หน้า ๓๖ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๒๙๙ ง ราชกจิ จานุเบกษา (6) เอกสารหรือหลกั ฐานเพิ่มเติม กรณกี ารย่นื คาขอจัดต้งั ป่าชมุ ชนขนาดใหญ่ ผยู้ ื่นคาขอจดั ต้ัง ป่าชุมชนตอ้ งแสดงเอกสารหรือหลกั ฐานประกอบเพื่อให้เหน็ ว่ามีศกั ยภาพและมีความสามารถในการดูแลรกั ษา ป่าชุมชนได้เปน็ อยา่ งดจี นเปน็ ที่ประจกั ษ์ ขอ้ ๙ การย่ืนคาขอตามขอ้ ๘ กรณีที่จงั หวดั ใดยังไมเ่ คยมีการจดั ต้งั ป่าชุมชนมากอ่ น ให้ยืน่ คาขอ ต่อผู้ว่าราชการจังหวดั แหง่ ท้องท่ีทป่ี ่าน้ันตง้ั อยู่ และกรณีที่จังหวดั ใดมกี ารจัดตง้ั ป่าชุมชนแล้ว ให้ยื่นคาขอ ต่อคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดแห่งท้องท่ีท่ีป่านั้นตั้งอยู่หรือผู้ซ่ึงคณะกรรมการป่าชุมชน ประจาจังหวัดมอบหมาย โดยให้ยื่นคาขอ ณ สถานท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้ (1) สานักจดั การทรพั ยากรปา่ ไม้แหง่ ทอ้ งทีท่ ร่ี บั ผดิ ชอบ (2) ศูนย์ป่าไม้แหง่ ท้องทที่ ีร่ ับผิดชอบ (๓) สถานท่อี น่ื หรือโดยวิธกี ารอืน่ ตามทอี่ ธบิ ดกี รมปา่ ไม้ประกาศกาหนด หมวด ๒ การตรวจสอบคาขอ การตรวจสอบพนื้ ที่ การรงั วดั พ้ืนที่ และการจัดทารายงาน ขอ้ ๑๐ เมือ่ ไดร้ บั คาขอแล้ว ให้เจ้าหนา้ ทีล่ งวันทีร่ บั คาขอและตรวจสอบความถกู ต้องครบถว้ น ของคาขอ และเอกสารหรือหลักฐานตา่ ง ๆ ให้แลว้ เสรจ็ ภายในสบิ วนั นบั แตว่ นั ทไ่ี ดร้ บั คาขอ กรณีคาขอหรอื เอกสารหรอื หลักฐานไม่ถกู ตอ้ งหรือไม่ครบถว้ น ให้แจง้ ผู้ยืน่ คาขอแก้ไขเพิ่มเติมคาขอ หรอื จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถกู ตอ้ งและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กาหนดซ่ึงตอ้ งไมน่ อ้ ยกว่าสามสบิ วนั ในกรณีที่ผู้ย่ืนคาขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคาขอหรือไม่จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้อง และครบถ้วนภายในระยะเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าคาขอน้ันเป็นอันยกเลิกนับแต่วันท่ีพ้นกาหนด ระยะเวลาดงั กลา่ ว และให้เจ้าหนา้ ท่ีแจง้ เป็นหนงั สอื ใหผ้ ้ยู ืน่ คาขอทราบ ขอ้ ๑๑ ในกรณีท่ีคาขอและเอกสารหรือหลักฐานถูกต้องและครบถว้ น ให้เจ้าหน้าที่ออกใบรับคาขอ ให้แก่ผู้ยื่นคาขอไว้เป็นหลักฐาน และให้แจ้งวันและเวลาเป็นหนังสือแก่ผู้ย่ืนคาขอเพื่อทาการตรวจสอบ และรังวัดพ้ืนท่ีทข่ี อจัดตงั้ ปา่ ชมุ ชน พร้อมท้ังจัดทาแผนท่ีแสดงแนวเขตของป่าชมุ ชนที่ขอจัดต้ังให้แล้วเสร็จ ภายในสสี่ บิ ห้าวันนบั แต่วนั ทีค่ าขอและเอกสารหรอื หลักฐานถกู ต้องและครบถ้วน ในกรณีท่ีผู้ย่ืนคาขอไม่นาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและรังวัดพ้ืนที่ในวันและเวลาตามวรรคหนึ่ง โดยไม่ได้แจ้งเหตุจาเป็นและไม่ได้ขอเล่ือนการตรวจสอบและรังวัดดังกล่าว ให้ถือว่าคาขอน้ันเป็นอันยกเลิก นับแต่วันท่ีพน้ กาหนดเวลาดังกล่าว และใหเ้ จ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนงั สอื ให้ผยู้ นื่ คาขอทราบ ในกรณีท่ีผู้ย่ืนคาขอมเี หตุจาเป็นทาใหไ้ ม่สามารถนาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและรังวัดพ้ืนท่ีในวัน และเวลาตามวรรคหนึ่งได้ ให้ผู้ย่ืนคาขอแจ้งให้เจ้าหน้าท่ีทราบเพื่อกาหนดวันและเวลาในการตรวจสอบ และรังวดั พื้นทใี่ หม่ หากผูย้ น่ื คาขอไม่นาเจ้าหน้าทด่ี าเนินการตามวันและเวลาที่ขอเลื่อนอีกไม่ว่าดว้ ยเหตุใด เว้นแต่กรณีเหตุสุดวิสัย ให้ถือว่าคาขอน้ันเป็นอันยกเลิกนับแต่วันท่ีพ้นกาหนดเวลาดังกล่าว และให้เจ้าหน้าที่ แจง้ เป็นหนงั สือให้ผยู้ ่ืนคาขอทราบ 47
หน้า ๓๗ ๒๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๒๙๙ ง ราชกิจจานุเบกษา ข้อ 1๒ ใหเ้ จ้าหน้าที่ตรวจสอบพ้ืนทต่ี ามคาขอ เพ่อื ใหไ้ ดข้ ้อมูลดังตอ่ ไปน้ี (๑) สภาพภูมปิ ระเทศของพน้ื ท่ที ข่ี อจดั ตัง้ ปา่ ชุมชน (๒) ประเภทป่าและสภาพปา่ ทีข่ อจดั ตง้ั ปา่ ชุมชน (๓) การใช้ประโยชนใ์ นพน้ื ท่ีที่ขอจัดต้ังปา่ ชมุ ชน (4) ข้อมูลการจัดตั้งป่าชุมชน และเหตุแห่งการเพิกถอนป่าชุมชนหรือเหตุที่ไม่ได้รับอนุมัติ จดั ต้งั ปา่ ชมุ ชน กรณที ี่เป็นการขอจดั ต้งั ป่าชุมชนในพ้ืนทีป่ ่าชุมชนที่เคยถูกเพิกถอนแลว้ หรือในพนื้ ทท่ี ี่เคยมี การขอจดั ต้งั ป่าชมุ ชนแล้วแต่ไม่ไดร้ บั อนุมตั ิจดั ตงั้ ปา่ ชมุ ชน ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและรังวัดพ้ืนที่ท่ีขอจัดต้ังป่าชุมชนแล้วพบว่า พื้นท่ีท่ีขอจัดตั้ง ป่าชุมชนบางส่วนเป็นพื้นท่ีท่ีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลใดได้รับอนุญาต เข้าทาประโยชน์ พ้ืนที่ท่ีกรมป่าไม้ใช้หรือจัดการหรือประกาศเป็นพ้ืนท่ีวิจัยหรือจัดการใด ๆ หรือที่ดิน ทีบ่ ุคคลไดม้ าตามประมวลกฎหมายทดี่ ิน ใหเ้ จ้าหน้าท่ีกันบริเวณดงั กล่าวออกจากพนื้ ท่ีท่จี ะขอจัดต้ังปา่ ชมุ ชน ขอ้ 1๓ เมือ่ เจา้ หน้าท่ีดาเนินการตรวจสอบและรงั วัดพืน้ ท่ีที่ขอจดั ตั้งป่าชุมชน พร้อมท้ังจดั ทา แผนท่ีแสดงแนวเขตของปา่ ชุมชนท่ีขอจัดตงั้ แล้ว ให้เจ้าหน้าท่ีปิดประกาศคาขอพร้อมท้ังแผนท่แี สดงแนวเขต ของปา่ ชุมชนทข่ี อจดั ต้ังไวใ้ นทเ่ี ปิดเผย ณ ศาลากลางจังหวัด ท่ีวา่ การอาเภอ และท่ที าการองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น แห่งท้องท่ีที่พ้ืนท่ีป่าที่ขอจัดต้งั ป่าชุมชนต้งั อยู่ หรือ ณ สถานท่ีอ่ืนหรือเผยแพร่โดยวิธีการอื่น ตามที่คณะกรรมการปา่ ชุมชนประจาจังหวัดเห็นสมควรเปน็ ระยะเวลาไม่น้อยกวา่ สามสิบวนั ขอ้ 1๔ ให้เจ้าหน้าท่ีมีหนังสือแจ้งนายอาเภอแห่งท้องที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน อนั เปน็ ทตี่ ัง้ ของพื้นทป่ี า่ ที่ขอจดั ตัง้ ปา่ ชมุ ชน เพื่อสอบถามความเห็นในการจดั ตั้งป่าชมุ ชน โดยกาหนดให้ นายอาเภอแห่งท้องท่ีและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินต้องแจ้งความเหน็ ภายในสิบห้าวันนับแต่วนั ท่ีไดร้ ับหนังสือ หากไมแ่ จ้งความเห็นภายในระยะเวลาดงั กล่าว ให้ถือว่าไม่คัดค้านใหม้ กี ารจดั ต้งั ป่าชมุ ชน ขอ้ 1๕ ให้เจ้าหน้าท่ีจัดทารายงานผลการตรวจสอบคาขอ แผนท่ีแสดงแนวเขตของป่าชุมชน และความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมในการจัดต้ังป่าชุมชนนั้นเสนอคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด พิจารณาภายในส่ีสิบห้าวนั นับแต่วันท่คี รบกาหนดระยะเวลาการปดิ ประกาศหรือเผยแพร่คาขอจดั ตงั้ ป่าชมุ ชน ตามข้อ 1๓ ในกรณีท่ีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลซึ่งได้รับอนุญาตเข้าทาประโยชน์ หรืออยู่ระหว่างย่ืนคาขอทาประโยชน์ในพ้ืนท่ีป่าที่ขอจัดตั้งป่าชุมชน หรือบุคคลซึ่งมีสิทธิในที่ดิน ตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ ในพนื้ ทท่ี ่ีขอจดั ต้ังป่าชมุ ชน มีหนงั สือคดั ค้านการจดั ตงั้ ปา่ ชมุ ชน ให้เจ้าหน้าท่ี นาข้อคัดคา้ นดงั กลา่ วมาพิจารณาประกอบการจดั ทาความเห็นเสนอคณะกรรมการปา่ ชุมชนประจาจงั หวัดด้วย ขอ้ ๑๖ รายงานผลการตรวจสอบคาขอ การตรวจสอบพ้ืนท่ี การรังวัดพื้นท่ี อย่างน้อย ต้องประกอบด้วยรายการดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ผลการตรวจสอบความถูกตอ้ งครบถ้วนของเอกสารและหลกั ฐานทีแ่ นบพร้อมคาขอ (๒) ผลการตรวจสอบวตั ถุประสงค์ของการจัดต้ังป่าชมุ ชน 48
หน้า ๓๘ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๙๙ ง ราชกจิ จานุเบกษา (๓) ผลการตรวจสอบเอกสารรับรองคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิกป่าชุมชน และกรรมการจดั การป่าชมุ ชน (๔) รายละเอยี ดเก่ยี วกบั สภาพพ้ืนท่ที ี่ขอจดั ต้ังปา่ ชุมชน (๕) ผลการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในพ้ืนทท่ี ่ีขอจัดตั้งป่าชมุ ชน (๖) ผลการตรวจสอบแผนหรือโครงการของรัฐในการพัฒนาพ้ืนที่ด้านเศรษฐกจิ อุตสาหกรรม หรอื สังคม หรือการคุ้มครองพ้นื ทท่ี ี่ขอจดั ต้งั ป่าชมุ ชนและบริเวณโดยรอบ (๗) ความเหมาะสมและความสอดคล้องของแผนจัดการป่าชุมชนกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง ปา่ ชุมชน (๘) ผลการปดิ ประกาศคาขอจัดตง้ั ป่าชมุ ชน (๙) ข้อคัดค้านการขอจัดต้ังป่าชุมชนของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐใด หรอื บคุ คลซึ่งอยรู่ ะหว่างย่ืนคาขอทาประโยชนใ์ นพืน้ ทป่ี ่าทีข่ อจัดต้งั ป่าชุมชน หรือบคุ คลซง่ึ ไดร้ ับอนญุ าต เข้าทาประโยชน์ หรือบคุ คลซงึ่ ไดท้ ่ีดนิ มาตามประมวลกฎหมายทีด่ ิน ไม่วา่ จะอย่ใู นทอ้ งที่อนั เป็นทตี่ ั้งของพ้ืนท่ี ทป่ี ระสงค์จะจดั ต้งั เป็นป่าชุมชนนน้ั หรือไม่ (๑๐) รายช่ือเจ้าหน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบคาขอ ตรวจสอบพื้นที่ รังวัดพื้นท่ี และจัดทาแผนที่แสดงแนวเขตของป่าชุมชน รายงานผลการตรวจสอบคาขอตามวรรคหนึง่ ให้เปน็ ไปตามแบบ คนช. ๖-2 ท้ายระเบียบน้ี และตารางเปรยี บเทยี บขอ้ มูลการขอจดั ตัง้ ปา่ ชมุ ชน ให้เป็นไปตามแบบ คนช. ๖-3 ท้ายระเบยี บน้ี หมวด ๓ การดาเนนิ การกบั คาขอทีม่ พี ้นื ทซ่ี อ้ นกัน ขอ้ ๑๗ คาขอแต่ละคาขอจะระบุแนวเขตพ้นื ทท่ี ีจ่ ะจัดตัง้ ปา่ ชมุ ชนซอ้ นกนั ทั้งหมดหรือบางสว่ นไมไ่ ด้ ในกรณีทีม่ ีการยื่นคาขอซ้อนพื้นทก่ี ันไม่ว่าท้งั หมดหรือบางส่วนในระหวา่ งระยะเวลาปดิ ประกาศ หรอื เผยแพร่คาขอจัดต้งั ปา่ ชุมชนตามขอ้ ๑๓ ใหเ้ จา้ หนา้ ท่ดี าเนินการดังต่อไปน้ี (๑) ระงับการพิจารณาคาขอท่ีมพี น้ื ทซ่ี อ้ นกนั ทุกคาขอ (๒) แจง้ เปน็ หนงั สอื ใหผ้ ู้ย่นื คาขอทีม่ พี น้ื ทซี่ ้อนกนั ทาความตกลงรว่ มกนั เกยี่ วกับพื้นท่ีท่ขี อจดั ตง้ั ป่าชุมชน องค์ประกอบของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน และแผนจัดการป่าชุมชน ให้แล้วเสร็จภายใน เก้าสิบวนั นับแต่วนั ทีไ่ ดร้ บั แจ้งจากเจา้ หนา้ ท่ี ในกรณีท่ีผู้ย่ืนคาขอตามวรรคสองไม่อาจทาความตกลงร่วมกันได้ภายในระยะเวลาที่กาหนด ตามวรรคสอง ใหเ้ จ้าหนา้ ทีจ่ าหน่ายคาขอทีร่ ะงบั การพจิ ารณาไว้ออกจากสารบบ 49
หน้า ๓๙ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๙๙ ง ราชกจิ จานุเบกษา ขอ้ ๑๘ เม่ือผู้ย่ืนคาขอตามข้อ ๑๗ ทาความตกลงร่วมกันเก่ียวกับการจัดการพื้นท่ีทจี่ ะจัดต้ัง ป่าชุมชนซ่ึงซ้อนกันไม่ว่าท้ังหมดหรือบางส่วนแล้ว ให้แจ้งผลความตกลงร่วมกันต่อเจ้าหนา้ ที่ เพ่ือให้เจ้าหน้าที่ ดาเนินการดังตอ่ ไปนี้ (๑) ในกรณีท่ีผู้ยื่นคาขอตกลงร่วมกันให้มีคาขอที่ได้ย่ืนไว้เพียงคาขอเดียว โดยขอถอนคาขอ ฉบบั อืน่ ๆ ให้เจ้าหนา้ ท่ีพิจารณาคาขอทีค่ งเหลือไวต้ อ่ จากข้ันตอนทีร่ ะงับการพจิ ารณา และจาหน่ายคาขอ ทีผ่ ูย้ นื่ คาขอประสงคจ์ ะขอถอนออกจากสารบบ (๒) ในกรณีที่ผู้ยื่นคาขอตกลงร่วมกันให้จัดทาคาขอฉบับใหม่ และขอถอนคาขอท่ีได้ยื่นไว้ ทั้งหมดทกุ ฉบับ ใหเ้ จ้าหนา้ ทจี่ าหนา่ ยคาขอท่ีระงับการพิจารณาไว้ทงั้ หมดออกจากสารบบ ข้อ ๑๙ ในกรณีทีม่ ีการย่ืนคาขอซ่งึ มีพ้ืนทซี่ ้อนกันทั้งหมดหรอื บางสว่ นกับพื้นท่ีท่ไี ดม้ ีการย่นื คาขอ ไว้ก่อนแล้วภายหลังจากที่ล่วงพ้นระยะเวลาปิดประกาศหรือเผยแพร่คาขอตามข้อ ๑3 ให้เจ้าหน้าท่ี จาหน่ายคาขอน้ันออกจากสารบบ และแจง้ เป็นหนงั สือให้ผูย้ ่นื คาขอทราบ หมวด ๔ การพิจารณาอนมุ ตั ิจดั ตง้ั ปา่ ชุมชน ข้อ ๒๐ ให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดพิจารณาคาขอ แผนจัดการป่าชุมชน รายงานผลการตรวจสอบคาขอ และแผนท่ีแสดงแนวเขตของป่าชุมชน ตามข้อ 15 ให้แล้วเสรจ็ ภายในสามสบิ วนั นับแต่วันทีไ่ ดร้ ับรายงานผลการตรวจสอบคาขอ ข้อ ๒๑ ในการพิจารณาอนุมัติจัดต้ังป่าชุมชน คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด อาจพิจารณาอนุมัตใิ หน้ าพ้ืนที่ท้ังหมดตามที่ระบไุ วใ้ นคาขอหรอื พื้นที่บางส่วนจากท่รี ะบใุ นคาขอมาจดั ต้ัง ป่าชมุ ชนกไ็ ด้ ทั้งนี้ ให้พจิ ารณาตามหลักเกณฑ์ดังตอ่ ไปน้ี (๑) วตั ถุประสงค์ของป่าชุมชนทีข่ อจัดต้งั สอดคลอ้ งกับวตั ถปุ ระสงค์ตามมาตรา ๖ (๒) ผู้ขอจัดต้ังป่าชุมชนมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นสมาชิกป่าชุมชน ตามระเบยี บคณะกรรมการนโยบายทอ่ี อกตามความในมาตรา ๔๒ วรรคสอง (๓) คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นกรรมการ จัดการปา่ ชุมชนตามระเบยี บคณะกรรมการนโยบายทอี่ อกตามความในมาตรา ๔๒ วรรคสอง (๔) พน้ื ทที่ ี่ขอจดั ตัง้ ปา่ ชุมชนอยูใ่ นทอ้ งที่อาเภอเดยี วกันกบั ชมุ ชนทีย่ น่ื คาขอ (๕) พนื้ ท่ีทีข่ อจดั ตงั้ ป่าชมุ ชนตอ้ งไมอ่ ย่ใู นเขตปา่ อนุรกั ษ์ (๖) พน้ื ท่ีทขี่ อจัดต้งั ปา่ ชมุ ชนต้องไมเ่ ปน็ หรอื ไมม่ ีพ้ืนท่ที ่บี คุ คลใดได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดิน (๗) พื้นท่ีท่ีขอจัดตั้งป่าชุมชนตอ้ งไม่เป็นหรอื ไม่มีพ้ืนทท่ี ี่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรอื บคุ คลใดได้รบั อนุญาตเข้าทาประโยชน์ (๘) พื้นท่ีท่ีขอจัดตงั้ ป่าชุมชนต้องไม่เป็นพ้ืนที่ที่กรมป่าไม้ใชห้ รือจัดการหรือประกาศเปน็ พ้ืนท่ีวจิ ยั หรือจดั การใด ๆ 50
หน้า ๔๐ ๒๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๙๙ ง ราชกิจจานเุ บกษา (๙) ขนาดของพื้นที่ท่ีขอจัดตั้งป่าชุมชนและสัดส่วนการใช้ประโยชน์ภายในพื้นท่ีป่าชุมชน มีความสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ขนาดของชุมชน และศักยภาพของชุมชนในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู จัดการ บารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ในปา่ ชุมชน (๑๐) แผนจัดการป่าชุมชนแสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์ ฟ้ืนฟู พัฒนา หรือควบคุมดูแล สภาวะแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่า ชุมชนอย่างยัง่ ยืน โดยจดั ทาให้เปน็ ไปตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายทอ่ี อกตามความในมาตรา ๑๗ รวมทั้งมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของป่าชุมชน สภาพภูมิประเทศ และสภาพความเป็นอยู่ของ ประชาชนในชมุ ชน ข้อ ๒๒ ในกรณีที่ปรากฏว่า พ้ืนที่ที่ขอจัดตัง้ ป่าชมุ ชนทับซอ้ นท้ังหมดหรอื บางส่วนกับพื้นทหี่ นึ่ง พ้ืนท่ใี ดดงั ตอ่ ไปน้ี คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจงั หวดั อาจพิจารณาอนมุ ัติหรอื ไมอ่ นมุ ตั ใิ หจ้ ดั ตง้ั ป่าชุมชน หรอื อนมุ ัตโิ ดยมเี งือ่ นไขก็ได้ หากมีการกันพื้นทีน่ ัน้ ออกจากพืน้ ทีท่ ่ขี อจดั ต้งั ปา่ ชมุ ชนแล้ว หรือมีหนังสือยินยอม ของบุคคลท่ยี น่ื คาขอทาประโยชน์ หรือส่วนราชการ รฐั วิสาหกจิ หรอื หนว่ ยงานของรฐั ท่ีมีหนา้ ทีแ่ ละอานาจ ในการดแู ลพืน้ ที่ดังกลา่ ว ให้นาพน้ื ทนี่ ั้นมาจัดตั้งปา่ ชมุ ชนได้ (1) พนื้ ทท่ี บี่ คุ คลอยรู่ ะหว่างยืน่ คาขอทาประโยชน์ (2) พ้ืนท่ีที่รัฐมีแผนหรือโครงการท่ีจะพัฒนาพ้ืนที่ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคม หรอื ด้านอืน่ ๆ หรอื การค้มุ ครองพนื้ ท่ีท่ีขอจัดต้ังป่าชมุ ชนและบรเิ วณโดยรอบ (3) พ้ืนท่ีป่าชุมชนท่ีเคยถูกเพิกถอนเพราะเหตุผลความจาเป็นทางด้านกิจการเพื่อความมนั่ คง ของประเทศ ขอ้ ๒๓ ในการพิจารณาคาขอ ให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดพิจารณาข้อเท็จจริง เหตุผลความจาเป็น และผลกระทบต่อประโยชน์ท่ีบุคคลและชุมชนจะได้รับ รวมท้ังความชัดเจน และแน่นอนของแผนงานและการขอใช้งบประมาณของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหนว่ ยงานของรัฐ ในการเข้าดาเนินการในพ้ืนที่ ตลอดจนการพิจารณาปรับลดขนาดของพ้ืนที่ หรือการปรับเปล่ียนตาแหน่ง ของพ้ืนท่ีเพื่อไม่ให้พ้ืนที่ทับซ้อนกัน ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดนาหลักดังต่อไปนี้ มาประกอบการใชด้ ุลพนิ จิ ด้วย (๑) หลักความพอสมควรแก่เหตุ และหลักความได้สัดส่วนระหว่างประโยชน์ท่ีส่วนรวมจะได้รับ กับสิทธแิ ละเสรีภาพและประโยชนท์ บี่ คุ คลต้องเสยี ไป (๒) หลกั ความเสมอภาคและตอ้ งไมเ่ ป็นการเลอื กปฏบิ ตั โิ ดยไม่เปน็ ธรรมต่อบคุ คล (๓) หลกั การบริหารกิจการบ้านเมืองท่ดี ี 51
หน้า ๔๑ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๙๙ ง ราชกิจจานเุ บกษา ข้อ ๒๔ ในกรณที ีค่ ณะกรรมการปา่ ชมุ ชนประจาจงั หวัดพจิ ารณาแผนจดั การปา่ ชมุ ชนแลว้ เหน็ ว่า แผนจัดการปา่ ชุมชนไมถ่ กู ต้องหรอื ไม่เหมาะสม ให้แจ้งผยู้ ่นื คาขอแก้ไขแผนจัดการปา่ ชมุ ชนได้ โดยต้องแก้ไข ให้แลว้ เสร็จภายในส่ีสบิ ห้าวันนบั แตว่ ันที่ไดร้ บั แจ้งจากคณะกรรมการป่าชมุ ชนประจาจงั หวัด ในกรณีที่ผู้ย่ืนคาขอมไิ ดแ้ กไ้ ขแผนจัดการปา่ ชุมชนให้แล้วเสร็จภายในเวลาท่ีกาหนดตามวรรคหน่ึง ให้ถอื เป็นเงือ่ นไขท่ีคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจงั หวัดจะไมพ่ จิ ารณาอนมุ ตั ิให้จัดตั้งป่าชุมชนได้ ข้อ ๒๕ เม่ือคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดมีมติให้จัดต้ังป่าชุมชนตามคาขอท้ังหมด หรือเพียงบางส่วน หรือโดยกาหนดเงอ่ื นไข หรือมีมติไม่ใหจ้ ัดต้ังป่าชุมชนแลว้ ให้คณะกรรมการป่าชมุ ชน ประจาจังหวัดมีหนังสือแจ้งมติดังกล่าวพร้อมแสดงเหตุผลโดยชัดแจ้งให้ผู้ย่ืนคาขอ ผู้มีหนังสื อคัดค้าน และอธบิ ดกี รมป่าไม้ ทราบภายในสิบห้าวันนบั แตว่ นั ทคี่ ณะกรรมการปา่ ชุมชนประจาจงั หวดั มีมติ ขอ้ ๒๖ ในกรณีทผี่ ู้ยนื่ คาขอหรอื ผมู้ ีหนงั สอื คัดคา้ นตามขอ้ 15 วรรคสอง ได้รับหนงั สอื แจง้ มติ คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดตามข้อ ๒๕ แล้ว ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว ให้ผู้ย่ืนคาขอ หรือผู้มีหนังสือคดั ค้านมสี ิทธิอุทธรณ์มตดิ งั กล่าวพร้อมแสดงเหตผุ ลโดยชัดแจ้งตอ่ คณะกรรมการนโยบาย ภายในสีส่ บิ หา้ วนั นบั แตว่ นั ท่ไี ดร้ ับหนังสอื แจ้งมติ ให้คณะกรรมการนโยบายพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในส่ีสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับ อทุ ธรณ์ คาวินิจฉัยของคณะกรรมการนโยบายตามวรรคสอง ต้องแสดงเหตุผลโดยชัดแจ้งและใหเ้ ป็นทสี่ ุด และให้คณะกรรมการปา่ ชมุ ชนประจาจงั หวัดปฏบิ ตั ใิ ห้เปน็ ไปตามคาวินิจฉัยดงั กล่าว ข้อ ๒๗ ในกรณีท่ีอธบิ ดกี รมปา่ ไม้ ได้รับหนังสือแจ้งมติคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวดั ตามข้อ ๒๕ แลว้ ไม่เห็นดว้ ยกับมตดิ งั กลา่ ว ให้อธิบดกี รมปา่ ไม้เสนอความเห็นพร้อมแสดงเหตผุ ลโดยชดั แจง้ ต่อคณะกรรมการนโยบายภายในสสี่ ิบหา้ วันนบั แตว่ ันท่ีไดร้ ับหนงั สือแจ้งมติ ให้คณะกรรมการนโยบายพิจารณาความเห็นของอธิบดกี รมป่าไม้ใหแ้ ล้วเสร็จภายในส่ีสิบห้าวนั นบั แต่วนั ทไ่ี ดร้ บั ความเห็นของอธบิ ดีกรมปา่ ไม้ คาวินิจฉัยของคณะกรรมการนโยบายตามวรรคสอง ต้องแสดงเหตุผลโดยชัดแจ้งและให้เป็นท่สี ดุ และใหค้ ณะกรรมการป่าชุมชนประจาจงั หวัดปฏิบัตใิ หเ้ ป็นไปตามคาวนิ จิ ฉยั ดงั กลา่ ว 52
หน้า ๔๒ ๒๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๙๙ ง ราชกจิ จานุเบกษา ข้อ ๒๘ ในกรณที ค่ี ณะกรรมการปา่ ชมุ ชนประจาจงั หวดั มมี ติอนุมัตแิ ผนจัดการป่าชมุ ชนและใหจ้ ดั ตง้ั ป่าชุมชนได้ โดยอธิบดีกรมป่าไม้เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัดตามข้อ ๒๕ และปรากฏว่าไมม่ กี ารอทุ ธรณ์จนพน้ กาหนดระยะเวลาอทุ ธรณ์ตามขอ้ ๒๖ หรือในกรณที ่คี ณะกรรมการนโยบาย พิจารณาอุทธรณ์ตามข้อ ๒๖ หรือพิจารณาความเหน็ ท่ีไดร้ ับจากอธิบดกี รมปา่ ไม้ตามข้อ ๒๗ แล้วมีคาวนิ ิจฉยั ให้จัดตั้งป่าชุมชนได้ ให้อธิบดีกรมป่าไม้ประกาศการอนุมัตจิ ัดต้ังป่าชุมชนในราชกิจจานุเบกษา เว้นแต่ ในกรณีท่ีจานวนเนื้อที่ของพื้นท่ีทีอ่ นมุ ัติให้จัดตั้งป่าชุมชนหรือแนวเขตของป่าชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงไป จากที่กาหนดในแผนที่แสดงแนวเขตของป่าชุมชนต่อท้ายรายงานผลการตรวจสอบคาขอตามข้อ ๒๐ ให้เจ้าหน้าที่แก้ไขแผนท่ีแสดงแนวเขตของป่าชุมชนให้สอดคล้องกับจานวนเนื้อท่ีและแนวเขตของป่าชุมชน ท่ีได้รับอนุมัติให้จัดต้ังให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่พ้นกาหนดระยะเวลาอุทธรณ์ตามข้อ ๒๖ หรือนับแตว่ นั ท่ีคณะกรรมการนโยบายมีคาวนิ ิจฉัยใหจ้ ัดต้งั ปา่ ชุมชนได้ แล้วแตก่ รณี และให้อธบิ ดกี รมป่าไม้ ประกาศการอนมุ ตั ิจดั ตัง้ ปา่ ชมุ ชนในราชกิจจานุเบกษาตอ่ ไป ประกาศการอนมุ ัตจิ ดั ตง้ั ปา่ ชมุ ชนตามวรรคหนงึ่ ตอ้ งมีสาระสาคัญดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ชือ่ ปา่ ชมุ ชน (๒) รายชอ่ื ชมุ ชนท่ขี อจัดตงั้ ป่าชุมชน (๓) สถานะของปา่ ที่นามาจดั ตงั้ ปา่ ชุมชน (๔) ท่ตี ้ังของป่าชุมชน (๕) จานวนเนือ้ ท่ีของพืน้ ท่ีทจี่ ัดตงั้ ป่าชุมชน (6) เง่อื นไขในการจัดตงั้ ปา่ ชุมชน (ถ้าม)ี (7) ตาแหน่งและผู้ดารงตาแหน่งประกาศอนมุ ัติจดั ต้ังป่าชุมชน (8) แผนทีแ่ สดงแนวเขตปา่ ชุมชนซึง่ จัดทาตามระเบียบที่อธบิ ดีกรมปา่ ไมก้ าหนดตามมาตรา ๓๕ วรรคสาม แนบทา้ ยประกาศ ประกาศอนุมตั ิจัดตง้ั ป่าชมุ ชนตามวรรคหนึง่ ให้มผี ลเมอ่ื ไดป้ ระกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว้ หมวด ๕ การขยายเขตป่าชมุ ชน ขอ้ ๒๙ คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนอาจขอขยายเขตป่าชุมชนได้ โดยพื้นที่ที่ขอขยายเขต ป่าชุมชนต้องอยู่ในอาเภอเดียวกันกับป่าชุมชนเดิมที่ขอขยายเขต และเป็นป่าชุมชนท่ีอยู่ในเกณฑ์ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) ดาเนนิ การป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติฉบับน้ี มาแล้วไมน่ อ้ ยกว่าหน่ึงปี (๒) เป็นป่าชุมชนทอ่ี ยใู่ นกลุ่มป่าชุมชนพัฒนาดมี ากในปีกอ่ นที่จะมีการยื่นคาขอขยายเขตป่าชมุ ชน ตามการประเมินผลการจัดการป่าชมุ ชนตามระเบยี บคณะกรรมการนโยบายท่อี อกตามความในมาตรา ๒๖ (๘) 53
หน้า ๔๓ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๙๙ ง ราชกจิ จานเุ บกษา ขอ้ ๓๐ ในกรณีที่เป็นการขอขยายเขตป่าชุมชนเข้าไปในพื้นท่ีป่าชุมชนท่ีเคยถูกเพิกถอนแล้ว จะตอ้ งลว่ งพ้นระยะเวลาหนง่ึ ปีนบั แต่วันทีป่ ระกาศการเพิกถอนปา่ ชมุ ชนนน้ั ในราชกิจจานุเบกษา ขอ้ ๓๑ ให้ประธานกรรมการจัดการป่าชุมชนของป่าชุมชนท่ีประสงค์จะขยายเขตป่าชุมชน เป็นผู้ยื่นคาขอขยายเขตป่าชุมชนต่อเจ้าหน้าท่ี โดยต้องแสดงเหตุผลและรายละเอียดโดยชัดแจ้ง ตามแบบ คนช. ๖-4 ท้ายระเบียบนี้ พรอ้ มดว้ ยเอกสารและหลักฐาน ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) แผนจดั การป่าชุมชนฉบับใหม่ ทปี่ รบั ปรุงข้อมูลให้สอดคล้องกบั สภาพพน้ื ทป่ี า่ ชมุ ชนทีเ่ ปน็ ปัจจุบนั ซงึ่ ครอบคลมุ พ้ืนทป่ี า่ ชมุ ชนเดมิ ทั้งหมดและพ้ืนท่ที ขี่ อขยายเขตป่าชุมชน โดยจัดทาตามระเบยี บ คณะกรรมการนโยบายที่ออกตามความในมาตรา ๑๗ ซึ่งสอดคล้องกบั วตั ถุประสงคข์ องปา่ ชุมชนทม่ี อี ยเู่ ดมิ มีการกาหนดบรเิ วณเพ่ือการอนรุ กั ษ์และบริเวณเพ่อื การใช้ประโยชน์ หรือบริเวณเพื่อการอนรุ ักษ์เพียงอยา่ งเดียว ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชน และแสดงให้เห็นถึงแผน และวิธีดาเนินการอนรุ ักษ์ ฟ้ืนฟู พัฒนา หรือควบคุมดูแลสภาวะแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนอย่างยั่งยืน โดยต้องไม่ทาให้เกิดการสูญเสีย สภาพความเป็นปา่ ทงั้ ในบริเวณเพือ่ การอนรุ ักษแ์ ละบรเิ วณเพือ่ การใชป้ ระโยชน์ (๒) แผนที่แสดงอาณาเขตและเขตติดต่อของพน้ื ท่ที ี่ขอขยายเขตปา่ ชุมชนโดยสังเขป (๓) หนังสือยินยอมให้จัดตั้งป่าชุมชนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง กรณีท่ีเป็น การนาพ้นื ท่ีป่าหรอื ป่าสงวนแหง่ ชาติทเ่ี ปน็ ป่าชายเลนมาขอขยายเขตเป็นปา่ ชุมชน ข้อ ๓๒ ให้นาความในข้อ ๙ มาใช้บังคับแก่การย่ืนคาขอขยายเขตป่าชุมชน และเมื่อเจ้าหน้าที่ ได้รับคาขอแลว้ ใหน้ าความในขอ้ ๑๐ ขอ้ ๑๑ ข้อ ๑๒ ขอ้ ๑๓ ขอ้ ๑๔ ข้อ ๑๕ ขอ้ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ และขอ้ ๑๙ มาใช้บงั คับแก่การตรวจสอบคาขอขยายเขตปา่ ชุมชน การตรวจสอบพืน้ ทีท่ ขี่ อขยาย เขตป่าชุมชนการรังวัดพ้ืนที่ที่ขอขยายเขตป่าชุมชน และการดาเนินการกับคาขอขยายเขตป่าชุมชน ท่มี พี น้ื ท่ีซอ้ นกันโดยอนโุ ลม ข้อ ๓๓ ให้เจ้าหน้าท่ีตรวจสอบข้อมูลดังต่อไปนี้ เพ่ือประกอบการจัดทารายงานผล การตรวจสอบคาขอขยายเขตป่าชุมชนด้วย (๑) สภาพภมู ปิ ระเทศของพื้นท่ที ข่ี อขยายเขตป่าชมุ ชน (๒) ประเภทปา่ และสภาพป่าทขี่ อขยายเขตปา่ ชุมชน (๓) การใช้ประโยชน์ในพนื้ ท่ที ข่ี อขยายเขตป่าชุมชน (4) ข้อมูลการจดั ต้งั ปา่ ชมุ ชนเดิมที่ขอขยายเขต (5) ประวัติการขอใช้พ้ืนท่ีที่ขอขยายเขตป่าชุมชน กรณีที่เป็นการขอขยายเขตป่าชุมชน ในพื้นที่ป่าชุมชนที่เคยถกู เพิกถอนแล้ว หรือในพ้ืนท่ีที่เคยมีการขอจัดต้ังปา่ ชมุ ชนแลว้ แต่ไม่ได้รับอนุมัตจิ ดั ตัง้ ป่าชุมชน หรอื ในพน้ื ท่ที ่ีเคยมีการขอขยายเขตป่าชมุ ชนแลว้ แตไ่ ม่ได้รบั อนมุ ัติขยายเขตป่าชุมชน 54
หน้า ๔๔ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๒๙๙ ง ราชกิจจานเุ บกษา ข้อ ๓๔ รายงานผลการตรวจสอบคาขอขยายเขตป่าชุมชน อย่างน้อยต้องประกอบด้วย รายการดังตอ่ ไปน้ี (๑) ผลการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานท่ีแนบพร้อมคาขอ ขยายเขตป่าชมุ ชน (๒) รายละเอยี ดเกยี่ วกับสภาพพ้ืนทที่ ่ีขอขยายเขตป่าชุมชน (๓) รายละเอียดเก่ียวกบั ข้อมูลการจัดตั้งปา่ ชุมชนเดมิ ที่ขอขยายเขต (๔) ผลการตรวจสอบการใช้ประโยชนใ์ นพน้ื ที่ท่ขี อขยายเขตปา่ ชมุ ชนและบรเิ วณโดยรอบ (5) พื้นท่ีที่รัฐมีแผนหรือโครงการที่จะพัฒนาพ้ืนท่ีด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคม หรอื ดา้ นอ่นื ๆ หรือการคุ้มครองพ้ืนท่ที ี่ขอจัดต้งั ป่าชุมชนและบริเวณโดยรอบ (6) ความเหมาะสมและความสอดคล้องของแผนจัดการปา่ ชมุ ชนกบั วตั ถุประสงคข์ องป่าชุมชน ทขี่ อขยายเขต (7) ผลการปดิ ประกาศคาขอขยายเขตป่าชมุ ชน (8) ข้อคัดค้านการขอขยายเขตป่าชุมชนของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรฐั ใด หรือบุคคลซง่ึ อยู่ระหว่างยื่นคาขอทาประโยชน์ในพื้นที่ป่าที่ขอขยายเขตป่าชุมชน หรือบุคคลซึ่งได้รับอนุญาต เข้าทาประโยชน์ หรือบุคคลซึ่งได้ท่ีดินมาตามประมวลกฎหมายท่ีดิน ไม่ว่าจะอยู่ในท้องที่อันเป็นที่ตั้ง ของพนื้ ที่ทป่ี ระสงคจ์ ะขอขยายเขตป่าชมุ ชนนนั้ หรอื ไม่ (9) รายช่ือเจ้าหน้าท่ีที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบคาขอขยายเขตปา่ ชมุ ชน ตรวจสอบพื้นท่ี รังวัดพ้นื ท่ี และจัดทาแผนท่แี สดงแนวเขตป่าชมุ ชนท่ขี อขยายเขต รายงานผลการตรวจสอบคาขอขยายเขตปา่ ชุมชนตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไปตามแบบ คนช. ๖-5 ท้ายระเบียบน้ี และตารางเปรียบเทียบข้อมูลการขอใช้พื้นท่ีที่ขอขยายเขตป่าชุมชน ให้เป็นไป ตามแบบ คนช. ๖-6 ทา้ ยระเบยี บนี้ ข้อ ๓๕ ในการพิจารณาอนุมัติขยายเขตป่าชุมชน คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด อาจพิจารณาอนุมัติขยายเขตป่าชุมชน โดยอนุมัติพื้นที่ทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในคาขอขยายเขตป่าชุมชน หรอื พน้ื ทบี่ างสว่ นจากทรี่ ะบใุ นคาขอขยายเขตปา่ ชมุ ชนก็ได้ ท้งั นี้ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑด์ ังตอ่ ไปน้ี (๑) พนื้ ทท่ี ่ขี อขยายเขตปา่ ชมุ ชนเป็นไปตามเกณฑท์ ี่กาหนดในข้อ ๒๙ (๒) ขนาดพื้นที่ที่ขอขยายเขตป่าชุมชนสอดคล้องกับขนาดของพ้ืนที่ป่าชุมชนตามระเบียบ คณะกรรมการนโยบายปา่ ชุมชนทอี่ อกตามความในมาตรา ๓๑ (3) พืน้ ทท่ี ่ีกาหนดตาม ขอ้ 21 (5) หรือ (6) หรอื (7) หรือ (8) (4) ขนาดของพื้นท่ีท่ีขอขยายเขตป่าชุมชนและสัดส่วนการใช้ประโยชน์ภายในพ้ืนที่ป่าชุมชน มีความสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ขนาดของชุมชน และศักยภาพของชุมชนในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู จัดการ บารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ในป่าชมุ ชน 55
หน้า ๔๕ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๒๙๙ ง ราชกิจจานเุ บกษา (5) แผนจัดการปา่ ชุมชนแสดงใหเ้ ห็นถึงการอนุรกั ษ์ ฟ้ืนฟู พฒั นา หรอื ควบคุมดแู ลสภาวะแวดลอ้ ม และความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนอย่างย่ังยืน โดยจัดทาตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายท่ีออกตามความในมาตรา ๑๗ รวมทั้งมีความสอดคล้อง กบั วตั ถุประสงคข์ องป่าชุมชนเดมิ ที่ขอขยายเขต สภาพภมู ปิ ระเทศ และสภาพความเป็นอยขู่ องประชาชนในชมุ ชน ข้อ ๓๖ ใหน้ าความในขอ้ ๒๐ ขอ้ ๒๑ ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ ขอ้ ๒๔ ข้อ ๒๕ ขอ้ ๒๖ ขอ้ ๒๗ ข้อ ๒๘ วรรคหน่ึง มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคาขอขยายเขตป่าชุมชนของคณะกรรมการป่าชุมชน ประจาจังหวดั และการอนมุ ัตขิ ยายเขตปา่ ชมุ ชนโดยอนโุ ลม ขอ้ ๓๗ ประกาศอนมุ ตั ขิ ยายเขตปา่ ชมุ ชน ต้องมีสาระสาคัญดงั ต่อไปนี้ (๑) ช่ือป่าชุมชน (๒) รายชือ่ ชมุ ชนเดมิ และชมุ ชนอันเปน็ ท่ีต้ังของพ้นื ทปี่ ่าทีข่ อขยายเขตปา่ ชมุ ชน (๓) สถานะของป่าทีน่ ามาขยายเขตป่าชุมชน (๔) ทีต่ ัง้ ของป่าชุมชนที่ขยายเขต (๕) จานวนเนอื้ ที่ของพ้นื ที่ทขี่ ยายเขตป่าชมุ ชน (๖) เง่ือนไขในการขยายเขตป่าชมุ ชน (ถา้ ม)ี (๗) ตาแหนง่ และผ้ดู ารงตาแหนง่ ประกาศอนุมัติขยายเขตปา่ ชมุ ชน (๘) แผนที่แสดงแนวเขตป่าชุมชนที่ขยายเขตซ่ึงจัดทาตามระเบียบที่อธิบดีกรมป่าไม้กาหนด ตามมาตรา ๓๕ วรรคสาม แนบท้ายประกาศ ประกาศอนุมตั ิขยายเขตปา่ ชุมชนตามวรรคหนงึ่ ให้มีผลเมื่อไดป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษาแล้ว ประกาศ ณ วนั ที่ 25 พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖3 พลเอก ประวติ ร วงษ์สวุ รรณ รองนายกรฐั มนตรี ประธานกรรมการนโยบายปา่ ชุมชน 56
เลขทรี่ บั .......................... คนช. 6-1 วันท่ีรบั ........................... คำขอจัดตง้ั ป่ำชมุ ชน เขยี นที่....................................................................... วนั ท่ี............. เดอื น.................................. พ.ศ. ........ เรยี น คณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวดั ข้าพเจ้า ชื่อ.................................................... นามสกุล............................................... หมายเลขบัตรประจาตัวประชาชน................................................................................................... ............ อายุ........................... ปี สญั ชาติ........................................... อาชีพ............................................................ มีภมู ิลาเนาอยูบ่ า้ นเลขที.่ ............ หมทู่ .่ี ............ ตรอก/ซอย.............................ถนน.................................... ตาบล.............................. อาเภอ..................................จังหวดั ...............................รหสั ไปรษณีย.์ ............... โทรศพั ท์....................................โทรสาร....................................E-mail address : .................................... ขอย่นื คาขอจดั ตัง้ ป่าชุมชน โดยมีรายละเอยี ดดงั ต่อไปนี้ ๑. ข้ำพเจำ้ เปน็ ตวั แทนชมุ ชนทีร่ ่วมขอจดั ต้งั ปำ่ ชุมชน ดังน้ี ๑.๑ หมู่บา้ น........................................... หม่ทู ่ี............ ตาบล..................................... ๑.๒ หมบู่ ้าน........................................... หมู่ที่............ ตาบล..................................... ๑.๓ หมบู่ ้าน........................................... หมทู่ .่ี ........... ตาบล..................................... ๑.๔ หม่บู ้าน........................................... หมทู่ ่ี............ ตาบล..................................... ๑.๕ หมู่บ้าน........................................... หมู่ท.่ี ........... ตาบล..................................... รวมจานวน .................. หมูบ่ า้ น ในทอ้ งทอี่ าเภอ.............................................................. จังหวัด..............................................................และมีผูข้ อจดั ตัง้ ปา่ ชมุ ชนจานวนทัง้ หมด ..................... คน ๒. ข้ำพเจำ้ ขอจัดตั้งปำ่ ชมุ ชน ซึง่ ต่อไปนี้ ใหม้ ชี อื่ เรียกวา่ ป่าชุมชน………………………........................................................................ ท่ตี ้งั ปา่ ชมุ ชนตัง้ อยหู่ มู่ท.ี่ ............................................... ตาบล..................................................................... อาเภอ.......................................................................... จงั หวดั ...................................... .............................. มอี าณาเขต โดยสงั เขปดังนี้ แปลงที่ ๑ แปลงที่ ๒ ทศิ เหนือ จด......................................................... ................................................... ทิศตะวนั ออก จด......................................................... ................................................... ทิศใต้ จด......................................................... ................................................... ทิศตะวนั ตก จด......................................................... ................................................... ....................................... เนอื้ ที่.......................................... เนอ้ื ท่ี........................................... รวมจานวน........................ แปลง รวมเนอื้ ที่................... ไร่ ..................... งาน ....................... . ตารางวา 57
๒ ๓. วัตถปุ ระสงคข์ องปำ่ ชุมชน ควำมเป็นมำของชุมชนโดยสังเขป 3.1 วัตถปุ ระสงค์ของป่ำชุมชน ............................................................................................................................. ........................................ .......................................................................................... ........................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................................................................... .......................... ........................................................................................................ ............................................................. ............................................................................................................................. ........................................ ๓.๒. ควำมเป็นมำของชุมชนโดยสงั เขป (๑) ควำมเป็นมำของหมู่บำ้ นแตล่ ะหมูบ่ ำ้ นท่รี วมตัวกันจัดตั้งปำ่ ชมุ ชน ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................ ......................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................................................. ........ .......................................................................................................................... ........................................... (๒) ประเพณี พธิ กี รรม ขอ้ ห้ำม กฎระเบียบ ของหมู่บ้ำน ในกำรใช้ประโยชน์จำกป่ำ (ถ้ำม)ี ............................................................................................................................. ........................................ .......................................................................................... ........................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................................................................... .......................... ........................................................................................................ ............................................................. ............................................................................................................................. ........................................ (๓) ผู้รู้หรือปรำชญท์ ้องถิน่ ในด้ำนตำ่ ง ๆ (ถำ้ มี) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ๔. สภำพพืน้ ที่ที่ขอจัดตั้งป่ำชมุ ชนโดยสงั เขป (๑) ประเภทป่ำ (เช่น ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าดิบแล้ง ป่าพรุ ป่าชายเลน ป่าเตง็ รังหรอื ป่าแดง ปา่ เบญจพรรณ เปน็ ต้น) ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................... .......................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ .............................................................................................................................................. ....................... ..................................................................................................................................................................... 58
๓ (๒) สภำพป่ำ (เช่น มีความสมบูรณ์ หรือเป็นป่าเส่ือมโทรมทั้งหมดหรือบางส่วน เนื้อที่โดยประมาณของพ้ืนที่ท่ีมีความสมบูรณ์ หรือพ้ืนท่ีป่าเส่ือมโทรม และอยู่บริเวณทิศใดของพื้นท่ีป่า ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... (๓) พนั ธไ์ุ มห้ ลกั ทพี่ บเห็นไดใ้ นปำ่ ............................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................... .......................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................................ ......................... .......................................................................................................... ........................................................... (๔) สตั วป์ ำ่ ทีพ่ บเหน็ ไดใ้ นปำ่ ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................. ........................................ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... .......................... (๕) แหล่งน้ำท่พี บเหน็ ได้ในปำ่ (สำมำรถระบไุ ดม้ ำกกว่ำหน่งึ แหล่งน้ำ) นา้ ตก....................................................... บ่อน้าพรุ อ้ น...................................... แมน่ า้ ....................................................... ลาธาร............................................... คลอง........................................................ บึง..................................................... อ่นื ๆ.......................................................... (๖) ทรพั ยำกรธรรมชำติอ่ืน ๆ ท่พี บเหน็ ได้ในป่ำ ............................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................... .......................................................................... ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................ ......................... ..................................................................................................................................................................... ๕. อ่ืน ๆ ............................................................................................................................. ........................................ ................................................................................................................................................ ..................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... 59
๔ ๖. ข้ำพเจ้ำขอรับรองว่ำจะเป็นผู้นำเจ้ำหน้ำที่ออกไปตรวจสอบและรังวัดแนวเขต พื้นที่ทีข่ อจัดตั้งป่ำชมุ ชนในวันและเวลำทีเ่ จำ้ หนำ้ ท่นี ัดหมำย พรอ้ มน้ีไดแ้ นบเอกสารและหลักฐานมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย ดงั นี้ รายช่ือและประวัติของผู้ร่วมขอจัดตง้ั ปา่ ชุมชนโดยสงั เขป (คนช. ๖-๑ (๑)) รายชือ่ คณะกรรมการจดั การป่าชุมชน (คนช. ๖-๑ (๒)) แผนทแี่ สดงอาณาเขตและเขตติดต่อของพ้ืนทที่ ข่ี อจัดต้งั ป่าชมุ ชนโดยสังเขป แผนจดั การปา่ ชมุ ชนทจี่ ัดทาขึน้ ตามระเบยี บคณะกรรมการนโยบายท่ีออกตามความ ในมาตรา ๑๗ หนงั สอื ยนิ ยอมใหจ้ ดั ต้ังป่าชมุ ชนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรณที ่เี ปน็ การนาพน้ื ทีป่ ่าหรือป่าสงวนแห่งชาติทีเ่ ปน็ ปา่ ชายเลนมาขอจัดตงั้ เปน็ ป่าชุมชน กรณี การย่นื คาขอจัดตั้งป่าชุมชนขนาดใหญ่ เนอ้ื ทีม่ ากกว่าสามพันไร่ข้ึนไป ผยู้ ืน่ คาขอ จัดตั้งป่าชุมชนต้องแสดงเอกสารประกอบให้เห็นว่ามีศักยภาพและมีความสามารถในการดูแลรักษา ปา่ ชมุ ชนได้เป็นอย่างดีจนเป็นท่ีประจักษ์ เอกสารและหลักฐานอ่นื (ถา้ มี) (ลงชือ่ ) ..................................................... ผูย้ น่ื คาขอ (....................................................) ……………………………………………… 60
คนช. 6-1 (1) รำยชือ่ และประวัติของผรู้ ่วมขอจดั ตง้ั ป่ำชมุ ชนโดยสังเขป ชื่อป่ำชุมชน............................................................หมูท่ ี.่ ..................ตำบล..................................อำเภอ...................................จังหวัด.............................................. โดยผขู้ อจดั ต้ังป่ำชุมชนตำมรำยช่ือเห็นชอบให.้ .............................................................ตำแหน่ง.............................................เปน็ ผู้แทน เพ่ือยืน่ คำขอจดั ต้งั ป่ำชุมชน ประวัติโดยสังเขป ** ลงลำยมือช่ือ หมำยเลขบัตรประจำตัว ระยะเวลำท่ี * กำรดำเนนิ กิจกรรม ประชำชน ช่อื -นำมสกุล เบอร์โทรศัพท์ ท่อี ยู่ อำศัยอย่ใู น รว่ มกบั ชมุ ชน เลขที่ ชมุ ชนที่ขอจดั ต้ัง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ (ป)ี 61 หมำยเหตุ : 1) กรณีชมุ ชนท่ีขอจดั ต้งั รวมตัวกนั หลำยหมู่บ้ำน ให้แต่ละหมบู่ ำ้ นใชต้ ำรำง ตำมแบบ คนช. 6-1 (1) แยกกนั 2) * ใหข้ ีดเคร่อื งหมำย √ ในขอ้ ควำมท่ตี ้องกำร 3) กำรดำเนนิ กิจกรรมร่วมกับชมุ ชน ๑. กำรอนรุ กั ษ์ ๒. กำรฟนื้ ฟู ๓. กำรจัดกำร ๔. กำรบำรงุ รักษำ ๕. กำรใช้ประโยชน์ทรัพยำกรธรรมชำตใิ นป่ำชมุ ชน (ตอบได้มำกกว่ำ ๑ ข้อ) 4.) ** กำรลงลำยมือช่ือ ขอรบั รองว่ำเปน็ ควำมจริง และให้หมำยควำมรวมถึง เป็นผไู้ ม่มีลักษณะต้องห้ำมในกำรเป็นสมำชกิ ปำ่ ชมุ ชนตำมระเบยี บ คณะกรรมกำรนโยบำยป่ำชุมชนท่ีออกตำมควำมในมำตรำ 42 วรรคสอง 5) ผู้มีรำยชื่อขอจัดตั้งปำ่ ชุมชนน้ี ถอื เป็นสมำชิกเครือข่ำยป่ำชุมชนจงั หวัดอันเปน็ ทีต่ ั้งของปำ่ ชุมชน
ลำดบั ชือ่ - สกลุ รำยช่อื คณะกรรมกำรจดั กำรปำ่ ชุมชน คนช. 6-1 (2) *ลงลำยมือช่ือ อำยุ ตำแหนง่ 62 หมำยเหตุ : * ขอรับรองวำ่ เปน็ ผู้มีคณุ สมบตั แิ ละไม่มลี กั ษณะตอ้ งหำ้ มกำรเป็นกรรมกำรจัดกำรป่ำชุมชน ตำมระเบยี บคณะกรรมกำรนโยบำยท่ีออกตำมควำมในมำตรำ ๔๒ วรรคสอง
รำยงำนผลกำรตรวจสอบคำขอจดั ตงั้ ปำ่ ชมุ ชน คนช. 6-๒ เลขทร่ี ับคาขอ .......................................................... ช่ือปา่ ชมุ ชน ......................................................... ๑. ผู้ย่ืนคำขอ ช่ือ................................................................. นามสกลุ .......................................................... ตาแหนง่ ประธานกรรมการจัดการป่าชุมชน หมายเลขบตั รประจาตวั ประชาชน ………................................... อาย.ุ .......................... ปี สญั ชาต.ิ .......................................... อาชพี ................................................... ............... มภี มู ิลาเนาอยบู่ ้านเลขท.ี่ ............ หมู่ท่ี............. ตรอก/ซอย.............................ถนน.......................................... ตาบล................................. อาเภอ....................................จังหวัด................................รหัสไปร ษณยี ์................ โทรศพั ท.์ ...................................โทรสาร....................................E-mail address : .......................................... ๒. ชุมชนทรี่ ่วมขอจัดต้ังปำ่ ชุมชน (ระบชุ ื่อหมูบ่ ้าน และท่ีต้ังตามท้องท่ีการปกครอง) 2.๑ หมูบ่ า้ น........................................... หมู่ท.่ี ............ ตาบล........................................ 2.๒ หมู่บา้ น........................................... หมูท่ ่.ี ............ ตาบล........................................ 2.๓ หม่บู ้าน........................................... หมทู่ ี่............. ตาบล........................................ 2.๔ หมบู่ ้าน........................................... หมู่ที่............. ตาบล......................................... 2.๕ หมู่บ้าน........................................... หมทู่ .่ี ............ ตาบล......................................... รวมจานวน ............... หมบู่ ้าน ในทอ้ งที่ อาเภอ................................................................ จังหวดั ..............................................................และมีผ้ขู อจดั ตัง้ ป่าชมุ ชนจานวนทงั้ หมด .......................... คน ๓. ทตี่ งั้ ของพื้นที่ทขี่ อจัดตัง้ ปำ่ ชุมชน (ระบุทตี่ ้ังตามท้องทก่ี ารปกครอง) ตง้ั อย่หู มทู่ ่.ี ....................................................ตาบล................................................................. อาเภอ...................................................................จงั หวดั ................................................................................... เนื้อท.่ี ....................................................ไร.่ ...............................................งาน.....................................ตารางวา ๔. ผลกำรตรวจสอบ 4.1 ผลกำรตรวจสอบเอกสำรและหลักฐำนทแ่ี นบพร้อมคำขอ ถกู ตอ้ งครบถว้ น ไม่ถูกตอ้ งครบถ้วน ๔.2 คณุ สมบตั ิและลกั ษณะตอ้ งห้ำมของสมำชิกป่ำชุมชน เป็นไปตามระเบยี บคณะกรรมการนโยบายทอี่ อกตามความในมาตรา ๔๒ วรรคสอง ไม่เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายท่ีออกตามความในมาตรา ๔๒ วรรคสอง 63
๒ ๔.3 คุณสมบตั ิและลกั ษณะต้องห้ำมของกรรมกำรจัดกำรป่ำชุมชน เปน็ ไปตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายท่ีออกตามความในมาตรา ๔๒ วรรคสอง ไม่เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายที่ออกตามความในมาตรา ๔๒ วรรคสอง ๔.4 วตั ถุประสงคข์ องกำรจัดต้ังป่ำชุมชน ควำมเปน็ มำของชุมชนโดยสังเขป ๔.4.๑ วัตถปุ ระสงคท์ ร่ี ะบุในคำขอจัดตั้งปำ่ ชุมชน สอดคลอ้ งกบั วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๖ ไมส่ อดคล้องกบั วตั ถปุ ระสงค์ตามมาตรา ๖ ๔.4.๒ เอกสำรควำมเป็นมำของชมุ ชนโดยสังเขป มี ไม่มี ๔.5 สภำพพน้ื ทที่ ่ีขอจดั ต้ังป่ำชมุ ชนโดยสงั เขป (๑) ลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่ท่ีขอจัดต้ังป่ำชุมชน (ระบุว่าเป็นท่ีราบ เนินเขา ภูเขา ที่ล่มุ หรืออยใู่ นพ้ืนที่ลุ่มน้าชนั้ ใด) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... .......................... ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... (๒) ประเภทป่ำและสภำพป่ำที่ขอจัดต้ังป่ำชุมชน (ระบุว่าเป็นป่าชนิดใด ป่าดิบ ชื้น ป่าดงดิบ ป่าสนเขา ป่าชายเลน ป่าพรุ ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าหญ้า และมีสภาพป่า เป็นอย่างไร ป่าสมบูรณ์ หรือป่าเสื่อมโทรม เนื้อที่ประมาณเท่าใด กรณีเป็นป่าเส่ือมโทรมให้ระบุด้วยว่าเนอ้ื ท่ี คิดเปน็ ร้อยละเทา่ ไรของพ้นื ท่ีป่า และอยูบ่ รเิ วณทิศใดของพื้นทีป่ ่า) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... .......................... ........................................................................................................................................................................... (๓) พันธุ์ไมแ้ ละสัตวป์ ำ่ ทีพ่ บในป่ำชมุ ชน ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 64
๓ ๔.6 กำรตรวจสอบแผนทแี่ สดงอำณำเขตและเขตตดิ ตอ่ พ้ืนที่ทีข่ อจัดตัง้ ปำ่ ชุมชน ๔.6.๑ ประเภททีด่ ินท่ีขอจดั ตั้งปำ่ ชมุ ชน ป่าตามพระราชบัญญตั ปิ ่าไม้ พทุ ธศักราช ๒๔๘๔ ปา่ ไม้ถาวรตามมติคณะรฐั มนตรี ป่าสงวนแห่งชาติ อ่ืน ๆ ๔.6.๒ กำรทบั ซ้อนของพ้นื ที่ ไมม่ กี ารทบั ซ้อนกับพืน้ ทีใ่ ด ๆ มีการทับซ้อน เขตปา่ อนรุ กั ษต์ ามมาตรา ๔ ทับซ้อนท้งั หมด ทับซ้อนบางสว่ น พน้ื ที่ทส่ี ่วนราชการ รฐั วิสาหกิจ หรอื หน่วยงานของรัฐ หรอื บุคคลใด ได้รบั อนญุ าตเข้าทาประโยชน์ ทบั ซ้อนทง้ั หมด ทบั ซอ้ นบางส่วน พ้ืนที่ที่มบี ุคคลใดได้มาตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ ทับซ้อนทงั้ หมด ทบั ซอ้ นบางส่วน พืน้ ทที่ ่ีกรมปา่ ไมใ้ ช้หรอื จัดการหรอื ประกาศเป็นพืน้ ทีว่ ิจัยหรอื จัดการใด ๆ ทับซอ้ นท้ังหมด ทบั ซอ้ นบางส่วน พ้นื ทที่ ม่ี ีบุคคลอย่รู ะหวา่ งยนื่ คาขอทาประโยชน์ ทับซ้อนทง้ั หมด ทับซอ้ นบางสว่ น พื้นท่ีท่ีกรมป่าไม้ส่งมอบให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพ่ือกาหนดเปน็ พ้นื ท่ีป่าอนรุ กั ษ์รอ้ ยละยส่ี บิ หา้ ของเนอื้ ที่ประเทศไทย ทับซ้อนทั้งหมด ทับซอ้ นบางส่วน พื้นที่เตรียมการกาหนดเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตห้ามลา่ สัตวป์ า่ ทับซอ้ นทง้ั หมด ทบั ซ้อนบางสว่ น พื้นที่ทีร่ ัฐมแี ผนหรอื โครงการทจี่ ะพัฒนาพนื้ ทีด่ า้ นเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคม หรอื ดา้ นอนื่ ๆ หรอื การคมุ้ ครองพ้นื ทีท่ ี่ขอจดั ตั้ง ปา่ ชุมชนและบรเิ วณโดยรอบ ทับซอ้ นท้งั หมด ทับซอ้ นบางสว่ น พ้นื ท่ีอ่นื ๆ (ระบุ) ทบั ซอ้ นทง้ั หมด ทับซ้อนบางส่วน 65
๔ (ระบุรายละเอียดของพ้ืนที่ท่ีทับซ้อน และแนวทางแก้ไขปัญหา เช่น ได้มีการกันพื้นท่ีออก จากพื้นที่ที่ขอจัดต้ังป่าชุมชนแล้ว หรือมีหนังสือยินยอมจากบุคคลท่ีย่ืนคาขอทาประโยชน์ หรือส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐท่ีดูแลพ้ืนท่ีนั้น ให้นาพ้ืนที่มาขยายเขตป่าชุมชนได้ หรือไม่สมควรอนุมัติขยาย เขตป่าชุมชน) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ...... ........................................................................................................................................................................... ๔.7 พ้ืนที่ทข่ี อจัดตั้งปำ่ ชุมชน (ก) กรณเี ป็นพ้นื ทีท่ ่ีไม่เคยไดร้ ับการจดั ตั้งเป็นป่าชมุ ชน เป็นพื้นท่ที ่ีไม่เคยขอจดั ต้ังเป็นป่าชมุ ชนตามพระราชบัญญัติป่าชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๖๒ เคยเป็นพื้นที่ป่าชุมชนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้หรือ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ และสิ้นสุดอายุโครงการไปแล้วก่อน วนั ที่พระราชบัญญัติปา่ ชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ใช้บงั คบั ไม่เคยเป็นพ้ืนที่ป่าชุมชนที่จัดตั้งข้ึนตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้หรือ กฎหมายวา่ ด้วยปา่ สงวนแห่งชาติมาก่อน เป็นพื้นที่ท่เี คยมีการขอจัดต้งั เปน็ ปา่ ชุมชน แตไ่ ม่ได้รับอนุมตั จิ ดั ตง้ั เปน็ ป่าชมุ ชนเน่ืองจาก........................................................................................... …………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………. เปน็ พ้นื ทท่ี ่ีเคยมกี ารขอขยายเขตปา่ ชมุ ชน แต่ไมไ่ ด้รับอนุมัติให้ขยายเขต ป่าชมุ ชนเนอื่ งจาก.......................................................................................... ………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………. (ข) กรณีเปน็ ป่าชุมชนทเี่ คยถูกเพิกถอนมาแล้ว เนอื่ งจากคณะกรรมการจัดการปา่ ชุมชนขอใหเ้ พกิ ถอนตามมาตรา ๔๘ เน่ืองจากคณะกรรมการจัดการปา่ ชุมชนทอดทิง้ ไม่จัดการฟนื้ ฟปู ่าชุมชนนั้น ต่อไป เนื่องจากคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตปิ ่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือระเบียบหรือข้อบังคับท่ีออกตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ อันจะเป็นเหตุให้ป่าชุมชนได้รับความเสียหายหรือมีเหตุไม่ควร ไวว้ างใจใหจ้ ดั การปา่ ชมุ ชนตอ่ ไป เนื่องจากมีเหตุผลความจาเป็นทางด้านกิจการเพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยความเห็นชอบของรฐั มนตรี 66
๕ ๔.8 กรณีท่ีเป็นกำรขอจัดต้ังป่ำชุมชนในพื้นท่ีป่ำชุมชนท่ีเคยถูกเพิกถอนแล้วหรือใน พ้ืนท่ีท่ีเคยมีกำรขอจัดต้ังป่ำชุมชนแล้วแต่ไม่ได้รับอนุมัติจัดตั้งป่ำชุมชน หรือในพื้นท่ีที่เคยมีกำรขอขยำยเขต ป่ำชุมชนแล้วแตไ่ ม่ได้รบั อนุมัตขิ ยำยเขตป่ำชุมชน รายละเอยี ดปรากฏตามตารางเปรียบเทียบขอ้ มูลการขอขยายเขตป่าชุมชน ตามแบบ คนช. ๖-3 ท้ายรายงานนี้ ๔.9 แผนจดั กำรป่ำชมุ ชน (ก) ความสอดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์ สอดคล้องกบั วตั ถุประสงค์ของการจดั ตัง้ ปา่ ชุมชน ไม่สอดคลอ้ งกับวัตถปุ ระสงคข์ องการจัดตัง้ ปา่ ชมุ ชน (ข) ขนาดของพนื้ ท่ีทข่ี อจดั ต้ังปา่ ชมุ ชน ปา่ ชุมชนขนาดเลก็ มเี น้อื ทไี่ มเ่ กินหา้ รอ้ ยไร่ ให้มีบริเวณเพ่ือการใชป้ ระโยชน์ ไมเ่ กินร้อยละส่สี บิ ของพน้ื ท่ปี ่าชุมชน ป่าชุมชนขนาดกลาง มีเน้ือท่ีมากกว่าห้าร้อยไร่แต่ไม่เกินสามพันไร่ ให้มีบริเวณเพื่อการใช้ประโยชน์ไม่เกินร้อยละสี่สิบของพ้ืนที่ป่าชุมชน แตต่ อ้ งไมเ่ กินหนง่ึ พันไร่ ป่าชมุ ชนขนาดใหญ่ มีเนื้อทม่ี ากกวา่ สามพันไร่ขน้ึ ไป ให้มีบรเิ วณเพ่ือการใช้ ประโยชนไ์ มเ่ กินร้อยละสี่สิบของพ้ืนทีป่ ่าชมุ ชน แตต่ ้องไมเ่ กินสองพันไร่ (ค) การกาหนดบริเวณเพอ่ื การอนรุ กั ษ์ และบริเวณเพ่อื การใช้ประโยชน์ บรเิ วณเพอ่ื การอนุรักษ์ เน้ือท.่ี ............ไร่ คิดเปน็ ร้อยละ..............ของพ้ืนท่ี บรเิ วณเพ่ือการใช้ประโยชน์ เนือ้ ท.่ี ..........ไร่ คดิ เป็นร้อยละ...........ของพืน้ ท่ี ๔.10 ควำมเห็นของนำยอำเภอแห่งท้องท่ีอันเป็นท่ีต้ังของพื้นที่ปำ่ ที่ขอจดั ต้ังป่ำชุมชน ควรจัดตัง้ ปา่ ชุมชน ไม่ควรจดั ต้งั ป่าชุมชน ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... ................................ ๔.๑1 ควำมเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอันเป็นที่ต้ังของพื้นท่ีป่ำท่ีขอจัดต้ัง ปำ่ ชมุ ชน ควรจัดตัง้ ปา่ ชุมชน ไม่ควรจัดตง้ั ปา่ ชมุ ชน ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 67
๖ ๔.๑2 หนังสือยินยอมให้จัดตั้งป่ำชุมชนจำกกรมทรัพยำกรทำงทะเลและชำยฝั่ง กรณที ่ีเป็นกำรนำพืน้ ท่ีปำ่ หรอื ปำ่ สงวนแหง่ ชำตทิ ่เี ปน็ ปำ่ ชำยเลนมำขอจดั ตงั้ ป่ำชุมชน ควรจดั ตง้ั ป่าชุมชน ไมค่ วรจดั ตง้ั ปา่ ชุมชน ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ๔.๑3 ขอ้ มูลเอกสำรและหลกั ฐำนอื่น ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... ................................ ๕. ผลกำรปิดประกำศคำขอจดั ตั้งป่ำชุมชน ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... ................................ ๖. ข้อคดั คำ้ นกำรขอจดั ต้งั ป่ำชมุ ชน ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... 68
๗ ๗. เจำ้ หนำ้ ที่ผจู้ ดั ทำรำยงำนผลกำรตรวจสอบคำขอ ๗.๑ เจ้ำหน้ำที่ที่ได้รับมอบหมำยให้ตรวจสอบคำขอ ตรวจสอบพื้นท่ี รังวัดพ้ืนที่ และจัดทำแผนท่ีแสดงแนวเขตป่ำชุมชน พรอ้ มทั้งระบวุ ันเดอื นปที ี่ทำกำรตรวจสอบและรังวัดพืน้ ที่ (ลงช่อื ) ............................................................. (ลงชื่อ) ............................................................. (............................................................) (............................................................) ตาแหน่ง............................................................. ตาแหน่ง............................................................ วนั ท่.ี .................................................................. วันท.่ี .................................................................. ๗.๒ ผูย้ ื่นคำขอ/ผู้นำตรวจ (ลงชื่อ) ............................................................. (............................................................) ตาแหนง่ ............................................................. วนั ที.่ .................................................................. ๗.๓ ผตู้ รวจสอบรำยงำน (ลงชอ่ื ) ............................................................. (............................................................) ตาแหนง่ ............................................................. วันที่................................................................... 69
คนช. 6-3 ตำรำงเปรียบเทียบข้อมลู กำรขอจดั ต้งั ป่ำชุมชน ของชมุ ชนท่ียื่นคำขอคร้งั น้ีกบั กรณขี องป่ำชุมชนท่ีเคยถกู เพกิ ถอนแลว้ หรือกรณพี น้ื ทีท่ ีเ่ คยมกี ำรขอจัดตงั้ ปำ่ ชมุ ชนหรือขยำยเขตปำ่ ชมุ ชนแลว้ แต่ไมไ่ ด้รับอนุมัตจิ ัดตง้ั ปำ่ ชุมชนหรือขยำยเขตป่ำชุมชน ลำดบั รำยละเอียด กำรขอขยำยเขต กรณปี ่ำชมุ ชนทเี่ คยถูกเพิกถอน/ ขอ้ สงั เกต ๑ วนั ท่ียนื่ คำขอ ปำ่ ชุมชนคร้งั น้ี กรณีพืน้ ท่ีทเ่ี คยมกี ำรขอจดั ต้ังหรอื ขอขยำยเขตป่ำชุมชนแล้ว แต่ไม่ได้รบั อนุมัติ ๒ ชมุ ชนที่ขอจัดตัง้ /ขอขยำยเขต 70 ๓ พน้ื ทที่ ี่ขอจัดต้ัง/ขอขยำยเขต ๔ วตั ถปุ ระสงคข์ องปำ่ ชุมชน ๕ รำยชือ่ คณะกรรมกำรจัดกำรปำ่ ชุมชน ๖ แผนจัดกำรป่ำชมุ ชน
เลขทร่ี ับ ...................... คนช. 6-4 วันทร่ี บั ........................... คำขอขยำยเขตป่ำชมุ ชน เรียน คณะกรรมการปา่ ชมุ ชนประจาจงั หวดั เขียนที่....................................................................... วนั ท่.ี ............ เดอื น.................................. พ.ศ. ........ ข้าพเจ้า ช่ือ.................................................... นามสกุล............................................... หมายเลขบัตรประจาตัวประชาชน............................................................................................................... อายุ........................... ปี สัญชาติ........................................... อาชีพ.................................. .......................... มีภมู ลิ าเนาอยูบ่ ้านเลขท่.ี ............ หมทู่ .่ี ............ ตรอก/ซอย.............................ถนน.................................... ตาบล.............................. อาเภอ..................................จังหวดั ...............................รหสั ไปรษณยี ์. ............... โทรศัพท.์ ...................................โทรสาร....................................E-mail address : .................................... ขอย่นื คาขอขยายเขตป่าชุมชน................................................................................ ......... ซง่ึ ตง้ั อยหู่ มทู่ .่ี ........................................................ ตาบล............................................................................ อาเภอ.................................................................. จงั หวัด................... ........................................................ เนื้อทปี่ า่ ชมุ ชนเดิม...................................... ไร่ ............................... งาน .................................... ตารางวา โดยเป็นป่าชุมชนท่ีมีแผนจัดการป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ มาแล้วไม่น้อยกว่า หนึ่งปี และเปน็ ปา่ ชุมชนที่อยู่ในกลุ่มป่าชุมชนพฒั นาดมี ากในปีก่อนท่ีจะมีการยนื่ คาขอขยายเขตป่าชุมชน ซ่ึงเป็นไปตามการประเมินผลการจดั การป่าชุมชนตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายท่ีออกตามความใน มาตรา ๒๖ (๘) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๑. พน้ื ที่ทข่ี อขยำยเขตป่ำชุมชน ตั้งอยหู่ มู่ท่.ี .............................ตาบล............................................................................................................. อาเภอ....................................................................จังหวดั ........................................................................... เนอ้ื ทีป่ า่ ทข่ี อขยายเขตปา่ ชุมชน..............................ไร.่ .............................งาน...............................ตารางวา พนื้ ทีท่ ข่ี อขยายเขตปา่ ชุมชนติดกับปา่ ชมุ ชนเดมิ พ้นื ท่ีทข่ี อขยายเขตปา่ ชมุ ชนไม่ตดิ ต่อกับปา่ ชุมชนเดิม. มอี าณาเขต โดยสังเขปดงั นี้ ทิศเหนอื จด............................................................................... ................... ทิศตะวนั ออก จด.................................................................................................. ด้านใต้ จด.................................................................................................. ดา้ นตะวนั ตก จด.................................................................................................. 2. ชมุ ชนอันเป็นท่ีต้ังของพ้นื ท่ีปำ่ ท่ีขอขยำยเขตปำ่ ชุมชน ตัง้ อยู่หมู่ที่.........................................................ตาบล....................................................... อาเภอ............................................................จังหวัด.................................................................................... เน้อื ท่ีปา่ ท่ขี อขยายเขตป่าชมุ ชน..............................ไร.่ .............................งาน...............................ตารางวา 71
๒ 3. เหตุผลท่ีขอขยำยเขตป่ำชุมชน (เช่น ชุมชนมีศักยภาพในการจัดการป่าชุมชนเพิ่มขึ้น ชมุ ชนประสงคจ์ ะอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ หรือใชป้ ระโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มขน้ึ ) ..................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... .................. ..................................................................................................................................................................... 4. สภำพพื้นที่ที่ขอขยำยเขตปำ่ ชุมชนโดยสังเขป (๑) ประเภทป่ำ (เช่น ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าดิบแล้ง ป่าพรุ ป่าชายเลน ปา่ เต็งรังหรือปา่ แดง ป่าเบญจพรรณ เปน็ ต้น) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................. ........................ ..................................................................................................................................................................... (๒) สภำพป่ำ (เช่น มีความสมบูรณ์ หรือเป็นป่าเสื่อมโทรมทั้งหมดหรือบางส่วน เนื้อทีโ่ ดยประมาณของพ้นื ท่ที ม่ี ีความสมบูรณ์ หรือพ้นื ทป่ี า่ เสอ่ื มโทรม และอย่บู ริเวณทิศใดของพนื้ ที่ป่า) ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... .......................... (๓) พันธไุ์ ม้หลักท่ีพบเห็นไดใ้ นป่ำ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... (๔) สตั ว์ปำ่ ทพ่ี บเห็นไดใ้ นป่ำ ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... (๕) แหล่งนำ้ ทีพ่ บเห็นได้ในป่ำ (สำมำรถระบุได้มำกกวำ่ หนึ่งแหล่งน้ำ) นา้ ตก....................................................... บ่อนา้ พรุ อ้ น...................................... แม่นา้ ....................................................... ลาธาร............................................... คลอง........................................................ บงึ ..................................................... อนื่ ๆ.......................................................... 72
๓ (๖) ทรัพยำกรธรรมชำตอิ น่ื ๆ ทพี่ บเห็นได้ในปำ่ ................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................. ........................ (๗) อน่ื ๆ .............................................................................................. ....................................................................... ............................................................................................................................. ........................................ ................................................................................................................................................. .................... ............................................................................................................... ...................................................... 5. ข้ำพเจ้ำขอรับรองว่ำจะเป็นผู้นำเจ้ำหน้ำที่ออกไปตรวจสอบและรังวัดแนวเขต พ้นื ทีท่ ขี่ อขยำยเขตป่ำชมุ ชนในวันและเวลำที่เจ้ำหน้ำท่ีนัดหมำย พร้อมนไ้ี ด้แนบเอกสารและหลกั ฐานมาเพื่อประกอบการพิจารณาดว้ ย ดังนี้ แผนทีแ่ สดงอาณาเขตและเขตติดต่อพนื้ ท่ีทขี่ อขยายเขตป่าชุมชนโดยสังเขป แผนจดั การปา่ ชมุ ชนฉบบั ใหม่ เอกสารเพ่ิมเติม หนังสือยินยอมให้ขอขยายเขตป่าชุมชนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรณี ที่เปน็ การนาพืน้ ท่ปี า่ หรอื ป่าสงวนแห่งชาติทเี่ ปน็ ป่าชายเลนมาขอขยายเขตป่าชมุ ชน กรณี การยน่ื คาขอขอขยายเขตปา่ ชุมชน เน้อื ท่ีรวมกันแล้วเป็นป่าชุมชนขนาดใหญ่ เน้ือท่ีมากกว่าสามพันไร่ข้ึนไป ผู้ย่ืนคาขอขยายเขตป่าชุมชนต้องแสดงเอกสารประกอบให้เห็นว่ามี ศกั ยภาพและมีความสามารถในการดแู ลรกั ษาปา่ ชมุ ชนไดเ้ ปน็ อย่างดีจนเป็นท่ปี ระจักษ์ เอกสารและหลักฐานอ่ืน (ถา้ มี) (ลงชอ่ื ) ..................................................... ผูย้ น่ื คาขอ (....................................................) ..................................................... 73
คนช. 6-5 รำยงำนผลกำรตรวจสอบคำขอขยำยเขตป่ำชมุ ชน เลขทร่ี บั คาขอ .......................................................... ชอื่ ป่าชุมชน .............................................................. ๑. ผู้ย่ืนคำขอ ช่อื ........................................................... นามสกุล................................................................ ตาแหน่ง ประธานกรรมการจดั การปา่ ชมุ ชน หมายเลขบัตรประจาตวั ประชาชน...................................................................... อาย.ุ .......................... ปี สัญชาต.ิ .......................................... อาชีพ.................................. ................................ มภี ูมลิ าเนาอยู่บา้ นเลขท.ี่ ............ หมู่ท่.ี ............ ตรอก/ซอย.............................ถนน.......................................... ตาบล................................. อาเภอ....................................จังหวัด................................รหัสไปร ษณีย.์ ............... โทรศัพท์....................................โทรสาร....................................E-mail address : .......................................... ๒. ขอ้ มูลปำ่ ชุมชนเดมิ ท่ีขอขยำยเขต ชอื่ ป่าชมุ ชน ........................................................................................................................... ที่ต้ังป่าชุมชนตั้งอยู่หมู่ที่.................................... ตาบล............................................................................ อาเภอ.................................................................... จงั หวดั ................................................................................ เนื้อที่ปา่ ชุมชนเดมิ .......................................ไร่ .......................................งาน ................... ..................ตารางวา วนั ท่ไี ด้รบั อนมุ ตั ิจัดตงั้ ป่าชุมชน.......................................................................................................................... ๒.๑ ดาเนินการปา่ ชมุ ชนตามพระราชบญั ญตั ิป่าชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๖๒ มาแล้วไมน่ ้อยกว่าหนึง่ ปี ใช่ ไมใ่ ช่ ............................................................................................................................. .............................................. ........................................................................................................................................................................... ๒.๒ เป็นป่าชุมชนท่ีอยู่ในกลุ่มป่าชุมชนพัฒนาดีมากในปีก่อนที่จะมีการยื่นคาขอ ขยายเขตป่าชุมชน ซึ่งเป็นไปตามการประเมินผลการจัดการป่าชุมชนตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายท่ี ออกตามความในมาตรา ๒๖ (๘) ใช่ ไม่ใช่ ............................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................................................................................................... ๓. ทต่ี ั้งของพน้ื ที่ทขี่ อขยำยเขตปำ่ ชุมชน (ระบุที่ต้ังตามท้องที่การปกครอง) พน้ื ทต่ี ง้ั อยูห่ มทู่ .่ี ............................................ตาบล................................................................. อาเภอ...................................................................จงั หวัด.................................................................................. เนอ้ื ทปี่ ่าชุมชนท่ีขอขยายเขต........................................................ไร.่ .....................งาน......................ตารางวา เนื้อทปี่ า่ ชุมชนเดมิ และที่ขอขยายเขตป่าชมุ ชน รวม.......................ไร่......................งาน......................ตารางวา 74
๒ ๔. ผลกำรตรวจสอบ ๔.๑ เหตุผลในกำรขอขยำยเขตป่ำชุมชน สอดคล้องกบั วัตถุประสงค์ ไมส่ อดคล้องกับวัตถุประสงค์ ............................................................................................................................. .............................................. ......................................................... .................................................................................................... .............. ๔.๒ พืน้ ทที่ ข่ี อขยำยเขตปำ่ ชมุ ชนอยู่ในท้องท่ีหมบู่ ้ำนหรือตำบลเดียวกนั กับปำ่ ชมุ ชนเดิม ที่ขอขยำยเขต ท้งั หมด บางสว่ น ........................................................................................................................................................................... .................................................................................... ....................................................................... ................ ๔.๓ ประเภททีด่ นิ ทขี่ อขยำยเขตปำ่ ชุมชน ปา่ ตามพระราชบญั ญตั ิป่าไม้ พทุ ธศักราช ๒๔๘๔ ปา่ ไมถ้ าวรตามมติคณะรฐั มนตรี ปา่ สงวนแหง่ ชาติ อืน่ ...................................................................................................................... .................................................................................... ....................................................................................... ............................................................................................................................. .............................................. ๔.๔ พ้ืนทีท่ ่ีขอขยำยเขตป่ำชุมชน (ก) กรณีเป็นพนื้ ท่ีที่ไมเ่ คยไดร้ บั การจดั ตงั้ เป็นป่าชุมชน เป็นพนื้ ทท่ี ่ีไม่เคยขอจดั ต้ังเป็นป่าชุมชนตามพระราชบญั ญัติปา่ ชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๖๒ เคยเปน็ พ้นื ทีป่ า่ ชุมชนทจี่ ดั ต้ังข้นึ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยปา่ ไม้หรือกฎหมาย ว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ และส้ินสุดอายุโครงการไปแล้วก่อนวันที่ พระราชบญั ญัตปิ า่ ชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ใช้บังคับ ไม่เคยเป็นพ้ืนท่ีป่าชุมชนท่ีจัดต้ังขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้หรือ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแหง่ ชาตมิ ากอ่ น เปน็ พื้นท่ีทเี่ คยมกี ารขอจัดต้ังเปน็ ป่าชุมชน แตไ่ มไ่ ด้รับอนมุ ตั จิ ัดตง้ั เปน็ ปา่ ชุมชนเน่ืองจาก…………………………………………………….…….………………… ...................................................................................................................... เป็นพ้ืนท่ีที่เคยมีการขอขยายเขตป่าชุมชน แต่ไม่ได้รับอนุมัติให้ขยายเขต ปา่ ชมุ ชนเน่อื งจาก………………………………………………………….….………………… ...................................................................................................................... ...................................................................................................................... 75
๓ (ข) กรณเี ป็นปา่ ชุมชนที่เคยถูกเพิกถอนมาแล้ว ๑) ระบุชอ่ื ปา่ ชมุ ชนท่ีเคยถกู เพิกถอน ....................................................................................................................... ๒) เหตผุ ลการเพิกถอน เน่อื งจากคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนขอใหเ้ พิกถอนตามมาตรา ๔๘ เน่ืองจากคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนทอดท้ิงไมจ่ ดั การฟ้ืนฟปู ่าชุมชน นน้ั ต่อไป เนื่องจากคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือระเบียบหรือข้อบังคับท่ีออกตามพระราชบัญญัติ ป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ อันจะเป็นเหตุให้ป่าชุมชนได้รับความเสียหายหรือมี เหตุไมค่ วรไวว้ างใจให้จดั การปา่ ชุมชนตอ่ ไป เนื่องจากมีเหตุผลความจาเป็นทางด้านกิจการเพื่อความม่ันคงของประเทศ โดยความเหน็ ชอบของรฐั มนตรี ๓) รปู แบบการนามาขอขยายเขตปา่ ชุมชน เป็นการนาพ้ืนที่ทั้งหมดของป่าชุมชนท่ีเคยถูกเพิกถอนแล้วมาขอขยายเขต ปา่ ชมุ ชนแตเ่ พียงกรณเี ดยี ว เป็นการนาพ้ืนที่บางส่วนของป่าชุมชนท่ีเคยถูกเพิกถอนแล้วมาขอขยายเขต ป่าชมุ ชน เป็นการนาพ้ืนท่ีทั้งหมดของป่าชุมชนที่เคยถูกเพิกถอนแล้วมาขอขยายเขต ปา่ ชมุ ชนและผนวกพนื้ ท่ีท่ยี งั ไมเ่ คยจัดตง้ั ปา่ ชุมชนรวมมาในคาขอด้วย เป็นการนาพื้นท่ีบางส่วนของป่าชุมชนท่ีเคยถูกเพิกถอนแล้วมาขอขยายเขต ปา่ ชมุ ชนและผนวกพ้ืนทที่ ่ยี งั ไมเ่ คยจัดตงั้ ป่าชุมชนรวมมาในคาขอดว้ ย 4) ระยะเวลาการยนื่ คาขอขยายเขตป่าชมุ ชน การย่ืนคาขอขยายเขตป่าชุมชนได้ล่วงพ้นระยะเวลาหน่ึงปีนับแต่วันท่ี ประกาศการเพิกถอนปา่ ชุมชนน้ันในราชกิจจานุเบกษา การยื่นคาขอขยายเขตป่าชุมชนยังไม่ล่วงพ้นระยะเวลาหน่ึงปีนับแต่วันที่ ประกาศการเพิกถอนป่าชมุ ชนนนั้ ในราชกจิ จานเุ บกษา ๔.๕ กรณีท่ีเป็นกำรขอขยำยเขตป่ำชุมชนในพื้นที่ป่ำชุมชนที่เคยถูกเพิกถอนแล้ว หรือในพื้นท่ีที่เคยมีกำรขอจัดต้ังป่ำชุมชนแล้วแต่ไม่ได้รับอนุมัติจัดต้ังป่ำชุมชน หรือในพ้ืนท่ีที่เคยมีกำร ขอขยำยเขตป่ำชุมชนแล้วแตไ่ ม่ได้รบั อนุมตั ิขยำยเขตป่ำชมุ ชน รายละเอียดปรากฏตามตารางเปรียบเทียบข้อมูลการขอขยายเขตป่าชุมชนตามแบบ คนช. 6-6 ท้ายรายงานน้ี 76
๔ ๔.๖ กำรทบั ซอ้ นของพื้นที่ ไมม่ กี ารทับซอ้ นกับพืน้ ทีใ่ ด ๆ มีการทับซ้อน เขตป่าอนุรกั ษ์ตามมาตรา ๔ ทบั ซอ้ นทั้งหมด ทับซอ้ นบางสว่ น พ้ืนที่ท่ีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลใดได้รับ อนุญาตเข้าทาประโยชน์ ทบั ซอ้ นทั้งหมด ทับซ้อนบางสว่ น พน้ื ทที่ มี่ บี ุคคลใดไดม้ าตามประมวลกฎหมายทดี่ นิ ทบั ซ้อนทง้ั หมด ทับซ้อนบางสว่ น พืน้ ทท่ี ี่กรมปา่ ไมใ้ ช้หรอื จัดการหรือประกาศเป็นพ้นื ท่วี ิจัยหรอื จดั การใด ๆ ทบั ซ้อนทัง้ หมด ทบั ซ้อนบางสว่ น พน้ื ที่ทมี่ ีบุคคลอยรู่ ะหว่างยืน่ คาขอทาประโยชน์ ทบั ซอ้ นท้ังหมด ทบั ซ้อนบางส่วน พื้นที่ที่กรมป่าไม้ส่งมอบให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช เพ่ือกาหนดเปน็ พ้ืนที่ปา่ อนุรกั ษ์รอ้ ยละยีส่ บิ หา้ ของเนอื้ ท่ปี ระเทศไทย ทบั ซ้อนทั้งหมด ทับซอ้ นบางสว่ น พ้ืนท่ีเตรียมการกาหนดเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าหรือ เขตห้ามลา่ สตั วป์ ่า ทบั ซอ้ นทง้ั หมด ทับซอ้ นบางสว่ น พื้นท่ีท่ีรัฐมีแผนหรือโครงการท่ีจะพัฒนาพื้นท่ีด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคม หรือด้านอื่น ๆ หรือการคุ้มครองพ้ืนท่ีท่ีขอจัดต้ังป่าชุมชนและบริเวณ โดยรอบ ทับซ้อนทั้งหมด ทับซอ้ นบางสว่ น พน้ื ทอ่ี น่ื ๆ ทบั ซอ้ นทั้งหมด ทบั ซ้อนบางส่วน (ระบุรายละเอียดของพ้ืนที่ที่ทับซ้อน และแนวทางแก้ไขปัญหา เช่น ได้มีการกันพื้นที่ ออกจากพ้ืนท่ีที่ขอขยายเขตป่าชุมชนแล้ว หรือหรือมีหนังสือยินยอมจากบุคคลที่ย่ืนคาขอทาประโยชน์ หรือส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ที่ดูแลพ้ืนที่นั้น ให้นาพื้นท่ีมาขยายเขตป่าชุมชนได้ หรอื ไมส่ มควรอนุมตั ขิ ยายเขตป่าชุมชน) ............................................................................................................................. ........................................ .......................................................................................................................................... ................................. 77
๕ ๔.๗ แผนจดั กำรป่ำชุมชนฉบับใหม่ (ก) ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ สอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงค์ของการจัดตง้ั ป่าชุมชน ไม่สอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงค์ของการจดั ตั้งป่าชุมชน (ข) ขนาดของพนื้ ท่ีเม่ือรวมพ้ืนที่ป่าชมุ ชนเดมิ และท่ขี อขยายเขตป่าชุมชน ปา่ ชุมชนขนาดเลก็ มีเนื้อท่ีไมเ่ กินหา้ ร้อยไร่ ให้มบี รเิ วณเพ่ือการใช้ประโยชน์ ไม่เกนิ ร้อยละสส่ี บิ ของพื้นทปี่ ่าชมุ ชน ป่าชุมชนขนาดกลาง มีเนื้อที่มากกว่าห้าร้อยไรแ่ ต่ไม่เกินสามพันไร่ ให้มีบริเวณ เพ่ือการใช้ประโยชน์ไม่เกินร้อยละส่ีสิบของพ้ืนท่ีป่าชุมชน แต่ต้องไม่เกิน หน่ึงพันไร่ ป่าชุมชนขนาดใหญ่ มเี นื้อทมี่ ากกว่าสามพันไร่ข้ึนไป ใหม้ บี ริเวณเพื่อการใช้ ประโยชนไ์ ม่เกนิ รอ้ ยละสีส่ ิบของพ้ืนทีป่ า่ ชุมชน แต่ต้องไมเ่ กนิ สองพนั ไร่ (ค) การกาหนดบรเิ วณเพ่ือการอนรุ ักษ์ และบริเวณเพื่อการใชป้ ระโยชน์ บริเวณเพ่ือการอนรุ กั ษ์ เนอ้ื ท่ี .........ไร่ คิดเปน็ ร้อยละ...........ของพื้นที่ บริเวณเพ่อื การใช้ประโยชน์ เนอ้ื ท่ี..........ไร่ คิดเปน็ ร้อยละ..........ของพื้นที่ ๔.๘ ควำมเหน็ ของนำยอำเภอแห่งท้องท่อี ันเปน็ ทต่ี ั้งของพนื้ ท่ีปำ่ ท่ขี อจดั ต้งั ปำ่ ชุมชน ควรจดั ตั้งปา่ ชมุ ชน ไม่ควรจดั ต้งั ป่าชุมชน ..................................................................................................................................... ................................. ........................................................................................................................................................................... ๔.๙ ควำมเห็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอันเป็นท่ีต้ังของพ้ืนที่ป่ำที่ขอจัดต้ัง ป่ำชมุ ชน ควรจัดต้ังป่าชมุ ชน ไม่ควรจัดตั้งปา่ ชมุ ชน ............................................................................................................................. ........................................ ..................................................................................................................................................................... 78
๖ ๕. ผลกำรปิดประกำศคำขอขยำยเขตปำ่ ชมุ ชน ........................................................................................................................................................ ...... ............................................................................................................................ ......................................... ............................................................................................................................. ........................................ ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ๖. ขอ้ คัดคำ้ นกำรขอขยำยเขตป่ำชมุ ชน ....................................................................................................................................................... ....... .................................................................................................................................................... ................. ................................................................................................................. .................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ ................... ๗. เจำ้ หน้ำท่ผี ู้จดั ทำรำยงำนผลกำรตรวจสอบคำขอ ๗.1 เจ้ำหน้ำท่ีที่ได้รับมอบหมำยให้ตรวจสอบคำขอขยำยเขตป่ำชุมชน ตรวจสอบ พ้ืนท่ี รังวัดพ้ืนท่ี และจัดทำแผนที่แสดงแนวเขตป่ำชุมชนที่ขอขยำยเขต พร้อมท้ังระบุวันเดือนปี ท่ที ำกำรตรวจสอบและรังวดั พ้ืนท่ี (ลงช่อื ) ............................................................. (ลงชอ่ื ) ....................................................... (............................................................) (............................................................) ตาแหน่ง............................................................. ตาแหน่ง..................................................... วันที่................................................................... วนั ที่............................................................. ๗.2 ผู้ย่ืนคำขอ/ผนู้ ำตรวจ (ลงช่ือ) ........................................................... (..........................................................) ตาแหน่ง.......................................................... วันท.ี่ ............................................................... ๗.๓ ผตู้ รวจสอบรำยงำน (ลงชอ่ื ) ............................................................. (............................................................) ตาแหน่ง............................................................. วันท.่ี ................................................................... 79
คนช. 6-6 ตำรำงเปรยี บเทยี บข้อมลู กำรขอใช้พ้ืนทีท่ ี่ขอขยำยเขตปำ่ ชุมชน ของชมุ ชนทข่ี อขยำยเขตป่ำชมุ ชนคร้งั น้กี ับกรณีของปำ่ ชุมชนที่เคยถูกเพิกถอนแลว้ หรอื กรณีพ้ืนทีท่ ีเ่ คยมกี ำรขอจดั ต้งั ป่ำชมุ ชนหรือขยำยเขตปำ่ ชมุ ชนแล้วแตไ่ มไ่ ดร้ ับอนุมัตจิ ดั ตงั้ ป่ำชมุ ชนหรอื ขยำยเขตปำ่ ชมุ ชน ลำดบั รำยละเอียด กำรขอขยำยเขต กรณีปำ่ ชุมชนท่ีเคยถูกเพกิ ถอน/ ข้อสังเกต ๑ วนั ทีย่ ืน่ คำขอ ปำ่ ชุมชนครง้ั นี้ กรณีพื้นที่ที่เคยมีกำรขอจดั ตั้งหรือ ขอขยำยเขตป่ำชุมชนแล้ว แต่ไมไ่ ด้รับอนุมตั ิ 80 ๒ ชุมชนทข่ี อจดั ตงั้ /ขอขยำยเขต ๓ พนื้ ทีท่ ี่ขอจัดต้งั /ขอขยำยเขต ๔ วตั ถุประสงค์ของป่ำชุมชน ๕ รำยชื่อคณะกรรมกำรจดั กำรปำ่ ชมุ ชน ๖ แผนจดั กำรปำ่ ชมุ ชน
แผนผงั ระเบียบคณะกรรมการนโยบายปา่ ชมุ ชน วา่ ด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไขการจัดตัง้ ปา่ ชุมชน และขยายเขตป่าชมุ ชน พ.ศ. 2563 (ตามความมาตรา 32 วรรคห้า, มาตรา 37 วรรคสอง, มาตรา 40 วรรคหนึ่ง, มาตรา 48 วรรคสอง และมาตรา 81 พ.ร.บ.ปา่ ชุมชน พ.ศ. 2562) พน้ื ทีป่ า่ ชุมชนท่ถี กู เพิกถอน หมวด 1 ตอ้ งพ้นระยะเวลา 1 ปี นับแต่มีการ ประกาศเพิกถอนในราชกิจจาฯ (ข้อ 7) การยน่ื คาขอจดั ต้ังปา่ ชุมชน ชุมชมผูย้ ่นื ขอ ชมุ ชนที่เปน็ ทต่ี งั้ ของพน้ื ท่ีปา่ ชุมชนหรือร่วมกบั ชมุ ชนทม่ี อี าณาเขตตดิ ตอ่ กนั บุคคลตอ้ งมอี ายุ 18 ปขี ึ้นไปและมีภูมลิ าเนาในอาเภอที่จดั ตงั้ ปา่ ชมุ ชน ไมน่ อ้ ยกวา่ 5 ปี นบั แต่วันท่ยี ื่นคาขอ รวมตัวกนั ต้งั แต่ 50 คนขึ้นไป (ขอ้ 6) ประธานกรรมการจดั การปา่ ชมุ ชน ยนื่ คาขอตามแบบ คนช. 6-1 พร้อมทั้งรายชือ่ คกก.จัดการปา่ ชุมชน แผนจัดการป่าชมุ ชน (ข้อ 8) และแผนทแ่ี สดงแนวเขตปา่ ชมุ ชน (ข้อ 9) (ข้อ 9) จังหวัดท่ียังไม่เคยมปี า่ ชมุ ชน จงั หวัดท่ีมปี า่ ชมุ ชน ยืน่ ตอ่ ผู้วา่ ราชการจังหวัด ยืน่ ตอ่ คกก.ปา่ ชุมชนประจา จงั หวัดหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย สถานท่ียื่นคาขอ ณ สจป. ศูนยป์ ่าไม้จังหวัด หรอื สถานทอี่ น่ื ตามที่ อธบิ ดีประกาศกาหนด หมวด 2 การตรวจสอบคาขอ การตรวจสอบพ้นื ท่ี การรงั วดั พ้นื ที่ และการจัดทารายงาน กรณคี าขอ เอกสาร จนท. ลงวันทีร่ บั คาขอและตรวจสอบความถกู ตอ้ ง หากพืน้ ทที่ ่ีขอจัดตงั้ ปา่ ชุมชน หลกั ฐานไมถ่ ูกตอ้ ง ใหแ้ ลว้ เสร็จภายใน 10 วันนบั แตไ่ ดร้ บั คาขอ (ข้อ 10) บางสว่ นเปน็ พ้ืนทที่ ีส่ ว่ นราชการ หรือไมค่ รบถว้ น รฐั วิสาหกจิ หน่วยงานของรัฐ ใหแ้ จ้งผูย้ ื่นคาขอแกไ้ ข กรณีครบถ้วน ภายในระยะเวลา หรือบคุ คลใดไดร้ บั อนุญาต ไม่น้อยกวา่ 30 วัน จนท. ออกใบรบั คาขอและแจ้งวนั เวลา เข้าทาประโยชน์ พื้นทภี่ าระ (ขอ้ 10 วรรคสอง) ในการตรวจสอบ รังวัดพ้นื ท่ี ผูกพันของกรมป่าไม้ หรือท่ดี ิน ทบ่ี ุคคลได้มาตามประมวล และจดั ทาแผนทีภ่ ายใน 45 วนั (ขอ้ 11) กฎหมายท่ดี นิ ให้เจา้ หนา้ ท่ี เจา้ หน้าทตี่ รวจสอบและรงั วัดพื้นท่ี ดงั น้ี (ข้อ 12) กันบริเวณดงั กล่าวออก ๑. สภาพภูมิประเทศ ๓. การใชป้ ระโยชน์ ๒. ประเภทปา่ และสภาพปา่ 4. ข้อมูลการจัดต้งั ปา่ ชุมชน จนท. จัดทาแผนที่ปิดประกาศคาขอพรอ้ มทง้ั จนท. ทาหนังสือสอบถามความเหน็ แผนที่แสดงแนวเขต ณ ศาลากลางจงั หวัด จากนายอาเภอและอปท. โดยแจง้ อาเภอ อปท. และสถานท่ีอื่นทีเ่ ห็นสมควร ความเห็น ภายในเวลา 15 วนั ไม่นอ้ ยกวา่ 30 วัน (ขอ้ 13) (ข้อ 14) กรณมี ีหนงั สอื คัดคา้ น จนท.จดั รายงานผลการตรวจสอบคาขอ ตามแบบ คนช. ๖-2, ใหจ้ นท. นาข้อคัดคา้ นดังกล่าว มาพิจารณาประกอบ ๖-3 แผนทแี่ สดงแนวเขต ความเห็นฯ และข้อคดั คา้ น การจดั ทาความเหน็ ฯ (ขอ้ 15 วรรคสอง) เสนอ คกก. ป่าชุมชน ประจาจังหวดั พิจารณาภายใน 45 วนั นบั แตค่ รบกาหนดระยะเวลาปิดประกาศ (ขอ้ 15,16) ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ 299 ง ๒2 ธนั วาคม ๒๕๖๓ 81 สานกั จดั การป่าชุมชน กรมปา่ ไม้
หมวด 3 การดาเนนิ การกบั คาขอท่ีมพี ืน้ ท่ีซ้อนกัน ในกรณที ี่มกี ารย่ืนคาขอซ้อนพื้นที่กันไมว่ า่ ทง้ั หมดหรือบางส่วน (ขอ้ 17 วรรคสอง) ยนื่ คาขอภายในระยะเวลา ยน่ื คาขอภายหลังปดิ ประกาศ ปิดประกาศ (ขอ้ 13) (ขอ้ 19) ให้ จนท. ดาเนนิ การดังตอ่ ไปน้ี จนท. จาหนา่ ยคาขอออกจากสารบบ ๑. ระงบั การพิจารณาคาขอทมี่ ีพ้นื ทซ่ี ้อนกันทุกคาขอ และแจง้ เป็นหนังสือใหผ้ ู้ยื่นคาขอทราบ ๒. แจ้งเปน็ หนังสือให้ผยู้ นื่ คาขอทม่ี ีพื้นท่ีซ้อนกัน ทาความตกลงรว่ มกนั ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายใน 90 วนั นบั แตว่ ันทีไ่ ด้รับแจง้ จากเจา้ หน้าที่ (ขอ้ 17 วรรคสอง) กรณที าความตกลงรว่ มกันไม่ได้ กรณีทาความตกลงรว่ มกันได้ แจง้ ผลความตกลงร่วมกันต่อเจา้ หนา้ ท่ี (ข้อ 18) ใหเ้ จ้าหน้าที่จาหนา่ ยคาขอ ทรี่ ะงับการพจิ ารณาไว้ ออกจากสารบบ (ขอ้ 17 วรรคสาม) ผู้ยืน่ คาขอตกลงร่วมกนั ให้มคี าขอ ผูย้ น่ื คาขอตกลงร่วมกนั ให้จัดทา เพยี งคาขอเดยี ว คาขอฉบับใหม่ ใหจ้ นท. พิจารณาคาขอท่คี งเหลอื ไว้ ให้จนท. จาหนา่ ยคาขอที่ระงบั ต่อจากขั้นตอนท่ีระงบั การพิจารณา การพจิ ารณาไวท้ ั้งหมดออกจากสารบบ และจาหนา่ ยคาขอท่ปี ระสงคจ์ ะขอถอน ออกจากสารบบ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ 299 ง ๒2 ธันวาคม ๒๕๖๓ 82 สานักจดั การปา่ ชมุ ชน กรมป่าไม้
หมวด ๔ การพจิ ารณาอนุมัติจดั ตงั้ ป่าชมุ ชน คณะกรรมการปา่ ชมุ ชนประจาจงั หวดั (ข้อ ๒๐) พจิ ารณาภายใน ๓๐ วนั นับแต่วันทไ่ี ด้รับรายงานผลการตรวจสอบคาขอ หลกั เกณฑ์การพิจารณา กรณพี ้นื ที่ทบั ซอ้ นท้งั หมด กรณีแผนจัดการ อนุมัติจัดตัง้ ป่าชุมชน (ข้อ ๒๑) หรอื บางสว่ นกบั (ข้อ ๒๒) ป่าชุมชนไมถ่ กู ต้อง ๑. พนื้ ที่ทบ่ี คุ คลอยู่ระหวา่ งยืน่ คาขอทาประโยชน์ เหมาะสม (ขอ้ ๒๔) ๑. วัตถุประสงคส์ อดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงค์ ๒. พ้นื ที่ท่รี ฐั มีแผนหรือโครงการท่ีจะพฒั นาพืน้ ท่ี ตามมาตรา ๖ ๓. พนื้ ท่ีปา่ ชุมชนที่เคยถกู เพกิ ถอน ผยู้ ื่นคาขอแกไ้ ขแผนฯ ภายใน ๔๕ วัน ๒. ผู้ขอจดั ต้ังปา่ ชมุ ชนมีคณุ สมบตั ิ หลกั เกณฑ์การพจิ ารณาพนื้ ทีท่ บั ซ้อน (ขอ้ ๒๓) และไม่มีลักษณะต้องห้าม พจิ ารณาจากขอ้ เท็จจรงิ เหตุผลความจาเปน็ ผลกระทบ หากมไิ ด้แก้ไข ต่อบคุ คลและชมุ ชน แผนงานการปรับลดพน้ื ท่ี ในเวลาที่กาหนด ๓. คกก.จัดการปา่ ชุมชนมีคณุ สมบัติ ๑. หลกั ความพอสมควรแก่เหตุ ไมพ่ จิ ารณาอนุมตั ิ และไม่มลี ักษณะต้องหา้ มตามความใน ๒. หลกั ความเสมอภาค มาตรา ๔๒ วรรคสอง ๓. หลกั การบรหิ ารกจิ การบ้านเมอื งท่ีดี ๔. พนื้ ท่ีป่าชุมชนอยูใ่ นทอ้ งทอี่ าเภอเดียวกนั การพจิ ารณามี 2 กรณี กบั ชุมชนท่ียื่นคาขอ ๑. หากมกี ารกันพื้นท่ที ับซอ้ นออกหารอื ๒. มีหนงั สอื ยนิ ยอมของบุคคล/หนว่ ยงานรัฐ ๕. ปา่ ชุมชนต้องไมอ่ ย่ใู นเขตปา่ อนรุ กั ษ์ ยินยอมใหน้ าพ้ืนทม่ี าจดั ตัง้ ปา่ ชมุ ชนได้ ๖. พนื้ ที่ตอ้ งไมเ่ ปน็ /ไมม่ พี ้ืนท่ที ี่บุคคลใดไดม้ า คกก. ป่าชุมชนประจาจังหวดั พจิ ารณา อนมุ ัต/ิ ไม่อนมุ ตั /ิ อนุมัติโดยมีเง่อื นไข ตามประมวลกฎหมายทีด่ นิ มหี นงั สือแจง้ มติพรอ้ มแสดงเหตุผลโดยชดั แจ้งภายใน ๑๕ วนั (ขอ้ ๒5) ๗. พน้ื ทต่ี ้องไม่เปน็ /ไมม่ ีพ้นื ทีท่ ีส่ ว่ นราชการ กรณีมีมตอิ นมุ ัตแิ ผนฯ กรณผี ยู้ ่นื คาขอ/ผมู้ หี นงั สอื กรณอี ธบิ ดีกรมปา่ ไม้ รัฐวสิ าหกิจ หนว่ ยงานของรัฐ หรือบคุ คลใด ใหจ้ ัดต้ังป่าชุมชน คัดคา้ นไม่เหน็ ด้วยกบั มติ ไม่เหน็ ด้วยกับมติ ได้รบั อนุญาตเขา้ ทาประโยชน์ - อธิบดีกรมป่าไม้ ใหเ้ สนอความเหน็ และ ๘. พืน้ ทีต่ อ้ งไม่เป็นพ้นื ทภ่ี าระผกู พันของกรมป่าไม้ เหน็ ดว้ ยกบั มติ มีสทิ ธอิ์ ทุ ธรณม์ ติ เหตุผล ภายใน ๔๕ วัน ๙. ขนาดของพืน้ ท่ีและสัดส่วน - ไม่มีอุทธรณ์ ภายใน ๔๕ วัน การใช้ประโยชนม์ ีความสอดคลอ้ งกบั (ข้อ ๒๗) ภมู ิประเทศ ขนาดของชุมชน และศกั ยภาพ (ข้อ ๒๘) (ข้อ ๒๖) ของชมุ ชนในการอนุรกั ษ์ ฟนื้ ฟู จดั การ บารงุ รกั ษา และใช้ประโยชน์ คนช.มีคาวนิ ิจฉัย คนช. พิจารณาอทุ ธรณ์ คณะกรรมการ ๑๐. แผนจัดการปา่ ชุมชนแสดงใหเ้ ห็นถงึ การ ใหจ้ ัดต้ังได้ ให้แลว้ เสรจ็ ภายใน ๔๕ วัน ป่าชมุ ชนประจา อนรุ ักษ์ ฟ้นื ฟู พัฒนา ควบคุม ดแู ล และ (ข้อ ๒๘) คาวนิ จิ ฉยั ถือเปน็ ทส่ี นิ้ สุด จงั หวัดปฏิบตั ิ การใชป้ ระโยชน์อยา่ งย่ังยนื กรณีคาวนิ จิ ฉัยมีจานวนพ้ืนท่ี ให้เปน็ ไปตาม มีการเปล่ยี นแปลงให้แกไ้ ข อธบิ ดกี รมป่าไม้ประกาศอนมุ ตั ิ ภายใน ๓๐ วัน (ข้อ ๒๘) คาวนิ ิจฉัย จัดตัง้ ป่าชมุ ชนในราชกิจจานุเบกษา สาระสาคัญในประกาศฯ (ขอ้ ๒๘) ๑. ช่ือปา่ ชุมชน ๒. รายชอื่ ชมุ ชนท่ีขอจัดตง้ั ป่าชมุ ชน ๓. สถานะของปา่ ที่นามาจัดต้งั ปา่ ชุมชน ๔. ที่ตัง้ ของปา่ ชมุ ชน ๕. จานวนเนอ้ื ทขี่ องพ้ืนท่ีทจ่ี ัดตงั้ ป่าชุมชน ๖. เง่อื นไขในการจัดตั้งปา่ ชมุ ชน (ถ้าม)ี ๗. ตาแหน่งและผู้ดารงตาแหน่งประกาศอนุมัติ จัดต้ังปา่ ชุมชน ๘. แผนที่แสดงแนวเขตปา่ ชุมชน ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ๑๓๗ ตอนพิเศษ 299 ง ๒2 ธนั วาคม ๒๕๖๓ 83 สานักจัดการป่าชุมชน กรมปา่ ไม้
หมวด 5 การขยายเขตปา่ ชุมชน ประธานกรรมการจดั การปา่ ชมุ ชน พืน้ ที่ทขี่ อขยายเขตป่าชมุ ชน ต้องอยู่ในอาเภอเดยี วกนั กบั ป่าชุมชนเดมิ ยื่นคาขอตามแบบ คนช. 6-4 3. หนังสอื ยนิ ยอมให้จดั ต้ังป่าชุมชน 1.แผนจัดการป่าชุมชนฉบบั ใหม่ จากกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั 1. ดาเนินการปา่ ชุมชนมาแล้ว ≥ 1 ปี 2. แผนทแี่ สดงอาณาเขตโดยสงั เขป 2. เปน็ ป่าชุมชนที่อยใู่ นกล่มุ พฒั นา (ขอ้ 31) ดีมาก ก่อนการย่ืนคาขอขยายเขต ป่าชมุ ชน (ขอ้ 29) จงั หวดั ท่ียังไมเ่ คย จังหวัดที่มปี า่ ชมุ ชน (ข้อ ๙) มปี ่าชุมชน (ข้อ ๙) กรณเี ปน็ ป่าชุมชนที่เคยถกู เพกิ ถอน ยืน่ ตอ่ คกก.ปา่ ชุมชนประจา ต้องพ้น 1 ปี นบั แต่วนั ทปี่ ระกาศ ยน่ื ตอ่ ผวู้ า่ ราชการจงั หวัด จงั หวัดหรอื ผทู้ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย การเพิกถอนปา่ ชมุ ชน (ข้อ 30) สถานทีย่ ืน่ คาขอ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบขอ้ มูล (ขอ้ 33) ณ สจป. ศูนย์ป่าไม้จงั หวดั หรือสถานท่ีอน่ื หรือวิธีการอนื่ 1) สภาพภมู ิประเทศ 2) ประเภทป่าและสภาพปา่ ตามที่ คกก.ปา่ ชมุ ชนประจาจังหวัดกาหนด 3) การใชป้ ระโยชน์ในพ้ืนที่ 4) ขอ้ มลู การจัดตั้งปา่ ชมุ ชนเดิม การตรวจสอบคาขอ การตรวจสอบพ้ืนท่ี การรังวัดพน้ื ที่ (ข้อ 32) 5) ประวัติการขอใช้พื้นท่ที ีข่ อขยาย จดั ทารายงานผลการตรวจสอบ เขตป่าชุมชน คาขอขยายเขตปา่ ชุมชน (ขอ้ 34) คณะกรรมการป่าชมุ ชนประจาจังหวัด พจิ ารณา หลกั เกณฑก์ ารพิจารณาอนมุ ัติขยายเขตปา่ ชมุ ชน (ข้อ 35) การพจิ ารณาอนุมตั ิ ใหน้ าความในข้อ ๒๐ ขอ้ ๒๑ ขอ้ ๒๒ ข้อ ๒๓ 1) มกี ารดาเนนิ การป่าชุมชนมาแลว้ ≥ 1 ปี ขอ้ ๒๔ ขอ้ ๒๕ ข้อ ๒๖ ข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ วรรคหน่ึง มาใช้บงั คบั แก่ 2) ขนาดพ้นื ที่ทข่ี อขยายสอดคลอ้ งกบั ขนาดของพืน้ ทป่ี า่ ชมุ ชน การพิจารณาคาขอขยายเขตปา่ ชุมชน (ข้อ 36) ตามระเบยี บคณะกรรมการนโยบายป่าชมุ ชนออก อธบิ ดีกรมปา่ ไม้ประกาศอนมุ ัตขิ ยายเขตปา่ ชมุ ชนในราชกิจจานเุ บกษา 3) พ้นื ท่ที ข่ี อขยายต้องไม่อย่ใู นเขตป่าอนรุ กั ษ์ 4) พน้ื ที่ทีข่ อขยายต้องไมเ่ ป็นหรอื ไมม่ พี น้ื ทีท่ ่สี ว่ นราชการ สาระสาคญั ในประกาศ 1) ชอื่ ปา่ ชุมชน รัฐวสิ าหกิจ หนว่ ยงานของรัฐ หรอื บุคคลใดได้รบั อนุญาต 2) รายช่อื ชมุ เดมิ และชมุ ชนทีข่ อขยายเขตปา่ ชุมชน เขา้ ทาประโยชน์ 3) สถานะของปา่ ท่นี ามาขยายเขตป่าชุมชน 5) พ้ืนทท่ี ี่ขอขยายต้องไมเ่ ปน็ พน้ื ท่ภี าระผกู พนั ของกรมป่าไม้ 6) ขนาดของพนื้ ท่ีท่ขี อขยายและสดั ส่วนการใชป้ ระโยชน์ มีความสอดคล้องภายในพ้นื ทปี่ ่าชุมชน 7) แผนจัดการปา่ ชมุ ชนแสดงใหเ้ ห็นถงึ การอนรุ ักษ์และการใช้ ประโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติ ในปา่ ชมุ ชนอยา่ งย่ังยืน 4) ทีต่ ้งั ปา่ ชุมชนทขี่ ยายเขตป่าชมุ ชน 5) จานวนพน้ื ท่ขี องพนื้ ที่ท่ขี ยายเขตปา่ ชุมชน 6) เงอื่ นไขในการขยายเขตปา่ ชุมชน (ถ้ามี) 7) ตาแหนง่ และผดู้ ารงตาแหนง่ ประกาศอนุมัตขิ ยายเขตป่าชมุ ชน 8) แผนท่แี สดงแนวเขตปา่ ชุมชนทขี่ ยายเขต (ขอ้ 37) ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ 299 ง ๒2 ธันวาคม ๒๕๖๓ 84 สานกั จดั การปา่ ชุมชน กรมป่าไม้
เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๓๓ ง หน้า ๔ ๑๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ ราชกิจจานเุ บกษา ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม เรื่อง แตง่ ต้ังพนักงานเจา้ หนา้ ท่ตี ามพระราชบญั ญตั ิปา่ ชุมชน พ.ศ. 2562 โดยที่เป็นการสมควรกาหนดให้มีการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 เพอ่ื ให้มีหน้าทแี่ ละอานาจปฏิบตั ติ ามท่ีพระราชบัญญัตปิ า่ ชุมชน พ.ศ. 2562 กาหนด อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม จงึ ออกประกาศไว้ ดงั ต่อไปน้ี ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง แตง่ ตัง้ พนักงานเจ้าหน้าทตี่ ามพระราชบญั ญัตปิ า่ ชมุ ชน พ.ศ. 2562” ขอ้ ๒ ประกาศนีใ้ ห้ใชบ้ งั คบั ตง้ั แตว่ ันถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป ข้อ 3 ให้ผู้ดารงตาแหน่งดังต่อไปน้ี เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 3.1 สานกั งานปลัดกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม (1) ผู้อานวยการสานกั งานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มจงั หวัด (2) ข้าราชการในสังกัดสานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ในตาแหน่ง นกั วิชาการป่าไม้ เจ้าพนักงานป่าไม้ ตง้ั แตร่ ะดับปฏิบตั กิ าร หรือปฏิบัตงิ าน 3.2 กรมปา่ ไม้ (1) อธบิ ดี (2) รองอธิบดี (3) ผตู้ รวจราชการกรม (4) ผู้เชีย่ วชาญเฉพาะดา้ น (5) ผอู้ านวยการสานกั (6) ผู้อานวยการกอง (7) ผูอ้ านวยการสานกั จัดการทรพั ยากรปา่ ไม้ (8) ข้าราชการในตาแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักจัดการงานท่ัวไป เจ้าพนักงานธุรการ นิตกิ ร นกั วิชาการป่าไม้ เจ้าพนักงานปา่ ไม้ นายชา่ งสารวจ ตัง้ แตร่ ะดับปฏิบตั กิ าร หรอื ปฏบิ ัติงาน (9) ลูกจ้างประจา กลุ่มงานบริหารท่ัวไป ในตาแหน่ง พนักงานท่ัวไป พนักงานเกษตรพ้นื ฐาน พนกั งานธุรการ พนักงานสวนป่า พนักงานพทิ กั ษ์ป่า (10) พนักงานราชการ กลุ่มงานบริหารทั่วไป ในตาแหน่ง นักวิชาการป่าไม้ เจ้าหน้าทีบ่ รหิ ารงานท่วั ไป นิติกร เจ้าหน้าท่ีฝึกอบรม นักวิชาการเผยแพร่ 85
เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๓๓ ง หน้า ๕ ๑๒ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ ราชกจิ จานุเบกษา (11) พนักงานราชการ กลุ่มงานเทคนิค ในตาแหน่ง เจ้าพนักงานการเกษตร นายชา่ งสารวจ พนกั งานพทิ กั ษป์ า่ ช่างเขยี นแผนท่ี ชา่ งสารวจ (12) พนักงานราชการ กลุ่มงานบริการ ในตาแหน่ง เจ้าหน้าท่ีเผยแพร่ เจา้ หนา้ ท่กี ารเกษตร เจา้ หนา้ ท่ีตรวจป่า ผู้ช่วยพนกั งานพิทักษป์ า่ ผ้ชู ว่ ยเจา้ หน้าท่กี ารเกษตร 3.3 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝงั่ (1) อธบิ ดี (2) รองอธบิ ดี (3) ผู้เช่ยี วชาญเฉพาะดา้ น (4) ผอู้ านวยการสานัก (5) ผู้อานวยการสถาบนั (6) ผู้อานวยการกอง (7) เลขานุการกรม (8) ข้าราชการในตาแหนง่ นกั วิชาการประมง เจ้าพนักงานประมง นกั วชิ าการปา่ ไม้ เจ้าพนักงานป่าไม้ นิติกร นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักประชาสัมพันธ์ นักวิเทศสัมพันธ์ นายสัตวแพทย์ นายช่างกลเรอื นายช่างเครือ่ งกล นกั เดนิ เรือ ตง้ั แต่ระดบั ปฏิบัตกิ าร หรอื ปฏิบตั งิ าน 3.4 สานกั งานปลดั กระทรวงมหาดไทย (1) ผู้วา่ ราชการจงั หวดั (2) รองผู้วา่ ราชการจงั หวดั 3.5 กรมการปกครอง (1) ปลดั จงั หวดั (2) นายอาเภอ (3) ปลดั อาเภอ (4) กานนั (5) ผู้ใหญบ่ า้ น 3.6 กรมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถ่นิ 3.6.1 องค์การบริหารสว่ นจังหวดั (1) ปลัดองค์การบริหารสว่ นจังหวัด (2) รองปลดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด (3) ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดในตาแหน่ง นิติกร ตั้งแต่ ระดับปฏบิ ัติการ 3.6.2 เทศบาล (1) ปลัดเทศบาล 86
เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๓๓ ง หน้า ๖ ๑๒ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ ราชกจิ จานุเบกษา (2) รองปลดั เทศบาล (3) พนกั งานเทศบาลในตาแหน่ง นติ ิกร ตั้งแตร่ ะดับปฏิบัติการ 3.6.3 องค์การบริหารสว่ นตาบล (1) ปลัดองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล (2) รองปลัดองคก์ ารบริหารสว่ นตาบล (3) พนักงานส่วนตาบลในตาแหนง่ นติ ิกร ต้งั แตร่ ะดบั ปฏิบตั กิ าร 3.7 สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ (1) ขา้ ราชการตารวจช้นั สัญญาบตั รชัน้ ยศร้อยตารวจตรีขน้ึ ไป ขอ้ 4 ใหพ้ นักงานเจ้าหนา้ ที่ ตามข้อ 3.1 - 3.7 มหี นา้ ทแ่ี ละอานาจปฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญตั ิ ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ภายในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบ ประกาศ ณ วนั ที่ 24 ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๖2 วราวธุ ศลิ ปอาชา รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม 87
แผนผงั ประกำศกระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดล้อม เรอ่ื ง แต่งต้งั พนักงำนเจ้ำหน้ำท่ีตำมพระรำชบัญญตั ปิ ่ำชมุ ชน พ.ศ. 2562 (ตำมมำตรำ 5 พ.ร.บ. ปำ่ ชมุ ชน พ.ศ. 2562) ใหผ้ ้ดู ำรงตำแหนง่ ดังตอ่ ไปน้เี ป็นพนกั งำนเจำ้ หน้ำทต่ี ำมพระรำชบญั ญตั ิป่ำชมุ ชน พ.ศ. 2562 สำนักงำนปลดั กระทรวงทรพั ยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม กรมปำ่ ไม้ (1) ผอ.ทสจ. (1) อธบิ ดี (2) รองอธบิ ดี (2) ขา้ ราชการในสงั กัด ทสจ. ในตาแหนง่ นกั วชิ าการปา่ ไม้ (3) ผ้ตู รวจราชการกรม (4) ผ้เู ชย่ี วชาญเฉพาะดา้ น เจา้ พนักงานป่าไมต้ ้ังแตร่ ะดบั ปฏิบัติการ หรอื ปฏิบัติงาน (5) ผ้อู านวยการสานัก (6) ผ้อู านวยการกอง (7) ผอู้ านวยการสานกั จัดการทรัพยากรป่าไม้ (8) ข้าราชการในตาแหนง่ นักวเิ คราะห์นโยบายและแผน กรมทรัพยำกรทำงทะเลและชำยฝ่งั นักจดั การงานทว่ั ไป เจา้ พนกั งานธุรการ นิติกร (1) อธิบดี (2) รองอธบิ ดี นกั วชิ าการป่าไม้ เจ้าพนักงานป่าไม้ นายชา่ งสารวจ (3) ผู้เช่ยี วชาญเฉพาะดา้ น (4) ผอู้ านวยการสานกั ต้ังแต่ระดบั ปฏิบตั ิการหรือปฏบิ ัตงิ าน (5) ผู้อานวยการสถาบนั (6) ผอู้ านวยการกอง (9) ลกู จ้างประจา กล่มุ งานบริหารทั่วไป ในตาแหนง่ (7) เลขานกุ ารกรม พนักงานท่ัวไปพนักงานเกษตรพืน้ ฐาน พนักงานธุรการ (8) ข้าราชการในตาแหน่ง นักวชิ าการประมง เจ้าพนักงาน พนักงานสวนปา่ พนกั งานพิทกั ษ์ปา่ ประมง นักวชิ าการปา่ ไม้เจา้ พนกั งานป่าไม้ นิตกิ ร (10) พนกั งานราชการ กลมุ่ งานบรหิ ารทว่ั ไป ในตาแหน่ง นักวเิ คราะห์นโยบายและแผน นักประชาสมั พนั ธ์ นักวิชาการปา่ ไม้ เจ้าหนา้ ทบี่ ริหารงานทัว่ ไป นิติกร นกั วเิ ทศสัมพนั ธ์ นายสตั วแพทย์ นายช่างกลเรอื นายช่าง เจา้ หนา้ ที่ฝกึ อบรม นักวิชาการเผยแพร่ เครอื่ งกล นักเดินเรอื ตง้ั แต่ระดบั ปฏบิ ัตกิ าร หรือปฏบิ ตั ิงาน (11) พนกั งานราชการ กล่มุ งานเทคนิค ในตาแหน่ง เจ้าพนักงานการเกษตรนายชา่ งสารวจ พนักงาน พทิ ักษ์ป่า ชา่ งเขียนแผนที่ ชา่ งสารวจ กรมส่งเสริมกำรปกครองท้องถิน่ (12) พนกั งานราชการ กลุ่มงานบรกิ าร ในตาแหนง่ 1. อบจ. เจา้ หนา้ ที่เผยแพร่ เจ้าหนา้ ทกี่ ารเกษตร เจา้ หน้าที่ (1) ปลัด อบจ. (2) รองปลดั อบจ. (3) ข้าราชการอบจ. ในตาแหนง่ นติ กิ ร ตรวจป่า ผชู้ ่วยพนักงานพทิ ักษป์ า่ ผูช้ ว่ ยเจา้ หน้าที่ ต้งั แตร่ ะดับปฏิบัตกิ าร การเกษตร 2. เทศบาล สำนกั งำนปลดั กระทรวงมหำดไทย (1) ปลดั เทศบาล (2) รองปลดั เทศบาล (3) พนักงานเทศบาลในตาแหน่งนิติกร (1) ผู้วา่ ราชการจงั หวดั (2) รองผู้ว่าราชการจังหวัด ตงั้ แตร่ ะดับปฏิบัตกิ าร กรมกำรปกครอง 3. อบต. (1) ปลดั อบต. (2) รองปลัด อบต. (1) ปลัดจงั หวัด (2) นายอาเภอ (3) ปลัดอาเภอ (3) พนกั งานสว่ นตาบลในตาแหน่งนติ กิ ร (4) กานนั (5) ผ้ใู หญ่บ้าน ตั้งแตร่ ะดับปฏบิ ตั กิ าร สำนักงำนตำรวจแหง่ ชำติ (1) ข้าราชการตารวจช้นั สญั ญาบัตร ชัน้ ยศร้อยตารวจตรีขน้ึ ไป ให้พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี มีหน้าท่ีและอานาจปฏบิ ัตกิ ารตามพระราชบญั ญตั ปิ า่ ชมุ ชน พ.ศ. 2562 ภายในเขตพ้ืนท่รี ับผดิ ชอบ ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ๑๓๗ ตอนพเิ ศษ ๓๓ ง ๑๒ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ 88 สำนักจดั กำรป่ำชุมชน กรมป่ำไม้
หน้า ๒๓ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๙๑ ง ราชกจิ จานุเบกษา ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม เร่ือง การกาหนดแบบบตั รประจาตวั กรรมการจดั การปา่ ชมุ ชน เจ้าหน้าทป่ี ่าชมุ ชน และพนกั งานเจา้ หน้าทตี่ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยปา่ ชมุ ชน พ.ศ. 2563 อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติ ป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกประกาศไว้ ดังตอ่ ไปน้ี ข้อ ๑ บัตรประจาตวั กรรมการจดั การปา่ ชุมชน เจา้ หนา้ ทป่ี ่าชุมชน และพนักงานเจา้ หน้าท่ี ใหเ้ ปน็ ไปตามแบบทา้ ยประกาศน้ี ขอ้ ๒ ให้ประธานกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด เป็นผู้ออกบัตรประจาตัวกรรมการ จัดการป่าชุมชนสาหรับกรรมการจัดการป่าชุมชนของป่าชุมชนท่ีตั้งอยู่ในจังหวัดน้ัน และออกบัตร ประจาตัวเจ้าหนา้ ท่ปี า่ ชมุ ชนสาหรบั เจา้ หนา้ ทป่ี า่ ชมุ ชนที่แตง่ ตง้ั โดยคณะกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวดั ของแต่ละจงั หวดั นนั้ ขอ้ ๓ ให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เป็นผู้ออกบัตรประจาตัว พนักงานเจ้าหน้าที่สาหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ซ่ึงดารงตาแหน่งหัวหน้าส่วนราชการต้ังแต่ระดับกรมข้นึ ไป หรือเทยี บเทา่ และผวู้ ่าราชการจงั หวัด ขอ้ ๔ ให้อธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมป่าไม้มอบหมาย เป็นผู้ออกบัตรประจาตัว พนักงานเจ้าหน้าท่ีสาหรับพนกั งานเจ้าหนา้ ท่ีในสงั กดั กรมปา่ ไมแ้ ละพนกั งานเจ้าหนา้ ท่ขี องหนว่ ยงานของรฐั ท่ีเกยี่ วขอ้ ง ข้อ ๕ ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการจัดการป่าชุมชน เจ้าหน้าที่ป่าชุมชน หรือพนักงาน เจ้าหน้าท่ี ย่ืนคาขอมีบัตรประจาตัวตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ พร้อมแนบรูปถ่ายขนาด ๒.๕ x ๓.๐ เซนติเมตร คร่ึงตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตาสีเข้ม ซ่ึงถ่ายไม่เกินหกเดือนก่อนวันย่ืนคาขอมีบัตร แต่งเครื่องแบบปกติขาว เคร่ืองแบบปฏิบัติราชการ หรือชุดสุภาพ จานวน ๒ รูป ต่อประธาน กรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรืออธิบดีกรมป่าไม้ หรือผูซ้ ง่ึ อธิบดกี รมป่าไม้มอบหมาย แลว้ แตก่ รณี ขอ้ ๖ บัตรประจาตัวกรรมการจดั การปา่ ชมุ ชน เจ้าหนา้ ท่ปี ่าชุมชน หรอื พนักงานเจา้ หนา้ ท่ี ซ่ึงออกตามประกาศน้ี ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กาหนดไว้ในบัตร แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันออกบัตร เว้นแต่กรณีท่ีเจ้าหน้าที่ป่าชุมชนซ่ึงแต่งต้ังจากเจ้าหน้าท่ีกรมป่าไม้หรือหน่วยงานของรัฐท่ีเกี่ยวข้องต้องโอน หรอื ย้ายไปปฏบิ ตั หิ น้าทใ่ี นจงั หวัดอ่ืน หรือกรรมการจัดการปา่ ชุมชน เจา้ หนา้ ทีป่ ่าชมุ ชน หรอื พนักงาน เจ้าหน้าที่พ้นจากตาแหน่งก่อนวันบัตรหมดอายุ ให้ถือว่าบัตรน้ันหมดอายุก่อนวันหมดอายุท่ีกาหนดในบตั รนั้น 89
หน้า ๒๔ ๒๐ สงิ หาคม ๒๕๖๓ เล่ม ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๙๑ ง ราชกจิ จานเุ บกษา และให้คืนบัตรดังกล่าวแก่ประธานกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม หรอื อธบิ ดีกรมป่าไมห้ รือผู้ซง่ึ อธบิ ดีกรมป่าไมม้ อบหมาย แลว้ แต่กรณี ขอ้ ๗ ในกรณีที่บัตรประจาตัวกรรมการจัดการป่าชุมชน เจ้าหน้าที่ป่าชุมชน หรือพนักงาน เจา้ หนา้ ที่ หมดอายุ สูญหาย ถกู ทาลาย หรือชารดุ ในสาระสาคัญ ให้ย่ืนคาขอมบี ตั รใหมห่ รือขอเปลย่ี น บัตรแทนบัตรเดิมต่อประธานกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม หรืออธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมป่าไม้มอบหมาย แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวัน นบั แตว่ นั ที่บตั รน้ันหมดอายุ สญู หาย ถูกทาลาย หรือชารดุ ในสาระสาคัญ แล้วแต่กรณี ในกรณีที่เปล่ียนชื่อตัว ช่ือสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล ให้ย่ืนคาขอมีบัตรใหม่หรอื ขอเปลีย่ นบตั ร แทนบัตรเดิมต่อประธานกรรมการป่าชุมชนประจาจังหวัด ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม หรืออธิบดีกรมป่าไม้หรือผู้ซ่ึงอธิบดีกรมป่าไม้มอบหมาย แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวัน นบั แตว่ ันทเ่ี ปลยี่ นชอ่ื ตวั ชอื่ สกลุ หรือชือ่ ตัวและชือ่ สกลุ แลว้ แต่กรณี ประกาศ ณ วนั ที่ 22 มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖3 วราวุธ ศิลปอาชา รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม 90
คำขอมีบตั รประจำตวั พนักงำนเจ้ำหนำ้ ท่ีตำมกฎหมำยว่ำด้วยป่ำชุมชน วันท่ี ............................................................. ขา้ พเจา้ ช่อื - สกุล (นาย/นาง/นางสาว) ...................................................................................... เกิดวนั ที่ ........ เดอื น ................................ พ.ศ. ............. อายุ .......... ปี หมโู่ ลหิต .................................... สัญชาติ ........................ ศาสนา ........................ เลขประจาตวั ประชาชน .................................................. ท่อี ยู่ปจั จบุ ันเลขที่ ............... หมทู่ ี่ ....... ถนน .................................. ตาบล/แขวง ..................................... อาเภอ/เขต .......................................... จงั หวัด ............................... รหสั ไปรษณีย์ ................................... โทรศพั ทเ์ คล่ือนที่ ................................. E-mail Address : ....................................................................... อาชีพ ................................................................ ตาแหนง่ .......................................................................... ปฏิบตั ิงาน แผนก/งาน ...................................... ฝา่ ย/สว่ น ........................................................................ สงั กดั (ชอื่ องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ /ช่อื หน่วยงานของรฐั /ชือ่ หนว่ ยงาน) ................................................ ........................................................................... กระทรวง ......................................... ................................ ไดร้ บั แต่งต้ังเปน็ พนักงานเจา้ หน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยป่าชมุ ชนตามคาส่ัง/ประกาศ ................................ ............................................................................................................................. ........................................ มีความประสงค์ย่ืนคาขอต่อ …………………………………….....................…เพื่อขอมีบัตรประจาตัวพนักงาน เจ้าหน้าทตี่ ามกฎหมายว่าด้วยปา่ ชมุ ชน ในกรณี ขอมบี ัตรครัง้ แรก บัตรเดิมหมดอายุ บัตรสญู หาย/ถกู ทาลาย/ชารุด หมายเลขบัตรเดิม ............................................ (ถา้ ทราบ) เปล่ยี นชื่อตัว ชือ่ สกุล หรือชื่อตัวและช่ือสกลุ เปลีย่ นตาแหน่ง/เล่ือนระดับ/เล่ือนยศ ทั้งนี้ ไดแ้ นบหลักฐานต่อไปน้ีมาพร้อมกับคาขอดว้ ยแล้ว บตั รเดมิ หรือสาเนาบัตรประจาตัวเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ที่รับรองสาเนาถูกต้อง ใบแจง้ ความ หลักฐานการเปลีย่ นชอื่ ตัว ช่อื สกลุ หรอื ชื่อตัวและชอื่ สกลุ รปู ถ่ายขนาด ๒.๕ x ๓.๐ เซนติเมตร จานวน ๒ รปู ขา้ พเจา้ ขอรับรองวา่ ข้อความดังกลา่ วข้างต้นเปน็ ความจริงทุกประการ ลงช่อื .......................................................................... (.......................................................................) ผ้ยู ่ืนคาขอ 91
แบบบัตรประจำตวั พนักงำนเจ้ำหนำ้ ที่ ท้ำยประกำศกระทรวงทรพั ยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดล้อม เร่อื ง กำรกำหนดแบบบัตรประจำตวั กรรมกำรจดั กำรปำ่ ชุมชน เจ้ำหน้ำทปี่ ำ่ ชุมชน และพนักงำนเจ้ำหน้ำท่ีตำมกฎหมำยวำ่ ด้วยปำ่ ชุมชน (ดำ้ นหน้ำ) บัตรประจำตัวพนกั งำนเจ้ำหนำ้ ที่ ตำมพระรำชบัญญตั ปิ ำ่ ชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๕.๔ ซม. เลขท่ี .../.... กระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดลอ้ ม วันออกบตั ร ......../......../........ วนั บัตรหมดอำยุ ......../......../........ ๘.๔ ซม. (ด้ำนหลัง) รปู ถา่ ย เลขประจาตวั ประชาชนของผ้ถู ือบตั ร (๑) ขนาด ................................................................. ๕.๔ ซม. ๒.๕ X ๓.๐ ซม. ชอ่ื ........................................................... ตาแหนง่ .................................................. .......................... สงั กัด ....................................................... ลายมือช่ือผถู้ อื บตั ร เปน็ พนักงานเจา้ หนา้ ที่ หมโู่ ลหิต .......... ตามพระราชบญั ญัติปา่ ชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ........................................ ตาแหน่ง ........................................ ผู้ออกบัตร ๘.๔ ซม. หมำยเหตุ (๑) ตาแหน่งและสังกัด (ถ้ามี) เช่น ตาแหน่งของเจ้าหน้าท่ีกรมป่าไม้หรือหน่วยงานของรัฐ ที่เก่ยี วขอ้ งที่ได้รับแตง่ ต้งั เป็นพนักงานเจ้าหนา้ ท่ี 92
คำขอมีบตั รประจำตัวกรรมกำรจดั กำรป่ำชมุ ชนตำมกฎหมำยวำ่ ด้วยปำ่ ชมุ ชน วนั ท่ี ............................................................. ข้าพเจ้า ชื่อ - สกลุ (นาย/นาง/นางสาว) ...................................................................................... เกดิ วันที่ ........ เดือน ................................ พ.ศ. ............. อายุ .......... ปี หมโู่ ลหิต .................................... สัญชาติ ........................ ศาสนา ........................ เลขประจาตัวประชาชน .................................................. ทีอ่ ยูป่ จั จบุ นั เลขท่ี ............... หมู่ที่ ....... ถนน .................................. ตาบล/แขวง ..................................... อาเภอ/เขต .......................................... จงั หวัด ............................... รหสั ไปรษณยี ์ ................................... โทรศพั ทเ์ คลื่อนที่ ................................. E-mail Address : ....................................................................... อาชีพ ................................................................ ตาแหน่ง .......................................................................... ปฏบิ ัติงาน แผนก/งาน ...................................... ฝ่าย/สว่ น ........................................................................ สังกัด (ช่ือองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น/ชื่อหน่วยงานของรัฐ/ชือ่ หนว่ ยงาน) ................................................ ........................................................................... กระทรวง ......................................................................... เปน็ หรือได้รบั เลือกตั้งเป็นกรรมการจัดการปา่ ชุมชนของป่าชุมชน ......................................... (ชอื่ ป่าชมุ ชน) ในท้องทีอ่ าเภอ ...................................... จังหวดั ............................................ เร่มิ ดารงตาแหน่งการเปน็ กรรมการจดั การป่าชุมชนเม่ือวนั ที่....................................................................... และจะครบวาระการดารงตาแหนง่ ในวันท่ี................................................................................................... มีความประสงคย์ ื่นคาขอตอ่ ประธานกรรมการป่าชุมชนประจาจงั หวัด........................................................ เพอ่ื ขอมีบตั รประจาตัวกรรมการจัดการป่าชุมชนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยปา่ ชมุ ชน ในกรณี ขอมบี ตั รคร้ังแรก บัตรเดิมหมดอายุ บตั รสญู หาย/ถกู ทาลาย/ชารดุ หมายเลขบัตรเดิม ............................................ (ถา้ ทราบ) เปลยี่ นชื่อตวั ชือ่ สกลุ หรอื ชื่อตวั และช่ือสกลุ เปล่ียนตาแหน่ง/เลื่อนระดับ/เลื่อนยศ ทง้ั น้ี ได้แนบหลักฐานต่อไปนี้มาพร้อมกับคาขอดว้ ยแลว้ บัญชรี ายชือ่ คณะกรรมการจัดการปา่ ชุมชนของป่าชุมชน................................................................... บัตรเดมิ ใบแจ้งความ หลกั ฐานการเปลี่ยนช่ือตวั ชอื่ สกุล หรือชื่อตวั และช่อื สกุล รปู ถ่ายขนาด ๒.๕ x ๓.๐ เซนติเมตร จานวน ๒ รูป ขา้ พเจ้าขอรบั รองวา่ ข้อความดังกลา่ วข้างต้นเป็นความจรงิ ทุกประการ ลงชือ่ .......................................................................... (.......................................................................) ผ้ยู ืน่ คาขอ 93
แบบบตั รประจำตัวกรรมกำรจัดกำรปำ่ ชุมชน ทำ้ ยประกำศกระทรวงทรพั ยำกรธรรมชำติและสงิ่ แวดล้อม เรอื่ ง กำรกำหนดแบบบตั รประจำตัว กรรมกำรจัดกำรป่ำชมุ ชน เจำ้ หน้ำทป่ี ำ่ ชมุ ชน และพนักงำนเจ้ำหนำ้ ท่ีตำมกฎหมำยวำ่ ด้วยปำ่ ชุมชน (ดำ้ นหนำ้ ) บัตรประจำตวั กรรมกำรจดั กำรป่ำชุมชน ตำมพระรำชบญั ญัตปิ ่ำชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๕.๔ ซม. เลขที่ .../.... ประจำปำ่ ชมุ ชน ............................................. จังหวัด............................................................ วันออกบตั ร ......../......../........ วนั บตั รหมดอำยุ ......../......../........ ๘.๔ ซม. (ดำ้ นหลัง) ๕.๔ ซม. รปู ถ่าย เลขประจาตัวประชาชนของผู้ถือบตั ร ขนาด ................................................................. ๒.๕ X ๓.๐ ชื่อ ........................................................... ซม. เปน็ กรรมการจัดการปา่ ชุมชน ตามพระราชบัญญตั ิปา่ ชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๖๒ .......................... ลายมือช่อื ผถู้ อื บตั ร ........................................ หมโู่ ลหติ .......... ตาแหน่ง ประธานกรรมการป่าชุมชน ประจาจังหวัด ........................... ผอู้ อกบตั ร ๘.๔ ซม. 94
คำขอมีบัตรประจำตัวเจำ้ หน้ำท่ปี ่ำชมุ ชนตำมกฎหมำยวำ่ ดว้ ยป่ำชุมชน วนั ท่ี ............................................................. ข้าพเจ้า ชอ่ื - สกุล (นาย/นาง/นางสาว) ...................................................................................... เกดิ วนั ท่ี ........ เดอื น ................................ พ.ศ. ............. อายุ .......... ปี หมโู่ ลหิต .................................... สญั ชาติ ........................ ศาสนา ........................ เลขประจาตวั ประชาชน .................................................. ทอ่ี ยปู่ ัจจบุ ันเลขท่ี ............... หมู่ท่ี ....... ถนน .................................. ตาบล/แขวง ..................................... อาเภอ/เขต .......................................... จงั หวดั ............................... รหสั ไปรษณยี ์ ................................... โทรศัพท์เคลือ่ นท่ี ................................. E-mail Address : ....................................................................... อาชพี ................................................................ ตาแหน่ง .......................................................................... ปฏิบตั งิ าน แผนก/งาน ...................................... ฝ่าย/สว่ น ........................................................................ สังกัด (ชอ่ื องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ /ช่อื หนว่ ยงานของรฐั /ชื่อหน่วยงาน) ................................................ ........................................................................... กระทรวง ......................................................................... ได้รับแต่งต้ังเป็น เจา้ หนา้ ทป่ี ่าชมุ ชนประจาจังหวดั .................................................(กรณีเจา้ หนา้ ที่ของรัฐ) เจา้ หน้าทปี่ ่าชมุ ชนประจาปา่ ชุมชน ....................................... (ชื่อป่าชุมชน) ในท้องที่อาเภอ ...................................... จงั หวัด ............................................ ตามกฎหมายวา่ ด้วยปา่ ชุมชนตามคาสงั่ /ประกาศ ....................................................................................... มคี วามประสงค์ยืน่ คาขอต่อประธานกรรมการปา่ ชุมชนประจาจงั หวดั ....................................................... เพือ่ ขอมบี ัตรประจาตัวเจา้ หน้าที่ปา่ ชมุ ชนตามกฎหมายวา่ ด้วยป่าชมุ ชน ในกรณี ขอมบี ตั รครัง้ แรก บตั รเดิมหมดอายุ บัตรสูญหาย/ถกู ทาลาย/ชารุด หมายเลขบัตรเดิม ............................................ (ถ้าทราบ) เปลี่ยนชื่อตัว ชอื่ สกลุ หรอื ช่ือตวั และชื่อสกุล เปลย่ี นตาแหน่ง/เลอ่ื นระดับ/เล่ือนยศ ทง้ั นี้ ได้แนบหลกั ฐานต่อไปนี้มาพร้อมกบั คาขอด้วยแลว้ บัตรเดมิ หรอื สาเนาบัตรประจาตวั เจ้าหนา้ ทีข่ องรฐั ที่รบั รองสาเนาถูกต้อง ใบแจ้งความ หลกั ฐานการเปลี่ยนชือ่ ตวั ชื่อสกุล หรือชื่อตวั และชื่อสกลุ รูปถ่ายขนาด ๒.๕ x ๓.๐ เซนติเมตร จานวน ๒ รปู ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อความดงั กล่าวขา้ งตน้ เป็นความจรงิ ทุกประการ ลงชื่อ .......................................................................... (.......................................................................) ผู้ยนื่ คาขอ 95
แบบบัตรประจำตวั เจำ้ หน้ำท่ีปำ่ ชุมชน (กรณเี จำ้ หนำ้ ท่ีของรฐั ) ทำ้ ยประกำศกระทรวงทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสง่ิ แวดล้อม เรอ่ื ง กำรกำหนดแบบบัตรประจำตัว กรรมกำรจดั กำรป่ำชมุ ชน เจ้ำหนำ้ ทป่ี ่ำชมุ ชน และพนกั งำนเจ้ำหน้ำท่ีตำมกฎหมำยวำ่ ด้วยป่ำชุมชน (ด้ำนหน้ำ) บัตรประจำตัวเจ้ำหนำ้ ที่ปำ่ ชุมชน ตำมพระรำชบญั ญัตปิ ่ำชมุ ชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๕.๔ ซม. เลขที่ .../.... จงั หวัด............................................ วันออกบตั ร ......../......../........ วันบัตรหมดอำยุ ......../......../........ ๘.๔ ซม. (ดำ้ นหลัง) รปู ถ่าย เลขประจาตัวประชาชนของผู้ถือบัตร (๑) ขนาด ................................................................. ๕.๔ ซม. ๒.๕ X ๓.๐ ซม. ชือ่ ........................................................... ตาแหน่ง .................................................. .......................... สังกัด ....................................................... ลายมอื ชอื่ ผู้ถอื บตั ร เป็นเจา้ หนา้ ท่ีปา่ ชุมชน หมโู่ ลหติ .......... ตามพระราชบญั ญัติปา่ ชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ........................................ ตาแหนง่ ประธานกรรมการป่าชมุ ชน ประจาจังหวดั ........................... ผู้ออกบตั ร ๘.๔ ซม. หมำยเหตุ (๑) ตาแหน่งและสังกัด (ถ้ามี) เช่น ตาแหน่งของเจ้าหน้าที่ป่าชุมชนท่ีแต่งต้ังจากเจ้าหน้าท่ี กรมป่าไมห้ รือหนว่ ยงานของรฐั ที่เกยี่ วข้อง 96
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150