Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ พนั ธศุ าสตร์ Gene เป็นส่วนหนึ่งทีบ่ รรจุสารพนั ธกุ รรม คอื DNA ซ่งึ จะเป็นตัวบรรจุข้อมูลทางพันธุกรรมตา่ ง ๆ Gene เป็นส่วนหน่ึงของโครโมโซม One gene ---- One expression ตาํ แหนง่ ตา่ ง ของโครโมโซม 1
Facebook : ทเี ชอร์ทิว ติวเตอร์ รปู รา่ งของโครโมโซม จาํ นวนโครโมโซมในสงิ่ มชี วี ติ 2
Facebook : ทีเชอร์ทิว ตวิ เตอร์ การจดั แบง่ โครโมโซม o Autosome : โครโมโซมรา่ งกาย o Sex Chromosome : โครโมโซมเพศ จะเปน็ โครโมโซมค่สู ดุ ทา้ ย การกาํ หนดเพศของสงิ่ มชี วี ติ 1.โครโมโซมเพศแบบ XY และ ZW 2.โครโมโซมเพศแบบ X0 o พบใน ตก๊ั แตน จิ้งหรีด o โครโมโซมรา่ งกายเปน็ Diploid 3
Facebook : ทีเชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ 3.โครโมโซมแบบ Haplo และ Diploid o สัตว์ท่มี ี Parthenogenesis ไดแ้ ก่ ผึ้ง ตอ่ แตน มด o ตวั อยา่ งเชน่ ผง้ึ ตัวเมยี (นางพญาและผึ้งงาน) ผ้งึ ตวั ผู้ Parthenogenesis คืออะไร ? เปรยี บเทยี บการกาํ หนดเพศในสงิ่ มชี วี ติ ตวั ผู้ ตวั เมยี แบบโครโมโซม XY ZW X0 Haplo-Diploid 4
Facebook : ทีเชอรท์ วิ ติวเตอร์ โครโมโซมของมนษุ ย์ o การศกึ ษาโครโมโซมในคน ต้องมลี ักษณะเปน็ Haploid o เซลล์ท่นี ิยมใชค้ อื …………………………………………… o นิยมศึกษาในระยะการแบ่งเซลล์............................................................. o ***ใชส้ าร Colchicine ซ่ึงเปน็ สารยบั ย้งั การสร้าง Spindle fiber o ยอ้ มสโี ครโมโซม G-band ใชย้ อ้ มสีจมิ ซ่า (Giemsa) O-band ใช้ย้อมโดยวธิ ีเรอื งแสง (Fluorescence band) o และนบั โครโมโซม Karyotype 5
Facebook : ทีเชอร์ทวิ ติวเตอร์ กระบวนการถา่ ยทอดโครโมโซม ถูกถา่ ยทอดมาจากพ่อ แม่ ผา่ นเซลล์สบื พันธ์ุ มาจากการแบง่ เซลล์แบบ Meiosis 6
Facebook : ทเี ชอร์ทิว ติวเตอร์ กระบวนการถา่ ยทอดโครโมโซม ของมนษุ ย์ 7
Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ติวเตอร์ Chromosome abnormality ความผิดปกตขิ องโครโมโซมนัน้ เกดิ ขนึ้ ได้ทงั้ โครโมโซมรา่ งกาย และโครโมโซมเพศ ความผิดปกตขิ องโครโมโซม แบง่ เป็น 2 ชนิด o ความผดิ ปกติเชงิ ปรมิ าณ มีปริมาณโครโมโซมผดิ ปกติ o ความผดิ ปกติเชงิ คณุ ภาพ จาํ นวนโครโมโซมปกติ แตโ่ ครโมโซมมคี วามผดิ ปกติ 1.Quantitative chromosomal abnormality (ความผดิ ปกตเิ ชงิ ปรมิ าณ) สาเหตุ non-disjunction ภาวะทโ่ี ครโมโซมไม่แยกจากกัน เกดิ ไดท้ ้งั Meiosis I และ Meiosis II Homologous non-disjunction (Meiosis I) Sisterchromatid non-disjunction (Meiosis II) 8
Facebook : ทีเชอรท์ วิ ติวเตอร์ ตัวอย่างท่ี 1 หากหญิงคนหนึ่ง non-disjunction ใน Meiosis I ของโครโมโซม X ผสมกับ Sperm ปกติ จงหาวา่ บุตรของหญิงคนนี้จะมโี อกาสเกดิ โครโมโซมเพศแบบใดบ้าง ตัวอย่างท่ี 2 กําหนดตาราง จงเขียนลักษณะของโครโมโซมเพศของเซลล์สืบพันธุ์ท่ีเป็นไปได้หากเกิด non-disjunction ทั้งใน Meiosis I และ Meiosis II เพศ โครโมโซมเพศของเซลล์สืบพันธุ์ โครโมโซมเพศของเซลลส์ ืบพันธ์ุ non-disjunction ใน Meiosis I non-disjunction ใน Meiosis II หญงิ ชาย X Y 9
Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ติวเตอร์ ความผดิ ปกตขิ องมนษุ ยจ์ ากจาํ นวน และรปู รา่ งของโครโมโซม คนปกตมิ จี ํานวนโครโมโซม = …………………. แท่ง โครโมโซมร่างกาย โครโมโซมเพศ ผชู้ าย = ผหู้ ญิง = 1.ความผิดปกตจิ ากออโตโซม 2.ความผดิ ปกตจิ ากโครโมโซมเพศ ประเภท สาเหตุ โครโมโซม กลมุ่ อาการ ลกั ษณะ คทู่ ี่ 13 เกนิ โครโมโซมเกิน 45 + XX หรือ คูท่ ี่ 18 เกนิ ความผดิ ปกติ 45 + XY ออโตโซม ค่ทู ่ี 21 เกนิ รูปรา่ งผดิ ปกติ โครโมโซม X ขาด : 44+XO ความผดิ ปกติ โครโมโซม X เกนิ ในชาย : XXY , โครโมโซมเพศ XXXY โครโมโซม Y เกินในชาย : XYY โครโมโซม X เกินในหญิง : XXX 10
Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ติวเตอร์ 11
Facebook : ทีเชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ ความผดิ ปกตเิ ชงิ คณุ ภาพของโครโมโซมเพศ (ผา่ น X-Chromosome) โรคตาบอดสี (Color blindness) เหน็ สเี พี้ยนไปจากเดมิ มี 2 ชนิด ทีถ่ ่ายทอดทางพนั ธกุ รรม o ตาบอดสีแดง o ตาบอดสเี ขยี ว โรคฮโี มฟเี ลยี (Hemophilia) มอี าการเลอื ดออกหยดุ ยากผิดปกติ เมอ่ื ได้รับบาดเจ็บมักมเี ลอื ดออกรุนแรง มักปรากฏในขณะหัดเดิน เป็นโรคท่ีพบในราชวงศ์ต่าง ๆ ของยโุ รป : Russian 12
Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ โรคกลา้ มเนอื้ แขนขาลบี โรคพรอ่ งเอนไซม์ (Glucose-6-phosphate dehydrogenase) G-6-PD เกดิ ความผิดปกตขิ องเมด็ เลอื ดแดง เปน็ พิษต่อเมด็ เลอื ดแดง ไม่แสดงอาการ ลักษณะเหมอื นคนปกตทิ ัว่ ไป แพส้ ารตอ่ ไปน้ี ได้แก่ ยาซัลฟา ยาตา้ นมาลาเรีย ถวั่ ปากอ้า o เม็ดเลอื ดแดงแตกฉับพลนั ซีดเหลือง ปัสสาวะสีน้ําโคก้ o ภาวะแทรกซอ้ นไตวายฉบั พลัน 13
Facebook : ทีเชอรท์ ิว ติวเตอร์ การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม Gene and Allele Gene 1.Dominant gene Ex…………………………………………………………………………………………………………… 2.Recessive gene Ex…………………………………………………………………………………………………………… Allele 1.Homologous/Homozygous Homozygous Dominant Homozygous Recessive 2.Heterozygous 14
Facebook : ทีเชอร์ทิว ตวิ เตอร์ Genotype Ex…………………………………………………………………………………………………………… Phenotype Ex…………………………………………………………………………………………………………… Dominant pattern : Co-dominant & Incomplete dominant กฎของลกั ษณะเดน่ (Law of dominance) เมื่อยีนลักษณะเด่นจับคู่กับยีนลักษณะด้อยลักษณะท่ีปรากฏจะเป็นลักษณะเด่น (พันธุ์ทาง) ส่วนลักษณะด้อยจะถูกข่มการแสดงออกเอาไว้ แต่ยีนลักษณะด้อยน้ันไม่ได้หายไปไหน เม่ือใดที่ยีน ลักษณะด้อยจับคกู่ บั ยีนลกั ษณะดอ้ ยด้วยกันเอง ก็จะปรากฏลักษณะด้อย (พันธุแ์ ท)้ น้ันออกมา 15
Facebook : ทีเชอร์ทวิ ติวเตอร์ QUIZ : Basic concept Ex.1 ลักษณะขนสดี ําของหนูเป็นลักษณะเดน่ และลกั ษณะขนสีนาํ้ ตาลของหนเู ปน็ ลกั ษณะด้อย ซง่ึ ทงั้ สองลักษณะเปน็ ลกั ษณะท่ีข่มสมบูรณ์จงหาว่ามจี โี นไทปแ์ ละฟโี นไทป์แบบใดบ้าง Ex.2 ลกั ษณะต้นสงู 160 ซม. และลักษณะตน้ สงู 80 ซม. ทั้งสองลกั ษณะนั้นขม่ รว่ มกัน จงหาว่าจะ มีจีโนไทป์และฟีโนไทป์แบบใดบา้ ง Ex.3 มะเขอื เทศมสี ีผล คอื สแี ดง และสีเหลือง ทงั้ สองลักษณะเด่นไม่สมบรู ณ์ จงหาวา่ จะมจี ีโนไทป์ และฟีโนไทป์แบบใดบา้ ง 16
Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ Ex.4 กําหนดให้ A แทนอัลลลี เดน่ และ a แทนอัลลลี ด้อย ลกั ษณะ AA Aa aa สีตา นาํ้ ตาล ลกั ย้มิ มี การถนดั ซา้ ย/ขวา ขวา เส้นผม หยิก เต้ียแคระ ธาลัสซเี มีย เป็นโรค ผิวเผอื ก ปกติ หม่เู ลอื ด Rh ปกติ Sickle cell anemia Rh+ ปกติ ยีนทเ่ี พศมผี ลตอ่ การแสดงออก ***ยีนศีรษะล้าน (สิง่ แวดล้อมทม่ี ีผลคอื ฮอรโ์ มนเพศชาย Androgen) เปน็ ยนี เดน่ ในเพศชาย เปน็ ยีนด้อยในเพศหญิง กาํ หนดให้ B = ยนี หัวลา้ น , B’ = ยนี ผมปกติ 17
Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ Sex limited trait Hentail and cocktail เป็นยนี ทม่ี กี ารแสดงออกในเพศใดเพศหน่ึงเท่านนั้ ยีนขนหางของไก่ H = Hen tail (หางส้ัน) h = Cock tail (หางยาว) Sex-linked Gene ยีนที่ถ่ายทอดผา่ นโครโมโซมเพศ โดยสว่ นใหญม่ กั จะถ่ายทอดผ่าน X-Chromosome X-linked gene ตาบอดสี ฮโี มฟีเลีย G-6-PD กลา้ มเนื้อลบี สังขท์ อง กาํ หนดให้ XA – ปกติ Xa – เปน็ โรค 18
Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ Multiple alleles ลกั ษณะหนงึ่ ๆ ท่ีถกู ควบคมุ ดว้ ยยนี เดยี วทมี่ ี Allele จาํ นวนมากกวา่ 2 ขน้ึ ไป 1.ระบบหมเู่ ลอื ด ABO Blood group ประกอบดว้ ย 3 Allele ไดแ้ ก่ IA , IB และ i 2.สขี นของกระตา่ ย ***ควบคมุ ดว้ ย 4 อลั ลลี คือ C , cch , ch และ c 19
Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ Polygene : ลกั ษณะพนั ธกุ รรมลักษณะหนึ่งทค่ี วบคมุ ดว้ ยยนี หลายคู่ Polygenic trait 1 Expression ถกู ควบคมุ ด้วยหลายยีน Ex.1 ความสูงของตน้ ไม้ มยี ีน 2 คู่ คอื A,a และ B,b 20
Facebook : ทีเชอร์ทวิ ติวเตอร์ The gene interaction : ปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งยนี (พบในพชื เทา่ นน้ั ) Dominant epitalsis : ยนี เดน่ ยีนหนึง่ กําหนดอีกยีนหน่ึง Recessive epitalsis : ยนี ด้อยยีนหนึง่ กําหนดอีกยีนหน่ึง 21
Facebook : ทเี ชอร์ทิว ตวิ เตอร์ Ex.1 ยีน A ควบคมุ ลักษณะใบเขยี วในพืชสายพันธุ์ ก สว่ นยีน a ควบคมุ ใบดา่ งในพชื สายพนั ธุ์ ก ยนี B ควบคมุ ปลายใบแหลมในพชื วายพันธุ์ ข สว่ นยีน b ควบคมุ ปลายใบตดั ในพืชวายพันธ์ุ ข พชื สายพันธุ์ ค เป็นพชื ลูกผสมข้ามสายพนั ธร์ุ ะหว่างสายพันธุ์ ก และ ข จงหาจีโนไทป์ และฟีโนไทป์ของสายพันธ์ุ ค ก.ยีนท้ังสองไมม่ ีปฏกิ ิรยิ าระหวา่ งกัน 22
ข.ยีนใบเขียว ควบคุมการแสดงออกยีนลกั ษณะปลายใบ Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ติวเตอร์ Genotype A_B_ A_bb aaB_ aabb Phenotype ค.ยีนปลายใบแหลม ควบคมุ การแสดงออกของยีนสขี องใบ Genotype A_B_ A_bb aaB_ aabb Phenotype ง.ยนี ใบด่าง ควบคมุ การแสดงออกของยีนลักษณะปลายใบ Genotype A_B_ A_bb aaB_ aabb Phenotype จ.ยีนปลายใบตัด ควบคมุ การแสดงออกของยนี สขี องใบ Genotype A_B_ A_bb aaB_ aabb Phenotype 23
Facebook : ทีเชอร์ทิว ตวิ เตอร์ พนั ธศุ าสตรข์ องเมนเดล เกรกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel) บิดาแห่งพันธุศาสตร์ ผู้ค้นพบหลักการพ้ืนฐานของการถ่ายทอด ลักษณะทางพนั ธุกรรม เขาเป็นทัง้ นักบวช ครู และนกั วิทยาศาสตรผ์ ู้หลงไหลในธรรมชาติ ด้วยความอยากรู้และอยาก ทําความเขา้ ใจเกีย่ วกบั ธรรมชาติวา่ “สง่ิ มชี วี ติ สามารถถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมจากรนุ่ สรู่ ่นุ ไดอ้ ย่างไร” ทาํ ไมเมนเดลจงึ เลอื กใช้ถัว่ ลนั เตาในการทดลอง ? ทําไมเมนเดลถงึ เลือกปลกู ถั่วลันเตา เหตุผลกเ็ พราะวา่ ถว่ั ลันเตาเปน็ พชื ทป่ี ลกู งา่ ย อายสุ ้ัน ใชเ้ วลาไม่นานก็ออกดอกและเกดิ ผลใหไ้ ด้ศกึ ษา นอกจากน้ี ยังเป็นพืชที่ผสมพันธ์ุภายในต้นของตัวเอง (Self-fertilization) ตามธรรมชาติ จะมีโอกาสผสมพันธ์ุ ข้ามต้นได้ยาก แต่เป็นข้อดีเพราะเหมาะสมต่อการควบคุม เมื่อทําการทดลองผสมพันธ์ุโดยมนุษย์ เม่ือต้องการผสม เพียงแคห่ ยบิ ดอกจากต้นหน่ึง แล้วใช้พู่กันช่วยผสมเกสรกับดอกในอีกต้นหนึ่ง ซ่ึงเราเรียกว่าการถ่ายละอองเรณูโดยใช้ มอื ช่วย (Hand pollination) อีกเหตุผลท่ีเมนเดลเลือกถั่วลันเตา เพราะว่า เป็นพืชที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างกันชัดเจนหลาย ลกั ษณะ สามารถสงั เกตผลการทดลองได้งา่ ยอกี ดว้ ย ลักษณะทางพันธุกรรมของถั่วลันเตาที่เมนเดลเลือกศึกษามี 7 ลักษณะ โดยแต่ละลักษณะ จะเห็นรูปแบบ ความแตกตา่ งที่ชัดเจน 2 แบบ ไดแ้ ก่ 24
Facebook : ทีเชอรท์ วิ ติวเตอร์ เมนเดล เป็นผู้ท่ที ําการศกึ ษาเกยี่ วกับการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมจากการทดลองปลูกถ่ัว ลนั เตาและสรปุ ได้ว่าลักษณะต่างๆของสิ่งมีชีวิตจะถูกควบคุมด้วยยีนและจะถูกถ่ายทอดไปยังรุ่นถัดไปผ่าน กระบวนการสืบพนั ธุ์ ซึง่ ถ่ายทอดเปน็ กฏ 3 ข้อดงั น้ี กฎการแยกตัวของยีน (Law of segregation) เมือ่ มีการสรา้ งเซลล์สืบพันธุ์ ยนี ของแต่ละลักษณะท่ีอยู่เป็นคู่จะแยกไปอยู่ในแต่ละเซลล์สืบพันธุ์เพียงตัวเดียว ดังน้นั ภายในเซลล์สบื พันธจุ์ ะไม่มียนี ท่เี ปน็ คูเ่ ลย เมอ่ื เกิด การปฏสิ นธเิ ปน็ ไซโกตจงึ มารวมกันอีกคร้ัง กฎแห่งการรวมกล่มุ อยา่ งอสิ ระ (Law of independent assortment) ยนี ของแตล่ ะลักษณะทแี่ ยกไปอยใู่ นแต่ละเซลล์สืบพันธ์ุสามารถจะไปจับคู่รวมกลุ่มกับยีนอ่ืนใดก็ได้อย่างอิสระ ในระหว่างการปฏิสนธิ 25
Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ติวเตอร์ การศกึ ษาของเมนเดล ตารางพันเนต 26
Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ติวเตอร์ แนวแบบฝกึ หดั ทเ่ี จอบอ่ ย Ex.1 นําต้นถว่ั ต้นสูงพนั ธ์ุแท้ ผสมกบั ตน้ ถว่ั ตน้ เตี้ย Ex.2 นําถ่ัวตน้ สงู พนั ทาง ผสม กบั ต้นเต้ยี (Testcross) Ex.3 นําตน้ ถัว่ ต้นสงู พันธ์ุแท้ ผสมกับ ต้นสงู พันทาง Ex.4 ถ้านาํ ต้นสูงพนั ทาง ผสมกนั เอง 27
Facebook : ทีเชอร์ทิว ติวเตอร์ การทดสอบหา Genotype จาก Phenotype เปน็ การหา Genotype จาก Phenotype ซง่ึ อาจมี Genotype แตกตา่ งกนั เชน่ AA และ Aa มีการทดสอบ 2 แบบ คอื Self cross ผสมกบั ตวั เอง Test cross ผสมกบั ดอ้ ย Ex.1 กาํ หนดใหล้ กั ษณะในตัน้ ถ่ัว P คอื ดอกสมี ่วง และ p คือดอกสีขาว 1.1 หาวา่ หานําดอกม่วงไมท่ ราบ Genotype ไป Self cross จะได้สัดสว่ นเท่าใด 1.2 หาว่าหากนําดอกม่วงไม่ทราบ Genotype ไป Test cross จะไดส้ ดั สว่ นเท่าใด Ex.2 ชายหญิงคูห่ นง่ึ มีตาสนี ํา้ ตาลทง้ั คู่ แต่มบี ุตรคนแรกตาสฟี า้ จงหาโอกาสที่บตุ รคนต่อไปจะมีตาสีฟ้า Ex.3 ชายปกตมิ มี ารดาผวิ เผอื ก แตง่ งานกบั หญิงปกตมิ ีบดิ าเปน็ โรคผิวเผือก จงหาโอกาสทีจ่ ะได้ลกู ผิวปกตริ อ้ ยละ เท่าใด 28
Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ติวเตอร์ Ex.4 ชายปกติท่มี บี ดิ าผวิ เผอื ก แต่งงานกับหญิงผวิ เผอื ก จงหาโอกาสที่จะไดล้ กู ผิวปกติรอ้ ยละเทา่ ใด Ex.5 สามภี รรยาคู่หนง่ึ ถนดั ขวา โดยพ่อหรือแมข่ องท้ังสองถนัดซ้าย จงหาวา่ จะมบี ุตรคนแรกถนัดขวา และคนที่สอง ถนัดซ้ายเท่าใด Ex.6 ชายหญงิ คหู่ นึ่งไม่เปน็ ธาลัสซเี มีย แต่มบี ตุ รชายคนแรกเป็นธาลัสซีเมยี จงหาวา่ โอกาสท่ีลกู คนต่อไปจะเปน็ ชาย และไมเ่ ปน็ โรคมีก่ีเปอร์เซ็นต์ Ex.7 สามีและภรรยาเปน็ พาหะของโรคซิสตริกไฟโบรซิส ซึ่งถ่ายทอดผ่านยนี ดอ้ ยบนออโตโซม จงหาวา่ โอกาสทีส่ ามี ภรรยาคู่นจ้ี ะมีบุตรชาย 2 คน ไมเ่ ปน็ โรคมเี ท่าใด 29
Facebook : ทีเชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ Ex.8 จงหาวา่ การแตง่ งานของบคุ คลท่มี หี มูเ่ ลอื ดต่อไปน้ี จะมีโอกาสมีบุตรหมเู่ ลอื ดใดบ้าง และโอกาสเท่าใด AxA AxO AB x O AB x AB AB x A AB x B OxO AxB 30
Facebook : ทีเชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ Ex.9 ชายคนหน่ึงเคยมภี าวะ Erythroblastocis ขณะแรกคลอดจนแตง่ งานกับหญิงท่มี หี มู่เลือด Rh- โอกาสที่ ลกู จะเกิดภาวะ Erythroblastocis เป็นเท่าใด Ex.10 ชายคูห่ น่งึ ตาปกตทิ ั้งคู่ มีลูกชายคนแรกเป็นโรคตาบอดสี จงหาว่าโอกาสทลี่ ูกคนต่อไปจะไม่เป็นโรคตาบอดสี เปน็ เท่าใด วธิ ลี ดั จงหาแบบของเซลลส์ บื พันธข์ุ อง AaBb 31
Facebook : ทเี ชอรท์ ิว ติวเตอร์ Ex.1 จงหาจํานวนแบบของเซลล์สบื พันธโ์ุ ดยพิจารณาความสูง และเรยี บ/ขรุขระของเมล็ดถวั่ ลันเตา TTRR TtRR ttRR TTRr TtRr ttRr TTrr Ttrr ttrr Ex.2 จงหาจํานวนแบบและชนดิ รวมถงึ โอกาสท่ีจะได้ของเซลล์สืบพันธุ์ในจโี นไทป์ AaBbCCddEe Ex.3 นาํ ถัว่ ลนั เตาเมลด็ เรยี บสีเหลอื ง (พันธแุ์ ท้) ผสมพนั ธ์กุ ับต้นถ่ัวลนั เตาเมล็ดขรุขระสีเขียว แล้วนพลกู รนุ่ ที่ 1 ผสมกนั เอง จงหาสัดส่วนของถ่วั ลนั เตาที่เกดิ ขนึ้ ในรุ่นท่ี 2 32
Ex.4 จงหาสัดส่วนของฟีโนไทปท์ ไ่ี ด้จาการผสมแบบตา่ ง ๆ Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ตวิ เตอร์ ก.AABB x aabb ข.AABb x aabb ค.AaBa x aabb ง.aaBb x aabb จ.AaBb x Aabb ฉ. AaBb x AaBb Ex.5 ชายคนหน่ึงตาสีน้ําตาล ถนัดขวา แตแ่ ม่ของชายคนนตี้ าสีฟ้าและถนดั ซ้าย แต่งงานกับหญิงทตี่ าสฟี ้า ถนดั ซ้าย จงหาวา่ บุตรของชายคนนี้จะเปน็ ชาย ถนัดขวา ตาสฟี ้า รอ้ ยละเท่าใด 33
Facebook : ทีเชอร์ทิว ติวเตอร์ Ex.6 สามีภรรยามีหมเู่ ลอื ด B ทง้ั คู่ มบี ุตรชายคนแรกเป็นโรคธาลัสซีเมีย และหมู่เลอื ด o จงหาบุตรสาวคนทส่ี อง จะไม่เป็นธาลัสซีเมยี และมีหมเู่ ลือด B เท่าใด Ex.7 ทําการผสมพืชจีโนไทป์ AaBb และ AaBb ลกู ทีไ่ ด้จะเป็น Homozygous ท้งั สองลกั ษณะเทา่ ใด Ex.8 ทาํ การผสมระหว่าง AaBbCc และ AabbCc จะมีโอกาสได้ลูกที่เป็น Homozygous Recessive เทา่ ใด Ex.9 หากทําการผสมสนุ ัขพันธ์ุ Labrador จโี นไทป์ BbEe กับ bbee จะได้ลกู สุนขั ในสดั ส่วนฟโี นไทป์แบบใด 34
Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ ความนา่ จะเป็นของการสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธุ์ Ex.1 กําหนดให้ Genotype AaBb จงหาความน่าจะเป็นของเซลลส์ ืบพันธแุ์ ต่ละแบบท่ีกาํ หนดให้ 1.ยีนสองคู่ อยู่บนคนละโครโมโซม (Independent gene) Aa Bb 2.ยนี สองคู่ อยบู่ นโครโมโซมเดียวกัน แตม่ ตี ําแหนง่ ห่างกนั มาก (Independent gene) Aa Bb 3.ยีนสองค่ทู ี่มตี ําแหนง่ ชดิ กนั บนโครโมโซมเดยี วกัน Aa bB Aa Bb 35
Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ Pedigree / Genogram Pedigree เป็นแผนภาพแสดงครอบครวั แทนผ้ชู าย แทนผู้หญิง คนที่ไมท่ ราบเพศ สที บึ แสดงลกั ษณะ สีขาว ไม่แสดงลกั ษณะ ครงึ่ หนง่ึ แสงดงพนั ทาง ตาย แตง่ งานกัน แต่งงานในเครอื ญาติ ลกั ษณะการถา่ ยทอดของโครโมโซม ลกั ษณะการถา่ ยทอด ลกั ษณะทอ่ี ยขู่ องยนี ตวั อยา่ งโรค Autosomal dominant ยีนเด่นบน Autosome Achondroplasia Marfan syndrome Neurofibromatosis Huntingron’s chorea Osteogenesis imperfect (OI) Peutz syndrome Autosomal recessive ยนี ด้อยบน Autosome Thalassemia Galactosemia ผิวเผือก Cystic fibrosis Phenylketoneuria Glycogen storage disease X-link dominant ยีนเด่นบน X-Chromosome Congenital generalized hypertrichosis X-link recessive ยนี ด้อยบน X-Chromosome ตาบอดสี ฮีโมฟเี ลยี G-6-PD กล้ามเนือ้ ลบี สงั ขท์ อง Y-link ยนี บน Y- Chromosome -ขนหยู าวของชาวอินเดยี 36
Facebook : ทีเชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ Autosomal dominant inheritance (AD) ลักษณะถกู ถา่ ยทอดผ่านยีนเด่นบน Autosome ตัวอยา่ งเชน่ o Achondroplasia เตี้ยแคระ แขนขาสน้ั o Marfan syndrome นิว้ มือยาว สงู โย่ง มีความผิดปกตขิ องลน้ิ หวั ใจ o Huntingron’s chorea มอื มีการเคลื่อนไหวผดิ ปกติ o Osteogenesis imperfect (OI) กระดกู ผดิ ปกติ o Neurofibromatosis เนื้องอก คลา้ ยคางคก เรยี กว่า ทา้ วแสนปม แบบแผนการถา่ ยทอด หญงิ และ ชาย มโี อกาสเกดิ เท่ากัน พบการแสดงในทุกรนุ่ โดยไม่มกี ารข้ามรุ่น ผู้ที่แสดงลักษณะ มกั มีพอ่ หรอื แม่ท่ีแสดงลักษณะเสมอ อาจพบ New mutation ได้ ในกรณีท่ีไม่เคยมีประวัตมิ ากอ่ น พบบอ่ ยใน Achondroplasia (85%) และ New mutation จะเปน็ Heterozygous ลกั ษณะพเิ ศษ ลูกจะไม่แสดงอาหการเสมอ o หากสามภี รรยาไมแ่ สดงลกั ษณะ (aa) ลกู จะพบไม่แสดงลักษณะได้ (aa) o หากสามีภรรยาแสดงลกั ษณะ (Aa) 37
Facebook : ทีเชอรท์ ิว ติวเตอร์ Autosomal recessive inheritance (AR) ลกั ษณะถกู ถา่ ยทอดผ่านยีนด้อยบน Autosome ตวั อย่าง เชน่ o Thalassemia มคี วามผิดปกตของเมด็ เลอื ดแดง ซีด เหลอื ง ตับม้ามโต o Galactosemia ทานนมและกาแลคโตส จะมอี าการทอ้ งรว่ ง o ผิวเผือก (Albinism) ความผิดปกตขิ องการสร้างเม็ดสี o Cystic fibrosis ความผดิ ปกติของปอด และตับอ่อน o Phenylketoneuria (PKU) ความผิดปกติของ metabolism ของ Phenylalanine o Glycogen storage disease แบบแผนของการถา่ ยทอด Autosomal recessive inheritance หญงิ ชายมโี อกาสเกดิ ได้เท่า ๆ กนั พบการแสดงลกั ษณะในเปน็ รุ่น ๆ และมีการขา้ มไปได้ ไมพ่ บแสดงในทกุ รนุ่ (Skip) ลกั ษณะพิเศษ ลูกจะแสดงลักษณะเสมอ o หากสามภี รรยาแสดงลกั ษณะ (aa) ทง้ั คู่ ทง้ั คู่ลูกจะพบแสดงลกั ษณะได้ (aa) o หากสามภี รรยาไม่แสดงลักษณะ (Aa) 38
Facebook : ทีเชอรท์ วิ ติวเตอร์ X-linked dominant inheritance (XD) ลกั ษณะถูกถา่ ยทอดผ่านเด่นบน X-chromosome o Congenital generalized hypertrichosis : ขนขนึ้ ทั่วตวั เหมือนมนุษย์หมาปา่ แบบแผน่ ของการถา่ ยทอด X-linked dominant inheritance Never passed from father to son Always passed from father to daughter มโี อกาสเกิดในเพศหญงิ มากกวาเพศชาย ลกั ษณะพิเศษ ลกู ทงั้ หมดจะไมแ่ สดงลักษณะ o สามภี รรยาไม่แสดงลกั ษณะทั้งคู่ ลูกสาวจะแสดงลกั ษณะเสมอ o สามแี สดงลกั ษณะ / ภรรยาไม่แสดงลักษณะ ลูกชายปกตเิ สมอ สว่ นใหญล่ ูกจะแสดงลกั ษณะ o สามีภรรยาแสดงลกั ษณะท้ังคู่ อาจพบไมแ่ สดงลักษณะได้ในลูกชายเทา่ น้ัน 39
Facebook : ทีเชอรท์ ิว ตวิ เตอร์ X-linked recessive inheritance (XR) ลักษณะถูกถ่ายทอดผ่านด้อยบน X-chromosome ลักษณะของการถา่ ยทอดแบบน้ี เชน่ o Color blindness (ตาบอดสี) o Hemophilia o โรคพร่องเอนไซม์ Glucose-6-Phosphate dehydrogenase deficiency) o โรคกลา้ มเนอื้ ลีบ (Duchenne muscular dystrophy) o โรคสังขท์ อง (Hypohidrotic ectodermal dysplasia) แบบแผนของการถา่ ยทอด X-linked recessive inheritance Never passed from father to son ลกั ษณะพเิ ศษ o สามภี รรยาแสดงลกั ษณะทัง้ คู่ ลูกทง้ั หมดจะแสดงลักษณะ o สามไี มแ่ สดงลักษณะ / ภรรยาแสดงลักษณะ ลกู สาวจะไม่แสดงลกั ษณะเสมอ o สามภี รรยาไมแ่ สดงลกั ษณะทั้งคู่ ลูกชายแสดงลักษณะเสมอ ส่วนใหญถ่ กู จะไมแ่ สดงลกั ษณะ อาจพบแสดงลักษณะได้ ในลกู ชายเทา่ น้ัน 40
Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ Y–linked inheritance การถา่ ยทอดจะผา่ นเฉพาะผ้ชู าย (ทั้งตระกลู ) ลักษณะถกู ถา่ ยทอดผ่าน Y-Chromosome ตวั อย่างเช่น ลักษณะขนหูยาวในชาวอินเดยี 41
Facebook : ทีเชอรท์ ิว ติวเตอร์ สารพนั ธุกรรม การคน้ พบสารพนั ธกุ รรม การทดลองของ Griffith (1928) Giffith ไดท้ ําการทดลองกับเช้ือโรค Pneumococcus : Streptococcus pneumonine ซ่ึงก่อให้เกิดโรค ปอดบวม ซง่ึ มี 2 ชนิด (Strain) IIIS strain (Smooth) มแี คปซลู ห่อห้มุ เปน็ ชนดิ ทมี่ คี วามรุนแรงก่อโรคถงึ ตาย IIR strain (Rough) ไมม่ แี คปซลู ห่อหมุ้ เป็นชนดิ ที่ไมม่ ีอนั ตราย การทดลอง ผลการทดลอง 1.ฉดี IIIS ทีม่ ชี วี ติ ใหแ้ กห่ นู ตาย 2.ฉีด IIR ทมี่ ชี วี ิตใหแ้ กห่ นู มชี ีวิต 3.ฉดี IIIS ทใี่ ช้ความร้อนฆ่าให้ IIIS ตาย มชี วี ิต 4.ฉดี IIR มชี ีวิต ผสมกับ IIIS ท่ีใช้ความรอ้ นฆา่ ใหต้ าย หนตู าย Griffith ไดข้ อสรปุ สําหรบั การทคลองท่ี 4 คอื IIIS ท่ีตายแล้ว ทําใหพ้ วก IIR ทม่ี ชี ีวิตกลายเปน็ IIIS ได้ IIR ทีม่ ชี ีวิต อาจไดร้ บั สารบางอยา่ งจากซากของ IIIS ทําให้สามารถเปลี่ยนแปลงพันธกุ รรมเปน็ IIIS ได้ แสดงว่าการแสดงลักษณะทางพันธกุ รรมเกดิ จากสารบางอยา่ ง ไม่ใชก่ ารมีชวี ติ ของแบคทเี รยี 42
Facebook : ทเี ชอรท์ วิ ติวเตอร์ การทดลองของ Hershey & Chase การทดลองนที้ ําโดยใช้ Bacteriophage (Phage) ซึ่งเป็นไวรสั ชนิดหนึง่ ท่ีเป็นปรสิตในแบคทเี รยี การทคลองโดยนาํ Phage ไปใสล่ งไปในแบคทเี รยี E. coli ทาํ การใช้ ฟอสฟอรสั -32 ซึ่งเป็นไอโซโทปทีแ่ ผ่รังสี (Radioisotope) ติดกบั DNA ของ Phage และใช้ ซัลเฟอร์-35 ซง่ึ เป็นไอโซโทปทีแ่ ผ่รงั สี (Radioisotope) ตดิ กับโปรตนี ของเปลือก Phage เพื่อทดสอบว่า DNA หรือโปรตีนทเ่ี ปน็ สารท่ีทําหนา้ ทใ่ี นการควบคมุ ลกั ษณะทางพันธุกรรม โดยเมือ่ สนิ้ สดุ การทดลองจะทาํ การวดั หาปริมาณ 32P หรอื 35S วา่ มสี ารใดบ้างทีพ่ บใน Phage รุ่นตอ่ ๆ มา 43
Facebook : ทเี ชอร์ทิว ติวเตอร์ กรดนิวคลอี คิ Nucleic acid ทําหน้าที่เกบ็ ข้อมูลทางพันธุกรรม เพอ่ื ถ่ายทอดไปยงั รนุ่ ต่อ ๆ ไป Nucleic acid มี 2 ชนดิ คือ RNA ……………………………………………………………………….. DNA. ………………………………………………………………………… โดยส่งิ มชี ีวติ จะเลือกใช้ DNA หรอื RNA เป็นตวั หลักในการเกบ็ สารพันธุกรรมตัวใดตัวหน่งึ เท่านั้น o ส่วนใหญ่แล้วมกั ใช้ DNA o มีเพียง Virus บางชนดิ เท่านั้นทีม่ ี RNA เป็นสารพันธุกรรม เช่น HIV , Influenza , TMV 44
Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ Nucleoside (นําหมฟู่ อสเฟตออก) N-Base Nucleoside DNA RNA Adenine Guanine Cytosine Thymine Uracil Nucleotide DNA Nucleotide RNA ชอ่ื ยอ่ ชอื่ ยอ่ N-Base Adenine Guanine Cytosine Thymine Uracil 45
Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ติวเตอร์ Polyribonucleotide (RNA) RNA เกิดจากการสร้างพันธะ Phosphodiester ระหว่าง Ribonucleotide การเชือ่ มกนั ของ Nucleotide เช่อื มในแนวตั้ง o RNA เป็น Single strand o Phosphodiester bond เกดิ จาก PO4 ของสายหน่ึง เช่ือมกบั Ribose สายถดั ไป o ปลาย PO4 ไมไ่ ด้สรา้ งพนั ธะเรียกว่า 5' end o ปลาย Ribose ไมไ่ ด้สร้างพนั ธะเรยี กวา่ 3' end 46
Facebook : ทีเชอร์ทิว ติวเตอร์ Ribonucleic acid (RNA) มีลักษณะโครงสร้างเปน็ Single Strand polynucleotide มี 3 ชนิด o mRNA o tRNA o rRNA ชนิด RNA ปรมิ าณ ขนาด หน้าที่ mRNA 5 – 10 % 300 – 12,000 tRNA เปน็ ตวั นําข้อความพนั ธกุ รรม 10 – 15 % 75 – 90 จากนิวเคลียสมาสร้างเป็นโปรตีน rRNA 80 – 85 % 120 – 5,000 ท่ไี ซโทพลาสซึม เปน็ ตัวแปรรหัสทางพันธกุ รรม และนาํ กรดอะมิโนมาสร้างโปรตีน เปน็ องค์ประกอบของไรโบโซม Ribosome = rRNA + Protein ซงึ มหี น้าทีส่ าํ คญั ในการสร้างโปรตนี 47
Facebook : ทเี ชอร์ทวิ ตวิ เตอร์ Deoxyribonucleic acid (DNA) DNA เป็นแหล่งเก็บข้อมลู ทางพันธุกรรมของสิ่งมีชวี ติ (Genetics material) ซงึ่ สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหน่งึ ไปรุ่นหนงึ่ ได้ มคี ุณสมบตั ิพเิ ศษ คือ สามารถจาํ ลองตัวเองได้ (Duplicate) สามารถพบ DNA ได้ท่ีนวิ เคลยี ส ไมโทคอนเดรีย และคลอโรพลาสต์ ลกั ษณะโครงสรา้ งของ DNA o Double strand polynucleotide (สายค)ู่ o โดยแตล่ ะเส้นจะหนั หมู่เบสเขา้ หากัน o ทัง้ 2 เสน้ มลี กั ษณะเป็น Antipararalle o หมู่เบสทหี่ ันเข้าหากันเชือ่ มกันด้วย Hydrogen bond o การเข้าคขู่ องเบส A เขา้ คกู่ บั T สร้าง Hydrogen bond 2 bonds C เขา้ คกู่ บั G สรา้ ง Hydrogen bond 3 bonds 48
Facebook : ทีเชอร์ทวิ ติวเตอร์ Chargaff’s law : Erwin Chargaff การเข้าคูก่ นั ของเบส และสัดส่วนของเบสต่าง ๆ บน DNA สายคู่ ยกเวน้ A = 25% , T = 25% , C = 25% และ G=25% The Double helix DNA : Watson and Crick DNA มีรปู ร่างเปน็ เกลยี วคู่ เรียกวา่ Double helix แตล่ ะรอบมีความย12 34 Ao (3.4 nm.) -- 2 loop = 1 รอบ ความกวา้ งของ Helix = 20 Ao แต่ละรอบประกอบดว้ ย 10 คเู่ บส จะได้ความห่างระหว่าง 1 เบสบนสาย DNA คือ 34 Ao (0.34 mm.) DNA มรี ปู ร่างของสายคูข่ อง Nucleotide 49
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105