ซ) Block Arrangment มีลักษณะการเขา้ ถงึ 2 ลักษณะ คือ เลือกความสะดวกในการจัดแสดงจุดทางเข้าอยู่ตรงกลาง ทางเข้าจำ�เป็นต้องอยู่ริมเพื่อสามารถใชพ้ ืน้ ท่ีจัดแสดงอยา่ งเต็มท่ี
ภาพท่ี 2.53 ห้องจัดแสดงแบบมีทางเข้าออกหลายทางทมี่ า : pinterest.com2-81
ภทา่ีมพาท:ี่ N2.a4w6aหp้อoงnจCดั แhสoดnงgแpบiบtaมที างเขา้ ออกหลายทาง 2.8.4.2 Decentralized System of Access : มีทางออกและทางเขา้สองทางหรือมากกว่า ผชู้ มมอี สิ ระในการเดิน ลกั ษณะเปน็ ทางเดินในใจกลางเมือง วธิ นี ผี้ ู้ชมอาจจะชมไม่ครบ ส่งผลให้มาชมในครัง้ ตอ่ ไป ขอ้ ดี มีความน่าสนใจตอ่ การจัดแสดง สามารถแบง่ ก้ันหอ้ งท�ำ ให้เกิดพื้นทจี่ ดั แสดงมากขน้ึ เกิดการกระตนุ้ ใหเ้ ดนิ ดูการแสดงอย่างรวดเรว็ มากขนึ้ ข้อเสยี ผชู้ มอาจจะไม่รตู้ �ำ แหนง่ ควรมี Landmark เกิดมุมบงั ไม่สามารถมองเหน็ หอ้ งตา่ งๆ ทำ�ให้ดูแลไม่ทั่วถงึ (ผศร.ต.อ.ดร.อนชุ า แพ่งเกษร,2012, p. 22-24) 2-82
ทม่ี า : Nawapon Chongpita 2.8.5 เทคนิคการจัดผงั ห้องจดัแสดง (Exhibition planning) ก) ผงั แบบ Open Plan เปน็ ผังท่มี ี ลักษณะเป็นห้องกว้าง ทิศทางการเดินชมแบบ 2.8.5.1 ผงั ห้องจดั แสดงและ อสิ ระ (Free circulation) มีทางเขา้ ออกเปน็ ทางทางสญั จร : ผังหอ้ งจัดแสดงมคี วามสมั พนั ธ์กับทางสญั จรของผู้ชม เปน็ ปัจจยั ส�ำ คญั ต่อ เดียวกัน เหมาะสำ�หรับการจดั แสดงลกั ษณะทวั่ ไปการน�ำ ผูช้ มไปสูส่ ่วนตา่ งๆ เป็นการลำ�ดับเรอื่ ง ราวต้ังแต่เร่ิมต้นไปจนจบ(อาทิตยา จนั ทะวงษ์, 1997) แบ่งหอ้ งจัดแสดงออกเป็น 6 ลักษณะ2-83
ข) ผังแบบ Core and Sat- ค) ผงั แบบ Linear Proces-ellites/Enfilade เป็นผงั ทมี่ หี อ้ งหลักอย่ตู รง sion เป็นผงั ทมี่ ีหอ้ งหลายหอ้ งเชอ่ื มต่อกนั มีกลาง และมีห้องย่อยๆ รายลอ้ มและเชอื่ มตอ่ ทศิ ทางการเดนิ ชมแบบก�ำ หนดได้ (Controlledกับหอ้ งหลัก ทิศทางการเดนิ ชมแบบอสิ ระ เดนิ Circulation) คือการเดินชมจากหอ้ งแรกไปหอ้ งชมจากห้องหลักแล้วแยกไปห้องยอ่ ย มีทื างเข้า สุดท้าย มีทางเข้า ออก คนละทางเหมาะส�ำ หรบัออกเป็นทางเดียวกันเหมาะสำ�หรับการจัดแสดง จัดแสดงผลงานตามลำ�ดับนิทรรศการหลักในห้องกลาง และจัดนิทรรศการหมนุ เวียนหรือนทิ รรศการพิเศษในห้องยอ่ ย 2-84
ท่มี า : Nawapon Chongpita จ) ผังแบบ Complex เป็นผงั ท่มี หี อ้ งหลายห้องเช่อื มต่อกนั หลายลักษณะ มี ทิศทางการเดินชมข้ึนอยู่กับความต่อเน่ืองของ ห้องตา่ งๆ มที างเขา้ ออก ทางเดียว เหมอื น ส�ำ หรบั จัดแสดงทีซ่ บั ซอ้ น หรือมีหลายหัวขอ้2-85
ง) ผงั แบบ Loop เปน็ ผังท่ี ฉ) ผังแบบ Labyrinth เป็นมหี ้องตอ่ กนั เป็นกลมุ่ มีทศิ ทางการเดนิ ชม จาก ผังทีม่ ีหอ้ งต่อกันเป็นกลุ่ม มหี ้องอยู่ตรงกลางห้องหน่งึ ไปอกี ห้องหนง่ึ จนครบ (Circulation มที ิศทางการเดินอิสระ (Free ciculation) มที างReturns to Entrance) มที างเขา้ ออก ทางเดยี ว เข้า ออก ทางเดยี วเหมาะส�ำ หรบั การจดั แสดงเหมาะสำ�หรับการจัดกิจกรรมแบบศูนย์และแบบกระ ท่ีเน้นความสัมพันธ์ของเร่ืองราวกับผลงานจาไปห้องตา่ งๆ ทง้ั หมด 2-86
ภาพท่ี 2.54 ระยะและพน้ื ทจ่ี ดั แสดง 2.8.5.2 ระยะและพน้ื ทีจ่ ัดแสดง : พ้นื ท่ี จดั แสดงสามารถจำ�แนกเป็นพนื้ ที่ใหญ่ๆ ได้แก่ พ้ืนทโ่ี ลง่ สำ�หรบั ทางสัญจรและพนื้ ทส่ี �ำ หรบั จัดแสดงงาน ท่ีมา : pinterest.com2-87
ภาพท่ี 2.55 ขนาดของพ้นื ที่จัดแสดงท่มี า : pinterest.com 2.8.5.3 ขนาดของพน้ื ท่ีจัดแสดง : 2-88 เป็นปจั จัยส�ำ คัญส�ำ หรับจดั แสดงในแตล่ ะพนื้ ที่ มีความ สัมพันธ์ต่อการกำ�หนดขนาดและจำ�นวนของงานที่จัด แสดง ระยะพน้ื ท่สี ำ�หรับการดแู ละการเดนิ ชม
2.8.5.4 เทคนิคการจัดผงั แสดงตาม ภาพท่ี 2.56 การแบ่งเน้อื ท่ดี ้วยแผงก้นั ส่วน หลกั จิตวทิ ยา เพ่ือเพม่ิ ความนา่ สนใจให้ห้องจัดแสดง ท่มี า : pinterest.com ก) แบง่ เนอ้ื ทีภ่ ายในเปน็ หอ้ งเลก็ ๆ โด ยกำ�นดทางเข้า ออกสู่หอ้ งแสดงอ่ืนๆ ใหผ้ ชู้ มตดิ ตาม ข) แบง่ เนอื้ ท่ีภายในเปน็ ห้องกวา้ งๆ ให้เป็นมุม กน้ั ด้วยแผงกั้นส่วน ทำ�หน้าทเี่ ป็นการแนะแนว ทางการเดินแยยทผ่ี ้ชู มรสู้ กึ มอี สิ ระในการชม ค) ชีแ้ นวทางเดินโดยการจัดเนือ้ ท่ี ว่างให้ผชู้ มรู้สกึ เองและตดิ ตามด้วยความเพลดิ เพลิน ง) ชักน�ำ ผู้ชมดว้ ยสิง่ ท่ีน่าสนใจเป็น ระยะๆ ตามกำ�หนดจนถึงสว่ นสำ�คัญ (Cilmax) 2-89
ภาพท่ี 2.57 ภายในห้องจดั แสดงดงึ ดูดผูค้ นดว้ ยส่งิ ทนี่ า่ สนใใจทีม่ า : pinterest.com 2-90
2.8.5.5 ขอบเขตการมองเหน็ :มนุษย์มีขอบเขตของการมองที่จำ�กัดแบบไม่ต้องหันศีรษะประมาณ 40 องศา แตค่ วามจริงแลว้ มนุษย์สามารถมองเหน็ ได้กวา้ งถงึ ประมาณ 120 องศา โดยมมุ มองทางตง้ัจะมากกวา่ มุมมองทางนอน ฉะนัน้ การพจิ ารณารปู แบบการจัดวางวัตถุให้สอดคล้องสัมพันธ์กับขอบแขตการมองหรือลักษณะการหันศรีษะของมนุษย์จึงมีผลการจัดนทิ รรศการด้วย2-91
ทีม่ า : Nawapon Chongpita 2-92 ซ่ึงจะเห็นได้ว่าการหันศีรษะง่ายกว่าการกรอกตาพจิ ารณาดูภาพๆ หนง่ึ หรอื ภาพท่ีจดั เป็นกล่มุ อริ ยิ าบถในการเคลอ่ื นที่ ที่ง่ายทส่ี ดุ คอื การหมนุ ศรี ษะหรอื หมนุ ตวั เพื่อดูภาพอ่นื ๆ ตอ่ ไป การแสดงขอบเขตของการมองเห็นของคนสายตาปกติ ประมาณ 120 องศา แต่มมุ มองท่ีผู้ดสู ามารถมองเหน็ ได้โดยไมต่ ้องหันศีรษะ ประมาณ 40องศา การกำ�หนดมุมมองทางด้านตั้งของมนษุ ยไ์ ว้ 27 องศา เหนือระดบั สายตา และ 27 องศา ใต้ระดับสายตา เพราะเปน็ มมุ มองที่สะดวกสบายทสี่ ดุ โดยไม่ตอ้ งก้มหรือเงย (Architect Data)
2.9 CASE STUDY 2.9.1 Prada TransformerLOCATION : Seoul, Korea ภาพที่ 2.58 Prada TransformerCLIENT : PARDA ทีม่ า : oma.euYEAR : 2007 - 2009STATUS : CompletedPROGRAM : TheatreDESIGN : OMA Prada Transformer เปน็ คิดของการ เปลย่ี นแปลงและการเคลื่อนไหว แทนทจี่ ะออกแบบอาคาร ถาวร กลบั ออกแบบอาคารให้หมนุ ได้ เพอ่ื ทจ่ี ะรองรับ กิจกรรมและความตอ้ งการท่แี ตกตา่ งกนั โดยตวั อาคาร สงู 20 เมตร ใชโ้ ครงสร้างเหลก็ เป็นโครงสร้างชัว่ คราว และใชเ้ ครนในการหมุน ฟังช่ันการใช้งานด้านในอาคารจะเปล่ียนทุกๆ 3 เดือน ประกอบได้ดว้ ย งานแสดงแฟช่ัน, เทศกาล ภาพยนตร์, นทิ รรศการศิลปะ และงานแสดงแฟชนั่ ของ PRADA เป็นการออกแบบโดยทำ�ลายกรอบและกำ�แพงของ รปู แบบสถาปตั ยกรรมแบบเดิม เพราะตัวอาคารสามารถ เปล่ียนจากพน้ื มาเป็นผนงั และผนังกลายเปน็ เพดาน โดย มสี ร่ี ูปแบบคือ รูปหกเหลี่ยม, รปู กางเขน, รูปสี่เหลีย่ มผืน ผา้ และวงกลม จึงไมใ่ ชก่ ารออกแบบพ้นื ท่ที ว่ั ไป แตเ่ ป็นการ ออกแบบมาเพ่อื การใชง้ านท่ีเฉพาะเจาะจง2-93
ภาพที่ 2.59 Tokyo Fashion Museum 2.9.2 Tokyo Fashion Museum Proposalท่ีมา : archdaily.com LOCATION : Tokyo, Japan YEAR : 2010 STATUS : Completed PROGRAM : Fashion museum tower DESIGN : MUS Architects ออกแบบโดยกำ�หนดตวั Program เป็นกลอ่ ง วางซ้อนข้นึ ไปละบดิ ตามเข็มนาฬิกา อาคารสูง 100 เมตร ตัวอาคารอุปมามาจาก ยอดเขาทปี่ กคลุมดว้ ยหิมะ เปลอื กอาคารไดร้ ับแรงบันดาลใจมาจาก เส้นใย ของผ้าโดยใชร้ ูปแบบของการถกั ไหมพรม พืน้ ผิวอาคาร ใช้ผา้ ห่อหุ้มทำ�ให้สามารถฉายภาพ และน�ำ เสนองาน มลั ติมีเดยี ได้ 2-94
2.9.3 Vertical Omotesandolภาพท่ี 2.60 Vertical Omotesando LOCATION : Tokyo, Japan YEAR : 2010ทมี่ า : archdaily.com STATUS : Completed PROGRAM : Fashion museum tower2-95 DESIGN : Wai Think Tank ตวั อาคารสงู 100 เมตร ใช้ Moving Catwalk เปน็ ตวั เชือ่ มโปรแกรมเขา้ ดว้ ยกัน เปน็ พน้ื ที่นงั่ พกั และทาง เดนิ และยังเป็นตวั แบง่ การใชง้ านในการจำ�กัดการเข้าถึง ก า ร ไ ห ล เ วี ย น ข อ ง โ ป ร แ ก ร ม ช่ ว ย ส ร้ า ง ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างคนกับแฟชน่ั ใหค้ นได้มสี ่วนรว่ ม เมือ่ คนเดินผ่านอาคารเปรียบเสมือนกับการเดินแฟชั่นโชว์ เนือ่ งจากตวั อาคารไม่มรี ปู แบบการเดินทต่ี ายตัว ส่งผลให้ ผูช้ มได้รับประสบการณท์ ี่แตกตา่ งกันออกไป
2.9.4 TKTS Times Square ภาพที่ 2.61 TKTS Times SquareLOCATION : New York, USAYEAR : 1999-2008STATUS : CompletedPROGRAM : Public Square, Ticket BoothDESIGN : CHROFI การออกแบบเกาะกลางถนนกลางเมอื ง เป็นพื้นทใี่ ชส้ �ำ หรับขายตั๋ว ได้ออกแบบบนั ไดสีแดงไว้เปน็ หลงั คาและพ้นื ที่นง่ั ของบูธ เปน็ การออกแบบให้เกิดพื้นทส่ี าธารณะท่ีมีประโยชน์ นอกจากน้ียงั ชว่ ยเรียกวา่ สนใจยามกลางคืนด้วยไฟสีแดง พนื้ ทน่ี ไ้ี ดก้ ลายเปน็ สัญลักษณใ์ หม่ของไทม์สแควร์ ใหผ้ ูท้ ี่มาเย่ียมชมได้หยดุ พกั และชมบรรยากาศรอบๆ ความเป็นสัญลักษณ์ในการออกแบบได้กลายเป็นอตั ลักษณข์ องเมอื งและวัฒนธรรม ผลงานช้นิ นี้ได้รบั การยกย่องว่าเป็นประโยชน์ตอ่ ภาครฐั และเอกชน และช่วยเพ่ิมความแข็งแกร่งใหแ้ กไ่ ทม์สแควร์ท่มี า : chrofi.com 2-96
2.9.5 Compare DATA STRUCTUREPrada Transformer LOCATION : Seoul, Korea HEIGHT : 20 MTokyo Fashion Museum Proposal STRUCTURE : Temporay steel structure SURFACE : Cocoon membraneที่มา : Nawapon Chongpita PROGRAM : Theatre FUNCTION : Waist down Art exhibition Cinema Special show DATA STRUCTURE LOCATION : Tokyo, Japan HEIGHT : 100 M STRUCTURE : Steel SURFACE : The tissue elastic fabric PROGRAM : Fashion museum tower FUNCTION : Reception Souvenir shop Seating places Exhibition
SECTION DIAGRAMSECTION DIAGRAM 2-98
Vertical Omotesandol DATA SECTIONTKTS Times Square LOCATION : Tokyo, Japan HEIGHT : 100 Mที่มา : Nawapon Chongpita STRUCTURE : Steel SURFACE : Glass PROGRAM : Fashion museum tower FUNCTION : Skybar + Garden Runway DATA Exhibition LOCATION Souvenir shop AREA Main lobby STRUCTURE Offive + Staff SURFACE PROGRAM SECTION FUNCTION : New York, USA : 300 sqm : Completed : Glass : Public Square, Ticket Booth Buy ticket Seating places
DIAGRAMDIAGRAM 2-100
2.10 CITY PLANNING LAWตาราง กฎกระทรวง ใชบ้ ังคับผงั เมอื งรวมกรงุ เทพมหานคร พ.ศ. 2556หมวด 2 แผงผังและขอ้ กำ�หนดส่วนที่ 1 แผนผงั ก�ำ หนดการใชป้ ระโยชนท์ ่ีดนิ ตามท่ีได้จำ�แนกประเภทล�ำ ดับ กฎหมาย ข้อก�ำ หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ1. ขอ้ 7 (4) ที่ดินประเภท พ. 1 ถึง พ. 5 ท่กี ําหนดไว้เปน็ สีแดง ใหเ้ ป็นทด่ี นิ ประเภทพาณชิ ยกรรม โดยมวี ตั ถุ ตามกฎหมาย ประสงค์และจําแนกเป็นบริเวณ ดงั ต่อไปนี้ กำ�หนด (จ) ท่ดิ นิ ประเภท พ. 5 มวี ัตถุประสงค์เพือ่ ให้ใช้ประโยชน์เปน็ ศนู ย์พาณชิ ยกรรมหลกั เพอ่ื ส่ง ผ่านเกณฑ์ เสริมความเปน็ ศูนยก์ ลางทางธุรกจิ การคา้ การบรกิ าร นนั ทนาการ และการท่องเท่ยี วในระดบั ภมู ภิ าคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ จําแนกเปน็ บรเิ วณ พ. 5 - 1 ถึง พ. 5 - 72. ขอ้ 22 ที่ดินประเภทน้ี หา้ มใชป้ ระโยชน์ที่ดินเพอื่ กจิ การตามทกี่ าํ หนด ดังต่อไปน้ี (13) ศนู ยป์ ระชุม อาคารแสดงสนิ ค้าหรือนทิ รรศการ เว้นแตท่ ่ีตั้งอยู่ริมถนนสาธารณะ ทม่ี ีขนาดเขต ทางไม่น้อยกวา่ 16 เมตร หรอื ต้งั อยู่ภายในระยะ 500 เมตร จากบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าขนสง่ มวลชน การใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ินประเภทนี้ ให้เปน็ ไปดังตอ่ ไปน้ี (1) มอี ตั ราสว่ นพืน้ ที่อาคารรวมตอ่ พืน้ ที่ดนิ ไมเ่ กิน 10 : 1 ทั้งน้ี ทด่ี นิ แปลงใดทไ่ี ด้ใช้ประโยชนแ์ ลว้ หากมกี ารแบง่ แยกหรอื แบ่งโอนไม่ว่าจะกค่ี ร้ังก็ตาม อัตราส่วนพืน้ ที่อาคารรวมตอ่ พื้นทดี่ ินของที่ดินแปลงทเี่ กดิ จากการ แบงแยกหรอื แบง่ โอนท้งั หมดรวมกนั ต้องไม่เกนิ 10 : 1 (2) มอี ัตราส่วนของท่วี ่างต่อพนื้ ท่อี าคารรวมไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละสาม แตอ่ ตั ราสว่ นของทว่ี า่ งตอ้ ง ไม่ต่ํากว่าเกณฑข์ ั้นต่าํ ของท่วี ่างอนั ปราศจากสิ่งปกคลมุ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ทั้งนี้ทดี่ นิ แปลงใดทไี่ ด้ ใช้ประโยชนแ์ ลว้ หากมกี ารแบ่งแยกหรอื แบ่งโอนไมว่ า่ จะกีค่ รง้ั กต็ าม อัตราสว่ นของที่วา่ งต่อพื้นท่ีอาคารรวมของทีด่ ิน แปลงที่เกิดจากการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนทั้งหมดรวมกันต้องไม่น้อยกว่าร้อยละสามและให้มีพ้ืนที่นํา้ ซึมผ่านได้เพ่ือปลูก ต้นไมไ้ มน่ ้อยกว่าร้อยละห้าสิบของพืน้ ที่วา่ งทม่ี า : กฎกระทรวง ใหใ้ ช้บังคับผงั เมืองรวมกรงุ เทพมหานคร พ.ศ. 25562-101
หมวด 3 นโยบาย มาตราการและวธิ ีด�ำ เนนิ การเพอ่ื ปฏิบตั จามวัตถปุ ระสงค์ของผงั เมอื งรวมลำ�ดบั กฎหมาย ข้อก�ำ หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ3. ขอ้ 51 เพอ่ื ใหบ้ รรลุวัตถุประสงค์ของผังเมืองรวมน้ี ให้มีมาตรการเพม่ิ อตั ราสว่ นพน้ื ทอาคารรวม ต่อพื้นท่ดี ิน ใน ตามกฎหมาย กรณีดังตอ่ ไปน้ี ก�ำ หนด (1) การใช้ประโยชน์ทดี่ นิ เพือ่ จดั ใหม้ หี รอื พัฒนาทีอ่ ยู่อาศัยสําหรบั ผู้มีรายได้น้อยหรือผ้อู ยูอ่ าศยั เดมิ ภายใน พื้นท่ีโครงการ (2) เจา้ ของที่ดินหรอื ผปู้ ระกอบการได้จัดใหม้ีพน้ื ทเี่ พื่อประโยชน์สาธารณะหรือสวนสาธารณะ (3) เจ้าของทด่ี นิ หรอื ผปู้ ระกอบการในบรเิ วณพ้ืนทีโ่ ดยรอบสถานรี ถไฟฟ้าไดจ้ ดั ให้มที จี่ อดรถยนตส์ าํ หรัประชา ชนทัว่ ไป (4) เจา้ ของท่ีดินหรือผปู้ ระกอบการได้จัดให้มพี ้ืนท่รี ับน้าํ (5) เจา้ ของที่ดินหรอื ผู้ประกอบการไดจ้ ัดใหม้ ีอาคารประหยดั พลังงาน4. ข้อ 53 ในท่ดี ินประเภท ย. 8 ถึง ย. 10 และประเภท พ. 2 ถงึ พ. 5 การใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ินประเภทอาคารสาธารณะตาม กฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคุมอาคาร หากเจ้าของทด่ี ินหรอื ผปู้ ระกอบการไดจ้ ดั ให้มพี นื้ ทโี่ ล่งเพือ่ ประโยชนส์ าธารณะหรือ สวนสาธารณะในแปลงทด่ี ินที่ขออนุญาต ใหม้ อี ัตราสว่ นพื้นทอ่ี าคารรวมตอ่ พนื้ ทดี่ นิ เพ่ิมไดไ้ มเ่ กนิ รอ้ ยละยีส่ บิ โดยพื้นท่ี อาคารรวมทีเ่ พม่ ข้ึนต้องไม่เกนิ หา้ เทา่ ของพน้ื ทีโ่ ลง่ เพือ่ ประโยชน์สาธารณะหรอื สวนสาธารณะท่ีจัดใหม้ ขี นึ้ พ้นื ทีโ่ ลง่ เพ่ือประโยชน์สาธารณะหรือสวนสาธารณะตามวรรคหน่ึง ไม่รวมถึงทีว่ ่างอนั ปราศจากสง่ิ ปกคลุม ตามท่ีกฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคมุ อาคารกําหนดที่มา : กฎกระทรวง ใหใ้ ช้บงั คบั ผงั เมอื งรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 2-102
2.11 BUILDING LAWตาราง ขอ้ บัญญัติกรงุ เทพมหานคร เร่อื งควบคมุ อาคาร พ.ศ.2544ล�ำ ดบั กฎหมาย ข้อก�ำ หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ1. คำ�จ�ำ กดั ความประ “อาคารขนาดใหญ”่ หมายความวา่ อาคารท่ีมีพืน้ ทร่ี วมกันทุกชน้ั หรือชั้นหนึง่ ช้นั ใดในหลังเดยี วกันเกนิ 2,000 ตามกฎหมายเภทอาคาร ตารางเมตร หรอื อาคารทม่ี คี วามสูงตั้งแต่ 15.00 เมตรขนึ้ ไป และมีพื้นที่รวมกนั ทุกช้นั หรอื ช้นั หนึง่ ชน้ั ใดในหลงั เดียวกัน ก�ำ หนด เกิน 1,000 ตารางเมตร แตไ่ ม่เกนิ 2,000 ตารางเมตร การวัดความสงู ของอาคารใหว้ ดั จากระดบั พ้นื ดนิ ท่กี อ่ สร้างถึง พน้ื ดาดฟ้า ส�ำ หรบั อาคารทรงจวั่ หรอื ปนั้ หยาให้วดั จากระดบั พ้นื ดนิ ทก่ี ่อสรา้ งถงึ ยอดผนงั ของชนั้ สูงสดุ “อาคารพิเศษ” หมายความวา่ อาคารท่ตี ้องการมาตรฐานความมน่ั คงแขง็ แรงและความปลอดภยั เปน็ พิเศษ เช่น อาคารดังต่อไปนี้ ก. โรงมหรสพ อัฒจันทร์ หอประชุม หอสมดุ หอศลิ ป์ พพิ ธิ ภณั ฑสถานแห่งชาติ หรอื ศาสนสถาน ข. อเู่ รอื คานเรอื หรือท่าจอดเรือ สาํ หรับเรือขนาดใหญ่เกิน 100 ตนั กรอส ค. อาคารหรอื สิงทีสร้างขน้ึ สงู เกนิ 15 เมตร หรือสะพานหรอื อาคารหรอื โครงหลังคาชว่ งหน่งึ เกิน 10 เมตร หรอื มีลกั ษณะโครงสรา้ งท่ีอาจก่อให้เกดิ ภยนั ตรายต่อสาธารณชนได้ ง. อาคารที่เก็บวสั ดุไวไฟ วัสดุระเบิด หรือวัสดุกระจายพษิ หรือรังสตี ามกฎหมายว่าดว้ ยการนัน้ “อาคารสาธารณะ” หมายความวา่ อาคารท่ีใชเ้ พ่ือประโยชน์ในการชมุ นุมคนได้โดยท่วั ไป เพื่อกจิ กรรมทาง ราชการ การเมือง การศกึ ษา การศาสนา การสงั คม การนันทนาการ หรือการพาณิชยกรรม เช่น โรงมหรสพ หอ ประชุม โรงแรม โรงพยาบาล สถานศกึ ษา หอสมุด สนามกฬี ากลางแจง้ สนามกฬี าในร่ม ตลาด ห้างสรรพสนิ คา้ ศูนยก์ ารคา้ สถาน บริการ ทา่ อากาศยาน อุโมงค์ สะพาน อาคารจอดรถ สถานีรถ ท่าจอดเรอื โป๊ะจอดเรือ สุสาน ฌาปนสถาน ศาสนสถาน เปน็ ตน้ “อาคารสงู ” หมายความว่า อาคารท่บี ุคคลอาจเขา้ อย่หู รอื เขา้ ใช้สอยได้ทีม่ ีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขนึ้ ไป การ วดั ความสงู ของอาคารใหว้ ัดจากระดบั พน้ื ดินท่กี อ่ สรา้ งถงึ พ้นื ดาดฟา้ สำ�หรบั อาคารทรงจ่วั หรือป้นั หยา ใหว้ ัดจาก ระดบั พืน้ ดินท่ีกอ่ สร้างถึงยอดผนังของช้ันสงู สุดทมี่ า : ข้อบญั ญัตกิ รงุ เทพมหานคร เรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ.25442-103
หมวด 3 ลักษณะตา่ งๆของอาคารล�ำ ดับ กฎหมาย ข้อกำ�หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ2. ขอ้ 24 โครงสรา้ งหลัก บนั ได และผนงั ของอาคารทส่ี ูงตัง้ แต่ 3 ชัน้ ข้นึ ไป โรงมหรสพ หอประชุม โรงงาน โรงแรม ตามกฎหมาย3. ข้อ 29 โรงพยาบาล หอสมดุ หา้ งสรรพสินคา้ ตลาด อาคารขนาดใหญ่ สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบรกิ าร ทา่ กำ�หนด อากาศยาน หรอื อุโมงค์ ตอ้ งทาํ ด้วยวัสดุถาวรทเี ปน็ วสั ดทุ นไฟ วัสดุมุงหลังคาใหท้ าํ ดว้ ยวสั ดทุ นไฟ เวน้ แต่อาคารซงึ่ ตัง้ อยหู่ ่างอาคารอนื่ หรอื ทางสาธารณะเกนิ 20 เมตร จะ ใช้วสั ดุไม่ทนไฟกไ็ ด้4. ขอ้ 30 ห้องลิฟต์และพน้ื ท่วี ่างหน้าลฟิ ต์ ต้องกวา้ งไม่นอ้ ยกวา่ 1.50 เมตร และตอ้ งทาํ ดว้ ยวัสดุทนไฟ5. ขอ้ 32 อาคารทีอ่ ย่ใู นบงั คบั ของกฎหมายว่าด้วยส่ิงอาํ นวยความสะดวกสาํ หรบั คนพกิ าร จะต้องจัดส่งิ อํานวยความ ตามกฎหมาย สะดวกสาํ หรบั คนพกิ ารในเร่ืองทางเขา้ สอู่ าคาร ทางลาด ประตู บนั ได ลฟิ ต์ ห้องนํ้า - หอ้ งสว้ ม และสถานทจ่ี อดรถ โดย กำ�หนดหมวด 4 บนั ไดและบนั ไดหนไี ฟ ให้เป็นไปตามกฎหมายวา่ ด้วยการนน้ั6. ขอ้ 39 โรงมหรสพ หอประชมุ โรงงาน โรงแรม โรงพยาบาล หอสมดุ หา้ งสรรพสินคา้ ตลาด สถานบริการตาม กฎหมายวา่ ดว้ ยสถานบริการ ทา่ อากาศยาน สถานขี นส่งมวลชน ที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงเกิน 1 ชั้น นอกจากมีบันได ตามปกติ แลว้ ต้องมีทางหนไี ฟโดยเฉพาะอย่างน้อยอีกหนึง่ ทาง และตอ้ งมีทางเดินไปยงั ทางหนีไฟนั้นได้โดยไม่มีส่งิ กดี ขวาง อาคารสาธารณะทม่ี ีชั้นใต้ดนิ ต้งแต่ 1 ชั้นข้ึนไป นอกจากมีบนั ไดตามปกติแลว้ จะต้องมที างหนีไฟโดยเฉพาะอยา่ ง น้อยอีกหนึ่งทางดว้ ย7. ขอ้ 40 อาคารทีมีชนั ใตด้ ินตงั้ แต่ 2 ช้นั ขน้ึ ไป นอกจากจะมบี ันไดตามปกตแิ ลว้ จะตอ้ งมที างหนไี ฟโดยเฉพาะอยา่ ง นอ้ ย อกี หนง่ึ ทางด้วยทม่ี า : ข้อบัญญัตกิ รงุ เทพมหานคร เรือ่ งควบคมุ อาคาร พ.ศ.2544 2-104
หมวด 4 บันไดและบนั ไดหนไี ฟ ขอ้ ก�ำ หนดตามกฎหมาย กรอบในการล�ำ ดับ กฎหมาย บันไดหนีไฟต้องทําดว้ ยวสั ดุทนไฟและถาวร มคี วามกวา้ งไม่น้อยกว่า 90 เซนตเิ มตร และไมเ่ กิน 150 เซนตเิ มตร ออกแบบ8. ข้อ 41 ลูกต้งั สูงไมเ่ กนิ 20 เซนติเมตร และลกู นอนกว้างไม่นอ้ ยกว่า 22 เซนตเิ มตร ชานพกั กวา้ งไม่นอ้ ยกวา่ ความกว้างของ ตามกฎหมาย บนั ได มรี าวบันไดสงู 90 เซนติเมตร หา้ มสรา้ งบันไดหนไี ฟเปน็ แบบบันไดเวยี น กำ�หนด9. ขอ้ 44 พ้ืนหนา้ บนั ไดหนีไฟตอ้ งกว้างไมน่ อ้ ยกวา่ ความกว้างของบันได และอีกดา้ นหนึงกวา้ งไมน่ อ้ ยกว่า 1.50 เมตร กรณใี ช้ทางลาดหนไี ฟแทนบันไดหนไี ฟ ความลาดชนั ของทางหนีไฟดังกลา่ วตอ้ งมีความลาดชนั ไม่เกินกวา่ ร้อย10. ข้อ 45 ละ 12 ตําแหนง่ ที่ตั้งบันไดหนีไฟ ยกเว้นอาคารตามขอ้ 43 ตอ้ งมรี ะยะหา่ งระหวา่ งประตูห้องสุดทา้ ยด้านทางเดนิ ทีเ่ ปน็ ทางตนั ไมเ่ กิน 10 เมตร ระยะห่างระหว่างบนั ไดหนไี ฟตามทางเดนิ ตอ้ งไมเ่ กิน 60 เมตร ต้องมีบันไดหนีไฟจากชั้นสูงสุดหรือดาดฟ้าสู่พื้นดินถ้าเป็นบันไดหนีไฟภายในอาคารและถึงพื้นชั้นสองถ้าเป็น บันไดหนีไฟภายนอกอาคาร ประตขู องบันไดหนีไฟตอ้ งทําด้วยวัสดุทนไฟมคี วามกว้างไม่น้อยกวา่ 80 เซนตเิ มตร สูงไม่น้อยกว่า 1.90 เมตร สามารถทนไฟได้ไม่นอ้ ยกวา่ 1 ชัวโมง และต้องเปน็ บานเปิดชนดิ ผลักเข้าสบู่ ันไดเท่านนั ช้นั ดาดฟ้า ชน้ั ลา่ งและชั้น ทีออก เพอื่ หนไี ฟส่ภู ายนอกอาคารให้เปดิ ออกจากห้องบนั ไดหนีไฟพร้อมตดิ ต้งั อปุ กรณช์ นิดทีบงั คับใหบ้ านประตูปิดได้ เอง ประตูหรอื ทางออกสู่บนั ไดหนไี ฟตอ้ งไมม่ ขี ั้นหรือธรณีประตหู รือขอบกันทม่ี า : ข้อบญั ญัติกรงุ เทพมหานคร เร่อื งควบคุมอาคาร พ.ศ.25442-105
หมวด 5 แนวอาคารและระยะต่างๆล�ำ ดับ กฎหมาย ขอ้ กำ�หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ11. ข้อ 49 ความสงู ของอาคารไม่วา่ จากจุดหนง่ึ จุดใด ต้องไม่เกนิ 2 เท่าของระยะราบ วดั จากจดุ นัน้ ไปต้ังฉากกบั แนว ตามกฎหมาย ถนนด้านตรงข้ามของถนนสาธารณะทอ่ี ยใู่ กล้อาคารน้นั ท่ีสุด ก�ำ หนด กรณีอาคารตง้ั อยูร่ มิ หรอื หา่ งไม่เกิน 100 เมตร จากถนนสาธารณะท่กี ว้างไม่นอ้ ยกว่า 80 เมตร และมที างเขา้ ออก จากอาคารสู่ทางสาธารณะนั้นกวา้ งไมน่ อ้ ยกวา่ 12 เมตร ให้คดิ ความสงู ของอาคารจากความกว้าง ของถนนสา ธารณะท่กี วา้ งทสี่ ุดเป็นเกณฑ์12. ข้อ 50 อาคารทก่ี อ่ สรา้ งหรือดดั แปลงใกล้ถนนสาธารณะทม่ี คี วามกวา้ งนอ้ ยกว่า 6 เมตรใหร้ น่ แนวอาคารห่างจาก ก่ึงกลางถนนสาธารณะอยา่ งน้อย 3 เมตร มิใหม้ สี ่วนของอาคารลา้ํ เข้ามาในแนวร่นดังกลา่ ว ยกเว้นร้ัวหรือกาํ แพงกัน แนวเขตทส่ี งู ไม่เกนิ 2 เมตร อาคารทส่ี งู เกิน 2 ชน้ั หรอื เกนิ 8 เมตร อาคารขนาดใหญ่ ห้องแถว ตึกแถว อาคารพาณชิ ย์ โรงงาน อาคาร สาธารณะ คลงั สินค้า ป้ายหรือสงิ่ ที่สร้างขนึ้ สาํ หรับติดหรือตง้ั ปา้ ย ยกเวน้ อาคารอยู่อาศัยสงู ไม่เกนิ 3 ชั้นหรือไม่เกิน 10 เมตร และพน้ื ทไี มเ่ กิน 1,000 ตารางเมตร ท่กี อ่ สรา้ งหรือดดั แปลงใกลถ้ นนสาธารณะ ต้องมีระยะรน่ ดังต่อไปน้ี (1) ถา้ ถนนสาธารณะนัน้ มีความกว้างนอ้ ยกว่า 10 เมตร ใหร้ น่ แนวอาคารห่างจากกึ่งกลางถนน สาธารณะ อย่างนอ้ ย 6 เมตร (2) ถ้าถนนสาธารณะน้ันมีความกว้างต้งั แต่ 10 เมตรขน้ึ ไป แต่ไม่เกนิ 20 เมตร ให้รน่ แนวอาคารหา่ ง จากเขตถนนสาธารณะอย่างนอ้ ย 1 ใน 10 ของความกวา้ งของถนนสาธารณะ (3) ถ้าถนนสาธารณะนัน้ มีความกวา้ งเกิน 20 เมตรขนึ้ ไป ให้ร่นแนวอาคารห่างจากเขตถนนสาธารณะ อยา่ งนอ้ ย 2 เมตรท่มี า : ข้อบัญญตั ิกรงุ เทพมหานคร เรอ่ื งควบคมุ อาคาร พ.ศ.2544 2-106
หมวด 5 แนวอาคารและระยะตา่ งๆลำ�ดับ กฎหมาย ขอ้ ก�ำ หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ13. ข้อ 53 อาคารอยรู่ ิมทางสาธารณะท่ไี ม่ต้องมที่ ีวา่ งตามขอ้ 52(3) และ 52(6) ตอ้ งมีลกั ษณะ ดังนี้ ตามกฎหมาย แนวอาคารดา้ นที่ประชิดตดิ ริมทางสาธารณะ ต้องมีความยาวมากกวา่ 1 ใน 8 ส่วนของความยาวเส้นรอบรูป ก�ำ หนด ภายนอกของอาคาร ท้งั นี้ แนวอาคารดา้ นท่ีประชดิ ตดิ ทางสาธารณะต้องหา่ งทางสาธารณะไมเ่ กิน 20 เมตร กรณี หอ้ งแถว ตกึ แถว ดา้ นหน้าอาคารทกุ คูหาต้องประชิดติดรมิ ทางสาธารณะ และมีแนวอาคารหา่ งจากทาง สาธารณะไม่เกิน 20 เมตร14. ข้อ 54 อาคารดา้ นชดิ ท่ดนิ เอกชน ช่องเปดิ ประตู หนา้ ตา่ ง ชอ่ งระบายอากาศ หรอื ริมระเบยี งสําหรับชัน้ 2 ลงมา หรอื สงู ไมเ่ กิน 9 เมตร ตอ้ งอยู่หา่ งเขตท่ดี นิ ไม่น้อยกว่า 2 เมตร และสําหรบั ชน้ั 3 ข้นึ ไปหรือสงู เกิน 9 เมตร ตอ้ งหา่ งไม่นอ้ ยกวา่ 3 เมตร15. ขอ้ 55 อาคารท่มี ีความสูงไม่เกิน 15 เมตร ตอ้ งมที ่ีว่างโดยรอบอาคารไม่นอ้ ยกว่า 1 เมตร ยกเว้นบา้ นพกั อาศยั ทมี่ ี พ้ืนทไ่ี ม่เกนิ 300 ตารางเมตร อาคารท่ีมีความสูงเกนิ 15 เมตร ต้องมีท่ีว่างโดยรอบอาคารไมน่ อ้ ยกวา่ 2 เมตร ทวี่ า่ งตามวรรคหน่ึงและวรรคสองจะใชร้ ่วมกับท่วี า่ งของอาคารอีกหลังหนงึ่ ไม่ได้ เวน้ แต่ใช้ร่วมกบั ที่ว่างของ อาคารสงู หรอื อาคารขนาดใหญ่พิเศษทม่ี า : ข้อบญั ญัตกิ รุงเทพมหานคร เรือ่ งควบคมุ อาคาร พ.ศ.25442-107
หมวด 6 แบบและจ�ำ นวนของหอ้ งน�ำ้ และหอ้ งส้วม หอ้ งสว้ ม หอ้ งอาบน�้ำ อ่างล้างมอืลำ�ดับ ประเเภทอาคาร ข้อกำ�หนดตามกฎหมาย ส้วม ทีป่ สั สาวะ16. ข้อ (7) หอประชุม โรงมหรสพ ห้องโถงตอ่ พื้นทอ่ี าคาร 200 ตาราง เมตร หรอื ต่อ 100 คน ทกี่ ําหนดให้ใช้สอยอาคารนั้น ทัง้ นใ้ี หถ้ อื จาํ นว นมากกวา่ เปน็ เกณฑ์ 12 - 1 ก. สําหรับผชู้ าย และ 2- -1 ข. สาํ หรบั ผ้หู ญิง 12 - 1 2- -1ขอ้ (9) สํานกั งานตอ่ พน้ื ทท่ี าํ งาน 300 ตารางเมตร ก. สําหรบั ผชู้ าย และ ข. สําหรับผูห้ ญิง สาํ หรบั พน้ื ท่ที าํ งานส่วนที่เกนิ 1,200 ตารางเมตรให้ลด จํานวน ลงคร่ึงหนึ่งท่รี ะบไุ ว้ข้อ (10) ภัตตาคารตอ่ พนื้ ทสี่ ําหรับตงั้ โตะ๊ อาหาร 200 ตารางเมตร 12 - 1 ก. สาํ หรบั ผ้ชู าย และ 2- -1 ข. สาํ หรับผู้หญงิ สาํ หรบั พนื้ ทตี่ ังโต๊ะส่วนทเ่ี กนิ 900 ตารางเมตร ใหล้ ดจํานวน ลงครง่ึ หนง่ึ ท่รี ะบไุ ว้ข้อ (16) อาคารท่จี อดรถสำ�หรับบคุ คลทว่ั ไป ตอ่ พนื้ ทอี่ าคาร 1,000 ตา รางเมตร ก. ส�ำ หรับผูช้ าย 24 - 1 ข. สำ�หรับผหู้ ญิง 6- -1 สำ�หรบั พื้นทีอ่ าคารส่วนทเ่ี กนิ 3,000 ตารางเมตรใหล้ ดจ�ำ นวน ลงครง่ึ หนึ่งทีร่ ะบุบไว้ 2-108ทมี่ า : ขอ้ บัญญัตกิ รุงเทพมหานคร เร่อื งควบคมุ อาคาร พ.ศ.2544
หมวด 7 การก�ำ จัดมูลฝอยและสงิ่ ปฏกิ ลูล�ำ ดับ กฎหมาย ข้อกำ�หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ17. ขอ้ 73 การคดิ ปริมาณมลู ฝอยท่ีเกดิ ขน้ึ ในอาคารใหค้ ิดจากอัตราการใชด้ ังตอ่ ไปน้ี ตามกฎหมาย (1) การใชเ้ พอื่ การอยอู่ าศยั ปริมาณมลู ฝอยไม่น้อยกว่า 2.40 ลิตรตอ่ คนต่อวนั กำ�หนด (2) การใช้เพ่ือการพาณิชยกรรมหรอื การอนื่ ปรมิ าณมูลฝอยไม่นอ้ ยกว่า 0.4 ลติ รตอ่ พน้ื ทอ่ี าคาร 1 ตามกฎหมาย ตารางเมตรต่อวนั กำ�หนดหมวด 8 อาคารจอดรถ ทจี่ อดรถ ท่ีกลบั รถและทางเขา้ ออกของรถสว่ นท่ี 1 ท่จี อดรถ ท่กี ลบั รถ และทางเข้าออกของรถ18. ขอ้ 84 อาคารหรอื สว่ นหนงึ่ สว่ นใดของอาคารหลังเดยี ว หรือหลายหลังที่เป็นอาคารประเภทท่ีต้องมที ่ีจอดรถ ท่ี กลบั รถ และทางเขา้ ออกของรถตามข้อ 83 ต้องจดั ใหม้ ที จี่ อดรถตามจาํ นวนท่กี าํ หนดของแตล่ ะประเภทของอาคารทีใช้ เพ่อื การนนั้ ๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี (1) โรงมหรสพ ให้มที ีจ่ อดรถ 1 คันตอ่ จํานวนท่นี งั สาํ หรบั คนดู 10 ท่ี (2) โรงแรมท่มี หี ้องพักไมเ่ กนิ 100 หอ้ ง ให้มีท่จี อดรถไม่น้อยกว่า 10 คัน สําหรบั หอ้ งพัก 30 ห้องแรก สว่ น ทเ่ี กนิ 30 หอ้ งใหม้ ที ีจ่ อดรถ 1 คนั ตอ่ จาํ นวนห้องพัก 5 หอ้ ง โรงแรมที่มีหอ้ งพักเกนิ 100 หอ้ งใหม้ ที ่จี อดรถตามอัต ราท่ีกําหนดไวใ้ นวรรคหนง่ึ สาํ หรบั หอ้ งพกั 100 หอ้ งแรก สว่ นทเี่ กิน100 หอ้ งให้มที จี อดรถ 1 คันต่อจาํ นวนห้องพัก 10 ห้อง (3) อาคารอยู่อาศัยรวมหรอื อาคารชดุ ใหม้ ที จ่ี อดรถ 1 คันต่อ 1 ห้องชดุ (4) ภตั ตาคาร ใหม้ ีทจ่ี อดรถ 10 คันสําหรับพ้นื ท่ตี งั โต๊ะ 150 ตารางเมตรแรก สว่ นทเ่ี กินใหม้ ที ี่จอดรถ 1 คนั ตอ่ พ้ืนท่ี 20 ตารางเมตร (5) อาคารสรรพสนิ คา้ ให้มที จี่ อดรถ 1 คนั ตอ่ พนื้ ที่อาคาร 20 ตารางเมตร (6) สํานักงาน ใหม้ ที ่ีจอดรถ 1 คันต่อพนื้ ทอ่ี าคาร 60 ตารางเมตร (7) ตลาด ให้มที จี่ อดรถ 1 คันต่อพ้ืนทอ่ี าคาร 120 ตารางเมตร (8) โรงงาน ให้มที ่ีจอดรถ 1 คนั ตอ่ พื้นทอ่ี าคาร 240 ตารางเมตร (9) คลังสนิ ค้า ใหม้ ีท่ีจอดรถ 1 คนั ต่อพื้นทอี่ าคาร 240 ตารางเมตร (10) อาคารเกบ็ ของ ให้มีท่ีจอดรถ 1 คันต่อพื้นที่ 120 ตารางเมตรที่มา : ขอ้ บญั ญตั กิ รงุ เทพมหานคร เร่อื งควบคุมอาคาร พ.ศ.25442-109
หมวด 8 อาคารจอดรถ ท่จี อดรถ ที่กลบั รถและทางเขา้ ออกของรถสว่ นที่ 1 ทีจ่ อดรถ ที่กลบั รถ และทางเข้าออกของรถล�ำ ดบั กฎหมาย ข้อก�ำ หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ18. ขอ้ 84 (11) ตึกแถว ใหม้ ีที่จอดรถอย่างนอ้ ย 1 คนั ตอ่ หนึง่ คหู า ถ้าหนึง่ คหู ามพี ้ืนท่เี กนิ กว่า 240 ตารางเมตร ต้อง ตามกฎหมาย จัดให้มที ี่จอดรถ 1 คนั ตอ่ พนื้ ทอี่ าคาร 120 ตารางเมตร กำ�หนด (12) สถานพยาบาล ให้มีทจ่ี อดรถ 1 คนั ต่อพื้นทีอ่ าคาร 120 ตารางเมตร (13) สถานศึกษา ใหม้ ที ีจ่ อดรถ 1 คนั ต่อพื้นทอี่ าคาร 240 ตารางเมตร 2-110 (14) สถานบริการตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถานบริการ ให้มีท่ีจอดรถ 1 คันตอ่ พ้ืนท่ีอาคาร 60 ตารางเมตร (15) อาคารแสดงสินค้า ให้มีทีจ่ อดรถ 1 คันต่อพ้ืนท่ีอาคาร 20 ตารางเมตร (16) อาคารขนาดใหญ่ ให้มที ี่จอดรถ 1 คนั ตอ่ พ้นื ทอี่ าคาร 120 ตารางเมตร หรอื ให้มที ่ีจอดรถตามจาํ นวน ที่กาํ หนดของแตล่ ะประเภทของอาคารทใ่ี ชเ้ ปน็ ท่ปี ระกอบกจิ การในอาคารขนาดใหญน่ ้นั รวมกนั ทง้ั นีใ้ หถ้ อื ทีจ่ อดรถจํานว นท่ี มากกว่าเป็นเกณฑบ์ งั คบั ยกเวน้ โรงงาน คลังสนิ คา้ (17) ห้องโถง ให้มีทจ่ี อดรถ 1 คนั ตอ่ พ้ืนที่อาคาร 10 ตารางเมตร (18) อาคารพาณิชย์ ให้มีท่จี อดรถ 1 คนั ต่อพ้ืนท่ีอาคาร 60 ตารางเมตร19. ขอ้ 85 การคํานวณที่จอดรถตามทีก่ าํ หนดไว้ในขอ้ 84 ใหค้ าํ นวณตามประเภทการใช้สอยรวมกัน หรือประเภทอาคาร โดยให้ใชจ้ ํานวนท่ีจอดรถรวมทม่ี ากกวา่ เปน็ เกณฑ์ หากมีเศษของจํานวนทีจ่ อดรถในแต่ละประเภทการใช้สอย ใหค้ ดิ เปน็ ท่ี จอดรถ 1 คนั ของแตล่ ะประเภท20. ข้อ 86 ท่ีจอดรถหน่ึงคันตอ้ งเปน็ พ้นื ที่สเี หลียมผนื ผ้าและต้องมลี ักษณะดังนี้ (1) ในกรณีทจ่ี อดรถต้ังฉากกับแนวทางเดินรถ ให้มคี วามกว้างไมน่ อ้ ยกวา่ 2.40 เมตร และความยาวไม่ นอ้ ยกว่า 5 เมตร (2) ในกรณีทจี่ อดรถขนานกบั แนวทางเดินรถ หรอื ทาํ มุมกับทางเดินรถน้อยกว่า 30 องศา ใหม้ ีความ กวา้ งไมน่ ้อยกวา่ 2.40 เมตร และความยาวไมน่ ้อยกวา่ 6 เมตร (3) ในกรณที ีจ่ อดรถทาํ มุมกับทางเดนิ รถตง้ั แต่ 30 องศาขึน้ ไป ใหม้ คี วามกว้างไม่น้อยกว่า 2.40 เมตร และ ความยาวไม่นอ้ ยกว่า 5.50 เมตรทมี่ า : ข้อบัญญตั กิ รงุ เทพมหานคร เรื่อ งควบคมุ อาคาร พ.ศ.2544
หมวด 8 อาคารจอดรถ ที่จอดรถ ทีก่ ลับรถและทางเขา้ ออกของรถส่วนท่ี 1 ท่ีจอดรถ ทก่ี ลบั รถ และทางเขา้ ออกของรถลำ�ดับ กฎหมาย ข้อก�ำ หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ21. ข้อ 88 ทางเขา้ ออกของรถ ตอ้ งมคี วามกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร เว้นแตเ่ ป็นการเดนิ รถทางเดียวตอ้ งกวา้ งไม่น้อย ตามกฎหมาย กวา่ 3.50 เมตร กำ�หนด ทางว่ิงของรถ ในกรณจี อดรถทาํ มุมตา่ งๆ กบั ทางวิ่งของรถ จะตอ้ งกว้างไมน่ อ้ ยกวา่ เกณฑ์ ดังน้ี (1) กรณีจอดรถทํามมุ กับทางวง่ิ น้อยกวา่ 30 องศา ทางว่ิงของรถต้องกว้างไม่น้อยกวา่ 3.50 เมตร (2) กรณีจอดรถทํามุมตง้ั แต่ 30 องศาข้ึนไปแตไ่ มเ่ กนิ 60 องศา ทางวง่ิ ของรถตอ้ งกว้างไม่นอ้ ยกว่า 5.50 เมตร (3) กรณจี อดรถทาํ มุมเกนิ 60 องศา ทางวิง่ ของรถต้องกวา้ งไม่นอ้ ยกวา่ 6 เมตร22. ข้อ 89 แนวศนู ยก์ ลางปากทางเขา้ ออกของรถ ตอ้ งไม่อยู่ในที่ท่เี ปน็ ทางรว่ มทางแยก และจะตอ้ งอยหู่ ่างจากจุดเรมิ่ ต้น โคง้ หรอื หักมุมของขอบทางแยกสาธารณะมรี ะยะไมน่ ้อยกว่า 20 เมตร23. ขอ้ 90 ทางเข้าออกของรถจากท่จี อดรถหรอื อาคารจอดรถ ซึ่งมที จ่ี อดรถตง้ั แต่ 15 คันข้นึ ไป ต้องเชอื มต่อกับทาง สาธารณะทม่ี คี วามกวา้ งไม่น้อยกวา่ 6 เมตร และยาวตอ่ เนื่องไปสทู่ างสาธารณะที่กว้างกวา่ส่วนท่ี 2 อาคารจอดรถ24. ขอ้ 92 อาคารจอดรถท่อี ยู่ในบงั คับตามขอ้ บญั ญตั ินี้ เปน็ อาคารจอดรถทมี่ ที จี อดรถจํานวนต้ังแตส่ ิบคันขึ้นไป หรือ ตามกฎหมาย มีพ้นื ท่จี อดรถ ทางว่ิง และทีก่ ลบั รถในอาคารรวมกนั ต้ังแต่ 300 ตารางเมตรขนึ้ ไป กำ�หนด25. ข้อ 94 อาคารจอดรถทอ่ี ยตู่ าํ่ กวา่ ระดับพื้นดนิ ต้องจดั ใหม้ รี ะบบระบายอากาศ ซง่ึ สามารถเปลีย่ นอากาศภายในช้นั นน้ั ๆ ไดห้ มดในเวลา 15 นาที26. ข้อ 96 ผนงั ของอาคารจอดรถทอ่ี ยู่ห่างเขตที่ดินของผอู้ น่ื หรืออาคารอืน่ น้อยกว่า 3 เมตร ตอ้ งเปน็ ผนังกนั ไฟ และ หา้ มทําช่องเปดิ ใดๆ ในผนังนนั้ที่มา : ข้อบญั ญตั ิกรงุ เทพมหานคร เร่ืองควบคุมอาคาร พ.ศ.25442-111
หมวด 8 อาคารจอดรถ ท่ีจอดรถ ท่ีกลับรถและทางเขา้ ออกของรถส่วนท่ี 2 อาคารจอดรถล�ำ ดับ กฎหมาย ขอ้ กำ�หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ27. ขอ้ 99 ทางลาดขึ้นลงสาํ หรับรถระหวา่ งช้นั ลาดชันได้ไม่เกินร้อยละ 15 ทางลาดชว่ งหน่ึงๆ ต้องสงู ไมเ่ กนิ 5 เมตร ตามกฎหมาย ทางลาดทีส่ ูงเกิน 5 เมตร ให้ทาํ ท่ีพักมีขนาดยาวไมน่ ้อยกว่า 6 เมตร ก�ำ หนด ทางลาดแบบโคง้ หรอื ทางเวยี นตอ้ งมรี ัศมคี วามโคง้ ของขอบด้านในไม่น้อยกว่า 6 เมตร และพื้นทางลาดจะชันได้ ไม่เกินร้อยละ 12 ทางลาดขึน้ หรอื ลงอาคารจอดรถทรี่ ะดับพื้นดนิ ตอ้ งอยหู่ า่ งปากทางเข้าและทางออกของอาคาร ปากทางเขา้ ของรถ หรอื ปากทางออกของรถไมน่ ้อยกว่า 6 เมตร ใหม้ บี ันไดระหวา่ งชน้ั จอดรถกว้างไมน่ อ้ ยกวา่ 90 เซนตเิ มตร อยา่ งน้อยหน่งึ บนั ไดสําหรบั พื้นทีใ่ นชน้ั จอดรถ ชน้ั นน้ั ๆ ทุก 2,000 ตารางเมตร เศษของพ้นื ทีถ่ ้าเกนิ กวา่ 1,000 ตารางเมตร ใหม้ บี ันไดดังกล่าวเพ่มิ ขนึ้ อกี หน่งึ บนั ได หากต้องมีเกินหนงึ่ บันได แต่ละบนั ไดต้องห่างกันไมน่ อ้ ยกวา่ 30 เมตรทม่ี า : ข้อบัญญัตกิ รงุ เทพมหานคร เรื่องควบคมุ อาคาร พ.ศ.2544 2-112
2.12 THAILAND BUILDING CONTROL ACTตาราง กฎกระทรวง ฉบบั ที่ 55 พ.ศ.2543หมวด 2 สว่ นต่างๆของอาคารสว่ นที่ 1 วัสดุของอาคารล�ำ ดบั กฎหมาย ข้อกำ�หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ1. ข้อ 15 เสา คาน พน้ื บนั ได และผนงั ของอาคารทีส่ ูงตงั้ งแตส ามชนั้ ข้ึนไป โรงมหรสพ หอประชมุ โรงงาน โรงแรม ตามกฎหมาย โรงพยาบาล หอสมุด หา งสรรพสนิ คา อาคารขนาดใหญ สถานบรกิ ารตามกฎหมายวา ดวยสถานบริการ ทาอากาศยาน กำ�หนดสว่ นที่ 2 พืน้ ทภี่ ายในอาคาร หรอื อุโมงคต อ งทําดวยวสั ดุถาวรที่เปน วัสดทุ นไฟดวย ตามกฎหมาย2. ข้อ 21 ชอ งทางเดนิ ในอาคาร ตอ งมคี วามกวา งไมนอ ยกวาตามท่กี ําหนดไวด งั ตอไปนี้ กำ�หนด 1. อาคารอยูอาศัย ความกว้าง 1.00 เมตร 2. อาคารอยอู าศยั รวม หอพกั ตามกฎหมายวา ดว ยหอพัก สํานักงาน อาคารสาธารณะ อาคารพาณิ ชยโรงงาน อาคารพิเศษ ความกวา้ ง 1.50 เมตร หองหรอื สว นของอาคารที่ใชใ นการทาํ กจิ กรรมตา ง ๆ ตอ งมีระยะด่งิ ไมนอ ยกวาตามทกี่ าํ หนดไวด งั ตอไปน้ี 1. หอ งท่ใี ชเ ปน ท่ีพกั อาศัย บา นแถว หอ งพกั โรงแรม หองเรียนนักเรียนอนุบาล ครัวสาํ หรบั อาคารอยอู าศยั หองพกั คนไขพ ิเศษ ชองทางเดินในอาคาร ระยะดง่ิ 2.60 เมตร 2. หองท่ีใชเ ปนสาํ นกั งาน หองเรียน หอ งอาหาร หองโถงภตั ตาคาร โรงงาน ระยะดง่ิ 3.00 เมตร 3. หอ งขายสนิ คา หองประชมุ หอ งคนไขร วม คลงั สนิ คา โรงครวั ตลาด และอ่ืน ๆ ทีค่ ลา ยกัน ระยะดงิ่ 3.50 เมตร 4. หอ งแถว ตกึ แถว 4.1 ช้นั ลาง ระยะดง่ิ 3.50 เมตร 4.2 ตั้งแตช ัน้ สองข้นึ ไป ระยะดง่ิ 3.00 เมตร 5. ระเบียง ระยะดง่ิ 2.20 เมตรท่มี า : กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 55 พ.ศ.25432-113
หมวด 2 สว่ นตา่ งๆของอาคารสว่ นท่ี 2 พน้ื ทภ่ี ายในอาคารล�ำ ดบั กฎหมาย ข้อก�ำ หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ2. ข้อ 21 ระยะด่ิงตามวรรคหนง่ึ ใหว ัดจากพ้นื ถึงพน้ื ในกรณีของชั้นใตหลังคาใหวดั จากพ้นื ถึงยอดฝาหรอื ยอดผนัง ตามกฎหมาย อาคาร และในกรณีของหองหรอื สว นของอาคารทอ่ี ยภู ายในโครงสรางของหลังคา ใหวัดจากพื้นถงึ ยอดฝาหรอื ยอด กำ�หนดส่วนที่ 3 บนั ไดของอาคาร ผนงั ของหอ งหรอื สวนของอาคารดังกลาวที่ไมใชโครงสรางของหลังคา ตามกฎหมาย3. ขอ้ 24 หองในอาคารซงึ่ มรี ะยะดิง่ ระหวา งพื้นถงึ พน้ื อกี ชนั้ หน่งึ ตง้ั แต 5 เมตรขึ้นไป จะทําพื้นชนั้ ลอยในหองน้ันก็ไดโดย กำ�หนด พื้นชนั้ ลอยดังกลา วนั้นตองมเี น้อื ทไี่ มเ กนิ รอยละสสี่ บิ ของเน้ือทีห่ อง ระยะด่งิ ระหวา งพนื้ ชัน้ ลอยถงึ พน้ื อีกชั้นหน่งึ ตอ งไมนอ ยกวา 2.40 เมตร และระยะดง่ิ ระหวางพื้นหอ งถึงพ้ืนชน้ั ลอยตอ งไมนอ ยกวา 2.40 เมตร ดว ย 2-114 หองนํา้ หองสวม ตอ งมีระยะดิ่งระหวางพ้นื ถงึ เพดานไมน อ ยกวา 2 เมตร บันไดของอาคารอยูอาศัยรวม หอพักตามกฎหมายวา ดวยหอพัก สํานักงาน อาคารสาธารณะ อาคาร พาณิชยโ รงงาน และอาคารพเิ ศษ สําหรบั ท่ใี ชกบั ช้นั ทมี่ ีพ้ืนทอ่ี าคารชนั้ เหนอื ข้ึนไปรวมกนั ไมเ กิน 300 ตารางเมตร ตอ ง มคี วามกวา งสทุ ธิไมน อยกวา 1.20 เมตร แตสําหรับบนั ไดของอาคารดงั กลาวท่ีใชก บั ช้ันท่ีมพี ื้นทอ่ี าคารช้ันเหนือข้นึ ไป รวมกนั เกนิ 300 ตารางเมตร ตอ งมีความกวางสุทธไิ มนอยกวา 1.50 เมตร ถาความกวา งสทุ ธิของบันไดนอยกวา 1.50 เมตร ตอ งมบี ันไดอยาง นอยสองบันได และแตละบนั ไดตองมีความกวา งสทุ ธไิ มน อยกวา 1.20 เมตร บนั ไดของอาคารทใี่ ชเปน ทช่ี มุ นุมของคนจํานวนมาก เชน บนั ไดหองประชุมหรือหองบรรยายทีม่ พี น้ื ที่ รวม กันต้ังแต 500 ตารางเมตรข้นึ ไป หรือบันไดหองรับประทานอาหารหรอื สถานบริการท่ีมพี นื้ ที่ รวมกันต้ังแต 1,000 ตารางเมตรขึน้ ไป หรือบันไดของแตละชนั้ ของอาคารน้ันทมี่ พี ืน้ ท่ี รวมกันตงั้ แต 2,000 ตารางเมตรข้ึนไป ตอ งมีความ กวา งไมนอยกวา 1.50 เมตร อยา งนอ ยสองบันได ถามีบันไดเดยี วตองมคี วามกวางไมน อยกวา 3 เมตร บันไดท่ีสูงเกิน 4 เมตร ตองมีชานพกั บนั ไดทุกชว ง 4 เมตร หรอื นอ ยกวานน้ั และระยะด่ิงจากข้ันบนั ไดหรือชาน พกั บนั ไดถึงสว นตำ�ํ่ สุดของอาคารที่อยเู หนอื ข้นึ ไปตองสูงไมนอ ยกวา 2.10 เมตร ชานพักบันไดและพื้นหนาบนั ไดตอ งมีความกวา งและความยาวไมนอยกวา ความกวา งสทุ ธิของบนั ได เวน แตบ ันได ทมี่ คี วามกวา งสทุ ธิเกิน 2 เมตร ชานพกั บันไดและพ้ืนหนาบนั ไดจะมคี วามยาวไมเ กิน 2 เมตรกไ็ ด้ที่มา : กฎกระทรวง ฉบบั ท่ี 55 พ.ศ.2543
หมวด 2 ส่วนตา่ งๆของอาคารส่วนที่ 3 บันไดของอาคารลำ�ดบั กฎหมาย ข้อกำ�หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ3. ข้อ 24 บนั ไดตามวรรคหน่งึ และวรรคสองตอ งมีลกู ตั้งสูงไมเ กนิ 18 เซนติเมตร ลกู นอนเมื่อหกั สวนที่ขนั้ บันไดเหลอื่ ม ตามกฎหมาย กันออกแลว เหลือความกวา งไมน อ ยกวา 25 เซนตเิ มตร และตอ งมีราวบันไดกันตก บันไดทีม่ ีความกวางสุทธิเกิน 6 กำ�หนด เมตร และชว งบันไดสงู เกิน 1 เมตร ตอ งมรี าวบนั ไดท้งั สองขา ง บรเิ วณจมูกบันไดตองมวี ัสดกุ นั ลนื่4. ข้อ 25 บนั ไดตามขอ 24 จะตองมีระยะหา งไมเกิน 40 เมตร จากจุดท่ไี กลสดุ บนพื้นชั้นน้ัน5. ขอ้ 26 บันไดตามขอ 23 และขอ 24 ทเ่ี ปนแนวโคง เกนิ 90 องศา จะไมมชี านพกั บนั ไดกไ็ ดแตตอ งมคี วามกวา ง เฉลย่ี ของลกู นอนไมนอ ยกวา 22 เซนตเิ มตร สําหรับบันไดตามขอ 23 และไมน อ ยกวา 25 เซนตเิ มตร สาํ หรับบันไดตามสว่ นท่ี 4 บนั ไดหนีไฟ ขอ 246. ขอ้ 28 บนั ไดหนไี ฟตองมีความลาดชนั นอ ยกวา 60 องศา เวนแตต ึกแถวและบานแถวทส่ี ูงไมเ กินส่ชี น้ั ใหม บี นั ไดหนีไฟที่ ตามกฎหมาย มคี วามลาดชันเกนิ 60 องศาไดและตองมชี านพกั บนั ไดทุกชนั้ กำ�หนด7. ขอ้ 29 บนั ไดหนีไฟภายนอกอาคารตอ งมีความกวา งสทุ ธิไมนอ ยกวา 60 เซนตเิ มตร และตองมผี นงั สวนท่ีบนั ไดหนไี ฟ พาดผา นเปน ผนงั ทึบกอสรางดว ยวสั ดุถาวรที่เปน วสั ดทุ นไฟ บันไดหนีไฟตามวรรคหนงึ่ ถา ทอดไมถ งึ พื้นช้นั ลางของอาคารตอ งมบี ันไดโลหะทสี่ ามารถเลอ่ื นหรือยืดหรอื หยอ นลงมาจนถึงพ้ืนชน้ั ลางได8. ขอ้ 30 บนั ไดหนีไฟภายในอาคารตองมคี วามกวา งสุทธไิ มน อ ยกวา 80 เซนตเิ มตร มผี นงั ทึบกอสรา งดวยวสั ดถุ าวร ทเ่ี ปน วัสดุทนไฟก้ันโดยรอบ เวนแตสวนที่เปนชองระบายอากาศและชองประตหู นไี ฟ และตอ งมีอากาศถา ยเทจากภายนอก อาคารไดโดยแตล ะช้ันตอ งมีชอ งระบายอากาศท่เี ปด สูภายนอกอาคารไดม ีพนื้ ที่รวมกันไมนอ ยกวา 1.4 ตารางเมตร กับ ตอ งมีแสงสวางใหเ พยี งพอทั้งกลางวันและกลางคืนที่มา : กฎกระทรวง ฉบับท่ี 55 พ.ศ.25432-115
หมวด 2 ส่วนตา่ งๆของอาคารสว่ นที่ 4 บนั ไดหนไี ฟล�ำ ดบั กฎหมาย ข้อกำ�หนดตามกฎหมาย กรอบในการ ออกแบบ9. ข้อ 32 พน้ื หนา บันไดหนไี ฟตอ งกวางไมน อ ยกวา ความกวางของบันไดและอีกดา นหนงึ่ กวา งไมน อยกวา 1.50 เมตร ตามกฎหมาย กำ�หนดหมวด 3 ทว่ี ่างภายนอกอาคาร ตามกฎหมาย ก�ำ หนด10. ขอ้ 33 อาคารแตล ะหลงั หรือหนวยตอ งมีที่วางตามท่ีกําหนดดังตอไปน้ี (1) อาคารอยูอาศยั และอาคารอยูอาศยั รวม ตองมที ว่ี างไมนอ ยกวา 30 ใน 100 สวนของพนื้ ท่ชี ัน้ ใดชนั้ ตามกฎหมาย หนึง่ ทีม่ ากที่สดุ ของอาคาร ก�ำ หนด (2) หอ งแถว ตึกแถว อาคารพาณชิ ยโ รงงาน อาคารสาธารณะ และอาคารอื่นซึ่งไมไ ดใ ชเ ปน ที่อยอู าศัยตอ งมที ี่ วา งไมนอยกวา 10 ใน 100 สว น ของพืน้ ทช่ี ัน้ ใดช้นั หน่งึ ท่ีมากทีส่ ุดของอาคาร แตถ า อาคารดงั กลาวใชเปนทอ่ี ยอู าศยั ดวยตอ งมที วี่ างตาม (1)หมวด 4 แนวอาคารและระยะต่างๆ ของอาคาร11. ข้อ 49 การกอสรา งอาคารในบรเิ วณดานขางของหองแถวหรอื ตึกแถว (1) ถา หอ งแถวหรอื ตึกแถวน้ันมีจาํ นวนรวมกนั ไดต งั้ แตสบิ คูหา หรือมคี วามยาวรวมกนั ไดต้ั งแต 40 เมตรขึ้นไป และอาคารท่จี ะสรางข้นึ เปน หองแถวหรือตกึ แถว หองแถวหรือตึกแถวทจ่ี ะสรางขนึ้ ตอ งหางจากผนงั ดา นขางของหอ งแถว หรือตึกแถวเดิมไมน อยกวา 4 เมตร แตถา เปน อาคารอ่นื ตอ งหางจากผนงั ดา นขางของหองแถว หรอื ตึกแถวเดิมไมน อยกวา 2 เมตร (2) ถาหอ งแถวหรอื ตึกแถวนน้ั มจี ํานวนไมถ ึงสิบคหู าและมคี วามยาวรวมกันไมถงึ 40 เมตร อาคารท่ีสรา งขน้ึ จะตอ งหา งจากผนงั ดา นขา งของหอ งแถวหรือตกึ แถวนนั้ ไมนอยกวา 2 เมตร เวน แตการสรา งหองแถวหรือตึกแถวตอ จากหองแถวหรอื ตกึ แถวเดมิ ตามขอ 4ที่มา : กฎกระทรวง ฉบบั ที่ 55 พ.ศ.2543 2-116
ท่มี า : Nawapon Chongpita
3.1 LOCATION ANALYSIS ย่านสยามสแควร์ ยา่ นคริสตัล วีรันดา้ ยา่ นการค้า จงั หวดั สกลนคร (อา้ งองิ จาก ดร.อรรชกา สบี ญุ เรอื ง Trend และ Fashion เป็นกลไกท่ีส่งผลตอ่ เศรษฐกิจกอ่ ใหเ้ กดิ การจา้ งงาน การเลิกงาน การ รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงอตุ สาหกรรม)หมนุ เวยี นเงนิ ทอง ปจั จยั ทีส่ ่งผลตอ่ การพัฒนาขน้ึอยู่กบั การเมือง เศรษฐกิจ และภูมิอากาศ ปจั จุบัน จาก 1 ใน 8 ยา่ นแฟชัน่ ย่านทม่ี กี ารคมนาคมประเทศไทยมียา่ นแฟช่นั ทีม่ ีความสมบูรณแ์ บบ จ�ำ นวน เข้าถงึ ได้สะดวกมีทง้ั BTS, MRT มคี วามสมบรู ณ์แบบ8 ยา่ น ได้แก่ ย่านการคา้ ผา้ ไหมปักธงชยั จงั หวดั และเหมาะแก่การเปน็ ศูนยก์ ลางในการแสดงออก และนครราชสมี า ยา่ นการคา้ มีนบรุ ี ย่านศูนยก์ ารคา้ เทอร์ กระจายข่าว ไดแ้ ก่ ย่านศนู ยก์ ารคา้ เทอรม์ นิ อล 21มินลั 21 ย่านตลาดนดั สวนจตจุ ักร ยา่ นการคา้ ส�ำ เพง็ 3-02
3.1.1 PAHT 3-03
3.1.2 EDGE & DISTRICT 3-04
3.1.3 LANDMARK & NODE3-05
3.1.4 ACTVITY 3-06
3.2 SITE ANALYSIS ถนนหนา้ โครงการกวา้ ง 24 เมตร ตามกฎหมาย ความคุมอาคาร(ขอ้ บญั บัติ สร้างอาคารสูงเกนิ 23 เมตร ระยะรน่ รอบ กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2544) ก�ำ หนดใหค้ วามสูง โครงการ 6 เมตร3-07 ของอาคาร ตอ้ งไมเ่ กิน 2 เทา่ ของระยะราบ วัด จากจดุ สูงท่สี ดุ ของอาคาร ต้ังฉากกับแนวถนนดา้ น ตรงขา้ มของถนนสาธารณะทีใ่ กล้ท่สี ดุ ถนนสาธารณะกว้าง 24 เมตร ฉะนนั้ สามา รถสร้างอาคารสงู สดุ ได้ 48 เมตร
ภาพที่ 3.1 ไดอาแกรมวิเคราะห์ทีต่ ง้ั โครงการ AREA 17,000 sqm BTS SKYTRAIN ASOK STATION EACH SIDE 6 00 M FROM THE STREET, THE REST AREA BUILDING 831.17 sqm SUKHUMVIT ROAD, SOI SUKHUMVIT 14 CONNECT TO SHOPPING MALL 3-08 HOTEL OFFICE CONDOท่ีมา : Nawapon Chongpita
04 4.1 BACK GROUNDSTUDY DETAILS OF THE PROJECT โครงการ FASHION THINKING : CREATIVE APPROACHES TO THE DESIGN PROCESS เป็นโครงการทีช่ ่วงส่งเสริมอตุ สาหกร รมแฟช่ัน เปน็ ศูนยก์ ลางในการรบั รแู้ ละกระจายขา่ วสารเก่ียวกับแฟชั่น ชว่ ยกระต้นุ กลุ่มผบู้ รโิ ภคใหห้ ัน มสนใจแฟชัน่ มากข้นึ เปน็ พนื้ ท่สี ื่อกลางระหวา่ งกล่มุ ผ้ผู ลิต และผบู้ ริโภค ชว่ ยให้คนเข้าถงึ แฟชนั่ ไดม้ าก ขึ้น ชว่ ยเปดิ โอกาสใหแ้ ก่กลุ่มผ้ผู ลติ รายยอ่ ย เปน็ พน้ื ทท่ี ใ่ี หค้ นไดแ้ สดงออก ทางดา้ นตัวตนและ ความ สามารถ สะท้อนมมุ มองของตนเองและบุคคลอ่ืน เปน็ พนื้ ทที่ ่กี ่อใหเ้ กดิ การวิพากษว์ ิจารณ์อยา่ งอสิ ระ
ภาพที่ 4.1 ที่ตงั้ โครงการ 4.2 GOAL FOR THE PROJECTทม่ี า : Nawapon Chongpita 4.1.1 เป็นศูนย์กลางในการกระจายข่าวสารเกี่ยวกบั แฟชัน่ 4.1.2 ชว่ ยกระต้นุ กลมุ่ ผ้บู ริโภค และบคุ คลทัว่ ไปให้เขา้ ถงึ แฟช่นั ไดม้ ากขึ้น 4.1.3 เปดิ โอกาสให้กลุ่มผ้ผู ลติ รายย่อยได้มโี อกาสแสดงผลงาน 4.1.4 สร้างพน้ื ท่ีทเี่ ปิดโอกาสใหก้ ับการ วิพากษ์วิจารณ์อยา่ งมอี สิ ระ 4.1.5 กระตนุ้ เศรษฐกิจอุตสาหกรรมแฟช่ัน 4-02
4-03
4-04
4-05
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177