195
196
197
198
199
200
201
202
203
พระราชบญั ญัติ 204เหรยี ญจกั รมาลา และเหรยี ญจักรพรรดมิ าลา พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔ ในพระปรมาภไิ ธยสมเด็จพระเจา อยหู วั อานนั ทมหดิ ล คณะผูสาํ เร็จราชการแทนพระองค (ตามประกาศประธานสภาผแู ทนราษฎร ลงวนั ท่ี ๔ สงิ หาคม พุทธศกั ราช ๒๔๘๐) อาทิตยทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธนิ ตราไว ณ วนั ที่ ๒๔ ตุลาคม พทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔ เปนปที่ ๘ ในรชั กาลปจ จุบนั โดยที่สภาผูแทนราษฎรลงมตวิ า สมควรแกไขกฎหมายวา ดว ยเหรยี ญจักรมาลาและเหรยี ญจกั รพรรดมิ าลา จ่ึงมพี ระบรมราชโองการใหต ราพระราชบญั ญตั ิข้นึ ไวโ ดยคําแนะนําและยินยอมของสภาผูแ ทนราษฎรดั่งตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญตั นิ ใ้ี หเ รยี กวา “พระราชบัญญตั ิเหรียญจักรมาลาและเหรยี ญจักรพรรดิมาลาพทุ ธศกั ราช ๒๔๘๔” มาตรา ๒ ใหใ ชพระราชบญั ญัตนิ ตี้ ง้ั แตวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน ตน ไป มาตรา ๓ ใหย กเลกิ พระราชบัญญัติเหรียญจกั รมาลารตั นโกสนิ ทรศก ๑๒๓ และพระราชบญั ญตั ิเหรียญจกั รพรรดมิ าลารัตนโกสนิ ทรศก ๑๓๐ มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั ิน้ี คาํ วา “ทหารและตาํ รวจ” หมายความวา ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตํารวจ คําวา “ขา ราชการฝายพลเรอื น” หมายความวาขา ราชการพลเรือน ตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการพลเรอื นขา ราชการพลเรือนสงั กดั กระทรวงกลาโหม และขา ราชการฝายตุลาการตามกฎหมายวา ดวยระเบียบขาราชการฝายตลุ าการเวน แตขาราชการประเภทวสิ ามัญ มาตรานยี้ กเลกิ ตามพระราชบัญญตั เิ หรียญจักรมาลาและเหรียญจกั รพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๓) พทุ ธศกั ราช ๒๕๐๗และใหใ ชค าํ ตอไปน้ีแทน “มาตรา ๔ ในพระราชบัญญตั ิน้ี “ทหารและตาํ รวจ” หมายความวา ทหารบก ทหารเรอื ทหารอากาศและตาํ รวจ “ขาราชการฝายพลเรอื น” หมายความวา ขา ราชการพลเรือนตามกฎหมายวา ดวยระเบยี บขา ราชการพลเรอื นขาราชการพลเรือนสังกดั กระทรวงกลาโหม ขา ราชการฝา ยตลุ าการ ตามกฎหมายวา ดว ยระเบยี บขา ราชการฝา ยตลุ าการขาราชการอัยการตามกฎหมายวาดว ยระเบยี บขาราชการฝายอยั การและหมายความรวมถงึ พนกั งานเทศบาลตามพระราชกฤษฎีกาวา ดว ยระเบยี บพนักงานเทศบาลดว ย ทงั้ น้เี วน แตข า ราชการวิสามญั หรือพนกั งานเทศบาลวสิ ามัญ” มาตรา ๕ เหรียญจกั รมาลามีลักษณะเปนเหรียญเงนิ กลมดานหนา มีรูปจักร กลางวงจกั รเปน รูปชาง กบั จารึกอักษรวา “ส.พ.ป.ม.จ.๕” มีหวงหอ ยกับแพรแถบกวา ง ๓ เซนตเิ มตร สีแดงขอบเขยี ว มีรวิ้ สีเหลือง ร้วิ สีน้าํ เงิน ประดบั ที่อกเสือ้ เบอื้ งซาย มาตราน้ยี กเลกิ ตามพระราชบัญญัติเหรียญจักรมาลา และเหรียญจกั รพรรดิมาลา (ฉบับที่ ๒) พทุ ธศักราช ๒๔๘๕และใหใ ชค วามตอ ไปน้ีแทน
205 มาตรา ๕ เหรยี ญจกั รมาลา มลี กั ษณะเปน เหรยี ญเงนิ กลมดา นหนามีรูปจักร กลางวงจกั รเปน รปูจลุ มงกฎุ พานรองสองชั้นมีเคร่ืองสูงสองขา ง ดา นหลงั มรี ูปจักร กลางวงจักรเปน รปู ชา งกบั จารกึ อกั ษรวา“ส.พ.ป.ม.จ.๕” มหี ว งหอยกบั แพรแถบกวา ง ๓ เซนตเิ มตร สแี ดงขอบเขยี วมรี ้ิวสีเหลอื งร้วิ สนี าํ้ เงนิ ประดบั ท่ีอกเส้อื เบ้ืองซา ย มาตรา ๖ เหรยี ญจกั รมาลาสําหรบั พระราชทานแกผ ทู มี่ ยี ศทหารหรอื ตํารวจตลอดจนวา ทยี่ ศนน้ั ๆท้ังตอ งเปนผทู รี่ ับราชการประจําการหรอื ในกองประจาํ การรวมกนั เปนเวลาไมน อยกวา ๑๕ ป การนบั เวลาราชการ ใหน ับตัง้ แตอายคุ รบ ๑๘ ปบรบิ รู ณ หรอื ตง้ั แตว นั ขึ้นทะเบียนกองประจาํ การตามกฎหมายวา ดว ยการรบั ราชการทหารแลว แตก รณี มาตรา ๗ เหรียญจกั รพรรดิมาลา มีลักษณะเปน เหรยี ญเงนิ กลมรปู จักร ดานหนา มีรูปครุฑพา หอยูในวงจักร ดา นหลังมรี ปู ชา งอยูใ นวงจักรจารึกอกั ษรโดยรอบวา “บาํ เหนจ็ แหงความยงั่ ยืนและมน่ั คงในราชการ”เบ้อื งบนเหรียญมีเคร่ืองหมายพระวชริ าวธุ หอยกบั แพรแถบกวา ง ๓ เซนติเมตร สแี ดงขอบสีเหลืองกบั สเี ขียวประดับที่อกเสอ้ื เบอ้ื งซา ย สาํ หรบั พระราชทานสตรใี ชห อยกบั แพรแถบผกู เปน รปู แมลงปอประดบั เสอ้ื ทห่ี นา บา ซา ย มาตรา ๘ เหรียญจกั รพรรดิมาลาสาํ หรบั พระราชทานขาราชการฝา ยพลเรือน ทีร่ บั ราชการมาดว ยความเรยี บรอยเปน เวลาไมน อ ยกวา ๒๕ ป การนบั เวลาราชการ ใหน ับโดยคํานวณเวลาราชการทง้ั หมดของผนู ้ันรวมกนั แตถ า ผนู ้นั เขา รบั ราชการกอ นอายุครบ ๑๘ ปบ ริบูรณ ใหน ับต้งั แตวนั อายคุ รบ ๑๘ ปบรบิ ูรณเ ปน ตนไป มาตรา ๙ ทหารและตํารวจทีร่ ับราชการมารวมเวลาราชการไมน อยกวา ๒๕ ป หากไมเ ขาเกณฑทจ่ี ะไดรบั พระราชทานเหรยี ญจักรมาลาตามมาตรา ๖ กใ็ หไดร บั พระราชทานเหรยี ญจกั รพรรดมิ าลาตามมาตรา ๘ มาตรา ๑๐ ผซู ่งึ ไดร ับพระราชทานเหรยี ญจักรมาลาหรอื เหรียญจกั รพรรดิมาลา ใหมปี ระกาศนยี บตั รทรงลงพระปรมาภไิ ธย และประทบั พระราชลัญฉกร มาตรา ๑๑ การพระราชทานเหรียญจักรมาลา หรือเหรียญจกั รพรรดมิ าลาพระราชทานเปน กรรมสทิ ธิ์เมอ่ื ผไู ดรบั พระราชทานวายชนม ใหท ายาทโดยธรรมรกั ษาไวเปน ที่ระลึก แตถ าผูไดร ับพระราชทานก็ดี ทายาทโดยธรรมก็ดี ประพฤติตนไมสมเกยี รติ อาจทรงเรยี กคนื ได ถาสง คนื ไมไ ดดว ยประการใด ๆ ภายในกาํ หนดสามสบิ วนั จะตองใชร าคาเหรยี ญน้ัน มาตรา ๑๒ เหรียญจักรมาลาหรือเหรยี ญจกั รพรรดมิ าลาจะพระราชทานแกผูใดอยา งใดอยา งหนึ่งแตอ ยางเดยี วเทานน้ั มาตรา ๑๓ บรรดาผซู ึ่งไดรบั พระราชทานเหรยี ญจกั รมาลาหรือเหรยี ญจกั รพรรดิมาลาอยูแลว ในวนัใชพระราชบญั ญตั นิ ้มี สี ิทธแิ ละหนา ทีต่ ามพระราชบญั ญัติน้ีทุกประการ มาตรา ๑๔ ใหน ายกรัฐมนตรีรักษาการใหเปนไปตามพระราชบัญญตั นิ ้ีผูรับสนองพระบรมราชโองการ พบิ ูลสงคราม นายกรฐั มนตรี
206
207
208
209
210 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สกํานฎักสงาํานนคณักะนกรารยมกการรกัฐฤมษฎนกี ตา รี สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฉฤษบฎับกี าที่ ๗๑ (พสาํ.นศัก.งา๒นค๕ณ๒ะก๓รร)มการกฤษฎกี าออกตามความในพระราชบญั ญตั เิ ครอ่ื งแบบขา ราชการฝา ยพลเรอื นสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานพักงทุ านธคศณกั ะกรรารมชกา๒รก๔ฤษ๗ฎีก๘า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ---------- สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคณะกรรมการกฤษอฎกีาศาัยอํานาจตามสาํคนวักางมาในนคมณาะตกรรารม๖กาแรลกะฤมษาฎตกี ราา ๗ แหงพระสราํ นาชักบงาัญนญคณัตะิเคกรรรื่อมงการกฤษฎีกา แบบขาราชการฝายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ นายกรัฐมนตรีออกกฎสํานักนายกรัฐมนตรีไวดังตอไปสนําี้นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอ ๑ ใหย กเลกิ ความในสว นท่ี ๑ ของกฎสํานักนายกรัฐมนตรีออกตามความในสํานักงานคมณาตะรการร๗มกแารหกงฤพษรฎะีกราาชบัญญัติเคสราํ ื่อนงักแงบานบคขณาระากชรรกมากราฝรากยฤพษลฎเกี ราือน พุทธศักรสาําชน๒ักง๔า๗นค๘ณละงกวรรนั มทก่ี ารกฤษฎกี า๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ ซง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยกฎสาํ นกั นายกรฐั มนตรี ฉบับที่ ๗๐ (พ.ศ.๒๕๒๒)สอาํ นอักกงตาานมคคณวะากมรรใมนกพารระกรฤาษชฎบกี ัญา ญัติเครื่องแสบําบนักขงาารนาคชณกาะรกฝรรามยกพาลรกเรฤือษนฎกี พาุทธศักราช ๒๔๗๘และใหใ ชค วามตอ ไปนแ้ี ทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า \"สว นท่ี ๑ เคสราํ ื่อนักงแงาบนบคทณั่วะไกปรรมการกฤษฎกี า ------------สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎอกี า๑ เครื่องแบสบาํ ขนาักรงาาชนกคาณระปกรระรจมํากกาารกรทฤษั่วฎไปีกาใหม ี ๒ ชนิดสคาํ อืนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๑.๑ เครื่องแบบปฏิบัติราชการ มี ๒ ประเภทสํานักงานคกณ. เะคกรรื่อรมงกแาบรบกฤสษีกฎาีกกาีคอพับ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข. เครื่องแบบสีกากีคอแบะ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ๑ฎกี.๒า เครื่องแบบสพาํ นิธักีกงาารนคมณี ๕ะกปรรรมะเกภาทรกฤษฎีกา ก. เครื่องแบบปกติขาวสํานักงานขค.ณเะคกรรื่อรมงแกาบรบกฤปษกฎตกี ิกาากีคอตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคณะกรรมการกฤษคฎกี. าเครอ่ื งแบบคสราํ ง่ึ นยักศงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ง. เครอื่ งแบบเต็มยศสํานักงานจค.ณเะคกรรอ่ืรมงแกาบรบกฤสษโมฎสกี รา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าขอ ๒ ภายใตบ งั คบั แหง ขอ ๓ และขอ ๔สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ๒ฎีก.๑า เครื่องแบบสปํานฏักิบงัตานิรคาชณกะากรรรปมรกะากรกอฤบษดฎวีกยา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) หมวกสํานักงานขคาณระากชรกรามรกชาารยกฤใหษใฎชกี หามวกได ๒ แสบํานบักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า แบบที่ ๑ หมวกทรงหมอ ตาลสกี ากี กะบงั หนา ทาํ ดว ยหนงั หรอื วตั ถเุ ทยี มหนงั สีสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
211 - ๒ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคดณาํ ะสการยรรมดั กคารากงฤหษนฎงั กี หารอื วตั ถเุ ทยี มสหาํ นนักงั งสาดี นาํคณมดีะกมุ รโรลมหกาะรสกที ฤอษงฎตกี ราาครฑุ พา หข นสาาํ ดนเักลงก็ าตนดิคณทข่ีะกา งรหรมมกวากรกฤษฎีกาขา งละ ๑ ดมุ ผาพันหมวกสีกากี ทหี่ นาหมวดตดิ ตราครฑุ พาหในบัวกระหนกทาํ ดวยโลหะสีทองสงู ๖.๕ สเซํานนักตงเิ ามนตครณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแบบที่ ๒ หมวกแกปทรงออนสีกากี หนา หมวกตดิ ตราครฑุ พา หป ก ดน้ิ สีทองสูงสาํ นักงานค๔ณ.๕ะกเซรรนมตกเิามรกตฤรษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการหญิงใหใ ชหมวกได ๓ แบบสํานักงานคแณบบะกทรี่ร๑มกาอรนกุโฤลษมฎตีกาามแบบหมวกสขาํ อนักงขงาานรคาชณกะากรรชรมายกาแรกตฤเปษนฎีกทารงออน แบบที่ ๒ หมวกแกปทรงออนพับปกสีกากี สายรดั คางสที องกวา ง ๑ เซนตเิ มตรสาํ นักงานคมณดี มุะกโรลรหมะกสาทีรกอฤงษตฎรีกาาครฑุ พา หข นสาดาํ นเลักก็งาตนดิ คทณข่ี ะา กงรหรมมกวากรขกาฤงษลฎะกี ๑า ดมุ ผาพันหสมาํ วนกักสงาีกนาคกณี หะนกรา รหมมกวารกกฤษฎีกาติดตราครุฑพาหปกดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนตเิ มตร บนหมอนสีกากี สาํ นักงานคแณบบะกทรี่ร๓มกาหรมกฤวษกฎหกีนาบี สกี ากี ดานสาํหนนักางมานีดคุมณโละหกระรสมีทกอารงกตฤรษาฎคีกราุฑพาหขนาดเล็ก ๒ ดมุสาํ นักงานคตณิดซะกอรนรมกกันารมกีตฤรษาฎคกี ราุฑพาหใ นบัวสกํารนะักหงนานกคสณูง ะ๔ก.ร๕รมเกซานรตกฤเิ มษตฎรกี าตดิ ทด่ี า นซา ยสเหาํ นนักอื งขาอนบคณหมะกวรกรมการกฤษฎีกาหางจากมุมพับดานหนาหมวกประมาณ ๔ เซนตเิ มตร สาํ นักงานคกณาระสกวรมรมหกมาวรกกฤใษหฎส ีกวามในโอกาสอสนั าํ คนวักรงานคณะกรรมการกฤษฎกี า(๒) เสอ้ื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าขาราชการชายใหใชเสื้อได ๒ แบบ สํานักงานคแณบบะกทรี่ร๑มกเาสรื้อกคฤอษพฎกีับาสีประเภทสีกสาาํ กนีแักขงานนยคาณวระัดกรขรอมมกือารกมฤดี ษมุ ฎทกี ข่ี าอ มอื ขา งละ ๑ ดมุหรอืสํานักงานคแณขนะกสรั้นรมมกีการรกะฤเปษาฎเีกยาบ็ ติดท่ีหนา อสกําเนสัก้ืองขาานงคลณะะ๑กรกรมระกเาปรกาฤเษปฎนีกการะเปาเสื้อมีแสถาํ บนอักยงาูตนรคงณกละการงรตมากมารกฤษฎกี า ทางดง่ิกวาง ๓.ส๕ํานเซักนงาตนเิ คมณตะรกมรรีใมบกปารกกกฤรษะฎเปีกาารูปมนชายกสลําานงักแงหานลคมณหะรกือรรเปมกนากรรกะฤเษปฎาีกเสาื้อชนิดไมมีแถบกลางสํานักงานคกณระะเกปรารแมลกาะรใกบฤปษกฎกีกราะเปาเปนรูปสสาํ ี่เนหักลงี่ยามนคผณืนผะการมรมุมกการรกะฤเปษาฎแีกลาะมุมปกกระเปสาํ านเปักงนารนูปคตณัดะพกรอรงมากมาทรกี่ ฤษฎกี า ปากกกระเปา ทง้ั สองขา งตดิ ดมุ ขา งละหนง่ึ ดมุ สําหรับขัดใบปกกระเปา ตดั เสอ้ื ผา อกตลอด มสี าบกวาง ๓.ส๕าํ นเซักนงาตนเิ คมณตะรกตรรดิ มดกุมารตกาฤมษแฎนีกาวอกเสอ้ื ๕ ดสมุาํ นรักะงยานะคหณา งะกกันรรพมอกสารมกคฤวษรฎีกแาละตดิ เครอ่ื งหมายสงั กดั ทป่ี กคอเสอ้ื ดา นหนา ทง้ั สองขา ง ทไ่ี หลเ สอ้ื ประดบั อนิ ทรธนสู เี ดยี วกบั เสอ้ื ยาวตามความยาวสาํ นักงานคขณองะบการเรยมบ็กาตรดิ กกฤษบั ฎเสีกอ้ืาเหนอื บา ทง้ั สสําอนงักขงา างนจคาณกไะหกลรรไ มปกคาอรกปฤษลฎายีกมา น ดานไหลกสวาํ านงัก๔งาเนซคนณตะเิ กมรตรมรการกฤษฎกี า ดานคอกวางส๓ํานเักซงนานตคเิ มณตะรกรตรมอกนาปรกลฤาษยขฎดักี าดมุ ตดิ กบั ตวั สเสาํ นอ้ื ักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าในโอกาสไปงานพิธี ใหใ ชเ สอ้ื เชต้ิ แขนยาว ผูกผาพันคอสีดําเงื่อนกลาสีสอดชายสํานักงานคผณา ะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าผกู คอไวภ ายในเสอ้ื ภายใตด มุ เมด็ ทส่ี อง สาํ นักงานคแณบบะกทรี่ร๒มกาเสรกื้อฤคษอฎแกี บาะปลอยเอว สแาํ นบักบงคานอคตณื้นะสกีปรรรมะกเภารทกสฤีกษาฎกกี ีแาขนสั้น ตวั เสอ้ื ผา อกตลอด สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
212 - ๓ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคมณดี มุะกทรอ่ีรมกกเสารอ้ื กฤ๔ษฎดกี มุ า มีกระเปาเยส็บํานตักิดงภาานยคนณอะกกเรปรมนกการระกเฤปษาฎบีกนาและลางอยางสลาํ ะนสักองางนกครณะเะปการรมการกฤษฎีกากระเปาบนมใี บปกมสนํานชักางยากนลคาณงแะกหรลรมมกมารีแกถฤบษกฎวกี าาง ๓.๕ เซนตสเิาํ มนตักรงาตนรคงณกะึ่งกกรลรมางกการรกะฤเปษาฎทกี าางดิ่ง กระเปาลาง เปนสาํ นักงานคกณระะเกปรารยมากมารมกใี ฤบษปฎกกี ราูปตัด ท่ผี า กสรําะนเปักางทาน้ังคสณองะกกรรระมเปกาา รตกดิ ฤดษมุฎีกขาา งละ ๑ ดมุ สสําําหนรักับงขานัดคกณับะใบกรปรมกการกฤษฎกี ากระเปา ทเ่ี อวดา นหลงั คาดดว ยผา สเี ดยี วกบั เสอ้ื ขนาดกวา ง ๕ เซนตเิ มตร ชายเสอ้ื ทต่ี ะเขบ็ กลางหลงั เปด สไาํวน ักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ถงึ ผาคาดเอว ตดิ เครอ่ื งหมายสงั กดั ทป่ี กคอเสอ้ื ดา นหนา ทง้ั สองขา งสํานักงานคณะกรรมการกฤษใฎหกี ใาชเ สอ้ื แบบทส่ี ๒าํ นแักทงานนเคสณื้อะแกบรบรมทกี่ า๑รกใฤนษโฎอกีกาาสอันควร สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ดมุ ทใ่ี ชก บั เสอ้ื ทง้ั สองแบบมลี กั ษณะเปน รปู กลมแบนทาํ ดว ยวตั ถสุ เี ดยี วกบั สเี สอ้ื สาํ นักงานคผณูไดะรกับรรพมรกะารรกาชฤทษฎานกี าเครื่องราชอิสสราํ ิยนาักภงรานณค ณใะหกปรรรมะดกาับรแกฤพษรฎแกีถาบเครื่องราช อิสริยาภรณที่อกเสื้อเหนือกระเปาบนซาย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎาีกราาชการหญิงสําในหักใ งชาเ นสคอ้ื ณไดะก๔รรแมบกาบรกฤษฎีกา แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของขาราชการชาย สํานักงานคแณบบะกทรี่ร๒มกาเสรกื้อฤคษอฎพีกับา สีประเภทสสีกําานกักี งสาีอนอคนณกะวการกรมระกโาปรกรฤงษหฎรกีือาสีเดียวกับกระโปรงผา อกตลอดตวั เสอ้ื มสี าบกวางประมาณ ๒.๕ เซนตเิ มตร แขนยาวรัดขอมอื ขอบปลายแขนกวางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประมาณ ๕ เซนตเิ มตร หรือแขนสั้น เหนือขอศอกเล็กนอยตลบชาย กวางประมาณ ๕เซนตเิ มตสาํรนเักดงินานคคิ้วณดะานกรหรนมกาาเสรกื้อฤตษอฎจกี าากเสนบา มีตสะําเขน็บักงผาานนคกณละากงรอรกมกายรากวฤตษลฎอีกดาตวั ทง้ั สองดา น มีดมุ ๕ ดมุ ดานสาํ นักงานคหณลงัะจการกรมเสกาน รตกอฤษบฎา หีกาลงั มีตะเข็บผสาาํ นนตักงาามนตคัวณเสะื้อกรทรั้งมสกอารงกดฤาษนฎเชีกนา เดียวกับดานสหํานนักางาตนดิ คเณคะรกอ่ื รงรหมมกาารยกฤษฎกี า สงั กดั ทป่ี กคอเสอ้ื ดา นหนา ทง้ั สองขา ง ทไ่ี หลเ สอ้ื ประดบั อนิ ทรธนสู เี ดยี วกบั เสอ้ื ยาวตามความยาวของบาเยสบ็ํานตักิดงกานับคเสณอ้ื ะเกหรนรมือกบาารทกฤัง้ ษสอฎกีงขาาง จากไหลสไ ปาํ นคักองาปนลคาณยะมกนรรดมากนารไกหฤลษกฎวกี าาง ๔ เซนตเิ มตรดานคอกวาง ๓ เซนตเิ มตร ตอนปลายขดั ดมุ ตดิ กบั ตวั เสอ้ื การสวมสอดชายเสอ้ื ไวใ นขอบสาํ นักงานคกณระะโกปรรรมงการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แบบที่ ๓ เสื้อคอพับปลอยเอว สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกงผา อกตลสอําดนักตงวั าเนสคอ้ื ณไะมกม รรสี มากบารดกาฤนษหฎนกี าามีคิ้วตามสาสบาํ นมักดี งมุ าน๔คณดะมุ กรแรขมนกยารากวฤหษรฎือีกแาขนสั้น ตลบชายกวางประมาณ ๕ เซนตเิ มตร มคี ว้ิ หนา หลงั เชน เดยี วกบั แบบท่ี ๒ และมีเสนแนวตะเข็บเชนเดียวสํานักงานคกณับะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแบบที่ ๒ ทง้ั หนา หลงั ความยาวของเสอ้ื ใหค ลมุ สะโพกพองาม ตดิ เครอ่ื งหมายสงั กดั ทป่ี กคอเสอ้ืดานหนาสทาํ ั้งนสักองางนขคาณง ะทกีไ่ รหรลมเกสาอ้ืรกปฤรษะฎดีกบั าอนิ ทรธนสู เี ดสยีํานวักกงบั าเนสค้อื ณยะากวรตรามมกคารวกาฤมษยฎาีกวาของบา เยบ็ ตดิ กบัเสอ้ืสํานักงานคเหณนะอื กบรรา มทกง้ั าสรอกฤงษขาฎงีกจาากไหลไ ปคอสําปนลักางยานมคนณดะากนรรไมหกลากรกวฤางษฎ๔ีกเาซนตเิ มตร ดาสนาํ คนักองกาวนาคงณ๓ะกรรมการกฤษฎกี าเซนตเิ มตร ตอนปลายขดั ดมุ ตดิ กบั ตวั เสอ้ื สํานักงานคแณบบะกทรี่ร๔มกาเสรกื้อฤคษอฎแกี บาะปลอยเอว สสาํ นปี ักรงะาเนภคทณสะกี การกรีมสกีเาดรียกวฤกษับฎกกี าระโปรงหรือกางเกงผา อกตลอดตวั เสอ้ื ไมม สี าบ แขนยาวจรดขอมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กนอย ตลบชายกวางสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
213 - ๔ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคปณระะมการรณมก๕ารเกซฤนษตฎเิ ีกมาตร ดานหนาสเาํปนนักคงาิ้วนตคาณมสะกาบรรมดกมุ าร๓กฤดษมุฎีกตาอดานหนาแลสะําดนาักนงาหนลคงั ณยาะวกตรรามมกตาัวรกฤษฎกี าตดิ เครอ่ื งหมายสงั กดั ทป่ี กคอแบะทง้ั สองขา ง และมกี ระเปา ลา งขา งละ ๑ กระเปา เปนกระเปาเจาะเฉยี งเลก็ สนําอนักยงไามนคมณีใบะปกรกรกมรกะาเรปกฤาษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ดุมทใ่ี ชก ับเสือ้ แบบที่ ๒ , ๓ และ ๔ เปน ดมุ สนี าํ้ ตาลสเี ดยี วกบั สเี สอ้ืสํานักงานคณะกรรมการกฤษกฎกีาราสวมเสื้อแบบสําทนี่ ัก๓งาแนลคะณแะบกบรรทมี่ ก๔ารใกหฤปษลฎอีกยาชายเสอ้ื ทบั กสรําะนโปักงรางนหครณอื ะกการงรเมกกงารกฤษฎีกาและ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าคาดเขม็ สขําดั นตักางมาน(ค๕ณ)ะแกรบรบมทกาี่ ๒รกฤทษบั ฎเีกอาวเสอ้ื ในโอกาสไปงานพิธี ใหใ ชเ สอ้ื แบบท่ี ๑ หรือแบบที่ ๒ โดยใชเ สอ้ื เชต้ิ แขนยาวสํานักงานคผณกู ผะกา รรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาผกู คอสดี าํ เงอ่ื นกลาสี สอดชายผา ผกู คอไวภ ายในเสอ้ื ใตด มุ เมด็ ทส่ี อง สาํ นักงานคผณูซึ่งะไกดรรรมับกพารรกะฤรษาชฎทกี าานเครื่องราชสอาํ ิสนรักิยงาาภนครณณะกใรหรปมกราะรดกับฤแษพฎกีราแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ ที่อกเสื้อเหนือกระเปาบนซายดวยสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๓) อินทรธนู ใหใชอินทรธนูออน มีเครื่องหมายตําแหนงบนอินทรธนู ดงั ตอ ไปนี้ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขาราชการการเมืองตําแหนงรัฐมนตรี มีแถบกวาง ๓ เซนตเิ มตร ตดิ ทางตน อิสํานักงานคนณทระกธรนรูมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา๑ แถบ และแถบกวาง ๑ เซนตเิ มตร ตดิ เรยี งตอ ไปอกี ๒ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลมขนาดวัดเสน สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าผาศูนยกลางวงใน ๑ เซนตเิ มตรสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎากี ราาชการการเมสือาํ นงตักงําาแนหคนณงะอกื่นรรๆมกมารีแกถฤบษกฎกีวาาง ๓ เซนตเิ มสตํารนตักงดิ าทนาคงณตะน กอรรนิ มทกรารกฤษฎีกา ธน๑ู แถบแสลําะนแักถงาบนกควณางะก๑รรเมซกนาตรกเิ มฤษตฎรีกตาดิ เรยี งตอ ไปสอํากีนัก๑งาแนถคณบะแกถรรบมบกนารขกมฤวษดฎเกีปานวงกลม ขนาดวัดเสน ผา ศนู ยก ลางวงใน ๑ เซนตเิ มตร ทง้ั น้ี ยกเวนขาราชการการเมืองที่มีกฎหมายวาดวยเครื่องสาํ นักงานคแณบบะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ใชบ งั คบั โดยเฉพาะสํานักงานคขณาระากชรกรามรกพารลกเฤรษือฎนกี สาามัญตําแหนสงาํตนั้งักแงตานระคดณับะก๗รรมขกึ้นาไรปกฤมษีแฎถีกบากวาง ๓เซนตเิ มตรสํานักงานคตณิดทะการงรตมนกอารินกทฤรษธฎนีกูา๑ แถบ และสแําถนบักกงาวนาคงณ๑ะกเซรนรมตกเิ ามรตกฤรษตฎดิ ีกเารยี งตอ ไปอกี ส๑าํ นแักถงบานแคถณบะบกรนรขมมกาวรดกฤษฎกี าเปนวงกลม ขสนาํ นาักดงวาัดนเคสณนะผการศรมูนกยากรลกาฤงษวฎงีกใาน ๑ เซนตเิ มสตํารนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการพลเรือนสามญั ตําแหนงระดับ ๕ และระดับ ๖ มีแถบกวาง ๑สาํ นักงานคเซณนะตกเิรมรมตกรา๓รกฤแษถฎบีกาแถบบนขมวดสําเปนักนงวางนกคลณมะขกนรรามดกวาัดรเกสฤนษผฎากี ศาูนยกลางวงในสาํ ๑นักเงซานนตคเิณมะตกรรรมการกฤษฎีกา ขาราชการพลเรือนสามญั ตําแหนงระดับ ๓ และระดับ ๔ มีแถบกวาง ๑เซนตเิ มตสาํรน๒ักงาแนถคบณแะถกรบรบมกนาขรมกวฤดษเฎปกี นาวงกลม ขนาสดาํ วนัดักงเสานนคผณาศะกูนรยรมกกลาารงกวฤงษในฎกี ๑า เซนตเิ มตร ขาราชการพลเรือนสามัญตําแหนงระดับ ๒ มีแถบกวาง ๑ เซนตเิ มตร ๑ แถบสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
214 - ๕ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคขณมวะดกรเปรมน กวางรกกลฤษมฎขีกนาาดวัดเสนผาสศาํ นูนักยงกาลนาคงณวะงกในรรม๑กาเซรกนฤตษเิ ฎมีกตาร สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการพลเรือนสามัญตําแหนงระดับ ๑ มีแถบกวาง ๕ มลิ ลเิ มตร ๒ แถบแถบบนสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขนาดเปนวงกลม ขนาดวัดเสนผาศูนยกลางวงใน ๕ มลิ ลเิ มตรสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎาีกราาชการพลเรสือาํ นนปักรงาะนเภคทณอะื่นกรซรึ่งมไกมาไรดกกฤษําหฎนกี าดตําแหนงออสกําเนปักนงราะนดคับณะแกตรรรมับกเงาินรกฤษฎกี าเดือนตามระดสับํานตักงาามนบคัญณชะีทกรารยมพกราระกรฤาษชบฎกีัญาญัติระเบียบสขําานราักชงากนาครณพละกเรรืรอมนกาพร.กศฤ.ษ๒ฎกี๕า๑๘ ใหใ ชเ ครอ่ื ง หมาย สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคตณําแะหกรนรงมตกาามรกรฤะษดฎับกี เางินเดือนที่ไดสราํับนักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สําหรับขาราชการพลเรือนวิสามัญ เฉพาะแถบทขี่ มวดเปน วงกลมน้นั ใหขมวดเปสนาํ รนูปักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สเ่ี หลย่ี มจตั รุ สัสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษแฎกีถาบดงั กลา วใหสใ ชํานส ักเี หงาลนอื คงณหะรกอื รสรมที กอางรกฤษฎกีกาารติดแถบใหตสิดาํตนาักมงขานวาคงณทะี่ตกนรรอมินกทารรกฤษฎกี าธนู แถบแรกหางจากตสํานนอักินงาทนรคธณนะู ๕กรมรมลิ กลาเิ รมกตฤรษฎแกี ลาะแถบตอไปสเวาํ นนรักะงายนะคหณางะกกันรรม๕กมารลิ กลฤเิษมฎตกี รา การใชเครื่องหมายตําแหนงบนอินทรธนู ใหใชกับเสื้อแบบที่ ๑ สาํ หรบั ขาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีการาชการชายและแบบสทํานี่ ๑ักงแานบคบณทะี่ ๒กรรแมลกะาแรกบฤบษทฎี่ ีก๓า สําหรับขารสาชาํ นกักางราหนญคณิง ะกรรมการกฤษฎีกา (๔) กางเกง กระโปรงสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎาีกราาชการชายใหสาํในชักกงาางนเกคณงแะบกบรรรมากชากรากรฤสษีปฎรีกะาเภทสีกากีไมพสาํ ับนปักลงาานยคขณา ะกรรมการกฤษฎกี า ขาราชการหญิงใหใชกางเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากีได ๕ แบบสาํ นักงานคแณบบะกทรี่ร๑มกกาารงกเฤกษงฎอกี นาุโลมตามแบสบําขนอักงงาขนารคาณชะกการรรชมากยารกฤษฎีกา แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง ไมม ลี วดลาย ขอบกางเกงกวางประมาณ ๑ นิ้วสํานักงานคมณหี ระกอื รรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าไมมีกระเปาก็ได มีซิปดานหนาหรือดานขาง ไมพ บั ปลายขาสาํ นักงานคแณบบะกทรี่ร๓มกการรกะโฤปษรฎงีกยาาวปดเขา ปลสาาํ ยนบักงาานนเคลณก็ นะกอรยรมการกฤษฎีกา แบบที่ ๔ กระโปรง มีตะเข็บหนา ๒ ตะเข็บ ตะเขบ็ หลงั ๒ ตะเข็บ ยาวครง่ึ เขาสํานักงานคปณลาะยกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า บานเลก็ นอยสํานักงานคแณบบะกทรี่ร๕มกากรรกะฤโษปฎรีกงากางเกง แบบสกําานงักเกงางนยคาณวคะรกึ่งรเรขมากามรีตกฤะษเขฎ็บีกหานา ๒ ตะเข็บตะเขบ็ หลงัสาํ นักงานค๒ณตะะกเรขร็บมกมารีจกีบฤกษรฎะกี ทาบดานหนาแสลาํ ะนดักางนานหคลณงั ะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) เขม็ ขดัสํานักงานคขณาระากชรกรามรกชาารกยฤษใหฎกีใ ชาเ ขม็ ขดั ทาํ ดวสยํานดักา งยาถนกั คสณกี ะากกรกีรมวกา งาร๓กฤเษซฎนีกตาเิ มตร หวั เขม็ ขดัทาํ ดว ยโลหะสที องเปน รปู สเี หลย่ี มผนื ผา ทางนอน ปลายมนกวาง ๓.๕ เซนตเิ มตร ยาว ๕สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
215 - ๖ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคเซณนะตกเิรมรมตกรามรกีรฤปู ษคฎรีกฑุ าดุนนูนอยกู งึ่ สกาํ ลนาักงงหานวั คเขณ็มะขกดั รรมไมกมารเี กขฤม็ ษสฎาํ ีกหารบั สอดรปู ปลสําานยักเขงม็านขคดั ณหะมุ กดรรว มยการกฤษฎกี าโลหะ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสที องกวสา าํงน๑ักงเาซนนคตณเิ ะมกตรรรมการกฤษฎีกา ขาราชการหญิง ใหใ ชเ ขม็ ขดั ๒ แบบสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษแฎีกบาบที่ ๑ ใชคาสดําทนับักงขาอนบคกณระะกโรปรมรงการโกดฤยษใฎชกีเขา็มขัดอนุโลมตสาาํ มนแักบงาบนขคาณระาชกรกรามรกชาารยกฤษฎีกา แบบที่ ๒ ใชค าดทบั เสอ้ื โดยใชเ ขม็ ขดั ผา สปี ระเภทสกี ากสี เี ดยี วกบั สเี สอ้ื กวาง๒.๕ เซสนําตนเิ ักมงตานรคหณวั ะสกเ่ี รหรลมย่ีกมารหกมุฤษผฎา ีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า (๖) รองเทา ถงุ เทาสํานักงานคณะกรรมขกาารรากชฤกษาฎรกีชาาย ใหใ ชร อสงเาํ ทนาักหงามุ นสคน ณหะรกอื รหรมมุ กขาอรกหฤนษงั ฎหีกราอื วตั ถเุ ทยี มหสนํางั นสักดี งาํานหครณือะสกีนรร้ํามตกาาลรกฤษฎีกาไมม ลี วดลาย ถงุ เทา สเี ดยี วกบั รองเทา สํานักงานคขณาระากชรกรมารกหารญกิงฤษใฎหกี ใาชร องเทา หมุ สสาํ น นหักงราอื นรคดั ณสะน กหรรนมงั กหารรกอื ฤวษตั ฎถกีเุ ทายี มหนงั สดี าํ หรอื สีน้ําตาลแบบปดปลายเทา ไมม ลี วดลายสน สงู ไมเ กนิ ๑๐ เซนตเิ มตรสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ(ฎ๗ีกา) เครอ่ื งหมาสยําแนสักงดางนสคงั ณกดัะกรใรหมกม าเี ครกรฤอ่ื ษงฎหกี มาายแสดงสงั กดัสําทนาํ ักดงว ายนโคลณหะะกโรปรรมง กสาีรกฤษฎกี าทองไมม ขี อบสาํสนงู ัก๒งานเซคนณตะเิกมรรตมรกตารดิ กทฤษค่ี ฎอีกเสาอ้ื ตอนหนา ทสง้ัาํ สนอักงงาขนา งคณเปะนกรรรูปมดกาังรตกอฤไษปฎนีกี้ า สํานักนายกรัฐมนตรี รูปตราราชสีหคชสีหสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า รักษารัฐธรรมนูญ สํานักงานคกณระะทกรรรวมงกกาารรกคฤลษังฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎรกี ูปาตราปกษาวายภุ กั ษสํานักงานคณะกรรมการกฤษกฎกีระาทรวงการตาสงาํ ปนรักะงเาทนศคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํรนูปักตงรานาบคณัวแะกกวรรมการกฤษฎกี า กระทรวงเกษตรและสหกรณ รูปตราพระพิรุณทรงนาค สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า กระทรวงคมนาคม รูปตราพระรามทรงสํานักงานครถณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า กระทรวงพาณิชย รูปตราพระวิสสกุ รรมสํานักงานคกณระะทกรรรวมงกมาหรากดฤไษทฎยกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎรกี ูปาตราราชสีห กระทรวงยุติธรรม รูปตราพระดุลพาหสํานักงานคณะกรรมการกฤษกฎกีระาทรวงวิทยาศสาําสนตักงรา นคณะกรรมการกฤษฎกี า รูปตราสปํารนมักางณานู เคฟณอะงกจรักรมรการกฤษฎีกา เทคโนโลยแี ละการพลงั งาน และดวงอาทิตยสํานักงานคกณระะทกรรรวมงกศาึกรษกฤาธษิกฎาีกรา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎรกี ูปาตราเสมาธรรมจักรสํานักงานคณะกรรมการกฤษกฎกีระาทรวงสาธารสณําสนุขักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า รูปตราสคําบนเักพงลานิงคมณปี ะกกแรรลมะกมางี รูกฤษฎกี าสาํ นักงานคกณระะทกรรรวมงกอาุตรสกาฤหษกฎรกี ราม พันคบเพลิง สํานักงานคณะกรรมกราูปรตกฤราษนฎาีกราายณเกษียรสมุทร ทบวงมหาวทิ ยาลยั รูปตราวชิระสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
216 - ๗ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษรฎากี ชาบัณฑิตยสถาสนํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํารนูปักตงรานามคณหาะมกงรรกมุฎการกฤษฎกี าเหนือพระขรรค สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎแกี ลาะหนังสือ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักพระราชวังและ รูปตรามหามงกุฎสาํ นักงานคแณละะอกุณรรามโกลามรกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักราชเลขาธิการ สาํ นักงานคสณํานะักกงรรามนกตารรวกจฤเษงฎนิ ีกแาผนดิน สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎรีกูปาตราคันชั่ง ประดิษฐหนาพาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํารนัฐักธงรารนมคนณูญะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําหรับขาราชการหญิง ใหต ดิ เครอ่ื งหมายแสดงสงั กดั ทค่ี อแบะของเสอ้ื ตอนบนทั้งสองขสาาํงนเหักนงาือนแคนณวะเกครรรื่อมงกราารชกอฤษิสฎริยกี าาภรณ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๘) ปายชื่อและตําแหนงสํานักงานคณะกรรมการกฤษใฎหีกมา ปี า ยชอ่ื พน้ื สสดีาํ นาํ ักงขานนาคดณกะวการงรไมมกเากรินกฤ๒ษ.ฎ๕กี าเซนตเิ มตร ยาสวาํ ไนมักเงกานินค๗ณ.ะ๕กรรมการกฤษฎีกาเซนตเิ มตรแสดงชอ่ื สตาํ วันักชงอ่ื าสนกคณลุ ะแกลระรมชกื่อาตรํากแฤหษนฎกีงใานการบริหารสงําานนักหงารนือคชณื่อะตกํารแรหมกนางรใกนฤสษาฎยกี งาานตามที่องคการกลาง สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาบริหารงานบุคคลกําหนด ประดับที่อกเสื้อเหนือกระเปาบนขวา สาํ นักงานค๒ณ.๒ะกเรครรมื่อกงาแรกบฤบษพฎิธีกีกา าร สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ก. เครื่องแบบปกติขาว ประกอบดวยสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ(ฎ๑กี า) หมวก สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขา ราชการชายใหใ ชห มวกทรงหมอ ตาลสขี าว กะบังหนาทําดว ยหนังหรอื วัตถุเทยี ม สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหนงั สดี าํ สายรดั คางสที องกวา ง ๑ เซนตเิ มตร มดี มุ โลหะสที องตราครฑุ พา หข นาดเลก็ ตดิ ทข่ี า งสํานักงานคหณมวะกกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขา งละ ๑ ดมุ ผาพันหมวกสขี าว ทห่ี นา หมวดตดิ ตราครฑุ พา หป ก ดน้ิ สที องสงู ๕ เซนตเิ มตร บนหมอน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสกั หลาดสขี าวสํานักงานคณะกรรมการกฤษขฎากี ราาชการหญิงสใาํหนใ ักชงห านมควณกไะดกร๒รมแกาบรบกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบหมวกของขาราชการชาย แตเปนทรงออน สํานักงานคแณบบะกทรี่ร๒มกาหรมกฤวษกแฎกีกาปทรงออนพสับําปนกักสงาีขนาควณสะากยรรรมดั กคาารงกสฤทีษอฎงีกมาดี มุ โลหะสที องตราครฑุ พาหขนาดเล็กตดิ ทข่ี า งหมวกขางละ ๑ ดมุ ผาพันหมวกสีขาว ทห่ี นา หมวกตดิ ตราสํานักงานคคณรุฑะกพรารหมปกากรดกิ้นฤษสฎีทีกอาง สงู ๔.๕ เซสนาํ ตนักเิ มงาตนรคบณนะหกรมรมอกนาสรักกหฤษลฎาดกี าสีขาว สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า การสวมหมวก ใหส วมในโอกาสอนั ควร สาํ นักงานค(๒ณ)ะกเรสรอ้ื มการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการชาย ใหใชเสื้อแบบราชการสีขาว ใชด มุ โลหะสที องตราครฑุ พา หสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
217 - ๘ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคขณนาะดกใรรหมญกา ๕รกดฤษมุ ฎผกี ูไาดรับพระราชสทํานานักงเาคนรคื่อณงระากชรอรมิสกราิยรากภฤรษณฎกีใหา ประดับแพรสแาํ ถนบักเงคารนื่อคงณระากชรรมการกฤษฎีกาอิสริยาภรณที่อกเสื้อเหนือกระเปาบนซายดวย สํานักงานคขณาระากชรกรมารกหารญกิงฤษใฎหีกใาชเสื้อนอกคอสําแนบักะงสาีขนาควณแะบกบรรคมอกแาหรกลฤมษหฎรกี ือาคอปาน แขนยาวถงึ ขอ มอื มตี ะเขบ็ หลงั ๔ ตะเข็บ ทแ่ี นวสาบอกมดี มุ โลหะสที องตราครฑุ พา ห ขนาดเสนผาศูนยสํานักงานคกณลาะงกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา๑.๕ เซนตเิ มตร ๓ ดมุ สาํ หรับแบบเสื้อคอแหลม และ ๕ ดมุ สําหรับแบบเสื้อคอปาน มีกระเปาลา ง สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขา งละ ๑ กระเปา เปนกระเปาเจาะเฉียงเล็กนอยไมมีใบปกกระเปา และใหใ ชเ สอ้ื คอพบั แขนยาวสีสํานักงานคขณาวะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาผกู ผา พนั คอสดี าํ เงอ่ื นกลาสี ผูไดรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณใหประดับแพรแถบเครื่องราช สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อิสริยาภรณท อี่ กเสื้อเบอื้ งซายดว ยสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ(ฎ๓กี า) อินทรธนู สใําหนมักีองาินนทครณธะนกูแรขรม็งกกาวรากงฤ๔ษฎเซีกานตเิ มตร ยาวตสาํานมักคงวาานมคยณาะวกขรอรงมบกาารกฤษฎกี าพน้ื สกั หลาดสดี าํ ตดิ ทบั เสอ้ื เหนอื บา ทง้ั สองขา งจากไหลไ ปคอ ดานคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตราครุฑสพาํ านหักงขานนาคดณเละ็กกรอรมินกทารรกธฤนษูมฎลี กี าายดังนี้ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการการเมืองตําแหนงรัฐมนตรี ปก ดน้ิ สที องลายชอ ชยั พฤกษ เต็มแผนอิสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานทรธนู สาํ นักงานคขณาระากชรกรามรกกาารกรฤเมษือฎงีกตาําแหนงอื่น ๆสํานมักแี งถาบนคสณที อะกงกรรวมา กงา๕รกฤมษลิ ฎลกีเิ มาตรเปน ขอบ และปก ดน้ิ สที องลายชอ ชยั พฤกษย าวตลอดสว นกลางของอนิ ทรธนู ทง้ั น้ี ยกเวนขาราชการการเมืองที่สาํ นักงานคมณกี ฎะกหรมรมากยาวรา กดฤว ษยฎเคีการอ่ื งแบบใชบ สงั าํ คนบั ักโงดานยคเฉณพะากะรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขาราชการพลเรือนสามัญตําแหนงตั้งแตระดับ ๗ ขึ้นไป มแี ถบสที องกวา ง๕ มลิ ลเิ มสําตนรักเปงาน นขคอณบะกแรลรมะปกาก รดกน้ิฤษสฎที ีกอางลายชอ ชยั พสฤาํ กนักษงย าานวคตณละอกดรสรมว กนากรลกฤางษขฎอีกงาอนิ ทรธนู ขาราชการพลเรือนสามญั ตําแหนงระดับ ๕ และระดับ ๖ มแี ถบสที องกวา งสํานักงานค๑ณเซะกนรตรมิเมกตารรกเฤปษนฎขกี อาบ และปก ดน้ิสาํสนที ักองงาลนาคยณชะอ กชรยัรมพกฤากรกษฤ ษมฎดี กี อาก ๓ ดอก เรยี สงาํ ตนาักมงาสนว คนณยะากวรขรอมงการกฤษฎีกา อินทรธนู ไมเ กนิ ๓ ใน ๔ สวนของอินทรธนู สํานักงานคขณาระากชรกรามรกพารลกเฤรษือฎนีกสาามัญตําแหนสงํารนะักดงับาน๓คณแะลกะรรระมดกับารก๔ฤมษฎแี กีถาบสที องกวา ง๑ เซนติเมตรเปนขอบ และปก ดน้ิ สที องลายชอ ชยั พฤกษ มดี อก ๒ ดอก เรยี งตามสว นยาวของสํานักงานคอณินทะกรรธรนมูกไามรเกกฤนิ ษคฎรกี ง่ึาหนง่ึ ของอนิ สทํารนธักนงูานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขาราชการพลเรือนสามัญตําแหนงระดับ ๒ มแี ถบสที องกวา ง ๑ เซนตเิ มตรเปนขอบสาํแนลักะงปานก คดณน้ิ ะสกที รอรมงลกาายรกชฤอ ษชฎยั กี พาฤกษ มดี อกส๑ํานดักงอากนคไณมเะกกนิ รร๑มกใานรก๔ฤษสฎวีกนาของอินทรธนู ขาราชการพลเรือนสามัญตําแหนงระดับ ๑ มแี ถบสที องกวา ง ๕ มลิ ลเิ มตร เปนสํานักงานคขณอบะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สําหรับขาราชการพลเรือนประเภทอื่นซึ่งไมไดกําหนดตําแหนงออกเปนระดับแตรับเงสินาํเนดักืองนาตนคามณระะกดรรับมกตาารมกบฤษัญฎชีกีทาายพระราชบสัญํานญักัตงาิรนะคเบณียะบกขรรามรกาาชรกกาฤรษพฎลกี เารือน พ.ศ. ๒๕๑๘ใหใชอินทรธนูตามระดับเงินเดือนที่ไดรับสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
218 - ๙ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสํานักงานคณะกรรมการกฤษ(ฎ๔ีกา) กางเกง กรสะําโนปักรงงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขาราชการชาย ใหใชกางเกงแบบราชการสีขาวขายาว ไมพ บั ปลายขาสํานักงานคขณาระากชรกรมารกหารญกิงฤษใฎหีกใาชกระโปรงสสีขาํ านวักงตาีเนกคลณด็ ะดการนรมหกนาารก๒ฤษเฎกีกลาด็ และดานหลัง๒ เกลด็ ยาวปด เขา ปลายบานเลก็ นอย ใชกับแบบเสื้อคอแหลม หรือกระโปรงสีขาวยาวปดเขาสาํ นักงานคปณลาะยกบรรามนกเาลร็กกนฤษอฎยีกใาชกับแบบเสสื้อาํคนอักปงาานนคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๕) รองเทา ถงุ เทาสํานักงานคขณาระากชรกรมารกชาารกยฤษใหฎกีใ ชาร องเทา หมุ สสนํานหักนงงัาหนครณอื วะตักถรรเุ มทกยี ามรกหฤนษงั ฎสกี ดี าาํ ชนดิ ผกู ถงุ เทา สดี าํสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษขฎากี ราาชการหญิงสําในหักใ งชาร นอคงณเทะากหรรมุ มสกน ารหกนฤงัษหฎรีกอื าวตั ถเุ ทยี มหนสงั ําสนดี ักาํงแานบคบณปะด กปรรลมากยารกฤษฎกี าเทาไมม ลี วดสลาํ านยักงสาน นสคงูณไะมกเ กรรนิ มก๑า๐รกเฤซษนฎตกี เิามตร ถงุ เทา ยสาําวนสักเีงนานอ้ื คณะกรรมการกฤษฎีกา ข. เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง ลักษณะและสวนประกอบเชนเดียวกับเครื่องแบบสาํ นักงานคปณกตะกขิ รารวมเกวาน รแกตฤษส ขีฎอีกางหมวก ผา พสนั าํ หนมักงวากนคหณมอะกนรสรมกั กหาลรากดฤสษําฎหีกราับปกครฑุ พา สหํา นเสักอ้ืงาแนลคะณกาะงกเรกรมงหการรอื กฤษฎกี ากระโปรงเปนสีประเภทสีกากี สํานักงานคคณ. เะคกรรอ่ืรมงกแาบรบกฤคษรฎง่ึ ีกยาศ ลักษณะแสลําะนสักวงนานปครณะกะอกรบรเมชกนาเรดกียฤวษกฎับีกาเครื่องแบบปกติขาว เวนแตก างเกงหรือกระโปรงใหใ ชผา สักหลาดหรอื เสริ จ สีดาํ ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าง. เคร่ืองแบบเต็มยศ ลักษณะและสวนประกอบเชนเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศสวมสายสสําะนพักางยานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า จ. เครอ่ื งแบบสโมสรสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษเฎคีกราื่องแบบสโมสสํารนสักํางหารนับคขณาะรการชรกมากราชรากยฤษมฎี กี๓า แบบ คอื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๑) เครอ่ื งแบบสโมสร ก. ลักษณะและสวนประกอบเชนเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า(๒) เครอ่ื งแบบสโมสร ข. ลักษณะและสวนประกอบเชนเดียวกับเครื่องแบบสํานักงานคสณโมะสกรรรกม.การกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า เวนแต สํานักงานคเสณอ้ื ะกใรหรมใ ชกาเ สรกอ้ื ฤสษโมฎกีสารสขี าว ทาํ ดสว ํายนผักา งสากันหคณลาะดกหรรรมอื กเาสรริกจ ฤษเปฎีกดาอก ปาดเอว มดี มุโลหะสที องตราครฑุ พา หข นาดเลก็ ตดิ ทข่ี อ มอื ขา งละ ๓ ดมุ ทร่ี ะหวา งอกกบั เอวขา งละสํานักงานค๓ณดะมุกรแรมลกะาทรบ่ีกฤรษรจฎบีกาเสอ้ื มดี มุ โลหสะําสนที ักองางนตครณาคะรกฑุ รรพมากหารข กนฤาษดฎใกีหาญข า งละ ๑ ดสมุํานดักงมุ าคนนูคม้ีณสี ะากยรรสมรกอ ายรกฤษฎีกา สที องรอ ยตดิ กนั ประกอบดวยเสื้อกั๊กสีขาว ดมุ โลหะสที องตราครฑุ พา ห ๓ ดมุ และเสอ้ื เชต้ิ สขี าวอกแข็งขสอ าํ มนือักแงาขนง็ คคณอะเกชริ้ตรมชกั้นาเรดกียฤวษแฎบีกบาปกผีเสื้อ ผกูสาํผนา ักผงกู าคนคอณสดีะกาํ รเรงมื่อกนารหกูกฤรษะฎตกี าายเครอ่ื งหมายสงั กดั ใหต ดิ ทค่ี อแบะของเสอ้ื ตอนบนทง้ั สองขา งเหนอื แนวเครอ่ื งสาํ นักงานคราณชะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าอิสริยาภรณ สํานักงานคในณฤะดกูรรรอมนการใกหฤใ ษชฎก กีาางเกงสขี าวแทสนาํ กนาักงงเากนงคสณดี ะาํ กไรดรมการกฤษฎีกา(๓) เครอ่ื งแบบสโมสร ค. ลักษณะและสวนประกอบเชนเดียวกับเครื่องแบบสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
219 - ๑๐ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคสณโมะสกรรรขม.กเาวรนกฤแษตฎเ สีกอื้า เช้ติ อกแขง็ ใสหํานใ ชักเงสานือ้ คเชณต้ิ ะอกกรรอมอ กนาสรกีขฤาษวฎแีกลาะเสื้อกั๊กใหใชสแําพนักรงแาถนบคสณีเะดกียรวรกมกับารกฤษฎกี ากางเกงรัดเอวแทน แพรแถบนี้สวนกลางดานหนากวาง ๑๒ เซนตเิ มตร ปลายทง้ั สองขา งเรยี วกวา ง๑๑เซนตสเิ ํามนตักรงาทนป่ีคณลาะยกมรรขี มอกเากรย่ีกวฤตษดิฎกีกานั ในขณะคาดสทํานางักดงาา นนคหณละงั กรรมการกฤษฎกี า สําหรับขาราชการหญิง ใหแ ตง ตามสมยั นยิ มสํานักงานคณะกรรมการกฤษขฎอีกา๓ ขาราชกาสรําสนังักกงัดานสคําณนักะกพรรรมะรกาาชรกวฤังแษลฎะีกสาํานักราชเลขาสธาํ ิกนาักรงใาหนใคชณเคะกรรื่อรงมแกบารบกฤษฎกี าเหมือนขาราชการประเภทอื่น ๆ เวนแตอินทรธนูของเครื่องแบบปกติเครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบสโมสสาํ รนใักหงาเพนคิ่มณเสะนกลรรวมดกสาีทรกอฤงษตฎิดกี ทาี่ขอบริมแถบสทาํ อนงักดงาานนคนณอะกกรรมการกฤษฎกี าสําหรับขาราชการผูใดที่ไดรับมอบหมายใหปฏิบัติหนาที่ดังตอไปนี้สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษ(ฎ๑ีกา) มหาดเลก็ หสลาํ นวงักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (๒) ตํารวจหลวงรักษาพระองคสาํ นักงานค(๓ณ)ะกเรจรามพกนารักกงฤาษนฎพกี ราะราชพิธี สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า (๔) พนักงานรถยนตหลวง เรอื ยนตห ลวงสํานักงานคณะกรรมการกฤษใฎหกี แาตงกายดวยสเคาํ นรื่อักงงาแนตคงณกะากยรตรามมกจาารกรฤีตษปฎรกีะาเพณีอันเคยมสีมาํานในักงราานชคสณํานะกักรรมการกฤษฎีกาแตกาลกอนไดในโอกาสที่สํานักพระราชวังมีคําสั่งใหแตง สาํ นักงานคกณาระแกตรรงมกกาายรตกาฤมษปฎรีกะาเพณีดังกลาสวํานใักหงปานระคดณับะแกรพรมรแกาถรบกหฤษรือฎเีกคารื่องราชอิสริยาภรณที่ไดรับพระราชทานตามหมายกําหนดการ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าขอ ๔ ขาราชการนอกประจําการ ใหใชเครื่องแบบเหมือนขาราชการประจําการ เวนแตเครอ่ื งหมสําานยักสงงั ากนดั คใณหะต กดิ รรทมอ่ี กการเสกอ้ืฤษเบฎอ้ืีกงาขวา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ขอ ๕ ภายใตบ งั คบั (๓) ของ ก. ของ ๒.๒ ในขอ ๒ ขาราชการวิสามัญและสํานักงานคขณาระากชรกรามรกปารรกะฤเภษทฎกีอาื่น ซึ่งไมไดกําสหํานนักดงตานําแคหณนะกงอรรอมกกเาปรกนฤรษะดฎกีับาตามกฎหมายสวาํานดักวงยารนะคเณบียะกบรรมการกฤษฎกี า ขาราชการพลเรือน ใหใชเครื่องแบบตามกฎนี้ แตขาราชการคนใดควรแตงระดับใด ใหเปนไปตามระเบียบสซําึ่งนสักํางนาักนนคาณยะกกรรัฐรมมกนาตรกรฤีเทษียฎบกี าไว' สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอ ๒ ใหย กเลกิ บญั ชีอกั ษรยอช่อื จงั หวดั ทา ยกฎสํานักนายกรฐั มนตรี ฉบับที่ ๖๓สํานักงานค(พณ.ะศก.รร๒ม๕ก๑าร๔ก)ฤษอฎอีกกาตามความในสพาํ นรักะงราานชคบณัญะญกรัตริเมคกราื่อรกงแฤษบฎบีกขาาราชการฝายพสําลนเักรงือานนคพณุทะธกศรรักมรกาาชรกฤษฎกี า ๒๔๗๘ และใหใชบัญชีอักษรยอชื่อจังหวัดทายกฎสํานักนายกรัฐมนตรีนี้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ใหไ ว ณ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ สํานักงานคณะกรรมการพกลฤเษอฎกีกาป. ติณสูลานนสทาํ น ักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า นายกรัฐมนตรี สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า [ดขู อมูลจากภาพกฎหมาย]สํานักงานค+ณ--ะ-กร-ร-ม-ก-าร-ก-ฤ-ษ-ฎ-กี -า--------ส-ํา-น-ัก-งา-น-ค-ณ-ะ-ก-ร-รม-ก-า-ร-กฤ-ษ-ฎ-กี-า---------ส-าํ -น-ัก-ง-าน-ค-ณ--ะก-ร-ร-ม-กา-รกฤษฎีกา--------------------------------------+สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎสํานักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คอื เนื่องจากกฎสํานักสาํ นักงานคนณายะกกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
220 - ๑๑ - สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานครัฐณมะนกรตรรมี กฉาบรกับฤทษี่ ฎ๗ีก๐า (พ.ศ. ๒๕๒สํา๒น)ักงอาอนกคตณาะมกครรวมากมาใรนกพฤษรฎะรีกาาชบัญญัติเครื่อสํางนแักบงบานขคารณาะชกกรารรมการกฤษฎกี าฝายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ไดยกเลกิ การใชเ ครอื่ งหมายตําแหนงตดิ บนอินทรธนใู นเวลาแตงเครื่อสํางนแักบงบานปคฏณิบะัตกิรรารชมกกาารรกแฤตษฎในกี ขาณะเดียวกันสมาํ ีหนนักงวายนงคาณนขะกอรงรสมวกนารรกาชฤษกฎารีกบาางแหงยังจําเปน ตองใชเครื่องหมายตําแหนงติดบนอินทรธนูสําหรับการแตงเครื่องแบบอยูอีก จึงทาํ ใหเคร่อื งแบบสํานักงานคขณา ระากชรกรามรกเากรดิกฤคษวฎามกี าไมเ หมาะสมขสน้ึาํ นใักนงบาานงคกณระณกีรรสมมกคารวกรฤแษกฎไกีขาเครื่องแบบขาสราํานชักกงาารนเคสณียใะหกมรรใมหก ารกฤษฎกี าเปนระเบียบ โดยใหขาราชการที่แตงเครื่องแบบปฏิบัติราชการใชเครื่องหมายตําแหนงติดบนอินทรธนสูไาํ ดนเักมงื่อานใชคแณตะงกกรรับมเกสาื้อรสกฤีกษากฎีคกี าอพับ อนึ่ง โดสยาํ นเหักตงาุทนี่เคคณรื่อะกงรแรบมบกาปรฏกฤิบษัตฎิรีกาาชการสีกากีคอแบะ เปน ชดุ ทม่ี ไี วเ พอ่ื ใหแ ตง ตามความเหมาะสมในโอกาสอนั สมควร มิใชสําหรับใชในโอกาสไปงานพิธีสํานักงานคจณงึ ไะมกก ราํรมหกนาดรกใหฤษใ ชฎเกี คารอ่ื งหมายตาํสแําหนักนงง าตนดิ คบณนะกอรนิ รทมกรธารนกู ฤแษลฎะกีพารอมกันนั้นไดสตําัดนักองินาทนรคธณนะูทกี่เรสรมื้อกสาี รกฤษฎกี ากากีคอแบะปสลํานอักยงเาอนวคขณองะขการรรมากชากรากรฤหษญฎิงีกอาอกไปดวยเพสําื่อนใักหงสาอนคดณคละกอรงรกมันกการับกเฤสษื้อฎสกี ีกาากีคอแบะของขา ราชการ สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสํานักงานคชณายะกรรมการกฤษฎีกา นอกจากนไ้ี ดก าํ หนดเครื่องหมายแสดงสงั กดั ของกระทรวงวิทยาศาสตรเทคโนโลสยาํ นแี ักลงะานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาการพลงั งาน กบั เครอ่ื งหมายแสดงสงั กดั ของราชบณั ฑติ ยสถานขน้ึ ใหม และโดยทเ่ี ครื่องแบบสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสาํ หรับเจาพนักสงําานนักบงาางนตคําณแะหกนรรงมในกากรรกมฤสษรฎรีกพา สามิตไดมีกสาาํ รนกักํางหานนคดณเคะรกื่อรงรมหกมาารยกสฤังษกฎัดีกาอักษรยอชื่อจงั หวดั ไวสํานักงานคสณําหะรกับรรเมจกาพารนกฤักษงาฎนกี สารรพสามิตใสชําปนรักะงดาับนคกณับกะการรรแมตกงาเรคกรฤื่อษงฎแกี บาบ แตปรากฏสวาํ านจักังงหาวนัดคพณระะกนรรคมรกธานรกฤษฎกี า บุรีไดเปลี่ยสนําเนปักนงการนุงคเณทะพกมรรหมากนาครกรฤแษลฎะกี ไาดม กี ารจดั ตง้ัสจาํ งันหักวงาดั นเคพณม่ิ ะขกน้ึ รอรมกี กคารอื กจฤงั ษหฎวกี ดั าพะเยาและจงั หวดัยโสธร สมควรแกไ ขเครอ่ื งหมายสงั กดั อกั ษรยอ ชอ่ื จงั หวดั สาํ หรบั จงั หวดั ทม่ี กี ารเปลย่ี นชอ่ื และสํานักงานคจณงั หะวกดั รรทมเ่ี กพาม่ิรกขฤน้ึ ษเฎพกี ื่อาใหถูกตองกสับําสนภักงาาพนคควณาะมกเปรรนมจกราริงกดฤวษยฎจกี ึงาจําเปนตองออสกํานกักฎงสานํานคณักนะกายรรกมรกัฐารกฤษฎีกา มนตรีนี้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า[รก.๒๕๒๓/๘๖/๒พ/๑ มิถุนายน ๒๕๒๓]สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาสาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เลม ๑๒๗ ตอนท่ี ๒๘ ก หนา ๑๔ 221 ราชกจิ จานเุ บกษา ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ กฎสํานกั นายกรัฐมนตรี ฉบบั ท่ี ๙๔ (พ.ศ. ๒๕๕๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบขา ราชการฝา ยพลเรือน พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๘ อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัตเิ ครื่องแบบขาราชการฝายพลเรอื น พุทธศกั ราช ๒๔๗๘ นายกรฐั มนตรีออกกฎสาํ นกั นายกรฐั มนตรีไว ดงั ตอไปน้ี ขอ ๑ ใหย กเลิกความใน (๑) ของ ๒.๑ ในขอ ๒ ของสว นท่ี ๑ แหงกฎสํานักนายกรัฐมนตรีออกตามความในมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบับท่ี ๗๑(พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเคร่ืองแบบขาราชการฝายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘และใหใ ชค วามตอไปนีแ้ ทน “(๑) หมวก ขาราชการชาย ใหใ ชห มวกได ๒ แบบ แบบท่ี ๑ หมวกทรงหมอตาลสีกากี กะบังหนาทําดวยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดําสายรดั คางหนงั หรือวตั ถเุ ทียมหนังสดี ํา มีดุมโลหะสีทองตราครฑุ พา หข นาดเล็กติดท่ขี างหมวกขางละ ๑ ดุมผา พนั หมวกสีกากี หนา หมวกติดตราครุฑพา หในบวั กระหนกทาํ ดวยโลหะสที อง สงู ๖.๕ เซนตเิ มตร แบบที่ ๒ หมวกแกปทรงออนสีกากี หนาหมวกติดตราครุฑพาหปกดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนติเมตร ขา ราชการหญงิ ใหใ ชหมวกได ๓ แบบ แบบท่ี ๑ อนโุ ลมตามแบบหมวกของขาราชการชาย แตเปนทรงออ น
222เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๒๘ ก หนา ๑๕ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกิจจานเุ บกษา แบบท่ี ๒ หมวกแกปทรงออนพับปกสีกากี สายรัดคางสีทองกวาง ๑ เซนติเมตรมีดมุ โลหะสีทองตราครฑุ พา หขนาดเล็กติดท่ีขางหมวกขางละ ๑ ดุม ผาพันหมวกสีกากี หนาหมวกติดตราครฑุ พา หปก ดิ้นสีทองสูง ๔.๕ เซนตเิ มตร บนหมอนสีกากี แบบที่ ๓ หมวกหนบี สกี ากี ดานหนา มดี มุ โลหะสีทองตราครฑุ พาห ขนาดเล็ก ๒ ดุมติดซอนกัน มีตราครุฑพาหในบัวกระหนกสูง ๔.๕ เซนติเมตร ติดท่ีดานซายเหนือขอบหมวกหางจากมุมพับดา นหนาหมวกประมาณ ๔ เซนติเมตร ขาราชการหญิงมุสลิม หากจะใชผาคลุมศีรษะ ใหใชผาคลุมศีรษะสีประเภทสีกากีหรือสกี ลมกลนื กบั เสอื้ กระโปรง หรือกางเกง โดยใหคลุมศีรษะทั้งหมดเวนใบหนา ชายผาคลุมศีรษะดานขางยาวถึงบา ดานหนายาวถึงระดับหนาอก ขอบผาคลุมเย็บเรียบ ในกรณีที่มีการสวมหมวกใหสวมหมวกทับผา คลมุ ศีรษะ การสวมหมวกใหส วมในโอกาสอนั ควร” ขอ ๒ ใหย กเลิกความใน (๓) และ (๔) ของ ๒.๑ ในขอ ๒ ของสวนท่ี ๑ แหงกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรือนพุทธศักราช ๒๔๗๘ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบบั ท่ี ๗๑ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรอื น พทุ ธศกั ราช ๒๔๗๘ และใหใ ชค วามตอ ไปนแ้ี ทน “(๓) อนิ ทรธนู ใหใ ชอ ินทรธนูออนมีลายดงั นี้ (ก) ขาราชการพลเรอื นสามญั ขาราชการพลเรือนสามัญ ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับทักษะพิเศษ ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับเช่ียวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตําแหนงประเภทอํานวยการ ระดับสูง และตําแหนงประเภทบริหาร ระดับตนและระดับสูง มีแถบกวาง ๓ เซนติเมตร ติดทางตนอินทรธนู๑ แถบ และแถบกวา ง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงตอ ไปอกี ๑ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสนผาศนู ยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร และบนกึ่งกลางแถบกวาง ๓ เซนติเมตร ใหติดตราครุฑพาหทาํ ดว ยโลหะสีทองสงู ๒.๕ เซนตเิ มตร ขา ราชการพลเรือนสามัญ ตาํ แหนง ประเภททวั่ ไป ระดับอาวุโส ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการและระดับชํานาญการพิเศษ และตําแหนงประเภทอํานวยการ ระดับตนมีแถบกวา ง ๓ เซนตเิ มตร ตดิ ทางตนอนิ ทรธนู ๑ แถบ และแถบกวาง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงตอไปอีก๑ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสน ผา ศูนยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร
223เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๒๘ ก หนา ๑๖ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานุเบกษา ขา ราชการพลเรอื นสามญั ตําแหนง ประเภทท่วั ไป ระดับชาํ นาญงาน และตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ มีแถบกวาง ๑ เซนติเมตร ๓ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลมขนาดวัดเสนผา ศนู ยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร ขาราชการพลเรือนสามัญ ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับปฏิบัติงาน มีแถบกวาง๑ เซนติเมตร ๒ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวดั เสน ผาศนู ยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร (ข) ขา ราชการพลเรอื นในพระองค ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับทักษะพิเศษตาํ แหนง ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตาํ แหนง ประเภทอํานวยการ ระดับสูงและตาํ แหนง ประเภทบริหาร ระดบั ตนและระดบั สงู มีแถบกวาง ๓ เซนติเมตร ติดทางตนอินทรธนู๑ แถบ และแถบกวา ง ๑ เซนติเมตร ติดเรยี งตอไปอีก ๑ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสนผา ศูนยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร และบนกึ่งกลางแถบกวาง ๓ เซนติเมตร ใหติดตราครุฑพาหทําดว ยโลหะสที องสูง ๒.๕ เซนติเมตร ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับอาวุโส ตําแหนงประเภทวชิ าการ ระดับชํานาญการและระดบั ชาํ นาญการพิเศษ และตําแหนงประเภทอาํ นวยการ ระดับตนมแี ถบกวา ง ๓ เซนติเมตร ติดทางตน อนิ ทรธนู ๑ แถบ และแถบกวาง ๑ เซนติเมตร ติดเรียงตอไปอีก๑ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสนผาศนู ยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับชํานาญงานและตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการท่ีรับราชการต้ังแต ๒ ปข้ึนไป มีแถบกวาง๑ เซนตเิ มตร ๓ แถบ แถบบนขมวดเปน วงกลม ขนาดวัดเสน ผาศนู ยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับปฏิบัติงานท่ีรับราชการตั้งแต ๒ ปข้ึนไป และตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการท่ีรับราชการไมถึง๒ ป มีแถบกวาง ๑ เซนตเิ มตร ๒ แถบ แถบบนขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสนผาศูนยกลางวงใน๑ เซนตเิ มตร ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับปฏิบัติงานท่ีรับราชการไมถึง ๒ ป มีแถบกวาง ๑ เซนติเมตร ๑ แถบ ขมวดเปนวงกลม ขนาดวัดเสน ผา ศูนยกลางวงใน ๑ เซนติเมตร
224เลม ๑๒๗ ตอนท่ี ๒๘ ก หนา ๑๗ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกิจจานเุ บกษา (ค) ขาราชการพลเรอื นประเภทอน่ื ซงึ่ ไมไ ดก ําหนดประเภทตําแหนงและระดับตําแหนงเชนเดียวกับขาราชการพลเรือนสามัญ ตามบัญชีทายพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๕๕๑ ใหใชเคร่ืองหมายตําแหนงตามประเภทตําแหนงและระดับตําแหนงของขาราชการพลเรอื นสามัญตามท่ีนายกรัฐมนตรปี ระกาศกําหนด แถบบนอินทรธนูใหใชสีเหลืองหรือสีทอง การติดแถบใหติดตามขวางที่ตนอินทรธนูแถบแรกหา งจากตนอินทรธนู ๕ มิลลิเมตร และแถบตอ ไปเวน ระยะหางกนั ๕ มิลลเิ มตร การใชเครื่องหมายตําแหนงบนอินทรธนู ใหใชกับเส้ือแบบที่ ๑ สําหรับขาราชการชายและแบบที่ ๑ แบบที่ ๒ และแบบท่ี ๓ สาํ หรบั ขา ราชการหญงิ (๔) กางเกง กระโปรง ขา ราชการชาย ใหใชก างเกงแบบราชการสีประเภทสกี ากี ไมพ ับปลายขา ขาราชการหญิง ใหใ ชก างเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากไี ด ๕ แบบ แบบที่ ๑ กางเกง อนโุ ลมตามแบบของขา ราชการชาย แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง ไมมีลวดลาย ขอบกางเกงกวางประมาณ ๑ นิ้วมหี รือไมม ีกระเปา กไ็ ด มีซิปดา นหนาหรอื ดานขา ง ไมพ บั ปลายขา แบบท่ี ๓ กระโปรงยาวปด เขา ปลายบานเล็กนอ ย แบบที่ ๔ กระโปรงมีตะเข็บหนา ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ ยาวครึ่งเขาปลายบานเล็กนอย แบบท่ี ๕ กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวคร่งึ เขา มีตะเข็บหนา ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง๒ ตะเข็บ มีจบี กระทบดานหนาและดานหลัง ขาราชการหญิงมุสลิม หากจะใชกระโปรง หรือกระโปรงกางเกง ตามแบบท่ี ๓แบบที่ ๔ หรอื แบบที่ ๕ จะใหยาวคลมุ ขอเทา กไ็ ด” ขอ ๓ ใหยกเลิกความใน (๑) ของ ๒.๒ ก. ในขอ ๒ ของสวนท่ี ๑ แหงกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติเคร่ืองแบบขาราชการฝายพลเรือนพุทธศักราช ๒๔๗๘ ลงวันท่ี ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบบั ที่ ๗๑ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรอื น พทุ ธศักราช ๒๔๗๘ และใหใชความตอ ไปนแ้ี ทน
225เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๒๘ ก หนา ๑๘ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานเุ บกษา “(๑) หมวก ขาราชการชาย ใหใชหมวกทรงหมอตาลสีขาว กะบังหนาทําดวยหนังหรือวัตถุเทียมหนงั สดี ํา สายรัดคางสีทองกวาง ๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพาหขนาดเล็กติดที่ขางหมวกขางละ ๑ ดุม ผาพันหมวกสีขาว หนาหมวกติดตราครุฑพาหปกด้ินสีทองสูง ๕ เซนติเมตรบนหมอนสกั หลาดสขี าว ขาราชการหญงิ ใหใ ชหมวกได ๒ แบบ แบบที่ ๑ อนโุ ลมตามแบบหมวกของขาราชการชาย แตเ ปน ทรงออน แบบท่ี ๒ หมวกแกปทรงออนพับปกสีขาว สายรัดคางสีทอง มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพาหขนาดเล็กติดท่ีขางหมวกขางละ ๑ ดุม ผาพันหมวกสีขาว หนาหมวกติดตราครุฑพาหปกด้ินสีทองสงู ๔.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสขี าว ขาราชการหญิงมุสลิม หากจะใชผาคลุมศีรษะ ใหใชผาคลุมศีรษะสีดํา โดยใหคลุมศีรษะท้ังหมดเวนใบหนา ชายผา คลุมศรี ษะสอดไวในปกเสื้อคอพับท้ังดานหนาและดานหลัง ในกรณีทีม่ กี ารสวมหมวกใหส วมหมวกทบั ผาคลมุ ศีรษะ การสวมหมวกใหส วมในโอกาสอันควร” ขอ ๔ ใหยกเลกิ ความใน (๓) และ (๔) ของ ๒.๒ ก. ในขอ ๒ ของสวนท่ี ๑ แหงกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ออกตามความในมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรือนพุทธศักราช ๒๔๗๘ ลงวันท่ี ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบับท่ี ๗๑ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติเคร่ืองแบบขาราชการฝายพลเรอื น พทุ ธศักราช ๒๔๗๘ และใหใ ชความตอไปนแี้ ทน “(๓) อินทรธนู ใหมีอินทรธนูแข็ง กวาง ๔ เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบาพ้ืนสักหลาดสีดํา ติดทับเสื้อเหนือบาทั้งสองขางจากไหลไปคอ ดานคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพาหขนาดเล็ก อินทรธนมู ีลายดังนี้ (ก) ขาราชการพลเรอื นสามัญ ขาราชการพลเรือนสามัญ ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับทักษะพิเศษ ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตําแหนงประเภทอํานวยการ ระดับสูงและตําแหนงประเภทบริหาร ระดับตนและระดับสูง มีแถบสีทองกวาง ๕ มิลลิเมตร เปนขอบปกดิ้นสีทองลายชอชัยพฤกษยาวตลอดสวนกลางของอินทรธนู และใหมีแถบสีทองกวาง๕ มิลลเิ มตร ปด ทีฐ่ านดานลางของอนิ ทรธนู
226เลม ๑๒๗ ตอนท่ี ๒๘ ก หนา ๑๙ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานุเบกษา ขา ราชการพลเรอื นสามญั ตําแหนงประเภททวั่ ไป ระดับอาวุโส ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการและระดับชํานาญการพิเศษ และตําแหนงประเภทอํานวยการ ระดับตนมีแถบสีทองกวาง ๕ มิลลิเมตร เปนขอบ และปกด้ินสีทองลายชอชัยพฤกษยาวตลอดสวนกลางของอินทรธนู ขา ราชการพลเรือนสามญั ตาํ แหนง ประเภทท่วั ไป ระดับชาํ นาญงาน และตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ มีแถบสีทองกวาง ๑ เซนติเมตร เปนขอบ และปกดิ้นสีทองลายชอชยั พฤกษมดี อก ๓ ดอก เรยี งตามสวนยาวของอนิ ทรธนู ไมเ กนิ ๓ ใน ๔ สวนของอินทรธนู ขาราชการพลเรือนสามญั ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน มีแถบสีทองกวาง ๑ เซนติเมตร เปนขอบ และปกด้ินสีทองลายชอชัยพฤกษมีดอก ๒ ดอก เรียงตามสวนยาวของอนิ ทรธนู ไมเกินคร่ึงหน่งึ ของอนิ ทรธนู (ข) ขา ราชการพลเรือนในพระองค ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภทท่ัวไป ระดับทักษะพิเศษตําแหนงประเภทวชิ าการ ระดับเช่ยี วชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตาํ แหนง ประเภทอาํ นวยการ ระดับสูงและตําแหนงประเภทบริหาร ระดับตนและระดับสูง มีแถบสีทองกวาง ๕ มิลลิเมตร เปนขอบปกด้ินสีทองลายชอชัยพฤกษยาวตลอดสวนกลางของอินทรธนู และใหมีแถบสีทองกวาง๕ มิลลเิ มตร ปดทฐี่ านดานลา งของอินทรธนู ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับอาวุโส ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับชํานาญการและระดับชํานาญการพิเศษ และตําแหนงประเภทอํานวยการระดับตน มีแถบสีทองกวาง ๕ มิลลิเมตร เปนขอบ และปกดิ้นสีทองลายชอชัยพฤกษยาวตลอดสว นกลางของอนิ ทรธนู ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับชํานาญงานและตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการท่ีรับราชการต้ังแต ๒ ปขึ้นไป มีแถบสีทองกวาง๑ เซนติเมตร เปนขอบ และปกด้ินสีทองลายชอชัยพฤกษมีดอก ๓ ดอก เรียงตามสวนยาวของอนิ ทรธนู ไมเ กนิ ๓ ใน ๔ สวนของอนิ ทรธนู ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานท่ีรับราชการต้ังแต ๒ ปข้ึนไป และตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการท่ีรับราชการไมถึง ๒ ปมแี ถบสที องกวาง ๑ เซนตเิ มตร เปน ขอบ และปก ดนิ้ สที องลายชอชัยพฤกษม ดี อก ๒ ดอก เรียงตามสวนยาวของอนิ ทรธนู ไมเ กินครง่ึ หนึง่ ของอนิ ทรธนู
227เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๒๘ ก หนา ๒๐ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกิจจานเุ บกษา ขาราชการพลเรือนในพระองค ตําแหนงประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงานท่ีรับราชการไมถึง ๒ ป มีแถบสีทองกวาง ๑ เซนติเมตร เปนขอบ และปกด้ินสีทองลายชอชัยพฤกษมดี อก ๑ ดอก ไมเกนิ ๑ ใน ๔ สวนของอนิ ทรธนู (ค) ขาราชการพลเรอื นประเภทอ่ืนซ่งึ ไมไดกาํ หนดประเภทตําแหนง และระดับตําแหนงเชนเดียวกับขาราชการพลเรือนสามัญ ตามบัญชีทายพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๕๕๑ ใหใชเคร่ืองหมายตําแหนงตามประเภทตําแหนงและระดับตําแหนงของขาราชการพลเรอื นสามญั ตามท่นี ายกรัฐมนตรปี ระกาศกาํ หนด (๔) กางเกง กระโปรง ขาราชการชาย ใหใ ชกางเกงแบบราชการสขี าวขายาว ไมพ บั ปลายขา ขาราชการหญิง ใหใชกระโปรงสีขาว ตีเกล็ดดานหนา ๒ เกล็ด และดานหลัง๒ เกล็ด ยาวปดเขา ปลายบานเล็กนอยใชกับแบบเสื้อคอแหลม หรือกระโปรงสีขาวยาวปดเขาปลายบานเลก็ นอ ยใชกบั แบบเส้ือคอปาน ขาราชการหญงิ มุสลิม กระโปรงทงั้ สองแบบดงั กลาว จะใหยาวคลุมขอ เทา กไ็ ด” ขอ ๕ ใหย กเลกิ ความในวรรคหนงึ่ ของขอ ๓ ของสว นที่ ๑ แหง กฎสาํ นกั นายกรัฐมนตรีออกตามความในมาตรา ๗ แหง พระราชบญั ญัตเิ ครอื่ งแบบขาราชการฝายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ลงวนั ท่ี ๒๖ ธนั วาคม พุทธศกั ราช ๒๔๗๘ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยกฎสํานักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๗๑(พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญตั ิเครื่องแบบขาราชการฝายพลเรือน พทุ ธศักราช ๒๔๗๘และใหใชค วามตอ ไปนแี้ ทน “ขาราชการพลเรือนในพระองค ใหใชเครื่องแบบเหมือนขาราชการประเภทอ่ืน ๆ เวนแตอนิ ทรธนูของเครือ่ งแบบพธิ กี ารทุกประเภทตําแหนงและระดับตําแหนง ใหมีเสนลวดสีทอง ๒ เสนพันกระสันติดท่ีขอบริมแถบสที องดานนอก” ขอ ๖ ขาราชการนอกประจําการผูใดมีสิทธิแตงเครื่องแบบขาราชการอยูกอนวันที่กฎสํานักนายกรัฐมนตรีนใ้ี ชบ งั คับ ใหค งใชเคร่ืองหมายตําแหนงบนอนิ ทรธนูไดต ามเดมิ ตอไป ใหไ ว ณ วนั ท่ี ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ อภสิ ิทธ์ิ เวชชาชวี ะ นายกรฐั มนตรี
228เลม ๑๒๗ ตอนที่ ๒๘ ก หนา ๒๑ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๓ ราชกจิ จานุเบกษาหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎสาํ นักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบขา ราชการพลเรอื น พ.ศ. ๒๕๕๑ ไดป รบั ปรุงระบบตาํ แหนง ของขาราชการพลเรอื นสามัญ จากเดิมซึ่งจําแนกตําแหนงตามระดับมาตรฐานกลาง ๑๑ ระดับ เปนใหจําแนกตําแหนงตามกลุมลักษณะงาน๔ ประเภท จึงสมควรกําหนดอินทรธนูและเคร่ืองหมายตําแหนงบนอินทรธนูของเครื่องแบบขาราชการพลเรอื นสามัญและขาราชการพลเรอื นในพระองคใ หสอดคลองกับกฎหมายวา ดว ยระเบียบขา ราชการพลเรือนฉบับใหม ประกอบกับสมควรกําหนดเคร่ืองแบบสําหรับขาราชการพลเรือนหญิงมุสลิมใหสอดคลองกับบทบัญญตั ิของศาสนาอิสลาม จึงจาํ เปน ตอ งออกกฎสํานกั นายกรัฐมนตรีนี้
229 ระเบยี บสานกั นายกรฐั มนตรี วา่ ดว้ ยเครอ่ื งแบบลูกจ้างประจา พ.ศ. 2527 ------------------ โดยทเ่ี ปน็ การสมควรกาหนดใหล้ กู จา้ งประจามเี ครือ่ งแบบเป็นลักษณะเดยี วกัน เพื่อความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ยและประหยดั คณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ดงั ต่อไปน้ี ขอ้ ๑. ระเบยี บนีเ้ รยี กว่า “ระเบียบสานกั นายกรฐั มนตรีว่าด้วยเคร่อื งแบบลูกจ้างประจา พ.ศ. ๒๕๒๗“ ขอ้ ๒. ระเบียบน้ีให้ใช้บงั คบั ต้งั แตว่ ันท่ี ๘ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๒๗ เปน็ ตน้ ไป ข้อ ๓. ให้ยกเลกิ ระเบียบ ข้อบงั คับ ประกาศ มติของคณะรฐั มนตรีและคาสัง่ อน่ื ใดในสว่ นทีก่ าหนดไว้แล้วในระเบยี บนี้ หรอื ซ่ึงขัดหรอื แยง้ กับระเบียบนแี้ ละให้ใช้ระเบียบนแี้ ทน ข้อ ๔. ระเบียบนี้ใหใ้ ช้บงั คบั แก่ลูกจ้างประจา ขอ้ ๕. ในระเบียบน้ี “เคร่อื งแบบ” หมายความวา่ เคร่ืองแตง่ กายทัง้ หลาย รวมท้ังเครื่องหมาตยา่ งๆตลอดจนส่ิงประกอบเคร่ืองแต่งกายอยา่ งอื่น ที่ไดก้ าหนดใหล้ ูกจา้ งประจาแตง่ “ลูกจา้ งประจา ” หมายความวา่ ลูกจ้างประจาของส่วนราชการ ตามระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ด้วยลูกจ้างประจาของสว่ นราชการ ข้อ ๖. เคร่อื งแบบลูกจ้างประจา มี ๒ ชนดิ คือ ๖.๑ เคร่อื งแบบปฏบิ ัตงิ าน ๖.๒ เครื่องแบบพธิ กี าร มี ๓ ประเภท คอื ๖.๒.๑ เคร่อื งแบบปกติขาว ๖.๒.๒ เครอ่ื งแบบครงึ่ ยศ ๖.๒.๓ เครือ่ งแบบเตม็ ยศ ขอ้ ๗. เครื่องแบบปฏบิ ัติงาน ประกอบดว้ ย ๗.๑ หมวก ๗.๑.๑ ลกู จา้ งประจาชาย ให้ใชห้ มวกได้ ๒ แบบ คอื แบบท่ี ๑ หมวกทรงหมอ้ ตาลสีประเภทสีกากี กะบังหน้า ทาด้วยหนังหรอื วตั ถุเทยี มหนังสีดา สายรดั คางหนงั หรอื วตั ถุเทยี มหนงั สดี า มีดมุ โลหะสีทองตราครฑุ พา่ หข์นาด
230เล็กติดท่ีขา้ งหมวกข้างละ ๑ ดมุ ผา้ พันหมวกสีดาทีห่ นา้ หมวกติดตราครุฑพา่ หใ์ นบัวกระหนก ทาด้วยโลหะสที องสูง ๖.๕ เซนติเมตร แบบท่ี ๒ หมวกแก๊ปทรงอ่อนสปี ระเภทสีกากี หน้าหมวกตดิ ตราครฑุ พา่ ห์ทาดว้ ยโลหะสที อง หรอื ปกั ดว้ ยดา้ ยหรือไหมสีเหลอื ง สงู ๔.๕ เซนติเมตร ๗.๑.๒ ลูกจา้ งประจาหญิง ใหใ้ ชห้ มวกอนโุ ลมตามหมวกของลูกจ้างประจาชาย แบบท่ี ๒ แตพ่ ับปีก ๗.๒ เสื้อ ๗.๒.๑ ลูกจ้างประจาชาย ให้ใช้เส้ือคอพับสีประเภทสีกากี แขนยาวรัดข้อมอื มีดุมทข่ี อ้ มอื ขา้ งละ ๑ ดมุ หรอื แขนสั้น ตวั เส้อื ผา่ อกตลอด มสี าบตดิ ดมุ ตามแนวอกเสอื้ ๕ ดุมระยะหา่ งกันพอควร มีกระเป๋าเยบ็ ติดท่หี น้าอกเส้อื ขา้ งละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเปา๋ เส้อื มแี ถบอยู่ตรงกลางตามทางด่ิงกวา้ ง ๓.๕ เซนตเิ มตร มีใบปกกระเปา๋ รปู มนชายกลางแหลม หรอื เป็นกระเป๋าเสือ้ ชนิดไม่มี แถบกลางกระเปา๋ และใบปกกระเปา๋ เป็นรปู ส่ีเหลย่ี มผนื ผา้ มุมกระเปา๋ และมมุ ปกกระเป๋าเปน็ รูปตัดพองามที่ปากกระเป๋าท้ังสองขา้ งตดิ ดมุ ข้างละหนง่ึ ดมุ สาหรับขัดใบปกกระเป๋า ติดเคร่อื งหมายแสดงสังกัด ท่ปี กคอเสื้อดา้ นหน้าทั้งสองข้าง ท่ีไหลเ่ ส้ือป ระดับอนิ ทรธนูสเี ดยี วกบั เสอ้ื ยาวตามความยาวของบา่ เยบ็ ติดกบั เสอ้ืเหนือบ่าท้ังสองขา้ งจากไหลไ่ ปคอ ปลายมน ดา้ นไหลก่ ว้าง ๔ เซนตเิ มตร ดา้ นคอกวา้ ง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขดั ดุมตดิ กบั ตัวเส้อื ดุมท่ีใชก้ ับเสอ้ื เปน็ รปู กลมแบน ทาดว้ ยวัตถุหรอื โลหะสีเดยี วกบั เส้ือ ๗.๒.๒ ลูกจา้ งประจาหญิง ให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ แบบท่ี ๑ อนโุ ลมตามแบบเสือ้ ของลกู จา้ งประจาชาย แบบที่ ๒ เส้อื คอแบะปลอ่ ยเอวสีประเภทสีกากีสเี ดียวกบั กระโปรงหรือกางเกง แขนสน้ั เหนอื ศอกเลก็ น้อย ผา่ อกตลอด ตดิ ดุมทาด้วยวัตถสุ ีเดยี วกับเสื้อ ๓ดุม ตอ่ ด้านหนา้ และด้านหลั งยาวตามตัว มีกระเปา๋ ลา่ งขา้ งละ ๑ กระเปา๋ เจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มใี บปกกระเปา๋ ตดิ เครื่องหมายแสดงสงั กัดทีป่ กคอแบะทงั้ สองข้าง ผไู้ ด้รับพระราชทานเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณ์จะประดบั แพรแถบเครอื่ งราชอสิ รยิ าภรณท์ ่อี กเสื้อด้านซา้ ยก็ได้ ๗.๓ อนิ ทรธนู ให้ใชอ้ นิ ทรธนอู อ่ น มีเครื่องหมายบนอินทรธนูสเี หลือง หรือสีทอง ตามแบบทา้ ยระเบยี บ มีแถบกว้าง ๑ เซนตเิ มตร และมีวงกลมขนาดเสน้ ผ่าศนู ยก์ ลางวงใน ๑เซนตเิ มตร อยเู่ หนอื แถบบน ในกรณมี ีมากกว่า ๑ แถบ ให้เวน้ ระยะระหว่างแถบ ๖ มลิ ลเิ มตร และให้ประดบั ดังน้ี
231 ๗.๓.๑ ลูกจา้ งประจาซ่งึ ดารงตาแหน่ งทก่ี ระทรวงการคลังกาหนด อยู่ในหมวดก่งึ ฝมี อื และไดร้ บั คา่ จ้างต้ังแต่ข้ันต่าของอัตราเงินเดือนข้าราชการ พลเรือนระดบั ๒ หรือผู้ดารงตาแหนง่ ในหมวดอ่นื ๆ นอกจากหมวดกึ่งฝีมอื และหมวดแรงงานและได้รับคา่ จ้างต้งั แต่ข้นั ต่าของอัตราเงนิ เดอื นขา้ ราชการพลเรอื นระดบั ๒ แต่ไม่สูงกว่าอตั ราเงินเดือนขัน้ ต่าของขา้ ราชการพลเรือนระดับ ๓ มี ๑แถบ ๗.๓.๒ ลูกจ้างประจาซงึ่ ดารงตาแหน่งที่กระทรวงการคลังกาหนดอยู่ในหมวดฝีมอื หรือหมวดอืน่ ๆ และได้รบั ค่าจ้างต้ังแต่อตั ราเงินเดือนข้ันต่าของขา้ ราชการพลเรอื นระดบั ๓แตไ่ มถ่ งึ ข้ันตา่ ของอตั ราเงิ นเดือนข้าราชการพลเรอื นระดบั ๖ ยกเว้นหมวดแรงงานและหมวดกงึ่ ฝมี อื มี ๒แถบ ๗.๓.๓ ลกู จ้างประจาซึ่งไดร้ บั คา่ จ้างตั้งแต่อัตราเงนิ เดือนขนั้ ต่าของข้าราชการพลเรอื นระดบั ๖ ข้นึ ไป มี ๓ แถบ สาหรับลกู จา้ งประจาซ่ึงดารงตาแหนง่ ที่กระทรวงการคลังกาหนด อยู่ในหมวดแรงงาน หรือเป็นผ้ดู ารงตาแหนง่ ในหมวดอนื่ ๆ และไดร้ ับค่าจา้ งไม่ถึงข้นั ตา่ ของอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนระดับ ๒ ไมม่ ีเคร่ืองหมายอนิ ทรธนู ๗.๔ กางเกง กระโปรง ๗.๔.๑ ลกู จา้ งประจาชายให้ใช้กางเกงขายาวสีประเภทสีกากี ไม่พบัปลายขา ๗.๔.๒ ลูกจ้างประจาหญิงใหใ้ ช้กระโป รงสปี ระเภทสีกากี ยาวปดิ เขา่หรือกางเกงขายาวสีประเภทสีกากี ไมพ่ บั ปลายขา ๗.๕ เข็มขดั ๗.๕.๑ ลูกจ้างประจาชาย ใหใ้ ชเ้ ขม็ ขัดทาดว้ ยหนังหรือวัตถเุ ทยี มหนังหรอื ดา้ ยถักสีดา หัวเขม็ ขัดกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนตเิ มตร ทาดว้ ยโลหะสีทองเปน็ รปูสเี่ หล่ยี มผืนผ้าทางนอน มีครุฑดนุ นูนอยกู่ ึง่ กลางหัวเข็มขดั ๗.๕.๒ ลูกจา้ งประจาหญงิ ให้ใชเ้ ขม็ ขัดทาดว้ ยหนังหรือวตั ถุเทยี มหนังหรือดา้ ยถกั สดี า หัวเขม็ ขัดกว้าง ๒.๕ เซนตเิ มตร ยาว ๔ เซนติเมตร ทาดว้ ยโลหะสีทองเปน็ รูปสเ่ี หลยี่ มผนื ผ้าทางนอน มีครฑุ ดุนนูนอยกู่ ึง่ กลางหวั เข็มขัด สาหรับเส้อื แบบท่ี ๒ จะไมใ่ ช้เข็มขดั ก็ได้ ๗.๖ รองเทา้ ถุงเทา้ ๗.๖.๑ ลูกจ้างประจาชาย ใหใ้ ช้รองเท้าห้มุ ส้นหรอื หุ้มขอ้ ทาด้วยหนงัหรือวัตถเุ ทยี มหนังสดี า แบบเรยี บไมม่ ีลวดลาย ถงุ เท้าสดี า ๗.๖.๒ ลกู จ้างประจาหญงิ ใหใ้ ช้รองเท้าห้มุ สน้ หรอื รดั สน้ ทาดว้ ยหนังหรือวตั ถุเทยี มหนงั สีดา ไม่มลี วดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร
232 ๗.๗ เคร่ืองหมายแสดงสังกดั ใหม้ ีรปู เครอ่ื งหมายอนุโลมตามแบบของเครอ่ื งแบบขา้ ราชการ ทาด้วยโลหะโปร่งสที อง หรือปักด้วยด้ายหรือไหมสเี หลอื งไม่มขี อบสงู ๒เซนตเิ มตร ๗.๘ ป้ายชื่อและตาแหน่ง ใหร้ ะบุ ชอ่ื ตวั ชอ่ื สกลุ และตาแหน่งดว้ ยตัวหนังสือสีขาวบนป้ายชอื่ พืน้ สีดา ขนาดกว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ยาว ๗.๕ เซนติเมตร และให้ติดที่อกเสื้อเบอื้ งบนด้านขวา ข้อ ๘ ส่วนราชการใดจาเป็นต้องกาหนดเครือ่ งแบบปฏิบตั ิงานของลูกจา้ งประจาแตกตา่ งจากระเบียบนี้ ให้กระทรวงเจา้ สงั กดั ขอทาความตกลงกับผู้รักษาการตามระเบยี บน้ี ขอ้ ๙ เคร่อื งแบบปกติขาว ประกอบด้วย ๙.๑ หมวก ๙.๑.๑ ลูกจ้างประจาชาย ใหใ้ ชห้ มวกทรงหม้อตาลสขี าว กระบงั หนทา้ าด้วยหนังหรือวตั ถุเทยี มหนงั สีดา สายรดั คางสีทองกว้าง ๑ เซนตเิ มตร มีดุมโลหะสที องตราครฑุ พ่าห์ ขนาดเล็ก ตดิ ท่ีข้างหมวกขา้ งละ ๑ ดมุ ผ้าพนั หมวกสีดา ทห่ี นา้ หมวกตดิ ตราครฑุ พ่าหป์ ักดิน้ สที อง สงู ๕เซนตเิ มตร บนหมอนสกั หลาดสีขาว ๙.๑.๒ ลูกจา้ งประจาหญิง ให้ใชห้ มวกแกป๊ ทรงออ่ นพบั ปกี สีขาวสายรัดคางสที อง มีดมุ โลหะสีทองตราครฑุ พ่าหข์ นาด เลก็ ติดที่ขา้ งหมวก ขา้ งละ ๑ ดุม ผา้ พนั หมวกสดี า ที่หน้าหมวกตดิ ตราครุฑพา่ หป์ กั ดนิ้ สีทอง สงู ๔.๕ เซนตเิ มตร บนหมอนสกั หลาดสขี าว การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันสมควร ๙.๒ เสื้อ ๙.๒.๑ ลูกจ้างประจาชาย ใหใ้ ชเ้ สอ้ื แบบราชการสขี าวตามแบบของข้าราชการฝา่ ยพลเรือน ใช้ดมุ โลหะสีทองตราครุฑพา่ ห์ขนาดใหญ่ ๕ ดมุ ๙.๒.๒ ลกู จ้างประจาหญงิ ใหใ้ ช้เส้อื นอกคอแบะสขี าวแบบคอแหลมหรอื คอปา้ น แขนยาวถึงขอ้ มอื มตี ะเขบ็ หลงั ๔ ตะเข็บ ที่แนวสาบอกมีดุมโลหะสีทองตราครฑุ พ่าห์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง๑.๕ เซนติเมตร๓ ดมุ สาหรับแบบเส้อื คอแหลม และ๕ ดมุ สาหรับแบบเสือ้ คอปา้ น มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเปา๋ เปน็ กระเป๋าเจาะเฉยี งเล็กนอ้ ย ไมม่ ีใบปกกระเปา๋ และให้ใชเ้ ส้ือคอพับแขนยาวสขี าว ผูกผา้ พนั คอสดี าเงือ่ นกลาสี ผไู้ ดร้ ับพระราชทานเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณ์ให้ประดบั แพรแถบเครือ่ งราชอิสรยิ าภรณท์ ่อี กเสอื้ เบอ้ื งซ้าย หรอื เครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ตามแต่โอกาส ๙.๓ อินทรธนู ให้ใชอ้ ินทรธนูแขง็ ตามแบบทา้ ยระเบยี บ กวา้ ง ๔เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบ่า พื้นสกั หลาดสดี า มแี ถบสที องกวา้ ๑ง เซนติเมตรเป็นขอบ ปักด้ินสีทองลาย
233ดอกประจายามและใบเทศ ตดิ ทบั เสอื้ เหนอื บ่าทัง้ สองข้างจากไหล่ไปคอ ดา้ นคอป ลายมนติดดุมโลหะสที องตราครุฑพ่าหข์ นาดเล็ก และให้ประดับดงั นี้ ๙.๓.๑ ลูกจ้างประจาซ่ึงดารงตาแหน่งทีก่ ระทรวงการคลงั กาหนดอยู่ในหมวดก่ึงฝีมือ และได้รบั คา่ จา้ งต้ังแตข่ นั้ ตา่ ของอตั ราเงนิ เดือนขา้ ราชการพลเรือนระดับ ๒ หรอื ผูด้ ารงตาแหน่งในหมวดอื่นๆ นอกจากหมวดกึง่ ฝมี อื และหมวดแรงงาน และได้รบั คา่ จ้างตง้ั แตข่ ัน้ ตา่ ของอัตราเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนระดับ ๒ แตไ่ มส่ งู กวา่ อตั ราเงนิ เดอื นขนั้ ต่าของขา้ ราชการพลเรอื นระดบั ๓มีลายดอกประจายามและใบเทศ ๑ ชอ่ ๙.๓.๒ ลกู จ้างประจาซงึ่ ดารงตาแหนง่ ทก่ี ระทรวงการคลงั กาหน ดอยู่ในหมวดฝีมอื หรอื หมวดอน่ื ๆ และได้รับค่าจา้ งตั้งแต่อตั ราเงนิ เดือนข้นั ต่าของขา้ ราชการพลเรือน ระดับ ๓แต่ไม่ถึงข้ันต่าของอัตราเงนิ เดอื นข้าราชการพลเรอื นระดบั ๖ ยกเว้นหมวดแรงงานและ หมวดก่ึงฝมี ือมลี ายดอกประจายามและใบเทศ ๒ ช่อ ๙.๓.๓ ลกู จา้ งประจาซึง่ ไดร้ ับค่ าจา้ งตั้งแต่อตั ราเงนิ เดือนขัน้ ต่าของข้าราชการพลเรอื นระดับ ๖ ขน้ึ ไป มลี ายดอกประจายามและใบเทศ ๓ ชอ่ ๙.๔ กางเกง กระโปรง ๙.๔.๑ ลกู จา้ งประจาชาย ให้ใช้กางเกงขายาวสีขาวไม่พบั ปลายขา ๙.๔.๒ ลูกจา้ งประจาหญิง ใหใ้ ชก้ ระโปรงสขี าว ตีเกล็ดด้านหน้า ๒เกลด็ และดา้ นหลงั ๒ เกล็ด ยาวปดิ เข่า ปลายบานเล็กนอ้ ย ใชก้ บั แบบเสอื้ คอแหลม หรอื กระโปรงสีขายวาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย ใช้กับเสื้อคอป้าน ๙.๕ รองเท้า ถงุ เทา้ ๙.๕.๑ ลกู จา้ งประจาชาย ใหใ้ ช้รองเท้าหมุ้ สน้ หนังหรอื วัตถเุ ทยี มหนังสีดาชนดิ ผกู แบบเรยี บไมม่ ลี วดลาย ถุงเท้าสดี า ๙.๕.๒ ลกู จา้ งประจาหญิง ใหใ้ ช้รองเทา้ หมุ้ ส้นหนงั หรือวตั ถเุ ทยี มหนงั สีดา แบบปดิ ปลายเท้า สน้ สูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ไมม่ ลี วดลาย ถงุ เทา้ ยาวสีเน้อื ๙.๖ เครอื่ งหมายแสดงสังกัด ให้มเี คร่ืองหมายแสดงสงั กัดทาด้วยโลหะโปรง่ สที อง ไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตร ตามขอ้ ๗.๗ ตดิ ที่คอเส้อื ด้านหน้าทั้งสองขา้ ง ขอ้ ๑๐ เครื่องแบบครึ่งยศ มลี กั ษณะและสว่ นประกอบเชน่ เดียวกบั เครอื่ งแบบปกติขาว เว้นแตก่ างเกงหรือกระโปรงใหใ้ ชผ้ ้าสีดา ประดบั เครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ ขอ้ ๑๑ เครอื่ งแบบเต็มยศ มีลกั ษณะและส่วนประกอบเชน่ เดยี วกับเครอื่ งแบบครึง่ ยศสวมสายสะพาย ขอ้ ๑๒ ใหป้ ลดั สานักนายกรัฐมนตรรี ักษาการตามระเบียบน้ี และใหม้ ีอานาจตีความและวนิ จิ ฉัยปญั หาเกีย่ วกับการปฏิบัตติ ามระเบยี บนี้
234ประกาศ ณ วันท่ี ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๗ พลเอก ประจวบ สนุ ทรางกูร (ประจวบ สนุ ทรางกรู ) รองนายกรัฐมนตรี รกั ษาราชการแทน นายกรฐั มนตรี
235 เคร่อื งหมายตาํ แหนง บนอินทรธนู (ลูกจางประจํา)เครื่องแบบปฏบิ ัตริ าชการ (ชุดสีกากี)ผูดํารงตําแหนงหมวดกึ่งฝมือ และไดรับคาจางต้ังแตข้ันต่ําของอัตราเงินเดือนขาราชการพลเรือนระดับ 2 ข้ัน 5,310 หรือ ผูดํารงตําแหนงหมวดอ่ืน ๆ นอกจากหมวดก่ึงฝมือและหมวดแรงงาน และไดรบั คาจา งตัง้ แตขน้ั ต่าํ ของอตั ราเงินเดือนขา ราชการพลเรือน ระดบั 2 ขั้น 5.310 บาท – 6,530 บาทผูดํารงตําแหนงหมวดฝมือ หรือหมวดอื่น ๆ ยกเวนหมวดแรงงานและหมวดก่ึงฝมือ และไดรับคาจางต้ังแตอัตราเงินเดือนของขาราชการพลเรือน ระดับ 3 ขั้น 6,530 บาท แตไมถึงขั้นต่ําของอัตราเงินเดอื นของขา ราชการพลเรือน ระดบั 6 ขั้น 12,040 บาท
236เครื่องแบบปฏิบตั ิราชการ (ชดุ สีกาก)ีลูกจางประจําซึ่งไดรับคาจางต้ังแตอัตราเงินเดือนขั้นตํ่าของขาราชการพลเรือน ระดับ 6 ข้ัน 12,040บาทขนึ้ ไป (ยกเวนหมวดกงึ่ ฝมอื )** สําหรับลูกจางประจําซ่ึงดํารงตําแหนงในหมวดแรงงาน หรือเปนผูดํารงตําแหนงในหมวดอ่ืน ๆ***และไดรับคาจางไมถึงข้ันตํ่าของอัตราเงินเดือนของขาราชการพลเรือน ระดับ 2 ข้ัน 5,310 บาท***ไมม เี ครื่องหมายอนิ ทรธนู
237เคร่อื งแบบพิธกี าร (ลกู จา งประจาํ )ผูดํารงตําแหนงหมวดกึ่งฝมือ และไดรับคาจางต้ังแตข้ันต่ําของอัตราเงินเดือนขาราชการพลเรือนระดับ 2 ขั้น 5,310 หรือ ผูดํารงตําแหนงหมวดอ่ืน ๆ นอกจากหมวดกึ่งฝมือและหมวดแรงงาน และไดร ับคาจา งตัง้ แตข ั้นตํ่าของอัตราเงนิ เดือนขา ราชการพลเรอื น ระดับ 2 ข้นั 5.310 บาท – 6,530 บาทผูดํารงตําแหนงหมวดฝมือ หรือหมวดอ่ืน ๆ ยกเวนหมวดแรงงานและหมวดก่ึงฝมือ และไดรับคาจางตั้งแตอัตราเงินเดือนของขาราชการพลเรือน ระดับ 3 ข้ัน 6,530 บาท แตไมถึงขั้นต่ําของอัตราเงินเดือนของขาราชการพลเรอื น ระดบั 6 ข้นั 12,040 บาทลูกจางประจําซ่ึงไดรับคาจางต้ังแตอัตราเงินเดือนข้ันต่ําของขาราชการพลเรือน ระดับ 6 ขั้น 12,040บาทข้นึ ไป
238 ระเบียบสาํ นักนายกรฐั มนตรี วา ดวยพนักงานราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยทเี่ ปนการสมควรกาํ หนดใหมกี ารปรบั ปรุงกระบวนการจา งงานภาครฐั ในสว นของลูกจางของสว นราชการใหม คี วามหลากหลาย เพ่ือใหเกิดความเหมาะสมในการใชกําลังคนภาครัฐและใหการปฏบิ ัติราชการมีความคลองตัวเกดิ ประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ล โดยสอดคลอ งตามแนวทางการบรหิ ารจดั การภาครฐั แนวใหม คณะรัฐมนตรจี ึงเห็นสมควรใหม กี ารจา งพนักงานราชการสาํ หรับการปฏิบตั ิงานของสว นราชการ อาศัยอาํ นาจตามความในมาตรา ๑๑ (๘) แหง พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผนดนิ พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรฐั มนตรโี ดยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรี จงึ วางระเบียบไวดังตอไปน้ี ขอ ๑ ระเบียบนีเ้ รียกวา “ระเบยี บสาํ นกั นายกรัฐมนตรี วา ดวยพนักงานราชการพ.ศ. ๒๕๔๗” ขอ ๒ ระเบยี บนี้ใหใชบังคบั ต้ังแตวนั ท่ี ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เปน ตน ไป ขอ ๓ ในระเบียบนี้ “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการบรหิ ารพนักงานราชการ “สว นราชการ” หมายความวา กระทรวง ทบวง กรม หรอื สวนราชการที่เรียกชอ่ือยา งอื่นและมฐี านะเปน กรม หรือหนวยงานอ่นื ใดของรฐั ที่มฐี านะเปนสว นราชการตามกฎหมายวา ดวยระเบียบบรหิ ารราชการแผน ดินและกฎหมายวา ดวยการปรบั ปรุงกระทรวง ทบวง กรมเวนแตราชการสว นทองถน่ิ “หัวหนา สว นราชการ” หมายความวา ปลดั กระทรวง ปลดั ทบวง อธบิ ดหี รอื หัวหนาสว นราชการทีเ่ รยี กช่ืออยา งอน่ื และมีฐานะเปน กรม หรือหวั หนาหนว ยงานอ่นื ของรฐั ทม่ี ีฐานะเปนสว นราชการ และผูวา ราชการจังหวดั ซ่ึงเปนผวู า จา งพนกั งานราชการ
239 ๒ “พนักงานราชการ” หมายความวา บุคคลซง่ึ ไดรบั การจางตามสัญญาจางโดยไดร ับคา ตอบแทนจากงบประมาณของสวนราชการ เพ่อื เปนพนกั งานของรฐั ในการปฏิบัตงิ านใหกบั สวนราชการน้นั “สัญญาจาง” หมายความวา สัญญาจางพนักงานราชการตามระเบยี บน้ี ขอ ๔ บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ขอ บงั คบั คําส่ัง หรือมติคณะรฐั มนตรีที่กําหนดใหขา ราชการหรอื ลูกจา งของสวนราชการมีหนา ทีต่ องปฏิบัตหิ รอื ละเวนการปฏบิ ตั หิ รือเปนขอหา มในเรอ่ื งใด ใหถ ือวาพนกั งานราชการมีหนาทีต่ อ งปฏิบตั ิหรอื ละเวน การปฏิบตั ิหรือตอ งหา มเชน เดยี วกบั ขาราชการหรอื ลูกจางดวย ท้ังน้ี เวน แตเ รื่องใดมกี ําหนดไวแ ลวโดยเฉพาะในระเบียบน้ีหรอื ตามเงอ่ื นไขของสญั ญาจา ง หรือเปน กรณีทสี่ วนราชการประกาศกําหนดใหพนกั งานราชการประเภทใดหรือตาํ แหนง ในกลมุ งานลกั ษณะใด ไดรับยกเวน ไมต อ งปฏบิ ตั ิเชนเดยี วกบั ขา ราชการหรือลกู จา งในบางเรื่องเพ่ือใหเ หมาะสมกับสภาพการปฏิบตั งิ านของพนกั งานราชการ ในกรณีทค่ี ณะกรรมการเห็นสมควรอาจกาํ หนดแนวทางการดาํ เนินการตามวรรคหนง่ึเพ่อื เปน มาตรฐานทวั่ ไปใหสว นราชการปฏิบัติก็ได ขอ ๕ ใหเ ลขาธิการคณะกรรมการขา ราชการพลเรอื นรกั ษาการตามระเบียบนี้ หมวด ๑ พนกั งานราชการ ขอ ๖ พนักงานราชการมสี องประเภท ดังตอ ไปน้ี (๑) พนกั งานราชการท่ัวไป ไดแ ก พนกั งานราชการซึ่งปฏบิ ัติงานในลักษณะเปน งานประจําท่วั ไปของสว นราชการในดา นงานบริการ งานเทคนิค งานบริหารทั่วไป งานวิชาชพี เฉพาะ หรืองานเช่ียวชาญเฉพาะ (๒) พนกั งานราชการพเิ ศษ ไดแก พนกั งานราชการซึ่งปฏบิ ัตงิ านในลกั ษณะท่ตี อ งใชค วามรหู รือความเชย่ี วชาญสูงมากเปน พิเศษเพ่ือปฏิบตั งิ านในเรื่องทีม่ คี วามสําคัญและจําเปนเฉพาะเร่ืองของสว นราชการ หรือมคี วามจาํ เปนตอ งใชบคุ คลในลกั ษณะดงั กลาว
240 ๓ ขอ ๗ ในการกาํ หนดตาํ แหนงของพนักงานราชการ ใหกําหนดตาํ แหนงโดยจาํ แนกเปนกลมุ งานตามลกั ษณะงานและผลผลิตของงาน ดังตอไปนี้ (๑) กลมุ งานบริการ (๒) กลมุ งานเทคนคิ (๓) กลมุ งานบริหารท่วั ไป (๔) กลุม งานวชิ าชีพเฉพาะ (๕) กลุม งานเชีย่ วชาญเฉพาะ (๖) กลุม งานเชีย่ วชาญพเิ ศษ ในแตล ะกลุมงานตามวรรคหนง่ึ คณะกรรมการอาจกําหนดใหม ีกลุมงานยอ ยเพอ่ื ใหเหมาะสมกบั ลกั ษณะงานของพนกั งานราชการได การกําหนดใหพ นกั งานราชการประเภทใดมตี าํ แหนงในกลุมงานใด และการกําหนดลกั ษณะงานและคณุ สมบัตเิ ฉพาะของกลมุ งาน ใหเปน ไปตามประกาศของคณะกรรมการ สว นราชการซ่งึ เปน ผวู า จางพนักงานราชการอาจกําหนดชือ่ ตําแหนงในกลมุ งานตามความเหมาะสมกับหนาที่การปฏบิ ตั ิงานของพนกั งานราชการท่จี างได ขอ ๘ ผซู ง่ึ จะไดรบั การจางเปน พนักงานราชการ ตอ งมีคณุ สมบตั แิ ละไมมีลักษณะตอ งหาม ดังตอ ไปน้ี (๑) มสี ัญชาติไทย (๒) มีอายุไมตาํ่ กวาสบิ แปดป (๓) ไมเปน บุคคลลม ละลาย (๔) ไมเปน ผูมกี ายทพุ พลภาพจนไมสามารถปฏบิ ตั หิ นา ทไี่ ด ไรค วามสามารถหรือจิตฟน เฟอ นไมส มประกอบ หรอื เปน โรคตามท่ีกาํ หนดไวในกฎหมายวาดวยระเบียบขา ราชการพลเรือน (๕) ไมเปนผูด าํ รงตาํ แหนงทางการเมอื ง กรรมการพรรคการเมอื ง หรอื เจาหนาท่ีในพรรคการเมือง (๖) ไมเ ปนผูเ คยตองรับโทษจําคกุ โดยคาํ พิพากษาถงึ ทสี่ ดุ ใหจําคกุ เพราะกระทาํความผดิ ทางอาญา เวนแตเปนโทษสําหรับความผดิ ท่ไี ดก ระทําโดยประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ (๗) ไมเปนผเู คยถูกลงโทษใหออก ปลดออก หรอื ไลออกจากราชการ รฐั วิสาหกิจหรอื หนว ยงานอืน่ ของรฐั (๘) ไมเ ปนขา ราชการหรือลูกจา งของสวนราชการ พนักงานหรอื ลกู จา งของหนวยงานอ่นื ของรฐั รฐั วสิ าหกิจ หรอื พนักงานหรือลกู จา งของราชการสวนทอ งถ่นิ
241 ๔ (๙) คณุ สมบัตหิ รอื ลักษณะตอ งหามอืน่ ตามท่ีสวนราชการกาํ หนดไวในประกาศการสรรหาหรอื การเลอื กสรรบุคคลเพื่อจา งเปนพนักงานราชการ ทั้งนี้ ตอ งเปน ไปเพื่อความจาํ เปนหรือเหมาะสมกับภารกจิ ของสว นราชการน้นั ความใน (๑) ไมใ หใชบังคับกับพนักงานราชการชาวตางประเทศซึ่งสวนราชการจาํเปน ตอ งจางตามขอผูกพันหรือตามความจําเปน ของภารกิจของสวนราชการ ในกรณีท่เี ห็นสมควรคณะกรรมการอาจประกาศกําหนดคณุ สมบตั ิหรือลักษณะตองหา มเพิ่มขนึ้ หรอื กําหนดแนวทางปฏิบตั ิของสวนราชการในการจางพนกั งานราชการเพ่อื ใหสอดคลองกับวัตถุประสงคของการกาํ หนดใหม ีพนักงานราชการตามระเบียบนี้ ขอ ๙ ใหสว นราชการจดั ทาํ กรอบอัตรากาํ ลังพนกั งานราชการเปนระยะเวลาสปี่ โดยใหสอดคลองกับเปา หมายการปฏิบัตริ าชการของสวนราชการและแผนงบประมาณเชงิ กลยทุ ธทั้งน้ี ตามแนวทางการจดั กรอบอัตรากําลังพนักงานราชการที่คณะกรรมการกาํ หนด กรอบอัตรากาํ ลงั พนกั งานราชการของสว นราชการตามวรรคหน่ึง จะตองเสนอตอคณะกรรมการเพอื่ ใหค วามเห็นชอบ เมื่อคณะกรรมการใหความเห็นชอบแลว ใหสาํ นักงบประมาณสนบั สนุนงบประมาณเพ่ือเปนคา ใชจ ายดานบคุ คลตามความจาํ เปน และสอดคลอ งกับกรอบอตั รากาํ ลังพนกั งานราชการดังกลาว ทัง้ นี้ การเบิกจายงบประมาณใหเปน ไปตามประเภทรายจายทไี่ ดรบัการจดั สรรตามหลกั เกณฑและวิธีการทก่ี ระทรวงการคลังกาํ หนด ในกรณที ่มี เี หตุผลความจาํ เปน สวนราชการอาจขอใหเ ปลยี่ นกรอบอตั รากําลงัพนักงานราชการได โดยไดรบั ความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และแจงใหสํานักงบประมาณทราบ ขอ ๑๐ การสรรหาและการเลือกสรรบคุ คลเพ่ือจางเปนพนกั งานราชการใหเปน ไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงอ่ื นไขท่ีคณะกรรมการกําหนด ในกรณที ่ีสวนราชการใดจะขอยกเวนหรอื เพม่ิ เติมเกย่ี วกบั การสรรหาหรอื การเลือกสรรตามทคี่ ณะกรรมการกาํ หนดตามวรรคหน่ึง ใหสามารถกระทําไดโ ดยทาํ ความตกลงกับคณะกรรมการ ขอ ๑๑ การจางพนักงานราชการใหกระทําเปนสญั ญาจา งไมเกนิ คราวละส่ปี ห รอืตามโครงการที่มีกาํ หนดเวลาเร่ิมตนและสิ้นสดุ ไว โดยอาจมกี ารตอสญั ญาจา งได ทง้ั นี้ ตามความเหมาะสมและความจาํ เปน ของแตล ะสวนราชการ แบบสญั ญาจา งใหเ ปน ไปตามทค่ี ณะกรรมการกําหนด
242 ๕ การทําสัญญาตามวรรคหนง่ึ ใหห ัวหนาสวนราชการหรอื ผซู ึ่งไดรบั มอบหมายจากหัวหนาสวนราชการเปนผูลงนามในสัญญาจางกบั ผไู ดรบั การสรรหาหรือการเลอื กสรรเปนพนกั งานราชการ ขอ ๑๒ การแตง กายและเคร่อื งแบบปกติ ใหเปน ไปตามที่สวนราชการกําหนด เคร่อื งแบบพธิ ีการใหเปนไปตามทค่ี ณะกรรมการกําหนด ขอ ๑๓ วันเวลาการทํางาน หรอื วิธีการทํางานในกรณที ี่ไมตอ งอยูปฏบิ ัตงิ านประจําสวนราชการ ใหเปนไปตามท่ีสวนราชการกําหนด ซ่งึ อาจแตกตางกนั ไดต ามหนา ท่ีของพนกั งานราชการในแตละตาํ แหนง โดยคํานงึ ถงึ ผลสําเรจ็ ของงาน หมวด ๒ คา ตอบแทนและสทิ ธปิ ระโยชน ขอ ๑๔ อัตราคาตอบแทนของพนักงานราชการใหเ ปนไปตามที่คณะกรรมการประกาศกาํ หนด ขอ ๑๕ สว นราชการอาจกําหนดใหพนักงานราชการประเภทใดหรอื ตําแหนงในกลุมงานใดไดร บั สิทธปิ ระโยชนอ ยางหน่งึ อยางใด ดงั ตอ ไปน้ี (๑) สทิ ธเิ ก่ยี วกบั การลา (๒) สทิ ธิในการไดรับคาตอบแทนระหวางลา (๓) สิทธิในการไดรับคาตอบแทนการปฏิบตั ิงานนอกเวลางาน (๔) คา ใชจ ายในการเดนิ ทาง (๕) คาเบ้ยี ประชุม (๖) สทิ ธิในการขอรบั เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ (๗) การไดรับรถประจําตําแหนง (๘) สทิ ธิอ่ืน ๆ ทค่ี ณะกรรมการประกาศกาํ หนด หลักเกณฑการไดร ับสทิ ธิตามวรรคหน่ึง ใหเ ปน ไปตามที่สวนราชการกําหนดทั้งนี้ เทาท่ไี มข ัดหรอื แยงกบั หลกั เกณฑท่กี าํ หนดเกย่ี วกับการไดรบั สิทธินน้ั ตามกฎหมาย กฎ ระเบยี บประกาศ หรือมตคิ ณะรัฐมนตรี ในกรณีท่ีเห็นสมควรคณะกรรมการอาจเสนอตอคณะรัฐมนตรีเพ่ือใหแกไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือมตคิ ณะรฐั มนตรี เพื่อใหไดร บั สทิ ธิประโยชนต ามวรรคหนงึ่
243 ๖ ในกรณีทีเ่ ห็นสมควรคณะกรรมการอาจกําหนดมาตรฐานทว่ั ไปเกยี่ วกับการกําหนดสิทธิประโยชนใหแ กพ นกั งานราชการเพ่อื ใหสวนราชการปฏบิ ัติก็ได ขอ ๑๖ ใหค ณะกรรมการพิจารณาทบทวนอัตราคาตอบแทนและสิทธปิ ระโยชนของพนักงานราชการตามขอ ๑๔ และขอ ๑๕ เพอ่ื ปรับปรงุ ใหเ หมาะสมเปนธรรมและมมี าตรฐานโดยคาํ นึงถึงคาครองชพี ทเี่ ปล่ียนแปลง คา ตอบแทนของเอกชน อัตราเงินเดอื นของขา ราชการพลเรอื น และฐานะการคลังของประเทศ รวมท้ังปจจัยอ่นื ท่เี กย่ี วของ ขอ ๑๗ ใหพนกั งานราชการไดร ับสิทธิประโยชนแ ละมหี นาท่ีตอ งปฏิบตั ติ ามกฎหมายวาดว ยการประกนั สงั คม ขอ ๑๘ สว นราชการอาจกําหนดใหพ นกั งานราชการประเภทใดหรือตาํ แหนง ในกลมุ งานใดไดร ับคา ตอบแทนการออกจากงานโดยไมม ีความผดิ ไดตามหลักเกณฑทคี่ ณะกรรมการกําหนด หมวด ๓ การประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน ขอ ๑๙ ในระหวางสญั ญาจา ง ใหสวนราชการจัดใหม ีการประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของพนกั งานราชการ ดังตอไปน้ี (๑) การประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านของพนกั งานราชการทั่วไป ใหกระทาํ ในกรณีดังตอ ไปนี้ (ก) การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานประจําป (ข) การประเมินผลการปฏบิ ัติงานเพือ่ ตอ สัญญาจา ง (๒) การประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของพนักงานราชการพิเศษ ใหก ระทาํ ในกรณีการประเมนิ ผลสาํ เร็จของงานตามชว งเวลาท่กี าํ หนดไวในสัญญาจา ง การประเมินผลการปฏิบตั งิ านของพนกั งานราชการตามวรรคหน่ึง ใหเ ปนไปตามหลกั เกณฑและวธิ กี ารทีส่ ว นราชการกําหนด ในการนคี้ ณะกรรมการอาจกาํ หนดแนวทางการประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานดงั กลาวเพื่อเปนมาตรฐานท่วั ไปใหส ว นราชการปฏิบตั กิ ็ได
244 ๗ ขอ ๒๐ พนกั งานราชการผูใดไมผ านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามขอ ๑๙ใหถ ือวา สัญญาจางของพนกั งานราชการผนู ้ันสน้ิ สุดลง โดยใหสว นราชการแจง ใหพนกั งานราชการทราบภายในเจ็ดวันนับแตว นั ทีท่ ราบผลการประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของพนกั งานราชการผนู นั้ ขอ ๒๑ ใหส วนราชการรายงานผลการดาํ เนนิ การจางพนักงานราชการ รวมทง้ัปญหาอปุ สรรคหรือขอ เสนอแนะตอคณะกรรมการภายในเดอื นธนั วาคมของทุกป หมวด ๔ วนิ ยั และการรกั ษาวนิ ัย ขอ ๒๒ พนักงานราชการมีหนาทีต่ อ งปฏิบัตงิ านตามที่กําหนดในระเบยี บน้ี ตามท่ีสวนราชการกําหนด และตามเงอื่ นไขท่กี ําหนดไวใ นสัญญาจา ง และมีหนา ทตี่ อ งปฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั่ ของผูบงั คบั บัญชาซ่งึ ส่งั ในหนา ที่ราชการโดยชอบดวยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ ขอ ๒๓ พนกั งานราชการตอ งรักษาวินยั โดยเครง ครดั ตามท่ีกาํ หนดไวเปนขอ หามและขอปฏิบตั ิทส่ี ว นราชการกําหนด พนกั งานราชการผูใดฝา ฝน ขอ หามหรอื ไมปฏิบัติตามขอ ปฏบิ ัติตามวรรคหนึ่งพนักงานราชการผนู ัน้ เปน ผูก ระทําผดิ วนิ ัยจะตอ งไดร บั โทษทางวินัย ขอ ๒๔ การกระทาํ ความผดิ ดังตอไปนี้ ถอื วาเปนความผิดวินัยอยางรา ยแรง (๑) กระทาํ ความผดิ ฐานทจุ รติ ตอ หนาที่ราชการ (๒) จงใจไมปฏิบัตติ ามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอ บงั คับ หรอื เงือ่ นไขท่ีทางราชการกําหนดใหปฏบิ ตั จิ นเปน เหตุใหทางราชการไดรบั ความเสียหายอยา งรา ยแรง (๓) ปฏบิ ัตหิ นา ทโี่ ดยประมาทเลนิ เลอจนเปนเหตใุ หท างราชการไดร ับความเสยี หายอยางรา ยแรง (๔) ไมปฏิบตั ติ ามเง่อื นไขทีก่ าํ หนดในสญั ญา หรอื ขดั คาํ สง่ั หรอื หลีกเลี่ยงไมปฏบิ ัติตามคาํ ส่ังของผูบังคบั บัญชาตามขอ ๒๒ จนเปน เหตุใหท างราชการไดร ับความเสียหายอยางรา ยแรง (๕) ประมาทเลินเลอ จนเปนเหตุใหทางราชการไดรบั ความเสียหายอยางรายแรง (๖) ละท้ิงหรือทอดท้ิงการทํางานเปน เวลาติดตอ กันเกนิ กวา เจ็ดวัน สาํ หรบั ตาํ แหนงทส่ี วนราชการกําหนดวันเวลาการมาทาํ งาน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279