Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่มโครงงาน-5-บท.2-1

เล่มโครงงาน-5-บท.2-1

Published by chutimacacaeng, 2022-09-13 15:06:30

Description: เล่มโครงงาน-5-บท.2-1

Search

Read the Text Version

โครงงานแชมพจู ากดอกอญั ชัน ผ้จู ดั ทาโดย นางสาว เพรชลดา กติ ตกิ สานต์ ม.5/8เลขท5่ี นางสาว วลิ าสินี ศิริรัตน์ ม. 5/8เลขที่ 13 นางสาวฐิตกิ านต์ อ่นุ ใน ม. 5/8เลขที่ 19 นางสาวชุตมิ า จะแจ้ง ม. 5/8เลขท่ี 27 นางสาว ชนกนันท์ นามวงศ์ม. 5/8 เลขที่ 33 คณุ ครูทป่ี รึกษา ครูดารงค์ คันธะเรศย์ โครงงานฉบบั นีเ้ ป็ นส่วนหนึ่งของวชิ า การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1) ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565 โรงเรียนปัว อำเภอปัว จงั หวดั น่ำน สำนกั งำนพ้ืนท่กี ำรศึกษำมธั ยมศึกษำเขต37

ก คานา เอกสารประกอบการเรียนโครงงานเร่ืองแชมพจู ากดอกอญั ชัญจดั ทาขนึ้ เพอ่ื ใช้ ประกอบการเรียนรู้การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท5ี่ ภาค เรียนท1ี่ ปี การศึกษา 2565 เพอ่ื ให้นกั เรียนสามารถค้นคว้าความรู้เพอื่ เพมิ่ พนู ปัญญา ความรู้ตนเองในเร่ืองแชมพดู อกอญั ชัญเกดิ ความเข้าใจอย่างทองแท้และเกดิ ทักษะการ เรียนรู้ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพในการแสวงหาความรู้รวมท้งั การเรียนรู้เนื้อหาของ โครงงานเรื่องแชมพจู ากดอกอญั ชัญประกอบด้วยการค้นคว้าเอกสารประกอบโครงงาน ข้นั ตอนวธิ ีการทารวมไปถงึ ผลลพั ธ์ท่ีได้ข้าพเจ้าและคณะหวงั เป็ นอย่างยง่ิ โครงงานเรื่อง แชมพจู ากดอกอญั ชัญจะเป็ นประโยชน์ในการพฒั นาการเรียนสาหรับนักเรียนและเป็ น แนวทางในการพฒั นางานแก่ผู้สนใจได้เป็ นอย่างดี

ข บทคดั ย่อ อญั ชนั สมนุ ไพรทใ่ี ช้บำรุงเส้นผมเเละหนงั ศีรษะมำตงั้ เเตโ่ บรำณสำมำรถยงั กำรเจริญเตบิ โต ของเชือ้ รำบนหนงั ศรี ษะ ทำให้ลดกำรเกิดรังเเค ชว่ ยบำรุงรำกผม ลดอำกำรผมร่วงเเละทำให้ผมดก ดำเงำงำม หลงั สระผมด้วยเเชมพู เนื่องจำกดอกอญั ชนั เป็ นสงิ่ ทีห่ ำงำ่ ยจำกท้องถิ่นเเละยงั เป็ น ประโยชน์ตอ่ คนจงึ คิดนำเอำดอกอญั ชนั มำเเปรรูปเป็ นเเชมพอู ญั ชนั ทงี่ ำ่ ยตอ่ กำรใช้งำนเเละ สำมำรถทำเองได้ คณะเรำจึงเลอื กท่จี ะใช้ดอกอญั ชนั ในกำรทำเเชมพสู ระผมดอกอญั ชนั อำกำรแพ้แชมพหู รือ แพ้ยำสระผม หรืออำจรู้จกั กนั ในชื่ออำกำรแพ้สำรเคมี ซงึ่ เกิดจำกกำรท่ี หนงั ศรี ษะมีกำรระคำยเคืองตอ่ สำรเคมีทอี่ ยใู่ นยำสระผมหรือแชมพสู ระผม อำจเป็ นเพรำะใน ปัจจบุ นั นผี ้ ลติ ภณั ฑ์แชมพสู ำหรับเส้นผม มกั มีสว่ นผสมของนำ้ หอม และสำรเคมีชนดิ ตำ่ งๆ ที่อำจ กอ่ ให้เกิดอำกำรระคำยเคอื งตอ่ หนงั ศรี ษะได้ โดยจะก่อให้เกิดอำกำรอกั เสบ เป็ นผ่นื แดง หนงั ศรี ษะ แห้ง ไปจนถงึ อนั ตรำยรุนแรงอยำ่ งกำรสญู เสยี ผมหรือมีอำกำรอกั เสบที่รุนแรงบริเวณศีรษะได้ไม่ เพียงแตบ่ ริเวณศีรษะเทำ่ นนั้ ทจี่ ะได้รับผลกระทบจำกกำรระคำยเคืองตอ่ สำรที่อยใู่ นแชมพู แต่ บริเวณหน้ำผำก ควิ ้ ตำ ใบหู ใบหน้ำ ลำคอ ท้ำยทอย ก็อำจได้รับกำรระคำยเคืองด้วยเช่นเดียวกนั กำรทำเเชมพสู ระผมจำกดอกอญั ชนั ของเรำเนน้ กำรใชท้ ่ีปลอดภยั เละอ่อนโยนต่อศรีษะเเล้ วเสน้ ผมโดยใชม้ ะกรูด 1 กิโลกรัม หรือมำกกวำ่ กบั ดอกอญั ชนั 2-3 กบั ขดี ขิงสด 2-3 ขีดเเละ น้ำ สะอำดหลงั จำกน้นั นำ ลำ้ งมะกรูด ขิง ดอกอญั ชญั ดว้ ยน้ำสะอำด จนแน่ใจวำ่ สะอำดดี โดยเฉพำะขงิ ตอ้ งไม่มีดินตดิ หนั่ มะกรูด หน่ั ขิง เป็นเเวน่ บำง ๆนำขิง มะกรูด ดอกอญั ชนั ไปตม้ รวมกนั โดยใส่น้ำสะอำดใหท้ ่วม สมุนไพร ไม่ตอ้ งใหส้ มุนไพรลอย (เหมือนหุงขำ้ ว ทว่ มหลงั มือ) น้ำจะเยอะเกินไม่เขม้ ขน้ ต้งั ไฟอ่อน ๆ ถึงไฟกลำง ๆ หำ้ มใชไ้ ฟแรง เพรำะสมุนไพรจะคอ่ ย ๆ ซึม หำกใชไ้ ฟแรงน้ำจะแหง้ เร็ว สงั เกตวำ่ ดอกอญั ชญั และมะกรูดเปื่ อยยยุ่ แลว้ นำข้ึนจำกเตำ พกั ไวใ้ หเ้ ยน็ นำไปกรองเอำเฉพำะส่วน น้ำ เกบ็ ใส่ขวดสะอำด ปิ ดฝำใหม้ ิดชิด

ค กติ ติกรรมประกาศ โครงงำน เร่ือง แชมพจู ำกดอกอญั ชญั เสร็จสมบรู ณ์ไดด้ ว้ ยเพรำะไดร้ บั กำรอนุเครำะหอ์ ยำ่ งยง่ิ จำกครูดำรงคนั ธะเรศยค์ ุณครูผสู้ อนวชิ ำโครงงำนกำรศึกษำคน้ ควำ้ และสรำ้ งองคค์ วำมรู้ทก่ี รุณำให้ คำแนะนำและตรวจสอบขอ้ บกพร่องตำ่ งๆของโครงงำนฉบบั ทถ่ี ูกตอ้ งและสมบรู ณ์ ขอขอบพระคุณคุณครูทกุ ท่ำนทีใ่ หค้ วำมร่วมมือในกำรจดั ทำโครงงำนในคร้งั น้ีทใ่ี หค้ ำแนะนำใน กำรตรวจสอบและประเมินคุณภำพของโครงงำนเรื่องแชมพจู ำกดอกอญั ชนั ขอขอบคนุ เพือ่ นเพ่ือน ทกุ คนทีม่ ีสว่ นร่วมในควำมอนเุ ครำะห์ในกำรทำโครงงำนไว้ ณ อกำสนี ้

สารบัญ หน้า เร่ือง ก ข คานา ค บทคดั ย่อ กติ ติกรรมประกาศ 1 สารบญั 1 บทที่ 1 บทนา 1 2 1.1ความเป็ นมา ความสาคญั ของโครงงาน 2 1.2วัตถุประสงค์ของการศึกษา 2 1.3สมมตุ ิฐานการศึกษา 3 1.4ประโยชน์ทีค่ าดว่าจะได้รับ 3-5 1.5นิยามศัพท์ 6 บทที่ 2 การศึกษาเอกสารท่เี กยี่ วข้อง 6 2.1เอกสาร หลักการ ทฤษฎี 7 บทที่3วธิ ีดาเนินโครงงาน 8 3.1ตารางปฎิบตั ิกจิ กรรมโครงงาน 8 3.2ข้นั ตอนการดาเนินโครงงาน 9-10 บทท่ี4ผลการดาเนินงาน 11 4.1ผลการดาเนินโครงงาน 11 4.2การนาไปใช้ 11 บทท่ี5สรุปอภปิ รายและข้อเสนอแนะ 5.1สรุปผลการดาเนินโครงงาน 5.2ประโยชน์ท่ไี ด้รับจากโครงงาน

เรื่อง หน้า 5.3ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ 11 บรรณานุกรม 12 ภาคผนวก 13-14 ประวัตผิ ู้จดั ทา 15-16

1 บทท่ี 1 บทนา 1.ความเป็ นมาและความสาคญั อญั ชันสมนุ ไพรทใ่ี ช้บารุงเส้นผมและหนังศีรษะมาต้งั แต่โบราณสามารถกาจัดการเจริญเติบโตของ เชื้อราบนหนังศีรษะทาให้ลดการเกิดรังแคช่วยบารุงรากผมลดอาการผมร่วงและทาให้ผมดกดาเงา งามหลงั สระผมด้วยแชมพูเนื่องจากดอกอญั ชัญเป็ นส่ิงท่ีหาง่ายจากท้องถิ่นและยังเป็ นประโยชน์ต่อ คนจงึ คดิ นาเอาดอกอญั ชัญมาแปลรูปเป็ นแชมพูอัญชัญทง่ี ่ายต่อการใช้งานและสามารถทาได้เอง คณะเราจงึ เลอื กทจี่ ะใช้ดอกอญั ชัญในการทาแชมพูสระผม 2.วัตถปุ ระสงค์ 1.เพื่อศึกษาวธิ ีทาเเละสามารถนาไปใช้เองในชีวติ ประจาวนั 2. เพ่อื ให้มแี ชมพูทผ่ี ลติ จากธรรมชาติ 3. เพือ่ ที่จะแชมพดูอกอญัชันเป็ นทรี่ ู้จักของคนทว่ั ไป 4. เพอ่ื ศึกษาค้นคว้าวิธีการทาดอกแชมพูดอกอญั ชัน 5. เพ่ือเป็ นการประหยดัค่าใช้จ่าย 4. เพื่อส่งเสริมผลติ ภัณฑ์ทางการเกษตร

2 สมมตุ ิฐาน แชมพดู อกอญั ชนั ที่กลุ่มของเรำทำเองน้นั้ สำมำรถใชง้ ำนไดจ้ ริงและมีประสิทธิภำพทดั เทยี มกบั ผลิตภณั ฑใ์ นทอ้ งตลำด ตวั แปรต้น: ประสทิ ธิภำพของแชมพอู ญั ชนั ตวั แปรตำม: ทำให้ศรีษะไม่มีรังแคช่วยกำกดั รังแค ตวั แปรควบคมุ : 1.ต้องใช้ในปริมำณท่ีพอดีและเทำ่ กนั สม่ำเสมอ 2.ใช้ในระยะเวลำที่เทำ่ กนั 3.สว่ นผสมของแชมพู ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะได้รับ 1.ได้ทางานเป็ นกลุ่มทาให้เกดิ ความสามัคคี 2.ทาให้เรียนรู้เกี่ยวกับการทาแชมพู 3.ไดค้วามรู้และการพัฒนาตัวผลติ ภัณฑ์ให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึน้ 3.ใช้สมนุ ไพรทม่ี อี ยู่ในท้องถนิ่ ให้เกดิ ประโยชน์ 4.ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน คำท่ใี ช้สำหรับกำรเขียนประโยชน์ท่คี ำดว่ำจะได้รับ 1. เพ่อื เป็ นแนวทำงในกำรพัฒนำคุณภำพของแชมพจู ำกดอกอัญชัน 2.ได้ทรำบถงึ สำเหตุ(ทศั นคต)ิ ของนักเรียนเพ่อื พัฒนำแชมพูจำกดอกอัญชัญและ อำกำรแพ้ 3.เป็ นแนวทำงในกำรศึกษำค้นคว้ำกำรทำแชมพูจำกดอกอญั

3 บทท่ี 2 การศึกษาเอกสารทีเ่ กยี่ วข้อง เอกสาร หลักการ โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง แชมพูว่านหางจระเข้สูตรผสมดอกอัญชัน เกดิ ขึน้ จากการสังเกต พฤติกรรม การเลือกซื้อแชมพูของผู้บริโภคตามท้อง ตลาดซ่ึงถ้าเป็ นสินค้าคุณภาพดีก็จะราคาแพง แต่ถ้าคณุ ตา่ ราคาของสินค้ากจ็ ะตา่ ไปตามคุณภาพ จากประสบการณ์ของผู้ทาโครงงานและความรู้ทางภูมิปญั ญาชาวบ้านพบว่าน หางจระเข้มี สรรพคณุ ทีช่ ่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดจุดด่างดา สมานรอยแผลและลดสิวเสี้ยนได้ดี ช่วยให้เส้นผมนุ่มสวย ส่วนดอกอญั ชัน ทาให้เส้นผมดูดาเป็ นเงางามอกี ท้ังยังไม่ต้องซื้อให้สิ้นเปลอื งเงิน สามารถหาได้ตาม บ้านเรือนทว่ั ไป ความหมายของดอกไม้ คอื เป็ นพชื ทม่ี ตี ้นกาเนิดในแถบอเมริกาใต้ ปลูกท่ัวไปในเขตร้อน ลักษณะ ของดอกอญั ชันจะมสี ีขาว สีฟ้ า สีม่วง ส่วนตรงกลางดอกจะมสี ีเหลอื ง และรูปทรงคล้ายหอยเชลล์ มี สรรพคณุ ท่ีเป็ นเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั เพราะมสี ารท่ีชื่อว่า “แอนโทไซยานนิ ” (Anthocyanin) ซึ่งมหี น้าท่ีไปช่วยกระตุ้นการไหลเวยี นของโลหิต ทาให้เลอื ดไปเลยี้ งส่วนต่าง ๆ ได้ดมี ากขนึ้ เช่น ไป เลยี้ งบริเวณรากผม ซ่ึงช่วยทาให้ผมดกดา เงางาม หรือไปเลีย้ งบริเวณดวงตาจึงช่วยบารุงสายตาไป ด้วยในตวั หรือไปเลยี้ งบริเวณปลายนิ้วมอื ซึ่งก็จะช่วยแก้อาการเหน็บชาได้ด้วย และท่ีสาคญั สารนยี้ งั มคี วามโดดเด่นทใี่ ครหลาย ๆ คนยังไม่ ทราบ นั่นกค็ อื ช่วยลดความเสี่ยงของการเกดิ เส้นเลอื ดอุดตันได้

4 2. เเนวคดิ /ทฤษฎีในเรื่อง คอื 2.1ในปัจจบุ ันพชื สมุนไพรจัดเป็ นพืชเศรษฐกจิ ชนิดหนึ่งท่ีต่างประเทศกาลังหาทางลงทนุ และ คดั เลือกสมนุ ไพรไทยไปสกดั หาตัวยาเพือ่ รักษาโรคบางโรคและมหี ลายประเทศทน่ี าสมนุ ไพรไทย ไปปลูกและทาการค้าขายแข่งกบั ประเทศไทย สมนุ ไพรหลายชนิดทีเ่ ราส่งออกเป็ นรูปของวัตถุดบิ คอื กระวาน ขมนิ้ ชัน เร่ว เปล้าน้อยและมะขามเปี ยกเป็ นต้น ซึ่งสมุนไพรเหล่านีต้ ลาดต่างประเทศ ยังคงมีความต้องการอีกมาก และในปัจจบุ นั กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสนใจในการศึกษาเพ่ิมขนึ้ และมโี ครงการวจิ ัยบรรจไุ ว้ในแผนพฒั นา ระบบการผลิต การตลาดและการสร้างงานในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 6 (พ.ศ. 2530-2534) เพ่อื หาความเป็ นไปได้ในการพฒั นาคณุ ภาพและแหล่งปลูกสมนุ ไพรเพือ่ ส่งออก โดยกาหนดชนิด ของสมุนไพรทม่ี ีศักยภาพ 13 ชนิด คอื มะขามแขก กานพลู เทียนเกล็ดหอย ดองดึง เร่ว กระวาน ชะเอมเทศ ขมนิ้ จนั ทร์เทศ ใบพลู พริกไทย ดีปลี และน้าผึง้ 2.2 ขงิ มหาโอสถอนั เก่าแก่ทีเ่ อเชียโบราณรู้จักดี ขงิ (ginger) จัดว่าเป็ นสมนุ ไพรและ เครื่องเทศที่มคี วามสาคญั และเก่าแก่ชนิดหน่ึงของโลก มหี ลักฐานการใช้ยาวนานกว่า ๕,๐๐๐ ปี มี การใช้อย่างกว้างขวางในประเทศอินเดยี และจีนสมัยโบราณแหล่งกาเนิดของขงิ ไม่มีรายงานหรือ ปรากฏหลกั ฐานทีแ่ น่ชัดว่ามีถน่ิ กาเนดิ จากทใ่ี ด แต่สันนิษฐานว่าขิงมแี หล่งกาเนิดอยู่ในบริเวณเอเชีย ตอนใต้ โดยเชื่อว่าแหล่งกาเนิดอยู่ในประเทศจีนชาว อนิ เดียได้นาขิงเข้าไปจาหน่ายในทวีปยโุ รป ประมาณในศตวรรษที่ 7 ได้มผี ู้นาเข้าไปจาหน่ายใน ประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนยี น มีชื่อภาษาสันสกฤตว่า “Singabera” พวกกรีกและลาตนิ เรียกว่า “Zingiber” ซ่ึงคานี้ปัจจุบนั คอื ช่ือสกลุ (Genus)ของขงิ เช่ือว่าแหล่งกาเนิดของขิงน่ามาจากประเทศในแถบเอเชียอาคเนย์ ปัจจุบนั ขงิ เป็ นพชื ท่ีมปี ลกู มากในในประเทศอนิ เดยี ญ่ปี ่ นุ เกาหลแี ละประเทศในแถบเอเชียอาคเนย์

5 ขงิ เป็ นพืชท่มี ีความสาคญั ทางอาหารเน่ืองมีธาตุฟอสฟอรัสและวติ ามิน เอ สูงและยังช่วยในการ ปรับปรุงรสชาตอิ าหาร คนโบราณนาส่วนต่างๆ ของขงิ ได้แก่ แง่งขิง เปลอื กขงิ นา้ มนั หอมระเหย และใบ สดๆ มาใช้เป็ นยาสมนุ ไพร เพื่อรักษาโรคชนิดต่างๆ การใช้เป็ นอาหาร ขิงนามาทาอาหารได้หลากหลาย ขงิ อ่อนใช้เป็ นผักจมิ้ ใช่ทาผดั ขิง ใสในยา เช่นยาหอยแครง ใส่ในแกงฮังเล นา้ พริก ก้งุ จ่อม ซอยใส่ในต้มส้มปลา เมย่ี งคา ไก่สามอย่าง ใช้ทาขิง ดอง ใส่ในบัวลอยไข่หวานเพ่อื ดับกลนิ่ คาวไข่ ทาเป็ นอาหารหวาน เช่น นา้ ขงิ เต้าฮวย ขงิ แช่อิ่ม ขนมปังขิง และยงั ทาเป็ นขิงผงสาเร็จรูป สาหรับชงด่ืมได้อกี ด้วย 2.3 ใบมะกรูดและนา้ มะกรูดสามารถใช้ดับกลิน่ คาวในอาหารและใช้ในการประกอบอาหารและแต่ง กลน่ิ คาวหวานของอาหาร เช่น ต้มยา แกงเผ็ด ผดั เผด็ ฉู่ฉี่ ห่อหมก ฯลฯ มกี ารนาเปลอื กของมะกรูด มาใช้เป็ นส่วนผสมในเครื่องสาอางบางชนิด อย่างเช่น สบู่ แชมพูมะกรูดหรือยาสระผมมะกรูด ผลติ ภัณฑ์ป้ องกนั ยงุ และแมลง เป็ นต้น 3. ความสาคญั จองการใช้เเชมพูสระผมจากดอกอญั ชัน คอื บารุงเส้นผมเเละศีรษะเเละทามาจาก ธรรมชาติปลอดภยั จากสารอันตราย ลดการระคายเคอื งต่อผู้ใช้

6 บทท่ี 3 วธิ ีดาเนนิ โครงงาน ตารางปฏิบัตกิ จิ กรรม การศึกษาค้นคว้าข้อมูล 5 ส.ค 2565 การเขียนเค้าโครงของโครงงาน 6 ส.ค 2565 การเขยี นโครงงาน 7 ส.ค 2565 นาเสนอโครงงาน 8 ส.ค 2565 เคร่ืองมือและวัสดอุ ุปกรณ์ทใี่ ช้ในการศึกษา 2.1อปุ กรณ์ในกำรตวง 2.2ชำมสำหรับผสม 2.3สสี กัดจำกวตั ถดุ บิ ธรรมชำติ 2.4หม้อ

7 ข้นั ตอนการดาเนิน 1. ล้างมะกรูด ขิง ดอกอญั ชัญ ด้วยนา้ สะอาด จนแน่ใจว่าสะอาดดี โดยเฉพาะขิงต้องไม่มีดินตดิ 2. ห่ันมะกรูด หั่นขิง เป็ นเเว่นบาง ๆ 3. นาขิง มะกรูด ดอกอญั ชันไปต้มรวมกันโดยใส่น้าสะอาดให้ท่วมสมนุ ไพร ไม่ต้องให้สมนุ ไพร ลอย (เหมอื นหุงข้าว ท่วมหลงั มอื ) นา้ จะเยอะเกนิ ไม่เข้มข้น 4. ต้งั ไฟอ่อน ๆ ถงึ ไฟกลาง ๆ ห้ามใช้ไฟแรง เพราะสมนุ ไพรจะค่อย ๆ ซึม หากใช้ไฟแรงน้าจะแห้ง เร็ว 5. สังเกตว่ำดอกอัญชัญและมะกรูดเป่ื อยยุ่ยแล้ว นำขึน้ จำกเตำ พักไว้ให้เยน็ 6.นำไปกรองเอำเฉพำะส่วนนำ้ เกบ็ ใส่ขวดสะอำด ปิ ดฝำให้มดิ ชิด

8 บทที่ 4 ผลการดาเนนิ งาน ผลการดาเนินการ จากการศึกษาค้นคว้าโครงงานและพฒั นาเร่ืองการทาแชมพูจากดอกอัญชัญเราได้นาแชมพู ดอกอญั ชัญไปทดลองใช้กบั กลุ่มตวั อย่างเพื่อวดั ประสิทธิภาพของผลงานซ่ึงประกอบด้วย 4.1 นักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปี ทีห่ ้าทบั แปดจานวน 40 คนเพอ่ื ให้แสดงความคดิ เห็นโดยตอบ แบบประเมิน 2 ด้านดงั นี้ 1.ด้านสีส้ันของเเชมพู 2.ด้านความนุ่มลืน่ ของเส้นผมเเละดกดา โดยมรี ะดบั ความพงึ พอใจดงั นี้ ระดบั 5 าหมายถงึ มคี ณุ ภาพดมี าก ระดบั 4 หมายถงึ มคี ุณภาพดี ระดับ 3 หมายถึงมี คุณภาพปานกลาง ระดับ 2 หมายถงึ มี คณุ ภาพพอใช้ ระดบั 1 หมายถงึ มี คุณภาพไม่ดี

9 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลผู้ตอบแบบสอบถามได้ดงั ต่อไปนี้ ตอนท่ี1 ด้ำนข้อมลู ท่ัวไปของผ้ตู อบแบบสอบถำม ตารางแสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถา เพศ จำนวน ร้ อยละ หญงิ 26 65 ชำย 14 35 รวม 40 100 จากตารางค่าร้อยละของกล่มุ ตัวอย่างเพศชายคดิ เป็ นร้อยละ 35 และเพศหญิงคดิ เป็ นร้อยละ 65 ตอนท่ี 2 ระดับความพงึ พอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม ซ่ึงหากจากการนาคะแนนรวมท้งั หมดไปหาโดยวธิ ีการหาร้อยละโดยคดิ เป็ นระดบั ความพงึ พอใจดังนี้ ร้อยละ 80 - 100 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจมากทส่ี ุด ร้อยละ 70- 50 หมายถึงมคี วามพอใจมาก ร้อยละ 40 -20 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจปานกลาง ร้อยละ 10 -0 หมายถึงไม่มีความพึงพอใจ

10 ความพงึ พอใจ คดิ เป็ นร้อยละ ระดับความพงึ พอใจ พงึ พอใจมากที่สุด ด้านสีส้ันของเเชมพู 80 พงึ พอใจมากท่ีสุด ด้านความนุ่มลน่ื ของเส้น 96 พึงพอใจมากที่สุด ผมเเละดกดา รวม 88 จากตารางสอบถามความพงึ พอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม ทม่ี ตี ่อโครงงานแชมพูจากดอกอญั ชัญพบว่ามีความพึงพอใจของด้านสีสันอยู่ในระดับมีความพึง พอใจมากท่สี ุดโดยคดิ เป็ นร้อยละ 80 และความพึงพอใจของด้านด้านความนุ่มลืน่ ของเส้นผมเเละ ดกดาอยู่ในระดับมคี วามพึงพอใจมากทสี่ ุดเช่นเดยี วกนั โดยคดิ เป็ นร้อยละ 88 โดยรวมท้งั สองด้าน แล้วกล่มุ ตัวอย่างมีระดับความพึงพอใจมากท่ีสุดโดยคดิ เป็ นร้อยละ 88

11 บทท่ี5 สรุปผลอภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปและอภิปรายผลการทดลอง การใช้แชมพูจากดอกอญั ชัญกบั การใช้แชมพูจากดอกอญั ชัญทซ่ี ื้อตาม ท้องตลาดเพือ่ ทดสอบ ความแตกต่างของสีกลิน่ และจะพบว่าท้ังสองมีความแตกต่างกันคอื แชมพูดอกอญั ชัญที่ขายตาม ท้องตลาดจะมีกล่นิ ค่อนข้างแรงและสีที่เข้มส่วนแชมพูดอกอญั ชัญที่ทาเองจะมกี ินหอมค่อนข้าง น้อยและสีอ่อน 5.2ประโยชน์ท่ีได้รับจากโครงงาน 1เพอื่ เน้นการใช้วสั ดจุ ากธรรมชาตเิ พื่อประหยดั ต้นทนุ ในการทา 2.สามารถนาวตั ถุดบิ ท่ีมอี ยู่ตามธรรมชาติและมใี นชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์ 3.ได้เผยแพร่ข้อมูลการทาแชมพูจากดอกอัญชัญให้ประชาชนได้ศึกษา 4.ได้ความรู้เก่ียวกับการทาแชมพูจากดอกอัญชัญจากวสั ดธุ รรมชาติและสามารถนาความรู้ไปต่อ ยอดทาเป็ นผลติ ภณั ฑ์และสร้างรายได้เสริม 5.3ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ อัญชันหายาก

12 บรรณานุกรม การศึกษาเเชมพูจากธรรมชาติ(2549) สืบค้นเมอื่ 5 สิงหาคม 2565 จาก https://greenshopcafe.com/greennews1124.html https://women.kapook.com/view131282.html?fbclid=IwAR1P1S vivBoxwZ-sC8QrDbJXkHH- mC3lsqS3UoCEYVrWbWfww7MufWztQnc งานวิจยั สรรพคุณของส่วนผสมในเเชมพู(2560) สืบค้นเมอื่ 5 สิงหาคม 2565 จาก https://www.disthai.com/16913718/มะกรูด https://www.disthai.com/16488302/ขงิ งานวจิ ยั เกย่ี วกับโทษของดอกอัญชัน(2564) สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม 2565 จาก https://health.kapook.com/view178644.html

13 ภาคผนวก

14

15 ประวตั ิผจู้ ดั ทำ นำงสำว เพรชลดำ กิตตกิ สำนต์ ม.5/8 เลขท่ี 5 นำงสำว วลิ ำสินี ศิริรัตน์ ม. 5/8 เลขที่

16 นำงสำว ฐิติกำนต์ อุ่นใน ม. 5/8เลขท่ี 19 นำงสำวชุติมำ จะแจง้ ม. 5/8เลขท่ี 27

17 นำงสำว ชนกนนั ท์ นำมวงศม์ . 5/8 เลขท่ี 33






Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook