๒ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปีท่ี ๑ สถติ ินิสติ หลกั สตู รพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา ปกี ารศกึ ษา ๒๕๔๔-๒๕๕๕ ปกี ารศึกษา จำนวน ปที ี่ ๕ รวม หมายเหตุ ปที ่ี ๑ ปที ่ี ๒ ปีท่ี ๓ ปีที่ ๔ ๕๐ รนุ่ ๑ ๒๕๔๔ ๑๑ ๑๕ ๒๕ - - ๕๓ รุ่น๒ ๖๓ รนุ่ ๓ ๒๕๔๕ ๓ ๑๑ ๑๕ ๒๕ - ๔๘ รนุ่ ๔ ๔๕ รุ่น๕ ๒๕๔๖ ๑๐ ๓ ๑๑ ๑๕ ๒๕ ๔๑ รนุ่ ๖ ๔๙ ร่นุ ๗ ๒๕๔๗ ๑ ๑๐ ๓ ๑๑ ๑๕ ๔๓ รุ่น๘ ๔๙ รนุ่ ๙ ๒๕๔๘ ๒๐ ๑ ๑๐ ๓ ๑๑ ๓๖ รุ่น๑๐ ๔๐ ๒๕๔๙ ๗ ๒๐ ๑ ๑๐ ๓ ๓๓ ร่นุ ๒๕๕๐ ๑๑ ๗ ๒๐ ๑ ๑๐ รวม ๑๑ ๑๒ ๒๕๕๑ ๔ ๑๑ ๗ ๒๐ ๑ ๓๕ ๑๓ ๓๔ ๑๔ ๒๕๕๒ ๗ ๔ ๑๑ ๗ ๒๐ ๒๗ ๑๕ ๒๗ ๑๖ ๒๕๕๓ ๗ ๗ ๔ ๑๑ ๗ ๓๐ ๑๗ ๒๗ ๑๘ ๒๕๕๔ ๑๑ ๗ ๗ ๔ ๑๑ ๙๑ ๑๙ ๑๐๘ ๒๐ ๒๕๕๕ ๔ ๑๑ ๗ ๗ ๔ ๑๑๖ ๑๒๗ การศกึ ษา ๒๕๕๖-๒๕๖๖ ปกี ารศกึ ษา จำนวน ปที ี่ ๑ ปีที่ ๒ ปที ี่ ๓ ปที ่ี ๔ ปที ่ี ๕ ๒๕๕๖ ๑๖ ๓ ๗ ๕ ๔ ๒๕๕๗ ๘ ๑๐ ๔ ๗ ๕ ๒๕๕๘ ๗ ๕ ๔ ๔ ๗ ๒๕๕๙ ๗ ๗ ๕ ๔ ๔ ๒๕๖๐ ๖ ๗ ๗ ๖ ๔ ๒๕๖๑ ๖ ๔ ๖ ๕ ๖ ๒๕๖๓ ๖๙ ๗ ๔ ๖ ๕ ๒๕๖๔ ๓๗ ๕๔ ๗ ๔ ๖ ๒๕๖๕ ๒๖ ๓๒ ๔๘ ๗ ๓ ๒๕๖๖ ๑๖ ๒๖ ๓๒ ๔๘ ๕
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๑ | ๓ คำนำ “สิกขาจาริกโสเหล่เสวนาอารยธรรมล้านนา” เป็นกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนานิสิตท่ีรวมเอา กิจกรรมโสเหล่เสวนาและสกิ ขาจาริกเข้าดว้ ยกัน ในปนี คี้ ณะกรรมการบริหารหลักสตู ร ไดก้ ำหนดสถานท่ีสิกขา จาริกอารยธรรมล้านนา จึงผูกสามคำเข้าด้วยกัน โดยคาดว่าจะพัฒนาองค์ความรู้และประสบการณ์ในด้าน ประวัติศาสตร์ อารยธรรม บทบาทของพระสงฆ์ในด้านสังคมสงเคราะห์ การบริหารจัดการวัดเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนาธรรม รูปแบบสำนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่มีมาตรฐาน ตลอดถึงการ ประยุกต์พุทธธรรมให้เกิดผลและเหมาะสมกับยุคปัจจุบัน โดยจุดสำคัญสูงสุดอยู่ที่การโสเหล่เสวนาท่ี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ภายใต้หัวข้อ “ จากเดินสู่อิสรภาพถึงขันธวิมุติสะมังคีธรรมะ” ที่มีอาจารย์ประมวลเพ็ง จันทร์เปน็ วทิ ยากรหลกั หลังจากกิจกรรมโสเหล่เสวนาสิกขาจาริกอารยธรรมล้านนาเสร็จสิ้นลง ทางหลักสูตรสาขาวิชา พระพุทธศาสนา ได้รวบรวมประมวลข้อสรุปและความคิดเห็นของผู้ร่วมกิจกรรมฯ จัดทำเป็นอีบุ๊คตามชั้นปี ของนสิ ิต จำนวน ๔ เลม่ เพือ่ ขยายผลในวงกวา้ งออกไป ในเอกสารนม้ี เี นอ้ื สาระแบง่ เป็น ๓ สว่ น ๓ ป. คอื ปฐม บท ประสบการณ์ และปัจฉิมบท ซึ่งเป็นการสะท้อนข้อคิดความเห็นหลากหลายมิติ ในมุมมองของผู้เข้าร่วม กิจกรรมสิกขาจาริกตั้งแต่คณาจารย์ บัณฑิต นิสิต ผู้ร่วม ตลอดถึงประมวลภาพถ่ายและข้อสังเกตในสถานที่ สำคัญๆ อรรถรสจะเข้มข้นเพยี งใด ขอเชญิ ชวนตามดรู ายละเอยี ดภายในเลม่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบันทึกสิกขาจาริกอารยธรรมล้านนาเล่มนี้ จักเป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อผู้ใฝ่รู้ ใฝ่คิด ใฝ่ศึกษาสืบไปในอนาคต
๔ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชนั้ ปที ี่ ๑ หนา้ ๓ สารบัญ ๕ เร่ือง ๗ คำนำ ๙ สารบัญ ๑๓ ตอนที่ ๑ : บันทกึ สาระเก่ยี วกบั อารยธรรมล้านนา ๑๕ พระศกั ดน์ิ รินทร์ ปยุตตฺ ปุญโฺ ญ ๒๑ พระศวิ พงษ์ คุณยตุ โฺ ต ๒๕ พระนคิ ม อตถฺ โกวิโท ๒๙ พระธีรวัฒน์ กิตฺตโิ ก ๓๑ ตอนที่ ๒ : บนั ทกึ เกี่ยวกบั บทบาทพระสงฆล์ ้านนา ๓๕ พระสภุ ัส สุปภาโต พระสมุหศ์ ักด์ิ ปชฺโชโต ๔๑ พระสมุหพ์ นิ จิ กลยฺ าณธมโฺ ม ๔๕ พระเอกลกั ษณ์ วรญาโณ(คดิ ดีจริง ๔๙ พระครูปิยธรรมากร ๕๑ ตอนที่ ๓ บันทึกความคดิ เห็นต่อการสิกขาจาริกอารยธรรมลา้ นนา ๕๓ พระสมชาย ปปัญญาธโร ๕๕ พระอุทยั หิตกาโม ๕๗ พระเปียก ธิตาโส ๖๑ พระวทิ ยา ฐานวีโร ๖๓ พระอธกิ ารอำนวยทยั สิรธิ มฺโม ๖๕ พระอภชิ ัย เทวมิตโฺ ต ๖๗ พระประหยดั ตปสโี ล ๖๙ พระแสนศักด์ิ มหาญาโณ พระวิศรตุ ธมมฺ สนุ ทโร พระภูฐาน สุเมโธ กับคุณ สามเณรเอกชยั สร้อยจิตร์ อานันทวธุ ทองสาย
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๑ | ๕ ตอนที่ ๑ บนั ทกึ สาระเกี่ยวกบั อารยธรรมล้านนา
๖ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปีท่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๑ | ๗ ความเข้าใจเกย่ี วกับประวตั ิศาสตร์พุทธศาสนาในล้านนา พระศักด์ินรนิ ทร์ ปยุตตฺ ปุญโฺ ญ๑ พระพทุ ธศาสนาในอารยธรรมลา้ นนา เปน็ ศาสนาทมี่ คี วามเจริญอยา่ งย่ิงเม่ือคร้ังอดตี แสดงใหเ้ หน็ ว่า ความเลื่อมใสศรัทธาในอดีต นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเผยแผ่ โดยถือว่าแหล่งศึกษาหาความรู้เป็น นักปราชญ์ คือผู้ทีแ่ ตกฉานเร่ืองธรรมคำสอน เพราะสมยั นนั้ ถือว่าเปน็ ผรู้ ู้ ดังน้นั จงึ มีการศึกษาเล่าเรยี นภายใน วดั วาอาราม ในสมยั กอ่ นผู้ท่ีจะเปน็ เจา้ คนนายคนหรือรับราชการใดๆ กต็ าม ต้องผา่ นการศึกษาจากพระเถระผู้ ทรงความรู้ทั้งน้ัน จงึ ทำใหช้ มุ ชน บา้ นเมือง และศาสนา พง่ึ พากนั และกนั มีความกลมเกลียวเป็นปรึกแผ่นมาก ข้นึ จึงเป็นท่นี ่าสนใจวา่ ศาสนาพทุ ธเป็นศาสนาของผูร้ ู้ หรอื นักปราชญน์ ้นั เองหากกล่าวถึงความเจรญิ ท่ีมากข้ึน ภาพ ณ วดั เจด็ ยอด จังหวัดเชียงใหม่ ในล้านนา ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องการศึกษาที่ให้ผลสำเร็จและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้หลายด้าน ได้แก่ ๑) ด้านพระพุทธศาสนา เช่น มีการปฐมสังคายนาขึ้นในประเทศไทยครั้งแรกก็เกิดที่อาณาจักรล้านช้าง ๑นิสิตชัน้ ปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๐๒ หลักสูตรพทุ ธศาสตรบณั ฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา
๘ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ี่ ๑ แห่งนี้ ๒) ด้านสถาปัตยกรรม เกิดจากสติปัญญาของชุมชน มีการคิดค้นค้นคว้า กระบวนการสร้างงานศิลปะ ใหม่ๆ ขน้ึ ๓) ดา้ นการปกครอง เม่ือศาสนาเปน็ ทีเ่ คารพ มีความเข้มแข็ง คำสอนและขอ้ ประพฤติอันดีงามก็จัก ปรากฏท่ามกลางชุมชน อาทิ(สังคมนิยม สันติ) จึงเป็นความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ๔) ด้านความเป็นอยู่ ในอดีตอาณาจักรล้านนาเป็นศูนย์กลางการค้า ยิ่งมีการแปรรปู ผลติ ภัณฑห์ ลากหลายตอบโจทย์ของผูส้ นใจ ยิ่ง เพิ่มมูลค่าและยิ่งสร้างรายได้ จึงบอกได้ว่า เนื้อหอม ในสมัยนั้นเลยทีเดียว และที่เฟื่องฟูที่สุดคงจ ะหนีไม่พ้น ๕)ดา้ นการศกึ ษา วดั เป็นแหลง่ ศึกษาช้ันยอด และทรงความรู้ พรอ้ มทัง้ มีอิทธิพลอยา่ งสงู จงึ ไมแ่ ปลกเลยท่ีพุทธ ศาสนา วัฒนธรรม และศิลปะ จัผสมผสานกนั อย่างลงตวั และเปน็ เอกลักษณ์ โดยหาชมได้เฉพาะถ่นิ ต้องขอบคุณทางมหาลัยที่ให้ความอนุเคราะห์นำพานิสิต เดินทางไปสิกขาจาริกอารยธรรมล้านนา ทำให้เราได้เห็นความคิด ทัศนคติ ที่ชาวพุทธมีต่อพระศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกโดยผ่านงานศิลปะ ด้านวัฒนธรรม และหลายๆด้าน และยังได้พบกับคณาจารย์อีกมากมายที่มาให้ความรู้ พร้อมกันนั้นยังได้รับ ความรู้จากพระมหาเถระ ที่ทรงคุณากรทรงคุณค่าและเป็นหลักมิ่งขวัญให้ชาวเมืองได้เคารพบูชา นับว่าการ เดนิ ทางในครงั้ นี้ สามารถเล่าเรอ่ื งราวได้มากมาย แต่อาตมาขอสรปุ ดงั นี้ ๑) การศกึ ษา ไดส้ มั ผสั ศิลปะอนั วจิ ติ ร ได้ทราบที่มาประวัติศาสตร์ ทั้งโบราณสถานและสถานที่สำคัญๆ ได้แนวความคิดทัศนคติ มุมมอง ของ นักพัฒนา ๒) มนุษย์สัมพันธ์ คือมิตรภาพบนรถบัสที่ขับเคลื่อนตลอด ๕ วัน ที่สิกขาจาริก ประสบการณ์ต่างๆ และมติ รภาพใหม่ๆ ภาพ ณ วัดสวนดอก จังหวดั เชยี งใหม่
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๑ | ๙ สภาพการณพ์ ระพุทธศาสนาในลา้ นนาในปจั จบุ นั พระศิวพงษ์คณุ ยุตโฺ ต๒ สภาพการณ์ของพระพุทธศาสนาในล้านนาในปัจจุบัน นั้นมีการ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเน่ืองจากได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรม จากพทุ ธแบบพมา่ มา เนื่องจากล้านนาในช่วงนั้นเคยตกเป็น เมืองขึ้นของพม่ามาก่อน ในสมัยนั้นโดยการปกครองของพม่า เพราะการเป็นเมืองขึ้นของพม่าในช่วงนั้นด้วยทำให้ พระพุทธศาสนาไม่มั่นคงไม่มีอำนาจ ขาดผู้มาสนับสนุนในการ ส่งเสริมและแพร่ขยายให้พระพุทธศาสนาเกิดความยง่ั ยืนได้ ทำให้ พระพุทธศาสนาเกิดความซบเซาลงมาเรื่อย ๆ เพราะขาดพระสงฆ์ ผู้เป็นนักปราชญ์ที่มีภูมิความรู้ความสามารถเหมือนดั่งในสมัย รุ่งเรือง และการปฏิบัตกิ ิจศาสนากเ็ ป็นแบบคตินิยมที่สืบสานต่อๆ กันมานาน ทำให้เกิดความเบี่ยงเบนไปจากหลักเถรวาท ค่อนข้างมาก รวมไปถึงวัฒนธรรมของพม่าได้มีอิทธิพลต่อชาว ล้านนาอย่างมาก เช่น นิยมการบวชสามเณร มากกว่าการบวช พระภิกษุ เพราะการบวชสามเณร และบวชภายในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้การศึกษาพระพุทธศาสนาในล้านนา เกิดความไม่เข้มแข็ง และค่อยๆเสื่อมลงมาเรื่อยจนมาถึงปัจจุบันอีก ๒๐๐ ปี (๒๓๑๗-๒๕๕๗)เป็นเวลารวมทั้งหมด ๔๐๐ ปี ความ เสื่อมถอยนี้ทำให้ไม่มีนักปราชญ์ทางบาลีเกิดขึ้นมาเลย จึงไม่มีการแต่งตำราบาลีขึ้นมาอีก ทั้งนั้นการบวช สามเณร ทำให้ไม่มีการสร้างพระอุโบสถ วัดในหมู่บ้านจึงนิยมสร้างเพียงพระเจดีย์ พระสถูป และพระวิหาร เท่านั้น ถึงจะมีผู้ที่ตั้งใจบวชเพื่อศึกษาและปฏิบัติแต่ก็มีส่วนน้อย ทำให้ไม่อาจจะเผยแผ่ให้เกิดความรุ่งเรือง ข้ึนมาได้ และสว่ นมากนิยมบวชเพอ่ื เน้นพธิ ีกรรมของชาวบ้านเป็นสว่ นใหญ่ หรอื ประพฤตติ นในสายปฏบิ ตั ิ สาย ครูบา เป็นเอกเทศต่างๆกันไป ซึ่งก็ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักในการเสื่อมไปของพระพุทธศาสนา ในพม่ายังมี พระสงฆ์ ที่ปฏิบัติ ทรงพระไตรปิฎก ให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหลายรูป ดังนั้นจึงกล่าวมาถึงพระพุทธศาสนาใน ล้านนาในปัจจุบันได้พัฒนาเรื่อยมาได้มีความเจริญรุ่งเรืองเลยมาในปัจจุบัน นั้นได้มีการก่อสร้างสิ่งต่างๆ มากมายมีพระธาตุที่บรรจุพระสารีริกธาตุของพระพุทธองค์ไว้ซึ่งได้ตั้งอยู่ ณ ภาคเหนือของประเทศไทยหรือ ๒นสิ ติ ชน้ั ปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๓๔ หลักสตู รพุทธศาสตรบณั ฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา
๑๐ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชนั้ ปที ่ี ๑ ลา้ นนานน้ั เอง มพี ระธาตุ สำคัญๆอยู่ ๗ แห่ง ซ่ึง เป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่ สำคัญของชาวล้านนาซึ่ง ได้มีประวัติศาสตร์มา อย่างยาวนานกว่าพันปี จึงสะท้อนให้เห็นถึงอาร ธรรมของชาวล้านนาใน อดตี จนถึงปัจจบุ นั มีดังนี้ ๑.พระบรมธาตหุ ริภุญชัย วดั พระบรมธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เมืองลำพนู บรรจพุ ระเกศบรมธาตุ (กระดกู ส่วนศีรษะ) ของสมเด็จพระ สัมมาสมั พุทธเจ้า ๒.พระบรมธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เมืองเชียงใหม่ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์ ใหญ่ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓.พระบรมธาตุศรีจอมทอง วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อำเภอ จอมทอง เมืองเชียงใหม่ บรรจุพระทักษิณโมลีธาตุ (กระดูกพระเศียรเบื้องขวา) ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ เจ้า ๔.พระบรมธาตลุ ำปางหลวง วัดพระธาตลุ ำปางหลวง อำเภอเกาะคา บรรจพุ ระเกศาธาตุ (ผม) และพระอัฐิ ธาตุพระนลาตเบื้องขวา พระเมฆิยะ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕.พระบรมธาตุดอยตุง วัดพระมหาชิน ธาตุเจ้า (ดอยตุง) เมืองเชียงราย บรรจุพระรากขวัญเบือ้ งซ้ายธาตุ (กระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย) ของสมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า ๖.พระบรมธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่ บรรจุพระเกศาธาตุ (ผม) และพระบรม สารีริกธาตุพระศอกข้างซ้าย ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๗.พระบรมธาตุแช่แห้ง วัดพระธาตุแช่แห้ง เมือง น่าน บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ของทางภาคเหนืออีกดว้ ย จากการท่ีข้าพเจ้าได้เดินทางไป โสเหลส่ กิ ขาจาริกทภ่ี าคเหนือได้ไปศึกษาวัฒนธรรม ของทางอารยธรรมล้านนา ได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียม วิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นและชาวเผ่าต่างๆ จึงได้ทราบว่า พระพุทธศาสนาในล้านนาในปัจจุบันนั้นยังเจริญงอกงามสืบต่อมายังปัจจุบันได้มีพระสงฆ์ผู้ทรงภูมิปัญญา ใน การพัฒนาพระพุทธศาสนาให้เกิดความเลื่อมใส ศรัทธา ของศาสนิกชน และยังตอ่ ยอดใหเ้ ป็นสถานท่ีท่องเที่ยว ยอดนยิ ม เชน่ สกายวอคเกอร์ วัดพระธาตผุ าเงา วัดร่องขุ่น วัดห้วยปลาก้งั ซ่ึงได้รวบรวมผู้คนถึง ๕ ศาสนามา อยู่ร่วมกันโดยไม่แบ่งแยก และยังมีวัดจอมกิตติ วัดป่าสัก วัดเจดีย์หลวง วัดเจ็ดยอด เป็นต้น แสดงให้เห็นถึง ความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในล้านนา ได้มีการพัฒนาโดยพระสงฆผ์ ู้มีใจศรัทธาเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ในการทำนุบำรงุ วัดวาอารามให้มีความวิจิตร ตระการตา จึงขอจบการบรรยายไวเ้ พยี งเทา่ นี้
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๑ | ๑๑ สรุปความประทับใจ : ความประทับใจในการไปสิกขาจาริกในครั้งนี้นั้นด้วยมีการจัดโสเหล่ สิกขา จาริกอารยธรรมล้านนาข้ึนมาโดยคณะคณาจารยแ์ ละนสิ ิตคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ได้เดินทางจากจังหวัดสุรินทร์ ณ วัดศาลาลอย พระอารามหลวง เวลา ๐๗.๐๐ น. มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่ ถึง ณ เวลา ๐๒.๐๐ น. ระหว่างเดินทางได้มีการสอบถามพระนิสิตในการ เดินทางไปโสเหล่ สิกขาจาริกอารยธรรมล้านนาในครั้งนี้ว่ามีความรู้สึกอย่างไร ซึ่งแต่ละรูปท่านก็ได้บอก ความรู้สึกของการได้เดินทางไปอย่างมีระบอบระเบียบซึ่งกระผมนั้นได้ฟังแล้วรู้สึกเกิดแรงบันดาลใจ และมี ความชื้นใจ ในคำตอบของนิสิตทุกรูปท่านที่ได้ตอบมาในแต่ละรายบุคคล พอเดินทางไปถึง ณ พุทธมณฑล เชียงราย ได้รับการต้อนรับอย่างดีโดยท่านเจ้าคณะจังหวัดเชียงรายท่านได้จัดสถานที่ไว้ให้คณะสิกขาจาริก อารยธรรมล้านนาได้พักอย่างดีเยี่ยม เมื่อได้พักผ่อนกันแล้วช่วงเช้าจึงได้ออกเดินทางไปยังวัดร่องขุ่น ซึ่งได้มี จิตรกรระดบั ชาติอย่าง อาจารยเ์ ฉลมิ ชัย โฆษิตพพิ ัฒน์ ซึง่ มเี ลือดเน้อื เชอื้ ไขของคนบ้านร่องขุ่นโดยกำเนิด ได้มา สร้าง “งานศิลป์เพื่อแผ่นดิน”ด้วยปัจจัยของท่านเอง จนทำให้เกิดวัดร่องขุ่นที่สวยงามเป็นที่ประทับใจของคน ไทยและชาวตา่ งชาติ และไปยงั วัดหว้ ยปลากั้งต่อ ซง่ึ ไดพ้ บ พระอาจารย์พบโชค ตสิ ฺสวํโส ได้เขา้ มาพฒั นาศาสน วัตถุ ด้วยเอาชีวติ ของท่านเป็นเดิมพัน จนเกิดเปน็ แรงศรัทธาขอสาธุชนทุกสารทศิ ได้เข้ามาบริจาคเพื่อสร้างศา สนวัตถตุ า่ งๆจนมีใหเ้ ห็นไดใ้ นปัจจุบัน และยังมวี ดั พระธาตผุ าเงาซ่งึ ได้เร่ิมมาจากวดั ร้างจนปจั จุบันได้มีพระธาตุ และสกายวอคเกอร์ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเทีย่ วติดอันดับในภาคเหนือ ยังมีวัดร่ำเปิง ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ โดง่ ดงั ในเชียงใหม่อีกด้วย กระผมขอจบการบรรยายความประทบั ใจเพียงแค่น้ี จบบรบิ รู ณ์
๑๒ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๑ | ๑๓ ประววัตศิ าสตร์ล้านนา เชยี งราย – เชียงใหม่ พระนิคม อตฺถโกวโิ ท๓ บทสรุปในการสิกขาจารกิ ครงั้ น้ี การที่ได้ไปสิกขาจาริกครั้งนี้เป็นการไปเรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมพระพุทธศาสนาทางภาคเหนืออาณาจักรเชียง แสนอาณาจักรล้านนาย่อมบ่งบอกว่าพระพุทธศาสนาในเมืองล้านนามีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากดูแต่ สถานที่วัดวาอารามตา่ งๆ ที่เจ้านายผู้ปกครองทางเหนือให้การอุปถัมภ์ พระพุทธศาสนาในแต่ละยคุ แตล่ ะสมยั มีความโดดเดน่ เป็นเอกลักษณเ์ ฉพาะตัวในการท่ีได้ไปสิค้าจารึกครง้ั น้ีย่อมมคี วามรู้เปน็ อยา่ งยง่ิ มากควรท่ีจะเอา มาวิเคราะหใ์ นการศึกษาเล่าเรียนวชิ าประวัตศิ าสตร์พระพทุ ธศาสนาในแบบฉบับเชียงแสนในล้านนาเปน็ อย่าง ยิ่งความประทับใจที่ได้ไปครั้งน้ีไม่รู้จัก คำว่าเพียงพอมีแต่จะค้นหาไปเรื่อยๆมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตศิลปะ และวัฒนธรรมอันดีงามควรจะนำเผยแผ่ให้นิสิตได้ไปศึกษาวิจัยวิเคราะห์ในสิ่งเหล่านั้นอาจจะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งนี่คือเพราะฉะนั้นในการที่ได้ไปสิกขาจาริกอารยธรรมล้านนาย่อมประจักษ์ชัดเจนว่ าลวดลาย ประตมิ ากรรมการท่ีได้ไปเจอในข่าวคร้ังนี้ย่อมเป็นความประทบั ใจของนิสติ ท่ีไดร้ ่วมกิจกรรมในคราวครั้งน้ีและ เปน็ ผลงานชิ้นของกิจกรรมสิกขาจาริกอารยธรรมล้านนาอาณาจักรเชียงแสนย่อมประจักษ์ชัดไดว้ ่าพุทธศาสนา ในสมัยล้านนาเชียงแสนนั้นย่อมมีความเจริญยิ่งในข่าวยุคท่ี พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเป็นอันมากดูแต่ สถานที่วัดวาอารามและสิ่งปลูกสร้างต่างๆล้วนบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นตัวตน ของชนชาวพื้นเมืองในยุค ประวัติศาสตร์ที่มีจารึกไว้ในคัมภีร์ในประติมากรรมต่างๆเอกที่ได้นำเสนอให้กับคณาจารย์ในสาขา พระพุทธศาสนาเป็นลำดบั ตอ่ ไป ผลสรปุ ของ กระผม ในครง้ั นี้ ๓นิสติ ชน้ั ปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๒๖ หลักสูตรพทุ ธศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา
๑๔ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๑ | ๑๕ พฒั นาการพระพทุ ธศาสนาในลา้ นนา พระธรี วัฒน์ กิตตฺ โิ ก๔ ความเชื่อดั้งเดิมของชาวล้านนา มีแนวคิดพื้นฐาน เกี่ยวกับเรื่องผีผสมผสานกับความเป็นพุทธได้อย่าง ลงตัว เสมือนหนึ่งว่าผีและพุทธร่วมกันสร้างโลก ทัศน์ให้ชาวล้านนามีรูปแบบเฉพาะของ ตนเอง ดังเช่นในขณะที่มีการเลี้ยงผีปู่แสะย่า แสะ ก็จะต้องขึงภาพพระบฏเพื่อเป็นสัญลักษณ์ การมาถึงของพระพทุ ธเจ้าดว้ ย ผี เป็นความเชื่อด้ังเดิมของชาวล้านนา มี ลักษณะเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หรือเทวดาอารักษ์ที่ คอยดูแลคุ้มครองคนและสถานทีใ่ ห้ปลอดภยั จากสิ่งชั่วร้าย ดังนั้นผใี นโลกทศั นข์ องชาวล้านนาจึงไม่ไดน้ า่ กลวั หรือคอยหลอกหลอนคน แต่ความรูส้ ึกที่มีต่อผจี ะเปน็ เหมือนมิตรทีส่ ร้างความอุ่นใจให้กับตน ท้ังน้ีผีก็มีหน้าท่ี แตกต่างกันไปตามสถานที่ที่ดูแล เช่น ผีเสื้อเมืองหรืออารักษ์เมือง จะเป็นผู้ดูแลเมือง ส่วนผีเสื้อบ้านก็จะมี หน้าที่ในการปกป้องดูแลหมู่บ้านเป็นต้น อีกทั้งยัง มีผีที่คอยดูแลคนในครอบครัวโดยตรง ซึ่งจะมี ความสัมพันธ์กับเครือญาติเดียวกันฐานะที่เป็นผี บรรพบุรษุ พุทธศาสนา เป็นอีกหนึ่งศรัทธาความเชื่อ ของชาวล้านนาที่ไม่เคยจางหายไป นับตั้งแต่ครั้งท่ี พ ร ะ ส ุ ม ณ ะ เ ถ ร ะ น ำ พ ุ ท ธ ศ า ส น า เ ถ ร ว า ท ม า ยั ง ดินแดนล้านนาในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙ จิต วิญญาณของความเป็นชาวพุทธทำให้เกิดงาน ศิลปกรรมทางศาสนาที่มีความงามและมีเสนห์อย่างลึกซึ้ง ผ่านแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานโดยใช้ ระบบสัญลกั ษณท์ ี่แฝงไปดว้ ยปรศิ นาธรรมทางศาสนา ๔นสิ ติ ชั้นปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๑๒ หลกั สตู รพุทธศาสตรบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา
๑๖ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชนั้ ปที ่ี ๑ รูปแบบวัดล้านนามีวิหารเปน็ ท่ีประกอบพธิ ีกรรมตา่ งๆ โดยมพี ระธาตเุ จดียเ์ ป็นศูนย์กลางของวัด ซง่ึ ท้ัง สองสว่ นนี้จะอยู่ในแนวเดียวกัน รวมท้งั ซุ้มประตูโขงทีเ่ ปน็ ประตูทางเข้าดา้ นหนา้ วดั ด้วย นอกจากวัดจะมี คุณค่าในด้านศิลปกรรมล้านนาแล้ว วดั ยังมีความสำคัญกับชาวลา้ นนา ในฐานะทเี่ ปน็ ศูนยร์ วมจิตใจมาแต่ อดตี เพราะเป็นสถานทส่ี ำหรับศึกษาหาความรทู้ ้ังในทางธรรมและในทางวชิ าการอน่ื ๆ ดังจะเห็นว่าภายในวดั มีการสอนภาษาบาลี สอนพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจา้ รวมถงึ เป็นแหล่งรวมรวมและเผยแพร่งาน ศิลปกรรมทางศาสนา ท่สี ะท้อนให้เห็นความงามจากพลงั แห่งความศรทั ธาที่เหนอื การประเมินค่าเป็นเงินตรา ได้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของพุทธศาสนาใน ชาวล้านนา คือประเพณีต่างๆ ทั้ง ๑๒ เดือน ล้วนแล้ว เก่ยี วข้องกับพุทธศาสนาแทบท้ังส้นิ แม้กระทงั้ กิจกรรมต่างๆ ในช่วงชีวิตหนึ่งก็ยังมีความสัมพันธ์กับพุทธศาสนา ด้วย อาทิ การขึ้นบ้านใหม่ การบวช การสืบชะตา เป็น ต้น ชาวล้านนานิยมไปทำบุญตักบาตรที่วัดในช่วงวัน พระ เพ่อื เป็นการรักษาศีล ทำจิตใจให้บรสิ ุทธ์ิ ท้ังยังเช่ือว่า การทำบุญจะช่วยส่งกุศลใหต้ นไปเกิดบนสวรรค์หรือได้เกิดใน ยุคพระศรีอาริยเมตไตร หากไม่สามารถไปวัดได้ก็จะสวด มนต์ไหว้พระที่บ้านเป็นประจำ ดังนั้นเรือนทุกหลังจึงต้องมี ห้งิ พระไวก้ ราบไหวบ้ ชู า เพอื่ เตือนสติตนใหอ้ ยู่ในศลี ในธรรม นอกจากการทำบุญในช่วงวันพระและวันสำคัญทางศาสนาแล้ว ชาวล้านนายังเชื่อว่าการทำทานก็เป็น อกี วธิ หี นึง่ ทส่ี ามารถสรา้ งผลบญุ กศุ ลได้ จงึ เกิดประเพณปี อยหลวงขึ้นในช่วงหลงั ฤดูเก็บเก่ียวขา้ ว ซง่ึ ถือวา่ เป็น การทำบุญใหญ่ประจำปีอกี ครั้งหนง่ึ ที่เกือบทกุ หมู่บ้านไดจ้ ดั ขนึ้ โดยมกี ารถวายปจั จยั ไทยทาน รวมถงึ ข้าวของ เครื่องใช้ที่จำเปน็ สำหรับวดั เชน่ ไม้ กระเบอ้ื ง จานชาม กาละมัง เป็นตน้ สรุปความประทบั ใจในการสิกขาจารกิ จากได้ไปสกิ ขาจารกิ ในอารยธรรมลา้ นนา ของมหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยาเขต สุรินทร์ พานำไป ก็ทำให้ไดเ้ รียนรูส้ ่ิงต่างๆ ความเปน็ มาของอนาจักรลา้ นนา ทัง้ อดีตมาจนถึงปัจจบุ ัน และการ นับถอื ส่งิ ต่างๆ เช่น ผี เป็นความเช่ือด้งั เดิมของชาวลา้ นนา และในการสร้างวดั ตา่ งๆ ประทับใจมาก แต่ละวดั มี ความสะอาดและสวยงามเปน็ อยา่ งมาก วัดส่วนมากจะอยู่บนเขา เพราะภูมิประเทศแถวนั้นเปน็ ภเู ขา และได้
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๑ | ๑๗ จัดสถานท่ีวัดใหเ้ ปน็ สถานท่ที ่องเท่ียว ซึ้ง ไดด้ งึ ดูดนักท่องเท่ียว จากทั้วสารทิศ ท้ังชาว ไทยและชาวต่างชาติ ไดเ้ ขา้ มาท่องเทย่ี วชม สถานทีเ่ ยอะมาก ได้ เข้าไปสกิ ขารกิ ที่ วัด ห้วยปลากง้ั ประทับใจ มากในการจดั การ บริหารวัด จะเหน็ ไดว้ ่า มกี ารแบง่ การทำงานเป็นแขนงๆออกไป มีศาสนา ๕ ศาสนาทำงานอยู่รวมกันในวดั และวัดต่างๆ บางวดั มวี ัดอยูใ่ นร้วั กำแพงเดยี วกัน รวมกนั อยถู่ งึ ๔ วดั ด้วยกัน ซ้งึ อยใู่ นตัวเมอื งจงั หวัดเชียงใหม่ จะเห็นว่าในวดั ต่างๆนั้น มีวิหารเป็นทป่ี ระกอบพีธกี รรมต่างๆ มพี ระธาตเุ จดยี ์เป็นศนุ ย์กลางของวัด ซึ้งสองสวน นีจ้ ะแนวเดยี วกัน วดั มคี ุณคา่ ในด้านศิลปกรรมล้านนา ยงั มีความสำคญั กบั ชาวลา้ นนา เป็นศนู ยร์ วมจติ ใจมาแต่ อดตี ในวัดมกี ารสอนบาลี สอนพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า รวมถึงเปน็ แหลง่ รวมรวมและเผยแพร่งาน ศิลปกรรมทางศาสนา จติ วญิ ญาณของความเป็นชาวพทุ ธทำให้เกดิ งานศลิ ปกรรมทางศาสนาท่ีมคี วามงามและ มเี สนห่ ์อยา่ งลึกซงึ้ รวมถงึ ประเพณตี ่างๆในล้านนาน้ันมคี วามเกยี่ วข้องกับศาสนาไมเ่ คยจางไป ท้งั อดตี ถึง ปัจจบุ นั แม้กระทั้งกจิ กรรมต่างๆ อาทิเชน่ การขน้ึ บา้ นใหม่ การบวช เปน็ ตน้ ชาวลา้ นนานิยมไปทำบุญตัก บาตรท่วี ดั ในชว่ งวนั พระ เป็นการรักษาศลี ทำจติ ใจใหบ้ ริสุทธิ์ ขอจบการนำเสนอไวเ้ พยี งเท่าน้ี
๑๘ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ที่ ๑ | ๑๙ ตอนที่ ๒ บนั ทกึ เก่ยี วกบั บทบาทพระสงฆล์ ้านนา
๒๐ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๑ | ๒๑ บทบาทพระสงฆใ์ นจดั การวัดใหเ้ ปน็ แหลง่ ปฏบิ ตั ิวปิ ัสสนากรรมฐานของวดั รำ่ เปงิ พระสภุ ัส สปุ ภาโต ๕ จากการได้ไปสกิ ขาจาริกโสเหลเ่ สวนาอารยธรรมล้านนาในครั้งน้ี ถอื เปน็ การเรียนรูใ้ นหลายมิติ ทั้งเป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆที่หลากหลาย ทั้งทางประวัติศาสตร์ด้านอารยธรรมล้านนา ด้านศิลปะทางพุทธ ศลิ ป์ ด้านสถาปัฏตยิ กรรม ด้านศาสนสงเคราะห์ และแนวทางการปฏิบัติวิปสั สนา ซง่ึ รวมอยู่ในกิจกรรมโสเหล่ เสวนาครั้งนี้ เรียกได้ว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการบูรณาการรายวิชาของนิสิตคณะพุทธศาสตร์บัณทิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยวิทยาเขตสุรินทร์ ได้อย่างครบถ้านทุก รายวิชาถอื เป็นการมาทัศนศึกษาท่มี ีคณุ ภาพได้สารประโยชน์และวชิ าการอยา่ สมบูรณแ์ บบ ผมเองมีความประทับใจในหลายๆสถานที่ ได้เห็นรูปแบบการบริหารจัดการ การพัฒนาวัดวาอาราม ที่ แตกตา่ งกนั ในรูปแบบและวิธีการของแต่ละวัด และประทับไจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ต่างชาติ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เข้ามา ทอ่ งเท่ยี วในวัดวาอารามณ์จะเห็นได้ว่ามีความ สำรวมระวังแต่งตัวสุภาพเรียบร้อย มีสัมมา คารวะเคารพต่อสถานที่ ซึ่งแตกต่างจากที่ผม เคยพบเจอเม่ือในอดตี ทีผ่ ่านมาแสดงให้เห็นว่า การบหิ ารจัดการการประชาสมั พันธ์ของแต่ละ สถานที่นั้นได้ผลมีประสทิ ธิภาพและผมมองวา่ ชาวต่างชาติเองก็คงซึมซับรับเอาวัฒนธรรม อันดีงามของคนไทยจากการเดินทางมา ทอ่ งเท่ยี วในประเทศไทย ซึ่งจากการได้พูดคุยสอบถาม นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผ่านทางมัคคุเทศก์ ชาวไทยบ้างสอบถามโดยส่วนส่วนตัวกับนักท่องเที่ยวบ้าง ได้ทราบว่านักท่องเที่ยวเหล่านั้นเดินทางมาเที่ยวที่ ประเทศไทยบ่อยครง้ั และชน่ื ชอบในสถานที่ท่องเท่ียวของไทยรวมถงึ วัฒนธรรมประเพณีและความมีน้ำใจไมตรี ของคนไทยกส็ ร้างความประทับใจแก่นักท่องเทีย่ วชาวต่างชาติอยา่ งย่ิง ๕นิสติ ช้ันปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๑๖ หลกั สตู รพุทธศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา
๒๒ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ี่ ๑ อีกอย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าการเดินทางมาเยือนอารยธรรมล้านนาครั้งนี้มีความพิเศษคือการได้ได้แลก เลีย่ นเรียนร้ทู างดา้ นภาษากับชาวต่างชาติ การทีเ่ ราไดส้ นทนากบั ชาวต่างชาติทเี่ ป็นเจ้าของภาษา อย่างชาวฝรงั่ น้ันเปน็ เรอื่ งทีไ่ ม่ได้อย่ใู นแผนเลย ไม่คดิ ว่าเราจะเส่อื สารกนั เขา้ ใจ แต่พอสถานการณ์มาถึงเฉพาะหน้า ก็ได้เวลา งัดเอาความรูใ้ นตำรามาใช้จรงิ ถือเปน็ สสี ันในการไปสิกขาจารกิ ครง้ั น้ี การเดนิ ทางคร้ังน้ี ไปค่อนขา้ งหลากหลายสถานท่ี ไมว่ ่าโบราณสถาน พระเจดียม์ ากมายที่บรรจุพระ บรมสารีริกธาตุ การได้มาพบ มานอบน้อมสักการะ ก็เปรียบเสมือนเราได้เคารพองค์แทนของสมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจา้ การได้เหน็ รูปแบบการบริหารจัดกาวัดวาอาราม ที่แตกตา่ งกันในรปู แบบและวธิ กี ารของแตล่ ะวัด ซ่ึงวัด ที่ผมมีความประทับใจในการบริหารจัดการในทุกมิติที่จะนำมาเป็นประเด็นศึกษาครั้งนี้ คือวัดร่ำเปิงตโปทา ราม จังหวัดเชยี งใหม่ การบริหารจดั การวัดให้เปน็ แหลง่ ปฏิบตั ิวิปัสสนากรรมฐานของวัดร่ำเปิง วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) สังกัดมหานิกาย สอนวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ในมหาสติปฏั ฐานสตู ร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๖ โดยพระธรรม มังคลาจารย์ (พระอาจารย์ทอง สิริมงคฺ โล) จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๔ พระครภู าวนาวริ ชั เจ้าอาวาสวัดร่ำ เปงิ (ตโปทาราม) รปู ปัจจุบนั ผูเ้ ปน็ ศิษยไ์ ด้สืบทอดเจตนารมณ์และ สืบสานงานวิปัสสนากรรมฐานมาจน ถึงปัจจุบัน พัฒนาวัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) ให้เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปทั้งชาวไทยและ ต่างประเทศว่าเป็นสำนักอบรม วิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียง แห่งหนง่ึ ในภาคเหนือ นอกจากงานวิปัสสนากรรมฐานแล้ว วัดร่ำเปิง (ตโปทา ราม) ยังเป็นสำนักเรียนพระอภิธรรมสาขาของอภิธรรมโชติกะ วทิ ยาลัย มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั อภธิ รรมมหาวิทยาลยั แหง่ ประเทศไทย วดั ระฆังโฆษติ าราม และยงั เป็น วัดท่รี วบรวมและจัดพิมพพ์ ระไตรปิฎกภาษาลา้ นนา ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงวดั ร่ำเปงิ ตโปทาราม ผมสัมผัสถึงความผ่อนคลายและสมั ผัสไดถ้ ึงความสขุ สงบ วิเวกอย่างน่าประหลาด จนต้องกวาดสายตา มองสำรวจรอบๆบริเวณวดั สิง่ ทีเ่ ห็นคอื บริเวณวดั มคี วามสะอาดและเป็นระเบียบเรยี บร้อยดีมาก การปลกู สรา้ ง เสนาสนะ ดูเป็นสัดส่วน บ่งบอกถึงการจัดวางแผนผังอย่างมีระบบ สักครู่หนึ่งก็มีพระออกมาต้อนรับและ แนะนำสถานทส่ี ำหรบั พักผอ่ นของอาคันตกุ ะผูม้ าเยอื น หลังจากที่นำขา้ วของสำภาระไปเก็บเรยี บร้อย จงึ ได้เข้า มารวมกันท่หี ้องโถงชั้นสองท่ที างวัดจดั ไวเ้ ป็นห้องปฏบิ ัติธรรมของผู้มาเยือน และท่านรองเจา้ อาวาสได้มากล่าว
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๑ | ๒๓ ตอ้ นรับและเล่าถึงประวดั ความเปน็ มาของวดั ให้ฟังโดยสงั เขป และได้กลา่ วถึงการบริหารจดั การวัดร่ำเปิงให้ฟัง ดงั น้ี ทางวัดไดแ้ บง่ หน้าท่ีในการบริหารจัดการโดยม่ีการแต่งต้งั รองเจ้าอาวาสขึ้นมาส่ีรูปเผื่อปฎิบัติหน้าท่ีแต่ละ ด้านอย่างชัด เช่นฝ่ายเหรัญญิกดูแลจัดการเรื่องเงิน ฝ่ายสถานที่ดูแลเรื่องเสนาสนะ ฝ่ายบุคลากรบุคคลดูแล เรื่องบุคคลที่เข้ามาเยี่ยมชมและ ปฏิบัติภาวนาซึ่งมีทั้งชาวไทย และชาวตา่ งชาติ ฝ่ายวปิ สั สนาธรุ มีหน้าที่ฝึกอบรบการปฏิบัติ วิปัสสนา ซึ่งวัดร่ำเปิงได้บูรณา การณ์การบริหารจัดการอย่าง เป็นระบบที่น่าชื่นชมอีกอย่าง หนึ่งคือการแยกที่พักและท่ี ปฏิบัติธรรมฝ่ายบรรพชิต ท่ี ปฏิบัติธรรมฝ่ายอุบาสกและท่ี ปฎิบัติธรรมฝ่ายอุบาสิกา ให้อยู่ คนละส่วนกนั ซ่งึ ผมสึกดกี บั การแยกสถานที่ปฏบิ ตั ิท่ชี ัดเจนอยา่ งน้ี ทัง้ เปน็ ความสะดวกสมควรแก่บรรพชิตและ คฤหัสถ์ มาถึงตรงนี้ผมได้ความกระจ่างเลยครับวา่ ทำไมวัดร่ำเปิงถงึ ดูสะอาดเรียบร้อย ถ้าจะพูดถึงรูปแบบการ บริหารจดั การของวัดรำ่ เปงิ บางท่านอาจจะมองวา่ ใชก้ ารบริหารรปู แบบของบรษิ ัทหา้ งรา้ นเอกชน แตท่ ่จี ริงแล้ว การบรหิ ารจัดกาแบบนี้มีมาแต่สมัยพุทธกาลนานมาแล้ว โดยพระพทุ ธองคไ์ ดจ้ ัดการบรหิ ารในลักษณะการกระ จ่ายอำนาจ หรอื แบง่ ภาระหนา้ ทรี่ ับผดิ ชอบ โดยการแต่งตั้งหรือยกย่องให้ความเปน็ ใหญ่แกเ่ จา้ อธิการท้ังหลาย โดยละเอียด เช่นเจ้าอธิการแห่งเสนาสนะ เจ้าอธิการแห่งจีวร เจ้าอธิการแห่งการแจกภัต เป็นต้น ซึ่งคำว่าเจ้า อธิการก็คือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการรับผิดชอบในส่วนนั้นๆ ซึ่งวัดร่ำเปิงได้นำมาเป็นแบบอย่างในกการบริหาร จดั การไดอ้ ยา่ สมบรู ณแ์ บบ สรุปการสกิ ขาจาริกโสเหล่เสวนาอารยธรรมล้านนา จากการได้ไปสิกขาจาริกโสเหล่เสวนาอารยธรรมล้านนาในครั้งนี้ ถือเป็นการเรียนรู้ในหลายมิติ ท้ัง เป็นการเปิดมุมมองประสบการณ์ใหม่ๆที่หลากหลาย ทั้งทางประวัติศาสตร์ด้านอารยธรรมล้านนา ด้านศิลปะ ทางพุทธศิลป์ ด้านสถาปัฏติยกรรม ด้านศาสนสงเคราะห์ และแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนา ซึ่งรวมอยู่ใน กิจกรรมโสเหล่เสวนาครั้งนี้ เรียกได้ว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการบูรณาการรายวิชาของนิสิตคณะพุทธ ศาสตร์บัณทิตสาขาวิชาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยวทิ ยาเขตสุรินทร์ ได้อย่าง ครบถ้านทุกรายวชิ าถือเป็นการมาทัศนศึกษาที่มคี ุณภาพไดส้ ารประโยชน์และวิชาการอย่าสมบรู ณแ์ บบ ซึ่งผม
๒๔ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ี่ ๑ หวังว่าจะได้นำความรู้และประสบการณ์ครั้งนี้มาบูรณาการณ์พัฒนาต่อยอดในการบริหารจัดการบุคลากรและ เสนาสนะภายในวดั ของผมตอ่ ไป สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณคณาจารย์ทุกท่านที่ได้จัดกิจกรรมทัศนศึกษาดีๆอย่างนี้ขึ้นมา ขอบคุณ วิทยากรทุกท่านที่มาให้ความรู้ตามสถานที่ต่างๆ ขอบคุทีมงานทุภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมสิกขาจารกิ โส เหล่เสวนาอารยธรรมลา้ นนา….ขอบคุณครบั
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๑ | ๒๕ บทบาทพระสงฆ์ดา้ นสาธารณะสงเคราะห์ พระสมหุ ศ์ ักดิ์ ปชโฺ ชโต ๖ สาธารณะสงเคราะห์ เช่น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พบว่าพระสงฆ์รูปสำคัญในภาคเหนือเริ่มให้ ความสนใจที่จะพัฒนาศักยภาพของผู้ดอ้ ยโอกาสท่ีนอกเหนือไปจากการสอนหลักธรรม ตามศาสนา อย่างน้อย ที่สุดตั้งแต่ก่อน พ ศ. ๒๕๐๐ ในรูปของการจัดตั้งโรงเรียน พระปริยัติธรรมและโรงเรียนในระบบการศึกษาข้นั พื้นฐาน ตลอดจนโครงการที่เป็น การศึกษานอกระบบเพื่อพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ เช่นบทบาท การ สาธารณะกุศลสงเคราะห์ ซึ่งเคยอยู่ในรูปแบบของการให้ความช่วยเหลือ ผู้ยากไร้โดยตรงจากพระสงฆ์หรือ มูลนิธิ ซึ่งวัดจัดตั้งตามโอกาสที่มี ในอดีตในลักษณะที่เป็นภารกิจอย่างหนึ่งของพระสงฆ์ หรือสงเคราะห์โลก แบบพระโพธสิ ตั ว์ เหน็ ได้อย่างชดั เจนจากกรณี ของท่านเจ้าคณุ พระไพศาลประชาทร วิ.(พบโชค ตสิ สวโํ ส) เจ้าอาวาส วัดหว้ ยปลาก้ัง จังหวดั เชียงราย ทส่ี รา้ งวดั ขนึ้ มาจากท่ีรกร้างเปลา่ พรอ้ มกบั การบริหารพนั ธกิจ ๖ ดา้ น คอื การ ปกครอง การศาสนศึกษา การเผยแผ่ การสาธารณปู การ การศึกษาสงเคราะห์ การสาธารณ สงเคราะห์ เชน่ สถานสงเคราะห์แกผ่ ู้ยากไร้ เด็กดอยผูไ้ ร้โอกาศ รวมทงั้ การนำชุมชนโดยรอบวดั ผา่ นแนวคิด \"ประชา-วัด\" ที่วัดเป็นผู้ระดมทุน หรือความช่วยเหลือจากการทำบุญของผู้ที่มาเท่ียวชมวัด และผู้บริจาคอื่นๆ และขณะเดียวกนั ก็สร้างงานให้ ชาวบา้ นเปน็ แรงงานในโครงการพฒั นา เป็นต้น และวัดรำเปิง (ตโป ทาราม) ที่ได้รับขนานนามว่า เป็นวัด สุดยอดวิปัสสนา กมั มัฏฐานแนวสตปิ ฏั ฐาน๔ ที่สร้างประโ ยช น์ให้แก่ ผู้เข้าร่วมปฏิบัติ ได้จริง และ น้ำไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวัน ได้เป็นอย่างดี จึงเป็นวัดพุทธ ที่ทั้งชาวไทย และชาวตา่ งประเทศ หล่ังไหล เข้ารับการอบรมปฏิบัติธรรม กนั ต่อเน่อื งทง้ั ปี ๖นิสิตช้นั ปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๒๗ หลกั สตู รพุทธศาสตรบณั ฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา
๒๖ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชนั้ ปที ี่ ๑ การที่ได้มาทำกิจกรรม เสริมหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาพุทธศาสนา ในสิกขาจาริก โส เหล่เสวนาอารธรรมล้านนา อันดับแรกขอเจริญพร ขอบคุณคณะคุณครูอาจารย์ ทุกภาคส่วน ที่ได้มอบความรู้ และเปิดโลกทัศน์ให้แก่คณะนิสิต ในสิกขาจาริก วัฒนธรรมล้านนา ซึ่งมีทั้ง ประเพณี พิธีกรรม ศิลปะ สถาปัตยกรรม และงานวิชาการ โดยกรณี ของผม อาตมา (นิสิต) ที่เข้าใจ ประทับใจ โดยส่วนตัว คือ บทบาทของพระสังฆาฏิการ เช่น การสาธารณะสงเคราะห์ในรูปแบบ ของเกจิ ครูบาอาจารย์ พระสังฆาฏิการ เจา้ อาวาส เช่น วดั พระธาตดุ อยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ มองภาพโดยรวม ทม่ี กี ารกระตนุ้ สำนึกในความรุ่งเรือง ของเชยี งใหม่ ซ่งึ ในยุค ราชวงศ์มังราย คือ การฟนื้ ฟูบรู ณะวัดรา้ งในเขตเมืองเชียงใหม่ เชียงราย วดั วาอารามท่ี กระจายอยู่ในกลุ่มทีเ่ รียกว่าลา้ นนา พระสงฆ์ท่เี ปน็ ครูบาอาจารย์ ทา่ นได้ม่งุ เน้นกลมุ่ วัด ที่เป็นโบราณสถาน ทำ ให้วัดร้างหลายแห่งในเขต อารธรรมล้านนา กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ที่เห็นเด่นชัด คือภูมิทัศน์ทางศิลปกรรมของ เขตเมืองเก่า ที่มีการ เปลี่ยนแปลง สนองตอบต่อการท่องเที่ยว และขณะเดียวกัน พระสงฆ์ก็ รักษาแบบแผน และฝีมือเชิงช่าง อย่างล้านนา ด้วยการ การบูรณปฏิสังขรณ์วัด ที่ตนจำพรรษาอยู่ เพื่อ สร้างวัดให้ เป็น ศูนย์กลางของชุมชน และ คณะผู้ศรัทธา ก็ โดย การใช้กุศลบาย อ้างอิงถึงนิมิต จากการปฏิบัติธรรม ซ่ึ งมี พระสงฆ์ อีกหลายรูป ที่มี บทบาทในการอนุรักษ์ คือองค์ความรู้ ทางด้านล้านนาคดี ควบคู่กับพันธกิจ๖ อย่างเช่น สาธารณะสงเคราะห์ เชน่ การบริหารจัดการวดั ของครูบาอาจารย์ และ พระสังฆาฏกิ าร เจ้าอาวาส โดยเฉพาะ พระอาจารย์พบโชค เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง ตำบล ริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย พระ นักพัฒนาตัวอย่างที่สร้างกุศลศรัทธาให้กับญาติโยม มีการให้โอกาสกับผู้ไร้โอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่ม ลกู หลานชาวเขา ความเมตตากบั ทุกๆ คนทเ่ี ขา้ มาพบ การปฏสิ ันถารอย่างเป็นกันเอง การวางตัวในฐานะท่ีอยู่ ในเพศบรรพชติ ไม่เลือกวา่ คุณจะนบั ถือศาสนาใด หากวัดทัว่ ประเทศต่างคนตา่ งพฒั นา ไมว่ า่ ร้ายซ่ึงกันและกัน ตามหลัก โอวาทปาฏโิ มกข์ ศกึ ษาในข้อดขี องกันและกนั และนำไปต่อยอด จะสร้างให้กิจการพระพทุ ธศาสนาใน ประเทศไทย เจรญิ รุ่งเรือง อยา่ งแน่นอนและประทับใจในคำพดู ท่ีท่านกลา่ วว่า (ยง่ิ ใหย้ งิ่ ได้)
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ที่ ๑ | ๒๗ พระพุทธญิ าณมนุ ี เจา้ คณะจงั หวัดเชียงราย วดั พระธาตผุ าเงา อำเภอเชียงแสน (สกายวอล์ค) และ พระภาวนาธรรมาภิรัช เจ้าอาวาส วัดรำเปิง(ตโปทาราม)ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ สุดยอด สถานกล่อมเกลาจิตใจ ได้รับการขนานนามว่า เป็นวัดวิปัสสนากัมมัฏฐานแนวสติปัฏฐาน ๔ ที่สร้าง ประโยชน์ให้แก่ผู้เข้าร่วมได้จริง และน้ำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตได้เป็นอย่างดี จึงเป็นวัดที่ทั้งชาวไทยและชาว ตา่ งประเทศเข้ารบั การอบรมปฏบิ ัติธรรมกันตอ่ เนื่องทัง้ ปี เปน็ การเผยแผธ่ รรมะที่ได้ผลจรงิ
๒๘ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๑ | ๒๙ บทบาทพระสงฆ์บทบาทพระสงฆ์ด้านสาธารณะสงเคราะหท์ ่ีวดั ห้วยปลาก้งั พระสมุหพ์ ินจิ กลยฺ าณธมโฺ ม๗ วัดห้วยปลากั้ง ตั้งอยู่ในตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชยี งราย เป็นอีกวัดหนง่ึ ของจงั หวัดเชียงราย ที่สวยงามตั้งอยู่บนเขา และมีเนินเขารายล้อมรอบวัดสามารถ มองเหน็ วิวทวิ ทัศน์ที่สวยงามโดดเดน่ ของวดั นี้ คือ พบโชคธรรม เจดีย์ รูปทรงแปลกตาลักษณะเป็นทรงแหลมผสมผสาน ระหว่างศิลปะจีนและล้านนา หลังคาสีแดง มีรูปปั้นมังกรทอด ยาวทั้งสองข้างบันได ภายในเจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปและ พระอรหันต์ต่างๆ และเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมแกะสลักจากไม้หอมองค์ใหญ่ รวมทั้งปั้นเจ้าแม่ กวนอมิ สขี าวองค์ใหญ่ และอุโบสถสีขาวที่งดงามดว้ ยลวดลายปูนสุดอลังการ พบโชคธรรมเจดีย์มีรูปป้ันมังกรคู่ ค่อยปกปักษ์อยู่หน้าเจดีย์ เป็นมุมถ่ายรูปที่ใครต่อใครก็ต้องแวะมาถ่ายรูป จึงกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของ สาธชุ นท่ีได้มาเที่ยวชมท่วี ดั แห่งนี้ เป็นวัดที่สวยงามแหง่ หนึ่งท่ีติดอันดับในจังหวัด เชียงรายและภาคเหนือเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๔๔ โดยคณะศรัทธาวัดห้วย ปลากั้งเริ่มกันก่อตัง้ เปน็ สำนกั สงฆ์ จนกระทั่งวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ได้มี พระอาจารย์พบโชค ติสฺสวํโสไดเ้ ดินทางมาปฏิบตั ิธรรมและเร่ิมมีการก่อต้ังศาสน วตั ถุ เริม่ ตง้ั แตก่ ฏุ สิ งฆ์ ศาลาการเปรียญ หอฉัน เจดีย์และเมื่อวนั ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ทางสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีประกาศแต่งตั้งให้เป็นวัดโดยช่ือ ว่า วัดห้วยปลากั้ง โดยมีพระอธิการพบโชค ติสฺสวํโส เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ปจั จบุ ันวัดห้วยปลากัง้ เปน็ วดั ท่ีมีศรัทธาจากต่างจงั หวัด ต่างประเทศ เขา้ มากราบ ไหว้นมัสการ และปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก ถือเป็นจุดกำเนิดพุทธศาสนาใน เชียงรายแห่งหนึ่งที่สำคัญ ภายในวัดยังมีพระมหาพบโชคธรรมเจดีย์ ๙ ช้ัน ภายในมีพระโพธิสัตว์เจ้าแมก่ วนอิมจำลองแกะสลักจากไม้หอม และแต่ละชั้นจะ มีพระพุทธรูปประจำชั้นประดิษฐานอยู่ พบโชคธรรมเจดีย์ ๙ ชั้น มีดังน้ี ชั้นแรก มีองค์เจ้าแม่กวนอิมปางประทานพรที่มีขนาดใหญ่ แกะสลักด้วยไม้จันทร์หอมท่ี นำมาจากประเทศจีน อินเดีย พม่า ชั้น ๒ เจ้าแม่กวนอิมปางประทับยืน ชั้น ๓ ๗นิสติ ช้นั ปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๑๖ หลักสตู รพทุ ธศาสตรบัณฑติ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา
๓๐ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชนั้ ปที ี่ ๑ เจ้าแม่กวนอิมปางประทับนั่ง ชั้น ๔ หลวงพ่อพระพุทธโสธรจำลอง ชั้น ๕ เจ้าแม่กวนอิมปางพันมือ ชั้น ๖ หลวงปู่โต พรหมรังสี และหลวงปู่ทวด ชั้น ๗ พระพุทธรูปปางนาคปรก ถือว่าเป็นชั้นสวรรค์ดาวดึงห์ ปกป้อง คุ้มครองปฐพี ชั้น ๘ พระสังกัจจายน์หรือพระศรีอริยเมตไตรย เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ เทพเจ้าแห่งความ ร่ำรวย ประทานทรัพย์ ประทานพร ชั้น ๙ พระอิศวร ทางขึ้นมีความแคบและสูงชันต้องระมัดระวัง พบโชค ธรรมเจดีย์ใช้เวลาในการก่อสร้าง ๙๙๙ วัน และสิ่งที่ตั้งเด่นเป็นสง่าสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นคือ องค์พระโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ ที่มีขนาดความสูง ๖๙ เมตร ภายในมหาเจดีย์ ๙ ชั้นยังมีเจ้าแม่กวนอิมหลายปาง ซึ่ง แต่ละปางก็จะขอพรแตกตา่ งกันไป เช่น เจ้าแม่กวนอิมปางเภสัช ขอพรในเรื่องของการเจบ็ ป่วยใหห้ าย เจ้าแม่ กวนอิมปางปราบมารสามหน้า ขออโหสิกรรมในเรื่องของเจ้ากรรมนายเวร เจ้าแม่กวนอิมปางประธานยศ - ตำแหน่ง เจ้าแม่กวนอิมปางประทานทรัพย์ ประทานในเรื่องติดขัดเรื่องการเงิน ธุรกิจการค้า เป็นต้น บริเวณ รอบเจดีย์มีพระธาตุจำลอง ประจำปีเกิดให้สักการะบูชา นอกจากพบโชคเจดีย์แล้ว พระอาจารย์พบโชคสร้าง องคเ์ จ้าแม่กวนอิมตามนมิ ิตองค์ใหญ่ ที่มขี นาดความสูง ๖๙ เมตร ๒๓ ชัน้ ข้นึ ดว้ ยลฟิ ท์ ทีช่ ้ัน ๒๒-๒๓ สามารถ มองเห็นภมู ิทศั น์ทส่ี วยงามของเชียงรายได้ สรุปความประทับใจ กระผมขอสรุปการไปโสเหล่สิกขาจาริกอารธรรมล้านนา เพื่อเป็นข้อคิดให้ผู้อ่านได้รับรู้ เรื่องราวที่ผู้เขียนต้องการมอบข้อคิดและประสบการณ์ ที่มีคุณค่าไม่ว่าจะเป็นแง่คิดการให้กำลังใจแก่เพื่อน มนุษย์ ตลอดจนการทำให้ผู้อ่านเข้าใจ ทำให้เกิดปัญญา ทำให้เราเปลี่ยนความคิดได้ค้นพบสาระธรรมจาก ประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวนั ของเราได้ อาทิ เชน่ เรอ่ื งขอให้ได้ดี เพราะให้ดี เช่น บุญมี แต่กรรมไม่บัง เป็นต้น ข้อคิด คติธรรม และสาระธรรมต่างๆของผู้เขียนเป็นการเล่ามาเรื่องจริง จากประสบการณ์จริงของ ผู้เขียน ที่ได้ไปสิกขาจาริกอารยธรรมล้านนา จึงได้มาแบ่งปันให้กับเพื่อนๆทุกท่านได้ จากการไปในครั้งนี้น้ัน กระผมได้พบเห็นวัฒนธรรมต่างๆของชาวล้านนา ทำให้กระผมได้เพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ ได้พบเจอ กัลยาณมิตรที่ดี และเมื่อกลับมาจากการ สิกขาจาริกอารยธรรมล้านนาจึงได้นำ ความรทู้ ี่ได้รับมาประยุกต์ใชใ้ นการปรับปรุง วัดวาอารามของกระผมเอง ได้นำมาเพื่อ ส่งเสริมการเรียนของกระผมเองอีกด้วย ทั้ง ยังสามารถนำไปเพื่อให้ชาวบ้านได้ปฏิบัติ ตามอย่างที่เราได้สั่งสอนไปเกิดความสุขใน การดำรงชีวิตของชาวบ้าน
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๑ | ๓๑ บทบาทพระสงฆ์ดา้ นสาธารณะสงเคราะห์ที่วดั ห้วยปลากงั้ พระเอกลกั ษณ์ วรญาโณ(คิดดจี ริง๘ บทบาทพระสงฆ์ด้านสาธารณะสงเคราะห์ของวัดห้วยปลากั้งนั้นทางผู้เขียนเห็นว่าเป็นการสร้าง คุณประโยชน์อย่างมากต่อชุมชนในแถบนั้น และเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก และที่วัดห้ วยปลากั้ง สามารถทำงานด้านสาธารณะสงเคราะห์นั้นก็ด้วยความดำริของท่านเจ้าอาวาส ซึ่งท่านบำเพ็ญตนต่อ พระพุทธศาสนาโดยมีเป้าหมายในการออกบวชไว้ชัดเจน คือ ออกบวชโดยที่คิดจะช่วยเหลือพุทธศาสนิกชน และมี วสิ ยั ทัศนส์ ่วนตวั ว่า ทำนบุ ำรุงพระพุทธศาสนา สร้างสรรค์วัดวาให้รงุ่ เรอื ง บำเพญ็ กิจสืบเนอื่ งกับชุมชน สงเคราะหช์ มุ ชนทกุ ชนชั้นวรรณะ เมือ่ ปี ๒๕๕๕ ทางวดั ห้วยปลาก้งั ได้ทำโครงการต่าง ๆ เพิ่มข้นึ มากมายบางโครงการก็ล้มเหลว แต่ที่ยัง เหลือในปัจจุบันมี ๖ โครงการ คีอ ๑.โครงการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ๒.โครงการเข้าป่าล่าบุญ ๓.โครงการพา มนุษย์ขึ้นสวรรค์ ๔.โครงการคืนคนดีสู่สังคม ๕. โครงการสร้างโรงพยาบาล วัดห้วยปลาก้ังเพื่อสังคม ๖.โครงการแค่คิดก็ผิดแล้ว แต่ละโครงการโดนใจ ประชาชนมาก ดงั นี้ โครงการแรก เฉลีย่ ทุกขเ์ ฉลี่ยสขุ นำเงินคนรวยมาชว่ ยคน ขน ช่วยซื้อพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำทุกชนิด และแจกจ่ายให้กับ ประชาชนโดยทั่วไป รวมไปถึงแจกขา้ วสาร อาหารแห้งให้กับผู้ดกยาก จำยคำรักมาพยาบาลให้กับผู้ไม่มีสิทธิ์ในการ รักษา จัดมอบข้าวสารใหโ้ รงเรียนท่ัว ภาคหนือกว่า ๕๐๐ โรงเรียน ตลอดปีการศึกมา และยังเพิ่มขึ้นทุกปี จน เรือ่ งลอื ในดา้ นสังคมสงเคราะห์ท่ีโดดเด่น มาก โครงการที่ ๒ โครงการเข้าป่าล่าบุญ เป็นโครงการท่ีนำเอาสิ่งของไปแจกให้กับปราชนบนดอย ท่ี ห่างไกลความเจริญและคมนาคมเขา้ ถึงยาก โครงการท่ี ๓ พามนุษย์ข้ึนสวรรค์ เปน็ โครงการท่ีนำพาอบุ าสกอบุ าสิกาท่ีมคี วามศรทั ธาในการบริจาค ทานไปสร้างศาสนวัตถใุ นวดั ต่าง ๆ เชน่ อโุ บสถ ศาลาการเปรียญ อาคารอเนกประสงค์ เปน็ ตน้ ๘นิสติ ชั้นปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๑๖ หลักสูตรพทุ ธศาสตรบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา
๓๒ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ี่ ๑ โครงการที่ ๔ เป็นโครงการคืนคนดีสู่สังคม เป็นโครงการที่ท่านเจ้า อาวาส มีแรงบันดาลในมาจาก ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๑๐ ที่ทรงพระเมตตากรุณา พระราชทานอภัยโทณเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ นักโทษที่พ้นโทษ ออกมาส่วนใหญ่ไร้ที่พึ่งหมดหนทางไป จึงได้ขอมาพักอาศัยในวัด ซึ่งบางคนก็ บวชเป็นพระ แต่ทางวัดเห็นว่าคนเหล่านี้มักกระทำความผิดซ้ำซ้อน จึงจัดให้มี โครงการคนื คนดีสูส่ ังคม คอื ใหล้ า้ งรถยนต์ ๒๐ บาทโดยให้ผ้พู ้นโทษมรี ายได้ มี อาชีพ และมที ย่ี ีนในสงั คม โดยประกอบอาชีพทสี่ จุ รติ ไมก่ ลับไปกระทำความผิด ซำ้ ซาก โครงการที่ ๕ โครงการสร้างโรงบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ซึ่งเป็น โครงการใหม่ป้ายแดง แต่เดิมทางวัดมีสถานพยาบาลอยู่แล้ว และมี ประสบการณ์ด้านการพยาบาลกว่า ๑๐ ปี แต่เนื่องจากสถานพยาบาลมี ขีดจำกัดในการรักษาและไม่เพยี งพอในการให้บริการการตรวจรกั ษาในแต่ละวนั จงึ ไดเ้ ริ่มโครงการนีข้ น้ึ มา โดย เน้นกลุ่มเปา้ หมายท่ีเข้าถึงระบบสาธารณะสขุ ได้ยาก เชน่ กลุ่มผู้เปราะบาง ผ้ยู ากไร้ ยากจน เป็นตน้ โครงการที่ ๖ โครงการแค่คิดก็ผิดแล้ว เป้าหมายของโครงการนี้ คือ เพื่อให้กลุ่มผู้เปราะบาง ผู้ที่มี รายได้น้อย รวมถึงนักท่องเที่ยวนักแสวงบุญ ได้เข้าถึงและได้สัมผัสกับอาหาร เครื่องดื่ม เกรดพรีเมี่ยม โดย ไม่ได้มงุ่ หวงั ผลกำไร แต่เดินนั้นทางวัดจะทำเปน็ โรงทานให้ไดร้ ับประทานฟรี แต่ยังไม่ตอบโจทย์ผคู้ นเท่าไร จึง เรม่ิ เกบ็ เมนูละ ๒๐ บาท ผทู้ ไ่ี ดร้ บั ประทานตา่ งบอกวา่ ค้มุ มาก จึงเป็นท่มี าของร้านอาหารครวั ซาว ฯ โดยทั้ง ๖ โครงการนี้ทำให้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้มากตามวิสัยทัศน์และพันธกิจ ของทางเจ้าอาวาส โดย วัตถุประสงค์ของโครงการทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นการอุปการะเด็กด้อยโอกาส เด็กกำพร้าและกลุ่มเปราะบางทาง สงั คมซงึ่ ล้วนเป็นชาวไทยภูเขาให้ได้รบั การดูแลทางสุขภาพ ฟื้นฟทู างด้านกายภาพ การศึกษาและพัฒนาสังคม โดยมที ีย่ นื ในสังคมอย่างสงา่ ผ่าเผย และเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รบั ความเดอื ดร้อน ในด้านต่าง ๆ ฯ ในความประทับใจของผู้เขียนนั้น การจัดกิจกรรมครั้งนี้ของทางมหาลัย โสเหล่เสวนาอารยธรรม ล้านนานั้นเป็นกิจกรรมที่ดีมากสำหรับผู้เขียน เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กระผมได้เดินทางไปยังภาคเหนือ และเป็นการเปิดหูเปิดตา และสร้างที่ประสบการณที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิต จึงอดคิดย้อนกลับไปไม่ได้ ถา้ หากเราไม่ได้มาเขา้ เรยี นกค็ งไม่ไดม้ ีประสบการณท์ ่ีสร้างความประทับใจได้อย่างน้ี และการเดินทางคร้ังนี้เป็น การเดินทางที่ได้ความรู้อย่างมาก เนื่องจากได้เดินดูวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือ และได้ฟังการบรรยายที่มาของ ความเป็นวัดต่าง ๆ รวมถึงได้ทราบถึงความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในล้านนาและได้ทราบถึงประวัติของ เจ้าเมืองต่าง ๆ ทางล้านนาที่มีความศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาเนื่องจากการได้เดินดูวัดต่าง ๆ ในจั งหวัด เชยี งราย และ เชยี งใหม่ ไดเ้ หน็ วัดมากมายเหลือเกินตามที่ได้เห็นบางวัดมีกำแพงวดั ติดกันก็มี กเ็ ลยเป็นเหตุให้ ได้สอบถามแก่ผู้รู้จึงได้ทราบความว่าในสมัยแต่ก่อนนัน้ ท่านที่มียศฐาบันดาศักดิ์ได้มีการสร้างวัดในเหตุการณ์
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๑ | ๓๓ สำคัญของตนเอง เชน่ การคลอดบุตร บคุ คลในครอบครัวเสยี ชีวติ เปน็ ตน้ กจ็ ะสรา้ งวดั ข้ึน นจี้ งึ เป็นความรู้ใหม่ สำหรบั ผู้เขยี น และการเดนิ ทางในคร้ังน้ีได้สร้างความสนทิ สนมกนั กบั เพื่อนพระนิสิตที่ได้เดินทางร่วมกัน และ มีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนสหธรรมมิเพื่อนนิสิตรุ่นพี่ และรุ่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการสร้า งเสริมความ สามัคคีในหมู่คณะ รวมถึงความประทับใจในคณาจารย์ทุกคนทุกท่าน ที่มอบความรู้ให้กับนิสิตทุกคนทุกท่าน ตลอดการเดินทางซึ่งความรู้ได้รับน้นั เป็นความรู้ใหม่ ๆ ทไ่ี ม่เคยได้ฟงั มาก่อน ซึ่งเปน็ ความประทับใจอย่างยิ่งกับ การเดินทางครั้งนี้ รวมถึงขอขอบคุณทางมหาวิทยาลัยและคณาจารย์ที่ได้จัดกิจกรรมอย่างนี้ขึ้นมา และอยาก ให้มีกิจกรรมอย่างนข้ี ้ึนมาอกี ในภายภาคหน้า ฯ ***ขอจบการนำเสนอครับ***
๓๔ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๑ | ๓๕ บทบาทของพระสงฆ์ทางด้านสาธารณะสงเคราะห์ วดั ห้วยปลากั้ง พระครปู ยิ ธรรมากร๙ การทไ่ี ด้เขา้ ไปทัศนศกึ ษาทจี่ ารกึ อรยิ ธรรมลานนา มที ี่หนึง่ คือวดั หว้ ยปลากัง้ นัน้ ได้ข้อคิดในด้าน สาธารณะสงเคราะห์ โครงการด้านสงคมสงเคราะหใ์ นอริธรรมลานนาของ พระไพศาลประชาทร ว.ิ (พป โชค ตสิ สฺ วโํ ส) ซึ่งท่านไดก้ ลา้ วไว้ในชีวประวตั ิของทา่ นในการดำเนินงานดานการสังคมสงเคราะห์ที่หน้าสนใจไว้วา่ ได้ ออกบวชโดยในดวงจติ คดิ ทีจ่ ะช่วยเหลือพทุ ธศาสนิกชน บำเพญ็ ตนเพ่ือประโยชนต์ ่อพระพุทธศาสนาให้ดีทสี่ ดุ เท่าทีจ่ ะทำได้ โดยมเี ปา้ หมายในการออกบวชชดั เจนและดว้ ยแนวคิดและแรงบนั ดานใจนี้ จงึ ไดเ้ ขยี น “วสิ ยั ทศั น์”สว่ นตวั ว่า “ทำนบุ ำรงุ พระพทุ ธศาสนา สร้างสรรคว์ ดั วาอารามให้รงุ่ เรือง บำเพญ็ กิจสบื เน่ืองกบั ชุมชนสงเคราะหผ์ ้คู นทุกชั้นวรรณะ’’ ลงมือปฏบิ ตั ติ ง้ั แตว่ นั แรกที่ออกบวช ก่อนบวชมีอุปนิสยั ชอบชว่ ยเหลือผอู้ ื่นท่ีเดอื ดร้อนอยู่แล้วปฏิบัติ จรงิ มาทีละบันทดั ต้งั แต่บรรทดั แรกซ่ึงยากเยน็ แสนเข็น อุปสรรคมากมาย กไ็ ด้คิดคน้ พันธกิจทีเ่ กดิ จาก อุปสรรคตา่ งๆนาๆให้สอดคล้องกับวิสยั ทัศน์ ทว่ี ่า ..ไมม่ ีอะไรย่งิ ใหญ่ไปกวา่ การช่วยเหลือเพ่ือมนุษย์ การช่วยเหลอื เพื่อนมนุษย์ต้องเปน็ ออันดับแรก ..ต้องเป็นผผเู้ ลศิ แห่งการให้การแบง่ ปนั ..ตอ้ งเป็นผ้เู สียสละอันยิ่งใหญ่ เม่อื มี วสิ ยั ทัศน์ และพันธกจิ เปน็ เครอื่ งช้ีวดั ในการปฏิบัติงานแล้ว ยง่ิ ยากขน้ึ ไปปกวา่ เดิมหลายพันเท่า ในการฝา่ ฟันอปุ สรรค จึงจะเข้าใจในธรรมลึกซ่ีงทวี่ ่า..ยง่ิ ใหย้ ิ่งได้ ย่งิ เก็บยิ่งอด..และเม่ือชีวิตสั้นลงไมส่ ามารถนำ สง่ิ ใดไปไดเ้ ลยนอกจากความดีที่ทำไว้ จึงรีบเรง่ ในการทำความดี อาตมามมีโอกาสดีมาก ไดน้ มิ ติ เห็น ‘’พระ โพธสิ ตั ว์ กวนอิม’’และไดธ้ รรมะของโพธิสตั ว์ ใน ๒๕๔๙ มคี นนำเด็กมาท้งิ ไวท้ วี่ ดั สองคน ในระหวา่ งทท่ี ำวดั เย็นเสรจ็ ได้เดนิ ออกมาตรวจวดั ได้พบเด็กสองคนรำ่ ไห้และไมส่ ามารถสอื่ สารกนั ได้ จงึ นำเดก็ ทง้ั สองเข้ามาใน อ้อมกอดจนได้พบซองยาในกระเปา๋ เสื้อ ให้ผูร้ ู้ สบื ค้น วา่ เป็นลกู หลานใคร ในสัปดาห์แรกรทู้ ุกข้อมูลแต่ติดตอ่ ญาติไม่ไดเ้ ล้ียงมาไดส้ ักพักนงึ ประมาณเดอื นจนสามารถติดต่อได้ จึงนำมาเข้าโรงเรียน โดยให้ผ็ครองฝากให้ เปน็ เดก็ วัด ในปีนัน้ เริม่ เลย้ี งเด็กสองคน ด้วยบญุ พาวาสนาส่งได้พบเดก็ กำพรา้ ทอ่ี ยู่กับ ตา ยาย ๙นิสติ ชนั้ ปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๑๖ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา
๓๖ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑ ทไ่ี ม่มีศกั ยภาพในการอปุ การะเล้ียงดูจากน้นั ไมน่ านก็เพม่ิ มาเป็นสบิ คน เพม่ิ มาเป็นรอ้ ยคน และหลายรอ้ ยคนในระหว่างนัน้ มผี เู้ ฒ่า ทีถ่ ูก ทอดท้ิงเร่มิ มาขอพักอยู่อาศยั ทีว่ ดั จากคนหน่งึ เป็นสิบคนและเป็นรอ้ ย คน ซง่ึ แต่เดิมดูแลตามมตี ามเกิดแต่เด็กกำพร้าเด็กดอ้ ยโอกาส กลมุ่ เปราะบางได้เรียนหนังสอื ทุกคน คนชราท่ชี ่วยเหลือตัวเองได้ก็มา ชว่ ยเหลือกิจกรรมภายในวดั ส่วนกลุ่มท่สี ามารถพฒั นาและตอ่ ยอดได้ กม็ อบหมายให้เจา้ หน้าทพ่ี ่ีเลย้ี งดูแลอย่างใกล้ชดิ ซง่ึ ไม่นาน วดั ห้วย ปลากั้ง เริ่มมชี อื่ เสียงคนมาทำบุญมากขน้ึ จงึ จัดระเบยี บใสนการดแู ล เด็กและคนชราให้เป็นระบบระเบียบจงึ ใหม้ ีพเ่ี ลย้ี งอกี สบิ คน จัดใหม้ ี สถานพยาบาล มีพยาบาลวิ ชาชีพ ผู้ชว่ ยพยาบาล นกั กายภาพบำบดั และนักวชิ าการสาธารณะสขุ ทำหนา้ ทเ่ี ปน็ นักจติ วิทยา ปฏบิ ตั งิ านข มกั ขเขม่น เดก็ ทงั้ หมดลว้ นเป็นชนเผา่ หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ มบี ทลงโทษสำหรบั เด็กและคนชราที่ไมป่ ฏิบตั ิ ตามกฎกติกาในการพักอยู่อาศัยและการศึกษา ด้วยเหตุน้ี ขา้ พเจ้าจึงขออนุโมทนาบุญขอบคุณขอบใจทุกท่านที่สง่ กำลังใจ ทั้งข้าวสารอาหารแห้งและปัจจัยคา่ เทอมของลูกหลาน ใน อปุ การะของทา่ น ตอ่ มาในปี ๒๕๕๕ได้ทำโครงการต่างๆเพ่ิมข้ึนมากมาย บางโครงการก็ลม้ เหลวแต่ยงั เหลือใน ปัจจุบันมหี ้าโครงการ ๑.โครงการเฉลี่ยทุกขเ์ ฉลย่ี สขุ ๒.โครงการเข้าป่าล่าบุญ ๓.โครงการพามนุษย์ขึ้นสวรรค์ ๔.โครงการคนื คนดีสสู่ ังคม ๕.โครงการสร้างโรงพยาบาลวัดปลากง้ั เพ่ือสงั คม ๖.โครงการแคค่ ิดก็ผิดแล้ว บทสรปุ การใปสกิ ขาจารกิ ในคร้ังน้ีไดเ้ รยี นรศู้ ิลปวัฒนธรรมพระพทุ ธศาสนาในภาคเหนอื บกบอกว่า พระพุทธศาสนาในภาคเหนอื มคี วามเจริญรุง่ เรืองอย่างมากดูจากสถานท่ี วดั วาอารามตา่ งๆมีความสวยงามโดด เดน่ ทางอารยธรรมแตล่ ะยุคสมัยเป็นเอกลกั ษณพ์ าะตัว และไดร้ บั ความร้อู ย่างมากควรท่ีจะเอามาวเิ คราะหใ์ น การศกึ ษาวชิ าประวตั ศิ าสตร์พระพุทธศาสนาในแบบฉบบั ล้านนาเปน็ อย่างย่งิ อยา่ งในปัจจบุ นั ในดา้ นสังคม สงเคราะห์วดั หว้ ยปลาก้งั สาธารณะสงเคราะห์ โครงการด้านสงคมสงเคราะหใ์ นอรธิ รรมลา้ นนา ของ พระไพศาลประชาทร ว.ิ (พป โชค ตสิ สฺ วโํ ส) ซ่ึงท่านได้กลา้ วไว้ในชีวประวตั ิ
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๑ | ๓๗ ของท่านในการดำเนนิ งานดานการสังคมสงเคราะห์ท่ีหนา้ สนใจไว้วา่ ได้ออกบวช โดยในดวงจติ คิดที่จะชว่ ยเหลือพุทธศาสนกิ ชน บำเพ็ญตนเพอ่ื ประโยชนต์ อ่ พระพทุ ธศาสนาให้ดีท่สี ดุ เทา่ ทจี่ ะทำได้ โดยมีเปา้ หมายในการออกบวชชดั เจน และด้วยแนวคิดและแรงบันดานใจนี้ จงึ ไดเ้ ขียน “วสิ ยั ทศั น์”สว่ นตวั วา่ “ทำนุบำรุงพระพทุ ธศาสนา สรา้ งสรรคว์ ัดวาอารามใหร้ งุ่ เรือง บำเพญ็ กจิ สบื เนื่องกบั ชุมชนสงเคราะหผ์ ้คู นทุกชัน้ วรรณะ’’
๓๘ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๑ | ๓๙ ตอนที่ ๓ บันทึกความคิดเห็นตอ่ การสิกขาจารกิ อารยธรรมลา้ นนา
๔๐ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ท่ี ๑ | ๔๑ บทบาทของพระสงฆ์ทางด้านสาธารณะสงเคราะห์ วดั ห้วยปลาก้งั พระสมชาย ปปัญญาธโร๑๐ การที่ไดเ้ ขา้ ไปทัศนศึกษาท่จี ารกึ อริยธรรม ลานนา มีท่หี นึง่ คือวัดหว้ ยปลากงั้ นน้ั ได้ ข้อคิดในดา้ นสาธารณะสงเคราะห์ โครงการด้านสงคมสงเคราะห์ในอริธรรม ลานนาของ พระไพศาลประชาทร ว.ิ (พป โชค ติสฺสวโํ ส) ซงึ่ ท่านไดก้ ลา้ วไว้ใน ชีวประวตั ขิ องท่านในการดำเนินงานดาน การสงั คมสงเคราะห์ท่ีหน้าสนใจไวว้ ่าได้ ออกบวช โดยในดวงจติ คิดทีจ่ ะช่วยเหลอื พุทธศาสนกิ ชน บำเพ็ญตนเพ่ือประโยชน์ ต่อพระพุทธศาสนาให้ดีที่สุดเทา่ ทจี่ ะทำได้ โดยมีเปา้ หมายในการออกบวชชดั เจนและ ดว้ ยแนวคิดและแรงบนั ดานใจน้ี จึงได้เขียน “วสิ ัยทัศน์”ส่วนตวั ว่า “ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสร้างสรรค์วัด วาอารามให้ร่งุ เรืองบำเพ็ญกิจสืบเนื่องกับชุมชนสงเคราะห์ผู้คนทุกช้ันวรรณะ’’ลงมือปฏบิ ัติตั้งแต่วันแรกท่ีออก บวช ก่อนบวชมีอุปนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนอยู่แล้วปฏิบัติมาทีละบันทัด ตั้งแต่บรรทัดแรกซ่ึง ยากเย็นแสนเข็น อุปสรรคมากมาย ก็ได้คิดค้นพันธกิจที่เกิดจาก อุปสรรคต่างๆนาๆให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ทว่ี า่ ..ไม่มีอะไรย่ิงใหญ่ไปกวา่ การช่วยเหลือเพ่ือมนษุ ย์ การชว่ ยเหลอื เพ่ือนมนุษย์ต้องเปน็ ออนั ดับแรก ..ต้องเป็นผผเู้ ลิศแหง่ การให้การแบง่ ปัน ..ตอ้ งเปน็ ผู้เสียสละอนั ยง่ิ ใหญ่ ๑๐นสิ ติ ชน้ั ปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๑๑ หลักสตู รพทุ ธศาสตรบณั ฑิต สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา
๔๒ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ี่ ๑ เมือ่ มี วสิ ยั ทัศน์ และพันธกจิ เป็น เครือ่ งช้วี ัดในการปฏิบตั ิงานแลว้ ยิ่งยากขน้ึ ไป ปกว่าเดิมหลายพนั เท่าในการฝา่ ฟันอปุ สรรค จึง จะเขา้ ใจในธรรมลกึ ซี่งที่ว่า..ยงิ่ ให้ย่ิงได้ ย่งิ เก็บ ย่งิ อด..และเม่ือชวี ติ สนั้ ลงไมส่ ามารถนำสิง่ ใดไป ไดเ้ ลยนอกจากความดีท่ีทำไว้ จึงรบี เร่งในการ ทำความดี อาตมามมีโอกาสดีมาก ไดน้ ิมติ เหน็ ‘’พระโพธิสตั ว์ กวนอมิ ’’และได้ธรรมะของ โพธิสัตว์ ใน ๒๕๔๙ มีคนนำเด็กมาท้ิงไวท้ ่วี ัด สองคน ในระหว่างท่ีทำวัดเย็นเสร็จได้เดนิ ออกมาตรวจวดั ได้พบเด็กสองคนร่ำไหแ้ ละไม่ สามารถส่ือสารกนั ได้ จงึ นำเด็กท้งั สองเขา้ มาใน ออ้ มกอดจนได้พบซองยาในกระเปา๋ เส้อื ใหผ้ ้รู ู้ สืบค้น ว่าเป็นลกู หลานใคร ในสปั ดาหแ์ รกรูท้ ุก ขอ้ มลู แตต่ ิดต่อ ญาตไิ ม่ได้เลีย้ งมาไดส้ ักพักนึง ประมาณเดอื นจนสามารถตดิ ต่อได้ จงึ นำมาเข้าโรงเรยี น โดยใหผ้ ค็ รองฝากใหเ้ ป็นเด็กวัด ในปีนัน้ เริม่ เล้ียงเด็ก สองคน ด้วยบญุ พาวาสนาสง่ ได้พบเดก็ กำพรา้ ท่ีอย่กู ับ ตา ยายทไี่ ม่มศี ักยภาพในการอปุ การะเลย้ี งดจู ากนั้นไม่ นานกเ็ พ่ิมมาเป็นสบิ คน เพิ่มมาเป็นรอ้ ยคน และหลายร้อยคนในระหวา่ งนัน้ มีผู้เฒ่า ที่ถกู ทอดทิง้ เร่ิมมาขอพกั อย่อู าศยั ท่วี ัดจากคนหน่งึ เป็นสบิ คนและเป็นร้อยคน ซ่ึงแต่เดิมดแู ลตามมตี ามเกดิ แตเ่ ดก็ กำพรา้ เดก็ ดอ้ ยโอกาส กลมุ่ เปราะบางได้เรยี นหนังสือทุกคน คนชราทีช่ ว่ ยเหลือตัวเองได้ก็มาช่วยเหลอื กจิ กรรมภายในวัดสว่ นกลุ่มที่ สามารถพฒั นาและต่อยอดได้ ก็มอบหมายให้เจ้าหน้าที่พีเ่ ลี้ยงดแู ลอย่างใกลช้ ดิ ซงึ่ ไม่นาน วดั ห้วยปลาก้งั เร่มิ มี ช่อื เสยี งคนมาทำบุญมากข้ึนจึงจัดระเบียบใสนการดูแลเด็กและคนชราใหเ้ ป็นระบบระเบียบจึง ให้มพี ่เี ลี้ยงอีก สบิ คน จัดใหม้ ีสถานพยาบาล มีพยาบาลวิ ชาชีพ ผูช้ ่วยพยาบาล นกั กายภาพบำบดั และนักวชิ าการสาธารณะ สุขทำหนา้ ท่เี ปน็ นักจติ วิทยา ปฏบิ ตั งิ านขมกั ขเขม่น เดก็ ท้งั หมดลว้ นเปน็ ชนเผ่าหนึง่ รอ้ ยเปอร์เซน็ ต์ มี บทลงโทษสำหรับเดก็ และคนชราท่ีไม่ปฏบิ ัติตามกฎกติกาในการพักอยู่อาศยั และการศกึ ษา ด้วยเหตนุ ี้ ข้าพเจ้าจึงขออนโุ มทนาบุญขอบคุณขอบใจทุกทา่ นท่ีสง่ กำลงั ใจทง้ั ขา้ วสารอาหารแห้งและปัจจยั คา่ เทอมของ ลกู หลาน ในอุปการะของท่าน ตอ่ มาในปี ๒๕๕๕ได้ทำโครงการตา่ งๆเพ่มิ ขึน้ มากมาย บางโครงการกล็ ม้ เหลว แต่ยังเหลือในปจั จุบนั มีห้าโครงการ ๑.โครงการเฉล่ยี ทกุ ขเ์ ฉล่ียสุข ๒.โครงการเขา้ ป่าล่าบญุ
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ช้ั น ปี ที่ ๑ | ๔๓ ๓.โครงการพามนุษยข์ ้นึ สวรรค์ ๔.โครงการคืนคนดีสูส่ งั คม ๕.โครงการสร้างโรงพยาบาลวัดปลากัง้ เพื่อสงั คม ๖.โครงการแค่คดิ กผ็ ิดแล้ว สรุปสุดทายนก้ี ็ได้เรียนรู้แนวทางของท่านในการศึกษาสงั คมสงเคราะห์ เพอื่ ช่วยเหลือเพื่อนมนษุ ย์ ได้มาตามวิสยั ทศั นข์ องท่านได้เรยี นรกู้ ารช่วยเหลือคนอน่ื โดยไมห่ วงั สิ่งตอบแทน ซง่ึ เปน็ ส่ิงท่ีหาได้ยากอย่างยงิ่ จะตอ้ งเป็นผมู้ ีบรมีในด้าน ทานเสียสละ แรงกาย แรงทรัพย์ ทีม่ ีอยู่ในตนเพ่ือบุคคลอ่นื เช่นคนทีม่ ที รัพยก์ ็นำ ทรพั ยม์ าบรจิ าคให้กบั คนจน ในแบบสังคมสงเคราะห์ ทำโครงการข้ึนเพ่ือทจี่ ะไดข้ ยายไปสู่ความต้องการของผู้ ทเ่ี ดือดร้อน ในการดำเนนิ ชีวติ ของแต่ละคนซง่ึ ทำไวห้ ลายๆโครงการ และแต่ละโครงการล้วนมีแต่ประโยชน์ เพ่ือสังคมและประชาชนผู้ยากไร้ทจ่ี ะได้มที ่ีพ่ึง ในยามลำบาก หรอื เวลาเจ็บไขไ้ ดป้ ว่ ย ในยามไม่มปี จั จัยหรือเงิน ทีจ่ ะไปโรงพยาบบาลเอกชนก็จะได้มีทพ่ี ึ่งน้นั ก็คอื โรงพยาบาลของวดั ซึ่งเป็นแนวคดิ ทด่ี ดิ ทีด่ มี าก เป็นการ เผยแพรพ่ ระพุทธศาสนาอีกในรูปแบบหน่งึ จะทำใหด้ งึ ศรัทธาพทุ ธศาสนิกชนเข้าวดั อีกมาก ศาสนาพทุ ธจะได้ รุง้ เรือง อยู่ค่พู ุทธศาสนกิ ชนไปอกี นานแสนนาน เอวงั ก็มีด้วยประการ ฉะนแ้ี ลฯลฯ
๔๔ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๑ | ๔๕ ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในลา้ นนา พระอทุ ัย หติ กาโม๑๑ แม้วา่ ยคุ สมัยจะผา่ นมานานเพียงใด แตค่ วามสัมพันธร์ ะหวา่ งคนกับผยี ังคงมสี ายใยเช่ือมโยงกนั อย่าง หนาแน่น เพราะความเชื่อเรื่องผถี กู ผนวกกลืนเข้าสจู่ ารตี ประเพณีของชาวล้านนามาช้านาน ดังเชน่ ความ เช่ือในเร่ืองเสยี ผี เกย่ี วกบั สาวล้านนาทีถ่ กู เน้ือต้องตวั กบั ผชู้ าย ฉะนน้ั ฝา่ ยชายจะต้องทำการใสผ่ ใี ห้กบั ฝ่าย หญงิ ทนั ที ซ่ึงความเชื่อดงั กลา่ วแสดงถงึ พน้ื ฐานของสงั คมและวฒั นธรรมท่ีใหค้ วามสำคัญกบั “ผีบรรพบุรุษ หรือผีปู่ย่า” เปน็ อยา่ งมาก แมก้ ระท่งั การแสดงออกถึงความกตญั ญูและเคารพยำเกรงต่อผปี ่ยู า่ ชาวล้านนา จะจดั พธิ ีฟ้อนผีขนึ้ เป็นประจำทุกปใี นช่วงหนา้ แลง้ (มีนาคม - มถิ นุ ายน) เพื่อถวายเครอ่ื งเซน่ สังเวยใหก้ บั ผีปยู่ า่ ประจำแต่ละตระกลู ทง้ั ยังเป็นการพบปะพูดคยุ กันระหว่างผปี ยู่ า่ กับลูกหลานของตน หากใครมเี รอ่ื งทุกข์รอ้ น ใจหรือมีอาการเจ็บปว่ ยใดๆ ท่แี พทยแ์ ผนปจั จบุ นั รักษาไมไ่ ด้ ก็จะขอความช่วยเหลอื จากผปี ยู่ ่าใหช้ ่วยรักษา ดว้ ยการเป่ามนต์คาถา อันเป็นวิธกี ารทีช่ ่วยเยยี วยาจติ ใจแกผ่ ปู้ ว่ ยไดม้ กี ำลงั ใจทด่ี ีอกี ครงั้ ๑๑นิสติ ชน้ั ปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๑๘ หลกั สตู รพุทธศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา
๔๖ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ี่ ๑ พุทธศาสนา เป็นอีกหน่ึงศรัทธาความเช่ือของชาวลา้ นนาทีไ่ มเ่ คยจางหายไป นับต้ังแต่ครัง้ ท่ีพระ สมุ ณะเถระนำพุทธศาสนาเถรวาทมายงั ดนิ แดนลา้ นนาในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙ จิตวญิ ญาณของความเปน็ ชาวพทุ ธทำให้เกิดงานศิลปกรรมทางศาสนาท่ีมีความงามและมีเสนหอ์ ยา่ งลึกซึ้ง ผา่ นแรงบันดาลใจในการ สรา้ งสรรค์งานโดยใชร้ ะบบสัญลักษณ์ทแี่ ฝงไปด้วยปรศิ นาธรรมทางศาสนา วัด รูปแบบวัดลา้ นนามีวิหารเปน็ ท่ีประกอบพิธีกรรมต่างๆ โดยมีพระธาตุเจดยี เ์ ปน็ ศูนย์กลางของวัด ซงึ่ ทั้งสองส่วนนี้จะอยใู่ นแนวเดียวกัน รวมทง้ั ซมุ้ ประตโู ขงทเ่ี ป็นประตูทางเขา้ ด้านหนา้ วัด ดว้ ย นอกจากวัดจะมคี ุณคา่ ในด้านศิลปกรรมล้านนาแลว้ วัดยังมีความสำคัญกบั ชาวลา้ นนา ในฐานะทีเ่ ปน็ ศนู ย์รวมจิตใจมาแตอ่ ดีต เพราะเปน็ สถานท่สี ำหรบั ศกึ ษาหาความรทู้ ง้ั ในทางธรรมและในทางวชิ าการ อืน่ ๆ ดงั จะเห็นว่าภายในวัดมีการสอนภาษาบาลี สอนพระธรรมคำสอนของพระพทุ ธเจ้า รวมถงึ เป็นแหลง่ รวมรวมและเผยแพร่งานศิลปกรรมทางศาสนา ที่สะท้อนใหเ้ ห็นความงามจากพลงั แหง่ ความศรัทธาทเ่ี หนือ การประเมนิ คา่ เปน็ เงนิ ตราได้ สงิ่ หนึง่ ทีท่ ำให้เหน็ ถึงความสำคัญของพทุ ธศาสนาในชาวล้านนา คอื ประเพณี ตา่ งๆ ทั้ง ๑๒ เดือน ล้วนแล้วเกย่ี วขอ้ งกบั พุทธศาสนาแทบทงั้ สิน้ แมก้ ระท้ังกิจกรรมต่างๆ ในชว่ งชีวติ หนง่ึ กย็ ังมคี วามสมั พนั ธก์ ับพุทธศาสนาด้วย อาทิ การขึน้ บา้ นใหม่ การบวช การสืบชะตา เปน็ ตน้ ชาวล้านนา นิยมไปทำบุญตกั บาตรที่วดั ในช่วงวันพระ เพ่อื เป็นการรักษาศลี ทำจติ ใจใหบ้ ริสุทธิ์ ทั้งยงั เชอื่ วา่ การทำบุญ จะช่วยสง่ กุศลให้ตนไปเกดิ บนสวรรคห์ รอื ไดเ้ กิดในยุคพระศรอี ารยิ เมตไตร หากไม่สามารถไปวัดได้ก็จะสวด มนตไ์ หว้พระท่บี ้านเปน็ ประจำ ดงั นัน้ เรือนทุกหลงั จึงตอ้ งมีหง้ิ พระไวก้ ราบไหว้บชู า เพื่อเตือนสติตนให้อยใู่ น ศลี ในธรรม นอกจากการทำบุญในชว่ งวนั พระและวันสำคัญทางศาสนาแล้ว ชาวล้านนายงั เช่อื วา่ การทำทานก็ เป็นอกี วิธีหนึง่ ที่สามารถสร้างผลบุญกุศลได้ จงึ เกดิ ประเพณีปอยหลวงข้ึนในชว่ งหลังฤดูเกบ็ เกี่ยวข้าว ซึง่ ถือว่า เปน็ การทำบุญใหญป่ ระจำปีอีกคร้ังหนงึ่ ที่เกือบทุกหมบู่ า้ นไดจ้ ัดขนึ้ โดยมกี ารถวายปจั จัยไทยทาน รวมถึงข้าว ของเครือ่ งใช้ท่ีจำเปน็ สำหรบั วัด เชน่ ไม้ กระเบ้ือง จานชาม กาละมัง เปน็ ตน้
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๑ | ๔๗ ในการสกิ ขาจารกิ โสเหลเ่ สวนาอารยธรรมลา้ นนาในครง้ั นี้ รสู้ กึ ประทับใจเป็นอยา่ งยิง่ โดยเฉพาะแหล่ง อารยธรรมแห่งล้านนา ไม่มีอะไรเทียบได้เลย เฉพาะความเป็นส่วนตัวและโดยภาพรวมโดดเด่นเป็นที่สุด เป็น เอกลกั ษณ์สมกบั เปน็ ทกี่ ล่าวขาน ว่าอารยธรรมแห่งลา้ นนา หน่ึงในสยามของประเทศไทย
๔๘ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑
บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชั้ น ปี ท่ี ๑ | ๔๙ บทบาทพระสงฆ์ในจัดการวัดใหเ้ ปน็ แหล่งปฏิบตั ิวิปัสสนากรรมฐานของวดั รำ่ เปงิ พระเปยี ก ธติ าโส๑๒ พุทธศาสนา เปน็ อีกหน่งึ ศรทั ธาความเชอื่ ของชาว ล้านนาทไ่ี มเ่ คยจางหายไป นับตั้งแตค่ รัง้ ท่ีพระสุมณะเถระ นำพทุ ธศาสนาเถรวาทมายงั ดินแดนลา้ นนาในชว่ งพทุ ธ ศตวรรษท่ี ๑๙ จิตวิญญาณของความเป็นชาวพุทธทำ ให้เกิดงานศลิ ปกรรมทางศาสนาที่มีความงามและมี เสนห์อยา่ งลกึ ซ้ึง ผา่ นแรงบันดาลใจในการ สร้างสรรค์งานโดยใชร้ ะบบสัญลักษณ์ทีแ่ ฝงไปดว้ ย ปรศิ นาธรรม การศึกษาวิจัยเรอื่ งน้ี เปน็ การศึกษา เชงิ เอกสารตามหลกั ฐานคัมภีรส์ ำคัญและมี การสัมภาษณ์แบบโครงสร้างประกอบการ วิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยดังนี้ ประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนาจากคัมภีร์สำคัญในล้านนา ในสมัยเจ้า แมน่ างจามเทวี ปรากฏในคัมภีร์จามเทววี งศ์พงศาวดารหริ ภุญชัย บริเวณดินแดนทางเหนือ หรือแคว้นโยนก มีชุมชน สำคัญที่ตั้งถิ่นฐานมาก่อน ถือเป็นกลุ่มของชนชาติไทยเป็น ค รั้ ง แรก คือ เมอื งเชยี งแสน เมอื งเชียงราย และเมืองพะเยา และเมอื งต่าง ๆ ทีเ่ รียกกนั วา่ เวยี ง แหล่งโบราณสถาน ทางพระพุทธศาสนาในล้านนา เป็นศาสนสถานในจังหวัดลำพูน เป็นศิลปละโว้ ศาสนสถานในวัดรมณียาราม วดั พระคง วัดประตูล้ี วัดดอนแกว้ วดั มหาวนั วัดสันปา่ ยางหลวง และวัดจามเทวี ยุคพระยามงั รายสร้างเวียง กุมกาม วัดเชียงมั่นและเมืองเชียงใหม่ ยุคพระเจ้ากาวิละเชื้อเจ้าเจ็ดตน ฟื้นฟูวัดวาอารามปรักหักพัง ล้านนา รวมเข้าสยามประเทศ วิเคราะห์ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาฯ คัมภีร์จามเทวีวงศ์ กล่าวถึงการนำ พระพุทธศาสนามาจากเมืองละโว้ พร้อมพระสงฆ์จำนวน ๕๐๐ รูป พระไตรปิฎกเข้ามาสู่ล้านนา หลักฐาน โบราณคดี คือ วดั พระธาตหุ ริภญุ ชยั วัดจามเทวี เป็นตน้ คมั ภีร์ตำนานมลู ศาสนา กล่าวถงึ พระโพธิสัตว์ ประวัติ ของพระพุทธเจ้า การทำสังคายนาครั้งที่ ๑-๓ พระราชกรณียกิจพระเจ้าอโศก หลักฐานโบราณคดี คือ เจดีย์ วัดสวนดอก วดั เจด็ ยอด คัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวถึงประวัติของพระพุทธเจา้ การทำสังคายนา ครง้ั ที่ ๑-๓ พระมหากษัตริย์กับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา หลักฐาน คือ การสร้างวัดเจดีย์หลวง วัดเจ็ดยอด อัญเชิญ ๑๒นิสิตช้ันปี ๑ รหสั ๖๕๐๙๕๐๑๐๒๔ หลกั สูตรพทุ ธศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชาพระพทุ ธศาสนา
๕๐ |บั น ทึ ก สิ ก ข า จ า ริ ก อ า ร ย ธ ร ร ม ล้ า น น า ชน้ั ปที ่ี ๑ พระแก้วมรกต และพระพุทธสิหิงค์ ตำนานโยนก การสร้างอาณาจักรต่างๆ ในล้านนา การทำนุบำรุง พระพทุ ธศาสนา หลกั ฐานคอื วัดเจดยี ห์ ลวง วดั พระสงิ ห์ วัดเจ็ดยอด เป็นตน้ บทสรุปในการสกิ ขาจารกิ ครงั้ นี้ การที่ได้ไปสิกขาจาริกครั้งนี้เป็นการไปเรียนรู้ ศิลปะวัฒนธรรมพระพุทธศาสนาทาง ภาคเหนืออาณาจักรเชียงแสนอาณาจักร ล้านนาย่อมบ่งบอกว่าพระพุทธศาสนาใน เมืองล้านนามคี วาม เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากดูแต่สถานที่วัดวา อารามตา่ งๆท่เี จา้ นายผูป้ กครองทางเหนอื ให้การอุปถัมภ์ พระพุทธศาสนาในแต่ละยุคแต่ละ สมยั มีความโดดเดน่ เปน็ เอกลกั ษณ์เฉพาะตวั ในการทีไ่ ดไ้ ปสคิ ้าจารึกครง้ั น้ียอ่ มมีความร้เู ป็นอยา่ งย่ิงมากควรท่จี ะเอามาวิเคราะห์ในการศกึ ษา เลา่ เรียนวชิ าประวัตศิ าสตร์พระพทุ ธศาสนาในแบบฉบับเชยี งแสนในล้านนาเป็นอยา่ งยง่ิ ความ ประทบั ใจท่ไี ดไ้ ปครงั้ นี้ไมร่ ูจ้ ัก คำว่าเพียงพอมแี ต่จะค้นหาไปเร่ือยๆมีความเก่ยี วข้องกับ วิถีชีวิตศิลปะและวัฒนธรรม อนั ดงี ามควรจะนำเผยแผ่ให้นิสติ ไดไ้ ปศกึ ษาวิจยั วิเคราะห์ใน สิ่งเหล่านั้นอาจจะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งนี่คือเพราะฉะนั้นในการที่ได้ไปสิกขาจาริกอารย ธรรม ล้านนาย่อม ประจักษ์ชัดเจนว่าลวดลายประติมากรรมการที่ได้ไปเจอ ในข่าวครั้ง นยี้ ่อมเปน็ ความ ประทับใจของนิสิตท่ีได้ร่วมกิจกรรมในคราวครงั้ นี้และเป็นผลงานช้นิ ของกิจกรรมสิกขาจา ริกอารยธรรมล้านนาอาณาจักรเชียง แสนย่อมประจักษ์ชัดได้ว่าพุทธศาสนาใน สมยั ลา้ นนา เชียง แ ส น น ั ้ น ย ่ อ ม ม ี ค ว า ม เ จ ร ิ ญ ย ิ ่ ง ใ น ข ่ า ว ย ุ ค ท่ี พระพทุ ธศาสนาเจรญิ รุง่ เรืองเปน็ อันมากดแู ต่ สถานที่วัดวา อารามและสิ่งปลูกสร้างต่างๆล้วนบอกถึงเอกลักษณ์ความ เปน็ ตวั ตน ของชนชาว พ ื ้ น เ ม ื อ ง ใ น ยุ ค ประวัติศาสตร์ที่มีจารึกไว้ในคัมภีร์ในประติมากรรมต่างๆเอกที่ได้ นำเสนอใหก้ บั คณาจารยใ์ นสาขาพระพุทธศาสนาเปน็ ลำดบั ตอ่ ไป
Search