Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แฟ้มสะสมผลงานนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 11

แฟ้มสะสมผลงานนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 11

Description: แฟ้มสะสมผลงานนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 11

Search

Read the Text Version

1 แฟมสะสมผลงานของ 1 ชนั มธั ยมศึกษาปที 4/11 รายวชิ าศิลปะ2 ศ31102 (นาฏศิลปและการละคร) โรงเรยี นมหาวชริ าวุธ จงั หวดั สงขลา สาํ นกั เขตพนื ทีการศึกษามธั ยมศึกษาสงขลา สตลู

นางสาว ปณฑิตา เจรญิ วฒั น์ (สายรุง้ ) Group Wor Email : [email protected] กลุ่มนัมเบอรว เบอรโ์ ทรศัพท์ : 098-2220603 Facebook : Puntita Jaroenwat Line : sayrung_puntita นาย ญาณกร ศรสี ุวรรณ์ (วอรม์ ) Email : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0930231965 Facebook : ญาณกร ศรสี ุวรรณ์ Line : 0930231965 นายพัชรพล มากดํา (โอม) Email : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0993018198 Facebook : Patcharapon Makdam Line : ominous19 นา Em เบอ Fa Lin รอ

นางสาววรรษมนตร์ อรุณพันธุ์ (องุน่ ) นางสาวณัฐธยาน์ สุวรรณเรอื งศรี (ครมี ) Email : [email protected] Email: [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0824190645 เบอรโ์ ทรศัพท์: 0918492863 Facebook : Wassamon Aroonpun Facebook: Natthaya Suwanruangsri Line : aunwsm2005 Line: woodzq หวั หน้า เลขาฯ rk ว์ นั นางสาวธนัชพร วงศ์พลาย (จีน่า) Email : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0952966608 Facebook : thanutchaporn wongplai Line : 0822168583 ายบัณฑิฒฐ์ นวลศรี (บาส) mail : [email protected] อรโ์ ทรศัพท์ : 0973612121 acebook : Bändit Nuänsri ne : bandit_nuansri องหวั หน้า

1. ราํ คือ การแสดงทีมุ่งเน้นถึงศิลปะท่วงท่า ดนตรี ไม่มีการแสดงเปนเรอื งราว แบ่งออกเปน 3 ประเภท คือ ราํ เดียว ราํ คู่ ราํ หมู่ 2. ระบํา คือ ศิลปะการรา่ ยราํ ทีแสดงพรอ้ มกันเปนหมู่ ไม่ดําเนินเรอื งราว รูปแบบ ความหมาย ใชเ้ พลงบรรเลงเน้นการแปรแถวในลักษณะต่าง ๆและเน้นความพรอ้ มเพยี งเปนหลัก แบ่งออกเปน 2 ประเภท คือ พืนฐานนาฏศิลปไทย ระบํามาตรฐาน และระบําปรบั ปรุง กําเนิด 3.ฟอน หมายถึง ระบําทีมีนักแสดงพรอ้ มกันเปนหมู่ ผ เปนศิลปะการรา่ ยราํ ทีมีลีลาเฉพาะในท้องถินล้านนา น มีความออ่ นชอ้ ยสวยงาม 4. เซิง หมายถึง การรอ้ งราํ ทําเพลงแบบพืนเมืองอสี าน ลีลาและจังหวะการรา่ ยราํ จะรวดเรว็ กระฉับกระเฉง แต่งกายด้วยชุดพืนเมืองอสี าน 5. ละคร หมายถึง มหรสพอยา่ งหนึงทีแสดงเปนเรอื งราว โดยนาํ ภาพจากประสบการณ์และจิตนาการของมนษุ ยม์ าผูกเปนเรอื ง 6. โขน หมายถึง ศิลปะการแสดงนาฏศิลปของไทยรูปแบบหนึง 1. เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ อากัปกิรยิ าของตัวละครจะมีทังการราํ หมายถึง และการเต้นทีออกท่าทางเข้ากับดนตรี เกิดตามพัฒนาการของความเปนมนษุ ยท์ ีอยูร่ ว่ มกันเปนกลุ่มชน นักแสดงจะถูกสมมติใหเ้ ปนตัวยกั ษ์ ตัวลิง มนษุ ย์ เทวดา 2. เกิดจากการเซ่นสรวงบูชา อา้ งองิ : https://sites.google.com หมายถึง กระบวนการประกอบพธิ กี รรมตามความเขือของกลุ่มชน สืบค้นเมือวนั ที 10 กรกฎาคม 2564 ผู้รบั ผิดชอบ นายพัชรพล มากดํา เลขที 3 นายญาณกร ศรสี ุวรรณ์ เลขที 13 นางสาวธนัชพร วงศ์พลาย เลขที 29 3. เกิดจากการรบั อารยธรรมของอนิ เดีย หมายถึง ได้รบั อทิ ธพิ ลของอารยธรรมอนิ เดียไว้ เชน่ ภาษา ประเพณี ตลอดจนศิลปะการแสดง ได้แก่ ละคร โขน ระบํา อา้ งองิ : https://sites.google.com สืบค้นเมือวนั ที 10 กรกฎาคม 2564

ศิลปะแหง่ การละคร หรอื การฟอนราํ ท่านผู้หญงิ แผ้ว สนิทวงศ์เสนี เปนสิงทีมนษุ ยป์ ระดิษฐ์ขนึ ด้วยความประณีตงดงาม ใหค้ วามบันเทิงอนั โน้มน้าวอารมณ์และความรูส้ ึกของผูช้ มใหค้ ล้อยต ได้รบั การฝกหดั นาฏศิลปกับครูอาจารยผ์ ูท้ รงคุณวฒุ ิในราชสํานักจน าม ศิลปะประเภทนีต้องอาศัยการบรรเลงดนตรี มีความรูค้ วามสามารถออกแสดงเปนตัวเอกในโอกาสทีแสดงถวายท และการขับรอ้ งเข้ารว่ มด้วย เพือส่งเสรมิ ใหเ้ กิดคุณค่ายงิ ขนึ อดพระเนตรหน้าพระทีนัง หรอื เรยี กวา่ ศิลปะของการรอ้ งราํ ทําเพลง ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั หลายครงั ผลงานเกียวกับการแสดง เชน่ ท่าราํ ของตัวพระ นาง ยกั ษ์ ลิง อา้ งองิ : https://guru.sanook.com/4062/ และตัวประกอบ การแสดงโขน ละครชาตรี ละครนอก ละครใน สืบค้นเมือวนั ที 10 กรกฎาคม 2564 ละครพันทาง และระบําฟอนต่างๆ ผูร้ บั ผิดชอบ ครูรงภักดี (เจียร จารุจรณ) นายบณั ฑิฒฐ์ นวลศรี เลขที 15 ครูรงภักดี ฝกหดั โขน (ยกั ษ์) เมืออายุ 13 ปทีกรมมหรสพ บุคคลสําคัญ ต่อมารบั ราชการเปนศิลปนในกรมมหรสพในสมัยรชั กาลที7 นอกจากรบั ราชการเปนตํารวจหลวงแล้ว ท่านยงั มีหน้าทีเปนครูสอนนาฏศิลปโขน และเปนผู้มีความสามารถราํ เพลงหน้าพาทยอ์ งค์พระพริ าพซึงเปนน าฏศิลแ์สูงสุดได้ ครูอาคม สายาคม ครูอาคมได้รบั การฝกหดั โขน หลังจากนันเข้ารบั ตําแหน่ง \"พระ\" แผนกโขนหลวง กรมพิณพาทยแ์ ละโขนหลวง กระทรวงวงั ผลงานด้านการแสดงครูอาคมแสดงเปนตัวเอก เชน่ พระราม อเิ หนา พระรว่ ง พระอภัยมณี ผลงานด้านการประดิษฐ์ท่าราํ เชน่ เพลงหน้าพาทยต์ ระนาฏราช เพลงหน้าพาทยโ์ ปรยขา้ วตอก ครูลมุล ยมะคุปต์ ฝกหดั นาฏศิลปตังแต่อายุ 5 ขวบ และยา้ ยไปศึกษาด้านละครใน วงั เพชรบูรณ์ ผลงานด้านการแสดง ท่านแสดงเปนตัวเอกเกือบทุกเรอื ง เพราะมีฝมือเปนเยยี ม บทบาททีท่านแสดง เชน่ พระสังข์ เจ้าเงาะ เปนต้น ผลงานด้านการประดิษฐ์ท่าราํ ทีประดิษฐ์หก้ รมศิลปากรในฐานะผูเ้ ชี ยวชาญ เชน่ ราํ แม่บทใหญ่ ราํ ซัดชาตรี ราํ เถิดเทิง ราํ กิงไม้เงนิ ทอง เปนต้น อา้ งองิ : https://sites.google.com/site/ ครูเฉลย ศุขะวณิช สืบค้นเมือวนั ที 10 กรกฎาคม 2564 เปนผูเ้ ชยี วชาญการสอนและออกแบบนาฏศิลปไทยแหง่ วทิ ยาลัยนา ผู้รบั ผดิ ชอบ ฏศิลป กรมศิลปากร ผลงานด้านการประดิษฐ์ท่าราํ และระบํา นางสาวปณฑิตา เจรญิ วฒั น์ เลขที 39 ระบํากินนร ระบําโบราณคดี 4 ชุด คือ ระบาํ ทวารวดี ระบําศรวี ชิ ยั นางสาววรรษมนตร์ อรุณพนั ธุ์ เลขที 42 ระบาํ ลพบุรี และระบาํ เชยี งแสน ผูร้ บั ผดิ ชอบ นางสาวณัฐธยาน์ สุวรรณเรอื งศรี เลขที 22





คำถำม กลุ่มพ้นื ฐำนนำฏศิลป์ไทย 1. พนื้ ฐำนนำฏศิลป์ไทยเดมิ ไดร้ ับอำรยธรรมมำจำกแหล่งใด ก. ลำว ข. เขมร ค. อนิ เดยี ง. มำเลเซยี ตอบ ค.อินเดีย 2. กำรแสดงนำฏศิลปช์ ้นั สูงของไทยคืออะไร ก. ละคร ข. โขน ค. ระบำ ง. ฟ้อน ตอบ ข. โขน 3. โขนนิยมเเสดงในเร่อื งใด ก. รำมเกียรต์ิ ข. อิเหนำ ค. พระอภัยมณี ง. พระรว่ ง ตอบ ก. รำมเกียรต์ิ 4. รูปแบบของละครไทยแบง่ ออกเปน็ ก่ปี ระเภท ? ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท ตอบ ค. 4 ประเภท 5. ข้อใดหมำยถงึ กำรฟอ้ น ก. กำรรอ้ งรำทำเพลงแบบพ้นื เมอื งอสี ำน ข. เป็นศิลปะกำรรำ่ ยรำทม่ี ีลลี ำเฉพำะในทอ้ งถน่ิ ลำ้ นนำทเี่ ปน็ กำรเคลือ่ นไหวแขนขำ ยดื หยนุ่ ตำมจงั หวะเพ่อื นควำมออ่ นชอ้ ยสวยงำม ค. มหรสพอย่ำงหน่ึงทแ่ี สดงเปน็ เรอ่ื งรำวโดยนำภำพจำกประสบกำรณแ์ ละจินตนำกำรของมนษุ ย์ มำผูกเปน็ เรื่อง ง. กำรเตน้ ท่อี อกท่ำทำงเขำ้ กบั ดนตรนี กั แสดงจะถูกสมมตใิ หเ้ ปน็ ตัวยกั ษ์ ตวั ลิง มนุษย์ เทวดำ นิยมใชเ้ ลน่ เรอ่ื งรำมเกยี รต์ิ ตอบ ข.เปน็ ศิลปะกำรรำ่ ยรำทีม่ ลี ลี ำเฉพำะในท้องถน่ิ ลำ้ นนำทเี่ ป็นกำรเคลือ่ นไหวแขนขำ ยืดหยนุ่ ตำมจงั หวะเพ่อื นควำมอ่อนช้อยสวยงำม

หนำ้ ทข่ี องสมำชิกในกลุ่ม(4/11) - นำยพัชรพล มำกดำ เลขท่ี 3 (ข้อ 3) - นำยญำณกร ศรีสุวรรณ์ เลขที่ 13 (คิดคำตอบทผ่ี ดิ ) - นำยบัณฑฒิ ฐ์ นวลศรี เลขท่ี 15 (ขอ้ 4) - นำงสำวณฐั ยำน์ สวุ รรณเรอื งศรี เลขที่ 22 (ขอ้ 1) - นำงสำวธนชั พร วงศ์พลำย เลขที่ 29 (ขอ้ 5) - นำงสำวปัณฑติ ำ เจรญิ วฒั น์ เลขท่ี 39 (คดิ คำตอบท่ีผดิ ) - นำงสำววรรษมนตร์ อรณุ พนั ธ์ุ เลขท่ี 42 (ข้อ 2)

หวั หน้ากลุ่ม ชือื : นายอนัฐพงษ์ จันทระ ( เจ ) E-mail : [email protected] Facebook : Jay Anatthapong ID Line : 0650467798 เบอรโ์ ทร : 0637987223 สมาชกิ กลุ่ม กลุ่ม : ข้าว ชอื : น ส ปารชิ าติ ทิพยส์ งคราม(เตย) E-mail : [email protected] Facebook : ตา เลย ID Line : 0986740743 เบอรโ์ ทร : 0986740743 สมาชกิ กลุ่ม ชอื : สุวจิ ักขณ์ รตั นะบุร(ี เกล้า) E-mail: [email protected] Facebook: Klaw Suwichak ID Line: kklaw48 ​ เบอรโ์ ทร:0918730148

วมันไก่ รองหวั หน้ากลุ่ม ชอื : น ส ณัฐวดี ชยั สงคราม (มิวเซเวน่ ) Gmail : [email protected] Facebook: Mew Nuttawadee ID Line : 0973611963 เบอรโ์ ทร : 0973611963 สมาชกิ กลุ่ม ชอื นาย อภิสิทธิ ปลอดทองสม(เอเจ) Facebook Aphisit Plotthongsom ID Line 0834309643za เบอรโ์ ทร 0802656253 E-mail [email protected] สมาชกิ กลุ่ม ชอื :ภูวสิษฏ์ ด้วงหวงั (ภู) Gmail:[email protected] F.:ภูวสิษฏ์ ด้วงหวงั Line:0612127270 เบอโทร:0612127270

1.สมัยน่านเจ้า 2.สมัยสุโขทัย การศึกษาเรอื งการละคร พบหลักฐาน การละครและฟอนราํ และนาฏศิลปไทยในสมัยนี พบวา่ ปรากฏอยูใ่ นศิลาจาลึก ไทยมีนิยายเรอื งหนึง คือ เรอื ง\\”มโนหร์ า” ของพ่อขุนรามคําแหง กล่าววา่ ซึงปจจุบันนีก็ยงั มีอยูใ่ นประเทศจีนต เมือจักเข้ามาเรยี งกันแต่อรญั ญิกพู้นเท้าหวั อนใต้ในอาณาจักรน่านเจ้าเดิมนันเอ ง นิยายเรอื งนัน คือ นามาโนหร์ า ลานด้วยเสียงพาทย์ เสียงพิณ เสียงเลือน เปนนิยายของพวกไต เสียงขับ ใครจักมักเหล้น เหล้นใครจักมักหวั พวกไตคือไทยเรานีเอง แต่เปนพวกทีไม่อพยพลงมาจากดิน หวั ใครจักมักเลือน เลือน แดนเดิม เรอื งนามาโนหร์ านีจะนํามาเล่นเปนล จึงทําใหร้ บั วฒั นธรรมของอนิ เดีย ะครหรอื ไม่นันยงั ไม่มีหลักฐานปราก ผสมผสานกับวฒั นธรรมไทย ฎเด่นชดั มีการบัญญัติศัพท์ขึนใหม่ ส่วนการละเล่นของไทยน่านเจ้านันมี พวกระบําอยูแ่ ล้ว คือ ระบําหมวก เพือใชเ้ รยี กศิลปะการแสดงของไทย วา่ และระบํานกยูง โขน ละคร ฟอนราํ ! นายภูวสิษฏ์ ด้วงหวงั นายอภิสิทธิ ปลอดทองสม 1. นางลมุล ยมะคุปต์ เกิดเมือวนั ที 2 มิถุนายน 3.สมัยอยุธยา นายอนัฐพงษ์ จันทระ พ ศ 2448 ทีจังหวดั น่าน เมืออายุได้ 5 ขวบ บิดาได้พามาถวายตัวทีวงั สวนกุหลาบ มีการแสดงละครชาตรี ละครนอก ละครใน แต่เดิม ฝกหดั นาฏศิลปด้วยความอดทนและตังใจจรงิ ทีเล่นเปนละครเร่ รวมทังมีพรสวรรค์เปนพิเศษจึงได้รบั การคัดเลือ กใหฝ้ กหดั เปนตัวพระตังแต่แรกเรมิ จะแสดงตามพนื ทีวา่ งโดยไม่ต้องมีโรงละคร เรยี กวา่ ขณะทีอยูใ่ นวงั สวนกุหลาบท่านได้รบั เกียรติใหเ้ ป ละครชาตรี ต่อมาได้มีการววิ ฒั นาการ เปนละครราํ เรยี กวา่ นตัวนายโรงของทุกเรอื ง ทังละครนอก ละครใน ละครพันทาง จากนันท่านได้สมรสกับนายสงดั ละครใน ละครนอก โดยปรบั ปรุงรูปแบบ ยมะคุปต์ ใหม้ ีการแต่งการทีประณีตงดงามมากขึน มีดนตรแี ละบทรอ้ ง ซึงมีความสามารถในเรอื งปพาทยแ์ ละขับเสภา นางลมุล และมีการสรา้ งโรงแสดง ได้ติดตามสามีไปเปนครูนาฏศิลปในคุ้มพระราช ชายา เจ้าดารารศั มี ได้ปรบั ปรุงท่าราํ ต่างๆ ละครในแสดงในพระราชวงั จะใชผ้ ูห้ ญิงล้วน และนําหารแสดงของภาคเหนือ เชน่ ฟอนเล็บ หา้ มไม่ใหช้ าวบ้านเล่น เรอื งทีนิยมมาแสดงมี 3 เรอื งคือ ฟอนเทียน ฟอนเงยี ว มาเผยแพรท่ ีกรุงเทพฯ ใน อเิ หนา รามเกียรติ อุณรุท ส่วนละครนอก ชาวบ้านจะแสดง พ ศ 2477 เรมิ รบั ราชการทีโรงเรยี นนาฏดุรยิ าคศาสตร์ ใชผ้ ู้ชายล้วนดําเนินเรอื งอยา่ งรวดเรว็ ดํารงตําแหน่งครู ครูพิเศษ และตําแหน่งผู้เชยี วชาญการสอนนาฏศิลป สมัยสมเด็จพระบรมราชาธริ าชที 3 ประจําวทิ ยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร เปนสมัยทีโขนเจรญิ รุง่ เรอื งเปนอยา่ งมาก มีละครเรอื งใหญ่ๆ ท่านได้ถ่ายทอดท่าราํ และประดิษฐ์คิดค้นท่าราํ ที งดงามไวม้ ากมาย เชน่ ราํ แม่บทใหญ่ อยู่ 4 เรอื ง คือ อเิ หนา รามเกียรติ อุณรุท ดาหลัง ราํ วงมาตรฐาน ราํ เถิดเทิง ระบํากฤดภินิหาร ระบําโบราณคดีชุด ทวารวดี ศรวี ชิ ยั เชยี งแสน 4. สมัยธนบุรี ลพบุรี ท่านเปนผู้วางหลักสูตรนาฏศิลปภาคปฏิบตั ิใหก้ ั สมัยนีบทละครในสมัยอยุธยาได้สูญหายไป บวทิ ยาลัยนาฏศิลป สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรอื และวทิ ยาลัยเทคโนโลยแี ละอาชวี ศึกษา คณะนาฏศิลปและดุรยิ างค์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงรวบรวมศิลปน ท่านจากไปอยา่ งสงบเมือ พ ศ 2526 บทละคร ทีเหลือมาทรงพระราชนิพนธบ์ ทละคร เรอื ง 2. ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี นามเดิมวา่ แผ้ว รามเกียรติ อกี 5 ตอนได้แก่ นายสุวจิ ักขณ์ รตั นะบุรี สุทธบิ ูรณ์ เกิดเมือวนั ที 25 ธนั วาคม พ ศ 1.ตอนอนมุ านเกียวนางวานรนิ 2446 ในขณะทีอายุได้ 8 2.ตอนท้าวมาลีวราชวา่ ความ ขวบได้ถวายตัวในสมเด็จพระบรมวงศ์เอเจ้าฟาอั 3.ตอนทศกันฐ์ตังพิธที รายกรด 4.ตอนพระลักษมณ์ถูกหอกกบิลพัท ษฎางค์เดชาวุธ กรมกลวงนครราชสีมา 5.ตอนปล่อนม้าอุปการ โดยได้รบั การฝกหดั นาฏศิลปในราชสํานักจากเจ้ นอกจากทรงพระราชนิพนธ์ บทละครในเรอื งรามเกียรติด้วยพระองค์เองแล้ว าจอมมารดาวาด และเจ้าจอมมารดาเขียน พระองค์ยงั ทรง ฝกซ้อม ด้วยพระองค์เองอกี ด้วย ในรชั กาลที 4 เจ้าจอมมาดาทับทิมในรชั กาลที 5 ท่านเปนผู้หนึงทีรว่ มฟนฟูนาฏศิลปไทยในสมัยที แสดง ณ โรงละครศิลปากร ท่านทําหน้าทีในการฝกสอน อาํ นวยการแสดงไม่วา่ จะเปน โขน ละคร ฟอน ราํ ระบํา เซิง และท่านยงั เปนผู้ประดิษฐ์คิดค้นท่าราํ ต่าง ๆ มากมาย ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ได้รบั ยกยอ่ งเชดิ ชูเกียรติเปนศิลปนแหง่ ชาติสาข านาฏศิลป เมือ พ ศ 2528 ววิ ฒั นาการของนาฏศิลป และการละครไทย 3. นางเฉลย ศุขะวณิช เกิดเมือวนั ที 11 บุคคลสําคัญในวงการนาศิลปแ บุคคลสําคัญในสมัย นางสาวปารชิ าติ ทิพยส์ งคราม พฤศจิกายน พ ศ 2447 ละการละครของไทยทีควรรูจ้ ัก ต่างๆ ท่านเปนผู้เชยี วชาญการสอนและ บุคคลสําคัญสมัยอยุธยา การออกแบบนาฏศิลปไทยแหง่ วทิ ยาลัยนาฏศิล 5. นางสุวรรณี ชลานเุ คราะห์ เกิดเมือวนั ที 1 ป กรมศิลปากร พฤษภาคม พ ศ 2469 ทีจังหวดั นนทบุรี บุคคลสําคัญของวงการนาศิลปและการละครของไ ท่านมีความสามารถสูงในกระบวนท่าราํ ทุกประเ ทยในสมัยอยุธยา ได้แก่ ตํารวจ มหาดเล็ก ภท ท่านเปนนาฏศิลปทีมีความเชยี วชาญด้านนาฏศิ ซึงแสดงโขนกลางสนาม และได้สรา้ งสรรค์ประดิษฐ์ผลงานด้านนาฏศิลป ปรากฎอยูใ่ นตําราพระราชพิธอี นิ ทราภิเษก ขึนใหม่มากมาย จนถือเปนแบบอยา่ งในปจจุบนั ลปไทย ทังแบบพืนเมืองและแบบราชสํานัก โดยใชต้ ํารวจแสดงเปนฝายอสูร 100 คน ท่านได้รบั ปรญิ ญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ ทหารมหาดเล็กเปนฝายเทพยดา 100 คน เปนพาลี สาขานาฏศิลปสหวทิ ยาลัยรตั นโกสินทร์ บทบาททีท่านได้รบั การยกยอ่ งมากทีสุดคือ สุครพี มหาชมพูและบรวิ ารวานรอกี 103 คน วทิ ยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา การแสดงชกั นาคดึกดําบรรพ์ ฝายอสูรชกั หวั จนได้รบั การยกยอ่ งเชดิ ชูเกียรติเปนศิลปนแหง่ ช ตัวพระ จากเรอื งอเิ หนา สังข์ทอง พระไวย เทพยดาชกั หาง และวานรอยูป่ ลายหาง าติสาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป) รวมผู้เล่นประมาณ 300 กวา่ คน เมือ พ ศ 2530 ไกรทอง แสดงเปนนางเอกในเรอื ง ละเวงวลั ลา แต่ไม่มีการกล่าวถึงชอื ผู้แสดง ทางด้านการราํ ไทยมีกล่าวถึงตังแต่ครงั กรุงสุโขทัย 4. นายกรี วรศะรนิ เกิดเมือวนั ที 26 มกราคม รวมทังได้สรา้ งสรรค์ประดิษฐ์ชุดการแสดงต่าง จากศิลาจารกึ หลักที 8 พ ศ 2457 ทีกรุงเทพมหานคร แต่ไม่มีการอา้ งถึงเปนรายบุคคล เปนศิลปนทีเชยี วชาญการสอนนาฏศิลป โขน ๆ และนําไปแลกเปลียนวฒั นธรรมในหลาย ๆ ของวทิ ยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร บุคคลสําคัญในสมัยธนบุรี ท่านมีความสามารถในการแสดงโขนทุกประเภท ประเทศ โดยเฉพาะโขนตัวลิง ในสมัยนีเปนชว่ งต่อเนืองจากสงครามในสมัยอยุธย อกี ทังยงั สรา้ งสรรค์และประดิษฐ์ผลงานด้านโข จนได้รบั การยกยอ่ งเชดิ ชูเกียรติเปนศิลปนแหง่ ช า ทําใหศ้ ิลปนกระจายไปในทีต่าง ๆ น-ละครหลายชุด าติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป-ละครราํ ) เมือพระเจ้ากรุงธนบุรไี ด้ปราบดาภิเษกกรุงธนบุรี จนเปนทียอมรบั นับถือในวงการนาฏดุรยิ างคศิล เมือ พ ศ 2533 จึงมีการฟนฟูละครใหม่และรวบรวมศิลปนต่าง ๆ ป นายกรี วรศะรนิ ใหม้ าอยูร่ วมกัน ได้รบั การยกยอ่ งเชดิ ชุเกียรติเปนศิลปนแหง่ ชาติ พระองค์ทรงพระราชนิพนธบ์ ทละครเรอื งรามเกียร สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป-โขน) เมือ ติขึนอกี 5 ตอน และมีคณะละครหลวง พ ศ 2531 คณะละครเอกชนเกิดขึนหลายโรง เชน่ ละครหลวงวชิ ติ ณรงค์ ละครไทยหมืนเสนาะภูบาล นายอนัฐพงษ์ จันทระ นางสาวณัฐวดี ชยั สงคราม



คำถำม เรื่อง วิวฒั นำกำรของนำฏศิลป์และกำรละครไทย 1. ละครในท่ีนยิ มแสดงในสมยั อยุธยำมีดงั ตอ่ ไปน้ยี กเวน้ ขอ้ ใด ● ก.อเิ หนำ ● ข.รำมเกยี รติ์ ● ค.อณุ รุท ● ง.ดำหลัง 2. ผวู้ ำงหลักสตู รนำฏศิลปภ์ ำคปฏบิ ัติให้กบั วทิ ยำลัยนำฏศลิ ป และวทิ ยำลัยเทคโนโลยแี ละ อำชวี ศึกษำ คณะนำฏศลิ ปแ์ ละดุรยิ ำงค์ คอื ท่ำนใด ● ก.นำงลมลุ ยมะคุปต์ ● ข.ทำ่ นผู้หญงิ แผ้ว สนทิ วงศเ์ สนี ● ค.นำงเฉลย ศขุ ะวณชิ ● ง.นำยกรี วรศะริน 3. กำรแสดงโขนกลำงสนำม ปรำกฎอยูใ่ นตำรำพระรำชพิธอี ินทรำภเิ ษก โดยใช้ตำรวจแสดงเปน็ ฝำ่ ยอสูร กีค่ น ทหำรมหำดเล็กเป็นฝำ่ ยเทพยดำก่ีคน เปน็ พำลี สุครีพ มหำชมพแู ละบรวิ ำรวำนร อีกกี่คน ● ก.ใชต้ ำรวจแสดงเปน็ ฝำ่ ยอสูร 100 คน ทหำรมหำดเล็กเป็นฝ่ำยเทพยดำ 103 คน เปน็ พำลี สคุ รีพ มหำชมพูและบรวิ ำรวำนรอีก 103 คน ● ข.ใช้ตำรวจแสดงเปน็ ฝ่ำยอสูร 100 คน ทหำรมหำดเลก็ เป็นฝำ่ ยเทพยดำ 100 คน เปน็ พำลี สุครีพ มหำชมพูและบรวิ ำรวำนรอีก 103 คน ● ค.ใชต้ ำรวจแสดงเป็นฝ่ำยอสูร 103 คน ทหำรมหำดเลก็ เป็นฝ่ำยเทพยดำ 100 คน เปน็ พำลี สุครพี มหำชมพูและบรวิ ำรวำนรอีก 100 คน ● ง.ใช้ตำรวจแสดงเป็นฝ่ำยอสรู 100 คน ทหำรมหำดเล็กเปน็ ฝ่ำยเทพยดำ 100 คน เป็นพำลี สุครพี มหำชมพูและบรวิ ำรวำนรอกี 100 คน 4. กำรศึกษำเรอื่ งกำรละคร และนำฏศลิ ปไ์ ทยในสมยั น้ี พบวำ่ ไทยมนี ยิ ำยเรอ่ื งหน่งึ ซึง่ ปจั จบุ นั น้ีก็ ยังมอี ย่ใู นประเทศจีนตอนใตใ้ นอำณำจกั รน่ำนเจำ้ เดมิ นนั่ เอง นยิ ำยเรื่องน้ัน คอื อะไร ● ก.มโนหร์ ำ ● ข.โขน ● ค.นำมำโนหร์ ำ ● ง.ระบำนกยงู 5. ผ้เู ชีย่ วชำญกำรสอนและ กำรออกแบบนำฏศิลปไ์ ทยแหง่ วทิ ยำลัยนำฏศลิ ป กรมศิลปำกร มี ควำมสำมำรถสงู ในกระบวนท่ำรำทกุ ประเภท และได้สรำ้ งสรรคป์ ระดิษฐผ์ ลงำนด้ำนนำฏศิลปข์ นึ้ ใหมม่ ำกมำย จนถือเป็นแบบอยำ่ งในปัจจบุ นั คือบคุ คลในข้อใด ● ก.นำงเฉลย ศขุ ะวณชิ ● ข.นำงสุวรรณี ชลำนเุ ครำะห์ ● ค.นำยกรี วรศะรนิ ● ง.ท่ำนผหู้ ญิงแผว้ สนิทวงศเ์ สนี

เเบบทดสอบวิวฒั นาการของนาฏศลิ ป์ และการละครไทยในยคุ สมยั รตั นโกสนิ ทร์ 1.รชั กาลท่ีสามใหย้ กเลิกละครหลวงพระบรมวงศานวุ งศจ์ งึ พากนั ฝึกเลน่ อะไร ก.ฝึกหดั โขนละคร ข.ฝึกเป่ าข่ยุ ค.ฝึกสซี อ ง.ฝึกตีกลอง ตอบ ก.ฝึกหดั โขนละคร 2. รชั กาลท่ีสองมีผลงานดีเดน่ ทางดา้ นอะไร ก.ดา้ นภาษา ข.ดา้ นวฒั นธรรม ค.ดา้ นวรรณศลิ ป์ ง.ดา้ นกากบั การแสดง ตอบ ข.ดา้ นวฒั นธรรม 3. รชั กาลท่ีเท่าไหรท่ ่ีอนญุ าตใหร้ าษฎรฝึกแสดงละครได้ ก. รชั กาลท่ี 2 ข. รชั กาลท่ี 4 ค. รชั กาลท่ี 6 ง. รชั กาลท่ี 8 ตอบ ข. รชั กาลท่ี 4

4. สมยั ใดโปรดใหม้ กี ารจดั ตงั้ ศิลปากรขนึ้ เเทนกรมมหรสพท่ีถกู ยบุ ไป ก.สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ข.สมยั พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกา้ เจา้ อยหู่ วั ค.สมยั สมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อย่หู วั ง.สมยั พระจอมเกา้ เจา้ อย่หู วั ตอบ ค.สมยั สมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อย่หู วั 5.ยคุ รุง่ เรอื งของนาฏศิลป์ ไทยอยใู่ นสมยั รชั กาลใด ก.พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั ข.พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช ค.พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ง.พระจอมเกลา้ เจา้ อย่หู วั ตอบ ก.พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั สมาชิกในกลมุ่ นายศิวชั แกว้ กระเศรษฐ เลขท่ี 4 ม.4/11 นายณฐกร หอมไชยเเกว้ เลขท่ี 5 ม.4/11 นายธนภูมิ จนั ทะระ เลขท่ี 11 ม.4/11 นางสาวจณิ ณธานก์ พลรตั น์ เลขท่ี 28 ม.4/11 นางสาวพชิ ญน์ าท วศิ พนั ธุ์ เลขท่ี 40 ม.4/11 นางสาว สวุ ทั นา ชมุ แดง เลขท่ี 43 ม.4/11 ผอู้ อกขอ้ สอบ เลขท่ี5,11,40

นางสาว จิณณธานก์ พลรตั น์ (อนิ ดี) GROUP WORK E-mail : [email protected] กลุ่ม:รวมพลคนหวั หมอ เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0980804239 Facebook : Indyyz Line : 0980804239 นายณฐกร หอมไชยเเก้ว(นน) E-mail : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0950838384 Facebook : Non yanhihi Line : 0950838384

หวั หน้ากลุ่ม รองหวั กน้า นางสาว พชิ ญ์นาท วศิ พนั ธุ์ (เเพร) นาย ธนภูมิ จันทระ (ภูมิ) E-mail : [email protected] E-mail : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0821146588 เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0902277139 Facebook : พิชญน์ าท วศิ พนั ธุ์ Facebook : Thanapoom chantara line : 0821146588 Line : Poom1448 อ เลขา ชอื น ส สุวทั นา ชุมแดง นาย ศิวชั แก้วกระเศรษฐ (กัส) ชอื เล่น มายด์ E-mail : [email protected] E-mail : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ : 061-9025471 เบอรโ์ ทรศัพท์ 0623690810 Facebook : Siwat kaewkraset Facebook Line : 0619025471 suwatthana chumdang Line suwetthana0980407363

5.8พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหดิ ล(รชั กา ลที8)ในสมัยนีการแสดงนาฎศิลป โขน ละคร จัดอยูใ่ นการกํากับดูแลของกรมศิลปากร หลวงวจิ ิตรวาทการ อธบิ ดีคนแรกของกรมศิลปากรได้ฟนฟู เปลียนแปลงการแสดงโขน ละครในรูปแบบใหม่ โดยจัดตังโรงเรยี นนาฏดุรยิ างคศาสตรข์ ึน เพือใหก้ ารศึกษาทังด้านศิลปะและสามัญ และเพือยกระดับศิลปนใหท้ ัดเทียมกับนานาประเทศ ในสมัยนีได้เกิดละครรูปแบบใหม่ ทีเรยี กวา่ ละครหลวงวจิ ิตรวาทการ เปนละครทีมีแนวคิดปลุกใจใหร้ กั ชาติ บางเรอื งเปนละครพูด เชน่ เรอื งราชมนู เรอื งศึกถลาง เรอื งพระเจ้ากรุงธนบุรี เปนต้น น ส สุวทั นา ชุมแดง เลขที43 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูห่ วั (ราชกาลที7) สมัยนีประสมภาวะเศรษฐกิจตกตา การเมืองเกิดการคับขัน จึงได้มีการปรบั ปรุงระบบบรหิ าร ราชการกระทรวงวงั ครงั ใหญ่ ใหโ้ อนงานชา่ งกองวงั นอก และกองมหรสพไปอยูใ่ นสังกัดของกรมศิลปากร และการชา่ งจึงยา้ ยมาอยูใ่ นสังกัดของกรมศิลปากร ตังแต่เดือนกรกฎาคม พ ศ 2478 โขนกรมมหรสพ กระทรวงวงั จึงกลายเปน โขนกรมศิลปากร มาแต่ครงั นัน ในสมัยนีมีละครแนวใหม่เกิดขึน ทีเรยี กวา่ ละครเพลง หรอื ทีรูจ้ ักกันวา่ ละครจันทโรภาส น ส พิชญ์นาท วศิ พันธุ์ เลขที40 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั (รชั กาลที6) ววิ ฒั นาการ ข ในสมัยนีเปนสมัยทีโขน ละคร ดนตรี ปพาทยเ์ จรญิ ถึงขีดสุด ยุคสมัย พระองค์ทรงเปนราชาแหง่ ศิลปน แม้วา่ จะมีประสมการณ์ด้านละครพูดแบบตะวนั ตก ปจจ แต่ก็ทรงมีพระราชปณิธานอนั แรงกล้า ทีจะทรงไวซ้ ึง “ความเปนไทย “ และดนตรปี พาทย์ ทังยงั ทรงพระราชทานบรรดาศักดิใหแ้ ก่ศิลปนโขนทีมีฝมือใหเ้ ปนขุนนาง เชน่ พระยานัฏกานรุ กั ษ์ พระยาพรหมาภิบาล เปนต้น น ส พิชญ์นาท วศิ พันธุ์ เลขที40 รชั สมัยสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูห่ วั สมัยรตั นโกสินทร์ ระบําและราํ มีความสําคัญต่อราชพธิ ตี ่างๆ โปรดใหม้ ีการจัดตังศิลปากรขนึ แทนกรมมหรสพทีถูกยุบไป ทําให้ ในรูปแบบของพิธกี รรม โดยถือปฏิบัติเปน ศิลปะโขน ละคร ระบํา ราํ ฟอน ยงั คงปรากฏอยู่ กฎมณเฑียรบาลมาจนถึงสมัยรตั นโกสินทรต์ อนต้น (สมัยรชั กาลที1 เพือเปนแนวทางในการอนรุ กั ษ์และพัฒนาสืบต่อไป – รชั กาลที 4 ) น ส จิณณธานก์ พลรตั น์ เลขที28 ** รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก โปรดรวบรวมตําราฟอนราํ และเขยี นภาพท่าราํ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั (รชั กาลที5) ในสมัยนีสถาพบ้านเมืองมีความเจรญิ ก้าวหน้า แม่บทบันทึกไวเ้ ปนหลักฐาน มีการพัฒนาโขนเปนรูปแบบละครใน และขยายตัวอยา่ งรวดรว็ มีการปรบั ปรุงระบําสีบท ซึงเปนระบํา มาตรฐานตังแต่สุโขทัย เพราะได้รบั วฒั นธรรมจากตะวนั ตก ในสมัยนีได้เกิดนาฏศิลปขึนมาหลายชุด เชน่ ระบาํ เมขลา-รามสูร ทําใหศ้ ิลปะการแสดงละครได้มีววิ ฒั นาการขึนอกี รูปแบบห ในราชนิพนธ์ รามเกียรติ นึง นอกจากนี ยงั กําเนิดละครดึกดําบรรพ์ และละครพันทางอกี ด้วย รชั สมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เปนยุคของนาฏศิลปไทย เนืองจากพระมหากษัตรยิ ท์ รง โปรดละครราํ นอกจากพระองค์ทรงส่งเสรมิ ใหเ้ อกชนตังคณะละครอยา่ ง แพรห่ ลายแล้ว ละครคณะใดทีมีชอื เสียงแสดงได้ดี ท่าราํ งดงามตามประณีตแบบราชสํานัก มีการฝกหดั ทังโขน ละครใน ละครนอกโดยได้ฝกผูห้ ญิงให้ พระองค์ทรงเสด็จมาทอดพระเนตร และโปรดเกล้าฯ ใหแ้ สดงในพระราชฐานเพือเปนการต้อนรบั แขกบ้านแขกเ แสดงละครนอกของหลวงและมีการปรบั ปรุงเครอื งแต่งกายยนื เครอื งแบ บละครใน มืองอกี ด้วย รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระนังเกล้าเจ้าอยูห่ วั โปรดใหย้ กเลิกละครหลวง นาย ธนภูมิ จันทระ เลขที11** ทําใหน้ าฏศิลปไทยเปนทีนิยม แพรห่ ลายในหมู่ประชาชน และเกิดการแสดงของเอกชนขนึ หลายคณะ ศิลปนทีมีความสามารถสืบทอดการแสดง นาฏศิลปไทยทีเปนแบบแผนกันต่อมา รชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั โปรดใหม้ ีละครราํ ผู้หญิงในราชสํานักตามเดิมและใน เอกชนมีการแสดงละครผูห้ ญิงและผู้ชาย ในสมัยนีมีบรมครูทางนาฏศิลป ได้ชาํ ระพิธโี ขนละคร ทูลเกล้าถวายตรา ไวเ้ ปนฉบับหลวง และมีการดัดแปลงการาํ เบิกโรงชุดประเรงิ มาเปน ราํ ดอกไม้เงนิ ทอง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รชั กาลที9) ในสมัยนีพระองค์โปรดเกล้าฯ ใหบ้ ันทึกภาพยนตรส์ ีส่วนพระองค์ บนั ทึกท่าราํ เพลงหน้าพาทยอ์ งค์พระพิราพ ท่าราํ เพลงหน้าพาทยข์ องพระ นาง ยกั ษ์ ลิง และโปรดเกล้าฯ ใหจ้ ักพิธไี หวค้ รู อกี ทังยงั มีการปลูกฝงจิตสํานึกในการรว่ มกันอนรุ กั ษ์ สืบสาน สืบทอด และพัฒนาศิลปะการแสดงของชาติผ่านการเรยี นการสอน ในระดับการศึกษาทุกระดับ มีสถาบนั ทีเปดสอนวชิ าการละครเพิมมากขึนทังของรฐั แล ะเอกชน มีรูปแบบในการแสดงลําครไทยทีหลากหลายใหเ้ ลือกชม เชน่ ละครเวที ละครพูด ละครรอ้ ง ละครราํ เปนต้น น ส สุวทั นา ชุมแดง เลขที43 สมัยรตั นโกสินทร์ พระบาทสมเด็กพระพุทฑยอดฟาจุฬาโลกมหาราช(รชั กาลที1)สมัยนี นาย ศิวชั แก้กระเศรษฐ เลขที 4 ม 4/11 ได้ฟนฟูและรวบรวม สิงทีสูญหายใหม้ ีความสมบูรณ์มากขึนและรวบรวม ตําราการฟอนราํ ไวเ้ ปนหลักฐานทีสําคัญทีสุดในประวตั ืศาสตร์ พระองค์ทรงพัฒนาโขน โดยใหผ้ ูแ้ สดงเปดหน้าและสวมมงกุฎ หรอื ชฏา ทรงพระราชนิพนธบ์ ทละครเรอื งรามเกียรติ ตอนนารายณ์ปราบนนทก พระบาทสมเด็กพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(รชั กาลที2)สมัยนวี รรณคดี และละครเจรญิ ถึงขีดสุด พระองค์ทรงเปลียนแปลงการแต่งกาย ใหเ้ ปนการแต่งยนื เครอื ง แบบในละครใน ทรงพระราชนิพนธบ์ ทละครเรอื งอเิ หนา ซึงเปนละครทีได้รบั การยกยอ่ งจาก วรรณคดีสโมสร วา่ เปนยอดของบทละครราํ คือแสดงได้ครบองค์ 5 คือ ตัวละครงาม ราํ งาม รอ้ งเพราะ พิณพาทยเ์ พราะ และกลอนเพราะ เมือป พ ศ 2511 ยูเนสโก ได้ถวายพระเกียรติคุณแด่พระองค์ ใหใ้ นฐานะบุคคลสําคัญ ทีมีผลงานดีเด่นทางวฒั นธรรม ระดับโลก นาย ณฐกร หอมไชยเเก้ว เลขที5** ของนาฏศิลป และการละครไทย ยรตั นโกสินทร์ รชั กาลที1 ถึง จุบนั บุคคลสําคัญ : พระบาทสมเด็กพระนังเกล้าเจ้าอยูห่ วั (รชั กาลที3) 1.ละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักขณาคุณ สมัยนีพระองค์ ใหย้ กเลิกละครหลวง พระบรมวงศานวุ งศ์ 2.ละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพนมวนั กรมพระพิพธิ โภคภูเบนทร์ จึงพากันฝกหดั โขนละคร 3.ละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าไกรสร คณะละครทีมีแบบแผนในเชงิ ฝกหดั และแสดง ทางโขน กรมหลวงรกั ษ์รณเรศ ละครถือเปนแบบแผนในการปฏิบัติสืบต่อมา 4.ละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากุญชร กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ ถึงปจจุบนั ได้แก่ 8.ละครเจ้ากรบั 6.ละครของเจ้าพระยาบดินทรเดชา นาย ณฐกร หอมไชยเเก้ว เลขที5** 7.ละครของเจ้าจอมมารดาอมั พา 5.ละครของพระเข้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทรนกร กรมหลวงภูวเนตรนรนิ ทรฤทธิ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั (รชั กาลที4) 1.หา้ มฉุดบุตรชาย-หญิง ผูอ้ นื มาฝกละคร ได้ฟนฟูละครหลวง ขึนใหม่อนญุ าตใหร้ าษฎรฝกละครในได้ 2.หา้ มใชร้ ดั เกล้ายอดเปนเครอื งประดับศีรษะ ซึงแต่เดิมละครในจะแสดงได้แต่เฉพาะในพระราชวงั เท่านั 3.หา้ มใชเ้ ครอื งประกอบการแสดงทีเปนพานทอง หบี ทอง 4.หา้ มใชเ้ ครอื งประดับลงยา น ด้วยเหตุทีละครแพรห่ ลายไปสู้ประชาชนมากขึน 5.หา้ มเปาแตรสังข์ จึงมีการบญั ญตั ิข้อหา้ มในการแสดงลําครทีมิใชล่ ะครหลวง 6.หวั ชา้ งทีเปนอุปกรณ์ในการแสดงหา้ มใชส้ ีเผือก ยกเวน้ ชา้ งเอราวณั ดังต่อไปนี นาย ธนภูมิ จันทระ เลขที11** สมาชกิ ในกลุ่ม นาย ศิวชั แก้กระเศรษฐ เลขที 4 ม 4/11(ทําหวั ข้อรชั กาลที 1) นาย ณฐกร หอมไชยเเก้ว เลขที5 ม 4/11(ทําหวั ข้อรชั กาลที 2,3) นาย ธนภูมิ จันทระ เลขที11 ม 4/11(ทําหวั ขอ้ รชั กาลที 4,5) น ส จิณณธานก์ พลรตั น์ เลขที28 ม 4/11 (ววิ ฒั นาการตังแต่สมัยรตั นโกสินทร-์ ปจจุบัน) น ส พชิ ญ์นาท วศิ พันธุ์ เลขที40 ม 4/11 (ทําหวั ขอ้ รชั กาลที 6,7) น ส สุวทั นา ชุมแดง เลขที43 ม 4/11 (ทําหวั ข้อรชั กาลที 8,9) วนั ที 20 มิถุนายน 2564 วนั ที 20 มิถุนายน 2564

นางสุวรรณี ชลานเุ คราะห์ เกิดเมือวนั ที ๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๙ ทีกรุงเทพมหานครท่านเรมิ มีความสนใจทางด้านนาฏศิลป ตังแต่ครงั แรกทีได้มีโอกาสไปชมการฝกซ้อมละครหลวงทีท้ ายพระบรมมหาราชวงั เมืออายุได้เพียง ๖ ป โดยมี คุณมณฑาฯ นักแสดงละครหลวง ผู้ซึงท่านนับถือเปนพี เปนผู้พาเข้าไปชม เมือได้ไปเหน็ การฝกซ้อมละครในครงั นัน ผลงานเกียวกับการแสดง เชน่ อเิ หนา พระไวย พระลอ สุวรรณหงษ์ พระสังข์ ฯลฯ และนานๆ ครงั ก็จะได้รบั บทเปนตัวนาง เชน่ นางละเวง เปนต้น นางสาวภวกิ า จินเดหวา ม 4/11 เลขที33 บุคคลสําคัญ ละครชาตรี ถือวา่ เปนต้นแบบของละครราํ นิยมใชผ้ ู้ชายแสดง มีตัวละคร 3 ตัว คือ ละครราํ แบบดังเดิม ละครไทย ประเภทละครร ตัวพระ ตัวนาง และเบ็ดเตล็ด (เปนตลก,ฤาษี ฯลฯ) เรอื งทีเล่นคือ \"มโนหร์ า\" ตอน กลุ่มดอกทานตะวนั จับนางมโนหร์ ามาถวายพระสุธน การแสดงเรมิ ด้วยการบูชาครูเบิกโรง ผู้แสดงออกมาราํ ซัดไหวค้ รู โดยรอ้ งเอง ราํ เอง สมาชกิ ในกลุ่ม (4/11) ตัวตลกทีนังอยูเ่ ปนลูกคู่เมือรอ้ งจบจะมีบทเจรจาต่อ นางสาวธวลั รตั น์ เสียงออ่ น ม 4/11 เลขที31 ละครนอก ดัดแปลงมาจากละครชาตรี เปนละครทีเกิดขึนนอกพระราชฐาน เปนละครทีคนธรรมดาสามัญนิยมเล่นกัน ผูแ้ สดงเปนชายล้วน ไม่มีฉากประกอบ นิยมเล่นชนบทท่าราํ และเครอื งแต่งกายไม่ค่อยพิถีพถิ ัน เรอื งทีใชแ้ สดงละครนอกเปนเรอื งจักรๆวงศ์ๆ เชน่ สังขท์ อง มณีพิชยั ไกรทอง สังขศ์ ิลปชยั โม่งปา พิกุลทอง การะเกด เงาะปา ฯลฯ การแสดงดําเนินเรอื งรวดเรว็ โลดโผน ในบางครงั จะพูดหยาบโลน มุ่งแสดงตลก ใชภ้ าษาตลาด และไม่คํานึงถึงขนบธรรมเนียมประเพณี นางสาวธวลั รตั น์ เสียงออ่ น ม 4/11 เลขที31 ละครใน เปนละครไทย ทีพระมหากษัตรยิ ท์ รงดัดแปลงมา จากละครนอก ใชผ้ ู้หญิงแสดงล้วน และแสดงในพระราชฐานเท่านัน การแสดงละครไทยในมีความประณีตวจิ ิตรงดงาม ท่าราํ ต้องพิถีพิถันใหม้ ีความออ่ นชอ้ ย เครอื งแต่งกายสวยงาม บทกลอนไหเราะ สํานวนสละสลวยเหมาะสมกับท่าราํ เพลงทีใชข้ บั รอ้ งและบรรเลงต้องไพเราะ ชา้ ไม่ลุกลน เรอื งทีใชแ้ สดงมี 3 เรอื ง คือ อเิ หนา รามเกียรติ และอุณรุท นางสาวฉัตรฤดี ศักดิพรม ม4/11 เลขที 35 https://l.facebook.com/l.php? u=https%3A%2F%2Fsites.google.com%2Fsite%2Fwebpraphethkhxngnatsilpthiy%2F natsilp%2Flakhr%3Ffbclid%3DIwAR1D0jw_omNZ- MjA4RkoHIRkdipi_6njPBKLLIZ5C10rtW56ID6XKDgydDY&h=AT1gYvpdjRNVbh- 57zwtH9905G5-Yjf-tYgJWYdUbb5nm3wxfFjwNdD_p- waSq2zoA1MEPt8i6QGe54AWCcFRd1_2XJ6pvoLvuiqBgux8sY1M4sod7CU5D49yS 6K-YW4oPL4ETf4T0pHEcqgLGfw

รจั นา พวงประยงค์ นางสาวภวกิ า จินเดหวา ม 4/11 เลขที33 เกิดเมือวนั ศุกรท์ ี 6 ตุลาคม พ ศ 2484 ณ บ้านถนนข้าวสาร อาํ เภอพระนคร จังหวดั พระนคร (ปจจุบัน คือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร) เปนธดิ าของนายหลี และนางสมพล พวงประยงค์ นายหลีผู้เปนบิดาเคยเปนคนละครสมัยเก่ามาก่อน ส่วนมารดาของนางรจั นา พวงประยงค์ ผลงานเกียวกับการแสดง เชน่ เปนนางรนื นางโรย ในละครพันทางเรอื ง พระลอ เปนนางวมิ าลา ในละครนอกเรอื ง ไกรทอง ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี นางสาวกชพร บัวมุ้ย ม 4/11 เลขที25 มีนามเดิมวา่ แผ้ว สุทธบิ ูรณ์ เกิดเมือวนั ที ๒๕ ธนั วาคม ๒๔๔๖ เมืออายุ ๘ ขวบ ได้ถวายตัวในสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟาอษั ฎางค์เดชาวธุ กรมหลวงนครราชสีมา และได้รบั การฝกหดั นาฏศิลป กับครูอาจารยผ์ ู้ทรงคุณวฒุ ิในราชสํานัก ผลงานเกียวกับการแสดงศิลปะนาฏกรรม เชน่ ท่าราํ ของตัวพระ นาง ยกั ษ์ ลิง และตัวประกอบ การแสดงโขน ละครชาตรี ละครนอก ละครใน ละครพันทาง และระบําฟอนต่างๆ เปนผู้คัดเลือกการแสดง จัดทําบทและเปนผู้ฝกสอน ฝกซ้อม อาํ นวยการแสดงถวายทอดพระเนตรหน้าพระทีนัง ในวโรกาสต้อนรบั พระราชอาคันตุกะ อาคันตุกร และงานของรฐั บาล หน่วยงานองค์กรต่างๆ ได้ออกแสดงเปนตัวเอก ในการแสดงถวายทอดพระเนตรหน้าพระทีนัง ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั หลายครงั ราํ ละครราํ แบบปรบั ปรุงขึนใหม่ ละครดึกดําบรรพ์ เกิดขนึ ในสมัยรชั กาลที5 นําแบบอยา่ งมาจากละโอเปรา่ (Opera) ของยุโรป ลักษณะการแสดงละครดึกดําบรรพ์ คือ ผู้แสดงรอ้ งและราํ เอง ไม่มีการบรรยายเนือรอ้ ง ผู้ชมต้องติดตามฟงจากการรอ้ งและบทเจรจาของผูแ้ สดง นางสาวภูฟา ทุมาสิงห์ ม 4/11 เลขที34 ละครพนั ทาง เกิดหลังละครดึกดําบรรพ์ เปนละครราํ แบบละครนอกผสมละคร ในมีศิลปะของชาติต่างๆ เขา้ มาปะปนตามท้องเรอื ง ทังศิลปะการรอ้ ง การราํ และการแต่งกาย ผสมกับศิลปะไทย โดยยดึ ท่าราํ ไทยเปนหลัก นิยมแสดงเรอื งทีเกียวกับต่างชาติ เชน่ พระอภัยมณี ขุนชา้ งขุนแผน พระลอ ราชาธริ าช สามก๊ก พญาน้อย ฯลฯ จึงมีลีลาของต่างภาษาตามท้องเรอื ง นางสาวภูฟา ทุมาสิงห์ ม 4/11 เลขที34 ละครเสภา เปนละครทีดําเนินเรอื งด้วยการราํ ประกอบบทเพลงและบทขับเสภา มีเครอื งประกอบจังหวะพิเศษคือ “กรบั เสภา” เรอื งทีนิยมแสดง มักจะนํามาจากนิทานพนื บา้ น เชน่ เรอื งขุนชา้ งขุนแผน ไกรทอง หรอื เรอื งจากบทพระราชนิพนธใ์ นรชั กาลที6 เชน่ เรอื งพญาราชวงั สัน สามัคคีเสวก นางสาวปนประพา เมืองแก้ว ม 4/11 เลขที32 นางสาวกชพร บัวมุ้ย เลขที 25 (ทําหวั ข้อบุคคลสําคัญ) นางสาวธวลั รตั น์ เสียงออ่ น เลขที31 (ทําหวั ข้อละครแบบดังเดิม) นางสาวปนประพา เมืองแก้ว เลขที32 (ทําหวั ข้อละครราํ แบบปรบั ปรุงขึนใหม่) นางสาวภวกิ า จินเดหวา เลขที33 (ทําหวั ข้อบุคคลสําคัญ) นางสาวภูฟา ทุมาสิงห์ เลขที34 (ทําหวั ข้อละครราํ ปรบั ปรุงขนึ ใหม่) นางสาวฉัตรฤดี ศักดิพรม เลขที35 (ละครราํ แบบดังเดิม)

:สมาชกิ ในกลุ่ม นางสาวปนประพา เมืองแก้ว(อุม๋ อมิ ) [email protected] เบอรโ์ ทร:0944364244 Facebook:ปนประพา เมืองแก้ว Line:pinprapa.a สมาชกิ ในกลุ่ม นางสาวภวกิ า จินเดหวา(ซิดนีย)์ E-mail : [email protected] เบอรโ์ ทร : 0808741481 Facebook : Sydney Phawika Line : sydney_49 เลขาของกลุ่ม นางสาวฉัตรฤดี ศักดิพรม (กิง) E-mail : [email protected] เบอรโ์ ทร : 0947563839 Facebook : Ging Chatruedee Line : kingchat12

: หวั หน้ากลุ่ม นางสาวกชพร บวั มุ้ย (ครมี ) Group Email : [email protected] กลุ่มดอกทานตะวนั เบอรโ์ ทร : 0994013186 Facebook : Kotchaporn Buamui Line : kotchaporn♡ รองหวั หน้ากลุ่ม นางสาวธวลั รตั น์ เสียงออ่ น(ออ้ ม) E-mail : [email protected] เบอรโ์ ทร : 0826547409 Facebook : ออ้ ม ธวลั รตั น์ Line : _thawanrat_aom2548 สมาชกิ ในกลุ่ม นางสาวภูฟา ทุมาสิงห์ (พราว) E-mail : [email protected] เบอรโ์ ทร : 0819598400 Facebook : Phufah Thumasing Line : proudphufah

กลุม่ ดอกทานตะวนั แบบทดสอบ 1.ขอ้ ใดตอ่ ไปนีเ้ ปน็ เรอื่ งท่ีนยิ มใช้แสดงในละครชาตรี ก.มโนรา ข.พกิ ลุ ทอง ค.สังขท์ อง ง.รามเกยี รติ์ 2.ข้อใดต่อไปนี้กลา่ วถงึ ละครดกึ ดาบรรพ์ได้ถกู ต้อง ก.เป็นละครราแบบละครนอก ผสมละครใน มีศิลปะของชาตติ ่างๆ ข.เรอื่ งท่ีนยิ มแสดงมกั จะนามาจากนิทานพ้นื บ้าน เช่น ขนุ ชา้ งขนุ แผน ค.เกดิ ขึน้ ในสมยั รัชกาลที่5 นาแบบอยา่ งมาจากละครโอเปร่า ง.เรือ่ งที่ใชแ้ สดงเป็นเร่อื งจักรๆวงศ์ๆ เช่น สังขท์ อง 3.บุคคลใดท่ีได้แสดงในการแสดงถวายทอดพระเนตรหน้าพระที่น่ัง ในสมัยรัชกาลที่ 6 อยู่บอ่ ยครง้ั ก.นางสวุ รรณี ชลานเุ คราะห์ ข.ครรู ัจนา พวงประยงค์ ค.ท่านผ้หู ญงิ แผ้ว สนทิ วงศ์เสนี ง. ครูลมุล ยมะคปุ ต์ 4.บุคคลใดได้รับพระราชทานเข็มพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในงานแสดงโขนรามเกียรต์ิ ตอนศึกมัยราพณ์สะกดทัพ ในฐานะ ศิลปนิ อาวโุ ส ก.นางสุวรรณี ชลานุเคราะห์ ข.ครรู ัจนา พวงประยงค์ ค.ครลู มลุ ยมะคปุ ต์ ง.ครูรงภกั ดี (เจียร จารุจรณ) 5.บคุ คลใดเป็นผู้มคี วามสามารถในการราเพลงหน้าพาทย์องค์พระพริ าพ ซึ่งเป็นนาฏศิลป์สูงสุด ได้ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายรงภักดี ประกอบพิธีครอบองคพ์ ระ ก.ครอู าคม ข.ครูรงภักดี ค.ครูลมุล ง.ครเู ฉลย ________________________สิน้ สดุ แล้ว___________________________

ละครรอ้ งสลับพูด ใชเ้ พลงชนั เดียวหรอื เพลง ๒ ชนั ในขณะทีตัวละครรอ้ งใชซ้ ออูค้ ลอตามเบาๆ เรยี กวา่ \"รอ้ งคลอ\" มักแสดงตามโรงละครทัวไป ละครรอ้ งล้วนๆ ใชเ้ พลงชนั เดียวหรอื เพลง ๒ ชนั ทีมีลํานําทํานองไพเราะ เพลงรอ้ ง ดนตรี ละครรอ้ งสลับพูด บรรเลงด้วยวงปพาทยไ์ ม้นวมหรอื อาจใชว้ งมโหรปี ระกอบ ในกรณีทีใชแ้ สดงเรอื งเกียวกับชนชาติอนื ๆ สถานทีแสดง ละครพูดล้วนๆ เรอื งท ละครรอ้ งล้วนๆ เรอื ง\"โพงพาง\"เรอื งต่อม ละครรอ้ ง บรรเลงด้วยวงปพาทยไ์ ม้นวม ละครรอ้ งสลับพูด มีทังบทรอ้ ง และบทพูด ยดึ ถือการรอ้ งเปนส่วนสําคัญ บทพูดเจรจาสอดแทรกเขา้ มาเพือทวนบททีตัวละครรอ้ งออกมานันเอง 1. ละครพูดคํากล 2. ละครพูดคําฉ แม้ตัดบทพูดออกทังหมดเหลือแต่บทรอ้ งก็ยงั ได้เนือเรอื งสมบูรณ์ 3. ละครพูดคําโค มีลูกคู่คอยรอ้ งรบั อยูใ่ นฉาก ยกเวน้ แต่ตอนทีเปนการเกรนิ เรอื งหรอื ดําเนินเรอื ง ลูกคู่จะเปนผูร้ อ้ งทังหมด ตัวละครจะทําท่าประกอบตามธรรมชาติมากทีสุด ซึง ละครพูดล้วนๆ แต่งก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธปิ ประพนั ธพ์ งศ์ ทรงเรยี กวา่ \"ละครกําแบ\" ตามเนือเรอื งโดยคํานึงถึงสภาพความเปน การแสดง ละครรอ้ งสลับพูด มีทังบทรอ้ ง และบทพูด ยดึ ถือการรอ้ งเปนส่วนสําคัญ ละครพูดแบบรอ้ ยกรอง แต่งใหเ้ หมาะสมถูกต้องตามบุค คือ ละครรอ้ งล้วนๆ เรอื งทีแสดง คือ เรอื งสาวติ รี และยุคสมัยทีบ่ง บทพูดเจรจาสอดแทรกเข้ามาเพือทวนบททีตัวละครรอ้ งออกมานันเอง ละครพูดสลับลํา การแต่งกายเหมือ แม้ตัดบทพูดออกทังหมดเหลือแต่บทรอ้ งก็ยงั ได้เนือเรอื งสมบูรณ์ หรอื แต่งก มีลูกคู่คอยรอ้ งรบั อยูใ่ นฉาก ยกเวน้ แต่ตอนทีเปนการเกรนิ เรอื งหรอื ดําเนินเรอื ง การแสดงจะดําเนินเรอื งด้วย ป ลูกคู่จะเปนผู้รอ้ งทังหมด ตัวละครจะทําท่าประกอบตามธรรมชาติมากทีสุด ซึง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธปิ ประพันธพ์ งศ์ ทรงเรยี กวา่ \"ละครกําแบ\" ลักษณะพิเศ ใน อา้ งองิ เรอื งทีแสดง ละครรอ้ งสลับพูด บทละครส่วนใหญ่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ มักจะใชว้ ธิ ปี องปากพูด กรมพระนราธปิ ประพันธพ์ งศ์ เปนผู้พระนิพนธบ์ ท และกํากับการแสดง การแสดงจะดําเนินเรอื ง เรอื งทีแสดงได้แก่ ตุ๊กตายอดรกั ขวดแก้วเจียระไน เครอื ณรงค์ กากี ภารตะ สีปอมินทร์ (กษัตรยิ ธ์ บี อของพม่า) พระยาสีหราชเดโช โคตรบอง ยดึ ถือบทพูดมีความ เดียว บทรอ้ งเปนเ สาวเครอื ฟา ซึงดัดแปลงจากเรอื งมาดามบัตเตอรพ์ ลาย (Madame Butterfly) อนั เปนเรอื งทีได้รบั ความนิยม และมีผู้นํามาจัดแสดงเสมอ นางสาวศิรริ ศั มี ศิรมิ ุสิกะ ม 4/11 เลขที26 ๑ ละครรอ้ งสลับพูด ใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธปิ ประพันธพ์ งศ์ ละครรอ้ งสลับพูด ใชผ้ ู้หญิงแสดงล้วน ยกเวน้ ตัวตลกหรอื จําอวดทีเรยี กวา่ ละครรอ้ งจึงแบ่งออกเปน ๒ ชนิด คือ \"ตลกตามพระ\" ซึงใชผ้ ู้ชายแสดง มีบทเปนผู้ชว่ ยพระเอกแสดงบทตลกขบขนั จรงิ ๆ เพือใหเ้ กิดความสนกุ สนาน ๒ ละครรอ้ งล้วนๆ ใน สมเด็จพระบรมโอรสาธริ าช เจ้าฟามหาวชริ าวุธ สยามกุฎราชกุมาร (รชั กาลที ๖ ) ละครรอ้ งล้วนๆ ใชผ้ ู้ชาย และผู้หญิงแสดงจรงิ ตามเนือเรอื ง ละครรอ้ งเปนศิลปการแสดงแบบใหม่ทีกําเนิดขึนในตอนปลายรชั สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเล้าเจ้ 1.บุคคลสําคัญของบทละครพูด คือ นายคมชาญ ตาทองล่วง ม 4/11 เลขที12 าอยูห่ วั ละครรอ้ งได้ปรบั ปรุงขนึ โดยได้รบั อทิ ธพิ ลจากละครต่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั เปนพระ บุคคลสําคัญ : ละครรอ้ งนันต้นกําเนิดมาจากการแสดงของชาวมลายู เรยี กวา่ \"บังสาวนั \" (Malay Opera) มหากษัตรยิ ส์ ยาม รชั กาลที 5 แหง่ ราชวงศ์จักรี ได้เคยเล่นถวายรชั กาลที ๕ ทอดพระเนตรครงั แรกทีเมืองไทรบุรี เสด็จพระราชสมภพเมือวนั องั คารที 20 กันยายน พ ศ 2396 เปนพระราชโอรสพระองค์ที 4 และต่อมาละครบังสาวนั ได้เขา้ มาแสดงในกรุงเทพฯ โรงทีเล่นอยูข่ า้ งวงั บูรพา พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธปิ ประพันธพ์ งศ์ ทรงแก้ไขปรบั ปรุงเปนละครรอ้ งเล่นทีโรงละครปรดี าลัย ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั (เดิมสรา้ งอยูใ่ นวงั ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธปิ ประพันธพ์ งศ์ ถนนตะนาว) และเปนพระองค์ที 1 คณะละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธปิ ประพันธพ์ งศ์นีต่อมาภายหลังได้เปลียนเรยี กชอื วา่ ในสมเด็จพระเทพศิรนิ ทราบรมราชนิ ี \"ละครหลวงนฤมิตร\" บางครงั คนยงั นิยมเรยี กวา่ \"ละครปรดี าลัย\" อยู่ เสวยราชสมบัติเมือวนั พฤหสั บดี เดือน 11พ ศ 2411 [เสด็จสวรรคต เมือวนั อาทิตยท์ ี 23 ตุลาคม ต่อมาเกิดคณะละครรอ้ งแบบปรดี าลัยขึนมากมายเชน่ คณะปราโมทัย ปราโมทยเ์ มือง ประเทืองไทย พ ศ 2453 วไิ ลกรุง ไฉวเวยี ง เสรสี ําเรงิ บันเทิงไทย และนาครบันเทิง เปนต้น ละครนีได้นิยมกันมาจนถึงสมัยรชั กาลที ๖ และรชั กาลที ๗ โรงละครทีเกิดครงั หลังสุด คือ โรงละครนาคบันเทิงของแม่บุนนาค กับโรงละครเทพบันเทิงของแม่ชอ้ ย 2.บุคคลสําคัญของละครสังคีต คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั เปนพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยรชั กาลที 6 แหง่ ราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพเมือวนั เสารท์ ี 1 มกราคม พ ศ 2424 เปนพระราชโอรสพระองค์ที 32 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ วั เสวยราชสมบัติเมือวนั อาทิตยท์ ี 23 ตุลาคม ปจอ พุทธศักราช 2453 และเสด็จสวรรคตเมือวนั พฤหสั บดีที 26 พฤศจิกายน พ ศ 2468 ปฉลู รวมพระชนมพรรษา 44 พรรษา เสด็จดํารงราชสมบตั ิรวม 15 ป 3.บุคคลสําคัญของบทละครรอ้ ง คือ มหาเสวกโท พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธปิ ประพันธพ์ งศ์มีพระนามเดิมวา่ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร เปนพระบิดาแหง่ การละครรอ้ ง อา้ งองิ นายอติเทพ อนิ ทรตั น์ ม 4/11 เลขที 18

ละครพูดล้วนๆ ดนตรี เพลงรอ้ ง บรรเลงโดยวงดนตรสี กลหรอื วงปพาทยไ์ ม้นวม แต่จะบรรเลงประกอบเฉพาะเวลาปดฉากเท่านัน ละครบทพูด ละครพูดล้วนๆ เพลงรอ้ งไม่มี ผู้แสดงดําเนินเรอื งโดยการพูด ละครพูดแบบรอ้ ยกรอง บรรเลงดนตรคี ล้ายกับละครพูดล้วนๆ ละครพูดแบบรอ้ ยกรอง เพลงรอ้ งไม่มี ผู้แสดงดําเนินเรอื งโดยการพูดเปนคําประพันธช์ นิดนันๆ ละครพูดสลับลํา บรรเลงดนตรคี ล้ายกับละครพูดล้วนๆ ละครพูดสลับลํา มีเพลงรอ้ งเปนบางส่วน โดยทํานองเพลงขึนอยูก่ ับผู้ประพันธท์ ีจะแต่งเสรมิ เข้ามาในเรอื ง แต่บางครงั ในชว่ งดําเนินเรอื ง ถ้ามีบทรอ้ ง ดนตรกี ็จะบรรเลงรว่ มไปด้วย ละครแบบหนึง รบั อทิ ธพิ ลจากละครแบบยุโรป ตัวละครพูดบทของตนในการดําเนินเรอื ง ทีแสดงเรอื งแรก คือ เรอื งทีแสดง อาจพูดเปนถ้อยคําธรรมดา คํากลอนคําฉันท์ มาคือ \"เจ้าข้าสารวดั \" มีการจัดฉากและแต่งกายตามสมัยทีปรากฏในเรื อง เชน่ ละครพูดเรอื งหวั ใจนักรบ ลอน ละครพูดแบบรอ้ ยกรอง ละครพูดคํากลอนเรอื งพระรว่ ง ละครพูดคําฉันท์เรอื งมัทนะพาธา ฉันท์ การแต่งกาย ละครพูดแบง่ ได้เปนประเภทใหญๆ่ คือ 1. ละครพูดล้วนๆ คลง หรอื ละครพูดแบบรอ้ ยแก้ว กายตามสมัยนิยม 2. ละครพูดแบบรอ้ ยกรอง นจรงิ ของตัวละคร 3. ละครพูดสลับลํา คคลิกของตัวละคร ผู้แสดง ละครพูดล้วนๆ งบอกไวใ้ นบทละคร ในสมัยโบราณใชผ้ ู้ชายแสดงล้วน การแสดง ต่อมานิยมใชผ้ ูแ้ สดงเปนชายล้วน อนละครพูดล้วนๆ ต่อมานิยมใชผ้ ูแ้ สดงชายจรงิ หญงิ แท้ กายตามเนือเรอื ง ละครพูดแบบรอ้ ยกรอง ใชผ้ ู้แสดงทังชายและหญิง ละครพูดล้วนๆ มีบุคคลิกและการแสดงเหมาะสมตามลักษณะทีบ่งไวใ้ นบทละคร ยวธิ พี ูดใชท้ ่าทางแบบสามัญชน นาเสียงแจ่มใสชดั เจนดี เสียงกังวาน พูดฉะฉาน ไหวพรบิ ดี ประกอบ การพูดทีเปนธรรมชาติ ศษอยา่ งหนึงของละครชนิดนีคือ ละครพูดสลับลํา ใชผ้ ูแ้ สดงทังชายและหญิง นขณะทีตัวละครคิดอะไรอยูใ่ นใจ เหมือนละครพูดแบบรอ้ ยกรอง ดกับผู้ดุ ถึงแม้จะมีตัวละครอนื ๆ อยูใ่ กล้ๆ ก็สมมติวา่ ไม่ได้ยนิ ละครพูดแบบรอ้ ยกรอง งด้วยวธิ พี ูดทีเปนคําประพันธช์ นิด คํากลอน คําฉันท์ คําโคลง ละครพูดสลับลํา มสําคัญในการดําเนินเรอื งแต่เพียงอยา่ ง เพียงสอดแทรกเพือเสรมิ ความ ยาความ นางสาวสุทัตตา รตั นะ ม 4/11 เลขที27 นิยมแสดงบทพระราชนิพนธใ์ น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั มีอยู่ ๔ เรอื ง คือ หนามยอกเอาหนามบ่ง ววิ าหพระสมุทร มิกาโด วงั ตี มีข้อสังเกตประการหนึง คือ อา้ งองิ ทรงใชช้ อื เรยี กละครทัง ๔ นีแตกต่างกัน กล่าวคือ ในเรอื งหนามยอกเอาหนามบ่ง ทรงเรยี กวา่ แต่งแบบสมัยนิยม การแต่งกาย เรอื งทีแสดง \"ละครสลับลํา\" เรอื งววิ าหพระสมุทร ทรงเรยี ก \"ละครพูดสลับลํา\" เรอื งมิกาโด และวงั ตี คํานึงถึงสภาพความเปนจรงิ ของฐานะตัวละ ผู้แสดง ดนตรี ทรงเรยี ก \" ละครสังคีต\" การทีทรงเรยี กชอื บทละครทัง ๔ เรอื งแตกต่างกันนัน นายมนตรี ละครสังคีต ตราโมท และนายประจวบ บุรานนท์ ข้าราชสํานักใน ครตามท้องเรอื ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั และความงดงามของเครอื งแต่งกาย ซึงมีโอกาสรว่ มในการแสดงละครของพระองค์ท่านใหค้ วามเหน็ ตรงกันวา่ เรอื งหนามยอกเอาหนามบ่ง และเรอื งววิ าหพระสมุทร ใชผ้ ูช้ าย และผูห้ ญิงแสดงจรงิ ตามท้องเรอื ง น่าจะเปนเรอื งทีทรงพระราชนิพนธข์ ึนก่อน ซึงขณะนันคงทรงยงั ไม่ได้คิดเรยี กชอื ละครประเภทนีวา่ \"ละครสังคีต\" ต่อมาในระยะหลัง ละครอกี แบบหนึงทีพระบาทสมเด็จพระมง เมือทรงพระราชนิพนธเ์ รอื งมิกาโด และเรอื งวงั ตี ทรงใชค้ ําวา่ \"ละครสังคีต\" กุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั ทรงรเิ รมิ ขนึ สําหรบั เรยี กชอื ละครประเภทหนึง โดยมีววิ ฒั นาการมาจากละครพูดสลับลํา บรรเลงด้วยวงปพาทยไ์ ม้นวม ต่างกันทีละครสังคีตมีบทสําหรบั พูด เพลงรอ้ ง ใชเ้ พลงชนั เดียวหรอื เพลง ๒ ชนั และบทสําหรบั ตัวละครรอ้ งในการดําเนินเ มีลํานําทีไพเราะ ละครทีพัฒน รอื งเท่าๆกัน าขึนใหม่ สถานทีแสดง แสดงบนเวที มีการจัดฉากเปลียนตามท้องเรอื ง จะตัดอยา่ งหนึงอยา่ งใดออกมิได้เพราะจะ ทําใหเ้ สียเรอื ง การแสดง ละครสังคีต จัดทําโดย นายเกศกร โกมลตรี ม 4/11 เลขที 1 รูปภาพ ความหมายของละครทีพัฒนาขึนใหม่ มุ่งหมายทีความไพเราะของเพลง อา้ งองิ ตัวละครจะต้องรอ้ งเองคล้ายกับละครรอ้ ง การแสดงประเภทหนึงซึงแสดงเรอื งราวความเป แต่ต่างกันทีละครรอ้ งดําเนินเรอื งด้วยบทร้ นไปของชวี ติ ทีปรากฏในวรรณกรรม อง การพดเปนการเจรจาทวนบท มีศิลปะการแสดงและดนตรเี ปนสือสําคัญ ละคร ส่วนละครสังคีตมุ่งบทรอ้ ง ตามความหมายนีหมายถึงละครราํ และบทพูดเปนหลักสําคัญในการดําเนินเรื เพราะวา่ เปนการแสดงออกทางความคิดโดยมุ่ง อง เปนการแสดงหมู่ทีงดงาม เน้นถึงลักษณะท่าทางอริ ยิ าบถในขณะเคลือนไห ในการแสดงแต่ละเรอื งจะต้องมีบทของตัว วตัวในระหวา่ งการราํ ตลกประกอบเสมอ นายอศิ ม์เดช กิมาคม ม 4/11 เลขที21 และมุ่งไปในทางสนกุ สนาน

สมาชกิ กลุ่ม นายอติเทพ อนิ ทรตั น์(เจมส์) Email: [email protected] เบอรโ์ ทร: 0809085649 Facebook: Atitepintarat ID Line: aritepintarat สมาชกิ กลุ่ม นางสาวศิรริ ศั มี ศิรมิ ุสิกะ(นาข้าว) Email: [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์: 0918460362 Facebook: ศิรริ ศั มี ศิรมิ ุสิกะ ID Line: 0918460362

รองหวั หน้า นายเกศกร โกมลตรี (เกศ) Email : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0950963418 Facebook : Kad San Line : kad1114k Group Work หวั หน้า กลุ่ม : Each One is New :นายคมชาญ ทองตาล่วง(ฟวส์) Email : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์:0622431063 Facebook : komchan thongtaluang few ID Line : komchanfew123456789k สมาชกิ กลุ่ม นายอศิ ม์เดช กิมาคม (บิก) Email : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ 0935909614 Facebook : Itsadet kimakom Id line : itsadet_t Ig : dek1BIGmillionbaht เลขา นางสาวสุทัตตา รตั นะ (ไหม) Email : [email protected] เบอรโ์ ทร : 0630780884 Facebook : Suthadta Rattana ID line : mai1449

งานชิ้นท5ี่ คาชแ้ี จง : ให้นักเรียนทาแบบทดสอบกลุม่ ละ 5 ขอ้ โดยเฉลย่ี ประมาณคนละ 1 ข้อในเร่อื งทไ่ี ด้ นาเสนอไปแล้ว 1. ขอ้ ใดเปน็ ละครทพี่ ัฒนาขึน้ ใหม่ท้งั หมด (นายอิศมเ์ ดช กมิ าคม ม.4/11เลขท่ี21) ก. ละครร้อง ละครพูด ละครใน ข. ละครรอ้ ง ละครพูด ละครสงั คีต ค. ละครสงั คีต ละครดกึ ดาบรรพ์ ละครรอ้ ง ง. ละครนอก ละครเวที ละครโทรทัศน์ 2. การแสดงละครรอ้ งสลับพูดมีลกั ษณะอย่างไร (นางสาวศริ ริ ศั มี ศิริมสุ กิ ะ ม.4/11เลขที่26) ก. เล่าเรือ่ งเป็นทานองแทนการพูดดาเนนิ เร่ืองการรอ้ งเพลงเพลงล้วนๆไม่มีบทพดู แทรก ข. มที ัง้ บทรอ้ งและบทพดู มกี ารร้องเปน็ สว่ นสาคัญ บทพดู จะสอดแทรกเขา้ มา ค. ตวั ละครขับรอ้ งโตต้ อบกนั ง. ถูกทุกข้อ 3. ละครพดู ไดร้ บั อทิ ธิพลมาจากละครแบบใด (นางสาวสทุ ตั ตา รตั นะ ม.4/11 เลขท่ี27) ก. แบบอนิ เดยี ข. แบบจีน ค. แบบยโุ รป ง. แบบเขมร 4. ละครพูดแบบใดมีการแตง่ ใหเ้ หมาะสมถูกต้องตามบุคคลิกของตวั ละครและยุคสมัยทบ่ี ง่ บอกไว้ ในบทละคร (นายคมชาญ ทองตาลว่ ง ม.4/11 เลขที่12) ก. ละครพูดลว้ นๆหรอื ละครพดู แบบรอ้ ยแกว้ ข. ละครพูดแบบรอ้ ยกรอง ค. ละครพูดสลับลา ง. ถูกทกุ ข้อ 5. ใครเป็นผ้รู เิ รม่ิ ละครสงั คตี (นายเกศกร โกมลตรี ม.4/11เลขที่1) ก. พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั ข. พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั ค. มหาเสวกโท พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพนั ธพ์ งศ์ ง. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั 6. พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยูห่ วั เสวยราชสมบตั ใิ นวันท่เี ทา่ ไหร่ (นายอติเทพ อินทรัตน์ ม.4/11เลขท่ี18) ก. วันท่ี 22ตุลาคม พ.ศ.2453 ข. วันท2่ี 6ตุลาคมพ.ศ.2454 ค. วนั ท่ี23 ตลุ าคม พ.ศ.2453 ง. วันท่ี25 ตลุ าคม พ.ศ.2453

สมาชกิ ในกลุ่ม GRO กลุ่ม เด็กชาย ธรี วฒั น์ ขุนเพชร(ทูที) E-mail:[email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์:099-4398072 Facebook: Teerawat Khunphet Line: tee1306 : สมาชกิ ในกลุ่ม นางสาวแสงจ้า มณีลาภ (แสงจ้า) : E-mail : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0955106076 Facebook : Sangja Maneelarp Line: 0955106076 เลขานกุ าร นางสาวพรชนก รตั นมณี(เก๋) E-mail : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์: 0947576458 Facebook: Kae Pornchanok Line: 0947576458

หวั หน้ากลุ่ม รองหวั หน้ากลุ่ม นางสาวรุง่ ทิพย์ โหรารตั น์ (น้อยหน่า) นางสาว วรรณรยา บํารุงวงศ์ (เบบี) Email : [email protected] Email:[email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ 0969383281 Facebook ไอ'แอม กุ๊กกุ๊ก เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0937832611 Line : - facebook : Wanraya Bamrungwong Line : wanraya2548 สมาชกิ ในกลุ่ม OUP WORK นางสาวจิราทิพย์ วงศ์สวสั ดิ (แพรวา) ม:คนละยาํ E-mail : [email protected] สมาชกิ ในกล่มุ เบอรโ์ ทรศัพท์: 0992372624 Facebook: จิราทิพย์ วงศ์สวสั ดิ Line: wongsawat2548 นางสาว ชลธชิ า จนั ทะคาร (ชล) E-mail : [email protected] เบอรโ์ ทรศัพท์ : 0947736800 เฟสบุค๊ : Chonthicha Jantakarn ไลน์ : thicha250448

เพลงราํ เกียวข้าว เปนศิลปะการรา่ ยราํ และการละเล่นของชนชาวพืนบ้านภาคกลาง ซึงส่วนใหญ่มี อาชพี เกียวกับเกษตรกรรม ราํ กลองยาว ศิลปะการแสดงจึงมีความสอดคล้องกับวถิ ีชวี ติ และเพือความบันเทิงส นกุ สนาน เปนการพักผ่อนหยอ่ นใจจากการทํางาน หรอื เมือเสรจ็ จากเทศการฤดูเก็บเกียว ดนตรที ีใชป้ ระกอบการแสดง ได้แก่ วงปพาทย์ เชน่ การเล่นเพลงเกียวขา้ ว เต้นกําราํ เคียว ราํ โทนหรอื ราํ วง ราํ เถิดเทิง ราํ กลองยาว เปนต้น มีการแต่งกายตามวฒั นธรรมของท้องถิน และใชเ้ ครอื งดนตรพี นื บา้ น เชน่ กลองยาว กลองโทน ฉิง ฉาบ กรบั และโหม่ง ภาคกลาง ขวญั จิต ศรปี ระจันต์ บุคลลสําคัญ เปนศิลปนแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพืนบ้าน- อแี ซว) ป 2539 จากการเปนแม่เพลงพืนบ้านภาคกลางทีมีชอื เสียง เต็มไปด้วยความสามารถในการเล่นเพลงแบบหาตัวจับได้ยาก และเมือหนั เขา้ สู่วงการเพลงลูกทุ่ง อา้ งองิ จาก หนังตะลุง ภาคใต้เปนภาคทีมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาลาเซีย ภาคใต้ การ และเปนดินแดนทีติดทะเล ทําใหเ้ กิดการผสมผสานทังทางศาสนา มโนราห์ ภาคเหนือ : นาง วฒั นธรรม และอารยธรรมจากกลุ่มชนหลายเชอื ชาติ ภาคกลาง : นาง เกียวโยงถึงศาสนาและพิธกี รรม ภาคอสี าน : นา ทําใหน้ าฏศิลป และดนตรใี นภาคใต้ มีลักษณะทีเปนเครอื งบันเทิงทังในพิธกี รรม ภาคใต้ : นา และพิธชี าวบ้าน รวมทังงานรนื เรงิ โดยมีลักษณะการแสดงทีเปนเอกลักษณ์เฉพาะ คือมี นางสาว จังหวะทีเรง่ เรา้ กระฉับกระเฉง ผิดจากภาคอนื ๆ และเน้นจังหวะมากกวา่ ท่วงทํานอง นางสาว ช โดยมีลักษณะทีเด่นชดั ของเครอื งดนตรปี ระเภทเครอื งตีใหจ้ ังหวะเปนสําคัญ นางสาว จ ส่วนลีลาท่าราํ จะมีความคล่องแคล่ววอ่ งไว สนกุ สนาน การแสดงภาคใต้ เชน่ หนังตะลุง ลิเกปา มโนรา โต๊ะครมี สิละ รองเงง็ ซัมเปง มะโยง ตารกี ีปส รอ่ นแร ปาแต๊ะ นายพฒั น์ เกือสกุลภูมิลําเนา บุคคลสําคัญ แสดงหนังตะลุงแก้บนในท้องถิน งานบวช งานประจําปต่างๆโดยมีผลงานวชิ าการ ถ่ายทอดศิลปะการแสดงใหแ้ ก่นักเรยี นและประชาชนในเขตอาํ ภอพุนพิน รางวลั และผลงานเกียรติคุณทีได้รบั อาทิ โล่เกียรติยศจากมูลนิธอิ ุปเสณมหาเถระ รว่ มกับสมาคมชาวปกษ์ใต้ อา้ งองิ จาก -

การแสดงพนี เมืองภาคเหนือ เปนศิลปะการราํ และการละเล่น หรอื ทีนิยมเรยี กกันทัวไปวา่ “ฟอน” การฟอนเปนวฒั นธรรมของชาวล้านนา และกลุ่มชนเผา่ ต่าง ๆ เชน่ ชาวไต ชาวลือ ชาวยอง ชาวเขนิ เปนต้น ลักษณะของการฟอน แบ่งเปน 2 แบบ คือ แบบดังเดิม และ ปรบั ปรุงขนึ ใหม่ แต่ยงั คงมีการรกั ษาเอกลักษณ์ทางการแสดงไวค้ ือ มีลีลาท่าราํ ทีแชม่ ชา้ ออ่ นชอ้ ยมีการแต่งกายตามวฒั นธรรมท้องถินทีสวยงามประกอบกับการบรรเลงและขบั รอ้ งด้วยวงดนตรพี ืนบ้าน เชน่ วงสะล้อ ซอซึง วงปูเจ่ วงกลองแอว เปนต้น ดนตรที ีใชป้ ระกอบการเเสดง ได้เเก่ ปแน กลองตะโล้ดโปด ฉาบใหญ่ ฆ้องโหม่ง ฆ้องหุย่ การแสดงพนื เมืองภาคเหนือมีหลายอยา่ ง ได้แก่ ฟอนเล็บหรอื ฟอนเมือง ฟอนเทียน ฟอนลาวแพน ฟอนรกั ฟอนม่านมุ้ยเชยี งตา ฟอนเงยี ว ฟอนดวงเดือน ภาคเหนือ ฟอนเทียน อา้ งองิ จาก - - - บุคคลสําคัญ ฟอนเล็บ จันทรส์ ม สายธารา ศิลปนแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพนื บ้าน - ขับซอ) เปนศิลปนพืนบ้านทีมีความสามารถในการขับซอ ทีมีปฏิภาณไหวพรบิ เชงิ ปฏิภาณกวที ้องถินทียอดเยยี มผู้หนึง เปนทียอมรบั ของประชาชนในจังหวดั ภาคเหนือเปนอนั มาก รแสดงพนื เมือง 4 ประชาชนมีความเชอื ในทางไสยศาสตรม์ ีพิธกี รรมบูชาภูติผีแ ภาค ละสิงศักดิสิทธิ การแสดงจึงเกียวขอ้ งกับชวี ติ ประจําวนั และสะท้อนใหเ้ หน็ ถึงการประกอบอาชพี และความเปนอยูไ่ ด้เ ภาคอสี าน ปนอยา่ งดี การแสดงของภาคอสี านเรยี กวา่ เซิง เปนการแสดงทีค่อนขา้ งเรว็ กระฉับกระเฉง สนกุ สนาน เชน่ เซิงกระติบข้าว เซิงโปงลาง เซิงกระหยงั เซิงสวงิ เซิงดึงครกดึงสาก เปนต้น นอกจากนียงั มี ฟอนทีเปนการแสดงคล้ายกับภาคเหนือ เชน่ ฟอนภูไท เปนต้น ดนตรที ีใชป้ ระกอบการแสดง ได้แก่ แคน เซิงสวงิ เปนการละเล่นเพือส่งเสรมิ ด้านจิตใจของประชาชนในท้องถิน เซิงสวงิ ซึงมีอาชพี ในการจับสัตวน์ า โดยมีสวงิ เปนเครอื งมือหลักได้นําท่าเซิงศิลปะท้องถินมาปรบั ปรุงใหเ้ ปนท่าทีกระฉับกระเฉงขึ น โดยสอดคล้องกับท่วงทํานองดนตรี ทีมีลักษณะสนกุ สนานรา่ เรงิ จัดทําโดย ฟอนผูไ้ ทจังหวดั สกลนคร เปนฟอนผูไ้ ททีมีลีลาแตกต่างจากฟอนผูไ้ ทในท้องถินอนื ฟอนผู้ไทจังหวดั สกลนคร งสาว วรรณรยา บํารุงวงศ์ ม4/11 เลขที 41 เนืองจากฟอนผู้ไทจังหวดั สกลนครจะสวมเล็บ คล้ายฟอนเล็บทางภาคเหนือ งสาว รุง่ ทิพย์ โหรารตั น์ ม 4/11 เลขที 23 ปลายเล็บจะมีพู่ไหมพรมสีแดง ใชผ้ ูห้ ญิงฟอนล้วนๆ างสาว แสงจ้า มณีลาภ ม 4/11 เลขที 44 ท่าฟอนทีชาวผูไ้ ทสกลนครประดิษฐ์ขึนนันมีเนือเพลงสลับกับทํานอง าย ธรี วฒั น์ ขุนเพชร ม 4/11 เลขที 14 การฟอนจึงใชต้ ีบทตามคํารอ้ งและฟอนรบั ชว่ งทํานองเพลง นําเสนอโดย หมอลําทองมาก จันทะลือ พรชนก รตั นมณี ม 4/11 เลขที 24 เปนชาวขอนแก่นโดยกําเนิด เกิดเมือ พ ศ 2467 เปนหมอลําทีมีชอื เสียงอยา่ งมากในแถบภาคอสี าน ชลธชิ า จันทะคาร ม 4/11 เลขที 37 โดยเฉพาะความสามารถในเชงิ กลอนลํา นับวา่ เปนหมอลําทีมีลูกศิษยจ์ ํานวนมากท่านหนึง จิราทิพย์ วงศ์สวสั ดิ ม 4/11 เลขที 36 เกียรติคุณของหมอลําทองมาก จันทะลือ เปนทีปรากฏอยา่ งกวา้ งขวาง ได้รบั การยกยอ่ งจากสํานักงานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลํา)” บุคคลสําคัญ ประจําป พ ศ 2528 ด้วย อา้ งองิ จาก

แบบทดสอบการแสดงพ้ืนเมอื ง๔ภาค 1. ลีลาและจังหวะในการกา้ วเทา้ มีลักษณะคลา้ ยเต้น แตน่ มุ่ นวล มักเดนิ ดว้ ยปลายเท้าและสบดั เทา้ ไป ข้างหลังสูง คือลักษณะการแสดงที่เป็นลีลาเฉพาะของภาคใด และเป็นลักษณะของการแสดงใด ( น.ส.แสงจา้ มณีลาภ ม.4/11 เลขที่ 44 น.ส.วรรณรยา บารุงวงศ์ ม.4/11 เลขที่ 41) ก. ภาคเหนือ ฟอ้ น ข. ภาคอีสาน เซิ้ง ค. ภาคกลาง รา ง. ภาคใต้ มโนราห์ 2. ภาคใดที่มีการแสดงท่ีเกิดจากการผสมผสานศาสนาวัฒนธรรม และอารยธรรมจากกลุ่มชน หลายเชอ้ื ชาติ (น.ส.พรชนก รตั นมณี ม.4/11 เลขท่ี 24 น.ส.ชลธชิ า จันทะคาร ม.4/11 เลขท่ี 37) ก.ภาคใต้ ข.ภาคเหนือ ค.ภาคอสี าน ง.ภาคกลาง 3. ดนตรพี นื้ เมอื งส่วนใหญใ่ ห้ความรู้สกึ อยา่ งไร ( นาย ธีรวัฒน์ ขนุ เพชร ม.4/11 เลขท่ี 14) ก.เศรา้ ข.สงบ ค.สันติ ง.สนุกสนาน 4. การเล่นเพลงเก่ียวข้าว เต้นการาเคียว เป็นการแสดงของภาคใด (น.ส.จิราทิพย์ วงศ์สวัสดิ์ ม.4/11 เลขที่ 36) ก.การแสดงพนื้ เมอื งภาคกลาง ข.การแสดงพ้ืนเมืองภาคเหนือ ค.การแสดงพนื้ เมืองภาคใต้ ง.การแสดงพื้นเมืองภาคอีสาน 5. บุคคลสาคญั ท่มี ีความเก่ียวข้องกับการแสดงพ้ืนเมืองภาคเหนือ (น.ส.รุ่งทิพย์ โหรารัตน์ ม.4/11 เลขที่ 23) ก.หมอลาทองมาก จันทะลือ ข.ขวญั จิต ศรีประจันต์ ค.จนั ทร์สม สายธารา ง.นายพฒั น์ เก้ือสกุลภูมลิ าเนา

ลําลาว ลําลาว (Lam Lao) หรอื หมอลําเปนการแสดงดนตรพี ืนบ้านของลาวและอสี าน ของไทย มีนักรอ้ งหรอื ผู้เล่าเรอื งและแคนเปนองค์ประกอบ เปนการโต้ตอบกันผา่ นโคลงกลอน หรอื การรอ้ งทีมีสัมผัสคล้องจองระหวา่ งนักรอ้ งชายและห ญิง การแสดงดําเนินไปด้วยท่าราํ ทีหลากหลายมุกตลกต่างๆ อนั เกิดจากปฏิภาณไหวพรบิ ของผู้รอ้ ง และการหยอกเยา้ กันระหวา่ งผูแ้ สดงและผู้ชม การแสดงพืนบ้านกัมพูชา ทีมา; ; การแสดงพืนบ้านประกอบด้วย 4 ชุด ได้แก่ ระบําววั ระบําเปาแคน นายพันธวสั ส์ แซ่ลิม ระบํานกยูง และระบําปดเปาผีรา้ ย ระบําววั พบได้ในเขตพนื ที Kampung ม 4/10เลขที12 Chhnaing, Kampung Speu, และ Pursat ประเทศกัมพูชา ซึงได้รบั การอนรุ กั ษ์ใหเ้ ปนการแสดงของชาติ ระบําววั จะถ่ายทอดท่าทางของววั ในจังหวะเชอื งชา้ ระบําเปาแคนมีความเปนมาจากตํานานของอนิ เดียทีเล่าถึงพืชนิดหนึงทีชว่ ย สรา้ งอารยธรรม ระบําชุดนีพบได้ในพืนทีจังหวดั Kampung Spoeu ผูร้ า่ ยราํ จะเปาเครอื งดนตรเี พือราํ ลึกถึงตํานานการเกิดของโลกและการอยูเ่ ป นอมตะ ระบํานกยูง เปนสัญลักณ์ของความสุข ผู้ฟอนราํ จะแสดงท่าทางเลียนแบบการเกียวพาราสีของนกยูงตัวผู้และตัวเมีย ชาวบ้านเชอื วา่ ระบํานกยูงจะนําความสุขและความเจรญิ มาสู่หมู่บ้าน ระบําปดเปาผีรา้ ย จะเกิดขนึ ในพิธกี รรมบูชาวญิ ญาณซึงปรากฎอยูใ่ นหมู่บ้าน Kampung Tralach ตําบล Sala Lek Praim จังหวดั Kampung Chhnaing ซึงเปนหมู่บ้านชาวมุสลิมในเขมร ทีมาจาก https://www.sac.or.th/interconference/2015 /?page_id=62 ศิลปะการแสดงแบง่ เปน2แบบคือ แบบพืนถินและแบบประยุกต์ มาเลเซียเปนดินแดนทีมีความหลากหลายทางชาติ ประเทศมาเลเซีย พันธ์ ได้แก่ มลายู จีนและ อนิ เดีย น ส เจตสุภา สุภาพบุรุษ การแสดงพืนบา้ นของมาเลเซีย ได้แก่ ม 4/10 เลขที18 ทีมาhttps://sites.google.com/site/civilizati ทีมา oninmalaysia/wathnthrrm-maleseiy https://www.tripdee i03.php การเต้นราํ ยอเก็ต ระบาํ ซาปน ประเทศอนิ โดนีเซีย https://sites.google (Yoget ) เปนการแสดงฟอนราํ หมู่ r-saedng เปนระบาํ มาเลยแ์ บบดงั เดิมซงึ มถี ินกําเ ซงึ เปนศิลปะพนื เมอื งของชาวมาเลเซยี โบราณ วฒั นธรรมประเพณีของชาวอนิ โดนีเซีย นิดอยูท่ ีมะละกา ตามประวตั ิเกิดขนึ ก่อนในดินแดนอาระเบยี แตกต่างไปตามวถิ ีการดําเนินชวี ติ ของประชากรใน เคบยาร์ (Kebyar) ได้รบั อิทธพื ลจากระบาํ โปรตเุ กส และต่อมาได้มคี นนํามาเผยแพรใ่ นมาเลเซยี ในครสิ ต์ศ เปนการแสดงรา่ ยราํ ผสมผสานกับ เปนหนึงในระบาํ ทีได้รบั ความนิยมมากที ตวรรษที 15 การแสดงระบาํ ซาปนมผี แู้ สดง แต่ละท้องถิน การเล่นดนตรี สดุ ในมาเลเซยี 12 คน แบง่ เปนหญงิ ชายจาํ นวนเท่ากัน ฝายละ ผทู้ ีแสดงการรา่ ยราํ นันจะนังราํ กับ โดยปกติแล้วแสดงโดยค่เู ต้นระบาํ ชาย- 6 จบั ค่เู ต้นกันเปนกล่มุ พนื โดนมฆี อ้ งวางอยูต่ รงหน้า หญิง ในชว่ งเทศกาลต่างๆ ใชก้ ารยกเท้ายกขาพรอ้ มกันเปนจงั หวะ จะทําการรา่ ยราํ สลับกับการเล่นฆอ้ ง ตามประเพณี จงั หวะดนตรคี ่อนขา้ งเรว็ เครอื งแต่งกายเปนแบบเรยี บๆ ไปโดยจะใชพ้ ดั เปนเครอื งประกอบก ดนตรเี น้นจงั หวะแบบกล่มุ 2 จงั หวะ ชายใสห่ มวกอิสลามหรอื หมวกแขก ใสเสอื กัก ารรา่ ยราํ จะใชม้ อื แสดงรว่ มกันการเ และแบบกล่มุ 3 จงั หวะ นุ่งโสรง่ หญงิ นุ่งกระโปรง เสอื รดั รูป ล่นหเู ล่นตาอยา่ งชดั เจน ขบั รอ้ งด้วยสาํ เนียงมาเลเซยี ตะวนั ออกเ มผี า้ แพรคลมุ ศีรษะ เต้นราํ ตามจงั หวะดนตรี ผทู้ ีแสดงสว่ นใหญ่จะเปนผชู้ าย ฉียงเหนือ ซงึ บรรเลงจากชา้ ไปหาเรว็ เครอื งดนตรที ีใชบ้ รรเลงในการแสดงระบาํ ซาปนนี คือ กีตารแ์ บบอาระเบยี น ระบาํ บารอง (Barong & Rangda) เปนศิลปะการแสดงทีเปนเอกลักษณ์ของชาวเกาะบ าหลี เรอื งราวจะเกียวกับการต่อสกู้ ันระหวา่ งฝายดีและป ศาจบารอง ตัวแทนฝายดีเปนคนครงึ สตั ว์ มผี แู้ สดงประกอบเปนสมุนของทังสองฝายอีกหลา ยตัว ซงึ จะต่อสกู้ ันจนฝายธรรมะได้รบั ชยั ชนะในทีสดุ การรา่ ยราํ มที ่าทีอ่อนชอ้ ยงดงาม เสยี งเพลงไพเราะ

โยว่ เต หนุ่ ชกั พมา่ เปนศิลปะทีนยิ มในราชสาํ นกั พมา่ เปนการแสดงทีสอื ถึงนยั ยะสาํ คัญทางการเมอื ง เรอื งราวต่างๆ ในราชสาํ นักทีไมส่ ามารถพูดถึงอยา่ งตรงไปตรงมาได้ ประเทศ ลาว ในอดีตผูช้ กั หนุ่ ต้องเปนชายเท่านัน นักเล่นหนุ่ ชกั หลายคนได้รบั การยกยอ่ งใหเ้ ปนถึงขุนนาง แต่ต่อมาในภายหลังเรมิ มกี ารถ่ายทอดความรูห้ นุ่ ชกั พมา่ ใหแ้ ก่ผู้หญิง อาทิเชน่ คณะแสดงหนุ่ มณั ฑะเลย์ อาจารยผ์ คู้ วบคมุ คณะได้ถ่ายทอดวชิ าใหแ้ ก่ลกู และหลานทีเปนผู้หญิง เพอื สบื ทอดวธิ กี ารชกั หนุ่ พมา่ ตามรปู แบบทีมมี าแต่โบราณ นอกจากผู้ชกั หนุ่ แล้วยงั มนี ักรอ้ งและนกั ดนตรวี งปพาทย์ เสยี งและคารมของนักรอ้ งนบั เปนจุดเด่นและปจจยั วดั ความสาํ เรจ็ ของคณะหนุ่ ชกั การแสดงหนุ่ ชกั ได้แพรก่ ระจายจากราชสาํ นกั ในชว่ งปลายสมยั ราชวงศ์คองบองไปสพู่ มา่ ตอนล่าง หลังจากทีอังกฤษยดึ ครอง โดยนิยมเล่นกันในเมอื งยา่ งก้งุ ความล่มสลายของราชสาํ นักพมา่ ทําใหค้ ณะหนุ่ ชกั เดินทางไปแสดงนอกเมอื งมณั ฑะเลยม์ ากขนึ เรอื งราวทีนาํ มาใชเ้ ล่นหนุ่ กระบอกจะมคี วามแตกต่างกันไปแต่ละคณะ มกั นยิ มเขยี นบทขนึ เพอื แสดงเอง และไมม่ กี ารหยบิ ยมื เรอื งราวระหวา่ งคณะมาใชเ้ ล่นโดยเด็ดขาด แต่บทเพลงทีใชป้ ระกอบการเล่นอาจมกี ารหยบิ ยมื ใชบ้ า้ ง เนือหาในการเล่นหนุ่ มกั เปน ชาดก นทิ านพนื บา้ น ตํานานเกียวกับนตั หรอื องค์เจดีย์ เรอื งราวบางสว่ นทีเกียวขอ้ งกับประวตั ิศาสตรพ์ มา่ และ รามายณะ ทีมา; ประเทศ พม่า น ส ศรุตา คงอาษา ม 4/10 ระบําหมวก เลขที19 เปนการแสดงพืนบ้านทางภาคเหนือของเวยี ดนาม ประเทศเวยี ดนาม มีลักษณะท่าทางการราํ ทีออ่ นซ้อยสวยงาม หมวกรูปทรงกรวยทีเรยี กวา่ นอนล้า และชุดแต่งกาย ทีเรยี กวา่ อาวหยาย เปนสิงของและการแต่งกายทีใช้ ในชวี ติ ประจําวนั การแสดงระบําหมวกจึงแสดงเอก ลักษณ์ทีโดดเด่นของชาวเวยี ดนามอยา่ งชดั เจน ทีมา : https://sites.google.com/site/weiydnamkabxaseiyn/wathnthrrm-laea-prapheni น ส นันท์นลิน วงศ์พระจันทร์ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ทีมา : https://www.acc-th.com/TH/news_articels/adai_adai_folk_performance_arts_of_kampong_ayer_in_brunei_darussalam_.html ม 4/10 เลขที21 อะได-อะได เปนการเต้นราํ พืนเมืองประกอบการรอ้ ง และบรรเลงดนตรขี องประเทศบรูไน การแสดงพืนบา้ นอาเซียนโซนเอเชยี ตะวนั ออกเฉีย ดารุสซาลาม มีต้นกําเนิดมาจากชาวประมงพืนเมืองในหมู่บา้ นกัมปง อาเยอร์ งใต้ เปนหมู่บ้านกลางนา ชาวบา้ นทีอาศัยอยูใ่ นหมู่บ้านแหง่ นี ส่วนใหญม่ ีอาชพี เปนชาวประมง การแสดงพืนเมือง อะได-อะได จึงมีจุดประสงค์เพือสรา้ งความสนกุ สนาน เพลิดเพลิน ระหวา่ งออกหาปลา และเพือบรรเทาความเหนือยล้าจากการทํางาน โดยเนือหาของเพลง จะบอกเล่าถึงวถิ ีชวี ติ ของชาวประมง เครอื งดนตรหี ลักทีใชใ้ นการบรรเลงประกอบการเต้นราํ คือ กัมบุส (Gambus) กลองดมบัค (Dombak) ราํ มะนา ฆ้อง และไวโอลิน นักแสดงจะมีทังหญงิ และชาย เต้นราํ คู่กัน มีการแต่งกายแบบชาวเล โดยนักแสดงชายจะสวมชุดพืนเมือง มีผ้าพาดไหล่ หรอื คาดเอว ถือไม้พายประกอบการเต้นราํ ส่วนนักแสดงหญิงจะสวมชุด บาจู เกอบายา (Baju kebaya) คือเสือแขนยาวและผ้าถุง คลุมผมทังหมดด้วยผ้าพืนเมือง เชน่ ผ้าบาติก เปนต้น และถือตะกรา้ หรอื กระจาด ประกอบการเต้นราํ ปจจุบันการเต้นราํ พืนเมือง อะได-อะได ไม่ได้มีแค่ในหมู่ชาวประมงในหมู่บา้ นกําปง อาเยอร์ เท่านัน แต่ชาวบรูไนยงั นิยมนํามาแสดงในโอกาสพิเศษต่างๆ อกี ด้วย : สิงค์โปร์ : ประเทศฟลิปปนส์ นางสาววรพิชชา ศิลปวุฒิกุล ชนั การเชดิ สิงโต” (Lion Dance) ม 4/10 เลขที 16 เปนส่วนหนึงของการเฉลิมฉลองในเทศกาลตรุษจีน ฟลิปปนส์เปนประเทศเดียวในเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ทีอยูภ่ ายใต้อทิ ธพิ ลของตะวั หรอื วนั ขึนปใหม่ของชาวจีนทัวโลก นตก ก่อนจะได้มีโอกาสพัฒนาวฒั นธรรมของตัวเอง ในประเทศสิงคโปรส์ ่วนใหญม่ ีเชอื สายจากชุมชนชาวจีนมณฑลทางภาคใต้ข วฒั นธรรมฟลิปปนส์จะมีส่วนคล้ายกับประเทศในละตินอเมรกิ า องประเทศจีน ประชาชนแบง่ ออกเปนชุมนมุ ชนทางเชอื ชาติและภาษาทีแตกต่างกัน จึงทําใหแ้ บบอยา่ งการเชดิ สิงโตและการผลิตหวั สิงโตเปนแบบสิงโตทางภาคใ ฉะนันนาฏศิลปจึงมีการแสดงไปในรูปแบบของชาติตะวนั ตกเสียส่วนใหญ่ ต้ (South Lion) มีการใชโ้ ครงไม้ไผ่ประกอบเขา้ กับวสั ดุท้องถิน เชน่ กระดาษ ผา้ ไหม โลหะ แผน่ เงนิ และเกล็ดทอง ฯลฯ เยบ็ ประกอบและจัดสรา้ งตามแบบหวั สิงโตท้องถินในฮกเกียน แต้จิว และกวางตุ้ง น ส ฑิตยา รกั ทรพั ย์ ฟลิปปนส์การแสดงพืนบ้านที งวิ หุน่ กระบอก ม 4/10 เลขที14 น่าสนใจ อาทิเชน่ เดิมหุน่ กระบอกทีทําจากไม้นีเปนองค์ประกอบสําคัญในก ารประกอบพิธกี รรมในงานศพและพิธขี จัดกาฬโรคในสมั edee.com/traveldata/bali/bal คารโิ นซา (Carinosa) e.com/site/indoniseiy1987/ka เปนระบําพืนเมืองทีได้อทิ ธพิ ลมาจากสเปน ยโบราณ ต่อมาในสมัยปลายราชวงศ์ฮนั ได้ถูกนํามาแสดงในงานม ทีมา: คารโิ นซา แปลวา่ คู่รกั หรอื ทีรกั https://sites.google.com/site/filippins5170/wathn เวลาเต้นจะจับคู่หญิง – ชาย ผู้หญิงจะใส่ชุด Maria งคลด้วย แต่การใชห้ ุน่ กระบอกแสดงในงานศพก็ยงั คงมีต่อมาจนถึงราชวงศ์หมิง ในสมัยราชวงศ์หมิง thrrm-pra-phe วนั ทีค้นขอ้ มูล:18 มิถุนายน 2564 Clara และถือพัด หรอื ผ้าเชด็ หน้า มีหุน่ กระบอกชนิดใหม่เกิดขึนเรยี กวา่ หุน่ กระบอกถุงมือ รา่ ยราํ แสดงท่าทางเขินอาย หรอื เรยี กวา่ ปูไต้ซี หรอื จ่าจงซี บทเพลงมรเนือหาชมความงามของหญิงสาว การละเล่นชนิดนีเรมิ เจรญิ ขึนทีมณฑลฮกเกียน เมืองเฉวยี นโจว และการแสดงชนิดนีเปนทีนิยมกันมากทีไต้หวนั โดยเฉพ าะในชาวจีนฮกเกียน ปจจุบนั พธิ กี รรมดังกล่าวก็ยงั มีใหเ้ หน็ อยูใ่ นประเทศสิงค โปร์ เชน่ พธิ กี งเต๊กทีวดั จีนผูเ่ จวยี ซือ ทีมา https://www.sac.or.th/databases/southeastasia/ subject.php?sj_id=71 ตินิคลิง (Tinikling)หนึงในการเต้นราํ ดังเดิมของฟลิป ปนส์เปนทีนิยมและรูจ้ ักมากทีสุดใชล้ ําไม้ไผ่เ ปนเครอื งเคาะจังหวะโดยผู้จับไม้เคาะลําไม้ก ระทบกับพืน และเคาะในอตั ราจังหวะทีเรว็ ขึน ส่วนผู้เต้นจะใชจ้ ังหวะการเต้นแบบก้าวกระโ ดด เพราะไม่ใหเ้ ท้าโดนลําไม้ไผ่(คล้ายการเต้นลา วกระทบไม้ข้องไทย)

แบบทดสอบ เร่ือง การแสดงพืน้ บ้านอาเซียน 1. การฟ้อนราของชาวบรไู น“อาลุส ญูวา ดินดงั ”มกั แสดงในพิธีอะไร ก.งานศพ ข.ฉลองขึ้นบา้ นใหม่ ค.งานบวช ง.พิธมี งคลสมรส 2. การระบามาเลยแ์ บบดง้ั เดิมได้รบั อิทธิพลมาจากประเทศอะไร ก.ประเทศโปรตเุ กส ข.ประเทศไทย ค.ประเทศอินเดยี ง.ประเทศลาว 3. ระบาโยเกต็ มีถ่ินกาเนดิ ที่ประเทศอะไร ก.อินโดนีเซยี ข.มาเลเซีย ค.เวียดนาม ง.กมั พูชา 4. การแสดงพื้นบ้านของประเทศลาวคอื อะไร ก. โขน ข. หมอลา ค. หุ่นกระบอกนา้ ง. ตินิคล่ิง 5. หุ่นกระบอกนา้ ประเทศเวยี ดนาม เสนอเรือ่ งราวเก่ียวกบั อะไร ก. วถิ ชี ีวติ การทามาหากนิ ข. ความเปน็ มาของเวียดนาม ค. การส้รู บ ง. การค้าขาย เฉลย 1. ง 2. ก 3. ข 4. 2 5. ก สมาชิก นายจิรายุทธ ศรสี ุข เลขท่ี 2 ( ข้อ 1 ) นายกิตติภพ แท่นทิพย์ เลขท่ี 6 ( ข้อ 2 ) นายติณณภพ พวงมาลา เลขท่ี7 ( ขอ้ 3 ) นายปวริศร พรชยั พิสทุ ธ์ิ เลขที่ 8 ( ข้อ 4 ) นายศภุ วชิ ญ์ สายออ๋ ง เลขท่ี 9 ( ขอ้ 5 ) นายธีรธวชั นลิ พงศ์ เลขท่ี 10

1 1