Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานผลการปฏิบัติงาน(พิรดา)

รายงานผลการปฏิบัติงาน(พิรดา)

Published by Pirada269ying, 2022-08-29 16:20:10

Description: รายงานผลการปฏิบัติงาน(พิรดา)

Search

Read the Text Version

47 ทอดผา้ ปา่ โรงเรยี นบ้านปงท่าข้าม (ปงประชานกุ ลู )

48

49

50 ไปสง่ นกั เรยี นเยบ็ แผลท่ีอนามัยบ้านปง

51 เฉลมิ พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั เนื่องในโอกาสวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา วนั ที่ 28 กรกฎาคม 2565

52

53 เฉลมิ พระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพนั ปหี ลวง เน่อื งในโอกาสมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565

54

55 วนั สนุ ทรภู่ คู่ ภาษาไทย

56

57

58 ภาคผนวก

59 การวิเคราะห์ความสมั พันธ์ระหว่างมาตรฐานการเรยี นรูก้ ลมุ่ สาระกับตวั ชว้ี ดั ช้ันปี/ตัวช้ีวัดรายภาค มาตรฐานการเรียนรกู้ ลมุ่ สาระ ตวั ชีว้ ดั ช้ันปี ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของ ม.2/1 ระบอุ วัยวะและบรรยายหน้าท่ีของอวัยวะที่เก่ยี วข้องในระบบหายใจ สิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของ ม.2/2 อธิบายกลไกการหายใจเข้าและออก โดยใช้แบบจำลอง รวมทั้งอธิบาย สิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและ กระบวนการแลกเปลีย่ นแกส๊ ออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของ ม.2/3 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบหายใจ โดยการบอกแนวทางในการดูแล โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะ รักษาอวัยวะในระบบหายใจใหท้ ำงานเปน็ ปกติ ต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงาน ม.2/4 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายในการกำจัดของ สัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ เสียทางไต โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะ ม.2/5 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบขับถ่ายในการกำจัดของเสียทางไต โดย ต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน การบอกแนวทางในการปฏบิ ัตติ นท่ีชว่ ยให้ระบบขบั ถ่ายทำหนา้ ที่ได้อย่างปกติ รวมทง้ั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ม.2/6 บรรยายโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องหวั ใจ หลอดเลอื ด1และเลอื ด ม.2/7 อธิบายการทำงานของระบบหมุนเวยี นเลือด โดยใชแ้ บบจำลอง ม.2/8 ออกแบบการทดลองและทดลองในการเปรียบเทียบอัตราการเต้นของหัวใจ ขณะปกตแิ ละหลังทำกิจกรรม ม.2/9 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบหมุนเวียนเลือด โดยการบอกแนวทางใน การดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบหมนุ เวยี นเลอื ดใหท้ ำงานเปน็ ปกติ ม.2/10 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาทส่วนกลางใน การควบคมุ การทำงานตา่ ง ๆ ของร่างกาย ม.2/11 ตระหนักถึงความสำคัญของระบบประสาทโดยการบอกแนวทางในการ ดูแลรักษา รวมถึงการป้องกัน การกระทบกระเทือนและอันตรายต่อสมองและไข สันหลัง ม.2/12 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย และเพศหญงิ โดยใช้แบบจำลอง ม.2/13 อธิบายผลของฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิงที่ควบคุมการเปลี่ยนแปลง ของร่างกายเม่ือเข้าสวู่ ัยหนุม่ สาว ม.2/14 ตระหนกั ถงึ การเปลยี่ นแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วยั หนมุ่ สาว โดยการดแู ล รักษารา่ งกายและจิตใจของตนเองในช่วงทม่ี ีการเปลยี่ นแปลง ม.2/15 อธิบายการตกไข่ การมีประจำเดือน การปฏสิ นธิ1และการพัฒนาของ ไซโกตจนคลอดเปน็ ทารก

60 มาตรฐานการเรยี นร้กู ล่มุ สาระ ตวั ชวี้ ัดช้นั ปี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ม.2/16 เลือกวธิ กี ารคมุ กำเนิดทเ่ี หมาะสมกบั สถานการณ์ที่กำหนด ม.2/17 ตระหนักถงึ ผลกระทบของการตั้งครรภ์กอ่ นวยั อันควร โดยการประพฤตติ น ให้เหมาะสม สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของ ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธิบายผลของชนิดตวั ละลายชนิดตัว สาร องค ์ ประกอบของสส าร ทำละลาย อณุ หภมู ทิ ม่ี ีต่อสภาพละลายไดข้ องสาร รวมทง้ั อธบิ ายผลของความดันท่ี ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ มีตอ่ สภาพละลายไดข้ องสาร โดยใชส้ ารสนเทศ สสารกับโครงสร้างและแรงยึด ม.2/5 ระบุปริมาณตัวละลายในสารละลายในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละ เหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและ ปรมิ าตรต่อปรมิ าตร มวลตอ่ มวล1และมวลต่อปริมาตร ธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง ม.2/6 ตระหนักถึงความสำคัญของการนำความรู้เรื่อง ความเข้มข้นของสารไปใช้ สถานะของสสาร การเกิดสารละลาย โดยยกตวั อยา่ งการใช้สารละลายในชีวติ ประจำวนั อย่างถูกต้องและปลอดภยั และการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติ ม.2/1 พยากรณ์การเคลื่อนที่ของวัตถุท่เี ป็นผลของแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรง ของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของ ทกี่ ระทำตอ่ วตั ถใุ นแนวเดยี วกันจากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ แรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ ม.2/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงและแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำต่อ เคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุ วัตถใุ นแนวเดยี วกัน รวมท้งั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ม.2/3 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยที่มี ผลต่อความดนั ของของเหลว ม.2/4 วิเคราะห์แรงพยุงและการจมการลอยของวัตถุในของเหลวจากหลักฐานเชิง ประจกั ษ์ ม.2/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงทก่ี ระทาตอ่ วตั ถใุ นของเหลว ม.2/6 อธิบายแรงเสียดทานสถิตและแรงเสยี ดทานจลน์จากหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ ม.2/7 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยที่มี ผลต่อขนาดของแรงเสยี ดทาน ม.2/8 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงอ่ืน ๆ ทีก่ ระทำตอ่ วตั ถุ ม.2/9 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้เรื่องแรงเสียดทาน โดยวิเคราะห์ สถานการณ์ปัญหาและเสนอแนะวิธีการลดหรือเพิ่มแรงเสียดทานที่เป็นประโยชน์ ตอ่ การทำกจิ กรรมในชวี ิตประจำวนั ม.2/10 ออกแบบการทดลองและทดลองดว้ ยวธิ ีท่ีเหมาะสม1ในการอธิบายโมเมนต์ ของแรง เม่อื วัตถุอยู่ในสภาพสมดุลตอ่ การหมุนและคำนวณ โดยใชส้ มการ M=Fl

61 มาตรฐานการเรยี นร้กู ลุ่มสาระ ตวั ช้วี ดั ช้ันปี ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ ม.2/11 เปรียบเทียบแหล่งของสนามแม่เหล็กสนามไฟฟ้า และสนามโน้มถ่วงและ ทิศทางของแรงทกี่ ระทำต่อวตั ถทุ ี่อยใู่ นแต่ละสนามจากขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได้ ม.2/12 เขียนแผนภาพแสดงแรงแม่เหล็กแรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อ วัตถุ ม.2/13 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรง โน้มถ่วงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในสนามนั้นๆ กับระยะห่างจากแหล่งของสนาม ถึง วตั ถุจากข้อมลู ท่ีรวบรวมได้ ม.2/14 อธิบายและคำนวณอตั ราเรว็ และความเรว็ ของการเคล่ือนที่ของวัตถุ โดยใช้ สมการ v = s และ 1 v = s จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ tt ม.2/15 เขยี นแผนภาพแสดงการกระจัดและความเรว็ มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมาย ม.2/1 วิเคราะห์สถานการณ์และคำนวณเกี่ยวกับงานและกำลังที่เกิดจากแรงที่ ของพลังงาน การ กระทำต่อวตั ถุ โดยใช้สมการฆW = Fs และ P = W จากข้อมลู ทรี่ วบรวมได้ เปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอน t พลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสาร และพลังงาน พลังงานใน ม.2/2 วิเคราะห์หลักการทำงานของเครอื่ งกลอย่างงา่ ย จากข้อมูลท่รี วบรวมได้ ชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคล่ืน ม.2/3 ตระหนักถึงประโยชนข์ องความรูข้ องเครื่องกลอย่างง่าย โดยบอกประโยชน์ ปรากฏการณท์ ีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั เสยี ง และการประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ม.2/4 ออกแบบและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ รวมท้ังนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์ พลงั งานจลน์ และพลงั งานศักย์โนม้ ถ่วง ม.2/5 แปลความหมายข้อมูลและอธิบายการเปลี่ยนพลังงานระหว่างพลังงานศักย์ โน้มถ่วงและพลังงานจลน์ของวัตถุ โดยพลังงานกลของวัตถุมีค่าคงตัวจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ ม.2/6 วิเคราะห์สถานการณ์และอธิบายการเปลี่ยนและการถ่ายโอนพลังงาน โดย ใช้กฎการอนรุ ักษพ์ ลงั งาน สาระที่ 3 วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ ม า ต ร ฐ า น ว 3 . 2 เ ข ้ า ใ จ ม.2/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบัติและการใช้ประโยชน์ รวมทั้งอธิบาย องค์ประกอบและความสัมพันธ์ ผลกระทบจากการใช้เช้อื เพลิงซากดึกดำบรรพ์ จากขอ้ มูลที่รวบรวมได้ ของระบบโ ลก กระบว นกา ร ม.2/2 แสดงความตระหนักถึงผลจากการใช้เชือ้ เพลิงซากดึกดำบรรพ์ โดยนำเสนอ เปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิว แนวทางการใช้เชอื้ เพลงิ ซากดึกดำบรรพ์ โลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการ ม.2/3 เปรียบเทียบข้อดีและข้อจากัดของพลังงานทดแทนแต่ละประเภทจากการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและ รวบรวมขอ้ มลู และนำเสนอแนวทางการใชพ้ ลงั งานทดแทนท่เี หมาะสมในท้องถ่นิ

62 มาตรฐานการเรียนรู้กลมุ่ สาระ ตวั ชวี้ ดั ชนั้ ปี ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ ภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ ม.2/4 สร้างแบบจำลองที่อธิบายโครงสร้างภายในโลกตาม1องค์ประกอบทางเคมี ส่งิ มีชวี ิตและสง่ิ แวดลอ้ ม จากขอ้ มูลทีร่ วบรวมได้ ม.2/5 อธิบายกระบวนการผุพังอยู่กับทก่ี ารกร่อนและการสะสมตวั ของตะกอนจาก แบบจำลอง รวมทั้งยกตัวอย่างผลของกระบวนการดังกล่าวที่ทำให้ผิวโลกเกิดการ เปลีย่ นแปลง ม.2/6 อธิบายลักษณะของชั้นหน้าตัดดินและกระบวนการเกิดดิน จากแบบจำลอง รวมท้ังระบปุ ัจจยั ท่ที ำให้ดนิ มีลกั ษณะและสมบัติแตกตา่ งกนั ม.2/7 ตรวจวดั สมบตั ิบางประการของดิน โดยใชเ้ ครอื่ งมือท่ีเหมาะสมและนำเสนอ แนวทางการใชป้ ระโยชนด์ นิ จากข้อมูลสมบัตขิ องดนิ ม.2/8 อธิบายปัจจัยและกระบวนการเกิดแหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดินจาก แบบจำลอง ม.2/9 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการใช้น้ำและนำเสนอแนวทางการใช้น้ำอย่าง ยง่ั ยนื ในท้องถน่ิ ของตนเอง ม.2/10 สรา้ งแบบจำลองที่อธิบายกระบวนการเกดิ และผลกระทบของน้ำทว่ ม การ กัดเซาะ ชายฝัง่ ดินถลม่ หลุมยบุ แผ่นดินทรุด สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิด ม.2/1 คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นโดยพิจารณาจากสาเหตุหรือปัจจัย หลักของเทคโนโลยีเพื่อการ ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ตัดสินใจ1 ด ำ ร ง ช ี ว ิ ต ใ น ส ั ง ค ม ท ี ่ ม ี ก า ร เลอื กใช้เทคโนโลยี โดยคำนึงถึงผลกระทบท่เี กิดข้ึนต่อชวี ติ สงั คม และส่ิงแวดล้อม เปล่ยี นแปลงอยา่ งรวดเร็ว ม.2/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือท้องถิ่นสรุปกรอบของปัญหา ใช้ความรู้และทักษะทางด้าน รวบรวม วิเคราะห์ ขอ้ มลู และแนวคิดทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับปญั หา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ม.2/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบและตัดสินใจเลือก ศาสตร์อื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือ ขอ้ มูลทีจ่ ำเป็น ภายใต้เงอ่ื นไขและทรัพยากรทม่ี ีอยู่ นำเสนอ แนวทางการแก้ปัญหา พ ั ฒ น า ง า น อ ย ่ า ง ม ี ค ว า ม คิ ด ให้ผู้อื่นเข้าใจ วางแผน ขั้นตอนการทำงานและดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็น สร้างสรรค์ด้วยกระบวนการ ขนั้ ตอน ออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้ ม.2/4 ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภายใต้ เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดย กรอบเงื่อนไข พร้อมท้งั หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผลการแก้ปญั หา คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม ม.2/5 ใช้ความรู้ และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือกลไกไฟฟ้า และ และสิง่ แวดล้อม อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ ปลอดภัย

63 การวิเคราะห์ความสมั พันธร์ ะหว่างสาระการเรยี นรู้ชว่ งช้นั กับสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตวั ชีว้ ดั ช้ันปี / รายภาค สาระการเรียนรแู้ กนกลาง มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจาก เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ม.2/1 ระบุอวัยวะและบรรยาย - ระบบหายใจมีอวัยวะต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จมูก ท่อลม ปอด หน้าที่ของอวัยวะที่เกี่ยวข้องใน กะบงั ลม และกระดกู ซี่โครง ระบบหายใจ - มนุษย์หายใจเข้า เพื่อนำแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพื่อนำไปใช้ ม.2/2 อธิบายกลไกการหายใจเข้า ในเซลล์ และหายใจออกเพื่อกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออก และออก โดยใช้แบบจำลอง รวมท้ัง จากร่างกาย อธิบายกระบวนการแลกเปลี่ยน - อากาศเคลื่อนที่เข้าและออกจากปอดได้เนื่องจากการ แกส๊ เปลี่ยนแปลงปริมาตรและความดันของอากาศภายในช่องอกซ่ึง ม.2/3 ตระหนักถึงความสำคัญของ เกี่ยวขอ้ งกับการทำงานของกะบงั ลม และกระดกู ซ่ีโครง ระบบหายใจ โดยการบอกแนวทาง - การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ใน ในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบ ร่างกาย เกิดขึ้นบริเวณถุงลมในปอดกับหลอดเลือดฝอยที่ถุงลม หายใจใหท้ ำงานเป็นปกติ และระหวา่ งหลอดเลอื ดฝอยกบั เน้อื เย่ือ - การสูบบุหร่ี การสูดอากาศที่มีสารปนเปื้อน และการเป็นโรค เกยี่ วกบั ระบบหายใจบางโรคอาจทำใหเ้ กดิ โรคถุงลมโป่งพอง ซง่ึ มี ผลให้ความจุอากาศของปอดลดลง ดังนั้นจึงควรดูแลรักษาระบบ หายใจ ให้ทำหนา้ ที่เปน็ ปกติ ม.2/4 ระบุอวัยวะและบรรยาย - ระบบขับถ่ายมอี วยั วะที่เกีย่ วข้อง คือ ไต ทอ่ ไต กระเพาะปสั สาวะ หนา้ ทีข่ องอวัยวะในระบบขับถ่ายใน และท่อปัสสาวะ โดยมีไตทำหน้าที่กำจัดของเสีย เช่น ยูเรีย การกำจัดของเสียทางไต แอมโมเนีย กรดยูริก รวมทั้งสารที่ร่างกายไม่ต้องการออกจาก ม.2/5 ตระหนักถึงความสำคัญของ เลือด และควบคุมสารที่มีมากหรือน้อยเกินไปเช่น น้ำ โดยขับ ระบบขับถ่ายในการกำจัดของเสีย ออกมาในรูปของปัสสาวะ ทางไต โดยการบอกแนวทางในการ - การเลือกรับประทานอาหารท่ีเหมาะสม เช่นรบั ประทานอาหารท่ี ปฏิบัติตนที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำ ไม่มีรสเค็มจัด การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เป็นแนวทางหนึ่งท่ี หนา้ ที่ไดอ้ ย่างปกติ ช่วยใหร้ ะบบขบั ถา่ ยทำหน้าท่ีได้อยา่ งปกติ

64 ตัวชวี้ ดั ช้นั ปี / รายภาค สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ม.2/6 บรรยายโครงสรา้ งและหนา้ ที่ - ระบบหมนุ เวียนเลอื ดประกอบด้วย หวั ใจ หลอดเลอื ด และเลือด ของหวั ใจ หลอดเลอื ด และเลอื ด - หวั ใจของมนุษย์แบ่งเปน็ 4 หอ้ ง ไดแ้ ก่ หวั ใจ หอ้ งบน 2 ห้อง และ ม.2/7 อธิบายการทำงานของระบบ ห้องล่าง 2 ห้อง ระหว่างหัวใจห้องบนและหัวใจห้องล่างมีลิ้น หมนุ เวยี นเลอื ดโดยใชแ้ บบจำลอง หัวใจกัน้ หลอดเลือด แบ่งเป็น หลอดเลือดอาร์เตอรี หลอดเลือดเวน - หลอดเลอื ดฝอย ซึง่ มีโครงสรา้ งตา่ งกัน เลือด ประกอบดว้ ย เซลลเ์ ม็ดเลอื ด เพลตเลตและพลาสมา - การบีบและคลายตัวของหัวใจทำให้เลือดหมุนเวียนและลำเลียง - สารอาหาร แก๊ส ของเสีย และสารอื่นๆ ไปยังอวัยวะและเซลล์ ตา่ งๆ ทว่ั รา่ งกาย - เลือดที่มีปริมาณแก๊สออกซิเจนสูงจะออกจากหัวใจไปยังเซลล์ ตา่ งๆ ท่วั รา่ งกาย ขณะเดียวกนั แกส๊ คาร์บอนไดออกไซดจ์ ากเซลล์ ม.2/8 ออกแบบการทดลองและ - จะแพร่เข้าสู่เลือดและลำเลียงกลับเข้าสู่หัวใจและถูกส่งไป ทดลองในการเปรยี บเทยี บอัตราการ แลกเปลี่ยนแก๊สท่ีปอด เต้นของหัวใจ ขณะปกติและหลังทำ ชีพจรบอกถึงจังหวะการเต้นของหัวใจซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจ กิจกรรม ในขณะปกติและหลังจากทำกิจกรรมต่างๆ จะแตกต่างกัน ส่วน ม.2/9 ตระหนักถึงความสำคัญของ - ความดนั เลอื ด ระบบหมนุ เวียนเลอื ดเกดิ จากการทำงานของหัวใจ ระบบหมุนเวียนเลือด โดยการบอก และหลอดเลอื ด แนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะใน อัตราการเต้นของหัวใจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล คนท่ี ระบบหมุนเวียนเลือดให้ทำงานเป็น - เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดจะส่งผลทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไม่ ปกติ เป็นปกติ การออกกำลงั กาย การเลือกรับประทานอาหาร การพักผ่อน และ ม.2/10 ระบุอวัยวะและบรรยาย - การรักษาภาวะอารมณ์ให้เป็นปกติ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการ หน้าที่ของอวัยวะในระบบประสาท ดแู ลรักษาระบบหมนุ เวยี นเลอื ดใหเ้ ปน็ ปกติ ส่วนกลางในการควบคุมการทำงาน ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง จะ ต่างๆ ของรา่ งกาย ทำหน้าที่ร่วมกับเส้นประสาทซึ่งเป็นระบบประสาทรอบนอก ใน ม.2/11 ตระหนักถึงความสำคัญ - การควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงการแสดง ของระบบประสาทโดยการบอก พฤติกรรม เพื่อการตอบสนองต่อส่ิงเรา้ แนวทางในการดูแลรักษา รวมถึง เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นหน่วยรับความรู้สึก จะเกิดกระแสประสาท ส่งไปตามเซลล์ประสาทรับความรู้สึกไปยังระบบประสาท

65 ตัวชี้วดั ชน้ั ปี / รายภาค สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง การป้องกันการกระทบกระเทือน ส่วนกลาง แลว้ สง่ กระแสประสาทมาตามเซลลป์ ระสาทสง่ั การ ไป และอันตรายต่อสมองและไขสัน ยังหนว่ ยปฏิบัติงาน เช่น กล้ามเนื้อ หลงั - ระบบประสาทเป็นระบบที่มคี วามซับซ้อนและมีความสัมพันธ์กบั ทุกระบบในร่างกาย ดังนั้นจึงควรป้องกันการเกิดอุบัติเหตุท่ี ม.2/12 ระบุอวัยวะและบรรยาย - กระทบกระเทือนต่อสมอง หลีกเลีย่ งการใช้สารเสพตดิ หลีกเล่ียง ภาวะเครียด และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อดูแลรักษา หน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธ์ุ ระบบประสาทให้ทำงานเปน็ ปกติ มนุษย์มีระบบสืบพันธุ์ที่ประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ที่ทำหน้าท่ี ของเพศชายและเพศหญิง โดยใช้ เฉพาะ โดยรังไข่ในเพศหญิงจะทำหน้าที่ผลิตเซลลไ์ ข่ ส่วนอัณฑะ ในเพศชายจะทำหน้าที่สร้างเซลล์อสุจิ แบบจำลอง - ฮอร์โมนเพศทำหน้าที่ควบคุมการแสดงออกของลักษณะทางเพศ ที่แตกต่างกัน เมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาวจะมีการสร้างเซลล์ไข่และ ม.2/13 อธิบายผลของฮอร์โมนเพศ เซลล์อสุจิ การตกไข่การมีรอบเดือน และถ้ามีการปฏิสนธิของ เซลล์ไขแ่ ละเซลลอ์ สจุ จิ ะทำให้เกดิ การตั้งครรภ์ ชายและเพศหญิงที่ควบคุมการ การมีประจำเดือน มีความสัมพันธ์กับการตกไข่โดยเป็นผลจาก เปลี่ยนแปลงของร่างกาย เมื่อเข้าสู่ การเปล่ียนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญงิ เมื่อเพศหญิงมีการตกไข่และเซลล์ไข่ได้รับการปฏิสนธิกับเซลล์ วยั หน่มุ สาว อสุจิจะทำให้ได้ไซโกต ไซโกตจะเจริญเป็นเอ็มบริโอและฟีตัส จนกระทั่งคลอดเป็นทารก แต่ถ้าไม่มีการปฏิสนธิเซลล์ไข่จะ ม .2/14 ต ร ะ ห น ั ก ถ ึ ง ก า ร สลายตัว ผนังด้านในมดลูกรวมทั้งหลอดเลือดจะสลายตัวและหลุดลอก เปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่ ออก เรียกว่าประจำเดือน การคุมกำเนิดเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์โดยป้องกัน วัยหนุ่มสาว โดยการดูแลรักษา ไม่ให้เกิดการปฏิสนธิหรือไม่ให้มีการฝังตัวของเอ็มบริโอ ซึ่งมี หลายวธิ ี เช่น การใชถ้ งุ ยางอนามยั การกนิ ยาคมุ กำเนิด ร่างกาย และจิตใจของตนเองในช่วง ทม่ี ีการเปล่ยี นแปลง ม.2/15 อธิบายการตกไข่ การมี - ประจำเดือนการปฏิสนธิและการ พัฒนาของไซโกต จนคลอดเป็น - ทารก ม.2/16 เลือกวิธีการคุมกำเนิดท่ี เหมาะสมกบั สถานการณ์ทกี่ ำหนด ม.2/17 ตระหนักถึงผลกระทบของ การตัง้ ครรภก์ ่อนวัยอนั ควร โดยการ ประพฤติตนให้เหมาะสม -

66 ตัวช้วี ัดชนั้ ปี / รายภาค สาระการเรียนรู้แกนกลาง มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนภุ าค หลักและธรรมชาติของการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสาร การ เกิด สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี ม.2/4 ออกแบบการทดลองและ - สารละลายอาจมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลวและแก๊ส ทดลองในการอธิบายผลของชนิดตัว สารละลายประกอบด้วยตัวทำละลายและตัวละลาย กรณี ละลายชนดิ ตัวทำละลาย อุณหภูมิท่ี สารละลายเกิดจากสารที่มีสถานะเดียวกัน สารที่มีปริมาณมาก มีต่อสภาพละลายได้ของสาร ที่สุดจัดเป็นตัวทำละลาย กรณีสารละลายเกิดจากสารที่มีสถานะ รวมทั้งอธิบายผลของความดันที่มี ต่างกนั สารทมี่ สี ถานะเดียวกนั กับสารละลายจดั เป็นตัวทำละลาย ต่อสภาพละลายได้ของสาร โดยใช้ - สารละลายที่ตัวละลายไม่สามารถละลายในตัวทำละลายได้อีกท่ี สารสนเทศใชส้ ารสนเทศ อุณหภูมิหนง่ึ ๆ เรยี กว่า สารละลายอ่ิมตัว - สภาพละลายได้ของสารในตัวทำละลาย เป็นค่าที่บอกปริมาณ ของสารที่ละลายได้ในตัวทำละลาย 100 กรัม จนได้สารละลาย อิม่ ตวั ณ อณุ หภูมแิ ละความดันหน่งึ ๆ สภาพละลายไดข้ องสารบ่ง บอกความสามารถในการละลายได้ของตวั ละลายในตัวทำละลาย ซึ่งความสามารถในการละลายของสารขึ้นอยู่กับชนิดของตัวทำ ละลายและตัวละลาย อณุ หภมู ิ และความดัน - สารชนิดหนึ่งๆ มีสภาพละลายได้แตกต่างกันในตัวทำละลายท่ี แตกต่างกัน และสารต่างชนิดกันมีสภาพละลายได้ในตัวทำ ละลายหนึ่งๆ ไม่เทา่ กัน - เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สารส่วนมาก สภาพละลายได้ของสารจะ เพิ่มขึ้น ยกเว้นแก๊สเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นสภาพการละลายได้จะ ลดลง ส่วนความดันมีผลต่อแก๊ส โดยเมื่อความดันเพิ่มขึ้น สภาพ ละลายได้จะสูงข้นึ - ความรู้เกี่ยวกับสภาพละลายได้ของสาร เมื่อเปลี่ยนแปลงชนิดตวั ละลาย ตัวทำละลาย และอุณหภูมิ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน

67 ตัวชีว้ ัดชน้ั ปี / รายภาค สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ชีวิตประจำวันเช่น การทำน้ำเชื่อมเข้มข้น การสกัดสารออกจาก สมนุ ไพรใหไ้ ด้ปรมิ าณมากทีส่ ดุ ม.2/5 ระบุปริมาณตัวละลายใน - ความเข้มข้นของสารละลาย เป็นการระบุปริมาณตัวละลายใน สารละลายในหน่วยความเข้มข้น สารละลาย หน่วยความเข้มข้นมีหลายหน่วย ที่นิยมระบุเป็น เป็นร้อยละปริมาตรต่อปริมาตรมวล หน่วยเป็นร้อยละปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อมวล และมวลต่อ ตอ่ มวลและมวลตอ่ ปรมิ าตร ปรมิ าตร ม.2/6 ตระหนักถึงความสำคัญของ การนำความรู้เรื่องความเข้มข้นของ - ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร เป็นการระบุปริมาตรตัวละลาย สารไปใช้ โดยยกตัวอย่างการใช้1 ในสารละลาย 100 หนว่ ยปรมิ าตรเดียวกนั นยิ มใชก้ ับสารละลาย สารละลายในชีวิตประจำวันอย่าง ท่เี ปน็ ของเหลวหรอื แกส๊ ถกู ตอ้ งและปลอดภัย - ร้อยละโดยมวลต่อมวล เป็นการระบุมวลตัวละลายในสารละลาย 100 หน่วยมวลเดียวกันนิยมใช้กับสารละลายที่มีสถานะเป็น ของแข็ง - ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร เป็นการระบุมวลตัวละลายใน สารละลาย 100 หน่วยปริมาตร นิยมใช้กับสารละลายที่มีตัว ละลายเป็นของแข็งในตัวทำละลายท่ีเป็นของเหลว - การใช้สารละลาย ในชีวิตประจำวัน ควรพิจารณาจากความ เข้มข้นของสารละลาย ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการใช้งาน และ ผลกระทบต่อสิ่งชีวติ และสิง่ แวดลอ้ ม มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ เคลือ่ นทีแ่ บบต่างๆ ของวัตถุ รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ม.2/1 พยากรณ์การเคลื่อนที่ของ - แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์ เมื่อมีแรงหลาย ๆ แรงกระทำต่อวัตถุ วัตถุที่เป็นผลของแรงลัพธ์ท่ีเกิดจาก แล้วแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์ วัตถุจะไม่ แรงหลายแรงที่กระทำต่อวัตถุใน เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่แต่ถ้าแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่าไม่ แนวเดียวกันจากหลักฐานเชิง เป็นศูนยว์ ตั ถุจะเปลี่ยนแปลงการเคลือ่ นท่ี ประจกั ษ์ ม.2/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงและ แรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่ กระทำต่อวตั ถใุ นแนวเดียวกัน

68 ตวั ชี้วัดชน้ั ปี / รายภาค สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ม.2/3 ออกแบบการทดลองและ - เมื่อวัตถุอยู่ในของเหลวจะมีแรงที่ของเหลวกระทำต่อวัตถุในทุก ทิศทาง โดยแรงท่ีของเหลวกระทำต้ังฉากกบั ผวิ วัตถตุ ่อหน่ึงหน่วย ทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการ พนื้ ทเี่ รียกวา่ ความดนั ของของเหลว ความดันของของเหลวมีความสมั พันธ์กับความลกึ อธิบายปัจจัยที่มผี ลตอ่ ความดันของ จากระดับผิวหน้าของของเหลว โดยบริเวณที่ลึกลงไปจากระดับ ผิวหน้าของของเหลวมากขึ้นความดันของของเหลวจะเพิ่มข้ึน ของเหลว - เน่อื งจากของเหลวที่อยูล่ ึกกวา่ จะมีนำ้ หนักของของเหลวด้านบน กระทำมากกว่า ตัวชวี้ ัดชั้นปี / รายภาค สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ม.2/4 วเิ คราะห์แรงพยงุ และการจม - เมื่อวัตถุอยู่ในของเหลว จะมีแรงพยุงเนื่องจากของเหลวกระทำ การลอยของวัตถุในของเหลวจาก ต่อวตั ถุ โดยมีทศิ ขึน้ ในแนวดิง่ การจมหรือการลอยของวัตถุข้ึนกับ หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ น้ำหนักของวัตถุและแรงพยุง ถ้าน้ำหนักของวัตถุและแรงพยุง ม.2/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงที่ ของของเหลวมีค่าเท่ากัน วัตถุจะลอยนิ่งอยู่ในของเหลว แต่ถ้า กระทาตอ่ วตั ถใุ นของเหลว น้ำหนักของวัตถุมีค่ามากกวา่ แรงพยุงของของเหลววัตถจุ ะจม ม.2/6 อธิบายแรงเสียดทานสถิต - แรงเสียดทานเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพ่ือ และแรงเสียดทานจลน์จากหลักฐาน ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้นโดยถ้าออกแรงกระทำต่อวัตถุที่อยู่ เชงิ ประจกั ษ์ นิ่งบนพื้นผิวให้เคลื่อนที่ แรงเสียดทานก็จะต้านการเคลื่อนที่ของ วตั ถุ แรงเสียดทานท่เี กดิ ข้นึ ในขณะทว่ี ัตถุยังไมเ่ คลื่อนทีเ่ รียก แรง ม.2/7 ออกแบบการทดลองและ - เสียดทานสถิต แต่ถ้าวัตถุกำลังเคลือ่ นที่ แรงเสียดทานก็จะทำให้ ทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการ วัตถนุ ั้นเคล่ือนทีช่ ้าลงหรอื หยดุ นง่ิ เรียก แรงเสียดทานจลน์ อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อขนาดของ - ขนาดของแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุขึ้นกับลักษณะ แรงเสียดทาน ผิวสัมผัสและขนาดของแรงปฏิกริ ิยาต้ังฉากระหว่างผิวสัมผสั ม.2/8 เขียนแผนภาพแสดงแรง กิจกรรมในชีวติ ประจำวันบางกิจกรรมต้องการแรงเสียดทาน เช่น เสียดทานและแรงอื่น ๆ ที่กระทำ การเปิดฝาเกลียวขวดน้ำการใช้แผ่นกนั ล่ืนในห้องนำ้ บางกจิ กรรม ตอ่ วตั ถุ - ไม่ต้องการแรงเสียดทาน เช่น การลากวัตถุบนพื้นการใช้ นำ้ มันหลอ่ ลืน่ ในเครอื่ งยนต์ ความรู้เรื่องแรงเสียดทานสามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน ชวี ิตประจำวนั ได้

69 ตวั ชีว้ ดั ชั้นปี / รายภาค สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ม.2/9 ตระหนักถึงประโยชน์ของ เมื่อมีแรงที่กระทำต่อวัตถุโดยไม่ผ่านศูนย์กลางมวลของวัตถุ จะ ความรู้เรื่องแรงเสียดทาน โดย เกิดโมเมนต์ของแรง ทำให้วัตถุหมุนรอบศูนย์กลางมวลของวัตถุ วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและ น้นั เสนอแนะวิธีการลดหรือเพิ่มแรง โมเมนต์ของแรงเป็นผลคูณของแรงที่กระทำต่อวัตถุกับระยะทาง เสียดทานที่เปน็ ประโยชน์ตอ่ การทำ จากจดุ หมุนไปตง้ั ฉากกับแนวแรง เมอื่ ผลรวมของโมเมนตข์ องแรง กิจกรรมในชีวติ ประจำวัน มีค่าเป็นศูนย์วัตถุจะอยู่ในสภาพสมดุลต่อการหมุน โดยโมเมนต์ ม.2/10 ออกแบบการทดลองและ - ของแรงในทิศทวนเข็มนาฬิกาจะมีขนาดเท่ากับโมเมนต์ของแรง ทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการ ในทิศตามเขม็ นาฬกิ า อธิบายโมเมนต์ของแรง เมื่อวัตถุอยู่ ในสภาพสมดุลต่อการหมุน และ - คำนวณโดยใช้สมการ M = Fl - ของเล่นหลายชนิดประกอบด้วยอุปกรณ์หลายส่วนที่ใช้หลักการ โมเมนต์ของแรง ความรู้เรื่องโมเมนต์ของแรงสามารถนำไปใช้ ม.2/11 เปรียบเทียบแหล่งของ - ออกแบบและประดิษฐ์ของเล่น สนามแม่เหล็กสนามไฟฟ้า และ วัตถุที่มีมวลจะมีสนามโน้มถ่วงอยู่โดยรอบแรงโน้มถ่วงที่กระทำ สนามโน้มถ่วงและทิศทางของแรงท่ี ต่อวัตถุที่อยู่ในสนามโน้มถ่วงจะมีทิศพุ่งเข้าหาวัตถุที่เป็นแหล่ง กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแต่ละสนาม - ของสนามโนม้ ถว่ ง จากข้อมลู ทรี่ วบรวมได้ วตั ถุทีม่ ปี ระจไุ ฟฟ้าจะมีสนามไฟฟ้าอยูโ่ ดยรอบแรงไฟฟ้าท่ีกระทำ ม.2/12 เขียนแผนภาพแสดงแรง ต่อวัตถุที่มีประจุจะมีทิศพุ่งเข้าหาหรือออกจากวัตถุที่มีประจุ ที่ แม่เหล็กแรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วง - เป็นแหลง่ ของสนามไฟฟา้ ท่กี ระทำตอ่ วัตถุ วัตถุที่เป็นแม่เหล็กจะมีสนามแม่เหล็กอยู่โดยรอบแรงแม่เหล็กท่ี กระทำต่อข้วั แม่เหล็กจะมีทิศพุ่งเข้าหาหรือออกจากข้ัวแม่เหล็กท่ี ม.2/13 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ - เปน็ แหลง่ ของสนามแม่เหลก็ ระหว่างขนาดของแรงแม่เหล็ก แรง ขนาดของแรงโน้มถ่วง แรงไฟฟ้า และแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อ ไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อ วัตถุที่อยู่ในสนามนั้นๆ จะมีค่าลดลง เมื่อวัตถุอยู่ห่างจากแหล่ง วัตถุท่ีอยใู่ นสนามน้ันๆ กับระยะห่าง ของสนามนน้ั ๆ มากขนึ้

70 ตวั ชวี้ ดั ช้ันปี / รายภาค สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง จากแหล่งของสนามถึงวัตถุจาก ข้อมลู ท่รี วบรวมได้ ม .2/14 อ ธ ิ บ า ย แ ล ะ ค ำ น ว ณ - การเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของวัตถุเทียบกับ ตำแหน่งอ้างอิง โดยมีปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ซึ่งมีท้ัง อัตราเร็วและความเร็วของ11111 ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์ เช่น ระยะทาง อัตราเร็ว การเคลื่อนที่ของวัตถุโดยใช้สมการ การกระจัด ความเร็ว ปริมาณสเกลาร์เปน็ ปรมิ าณทม่ี ขี นาด เชน่ ระยะทาง อัตราเรว็ v = s และ v = s จาก ปริมาณเวกเตอร์เป็นปริมาณที่มีทั้งขนาดและทิศทาง เช่น การ tt - กระจัด ความเร็ว - เขียนแผนภาพแทนปริมาณเวกเตอร์ได้ด้วยลูกศรโดยความยาว หลกั ฐานเชิงประจักษ์ ของลูกศรแสดงขนาดและหัวลูกศรแสดงทิศทางของเวกเตอร์ นน้ั ๆ ม.2/15 เขียนแผนภาพแสดงการ ระยะทางเป็นปริมาณสเกลาร์ โดยระยะทางเป็นความยาวของ เส้นทางทเ่ี คลอ่ื นทไี่ ด้ กระจัดและความเรว็ - การกระจัดเป็นปริมาณเวกเตอร์ โดยการกระจัดมีทิศชี้จาก ตำแหน่งเริ่มต้นไปยังตำแหน่งสุดท้ายและมีขนาดเท่ากับระยะท่ี - สน้ั ที่สุดระหวา่ งสองตำแหน่งน้นั - อัตราเร็วเป็นปริมาณสเกลาร์ โดยอัตราเร็วเป็นอัตราส่วนของ ระยะทางตอ่ เวลา - ความเร็วปริมาณเวกเตอร์มีทิศเดียวกับทิศของการกระจัด โดย - ความเร็วเป็นอตั ราสว่ นของการกระจดั ตอ่ เวลา

71 วเิ คราะห์ความสัมพันธร์ ะหว่าง ตัวชี้วัด กบั ความรู้ / ทักษะ / คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตวั ชว้ี ดั ความรู้ ทักษะ / กระบวนการ คุณลักษณะ อนั พงึ ประสงค์ ว 1.2 ม.2/1 ระบุอวัยวะและบรรยาย หน้าที่ของอวัยวะที่ 1. กระบวนการสืบคน้ 1. มีวินยั หน้าที่ของอวัยวะที่เกี่ยวข้องในระบบ เกี่ยว ข้องในระบบหาย 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรยี นรู้ หายใจ ใจ 3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน ว 1.2 ม.2/2 อธิบายกลไกการหายใจ กลไกการหายใจเข้า 1. กระบวนการสบื คน้ 1. มีวินยั เข้าและออก โดยใช้แบบจำลอง แ ล ะ อ อ ก โ ด ย ใ ช้ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรยี นรู้ ร ว ม ท ั ้ ง อ ธ ิ บ า ย ก ร ะ บ ว น ก า ร แบบจำลอง รวมทั้ง 3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน แลกเปลี่ยนแก๊ส อธิบายกระบวนการ แลก เปลี่ยนแก๊ส ว 1.2 ม.2/3 ตระหนักถึงความสำคัญ ความสำคัญของ 1. กระบวนการสบื ค้น 1. มวี ินยั ของระบบหายใจ โดยการบอก ระบบหายใจ โดยการ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรียนรู้ แนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะใน บอกแนวทางในการ 3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน ระบบหายใจให้ทำงานเป็นปกติ ดูแลรักษาอวัยวะ ใน

72 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ตวั ชี้วัด ความรู้ ทักษะ / กระบวนการ คณุ ลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค์ ระบบหายใจให้ทำงาน เปน็ ปกติ ว 1.2 ม.2/4 ระบุอวยั วะและบรรยาย หน้าที่ของอวัยวะ 1. กระบวนการสืบค้น 1. มวี ินัย หน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายใน ในระบบขับถ่ายในการ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝเ่ รียนรู้ การกำจดั ของเสียทางไต กำจัดของเสียทางไต 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน ว 1.2 ม.2/5 ตระหนักถึงความสำคัญ ความสำคัญของ 1. กระบวนการสบื ค้น 1. มวี นิ ัย ของระบบขับถ่ายในการกำจัดของเสีย ระบบขับถ่าย ในการ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝเ่ รยี นรู้ ทางไต โดยการบอกแนวทางในการ กำจัดของเสียทางไต 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน ปฏิบัติตนที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำ โดยการบอกแนวทางใน หน้าทไ่ี ดอ้ ย่างปกติ การปฏิบัติตนที่ช่วยให้ ระบบขับถ่าย ทำหน้าท่ี ได้อยา่ งปกติ ว 1.2 ม.2/6 บรรยายโครงสร้างและ โ ครงสร ้ า ง แ ล ะ 1. กระบวนการสบื คน้ 1. มวี ินยั หน้าที่ของหัวใจ หลอดเลือด และ ห น ้ า ท ี ่ ข อ ง ห ั ว ใ จ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝเ่ รียนรู้ เลือด หลอดเลือด และเลอื ด 3. มุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ตัวชีว้ ดั ความรู้ ทักษะ / กระบวนการ คุณลักษณะ อันพงึ ประสงค์ ว 1.2 ม.2/7 อธิบายการทำงานของ การทำงาน ข อ ง 1. กระบวนการสบื ค้น 1. มีวนิ ยั ระบบหมุนเว ียนเลือด โดยใช้ ระบบหมุนเวียนเลือด 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรยี นรู้ แบบจำลอง โดยใชแ้ บบ จำลอง 3. มุ่งม่ันในการทำงาน ว 1.2 ม.2/8 ออกแบบการทดลอง การ เปรียบเทียบ 1. กระบวนการสบื คน้ 1. มวี ินยั และทดลองการเปรียบเทียบอัตราการ อัตราการเต้นของหัวใจ 2. กระบวนการทดลอง 2. ใฝเ่ รียนรู้ เต้นของหัวใจ ขณะปกติ และหลังทำ ขณะปกติและหลังทำ 3. กระบวนการกลุ่ม 3. มุง่ มั่นในการทำงาน กจิ กรรม กจิ กรรม ว 1.2 ม.2/9 ตระหนักถึงความสำคัญ ความสำคัญของ 1. กระบวนการสบื คน้ 1. มวี นิ ัย ของระบบหมุนเวียนเลือด โดยการ ระบบหมุนเวียนเลือด 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝเ่ รียนรู้ บอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะ โดยการบอกแนวทางใน 3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน

73 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ตวั ชว้ี ัด ความรู้ ทกั ษะ / กระบวนการ คุณลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค์ ในระบบหมุนเวยี นเลือดให้ทำงานเป็น การดูแลรักษาอวัยวะ ปกติ ในระบบหมุนเว ียน เ ล ื อ ด ใ ห ้ ท ำ ง า น เ ป็ น ปกติ ว 1.2 ม.2/10 ระบุอวัยวะและ อวัยวะและหน้าที่ 1. กระบวนการสบื คน้ 1. มีวนิ ยั บรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบ ของอวัยวะในระบบ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝเ่ รยี นรู้ ประสาทส่วนกลางในการควบคุมการ ประสาทส่วนกลางใน 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน ทำงานต่างๆ ของร่างกาย การควบคุมการทำงาน ตา่ งๆ ของรา่ งกาย ว 1 . 2 ม . 2 / 1 1 ต ร ะ ห น ั ก ถึ ง ความสำคัญของ 1. กระบวนการสืบคน้ 1. มีวินัย ความสำคัญของระบบประสาท โดย ระบบประสาท โดยการ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝเ่ รยี นรู้ การบอกแนวทางในการดูแลรักษา บอกแนวทางในการ 3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน ร ว ม ถ ึ ง ก า ร ป ้ อ ง ก ั น ก า ร ดูแลรักษา รวมถึงการ กระทบกระเทือนและอันตรายต่อ ป ้ อ ง ก ั น ก า ร สมองและไขสันหลงั กระทบกระเทือนและ อันตรายต่อสมองและ ไขสนั หลัง สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตัวชว้ี ัด ความรู้ ทกั ษะ / กระบวนการ คณุ ลักษณะ อนั พึงประสงค์ ว 1.2 ม.2/12 ระบุอวัยวะและ อวัยวะและหน้าที่ของ 1. กระบวนการสืบค้น 1. มวี ินัย บรรยายหน้าที่ของอวัยวะใน อวัยวะในระบบสืบพันธุ์ 2. กระบวนการกลมุ่ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ ระบบสืบพันธุ์ของเพศชายและ ของเพศชายและเพศหญงิ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน เพศหญิง โดยใชแ้ บบจำลอง ว 1.2 ม.2/13 อธิบายผลของ ผลของฮอร์โมนเพศ 1. กระบวนการสืบค้น 1. มีวนิ ัย ฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิงที่ ช า ย แ ล ะ เ พ ศ ห ญ ิ ง ที่ 2. กระบวนการกลมุ่ 2. ใฝเ่ รยี นรู้

74 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ตวั ช้วี ดั ความรู้ ทักษะ / กระบวนการ คุณลกั ษณะ อันพงึ ประสงค์ ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของ ควบคุมการเปลี่ยนแปลง 3. ม่งุ มั่นในการทำงาน ร่างกาย เมือ่ เขา้ ส่วู ัยหนมุ่ สาว ของร่างกาย เมื่อเข้าสู่วัย หนมุ่ สาว ว 1.2 ม.2/14 ตระหนักถึงการ การเปลี่ยนแปลงของ 1. กระบวนการสืบค้น 1. มีวินยั เปลี่ยนแปลงของร่างกายเมือ่ เข้า ร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่ม 2. กระบวนการกลมุ่ 2. ใฝ่เรียนรู้ สู่วัยหนุ่มสาว โดยการดูแลรักษา สาว โดยการดูแลรักษา 3. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน ร่างกายและจิตใจของตนเอง ร่างกาย และจิตใจของ ในชว่ งทีม่ กี ารเปลีย่ นแปลง ตนเองในช่วงที่มี การ เปลย่ี นแปลง ว 1.2 ม.2/15 อธิบายการตกไข่ การตกไขก่ ารมปี ระจำ 1. กระบวนการสบื ค้น 1. มีวนิ ัย การมีประจำเดือน การปฏิสนธิ เดือน การปฏิสนธิ และ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝเ่ รยี นรู้ และการพัฒนาของไซโกต จน การพัฒนาของไซโกต จน 3. มงุ่ มั่นในการทำงาน เป็นทารก เป็นทารก ว 1.2 ม.2/16 เลือกวิธีการ วิธีการคุมกำเนิดท่ี 1. กระบวนการสืบคน้ 1. มีวินยั ค ุ ม ก ำ เ น ิ ด ท ี ่ เ ห ม า ะ ส ม กั บ เหมาะ สมกับสถานการณ์ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรยี นรู้ สถานการณ์ท่ีกำหนด ทกี่ ำหนด 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน ว 1.2 ม.2/17 ตระหนักถึง ผลกระทบของการตั้ง 1. กระบวนการสบื ค้น 1. มีวินยั ผลกระทบของการตั้งครรภ์ก่อน ครรภ์ก่อนวัยอันควร โดย 2. กระบวนการกลมุ่ 2. ใฝ่เรียนรู้ วัยอันควร โดยการประพฤติตน ก า ร ป ร ะ พ ฤ ต ิ ต น ใ ห ้ 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน ให้เหมาะสม เหมาะสม สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ตวั ชวี้ ัด ความรู้ ทกั ษะ / คุณลกั ษณะ กระบวนการ อันพึงประสงค์ ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการ การออกแบบการทดลอง 1. กระบวนการสบื คน้ 1. มวี นิ ัย ทดลองและทดลองในการอธิบาย และทดลองในการอธิบายผล 2 . ก ร ะ บ ว น ก า ร 2. ใฝเ่ รยี นรู้ ผลของชนิดตัวละลายชนิดตัวทำ ของชนิดตัวละลาย ชนิดตัว ทดลอง 3. มุง่ มั่นในการทำงาน

75 สาระการเรียนร้แู กนกลาง ตวั ชีว้ ดั ความรู้ ทกั ษะ / คุณลกั ษณะ กระบวนการ อันพึงประสงค์ ละลาย อุณหภูมิที่มีต่อสภาพ ทำละลาย อุณหภูมิที่มีต่อ 3. กระบวนการกลุ่ม ละลายได้ของสาร สภาพละลายได้ของสาร ว 2.1 ม.2/5 ระบุปริมาณตัว การระบ ุ ปร ิ ม า ณ ตั ว 1. กระบวนการสบื คน้ 1. มวี นิ ยั ละลายในสารละลายในหน่วย ละลายในสารละลายในหน่วย 2 . ก ร ะ บ ว น ก า ร 2. ใฝเ่ รียนรู้ ความเข้มข้นเป็นร้อยละปริมาตร ความเข้มข้นเป็นร้อยละ ทดลอง 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน ต่อปริมาตร มวลต่อมวล และ ปริมาตรต่อปริมาตร มวลต่อ 3. กระบวนการกลุ่ม มวลต่อปรมิ าตร มวล และมวลต่อปริมาตร ว 2.1 ม.2/6 ตระหนักถึ ง การนำความรู้เรื่อง ความ 1. กระบวนการสืบค้น 1. มวี ินัย ความสำคัญของการนำความรู้ เข้มข้นของสารไปใช้ โดยยก 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรียนรู้ เรื่อง ความเข้มข้นของสารไปใช้ ตัว อย่างการใช้สารละลายใน 3. มงุ่ มั่นในการทำงาน โดยยกตวั อยา่ งการใชส้ าร ละลาย ชีวติ ประจำวัน ในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง และปลอดภยั ว 2.2 ม.2/1 พยากรณ์การ การเคลื่อนที่ของวัตถุท่ี 1. กระบวนการสืบค้น 1. มวี ินัย เคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นผลของ เป็นผลของ แรงลัพธ์ที่เกิด 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรียนรู้ แรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรง จากแรงหลายแรงที่กระทำต่อ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน ที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกัน วตั ถใุ นแนวเดียวกัน จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ม.2/2 เขียนแผนภาพ การเขียนแผนภาพแสดง 1. กระบวนการสืบค้น 1. มีวนิ ยั แสดงแรงและแรงลัพธ์ที่เกิดจาก แรงและแรงลัพธ์ที่เกิดจาก 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝเ่ รยี นรู้ แรงหลายแรงที่กระทำต่อวัตถุใน แรงหลายแรงที่กระทำต่อ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน แนวเดียวกนั วตั ถใุ นแนวเดยี วกัน ว 2.2 ม.2/3 ออกแบบการ การออกแบบการทดลอง 1. กระบวนการสืบค้น 1. มวี ินัย ทดลองและทดลองด้วยวิธีที่ และทดลองด้วยว ิธ ี ท่ี 2 . ก ร ะ บ ว น ก า ร 2. ใฝเ่ รยี นรู้ เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยที่มี เหมาะสมในการอธิบายปัจจัย ทดลอง 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน ผลตอ่ ความดนั ของของเหลว ที่มีผลต่อความดันของ 3. กระบวนการกลุ่ม ของเหลว ว 2.2 ม.2/4 วิเคราะห์แรงพยุง แรงพยุงและการจม การ 1. กระบวนการสบื ค้น 1. มีวนิ ัย และการจมการลอยของวัตถุใน ลอยของวัตถุในของเหลว 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

76 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ตวั ชว้ี ัด ความรู้ ทกั ษะ / คุณลักษณะ กระบวนการ อนั พึงประสงค์ ของเหลวจากหลักฐานเชิ ง ประจักษ์ ว 2.2 ม.2/5 เขียนแผนภาพ การเขียนแผนภาพแสดง 1. กระบวนการสบื ค้น 1. มวี ินยั แสดงแรงที่กระทาต่อวัตถุใน แรงที่กระทำต่อวัตถุในของ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรียนรู้ ของเหลว เหลว 3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน ว 2.2 ม.2/6 อธิบายแรงเสียด แรงเสียดทานสถิตและ 1. ก ร ะ บ ว น ก า ร 1. มวี นิ ยั ทานสถติ และแรงเสยี ดทานจลน์ แรงเสียดทานจลน์ สืบค้น 2. ใฝเ่ รยี นรู้ จากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ 2. กระบวนการกลมุ่ 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน ว 2.2 ม.2/7 ออกแบบการ ก า ร อ อ ก แ บ บ ก า ร 1 . ก ร ะ บ ว น ก า ร 1. มวี นิ ยั ทดลองและทดลองด้วยวิธีท่ี ทดลองด้วยวธิ ีที่เหมาะสมใน สบื ค้น 2. ใฝเ่ รียนรู้ เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยท่ี การอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ 2 . ก ร ะ บ ว น ก า ร 3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน มผี ลตอ่ ขนาดของแรงเสียดทาน ขนาดของแรงเสยี ดทาน ทดลอง 3. กระบวนการกล่มุ ว 2.2 ม.2/8 เขียนแผนภาพ ก า ร เ ข ี ย น แ ผ น ภ า พ 1. ก ร ะ บ ว น ก า ร 1. มวี นิ ยั แสดงแรงเสียดทานและแรง แสดงแรงเสียดทานและแรง สบื คน้ 2. ใฝ่เรียนรู้ อน่ื ๆ ที่กระทำต่อวัตถุ อืน่ ๆ ท่ีกระทำต่อวตั ถุ 2. กระบวนการกล่มุ 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน ว 2.2 ม.2/9 ตระหนักถึง วิเคราะห์สถานการณ์ 1. ก ร ะ บ ว น ก า ร 1. มวี นิ ัย ประโยชน์ของความรู้เรื่องแรง ปัญหาและเสนอแนะวิธีการ สบื คน้ 2. ใฝ่เรียนรู้ เ ส ี ย ด ท า น โ ด ย ว ิ เ ค ร า ะ ห์ ลดหรือเพิ่มแรงเสียดทานท่ี 2. กระบวนการกลุ่ม 3. มุ่งมน่ั ในการทำงาน สถานการณ์ปัญหาและ เป็นประโยชน์ต่อการทำ เสนอแนะวิธีการลดหรือเพิ่ม กิจกรรมในชีวติ ประจำวัน แรงเสียดทานที่เป็นประโยชน์ ต่อการทำกิจกรรมใน ชวี ิตประจำวนั ว 2.2 ม.2/10 ออกแบบการ การออกแบบการทดลอง 1 . ก ร ะ บ ว น ก า ร 1. มวี นิ ัย ทดลองและทดลองด้วยวิธีที่ แ ล ะ ท ด ล อ ง ด ้ ว ย ว ิ ธ ี ที่ สืบคน้ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ เหมาะสมในการอธิบายโมเมนต์ เหมาะสมในการอธ ิ บาย 2 . ก ร ะ บ ว น ก า ร 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน ของแรง เมื่อวัตถุอยู่ในสภาพ โมเมนต์ของแรง เมื่อวัตถุอยู่ ทดลอง สมดุลต่อการหมุน และคำนวณ ในสภาพสมดุลต่อการหมุน 3. กระบวนการกลมุ่ โดยใชส้ มการ M = Fl

77 สาระการเรียนร้แู กนกลาง ตัวชี้วดั ความรู้ ทักษะ / คณุ ลกั ษณะ กระบวนการ อันพึงประสงค์ และคำนวณ โดยใช้สมการ M = Fl สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตวั ชว้ี ดั ความรู้ ทักษะ / กระบวนการ คณุ ลักษณะ อนั พงึ ประสงค์ ว 2.2 ม.2/11 เปรียบเทียบแหล่ง การเปรียบเทียบ 1. กระบวนการสืบคน้ 1. มีวินัย ของสนามแม่เหล็กสนามไฟฟ้า และ แ ห ล ่ ง ข อ ง 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝเ่ รยี นรู้ สนามโน้มถ่วงและทิศทางของแรงท่ี ส น า ม แ ม ่ เ ห ล็ ก 3. มุง่ มั่นในการทำงาน กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแต่ละสนาม สนามไฟฟ้า และสนาม จากขอ้ มูลท่รี วบรวมได้ โน้มถ่วง และทิศทาง ข อ ง แ ร ง ท ี ่ ก ร ะ ท ำ ต่ อ วตั ถทุ ่อี ยู่ในแตล่ ะสนาม จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 2.2 ม.2/12 เขียนแผนภาพแสดง ก า ร เ ข ี ย น 1. กระบวนการสืบค้น 1. มีวนิ ยั แรงแม่เหล็กแรงไฟฟ้า และแรงโน้ม แผนภาพแสดงแรง 2. กระบวนการกลมุ่ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ ถว่ งทกี่ ระทำต่อวัตถุ แม่เหล็ก แรงไฟฟ้า 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน แ ล ะ แ ร ง โ น ้ ม ถ ่ ว ง ที่ กระทำต่อวตั ถุ ว 2 . 2 ม . 2 / 1 3 ว ิ เ ค ร า ะ ห์ ค ว า ม ส ั ม พ ั น ธ์ 1. กระบวนการสบื ค้น 1. มีวนิ ยั ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรง ระหว่างขนาดของแรง 2. กระบวนการกลมุ่ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ แมเ่ หลก็ แรงไฟฟา้ และแรงโน้มถ่วง แมเ่ หลก็ แรงไฟฟ้า และ 3. มงุ่ มั่นในการทำงาน ที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในสนามนั้นๆ แรงโน้มถ่วงที่กระทำ กับระยะห่างจากแหล่งของสนามถึง ต่อวัตถุที่อยู่ในสนาม วตั ถจุ ากขอ้ มูลที่รวบรวมได้ นั้นๆ กับระยะห่างจาก แหล่งของสนามถึงวตั ถุ ว 2.2 ม.2/14 อธิบายและคำนวณ ก า ร ค ำ น ว ณ 1. กระบวนการสืบคน้ 1. มวี ินัย อัตราเร็วและความเร็วของการ อัตราเร็วและความเร็ว 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรียนรู้ เคลื่อนที่ของวัตถุ โดยใช้สมการ ของการเคลื่อนที่ของ 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน

สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง 78 ตัวชว้ี ัด ความรู้ ทกั ษะ / คณุ ลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค์ กระบวนการ v = s แ ล ะ v = s จ า ก วัตถุ โดยใช้สมการ tt v = s และv = s หลกั ฐานเชิงประจักษ์ tt ว 2.2 ม.2/15 เขียนแผนภาพแสดง การเขียนแผนภาพ 1. กระบวนการสบื คน้ 1. มวี ินัย การกระจัดและความเร็ว แสดงการกระจัดและ 2. กระบวนการกลุ่ม 2. ใฝ่เรียนรู้ ความเร็ว 3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน ว 22101 วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 3 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 60 ชวั่ โมง ศึกษา วิเคราะห์ ระบบหมุนเวียนเลือดของมนุษย์ ระบบหายใจของมนุษย์ ระบบขับถ่ายของมนุษย์ ระบบประสาทของมนุษย์ ระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ การคุมกำเนิด องค์ประกอบของสารละลาย สภาพละลาย ได้ของสาร และปัจจัยที่มีผลต่อสภาพละลายได้ ความเข้มข้นของสารละลาย ตำแหน่งของวัตถุ ระยะทางและ การกระจัด ความเร็วและอัตราเร็ว แรงเสียดทาน แรงและความดันของของเหลว แรงพยุง โมเมนต์ของแรง แรงและสนามของแรง โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะในศตวรรษที่ 21 การสบื คน้ ขอ้ มลู และการอภปิ ราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การ แก้ปัญหา การนำความรไู้ ปใช้ชวี ติ ประจำวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10 ม.2/11, ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15, ม.2/16, ม.2/17 ว 2.1 ม.2/4 ,ม.2/5, ม.2/6 ว 2.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10 ม.2/11,

79 ม.2/12, ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15 รวมท้ังหมด 35 ตัวช้ีวัด โครงสร้างรายวิชา โครงสร้างรายวิชา ว22101 : วิทยาศาสตร์ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ลำดบั ชอ่ื หน่วย ตัวชีว้ ดั สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั ที่ การเรียนรู้ - (ชัว่ โมง) คะแนน 1 ธรรมชาติของ 35 วิทยาศาสตร์ 2 สารละลาย ว 2.1 ม.2/4 บทที่ 1 องค์ประกอบของสารละลายและ 14 10 ปัจจัยทมี่ ผี ลตอ่ สภาพละลายได้ ว 2.1 ม.2/5 - เร่อื งท่ี 1 องคป์ ระกอบของสาร ละลาย - เรื่องท่ี 2 สภาพละลายได้และปัจจัยที่มี ว 2.1 ม.2/6 ผลตอ่ สภาพละลายได้ - กจิ กรรมทา้ ยบท การใช้ตวั ทำละลายอย่าง ถูกต้องและปลอดภัยทำได้อย่างไร บทท่ี 2 ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย - เรื่องที่ 1 ความเข้มข้นของสารละลายใน หนว่ ยรอ้ ยละ

80 ลำดบั ชื่อหน่วย ตัวช้ีวดั สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก ที่ การเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน - กิจกรรมท้ายบท นำสารละลายที่มีความ เขม้ ขน้ ตา่ งๆ มาใช้ประโยชนไ์ ด้อยา่ งไร 3 ร่างกายมนุษย์ ว 1.2 ม 2/1 บทท่ี 1 ระบบอวยั วะในร่างกายของเรา 21 20 ว 1.2 ม.2/2 ว 1.2 ม.2/3 - เรอ่ื งท่ี 1 ระบบหมนุ เวยี นเลือด ว 1.2 ม.2/4 ว 1.2 ม.2/5 - เรอ่ื งท่ี 2 ระบบหายใจ ว 1.2 ม.2/6 ว 1.2 ม.2/7 - เรื่องท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย ว 1.2 ม.2/8 ว 1.2 ม.2/9 - เร่อื งที่ 4 ระบบประสาท ว 1.2 ม.2/10 ว 1.2 ม.2/11 - เรื่องท่ี 5 ระบบสืบพันธ์ุ ว 1.2 ม.2/12 ว 1.2 ม.2/13 - กิจกรรมท้ายบท ระบบอวัยวะของรา่ งกาย ว 1.2 ม.2/14 ว 1.2 ม.2/15 มนุษยท์ ำงานได้อย่างไร ว 1.2 ม.2/16 ว 1.2 ม.2/17 บทที่ 1 การเคลอ่ื นที่ 22 25 - เรื่องท่ี 1 ตำแหน่ง ระยะทางและการ 4 การเคลอ่ื นทีแ่ ละ ว 2.2 ม.2/1 แรง ว 2.2 ม.2/2 กระจดั ว 2.2 ม.2/3 - เรื่องท่ี 2 อตั ราเร็วและความเร็ว ว 2.2 ม.2/4 - กิจกรรมท้ายบท เดินทางมาโรงเรียนได้ ว 2.2 ม.2/5 ว 2.2 ม.2/6 เรว็ หรือชา้ ว 2.2 ม.2/7 บทท่ี 2 แรงในชวี ิตประจำวนั ว 2.2 ม.2/8 - เรอ่ื งท่ี 1 แรงลัพธ์ ว 2.2 ม.2/9 - เรือ่ งที่ 2 แรงเสยี ดทาน ว 2.2 ม.2/10 - เรื่องท่ี 3 แรงและความดนั ของของเหลว ตั ว 2.2 ม.2/11 - เรื่องที่ 4 แรงพยงุ ของของเหลว ว 2.2 ม.2/12

81 ลำดับ ช่อื หน่วย ตวั ช้ีวัด สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั ท่ี การเรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน ว 2.2 ม.2/13 - เรอ่ื งท่ี 5 โมเมนต์ของแรง ว 2.2 ม.2/14 - เรื่องท่ี 6 แรงและสนามของแรง ว 2.2 ม.2/15 - กิจกรรมท้ายบท สร้างรถไฟ Maglev ได้ อยา่ งไร เวลาเรยี น (ชั่วโมง)/รวมคะแนนระหวา่ งภาค 60 60 คะแนนสอบกลางภาค คะแนนสอบปลายภาค 20 คะแนนรวม 20 100 โครงสร้างแผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา 40 นาท/ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 1. ธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตร์ คาบ ธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตร์ 2. จติ วิทยาศาสตร์ 2 1 รวม 2 แผนการจัดการเรยี นรู้ 3 คาบ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 3. องค์ประกอบของสารละลาย 1 2 สารละลาย 4. การตรวจสอบองคป์ ระกอบของสารละลาย 1 5. สภาพละลายได้และปัจจัยที่มีผลต่อสภาพละลายได้ 2 2 6. ตวั ละลายและตัวทำละลายที่มผี ลตอ่ สภาพละลายได้ 1 7. อณุ หภมู ทิ ีม่ ีผลต่อสภาพละลายได้ 8. การหาความเข้มขน้ ของสารละลาย 1 9. การหาความเข้มขน้ ของสารละลาย 2

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 10. การใชส้ ารละลายในชีวิตประจำวนั 82 แรงและพลังงาน รวม 8 แผนการจัดการเรียนรู้ 1 รวม 11. โครงสร้างและกระบวนการทำงานของระบบหัวใจ 12 คาบ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 12. อัตราการเต้นของหวั ใจ การเคลื่อนที่และแรง 13. เลือดและหลอดเลือด 1 14. ระบบหมเู่ ลือด 1 15. อวัยวะตา่ ง ๆ ของระบบหายใจ 1 16. ความจอุ ากาศของปอด 1 17. หนา้ ทแี่ ละอวยั วะตา่ ง ๆ ของระบบขบั ถา่ ย 2 18. การทำงานของหน่วยไต 1 19. อวยั วะและหนา้ ท่ีของระบบประสาท 2 20. ปฏกิ ิริยารเี ฟลก็ ซ์ 1 21. ปฏิกริ ิยาตอบสนองและการดแู ลระบบประสาท 2 22. อวยั วะและหนา้ ที่ของระบบสืบพันธุ์ 1 23. ฮอรโ์ มนเพศและการเปลี่ยนแปลงของรา่ งกาย 2 24. การปฏสิ นธิ 2 25. ความปลอดภยั และวธิ ีการคุมกำเนิด 1 1 26. ความปลอดภัยและวธิ ีการคุมกำเนิด 2 2 27. ความสมั พันธแ์ ละการดูแลระบบตา่ งๆ ในร่างกาย 1 2 17 แผนการจดั การเรียนรู้ 1 28. ตำแหนง่ ของวัตถุ 26 คาบ 29. ระยะทางและการกระจดั 1 2 30. ระยะทางและการกระจดั 2 1 31. อัตราเรว็ และความเรว็ 1 1 32. อัตราเร็วและความเรว็ 2 1 33. แรงลัพธ์ 1 2 34. แรงลพั ธ์ 2 1 35. แรงเสียดทาน 2 36. แรงกริ ิยาและแรงปฏกิ ิรยิ า 2 37. แรงและความดันของของเหลว 1 38. แรงพยุงของของเหลว 2 39. โมเมนตข์ องแรง 1 2

83 40. สนามแม่เหลก็ 2 41. สนามไฟฟา้ และสนามโน้มถ่วง 2 รวม 14 แผนการจดั การเรียนรู้ 22 คาบ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 24 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1/2565 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เรื่อง แรงและพลงั งาน ใช้เวลา 14 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้เรือ่ ง ความสัมพันธ์ระหวา่ งมวลและนำ้ หนัก 1 ใชเ้ วลา 1 ช่ัวโมง วนั ท…ี่ ……เดือน……………….……………พ.ศ.2565 ช่ือผู้สอน นางสาวพริ ดา แสงศรีจนั ทร์

84 มาตรฐานการเรยี นรู้ ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชวี ิตประจำวนั ผลของแรงทกี่ ระทำต่อวตั ถุ ลกั ษณะการเคลอื่ นทแ่ี บบ ต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมทงั้ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ตวั ชีว้ ดั ว 2.2 ป.4/2 ใช้เคร่ืองชัง่ สปริงในการวดั น้ำหนักของวตั ถุ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. ดา้ นความรู้ (Knowledge) เพ่ือให้นักเรยี นสามารถ : 1.1 สงั เกตและบอกความสัมพนั ธระหวางมวลและนำ้ หนักของวตั ถุได้ 2. ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process/Products) เพื่อให้นักเรียนสามารถ : 2.1 ใช้เครื่องช่ังสปริงในการวดั นำ้ หนักของวตั ถุได้ 3. ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude) เพื่อใหน้ ักเรยี นเป็น : 3.1 มีวนิ ัย 3.2 ใฝ่เรียนรู้ 3.3 มุ่งมนั่ ในการทำงาน สาระสำคัญ มวล หมายถึง ปริมาณของเนื้อสารที่มีอยู่ในวัตถุ ซึ่งจะมีค่าคงที่ตลอดเวลา ไม่ว่าวัตถุจะอยู่ที่ไหนก็ตาม วตั ถใุ ดมเี น้ือสารมากจะมีมวลมาก และถ้าวตั ถุใดมีเน้ือสารน้อยจะมีมวลน้อย น้ำหนกั คอื แรงดึงดูดของโลกท่ีดึงให้ วัตถุตกลงสู่พื้น เราสามารถวัดน้ำหนักของวัตถุหรือสิ่งของต่างๆ ที่เกิดจากแรงดึงดูดของโลกได้ด้วย “เครื่องชั่ง สปริง” โดยค่าทีอ่ ่านได้จะเท่ากับขนาดของแรงดึงดูดของโลกที่กระทำต่อวตั ถุซึ่งเป็นน้ำหนักของวัตถุ สาระการเรยี นรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) - สังเกตและบอกความสัมพันธระหวางมวลและน้ำหนกั ของวตั ถุ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process) - ใชเ้ ครอ่ื งชง่ั สปริงในการวดั น้ำหนกั ของวัตถุ สรรถนะของผู้เรยี นตามแนว PISA  A1 นำความร้ทู างวทิ ยาศาสตรม์ าสร้างคำอธบิ ายที่สมเหตผุ ล  B1 สามารถระบุประเด็นปัญหาที่ต้องการสำรวจตรวจสอบจากการศึกษาทางวทิ ยาศาสตรท์ ี่กำหนดให้  B2 แยกแยะไดว้ า่ ประเด็นปญั หาหรือคำถามใดสามารถตรวจสอบดว้ ยวธิ ีการทางวิทยาศาสตร์  C2 วเิ คราะห์และแปลงความหมายข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และลงข้อสรุป

85 ด้านสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน  ความสามารถในการสื่อสาร : การสนทนาพูดคุยแลกเปล่ียนความคิดเห็น การส่ือสาร ความสามารถในการคิด : การใช้กระบวนคิดในการเรียนรแู้ ละการทำงาน ความสามารถในการแก้ปัญหา : การแกป้ ัญหาจากสถานการณท์ ่ีครูกำหนด และการแก้ ปัญหาเฉพาะหน้า  ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ : การใชค้ วามรูไ้ ปใช้ในชวี ติ อยา่ งเปน็ ประโยชนเ์ พ่อื ความ ปลอดภยั ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สบื คน้ ข้อมลู จากแหล่งเรียนรโู้ ดยใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ ดา้ นคณุ ลกั ษณะของผ้เู รียนตามหลกั สูตรมาตรฐานสากล  เป็นเลศิ วิชาการ  สอื่ สารสองภาษา  ล้ำหน้าทางความคดิ  ผลติ งานอยา่ งสร้างสรรค์  รว่ มกนั รบั ผิดชอบต่อสงั คมโลก ด้านการอา่ น เขียน คดิ วิเคราะห์  การอา่ น : การอา่ นใบความรู้ ใบงาน การสบื คน้ ความรู้เพ่ิมเติม  การคดิ วิเคราะห์ : การคิดแกป้ ญั หา คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมมีวจิ ารณญาณ คิดคลอ่ ง คดิ ยดื หยนุ่ การวเิ คราะห์นำความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจำวัน การเขียน : การทำแบบฝกึ หัด ใบงาน สรปุ ความรู้ทไี่ ด้ ทักษะในศตวรรษท่ี 21  การร่วมมือรว่ มใจ  การคดิ อยา่ งสร้างสรรค์  การแกป้ ัญหา  การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ  การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ  การส่ือสาร วธิ ีการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้ ใชร้ ูปแบบการสอนสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry cycle) (5Es) ลำดับขั้นการจดั ประสบการณเ์ รียนรู้ 1. ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement) 1) ครูทบทวนความรูที่เรียนมา โดยอาจใชคําถามดังนี้ 1.1 มวลและน้ำหนักตางกนั อยางไร (มวลเปนปรมิ าณเนือ้ สสารที่รวมกันเปนวัตถุ สวนน้ำหนกั เปนแรงโนมถวงของโลกทก่ี ระทาํ ตอวัตถ)ุ 1.2 มวลมหี นวยเปนอะไร และนำ้ หนกั มหี นวยเปนอะไร (มวลมีหนวยเปนกรมั หรือกิโลกรัม และน้ำหนกั มีหนวยเปนนวิ ตนั )

86 2) ครูนาํ วตั ถุหลาย ๆ ชนดิ เชน หนังสือ หรอื กลองใสดินสอมาใหนักเรยี นสงั เกตหรือยก เพ่อื ให นักเรียนคาดคะเนน้ำหนักของวัตถุวา เปนเทาไรนักเรยี นอาจตอบไดหลากหลาย ครูอาจนําอภิปรายวา การยก วัตถุโดยอาศัยเพียงความรูสกึ ของแตละคนนั้นจะทําใหคาดคะเนคาน้ำหนกั ที่แตกตางกัน 3) ครซู กั ถามวาเราจะมีวิธีหาน้ำหนกั ของวตั ถไุ ดอยางไร (นักเรยี นตอบตามความเขาใจของตนเอง เชน ใชเครอ่ื งมอื หรืออปุ กรณในการช่ังน้ำหนกั ) 2. ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1) นักเรียนอานชื่อกิจกรรม และทําเปนคิดเปน ในหนังสือเรียน หนา 111 ครูตรวจสอบความเขาใจ ของนกั เรียนเกีย่ วกบั จุดประสงคในการทาํ กจิ กรรม โดยอาจใชคาํ ถามดังนี้ 1.1 กิจกรรมนีน้ กั เรยี นจะไดเรียนเกย่ี วกบั เรื่องอะไร (การหาความสมั พันธระหวางมวลและน้ำหนกั ของวัตถุโดยใชเครื่องชัง่ สปริง) 1.2 นักเรยี นจะไดเรยี นเรอื่ งนดี้ วยวิธใี ด (การสังเกต) 1.3 เม่ือเรยี นแลวนกั เรียนจะทําอะไรได (บอกความสมั พันธระหวางมวลและน้ำหนกั ของวตั ถุ และใชเคร่ืองชง่ั สปริงหาคาน้ำหนักของ วตั ถุได) นักเรยี นบนั ทึกจุดประสงคลงในแบบบนั ทกึ กิจกรรมหนา 96 2) นักเรียนอานสิ่งที่ตองใชในการทํากจิ กรรม ในหนังสือเรยี นหนา 111 ซึ่งครูอาจเตรียมวสั ดุอุปกรณ ต่าง ๆ ไวเพื่อแสดงใหนักเรียนดูทีละอยางพรอมกับใหนักเรียนบอกชือ่ วัสดุอุปกรณและวิธีใชอุปกรณโดยครูให คําแนะนําเพิ่มเติม ในกรณีที่นักเรียนไมรูจักวัสดุอุปกรณ ครูควรบอกชื่อและแนะนําวิธีใชวัสดุอุปกรณนั้น ๆ เชน ในกิจกรรมนค้ี รูควรแนะนําใหนักเรยี นรูจกั ถงุ ทรายและเครื่องชง่ั สปรงิ 3) นักเรียนอานทําอยางไรทีละขอ โดยครูอาจใชวธิ กี ารอานที่เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน จากนั้นครูตรวจสอบความเขาใจเกี่ยวกับขั้นตอนการทํากิจกรรมทีละขั้นและอาจเขียนสรุปเปนลําดับขั้นตอน สัน้ ๆ บนกระดานr 4) เมอื่ นกั เรียนเขาใจวิธกี ารทาํ กจิ กรรมแลว นักเรียนจะไดปฏบิ ัติตามข้ันตอน ดงั นี้ 4.1 สงั เกตลักษณะของเครื่องชงั่ สปรงิ อยางละเอียด (S1) และวาดรูปเพอื่ บนั ทกึ ผล (S6) 4.2 รวมกนั อภิปรายวธิ ีการใชเครื่องชง่ั สปรงิ ดวยตนเอง (C5) ถานักเรยี นยงั ไมสามารถบอก วธิ กี ารใชเครอ่ื งชง่ั สปริงไดครบถวน ครใู หคาํ แนะนําเพิม่ เติมกับนักเรยี น 4.3 ออกแรงดงึ ตะขอเกีย่ วของเครอื่ งช่งั สปริงจาํ นวน 3 คร้ัง สงั เกตคาของแรงท่อี านไดจาก การดงึ แตละครง้ั (S1) 4.4 นําถุงทราย 1 ถุง แขวนกับขอเก่ียวของเครือ่ งช่ังสปรงิ เม่ือถงุ ทรายอยูน่งิ อานคาของแรง บันทกึ ผล (S2) 4.5 พยากรณและบันทึกคาของแรงเมื่อแขวนถุงทราย 2 ถงุ กบั ขอเก่ยี วของเคร่ืองช่ังสปรงิ (S7)

87 4.6 นําถุงทราย 2 ถุง แขวนกับขอเกี่ยวของเครอ่ื งช่งั สปริงเม่ือถงุ ทรายอยูนง่ิ อานคาของแรง บันทกึ ผล (S2) 4.7 ลงความเห็นจากขอมูลเกย่ี วกับจาํ นวนถงุ ทรายและมวลของถงุ ทราย (S8) 4.8 ลงขอสรปุ เพอื่ เช่ือมโยงเกย่ี วกับความสมั พันธระหวางมวลและนำ้ หนัก 4.9 นาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรมในชนั้ เรยี น (C4) 3. ขัน้ อภปิ รายและลงขอ้ สรุป (Explain) 1) ครูและนักเรียนรวมกนั อภิปรายผลการทาํ กิจกรรม โดยใชคาํ ถามดังตอไปน้ี 1.1 จากการสงั เกต เคร่ืองชัง่ สปริงมีลกั ษณะอยางไร (เคร่อื งชั่งสปริงมลี กั ษณะเปนรปู ทรงกระบอก) 1.2 เครือ่ งชงั่ สปริงมสี วนประกอบอะไรบาง (เครอื่ งชั่งสปริงประกอบดวยตวั กระบอกเคร่ืองชง่ั ที่มีขีดสเกล 2 ดาน ดานหนงึ่ มหี นวยเปนกรัม และอีกดานหนึ่งมีหนวยเปนนิวตัน มีหูจับดานบนและมีนอตหมุนดานบนของกระบอก ดานลางของกระบอกมี ขอเกี่ยวย่ืนออกมา ขอเก่ยี วยึดกับสปริงท่ีอยูดานในของกระบอกและมีหมุดสีเงินอยูระหวางกระบอก สามารถเลื่อน ไปมาได) 1.3 เม่อื ออกแรงในการดึงขอเกี่ยวของเคร่ืองช่ังสปริงเกิดอะไรขึ้นกบั เคร่ืองชงั่ สปรงิ (สปรงิ ยืด โดยหมุดท่ตี ดิ กับสปรงิ จะเลือ่ นลงมาดานลางช้ีสเกลอานคาของแรง) 1.4 เมือ่ ออกแรงในการดึงขอเก่ียวของเคร่ืองชงั่ สปริงใหมากขนึ้ จะเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องชัง่ สปริง (สปรงิ ยดื มากข้นึ หมดุ จะเลอ่ื นลงมาดานลางมากขน้ึ คาตัวเลขที่อานไดก็จะมากขึ้น) 1.5 คาทอี่ านไดจากเครอ่ื งช่ังสปริงคือคาของแรงอะไร (แรงท่ถี ุงทรายดงึ เครอ่ื งชง่ั สปรงิ หรือน้ำหนักของถุงทราย) 1.6 คาของแรงท่อี านไดจากเครือ่ งชั่งสปริงเมื่อแขวนถุงทราย 2 ถงุ เทียบกับเม่ือแขวนถุง ทราย 1 ถุง แตกตางกันหรือไม อยางไร (เมอ่ื แขวนถุงทราย 2 ถุง คาของแรงที่อานไดจะมากกวาเม่ือแขวนถุงทราย 1 ถงุ อยูประมาณ 4.9 นวิ ตนั ) 1.7 ถงุ ทราย 2 ถงุ มมี วลเทาใดและมีมวลมากกวาถงุ ทราย 1 ถุงเทาใด (ถุงทราย 2 ถงุ มีมวล 500 x 2 = 1,000 กรัม ดงั นัน้ ถงุ ทราย 2 ถุง มีมวลมากกวาถุงทราย 1 ถงุ อยู 500 กรัม) 2) ครูและนักเรยี นรวมกันอภิปรายจากกจิ กรรมเพอ่ื ลงความเหน็ วา เครอ่ื งช่งั สปรงิ เปนอุปกรณทีใ่ ชวัด แรงที่กระทําตอเครื่องชั่งและสามารถวดั น้ำหนักของวัตถุได มวลและน้ำหนักสัมพันธกัน โดยเมื่อเพิ่มมวลของ ถุงทรายใหมากขึ้น คาน้ำหนกั ทีอ่ านไดจะมากขึ้นดวย และลงขอสรปุ วาวัตถุทม่ี มี วลมาก จะมีน้ำหนักมาก 3) ครูใหความรูเพ่ิมเติมวา แรงท่ถี ุงทรายดึงเครอ่ื งชั่งสปรงิ จะเทากับน้ำหนักของถุงทราย หรือแรงโนม ถวงของโลกที่กระทําตอถุงทราย และวิธีอานคาน้ำหนักของถุงทรายที่ถูกตองทําไดโดยแขวนถุงทรายใหอยูนิ่ง

88 ในแนวดิ่ง ครูเขียนแผนภาพบนกระดานแสดงแรงโนมถวงของโลกที่กระทําตอ ถุงทรายและแรงที่เครื่องช่ัง สปริงดงึ ถุงทราย 4) นักเรียนรวมกันอภิปรายคําตอบใน ฉันรูอะไร โดยครูอาจเพ่ิมเติมคาํ ถามในการอภิปราย เพื่อใหได แนวคําตอบท่ีถูกตอง 4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) 1) นักเรียนอานความรูเพิ่มเติมใน เกรด็ นารูเกยี่ วกับลักษณะ และรปู ทรงของโลกในหนังสอื เรยี น หนา 114 และรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับคาของแรงโนมถวงของโลกที่บริเวณเสนศูนยสูตรและบริเวณขั้วโลก ซง่ึ แตกตางกัน ทาํ ใหน้ำหนกั ของวตั ถุอันเดียวกนั ทช่ี ั่งในสองบริเวณน้นั มคี าแตกตางกนั ดวย 5. ข้นั ประเมนิ (Evaluation) 1) สังเกตความสนใจและความกระตอื รอื ร้นของนักเรยี น 2) สังเกตการใชเ้ ครื่องชัง่ สปรงิ ของนกั เรียน สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ป.4 เล่ม 1 (สสวท.) 2. แบบบนั ทึกกจิ กรรมรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน ป.4 เลม่ 1 (หน้า 96-98) 3. อุปกรณ์การทดลอง ไดแ้ ก่ เครื่องชงั่ สปรงิ และถงุ ทราย มวล 500 กรัม การวดั ผลและประเมินผล 1. การวดั ผล วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมิน จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. นกั เรียนสามารถสังเกตและ ตรวจแบบบนั ทึกกิจกรรม แบบบันทึกกิจกรรม ได้คะแนนรบู รคิ สต์ ั้งแต่ 2 บอกความสัมพนั ธระหวางมวล และน้ำหนกั ของวัตถไุ ด้ (K) รายวชิ าวิทยาศาสตร์ รายวิชาวิทยาศาสตร์ คะแนนขึ้นไปทุกประเดน็ 2. นกั เรยี นสามารถใช้เคร่ืองชั่ง พน้ื ฐาน ป.4 เล่ม 1 พื้นฐาน ป.4 เล่ม 1 สปรงิ ในการวดั นำ้ หนักของวตั ถุ ได้ (P) (หนา้ 96-98) (หน้า 96-98) สังเกตการใช้เครื่องช่ัง แบบประเมินการใช้ ไดค้ ะแนนรบู รคิ สต์ ง้ั แต่ 2 สปรงิ ของนักเรียน เครื่องชั่งสปริงของ คะแนนขนึ้ ไปทุกประเด็น นักเรียน

89 3. นักเรียนมีความกระตือรอื ร้น สงั เกตพฤตกิ รรมการทำ แบบสังเกต ไดค้ ะแนนรบู ริคส์ต้งั แต่ 2 ในการทำกิจกรรมและมีความ กิจกรรมของผู้เรยี น พฤติกรรมการทำ คะแนนขึ้นไปทกุ ประเดน็ รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่ีท่ไี ด้รับ กจิ กรรมของผู้เรียน มอบหมาย (A) 2. เกณฑ์การประเมนิ ผล ประเดน็ การ คำอธบิ ายระดบั /ระดบั คะแนน ประเมนิ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1) นกั เรียนสามารถ มผี ลการเรยี นรู้ สังเกตและบอก 1. เนื้อหามคี วามถูกต้อง มผี ลการเรียนรู้ มีผลการเรยี นรู้ ตามคำอธบิ าย ความสมั พนั ธ เป็นรายข้อดังที่ ระหวางมวลและ 2. เน้อื หาเป็นไปตามท่ีกำหนด ตามคำอธิบาย ตามคำอธิบาย กำหนดระดบั ดี นำ้ หนกั ของวัตถุ มากข้อใด ๆ ได้ (K) 3. รายละเอียดครอบคลุม เปน็ รายขอ้ ดังท่ี เปน็ รายข้อดังท่ี น้อยกว่า 1 ข้อ 4. เนื้อหาสอดคล้อง กำหนดระดบั ดี กำหนดระดับดี มากข้อใด ๆ มากข้อใด ๆ จำนวน 3 ข้อ จำนวน 2 ขอ้

90 นกั เรียนสามารถ 1. ใช้เคร่ืองชงั่ สปริงในการวดั น้ำหนัก มีผลการเรียนรู้ มีผลการเรยี นรู้ มผี ลการเรียนรู้ ตามคำอธิบาย ตามคำอธบิ าย ใช้เครือ่ งชั่งสปรงิ ของวัตถุไดถ้ ูกต้อง ตามคำอธบิ าย เป็นรายขอ้ ดังที่ เป็นรายขอ้ ดังที่ กำหนดระดับดี กำหนดระดบั ดี ในการวัดน้ำหนกั 2. เน้อื หาถูกต้องครบถ้วน เป็นรายข้อดังที่ มากข้อใด ๆ มากข้อใด ๆ จำนวน 2 ขอ้ น้อยกว่า 1 ข้อ ของวตั ถุได้ (P) 3. ความเรยี บรอ้ ย สะอาดของงาน กำหนดระดบั ดี มผี ลการเรยี นรู้ มผี ลการเรยี นรู้ ตามคำอธบิ าย ตามคำอธิบาย 4. สะกดคำไดถ้ ูกต้อง มากข้อใด ๆ เปน็ รายข้อดังที่ เปน็ รายขอ้ ดังท่ี กำหนดระดบั ดี กำหนดระดับดี จำนวน 3 ข้อ มากข้อใด ๆ มากข้อใด ๆ จำนวน 2 ข้อ น้อยกวา่ 1 ข้อ นักเรียนมีความ 1. ต้ังใจเรียน เอาใจใส่และมีความ มีผลการเรยี นรู้ กระตือรือร้นใน เพียรพยายามในการเรยี นรู้ ตามคำอธบิ าย การทำกจิ กรรม 2. สนใจรว่ มกิจกรรมในชั้นเรียน เป็นรายข้อดังท่ี และมีความ และคน้ คว้าหาความรู้ กำหนดระดับดี รบั ผดิ ชอบต่อ 3. ทำงานเสร็จตามเวลาทกี่ ำหนด มากข้อใด ๆ หนา้ ท่ที ่ีไดร้ ับ 4. ไม่ยอ่ ท้อต่อปญั หาและอุปสรรค จำนวน 3 ข้อ มอบหมาย (A) ในการทำงาน เกณฑ์การตดั สนิ รายบคุ คล : นักเรียนมีผลการเรียนรูไ้ มต่ ่ำกวา่ กวา่ ระดับ 2 จงึ ถือว่าผา่ น รายกล่มุ : นกั เรยี นร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนท้ังหมดมีผลการเรยี นรู้ไม่ต่ำกวา่ ระดบั 2 ตารางสรุปการจดั การเรยี นร้ตู ามแผนการจดั การเรียนรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 24 เรือ่ ง มวลและน้ำหนักสัมพนั ธกนั อยางไร 1 KPA (ผ่านระดบั 2) (ผ่านระดบั 2) (ผ่านระดบั 2) เลขท่ี ช่อื – สกลุ 444 1 เด็กชายสรุ ิยพงศ์ คนโท 2 เด็กชายจรสั พงษ์ วงรอบ ผ่าน ไ ่ม ่ผาน ผ่าน ไ ่มผ่าน ผ่าน ไ ่มผ่าน รวม 12 คะแนน ระ ัดบ ุคณภาพ

91 3 เดก็ ชายกฤษณะ มาลีการ 4 เดก็ ชายหสั ดนิ ดอกผงึ้ 5 เดก็ ชายปนิธิ วงรอบ 6 เดก็ ชายจริ ายุ ปัตตะเน 7 เด็กหญิงธันยธรณ์ ผกู จติ 8 เด็กหญงิ เฟอ่ื งลดา เปรอื่ งพทิ ยา 9 เดก็ หญิงกฤศมน พองาม 10 เดก็ หญิงกฤศพร พองาม 11 เด็กหญงิ กัญญาณฐั พองาม 12 เดก็ หญิงศภุ านัน ป่าส่วน 13 เด็กหญิงฐิติมา โพธิศ์ รี 14 เดก็ หญงิ อรัญญา กำยาน 15 เด็กหญงิ สภุ ัสสร รจนากจิ 16 เดก็ หญงิ กริษฐา พองาม 17 เด็กหญิงปภสั สร วงคแ์ ก้ว 18 เดก็ หญิงนฤมล สุรนิ ทร์ 19 เดก็ หญงิ ศศวิ มิ ล จันทรบ์ าง 20 เด็กหญงิ พิทยาภรณ์ แสนวงษา เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คุณภาพผลการเรียนรู้ กำหนดระดับคุณภาพผลการเรยี นรู้รวมกนั ทกุ ระดับเป็น 4 ระดบั แต่ละระดับกำหนดเกณฑ์ประเมินคะแนนเกณฑร์ ูบรคิ ส์ ดังนี้ 11 - 12 คะแนน อยใู่ นระดับที่ 4 แทนระดบั คุณภาพ ดีมาก 8 - 10 คะแนน อยู่ในระดับที่ 3 แทนระดับคุณภาพ ดี 5 - 7 คะแนน อยใู่ นระดบั ที่ 2 แทนระดับคุณภาพ พอใช้ นอ้ ยกวา่ 4 คะแนน อยู่ในระดบั ที่ 1 แทนระดบั คุณภาพ ปรับปรุง สรปุ ผลการประเมนิ การจัดการเรียนรู้

92 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 24 เรอื่ ง มวลและนำ้ หนักสัมพันธกนั อยางไร 1 นักเรียนที่มผี ลการเรียนระดับ 4 (ดมี าก) จำนวนคนคิดเป็นร้อยละคน จำนวน……..คน คดิ เป็นรอ้ ยละ…….. นกั เรยี นทม่ี ผี ลการเรียนระดบั 3 (ด)ี จำนวนคนคิดเป็นร้อยละคน จำนวน……..คน คิดเป็นรอ้ ยละ…….. นักเรียนที่มผี ลการเรียนระดับ 2 (พอใช้) จำนวนคนคิดเป็นร้อยละคน จำนวน………คน คิดเป็นรอ้ ยละ…….. นักเรยี นที่มีผลการเรยี นระดับ 1 (ปรบั ปรงุ ) จำนวนคนคดิ เปน็ รอ้ ยละคน จำนวน……...คน คิดเป็นร้อยละ……. ลงชอ่ื ………………………………………………………ผู้สอน ( นางสาวพิรดา แสงศรีจันทร์ ) วนั ท่ี………..เดอื น………..…………………พ.ศ…………. บันทกึ หลงั แผน แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 24 เรื่อง มวลและนำ้ หนกั สัมพันธกันอยางไร 1 ผลการประเมนิ การเรยี นรู้ นกั เรียนทมี่ ผี ลการเรยี นระดบั ดมี าก จำนวนคนคิดเปน็ รอ้ ยละคน จำนวน……..คน คิดเป็นรอ้ ยละ…….. นักเรยี นทม่ี ผี ลการเรียนระดับดี จำนวนคนคิดเป็นร้อยละคน จำนวน……..คน คิดเป็นรอ้ ยละ…….. นักเรียนทม่ี ีผลการเรยี นระดับพอใช้ จำนวนคนคิดเปน็ รอ้ ยละคน จำนวน………คน คดิ เป็นรอ้ ยละ……. นักเรยี นท่มี ผี ลการเรยี นระดับตอ้ งปรบั ปรงุ จำนวนคนคิดเปน็ ร้อยละคน จำนวน……...คน คิดเปน็ รอ้ ยละ……. ดังนน้ั ถอื วา่ การจดั การเรียนรู้ ประสบความสาํ เรจ็ ไม่ประสบความสาํ เรจ็ ตามจุดประสงค์การเรียนรู้

93 ผลการจดั การเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขัน้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ......................................................ผู้สอน (นางสาวพริ ดา แสงศรีจนั ทร์) วันที่………..เดือน………..…………….…พ.ศ……… บันทึกความคดิ เหน็ ของผตู้ รวจสอบแผนการเรยี นรู้ ……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… …………………………………………………………………………………………………………………………………..……………………… ลงชอื่ ……………………………………………………. (นางสาวกันตพ์ ิชา สขุ ทอง) ตำแหนง่ ครู ค.ศ.1

94 ครพู ีเ่ ลี้ยง เฉลย

95

96


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook