Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ตำรารายวิชาทักษะการสื่อสารภาษาไทย

ตำรารายวิชาทักษะการสื่อสารภาษาไทย

Published by ajtong1, 2022-08-10 03:00:39

Description: ตำรารายวิชาทักษะการสื่อสารภาษาไทย

Keywords: ทักษะการสื่อสาร

Search

Read the Text Version

88 เอกสารอ้างอิง พยอม วงศส์ ารศร.ี (2552). องคก์ ารและการจัดการ (พมิ พ์คร้ังที่ 7). มหาวิทยาลัยราชภฏั สวนดสุ ติ . พิมาน แจม่ จรัส. (2550). เขียน. แสงดาว. ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (พิมพ์ครั้งท่ี 2). ราชบัณฑติ ยสถาน. สิริมา เชียงเชาว์ไว. (2563, 14 เมษายน). การเขียนอีเมล. Learn Thai Lighten by Aj.Tong. https://www.youtube.com/watch?v=7ZtxDhupZO8 สิริมา เชียงเชาว์ไว. (2563, 3 พฤษภาคม). พิมพ์ไลน์ติดต่อกับอาจารย์และผู้ใหญ่อย่างไรให้น่ารัก. Learn Thai Lighten by Aj.Tong. https://www.youtube.com/watch?v=QYHNS_NfcZ8 สริ มิ า เชยี งเชาว์ไว. (2550). ภาษาไทยธรุ กจิ . มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนดสุ ติ . สริ มิ า เชียงเชาวไ์ ว. (2563). ภาษาเพ่อื การสื่อสารในองค์กร. กราฟฟกิ ไซท์ มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ . สานักนายกรัฐมนตรี. (2548). ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526. สานกั งานสวัสดกิ าร กพ. สานักนายกรัฐมนตรี. (2548). ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ ฉบับแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2548. สานกั งานสวัสดิการ กพ. สวพ. FM 91. (2563, 8 พฤษภาคม). วิธีเซ็นรับรองสาเนาบัตรประชาชน. https://today.line.me/ th/v2/article/MjLD6j เอกวิทย์ มณีธร. (2552). ความรู้เบอื้ งตน้ เกย่ี วกับการบรหิ ารการจดั การ (พิมพ์ครง้ั ท่ี 2). เอ็ม.ที. เพรส.

89 บทท่ี 7 การพัฒนาบุคลิกภาพเพ่ือการนาเสนอ บุคลิกภาพภายใน กบั การนาเสนอ บคุ ลิกภาพภายนอก รปู แบบการนาเสนอกับบุคลิกภาพ ▪ ทัศนคติ ▪ ภาษากาย ▪ บคุ ลิกภาพในการประชุม ▪ อารมณ์ ▪ สีหน้า ▪ บุคลิกภาพในการนาเสนองาน ▪ ความรูส้ กึ ▪ การแต่งกาย ▪ ฯลฯ ▪ ฯลฯ การพัฒนาบุคลกิ ภาพ เพ่อื การนาเสนอ CLO 2 สามารถใชภ้ าษาเพอื่ การสือ่ สารในชวี ติ ประจาวันและ การประกอบอาชพี ได้อย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม ภาพท่ี 7.1 การพฒั นาบุคลิกภาพเพื่อการนาเสนอ จากบทที่ 1 ผู้เรียนไดเ้ รียนรู้เกีย่ วกับองคป์ ระกอบของการสือ่ สาร ซงึ่ จะเห็นวา่ ได้ ปฏิกริ ยิ า ตอบสนอง (Feedback) เปน็ สว่ นหนงึ่ ทจ่ี ะทาใหผ้ สู้ ่งสารสามารถที่จะประเมินได้ว่าการส่ือสารประสบ ความสาเร็จหรือไม่ประสบความสาเรจ็ ขณะเดยี วกนั ปฏกิ ิรยิ าของผสู้ ่งสาร หรือทา่ ทางของผสู้ ่งสารก็มี ผลต่อการแสดงปฏิกริ ิยาตอบสนองของผรู้ ับสารเชน่ กัน ดังนน้ั การส่อื สารให้ประสบผลสาเร็จน้นั ผูส้ ง่ สารจะตอ้ งพัฒนาบคุ ลิกภาพ เพอ่ื ใหก้ ารส่อื สารบรรลผุ ลตามท่ตี ้ังใจไว้ บุคลกิ ภาพคอื อะไร บุคลิกภาพ (Personality) คือ ลักษณะท่ีแตกต่างไปกันตามแต่ละบุคคล ทั้งความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม โดยมีนักวิชาการหลายคนท่ีให้นิยามคาว่า บุคลิกภาพ แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่นั้นมุ่งเน้นท่ีรูปแบบของพฤติกรรมและลักษณะซึ่งสามารถทานายหรืออธิบายพฤติกรรม ของบคุ คลน้ันได้ (American psychological association, n.d.) ลกั ษณะที่สาคญั ของบุคลิกภาพว่า มลี กั ษณะดังนี้ 1. สม่าเสมอ (Consistency) พฤติกรรมที่แสดงออกโดยปกติและอัตโนมัติ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการกระทาที่เหมอื นเดิมหรอื ใชว้ ธิ กี ารเดมิ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

90 2. จิตวิทยาและสรีรวิทยา (Psychological and physiological) บุคลิกภาพเป็นโครงสร้าง ท่ีเกิดข้ึนทางจติ วทิ ยา และบางงานวิจยั ไดเ้ สนอแนะว่า ไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากกระบวนการทางชีวภาพดว้ ย 3. พฤติกรรมและการปฏิบัติ (Behaviors and actions) บุคลิกภาพนั้นไม่เพียงได้รับ อทิ ธิพลจากสภาพแวดล้อมท่ีอยู่ แตย่ ังรวมถึงสาเหตขุ องการกระทาในขณะนั้นดว้ ย 4. การแสดงออกที่หลากหลาย (Multiple expressions) บุคลิกภาพเป็นการแสดงออก ที่มากกว่าพฤติกรรม โดยยังรวมถึงความคดิ ความรสู้ กึ สมั พันธภาพและปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างกนั ในสงั คม ลักษณะของบุคลิกภาพดังกล่าวจะเห็นได้ว่า สามารถจาแนกได้เป็นบุคลิกภาพภายใน (Internal personality) ซ่ึงได้แก่ ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ต่าง ๆ เป็นต้น และบุคลิกภาพภายนอก (External personality) ซึ่งเป็นการแสดงออกในพฤติกรรมต่าง ๆ การพัฒนาบุคลิกภาพทั้งบุคลิกภาพ ภายนอกและบุคลิกภาพภายใน จะช่วยทาให้การนาเสนอน่าสนใจ ได้รับความเชื่อถือมากย่ิงขึ้น ดงั จะเห็นได้จากในปัจจบุ ันมกี ารจัดอบรมบุคลกิ ภาพทห่ี ลากหลาย สถาบันพฒั นาบคุ ลิกภาพจอห์น โรเบิรต์ เพาเวอรส์ (John Robert Powers) สถาบันนี้เป็นสถาบันท่ีเน้นการเสริมสร้างและพัฒนาบุคลิกภาพโดยมีสานักงานใหญ่อยู่ที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากน้ียังมีสาขามากกว่า 70 แห่งทั่วโลก จุดเด่นของสถาบันคือเน้นการ ค้นพบจุดบกพร่องและพัฒนาตนเอง เพื่อให้สามารถวางตัวได้อย่างเหมาะสมและปรับตัวให้เข้ากับ ทุกสถานการณ์ (John Robert Powers, 2015) เมื่อพิจารณาหลักสูตรอบรมของสถาบัน พบว่ามีหลากหลาย ซ่ึงหลักสูตรท่ีเก่ียวข้องกับ บคุ ลกิ ภาพ มีดงั นี้ 1. BRAND ME: หลกั สตู รสร้างแบรนด์อัตลกั ษณบ์ คุ คลแบบ 360 องศา หลักสูตรน้ีจะเน้นให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้การวางตัวในงานสังคม บุคลิก ท่าทาง การแต่งตัว การวางตัว รวมทั้งการพูดที่สะท้อนตัวตนของตนเองท่ีแตกต่างจากผู้อ่ืน เพื่อสร้างภาพจาให้มีความ โดดเดน่ 2. PROFESSIONAL SUCCESS: ความสาเร็จอยา่ งมอื อาชพี หลักสูตรนี้เน้นทักษะการสร้างความสัมพันธ์เพ่ือการทางานเป็นทีมและศิลปะการปรับตัว โดยเน้นการปรับเปล่ียนมุมมอง ความคิด การสร้างเสน่ห์ การทาความรู้จักบุคลิกของตนเอง การบริหารจัดการอารมณ์ เปน็ ต้น 3. The executive leader: ผนู้ าองค์กร หลักสูตรน้ีฝึกฝนการส่ือสาร การมีบทบาทและภาวะผู้นา ตลอดจนการปรับภาพลักษณ์ ของผู้บรหิ าร ท้งั การวางตัว การแสดงท่าทาง การแตง่ หนา้ การเลอื กทรงผล 4. Appearance: ค้นหาคาแรคเตอร์และตัวตน หลักสูตรเน้นเป็นการค้นหาคาแรคเตอร์ และตวั ตน เพอ่ื สรา้ งความมัน่ ใจจากภายใน ตลอดจนฝึกฝนการเดนิ ยืน น่ัง และการเคล่อื นไหวต่าง ๆ

91 จากหลักสูตรการอบรมของสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพจอห์น โรเบิร์ต เพาเวอร์ส (John Robert Powers) จะเห็นไดว้ ่ามหี ลายหลักสตู รท่ีส่งเสริมและพฒั นาบุคลกิ ภาพทั้งภายในและภายนอก ซ่ึงแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาบุคลิกภาพภายในและภายนอกน้ันเป็นสิ่งสาคัญและหลายคนควรให้ ความสนใจเป็นอย่างย่ิง ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงเรียบเรียงแนวทางการพัฒนาบุคลิกภาพภายใน และ บคุ ลิกภาพภายนอก กบั การนาเสนอ เพ่ือการพฒั นาของผู้เรยี น ดังนี้ บุคลิกภาพภายในกับการนาเสนอ บุคลิกภาพภายใน หมายถึง ความคดิ ทัศนคติ อารมณ์ ความรู้สกึ ของแต่ละบุคคล ซง่ึ แต่ละ คนมีบุคลิกภาพภายในท่ีแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ เช่น ทัศนคติ อารมณ์ และ ความรูส้ กึ เปน็ ต้น (Pammery, 2017) บุคลิกภาพภายในเปน็ ส่วนที่สาคัญเป็นอย่างย่ิงสาหรับการนาเสนอ เนอื่ งจากการนาเสนอ คอื การถา่ ยทอดเร่ืองราว ความคิด ประสบการณ์ เพื่อให้ผู้ฟังหรอื ผ้ชู มสนใจและเชือ่ ถือในสิ่งทน่ี าเสนอ ด้วยเหตุนี้ผนู้ าเสนอจะต้องเป็นผู้ที่เปดิ ใจและเปิดกว้างทางความคิดในการนาเสนอ นอกจากนี้ จะต้อง วเิ คราะห์บุคลกิ ภาพภายในของผ้ฟู งั ดว้ ยเพื่อช่วยใหก้ ารนาเสนอประสบผลสาเรจ็ การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพภายในกับการนาเสนอ มดี ังน้ี (Harappa, 2020; Mohit, 2015) 1. เรียนรูท้ ักษะทางสงั คม การเรียนรู้ทักษะทางการสังคมด้วยการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลต่าง ๆ จะช่วยทาให้ พัฒนาความคิด อารมณ์ ความรู้สึกต่าง ๆ ได้ บางคนมักจะหลีกเล่ียงการเข้าสังคมจึงทาให้กลายเป็น คนเกบ็ ตัวและขาดการเรียนรู้การพฒั นาบุคลิกภาพภายใน ขณะเดยี วกนั บางคนเขา้ สังคมแต่สังคมเดิม กอ็ าจจะทาให้ไม่ได้เรยี นรู้สิง่ ตา่ ง ๆ ทแี่ ปลกใหมเ่ พม่ิ ขึ้น ทักษะทางสังคมเป็นทักษะท่ีใช้ในการส่ือสารและการมีปฏิสัมพันธ์ระหวา่ งกันผ่านการ ใช้คาพูด และการใช้ท่าทาง ซ่ึงในการใช้ท่าทางน้ันรวมท้ังภาษากายและลักษณะที่ปรากฏ การแต่งกาย ตา่ ง ๆ ดว้ ย (Skills you need, n.d.) สิ่งที่สาคัญของการเรียนรู้ทักษะทางสังคม คือ การเปิดใจ และรับฟังในมุมมองของ คนต่าง ๆ สิ่งเหล่าน้ีเป็นการพาตนเองก้าวออกจากกรอบที่ตนเองวางไว้ การเรียนรู้ดังกล่าวจะทาให้ ทัศนคตใิ นด้านต่าง ๆ กวา้ งขึ้น นอกจากนี้ยงั ชว่ ยทาให้เพ่มิ โอกาสในด้านต่าง ๆ ได้อีกทางหน่งึ ดว้ ย Humphrey (2020) ได้กลา่ วถงึ ลกั ษณะของบคุ คลท่ีมีทักษะทางสังคมที่ดี ดงั น้ี 1) ชืน่ ชมหรอื ยอมรับผอู้ ่ืน ทุกคนต่างตอ้ งการเป็นคนพิเศษหรือคนสาคญั ดงั นน้ั การที่ จะแสดงความยนิ ดหี รอื ยอมรบั ผ้อู ่านดว้ ยใจจริงอาจเป็นเรื่องยาก แต่ผทู้ ่มี ีทกั ษะทางสังคมท่ดี จี ะเรียนรู้ และยอมรบั ความสาเรจ็ ของผู้อ่นื แม้วา่ ผู้นน้ั จะเป็นค่แู ขง่ กต็ าม 2) ฟังอย่างต้ังใจ ทักษะการฟังนี้เป็นทักษะที่ทุกคนต้องฝึกฝนแต่การท่ีคุณจะสามารถ อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้ดีน้ัน คุณจะต้องฟังเขาอย่างตั้งใจ โดยวิธีการที่ง่ายท่ีสุดคือ การฟังด้วย สายตา (Listen with your eyes) เป็นการเข้าใจภาษาท่าทางของเขาที่ปรากฏ การฟังด้วยจิต วิญญาณ (Listen with your mind) เป็นการพยายามเข้าใจส่ิงที่พวกเขาคิด และการฟังด้วยหัวใจ (Listen with your heart) เปน็ การเขา้ ใจและรับร้ใู นสง่ิ ท่ีเขารูส้ กึ

92 3) ความกระตือรือร้น คนท่ีมีทักษะทางสังคมท่ีดีนั้นจะมีพลังอยู่เสมอ มองโลกในแง่ดี และสามารถท่ีจะตดิ ตอ่ กบั ผอู้ ่นื สามารถนาผู้อน่ื รวมทง้ั สรา้ งแรงบันดาลใจให้ผอู้ น่ื ได้ 4) สามารถใช้ภาษากายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกไปจากการใช้คาพูดในการสร้าง สังคมแลว้ นนั้ การใช้ภาษากายก็เป็นส่วนหน่งึ ทง้ั การมองตา ท่าทางทีป่ รากฏ ซึง่ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความ จรงิ ใจและเป็นกระจกสะท้อนบุคลกิ ภาพของคนน้ันไดเ้ ปน็ อย่างดี 5) รู้จักขอบคุณ การขอบคุณนั้นไม่เพียงแต่ขอบคุณผู้อื่นในด้านต่าง ๆ หากแต่ยังต้อง ขอบคณุ ตนเองอกี ด้วยเพือ่ เปน็ การสรา้ งแรงบันดาลใจให้กับตนเอง 2. ทัศนคติทด่ี ีและเปดิ กวา้ ง การมีทัศนคติที่ดี เปิดกว้างท้ังความคิดและความรู้สึก รวมทั้งการมองโลกในแง่ดีจะ เป็นส่ิงท่ีช่วยพัฒนาบุคลิกภาพภายในได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะพบเจออุปสรรคต่าง ๆ แต่เมื่อมีมุมมอง ท่ีดี ก็จะช่วยให้สามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ได้ โดยทั่วไปแล้วน้ัน คนที่มีทัศนคติท่ีดีย่อมทาให้ ใคร ๆ กต็ ามสนใจทจ่ี ะทางานหรือร่วมงานดว้ ย 3. ประเมนิ ตนเองอย่เู สมอ การพัฒนาบุคลิกภาพภายในนั้น สิ่งท่ีสาคัญที่สุดคือ การรู้และเข้าใจว่าตนเองมีข้อดี ข้อเสีย หรือมีจุดเด่น จุดอ่อนในด้านใดบ้าง ซึ่งสิ่งน้ีเป็นการประเมินเบ้ืองต้นเพ่ือท่ีจะปรับปรุงและ พัฒนาบุคลิกภาพภายในได้ นอกจากนี้ผู้นาเสนอควรรับฟังและประเมินตนเองในมุมมองของผู้อ่ืน โดยสังเกตจากปฏิกิรยิ าจากผู้อ่ืน การประเมินตนเองอยเู่ สมอรวมท้ังการทบทวนอารมณ์ความรู้สึกของ ตนเองจะช่วยทาให้บุคลกิ ภาพภายในดยี งิ่ ข้นึ บคุ ลกิ ภาพภายนอกกับการนาเสนอ บุคลิกภาพภายนอกเป็นอวัจนภาษาซ่ึงมีความหมายและมีสารซ่อนอยู่ในกิริยาอาการ ต่าง ๆ โดยท่ีผู้นาเสนอจะต้องใหค้ วามสาคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจาก บุคลิกภาพภายนอกเหล่าน้ี เชน่ การย้ิมแย้ม การแต่งกาย การสบสายตา การแต่งหน้า การใช้ท่าทางประกอบ เป็นต้น ล้วนแล้วไม่ใช่ ถอ้ ยคาแตก่ ส็ ามารถสื่อความหมายใหเ้ ข้าใจไดท้ ้ังสนิ้ (สมพร แพ่งพิพฒั น์, 2547) บุคลิกภาพภายนอกของผู้พูดเป็นส่วนสาคัญท่ีช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้น ดังนั้น ผู้พูดจะต้องคานึงถึงการแต่งกาย การแต่งหน้า ตลอดจนการแสดงภาษากายหรืออวัจนภาษาต่าง ๆ เช่น การเคลือ่ นไหว การเดิน การน่งั การใชท้ า่ ทางประกอบ ตลอดจนการแสดงสีหน้า เปน็ ต้น การนาเสนอน้ันสามารถแบ่งออกเป็นการนาเสนอท่ีเป็นทางการ ได้แก่ การประชุม การอภิปรายและการสัมมนา เป็นต้น และการนาเสนอที่ไม่เป็นทางการ ได้แก่ การอภิปรายกลุ่มย่อย และการขายสินคา้ เปน็ ต้น บุคลิกภาพสาหรับรูปแบบการนาเสนอท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการก็ย่อมมีความ แตกต่างกันไป สาหรับการนาเสนอท่ีเป็นทางการน้ัน ผู้นาเสนอจะต้องคานึงถึงความเรียบร้อย ความ เหมาะสม และความน่าเช่ือถือ ดังน้ันสีสันของเสื้อผ้าจะต้องไม่ฉูดฉาดหรือมีลวดลายมากจนเกินไป การแต่งหน้าจะต้องเหมาะสม รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น แต่ในการนาเสนอที่ไม่เป็นทางการน้ัน เนน้ การเขา้ ถึงและความเป็นธรรมชาติ ผนู้ าเสนอจะต้องผอ่ นคลายและพูดคุยโดยใชภ้ าษาทีเ่ ป็นกันเอง

93 หากแต่ต้องไม่ใช้ภาษาที่ทาให้ผู้ฟังรู้สึกเป็นกันเองมากเกินไป ขณะเดียวกันก็สามารถท่ีจะแต่งตัวได้ หลากหลายมากขึ้นกวา่ เดิม การใช้ท่าทางเป็นการสื่อสารขนั้ พื้นฐานของมนุษย์ก่อนที่จะมภี าษาในรูปแบบอ่ืน ๆ แมว้ ่า ในปัจจุบันเราจะใชภ้ าษาทีห่ ลากหลายแลว้ ก็ตาม แต่ภาษาท่าทางหรือทีน่ ยิ มเรยี กว่าภาษากาย (Body language) ก็ยังคงเป็นส่ิงสาคัญและจาเป็นอยู่ (กิตติชัย พินโน และคณะ, 2554) โดยจะเห็นได้จาก การนาเสนอท่ีผนู้ าเสนอจะใช้ท่าทางประกอบ และการส่ือสารผา่ นบุคลิกภาพตา่ ง ๆ ของผู้นาเสนอ เปน็ ต้น การส่ือสารด้วยภาษากายมีบทบาทสาคัญต่อการนาเสนอเป็นอย่างย่ิง ดังน้ี (กิตติชัย พินโน และคณะ, 2554) 1. ช่วยเพิ่มความม่ันใจให้กับผรู้ ับสาร การใช้ภาษาท่าทางประกอบในการนาเสนอจะชว่ ย เพิ่มความม่ันใจให้กับผู้รับสารได้เป็นอย่างดี เน่ืองจากการใช้ท่าทางประกอบเป็นการเพิ่มน้าหนัก ในการสื่อสารได้เป็นอย่างดี เช่น การชี้ เป็นการระบุตาแหน่งของวตั ถุหรือสถานท่ีให้เห็นชัดมากยงิ่ ขน้ึ การพยักหน้า เป็นการแสดงการเห็นด้วยหรอื ยอมรบั การส่ายหน้าเป็นการแสดงความรสู้ กึ ไม่เหน็ ดว้ ย หรือไมย่ อมรบั เปน็ ต้น 2. ช่วยเพิ่มอารมณ์ให้กับการนาเสนอ การแสดงอารมณ์ด้วยท่าทางที่เหมาะสมกับเรื่อง ที่นาเสนอจะช่วยสรา้ งความรู้สกึ ร่วมให้เกิดข้ึนกับผูร้ ับสารได้ ดังจะเห็นได้จากการท่ีผู้นาเสนอยิ้มแย้ม พูดจาฉะฉาน ยืนตัวตรง ผายมือในบางจังหวะ มองสบตาผู้ฟังอย่างท่ัวถึง ท่าทางดังกล่าวล้วนแล้วแต่ ทาให้ผู้รับสารรสู้ กึ ถงึ อารมณ์ของผ้นู าเสนอทีม่ ีความมนั่ ใจและมคี วามเปน็ มติ ร ดังนน้ั ผรู้ ับสารจึงมั่นใจ และมีอารมณ์คล้อยตามไปกบั เรื่องท่นี าเสนอได้งา่ ยมากยิ่งขึน้ บุคลิกภาพกับการนาเสนอเป็นส่วนท่ีจะช่วยทาให้การนาเสนอมีความน่าสนใจข้ึน โดยผ้เู ขียนได้รวบรวมบคุ ลกิ ภาพท่ีเหมาะสมสาหรบั การนาเสนอไว้ ดงั นี้ (Mohit, 2015) 1. การแต่งกาย การแต่งกายเป็นส่วนสาคัญอันดับแรกที่ควรคานึงในเร่ืองของบุคลิกภาพภายนอก เน่ืองจากเป็นส่วนท่ีช่วยทาให้ผู้ฟังเกิดความเช่ือถือและความมั่นใจในตัวของผู้นาเสนอ การแต่งกาย ท่ีดีน้ันจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าท่ีเหมาะสมกับสถานการณ์และโอกาส ซ่ึงไม่จาเป็นว่าผู้นาเสนอจะต้อง สวมใส่เสอื้ ผา้ ทรี่ าคาแพงเสมอไป หากแตต่ ้องเหมาะสมกบั รปู ร่างของตนเองดว้ ย 2. การแสดงอารมณ์ การแสดงอารมณ์เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทาใหผ้ รู้ ับสารสนใจสารท่ผี ู้นาเสนอต้องการจะ ส่ือ โดยผู้นาเสนอบางคนนาเสนอด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทั้งท่ีเน้ือหาเน้นความสนกุ สนาน การนาเสนอ แบบน้ีก็จะทาให้ผู้รับสารเกิดความเบ่ือหน่ายและไม่สนใจได้ ดังนั้นการแสดงสีหน้าของผู้นาเสนอ จะต้องเหมาะสมกบั เรอื่ งราว นอกจากนีใ้ นการนาเสนอ ผูน้ าเสนอจะต้องควบคมุ อารมณ์ต่าง ๆ ใหเ้ หมาะสม โดยไม่ ใส่อารมณ์กับเรื่องราวมากจนเกินไป ดังจะเห็นได้จากผู้นาเสนอบางคนนาเสนองานที่เกี่ยวกับ ความรู้สึกซึ่งบางครัง้ อาจรอ้ งไห้ไปดว้ ยขณะนาเสนอ เหตุการณ์เช่นนอ้ี าจทาใหก้ ารนาเสนอต้องสะดดุ และอาจต้องจบก่อนท่ีจะนาเสนอได้ตามแผนที่วางไว้ ขณะเดียวกันในการนาเสนอนั้น ผู้ฟังอาจมีการ แสดงทา่ ทางท่ไี ม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจ ผู้นาเสนอจะตอ้ งไมก่ งั วลมากจนเกนิ ไปในการแสดงอารมณ์ของ ผฟู้ งั ไมเ่ ช่นน้นั อาจทาให้ขาดความม่ันใจจนไม่สามารถนาเสนอเนื้อหาต่อไปได้

94 3. การใช้สายตา นอกจากการแสดงสีหน้าแล้วนั้น การใช้สายตาเป็นอีกส่วนที่สาคัญซ่ึงจะทาให้ผู้ฟัง เช่ือมั่นในคาพูดและการนาเสนอของผู้นาเสนอมากย่ิงข้ึน ผู้นาเสนอบางคนมุ่งแต่นาเสนอโดยก้มหน้า มองกระดาษตลอดเวลา กจ็ ะทาใหก้ ารนาเสนอขาดความนา่ สนใจ นอกจากนี้ยังทาให้ผูฟ้ งั ไม่เชื่อม่ันได้ การนาเสนอท่ีดี ผู้นาเสนอจะต้องสบสายตากับผู้ฟังให้ทวั่ ถึง โดยมองแต่ละจุดให้ทั่วถึง เพ่ือให้ผ้ฟู ังรบั รู้และรูส้ ึกว่าผู้นาเสนอเหน็ ความสาคญั และใส่ใจผูฟ้ ังทกุ คน 4. การใชท้ ่าทางประกอบ การใช้ท่าทางประกอบเป็นส่วนหน่ึงที่จะช่วยเพ่ิมความน่าสนใจให้กับเรื่องราว ตลอดจนช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผูน้ าเสนอได้เป็นอย่างดี อีกท้ังยังช่วยทาให้ผู้ฟังรู้สึกผอ่ นคลาย และรูส้ กึ เขา้ ถึงการนาเสนอไดม้ ากยงิ่ ขนึ้ ลกั ษณะของการใชท้ ่าทางประกอบได้แก่ การผายมือ การกมุ มือ การช้ี หรอื แมก้ ระท่ัง การเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วน การเดิน เป็นต้น ทั้งน้ีในการใช้ท่าทางประกอบนั้นจะต้องคานึงถึง เร่ืองราวและความเหมาะสมด้วย หากใช้ท่าทางประกอบมากจนเกินไปอาจกลายเป็นอุปสรรคในการ นาเสนอได้งา่ ย ซชู่ ิง หรอื คุณจิตตส์ ุภา ฉนิ การนาเสนอที่เรียบง่าย ด้วยน้าเสียงที่ชัดเจน ประกอบกับบุคลิกภาพท่ีแสดงออกถึงความม่ันใจ การใช้ท่าทางประกอบที่พอดี ทาให้คลิปวิดีโอ ตา่ ง ๆ ของเธอไดร้ ับความนิยม โดยช่อง Sueching Chin มผี ตู้ ดิ ตามมากถงึ 5.51 หม่นื คน การกุมมือสองข้างไว้ข้างหน้า บริเวณเอว นอกจากนี้ยังมีการขยับมือ หรือผายมือออกมา ข้างนอกเวลาท่ีนาเสนอประเด็นต่าง ๆ ช่วยเพิ่ม ความนา่ สนใจให้กับเรื่องราวไดด้ ขี ึ้น ท่ีมา: จิตตส์ ภุ า ฉนิ (2564)

95 5. การยนื หรอื การนัง่ การนาเสนอด้วยการยืนและการน่ังจะให้ความรู้สึกท่ีแตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่หาก ผู้นาเสนอต้องการความเช่ือมั่นและแสดงออกถึงความม่ันใจ การยืนเป็นสิ่งท่ีดีกว่าเน่ืองจากเป็นสิ่งที่ แสดงถึงพลงั อานาจและชว่ ยทาให้ดูนา่ เชือ่ ถือ เข้มแข็งและมพี ลัง ท่าทางการยืนสาหรบั การนาเสนอมดี งั นี้ (The Buckley School, 2019) การยืนโดยให้เท้ามีพ้ืนท่ีว่างเล็กน้อย แต่ไม่ควร กว้างเกินไหล่ การยืนโดยแยกขาเล็กน้อยนั้นจะ ช่วยทาให้คุณสามารถควบคุมและเคล่ือนไหว ร่างกายส่วนบนได้ดีขึ้น โดยการยืนให้สมดุลจะ ชว่ ยทาใหก้ ารนาเสนอมีพลังยิง่ ข้ึน การยืนให้น่ิงและพร้อมที่จะเคล่ือนไหว ในการ นาเสนอนั้นการส่งพลังไปสู่ผู้ฟังเป็นส่ิงท่ีสาคัญ ดั ง นั้ น ใ น ก า ร ยื น อ า จ ยื น โ ด ย พ ร้ อ ม ที่ จ ะ เคลือ่ นไหวไปหาผู้ฟัง หรอื เคลอ่ื นไหวไปข้างหน้า เสมอ การเคล่ือนไหวน้นั สามารถทาให้แต่ไม่ควร ที่จะเคลื่อนไหวมากเกนิ ไป กรณีที่เป็นการนาเสนองานเป็นกลุ่มซ่ึงจาเป็นจะต้องน่ัง ควรนั่งตัวตรง ไม่ควรนั่งพิง เพ่ือ แสดงให้เห็นว่าต้ังใจและมีความพร้อมในการนาเสนองาน กรณีของผู้หญิงน้ันให้สังเกตบริบทของการ นาเสนองาน ไม่ควรน่ังไขว่ห้าง แต่สามารถน่ังไขว้เท้าเข้าหากันและเบี่ยงไปด้านใดด้านหนึ่งจะ เหมาะสมกวา่ (แคโรลนี บอยส์, 2543)

96 สรปุ บุคลิกภาพเป็นลักษณะที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล โดยเกิดจากการส่ังสม ประสบการณ์ และการเลยี้ งดู ตลอดจนสังคมท่ีแต่ละบุคคลอาศัยอยู่ แตก่ ารพฒั นาบุคลกิ ภาพเป็นสิ่งที่ ทุกคนสามารถที่จะทาได้ เนื่องจากการมีบุคลิกภาพที่ดีและเหมาะสมจะช่วยทาให้การทางานและการ ใช้ชีวิตมีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานให้ความสาคัญกับการพัฒนาบุคลิกภาพ เน่ืองจากเป็นส่วนหน่ึงท่ีแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ขององค์กร โดยการพัฒนาบุคลิกภาพน้ัน จะต้อง พัฒนาท้ังบุคลิกภาพภายใน ได้แก่ ความคิด ทัศนคติ อารมณ์ และความรู้สึก ขณะเดียวกันก็จะต้อง พัฒนาบุคลิกภาพภายนอกควบคู่กันไปด้วยเพื่อให้สามารถสื่อสารด้วยการนาเสนอได้อย่างดี บุคลิกภาพภายนอกท่จี ะตอ้ งพัฒนา ได้แก่ การแต่งกาย การแสดงอารมณ์ การใชส้ ายตา การใช้ทา่ ทาง ประกอบ รวมทง้ั การยนื หรือการนั่ง ซึ่งล้วนแลว้ แต่เป็นสว่ นหนงึ่ ท่ีสาคัญทจ่ี ะช่วยทาใหบ้ ุคลิกภาพของ แต่ละคนดยี ิ่งขึ้น คาถามทบทวน 1. บุคลกิ ภาพภายในมีความสาคัญตอ่ การทางานอย่างไร 2. ยกตวั อยา่ งลักษณะของบุคคลทีม่ บี ุคลิกภาพภายในท่ดี ี 3. เพราะเหตใุ ดจงึ ตอ้ งมกี ารฝกึ บุคลกิ ภาพภายนอกสาหรับการนาเสนอ 4. ใหน้ กั ศึกษาวิเคราะหบ์ ุคลกิ ภาพภายนอกของตนเอง โดยระบุจดุ เดน่ และจุดดอ้ ย 5. ถ้านักศึกษาต้องนาเสนองานในการประชุมวิชาการ โดยแต่งชุดไปรเวท นักศึกษาจะ แตง่ ตวั อยา่ งไร กิจกรรมทบทวน 1. ผเู้ รยี นวเิ คราะหบ์ ุคลกิ ภาพของผทู้ ีป่ ระสบความสาเรจ็ ในด้านต่าง ๆ 2. ผู้เรยี นฝกึ ฝนและพัฒนาการแสดงออกทางบคุ ลิกภาพภายนอก 3. ผู้เรยี นสรปุ เนื้อหาความรู้ที่ได้รบั จากการเรียนในสปั ดาห์นี้

97 เอกสารอ้างองิ กิตติชยั พนิ โน และคณะ. (2554). ภาษากับการส่อื สาร. เชน ปริ้นติง้ . แคโรลีน บอยส์. (2543). Business Secrets: Communication Secrets (เรียนลัด การส่ือสารทาง ธรุ กิจ). บริษทั เอก็ ซเปอร์เน็ท จากดั . จิตต์สุภา ฉิน. (2564, 29 มกราคม). “ยูทูบเบอร์” หลุดโผอาชีพในฝันของเด็กแล้ว อาชีพอะไรมาแทน?. https://www.youtube.com/watch?v=YsuAPqq17G8 สมพร แพ่งพิพฒั น.์ (2547). ภาษาไทยเพื่อการสอ่ื สารและการสบื ค้น. โอเดยี นสโตร์. American psychological association. (n.d.). Personality. https://www.apa.org/topics/ personality Cherry, K. (2020, 12 August). What is personality?. https://www.verywellmind.com/what-is- personality-2795416 Harappa. ( 2 0 2 0 , 10 September) . Personality Development Tips and Importance. https: / / harappa. education/ harappa- diaries/ personality- development- tips- and-importance Humphrey, J. (2020, 2 June). These 5 things indicate someone has strong social skills. https://www.fastcompany.com/90460620/these-5-things-indicate-someone- has-strong-social-skills John Robert Powers. (2015). John Robert Powers. https://bit.ly/3cGd8FV Mohit, A. ( 2 0 15, 22 January) . Personality Development Tips: 1 0 Most Important Improvement Tips. https://catchupdates.com/personality-development-tips/ Pammery, P. (2017, 4 December). What is internal personality? https://prezi.com/86 cjpgkp52gz/1-what-is-internal-personality-internal-personality-is-t/ Skills you need. (n.d.). What are social skills? https://www.skillsyouneed.com/ips/ social-skills.html The Buckley School. (2019, 23 February). HOW TO: TAKE A STAND WHEN PRESENTING. https: / / buckleyschool. com/ magazine/ articles/ how- to- take- a- stand- when- presenting/

98

99 บทท่ี 8 การเลา่ เรอ่ื งผ่านสือ่ ดิจทิ ัล เทคนคิ การพดู เลา่ เรื่อง การพดู เล่าเรอ่ื งผ่านส่ือดิจทิ ลั (Story telling) ▪ การพดู แนะนาสินค้า ▪ การพูดแนะนาการบรกิ าร ▪ การพูดแนะนาภาพยนตร์ ▪ ฯลฯ การเลา่ เร่ืองผา่ นส่ือดิจทิ ลั CLO 2 CLO 3 สามารถใชภ้ าษาเพอื่ การสือ่ สารใน สามารถเลือกใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ชีวติ ประจาวันและการประกอบอาชีพได้ เพ่อื การส่อื สารได้อยา่ งเหมาะสม อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม ภาพที่ 8.1 การเล่าเร่ืองผ่านสื่อดจิ ิทัล การพดู เป็นการส่งสารในรูปแบบหนึ่ง ผา่ นการใชค้ า และการใช้ท่าทางเพ่ือส่ือความหมาย ไปยังผู้ฟังตามวัตถุประสงค์ท่ีผู้พูดต้องการ โดยการพูดน้ันผู้พูดจะต้องใช้ทั้งศาสตร์ (ความรู้) และศิลป์ (เทคนิคการพูด) ประกอบกัน เพื่อที่จะทาให้ผู้ฟังเข้าใจและตอบสนองได้ตามท่ีต้องการ (คณาจารย์ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณ์ราชวิทยาลัย, 2551) Channel ภาพท่ี 8.2 องคป์ ระกอบของการพูด

100 ผู้พูดจะสามารถพดู ได้ดีและน่าสนใจนนั้ จาเป็นที่จะตอ้ งเข้าใจองค์ประกอบของการพูดจะ ช่วยทาให้ผู้พูดสามารถที่จะกาหนดเนื้อหาตลอดจนสามารถท่ีจะออกแบบการพูดได้อย่างเหมาะสม มากย่ิงขึ้น องคป์ ระกอบของการพูด (ภาพท่ี 8.2) ประกอบด้วย 1. ผู้พูด (Sender) ซ่ึงเป็นผู้ที่ต้องการถ่ายทอดความรู้ ความคิดไปสู่ผู้ฟัง โดยการใช้ ภาษา น้าเสยี ง และทา่ ทาง ตลอดจนใช้อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ในการสอื่ สาร 2. สารหรือเนื้อหาที่พูด (Message) การเรียบเรียงเน้ือหาให้เหมาะสม ชัดเจน และ ถกู ต้อง จะช่วยทาใหผ้ ูฟ้ งั เข้าใจไดม้ ากยิ่งขนึ้ 3. ส่ือหรือช่องทาง (Channel) การเลือกใช้ช่องทางในการพูดเป็นสว่ นหนึง่ ท่ีจะช่วยทา ให้การพูดประสบความสาเร็จได้ ดังจะเห็นได้จาก ถ้าต้องการความคิดเห็นอย่างเป็นทางการของ สมาชิกในกลุ่ม ผู้พูดควรท่ีจะใช้การประชุมซึ่งเป็นการพูดแบบเผชิญหน้า เพ่ือท่ีจะได้รับฟังความคิด ของทุกคนอย่างท่ัวถึง ตลอดจนสามารถสังเกตท่าทางและความรู้สึกของผู้พูดแต่ละคนได้ด้วย โดยนอกจากการส่ือสารแบบเผชิญหน้าแล้วนั้น ยังมีการส่ือสารในช่องทางอื่น ๆ ที่หลากหลายดังได้ กลา่ วไว้แลว้ ในบทที่ผ่าน ๆ มา 4. ผ้ฟู งั (Receiver) เป็นผู้รบั สารทผ่ี ู้พูดถา่ ยทอด โดยในการพูดน้ันผ้พู ดู จะต้องวิเคราะห์ ผู้ฟังให้ดีเพ่ือให้สามารถที่จะเลือกเรื่องท่ีจะพูดและเลือกใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม ในการวิเคราะห์ ผู้ฟังนั้นผู้พูดสามารถวิเคราะห์ได้จากสิ่งต่อไปน้ี เพศ อายุ ระดับการศกึ ษา สถานภาพทางสังคม ความ ช่นื ชอบ เปน็ ต้น 5. ปฏกิ ิริยา (Feedback) จากผ้ฟู งั เปน็ ส่วนสาคญั ทีผ่ ู้พูดจะต้องคอยสังเกตอยูเ่ ปน็ ระยะ เนื่องจากในการพูดนั้น ผู้พูดย่อมต้องการให้ผู้ฟังเกิดปฏิกิริยาตามที่ต้องการ เช่น เห็นด้วย เช่ือถือ เข้าใจ เป็นต้น โดยท่าทางที่แสดงออกของผู้ฟังจะช่วยทาให้ผู้พูดสามารถที่จะประเมินการพูดของ ตนเองตลอดจนสามารถทจี่ ะปรบั เปลย่ี นวธิ กี ารพูดหรือเนอื้ หาใหน้ า่ สนใจในขณะที่กาลงั พูดได้ แม้ว่าหลายคนจะบอกว่า ตนเองเป็นคนที่พูดไม่เก่ง หรือ ไม่กล้าที่จะพูด แต่ก็ไม่สามารถ ปฏิเสธหรอื หลีกเล่ียงการพูดได้ เน่ืองจากการพูดมีความสาคัญต่อการดาเนนิ ชวี ิตและต่อการประกอบ อาชีพ ปจั จบุ นั “การพูด” ได้กลายเป็นส่วนหนึง่ ที่สาคญั สาหรับการพัฒนาทักษะการทางาน เนื่องจาก การพูดเปน็ การใชภ้ าษาเพอ่ื บอกเลา่ เรือ่ งราวตา่ ง ๆ รวมถงึ บอกเล่าประสบการณต์ า่ ง ๆ ระหว่างกนั การพูดที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ในรายวิชาน้ี คือ การพูดเล่าเร่ือง และการพูดนาเสนองาน ซ่ึงเป็นการพูดพื้นฐานที่ผู้เรียนจะสามารถนาไปต่อยอดหรือนาไปประยุกต์ใช้ในการทางานตามอาชีพ ของตนเองตอ่ ไป เทคนิคการเล่าเรอ่ื ง (Story telling) การพูดเลา่ เรื่อง (Story telling) หมายถงึ ศิลปะการมปี ฏิสัมพนั ธ์ดว้ ยการใชค้ าพดู ท่าทาง และรูปภาพในการนาเสนอเร่ืองราวเพื่อกระตุ้นใหผ้ ู้ฟังเกิดจินตนาการ ผู้เล่าเร่ืองจึงต้องเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก ตลอดจนความต้องการของผู้ฟังเป็นอย่างดีเพื่อท่ีจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ได้ (National storytelling network, 2020; Peters, 2018) โดยเทคนคิ การพูดเลา่ เรอื่ งมดี ังน้ี

101 1. กาหนดประเด็นหลักใหช้ ดั เจน การกาหนดประเด็นจะช่วยทาให้ผู้พูดเล่าเร่ืองได้ชัดเจนและตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น โดยส่วนมากในการเล่าเร่ืองจะกาหนดประเด็นเพียง 1 ประเด็น นอกจากน้ีประเด็นท่ีกาหนดจะต้อง เปน็ ประเด็นที่นา่ สนใจและสรา้ งความประทบั ใจใหก้ ับผ้ฟู งั ได้ คุณนิติ ชัยชิตาทร หรือ ที่เรารู้จักกัน ในนาม “ยายป๋อมแป๋ม” ได้ข้ึนเวที TEDx Thailand 2016 โดยไดก้ าหนด ประเด็นในการเล่าเรื่องคือ “โปรด เรียกฉันดว้ ยนามอนั แทจ้ ริง” ที่มา: เท็ด x ทอล์ก (2559) ประเด็นหลักของการเล่าเร่ืองน้ี เน้นเน้ือหาท่ีให้ทุกคนรู้จักกันและกันในทุกด้าน ไม่ใช่ เพียงตดั สินกันเพยี งดา้ นใดดา้ นหนงึ่ หรอื ใช้เพยี งแค่คา่ นยิ มเป็นการวดั การกาหนดประเด็นหลักในการเล่าเรื่องควรเป็นประเดน็ ท่ีใกลต้ วั หรอื เป็นประเด็นท่ีผู้ เล่ามีประสบการณ์ในเร่ืองน้ัน รวมทั้งเข้าใจหรือศึกษาเรื่องนั้นมาแล้วเป็นอย่างดี เพื่อท่ีจะได้สามารถ เลา่ เรอื่ งได้อย่างไหลลนื่ มากยงิ่ ข้ึน 2. วางโครงเรื่องใหช้ ดั เจน และนา่ สนใจ หลังจากท่ีกาหนดประเด็นในการเล่าเรื่องได้แลว้ น้นั ลาดับต่อมา จะต้องวางโครงเร่อื ง ให้เป็นลาดับ ชัดเจน และมีความน่าสนใจ การวางโครงเร่ืองเปรียบเหมือนการวางเสาเข็ม เพื่อสร้างบ้าน หากโครงเรือ่ งไม่นา่ สนใจ กจ็ ะทาให้การเล่าเรื่องไม่นา่ สนใจตามไปดว้ ยเชน่ กนั การวางโครงเรอ่ื งประกอบด้วย 3 สว่ น คอื สว่ นนา สว่ นเนอ้ื หา และส่วนสรุป โดยสัดสว่ น ของแต่ละสว่ นนั้นจะเป็นลกั ษณะสามเหล่ียมกลับหวั นา ภาพรวมของเรือ่ งราว เน้ือหา ขยายความตามประเดน็ สรุป ปดิ ท้ายขมวดปม

102 จากองค์ประกอบท้ัง 3 ส่วนในการพดู เลา่ เรือ่ งนัน้ จะเหน็ ไดว้ ่า องค์ประกอบทงั้ 3 ส่วน มีลกั ษณะที่แตกตา่ งกนั ดงั น้ี ส่วนนาเรื่อง เป็นส่วนท่ีเปิดภาพรวมของเร่ืองราวทั้งหมด โดยผู้เล่าเร่ืองอาจใช้การต้ัง คาถาม การนามาปญั หามากล่าวถงึ การกลา่ วถึงภาพกว้างของเร่ืองราวทัง้ หมด เปน็ ตน้ ในการนาเรอ่ื ง นี้จะเป็นส่วนสาคัญที่จะช่วยทาให้ผู้ชมตัดสินใจวา่ จะดูต่อ หรือไม่ดู ดังน้ันการเปิดเร่ืองให้น่าสนใจจึง เป็นสว่ นหนงึ่ ทส่ี าคญั สว่ นเน้อื หา เป็นสว่ นทีผ่ ู้เลา่ เร่อื งจะต้องวางโครงเร่ืองให้เปน็ ลาดบั ชัดเจน โดยจะต้องมี โครงเรอ่ื งท่ีขยายจากประเดน็ หลกั ท่วี างไว้ เพอื่ เปน็ การขยายความประเด็นหลักให้ชัดเจนยงิ่ ขึน้ ตวั อยา่ ง ประเด็นหลกั “ความคิดของเด็ก ไม่เด็กเสมอไป” โครงเร่อื งเนือ้ หา ไดแ้ ก่ - ทาไมผู้ใหญ่ชอบมองวา่ คนทเ่ี ด็กกว่ามคี วามคิดแบบเด็ก ๆ - คนที่เด็กกวา่ มีความคิดแบบเด็ก ๆ จรงิ ไหม - การเปดิ ใจรับฟงั ความคิดของทกุ คน จากการวางโครงเร่ืองข้างต้นจะเห็นได้ว่า ผู้เล่าเรื่องสามารถวางโครงเร่ืองในรูปแบบ ของประโยคคาถาม หรือประโยคบอกเล่าก็ได้ เพียงแคต่ อ้ งครอบคลมุ ประเด็นหลกั ท่ีตอ้ งการนาเสนอ ส่วนสรุป เป็นส่วนปิดท้ายท่ีจะช่วยทาให้ผู้ชมเข้าใจว่าส่ิงท่ีผู้เล่าเรื่องเล่ามาตั้งแต่แรก ผู้เล่าเรื่องต้องการสง่ิ ใด ดังน้ันในส่วนสรปุ น้ี ผู้เลา่ เร่ืองจงึ ควรสรุปให้ชัดเจนโดยใช้เทคนิคที่หลากหลาย เชน่ การฝากข้อคิด การทง้ิ ทา้ ยใหผ้ ชู้ มคดิ ตาม การสรุปเนอ้ื หาทัง้ หมด การปดิ ทา้ ยด้วยคาถาม เป็นต้น 3. ลาดบั เรื่องใหต้ ่อเนือ่ งและเข้าประเดน็ ใหร้ วดเร็ว การลาดับเรื่องให้ต่อเน่ืองนั้น คือ การขยายความจากโครงเร่ืองที่ผู้เล่าเร่ืองได้กาหนด ไว้ เพื่อให้การเล่าเร่ืองต่อเน่ืองและเป็นธรรมชาติ ผเู้ ลา่ เรือ่ งควรขยายความจากความเข้าใจของตนเอง และอาจกาหนดประเด็นย่อย ๆ ในการขยายความเพอ่ื ทีจ่ ะอธิบายเรื่องราวท้ังหมด ตัวอย่าง ประเดน็ หลกั “ความคิดของเด็ก ไมเ่ ดก็ เสมอไป” โครงเรอ่ื ง และการขยายความ ตารางที่ 8.1 การขยายความตามลาดับเร่ือง โครงเรือ่ ง การขยายความ (1) การขยายความ (2) การขยายความ (3) ทาไมผ้ใู หญช่ อบมอง เพราะผูใ้ หญค่ ดิ วา่ คนที่ การท่ีคนอายุมากขึ้น คนที่อายุมาก แต่ไมม่ ี วา่ คนท่ีเดก็ กว่ามี อายเุ ยอะกว่าจะมี ไม่ไดห้ มายความวา่ ประสบการณ์ หรือไมไ่ ด้ ความคิดแบบเดก็ ๆ ความคดิ มากกว่า จะมีความคดิ ดีเสมอ ฝึกฝนกระบวนการคดิ ไป ก็ไม่สามารถทีจ่ ะมี ความคิดท่ีโตข้นึ ได้

103 จากตารางที่ 8.1 จะเห็นได้ว่า การขยายความ (1) คือการตอบคาถามโครงเร่ืองท่ีวางไว้ จากน้นั ก็มีการขยายความต่อใน (2) และขยายความ (3) ตามลาดบั โดยการขยายความข้างต้นจะช่วย ทาใหผ้ เู้ ล่าเรื่องสามารถท่ีจะเล่าเรอื่ งได้อยา่ งเปน็ ลาดบั และต่อเนื่องย่ิงขึน้ ทั้งน้ีจากการขยายความจะเห็นได้ว่า ผู้เล่าเรื่องจะไม่ใช้คาฟุ่มเฟือยมากนัก หากแต่ พยายามที่จะอธิบายในความคิดของตนเองเก่ียวกับโครงเร่ืองที่วางไว้ ซ่ึงน่ีเป็นส่วนสาคัญเพราะจะทา ให้ผู้ชมหรือผู้ฟังเข้าใจเรื่องราวได้ดียิ่งข้ึน ประกอบกับในยุคปัจจุบันท่ีผู้รับสารไม่ชอบฟังอะไรท่ียาว และเยิ่นเย้อ การเล่าเรื่องให้ส้ันกระชับ และเข้าประเด็นอย่างรวดเร็ว จะตอบโจทย์กับความต้องการ ของผูร้ บั สารมากยิง่ ข้นึ 4. ใชเ้ วลาให้เหมาะสม การเล่าเร่ืองในยุคปัจจุบันนั้น จะต้องคานึงถึงช่องทางและประเภทของการเล่าเร่ือง หากเปน็ การเลา่ เร่ืองผ่านสื่อดิจิทลั อาจต้องใช้เวลาให้ส้นั กระชับ โดยส่วนใหญ่จะใชเ้ วลาไม่เกิน 5 นาที เนื่องจากผู้รับสารจะไม่ชอบดูสารที่ใช้เวลานาน ขณะเดียวกันหากเป็นการเล่าเรื่องแบบเผชิญหน้า ผู้เล่าเรื่องก็จะต้องกาหนดเวลาให้เหมาะสม รวมท้ังต้องศึกษากลุ่มผู้ฟังว่าเป็นวัยใด หากเป็นเด็ก กจ็ ะตอ้ งใช้เวลาไม่มากจนเกินไป ไม่เช่นน้ัน ผ้ฟู งั จะไม่สนใจ 5. เตมิ อารมณ์ให้เร่ืองเลา่ การเตมิ อารมณ์ให้เร่ืองเลา่ เปน็ ส่วนสาคัญท่ีจะชว่ ยทาใหผ้ ชู้ มสนใจมากย่ิงขนึ้ ดงั จะเห็น ไดจ้ ากหากผูเ้ ล่า พูดตามบททท่ี อ่ งจามาแบบหุ่นยนตร์ ก็จะทาใหผ้ ูช้ มเบอื่ และไม่สนใจได้ ดงั นน้ั การเล่า เรือ่ งอยา่ งเปน็ ธรรมชาติ ตลอดจนใส่อารมณ์ใหส้ อดคล้องกบั เร่อื งราวจะช่วยเพม่ิ ความนา่ สนใจยิ่งขึ้น การเลา่ เรือ่ งผา่ นสอื่ ดิจิทลั (การพดู แนะนาสินคา้ บรกิ าร ภาพยนตร)์ ปัจจุบันการเล่าเรื่องผ่านส่ือดิจิทัลมีความหลากหลายมากย่ิงข้ึน โดยผู้เล่าเร่ืองสามารถใช้ ช่องทางต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น Facebook YouTube Tiktok เป็นต้น ถึงแม้ว่าในบาง ช่องทางนน้ั สามารถท่ีจะถา่ ยทาไดเ้ ปน็ เวลานานแต่ผ้เู ลา่ เรื่องก็ไม่ควรใช้เวลานานเกนิ ไปเพ่ือสร้างความ น่าสนใจในการเล่าเรอ่ื งน้นั การประยุกต์ใช้การเล่าเร่ืองในการพูดแนะนาสินค้า บริการ ภาพยนตร์ ผู้เล่าจะต้องเล่า โดยใส่อารมณ์ความรู้สึกให้เสมือนผู้ฟังอยู่ในเหตุการณ์ โดยใช้การบรรยายและการพรรณนา รวมทั้ง อาจมีการสาธติ ประกอบเพ่ือใหผ้ ฟู้ งั เข้าใจได้ดียิง่ ขน้ึ การเลา่ เรื่องผา่ นต๊กิ ต๊อก (TikTok) ต๊ิกต๊อก (TikTok) เป็นส่ือดิจิทัลท่ีได้รับความนิยมในปัจจุบัน (ปี 2564) เป็นอย่างมาก เน่ืองจากเป็นสอ่ื ท่ีทุกคนสามารถอปั โหลด (Upload) วิดีโอสั้น ๆ ได้หลากหลาย เนอื่ งจากติ๊กต๊อกเน้น การนาเสนอคลิปท่ีส้ัน ๆ ดังนั้น การเล่าเรื่องผ่านช่องทางน้ี ผู้เล่าจะต้องกาหนดประเด็นให้สั้น โดย อาจใช้การเล่าเรื่องในลักษณะของภาพ ท่าทางประกอบ หรือการพูดคุย เป็นส่วนหนึ่งในการเล่าเร่ือง อีกทั้งควรเนน้ ทคี่ วามสนุกสนาน และความสร้างสรรค์

104 การเล่าเรอ่ื งผา่ นยูทปู (YouTube) ยูทูป (YouTube) เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มท่ีได้รับความนิยมมาอย่างต่อเน่ือง เนื่องจาก มีจุดเด่นท่ีสามารถอัปโหลด (Upload) คลิปวิดีโอที่มีขนาดยาวได้ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะนาลิงก์ (Link) ของคลปิ วิดีโอไปใชใ้ นการเผยแพรไ่ ดห้ ลากหลาย การเล่าเร่อื งผ่านยทู ูป (YouTube) สามารถเลือกเลา่ เรื่องไดห้ ลากหลายประเภท แตถ่ ้าจะ เล่าให้น่าสนใจควรมีการตัดต่อด้วยการใส่เอฟเฟกต์ (Effect) ต่าง ๆ เพ่ือเพิ่มความน่าสนใจย่ิงขึ้น นอกจากน้ีควรเลือกประเด็นท่ีน่าสนใจ ใช้ภาษาให้สั้นกระชับ และไม่ควรใช้เวลาในการเล่าเร่ืองนาน มากนัก ปัจจุบัน การสร้างสรรค์ผลงานผ่านยูทูป หรือท่ีเรียกว่า ยูทูปเบอร์ (YouTuber) ได้รับ ความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากยูทูปเบอร์สามารถผลิตเน้ือหาท่ีสนใจ และสมัครเป็นเครือข่ายของ ยทู ูป (YouTube Partner) จากนั้นจะไดร้ ับคา่ ตอบแทนจากค่าโฆษณาเมื่อมคี นเปิดชมคลปิ วดิ โี อ การพูดเล่าเรอ่ื งผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นส่ือดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมาเป็นระยะเวลานาน เนื่องจาก สามารถท่ีจะโพสต์ (Post) ภาพนิ่ง ข้อความ คลิปวิดีโอ รวมท้ังสามารถท่ีจะเผยแพร่รายการสดได้อีก ด้วย การเล่าเร่ืองผ่านเฟซบุ๊กน้ันเป็นอีกช่องทางหนึ่งท่ีได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยความ ทีส่ ามารถเขา้ ถึงได้งา่ ยจึงทาให้หลายคนนยิ มใช้ชอ่ งทางนใี้ นการเลา่ เรอ่ื ง การเล่าเร่ืองผ่านเฟซบุ๊ก มีความหลากหลายกว่าต๊ิกต๊อก (TikTok) และยูทูป (YouTube) เน่ืองจากเจ้าของเร่ืองเล่าสามารถท่ีจะเผยแพร่ได้หลายลักษณะดังที่กล่าวมาในข้างต้น โดยผู้เล่าเร่ือง ควรกาหนดแนวทางในการเล่าให้ชัดเจนเพ่ือที่จะได้ทาให้เรื่องเล่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น เล่าเรื่องท่องเท่ียว เล่าเร่ืองการตลาด เล่าเร่ืองไอที เป็นต้น ทั้งนี้ในการเล่าเร่ืองควรใช้ภาษาง่าย ๆ พูดให้ส้นั กระชับ และกาหนดประเดน็ ให้นา่ สนใจตามสถานการณท์ เ่ี กิดข้ึน การเลา่ เรอื่ งผ่านคลบั เฮาส์ (Clubhouse) คลับเฮาส์ (Clubhouse) เป็นอีกช่องทางหนึ่งท่ีเรียกได้ว่าในยุคปัจจุบัน (ปี 2564) ได้รับ ความนยิ มเปน็ อย่างมาก โดยทกุ คนสามารถกลายเป็น “นกั เล่าเร่อื ง” ได้ทั้งนน้ั ไมจ่ ากัดว่าจะต้องเป็น บุคคลที่มีช่ือเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ลักษณะของคลับเฮ้าส์ก็จะแตกต่างจากแพลตฟอร์มที่กล่าวมา ในข้างต้น เนื่องจากคลับเฮ้าส์จะเน้นการพูดคุยกัน 2 คน ข้ึนไป เร่ืองราวท่ีนามาพูดคุยนั้นก็มีตั้งแต่ เร่อื งเล็ก ๆ เรอ่ื งชวี ติ ประจาวนั ตลอดจนเรอื่ งทเ่ี ปน็ สาระความรู้ตา่ ง ๆ

105 การเลา่ เร่อื งผ่านคลับเฮา้ สใ์ ห้นา่ สนใจนั้น มเี ทคนคิ ดงั นี้ (ดูยูมายด,์ 2564; มอว์, 2564) ₋ เลือกใช้ภาษาง่าย ๆ การใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการจนเกินไปจะช่วยทาให้ผู้ฟังสนใจ มากย่ิงขึ้นเน่ืองจากผู้ฟังส่วนใหญ่ในคลับเฮ้าส์จะเน้นการฟังเพ่ือความบันเทิงเป็นหลัก ดังนั้น การใช้ ภาษาไม่เป็นทางการแต่เน้นการพูดคุยเหมือนคุยกับเพ่ือน หรือคุยให้เพื่อนฟังจะช่วยทาให้ผู้ฟังเข้าใจ ได้งา่ ยยงิ่ ข้นึ ₋ เลือกเร่ืองที่น่าสนใจ การเลือกเร่ืองท่ีน่าสนใจในคลับเฮ้าส์อาจแตกต่างจากการเลือก เรื่องในแพลตฟอร์มอื่น ๆ เน่ืองจากบางเร่ืองที่เราอาจจะมองว่าไม่น่าสนใจแต่คนสนใจเข้าไปฟังเป็น จานวนมาก เรื่องท่ีควรนามาพูดคุยในคลับเฮ้าส์ควรเป็นการพูดคุยในด้านของความรู้ ประสบการณ์ นอกจากน้ีเน้ือหาท่ีเกี่ยวกับสังคมหรือการเมืองก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ผู้ท่ีกาหนดเนื้อหา จะต้องระวงั ในการที่จะทาให้กลายเปน็ ข้อพิพาทระหว่างกันได้ ₋ ต้ังชื่อเรื่องให้โดนใจ การต้ังชื่อเรื่องในคลับเฮ้าส์เป็นส่วนสาคัญท่ีจะช่วยดึงดูดความ สนใจของผู้ฟัง เนื่องจากผู้ฟังมีอิสระในการเข้าฟังแต่ละห้อง ดังน้ันชื่อเรื่องที่โดนใจ ดึงดูดใจจะทาให้ ผู้ฟังสนใจเข้าไปฟังมากกว่าท่ีจะสนใจเนื้อหาข้างใน เช่น วิธีการรับมือกับการเป็นคนดัง เราจะแกล้ง เสียงหล่อแถมอยู่ในตระกูลจีน เราจะเปลี่ยน Profile เป็นรูปแมวกันทั้งห้องแล้วคุยเรอื่ งแมวกัน โตมา กับยคุ 90 ศลิ ปนิ RS แวะมาหา เปน็ ต้น (ทีมแอดมิน แบไต๋, 2564) ₋ เชญิ แขกรบั เชญิ (co-host) ดว้ ยคลับเฮาส์เปน็ แพลตฟอร์มที่เน้นการพูดคยุ เลา่ เรอื่ ง โดยใช้เสียงเป็นหลัก ดังน้ัน แขกรับเชิญที่ชวนมาพูดคุยด้วยนั้นถ้าไม่ใช่คนดังหรือบุคคลท่ีมีช่ือเสียง ก็ควรท่จี ะเปน็ คนที่เลา่ เรื่องได้ดี หรอื มคี วามสามารถในการถ่ายทอดเรือ่ งราวให้น่าสนใจโดยใช้ภาษาที่ งา่ ย ๆ ได้ ₋ ใช้เวลาไม่นานเกินไป การพูดคุยกันหลาย ๆ คน อาจทาให้การควบคุมเวลาเป็นเร่ือง ท่ียากเน่ืองจากเมื่อยิ่งคุยก็ย่ิงมีประเด็นใหม่ ๆ ท่ีเพ่ิมข้ึน แต่ถึงอย่างนั้น ผู้ที่เป็นพิธีกรหรือผู้ควบคุม การดาเนินรายการควรที่จะระวังเร่ืองของเวลาเนื่องจากการท่ีพูดคุยมากเกินไปอาจทาให้ความ น่าสนใจลดลง ดังน้ันหากมปี ระเดน็ ทน่ี ่าสนใจเพ่มิ ขึ้นจากการพดู คยุ ก็ควรทจี่ ะนัดหมายเพ่ือทีจ่ ะพูดคุย ประเดน็ ดงั กลา่ วในภายหลัง ระยะเวลาทคี่ วรใช้ในการพดู คยุ ควรอย่ทู ี่ 30 นาที ถงึ 1 ชัว่ โมง ทงั้ นหี้ าก มผี ูพ้ ดู คุยหลายคนอาจเพ่ิมเวลาได้เป็น 1 ชัว่ โมง 30 นาที แตถ่ ึงอยา่ งนั้นก็ไม่ควรเกินเวลาที่กาหนด ₋ สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟัง แม้ว่าคลับเฮ้าส์จะเป็นพื้นท่ีท่ีเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้เลือกฟัง เน้ือหาท่ีหลากหลาย แต่ในฐานะของผู้พูดหรือผู้เล่าเร่ืองก็ควรที่จะสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นกับ ผ้ฟู งั เน่อื งจากในบางครง้ั ผฟู้ งั อาจที่จะอยากแบ่งปันประสบการณ์ทเ่ี ช่อื มโยงกับเร่ืองราวทีก่ าลงั เกิดขึ้น หรอื อาจต้องการถามคาถามในบางประเดน็ ดังนนั้ การเปิดโอกาสใหผ้ ฟู้ ังไดม้ ีสว่ นร่วมจะช่วยทาให้ผู้ฟัง รสู้ กึ ดแี ละอาจกลายเปน็ ผ้ตู ิดตามของผู้พูดได้ในอนาคต ₋ สรุปประเด็นสั้น ๆ ปิดท้ายการพูดคุย ในการพูดคุยกันในคลับเฮ้าส์ไม่ได้มีการบันทึก ไว้ ดังน้ันผู้นาการพูดคุยจึงควรที่จะสรุปประเด็นที่พูดคุยกันสั้น ๆ เพ่ือให้ผู้ฟังได้ทบทวนสิ่งท่ีได้พูดคุย กันและเพ่ือสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่งนับว่าเป็นการสรุปจบการเล่าเรื่องท้ังหมดท่ีเกิดข้ึนได้เป็น อย่างดี

106 สรปุ การเล่าเรื่องเป็นเทคนิคหนึ่งที่สาคัญในการพูดส่ือสารเน่ืองจากการเล่าเรื่องจะช่วยทาให้ ผู้ฟังเกิดจินตนาการตามและเข้าใจในเร่ืองราวได้มากย่ิงข้ึน โดยก่อนที่จะเล่าเร่ืองนั้นผู้พูดจะต้องทา ความเข้าใจองค์ประกอบของการพูด ได้แก่ ผู้พูด สาร สื่อ ผู้ฟัง และปฏิกิริยาจากผู้ฟัง เพ่ือท่ีผู้พูดจะ สามารถที่จะเลือกเรื่องได้เหมาะสมเน่ืองจากในการพูดนั้นผู้พูดจะต้องวิเคราะห์ผู้ฟังและเลือกเรื่องท่ี น่าสนใจ เทคนิคสาคัญในการเล่าเรื่อง คือ การกาหนดประเด็นหลักของเร่ืองให้ชัดเจน การวางโครง เร่ืองให้น่าสนใจ ตลอดจน การลาดับเร่ืองให้ต่อเน่ือง ใช้เวลาให้เหมาะสม และท่ีสาคัญคือ การเติม อารมณใ์ หก้ ับเร่ืองเล่า ดงั ท่ีไดก้ ล่าวไว้แลว้ ว่า การเลา่ เร่ืองจะชว่ ยทาให้ผู้ฟังเกิดจนิ ตนาการตาม ดังน้ัน การเตมิ อารมณห์ รอื การแสดงอารมณ์ใหเ้ หมาะสมกับเร่ืองราวจะชว่ ยเพ่ิมความนา่ สนใจได้ การเล่าเรอื่ งในปจั จุบนั นนั้ ใชส้ ือ่ ดจิ ิทลั เปน็ ชอ่ งทางในการเลา่ เร่ืองมากมาย ท้งั การเล่าเร่ือง ผ่านต๊ิกต๊อก (TikTok) การเล่าเร่ืองผา่ นยูทูป (YouTube) การเล่าเรื่องผ่านเฟซบกุ๊ (Facebook) และ ที่กาลังนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันคือ การเล่าเรื่องผ่านคลับเฮ้าส์ (Clubhouse) ซ่ึงเป็นสื่อสังคม ออนไลน์รูปแบบใหม่ท่ีกาลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก หลักสาคัญในการเล่าเร่ืองผ่านส่ือดิจิทัล เหลา่ นีค้ อื การเลือกเรื่องใหน้ า่ สนใจ ใช้ภาษางา่ ย ๆ และใชเ้ วลาไมน่ านนกั คาถามทบทวน 1. องค์ประกอบของการพูดมีอะไรบ้าง และแตล่ ะองคป์ ระกอบมคี วามสาคัญอยา่ งไร 2. การเลา่ เร่ืองมคี วามสาคญั อยา่ งไร 3. ถา้ ผเู้ รียนต้องพดู เรือ่ ง “การส่อื สารในโลกออนไลน์” นกั ศึกษาจะวางโครงเร่อื งอยา่ งไร 4. การเลา่ เรอื่ งผา่ นเฟซบ๊กุ แตกต่างจากการเลา่ เรอ่ื งผา่ นยทู ูปหรือไม่ อย่างไร 5. ลกั ษณะเด่นของการเลา่ เรื่องผ่านคลับเฮ้าส์คืออะไร กจิ กรรมทบทวน 1. ผเู้ รยี นสืบค้นการเลา่ เรื่องผา่ นสื่อดิจทิ ลั ของบุคคลทส่ี นใจ โดยวเิ คราะห์ลกั ษณะการเล่าเรอื่ ง 2. ผ้เู รยี นฝกึ เลา่ เรอื่ งผ่านสื่อดิจิทัล ในประเดน็ ทเ่ี ก่ยี วข้องกับ “การสอ่ื สารในโลกออนไลน์” 3. ผู้เรียนสรุปเน้ือหาความรู้ทไ่ี ดร้ ับจากการเรียนในบทน้ี

107 เอกสารอา้ งอิง ก๊กิ (ม.ป.ป.). kik0404. https://www.tiktok.com/@kik0404?lang=th-TH คณาจารย์มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณร์ าชวิทยาลัย. (2551). ภาษากับการส่ือสาร (Language and Communication). มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณร์ าชวิทยาลัย. จ๊อบไทย. (2561, 23 มีนาคม). YouTuber นักผลิต Content ออนไลน์ท่ีไม่ได้แค่ทาคลิปเล่น ๆ. https://blog.jobthai.com/career-tips/youtuber-นักผลิต-content-ออนไลน์ที่ไม่ได้ แคท่ าคลปิ เล่น-ๆ ดูยูมายด์. (2564, 13 กุมภาพันธ์). 10 Checklists การเป็น Moderator ท่ีดีบน Clubhouse. https://www.rainmaker.in.th/10-checklist-pro-moderator-clubhouse/ ทีมแอดมิน แบไต๋ (2564, 21 กุมภาพันธ์). แนะนา! 10 ห้องที่น่าสนใจใน Clubhouse. https://www.beartai.com/news/it-thai-news/546452 เท็ด x ทอล์ก. (2559). โปรดเรียกฉันด้วยนามอันแท้จริง นิติ ชัยชิตาทร TEDxBangkok. https://bit.ly/3loiutz ธัญญภัทร. (2563). ไม่พอใจช่างหรอลูกhttps://www.tiktok.com/@thanyapat333/video/6884 189572289416450?lang=th-TH&is_copy_url=1&is_from_webapp=v1 บิว. (ม.ป.ป.). bewvaraporn. https://www.tiktok.com/ @bewvaraporn? บอสโซดา. (2563). ขยับปากกาไดแ้ ค่ 1 ครง้ั . https://www.tiktok.com/@bosssoda/video/ 6865280207725677825?is_copy_url =1&is_from_webapp=v1 พิกาไบท์. (2563, 2 พฤศจิกายน). จาก Youtube Creator สู่ผู้บริหาร Online Channel แถวหน้า เอเชยี ลว้ งความลบั Key Success จาก Bie The Ska.https://www.marketingoops.com /exclusive/bie-the-ska/ มอว์. (2564, 16 กุมภาพันธ์). 10 เหตุผลท่ีทาไม Clubhouse ถึงกลายเป็นแอพสุดปังในช่วงเวลา เพียงข้ามคืน. https://notebookspec.com/web/576930-why-clubhouse-is-so- popular สกอลารช์ พิ ทนุ เรียนตอ่ ต่างประเทศ. (2558, 4 ธันวาคม). เทคนคิ การทา Powerpoint ใหด้ ูนา่ สนใจ และ Professional มากข้นึ !!. https://www.scholarship.in.th/powerpoint-professional/

108

109 บทท่ี 9 การนาเสนองานอยา่ งมืออาชพี การนาเสนองานแบบเผชิญหนา้ การใชส้ อื่ ประกอบการนาเสนองาน การนาเสนองานผา่ นสื่อดิจิทลั การนาเสนองาน อยา่ งมืออาชพี CLO 2 CLO 3 สามารถใช้ภาษาเพอ่ื การสื่อสารใน สามารถเลือกใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ชีวิตประจาวันและการประกอบอาชีพได้ เพอื่ การสื่อสารได้อยา่ งเหมาะสม อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม ภาพที่ 9.1 การนาเสนองานอยา่ งมอื อาชีพ การนาเสนอเป็นเครื่องมือสาคัญทางธุรกิจ โดยไม่ว่าจะเป็นการเปิดบริษัท การแนะนา สินค้าใหม่ การนาเสนอโครงการต่าง ๆ ล้วนแล้วข้ึนอยู่กับคุณภาพของการนาเสนอ แม้ว่าในการ ทางานนั้น บุคลากรจะมีความพยายามและทุ่มเทให้กับงาน แต่ถ้าไม่สามารถสื่อสารได้อย่างมี ประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถนาเสนอส่ิงต่าง ๆ ได้อย่างดีและน่าสนใจ การทางานก็อาจไม่ประสบ ความสาเรจ็ เทา่ ทีค่ วร (แกลโล, 2553) ด้วยเหตุนี้ “การนาเสนองานอย่างมืออาชพี ” จึงเป็นส่ิงสาคัญท่ีจะช่วยเสริมการทางานใน อนาคต ตลอดจนยังสามารถทาให้การใช้ชีวิตประจาวัน การเรียน หรือการทาส่ิงใดก็ตาม ประสบ ความสาเรจ็ มากยง่ิ ข้ึน ด้วยการนาเสนอเปน็ ทกั ษะทผี่ ู้เรยี นสามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ในดา้ นต่าง ๆ ได้ การใชส้ อื่ ประกอบการนาเสนองาน สื่อประกอบการนาเสนองานมีความสาคัญต่อการนาเสนองานเนื่องจากเป็นส่วนท่ีช่วยทา ให้ผู้ฟงั เขา้ ใจมากยิ่งขน้ึ โดยสอ่ื ประกอบการนาเสนอ ได้แก่ เอกสาร แผน่ พับ สไลด์ เป็นตน้ ทั้งนี้ ในการใช้ส่ือประกอบการนาเสนองาน ผู้เขียนได้สรุปการออกแบบสื่อประกอบการ นาเสนองาน และการจัดทาเอกสารเพอ่ื แจกให้ผู้ฟัง ดงั น้ี

110 1. การออกแบบส่อื ประกอบการนาเสนองาน การนาเสนองานนั้น ผู้นาเสนอควรจัดทาส่ือในการนาเสนอให้ทันสมัย เข้าใจง่าย นอกจากนี้ส่ือดังกล่าวจะต้องเป็นส่ือท่ีผู้นาเสนอสามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่เช่นน้ันอาจ กลายเป็นอุปสรรคในการนาเสนอได้ โดยหลักในการออกแบบสื่อประกอบการนาเสนอ มดี ังนี้ 1.1.1 การออกแบบการดาเนินเรื่อง เป็นการเขียนกรอบของการดาเนินเร่ืองที่จะ นาเสนอ โดยผู้นาเสนอจะตอ้ งจดั ลาดบั เร่ืองราวในการนาเสนอให้เปน็ ลาดับ ตอ่ เน่อื ง 1.1.2 การออกแบบสไลด์ ควรเน้นรูปภาพ หรือใช้ตัวหนังสือที่น้อยท่ีสุด สิ่งที่ปรากฏ บนสไลด์ควรเป็นเพียงประเด็นสาคัญเท่านั้น นอกจากน้ีควรใช้สีที่สบายตา ในกรณีที่พ้ืนหลังสีเข้ม ตัวหนังสือจะต้องเป็นสีอ่อน และถ้าพื้นหลังสีอ่อน ตัวหนังสือจะต้องสีเข้ม ทั้งนี้ในปัจจุบันมีหลาย เวบ็ ไซต์ทม่ี โี ครงรา่ งของสไลด์ (Template) ฟรเี ปน็ จานวนมาก 1.1.3 การใช้ภาพเลา่ เรอ่ื ง เทคนคิ สาคญั ในการใช้สือ่ ประกอบนาเสนอคือ การใช้ภาพ ในการบอกเล่าเรื่องราว โดยท่ีผู้นาเสนอจะนาเสนอจากภาพเพื่อสร้างการจดจาให้เกิดขึ้นกับผู้ฟังให้ มากทส่ี ุด ทง้ั น้ีผ้นู าเสนออาจใช้เพยี งภาพหน่งึ ภาพเพอ่ื ท่ีจะสื่อถึงเรื่องราวทีต่ ้องการนาเสนอได้ 1.1.4 การนาเสนอแบบอินโฟกราฟิก เปน็ การนาเสนอโดยใช้รูปภาพผนวกกับกราฟใน รูปแบบตา่ ง ๆ ทง้ั แผนภมู ิแท่ง แบบวงกลม เป็นตน้ เพื่อที่จะสอื่ ใหผ้ ู้ฟังเข้าใจเรอ่ื งราวได้งา่ ยขึ้น 1.1.5 ใช้ตวั อักษรทีห่ ลากหลายแบบ การใช้ตัวอักษรทีห่ ลากหลายแบบ จะช่วยทาให้ การนาเสนอนา่ สนใจขึน้ โดยอาจเพ่มิ ขนาดทแี่ ตกต่างกนั ได้ 2. การจัดทาเอกสารเพ่ือแจกให้แก่ผฟู้ งั การจัดทาเอกสารเพ่ือแจกให้แก่ผู้ฟังน้ัน ได้แก่ แผ่นพับ สไลด์นาเสนอ หรือข้อมูล ต่าง ๆ ที่เป็นรายละเอียดปลีกยอ่ ย เป็นต้น การจัดทาสื่อเพื่อแจกนั้นเป็นสว่ นหน่ึงที่จะช่วยสร้างความ ประทับใจให้กับผู้นาเสนอ โดยผู้ฟังจะเกิดความรู้สึกว่าผู้นาเสนอมีการเตรียมตัวท่ีดี ท้ังนี้ในการจัดทา สอ่ื เหล่าน้ี ผ้นู าเสนอควรคานงึ ถงึ หลกั ต่อไปนี้ 1.2.1 ความเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยผู้นาเสนอควรออกแบบให้เหมาะสม ด้วย สื่อมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการสรุปเป็นเนื้อหาส้ัน ๆ การทาเป็นอินโฟกราฟิก การทาเป็นแผ่นพับ หรือ การปริ๊นซ์สไลด์นาเสนอ เป็นต้น หากเป็นการประชมุ ท่ีเปน็ ทางการและต้องการข้อสรุปท่ชี ดั เจน ผู้นาเสนอควรสรุปเนื้อหาเป็นประเด็นส้ัน ๆ หากเป็นการนาเสนอความคิดใหม่ ผู้นาเสนออาจทาเป็น อินโฟกราฟกิ ทีเ่ ขา้ ใจงา่ ย เป็นต้น 1.2.2 ความยาวของเน้ือหา ส่ือที่ใช้เพ่ือแจกผู้ฟังนั้น ไม่ใช่ รายงานสรุปการนาเสนอ ดังน้ันผู้นาเสนอจึงไม่ควรใส่เนื้อหาจานวนมากลงไป เน่ืองจากอาจทาให้ผู้ฟังไม่สนใจท่ีผู้นาเสนอจะ นาเสนอ แตใ่ หค้ วามสนใจกับสื่อทไ่ี ดร้ บั แทน นอกจากนอ้ี าจทาให้ผู้นาเสนอกงั วลหากพดู นาเสนอไปไม่ สอดคลอ้ งกบั เน้อื หาท่ีไดแ้ จกผ้ฟู ัง 1.2.3 ความชัดเจนและเข้าใจง่าย การใช้สื่อเพื่อแจกให้แก่ผู้ฟังนั้น เพื่อต้องการให้ ผู้ฟังเข้าใจในประเด็นท่ีนาเสนอมากยิ่งข้ึน ดังนั้นการใช้ภาษาและการเรียบเรียงควรชดั เจน เข้าใจง่าย และไม่ควรใช้ภาษาทีเ่ ปน็ ศัพท์ทางวชิ าการมากเกินไป

111 1.2.4 จัดเรียงเอกสารตามลาดับการนาเสนอ ในกรณีที่การนาเสนอนั้นมีเอกสาร หลายฉบับ ผู้นาเสนอควรจัดเรียงเอกสารตามลาดับการนาเสนอให้ถูกต้อง นอกจากนี้อาจทา สัญลักษณ์ให้ผู้ฟังเห็นอย่างชัดเจน เช่น การใช้กระดาษเย็บมุมสีที่แตกต่างกัน การระบุหมายเลข เอกสารไวด้ ้านมุมใดมุมหนง่ึ เป็นต้น การนาเสนองานแบบเผชญิ หน้า (Face to Face) การส่ือสารแบบเผชิญหน้า เปน็ การสื่อสารท่สี าคญั เนื่องจากแสดงถงึ ความน่าเช่ือถือ และ ความไว้วางใจมากกว่าการสื่อสารในแบบอ่ืน ๆ การนาเสนองานแบบเผชิญหน้าผู้นาเสนอจะต้อง วิเคราะห์ผู้ฟังให้ครอบคลุมเพื่อให้การนาเสนอบรรลุเป้าหมายท่ีกาหนด นอกจากนี้จะต้องเตรียมส่ือ ประกอบการนาเสนอใหเ้ หมาะสม เทคนคิ สาหรบั การนาเสนองานแบบเผชญิ หนา้ มดี งั นี้ (แกลโล, 2553) 1. สรา้ งสรรคเ์ รอ่ื งราว จากท่ีได้เรียนไปในบทท่ี 8 การเล่าเรื่องผ่านสื่อดิจิทัล จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันการเล่า เรื่องได้กลายเป็นส่วนสาคัญและเป็นเทคนิคที่หลายคนนิยมนาไปใช้แทบทั้งส้ิน ดังนั้นในการนาเสนอ สินค้า หรือนาเสนองานต่างๆ ผู้นาเสนอจะต้องสร้างเร่ืองราวที่น่าสนใจเพ่ือให้ผู้ฟังเข้าถึงเร่ืองราว ได้มาก อันจะนาไปสคู่ วามสนใจในสินคา้ หรอื งานท่ีตอ้ งการนาเสนอ 2. การใชภ้ าษากายเพอื่ สรา้ งการมีส่วนร่วมในเรื่องราว ดังที่ได้กล่าวไปในบทที่ 7 แล้วว่า ภาษากายมีความสาคัญต่อการนาเสนอเป็นอย่าง มาก ดังน้ันผู้นาเสนอจะต้องใช้ภาษากายให้เกิดประโยชน์มากท่ีสุด ไม่ว่าจะเป็น การสบตากับผู้ฟัง อย่างท่วั ถงึ การยนื ในทา่ เปิด การใช้มอื ประกอบการพดู เปน็ ต้น 3. การนาเสนออยา่ งเปน็ ธรรมชาติ ผู้นาเสนอหลายคนมักจะกังวลกับ “บท” จึงมักใช้การท่องบทเพื่อนาเสนอ แต่วิธี ดังกล่าวเป็นวิธีท่ีไม่ถูกต้อง เน่ืองจากจะทาให้การนาเสนอกลายเป็นการ “อ่าน” มากกว่า “การพูด” ดังน้ันผู้นาเสนอจะต้องฝึกฝนการพูดของตนเอง โดยจาเพียงหัวข้อหรือประเด็นสาคัญจากนั้นใช้การ เล่าเรื่องเป็นส่วนหน่ึงเพ่ือช่วยให้การนาเสนอเป็นธรรมชาติมากย่ิงขึ้น การฝึกซ้อมหน้ากระจก หรือ การอัดคลิปวิดีโอขณะกาลังพูด จะช่วยทาให้ผู้นาเสนอได้เห็นการนาเสนอของตนเอง และนามา ปรับปรุงให้เป็นธรรมชาตมิ ากยิง่ ขึ้น 4. เติมอารมณข์ นั เพิม่ เสน่ห์ในการนาเสนอ การนาเสนองานไม่วา่ จะเป็นงานทางการหรือไม่เป็นทางการ ล้วนแล้วแต่สามารถท่ีจะ เติมอารมณ์ขันลงไปได้ท้ังน้ัน ถ้าลองสังเกตผู้นาเสนอท่ีนาเสนอด้วยท่าทีที่เคร่งเครียด จริงจังมาก จนเกนิ ไป การนาเสนอจะไม่เปน็ ธรรมชาติและอาจทาให้ผฟู้ ังรสู้ ึกเครยี ดตามไปดว้ ย ดงั นน้ั การนาเสนอ โดยการสอดแทรกอารมณ์ขันในบางครั้ง หรอื เพ่ิมความสนุกสนานด้วยการหยอกล้อกับความผดิ พลาด กเ็ ป็นส่วนหนงึ่ ท่จี ะสรา้ งเสน่หใ์ นการนาเสนอได้

112 5. ฝกึ ซอ้ มและเรยี นร้เู ร่อื งราวใหม่ ๆ การนาเสนองานเป็นทักษะที่ผู้นาเสนอจะต้องใช้การฝึกฝนและฝึกซ้อม แม้ว่าจะเป็นผู้ที่ สามารถนาเสนองานได้ดีแล้วก็ตาม หากแต่ในการนาเสนองานแต่ละครั้งก็จะต้องฝึกซ้อมอยู่เช่นเดิม เนอ่ื งจากในการนาเสนองานแบบเผชญิ หน้านั้นอาจมีเหตุการณห์ รืออุปสรรคทไี่ ม่คาดฝนั เกดิ ข้นึ ได้ นอกจากนี้การเรยี นรู้เรื่องราวใหม่ ๆ อยา่ งตอ่ เนือ่ ง เปน็ ส่วนสาคญั ท่ีจะช่วยเพม่ิ กลเม็ด ให้กับการนาเสนอเพอ่ื ให้นา่ สนใจยิ่งขนึ้ ได้ การท่เี รยี นรู้ การนาเสนองานผา่ นช่องทางออนไลน์ การนาเสนองานต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นอีกช่องทางหน่ึงที่ได้รับความนิยมเป็น อย่างมาก โดยในการนาเสนองานผ่านช่องทางออนไลน์นั้น ผ้นู าเสนอจะตอ้ งคานึงถงึ สิ่งต่อไปนี้ 1. นาเสนอผา่ นช่องทางออนไลนท์ ่เี หมาะสม ในปัจจุบันช่องทางออนไลน์มีหลากหลายช่องทาง ซึ่งผู้เรียนได้เรียนรู้ช่องทางต่าง ๆ แล้วในบททผ่ี ่านมา ดังน้ันในการเลือกช่องทางการนาเสนองานน้ัน ผูน้ าเสนองานจะต้องวิเคราะห์ช่อง ทางการนาเสนอใหด้ ี ไม่เช่นน้นั อาจเป็นอปุ สรรคในการนาเสนองานได้ กรณที เี่ ป็นการนาเสนองานสด นนั่ หมายถงึ ผู้นาเสนอจะต้องใชช้ ่องทางออนไลน์ท่ีผู้ฟัง และผู้นาเสนอสามารถเข้าถึงได้ง่าย และต้องศึกษาการใช้ช่องทางน้ันให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ท้ังน้ผี ้นู าเสนอจะตอ้ งคานึงถงึ ความชัด และความพร้อมของสญั ญาณตา่ ง ๆ ด้วย 2. กาหนดประเดน็ ในการนาเสนอให้ชดั เจน ไม่ว่าจะเป็นการนาเสนองานผ่านช่องทางออนไลน์แบบสด หรือแบบบันทึกเทป ผู้นา เสนอกจ็ ะตอ้ งกาหนดประเด็นให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้ฟังเขา้ ใจประเด็นดงั กลา่ วได้งา่ ยข้ึน 3. ใช้เวลาให้เหมาะสม การนาเสนองานผ่านช่องทางออนไลนน์ ั้นแตกต่างจากการนาเสนองานแบบเผชิญหน้า โดยในการนาเสนองานแบบเผชิญหน้าน้ัน ผู้นาเสนอสามารถสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดข้ึนกับผู้ฟังได้ แต่ในการนาเสนองานผ่านช่องทางออนไลน์น้ัน โดยส่วนใหญ่ผู้นาเสนอจะเป็นผู้นาเสนอเพียงผู้เดียว การมีส่วนรว่ มระหวา่ งการนาเสนอจะเป็นการส่งขอ้ คาถามหรือการส่งข้อความผา่ นทางระบบออนไลน์ ที่ผู้นาเสนอเลือกใช้งาน โดยในการนาเสนอแบบออนไลน์นั้นผู้ฟังสามารถส่งข้อความได้เร่ือยๆ ผู้นา เสนอไม่ควรที่จะกังวลกับข้อความจนทาให้การนาเสนอขาดช่วงหรือสะดุด แต่ควรท่ีจะนาเสนอให้ ครบถว้ นกอ่ น จากนั้นจึงค่อยตอบคาถามตา่ งๆ ทอี่ ยใู่ นขอ้ ความ การใช้เวลาในการนาเสนอส่วนใหญ่น้ัน ไม่ควรเกิน นาที ไม่เช่นน้ันจะทาให้ผู้ฟังไม่ 10 สนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้นาเสนอไม่ใช่ผู้นาเสนอมืออาชีพแล้วน้ัน อาจทาให้ผู้ฟังไปทาอย่างอ่ืน แทน เน่อื งจากการนาเสนอแบบออนไลน์นั้น ผู้ฟงั สามารถเปิดการนาเสนอออนไลน์ไว้ แล้วไปทาอย่าง อ่นื ได้

113 การนาเสนองานแบบพิทชิง่ (Pitching) พิทชง่ิ (Pitching) คอื คาทป่ี รากฏในวงการธรุ กิจ โดยเฉพาะในกลุ่มของสตาร์ทอัพ (Start up) โดยเป็นการนาเสนอสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ให้กับนักลงทุนภายในระยะเวลาที่จากัด เพื่อให้เกิดการ ร่วมทุนหรือการซ้ือผลงานไปผลิตในเชิงพาณิชย์ ท้ังนี้ในการพิทช่ิง (Pitching) มีทั้งการนาเสนอเดี่ยว และการนาเสนอแขง่ กับคูแ่ ขง่ (แอดมนิ , 2562) ส่ิงท่ีสาคัญของการพิทชิ่ง (Pitching) หรือการนาเสนองานให้ลูกค้า คือ ไม่ใช่แค่การเอา โบรชัวร์หรือแค็ตตาล็อกไปยืนอธิบาย หรือแค่มีสไลด์นาเสนอแต่ต้องมีหลักการในการนาเสนอที่ นา่ สนใจ (กฤตนนั วิโรจนส์ ายลี, 2562) 1. จดุ เด่นของการนาเสนองานแบบพทิ ชง่ิ (Pitching) การนาเสนองานแบบพิทชิ่ง (Pitching) ช่วยกระตุ้นให้คนฟังสนใจในประเด็นท่ี นาเสนอ นอกจากน้ีในมุมมองของธุรกิจ การพิทช่ิง (Pitching)ทาให้นักลงทุน หรือลูกค้าสนใจ เช่ือใจ และมั่นใจในการเติบโตของธุรกิจ เพราะจุดมุ่งหมายของนักลงทุนคือผลการลงทุนท่ีมีการเติบโตและ ลกู ค้ากจ็ ะเชือ่ ว่าสามารถแกป้ ัญหาให้กบั เขาได้ (กอบกฤตย์ วิริยะยทุ ธกร, 2557) การพทิ ชิ่ง (Pitching) สาคัญอยา่ งมาก โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ถ้าเป็นการพิทชง่ิ (Pitching) กับคู่แข่ง และ สามารถคว้าชัยชนะได้ ก็จะยิ่งมีโอกาสได้เงินจากนักลงทุนม าลงทุน เพ่ือสร้าง ความสาเรจ็ ให้แก่ธุรกิจ นอกจากน้ยี ังเป็นการสร้างชื่อเสียง เพือ่ ให้ธรุ กิจเปน็ ท่ีรู้จกั ในวงกว้าง (ธนาคาร พัฒนาวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ มแห่งประเทศไทย, 2562) 2. ลกั ษณะของการพทิ ชิ่ง (Pitching) การพิทชิ่ง (Pitching) มีลักษณะที่สาคัญ คือ ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที และอีก 2-3 นาทีสาหรับการตอบคาถาม โดยเน้ือหาจะมีอยู่หลายส่วนด้วยกัน ดังน้ี (แอดมิน, 2562; กอบกฤตย์ วิรยิ ะยทุ ธกร, 2557) - ปัญหา (Pain Point/ Problem) พูดถึงปัญหาที่คิดว่าเก่ียวข้องกับลูกค้าโดยตรง ทา ใหร้ ้สู กึ วา่ ปัญหาน้ันมีอยจู่ รงิ - การแก้ไขปัญหา (Solution) นาเสนอว่าเราสามารถแก้ปัญหาได้อยา่ งไร และด้วยวิธี ไหนบ้าง เพ่ือทาให้ผู้ฟังเช่ือว่าสามารถแก้ปัญหาได้จรงิ - การเติบโต การตลาด รูปแบบธุรกิจ ( Traction/Market/Business Model) การนาเสนอเพ่ือให้เห็นว่าธุรกิจหรือแนวคิดของผู้นาเสนอน้ันน่าสนใจเพียงไร โดยอาจมุ่งเน้นท่ี จานวนผู้ใช้งาน อัตราการเติบโต รายได้ ผลตอบรับ และความพึงพอใจของผู้ใช้ รวมทั้งแผนการใน อนาคต - การแนะนาทีมงาน (Team) บอกให้ได้ว่าทีมงานของเราเป็นเชี่ยวชาญ หรือมี ประสบการณโ์ ดยตรงกบั สินคา้ หรือธุรกจิ นน้ั ๆ - การตอบคาถาม (Q&A) เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้สอบถามประเด็นท่ีสงสัย หลังจากการนาเสนอ

114 3. เทคนิคการพิทช่ิง (Pitching) การพิทช่ิง (Pitching) เป็นการนาเสนองานเพื่อให้อีกฝ่ายเห็นความสาคัญและสนใจ ดังน้นั ในการนาเสนอแบบพิทช่ิง (Pitching) มีเทคนคิ ดังน้ี (ทชี ซอส ทีม, 2561) 3.1 เน้นความเรียบง่าย ผู้นาเสนอต้องคานึงถึงเสมอว่าผู้ฟังน้ันจะได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจเป็น จานวนมาก โดยเฉพาะอย่างย่ิงเม่ือมีคู่แข่งแล้ว การที่ย่ิงนาเสนอข้อมูลมากไปก็อาจจะทาให้ผู้ฟังจับ ประเดน็ สาคัญไดน้ อ้ ยลงมากเท่าน้ัน การนาเสนอให้เรียบง่ายไม่ได้เป็นการนาเสนอน้อย ๆ แต่เป็นการนาเสนออย่าง เป็นลาดับข้ันตอน มีสาระจาเป็นท่ีครบถ้วน พูดง่าย ฟังง่าย เร่ิมตั้งแต่วัตถุประสงค์ วิสัยทัศน์ ปัญหา วิธีแกป้ ัญหา และปดิ ทา้ ยด้วยกระบวนการท่ีทาให้เกิดผลตามท่ีตอ้ งการ 3.2 จัดการจังหวะเวลานาเสนอให้เหมาะเจาะ 1) เน้นให้นาเสนออยา่ งราบรนื่ ไมร่ บี จนอดั เน้ือหาหมดในนาทีแรก หรอื ติดขดั จน ไมน่ ่าฟงั โดยพูดดว้ ยจังหวะสม่าเสมอ หากพูดเร็วเกินไป ผ้ฟู ังจะรับข้อมลู ไมท่ นั หากพดู ชา้ เกินไป ผ้ฟู งั จะคดิ เรอ่ื งอน่ื 2) ไมอ่ า่ นเนอ้ื หาจากสไลด์ และควรใช้เวลาไมเ่ กนิ หนา้ 1 นาทีต่อ 3 3) ไม่ให้เนื้อหาเยอะเกินไปจนถึงช่วงตอบคาถาม เพราะในช่วงท้าย ผู้ฟังที่สนใจ จะเปน็ ผู้ถามรายละเอียดที่สนใจด้วยตนเอง 3.3 เลา่ เร่ืองราวสรา้ งการจดจา 1) เน้นพูดแสดงความรู้สึก และเร่ืองราวที่เป็นที่จดจาหรือเป็นเอกลักษณ์ของ ผลงาน ด้วยภาษาและทา่ ทางแบบจรงิ จัง สุภาพ และเปน็ มอื อาชพี 2) สังเกตผู้ฟังใหท้ วั่ ถงึ โดยพยายามสบตากับผ้ฟู งั ท้ังห้องและควรวิเคราะห์ตลอด วา่ ผู้ฟงั รสู้ ึกอยา่ งไรเพอ่ื ทจ่ี ะไดป้ รบั วธิ ีการนาเสนอให้เหมาะสม 3.4 นาเสนอจดุ เด่นของผลิตภณั ฑ์ แนวคิด หรอื บริการให้ชัดเจน 1) ระบุกลุ่มเป้าหมายของการใช้งานให้เฉพาะเจาะจง อธิบายประกอบให้เห็น ภาพการใชง้ านของกล่มุ เปา้ หมาย 2) เนน้ ยา้ ความแตกตา่ ง และคณุ สมบตั ิพเิ ศษของส่งิ ที่นาเสนอ 3) มกี ารทดสอบ หรือคลปิ นาเสนอการใชง้ านบางสว่ นให้ดู 3.5 เตรยี มขอ้ มูลเชงิ ลกึ เพอ่ื ตอบคาถาม แมว้ ่าในการนาเสนอจะเน้นความกระชบั และชดั เจน แต่ข้อมลู เชิงลกึ ตา่ ง ๆ ผู้นา เสนอจะตอ้ งเตรยี มให้พรอ้ ม นอกจากนย้ี ังควรซ้อมตอบคาถามในประเด็นต่าง ๆ ไว้ดว้ ย 3.6 กระตอื รือร้นและหลงใหลส่ิงที่ทาจากข้างใน ผู้นาเสนอควรแสดงความกระตือรือร้น และความหลงใหลในสิ่งที่ทา เพ่ือให้ผู้ฟัง เกดิ ความเชอ่ื ใจและเชอ่ื ม่นั ในผลิตภัณฑ์ดงั กล่าว 3.7 สรุปจบใหป้ ระทับใจ ผู้นาเสนอควรปิดท้ายด้วยประเด็นท่ีว่า “ทาไมต้องเลือกเรา” เพ่ือเป็นการขมวด ปมให้เห็นวา่ สง่ิ ท่ีนาเสนอมีคุณภาพและมคี วามนา่ สนใจอย่างไร

115 3.8 นาเสนอข้อมลู ผ่านภาพ การนาเสนอข้อมูลเชิงลึกบางส่วน ในรูปแบบของภาพ หรืออินโฟกราฟิก จะช่วย ทาให้ผ้ฟู ังเขา้ ใจได้ง่ายยิ่งข้ึน 3.9 การนาเสนอจดุ แขง็ ของทีมงาน การพูดถึงจุดแข็งของบุคลากร ท้ังความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ประสบการณ์ และ ความสาเร็จส่วนตัวท่ีเกี่ยวข้อง จะส่งผลต่อความเช่ือถือของทีมงานมากยิ่งขึ้น ดูน่าเช่ือถือมากขึ้น เพราะคุณสมบัติของทีมงานเป็นส่วนหน่ึงท่ีกรรมการและนักลงทุนใช้พิจารณาว่าแผนธุรกิจของจะ สาเร็จได้มากน้อยแค่ไหน 3.10 แตง่ กายใหเ้ ปน็ มืออาชพี การเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับโอกาสจะแสดงถึงความตั้งใจ สร้างความ นา่ เชอ่ื ถือ และการใสใ่ จรายละเอียดทก่ี รรมการและนักลงทุนสามารถรบั รไู้ ด้ 3.11 การฝกึ ซ้อม การรู้เพ่ือทางานกบั รู้เพื่อถ่ายทอดจะใช้ทักษะแตกต่างกัน โดยเฉพาะการพิทช่ิง ซงึ่ มกี ติกาและข้อจากัด ดงั นนั้ ผ้นู าเสนอจงึ ตอ้ งฝึกซ้อมการนาเสนอ ฟังคาแนะนาจากผู้เชีย่ วชาญ และ ฝกึ ซ้อมการตอบคาถาม สรุป การนาเสนองานเป็นทักษะที่สาคัญท่ีจะช่วยทาให้การทางานประสบความสาเร็จมาก ย่ิงข้ึน โดยในการนาเสนองานนั้นผู้นาเสนอจะต้องเลือกใช้สื่อประกอบการนาเสนอที่เหมาะสม และมี การออกแบบส่ือประกอบการนาเสนอท่ีเป็นลาดับ เรียบง่าย ใช้ภาพในการเล่าเรื่อง นอกจากส่ือ ประกอบการนาเสนอแล้วนั้น ในการทาสื่อหรือเอกสารเพ่ือแจกผู้ฟังก็ควรที่จะต้องจัดทาให้เหมาะสม กบั สถานการณ์ ขนาดความยาว ความชัดเจนและจัดเรยี งใหเ้ หมาะสมกบั ลาดบั การนาเสนอ การนาเสนอน้ันมีทั้งการนาเสนองานแบบเผชิญหน้า และการนาเสนองานผ่านช่องทาง ออนไลน์ ซ่ึงการนาเสนองานท้ัง 2 รูปแบบมีความแตกต่างกัน เนื่องจากการนาเสนองานแบบ เผชิญหน้าผู้นาเสนอจะสามารถเห็นปฏิกิริยาของผู้ฟังได้อย่างทันที และสามารถที่จะปรับหรือเปล่ียน วธิ กี ารนาเสนอใหน้ ่าสนใจย่งิ ข้ึนได้ แต่ในการนาเสนองานผา่ นช่องทางออนไลน์นนั้ ผูน้ าเสนอจะเป็นผู้ พูดเป็นหลักดังนั้นจึงต้องออกแบบการนาเสนอให้น่าสนใจ ใช้คาท่ีส้ันกระชับ ตลอดจนใช้เวลาใน เหมาะสม รูปแบบการนาเสนองานท่ีได้รับความนิยมในปัจจุบันคือ การนาเสนองานแบบพิทช่ิง (Pitching) ซง่ึ มจี ดุ เดน่ คือ การนาเสนอทสี่ นั้ กระชับ เนน้ ปญั หาที่เกดิ ขึ้น วิธีการแก้ปญั หา แนวทางการ ทางาน เป็นต้น โดยผู้นาเสนอจะต้องเน้นความเรียบง่าย จัดการเวลาให้เหมาะสม เล่าเร่ืองราวที่สร้าง การจดจา เพื่อใหผ้ ้ฟู งั จาในสว่ นของผลิตภัณฑห์ รอื บรกิ ารได้มากท่สี ดุ

116 คาถามทบทวน 1. การนาเสนองานมคี วามสาคญั ต่อการทางานอย่างไร จงอธิบาย 2. ถ้าผู้เรียนต้องนาเสนองานในการประชุมวิชาการระดับชาติ ผู้เรียนจะจัดทาเอกสาร แจกผูฟ้ งั ในลักษณะใด เพราะเหตุใด 3. การนาเสนองานแบบเผชิญหน้าสามารถสร้างความน่าเช่ือถือได้มากกว่าการนาเสนอ งานรูปแบบอ่นื เพราะเหตใุ ด 4. การนาเสนองานผา่ นช่องทางออนไลน์ ผู้นาเสนอควรคานึงถึงส่งิ ใดบา้ ง 5. จุดเด่นของการนาเสนองานแบบพิทช่ิง (Pitching) คอื อะไร กจิ กรรมทบทวน 1. ผู้เรียนศึกษาการนาเสนองานในแต่ละสถานการณ์จากผู้นาเสนองานท่ีสนใจ จากนั้น วเิ คราะหเ์ ทคนิคการนาเสนองาน 2. ผ้เู รียนฝกึ นาเสนองาน “โครงการบรู ณาการ” ผา่ นสือ่ ดจิ ทิ ัล 3. ผู้เรยี นสรุปเนื้อหาความร้ทู ไ่ี ด้รับจากการเรยี นในบทน้ี

117 เอกสารอ้างอิง กฤตนัน วิโรจน์สายลี. (2562, 12 มีนาคม). หลักพ้ืนฐานของการ Pitching. https://sales101 thailand.com /basic-principles-of-pitching/ แกลโล. (2553). The Presentation Secret of Steve Jobs (เก่ง Presentation อย่าง สตีฟ จ๊อบส์). แมคกรอ-ฮลิ . กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร. (2557, 14 ตุลาคม). ศาสตร์แห่งการ Pitch ตอนท่ี 1 โครงสร้าง. https://kobkrit.com/ศาสตร์แหง่ การ-pitch-ตอนท่ี-1โครงสร้าง-102f3aff5378 ทีชซอส ทีม. (2561, 11 พฤษภาคม). อย่างไรให้สาเร็จ มาดูแนวทางการ Pitch ท่ี Startup ทั้งใหม่ และเก๋าต้องรู้ เทคนิค. https://techsauce.co/tech-and-biz/how-to-pitch-better- for-startup ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย. (2562, 13 กรกฎาคม). “Pitching” มปี ระโยชน์อย่างไร เหตุใด Startup ตอ้ งรจู้ ัก...? https://www.facebook.com /SMEDevelopmentBank/posts/2296612953725203/ แอดมิน. (2562, 25 ตุลาคม). Pitching คืออะไร? รวมทุกอย่างท่ีต้องรู้ก่อนลงสนามธุรกิจ. https://www.mom studio.co/pitching/

118

119 บรรณานกุ รม บรรณานุกรมภาษาไทย กาญจนา แก้วเทพ. (2556). สื่อสารมวลชน: ทฤษฎีและแนวทางการศึกษา. คณะนิเทศศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . กิตติชัย พินโน และอมรชัย คหกิจโกศล. (2554). ภาษากับการส่ือสาร (พิมพ์คร้ังที่ 2). มหาวิทยาลัย ศลิ ปากร. กิตตชิ ยั พินโน และคณะ. (2554). ภาษากบั การสือ่ สาร. เชน ปรนิ้ ต้งิ . กฤตนัน วิโรจน์สายลี. (2562, 12 มีนาคม). หลักพ้ืนฐานของการ Pitching. https://sales101thailand. com/basic-principles-of-pitching/ กกิ๊ (ม.ป.ป.). kik0404. https://www.tiktok.com/@kik0404?lang=th-TH แกลโล. (2553). The Presentation Secret of Steve Jobs (เก่ง Presentation อย่าง สตีฟ จ๊อบส์). แมคกรอ-ฮลิ . กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร. (2557, 14 ตุลาคม). ศาสตร์แห่งการ Pitch ตอนท่ี 1 โครงสร้าง. https://kobkrit.com/ศาสตร์แห่งการ-pitch-ตอนท่ี-1โครงสรา้ ง-102f3aff5378 คณาจารย์มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณร์ าชวิทยาลัย. (2551). ภาษากับการสอื่ สาร (Language and Communication). มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย. คอมมบ็อกซ์. (ม.ป.ป.). ข้อมูลการวิเคราะห์และรายงานสามารถปรับปรุงการบริการลูกค้าได้อย่างไร. https://www.commbox.io/how-data-analysis-and-reports-can-improve-customer- service/ แคโรลีน บอยส์. (2543). Business Secrets: Communication Secrets (เรียนลัด การสื่อสารทาง ธรุ กจิ ). บรษิ ัท เอก็ ซเปอร์เนท็ จากัด. จิณณ์ณัฏฐ์ พรหมนุรักษ์. (ม.ป.ป.). Active Listening ทักษะการฟังท่ีช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพให้คน ในทมี . https://learninghubthailand.com/active-listening/ จติ ต์สภุ า ฉิน. (2564, 29 มกราคม). \"ยูทบู เบอร์\" หลดุ โผอาชพี ในฝนั ของเด็กแลว้ อาชีพอะไรมาแทน?. https://www.youtube.com/watch?v=YsuAPqq17G8 จุไรรตั น์ ลักษณะศริ ิ และ บาหยนั อ่มิ สาราญ. (2550). ภาษาไทยเพอ่ื การสอื่ สาร (พมิ พ์คร้งั ที่ 2). พี.เพรส. จ๊อบไทย. (2561, 23 มีนาคม). YouTuber นักผลิต Content ออนไลน์ที่ไม่ได้แค่ทาคลิปเล่น ๆ. https://blog.jobthai.com/career-tips/youtuber-นักผลิต-content-ออนไลน์ที่ไม่ได้ แค่ทาคลปิ เลน่ -ๆ ณัฐวุฒิ พงศ์สิริ. (2561, 10 สิงหาคม). การใช้ Chatbot ในงาน HR. https://www.thansettakij.com/ content/strategy/304966 ดูยูมายด์. (2564, 13 กุมภาพันธ์). 10 Checklists การเป็น Moderator ที่ดีบน Clubhouse. https://www.rainmaker.in.th/10-checklist-pro-moderator-clubhouse/

120 ทีชซอส ทีม. (2561, 11 พฤษภาคม). อย่างไรให้สาเร็จ มาดูแนวทางการ Pitch ที่ Startup ท้ังใหม่ และเก๋าต้องรู้ เทคนิค. https://techsauce.co/tech-and-biz/how-to-pitch-better- for-startup เท็ด x ทอล์ก. (2559). โปรดเรยี กฉนั ด้วยนามอันแท้จริง นติ ิ ชัยชิตาทร TEDxBangkok. https://bit.ly/ 3loiutz ไทยรัฐออนไลน์. (2562, 16 มิถุนายน). Are you ready? โลกใบใหม่ 5G พลิกไลฟ์สไตล์ AI หุ่นยนต์ เกง่ เกนิ มนุษย์. https://www.thairath.co.th/news/foreign/1591920 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย. (2562, 13 กรกฎาคม). “Pitching” มีประโยชน์อยา่ งไร เหตุใด Startup ต้องรูจ้ กั ...? https://www.facebook.com/ SMEDevelopmentBank/posts/2296612953725203/ ธวัชชัย สุวรรณสาร. (2558, กันยายน). SOCIAL MEDIA MARKETING กลยุทธ์การตลาดที่กาหนด ความความเป็นไปของธรุ กิจคุณ. http://www.coachtawatchai.org/2015/09/social- media-marketing.html ธญั ญภัทร. (2563). ไมพ่ อใจช่างหรอลกู . https://www.tiktok.com/@thanyapat333/video/ 6884189572289416450?lang=th-TH&is_copy_url=1&is_from_webapp=v1 นกแก้ว. (2563, 6 กุมภาพันธ์). Facebook โฉมใหม่กาลังจะมา! ปรับดีไซน์คร้ังใหญ่ พร้อมรับฟีเจอร์ ใหม่ทตี่ ้องทราบ. https://www.rainmaker.in.th/new-facebook-2020/ บวิ . (ม.ป.ป.). bewvaraporn. https://www.tiktok.com/@bewvaraporn? บุญรวม งามคณะ. (2555). การพัฒนาการอ่านสรุปความโดยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์นิทาน สาหรับ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 2. “วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตร และการสอน มหาวิทยาลยั ราชภัฏวไลยอลงกรณใ์ นพระบรมราชูปถัมภ์. บอสโซดา. (2563). ขยับปากกาได้แค่ 1 ครั้ง. https://www.tiktok.com/@bosssoda/video/ 6865280207725677825?is_copy_url =1&is_from_webapp=v1 ประชาชาตธิ รุ กิจ. (2563, 9 พฤศจกิ ายน). อนิ สตาแกรม” เปิด ฟีเจอร์ช้อปป้ิงช่วยธรุ กิจ เขา้ ถงึ ลูกค้า. https://www.prachachat.net/ict/news-552492 ประภาส ชลศรานนท.์ (2556). นิทานล้านบรรทัด (พมิ พค์ รั้งท่ี 10). อะบ๊กุ . ปรมะ สตะเวทิน. (ม.ป.ป.). หลกั นเิ ทศศาสตร์. รงุ่ เรอื งสาส์นการพมิ พ์. ไปรษณีย์ไทย. (2564). ประเภทและขนาดซองจดหมาย. https://www.thailandpost.co.th/un/ article_ detail/ product/573/150 ผ้งึ วภิ าดา. (ม.ป.ป.). วิวฒั นาการ 1G ถงึ 4G. http://puengwipada.blogspot.com/p/1g.html พยอม วงศ์สารศร.ี (2552). องค์การและการจัดการ (พิมพค์ รง้ั ท่ี 7). มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนดุสิต. พรรณทิพย์ ศิริวรรณบศุ ย์. (2556). ทฤษฎจี ติ วทิ ยาพัฒนาการ. จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั . พิกาไบท์. (2563, 2 พฤศจิกายน). จาก Youtube Creator สู่ผู้บริหาร Online Channel แถวหน้า เอเชยี ลว้ งความลับ Key Success จาก Bie The Ska. https://www.marketingoops.com /exclusive/bie-the-ska/ พิมาน แจม่ จรสั . (2550). เขยี น. แสงดาว.

121 พิเชษฐ์ พินิจ. (2555, 16 กรกฎาคม). งานเขียนเชิงวิชาการ. http://pichet-pinit.in.th/wp- content/uploads/2012/06/part_1-1_ContextOfWriting.pdf ฟอนต์ดอทคอม. (ม.ป.ป.). 13 ฟอนต์ฟรีมาตรฐาน จากสานักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ แหง่ ชาติ (SIPA). https://www.f0nt.com/release/13-free-fonts-from-sipa/ ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศลิ ปากร. (2557). การใชภ้ าษาไทย. มหาวทิ ยาลัย ศลิ ปากร. มหาวิทยาลัยมหิดล. (2563, 9 กันยายน). 10 ข้อควรเล่ียงเพ่ือลดความเสี่ยงในการกระทาความผิด. https://stang.sc.mahidol.ac.th/lib-Infographic/law2560.php มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. (2561). แผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2561 -2564. http://www.dusit.ac.th/target-and-strategic มหาวิทยาลัยสวนดุสติ . (2562). เฟซบุ๊กของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต. https://www.facebook.com/ dusit.ac.th มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. (2562). สายตรงอธกิ ารบดี. https://www.facebook.com/dusit.ac.th มานิตย์ จุมปา. (2561). เขียนผลงานวิชาการอย่างไรไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และไม่เป็นการลักลอกผลงาน (Plagiarism). การบรรยาย ณ ห้องสื่อประสม (ห้องบรรยายพิเศษ 2) อาคารบรรณสาร มหาวทิ ยาลยั หัวเฉียวเฉลมิ พระเกียรติ วันที่ 24 ธนั วาคม 2561. มนชนก ชูศรีงาม. (2562). ทาความรู้จักกับ AR และ VR และการนาไปใช้ในโลกธุรกิจ. (Aware Technology Solutions for Business. https://www.aware.co.th/ar-vr-ในโลก ธุรกิจ. มอว์. (2564, 16 กุมภาพันธ์ ). 10 เหตุผลท่ีทาไม Clubhouse ถึงกลายเป็นแอพสุดปังในช่วงเวลา เพียงข้ามคืน. https://notebookspec.com/web/576930-why-clubhouse-is-so- popular ราชบัณฑิตยสภา. (2554). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. https://dictionary. orst.go.th ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (พิมพ์ครั้งที่ 2). ราชบัณฑิตยสถาน. ลลติ า กิตตปิ ระสาร. (2537). การอา่ นงานวิชาการ. ใน เอกสารการสอนชดุ วชิ าการอ่านภาษาไทย (น. 469). มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช. ลงทนุ แมน. (2563, 6 กันยายน). กรณศี กึ ษา ยูทบู เบอร์ มีรายได้มาจากไหน?. https://www.longtunman. com/25114 วรวรรธน์ ศรยี าภัย. (2560). การเขียนเพ่อื พฒั นาองคก์ าร (พมิ พ์ครั้งที่ 4 ฉบับปรบั ปรงุ ). สัมปชญั ญะ. วลัยภรณ์ อาทิตย์เท่ียง. (2529). การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาไทย ของนักเรียนช้ัน ประถมศกึ ษาปที ห่ี ก ที่มลี กั ษณะและภูมหิ ลงั ตา่ งกัน. จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย. วิจินตน์ ภาณุพงศ์ และคณะ. (2552). บรรทัดฐานภาษาไทย เล่ม 3: ชนิดของคา วลี ประโยคและ สัมพันธสาร. สถาบันภาษาไทย สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ.

122 วรวุฒิ อ่อนน่วม. (2555). ปรากฏการณ์ทางการสื่อสารยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการสมาคม สถาบันอุดมศึกษาเอกชนแหง่ ประเทศไทย (สสอท.) 18(2). ศศิมา สุขสว่าง. (2563). ทักษะการฟังเชิงรุกสาหรับผู้นาในบทบาทโค้ช (Active Listening Skill for leader). https://www.sasimasuk.com/16843368/ทักษะการฟังเชิงรุกสาหรับผู้นา ในบทบาทโคช้ - ศุภกานต์ เหล่ารัตนกุล. (2564, 17 กุมภาพันธ์). ข้อควรระวัง เล่น Clubhouse ต้องแลกมากับ อะไรบ้าง??. https://www.beartai.com/article/tech-article/541625 ศุภศิลป์ กุลจิตต์เจือวงศ์. (2555). 2022 วิวัฒนาการการส่ือสารแห่งโลกอนาคต. Veridian E- Journal, S, 5(2) May - August 2012. ศูนย์นวัตกรรมทางการศึกษา ส่ือสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2563, 13 กรกฎาคม). การอ้างอิงสารสนเทศตาม “Publication Manual of the American Psychological Association” (7th Edition). ไทยโจ (THAIJO). https://so02.tci- thaijo.org/index.php/EDUCU/article/view/153329/111738 สกอลาร์ชิพ ทุนเรยี นต่อต่างประเทศ. (2558, 4 ธนั วาคม). เทคนคิ การทา Powerpoint ใหด้ นู า่ สนใจ และ Professional มากขน้ึ !!. https://www.scholarship.in.th/powerpoint-professional/ สนิท สตั โยภาส. (2556). ภาษาไทยเพอื่ การส่ือสารและสืบคน้ (พิมพค์ ร้ังท่ี 2). ธารอกั ษร. สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นในพระบรมราชูปถัมภ์. (2560, 18 ธันวาคม). บทสุนทรพจน์รางวัลรองชนะ เลิศ ระดับมหาวิทยาลัยและบุคคลท่ัวไป การประกวดสุนทรพจน์ภาษาญ่ีปุ่น ครั้งท่ี 44. https://www.ojsat.or.th/main/speeches44chanoknan/ สิรมิ า เชยี งเชาวไ์ ว. (2550). ภาษาไทยธุรกิจ. มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนดสุ ิต. สิรมิ า เชียงเชาวไ์ ว. (2563). ภาษาเพอื่ การสอื่ สารในองคก์ ร. กราฟฟกิ ไซท์ มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต. สิริมา เชียงเชาว์ไว. (2563, 14 เมษายน). การเขียนอีเมล. Learn Thai Lighten by Aj.Tong. https://www.youtube.com/watch?v=7ZtxDhupZO8 สิริมา เชียงเชาว์ไว. (2563, 21 เมษายน). ตอบข้อสอบอัตนัยให้เป๊ะปัง. Learn Thai Lighten by Aj.Tong. https://www.youtube.com/watch?v=FaOMC-MPdXg สิริมา เชียงเชาว์ไว. (2563, 3 พฤษภาคม). พิมพ์ไลน์ติดต่อกับอาจารย์และผู้ใหญ่อย่างไรให้น่ารัก. Learn Thai Lighten by Aj.Tong. https://www.youtube.com/watch?v=QYHNS_NfcZ8 สิริมา เชียงเชาว์ไว. (2563, 26 ตุลาคม). มาค่ะ มาเขียนโครงการกันเถอะ. Learn Thai Lighten by Aj.Tong. https://www.youtube.com/watch?v=SOqytx-KO4U สิริมา เชียงเชาว์ไว. (2564, 8 เมษายน). พจนานุกรมฉบับไหนใช้แล้วรุ่ง. Learn Thai Lighten by Aj.Tong. https://www.youtube.com/watch?v=eOroFcm2e5s สริ วิ รรณ นันทจนั ทูล. (2543). การเขียนเพอื่ การสอ่ื สาร 2. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สนุ นั ทา มั่นเศรษฐวิทย์. (2540). การเขยี นเพอ่ื การสอ่ื สาร. พัฒนาการศึกษา สุพิทย์ กาญจนพันธ์ุ. (2559, 17 มิถุนายน). ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยสังคม. http://jiraphorn1. blogspot.com/2006/06/social-learning-theory.html สมพร มนั ตะสูตร แพง่ พิพฒั น.์ (2540). การเขียนเพื่อการสือ่ สาร. โอเดยี นสโตร์.

123 สมพร แพ่งพพิ ัฒน์. (2547). ภาษาไทยเพื่อการสือ่ สารและการสบื ค้น. โอเดยี นสโตร์. โสภณ สาทรสมั ฤทธิผ์ ล. (2554). ภาษาไทย 1. ทริปเพลิ้ เอ็ดดูเคช่ัน. สานกั นายกรฐั มนตรี. (2548). ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี วา่ ด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526. สานกั งานสวสั ดกิ าร กพ. สานกั นายกรฐั มนตร.ี (2548). ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี วา่ ด้วยงานสารบรรณ ฉบับแกไ้ ข เพ่มิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2548. สานักงานสวสั ดิการ กพ. สานกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี. (2553). โครงการฟอนตม์ าตรฐานราชการไทย. https://www.soc. go.th/wp-content/uploads/2020/01/v164_53.pdf สวพ. FM 91. (2563, 8 พฤษภาคม). วธิ เี ซน็ รบั รองสาเนาบัตรประชาชน. https://today.line.me/ th/v2/article/MjLD6j หมูหิน. (2562, 8 สงิ หาคม). ผใู้ หบ้ รกิ าร Email มีอะไรบา้ ง? ท่ีใหบ้ รกิ ารในปัจจุบนั . https://www.moohin. com/สมัคร-email อัฎธิชัย ศิริเทศ. (ม.ป.ป.). อานาจของโซเช่ียลเน็ตเวิร์คคืออานาจของประชาชน. http://thaingo. in.th/news/?p=content&act=detail&id_content=4405 เออร์บินเนอร์. (2562, 21 ตลุ าคม). การฟงั อย่างลึกซ้ึง (Deep Listening). https://www.urbinner. com/post/deep-listening เออร์บนิ เนอร์. (2562, 10 พฤศจกิ ายน). การฟงั 4 ระดบั (4 Levels of Listening) เพือ่ เขา้ ใจการฟัง อย่างลกึ ซ้งึ . https://www.urbinner.com/post/4-levels-of-listening เอกวทิ ย์ มณีธร. (2552). ความรูเ้ บ้ืองตน้ เกี่ยวกับการบริหารการจดั การ (พมิ พ์คร้ังที่ 2). เอ็ม.ที. เพรส. แอดมนิ . (2561, 9 สงิ หาคม). CLOUD คอื อะไรในปจั จบุ ัน. https://hederatech.com/cloud แอดมิน. (2562, 25 ตุลาคม). Pitching คืออะไร? รวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนลงสนามธุรกิจ. https://www.momstudio.co/pitching/ บรรณานุกรมภาษาต่างประเทศ Alison Doyle. (2021, 11 March). Types of Listening Skills with Examples. https://www.thebalan cecareers.com/types-of-listening-skills-with-examples-2063759 Adler, R., Rodman, G. & Athena, P. (2017). Mass Communication Understanding Human Communication. Oxford University. Alvernia University. (2018, February 19). The Agenda-Setting Theory in Mass Communication. https://online.alvernia.edu/articles/agenda-setting-theory/ Alex Melnichuk. (2020, 21 January). How Big Data and AI Work Together. https://ncube.com/ blog/big-data-and-ai American psychological association. (n.d.). Personality. https://www.apa.org/topics/ personality

124 Businesstopia in Communication (2018,January 6). Berlo’s SMCR Model of Communication. https://www.businesstopia.net/communication/berlo-model-communication Communication Theory. (2014, February 3). Types of Communication. https://www.communicationtheory.org/types-of-communication/ Cherry, K. (2020, 12 August). What is personality?. https://www.verywellmind.com /what-is-personality-2795416 David Dungay. (2015, 27 July). 5G – What is it good for?. https://www.commsbusiness. co.uk/features/5g-what-is-it-good-for/ Deviny, K., Flynn, K. & Knlvete, G. (2005). “Schramm’s Model of Communication”. The Infotechs Information Theory Project. http://www.uri.edu/personal/carson/ kulveted/wlsmodel.html. Froemling, K. K., Grice, G. L. & Skinner, J. F. (2011). Communication the handbook. Pearson Education. Ginny Mineo. (2014). The Best Quotes from Oscar Wilde on Writing and Creativity. HubSpot. https://blog.hubspot.com/marketing/oscar-wilde-writing-quotes-slide share Harappa. ( 2 0 2 0 , 10 September) . Personality Development Tips and Importance. https: / / harappa. education/ harappa- diaries/ personality- development- tips- and-importance Humphrey, J. (2020, 2 June). These 5 things indicate someone has strong social skills. https://www.fastcompany.com/90460620/these-5-things-indicate-someone- has-strong-social-skills Jamie Justice. ( 2020, 13 March) . 2020: The Year of AR and VR for Education and Training. https://eonreality.com/2020-ar-vr-education-training-jamie-justice/ Janse, B. (2019, July 12). Schramm Communication Model. https://www.toolshero.com/ communication-skills/schramm-communication-model/ John Robert Powers. (2015). John Robert Powers. https://bit.ly/3cGd8FV Longman. (2021). Longman Dictionary. https://www.ldoceonline.com/dictionary/ academic Matthew et al. (2020). Listening Skills. https://www.skillsyouneed.com/ips/listening- skills.html Matthew et al. (2020). The 10 Principles of Listening. https://www.skillsyouneed.com /ips/listening-principles.html Matthew et al. (2020). Active Listening. https://www.skillsyouneed.com/ips/active-listening. html Mcconnel, B. (2019). What is brainstorming? And why is it important. https://blog.mind manager.com/blog/2019/11/what-is-brainstorming-and-why-is-it-important/

125 Mcmillan, S. (2006). Exploring models of interactivity from multiple research traditions: User, documents, systems. Handbook of new media: Social shaping and consequences of ICTs. 205-229. https://doi.org/10.4135/9781446211304.n10 McQuail D. & Windahl S. (1993). Communication Models. Longman. Mohit, A. (2015, 22 January). Personality Development Tips: 10 Most Important Improvement Tips. https://catchupdates.com/personality-development-tips/ Oscar Wilde, in Ginny Mineo. (2021). The Best Quotes from Oscar Wilde on Writing and Creativity. https://blog.hubspot.com/ marketing/oscar-wilde-writing-quotes- slideshare Phusamita. (2019, 19 August). Active Listening. https://www.blockdit.com/posts/5d59df 2415c3d31cd67b4881 Pammery, P. (2017, 4 December). What is internal personality? https://prezi.com/86cjpgkp 52gz/1-what-is-internal-personality-internal-personality-is-t/ Rosengren, K. E. (2000). Communication an Introduction. SAGE Publications. Skills you need. (n.d.). What are social skills? https://www.skillsyouneed.com/ips/social- skills.html The Buckley School. (2019, 23 February). HOW TO: TAKE A STAND WHEN PRESENTING. https: / / buckleyschool. com/ magazine/ articles/ how- to- take- a- stand- when- presenting/ University of Minnesota. (2013). Communication in The Real World. https://open.lib.umn. edu/communication/part/chapter-1-introduction-to-communication-studies/ Vai, Marjorie & Sosulski, Kristen. (2011). Essentials of Online Course Design: A Standards- Based Guide. New York, USA: Routledge. Watson, J. & Hill, A. (2006). Dictionary of media and communication studies. 7th. Hodder Education Wiki How Staff. (2021, 3 June). How to Use Twitter. https://www.wikihow.com/Use-Twitter


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook