ำ้� มาให้กิน ปกั ษนิ ก็จะหายเวยี นเศยี ร ถ้าทิ้งไว้จะพินาศขาดเตียน ถา้ เปน็ โรคกระแตเวยี นสิบหา้ วัน นกใดเลย้ี งไว้ไมข่ นั ขน้ึ ใจทะมนึ ขุน่ ขอ้ งไมอ่ ยากขนั ถงึ ขวบหนึ่งสองขวบประจวบกนั ไม่แขวกขวักปากขนั สักเวลา ท่านใหเ้ อามะแวง้ ท้งั สอง ตำ� กรองเป็นผงอยา่ งวา่ รากมะเขอื ข่ืนเลา่ เอามา คลุ ีการประสมเข้าด้วยกนั จงึ ประสมขา้ วเปลอื กบริสทุ ธ์ิ แชม่ ตู รสามวันใหจ้ งได้ ใหน้ กกินขนั ขน้ึ ทันใด กำ� หนดให้แน่ในต�ำรา ถ้านกใดใจดำ� ไมข่ ันขึ้น ใหย้ ักเอาขนานอ่ืนจงเร่งหา ใบกะเพราเถาตำ� ลึงแมงลักมา ยาดำ� มะขามเปียกเถ้าใจไฟ บดละลายด้วยกระสายน�้ำต�ำลงึ แลว้ จงึ ป้อนป้นั ใหจ้ งได้ สิบหา้ วนั ขันข้ึนทันใด จงึ จดั จำ� ทำ� ไว้ในต�ำรา นกใดยนื ตืน่ นา่ สงสาร อย่าเน่ินนานเร่งรัดให้จดั หา ใบกะเม็งตานมอนคันทา ท้ังสามสิ่งสรรพยาเสมอกนั จึงให้ต�ำตากแดดพอหมาดหมาด หนึ่งอย่าขาดดินปลวกจงแมน่ ม่นั เผาเสียใหส้ กุ แล้วคลุกกนั กับยานน้ั ใสใ่ หส้ กุณนา ไดเ้ กลือกกลืนกินเป็นผาสขุ โรคหายคลายทกุ ข์ไม่สงั ขา ถา้ ทิ้งไว้ไมน่ านจะมรณา โดยตำ� ราวา่ ไว้เป็นใจความ ฯ หมายเหตุ คดั และเรยี บเรียงเฉพาะส่วนทีเ่ ปน็ ตำ� รายาจาก ตำ� รานกกระทาคำ� ฉันท์ เลขท่ี ๑๗๐ และตำ� รานกกระทาค�ำกลอน เลขท่ี ๑๗๑ 46

บรรณานุกรม ชยันต์ พเิ ชยี รสนุ ทร และวิเชยี ร จีรวงส.์ คูม่ อื เภสชั กรรมแผนไทย เลม่ ๑-๖. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พรนิ้ ต้งิ แอนด์พับลชิ ช่ิง, ๒๕๕๖. ณรงคศ์ ักด์ิ คา้ นอธรรม. คู่มอื เลยี้ งนกเขาใหญ่. กรงุ เทพฯ: บ้านและสวน, ๒๕๕๙. ประทีป ชมุ พล. ประวัติ ปรัชญา นายแพทย์และต�ำรายาในแพทยแ์ ผนไทย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์, ๒๕๕๖. พนิ ิจ แจ้งจิต และปญั ญา บูรพาชพี . ต�ำราเภสัชกรรมแผนโบราณ. นครสวรรค์: ไพศาลการพมิ พ,์ ม.ป.ป. วิทย์ เทีย่ งบูรณธรรม. พจนานุกรมโรคและสมนุ ไพรไทย. กรุงเทพฯ: รวมสาส์น, ๒๕๔๖. เอกสารตวั เขยี น “ต�ำรานกกระทาค�ำฉันท์.” หอสมุดแห่งชาติ. หนังสือสมุดไทยขาว. อักษรไทย. ภาษาไทย. เส้นหมึก. ม.ป.ป. เลขท่ี ๑๗๐. หมวดตำ� ราสัตวศาสตร.์ “ต�ำรานกกระทาค�ำกลอน.” หอสมุดแห่งชาติ. หนังสือสมุดไทยขาว. อักษรไทย. ภาษาไทย. เส้นหมึก. ม.ป.ป. เลขท่ี ๑๗๑. หมวดตำ� ราสตั วศาสตร.์ “ต�ำรานกกระทาค�ำกลอน.” หอสมุดแห่งชาติ. หนังสือสมุดไทยขาว. อักษรไทย. ภาษาไทย. เส้นรงค์ (สีน�้ำยา, หมึก). ม.ป.ป. เลขท่ี ๑๗๒. หมวดตำ� ราสัตวศาสตร.์ “ตำ� รานกกระทา.” หอสมุดแห่งชาต.ิ หนงั สอื สมุดไทยด�ำ. อกั ษรไทย. ภาษาไทย. เส้นรงค์ (ดินสอ, หรดาล). ม.ป.ป. เลขท่ี ๑๗๓. หมวดตำ� ราสัตวศาสตร.์ “ต�ำรานกเขาชะวาค�ำโคลง.” หอสมุดแห่งชาติ. หนังสือสมุดไทยด�ำ. อักษรไทย. ภาษาไทย. เส้นหรดาล. ม.ป.ป. เลขที่ ๑๘๐. หมวดตำ� ราสตั วศาสตร์. “ต�ำรานกเขาชวาค�ำกลอน.” หอสมุดแห่งชาติ. หนังสือสมุดไทยขาว. อักษรไทย. ภาษาไทย. เส้นรงค์ (สีน้�ำยา, หมึก). ม.ป.ป. เลขท่ี ๒๕๙. หมวดตำ� ราสัตวศาสตร.์ 47

มนี าคม - เมษยา น ๒๕๖๖ GLASS MIRROR DECORATION TECHNIQUES FOR KHON RUA* OF THE ROYAL BARGE NARAI SONG SUBAN OF THE 9TH REIGN (FROM KHON RUA ART WORK IN THE REIGN OF KING RAMA IV TO THE RESTORATION OF KRIAB GLASS OR CRACKED GLASS) Glass mirror decoration is an ancient craft that has played a significant role in shaping national identity throughout history. Skilled craftsmen with expertise in working, repairing, and creating exquisite works of art are required for this craft. These craftsmen have traditionally produced various utensils used in royal and religious ceremonies, such as Talum, Tiab, Phan Wan Fah, stands, sets of altar tables, and others. Additionally, glass mirror decoration is employed to enhance the aesthetics of other art pieces and architectural structures. In the 2019 royal coronation ceremony, the Ministry of Culture assigned technicians from the Department of Fine Arts, specifically The Office of Traditional Arts, the task of repairing 52 barges, four of which were royal yachts. Among these yachts, the Narai Song Suban - H.M. King Rama IX, required the most extensive restoration work. The glass decoration on the yacht was restored using newly developed Kriab glass mirrors which were utilized for the first time to adorn the pantomime. This restoration process involved sourcing materials that replicated the properties of ancient materials known for their exceptional durability. Consequently, this endeavor served as a catalyst for the ongoing study of glass decoration by glass decorators in the Department of Fine Arts, ensuring the preservation and longevity of this art form. The technicians from the Department of Fine Arts, The Office of Traditional Arts, continue to advance the development of materials, specifically the newly made Kriab mirrors, in order to achieve the best properties possible. This pursuit builds upon the accumulated wisdom of past craftsmen and effectively represents the identity and value of the Thai nation. It also holds significant importance for future generations, as it enables them to learn about and take pride in the enduring uniqueness of Thai culture. Translated by Prapun Gaewviset * Khon Rua is the wood that extends the bow and stern of the boat to lift up. 48


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook