Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการแต่งตั้งอาจารย์พิเศษ พ.ศ. ๒๕๖๕ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

คู่มือการแต่งตั้งอาจารย์พิเศษ พ.ศ. ๒๕๖๕ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

Published by teerachottikun, 2022-04-01 09:25:52

Description: คู่มือการแต่งตั้งอาจารย์พิเศษ พ.ศ. ๒๕๖๕ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

Search

Read the Text Version

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ก

คู่มอื การเสนอแต่งตัง้ อาจารย์พิเศษ ก คานา คู่มือการเสนอแต่งตั้งอาจารย์พิเศษเล่มนี้ ได้จัดทาข้ึนโดยคณะกรรมการพิจารณาคุณวุฒิและ คุณสมบัติอาจารย์พิเศษ และอาจารย์ประจา/อาจารย์สัญญาจ้าง ปฏิบัติการสอนนอกเวลาทาการ ซ่ึงมีหน้าที่ หลกั อันสาคัญประการหนึง่ ในด้านการดาเนินการจัดหาวิธีการ หรือกระบวนการในการแต่งต้ังอาจารย์พิเศษให้ มปี ระสทิ ธิภาพมากยงิ่ ขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับรปู แบบการทางานในยคุ ที่มกี ารเปลยี่ นแปลงอยา่ งรวดเรว็ คณะผู้จัดทาได้รวบรวมข้อมูลสาคัญเก่ียวกับขั้นตอนการแต่งตั้งอาจารย์พิเศษกระบวนการในการ กรอกข้อมลู อาจารย์พิเศษและขอ้ บังคับ ประกาศ หลกั เกณฑท์ เ่ี กี่ยวข้องกบั การแต่งตั้ง รวมถึงแบบเสนอแต่งต้ัง เป็นอาจารย์พเิ ศษ อันจะชว่ ยอานวยความสะดวกในการดาเนินการเก่ียวกับการเสนอแต่งต้ังเป็นอาจารย์พิเศษ ตอ่ ไป จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือเล่มน้ี จักเอ้ืออานวยประโยชน์แก่ทุกท่านท่ีมีส่วนเก่ียวข้องกับการเสนอ แตง่ ตัง้ อาจารย์พิเศษ มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลัยไดไ้ ม่มากก็น้อย (พระศรีวนิ ยาภรณ์, ดร.) ประธานคณะกรรมการ พจิ ารณาคณุ วฒุ แิ ละคณุ สมบัติอาจารยพ์ ิเศษ และอาจารยป์ ระจา/อาจารย์สัญญาจ้าง ปฏบิ ัติการสอนนอกเวลาทาการ

คมู่ ือการเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ข สารบญั หนา้ ก เรอื่ ง ข ๑ คานา สารบัญ หมวดที่ ๑ ประวัติความเปน็ มาของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวทิ ยาลัย หมวดที่ ๒ Flowchart ข้ันตอนการแตง่ ต้งั อาจารยพ์ ิเศษ ๖ ๒.๑ ขัน้ ตอนการเสนอแตง่ ตงั้ อาจารยพ์ เิ ศษ ๗ หมวดที่ ๓ กระบวนการกรอกขอ้ มูลอาจารย์พเิ ศษ ๑๐ ๓.๑ คูม่ อื การบันทึกขอ้ มูลอาจารย์พิเศษผ่านระบบแฟ้มสะสมงาน ๑๑ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (e-portfolio) หมวดท่ี ๔ ข้อบังคับ ประกาศ หลกั เกณฑท์ ่ีเกี่ยวข้อง ๑๖ ๔.๑ ข้อบังคับมหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวิทยาลยั วา่ ดว้ ยคณุ สมบัติ หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี าร ๑๗ แตง่ ตัง้ อาจารยพ์ ิเศษ พ.ศ. ๒๕๖๐ ๒๐ ๔.๒ ข้อบงั คับมหาวิทยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั ว่าดว้ ยการเบกิ จ่ายค่าตอบแทน การบรรรยายพเิ ศษ พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒๑ ๔.๓ คาสงั่ มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เรือ่ ง แตง่ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคณุ วฒุ ิ ๒๓ คณุ สมบัติอาจารย์พิเศษ และอาจารยป์ ระจา/อาจารย์สัญญาจา้ ง ปฏบิ ัตกิ ารสอนนอก ๓๓ เวลาทาการ ๔๖ ๔.๔ ประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เรอื่ ง เกณฑ์มาตรฐานหลักสตู รระดบั ปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๘ ๔.๕ ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอ่ื ง เกณฑม์ าตรฐานหลักสตู รระดับบณั ฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๘ ๔.๖ ประกาศฯ เรอ่ื ง ปฏทิ นิ กาหนดการประชมุ ประจาปพี ุทธศักราช ๒๕๖๕

คู่มอื การเสนอแตง่ ตง้ั อาจารยพ์ เิ ศษ ค เรอื่ ง หนา้ หมวดท่ี ๕ แบบเสนอแตง่ ต้ังอาจารย์พิเศษ ๔๘ ๕.๑ แบบเสนอแต่งตง้ั เปน็ อาจารย์พเิ ศษจากบุคคลภายนอก ๔๙ ๕.๒ หนงั สือให้ความยินยอมในการเปิดเผยขอ้ มลู สว่ นบคุ คล ๕๐

คู่มือการเสนอแต่งตง้ั อาจารยพ์ เิ ศษ หมวดท่ี ๑ ประวตั ิความเปน็ มา มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลยั

คู่มอื การเสนอแต่งตัง้ อาจารย์พเิ ศษ ๒ หมวดท่ี ๑ ประวัตคิ วามเปน็ มา มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลยั ๑.๑ ประวตั คิ วามเป็นมา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มีพันธกิจด้านการผลิตบัณฑิต งานวิจัย งานบริการวิชาการแก่ ชมุ ชน และงานทานุบารุงศลิ ปวฒั นธรรม เมื่อวนั ที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ต้ังวิทยาลัยข้ึนในบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร พระราชทานนามว่า “มหามกุฏราชวิทยาลัย” โดยมีพระราชประสงค์เพ่ือเป็นที่ศึกษาเล่าเรียนของพระภิกษุ สามเณร ทรงอุทิศพระราชทรัพย์บารุงประจาปีและก่อสร้างสถานศึกษาวิทยาลัยแห่งน้ีข้ึน ครั้นเมื่อวันท่ี ๒๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๓๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัย พระองค์ทรงรับมหามกุฏราชวิทยาลัยอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ บารุงประจาปี อาศยั พระราชประสงคด์ ังกล่าว สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงตั้ง วัตถปุ ระสงคเ์ พ่ือดาเนินกิจการของมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั ข้ึน ๓ ประการ คอื ๑. เพอื่ เป็นสถานศึกษาของพระภิกษุสามเณร ๒. เพอื่ เป็นสถานศึกษาวิทยาการอนั เปน็ ของชาติภมู ิและของตา่ งประเทศ ๓. เพอ่ื เป็นสถานทเี่ ผยแผพ่ ระพุทธศาสนา เมื่อกจิ การของมหามกฏุ ราชวทิ ยาลัยได้เปิดดาเนินการแล้ว ปรากฏว่าพระวัตถุประสงค์เหล่านั้นได้รับ ผลเป็นทนี่ า่ พอใจตลอดมา เพ่ือจะให้พระวัตถุประสงค์เหล่าน้ันได้ผลดีย่ิงขึ้น ดังน้ัน ในวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในฐานะที่ทรงเป็นนายกกรรมการมหามกุฏราช วิทยาลัย พร้อมด้วยพระเถรานุเถระ จึงได้ทรงประกาศต้ังสถาบันการศึกษาชั้นสูงในรูปมหาวิทยาลัย พระพทุ ธศาสนาขึน้ โดยอาศยั นามว่า สภาการศกึ ษามหามกุฏราชวิทยาลยั โดยมีจุดมงุ่ หมาย ดังนี้ ๑. เพื่อใหเ้ ปน็ สถานศกึ ษาพระปรยิ ัติธรรม ๒. เพอ่ื ให้เป็นสถานศึกษาวทิ ยาการอนั เปน็ ของชาติภูมิและต่างประเทศ ๓. เพื่อให้เปน็ สถานเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาท้งั ในและนอกประเทศ ๔. เพอ่ื ให้ภิกษุสามเณรมคี วามรู้และความสามารถในการบาเพ็ญประโยชนแ์ ก่ประชาชน ๕. เพอ่ื ให้ภิกษสุ ามเณรมีความรู้ และความสามารถในการค้นคว้า โต้ตอบ หรืออภิปรายธรรมได้อย่าง กวา้ งขวางแก่ชาวไทยและชาวตา่ งประเทศ ๖. เพ่ือให้ภิกษุสามเณรได้เป็นกาลังสาคัญในการจรรโลงพระพุทธศาสนา และเป็นศาสนทายาทที่ เหมาะแก่กาลสมยั ๗. เพื่อความเจริญก้าวหนา้ และคงอยูต่ ลอดกาลนานของพระพุทธศาสนา

คมู่ อื การเสนอแตง่ ตั้งอาจารย์พิเศษ ๓ ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการคณะหน่ึง เรียกว่า กรรมการสภาการศึกษามหามกุฏราช วิทยาลยั สถาบันการศกึ ษาแหง่ นี้ ไดเ้ ร่มิ เปดิ ใหก้ ารอบรมศกึ ษาแก่ภิกษุสามเณร ต้ังแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๙ จนถงึ ปจั จุบนั เหตุผลท่ีทาให้สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ ทรงพระดาริจัดต้ังมหามกุฏราชวิทยาลัย ฯ น้ัน ปรากฏใน รายงานประจาปีของมหามกุฏราชวิทยาลัย ว่าพระเถรานุเถระทั้งหลาย มีความประสงค์ในการจัดต้ังวิทยาลัย เป็นทีฝ่ ึกสอนพระปริยัติธรรมแลอักขระสมัยของภิกษุสามเณรแลศิษย์วัดน้ัน ด้วยเห็นว่าธรรมเนียมในประเทศ นี้ วดั ทั้งหลายเปน็ โรงเรยี นท่ีศกึ ษาวิชาความรขู้ องราษฎรพลเมอื ง ตั้งต้นแต่เรียนอักขระฝึกกิริยามารยาทตลอด จนถงึ เรยี นพระปริยัตธิ รรม บรรดาราษฎรมีบตุ รหลานก็นาเขา้ มาฝากเป็นศิษย์วัด ใหเ้ รยี นวชิ าความรู้ จนถึงเติบ ใหญ่อปุ สมบทเป็นภิกษุ บางพวกก็ได้อย่ไู ปจนเปน็ คณาจารย์ปกครองกนั ตอ่ ๆ ไป บางพวกอยู่สมควรแก่ศรัทธา แลว้ ก็ลาสิกขาบทสกึ ไปประกอบการหาเลยี้ งชีพของตนในทางฆราวาส มีธรรมเนียมเป็นพน้ื เมืองมาดังน้ี วธิ ีการปกครองของวัดนั้น ไม่ได้จัดเป็นช้ันตามสถานท่ี ว่าสถานที่นั้นสอนชั้นสูง สถานที่นั้นสอนชั้นต่า ดูท่วงทีเหมือนในวัดหน่ึงจะมีท้ังช้ันสูงช้ันต่า คือราษฎรนาบุตรหลานเข้ามาฝากภิกษุสามเณร ให้เรียนอักขระ แลฝึกกริยามารยาท เปน็ ตน้ การฝึกสอนช้ันนจี้ ดั วา่ เปน็ ชนั้ ต่า การฝึกสอนภิกษุสามเณรให้เล่าเรียนมคธภาษาก็ ดี ใหเ้ ล่าเรยี นพระปริยตั ิธรรมก็ดี การศกึ ษาชนั้ น้จี ดั ว่าเป็นช้นั สูง แต่การหาดาเนินไปโดยเรียบร้อยดังวิธีท่ีจัดไม่ เพราะข้อขดั ขวางดังตอ่ ไปน้ี “ราษฎรผู้จะนาบุตรหลานมาฝากต่อภิกษุสามเณรในวัดน้ัน ๆ ก็ฝากในสานักที่ตนรู้จักคุ้นเคย ภิกษุ สามเณรผเู้ ปน็ อาจารย์น้ัน บางรูปก็มีความรู้มาก บางรูปก็มีความรู้น้อย ท้ังไม่มีหลักสูตรแห่งการเล่าเรียนว่าถึง ไหนจัดเป็นใช้ได้ ความรู้ของศิษย์จึงไม่เสมอกัน ตั้งแต่กรมศึกษาธิการจัดหลักสูตรสาหรับสอนความรู้ขึ้นแล้ว การเล่าเรียนจึงมีกาหนด แต่เพราะความรู้ของภิกษุสามเณรผู้เป็นอาจารย์ไม่เสมอกัน ท้ังความนิยมของเด็กผู้ เล่าเรียนก็ดี ของผู้ใหญ่ของเด็กก็ดี เป็นแต่เพียงอ่านได้เขียนได้เท่าน้ันก็พอประสงค์ ความรู้ของนักเรียนที่ออก จากวัดจงึ ยงั จัดว่าถงึ กาหนดแทไ้ มไ่ ด้ ส่วนการเลา่ เรียนมคธภาษาน้ันแต่เดิมไม่บังคับ แล้วแต่ใครสมัครจะเรียน ในทุกวันนี้ความนิยมในการ เล่าเรียนมคธภาษาน้อยลง ด้วยผู้ท่ีมาบวชเป็นภิกษุสามเณรจะหาผู้ที่มีศรัทธาแท้เป็นอันยาก ท้ังพื้นเดิมก็เป็น คนขัดสน ต้องการแต่ความรู้ท่ีจะให้ผลเป็นเคร่ืองเลี้ยงชีพได้โดยประจักษ์ตา ไม่ต้องการความรู้ท่ีเป็นอาภรณ์ ของบุรุษ หรือความรู้ที่เป็นเครื่องเจริญผล โดยเพ่ิมสติปัญญาสามารถ แลวิธีฝึกสอนเด็กก็เป็นการเน่ินช้า หาก จะมีผู้อุตสาหะเรียนบ้าง จะหาอาจารย์ผู้บอกให้รู้จริงเห็นจริงก็ได้ยาก ท้ังผู้เรียนจะชานาญในภาษาของตนมา ก่อนก็ได้โดยยาก หลักสูตรก็มากช้ัน แลการสอบความรู้ก็ห่าง ต่อล่วงหลายปีจึงสอบคร้ังหน่ึง ด้วยอาศัยเหตุ เหล่าน้ี จึงมีอาจารยส์ อนให้รูจ้ ริงเห็นจริงไดน้ อ้ ยตัว เรียนไม่ทันรู้ละท้ิงไปเสียก็มี บางทีเรียนรู้พอจะสอบความรู้ ได้ อยูไ่ ม่ถงึ กาลสอบก็มี เข้าสอบจนเป็นบาเรียนแล้วก็มี แต่จะหาผู้สอบได้จนจบหลักสูตรได้น้อยถึงนับตัวถ้วน เพราะหลักสูตรท่ีต้ังไว้มากเกิน เมื่อความเล่าเรียนเส่ือมทรามไป ผู้เป็นบาเรียนเพียง ๔ ประโยค ๕ ประโยค ก็ กว้างขวางมีผนู้ ับหนา้ ถอื ตาแสวงหาลาภผลเลยี้ งตัว พอตัง้ ตัวได้แล้ว ก็ไม่คิดที่จะเป็นนักเรียนต่อไป บางรูปก็รับ

คมู่ ือการเสนอแตง่ ตัง้ อาจารยพ์ เิ ศษ ๔ ตาแหน่งพระราชาคณะปกครองหมู่คณะเสยี ในระหว่างยงั ไม่ทันไดแ้ ปลจบหลักสูตร อาศัยเหตุนี้ การเรียนมคธ ภาษาจงึ ไมเ่ จริญทนั เวลาที่เป็นอยูบ่ ดั น้ี” มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นสถาบันการศึกษาของสงฆ์ ฝ่ายธรรมยุติกนิกายของประเทศ ไทย ทจี่ ดั การศึกษาในรูปแบบมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกท่ีเร่ิมประยุกต์หลัก พระพุทธศาสนาให้เขา้ กบั สังคมสมยั ใหม่ โดยมหาวิทยาลัยมหามกฏุ ราชวิทยาลัย เปน็ มหาวิทยาลัยสงฆ์ หน่ึงใน สองแหง่ ของประเทศไทย สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซง่ึ เปน็ พระเจ้านอ้ งยาเธอในพระบาทสมเด็จพระ จลุ จอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัวได้มพี ระดารจิ ดั ตั้ง \"มหามกฏุ ราชวิทยาลยั \" เพือ่ เฉลิมพระเกยี รตพิ ระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นภายในวัดบวรนิเวศวิหาร โดยวิธีจัดการศึกษาแบบสมัยใหม่ มีลักษณะแตกต่างจากการเล่า เรียนภาษาบาลีตามประเพณีแบบเดิม ในขณะเดียวกัน ก็นาเอาวิธีวัดผลแบบข้อเขียนมาใช้เป็นแห่งแรกของ ประเทศไทยดว้ ย หลังจากท่ีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงก่อตั้งสถาบันการศึกษานี้ข้ึน แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็มีพระราชดารัสให้พระองค์ทรงช่วยปรับปรุงโรงเรียนสอน ภาษาบาลี ช่ือ \"มหาธาตุวิทยาลัย\" ภายในวัดมหาธาตุ ขึ้นเป็น \"มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย\" เพ่ือจัดการให้ คณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายได้มีสถาบันการศึกษาชั้นสูงในลักษณะเดียวกัน ควบคู่ไปกับมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งสมัยน้ันเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูง และส่วนมากยังจากัดอยู่แต่คณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ต่อมา ท้ังมหามกุฏ ราชวิทยาลัยและมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้ปิดตัวลงเพราะประสบปัญหาหลายประการด้วยกัน นับเป็น เวลาหลายสบิ ปี จนกระทั่งท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพได้พยายามร้ือฟื้นขึ้นมาใหม่ จนประสบผลสาเร็จ เมื่อ สมเดจ็ พระสงั ฆราชเจ้า กรมหลวงวชริ ญาณวงศแ์ ละคณะสงฆว์ ัดบวรนิเวศวิหาร ได้ให้การอุปถัมภ์โดยได้ทาการ ประกาศร้ือฟน้ื ขนึ้ มาใหมเ่ ม่ือ พ.ศ. ๒๔๘๘ ตามมาด้วย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซ่ึงประกาศรื้อฟื้นกิจการ ในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ อาจารย์สุชีพ ได้แถลงว่า สาเหตุท่ีต้องมีมหาวิทยาลัยสงฆ์ก็เพราะคณะสงฆ์จาเป็นต้องผลิต บุคลากรทร่ี ทู้ นั วิชาการสมยั ใหม่ มิฉะน้ัน คณะสงฆ์จะไม่สามารถส่ังสอนแนะนาชาวบ้านได้ และการสื่อสารกัน ก็จะเกิดความไมเ่ ขา้ ใจ เพราะชาวบา้ นศึกษาด้านคดีโลก ส่วนพระสงฆศ์ กึ ษาด้านคดีธรรม ท่านจึงต่อสู้เพื่อให้ได้ มหาวทิ ยาลยั สงฆ์มาอยา่ งตอ่ เน่อื ง จนในทสี่ ดุ มหามกุฏราชวิทยาลยั และ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก็ได้รับ การรื้อฟ้ืนมาอีกคร้ังหน่ึง จนได้รับการยกฐานะให้เป็นมหาวิทยาลัยในกากับของรัฐในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ในสมัย นายสุขวิช รังสิตพล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เสนอให้รัฐสภาตราตามความใน พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๐ อันเป็นผลพวงมาจากการทุ่มเทและความ มุ่งม่ันอย่างไม่หยุดยั้งของท่าน อย่างแท้จริง เหตุผลน้ี ทาให้คนรุ่นหลังกล่าวยกย่อง \"อาจารย์สุชีพ ปญุ ญานภุ าพ\" วา่ เป็นบดิ าแห่งมหาวทิ ยาลยั สงฆไ์ ทย

คูม่ อื การเสนอแตง่ ตง้ั อาจารย์พเิ ศษ ๕ เพื่อราลึกถึงคุณูปการของท่านและสืบสานเจตนารมณ์ของท่าน คณะศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันก่อต้ัง มูลนิธิปุญญานุภาพข้ึน โดยความเห็นชอบของท่านเพ่ือให้ทุนสนับสนุนนักศึกษาหรือครูอาจารย์ผู้ค้นคว้าวิจัย ทางพระพุทธศาสนา ณ มหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลัย และดาเนนิ กจิ การต่อเนื่องจนถงึ ปจั จุบัน ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (ส่วนกลาง) ตั้งอยู่ที่ตาบลศาลายา อาเภอพุทธมณฑล จงั หวดั นครปฐม

คู่มือการเสนอแต่งตั้งอาจารยพ์ ิเศษ หมวดที่ ๒ Flowchart ข้นั ตอนการแตง่ ตั้งอาจารย์พิเศษ

ระยะเวลา แผนภมู ิ ค่มู อื การเสนอแตง่ ดาเนนิ การ เริ่มต้น ขน้ั ตอนการเสนอแตง่ ต ข้ันตอน/ว ผู้ปฏิบัติงานท่เี กย่ี วขอ้ งศึกษา หลกั เกณฑ์ท่เี กย่ี วข้องกับอาจ แบบฟอร์มเสนอแต่งตงั้ อาจา ก่อนเปดิ หวั หนา้ ฝ่ายจดั การศึกษา/หวั หนา้ 1. ตดิ ต่อเชญิ อาจารยพ์ เิ ศษจ ภาคการศึกษา ภาควิชาการ เชญิ อาจารย์พิเศษจาก 2. ใหอ้ าจารย์ท่เี ชญิ มาลงนาม การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ส่วนบ บคุ คลภายนอก เจ้าหนา้ ท่ี กรอกข้อมลู และอัพโหลด 1. เจ้าหนา้ ทเี่ ขา้ ไปทเี่ ว็บไซต์ ข้อมลู สว่ นบคุ คลลงใน E-portfolio www.e-port.mbu.ac.th ก ชื่อ-ฉายา/นามสกลุ , คณุ วุฒิ, [อาจารยพ์ ิเศษ] วิชาการ, ประสบการณ์การส

งต้งั อาจารย์พเิ ศษ ๗ ตงั้ อาจารย์พิเศษ วธิ ีการ ผู้รับผดิ ชอบ เอกสารท่เี ก่ียวขอ้ ง าข้อบงั คับ ประกาศ คณะ/วทิ ยาเขต/ - ประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ ว่าด้วยเกณฑ์ จารยพ์ ิเศษ รวมถงึ วิทยาลยั มาตรฐานหลักสูตรระดบั ปรญิ ญาตรี พ.ศ. ารยพ์ เิ ศษ 2558 คณะ/วิทยาเขต/ - ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ดว้ ยเกณฑ์ จากภายนอกมาสอน วิทยาลัย มาตรฐานหลกั สตู รระดับบณั ฑิตศกึ ษา พ.ศ. มในหนงั สือยินยอมใน 2558 บคุ คล เจา้ หน้าท่ี - ข้อบงั คับ มมร.วา่ ด้วยคณุ สมบตั ิ หลกั เกณฑ์ คณะ/วิทยาเขต/ และวิธกี ารแตง่ ตงั้ อาจารยพ์ เิ ศษ พ.ศ. 2560 กรอกข้อมลู ทจ่ี าเปน็ เชน่ - แบบฟอร์มเสนอแตง่ ตง้ั อาจารยพ์ ิเศษ งานวิจัย, ผลงานทาง วทิ ยาลยั - หนังสอื ให้ความยนิ ยอมในการเกบ็ รวบรวม ขอ้ มูลส่วนบคุ คล สอนทผี่ า่ นมา - กรณีเป็นอาจารยใ์ หม่ ขอ้ มลู สว่ นบุคคล เชน่ สาเนาบตั รประจาตัวประชาชน, สาเนาใบ ปริญญาบัตร, สาเนาใบทรานตส์ ครปิ , สาเนาใบ เปลย่ี นชื่อ-นามสกลุ (ถา้ ม)ี - แบบฟอร์มอาจารย์พเิ ศษ ระดับปริญญาตรี (มมร.อพ.01) - แบบฟอร์มอาจารย์พเิ ศษ ระดบั บณั ฑติ ศึกษา (มมร.อพ.02)

ทาบันทึกข้อความเสนอผบู้ ริหาร คู่มอื การเสนอแต่ง ส่วนงานพิจารณาตอ่ ไป 2. อพั โหลดหลกั ฐานทีเ่ ก่ยี วข คณะกรรมการพิจารณาคุณวุฒิ ผลงานวชิ าการ, ตารา/เอกสา และคุณสมบัตอิ าจารย์พเิ ศษฯ เป็นตน้ ลงในระบบ e-portfo 3. เจ้าหน้าทค่ี ลกิ เลอื กรายชือ่ คุณวุฒอิ าจารย์ท่เี สนอเป็นอา 4. กรอกขอ้ มลู ลงในแบบฟอร (มมร.อพ.01/มมร.อพ.02) 1. เจา้ หน้าท่ที าบันทกึ ข้อควา ส่วนงานพจิ ารณา 2. ผู้บรหิ ารสว่ นงานพจิ ารณา ประกาศ หลกั เกณฑ์ที่เก่ยี วข แบบฟอรม์ อาจารยพ์ ิเศษ แล 3. สง่ เอกสารผา่ นระบบ E-D ฉบับจริงนาสง่ ส่วนงาน/คณะ ตอ่ ไป 1. คณะกรรมการพจิ ารณาคณุ อาจารยพ์ ิเศษประชมุ และพิจ คณุ สมบตั ิใหเ้ ปน็ ไปตามข้อบงั 2. ส่งเอกสารผ่านระบบ E-D ฉบับจรงิ นาสง่ สภาวิชาการ

งตัง้ อาจารย์พิเศษ ๘ ขอ้ ง เช่น ผลงานวจิ ัย, ารประกอบการสอน olio อวิชาท่ีสอดคล้องกับ าจารย์พเิ ศษ รม์ อาจารยพ์ ิเศษ าม 1 ชุด เสนอผบู้ ริหาร - เจา้ หน้าท่ี สาหรบั วทิ ยาเขตและวทิ ยาลัย ให้ส่งเอกสาร - ผู้บริหารส่วนงาน ไปท่ีคณะทหี่ ลักสตู รนั้นสงั กดั เพ่อื ให้ าให้เปน็ ไปตามขอ้ บงั คบั คณะกรรมการประจาคณะพิจารณา ข้อง ลงนามใน สาหรับคณะ ให้สง่ เรือ่ งเสนอคณะกรรมการ ละบนั ทกึ ขอ้ ความ พจิ ารณาคุณวุฒแิ ละคณุ สมบัติอาจารยพ์ เิ ศษ Document และเอกสาร (คกก.อ.พิเศษฯ) ะกรรมการทเี่ กี่ยวขอ้ ง ณวุฒิและคณุ สมบตั ิ คกก.อ.พิเศษฯ - ผลการพิจารณาอาจารยพ์ เิ ศษ จารณาคุณวุฒแิ ละ งคับ Document และเอกสาร

สภาวชิ าการ ค่มู อื การเสนอแต่ง จัดทาคาสง่ั 1. ฝ่ายเลขานกุ ารสภาวชิ ากา แจ้งคาสัง่ พร้อมเอกสารที่เกยี่ วข้อง สิ้นสุดกระบวนการ 2. นาเสนอเลขานุการสภาวิช 3. คณะกรรมการสภาวิชากา 1. ฝ่ายเลขานุการสภาวิชากา และคาสั่งแต่งตงั้ อาจารยพ์ เิ ศ 2. นาเสนอเลขานกุ ารสภาวิช 3. สง่ บนั ทกึ ขอ้ ความและคาส ในระบบ E-Document และ กองบรหิ ารเอกสาร 4. พระเดชพระคณุ อธิการบด อาจารย์พเิ ศษ 5. กองบริหารเอกสารลงเลขค ลงนามแลว้ กลับไปทฝี่ า่ ยเลขา 1. ฝ่ายเลขานกุ ารสภาวชิ ากา 2. นาเสนอเลขานกุ ารสภาวิช 3. แจง้ คาสงั่ แต่งต้งั อาจารย์พ E-Document ให้ส่วนงานต้น

งตั้งอาจารยพ์ ิเศษ ๙ าร ตรวจสอบความ - คณะกรรมการ - มติสภาวิชาการ เห็นชอบเสนอแตง่ ต้ัง สภาวิชาการ อาจารยพ์ ิเศษ ชาการเพ่ือพจิ ารณา - ฝา่ ยเลขานุการ - บันทึกขอ้ ความ เรื่อง โปรดพิจารณาลงนาม ารพิจารณาอนมุ ตั ิ สภาวิชาการ ในมตสิ ภาวชิ าการ คร้ังท่ี....../2564 ารจัดทาบนั ทึกข้อความ - ฝ่ายเลขานกุ าร - บันทึกขอ้ ความ เรื่อง โปรดพิจารณาลงนาม ศษ สภาวชิ าการ ในคาสั่งแต่งตัง้ อาจารยพ์ เิ ศษ ชาการเพอ่ื พิจารณา - คาส่ังแต่งตั้งอาจารยพ์ เิ ศษ สง่ั แตง่ ตั้งอาจารยพ์ ิเศษ - สาเนามตสิ ภาวิชาการ เห็นชอบเสนอแตง่ ตั้ง ะเอกสารฉบบั จรงิ ไปท่ี อาจารยพ์ ิเศษ ดี ลงนามในคาส่งั แตง่ ตง้ั คาส่งั และสง่ เอกสารท่ี - ฝา่ ยเลขานุการ - บนั ทกึ ข้อความ แจง้ เวียนคาสง่ั แต่งต้งั านุการสภาวชิ าการ สภาวชิ าการ อาจารย์พิเศษ - คาสั่งแตง่ ต้งั อาจารย์พิเศษ ารจดั ทาบนั ทกึ ข้อความ ชาการเพอ่ื พิจารณา พเิ ศษ ผา่ นระบบ นเรอ่ื ง

คูม่ ือการเสนอแตง่ ตั้งอาจารยพ์ ิเศษ หมวดที่ ๓ กระบวนการกรอกข้อมลู อาจารยพ์ เิ ศษ

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๑๑

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๑๒

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๑๓

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๑๔

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๑๕

ค่มู อื การเสนอแต่งต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ หมวดที่ ๔ ขอ้ บงั คับ ประกาศ หลกั เกณฑท์ ่เี กี่ยวขอ้ ง

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๑๗

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๑๘

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๑๙

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๒๐

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๒๑

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๒๒

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๒๓

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๒๔

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๒๕

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๒๖

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๒๗

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๒๘

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๒๙

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๓๐

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๓๑

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๓๒

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๓๓

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๓๔

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๓๕

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๓๖

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๓๗

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๓๘

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๓๙

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๔๐

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๔๑

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๔๒

ค่มู อื การเสนอแตง่ ต้งั อาจารยพ์ เิ ศษ ๔๓