Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore insignia (ความรู้เกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์)

insignia (ความรู้เกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์)

Published by arom.va, 2017-08-22 00:08:17

Description: insignia

Keywords: เครื่องราชย์

Search

Read the Text Version

195

196

197

198

199

200

201

202

203

พระราชบญั ญัติ 204เหรยี ญจกั รมาลา และเหรยี ญจักรพรรดมิ าลา พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔ ในพระปรมาภไิ ธยสมเด็จพระเจา อยหู วั อานนั ทมหดิ ล คณะผูสาํ เร็จราชการแทนพระองค (ตามประกาศประธานสภาผแู ทนราษฎร ลงวนั ท่ี ๔ สงิ หาคม พุทธศกั ราช ๒๔๘๐) อาทิตยทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธนิ ตราไว ณ วนั ที่ ๒๔ ตุลาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔ เปนปที่ ๘ ในรชั กาลปจ จุบนั โดยที่สภาผูแทนราษฎรลงมตวิ า สมควรแกไขกฎหมายวา ดว ยเหรยี ญจักรมาลาและเหรยี ญจกั รพรรดมิ าลา จ่ึงมพี ระบรมราชโองการใหต ราพระราชบญั ญตั ิข้นึ ไวโ ดยคําแนะนําและยินยอมของสภาผูแ ทนราษฎรดั่งตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญตั นิ ใ้ี หเ รยี กวา “พระราชบัญญตั ิเหรียญจักรมาลาและเหรยี ญจักรพรรดิมาลาพทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔” มาตรา ๒ ใหใ ชพระราชบญั ญัตนิ ตี้ ง้ั แตวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป มาตรา ๓ ใหย กเลกิ พระราชบัญญัติเหรียญจกั รมาลารตั นโกสนิ ทรศก ๑๒๓ และพระราชบญั ญตั ิเหรียญจกั รพรรดมิ าลารัตนโกสนิ ทรศก ๑๓๐ มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั ิน้ี คาํ วา “ทหารและตาํ รวจ” หมายความวา ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตํารวจ คําวา “ขา ราชการฝายพลเรอื น” หมายความวาขา ราชการพลเรือน ตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการพลเรอื นขา ราชการพลเรือนสงั กดั กระทรวงกลาโหม และขา ราชการฝายตุลาการตามกฎหมายวา ดวยระเบียบขาราชการฝายตลุ าการเวน แตขาราชการประเภทวสิ ามัญ มาตรานยี้ กเลกิ ตามพระราชบัญญตั เิ หรียญจักรมาลาและเหรียญจกั รพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๓) พทุ ธศกั ราช ๒๕๐๗และใหใ ชค าํ ตอไปน้ีแทน “มาตรา ๔ ในพระราชบัญญตั ิน้ี “ทหารและตาํ รวจ” หมายความวา ทหารบก ทหารเรอื ทหารอากาศและตาํ รวจ “ขาราชการฝายพลเรอื น” หมายความวา ขา ราชการพลเรือนตามกฎหมายวา ดวยระเบยี บขา ราชการพลเรอื นขาราชการพลเรือนสังกดั กระทรวงกลาโหม ขา ราชการฝา ยตลุ าการ ตามกฎหมายวา ดว ยระเบยี บขา ราชการฝา ยตลุ าการขาราชการอัยการตามกฎหมายวาดว ยระเบยี บขาราชการฝายอยั การและหมายความรวมถงึ พนกั งานเทศบาลตามพระราชกฤษฎีกาวา ดว ยระเบยี บพนักงานเทศบาลดว ย ทงั้ น้เี วน แตข า ราชการวิสามญั หรือพนกั งานเทศบาลวสิ ามัญ” มาตรา ๕ เหรียญจกั รมาลามีลักษณะเปนเหรียญเงนิ กลมดานหนา มีรูปจักร กลางวงจกั รเปน รูปชาง กบั จารึกอักษรวา “ส.พ.ป.ม.จ.๕” มีหวงหอ ยกับแพรแถบกวา ง ๓ เซนตเิ มตร สีแดงขอบเขยี ว มีรวิ้ สีเหลือง ร้วิ สีน้าํ เงิน ประดบั ที่อกเสือ้ เบอื้ งซาย มาตราน้ยี กเลกิ ตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลา และเหรียญจกั รพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๒) พทุ ธศักราช ๒๔๘๕และใหใ ชค วามตอ ไปน้ีแทน

205 มาตรา ๕ เหรยี ญจกั รมาลา มลี กั ษณะเปน เหรยี ญเงนิ กลมดา นหนามีรูปจักร กลางวงจกั รเปน รปูจลุ มงกฎุ พานรองสองชั้นมีเคร่ืองสูงสองขา ง ดา นหลงั มรี ูปจักร กลางวงจักรเปน รปู ชา งกบั จารกึ อกั ษรวา“ส.พ.ป.ม.จ.๕” มหี ว งหอยกบั แพรแถบกวา ง ๓ เซนตเิ มตร สแี ดงขอบเขยี วมรี ้ิวสีเหลอื งร้วิ สนี าํ้ เงนิ ประดบั ท่ีอกเส้อื เบ้ืองซา ย มาตรา ๖ เหรยี ญจกั รมาลาสําหรบั พระราชทานแกผ ทู มี่ ยี ศทหารหรอื ตํารวจตลอดจนวา ทยี่ ศนน้ั ๆท้ังตอ งเปนผทู รี่ ับราชการประจําการหรอื ในกองประจาํ การรวมกนั เปนเวลาไมน อยกวา ๑๕ ป การนบั เวลาราชการ ใหน ับตัง้ แตอายคุ รบ ๑๘ ปบรบิ รู ณ หรอื ตง้ั แตว นั ขึ้นทะเบียนกองประจาํ การตามกฎหมายวา ดว ยการรบั ราชการทหารแลว แตก รณี มาตรา ๗ เหรียญจกั รพรรดิมาลา มีลักษณะเปน เหรยี ญเงนิ กลมรปู จักร ดานหนา มีรูปครุฑพา หอยูในวงจักร ดา นหลังมรี ปู ชา งอยูใ นวงจักรจารึกอกั ษรโดยรอบวา “บาํ เหนจ็ แหงความยงั่ ยืนและมน่ั คงในราชการ”เบ้อื งบนเหรียญมีเคร่ืองหมายพระวชริ าวธุ หอยกบั แพรแถบกวา ง ๓ เซนติเมตร สแี ดงขอบสีเหลืองกบั สเี ขียวประดับที่อกเสอ้ื เบอ้ื งซา ย สาํ หรบั พระราชทานสตรใี ชห อยกบั แพรแถบผกู เปน รปู แมลงปอประดบั เสอ้ื ทห่ี นา บา ซา ย มาตรา ๘ เหรียญจกั รพรรดิมาลาสาํ หรบั พระราชทานขาราชการฝา ยพลเรือน ทีร่ บั ราชการมาดว ยความเรยี บรอยเปน เวลาไมน อ ยกวา ๒๕ ป การนบั เวลาราชการ ใหน ับโดยคํานวณเวลาราชการทง้ั หมดของผนู ้ันรวมกนั แตถ า ผนู ้นั เขา รบั ราชการกอ นอายุครบ ๑๘ ปบ ริบูรณ ใหน ับต้งั แตวนั อายคุ รบ ๑๘ ปบรบิ ูรณเ ปน ตนไป มาตรา ๙ ทหารและตํารวจทีร่ ับราชการมารวมเวลาราชการไมน อยกวา ๒๕ ป หากไมเ ขาเกณฑทจ่ี ะไดรบั พระราชทานเหรยี ญจักรมาลาตามมาตรา ๖ กใ็ หไดร บั พระราชทานเหรยี ญจกั รพรรดมิ าลาตามมาตรา ๘ มาตรา ๑๐ ผซู ่งึ ไดร ับพระราชทานเหรยี ญจักรมาลาหรอื เหรียญจกั รพรรดิมาลา ใหมปี ระกาศนยี บตั รทรงลงพระปรมาภไิ ธย และประทบั พระราชลัญฉกร มาตรา ๑๑ การพระราชทานเหรียญจักรมาลา หรือเหรียญจกั รพรรดมิ าลาพระราชทานเปน กรรมสทิ ธิ์เมอ่ื ผไู ดรบั พระราชทานวายชนม ใหท ายาทโดยธรรมรกั ษาไวเปน ที่ระลึก แตถ าผูไดร ับพระราชทานก็ดี ทายาทโดยธรรมก็ดี ประพฤติตนไมสมเกยี รติ อาจทรงเรยี กคนื ได ถาสง คนื ไมไ ดดว ยประการใด ๆ ภายในกาํ หนดสามสบิ วนั จะตองใชร าคาเหรยี ญน้ัน มาตรา ๑๒ เหรียญจักรมาลาหรือเหรยี ญจกั รพรรดมิ าลาจะพระราชทานแกผูใดอยา งใดอยา งหนึ่งแตอ ยางเดยี วเทานน้ั มาตรา ๑๓ บรรดาผซู ึ่งไดรบั พระราชทานเหรยี ญจกั รมาลาหรือเหรยี ญจกั รพรรดิมาลาอยูแลว ในวนัใชพระราชบญั ญตั นิ ้มี สี ิทธแิ ละหนา ทีต่ ามพระราชบญั ญัติน้ีทุกประการ มาตรา ๑๔ ใหน ายกรัฐมนตรีรักษาการใหเปนไปตามพระราชบัญญตั นิ ้ีผูรับสนองพระบรมราชโองการ พบิ ูลสงคราม นายกรฐั มนตรี

206

207

208

209

210 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สกํานฎักสงาํานนคณักะนกรารยมกการรกัฐฤมษฎนกี ตา รี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฉฤษบฎับกี าที่ ๗๑ (พสาํ.นศัก.งา๒นค๕ณ๒ะก๓รร)มการกฤษฎกี าออกตามความในพระราชบญั ญตั เิ ครอ่ื งแบบขา ราชการฝา ยพลเรอื นสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานพักงทุ านธคศณกั ะกรรารมชกา๒รก๔ฤษ๗ฎีก๘า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ---------- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคณะกรรมการกฤษอฎกีาศาัยอํานาจตามสาํคนวักางมาในนคมณาะตกรรารม๖กาแรลกะฤมษาฎตกี ราา ๗ แหงพระสราํ นาชักบงาัญนญคณัตะิเคกรรรื่อมงการกฤษฎีกา แบบขาราชการฝายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ นายกรัฐมนตรีออกกฎสํานักนายกรัฐมนตรีไวดังตอไปสนําี้นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอ ๑ ใหย กเลกิ ความในสว นท่ี ๑ ของกฎสํานักนายกรัฐมนตรีออกตามความในสํานักงานคมณาตะรการร๗มกแารหกงฤพษรฎะีกราาชบัญญัติเคสราํ ื่อนงักแงบานบคขณาระากชรรกมากราฝรากยฤพษลฎเกี ราือน พุทธศักรสาําชน๒ักง๔า๗นค๘ณละงกวรรนั มทก่ี ารกฤษฎกี า๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ ซง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยกฎสาํ นกั นายกรฐั มนตรี ฉบับที่ ๗๐ (พ.ศ.๒๕๒๒)สอาํ นอักกงตาานมคคณวะากมรรใมนกพารระกรฤาษชฎบกี ัญา ญัติเครื่องแสบําบนักขงาารนาคชณกาะรกฝรรามยกพาลรกเรฤือษนฎกี พาุทธศักราช ๒๔๗๘และใหใ ชค วามตอ ไปนแ้ี ทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า \"สว นท่ี ๑ เคสราํ ื่อนักงแงาบนบคทณั่วะไกปรรมการกฤษฎกี า ------------สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎอกี า๑ เครื่องแบสบาํ ขนาักรงาาชนกคาณระปกรระรจมํากกาารกรทฤษั่วฎไปีกาใหม ี ๒ ชนิดสคาํ อืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑.๑ เครื่องแบบปฏิบัติราชการ มี ๒ ประเภทสํานักงานคกณ. เะคกรรื่อรมงกแาบรบกฤสษีกฎาีกกาีคอพับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข. เครื่องแบบสีกากีคอแบะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ๑ฎกี.๒า เครื่องแบบสพาํ นิธักีกงาารนคมณี ๕ะกปรรรมะเกภาทรกฤษฎีกา ก. เครื่องแบบปกติขาวสํานักงานขค.ณเะคกรรื่อรมงแกาบรบกฤปษกฎตกี ิกาากีคอตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคณะกรรมการกฤษคฎกี. าเครอ่ื งแบบคสราํ ง่ึ นยักศงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง. เครอื่ งแบบเต็มยศสํานักงานจค.ณเะคกรรอ่ืรมงแกาบรบกฤสษโมฎสกี รา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าขอ ๒ ภายใตบ งั คบั แหง ขอ ๓ และขอ ๔สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ๒ฎีก.๑า เครื่องแบบสปํานฏักิบงัตานิรคาชณกะากรรรปมรกะากรกอฤบษดฎวีกยา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) หมวกสํานักงานขคาณระากชรกรามรกชาารยกฤใหษใฎชกี หามวกได ๒ แสบํานบักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า แบบที่ ๑ หมวกทรงหมอ ตาลสกี ากี กะบงั หนา ทาํ ดว ยหนงั หรอื วตั ถเุ ทยี มหนงั สีสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

211 - ๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคดณาํ ะสการยรรมดั กคารากงฤหษนฎงั กี หารอื วตั ถเุ ทยี มสหาํ นนักงั งสาดี นาํคณมดีะกมุ รโรลมหกาะรสกที ฤอษงฎตกี ราาครฑุ พา หข นสาาํ ดนเักลงก็ าตนดิคณทข่ีะกา งรหรมมกวากรกฤษฎีกาขา งละ ๑ ดมุ ผาพันหมวกสีกากี ทหี่ นาหมวดตดิ ตราครฑุ พาหในบัวกระหนกทาํ ดวยโลหะสีทองสงู ๖.๕ สเซํานนักตงเิ ามนตครณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแบบที่ ๒ หมวกแกปทรงออนสีกากี หนา หมวกตดิ ตราครฑุ พา หป ก ดน้ิ สีทองสูงสาํ นักงานค๔ณ.๕ะกเซรรนมตกเิามรกตฤรษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการหญิงใหใ ชหมวกได ๓ แบบสํานักงานคแณบบะกทรี่ร๑มกาอรนกุโฤลษมฎตีกาามแบบหมวกสขาํ อนักงขงาานรคาชณกะากรรชรมายกาแรกตฤเปษนฎีกทารงออน แบบที่ ๒ หมวกแกปทรงออนพับปกสีกากี สายรดั คางสที องกวา ง ๑ เซนตเิ มตรสาํ นักงานคมณดี มุะกโรลรหมะกสาทีรกอฤงษตฎรีกาาครฑุ พา หข นสาดาํ นเลักก็งาตนดิ คทณข่ี ะา กงรหรมมกวากรขกาฤงษลฎะกี ๑า ดมุ ผาพันหสมาํ วนกักสงาีกนาคกณี หะนกรา รหมมกวารกกฤษฎีกาติดตราครุฑพาหปกดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนตเิ มตร บนหมอนสีกากี สาํ นักงานคแณบบะกทรี่ร๓มกาหรมกฤวษกฎหกีนาบี สกี ากี ดานสาํหนนักางมานีดคุมณโละหกระรสมีทกอารงกตฤรษาฎคีกราุฑพาหขนาดเล็ก ๒ ดมุสาํ นักงานคตณิดซะกอรนรมกกันารมกีตฤรษาฎคกี ราุฑพาหใ นบัวสกํารนะักหงนานกคสณูง ะ๔ก.ร๕รมเกซานรตกฤเิ มษตฎรกี าตดิ ทด่ี า นซา ยสเหาํ นนักอื งขาอนบคณหมะกวรกรมการกฤษฎีกาหางจากมุมพับดานหนาหมวกประมาณ ๔ เซนตเิ มตร สาํ นักงานคกณาระสกวรมรมหกมาวรกกฤใษหฎส ีกวามในโอกาสอสนั าํ คนวักรงานคณะกรรมการกฤษฎกี า(๒) เสอ้ื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าขาราชการชายใหใชเสื้อได ๒ แบบ สํานักงานคแณบบะกทรี่ร๑มกเาสรื้อกคฤอษพฎกีับาสีประเภทสีกสาาํ กนีแักขงานนยคาณวระัดกรขรอมมกือารกมฤดี ษมุ ฎทกี ข่ี าอ มอื ขา งละ ๑ ดมุหรอืสํานักงานคแณขนะกสรั้นรมมกีการรกะฤเปษาฎเีกยาบ็ ติดท่ีหนา อสกําเนสัก้ืองขาานงคลณะะ๑กรกรมระกเาปรกาฤเษปฎนีกการะเปาเสื้อมีแสถาํ บนอักยงาูตนรคงณกละการงรตมากมารกฤษฎกี า ทางดง่ิกวาง ๓.ส๕ํานเซักนงาตนเิ คมณตะรกมรรีใมบกปารกกกฤรษะฎเปีกาารูปมนชายกสลําานงักแงหานลคมณหะรกือรรเปมกนากรรกะฤเษปฎาีกเสาื้อชนิดไมมีแถบกลางสํานักงานคกณระะเกปรารแมลกาะรใกบฤปษกฎกีกราะเปาเปนรูปสสาํ ี่เนหักลงี่ยามนคผณืนผะการมรมุมกการรกะฤเปษาฎแีกลาะมุมปกกระเปสาํ านเปักงนารนูปคตณัดะพกรอรงมากมาทรกี่ ฤษฎกี า ปากกกระเปา ทง้ั สองขา งตดิ ดมุ ขา งละหนง่ึ ดมุ สําหรับขัดใบปกกระเปา ตดั เสอ้ื ผา อกตลอด มสี าบกวาง ๓.ส๕าํ นเซักนงาตนเิ คมณตะรกตรรดิ มดกุมารตกาฤมษแฎนีกาวอกเสอ้ื ๕ ดสมุาํ นรักะงยานะคหณา งะกกันรรพมอกสารมกคฤวษรฎีกแาละตดิ เครอ่ื งหมายสงั กดั ทป่ี กคอเสอ้ื ดา นหนา ทง้ั สองขา ง ทไ่ี หลเ สอ้ื ประดบั อนิ ทรธนสู เี ดยี วกบั เสอ้ื ยาวตามความยาวสาํ นักงานคขณองะบการเรยมบ็กาตรดิ กกฤษบั ฎเสีกอ้ืาเหนอื บา ทง้ั สสําอนงักขงา างนจคาณกไะหกลรรไ มปกคาอรกปฤษลฎายีกมา น ดานไหลกสวาํ านงัก๔งาเนซคนณตะเิ กมรตรมรการกฤษฎกี า ดานคอกวางส๓ํานเักซงนานตคเิ มณตะรกรตรมอกนาปรกลฤาษยขฎดักี าดมุ ตดิ กบั ตวั สเสาํ นอ้ื ักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าในโอกาสไปงานพิธี ใหใ ชเ สอ้ื เชต้ิ แขนยาว ผูกผาพันคอสีดําเงื่อนกลาสีสอดชายสํานักงานคผณา ะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าผกู คอไวภ ายในเสอ้ื ภายใตด มุ เมด็ ทส่ี อง สาํ นักงานคแณบบะกทรี่ร๒มกาเสรกื้อฤคษอฎแกี บาะปลอยเอว สแาํ นบักบงคานอคตณื้นะสกีปรรรมะกเภารทกสฤีกษาฎกกี ีแาขนสั้น ตวั เสอ้ื ผา อกตลอด สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

212 - ๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคมณดี มุะกทรอ่ีรมกกเสารอ้ื กฤ๔ษฎดกี มุ า มีกระเปาเยส็บํานตักิดงภาานยคนณอะกกเรปรมนกการระกเฤปษาฎบีกนาและลางอยางสลาํ ะนสักองางนกครณะเะปการรมการกฤษฎีกากระเปาบนมใี บปกมสนํานชักางยากนลคาณงแะกหรลรมมกมารีแกถฤบษกฎวกี าาง ๓.๕ เซนตสเิาํ มนตักรงาตนรคงณกะึ่งกกรลรมางกการรกะฤเปษาฎทกี าางดิ่ง กระเปาลาง เปนสาํ นักงานคกณระะเกปรารยมากมารมกใี ฤบษปฎกกี ราูปตัด ท่ผี า กสรําะนเปักางทาน้ังคสณองะกกรรระมเปกาา รตกดิ ฤดษมุฎีกขาา งละ ๑ ดมุ สสําําหนรักับงขานัดคกณับะใบกรปรมกการกฤษฎกี ากระเปา ทเ่ี อวดา นหลงั คาดดว ยผา สเี ดยี วกบั เสอ้ื ขนาดกวา ง ๕ เซนตเิ มตร ชายเสอ้ื ทต่ี ะเขบ็ กลางหลงั เปด สไาํวน ักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ถงึ ผาคาดเอว ตดิ เครอ่ื งหมายสงั กดั ทป่ี กคอเสอ้ื ดา นหนา ทง้ั สองขา งสํานักงานคณะกรรมการกฤษใฎหกี ใาชเ สอ้ื แบบทส่ี ๒าํ นแักทงานนเคสณื้อะแกบรบรมทกี่ า๑รกใฤนษโฎอกีกาาสอันควร สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ดมุ ทใ่ี ชก บั เสอ้ื ทง้ั สองแบบมลี กั ษณะเปน รปู กลมแบนทาํ ดว ยวตั ถสุ เี ดยี วกบั สเี สอ้ื สาํ นักงานคผณูไดะรกับรรพมรกะารรกาชฤทษฎานกี าเครื่องราชอิสสราํ ิยนาักภงรานณค ณใะหกปรรรมะดกาับรแกฤพษรฎแกีถาบเครื่องราช อิสริยาภรณที่อกเสื้อเหนือกระเปาบนซาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎาีกราาชการหญิงสําในหักใ งชาเ นสคอ้ื ณไดะก๔รรแมบกาบรกฤษฎีกา แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของขาราชการชาย สํานักงานคแณบบะกทรี่ร๒มกาเสรกื้อฤคษอฎพีกับา สีประเภทสสีกําานกักี งสาีอนอคนณกะวการกรมระกโาปรกรฤงษหฎรกีือาสีเดียวกับกระโปรงผา อกตลอดตวั เสอ้ื มสี าบกวางประมาณ ๒.๕ เซนตเิ มตร แขนยาวรัดขอมอื ขอบปลายแขนกวางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประมาณ ๕ เซนตเิ มตร หรือแขนสั้น เหนือขอศอกเล็กนอยตลบชาย กวางประมาณ ๕เซนตเิ มตสาํรนเักดงินานคคิ้วณดะานกรหรนมกาาเสรกื้อฤตษอฎจกี าากเสนบา มีตสะําเขน็บักงผาานนคกณละากงรอรกมกายรากวฤตษลฎอีกดาตวั ทง้ั สองดา น มีดมุ ๕ ดมุ ดานสาํ นักงานคหณลงัะจการกรมเสกาน รตกอฤษบฎา หีกาลงั มีตะเข็บผสาาํ นนตักงาามนตคัวณเสะื้อกรทรั้งมสกอารงกดฤาษนฎเชีกนา เดียวกับดานสหํานนักางาตนดิ คเณคะรกอ่ื รงรหมมกาารยกฤษฎกี า สงั กดั ทป่ี กคอเสอ้ื ดา นหนา ทง้ั สองขา ง ทไ่ี หลเ สอ้ื ประดบั อนิ ทรธนสู เี ดยี วกบั เสอ้ื ยาวตามความยาวของบาเยสบ็ํานตักิดงกานับคเสณอ้ื ะเกหรนรมือกบาารทกฤัง้ ษสอฎกีงขาาง จากไหลสไ ปาํ นคักองาปนลคาณยะมกนรรดมากนารไกหฤลษกฎวกี าาง ๔ เซนตเิ มตรดานคอกวาง ๓ เซนตเิ มตร ตอนปลายขดั ดมุ ตดิ กบั ตวั เสอ้ื การสวมสอดชายเสอ้ื ไวใ นขอบสาํ นักงานคกณระะโกปรรรมงการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แบบที่ ๓ เสื้อคอพับปลอยเอว สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกงผา อกตลสอําดนักตงวั าเนสคอ้ื ณไะมกม รรสี มากบารดกาฤนษหฎนกี าามีคิ้วตามสาสบาํ นมักดี งมุ าน๔คณดะมุ กรแรขมนกยารากวฤหษรฎือีกแาขนสั้น ตลบชายกวางประมาณ ๕ เซนตเิ มตร มคี ว้ิ หนา หลงั เชน เดยี วกบั แบบท่ี ๒ และมีเสนแนวตะเข็บเชนเดียวสํานักงานคกณับะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแบบที่ ๒ ทง้ั หนา หลงั ความยาวของเสอ้ื ใหค ลมุ สะโพกพองาม ตดิ เครอ่ื งหมายสงั กดั ทป่ี กคอเสอ้ืดานหนาสทาํ ั้งนสักองางนขคาณง ะทกีไ่ รหรลมเกสาอ้ืรกปฤรษะฎดีกบั าอนิ ทรธนสู เี ดสยีํานวักกงบั าเนสค้อื ณยะากวรตรามมกคารวกาฤมษยฎาีกวาของบา เยบ็ ตดิ กบัเสอ้ืสํานักงานคเหณนะอื กบรรา มทกง้ั าสรอกฤงษขาฎงีกจาากไหลไ ปคอสําปนลักางยานมคนณดะากนรรไมหกลากรกวฤางษฎ๔ีกเาซนตเิ มตร ดาสนาํ คนักองกาวนาคงณ๓ะกรรมการกฤษฎกี าเซนตเิ มตร ตอนปลายขดั ดมุ ตดิ กบั ตวั เสอ้ื สํานักงานคแณบบะกทรี่ร๔มกาเสรกื้อฤคษอฎแกี บาะปลอยเอว สสาํ นปี ักรงะาเนภคทณสะกี การกรีมสกีเาดรียกวฤกษับฎกกี าระโปรงหรือกางเกงผา อกตลอดตวั เสอ้ื ไมม สี าบ แขนยาวจรดขอมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กนอย ตลบชายกวางสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

213 - ๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคปณระะมการรณมก๕ารเกซฤนษตฎเิ ีกมาตร ดานหนาสเาํปนนักคงาิ้วนตคาณมสะกาบรรมดกมุ าร๓กฤดษมุฎีกตาอดานหนาแลสะําดนาักนงาหนลคงั ณยาะวกตรรามมกตาัวรกฤษฎกี าตดิ เครอ่ื งหมายสงั กดั ทป่ี กคอแบะทง้ั สองขา ง และมกี ระเปา ลา งขา งละ ๑ กระเปา เปนกระเปาเจาะเฉยี งเลก็ สนําอนักยงไามนคมณีใบะปกรกรกมรกะาเรปกฤาษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ดุมทใ่ี ชก ับเสือ้ แบบที่ ๒ , ๓ และ ๔ เปน ดมุ สนี าํ้ ตาลสเี ดยี วกบั สเี สอ้ืสํานักงานคณะกรรมการกฤษกฎกีาราสวมเสื้อแบบสําทนี่ ัก๓งาแนลคะณแะบกบรรทมี่ ก๔ารใกหฤปษลฎอีกยาชายเสอ้ื ทบั กสรําะนโปักงรางนหครณอื ะกการงรเมกกงารกฤษฎีกาและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าคาดเขม็ สขําดั นตักางมาน(ค๕ณ)ะแกรบรบมทกาี่ ๒รกฤทษบั ฎเีกอาวเสอ้ื ในโอกาสไปงานพิธี ใหใ ชเ สอ้ื แบบท่ี ๑ หรือแบบที่ ๒ โดยใชเ สอ้ื เชต้ิ แขนยาวสํานักงานคผณกู ผะกา รรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาผกู คอสดี าํ เงอ่ื นกลาสี สอดชายผา ผกู คอไวภ ายในเสอ้ื ใตด มุ เมด็ ทส่ี อง สาํ นักงานคผณูซึ่งะไกดรรรมับกพารรกะฤรษาชฎทกี าานเครื่องราชสอาํ ิสนรักิยงาาภนครณณะกใรหรปมกราะรดกับฤแษพฎกีราแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ ที่อกเสื้อเหนือกระเปาบนซายดวยสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) อินทรธนู ใหใชอินทรธนูออน มีเครื่องหมายตําแหนงบนอินทรธนู ดงั ตอ ไปนี้ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขาราชการการเมืองตําแหนงรัฐมนตรี มีแถบกวาง ๓ เซนตเิ มตร ตดิ ทางตน อิสํานักงานคนณทระกธรนรูมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา๑ แถบ และแถบกวาง ๑ เซนตเิ มตร ตดิ เรยี งตอ ไปอกี ๒ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลมขนาดวัดเสน สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าผาศูนยกลางวงใน ๑ เซนตเิ มตรสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎากี ราาชการการเมสือาํ นงตักงําาแนหคนณงะอกื่นรรๆมกมารีแกถฤบษกฎกีวาาง ๓ เซนตเิ มสตํารนตักงดิ าทนาคงณตะน กอรรนิ มทกรารกฤษฎีกา ธน๑ู แถบแสลําะนแักถงาบนกควณางะก๑รรเมซกนาตรกเิ มฤษตฎรีกตาดิ เรยี งตอ ไปสอํากีนัก๑งาแนถคณบะแกถรรบมบกนารขกมฤวษดฎเกีปานวงกลม ขนาดวัดเสน ผา ศนู ยก ลางวงใน ๑ เซนตเิ มตร ทง้ั น้ี ยกเวนขาราชการการเมืองที่มีกฎหมายวาดวยเครื่องสาํ นักงานคแณบบะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใชบ งั คบั โดยเฉพาะสํานักงานคขณาระากชรกรามรกพารลกเฤรษือฎนกี สาามัญตําแหนสงาํตนั้งักแงตานระคดณับะก๗รรมขกึ้นาไรปกฤมษีแฎถีกบากวาง ๓เซนตเิ มตรสํานักงานคตณิดทะการงรตมนกอารินกทฤรษธฎนีกูา๑ แถบ และสแําถนบักกงาวนาคงณ๑ะกเซรนรมตกเิ ามรตกฤรษตฎดิ ีกเารยี งตอ ไปอกี ส๑าํ นแักถงบานแคถณบะบกรนรขมมกาวรดกฤษฎกี าเปนวงกลม ขสนาํ นาักดงวาัดนเคสณนะผการศรมูนกยากรลกาฤงษวฎงีกใาน ๑ เซนตเิ มสตํารนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการพลเรือนสามญั ตําแหนงระดับ ๕ และระดับ ๖ มีแถบกวาง ๑สาํ นักงานคเซณนะตกเิรมรมตกรา๓รกฤแษถฎบีกาแถบบนขมวดสําเปนักนงวางนกคลณมะขกนรรามดกวาัดรเกสฤนษผฎากี ศาูนยกลางวงในสาํ ๑นักเงซานนตคเิณมะตกรรรมการกฤษฎีกา ขาราชการพลเรือนสามญั ตําแหนงระดับ ๓ และระดับ ๔ มีแถบกวาง ๑เซนตเิ มตสาํรน๒ักงาแนถคบณแะถกรบรบมกนาขรมกวฤดษเฎปกี นาวงกลม ขนาสดาํ วนัดักงเสานนคผณาศะกูนรยรมกกลาารงกวฤงษในฎกี ๑า เซนตเิ มตร ขาราชการพลเรือนสามัญตําแหนงระดับ ๒ มีแถบกวาง ๑ เซนตเิ มตร ๑ แถบสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

214 - ๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคขณมวะดกรเปรมน กวางรกกลฤษมฎขีกนาาดวัดเสนผาสศาํ นูนักยงกาลนาคงณวะงกในรรม๑กาเซรกนฤตษเิ ฎมีกตาร สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการพลเรือนสามัญตําแหนงระดับ ๑ มีแถบกวาง ๕ มลิ ลเิ มตร ๒ แถบแถบบนสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขนาดเปนวงกลม ขนาดวัดเสนผาศูนยกลางวงใน ๕ มลิ ลเิ มตรสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎาีกราาชการพลเรสือาํ นนปักรงาะนเภคทณอะื่นกรซรึ่งมไกมาไรดกกฤษําหฎนกี าดตําแหนงออสกําเนปักนงราะนดคับณะแกตรรรมับกเงาินรกฤษฎกี าเดือนตามระดสับํานตักงาามนบคัญณชะีทกรารยมพกราระกรฤาษชบฎกีัญาญัติระเบียบสขําานราักชงากนาครณพละกเรรืรอมนกาพร.กศฤ.ษ๒ฎกี๕า๑๘ ใหใ ชเ ครอ่ื ง หมาย สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคตณําแะหกรนรงมตกาามรกรฤะษดฎับกี เางินเดือนที่ไดสราํับนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สําหรับขาราชการพลเรือนวิสามัญ เฉพาะแถบทขี่ มวดเปน วงกลมน้นั ใหขมวดเปสนาํ รนูปักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สเ่ี หลย่ี มจตั รุ สัสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษแฎกีถาบดงั กลา วใหสใ ชํานส ักเี หงาลนอื คงณหะรกอื รสรมที กอางรกฤษฎกีกาารติดแถบใหตสิดาํตนาักมงขานวาคงณทะี่ตกนรรอมินกทารรกฤษฎกี าธนู แถบแรกหางจากตสํานนอักินงาทนรคธณนะู ๕กรมรมลิ กลาเิ รมกตฤรษฎแกี ลาะแถบตอไปสเวาํ นนรักะงายนะคหณางะกกันรรม๕กมารลิ กลฤเิษมฎตกี รา การใชเครื่องหมายตําแหนงบนอินทรธนู ใหใชกับเสื้อแบบที่ ๑ สาํ หรบั ขาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีการาชการชายและแบบสทํานี่ ๑ักงแานบคบณทะี่ ๒กรรแมลกะาแรกบฤบษทฎี่ ีก๓า สําหรับขารสาชาํ นกักางราหนญคณิง ะกรรมการกฤษฎีกา (๔) กางเกง กระโปรงสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎาีกราาชการชายใหสาํในชักกงาางนเกคณงแะบกบรรรมากชากรากรฤสษีปฎรีกะาเภทสีกากีไมพสาํ ับนปักลงาานยคขณา ะกรรมการกฤษฎกี า ขาราชการหญิงใหใชกางเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากีได ๕ แบบสาํ นักงานคแณบบะกทรี่ร๑มกกาารงกเฤกษงฎอกี นาุโลมตามแบสบําขนอักงงาขนารคาณชะกการรรชมากยารกฤษฎีกา แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง ไมม ลี วดลาย ขอบกางเกงกวางประมาณ ๑ นิ้วสํานักงานคมณหี ระกอื รรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าไมมีกระเปาก็ได มีซิปดานหนาหรือดานขาง ไมพ บั ปลายขาสาํ นักงานคแณบบะกทรี่ร๓มกการรกะโฤปษรฎงีกยาาวปดเขา ปลสาาํ ยนบักงาานนเคลณก็ นะกอรยรมการกฤษฎีกา แบบที่ ๔ กระโปรง มีตะเข็บหนา ๒ ตะเข็บ ตะเขบ็ หลงั ๒ ตะเข็บ ยาวครง่ึ เขาสํานักงานคปณลาะยกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า บานเลก็ นอยสํานักงานคแณบบะกทรี่ร๕มกากรรกะฤโษปฎรีกงากางเกง แบบสกําานงักเกงางนยคาณวคะรกึ่งรเรขมากามรีตกฤะษเขฎ็บีกหานา ๒ ตะเข็บตะเขบ็ หลงัสาํ นักงานค๒ณตะะกเรขร็บมกมารีจกีบฤกษรฎะกี ทาบดานหนาแสลาํ ะนดักางนานหคลณงั ะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) เขม็ ขดัสํานักงานคขณาระากชรกรามรกชาารกยฤษใหฎกีใ ชาเ ขม็ ขดั ทาํ ดวสยํานดักา งยาถนกั คสณกี ะากกรกีรมวกา งาร๓กฤเษซฎนีกตาเิ มตร หวั เขม็ ขดัทาํ ดว ยโลหะสที องเปน รปู สเี หลย่ี มผนื ผา ทางนอน ปลายมนกวาง ๓.๕ เซนตเิ มตร ยาว ๕สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

215 - ๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคเซณนะตกเิรมรมตกรามรกีรฤปู ษคฎรีกฑุ าดุนนูนอยกู งึ่ สกาํ ลนาักงงหานวั คเขณ็มะขกดั รรมไมกมารเี กขฤม็ ษสฎาํ ีกหารบั สอดรปู ปลสําานยักเขงม็านขคดั ณหะมุ กดรรว มยการกฤษฎกี าโลหะ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสที องกวสา าํงน๑ักงเาซนนคตณเิ ะมกตรรรมการกฤษฎีกา ขาราชการหญิง ใหใ ชเ ขม็ ขดั ๒ แบบสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษแฎีกบาบที่ ๑ ใชคาสดําทนับักงขาอนบคกณระะกโรปรมรงการโกดฤยษใฎชกีเขา็มขัดอนุโลมตสาาํ มนแักบงาบนขคาณระาชกรกรามรกชาารยกฤษฎีกา แบบที่ ๒ ใชค าดทบั เสอ้ื โดยใชเ ขม็ ขดั ผา สปี ระเภทสกี ากสี เี ดยี วกบั สเี สอ้ื กวาง๒.๕ เซสนําตนเิ ักมงตานรคหณวั ะสกเ่ี รหรลมย่ีกมารหกมุฤษผฎา ีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า (๖) รองเทา ถงุ เทาสํานักงานคณะกรรมขกาารรากชฤกษาฎรกีชาาย ใหใ ชร อสงเาํ ทนาักหงามุ นสคน ณหะรกอื รหรมมุ กขาอรกหฤนษงั ฎหีกราอื วตั ถเุ ทยี มหสนํางั นสักดี งาํานหครณือะสกีนรร้ํามตกาาลรกฤษฎีกาไมม ลี วดลาย ถงุ เทา สเี ดยี วกบั รองเทา สํานักงานคขณาระากชรกรมารกหารญกิงฤษใฎหกี ใาชร องเทา หมุ สสาํ น นหักงราอื นรคดั ณสะน กหรรนมงั กหารรกอื ฤวษตั ฎถกีเุ ทายี มหนงั สดี าํ หรอื สีน้ําตาลแบบปดปลายเทา ไมม ลี วดลายสน สงู ไมเ กนิ ๑๐ เซนตเิ มตรสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ(ฎ๗ีกา) เครอ่ื งหมาสยําแนสักงดางนสคงั ณกดัะกรใรหมกม าเี ครกรฤอ่ื ษงฎหกี มาายแสดงสงั กดัสําทนาํ ักดงว ายนโคลณหะะกโรปรรมง กสาีรกฤษฎกี าทองไมม ขี อบสาํสนงู ัก๒งานเซคนณตะเิกมรรตมรกตารดิ กทฤษค่ี ฎอีกเสาอ้ื ตอนหนา ทสง้ัาํ สนอักงงาขนา งคณเปะนกรรรูปมดกาังรตกอฤไษปฎนีกี้ า สํานักนายกรัฐมนตรี รูปตราราชสีหคชสีหสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า รักษารัฐธรรมนูญ สํานักงานคกณระะทกรรรวมงกกาารรกคฤลษังฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎรกี ูปาตราปกษาวายภุ กั ษสํานักงานคณะกรรมการกฤษกฎกีระาทรวงการตาสงาํ ปนรักะงเาทนศคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํรนูปักตงรานาบคณัวแะกกวรรมการกฤษฎกี า กระทรวงเกษตรและสหกรณ รูปตราพระพิรุณทรงนาค สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า กระทรวงคมนาคม รูปตราพระรามทรงสํานักงานครถณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า กระทรวงพาณิชย รูปตราพระวิสสกุ รรมสํานักงานคกณระะทกรรรวมงกมาหรากดฤไษทฎยกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎรกี ูปาตราราชสีห กระทรวงยุติธรรม รูปตราพระดุลพาหสํานักงานคณะกรรมการกฤษกฎกีระาทรวงวิทยาศสาําสนตักงรา นคณะกรรมการกฤษฎกี า รูปตราสปํารนมักางณานู เคฟณอะงกจรักรมรการกฤษฎีกา เทคโนโลยแี ละการพลงั งาน และดวงอาทิตยสํานักงานคกณระะทกรรรวมงกศาึกรษกฤาธษิกฎาีกรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎรกี ูปาตราเสมาธรรมจักรสํานักงานคณะกรรมการกฤษกฎกีระาทรวงสาธารสณําสนุขักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า รูปตราสคําบนเักพงลานิงคมณปี ะกกแรรลมะกมางี รูกฤษฎกี าสาํ นักงานคกณระะทกรรรวมงกอาุตรสกาฤหษกฎรกี ราม พันคบเพลิง สํานักงานคณะกรรมกราูปรตกฤราษนฎาีกราายณเกษียรสมุทร ทบวงมหาวทิ ยาลยั รูปตราวชิระสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

216 - ๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษรฎากี ชาบัณฑิตยสถาสนํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํารนูปักตงรานามคณหาะมกงรรกมุฎการกฤษฎกี าเหนือพระขรรค สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎแกี ลาะหนังสือ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักพระราชวังและ รูปตรามหามงกุฎสาํ นักงานคแณละะอกุณรรามโกลามรกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักราชเลขาธิการ สาํ นักงานคสณํานะักกงรรามนกตารรวกจฤเษงฎนิ ีกแาผนดิน สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎรีกูปาตราคันชั่ง ประดิษฐหนาพาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํารนัฐักธงรารนมคนณูญะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําหรับขาราชการหญิง ใหต ดิ เครอ่ื งหมายแสดงสงั กดั ทค่ี อแบะของเสอ้ื ตอนบนทั้งสองขสาาํงนเหักนงาือนแคนณวะเกครรรื่อมงกราารชกอฤษิสฎริยกี าาภรณ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) ปายชื่อและตําแหนงสํานักงานคณะกรรมการกฤษใฎหีกมา ปี า ยชอ่ื พน้ื สสดีาํ นาํ ักงขานนาคดณกะวการงรไมมกเากรินกฤ๒ษ.ฎ๕กี าเซนตเิ มตร ยาสวาํ ไนมักเงกานินค๗ณ.ะ๕กรรมการกฤษฎีกาเซนตเิ มตรแสดงชอ่ื สตาํ วันักชงอ่ื าสนกคณลุ ะแกลระรมชกื่อาตรํากแฤหษนฎกีงใานการบริหารสงําานนักหงารนือคชณื่อะตกํารแรหมกนางรใกนฤสษาฎยกี งาานตามที่องคการกลาง สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบริหารงานบุคคลกําหนด ประดับที่อกเสื้อเหนือกระเปาบนขวา สาํ นักงานค๒ณ.๒ะกเรครรมื่อกงาแรกบฤบษพฎิธีกีกา าร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ก. เครื่องแบบปกติขาว ประกอบดวยสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ(ฎ๑กี า) หมวก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขา ราชการชายใหใ ชห มวกทรงหมอ ตาลสขี าว กะบังหนาทําดว ยหนังหรอื วัตถุเทยี ม สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหนงั สดี าํ สายรดั คางสที องกวา ง ๑ เซนตเิ มตร มดี มุ โลหะสที องตราครฑุ พา หข นาดเลก็ ตดิ ทข่ี า งสํานักงานคหณมวะกกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขา งละ ๑ ดมุ ผาพันหมวกสขี าว ทห่ี นา หมวดตดิ ตราครฑุ พา หป ก ดน้ิ สที องสงู ๕ เซนตเิ มตร บนหมอน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสกั หลาดสขี าวสํานักงานคณะกรรมการกฤษขฎากี ราาชการหญิงสใาํหนใ ักชงห านมควณกไะดกร๒รมแกาบรบกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบหมวกของขาราชการชาย แตเปนทรงออน สํานักงานคแณบบะกทรี่ร๒มกาหรมกฤวษกแฎกีกาปทรงออนพสับําปนกักสงาีขนาควณสะากยรรรมดั กคาารงกสฤทีษอฎงีกมาดี มุ โลหะสที องตราครฑุ พาหขนาดเล็กตดิ ทข่ี า งหมวกขางละ ๑ ดมุ ผาพันหมวกสีขาว ทห่ี นา หมวกตดิ ตราสํานักงานคคณรุฑะกพรารหมปกากรดกิ้นฤษสฎีทีกอาง สงู ๔.๕ เซสนาํ ตนักเิ มงาตนรคบณนะหกรมรมอกนาสรักกหฤษลฎาดกี าสีขาว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า การสวมหมวก ใหส วมในโอกาสอนั ควร สาํ นักงานค(๒ณ)ะกเรสรอ้ื มการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการชาย ใหใชเสื้อแบบราชการสีขาว ใชด มุ โลหะสที องตราครฑุ พา หสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

217 - ๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคขณนาะดกใรรหมญกา ๕รกดฤษมุ ฎผกี ูไาดรับพระราชสทํานานักงเาคนรคื่อณงระากชรอรมิสกราิยรากภฤรษณฎกีใหา ประดับแพรสแาํ ถนบักเงคารนื่อคงณระากชรรมการกฤษฎีกาอิสริยาภรณที่อกเสื้อเหนือกระเปาบนซายดวย สํานักงานคขณาระากชรกรมารกหารญกิงฤษใฎหีกใาชเสื้อนอกคอสําแนบักะงสาีขนาควณแะบกบรรคมอกแาหรกลฤมษหฎรกี ือาคอปาน แขนยาวถงึ ขอ มอื มตี ะเขบ็ หลงั ๔ ตะเข็บ ทแ่ี นวสาบอกมดี มุ โลหะสที องตราครฑุ พา ห ขนาดเสนผาศูนยสํานักงานคกณลาะงกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา๑.๕ เซนตเิ มตร ๓ ดมุ สาํ หรับแบบเสื้อคอแหลม และ ๕ ดมุ สําหรับแบบเสื้อคอปาน มีกระเปาลา ง สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขา งละ ๑ กระเปา เปนกระเปาเจาะเฉียงเล็กนอยไมมีใบปกกระเปา และใหใ ชเ สอ้ื คอพบั แขนยาวสีสํานักงานคขณาวะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาผกู ผา พนั คอสดี าํ เงอ่ื นกลาสี ผูไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณใหประดับแพรแถบเครื่องราช สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อิสริยาภรณท อี่ กเสื้อเบอื้ งซายดว ยสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ(ฎ๓กี า) อินทรธนู สใําหนมักีองาินนทครณธะนกูแรขรม็งกกาวรากงฤ๔ษฎเซีกานตเิ มตร ยาวตสาํานมักคงวาานมคยณาะวกขรอรงมบกาารกฤษฎกี าพน้ื สกั หลาดสดี าํ ตดิ ทบั เสอ้ื เหนอื บา ทง้ั สองขา งจากไหลไ ปคอ ดานคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตราครุฑสพาํ านหักงขานนาคดณเละ็กกรอรมินกทารรกธฤนษูมฎลี กี าายดังนี้ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการการเมืองตําแหนงรัฐมนตรี ปก ดน้ิ สที องลายชอ ชยั พฤกษ เต็มแผนอิสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานทรธนู สาํ นักงานคขณาระากชรกรามรกกาารกรฤเมษือฎงีกตาําแหนงอื่น ๆสํานมักแี งถาบนคสณที อะกงกรรวมา กงา๕รกฤมษลิ ฎลกีเิ มาตรเปน ขอบ และปก ดน้ิ สที องลายชอ ชยั พฤกษย าวตลอดสว นกลางของอนิ ทรธนู ทง้ั น้ี ยกเวนขาราชการการเมืองที่สาํ นักงานคมณกี ฎะกหรมรมากยาวรา กดฤว ษยฎเคีการอ่ื งแบบใชบ สงั าํ คนบั ักโงดานยคเฉณพะากะรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขาราชการพลเรือนสามัญตําแหนงตั้งแตระดับ ๗ ขึ้นไป มแี ถบสที องกวา ง๕ มลิ ลเิ มสําตนรักเปงาน นขคอณบะกแรลรมะปกาก รดกน้ิฤษสฎที ีกอางลายชอ ชยั พสฤาํ กนักษงย าานวคตณละอกดรสรมว กนากรลกฤางษขฎอีกงาอนิ ทรธนู ขาราชการพลเรือนสามญั ตําแหนงระดับ ๕ และระดับ ๖ มแี ถบสที องกวา งสํานักงานค๑ณเซะกนรตรมิเมกตารรกเฤปษนฎขกี อาบ และปก ดน้ิสาํสนที ักองงาลนาคยณชะอ กชรยัรมพกฤากรกษฤ ษมฎดี กี อาก ๓ ดอก เรยี สงาํ ตนาักมงาสนว คนณยะากวรขรอมงการกฤษฎีกา อินทรธนู ไมเ กนิ ๓ ใน ๔ สวนของอินทรธนู สํานักงานคขณาระากชรกรามรกพารลกเฤรษือฎนีกสาามัญตําแหนสงํารนะักดงับาน๓คณแะลกะรรระมดกับารก๔ฤมษฎแี กีถาบสที องกวา ง๑ เซนติเมตรเปนขอบ และปก ดน้ิ สที องลายชอ ชยั พฤกษ มดี อก ๒ ดอก เรยี งตามสว นยาวของสํานักงานคอณินทะกรรธรนมูกไามรเกกฤนิ ษคฎรกี ง่ึาหนง่ึ ของอนิ สทํารนธักนงูานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขาราชการพลเรือนสามัญตําแหนงระดับ ๒ มแี ถบสที องกวา ง ๑ เซนตเิ มตรเปนขอบสาํแนลักะงปานก คดณน้ิ ะสกที รอรมงลกาายรกชฤอ ษชฎยั กี พาฤกษ มดี อกส๑ํานดักงอากนคไณมเะกกนิ รร๑มกใานรก๔ฤษสฎวีกนาของอินทรธนู ขาราชการพลเรือนสามัญตําแหนงระดับ ๑ มแี ถบสที องกวา ง ๕ มลิ ลเิ มตร เปนสํานักงานคขณอบะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําหรับขาราชการพลเรือนประเภทอื่นซึ่งไมไดกําหนดตําแหนงออกเปนระดับแตรับเงสินาํเนดักืองนาตนคามณระะกดรรับมกตาารมกบฤษัญฎชีกีทาายพระราชบสัญํานญักัตงาิรนะคเบณียะบกขรรามรกาาชรกกาฤรษพฎลกี เารือน พ.ศ. ๒๕๑๘ใหใชอินทรธนูตามระดับเงินเดือนที่ไดรับสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

218 - ๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษ(ฎ๔ีกา) กางเกง กรสะําโนปักรงงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการชาย ใหใชกางเกงแบบราชการสีขาวขายาว ไมพ บั ปลายขาสํานักงานคขณาระากชรกรมารกหารญกิงฤษใฎหีกใาชกระโปรงสสีขาํ านวักงตาีเนกคลณด็ ะดการนรมหกนาารก๒ฤษเฎกีกลาด็ และดานหลัง๒ เกลด็ ยาวปด เขา ปลายบานเลก็ นอย ใชกับแบบเสื้อคอแหลม หรือกระโปรงสีขาวยาวปดเขาสาํ นักงานคปณลาะยกบรรามนกเาลร็กกนฤษอฎยีกใาชกับแบบเสสื้อาํคนอักปงาานนคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) รองเทา ถงุ เทาสํานักงานคขณาระากชรกรมารกชาารกยฤษใหฎกีใ ชาร องเทา หมุ สสนํานหักนงงัาหนครณอื วะตักถรรเุ มทกยี ามรกหฤนษงั ฎสกี ดี าาํ ชนดิ ผกู ถงุ เทา สดี าํสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎากี ราาชการหญิงสําในหักใ งชาร นอคงณเทะากหรรมุ มสกน ารหกนฤงัษหฎรีกอื าวตั ถเุ ทยี มหนสงั ําสนดี ักาํงแานบคบณปะด กปรรลมากยารกฤษฎกี าเทาไมม ลี วดสลาํ านยักงสาน นสคงูณไะมกเ กรรนิ มก๑า๐รกเฤซษนฎตกี เิามตร ถงุ เทา ยสาําวนสักเีงนานอ้ื คณะกรรมการกฤษฎีกา ข. เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง ลักษณะและสวนประกอบเชนเดียวกับเครื่องแบบสาํ นักงานคปณกตะกขิ รารวมเกวาน รแกตฤษส ขีฎอีกางหมวก ผา พสนั าํ หนมักงวากนคหณมอะกนรสรมกั กหาลรากดฤสษําฎหีกราับปกครฑุ พา สหํา นเสักอ้ืงาแนลคะณกาะงกเรกรมงหการรอื กฤษฎกี ากระโปรงเปนสีประเภทสีกากี สํานักงานคคณ. เะคกรรอ่ืรมงกแาบรบกฤคษรฎง่ึ ีกยาศ ลักษณะแสลําะนสักวงนานปครณะกะอกรบรเมชกนาเรดกียฤวษกฎับีกาเครื่องแบบปกติขาว เวนแตก างเกงหรือกระโปรงใหใ ชผา สักหลาดหรอื เสริ จ สีดาํ ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าง. เคร่ืองแบบเต็มยศ ลักษณะและสวนประกอบเชนเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศสวมสายสสําะนพักางยานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า จ. เครอ่ื งแบบสโมสรสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษเฎคีกราื่องแบบสโมสสํารนสักํางหารนับคขณาะรการชรกมากราชรากยฤษมฎี กี๓า แบบ คอื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) เครอ่ื งแบบสโมสร ก. ลักษณะและสวนประกอบเชนเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า(๒) เครอ่ื งแบบสโมสร ข. ลักษณะและสวนประกอบเชนเดียวกับเครื่องแบบสํานักงานคสณโมะสกรรรกม.การกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า เวนแต สํานักงานคเสณอ้ื ะกใรหรมใ ชกาเ สรกอ้ื ฤสษโมฎกีสารสขี าว ทาํ ดสว ํายนผักา งสากันหคณลาะดกหรรรมอื กเาสรริกจ ฤษเปฎีกดาอก ปาดเอว มดี มุโลหะสที องตราครฑุ พา หข นาดเลก็ ตดิ ทข่ี อ มอื ขา งละ ๓ ดมุ ทร่ี ะหวา งอกกบั เอวขา งละสํานักงานค๓ณดะมุกรแรมลกะาทรบ่ีกฤรษรจฎบีกาเสอ้ื มดี มุ โลหสะําสนที ักองางนตครณาคะรกฑุ รรพมากหารข กนฤาษดฎใกีหาญข า งละ ๑ ดสมุํานดักงมุ าคนนูคม้ีณสี ะากยรรสมรกอ ายรกฤษฎีกา สที องรอ ยตดิ กนั ประกอบดวยเสื้อกั๊กสีขาว ดมุ โลหะสที องตราครฑุ พา ห ๓ ดมุ และเสอ้ื เชต้ิ สขี าวอกแข็งขสอ าํ มนือักแงาขนง็ คคณอะเกชริ้ตรมชกั้นาเรดกียฤวษแฎบีกบาปกผีเสื้อ ผกูสาํผนา ักผงกู าคนคอณสดีะกาํ รเรงมื่อกนารหกูกฤรษะฎตกี าายเครอ่ื งหมายสงั กดั ใหต ดิ ทค่ี อแบะของเสอ้ื ตอนบนทง้ั สองขา งเหนอื แนวเครอ่ื งสาํ นักงานคราณชะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าอิสริยาภรณ สํานักงานคในณฤะดกูรรรอมนการใกหฤใ ษชฎก กีาางเกงสขี าวแทสนาํ กนาักงงเากนงคสณดี ะาํ กไรดรมการกฤษฎีกา(๓) เครอ่ื งแบบสโมสร ค. ลักษณะและสวนประกอบเชนเดียวกับเครื่องแบบสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า

219 - ๑๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคสณโมะสกรรรขม.กเาวรนกฤแษตฎเ สีกอื้า เช้ติ อกแขง็ ใสหํานใ ชักเงสานือ้ คเชณต้ิ ะอกกรรอมอ กนาสรกีขฤาษวฎแีกลาะเสื้อกั๊กใหใชสแําพนักรงแาถนบคสณีเะดกียรวรกมกับารกฤษฎกี ากางเกงรัดเอวแทน แพรแถบนี้สวนกลางดานหนากวาง ๑๒ เซนตเิ มตร ปลายทง้ั สองขา งเรยี วกวา ง๑๑เซนตสเิ ํามนตักรงาทนป่ีคณลาะยกมรรขี มอกเากรย่ีกวฤตษดิฎกีกานั ในขณะคาดสทํานางักดงาา นนคหณละงั กรรมการกฤษฎกี า สําหรับขาราชการหญิง ใหแ ตง ตามสมยั นยิ มสํานักงานคณะกรรมการกฤษขฎอีกา๓ ขาราชกาสรําสนังักกงัดานสคําณนักะกพรรรมะรกาาชรกวฤังแษลฎะีกสาํานักราชเลขาสธาํ ิกนาักรงใาหนใคชณเคะกรรื่อรงมแกบารบกฤษฎกี าเหมือนขาราชการประเภทอื่น ๆ เวนแตอินทรธนูของเครื่องแบบปกติเครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบสโมสสาํ รนใักหงาเพนคิ่มณเสะนกลรรวมดกสาีทรกอฤงษตฎิดกี ทาี่ขอบริมแถบสทาํ อนงักดงาานนคนณอะกกรรมการกฤษฎกี าสําหรับขาราชการผูใดที่ไดรับมอบหมายใหปฏิบัติหนาที่ดังตอไปนี้สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ(ฎ๑ีกา) มหาดเลก็ หสลาํ นวงักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ตํารวจหลวงรักษาพระองคสาํ นักงานค(๓ณ)ะกเรจรามพกนารักกงฤาษนฎพกี ราะราชพิธี สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า (๔) พนักงานรถยนตหลวง เรอื ยนตห ลวงสํานักงานคณะกรรมการกฤษใฎหกี แาตงกายดวยสเคาํ นรื่อักงงาแนตคงณกะากยรตรามมกจาารกรฤีตษปฎรกีะาเพณีอันเคยมสีมาํานในักงราานชคสณํานะกักรรมการกฤษฎีกาแตกาลกอนไดในโอกาสที่สํานักพระราชวังมีคําสั่งใหแตง สาํ นักงานคกณาระแกตรรงมกกาายรตกาฤมษปฎรีกะาเพณีดังกลาสวํานใักหงปานระคดณับะแกรพรมรแกาถรบกหฤษรือฎเีกคารื่องราชอิสริยาภรณที่ไดรับพระราชทานตามหมายกําหนดการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าขอ ๔ ขาราชการนอกประจําการ ใหใชเครื่องแบบเหมือนขาราชการประจําการ เวนแตเครอ่ื งหมสําานยักสงงั ากนดั คใณหะต กดิ รรทมอ่ี กการเสกอ้ืฤษเบฎอ้ืีกงาขวา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขอ ๕ ภายใตบ งั คบั (๓) ของ ก. ของ ๒.๒ ในขอ ๒ ขาราชการวิสามัญและสํานักงานคขณาระากชรกรามรกปารรกะฤเภษทฎกีอาื่น ซึ่งไมไดกําสหํานนักดงตานําแคหณนะกงอรรอมกกเาปรกนฤรษะดฎกีับาตามกฎหมายสวาํานดักวงยารนะคเณบียะกบรรมการกฤษฎกี า ขาราชการพลเรือน ใหใชเครื่องแบบตามกฎนี้ แตขาราชการคนใดควรแตงระดับใด ใหเปนไปตามระเบียบสซําึ่งนสักํางนาักนนคาณยะกกรรัฐรมมกนาตรกรฤีเทษียฎบกี าไว' สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอ ๒ ใหย กเลกิ บญั ชีอกั ษรยอช่อื จงั หวดั ทา ยกฎสํานักนายกรฐั มนตรี ฉบับที่ ๖๓สํานักงานค(พณ.ะศก.รร๒ม๕ก๑าร๔ก)ฤษอฎอีกกาตามความในสพาํ นรักะงราานชคบณัญะญกรัตริเมคกราื่อรกงแฤษบฎบีกขาาราชการฝายพสําลนเักรงือานนคพณุทะธกศรรักมรกาาชรกฤษฎกี า ๒๔๗๘ และใหใชบัญชีอักษรยอชื่อจังหวัดทายกฎสํานักนายกรัฐมนตรีนี้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ใหไ ว ณ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ สํานักงานคณะกรรมการพกลฤเษอฎกีกาป. ติณสูลานนสทาํ น ักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า นายกรัฐมนตรี สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า [ดขู อมูลจากภาพกฎหมาย]สํานักงานค+ณ--ะ-กร-ร-ม-ก-าร-ก-ฤ-ษ-ฎ-กี -า--------ส-ํา-น-ัก-งา-น-ค-ณ-ะ-ก-ร-รม-ก-า-ร-กฤ-ษ-ฎ-กี-า---------ส-าํ -น-ัก-ง-าน-ค-ณ--ะก-ร-ร-ม-กา-รกฤษฎีกา--------------------------------------+สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎสํานักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คอื เนื่องจากกฎสํานักสาํ นักงานคนณายะกกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

220 - ๑๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานครัฐณมะนกรตรรมี กฉาบรกับฤทษี่ ฎ๗ีก๐า (พ.ศ. ๒๕๒สํา๒น)ักงอาอนกคตณาะมกครรวมากมาใรนกพฤษรฎะรีกาาชบัญญัติเครื่อสํางนแักบงบานขคารณาะชกกรารรมการกฤษฎกี าฝายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ไดยกเลกิ การใชเ ครอื่ งหมายตําแหนงตดิ บนอินทรธนใู นเวลาแตงเครื่อสํางนแักบงบานปคฏณิบะัตกิรรารชมกกาารรกแฤตษฎในกี ขาณะเดียวกันสมาํ ีหนนักงวายนงคาณนขะกอรงรสมวกนารรกาชฤษกฎารีกบาางแหงยังจําเปน ตองใชเครื่องหมายตําแหนงติดบนอินทรธนูสําหรับการแตงเครื่องแบบอยูอีก จึงทาํ ใหเคร่อื งแบบสํานักงานคขณา ระากชรกรามรกเากรดิกฤคษวฎามกี าไมเ หมาะสมขสน้ึาํ นใักนงบาานงคกณระณกีรรสมมกคารวกรฤแษกฎไกีขาเครื่องแบบขาสราํานชักกงาารนเคสณียใะหกมรรใมหก ารกฤษฎกี าเปนระเบียบ โดยใหขาราชการที่แตงเครื่องแบบปฏิบัติราชการใชเครื่องหมายตําแหนงติดบนอินทรธนสูไาํ ดนเักมงื่อานใชคแณตะงกกรรับมเกสาื้อรสกฤีกษากฎีคกี าอพับ อนึ่ง โดสยาํ นเหักตงาุทนี่เคคณรื่อะกงรแรบมบกาปรฏกฤิบษัตฎิรีกาาชการสีกากีคอแบะ เปน ชดุ ทม่ี ไี วเ พอ่ื ใหแ ตง ตามความเหมาะสมในโอกาสอนั สมควร มิใชสําหรับใชในโอกาสไปงานพิธีสํานักงานคจณงึ ไะมกก ราํรมหกนาดรกใหฤษใ ชฎเกี คารอ่ื งหมายตาํสแําหนักนงง าตนดิ คบณนะกอรนิ รทมกรธารนกู ฤแษลฎะกีพารอมกันนั้นไดสตําัดนักองินาทนรคธณนะูทกี่เรสรมื้อกสาี รกฤษฎกี ากากีคอแบะปสลํานอักยงเาอนวคขณองะขการรรมากชากรากรฤหษญฎิงีกอาอกไปดวยเพสําื่อนใักหงสาอนคดณคละกอรงรกมันกการับกเฤสษื้อฎสกี ีกาากีคอแบะของขา ราชการ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคชณายะกรรมการกฤษฎีกา นอกจากนไ้ี ดก าํ หนดเครื่องหมายแสดงสงั กดั ของกระทรวงวิทยาศาสตรเทคโนโลสยาํ นแี ักลงะานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาการพลงั งาน กบั เครอ่ื งหมายแสดงสงั กดั ของราชบณั ฑติ ยสถานขน้ึ ใหม และโดยทเ่ี ครื่องแบบสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสาํ หรับเจาพนักสงําานนักบงาางนตคําณแะหกนรรงมในกากรรกมฤสษรฎรีกพา สามิตไดมีกสาาํ รนกักํางหานนคดณเคะรกื่อรงรมหกมาารยกสฤังษกฎัดีกาอักษรยอชื่อจงั หวดั ไวสํานักงานคสณําหะรกับรรเมจกาพารนกฤักษงาฎนกี สารรพสามิตใสชําปนรักะงดาับนคกณับกะการรรแมตกงาเรคกรฤื่อษงฎแกี บาบ แตปรากฏสวาํ านจักังงหาวนัดคพณระะกนรรคมรกธานรกฤษฎกี า บุรีไดเปลี่ยสนําเนปักนงการนุงคเณทะพกมรรหมากนาครกรฤแษลฎะกี ไาดม กี ารจดั ตง้ัสจาํ งันหักวงาดั นเคพณม่ิ ะขกน้ึ รอรมกี กคารอื กจฤงั ษหฎวกี ดั าพะเยาและจงั หวดัยโสธร สมควรแกไ ขเครอ่ื งหมายสงั กดั อกั ษรยอ ชอ่ื จงั หวดั สาํ หรบั จงั หวดั ทม่ี กี ารเปลย่ี นชอ่ื และสํานักงานคจณงั หะวกดั รรทมเ่ี กพาม่ิรกขฤน้ึ ษเฎพกี ื่อาใหถูกตองกสับําสนภักงาาพนคควณาะมกเปรรนมจกราริงกดฤวษยฎจกี ึงาจําเปนตองออสกํานกักฎงสานํานคณักนะกายรรกมรกัฐารกฤษฎีกา มนตรีนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า[รก.๒๕๒๓/๘๖/๒พ/๑ มิถุนายน ๒๕๒๓]สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เลม ๑๒๗ ตอนท่ี ๒๘ ก หนา ๑๔ 221 ราชกจิ จานเุ บกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ กฎสํานกั นายกรัฐมนตรี ฉบบั ท่ี ๙๔ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบขา ราชการฝา ยพลเรือน พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๘ อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัตเิ ครื่องแบบขาราชการฝายพลเรอื น พุทธศกั ราช ๒๔๗๘ นายกรฐั มนตรีออกกฎสาํ นกั นายกรฐั มนตรีไว ดงั ตอไปน้ี ขอ ๑ ใหย กเลิกความใน (๑) ของ ๒.๑ ในขอ ๒ ของสว นท่ี ๑ แหงกฎสํานักนายกรัฐมนตรีออกตามความในมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบับท่ี ๗๑(พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเคร่ืองแบบขาราชการฝายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘และใหใ ชค วามตอไปนีแ้ ทน “(๑) หมวก ขาราชการชาย ใหใ ชห มวกได ๒ แบบ แบบท่ี ๑ หมวกทรงหมอตาลสีกากี กะบังหนาทําดวยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดําสายรดั คางหนงั หรือวตั ถเุ ทียมหนังสดี ํา มีดุมโลหะสีทองตราครฑุ พา หข นาดเล็กติดท่ขี างหมวกขางละ ๑ ดุมผา พนั หมวกสีกากี หนา หมวกติดตราครุฑพา หในบวั กระหนกทาํ ดวยโลหะสที อง สงู ๖.๕ เซนตเิ มตร แบบที่ ๒ หมวกแกปทรงออนสีกากี หนาหมวกติดตราครุฑพาหปกดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร ขา ราชการหญงิ ใหใ ชหมวกได ๓ แบบ แบบท่ี ๑ อนโุ ลมตามแบบหมวกของขาราชการชาย แตเปนทรงออ น

222เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๒๘ ก หนา ๑๕ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกิจจานเุ บกษา แบบท่ี ๒ หมวกแกปทรงออนพับปกสีกากี สายรัดคางสีทองกวาง ๑ เซนติเมตรมีดมุ โลหะสีทองตราครฑุ พา หขนาดเล็กติดท่ีขางหมวกขางละ ๑ ดุม ผาพันหมวกสีกากี หนาหมวกติดตราครฑุ พา หปก ดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนตเิ มตร บนหมอนสีกากี แบบที่ ๓ หมวกหนบี สกี ากี ดานหนา มดี มุ โลหะสีทองตราครฑุ พาห ขนาดเล็ก ๒ ดุมติดซอนกัน มีตราครุฑพาหในบัวกระหนกสูง ๔.๕ เซนติเมตร ติดท่ีดานซายเหนือขอบหมวกหางจากมุมพับดา นหนาหมวกประมาณ ๔ เซนติเมตร ขาราชการหญิงมุสลิม หากจะใชผาคลุมศีรษะ ใหใชผาคลุมศีรษะสีประเภทสีกากีหรือสกี ลมกลนื กบั เสอื้ กระโปรง หรือกางเกง โดยใหคลุมศีรษะทั้งหมดเวนใบหนา ชายผาคลุมศีรษะดานขางยาวถึงบา ดานหนายาวถึงระดับหนาอก ขอบผาคลุมเย็บเรียบ ในกรณีที่มีการสวมหมวกใหสวมหมวกทับผา คลมุ ศีรษะ การสวมหมวกใหส วมในโอกาสอนั ควร” ขอ ๒ ใหย กเลิกความใน (๓) และ (๔) ของ ๒.๑ ในขอ ๒ ของสวนท่ี ๑ แหงกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรือนพุทธศักราช ๒๔๗๘ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบบั ท่ี ๗๑ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรอื น พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๘ และใหใ ชค วามตอ ไปนแ้ี ทน “(๓) อนิ ทรธนู ใหใ ชอ ินทรธนูออนมีลายดงั นี้ (ก) ขาราชการพลเรอื นสามญั ขาราชการพลเรือนสามัญ ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับทักษะพิเศษ ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับเช่ียวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตําแหนงประเภทอํานวยการ ระดับสูง และตําแหนงประเภทบริหาร ระดับตนและระดับสูง มีแถบกวาง ๓ เซนติเมตร ติดทางตนอินทรธนู๑ แถบ และแถบกวา ง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงตอ ไปอกี ๑ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสนผาศนู ยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร และบนกึ่งกลางแถบกวาง ๓ เซนติเมตร ใหติดตราครุฑพาหทาํ ดว ยโลหะสีทองสงู ๒.๕ เซนตเิ มตร ขา ราชการพลเรือนสามัญ ตาํ แหนง ประเภททวั่ ไป ระดับอาวุโส ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการและระดับชํานาญการพิเศษ และตําแหนงประเภทอํานวยการ ระดับตนมีแถบกวา ง ๓ เซนตเิ มตร ตดิ ทางตนอนิ ทรธนู ๑ แถบ และแถบกวาง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงตอไปอีก๑ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสน ผา ศูนยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร

223เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๒๘ ก หนา ๑๖ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานุเบกษา ขา ราชการพลเรอื นสามญั ตําแหนง ประเภทท่วั ไป ระดับชาํ นาญงาน และตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ มีแถบกวาง ๑ เซนติเมตร ๓ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลมขนาดวัดเสนผา ศนู ยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร ขาราชการพลเรือนสามัญ ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับปฏิบัติงาน มีแถบกวาง๑ เซนติเมตร ๒ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวดั เสน ผาศนู ยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร (ข) ขา ราชการพลเรอื นในพระองค ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับทักษะพิเศษตาํ แหนง ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตาํ แหนง ประเภทอํานวยการ ระดับสูงและตาํ แหนง ประเภทบริหาร ระดบั ตนและระดบั สงู มีแถบกวาง ๓ เซนติเมตร ติดทางตนอินทรธนู๑ แถบ และแถบกวา ง ๑ เซนติเมตร ติดเรยี งตอไปอีก ๑ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสนผา ศูนยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร และบนกึ่งกลางแถบกวาง ๓ เซนติเมตร ใหติดตราครุฑพาหทําดว ยโลหะสที องสูง ๒.๕ เซนติเมตร ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับอาวุโส ตําแหนงประเภทวชิ าการ ระดับชํานาญการและระดบั ชาํ นาญการพิเศษ และตําแหนงประเภทอาํ นวยการ ระดับตนมแี ถบกวา ง ๓ เซนติเมตร ติดทางตน อนิ ทรธนู ๑ แถบ และแถบกวาง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงตอไปอีก๑ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสนผาศนู ยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับชํานาญงานและตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการท่ีรับราชการต้ังแต ๒ ปข้ึนไป มีแถบกวาง๑ เซนตเิ มตร ๓ แถบ แถบบนขมวดเปน วงกลม ขนาดวัดเสน ผาศนู ยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับปฏิบัติงานท่ีรับราชการตั้งแต ๒ ปข้ึนไป และตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการท่ีรับราชการไมถึง๒ ป มีแถบกวาง ๑ เซนตเิ มตร ๒ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสนผาศูนยกลางวงใน๑ เซนตเิ มตร ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับปฏิบัติงานท่ีรับราชการไมถึง ๒ ป มีแถบกวาง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ ขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสน ผา ศูนยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร

224เลม ๑๒๗ ตอนท่ี ๒๘ ก หนา ๑๗ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกิจจานเุ บกษา (ค) ขาราชการพลเรอื นประเภทอน่ื ซงึ่ ไมไ ดก ําหนดประเภทตําแหนงและระดับตําแหนงเชนเดียวกับขาราชการพลเรือนสามัญ ตามบัญชีทายพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๕๕๑ ใหใชเคร่ืองหมายตําแหนงตามประเภทตําแหนงและระดับตําแหนงของขาราชการพลเรอื นสามัญตามท่ีนายกรัฐมนตรปี ระกาศกําหนด แถบบนอินทรธนูใหใชสีเหลืองหรือสีทอง การติดแถบใหติดตามขวางที่ตนอินทรธนูแถบแรกหา งจากตนอินทรธนู ๕ มิลลิเมตร และแถบตอ ไปเวน ระยะหางกนั ๕ มิลลเิ มตร การใชเครื่องหมายตําแหนงบนอินทรธนู ใหใชกับเส้ือแบบที่ ๑ สําหรับขาราชการชายและแบบที่ ๑ แบบที่ ๒ และแบบท่ี ๓ สาํ หรบั ขา ราชการหญงิ (๔) กางเกง กระโปรง ขา ราชการชาย ใหใชก างเกงแบบราชการสีประเภทสกี ากี ไมพ ับปลายขา ขาราชการหญิง ใหใ ชก างเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากไี ด ๕ แบบ แบบที่ ๑ กางเกง อนโุ ลมตามแบบของขา ราชการชาย แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง ไมมีลวดลาย ขอบกางเกงกวางประมาณ ๑ นิ้วมหี รือไมม ีกระเปา กไ็ ด มีซิปดา นหนาหรอื ดานขา ง ไมพ บั ปลายขา แบบท่ี ๓ กระโปรงยาวปด เขา ปลายบานเล็กนอ ย แบบที่ ๔ กระโปรงมีตะเข็บหนา ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ ยาวครึ่งเขาปลายบานเล็กนอย แบบท่ี ๕ กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวคร่งึ เขา มีตะเข็บหนา ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง๒ ตะเข็บ มีจบี กระทบดานหนาและดานหลัง ขาราชการหญิงมุสลิม หากจะใชกระโปรง หรือกระโปรงกางเกง ตามแบบท่ี ๓แบบที่ ๔ หรอื แบบที่ ๕ จะใหยาวคลมุ ขอเทา กไ็ ด” ขอ ๓ ใหยกเลิกความใน (๑) ของ ๒.๒ ก. ในขอ ๒ ของสวนท่ี ๑ แหงกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติเคร่ืองแบบขาราชการฝายพลเรือนพุทธศักราช ๒๔๗๘ ลงวันท่ี ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบบั ที่ ๗๑ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรอื น พทุ ธศักราช ๒๔๗๘ และใหใชความตอ ไปนแ้ี ทน

225เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๒๘ ก หนา ๑๘ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานเุ บกษา “(๑) หมวก ขาราชการชาย ใหใชหมวกทรงหมอตาลสีขาว กะบังหนาทําดวยหนังหรือวัตถุเทียมหนงั สดี ํา สายรัดคางสีทองกวาง ๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพาหขนาดเล็กติดที่ขางหมวกขางละ ๑ ดุม ผาพันหมวกสีขาว หนาหมวกติดตราครุฑพาหปกด้ินสีทองสูง ๕ เซนติเมตรบนหมอนสกั หลาดสขี าว ขาราชการหญงิ ใหใ ชหมวกได ๒ แบบ แบบที่ ๑ อนโุ ลมตามแบบหมวกของขาราชการชาย แตเ ปน ทรงออน แบบท่ี ๒ หมวกแกปทรงออนพับปกสีขาว สายรัดคางสีทอง มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพาหขนาดเล็กติดท่ีขางหมวกขางละ ๑ ดุม ผาพันหมวกสีขาว หนาหมวกติดตราครุฑพาหปกด้ินสีทองสงู ๔.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสขี าว ขาราชการหญิงมุสลิม หากจะใชผาคลุมศีรษะ ใหใชผาคลุมศีรษะสีดํา โดยใหคลุมศีรษะท้ังหมดเวนใบหนา ชายผา คลุมศรี ษะสอดไวในปกเสื้อคอพับท้ังดานหนาและดานหลัง ในกรณีทีม่ กี ารสวมหมวกใหส วมหมวกทบั ผาคลมุ ศีรษะ การสวมหมวกใหส วมในโอกาสอันควร” ขอ ๔ ใหยกเลกิ ความใน (๓) และ (๔) ของ ๒.๒ ก. ในขอ ๒ ของสวนท่ี ๑ แหงกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรือนพุทธศักราช ๒๔๗๘ ลงวันท่ี ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบับท่ี ๗๑ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเคร่ืองแบบขาราชการฝายพลเรอื น พทุ ธศักราช ๒๔๗๘ และใหใ ชความตอไปนแี้ ทน “(๓) อินทรธนู ใหมีอินทรธนูแข็ง กวาง ๔ เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบาพ้ืนสักหลาดสีดํา ติดทับเสื้อเหนือบาทั้งสองขางจากไหลไปคอ ดานคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพาหขนาดเล็ก อินทรธนมู ีลายดังนี้ (ก) ขาราชการพลเรอื นสามัญ ขาราชการพลเรือนสามัญ ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับทักษะพิเศษ ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตําแหนงประเภทอํานวยการ ระดับสูงและตําแหนงประเภทบริหาร ระดับตนและระดับสูง มีแถบสีทองกวาง ๕ มิลลิเมตร เปนขอบปกดิ้นสีทองลายชอชัยพฤกษยาวตลอดสวนกลางของอินทรธนู และใหมีแถบสีทองกวาง๕ มิลลเิ มตร ปด ทีฐ่ านดานลางของอนิ ทรธนู

226เลม ๑๒๗ ตอนท่ี ๒๘ ก หนา ๑๙ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานุเบกษา ขา ราชการพลเรอื นสามญั ตําแหนงประเภททวั่ ไป ระดับอาวุโส ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการและระดับชํานาญการพิเศษ และตําแหนงประเภทอํานวยการ ระดับตนมีแถบสีทองกวาง ๕ มิลลิเมตร เปนขอบ และปกด้ินสีทองลายชอชัยพฤกษยาวตลอดสวนกลางของอินทรธนู ขา ราชการพลเรือนสามญั ตาํ แหนง ประเภทท่วั ไป ระดับชาํ นาญงาน และตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ มีแถบสีทองกวาง ๑ เซนติเมตร เปนขอบ และปกดิ้นสีทองลายชอชยั พฤกษมดี อก ๓ ดอก เรยี งตามสวนยาวของอนิ ทรธนู ไมเ กนิ ๓ ใน ๔ สวนของอินทรธนู ขาราชการพลเรือนสามญั ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน มีแถบสีทองกวาง ๑ เซนติเมตร เปนขอบ และปกด้ินสีทองลายชอชัยพฤกษมีดอก ๒ ดอก เรียงตามสวนยาวของอนิ ทรธนู ไมเกินคร่ึงหน่งึ ของอนิ ทรธนู (ข) ขา ราชการพลเรือนในพระองค ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับทักษะพิเศษตําแหนงประเภทวชิ าการ ระดับเช่ยี วชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตาํ แหนง ประเภทอาํ นวยการ ระดับสูงและตําแหนงประเภทบริหาร ระดับตนและระดับสูง มีแถบสีทองกวาง ๕ มิลลิเมตร เปนขอบปกด้ินสีทองลายชอชัยพฤกษยาวตลอดสวนกลางของอินทรธนู และใหมีแถบสีทองกวาง๕ มิลลเิ มตร ปดทฐี่ านดานลา งของอินทรธนู ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับอาวุโส ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการและระดับชํานาญการพิเศษ และตําแหนงประเภทอํานวยการระดับตน มีแถบสีทองกวาง ๕ มิลลิเมตร เปนขอบ และปกดิ้นสีทองลายชอชัยพฤกษยาวตลอดสว นกลางของอนิ ทรธนู ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับชํานาญงานและตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการท่ีรับราชการต้ังแต ๒ ปขึ้นไป มีแถบสีทองกวาง๑ เซนติเมตร เปนขอบ และปกด้ินสีทองลายชอชัยพฤกษมีดอก ๓ ดอก เรียงตามสวนยาวของอนิ ทรธนู ไมเ กนิ ๓ ใน ๔ สวนของอนิ ทรธนู ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานท่ีรับราชการต้ังแต ๒ ปข้ึนไป และตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการท่ีรับราชการไมถึง ๒ ปมแี ถบสที องกวาง ๑ เซนตเิ มตร เปน ขอบ และปก ดนิ้ สที องลายชอชัยพฤกษม ดี อก ๒ ดอก เรียงตามสวนยาวของอนิ ทรธนู ไมเ กินครง่ึ หนึง่ ของอนิ ทรธนู

227เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๒๘ ก หนา ๒๐ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกิจจานเุ บกษา ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานท่ีรับราชการไมถึง ๒ ป มีแถบสีทองกวาง ๑ เซนติเมตร เปนขอบ และปกด้ินสีทองลายชอชัยพฤกษมดี อก ๑ ดอก ไมเกนิ ๑ ใน ๔ สวนของอนิ ทรธนู (ค) ขาราชการพลเรอื นประเภทอ่ืนซ่งึ ไมไดกาํ หนดประเภทตําแหนง และระดับตําแหนงเชนเดียวกับขาราชการพลเรือนสามัญ ตามบัญชีทายพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๕๕๑ ใหใชเคร่ืองหมายตําแหนงตามประเภทตําแหนงและระดับตําแหนงของขาราชการพลเรอื นสามญั ตามท่นี ายกรัฐมนตรปี ระกาศกาํ หนด (๔) กางเกง กระโปรง ขาราชการชาย ใหใ ชกางเกงแบบราชการสขี าวขายาว ไมพ บั ปลายขา ขาราชการหญิง ใหใชกระโปรงสีขาว ตีเกล็ดดานหนา ๒ เกล็ด และดานหลัง๒ เกล็ด ยาวปดเขา ปลายบานเล็กนอยใชกับแบบเสื้อคอแหลม หรือกระโปรงสีขาวยาวปดเขาปลายบานเลก็ นอ ยใชกบั แบบเส้ือคอปาน ขาราชการหญงิ มุสลิม กระโปรงทงั้ สองแบบดงั กลาว จะใหยาวคลุมขอ เทา กไ็ ด” ขอ ๕ ใหย กเลกิ ความในวรรคหนงึ่ ของขอ ๓ ของสว นที่ ๑ แหง กฎสาํ นกั นายกรัฐมนตรีออกตามความในมาตรา ๗ แหง พระราชบญั ญัตเิ ครอื่ งแบบขาราชการฝายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ลงวนั ท่ี ๒๖ ธนั วาคม พุทธศกั ราช ๒๔๗๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๗๑(พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญตั ิเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรือน พทุ ธศักราช ๒๔๗๘และใหใชค วามตอ ไปนแี้ ทน “ขาราชการพลเรือนในพระองค ใหใชเครื่องแบบเหมือนขาราชการประเภทอ่ืน ๆ เวนแตอนิ ทรธนูของเครือ่ งแบบพธิ กี ารทุกประเภทตําแหนงและระดับตําแหนง ใหมีเสนลวดสีทอง ๒ เสนพันกระสันติดท่ีขอบริมแถบสที องดานนอก” ขอ ๖ ขาราชการนอกประจําการผูใดมีสิทธิแตงเครื่องแบบขาราชการอยูกอนวันที่กฎสํานักนายกรัฐมนตรีนใ้ี ชบ งั คับ ใหค งใชเคร่ืองหมายตําแหนงบนอนิ ทรธนูไดต ามเดมิ ตอไป ใหไ ว ณ วนั ท่ี ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ อภสิ ิทธ์ิ เวชชาชวี ะ นายกรฐั มนตรี

228เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๒๘ ก หนา ๒๑ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานุเบกษาหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎสาํ นักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบขา ราชการพลเรอื น พ.ศ. ๒๕๕๑ ไดป รบั ปรุงระบบตาํ แหนง ของขาราชการพลเรอื นสามัญ จากเดิมซึ่งจําแนกตําแหนงตามระดับมาตรฐานกลาง ๑๑ ระดับ เปนใหจําแนกตําแหนงตามกลุมลักษณะงาน๔ ประเภท จึงสมควรกําหนดอินทรธนูและเคร่ืองหมายตําแหนงบนอินทรธนูของเครื่องแบบขาราชการพลเรอื นสามัญและขาราชการพลเรอื นในพระองคใ หสอดคลองกับกฎหมายวา ดว ยระเบียบขา ราชการพลเรือนฉบับใหม ประกอบกับสมควรกําหนดเคร่ืองแบบสําหรับขาราชการพลเรือนหญิงมุสลิมใหสอดคลองกับบทบัญญตั ิของศาสนาอิสลาม จึงจาํ เปน ตอ งออกกฎสํานกั นายกรัฐมนตรีนี้

229 ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยเครอ่ื งแบบลูกจ้างประจา พ.ศ. 2527 ------------------ โดยทเ่ี ปน็ การสมควรกาหนดใหล้ กู จา้ งประจามเี ครือ่ งแบบเป็นลักษณะเดยี วกัน เพื่อความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ยและประหยดั คณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ดงั ต่อไปน้ี ขอ้ ๑. ระเบยี บนีเ้ รยี กว่า “ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรีว่าด้วยเคร่อื งแบบลูกจ้างประจา พ.ศ. ๒๕๒๗“ ขอ้ ๒. ระเบียบน้ีให้ใช้บงั คบั ต้งั แตว่ ันท่ี ๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๒๗ เปน็ ตน้ ไป ข้อ ๓. ให้ยกเลกิ ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ มติของคณะรฐั มนตรีและคาสัง่ อน่ื ใดในสว่ นทีก่ าหนดไว้แล้วในระเบยี บนี้ หรอื ซ่ึงขัดหรอื แยง้ กับระเบียบนแี้ ละให้ใช้ระเบียบนแี้ ทน ข้อ ๔. ระเบียบนี้ใหใ้ ช้บงั คบั แก่ลูกจ้างประจา ขอ้ ๕. ในระเบียบน้ี “เคร่อื งแบบ” หมายความวา่ เคร่ืองแตง่ กายทัง้ หลาย รวมท้ังเครื่องหมาตยา่ งๆตลอดจนส่ิงประกอบเคร่ืองแต่งกายอยา่ งอื่น ที่ไดก้ าหนดใหล้ ูกจา้ งประจาแตง่ “ลูกจา้ งประจา ” หมายความวา่ ลูกจ้างประจาของส่วนราชการ ตามระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ด้วยลูกจ้างประจาของสว่ นราชการ ข้อ ๖. เคร่อื งแบบลูกจ้างประจา มี ๒ ชนดิ คือ ๖.๑ เคร่อื งแบบปฏบิ ัตงิ าน ๖.๒ เครื่องแบบพธิ กี าร มี ๓ ประเภท คอื ๖.๒.๑ เคร่อื งแบบปกติขาว ๖.๒.๒ เครอ่ื งแบบครงึ่ ยศ ๖.๒.๓ เครือ่ งแบบเตม็ ยศ ขอ้ ๗. เครื่องแบบปฏบิ ัติงาน ประกอบดว้ ย ๗.๑ หมวก ๗.๑.๑ ลกู จา้ งประจาชาย ให้ใชห้ มวกได้ ๒ แบบ คอื แบบท่ี ๑ หมวกทรงหมอ้ ตาลสีประเภทสีกากี กะบังหน้า ทาด้วยหนังหรอื วตั ถุเทยี มหนังสีดา สายรดั คางหนงั หรอื วตั ถุเทยี มหนงั สดี า มีดมุ โลหะสีทองตราครฑุ พา่ หข์นาด

230เล็กติดท่ีขา้ งหมวกข้างละ ๑ ดมุ ผา้ พันหมวกสีดาทีห่ นา้ หมวกติดตราครุฑพา่ หใ์ นบัวกระหนก ทาด้วยโลหะสที องสูง ๖.๕ เซนติเมตร แบบท่ี ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนสปี ระเภทสีกากี หน้าหมวกตดิ ตราครฑุ พา่ ห์ทาดว้ ยโลหะสที อง หรอื ปกั ดว้ ยดา้ ยหรือไหมสีเหลอื ง สงู ๔.๕ เซนติเมตร ๗.๑.๒ ลูกจา้ งประจาหญิง ใหใ้ ชห้ มวกอนโุ ลมตามหมวกของลูกจ้างประจาชาย แบบท่ี ๒ แตพ่ ับปีก ๗.๒ เสื้อ ๗.๒.๑ ลูกจ้างประจาชาย ให้ใช้เส้ือคอพับสีประเภทสีกากี แขนยาวรัดข้อมอื มีดุมทข่ี อ้ มอื ขา้ งละ ๑ ดมุ หรอื แขนสั้น ตวั เส้อื ผา่ อกตลอด มสี าบตดิ ดมุ ตามแนวอกเสอื้ ๕ ดุมระยะหา่ งกันพอควร มีกระเป๋าเยบ็ ติดท่หี น้าอกเส้อื ขา้ งละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเปา๋ เส้อื มแี ถบอยู่ตรงกลางตามทางด่ิงกวา้ ง ๓.๕ เซนตเิ มตร มีใบปกกระเปา๋ รปู มนชายกลางแหลม หรอื เป็นกระเป๋าเสือ้ ชนิดไม่มี แถบกลางกระเปา๋ และใบปกกระเปา๋ เป็นรปู ส่ีเหลย่ี มผนื ผา้ มุมกระเปา๋ และมมุ ปกกระเป๋าเปน็ รูปตัดพองามที่ปากกระเป๋าท้ังสองขา้ งตดิ ดมุ ข้างละหนง่ึ ดมุ สาหรับขัดใบปกกระเป๋า ติดเคร่อื งหมายแสดงสังกัด ท่ปี กคอเสื้อดา้ นหน้าทั้งสองข้าง ท่ีไหลเ่ ส้ือป ระดับอนิ ทรธนูสเี ดยี วกบั เสอ้ื ยาวตามความยาวของบา่ เยบ็ ติดกบั เสอ้ืเหนือบ่าท้ังสองขา้ งจากไหลไ่ ปคอ ปลายมน ดา้ นไหลก่ ว้าง ๔ เซนตเิ มตร ดา้ นคอกวา้ ง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขดั ดุมตดิ กบั ตัวเส้อื ดุมท่ีใชก้ ับเสอ้ื เปน็ รปู กลมแบน ทาดว้ ยวัตถุหรอื โลหะสีเดยี วกบั เส้ือ ๗.๒.๒ ลูกจา้ งประจาหญิง ให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ แบบท่ี ๑ อนโุ ลมตามแบบเสือ้ ของลกู จา้ งประจาชาย แบบที่ ๒ เส้อื คอแบะปลอ่ ยเอวสีประเภทสีกากีสเี ดียวกบั กระโปรงหรือกางเกง แขนสน้ั เหนอื ศอกเลก็ น้อย ผา่ อกตลอด ตดิ ดุมทาด้วยวัตถสุ ีเดยี วกับเสื้อ ๓ดุม ตอ่ ด้านหนา้ และด้านหลั งยาวตามตัว มีกระเปา๋ ลา่ งขา้ งละ ๑ กระเปา๋ เจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มใี บปกกระเปา๋ ตดิ เครื่องหมายแสดงสงั กัดทีป่ กคอแบะทงั้ สองข้าง ผไู้ ด้รับพระราชทานเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ์จะประดบั แพรแถบเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณท์ ่อี กเสื้อด้านซา้ ยก็ได้ ๗.๓ อนิ ทรธนู ให้ใชอ้ นิ ทรธนอู อ่ น มีเครื่องหมายบนอินทรธนูสเี หลือง หรือสีทอง ตามแบบทา้ ยระเบยี บ มีแถบกว้าง ๑ เซนตเิ มตร และมีวงกลมขนาดเสน้ ผ่าศนู ยก์ ลางวงใน ๑เซนตเิ มตร อยเู่ หนอื แถบบน ในกรณมี ีมากกว่า ๑ แถบ ให้เวน้ ระยะระหว่างแถบ ๖ มลิ ลเิ มตร และให้ประดบั ดังน้ี

231 ๗.๓.๑ ลูกจา้ งประจาซ่งึ ดารงตาแหน่ งทก่ี ระทรวงการคลังกาหนด อยู่ในหมวดก่งึ ฝมี อื และไดร้ บั คา่ จ้างต้ังแต่ข้ันต่าของอัตราเงินเดือนข้าราชการ พลเรือนระดบั ๒ หรือผู้ดารงตาแหนง่ ในหมวดอ่นื ๆ นอกจากหมวดกึ่งฝีมอื และหมวดแรงงานและได้รับคา่ จ้างต้งั แต่ข้นั ต่าของอัตราเงนิ เดอื นขา้ ราชการพลเรอื นระดบั ๒ แต่ไม่สูงกว่าอตั ราเงินเดือนขัน้ ต่าของขา้ ราชการพลเรือนระดับ ๓ มี ๑แถบ ๗.๓.๒ ลูกจ้างประจาซงึ่ ดารงตาแหน่งที่กระทรวงการคลังกาหนดอยู่ในหมวดฝีมอื หรือหมวดอืน่ ๆ และได้รบั ค่าจ้างต้ังแต่อตั ราเงินเดือนข้ันต่าของขา้ ราชการพลเรอื นระดบั ๓แตไ่ มถ่ งึ ข้ันตา่ ของอตั ราเงิ นเดือนข้าราชการพลเรอื นระดบั ๖ ยกเว้นหมวดแรงงานและหมวดกงึ่ ฝมี อื มี ๒แถบ ๗.๓.๓ ลกู จ้างประจาซึ่งไดร้ บั คา่ จ้างตั้งแต่อัตราเงนิ เดือนขนั้ ต่าของข้าราชการพลเรอื นระดบั ๖ ข้นึ ไป มี ๓ แถบ สาหรับลกู จา้ งประจาซ่ึงดารงตาแหนง่ ที่กระทรวงการคลังกาหนด อยู่ในหมวดแรงงาน หรือเป็นผ้ดู ารงตาแหนง่ ในหมวดอนื่ ๆ และไดร้ ับค่าจา้ งไม่ถึงข้นั ตา่ ของอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนระดับ ๒ ไมม่ ีเคร่ืองหมายอนิ ทรธนู ๗.๔ กางเกง กระโปรง ๗.๔.๑ ลกู จา้ งประจาชายให้ใช้กางเกงขายาวสีประเภทสีกากี ไม่พบัปลายขา ๗.๔.๒ ลูกจ้างประจาหญิงใหใ้ ช้กระโป รงสปี ระเภทสีกากี ยาวปดิ เขา่หรือกางเกงขายาวสีประเภทสีกากี ไมพ่ บั ปลายขา ๗.๕ เข็มขดั ๗.๕.๑ ลูกจ้างประจาชาย ใหใ้ ชเ้ ขม็ ขัดทาดว้ ยหนังหรือวัตถเุ ทยี มหนังหรอื ดา้ ยถักสีดา หัวเขม็ ขัดกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนตเิ มตร ทาดว้ ยโลหะสีทองเปน็ รปูสเี่ หล่ยี มผืนผ้าทางนอน มีครุฑดนุ นูนอยกู่ ึง่ กลางหัวเข็มขดั ๗.๕.๒ ลูกจา้ งประจาหญงิ ให้ใชเ้ ขม็ ขัดทาดว้ ยหนังหรือวตั ถุเทยี มหนังหรือดา้ ยถกั สดี า หัวเขม็ ขัดกว้าง ๒.๕ เซนตเิ มตร ยาว ๔ เซนติเมตร ทาดว้ ยโลหะสีทองเปน็ รูปสเ่ี หลยี่ มผนื ผ้าทางนอน มีครฑุ ดุนนูนอยกู่ ึง่ กลางหวั เข็มขัด สาหรับเส้อื แบบท่ี ๒ จะไมใ่ ช้เข็มขดั ก็ได้ ๗.๖ รองเทา้ ถุงเทา้ ๗.๖.๑ ลูกจ้างประจาชาย ใหใ้ ช้รองเท้าห้มุ ส้นหรอื หุ้มขอ้ ทาด้วยหนงัหรือวัตถเุ ทยี มหนังสดี า แบบเรยี บไมม่ ีลวดลาย ถงุ เท้าสดี า ๗.๖.๒ ลกู จ้างประจาหญงิ ใหใ้ ช้รองเท้าห้มุ สน้ หรอื รดั สน้ ทาดว้ ยหนังหรือวตั ถุเทยี มหนงั สีดา ไม่มลี วดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร

232 ๗.๗ เคร่ืองหมายแสดงสังกดั ใหม้ ีรปู เครอ่ื งหมายอนุโลมตามแบบของเครอ่ื งแบบขา้ ราชการ ทาด้วยโลหะโปร่งสที อง หรือปักด้วยด้ายหรือไหมสเี หลอื งไม่มขี อบสงู ๒เซนตเิ มตร ๗.๘ ป้ายชื่อและตาแหน่ง ใหร้ ะบุ ชอ่ื ตวั ชอ่ื สกลุ และตาแหน่งดว้ ยตัวหนังสือสีขาวบนป้ายชอื่ พืน้ สีดา ขนาดกว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ยาว ๗.๕ เซนติเมตร และให้ติดที่อกเสื้อเบอื้ งบนด้านขวา ข้อ ๘ ส่วนราชการใดจาเป็นต้องกาหนดเครือ่ งแบบปฏิบตั ิงานของลูกจา้ งประจาแตกตา่ งจากระเบียบนี้ ให้กระทรวงเจา้ สงั กดั ขอทาความตกลงกับผู้รักษาการตามระเบยี บน้ี ขอ้ ๙ เคร่อื งแบบปกติขาว ประกอบด้วย ๙.๑ หมวก ๙.๑.๑ ลูกจ้างประจาชาย ใหใ้ ชห้ มวกทรงหม้อตาลสขี าว กระบงั หนทา้ าด้วยหนังหรือวตั ถุเทยี มหนงั สีดา สายรดั คางสีทองกว้าง ๑ เซนตเิ มตร มีดุมโลหะสที องตราครฑุ พ่าห์ ขนาดเล็ก ตดิ ท่ีข้างหมวกขา้ งละ ๑ ดมุ ผ้าพนั หมวกสีดา ทห่ี นา้ หมวกตดิ ตราครฑุ พ่าหป์ ักดิน้ สที อง สงู ๕เซนตเิ มตร บนหมอนสกั หลาดสีขาว ๙.๑.๒ ลูกจา้ งประจาหญิง ให้ใชห้ มวกแกป๊ ทรงออ่ นพบั ปกี สีขาวสายรัดคางสที อง มีดมุ โลหะสีทองตราครฑุ พ่าหข์ นาด เลก็ ติดที่ขา้ งหมวก ขา้ งละ ๑ ดุม ผา้ พนั หมวกสดี า ที่หน้าหมวกตดิ ตราครุฑพา่ หป์ กั ดนิ้ สีทอง สงู ๔.๕ เซนตเิ มตร บนหมอนสกั หลาดสขี าว การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันสมควร ๙.๒ เสื้อ ๙.๒.๑ ลูกจ้างประจาชาย ใหใ้ ชเ้ สอ้ื แบบราชการสขี าวตามแบบของข้าราชการฝา่ ยพลเรือน ใช้ดมุ โลหะสีทองตราครุฑพา่ ห์ขนาดใหญ่ ๕ ดมุ ๙.๒.๒ ลกู จ้างประจาหญงิ ใหใ้ ช้เส้อื นอกคอแบะสขี าวแบบคอแหลมหรอื คอปา้ น แขนยาวถึงขอ้ มอื มตี ะเขบ็ หลงั ๔ ตะเข็บ ที่แนวสาบอกมีดุมโลหะสีทองตราครฑุ พ่าห์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง๑.๕ เซนติเมตร๓ ดมุ สาหรับแบบเส้อื คอแหลม และ๕ ดมุ สาหรับแบบเสือ้ คอปา้ น มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเปา๋ เปน็ กระเป๋าเจาะเฉยี งเล็กนอ้ ย ไมม่ ีใบปกกระเปา๋ และให้ใชเ้ ส้ือคอพับแขนยาวสขี าว ผูกผา้ พนั คอสดี าเงือ่ นกลาสี ผไู้ ดร้ ับพระราชทานเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณ์ให้ประดบั แพรแถบเครือ่ งราชอิสรยิ าภรณท์ ่อี กเสอื้ เบอ้ื งซ้าย หรอื เครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ตามแต่โอกาส ๙.๓ อินทรธนู ให้ใชอ้ ินทรธนูแขง็ ตามแบบทา้ ยระเบยี บ กวา้ ง ๔เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบ่า พื้นสกั หลาดสดี า มแี ถบสที องกวา้ ๑ง เซนติเมตรเป็นขอบ ปักด้ินสีทองลาย

233ดอกประจายามและใบเทศ ตดิ ทบั เสอื้ เหนอื บ่าทัง้ สองข้างจากไหล่ไปคอ ดา้ นคอป ลายมนติดดุมโลหะสที องตราครุฑพ่าหข์ นาดเล็ก และให้ประดับดงั นี้ ๙.๓.๑ ลูกจ้างประจาซ่ึงดารงตาแหน่งทีก่ ระทรวงการคลงั กาหนดอยู่ในหมวดก่ึงฝีมือ และได้รบั คา่ จา้ งต้ังแตข่ นั้ ตา่ ของอตั ราเงนิ เดือนขา้ ราชการพลเรือนระดับ ๒ หรอื ผูด้ ารงตาแหน่งในหมวดอื่นๆ นอกจากหมวดกึง่ ฝมี อื และหมวดแรงงาน และได้รบั คา่ จ้างตง้ั แตข่ ัน้ ตา่ ของอัตราเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนระดับ ๒ แตไ่ มส่ งู กวา่ อตั ราเงนิ เดอื นขนั้ ต่าของขา้ ราชการพลเรอื นระดบั ๓มีลายดอกประจายามและใบเทศ ๑ ชอ่ ๙.๓.๒ ลกู จ้างประจาซงึ่ ดารงตาแหนง่ ทก่ี ระทรวงการคลงั กาหน ดอยู่ในหมวดฝีมอื หรอื หมวดอน่ื ๆ และได้รับค่าจา้ งตั้งแต่อตั ราเงนิ เดือนข้นั ต่าของขา้ ราชการพลเรือน ระดับ ๓แต่ไม่ถึงข้ันต่าของอัตราเงนิ เดอื นข้าราชการพลเรอื นระดบั ๖ ยกเว้นหมวดแรงงานและ หมวดก่ึงฝมี ือมลี ายดอกประจายามและใบเทศ ๒ ช่อ ๙.๓.๓ ลกู จา้ งประจาซึง่ ไดร้ ับค่ าจา้ งตั้งแต่อตั ราเงนิ เดือนขัน้ ต่าของข้าราชการพลเรอื นระดับ ๖ ขน้ึ ไป มลี ายดอกประจายามและใบเทศ ๓ ชอ่ ๙.๔ กางเกง กระโปรง ๙.๔.๑ ลกู จา้ งประจาชาย ให้ใช้กางเกงขายาวสีขาวไม่พบั ปลายขา ๙.๔.๒ ลูกจา้ งประจาหญิง ใหใ้ ชก้ ระโปรงสขี าว ตีเกล็ดด้านหน้า ๒เกลด็ และดา้ นหลงั ๒ เกล็ด ยาวปดิ เข่า ปลายบานเล็กนอ้ ย ใชก้ บั แบบเสอื้ คอแหลม หรอื กระโปรงสีขายวาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย ใช้กับเสื้อคอป้าน ๙.๕ รองเท้า ถงุ เทา้ ๙.๕.๑ ลกู จา้ งประจาชาย ใหใ้ ช้รองเท้าหมุ้ สน้ หนังหรอื วัตถเุ ทยี มหนังสีดาชนดิ ผกู แบบเรยี บไมม่ ลี วดลาย ถุงเท้าสดี า ๙.๕.๒ ลกู จา้ งประจาหญิง ใหใ้ ช้รองเทา้ หมุ้ ส้นหนงั หรือวตั ถเุ ทยี มหนงั สีดา แบบปดิ ปลายเท้า สน้ สูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ไมม่ ลี วดลาย ถงุ เทา้ ยาวสีเน้อื ๙.๖ เครอื่ งหมายแสดงสังกัด ให้มเี คร่ืองหมายแสดงสงั กัดทาด้วยโลหะโปรง่ สที อง ไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตร ตามขอ้ ๗.๗ ตดิ ที่คอเส้อื ด้านหน้าทั้งสองขา้ ง ขอ้ ๑๐ เครื่องแบบครึ่งยศ มลี กั ษณะและสว่ นประกอบเชน่ เดียวกบั เครอื่ งแบบปกติขาว เว้นแตก่ างเกงหรือกระโปรงใหใ้ ชผ้ ้าสีดา ประดบั เครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ ขอ้ ๑๑ เครอื่ งแบบเต็มยศ มีลกั ษณะและส่วนประกอบเชน่ เดยี วกับเครอื่ งแบบครึง่ ยศสวมสายสะพาย ขอ้ ๑๒ ใหป้ ลดั สานักนายกรัฐมนตรรี ักษาการตามระเบียบน้ี และใหม้ ีอานาจตีความและวนิ จิ ฉัยปญั หาเกีย่ วกับการปฏิบัตติ ามระเบยี บนี้

234ประกาศ ณ วันท่ี ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๗ พลเอก ประจวบ สนุ ทรางกูร (ประจวบ สนุ ทรางกรู ) รองนายกรัฐมนตรี รกั ษาราชการแทน นายกรฐั มนตรี

235 เคร่อื งหมายตาํ แหนง บนอินทรธนู (ลูกจางประจํา)เครื่องแบบปฏบิ ัตริ าชการ (ชุดสีกากี)ผูดํารงตําแหนงหมวดกึ่งฝมือ และไดรับคาจางต้ังแตข้ันต่ําของอัตราเงินเดือนขาราชการพลเรือนระดับ 2 ข้ัน 5,310 หรือ ผูดํารงตําแหนงหมวดอ่ืน ๆ นอกจากหมวดก่ึงฝมือและหมวดแรงงาน และไดรบั คาจา งตัง้ แตขน้ั ต่าํ ของอตั ราเงินเดือนขา ราชการพลเรือน ระดบั 2 ขั้น 5.310 บาท – 6,530 บาทผูดํารงตําแหนงหมวดฝมือ หรือหมวดอื่น ๆ ยกเวนหมวดแรงงานและหมวดก่ึงฝมือ และไดรับคาจางต้ังแตอัตราเงินเดือนของขาราชการพลเรือน ระดับ 3 ขั้น 6,530 บาท แตไมถึงขั้นต่ําของอัตราเงินเดอื นของขา ราชการพลเรือน ระดบั 6 ขั้น 12,040 บาท

236เครื่องแบบปฏิบตั ิราชการ (ชดุ สีกาก)ีลูกจางประจําซึ่งไดรับคาจางต้ังแตอัตราเงินเดือนขั้นตํ่าของขาราชการพลเรือน ระดับ 6 ข้ัน 12,040บาทขนึ้ ไป (ยกเวนหมวดกงึ่ ฝมอื )** สําหรับลูกจางประจําซ่ึงดํารงตําแหนงในหมวดแรงงาน หรือเปนผูดํารงตําแหนงในหมวดอ่ืน ๆ***และไดรับคาจางไมถึงข้ันตํ่าของอัตราเงินเดือนของขาราชการพลเรือน ระดับ 2 ข้ัน 5,310 บาท***ไมม เี ครื่องหมายอนิ ทรธนู

237เคร่อื งแบบพิธกี าร (ลกู จา งประจาํ )ผูดํารงตําแหนงหมวดกึ่งฝมือ และไดรับคาจางต้ังแตข้ันต่ําของอัตราเงินเดือนขาราชการพลเรือนระดับ 2 ขั้น 5,310 หรือ ผูดํารงตําแหนงหมวดอ่ืน ๆ นอกจากหมวดกึ่งฝมือและหมวดแรงงาน และไดร ับคาจา งตัง้ แตข ั้นตํ่าของอัตราเงนิ เดือนขา ราชการพลเรอื น ระดับ 2 ข้นั 5.310 บาท – 6,530 บาทผูดํารงตําแหนงหมวดฝมือ หรือหมวดอ่ืน ๆ ยกเวนหมวดแรงงานและหมวดก่ึงฝมือ และไดรับคาจางตั้งแตอัตราเงินเดือนของขาราชการพลเรือน ระดับ 3 ข้ัน 6,530 บาท แตไมถึงขั้นต่ําของอัตราเงินเดือนของขาราชการพลเรอื น ระดบั 6 ข้นั 12,040 บาทลูกจางประจําซ่ึงไดรับคาจางต้ังแตอัตราเงินเดือนข้ันต่ําของขาราชการพลเรือน ระดับ 6 ขั้น 12,040บาทข้นึ ไป

238 ระเบียบสาํ นักนายกรฐั มนตรี วา ดวยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยทเี่ ปนการสมควรกาํ หนดใหมกี ารปรบั ปรุงกระบวนการจา งงานภาครฐั ในสว นของลูกจางของสว นราชการใหม คี วามหลากหลาย เพ่ือใหเกิดความเหมาะสมในการใชกําลังคนภาครัฐและใหการปฏบิ ัติราชการมีความคลองตัวเกดิ ประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ล โดยสอดคลอ งตามแนวทางการบรหิ ารจดั การภาครฐั แนวใหม คณะรัฐมนตรจี ึงเห็นสมควรใหม กี ารจา งพนักงานราชการสาํ หรับการปฏิบตั ิงานของสว นราชการ อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แหง พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผนดนิ พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรฐั มนตรโี ดยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรี จงึ วางระเบียบไวดังตอไปน้ี ขอ ๑ ระเบียบนีเ้ รียกวา “ระเบยี บสาํ นกั นายกรัฐมนตรี วา ดวยพนักงานราชการพ.ศ. ๒๕๔๗” ขอ ๒ ระเบยี บนี้ใหใชบังคบั ต้ังแตวนั ท่ี ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เปน ตน ไป ขอ ๓ ในระเบียบนี้ “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการบรหิ ารพนักงานราชการ “สว นราชการ” หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม หรอื สวนราชการที่เรียกชอ่ือยา งอื่นและมฐี านะเปน กรม หรือหนวยงานอ่นื ใดของรฐั ที่มฐี านะเปนสว นราชการตามกฎหมายวา ดวยระเบียบบรหิ ารราชการแผน ดินและกฎหมายวา ดวยการปรบั ปรุงกระทรวง ทบวง กรมเวนแตราชการสว นทองถน่ิ “หัวหนา สว นราชการ” หมายความวา ปลดั กระทรวง ปลดั ทบวง อธบิ ดหี รอื หัวหนาสว นราชการทีเ่ รยี กช่ืออยา งอน่ื และมีฐานะเปน กรม หรือหวั หนาหนว ยงานอ่นื ของรฐั ทม่ี ีฐานะเปนสว นราชการ และผูวา ราชการจังหวดั ซ่ึงเปนผวู า จา งพนกั งานราชการ

239 ๒ “พนักงานราชการ” หมายความวา บุคคลซง่ึ ไดรบั การจางตามสัญญาจางโดยไดร ับคา ตอบแทนจากงบประมาณของสวนราชการ เพ่อื เปนพนกั งานของรฐั ในการปฏิบัตงิ านใหกบั สวนราชการน้นั “สัญญาจาง” หมายความวา สัญญาจางพนักงานราชการตามระเบยี บน้ี ขอ ๔ บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ขอ บงั คบั คําส่ัง หรือมติคณะรฐั มนตรีที่กําหนดใหขา ราชการหรอื ลูกจา งของสวนราชการมีหนา ทีต่ องปฏิบัตหิ รอื ละเวนการปฏบิ ตั หิ รือเปนขอหา มในเรอ่ื งใด ใหถ ือวาพนกั งานราชการมีหนาทีต่ อ งปฏิบตั ิหรอื ละเวน การปฏิบตั ิหรือตอ งหา มเชน เดยี วกบั ขาราชการหรอื ลูกจางดวย ท้ังน้ี เวน แตเ รื่องใดมกี ําหนดไวแ ลวโดยเฉพาะในระเบียบน้ีหรอื ตามเงอ่ื นไขของสญั ญาจา ง หรือเปน กรณีทสี่ วนราชการประกาศกําหนดใหพนกั งานราชการประเภทใดหรือตาํ แหนง ในกลมุ งานลกั ษณะใด ไดรับยกเวน ไมต อ งปฏบิ ตั ิเชนเดยี วกบั ขา ราชการหรือลกู จา งในบางเรื่องเพ่ือใหเ หมาะสมกับสภาพการปฏิบตั งิ านของพนกั งานราชการ ในกรณีทค่ี ณะกรรมการเห็นสมควรอาจกาํ หนดแนวทางการดาํ เนินการตามวรรคหนง่ึเพ่อื เปน มาตรฐานทวั่ ไปใหสว นราชการปฏิบัติก็ได ขอ ๕ ใหเ ลขาธิการคณะกรรมการขา ราชการพลเรอื นรกั ษาการตามระเบียบนี้ หมวด ๑ พนกั งานราชการ ขอ ๖ พนักงานราชการมสี องประเภท ดังตอ ไปน้ี (๑) พนกั งานราชการท่ัวไป ไดแ ก พนกั งานราชการซึ่งปฏบิ ัติงานในลักษณะเปน งานประจําท่วั ไปของสว นราชการในดา นงานบริการ งานเทคนิค งานบริหารทั่วไป งานวิชาชพี เฉพาะ หรืองานเช่ียวชาญเฉพาะ (๒) พนกั งานราชการพเิ ศษ ไดแก พนกั งานราชการซึ่งปฏบิ ัตงิ านในลกั ษณะท่ตี อ งใชค วามรหู รือความเชย่ี วชาญสูงมากเปน พิเศษเพ่ือปฏิบตั งิ านในเรื่องทีม่ คี วามสําคัญและจําเปนเฉพาะเร่ืองของสว นราชการ หรือมคี วามจาํ เปนตอ งใชบคุ คลในลกั ษณะดงั กลาว

240 ๓ ขอ ๗ ในการกาํ หนดตาํ แหนงของพนักงานราชการ ใหกําหนดตาํ แหนงโดยจาํ แนกเปนกลมุ งานตามลกั ษณะงานและผลผลิตของงาน ดังตอไปนี้ (๑) กลมุ งานบริการ (๒) กลมุ งานเทคนคิ (๓) กลมุ งานบริหารท่วั ไป (๔) กลุม งานวชิ าชีพเฉพาะ (๕) กลุม งานเชีย่ วชาญเฉพาะ (๖) กลุม งานเชีย่ วชาญพเิ ศษ ในแตล ะกลุมงานตามวรรคหนง่ึ คณะกรรมการอาจกําหนดใหม ีกลุมงานยอ ยเพอ่ื ใหเหมาะสมกบั ลกั ษณะงานของพนกั งานราชการได การกําหนดใหพ นกั งานราชการประเภทใดมตี าํ แหนงในกลุมงานใด และการกําหนดลกั ษณะงานและคณุ สมบัตเิ ฉพาะของกลมุ งาน ใหเปน ไปตามประกาศของคณะกรรมการ สว นราชการซ่งึ เปน ผวู า จางพนักงานราชการอาจกําหนดชือ่ ตําแหนงในกลมุ งานตามความเหมาะสมกับหนาที่การปฏบิ ตั ิงานของพนกั งานราชการท่จี างได ขอ ๘ ผซู ง่ึ จะไดรบั การจางเปน พนักงานราชการ ตอ งมีคณุ สมบตั แิ ละไมมีลักษณะตอ งหาม ดังตอ ไปน้ี (๑) มสี ัญชาติไทย (๒) มีอายุไมตาํ่ กวาสบิ แปดป (๓) ไมเปน บุคคลลม ละลาย (๔) ไมเปน ผูมกี ายทพุ พลภาพจนไมสามารถปฏบิ ตั หิ นา ทไี่ ด ไรค วามสามารถหรือจิตฟน เฟอ นไมส มประกอบ หรอื เปน โรคตามท่ีกาํ หนดไวในกฎหมายวาดวยระเบียบขา ราชการพลเรือน (๕) ไมเปนผูด าํ รงตาํ แหนงทางการเมอื ง กรรมการพรรคการเมอื ง หรอื เจาหนาท่ีในพรรคการเมือง (๖) ไมเ ปนผูเ คยตองรับโทษจําคกุ โดยคาํ พิพากษาถงึ ทสี่ ดุ ใหจําคกุ เพราะกระทาํความผดิ ทางอาญา เวนแตเปนโทษสําหรับความผดิ ท่ไี ดก ระทําโดยประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ (๗) ไมเปนผเู คยถูกลงโทษใหออก ปลดออก หรอื ไลออกจากราชการ รฐั วิสาหกิจหรอื หนว ยงานอืน่ ของรฐั (๘) ไมเ ปนขา ราชการหรือลูกจา งของสวนราชการ พนักงานหรอื ลกู จา งของหนวยงานอ่นื ของรฐั รฐั วสิ าหกิจ หรอื พนักงานหรือลกู จา งของราชการสวนทอ งถ่นิ

241 ๔ (๙) คณุ สมบัตหิ รอื ลักษณะตอ งหามอืน่ ตามท่ีสวนราชการกาํ หนดไวในประกาศการสรรหาหรอื การเลอื กสรรบุคคลเพื่อจา งเปนพนักงานราชการ ทั้งนี้ ตอ งเปน ไปเพื่อความจาํ เปนหรือเหมาะสมกับภารกจิ ของสว นราชการน้นั ความใน (๑) ไมใ หใชบังคับกับพนักงานราชการชาวตางประเทศซึ่งสวนราชการจาํเปน ตอ งจางตามขอผูกพันหรือตามความจําเปน ของภารกิจของสวนราชการ ในกรณีท่เี ห็นสมควรคณะกรรมการอาจประกาศกําหนดคณุ สมบตั ิหรือลักษณะตองหา มเพิ่มขนึ้ หรอื กําหนดแนวทางปฏิบตั ิของสวนราชการในการจางพนกั งานราชการเพ่อื ใหสอดคลองกับวัตถุประสงคของการกาํ หนดใหม ีพนักงานราชการตามระเบียบนี้ ขอ ๙ ใหสว นราชการจดั ทาํ กรอบอัตรากาํ ลังพนกั งานราชการเปนระยะเวลาสปี่ โดยใหสอดคลองกับเปา หมายการปฏิบัตริ าชการของสวนราชการและแผนงบประมาณเชงิ กลยทุ ธทั้งน้ี ตามแนวทางการจดั กรอบอัตรากําลังพนักงานราชการที่คณะกรรมการกาํ หนด กรอบอัตรากาํ ลงั พนกั งานราชการของสว นราชการตามวรรคหน่ึง จะตองเสนอตอคณะกรรมการเพอื่ ใหค วามเห็นชอบ เมื่อคณะกรรมการใหความเห็นชอบแลว ใหสาํ นักงบประมาณสนบั สนุนงบประมาณเพ่ือเปนคา ใชจ ายดานบคุ คลตามความจาํ เปน และสอดคลอ งกับกรอบอตั รากาํ ลังพนกั งานราชการดังกลาว ทัง้ นี้ การเบิกจายงบประมาณใหเปน ไปตามประเภทรายจายทไี่ ดรบัการจดั สรรตามหลกั เกณฑและวิธีการทก่ี ระทรวงการคลังกาํ หนด ในกรณที ่มี เี หตุผลความจาํ เปน สวนราชการอาจขอใหเ ปลยี่ นกรอบอตั รากําลงัพนักงานราชการได โดยไดรบั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และแจงใหสํานักงบประมาณทราบ ขอ ๑๐ การสรรหาและการเลือกสรรบคุ คลเพ่ือจางเปนพนกั งานราชการใหเปน ไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงอ่ื นไขท่ีคณะกรรมการกําหนด ในกรณที ่ีสวนราชการใดจะขอยกเวนหรอื เพม่ิ เติมเกย่ี วกบั การสรรหาหรอื การเลือกสรรตามทคี่ ณะกรรมการกาํ หนดตามวรรคหน่ึง ใหสามารถกระทําไดโ ดยทาํ ความตกลงกับคณะกรรมการ ขอ ๑๑ การจางพนักงานราชการใหกระทําเปนสญั ญาจา งไมเกนิ คราวละส่ปี ห รอืตามโครงการที่มีกาํ หนดเวลาเร่ิมตนและสิ้นสดุ ไว โดยอาจมกี ารตอสญั ญาจา งได ทง้ั นี้ ตามความเหมาะสมและความจาํ เปน ของแตล ะสวนราชการ แบบสญั ญาจา งใหเ ปน ไปตามทค่ี ณะกรรมการกําหนด

242 ๕ การทําสัญญาตามวรรคหนง่ึ ใหห ัวหนาสวนราชการหรอื ผซู ึ่งไดรบั มอบหมายจากหัวหนาสวนราชการเปนผูลงนามในสัญญาจางกบั ผไู ดรบั การสรรหาหรือการเลอื กสรรเปนพนกั งานราชการ ขอ ๑๒ การแตง กายและเคร่อื งแบบปกติ ใหเปน ไปตามที่สวนราชการกําหนด เคร่อื งแบบพธิ ีการใหเปนไปตามทค่ี ณะกรรมการกําหนด ขอ ๑๓ วันเวลาการทํางาน หรอื วิธีการทํางานในกรณที ี่ไมตอ งอยูปฏบิ ัตงิ านประจําสวนราชการ ใหเปนไปตามท่ีสวนราชการกําหนด ซ่งึ อาจแตกตางกนั ไดต ามหนา ท่ีของพนกั งานราชการในแตละตาํ แหนง โดยคํานงึ ถงึ ผลสําเรจ็ ของงาน หมวด ๒ คา ตอบแทนและสทิ ธปิ ระโยชน ขอ ๑๔ อัตราคาตอบแทนของพนักงานราชการใหเ ปนไปตามที่คณะกรรมการประกาศกาํ หนด ขอ ๑๕ สว นราชการอาจกําหนดใหพนักงานราชการประเภทใดหรอื ตําแหนงในกลุมงานใดไดร บั สิทธปิ ระโยชนอ ยางหน่งึ อยางใด ดงั ตอ ไปน้ี (๑) สทิ ธเิ ก่ยี วกบั การลา (๒) สทิ ธิในการไดรับคาตอบแทนระหวางลา (๓) สิทธิในการไดรับคาตอบแทนการปฏิบตั ิงานนอกเวลางาน (๔) คา ใชจ ายในการเดนิ ทาง (๕) คาเบ้ยี ประชุม (๖) สทิ ธิในการขอรบั เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ (๗) การไดรับรถประจําตําแหนง (๘) สทิ ธิอ่ืน ๆ ทค่ี ณะกรรมการประกาศกาํ หนด หลักเกณฑการไดร ับสทิ ธิตามวรรคหน่ึง ใหเ ปน ไปตามที่สวนราชการกําหนดทั้งนี้ เทาท่ไี มข ัดหรอื แยงกบั หลกั เกณฑท่กี าํ หนดเกย่ี วกับการไดรบั สิทธินน้ั ตามกฎหมาย กฎ ระเบยี บประกาศ หรือมตคิ ณะรัฐมนตรี ในกรณีท่ีเห็นสมควรคณะกรรมการอาจเสนอตอคณะรัฐมนตรีเพ่ือใหแกไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือมตคิ ณะรฐั มนตรี เพื่อใหไดร บั สทิ ธิประโยชนต ามวรรคหนงึ่

243 ๖ ในกรณีทีเ่ ห็นสมควรคณะกรรมการอาจกําหนดมาตรฐานทว่ั ไปเกยี่ วกับการกําหนดสิทธิประโยชนใหแ กพ นกั งานราชการเพ่อื ใหสวนราชการปฏบิ ัติก็ได ขอ ๑๖ ใหค ณะกรรมการพิจารณาทบทวนอัตราคาตอบแทนและสิทธปิ ระโยชนของพนักงานราชการตามขอ ๑๔ และขอ ๑๕ เพอ่ื ปรับปรงุ ใหเ หมาะสมเปนธรรมและมมี าตรฐานโดยคาํ นึงถึงคาครองชพี ทเี่ ปล่ียนแปลง คา ตอบแทนของเอกชน อัตราเงินเดอื นของขา ราชการพลเรอื น และฐานะการคลังของประเทศ รวมท้ังปจจัยอ่นื ท่เี กย่ี วของ ขอ ๑๗ ใหพนกั งานราชการไดร ับสิทธิประโยชนแ ละมหี นาท่ีตอ งปฏิบตั ติ ามกฎหมายวาดว ยการประกนั สงั คม ขอ ๑๘ สว นราชการอาจกําหนดใหพ นกั งานราชการประเภทใดหรือตาํ แหนง ในกลมุ งานใดไดร ับคา ตอบแทนการออกจากงานโดยไมม ีความผดิ ไดตามหลักเกณฑทคี่ ณะกรรมการกําหนด หมวด ๓ การประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน ขอ ๑๙ ในระหวางสญั ญาจา ง ใหสวนราชการจัดใหม ีการประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของพนกั งานราชการ ดังตอไปน้ี (๑) การประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านของพนกั งานราชการทั่วไป ใหกระทาํ ในกรณีดังตอ ไปนี้ (ก) การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานประจําป (ข) การประเมินผลการปฏบิ ัติงานเพือ่ ตอ สัญญาจา ง (๒) การประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของพนักงานราชการพิเศษ ใหก ระทาํ ในกรณีการประเมนิ ผลสาํ เร็จของงานตามชว งเวลาท่กี าํ หนดไวในสัญญาจา ง การประเมินผลการปฏิบตั งิ านของพนกั งานราชการตามวรรคหน่ึง ใหเ ปนไปตามหลกั เกณฑและวธิ กี ารทีส่ ว นราชการกําหนด ในการนคี้ ณะกรรมการอาจกาํ หนดแนวทางการประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานดงั กลาวเพื่อเปนมาตรฐานท่วั ไปใหส ว นราชการปฏิบตั กิ ็ได

244 ๗ ขอ ๒๐ พนกั งานราชการผูใดไมผ านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามขอ ๑๙ใหถ ือวา สัญญาจางของพนกั งานราชการผนู ้ันสน้ิ สุดลง โดยใหสว นราชการแจง ใหพนกั งานราชการทราบภายในเจ็ดวันนับแตว นั ทีท่ ราบผลการประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของพนกั งานราชการผนู นั้ ขอ ๒๑ ใหส วนราชการรายงานผลการดาํ เนนิ การจางพนักงานราชการ รวมทง้ัปญหาอปุ สรรคหรือขอ เสนอแนะตอคณะกรรมการภายในเดอื นธนั วาคมของทุกป หมวด ๔ วนิ ยั และการรกั ษาวนิ ัย ขอ ๒๒ พนักงานราชการมีหนาทีต่ อ งปฏิบัตงิ านตามที่กําหนดในระเบยี บน้ี ตามท่ีสวนราชการกําหนด และตามเงอื่ นไขท่กี ําหนดไวใ นสัญญาจา ง และมีหนา ทตี่ อ งปฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั่ ของผูบงั คบั บัญชาซ่งึ ส่งั ในหนา ที่ราชการโดยชอบดวยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ ขอ ๒๓ พนกั งานราชการตอ งรักษาวินยั โดยเครง ครดั ตามท่ีกาํ หนดไวเปนขอ หามและขอปฏิบตั ิทส่ี ว นราชการกําหนด พนกั งานราชการผูใดฝา ฝน ขอ หามหรอื ไมปฏิบัติตามขอ ปฏบิ ัติตามวรรคหนึ่งพนักงานราชการผนู ัน้ เปน ผูก ระทําผดิ วนิ ัยจะตอ งไดร บั โทษทางวินัย ขอ ๒๔ การกระทาํ ความผดิ ดังตอไปนี้ ถอื วาเปนความผิดวินัยอยางรา ยแรง (๑) กระทาํ ความผดิ ฐานทจุ รติ ตอ หนาที่ราชการ (๒) จงใจไมปฏิบัตติ ามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอ บงั คับ หรอื เงือ่ นไขท่ีทางราชการกําหนดใหปฏบิ ตั จิ นเปน เหตุใหทางราชการไดรบั ความเสียหายอยา งรา ยแรง (๓) ปฏบิ ัตหิ นา ทโี่ ดยประมาทเลนิ เลอจนเปนเหตใุ หท างราชการไดร ับความเสยี หายอยางรา ยแรง (๔) ไมปฏิบตั ติ ามเง่อื นไขทีก่ าํ หนดในสญั ญา หรอื ขดั คาํ สง่ั หรอื หลีกเลี่ยงไมปฏบิ ัติตามคาํ ส่ังของผูบังคบั บัญชาตามขอ ๒๒ จนเปน เหตุใหท างราชการไดร ับความเสียหายอยางรา ยแรง (๕) ประมาทเลินเลอ จนเปนเหตุใหทางราชการไดรบั ความเสียหายอยางรายแรง (๖) ละท้ิงหรือทอดท้ิงการทํางานเปน เวลาติดตอ กันเกนิ กวา เจ็ดวัน สาํ หรบั ตาํ แหนงทส่ี วนราชการกําหนดวันเวลาการมาทาํ งาน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook